Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ตัวอย่าง ปริญญานิพนธ์

ตัวอย่าง ปริญญานิพนธ์

Published by ณัฐพงษ์ ธิมา, 2023-02-18 03:30:09

Description: ตัวอย่าง ปริญญานิพนธ์

Search

Read the Text Version

183 4. อธบิ ายหลักการมอง 15.หลักการเลือกภาพด้านหน้าที่ถูกต้องคือ ภาพฉายบนชิ้นงาน อะไร จรงิ ไดถ้ ูกตอ้ ง ก. เลอื กดา้ นทีแ่ สดงรายละเอียดของช้นิ งานมาก ทสี่ ดุ ข. เลอื กด้านทท่ี ำให้ผเู้ ขยี นอา่ นงา่ ยทส่ี ดุ ค. เลือกภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านบนได้ ชัดเจนท่สี ดุ ค. เลือกภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านบนได้ ชดั เจนทส่ี ุด 16.การมองถาพฉาย ด้านของภาพที่ใช้งานจะ เปน็ ด้านใด ก. ดา้ นหน้า,ด้านหลงั ,ด้านขา้ ง ข. ด้านหน้า,ดา้ นล่าง,ด้านบน ค. ดา้ นหน้า,ด้านข้าง,ดา้ นบน ง. ด้านข้าง,ดา้ นหลัง,ด้านบน 17. ข้อใดบอกทิศทางการมองภาพฉายมุมที่ 1 ไดถ้ กู ต้อง ก. ทิศทางการมองภาพด้านข้างจะมองจาก ทางซ้ายชิน้ งาน ข. ทิศทางการมองภาพด้านข้างจะมองจาก ทางขวาชิ้นงาน ค. ภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านซ้ายได้ชัดเจน ทส่ี ุด ง. ภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านขวาได้ชัดเจน ทีส่ ุด 18. ข้อใดบอกทิศทางการมองภาพฉายมุมที่ 3 ได้ถกู ตอ้ ง ก. ทิศทางการมองภาพด้านข้างจะมองจาก ทางซา้ ยชนิ้ งาน ข. ทิศทางการมองภาพด้านข้างจะมองจาก ทางขวาช้นิ งาน ค. ภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านซ้ายได้ชัดเจน ที่สุด


184 ง. ภาพด้านที่มองเห็นภาพด้านขวาได้ชัดเจน ทีส่ ดุ 19. จากรูปขอ้ ใดเป็นภาพฉายด้านหนา้ ก. ข. ค. ง. 20. จากรูปขอ้ ใดเป็นภาพฉายด้านบน ก. ข. ค. ง.


185 21. จากรูปขอ้ ใดเป็นภาพฉายดา้ นขา้ ง ก. ข. ค. ง. 22. จากรปู ขอ้ ใดเปน็ ภาพฉายด้านบน ก. ข. ค. ง.


186 23. ข้อใดคือภาพด้านที่ลูกศรชี้ ก. ข. ค. ง. 24. ขอ้ ใดคือภาพด้านท่ีลูกศรชี้ ก. ข. ค. ง. 25. ข้อใดคอื ภาพด้านที่ลกู ศรชี้ ก. ข. ค. ง.


187 26. ข้อใดคอื ภาพด้านที่ลูกศรช้ี ก. ข. ค. ง. 27. ข้อใดคือภาพดา้ นทล่ี ูกศรชี้ ก. ข. ค. ง. 28. ขอ้ ใดคอื ภาพดา้ นทล่ี กู ศรชี้ ก. ข.


188 ค. ง. 5. อธิบายชนิดของมุม 29.มุมการฉายของการฉายภาพเกิดจากการ ฉายในการเขียนแบบ ติดกนั ของระนาบนอนจะเกดิ เปน็ ก่ีควอแดรนท์ ภาพฉายได้ถูกต้อง ก. 1 ควอแดรนท์ ข. 2 ควอแดรนท์ ค. 3 ควอแดรนท์ ง. 4 ควอแดรนท์ 6. อธิบายวิธีการวาง 30.การฉายภาพระบบมุมที่ 1 E (E –Method) ภาพฉายในระบบมุมท่ี ชน้ิ งานจะถูกสมมตใิ หว้ างลอยอยูใ่ นควอแดรนท์ 1 ได้ถูกต้อง ท่ีเท่าไร ก.ควอแดรนท์1 ข.ควอแดรนท์2 ค.ควอแดรนท์3 ง.ควอแดรนท์4 31.การมองภาพฉายในตำแหน่งมุมท่ี 1 ฉากรับ ภาพจะอย่ดู า้ นใด ก.ด้านหนา้ ข.ดา้ นข้าง ค.ด้านบน ง.ด้านหลัง 7. อธิบายวิธีการเขียน 32. การวางตำแหน่งของภาพฉายมุมมองที่ 1 แบบภาพฉายระบบมุม คือข้อใด ท่ี 1 ไดถ้ กู ตอ้ ง ก. ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพด้านหน้าและถาพ ดา้ นบนอย่ลู ่างภาพด้านหนา้ ข. ภาพด้านข้างอยู่ซ้ายภาพด้านหน้าและภาพ ด้านบนอยลู่ ่างภาพด้านหนา้ ค. ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพด้านหน้าและภาพ ด้านบนอยเู่ หนอื ภาพดา้ นหนา้ ง. ภาพด้านบนอยู่เหนือภาพด้านหน้าและภาพ ด้านขา้ งอยู่ชา้ ยภาพดา้ นหนา้


189 33.ข้อใดคือภาพฉายมุมมองที่ 1 ของภาพสาม มิตทิ ก่ี ำหนดให้ ก . ข. ค . ง. 34.ข้อใดคือภาพฉายมุมมองที่ 1 ของภาพสาม มติ ทิ ่กี ำหนดให้ ก . ข. ค . ง.


190 35.ข้อใดคือภาพฉายมุมมองที่ 1 ของภาพสาม มติ ิที่กำหนดให้ ก . ข. ค . ง. 8. อธิบายวิธีการวาง 36. ภาพฉายมุมที่ 3 ภาพด้านบนวางไว้ตำ ณ ภาพฉายระบบมุมที่ 3 แหน่งใด ได้ถกู ตอ้ ง ก.ใตภ้ าพด้านข้าง ข.เหนือภาพดา้ นหนา้ ค.ใต้ภาพด้านหน้า ง.ขวามือภาพด้านหนา้ 37. การมองภาพฉายในตำแหนง่ มมุ ท่ี 3 ฉากรับ ภาพจะอยดู่ า้ นใด ก.ดา้ นหน้า ข.ดา้ นข้าง ค.ดา้ นบน ง.ดา้ นหลัง


191 9. อธิบายวิธีการเขียน 38. การวางตำแหน่งของภาพฉายมุมมองที่ 3 แบบภาพฉายระบบมุม คือขอ้ ใด ที่ 3 ไดถ้ กู ตอ้ ง ก. ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพด้านหน้าและถาพ ด้านบนอย่ลู ่างภาพดา้ นหนา้ ข. ภาพด้านข้างอยู่ซ้ายภาพด้านหน้าและภาพ ดา้ นบนอยูล่ ่างภาพดา้ นหนา้ ค. ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพด้านหน้าและภาพ ดา้ นบนอยเู่ หนือภาพด้านหน้า ง. ภาพด้านบนอยู่เหนือภาพด้านหน้าและภาพ ด้านขา้ งอยูช่ ้ายภาพด้านหน้า 39.ข้อใดคือภาพฉายมุมมองที่ 3 ของภาพสาม มิติทกี่ ำหนดให้ ก. ข. ค . ง. 40. ข้อใดคือภาพฉายมมุ มองที่ 3 ของภาพสาม มติ ทิ ่ีกำหนดให้


192 ก. ข. ค. ง. 41.ข้อใดคือภาพฉายมุมมองที่ 3 ของภาพสาม มิตทิ ีก่ ำหนดให้ ก. ข. ค . ง.


193 10. อธบิ ายข้อแตกตา่ ง 42. ทิศทางการมองภาพฉายมุมมองที่1และ ของภาพฉายระบบมุม มมุ มองท่ี 3 คือข้อใด ที่ 1 และมุมที่ 3 ได้ ก. ดา้ นหนา้ ด้านข้าง ด้านบน ถูกต้อง ข. ดา้ นหลงั ด้านลา่ ง ด้านบน ค. ด้านหนา้ ด้านลา่ ง ดา้ นบน ง. ดา้ นลา่ ง ด้านข้าง ด้านบน 43. การวางตำแหน่งของภาพฉายมุมมองที่ 1 และมุมมองท่ี 3 แตกตา่ งกันอยา่ งไร ก. มุมมองท่ี 1 ภาพดา้ นบนอย่ลู ่างภาพดา้ นหนา้ มุมมองที่ 3 ภาพดา้ นบนอย่เู หนอื ภาพด้านหนา้ ข. มุมมองที่ 1 ภาพด้านข้างอยู่ซ้ายภาพ ด้านหน้า มุมมองที่ 3 ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพ ดา้ นหน้า ค. มุมมองที่ 1 ภาพด้านข้างอยู่ขวาภาพ ด้านหน้า มุมมองที่ 3 ภาพด้านข้างอยู่ซ้ายภาพ ดา้ นหน้า ง. มุมมองที่ 1 ภาพด้านบนอยู่เหนือภาพ ด้านหน้า มุมมองที่ 3 ภาพด้านบนอยู่ล่างภาพ ดา้ นหนา้ 11. อธิบายวิธีการ 44. เส้นแสดงแนวการตัดมีความหนาของเส้น เข ี ย น เ ส ้ น ฉ า ย ไ ด้ เท่าใด ถูกตอ้ ง ก. 0.25 ข. 0.50 ค. 0.75 ง. 0.85 45. ในการเขียนเส้นลายตัดจะต้องเอียงทํามุม องศา ก. 15 องศา ข. 45 องศา ก. 75 องศา ง. 90 องศา


194 46. ภาพตัดเกลียวในเส้นสัญลักษณ์โคนเกลียว เขียนดว้ ยเส้นชนิดใด ก. เส้นเต็มหนา ข. เส้นเต็มบาง ค. เสน้ ประ ง. เส้นศนู ย์กลาง 47. ภาพเกลียวในส่วนที่เห็นเป็นวงกลมเส้น สญั ลกั ษณโ์ คนเกลยี วเขียนอยา่ งไร ก. เขยี นเตม็ วง ข. เขยี น 1/2 ของวงกลม ค. เขยี น 3/4 ของวงกลม ง. เขียนเต็งวง 2 วงซ้อนกัน 48. หลักเกณฑ์ในการกําหนดจํานวนภาพฉาย ของการเขียนแบบแยกชิ้นคอื ขอ้ ใด ก. มีองค์ประกอบทส่ี วยงาม ข. เขยี นรายละเอยี ดใหเ้ ยอะทส่ี ดุ ค. ภาพฉายหลายดา้ นยิง่ มีผลดี ง. แสดงรายละเอยี ดของงานใหค้ รบ 49. เส้นใดเปน็ เสน้ ชว่ ยกำหนดขนาด ก. เส้นเต็มหนกั ข. เส้นเตม็ บาง ค. เสน้ ศูนยก์ ลางใหญ่ ง. เสน้ ศูนย์กลางเลก็ 50. ขนาดเส้นช่วยบอกขนาดจะต้องหนาเท่าใด ตามมาตรฐานลา่ สดุ ก. 0.18 ข. 0.25 ค. 0.3 ง. 0.35


195 51. ขนาดเส้นประจะต้องหนาเท่าใดตาม มาตรฐานลา่ สดุ ก. 0.25 ข. 0.3 ค. 0.35 ง. 0.5 52. ข้อใดไมใ่ ชม่ าตราส่วนตามมาตราฐาน ก. 1:2 ข. 1:4 ค. 1:5 ง. 5:1 53. ข้อใดคอื มาตรตราส่วนขยาย ก. 1:2 ข. 1:5 ค. 5:1 ง. 2:4


196 12. บอกสัญลักษณ์ 54. ข้อใดคอื สญั ญาลกั ษณภ์ าพฉายมุมมองที่ 1 ภาพฉายมุมที่ 1 และ มุมที่ 3 ได้ถูกต้องทั้ง สองชนดิ ก. ข. ค. ง. 55. ขอ้ ใดคือสญั ญาลกั ษณภ์ าพฉายมมุ มองที่ 3 ก. ข. ค. ง. 56. ใต้ภาพฉายท่เี ป็นภาพตัดแลว้ เขียนข้อความ วา่ Section A-A เพอื่ เหตใุ ด ก. เป็นการตัง้ ชอ่ื ชน้ิ งาน ข. เพอ่ื ใหเ้ ขา้ มาตรฐานสากล ค. เพ่อื แสดงว่าภาพตัดมาจากเส้นแนวตดั ใด ง. ไม่ให้เกดิ ความสับสนเมื่อมชี ้นิ งานจํานวนมาก


197 ลงชอื่ ..............................................................ผู้ประเมิน (.............................................................) ตารางท่ี ข.1 ผลการหาดชั นคี วามสอดคล้องของแบบทดสอบวัดผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น ข้อที่ 1 ผลประเมนิ ผเู้ ชี่ยวชาญ 5 รวม ioc สรปุ 234 11111151 นำไปใช้ได้ 21111151 นำไปใช้ได้ 31111151 นำไปใชไ้ ด้ 41111151 นำไปใชไ้ ด้ 51111151 นำไปใช้ได้ 61111151 นำไปใชไ้ ด้ 71111151 นำไปใช้ได้ 81111151 นำไปใชไ้ ด้ 91111151 นำไปใช้ได้ 10 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 11 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 12 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 13 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 14 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 15 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 16 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 17 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 18 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 19 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 20 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 21 1 0 1 0 0 2 0.4 ตัดทิ้ง/ปรับปรุง 22 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 23 1 0 0 1 0 2 0.4 ตัดทง้ิ /ปรับปรงุ 24 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้


198 ขอ้ ที่ 1 ผลประเมนิ ผูเ้ ชย่ี วชาญ 5 รวม ioc สรปุ 234 25 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 26 1 0 0 0 1 2 0.4 ตดั ทิ้ง/ปรับปรงุ 27 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 28 1 0 0 0 1 2 0.4 ตัดทง้ิ /ปรับปรงุ 29 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 30 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 31 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 32 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 33 1 1 0 0 0 2 0.4 ตัดทิ้ง/ปรบั ปรงุ 34 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 35 1 0 1 0 0 2 0.4 ตัดทง้ิ /ปรับปรงุ 36 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 37 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 38 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 39 1 0 1 0 0 2 0.4 ตัดทิ้ง/ปรับปรงุ 40 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 41 1 1 0 0 0 2 0.4 ตัดทิ้ง/ปรับปรงุ 42 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 43 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใช้ได้ 44 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 45 1 0 0 1 0 2 0.4 ตดั ทง้ิ /ปรบั ปรงุ 46 1 0 0 1 0 2 0.4 ตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ 47 1 0 0 0 1 2 0.4 ตดั ทิ้ง/ปรับปรงุ 48 1 0 0 0 0 1 0.2 ตัดทิง้ /ปรับปรุง


199 ขอ้ ท่ี 1 ผลประเมนิ ผู้เชี่ยวชาญ 5 รวม ioc สรปุ 234 49 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 50 1 0 0 0 1 2 0.4 ตัดท้ิง/ปรับปรงุ 51 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 52 1 0 1 0 0 2 0.4 ตัดทิ้ง/ปรับปรงุ 53 1 0 0 0 1 2 0.4 ตดั ทิ้ง/ปรบั ปรงุ 54 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 55 1 1 1 1 1 5 1 นำไปใชไ้ ด้ 56 0 0 0 0 0 0 0 ตัดท้ิง/ปรบั ปรุง หมายเหตุ ตดั ทิง้ คือ ขอ้ ท่ีไมส่ อดคล้องกบั วตั ถุประสงค์ ตอ้ งมคี า่ ดชั นีความสอดคลอ้ งมากกวา่ 0.5 ข้ึนไปถงึ จะนำไปใช้ได้


200 ตารางที่ ข.2 ผลการวิเคราะห์แบบทดสอบวดั ผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น จำแนกรายขอ้ ขอ้ ������������ ������������ ค่าความ คา่ อำนาจ p q pq แปลผล ท่ี (8 คน) (8 คน) ยากงา่ ย จำแนก 0.70 0.30 0.21 นำไปใชไ้ ด้ (p) (r) 0.50 0.50 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 0.80 0.20 0.16 นำไปใช้ได้ 1 6 4 0.63 0.25 0.73 0.27 0.20 นำไปใช้ได้ 0.53 0.47 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 2 8 0 0.50 1.00 0.43 0.57 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 0.70 0.30 0.21 นำไปใชไ้ ด้ 3 8 6 0.88 0.25 0.87 0.13 0.12 นำไปใชไ้ ด้ 0.47 0.53 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 4 8 4 0.75 0.50 0.43 0.57 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 0.47 0.53 0.25 นำไปใช้ได้ 5 5 3 0.50 0.25 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 0.50 0.50 0.25 นำไปใช้ได้ 6 7 4 0.69 0.38 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 0.23 0.77 0.18 นำไปใช้ได้ 7 8 5 0.81 0.38 0.70 0.30 0.21 นำไปใช้ได้ 0.23 0.77 0.18 นำไปใชไ้ ด้ 8 8 6 0.88 0.25 0.40 0.60 0.24 นำไปใชไ้ ด้ 0.80 0.20 0.16 นำไปใช้ได้ 9 7 1 0.50 0.75 0.73 0.27 0.20 นำไปใชไ้ ด้ 0.80 0.20 0.16 นำไปใชไ้ ด้ 10 8 0 0.50 1.00 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 0.67 0.33 0.22 นำไปใชไ้ ด้ 11 8 0 0.50 1.00 0.63 0.37 0.23 นำไปใชไ้ ด้ 0.27 0.73 0.20 นำไปใชไ้ ด้ 12 8 3 0.69 0.63 0.30 0.70 0.21 นำไปใช้ได้ 0.47 0.53 0.25 นำไปใช้ได้ 13 6 1 0.44 0.63 0.33 0.67 0.22 นำไปใชไ้ ด้ 0.80 0.20 0.16 นำไปใช้ได้ 14 7 0 0.44 0.88 15 5 0 0.31 0.63 16 8 4 0.75 0.50 17 4 0 0.25 0.50 18 8 0 0.50 1.00 19 6 4 0.63 0.25 20 6 4 0.63 0.25 21 6 4 0.63 0.25 22 6 4 0.63 0.25 23 7 4 0.69 0.38 24 5 3 0.50 0.25 25 3 0 0.19 0.38 26 4 0 0.25 0.50 27 4 0 0.25 0.50 28 6 1 0.44 0.63 29 6 4 0.63 0.25


201 ตารางท่ี ข.2 ผลการวเิ คราะหแ์ บบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น จำแนกรายข้อ ข้อท่ี ������������ ������������ ค่าความ ค่าอำนาจ p q pq แปลผล (8 คน) (8 คน) ยากง่าย จำแนก 0.60 0.40 0.24 นำไปใชไ้ ด้ 30 5 3 (p) (r) 0.40 0.60 0.24 นำไปใช้ได้ 31 5 3 0.50 0.25 0.43 0.57 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 32 5 3 0.50 0.25 0.63 0.37 0.23 นำไปใชไ้ ด้ 33 6 4 0.50 0.25 0.37 0.63 0.23 นำไปใช้ได้ 34 5 3 0.63 0.25 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 35 5 2 0.50 0.25 0.37 0.63 0.23 นำไปใชไ้ ด้ 36 4 2 0.44 0.38 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 37 5 3 0.38 0.25 0.43 0.57 0.25 นำไปใช้ได้ 38 6 2 0.50 0.25 0.57 0.43 0.25 นำไปใช้ได้ 39 6 4 0.50 0.50 0.50 0.50 0.25 นำไปใชไ้ ด้ 40 5 0 0.63 0.25 21.63 18.37 8.83 รวม 739 98 0.31 0.63 0.54 0.46 0.22 เฉลยี่ 6.08 2.45 21.32 18.12 0.53 0.45 หมายเหตุ ตัดท้ิง คอื ขอ้ ท่ีไมม่ ีคณุ ภาพ อำนาจจำแนกต่ำกวา่ 0.20


202 ตารางที่ ข.3 แสดงคะแนนจากการทดลองใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่คัดเลือกจากผู้เคยเรียน จำนวน 40 ข้อ ผ้เู ขา้ สอบคนที่ X ������������ 1 13 2 11 169 3 23 121 4 30 529 5 22 900 6 30 484 7 25 900 8 30 625 9 22 900 10 21 484 11 21 441 12 23 441 13 22 529 14 23 484 15 11 529 16 12 121 17 20 144 18 23 400 19 22 529 20 21 484 21 20 441 22 30 400 23 14 900 24 12 196 25 13 144 26 12 169 27 30 144 900


203 ตารางที่ ข.3 แสดงคะแนนจากการทดลองใช้แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ที่คัดเลือกจากผู้เคยเรียน จำนวน 40 ขอ้ ผูเ้ ข้าสอบคนท่ี X ���̅��� 28 29 841 29 31 961 30 33 1089 รวม ∑������= 649 ∑x2=15399 การหาความเช่ือมันของแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธิ์ k ∑pq rtt = k − 1 [1 − s2 ] เมื่อ ������������������ หมายถึงค่าความเช่ือมนั่ ของแบบประเมินผลสัมฤทธิ์ n หมายถงึ จำนวนขอ้ ของแบบทดสอบ p หมายถึงสัดสว่ นของผู้ทาํ ไดใ้ นขอ้ หน่งึ ๆ q หมายถึงสดั สว่ นของผทู้ ําผิดในขอ้ หนึ่ง ๆ หรือ 1 - p s2 หมายถงึ ความแปรปรวนของเคร่ืองมอื วัดฉบับนัน้ โดยที St2 = N∑x² − (∑x²) N(N1) เมอ่ื s2 หมายถงึ ค่าคะแนนความแปรปรวนของคะแนนทง้ั หมด N หมายถึงจำนวนคนท่ที ำขอ้ สอบ X หมายถงึ คา่ ของคะแนนแต่ละคน


204 st2 = 30(15399)−(649)2 = 46.86 30(30−1) แทนค่า rtt = 40 8.83 40 − 1 [1 − 46.86] = 0.83 ดังนน้ั ค่าความเช่อื ม่ันของข้อแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธ์ิเท่ากบั 83 %


ภาคผนวก ค แบบสอบถามค่าความเท่ยี งตรงของแบบสอบถาม หรอื ค่าสอดคลอ้ งระหว่างข้อคำถาม กับวตั ถุประสงค์ หรือเนือ้ หา (IOC : Index of item objective congruence) -แบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ “การพัฒนาแอพพลิเคช่นั แบบจำลองเสมือนจรงิ เพื่อส่งเสริมการ คิดเชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย”ของนักศึกษา -แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีตอ่ “การพฒั นาแอพพลเิ คช่ันแบบจำลองเสมือนจริงเพ่ือส่งเสริมการ คดิ เชงิ วิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย”ของผู้เชย่ี วชาญ


206 แบบสอบถามคา่ ความเทีย่ งตรงของแบบสอบถาม หรือคา่ สอดคล้องระหวา่ งข้อคำถาม กบั วตั ถปุ ระสงค์ หรอื เนื้อหา (IOC : Index of item objective congruence) คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นต่อข้อความในแต่ละรายการว่ามีความเหมาะสมเพียงใดโปรดทำ เคร่ืองหมาย ถูก (✓) ลงในชอ่ งว่างทางขวามือทต่ี รงกับความคดิ เหน็ ของทา่ น ดงั นี้ ใหค้ ะแนน +1 ถา้ แนใ่ จวา่ ขอ้ คำถามวัดไดต้ รงตามวตั ถุประสงค์ ใหค้ ะแนน 0 ถา้ ไม่แน่ใจว่าข้อคำถามวดั ได้ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ ให้คะแนน -1 ถ้าแนใ่ จว่าขอ้ คำถามวัดได้ไมต่ รงตามวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ 1.2.1 เพื่อประยุกต์ใช้โปรแกรมเกี่ยวกับ Augmented Reality (AR) สำหรับการสร้างส่ือ เสมอื นจริงเพ่อื ชว่ ยในการอา่ นภาพฉาย 1.2.2 เพอื่ พัฒนาสมรรถนะดา้ นการอ่านภาพฉายของนักศกึ ษา 1.2.3 เพ่ือศึกษาหาความพึงพอใจของนักศึกษา แบบสอบถามความพงึ พอใจท่ีมตี อ่ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการ อา่ นแบบภาพฉาย” คำช้แี จง แบบสอบถามชุดนีจ้ ดั ข้ึนโดย นกั ศึกษาระดับปรญิ ญาตรี หลักสตู รครุศาสตร์อุตสาหกรรม บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวศิ วกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา เชียงใหม่ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พื่อศกึ ษาหาความพงึ พอใจของ ผู้เชีย่ วชาญ โปรดทำเครอื่ งหมาย ถูก (✓) ลงในช่องว่างทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ ของทา่ น ตอนที่ 1 ข้อมูลท่วั ไป 1. เพศ  ชาย  หญิง 2. อายุ  20-30 ปี  31-40 ปี  41-50 ปี  51-60 ปี 3. ระดบั การศกึ ษา  ปริญญาตรี  ปริญญาโท  ปรญิ ญาเอก  อ่ืนๆ.................. 4. ตำแหนง่ ปัจจบุ นั ตำแหน่งปัจจุบนั ....................................................................... สังกดั ........................................................................................


207 ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อ สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” ระดับความพึงพอใจ ระดับ 5 หมายถงึ ความพงึ พอใจมากท่สี ดุ ระดับ 4 หมายถึง ความพึงพอใจมาก ระดบั 3 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง ความพึงพอใจนอ้ ย ระดับ 5 หมายถึง ความพงึ พอใจนอ้ ยที่สดุ รายการ ผเู้ ช่ยี วชาญ ioc แปลผล +1 0 -1 1.ดา้ นเนือ้ หา 1.1 ความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ 1 0 1 1.00 นำไปใช้ได้ 1.2 ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับ 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ วตั ถปุ ระสงค์ 1.3 ความเหมาสมของปรมิ าณเนอื้ หา 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1.4 ความเหมาะสมของการจัดลำดบั เนือ้ หา 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ 1.5 ความถูกตอ้ งของเน้อื หา 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ 1.6 ความเหมาะสมระหว่างเนื้อหากับระดับ 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ ผู้เรียน 1.7 ความทนั สมยั ของเนอ้ื หา 1 1 0 0.67 นำไปใชไ้ ด้ 2.ดา้ นแบบทดสอบและการวดั ประเมินผล 2.1 ความชดั เจนคำสั่งและอธบิ าย 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 2.2 ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับ 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ วตั ถุประสงค์ 2.3 ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับ 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ เนื้อหา 2.4 ความเหมาะสมของแบบทดสอบ 0 1 0 0.33 ตัดทง้ิ /ปรับปรุง 2.5 ความเหมาะสมของจำนวนแบบทดสอบ 0 1 1 0.67 นำไปใช้ได้ 2.6 ชนดิ ของแบบทดสอบท่ีเลือกใช้ 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 2.7 ความเหมาะสมของคำถามในแบบฝึกหดั 0 1 1 0.67 นำไปใช้ได้ 2.8 ความถูกต้องของการสรุปผลคะแนน 1 1 0 0.67 นำไปใช้ได้ แบบทดสอบ 2.9 ความเหมาะสมของเกณฑป์ ระเมนิ 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้


208 รายการ ผเู้ ชย่ี วชาญ ioc แปลผล +1 0 -1 0.67 นำไปใชไ้ ด้ 3.ด้านสอ่ื /นวัตกรรมการเรียนรู้ 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1.00 นำไปใช้ได้ 3.1 มคี วามนา่ สนใจ 110 1.00 นำไปใช้ได้ 3.2 ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ไดง้ า่ ย 111 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 3.3 มีสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะ 1 1 1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1.00 นำไปใช้ได้ สอน 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใช้ได้ 3.4 มคี วามสมั พันธ์กับเน้อื หาบทเรยี นท่ีจะสอน 1 1 1 0.67 นำไปใชไ้ ด้ 3.5 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ /กระตุ้น 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใชไ้ ด้ กระบวนการคดิ ของนกั เรยี น 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 3.6 สอ่ื มีความทนั สมยั แปลกใหม่ 111 1.00 นำไปใช้ได้ 3.7 เสรมิ สรา้ งความเข้าใจในบทเรยี น 111 3.8 เป็นสอื่ ท่มี กี ารประยกุ ต์ใช้ได้อยา่ งเหมาะสม 1 1 1 3.9 สื่อที่ออกแบบมกี ารสอดแทรกกจิ กรรมการ 1 1 1 เรยี นรู้ ทเี หมาะสมและสอดคลอ้ งกับเนอ้ื หา 4. ด้านการจัดบทเรยี น 4.1 การจดั เตรียมการสอน 110 4.2 การเรยี งลำดบั เนือ้ หา 111 4.4 การเลอื กใช้ส่อื อปุ กรณ์ 111 4.5 การจดั กิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น 111 4.6 การจัดแบง่ เวลา 111 4.7 การตรวจปรบั ความเข้าใจบทเรียน 111 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ....................................................................................................................................................... ........... ลงชอ่ื ...…………………………………………… ) ( ผูเ้ ชีย่ วชาญ


209 แบบสอบถามความพึงพอใจทีม่ ีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการ อ่านแบบภาพฉาย” คำชีแ้ จง แบบสอบถามชุดนจ้ี ดั ข้ึนโดย นกั ศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตร์อตุ สาหกรรม บณั ฑติ สาขาวิชาวิศวกรรมอตุ สาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคลล้านนา เชียงใหม่ มีวตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ศึกษาหาความพงึ พอใจของ ผู้เชยี่ วชาญ โปรดทำเครอื่ งหมาย ถูก (✓) ลงในช่องวา่ งทตี่ รงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน ตอนที่ 1 ข้อมูลทวั่ ไป  หญิง 1. เพศ  ชาย  31-40 ปี  41-50 ปี  51-60 ปี 2. อายุ  20-30 ปี  ปรญิ ญาโท  ปรญิ ญาเอก  อน่ื ๆ.................. 3. ระดับการศกึ ษา  ปริญญาตรี 4. ตำแหนง่ ปัจจบุ นั ตำแหน่งปจั จุบัน....................................................................... สังกัด........................................................................................ อายงุ าน.................................................................................... ตอนที่ 2 แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพ่ือ สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย” ระดบั ความพงึ พอใจ ระดบั 5 หมายถึง ความพงึ พอใจมากท่สี ุด ระดับ 4 หมายถงึ ความพึงพอใจมาก ระดบั 3 หมายถงึ ความพึงพอใจปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง ความพึงพอใจนอ้ ย ระดับ 1 หมายถึง ความพงึ พอใจนอ้ ยท่สี ุด


210 รายการ ระดบั ความพึงพอใจ 54321 1.ด้านเนื้อหา 1.1 ความเหมาะสมของวัตถปุ ระสงค์ 1.2 ความสอดคล้องระหว่างเนื้อหากับ วัตถุประสงค์ 1.3 ความเหมาสมของปริมาณเนอ้ื หา 1.4 ความเหมาะสมของการจัดลำดบั เนื้อหา 1.5 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา 1.6 ความเหมาะสมระหว่างเนื้อหากับระดับ ผเู้ รยี น 1.7 ความทันสมัยของเนือ้ หา 2.ด้านแบบทดสอบและการวัดประเมินผล 2.1 ความชดั เจนคำส่ังและอธบิ าย 2.2 ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับ วตั ถปุ ระสงค์ 2.3 ความสอดคล้องระหว่างแบบทดสอบกับ เนอ้ื หา 2.4 ความเหมาะสมของจำนวนแบบทดสอบ 2.5 ชนิดของแบบทดสอบทเ่ี ลือกใช้ 2.6 ความเหมาะสมของคำถามในแบบฝกึ หดั 2.7 ความถูกต้องของการสรุปผลคะแนน แบบทดสอบ 2.8 ความเหมาะสมของเกณฑป์ ระเมิน 3.ด้านส่ือ/นวัตกรรมการเรยี นรู้ 3.1 มีความนา่ สนใจ 3.2 ผู้เรียนเกดิ การเรียนรู้ได้ง่าย 3.3 มีสอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ที่จะ สอน 3.4 มคี วามสัมพันธ์กับเนอื้ หาบทเรียนทจี่ ะสอน 3.5 ส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ /กระตุ้น กระบวนการคดิ ของนกั เรยี น 3.6 ส่ือมีความทันสมยั แปลกใหม่


211 รายการ ระดบั ความพงึ พอใจ 54321 4. ดา้ นการจัดบทเรยี น 4.1 การจัดเตรยี มการสอน 4.2 การเรียงลำดบั เนือ้ หา 4.3 การเลอื กใช้สื่ออปุ กรณ์ 4.4 การจดั กจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น 4.5 การจัดแบง่ เวลา 4.6 การตรวจปรับความเข้าใจบทเรียน ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ....................................................................................................................................................... ........... ลงชื่อ...…………………………………………… () ผเู้ ช่ยี วชาญ


ภาคผนวก ง แบบสอบถามค่าความเทย่ี งตรงของแบบสอบถาม หรือค่าสอดคล้องระหว่างขอ้ คำถาม กับวตั ถปุ ระสงค์ หรือเน้ือหา (IOC : Index of item objective congruence) -แบบสอบถามแสดงความพึงพอใจที่มตี ่อ “การพฒั นาแอพพลเิ คช่ันแบบจำลองเสมือนจริงเพ่อื ส่งเสริม การคิดเชงิ วิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย” -ผลการวิเคราะห์แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริง เพ่อื ส่งเสรมิ การคดิ เชงิ วศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย โดยผู้เรยี น


213 แบบสอบถามค่าความเที่ยงตรงของแบบสอบถาม หรอื ค่าสอดคล้องระหวา่ งข้อคำถาม กับวตั ถุประสงค์ หรือเนื้อหา (IOC : Index of item objective congruence) คำชี้แจง โปรดแสดงความคิดเห็นต่อข้อความในแต่ละรายการว่ามีความเหมาะสมเพียงใด โปรดทำ เครอื่ งหมาย ถูก (✓) ลงในช่องวา่ งทางขวามอื ท่ีตรงกับความคิดเหน็ ของท่าน ดังนี้ ให้คะแนน +1 ถ้าแน่ใจว่าข้อคำถามวดั ได้ตรงตามวตั ถุประสงค์ ให้คะแนน 0 ถ้าไม่แน่ใจวา่ ขอ้ คำถามวดั ไดต้ รงตามวัตถปุ ระสงค์ ใหค้ ะแนน -1 ถ้าแน่ใจว่าขอ้ คำถามวัดได้ไมต่ รงตามวตั ถปุ ระสงค์ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มตี อ่ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการ อา่ นแบบภาพฉาย” คำชี้แจง แบบสอบถามชุดนี้จัดขึ้นโดย นักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรม บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เชียงใหม่ มีวัตถุประสงคเ์ พื่อศึกษาหาความพึงพอใจของนักศึกษา โปรดทำเครื่องหมาย ถูก (✓) ลงในช่องว่างทต่ี รงกบั ความคดิ เหน็ ของท่าน ตอนท่ี 1 ข้อมูลทว่ั ไป 1. เพศ  ชาย  หญงิ 2. วฒุ ิการศึกษา  มธั ยมปลาย  ปวช.  ปวส. ตอนที่ 2 แบบสอบถามแสดงความพึงพอใจที่มีต่อ “การประยุกต์โปรแกรม Augmented Reality (AR) สำหรับการอา่ นภาพฉาย ” ระดบั ความพงึ พอใจ ระดับ 5 หมายถงึ ความพงึ พอใจมากท่สี ดุ ระดบั 4 หมายถงึ ความพึงพอใจมาก ระดับ 3 หมายถึง ความพงึ พอใจปานกลาง ระดับ 2 หมายถงึ ความพงึ พอใจนอ้ ย ระดบั 5 หมายถึง ความพงึ พอใจน้อยทสี่ ุด


214 รายการ ผเู้ ชีย่ วชาญ ioc แปลผล +1 0 -1 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1. ดา้ นเนอ้ื หา 0.67 นำไปใชไ้ ด้ 1.1 ความตอ่ เนือ่ งของเนื้อหา 111 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใช้ได้ 1.2 เนื้อหาและความรู้ได้จากสื่อโดยตรงตาม 1 1 0 1.00 นำไปใช้ได้ ความคาดหวงั 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1.00 นำไปใช้ได้ 1.3 เนอ้ื หามีความถกู ต้อง กระชบั ชัดเจน 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 1.4 เนอ้ื หามคี วามเขา้ ใจงา่ ย 111 1.00 นำไปใช้ได้ 2. ดา้ นสอ่ื การเรียนรู้ 1.00 นำไปใช้ได้ 2.1 สอ่ื มีความนา่ สนใจ 111 0.67 นำไปใชไ้ ด้ 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 2.2 สือ่ เข้าใจไดง้ ่าย 111 1.00 นำไปใช้ได้ 2.3 เลอื กใช้สอื่ และอปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสม 111 1.00 นำไปใช้ได้ 1.00 นำไปใช้ได้ 2.4 สอ่ื มีสีสนั สวยงาม 111 1.00 นำไปใชไ้ ด้ 2.5 สะดวกและง่ายตอ่ การฝึกการอา่ นภาพฉาย 1 1 1 1.00 นำไปใช้ได้ 3. ด้านประโยชนจ์ ากการเรยี นรจู้ าก AR สำหรบั การอา่ นภาพฉาย 3.1 ผู้เรียนสามารถเรยี นรไู้ ด้อยา่ งต่อเนือ่ ง 1 1 1 3.2 เสริมสร้างความเข้าใจได้ง่ายในการอ่าน 1 1 1 แบบภาพฉาย 3.3 เสรมิ สรา้ งสมาธใิ นการเรยี น 110 3.4 เสริมสรา้ งความสนใจในการเรยี น 111 3.5 ผเู้ รียนมีเจตคตทิ ด่ี ีต่อการเรยี นภาพฉาย 1 1 1 4. ด้านการจัดบทเรยี น 4.1 การจัดเตรียมการสอน 111 4.2 การเรยี งลำดับเนอื้ หา 111 4.3 มีความเพลิดเพลินในการจัดการเรียนการ 1 1 1 สอน 4.4 กจิ กรรมการเรยี นการสอนส่งเสรมิ ใหเ้ ขา้ ใจ 1 1 1 ในเรือ่ งการอ่านภาพฉาย


215 ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ....................................................................................................................................................... ........... ลงช่ือ...…………………………………………… () ผู้เช่ียวชาญ


216 แบบสอบถามความพึงพอใจท่ีมตี ่อ “การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการ อา่ นแบบภาพฉาย” คำชี้แจง แบบสอบถามชุดนี้จัดขึ้นโดย นักศึกษาระดับปริญญาตรี หลักสูตรครุศาสตร์อุตสาหกรรม บัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล ล้านนา เชียงใหม่ มีวัตถุประสงคเ์ พ่ือศึกษาหาความพึงพอใจของนักศึกษา โปรดทำเครื่องหมาย ถูก (✓) ลงในช่องวา่ งทต่ี รงกับความคดิ เหน็ ของท่าน ตอนท่ี 1 ข้อมลู ท่ัวไป  หญงิ 1. เพศ  ชาย 2. วฒุ ิการศึกษา  มัธยมปลาย  ปวช.  ปวส. ตอนที่ 2 แบบสอบถามแสดงความพึงพอใจที่มีต่อ “การประยุกต์โปรแกรม Augmented Reality (AR) สำหรับการอ่านภาพฉาย ” ระดับความพงึ พอใจ ระดับ 5 หมายถึง ความพึงพอใจมากท่สี ดุ ระดับ 4 หมายถึง ความพงึ พอใจมาก ระดับ 3 หมายถึง ความพึงพอใจปานกลาง ระดบั 2 หมายถึง ความพงึ พอใจน้อย ระดบั 5 หมายถึง ความพึงพอใจน้อยท่สี ุด รายการ ระดบั ความพึงพอใจ 54321 1. ด้านเนอ้ื หา 1.1 ความตอ่ เนื่องของเนอ้ื หา 1.2 เน้ือหาและความร้ไู ด้จากส่ือโดยตรงตามความ คาดหวงั 1.3 เน้อื หามคี วามถูกต้อง กระชับ ชดั เจน 1.4 เนอ้ื หามีความเข้าใจงา่ ย 2. ดา้ นสอื่ การเรียนรู้ 2.1 สื่อมคี วามนา่ สนใจ 2.2 ส่อื เขา้ ใจไดง้ า่ ย 2.3 เลือกใชส้ ่ือ และอปุ กรณ์ไดเ้ หมาะสม 2.4 สื่อมสี ีสันสวยงาม 2.5 สะดวกและงา่ ยตอ่ การฝกึ การอ่านภาพฉาย


217 รายการ ระดับความพึงพอใจ 54321 3. ด้านประโยชนจ์ ากการเรียนรจู้ าก AR สำหรับการอา่ นภาพฉาย 3.1 ผเู้ รยี นสามารถเรียนรไู้ ดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง 3.2 เสริมสร้างความเข้าใจได้ง่ายในการอ่านแบบ ภาพฉาย 3.3 เสริมสร้างสมาธิในการเรียน 3.4 เสรมิ สร้างความสนใจในการเรียน 3.5 ผู้เรยี นมเี จตคติท่ดี ีต่อการเรยี นภาพฉาย 4. ด้านการจดั บทเรยี น 4.1 การจดั เตรียมการสอน 4.2 การเรียงลำดบั เนื้อหา 4.3 มคี วามเพลิดเพลินในการจดั การเรียนการสอน 4.4 กจิ กรรมการเรียนการสอนส่งเสริมใหเ้ ข้าใจใน เร่ืองการอ่านภาพฉาย ตอนที่ 3 ข้อเสนอแนะ ........................................................................................................... ....................................................... ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. .....................................


218 ตารางท่ี ค.1 ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถามความพงึ พอใจทีม่ ีต่อการพัฒนาแอพพลิเคช่ันแบบจำลอง เสมือนจริงเพื่อสง่ เสรมิ การคิดเชิงวศิ วกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย โดยผูเ้ รียน รายการ ���̅��� ������. ������. 1. ด้านเนื้อหา 0.31 0.51 1.1 ความตอ่ เน่อื งของเน้อื หา 4.90 0.51 0.47 1.2 เน้ือหาและความรูไ้ ดจ้ ากส่ือโดยตรงตามความคาดหวงั 4.47 0.45 1.3 เนื้อหามีความถกู ตอ้ ง กระชบั ชัดเจน 4.53 0.38 0.50 1.4 เน้อื หามคี วามเขา้ ใจงา่ ย 4.70 0.50 0.47 รวม 4.65 0.49 0.47 2. ดา้ นสอ่ื การเรียนรู้ 0.45 2.1 ส่ือมคี วามนา่ สนใจ 4.83 0.50 0.50 2.2 สื่อเขา้ ใจไดง้ า่ ย 4.60 0.48 0.50 2.3 เลือกใชส้ อ่ื และอปุ กรณไ์ ดเ้ หมาะสม 4.43 0.49 2.4 สื่อมีสีสนั สวยงาม 4.70 0.38 0.51 2.5 สะดวกและงา่ ยตอ่ การฝึกการอา่ นภาพฉาย 4.63 0.50 0.35 รวม 4.64 0.43 3. ดา้ นประโยชน์จากการเรยี นรจู้ าก AR สำหรบั การอ่านภาพฉาย 3.1 ผเู้ รียนสามารถเรียนรไู้ ด้อย่างต่อเนอ่ื ง 4.73 3.2 เสริมสร้างความเขา้ ใจไดง้ า่ ยในการอ่านแบบภาพฉาย 4.57 3.3 เสริมสร้างสมาธใิ นการเรยี น 4.60 3.4 เสริมสร้างความสนใจในการเรยี น 4.67 3.5 ผ้เู รยี นมเี จตคติทด่ี ตี อ่ การเรยี นภาพฉาย 4.57 รวม 4.63 4. ดา้ นการจดั บทเรยี น 4.1 การจัดเตรียมการสอน 4.83 4.2 การเรยี งลำดบั เนอ้ื หา 4.53 4.3 มีความเพลดิ เพลินในการจดั การเรียนการสอน 4.57 4.4 กิจกรรมการเรียนการสอนส่งเสริมให้เข้าใจในเรื่องการ 4.87 อ่านภาพฉาย รวม 4.7


ภาคผนวด จ แสดงการหาประสทิ ธภิ าพของสือ่ การเรยี นการสอนโดยใช้ การประยกุ ตโ์ ปรแกรม Augmented Reality (AR) สำหรบั การอา่ นภาพฉาย -แสดงการหาประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนโดยใช้ การพัฒนาแอพพลิเคชั่นแบบจำลอง เสมือนจริงเพอื่ สง่ เสริมการคดิ เชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย -การหาประสิทธิภาพของส่ือการเรียนการสอนโดยใช้ การพฒั นาแอพพลิเคช่ันแบบจำลองเสมือนจริง เพือ่ ส่งเสริมการคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย -การวิเคราะหผ์ ลสัมฤทธิ์ก่อนเรียนและหลังเรียน


ตารางท่ี ง.1 แสดงการหาประสทิ ธภิ าพของสือ่ การเรยี นการสอนโดยใช้การพฒั นาแอพพ ลำดบั ชอื่ สกลุ คะแนน 1 แบบทด กอ่ นเรียน 10 2 1 นายโภคนิ ผดั ขนั 8 10 1 2 นายจักรพงศ์ จหู มื่นไวย์ 40 8 8 3 นายจิรายสุ ขว่ งกจิ 14 8 8 4 นายเปรม วราณุกรณ์ 11 8 8 5 นายณภัทร ยะตาหิ 23 9 8 6 นายณฐั วฒุ ิ บวั มูล 30 8 9 7 นายธนัชชา จันทร์สงคราม 22 8 91 8 นายศักดิส์ ิทธิ์ เหลาแตว 30 7 8 9 นายศาสตราวธุ แสงเมือง 25 8 10 นายสริ วิชญ์ ณ ลำพูน 8 8 11 นายสุทันต์ ทดิ ไชย 28 8 12 นายอัมรนิ ทร์ มลู เจริญ 8 8 22 9 21 8 21 8 23 13 นายณฐั วฒุ ิ บญุ มา 22 8 7


พลเิ คชั่นแบบจำลองเสมือนจริงเพื่อสง่ เสรมิ การคดิ เชงิ วศิ วกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ดสอบระหวา่ งเรยี น คะแนนหลงั การหาคาความ 345 รวม เรียน แตกตา่ ง 10 10 10 50 40 999 43 30 D D^2 989 42 33 16 256 888 40 33 22 484 999 43 38 10 100 9 10 9 46 30 8 64 10 10 9 46 37 8 64 998 42 28 7 49 979 39 889 40 36 999 8 64 777 41 34 878 44 32 12 144 11 121 878 37 31 10 100 39 30 38 36 7 49 14 196


ตารางท่ี ง.2 แสดงการหาประสิทธิภาพของส่ือการเรยี นการสอนโดยใช้ การพฒั นาแอพพ ลำดบั ช่อื สกลุ คะแนน 1 แบบทด ก่อนเรียน 10 2 14 นายธนพล สุขแกน่ จนั ทร์ 7 10 15 นายธวัชชัย ทิศตึง 40 7 7 16 นายนพพร แกว้ พงศ์ 23 8 7 17 นางสาวนนั ทกิ า คล้ายขำ 10 9 9 18 นายพรี เศรษฐ์ ริมศรี ี 11 8 9 19 นายวรวัฒน์ เมทาดกุ 20 7 8 20 นายวรี าพล ดินแดนวนา 23 10 8 21 นายนฤดล นาขมุ 22 9 9 22 นายภทั ราวธุ นามเมือง 21 9 23 นายณัฐพงษ์ ธมิ า 7 10 24 นายรชั กร เชื้อนาม 20 9 25 นายอัมรนิ ทร์ ทะนวนรัมย์ 7 9 26 นายศุภนิมิต ณ ลำพนู 29 9 7 15 7 10 8 13 9 12


พลเิ คชั่นแบบจำลองเสมือนจรงิ เพอ่ื ส่งเสริมการคดิ เชงิ วิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย ดสอบระหว่างเรยี น คะแนนหลงั การหาคาความ 345 รวม เรยี น แตกต่าง 10 10 10 50 40 787 36 31 D D^2 978 38 37 8 64 897 41 29 27 729 778 40 29 18 324 777 37 30 9 81 889 40 28 7 49 10 9 7 45 31 6 36 10 100 998 45 32 12 144 997 43 36 779 37 30 7 49 15 225 977 39 27 17 289 788 38 26 888 42 25 13 169 13 169


ตารางท่ี ง.3 แสดงการหาประสิทธภิ าพของส่อื การเรียนการสอนโดยใช้ การพฒั นาแอพพ ลำดบั ชอื่ สกุล คะแนน 1 แบบท ก่อนเรยี น 10 2 27 นายตราภูมิ ไชยวังโส 10 28 นางสาวชุติมา สทิ ธิ 40 7 29 นางสาวทปี รตั น์ สกลลัญจกร 7 30 นางสาวรัญชนา โกวฤทธิ์ 28 คะแนนรวม 26 8 7 SD 30 8 8 ค่าเฉลี่ย 29 8 9 634 241 244 5.05 21.13


พลิเคชั่นแบบจำลองเสมือนจรงิ เพ่อื สง่ เสรมิ การคิดเชงิ วิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย ทดสอบระหว่างเรยี น คะแนนหลัง การหาคาความ 345 รวม เรียน แตกต่าง 10 10 10 50 40 D D^2 788 37 35 7 49 7 7 8 37 36 10 100 7 8 8 39 37 7 49 8 8 9 42 35 6 36 246 242 244 1217 962 328 4362 3.08 32.07


223 การหาประสทิ ธิภาพของสื่อการเรียนการสอนโดยใช้ การพัฒนาแอพพลเิ คชั่นแบบจำลองเสมอื นจริงเพื่อ ส่งเสริมการคิดเชิงวิศวกรรมในการอ่านแบบภาพฉาย (E1 /E2) เมอ่ื E1 คอื ประสิทธิภาพของกระบวนการ ∑x1 คอื คะแนนรวมของแบบฝึกหัดหรอื กจิ กรรมในบทเรยี น A คือ คะแนนเตม็ ของแบบฝึกหัดหรือกจิ กรรมในบทเรยี น E2 ∑x2 คอื ประสิทธิภาพของผลลพั ธ์ B คอื คะแนนรวมของแบบทดสอบหลังเรียน N คอื คะแนนเต็มของแบบทดสอบหลังเรยี น คอื จำนวนผู้เรียน E1 = ∑x1 x100 N(A) 1217 E1 = 30(50) x100 E1 = 81.13 E2 = ∑x2 x100 N(B) 962 E2 = 30(40) x100 E2 = 80.16 ดังนั้นประสิทธิภาพของสื่อการเรียนการสอนโดยใช้สือ่ การเรยี นการสอนโดยใช้ การพัฒนา แอพพลิเคชน่ั แบบจำลองเสมอื นจรงิ เพ่อื สง่ เสรมิ การคดิ เชิงวิศวกรรมในการอา่ นแบบภาพฉาย คอื 81.13/80.16 สงู กวา่ เกณฑท์ ่ตี ้งั ไว้


224 การวิเคราะห์ผลสมั ฤทธ์ิก่อนเรียนและหลังเรยี น ผลการวเิ คราะห์ความแตกต่างของคา่ เฉลี่ยของคะแนนแบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน ดว้ ยการทดสอบค่า (t – test) ซ่งึ มีสูตรดังนี้ t= ∑D √n∑Dn2 − (∑D2) − 1 328 t= √30(436320)−−1(328)2 t = 11.58 จากตารางค่า ที่ df =29, α =.05 เท่ากับ 1.699 (One tailed test) แต่ค่าที่คำนวณได้ เทา่ กบั 11.58 มากกว่าคา่ t จากตาราง (11.58>1.699) แสดงว่าคา่ เฉล่ียของคะแนนแบบทดสอบทดสอบ ก่อนเรยี นและแบบทดสอบหลงั เรยี นแตกตา่ งกนั อย่างมนี ยั ยะสำคัญท่ี .05


ภาคผนวก ฉ ภาพประกอบการทำงาน -ภาพการตรวจงาน -ภาพการปฏิบัตงิ าน


226 ภาพการตรวจงาน ภาพที่ 1 ตรวจงานโดยอาจารย์ มนตรี แกว้ อยู่ ภาพที่ 2 ตรวจงานโดยอาจารย์ วรี วุฒิ ขนั รตั น์


227 ภาพที่ 3 ตรวจงานโดยอาจารย์ อรทัย แก้วทพิ ย์ ภาพท่ี 4 ตรวจงานโดยอาจารย์ วิทยาลยั เทคนิคเชยี งใหม่ แผนกวชิ าเทคนคิ พน้ื ฐาน


228 ภาพการปฏบิ ัตงิ าน ภาพท่ี 1 ปฏิบตั งิ าน ภาพท่ี 2 ปฏบิ ัตงิ าน


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook