๑๖๐ะกฬี า ตัวช้วี ดั ช่วงชน้ั ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖ ๑. เลน่ กีฬาไทยและกฬี าสากล ได้อย่างละ ๑ ๑. วิเคราะหค์ วามคดิ รวบยอดเกยี่ วกบั การ ชนิดโดยใชเ้ ทคนิคทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง เคลือ่ นไหวรูปแบบต่างๆ ในการเล่นกีฬา และทีม ๒. นาหลักการ ความรแู้ ละทกั ษะในการ ๒. ใชค้ วามสามารถของตนเพือ่ เพม่ิ ศักยภาพ เคลอื่ นไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกม ของทีม คานึงถึงผลท่ีเกดิ ต่อผ้อู ่นื และ และการเลน่ กีฬาไปใชส้ ร้างเสรมิ สุขภาพ สังคม อยา่ งต่อเนอื่ ง เปน็ ระบบ ๓. รว่ มกิจกรรมนนั ทนาการอย่างนอ้ ย ๑ ๓. เล่นกีฬาไทย กฬี าสากลประเภทบคุ คล / คู่ กจิ กรรม และนาหลักความรูว้ ิธีการไป กีฬาประเภททมี ไดอ้ ยา่ งนอ้ ย ๑ ชนิด ขยายผลการเรียนรู้ให้กับผ้อู ืน่ ๔. แสดงการเคลือ่ นไหวได้อยา่ งสร้างสรรค์ ๕. เข้าร่วมกจิ กรรมนนั ทนาการนอกโรงเรยี น และนาหลักการแนวคดิ ไปปรบั ปรงุ และ พฒั นาคุณภาพชวี ติ ของตนและสงั คม
สาระท่ี ๓ การเคลือ่ นไหว การออกกาลงั กาย การเลน่ เกม กีฬาไทย และกฬี าสากลมาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกาลงั กาย การเลน่ เกม และการเลน่ กีฬา ปฏิบัตเิ ปน็ ประ ในการแข่งขนั และชน่ื ชมในสนุ ทรยี ภาพของการกีฬา ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี ม. ๑ ม. ๒๑. อธิบายความสาคัญของการออกกาลงั กาย ๑. อธิบายสาเหตกุ ารเปลยี่ นแปลงทางกายและเลน่ กฬี า จนเป็นวิถีชีวิตท่มี สี ขุ ภาพดี จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปญั ญา ท่เี กิด๒. ออกกาลงั กายและเลือกเข้ารว่ มเล่นกฬี าตาม จากการออกกาลงั กาย และเล่นกฬี าเปน็ความถนดั ความสนใจอยา่ งเตม็ ประจาจนเปน็ วถิ ชี ีวิตความสามารถ พร้อมทั้งมกี ารประเมินการ ๒. เลอื กเข้าร่วมออกกาลงั กายเล่นกฬี าตามเลน่ ของตนและผอู้ นื่ ความถนัด ความสนใจพร้อมทงั้ วิเคราะห์๓. ปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงตาม ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพอ่ื เป็นชนดิ กีฬาทีเ่ ลือกเลน่ แนวทางในการพฒั นาตนเอง๔. วางแผน การรุกและ การป้องกันในการ ๓. มีวนิ ัย ปฏบิ ตั ิตามกฎ กตกิ า และข้อตกลงเลน่ กีฬาท่เี ลอื กและนาไปใช้ ในการเล่น ในการเลน่ กีฬา ทเ่ี ลือกอยา่ งเป็นระบบ ๔. วางแผนการรุกและการป้องกันในการเลน่๕. ร่วมมอื ในการเลน่ กฬี า และการทางานเปน็ กฬี าทเ่ี ลอื กและนาไปใช้ ในการเลน่ อย่างทีมอย่างสนกุ สนาน เหมาะสมกบั ทมี๖. วเิ คราะห์เปรยี บเทยี บและยอมรับความ ๕. นาผลการปฏบิ ตั ิในการเล่นกีฬามาสรปุ เป็นแตกต่างระหว่างวธิ ีการเลน่ กีฬาของตนเอง วธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเองดว้ ยความมุ่งมั่นกับผ้อู ่นื
๑๖๑ะจาอย่างสมา่ เสมอ มีวนิ ัย เคารพสทิ ธิ กฎ กตกิ า มนี ้าใจนกั กฬี า มีจติ วญิ ญาณ ตวั ชว้ี ัดช่วงชัน้ ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. มมี ารยาทในการเล่น และดูกฬี าด้วยความมี ๑. ออกกาลังกายและเล่นกีฬา ท่ีเหมาะสมกับน้าใจนักกีฬา ตนเองอยา่ งสมา่ เสมอ และใช้๒.ออกกาลงั กายและเลน่ กีฬาอย่างสมา่ เสมอ ความสามารถของตนเองเพ่ิมศกั ยภาพของและนาแนวคิดหลักการจากการเลน่ ไป ทมี ลดความเปน็ ตัวตน คานึงถึงผลท่เี กดิพัฒนาคุณภาพชวี ิตของตนด้วยความ ตอ่ สงั คมภาคภมู ิใจ ๒. อธิบายและปฏิบตั เิ ก่ยี วกบั สิทธิ กฎ กติกา๓. ปฏิบตั ติ นตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลง ใน กลวิธีตา่ งๆ ในระหวา่ งการเลน่ การการเลน่ ตามชนดิ กีฬาทเ่ี ลอื กและนาแนวคิด แข่งขันกฬี ากับผอู้ น่ื และนาไปสรุปเปน็ทไี่ ด้ไปพฒั นาคณุ ภาพชีวิต ของตน ใน แนวปฏิบัติและใช้ในชวี ิตประจาวันอย่างสังคม ต่อเน่อื ง๔. จาแนกกลวิธกี ารรุก การปอ้ งกัน และใช้ ๓.แสดงออกถงึ การมีมารยาท ในการดู การเลน่ในการเล่นกีฬาเลอื กและตดั สินใจเลือกวิธี และการแขง่ ขันกฬี า ด้วยความมนี ้าใจท่เี หมาะสมกบั ทมี ไปใชไ้ ดต้ ามสถานการณ์ นกั กีฬา และนาไปใชป้ ฏิบัตทิ ุกโอกาส จนของการเล่น เป็นบุคลิกภาพทีด่ ี๕. เสนอผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองทเี่ กดิ ๔. รว่ มกิจกรรมทางกายและเล่นกฬี าอย่างมีจากการออกกาลงั กาย และการเล่นกฬี าเปน็ ความสุข ชน่ื ชมในคุณค่าและความงามของประจา การกีฬา
สาระที่ ๔ การสรา้ งเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการป้องกนั โรคมาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคณุ ค่าและมที กั ษะในการสรา้ งเสรมิ สขุ ภาพ การดารงสขุ ภาพ ก ตวั ช้วี ัดชัน้ ปี ม. ๑ ม. ๒๑. เลอื กกนิ อาหารท่เี หมาะสมกบั วัย ๑. เลือกใช้บริการทางสุขภาพอย่างมีเหตผุ ล๒. วเิ คราะหป์ ญั หาที่เกิดจากภาวะโภชนาการ ๒. วเิ คราะห์ผลของการใชเ้ ทคโนโลยที ่มี ีต่อทม่ี ีผลกระทบตอ่ สุขภาพ สขุ ภาพ๓. ควบคุมนา้ หนกั ของตนเองให้อย่ใู นเกณฑ์ ๓. วิเคราะหค์ วามเจรญิ กา้ วหนา้ ทางมาตรฐาน การแพทย์ที่มีผลตอ่ สขุ ภาพ๔. สรา้ งเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย ๔. วิเคราะห์ความสมั พันธ์ของภาวะสมดลุตามผล การทดสอบ ระหว่างสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ ๕. อธบิ ายลักษณะอาการเบอื้ งตน้ ของผู้มี ปัญหาสขุ ภาพจติ ๖. เสนอแนะวิธีปฏบิ ตั ิ ตน เพือ่ จัดการกับอารมณแ์ ละความเครยี ด ๗. พัฒนาสมรรถภาพทางกายตนเองให้ เป็นไปตามเกณฑ์ที่กาหนด
๑๖๒การป้องกนั โรคและการสรา้ งเสริมสมรรถภาพเพ่อื สุขภาพ ตัวช้วี ัดช่วงชั้น ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. กาหนดรายการอาหารทีเ่ หมาะสมกับวยั ตา่ ง ๑. วเิ คราะหบ์ ทบาทและความรบั ผดิ ชอบของๆ โดยคานงึ ถงึ ความประหยดั และคุณคา่ บุคคลที่มีตอ่ การสร้างเสริมสขุ ภาพและการทางโภชนาการ ป้องกนั โรคในชมุ ชน๒. เสนอแนวทางป้องกนั โรคท่เี ป็นสาเหตุ ๒. วเิ คราะห์ อทิ ธพิ ลของสื่อโฆษณาเกยี่ วกับสาคญั ของการเจบ็ ป่วยและการตายของคน สุขภาพ เพอื่ การเลือกบรโิ ภคไทย ๓. ปฏิบตั ิตนตามสิทธิของผู้บรโิ ภค๓. รวบรวมข้อมูลและเสนอแนวทางแกไ้ ข ๔. วเิ คราะห์สาเหตแุ ละเสนอแนวทางการ ปัญหาสุขภาพในชมุ ชน๔. วางแผนและจัดเวลา ในการ ออกกาลงั กาย ป้องกันการเจ็บป่วยและการตายของคน ไทย การพกั ผอ่ นและการสรา้ งเสริมสมรรถภาพ ๕. วางแผนและปฏิบตั ิตามแผนการพฒั นา ทางกาย สุขภาพของตนเองและครอบครัว๕. ทดสอบสมรรถภาพทางกาย และพฒั นา ๖. มีส่วนรว่ มในการส่งเสริม และพัฒนา ได้ตามความแตกตา่ งระหวา่ งบุคคล สขุ ภาพในชุมชน ๗. วางแผนและปฏบิ ตั ิตามแผนการพฒั นา สมรรถภาพทางกาย และสมรรถภาพทาง กลไก
สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชวี ิตมาตรฐาน พ ๕.๑ ปอ้ งกันและหลีกเล่ียงปัจจยั เสี่ยง พฤตกิ รรมเสี่ยงตอ่ สขุ ภาพ อุบตั ิเหตุ การใช้ยา ตัวช้ีวดั ช้ันปีม. ๑ ม. ๒๑. แสดงวธิ ีปฐมพยาบาลและเคลอ่ื นยา้ ย ๑. ระบวุ ิธีการ ปัจจัยและแหล่ง ทีช่ ่วยเหลือผู้ปว่ ยอย่างปลอดภัย ฟน้ื ฟผู ู้ติดสารเสพติด๒. อธิบายลักษณะอาการของผู้ติดสารเสพติด ๒. อธบิ ายวธิ กี ารหลกี เลี่ยงพฤตกิ รรมเสี่ยงและการปอ้ งกนั การตดิ สารเสพติด และสถานการณเ์ ส่ยี ง๓. อธิบายความสัมพันธข์ องการใช้สารเสพ ๓. ใช้ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเองและติดกับการเกดิ โรคและอุบัตเิ หตุ หลีกเล่ยี งสถานการณ์ คับขนั ทอ่ี าจนาไปสู่๔. แสดงวธิ กี ารชกั ชวนผูอ้ ่ืนให้ ลด ละ เลกิ อันตรายสารเสพตดิ โดยใชท้ ักษะต่าง ๆ
๑๖๓สารเสพติด และความรนุ แรง ตวั ชีว้ ัดชว่ งช้ัน ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. วิเคราะห์ปัจจยั เส่ยี ง และพฤติกรรมเสี่ยงที่ ๑. มสี ่วนรว่ มในการปอ้ งกันความเส่ียงต่อการ มผี ลตอ่ สุขภาพและแนวทางปอ้ งกนั ใชย้ า การใชส้ ารเสพตดิ และความรนุ แรง๒. หลีกเล่ียงการใชค้ วามรนุ แรงและชกั ชวน เพ่อื สุขภาพของตนเอง ครอบครัว และ สังคม เพ่อื นให้หลีกเลี่ยงการใชค้ วามรุนแรงใน การแกป้ ญั หา ๒. วเิ คราะหผ์ ลกระทบทเี่ กิดจากการ๓. วเิ คราะหอ์ ทิ ธพิ ลของสื่อต่อพฤติกรรม ครอบครอง การใช้และการจาหนา่ ยสาร สุขภาพและความรุนแรง เสพติด๔. วเิ คราะหค์ วามสัมพันธข์ องการดม่ื เครือ่ งดม่ื ท่ีมแี อลกอฮอล์ต่อสุขภาพและ ๓. วเิ คราะหป์ จั จยั ท่มี ผี ลต่อสุขภาพ หรอื การเกดิ อบุ ตั เิ หตุ ความรนุ แรงของคนไทยและเสนอแนวทาง๕. แสดงวิธกี ารช่วยฟน้ื คนื ชีพอย่างถูกวิธี ป้องกัน ๔. วางแผนกาหนดแนวทางลดอบุ ตั ิเหตุ และ สรา้ งเสริมความปลอดภยั ในชุมชน ๕. มีสว่ นรว่ มในการสร้างเสรมิ ความปลอดภยั ในชมุ ชน ๖. ใช้ทกั ษะการตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาใน สถานการณท์ ีเ่ สีย่ งตอ่ สขุ ภาพและความ รุนแรง ๗. แสดงวธิ กี ารช่วยฟื้นคนื ชพี อยา่ งถูกวธิ ี
๑๖๔ คาอธบิ ายรายวชิ า รหสั วิชา พ๒๑๑๐๑ พ๒๑๑๐๒ ชือ่ รายวิชา สุขศกึ ษาและพละศึกษา กล่มุ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและ พละศึกษา ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง จานวน ๒ หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ ๑ และ ๒ ศกึ ษาความสาคญั ของระบบประสาท และระบบตอ่ มไร้ท่อท่ีมีผลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของวยั รุ่น วิธีดูแลรักษาระบบประสาท และระบบต่อมไร้ท่อ ให้ทางานตามปกติ การวิเคราะหภ์ าวะการเจรญิ เติบโต ตามเกณฑม์ าตรฐานและปจั จัยที่เกี่ยวข้องแนวทางในการพัฒนาตนเองให้เจรญิ เตบิ โตสมวัย เปล่ยี นแปลงทางรา่ งกาย จติ ใจอารมณแ์ ละพัฒนาการทางเพศ การยอมรบั และการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย จิตใจ อามรณ์ และพัฒนาการทางเพศ การเบี่ยงเบนทางเพศทกั ษะการปฏเิ สธเพอ่ื ปอ้ งกันการถกู ล่วงละเมิดทางเพศ หลักการออกกาลังกายและการเคลื่อนไหว เช่นเดนิ จงกรม, บิณฑบาต ประวตั คิ วามเป็นมา ของมวยไทย ตะกรอ้ กระบี่ ประวัติความเปน็ มาของปิงปองฟตุ บอล บาสเกตบอล วธิ กี ารเดนิ จงกรม/นั่ง สมาธิระยะที่ ๑-๒, น่ังสมาธิ ๑๐ นาที หลักการบิณฑบาตการกวาดลานวัดการฝึกโยคะพื้นฐาน หลักการเลือกอาหารท่ีเหมาะสมกับวัย ปัญหาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการ ภาวะการขาดสารอาหารและภาวะโภชนาการ เกณฑม์ าตรฐานการเจริญเติบโตของเด็กไทยวิธีคมุ น้าหนักของตนเอง วิธีทดสอบสมรรถภาพทางการ วิธีสร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย การปฐมพยาบาลและเคล่ือนยา้ ยผู้ปว่ ยอย่างปลอดภยั เป็นลม บาดแผล ไฟไหม้ กระดูกหัก น้าร้อนลวก ลักษณะของผู้ติดสารเสพติด อาการของผู้ติดสารเสพติด การป้องกันการติดสารเสพติดความสัมพันธข์ องการใชส้ ารเสพติดเกิดโรคและอบุ ตั เิ หตุ ทกั ษะทใี่ ช้ในการชักชวนผู้อื่นให้ ลด ละ เลิกสารเสพตดิ ทักษะการวเิ คราะห์ ทกั ษะการส่อื สาร ทกั ษะการตดั สินใจ ทักษะการแกไ้ ขปญั หา คน้ คว้า สืบคน้ อธบิ าย ศึกษา สาธติ เปน็ รายบคุ คล ศกึ ษากระบวนการกลุ่ม ศกึ ษาเปน็ รายบุคคลนาเสนอเป็นรายบคุ คล รายกลุ่ม ปฏิบตั ิจรงิ โดยการทาแบบทดสอบ และค้นคว้า รายงานกจิ กรรมกลุ่มศกึ ษานอกสถานท่ี เชน่ โรงพยาบาล สถานอี นามัยใกลโ้ รงเรยี น เปน็ ต้น ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน ความรับผิดชอบ มีวินัย การแก้ปัญหา การใช้ทักษะชีวิตมีทกั ษะในการเลือกคบเพอ่ื น มีการปรับตัวเขา้ สู่สงั คม รู้หลกั การออกกาลังกายและการเคลอ่ื นไหว รแู้ ละเข้าใจของประวตั ิความเปน็ มาของกีฬาไทย ความเปน็ มาของกีฬาสากล รวู้ ธิ ีการเดินจงกรม และการนั่งสมาธิ การบิณฑบาต มีจิตสานกึ ในการรกั ษาความสะอาด วธิ ีการทาโยคะข้ันพื้นฐาน รู้และเข้าใจการออกกาลังกายทเ่ี หมาะสมแก่สมณเพศเป็นประจาสม่าเสมอ รกู้ ระบวนการของการทางาน การตดั สินใจ และทางานเปน็ กลุ่มให้บรรลเุ ป้าหมาย เขา้ ใจกฎกติกาของการเล่นกฬี าแต่ละประเภท เหน็ คณุ ค่าของการกระทาทีแ่ สดงถงึ ความมนี ้าใจนกั กฬี า มที ักษะในการเลอื กบรโิ ภคอาหารให้ถูกสขุ ลักษณะ มีจติ สารธารณะ รกั ความเปน็ ไทย ทกั ษะการคดิ เคราะห์การสือ่ สาร การตดั สินใจ การแก้ไขปญั หารหัสตวั ชว้ี ดั พ.๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๔ พ.๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ พ.๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ พ.๓.๒ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ พ.๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๗ พ.๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๔,
๑๖๕ คาอธบิ ายรายวิชา รหสั วิชา พ๒๒๑๐๑ พ๒๒๑๐๒ ชอ่ื รายวิชา สขุ ศึกษาและพละศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและ พละศึกษา ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๘๐ ชัว่ โมง จานวน ๒ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๑ และ ๒ ศึกษาการเปล่ียนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในวัยรุ่น ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ,พนั ธกุ รรม,สิ่งแวดลอ้ ม, การอบรมเลย้ี งดู ปจั จยั ท่มี อี ทิ ธิพลต่อเจตคติในเรอ่ื งเพศ,ครอบครวั , วัฒนธรรม,เพ่ือน ,ส่ือ ปัญหาและผลกระทบท่ีเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน เช่นโรคติดต่อทางเพศสมั พันธ์ , โรคเอดส์ , การตั้งครรภโ์ ดยไม่พงึ ประสงค์ ความสาคัญของความเสมอภาคทางเพศ,การวางตวั ตอ่ เพศตรงข้าม,ปัญหาทางเพศ , แนวทางการแกไ้ ขปัญหาทางเพศ การนาผลการปฏิบัติตนเก่ียวกับทักษะกลไกและทกั ษะการเคลื่อนไหวในการเล่นกีฬาจากแหล่งข้อมูลที่หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที่เหมาะสมในบรบิ ทของตนเองในการเลน่ กฬี า การเล่นกฬี าไทย กฬี าสากลตามชนดิ กีฬาท่ีเลือก เช่น กรีฑาประเภทลู่และลาน บาสเกตบอล กระบี่ เทนนสิ ตระกร้อลอดบว่ ง ฟุตซอล ว่ายน้า เทควันโด ประสิทธิภาพของรูปแบบการเคล่ือนไหวที่ส่งผลต่อการเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจาวัน การนาประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรมนันทนาการไปปรับใช้ในชีวิตประจาวันสาเหตุการเปล่ียนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์สังคม และสติปัญญา จากการออกกาลังกายและการเล่นกีฬาอย่างสม่าเสมอ จนเป็นวิถีชีวิตการสรา้ งวถิ ีชีวติ ทม่ี ีสขุ ภาพดี โดยการออกกาลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจาออกกาลังกายและการเล่นกีฬาไทย กีฬาสากลทั้งประเภทบุคคลและประเภททีมการวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาการรว่ มกิจกรรมการออกกาลังกายและเล่นกีฬาวินัยในการฝึก และการเล่นกีฬาตามกฎ กตกิ าและข้อตกลงรูปแบบ กลวธิ ีการรุก การป้องกันในการเล่นกีฬาเปน็ ทมี ประโยชน์ของการเลน่ และการทางาน เปน็ ทีมหลักการใหค้ วามร่วมมอื ในการเลน่ การแข่งขันกีฬาและการทางานเป็นทีมการพฒั นาวิธีเลน่ กฬี าท่ีเหมาะสมกับตนเอง โดยคานึงถึงการเลือกวิธีเล่น- การแก้ไขข้อบกพร่อง- การเพิม่ ทักษะการสร้างแรงจูงใจและการสร้างความมุ่งมั่นในการเล่นและแข่งขันกีฬา การเลือกใช้บริการทางสขุ ภาพผลกระทบของเทคโนโลยี ทมี่ ีตอ่ สขุ ภาพความเจรญิ ก้าวหน้าทางการแพทย์ท่ีมีผลต่อสุขภาพความสมดลุ ระหวา่ งสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตความสมดุลระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิตวิธีปฏิบัติตนเพ่ือจัดการกับอารมณ์และความเครียดเกณฑ์สมรรถภาพทางกายการพัฒนาสมรรถภาพทางกายอันตรายวิธีการ ปัจจัยและแหล่งท่ีช่วยเหลือ ฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติดการหลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงและสถานการณ์เสยี่ งเชน่ การมวั่ สุม การทะเลาะวิวาท การเข้าไปในแหล่งอบายมุข การแข่งจักรยานยนต์บนท้องถนน เป็นต้นรวมถึงทักษะชีวิตในการป้องกันตนเอง (ทักษะปฏิเสธ ทักษะการต่อรอง ฯลฯ)และหลีกเล่ียงสถานการณ์คับขันที่อาจนาไปสู่ความปลอดภัยค้นคว้า สืบค้น อธิบาย ศึกษา สาธิต เป็นรายบุคคล ศกึ ษากระบวนการกลมุ่ ศกึ ษาเปน็ รายบคุ คล นาเสนอเป็นรายบุคคล รายกลุ่ม ปฏิบัติจริงโดยการทาแบบทดสอบ และค้นคว้า รายงานกิจกรรมกลุ่มศึกษานอกสถานที่ เช่นศูนย์บาบัดและฟื้นฟูผู้ติดสารเสพตดิ สถานีอนามัยใกล้โรงเรียน เป็นต้น ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทางาน ความรับผิดชอบ การแกป้ ญั หา มกี ารปรับตวั เขา้ สู่สงั คมใฝ่รู้ใฝ่เรียน มีวินัย มีการใช้ทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย ทักษะการคดิ วเิ คราะหท์ ักษะการสอ่ื สาร ทักษะการตดั สนิ ใจรหสั ตวั ชีว้ ัด พ.๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒ พ.๒.๑ ม.๒/๑, -ม.๒/๔ พ.๓.๑ ม.๒/๑, -ม.๒/๔ พ.๓.๒ ม.๒/๑, -ม.๒/๕ พ.๔.๑ ม.๒/๑, -ม.๒/๗ พ.๕.๑ ม.๒/๑, -ม.๒/๓
๑๖๖ คาอธบิ ายรายวชิ ารหัสวชิ า พ๒๓๑๐๑ พ๒๓๑๐๒ ชือ่ รายวชิ า สุขศกึ ษาและพละศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและ พละศกึ ษา ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๘๐ ชว่ั โมง จานวน ๒ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๑ และ ๒ ศกึ ษา การเปลีย่ นแปลง ดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาในแต่ละวัย เช่น วัยทารก,วัยก่อนเรยี น,วยั เรียน,วัยรุน่ ,วยั ผูใ้ หญ่,วัยสงู อาย รวมถงึ เรอ่ื งอิทธิพลและความคาดหวังของสังคมที่มีต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุ่น ส่ือ โฆษณา ท่ีมีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น เช่น โทรทัศน์ ,วิทยุ,สื่อสิ่งพิมพ์ ,อินเทอร์เน็ต มีความรูเ้ กี่ยวกับองค์ประกอบของอนามัยเจริญพันธุ์ เช่นอนามัยแม่และเด็ก, การวางแผนครอบครัว ,ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการต้ังครรภ์ เช่น แอลกอฮอล์, สารเสพติด,บุหร่ี,สภาพแวดล้อม,การติดเช้ือ,โรคท่ีเกิดจากภาวการณ์ต้งั ครรภ์ ซึง่ มสี าเหตุมาจาก ความขัดแย้งในครอบครวั ซึ่งมี แนวทางป้องกนั แก้ไขความขัดแย้งในครอบครัวรวมทัง้ เทคนิคและวิธีการเลน่ กีฬาไทยและกฬี าสากลทเ่ี ลือก เชน่ กรฑี าประเภทลู่และลาน วอลเลย์บอล บาสเกตบอล ดาบสองมอื เทนนสิ ตะกรอ้ ข้ามตาขา่ ย ฟตุ บอล การนาหลักการ ความรู้ ทักษะในการเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม การเล่นกีฬาไปใชเ้ ปน็ ระบบสร้างเสรมิ สุขภาพอยา่ งต่อเน่ือง การจดั กิจกรรมนนั ทนาการแก่ผู้อ่ืน มารยาทในการเล่นและการดูกีฬาด้วยความมีนา้ ใจนักกฬี า การออกกาลงั กายและการเลน่ กีฬาประเภทบุคคล และประเภททีม การนาประสบการณ์แนวคดิ จากการ ออกกาลังกายและเล่นกีฬาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการพฒั นาคุณภาพชวี ติ กฎ กติกาและข้อตกลงในการเล่นกฬี าทเ่ี ลือกเล่น การประยุกตป์ ระสบการณก์ ารปฏบิ ัติตามกฎ กติกา ข้อตกลงในการเล่นกีฬาไปใช้พัฒนาคุณภาพชีวิตของตนในสังคม วธิ กี ารประยุกต์ใช้กลวิธีการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาได้ตามสถานการณ์ของการเล่นการพฒั นาสขุ ภาพตนเองทีเ่ กิดจากการออกกาลังกายและการเลน่ กีฬาเปน็ ประจา การกาหนดรายการอาหารที่เหมาะสมกับวัยต่าง ๆ เชน่ วยั ทารก วัยเด็ก (วัยก่อนเรียน วัยเรียน) วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่ วัยสูงอายุ โดยคานึงถึงความประหยัดและคณุ ค่าทางโภชนาการ โรคทีเ่ ป็นสาเหตุสาคัญของการเจบ็ ป่วยและการตายของคนไทย โรคติดตอ่ เช่น โรคที่เกิดจากการมเี พศสัมพนั ธ์,โรคเอดส์มโรคไข้หวัดนก โรคไม่ติดต่อ เช่นโรคหัวใจ,โรคความดันโลหิตสูง,เบาหวาน,มมะเร็งปัญหาสขุ ภาพในชมุ ชน แนวทางแก้ไขปญั หาสุขภาพในชุมชน การวางแผนและจัดเวลาในการ ออกกาลังกาย การพักผ่อนและการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบต่าง ๆ และการพัฒนาสมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพ ปัจจยั เส่ยี ง และพฤตกิ รรมเส่ียงต่อสขุ ภาพ แนวทางการปอ้ งกันความเส่ียงต่อสุขภาพ ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ความรนุ แรง วิธีหลีกเลยี่ งการใช้ความรนุ แรง อทิ ธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง (คลิปวดิ โี อ การทะเลาะววิ าท อนิ เทอร์เนต็ เกม ฯลฯ) ความสมั พนั ธ์ของการดืม่ เครอ่ื งดม่ื ทีม่ ีแอลกอฮอล์ตอ่ สขุ ภาพและการเกิดอุบัตเิ หตุ วธิ กี ารช่วยฟื้นคืนชีพค้นควา้ สบื คน้ อธิบาย ศึกษา สาธิต เปน็ รายบุคคล ศึกษากระบวนการกลุ่ม ศกึ ษาเป็นรายบุคคล นาเสนอเป็นรายบุคคลรายกลุ่ม ปฏิบัติจริงโดยการทาแบบทดสอบ และค้นคว้า รายงานกิจกรรมกลุ่มศึกษานอกสถานที่ เช่นโรงพยาบาลสถานีอนามัยใกลโ้ รงเรยี น เป็นตน้ ใฝ่เรียนรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน ความรับผิดชอบ การแกป้ ญั หา มกี ารปรบั ตวั เข้าสสู่ ังคมใฝร่ ใู้ ฝ่เรยี น มวี นิ ัยมกี ารใชท้ ักษะชีวิต มจี ิตสาธารณะ รักความเปน็ ไทย ทักษะการคดิ วิเคราะห์ทกั ษะการสื่อสาร ทกั ษะการตดั สนิ ใจรหัสตัวช้ีวดั ม.๓/๑- ม.๓/๓ พ.๓.๒ ม.๓/๑-ม. พ.๑.๑ ม.๓/๑- ม.๓/๓ พ.๒.๑ ม.๓/๑- ม.๓/๓ พ.๓.๑๓/๕ พ.๔.๑ ม.๓/๑- ม.๓/๕ พ.๕.๑ ม.๓/๑- ม.๓/๕
๑๖๗ คาอธบิ ายรายวชิ า รหัส พ ๓๑๑๐๑ พ ๓๑๑๐๒ ชื่อรายวิชา สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาพลศึกษา ชนั้ ม.๔ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๑ หน่วยกิต ภาคเรียนท่ี ๑ และ ๒ ศึกษาเรอื่ งกระบวนการสรา้ งเสริมสุขภาพและดารงประสิทธิภาพ การทางานของอวัยวะต่างๆวางแผนดูแลสุขภาพตามภาวการณ์เจริญเติบโตและพัฒนาการของตนเองและบุคคลในครอบครัวอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม วัฒนธรรม ท่ีมีต่อพฤติกรรมทางเพศ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดี มีการจัดการกบั อารมณ์เพศ พฤตกิ รรมเบ่ียงเบนทางเพศ การดาเนินชีวิตในสังคม มีการเคลื่อนไหว การออกกาลงั กาย เลอื กบรโิ ภคอาหารท่มี ีตามทอ้ งถนิ่ วธิ ีการและกระบวนการจัดการกับอารมณ์และความเครียดหลีกเลี่ยงพฤติกรรมเส่ียง อุบัติเหตุ ความรุนแรง ปัญหาและผลกระทบจากการใช้ยา เห็นคุณค่า และตระหนกั ในการวางแผนดูแลสุขภาพของตนเอง ความเป็นชาย-หญิง และอยู่ในสงั คมอยา่ งปกตสิ ขุ มีทกั ษะในการสรา้ งและรักษาสมั พันธภ์ าพกบั ผ้อู ่นื วิธีปฏิบัตติ นเพ่อื สุขภาพที่ดี การเคลื่อนไหวในลักษณะตา่ งๆ และประสิทธิภาพระบบการเคล่อื นไหวต่างๆ การตดั สินใจและการแกป้ ญั หา เมอื่ เผชิญกับอันตรายและสถานการณ์คับขัน ศึกษาเพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเรื่องการเจริญเติบโต และพัฒนาการอนามัยเจริญพันธ์ เห็นคุณค่าของการออกกาลังกายและมีทักษะการควบคุมตนเองในการเคลอ่ื นไหวข้ันพื้นฐาน นาไปสู่การออกกาลงั กาย รหัสตัวช้วี ัด ( รวม ๒๙ ตวั ช้ีวัด ) พ ๑.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ พ. ๒.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ พ ๓.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ พ ๓.๒ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ พ ๔.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗ พ ๕.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗
๑๖๘ คาอธิบายรายวชิ า รหสั พ๓๒๑๐๑ พ๓๒๑๐๒ ช่ือรายวิชา สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สขุ ศึกษาและพล ศกึ ษา ชนั้ ม.๕ เวลา ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๑ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ศกึ ษากระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบย่อยอาหาร ระบบขับถ่ายปัสสาวะ ระบบหายใจ และระบบไหลเวียนโลหิต การวางแผนดูแลสุขภาพตนเองและครอบครัว พฤติกรรมทางเพศที่เหมาะสมกับสังคมและวัฒนธรรมไทย ปัญหาพฤติกรรมทางเพศในวยั รนุ่ การเสริมสร้างสขุ ภาพและการป้องกนั โรคดว้ ยภูมิปัญญาไทย โรคติดต่อท่ีเป็นปัญหาสาคัญของประเทศ การประเมินภาวะสุขภาพ และพฤติกรรมเสี่ยงของตนเอง และครอบครัว การบริโภคผลิตภณั ฑส์ ุขภาพในโรงเรยี น และสิง่ แวดลอ้ มในชุมชน โดยการจดั ประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณใ์ นชีวิตประจาวันให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยวธิ ปี ฏิบตั ิจรงิ คิดวเิ คราะห์ สรปุ รายงาน เพือ่ พัฒนาทักษะกระบวนการในการแกป้ ัญหา การให้เหตุผลการคิดวิเคราะหอ์ ยา่ งมวี ิจารณญาณ การทางานร่วมกัน และนาความรู้และประสบการณ์ไปใช้ในการเรยี นรู้สง่ิ ต่าง ๆ ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและตระหนกั มีเจตคติต่อสุขศึกษาสามารถทางานอย่างเป็นระบบ มคี วามรบั ผิดชอบ มรี ะเบียบวินัย การวดั ผลและประเมนิ ผลใชว้ ิธีการทหี่ ลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริง สอดคล้องกับสาระทกั ษะ กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ่ตี ้องการวัด คาอธิบายรายวิชาภาคเรยี นท่ี ๒ การประเมินและจัดการกับอารมณ์และความเครียด กิจกรรมออกกาลังกาย การพักผ่อนและนันทนาการเพือ่ สขุ ภาพ ปัญหาสุขภาพในชุมชน สาธารณภัย กระบวนการประชาสังคม การประกันสุขภาพ ปัญหาการใช้สารเสพติดและแนวทางแก้ไขในชุมชน การป้องกันปัญหา ความรุนแรงในครอบครัวและสงั คม และการปฐมพยาบาล โดยการจัดประสบการณห์ รอื สรา้ งสถานการณ์ ในชีวิตประจาวันใหผ้ ู้เรียนได้ศกึ ษาค้นคว้าโดยวิธีการปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์ สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหา การให้เหตผุ ล การคดิ วิเคราะห์อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การทางานร่วมกันและนาความรแู้ ละประสบการณ์ไปใช้ในการเรยี นรสู้ ง่ิ ตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคณุ คา่ และตระหนัก มเี จตคติที่ดีต่อวชิ าสขุ ศึกษา สามารถทางานอย่างเปน็ ระบบ มีความรบั ผิดชอบ มีระเบียบวินยั การวัดผลและประเมินผลใช้วิธีการที่หลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริง สอดคล้องกับสาระทกั ษะ กระบวนการ และคณุ ลักษณะที่พึงประสงคท์ ีต่ ้องการวัดรหัสตวั ช้วี ัด (รวม ๒๙ ตัวชีว้ ัด) พ ๑.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ พ. ๒.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ พ ๓.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ พ ๓.๒ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ พ ๔.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖ ม.๕/๗ พ ๕.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖ ม.๕/๗
๑๖๙ คาอธิบายรายวิชา รหัส พ๓๓๑๐๑ พ๓๓๑๐๒ ชอ่ื รายวิชา สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา กล่มุ สาระการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพล ศกึ ษา ชน้ั ม.๖ เวลา ๔๐ ช่ัวโมง จานวน ๑ หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ ๑ และ ๒ ศึกษากระบวนการสร้างเสริมและดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบประสาท ระบบสืบพันธุ์ และระบบตอ่ มไรท้ ่อ กระบวนการดูแลสุขภาพบุคคลในครอบครัว ปัจจัยเส่ียงของสังคมท่ีมีตอ่ การมเี พศสัมพันธ์ สัมพนั ธภาพทางเพศ การปฏิบตั ิตนตามค่านิยมทางเพศที่เหมาะสม การวางแผนชีวิตและการสรา้ งครอบครวั การมเี พศสมั พันธท์ ี่ปลอดภัย การสร้างแนวร่วมในการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรคของชมุ ชน วิธสี รา้ งเสรมิ สขุ ภาพและป้องกันโรคด้วยภูมิปัญญาไทย โรคไม่ติดต่อและการประเมนิ ภาวะสุขภาพและวิธีลดความเส่ียงเพื่อการสรา้ งเสริมสุขภาพ โดยการจดั ประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชวี ติ ประจาวันใหผ้ เู้ รียนได้ศกึ ษาค้นคว้าโดยวิธีปฏิบตั จิ รงิ คดิ วเิ คราะห์ สรุปรายงาน เพือ่ พัฒนาทกั ษะกระบวนการในการแกป้ ัญหา การใหเ้ หตผุ ลการคดิ วิเคราะห์อยา่ งมีวจิ ารณญาณ การทางานร่วมกนั และนาความรูแ้ ละประสบการณไ์ ปใชใ้ นการเรียนรสู้ ิ่งต่าง ๆ ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์ รวมทัง้ เหน็ คุณค่าและตระหนกั มีเจตคตติ ่อสขุ ศกึ ษาสามารถทางานอย่างเป็นระบบ มคี วามรับผดิ ชอบ มรี ะเบยี บวินยั การวดั ผลและประเมนิ ผลใช้วิธีการท่ีหลากหลาย ตามสภาพความเป็นจรงิ สอดคลอ้ งกบั สาระทกั ษะ กระบวนการ และคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคท์ ่ตี อ้ งการวดัคาอธบิ ายรายวิชาภาคเรียนท่ี ๒ ศกึ ษาสุขภาพผู้บริโภคและการคุม้ ครองผู้บริโภค การจัดการอารมณ์และความเครียด สุขภาพกบั ส่ิงแวดลอ้ ม การสรา้ งเสริมสมรรถภาพทางกาย พฤติกรรมเสี่ยงต่อความปลอดภัยในชีวิต การใช้ยาและสารเสพติด ความรุนแรง และการปฐมพยาบาล โดยการจดั ประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ ในชวี ิตประจาวันให้ผ้เู รียนไดศ้ ึกษาค้นคว้าโดยวิธกี ารปฏิบัติจริง คิดวิเคราะห์ สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะกระบวนการในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การคดิ วเิ คราะห์อยา่ งมีวิจารณญาณ การทางานรว่ มกันและนาความรแู้ ละประสบการณ์ไปใช้ในการเรยี นรู้สิง่ ตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่าและตระหนัก มีเจตคติต่อสุขศึกษา สามารถทางานอยา่ งเป็นระบบ มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย การวดั ผลและประเมนิ ผลใชว้ ธิ ีการท่ีหลากหลาย ตามสภาพความเป็นจริง สอดคลอ้ งกบั สาระทักษะ กระบวนการ และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ที่ต้องการวดั รหสั ตวั ช้วี ัด (รวม ๒๙ ตวั ช้ีวดั ) พ ๑.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ พ. ๒.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ พ ๓.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕ พ ๓.๒ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ พ ๔.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕ ม.๖/๖ ม.๖/๗ พ ๕.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕ ม.๖/๖ ม.๖/๗
๑๗๐กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะทาไมต้องเรยี นศลิ ปะ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะเป็นกลุ่มสาระท่ีช่วยพัฒนาให้ผู้เรียนมีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์มีจินตนาการทางศิลปะ ชื่นชมความงาม มีสุนทรียภาพ ความมีคุณค่า ซ่ึงมีผลต่อคุณภาพชีวิตมนุษย์กิจกรรมทางศลิ ปะช่วยพฒั นาผู้เรียนทง้ั ดา้ นร่างกาย จติ ใจ สตปิ ัญญา อารมณ์ สังคม ตลอดจนการนาไปสู่การพฒั นาสิง่ แวดล้อม สง่ เสรมิ ให้ผู้เรียนมีความเชื่อม่ันในตนเอง อันเป็นพ้ืนฐานในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชพี ได้เรียนรู้อะไรในศิลปะ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ มงุ่ พัฒนาใหผ้ ้เู รยี นเกิดความรู้ความเข้าใจ มีทักษะวิธีการทางศิลปะเกิดความซาบซึ้งในคุณค่าของศิลปะเปิดโอกาสให้ผู้เรียนแสดงออกอย่างอิสระในศิลปะแขนงต่างๆประกอบดว้ ยสาระสาคัญคอื ทัศนศลิ ป์ มีความรคู้ วามเข้าใจองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและนาเสนอผลงานทางทัศนศิลป์จากจินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมท้ังสามารถใช้เทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทัศนศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมเห็นคุณค่างานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถนิ่ ภูมิปัญญาไทยและสากล ช่ืนชม ประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั ดนตรี มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบดนตรีแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษว์ จิ ารณ์คณุ ค่าดนตรี ถา่ ยทอดความรู้สกึ ทางดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชนื่ ชมและประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน เข้าใจความสัมพันธร์ ะหวา่ งดนตรี ประวตั ศิ าสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคณุ ค่าดนตรีที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภมู ปิ ญั ญาท้องถิน่ ภมู ปิ ัญญาไทย และสากล ร้องเพลง และเล่นดนตรีในรูปแบบต่างๆ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเสียงดนตรี แสดงความรู้สึกที่มีต่อดนตรีในเชิงสุนทรียะ เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรีกับประเพณวี ัฒนธรรม และเหตกุ ารณใ์ นประวตั ศิ าสตร์ นาฏศิลป์ มีความรู้ความเข้าใจองค์ประกอบนาฏศิลป์ แสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสรา้ งสรรค์ ใช้ศพั ทเ์ บอื้ งต้นทางนาฏศลิ ป์ วิเคราะห์วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคดิ อย่างอสิ ระ สร้างสรรคก์ ารเคลอื่ นไหวในรูปแบบต่างๆ ประยุกต์ใช้นาฏศิลป์ในชีวิตประจาวันเขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างนาฏศิลป์กับประวัตศิ าสตร์ วัฒนธรรม เหน็ คุณคา่ ของนาฏศลิ ป์ท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภมู ิปญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ิปัญญาไทย และสากล
๑๗๑คุณภาพผเู้ รียนจบชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ รู้และเข้าใจเรื่องทัศนธาตุและหลักการออกแบบและเทคนิคท่ีหลากหลายในการสร้างงานทศั นศิลป์ ๒ มติ ิ และ ๓ มิติ เพ่อื ส่ือความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ ได้อย่างมีคุณภาพ วิเคราะห์รปู แบบเน้อื หาและประเมินคุณคา่ งานทศั นศิลป์ของตนเองและผู้อื่น สามารถเลือกงานทัศนศิลป์โดยใช้เกณฑท์ กี่ าหนดขนึ้ อย่างเหมาะสม สามารถออกแบบรูปภาพ สญั ลกั ษณ์ กราฟิกในการนาเสนอขอ้ มูลและมคี วามรู้ ทกั ษะท่จี าเป็นด้านอาชีพที่เกีย่ วข้องกันกับงานทศั นศลิ ป์ รู้และเข้าใจการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการของงานทัศนศิลป์ของชาติและท้องถ่ินแตล่ ะยุคสมัย เหน็ คุณคา่ งานทัศนศิลป์ท่ีสะท้อนวัฒนธรรมและสามารถเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ที่มาจากยคุ สมยั และวัฒนธรรมตา่ ง ๆ รู้และเข้าใจถึงความแตกต่างทางด้านเสียง องค์ประกอบ อารมณ์ ความรู้สึกของบทเพลงจากวฒั นธรรมต่าง ๆ มีทักษะในการร้อง บรรเลงเคร่ืองดนตรี ท้ังเด่ียวและเป็นวงโดยเน้นเทคนิคการร้องบรรเลงอย่างมีคุณภาพ มีทักษะในการสร้างสรรค์บทเพลงอย่างง่าย อ่านเขียนโน้ตในบันไดเสียงท่มี เี คร่อื งหมาย แปลงเสยี งเบอ้ื งต้นได้ รู้และเข้าใจถึงปัจจัยท่ีมีผลต่อรูปแบบของผลงานทางดนตรี องค์ประกอบของผลงานด้านดนตรีกับศิลปะแขนงอ่ืน แสดงความคิดเห็นและบรรยายอารมณ์ความรสู้ ึกท่ีมีตอ่ บทเพลง สามารถนาเสนอบทเพลงท่ีช่ืนชอบได้อย่างมีเหตุผล มีทักษะในการประเมินคณุ ภาพของบทเพลงและการแสดงดนตรี รู้ถงึ อาชพี ต่าง ๆ ที่เกยี่ วขอ้ งกับดนตรแี ละบทบาทของดนตรีในธุรกิจบนั เทิง เขา้ ใจถงึ อทิ ธิพลของดนตรที ่ีมตี อ่ บคุ คลและสังคม รู้และเข้าใจที่มา ความสัมพันธ์ อิทธิพลและบทบาทของดนตรีแต่ละวัฒนธรรมในยคุ สมัยต่าง ๆ วิเคราะห์ปจั จัยทที่ าให้งานดนตรีได้รบั การยอมรับ รู้และเข้าใจการใช้นาฏยศัพท์หรือศัพท์ทางการละครในการแปลความและสื่อสารผา่ นการแสดง รวมท้ังพฒั นารปู แบบการแสดง สามารถใช้เกณฑง์ ่าย ๆ ในการพจิ ารณาคณุ ภาพการแสดงวิจารณ์เปรียบเทียบงานนาฏศิลป์ โดยใช้ความรู้เร่ืององค์ประกอบทางนาฏศิลป์ร่วมจัดการแสดง นาแนวคิดของการแสดงไปปรับใช้ในชวี ิตประจาวัน รู้และเข้าใจประเภทละครไทยในแต่ละยุคสมัย ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของนาฏศิลปไ์ ทย นาฏศิลป์พ้ืนบ้าน ละครไทย และละครพื้นบ้าน เปรียบเทียบลักษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์จากวัฒนธรรมต่าง ๆ รวมทง้ั สามารถออกแบบและสร้างสรรค์อุปกรณ์ เครื่องแต่งกายในการแสดงนาฏศิลป์และละคร มีความเข้าใจ ความสาคัญ บทบาทของนาฏศิลป์ และละครในชวี ติ ประจาวนั
๑๗๒จบชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๖ รแู้ ละเข้าใจเกี่ยวกับทัศนธาตุและหลักการออกแบบในการส่ือความหมาย สามารถใช้ศัพท์ทางทัศนศลิ ป์ อธิบายจุดประสงค์และเนื้อหาของงานทัศนศิลป์ มีทักษะและเทคนิคในการใช้วัสดุอปุ กรณแ์ ละกระบวนการท่ีสงู ข้นึ ในการสร้างงานทศั นศลิ ป์ วิเคราะห์เน้ือหาและแนวคิด เทคนิควิธีการการแสดงออกของศิลปนิ ทัง้ ไทยและสากล ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ ในการออกแบบสร้างสรรค์งานท่เี หมาะสมกับโอกาส สถานท่ี รวมท้ังแสดงความคดิ เหน็ เกี่ยวกับสภาพสังคมด้วยภาพล้อเลียนหรือการต์ ูน ตลอดจนประเมนิ และวิจารณค์ ณุ คา่ งานทัศนศิลป์ด้วยหลักทฤษฎวี จิ ารณ์ศลิ ปะ วิเคราะหเ์ ปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและรูปแบบตะวันตก เข้าใจอทิ ธพิ ลของมรดกทางวัฒนธรรมภมู ปิ ัญญาระหวา่ งประเทศทมี่ ผี ลตอ่ การสรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ในสังคม รู้และเข้าใจรูปแบบบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภทและจาแนกรูปแบบของวงดนตรีท้งั ไทยและสากล เข้าใจอิทธพิ ลของวฒั นธรรมตอ่ การสรา้ งสรรคด์ นตรี เปรยี บเทยี บอารมณ์และความรสู้ ึกทไ่ี ด้รบั จากดนตรที ีม่ าจากวัฒนธรรมตา่ งกนั อา่ น เขยี น โน้ตดนตรไี ทยและสากล ในอัตราจังหวะต่าง ๆ มที กั ษะในการร้องเพลงหรือเลน่ ดนตรีเดีย่ วและรวมวงโดยเน้นเทคนิค การแสดงออกและคุณภาพของการแสดง สร้างเกณฑ์สาหรับประเมินคุณภาพการประพันธ์การเล่นดนตรีของตนเองและผู้อน่ื ไดอ้ ย่างเหมาะสม สามารถนาดนตรีไประยกุ ต์ใช้ในงานอ่นื ๆ วิเคราะห์ เปรียบเทียบรูปแบบ ลักษณะเด่นของดนตรีไทยและสากลในวัฒนธรรมตา่ ง ๆ เข้าใจบทบาทของดนตรที ่สี ะทอ้ นแนวความคดิ และค่านยิ มของคนในสงั คม สถานะทางสงั คมของนกั ดนตรใี นวฒั นธรรมต่าง ๆ สร้างแนวทางและมีสว่ นร่วมในการสง่ เสรมิ และอนรุ ักษด์ นตรี มีทักษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ มีความคิดริเร่ิมในการแสดงนาฏศิลป์เป็นคู่และเป็นหมู่ สรา้ งสรรคล์ ะครสั้นในรูปแบบทช่ี น่ื ชอบ สามารถวเิ คราะหแ์ กน่ ของการแสดงนาฏศิลป์และละครทตี่ ้องการสือ่ ความหมายในการแสดง อทิ ธิพลของเครือ่ งแตง่ กาย แสง สี เสียง ฉาก อุปกรณ์ และสถานท่ที ่มี ีผลต่อการแสดง วิจารณ์การแสดงนาฏศิลป์และละคร พัฒนาและใชเ้ กณฑ์การประเมนิ ในการประเมินการแสดง และสามารถวิเคราะห์ท่าทางการเคลื่อนไหวของผู้คนในชีวิตประจาวันและนามาประยกุ ต์ใชใ้ นการแสดง เขา้ ใจววิ ัฒนาการของนาฏศิลป์และการแสดงละครไทย และบทบาทของบุคคลสาคัญในวงการนาฏศลิ ป์และการละครของประเทศไทยในยุคสมัยตา่ ง ๆ สามารถเปรยี บเทยี บการนาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสตา่ ง ๆ และเสนอแนวคิดในการอนุรักษ์นาฏศลิ ปไ์ ทย
สาระท่ี ๑ ทัศนศิลป์มาตรฐาน ศ ๑.๑ สรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ ว ความคิดต่องานศิลปะอย่างอสิ ระ ชน่ื ชม และประยุกต์ใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน ตัวช้วี ดั ชั้นปี ม. ๑ ม. ๒๑. บรรยาย ความแตกต่างและความคล้ายคลงึ ๑. อภิปรายเกี่ยวกบั ทัศนธาตใุ นดา้ นรปู แบบกันของงานทศั นศลิ ป์ และสง่ิ แวดลอ้ ม และแนวคิดของงานทศั นศิลป์ท่เี ลอื กมาโดยใช้ความรูเ้ ร่อื งทศั นธาตุ ๒. บรรยายเกีย่ วกบั ความเหมอื นและความ๒. ระบุ และบรรยายหลกั การออกแบบงาน แตกตา่ งของรูปแบบการใชว้ ัสดอุ ุปกรณใ์ นทศั นศิลป์ โดยเน้นความเปน็ เอกภาพความ งานทศั นศลิ ป์ของศิลปนิกลมกลนื และความสมดลุ ๓. วาดภาพดว้ ยเทคนคิ ทห่ี ลากหลายในการสื่อ๓. วาดภาพทัศนียภาพแสดงให้เห็นระยะไกล ความหมายและเร่ืองราวต่าง ๆใกล้ เป็น ๓ มิติ ๔. สร้างเกณฑใ์ นการประเมนิ และวจิ ารณ์งาน๔. รวบรวมงานปั้นหรือสอื่ ผสมมาสร้างเปน็ ทศั นศลิ ป์เร่อื งราว ๓ มติ โิ ดยเนน้ ความเป็นเอกภาพ ๕. นาผลการวจิ ารณไ์ ปปรับปรุงแกไ้ ขและความกลมกลนื และการสอ่ื ถงึ เรือ่ งราว พัฒนางานของงาน ๖. วาดภาพแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละคร๕. ออกแบบรูปภาพ สญั ลักษณ์ หรือกราฟกิ ๗. บรรยายวธิ ีการใชง้ านทัศนศิลป์ในการอื่น ๆ ในการนาเสนอความคิดและข้อมูล โฆษณาเพือ่ โน้มน้าวใจ และนาเสนอ๖. ประเมินงานทศั นศิลป์ และบรรยายถึง ตวั อยา่ งประกอบวธิ ีการปรบั ปรงุ งานของตนเองและผอู้ ่นืโดยใชเ้ กณฑ์ทก่ี าหนดให้
๑๗๓วิพากษ์ วจิ ารณค์ ุณค่างานทัศนศลิ ป์ ถ่ายทอดความรู้สกึ ตัวชี้วดั ช่วงชน้ั ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. บรรยายสงิ่ แวดล้อมและงานทัศนศิลป์ทเี่ ลือก ๑. วเิ คราะหก์ ารใช้ทัศนธาตุ และหลักการมาโดยใช้ความรูเ้ ร่ืองทัศนธาตุ และหลักการ ออกแบบ ในการสือ่ ความหมายในรปู แบบออกแบบ ตา่ ง ๆ๒. ระบุ และบรรยายเทคนคิ วธิ ีการของศลิ ปนิ ใน ๒. บรรยายจดุ ประสงค์ และเนือ้ หาของงานการสรา้ งงาน ทศั นศิลป์ ทศั นศิลป์ โดยใชศ้ ัพทท์ างทศั นศิลป์๓. วเิ คราะห์ และบรรยายวิธีการใชท้ ัศนธาตุ และ ๓. วิเคราะหก์ ารเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ และหลักการออกแบบในการสร้างงาน ทัศนศลิ ป์ เทคนคิ ของศลิ ปินในการแสดงออกทางของตนเองใหม้ ีคณุ ภาพ ทศั นศลิ ป์๔. มที กั ษะในการสรา้ งงานทศั นศลิ ป์อยา่ ง ๔. มที ักษะและเทคนิคในการใช้วสั ดุ อุปกรณ์น้อย ๓ ประเภท และกระบวนการท่ีสงู ข้ึน ในการสร้างงาน๕. มที ักษะในการผสมผสานวัสดตุ ่าง ๆ ใน ทศั นศลิ ป์การสรา้ งงานทัศนศิลปโ์ ดยใช้หลกั การ ๕. สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ ด้วยเทคโนโลยีออกแบบ ต่าง ๆ โดยเน้นหลกั การออกแบบและการ๖. สร้างงานทศั นศิลป์ ท้งั ๒ มิติ และ ๓ มิติ จัดองคป์ ระกอบศลิ ป์เพอ่ื ถา่ ยทอดประสบการณแ์ ละจินตนาการ ๖. ออกแบบงานทัศนศิลปไ์ ด้เหมาะกับโอกาส๗. สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ส่อื ความหมายเปน็ และสถานที่เรอ่ื งราวโดยประยุกต์ใช้ทัศนธาตุ และ ๗. วิเคราะห์และอธิบายจดุ มุ่งหมายของศิลปนิหลกั การออกแบบ ในการเลือกใช้วสั ดุ อปุ กรณ์ เทคนิคและ
ตัวชว้ี ดั ชน้ั ปีม. ๑ ม. ๒
๑๗๔ ม. ๓ ตวั ชี้วัดชว่ งช้ัน๘. วเิ คราะหแ์ ละอภิปรายรูปแบบ เน้ือหาและ ม. ๔ – ม. ๖ คณุ ค่าในงานทศั นศิลปข์ องตนเอง และ เนอ้ื หา เพอ่ื สรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ ผู้อ่นื หรือของศิลปนิ ๘. ประเมินและวจิ ารณง์ านทศั นศิลป์ โดยใช้๙. สร้างสรรค์งานทศั นศลิ ปเ์ พอ่ื บรรยาย ทฤษฎกี ารวิจารณ์ศลิ ปะ เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ โดยใชเ้ ทคนคิ ท่ี ๙. จดั กล่มุ งานทัศนศิลป์เพ่ือสะท้อนพัฒนาการ หลากหลาย และความก้าวหน้าของตนเอง๑๐. ระบอุ าชีพทเี่ กย่ี วข้องกบั งานทัศนศลิ ป์ ๑๐. สรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์ ไทย สากล และทักษะท่ีจาเป็นในการประกอบอาชีพ โดยศกึ ษาจากแนวคิดและวธิ กี ารสรา้ งงาน นั้น ๆ ของศลิ ปนิ ทต่ี นชืน่ ชอบ๑๑. เลอื กงานทัศนศลิ ปโ์ ดยใช้เกณฑ์ทก่ี าหนด ๑๑. วาดภาพระบายสีเป็นภาพลอ้ เลียน หรอื ขึน้ อย่างเหมาะสม และนาไปจดั ภาพการ์ตนู เพื่อแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ นิทรรศการ สภาพสังคมในปัจจุบัน
สาระท่ี ๑ ทัศนศลิ ป์มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพนั ธ์ระหว่างทัศนศลิ ป์ ประวัตศิ าสตร์ และวฒั นธรรม เหน็ คุณค ตัวช้วี ดั ช้นั ปี ม. ๑ ม. ๒๑. ระบุ และบรรยายเกยี่ วกบั ลักษณะรปู แบบ ๑. ระบแุ ละบรรยายเกยี่ วกบั วัฒนธรรม ตา่ ง ๆงานทัศนศิลป์ของชาติและของท้องถ่ิน ทีส่ ะทอ้ นถงึ งานทัศนศิลป์ในปัจจุบนัตนเอง จากอดตี จนถงึ ปัจจบุ นั ๒. บรรยายถงึ การเปล่ียนแปลงของงาน๒. ระบุ และเปรยี บเทียบงานทศั นศลิ ป์ของ ทศั นศิลป์ของไทยในแตล่ ะยคุ สมัยโดยเน้นภาคตา่ ง ๆ ในประเทศไทย ถึงแนวคดิ และเนื้อหาของงาน๓. เปรียบเทยี บความแตกตา่ งของจุดประสงค์ ๓. เปรยี บเทียบแนวคิดในการออกแบบงานในการสรา้ งสรรค์ งานทศั นศลิ ปข์ อง ทัศนศลิ ป์ทมี่ าจาก วฒั นธรรม ไทย และวัฒนธรรมไทยและสากล สากล
๑๗๕ค่างานทัศนศิลปท์ ่ีเปน็ มรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาท้องถน่ิ ภูมิปัญญาไทย และสากล ตัวชวี้ ดั ช่วงชน้ั ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. ศึกษาและอภปิ รายเก่ียวกบั งานทัศนศลิ ป์ ๑. วิเคราะห์ และเปรยี บเทียบงานทัศนศิลปใ์ นทีส่ ะท้อนคุณค่าของวฒั นธรรม รปู แบบตะวันออกและรูปแบบตะวนั ตก๒. เปรยี บเทียบความแตกตา่ งของงาน ๒. ระบุงานทัศนศิลปข์ องศลิ ปนิ ท่ีมีช่ือเสียงทัศนศิลปใ์ นแต่ละยคุ สมัย ของวฒั นธรรม และบรรยายผล ตอบรับของสังคมไทยและสากล ๓. อภปิ รายเกีย่ วกบั อิทธิพลของวัฒนธรรม ระหว่างประเทศทมี่ ีผลต่องานทัศนศิลปใ์ น สังคม
สาระที่ ๒ ดนตรีมาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรีอย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษว์ ิจารณค์ ณุ คา่ ดน และประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวัน ตวั ชว้ี ดั ช้ันปี ม. ๑ ม. ๒๑. อา่ น เขยี นร้อง โน้ตไทย และโน้ตสากล ๑. เปรยี บเทียบการใชอ้ งค์ ประกอบดนตรีที่มา๒. เปรียบเทยี บเสยี งร้องและเสยี งของเครื่องดนตรี จากวฒั นธรรมตา่ งกันท่มี าจากวัฒนธรรมท่ตี ่างกนั ๒. อา่ น เขียนร้องโน้ตไทยและโนต้ สากลท่มี ี๓.ร้องเพลงและใช้เครื่องดนตรีบรรเลงประกอบ การ เครือ่ งหมาย แปลงเสยี งร้องเพลงดว้ ยบทเพลงที่หลาก หลายรูปแบบ ๓. ระบปุ จั จัยสาคญั ที่มอี ิทธพิ ลต่อการ๔.จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีที่มาจาก สรา้ งสรรคง์ านดนตรีวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ๔. รอ้ งเพลง และเลน่ ดนตรีเด่ยี ว และรวมวง๕. แสดงความคิดเหน็ ท่ีมตี อ่ อารมณ์ของบทเพลงท่ีมี ๕. บรรยายอารมณ์ของเพลงและความรสู้ ึกที่มีความเร็ว ของจังหวะ และความดงั -เบา แตกต่าง ต่อบทเพลงที่ฟังกัน ๖. ประเมนิ พฒั นาการทกั ษะทางดนตรขี อง๖. เปรียบเทียบอารมณ์ ความรู้สึก ในการฟังดนตรแี ต่ ละประเภท ตนเอง หลงั จากการฝึกปฏบิ ัติ ๗. ระบุงานอาชีพตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวข้องกบั ดนตรี๗. นาเสนอตัวอย่างเพลงที่ตนเองช่ืนชอบ และ อภิปรายลักษณะเดน่ ทท่ี าให้งานนน้ั น่าช่นื ชม และบทบาทของดนตรีในธุรกจิ บันเทงิ๘. ใช้เกณฑส์ าหรับประเมินคุณภาพงานดนตรีหรอืเพลงทฟ่ี งั๙. ใชแ้ ละบารงุ รกั ษาเคร่ืองดนตรีอย่างระมัดระวังและรบั ผิดชอบ
๑๗๖นตรี ถ่ายทอดความรสู้ ึก ความคิดต่อดนตรีอยา่ งอสิ ระ ชืน่ ชม ตัวชวี้ ดั ชว่ งช้นั ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. เปรยี บเทียบองคป์ ระกอบทีใ่ ช้ในงานดนตรีและ ๑. เปรียบเทยี บรปู แบบของบทเพลงและวงงานศิลปะอ่ืน ดนตรีแต่ละประเภท๒. ร้องเพลง เล่นดนตรีเดี่ยว และรวมวง โดยเนน้ ๒. จาแนกประเภทและรปู แบบ ของวงดนตรี เทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก และ ทง้ั ไทยและสากล คุณภาพสยี ง ๓. อธบิ ายเหตผุ ลทคี่ นตา่ งวัฒนธรรม๓. แต่งเพลงสัน้ ๆ จังหวะง่าย ๆ สร้างสรรค์งานดนตรีแตกตา่ งกนั๔.อธบิ ายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบดนตรี ๔. อา่ น เขยี น โน้ตดนตรไี ทยและสากลในอัตรา ในการสร้างสรรคง์ านดนตรีของตนเอง จงั หวะตา่ ง ๆ๕. เปรยี บเทียบความแตกตา่ งระหวา่ งงาน ๕. รอ้ งเพลง หรือเล่นดนตรีเด่ยี ว และรวมวง ดนตรีของตนเองและผูอ้ ่นื โดยเนน้ เทคนิคการแสดงออก และคณุ ภาพ๖. อธิบายเกย่ี วกบั อิทธพิ ลของดนตรที ี่มีตอ่ ของการแสดง บุคคลและสังคม ๖. สรา้ งเกณฑส์ าหรบั ประเมนิ คณุ ภาพการ๗. นาเสนอ หรอื จัดการแสดงดนตรีที่ ประพันธ์และการเล่นดนตรขี องตนเองและ ผูอ้ ่ืนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม เหมาะสม โดยการบรู ณาการกับสาระการ เรียนรูอ้ ื่นในกลุ่มศิลปะ ๗. เปรียบเทยี บอารมณ์ และความรสู้ ึกท่ไี ดร้ ับ จากงานดนตรที มี่ าจากวัฒนธรรมต่างกัน ๘. นาดนตรีไปประยุกต์ใช้ในงานอ่นื ๆ
สาระที่ ๒ ดนตรีมาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหวา่ งดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เหน็ คุณค่าของ ตวั ช้ีวัดชน้ั ปี ม. ๑ ม. ๒๑. อธบิ ายบทบาทความสัมพันธแ์ ละอทิ ธิพล ๑. บรรยายบทบาท และอทิ ธพิ ลของดนตรใี นของดนตรีท่ีมีตอ่ สงั คมไทย วัฒนธรรมของประเทศต่าง ๆ๒. ระบุความหลากหลายขององคป์ ระกอบ ๒. บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรม และดนตรใี นวัฒนธรรมตา่ งกัน เหตกุ ารณ์ในประวตั ศิ าสตรท์ ่ีมีต่อรูปแบบ ของดนตรีในประเทศไทย
๑๗๗งดนตรีท่ีเป็นมรดกทางวฒั นธรรม ภูมปิ ญั ญาทอ้ งถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล ตัวชีว้ ดั ช่วงชัน้ ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. บรรยาย ววิ ฒั นาการของ ด ดนตรีแต่ละยุคสมัย ๑. วเิ คราะห์รูปแบบของดนตรไี ทยและดนตรี๒. อภปิ รายลักษณะเดน่ ท่ที าให้งานดนตรนี น้ั สากลในยุคสมัยต่าง ๆ ๒. วเิ คราะห์สถานะทางสงั คมของนักดนตรีในได้รับการยอมรับ วฒั นธรรมตา่ ง ๆ ๓.เปรียบเทยี บลักษณะเด่นของดนตรีใน วฒั นธรรมตา่ งๆ ๔. อธบิ ายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อน แนวความคดิ และคา่ นยิ มที่เปล่ียนไปของ คน ในสงั คม ๕. นาเสนอแนวทางในการส่งเสรมิ และ อนรุ ักษ์ดนตรี ในฐานะมรดกของชาติ
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์มาตรฐาน ศ ๓.๑ เขา้ ใจ และแสดงออกทางนาฏศิลปอ์ ย่างสรา้ งสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์วจิ ารณ์คณุ คา่ และประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตประจาวัน ตวั ช้วี ดั ชั้นปี ม. ๑ ม. ๒๑. อธบิ ายอิทธพิ ลของนักแสดงช่อื ดงั ทมี่ ผี ลตอ่ ๑. อธิบายการ บูรณาการการโน้มนา้ วอารมณห์ รอื ความคดิ ของผูช้ ม ศิลปะแขนงอื่น ๆ กบั การแสดง๒. ใช้นาฏยศัพทห์ รอื ศพั ท์ทางการละครในการ ๒. สร้างสรรค์การแสดงแสดง โดยใช้องค์ประกอบนาฏศิลปแ์ ละการละคร๓. แสดงนาฏศลิ ป์และการละครในรูปแบบ ๓. วเิ คราะหก์ ารแสดงของตนเองและผู้อืน่ โดยง่ายๆ ใชน้ าฏยศัพท์หรอื ศพั ท์ทางการละครท่ี๔. ใช้ทกั ษะการทางานเปน็ กลุ่มในกระบวนการ เหมาะสมผลิตการแสดง ๔. เสนอขอ้ คดิ เหน็ ในการปรับปรงุ การแสดง๕. ใช้เกณฑ์ง่าย ๆ ทีก่ าหนดให้ ในการพจิ ารณา ๕. เชือ่ มโยงการเรียนรรู้ ะหว่างนาฏศิลป์และคุณภาพการแสดงทชี่ มโดยเนน้ เร่อื งการใช้ การละคร กับสาระการเรียนรอู้ น่ื ๆเสยี งการแสดงทา่ และการเคลอื่ นไหว
๑๗๘านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรูส้ ึก ความคิดอย่างอิสระ ชืน่ ชม ตวั ชี้วัดชว่ งชั้น ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. ระบุโครงสร้างของบทละครโดยใชศ้ ัพท์ ๑. มที ักษะในการแสดงหลากหลายรปู แบบทางการละคร ๒. สร้างสรรค์ละครสั้นในรปู แบบทีช่ น่ื ชอบ๒. ใช้นาฏยศพั ท์ หรอื ศัพท์ทางการละครที่ ๓. ใชค้ วามคดิ รเิ ร่ิมในการแสดงนาฏศลิ ปเ์ ปน็เหมาะสมบรรยายเปรียบเทียบการแสดง คู่ และหมู่อากปั กริ ิยาของผ้คู นในชีวติ ประจาวนั และ ๔. วจิ ารณก์ ารแสดงตามหลกั นาฏศิลปแ์ ละการในการแสดง ละคร๓. มีทกั ษะในการใชค้ วามคดิ ในการพัฒนา ๕. วเิ คราะหแ์ ก่นของการแสดงนาฏศลิ ปแ์ ละรูปแบบการแสดง การละครทีต่ อ้ งการสื่อความหมายในการ๔. มที กั ษะในการแปลความและการส่อื สาร แสดงผา่ นการแสดง ๖. บรรยาย และวเิ คราะห์ อิทธิพลของเคร่ือง๕. วิจารณเ์ ปรยี บเทียบงานนาฏศิลป์ทีม่ ีความ แต่งกาย แสง สี เสียง ฉากอุปกรณ์ และแตกต่างกันโดยใช้ความรู้เรื่ององค์ประกอบ สถานทท่ี ีม่ ีผลต่อการแสดงนาฏศิลป์ ๗. พฒั นาและใชเ้ กณฑก์ ารประเมนิ ในการ๖. รว่ มจัดงานการแสดง ในบทบาทหน้าที่ต่างๆ ประเมนิ การแสดง๗. นาเสนอแนวคดิ จากเนอ้ื เรอื่ ง ของการแสดง ๘. วเิ คราะห์ทา่ ทาง และการเคล่ือนไหวของทส่ี ามารถนาไปปรับใช้ในชวี ติ ประจาวนั ผ้คู นในชวี ติ ประจาวันและนามาประยุกตใ์ ช้ ในการแสดง
สาระท่ี ๓ นาฏศิลป์มาตรฐาน ศ ๓.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างนาฏศิลป์ ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมเห็นคณุ ค่าของนาฏ ตวั ชี้วัดชั้นปี ม. ๑ ม. ๒๑. ระบปุ จั จยั ท่ีมีผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงของ ๑. เปรยี บเทียบลกั ษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศิลป์ นาฏศิลปพ์ ้ืนบา้ น ละครไทย นาฏศลิ ปจ์ ากวัฒนธรรมตา่ งๆและละครพน้ื บ้าน ๒. ระบหุ รอื แสดงนาฏศลิ ป์นาฏศิลป์พื้นบา้ น๒. บรรยายประเภทของละครไทย ในแต่ ละครไทย ละครพ้นื บา้ น หรอื มหรสพอน่ืละยคุ สมัย ท่ีเคยนยิ มกนั ในอดตี ๓. อธบิ ายอทิ ธพิ ลของวัฒนธรรมที่มผี ลตอ่ เน้ือหาของละคร
๑๗๙ฏศิลปท์ เ่ี ป็นมรดกทางวฒั นธรรมภูมิปญั ญาท้องถิ่น ภมู ิปญั ญาไทยและสากล ตัวช้วี ัดชว่ งช้ันม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. ออกแบบ และสร้างสรรค์อปุ กรณ์ และ ๑. เปรยี บเทียบการนาการแสดงไปใชใ้ นโอกาสเครือ่ งแต่งกาย เพอ่ื แสดงนาฏศลิ ปแ์ ละการ ตา่ ง ๆละครทมี่ าจากวัฒนธรรมตา่ ง ๆ ๒. อภปิ รายบทบาทของบุคคลสาคญั ในวงการ๒. อธิบายความสาคญั และบทบาทของ นาฏศิลปแ์ ละการละคร ของประเทศไทยในนาฏศิลปแ์ ละการละครในชีวิตประจาวนั ยคุ สมัยตา่ งๆ๓. แสดงความคิดเห็นในการอนุรักษ์ ๓. บรรยายวิวัฒนาการของนาฏศิลป์และการ ละครไทย ตง้ั แต่อดีตจนถึงปจั จุบนั ๔. นาเสนอแนวคดิ ในการอนุรักษ์นาฏศลิ ป์ไทย
๑๘๐ คาอธบิ ายรายวิชารหสั วชิ า ศ๒๑๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ เวลา ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวน ๑.๐ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๑ ศึกษาความสาคัญของหลักการใช้ทัศนธาตุ การออกแบบในการสื่อความหมายทัศนศิลป์ในรูปแบบตา่ งๆ ใช้ศัพท์ทางทศั นศิลป์อธิบายเนอ้ื หาและจุดประสงคง์ านศิลปะ ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรมเปรยี บเทยี บผลงานศลิ ปะจากยุคสมัยวัฒนธรรม การสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ การวาดภาพทัศนียภาพการพิมพภ์ าพแบบตา่ งๆ และศลิ ปะงานประดิษฐ์ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอ่านการคดิ วิเคราะห์ การเขียนส่ือความศลิ ปะอย่างมีวจิ ารณญาณ การแก้ปัญหา การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความรู้และทักษะในการคิดริเริ่ม จนิ ตนาการ สรา้ งสรรคง์ านศลิ ปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณค่าทางศิลปะ ตระหนกั และเห็นคุณค่าของการนาความรู้ทางศิลปะไปใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน มวี นิ ัยและคา่ นิยมท่ีเหมาะสมตามสมณสารปูรหสั ตัวชีว้ ดั รวม ๙ ตวั ช้ีวดัมาตรฐาน ศ.๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖มาตรฐาน ศ.๑.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
๑๘๑ คาอธบิ ายรายวชิ ารหัสวชิ า ศ๒๑๑๐๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ เวลา ๒ ช่ัวโมง/สัปดาห์ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ภาคเรียนท่ี ๒ ศกึ ษาความสาคัญของพืน้ ฐานงานดนตรี การร้องเพลงแบบตา่ งๆ ประวัติสังคตี กวี สุนทรียภาพทางดนตรี การแสดงนาฏศิลป์ การแสดงพื้นเมือง ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม รูปแบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลแต่ละยุคสมัย พื้นฐานนาฏศิลป์และการละครสร้างสรรค์ และบคุ คลสาคญั ในวงการนาฏศิลปแ์ ละการละครของไทย การอนุรักษ์นาฏศิลป์ ภูมิปัญญาท้องถ่นิ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคิด วิเคราะห์ การเขียนส่ือความศลิ ปะอยา่ งมีวิจารณญาณ การแกป้ ญั หา การเรียนรู้เพอ่ื ให้เกิดความร้แู ละทักษะในการคิดรเิ ริ่ม จนิ ตนาการ สรา้ งสรรค์งานศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณค่าทางศิลปะ ตระหนักและเหน็ คณุ ค่าของการนาความรทู้ างศิลปะไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มัน่ ในการทางาน มวี นิ ัยและค่านิยมท่เี หมาะสมตามสมณสารูปรหสั ตัวชี้วดั รวม ๑๗ ตัวช้วี ดัมาตรฐาน ศ.๒.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕ ม.๑/๖ ม.๑/๗ ม.๑/๘มาตรฐาน ศ.๒.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒มาตรฐาน ศ. ๓.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓ ม.๑/๔ ม.๑/๕มาตรฐาน ศ.๓.๒ ม.๑/๑ ม.๑/๒
๑๘๒ คาอธิบายรายวชิ ารหสั วิชา ศ ๒๒๑๐๑ กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ เวลา ๒ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาความสาคญั ของเกี่ยวกับทศั นธาตุในด้านรูปแบบ องค์ประกอบ วิธีส่ือความคิดจินตนาการความรสู้ กึ ความประทบั ใจ การประเมนิ วิจารณ์งานทศั นศิลปแ์ ละทักษะพ้นื ฐานการจดั ภาพเบอื้ งตน้ อภปิ ราย สรา้ ง และทาผลงานศิลปะประตมิ ากรรมการปนั้ และจิตรกรรมการพิมพ์ภาพ โดยเลือกและประยกุ ต์สื่อสารงานทศั นธาตุและองคป์ ระกอบศลิ ป์ อธบิ ายความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะสาขาต่างๆเกย่ี วข้องกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เปรียบเทียบผลงานศิลปะจากยุคสมัย วัฒนธรรมต่างๆ และให้ความสาคญั ในเรือ่ งบรบิ ททางวฒั นธรรมทอ้ งถิน่ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคิด วิเคราะห์ การเขยี นสือ่ ความศิลปะอยา่ งมวี ิจารณญาณ การแก้ปญั หา การเรียนรู้เพื่อใหเ้ กดิ ความรแู้ ละทกั ษะในการคิดริเริม่ จนิ ตนาการ สร้างสรรค์งานศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ ค่าทางศิลปะ ตระหนักและเห็นคณุ ค่าของการนาความรทู้ างศลิ ปะไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ใฝเ่ รียนรู้ มุ่งมัน่ ในการทางาน มวี ินยั และค่านิยมท่เี หมาะสมตามสมณสารปูรหสั ตวั ชว้ี ัด รวม ๑๐ ตวั ช้ีวัดมาตรฐาน ศ.๑.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗มาตรฐาน ศ.๑.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓
๑๘๓ คาอธบิ ายรายวชิ ารหสั วชิ า ศ ๒๒๑๐๒ กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ เวลา ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ จานวน ๑.๐ หน่วยกิต ภาคเรยี นท่ี ๒ ศกึ ษาความสาคัญของพ้นื ฐานดนตรี การขบั ร้องเพลงไทย และศึกษาประเภทของวงดนตรีไทยและสากล ประวัตสิ ังคีตกวี รูปแบบของการแสดง การแสดงนาฏศิลป์ การแสดงพนื้ เมอื ง อธบิ าย วเิ คราะห์ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม รูปแบบของดนตรีไทยและดนตรีสากลแตล่ ะยคุ สมัย ทกั ษะการฟงั ดนตรี นาฏศิลป์ไทยเบอ้ื งตน้ การละครสร้างสรรค์ การอนรุ ักษน์ าฏศิลป์ ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ และการบรู ณาการความงามทางศิลปะ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอ่านการคิด วเิ คราะห์ การเขยี นสื่อความศิลปะอยา่ งมีวจิ ารณญาณ การแก้ปญั หา การเรียนรู้เพือ่ ให้เกิดความรแู้ ละทกั ษะในการคิดรเิ ริ่ม จินตนาการ สร้างสรรคง์ านศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณค่าทางศลิ ปะ ตระหนักและเห็นคณุ คา่ ของการนาความรู้ทางศลิ ปะไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่นั ในการทางาน มีวนิ ยั และค่านิยมท่เี หมาะสมตามสมณสารปูรหสั ตวั ชว้ี ดั รวม ๑๖ ตัวช้วี ดัมาตรฐาน ศ.๒.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕ ม.๒/๖ ม.๒/๗มาตรฐาน ศ.๒.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒มาตรฐาน ศ.๓.๑ ม.๒/๑ ม.๒/๒ ม.๒/๓ ม.๒/๔ ม.๒/๕มาตรฐาน ศ.๓.๒ ม.๒/๑ ม.๒/๒
๑๘๔ คาอธิบายรายวชิ ารหัสวิชา ศ๒๓๑๐๑ กลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา ๒ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาความสาคญั ของกระบวนการถ่ายทอดงานทศั นศลิ ป์ หลักการออกแบบในสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศลิ ป์ เทคนิค วิธีการของศิลปินในการสร้างงานทัศนศิลป์ และงานสื่อผสมงานทัศนศิลป์กับการสะทอ้ นคุณค่าของวัฒนธรรมความแตกต่างของงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัยของวัฒนธรรมไทยการสรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ปไ์ ทยและสากล และอาชีพท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั งานทัศนศลิ ป์ วิเคราะห์รูปแบบเนื้อหาและคุณค่าในงานทัศนศิลป์ สร้างงานทัศนศิลป์แขนงต่างๆ เพ่ือสื่อความหมายด้วยเทคนิควิธีการท่ีหลากหลาย การจัดนิทรรศการทางศิลปะ มีทักษะในการฝึกปฏิบัติได้อยา่ งถกู ต้อง โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคดิ วเิ คราะห์ การเขยี นสื่อความศิลปะอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปญั หา การเรียนรู้เพอ่ื ให้เกิดความรแู้ ละทกั ษะในการคิดริเร่มิ จินตนาการ สรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ คา่ ทางศิลปะ ตระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ของการนาความรทู้ างศลิ ปะไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ มน่ั ในการทางาน มีวนิ ยั และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสมตามสมณสารปูรหสั ตัวชี้วัด รวม ๑๓ ตัวช้ีวดัมาตรฐาน ศ ๑.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ม.๓/๗ ม.๓/๘ ม.๓/๙ ม.๓/๑๐ ม.๓/๑๑มาตรฐาน ศ ๑.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
๑๘๕ คาอธบิ ายรายวชิ ารหัสวชิ า ศ ๒๓๑๐๒ กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ จานวน ๑.๐ หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ ๒ ศกึ ษาความสาคญั ของเครอื่ งหมายและสญั ลกั ษณท์ างดนตรี ความเป็นมาและองค์ประกอบดนตรีแนวดนตรไี ทย ดนตรีสากล และความสัมพันธ์กับเพ่ือนบ้าน ประวัติความเป็นมาของนาฏศิลป์และการละครไทยและสากล อธิบาย เทคนิค และการถ่ายทอดอารมณ์เพลงด้วยการร้องเพลงไทยและสากล อิทธิพลของดนตรีวิจารณ์การแสดงตามหลักนาฏศิลป์ และการละคร การอนรุ กั ษ์นาฏศิลป์ ภูมิปญั ญาท้องถน่ิ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคดิ วเิ คราะห์ การเขียนส่อื ความศลิ ปะอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหา การเรียนรู้เพ่ือให้เกดิ ความรแู้ ละทักษะในการคิดรเิ ร่มิ จนิ ตนาการ สร้างสรรค์งานศลิ ปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ ค่าทางศลิ ปะ ตระหนักและเห็นคุณคา่ ของการนาความรทู้ างศิลปะไปใชใ้ ห้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จรยิ ธรรม ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มนั่ ในการทางาน มวี นิ ยั และคา่ นิยมท่เี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตัวช้ีวดั รวม ๒๑ ตัวช้ีวัดมาตรฐาน ศ ๒.๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ม.๓/๗ ม.๓/๙ ม.๓/๑๐มาตรฐาน ศ ๒.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒มาตรฐาน ศ ๓.๑ ม.๓/๑ ม.๓/๒ ม.๓/๓ ม.๓/๔ ม.๓/๕ ม.๓/๖ ม.๓/๗มาตรฐาน ศ ๓.๒ ม.๓/๑ ม.๓/๒
๑๘๖ คาอธิบายรายวชิ ารหสั วชิ า ศ๓๑๑๐๑ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๒๐ ช่วั โมง/สปั ดาห์ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ ๑ ศกึ ษาความสาคัญของลกั การใชท้ ัศนธาตุ หลักการออกแบบในการสื่อความหมายทัศนศิลป์ในรปู แบบต่างๆ ใช้ศัพทท์ างทศั นศลิ ป์อธิบายเน้ือหาและจดุ ประสงคง์ านศลิ ปะ วิเคราะห์การเลือกใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ และเทคนิคของศลิ ปนิ ในการแสดงออกทางทัศนศิลป์ใช้วัสดุอุปกรณ์สร้างสรรค์ผลงานทางศิลปะ วิเคราะห์ วิจารณ์และเปรียบเทียบงานทัศนศิลป์ในรูปแบบตะวันออกและรปู แบบตะวันตก โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอ่านการคิด วิเคราะห์ การเขียนสอื่ ความศลิ ปะอยา่ งมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา การเรียนรู้เพื่อให้เกิดความร้แู ละทักษะในการคดิ รเิ รมิ่ จนิ ตนาการ สรา้ งสรรค์งานศลิ ปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณค่าทางศิลปะ ตระหนักและเห็นคุณค่าของการนาความรู้ทางศิลปะไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จริยธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งม่ันในการทางาน มีวนิ ัยและคา่ นิยมท่เี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตวั ชีว้ ัด รวม ๑๓ ตัวชว้ี ัดมาตรฐาน ศ ๑.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗ ม.๔/๘ ม.๔/๙ ม.๔/๑๐มาตรฐาน ศ ๒.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓
๑๘๗ คาอธบิ ายรายวชิ ารหัสวชิ า ศ๓๑๑๐๒ กล่มุ สาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ เวลา ๒๐ ช่ัวโมง/สัปดาห์ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๒ ศึกษาความสาคัญของการจัดวงดนตรี เปรียบเทียบรูปแบบของบทเพลงและประเภทของวงดนตรีไทยและสากล ประวัตสิ ังคีตกวี รปู แบบของการแสดง การแสดงนาฏศิลป์ การแสดงพ้นื เมอื ง วิเคราะห์ปัจจยั ในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแต่ละวัฒนธรรมรูปแบบของดนตรีไทยและดนตรสี ากลแตล่ ะยุคสมัย ปัจจัยในการสร้างสรรค์ผลงานดนตรีในแตล่ ะวฒั นธรรม การละครสร้างสรรค์และบุคคลสาคญั ในวงการนาฏศิลป์และการละครของไทย การอนุรกั ษน์ าฏศิลป์ ภูมิปญั ญาท้องถิ่น โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคิด วิเคราะห์ การเขียนสอื่ ความศิลปะอย่างมวี ิจารณญาณ การแก้ปัญหา การเรียนรู้เพ่อื ให้เกิดความรู้และทักษะในการคิดริเริ่ม จนิ ตนาการ สร้างสรรคง์ านศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ ค่าทางศลิ ปะ ตระหนกั และเหน็ คณุ คา่ ของการนาความรทู้ างศลิ ปะไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จริยธรรม ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน มีวนิ ยั และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตวั ช้ีวดั รวม ๒๕ ตัวชวี้ ัดมาตรฐาน ศ ๒.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗ ม.๔/๘มาตรฐาน ศ ๒.๒ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕มาตรฐาน ศ ๓.๑ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔ ม.๔/๕ ม.๔/๖ ม.๔/๗ ม.๔/๘มาตรฐาน ศ ๓.๒ ม.๔/๑ ม.๔/๒ ม.๔/๓ ม.๔/๔
๑๘๘ คาอธิบายรายวชิ ารหัสวชิ า ศ๓๒๑๐๑ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรียนที่ ๑ ศึกษาความสาคัญของหลักการออกแบบและการจัดองค์ประกอบศิลป์ด้วยเทคโนโลยี ทฤษฎีสนุ ทรยี ศลิ ป์ งานทัศนศลิ ปข์ องศิลปินทมี่ ีชอื่ เสียง วิเคราะห์จุดมุ่งหมายของศิลปินในการสร้างสรรค์ผลงานทัศนศิลป์ สร้างสรรค์ผลงานศิลปะสาขาต่างๆ ดว้ ยเทคโนโลยี อธิบายแสดงผลงานทางทัศนศลิ ปข์ องศลิ ปนิ ท่มี ีช่ือเสียงในท้องถน่ิ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอ่านการคดิ วิเคราะห์ การเขยี นสื่อความศิลปะอยา่ งมีวิจารณญาณ การแกป้ ัญหา การเรียนรู้เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้และทกั ษะในการคิดริเรม่ิ จินตนาการ สร้างสรรค์งานศลิ ปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ คา่ ทางศิลปะ ตระหนกั และเหน็ คุณคา่ ของการนาความร้ทู างศิลปะไปใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ใฝ่เรยี นรู้ ม่งุ มนั่ ในการทางาน มีวนิ ัยและคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตวั ชี้วดั รวม ๘ ตวั ชว้ี ดัมาตรฐาน ศ ๑.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖มาตรฐาน ศ ๑.๒ ม.๕/๑ ม.๕/๒
๑๘๙ คาอธบิ ายรายวชิ ารหัสวชิ า ศ ๓๒๑๐๒ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๕ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง/สัปดาห์ จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรียนที่ ๒ ศึกษาความสาคัญของเครื่องหมายและสัญลักษณ์ทางดนตรี ลักษณะเด่นของดนตรีในแต่ละวฒั นธรรมบทบาทดนตรใี นการสะท้อนสงั คม มหรสพและการละเล่นพื้นเมือง และสนุ ทรยี ทางนาฏศิลป์และนาฏศิลป์เพอื่ นบ้านไทย อธิบาย เทคนิค และการสื่อถ่ายทอดการฟังดนตรี บทบาทวัฒนธรรมทางดนตรี ค่านิยมอิทธิพลดนตรีตะวันตกกับดนตรไี ทย การอนุรกั ษ์นาฏศลิ ป์ ภูมิปัญญาท้องถิน่ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคดิ วิเคราะห์ การเขียนสอื่ ความศลิ ปะอย่างมีวจิ ารณญาณ การแกป้ ญั หา การเรียนรู้เพือ่ ใหเ้ กิดความรแู้ ละทักษะในการคดิ รเิ รมิ่ จินตนาการ สร้างสรรคง์ านศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณคา่ ทางศลิ ปะ ตระหนกั และเห็นคุณค่าของการนาความร้ทู างศลิ ปะไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ใฝเ่ รยี นรู้ มุง่ มั่นในการทางาน มีวินัยและค่านยิ มท่เี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตวั ชวี้ ดั รวม ๑๖ ตัวช้วี ดัมาตรฐาน ศ ๒.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖มาตรฐาน ศ ๒.๒ ม.๕/๑ ม.๕/๒มาตรฐาน ศ ๓.๑ ม.๕/๑ ม.๕/๒ ม.๕/๓ ม.๕/๔ ม.๕/๕ ม.๕/๖มาตรฐาน ศ.๓.๒ ม.๕/๑ ม.๕/๒
๑๙๐ คาอธบิ ายรายวชิ ารหสั วิชา ศ๓๓๑๐๑ กลุม่ สาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๒๐ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ จานวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๑ ศกึ ษาความสาคัญของอิทธพิ ลของวัฒนธรรมระหว่างประเทศทมี่ ีผลต่องานงานทัศนศิลป์ ศิลปะนิยม สารสนเทศทางศลิ ปะ และประวัตศิ าสตร์ศิลปะไทยและสากล วิเคราะห์สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากแนวคิดและวิธีการของศิลปิน จัดทาแฟ้มสะสมงานทัศนศิลป์ วาดภาพล้อเลยี นหรือภาพการต์ นู โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอ่านการคิด วิเคราะห์ การเขยี นสือ่ ความศิลปะอยา่ งมวี จิ ารณญาณ การแก้ปัญหา การเรียนรู้เพ่ือให้เกดิ ความรู้และทักษะในการคดิ ริเร่มิ จินตนาการ สรา้ งสรรคง์ านศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคณุ คา่ ทางศลิ ปะ ตระหนกั และเห็นคุณคา่ ของการนาความร้ทู างศิลปะไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ มั่นในการทางาน มวี นิ ยั และคา่ นิยมทเ่ี หมาะสมตามสมณสารูปรหัสตัวช้ีวดั รวม ๑๓ ตัวชีว้ ัดมาตรฐาน ศ ๑.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕ ม.๖/๖ ม.๖/๗ ม.๖/๘ ม.๖/๙ ม.๖/๑๐ ม.๖/๑๑มาตรฐาน ศ ๑.๒ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓
๑๙๑ คาอธิบายรายวชิ ารหสั วชิ า ศ ๓๓๑๐๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๒๐ ช่วั โมง/สปั ดาห์ จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรียนท่ี ๒ ศึกษาความสาคญั ของการถ่ายทอดอารมณ์ ความรูส้ กึ ของงานดนตรีจากแตล่ ะวัฒนธรรม ดนตรีกบั การพัฒนามนษุ ย์ สังคตี นิยม การสร้างสรรค์ผลงานดนตรีและนาฏศิลป์ อธิบาย เปรียบเทียบอารมณ์ และความรู้สึกท่ีได้รับจากงานดนตรีท่ีมาจากวัฒนธรรมต่างกันดนตรีกับสังคม วิวฒั นาการนาฏศลิ ป์ การละเล่นพื้นเมอื ง การอนรุ ักษ์นาฏศลิ ป์ ภูมิปัญญาท้องถน่ิ โดยใช้กระบวนการสอนแบบพุทธวิธี การปฏิบัติงานกลุ่ม สร้างความคิดรวบยอด ฝึกกระบวนการอา่ นการคิด วิเคราะห์ การเขียนสือ่ ความศิลปะอย่างมวี จิ ารณญาณ การแกป้ ัญหา การเรียนรู้เพื่อให้เกดิ ความรูแ้ ละทักษะในการคิดรเิ ร่ิม จนิ ตนาการ สรา้ งสรรคง์ านศิลปะ สุนทรียภาพ และการเห็นคุณค่าทางศลิ ปะ ตระหนักและเหน็ คณุ คา่ ของการนาความรู้ทางศลิ ปะไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรยี นรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน มีวนิ ยั และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสมตามสมณสารปูรหสั ตัวชี้วดั รวม ๒๓ ตัวชวี้ ัดมาตรฐาน ศ ๒.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕ ม.๖/๖ ม.๖/๗ ม.๖/๘มาตรฐาน ศ ๒.๒ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔ ม.๖/๕มาตรฐาน ศ ๓.๑ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๔ ม.๖/๕ ม.๖/๖ ม.๖/๗ ม.๖/๘มาตรฐาน ศ.๓.๒ ม.๖/๑ ม.๖/๒ ม.๖/๓ ม.๖/๔
๑๙๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงานอาชพี และเทคโนโลยีทาไมตอ้ งเรยี นการงานอาชพี และเทคโนโลยี กลุ่มสาระก ารเรียน รู้การงานอาชีพและเทคโน โลยีเป็น ก ลุ่มสาระท่ีช่ว ยพัฒน าใ ห้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะพื้นฐานท่ีจาเป็นต่อการดารงชีวิต และรู้เท่าทันการเปล่ียนแปลงสามารถนาความรู้เก่ียวกับการดารงชีวิต การอาชีพ และเทคโนโลยี มาใช้ประโยชน์ในการทางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ และแข่งขันในสังคมไทยและสากล เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพรักการทางาน และมีเจตคติที่ดีต่อการทางาน สามารถดารงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างพอเพียงและมีความสุขเรียนรอู้ ะไรในการงานอาชีพและเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี มุ่งพัฒนาผู้เรียนแบบองค์รวมเพ่ือให้มีความรู้ความสามารถ มีทักษะในการทางาน เห็นแนวทางในการประกอบอาชีพและการศึกษาต่อไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ โดยมสี าระสาคญั ดงั นี้ การดารงชีวิตและครอบครัว เป็นสาระเกี่ยวกับการทางานในชีวิตประจาวันการช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว และสังคมได้ในสภาพเศรษฐกิจที่พอเพียง ไม่ทาลายส่ิงแวดล้อมเน้นการปฏิบัติจริงจนเกิดความม่ันใจและภูมิใจในผลสาเร็จของงาน เพ่ือให้ค้นพบความสามารถความถนดั และความสนใจของตนเอง การออกแบบและเทคโนโลยี เปน็ สาระเก่ยี วกบั การพัฒนาความสามารถของมนุษย์อย่างสร้างสรรค์ โดยนาความรู้มาใช้กับกระบวนการเทคโนโลยี สร้างส่ิงของเคร่ืองใช้ วิธีการ หรือเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการดารงชวี ิต เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสาร เป็นสาระเกี่ยวกับกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ การติดต่อสื่อสาร การค้นหาข้อมูล การใช้ข้อมูลและสารสนเทศ การแก้ปัญหาหรือการสรา้ งงาน คณุ คา่ และผลกระทบของเทคโนโลยีสารสนเทศและการส่อื สาร การอาชีพ เป็นสาระเกี่ยวกับทักษะท่ีจาเป็นต่ออาชีพ เห็นความสาคัญของคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ ใช้เทคโนโลยีได้เหมาะสม เห็นคุณค่าของอาชีพสุจริตและเหน็ แนวทางในการประกอบอาชีพ
๑๙๓ คณุ ภาพผเู้ รียนจบชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ เข้าใจกระบวนการทางานท่ีมีประสิทธิภาพ ใช้กระบวนการกลุ่มในการทางาน มีทักษะการแสวงหาความรู้ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหาและทักษะการจัดการ มีลักษณะนิสัยการทางานท่ีเสียสละ มีคุณธรรม ตดั สนิ ใจอย่างมีเหตุผลและถูกตอ้ ง และมจี ิตสานึกในการใช้พลังงาน ทรัพยากรและส่งิ แวดล้อมอยา่ งประหยดั และคมุ้ ค่า เข้าใจกระบวนการเทคโนโลยีและระดับของเทคโนโลยี มีความคิด สร้างสรรค์ในการแกป้ ัญหาหรอื สนองความต้องการ สร้างสงิ่ ของเครอ่ื งใช้หรือวิธีการตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างถูกต้องและปลอดภัย โดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพฉายเพ่ือนาไปสู่การสร้างชิ้นงานหรือแบบจาลองความคิดและการรายงานผล เลือกใชเ้ ทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม ส่ิงแวดล้อมและมีการจัดการเทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มีผลกระทบกับส่งิ แวดลอ้ ม เข้าใจหลักการเบื้องต้นของการส่ือสารข้อมูล เครือข่ายคอมพิวเตอร์ หลักการและวิธีแก้ปัญหา หรือการทาโครงงานด้วยกระบวนการทางเทคโนโลยีสารสนเทศ มีทักษะการค้นหาข้อมูลและการติดต่อส่ือสารผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างมีคุณธรรมและจริยธรรม การใช้คอมพิวเตอร์ในการแกป้ ญั หา สรา้ งช้นิ งานหรือโครงงานจากจินตนาการ และการใช้เทคโนโลยสี ารสนเทศนาเสนองาน เขา้ ใจแนวทางการเลือกอาชีพ การมีเจตคติท่ีดีและเห็นความสาคัญของการประกอบอาชีพวธิ กี ารหางานทา คณุ สมบตั ิท่ีจาเป็นสาหรับการมีงานทา วิเคราะห์แนวทางเข้าสู่อาชีพ มีทักษะพ้ืนฐานที่จาเป็นสาหรับการประกอบอาชีพ และประสบการณ์ต่ออาชีพท่ีสนใจ และประเมินทางเลือกในการประกอบอาชพี ทส่ี อดคลอ้ งกับความรู้ ความถนัด และความสนใจจบช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๖ เข้าใจวิธีการทางานเพื่อการดารงชีวิต สร้างผลงานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะการทางานรว่ มกนั ทกั ษะการจดั การ ทกั ษะกระบวนการแก้ปัญหา และทักษะการแสวงหาความรู้ ทางานอย่างมีคณุ ธรรม และมจี ิตสานกึ ในการใชพ้ ลังงานและทรัพยากรอย่างคมุ้ คา่ และยั่งยนื เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืนๆ วิเคราะห์ระบบเทคโนโลยีมีความคดิ สรา้ งสรรค์ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการ สร้างและพัฒนาส่ิงของเคร่ืองใช้หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยโดยใช้ซอฟท์แวร์ช่วยในการออกแบบหรือนาเสนอผลงาน วเิ คราะหแ์ ละเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคมส่งิ แวดล้อม และมกี ารจดั การเทคโนโลยดี ้วยวิธีการของเทคโนโลยสี ะอาด
๑๙๔ เข้าใจองค์ประกอบของระบบสารสนเทศ องค์ประกอบและหลักการทางานของคอมพิวเตอร์ ระบบส่ือสารข้อมูลสาหรับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คุณลักษณะของคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ต่อพ่วง และมีทักษะการใช้คอมพิวเตอร์แก้ปัญหา เขียนโปรแกรมภาษา พัฒนาโครงงานคอมพิวเตอร์ ใช้ฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ ติดต่อส่ือสารและค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ตใชค้ อมพิวเตอร์ในการประมวลผลขอ้ มลู ให้เป็นสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนาเสนองาน และใชค้ อมพิวเตอรส์ รา้ งชิน้ งานหรอื โครงงาน เขา้ ใจแนวทางส่อู าชพี การเลอื ก และใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งเหมาะสมกับอาชีพ มีประสบการณ์ในอาชีพท่ีถนดั และสนใจ และมคี ณุ ลักษณะที่ดีต่ออาชพี
สาระที่ ๑ การดารงชีวติ และครอบครวัมาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทางาน มีความคิดสรา้ งสรรค์ มีทักษะกระบวนการท ทักษะการทางานรว่ มกัน และทกั ษะการแสวงหาความรู้ มีคณุ ธ ทรพั ยากร และสิ่งแวดล้อม เพอ่ื การดารงชีวิตและครอบครวั ตวั ชว้ี ดั ชัน้ ปี ม. ๑ ม. ๒๑. วเิ คราะห์ขน้ั ตอน การทางานตามกระบวนการ ๑. ใชท้ ักษะการแสวงหาความรู้ เพอ่ื พฒั นาการทางาน ทางาน๒.ใชก้ ระบวนการกลุม่ ในการทางานดว้ ยความ ๒. ใชท้ กั ษะ กระบวนการแกป้ ัญหาในการเสยี สละ ทางาน๓. ตดั สนิ ใจแก้ปัญหา การทางานอย่างมี ๓. มจี ติ สานึกในการทางานและใชท้ รพั ยากรเหตผุ ล ในการปฏิบัตงิ านอยา่ งประหยัดและคุ้มค่า
๑๙๕ทางาน ทักษะการจัดการ ทกั ษะกระบวนการแกป้ ญั หาธรรม และลักษณะนสิ ยั ในการทางาน มจี ติ สานึกในการใชพ้ ลังงาน ม. ๓ ตัวช้ีวดั ชว่ งช้ัน๑. อภปิ รายขั้นตอนการทางานท่ีมี ม. ๔ – ม. ๖ ประสทิ ธิภาพ ๑. อธิบายวิธีการทางานเพอ่ื การดารงชวี ติ๒. ใช้ทักษะในการทางานรว่ มกันอยา่ งมี ๒. สร้างผลงานอย่างมคี วามคิด สรา้ งสรรค์ คณุ ธรรม และมีทักษะการทางานร่วมกัน๓. อภิปราย การทางานโดยใช้ทักษะ การ ๓. มีทกั ษะการจดั การในการทางาน ๔. มีทกั ษะกระบวนการแก้ปญั หาในการทางาน จดั การเพอื่ การประหยดั พลังงาน ทรัพยากร ๕ มีทกั ษะในการแสวงหาความรเู้ พ่ือ การดารงชีวติ และสงิ่ แวดลอ้ ม ๖. มคี ณุ ธรรมและลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน ๗.ใชพ้ ลงั งาน ทรพั ยากร ในการทางานอยา่ ง คมุ้ คา่ และย่งั ยืน เพอ่ื การอนรุ ักษ์ ส่ิงแวดล้อม
สาระท่ี ๒ การออกแบบและเทคโนโลยีมาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจเทคโนโลยแี ละกระบวนการเทคโนโลยี ออกแบบและสร้างส เลอื กใช้เทคโนโลยใี นทางสร้างสรรค์ตอ่ ชวี ติ สังคม สงิ่ แวดล้อม แ ตวั ชีว้ ดั ชน้ั ปี ม. ๑ ม. ๒ - ๑. อธิบายกระบวนการเทคโนโลยี ๒. สร้างสิง่ ของเครื่องใชห้ รือวธิ กี าร ตาม กระบวนการเทคโนโลยี อยา่ งปลอดภยั ออกแบบโดยถา่ ยทอดความคดิ เป็นภาพรา่ ง ๓ มิตหิ รือภาพฉาย เพื่อนาไปสู่ การสร้าง ตน้ แบบของส่ิงของเครอ่ื งใช้ หรอื ถ่ายทอดความคิดของวธิ ีการเปน็ แบบจาลอง ความคดิ และ การรายงานผลเพ่ือนาเสนอ วธิ ีการ ๓. มคี วามคดิ สร้างสรรค์ใน การแก้ปัญหาหรอื สนองความต้องการในงานท่ีผลิตเอง ๔. เลอื กใช้เทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรคต์ อ่ ชีวิต สังคม ส่งิ แวดลอ้ ม และมกี ารจัดการ เทคโนโลยดี ว้ ยการลดการใช้ทรัพยากร หรอื เลอื กใช้เทคโนโลยี ที่ไม่มีผลกระทบ ต่อสงิ่ แวดลอ้ ม
๑๙๖สิ่งของเคร่ืองใช้ หรือวิธีการ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างมีความคิดสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในการจัดการเทคโนโลยที ย่ี ัง่ ยนื ตัวชีว้ ดั ชว่ งชัน้ม. ๓ ม. ๔ – ม. ๖๑. อธิบายระดบั ของเทคโนโลยี ๑. อธิบายและเช่ือมโยงความสมั พนั ธร์ ะหว่าง๒. สรา้ งส่งิ ของเครื่องใช้หรอื วิธีการ ตาม เทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืนๆ กระบวนการเทคโนโลยี อยา่ ง ปลอดภยั ๒. วิเคราะห์ระบบเทคโนโลยี ออกแบบโดยถ่ายทอดความคดิ เปน็ ภาพฉาย ๓. สรา้ งและพฒั นาสงิ่ ของเครื่องใชห้ รือวิธีการ เพอ่ื นาไปสู่การสรา้ งตน้ แบบ และ แบบจาลองของสง่ิ ของเคร่ืองใช้ หรือ ตามกระบวนการเทคโนโลยีอย่างปลอดภัย ถ่ายทอดความคดิ ของวธิ กี ารเป็น โดยถา่ ยทอดความคิดเปน็ ภาพฉายและ แบบจาลองความคิดและ การรายงานผล แบบจาลองเพือ่ นาไปสู่การสร้างชน้ิ งาน หรอื ถ่ายทอดความคดิ ของวิธกี ารเป็นแบบจาลอง ความคดิ และการรายงานผลโดยใช้ซอฟแวร์ ชว่ ยในการออกแบบหรอื นาเสนอผลงาน ๔. มคี วามคดิ สรา้ งสรรค์ใน การแก้ปัญหาหรือ สนองความต้องการในงานท่ผี ลติ เอง หรอื การ พฒั นาผลติ ภณั ฑ์ท่ีผู้อนื่ ผลิต ๕.วิเคราะห์และเลอื กใช้เทคโนโลยที ่ีเหมาะสมกับ ชีวติ ประจาวนั อย่างสร้างสรรคต์ อ่ ชวี ิต สังคม และส่ิงแวดล้อม และมกี ารจัดการเทคโนโลยี ทีย่ ั่งยนื ดว้ ยวธิ ีการของเทคโนโลยสี ะอาด
สาระที่ ๓ เทคโนโลยีสารสนเทศและการสือ่ สารมาตรฐาน ง ๓.๑ เขา้ ใจ เห็นคณุ คา่ และใชก้ ระบวนการเทคโนโลยสี ารสนเทศในการสืบค และอาชีพอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมคี ุณธรรม ตัวชี้วดั ชั้นปี ม. ๑ ม. ๒๑. อธบิ ายหลักการทางาน บทบาท และ ๑. อธิบายหลกั การเบอ้ื งตน้ ของการ ๑. อธบิ ายห เทคโนโประโยชนข์ องคอมพิวเตอร์ สอ่ื สารขอ้ มลู และเครือขา่ ย๒. อภิปราย ลกั ษณะสาคัญ และ คอมพิวเตอร์ ๒. เขยี นโป ผลกระทบของเทคโนโลยี ๒. อธิบายหลักการ และวธิ ีการแกป้ ัญหา ๓. ใชเ้ ทคโน สารสนเทศ ดว้ ยกระบวนการเทคโนโลยี ในรูปแ๓. ประมวลผลขอ้ มูลใหเ้ ปน็ สารสนเทศ สารสนเทศ ๔. ใชค้ อมพ ๓. ค้นหาขอ้ มูล และตดิ ตอ่ ส่อื สารผา่ น จนิ ตนา เครือขา่ ยคอมพิวเตอร์อยา่ งมี ชีวิตปร คณุ ธรรมและจริยธรรม โครงงา ๔. ใชซ้ อฟต์แวรใ์ นการทางาน รับผดิ ช
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143