Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ประวัติศาสตร์ ป.3

ประวัติศาสตร์ ป.3

Published by ครูสดใส ใจจริง, 2022-03-17 10:04:27

Description: คู่มือครู ประวัติศาสตร์ ป.3

Search

Read the Text Version

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน สรุปได้ว่า การตั้งถ่ินฐานของผู้คนในอดีตจะเลือกตั้ง ถิ่นฐานจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์เป็นส�าคัญ เพราะเก่ียวข้องกับวิถี 20. นักเรียนทํากิจกรรมพัฒนาการเรียนรูท่ี 1-3 ชีวิตและการประกอบอาชีพ ซ่ึงนอกจากปัจจัยด้านภูมิศาสตร์แล้ว จากหนงั สอื เรยี น หนา 28, 31 และ 36 ยังมีปัจจัยด้านสังคมที่มีอิทธิพลในการตั้งถ่ินฐานด้วย เพราะปจั จยั ทางสงั คมทา� ใหเ้ กดิ ความเปลยี่ นแปลงในเรอ่ื งของสภาพแวดลอ้ มทเี่ กดิ 21. นักเรียนทําใบงานท่ี 1.1 เร่ือง ปจจัยทาง จากการสร้างสรรค์ของคนในสังคม เช่น ความเจริญของบา้ นเมอื ง ภมู ศิ าสตรแ ละทางสงั คมทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ ชมุ ชน ความสะดวกสบายในการเดนิ ทาง ความเจรญิ ทางเทคโนโลย ี ความมนั่ คง เมื่อทําใบงานเสร็จแลวใหน าํ สงครูตรวจ ปลอดภัยในการใชช้ ีวติ วัฒนธรรมประเพณีของชมุ ชน นอกจากน ้ี การทผี่ คู้ นมอี าชพี ทห่ี ลากหลายมากขน้ึ ไมไ่ ด้ 22. นักเรียนทําแบบฝก ฯ เรอ่ื ง ถนิ่ ฐานไทย จาก ท�าเกษตรกรรมเป็นหลักเหมือนในอดีต การต้ังถ่ินฐานจึงไม่จ�าเป็น แบบฝกฯ ประวตั ศิ าสตร ป.3 หนา 14 ต้องต้ังบ้านเรือนตามสภาพภูมิศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียว การต้ัง ถนิ่ ฐานในปจั จบุ นั จะคา� นงึ ถงึ ความสะดวกสบายในการเดนิ ทาง อยใู่ กล้ ตรวจสอบผล กับชุมชนหรือศูนย์กลางความเจริญ ศูนย์กลางทางเศรษฐกิจเป็น ส�าคญั 23. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ขอ 1 จาก หนังสอื เรยี น หนา 52 กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๓ ๑. รว่ มกนั อภปิ รายวา่ ปจั จยั ทางสงั คมมผี ลตอ่ การตงั้ ถนิ่ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชน 24. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอดที่ 2.1 จาก แบบวดั ฯ ประวัตศิ าสตร ป.3 หนา 17-20 อยา่ งไร ๒. ห าภาพวฒั นธรรมประเพณมี า ๑ ภาพ แลว้ อธบิ ายวา่ เกยี่ วขอ้ งกบั การตง้ั ถนิ่ ฐาน ขน้ั สรปุ ของคนในชมุ ชนอยา่ งไร 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาไดเรียนรูอะไร บา งจากบทเรยี นน้ี แลว บนั ทกึ ขอ มลู ลงในสมดุ 36 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ถูกตองของคําตอบของนักเรียน พรอมให ขอ เสนอแนะเพ่มิ เตมิ ขน้ั ประเมนิ 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน หนา ชั้นเรยี นของนกั เรียน 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม พฒั นาการเรียนรู 3. ครูตรวจแบบวดั ฯ 4. ครูตรวจแบบฝก ฯ 5. ครตู รวจสอบผลจากการทาํ ใบงาน โดยศกึ ษา แนวทางการวดั และประเมินผล เพือ่ ประเมนิ ใบงานของนักเรียนจากแบบประเมินที่แนบ ทา ยแผนการจัดการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม เสรมิ สรา งคณุ ลักษณะอันพึงประสงค ครูตรวจแบบฝกฯ ใบงาน และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก ครูใหนักเรียนจับคูกัน แลวรวมกันสรุปปจจัยท่ีมีผลตอการต้ัง การตอบคําถาม การนําเสนอผลงาน การทํางานรายบคุ คล และการทํางานกลุม ถ่นิ ฐานและพัฒนาการของชุมชนของนักเรยี น โดยสรุปเปน แผนผัง โดยศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมนิ ผลที่แนบทา ยแผนการจดั การเรียนรู ความคิด ตามประเดน็ ดงั นี้ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกล่มุ • ปจ จัยทางภูมศิ าสตร • ปจ จยั ทางสังคม คาช้ีแจง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องที่ คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในช่องที่ คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ จากนั้นใหเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกตางทาง วฒั นธรรมของชมุ ชนตนเองกบั ชมุ ชนอน่ื ๆ ทนี่ กั เรยี นสนใจ จากนนั้ ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน นาํ มาเสนอหนาช้ันเรยี น แลว ใหเพอื่ นรวมกนั แสดงความคดิ เห็น ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน การแสดง การทางาน การมี 32 32 ความ ตามที่ได้รับ ส่วนร่วมใน 1 คดิ เหน็ การยอมรับ มอบหมาย ความมี การปรับปรุง รวม 1 เน้ือหาละเอียดชดั เจน   ลาดบั ที่ ชอื่ –สกลุ ฟังผู้อ่นื นา้ ใจ ผลงานกลุม่ 15 ของนกั เรยี น คะแนน 2 ความถกู ตอ้ งของเนื้อหา   1 การแสดงความคิดเหน็   3 ภาษาท่ีใช้เขา้ ใจง่าย   2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผ้อู นื่   32132132132132 1 ตัวอยา งแบบประเมินลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมิน 4 ประโยชน์ท่ีไดจ้ ากการนาเสนอ .........../................./................  3 การทางานตามหนา้ ที่ที่ได้รบั มอบหมาย   5 วธิ ีการนาเสนอผลงาน   4 ความมีน้าใจ   จากแผนการจดั การเรียนรูเกณฑก์ารใหค้ะแนนรวม 5 การตรงต่อเวลา   ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณ์ชัดเจน รวม ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วน ให้ 3 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตัดสนิ คณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ให้ 1 คะแนน ............../.................../............... ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครงั้ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั 12-15 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 8-11 พอใช้ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ 12-15 ดี ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง 8-11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ตา่ กวา่ 8 ปรับปรุง T40

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมิน ๒ ลกั ษณะส�ำคัญของวฒั นธรรมประเพณแี ละ ขนั้ นาํ วฒั นธรรมชุมชน กระตุ้นความสนใจ ประเทศไทยเปน็ ทอ่ี ยขู่ องผคู้ นหลายเผา่ พนั ธ์ุ มวี ถิ ชี วี ติ ประเพณี และวฒั นธรรมทเ่ี ปน็ อนั หนง่ึ อนั เดยี วกนั ซง่ึ มที ม่ี าจากสภาพแวดลอ้ ม 1. ครูนําภาพประเพณีตางๆ มาใหนักเรียนดู ขในอทงาสงังภคมูมศิ ไาทสยตเปร์็นแสลังะกคามรทเป่ีมลีพย่ี ื้นนฐแาปนลมงาทจาางกสสงั คังคมมเปแน็ บสบา� เคกญั ษตลรกั กษรณรมะ1 เชน ประเพณแี หนางแมว ประเพณสี งกรานต ลักษณะส�าคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมชุมชน มักมี ประเพณีตรุษจีน แลวสอบถามนักเรียนวา ความเกย่ี วเนื่องกบั ปัจจัยด้านตา่ ง ๆ ดังนี้ รูจักประเพณีเหลานี้หรือไม จากน้ันครูสุมให ๑) ลักษณะส�ำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ นักเรียน 2-3 คน ออกมาเลาใหเพื่อนๆ ฟง ชมุ ชนที่เกยี่ วเนอื่ งกับภูมิศำสตร์ หนา ชัน้ เรยี น วฒั นธรรมประเพณแี ละวฒั นธรรมของชมุ ชนทเี่ กย่ี วเนอื่ งกบั สภาพภูมปิ ระเทศ สภาพภมู ิอากาศ ทรพั ยากรธรรมชาติ คือ สภาพ 2. ครูต้ังประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ แวดลอ้ มทีอ่ ยรู่ อบ ๆ ตวั มีผลกระทบตอ่ การดา� รงชีวติ วถิ ีชีวติ และ เชน การประกอบอาชีพ จึงท�าให้คนไทยในอดีตมีอาชีพท่ีเกี่ยวข้องกับ • ลักษณะสําคัญของวัฒนธรรมประเพณีและ การเกษตรกรรม โดยเฉพาะการทา� ไรท่ า� นา ทา� ใหม้ ลี กั ษณะวฒั นธรรม วัฒนธรรมชุมชนมักมีความเกี่ยวเนื่องกับ ประเพณีทมี่ ลี ักษณะแบบสังคมเกษตรกรรม ความอดุ มสมบูรณ์เป็น ปจ จยั ดานใดบาง เรื่องส�าคัญ แต่สภาพภูมิประเทศในแต่ละพ้ืนท่ีของประเทศมีความ (แนวตอบ : ลักษณะสําคัญของวัฒนธรรม แตกต่างกันในเร่ืองของอุณหภูมิ ความแห้งแล้ง และความชุ่มช้ืน ประเพณีและวัฒนธรรมชุมชนมักมีความ เชน่ พนื้ ท่ีราบลมุ่ มแี มน่ �้าหลายสาย มคี ลองใหญ่น้อยทว่ั ไป และมี เก่ียวเน่ืองกับปจจัยดานตางๆ เชน สภาพ นา้� หลากในฤดฝู น พ้ืนดนิ มคี วามอดุ มสมบรู ณ์มาก การท�านาอาศัย ภูมิศาสตร ศาสนา ความเชอ่ื ความเปน มา นา้� จากแหลง่ นา�้ ธรรมชาตเิ ปน็ หลกั เชน่ แมน่ า�้ ลา� คลอง จงึ มปี ระเพณี ทางประวตั ศิ าสตร รวมถงึ การผสมผสานทาง ทกาค่ี รลแา้ ขยง่คเลรอืงึ กกนั าโรดรย้อเกงเยี่ พวลขงอ้ เงรแอื 2ลปะใรหะเค้ พวณามีกสาา�รคทญั �าขกวบั ัญนขา้� า้ เวชน่ ประเพณี วัฒนธรรมกบั ชนชาติตางๆ) • นักเรียนคิดวา ประเพณีตา งๆ ในชุมชนของ 37 ตนเองเกดิ ขึน้ มาจากสาเหตใุ ด (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดุลยพินิจของครผู ูสอน) 3. ครูนําบัตรภาพมาแสดงหนาชั้นเรียน แลวให นกั เรยี นพิจารณาวา ประเพณดี ังกลาวมีความ สาํ คญั อยา งไร และเปน ประเพณขี องจงั หวดั ใด 4. ครูช้ีแจงถึงความสําคัญของประเพณีตางๆ และเชื่อมโยงใหนักเรียนเขาใจวา ประเพณี บางอยา งเกิดจากความเชือ่ ทางศาสนา ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู “ชมุ ชนของขวญั มปี ระเพณกี ารทาํ ขวญั ขา ว สว นชมุ ชนของปา น 1 สังคมแบบเกษตรกรรม สังคมท่ีประชาชนสวนใหญอยูในชนบทที่มีการ มปี ระเพณบี ญุ บั้งไฟ” จากขอ ความนี้ มีความเหมอื นกันในเรือ่ งใด ทํานาและการเพาะปลกู เปนอาชพี หลัก การผลิตแตเ ดิมเพยี งเพอ่ื ใหพ อมีพอกิน ไมไ ดผ ลติ เพอ่ื สง ออกไปคา ขายกบั ตา งประเทศ แตใ นปจ จบุ นั สงั คมเปลย่ี นมาเปน 1. เปน ชุมชนเกษตร สงั คมอตุ สาหกรรมทมี่ งุ หวงั ผลติ สง่ิ ตา งๆ เพอื่ สง ออกไปขายนอกประเทศ การผลติ 2. เปนชมุ ชนในภาคกลาง ผลิตผลทางการเกษตรซ่ึงแตเดิมผลิตเพื่อเล้ียงตัวเองดวยเทคโนโลยีดั้งเดิม 3. เปนชมุ ชนท่มี สี ภาพพนื้ ทแี่ หงแลง แบบงา ยๆ จงึ เปลย่ี นเปน การผลติ เปน จาํ นวนมากโดยอาศยั เทคโนโลยที ท่ี นั สมยั 4. เปน ชมุ ชนทม่ี ีสภาพภมู ิอากาศอบอุน 2 เพลงเรอื เปน เพลงพนื้ บา นทนี่ ยิ มเลน ในหลายจงั หวดั เชน พระนครศรอี ยธุ ยา อา งทอง สงิ หบรุ ี สุพรรณบุรี ในชว งเทศกาลกฐนิ ผาปา หรอื งานนมสั การ งาน (วิเคราะหคําตอบ : ชุมชนของขวัญมีประเพณีการทําขวัญขาว บญุ ประจําปข องวดั ซง่ึ เปนฤดนู า้ํ หลาก ชาวนาวางเวนจากการทํานา รอนาํ้ ลด แสดงวา ชมุ ชนของขวญั มอี าชพี ทาํ นา สว นชมุ ชนของปา นมปี ระเพณี และรวงขาวสกุ ก็จะพากนั พายเรอื มาทําบุญไหวพ ระและเลนเพลง บุญบ้ังไฟ แสดงวาคนในชุมชนของปานตองการใหฝนตกตาม ฤดกู าล เพราะอาจมผี ลตอ การเพาะปลกู พชื ดงั นน้ั ชมุ ชนของขวญั T41 และปานมีผูที่ประกอบอาชีพเก่ียวกับการเพาะปลูก ซึ่งเปนชุมชน เกษตรเหมอื นกัน ดงั น้ัน ขอ 1. จงึ เปนคําตอบทถี่ กู ตอง)

นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน พ้ืนท่ีเทือกเขา มีปาไม้มาก ท่ีราบมีน้อยซ่ึงจะอยู่ระหว่าง หุบเขา และมีแม่น้�าไหลผ่าน การเพาะปลูกบริเวณเทือกเขาจึงมี สํารวจคน้ หา ลักษณะการเพาะปลูกแบบขั้นบันได การด�ารงชีวิตมีประเพณีท่ี เกี่ยวข้องกับธรรมชาติ เพราะพ้ืนที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาและปาไม้ 1. นักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับลักษณะสําคัญ เช่น พิธีเลี้ยงผีขุนน�้าให้คุ้มครองแหล่งน้�าให้มีน�้าไหลตลอดป  ของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมชุมชน ดลบนั ดาลใหน้ า้� อดุ มสมบรู ณเ์ พยี งพอตอ่ การเพาะปลกู ตลอดฤดกู าล จากหนังสือเรยี น หนา 37-48 หรือประเพณีเล้ียงผีสบน�้า เป็นประเพณีท่ีในทอ้ งถน่ิ ท่ีหมูบ่ ้านต้งั อยู่ บนเสน้ ทางแมน่ า�้ หรอื ลา� นา�้ สายเดยี วกนั ไดม้ ารว่ มทา� บญุ บชู าผฝี าย 2. ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลเก่ียวกับลักษณะ ที่คุ้มครองดูแลเหมืองฝายและพบปะกันเพ่ือเตรียมพร้อมก่อนการ สําคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรม ทา� นา ชุมชนจากแหลง ขอ มลู อืน่ ๆ ▼ บรเิ วณพน้ื ทส่ี งู ทรี่ าบและแหลง่ นา�้ มนี อ้ ย ผคู้ นไดพ้ ฒั นาและดดั แปลงพนื้ ที่ใหเ้ ปน็ แบบขนั้ บนั ได เพอื่ ให้ อธบิ ายความรู้ สามารถท�าการเพาะปลกู ขา้ วได้ผลดี 3. ครูตั้งประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ 38 เชน • ลักษณะทางภูมิศาสตรสงผลตอการเกิด ประเพณแี ละการประกอบอาชพี ของผคู นได จริงหรอื ไม อยางไร (แนวตอบ : ลักษณะทางภูมิศาสตรสงผลตอ การเกิดประเพณีและการประกอบอาชีพ ของผคู นไดจริง เชน พืน้ ทที่ เี่ ปน ทรี่ าบลมุ มี ดนิ น้าํ อุดมสมบูรณ ผูคนมักประกอบอาชพี เกษตรกรรม เชน ทาํ นา ทาํ ใหเ กดิ ประเพณที ่ี เกย่ี วกบั การทาํ นา เชน ประเพณกี ารทาํ ขวญั ขา ว ประเพณีบชู าแมโพสพ) • ลักษณะพืน้ ทท่ี เี่ ปนเทอื กเขาสงู มปี าไมม าก มีท่ีราบนอย และมีแมนํ้าไหลผานมักสงผล ตอการประกอบอาชีพและการเกิดประเพณี ของผูค นอยางไร (แนวตอบ : ลักษณะพ้ืนท่ีแบบนี้มักสงผลตอ การเกดิ ประเพณแี ละการประกอบอาชพี ของ ผูค น เชน ประเพณีเลย้ี งผสี บน้ํา ประเพณี ทําบุญบูชาผีฝาย ประเพณีบวชตนไม การ เพาะปลูกแบบนาข้นั บนั ได) เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรา งเสริม ครูอาจใหนักเรียนดูภาพจากหนังสือเรียน ประวัติศาสตร ป.3 หนา 38 ครูอาจใหนักเรียนจัดทําแผนผังความคิดแสดงขอมูล แลวอธิบายเพ่ิมเติมวา การปลูกพืชแบบขั้นบันไดมีประโยชนชวยใหหนาดิน วัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมชุมชนที่เกี่ยวเนื่องกับสภาพ ไมถ กู นา้ํ ชะลา ง ปอ งกนั การสญู เสยี หนา ดนิ และยงั เปน การนาํ พน้ื ทลี่ าดชนั มาใช ภูมิประเทศในลักษณะตางๆ แลวอธิบายวา วัฒนธรรมประเพณี ใหเกดิ ประโยชนอยางมปี ระสทิ ธภิ าพ ดงั กลาวมีความสาํ คญั อยา งไรตอ วิถีชีวติ ของผูค นในชมุ ชน ปจ จุบันบริเวณพืน้ ที่สงู ทถี่ ูกดัดแปลงใหเปนพน้ื ท่ีเพาะปลกู โดยเฉพาะการ ทํานาแบบขน้ั บันได นอกเหนอื จากการประกอบอาชพี ทางการเกษตรแลว พ้นื ท่ี เหลา นยี้ งั ไดร บั การพฒั นาใหเ ปน แหลง ทอ งเทยี่ ว สรา งรายไดเ สรมิ ใหก บั ชาวบา น อกี ดว ย ตวั อยา งนาขนั้ บนั ไดทเี่ ปน แหลง ทอ งเทย่ี ว เชน ทบ่ี า นกองกาน บา นตนี ผา บา นปา บงเปย ง บา นแมก ลางหลวง อาํ เภอแมแ จม จงั หวดั เชยี งใหม นาขน้ั บนั ได บา นนางแลใน อําเภอเมอื งฯ จงั หวัดเชียงราย T42

นํา สอน สรุป ประเมนิ พนื้ ทที่ ร่ี าบสงู มคี วามแหง้ แลง้ ในบางพน้ื ท ี่ พนื้ ดนิ สว่ นใหญ่ ขนั้ สอน เป็นดินปนทราย ไม่กักเก็บน้�า และบางแห่งก็แล้งน�้า จึงมีการ สรา้ งอ่างเก็บน้า� เลก็ ๆ กระจายอยทู่ ว่ั ไป และชาวบ้านจะเลอื กทา� นา • ลกั ษณะพนื้ ทท่ี เี่ ปน ทรี่ าบสงู มคี วามแหง แลง ในทลี่ มุ่ ใกลห้ นองนา้� พชื ที่ปลูกกจ็ ะเลือกพืชทีท่ นแล้งได้ดี เช่น ปอ พน้ื ดนิ สว นใหญเ ปนดินปนทราย ไมกักเกบ็ มันส�าปะหลัง ฝาย ประเพณีที่เกี่ยวข้องจึงมีลักษณะอ�านวยให้เกิด นา้ํ มกั สงผลตอการประกอบอาชีพและการ คบวุญาบม้งัอไดุ ฟม1 สมบรู ณ ์ ขอให้ฝนตก เช่น ประเพณแี หน่ างแมว ประเพณี เกิดประเพณขี องผูคนอยา งไร พนื้ ทท่ี มี่ ลี กั ษณะเปน็ คาบสมทุ รทม่ี ที ะเลขนาบทง้ั ดา้ นตะวนั ตก (แนวตอบ : ในลักษณะพ้ืนที่แบบน้ีผูคนท่ี และด้านตะวันออก ต้ังอยู่ในเขตมรสุม ซึ่งมีฝนตกชุกตลอดทั้งป ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมักปลูกพืชที่ มภี เู ขาและปา ไมอ้ ดุ มสมบรู ณ ์ มกั ประกอบอาชพี เกษตรกรรม ทงั้ ทา� นา ทนแลงไดดี เชน มันสําปะหลัง ปอ ฝาย ท�าสวนผลไม ้ สวนกาแฟ สวนปาลม์ น้�ามัน สวนยางพารา และการ และมักจะมีประเพณีที่เก่ียวกับการอํานวย ทา� การประมง ความอดุ มสมบูรณ์ของพนื้ ทท่ี า� ใหล้ กั ษณะวัฒนธรรม ใหเ กิดความอดุ มสมบูรณ ขอใหฝนตก เชน เปชรน่ะเ พกาณรบแี ขางง่ สเรว่ อืนทมตี่ลี อ่กั ขษน้ึณอะยขา่ องงมคเี วอากมลบกั นั ษเณทงิป์ ทรเี่ะกจยี่ า� วถขน่ิ อ้ งเชกน่บั ภเรมู อื ปิ กรอะแเทลศะ2 ประเพณีบุญบ้งั ไฟ ประเพณแี หน างแมว) ▼ ประเพณีแหน่ างแมว เป็นประเพณขี องชุมชนท่มี ีอาชีพท�านา ซงึ่ มีความเชือ่ ว่า จะท�าใหฝ้ นตกตอ้ ง • ลักษณะพื้นทที่ ีเ่ ปน คาบสมทุ ร มที ะเลขนาบ ตามฤดูกาล และมนี �้าเพียงพอต่อการเพาะปลกู ตั้งอยูในเขตมรสุมท่ีมีฝนตกชุกตลอดท้ังป มักสงผลตอการประกอบอาชีพและการเกิด ประเพณีของผคู นอยา งไร (แนวตอบ : ลักษณะพ้ืนที่แบบนี้มักสงผลตอ การเกดิ ประเพณแี ละการประกอบอาชพี ของ ผคู น เชน การทาํ ประมงนา้ํ เคม็ การประกอบ อาชีพเกษตรกรรม ท้ังทํานา ทําสวนผลไม สวนกาแฟ สวนปาลมน้ํามัน สวนยางพารา มปี ระเพณที เี่ กดิ จากการประกอบอาชพี เชน ประเพณีในการแสดงความเคารพตอแม ยานางเรอื ) 4. ครูอธิบายใหนักเรียนเห็นถึงความสัมพันธของ วัฒนธรรมประเพณีและการประกอบอาชีพ ของผูคนที่มีความเกี่ยวของกับลักษณะทาง ภมู ศิ าสตร 3๙ ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู “หมบู า นตงั้ อยบู รเิ วณเชงิ เขา ครอบครวั ของนอ ยจงึ ทาํ การเพาะ 1 ประเพณีบุญบ้ังไฟ เปนประเพณีของผูคนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลกู พชื แบบขน้ั บนั ไดตามเชงิ เขา” เพราะเหตใุ ด ครอบครวั ของนอ ย จัดขึ้นเพ่ือเปนการบูชาพระยาแถนเพ่ือขอใหฝนตกตามฤดูกาล จะจัดข้ึนเปน จึงทําเชนนน้ั ประจาํ ทุกปในชว งเดอื น 6 ถึงเดือน 7 เปนประเพณีท่ีทุกคนมคี วามสนุกสนาน มีการละเลนแบบพื้นบาน มีขบวนแหท่ีสวยงาม และเนนการมีสวนรวมของ 1. เพราะไมอยากปลูกพชื ในทรี่ าบลมุ ทุกเพศทุกวัย 2. เพราะใหผ ลผลิตมากกวา ปลกู ในทีล่ ุม 2 เรือกอและ เปนเรือประมงที่นิยมใชในแถบจังหวัดทางภาคใต มีลักษณะ 3. เพราะตอ งการใชเ ปนสถานทีท่ อ งเท่ยี ว เปน เรอื ทต่ี อ ดว ยไมก ระดาน ทาํ สว นหวั และสว นทา ยสงู ขน้ึ จากลาํ เรอื มกี ารทาสี 4. เพราะไมมีพื้นทีร่ าบ จงึ ตอ งปรับพ้ืนท่ีภเู ขาใหเ หมาะกับการ และเขียนลวดลายดวยสีสันฉูดฉาด ซ่ึงลวดลายอันวิจิตรน้ีเองที่เปนเอกลักษณ ของเรือกอและ ปลกู พืช T43 (วิเคราะหคําตอบ : เนื่องจากครอบครัวของนอยอาศัยอยูบริเวณ เชงิ เขา ทาํ ใหพ น้ื ทสี่ ว นใหญเ ปน ภเู ขา มที ร่ี าบนอ ย พน้ื ทใี่ นการเพาะ ปลูกไมเพียงพอ จึงตองปรับพื้นท่ีใหเหมาะกับการเพาะปลูกพืช โดยการปลกู พชื แบบขน้ั บนั ไดตามเชงิ เขา ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบ ท่ถี ูกตอง)

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน กลา่ วไดว้ า่ ลกั ษณะวฒั นธรรมและประเพณขี องชมุ ชนแตล่ ะ ชมุ ชนมคี วามแตกตา่ งกนั เนอ่ื งจากสภาพภมู ศิ าสตรท์ ่ีไมเ่ หมอื นกนั 5. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 4-5 คน รว มกนั จะส่งผลต่อความคิดของคนในชุมชนท่ีอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ แสดงความคิดเห็นในประเด็นคําถามที่ครู แตกตา่ งกนั ทา� ใหม้ ลี กั ษณะประเพณแี ตกตา่ งกนั ถงึ แมเ้ ปน็ ประเพณที ี่ กําหนดให ดงั นี้ เกี่ยวข้องกับการเกษตรกรรม เช่น การท�านา แต่ละชุมชนก็จะมี • ลักษณะทางภูมิศาสตรสงผลตอวิถีชีวิตของ ลกั ษณะท่ีไม่เหมอื นกัน เช่น พ้นื ทที่ มี่ ีฝนตกชุกตลอดป  มีนา�้ ทว่ มขัง ผูคนอยางไรบา ง เมฉาพกาในะรนวาง ขทา้ ว�า ใเหรยี้ชกาววา่บ ้าแนกคระิด1 เปชรน่ ะ ดทิษจ่ี ฐงั ์เหควรดั ่ือนงคมรือศเรกธี ี่ยรวรขม้ารวาทชี่ใ จชงั้เหกี่ยวดัว (แนวตอบ : สง ผลตอ วถิ ชี วี ติ ของผคู นมากมาย พัทลุง เชน การสรา งทอ่ี ยอู าศยั การประกอบอาชพี นอกจากน ี้ ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรท์ า� ใหว้ ถิ ชี วี ติ ของผคู้ นตอ้ ง การรบั ประทานอาหาร การเดินทาง รวมถึง มคี วามสอดคลอ้ งเหมาะสมกบั สภาพภมู ปิ ระเทศและภมู อิ ากาศ เชน่ การแตงกาย) บา้ นเรอื นทอ่ี ยอู่ าศยั บา้ นทส่ี รา้ งในพนื้ ทร่ี าบลมุ่ หรอื พน้ื ทใี่ กลแ้ หลง่ นา�้ • การสรางที่อยูอาศัยในชุมชนของนักเรียน จะปลกู บา้ นทมี่ ีใตถ้ นุ สงู เพอื่ ปอ งกนั นา้� ทว่ มหรอื ปลกู เรอื นแพอย่ใู นนา�้ เหมือนหรือแตกตา งจากชมุ ชนอนื่ อยางไร ส่วนบ้านท่ีปลูกในท่ีสูงมีปาไม้อุดมสมบูรณ์ก็จะมีการใช้ไม้เน้ือแข็ง (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น มาสรา้ งบ้านเรอื น ทา� เครอ่ื งเรือน และนา� ไม้มาแกะสลกั ตกแต่ง โดยใหอยูใ นดุลยพนิ จิ ของครผู ูส อน) • การประกอบอาชีพของคนในชุมชนตางๆ ▼ การสร้างบ้านแบบเรือนแพ เป็นตวั อยา่ งหนงึ่ ของการปรบั วิถีชีวิตใหส้ อดคล้องกบั ลักษณะภมู ปิ ระเทศ สอดคลอ งกบั สภาพทางภูมิศาสตรอยางไร (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู อน) 6. นักเรียนแตละกลุมรวมกันสรุปประเด็นเปน ขอ มลู ของกลมุ จากนนั้ ผลดั กนั สง ตวั แทนออก มานาํ เสนอหนาชน้ั เรียน 4๐ นักเรียนควรรู กจิ กรรม ทา ทาย 1 แกระ เปนเครื่องมือเก่ียวขาวชนิดหน่ึง นิยมใชในภาคใต ใชในการเกี่ยว ครูอาจใหนักเรียนลองสํารวจชุมชนของตนเองวามีสภาพ ขาวท่ีมีคอรวงยาว เกี่ยวขาวในแปลงนาท่ีขาวขึ้นปะปนกับหญาและตนไมอ่ืน ภมู ศิ าสตรล กั ษณะใด และจากสภาพดงั กลา วสง ผลตอ การประกอบ ประกอบดวย 3 สว น ไดแ ก อาชพี และวฒั นธรรมชุมชนอะไรบา ง จากน้ันนาํ ขอมลู มาจดั ทําใน รูปแบบสมดุ ภาพ ตกแตง ใหส วยงาม แลวนาํ เสนอหนาช้นั เรยี น 1. ตาแกระ ทําดวยเหลก็ เปน ใบมดี ฝง อยูในตัวแกระ 2. ตวั แกระหรอื กระดานแกระ ทําดว ยไมย าวๆ รูปสีเ่ หลีย่ มคางหมู 3. ดา มแกระ ทาํ ดว ยปลอ งไมไ ผข นาดเทา นวิ้ มอื เสยี บขวางกบั ตวั แกระตาม รอยที่เจาะไว T44

นํา สอน สรปุ ประเมนิ คนในแตล่ ะชมุ ชนมกี ารสรา้ งสรรคว์ ฒั นธรรมดา้ นอาหารให้ ขน้ั สอน สอดคลอ้ งกับสภาพแวดลอ้ ม เชน่ ชุมชนทตี่ ้ังอยู่ใกลแ้ มน่ �า้ ทม่ี ีความ อดุ มสมบรู ณ ์ จะมสี ตั วน์ า�้ มากมาย สว่ นในหนองนา้� ทก่ี ระจายอยทู่ วั่ ไป 7. ครูตั้งประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ กม็ ปี ลา กบ เขยี ด ใหช้ าวบา้ นจบั มาเปน็ อาหารได ้ แตใ่ นบรเิ วณทพี่ น้ื ท่ี เชน ส่วนใหญ่แห้งแล้งหรือมีฤดูแล้งยาวนาน ชาวบ้านคิดวิธีเก็บรักษา • สภาพแวดลอมสงผลตอการสรางสรรค ขอาา้ หวคาว่ัร แลโดว้ ยนน�าไ�าปปบลรารนจาุลนงาไชหน เิดรมยี ากควล่า ุกปเลคาลร้าา้ ก1 หับรเกือลปือลแาลแะดรก�า ขใน้าภวหาษรือา วัฒนธรรมดานอาหารอยางไร อสี าน สามารถเกบ็ ไวร้ บั ประทานไดน้ านเป็นป ๆ (แนวตอบ : คนในแตล ะชมุ ชนมกี ารสรา งสรรค กลา่ วโดยสรปุ ไดว้ า่ สภาพภมู ศิ าสตรม์ ผี ลทา� ใหช้ มุ ชนแตล่ ะ วฒั นธรรมดา นอาหารใหส อดคลอ งกบั สภาพ พน้ื ทข่ี องประเทศไทยมีวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมชุมชน แวดลอม เชน ชุมชนที่ต้ังอยูใกลแมน้ําท่ีมี ทแ่ี ตกตา่ งกนั ตามลกั ษณะภมู ปิ ระเทศ ภมู อิ ากาศ และทรพั ยากรธรรมชาติ ความอุดมสมบูรณจะมีสัตวน้ํามากมายให ซงึ่ มอี ทิ ธพิ ลตอ่ การประกอบอาชพี และวถิ กี ารดา� เนนิ ชวี ติ ของผคู้ นใน ชาวบา นจบั มาปรงุ เปน อาหารได แตใ นพน้ื ที่ แต่ละทอ้ งถิ่น ทม่ี ฤี ดแู ลง ยาวนาน ชาวบา นจะคดิ วธิ ถี นอม อาหารใหสามารถเก็บไวรับประทานไดนาน ▼ ชมุ ชนทตี่ ง้ั อยู่ในพนื้ ทท่ี อ่ี ดุ มสมบรู ณ ์ จะมกี ารบรโิ ภคอาหารทม่ี สี ว่ นประกอบหลากหลาย ทงั้ สตั วน์ า�้ สตั ว์ เชน การทาํ ปลาราของชาวอสี าน) บก และพืชผกั ตา่ ง ๆ 8. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา สภาพภมู ศิ าสตร มีผลทําใหชุมชนแตละพื้นที่ของประเทศไทย มีวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมชุมชนท่ี แตกตางกัน ตามลกั ษณะภูมิประเทศ ลกั ษณะ ภูมิอากาศ และทรัพยากรธรรมชาติ ซ่ึงมี อิทธิพลตอการประกอบอาชีพและวิถีการ ดาํ เนินชวี ิตของผูค นในแตละทองถน่ิ 4๑ ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ขอใดกลา วไมถกู ตองเก่ยี วกับชุมชนภาคใต 1 ปลารา ในภาคอีสาน เรียกวา ปลาแดก คําวา “แดก” คือ การยัดปลา 1. มุสลิมในภาคใตมักใชภาษาอาหรับในการสื่อสาร ใสลงไปในไหใหแนน ใหไดจาํ นวนมาก มีการใชรําขา วเปนสวนผสมหลกั ปลารา 2. ชาวบา นสว นใหญจะประกอบอาชีพเกษตรกรรมและ ในภาคเหนอื เรยี กวา ฮา ในภาคกลาง เรียกวา ปลารา ค่ัว เพราะใชขาวค่วั ใน ทําประมงเปน หลัก การหมกั ในภาคใต เรยี กวา ปลาราเลสาบ ปลารา ไมไดมีเพียงในประเทศไทย 3. แกระและเรือกอและเปนเคร่ืองมือท่ีเปนเอกลักษณเฉพาะ เทา น้นั ประเทศอืน่ ๆ ในภูมภิ าคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใตก ็มีปลาราเชน กัน เชน ของชมุ ชนภาคใต กมั พชู า เรยี กวา ปรอฮก มาเลเซยี เรยี กวา เปกาซมั อนิ โดนเี ซยี เรยี กวา บากาแซง็ 4. ชมุ ชนภาคใตม ีการผสมผสานวัฒนธรรมจากพระพทุ ธ ฟลปิ ปน ส เรยี กวา บากุงอสิ ดา ศาสนาและศาสนาอิสลาม (วิเคราะหคําตอบ : ภาษาที่มุสลิมในภาคใตสวนใหญใชในการ ติดตอ สอ่ื สาร คอื ภาษายาวี สวนขอ อ่ืนกลา วถกู ตอ งแลว ดงั นน้ั ขอ 1. จึงเปนคําตอบท่ีถกู ตอ ง) T45

นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน ๒) ลักษณะส�ำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ ชมุ ชนท่ีเก่ยี วเนอ่ื งกับศำสนำและควำมเช่ือ 9. ครูนําประเพณีตางๆ ที่เกี่ยวกับศาสนาและ ความเชอ่ื และศาสนามคี วามสา� คญั กบั ผคู้ นมาตง้ั แตอ่ ดตี และ ความเชือ่ 1-2 ประเพณี มาเลาใหนักเรยี นฟง ท�าให้เกิดการสร้างสรรค์ประเพณีและวัฒนธรรมข้ึน โดยลักษณะ แลว อธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา ประเพณตี า งๆ สา� คญั ของวฒั นธรรมประเพณแี ละวฒั นธรรมของชมุ ชนทเี่ กย่ี วเนอ่ื ง เหลาน้ีเก่ียวของกับศาสนาและความเชื่อ กับศาสนาและประเพณีของคนไทยมีลักษณะที่แตกต่างกันตาม อยา งไร การนับถือศาสนาและส่ิงศักดิ์สิทธิ์ รวมถึงการนับถือวิญญาณของ บรรพบรุ ษุ 10. ครูตั้งประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันคิด สังคมไทยมีความเช่ือดั้งเดิมท่ีเกี่ยวข้องกับศาสนาและ วิเคราะหแ ละตอบคาํ ถาม เชน ส่ิงศักดิ์สิทธิ์ตามธรรมชาติที่สามารถดลบันดาลให้เกิดความสุข • สงั คมไทยมคี วามเชอื่ ดงั้ เดมิ เกย่ี วขอ งกบั สงิ่ ใด ความเจริญ และความสมบูรณ์ให้กับตนเอง ท้องถิ่น บ้านเมือง (แนวตอบ : สังคมไทยมีความเช่ือด้ังเดิม ทอี่ ยอู่ าศัย หรือดลบันดาลให้เกิดความสุขต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ เกี่ยวของกับศาสนาและส่ิงศักดิ์สิทธ์ิเหนือ พืน้ ฐาน ความเชอื่ ด้งั เดิมในเรอ่ื งผสี างเทวดาและความเช่ือทางศาสนา ธรรมชาตทิ สี่ ามารถดลบนั ดาลใหเ กดิ ความ ท�าให้มีการสร้างสรรค์วฒั นธรรม สุข ความเจริญ และความสมบูรณใหกับ ประเพณขี นึ้ โดยเฉพาะพระพุทธ- ตนเอง ทองถน่ิ บานเมอื งทอ่ี ยูอาศัย) ศาสนาและศาสนาพราหมณ ์ ใน 11. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา ความเชื่อ ทางศาสนาทําใหมีการสรางสรรควัฒนธรรม ประเพณขี น้ึ เชน การทําบญุ บา นจะมีพิธสี งฆ ทางพระพุทธศาสนา นอกจากความเชื่อทาง พระพทุ ธศาสนาแลว ยงั มศี าสนาอนื่ อีก เชน ศาสนาอสิ ลาม โดยเฉพาะพน้ื ทใ่ี นบรเิ วณภาค ใต ทาํ ใหมีประเพณที ี่เกยี่ วกับศาสนาอิสลาม เชน ประเพณกี ารถอื ศลี อด ประเพณฮี ารรี ายอ การประกอบพธิ ตี า่ ง ๆ จะมคี วาม เชอ่ื เหล่านอี้ ย่ดู ว้ ย เช่น ในการ ท�าบุญบ้าน จะมีพิธีสงฆ์ทาง พไหรวะผ้พบี ทุ า้ ธนศผาเีสรนอื าน 1แแลละปะมยู ีกา่ ตาราเยซา่นย ▲ ชาวพทุ ธนิมนตพ์ ระสงฆม์ าทา� พิธที างศาสนา ท่ลี ่วงลบั ไปแลว้ เพ่ือความเป็นสริ มิ งคลในการทา� บุญบ้าน 42 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 การเซน ไหวผ บี า นผเี รอื น ความเชอ่ื ในการนบั ถอื ผบี า นผเี รอื น เปน วฒั นธรรม เพราะเหตใุ ดชมุ ชนตางๆ จึงมวี ฒั นธรรมประเพณที ี่แตกตางกัน สวนหน่ึงที่ชาวไทยไดรับสืบทอดมาจากบรรพบุรุษ เพราะระบบครอบครัว 1. ฐานะของคนในชมุ ชนแตกตางกัน มคี วามผกู พนั กนั อยางแนน แฟน ส่งิ ใดทีบ่ รรพบุรุษทําไวกม็ ักจะทําตามกนั ดวย 2. นโยบายของผูน าํ ชุมชนแตกตา งกนั เช่ือวากระทําแลวจะทําใหสังคมหรือบุคคลในครอบครัวปกติสุข ในการจัด 3. ชว งวยั ของคนในชมุ ชนแตกตา งกนั พิธีกรรมเซนไหวผีบานผีเรือน มักจะใหผูสูงอายุเปนผูทําพิธี ทําใหลูกหลาน 4. ความเชอ่ื และการนบั ถือศาสนาแตกตางกนั มีความกตัญูตอบรรพบุรุษของตนเอง การเซนไหวผีบานผีเรือนน้ีนิยมกระทํา (วิเคราะหคําตอบ : เน่ืองจากความเชื่อและศาสนาทําใหมีการ ในวันตรุษ วันสารท วันเกิดของบรรพบุรุษ วันเอาขาวข้ึนยุง วันรับขวัญ โดยผูทําพิธีจะเลือกเอาวนั ใดวนั หนง่ึ ทาํ การเซน ไหว บางบา นจะเซน ดว ยอาหาร สรา งสรรคว ฒั นธรรมประเพณขี นึ้ สง ผลใหช มุ ชนทม่ี คี วามเชอื่ และ คาวหวานทบี่ รรพบรุ ษุ ชอบ หรือบางบานเซนดวยหัวหมู ไก หมาก พลู ขนม การนับถือศาสนาแตกตางกัน เชน ชุนชนที่ผูคนสวนใหญนับถือ บุหรี่ เหลา ดอกไม ศาสนาอิสลาม กับชุมชนที่ผูคนสวนใหญนับถือพระพุทธศาสนา จึงมีวฒั นธรรมประเพณแี ตกตางกัน ดังน้ัน ขอ 4. จึงเปนคําตอบ ท่ีถกู ตอ ง) T46

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ในสมัยโบราณดินแดนประเทศไทย เป็นพ้ืนท่ีท่ีผู้คนจาก ขนั้ สอน ภายนอกเดนิ ทางเขา้ มาตดิ ตอ่ คา้ ขาย โดยเฉพาะบรเิ วณพน้ื ทที่ ตี่ ดิ กบั แหล่งน้�า เช่น แม่น�้า ทะเล มหาสมุทรทางภาคใต้ พ้ืนท่ีเหล่าน้ี 12. ครูใหนักเรียนชวยกันยกตัวอยางประเพณีท่ี มกั ไดร้ บั วฒั นธรรมประเพณจี ากภายนอก เชน่ ศาสนาอสิ ลาม คนไทย เก่ียวของกับศาสนาตางๆ มาศาสนาละ 1 ในพ้ืนที่จึงนับถือศาสนาอิสลามมากกว่าคนไทยท่ีอยู่ในพ้ืนที่อื่น ๆ ประเพณี จากนน้ั ชว ยกนั ตรวจสอบวา เกย่ี วขอ ง จึงเกิดประเพณีท่ีเกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามขึ้น เช่น ประเพณี กับศาสนาใด และประเพณีเหลานั้นจัดขึ้น ปกาฏริบถัตือิใศนีลเดอือดนขเอรงาผะมู้ทะี่นฎับอถนือ1ขศอางสทนุกาปอเิสปล็นาเวมล าโ ด๑ย มเุสดลือิมนท ุกซค่ึงมนุสตล้อิมง เพือ่ จดุ ประสงคใด จะงดเว้นการรับประทานอาหารและเครื่องด่ืมตั้งแต่พระอาทิตย์ข้ึน จนพระอาทติ ยต์ กดิน นอกจากน้ี ยังมีชาวจีนอพยพเข้าไปอยู่มาก จงึ ทา� ใหม้ ปี ระเพณที เ่ี กยี่ วกบั วฒั นธรรมจนี หลายอยา่ ง เชน่ การกนิ เจ ลกั ษณะของอาหาร การสรา้ งอาคารทพ่ี ักอาศัย ▼ คนไทยเชือ้ สายจนี ที่จงั หวัดภเู ก็ต มกี ารจัดประเพณีถอื ศลี กนิ ผกั หรอื กนิ เจข้นึ เปน็ ประจา� ทกุ ป 43 กจิ กรรม สรางเสริม นักเรียนควรรู ครอู าจใหน กั เรยี นอภปิ รายรว มกนั เกยี่ วกบั วฒั นธรรมประเพณี 1 เราะมะฎอน ช่ือเดือนท่ี 9 ตามปฏิทินอิสลาม ซึ่งมี 29 และ 30 วัน ของชมุ ชนทเ่ี กย่ี วเนอ่ื งกบั ศาสนาและความเชอ่ื แลว สรปุ สาระสาํ คญั เปนเดือนถือศีลอดที่อัลลอฮประทานโองการคัมภีรอัลกุรอานแกศาสดา โดยจัดทําในรูปแบบแผนผังความคิดหรือสมุดภาพ ตกแตงให มุฮัมมัดเปนคร้ังแรก การกําหนดเดือนเราะมะฎอนในสมัยศาสดามุฮัมมัดใช สวยงามนาํ สง ครูผสู อน วิธดี ูดวงจนั ทรใ นวนั ท่ี 29 ของเดือนชะอบ าน (เดือนที่ 8) ถาหากวา เมือ่ ตะวัน ลับฟาแลวยังมีดวงจันทรคางอยูก็ถือวาเปนการเริ่มตนของเดือนเราะมะฎอน แตหากไมเ หน็ ดวงจันทรก็ถอื วาเดือนชะอบานนน้ั มี 30 วัน หลังจากนน้ั กจ็ ะเปน วนั เรมิ่ ตน ของเดอื นเราะมะฎอน สว นการกาํ หนดวนั สน้ิ สดุ ของเดอื นเราะมะฎอน กเ็ ชน เดยี วกนั โดยใหด ดู วงจนั ทรใ นวนั ท่ี 29 หากตะวนั ลบั ขอบฟา แลว มดี วงจนั ทร คา งอยกู ถ็ ือวาเปน การสนิ้ สุดเดอื นเราะมะฎอน แตห ากไมเหน็ ดวงจนั ทรกถ็ อื วา เดือนเราะมะฎอนนั้นมี 30 วัน T47

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน วฒั นธรรมประเพณที เ่ี กยี่ วขอ้ งกบั อาชพี เกษตรกรรม ชาวนา มีความเชื่อว่าแม่โพสพเป็นเทวดาท่ีดูแลข้าว หากต้องการให้ข้าว 13. ครูต้ังประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ ในนาของตนเองเจรญิ งอกงามอดุ มสมบรู ณ ์ กจ็ ะมกี ารเซน่ สรวงบชู า เก่ียวกับประเพณีและวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่อง ต้ังแต่การเร่ิมลงมือเพาะปลูกจนถึงการเก็บผลผลิต เพราะเชื่อว่า กบั ศาสนาและความเช่อื เชน หากบูชาอย่างดีแล้วแม่โพสพจะดลบันดาลและคุ้มครองไม่ให้ข้าว • นักเรียนคิดวา เพราะเหตุใดชาวนาจึงมี รในวมนาถเึงสกียาหรทาย�าขแวลัญะไขดา้้ผวล1ในผหลิตลทายี่ดพี ื้นจทึงเ่ขี กอิดงปปรระะเเพทณศไีกทายรบูชาแม่โพสพ ความเชอื่ เร่อื งแมโ พสพ ประเพณีลอยกระทงเป็นประเพณีที่จัดขึ้นตามความเช่ือใน (แนวตอบ : เพราะชาวนาเชอ่ื วา แมโ พสพเปน พระพทุ ธศาสนา คอื ลอยกระทงเพอ่ื สกั การบชู ารอยพระพทุ ธบาทของ เทพธิดาท่ีดูแลขาว หากตองการใหขาวใน สมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา้ บนสวรรคช์ นั้ ดาวดงึ ส ์ และลอยกระทงตาม นาของตนเองเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ ความเชอ่ื ของศาสนาพราหมณ ์ คอื ลอยเพอ่ื บชู า และขอขมาแมค่ งคา จะตอ งมีการเซน สรวงบชู า) ซงึ่ เปน็ เทวดาผดู้ แู ลรกั ษานา�้ ซงึ่ เรานา� นา้� มาใชใ้ นชวี ติ ประจา� วนั ตลอดจน • ประเพณีลอยกระทงเกิดข้ึนจากความเชื่อ ทง้ิ สง่ิ สกปรกลงไป เพอื่ แสดงความเคารพและตระหนกั ถงึ ความสา� คญั ของศาสนาใด ของนา�้ ทเี่ ปน็ ทรัพยากรธรรมชาตสิ า� คญั (แนวตอบ : เกิดข้ึนจากความเช่ือของ ลักษณะส�าคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ พระพุทธศาสนาและศาสนาพราหมณ- ชุมชนทเี่ กีย่ วเนอื่ งกบั ศาสนาและความเชอ่ื ท�าใหเ้ กิดการสร้างสรรค์ ฮินดู ในทางพระพุทธศาสนาเช่ือวา ลอย ประเพณที เ่ี ปน็ ลกั ษณะรว่ มกนั ของสงั คมไทย และบางความเชอ่ื กเ็ ปน็ กระทงเพื่อสักการบูชารอยพระพุทธบาท ลกั ษณะเฉพาะหรอื ประจา� ถนิ่ โดยมจี ดุ ประสงค ์ คอื เพอ่ื สรา้ งความสขุ ของสมเดจ็ พระสมั มาสมั พทุ ธเจา บนสวรรค และความสบายใจให้กับคนในท้องถ่ินน้ัน ๆ ซึ่งสอดคล้องกับหลัก ชั้นดาวดึงส ศาสนาพราหมณ-ฮินดูเช่ือวา ศาสนาและความเชื่อของชมุ ชน ลอยกระทงเพื่อบูชาและขอขมาแมพระ คงคา ซึง่ เปนเทพธิดาผดู ูแลรกั ษานา้ํ ) 44 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ 1 การทําขวัญขาว ประเพณีทําขวัญขาวมีช่ือเรียกแตกตางกันไปในแตละ ขอใดเปนวฒั นธรรมประเพณที เี่ กยี่ วของกับเกษตรกรรม ทองถน่ิ เชน สูขวญั ขา ว สูขวญั แมโ พสพ ทํากันในเกอื บทุกภาคของประเทศไทย 1. ประเพณสี งกรานต อาจมีพิธีกรรมท้ังท่ีคลายคลึงและแตกตางกันไปตามแตละพ้ืนที่ แตสวนใหญ 2. ประเพณลี อยกระทง แสดงถงึ การผสมผสานของความเชอ่ื เรอื่ งผแี ละขวญั โดยคนไทยมคี วามเชอ่ื เรอ่ื ง 3. ประเพณบี ชู าแมโ พสพ ขวญั เชื่อวา ทัง้ คน สตั ว และส่ิงตา งๆ มี “ขวัญ” ประจาํ อยู ขวัญจะหนไี ปเม่ือมี 4. ประเพณีแหป ราสาทผงึ้ เหตใุ หต กใจ โดยทวั่ ไปนยิ มทาํ ขวญั ขา วเมอื่ ขา วตงั้ ทอ งและเมอื่ ขนขา วขน้ึ ยงุ ฉาง (วิเคราะหคําตอบ : ประเพณีบูชาแมโพสพเกี่ยวของกับอาชีพ แตป จ จบุ ันหลายแหงเลกิ ทําไปแลว เพราะมกี ารซอ้ื ขายขาวตง้ั แตอยูใ นลาน เกษตรกรรม โดยชาวนาเช่ือวาแมโพสพเปนเทพธิดาท่ีดูแลขาว ส่ือ Digital หากตองการใหขาวในนาเจริญงอกงามอุดมสมบูรณ จะตองมี การเซน สรวงบชู าแมโ พสพเพอ่ื คมุ ครองไมใ หข า วในนาเสยี หายและ ศกึ ษาคน ควา ขอ มลู เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั วฒั นธรรมประเพณที อ งถนิ่ ในประเทศไทย ไดผ ลผลติ ที่ดี ดงั นัน้ ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบท่ีถกู ตอง) ไดท ี่ https://www.sac.or.th/databases/rituals/main.php เวบ็ ไซตศ นู ยข อ มลู มานุษยวทิ ยาสิรนิ ธร (องคก ารมหาชน) T48

นํา สอน สรุป ประเมนิ ๓) ลักษณะส�ำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ ขน้ั สอน ชุมชนท่ีเก่ยี วเนอื่ งกบั ควำมเปน มำทำงประวตั ิศำสตร์ ชมุ ชนทมี่ กี ารตงั้ ถนิ่ ฐานมาตง้ั แตอ่ ดตี มกั มเี รอื่ งราววฒั นธรรม 14. ครูใหนักเรียนดูหนังสือเรียน หนา 45 แลว หรอื ประเพณที ส่ี บื เนอื่ งมาจากเหตกุ ารณ์ในสมยั อดตี เชน่ การจดั งาน สอบถามนักเรียนเกี่ยวกับภาพ เชน ภาพนี้ เผาเทยี นเลน่ ไฟ ทอ่ี ทุ ยานประวตั ศิ าสตรส์ โุ ขทยั เพอ่ื สบื ทอดประเพณี เปนงานประเพณีอะไร จัดขึ้นท่ีใด ใครเคย ตามที่ปรากฏในหลักศิลาจารึกหลักที่ ๑ ซึ่งกล่าวถึงงานเผาเทียน ไปเทย่ี วชมงานนบี้ า ง จากนน้ั ใหน กั เรยี นทเ่ี คย เล่นไฟว่าเปน็ งานรน่ื เริงของกรุงสโุ ขทยั ไปเท่ยี วงานออกมาเลาใหเ พื่อนๆ ฟง การจดั งานวนั สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช ท่ีเมืองพัทยา จงั หวดั ชลบรุ ี และทจี่ งั หวดั จนั ทบรุ ี เนอื่ งในวนั คลา้ ยวนั ปราบดาภเิ ษก 15. ครูอธิบายใหนกั เรียนฟงวา ความเปน มาทาง ขน้ึ ครองราชยข์ องสมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราช เพราะเปน็ จงั หวดั ประวตั ศิ าสตรส ามารถสง ผลตอ ลกั ษณะสาํ คญั ท่อี ยู่ในเสน้ ทางการเดนิ ทัพของพระยาตาก หรือพระยาตากใช้เปน็ ท่ี ของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ ต้ังมั่นสะสมกา� ลังก่อนกอบกู้เอกราชของกรงุ ศรอี ยธุ ยา ชุมชนได เน่ืองจากชุมชนท่ีมีการต้ังถิ่นฐาน มาตั้งแตอดีต มักมีเรื่องราววัฒนธรรมหรือ ▼ งานประเพณเี ผาเทียนเล่นไฟ จังหวดั สุโขทยั จัดข้นึ เปน็ ประจา� ในชว่ งเทศกาลลอยกระทง ซึ่งเชอ่ื ว่า ประเพณีท่ีสืบเน่ืองมาจากเหตุการณในสมัย เป็นประเพณีที่จดั ขนึ้ มาต้ังแต่ครั้งกรงุ สโุ ขทัยเป็นราชธานี อดีต เชน การจัดงานเผาเทียนเลนไฟท่ี อุทยานประวัติศาสตรสุโขทัย การจัดงานวัน สมเด็จพระเจา ตากสินมหาราช ท่เี มอื งพัทยา จงั หวดั ชลบรุ ี และที่จังหวัดจันทบรุ ี 45 กิจกรรม สรางเสรมิ บูรณาการอาเซยี น ครูอาจใหนักเรียนแบงกลุมสืบคนขอมูลเกี่ยวกับวัฒนธรรม ครูอาจอธิบายใหนักเรียนเขาใจเพิ่มเติมถึงความเปนมาทางประวัติศาสตร ประเพณีเกาแกท่ีเกี่ยวเน่ืองกับความเปนมาของชุมชนหรือจังหวัด ในภมู ภิ าคอาเซยี นวา สว นใหญไ ดร บั อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมจากอนิ เดยี และจนี ซง่ึ ของตนเองในประเดน็ แตละประเทศตางกร็ ับเอาวฒั นธรรมจากทงั้ 2 ชาติ น้ีเขา มาในระดับท่ีแตกตา ง กนั เชน ไทย กัมพูชา ลาวไดรบั อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมจากอินเดยี เปน สวนใหญ • ชอ่ื วฒั นธรรมประเพณี สว นเวยี ดนามไดร บั อทิ ธพิ ลทางวฒั นธรรมจากจนี เปน สว นใหญ โดยกลมุ ประเทศ • ความสาํ คัญ สมาชิกอาเซียนสามารถจําแนกออกเปน 3 กลุมวัฒนธรรมหลักตามลักษณะ • ชว งเวลาท่จี ัด ทตี่ ง้ั ซงึ่ สะทอ นวิถชี วี ติ วัฒนธรรมท่ีสมั พันธกบั สภาพแวดลอ ม ไดแก 1. กลมุ • แนวทางการอนรุ กั ษว ัฒนธรรมประเพณี วฒั นธรรมลมุ นา้ํ โขงไทย-ลาว-เขมร-เมยี นมา-เวยี ดนาม ซง่ึ มวี ฒั นธรรมประเพณี จากนั้นสรุปขอมูลในรูปแบบตาง ๆ เชน โปสเตอร แผนพับ ความเชื่อ คานิยม ทั้งที่มีความคลายคลึงและแตกตาง 2. กลุมวัฒนธรรม สมดุ เลม เล็ก สมุดภาพ นาํ เสนอผลงานหนาชน้ั เรยี น มาเลเซยี -อนิ โดนเี ซยี -บรไู น-สิงคโปร ท่ีประชาชนสวนใหญน บั ถอื ศาสนาอิสลาม ขณะที่สิงคโปรเปนสังคมผสมผสานระหวางจีน-มาเลย-อินเดีย และ 3. กลุม วฒั นธรรมฟลปิ ปน ส ทีไ่ ดร บั อิทธพิ ลจากสเปนผสมผสานกบั วัฒนธรรมพืน้ เมือง T49

นํา สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สอน ๔) ลักษณะส�ำคัญของวัฒนธรรมประเพณีและวัฒนธรรมของ ชมุ ชนกบั กำรผสมผสำนทำงวัฒนธรรมกับชนชำตติ ำง ๆ 16. ครเู ขยี นขอ ความวา คนไทยเชอ้ื สายจนี คนไทย สงั คมไทยเปน็ สงั คมทมี่ คี วามหลากหลายทางชาตพิ นั ธ ์ุเนอื่ งจาก เช้ือสายอินเดีย คนไทยเชื้อสายมอญ ไวบน ในสมยั โบราณดนิ แดนไทยเปน็ ดนิ แดนทม่ี ผี คู้ นอพยพเขา้ มาตง้ั ถน่ิ ฐาน กระดาน แลว อธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา คนไทย จา� นวนมาก เกดิ การอยรู่ วมกนั ของผคู้ นทม่ี พี น้ื ฐานความคดิ และความเชอ่ื เช้ือสายเหลาน้ีมีวัฒนธรรมประเพณีที่เปน ท่ีแตกต่างกัน โดยแต่ละกลุ่มชนต่างก็มีลักษณะวัฒนธรรมเฉพาะ เอกลักษณของตนเอง เม่ือไปต้ังถ่ินฐานอยู ของตนเอง ตามความเชือ่ และสง่ิ ทป่ี ฏิบัตสิ บื ทอดกนั มา เชน่ ทีใ่ ดกจ็ ะนาํ วัฒนธรรมประเพณขี องตนเองไป ชาวจีนท่ีอพยพเข้ามาในดินแดนไทยตั้งแต่สมัยอยุธยา ดว ยเสมอ ได้น�าวัฒนธรรมของตนเองติดมาด้วย ท�าให้วัฒนธรรมของชาวจีน เผยแพร่อยู่ในสังคมไทย เช่น 17. ครูตั้งประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ ชุมชนชาวประมงเช้ือสายจีนจะ เกย่ี วกบั วฒั นธรรมประเพณขี องชมุ ชนกบั การ ตั้งศาลเจ้าแม่ทับทิม มีพิธีบูชา ผสมผสานทางวฒั นธรรมกบั ชนชาติตางๆ เพอ่ื ขอโชคลาภหรอื ขอใหป้ ลอดภยั • ชมุ ชนคนไทยเชอ้ื สายจนี สง ผลใหเ กดิ ลกั ษณะ ในการออกเรอื หาปลา สว่ นคนไทย สาํ คญั ของวฒั นธรรมประเพณแี ละวฒั นธรรม เช้ือสายจีนยังได้รักษาประเพณี ของชมุ ชนอยา งไร ตวัฒรษุ นจธนี ร1 รซมง่ึ หจีนมาไวย้ ถงเึ ชเท่นศ กปารละปเใพหณม่ี (แนวตอบ : ชุมชนชาวจีนท่ีอพยพเขามาใน ▲ คนไทยเช้ือสายจีนยังคงสืบสานวัฒนธรรม ดนิ แดนไทยตง้ั แตส มยั อยธุ ยาไดน าํ วฒั นธรรม การไหวเ้ จา้ และบรรพบรุ ษุ เนอ่ื งในเทศกาลตรษุ จนี ของตนเองติดมาดวย ทําใหวัฒนธรรม ของชาวจีนเผยแพรอยูในสังคมไทย เชน ของชาวจีน จะมกี ารทา� พธิ ีไหว้เจ้า เคารพสิ่งศกั ดส์ิ ิทธติ์ ามความเชื่อ ประเพณตี รษุ จนี ซงึ่ หมายถงึ เทศกาลปใ หม ของชาวจนี จะมกี ารทําพิธีไหวเ จา เคารพ ส่ิงศักดิ์สิทธ์ิตามความเชื่อ และกราบไหว บรรพบุรุษ นอกจากน้ี ยงั มวี ฒั นธรรมดา น อาหารของชาวจีน เชน กวยเต๋ียว บะหมี่ เกยี๊ ว ซงึ่ เปน อาหารทไ่ี ดร บั ความนยิ มทวั่ ไป ในสังคมไทยดวย) และกราบไหว้บรรพบุรษุ มีการจัดเตรยี มอาหารสา� หรับไหวเ้ จา้ และ รบั ประทานรว่ มกันในครอบครวั เพือ่ เฉลิมฉลองโอกาสวันขน้ึ ปใหม่ นอกจากนี้ วัฒนธรรมด้านอาหารของชาวจีน เช่น กว ยเตยี๋ ว บะหมี ่ เกยี๊ ว เปน็ อาหารจนี ท่ไี ดร้ บั ความนยิ มทว่ั ไปในสงั คมไทย 46 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 ประเพณีตรุษจีน ชาวไทยเช้อื สายจีนจะถือประเพณปี ฏิบตั อิ ยู 3 วนั ไดแ ก วัฒนธรรมของชาวจีนมีอิทธิพลตอสังคมไทยหลายประการ วันจา ย วนั ไหว และวนั ปใหม ยกเวน ขอ ใด • วันจาย คือ วันกอนวันส้ินป เปนวันท่ีชาวไทยเช้ือสายจีนจะตองไปซ้ือ 1. รามเกียรติ์ อาหาร ผลไม และเครื่องเซน ไหวตางๆ 2. เทศกาลกนิ เจ 3. กว ยเตยี๋ ว บะหม่ี • วันไหว คือ วันสิ้นป จะมีการไหว 3 คร้ัง ไดแก ตอนเชามืดจะไหว 4. ประเพณตี รุษจีน เทพเจา ตางๆ ตอนสายจะไหวบ รรพบุรุษ พอ แมญ าตพิ ี่นองท่ถี งึ แกกรรม (วเิ คราะหค าํ ตอบ : รามเกยี รตเ์ิ ปน วรรณคดขี องไทยทไี่ ดร บั อทิ ธพิ ล ไปแลว เปนการแสดงความกตัญูตามคติจีน รวมท้ังการเผากระดาษ มาจากมหากาพยรามายณะของอินเดีย ดังนั้น ขอ 1. จึงเปน เงินกระดาษทอง เส้ือผากระดาษเพื่ออุทิศแกผูลวงลับ และตอนบาย คําตอบทถี่ ูกตอง) จะไหวผีพีน่ อ งที่ลว งลบั ไปแลว มีการจุดประทดั เพอ่ื ขบั ไลส่งิ ชวั่ รายและ เปน สริ มิ งคล • วันปใหม หรือวันเที่ยว หรือวันถือ คือ วันที่หนึ่งของเดือนท่ีหนึ่งของป เปนวันทองเท่ียวนอกบาน รวมท้ังมีการไปไหวขอพรและอวยพรจาก ญาติผูใหญแ ละผูทเี่ คารพรกั เปน วันแหง สริ มิ งคลและงดทําบาป T50

นาํ สอน สรุป ประเมนิ นอกจากน ้ี บางชมุ ชน เชน่ ภเู กต็ หาดใหญ ่ ทม่ี ชี าวตะวนั ตก ขนั้ สอน และชาวจีนอพยพเข้าไปอาศัยอยู่ด้วยกัน จึงท�าให้วัฒนธรรมเกิด การผสมผสานกัน เช่น ลักษณะของบ้านเรือนที่รับอิทธิพลมาจาก • ชุมชนคนไทยเช้ือสายอินเดียสงผลใหเกิด บชิโ้านนโขปอรงตชุกาีสว1 จีนและบ้านของชาวตะวันตก ท่ีเรียกว่า อาคารแบบ ลกั ษณะสาํ คญั ของวฒั นธรรมประเพณแี ละ ชุมชนคนไทยเช้ือสายอินเดีย ชาวอินเดียเข้ามาเก่ียวข้อง วัฒนธรรมของชุมชนอยา งไร และผสมผสานกับสังคมไทยเป็นเวลายาวนาน ชาวอินเดียในสมัย (แนวตอบ : ชาวอนิ เดยี ในสมยั โบราณมคี วาม โบราณมคี วามเกย่ี วขอ้ งกบั ราชสา� นกั ในฐานะผทู้ ม่ี คี วามเชย่ี วชาญใน เกี่ยวของกับราชสํานักในฐานะผูที่มีความ พธิ พี ราหมณ ์ และชาวอนิ เดยี บางสว่ นกเ็ ปน็ พอ่ คา้ เขา้ มาตงั้ ถนิ่ ฐานใน เชี่ยวชาญในพิธีพราหมณ ชาวอินเดียบาง ดนิ แดนไทย มลี กั ษณะวฒั นธรรม สวนเปนพอคาเขามาต้ังถ่ินฐานในดินแดน ความเชอื่ ตามหลกั ศาสนาพราหมณ์ ไทย มีการต้ังชุมชนชาวอินเดียข้ึนและมี มกี ารตงั้ ชมุ ชนของชาวอนิ เดยี ขน้ึ การแสดงออกทางวฒั นธรรม เชน การสรา ง และมกี ารแสดงออกทางวฒั นธรรม เทวรปู ของเทพเจา ตามความเชอื่ และมกี าร เชน่ การสรา้ งเทวรปู ของเทพเจา้ บูชาเพ่ือขอพร ดลบันดาลใหเกิดความสุข ตามความเชอ่ื และมกี ารบชู าเพอื่ และตอ มาไดม กี ารผสมผสานกนั ทางวฒั นธรรม ขอพร ดลบนั ดาลใหเ้ กดิ ความสขุ ซึ่งคนไทยและคนไทยเช้ือสายอินเดียตาง และต่อมาได้มีการผสมผสาน ▲ เทวสถานโบสถพ์ ราหมณ ์ ตง้ั อยทู่ ก่ี รงุ เทพมหานคร ก็มีความเคารพนับถือในส่ิงศักดิ์สิทธ์ิของ กนั ทางวฒั นธรรม ซงึ่ คนไทยและ เป็นสถานท่ีเคารพสักการะของผู้ที่นับถือศาสนา ศาสนาพราหมณ- ฮนิ ดูเชนเดยี วกนั ) พราหมณ์และคนทวั่ ไป • คนไทยเช้ือสายมอญสงผลใหเกิดลักษณะ คนไทยเช้ือสายอินเดียต่างก็มีความเคารพนับถือในสิ่งศักด์ิสิทธิ์ของ สาํ คญั ของวฒั นธรรมประเพณแี ละวฒั นธรรม ศาสนาพราหมณ์เชน่ เดียวกนั นอกจากน้ี คนไทยเชื้อสายอินเดยี ก็ ของชุมชนอยา งไร ยังคงรกั ษาวฒั นธรรมของอินเดยี เอาไว ้ เช่น การสวมสา่ หรี ลกั ษณะ (แนวตอบ : คนไทยเชื้อสายมอญอาศัยอยู ของอาหาร การตั้งชอ่ื บตุ รหลาน กระจายเกือบทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นท่ี บริเวณภาคกลางของไทย คนไทยเชื้อสาย 47 มอญมีประเพณีของตนเอง เชน ประเพณี ตักบาตรนํ้าผ้ึง ประเพณีสงกรานต และมี วฒั นธรรมดา นอาหาร เชน ขา วแช ซง่ึ คนไทย นยิ มรบั ประทานเพอื่ ชว ยคลายรอ นในฤดรู อ น) ขยายความเข้าใจ 18. ครสู มุ ใหน กั เรยี น 2-3 คน ออกมาเลา ใหเ พอื่ นๆ ฟง วา ผคู นสวนใหญในชมุ ชนของตนเองเปน คนไทยเช้อื สายใด และมีวฒั นธรรมประเพณี สาํ คญั อะไรบา ง 19. ครคู อยอธบิ ายเสรมิ และเปด โอกาสใหน กั เรยี น ซักถามในประเด็นท่ีสงสัยหรือสนใจ ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ขอ ใดตอ ไปนแ้ี สดงถงึ อทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมอนิ เดยี ทม่ี ตี อ สงั คม 1 อาคารแบบชโิ นโปรตกุ สี เปน รปู แบบของสถาปต ยกรรมทผี่ สมผสานระหวา ง ไทย ตะวันออกและตะวันตกในแหลมมลายูในสมัยจักรวรรดินิยมของตะวันตก ราว พ.ศ. 2054 พบเห็นไดในเมืองมะละกา เมืองปนัง ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร 1. คนไทยมีสทิ ธิเสรภี าพสว นบคุ คล หรือมาเกา รวมถึงประเทศไทย นับต้ังแตชาวโปรตุเกสเขามาต้ังถ่ินฐานและ 2. ประเทศไทยเปน สังคมเกษตรกรรม ทาํ การคา บรเิ วณเมอื งทา มะละกาไดน าํ เอาศลิ ปวทิ ยาการตะวนั ตกเขา มาเผยแพร 3. คนไทยสว นใหญเ ปน พทุ ธศาสนิกชน มกี ารสรา งบา นและสถาปต ยกรรมตามรปู แบบของโปรตเุ กส ซง่ึ ชา งชาวจนี ไดน าํ 4. ประเทศไทยมรี ะบบเศรษฐกจิ แบบทุนนยิ ม ผังการกอสรางไปดําเนินการแตลักษณะของสถาปตยกรรมไดผิดเพ้ียนไป จากเดมิ โดยชา งไดต กแตง ลวดลายสญั ลกั ษณ รวมถึงลกั ษณะรปู แบบบางสว น (วิเคราะหคําตอบ : พระพุทธศาสนามีตนกําเนิดมาจากอินเดีย ของตัวอาคารตามคติความเชื่อของจีน จนเกิดการผสมผสานกันระหวาง และไดม ีการเผยแผศาสนาไปทว่ั โลก ซง่ึ คนไทยสว นใหญไ ดนับถือ สถาปตยกรรมจนี และโปรตเุ กสกลายเปน เอกลกั ษณเฉพาะตวั ขึน้ และมชี ่ือเรยี ก พระพุทธศาสนาเปนเคร่ืองนําทางชีวิต ดังน้ัน ขอ 3. จึงเปน ลักษณะการกอ สรางอาคารเหลา นวี้ า สถาปตยกรรม “ชโิ นโปรตกุ สี ” คาํ ตอบท่ีถกู ตอง) T51

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขยายความเข้าใจ ชมุ ชนชาวมอญ คนไทยเชอ้ื สายมอญอาศยั อยกู่ ระจายเกอื บ ทกุ พนื้ ท ี่ โดยเฉพาะพนื้ ทบี่ รเิ วณภาคกลาง เชน่ คนไทยเชอื้ สายมอญ 20. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู ี่ 4 จาก ท่ีจังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ คนไทยเช้ือสายมอญ หนงั สอื เรียน หนา 48 มีประเพณีของตนเอง เช่น ประเพณีตักบาตรน้�าผึ้งของชาวมอญ ท่ีจังหวัดสมุทรปราการ ประเพณีสงกรานต์ท่ีพระประแดง หรือ 21. นักเรียนรวมกันทําใบงานท่ี 2.1 เรื่อง วัฒนธรรมดา้ นอาหารของชาวมอญ เช่น ขา้ วแช่ซึ่งเป็นอาหารที่ใช้ วัฒนธรรมของชุมชน สังเวยทวยเทพในเทศกาลสงกรานต์ ปัจจุบันก็เป็นอาหารท่ีคนไทย นิยมรับประทานเพ่อื ชว่ ยคลายรอ้ นในฤดูร้อน 22. นักเรยี นทําแบบฝก ฯ เรื่อง วฒั นธรรมทองถน่ิ กล่าวโดยสรุป ลักษณะส�าคัญของวัฒนธรรมประเพณีและ ไทย จากแบบฝก ฯ ประวตั ศิ าสตร ป.3 หนา 15 วฒั นธรรมของชมุ ชนกบั การผสมผสานทางวฒั นธรรมกบั ชนชาตติ า่ ง ๆ ทป่ี รากฏในสงั คมไทย มลี กั ษณะทยี่ งั คงเปน็ ลกั ษณะเฉพาะของแตล่ ะ ตรวจสอบผล เชอ้ื ชาต ิ เพอ่ื รกั ษาขนบธรรมเนยี มตามแบบอยา่ งของบรรพบรุ ษุ เอาไว้ ขณะเดียวกันก็จะผสมผสานกับความเช่ือของคนไทยจนกลายเป็น 23. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ขอที่ 2 จาก สว่ นหนง่ึ ของวฒั นธรรมไทยทมี่ คี วามหลากหลาย และเปน็ อตั ลกั ษณ์ หนังสอื เรียน หนา 52 ของประเทศไทย 24. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอดท่ี 2.2 จากแบบวดั ฯ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ่ี ๔ ประวตั ศิ าสตร ป.3 หนา 21-23 แบง่ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ เขยี นสรปุ ลกั ษณะสา� คญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณ ี และ วฒั นธรรมของชมุ ชนของตนเองมาพอสงั เขป พรอ้ มตดิ ภาพประกอบ ขน้ั สรปุ 48 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาไดเรียนรูอะไร บา งจากบทเรยี นนี้ แลว บนั ทกึ ขอ มลู ลงในสมดุ 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ถูกตองของคําตอบของนักเรียน พรอมให ขอ เสนอแนะเพิ่มเติม ขน้ั ประเมนิ 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน หนา ช้นั เรียนของนกั เรียน 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม พฒั นาการเรียนรู 3. ครูตรวจแบบวัดฯ 4. ครตู รวจแบบฝกฯ 5. ครตู รวจสอบผลจากการทาํ ใบงาน โดยศกึ ษา แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เพ่อื ประเมนิ ใบงานของนักเรียนจากแบบประเมินที่แนบ ทา ยแผนการจัดการเรียนรู แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม เสรมิ สรา งคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค ครูตรวจแบบฝกฯ ใบงาน และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ สบื คน ขอ มลู เกย่ี วกบั วฒั นธรรมประเพณี การตอบคําถาม การนาํ เสนอผลงาน การทํางานรายบุคคล และการทาํ งานกลมุ ในชุมชนท่ีไดรับอิทธิพลจากวัฒนธรรมตางชาติ เชน จีน อินเดีย โดยศึกษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลท่แี นบทายแผนการจดั การเรยี นรู เขมร มอญ ตะวันตก อาหรับ และการมีสวนรวมในวัฒนธรรม ประเพณดี งั กลา วของนกั เรยี นกลมุ ละ 2-3 ตวั อยา ง แลว จดั ทาํ ขอ มลู แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลุ่ม ในรูปแบบตางๆ เชน แผนพับ โปสเตอร แบบบันทึกการเขารวม กิจกรรม นําสงครผู สู อน คาชแ้ี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี คาชีแ้ จง : ให้ผู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งที่ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน การแสดง การทางาน การมี 32 32 ความ ตามทไี่ ดร้ ับ ส่วนรว่ มใน 1 คดิ เหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมี การปรับปรงุ รวม 1 เน้ือหาละเอียดชัดเจน   ลาดับที่ ชอ่ื –สกุล ฟังผู้อน่ื นา้ ใจ ผลงานกลมุ่ 15 ของนักเรียน คะแนน 2 ความถูกต้องของเนอื้ หา   1 การแสดงความคิดเหน็   3 ภาษาทใี่ ชเ้ ข้าใจง่าย   2 การยอมรบั ฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ื่น   32132132132132 1 ตัวอยา งแบบประเมนิลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ 4 ประโยชน์ที่ไดจ้ ากการนาเสนอ .........../................./................  3 การทางานตามหนา้ ที่ทไ่ี ด้รบั มอบหมาย   5 วธิ ีการนาเสนอผลงาน   4 ความมนี า้ ใจ   จากแผนการจัดการเรียนรูเกณฑก์ ารให้คะแนนรวม 5 การตรงต่อเวลา   ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบรู ณ์ชดั เจน รวม ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินบางส่วน ให้ 3 คะแนน ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑก์ ารตดั สนิ คุณภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน ให้ 1 คะแนน ............../.................../............... ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้งั ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง 12-15 ดี เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 8-11 พอใช้ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ให้ 1 คะแนน ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครั้ง ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ 12-15 ดี ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง 8-11 พอใช้ ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรงุ T52

นาํ สสออนน สรุป ประเมิน ๓ ควำมเหมอื นและควำมตำ งของวฒั นธรรมของชมุ ชน ขนั้ นาํ ชุมชนแต่ละแห่งมีวัฒนธรรมชุมชนท่ีเป็นวิถีการด�าเนินชีวิต กระตนุ้ ความสนใจ ของคนในชมุ ชน ซงึ่ ชมุ ชนแตล่ ะแหง่ กจ็ ะมวี ฒั นธรรมทง้ั ทเ่ี หมอื นและ แตกต่างกัน ขึน้ อยกู่ บั ปัจจัยดา้ นต่าง ๆ ดงั นี้ 1. ครนู าํ ภาพประเพณสี าํ คญั ของชมุ ชนตา งๆ เชน ๑) ปจจยั ทำงภูมศิ ำสตร์ ประเพณีย่ีเปง ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณี ปัจจัยทางภูมิศาสตร์ส่งผลให้พ้ืนที่ที่มีลักษณะเหมือนกันมี ทาํ บญุ สารทเดอื นสบิ ประเพณตี กั บาตรดอกไม สวฒัมบนูรธณรร์ มทข�าอใงหช้มมุ ีกชานรททคี่ �าลนา้ ายแคลละงึ มกนัีป รเชะเน่ พ พณนื้ ีวทัฒรี่ านบธ รมรดี มนิ ทแี่เลกะี่ยแวหกลับง่ นขา้�้าทว1 ่ี มาใหนักเรียนดู เชน่ การทา� ขวัญขา้ ว ในจังหวดั สพุ รรณบรุ ี จงั หวัดกาฬสนิ ธ์ุ คนไทยมีการปลูกข้าวและรับประทานข้าวเป็นอาหารหลัก 2. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ แต่ละชมุ ชนอาจนยิ มรับประทานขา้ วทแี่ ตกต่างกัน เชน่ บางชุมชน ประเพณเี หลานีใ้ นประเดน็ ตา งๆ เชน นิยมรับประทานข้าวเจ้า แต่ชุมชนในจังหวัดทางภาคตะวันออก • ประเพณเี หลา น้พี บเห็นไดทใี่ ด เฉยี งเหนือหรือภาคเหนอื นยิ มรับประทานข้าวเหนียว • ประเพณีเหลานเี้ กดิ จากปจจัยใด ▼ ในแตล่ ะพน้ื ทขี่ องประเทศไทยมลี กั ษณะทางภมู ศิ าสตร์ไมแ่ ตกตา่ งกนั มาก วฒั นธรรมการรบั ประทานอาหาร ขนั้ สอน จงึ มีความคลา้ ยคลึงกนั สํารวจค้นหา 1. ครสู นทนาซกั ถามนกั เรยี นวา ในชมุ ชนของเรา มปี ระเพณสี าํ คัญอะไรบาง 2. ครูใหนักเรียนสืบคนขอมูลวา ประเพณีสําคัญ ในชุมชนของตนเองมีความเหมือนหรือความ แตกตางกับประเพณีของชุมชนอ่ืนๆ อยางไร บาง 3. นักเรียนอานขอมูลเก่ียวกับความเหมือนและ ความแตกตางทางวัฒนธรรมของชุมชนจาก หนังสอื เรียน หนา 49-52 4๙ ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอ ใดไมเ กีย่ วของกับพธิ ีกรรมในการเพาะปลูก 1 ประเพณีวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับขาว พิธีกรรมในการปลูกขาวมี 4 ขั้นตอน 1. พิธีบญุ บงั้ ไฟ จัดข้ึนตอเนื่องตลอดปตามลําดับการเพาะปลูกขาว โดยชวงท่ีสําคัญที่สุดจะอยู 2. พธิ ีสบื ชะตา ระหวางหลงั การเกบ็ เกี่ยวผลผลติ และกอนเริ่มฤดูกาลใหม ดังน้ี 3. พิธีแหน างแมว 4. พธิ ีไหวแมโพสพ 1. พธิ กี รรมกอ นการเพาะปลกู เพอ่ื บวงสรวงบชู าสงิ่ ศกั ดสิ์ ทิ ธหิ์ รอื บรรพบรุ ษุ ใหคมุ ครองปองกันภยนั ตรายแกช ีวติ และทรพั ยส ิน เชน พิธีแหนางแมว (วเิ คราะหค าํ ตอบ : พธิ สี บื ชะตาเปน ประเพณสี าํ คญั อยา งหนงึ่ ของ พิธบี ุญบง้ั ไฟ ชาวลานนาที่เชื่อกันวาเปนการตออายุหรือตอชีวิตของบานเมือง หรอื ของคนใหย นื ยาว มคี วามสขุ ความเจรญิ ชว ยขจดั ภยั อนั ตราย 2. พิธกี รรมชว งเพาะปลูก เพอ่ื บวงสรวงเทพเจาหรือสงิ่ ศักดิ์สิทธ์ิ ขอใหการ ตา งๆ ทจี่ ะเกดิ ขึน้ ใหแคลว คลาดปลอดภยั ดังน้ัน ขอ 2. จึงเปน เพาะปลกู ขา วดาํ เนินไปไดดวยดี เชน พธิ ีแรกไถนา พิธีเล้ยี งผตี าแฮก คําตอบทถ่ี ูกตอง) 3. พธิ กี รรมเพอื่ การบาํ รงุ รกั ษา เพอ่ื ใหข า วงอกงาม ปลอดภยั จากสตั วต า งๆ เชน พิธีรบั ขวัญแมโพสพ พธิ ไี ลห นู ไลน ก ไลเ พลีย้ ไลแ มลง 4. พธิ กี รรมเพอ่ื การเกบ็ เกยี่ ว-ฉลองผลผลติ เพอื่ ใหไ ดผ ลผลติ มาก และเพอื่ แสดงความออ นนอ มกตัญตู อขาว เชน พิธีรวบขา ว พิธีแรกเกี่ยวขาว พิธเี ปดยงุ พธิ ปี ดยุง T53

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขนั้ สอน ใ ห้ฝน ต กบตา้องงชตุมาชมนฤทดูอ่ีกยาลู่ใน พเช้ืน่นท ีแ่ ปหร้งะแเลพง้ ณ มีบักุญมบปี ั้งรไะฟเ1พ จณังขี หอวฝัดนย โสเพธื่อร ประเพณีแห่นางแมว จังหวัดชัยภูมิ จังหวัดนครสวรรค์ ประเพณี อธบิ ายความรู้ แหช่ า้ งเผอื ก จงั หวดั พะเยา แต่ในพน้ื ทท่ี ี่ไมแ่ หง้ แลง้ อยู่ใกลแ้ หลง่ นา้� อาจไม่มีพิธีนี้ แต่มีประเพณีเพ่ือแสดงความเคารพหรือขอขมาต่อ 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับความเหมือนและ แหลง่ นา้� เชน่ ประเพณไี หลเรอื ไฟ หรอื มปี ระเพณกี ารละเลน่ ทเี่ กยี่ วกบั ความแตกตางทางวัฒนธรรมของชุมชนให น้�า เพื่อสร้างความสนุกสนานและความสามัคคี เช่น การแข่งเรือ นักเรียนเขาใจยิ่งขึ้น เชน ชุมชนภาคใตไมมี ทจี่ งั หวดั นา่ น การพายเรือเลน่ สกั วาทจี่ ังหวัดพระนครศรอี ยุธยา ประเพณีขอฝนเหมือนชุมชนในภาคอื่นๆ เนื่องจากตั้งอยูในเขตมรสุม จึงมีฝนตกชุก ▼ ประเพณีบญุ บง้ั ไฟ จัดข้ึนเพอื่ บูชาเทวดา คอื พญาแถน เพอื่ ขอใหฝ้ นตกต้องตามฤดูกาล เกือบตลอดท้ังป ชุมชนในภาคเหนือและภาค ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื นยิ มรบั ประทานขา วเหนยี ว เหมอื นกนั สว นชมุ ชนในภาคใตแ ละภาคกลาง นยิ มรับประทานขาวเจาเหมือนกัน 5. ครูต้ังประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ เก่ียวกับความเหมือนและความแตกตางทาง วฒั นธรรมของชุมชน เชน • เพราะเหตุใด คนไทยในชุมชนตางๆ จึงมี ประเพณีการทําบุญตักบาตรในตอนเชา เหมอื นกนั (แนวตอบ : เพราะคนไทยในชมุ ชนตา งๆ สว น ใหญน ับถอื พระพุทธศาสนาเหมือนกนั ) • เพราะเหตุใด ชาวนาในชุมชนตางๆ จึงมี การบูชาแมโ พสพเหมือนกนั (แนวตอบ : เพราะเชอ่ื วา ขา วมเี ทพธดิ าประจาํ ขา ว คอื แมโ พสพ สถติ อยู การบชู าแมโ พสพ จะทําใหแมโพสพเกิดความพึงพอใจ จะได ชวยปกปองภัยท่ีเกิดกับตนขาว ขาวจะเกิด ความอุดมสมบูรณ) 5๐ นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด 1 ประเพณีบุญบั้งไฟ เปนประเพณีของภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ปจจัยทางภูมิศาสตรสงผลทําใหวัฒนธรรมชุมชนแตละแหง รวมไปถึงลาว โดยมีตํานานมาจากนิทานพื้นบานของภาคอีสานเรื่อง พระยา มคี วามแตกตางกนั อยา งไร จงยกตวั อยา ง คนั คาก เรอ่ื ง ผาแดงนางไอ ในนทิ านพน้ื บา นดงั กลา วไดก ลา วถงึ การทชี่ าวบา น ไดจัดงานบุญบั้งไฟขึ้นเพื่อเปนการบูชาพระยาแถน ซึ่งชาวบานมีความเช่ือวา (แนวตอบ : บางชุมชนท่ีอยูในพื้นที่แหงแลงมักมีประเพณีขอฝน พระยาแถนมีหนาที่คอยดูแลใหฝนตกตองตามฤดูกาลและมีความช่ืนชอบไฟ เพอื่ ใหฝ นตกตอ งตามฤดกู าล เชน ประเพณบี ญุ บง้ั ไฟ จงั หวดั ยโสธร เปนอยางมาก หากหมูบานใดไมจัดงานบุญบั้งไฟบูชา ฝนก็จะไมตกตองตาม ประเพณแี หน างแมว จงั หวดั ชยั ภมู ิ แตใ นพน้ื ทท่ี ไ่ี มแ หง แลง อยใู กล ฤดกู าล อาจกอใหเ กิดภยั พิบตั กิ ับหมูบานได ซง่ึ ชว งเวลาของประเพณีบุญบ้งั ไฟ แหลง นาํ้ อาจไมม พี ิธีน้ี แตมปี ระเพณกี ารละเลน ทเ่ี กี่ยวกับนํา้ เพ่ือ คอื เดอื นหกหรือพฤษภาคมของทกุ ป สรา งความสนุกสนานและความสามคั คี เชน การแขง เรอื ท่จี ังหวัด นา น การพายเรอื เลน สกั วาท่ีจงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา) T54

นํา สอน สรปุ ประเมิน ๒) ปจจัยทำงศำสนำและควำมเชื่อ ขน้ั สอน ในด้านศาสนาและความเชอื่ น้นั คนไทยมีพ้นื ฐานความเช่ือ ดั้งเดิมในเรื่องผีสางเทวดาและความเช่ือทางศาสนา โดยเฉพาะ 6. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจเกี่ยวกับประเพณี พระพทุ ธศาสนาและศาสนาพราหมณ ์ ในการประกอบพธิ ตี า่ ง ๆ จะมี ตางๆ ไดแ ก ประเพณีตกั บาตรน้าํ ผ้ึงของชาว พธิ จี ากศาสนาและความเชอ่ื เหลา่ นอี้ ยดู่ ว้ ย เชน่ ในการทา� บญุ บา้ นจะมี ไทยเช้ือสายมอญ ประเพณีตักบาตรดอกไม พธิ สี งฆท์ างพระพทุ ธศาสนา มกี ารดฤู กษย์ ามและการตงั้ ศาลพระภมู ิ ของชาวจังหวัดสระบุรี ประเพณีชักพระของ ตามความเชื่อในศาสนาพราหมณ์ และมีการเซ่นไหว้ผีบ้านผีเรือน ชาวพุทธในภาคใต ประเพณีไหลเรือไฟของ และปยู า่ ตายายทลี่ ว่ งลบั ไปแลว้ ซงึ่ แตล่ ะชมุ ชนกม็ ปี ระเพณที างศาสนา ชาวอีสาน ทง้ั ทีเ่ หมือนกันและแตกต่างกนั หรือเป็นประเพณที ม่ี ีเฉพาะทอ้ งถิน่ ชเชมุ น่ ช ปนรทะอ่ีเพยณู่ใกตีลกัแ้ บมาน่ ตา้� รมนปี า�้ รผะง้ึ เ พปณระชีเพกั ณพรตี ะกั ทบาางตนรา้�ด อมกปี ไรมะใ้เนพวณนั ไีเหขา้ลพเรรอื รไษฟา1 7. นักเรียนรวมกันสรุปเก่ียวกับปจจัยที่มีผลตอ ความเหมอื นและความแตกตา งทางวฒั นธรรม ▲ ประเพณตี ักบาตรดอกไม ้ วดั พระพุทธบาท ▲ ประเพณไี หลเรอื ไฟ จังหวดั นครพนม ของชุมชนตา งๆ วามีอะไรบา ง จงั หวดั สระบุรี ขยายความเข้าใจ ▲ ประเพณีชกั พระ จังหวัดสุราษฎรธ์ านี ▲ ประเพณบี ชู าเสาอินทขลิ (เสาหลักเมือง) วัดเจดีย์หลวง จงั หวัดเชียงใหม่ 5๑ 8. ครูใหนักเรียนแบงกลุมสืบคนขอมูล เร่ือง วัฒนธรรมของชุมชน โดยสอบถามพอแม ผูปกครองหรือผูรูในชุมชนเก่ียวกับลักษณะ ขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรม ของชมุ ชน 9. ครูและนักเรียนรวมกันกําหนดระยะเวลาใน การนาํ เสนอผลงาน โดยใหค รอบคลมุ ประเดน็ ตามทก่ี ําหนด ดังน้ี 1) การอธิบายลักษณะท่ีสําคัญของขนบ ธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของ ชุมชน 2) การวิเคราะหปจจัยทางภูมิศาสตรและ ปจ จยั ทางสงั คมทมี่ ผี ลตอ ขนบธรรมเนยี ม ประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน 3) การเปรียบเทียบความเหมือนและความ ตางทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับ ชมุ ชนอนื่ 10. ครคู อยอธบิ ายเสรมิ และเปด โอกาสใหน กั เรยี น ซกั ถามในประเดน็ ทีส่ งสัยหรอื สนใจ 11. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู ่ี 5 จาก หนงั สอื เรียน หนา 52 ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอใดไมใชปจจัยที่สงผลใหเกิดความแตกตางทางวัฒนธรรม 1 ประเพณไี หลเรอื ไฟ หรอื บางแหงเรยี กวา ลอยเรอื ไฟ ลองเรอื ไฟ จดั ข้นึ ใน และประเพณี หลายจังหวัดทางภาคตะวนั ออกเฉียงเหนือทอ่ี ยูต ิดกบั ลํานา้ํ โขง โดยมีความเชอ่ื ความศรัทธาในพระพุทธศาสนาสืบกันมาหลายช่ัวอายุคน โดยจัดขึ้นในวัน 1. การเมอื ง ออกพรรษา คือ วันข้ึน 15 ค่ํา เดือน 11 การไหลเรือไฟถือเปนการบูชา 2. สภาพภมู ิศาสตร พระพทุ ธเจา ในวนั ทพ่ี ระพทุ ธเจา เสดจ็ มาจากเทวโลก หลงั จากทพี่ ระพทุ ธองคไ ด 3. การประกอบอาชพี เสดจ็ ขน้ึ ไปจาํ พรรษาทด่ี าวดงึ ส เพอื่ แสดงพระธรรมเทศนาโปรดพระพทุ ธมารดา 4. ความเชอ่ื ทางศาสนา หรือทเี่ รยี กวา วนั พระเจา เปด โลก (วเิ คราะหค าํ ตอบ:แตล ะภมู ภิ าคของประเทศไทยมรี ปู แบบวฒั นธรรม ปจ จบุ นั ประเพณีไหลเรอื ไฟท่จี ัดเปนงานใหญ มคี วามอลงั การและสวยงาม ประเพณี วิถีชีวิต และอ่ืนๆ ท่ีแตกตางกันไป โดยมีสาเหตุจาก มาก จะจดั ขน้ึ ท่จี งั หวดั นครพนม ปจจยั ตางๆ เชน ความแตกตา งของสภาพภมู ิศาสตร ความเชอ่ื ทางศาสนา การประกอบอาชพี และการดาํ เนนิ ชวี ิต ดงั น้นั ขอ 1. จึงเปนคําตอบทถ่ี กู ตอ ง) T55

นํา สอน สรปุ ประเมิน กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๕ ขนั้ สอน ๑. ห าภาพทแ่ี สดงถงึ วฒั นธรรมของชมุ ชนอน่ื ทไ่ี มใ่ ชช่ มุ ชนของตนเองมา ๑ ภาพ ตรวจสอบผล แลว้ อธบิ ายลกั ษณะของชมุ ชนนนั้ พรอ้ มทงั้ บอกวา่ มคี วามเหมอื นหรอื ความ แตกตา่ งจากชมุ ชนของตนเองอยา่ งไร 12. ครูและนักเรียนรวมกันบอกประโยชนที่ไดรับ จากการสืบคนขอมลู และแนวทางในการนาํ ๒. ตอบคา� ถามตอ่ ไปนี้ ความรูไปปรับใชใหเกิดประโยชนในชีวิต ๑) เพราะเหตใุ ด ชมุ ชนแตล่ ะแหง่ จงึ มวี ฒั นธรรมทท่ี ง้ั เหมอื นและแตกตา่ งกนั ประจําวนั ๒) ถ า้ นกั เรยี นตอ้ งยา้ ยทอ่ี ยไู่ ปยงั ชมุ ชนทมี่ วี ฒั นธรรมตา่ งจากทตี่ นเองเคยอย ู่ 13. นักเรียนทําแบบฝกฯ เร่ือง วิถีชุมชน จาก นกั เรยี นจะปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไรจงึ จะเหมาะสม แบบฝกฯ ประวัติศาสตร ป.3 หนา 16 กจิ กรรมรวบยอด ๑. เขยี นสรุปปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการตงั้ ถิ่นฐานและพัฒนาการของชมุ ชนไทย 14. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ขอท่ี 3 จาก ๒. แ บ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มร่วมกันจัดท�าสมุดภาพแสดงลักษณะท่ีส�าคัญของ หนงั สือเรียน หนา 52 ขนบธรรมเนียมประเพณแี ละวัฒนธรรมของชุมชนของตนเอง ๓. แ บ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นวัฒนธรรมของชุมชนตนเองมา ๑ ประเภท 15. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอดที่ 2.3 จาก และวัฒนธรรมของชมุ ชนอืน่ มา ๑ ประเภท จากนน้ั เปรียบเทียบความเหมอื น แบบวัดฯ ประวตั ิศาสตร ป.3 หนา 24-27 และความแตกตา่ งของวฒั นธรรมของชุมชน 16. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน เรื่อง 52 ถิน่ ฐานไทย จากแผนการจดั การเรยี นรู ขนั้ สรปุ 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาไดเรียนรูอะไร บางจากบทเรียนน้ี โดยสรุปเปนขอๆ แลว บันทึกขอมูลลงในสมดุ 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ถูกตองของคําตอบของนักเรียน พรอมให ขอ เสนอแนะเพิ่มเตมิ ขน้ั ประเมนิ 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน หนาชัน้ ของนักเรียน 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม พัฒนาการเรียนรู 3. ครตู รวจแบบวัดฯ 4. ครตู รวจแบบฝก ฯ 5. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม 21st Century Skills ครูตรวจแบบฝกฯ แบบวัดฯ และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก ครใู หน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู เกยี่ วกบั “ชมุ ชนของฉนั ” จากแหลง การตอบคาํ ถาม การนําเสนอผลงาน การทาํ งานรายบุคคล และการทาํ งานกลุม การเรียนรูตา งๆ ในประเดน็ โดยศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมนิ ผลทีแ่ นบทา ยแผนการจัดการเรยี นรู • ปจจยั ทม่ี ีผลตอ การตง้ั ถิน่ ฐานของชมุ ชน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ • วฒั นธรรมประเพณีของชมุ ชนทีส่ ําคัญ คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในชอ่ งท่ี คาช้แี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในช่องท่ี คาช้แี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่ - ปจ จยั ทีม่ ผี ลตอ การสรางสรรควฒั นธรรมประเพณี ตรงกับระดับคะแนน - ความสําคัญของวฒั นธรรมประเพณี ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน - การมีสว นรวมในวัฒนธรรมประเพณี ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 รายการประเมิน ระดบั คะแนน จากนน้ั สรปุ สาระสาํ คญั โดยจดั ทาํ เปน สมดุ ภาพ ทเี่ ปน หลกั ฐาน 1 เน้อื หาละเอยี ดชัดเจน 3 21 32 คณุ ลักษณะ 321 แสดงใหเห็นถึงพัฒนาการของชุมชน อนั พงึ ประสงค์ดา้ น   2 ความถูกต้องของเน้ือหา   1 การแสดงความคิดเหน็   1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้ 3 ภาษาท่ีใช้เข้าใจงา่ ย   2 การยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผ้อู ่ืน   กษัตรยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกจิ กรรมท่สี ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 4 ประโยชน์ที่ไดจ้ ากการนาเสนอ   3 การทางานตามหน้าที่ท่ีได้รบั มอบหมาย   5 วิธีการนาเสนอผลงาน   4 ความมีน้าใจ   2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต ต่อโรงเรยี น 5 การตรงต่อเวลา   3. มีวินัย รับผิดชอบ 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทีต่ นนบั ถือ ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนา รวม 4. ใฝเ่ รียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมทเี่ ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษัตรยิ ์ตามทโ่ี รงเรยี นจดั ข้นึ รวม 2.1 ให้ขอ้ มูลทถี่ ูกต้องและเป็นจริง ตัวอยา งแบบประเมินลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ 5. อย่อู ย่างพอเพียง 2.2 ปฏิบัติในสงิ่ ทถ่ี ูกต้อง .........../................./................ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บงั คบั ของครอบครัว จากแผนการจัดการเรยี นรูเกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงชื่อ...................................................ผปู้ ระเมิน 6. มุ่งมั่นในการทางาน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ 7. รักความเป็นไทย มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ัดเจนให้ 1 คะแนน 8. มีจติ สาธารณะ 4.1 รู้จกั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และนาไปปฏบิ ตั ิได้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน 4.2 รู้จักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางส่วนเกณฑ์การตดั สนิ คณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน 4.3 เช่ือฟังคาส่งั สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แยง้ ให้ 1 คะแนน 4.4 ต้ังใจเรียน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง 5.1 ใชท้ รัพยส์ ินและส่ิงของของโรงเรียนอย่างประหยดั ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางครงั้ 5.2 ใชอ้ ปุ กรณก์ ารเรยี นอย่างประหยดั และรคู้ ุณคา่ 5.3 ใชจ้ า่ ยอย่างประหยัดและมีการเกบ็ ออมเงิน 12-15 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ 6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทางานทไี่ ดร้ บั มอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ท้อแท้ตอ่ อุปสรรคเพอื่ ให้งานสาเรจ็ 8-11 พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนุรักษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ 12-15 ดี 8.1 รู้จกั ช่วยบิดา-มารดา ผูป้ กครอง และครทู างาน 8.2 รู้จกั การดแู ลรกั ษาทรัพยส์ มบัติและสงิ่ แวดลอ้ มของหอ้ งเรียนและ โรงเรียน 8-11 พอใช้ ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ ต่ากว่า 8 ปรบั ปรงุ ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยครั้ง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง ให้ 1 คะแนน T56

Chapter Overview แผนการจัด สอื่ ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ การเรยี นรู้ อันพงึ ประสงค์ แผนฯ ท่ี 1 - หนงั สอื เรยี น 1. รวบรวมพระราช การสบื เสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะการ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ ประวัตศิ าสตร์ ป.3 ประวัติและพระราช หาความรู้ (5Es กอ่ นเรียน เรอื่ ง ส�ำรวจคน้ หา 2. มีความ พระมหา - เพลง กรณียกจิ ของพ่อขนุ Instructional พระมหากษัตริยผ์ ู้ 2. ทกั ษะการ รบั ผดิ ชอบ กษัตรยิ ์ - เอกสารประกอบการ ศรีอินทราทติ ย์ Model) สถาปนาอาณาจกั รไทย วเิ คราะห์ 3. รกั ความ สอน ผ้สู ถาปนา สมเด็จพระรามาธิบดี - ตรวจใบงานที่ 1.1 3. ทกั ษะการ เปน็ ไทย อาณาจกั รไทย - ใบงาน เรอ่ื ง พอ่ ขุนศร ี สงั เคราะห์ ท่ี 1 (พระเจา้ อู่ทอง) - แบบวดั ฯ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ อินทราทติ ย์ 4. ทกั ษะการสรปุ 6 ประวตั ิศาสตร์ ป.3 มหาราช และ - ตรวจใบงานท่ี 1.2 ลงความเห็น พระบาทสมเดจ็ เรื่อง สมเด็จ ช่วั โมง - แบบฝึกฯ ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 พระพุทธยอดฟ้า พระรามาธบิ ดีท่ี 1 จุฬาโลกมหาราชได้ - ตรวจใบงานที่ 1.3 2. วเิ คราะห์คุณค่าของ เรือ่ ง สมเดจ็ พระเจ้า พระราชกรณยี กจิ ตากสินมหาราช ของพอ่ ขุนศร ี - ประเมินการนำ� เสนอ อนิ ทราทิตย์ สมเด็จ ผลงาน พระรามาธบิ ดีที่ 1 - สงั เกตพฤติกรรม (พระเจ้าอู่ทอง) การทำ� งานรายบคุ คล สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ - สงั เกตพฤตกิ รรม มหาราช และ การทำ� งานกลมุ่ พระบาทสมเด็จ - สงั เกตการใฝ่เรียนรู้ พระพทุ ธยอดฟา้ มีความรับผดิ ชอบ จฬุ าโลกมหาราชได้ และรกั ความเปน็ ไทย - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรยี น เรือ่ ง พระมหากษัตรยิ ์ผู้ สถาปณาอานาจกั รไทย - ตรวจสมุดภาพ เรอื่ ง พระมหากษัตรยิ ผ์ ู้ สถาปนาอาณาจกั รไทย - ตรวจกจิ กรรม รวบยอดที่ 3.1 จากแบบวดั ฯ ประวัตศิ าสตร์ ป.3 แผนฯ ที่ 2 - หนงั สือเรยี น 1. บอกพระราชประวตั ิ การสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะการ 1. มวี ินัย ประวตั ิศาสตร์ ป.3 ของพระมหากษัตรยิ ์ หาความรู้ (5Es ก่อนเรยี น เรอ่ื ง รวบรวมข้อมูล 2. ใฝ่เรียนรู้ พระบาท ในรัชกาลปจั จบุ นั Instructional ร่มเกล้าชาวไทย 2. ทักษะการ 3. มีความ สมเด็จพระ - บัตรภาพ โดยสงั เขปได้ Model) - ตรวจใบงานที่ 1.1 วิเคราะห์ รบั ผิดชอบ วชิรเกลา้ - ใบงาน 2. บอกพระราช- เรื่อง เมอื งไทย 3. ทักษะการ 4. มงุ่ ม่นั ใน เจา้ อยหู่ ัว - แบบวดั ฯ กรณียกจิ ของ รม่ เยน็ ด้วยพระบารมี สงั เคราะห์ การทำ� งาน พระมหากษัตริย ์ - ประเมนิ การนำ� เสนอ 4. ทกั ษะการ 4 ประวัติศาสตร์ ป.3 ในรชั กาลปจั จบุ นั ผลงาน สรปุ ความ - แบบฝึกฯ โดยสังเขปได้ - สังเกตพฤตกิ รรม ชั่วโมง ประวตั ิศาสตร์ ป.3 การทำ� งานกล่มุ T57

Chapter Overview แผนการจดั สือ่ ที่ใช้ จุดประสงค์ วธิ ีสอน ประเมิน ทักษะที่ได้ คุณลกั ษณะ การเรียนรู้ อันพึงประสงค์ 3. วิเคราะห์คณุ คา่ ของ - สงั เกตความมวี นิ ัย 1. มีวนิ ัย พระราชกรณียกิจของ ใฝเ่ รยี นรู้ มคี วาม 2. ใฝเ่ รยี นรู้ พระมหากษัตริยใ์ น รับผิดชอบและม่งุ ม่นั 3. มุ่งมั่นใน รชั กาลปจั จุบนั ได้ ในการท�ำงาน การท�ำงาน - ตรวจแบบทดสอบ 4. รกั ความ หลังเรยี น เรอ่ื ง รม่ เกลา้ ชาวไทย เป็นไทย - ตรวจปา้ ยนิเทศ เรอ่ื ง ร่มเกลา้ ชาวไทย - ตรวจกจิ กรรม รวบยอดที่ 3.2 จากแบบวัดฯ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 แผนฯ ที่ 3 - หนังสอื เรยี น 1. บอกวีรกรรมของ การสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ บรรพบุรุษไทย ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 บรรพบรุ ษุ ไทยทีม่ สี ว่ น หาความรู้ (5Es กอ่ นเรียน เร่อื ง สำ� รวจค้นหา - ภาพยนตรห์ รอื เพลง ปกปอ้ งประเทศชาตไิ ด้ Instructional บรรพบรุ ุษไทย 2. ทักษะการ 5 เกย่ี วกบั เร่อื ง Model) - ตรวจใบงานที่ 1.1 วเิ คราะห์ พระนเรศวรมหาราช เรอื่ ง สมเดจ็ พระ ช่วั โมง หรอื ชาวบา้ นบางระจนั นเรศวรมหาราช 3. ทักษะการ สังเคราะห์ - ใบงาน - ตรวจใบงานที่ 1.2 4. ทักษะการ - แบบฝึกฯ เร่อื ง วีรชน เชือ่ มโยง ประวัตศิ าสตร์ ป.3 คา่ ยบางระจัน - แบบวัดฯ - ตรวจใบงานท่ี 1.3 ประวตั ิศาสตร์ ป.3 เรอ่ื ง วรี กรรมพระยา พิชยั ดาบหัก - ประเมินการนำ� เสนอ ผลงาน - สงั เกตพฤตกิ รรม การทำ� งานรายบคุ คล - สงั เกตพฤตกิ รรม การทำ� งานกล่มุ - สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝเ่ รยี นรู้ มุ่งมั่นใน การทำ� งานและรัก ความเปน็ ไทย - ตรวจแบบทดสอบ หลงั เรียน เร่อื ง บรรพบุรษุ ไทย - ตรวจกจิ กรรม รวบยอดที่ 3.3 จากแบบวดั ฯ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 T58

นํา นํา สอน สรปุ ประเมนิ óหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ขนั้ นาํ º¤Ø ¤ÅÊÒí ¤ÑޢͧªÒµÔä·Â กระตุน้ ความสนใจ เปา หมายการเรยี นร้ปู ระจา� หน่วยที่ ๓ 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง พระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรไทย ๑. ระบพุ ระนามและพระราชกรณียกิจโดยสังเขปของพระมหากษัตรยิ ์ไทยทเี่ ป็น จากแผนการจัดการเรียนรู ผสู้ ถาปนาอาณาจกั รไทย (มฐ. ส ๔.๓ ป.๓/๑) 2. ครใู หน กั เรยี นดภู าพ แลว ถามคาํ ถามใหน กั เรยี น ๒. อธิบายพระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั รยิ ์ในรัชกาลปจั จบุ นั แสดงความคดิ เหน็ อยา งอสิ ระ โดยสงั เขป (มฐ. ส ๔.๓ ป.๓/๒) • จากภาพในหนงั สอื เรยี น หนา 53 นกั เรยี น รูจักบุคคลใดบาง ๓. เล่าวรี กรรมของบรรพบุรุษไทยทม่ี สี ่วนปกปอ้ งประเทศชาติ (มฐ. ส ๔.๓ ป.๓/๓) (แนวตอบ : ภาพใหญดานซาย คือ พระบาท สมเดจ็ พระวชิรเกลาเจา อยูหวั รัชกาลที่ 10 ภาพขวาบนคอื สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช ภาพขวากลาง คือ ชาวบา นบางระจัน ภาพ ขวาลาง คือ ทาวเทพกระษัตรีและทาวศรี สนุ ทร) • บุคคลเหลานี้มีความสําคัญตอชาติไทยและ คนไทยอยา งไรบาง (แนวตอบ : บคุ คลเหลา นไ้ี ดส รา งคณุ ประโยชน ใหก บั ชาตบิ า นเมอื งมากมาย ทาํ ใหช าตไิ ทย และคนไทยมีเอกราชเปนของตนเองมาจน ถึงทุกวนั น้)ี • นกั เรยี นควรปฏบิ ตั ติ นตอ บคุ คลในภาพอยา งไร จงึ จะเหมาะสม (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน) ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู พระมหากษัตริยและบรรพบุรุษไทยมีความสําคัญตอชาติไทย ครูจัดกระบวนการเรียนรูโ ดยการใหนักเรยี น อยางไร • สืบคนขอ มูล • วเิ คราะหจ ากประเดน็ คําถาม (แนวตอบ : มีสวนสําคัญในการสรางสรรควัฒนธรรมและ • อภปิ ราย ประวัติศาสตรใหกับสังคมไทยมาอยางตอเน่ือง กวาประเทศไทย จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา การเรยี นรพู ระราชกรณยี กจิ ของพระมหา จะมน่ั คงเปน ปก แผน ไดด งั เชน ปจ จบุ นั นี้ ลว นเกดิ จากความเสยี สละ กษัตริยไทยในแตละยุคสมัย กับวีรกรรมของบรรพบุรุษไทยในอดีตกอใหเกิด ความกลา หาญ ความรกั ชาตขิ องบรรพบรุ ษุ ไทย ซง่ึ เปน คณุ ความดี ความภาคภูมิใจและเห็นคุณคาของความเปนชาติไทยและควรแกการธํารงไว ทีค่ วรคา แกก ารยกยอง และถอื เปนแบบอยา งในการดาํ เนินชีวติ ) ซ่งึ สถาบันพระมหากษัตรยิ  T59

นาํ นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั นาํ ñº··Õè ;ÒóÐÁÒË¨Ò¡Ñ ¡ÃÉ1ä·µÑ ÂÃÂÔ ¼ŒÙʶһ¹Ò 3. นักเรียนดูภาพในกิจกรรมนําสูการเรียน จาก แนวคิดสา� คัญ หนังสือเรยี น หนา 54 แลวตอบคาํ ถาม • พระมหากษัตริยใ นภาพมพี ระนามวา อะไร • »ÃÐà·Èä·ÂÁÕ¤ÇÒÁ໚¹ÁÒÂÒǹҹ ÁÕÍҳҨѡ÷èÕà¨ÃÔÞÃØ‹§àÃ×ͧ㹪‹Ç§àÇÅÒ (แนวตอบ : พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟา µ‹Ò§ æ ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃԏáÅкؤ¤ÅÊíÒ¤ÑÞã¹»ÃÐÇѵÔÈÒʵÏä·Âä´ŒÊÌҧÊÃä จฬุ าโลกมหาราช รชั กาลท่ี 1) ¤ÇÒÁà¨ÃÔÞáÅФÇÒÁÁèѹ¤§ ¨¹·íÒãËŒÁªÕ ÒµäÔ ·Â¨¹¶§Ö ·Ø¡Çѹ¹éÕ • นักเรียนเคยเห็นพระบรมราชานุสาวรียของ พระองคหรอื ไม ถาเคยเห็น เคยเห็นทีไ่ หน • ¡Ò÷ªèÕ ÒµäÔ ·ÂÊÒÁÒö´Òí çÍÂä‹Ù ´áŒ ÅÐÁ¤Õ ÇÒÁÁ¹èÑ ¤§¹¹Ñé ¡àç ¾ÃÒкؤ¤ÅÊíÒ¤ÑÞ (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น ¨íҹǹÁҡ䴌ËÇÁ¡Ñ¹ÊÌҧ¤Ø³»ÃÐ⪹µ‹ÍªÒµÔä·Â ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃԏä·Â โดยใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของครผู ูส อน) ¼ÙŒÊ¶Ò»¹ÒÃÒª¸Ò¹Õ㹪‹Ç§àÇÅÒµ‹Ò§ æ ·Ã§·íÒãËŒÍҳҨѡÃä·ÂÁÕ¤ÇÒÁà¨ÃÔÞ • พระมหากษัตริยในภาพมีพระราชกรณียกิจ Í‹ҧµ‹Íà¹×èͧ Áèѹ¤§ ¤¹ÃØ‹¹ËÅѧ¨Ö§¤Çö×Í໚¹µÑÇÍ‹ҧ㹡Ò÷íÒ»ÃÐ⪹ ทีส่ าํ คญั อยา งไร ãˌᡪ‹ ÒµÔºÒŒ ¹àÁÍ× § (แนวตอบ : เชน ทรงสถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร และราชวงศจักรี โปรดเกลาฯ ใหสราง กิจกรรมน�าสู่การเรยี น พระบรมมหาราชวังและวัดพระศรีรัตน- ศาสดาราม ทรงปองกันบานเมืองจาก พระมหากษตั รยิ ์ในภาพ การรุกรานของขา ศึก) มพี ระนามว่าอะไร และ มพี ระราชกรณยี กิจที่ 4. ครูนําเหตุการณสําคัญในสมัยสุโขทัย อยุธยา ส�าคัญอย่างไร ธนบุรี หรือรัตนโกสินทรมาเลาใหนักเรียนฟง 1-2 เหตุการณ เชน การสถาปนากรงุ สโุ ขทัย 54 ของพอขุนศรีอินทราทิตย การกอบกูเอกราช ของสมเดจ็ พระเจา ตากสินมหาราช 5. ครูสนทนาซักถามกับนักเรียนวา เหตุการณ เหลานี้ใหแนวคิดแกเราเก่ียวกับชาติไทยและ สถาบันพระมหากษตั รยิ อยางไรบาง 6. ครูเปด เพลง พระเจาตาก พรอมแจกเน้ือเพลง ใหนักเรียน จากน้ันใหนักเรียนรวมกันแสดง ความคิดเห็นเก่ียวกับการตอสูเพื่อกอบกู เอกราชของสมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราช 7. ครูเปดเพลง รกั กันไวเ ถิด ใหนักเรียนฟง แลว ถามนักเรียนวา นักเรียนรูสึกอยางไรเม่ือฟง เพลงน้ี จากน้ันใหอ าสาสมคั รนกั เรียน 3-5 คน พูดแสดงความรูสึก นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรา งเสรมิ 1 อาณาจักร เขตแดนท่ีอยูในอํานาจปกครองของประเทศหนึ่ง อาจแยก ครใู หน กั เรยี นสบื คน ขอ มลู เกย่ี วกบั พระมหากษตั รยิ ห รอื บคุ คล เปน ประเภทตางๆ เชน จักรวรรดิ หมายถงึ เขตแดนท่มี จี ักรพรรดิเปนประมขุ สําคัญในประวัติศาสตรไทยท่ีนักเรียนสนใจ แลวนําขอมูลมา ราชอาณาจกั ร หมายถงึ เขตแดนทอี่ ยภู ายใตอ าํ นาจการปกครองของประเทศทมี่ ี อภิปรายรว มกันในชัน้ เรียน พระมหากษตั ริยเ ปน ประมขุ เชน ราชอาณาจักรไทย กิจกรรม ทาทาย T60 นักเรยี นนาํ เสนอขอมูลเกย่ี วกบั พระราชประวัต/ิ ประวตั ิ พระ ราชกรณียกิจ/ผลงาน ของพระมหากษัตริยหรือบุคคลสําคัญ ท่ีนักเรียนช่ืนชอบมาจัดทําเปนเสนเวลา (Timeline) แลวตกแตง ใหส วยงาม

นาํ สอน สรุป ประเมิน อาณาจักรไทยนับตั้งแต่ในสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนถึง ขนั้ สอน รตั นโกสินทร์ ได้รับการสถาปนาโดยผ้นู า� ทม่ี คี วามสามารถ ดังนี้ สาํ รวจคน้ หา ¾»ÃÍ‹ ТÁع1ÒȳÃÍÕ ¾¹Ô ·.ÈÃ.Òñ·÷ÔµÂù ò ¾.È. òóñð ÊÁà´¨ç ¾ÃÐà¨ÒŒ µÒ¡Ê¹Ô ÁËÒÃÒª ·Ã§¡Íº¡ŒÙàÍ¡ÃÒª¡ÅѺ¤×¹ÁÒ 1. ครูเขียนคําวา พอขุนศรีอินทราทิตย สมเด็จ ¢ÑºäÅ¢‹ ÍÁä´ŒÊÒí àèç áÅÐʶһ¹Ò ¨Ò¡¾Á‹Ò áÅÐʶһ¹Ò¡Ãا¸¹ºØÃ¢Õ Ö¹é พระรามาธิบดีท่ี 1 (พระเจาอูทอง) สมเด็จ ¡ÃØ§ÊØâ¢·Ñ¢Öé¹à»š¹ÃÒª¸Ò¹Õ ໹š ÃÒª¸Ò¹Õ พระเจาตากสินมหาราช พระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราช ไวบน พ.ศ. ๑๗๐๐ ๑๘๐๐ ๑๙๐๐ ๒๐๐๐ ๒๑๐๐ ๒๒๐๐ ๒๓๐๐ ๒๔๐๐ ๒๕๐๐ ๒๖๐๐ กระดาน แลวสอบถามนักเรียนวามีใครรูจัก พระมหากษัตรยิ ทกี่ ลาวถึงน้บี า ง ¾.È. ñøùó ÊÁà´¨ç ¾ÃÐÃÒÁÒ ¾.È. òóòõ ¾ÃкҷÊÁà´¨ç ¸Ôº´Õ·Õè ñ (¾ÃÐ਌Ò͋ٷͧ) ·Ã§ ¾Ãоط¸ÂÍ´¿‡Ò¨ÌØ ÒâÅ¡ÁËÒÃÒª 2. ครูใหนักเรียนท่ีรูจักออกมาเลาใหเพ่ือนๆ ฟง ʶһ¹Ò¡ÃاÈÃÕÍÂØ¸ÂÒ¢Öé¹à»¹š ·Ã§¤ÃͧÃÒªÂᏠÅÐʶһ¹Ò หรือครูเลาขอมูลเบื้องตนเก่ียวกับพระมหา ÃÒª¸Ò¹Õ ¡ÃØ§ÃµÑ ¹â¡Ê¹Ô ·Ã¢Öé¹à»š¹ÃÒª¸Ò¹Õ กษตั รยิ ผ สู ถาปนาอาณาจกั รไทยใหน กั เรยี นฟง ๑ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ ผสู้ ถาปนากรงุ สุโขทัย 3. นักเรียนศึกษาขอมูลเกี่ยวกับพระมหากษัตริย (พ.ศ. ๑๗๙๒-๑๘๒๒) ผูสถาปนาอาณาจักรไทย จากหนังสือเรียน หนา 55-63 และสบื คน ขอ มลู จากแหลง ขอมลู พอ่ ขุนศรีอินทราทติ ย์ เปน็ ผนู้ �าคนไทยทีข่ บั ไลอ่ ิทธพิ ลของขอม อน่ื ๆ ออกไป และทรงสถาปนากรงุ สโุ ขทยั ข้ึนเม่ือประมาณ พ.ศ. ๑๗๙๒ พระราชกรณยี กิจทีส่ า� คญั ศรสี ชั•นกาอ่ลยนั 2มทชีจี่ มุะสชถนาทปม่ี นผี านู้อา�าชณาาวจไักทรยสอุโยขแู่ทลัยว้ ขเ้ึนชนน่ นั้ พใอ่ นขเนุขศตรสนีโุ ขาวทนัยา�แถลมะ ท่ีเมืองเชลียง พ่อขุนผาเมือง เจ้าเมืองราด ผู้เป็นพระโอรสของ พ่อขุนศรีนาวน�าถม พ่อขุนบางกลางหาว (ต่อมาคือ พ่อขุนศรี- อนิ ทราทติ ย์) ความรเู้ สริม พอ่ ขนุ ผาเมอื ง เปน็ โอรสของพอ่ ขนุ ศรนี าวนา� ถมและเปน็ พระสหายของพอ่ ขนุ บางกลางหาว (พอ่ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย)์ พอ่ ขนุ ผาเมอื งเปน็ วรี กษตั รยิ ท์ ม่ี บี ทบาทสา� คญั ในการสถาปนาอาณาจกั ร สโุ ขทยั รว่ มกับพอ่ ขนุ บางกลางหาว 55 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ปจ จยั ทนี่ าํ ไปสกู ารสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทยั ขอ ใดแตกตา งจาก 1 พอ ขนุ เปน คาํ ขนึ้ ตน พระนามพระเจา แผน ดนิ ในสมยั สโุ ขทยั ตอนตน ตวั อยา ง ขอ อ่นื ทปี่ รากฏในศลิ าจารกึ เชน พอ ขนุ ศรนี าวนาํ ถม พอ ขนุ ผาเมอื ง พอ ขนุ บางกลางหาว 2 ศรสี ชั นาลยั สนั นษิ ฐานวา เมอื งศรสี ชั นาลยั มคี วามสาํ คญั ในฐานะแหลง ผลติ 1. มีผูนําทเ่ี ขม แขง็ เครอื่ งสงั คโลกในสมยั สโุ ขทยั ตอ เนอื่ งถงึ สมยั อยธุ ยา พบหลกั ฐานจากแหลง เรอื จม 2. ชุมชนมกี ารขยายตัว ในอา วไทย พบเครอ่ื งสงั คโลกจากศรสี ชั นาลยั เปน หลกั ฐานยนื ยนั ถงึ ความสาํ คญั 3. การเส่อื มอาํ นาจของขอม ของเครอ่ื งถว ยประเภทนีใ้ นการคา ระหวา งสโุ ขทยั กับตางประเทศ 4. แควนสโุ ขทัยเปนศนู ยกลางของอาณาจกั ร (วิเคราะหคําตอบ : การเริ่มเสื่อมอํานาจของขอม ทําใหสุโขทัย มคี วามปลอดภยั มากขน้ึ เปน ปจ จยั ภายนอกทน่ี าํ ไปสกู ารสถาปนา อาณาจกั ร สว นขอ 1. ขอ 2. และขอ 4. เปนปจจยั ภายใน ดังน้นั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบที่ถูกตอง) T61

นํา สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สอน เมอื่ พอ่ ขนุ ศรนี าวนา� ถมสนิ้ พระชนม์ ขอมสบาดโขลญลา� พง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นขุนนางเขมรมายึดเมืองศรีสัชนาลัยและสุโขทัย อธิบายความรู้ พ่อขุนผาเมืองกับพ่อขุนบางกลางหาวจึงขับไล่ขอมสบาดโขลญ- ลา� พงออกไป และสถาปนาอาณาจกั รสโุ ขทยั ซง่ึ ปกครองโดยชาวไทย 4. นกั เรยี นแบง กลมุ เปน 4 กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กนั ขึ้นมาเม่ือประมาณ พ.ศ. ๑๗๙๒ พ่อขุนบางกลางหาวทรงมี ใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาจับสลากกลุม พระนามใหมว่ า่ พอ่ ขุนศรีอนิ ทราทิตย์ และทรงเป็นพระมหากษตั รยิ ์ ละ 1 หัวขอ ดงั นี้ พระองค์แรกแห่งกรงุ สุโขทยั 1) หวั ขอท่ี 1 พอขุนศรีอินทราทติ ย • เมอื่ ตง้ั กรุงสโุ ขทยั ขึน้ มาไดไ้ ม่นาน ขนุ สามชนเจา้ เมอื งฉอด1 2) หัวขอที่ 2 สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ 1 ยกทัพมาโจมตี พ่อขุนศรีอินทราทิตย์จึงน�าทัพต่อสู้กับขุนสามชน (พระเจา อทู อง) เพอื่ ป้องกนั รกั ษาดินแดนของสุโขทยั ไว้ ในครัง้ นนั้ พระราชโอรส คอื 3) หัวขอท่ี 3 สมเดจ็ พระเจาตากสนิ มหาราช พระรามค�าแหง ไดร้ ว่ มออกรบและชนช้างชนะขุนสามชนดว้ ย 4) หวั ขอ ที่ 4 พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธยอดฟา จุฬาโลกมหาราช ▼ วดั มหาธาตุ กรุงสุโขทยั ซงึ่ แสดงใหเ้ หน็ วา่ เมอื่ ๗๐๐ กวา่ ปีท่ีผ่านมา มีความเจรญิ รุ่งเรอื งเปน็ อย่างมาก จากนั้นใหแตละกลุมรวมกันอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับพระราชประวัติและ วเิ คราะหค ณุ คา ของพระราชกรณยี กจิ ของพระ มหากษตั ริยต ามหวั ขอ ท่ีกลมุ จบั สลากได 5. นักเรียนแตละกลุมสรุปผลการอภิปรายและ การวิเคราะหข อมูลของกลุม แลวผลดั กนั ออก มานําเสนอหนาชั้นเรยี น 56 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา เม่ือขอมสบาดโขลญลําพง (อานวา ขอม-สะ- พอขุนบางกลางหาวและพอขุนผาเมืองมีความสําคัญตอการ บาด-โขลน-ลาํ -พง) เขา ยดึ เมอื งศรสี ชั นาลยั และสโุ ขทยั ไดน น้ั คนไทยถกู ปกครอง สถาปนากรุงสุโขทัยอยางไร โดยผูน ําทเี่ ปนชาวเขมร พอ ขนุ ผาเมอื งและพอขุนบางกลางหาวจงึ รวมกนั ขบั ไล ขอมสบาดโขลญลําพงออกไป และสถาปนาอาณาจักรสุโขทัยเปนอาณาจักร 1. เปนผูฟน ฟกู รงุ สุโขทัย ทปี่ กครองโดยผูน ําทเี่ ปนชาวไทย 2. เปนผูสรา งอาณาจกั รไทย 3. เปน ผูน ําในการขับไลขอม นักเรียนควรรู 4. เปนผูส รางสรรคว ฒั นธรรมของสุโขทัย (วิเคราะหคําตอบ : พอขุนบางกลางหาวและพอขุนผาเมืองได 1 เมอื งฉอด เปน เมอื งทอ่ี ยใู นอาณาจกั รสโุ ขทยั มาตง้ั แตค รงั้ พอ ขนุ ศรนี าวนาํ ถม รวมมือกันชิงเมืองสุโขทัยจากขอมสบาดโขลญลําพงเอาไวได อยูก อ นราชวงศพ ระรวง ปจจบุ ันตั้งอยบู นแมน ํา้ เมย อาํ เภอแมสอด จงั หวดั ตาก หลังจากนั้นพอขุนผาเมืองไดสถาปนาพอขุนบางกลางหาวข้ึนเปน กษัตรยิ ค รองเมอื งสุโขทยั ดงั นนั้ ขอ 3. จึงเปนคาํ ตอบท่ีถูกตอง) T62

นาํ สอน สรุป ประเมิน ๒ สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี ่ ๑ (พระเจ้าอทู่ อง) ขน้ั สอน ผสู้ ถาปนากรุงศรีอยธุ ยา (พ.ศ. ๑๘๙๓-๑๙๑๒) 6. นักเรียนรวมกันตอบคําถามเก่ียวกับพระมหา สมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑ กษตั รยิ ผ สู ถาปนาอาณาจกั รไทยทคี่ รกู าํ หนดให (พระเจ้าอู่ทอง) ทรงสถาปนา ดงั น้ี กรุงศรีอยุธยาข้ึนเป็นราชธานี คาํ ถามเก่ยี วกับพอ ขุนศรอี ินทราทิตย เม่ือ พ.ศ. ๑๘๙๓ และพระองค์ • กรงุ สโุ ขทยั ไดร บั การสถาปนาเมอื่ ใด โดยใคร ได้ทรงวางระเบียบด้านการ (ตอบ : กรุงสุโขทัยไดรับการสถาปนาเม่ือ ปกครองกรงุ ศรอี ยธุ ยา ทรงสรา้ ง พ.ศ. 1792 โดยพอ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย) ศพวรระรรายช์1ววงัดั แพลระะวรดั ามเช2น่ แลวดะั ทพรทุ งไทธา�- • เหตกุ ารณส าํ คญั ในสมยั พอ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ย สงครามขยายอาณาเขตของกรงุ คอื เหตุการณใ ด ศรีอยธุ ยา ทา� ใหก้ รงุ ศรีอยธุ ยามี (ตอบ : พอ ขนุ ศรอี นิ ทราทติ ยย กทพั ไปสรู บกบั ความมนั่ คงและเปน็ ราชธานขี อง ขนุ สามชนเจา เมอื งฉอด) ไทยทย่ี าวนานถึง ๔๑๗ ปี • เพราะเหตใุ ด พอ ขนุ ศรีอินทราทติ ย ▲ พระบรมราชานุสาวรยี ส์ มเดจ็ พระรามาธิบดีท่ี ๑ จงึ สามารถขบั ไลข อมไดส ําเรจ็ พระราชกรณียกจิ ที่สา� คญั จงั หวดั พระนครศรอี ยธุ ยา (แนวตอบ : เพราะมคี วามสามารถ ความกลา ๑) ด้านการสรา้ งความมนั่ คงแกบ่ า้ นเมอื ง หาญ และมมี ติ รทดี่ ี คอื พอ ขนุ ผาเมอื ง ทคี่ อย • เม่ือต้ังกรุงศรีอยุธยาขึ้นใหม่ ได้จัดระเบียบการปกครอง ชว ยเหลือ) คาํ ถามเกี่ยวกบั สมเด็จพระรามาธบิ ดที ี่ 1 (พระเจาอูทอง) • ปจจัยใดท่ีทําใหสมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 1 สถาปนากรุงศรีอยุธยาไดเปนผลสาํ เรจ็ (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดลุ ยพินจิ ของครูผสู อน) เป็นแบบจตุสดมภ์ โดยแบ่งการปกครองออกเป็น ๔ กรม คือ กรมเวยี ง กรมวงั กรมคลงั และกรมนา • ทรงประกาศใช้กฎหมายปกครองบ้านเมอื ง • ทรงขยายอ�านาจไปยังอาณาจักรสุโขทัยและอาณาจักร เขมร เพือ่ ใหก้ รงุ ศรอี ยธุ ยามคี วามม่ันคงเข้มแขง็ มากข้นึ 57 ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู การประกาศใชกฎหมายปกครองบานเมืองของสมเด็จ 1 วัดพุทไธศวรรย สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 (พระเจาอูทอง) โปรดเกลาฯ พระรามาธบิ ดที ี่ 1 สงผลใหเกดิ ผลดใี นขอใดมากท่ีสดุ ใหส รางข้นึ หลังจากเสด็จข้นึ ครองราชยแลว 3 ป โดยเลอื กบริเวณทเ่ี รียกกันวา ตําบลเวียงเหล็ก ในรัชกาลสมเด็จพระมหาจักรพรรดิ วัดพุทไธศวรรยไดถูกใช 1. ประชาชนไมถ กู เกณฑท หาร เปน สถานทตี่ งั้ ทพั ของพมา เมอื่ ครงั้ พระเจา บเุ รงนองทรงสง พระราชสาสน มาขอ 2. บานเมอื งมคี วามสงบสขุ เรียบรอย มาและชา งเผือกจากสมเด็จพระมหาจกั รพรรดิ 3. สามารถขยายอาณาเขตไดกวา งขวาง 2 วดั พระราม สนั นิษฐานวาสรางขน้ึ ใน พ.ศ. 1912 สมยั สมเด็จพระราเมศวร 4. กรงุ สุโขทัยถกู ผนวกรวมเขา กบั กรงุ ศรีอยธุ ยา โดยสรางข้ึนบริเวณที่ถวายพระเพลิงพระบรมศพของสมเด็จพระรามาธิบดีท่ี 1 เนอ่ื งจากเปน วดั ทมี่ คี วามสาํ คญั จงึ ไดร บั การบรู ณปฏสิ งั ขรณห ลายครง้ั ครง้ั สาํ คญั (วิเคราะหคําตอบ : การใชกฎหมายทําใหสามารถควบคุมความ เชน ในสมยั สมเดจ็ พระบรมไตรโลกนาถ ในสมยั สมเดจ็ พระเจา อยหู วั บรมโกศ ประพฤติของคนในอาณาจักรได ทําใหการตัดสินคดีความเกิด ความยตุ ิธรรมและเปน ไปในทศิ ทางเดยี วกัน นอกจากน้ี ยงั ทาํ ให ประชาชนไมกลาทําความผิด เพราะมบี ทลงโทษชดั เจน จึงสง ผล ใหบ า นเมอื งเกดิ ความสงบสขุ ดงั นนั้ ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง) T63

นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน ๒) ดา้ นศลิ ปวฒั นธรรม ที่หนองโ•สนโป1หรดรใือหบ้สรริเว้าณงววังัดทพ่ีบรระิเศวรณีสเรวรียเพงเชหญล็ก์ในปซัจึ่งจตุบ่อันมาจยา้ากยนไป้ันอไดยู้่ 7. ครูใหนักเรียนศึกษาคนควาเพ่ิมเติมเก่ียวกับ พระราชทานวังท่ีเวยี งเหล็กให้เปน็ วัด คือ วดั พทุ ไธศวรรย์ พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ สมเดจ็ พระรามาธบิ ดที ี่ 1 จากนน้ั สมุ นักเรียน ใหอ อกมาเลา ความรสู กึ ทมี่ ตี อ พระองคเ พมิ่ เตมิ 8. นกั เรยี นแบง กลมุ สบื คน ขอ มลู เกยี่ วกบั คาํ ตา งๆ ทีค่ รูกําหนดให เชน • วัดพระศรสี รรเพชญ • เวียงเหล็ก • วดั พทุ ไธศวรรย จากน้ันนําผลจากการสืบคนมาแลกเปลี่ยน เรียนรรู ะหวางกนั ▲ วัดพทุ ไธศวรรย์ จงั หวัดพระนครศรอี ยุธยา ความรู้เสริม วัดพุทไธศวรรย์ ตั้งอยู่ริมแม่น�้าเจ้าพระยาฝั่งตะวันตก ต�าบลส�าเภาล่ม อ�าเภอพระนคร- ศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในสมัยอยุธยา วัดพุทไธศวรรย์เป็นพระอารามหลวงท่ี ใหญ่โตและมีช่อื เสยี งแห่งหนง่ึ ซึง่ ปรากฏตามตา� นานวา่ สมเด็จพระรามาธบิ ดีที่ ๑ (พระเจ้า อู่ทอง) ทรงสร้างขึ้นในบริเวณที่ต้ังพลับพลาท่ีประทับ เมื่อทรงอพยพมาต้ังอยู่ก่อนสถาปนา กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ท่ีตรงน้ีมีชื่อปรากฏในพระราชพงศาวดารว่า “ตา� บลเวียงเล็กหรือ เวยี งเหล็ก” 58 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด ครอู าจนาํ แผนผงั แสดงทต่ี ง้ั ของกรงุ ศรอี ยธุ ยามาใหน กั เรยี นดู แลว อธบิ ายวา “พระเจา อทู องทรงวางรากฐานการปกครองออกเปน 4 กรม คอื ทตี่ ง้ั ของกรงุ ศรอี ยธุ ยามลี กั ษณะเปน เกาะ มแี มน า้ํ ลอ มรอบ 3 สาย ลกั ษณะเชน น้ี เวยี ง วงั คลงั นา” จากขอ ความ เปน รปู แบบการปกครองในสว นใด ชวยสงเสริมใหกรุงศรีอยุธยามีความมั่นคง เชน มีแมน้ําเปนปราการธรรมชาติ เรยี กวาอะไร ปองกันขาศึก เปนแหลงเพาะปลูกท่ีอุดมสมบูรณ ดังน้ัน การเลือกที่ต้ัง กรงุ ศรอี ยุธยาของสมเด็จพระรามาธิบดที ี่ 1 จงึ แสดงถึงพระปรชี าสามารถและ 1. การปกครองสวนกลาง-ระบบจตสุ ดมภ การมองเห็นการณไ กลของพระองค 2. การปกครองสว นกลาง-ระบบกรมกอง 3. การปกครองสว นหัวเมือง-ระบบจตุสดมภ นักเรียนควรรู 4. การปกครองสวนภมู ิภาค-ระบบหัวเมอื ง (วิเคราะหคําตอบ : สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 ไดจัดระเบียบการ 1 หนองโสน สันนิษฐานวาเมื่อครั้งสรางกรุงศรีอยุธยา ไดมีการขุดเอาดิน ปกครองสวนกลางโดยใชระบบจตุสดมภ ซ่ึงแบงหนวยงานออก บริเวณพ้ืนที่ในหนองมาถมพ้ืนท่ีวังและวัด ทําใหพื้นที่ที่ถูกขุดกลายเปนบึง เปน 4 กรม ไดแก กรมเวยี ง ดูแลทกุ ขสุขของราษฎร กรมวงั ดูแล ขนาดใหญ มีชือ่ ปรากฏในกฎมณเฑยี รบาลวา “บึงชีขัน” และตอมาไดเปล่ียนชอ่ื กิจการในราชสํานัก กรมคลัง รับผิดชอบเก่ียวกับการหารายได เปนบึงพระราม และผลประโยชนข องแผน ดนิ กรมนา ดแู ลเกยี่ วกบั การทาํ มาหากนิ ของราษฎร ดังนน้ั ขอ 1. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง) T64

นํา สอน สรุป ประเมนิ ๓ สผมสู้ ถเดาจ็ ปพนราะกเรจุง้าธตนาบกสุรี ินมหาราช ขนั้ สอน (พ.ศ. ๒๓๑๐-๒๓๒๕) 9. ครสู นทนาซกั ถามนกั เรยี นวา มใี ครรจู กั สมเดจ็ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหา- พระเจาตากสินมหาราชบาง จากน้ันให ราช ทรงเป็นผู้น�าในการขับไล่ นกั เรยี นทรี่ ูจกั ออกมาเลาใหเ พ่อื นๆ ฟง กองทพั พมา่ หลงั เสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยา คร้งั ที่ ๒ ทรงสถาปนากรงุ ธนบุรี 10. ครูตั้งคาํ ถามใหนกั เรยี นชวยกนั ตอบ เชน เปน็ ราชธานขี องไทย และเสรมิ สรา้ ง คําถามเกยี่ วกับสมเดจ็ พระเจา ตากสิน ความมน่ั คงแกบ่ ้านเมือง มหาราช • เพราะเหตใุ ด สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช ▲ พระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสิน จึงไมต ้งั กรงุ ศรอี ยธุ ยาเปนราชธานีอกี มหาราช ณ พระราชวังเดิม กรงุ เทพมหานคร (แนวตอบ : เพราะกรงุ ศรอี ยธุ ยาเสยี หายมาก และธนบุรีมีความเหมาะสมในการต้ังกรุง ในสมัยนน้ั ) • เพราะเหตใุ ด สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช จงึ สามารถกอบกูเ อกราชจากพมามาได (แนวตอบ : เพราะทรงมพี ระอจั ฉรยิ ภาพและ พระปรชี ากลา หาญในการรบ และประชาชน มีความสามัคคีในการรวมตอสูกับทหาร พมา ) ▲ แผนท่อี าณาจักรกรงุ ธนบรุ ี 59 กิจกรรม สรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู ครูต้ังประเด็นเกี่ยวกับเหตุผลท่ีทําใหสมเด็จพระเจาตากสิน ครอู ธบิ ายเกย่ี วกบั สาเหตขุ องการทส่ี มเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราชสถาปนา มหาราชทรงตัดสินพระทัยเลือกกรุงธนบุรีเปนราชธานีแหงใหม กรุงธนบุรีเปนราชธานีวา เน่ืองจากเปนชวงหลังการเสียกรุงศรีอยุธยาคร้ังท่ี 2 จากนั้นใหนักเรียนคนควาคําตอบจากแหลงการเรียนรูตางๆ พ.ศ. 2310 สภาพบานเมอื งระสาํ่ ระสาย เกดิ ความทกุ ขย าก เดอื ดรอนอดอยาก เพม่ิ เติม แลว จัดทําผังมโนทศั นน ําเสนอหนา ช้ันเรียน ไปทั่ว ในแงค วามม่นั คง ทางขาศกึ ก็รูวธิ ีเอาชนะกรงุ ศรอี ยธุ ยา ถา ไปต้ังม่นั อยู ท่ีกรุงศรีอยุธยา จะรับศึกไดยากลําบาก นอกจากนี้ การที่ผูคนยังมีนอยและ อยกู ระจดั กระจาย กรุงธนบรุ มี ีขนาดเลก็ จงึ เหมาะสมกับจาํ นวนคน อีกทัง้ ยังมี ทตี่ ง้ั อยใู กลท ะเล หากขา ศกึ ยกมาและสไู มไ ดก ส็ ามารถถอยหนอี อกทางทะเลไป ต้ังมั่นอยูแถบหัวเมืองชายทะเลตะวันออกจะมีความเหมาะสมกับยุทธศาสตร มากกวา T65

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน พระราชกรณียกิจทีส่ �าคญั ๑) ด้านการสรา้ งความมั่นคงแกบ่ า้ นเมือง • ทําไมสมเด็จพระเจาตากสินมหาราช จึง • ทรงรวบรวมกา� ลงั คน ทรงตดั สนิ พระทยั เลอื กกรงุ ธนบรุ เี ปน ราชธานี เขา้ ขับไล่พม่าให้ไปจากกรุงศรี- แหง ใหมข องไทย อยุธยา หลังจากท่ีคนไทยต้อง (แนวตอบ : กรุงธนบุรีเปนเมืองปอมปราการ เสียกรงุ ศรอี ยุธยา ครง้ั ที่ ๒ ใน ขนาดยอม ซึ่งเพียงพอตอกําลังคนที่จะ พ.ศ. ๒๓๑๐ และทรงนา� ทพั เขา้ รักษาเอาไวได หรือถาจําเปนก็ถอยทัพ กลับไปเมืองจันทบุรีไดไมยาก นอกจากน้ี กรุงธนบุรียังต้ังอยูไมไกลจากราชธานีเดิม มากนกั จงึ เปน แหลงรวบรวมผูค นไดด )ี ตอ่ ตา้ นการรกุ รานของพมา่ หลาย ครงั้ ทา� ใหบ้ า้ นเมอื งเปน็ เอกราช และมน่ั คง ▲ พระราชวงั เดมิ (กรุงธนบรุ )ี • ทรงตั้งราชธานีใหม่ที่กรุงธนบุรี โดยทรงจัดระเบียบ การปกครอง และรวบรวมผู้คนที่หลบหนีพม่าให้มาอยู่ที่กรุงธนบุรี บ้านเมอื งจึงมคี วามเป็นปึกแผน่ ▼ ศาลสมเดจ็ พระเจ้าตากสนิ มหาราชที่พระราชวังเดิม (กรุงธนบรุ )ี 60 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด ครอู ธบิ ายวา เมอ่ื กองทพั พมา ลอ มกรงุ ศรอี ยธุ ยาในระหวา ง พ.ศ. 2309-2310 “กรุงธนบุรีเปนเมืองเล็ก ดูแลปองกันงาย มีแมน้ําเจาพระยา สมเด็จพระเจา ตากสนิ มหาราชทรงนาํ ทหารราว 500 คน ตฝี าวงลอ มของพมา เปนแนวปองกันดานทิศตะวันออก และอยูไมไกลจากอาวไทย ออกไปทางดานทิศตะวันออก ระหวางทางตองปะทะกับกองทัพพมาและผูคน หากขาศึกมาแลวสูไมได ก็สามารถหนีออกทางทะเลได” จาก ท่ตี อ ตา นหลายครัง้ แตพ ระองคท รงกลา หาญและเชยี่ วชาญการรบ จึงสามารถ ขอความ แสดงวาสมเด็จพระเจาตากสินมหาราชทรงคํานึงถึง เอาชนะไดทุกคร้ัง พระองคทรงเขาตีเมืองจันทบุรี โดยสรางกําลังใจใหทหาร ขอใดเปนสาํ คญั ดว ยการทบุ ทาํ ลายหมอ ขา วและเสบยี งทง้ั หมด หวงั ใหท กุ คนตเี มอื งจนั ทบรุ ใี หไ ด และพระองคก ็สามารถยึดเมอื งจนั ทบุรไี ด จงึ ใชเปนท่ีรวบรวมผูคน อาวธุ เรอื รบ 1. เศรษฐกจิ กอนจะยกกองทัพกลับมาขับไลกองทัพพมา กอบกูเอกราชหลังการเสีย 2. ความม่ันคง กรุงศรอี ยุธยาครง้ั ที่ 2 ไดส ําเรจ็ 3. การคมนาคม 4. ความสัมพนั ธระหวางประเทศ T66 (วิเคราะหคําตอบ : จากปจจัยการเลือกตั้งเมืองหลวงท่ีกรุงธนบุรี แสดงใหเห็นวา สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชทรงคํานึงถึงท่ีต้ัง ทส่ี ามารถปอ งกนั เมอื งจากการถกู ขา ศกึ โจมตี ทาํ ใหเ กดิ ความมน่ั คง ตอ อาณาจักร ดงั นน้ั ขอ 2. จึงเปนคําตอบทีถ่ ูกตอ ง)

นํา สอน สรปุ ประเมิน • ทรงรวบรวมบ้านเมืองให้กลายเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ขน้ั สอน โดยปราบปรามกก๊ หรอื ชมุ นมุ ต่าง ๆ ที่ไดต้ ้งั ตวั เปน็ ใหญต่ ามหวั เมือง 11. ครใู หนักเรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็นวา • ทรงสร้างความมน่ั คง โดยขยายอา� นาจออกไปยงั ดนิ แดน • การทอ่ี าณาจกั รธนบรุ สี ามารถฟน ฟบู า นเมอื ง ขา้ งเคยี ง เชน่ เขมร ลาว ลา้ นนา ใหกลับคืนสูสภาพปกติและมีความเจริญ รุง เรืองเปนเพราะปจ จยั ใด ๒) ด้านเศรษฐกิจ (แนวตอบ : มหี ลายปจ จยั เชน ความเขม แขง็ เพ่ือซ้ือข•้าวทสรางรชรา่วคยาเแหพลงือจปารกะพช่อาคช้านส�าดเภ้วายจกีนา1รแจล่า้วยพพรระะรราาชชททารนัพแยก์่ ทางการทหาร นโยบายฟน ฟเู ศรษฐกจิ อยา ง ประชาชน สง่ เสรมิ ใหท้ า� นาปลี ะ ๒ ครง้ั เพอ่ื แกป้ ญั หาการขาดแคลนขา้ ว เรง ดว น เชน การรบั ซอ้ื ขา วสาร การสง เสรมิ และทรงติดต่อทางการทูตกับจีนเพ่ือให้ค้าขายเหมือนเดิม ท�าให้ ใหราษฎรทํานา เพาะปลูก นโยบายฟนฟู เศรษฐกจิ ฟ้นื ตวั ขน้ึ ในช่วงปลายสมัยกรุงธนบุรี พระพุทธศาสนา) ▲ ภาพวาดจากจินตนาการ สมเดจ็ พระเจา้ ตากสนิ มหาราชทรงแกป้ ญั หาการขาดแคลนอาหารด้วยการสั่งซ้อื ข้าวสารจากพ่อคา้ ชาวจนี มาแจกจา่ ยแก่ราษฎร ๓) ด้านศาสนาและศิลปวฒั นธรรม • ทรงท�านุบ�ารุงพระพุทธศาสนา เช่น โปรดให้คัดลอก พระไตรปิฎกข้ึนใหม่ โปรดให้บูรณะวัดเพ่ือให้เป็นศูนย์รวมจิตใจ และเป็นแหล่งการเรียนรู้ของประชาชน ท้ังยังส่งเสริมการประพันธ์ วรรณกรรม ดังเชน่ ทท่ี รงพระราชนิพนธเ์ รือ่ ง รามเกยี รติ์ 61 ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู สมเด็จพระเจาตากสินมหาราชทรงแกไขปญหาเศรษฐกิจสมัย ครูอธิบายเสริมวา ในสมัยของสมเด็จพระเจาตากสินมหาราช เปนชวง ธนบรุ ีอยา งไร เวลาที่บานเมืองมีศึกสงครามบอยคร้ัง พระราชกรณียกิจท่ีสําคัญของสมเด็จ พระเจาตากสินมหาราช จึงเปนการปกปองบานเมืองจากการรุกรานของขาศึก 1. แจกจา ยขาวสารใหราษฎร รวมถึงการทําสงครามขยายดินแดนออกไป เพื่อใหบานเมืองมีความมั่นคงและ 2. เปด ตลาดการคากบั มอญและพมา เปนปกแผน 3. ทาํ สงครามกบั อาณาจกั รใกลเ คยี ง 4. ติดตอ ทางการทูตและการคา กับชาตติ ะวนั ตก นักเรียนควรรู (วเิ คราะหค าํ ตอบ : สมยั ธนบรุ เี ปน ชว งเวลาของการสรา งบา นเมอื ง 1 ซ้ือขาวสารราคาแพงจากพอคาสําเภาจีน เม่ือสินคามีราคาแพง พอคา หลงั จากเสยี กรงุ ศรอี ยธุ ยาครง้ั ที่ 2 สมเดจ็ พระเจา ตากสนิ มหาราช ชาวจีนจํานวนมากตา งก็ขนขา วสารมาจําหนา ย เมือ่ ปริมาณขาวมมี าก ก็สง ผล จึงทรงแกไขปญหาน้ีดวยวิธีการตางๆ เชน ทรงแจกขาวสารให ใหราคาขาวลดลงเรื่อยๆ จนเขาสูภาวะปกติ แสดงถึงพระปรีชาสามารถของ ราษฎร สง เสรมิ ใหท าํ นาปล ะ 2 ครง้ั สง เสรมิ พอ คา โดยเฉพาะพอ คา สมเด็จพระเจาตากสินมหาราช ที่ทรงนําแนวทางเศรษฐศาสตรมาประยุกต ชาวจีนใหมาคาขายมากข้ึน ดังน้นั ขอ 1. จึงเปนคําตอบทถ่ี กู ตอ ง) ใชจนประสบผลสาํ เรจ็ T67

นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน ๔ พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ผู้สถาปนากรงุ รัตนโกสินทร์ (พ.ศ. ๒๓๒๕-๒๓๕๒) 12. ครูสนทนาซักถามนักเรียนวามีใครรูจัก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้า- มหาราชบาง จากน้ันใหนักเรียนที่รูจักออก จฬุ าโลกมหาราช ทรงสถาปนาราชวงศ์ มาเลา ใหเ พ่อื นๆ ฟง จกั รแี ละกรงุ รตั นโกสนิ ทร์ ทรงตงั้ กรงุ เทพ- มหานครเป็นเมืองหลวงและทรงสร้าง 13. ครูอธิบายและสรุปใหนักเรียนเขาใจวา ความเจริญรุ่งเรืองให้แก่อาณาจักรไทย พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก สิืบเนื่องมาจนถึงปัจจบุ ัน มหาราชทรงเปน ผสู ถาปนากรงุ รตั นโกสนิ ทร พระราชกรณยี กิจทีส่ า� คญั ๑) ด้านการเมอื งการปกครอง ▲ พระบรมราชานสุ าวรยี พ์ ระบาทสมเด็จ 14. ครูต้ังคําถามใหนกั เรยี นชวยกนั ตอบ เชน • ทรงย้ายราชธานีจากกรุง พระพุทธยอดฟา้ จุฬาโลกมหาราช คาํ ถามเก่ยี วกับพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธ- กรุงเทพมหานคร ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช • เพราะเหตุใด พระบาทสมเด็จพระพุทธ- ธนบุรมี าทกี่ รุงเทพมหานคร ยอดฟาจุฬาโลกมหาราชจึงยายราชธานี • ทรงสรา้ งพระบรมมหาราชวงั และวดั พระศรรี ตั นศาสดาราม จากกรุงธนบรุ มี าทกี่ รงุ เทพมหานคร ท่ีมีรูปแบบเหมือนสมัยอยุธยา เพ่ือสร้างขวัญก�าลังใจให้ประชาชน (แนวตอบ : เพราะกรุงธนบุรีมีความคับแคบ รู้สึกเหมือนในสมยั อยุธยาท่ีบา้ นเมอื งรุง่ เรอื ง ไมเหมาะสมในแงยุทธศาสตร เพราะมี • ทรงจัดการปกครองให้มีระเบียบและทรงช�าระกฎหมาย แมนํ้าไหลผานกลางเมือง ยากแกการ ใหม้ คี วามถกู ต้องยุตธิ รรม บา้ นเมืองจงึ มีความเปน็ ปกติสขุ ปอ งกนั รักษา) • ทครืองเสปง็นคแรามม่ทเกัพา้ ทท�าัพส1งทค�ารใาหม้บปา้ กนปเม้ออื งงบม้าีคนวเามมือมงั่นคสงงคราม • เพราะเหตุใด พระบาทสมเด็จพระพุทธ- คร้ังสา� คญั ยอดฟาจุฬาโลกมหาราช จึงทรงสราง ๒) ด้านศาสนา พระราชวงั ทม่ี รี ปู แบบเหมอื นในสมยั อยธุ ยา • ทรงออกกฎของพระสงฆ์และมาตรการต่าง ๆ เพื่อท�าให้ (แนวตอบ : เพราะเปน ธรรมเนยี มสบื เนอ่ื งมา ตั้งแตสมัยอยุธยา การสรางพระราชวังมัก จะสรางขน้ึ ตามแบบแผนการตง้ั ทพั ดังน้ัน เมอ่ื แรกสรา งกรงุ เทพมหานครจงึ มวี งั หลวง วงั หนา และวงั หลังเหมือนในสมัยอยธุ ยา) สถาบนั สงฆ์มีระเบียบแบบแผน • โปรดเกลา้ ฯ ให้มกี ารสงั คายนาพระไตรปิฎก เพ่อื ทา� ให้มี ความถกู ตอ้ งขึน้ 62 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 สงครามเกา ทพั เปนสงครามคร้งั สําคญั ในสมยั รชั กาลที่ 1 เกิดขึ้นใน พ.ศ. ขอ ใดไมใชพ ระราชกรณยี กิจทางดา นศาสนาของรัชกาลที่ 1 2328 โดยพระเจาปดุงกษตั รยิ พ มา ไดย กทัพมา 9 ทพั ดังนี้ 1. จดั ทําสมุดภาพไตรภูมิ 2. สังคายนาพระไตรปฎ ก ทัพที่ 1 ยกมาตีหวั เมอื งประเทศราชทางปก ษใ ต 3. สรา งและบรู ณปฏสิ ังขรณว ดั ตา งๆ ทพั ท่ี 2 ยกเขามาทางเมืองราชบรุ ี 4. อญั เชิญพระพทุ ธรูปจากวัดในหัวเมืองรา งมาไวในพระนคร ทพั ท่ี 3 และ 4 เขามาทางดานแมละเมา แมสอด (วิเคราะหคําตอบ : รัชกาลท่ี 1 ทรงมีพระราชกรณียกิจทางดาน ทพั ท่ี 5-7 เขามาทางหวั เมืองฝายเหนอื ทพั ท่ี 8 และ 9 เปน ทัพหลวงทพ่ี ระเจา ปดุงคมุ ทัพ ยกเขามาทางดานเจดยี  ศาสนา เชน ทรงใหม กี ารสงั คายนาพระไตรปฎ ก ออกกฎขอ บงั คบั สามองค ตา งๆ ของพระสงฆ กอ สรา งและบรู ณปฏสิ งั ขรณว ดั วาอารามตา งๆ รวมถึงอัญเชิญพระพุทธรูปจากวัดในหัวเมืองรางมาไวในพระนคร สวนสมุดภาพไตรภูมิ เปนผลงานภูมิปญญาในสมัยธนบุรี ดังน้ัน ขอ 1. จึงเปน คาํ ตอบทีถ่ ูกตอง) T68

นาํ สอน สรุป ประเมนิ ▲ วัดพระเชตุพนวิมลมงั คลารามราชวรมหาวิหาร กรงุ เทพมหานคร เปน็ วดั ประจ�ารัชกาลที่ ๑ ขน้ั สอน • ทรงให้ก่อสรา้ งและซ่อมแซมวัดวาอารามต่าง ๆ เชน่ วัด 15. นักเรียนแบง กลมุ ใหแตล ะกลมุ รวมกนั จดั ทาํ พระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร (วัดโพธิ์) วัดอรุณ เสนเวลาแสดงเหตุการณสําคัญที่เกี่ยวกับ ราชวรารามราชวรมหาวหิ าร(วดั แจง้ ) วดั ราชบรุ ณราชวรวหิ าร(วดั เลยี บ) พระมหากษตั รยิ ผ สู ถาปนาราชอาณาจกั รไทย ๓) ดา้ นศลิ ปวัฒนธรรม แลวออกมานาํ เสนอหนา ชนั้ เรยี น พระราชพ• ธิ ทบี รรงมฟราื้นชฟาูพภรเิ ษะรกาแชลพะพิธีตระ่ารงาๆชพแธิ ลสี ะมปโภระชเพพรณะีสน�าคครัญ1เพๆอื่ สเรชา้ ่นง กา� ลังใจใหร้ าษฎรและรกั ษาพระราชพิธโี บราณ 16. ครมู อบหมายใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ ทาํ สมดุ ภาพ • ทรงส่งเสริมด้านวรรณกรรม โดยโปรดเกล้าฯ ให้แต่ง เรอ่ื ง พระมหากษตั รยิ ผ สู ถาปนาอาณาจกั รไทย วรรณคดีหลายเร่ือง เช่น รามเกียรติ์ ราชาธิราช รวมทั้งการแปล ตามทสี่ มาชกิ ในกลมุ สนใจรว มกนั 1 พระองค โดยใหค รอบคลมุ ประเดน็ ตามทก่ี าํ หนด ดงั นี้ • พระราชประวตั ิ • พระราชกรณียกิจ • การวเิ คราะหค ุณคา ของพระราชกรณียกิจ 17. นักเรียนทําแบบฝกฯ เรื่อง พระมหากษัตริย ผูสถาปนาอาณาจักรไทย จากแบบฝกฯ ประวตั ิศาสตร ป.3 หนา 24-26 ตรวจสอบผล 18. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอด จากหนงั สอื เรยี น หนา 64 19. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอดที่ 3.1 จากแบบวดั ฯ ประวตั ิศาสตร ป.3 หนา 30-34 20. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง พระมหากษัตริยผูสถาปนาอาณาจักรไทย จากแผนการจดั การเรยี นรู หนังสือจนี เรื่อง สามกก๊ แปลโดยเจา้ พระยาพระคลัง (หน) ๔) ดา้ นเศรษฐกจิ ในปลายรชั กาล บ้านเมืองปลอดภยั จากศึกสงคราม ทา� ให้ ประชาชนมเี วลาในการประกอบอาชพี สว่ นราชสา� นกั ไดส้ ง่ บรรณาการ และคา้ ขายกบั จนี เพมิ่ ขน้ึ ทา� ใหเ้ ศรษฐกจิ ดขี น้ึ บา้ นเมอื งและราษฎร มีความม่ันคงข้นึ 63 ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอ ใดกลา วถงึ การสถาปนากรงุ เทพมหานคร เปน ราชธานไี ดถ กู ตอ ง 1 พระราชพธิ สี มโภชพระนคร ใน พ.ศ. 2328 หลงั จากพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธ- 1. ตง้ั อยทู างตะวันตกของแมนํ้าเจา พระยา ยอดฟา จุฬาโลกมหาราชทรงสรางพระนครแหง ใหม คือ กรงุ เทพมหานคร หรอื 2. เม่ือแรกสถาปนามสี รอ ยนามพระนครวา อมรรัตนโกสินทร กรุงรัตนโกสินทรเรียบรอยแลว ทรงโปรดเกลาฯ ใหมีพระราชพิธีเฉลิมฉลอง 3. ท่ีตั้งและชัยภูมิดีกวาฝงธนบุรี เหมาะแกการปองกันและ อยางยิง่ ใหญเ ปนเวลา 3 วัน 3 คนื ตอ เนือ่ งจากงานพระราชพธิ บี รมราชาภิเษก ขยายอาณาเขต พรอมกบั งานสมโภชวดั พระศรรี ตั นศาสดารามและพระบรมมหาราชวงั 4. รชั กาลที่ 1 โปรดใหสรา งวดั พระเชตุพนวมิ ลมังคลารามขนึ้ เพ่อื เปนวัดในพระบรมมหาราชวัง ส่ือ Digital (วิเคราะหคาํ ตอบ : กรงุ เทพมหานคร ตง้ั อยทู างฝง ตะวันออกของ ศกึ ษาคน ควา เพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั รชั กาลที่ 1 ไดท ี่ http://www.culture.go.th/ แมน าํ้ เจา พระยา ซงึ่ มภี มู ปิ ระเทศเปน แหลม มลี าํ นา้ํ เปน คลู อ มรอบ culture_th/ewt_news.php?nid=555&fifilename=index ถาขุดคูเมืองเพิ่มเฉพาะทางเหนือและทางตะวันออก ก็จะชวยให การปองกันภัยจากขาศึกเปนไปไดโดยสะดวกมากขึ้น ท้ังทาง T69 ฝง ตะวนั ออกยังสามารถขยายอาณาเขตไดกวา งขึน้ ดังนัน้ ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)

นํา สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สรปุ ? ค�าถามจุดประกาย 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ วา ไดเ รยี นรอู ะไรบา ง ๑. นักเรยี นคิดวา่ เพราะเหตุใด พอ่ ขุนศรอี ินทราทติ ย์จึงสามารถขับไล่ขอมสบาดโขลญล�าพง จากบทเรียนน้ี โดยสรุปเปนขอๆ แลวบันทึก ออกไปจากเมืองสโุ ขทัยได้ ขอมลู ลงในสมุด ๒. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงกอบกู้เอกราชจากพม่ามาได้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อ 2. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมและความถกู ตอ ง ประเทศชาตอิ ยา่ งไร ของคาํ ตอบของนกั เรยี น พรอ มใหข อ เสนอแนะ เพ่มิ เติม ๓. นักเรียนคิดว่า พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทา� ให้ประเทศไทยมีความเป็นปึกแผ่นมาจนถงึ ปัจจุบันอยา่ งไร ขน้ั ประเมนิ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรู้ 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ แบง่ กลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาพระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ ของพระมหากษตั รยิ ์ ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน ผทู้ รงสถาปนาอาณาจกั รไทยเพม่ิ เตมิ จากนน้ั ชว่ ยกนั สรปุ คณุ ธรรมทสี่ ามารถนา� ไป หนา ชน้ั เรียนของนกั เรยี น เปน็ แบบอย่างในชีวิตประจ�าวัน 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม กจิ กรรมรวบยอด พัฒนาการเรียนรู ๑. แบง่ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ทา� รายงานเรอ่ื งพระมหากษตั รยิ ผ์ สู้ ถาปนาอาณาจกั รไทย 3. ครูตรวจสมุดภาพ เร่อื ง พระมหากษัตริย จากนั้นน�าไปจัดปา้ ยนิเทศ ผูสถาปนาอาณาจกั รไทย ๒. เขยี นเรียงความเร่อื ง “กษัตริยก์ ับการสถาปนาอาณาจักรไทย” 4. ครูตรวจแบบวัดฯ 5. ครตู รวจแบบฝกฯ 6. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรยี น 7. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงาน โดยศึกษา แนวทางการวัดและประเมินผล เพ่ือประเมิน ใบงานของนกั เรยี นจากแบบประเมนิ ทแี่ นบทา ย แผนการจดั การเรยี นรู ค�าถามบูรณาการสชู่ วี ติ ๑. นักเรยี นจะปฏิบตั ิตนอยา่ งไรเพอ่ื แสดงความจงรกั ภกั ดตี ่อสถาบนั พระมหากษัตริย์ ๒. นกั เรียนสามารถมสี ่วนร่วมในกจิ กรรมในวันส�าคัญเก่ียวกบั พระมหากษัตริย์ได้อย่างไรบ้าง 64 แนวทางการวัดและประเมินผล กิจกรรม เสริมสรางคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค ครตู รวจแบบฝก ฯ แบบวดั ฯ ใบงาน และสังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นจาก ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ ศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกยี่ วกบั พระราชกรณยี กจิ การตอบคาํ ถาม การนาํ เสนอผลงาน การทํางานรายบคุ คล และการทํางานกลมุ ของพระมหากษตั รยิ ผูสถาปนาอาณาจกั รไทย จากนนั้ นาํ ขอมลู มา โดยศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมนิ ผลที่แนบทายแผนการจัดการเรียนรู จดั ทาํ ในรปู แบบเสน เวลา (Timeline) มกี ารตดิ ภาพประกอบ ตกแตง เสนเวลาใหส วยงาม แลวนาํ เสนอผลงานหนา ชั้นเรียน พรอมทง้ั เลา แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ความรูสกึ ประทับใจทีไ่ ดจ ากการศึกษาดังกลา ว คาช้แี จง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี คาช้แี จง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี คาช้ีแจง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องท่ี ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 3 21 32 คุณลักษณะ 321 อนั พึงประสงคด์ า้ น   2 ความถูกต้องของเน้อื หา   1 การแสดงความคดิ เหน็   1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้ 3 ภาษาท่ใี ช้เข้าใจงา่ ย   2 การยอมรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อื่น   กษัตรยิ ์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมท่ีสร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 4 ประโยชนท์ ่ไี ด้จากการนาเสนอ   3 การทางานตามหน้าท่ีท่ไี ดร้ บั มอบหมาย   5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน   4 ความมีนา้ ใจ   2. ซอื่ สตั ย์ สุจริต ต่อโรงเรียน 5 การตรงต่อเวลา   3. มีวนิ ยั รับผิดชอบ 1.3 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนา รวม 4. ใฝเ่ รียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกจิ กรรมที่เก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามท่ีโรงเรยี นจดั ข้ึน รวม 2.1 ใหข้ ้อมลู ทถ่ี กู ต้องและเป็นจรงิ ตัวอยางแบบประเมนิลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน 5. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง 2.2 ปฏบิ ัติในสิ่งที่ถกู ตอ้ ง .........../................./................ 3.1 ปฏบิ ัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ขอ้ บังคับของครอบครวั จากแผนการจัดการเรียนรูเกณฑก์ ารใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน ลงชอื่ ...................................................ผูป้ ระเมนิ 6. มุ่งม่ันในการทางาน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ 7. รกั ความเป็นไทย มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจนให้ 1 คะแนน 8. มีจติ สาธารณะ 4.1 รู้จกั ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และนาไปปฏิบตั ิได้ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินเปน็ สว่ นใหญ่ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน 4.2 ร้จู กั จดั สรรเวลาให้เหมาะสม ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ บางส่วนเกณฑก์ ารตัดสินคุณภาพ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 4.3 เช่อื ฟงั คาสัง่ สอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง ให้ 1 คะแนน 4.4 ตัง้ ใจเรยี น ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ 5.1 ใชท้ รัพย์สินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรู้คุณคา่ 5.3 ใช้จา่ ยอยา่ งประหยดั และมกี ารเกบ็ ออมเงิน 12-15 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานทีไ่ ด้รับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ตอ่ อุปสรรคเพอ่ื ให้งานสาเร็จ 8-11 พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 7.1 มจี ิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย 7.2 เห็นคุณคา่ และปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย ต่ากว่า 8 ปรับปรุง 12-15 ดี 8.1 รจู้ ักช่วยบิดา-มารดา ผู้ปกครอง และครทู างาน 8.2 รูจ้ ักการดแู ลรักษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสิ่งแวดล้อมของห้องเรียนและ โรงเรียน 8-11 พอใช้ ลงช่ือ...................................................ผปู้ ระเมนิ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ ............../.................../................ เกณฑ์การใหค้ ะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบัติบางครัง้ ให้ 1 คะแนน T70

นํา นํา สอน สรปุ ประเมิน òº··èÕ Ã‹Áà¡ÅŒÒªÒÇä·Â ขน้ั นาํ แนวคดิ ส�าคัญ กระตนุ ความสนใจ • ¾ÃкҷÊÁà´¨ç ¾ÃÐǪÃÔ à¡ÅÒŒ ਌ÒÍÂˋ٠ÇÑ ¾ÃÐÁËÒ¡ÉµÑ ÃÔÂÃªÑ ¡ÒÅ·èÕ ñð áË‹§ 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง ¾ÃкÃÁÃҪǧȨ ¡Ñ ÃÕ ·Ã§ºÒí à¾Þç ¾ÃÐÃÒª¡Ã³ÂÕ ¡¨Ô ¹Ò¹»Ñ ¡ÒÃà¾Íè× »ÃÐà·ÈªÒµÔ รม เกลาชาวไทย จากแผนการจัดการเรียนรู áÅлǧª¹ªÒÇä·ÂãËŒÍÂË٠Á‹ àÂç¹à»š¹ÊØ¢ 2. นักเรียนดูกิจกรรมนําสูการเรียน จากหนังสือ กจิ กรรมนา� สกู่ ารเรยี น เรยี น หนา 65 และตอบคาํ ถาม • พระราชกรณยี กจิ ในพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลาเจา อยูหวั มีอะไรบาง (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพินิจของครูผูส อน) 3. ครนู าํ ภาพพระราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา เจา อยหู ัว มาใหนกั เรยี นดู 4. ครูสนทนากบั นักเรยี นวา พระองคทรงบําเพญ็ พระราชกรณียกจิ ท่สี าํ คัญอะไรบา ง พระราชกรณยี กจิ ในพระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว มอี ะไรบา้ ง 65 ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู ขอใดคือพระราชกรณยี กิจของพระมหากษตั ริยอ งคป จ จุบนั ครจู ดั กระบวนการเรียนรโู ดยการใหน กั เรียน 1. โครงการปา รกั นํ้า • รวบรวมขอมลู 2. โครงการศลิ ปาชีพ • วิเคราะหจากประเด็นคําถาม 3. โครงการบา นเลก็ ในปา ใหญ • สรปุ ความ 4. โครงการจติ อาสาพระราชทาน “เราทาํ ความดี เพอื่ ชาติ ศาสน จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ กษตั รยิ ” พระวชริ เกลา เจา อยหู วั กอ ใหเ กดิ คณุ ประโยชนต อ พสกนกิ รในชาติ การแสดงออก ถึงความรกั และความกตัญตู อพระองคเปน สง่ิ ทป่ี ระชาชนทกุ คนพงึ ถือปฏบิ ัติ (วเิ คราะหค าํ ตอบ : โครงการจติ อาสาพระราชทาน “เราทาํ ความดี เพอ่ื ชาติ ศาสน กษตั รยิ ” เปน โครงการในพระราชดาํ รขิ องพระบาท สมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวในการทํากิจกรรมเพื่อสาธารณ ประโยชนหรือสิ่งที่เปนประโยชนแกผูอื่นโดยไมหวังผลตอบแทน ดังนนั้ ขอ 4. จงึ เปนคําตอบที่ถูกตอ ง) T71

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สอน ๑ พระราชประวตั พิ ระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั สํารวจค้นหา 1. ครูสนทนาซักถามนักเรียนวามีใครทราบ พระราชประวัติและพระราชกรณียกิจของ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวบาง จากนน้ั ใหน กั เรยี นทท่ี ราบออกมาเลา ใหเ พอ่ื นๆ ฟง และครอู ธบิ ายเพมิ่ เติม 2. ครูแนะนําใหนักเรียนสืบคนพระราชประวัติ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จ พระวชริ เกลา เจา อยหู ัว จากหนงั สือเรียน หนา 66-80 และจากแหลงขอมูลตางๆ เพ่ือนํามา สนทนาแลกเปล่ยี นความรรู ะหวา งกนั พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหา วชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามนิ ทราธเิ บศรราชวโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั ๑ หรัชรกอื าพลรทะบ่ี ๑า๐ทสแมหเด่งรจ็ าพชรวะงวศช์จริ กัเกรล1ี า้ เจา้ อยหู่ วั ทรงเปน็ พระมหากษตั รยิ ์ ๑ อา่ นวา่ พระ-บาด-สม-เดด็ -พระ-ปะ-ระ-เมน-ทะ-ระ-รา-มา-ทบิ -บอ-ด-ี ส-ี สนิ -ทระ(ออกเสยี งเบา)-มะ-หา- วะ-ชิ-รา-ลง-กอน-มะ-หิ-สอน-พู-มิ-พน-ราด-ชะ-วะ-ราง-กูน-กิ-ติ-สิ-หริ-สม-บูน-อะ-ดุน-ยะ-เดด- 66 สะ-หยาม-มนิ -ทรา-ท-ิ เบด-ราด-วะ-โร-ดม-บอ-รม-มะ-นาด-ถะ-บอ-พดิ -พระ-วะ-ช-ิ ระ-เกลา้ -เจา้ -อย-ู่ หวั นักเรียนควรรู กจิ กรรม สรางเสรมิ 1 ราชวงศจักรี สถาปนาขึ้นโดยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟาจุฬาโลก ครูใหนักเรียนนําภาพพระราชประวัติหรือพระราชกรณียกิจ มหาราช เมอื่ พ.ศ. 2325 ยคุ ของราชวงศน เี้ รยี กวา “ยคุ รตั นโกสนิ ทร” ทม่ี าของชอ่ื ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวท่ีนักเรียนประทับใจ ราชวงศเชื่อวามาจากบรรดาศักด์ิ “เจาพระยาจักรี” ของพระองคในสมัยธนบุรี มา 1 ภาพ แลวใหนักเรียนเขียนบรรยายตามประเด็น ดังน้ี กอ นจะไดเ ลอ่ื นขน้ึ เปน สมเดจ็ เจา พระยามหากษตั รยิ ศ กึ คาํ วา จกั รี พอ งเสยี งกบั คําวา จกั ร และ ตรี ทีเ่ ปนเทพอาวุธของพระวษิ ณุ ซึง่ ทรงพระกรณุ าโปรดเกลาฯ • เพราะเหตใุ ด นกั เรียนจงึ ประทับใจภาพดงั กลาว ใหสรา งพระแสงจกั รและพระแสงตรีไว 1 สาํ รับ อกี ทงั้ กําหนดใหใ ชเทพอาวธุ น้ี • จากภาพพระราชประวัติหรือพระราชกรณียกิจดังกลาว เปน สัญลกั ษณประจาํ ราชวงศจกั รสี บื เนอ่ื งมาจนถึงปจจุบนั นักเรยี นจะสามารถนาํ ไปเปนแบบอยา งไดอ ยา งไร T72

นํา สอน สรปุ ประเมิน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นพระราชโอรส ขน้ั สอน พระองค์เดียวในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อเจด้าลุ สยริ เิกดิตชิ์ มพหราะรบารชมบรารชมินนนีาถาถบ1พพติ รระ(บรรชั มกราาลชทชี่ ๙น)นแพี ลนั ะปสมีหเลดวจ็ งพระนาง- อธบิ ายความรู้ ▲ พระบรมฉายาลักษณพ์ ระบาทสมเด็จพระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลท่ี ๙) และ 3. ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา พระบาทสมเดจ็ สมเดจ็ พระบรมราชชนนพี ันปีหลวง พระวชิรเกลาเจาอยูหัวเปนพระมหากษัตริย ไทยองคท่ี 10 แหงราชวงศจักรี พระองคทรง พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชสมภพ เปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระบรม ณ พระที่น่ังอมั พรสถาน พระราชวงั ดสุ ติ เมอื่ วันท่ี ๒๘ กรกฎาคม ชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช พ.ศ. ๒๔๙๕ ได้รับพระราชทานพระนามวา่ สมเดจ็ พระเจา้ ลกู ยาเธอ บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จ เจา้ ฟา้ วชริ าลงกรณ บรมจกั รยาดิศรสันตติวงศ เทเวศรธ�ารงสุบรบิ าล พระนางเจา สริ กิ ติ ิ์ พระบรมราชนิ นี าถ พระบรม อภิคุณูปการมหิตลาดุลเดช ภูมิพลนเรศวรางกูร กิตติสิริสมบูรณ ราชชนนีพันปหลวง ทรงมีพระโสทรเชษฐภคนิ ี สวางควัฒน์ บรมขัตติยราชกมุ าร 1 พระองค คือ ทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตน ราชกญั ญา สริ วิ ฒั นาพรรณวดี และมพี ระโสทร 67 กนษิ ฐภคินี 2 พระองค คือ สมเดจ็ พระกนิษฐา ธิราชเจา กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกมุ ารี และสมเด็จเจาฟา ฯ กรม พระศรสี วางควัฒน วรขตั ติยราชนารี 4. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ วา พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจาอยูหัว ทรงมีพระราชกรณียกิจสําคัญใน ดานตางๆ ไดแก พระราชกรณียกิจดานการ ศาสนา ดานการศึกษา ดานการสาธารณสุข และจติ อาสา ดา นการกฬี า ดา นการตา งประเทศ ดานเกษตรกรรม กจิ กรรม สรา งเสริม นักเรียนควรรู ครูนําบทเพลงเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา 1 พระบรมราชินีนาถ หรือชื่อตําแหนง “สมเด็จพระบรมราชินีนาถ” เปน เจา อยหู ัวมาใหน กั เรียนฟง เชน ตําแหนงพระอัครมเหสีหรือพระราชินี และเคยดํารงตําแหนงผูสําเร็จราชการ แผนดิน โดยไดรับพระบรมราชโองการโปรดเกลาฯ จากพระบาทสมเด็จ • สดุดีจอมราชา พระเจาอยูหัวหรือพระมหากษัตริยใหสําเร็จราชการแทน มีสิทธิอํานาจและ • แสงแหง พระบารมี พระสถานะเทียบเทาพระมหากษัตรยิ ใ นชวงเวลาหน่งึ ประเทศไทยน้นั มสี มเดจ็ • ดุจดังสายฟา พระบรมราชินีนาถ 2 พระองค คือ สมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ • ม่ิงขวญั ทวยราษฎร พระบรมราชชนนีพันปห ลวง และสมเด็จพระนางเจาสิริกิติ์ พระบรมราชินนี าถ • ธ ทรงราชย พระบรมราชชนนพี นั ปห ลวง จากน้ันใหนักเรียนรวมกันสรุปสาระสําคัญจากเนื้อเพลง ดังกลา ว T73

นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขนั้ สอน ▲ พระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมพิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร (รชั กาลท่ี ๙) พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หัว (รัชกาลที่ ๑๐) และพระบรมวงศานุวงศ์ 5. ครใู หน กั เรยี นดภู าพ จากหนงั สอื เรยี น หนา 68 แลวชวยกันบอกวาบุคคลตางๆ ในภาพคือ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระโสทร- ใครบาง จากน้ันครูอธิบายพระราชประวัติ เชษฐภคนิ ี ๑ พระองค์ คือ ทูลกระหมอ่ มหญิงอบุ ลรตั นราชกญั ญา และพระราชกรณียกิจของแตละพระองคให สิริวัฒนาพรรณวดี และพระโสทรกนิษฐภคินี ๒ พระองค์ คือ นกั เรียนฟงพอเขาใจ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จเจ้าฟ้า ฯ กรมพระศรีสวางควัฒน 6. ครูตง้ั ประเดน็ คําถามใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ วรขัตตยิ ราชนารี • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา เจาอยูหัว ทรงมีพระนามเตม็ วาอะไร (ตอบ : ทรงมพี ระนามเตม็ วา พระบาทสมเดจ็ พระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา ลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริ สมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราช วโรดม บรมนาถบพติ ร พระวชริ เกลา เจา อยหู วั ) • พระองคเสด็จพระราชสมภพท่ีไหนและ เมอื่ ใด (ตอบ : พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั เสดจ็ พระราชสมภพ ณ พระทนี่ ง่ั อมั พรสถาน พระราชวังดุสิต เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2495) 68 เกร็ดแนะครู กจิ กรรม สรางเสรมิ ครอู ธิบายเสรมิ เกี่ยวกับคาํ วา “พระโสทรเชษฐภคนิ ”ี และ “พระโสทรกนิษฐ- ครูใหนักเรียนสืบคนโครงการของพระโสทรเชษฐภคินีหรือ ภคินี” วา คําวา “โสทร” หมายถึง พ่ีนองรวมทองกัน คําวา “เชษฐภคินี” พระโสทรกนิษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวที่ หมายถึง พี่สาว ดงั น้นั คําวา “พระโสทรเชษฐภคินี” หมายถึง พ่ีสาวรว มทอ ง นักเรียนสนใจ 1 โครงการ แลว ใหนกั เรยี นเขียนสรุปตามประเดน็ ของพระมหากษัตริย สวน “กนิษฐภคินี” หมายถึง นองสาว ดังนั้น คําวา ดังน้ี “พระโสทรกนิษฐภคินี” หมายถึง นองสาวรวมทองของพระมหากษัตริย สาํ หรบั สมเดจ็ พระกนษิ ฐาธริ าชเจา กรมสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ า ฯ สยามบรม- • ชอ่ื โครงการ ราชกุมารี ทรงมีพระนามเม่ือประสูติวา สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟาสิรินธร • วตั ถปุ ระสงคข องโครงการ เทพรตั นสดุ า กติ วิ ฒั นาดลุ โสภาคย และสมเดจ็ เจา ฟา ฯ กรมพระศรสี วางควฒั น • ประโยชนข องโครงการ วรขัตติยราชนารี ทรงมีพระนามเม่ือประสูติวา สมเด็จพระเจาลูกเธอ เจาฟา จากนั้นนํามาเสนอหนาช้ันเรียน แลวใหเพ่ือนรวมกันแสดง จุฬาภรณวลยั ลกั ษณ อัครราชกมุ ารี ความคดิ เห็น T74

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขน้ั สอน 7. นักเรียนดูภาพ จากหนังสือเรียน หนา 69 แลวชวยกนั บอกวาบคุ คลในภาพมีใครบาง 8. ครเู ลา ประวตั โิ ดยยอ เกย่ี วกบั พระราชโอรสและ พระราชธดิ าของพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั แตล ะพระองคใ หน กั เรยี นรจู กั มากขนึ้ ▲ พระบรมฉายาลกั ษณ์พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจา้ อยู่หวั พรอ้ มพระราชธิดาและพระราชโอรส พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชธิดาและ พระราชโอรส คอื ๑. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ 1 เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิรา- เทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพชั ร มหาวัชรราชธิดา ทรงประสตู ิ เมอ่ื วนั ท่ี ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๑ ๒. สมเดจ็ พระเจา้ ลกู เธอ เจา้ ฟา้ สริ วิ ณั ณวรี นารรี ตั นราชกญั ญา ทรงป๓ร.ะสสูตมิเเมดือ่ ็จวพันรทะี่ เ๘จ้ามลกูกรยาคาเมธอพ2.ศเจ. ้า๒ฟ๕้า๓ท๐ีปังกรรัศมีโชติ มหา วชโิ รตตมางกรู สริ วิ บิ ลู ยราชกมุ าร ทรงประสตู เิ มอื่ วนั ที่ ๒๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘ 69 กจิ กรรม ทา ทาย นักเรียนควรรู ครูใหนักเรียนนําภาพพระราชประวัติหรือพระราชกรณียกิจ 1 สมเด็จพระเจาลูกเธอ หมายถึง พระราชธิดาหรือลูกสาวที่มีพระสกุลยศ ของพระราชธดิ าและพระราชโอรสในพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา ชัน้ เจา ฟา ของพระมหากษัตริย เจาอยูหัวที่นักเรียนประทับใจมา 1 ภาพ แลวใหนักเรียนเขียน 2 สมเดจ็ พระเจา ลกู ยาเธอ หมายถงึ พระราชโอรสหรอื ลกู ชายทม่ี พี ระสกลุ ยศ บรรยายตามประเด็น ดงั น้ี ชนั้ เจาฟา ของพระมหากษตั ริย • เพราะเหตใุ ดนักเรียนจึงประทับใจภาพดังกลา ว บูรณาการอาเซียน • จากภาพพระราชประวัติหรอื พระราชกรณียกจิ ดงั กลา ว ครูถามนักเรียนวา ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนประเทศใดบางที่มี นักเรียนจะสามารถนําไปเปน แบบอยา งไดอยา งไร พระมหากษัตริยทรงเปนประมุข จากนั้นครูเฉลยคําตอบและอธิบายขอมูล เพ่ิมเติมเก่ียวกับพระมหากษัตริยของประเทศตางๆ ไดแก กัมพูชา มาเลเซีย และบรูไน T75

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน ระดับพชร้ันะบปารทะสถมมเศดึก็จษพารทะว่ีโรชงิรเเรกียลน้าจเจิต้ารอลยดู่หาัว1ทจรนงกเขร้าะรทับ่ังกจาบรรศะึกดษับาชใั้นน มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ จากน้นั พระองค์เสดจ็ พระราชด�าเนนิ ไปศึกษาต่อ 9. ครสู มุ เรยี กนกั เรยี นออกมาเลา พระราชประวตั ิ ท่ีโรงเรียนคงิ ส์มดี แคว้นซัสเซกส์ ประเทศอังกฤษ ดา นการศกึ ษาของพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจาอยูหัว โดยใชขอมูลจากหนังสือเรียน พระองค์ทรงมีความสนพระราชหฤทัยในด้านการทหารเป็น หนา 70 อย่างย่ิง จึงเสด็จพระราชด�าเนินไปศึกษาในระดับเตรียมทหาร ณ โรงเรยี นคงิ สส์ กลู นครซดิ นยี ์ ประเทศออสเตรเลยี และทรงเขา้ ศกึ ษา 10. ครูเปดโอกาสใหนักเรียนซักถามในเร่ืองที่ ในวิทยาลยั การทหารดันทรนู กรงุ แคนเบอรร์ า ประเทศออสเตรเลีย นักเรียนสนใจเก่ียวกับพระราชประวัติดาน จนสา� เรจ็ การศกึ ษา และใน พ.ศ. ๒๕๒๐-๒๕๒๑ พระองคท์ รงเข้า การศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา รับการศึกษาและส�าเร็จการศึกษาจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก เจา อยูหวั เพิ่มเตมิ กองทพั บก ประเทศไทย นอกจากน้ี พระองคท์ รงพระวริ ยิ อตุ สาหะในการเพม่ิ พนู ความรู้ และประสบการณท์ างดา้ นการทหารอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยทรงเขา้ รว่ มการ ฝกึ เพมิ่ เตมิ ในหลกั สตู รตา่ งๆ เชน่ - ทรงศึกษาหลักสูตรพิเศษ ต่าง ๆ ของกองทัพออสเตรเลีย เชน่ หลักสตู รโดดร่ม หลกั สตู ร ทบทวนวิชาอาวุธและยุทธวธิ ี -ทรงเขา้ รบั การฝกึ และศกึ ษา ในโครงการช่วยเหลือทางทหาร ของกองทัพบกสหรัฐอเมริกา รฐั นอรท์ แคโรไลนา สหรฐั อเมรกิ า ▲ พระบรมฉายาลกั ษณ์ในพระบาทสมเดจ็ 70 พระวชริ เกล้าเจ้าอยหู่ ัว นักเรียนควรรู กิจกรรม ทาทาย 1 โรงเรยี นจติ รลดา พระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช ครูใหนักเรียนสืบคนเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชประวัติของ มหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหจัดการศึกษาในระดับ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว แลวสรุปขอมูลดังกลาว อนบุ าลขึ้น ณ พระที่นง่ั อุดรภาค ในพระทน่ี ั่งอมั พรสถาน พระราชวังดุสิต เมอ่ื ซึ่งอาจนําเสนอเปนเสนเวลาหรือแผนผังความคิด และมี พ.ศ. 2498 โดยมีทูลกระหมอมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ภาพประกอบ ตกแตงใหส วยงาม จากน้ันนําผลงานออกมาเสนอ และพระสหายรว มศึกษาอกี 7 คน เปน นกั เรยี นรนุ แรก ตอมาไดจ ดทะเบยี นเปน หนาชัน้ เรียน โรงเรียนราษฎร เม่ือ พ.ศ. 2501 ปจจุบันเปดสอนต้ังแตช้ันอนุบาลศึกษาจนถึง ชั้นมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย T76

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด็ จ พ ร ะ ขน้ั สอน วชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จข้ึน ครองราชยเ์ ป็นพระมหากษัตริย์ 11. ครูนําขาวหรือคลิปวิดีโอเกี่ยวกับพระราชพิธี รัชกาลท่ี ๑๐ แห่งราชวงศ์จักรี บรมราชาภิเษก รชั กาลที่ 10 มาใหน กั เรยี นดู เมื่อวันพฤหัสบดีท่ี ๑๓ ตุลาคม แลว รว มกนั สนทนาซกั ถามในประเดน็ ทส่ี นใจ พ.ศ. ๒๕๕๙ และทรงพระกรณุ า เชน พโปิธรีบดเรกมลรา้ าฯชใาหภป้ ิเรษะกกอ1บเมพ่ือระวรันาทช่ี • พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลท่ี 10 ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จดั ขึน้ เม่ือใด ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยว่า (ตอบ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาล “พระบาทสมเด็จพระปรเมนทร- ที่ 10 จัดข้นึ เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. รามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิรา- 2562) ลงกรณ มหศิ รภมู พิ ลราชวรางกรู • เหตใุ ดจึงตองมพี ระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก กติ สิ ริ สิ มบรู ณอดลุ ยเดช สยามนิ - (แนวตอบ : พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปน ทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถ- โบราณราชประเพณที ตี่ อ งทาํ เพอ่ื ความเปน บพติ ร พระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หวั ” ▲ พระบาทสมเดจ็ พระวชิรเกลา้ เจ้าอยหู่ วั พระมหากษตั รยิ อ ยางสมบูรณ) ทรงประกอบพระราชพธิ ีบรมราชาภเิ ษก • ในพระราชพธิ นี พ้ี ระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจาอยูหัว พระราชทานพระปฐมบรม ความรเู้ สรมิ ราชโองการวาอยา งไร (ตอบ:พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั วันท่ี ๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวพระราชทาน พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการวา พระปฐมบรมราชโองการวา่ “เราจะสบื สาน รกั ษา และตอ่ ยอด และครองแผน่ ดนิ โดยธรรม เพอื่ “เราจะสืบสาน รักษา และตอยอด และ ประโยชน์สขุ แห่งอาณาราษฎรตลอดไป” ครองแผนดินโดยธรรม เพ่ือประโยชนสุข แหงอาณาราษฎรตลอดไป” จากพระปฐม 71 บรมราชโองการนี้ มคี วามหมายวา พระองค จะสืบสาน รักษา และตอยอดพระราช- กรณยี กจิ ทดี่ งี ามตา งๆ ของพระบาทสมเดจ็ พระบรมชนกาธเิ บศร มหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) และสมเด็จพระนางเจาสิริกิต์ิ พระบรม ราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปหลวง ใหเกิดความวัฒนาถาวรและครองแผนดิน โดยธรรม เพื่อประโยชนสุขแหงอาณา ราษฎรตลอดไป) กจิ กรรม สรางเสรมิ นักเรียนควรรู ครูใหนักเรียนศึกษาขอมูลเพิ่มเติมเก่ียวกับพระราชพิธีบรม 1 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก คือ พระราชพิธีท่ีแสดงความสมบูรณแหง ราชาภิเษกของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวจากแหลง พระมหากษตั รยิ ต ามทกี่ าํ หนดในโบราณราชประเพณี เปน แบบแผนอนั ศกั ดสิ์ ทิ ธ์ิ เรยี นรตู า งๆ แลว สรปุ ขอ มลู ตามประเด็น ดงั น้ี ที่มีมาต้ังแตสมัยกรุงศรีอยุธยาเปนราชธานี พระมหากษัตริยพระองคใหมท่ียัง มิไดทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะออกพระปรมาภิไธยวา “สมเด็จ • ความสาํ คญั พระเจาอยูหัว” เมื่อทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกแลว จะออก • ความเปนมา พระปรมาภิไธยวา “พระบาทสมเดจ็ พระเจาอยหู ัว” • พระราชพธิ ที ่สี าํ คัญ • ความประทบั ใจเก่ยี วกบั พระราชพธิ ี ส่ือ Digital จากน้นั นําขอ มลู มาอภิปรายรว มกนั ในชั้นเรียน ศกึ ษาคน ควาขอมลู เพ่ิมเติมเกี่ยวกบั พระราชพธิ บี รมราชาภเิ ษก ไดท ่ี http://www.phralan.in.th/coronation/ T77

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขน้ั สอน ๒ พระราชกรณียกจิ ในพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยหู่ ัว 12. นักเรียนแบงกลุมออกเปน 6 กลุม กลุมละ เทา ๆ กนั จากนนั้ ใหแ ตล ะกลมุ สง ตวั แทนออก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงบ�าเพ็ญพระราช- มาจับสลาก กลมุ ละ 1 หัวขอ โดยหวั ขอทคี่ รู กรณียกิจนานัปการท่ีส�าคัญมาตลอดนับตั้งแต่ทรงพระเยาว์จนถึง กําหนดเปนพระราชกรณียกิจของพระบาท ปัจจุบัน พระองค์ทรงสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จ สมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว ในดานตางๆ พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จ ดงั นี้ พระบรมราชชนนีพันปหี ลวง ในการทา� ประโยชน์ใหแ้ ก่ประเทศชาติ 1) พระราชกรณยี กิจดานการศาสนา และบ�าบัดทุกขบ์ า� รุงสขุ ให้แกป่ วงชนชาวไทยเสมอมา เช่น 2) พระราชกรณียกจิ ดา นการศึกษา 3) พระราชกรณยี กจิ ดา นการสาธารณสขุ และ (๑) ดา้ นการศาสนา จิตอาสา พระองค์ทรงมีศรัทธายึดมั่นในพระพุทธศาสนาตลอดมา 4) พระราชกรณยี กิจดา นการกฬี า 5) พระราชกรณยี กิจดา นการตา งประเทศ ต้ังแต่ทรงพระเยาว์ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจด้านศาสนาหลาย 6) พระราชกรณียกจิ ดา นเกษตรกรรม ประการ เช่น จากนั้นใหแตละกลุมรวมกันอภิปรายแสดง (พระแกว้ •มทรกรตง)เ1ปปลรี่ยะจน�าเฤคดรูรื่ออ้ งนทรฤงดพูฝรนะพแุทละธฤมดหหู านมาณว ีรณัตนวปดั พฏริมะาศกรรี- ความคิดเห็นและวิเคราะหคุณคาของพระ รัตนศาสดาราม เปน็ ประจา� ทกุ ปี ราชกรณยี กจิ ของพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยูหัว ตามหัวขอท่ีกลุมจับสลากได 13. นักเรียนแตละกลุมสรุปผลการอภิปรายและ การวิเคราะหขอมูลของกลุม แลวออกมานํา เสนอหนาชั้นเรียน 72 ▲ พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกล้าเจา้ อย่หู ัวเสด็จพระราชด�าเนนิ ทรงเปลี่ยนเครื่องทรง พระพทุ ธมหามณีรัตนปฏมิ ากร (พระแก้วมรกต) ณ วดั พระศรีรัตนศาสดาราม นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแกวมรกต) เปนพระพุทธรูป “พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวทรงเปลี่ยนเคร่ืองทรง ปางสมาธิ แกะสลักจากหยกสีเขียวแทงเดียวตลอดท้ังองค พระบาทสมเด็จ พระพุทธมหามณรี ตั นปฏมิ ากร” เปน พระราชกรณียกจิ ดา นใด พระพุทธยอดฟาจุฬาโลกมหาราชทรงอัญเชิญกลับคืนมาจากนครเวียงจันทน เม่ือเสด็จไปปราบปรามแควนลานชาง พ.ศ. 2321 ขณะดํารงพระอิสริยยศ 1. ดานการศึกษา เปน สมเดจ็ เจา พระยามหากษตั รยิ ศ กึ ภายหลงั ไดป ราบดาภเิ ษกเปน ปฐมกษตั รยิ  2. ดานการศาสนา แหงพระบรมราชวงศจักรี ไดโปรดใหสรางพระราชฐานพรอมท้ังวัดสําหรับ 3. ดานสขุ ภาพอนามยั ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ซ่ึงเปนพระคูบานคูเมืองที่สําคัญ 4. ดานพฒั นาความเปน อยู ท่ีสุด (วิเคราะหคําตอบ : การเปล่ียนเครื่องทรงพระพุทธมหามณีรัตน- ปฏิมากร (พระแกวมรกต) เปนพระราชกรณยี กิจดา นการศาสนา ดงั นนั้ ขอ 2. จึงเปนคําตอบที่ถูกตอง) T78

นํา สอน สรปุ ประเมนิ ▲ พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัวเสด็จฯ ทรงบา� เพญ็ พระราชกุศลเนอ่ื งในวนั เข้าพรรษา ขน้ั สอน ณ วดั บวรนิเวศราชวรวหิ าร • ทรงบ�าเพญ็ พระราชกุศลทักษณิ านุปทาน 1เนือ่ งในโอกาส 14. นกั เรยี นรว มกนั ตอบคาํ ถามเกยี่ วกบั พระราช- คล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช กรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา มหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานสมณศักดิ์และเครื่องราช- เจาอยหู วั ในดา นตางๆ ที่ครกู ําหนดให อิสรยิ ยศแด่สมเดจ็ พระราชาคณะ พระราชาคณะ และเจ้าคณะรอง คําถามเกี่ยวกบั พระราชกรณยี กิจ • ทรงบ�าเพ็ญพระราชกุศลเนื่องในวันส�าคัญทางพระพุทธ ดานการศาสนา ศาสนา เช่น มีพระราชพธิ ีทรงบ�าเพญ็ พระราชกศุ ลในวนั วิสาขบชู า 2 • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว ทรงเปนอัครศาสนูปถัมภก หมายถงึ อะไร (แนวตอบ : พระองคทรงใหการอุปถัมภทุก ศาสนา ทําใหคนไทยอยูรวมกันอยางสงบ สขุ ) • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเก่ียวเนื่องกับ พระพทุ ธศาสนาอยา งไรบาง (แนวตอบ : ทรงเขาพระราชพิธีประกาศ พระองคเปนพุทธมามกะ ทรงอุปถัมภ พระอารามตางๆ ทรงเปลี่ยนเครื่องทรง พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแกว มรกต) ประจาํ ทกุ ป ทรงบาํ เพญ็ พระราชกศุ ล เนอ่ื งในวนั สาํ คัญทางพระพทุ ธศาสนา เชน ทรงบําเพ็ญพระราชกุศลในวันวิสาขบูชา วนั เขาพรรษา วนั อาสาฬหบูชา) วันเข้าพรรษา วันอาสาฬหบูชา • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งต้ังสมเด็จ พระมหามนุ วี งศ์(อมั พร อมพฺ โร) วดั ราชบพธิ สถติ มหาสมี ารามราชวร- วหิ าร เปน็ สมเดจ็ พระสงั ฆราช สกลมหาสงั ฆปรณิ ายก พระองคท์ ี่ ๒๐ แหง่ กรงุ รัตนโกสินทร์ 73 ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอ ใดแสดงถึงความศรัทธายดึ มั่นในพระพุทธศาสนาของ 1 พระราชกุศลทักษิณานุปทาน หมายถึง การทําบุญอุทิศสวนกุศลเพ่ิมให พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลาเจา อยหู วั แกผูตาย อาจทําเมื่อครบวันตาย 7 วัน 50 วัน หรือ 100 วัน เปนตน หรือ อาจทําบุญอุทิศใหเ มอ่ื ใดก็ได 1. ทรงสงเสริมการจดั สรางโรงเรียนในภมู ิภาคตางๆ 2 วันวิสาขบูชา ตรงกับวันข้ึน 15 ค่ํา เดือน 6 ปไหนมีเดือน 8 สองหน 2. ทรงพระราชทานพระราชทรพั ยสนับสนนุ ใหมอี ุปกรณ กเ็ ลอ่ื นไปเปน วนั เพญ็ เดอื น 7 เปน วนั ทเี่ กดิ เหตกุ ารณส าํ คญั ขน้ึ ในพระพทุ ธศาสนา 3 เหตกุ ารณดวยกัน คือ เปน วันประสตู ิ ตรสั รู และปรนิ พิ พานของพระพุทธเจา การแพทย 3. ทรงบําเพญ็ พระราชกุศลเนื่องในวันสําคญั ทางพระพทุ ธ- T79 ศาสนาอยางสมาํ่ เสมอ 4. ทรงเสดจ็ พระราชดําเนินไปเจริญสมั พันธไมตรีกับ นานาประเทศอยา งตอเนอื่ ง (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การบาํ เพญ็ พระราชกศุ ลเนอื่ งในวนั สาํ คญั ทาง พระพุทธศาสนาอยางสมํ่าเสมอเปนอีกหน่ึงในพระราชกรณียกิจท่ี แสดงถงึ ความศรทั ธายดึ มน่ั ในพระพทุ ธศาสนาของพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลาเจา อยูห วั ดังนน้ั ขอ 3. จงึ เปนคําตอบทถ่ี ูกตอง)

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สอน ▲ พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั พระราชทานรางวลั การทดสอบการอญั เชญิ พระมหาคมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน1 คําถามเกี่ยวกบั พระราชกรณียกจิ ระดบั ภาคใต้ และระดบั ประเทศ ประจ�าปี ๒๕๖๑ ทจี่ ังหวดั ปัตตานี ดา นศาสนา • พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับ ศาสนาตา งๆ อยา งไรบาง (แนวตอบ : พระองคทรงปฏิบัติพระราช- ก ร ณี ย กิ จ ท้ั ง ใ น ฐ า น ะ ผู  แ ท น พ ร ะ อ ง ค  พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร และพระราช- กรณียกิจสวนพระองค เชน ทรงเปดงาน เมาลิดกลางประจําป ทรงเย่ียมมัสยิดและ เปนประธานในพิธีพระราชทานรางวัล การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีร อัลกรุ อานระดับภาคใต และระดับประเทศ ทรงรวมกิจกรรมสงเสริมคริสตศาสนา ศาสนาพราหมณ- ฮินดู และศาสนาสขิ ) • ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ ทเี่ กย่ี วเนอ่ื งกบั ศาสนาตา่ ง ๆ เช่น เสด็จพระราชด�าเนินไปทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทาน ถ้วยรางวลั การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคมั ภรี อ์ ลั กรุ อาน ระดับ รปวรมะเทท้งั ศเพื่อเพเส่ือรกิมาสรรเ้ารงียคนวราู้แมลสะมั ปพฏนั ิบธัต์ ิตคาวมามพรรว่ ะมมมหือาทคดี่ัมรี ภะีรห์ไวดา่ ้ถงมูกุสตล้อิมง2 ด้วยกันและคนในท้องถิ่น และพระราชทานโล ่เแกลียะรอติหิคมุณ่ามแ3ทล่ีมะี เงินรางวัลแก่คณะกรรมการอิสลามประจ�าจังหวัด ผลการปฏิบัติงานดีเด่น และพระราชทานรางวัลแก่ผู้แทนโรงเรียน ผบู้ รหิ ารโรงเรยี น ครู และนกั เรยี นโรงเรยี นสอนศาสนาอสิ ลามภาคใต้ ประจา� ปี ๒๕๖๐ ณ หอประชมุ องค์การบริหารสว่ นจังหวดั ปตั ตานี 74 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ 1 พระมหาคัมภีรอัลกุรอาน คือ คัมภีรของศาสนาอิสลาม ซึ่งรวบรวม พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวพระราชทานรางวัล พระดาํ รสั ของอลั ลอฮท ปี่ ระทานแกศ าสดามฮุ มั มดั โดยถา ยทอดเปน ภาษาอาหรบั การทดสอบการอัญเชิญพระมหาคัมภีรอัลกุรอานระดับภาคใต เพ่อื เปน สง่ิ ช้ที างแกม นษุ ยชาติ และระดับประเทศ ประจําป 2561 ท่ีจังหวัดปตตานี ถือเปน 2 มสุ ลิม คอื ผูทน่ี บั ถอื ศาสนาอิสลาม คาํ วา มสุ ลมิ ยังมคี วามหมายรวมถึง พระราชกรณียกิจดา นใด ผูใฝสันติ ผูยอมมอบกายและหัวใจตอพระเจา คนไทยที่นับถือศาสนาอิสลาม จึงไดช่ือวา มุสลิม 1. ดา นการศึกษา 3 อหิ มาม หมายถงึ ผนู ําศาสนาอิสลามประจํามัสยิด 2. ดานการศาสนา 3. ดานการสาธารณสุขและจติ อาสา T80 4. ดานการตา งประเทศ (วิเคราะหคําตอบ : ดานการศาสนา แมพระองคจะทรงยึดมั่นใน พระพุทธศาสนาและทรงเปนพุทธศาสนูปถัมภกแลว แตพระองค ก็ทรงใหการสนบั สนุนอปุ ถัมภบ ํารุงทุกศาสนา ทาํ ใหสงั คมไทยอยู ดว ยกันอยางมคี วามสขุ ดังนัน้ ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง)

นํา สอน สรปุ ประเมนิ (๒) ดา้ นการศึกษา ขน้ั สอน พระองค์ทรงให้ความส�าคัญต่อการศึกษาเป็นอย่างมาก คาํ ถามเกย่ี วกับพระราชกรณียกจิ ตสยั้งแามตม่คกรั้งฎุ ทรรางชดก�ามุ รางรพ1เรชะ่นอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ ดานการศึกษา • ทรงส่งเสริมการจัดสร้างโรงเรียนในภูมิภาคต่าง ๆ เช่น • พระราชกรณียกิจดานการศึกษาของ โรงเรยี นมธั ยมพชั รกติ ยิ าภา ๑ นครพนม ตา� บลหนองฮี อา� เภอปลาปาก พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว จงั หวดั นครพนม โรงเรยี นมธั ยมสริ วิ ณั วรี ๑ อดุ รธานี ตา� บลเชยี งพณิ สง ผลดตี อ คนไทยและประเทศไทยอยา งไร อ�าเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี โรงเรียนทีปังกรวิทยาพัฒน์ บา ง (ทววี ัฒนา) ในพระราชูปถัมภ์ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยาม (แนวตอบ : ทําใหมีสถานศึกษาสําหรับฝก มกฎุ ราชกุมาร แขวงทวีวฒั นา เขตทวีวฒั นา กรงุ เทพมหานคร อบรมวิชาความรูแกเยาวชนไทย สงผลให เยาวชนไทยไดมีวิชาความรู เมื่อเตบิ โตขนึ้ • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดต้ังมูลนิธิทุนการศึกษา จะเปน บคุ ลากรทส่ี าํ คญั ในการพฒั นาตนเอง พระราชทาน สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และประเทศชาติสืบไป) (ม.ท.ศ.) เพ่อื ให้ทนุ การศึกษาแก่เยาวชนไทยทม่ี ฐี านะยากจนและมี ความประพฤติดีใหไ้ ดร้ ับการศกึ ษาอย่างต่อเน่ือง ▲ โรงเรยี นมธั ยมพัชรกติ ิยาภา ๑ นครพนม ตา� บลหนองฮี อา� เภอปลาปาก จังหวัดนครพนม 75 ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู พระราชกรณียกิจดานการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระวชิร- 1 สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร คอื ตาํ แหนง องคร ชั ทายาท เกลา เจาอยหู วั ทําใหเกดิ ผลดีอยางไร มีครั้งแรกสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว แทนตําแหนงเกาท่ี เรียกวา “วังหนา” หรือ “พระมหาอุปราช” หรือ “พระราชวังบวรสถานมงคล” 1. ทําใหป ระเทศไทยเปนศนู ยก ลางทางการศึกษาของโลก อันเปนพระอิสริยยศพิเศษของสมเด็จพระราชอนุชาของพระเจาแผนดินในอดีต 2. ทําใหประเทศไทยมคี วามเจรญิ และมัน่ คงทางเศรษฐกิจ ซึ่งเปนท่ีเขาใจกันวาเปนตําแหนงขององครัชทายาทดวย โดยสมเด็จพระบรม- 3. ทาํ ใหป ระเทศไทยมที รพั ยากรบุคคลทม่ี ีคุณภาพมากข้นึ โอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมารพระองคแรก คือ สมเด็จพระเจาลูกยาเธอ 4. ทาํ ใหประเทศไทยมีสถาบันการศึกษาทตี่ ิดอันดับโลก เจาฟา มหาวชิรุณหศิ ซ่งึ เปนพระราชโอรสองคใหญ จาํ นวนมาก T81 (วเิ คราะหค าํ ตอบ : พระราชกรณยี กจิ ดา นการศกึ ษาทาํ ใหเ ดก็ และ เยาวชนไทยไดร ับการศึกษาที่มคี ณุ ภาพ มวี ิชาความรตู ดิ ตัว และ สามารถนําไปพัฒนาตอยอดใหเกิดความสําเร็จในการดํารงชีวิต และการประกอบอาชพี ตอ ไป ดงั นน้ั จากพระราชกรณยี กจิ ดา นการ ศกึ ษาของพระองค จงึ สง ผลดที าํ ใหป ระเทศไทยมที รพั ยากรบคุ คล ทีม่ ีคุณภาพมากขึ้นน่ันเอง ดงั นนั้ ขอ 3. จึงเปนคาํ ตอบที่ถกู ตอ ง)

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สอน (๓) ดา้ นการสาธารณสขุ 1และจิตอาสา2 พระองค์ทรงให้ความส�าคัญด้านการสาธารณสุขเป็นอย่าง คําถามเกี่ยวกบั พระราชกรณยี กิจ ดานการสาธารณสุขและจติ อาสา มาก พระราชกรณยี กจิ ด้านการสาธารณสุขและจิตอาสา เชน่ • พระราชกรณียกิจดานการสาธารณสุขและ • เม่ือครั้งพระองค์ทรงด�ารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จ- จิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระองค์ทรงห่วงใย เจา อยูหัวท่สี ําคญั มีอะไรบาง ปัญหาสุขภาพของราษฎรที่อยู่ในท้องถ่ินทุรกันดาร พระองค์ทรงมี (แนวตอบ : โครงการจิตอาสาพระราชทาน พระราชประสงค์ใหร้ าษฎรมีโอกาสรับการดแู ลรักษาทเี่ ป็นมาตรฐาน โดยทรงพระกรณุ าโปรดเกลา ฯ ใหห นว ยงาน ด้วยเหตุนี้รัฐบาลและประชาชนจึงได้น้อมเกล้าฯ ถวายโรงพยาบาล ในพระองค รวมท้ังประชาชนท่ีมีจิตอาสา สมเด็จพระยุพราช และพระองค์เสด็จฯ ไปทรงประกอบพิธีเปิด “เราทําความดี ดวยหัวใจ” ดําเนินการ โรงพยาบาลทกุ แหง่ และทรงเยย่ี มโรงพยาบาลอยา่ งสมา่� เสมอ รวมทงั้ ทําความสะอาดพ้ืนท่ีสาธารณะ วัด และ พระราชทานพระราชทรพั ยส์ นบั สนนุ ใหม้ อี ปุ กรณก์ ารแพทย์ เครอื่ งมอื ตลาดในชุมชน ตลอดจนทํากิจกรรมเพ่ือ เครอ่ื งใชท้ ที่ นั สมยั ปจั จบุ นั มโี รงพยาบาลสมเดจ็ พระยพุ ราชทง้ั สว่ นกลาง สาธารณประโยชนท่ัวประเทศโดยตอเน่ือง และสว่ นภูมภิ าค รวม ๒๑ แห่ง นอกจากนี้ ยังทรงพระราชทานความ ชว ยเหลอื ผปู ระสบภยั พบิ ตั ติ า งๆ อยเู สมอ) • ประชาชนสามารถมีสวนรวมเปนจิตอาสา ไดอ ยางไร (แนวตอบ : การเสียสละเวลา แรงกาย แรง สติปญญา ตามความสามารถของตนเอง เพ่ือสาธารณประโยชนในการทํากิจกรรม หรือส่ิงที่เปนประโยชนแกผูอ่ืนโดยไมหวัง ผลตอบแทน) ▲ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชท่าบอ่ ตง้ั อยู่ทอี่ �าเภอท่าบอ่ จังหวดั หนองคาย 76 นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด 1 การสาธารณสุข คือ กจิ การเกย่ี วกบั การปอ งกัน การบําบดั โรค การรักษา โครงการจิตอาสา “เราทําความดี เพื่อชาติ ศาสน กษัตริย” และสงเสริมสุขภาพของประชาชน โดยความรวมมือรวมแรงรวมใจของชุมชน เปน พระราชกรณียกิจดา นใด ในเรื่องตางๆ เชน การสุขาภบิ าล ส่งิ แวดลอม การควบคมุ โรคตดิ ตอ การจัด บรกิ ารทางดา นการแพทยพ ยาบาล การใหการรกั ษา 1. ดา นการศกึ ษา 2 จติ อาสา หรือจิตสาธารณะ คอื ผทู ่ีมีจิตใจทเี่ ปนผใู ห เชน ใหส ิง่ ของ ใหเงิน 2. ดานการทหาร ใหความชว ยเหลือดวยกําลังแรงกาย แรงสมอง ซ่งึ เปน การเสยี สละสงิ่ ทีต่ นเองมี 3. ดานการศาสนา แมกระทง่ั เวลา เพอ่ื เผื่อแผใ หกับสว นรวม อีกทั้งยงั ชวยลดอัตตาหรอื ความเปน 4. ดานการพฒั นาคุณภาพชีวติ ตวั ของตนเองลงไดบ าง (วเิ คราะหค าํ ตอบ : โครงการจติ อาสา “เราทาํ ความดี เพอ่ื ชาติ ศาสน กษัตริย” เปนพระราชกรณียกิจดานการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดย การทํากิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชนหรือสิ่งท่ีเปนประโยชนแก ผอู นื่ โดยไมห วงั ผลตอบแทน ดงั นน้ั ขอ 4. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง) T82

นํา สอน สรุป ประเมิน • ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยราชการในพระองค์ ขนั้ สอน ๙๐๔ ร่วมกันจัดโครงการจิตอาสาพระราชทานตามแนวพระ- ราชด�าริเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติและแสดงความส�านึกใน คาํ ถามเกีย่ วกับพระราชกรณียกจิ พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช- ดานการสาธารณสุขและจติ อาสา มหาราช บรมนาถบพติ ร และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง • พระราชกรณียกิจดานการสาธารณสุขและ จิตอาสาของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลา เจา อยหู วั สง ผลดตี อ คนไทยและประเทศไทย อยางไร (แนวตอบ : ทาํ ใหค นไทยไดม สี ขุ ภาพอนามยั ท่ีดี สามารถดํารงชีวิตอยูไดอยางมีความ สขุ ) ▲ ประชาชนจิตอาสา “เราทา� ความดี เพ่อื ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ”์ เขา้ รว่ มท�าความสะอาดพืน้ ท่บี นถนนอังรดี ูนังต์ เขตปทมุ วนั กรงุ เทพมหานคร เมื่อวนั ที่ ๑๙ มถิ ุนายน พ.ศ. ๒๕๖๒ เชน่ • พระราชทานความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ 1 วนั ท่ี ๑๒ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๖๒ ทรงโปรดเกล้าฯ ใหอ้ งคมนตรี เชิญถุงพระราชทานเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้ประสบอุทกภัยใน พืน้ ทจี่ ังหวัดอุบลราชธานี 77 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ขอใดเปนพระราชกรณียกิจดานการสาธารณสุขและจิตอาสา 1 องคมนตรี ในอดีตเคยใชช่ือ ปรีวีเคานซิล (สภาท่ีปฤกษาในพระองค) ของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจา อยหู ัว องคมนตรีสภา และสภากรรมการองคมนตรี ตามลาํ ดับ กอนจะเปลี่ยนมาเปน ชือ่ ปจ จบุ ัน ซ่ึงรฐั ธรรมนูญไดบ ญั ญัติไวว า 1. พระราชทานฝนเทยี ม 2. ใหแ พทยอาสาตามเสดจ็ • พระมหากษัตริยทรงเลือกและทรงแตงต้ังผูทรงคุณวุฒิเปนประธาน 3. เสด็จเย่ียมตาํ รวจตระเวนชายแดน องคมนตรีคนหน่ึงและองคมนตรีอ่ืนอีกไมเกินสิบแปดคนประกอบเปน 4. พระราชทานความชว ยเหลอื ผูประสบภยั พิบตั ติ า งๆ คณะองคมนตรี (วิเคราะหคําตอบ : พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว • คณะองคมนตรีมีหนาที่ถวายความเห็นตอพระมหากษัตริยในพระราช- ทรงพระราชทานความชวยเหลือผูประสบภัยพิบัติตางๆ จัดเปน กรณียกิจท้ังปวงที่พระมหากษัตริยทรงปรึกษา และมีหนาที่อื่นตามท่ี พระราชกรณยี กจิ ดา นการสาธารณสขุ และจติ อาสา โดยทรงหว งใย บัญญัติไวในรฐั ธรรมนญู ผูประสบภัยพิบัติและพระราชทานความชวยเหลือในดานตางๆ ดังนนั้ ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง) • การเลอื กและแตง ตงั้ องคมนตรหี รอื การใหอ งคมนตรพี น จากตาํ แหนง ให เปนไปตามพระราชอัธยาศัย T83

นํา สอน สรุป ประเมิน ขน้ั สอน (๔) ดา้ นการกฬี า พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ เจา้ อยหู่ วั โปรดการออกกา� ลงั กาย คาํ ถามเกยี่ วกับพระราชกรณยี กจิ ดานการกีฬา และการเล่นกฬี า ทรงมพี ระราชกรณียกิจดา้ นการกฬี า เชน่ • พระราชกรณยี กจิ ดา นการกฬี าของพระบาท • ทรงมีพระราชด�าริให้จัดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่น สมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว สงผลดีตอ เพื่อแม”่ (Bike for Mom) เน่ืองในโอกาสท่สี มเด็จพระบรมราชชนนี คนไทยและประเทศไทยอยา งไร พันปีหลวง ทรงเจรญิ พระชนพรรษา ๘๓ พรรษา และทรงน�าขบวน (แนวตอบ : ทําใหคนไทยมีสุขภาพท่ีแข็งแรง กิจกรรมปั่นเพ่ือแม่ร่วมกับประชาชนท่ัวประเทศ เพื่อปลุกกระแส มีน้ําใจนักกีฬา รูแพ รูชนะ รูอภัย รูจัก ส�านึกความรักแม่ และความสามัคคีของคนในชาติ และเป็นการ ยอมรับและใหเกียรติซึ่งกันและกัน อันจะ รณรงค์ให้ประชาชนออกก�าลังกาย ทั้งนี้พระองค์พระราชทาน นําไปสคู วามสามัคคี ไมขัดแยงกัน) การ์ดขอบคุณประชาชนที่ออกมาร่วมกจิ กรรม “Bike for Mom” ▲ การ์ดฝพี ระหตั ถ์ พระราชทานคา� ขอบคุณในการปนั่ จักรยาน “ปน่ั เพือ่ แม่ Bike for Mom” 78 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคดิ ครูอธิบายพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัววา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวทรงนําขบวนกิจกรรม เมอ่ื ครง้ั ดาํ รงพระอสิ รยิ ยศเปน สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ สยามมกฎุ ราชกมุ าร ปนเพื่อแมรวมกับประชาชนทั่วประเทศ เพื่อปลุกกระแสสํานึก ทรงปฏบิ ตั พิ ระราชกรณยี กจิ ทงั้ ในฐานะผแู ทนพระองคแ ละในสว นของพระองคเ อง ความรักแมและความสามัคคีของคนในชาติ และเปนการรณรงค อาทิ การพระราชทานไฟพระฤกษกฬี าเยาวชนแหงชาติ พระราชทานพระราช- ใหประชาชนออกกาํ ลังกาย เปนพระราชกรณียกจิ ดา นใด วโรกาสใหนักกีฬาไทยผูนําความสําเร็จนําเกียรติยศมาสูประเทศชาติ เขาเฝา ทูลละอองธุลีพระบาทรับพระราชทานรางวัลนักกีฬายอดเย่ียม รับพระราชทาน 1. ดา นการกีฬา พร และทรงแสดงความช่ืนชมยินดีที่นําความสําเร็จ นําเกียรติยศมาสูตนเอง 2. ดา นการศึกษา สวู งศตระกูล และประเทศชาติ 3. ดา นการศาสนา 4. ดา นการตางประเทศ T84 (วเิ คราะหค าํ ตอบ : พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั ทรงนาํ ขบวนกจิ กรรมปน เพอื่ แมร ว มกบั ประชาชนทวั่ ประเทศ เปน พระราช- กรณยี กจิ ดา นการกฬี า เปน การรณรงคใ หป ระชาชนออกกาํ ลงั กาย ดงั นั้น ขอ 1. จึงเปนคําตอบทถี่ กู ตอง)

นาํ สอน สรปุ ประเมิน • ทรงเป็นประธานเปิดกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติ “ปั่น ขนั้ สอน เพื่อพ่อ” (Bike for Dad) เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร คาํ ถามเก่ียวกับพระราชกรณยี กจิ ๘๘ พรรษา วนั ท่ี ๕ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๕๘ และทรงนา� ขบวนกจิ กรรม ดา นการตา งประเทศ ปั่นเพ่ือพ่อร่วมกับประชาชนทั่วประเทศ ท้ังนี้พระองค์พระราชทาน • พระราชกรณียกิจดานการตางประเทศ การ์ดขอบคุณประชาชนที่ออกมาร่วมกจิ กรรม “Bike for Dad” ของพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั สง ผลดตี อ คนไทยและประเทศไทยอยา งไร (แนวตอบ : ทําใหประเทศไทยเปน ท่ีรูจกั ของ ชาวตางชาติ เกิดความสัมพันธแนนแฟน กับประเทศอืน่ ๆ) การ์ดฝีพระหตั ถ์ พระราชทาน คา� ขอบคุณใน การป่นั จกั รยาน “ปั่นเพือ่ พอ่ Bike for Dad” (๕) ด้านการตางประเทศ พระองค์ทรงเจริญพระราชไมตรีด้านการต่างประเทศอย่าง ตอ่ เนอ่ื งเสมอมา เชน่ • เสด็จพระราชด�าเนินไปทรงเจริญสัมพันธไมตรีกับนานา ประเทศอย่างต่อเน่ืองเสมอมาตั้งแต่คร้ังทรงด�ารงพระอิสริยยศเป็น สเสมดเด็จจ็พพรระะรบาชรมดโ�าอเรนสินาเธยริ ือานชนฯคสรยราัฐมวมากตฎุิกรันา1อชยก่ามุ งาเรปเ็นชทน่ าพงก.ศา.ร๒๕พ๒.ศ๘. ๒๕๓๐ เสดจ็ พระราชดา� เนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจนี อยา่ งเปน็ ทางการ ทรงพบนายเตงิ้ เส่ียวผิง ณ มหาศาลาประชาคม กรงุ ปักกง่ิ 79 ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวทรงดําเนินพระราช- 1 นครรฐั วาตกิ ัน คือ รัฐอิสระในทวปี ยุโรป ต้งั อยูท างตอนใตข องทวีป ในเขต กรณยี กิจดานการตางประเทศอยา งไร และสงผลดอี ยางไร กรุงโรมของประเทศอติ าลี บนฝง ขวาของแมน ํ้าไทเบอร มีเน้ือที่ 0.438 ตาราง กิโลเมตร มีเมืองหลวงชื่อ วาติกัน มีสมเด็จพระสันตะปาปาทรงเปนประมุข (แนวตอบ:พระองคเ สดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปทรงเจรญิ สมั พนั ธไมตรี นครรัฐวาติกันไดรับการจารึกใหเปนดินแดนที่จะตองไดรับการปกปองรักษา กบั นานาประเทศอยางตอ เนือ่ งเสมอมา สงผลใหค วามสมั พนั ธกับ ไวเปนพิเศษในสถานการณท่ีมีความขัดแยงทางอาวุธ เน่ืองจากเปนแหลง ประเทศเหลา นน้ั แนน แฟน ยงิ่ ขนึ้ รวมทง้ั เพอ่ื ทอดพระเนตรวทิ ยาการ ศิลปวฒั นธรรมของโลก และศิลปวัฒนธรรมของชาติน้ันๆ ซ่ึงสงผลดีตอภาพรวมของ ประเทศในหลายดา น ทงั้ ในดา นการคา การทอ งเทยี่ ว และการลงทนุ และยังสงผลดีตอการยกระดับความสัมพันธทางการทูตในระดับ ตา งๆ) T85

นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน (๖) ด้านเกษตรกรรม พระองคท์ รงเหน็ ถงึ ความสา� คญั ของการเกษตรซง่ึ เปน็ เศรษฐกจิ คําถามเกยี่ วกับพระราชกรณียกิจ ดานเกษตรกรรม หลกั ของประเทศ จงึ ทรงมพี ระราชกรณยี กจิ ดา้ นการเกษตร เชน่ • พระราชกรณียกิจดานเกษตรกรรมของ จรดพระน• ังเคสลั ดแ็จรพกรนะารขาวชัญด�1าเเปน็นินปไประทจร�างทเกุปป็นี ปเรพะื่อธเาปนน็ ใกนาพรสระรร้าางขชวพัญิธี และกา� ลังใจให้แกเ่ กษตรกร พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว สง ผลดตี อ คนไทยและประเทศไทยอยา งไร • เสดจ็ พระราชดา� เนนิ ไปทรงเปน็ ประธานในการทา� นาสาธติ บาง โดยใชป้ ยุ๋ หมกั ทจ่ี งั หวดั สพุ รรณบรุ ี และพระราชทานอปุ กรณก์ ารทา� นา (แนวตอบ : ทําใหคนไทยจํานวนมากท่ีเลือก พันธุ์ข้าว และปุย๋ หมกั เพอ่ื นา� ไปด�าเนินการในการท�านาสาธติ และ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีขวัญกําลังใจ พระองค์ทรงพระด�าเนินลงไปในนาเพ่ือหว่านข้าวและปุ๋ยหมักด้วย ในการประกอบอาชีพ) พระองค์เอง 15. นักเรียนและครูรวมกันสรุปบทบาทและ วิเคราะหคุณคาของพระราชกรณียกิจของ • ทรงรบั โครงการคลนิ กิ เกษตรกรเคลอ่ื นท่ี ทกี่ ระทรวงเกษตร พระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา เจา อยหู วั ในดา น และสหกรณจ์ ดั ทา� ขนึ้ ถวายไวใ้ นพระราชานเุ คราะห์ และพระราชทาน ตา งๆ พระราชานุญาตอัญเชิญพระนามาภิไธยย่อไว้ในเคร่ืองหมาย 16. นกั เรยี นทาํ ใบงานท่ี 1.1 เรอ่ื ง เมอื งไทยรม เยน็ ตราสัญลักษณ์โครงการ ดว ยพระบารมี เปน รายบคุ คล เมอ่ื เสรจ็ แลว ให ตรวจความถูกตองกอนนําสงครตู รวจ ▲ พระบาทสมเด็จพระวชริ เกลา้ เจา้ อยู่หวั และสมเด็จพระนางเจา้ ฯ พระบรมราชินี เสดจ็ พระราชด�าเนินไป ในการพระราชพิธีพชื มงคลจรดพระนงั คลั แรกนาขวญั ประจา� พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๒ ขยายความเข้าใจ 80 17. นกั เรียนแบงกลมุ ใหแตละกลมุ รว มกนั จดั ทํา สมุดภาพ เรอ่ื ง รมเกลาชาวไทย ซ่งึ มีขอมลู เกยี่ วกบั พระราชประวตั แิ ละพระราชกรณยี กจิ ในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัว แลว ผลดั กันออกมานาํ เสนอหนาช้นั เรียน 18. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและตอบ คาํ ถามจดุ ประกาย จากหนงั สอื เรยี น หนา 81 19. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู ี่ 2 จาก หนงั สือเรยี น หนา 81 20. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและ วิเคราะหหาคําตอบของคําถามบูรณาการ สชู ีวิต จากหนงั สอื เรยี น หนา 81 21. นักเรียนทําแบบฝกฯ เรื่อง รมเกลาชาวไทย จากแบบฝกฯ ประวตั ศิ าสตร ป.3 หนา 27-29 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 พระราชพธิ จี รดพระนงั คลั แรกนาขวญั เปน พระราชพธิ เี กา แกม าแตโ บราณ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกลาเจาอยูหัวเสด็จพระราชดําเนิน ที่เสริมสรางใหเกิดขวัญกําลังใจแกเกษตรกรของชาติ เริ่มมีข้ึนในสมัยพระบาท ไปทรงเปนประธานในการทํานาสาธิต โดยใชปุยหมักท่ีจังหวัด สมเด็จพระจอมเกลาเจาอยูหัวแหงกรุงรัตนโกสินทร เปนพระราชพิธี 2 พิธี สพุ รรณบรุ ี เปน พระราชกรณียกิจดา นใด รวมกัน คือ พระราชพิธีมงคลอันเปนพิธีสงฆกับพระราชพิธีจรดพระนังคัล แรกนาขวญั อนั เปน พธิ พี ราหมณ โดยพธิ สี งฆจ ะจดั ในพระอโุ บสถวดั พระศรรี ตั น- 1. ดานการศาสนา ศาสดาราม และพระราชพิธีจรดพระนังคัลแรกนาขวัญจะประกอบพระราชพิธี 2. ดา นการศึกษา ในวันรุง ขึน้ ณ มณฑลทองสนามหลวง 3. ดา นเกษตรกรรม 4. ดา นการสาธารณสขุ และจติ อาสา (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การเสดจ็ พระราชดาํ เนนิ ไปทรงเปน ประธานใน การทาํ นาสาธติ โดยใชป ยุ หมกั ทจี่ งั หวดั สพุ รรณบรุ ี จดั เปน พระราช- กรณยี กิจดานเกษตรกรรม ดังนัน้ ขอ 3. จงึ เปน คําตอบท่ีถกู ตอ ง) T86

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ? คา� ถามจดุ ประกาย ขน้ั สอน ๑. นักเรียนคิดว่า การที่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสนับสนุนให้ประชาชน ตรวจสอบผล ออกก�าลังกาย มีผลดตี อ่ ประชาชนและประเทศชาติอย่างไร 22. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอด จากหนงั สอื เรยี น ๒. นกั เรยี นคดิ วา่ ในวยั ของนกั เรยี นสามารถเขา้ รว่ มโครงการจติ อาสา “เราทา� ความดี เพอื่ ชาติ หนา 81 ศาสน์ กษัตริย์” ไดอ้ ย่างไรบา้ ง 23. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอดท่ี 3.2 จาก กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ่ี ๒ แบบวดั ฯ ประวัตศิ าสตร ป.3 หนา 40-45 แบ่งกลุ่ม ให้แต่ละกลุ่มสืบค้นภาพข่าวพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จ- พระวชิรเกลา้ เจ้าอย่หู ัว เพ่มิ เติม จากนั้นใหจ้ ดั ท�าเปน็ สมุดภาพประกอบ 24. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น เรอ่ื ง รม เกลา ชาวไทย จากแผนการจดั การเรยี นรู กิจกรรมรวบยอด ๑. แบง่ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ สบื คน้ พระราชกรณยี กจิ ในพระบาทสมเดจ็ พระวชริ เกลา้ - ขนั้ สรปุ เจา้ อยู่หัว จัดท�าเป็นรายงาน 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ วา ไดเ รยี นรอู ะไรบา ง ๒. เขียนเรียงความเรอื่ ง “เมอื งไทยรม่ เย็นด้วยพระบารมี” จากบทเรียนนี้ โดยสรปุ เปน ขอ ๆ แลวบนั ทกึ ขอมลู ลงในสมดุ ค�าถามบูรณาการสชู่ ีวติ 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ๑. นกั เรยี นจะมวี ธิ ปี ฏบิ ตั ติ นเพอ่ื แสดงความจงรกั ภกั ดตี อ่ สถาบนั พระมหากษตั รยิ ์ไดอ้ ยา่ งไรบา้ ง ถูกตองของคําตอบของนักเรียน พรอมให ๒. เมอ่ื ถงึ วันสา� คญั ทเี่ กย่ี วข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ นักเรยี นควรปฏบิ ตั ติ นอย่างไร ขอเสนอแนะเพ่ิมเตมิ ๓. ถ้ามีคนมาสอบถามเก่ียวกับพระราชกรณียกิจของพระมหากษัตริย์ นักเรียนจะแนะน�า ขน้ั ประเมนิ พระราชกรณยี กจิ ด้านใด เพราะเหตใุ ด 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ 81 ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน หนาชน้ั เรยี นของนักเรยี น 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม พฒั นาการเรียนรู 3. ครูตรวจแบบวัดฯ 4. ครตู รวจแบบฝกฯ 5. ครตู รวจแบบทดสอบหลงั เรียน 6. ครตู รวจสอบผลจากการทาํ ใบงาน โดยศกึ ษา แนวทางการวัดและประเมินผล เพื่อประเมนิ ใบงานของนักเรียนจากแบบประเมินที่แนบ ทายแผนการจัดการเรียนรู ขอสอบเนน การคิด แนวทางการวัดและประเมินผล การเสดจ็ เยย่ี มราษฎรของพระมหากษัตริยสงผลดอี ยางไร ครูตรวจแบบฝกฯ แบบวัดฯ ใบงาน และสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนจาก 1. ประเทศเพือ่ นบานเชื่อถอื การตอบคาํ ถาม การนําเสนอผลงาน การทํางานรายบคุ คล และการทาํ งานกลุม 2. ประเทศม่นั คงทางเศรษฐกจิ โดยศกึ ษาแนวทางการวัดและประเมินผลท่แี นบทา ยแผนการจดั การเรยี นรู 3. ตางชาติเขามาลงทุนมากข้นึ 4. สามารถแกปญหาความเดือดรอนใหตรงกับความตองการ แบบประเมินการนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ของราษฎร คาช้ีแจง : ให้ผู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ลงในช่องที่ คาชแี้ จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในชอ่ งที่ คาชีแ้ จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่ (วิเคราะหคําตอบ : การเสด็จเย่ียมราษฎรของพระมหากษัตริย ตรงกบั ระดับคะแนน ทําใหรูปญหาที่เกิดขึ้นจริงและสามารถแกปญหาความเดือดรอน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน ใหต รงกับความตอ งการของราษฎร ดังนั้น ขอ 4. จึงเปนคาํ ตอบ ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1 รายการประเมนิ ระดับคะแนน ท่ถี กู ตอง) 1 เนอื้ หาละเอยี ดชดั เจน 32  32 คุณลักษณะ 321 อนั พงึ ประสงคด์ า้ น  2 ความถกู ต้องของเนื้อหา   1 การแสดงความคิดเหน็   1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและรอ้ งเพลงชาติได้ 3 ภาษาทใี่ ช้เข้าใจงา่ ย   2 การยอมรับฟังความคิดเหน็ ของผู้อ่นื   กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมที่สร้างความสามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ 4 ประโยชนท์ ่ีได้จากการนาเสนอ   3 การทางานตามหน้าท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย   5 วิธีการนาเสนอผลงาน   4 ความมีนา้ ใจ   2. ซื่อสัตย์ สุจริต ตอ่ โรงเรียน 5 การตรงต่อเวลา   3. มวี ินยั รับผิดชอบ 1.3 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตามหลกั ศาสนา รวม 4. ใฝ่เรียนรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมทเ่ี กีย่ วกบั สถาบันพระมหากษัตริย์ตามทีโ่ รงเรียนจดั ขึน้ รวม 2.1 ใหข้ อ้ มูลท่ถี กู ตอ้ งและเป็นจรงิ ตัวอยางแบบประเมนิลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมนิ 5. อยู่อย่างพอเพียง 2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ท่ีถกู ตอ้ ง .........../................./................ 3.1 ปฏิบัตติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ขอ้ บังคบั ของครอบครัว จากแผนการจดั การเรียนรูเกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผูป้ ระเมนิ 6. มุง่ มน่ั ในการทางาน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ 7. รกั ความเป็นไทย มีความตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกจิ กรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจาวัน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ สมบูรณช์ ัดเจนให้ 1 คะแนน 8. มีจิตสาธารณะ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์และนาไปปฏบิ ตั ิได้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ เกณฑ์การใหค้ ะแนน ให้ 3 คะแนน 4.2 รู้จักจดั สรรเวลาให้เหมาะสม ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ นเกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 4.3 เชอื่ ฟงั คาสง่ั สอนของบิดา-มารดา โดยไม่โตแ้ ย้ง ให้ 1 คะแนน 4.4 ตง้ั ใจเรยี น ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ 5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ และสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยดั ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั 5.2 ใช้อุปกรณ์การเรียนอยา่ งประหยัดและรคู้ ณุ คา่ 5.3 ใช้จ่ายอย่างประหยัดและมีการเก็บออมเงิน 12-15 ดี เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ 6.1 มีความต้งั ใจและพยายามในการทางานทไี่ ด้รบั มอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพื่อให้งานสาเรจ็ 8-11 พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ 7.1 มีจิตสานกึ ในการอนรุ กั ษ์วัฒนธรรมและภูมปิ ัญญาไทย 7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ตั ิตนตามวัฒนธรรมไทย ตา่ กว่า 8 ปรับปรงุ 12-15 ดี 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยบิดา-มารดา ผูป้ กครอง และครทู างาน 8.2 รู้จกั การดูแลรักษาทรัพยส์ มบัตแิ ละสงิ่ แวดล้อมของห้องเรยี นและ โรงเรียน 8-11 พอใช้ ลงช่อื ...................................................ผู้ประเมิน ตา่ กวา่ 8 ปรับปรงุ ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัติชดั เจนและสมา่ เสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏิบัตชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้งั ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมทปี่ ฏบิ ตั ิบางครง้ั ให้ 1 คะแนน T87

นาํ นํา สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ óº··Õè ºÃþºØÃÉØ ä·Â กระตนุ้ ความสนใจ แนวคดิ ส�าคญั 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เรื่อง • ºÃþºØÃØÉä·Â¢Í§àÃÒ·éѧªÒ ËÞÔ§ ·éѧ¾ÃÐÁËÒ¡ÉѵÃԏ ¢Ø¹¹Ò§ áÅÐ บรรพบรุ ษุ ไทย จากแผนการจดั การเรยี นรู ÊÒÁÞÑ ª¹ ä´ÁŒ ÊÕ Ç‹ ¹»¡»Í‡ §»ÃÐà·ÈªÒµãÔ ËàŒ »¹š àÍ¡ÃÒª áÅÐÁÊÕ Ç‹ ¹ã¹¡ÒÃÊÃÒŒ § ¤ÇÒÁÁè¹Ñ ¤§¢Í§ªÒµäÔ ·Â 2. นกั เรียนดูกิจกรรมนาํ สูการเรียน หนา 82 แลว ตอบคําถาม • àÃÒ¤ÇÃàÃÂÕ ¹Ãnj٠ÃÕ ¡ÃÃÁ¢Í§ºÃþºÃØ ÉØ ä·Â¢Í§àÃÒ áÅФÇùÒí ä»à»¹š ẺÍÂÒ‹ § • พระบรมราชานสุ าวรยี แ ละอนสุ าวรยี ใ นภาพ 㹡Òû¯ÔºµÑ µÔ ÒÁ â´Â੾ÒÐàÃè×ͧ¤ÇÒÁàÊÕÂÊÅÐ ¤ÇÒÁÊÒÁ¤Ñ ¤Õ ¤ÇÒÁÃÑ¡µÍ‹ คือใคร ªÒµºÔ ŒÒ¹àÁÍ× § áÅÐà¾Íè× ¹Ã‹ÇÁªÒµÔ (แนวตอบ : ภาพซาย พระบรมราชานุสาวรีย สมเด็จพระนเรศวรมหาราช และภาพขวา กจิ กรรมนา� สู่การเรยี น อนุสาวรียพระยาพชิ ัยดาบหกั ) • บุคคลในภาพมีผลงานสาํ คัญอยา งไร (แนวตอบ : สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรง ประกาศอิสรภาพจากพมา ทรงสรางความ มั่นคงใหกับกรุงศรีอยุธยา และพระยา พิชัยดาบหักเปนทหารเอกของสมเด็จ พระเจา ตากสนิ มหาราช ชว ยปกปอ งบา นเมอื ง ดวยการสูรบอยา งกลา หาญ) 3. ครูเปดภาพยนตรหรือเพลงเก่ียวกับเร่ือง พระนเรศวรมหาราชหรือชาวบานบางระจัน ใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนรวมกันแสดง ความคดิ เหน็ ในประเดน็ ท่ีสนใจ ๑. พระบรมราชานสุ าวรียแ์ ละอนุสาวรีย์ในภาพคอื ใคร ๒. บุคคลในภาพมีผลงานส�าคญั อยา่ งไร 82 เกร็ดแนะครู กิจกรรม ทาทาย ครจู ัดกระบวนการเรียนรโู ดยการใหน กั เรยี น ครูใหนักเรียนดูวีดิทัศนภาพยนตรอิงประวัติศาสตร เร่ือง • สบื คน ขอ มลู ตาํ นานสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช แลว ใหน กั เรยี นอภปิ รายรว มกนั • วิเคราะหจากประเดน็ คําถาม ถึงสาระสําคัญเก่ียวกับเหตุการณทางประวัติศาสตรท่ีเกิดขึ้น • เช่ือมโยงความรู ในสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จากนั้นสุมนักเรียนออกมา จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา บรรพบรุ ษุ ไทยมสี ว นสาํ คญั ในการปกปอ ง ยกตวั อยา งพระราชกรณยี กจิ สาํ คญั ของสมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ประเทศชาติใหเปนเอกราชและมีความมั่นคง ดังน้ัน เราจึงควรภาคภูมิใจใน พรอ มทัง้ อธบิ ายวากอ ใหเกิดประโยชนต อ ชาติไทยอยางไร บรรพบุรษุ ไทย T88

นาํ สอน สรุป ประเมนิ บุคคลส�าคัญในประวัติศาสตร์ชาติไทยจ�านวนมากท้ังพระมหา- ขน้ั สอน กษัตริย์ เช้ือพระวงศ์ ขุนนาง และสามัญชน ล้วนมีส่วนส�าคัญ ในการสรา้ งสรรคช์ าติไทยในด้านตา่ ง ๆ สํารวจคน้ หา ๑ สมเด็จพระนเรศวรมหาราช1 1. ครูเขียนคําวา สมเด็จพระนเรศวรมหาราช สมเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ชาวบา นบางระจนั พระยาพชิ ยั ดาบหกั ทา วเทพ ทรงเป็นพระมหากษัตริย์แห่ง กระษตั รแี ละทา วศรสี นุ ทร ไวบ นกระดาน แลว กรงุ ศรอี ยธุ ยา เมอื่ พ.ศ. ๒๑๓๓- สอบถามนกั เรยี นวา มใี ครรจู กั บคุ คลเหลา นบ้ี า ง ๒๑๔๘ พระองค์ทรงเป็นผู้น�า ทเี่ ขม้ แขง็ ทรงประกาศอสิ รภาพ 2. นักเรียนท่ีรูจักออกมาเลาใหเพ่ือนๆ ฟง หาก จากพมา่ และทรงไดว้ างรากฐาน ไมม นี กั เรยี นคนใดรจู กั ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นฟง ความมนั่ คงแก่กรุงศรอี ยธุ ยา พอเขาใจ ผลงานสา� คญั 3. นักเรียนแบงกลุม กลุมละ 4-5 คน จากนั้น ใหแตละกลุมรวมกันศึกษาขอมูลเกี่ยวกับ บรรพบุรุษไทย ไดแก สมเด็จพระนเรศวร มหาราช ชาวบา นบางระจนั พระยาพชิ ยั ดาบหกั และทาวเทพกระษัตรีและทาวศรีสุนทร จาก หนังสือเรียน หนา 83-90 และสืบคนขอมูล จากแหลง ขอ มลู อ่ืนๆ ๑) ดา้ นการเมอื งการปกครอง • ทรงประกาศอสิ รภาพ จากพมา่ เมื่อ พ.ศ. ๒๑๒๗ • ทรงเสริมสร้างความ เข้มแข็งม่ันคงให้กรุงศรีอยุธยา ดควู้เมยืวอธิงต2ีเพา่ งื่อๆเปเ็นชนป่ รสารกา้ างรปปอ้ ้อมงแกลันะ ▲ พระบรมราชานุสาวรียส์ มเดจ็ พระนเรศวร มหาราช จงั หวดั พษิ ณโุ ลก ข้าศึก และปราบปรามหัวเมืองต่าง ๆ เพื่อสร้างความมั่นคงให้ อาณาจกั รอยธุ ยา • ทรงปรบั ปรงุ การปกครองใหเ้ ข้มแขง็ และจัดการควบคมุ ไพร่พลให้เขม้ งวดข้ึน 83 ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู พระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชในขอใด 1 สมเด็จพระนเรศวรมหาราช เปนโอรสของสมเดจ็ พระมหาธรรมราชาธริ าช ทีส่ ง ผลดีตอประวัติศาสตรชาตไิ ทย เม่ือยังทรงพระเยาวทรงถูกนําตัวไปพมาในฐานะตัวประกันถึง 6 ป ทรงเปน กษัตริยนักรบ ทรงกอบกูอิสรภาพใหกับอยุธยาตั้งแตยังทรงเปนรัชทายาท 1. สรา งปอมและคเู มอื ง (พ.ศ. 2127) ทรงเปนแมทัพปองกันการรุกรานของพมาหลายครั้ง ทรงทํา 2. จดั การควบคมุ กาํ ลงั ไพรพลใหม ยุทธหัตถีกับพระมหาอุปราชา (พ.ศ. 2135) ทรงขยายเขตแดนอยุธยาออกไป 3. ยกทัพไปปราบหัวเมืองและชมุ นุมตางๆ อยา งกวา งขวาง 4. ทรงประกาศอสิ รภาพจากพมา ทเ่ี มอื งแครง 2 คเู มอื ง หรอื คลองคูเมอื ง หมายถึง คลองซ่ึงขดุ ข้ึนหรือลาํ น้าํ ธรรมชาตใิ ดๆ ซ่ึงลอมรอบทุกดานหรอื บางดา นของตัวเมอื ง มปี ระโยชนท ั้งในดานการสงคราม (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การประกาศอสิ รภาพจากพมา ทเ่ี มอื งแครงใน และการชลประทาน พ.ศ. 2127 หลังจากเปนเมืองขึ้นของพมาเปนเวลา 15 ป สงผล ใหกรุงศรีอยุธยามีอิสรภาพและเอกราชโดยไมตองเปนเมืองขึ้น ของพมา อีกตอ ไป ดังนนั้ ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบทถี่ กู ตอง) T89


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook