Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ประวัติศาสตร์ ป.3

ประวัติศาสตร์ ป.3

Published by ครูสดใส ใจจริง, 2022-03-17 10:04:27

Description: คู่มือครู ประวัติศาสตร์ ป.3

Search

Read the Text Version

คู่มือครู Teacher Script ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 3 กลมุ สาระการเรียนรูส ังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช 2551 ผเู รยี บเรียงหนงั สอื เรียน ผตู รวจหนังสอื เรยี น บรรณาธิการหนังสอื เรียน รศ.วฒุ ิชัย มลู ศิลป ดร.กณั ฐิกา ศรอี ุดม รศ.ดร.ศริ ิพร ดาบเพชร ผศ. ดร.วรพร ภพู งศพ ันธุ นางสรุ ยี พ นั ธุ สุขสาธุ ผเู รยี บเรียงคูมอื ครู นางสคุ นธ สนิ ธพานนท ดร.วัธนียวรรณ อรุ าสขุ พมิ พคร้งั ท่ี 1 สงวนลขิ สทิ ธ์ิตามพระราชบัญญตั ิ รหัสสนิ คา 1343059

ค�ำแนะน�ำกำรใช้ คูมือครู ประวัติศาสตร ป.3 จัดท�าขึ้นเพ่ือให้ครูผู้สอนใช้เป็น แนวทางวางแผนการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทาง การเรียนและประกันคุณภาพผู้เรียน ตามนโยบายของสา� นกั งานคณะ กรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน (สพฐ.) เพิ่ม คาํ แนะนาํ การใช ชวยสรางความเขาใจ เพ่ือใชคูมือครูได อยา งถกู ตองและเกดิ ประสิทธิภาพสงู สุด เพม่ิ คาํ อธบิ ายรายวิชา แสดงขอบขายเน้ือหาสาระของรายวิชา นํา นํา สอน โซน 1สรปุ ประเมนิ ซง่ึ ครอบคลมุ มาตรฐานการเรยี นรแู ละตวั ชว้ี ดั ตามทห่ี ลกั สตู ร ขนั้ นาํ òº··Õè àÃ×èͧÃÒÇÊíÒ¤ÞÑ ¢Í§âçàÃÂÕ ¹ กาํ หนด áÅЪØÁª¹ กระตุน้ ความสนใจ เพิ่ม Pedagogy ชวยสรางความเขาใจในกระบวนการออกแบบ 1. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น เรอ่ื ง เรอ่ื งราว แนวคดิ สา� คญั การจัดการเรียนการสอนแบบ Active Learning ไดอยางมี สําคัญของโรงเรียนและชุมชน จากแผนการ • ¡Ò䌹¤ÇŒÒàÃ×èͧÃÒǵ‹Ò§ æ Í‹ҧÁÕÃкºáÅÐ໚¹¢éѹµÍ¹ ª‹ÇÂãËŒàÃ×èͧÃÒÇ·Õè ประสิทธภิ าพ จัดการเรยี นรู ¤¹Œ ¤ÇÒŒ Á¤Õ ÇÒÁ¶¡Ù µŒÍ§áÅй‹ÒàªèÍ× ¶Í× 2. นกั เรยี นดภู าพ จากหนังสอื เรยี น หนา 10 แลว ชวยกันบอกวา จากภาพ เกิดเหตุการณอะไร • ¡Ò乌 ¤ÇÒŒ à˵¡Ø Òóʏ Òí ¤ÞÑ ã¹ªÁØ ª¹áÅÐâçàÃÂÕ ¹ ·Òí ãËÃŒ ¤ŒÙ ÇÒÁ໹š ÁҢͧªÁØ ª¹ ขึ้นในโรงเรียน และมีผลกระทบตอบุคคลใน áÅÐâçàÃÂÕ ¹ áÅÐà¡´Ô ¤ÇÒÁÀÒ¤ÀÙÁÔã¨ã¹·ÍŒ §¶è¹Ô áÅÐâçàÃÂÕ ¹ โรงเรยี นอยางไร 3. ครูใหนกั เรยี นรองเพลง โรงเรียนของเรานา อยู • ¡ÒÃÅÒí ´ºÑ à˵¡Ø ÒÃ³ä ´¶Œ ¡Ù µÍŒ § ·Òí ãËàŒ Ë¹ç ¤ÇÒÁµÍ‹ à¹Í×è §¢Í§à˵¡Ø ÒóᏠÅÐà˹ç ÇÒ‹ พรอ มกัน 2 รอบ จากนนั้ ใหน กั เรียนแตล ะคน à˵¡Ø Ò󏵋ҧ æ Á¤Õ ÇÒÁà¡èÕÂÇ¢ŒÍ§¡¹Ñ บอกเหตผุ ลวา เพราะเหตใุ ด นกั เรยี นจงึ ชอบ เพมิ่ Teacher Guide Overview ชว ยใหเ ห็นภาพรวมของการ มาโรงเรียน กจิ กรรมน�าสกู่ ารเรยี น จัดการเรียนการสอนท้ังหมดของรายวิชากอนท่ีจะลงมือ 4. ครูตั้งประเด็นคําถามเก่ียวกับโรงเรียนให นักเรยี นชวยกันตอบ เชน สอนจริง • โรงเรียนของเราตงั้ ข้ึนมากี่ป • โรงเรียนของเรามีครูและนักเรยี นก่คี น เพม่ิ Chapter Overview ชว ยสรา งความเขา ใจและเหน็ ภาพรวม • โรงเรียนของเราเคยเปล่ียนชื่อโรงเรียนบาง ในการออกแบบแผนการจดั การเรยี นรูแตล ะหนวยการเรียนรู หรือไม ภาพน้�าท่วมโรงเรยี น จังหวัดพิจิตร เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๕๓ เพิ่ม Chapter Concept Overview ชวยใหเห็นภาพรวม • โรงเรยี นของเรามเี รอื่ งราวสาํ คญั อะไรเกดิ ขนึ้ Concept และเนื้อหาสําคัญของหนว ยการเรียนรู จากภาพ เกดิ เหตุการณ์สา� คัญอะไรขนึ้ ในโรงเรยี น บาง และมผี ลกระทบต่อบุคคลในโรงเรยี นอย่างไร 5. ครเู ปด โอกาสใหน กั เรยี นตอบอยา งอสิ ระ จากนนั้ 1๐ ครูอธิบายเพื่อเชื่อมโยงใหนักเรียนเขาใจวา โรงเรียนเปนสถานที่ท่ีมีความสําคัญ หาก ตองการรูเรื่องราวตางๆ ของโรงเรียนจะตอง รูจักสืบคนและรวบรวมขอมูลตางๆ ของ โรงเรยี น 6. ครูใหนักเรียนบอกชื่อหมูบานหรือชื่อชุมชนท่ี นักเรียนอาศัยอยู โดยครูเขียนรวบรวมช่ือบน กระดาน จากนัน้ ครูใหนักเรียนทีร่ ูจกั ท่ีมาของ ช่ือหมูบานหรือชื่อชุมชนของตนเองมาเลาให เพอ่ื นฟง เพิม่ ขอสอบเนนการคิด เพ่ือเตรียมความพรอมของผูเรียน เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด สกู ารสอนในระดับตาง ๆ ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหน ักเรยี น ก. ตีความขอมูลและหลักฐาน ข. ตรวจสอบขอ มลู และหลกั ฐาน เพิ่ม กิจกรรม 21st Century Skills กจิ กรรมทีจ่ ะชวยพัฒนา • สํารวจขอมูล ค. รวบรวมขอมลู และหลักฐาน ง. กาํ หนดหวั ขอ ทตี่ อ งการจะศกึ ษา ผูเรียนใหมีทักษะที่จําเปนสําหรับการเรียนรูและการดํารงชีวิต • วเิ คราะหขอ มลู • เชื่อมโยงนาํ ความรไู ปใช “สัญชัยนําขอมูลและหลักฐานท่ีไดมาตรวจสอบความถูกตอง ในโลกแหง ศตวรรษที่ 21 • วเิ คราะหจ ากประเดน็ คําถามและภาพ และความนาเช่อื ถอื ” หมายถงึ ขนั้ ตอนใด เพื่อวตั ถุประสงคใด จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การศึกษาเหตุการณสําคัญของโรงเรียน และชุมชนตองอาศัยหลักฐานจากแหลงขอมูลตางๆ และตองใชความรูเร่ือง 1. ก. เพื่อใหไ ดขอมูลท่ีใหผ ลดตี อ ตนเอง ชว งเวลาประกอบดวย เพ่อื ใหส ามารถเรยี งลําดับเหตุการณไดถ ูกตอ ง โซน 32. ข. เพ่ือใหไ ดข อมูลที่ถกู และเปนหมวดหมู เพม่ิ STEM Project แนวทางการจัดการศึกษาใหผูเรียนเกิด เพลง โรงเรียนของเรานาอยู การเรียนรูและสามารถบูรณาการความรูทางวิทยาศาสตร 3. ค. เพอื่ ใหไดขอ มูลทไ่ี มม ีขอ ตําหนิ เทคโนโลยี กระบวนการทางวศิ วกรรม และคณติ ศาสตรไปใช โซน 2โรงเรียนของเรานา อยู คณุ ครูใจดีทุกคน 4. ง. เพื่อใหไดข อ มูลที่มคี วามสมบรู ณท ่สี ดุ เชอ่ื มโยงและแกปญหาในชีวติ จริง (วิเคราะหค าํ ตอบ : การตรวจสอบขอมลู และหลักฐาน คอื การนํา เดก็ ๆ กไ็ มซกุ ซน พวกเราทกุ คนชอบมาโรงเรยี น ขอมูลและหลักฐานที่ไดมาตรวจสอบความถูกตองและความ ชอบมา ... ชอบมาโรงเรียน (ซ้าํ ) นา เชอ่ื ถอื และยงั สามารถจดั ขอ มลู และหลกั ฐานเปน หมวดหมตู า งๆ ไดอยางเปน ระบบ ดงั นัน้ ขอ 2. จึงเปนคําตอบทถ่ี ูกตอ ง) T12 โซน 1 ชว่ ยครจู ัด โซน 2 ชว่ ยครเู ตรียมสอน กำรเรียนกำรสอน โดยประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบตา่ ง ๆ ทเ่ี ปน็ ประโยชนส์ า� หรบั คร ู แนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้ครูผู้สอน เพอ่ื น�าไปประยุกต์ใช้จัดกจิ กรรมการเรียนรู้ในชนั้ เรยี น โดยแนะน�าขั้นตอนการสอนและการจัดกิจกรรมอย่างละเอียด เพอ่ื ใหน้ กั เรียนบรรลุผลสัมฤทธิต์ ามตัวช้ีวดั เกรด็ แนะครู น�ำ สอน สรุป ประเมนิ ความรู้เสริมส�าหรับคร ู ข้อเสนอแนะ ข้อสงั เกต แนวทางการจัด กิจกรรม และอ่นื ๆ เพ่อื ประโยชน์ในการจัดการเรียนการสอน นกั เรยี นควรรู ความรู้เพม่ิ เติมจากเนอ้ื หาส�าหรบั อธิบายเพม่ิ เติมให้กับนกั เรยี น

โดยใชห้ นงั สอื เรยี น ประวตั ศิ าสตร ป.3 และแบบฝก ปฏบิ ตั ทิ กั ษะรวบยอด ประวตั ศิ าสตร ป.3 ของบริษัท อักษรเจริญทศั น์ อจท. จ�ากัด เป็นสื่อหลัก (Core Material) ประกอบการสอนและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สอดคล้องตามมาตรฐาน การเรยี นรแู้ ละตัวช้วี ดั กล่มุ สาระการเรียนรูส้ งั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช 2551 โดยคูม่ ือครมู ีองคป์ ระกอบที่งา่ ยตอ่ การใชง้ าน ดงั น้ี โซน 1 นํา สอน สรุป ประเมิน โซน 3 ช่วยครูเตรียมนกั เรยี น หลักฐานที่ใหข้ อ้ มูลเกยี่ วกับโรงเรยี นและชุมชน เช่น ขน้ั สอน ประกอบด้วยแนวทางส�าหรับการจัดกิจกรรมและ เสนอแนะแนวขอ้ สอบ เพอื่ อา� นวยความสะดวกใหแ้ กค่ รผู สู้ อน ▲ หนงั สืออนุสรณ์โรงเรียน ▲ หนังสือท้องถ่นิ ▲ หนังสอื พิมพ์ทอ้ งถน่ิ 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจเกี่ยวกับ แสดงขอ้ มูลนกั เรยี นในแตล่ ะรุน่ แสดงขอ้ มลู ของท้องถน่ิ แสดงข่าวในท้องถ่ิน หลักฐานที่เปนตัวหนังสือ จากหนังสือเรียน กิจกรรม 21st Century Skills หนา 12-13 จากน้ันใหนักเรียนชวยกันยก (๒) หลักฐานท่ไี มใ ชตวั หนังสอื เช่น ตัวอยางหลักฐานที่เปนตัวหนังสือเกี่ยวกับ กิจกรรมที่ให้นักเรียนได้ประยุกต์ใช้ความรู้มาสร้างชิ้นงาน อาทิ ศาลากลา๑ง.จ ังสหถวาัดนทพ่ีสพิ ําิธคภัญัณเฑช1์น่ อนสุ าวรยี ์ วัด อาคารส�าคัญ โรงเรยี นและชุมชนของตนเอง หรอื ทา� กจิ กรรมรวบยอด เพอ่ื ใหเ้ กดิ คณุ ลกั ษณะทร่ี ะบใุ นทกั ษะ ศตวรรษท่ ี 21 ๒. รูปปนบุคคล เช่น ผู้ก่อต้ังโรงเรียน พระสงฆ์ที่ 9. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจยง่ิ ขน้ึ เกย่ี วกบั ไดร้ ับความเคารพนบั ถือ เจา้ เมือง บคุ คลส�าคัญในท้องถน่ิ หลักฐานท่ีไมใชตัวหนังสือ จากหนังสือเรียน ขอสอบเนน การคดิ หนา 13-14 จากนั้นครูตง้ั ประเด็นคําถามให ▲ พิพิธภณั ฑท์ ้องถิ่นโกมลผ้าโบราณ ▲ อนสุ าวรยี ส์ ุนทรภู่ อ�าเภอแกลง จังหวดั ระยอง นกั เรยี นชวยกนั ตอบ เชน ตัวอย่างข้อสอบท่ีมุ่งเน้นการคิด มีทั้งปรนัย-อัตนัย พร้อม อา� เภอลอง จังหวัดแพร่ • สถานทสี่ าํ คญั ในชมุ ชนของนกั เรยี นมอี ะไรบา ง เฉลยอยา่ งละเอยี ด 1๓ (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดุลยพินิจของครูผูสอน) กิจกรรมเสรมิ สรางคุณลกั ษณะอันพึงประสงค • รูปปนบุคคลสําคัญในทองถ่ินจะใหขอมูล อะไรบา ง กจิ กรรมเสนอแนะแนวทางการเสรมิ สรา้ งคุณลักษณะอนั พงึ (แนวตอบ : ชื่อบุคคลสําคัญและผลงานของ ประสงค์ บคุ คลสําคญั ทมี่ ีตอทอ งถ่ิน) • ภาพถา ยในทองถิน่ จะใหข อมลู อะไรบา ง กจิ กรรมทาทาย (แนวตอบ : รายละเอียดของลักษณะบุคคล หรือสถานท่ีในชวงเวลาน้ัน การแตงกาย เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ตอ่ ยอดสา� หรบั นกั เรยี น ของบคุ คลในชว งเวลานัน้ ) ทเ่ี รยี นรไู้ ดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และตอ้ งการทา้ ทายความสามารถใน • เพราะเหตใุ ด สง่ิ ของเครอ่ื งใชใ นสมยั ตา งๆ ระดับที่สูงขนึ้ จงึ เปนหลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรได (แนวตอบ : เพราะส่ิงเหลานี้บงบอกถึงความ กจิ กรรมสรางเสรมิ เปนมาหรือวถิ ชี วี ติ ของผูคนในอดตี ได) • ถาเราอยากทราบเก่ียวกับงานประเพณี เสนอแนะแนวทางการจัดกิจกรรมซ่อมเสริมส�าหรับนักเรียน สําคญั ของชมุ ชน เราควรสอบถามจากใคร ท่ีควรไดร้ ับการพัฒนาการเรียนรู้ เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ : ควรสอบถามจากผูอาวุโสใน กจิ กรรม Geo-Literacy (ภูมศิ าสตร) ชมุ ชน เพราะทา นเหลา นเี้ คยมปี ระสบการณ หรือไดพบเหน็ มากอน) เสนอแนะแนวทางการจดั กจิ กรรม เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจลกั ษณะ ทางกายภาพของโลก ปฏสิ มั พนั ธร์ ะหวา่ งมนษุ ยก์ บั สง่ิ แวดลอ้ ม 10. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปเก่ียวกับประเภท และนา� ความรู้ไปปรับใช้ในชวี ติ ประจ�าวันได้ ของหลักฐานท่ีใหขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและ ชมุ ชน ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู เดก็ หญงิ สนุ สิ าไดจ ดั กลมุ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ ว 2 กลมุ 1 พพิ ธิ ภณั ฑ คอื สถานทเี่ กบ็ รวบรวมและแสดงสงิ่ ตา งๆ ทม่ี คี วามสาํ คญั ดา น ดงั นี้ วฒั นธรรมหรอื ดา นวทิ ยาศาสตร โดยมคี วามมงุ หมายเพอ่ื ใหเ ปน ประโยชนต อ การ ศกึ ษา และกอ ใหเ กดิ ความเพลดิ เพลนิ ใจ พพิ ธิ ภณั ฑม หี ลายชนดิ เชน พพิ ธิ ภณั ฑ • กลมุ ท่ี 1 คมั ภีรใบลาน เอกสารราชการ หนงั สือพิมพ โบราณคดีจัดแสดงโบราณวัตถุและบางแหงจัดเปนโบราณสถาน พิพิธภัณฑ • กลมุ ที่ 2 รูปถาย อนุสาวรีย เครื่องเลนแผนเสยี ง ประวัติศาสตรจัดแสดงความรูทางประวัติศาสตร พิพิธภัณฑประวัติธรรมชาติ เด็กหญงิ สนุ ิสาจดั กลมุ โดยใชหลักเกณฑใ ด จัดแสดงเร่ืองราวของธรรมชาติในโลก พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรจัดแสดงถึง วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยนํางานวิจัยหรือส่ิงประดิษฐท่ีสําคัญมาแสดง โซน 31. กลมุ ที่ 1 เปนหลักฐานท่เี ปนตัวหนังสือ ในรูปแบบทีเ่ ขาใจงา ย 2. กลุม ท่ี 2 เปน หลกั ฐานขั้นปฐมภูมิ โซน 2 3. กลุมท่ี 1 เปนหลกั ฐานที่เปน ความจริง 4. กลุมที่ 2 เปนหลักฐานทเ่ี ปน ขอ เทจ็ จริง T15 (วิเคราะหคําตอบ : การจัดกลุมหลักฐานทางประวัติศาสตรของ เด็กหญิงสุนิสาจัดกลุมโดยใชหลักเกณฑหลักฐานที่เปนตัวหนังสือ และหลักฐานท่ีไมใชตัวหนังสือ ดังน้ัน ขอ 1. จึงเปนคําตอบ ท่ีถกู ตอง) บูรณาการอาเซียน ความรู้เสริมหรือการเช่อื มโยงในเรื่องทเี่ กยี่ วข้องกับประชาคมอาเซยี น ส่ือ Digital การแนะนา� แหล่งการเรยี นร้แู ละแหลง่ ค้นคว้าจากสอ่ื Digital ต่าง ๆ แนวทางการวดั และประเมนิ ผล เสนอแนะแนวทางการบรรลุผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนของนักเรียนตาม มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั ทห่ี ลกั สตู รกา� หนด

ค�ำอธิบายรายวิชา ประวัติศาสตร์ กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม เวลาเรยี น 40 ชั่วโมง / ปี ชั้นประถมศกึ ษาปีท่ี 3 ศกึ ษา วเิ คราะห์ อธบิ าย ลำ� ดบั เหตกุ ารณส์ ำ� คญั ของโรงเรยี นและชมุ ชน โดยระบหุ ลกั ฐานและแหลง่ ขอ้ มลู ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง การเทยี บศกั ราชทส่ี ำ� คญั ตามปฏทิ นิ ทใี่ ชใ้ นชวี ติ ประจำ� วนั ปจั จยั ทมี่ อี ทิ ธพิ ลตอ่ การตงั้ ถน่ิ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชน ลกั ษณะ ทสี่ ำ� คญั ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี และวฒั นธรรมของชมุ ชน ความเหมอื นและความตา่ งทางวฒั นธรรมของชมุ ชนตนเอง กับชุมชนอ่นื  ๆ ระบพุ ระนามและอธิบายพระราชกรณยี กิจโดยสังเขปของพระมหากษัตริยไ์ ทยท่ีเป็นผูส้ ถาปนาอาณาจักรไทย พระมหากษัตรยิ ์ในรชั กาลปัจจบุ ัน และวรี กรรมของบรรพบรุ ษุ ไทยท่ปี กปอ้ งประเทศชาติ โดยใช้กระบวนการสบื ค้นข้อมลู วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์ กระบวนการคิดวเิ คราะห์ กระบวนการกล่มุ กระบวนการ ทางสังคม เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ ตระหนกั ถงึ ความสำ� คญั ของเหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ มคี วามรกั ความภมู ใิ จ และธำ� รงความเปน็ ไทย สามารถดำ� เนนิ ชวี ติ อยา่ งสนั ตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลก ตัวชว้ี ดั ส 4.1 ป.3/1, ป.3/2 ส 4.2 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 ส 4.3 ป.3/1, ป.3/2, ป.3/3 รวม 8 ตวั ชี้วัด

Pedagogy คู่มือครู ป ระ วัตศิ ำสตร์ ป.3 คมู่ อื ครู ประวตั ศิ าสตร ป.3 เลม่ นี้ ผ้จู ัดทา� ได้ออกแบบการสอน (Instructional Design) อนั เปน็ วธิ กี ารจดั การเรยี นรแู้ ละเทคนคิ การสอนทเ่ี ปยี มดว้ ยประสทิ ธภิ าพและมคี วามหลากหลายใหก้ บั ผเู้ รยี น เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี น สามารถบรรลผุ ลสมั ฤทธติ์ ามมาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชวี้ ดั รวมถงึ สมรรถนะและคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงคข์ องผเู้ รยี นท่ี หลกั สูตรก�าหนดไว ้ โดยครูสามารถนา� ไปใช้จดั การเรยี นรใู้ นช้ันเรยี นไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ ซ่ึงในรายวิชาประวัติศาสตร์น ี้ ไดน้ �ารปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความร้ ู (5Es Instructional Model) มาใช้ในการออกแบบการสอน ดงั นี้ รปู แบบกำรสอนแบบสืบเสำะหำควำมรู้ (5Es Instructional Model) ด้วยจุดประสงค์ของการจัดการเรียนการสอนประวัติศาสตร์ เพ่ือช่วยให้ผู้เรียน กระeEตngุนaคg1วeาmมeสnนt ใจ ได้พัฒนาวิธีคิด ทั้งความคิดเป็นเหตุเป็นผล คิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ วิจารณ์ สาํ รวEexจpแloลrะaคtiนoหn า มีทักษะส�าคัญในการค้นคว้าหาความรู้ และมีความสามารถในการแก้ปัญหา Elaขbยาย อย่างเป็นระบบ ผู้จัดท�าจึงได้เลือกใช้รูปแบบการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ ตeEรvaวlจuaสtiอonบผล าม ูรon52 (5Es Instructional Model) ซึง่ เปน็ ขนั้ ตอนการเรียนรทู้ ี่มุง่ ให้ผเู้ รยี นได้มโี อกาส 5Es สร้างองคค์ วามรดู้ ว้ ยตนเองผา่ นกระบวนการคดิ และการลงมอื ทา� เปน็ เครอื่ งมือ สา� คัญเพ่อื การพัฒนาทักษะการเรียนรู้แห่งศตวรรษท่ ี 21 ควาoมraเข4tiาoใnจ Expอlธa3nิบaาtiยคว นอกจากใชร้ ปู แบบการสอนแบบสบื เสาะหาความร ู้ (5Es Instructional Model) เป็นวิธีการหลักแล้ว ยังมีรูปแบบการจัดการเรียนการสอนอ่ืน ๆ ท่ีหลากหลาย เช่น การแก้ปญั หา การร้เู ร่ืองภมู ศิ าสตร ์ เพื่อกระตุ้นใหผ้ ู้เรียนเกิดความสนใจ วธิ ีกำรสอน (Teaching Method) ผู้จัดท�าเลือกใช้วิธีสอนท่ีหลากหลาย เช่น การทดลอง การสาธิต การอภิปรายกลุ่มย่อย เพ่ือส่งเสริมการเรียนรู้ รูปแบบการสอนต่าง ๆ ที่เลือกน�ามาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ และพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดองค์ความรู้จากประสบการณ์การคิด และการลงมอื ท�าดว้ ยตนเอง ซ่งึ จะช่วยใหผ้ ู้เรยี นมีความรแู้ ละเกิดทกั ษะทจ่ี �าเป็นตอ่ การนา� ไปปรับใช้ในชีวิตประจ�าวัน เทคนคิ กำรสอน (Teaching Technique) ผจู้ ดั ทา� เลอื กใชเ้ ทคนคิ การสอนทห่ี ลากหลายและเหมาะสมกบั เรอื่ งทเี่ รยี น เพอ่ื สง่ เสรมิ วธิ สี อนใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขน้ึ เช่น การใช้คา� ถาม การเลน่ เกม เพ่อื นชว่ ยเพอ่ื น ซ่ึงเทคนคิ การสอนต่าง ๆ จะช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรอู้ ยา่ งมคี วามสขุ ใน ขณะทีเ่ รียน และสามารถปฏิบตั ิกจิ กรรมได้อย่างมปี ระสทิ ธิภาพ รวมทง้ั ได้พัฒนาทักษะศตวรรษท ่ี 21 อีกดว้ ย • ทกั ษะการแกป ญหา ทักษะกำรเรียนรทู้ ไ่ี ด้ • ทกั ษะการคดิ สรางสรรค • ทกั ษะการทํางานรวมกนั • ทกั ษะทางภูมศิ าสตร • ทกั ษะการคิดอยางมวี ิจารณญาณ • ทักษะการส่ือสาร

Teacher Guide Overview ประวัติศาสตร์ ป.3 หนว่ ย ตัวชว้ี ัด ทกั ษะทไี่ ด้ เวลาที่ การประเมิน สอ่ื ท่ใี ช้ การเรยี นร/ู้  แผน ใช้ 1 ส 4.1 ป.3/1 เทยี บศกั ราชทสี่ ำ� คญั - ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบทดสอบก่อนเรยี น - หนังสอื เรียน ตามปฏทิ นิ ท่ใี ชใ้ นชวี ิตประจำ� วัน ขอ้ มลู - ตรวจใบงาน - ตัวอยา่ งปฏทิ นิ ทีม่ าของ - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงาน - หนงั สอื นิตยสาร ศกั ราช - ทกั ษะการวิเคราะห์ 3 รายบคุ คล วารสาร - ทกั ษะการเชื่อมโยง - สังเกตพฤติกรรมการท�ำงานกลุ่ม หนงั สือพิมพ์ ช่ัวโมง - สังเกตความมีวินัย ใฝเ่ รียนรู้ และ - แผนผังแสดง มุง่ ม่นั ในการท�ำงาน ช่วงเวลาการ ก�ำเนิดศักราช ที่สำ� คัญ - ใบงาน - แบบฝึกฯ 1 ส 4.1 ป.3/1 เทยี บศกั ราชทส่ี ำ� คญั - ทักษะการรวบรวม - ตรวจใบงาน - หนงั สือเรยี น ตามปฏิทนิ ทใี่ ช้ในชีวิตประจำ� วัน ข้อมลู - ตรวจกิจกรรมรวบยอด - กรณตี วั อยา่ ง วธิ ีการเทียบ - สงั เกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกล่มุ - ใบงาน ศักราช - ทกั ษะการวิเคราะห์ - สงั เกตความมีวินัย ใฝเ่ รยี นรู้ และ - แบบวดั ฯ - ทักษะการเชอื่ มโยง มงุ่ มั่นในการท�ำงาน - แบบฝกึ ฯ แบบต่าง ๆ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น 3 - ตรวจผลการเทียบศักราชปเี กิด ชว่ั โมง ของสมาชกิ ในครอบครวั

หนว่ ย ตัวชว้ี ัด ทกั ษะที่ได้ เวลาท่ี การประเมิน สือ่ ทใ่ี ช้ การเรยี นร/ู้  แผน ใช้ 1 ส 4.1 ป.3/2 แสดงลำ� ดับ - ทักษะการสำ� รวจ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - หนังสือเรยี น เหตุการณ์ส�ำคญั ของโรงเรยี น - ทกั ษะการวเิ คราะห์ - ตรวจใบงาน - เพลง โรงเรยี น โรงเรียน และชมุ ชน โดยระบุหลกั ฐานและ - ทักษะการเช่ือมโยง - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน ของเรานา่ อยู่ และชมุ ชนของ แหลง่ ขอ้ มลู ทเ่ี กี่ยวข้อง - ทกั ษะการน�ำความรู้ - สงั เกตพฤติกรรมการทำ� งานกลมุ่ - ใบงาน เรา ไปใช้ 5 - สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝเ่ รียนร้ ู - แบบวดั ฯ ชวั่ โมง มคี วามรบั ผิดชอบ และมงุ่ ม่นั ในการทำ� งาน - ตรวจแบบวดั ฯ - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจรายงานประวัติความเป็นมา ของชุมชน 2 ส 4.2 ป.3/1 ระบปุ ัจจัยท่มี ี - ทักษะการส�ำรวจ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - หนังสือเรยี น อทิ ธพิ ลตอ่ การตง้ั ถน่ิ ฐานและ - ทักษะการวเิ คราะห์ - ตรวจใบงาน - บตั รภาพ ปัจจัยทม่ี ผี ล พัฒนาการของชมุ ชน - ทักษะการเชอื่ มโยง - ประเมนิ การน�ำเสนอผลงาน - ใบงาน ต่อการตง้ั - สังเกตพฤตกิ รรมการทำ� งานกลมุ่ - แบบวดั ฯ ถิน่ ฐานและ พฒั นาการ 5 - สังเกตการใฝ่เรยี นรู้ มคี วาม - แบบฝกึ ฯ ชว่ั โมง รับผิดชอบ และมงุ่ มนั่ ในการ ของชุมชน ท�ำงาน - ตรวจแบบวัดฯ

หนว่ ย ตวั ชีว้ ัด ทักษะท่ไี ด้ เวลาท่ี การประเมิน สอื่ ทใ่ี ช้ การเรยี นร/ู้  แผน ใช้ 2 ส 4.2 ป.3/2 สรปุ ลกั ษณะที่สำ� คญั - ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล - ตรวจใบงาน - หนงั สอื เรียน ของขนบธรรมเนยี ม ประเพณี - ทักษะการวเิ คราะห์ - สงั เกตพฤตกิ รรมการท�ำงาน - บตั รภาพ ลกั ษณะ และวฒั นธรรมของชมุ ชน - ทักษะการสงั เคราะห์ รายบุคคล - ใบงาน ส�ำ คญั ของ - ทกั ษะการสรปุ - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกลุ่ม - แบบวดั ฯ วฒั นธรรม ลงความเหน็ - สังเกตการใฝเ่ รียนรู้ มคี วาม - แบบฝกึ ฯ ประเพณี 5 รับผดิ ชอบ และมงุ่ มน่ั ในการ ชว่ั โมง ทำ� งาน และ วฒั นธรรม - ตรวจแบบวัดฯ ชมุ ชน 2 ส 4.2 ป.3/3 เปรียบเทยี บ - ทกั ษะการใหเ้ หตผุ ล - ประเมินการนำ� เสนอผลงาน - หนงั สอื เรยี น ความเหมอื นและความตา่ งทาง - ทักษะการวิเคราะห์ - สังเกตพฤตกิ รรมการทำ� งาน - แบบวดั ฯ ความเหมือน วัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับ - ทกั ษะการสังเคราะห์ รายบคุ คล - แบบฝกึ ฯ และความ ชุมชนอ่ืน ๆ - ทกั ษะการสรปุ - สงั เกตพฤติกรรมการท�ำงานกลมุ่ แตกต่างทาง วัฒนธรรม ลงความเหน็ 4 - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน ชั่วโมง - ตรวจรายงานการสืบค้นข้อมลู ของชมุ ชน เร่ือง วัฒนธรรมของชมุ ชน - ตรวจแบบวัดฯ

หนว่ ย ตัวช้วี ดั ทกั ษะที่ได้ เวลาที่ การประเมิน สอื่ ท่ใี ช้ การเรยี นร/ู้  แผน ใช้ - หนังสอื เรียน 3 ส 4.3 ป.3/1 ระบุพระนามและ - ทักษะการส�ำรวจ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรยี น - ซดี เี พลง พระราชกรณยี กิจโดยสังเขปของ ค้นหา - ตรวจใบงาน - เอกสารประกอบ พระมหา พระมหากษัตรยิ ไ์ ทยทเ่ี ปน็ - ทักษะการวิเคราะห์ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน การสอน กษตั ริย์ ผสู้ ถาปนาอาณาจักรไทย - ทกั ษะการสงั เคราะห์ - สังเกตพฤติกรรมการทำ� งาน - แบบวดั ฯ ผสู้ ถาปนา - ทกั ษะการสรปุ รายบคุ คล - แบบฝกึ ฯ อาณาจกั ร ลงความเหน็ 6 - สังเกตพฤตกิ รรมการท�ำงานกลมุ่ ชั่วโมง - สงั เกตการใฝเ่ รยี นรู้ มคี วาม ไทย รบั ผิดชอบ และรักความเป็นไทย - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน - ตรวจสมดุ ภาพ เรอื่ ง พระมหา กษตั ริยผ์ สู้ ถาปนาอาณาจกั รไทย - ตรวจแบบวดั ฯ 3 ส 4.3 ป.3/2 อธิบายพระราช- - ทกั ษะการรวบรวม - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - หนังสอื เรียน ประวัตแิ ละพระราชกรณยี กิจของ ข้อมูล - ตรวจใบงาน - บตั รภาพ พระบาท พระมหากษตั รยิ ์ในรชั กาลปัจจุบนั - ทักษะการวิเคราะห์ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน - ใบงาน สมเด็จพระ โดยสงั เขป - ทกั ษะการสงั เคราะห์ - สงั เกตพฤติกรรมการทำ� งานกลมุ่ - แบบวดั ฯ วชิรเกล้า - ทกั ษะการสรปุ ความ - สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝ่เรยี นรู้ - แบบฝกึ ฯ เจ้าอยูห่ ัว 4 มคี วามรับผิดชอบ และมงุ่ มนั่ ชวั่ โมง ในการทำ� งาน - ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น - ตรวจป้ายนเิ ทศ เรือ่ ง ร่มเกลา้ ชาวไทย - ตรวจแบบวัดฯ 3 ส 4.3 ป.3/3 เลา่ วรี กรรมของ - ทกั ษะการส�ำรวจ - ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน - หนังสอื เรียน บรรพบรุ ษุ ไทยทม่ี สี ว่ นปกปอ้ ง คน้ หา - ตรวจใบงาน - ภาพยนตรห์ รอื บรรพบรุ ุษ ประเทศชาติ - ทักษะการวเิ คราะห์ - ประเมินการน�ำเสนอผลงาน เพลงเกยี่ วกบั เรอื่ ง ไทย - ทกั ษะการสงั เคราะห์ - สงั เกตพฤตกิ รรมการทำ� งานกลมุ่ พระนเรศวร - ทักษะการเชื่อมโยง 5 - สงั เกตความมีวินยั ใฝ่เรียนรู้ มหาราชหรอื ชาว ชั่วโมง มคี วามรับผดิ ชอบ และมุ่งม่ัน บา้ นบางระจนั ในการทำ� งาน - ใบงาน - ตรวจแบบวดั ฯ - แบบฝกึ ฯ - ตรวจแบบทดสอบหลงั เรียน - แบบวดั ฯ - ตรวจรายงานประวัตคิ วามเป็นมา ของชุมชน

สำรบัญ Chapter Teacher Overview Script Chapter Title T3 T1-T2 T4-T11 หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 1 วัน เวลำ และเหตุกำรณ์ T12-T21 T22-T23 T24 บทที่ 1 ศักราชในชีวติ ประจาํ วนั บทที่ 2 เรือ่ งราวสาํ คัญของโรงเรียนและชมุ ชน T57-T58 T25-T56 T59 หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 2 ปจจัยทีม่ ีผลตอ่ กำรต้ังถนิ่ ฐำน และพัฒนำกำรของชุมชน T60-T70 T71-T87 บทที่ 1 ถิน่ ฐานไทย T88-T97 หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 3 บคุ คลส�ำคญั ของชำตไิ ทย T98 บทที่ 1 พระมหากษัตริยผู้สถาปนาอาณาจกั รไทย บทที่ 2 รม่ เกลา้ ชาวไทย บทที่ 3 บรรพบุรุษไทย บรรณำนุกรม

Chapter Overview แผนการจัด ส่อื ท่ีใช้ จดุ ประสงค์ วธิ ีสอน ประเมนิ ทักษะท่ีได้ คณุ ลกั ษณะ การเรียนรู้ อันพงึ ประสงค์ แผนฯ ท่ี 1 - หนังสอื เรยี น 1. อธบิ ายท่มี าของ การสบื เสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทักษะการ 1. มีวนิ ัย ที่มาของ ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 พุทธศักราช หรือ หาความรู้ (5Es กอ่ นเรียน เรอื่ ง รวบรวมขอ้ มูล 2. ใฝเ่ รยี นรู้ ศกั ราช - ตัวอย่างปฏิทนิ พ.ศ. ครสิ ต์ศกั ราช Instructional ศกั ราชในชวี ติ ประจำ� วนั 2. ทกั ษะการ 3. มุ่งมนั่ ใน - หนงั สือ นิตยสาร หรือ ค.ศ. และ Model) - ตรวจใบงานท่ี 1.1 วิเคราะห์ การทำ� งาน 3 วารสาร หนังสือพิมพ์ ฮจิ เราะหศ์ กั ราช เร่ือง ทีม่ าของศักราช 3. ทักษะการ - แผนผังแสดงช่วงเวลา หรอื ฮ.ศ. ได้ - สังเกตพฤติกรรม เชือ่ มโยง ชัว่ โมง การก�ำเนิดศกั ราช การทำ� งานรายบุคคล ท่สี ำ� คญั - สงั เกตพฤตกิ รรม - ใบงาน การทำ� งานกลุม่ - แบบฝึกฯ - สังเกตความมวี นิ ัย ประวตั ิศาสตร์ ป.3 ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่นั ในการทำ� งาน แผนฯ ที่ 2 - หนังสือเรียน 1. บอกวธิ กี ารเทียบ การสืบเสาะ - ตรวจใบงานท่ี 2.1 1. ทักษะการ 1. มีวินัย ประวัตศิ าสตร์ ป.3 พ.ศ. เปน็ ค.ศ. หรอื หาความรู้ (5Es เรื่อง การเทยี บ รวบรวมขอ้ มูล 2. ใฝ่เรยี นรู้ วิธีการเทยี บ ค.ศ. เปน็ พ.ศ. ได้ Instructional ศกั ราช 2. ทักษะการ 3. มุง่ มน่ั ใน ศักราชแบบ - กรณีตวั อย่าง 2. เทยี บ พ.ศ. เปน็ Model) - ตรวจใบงานท่ี 2.2 วิเคราะห์ การท�ำงาน ต่าง ๆ - ใบงาน ค.ศ. หรือ ค.ศ. เป็น เรอ่ื ง การเทียบ 3. ทักษะการ - แบบวดั ฯ พ.ศ. ได้ถกู ต้อง ศักราชแบบตา่ ง ๆ เชือ่ มโยง 3 3. บอกเรอื่ งราวทเี่ กดิ ขน้ึ - ตรวจกจิ กรรม ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 โดยใชป้ หี รอื ศกั ราชได้ รวบยอดท่ี 1.1 ชั่วโมง - แบบฝึกฯ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 4. เทยี บศักราชใน จากแบบวดั ฯ เหตกุ ารณท์ เี่ กย่ี วข้อง ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 ในชีวิตประจำ� วันได้ - สังเกตพฤตกิ รรม ถกู ต้อง การทำ� งานกลุ่ม - สงั เกตความมวี ินัย ใฝ่เรยี นรู้ และมงุ่ มั่น ในการทำ� งาน - ตรวจแบบทดสอบ หลงั เรียน เรือ่ ง ศกั ราชในชวี ติ ประจำ� วนั - ตรวจผลการเทยี บ ศักราชปีเกิดของ สมาชกิ ในครอบครวั T1

Chapter Overview แผนการจัด สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วธิ สี อน ประเมิน ทักษะท่ีได้ คณุ ลักษณะ การเรยี นรู้ อนั พึงประสงค์ แผนฯ ที่ 3 - หนงั สอื เรียน 1. สืบคน้ และรวบรวม การสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ ประวัตศิ าสตร์ ป.3 ขอ้ มลู ของโรงเรยี น หาความรู้ (5Es ก่อนเรยี น เร่อื ง สำ� รวจ 1. มวี นิ ยั โรงเรียนและ - เพลง โรงเรียนของเรา และชุมชนจาก Instructional เรือ่ งราวสำ� คัญของ 2. ทักษะการ 2. ใฝเ่ รียนรู้ ชมุ ชนของเรา นา่ อยู่ หลักฐานและแหลง่ Model) โรงเรยี นและชุมชน วิเคราะห์ 3. มีความ - ใบงาน ขอ้ มลู ได้ - ตรวจใบงานที่ 1.1 3. ทักษะการ 5 - แบบวดั ฯ 2. ลำ� ดบั เหตกุ ารณ์ เร่อื ง โรงเรยี น เช่ือมโยง รับผิดชอบ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 สำ� คัญทเ่ี กิดข้นึ ใน ของเรา 4. ทักษะการนำ� 4. มงุ่ มั่นใน ช่วั โมง การท�ำงาน โรงเรียนและ - ประเมนิ การนำ� เสนอ ความรู้ไปใช้ ชุมชนได้ ผลงาน 3. ใช้เส้นเวลา - สงั เกตพฤตกิ รรม (Timeline) ลำ� ดบั การทำ� งานกลุ่ม เหตุการณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ใน - สงั เกตความมวี ินยั โรงเรยี นและชมุ ชนได้ ใฝ่เรียนรู้ มีความ รบั ผดิ ชอบ และมงุ่ มนั่ ในการทำ� งาน - ตรวจกิจกรรม รวบยอดที่ 1.2 จากแบบวดั ฯ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 - ตรวจแบบทดสอบ หลังเรียน เร่ือง เร่ืองราวสำ� คญั ของ โรงเรยี นและชมุ ชน - ตรวจรายงานประวตั ิ ความเป็นมาของ ชมุ ชน T2

นํา นํา สอน สรุป ประเมนิ ñหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ขน้ั นาํ Çѹ àÇÅÒ áÅÐà˵¡Ø Òó กระตุน้ ความสนใจ ภาพนา้� ทว่ ม อ�าเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เม่อื พ.ศ. ๒๕๕๓ 1. ครูใหนักเรียนทําแบบทดสอบกอนเรียน เร่ือง ศักราชในชีวิตประจําวัน จากแผนการจัดการ เปาหมายการเรยี นรปู้ ระจา� หนว่ ยท่ี ๑ เรยี นรู ๑. เทียบศักราชทส่ี �าคญั ตามปฏิทินท่ีใช้ในชวี ิตประจ�าวัน (มฐ. ส ๔.๑ ป.๓/๑) 2. ครูใหน ักเรยี นดูภาพ จากหนงั สือเรยี น หนา 1 ๒. แสดงลา� ดบั เหตกุ ารณส์ า� คญั ของโรงเรยี นและชมุ ชนโดยระบหุ ลกั ฐานและแหลง่ ขอ้ มลู แลว ครถู ามคาํ ถามใหน กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็ อยา งอสิ ระ เชน ทเี่ กย่ี วข้อง (มฐ. ส ๔.๑ ป.๓/๒) • จากภาพ เปนเหตุการณใ ด (แนวตอบ : ภาพเหตุการณน้ําทวม ท่ีอําเภอ หาดใหญ จงั หวดั สงขลา เม่ือ พ.ศ. 2553) • เหตุการณแบบน้ีเคยเกิดข้ึนในชุมชนของ นกั เรียนหรือไม (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดลุ ยพนิ จิ ของครผู ูส อน) 3. ครเู ขยี นคาํ วา พ.ศ. ค.ศ. และ ฮ.ศ. บนกระดาน แลวสอบถามนักเรียนวา คําเหลานี้ยอมาจาก คาํ วาอะไร แลว ใหน กั เรยี นชว ยกนั ตอบ 4. ครูนําตัวอยางปฏิทินมาแสดงใหนักเรียนดู ท่ีหนาชั้นเรียน แลวใหนักเรียนทุกคนสังเกต รายละเอียดตา งๆ ทป่ี รากฏบนปฏทิ นิ จากนั้น ครูสุมเรียกใหนักเรียนบอกรายละเอียดตางๆ ทปี่ รากฏบนปฏิทนิ ตามท่สี ังเกตได 5. นกั เรียนดภู าพ จากหนังสือเรียน หนา 2 และ ชว ยกนั บอกวา • จากภาพ ใหขอมลู เก่ยี วกับเร่อื งใด (แนวตอบ : ใหขอมูลเก่ียวกับศักราช ไดแก พทุ ธศกั ราช (พ.ศ.) และครสิ ตศ กั ราช (ค.ศ.)) • ศกั ราชเหลา น้แี ตกตางกนั อยางไร (แนวตอบ : พ.ศ. เปนคําบอกปพุทธศักราช สวน ค.ศ. เปนคําบอกปครสิ ตศ กั ราช และ พ.ศ. เกดิ กอน ค.ศ. 543 ป) ขอสอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู การกําเนิดศักราชตางๆ โดยสวนใหญ มีความเกี่ยวของกับ ครูจัดกระบวนการเรียนรูโดยการใหน ักเรียน เรอ่ื งใดมากท่ีสุด • สบื คนขอ มลู 1. การเมอื งการปกครอง 2 เศรษฐกิจและการคา • รวบรวมขอ มลู 3. ศาสนาและความเช่อื 4. สงั คมและวฒั นธรรม • วเิ คราะหข อ มูล • เช่ือมโยงนําความรไู ปใช (วิเคราะหคําตอบ : เพราะวาศักราชท่ีเกิดข้ึนและมีใชกันอยูท้ัง • วเิ คราะหจ ากประเดน็ คําถามและภาพ พุทธศักราช (พ.ศ.) เริ่มนับจากปที่พระพุทธเจาเสด็จปรินิพพาน จนเกดิ เปน ความรคู วามเขา ใจวา ในการดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั ของเรามคี วาม คริสตศักราช (ค.ศ.) เริ่มนับจากปท่ีพระเยซูคริสตประสูติ และ สมั พนั ธก บั ศกั ราช การเรยี นรเู รอ่ื งศกั ราชตา งๆ จะทาํ ใหเ ราสามารถเปรยี บเทยี บ ฮจิ เราะหศ กั ราช (ฮ.ศ.) เรมิ่ นบั จากปท น่ี บมี ฮุ มั มดั ไดก ระทาํ ฮจิ เราะห ชวงเวลาทีเ่ กิดขึ้นได (อพยพโยกยายจากเมืองเมกกะไปยังเมืองเมดีนา) ซึ่งสิ่งเหลาน้ี แสดงใหเห็นถึงความเกี่ยวของกับเหตุการณสําคัญทางศาสนา ท้งั ส้นิ ดงั นน้ั ขอ 3. จงึ เปน คําตอบทถ่ี กู ตอง) T3

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน ñº··èÕ È¡Ñ ÃҪ㹪ÇÕ µÔ »ÃШíÒÇѹ สํารวจคน หา แนวคดิ สา� คัญ 1. ครูสอบถามนกั เรยี นวา นกั เรยี นเคยเห็นคาํ วา • ¡ÒÃ㪌¤íҺ͡»‚ËÃ×ÍÈÑ¡ÃÒª ·íÒãËÃŒ ŒÇÙ Ò‹ àÃÍ×è §ÃÒǹѹé à¡´Ô ¢Öé¹àÁ×èÍã´ 1 พ.ศ. หรอื ค.ศ. จากสอื่ ใดบา ง • ¤íҺ͡»‚ËÃ×ÍÈ¡Ñ ÃÒª·ÕèàÃÒ㪡Œ ѹÍÂً㹪ÕÇÔµ»ÃШÒí Ç¹Ñ àª‹¹ ¾·Ø ¸ÈÑ¡ÃÒª ËÃ×Í ¾.È. ¤ÃÊÔ µÈ Ñ¡ÃÒª ËÃÍ× ¤.È. 2. นักเรียนสืบคนคําวา พ.ศ. และ ค.ศ. จาก • »ÃÐà·È·¹èÕ ºÑ ¶×ÍÈÒʹÒÍÊÔ ÅÒÁÁ¡Ñ ¨ÐãªÎŒ Ô¨àÃÒÐËÈ¡Ñ ÃÒª ËÃ×Í Î.È. ส่ือตางๆ เชน หนังสือ นิตยสาร วารสาร • ¡ÒÃà·ÂÕ º»È‚ ¡Ñ ÃÒªä´ÍŒ ÂÒ‹ §¶¡Ù µŒÍ§ ·Òí ãˌÌÙÇÒ‹ ¾.È. ã´ µÃ§¡Ñº ¤.È. ã´ หนังสือพิมพ ปฏิทิน แลวนํามาสนทนาวา ไดร ับขอ มลู อะไรบา ง กจิ กรรมน�าสูก่ ารเรียน ค.ศ. ๑ 3. นักเรียนศึกษาขอมูล เร่ือง ท่ีมาของศักราช พ.ศ. ๑ จากหนังสือเรยี น หนา 3-4 พ.ศ. ๒๕๕๕ ค.ศ. ๒๐๑๒ อธิบายความรู ๑. พ.ศ. ปัจจุบัน ตรงกับ ค.ศ. ใด 4. นกั เรยี นรว มกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ความแตกตา ง ๒. ศกั ราชเหลา่ น้ีแตกตา่ งกันอย่างไร ของ พ.ศ. ค.ศ. และ ฮ.ศ. ๒ 5. ครนู าํ ปฏทิ นิ ไทยหลายๆ รปู แบบมาใหน กั เรยี นดู จากนั้นอธิบายเพิ่มเติมวา ในปฏิทินไทยสวน ใหญมักระบุท้ังพุทธศักราชและคริสตศักราช เนอื่ งจากคนไทยสว นใหญน บั ถอื พระพทุ ธศาสนา และมกี ารระบคุ รสิ ตศ กั ราชทเ่ี ปน ศกั ราชสากล ไวดว ยเสมอ 6. ครูใหนักเรียนดูแผนผังแสดงชวงเวลาการ กาํ เนดิ ศกั ราชทส่ี าํ คญั จากหนงั สอื เรยี น หนา 4 แลว ตง้ั ประเดน็ คําถามใหนกั เรยี นชวยกนั ตอบ • ศกั ราชใดเกิดกอ นศกั ราชใด (แนวตอบ : พ.ศ. เกดิ กอน ค.ศ. 543 ป และ เกิดกอน ฮ.ศ. 1,164 ป สวน ค.ศ. เกิดกอน ฮ.ศ. 621 ป) 7. นกั เรยี นดปู ฏทิ นิ จากหนงั สอื เรยี น หนา 4 แลว ชวยกันบอกวา เปนปฏิทินที่บอกศักราชใด จากนั้นชวยกันบอกศักราชของปฏิทินท้ังหมด ทีค่ รนู าํ มาใหด ู นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 พุทธศักราช เขียนยอวา พ.ศ. เปนศักราชท่ีเร่ิมนับเมื่อพระพุทธเจา เพราะเหตุใด เมอื่ ตอ งการเทียบ พ.ศ. เปน คศ. จึงตอ งนาํ 543 ปรนิ ิพพาน สวนในประเทศไทยเริม่ นบั เม่อื พระพทุ ธเจา ปรนิ พิ พานแลวครบ 1 ป มาใชในการเทียบศักราช เปน พ.ศ. 1 ดงั นน้ั พ.ศ. ในประเทศไทยจึงชา กวา ประเทศอน่ื ๆ อยู 1 ป เชน ในประเทศไทยเปน พ.ศ. 2563 สว นในประเทศอ่ืนๆ เชน เมียนมา ลังกา เขมร (แนวตอบ : เพราะพทุ ธศกั ราชเกดิ กอ นครสิ ตศ กั ราช 543 ป ฉะนนั้ จะเปน พ.ศ. 2564 ในการเทียบศักราช ถาตอ งการทราบ ค.ศ. จะตองนาํ พ.ศ. มาลบ ดวย 543) T4

นํา สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั สอน ขยายความเข้าใจ ในการบอกเล่าเรื่องราวหรือจดบันทึกเรื่องต่าง ๆ นิยมบอก 8. นักเรียนหาปฏิทินหรือส่ือการเรียนรูที่ระบุ วนั เดือน ปี เพ่ือใหร้ ้วู ่าเร่ืองนน้ั เกดิ ขน้ึ เมอื่ ใด คา� บอกปหี รือศกั ราช ศกั ราช เชน หนงั สอื พมิ พ วารสาร แลว นาํ ออก ท่ีใชก้ นั อยู่ในชวี ติ ประจา� วนั ไดแ้ ก่ พทุ ธศกั ราช หรอื พ.ศ. และครสิ ต์ มาแสดงทห่ี นา ชนั้ เรยี นและบอกวา เปน ศกั ราชใด ศกั ราช หรอื ค.ศ. สว่ นในประเทศทนี่ บั ถอื ศาสนาอสิ ลามมกั ใชฮ้ จิ เราะห์ ศักราช หรอื ฮ.ศ. 9. ครูถามคาํ ถามและใหนักเรยี นชวยกันตอบ • ปฏทิ นิ มปี ระโยชนต อ การดาํ เนนิ ชวี ติ ประจาํ วนั ๑  ทม่ี าของศักราช อยา งไร (แนวตอบ : ทาํ ใหรูวนั เวลา และเรียงลาํ ดับ ศักราชหรือค�าบอกปีที่เห็นในปฏิทินไทย ส่วนใหญ่จะมีอยู่ ๒ เหตกุ ารณท ่ีเกดิ ข้ึนกอนและหลังได) ศกั ราช คือ พทุ ธศักราช หรอื พ.ศ. และครสิ ต์ศักราช หรอื ค.ศ. • การเรียนรูเ รอ่ื งศักราชมปี ระโยชนอ ยางไร (แนวตอบ : ทําใหรูชวงเวลาของเหตุการณที่ พทุ ธศกั ราช หรือ พ.ศ. เป็นศกั ราชท่นี ิยมใช้ในประเทศที่นับถอื เกิดข้ึนไดอยางชัดเจน) พระพุทธศาสนา โดยประเทศไทยเริ่มนับปีที่พระพุทธเจ้าเสด็จ • เพราะเหตุใด ปฏิทินไทยจึงบอกทั้ง พ.ศ. ปรนิ พิ พาน (ตาย) ครบ ๑ ปี เปน็ พ.ศ. ๑ และ ค.ศ. (แนวตอบ : เพราะ พ.ศ. เปนศักราชของ พระพุทธศาสนา ซ่ึงเปนศาสนาที่คนไทย ¾.È. ñððð สว นใหญน บั ถอื สว น ค.ศ. เปน ศกั ราชสากล ËÁÒ¤ÇÒÁÇ‹Ò ¾Ãо·Ø ¸à¨ŒÒ ที่ใชก นั ท่ัวโลก) àÊ´¨ç »ÃÔ¹¾Ô ¾Ò¹ä»áÅÇŒ 10. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและตอบ คําถามจดุ ประกาย จากหนังสือเรยี น หนา 5 ñ,ððð »‚ ¤ÃºÑ คริสต์ศักราช  หรือ  ค.ศ. เป็นศักราชท่ีนิยมใช้ในโลกตะวันตก 11. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู ี่ 1 จาก ซึ่งนบั ถือครสิ ตศ์ าสนา โดยได้เรมิ่ นับปที ี่พระเยซปู ระสูติ (เกิด) เปน็ หนังสือเรียน หนา 5 ค.ศ. ๑ นอกจากน้ี ในประเทศไทยมีผูน้ ับถอื ศาสนาอสิ ลาม จึงมีการใช้ 12. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานท่ี 1.1 ศักราชของศาสนาอิสลามดว้ ย เรยี กว่า ฮิจเราะหศ์ กั ราช หรือ ฮ.ศ.  เรอื่ ง ทม่ี าของศกั ราช เมอื่ เสรจ็ แลว ใหผ ลดั กนั ซึ่งนิยมใช้ในประเทศที่นับถือศาสนาอิสลาม โดยได้เริ่มนับปีที่ท่าน ตรวจสอบความถูกตอง เนมบกมี กฮุ ะมัไปมยดั งั กเรมะือทงา� เฮมจิดเีนราา1ะเหป์ ็น(กาฮร.ศอ.พ๑ยพโยกยา้ ย) คือ ออกจากเมือง ตรวจสอบผล ๓ 13. ครเู ฉลยคาํ ตอบในใบงานท่ี 1.1 สมาชกิ แตล ะ กลมุ ชว ยกนั แกไขในสว นท่บี กพรอ ง 14. นักเรียนทําแบบฝกฯ เรื่อง ศักราชในชีวิต ประจําวัน และเรื่อง ศักราชสากล จาก แบบฝกฯ ประวตั ิศาสตร ป.3 หนา 2-3 15. นักเรียนทํากิจกรรมรวบยอด ขอ 1. จาก หนังสอื เรียน หนา 9 ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ประเทศไทยเปลี่ยนการปกครองมาเปน ระบอบประชาธิปไตย 1 เมอื งเมดนี า เปน หนงึ่ ในมหานครแหง อสิ ลามทม่ี คี วามสาํ คญั และยง่ิ ใหญร อง ใน พ.ศ. 2475 ตรงกบั ค.ศ. ใด ลงมาจากมหานครเมกกะ นับตั้งแตอดีตกาลมาจนถึงปจจุบัน เปนเมืองที่ทาน นบีมุฮัมมัดอพยพมาจากเมืองเมกกะมาพํานักอยู จึงถือเปนเมืองท่ีสําคัญของ 1. ค.ศ. 1930 ศาสนาอสิ ลามเมอื งหนง่ึ เมอื งเมดนี ามสี ถานทส่ี าํ คญั ทางประวตั ศิ าสตรห ลายแหง 2. ค.ศ. 1931 อาทิ มัสยิดกุบาอ ซึ่งเปนมัสยิดหลังแรกท่ีทานนบีมุฮัมมัดและบรรดาสหาย 3. ค.ศ. 1932 ไดก อสรา งขึน้ 4. ค.ศ. 1933 (วิเคราะหคําตอบ : เราสามารถหาคําตอบไดดวยวิธีการเทียบ ศกั ราช โดยนาํ พ.ศ. ลบดวย 543 จึงได ค.ศ. ออกมา ดังน้ี พ.ศ. 2475 - 543 = ค.ศ. 1932 ดังนั้น ขอ 3. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี ูกตอ ง) T5

นํา สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สรปุ แผนผงั แสดงชว่ งเวลาการกา� เนดิ ศักราชท่สี า� คัญ 1. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั สรปุ วา ไดเ รยี นรอู ะไรบา ง ปจั จบุ นั จากบทเรียนนี้ โดยสรุปเปนขอๆ แลวบันทึก ขอ มูลลงในสมดุ ฮ.ศ. ๑ นบีมฮุ ัมมดั อพยพจากเมอื งเมกกะไปเมืองเมดีนา (ตรงกับปี พ.ศ. ๑๑๖๕) 2. ครตู รวจสอบผลการทาํ กจิ กรรมและความถกู ตอ ง ของคําตอบของนักเรยี นพรอ มใหขอเสนอแนะ ค.ศ. ๑ พระเยซปู ระสูติ (ตรงกับปี พ.ศ. ๕๔๔) เพ่มิ เตมิ พ.ศ. ๑ พระพุทธเจา้ ปรนิ พิ พานครบ ๑ ปี ขน้ั ประเมนิ ๑ ๕๐๐ ๑๐๐๐ ๑๕๐๐ ๒๐๐๐ ๒๕๐๐ 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจใน การตอบคําถามและการนําเสนอผลงานหนา ปฏิทินท่ีใช้ในชีวิตประจ�าวันส่วนใหญ่จะบอก พ.ศ. และ ค.ศ. ชน้ั เรยี นของนกั เรยี น ดงั ตัวอย่างตอ่ ไปน้ี 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม มกราคม ๒๕๖๐ January 2017 พฒั นาการเรยี นรู 3. ครตู รวจแบบฝกฯ 4. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงาน โดยศึกษา แนวทางการวัดและประเมินผล เพ่ือประเมิน ใบงานของนกั เรยี นจากแบบประเมนิ ทแ่ี นบทา ย แผนการจดั การเรยี นรู 123 4567 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 ▲ ปฏทิ นิ ในประเทศไทยส่วนใหญจ่ ะบอกทัง้ พุทธศักราชและคริสตศ์ กั ราช 4 แนวทางการวัดและประเมินผล ขอสอบเนน การคดิ ครูตรวจแบบฝกฯ ใบงาน และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก ศกั ราชใดตอไปนี้เกิดขนึ้ เปน อนั ดบั แรก การตอบคําถาม การนาํ เสนอผลงาน การทาํ งานรายบคุ คล และการทํางานกลุม 1. จลุ ศักราช โดยศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลท่แี นบทายแผนการจดั การเรยี นรู 2. พทุ ธศักราช 3. ครสิ ตศ ักราช แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานกลมุ่ 4. ฮจิ เราะหศักราช (วิเคราะหคําตอบ : จากตัวเลือก ศักราชที่เกิดขึ้นเปนอันดับแรก คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ลงในช่องที่ คาชีแ้ จง : ใหผ้ ู้สอนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องท่ี คอื พทุ ธศักราช สว นครสิ ตศ กั ราชเกิดขึ้นหลังพุทธศกั ราช 543 ป ตรงกับระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ฮจิ เราะหศกั ราชเกดิ ขน้ึ หลังพทุ ธศกั ราช 1,122 ป และจลุ ศกั ราช เกิดขึ้นหลังพุทธศักราช 1,181 ป ดังนั้น ขอ 2. จึงเปนคําตอบ ลาดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน การแสดง การทางาน การมี ทถ่ี กู ตอ ง) 32 32 ความ ตามทไี่ ดร้ ับ สว่ นร่วมใน 1 คิดเหน็ การยอมรบั มอบหมาย ความมี การปรับปรงุ รวม 1 เนอื้ หาละเอียดชัดเจน   ลาดบั ท่ี ชอื่ –สกลุ ฟังผู้อนื่ น้าใจ ผลงานกล่มุ 15 ของนกั เรียน คะแนน 2 ความถกู ตอ้ งของเน้ือหา   1 การแสดงความคดิ เห็น   3 ภาษาท่ใี ช้เขา้ ใจง่าย   2 การยอมรบั ฟังความคิดเหน็ ของผู้อืน่   32132132132132 1 ตวั อยา งแบบประเมนิลงชือ่ ...................................................ผู้ประเมนิ 4 ประโยชน์ท่ไี ดจ้ ากการนาเสนอ .........../................./................  3 การทางานตามหน้าที่ทีไ่ ด้รบั มอบหมาย   5 วิธกี ารนาเสนอผลงาน   4 ความมนี ้าใจ   จากแผนการจัดการเรียนรูเกณฑก์ ารใหค้ ะแนนรวม 5 การตรงต่อเวลา   ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณช์ ดั เจน รวม ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ เป็นสว่ นใหญ่ ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางสว่ น ให้ 3 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ ให้ 1 คะแนน เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ ปฏิบัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน ลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมิน ให้ 1 คะแนน ............../.................../............... ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครัง้ ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบางคร้งั 12-15 ดี เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน 8-11 พอใช้ ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ ให้ 1 คะแนน ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ตา่ กว่า 8 ปรับปรุง 12-15 ดี ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครัง้ 8-11 พอใช้ ตา่ กวา่ 8 ปรบั ปรงุ เกณฑก์ ารตดั สนิ คณุ ภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรุง T6

นาํ นาํ สอน สรุป ประเมนิ ? คา� ถามจดุ ประกาย ขนั้ นาํ ๑. ปฏทิ ินมีประโยชน์ต่อการดา� เนินชีวติ ประจ�าวันอย่างไรบ้าง กระตนุ ความสนใจ ๒. การเรยี นร้เู รอื่ งศักราชมปี ระโยชนอ์ ยา่ งไรบา้ ง ๓. เพราะเหตใุ ด ในปฏิทินของไทยจงึ บอกทัง้ พ.ศ. และ ค.ศ. 1. ครูสุมเรียกนักเรียนใหบอก พ.ศ. และ ค.ศ. ของปปจจุบัน แลวเขียนบนกระดาน จากนั้น กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๑ ใหน ักเรียนชวยกนั บอกวา พ.ศ. และ ค.ศ. มี ๑. ให้นกั เรยี นจัดทา� ปฏทิ นิ ท่รี ะบุทงั้ พุทธศักราชและคริสต์ศักราช คนละ ๑ เดอื น ระยะหางกนั กป่ี  จากนัน้ นา� มาแสดงทห่ี น้าชั้น และรว่ มกันตรวจสอบความถกู ต้องกอ่ นนา� ไปใช้ 2. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา ถา รู พ.ศ. ๒. ร่วมกนั อภปิ รายวา่ ในชวี ิตประจา� วนั ของนักเรียนเก่ียวขอ้ งกับการใช้ พ.ศ. หรือ ค.ศ. แลว ตองการทราบ ค.ศ. หรือ พ.ศ. ตองทําอยางไร และ ค.ศ. หรอื ไม่ อยา่ งไร ขนั้ สอน ๒  วิธกี ารเทยี บศกั ราชแบบต่าง ๆ สํารวจคน หา ¹¡Ñ àÃÕ¹ÌËÙ ÃÍ× äÁÇ‹ ‹Ò »‚à¡Ô´ ¢Í§¹Ñ¡àÃÂÕ ¹µÃ§¡Ñº ¾.È. ã´ 1. นักเรียนศึกษาวิธีการเทียบศักราชแบบตางๆ และตวั อยา งการเทยี บศกั ราชในชวี ติ ประจาํ วนั áÅеç¡ºÑ ¤.È. ã´ จากหนังสือเรียน หนา 5-8 การใช้ศักราชท่ีแตกต่างกันอาจท�าให้เกิดความสับสนได้ ดังน้ัน 2. ครูแนะนําใหนักเรียนสืบคนขอมูลเกี่ยวกับวิธี จึงควรระบุให้ชัดเจนว่าปีที่เราใช้เป็น พ.ศ. หรือ ค.ศ. นอกจากนี้ การเทียบศักราชแบบตางๆ และตัวอยางการ การรวู้ ิธีเทียบศักราชจะช่วยให้ทราบวา่ พ.ศ. ใด ตรงกับ ค.ศ. ใด เทยี บศกั ราชในชวี ติ ประจาํ วนั จากแหลง เรยี นรู อ่นื ๆ เพิ่มเติม ๑)  การเทยี บพุทธศักราชเปนคริสตศ์ กั ราช พระพุทธศาสนาก�าเนิดก่อนคริสต์ศาสนา ๕๔๓ ปี ดังนั้น อธบิ ายความรู ในการเทียบพทุ ธศักราชใหเ้ ป็นคริสตศ์ ักราช ใหล้ บด้วย ๕๔๓ เชน่ 3. ครูสุมนกั เรียน 2-3 คน นําเสนอขอ มูลเกยี่ วกบั พ.ศ. ๒๕๕๑ - ๕๔๓ เท่ากับ ค.ศ. ๒๐๐๘ วธิ ีการเทียบศกั ราชแบบตางๆ 5 4. ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับหลักการเทียบ พุทธศักราชเปนคริสตศักราช และเปดโอกาส ใหน ักเรียนซักถามในสว นทมี่ ีขอสงสยั 5. ครยู กตวั อยา ง พ.ศ. หรอื ค.ศ. อนื่ ๆ ใหน กั เรยี น ชวยกันเทียบศักราช จนนักเรียนเกิดความ เขาใจ จากน้นั ครูใหน ักเรียนสบื คน พ.ศ. เกดิ ของสมาชกิ ในครอบครวั และเทียบเปน ค.ศ. ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู โรคติดเชื้อไวรัสโควิด 2019 (COVID-19) เริ่มตนข้ึนในเดือน ครคู วรใหน ักเรียนฝก เทยี บศกั ราชตา งๆ เชน เทยี บ พ.ศ. เปน ค.ศ. เทยี บ ธันวาคม ค.ศ. 2019 ตรงกับ พ.ศ. ใด ค.ศ. เปน พ.ศ. เทียบ พ.ศ. เปน ฮ.ศ. เทียบ ค.ศ. เปน ฮ.ศ. จนนกั เรียนเกดิ ความชํานาญ ทงั้ น้ี ในการเทยี บควรยกตัวอยา งเหตุการณต างๆ ท่ีเกยี่ วของกบั 1. พ.ศ. 2560 ชีวิตประจําวันมาประกอบ เพื่อใหนักเรียนเขาใจเกี่ยวกับการเทียบศักราชและ 2. พ.ศ. 2561 เห็นความสาํ คญั ของการเทียบศักราชยิ่งขึ้น 3. พ.ศ. 2562 4. พ.ศ. 2563 (วิเคราะหคําตอบ : ถาเราอยากทราบวา โรคติดเช้ือไวรัสโควิด 2019 (COVID-19) เกดิ ข้ึน พ.ศ. ใด ตองใชวธิ ีการเทียบศกั ราช โดยนาํ ค.ศ. มาบวกกบั 543 จึงจะได พ.ศ. ออกมา ดงั น้ี ค.ศ. 2019 + 543 = พ.ศ. 2562 ดงั น้ัน ขอ 3. จึงเปน คําตอบทถี่ กู ตอ ง) T7

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน   ๒)  การเทียบครสิ ต์ศักราช1เปน พุทธศกั ราช ถา้ ตอ้ งการทราบวา่ ค.ศ. นต้ี รงกบั พ.ศ. ใด ใหบ้ วกดว้ ย ๕๔๓ 6. ครูใหนักเรียนรวมกันอภิปรายวาการเทียบ ศักราชมีประโยชนอยา งไร เชน่ ค.ศ. ๒๐๐๐ + ๕๔๓ ตรงกับ พ.ศ. ๒๕๔๓ 7. ครตู ัง้ ประเดน็ คาํ ถาม แลวใหน ักเรยี นชวยกัน การเปลย่ี น พ.ศ. เป็น ค.ศ. ➡ พ.ศ. XXXX  - ๕๔๓ = ค.ศ. XXXX ตอบ การเปลยี่ น ค.ศ. เป็น พ.ศ. ➡ ค.ศ. XXXX  + ๕๔๓ = พ.ศ. XXXX • เพราะเหตใุ ด ขอ มลู ตา งๆ ทบ่ี อกเหตกุ ารณ ของชาวยโุ รปจงึ ใชครสิ ตศ ักราช เม่อื ทราบวิธีเทยี บศักราชแลว้ เราสามารถเทยี บ พ.ศ. กับ ค.ศ. (แนวตอบ : เพราะชาวยุโรปสวนใหญนับถือ ของปตี า่ ง ๆ ได้ เชน่ คริสตศาสนา จึงมีการบันทึกขอมูลโดยใช ครสิ ตศ ักราช) พ.ศ. ๑๗๙๒ - ๕๔๓  ตรงกับ  ค.ศ. ๑๒๔๙ • เพราะเหตใุ ด บนั ทกึ เหตกุ ารณส ว นใหญข อง ค.ศ. ๑๒๔๙ + ๕๔๓  ตรงกบั   พ.ศ. ๑๗๙๒ ไทยจงึ ระบเุ ปน พุทธศกั ราช พ.ศ. ๑๘๙๓ - ๕๔๓  ตรงกบั   ค.ศ. ๑๓๕๐ (แนวตอบ : เพราะคนไทยสวนใหญนับถือ ค.ศ. ๑๓๕๐ + ๕๔๓  ตรงกับ  พ.ศ. ๑๘๙๓ พระพุทธศาสนา จึงบันทึกหรือบอกเลา พ.ศ. ๒๓๒๕ - ๕๔๓  ตรงกบั   ค.ศ. ๑๗๘๒ เหตกุ ารณโดยใชพทุ ธศักราช) ค.ศ. ๑๗๘๒ + ๕๔๓  ตรงกบั   พ.ศ. ๒๓๒๕ พ.ศ. ๒๔๗๕ - ๕๔๓  ตรงกับ  ค.ศ. ๑๙๓๒ 8. ครูยกตวั อยางเหตกุ ารณส ําคัญที่เกดิ ขน้ึ โดย ค.ศ. ๑๙๓๒ + ๕๔๓  ตรงกับ  พ.ศ. ๒๔๗๕ ระบศุ กั ราช ทง้ั ทเี่ ปน พ.ศ. และ ค.ศ. สลบั กนั ไป พ.ศ. ๒๕๕๔ - ๕๔๓  ตรงกับ  ค.ศ. ๒๐๑๑ ค.ศ. ๒๐๑๑ + ๕๔๓  ตรงกับ  พ.ศ. ๒๕๕๔ 9. นกั เรยี นรว มกนั เรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณท เี่ กดิ ขนึ้ โดยครตู รวจสอบวา นกั เรยี นเรยี งลาํ ดบั ไดถ กู ตอ ง 6 หรอื ไม 10. ครูต้ังประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ เชน • นักเรียนสามารถนําการเทียบศักราชไปใช ในชีวิตประจําวนั ไดอ ยา งไร (แนวตอบ : นําไปชวยเรียงลําดับเหตุการณ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ทาํ ใหร วู า เหตกุ ารณใ ดเกดิ ขน้ึ กอ น และเหตุการณใ ดเกิดขนึ้ หลงั ) • ถาใหเทียบศักราชของเหตุการณสําคัญใน ครอบครัว นักเรียนจะเทยี บไดห รือไม และ มวี ธิ ีการเทียบอยา งไร (แนวตอบ : เทียบได โดยนํา พ.ศ. ของ เหตุการณ ลบดวย 543 จะได ค.ศ. หรือนํา ค.ศ. ของเหตุการณ บวกดวย 543 จะได พ.ศ.) นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ 1 คริสตศักราช เขียนยอ วา ค.ศ. เรม่ิ นบั จากปท พี่ ระเยซูประสตู ิ เปน ค.ศ. 1 ขอใดเปน การเทียบศักราชทไี่ มถกู ตอ ง ซึ่งตรงกับพุทธศักราช 544 และมีระยะเวลาหางจากพุทธศักราช 543 ป 1. พ.ศ. 1893 = ค.ศ. 1350 การคาํ นวณเดอื นของ ค.ศ. จะเปน แบบสุรยิ คติ ดังนัน้ วันข้นึ ปใ หมของ ค.ศ. จะ 2. พ.ศ. 2325 = ค.ศ. 1782 ใชวันท่ี 1 มกราคมของทุกป เปนวันเปลี่ยนศักราช นอกจากนี้ คริสตศักราช 3. ค.ศ. 1960 = พ.ศ. 2505 ยงั เปน ศักราชทน่ี ิยมใชอา งอิงเปน สากลท่ัวโลก 4. ค.ศ. 1999 = พ.ศ. 2542 (วเิ คราะหค าํ ตอบ : วธิ กี ารเทยี บ พ.ศ. ไปเปน ค.ศ. จะตอ งนาํ 543 มาลบ เชน พ.ศ. 1893 - 543 = ค.ศ. 1350, พ.ศ. 2325 - 543 = ค.ศ. 1782 สวนวธิ ีเทยี บ ค.ศ. ไปเปน พ.ศ. จะตอ งนํา 543 มาบวก เชน ค.ศ. 1960 + 543 = พ.ศ. 2503, ค.ศ. 1999 + 543 = 2542 ดงั นัน้ ขอ 3. จึงเปน คําตอบที่ถูกตอง) T8

นํา สอน สรปุ ประเมิน ? คา� ถามจดุ ประกาย ขนั้ สอน ๑. เพราะเหตุใด ขอ้ มลู ทีบ่ อกเหตกุ ารณข์ องชาวยุโรปจึงใชค้ ริสต์ศักราช 11. สมาชิกในแตละกลุมผลัดกันอธิบายความรู ๒. เพราะเหตใุ ด บนั ทกึ เหตกุ ารณส์ ่วนใหญ่ของไทยจึงระบเุ ปน็ พุทธศักราช ตามทีศ่ กึ ษา และซกั ถามขอสงสัยจนสมาชิก ในกลุมมีความรูความเขาใจตรงกัน จากน้ัน กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ่ี ๒ รว มกันสรุปวธิ กี ารเทียบศักราช ดงั น้ี ๑. เปรียบเทียบพุทธศักราชปจั จุบันใหเ้ ป็นครสิ ตศ์ กั ราช • การเทยี บพทุ ธศกั ราชเปนครสิ ตศ กั ราช ๒. เปรยี บเทยี บพุทธศักราชต่อไปน้ีใหเ้ ป็นคริสต์ศกั ราช • การเทียบครสิ ตศักราชเปนพทุ ธศกั ราช ๑) พ.ศ. ๒๐๐๐ ๒) พ.ศ. ๑๖๗๘ ๓) พ.ศ. ๑๘๙๕ 12. นักเรียนทําใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การเทียบ ๓. เปรียบเทยี บครสิ ต์ศกั ราชตอ่ ไปนี้ใหเ้ ป็นพุทธศกั ราช ศักราช เปนรายบุคคล เม่อื เสรจ็ แลว ใหต รวจ ความเรยี บรอ ยกอนนาํ สง ครตู รวจ ๑) ค.ศ. ๒๐ ๒) ค.ศ. ๑๑๒๕ ๓) ค.ศ. ๑๙๙๙ ขยายความเขา้ ใจ ๓ ตวั อย่างการเทยี บศักราชในชวี ิตประจ�าวันของเรา 13. ครตู ง้ั ประเดน็ คาํ ถามใหน กั เรยี นรว มกนั แสดง ตา่ ง ๆในชเชีว่นติ ปปรฏะจิทา� นิ ว1นั หนเรงั าสเือหพ็นมิกาพร์ ใปช้า้ ยพโ.ฆศ.ษณแลาะหคา.กศศ.กึ ปษนากเรนั อื่ ใงนรสา่อืว ความคดิ เห็นเพอื่ ขยายความเขา ใจ เชน ต่าง ๆ ทั้งเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตัวเรา ครอบครัวของเรา โรงเรียน • ถาใหนักเรียนจัดทําปฏิทินเพ่ือนํามาใชใน และชุมชนของเราแล้ว การรับรู้ว่าเร่ืองท่ีส�าคัญ ๆ นั้นเกิดเม่ือปี ชวี ติ ประจาํ วนั 1 ฉบบั นกั เรยี นจะมขี น้ั ตอน ศักราชใด ช่วยให้เราเข้าใจเร่ืองราวท่ีเกิดได้ชัดเจนยิ่งข้ึน และ ในการจดั ทาํ อยา งไรบา ง เรียงล�าดบั เรื่องราวที่เกิดข้ึนก่อนหลงั ได้ถูกต้อง • ถานักเรียนมีเพื่อนเปนชาวคริสตและชาว มุสลิม นักเรียนจะสามารถเทียบอายุของ ตวั อย่างการเทยี บศักราชในชวี ติ ประจ�าวันของเรา เพอ่ื น จาก ค.ศ. และ ฮ.ศ. เปน พ.ศ. ได หรือไม อยา งไร พ.ศ. ตรงกบั ค.ศ. เรื่องราวหรือเหตกุ ารณ์ส�าคัญท่เี กดิ ขนึ้ • นกั เรยี นมวี ธิ บี นั ทกึ เหตกุ ารณส าํ คญั ทผี่ า นมา ของตนเองในแตล ะปอยา งไรบาง ๒๕๔๓ ๒๐๐๐ - ปเี กิดของเรา (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดลุ ยพินจิ ของครูผสู อน) 14. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและตอบ คาํ ถามจดุ ประกาย จากหนงั สอื เรยี น หนา 7-8 15. นักเรียนทํากิจกรรมพัฒนาการเรียนรูที่ 2 และ 3 จากหนังสือเรียน หนา 7-8 ๒๕๔๖ ๒๐๐๓ - คณุ ยา่ เสยี ชีวิต - เข้าเรียนท่ีโรงเรียนอนบุ าล 7 ขอ สอบเนน การคิด นักเรียนควรรู รัชกาลท่ี 1 ทรงสถาปนากรุงรัตนโกสินทรข้ึนเปนราชธานีใน 1 ปฏิทิน ภาษาอังกฤษใชคําวา Calendar เราใชปฏิทินสําหรับดูวัน เดือน พ.ศ. 2325 เหตุการณนีต้ รงกบั ค.ศ. ใด ป วันหยดุ หรอื วนั สําคญั ตางๆ และใชก ําหนดนดั หมายในการทาํ กิจกรรมตา งๆ ปฏิทินมีหลายรปู แบบ เชน แบบฉีก แบบแขวน แบบตัง้ โตะ แบบดจิ ิทลั จาก 1. ค.ศ. 1780 หลักฐานทางโบราณคดที คี่ น พบ เช่อื กันวา ชนชาติแรกท่ีคิดคนระบบการนับวัน 2. ค.ศ. 1782 แบบปฏทิ นิ คอื ชาวบาบโิ ลเนยี พวกเขากาํ หนดวนั เดอื น ป โดยสงั เกตจากระยะ 3. ค.ศ. 1785 ตางๆ ของดวงจันทร ซึ่งก็คือการสังเกตขางข้ึนและขางแรม โดยเมื่อเกิด 4. ค.ศ. 1789 ขา งข้นึ และขางแรมครบ 1 รอบ ถือเปน 1 เดือน ปฏทิ นิ แบบนเี้ รียกวา ปฏทิ นิ จันทรคติ และพวกเขายังกําหนดให 1 ป มี 12 เดอื นอกี ดว ย โดยเมือ่ ใดทเี่ กดิ (วิเคราะหคําตอบ : เราสามารถใชวิธีการเทียบศักราชได โดยนํา ขางข้ึนและขางแรมครบ 12 รอบ ฤดูกาลก็จะเวียนกลับมาอีกครั้งและถือเปน พ.ศ. มาลบกับ 543 จงึ จะได ค.ศ. ดงั น้ี พ.ศ. 2325 - 543 = ค.ศ. ครบรอบ 1 ป 1782 ดังนนั้ ขอ 2. จึงเปน คาํ ตอบท่ีถูกตอ ง) T9

นํา สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน พ.ศ. ตรงกบั ค.ศ. เรื่องราวหรือเหตุการณ์สา� คัญท่เี กดิ ขึ้น 16. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ และวเิ คราะห ๒๕๔๗ ๒๐๐๔ - น้องชายของเราเกิด หาคําตอบของคําถามบูรณาการสูชีวิต จาก หนังสอื เรียน หนา 9 ๒๕๔๘ ๒๐๐๕ - นา�้ ท่วมโรงเรยี นตอนเรียนช้ันอนุบาล ๓ - ได้รางวัลหนูนอ้ ยสุขภาพดี 17. ครูและนักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็น เก่ยี วกบั ความสาํ คญั ของการเทยี บศักราช ๒๕๔๙ ๒๐๐๖ - ไฟไหม้รา้ นคา้ ทีต่ ลาดใกล้บา้ น - อาคารใหมข่ องโรงเรยี นสร้างเสรจ็ 18. ครูใหนักเรียนใชปเกิดของตนเอง (พ.ศ.) เทียบศักราชกับ ค.ศ. และ ฮ.ศ. จากน้ัน ๒๕๕๐ ๒๐๐๗ - นง่ั รถไฟไปเท่ียวเชียงใหมก่ ับพ่อแมแ่ ละน้องชาย ใหอาสาสมัครนักเรียนออกมาเขียนอธิบาย - ไปเยี่ยมคุณตาทต่ี ่างจังหวัด และมเี พือ่ นเลน่ ใหม่ชอ่ื หนูแดง วิธีการเทียบศักราชที่หนาชั้นเรียน จากนั้น ใหนักเรียนคนอื่นๆ ตรวจสอบผลการเทียบ ๒๕๕๑ ๒๐๐๘ - พอ่ ยา้ ยไปทา� งานทจ่ี งั หวดั สงขลา แมก่ บั พวกเรายงั อยทู่ บี่ า้ นเดมิ ศักราชของตนเอง - มผี ู้อ�านวยการโรงเรยี นคนใหม่ 19. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ เกย่ี วกบั การเทยี บพทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ ๒๐๐๙ - พ่อย้ายกลบั มาทา� งานท่เี ดมิ ครอบครัวไดอ้ ย่ดู ้วยกัน และครสิ ตศ กั ราชเปน ฮิจเราะหศ ักราช ดงั น้ี • พ.ศ. - 1164 = ฮ.ศ. ? คา� ถามจดุ ประกาย • ค.ศ. - 621 = ฮ.ศ. • ฮ.ศ. + 1164 = พ.ศ. ๑. เพราะเหตใุ ด เราจึงต้องเรียนรเู้ กย่ี วกับการเทียบศกั ราช • ฮ.ศ. + 621 = ค.ศ. ๒. ถ้าให้เทียบศักราชปเี กิดของสมาชิกในครอบครัว นักเรยี นจะเทียบไดห้ รือไม่ 20. นักเรียนแตละกลุมรวมกันทําใบงานที่ 2.2 และมีวิธกี ารเทยี บอย่างไร เรื่อง การเทียบศักราชแบบตางๆ เม่ือเสร็จ ๓. การเรียนรู้ เรื่อง การเทียบศกั ราชมปี ระโยชน์ตอ่ การล�าดับเหตกุ ารณ์ หรอื ไม่ เพราะเหตุใด แลว ใหผลดั กันตรวจสอบความถูกตอ ง กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๓ 21. นักเรียนทําแบบฝกฯ เรื่อง การเทียบศักราช จากแบบฝกฯ ประวัตศิ าสตร ป.3 หนา 4 ๑. สอบถามพ่อแม่วา่ มเี หตกุ ารณส์ า� คญั ใดเกดิ ข้นึ ในครอบครวั บ้าง และเกดิ ขึ้นใน ปีใด แล้วบันทกึ ลงในสมดุ ตรวจสอบผล ๒. เรียงลา� ดับเหตุการณท์ กี่ �าหนดให้ตามลา� ดบั ก่อนและหลงั ๑) ปรานเี กิดเม่อื พ.ศ. ๒๕๑๘ 22. ครแู ละนกั เรยี นรว มกนั เฉลยใบงานท่ี 2.2 และ ๒) เม่อื ค.ศ. ๑๙๙๔ วชิ ยั จบการศึกษาจากสหรฐั อเมริกา 1 ชมเชยกลุมที่ทําใบงานไดถูกตอง เพื่อเปน การเสรมิ กําลงั ใจ ๓) ปรานเี ข้าทา� งานครั้งแรกเม่อื พ.ศ. ๒๕๔๑ ๔) ลกู ชายของปรานีเกิดเมือ่ ค.ศ. ๒๐๐๒ 23. นักเรียนรวมกันสรุปวิธีการเทียบศักราชแบบ ๕) นา้� ทว่ มบา้ นปรานีเมอ่ื พ.ศ. ๒๕๓๘ ตางๆ และบอกแนวทางในการนําความรู เรอื่ ง การเทยี บศกั ราช ไปใชใ นชวี ติ ประจาํ วนั 8 นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ 1 สหรฐั อเมริกา มชี ่ือภาษาองั กฤษวา United States of America เขยี นยอ ณัฐเกดิ พ.ศ. 2550 ตรงกับ ค.ศ. ใด วา USA เปนสหพันธสาธารณรัฐ ประกอบดวยรัฐ 50 รัฐ ต้ังอยูในทวีป 1. ค.ศ. 2000 อเมรกิ าเหนอื มพี รมแดนติดตอกับประเทศแคนาดาและเม็กซโิ ก สหรัฐอเมริกา 2. ค.ศ. 2005 มีประชากรราว 328 ลานคน (ขอมูลเมื่อ พ.ศ. 2563) ทําใหมีประชากรมาก 3. ค.ศ. 2007 เปนอันดับท่ี 3 ของโลก รองจากจีนและอินเดีย สหรัฐอเมริกาเปนประเทศ 4. ค.ศ. 2009 ที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติและวัฒนธรรม เมืองหลวงของประเทศ คือ (วิเคราะหคําตอบ : เราสามารถหาคําตอบไดดวยวิธีการเทียบ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. และนครใหญสุด คือ นครนิวยอรก สหรัฐอเมริกาเปน ศนู ยก ลางการคา ทส่ี าํ คญั ของโลกและเปน ชาตมิ หาอาํ นาจของโลกในหลายดา น ศักราช โดยนํา พ.ศ. ลบดวย 543 จึงได ค.ศ. ออกมา ดังนี้ พ.ศ. เชน ดานการทหาร ดานเศรษฐกิจ ดานกีฬา 2550 - 543 = ค.ศ. 2007 ดงั น้นั ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง) T10

นํา สอน สรปุ ประเมนิ กจิ กรรมรวบยอด ขน้ั สอน ๑. สา� รวจวัน เดอื น ปีเกดิ ของสมาชิกในครอบครัว แล้วบนั ทึกลงในสมดุ จากน้นั 24. นกั เรียนทาํ กิจกรรมรวบยอด ขอ 2.-3. จาก เทียบเปน็ ค.ศ. ใหถ้ กู ตอ้ ง หนังสอื เรียน หนา 9 ๒. เทียบ พ.ศ. กบั ค.ศ. ตามท่ีไดเ้ รยี นรู้มา แลว้ บนั ทึกขอ้ มูลลงในสมดุ 25. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอดท่ี 1.1 จากแบบวดั ฯ ๑) “ พอ่ ขุนศรีอินทราทิตยเ์ ป็นกษตั ริยค์ รองกรงุ สโุ ขทัยเม่ือราว พ.ศ. ๑๗๙๒” ประวัตศิ าสตร ป.3 หนา 3-5 ตรงกับ ค.ศ. ใด 26. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น เรอื่ ง ศกั ราช ๒) “ส มเดจ็ พระนเรศวรมหาราช ทรงปกครองกรุงศรอี ยุธยาในระหว่าง พ.ศ. ในชวี ติ ประจําวัน จากแผนการจดั การเรยี นรู ๒๑๓๓-๒๑๔๘” ตรงกบั ค.ศ. ใด ขน้ั สรปุ ๓) “ สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน (ASEAN) ต้ังขน้ึ เมื่อ ค.ศ. ๑๙๖๗” ตรงกบั พ.ศ. ใด 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาไดเรียนรูอะไร บางจากบทเรียนน้ี โดยสรุปเปนขอๆ แลว ๔) “ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บนั ทึกขอมลู ลงในสมดุ บรมนาถบพติ ร ทรงพระราชสมภพเม่อื พ.ศ. ๒๔๗๐” ตรงกบั ค.ศ. ใด 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ๕) “ ประเทศญี่ปุ่นประสบกับภัยพิบัติสึนามิคร้ังใหญ่ใน ค.ศ. ๒๐๑๑” ตรงกับ ถูกตองของคาํ ตอบของนักเรียน พรอมใหขอ พ.ศ. ใด เสนอแนะเพิม่ เตมิ ๓. เขียนบันทกึ เหตกุ ารณส์ �าคัญทผี่ ่านมาของตนเองในแตล่ ะปลี งในสมุด จากน้ัน ขน้ั ประเมนิ เปรยี บเทียบเปน็ ค.ศ. ให้ถูกตอ้ ง 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ ค�าถามบูรณาการสูช่ วี ติ ในการตอบคาํ ถามและการนาํ เสนอผลงานหนา ชนั้ เรยี นของนักเรยี น ๑. ถา้ นักเรยี นมีเพือ่ นนบั ถือศาสนาครสิ ต์ นักเรียนจะสามารถเทียบอายขุ องเพอ่ื น จาก ค.ศ. เปน็ พ.ศ. ได้หรือไม่ อยา่ งไร 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม พัฒนาการเรยี นรู ๒. นักเรียนมวี ธิ บี ันทกึ เหตุการณส์ า� คัญทีผ่ ่านมาของตนเองในแต่ละปีอย่างไรบ้าง 3. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง ศักราช 9 ในชวี ติ ประจําวนั จากแผนการจดั การเรยี นรู แลว นาํ ผลมาเปรยี บเทยี บกบั แบบทดสอบกอ น เรยี น เพื่อดูพัฒนาการของนักเรียน 4. ครตู รวจแบบวัดฯ 5. ครตู รวจแบบฝกฯ 6. ครตู รวจสอบผลจากการทาํ ใบงาน โดยศกึ ษา แนวทางการวัดและประเมนิ ผล เพอ่ื ประเมิน ใบงานของนักเรียนจากแบบประเมินท่ีแนบ ทา ยแผนการจดั การเรียนรู ขอสอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล ถา ปป จจบุ ัน คอื ค.ศ. 2020 พทั ธบ อกวาตนเองอายุ 10 ขวบ ครูตรวจแบบฝกฯ แบบวัดฯ และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก แสดงวา พัทธเกดิ พ.ศ. ใด การตอบคําถาม การนาํ เสนอผลงาน การทํางานรายบุคคล และการทาํ งานกลุม โดยศึกษาแนวทางการวดั และประเมนิ ผลทแี่ นบทา ยแผนการจดั การเรียนรู 1. พ.ศ. 2552 2. พ.ศ. 2553 แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทางานรายบคุ คล แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 3. พ.ศ. 2554 4. พ.ศ. 2555 คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้สอนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในช่องที่ คาช้ีแจง : ใหผ้ ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ลงในชอ่ งท่ี คาชี้แจง : ให้ผ้สู อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ลงในชอ่ งที่ ตรงกบั ระดับคะแนน (วิเคราะหคาํ ตอบ : ถา ปป จจบุ นั คอื ค.ศ. 2020 พทั ธบ อกวา ตนเอง ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกับระดับคะแนน อายุ 10 ขวบ แสดงวาพทั ธเกดิ ค.ศ. 2010 ซึง่ ตรงกบั พ.ศ. 2553 ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ลาดับท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 รายการประเมนิ ระดับคะแนน ดงั นน้ั ขอ 2. จึงเปน คาํ ตอบทถี่ กู ตอ ง) 1 เนื้อหาละเอยี ดชดั เจน 32  32 คุณลกั ษณะ 321 อนั พงึ ประสงค์ด้าน  2 ความถูกต้องของเน้ือหา   1 การแสดงความคดิ เหน็   1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาติได้ 3 ภาษาท่ีใช้เขา้ ใจง่าย   2 การยอมรับฟังความคดิ เหน็ ของผอู้ ื่น   กษัตรยิ ์ 1.2 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีส่ ร้างความสามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 4 ประโยชนท์ ี่ไดจ้ ากการนาเสนอ   3 การทางานตามหน้าที่ท่ไี ด้รบั มอบหมาย   5 วธิ กี ารนาเสนอผลงาน   4 ความมีน้าใจ   2. ซือ่ สตั ย์ สุจรติ ต่อโรงเรียน 5 การตรงต่อเวลา   3. มีวนิ ัย รับผดิ ชอบ 1.3 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนบั ถือ ปฏบิ ัติตามหลกั ศาสนา รวม 4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมท่ีเกยี่ วกับสถาบันพระมหากษัตริย์ตามที่โรงเรยี นจดั ขน้ึ รวม 2.1 ให้ข้อมลู ท่ถี ูกต้องและเป็นจรงิ ตวั อยา งแบบประเมินลงชอ่ื ...................................................ผปู้ ระเมนิ 5. อยอู่ ยา่ งพอเพียง 2.2 ปฏบิ ัติในสิง่ ท่ถี ูกต้อง .........../................./................ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ ข้อบังคับของครอบครัว จากแผนการจัดการเรยี นรูเกณฑ์การใหค้ะแนน ให้ 3 คะแนน ลงช่อื ...................................................ผ้ปู ระเมนิ 6. มงุ่ ม่ันในการทางาน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ 7. รักความเป็นไทย มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบรู ณ์ชัดเจนให้ 1 คะแนน 8. มจี ติ สาธารณะ 4.1 รู้จกั ใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์และนาไปปฏบิ ัติได้ ผลงานหรอื พฤติกรรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ ส่วนใหญ่ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน 4.2 รูจ้ ักจัดสรรเวลาให้เหมาะสม ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมินบางสว่ นเกณฑ์การตดั สินคุณภาพ ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอย่างสม่าเสมอ ให้ 2 คะแนน 4.3 เชอ่ื ฟงั คาส่ังสอนของบิดา-มารดา โดยไม่โต้แย้ง ให้ 1 คะแนน 4.4 ตัง้ ใจเรยี น ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครัง้ 5.1 ใชท้ รัพย์สินและสงิ่ ของของโรงเรียนอยา่ งประหยัด ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง 5.2 ใช้อปุ กรณ์การเรยี นอยา่ งประหยัดและรูค้ ุณค่า 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเก็บออมเงนิ 12-15 ดี เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ 6.1 มีความตงั้ ใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย 6.2 มีความอดทนและไม่ท้อแทต้ อ่ อุปสรรคเพ่ือใหง้ านสาเรจ็ 8-11 พอใช้ ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ 7.1 มีจติ สานึกในการอนุรักษว์ ัฒนธรรมและภูมปิ ญั ญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย ต่ากว่า 8 ปรับปรงุ 12-15 ดี 8.1 รจู้ กั ช่วยบิดา-มารดา ผปู้ กครอง และครูทางาน 8.2 รู้จักการดูแลรกั ษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่งิ แวดลอ้ มของห้องเรียนและ โรงเรียน 8-11 พอใช้ ลงชือ่ ...................................................ผปู้ ระเมิน ต่ากวา่ 8 ปรบั ปรงุ ............../.................../................ เกณฑ์การให้คะแนน พฤติกรรมทีป่ ฏบิ ตั ชิ ัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมทป่ี ฏิบตั ชิ ดั เจนและบ่อยครง้ั ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏบิ ัติบางคร้งั ให้ 1 คะแนน T11

นํา นาํ สอน สรุป ประเมิน ขนั้ นาํ òº··Õè àáÃÅè×ÍЧªÃØÁҪǹÊÒí ¤ÑޢͧâçàÃÂÕ ¹ กระตุ้นความสนใจ แนวคดิ ส�าคญั 1. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น เรอื่ ง เรอื่ งราว • ¡Ò䌹¤ÇŒÒàÃè×ͧÃÒǵ‹Ò§ æ Í‹ҧÁÕÃкºáÅÐ໚¹¢éѹµÍ¹ ª‹ÇÂãËŒàÃè×ͧÃÒÇ·èÕ สําคัญของโรงเรียนและชุมชน จากแผนการ ¤Œ¹¤ÇŒÒÁÕ¤ÇÒÁ¶¡Ù µŒÍ§áÅй‹ÒàªÍ×è ¶×Í จัดการเรียนรู • ¡Ò乌 ¤ÇÒŒ à˵¡Ø Òóʏ Òí ¤ÞÑ ã¹ªÁØ ª¹áÅÐâçàÃÂÕ ¹ ·Òí ãËÃŒ ¤ŒÙ ÇÒÁ໹š ÁҢͧªÁØ ª¹ 2. นักเรียนดูภาพ จากหนังสอื เรียน หนา 10 แลว áÅÐâçàÃÂÕ ¹ áÅÐà¡Ô´¤ÇÒÁÀÒ¤ÀÙÁÔã¨ã¹·ŒÍ§¶Ô¹è áÅÐâçàÃÕ¹ ชวยกันบอกวา จากภาพ เกิดเหตุการณอะไร ข้ึนในโรงเรียน และมีผลกระทบตอบุคคลใน • ¡ÒÃÅÒí ´ºÑ à˵¡Ø ÒÃ³ä ´¶Œ ¡Ù µÍŒ § ·Òí ãËàŒ Ë¹ç ¤ÇÒÁµÍ‹ à¹Íè× §¢Í§à˵¡Ø ÒóᏠÅÐà˹ç ÇÒ‹ โรงเรียนอยางไร à˵¡Ø Ò󏵋ҧ æ ÁÕ¤ÇÒÁà¡ÂÕè Ç¢ŒÍ§¡¹Ñ 3. ครูใหน ักเรยี นรอ งเพลง โรงเรียนของเรานาอยู กจิ กรรมน�าสกู่ ารเรียน พรอ มกนั 2 รอบ จากนั้นใหนักเรียนแตล ะคน บอกเหตผุ ลวา เพราะเหตใุ ด นกั เรียนจงึ ชอบ ภาพน�า้ ท่วมโรงเรยี น จงั หวัดพิจติ ร เมื่อ พ.ศ. ๒๕๕๓ มาโรงเรียน จากภาพ เกดิ เหตกุ ารณ์ส�าคัญอะไรข้นึ ในโรงเรียน 4. ครูต้ังประเด็นคําถามเกี่ยวกับโรงเรียนให และมีผลกระทบตอ่ บคุ คลในโรงเรียนอยา่ งไร นกั เรยี นชวยกันตอบ เชน • โรงเรยี นของเราตงั้ ขึน้ มาก่ีป 1๐ • โรงเรยี นของเรามคี รแู ละนกั เรียนก่ีคน • โรงเรียนของเราเคยเปล่ียนช่ือโรงเรียนบาง หรอื ไม • โรงเรยี นของเรามเี รอื่ งราวสาํ คญั อะไรเกดิ ขนึ้ บาง 5. ครเู ปด โอกาสใหน กั เรยี นตอบอยา งอสิ ระ จากนนั้ ครูอธิบายเพื่อเชื่อมโยงใหนักเรียนเขาใจวา โรงเรียนเปนสถานที่ที่มีความสําคัญ หาก ตองการรูเรื่องราวตางๆ ของโรงเรียนจะตอง รูจักสืบคนและรวบรวมขอมูลตางๆ ของ โรงเรียน 6. ครูใหนักเรียนบอกช่ือหมูบานหรือช่ือชุมชนท่ี นักเรียนอาศัยอยู โดยครูเขียนรวบรวมชื่อบน กระดาน จากน้ันครูใหน ักเรยี นทรี่ จู กั ที่มาของ ช่ือหมูบานหรือช่ือชุมชนของตนเองมาเลาให เพ่อื นฟง เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูจัดกระบวนการเรียนรโู ดยการใหนักเรียน ก. ตคี วามขอ มูลและหลักฐาน ข. ตรวจสอบขอมลู และหลักฐาน • สาํ รวจขอ มลู ค. รวบรวมขอมูลและหลักฐาน ง. กาํ หนดหวั ขอ ทต่ี อ งการจะศกึ ษา • วเิ คราะหขอ มลู • เชือ่ มโยงนําความรูไปใช “สัญชัยนําขอมูลและหลักฐานท่ีไดมาตรวจสอบความถูกตอง • วเิ คราะหจากประเด็นคาํ ถามและภาพ และความนา เช่อื ถอื ” หมายถึงขั้นตอนใด เพ่ือวัตถปุ ระสงคใ ด จนเกิดเปนความรูความเขาใจวา การศึกษาเหตุการณสําคัญของโรงเรียน และชุมชนตองอาศัยหลักฐานจากแหลงขอมูลตางๆ และตองใชความรูเร่ือง 1. ก. เพื่อใหไ ดข อ มลู ท่ีใหผลดีตอตนเอง ชว งเวลาประกอบดวย เพอื่ ใหส ามารถเรยี งลาํ ดับเหตกุ ารณไดถูกตอง 2. ข. เพอ่ื ใหไดข อ มลู ทีถ่ กู และเปน หมวดหมู 3. ค. เพอ่ื ใหไดข อมลู ท่ีไมมขี อ ตาํ หนิ เพลง โรงเรียนของเรานา อยู 4. ง. เพื่อใหไดขอ มูลทม่ี ีความสมบรู ณท ่สี ดุ โรงเรยี นของเรานา อยู คณุ ครูใจดีทกุ คน (วเิ คราะหค ําตอบ : การตรวจสอบขอ มลู และหลกั ฐาน คอื การนาํ เด็กๆ กไ็ มซุกซน พวกเราทกุ คนชอบมาโรงเรียน ขอมูลและหลักฐานที่ไดมาตรวจสอบความถูกตองและความ ชอบมา ... ชอบมาโรงเรียน (ซาํ้ ) นา เชอ่ื ถอื และยงั สามารถจดั ขอ มลู และหลกั ฐานเปน หมวดหมตู า งๆ ไดอยางเปน ระบบ ดงั นัน้ ขอ 2. จึงเปน คาํ ตอบท่ีถกู ตอง) T12

นาํ สอน สรุป ประเมนิ การรูจ้ กั วธิ กี ารค้นคว้าเรอ่ื งราวต่าง ๆ โดยใชห้ ลักฐานทม่ี ีความ ขน้ั สอน เก่ียวข้องและน่าเชื่อถือ ท�าให้เรื่องราวท่ีเราค้นคว้ามีความถูกต้อง และน่าเช่ือถือ สาํ รวจคน้ หา การค้นคว้าและเรียนรู้เร่ืองราวส�าคัญของโรงเรียนและชุมชน 1. ครูตงั้ ประเดน็ คาํ ถามถามนักเรียนวา ทา� ใหเ้ รารจู้ กั ชมุ ชนและโรงเรยี นของเรามากขน้ึ ทา� ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ • การเรยี นรเู รอื่ งราวสาํ คญั ในอดตี ของโรงเรยี น ผูกพนั และรูส้ ึกภาคภูมิใจในชุมชนของเรา หรือชุมชนมปี ระโยชนอ ยางไร (แนวตอบ : ทําใหทราบเรื่องราวในอดีตและ ๑  โรงเรียนและชุมชนของเรา เกิดความภาคภูมิใจ ทําใหนําเร่ืองราวใน อดีตมาเปนบทเรยี นในปจจุบันได) ในการค้นหาเรื่องราวท่ีเกี่ยวข้องกับโรงเรียนและชุมชนของเรา มีวิธี ดังนี้ 2. นักเรียนรวมกันอภปิ รายวา ในการสืบคนเร่ือง ราวที่เก่ียวของกับโรงเรียนและชุมชนมีวิธีการ ๑)  ตั้งค�าถาม  เช่น โรงเรียนตั้งข้ึนเมื่อใด มีเหตุการณ์ส�าคัญ อยา งไรบา ง อะไรบา้ ง สถานทสี่ �าคญั ของชมุ ชนคอื ที่ใด ประเพณสี �าคญั ของชมุ ชน คืออะไร 3. ครใู หน กั เรยี นศกึ ษาขอ มลู เกย่ี วกบั วธิ กี ารสบื คน เรอื่ งราวทเ่ี กย่ี วขอ งกบั โรงเรยี นและชมุ ชน และ จากตัวอย่างหัวขอ้ น้ี นกั เรียนสามารถนา� มาตง้ั ค�าถามเพอ่ื การลําดับเหตุการณสําคัญของโรงเรียนและ เป็นหวั ข้อในการค้นหาเรอื่ งราวของโรงเรยี นและชมุ ชน เช่น ชุมชนตามชวงเวลา จากหนังสือเรียน หนา 11-17 โรงเรียนของเรา • โรงเรยี นของเราตง้ั ขึน้ เม่อื พ.ศ. ใด • ปจั จุบนั โรงเรยี นของเราต้ังข้นึ มากป่ี แี ลว้ • โรงเรียนของเราเคยเปล่ียนช่อื โรงเรยี นบา้ งหรือไม่ • ในปแี รกท่ีเปิดสอนมีจ�านวนครูและนักเรียนกคี่ น • ตงั้ แต่กอ่ ต้งั โรงเรยี นมา โรงเรยี นของเรามผี อู้ า� นวยการโรงเรยี นทง้ั หมดก่ีคน และมชี ่อื ว่า อะไร • ต้งั แตก่ ่อต้ังโรงเรยี นมา มีอะไรเปล่ียนแปลงไปบา้ ง เช่น น้�าท่วมโรงเรยี น มีการสร้างตึก ใหม่ ๆ มกี ารถมบอ่ น้า� • เรอ่ื งราวส�าคัญของโรงเรยี นมีอะไรบา้ ง เชน่ ไดร้ บั รางวลั นกั เรียนไดไ้ ปแขง่ ขันกีฬา 11 ขอ สอบเนน การคิด เกร็ดแนะครู ก. ตคี วามขอ มูลและหลกั ฐาน ข. ตรวจสอบขอ มูลและหลักฐาน ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การคนควาและเรียนรูเร่ืองราวสําคัญของ ค. รวบรวมขอมูลและหลกั ฐาน ง. กาํ หนดหวั ขอ ทต่ี อ งการจะศกึ ษา โรงเรยี นและชมุ ชนจะทาํ ใหเ รารจู กั ชมุ ชนและโรงเรยี นของเรามากขนึ้ ทาํ ใหเ กดิ ความรสู กึ ผกู พนั และรสู กึ ภาคภมู ใิ จในโรงเรยี นและชมุ ชนของตนเอง และขน้ั ตอน “วันชัยนําขอมูลที่ไดมาวิเคราะหวา ไดเรียนรูอะไรบางจาก แรกที่จะทําใหการคนควาและเรียนรูเร่ืองราวสําคัญของโรงเรียนและชุมชนไดดี ขอ มูลและนาํ มาสรปุ ” หมายถึงข้นั ตอนใด เพอื่ วตั ถุประสงคใด ก็คอื การตง้ั คาํ ถาม เพราะการตั้งคําถามเปน การกาํ หนดหวั ขอ ขอบขาย หรือ เปา หมายท่ตี องการจะเรียนรูไ วอ ยา งชัดเจน 1. ก. เพอ่ื ใหนาํ ขอมลู มาสรปุ เปนเนอ้ื หา 2. ข. เพ่อื ใหอ ยใู นขอบเขตตามประเดน็ ที่ตงั้ ไว T13 3. ค. เพอื่ ใหไ ดข อ มูลท่ถี กู และตรงประเดน็ 4. ง. เพอ่ื ใหไ ดเร่อื งราวที่ถูกและเปนท่ียอมรับ (วิเคราะหคําตอบ : การตีความขอมูล คือ การนําขอมูลท่ีไดมา วิเคราะหวาไดเรียนรูอะไรบางจากขอมูลท่ีไดมา และนํามาสรุป เปนเนื้อหาสาระท่ีเปนใจความสําคัญเพ่ือใชในการนําเสนอขอมูล ตอไป ดงั นัน้ ขอ 1. จึงเปนคาํ ตอบทถี่ ูกตอ ง)

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สอน ชมุ ชนของเรา • ชมุ ชนของเราช่อื อะไร ทา� ไมจึงมชี ่ือเช่นน้นั อธิบายความรู้ • ชุมชนนต้ี งั้ ข้นึ มาตงั้ แตเ่ มื่อใด • มีสถานทส่ี �าคญั อะไรบา้ ง 4. ครสู มุ นักเรยี น 4 คน โดย 2 คนแรก นาํ เสนอ • มปี ระเพณี เทศกาล หรอื อาหารประจา� ท้องถ่นิ อะไรบ้าง เก่ียวกับวิธีการสืบคนเรื่องราวท่ีเกี่ยวของกับ • คนในชมุ ชนอาศยั กนั มาต้งั แต่เม่อื ใด โรงเรียนและชุมชน สวนอีก 2 คน นําเสนอ • มคี วามหลากหลายทางเชอื้ ชาตแิ ละศาสนาหรอื ไม่ เชน่ มที ง้ั คนไทย คนจนี คนลาว คนมอญ1 เกย่ี วกบั การลาํ ดบั เหตกุ ารณส าํ คญั ของโรงเรยี น • ใครคือบคุ คลส�าคัญในท้องถ่ิน มีผลงานอะไรบา้ ง และชมุ ชน • ใครเปน็ ผนู้ �าชุมชนในปัจจบุ ัน 5. ครูอธิบายเพิ่มเติมวา ในการสืบคนเร่ืองราว àÁèÍ× àÃÒ·ÃÒº ในอดีตที่เก่ียวกับโรงเรียนและชุมชนมีวิธีการ ÇÔ¸¡Õ Òõ§éÑ ¤íÒ¶ÒÁáÅÇŒ คน หาท่ีเปน ลําดบั ขั้น 5 ข้นั ดงั น้ี àÃÒÁÒÈÖ¡ÉÒÇÔ¸¡Õ ÒÃÃǺÃÇÁËÅÑ¡°Ò¹ 1) ตั้งหัวขอที่ตองการคน หา 2) คน หาและรวบรวมหลักฐาน ¡Ñ¹µ‹ÍàÅÂ¤ÃºÑ 3) ตรวจสอบหลกั ฐาน 4) ตีความขอมูล ๒)  รวบรวมหลกั ฐาน หลกั ฐานที่ใหข้ อ้ มลู เกย่ี วกบั โรงเรยี นและ 5) เรียบเรยี งเรอื่ งราว ชมุ ชน เช่น ซงึ่ ท้งั หมดนเ้ี รียกวา วิธกี ารทางประวตั ศิ าสตร (๑) หลักฐานท่เี ปนตัวหนงั สอื แบง่ เปน็ 6. ครูยกตัวอยางคําถามหรือหัวขอท่ีตองการ • หนงั สอื ประวตั โิ รงเรยี น หนงั สอื รนุ่ หนงั สอื ประจา� ปี คนหาเก่ียวกับโรงเรียนและชุมชนของเรา แลวนําคําถามน้ันไปใชเปนเครื่องมือในการ ของโรงเรยี น รวบรวมขอ มลู • หนงั สอื ประวตั ชิ มุ ชน หนงั สอื แนะนา� สถานทสี่ า� คญั 7. นกั เรยี นดตู วั อยา งการตง้ั คาํ ถามเกยี่ วกบั โรงเรยี น ของชมุ ชน ของเราและชุมชนของเรา จากหนังสือเรียน หนงั สอื เหลา่ นบ้ี อกเลา่ เรอื่ งราวสา� คญั ในชว่ งเวลาตา่ ง ๆ หนา 11-12 แลว ครถู ามคาํ ถามใหน กั เรยี นรว มกนั แสดงความคิดเหน็ เชน ทา� ใหเ้ ราเหน็ ความเปลยี่ นแปลง เชน่ ชมุ ชนขยายตวั ในปีใด โรงเรยี น • นักเรียนคิดวา คําถามใดนาจะทําใหเรา สรา้ งตกึ ใหมเ่ พราะมนี กั เรยี นมากขน้ึ รูจักโรงเรียนของเราและชุมชนของเราไดดี เพราะเหตใุ ด 1๒ (แนวตอบ : คําถามที่วา เรื่องราวสําคัญของ โรงเรียนมีอะไรบาง ชุมชนของเราชื่ออะไร ทาํ ไมจงึ มชี อื่ เชน นนั้ เพราะการทราบประวตั ิ ความเปนมาจะทําใหรูจักโรงเรียนของเรา และชมุ ชนของเราไดด ขี ้ึน) นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ 1 มอญ (Mon) เปนชนชาตเิ กาแก มอี ารยธรรมรุง เรอื งมากชนชาติหน่ึง จาก ปรียานําขอมูลของชุมชนท่ีสืบคนไดมาเรียงลําดับขอมูล พงศาวดารพมา กลาววา มอญเปน ชนชาติแรกท่ตี ั้งถน่ิ ฐานอยใู นพมา (พมา เรียก เหตกุ ารณเ ปน ชว งป การกระทาํ ของปรยี ามเี หตผุ ลสาํ คญั ตามขอ ใด มอญวา “ตะเลง” ) มาเปน เวลาหลายศตวรรษกอ นพทุ ธกาล คาดวา นาจะอพยพ มาจากตอนกลางของทวีปเอเชยี เขา มาตงั้ อาณาจักรของตนทางตอนใตบริเวณ 1. ตองการทราบระยะหางของเหตุการณ ลมุ แมน ํา้ สาละวินและแมนา้ํ สะโตง อาณาจักรสําคญั ของมอญแบง ไดเปน 3 ยุค 2. ตอ งการทราบจํานวนเหตุการณท ่ีเกดิ ข้นึ ยคุ แรก คอื ยคุ ราชวงศส ะเทมิ หรอื ยคุ อาณาจกั รสธุ รรมวดี ยคุ ทส่ี อง คอื ยคุ ราชวงศ 3. ตองการทราบความสําคญั ของเหตุการณ เมาะตะมะ-หงสาวดี หรอื ยคุ อาณาจกั รหงสาวดี และยคุ ทสี่ าม คอื ยคุ อาณาจกั ร 4. ตอ งการทราบรายละเอียดของเหตุการณ หงสาวดีใหม (วิเคราะหคําตอบ : การลําดับเรื่องราวดวยเสนเวลา (Timeline) จําเปนตองอาศัยชวงเวลาท่ีเกิดเร่ืองราวนั้นๆ เชน วัน เดือน ป เพอื่ จะไดท ราบถงึ ระยะหา งของแตล ะเหตกุ ารณ ซง่ึ จะชว ยใหล าํ ดบั เร่ืองราวตามชวงเวลาและนํามาออกแบบเปนเสนเวลาได ดังน้ัน ขอ 1. จงึ เปนคําตอบท่ีถูกตอง) T14

นาํ สอน สรปุ ประเมิน หลักฐานท่ีใหข้ ้อมูลเกย่ี วกบั โรงเรียนและชมุ ชน เชน่ ขนั้ สอน ▲ หนังสอื อนุสรณ์โรงเรียน ▲ หนงั สอื ทอ้ งถน่ิ ▲ หนังสือพิมพท์ ้องถิ่น 8. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจเก่ียวกับ แสดงข้อมลู นกั เรยี นในแต่ละรุน่ แสดงขอ้ มูลของท้องถิ่น แสดงข่าวในท้องถนิ่ หลักฐานที่เปนตัวหนังสือ จากหนังสือเรียน หนา 12-13 จากน้ันใหนักเรียนชวยกันยก (๒) หลกั ฐานทไี่ มใชต วั หนังสอื เช่น ตัวอยางหลักฐานท่ีเปนตัวหนังสือเกี่ยวกับ อาทิ ศาลากลา๑ง.จ ังสหถวาัดนทพ่สี พิ ําิธคภัญณั เฑช1์น่ อนสุ าวรยี ์ วัด อาคารสา� คญั โรงเรียนและชมุ ชนของตนเอง ๒. รูปปนบุคคล เช่น ผู้ก่อตั้งโรงเรียน พระสงฆ์ท่ี 9. ครอู ธบิ ายเพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจยงิ่ ขน้ึ เกยี่ วกบั ได้รับความเคารพนบั ถือ เจา้ เมอื ง บคุ คลส�าคญั ในทอ้ งถ่ิน หลักฐานที่ไมใชตัวหนังสือ จากหนังสือเรียน หนา 13-14 จากน้นั ครูตั้งประเดน็ คาํ ถามให ▲ พิพิธภัณฑท์ ้องถน่ิ โกมลผา้ โบราณ ▲ อนุสาวรยี ์สุนทรภู่ อ�าเภอแกลง จังหวัดระยอง นักเรยี นชว ยกันตอบ เชน อ�าเภอลอง จงั หวดั แพร่ • สถานทสี่ าํ คญั ในชมุ ชนของนกั เรยี นมอี ะไรบา ง 1๓ (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพนิ ิจของครผู ูส อน) • รูปปนบุคคลสําคัญในทองถ่ินจะใหขอมูล อะไรบาง (แนวตอบ : ชื่อบุคคลสําคัญและผลงานของ บคุ คลสําคญั ที่มตี อทองถิน่ ) • ภาพถา ยในทองถ่นิ จะใหข อมูลอะไรบา ง (แนวตอบ : รายละเอียดของลักษณะบุคคล หรือสถานที่ในชวงเวลาน้ัน การแตงกาย ของบุคคลในชว งเวลาน้ัน) • เพราะเหตใุ ด สงิ่ ของเครอ่ื งใชใ นสมยั ตา งๆ จงึ เปน หลกั ฐานทางประวัตศิ าสตรได (แนวตอบ : เพราะสิ่งเหลานี้บงบอกถึงความ เปน มาหรือวิถีชวี ิตของผูคนในอดีตได) • ถาเราอยากทราบเกี่ยวกับงานประเพณี สาํ คัญของชุมชน เราควรสอบถามจากใคร เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ : ควรสอบถามจากผูอาวุโสใน ชมุ ชน เพราะทา นเหลา นเี้ คยมปี ระสบการณ หรือไดพ บเห็นมากอน) 10. ครูใหนักเรียนรวมกันสรุปเกี่ยวกับประเภท ของหลักฐานท่ีใหขอมูลเกี่ยวกับโรงเรียนและ ชุมชน ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู เดก็ หญงิ สนุ สิ าไดจ ดั กลมุ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรไ ว 2 กลมุ 1 พพิ ธิ ภณั ฑ คอื สถานทเี่ กบ็ รวบรวมและแสดงสงิ่ ตา งๆ ทม่ี คี วามสาํ คญั ดา น ดังนี้ วฒั นธรรมหรอื ดา นวทิ ยาศาสตร โดยมคี วามมงุ หมายเพอื่ ใหเ ปน ประโยชนต อ การ ศกึ ษา และกอ ใหเ กดิ ความเพลดิ เพลนิ ใจ พพิ ธิ ภณั ฑม หี ลายชนดิ เชน พพิ ธิ ภณั ฑ • กลุมที่ 1 คมั ภีรใ บลาน เอกสารราชการ หนังสือพมิ พ โบราณคดีจัดแสดงโบราณวัตถุและบางแหงจัดเปนโบราณสถาน พิพิธภัณฑ • กลมุ ที่ 2 รปู ถาย อนุสาวรีย เครอื่ งเลน แผน เสียง ประวัติศาสตรจัดแสดงความรูทางประวัติศาสตร พิพิธภัณฑประวัติธรรมชาติ เด็กหญิงสุนสิ าจัดกลมุ โดยใชหลักเกณฑใ ด จัดแสดงเรื่องราวของธรรมชาติในโลก พิพิธภัณฑวิทยาศาสตรจัดแสดงถึง 1. กลุมที่ 1 เปนหลักฐานที่เปนตัวหนังสือ วิทยาศาสตรและเทคโนโลยี โดยนํางานวิจัยหรือส่ิงประดิษฐท่ีสําคัญมาแสดง 2. กลุมที่ 2 เปนหลกั ฐานข้ันปฐมภูมิ ในรปู แบบท่เี ขา ใจงาย 3. กลมุ ที่ 1 เปน หลกั ฐานทเี่ ปน ความจริง 4. กลมุ ท่ี 2 เปน หลกั ฐานทเ่ี ปน ขอ เทจ็ จรงิ T15 (วิเคราะหคําตอบ : การจัดกลุมหลักฐานทางประวัติศาสตรของ เด็กหญิงสุนิสาจัดกลุมโดยใชหลักเกณฑหลักฐานท่ีเปนตัวหนังสือ และหลักฐานท่ีไมใชตัวหนังสือ ดังน้ัน ขอ 1. จึงเปนคําตอบ ทถ่ี ูกตอง)

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน ๓. ภาพถ่าย เช่น ภาพถ่ายของโรงเรียนและชุมชน ในชว่ งเวลาต่าง ๆ 11. ครูตั้งประเด็นคาํ ถามใหนักเรยี นชวยกนั ตอบ ๔. ส่ิงของเครื่องใช้ในสมัยต่าง ๆ ท่ีได้เก็บไว้ในวัด • สง่ิ ใดสําคัญทส่ี ุดในการศึกษาเรอ่ื งราวของ โเกรง้าเอร้ีแียนบบพต่าิพงิธๆภณั ปฑิ่นข์ โอตง1ชถมุ าชดนอาหเชา่นร เครื่องพมิ พด์ ดี แบบเกา่ โตะ๊ ชมุ ชนในอดีต เพราะเหตใุ ด เครอ่ื งมือเคร่อื งใช้ในชีวิตประจา� วนั ตู้ไปรษณีย์แบบเก่า เส้ือผ้า (แนวตอบ : หลักฐาน เพราะหลักฐานตางๆ จะทาํ ใหเ ราเขาใจขอ มลู เรอ่ื งราวตางๆ ใน ▲ ท่ขี ูดมะพรา้ วรูปแบบต่าง ๆ เปน็ ของพนื้ บา้ นท่ีจดั แสดงในพพิ ธิ ภณั ฑ์พืน้ บ้านจา่ ทวี จงั หวัดพิษณุโลก อดีตไดเปนอยา งดี) นอกจากน้ี เราสามารถสอบถามประวตั คิ วามเปน็ มาของโรงเรยี น 12. นกั เรยี นสนทนาแลกเปลยี่ นความรรู ะหวา งกนั และชุมชนไดจ้ ากผู้ใหญ่ เชน่ เกย่ี วกับความสําคญั ของหลักฐาน • สอบถามพระสงฆ์หรือผอู้ าวโุ สในชุมชน เก่ยี วกบั งานประเพณสี า� คญั ๆ ของชมุ ชน 13. ครูใหนักเรียนดูตารางแสดงเหตุการณสําคัญ • สอบถามพอ่ คา้ แมค่ ้าในตลาดและชาวบ้านในชุมชน เรื่อง การขยายตัวของชุมชน ของโรงเรยี น จากหนงั สอื เรียน หนา 16 แลว ต้งั ประเดน็ คาํ ถามใหน ักเรยี นชวยกันตอบ เชน่ จา� นวนตลาดท่เี พม่ิ มากขน้ึ เมืองท่ีขยายตัวขน้ึ • ส่ิงใดทาํ ใหเราเหน็ ลาํ ดับการเกดิ ของ • สอบถามจากนักเรียนท่เี ป็นศิษยเ์ ก่า เกีย่ วกบั ข้อมูลของโรงเรยี นในช่วงเวลาต่าง ๆ เหตุการณส าํ คญั ตา งๆ ไดช ัดเจนขนึ้ • สอบถามคุณครู แมค่ รัว แม่คา้ ภารโรง ถึงการเปล่ียนแปลงของโรงเรยี นในช่วงเวลา (แนวตอบ : ปท่ีเกิดของเหตุการณต างๆ) • จากตารางเหตุการณสําคัญของโรงเรียน ทคี่ นเหลา่ น้ีไดเ้ หน็ เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ที่มคี วามหลากหลายและนา� มาเปรียบเทียบกัน มีการเปลีย่ นแปลงอยา งไรบา ง (แนวตอบ:มกี ารเปลย่ี นแปลงทางดา นสถานท่ี 14 เชน มีการสรางอาคารเรียนใหม มีการร้ือ อาคารเรียนไมเพ่ือสรางโรงอาหารและ หอพัก มีการเปลี่ยนแปลงทางดานจํานวน สมาชิกในโรงเรียน คือ มีจํานวนครูและ นักเรียนเพิม่ ข้นึ ) 14. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา ลําดับของ เหตุการณตางๆ สามารถนํามาเรียงลําดับ โดยใชเสน เวลา (Timeline) ได 15. ครูใหนักเรียนดูเสนเวลา จากหนังสือเรียน หนา 17 แลวอธบิ ายใหนกั เรยี นเขา ใจวา เสน เวลาสามารถเขยี นในรปู แบบอนื่ ๆ ได โดยครู นาํ ภาพเสน เวลาแบบตา งๆ มาใหน ักเรยี นดู นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด 1 ปนโต เปน ภาชนะสําหรบั บรรจุอาหาร มีลกั ษณะเปน เถาซอนกันเปนชน้ั ๆ ขอ ใดไมใ ชว ธิ กี ารสบื คน เหตกุ ารณห รอื เรอื่ งราวของโรงเรยี นและ และมหี รู อ ยสําหรับห้วิ เรานิยมใชปน โตใสอ าหารสาํ หรับนําติดตวั ไปรับประทาน ชุมชนทม่ี คี วามเหมาะสมกบั นกั เรียนในวัยน้ี นอกสถานที่ เชน ท่ที ํางาน ที่โรงเรยี น หรือสถานทท่ี อ งเทีย่ วตา งๆ นอกจากนี้ ชาวพุทธยังนิยมบรรจุอาหารใสปนโตเพื่อนําไปถวายพระสงฆ คําวา ปนโต 1. การต้ังคําถาม สันนิษฐานวาเพี้ยนมาจากคําวา เบ็นโตะ (Bento) ในภาษาญี่ปุน ซึ่งหมายถึง 2. การจา งผูเช่ียวชาญ กลอ งขา ว และไดม ขี อ มลู ยนื ยันจากภาพเขียนของคนญีป่ นุ ท่ีวัดพระเชตุพนวมิ ล 3. การสอบถามจากผรู ู มงั คลารามทเ่ี ขยี นขนึ้ ในสมยั รชั กาลท่ี 3 โดยผเู ขยี นไดก ลา วชน่ื ชมความสวยงาม 4. การรวบรวมหลกั ฐาน ของปน โตญป่ี นุ (เบน็ โตะชนดิ หนงึ่ ทม่ี หี ลายชนั้ แบบปน โตของไทย) ซงึ่ ทาํ จากไม (วเิ คราะหค าํ ตอบ : วธิ กี ารทใี่ ชศ กึ ษาคน ควา เรอ่ื งราวทเี่ กย่ี วขอ งกบั เนอ้ื แข็ง เขียนลวดลายสวยงาม โรงเรยี นและชมุ ชนทเี่ หมาะสมกบั วยั ของนกั เรยี น เชน การตง้ั คาํ ถาม การรวบรวมขอมูลและหลักฐาน การไปสอบถามขอมูลจากผูท่ี T16 เก่ยี วขอ งและผูที่มคี วามรใู นเรอ่ื งน้ันๆ จึงเหมาะสมกับนักเรยี นใน วัยนี้มากที่สดุ สวนการจางผูเชี่ยวชาญอาจมีคา ใชจา ยมาก จึงไม เหมาะสมกบั วยั ของนกั เรยี น ดงั นน้ั ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง)

นํา สอน สรปุ ประเมนิ ทเี่ ปน็ ขต้อวั มหูลนทงั ี่ไสดอื จ้ าเชกน่กาหราสกอมบผี ถบู้ าอมกนวี้คา่ วชรมุ นช�านมขายใชาป้ยตระวั กขอนึ้ บเพกรับาหะลมักตี ฐลาานด1 ขนั้ สอน โรงเรยี น และโรงพยาบาลเพมิ่ ข้ึน เราสามารถดจู �านวนที่ถกู ตอ้ งได้ จากเอกสารทางราชการทบ่ี นั ทกึ จา� นวนตลาด โรงเรยี น และโรงพยาบาล 16. ครูยกตัวอยางเหตุการณสําคัญของโรงเรียน ของชมุ ชนไว้ มา 5 เหตุการณ โดยไมเ รยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณ จากนน้ั ใหน กั เรยี นรว มกนั เรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณ การเรยี นรเู้ หตกุ ารณส์ า� คญั ของชมุ ชนและโรงเรยี นทา� ใหเ้ ราเหน็ โดยใชเสนเวลา โดยใหตัวแทนออกมาเขียน ความตอ่ เนอื่ งของการเปลยี่ นแปลงตา่ ง ๆ ทา� ใหท้ ราบวา่ เหตกุ ารณ์ใด ตามเพอื่ นบอกลงบนกระดาน เกดิ กอ่ นเกดิ หลงั และทราบไดว้ า่ เหตกุ ารณต์ า่ ง ๆ มคี วามเกย่ี วขอ้ งกนั อย่างไร รวมทั้งท�าให้เราเกิดความภาคภูมิใจในชุมชนและโรงเรียน ขยายความเขา้ ใจ ของเราอกี ดว้ ย 17. ครูใหนักเรียนเขียนเสนเวลาแสดงเหตุการณ ? คา� ถามจุดประกาย สําคัญท่ีเกี่ยวของกับครอบครัวของตนเอง จากน้ันผลัดกันออกมานําเสนอผลงานหนา ๑. การเรยี นรเู้ ร่ืองราวส�าคญั ของโรงเรียนและชุมชนมีประโยชนอ์ ย่างไร ช้นั เรียน ๒. วธิ กี ารใดทค่ี วรจะนา� มาใชใ้ นการเรยี นรเู้ รอื่ งราวสา� คญั ของโรงเรยี นและชมุ ชน จงึ จะเหมาะสม 18. ครตู ง้ั ประเด็นคําถามใหนักเรยี นชวยกันตอบ ท่ีสุด เพราะอะไร • ถามีคนมาสอบถามเก่ียวกับเหตุการณ ๓. สิ่งใดสา� คัญทส่ี ุดในการศกึ ษาเรื่องราวของชมุ ชนในอดตี เพราะเหตใุ ด สําคัญของชุมชนหรือทองถ่ิน นักเรียนจะ ใชว ิธีการใดในการเลาเร่ือง เพราะเหตุใด กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๑ (แนวตอบ : นาํ เสนอเหตกุ ารณส าํ คญั ดว ยเสน ๑. แบง่ กลมุ่ ให้แตล่ ะกลุ่มสบื ค้นขอ้ มลู ทีเ่ กีย่ วกบั โรงเรียนหรอื ชมุ ชนของตนเอง เวลา เพราะจะทาํ ใหทราบลาํ ดับเหตุการณ สาํ คัญไดชัดเจนขึ้น) แลว้ บันทกึ ข้อมลู จากนัน้ น�าเสนอผลงานหน้าช้นั ตามล�าดับตอ่ ไปนี้ • ถานักเรียนไดอานหนังสือเกี่ยวกับประวัติ ๑) หวั ขอ้ ทสี่ ืบคน้ บคุ คลสาํ คญั จะสามารถนาํ เนอื้ หาของเรอื่ ง ๒) หลักฐานหรอื แหล่งขอ้ มลู ที่ใช้ ทอี่ า นมาทาํ เปน เสน เวลาไดห รอื ไม อยา งไร ๓) วิธีการท่ีใช้รวบรวมข้อมูล (แนวตอบ : ถาประวัติของบุคคลสําคัญนั้น ๒. ร่วมกันอภปิ รายแสดงความคิดเห็นวา่ ระหว่างหลกั ฐานทีเ่ ป็นตวั หนงั สอื มีบอกศักราชหรือชวงเวลาตางๆ ท่ีเกิด กบั หลักฐานท่ีไม่ใช่ตัวหนงั สอื หลกั ฐานใดใหข้ อ้ มลู ไดถ้ กู ตอ้ งกว่ากนั เหตกุ ารณไ วก ส็ ามารถเรยี งลาํ ดบั เหตกุ ารณ แลว้ สรุปผลการอภิปราย และบันทึกข้อมลู ลงในสมดุ สําคัญตามชวงเวลาท่ีเกิดข้ึน และนํามา เขยี นเปนเสนเวลาได) 15 19. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ และตอบคาํ ถาม จุดประกาย จากหนังสือเรยี น หนา 15, 18 ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอ ใดควรเปน ขนั้ ตอนแรกของการศกึ ษาคน ควา เรอื่ งราวสาํ คญั 1 ตลาด สถานที่ชุมนุมเพื่อซ้ือขายสินคาตางๆ คําวา ตลาด สันนิษฐานวา ของโรงเรียนและชุมชน มาจากคําวา ปสาน ซึ่งเพีย้ นมาจากคาํ วา บาซาร ในภาษาเปอรเ ซยี ซึ่งแปลวา ตลาด และจากหลกั ฐานทางประวัติศาสตรทาํ ใหเ ราทราบวา ในสมัยสโุ ขทัยได 1. เบลสรุปเน้ือหาสาระทัง้ หมดจากขอมูลท่ไี ดมา มีตลาดเกิดข้ึนแลว เรียกวา ปสาน เปนแหลงซ้ือขายแลกเปล่ียนสินคาทั้งของ 2. เกมรวบรวมขอมลู และหลกั ฐานจากแหลงตา งๆ ชาวเมืองสุโขทัยและชาวเมืองใกลเคียง ในศิลาจารึกระบุไววา สินคาที่ซื้อขาย 3. เพลงตั้งประเด็นคาํ ถามในหวั ขอทต่ี องการศึกษา กนั ในปสานมีหลายประเภท ตัง้ แตผ ลไม เคร่ืองอปุ โภคบรโิ ภคตา งๆ และสัตว 4. โนต นาํ ขอมูลทีไ่ ดร วบรวมมาวเิ คราะหแ ละตคี วาม ทใ่ี ชเปนแรงงาน เปน พาหนะ เชน วัว มา ปสานตัง้ อยูทางตอนเหนือของเมือง สุโขทัย ลักษณะของตลาดเปนลานกวางๆ เหมาะสําหรับเปนท่ีชุมนุมกันของ (วิเคราะหคําตอบ : การศึกษาคนควาเร่ืองราวสําคัญของโรงเรียน ผซู อื้ และผขู าย รปู แบบของตลาดเชน นี้ อาจจะเรยี กไดว า ตลาดบก เพราะมที าํ เล และชุมชน ส่ิงที่ควรทําเปนอันดับแรก คือ การต้ังประเด็น ทต่ี ง้ั คา ขายอยบู นบก ตวั อยา งตลาดในสมยั สโุ ขทยั ทป่ี รากฏในหลกั ศลิ าจารกึ เชน คําถามในหวั ขอ ท่ตี องการศึกษา ซ่งึ จะเปนการกาํ หนดแนวทางใน ตลาดปา ตองขายใบตอง ตลาดปา พรา วขายมะพรา ว ตลาดปา ตะกั่วขายโลหะ การศึกษาคนควา และสบื คนไดอยา งถกู ตอ งและเปน ระบบ ดงั นั้น ตะก่วั จะเห็นไดวา ตลาดมลี กั ษณะการขายสินคา เปน แหลง ๆ ไป ขอ 3. จึงเปนคําตอบทถี่ ูกตอง) T17

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขนั้ สอน ๒ กตาวั รอเรยยี ่าบงเรกียางรเรล่อื �างดราบั วเสร�าอื่คัญงรขาอวงตชุมามชนเวแลละาโรงเรียน1โดยมีการ 20. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู ่ี 1 และ 2 เรยี งลา� ดบั ตามปี ทา� ใหเ้ ราเหน็ ไดอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ เหตกุ ารณ์ใดเกดิ กอ่ น จากหนงั สือเรียน หนา 15, 18 เกิดหลัง และเหตกุ ารณ์เหล่านน้ั มคี วามสมั พันธ์ตอ่ เนือ่ งกันอยา่ งไร ดังตวั อย่างต่อไปน้ี 21. นักเรียนรวมกันแสดงความคิดเห็นและ วิเคราะหหาคําตอบของคําถามบูรณาการ เหตกุ ารณส์ า� คญั ของโรงเรยี น สูชวี ิต หนา 19 พ.ศ. เหตกุ ารณ์สา� คญั ของโรงเรียน 22. นักเรียนแตละกลุมบันทึกขอมูลลงในใบงาน ท่ี 1.1 เรื่อง โรงเรยี นของเรา ๒๕๒๐ - โรงเรียนตัง้ ขึน้ เปน็ ปีแรก มคี รู ๗ คน นกั เรียน ๕๐ คน - อาคารเรยี นสรา้ งด้วยไม้มี ๒ ชนั้ มสี นามหญ้าและสระน�้า 23. ตัวแทนแตละกลุมออกมานําเสนอใบงาน ท่ี 1.1 จากนนั้ ใหสมาชิกในกลุมอน่ื สอบถาม ๒๕๒๕ - ไดร้ บั รางวัลโรงเรียนดีเด่น โรงเรยี นมชี อื่ เสียงมากข้นึ ขอสงสัยเปน รายกลมุ - มคี รูเพ่มิ เป็น ๑๕ คน นกั เรยี นเพม่ิ เปน็ ๑๕๐ คน 24. นกั เรยี นชว ยกนั สรปุ วธิ กี ารสบื คน และรวบรวม ขอมูลตางๆ ของโรงเรียนและชุมชน พรอม บอกประโยชนท ไี่ ดร บั จากการปฏบิ ตั กิ จิ กรรม ดงั กลา ว ๒๕๒๗ - สรา้ งอาคารเรียนใหมเ่ ปน็ อาคาร ๓ ชั้น มนี ักเรียนเพ่มิ เปน็ ๒๐๐ คน - นักเรียนได้รบั รางวลั ตอบปัญหาภาษาองั กฤษและรางวลั วงดนตรีสากล ๒๕๒๙ ยอดเยี่ยมประจา� จังหวัด - ถมสระน้�าเพื่อสร้างอาคารเรยี นและอาคารพลศึกษา ๒๕๓๔ - นักเรยี นเพ่ิมเปน็ ๓๙๐ คน ครเู พม่ิ เป็น ๕๐ คน - น้า� ทว่ มโรงเรียน ท�าให้อาคารเรยี นไมห้ ลงั เกา่ เสียหาย ๒๕๓๕ - ร้ืออาคารเรยี นไม้หลงั แรกเพอ่ื สรา้ งโรงอาหารและหอพกั นักเรยี น ๒๕๓๖ - เปดิ รับนกั เรยี นประจา� เป็นปีแรก มนี กั เรียนประจา� ๓๐ คน ๒๕๓๙ - ขยายการสอนถึงชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ - นักเรยี นเพิม่ เปน็ ๗๐๐ คน ครู ๘๕ คน 16 นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคดิ 1 โรงเรียน คือ สถานศึกษา เปนสถานท่ีสําหรับนักเรียนใชศึกษาหาความรู กขอารใซดกัเปถนามเปนข้ันตอนใดตอไปนี้ในวิธีการทางประวตั ศิ าสตร โรงเรียนในประเทศไทยจัดต้ังข้ึนอยางเปนทางการคร้ังแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 1. รกบีารขตยรี้ วอจยสอบขอ มูล เมื่อ พ.ศ. 2424 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกลาเจาอยูหัว โปรดเกลาฯ (2ว.เิ คกราาระรหวคบาํ ตรอวบมข: ดอังมนลู น้ั ขอ 1. จงึ เปนคาํ ตอบท่ถี กู ตอง) ใหตั้งโรงเรียนหลวงแหงแรกข้ึนในพระบรมมหาราชวัง คือโรงเรียนนายทหาร 3. การนําเสนอขอมูล มหาดเล็ก ตอมาไดเปลี่ยนชื่อเปนโรงเรียนพระตําหนักสวนกุหลาบ สอนวิชา 4. การกาํ หนดหัวขอ ภาษาไทย คณติ ศาสตร และขนบธรรมเนยี มราชการ ซงึ่ ตอมายังไดโปรดเกลาฯ (วิเคราะหคําตอบ : การซักถามขอมูลอยูในขั้นตอนการเก็บ ใหต้ังโรงเรียนหลวงสอนภาษาอังกฤษขึ้นท่ีพระราชวังนันทอุทยาน ฝงธนบุรี โรงเรียนทําแผนท่ใี นกรมมหาดเลก็ โรงเรยี นฝก หดั อาจารย และเมือ่ พ.ศ. 2427 รวบรวมขอ มลู ตามวธิ ีการทางประวัตศิ าสตร ดงั นน้ั ขอ 2. จึงเปน ไดโ ปรดเกลา ฯ ใหตง้ั โรงเรียนวัดมหรรณพารามขนึ้ เพ่อื ใหบ ตุ รหลานของเหลา คาํ ตอบทีถ่ กู ตอ ง) ราษฎรไดเลาเรียนเปน แหง แรก T18

นาํ สอน สรุป ประเมนิ จากเหตกุ ารณด์ งั กลา่ ว เรานา� มาเรยี งลา� ดบั โดยใชเ้ สน้ เวลา1ดงั น้ี ขนั้ สอน นกั เรยี นเพิ่มเปน็ ๗๐๐ คน ป๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒๒ ๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕๕พ๒๒๒๒๒๒๓๓๓๓๓๓๒๓๒๒๓๓๔๒๓.ศ๘๕๗๒๔๓๒๗๔๘๓๕๙๙๐๑๑๐๐๖๖. ขยายการสอนถึง 25. ครูมอบหมายใหนักเรียนแตละกลุมสืบคน ครู ๘๕ คน ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ประวัติความเปนมาของชุมชนที่เปนท่ีตั้ง เปดิ รับนักเรยี นประจา� เปน็ ปีแรก ของโรงเรียน โดยใหครอบคลุมประเด็นตาม ร้ืออาคารเรียนไม้หลังแรกเพ่ือ มีนกั เรยี นประจา� ๓๐ คน ทก่ี ําหนด ดงั น้ี สร้างโรงอาหารและหอพัก นกั เรยี นเพ่มิ เป็น ๓๙๐ คน 1) การสืบคน และการรวบรวมขอมูล นักเรียน ครเู พม่ิ เป็น ๕๐ คน 2) การลําดับเหตุการณสําคัญท่ีเกิดข้ึนใน ชมุ ชน น�า้ ทว่ มโรงเรียน ทา� ให้ นกั เรียนได้รับรางวัล 3) การใชเสนเวลาลําดับเหตุการณที่เกิดขึ้น อาคารเรยี นไมห้ ลงั เกา่ เสียหาย ตอบปัญหาภาษาองั กฤษ ในชมุ ชน และรางวัลวงดนตรสี ากล โดยใหนักเรียนแตละกลุมเขียนเปนรายงาน ถมสระน้�าเพอ่ื สร้าง ยอดเยย่ี มประจ�าจงั หวัด เรื่อง ประวัติความเปนมาของชมุ ชน จากน้ัน อาคารเรยี นและอาคารพลศกึ ษา ใหตัวแทนกลุมนําเสนอผลงานหนา ชนั้ เรียน สร้างอาคารเรยี นใหมเ่ ปน็ อาคาร มคี รูเพ่มิ เปน็ ๑๕ คน นกั เรยี นเพมิ่ เปน็ ๑๕๐ คน ๓ ชัน้ มีนักเรยี นเพ่มิ เปน็ อาคารเรยี นสรา้ งด้วยไมม้ ี ๒ ชน้ั ๒๐๐ คน มสี นามหญา้ และสระนา้� ได้รับรางวัลโรงเรยี นดเี ดน่ โรงเรยี นมีชอื่ เสียงมากข้นึ โรงเรียนต้งั ขึ้นเปน็ ปแี รก มีครู ๗ คน นักเรยี น ๕๐ คน 17 ขอ สอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขกอารใใดชเปเสน นเวลา (Timeline) มปี ระโยชนอ ยา งไร 1 เสนเวลา (Timeline) เปนแผนผังแสดงการพัฒนาหรือลําดับเหตุการณ 1. รทบี าํ ขใหยแรี้ อยยกขอมลู ไดง า ย ที่เกดิ ข้ึนตามลําดับเวลา โดยขนึ้ อยูก ับหวั ขอ ที่สนใจและชว งเวลาทีส่ นใจ ดงั น้ัน (2ว.เิ คทราําะใหหคมาํ คี ตวอาบม:นดา ังเนชน้ั่ือถขอื อ 1. จึงเปนคําตอบที่ถกู ตอ ง) เสนเวลาจึงมักถูกใชในการแสดงผลที่เปนลําดับของเหตุการณที่เกิดข้ึนตาม 3. เรยี งลําดับเหตุการณที่เกดิ ข้ึนไดต อเนือ่ งกัน ลาํ ดบั ชว งเวลา โดยทว่ั ไปจะใสเ ฉพาะหวั ขอ สาํ คญั และไมล งรายละเอยี ดมากนกั 4. ลดปญ หาในการใชภาษาในการบรรยายเหตกุ ารณ เพอื่ ใหง า ยตอ การศกึ ษาขอ มลู และนาํ ขอ มลู ทไ่ี ดไ ปวเิ คราะหห รอื พยากรณแ นวโนม ของเหตุการณท ่ีจะเกดิ ขน้ึ ในอนาคต (วิเคราะหคําตอบ : การใชเสนเวลา (Timeline) ในการเลาหรือ บอกเหตุการณทางประวัติศาสตร จะทําใหเรียงลําดับเหตุการณ ท่ีเกิดข้ึนไดอยางตอเน่ืองกัน ไมสับสน ดังนั้น ขอ 3. จึงเปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง) T19

นาํ สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สอน ความรเู้ สริม ตรวจสอบผล โรงเรยี น จดั ตงั้ ขน้ึ 1อยา่ งเปน็ ทางการครงั้ แรกในสมยั รชั กาลพระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา้ - เจา้ อยหู่ วั รชั กาลที่ ๕ เมอื่ พ.ศ. ๒๔๑๔ ซงึ่ พระองค์โปรดเกลา้ ฯ ใหต้ งั้ โรงเรยี นหลวงแหง่ แรกขน้ึ 26. นกั เรยี นทาํ กจิ กรรมรวบยอด จากหนงั สอื เรยี น ในพระบรมมหาราชวัง คือ โรงเรียนนายทหารมหาดเล็ก ต่อมาได้เปล่ียนชื่อเป็นโรงเรียน หนา 19 พระตา� หนกั สวนกุหลาบ สอนวิชาภาษาไทย คณิตศาสตร์ และขนบธรรมเนียมราชการ 27. นกั เรียนทํากิจกรรมรวบยอดท่ี 1.2 จาก ใน พ.ศ. ๒๔๒๗ โปรดเกล้าฯ ให้ตั้งโรงเรียนหลวงส�าหรับราษฎรทั่วไปข้ึนตามวัด แบบวดั ฯ ประวัตศิ าสตร ป.3 หนา 8-10 หลายแห่ง โรงเรยี นหลวงแหง่ แรกของราษฎร คอื โรงเรียนวัดมหรรณพาราม 28. นักเรียนทําแบบทดสอบหลังเรียน เร่ือง ? คา� ถามจุดประกาย เรื่องราวสําคัญของโรงเรียนและชุมชน จาก แผนการจดั การเรียนรู ๑. เพราะเหตุใด ในการคน้ หาเร่ืองราวทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับโรงเรียนและชมุ ชน จงึ ควรตง้ั ค�าถาม เกย่ี วกบั เรอื่ งทต่ี อ้ งการรู้ ขน้ั สรปุ ๒. การเรียงลา� ดับเหตกุ ารณ์โดยใชเ้ ส้นเวลามปี ระโยชน์อย่างไร 1. ครูและนักเรียนรวมกันสรุปวาไดเรียนรูอะไร ๓. ถา้ นกั เรยี นจะเลา่ เหตกุ ารณส์ า� คญั ของครอบครวั ตนเองใหเ้ พอ่ื นฟงั นกั เรยี นควรใชว้ ธิ กี ารใด บางจากบทเรียนนี้ โดยสรุปเปนขอๆ แลว บันทึกขอ มลู ลงในสมดุ เพราะเหตใุ ด 2. ครูตรวจสอบผลการทํากิจกรรมและความ ถูกตองของคําตอบของนักเรียน พรอมให ขอ เสนอแนะเพ่มิ เติม กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ่ี ๒ ๑. รว่ มกนั อภปิ รายวา่ การศกึ ษาขอ้ มลู ของโรงเรยี นและชมุ ชนของตนเองมปี ระโยชน์     อย่างไร ๒. รว่ มกนั ตงั้ หวั ขอ้ ทนี่ กั เรยี นตอ้ งการรเู้ กย่ี วกบั โรงเรยี นหรอื ชมุ ชนของตนเอง เชน่ ประวัติความเป็นมาของโรงเรียน ประวัติผู้อ�านวยการโรงเรียน ประวัติ ความเปน็ มาของชอื่ ชมุ ชนที่นักเรยี นอาศัยอยู่ ๓. ร่วมกันบอกแหล่งขอ้ มูลทต่ี ้องใชใ้ นการสืบค้นเหตุการณส์ �าคญั ของโรงเรยี น หรือชมุ ชน 18 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคดิ 1 รชั กาลท่ี 5 พระบาทสมเดจ็ พระจลุ จอมเกลา เจา อยหู วั เสดจ็ พระราชสมภพ ใครควรจะใหขอมูลความเปนมาของโรงเรียนไดนาเชื่อถือมาก เมื่อวันท่ี 20 กันยายน พ.ศ. 2396 เปนพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จ ท่ีสดุ พระจอมเกลาเจาอยูหัว (รัชกาลท่ี 4) และสมเด็จพระเทพศิรินทราบรมราชินี เสวยราชสมบัติเมือ่ พ.ศ. 2411 ทรงมพี ระราชกรณยี กจิ ท่สี ําคญั มากมาย เชน 1. แมค า ทรงพระกรุณาโปรดเกลาฯ ใหมีการเลิกทาสในประเทศไทย โปรดเกลาฯ ให 2. ครใู หญ จัดต้ังโรงเรียนหลวงขึ้นภายในพระบรมมหาราชวัง ใหสรางโรงพยาบาลวังหลัง 3. พระสงฆ (โรงพยาบาลศริ ริ าช) ทรงมอบหมายใหก อสรางโรงไฟฟา สรางถนน สรางทาง 4. เพ่ือนนกั เรียน รถไฟ รเิ รมิ่ กจิ การไปรษณยี แ ละโทรเลข การประปา และอน่ื ๆ อกี มากมาย ทาํ ให (วิเคราะหคําตอบ : ผูท่ีจะใหขอมูลความเปนมาของโรงเรียนได ประเทศไทยมคี วามเจรญิ รุงเรอื งพฒั นาขึ้นมาก นา เชอื่ ถือมากท่สี ดุ คือ ครูใหญ เพราะเปน ผทู อี่ ยูในโรงเรียนและรู เรือ่ งราวของโรงเรยี น ดงั นัน้ ขอ 2. จงึ เปน คาํ ตอบท่ีถูกตอง) T20

นาํ สอน สรุป ประเมิน กิจกรรมรวบยอด ขน้ั ประเมนิ ๑. แบง่ กลุม่ ให้แต่ละกลุม่ สบื ค้นขอ้ มลู ของโรงเรียนหรอื ชุมชน โดยใช้วธิ กี ารทาง 1. ครูประเมินผลโดยการสังเกตความเขาใจ ประวัติศาสตร์ แล้วบันทึกวธิ กี ารท�างานในแตล่ ะขนั้ ตอน ในการตอบคําถามและการนําเสนอผลงาน หนา ชน้ั เรยี นของนักเรยี น ตัวอยา่ งการบันทึกวธิ กี ารทา� งาน 2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ งของการทาํ กจิ กรรม ขั้นที่ ๑ ตัง้ ค�าถาม (ก�าหนดหวั ข้อทต่ี อ้ งการศึกษา) พฒั นาการเรยี นรู …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. 3. ครตู รวจแบบทดสอบหลังเรียน เรอ่ื ง เร่ืองราว สําคัญของโรงเรียนและชุมชน จากแผนการ ขั้นที่ ๒ รวบรวมหลักฐาน จัดการเรียนรู แลวนําผลมาเปรียบเทียบกับ แบบทดสอบกอนเรียน เพื่อดูพัฒนาการของ แหล่งข้อมูล ขอ้ มลู ที่ได้ นักเรยี น ………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… 4. ครตู รวจแบบวดั ฯ ………………………………… 5. ครตู รวจรายงานประวตั คิ วามเปน มาของชมุ ชน ………………………………… µÇÑ ÍÂÒ‹ §…………………………………………………………………………………………………………………… 6. ครูตรวจสอบผลจากการทําใบงาน โดยศึกษา ………………………………… ………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… แนวทางการวัดและประเมินผล เพ่ือประเมิน ………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ใบงานของนกั เรยี นจากแบบประเมนิ ทแี่ นบทา ย ………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… แผนการจัดการเรียนรู …………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………… ๒. ให้แต่ละกลุ่มน�าข้อมูลท่ีสืบค้นได้มาบันทึกลงในสมุดโดยใช้เส้นเวลา จากนั้น ออกมาแสดงผลงานที่หน้าชน้ั ค�าถามบรู ณาการส่ชู ีวิต ๑. ถา้ มีคนมาสอบถามเกี่ยวกับเหตุการณส์ �าคญั ของครอบครัว นักเรียนจะใชห้ ลกั ฐานใดบา้ ง ประกอบการเลา่ เรอ่ื งเหตุการณส์ า� คัญของครอบครวั ๒. ถา้ ใหน้ ักเรียนสบื ค้นขอ้ มลู เกีย่ วกบั โรงเรยี นของตนเอง นกั เรียนจะมีวิธกี ารอย่างไร ๓. ถา้ นกั เรยี นไดอ้ า่ นหนงั สอื เกย่ี วกบั ประวตั บิ คุ คลสา� คญั จะสามารถนา� เนอ้ื หาของเรอ่ื งทอ่ี า่ น มาท�าเปน็ เส้นเวลาได้หรือไม่ อย่างไร 19 ขอ สอบเนน การคดิ แนวทางการวัดและประเมินผล หลกั ฐานใดแตกตางจากหลักฐานอน่ื ๆ ครูตรวจแบบวัดฯ รายงาน และสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนจาก 1. อนสุ าวรีย การตอบคาํ ถาม การนําเสนอผลงาน การทํางานรายบคุ คล และการทํางานกลุม 2. รปู ปน เจา เมอื ง โดยศึกษาแนวทางการวัดและประเมินผลทแี่ นบทายแผนการจัดการเรียนรู 3. ศาลากลางจงั หวดั 4. หนังสอื ประวตั ชิ ุมชน แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทางานรายบุคคล แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (วเิ คราะหค าํ ตอบ : หลกั ฐานในขอ 4. เปน หลกั ฐานทเ่ี ปน ตวั หนงั สอื คาช้แี จง : ใหผ้ สู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ลงในชอ่ งท่ี คาชแ้ี จง : ให้ผสู้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ลงในช่องท่ี คาช้แี จง : ใหผ้ ้สู อนสงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ลงในช่องที่ สว นหลกั ฐานขอ 1. ขอ 2. และขอ 3. เปน หลกั ฐานทไ่ี มใ ชต วั หนงั สอื ตรงกับระดับคะแนน ดังน้ัน ขอ 4. จงึ เปนคาํ ตอบทีถ่ ูกตอ ง) ตรงกบั ระดับคะแนน ตรงกบั ระดับคะแนน ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1 รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1 เนื้อหาละเอียดชัดเจน 32  32 คณุ ลกั ษณะ 321 อันพึงประสงค์ด้าน  2 ความถูกต้องของเน้ือหา   1 การแสดงความคดิ เหน็   1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเคารพธงชาติและร้องเพลงชาตไิ ด้ 3 ภาษาท่ใี ชเ้ ขา้ ใจง่าย   2 การยอมรบั ฟังความคดิ เหน็ ของผ้อู นื่   กษัตริย์ 1.2 เข้าร่วมกิจกรรมทสี่ ร้างความสามัคคี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ 4 ประโยชน์ทไี่ ดจ้ ากการนาเสนอ   3 การทางานตามหนา้ ที่ทไี่ ด้รับมอบหมาย   5 วิธีการนาเสนอผลงาน   4 ความมีน้าใจ   2. ซ่ือสตั ย์ สจุ ริต ตอ่ โรงเรียน 5 การตรงต่อเวลา   3. มวี ินยั รับผิดชอบ 1.3 เข้ารว่ มกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนบั ถือ ปฏิบตั ิตามหลักศาสนา รวม 4. ใฝ่เรยี นรู้ 1.4 เข้ารว่ มกิจกรรมที่เกยี่ วกับสถาบันพระมหากษตั ริย์ตามทีโ่ รงเรียนจดั ข้นึ รวม 2.1 ใหข้ ้อมลู ทถ่ี ูกต้องและเป็นจริง ตัวอยางแบบประเมินลงช่อื ...................................................ผู้ประเมนิ 5. อย่อู ย่างพอเพยี ง 2.2 ปฏบิ ัตใิ นสง่ิ ทถ่ี ูกตอ้ ง .........../................./................ 3.1 ปฏบิ ัติตามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ ข้อบงั คบั ของครอบครัว จากแผนการจดั การเรยี นรูเกณฑก์ารใหค้ะแนน ให้ 3 คะแนน ลงช่อื ...................................................ผปู้ ระเมิน 6. มุ่งม่นั ในการทางาน ให้ 2 คะแนน ............../.................../................ 7. รักความเป็นไทย มคี วามตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ในชีวิตประจาวัน ผลงานหรือพฤติกรรมสอดคล้องกบั รายการประเมินสมบูรณช์ ดั เจนให้ 1 คะแนน 8. มจี ติ สาธารณะ 4.1 รู้จักใชเ้ วลาว่างให้เป็นประโยชน์และนาไปปฏิบตั ิได้ ผลงานหรือพฤตกิ รรมสอดคล้องกับรายการประเมนิ เปน็ สว่ นใหญ่ เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 3 คะแนน 4.2 ร้จู ักจดั สรรเวลาใหเ้ หมาะสม ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสอดคล้องกบั รายการประเมนิ บางส่วนเกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ ปฏบิ ตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสมา่ เสมอ ให้ 2 คะแนน 4.3 เช่อื ฟงั คาส่ังสอนของบิดา-มารดา โดยไมโ่ ตแ้ ย้ง ให้ 1 คะแนน 4.4 ตัง้ ใจเรียน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ ปฏบิ ัตหิ รอื แสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง 5.1 ใช้ทรัพย์สินและสิ่งของของโรงเรยี นอย่างประหยัด ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบางคร้ัง 5.2 ใชอ้ ปุ กรณ์การเรยี นอย่างประหยัดและรคู้ ุณคา่ 5.3 ใชจ้ า่ ยอยา่ งประหยัดและมกี ารเกบ็ ออมเงิน 12-15 ดี เกณฑ์การตดั สนิ คุณภาพ 6.1 มีความต้ังใจและพยายามในการทางานที่ไดร้ ับมอบหมาย 6.2 มคี วามอดทนและไม่ทอ้ แท้ต่ออุปสรรคเพื่อใหง้ านสาเร็จ 8-11 พอใช้ ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ 7.1 มจี ิตสานึกในการอนรุ ักษว์ ัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย 7.2 เหน็ คณุ คา่ และปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย ตา่ กว่า 8 ปรบั ปรุง 12-15 ดี 8.1 รูจ้ ักชว่ ยบิดา-มารดา ผ้ปู กครอง และครทู างาน 8.2 รจู้ กั การดูแลรกั ษาทรัพย์สมบัตแิ ละส่งิ แวดล้อมของหอ้ งเรยี นและ โรงเรียน 8-11 พอใช้ ลงชอ่ื ...................................................ผู้ประเมิน ต่ากวา่ 8 ปรับปรุง ............../.................../................ เกณฑก์ ารให้คะแนน พฤติกรรมท่ีปฏบิ ัตชิ ัดเจนและสม่าเสมอ ให้ 3 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏิบัตชิ ดั เจนและบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน พฤติกรรมที่ปฏบิ ตั บิ างครัง้ ให้ 1 คะแนน T21

Chapter Overview แผนการจดั สอื่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธสี อน ประเมนิ ทกั ษะที่ได้ คุณลกั ษณะ การเรียนรู้ อันพึงประสงค์ - หนังสอื เรยี น 1. อธิบายลักษณะของ การสืบเสาะ - ตรวจแบบทดสอบ 1. ทกั ษะการ แผนฯ ท่ี 1 ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 ปจั จยั ทางภมู ศิ าสตร์ หาความรู้ (5Es ก่อนเรยี น เรื่อง สำ� รวจ 1. ใฝ่เรยี นรู้ ได้ Instructional ถนิ่ ฐานไทย 2. ทักษะการ 2. มคี วาม ปัจจยั ทมี่ ผี ล - บัตรภาพ 2. อธบิ ายลักษณะของ Model) - ตรวจใบงานท่ี 1.1 วเิ คราะห์ ต่อการตงั้ - ใบงาน ปัจจัยทางสงั คมได้ เรื่อง ปัจจัยทาง 3. ทกั ษะการ รับผดิ ชอบ ถนิ่ ฐานและ - แบบวดั ฯ 3. จ�ำแนกความแตกต่าง ภมู ศิ าสตร์และทาง เชือ่ มโยง 3. มงุ่ ม่นั ใน พัฒนาการ ของชมุ ชน ประวัติศาสตร์ ป.3 การท�ำงาน - แบบฝึกฯ 5 ของปัจจยั ทาง สังคมท่ีมอี ิทธพิ ลต่อ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 ภูมศิ าสตรแ์ ละปจั จัย ชมุ ชน ช่วั โมง ทางสังคมได้ - ประเมินการนำ� เสนอ 4. ระบุปจั จัยที่มีอทิ ธพิ ล ผลงาน ต่อการตงั้ ถิ่นฐานและ - สังเกตพฤตกิ รรม พฒั นาการของ การทำ� งานกลมุ่ ชุมชนได้ - สังเกตการใฝเ่ รียนรู้ มีความรับผดิ ชอบ และมุง่ ม่นั ใน การทำ� งาน - ตรวจกิจกรรม รวบยอดที่ 2.1 จากแบบวัดฯ ประวัติศาสตร์ ป.3 แผนฯ ท่ี 2 - หนงั สอื เรยี น 1. อธิบายลักษณะส�ำคัญ การสบื เสาะ - ตรวจใบงานที่ 2.1 1. ทักษะการ 1. ใฝ่เรียนรู้ ประวัติศาสตร์ ป.3 ของขนบธรรมเนียม หาความร ู้ (5Es เรื่อง วัฒนธรรมของ ใหเ้ หตุผล 2. มีความ ลักษณะ ประเพณี และ Instructional ชุมชน 2. ทกั ษะการ รับผดิ ชอบ สำ� คัญของ - บตั รภาพ วฒั นธรรมของ Model) - สงั เกตพฤตกิ รรม วเิ คราะห์ 3. มุ่งมน่ั ใน วัฒนธรรม - ใบงาน ชุมชนได้ การทำ� งานรายบคุ คล 3. ทกั ษะการ การท�ำงาน ประเพณี และ - แบบวดั ฯ 2. วิเคราะห์ปัจจยั ทม่ี ผี ล - สงั เกตพฤติกรรม สงั เคราะห์ วฒั นธรรม ต่อลกั ษณะส�ำคัญของ การทำ� งานกลุ่ม 4. ทักษะการสรปุ ชมุ ชน ประวัตศิ าสตร์ ป.3 ขนบธรรมเนยี ม - สงั เกตการใฝเ่ รยี นรู้ ลงความเห็น - แบบฝึกฯ ประเพณี และ มคี วามรับผดิ ชอบ 5 ประวัตศิ าสตร์ ป.3 ชั่วโมง วฒั นธรรมของ และมุ่งมน่ั ใน ชุมชนได้ การทำ� งาน - ตรวจกิจกรรม รวบยอดท่ี 2.2 จากแบบวัดฯ ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 T22

Chapter Overview แผนการจดั สือ่ ท่ีใช้ จุดประสงค์ วิธีสอน ประเมนิ ทักษะที่ได้ คุณลักษณะ การเรียนรู้ อันพึงประสงค์ - หนังสือเรยี น 1. เปรียบเทียบความ แผนฯ ที่ 3 ประวัติศาสตร์ ป.3 เหมอื นและความ การสบื เสาะ - ประเมินการนำ� เสนอ 1. ทกั ษะการให้ 1. ใฝเ่ รยี นรู้ แตกต่างทาง หาความรู้ (5Es ผลงาน เหตผุ ล 2. มคี วาม ความเหมอื น - แบบวัดฯ วฒั นธรรมของ Instructional - สงั เกตพฤตกิ รรม 2. ทักษะการ รับผิดชอบ และความ ประวัตศิ าสตร์ ป.3 ชมุ ชนตนเองกบั Model) การทำ� งานรายบคุ คล วิเคราะห์ 3. มุ่งมนั่ ใน แตกตา่ งทาง ชุมชนอืน่  ๆ ได้ - สงั เกตพฤติกรรม 3. ทกั ษะการ การท�ำงาน วฒั นธรรม - แบบฝึกฯ การทำ� งานกลมุ่ สงั เคราะห์ ของชุมชน ประวตั ศิ าสตร์ ป.3 - ตรวจแบบทดสอบ 4. ทักษะการสรปุ 4 หลังเรยี น เรอ่ื ง ลงความเห็น ถ่นิ ฐานไทย ชัว่ โมง - ตรวจรายงานการ สืบค้นขอ้ มลู เรอื่ ง วฒั นธรรมของชุมชน - ตรวจกจิ กรรม รวบยอดที่ 2.3 จากแบบวดั ฯ ประวตั ิศาสตร์ ป.3 T23

นํา นาํ สอน สรปุ ประเมนิ ขน้ั นาํ òหนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ กระตนุ้ ความสนใจ »˜¨¨Ñ·ÕÁè ¼Õ Åµ‹Í¡Òõéѧ¶¹Ôè °Ò¹ áÅо²Ñ ¹Ò¡ÒâͧªØÁª¹ 1. นกั เรยี นทาํ แบบทดสอบกอ นเรยี น เรอ่ื ง ถน่ิ ฐาน ไทย ภาพแม่นา้� มูล บรเิ วณอ�าเภอเมืองฯ จงั หวัดอุบลราชธานี 2. ครูใหนักเรียนดูภาพ แลวครูถามคําถามให เปาหมายการเรียนรู้ประจําหนวยท่ี ๒ นกั เรียนแสดงความคดิ เห็นอยางอิสระ เชน • จากภาพในหนงั สือเรยี น หนา 20 มีลกั ษณะ ๑. ระบปุ จั จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ่ การตง้ั ถนิ่ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชน (มฐ. ส ๔.๒ ป.๓/๑) พื้นท่เี ปนอยา งไร ๒. สรปุ ลกั ษณะท่สี �าคัญของขนบธรรมเนยี มประเพณีและวัฒนธรรมของชุมชน (แนวตอบ : มลี กั ษณะพนื้ ทเี่ ปน ทร่ี าบลมุ แมน าํ้ ) • ลกั ษณะการตง้ั บา นเรอื นของผคู นในบรเิ วณนี้ (มฐ. ส ๔.๒ ป.๓/๒) มลี กั ษณะอยา งไร ๓. เปรียบเทียบความเหมือนและความต่างทางวัฒนธรรมของชุมชนตนเองกับชุมชน (แนวตอบ : ลกั ษณะการตง้ั บา นเรอื นของผคู น จะต้งั อยูตามบรเิ วณรมิ แมน ํา้ ) อ่นื ๆ (มฐ. ส ๔.๒ ป.๓/๓) • อะไรเปนปจจัยสําคัญที่สงผลใหผูคนต้ัง บา นเรือนอยูในบรเิ วณน้ี (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยใู นดุลยพินิจของครูผสู อน) 3. ครูนําภาพพืน้ ที่ตางๆ เชน ภาพพื้นทีท่ ี่มีแหลง นํา้ และปา ไมอุดมสมบรู ณ ภาพพ้ืนท่ที ่มี ีความ เจริญและภาพพื้นที่ชนบทที่อยูหางไกลความ เจริญ มาใหนกั เรยี นดู แลวถามนักเรียนวา ถา นักเรียนตองเลือกสถานที่ต้ังบานเรือน จะต้ัง บา นเรอื นอยใู นบรเิ วณพน้ื ทตี่ ามภาพใด เพราะ อะไร โดยใหนักเรียนตอบตามความคิดเห็น ของตนเอง 4. นักเรียนชวยกันบอกปจจัยท่ีมีผลตอการตั้ง ถิ่นฐานของชุมชน เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคดิ ครูจัดกระบวนการเรียนรู โดยการใหนักเรยี น ปจจัยทางภูมิศาสตรขอใดท่ีมีผลทําใหผูคนเขามาตั้งถ่ินฐาน • สบื คน ขอ มลู มากทีส่ ุด • วิเคราะหจากประเด็นคําถาม • สรปุ ความเหน็ 1. มฝี นตกชุกตลอดทง้ั ป จนเกดิ ความรคู วามเขา ใจวา ปจ จยั ทางภมู ศิ าสตรแ ละปจ จยั ทางสงั คมมผี ล 2. พนื้ ท่ีเปน ทีล่ าดเชงิ เขา ตอการต้ังถิน่ ฐานและพฒั นาการของชุมชน ขนบธรรมเนยี มและวฒั นธรรมของ 3. พ้ืนท่ีราบอยูใกลแหลง นา้ํ ชุมชนไทยมรี ากฐานมาจากสงั คมเกษตรกรรมและสภาพภูมศิ าสตร 4. มสี ภาพอากาศทหี่ นาวเย็น (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การมพี นื้ ทเ่ี ปน พน้ื ทรี่ าบอยใู กลแ หลง นา้ํ ทาํ ให สามารถใชนํ้าเพื่อการอุปโภคบริโภค การเพาะปลูก และการ คมนาคมขนสงไดสะดวก จึงทําใหมีผูคนเขามาตั้งถิ่นฐานมาก ดังนน้ั ขอ 3. จงึ เปน คาํ ตอบทถ่ี กู ตอ ง) T24

นํา นาํ สอน สรุป ประเมนิ ñº··èÕ ¶èÔ¹°Ò¹ä·Â ขน้ั นาํ แนวคดิ สําคัญ 5. นักเรียนดูภาพกิจกรรมนําสูการเรียน จาก หนังสือเรียน หนา 21 แลวชวยกนั ตอบคําถาม • »¨˜ ¨ÂÑ ·Ò§ÀÁÙ ÈÔ ÒʵÃᏠÅл¨˜ ¨ÂÑ ·Ò§Ê§Ñ ¤ÁÁ¼Õ ŵ͋ ¡Òõ§éÑ ¶¹èÔ °Ò¹áÅо²Ñ ¹Ò¡Òà เชน ¢Í§ªÁØ ª¹ • ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ การตงั้ ถนิ่ ฐานของประชากร ในภาพนคี้ ืออะไร • ¢¹º¸ÃÃÁà¹ÂÕ Á»ÃÐླáÕ ÅÐÇ²Ñ ¹¸ÃÃÁ¢Í§ªÁØ ª¹ä·ÂÁÃÕ Ò¡°Ò¹ÁÒ¨Ò¡Ê§Ñ ¤Á (แนวตอบ : ปจ จยั ทมี่ ผี ลตอ การตงั้ ถน่ิ ฐานของ à¡ÉµÃ¡ÃÃÁáÅÐÊÀÒ¾ÀÁÙ ÔÈÒʵÏ ઋ¹ »ÃÐླÕÅÍ¡Ãз§ »ÃÐླպ٪ÒáÁ‹ ประชากรในภาพนี้ คือ ความอุดมสมบูรณ â¾Ê¾ »ÃÐླպ٪Òà·¾ÒÃ¡Ñ É·ÕèÃ¡Ñ ÉÒµ¹Œ ¹éíÒÅíÒ¸Òà ของแหลง น้าํ และดนิ ท่ใี ชในการเพาะปลูก) กจิ กรรมนําสูการเรยี น 6. ครูนําบัตรภาพมาแสดงหนาช้ันเรียน แลว ใหนักเรียนพิจารณาวา ภาพดังกลาวมีความ สมั พนั ธห รอื มคี วามเชอื่ มโยงกนั อยา งไร จากนน้ั ครูสุมเรียกตัวแทนนักเรียน 2-3 คน ออกมา อธิบายความสัมพันธหรือความเช่ือมโยงของ ภาพตา งๆ 7. ครกู าํ หนดประเดน็ ในการเชอ่ื มโยง เรอื่ ง วถิ ชี วี ติ ริมน้ํา จากนั้นอธิบายความสัมพันธหรือความ เชอื่ มโยงกนั ของภาพดงั กลา วใหน กั เรยี นสงั เกต เกยี่ วกบั ปจ จยั ทม่ี อี ทิ ธพิ ลตอ การตง้ั ถนิ่ ฐานและ การดําเนินวถิ ีชีวติ ของคนในชุมชน 12 บริเวณท่รี าบลุม่ แม่น�้ายม จงั หวัดสโุ ขทยั ปจั จยั ทมี่ ผี ลตอ่ การตงั้ ถนิ่ ฐานของประชากรในภาพนี้ คอื อะไร 2๑ ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ในอดตี ผูคนมักเลือกตัง้ ถนิ่ ฐานอยบู ริเวณใดมากท่ีสดุ 1 แมน า้ํ ยม มตี น นาํ้ เกดิ จากลาํ นาํ้ เลก็ ๆ หลายสายจากดอยสนั ปน นา้ํ และดอย 1. ชายฝงทะเล ภลู งั กาในอาํ เภอปง จงั หวดั พะเยา ไหลผา นจงั หวดั แพร สโุ ขทยั พษิ ณโุ ลก พจิ ติ ร 2. ท่ีลาดเชิงเขา นครสวรรค ไปรวมกบั แมน า้ํ นา นทอ่ี าํ เภอชมุ แสง จงั หวดั นครสวรรค มคี วามยาว 3. ภูเขาและที่สงู ประมาณ 700 กิโลเมตร 4. ทร่ี าบลุมแมน าํ้ 2 จังหวัดสุโขทัย เปนที่ตั้งของกรุงสุโขทัย ซึ่งเปนอดีตราชธานีของไทย เมื่อ พ.ศ. 1792 อาณาจกั รสโุ ขทยั มีความเจรญิ รงุ เรืองอยปู ระมาณ 200 กวา ป (วิเคราะหคําตอบ : ในอดีตผูคนมักเลือกต้ังถิ่นฐานอยูบริเวณท่ี มีพระมหากษตั รยิ ผ ูยงิ่ ใหญ เชน พอขนุ รามคําแหงมหาราช ราบลมุ แมน ้าํ หรืออยูใ กลแ หลงนา้ํ เพราะมคี วามสะดวกในการนาํ นํ้ามาใชอุปโภคบริโภค ใชเพาะปลูก และใชแมน้ําเปนเสนทาง คมนาคมหลัก ดงั นน้ั ขอ 4. จึงเปน คาํ ตอบท่ถี ูกตอง) T25

นาํ สอน สรุป ประเมิน ขน้ั สอน ๑ ปจจัยที่มีผลตอกำรตั้งถ่ินฐำนและพัฒนำกำรของ ชมุ ชน สาํ รวจคน้ หา การต้ังถ่ินฐานและการด�ารงชีวิตของผู้คนในแต่ละช่วงเวลามี 1. นักเรียนสืบคนขอมูลปจจัยท่ีมีผลตอการต้ัง ความแตกตา่ งกนั และข้นึ อยู่กับปจั จัยหลายประการ ซง่ึ เราอาจแบ่ง ถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน จากหนังสอื กว้าง ๆ ได ้ ๒ ปจั จยั คอื ปัจจัยทางภมู ิศาสตรแ์ ละปจั จยั ทางสงั คม เรยี น หนา 22-36 • ปจ จยั ทำงภมู ศิ ำสตร ์ ไดแ้ ก ่ สภาพภมู ปิ ระเทศ สภาพภมู อิ ากาศ 2. ครูแนะนําใหนักเรียนสืบคนขอมูลเพ่ิมเติม ทรัพยากรธรรมชาติ ซ่งึ มผี ลกระทบต่อการด�ารงชวี ติ วิถชี วี ติ และ เก่ียวกับปจจัยท่ีมีผลตอการตั้งถิ่นฐานและ การประกอบอาชพี เชน่ คนท่อี าศัยอยบู่ รเิ วณที่ใกลแ้ หล่งน�้า พน้ื ดนิ พัฒนาการของชุมชนจากแหลงขอมูลอื่นๆ มีความอุดมสมบูรณ์มักประกอบอาชีพเกษตรกรรม คนที่อาศัยอยู่ เชน อินเทอรเน็ต การสอบถาม การสังเกต ริมแม่นา�้ ริมทะเล มักประกอบอาชพี ประมงหรอื เพาะเลีย้ งสัตว์น�้า ส่งิ ตา งๆ รอบตัว • ปจ จยั ทำงสงั คม เปน็ ปจั จยั ทางดา้ นสภาพแวดลอ้ มอนื่ ๆ ทเ่ี กดิ จากการสร้างสรรคข์ องผคู้ นในสงั คม เชน่ ปจั จัยทางเชอ้ื ชาติ คนท่ี มเี ชอ้ื ชาตเิ ดยี วกนั มกั จะตงั้ ถนิ่ ฐานในบรเิ วณทมี่ คี นเชอ้ื ชาตเิ ดยี วกนั อาศัยอยู่ ด้วยความรูส้ กึ ผูกพนั ใกลช้ ดิ เปรยี บเสมือนเปน็ เครอื ญาต ิ และสามารถปฏิบัตกิ ิจกรรมหรือแสดงออกตามลักษณะของเช้ือชาติ ได้ตามรูปแบบของตน บางคนเลือกต้ังถ่ินฐานจากปัจจัยด้านความ เจริญทางเทคโนโลยี เช่น ต้ังถ่ินฐานใกล้กับศูนย์กลางการเผยแพร่ ความรู้ บางคนเลือกตั้งถิ่นฐานในพ้ืนที่ใกล้กับสถาบันการศึกษา บางคนเลือกตั้งถ่ินฐานในบริเวณท่ีมีความพร้อมด้านสาธารณูปโภค มีความสะดวกในการเดินทาง หรือบางคนเลอื กตงั้ ถ่นิ ฐานในบริเวณ ทม่ี ีความปลอดภยั สูง 22 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด ครูอธิบายใหนักเรียนฟงเพ่ิมเติมวา ปจจัยทางภูมิศาสตรมีผลตอการตั้ง เพราะเหตุใด โดยสว นใหญช มุ ชนในอดีตทอ่ี ยใู กลแหลงนํ้า ถนิ่ ฐานของผูคนเปน อยา งมาก เชน บรเิ วณทเ่ี ปนภูเขาสูง ผคู นจะตั้งถน่ิ ฐานอยู จึงมีความเจรญิ มาก นอ ยกวา บรเิ วณทเี่ ปน ทร่ี าบ บรเิ วณทม่ี สี ภาพอากาศหนาวจดั จะมผี คู นตง้ั ถน่ิ ฐาน อยนู อ ยกวา บรเิ วณทม่ี สี ภาพอากาศอบอนุ บรเิ วณทม่ี ที รพั ยากรธรรมชาตนิ อ ยจะ 1. มีการเดินทางท่ีปลอดภัย มผี คู นตงั้ ถ่ินฐานอยนู อ ยกวาบริเวณท่ีมีทรัพยากรธรรมชาติอุดมสมบูรณ 2. มผี คู นอาศยั อยูไ มมากนัก 3. มีทรัพยากรธรรมชาตอิ ุดมสมบรู ณ 4. เปน แหลง รวมของวฒั นธรรมทส่ี าํ คญั (วิเคราะหคําตอบ : บริเวณใกลแหลงน้ํามีทรัพยากรอุดมสมบูรณ จึงเหมาะแกการเพาะปลูก มีนํ้าไวใชอุปโภคบริโภค การเดินทาง สะดวก จึงมีผูคนมาอาศัยอยูเปนจํานวนมาก และทําใหสามารถ พัฒนาความเจริญกาวหนาในดานตางๆ ไดเปนอยางดี ดังน้ัน ขอ 3. จงึ เปน คําตอบท่ถี กู ตอ ง) T26

นาํ สอน สรุป ประเมิน ๑) ปจจัยทำงภมู ิศำสตร์ ขน้ั สอน (๑) ปจจัยทางภมู ิศาสตรท ีม่ ีผลตอ การตง้ั ถน่ิ ฐาน อธิบายความรู้ ในอดีตสภาพภูมิศาสตร์มีผลต่อการตั้งถิ่นฐานของ ชมุ ชน ผคู้ นมกั เลอื กตง้ั ถนิ่ ฐานในบรเิ วณทเี่ หมาะสมตอ่ การดา� รงชวี ติ 3. ครอู ธบิ ายใหนักเรยี นเขาใจวา ปจ จยั ท่มี ผี ลตอ และการประกอบอาชีพ เช่น บริเวณท่ีมีอากาศอบอุ่น ไม่หนาวจัด การตั้งถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน หรือแห้งแล้ง ใกล้แหล่งน้�า เพราะต้องใช้น้�าในชีวิตประจ�าวันและ มปี จจยั หลกั 2 ประการ คอื ใช้ในการเพาะปลูก คนส่วนใหญ่จึงเลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ในบริเวณ 1) ปจจัยทางภูมิศาสตร เชน มีลักษณะ ทบร่ีใกเิ วลณ้แทหร่ี ลา่งบนล้�ามุ่ แทม�าน่ ใา้�หเจ้ชาุ้มพชรนะยราิม1 นแม�้ามน่ ีกา้� ทารา่ จขนีย2 าแยมตน่ ัวา้� ไปดา ้เสรกั็ว กสวว่ ่าน พเน้ืชท่นี่ ภมู ิประเทศและภมู ิอากาศท่ีดี มีทรพั ยากร บรเิ วณเชิงเขาและเทือกเขาผูค้ นตั้งถิน่ ฐานนอ้ ย เนอ่ื งจากเพาะปลกู ธรรมชาตอิ ดุ มสมบูรณ ล�าบาก เส้นทางทุรกันดาร ถ้าจะต้ังถ่ินฐานมักอยู่ในบริเวณที่ราบ 2) ปจจัยทางสังคม เชน มีความปลอดภัย เชิงเขา เพราะมีท่ีราบในการต้ังถ่ินฐานบ้านเรือน มีแหล่งน้�าเพื่อ เดนิ ทางสะดวก มคี วามเจรญิ ทางเทคโนโลยี ทา� การเพาะปลูกมากกวา่ 4. ครูถามคําถามเกี่ยวกับปจจัยท่ีมีผลตอการตั้ง ▼ บริเวณพื้นท่ีทั้ง ๒ ฝังของรมิ แม่น้า� เจา้ พระยาเป็นพืน้ ที่ราบ มีแหลง่ น�้าอดุ มสมบรู ณ์ ผ้คู นจึงนยิ มมา ถ่ินฐานและพัฒนาการของชุมชน ใหนักเรียน ต้ังถิ่นฐานอยอู่ ย่างหนาแนน่ มาต้ังแต่อดีต ชวยกันตอบ เชน • ปจ จยั ทางภมู ศิ าสตรแ บบใดมอี ทิ ธพิ ลตอ การ 23 ตง้ั ถิน่ ฐานมากทส่ี ุด เพราะเหตใุ ด (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยูใ นดลุ ยพนิ จิ ของครูผสู อน) • การตง้ั ถนิ่ ฐานของชมุ ชนของนกั เรยี นเกยี่ วขอ ง กบั ปจจยั ทางภมู ิศาสตรอ ยา งไร (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอ ยูในดุลยพินิจของครูผูสอน) 5. นกั เรยี นรว มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา ลกั ษณะ ภูมิประเทศและลักษณะภูมิอากาศแบบใดที่ คนนยิ มตงั้ ถน่ิ ฐานอาศยั อยู 6. นักเรียนดูภาพ จากหนังสือเรียน หนา 23 แลว ชวยกนั ตอบคําถาม เชน • บรเิ วณพน้ื ทใ่ี นภาพมผี ลตอ การตงั้ ถน่ิ ฐานของ ผคู นอยา งไร (แนวตอบ : เนื่องจากบริเวณพ้ืนท่ีในภาพเปน ทร่ี าบลมุ แมน าํ้ มแี หลง นาํ้ อดุ มสมบรู ณ ผคู น จึงนิยมมาตง้ั ถิ่นฐานอยอู ยา งหนาแนน) ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู ขอ ใดเปน ปจ จยั ทที่ าํ ใหผ คู นตง้ั ถน่ิ ฐานอยใู กลก บั แหลง นา้ํ นอ ยทสี่ ดุ 1 แมนํ้าเจาพระยา เริ่มจากบริเวณที่แมนํ้าปงและแมน้ํานานไหลมารวม 1. มนี า้ํ ใชใ นการเกษตรอยางเพียงพอ กันที่จังหวัดนครสวรรค ไหลผานจังหวัดอุทัยธานี ชัยนาท สิงหบุรี อางทอง 2. ใชแหลงนํ้าเปน สถานท่ีเพาะเลีย้ งสัตวน า้ํ พระนครศรอี ยธุ ยา ปทมุ ธานี นนทบรุ ี กรงุ เทพมหานคร และไหลไปออกอา วไทย 3. สามารถนําน้ํามาใชอ ุปโภคบรโิ ภคไดส ะดวก ทจี่ งั หวัดสมุทรปราการ มีความยาว 370 กโิ ลเมตร 4. ใชแ มน า้ํ ลาํ คลองเปน เสนทางคมนาคมขนสง 2 แมน ้าํ ทา จนี ไหลแยกจากแมน า้ํ เจาพระยาท่อี าํ เภอวัดสงิ ห จงั หวัดชยั นาท แมน ํ้าน้มี ีช่ือเรยี กหลายช่ือ ชวงทไ่ี หลผานจงั หวัดชัยนาท เรียกวา “คลองมะขาม (วเิ คราะหค าํ ตอบ : สาเหตหุ ลกั ทผี่ คู นตงั้ ถน่ิ ฐานอยใู กลก บั แหลง นา้ํ เฒา” ผานจังหวดั สุพรรณบรุ ี เรียกวา “แมน้าํ สพุ รรณบรุ ี” ผา นจังหวัดนครปฐม คอื สามารถนําน้ํามาใชอ ุปโภคบรโิ ภคไดสะดวก ใชใ นการเกษตร เรยี กวา “แมน้าํ นครชัยศรี” และผา นจังหวัดสมทุ รสาคร เรียกวา “แมน ้าํ ทา จีน” อยางเพียงพอ และมีสัตวน้ําชุกชุมสามารถจับมาเปนอาหารได ดังนนั้ ปจจยั ทเ่ี กย่ี วของนอยทสี่ ุด คอื ขอ 2.) T27

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สอน (๒) ปจ จยั ทางภูมิศาสตรที่มีผลตอการดาํ รงชวี ิตของผคู น สภาพภูมิศาสตร์เป็นปัจจัยส�าคัญในการก�าหนดวิถี 7. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา ปจจัยทาง การด�ารงชีวิตของผู้คน อันเป็นผลท�าให้ผู้คนท่ีอยู่ต่างพื้นที่กันมี ภมู ิศาสตร นอกจากจะมผี ลตอการตั้งถน่ิ ฐาน วิถีชวี ติ ที่แตกตา่ งกัน เช่น ผ้ทู ีอ่ ย่รู ิมแม่น้า� ลา� คลองหรอื ในท่รี าบลุ่ม ของผูคนแลว ยังมีผลในดานอื่นๆ อีก คือ มกั ปลกู บา้ นทมี่ ใี ตถ้ นุ สงู เพอื่ ปอ งกนั นา้� ทว่ มหรอื ปลกู เรอื นแพอยใู่ นนา้� มีผลตอการดํารงชีวิตของผูคน มีผลตอการ ใชเ้ รอื เปน็ พาหนะในการเดนิ ทางทางนา้� สว่ นผทู้ อี่ ยหู่ า่ งไกลแหลง่ นา้� ประกอบอาชีพและการสรางสรรควัฒนธรรม รหารงือไบมไ้รผิเวส่ ณ่งนเช้�ามิงาเขจาาก นก้า�็มตีวกิธใีนน�าปนา �้า หมราือใทชา�้โดทยอ่ กสา่งนรข�า้ ุดสครลา้ งอฝงา ยก1 าเขรอื่ทน�า2 ประเพณี มีผลตอพัฒนาการของชุมชนตางๆ และอา่ งเก็บนา�้ เพอ่ื น�าน�า้ มาใช ้ และยงั เป็นที่เกบ็ กกั น�า้ เพ่อื ปอ งกนั ของไทยดว ย นา้� ทว่ ม การใชว้ วั ควาย ม้า ลา เปน็ พาหนะในการเดินทาง ดังนั้น จึงมีการปลูกบ้านท่ีมีใต้ถุนสูงเพื่อเป็นคอกเล้ียงสัตว์ ปองกันการ 8. นกั เรยี นชวยกนั ตอบคําถาม เชน ลักขโมย และดแู ลสัตวเ์ ลย้ี งใหป้ ลอดภัย • จากภาพในหนงั สอื เรยี น หนา 24 ปจ จยั ทาง ภูมศิ าสตรในภาพมีผลดา นใดบา ง อยา งไร ▼ ผู้คนทีอ่ าศยั อยรู่ มิ นา้� จะใช้เรอื เป็นพาหนะในการเดนิ ทางหรือท�ากิจกรรมต่าง ๆ (แนวตอบ : มีผลตอการดํารงชีวิตของผูคน และมีผลตอการประกอบอาชีพ เชน ผูคน ท่ีอาศัยอยูริมแมนํ้าจะใชเรือเปนพาหนะใน การเดินทางหรือทํากจิ กรรมตางๆ ใชแมน ํ้า เปนแหลงคาขายสนิ คา ) • ถาสภาพทางภูมิศาสตรเปนท่ีราบลุมแมนํ้า ผูคนมกั จะปลกู บา นเรอื นอยา งไร (แนวตอบ : ผูคนสวนใหญมักปลูกบานท่ีมี ใตถ ุนสงู เพอื่ ปอ งกันนาํ้ ทว ม ซง่ึ ในปจ จบุ ัน นยิ มปลกู แบบถมพืน้ สงู ) 24 นักเรียนควรรู ขอสอบเนน การคิด 1 ฝาย คือ อาคารทดนํ้าประเภทหนึ่งที่สรางขึ้นบริเวณตนน้ําของลํานํ้า เพราะเหตุใด ผูคนท่ีอาศัยอยูริมแมน้ําลําคลองมักสรางบาน ธรรมชาติ ทําหนาที่ทดน้ําท่ีไหลมาตามลําน้ําใหมีระดับสูงขึ้น จนสามารถไหล ทีม่ ีใตถ นุ สูง เขาคลองสงน้ําไดตามปริมาณที่ตองการ สวนน้ําที่เหลือจะไหลลนขามฝายไป สว นใหญก ารสรา งฝายจะสรา งใหม ขี นาดไมส งู มากนกั แบง ออกเปน ฝายคอนกรตี 1. ใชใตถนุ ไวเ ลีย้ งสตั ว ฝายกง่ึ ถาวร และฝายแมว 2. เพอื่ ปอ งกนั นาํ้ ทวมบาน 2 เข่อื น คือ สิ่งกอสรา งท่สี รา งขึ้นเพ่อื ปด กน้ั ขวางทางนํา้ เพอื่ กกั เก็บนา้ํ หรือ 3. เพอ่ื ปอ งกนั น้าํ กดั เซาะตลง่ิ ยกระดบั น้ําใหสูงข้ึน 4. ใชเ ปนที่เกบ็ เครือ่ งมอื หาปลา (วเิ คราะหค าํ ตอบ : การอาศยั อยรู มิ แมน าํ้ ลาํ คลอง อาจเกดิ ปญ หา นาํ้ ทว มในชว งหนา ฝนได ดงั นน้ั จงึ มกั สรา งบา นเรอื นใหม ใี ตถ นุ สงู เมอื่ นํ้าทว มจะไดไ มท วมตวั บานและยงั สามารถอยูอ าศัยได ดังนน้ั ขอ 2. จงึ เปน คําตอบที่ถกู ตอง) T28

นาํ สอน สรุป ประเมนิ (๓) ปจจัยทางภูมิศาสตรที่มีผลตอการประกอบอาชีพและ ขน้ั สอน การสรา งสรรควฒั นธรรมประเพณี สภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมีความเหมาะสมใน • จากภาพในหนังสอื เรียน หนา 25 เปนภาพ การตั้งถิ่นฐานและการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ท�าให้อาชีพ การทาํ กจิ กรรมอะไร เสกมษยั ตกรอ่ กนร1 รแมรเงปงน็ าอนาจชาพีกคหนลเกั ปขน็ อสงงิ่คสนา� ไคทญั ย มผาคู้ ตนงั้ อแาตศอ่ ยัดอตี ย สู่ในงั คหมมเบู่ กา้ษนตหรรในอื (แนวตอบ : กาํ ลังชวยกนั เก่ยี วขาว) ชุมชนใกล ้ ๆ กัน สังคมไทยเป็นสังคมท่ผี ู้คนมีความสัมพนั ธก์ นั แบบ เครือญาติ อยู่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและ • เพราะเหตุใด คนในภาพจึงประกอบอาชีพ ทชว่ี่เรยียเหกลวอ่าื กกนั าไรดล ้ เงชแน่ ข กก2ารขอแรงกนั มาชว่ ยทา� นาในทนี่ าของเพอื่ นบา้ น ทาํ นา (แนวตอบ : เพราะมีพื้นท่ีที่เหมาะสมตอการ ▼ พนื้ ที่ราบลุ่มท�าใหก้ ารเพาะปลูกเปน็ อาชีพที่ส�าคญั และส่งผลทา� ใหเ้ กิดประเพณีตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วกบั การท�านา ทํานา คอื เปนท่รี าบลมุ แมน้ํา) • ประเพณีขอฝนเกิดขึน้ เน่ืองจากสาเหตุใด (แนวตอบ : ความแหงแลงหรือฝนไมตกตาม ฤดกู าล) • ประเพณีลอยกระทงจัดขึ้นเพ่ือจุดประสงค ใด (แนวตอบ : เพื่อบูชาและขอขมาแหลงนํ้า (แมพระคงคา) ทใ่ี ชอุปโภคบรโิ ภคตามหลัก ความเชอื่ ของศาสนาพราหมณ- ฮนิ ดู เพอ่ื บชู า รอยพระพทุ ธบาทของพระพทุ ธเจา ตามหลกั ความเช่ือของพระพุทธศาสนา นอกจากน้ี ยงั เชอื่ วา เปน การลอยทุกข โศก โรค ภัยให พนไปจากตัว) • ชุมชนของนักเรียนมีสภาพทางภูมิศาสตร อยางไร และสงผลตอการประกอบอาชีพ และการสรางสรรควัฒนธรรมประเพณีของ ผคู นในชมุ ชนอยา งไร (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยใู นดุลยพินจิ ของครูผสู อน) 25 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ขอใดไมใชลักษณะของชุมชนท่ีผูคนสวนใหญประกอบอาชีพ 1 สังคมเกษตรในสมัยกอน สังคมไทยในอดีตเปนสังคมเกษตรกรรม เกษตรกรรม ประชาชนสวนใหญอยูในชนบท ดํารงชีวิตอยูบนรากฐานของเกษตรกรรมเพื่อ ยงั ชพี เปน หลกั ชมุ ชนมคี วามสมั พนั ธแ บบเครอื ญาติ ทาํ ใหม กี ารแลกเปลย่ี นและ 1. มกี ารแขง ขันทางเศรษฐกจิ สูง แบงปนกันดวยน้ําใจเอ้ืออารี สามารถสรางความพอเพียงใหกับครอบครัวและ 2. มีการพึ่งพาอาศัยซงึ่ กนั และกนั ชุมชนได สังคมจงึ มีความสงบสขุ 3. ความสมั พันธส ว นใหญเปน แบบเครือญาติ 2 การลงแขก หรือการลงแขกเก่ียวขาว เปนประเพณีท่ีมีมาตั้งแตอดีต เพ่ือ 4. มักอาศยั อยูในหมบู านหรือชมุ ชนใกลๆ กัน ชวยกันเก่ียวขาว โดยเจาของนาจะบอกกลาวญาติและเพ่ือนบานใหรูวาเมื่อใด จะเก่ียวขาว เมื่อถึงวันที่กําหนด ญาติและเพื่อนบานจะมาชวยกันเก่ียวขาว (วิเคราะหคําตอบ : ลักษณะของชุมชนท่ีผูคนสวนใหญประกอบ ซึ่งเจาของนาจะจัดเตรียมอาหารตาง ๆ ไวรองรับผูที่มาชวยลงแขกเกี่ยวขาว อาชีพเกษตรกรรม คือ มีการพ่ึงพาอาศัยซ่ึงกันและกัน ความ เปน การแสดงออกถงึ ความมนี า้ํ ใจและความสามคั คขี องคนในชมุ ชน ในปจ จบุ นั สัมพันธสวนใหญเปนแบบเครือญาติ และมักอาศัยอยูในหมูบาน ประเพณีการลงแขกเก่ียวขาวหาดูไดยาก เนื่องจากเกษตรกรสวนใหญหันไปใช หรือชุมชนใกลๆ กนั ดังนั้น ขอ 1. จงึ เปนคําตอบท่ีถกู ตอง) รถเกยี่ วนวดขาวแทน T29

นาํ สอน สรุป ประเมนิ ขน้ั สอน ในด้านการสร้างสรรค์ประเพณี ผู้คนมีประเพณีการ ละเล่นท่ีเกี่ยวข้องกับอาชีพเกษตรกรรมและการต้ังบ้านเรือน เช่น • เพราะเหตใุ ด ชมุ ชนในอดตี ทอี่ ยใู กลแ หลง นา้ํ ประเพณีการขอฝนเพื่อความอุดมสมบูรณ์ในการเพาะปลูก ผู้คนที่ จึงมีความเจริญกวาชุมชนที่อยูหางไกลจาก ตเตง้ั ้นบกา้ า�นรเา�รเอื คนียอวา 1ศกยัารอรยอ้ ู่ใงกเลพแ้ ลหงลเกง่ นีย่ วา้� ขมา้ปี วร ะเเพพือ่ ณเปกี น็ารกแาขรพง่ เักรผอื อ่ กนาจราลกะกเลาน่ร แหลงน้ํา ทา� งานหนกั เนอื่ งจากการเพาะปลกู ประเพณลี อยกระทงเพอื่ บชู าและ (แนวตอบ : เพราะชุมชนท่ีอยูใกลแหลงน้ํา ขอขมาแหล่งนา้� ท่ีใชอ้ ปุ โภคบริโภค มีความอุดมสมบูรณมากกวา การเดินทาง ผทู้ อ่ี ยใู่ กลป้ า เขามกั มอี าชพี การเกบ็ ของปา หรอื มปี ระเพณี ไปมาสะดวกกวา จงึ ติดตอ คา ขายกบั ชุมชน ความเชอ่ื ท่ีใหค้ วามเคารพธรรมชาต ิ เชน่ มกี ารบชู าผสี บนา�้ ทเี่ ชอ่ื วา่ ภายนอกไดง า ย ทาํ ใหม กี ารรบั สนิ คา วฒั นธรรม คมุ้ ครองบรเิ วณทแ่ี มน่ า้� ๒ สาย บรรจบกนั การบชู าผฝี ายทค่ี มุ้ ครอง ประเพณี ความเชื่อ ศาสนาจากภายนอก มดแูีปลรเะหเพมอืณงีใฝนากยา สรแว่ นสผดทู้งคอี่ วาาศมยั อเคยาู่ใรกพลท้ตะ่อเแลม ท่ยา� ่าอนาาชงพี เรปือร2 ะมทงี่เเชปื่อน็ วห่าลจกัะ เขามาปรับใช จึงทําใหเกิดการสรางสรรค ชว่ ยคมุ้ ครองดแู ลความปลอดภยั ใหก้ บั เรอื และชาวประมง รวมถงึ ให้ วัฒนธรรมประเพณี ทําใหมีความเจริญใน โชคดสี ามารถจับสัตว์น�้าได้มาก ดานตา งๆ อยางรวดเร็ว) ▼ ชมุ ชนทีอ่ ยบู่ ริเวณรมิ แม่น้า� หลายแห่ง จะจัดประเพณีแข่งขันเรอื ยาว เพื่อความสนกุ สนานและสรา้ งความ สามคั คีของคนในชุมชน 26 นักเรียนควรรู ขอ สอบเนน การคิด 1 เตนกาํ ราํ เคียว เปนการละเลน พ้นื บา นทเ่ี กาแกข องชาวชนบทในภาคกลาง ขอ ใดไมใ ชประเพณีทีเ่ กดิ จากการตง้ั ถิ่นฐานอยใู กลแหลงนํ้า แถบจังหวัดนครสวรรค กาญจนบุรี ซ่ึงสวนมากมีอาชีพทํานาเปนหลัก หลัง 1. ประเพณบี ญุ บัง้ ไฟ จากการเก็บเก่ยี วขาวแลว ชาวนารูส กึ เหนด็ เหนือ่ ย และดวยนสิ ยั รักความสนุก 2. ประเพณีลอยกระทง ประกอบกบั การเปน คนเจา บทเจา กลอนของคนไทย กช็ กั ชวนกนั ผอ นคลายดว ย 3. ประเพณีชกั พระทางนํ้า การตง้ั วงเตน กาํ ราํ เคยี ว ในมอื ของผรู าํ ขา งหนง่ึ ถอื เคยี ว อกี ขา งหนงึ่ ถอื ขา วทเ่ี กย่ี ว 4. ประเพณแี ขง ขันเรือยาว แลว การเลน มกั เริม่ เลน เพลงเกยี่ วขา วกอ นเสมอ (วเิ คราะหค าํ ตอบ :ประเพณที เ่ี กดิ จากการตงั้ ถน่ิ ฐานอยใู กลแ หลง นา้ํ 2 แมยานางเรือ คือ ผีผูหญิงประจํารักษาเรือ ตามคติความเช่ือของคนใน อดีตท่ีคนนับถือเปนสิ่งศักดิ์สิทธ์ิที่ชวยปกปองคุมครอง เน่ืองจากผูคนอาศัยอยู คือ ประเพณีลอยกระทง ประเพณีแขงขันเรือยาว และประเพณี รมิ แมน า้ํ มกี ารใชเรือเปนพาหนะหลกั จงึ มีความเชือ่ วา มีแมยานางสงิ สถิตอยู ชักพระทางน้ํา แตบุญบั้งไฟเปนประเพณีเพื่อขอใหฝนตกตาม ในเรอื เมอ่ื จะใชเ รอื ตอ งมกี ารเซน ไหวบ ชู าแมย า นาง เพอื่ ความเปน สริ มิ งคล และ ฤดกู าล ดงั น้นั ขอ 1. จงึ เปนคําตอบที่ถูกตอ ง) ใหแ มยานางชวยคมุ ครองในการเดินทางใหป ลอดภยั T30

นํา สอน สรปุ ประเมนิ ชุมชนท่ีอยู่ในสภาพทางภูมิศาสตร์แตกต่างกันย่อมมี ขนั้ สอน พฒั นาการตลอดจนความเจรญิ ตา่ งกนั เชน่ ชมุ ชนทอี่ ยู่ใกลแ้ หลง่ นา�้ ส่วนใหญ่มักมีความเจริญกว่าชุมชนท่ีอยู่ในที่ห่างไกลแหล่งน�้าหรือ • สภาพทางภมู ศิ าสตรใ นชมุ ชนของนกั เรยี นมี ชมุ ชนทอ่ี ยใู่ นปา เขา เพราะชมุ ชนทอี่ ยใู่ กลแ้ หลง่ นา้� มคี วามอดุ มสมบรู ณ์ ผลตอ พฒั นาการของชมุ ชนหรือไม อยางไร มากกวา่ การเดนิ ทางไปมาสะดวกกวา่ จงึ ตดิ ตอ่ กบั ชมุ ชนภายนอกได้ (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น งา่ ยกวา่ ทา� ใหม้ กี ารรบั สนิ คา้ วฒั นธรรม ประเพณ ี ความเชอ่ื ศาสนา โดยใหอ ยใู นดุลยพินจิ ของครผู ูส อน) จากภายนอกเข้ามาปรับใช้ จึงท�าให้เกิดการสร้างสรรค์วัฒนธรรม ประเพณที มี่ รี ปู แบบเฉพาะของตนเอง ทงั้ จากการสงั่ สมประสบการณ์ • นกั เรยี นคิดวา พัฒนาการของชุมชนตนเอง ของบรรพบรุ ษุ และการรับวัฒนธรรมจากภายนอกมาสรา้ งสรรคเ์ ปน็ เกิดข้ึนชาหรือเรว็ เพราะเหตใุ ด วฒั นธรรมประเพณีของตนเองขึน้ มา (แนวตอบ : พจิ ารณาตามคาํ ตอบของนกั เรยี น โดยใหอยูในดุลยพินจิ ของครผู ูส อน) 1 ▼ ในอดตี จังหวดั ภูเก็ตมีการท�าเหมืองแร่ ทา� ให้มีชาวจีนและชาวตะวันตกเข้ามาท�าเหมืองแรก่ นั มาก สง่ ผล ทา� ใหม้ กี ารสรา้ งอาคารตามรปู แบบสถาปัตยกรรมของจนี และตะวันตก 27 ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ขอใดกลาวถูกตองเกี่ยวกับสถาปตยกรรมแบบชิโนโปรตุกีส ครใู หน กั เรยี นดภู าพจากหนงั สอื เรยี นประวตั ศิ าสตร ป.3 หนา 27 แลว อธบิ าย ทจ่ี ังหวดั ภเู ก็ต เพม่ิ เตมิ ใหน กั เรยี นฟง วา รปู แบบของอาคารในภาพเปน สถาปต ยกรรมทเี่ รยี กวา ชิโนโปรตุกีส ซึ่งเปนการผสมผสานกันระหวางสถาปตยกรรมโปรตุเกสและ 1. ภเู ก็ตมสี ถาปตยกรรมเหมือนกับโปรตุเกส สถาปตยกรรมจีน โดยคําวา ชิโน หมายถึง ชาวจีน และคําวา โปรตุกีส 2. ภูเกต็ เคยเปน เมืองขน้ึ ของจนี และโปรตุเกส หมายถึง ชาวโปรตุเกส 3. ในอดตี ภเู กต็ มกี ารติดตอกับจนี และโปรตุเกส 4. คนภูเกต็ ชนื่ ชอบสถาปตยกรรมของจนี และโปรตเุ กส นักเรียนควรรู (วเิ คราะหค าํ ตอบ : สถาปต ยกรรมแบบชโิ นโปรตกุ สี ทจี่ งั หวดั ภเู กต็ 1 การทําเหมืองแร ในอดีตจังหวัดภูเก็ตมีการทําเหมืองแรดีบุกกันอยางแพร เกดิ ขนึ้ เนอ่ื งจากในอดตี มชี าวจนี และชาวโปรตเุ กสเขา มาทาํ งานใน หลาย มนี กั ธรุ กจิ ชาวจนี และชาวตะวนั ตกเขา มาลงทนุ ทาํ เหมอื งแรก นั หลายราย จงั หวดั ภเู กต็ จาํ นวนมาก โดยเฉพาะการทาํ เหมอื งแร จงึ มกี ารสรา ง ทําใหเศรษฐกิจของเมืองเจริญข้ึนจากธุรกิจแรดีบุก แตภายหลังจํานวนแรดีบุก อาคารตามรูปแบบสถาปต ยกรรมจีนและโปรตุเกส ดังนนั้ ขอ 4. ไดลดปริมาณลงมาก รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสภาพแวดลอม สงผลให จึงเปน คาํ ตอบท่ถี กู ตอ ง) เหมืองแรปดกิจการลง ซ่ึงผูสนใจเกี่ยวกับเหมืองแรสามารถเขาไปชมไดที่ พพิ ิธภณั ฑเหมอื งแรภ เู กต็ T31

นํา สอน สรุป ประเมิน ขน้ั สอน นอกจากน ี้ คนจากภายนอกยงั อพยพเขา้ มาตงั้ ถน่ิ ฐาน ในชุมชนรมิ นา�้ ได้งา่ ย ทา� ให้ชมุ ชนท้องถน่ิ นน้ั ๆ เจริญเติบโตทั้งด้าน • ในปจจุบัน การต้ังถ่ินฐานของผูคนจําเปน การค้าและภูมิปัญญา บริเวณที่เป็นเมืองหลวงของไทยในอดีต ตองคํานึงถึงสภาพทางภูมิศาสตรเปนหลัก จนถึงปัจจุบันมักมีท่ีตั้งอยู่ริมน�้า ทั้งกรุงศรีอยุธยา กรุงธนบุรี และ เหมอื นในอดตี หรอื ไม เพราะเหตุใด กรงุ รตั นโกสนิ ทร ์ เพราะพนื้ ทบ่ี รเิ วณนม้ี คี วามอดุ มสมบรู ณเ์ หมาะสมกบั (แนวตอบ : ไมจําเปน เพราะในปจจุบันผูคน การท�าเกษตรกรรมและสามารถติดต่อกบั บ้านเมืองอื่น ๆ ไดส้ ะดวก ประกอบอาชีพที่หลากหลายมากข้ึน ไมได หรือชุมชนชายฝังทะเลภาคใต้ บริเวณจังหวัดสงขลา กระบ ่ี ทําเกษตรกรรมเปนหลักเหมือนในอดีต นครศรีธรรมราช สุราษฎรธ์ านี ในอดตี เคยเปน็ ศนู ยก์ ลางทางการค้า การต้ังถ่ินฐานจึงไมจําเปนตองต้ังบานเรือน ของพอ่ คา้ ตา่ งชาตจิ งึ มกี ารเผยแผพ่ ระพทุ ธศาสนาและศาสนาอสิ ลาม ตามสภาพภูมิศาสตรเพียงอยางเดียว การ เขา้ มาในชุมชน ต้ังถิ่นฐานในปจจุบันมักจะคํานึงถึงความ ส่วนชมุ ชนทอี่ ยหู่ า่ งไกล เช่น ชมุ ชนตามทร่ี าบหุบเขา สะดวกสบายในการเดินทาง อยูใกลกับ ในภาคเหนือ การเดินทางไปมาล�าบาก ชุมชนจึงเติบโตได้ช้ากว่า ชุมชนหรอื ศูนยกลางความเจรญิ ศนู ยกลาง แต่ก็สามารถรักษารูปแบบการด�ารงชีวิตแบบด้ังเดิมและประเพณี ทางเศรษฐกจิ และมคี วามมนั่ คงปลอดภยั ใน ท้องถ่ินได้มากกว่าชมุ ชนทม่ี ีการตดิ ตอ่ กบั ภายนอกได้สะดวก การใชชวี ิตเปนสาํ คญั ) กจิ กรรมพฒั นาการเรยี นรทู้ ี่ ๑ ๑. แบง่ กลมุ่ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ เพราะเหตใุ ด คนไทยในสมยั กอ่ นจงึ เลอื ก ตงั้ ถนิ่ ฐานบา้ นเรือนอยู่ใกลแ้ หล่งน้า� ๒. รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ วา่ ถา้ นกั เรยี นเปน็ คนในสมยั กอ่ นจะประกอบอาชพี ใด เพราะเหตใุ ด ๓. รว่ มกันสืบคน้ วา่ ประเพณที เี่ กิดจากปจั จยั ทางภมู ศิ าสตร์ในทอ้ งถน่ิ มีอะไรบา้ ง จากนั้นออกมารายงานหนา้ ชัน้ 28 เกร็ดแนะครู กิจกรรม สรา งเสรมิ ครูอธิบายเพิ่มเติมวา เหตุผลท่ีบริเวณคาบสมุทรภาคใตของไทยเปน ครูนําภาพหรือคลิปวิดีโอเกี่ยวกับสภาพทางภูมิศาสตรแบบ พ้ืนที่แรกๆท่ีไดรับอารยธรรมจากภายนอกเขามาผานทางพอคา นักบวช ตา งๆ มาใหน กั เรยี นดู แลว ใหช ว ยกนั แสดงความคดิ เหน็ วา สภาพ ทั้งจากอินเดียและอาหรับ เน่ืองจากเปนพ้ืนที่แรกๆ ท่ีกลุมพอคา นักบวช ทางภูมิศาสตรดังกลาวสงผลตอชุมชนอยางไร ตามประเด็น แลนเรอื สาํ เภาเขามาถึง ซง่ึ จะเปน บริเวณชายฝง ทะเลดา นอนั ดามัน ดงั น้ี บูรณาการอาเซียน • ผลตอการตง้ั ถิน่ ฐาน • ผลตอการดาํ รงชวี ติ ของผคู น ครูอธิบายเพิ่มเติมวา เมืองหลวงของประเทศสมาชิกอาเซียน สวนใหญ • ผลตอ การประกอบอาชีพ ตั้งอยูริมแมนํ้า ริมทะเล เชน กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา จากนัน้ ใหน ักเรยี นแตละคนสรุปคําตอบนําสง ครูผสู อน กรุงเวยี งจนั ทน เมอื งหลวงของประเทศลาว ต้ังอยรู ิมฝงแมน ้าํ โขง กรงุ จาการต า เมอื งหลวงของประเทศอินโดนเี ซยี ต้งั อยูท างตอนเหนอื ของเกาะชวา ตดิ ทะเล ชวา กรงุ บนั ดารเสรีเบกาวัน เมอื งหลวงของประเทศบรไู น ต้ังอยูทางตอนเหนอื ของแมน าํ้ บรูไน T32

นาํ สอน สรปุ ประเมิน (๔) ปจ จยั ทางภมู ศิ าสตรท ม่ี ผี ลตอ พฒั นาการของชมุ ชนตา งๆ ขน้ั สอน ของไทย สภาพภมู ศิ าสตรท์ มี่ คี วามแตกตา่ งกนั สง่ ผลใหพ้ ฒั นาการ • จากภาพในหนังสือเรียน หนา 29 เพราะ ของชุมชนในพ้ืนทต่ี า่ ง ๆ ของไทยแตกต่างกนั ไปด้วย เหตใุ ด นพบรุ ศี รนี ครพงิ คเ ชยี งใหม จงึ ตง้ั อยู ในอดตี ลกั ษณะความเจรญิ และการตง้ั ถนิ่ ฐานของผคู้ น บรเิ วณทร่ี าบทมี่ แี มน า้ํ ปง ไหลผา น และธนบรุ ี อยู่บริเวณพ้ืนท่ีใกล้แหล่งน้�าหรือพื้นที่ที่ราบลุ่ม ซึ่งเหมาะสมกับ จึงต้ังอยูบริเวณท่ีราบที่มีแมนํ้าเจาพระยา การท�าเกษตรกรรม สามารถผลิตอาหารเพียงพอกับความต้องการ ไหลผาน และมีจ�านวนมากพอทน่ี า� ไปแลกเปล่ียนกับชุมชนอืน่ ผูค้ นสว่ นใหญ่ (แนวตอบ : เพราะในอดีตผูคนมักตั้งถิ่นฐาน จะสร้างบ้านเรือนท่อี ยอู่ าศยั ใกล้กับแมน่ า้� ล�าคลอง เพ่ือความสะดวก บริเวณพื้นที่ใกลแหลงน้ําหรือพ้ืนที่ท่ีราบ ในการนา� นา้� มาใชอ้ ปุ โภคบรโิ ภคในชวี ติ ประจา� วนั รวมถงึ การเดนิ ทาง ลุมแมนํ้าดวยเหตุผลหลายประการ เชน ไปในท่ีต่าง ๆ บ้านเรือนริมแม่น�้าได้ขยายตัวและมีการพัฒนาเป็น เปนพื้นที่ที่เหมาะสมกับการทําเกษตรกรรม ชุมชนขนาดใหญ่ข้ึน เน่ืองจากผู้คนสามารถด�ารงชีวิตและด�าเนิน สะดวกในการนําน้ํามาใชอุปโภคบริโภคใน กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ ไดม้ ากกวา่ เช่น การแลกเปลย่ี นสินค้า หรอื ชีวิตประจําวัน รวมถึงการเดินทางไปในท่ี การคา้ ขาย ทา� ใหม้ ผี คู้ นเขา้ มาตงั้ ถนิ่ ฐานจา� นวนมาก และบางชมุ ชน ตางๆ ไดงาย) กพ็ ัฒนาเปน็ เมอื งท่มี ีความเจริญมากขน้ึ ▲ นพบุรีศรีน1ครพิงค์เชียงใหม่ ต้ังอยู่บริเวณท่ีราบ ▲ ธนบุร2ีต้งั อยู่บริเวณที่ราบ มีแม่น�า้ เจา้ พระยาไหลผ่าน มีแม่น้�าปงไหลผา่ น 2๙ ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู “ชุมชนท่ีตั้งอยูริมแมนํ้ามักมีการขยายตัวและมีพัฒนาการ 1 แมน ํา้ ปง มตี นนํา้ อยทู ่ที ิวเขาแดนลาว ในอาํ เภอเชยี งดาว จังหวดั เชยี งใหม ที่ดกี วา ชมุ ชนที่อยหู า งไกล” ขอ ใดเกี่ยวขอ งนอยที่สุด ไหลผานจงั หวัดลําพูน ตาก กาํ แพงเพชร และนครสวรรค ไหลไปรวมกับแมน้าํ นา นทต่ี าํ บลปากนา้ํ โพกบั ตาํ บลแควใหญเ ปน แมน า้ํ เจา พระยา รวมความยาว 715 1. มนี า้ํ เพียงพอตอ การทําเกษตรกรรม กโิ ลเมตร 2. มีการแลกเปลย่ี นสินคา และคา ขายกับชมุ ชนอื่น 2 ธนบุรี (ช่ือเต็ม กรุงธนบุรีศรีมหาสมุทร) ในปจจุบันธนบุรีเปนเขตหน่ึง 3. สภาพอากาศมคี วามเหมาะสมตอการดาํ รงชีวิต ของกรุงเทพมหานคร แตในอดีตธนบุรีมีความสําคัญในฐานะราชธานีของไทย 4. มีความสะดวกในการติดตอคา ขายกับชุมชนอน่ื ในระหวาง พ.ศ. 2310-2325 ซง่ึ ปรากฏโบราณสถานทีส่ าํ คัญในสมยั ธนบุรี คอื พระราชวังเดิม (ปจจุบันเปนที่ตั้งของกองบัญชาการกองทัพเรือ) รวมทั้งวัดวา (วิเคราะหค าํ ตอบ : ชุมชนท่ีตัง้ อยรู ิมแมน้ํา ทาํ ใหม นี า้ํ เพียงพอตอ อารามตางๆ เปนจาํ นวนมาก การทําเกษตรกรรม มีความสะดวกในการติดตอคาขายกับชุมชน อน่ื มกี ารแลกเปลย่ี นสนิ คา และคา ขายกบั ชมุ ชนอน่ื สง ผลใหช มุ ชน สามารถพัฒนาไดมากกวาชมุ ชนท่ีอยหู า งไกล คําตอบที่เก่ียวขอ ง นอยท่ีสุด คือ ขอ 3.) T33

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน ส�าหรับพื้นที่ท่ีเป็นเทือกเขาหรือท่ีสูง การตั้งถ่ินฐาน มักตั้งถิ่นฐานบริเวณท่ีราบเชิงเขา เพราะสามารถท�าเกษตรกรรม • บริเวณพ้ืนที่ท่ีเปนเทือกเขาหรือท่ีสูง มีขอดี เพ่ือเล้ียงชีพได้สะดวก พื้นที่ท่ีมีลักษณะภูมิศาสตร์เช่นน้ีในการ และขอจํากัดในการตง้ั ถิน่ ฐานอยางไร ติดต่อกับชมุ ชนอนื่ เปน็ ไปไดย้ ากลา� บาก เนอ่ื งจากสภาพภมู ศิ าสตร์ (แนวตอบ : ขอ ดี เชน สามารถใชท ร่ี าบเชงิ เขา ไมเ่ ออื้ อา� นวย ทา� ใหก้ ารขยายตวั และพฒั นาการของชมุ ชนเกดิ ขนึ้ ชา้ ทําเกษตรกรรมเพื่อเล้ียงชีพได แตก็มีขอ รูปแบบชุมชนก็จะจ�ากัดอยู่ในกลุ่มชนท่ีเป็นกลุ่มดั้งเดิม การติดต่อ จํากัด เชน เปนอุปสรรคในการติดตอกับ สัมพันธ์กับชุมชนภายนอกก็จะมีช้ากว่าชุมชนที่อยู่ใกล้แหล่งน�้า ชมุ ชนอ่นื เกิดภยั ธรรมชาติไดงาย เชน ดนิ เพราะชมุ ชนทอี่ ยู่ใกลแ้ หลง่ นา้� มคี วามสะดวกสบายดา้ นการคมนาคม ถลม และทําใหการขยายตัวของชุมชนเปน มากกวา่ ไปอยางลา ชา ) ▼ บนภูเขาหรอื ทสี่ ูง ผคู้ นมกั ตงั้ ถิ่นฐานอยูน่ อ้ ย การพฒั นาเปน็ แหล่งชมุ ชนหรือเมืองจึงมีน้อย 3๐ เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด ครูอธิบายเพ่ิมเติมวา ลักษณะภูมิประเทศที่เปนภูเขาและท่ีราบระหวาง “พัฒนาการของชุมชนท่ีต้ังอยูบริเวณภูเขาหรือท่ีสูงเกิดข้ึนชา หบุ เขา เชน ทางภาคเหนอื ของไทย ในบรเิ วณทรี่ าบหรอื แอง แผน ดนิ ระหวา งภเู ขา กวา ชุมชนทีต่ งั้ อยูใกลแ หลงนํ้า” ขอ ใดเกย่ี วขอ งนอยทีส่ ุด ทมี่ ีแมนํ้าไหลผานจะมีผูค นอาศยั อยอู ยางหนาแนน สวนบรเิ วณภเู ขา ทส่ี ูง หรือ พน้ื ทที่ ่ีเต็มไปดวยปาเขาทรุ กันดาร เชน จังหวดั แมฮ องสอน นาน เปน จงั หวดั 1. มีทรพั ยากรธรรมชาตนิ อ ย ทห่ี างไกลเสนทางคมนาคม มพี ื้นทีท่ ุรกนั ดาร มีสภาพแวดลอมเปนภเู ขาสูงชนั 2. พืน้ ทีร่ าบสําหรบั เพาะปลกู พชื มีนอย จึงมีประชากรอาศัยอยูเบาบาง ซ่ึงการมีจํานวนประชากรนอย ยอมสงผลตอ 3. การตดิ ตอกบั ชมุ ชนภายนอกทําไดชา สภาพเศรษฐกิจ การพัฒนาความเจรญิ ในดานตา งๆ จงึ มนี อยและใชระยะเวลา 4. พืน้ ท่ีสงู สงผลใหก ารเดินทางยากลาํ บาก นานกวาบรเิ วณพื้นทีร่ าบลุม (วิเคราะหคําตอบ : บริเวณภูเขาหรือที่สูงทําใหการเดินทางยาก ลาํ บาก พื้นท่รี าบสาํ หรบั เพาะปลกู พชื มีนอย การตดิ ตอกับชมุ ชน ภายนอกทาํ ไดชา ดังน้ัน ขอท่ีเก่ยี วขอ งนอยทส่ี ุด คอื ขอ 1.) T34

นาํ สอน สรปุ ประเมนิ จึงกล่าวได้ว่า พัฒนาการของชุมชนเก่ียวข้องกับ ขน้ั สอน ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรเ์ ปน็ อยา่ งมาก โดยเฉพาะการอยู่ใกลแ้ หลง่ นา�้ รวมถึงแม่นา้� ทะเล เพราะท�าใหก้ ารตดิ ต่อกบั ชมุ ชนภายนอกท�าได้ 9. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายสรุปเกี่ยวกับ สะดวก จึงรับหรือแลกเปลี่ยนภูมิปัญญาและความรู้จากภายนอก ปจจัยทางภูมิศาสตรที่มีผลตอการตั้งถิ่นฐาน ชมุ ชนไดก้ อ่ นพนื้ ทท่ี อ่ี ยหู่ า่ งไกล เชน่ พน้ื ทท่ี สี่ งู หรอื บรเิ วณเทอื กเขา และพฒั นาการของชมุ ชน ดงั นนั้ ปจั จยั ทางภมู ศิ าสตรจ์ งึ มคี วามสา� คญั ตอ่ พฒั นาการของชมุ ชน ในภูมิภาคตา่ ง ๆ ของไทย ▲ ชุมชนที่ติดต่อค้าขายกับชุมชนภายนอกได้สะดวก เช่น บริเวณจังหวัดสงขลา ชุมชนจะขยายตัวและ มีพัฒนาการเร็วกว่าชมุ ชนปด ที่ไมไ่ ดต้ ดิ ตอ่ กบั ภายนอก กิจกรรมพัฒนาการเรยี นรทู้ ี่ ๒ แบง่ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รวบรวมภาพเกยี่ วกบั สภาพทางภมู ศิ าสตร ์ แลว้ นา� เสนอ วา่ มผี ลตอ่ การตง้ั ถนิ่ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชนอยา่ งไร จากนน้ั ออกมารายงาน ทหี่ นา้ ชนั้ 3๑ ขอสอบเนน การคดิ เกร็ดแนะครู ขอ ใดกลาวไมถูกตอ งเกีย่ วกบั ชมุ ชนในภาคใต ครอู าจยกตวั อยา งประกอบวา พนื้ ทอี่ ยใู กลแ หลง นาํ้ ไมว า จะเปน แมน า้ํ ทะเล 1. ผคู นสวนใหญประกอบอาชีพเกษตรกรรมเปนหลัก เราจะเหน็ รอ งรอยการกอ ตงั้ เปน บา นเมอื ง อาณาจกั รอยหู ลายแหง เชน เมอื งไชยา 2. มีการผสมผสานวัฒนธรรมระหวางพระพุทธศาสนากับ เมืองอูทอง อาณาจักรตามพรลิงค (นครศรีธรรมราช) อาณาจักรทวารวดี ศาสนาอสิ ลาม อาณาจกั รสโุ ขทยั ลว นเกดิ ขนึ้ ในพนื้ ทใี่ กลแ หลง นาํ้ แตใ นพน้ื ทอี่ ยหู า งไกลบนภเู ขา 3. ชุมชนที่ตั้งอยูชายฝงทะเลมีพัฒนาการนอยกวาชุมชนท่ีตั้ง เราจะไมพ บรอ งรอยการพัฒนาเปน บานเมือง อยตู อนในของภาค 4. มีการรับเอาวัฒนธรรมจากตางชาติเขามาผสมผสานกับ T35 วัฒนธรรมไทย (วเิ คราะหค าํ ตอบ :ภาคใตผ คู นสว นใหญป ระกอบอาชพี เกษตรกรรม มกี ารผสมผสานวฒั นธรรมพระพทุ ธศาสนากบั ศาสนาอสิ ลาม และ มกี ารรบั เอาวฒั นธรรมจากตา งชาตเิ ขา มาผสมผสานกบั วฒั นธรรม ไทย ชมุ ชนทต่ี ง้ั อยชู ายฝง ทะเลมพี ฒั นาการมากกวา ชมุ ชนทตี่ งั้ อยู ตอนในของภาค ดังนน้ั ขอ 3. จึงเปนคําตอบท่ถี ูกตอ ง)

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขน้ั สอน ๒) ปจจัยทำงสังคม ปัจจัยทางด้านสังคมเป็นปัจจัยส�าคัญประการหน่ึงท่ีส่งผล 10. ครูอธิบายใหนักเรียนฟงวา ปจจัยทางสังคม ตอ่ การตง้ั ถนิ่ ฐานและพฒั นาการของชมุ ชน เนอื่ งจากการดา� เนนิ ชวี ติ ท่ีสงผลตอการตั้งถิ่นฐานและพัฒนาการของ ของผู้คนต้องมีการพูดคุย แลกเปลี่ยนความรู้ความคิดระหว่างกัน ชมุ ชนมี 4 ดานสาํ คัญ คอื จึงท�าให้ผู้คนต้องอยู่รวมกัน เม่ือมีการตั้งถิ่นฐานในการอยู่ร่วมกัน 1) ปจ จยั ทางสังคมดา นเชือ้ ชาติ ผู้คนจึงเลือกต้ังถิ่นฐานโดยค�านึงถึงปัจจัยทางด้านเช้ือชาติ ศาสนา 2) ปจจยั ทางสังคมดานศาสนา ความปลอดภัย ความเจรญิ ทางเทคโนโลยี และอื่น ๆ 3) ปจจยั ทางสงั คมดา นความปลอดภัยใน การใชช ีวิต (๑) ปจจยั ทางสังคมดานเชื้อชาติ 4) ปจ จยั ทางสังคมดานความเจรญิ ทาง เชอื้ ชาตมิ คี วามสา� คญั ในการเลอื กตง้ั ถน่ิ ฐาน คนเชอื้ ชาติ เทคโนโลยีและอืน่ ๆ เดียวกันมักจะต้ังถ่ินฐานอยู่รวมกัน ท้ังน้ี เพื่อความสะดวกในการ จากนั้นครูสนทนากับนักเรียนวา ในชุมชน ดา� เนนิ กจิ กรรมหรอื ปฏบิ ตั ปิ ระเพณตี ามแนวความคดิ ความเชอื่ ของ ของเรามีคนเชื้อชาติใดบาง ผูคนเหลานั้น ตนเอง เช่น ชาวจีน ในอดีต ชาวจีนไดอ้ พยพจากประเทศจีนไปยงั มีเอกลักษณอยางไร แลวใหนักเรียนตอบ ประเทศต่าง ๆ เพ่ือตั้งรกรากท�ามาหากิน โดยในตอนแรกชาวจีน คาํ ถาม เชน เลือกตั้งถิ่นฐานอยู่ในชุมชนที่สามารถใช้แรงงานหรือรับจ้างท�า • เพราะเหตุใด เชื้อชาติจึงมีความสําคัญตอ กจิ กรรมตา่ ง ๆ ได ้ และเมอ่ื มชี าวจนี จา� นวนมากอยรู่ วมกนั จนเกดิ เปน็ การเลอื กตั้งถน่ิ ฐานของผูคน ชมุ ชนขนึ้ แลว้ ชมุ ชนชาวจนี ในแตล่ ะพน้ื ทกี่ จ็ ะสรา้ งหรอื นา� ความเชอ่ื (แนวตอบ : เพราะคนเชื้อชาติเดียวกันมัก ดั้งเดิมของตนเองเข้ามาใช้และปฏิบัติ จนกลายเป็นวัฒนธรรมหรือ จะตั้งถิ่นฐานอยูรวมกัน เพ่ือความสะดวก ประเพณขี องชาวจีนข้ึน และเมอ่ื มีชาวจีนกล่มุ ใหม่เข้ามาก็จะมาตง้ั ในการดําเนินกิจกรรมหรือปฏิบัติประเพณี ถ่ินฐานอยู่บริเวณชุมชนของชาวจีนเดิม เพราะไม่ต้องปรับตัวมาก ตามแนวความคิด ความเชื่อของตนเอง มีประเพณีวัฒนธรรม ภาษา ท่ีคุ้นเคยอยู่แล้ว รวมถึงได้รับความ รวมทง้ั ไมต อ งปรบั ตวั มาก เพราะมปี ระเพณี ช่วยเหลือตา่ ง ๆ จากผู้ทอ่ี ยู่มาก่อน วฒั นธรรม และภาษาทค่ี ุน เคยอยแู ลว) 32 เกร็ดแนะครู ขอสอบเนน การคิด ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงเกี่ยวกับชุมชนชาวจีนวา ในประเทศไทย ประเทศไทยมีเชื้อชาติใดบาง และสงผลตอพัฒนาการของ มีชุมชนชาวจีนท่สี ําคัญ คอื เยาวราช เปน ชุมชนท่ีมชี าวจีนและชาวไทยเช้ือสาย ชมุ ชนอยา งไร จนี อาศยั อยเู ปน จาํ นวนมากมาตง้ั แตส มยั รตั นโกสนิ ทรต อนตน มศี ลิ ปวฒั นธรรม ประเพณีของชาวจีนปรากฏใหเห็นอยางชัดเจน ซ่ึงนอกจากจะเปนแหลงท่ีอยู (แนวตอบ : ประเทศไทยมีความหลากหลายทางเช้ือชาติ เชน อาศยั ของชาวจนี แลว เยาวราชยงั เปน แหลง คา ขายทสี่ าํ คญั แหง หนง่ึ ของประเทศ ชาวไทย ชาวไทยเช้ือสายลาว ชาวไทยเชื้อสายมอญ ชาวไทย โดยเฉพาะรา นทองท่ีมอี ยมู ากมาย เชื้อสายเขมร รวมไปถงึ กลมุ ชาวไทยเชอ้ื สายจีน ชาวไทยเชือ้ สาย มลายู รวมทัง้ ชาวไทยภเู ขาเผาตางๆ เชน กะเหร่ียง ลีซอ มง สว ย แตละเชื้อชาติมักจะตั้งถิ่นฐานอยูรวมกัน เพ่ือความสะดวกใน การดําเนินกิจกรรมหรือปฏิบัติประเพณีตามความเช่ือของตนเอง สงผลใหชุมชนมีลักษณะประเพณีและวัฒนธรรมท่ีโดดเดนเปน เอกลกั ษณข องตนเอง และสามารถพฒั นาจนเปน ชมุ ชนทเ่ี ขม แขง็ ) T36

นํา สอน สรปุ ประเมนิ การตงั้ ถนิ่ ฐานตามลกั ษณะเชอื้ ชาตขิ องคนไทยในอดตี ขนั้ สอน มชาีปวรมาอกญฏ กชามุ รชอนยชู่รวาวมลกาันวข ชอุมงชกนลชุ่มาควนญเ่ีปชนุื้อใชนาสตมิตัย่ากงร ๆุงศ รเอีชย่นธุ ยชา1ุม กชานร เอฉยพู่ราวะมขกอันงใแนตลล่ ักะษเชณื้อะสดา้ายนขเึ้นช ื้อเชชน่ า ตปิจรึงะทเพ�าใณหีต้เกกั ิดบวาัฒตรนนธ้�ารผรึง้ม2 ปปรระะเเพพณณีี 11. ครูนําภาพชุมชนที่นับถือศาสนาตางๆ เชน สงกรานต์ของชาวมอญ ชมุ ชนทน่ี บั ถอื พระพทุ ธศาสนา ชมุ ชนทนี่ บั ถอื ศาสนาอิสลาม ชุมชนที่นับถือศาสนาคริสต และชมุ ชนทน่ี บั ถอื ศาสนาอน่ื ๆ มาใหน กั เรยี นดู 12. นักเรียนแบงกลมุ เปน 4 กลมุ จับสลากหัวขอ ภาพชุมชนที่นับถือศาสนาตางๆ กลุมละ 1 หวั ขอ จากนนั้ รว มกนั อภปิ รายแสดงความคดิ เหน็ วา การนบั ถอื ศาสนามผี ลตอ การเลอื กตงั้ ถน่ิ ฐานของผคู นหรอื ไม อยา งไร แลว สรปุ เปน ความรูของกลุม จากนั้นสงตัวแทนออกมา นําเสนอหนา ช้ันเรยี น 13. ครูต้ังประเด็นคําถามใหนักเรียนชวยกันตอบ เชน • เพราะเหตใุ ด ปจจยั ทางสังคมดา นศาสนา จงึ มคี วามสาํ คญั ตอ การเลอื กตงั้ ถน่ิ ฐานของ ผคู น (แนวตอบ : เพราะมีความสะดวกในการ ปฏิบัติศาสนกิจหรือสะดวกในการจัดงาน ประเพณีทเี่ กย่ี วขอ งกบั ศาสนา) ▲ ชมุ ชนชาวมอญ ทอ่ี า� เภอสงั ขละบรุ ี จงั หวดั กาญจนบรุ ี เปน็ ตวั อยา่ งของชมุ ชนทผ่ี คู้ นทมี่ เี ชอื้ ชาตเิ ดยี วกนั มาอาศยั อยรู่ วมกัน มีภาษา การแต่งกาย ประเพณวี ฒั นธรรมทเ่ี ป็นอตั ลกั ษณเ์ ฉพาะ (๒) ปจจัยทางสงั คมดา นศาสนา ประเทศไทยเปน็ ประเทศทมี่ เี สรภี าพในการนบั ถอื ศาสนา มาตงั้ แตอ่ ดตี คนไทยสามารถทจ่ี ะเลอื กนบั ถอื ศาสนาไดต้ ามความเชอื่ ของตนเองโดยไมม่ ขี อ้ หา้ มหรอื ไมม่ กี ารจา� กดั การนบั ถอื ศาสนา ทา� ให้ ประเทศไทยประกอบไปดว้ ยคนทนี่ บั ถอื พระพทุ ธศาสนา ศาสนาครสิ ต ์ ศาสนาอิสลาม ศาสนาพราหมณ ์ รวมถึงความเช่ืออ่ืน ๆ อกี ดว้ ย 33 ขอสอบเนน การคดิ นักเรียนควรรู การทีใ่ นชมุ ชนมคี นไทยเชื้อสายตางๆ มาอยรู วมกัน ทาํ ใหเกิด 1 ชุมชนชาวญ่ีปุนในสมัยกรุงศรีอยุธยา นาจะจัดต้ังข้ึนในชวงปลายพุทธ- ผลดอี ยา งไร ศตวรรษท่ี 11 สมยั สมเดจ็ พระมหาธรรมราชา ซง่ึ พระมหากษตั รยิ ไ ดพ ระราชทาน ที่ดินนอกเกาะเมืองใหต้ังเปนหมูบานขึ้น ผูนําชาวญ่ีปุนที่มีบทบาทมากในการ 1. มีการจัดลําดับชนชนั้ อยางชัดเจน เชอ่ื มความสมั พนั ธร ะหวา งไทย-ญปี่ นุ คอื ยะมะดะ นะงะมะซะ (ซง่ึ ในสมยั พระเจา 2. มวี ัฒนธรรมทมี่ ีความหลากหลาย ทรงธรรมไดรบั การแตงตัง้ เปน ออกญาเสนาภิมขุ ) ปจจุบนั ชุมชนชาวญป่ี ุนตง้ั อยู 3. ทาํ ใหผ คู นมคี วามคิดเหน็ เปน อิสระ ที่ตําบลเกาะเรียน จงั หวัดพระนครศรีอยุธยา 4. ทําใหเ ศรษฐกจิ พฒั นาไปอยางรวดเร็ว 2 ประเพณีตักบาตรนํ้าผ้ึง เปนประเพณีสําคัญของชาวไทยเชื้อสายมอญ จัดขึ้นในวันขึน้ 15 คํ่า เดือน 10 ของทุกป มลี กั ษณะเหมอื นกับการตักบาตร (วิเคราะหคําตอบ : สงผลใหมีลักษณะทางประเพณีวัฒนธรรมท่ี ทวั่ ไป เพยี งแตเ ปลย่ี นจากขา วและอาหารมาเปน นา้ํ ผง้ึ ตามความเชอื่ แตโ บราณวา หลากหลาย มีการเรียนรูและผสมผสานกันทางวัฒนธรรม หรือ การถวายน้ําผึ้งแดพระสงฆจะไดอานิสงสมาก ซึ่งน้ําผ้ึงที่ไดจากการตักบาตร ในบางพื้นท่ีมีลักษณะของประเพณีวัฒนธรรมท่ีโดดเดนเปน ทางวดั จะรวบรวมใชเ ปน สว นผสมของยารกั ษาโรค เอกลักษณ เชน ประเพณีสงกรานตของคนไทยเช้ือสายมอญ ทอี่ ําเภอพระประแดง จงั หวัดสมุทรปราการ ดังน้นั ขอ 2. จึงเปน T37 คําตอบท่ถี กู ตอง)

นํา สอน สรปุ ประเมิน ขนั้ สอน การนับถือศาสนาเป็นปัจจัยส�าคัญประการหน่ึงใน การตง้ั ถน่ิ ฐาน เพราะผคู้ นเลอื กตงั้ ถนิ่ ฐานอยตู่ ามพน้ื ทที่ ตี่ รงกบั ความ 14. ครใู หน กั เรยี นดคู ลปิ วดิ โี อสน้ั ๆ เกยี่ วกบั ภเู ขาไฟ เชอ่ื ของตนเอง หรอื ตงั้ ถนิ่ ฐานในชมุ ชนทใี่ กลก้ บั ศาสนสถานในศาสนา ปะทหุ รอื แผน ดินถลม ตามเวลาท่ีเหมาะสม ของตนเอง เพ่ือความสะดวกในการปฏิบัติศาสนกิจ หรือสะดวกใน การจดั งานประเพณที เ่ี กย่ี วขอ้ งกบั ศาสนา เชน่ บรเิ วณภาคใตต้ อนลา่ ง 15. ครูตั้งประเด็นคําถามเกี่ยวกับคลิปวิดีโอ ให ของประเทศไทย เป็นพ้ืนท่ีที่ผู้คนส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม นกั เรยี นชวยกันตอบ เชน เน่ืองจากศาสนาอิสลามเริ่มเผยแพร่เข้ามาในบริเวณภาคใต้ของ • บริเวณพ้ืนท่ีในคลิปวิดีโอนี้เหมาะตอการ ประเทศไทยก่อน จึงเกิดการขยายตัวของชุมชนมุสลิมจ�านวนมาก ตง้ั ถน่ิ ฐานอาศัยอยูหรอื ไม เพราะเหตใุ ด มีวัฒนธรรมประเพณีที่เกี่ยวข้องกับศาสนาในพ้ืนที่ของชุมชนใน (แนวตอบ : ไมเ หมาะทจ่ี ะตง้ั ถนิ่ ฐานอาศยั อยู ภาคใต้ เชน่ การสร้างมัสยิด ลักษณะการแตง่ กาย การใชภ้ าษา เพราะเสยี่ งตอ อนั ตรายทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ ) • เพราะเหตุใด ปจจัยทางสังคมดานความ (๓) ปจ จัยทางสงั คมดานความปลอดภยั ในการใชช ีวิต ปลอดภัยในการใชชีวิต จึงมีความสําคัญ ผู้คนเลือกอยู่อาศัยในเมืองหรือในชุมชนท่ีมีความ ตอ การเลือกตงั้ ถิ่นฐานของผูคน ปลอดภยั มโี จรผู้ร้ายหรอื มีปญั หาอาชญากรรมน้อย ปลอดภยั จาก (แนวตอบ : เพราะความปลอดภยั ในชวี ติ เปน ภัยธรรมชาต ิ ทงั้ น้ี เพราะภยั ธรรมชาตเิ ป็นเหตใุ ห้เกดิ ความเสียหาย สงิ่ ทม่ี คี วามสาํ คญั ยงิ่ อยา งหนงึ่ ในการเลอื ก แก่ชีวิตและทรัพย์สิน ซ่ึงสภาพภูมิศาสตร์ของประเทศไทยมีภัย ตงั้ ถน่ิ ฐาน ถา พนื้ ทใี่ ดมโี จรผรู า ยมากหรอื มี ธรรมชาติเกิดข้ึนน้อย หรือเกิดแล้วไม่รุนแรงมาก จึงท�าให้การตั้ง ปญหาอาชญากรรมมากก็อาจเปนสาเหตุ ถนิ่ ฐานของคนไทยสามารถตง้ั ถน่ิ ฐานอยไู่ ดใ้ นพน้ื ทท่ี วั่ ไป และสามารถ ใหผูคนไมตั้งถ่ินฐานอยู เพราะไมมีความ สรา้ งสรรคว์ ัฒนธรรมท่ีสอดคล้องกบั สภาพภมู ิศาสตรข์ นึ้ มาได้ ปลอดภัยในชวี ิตและทรัพยสิน) 16. ครูอธิบายเพิ่มเติมใหนักเรียนเขาใจวา ผูคน สวนใหญมักจะเลือกต้ังถิ่นฐานอาศัยอยูใน พ้ืนที่ที่มีความปลอดภัย จึงเปนปจจัยหน่ึงที่ มผี ลตอการตัง้ ถ่ินฐานของผูคน 34 เกร็ดแนะครู ขอ สอบเนน การคิด ครูอธิบายเพ่ิมเติมใหนักเรียนฟงวา ภัยธรรมชาติที่เกิดในประเทศไทย “เม่ือกอนนี้ ในชุมชนของฉันผูคนสวนใหญประกอบอาชีพ มีหลายประเภท เชน อุทกภัย วาตภัย ภัยแลง ดินโคลนถลม ไฟปา สึนามิ เกษตรกรรม เมื่อความเจริญตางๆ เขามา ทําใหผูคนหันไป ซึ่งสวนใหญเปนภัยธรรมชาติที่มีความรุนแรงไมมาก แตก็มีบางคร้ังท่ีเกิดแลว ประกอบอาชีพอ่ืนกันหมด” ขอใดเปนปจจัยท่ีทําใหเกิดการ มีความรุนแรงจนทําใหมีผูเสียชีวิตและทรัพยสินเสียหายจํานวนมาก เชน เปลีย่ นแปลงน้ี เหตกุ ารณสึนามิ เมอ่ื พ.ศ. 2547 เหตกุ ารณอ ุทกภัย เมอ่ื พ.ศ. 2554 1. วฒั นธรรมประเพณี สําหรับภัยพิบัติในประเทศไทย หนวยงานที่ทําหนาท่ีเปนศูนยขอมูลกลาง 2. ทรพั ยากรธรรมชาติ และควบคุมส่ังการในภาวะวิกฤติ ตลอดจนแจงเตือนภัยพิบัติทุกประเภท 3. ความเจรญิ ดานเทคโนโลยี ทเี่ กดิ ข้นึ ในประเทศไทย คือ ศูนยเตือนภัยพิบตั แิ หงชาติ สังกัดกรมปองกันและ 4. ความปลอดภัยในการดาํ รงชวี ติ บรรเทาสาธารณภยั กระทรวงมหาดไทย (วเิ คราะหค าํ ตอบ : เมอ่ื ความเจรญิ ทางดา นเทคโนโลยกี ระจายเขา มาสูชมุ ชนแลว จะสง ผลใหเ กดิ การเปลี่ยนแปลงในดานตา งๆ ทั้ง T38 ดา นการประกอบอาชีพ ดา นสงั คม วถิ ีชีวติ ประเพณี วฒั นธรรม และอ่นื ๆ ดงั นัน้ ขอ 3. จึงเปน คําตอบท่ีถูกตอง)

นาํ สอน สรุป ประเมิน (๔) ปจ จยั ทางสงั คมดา นความเจรญิ ทางเทคโนโลยแี ละอนื่ ๆ ขนั้ สอน การพฒั นาดา้ นความเจรญิ ของบา้ นเมอื ง เชน่ การสรา้ ง ถนนไปสู่พื้นท่ีห่างไกล มีรถไฟ เครื่องบิน ท�าให้เกิดความสะดวก 17. ครูอธิบายใหนักเรียนเขาใจวา การเลือกต้ัง รวดเร็วในการเดินทาง การตั้งถ่ินฐานของผู้คนจะเลือกตั้งถ่ินฐาน ถ่ินฐานของผูคนในอดีตจะเลือกต้ังถิ่นฐาน ในที่ที่สามารถเดินทางสัญจรได้อย่างสะดวก มีความเจริญก้าวหน้า จากปจจัยดานภูมิศาสตรเปนสําคัญ เพราะ ทางเทคโนโลยดี า้ นอน่ื ๆ เชน่ การสรา้ งเขอื่ น การขดุ คลองชลประทาน เกี่ยวของกับวิถีชีวิตและการประกอบอาชีพ ตกางั้ ถรขน่ิ ดุฐนานา�้ บมาาดกาขลนึ้ ทในา� เใขหตม้ เนีมา�้อื ใงช1ทอ้ ม่ี ยคีา่ วงาทมวั่ เถจงึ ร ญิผคู้ เนชจน่ งึ มมไีที ฟาฟงเา ล นอื กา�้ ปในระกปาาร และยงั มปี จ จยั ดา นสงั คมเปน ปจ จยั ทร่ี องลงมา มทาั่วกถกึงว า่ มเขีถตนพนนื้ แทลที่ ะอี่กยาหู่รคา่ งมไกนลา คซมง่ึ ขเดนนิ สท่งาทงล่ีสา�ะบดาวกก มจสี ะามธาีผรู้คณนปู อโภยู่อค2านศอ้ ัยย สวนการเลือกตั้งถ่ินฐานของผูคนในปจจุบัน จะเลือกต้ังถิ่นฐานจากปจจัยดานภูมิศาสตร ▼ บริเวณที่มีความเจริญทงั้ ทางเทคโนโลยแี ละสาธารณปู โภค จะดึงดดู ให้ผู้คนเข้ามาตง้ั ถนิ่ ฐาน นอยลง แตจ ะคาํ นงึ ถึงความสะดวกสบายใน การเดนิ ทาง อยใู กลค วามเจรญิ หรอื ศนู ยก ลาง ทางเศรษฐกจิ มากกวา ขยายความเขา้ ใจ 18. ครใู หน กั เรยี นแบง กลมุ กลมุ ละ 5-6 คน จากนนั้ ครมู อบหมายใหน กั เรยี นแตล ะกลมุ จดั ทาํ สมดุ ภาพแสดงลกั ษณะของชมุ ชนตนเอง ตง้ั แตใ น อดตี จนถงึ ปจจบุ ัน โดยใหค รอบคลุมประเดน็ ตามท่ีกําหนด ดงั นี้ 1) ลกั ษณะทางภมู ศิ าสตรข องชมุ ชนจากอดตี ถงึ ปจจบุ นั 2) ลักษณะทางสังคมของชุมชนจากอดีตถึง ปจ จบุ ัน 3) การวิเคราะหพัฒนาการของชุมชนจาก อดตี สปู จ จบุ ัน 19. นกั เรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอ ผลงานหนา ชนั้ เรยี น พรอ มใหน กั เรยี นกลมุ อนื่ ซกั ถามขอ สงสยั โดยครคู อยใหค าํ แนะนาํ หรอื อธิบายเพ่ิมเติม เพ่ือขยายความเขาใจใหกับ นกั เรียน 35 ขอสอบเนน การคิด นักเรียนควรรู ชุมชนชนบทกบั ชมุ ชนเมืองมีความแตกตางกนั อยา งไร 1 เขตเมือง คือ พ้ืนที่ต้ังชุมชนซ่ึงมีขนาดใหญกวาหมูบาน มีสาธารณูปโภค และสาธารณปู การ โดยมอี งคก รปกครองสว นทองถ่นิ ดูแลและจดั การ อาจเรยี ก (แนวตอบ:ชมุ ชนชนบทและชมุ ชนเมอื งมคี วามแตกตา งกนั ทงั้ ดา น เมอื งตา งๆ ตามลักษณะกจิ กรรมท่สี ําคัญในเมืองนั้นๆ เชน เมอื งการคา เมอื ง เศรษฐกิจ สังคม ประชากร และส่ิงแวดลอม โดยชุมชนชนบท อุตสาหกรรม หรอื ตามสถานทีต่ ง้ั เชน เมอื งชายทะเล เมืองทาทางทะเล มปี ระชากรไมห นาแนน สว นใหญป ระกอบอาชพี เกษตรกรรม มคี วาม 2 สาธารณูปโภค คือ บริการสาธารณะท่ีจัดทําเพ่ืออํานวยประโยชนแก เจริญทางเทคโนโลยีนอย สวนชุมชนเมืองมีประชากรอาศัยอยู ประชาชนในส่ิงอุปโภคท่ีจําเปนตอการดําเนนิ ชวี ติ เชน การไฟฟา การประปา หนาแนน ประชากรสวนใหญมีอาชีพอ่ืนๆ ท่ีไมใชเกษตรกรรม การคมนาคมขนสงดวยระบบตางๆ การตดิ ตอ สือ่ สารผานเครือขายตางๆ มีความเจรญิ ทางเทคโนโลยมี ากกวาชนบท) T39


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook