Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 3 ฉบับที่ 1

วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 3 ฉบับที่ 1

Published by sakdinan.lata, 2021-09-13 06:05:28

Description: วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 3 ฉบับที่ 1

Search

Read the Text Version

และทางออ้ มตอ่ การทำลายสงิ่ แวดลอ้ มทางกายภาพ ทำการเกษตร ด้วยการหลีกเลี่ยงการจ่ายภาษี หรือทางธรรมชาติ ดิน-น้ำ-ป่าไม้ และเป็นการเร่ง ที่ดินให้รัฐ วิธีการง่ายๆ ท่ีนิยมทำกันในชนบท ปัญหาภาวะโลกร้อนให้อันตรายมากขึ้น แต่ปัญหา สำหรับผู้เป็นเจ้าของท่ีดินทำกินขนาดเน้ือท่ี อันใหญ่หลวงนี้อาจจะมีมานานมากจนหลายคน ไม่มาก จนต้องแบ่งให้เช่าทำเกษตร หรือแบ่งขาย หรือเกือบทุกคนลืมตระหนักและเร่งแก้ไข (วิธีหลังนี้ชาวบ้านไม่ค่อยนิยมทำกัน) คือจะ ปรบั ปรุงก่อนท่ีจะสายเกนิ แก้ ใช้วิธีแบ่งมรดกท่ีดินให้ลูกหลานถือครองอย่าง ถูกกฎหมาย (ในจำนวนเนื้อที่ท่ีไม่มีใครต้องจ่าย 1.2 ชนบทท่รี าบและที่ดอน ภาษีที่ดินให้รัฐ) ทั้งๆ ที่ตนเองยังครอบครองและ บริเวณที่ราบและท่ีดอนโดยทั่วๆ ไป ใช้สิทธ์ิทำกินตามเดิมโดยไม่เปลี่ยนแปลง (ข้อมูล ในประเทศส่วนใหญ่แล้ว ราษฎรไทยก็ได้อาศัย จากวทิ ยานพิ นธป์ รญิ ญาเอกของผ้เู ขียน ปี 2518) ประกอบอาชีพหลักในการเกษตร หรือบางพ้ืนท่ี ประเด็นทุจริตที่ดินถือครองเพ่ือทำกิน ราษฎรก็ได้อาศัยทำอาชีพเสริมทางการเกษตร อีกประเภทที่น่าสนใจ ยกเป็นตัวอย่างจากผล รวมท้ังการรับจ้างทำการเกษตร ไม่ว่าจะเป็น การวิจัย (“การประเมินผลโครงการพัฒนาพื้นที่ เกษตรพืชไร่ พืชสวน (พืชผัก ไม้ผล ไม้ยืนต้น) ลุ่มน้ำแม่อาวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ จังหวัด การเลี้ยงปศุสัตว์ (สัตว์เล็ก สัตว์ใหญ่และสัตว์ปีก) ลำพูน” ระหว่างปี 2536-2540 และ “ทรัพยากร ประมง (น้ำจืด น้ำกร่อย และน้ำเค็ม) และไม้ดอก มนุษย์กับพ้ืนที่ลุ่มน้ำในภาคเหนือของประเทศไทย ไม้ประดับ เป็นต้น ทรัพยากรหลักของอาชีพนี้ : ปัญหากับการจัดการ” ปี 2541-2542) ที่ผู้เขียน 92 ที่เกษตรกรต้องพึ่งพิงมากท่ีสุดก็คือ ท่ีดินและ เป็นหัวหน้าโครงการ เป็นพื้นท่ีทำกินในชนบท ความอุดมสมบูรณ์ของหน้าดิน และทรัพยากรน้ำ ท่ีดอนหรือในพ้ืนที่ลุ่มน้ำแม่อาว ซึ่งเป็นลุ่มน้ำ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. กับแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์หรือเพียงพอ ดังนั้น ท่ีดอน (พ้นื ทล่ี มุ่ นำ้ 204 ตร.กม. หรอื 127,388 ไร่ ประเด็นทุจริตในประเด็นที่ดินถือครองเพื่อทำกิน มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ของประชากรหรือราษฎรในพ้ืนที่ราบหรือที่ราบ 290-1,020 เมตร และเปอร์เซ็นต์ความลาดเท ลุ่มน้ำและท่ีดอน ท่ีเปอร์เซ็นต์ความลาดเท หรือลาดชันระหว่างร้อยละ 0-35 ทำเลท่ีตั้ง หรือลาดชันไม่สูงมากนัก หรือไม่เกินร้อยละ 35 ในเขตอับลม แหง้ แล้ง ดนิ คอ่ นข้างเลวอมุ้ น้ำได้นอ้ ย ดังกล่าวแล้วแต่ต้น จึงเกิดข้ึนได้หลายรูปแบบที่ ขาดแคลนน้ำในฤดูแล้ง และน้ำท่วมในฤดูฝน เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของท่ีดินและหรือดิน เร่ืองของ หรือฤดูน้ำหลาก) ประชากร 4 กลุ่มในพื้นท่ีท่ี น้ำและหรือแหล่งน้ำ หรือแม้แต่เร่ืองของการ โครงการพระราชดำริจะจัดสรรท่ีดินทำกิน บุกรุกตัดไม้ทำลายทรัพยากรป่าไม้เพ่ือเปิดพ้ืนท่ี ในพื้นท่ีพัฒนาทรัพยากร ดิน-น้ำ-ป่าไม้ ให้อย่าง ทำเกษตรกรรม ดังตัวอยา่ งบนชนบทท่สี ูง เป็นระบบตามเกณฑ์ใหม่ และยุติธรรม คือ ทุจริตที่เกิดขึ้นได้ทั่วไปในพ้ืนท่ีชนบท ประชากรในเขต (1) พื้นท่ีอพยพจากบริเวณ เกษตรของประเทศประเด็นแรกก็มาจาก น้ำท่วม (2) พื้นที่อพยพจากบริเวณป่าอนุรักษ์- ความเห็นแก่ตัว และการขาดจิตสำนึกในความ ป่าเส่ือมโทรม (3) พื้นท่ีเขต ส.ป.ก. เก่า และ ซ่ือสัตย์สุจริตของเกษตรกรผู้ถือครองพ้ืนที่ (4) พืน้ ทีเ่ ขต ส.ป.ก.ใหม่

ปัญหาการทุจริตพื้นท่ีทำกินในชนบท เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ก่อให้เกิดปัญหาทำลาย วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ท่ีดอน ที่จริงแล้วเป็นตัวอย่างปัญหาการบุกรุก ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม คณะกรรมการ พ้ืนที่ป่าสงวนแห่งชาติในลุ่มน้ำแม่อาว ไม่ใช่ เฉพาะกิจ (ผู้เขียนร่วมงานอยู่ด้วย) จึงต้องเสนอให้ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 การกระทำของกลุ่มประชากรยากจนที่ทาง คณะกรรมการชุดใหญ่เรียกคืนที่ดินจับจองบุกรุก โครงการมีเป้าหมายจะจัดสรรท่ีดินทำกิน ซ้ือขายสิทธิผิดๆ เช่น การให้ถอนหมุดหลักฐาน 93 ให้ครอบครัวหรือรายละ 5 ไร่ ในเขตชลประทาน หรือรั้วที่มาล้อมไว้ออก เพ่ือปรับปรุงหน้าดินให้ และ 10 ไร่ นอกเขตชลประทาน เพราะกลุ่ม ฟื้นคืนสภาพ เป็นพ้ืนที่เพ่ือการอนุรักษ์ป่าไม้-ดิน ราษฎรยากจนจริงๆ ท่ีเข้ามาจับจองไว้เพียง -น้ำ โดยเฉพาะการปลูกป่าอนุรักษ์ต้นน้ำลำธาร รายละ 1-2 ไร่ และไม่มีทุนทรัพย์พอจะลงทุน ของเขตลุ่มน้ำแม่อาว (ข้อสังเกต ในช่วงแรกของ เปิดและปรับหน้าดินทำการเกษตรใดๆ คือ การพัฒนาพ้ืนท่ีลุ่มน้ำตามแนวพระราชดำริ เป็นลักษณะจับจองและทิ้งร้างมากกว่า ต่างจาก เจ้าหน้าท่ีป่าไม้ระดับปฏิบัติและรับผิดชอบ กลุ่มที่ “อยากจน” คือเป็นผู้มีอันจะกินหรือฐานะ ในพ้ืนท่ีประสบปัญหามากมาย เช่น ไม่สามารถ ดี แ ล ะ ห รื อ เ ป็ น ผู้ มี อิ ท ธิ พ ล ห รื อ มี อิ ท ธิ พ ล นำกล้าไม้ท่ีเพาะไว้แล้วถึง 80,000 ต้น ไปปลูก หนุนหลังในระดับต่างๆ ที่มาจากจังหวัดอ่ืน ตามโครงการ เจ้าหน้าท่ีรังวัดรับผิดชอบแบ่ง ของหลายภูมิภาค รวมท้ังผู้มีอิทธิพลในท้องถ่ิน แนวเขตป่ากับที่ดินทำกินก็ทำไม่ได้ ต้องชะลอ (ตั้งแต่ระดับจังหวัดลงมาถึงผู้บริหารระดับตำบล ออกไป เพราะถูกขัดขวางจากผู้มีอิทธิพลที่เข้ามา และหมู่บ้าน) (ต่างจังหวัดจะมาเป็นตระกูล จับจองไว้ กรณีนี้รัฐจึงไม่ได้สูญเสียแต่งบฯ ในหมู่ญาติพ่ีน้อง ข้าราชการบำนาญท้ังในและ จำนวนมากเท่านั้น ท่ีสำคัญคือเจ้าหน้าท่ี นอกเคร่ืองแบบ พนักงานองค์กรภาคธุรกิจเอกชน ฝ่ายปฏิบัติงานในพื้นที่ก็เสียขวัญและกำลังใจ ฯลฯ) กลุ่มหลังนี้จะเข้ามาจับจองใช้รถแม็คโคร อย่างมาก และยังถูกผู้มีอิทธิพลท้องถ่ินท่ีจับจอง (macro) หรือ แทร็กเตอร์ (tractor) เปิดพ้ืนท่ี ท่ีดินไว้ในโครงการขู่เอาชีวิต ยิ่งถ้าเป็นการ ขนาดใหญ่หลายร้อยหลายพันไร่ต่อราย และ ดำเนินการพัฒนาแหล่งน้ำและทรัพยากรน้ำ ไม่ต่ำกว่ารายละ 50 ไร่ ที่ดินบุกรุก-จับจอง- ทางเจ้าหน้าท่ีชลประทานก็ไม่ต่างจากเจ้าหน้าที่ ซื้อขายสิทธิ์โดยไม่มีสิทธิ์ ส่วนใหญ่เป็นพ้ืนท่ี ป่าไม้ ไม่สามารถจะจัดสร้างอ่างเก็บน้ำได้ตามแผน อุดมสมบูรณ์มากกว่า คือ บริเวณเหนืออ่างเก็บน้ำ เพ่ือให้แหล่งน้ำเพียงพอ โดยเฉพาะในพ้ืนที่ที่ รอบๆ อ่างเก็บน้ำ และท่ีในเขตป่าสงวนแห่งชาติ เหมาะสมสูงสุด ก็พบกับการจับจองบุกรุกของ ในขณะที่คนจนจะจับจองในเขตท่ีแห้งแล้งกว่า ผู้มีอิทธิพลเข้าใช้ประโยชน์ทำเกษตรสวนไม้ผล หรือเขตป่าเสื่อมโทรม (ข้อสังเกต คือมีผู้จับจอง ไปมากและนานแลว้ จงึ พบวา่ การใชง้ บฯดา้ นพฒั นา ซ้ือขายสิทธิที่ดินเหนืออ่างเก็บน้ำในพ้ืนที่ น้ำชลประทานในปีแรกเป็นไปได้เพียงร้อยละ 33.5 โครงการด้วยการจ่ายเงินมัดจำให้ผู้นำท้องถ่ิน หรือเพียง 1 ใน 3 ของงบฯที่ตั้งเป้าหมายไว้ตาม สูงถึง 70,000 บาท) ผู้นำท้องถิ่นบางคนก็จับจอง แผนพฒั นาโครงการ) และแบ่งให้เครือญาติใกล้ชิดในครอบครัว ดังที่กล่าวแล้วแต่แรกว่า ปัญหาอุปสรรค ถือครองกันคนละหลายร้อยไร่ พฤติกรรมทุจริต สำคัญสูงสุดหรือวิกฤตมากท่ีสุดของการทุจริต

ท่ีดินทำกินในชนบทท่ีดอน ก็คงหนีไม่พ้นปัญหา 1.3 ชมุ ชนเมอื ง จากทรัพยากรมนุษย์ (human/manresource) ประเด็นทุจริตท่ีดินอยู่อาศัยและทำกิน และปัญหาทางสังคมเศรษฐกิจ เพราะมนุษย์ ในชุมชนเมือง หรือในชุมชนแออัด (slum) ที่มีอันจะกินและมีอิทธิพลมากกว่ามนุษย์ ในตัวเมืองมักจะพบเห็นได้ท่ัวไป โดยเฉพาะ ยากจน ได้บุกรุกเปิดพ้ืนท่ีป่าสงวนแห่งชาติ ในเมืองใหญ่หรือที่เป็นเขตเทศบาลนคร หรือ ในเขตโครงการเป็นเน้ือที่สูงถึงร้อยละ 63.2 เทศบาลเมือง ท่ีมีทั้งคนยากจนในเมือง คนจน (80,484.13 ไร่) ของเนื้อที่โครงการเพ่ือทำ จากชนบทและคนจนต่างถ่ินท่ีเข้ามาอาศัยอยู่ เกษตรกรรม โดยเฉพาะการทำสวนไมผ้ ลขนาดใหญ่ บ้านเรือนหรือสลัมท่ีคนจนหาเช้ากินค่ำหรือ หรือลำไยเป็นส่วนใหญ ่ ทำงานรับจ้างเป็นวันๆ ไป มารวมกันอยู่อย่าง ปัญหาอุปสรรคสำคัญของโครงการน้ี แออัดนี้ ส่วนหน่ึงคือท่ีดินสาธารณะประเภท อีกประการหนึ่ง คือ การพบว่าพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ ต่างๆ ที่สมาชิกชาวเมืองเหล่านี้บุกรุกเข้าไปตั้ง มีเอกสารสิทธิ์ประเภท นส.3 และ สทก. บ้านเรือนถ่ินที่อยู่อาศัยโดยพลการหรือไม่มี (“สิทธิทำกิน” ออกโดยกรมป่าไม้ ท่ีอนุญาตให้ กรรมสิทธ์ิ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจนไม่ว่าจะ เข้าไปใช้ประโยชน์ช่ัวคราว) ซ่ึงถูกบุกรุกโดยไม่มี เป็นชุมชนเมือง หรือชุมชนแออัดในกรุงเทพ สิทธิ เปิดเป็นพื้นท่ีสวนลำไยท่ีให้ผลผลิตแล้ว มหานคร หรือในตัวเมืองเชียงใหม่ สำหรับ (หลายแหง่ เกิน 20 ปี แลว้ ) ดังนัน้ การสร้างระบบ เชียงใหม่นั้นพบว่าสมาชิกชุมชนยากจนท่ีกระจาย ชลประทานคืนความชุ่มชื่น ตามท่ีตั้งข้อสังเกต อยู่ในพ้ืนท่ี 4 แขวง 85 ชุมชนของเทศบาล 94 แล้วจึงทำได้เพียงร้อยละ 11 ของพื้นท่ีท่ีมี นครเชียงใหม่ จนปัจจุบันก็ยังอยู่ในเขตบุกรุกท่ี ศักยภาพในการเกษตรตามสถิติปีแรกของ ไม่มีกรรมสิทธิ์ประมาณครึ่งหน่ึงหรือร้อยละ 50 วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. โครงการ (พ.ศ. 2536) ส่วนพ้ืนท่ีเป้าหมายจัดเป็น อีกร้อยละ 50 ก็ยินยอมจ่ายค่าเช่าท่ีให้เทศบาล ท่ีทำกิน (19,000 ไร่) ประชากรเป้าหมายจึงยัง หรือให้ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ตนหรือ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 จำเป็นต้องอาศัยแหล่งน้ำใต้ดิน ท้ังบ่อบาดาล กลุ่มของตนบุกรุกเข้าไปอยู่ การทุจริตท่ีดิน และบ่อน้ำตื้น เป็นอันดับสำคัญรองจากน้ำฝน อยู่อาศัยและทำกินหรือที่บุกรุกในลักษณะอ่ืนๆ (rainfed) สำหรับการเกษตรทัง้ ฤดฝู นและฤดูแล้ง อกี กค็ อื บรเิ วณลำเหมอื งรา้ ง ตน้ื เขนิ และลำเหมอื ง ทุจริตที่ดินทำกินในโครงการด้วยความ ท่ียังมีการใช้ประโยชน์กันอยู่ ที่เขตโบราณสถาน เห็นแก่ตัวของผู้มีฐานะดีส่วนใหญ่ดังกล่าวมา และกำแพงเมืองในความดูแลของกรมศิลปากร ข้างต้น จึงจัดเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนา ท่ีบริเวณริมแม่น้ำปิงที่ทางกรมเจ้าท่าดูแล ท่ีของ อาชีพหลักทางการเกษตร และอาชีพอื่นๆ เพื่อ การทางรถไฟ ท่ีวัดร้างในความดูแลของสำนัก การพัฒนาไม่ว่าจะเป็นอาชีพด้านอุตสาหกรรม พระพุทธศาสนาและท่ีธรณีสงฆ์หรือวัดท่ัวไป บริการ หรือแม้แต่การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน เป็นต้น (ข้อมูลจากการสัมภาษณ์ตัวแทนสมาชิก และชุมชน เปน็ ต้น และกรรมการชมุ ชนเมืองเชยี งใหม่ 29 เม.ย. 52) อย่างไรก็ดี ชุมชนเมืองท่ีแออัดในพ้ืนท่ี บุกรุกโดยไม่มีสิทธิเหล่าน้ีก่อให้เกิดผลกระทบ

เชิงกายภาพพื้นที่มากมาย โดยเฉพาะสภาวะ 4 ใน 5 ของเน้ือท่ีถือครองทางการเกษตร มลพิษทางน้ำ (น้ำทิ้งชุมชน) มลพิษทางดิน (ขยะ ไม่เปลี่ยนแปลง กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ทำการเกษตร มูลฝอย) มลพิษทางอากาศ (กลิ่นเน่าเหม็น) และ ชลประทานน้อยมาก เพียง 1 ใน 5 เท่าน้ัน มลพิษทางสายตาหรือ “ทัศนอุจาด” (visual (ทั้งนี้ยืนยันได้จากข้อมูลพื้นฐานเศรษฐกิจการ pollution) ตลอดจนผลพวงท่ีจะตามมาจาก เกษตร ปลี า่ สดุ 2550 เอกสารสถิติการเกษตรเลขท่ี มลพิษของมนุษย์ในชุมชนแออัด ท่ีมักมีการ 413 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่าสัดส่วนของ ซ่องสุม เสพยาและสิ่งเสพติดอื่นๆ ลักขโมย หรือ เนื้อที่เกษตรชลประทาน : เกษตรน้ำฝน คือ ก่ออาชญากรรมอ่ืนๆ อยู่เนืองๆ นับเป็นอันตราย 28.14 ล้านไร่:102.20 ล้านไร่ หรือร้อยละ 22:78 และสภาวะท่ีภาครัฐและทุกฝ่ายที่เก่ียวข้อง เหตุผลท่ีเป็นเช่นนี้น่าจะมาจากการท่ีเกษตรกร ต้องเร่งตระหนัก ให้ความสนใจและหาทางแก้ไข ไทยมักจะขยายพ้ืนที่ผลิต เมื่อต้องการเพ่ิมผลผลิต ป้องกันอย่างจริงจังและตรงประเด็น ไม่ใช่ปล่อย หรอื ตอ้ งการผลติ เพมิ่ แทนทจี่ ะปรบั ปรงุ ดว้ ยวธิ กี าร ให้ถูกเอาเปรียบหรือหาประโยชน์จากผู้นำ ผลิตแบบเข้ม หรือ intensive แทน extensive วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ในระดับท้องถ่ินจากงบพัฒนาต่างๆ ที่กลุ่มคนจน ทำให้สัดส่วนเนื้อที่เกษตรชลประทานไม่เพ่ิมข้ึน เมอื งเหล่านีเ้ ขา้ ถงึ ได้ยากมาก เพราะเกษตรกรเปิดพื้นที่ทำการเกษตรเพิ่มขึ้น ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ตามไปด้วย) ดังน้ัน ในช่วงฤดูกาลเหล่านี้ ล้วนแล้ว 2. ทุจริตในประเด็นการพัฒนาแหล่งน้ำเพ่ือ แต่เป็นช่วงเวลาท่ีเกษตรกรนอกเขตชลประทาน การเกษตร ต้องเผชิญกับปัญหาวิกฤตเพราะขาดน้ำ หรือ ปัญหาการทุจริตในประเด็นนี้มีความ มีปริมาณน้ำไม่พอทำการเกษตร จนเป็นที่มา 95 ชัดเจนว่า ส่วนใหญ่แล้วมาจากปัญหาวิกฤต ของการลักขโมยน้ำ แย่งน้ำ และหรือทำลาย จากการขาดแคลนน้ำเพ่ือการเกษตร อาชีพหลัก อาคารในระบบชลประทาน ส่วนมากก็เป็นการ ของคนไทยส่วนใหญ่ต้ังแต่อดีตจนปัจจุบัน จาก กระทำของสมาชิกผู้ใช้น้ำท่ีอยู่ทางท้ายน้ำที่ ผลการวิจัยที่ผู้เขียนได้รับผิดชอบในฐานะหัวหน้า เดือดร้อนมากกว่า หรือมากท่ีสุด จนถึงขั้นไม่ได้ โครงการเกี่ยวกับการพัฒนาและการบริหาร น้ำใช้เลยในฤดูแล้ง เพราะสมาชิกตอนต้นน้ำท่ี จัดการทรัพยากรน้ำ/ลุ่มน้ำ และระบบชลประทาน ได้ใช้น้ำน้อยเช่นกันก็แอบปิดประตูน้ำ หรือหาวัสดุ ราษฎร์ (ระบบเหมืองฝาย) และระบบชลประทาน เศษไม้ ก้อนหิน ฯลฯ มาปิดกั้นท่อส่งน้ำหรือ ของรฐั (ระบบชลประทานหลวง) มามากกว่า 30 ปี ทางน้ำ ไม่ปล่อยให้น้ำไหลไปช่วงท้ายลำเหมือง จนปัจจุบันได้ชี้ชัดว่า เกษตรกรไทย (จากเดิม (หรือกลุ่มท้ายน้ำก็ปิดก้ันไม่ให้น้ำเข้าแปลงนา ในอดีตร้อยละ 80/90 ของประชากรท้ังประเทศ ตอนต้นน้ำเช่นกัน) แม้จะถึงรอบเวรท่ีทางโครงการ และประมาณไม่น้อยกว่าครึ่งหน่ึงหรือร้อยละ กำหนดแผนการส่งน้ำไว้ให้เรียบร้อยแล้วก็ตาม 50 ของประชากรปัจจุบัน หรือร้อยละ 60-80 (อาทิ การส่งน้ำเป็นรอบเวร ช่วงฤดูแล้ง 15 วัน ของประชากรในชนบท) ยังต้องอาศัยน้ำฝน ต้นน้ำได้รับน้ำ 7 วันแรก และท้ายน้ำได้รับน้ำ เป็นแหล่งน้ำสำคัญที่สุดในการทำเกษตรกรรม 8 วันหลัง การส่งน้ำสลับเปล่ียนทุกรอบ 3 วัน หรือท่ีรู้จักกันดีว่า “เกษตรน้ำฝน” ประมาณ ข อ ง พื้ น ที่ ต้ น น้ ำ กั บ ท้ า ย น้ ำ แ ล ะ ก า ร ส่ ง น้ ำ

สลับเปลี่ยนรอบเวรทุก 12 ช่ัวโมง ระหว่างพื้นที่ ปัญหาการทุจริตเร่ืองน้ำเพ่ือการเกษตร ต้นน้ำกับท้ายน้ำ เป็นต้น) การกระทำทุจริตเร่ือง ที่เด่นชัดอีกประการหนึ่ง คือ กรรมการเหมืองฝาย น้ำเช่นนี้ได้มีมานานกว่า 700 ปี ดังที่ปรากฏใน หรือกรรมการสมาคมผู้ใช้น้ำบางคนโกงกิน จารึกกฎหมายมังรายศาสตร์ (ที่พบตั้งแต่ปีที่ หรือขโมยค่าน้ำหรือท่ีเรียกเป็นทางการว่า พญามังรายสร้างเมืองเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง “ค่าชลภาระ” (water charge or water fee) ของอาณาจักรลา้ นนา ปี พ.ศ. 1839) หรือนานกวา่ ท่ีเป็นค่าตอบแทนการดำเนินการและการ 1,400 ปี (พ.ศ. 1100-1200) ตามตำนานโบราณ บำรุงรักษาระบบ โดยการช่วยเก็บแล้วเชิดเงิน ล้านนา ท่ีน่าสนใจจากการถอดความกฎหมาย หนีออกจากหมู่บ้าน/ชุมชน นอกจากนี้ ผลการ มังรายศาสตร์ พบว่าราษฎรในสมัยน้ันให้ วิจัยเก่ียวกับสมาคมผู้ใช้น้ำในระบบโครงการ ความสำคัญกับระบบเหมืองฝายเท่าชีวิต แม้แต่ ชลประทานของรัฐ ท่ีกรรมการต้องรับภาระดูแล เจ้ า ข อ ง พ้ื น ที่ ฆ่ า ผู้ ลั ก ข โ ม ย น้ ำ ต า ย ใ น พ้ื น ที่ รับผิดชอบพื้นที่ส่งน้ำ-รับน้ำขนาดใหญ่ อาทิ ก็ไม่ถือว่าผิด หรือกรณีทางการจับได้ ถ้าไม่ถูกตี ขนาด 50,000 ไร่ ถึง มากกว่า 100,000 ไร่ จนมือบวม ก็มีการจ่ายเงินค่าปรับเป็นอัตราที่สูง ยังพบลักษณะทุจริตอื่นๆ ท้ังในระดับรุนแรง (อัตราค่าปรับท่ีพบในกฎหมายมังรายฉบับต่างๆ ป ร ะ ก า ร แร ก ม า จ า ก ค ว า ม ไ ม่ รั ด กุ ม ห รื อ มีหลายอัตรา ได้แก่ 1,100,000 เบ้ีย 330,000 ช่องโหว่ในตัวบทกฎหมายเกี่ยวกับการใช้น้ำ เบี้ย 330 เงิน 110 เงิน 100 เงิน ฯลฯ ชลประทาน ท่ีเปิดโอกาสให้เกษตรกรที่ไม่ได้ เป็นต้น) และระบบเหมืองฝายที่สืบทอด เป็นสมาชิกนำน้ำชลประทานไปใช้ในแปลง 96 จากสมัยพญามังรายในอาณาจักรล้านนาช่วง เกษตรของตนได้ โดยทางสมาคมไม่สามารถ 100 ปีหลัง จนปัจจุบันอัตราค่าปรับการ บั ง คั บ ห รื อ ล ง โ ท ษ ผู้ ท่ี ทุ จ ริ ต ลั ก ข โ ม ย น้ ำ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ลักขโมยน้ำตามสัญญาเหมืองฝายหรือเกณฑ์ ประการที่สอง การที่ทางสมาคมไม่สามารถ ของแต่ละระบบ ที่มีการปรับเปล่ียนตาม เรียกเก็บค่าชลภาระจากสมาชิกบางคนได้ ทำให้ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 เศรษฐกิจของแต่ละยุคสมัยทุกครั้งที่มีการเลือก สมาชิกท่ีจ่ายสม่ำเสมอด้วยความซื่อสัตย์ จึงเริ่ม หัวหน้าเหมืองฝายใหม่ก็จะพยายามตั้งให้สูงไว้ งดจ่ายเพ่ิมมากข้ึนเร่ือยๆ จนเก็บไม่ได้เลย เช่น ต้องจ่ายค่าปรับคร้ังละ 500-2,000 บาท แม้แต่คนเดียวในบางโครงการ ประการที่สาม เ ห ตุ ผ ล ส ำ คั ญ ก็ เ พื่ อ ขู่ ห รื อ ป ร า ม ไ ม่ ใ ห้ เ กิ ด นอกจากความไม่ซ่ือสัตย์และทุจริตค่าน้ำ เหตุการณ์เช่นนี้ เพราะผลการวิจัยในช่วง จากสมาชิกของกรรมการบางคนแล้ว สมาชิก 20-30 ปีหลังแทบไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกผู้ใช้น้ำ ผู้ใช้น้ำก็มีความเห็นแก่ตัวไม่สนใจช่วยกัน ต้องจ่ายค่าปรับในระบบชลประทานราษฎร์ ดูแลระบบและอาคารตามแปลงนา ขณะเดียวกัน เพราะมักจะตกลงกันได้ตั้งแต่คู่กรณี 2 ฝ่าย ก็ยังทำลายเพ่ือลักขโมยน้ำนอกรอบเวรที่ควร ที่ทะเลาะเพื่อแย่งน้ำและขโมยน้ำได้ตกลง ได้ตามที่ระบุแล้วแต่แรก นอกจากนี้ ยังมีการ ประนีประนอมกันได้ก่อนข้ันจ่ายค่าปรับและ ใช้น้ำอย่างไม่ประหยัด มีกรณีปล่อยน้ำมาก ขน้ั ส่งตำรวจดำเนนิ คดสี ุดท้าย จ น แ ป ล ง พื ช ผ ล ข้ า ง เ คี ย ง เ สี ย ห า ย เ พ ร า ะ ถู ก น้ำท่วม ส่งผลให้การใช้น้ำไม่เหมาะสมหรือไม่เป็น

ไปตามแผนการปลูกพืช ปัญหาประการอื่นๆ และ 3,500 ล้านบาท (ปรับช่ือเป็น “โครงการ นอกเหนือจากการทุจริตคอร์รัปชันในลักษณะ พัฒนาตำบล”) ตามลำดับ และได้พัฒนาต่อเนื่อง ต่างๆ แล้ว สมาคมยังมีจุดอ่อนเรื่องการ (ปี พ.ศ. 2521) สมัยรัฐบาลพลเอก เกรียงศักดิ์ ประสานงานและร่วมมือกัน ระหว่างกรรมการ ชมะนันท์ โครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจชนบทที่ สมาคมกับสมาชิกผู้ใช้น้ำ ขนาดพื้นท่ีกว้างใหญ่ ประสบภยั ธรรมชาติ (กฟป.) ดว้ ยงบ 1,600 ลา้ นบาท จนเกินความสามารถที่จะดูแลส่งน้ำได้อย่าง งานพัฒนาชนบทระดับชาติระยะสั้น 3-6 เดือน ทั่วถึงและยุติธรรม ประกอบกับการท่ีทาง ลักษณะดังกล่าว ที่นิยมเรียกกันว่าโครงการ สมาคมมักจะมีอิทธิพลของนักการเมืองเข้ามา เงินผัน ได้มีการจัดวางหลักเกณฑ์และระเบียบ ทำลายวัฒนธรรมที่ดีงามของระบบการร่วมมือ ปฏิบัติที่ชัดเจนในรัฐบาลต่อมาสมัยพลเอก ท่ีรู้จักกันว่า “เอามื้อเอาแรง” (หรือ “ลงแขก” เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี (8 ปี) ในภาคกลาง) ในการรักษาระบบด้วยมาตรการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ที่เรียกว่า “โครงการ “ล้องเหมืองตีฝาย” (ลอกลำเหมืองและซ่อมแซม สร้างงานในชนบท” หรือ “โครงการ กสช.” วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปรับปรุงตัวฝาย) ให้สูญหาย หรือหมดไปด้วย ซ่ึงดำเนินการยาวนานถึง 12 ปี ต่อเน่ืองมาอีก ระบบเงินตราท่ีเข้ามาจ้างแรงงานทำแทน 2 รฐั บาล (รฐั บาลนายกฯ พลเอก ชาตชิ าย ชณุ หวณั ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 คร้ังคราวตามฤดูกาลหาเสียงเลือกตั้ง แล้วก็ และรัฐบาลนายกฯ นายชวน หลีกภัย) จนสิ้นสุด หายไป ในขณะที่สมาชิกเดิมเกิดชินกับการ โครงการในปี พ.ศ. 2534 โดยเฉพาะในช่วง จ้างคนมาทำงานแทนการช่วยกันทำ และปรึกษา 6 ปีแรกของรัฐบาล พลเอกเปรม ผู้เขียนได้มี หารือช่วยกันแก้ปัญหาการเกษตรอย่างในอดีต โอกาสร่วมเป็นทั้งอนุกรรมการประเมินผล 97 จึงหมดความสำคญั ไปโดยปรยิ าย ข อ ง รั ฐ บ า ล แ ล ะ เ ป็ น ค ณ ะ นั ก วิ จั ย ตั ว แ ท น มหาวิทยาลัยร่วมประเมินผลในฐานะหัวหน้า 3. ทุจรติ ในโครงการสรา้ งงานในชนบท-กสช. โครงการระดับภาค (ภาคเหนือ) และระดับ ประเด็นการทุจริตในการพัฒนาการ ประเทศท่ีประเมินผลในภาพรวม (ปี พ.ศ. 2523- สร้างงานในชนบทระดับท้องถิ่น หรือรากหญ้า 2528) การศึกษาวิจัยระดับประเทศในปีที่ 6 น้ี ได้กล่าวขานกันมากตั้งแต่สมัยแรกท่ีรัฐบาล รัฐบาลได้ตระหนักดีกับสภาพการทุจริตที่ ได้ริเร่ิมโครงการพัฒนาชนบทระยะส้ันครึ่งปี เกิดขึ้นมากมายในระดับรากหญ้า ต้ังแต่เร่ิมมี ท่ีให้อำนาจการรับผิดชอบบริหารจัดการงบฯ โครงการ กสช. หรืออาจกล่าวได้ว่าต้ังแต่เริ่ม สร้างงานในชนบทแก่ผู้บริหารงานระดับท้องถิ่น โครงการเงินผันในปี พ.ศ. 2518 (เพราะการท่ี ดำเนินการกันเองตั้งแต่ปลายแผนพัฒนาฯ รัฐได้ริเร่ิมโครงการพัฒนาท่ีเปิดโอกาสให้ ฉบับที่ 3 (พ.ศ.2518-2519) หรือที่ทุกคนรู้จักกัน ประชาชนตั้งแต่ระดับรากหญ้าร่วมงานด้วย ดวี า่ “โครงการเงนิ ผนั ” ของรัฐบาล ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ โดยตรงกับระดับจังหวัดและระดับประเทศ ปราโมช (โครงการพัฒนาท้องถิ่นและช่วยเหลือ เพ่ือให้เกิดความคล่องตัวในการจัดสรรเงิน ป ร ะ ช า ช น ใ น ช น บ ท ใ ห้ มี ง า น ท ำ ใ น ฤ ดู แ ล้ ง และบริหารโครงการซึ่งล้วนแต่เอื้อให้เกิด หรือ ปชล.) ด้วยงบฯ ปีละ 2,500 ล้านบาท สภาพทุจริตด้วยช่องโหว่ของระเบียบปฏิบัติ

ท่ีไม่รัดกุมขาดการตรวจสอบและความซื่อสัตย์ ตั้งแต่กลุ่มผู้บริหารระดับรากหญ้าข้ึนมาจาก สุจริตจริงใจอย่างแท้จริงของผู้ร่วมบริหาร มากไปหาน้อย คือ กสต. (กรรมการสภาตำบล) ดำเนินโครงการ) จึงได้มอบหมายให้ดิฉัน กสอ. (กรรมการสภาอำเภอ) และ กสจ. (กรรมการ ในฐานะหัวหน้าโครงการได้รับผิดชอบศึกษา สภาจังหวัด) และลักษณะหรือสภาพการทุจริต วิจัยประเมินผลการทุจริตคอร์รัปชันของโครงการ ท่ีพบตามลำดับจากมากที่สุดได้แก่ (1) การทุจริต เป็นวาระพิเศษเพ่ิมเข้ามาด้วย (ได้รับหนังสือนำ ด้านค่าจ้างแรงงาน เรียกง่ายๆ คือ โกงค่าแรง จาก ท่านนายกฯ พลเอกเปรม ให้ขอความร่วมมือ หรือจ่ายค่าแรงให้แรงงานชาวบ้านยากจนไม่ครบ ปฏิบัติงานเรื่องน้ีจากผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทุก สร้างหลักฐานเท็จเร่ืองจำนวนวันทำงาน ทำบัญชี จังหวัด ยกเว้นเฉพาะกรุงเทพมหานครท่ีไม่อยู่ ค่าแรงไม่ตรงตามจริง จะได้จ่ายไม่ครบ ทำรายชื่อ ในโครงการ กสช.) ชาวบ้านปลอม (นิยมเรียก “แรงงานผี”) ทุจริต สรปุ แลว้ ในชว่ ง 6 ปแี รก ของรฐั บาลนายกฯ ลักษณะนี้พบมากท่ีสุดตามลำดับในภาคเหนือ- พลเอก เปรม ทางสำนักงานเลขานุการ กสช. ได้รบั กลาง-ใต้ และนอ้ ยทสี่ ดุ ในภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื เรื่องราวร้องเรียนการทุจริตในโครงการ กสช. รวม (2) การทุจริตด้านการจัดซ้ือจัดจ้าง เช่น ทาง 789 เร่อื ง และได้พจิ ารณายตุ แิ ล้ว 576 เรอ่ื ง หรือ สภาตำบลได้เปอร์เซ็นต์จากร้านขายวัสดุ วัสดุที่ซ้ือ คิดเป็นร้อยละ 73 ส่วนท่ีเหลือ 213 เรื่อง หรือ ไม่ได้ท้ังคุณภาพและปริมาณตามระบุ นิยมจ้าง ร้อยละ 27 ยังอยู่ระหว่างดำเนินการ โดยสรุปเป็น เหมาบริษัทห้างร้านท่ีรู้จักสนิทสนม หรือจ้าง ประเด็นการร้องเรียนการทุจริต 8 เร่ืองสำคัญ เครอื่ งจกั รมาทำแทนแรงงานคน เพราะไดเ้ ปอรเ์ ซน็ ต์ 98 ประกอบด้วย (1) เจ้าหน้าที่หักเงินเปอร์เซ็นต์ จากการจ้างดังกล่าว เหล่าน้ีพบมากที่สุดในภาค โครงการเปน็ ผลประโยชนส์ ว่ นตวั (2) การดำเนนิ การ ตะวนั ออกเฉยี งเหนอื (3) การคดั เลอื กคนเขา้ ทำงาน วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ไม่เป็นไปตามท่ีระบุไว้ในโครงการ อาทิ การ ท่ีเป็นการเล่นพรรคเล่นพวก (เพ่ือน ญาติพ่ีน้อง ก่อสร้างผิดแบบแปลน (3) การทำบัญชีเบิกจ่าย ฯลฯ) โดยไม่ได้คำนึงถึงคนยากจน หรือคนว่างงาน ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ค่าแรงไม่ตรงตามความเป็นจริง (4) ทุจริตการ ในท้องถ่ิน พบมากท่ีสุดในภาคเหนือ และภาคใต้ จัดซื้อวัสดุ (5) การจ่ายค่าแรงต่ำกว่ากำหนด และ (4) การทุจริตร่วมกับข้าราชการ ท่ีมักพบ (6) ไม่มีการชี้แจงรายละเอียดการดำเนินงาน ในกลุ่ม กสต. ร่วมกับข้าราชการในระดับตำบล ต่อคณะกรรมการสภาตำบล (7) อำเภอหรือสภา ที่เก่ียวข้อง เช่น พัฒนากรตำบล หรือแม้แต่ใน ตำบลรับผลประโยชน์ร่วมกับผู้รับเหมา และ ระดับอำเภอ ซ่ึงจะช่วยเบิกค่าแรงให้ หรือร่วมกัน (8) โครงการท่ีจัดทำไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน แบ่งปันผลประโยชน์จากการจัดซ้ือวัสดุอุปกรณ์ หรือชาวบา้ น ต่างๆ ที่พบมากในภาคใต้ ส่วนภาคเหนือจะพบ ส่วนสภาพการทุจริตท่ีพบจากรายงาน มากในเร่ืองการเบิกจา่ ยเงนิ ผลการวิจัยระดับประเทศครั้งนี้ มีข้อสังเกตท่ี อย่างไรก็ตาม สำหรับสภาพการทุจริต เด่นชัดคือจะเป็นการทุจริตที่มักจะร่วมกันทำ ร่วมกับระดับจังหวัดน้ัน จากผลการวิจัยก็พบได้ เป็นคณะ ไม่ใช่รายเด่ียวอย่างในอดีต และพบได้ ใน ภาคเหนือ ที่เป็นการแสวงหาผลประโยชน์ ทั่วไปในทุกภูมิภาค และทุกระดับในท้องถ่ิน ร่วมกัน โดยช่าง กสจ. คำนวณแบบแพงกว่า

ความจำเป็นและหรือเป็นจริง และพบว่ามี อย่างต่อเนื่อง และหามาตรการป้องกันแก้ไข การสร้างสิ่งก่อสร้างไม่ตรงตามแบบท่ีคำนวณไว้ ปรับปรุงได้ตรงจุด โดยเฉพาะการปลูกฝังและ เพ่ือจะได้รับผลประโยชน์จาก กสต. ที่ร่วมกัน ความตระหนักในความรู้สึกผิดชอบช่ัวดี ความ ทำทุจริต ส่วนใน ภาคใต้ พบการทุจริตเงิน มีคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรมของทรัพยากร ของรัฐในลักษณะพิเศษ ที่ราษฎรระดับรากหญ้า มนุษย์ โดยเฉพาะกลุ่มผู้บริหารโครงการระดับ ร่วมมือตามคำขอร้องของผู้บริหารระดับท้องถ่ิน รากหญ้า/ท้องถ่ิน จนถึงระดับนโยบายกับความ (กสต.) ให้ไม่รับค่าแรง หรือให้ทำฟรี เพ่ือนำงบ ร่วมมือของชาวบา้ น ชาวชมุ ชนทีเ่ กี่ยวข้องโดยตรง ส่วนเหลือไปสมทบการพัฒนาโครงสร้างงาน ดังนั้น เพ่ือความชัดเจนในปัญหาอุปสรรค ให้ม่ันคงแข็งแรงมากขึ้น หรือมิฉะน้ัน กสต. และจุดอ่อนที่จะช่วยให้ภาครัฐได้ประจักษ์ชัด ก็ทำข้อตกลงขอส่วนลดการจัดซ้ือจัดจ้าง ถึงสาเหตุหรือที่มาของความล้มเหลวในงาน หรือการเหมาจ่ายจากบริษัท ห้างร้านเอกชน สำคัญที่เป็นวาระแห่งชาติ จนต้องสูญเสีย เพื่อนำเงินส่วนลดไปสมทบค่าก่อสร้างโครงการ งบประมาณเป็นเงินจำนวนหลายหม่ืนหลายแสน วารสารวิชาการ ป.ป.ช. สาธารณะประโยชน์ต่างๆ ให้ม่ันคงแข็งแรง ล้านบาท ที่เป็นภาษีอากรของคนท้ังประเทศ หรือเอาไปเป็นงบฯ พัฒนาหมู่บ้านเรื่องอ่ืนๆ ให้ไปอยู่ในมือของกลุ่มคนที่โกงกินหรือทุจริต ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 หรือเก็บไว้เป็นค่าบำรุงรักษาระบบในโครงการ คอร์รัปชันตั้งแต่ระดับรากหญ้าหรือท้องถิ่น ตา่ ง ๆ ตอ่ ไป เป็นตน้ (bottom-up) ซ่ึงเป็นเครือข่ายข้ึนไปจนถึง จากประเด็นการทุจริตในโครงการพัฒนา ระดับบน หรือระดับนโยบาย (top-down) หรือ ของรัฐ ที่เป็นพื้นฐานหลักของประชากร ในทางกลับกัน ผู้เขียนซ่ึงได้รับโอกาสดี และ 99 ส่วนใหญ่ของประเทศที่ยังยากจน และประกอบ โชคดีในการเป็นนักวิจัยและนักวิชาการท่ี อาชีพหลักทางการเกษตรในชนบททั่วไป (ท่ีราบ กลุ่มชาวบ้านระดับรากหญ้าให้ความร่วมมือ และที่ดอน) และชนบทที่สูง หรือแม้แต่ชาว อย่างดียิ่ง และไว้วางใจให้ข้อมูลด้านการทุจริต ชุมชนเมืองแออัดที่หาเช้ากินค่ำ รับจ้างทั่วไป คอร์รัปชันของหมู่บ้าน/ชุมชน ต้ังแต่เริ่มมี เป็นวันๆ ไป หรือค้าขายเลก็ ๆ น้อยๆ ไมว่ า่ จะเปน็ บทบาทในฐานะนักวิจัยหัวหน้าโครงการในชนบท เรื่องของที่ดินถือครองหรือที่ดินทำกิน การพัฒนา ท่ัวไป (ท่ีราบ/ท่ีดอน) ชนบทที่สูง (ท่ีอยู่อาศัย แหล่งน้ำเพื่อพัฒนาอาชีพหลักทางการเกษตร ของกลุ่มชาติพันธ์ุที่หลากหลายเผ่าพันธ์ุ) และ และน้ำอุปโภคบริโภค และการพัฒนาการ ชุมชนเมือง (ชุมชนแออัดที่มีความหลากหลาย สร้างงานในชนบทให้คนจนในทุกภูมิภาค ก็พอ ในแหล่งที่มา) นับเป็นประสบการณ์ตรงใน จะทำให้รัฐบาลได้เห็นภาพ เข้าใจ และตระหนัก โครงการพัฒนาทางสังคมและเศรษฐกิจต่างๆ ถึงสาเหตุหรือจุดอ่อน ปัญหาอุปสรรค หรือความ ของรัฐบาลทั้งในอดีตและปัจจุบันมายาวนาน ล้มเหลวของการดำเนินงานต่างๆ ตามแผน เกิน 35 ปี จึงใคร่ขอถ่ายทอดในภาพรวม และนโยบายพัฒนาชนบทของรัฐบาล ซ่ึงพร้อม โดยสรุปเกี่ยวกับสภาพหรือลักษณะการทุจริต จะเกิดข้ึนได้เสมอ ถ้าไม่ศึกษาและยอมรับ คอร์รัปชันจากโครงการพัฒนา ทั้งทางสังคมและ ข้อเท็จจริงจากผลการติดตามและประเมินผล ทางเศรษฐกิจท่ีเป็นท่ีรู้จักในอดีต และปัจจุบัน

ซงึ่ ยงั มแี นวปฏบิ ัติอยใู่ นสงั คมปัจจุบนั - กรณเี หมอื งแรล่ กิ ไนท์ (ปี 2548-รฐั บาล นายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จนถึง 4. ทจุ รติ ในโครงการพฒั นาทางสงั คม : อดตี -ปจั จบุ นั รัฐบาลปจั จุบนั ) โครงการพัฒนาชนบททางสังคมที่จะได้ นำประเด็นการทุจริตระดับรากหญ้ามาสรุปในท่ีน้ี ลักษณะหรือสภาพการทุจริตคอร์รัปชัน ประกอบด้วย ท่ี ป ร ะ จั ก ษ์ ชั ด ใ น โ ค ร ง ก า ร พั ฒ น า ท า ง สั ง ค ม • โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทาง ต่างๆ ดังกล่าวข้างต้น มีทั้งท่ีเหมือนและต่างกัน สงั คม (ทกุ รฐั บาล) ซึ่งจะได้ระบุเป็นรายประเด็นสำคัญๆ (ที่รัฐ • โครงการสงเคราะห์เบ้ียยังชีพผู้สูงอายุ ต้องเร่งตระหนัก และหามาตรการท้ังเชิงรุก (ปี2536รฐั บาลนายกฯนายชวนหลกี ภยั และเชิงรับในการป้องกันและปรับปรุงแก้ไข จนถงึ รฐั บาลปจั จบุ นั ) เช่นเดียวกับที่ทุกคนในสังคมต้องได้รับการปลุก • โครงการกองทนุ เงนิ กยู้ มื เพอ่ื การศกึ ษา จิตสำนึก และปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม และ -กยศ. (ปี 2538 -รฐั บาลนายกฯ นายชวน ความซื่อสัตย์สุจริตให้ฝังรากลึกจนเป็นนิสัย หลกี ภยั จนถงึ รฐั บาลปจั จบุ นั ) โครงการ ของคนไทยทุกวัย ทุกเพศ และในทุกวงการ เพื่อ ปฏิรูประบบการเงินอุดมศึกษา-กรอ. ให้เกิดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี และปัญหาการ (ปี 2549-รฐั บาล นายกฯ พ.ต.ท.ทกั ษณิ ทุจริตคอร์รัปชันให้เหลือน้อยที่สุด หรือหมดไป ชินวตั ร จนถงึ รัฐบาลปัจจุบนั โครงการ ได้มากท่ีสุด) และไม่ว่าจะเป็นประเด็นการทุจริต 100 เรยี นฟรี 15 ปี (ปี 2552 รฐั บาลปจั จบุ นั ) ในลักษณะใด ก็สามารถสรุปเป็นข้อความท่ี • โครงการอยู่ดีมีสุข (ปี 2550 รัฐบาล ชาวบ้านในชนบท/ชุมชน (สัมภาษณ์ตัวแทน วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. นายกฯ พลเอกสุรยุทธ จุลานนท)์ ประชากรเป้าหมายในพื้นท่ีชนบท/ชุมชน ตัวอย่าง • โครงการช่วยเหลือชุมชนเมือง: งบฯ ศึกษาในโครงการวิจัยยุทธศาสตร์ของรัฐกับ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 เงินอุดหนุนท้องถิ่น ปี 2545-2547 การแก้ไขปัญหาความยากจนฯ ปี 2548 และ (รฐั บาลนายกฯ พ.ต.ท. ทกั ษณิ ชนิ วตั ร) ให้ข้อมูลเพิ่มเติมปี 2552 (เมษายน-พฤษภาคม)) • โครงการเงินอุดหนุนเพ่ือสร้างความ ได้กล่าวไว้ว่าเป็น “การทุจริตแบบไม่ผิดระเบียบ เข้มแข็งอย่างยั่งยืนในเขตเทศบาล (ปี และกฎหมาย” พร้อมทั้งสะท้อนความรู้สึกท่ีว่า 2549 รัฐบาลนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ “การที่ข้าราชการ นายทุน ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ชินวัตร) แ ล ะ ช า ว บ้ า น ร่ ว ม ป ฏิ บั ติ ก า ร ก่ อ ก า ร ทุ จ ริ ต • โครงการเงินอุดหนุนท้องถิ่น (ปีงบฯ ขาดความซ่ือสัตย์และรับผิดชอบต่อหน้าที่ 2552 รัฐบาลปจั จุบัน) แ ล้ ว ช า ติ บ้ า น เ มื อ ง จ ะ ยื น ห ยั ด แ ล ะ เจ ริ ญ • โครงการด้านคุณภาพชีวิตและสุขภาพ ก้าวหน้าได้อย่างไร หรือ...อย่างน้ีประเทศชาติ อนามัยอื่นๆ จะไม่ล่มจมได้อย่างไร...และเม่ือไหร่เทวดา - กรณไี ขห้ วดั นก (ปี 2547 รฐั บาลนายกฯ จะลงโทษ ...พวกขโี้ กงซะท.ี ..” ดังนี้ พ.ต.ท. ทกั ษณิ ชินวตั ร)

4.1 ทุจริตการเบิกจ่ายเงินเกินความ การทุจริตการจัดซื้อจัดจ้าง และจ้างเหมา เป็นจริง ในโครงการอยู่ดีมีสุข ก็มีตัวอย่างชัดเจนในระดับ ทุ จ ริ ต ใ น ลั ก ษ ณ ะ น้ี มั ก จ ะ เ กิ ด จ า ก หมู่บ้าน/ชุมชน สมัยรัฐบาลนายกฯ พลเอกสุรยุทธ์ โครงการจัดซ้ือ จัดจ้าง หรือจ้างเหมา ไม่ว่าจะเป็น จุลานนท์ ปี 2550 ท่ีคณะกรรมการระดับหมู่บ้าน โครงการพัฒนาทางสังคมในอดีตหรือปัจจุบัน หรือกลุ่มรากหญ้า ที่ชาวบ้านซึ่งเป็นพรรคพวก ตัวอย่างศึกษาได้พบไม่แตกต่างกันสำหรับ ร่วมมือกับผู้นำชุมชน นายทุน และข้าราชการ การโกงเงินของรัฐในระดับท้องถิ่นหรือรากหญ้า ท่ีรับผิดชอบผ่านเรื่องระดับอำเภอ จังหวัด ในการ ประเภทนี้ ว่าส่วนใหญ่แล้วจะเบิกจ่ายเงินพัฒนา ทำบัญชีออกหนังสือฎีการายจ่ายเกินความจริง ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายทุกรายการ เกือบเท่าตัวถึงเท่าตัว แม้แต่กรรมการตรวจสอบ ด้วยหลักฐานและพยานเท็จ ในวงเงินประมาณ บางแห่งก็เป็นพรรคพวก แต่ก็มีชาวบ้านท่ีเป็น เท่าตัวหรือร้อยละ 100 ดังที่ปรากฏในการ กรรมการบางแห่งท่ีไม่ร่วมทุจริตด้วย แต่ก็ไม่กล้า พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับหมู่บ้าน/ชุมชน แสดงตัวด้วยเกรงกลัวอิทธิพลในพ้ืนที่หรือ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. แทบทุกโครงการท่ีมีการจัดซ้ือ จัดจ้าง จ้างเหมา ท้องถ่ิน เพราะเป็นการโกงกินเป็นทีมที่เข้มแข็ง ที่ผู้นำชุมชน ชาวบ้าน (ท่ีเป็นพรรคพวก) นายทุน นั่นก็คือ “การเกิดการทุจริตแบบไม่ผิดระเบียบ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ขา้ ราชการ ฯลฯ ร่วมกันทุจริตเป็นทมี หรอื คณะ และกฎหมาย” เช่น ตัวอย่างท่ีกรรมการระดับ กรณีโครงการกองทุนเงินกู้ยืมเพ่ือ หมู่บ้าน (ข้อมูลจากกลุ่มสมาชิกหมู่บ้าน/ชนบท การศึกษา-กยศ. ระดับมัธยมปลายจนถึง ท่ัวไป จังหวัดลำพูน ในโครงการวิจัยยุทธศาสตร์ ระดับปริญญาตรี และโครงการปฏิรูประบบ ของรัฐฯ อ้างแล้ว และสัมภาษณ์เพิ่มเติม เมษายน 101 การเงินอุดมศึกษา-กรอ. ปริญญาตรี-โท-เอก 2552) เสนอของบฯ สนับสนุน โครงการเพ่ือผลิต รวมท้ังโครงการเรียนฟรี 15 ปี ในรัฐบาล ปุ๋ยชีวภาพไว้ใช้ร่วมกันในหมู่บ้าน/ชุมชนประมาณ ปัจจุบัน ซึ่งพบว่าการทุจริตลักษณะน้ีจะเกิดข้ึน เกือบ 238,000 บาท แต่ทางกรรมการดำเนินการ ได้เสมอ จากการท่ีผู้ปกครองหรือนักเรียนเอง ได้รับส่วนลดจากทางร้านท่ีจำหน่ายวัสดุประกอบ มอบความไว้วางใจ หรือมิฉะน้ันก็เป็นทาง ต่างๆ จากยอดใบเสนอราคาท่ีได้รับอนุมัติงบฯ ครูอาจารย์ หรือสถาบันขอเป็นผู้ดูแลช่วยจัดการ จากโครงการสงู ถงึ ประมาณ 242,000 บาท (สงู กว่า หรือช่วยเก็บสมุดบัญชีเงินทุนกู้ยืม โดยร่วมมือกับ งบฯ ทช่ี าวบา้ นทำเรอ่ื งเสนอขอ) ทง้ั ๆ ทที่ างรา้ นเอง ตัวแทนหรือบริษัทห้างร้าน ผู้จำหน่ายสินค้า ได้รับเงินสุทธิไม่ถึง 200,000 บาท สรุปว่ายอด หรือไม่ก็ตาม โดยเฉพาะหมวดค่าหนังสือ ตำรา การทุจริตระดับรากหญ้าครั้งนี้แม้ว่าจะไม่สูง อุปกรณ์ ค่าชุดแบบฟอร์ม และอื่นๆ ซ่ึงมักพบว่า เหมือนหลายโครงการอื่นๆ แต่ทางทีมดำเนินงาน ของท่ีซ้ือถ้าไม่ครบตามจำนวนทุน หรือแพงกว่า ก็ได้โกงกินงบฯ สนับสนุนโครงการสูงกว่า ความเป็นจริงก็จะเป็นของท่ีไม่ได้คุณภาพตามที่ 42,000 บาท หรือคิดเป็นร้อยละ 17.5 ของงบฯ ควรจะเปน็ หรอื ไม่เหมาะสมทกุ รปู แบบ ทไี่ ด้รบั อนมุ ตั ิ

วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. การทุจริตงบฯ เงินอุดหนุนท้องถิ่น มาอยู่ท่ีจัดสรรใหม่เพียง 20 ราย หรือครอบครัว ตามโครงการช่วยเหลือชุมชนเมืองในช่วงรัฐบาล (จากท่ีมาครั้งแรก 50 ราย) ท้ังน้ียังไม่รวมปัญหา ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 นายกฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ปี 2545-47 ที่ชาวชนบทใกล้เคียงไม่ยอมรับชุมชนท่ีมาอยู่ ซึ่ ง เ ป็ น ที่ ม า ข อ ง โ ค ร ง ก า ร บ้ า น เ อ้ื อ อ า ท ร ในลักษณะแปลงเล็กๆ ใกล้ชิดแบบชุมชนเมือง ในภายหลังน้ัน โดยเป้าหมายแล้วดูดีเพราะ เพราะเกรงว่าจะมาก่อปัญหามลภาวะเมือง รัฐบาลมีนโยบายให้อพยพชุมชนเมืองที่บุกรุก ในพ้ืนที่ชนบทของตน รวมท้ังการขาดการจัด สองฝั่งคลองสาธารณะในตัวเมือง (ซึ่งก่อให้เกิด ระเบียบชุมชนให้เป็นระเบียบแบบแผนท่ีดีและ ปัญหามลภาวะหรือมลพิษของเมือง ซึ่งรวมถึง นา่ อยู่ ปัญหาน้ำเน่าเสีย ขยะ กลิ่นเหม็นหรือมลพิษทาง การทุจริตโครงการเงินอุดหนุนชุมชน อากาศ และยังอยู่กินอย่างแออัดในท่ีอยู่อาศัย ในเขตเทศบาลของปีงบฯ 2549 ก็เป็นอีก ท่ีไม่ถาวรม่ันคง ฯลฯ) 145 ครอบครัว ออกไปอยู่ ตัวอย่างหน่ึงท่ีมีเรื่องร้องเรียนยังไม่จบส้ิน ในชนบท ชานเมือง ท่ีรัฐบาลโดยกระทรวง จนปัจจุบัน (ข้อมูลสัมภาษณ์ตัวแทนชุมชนเมือง มหาดไทยมอบให้ทางเทศบาลจัดซ้ือท่ีดิน ท่ีไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์งบฯ โครงการน้ี จัดแบ่งแปลง ดำเนินการจัดสรรให้ครอบครัว เมษายน 2552) เพราะมีการดำเนินการที่ไม่ ละแปลงๆ ละ 20 ตร.วา ประเด็นการทุจริตก็เกิด โปร่งใสในการเบิกจ่ายเงินในการจัดซื้อจัดจ้าง ตรงจุดน้ี (ข้อมูลรวบรวมจากสมาชิกเทศบาล เกินจริง และหรือคุณภาพของของและของงาน ต ำ บ ล ที่ ไ ม่ ย อ ม รั บ ชุ ม ช น เ มื อ ง ท่ี จ ะ อ พ ย พ ยังต่ำกว่าจำนวนงบฯ ท่ีเบิกจ่าย ทางเทศบาล 102 มาตั้งในท้องถ่ิน พ.ศ. 2552) เพราะนอกจาก ได้จัดงบฯ ตามโครงการเงินอุดหนุนเพ่ือสร้าง ทางเทศบาลจะสามารถตกลงราคาซื้อขายท่ีดิน ความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนให้ชุมชนทุกแห่ง กับนายทุน หรือนายหน้าด้วยราคาท่ีสูงเกินจริง ในความดูแลผ่านทางกองสวัสดิการสังคมเป็น ประมาณไร่ละ 1.45 ล้านบาท จากราคาซื้อขาย จำนวนเงินหลายล้านบาท (ไม่น่าจะต่ำกว่า ในขณะนนั้ เพยี งไรล่ ะ 4 แสนบาท (ปี พ.ศ. 2545-46) 4 ล้านบาท) ตามจำนวนและขนาดของชุมชน ย่ิงกว่านั้น เมื่อจัดแปลงพร้อมท่อระบายน้ำแล้ว ท่ีมีท้ังหมด (ขนาดเล็กหรือ S คือ ชุมชนขนาด ทางเทศบาลเบิกจ่ายงบฯ ตกแปลงละแสนบาท 50-100 ครัวเรือน ได้ 30,000 บาท ขนาดกลาง หรือราคาเพิ่มข้ึนเป็นไร่ละ 2 ล้านบาท ดังนั้น หรือ M คือชุมชนขนาด 101-200 ครัวเรือน ได้ กลุ่มที่รว่ มกนั ทุจริตด้วยการเบกิ จ่ายงบฯ สนับสนุน 40,000 บาท และขนาดใหญ่หรือ L คือชุมชน เรื่องน้ีน่าจะไม่น้อยกว่าไร่ละ 1.5 ล้านบาท ขนาด >200 ครัวเรือนได้ 50,000 บาท) หรือรวมเป็นเงินเกิน 15 ล้านบาท สำหรับที่ดิน ความไม่โปร่งใสหรือแผนการทุจริตน้ัน ทางผู้ให้ ที่จัดซื้อรวมท้ังหมด 10 ไร่เศษ กรณีน้ียังไม่รวม ข้อมูลสันนิษฐานว่าน่าจะได้ทำกันเป็นกลุ่ม การจัดหาบุคคลอ่ืนมาสวมสิทธ์ิประมาณ 95 ราย หรือทีมท่เี กยี่ วขอ้ งจากทางเทศบาล ประธานชุมชน ในจำนวน 145 ราย หรือครอบครัวท่ีต้องย้ายออก และสมาชิกชุมชนบางคนที่เป็นพวกพ้อง รวมแล้ว ในช่วงปี 2547 ยิ่งกว่านั้น จากข้อมูลในพ้ืนที่ ประมาณชุมชนละ 4-5 คน ที่สำคัญคือการ จัดสรรใหม่ พบว่าปัจจุบันเหลือผู้บุกรุกท่ีอพยพ แจกจ่ายงบฯน้ีขาดการประชาสัมพันธ์และ

การจัดเวทีประชาคมให้กรรมการและสมาชิก โดยรอบพื้นท่ีมีไก่ติดโรค 5 ตร.กม.) เรื่องนี้ ชุมชนทุกคนทราบในรายละเอียด คือจะรู้กัน ทางผู้แทนสมาชิกชุมชนหลายแห่ง ผู้ให้ข้อมูล ในกลุ่มร่วมปฏิบัติการทุจริต จนเป็นท่ีมาของ (กลุ่มสมาชิกชุมชนเมืองจากพื้นท่ีศึกษาในโครงการ การร้องเรียนของตัวแทนชุมชน ผ่านทาง วิจัยยุทธศาสตร์ฯ) เล่าว่ายังฝังใจจำได้อยู่ (เพราะ ผู้ อ ำ น ว ย ก า ร ส ำ นั ก ง า น ต ร ว จ เ งิ น แ ผ่ น ดิ น ขณะนี้ก็มีเรื่องไข้หวัดใหญ่สายพันธ์ุใหม่ 2009 ภูมิภาคที่ตั้งของเขตเทศบาลนั้น เมื่อกลางปี H1N1 ระบาดอีก ผู้เขียนจึงไม่แน่ใจว่าจะมี 2551 และเรื่องราวก็เงียบหายไป โดยชาวบ้าน เหตุการณ์คล้ายคลึงกันหรือการทุจริตเกิดข้ึนอีก หรือชาวชุมชนที่ทำเร่ืองร้องเรียนก็ยังไม่ได้รับ หรือไม่) วิธีการท่ีกลุ่มผู้เก่ียวข้องรู้เห็นเป็นใจ คำตอบโดยตรงจนปัจจุบัน (กลางปี 2552) กระทำการทุจริตระดับท้องถ่ินเมือง คือเจ้าหน้าท่ี ข้อน่าสงั เกตอีกประการ เช่น บางแห่งไม่เป็นชุมชน ฝ่ายเทศบาล ประธานชุมชน ชาวบ้าน/ชาวชุมชน แต่เป็นเพียงกลุ่มชมรมก็ได้รับงบฯ น้ีด้วย หรือ พวกพ้องประมาณแห่งละไม่เกิน 5 คน จะ วัสดุส่ิงของที่จัดซ้ือ หรือบุคคลท่ีจัดจ้างก็ไม่น่าจะ ดำเนินการสร้างหลักฐานเท็จอย่างถูกวิธี คือ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ได้ครบตามจำนวนหรือคุณภาพตรงกับงบประมาณ ทำตามระเบียบและกฎหมายเช่นเดียวกับ ที่จ่ายส่วนใหญ่แล้วรายการท่ีนำงบฯ ไปจัดซ้ือ กรณีอ่ืนๆ ที่ระบุแล้วทั้งในชนบทและชุมชนเมือง ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 จะเป็นประเภท โต๊ะ เก้าอ้ี พัดลม แก้วน้ำ กลุ่มทุจริตได้ให้ชาวบ้าน/ชุมชนมาลงทะเบียน กระติกน้ำร้อน ช้อนส้อม จาน และเต้นท์ เป็นต้น โดยจัดแบ่งได้เป็น 3 ประเภท คือ (1) กลุ่ม หรือบางชุมชนก็ใช้งบฯ จัดจ้างบุคลากรในการ ชาวชุมชนท่ีเล้ียงไก่ ซึ่งอยู่ในข่ายต้องถูกฆ่าทำลาย เรียนการสอนดนตรีและศิลปะการแสดงพื้นบ้าน มาลงทะเบยี นคดิ เปน็ รอ้ ยละ 60 (2) กลมุ่ ชาวชมุ ชน 103 เพ่ือเสริมศักยภาพทางวัฒนธรรมของชุมชน ท่ีไมไ่ ดเ้ ลยี้ งไก่ แตล่ งทะเบียน (แบบยกเมฆ) รอ้ ยละ เปน็ ต้น 20 และ (3) กลุ่มชาวชุมชนท่ีมีไก่ตาย และได้ ตัวอย่างประเด็นการทุจริตจากการ เพิม่ จำนวนไก่ตายอีกส่วน (ยกเมฆ) หรอื อกี รอ้ ยละ เบิกจ่ายงบฯ เกินจริง ในโครงการด้านคุณภาพ 20 แม้ชาวชุมชนกลุ่มแรกจะได้เงินชดเชยตามจริง ชีวิตและสุขภาพอนามัยในเขตเทศบาลหรือ (ราคาค่าฆ่าทำลายสัตว์ปีกช่วงไข้หวัดนกระบาด ในชุมชนเมือง ท่ีน่าจะเป็นข้อตระหนัก หรือ บาท/ตวั คอื ไกไ่ ข่ 40 บาท ไกเ่ นอื้ 20 บาท ไกบ่ า้ น/ บทเรียนได้อย่างดีอีกตัวอย่างหนึ่ง แม้จะเกิดมา ไกพ่ น้ื เมอื ง 40 บาท หา่ น 40 บาท เปด็ เนอื้ 20 บาท ประมาณ 5 ปีแล้ว แต่วิธีการโกงกินหรือทุจริต เปด็ ไข่ 40 บาท นกกระทา 5 บาท นกกระจอกเทศ ยังมีอยู่ทุกประการ คือ กรณีไข้หวัดนกระบาด 2,000 บาท) แต่จะถูกหักค่าหัวคิวจากกลุ่ม ในประเทศไทยเม่ือปี พ.ศ. 2547 (ตัวอย่าง ก่อการทุจริต หรือประธานชุมชนของตน 500 สถิติเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่จากตัวแทนสัตวแพทย์ บาท/ราย จากรายได้ 1,500-2,000 บาท โดยอา้ งวา่ จังหวัดท่ีระบุว่าจังหวัดมีพ้ืนที่ระบาด 10 อำเภอ จะนำเงินไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ไก่ท่ีถูก 45 ตำบล 122 หมู่บ้าน ทางจังหวัดได้รับงบฯ ฆ่าทำลาย ส่วนงบฯ ท่ีสร้างหลักฐานเท็จ สำหรับ ทำลายไก่พาหะนำเช้ือโรค 54,150,325 บาท ชาวชุมชนกลุ่ม 2 ผู้ก่อการทุจริตจะได้มาเต็ม 100 เพื่อทำลายทั้งไก่ติดโรคและไก่อื่นๆ ในรัศมี และจะได้จากส่วนแจ้งจำนวนไก่ตายเพ่ิมของ

ชาวชุมชนกลุ่มท่ี 3 ท่ีมาลงทะเบียน ข้อสังเกต สินค้าหรือรายการที่เบิกงบฯ แต่ละอย่าง ในราคา ที่ชาวชุมชนบางรายได้ให้ข้อมูลหรือพูดถึงก็คือ ทีส่ งู กว่าความเป็นจรงิ ไมน่ ้อยกว่าเทา่ ตัว ดังปรากฏ ได้พบว่าประธานชุมชนบางแห่งที่ไม่ได้เลี้ยงไก่ เป็นตัวอย่างในโครงการต่างๆ ที่ระบุแล้วแต่แรก ก็ยกเมฆใส่จำนวนไก่ท่ีตนเป็นเจ้าของหรือผู้เล้ียง ตัวอย่างกรณีจัดซื้อของท่ีระลึกปีใหม่ให้ผู้สูงอายุ เข้าไปเอง เหตุการณ์ทุจริต (ตามคำบอกเล่าของ ของตำบลในชนบทท่ัวไปแห่งหน่ึง 317 รายๆ ละ สมาชิกชุมชนเมือง) ในลักษณะดังกล่าว ชาวบ้าน 89 บาท/ชุดของขวัญ (รวมเปน็ งบฯ 28,213 บาท) ไม่แน่ใจว่าจะมีเจ้าหน้าท่ีเกี่ยวข้องระดับจังหวัด แตต่ งั้ ฎีกาเบกิ จ่ายเพิม่ อกี ถึงรอ้ ยละ 73.7 ของงบฯ ร่วมด้วยหรือไม่ กรณีไม่ร่วมก็อาจจะมีความ จ่ายจริง (เบิกเป็นยอดรวม 49,000 บาท หรือ ผิดพลาดที่ไม่ได้ตรวจสอบหลักฐานให้รอบคอบ คิดเพ่ิมอีก 20,787 บาท) ส่วนกรณีตัวอย่าง กอ่ นผา่ นเรอื่ ง เชน่ เดยี วกบั ระดบั ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั จัดอาหารเลี้ยงงานวันเด็กแบบเหมาจ่ายของ ท่ีอาจจะย่อหย่อน ขาดความรอบคอบในการ หลายหมู่บ้านในตำบลเดียวกัน 200 คน (ราคา ตรวจสอบหลกั ฐานก่อนอนมุ ัติงบฯ น่ันเอง จ่ายจริงรวม 20,000 บาท) โดยตั้งฎีกาเบิกจ่าย นอกจากน้ี ถ้าพูดถึงการพัฒนาประเทศ เพ่มิ เป็นเทา่ ตวั (40,000 บาท) เป็นตน้ ในทุกภูมิภาค ทุกแผนพัฒนาตามโครงสร้าง พ้ืนฐานทางสังคมระดับหมู่บ้าน/ชุมชน (infra- 4.2 ทุจริตเงินงบฯพัฒนาหมู่บ้าน/ structures) จะพบได้ท่ัวไป หรือจะเกิดขึ้นได้ ชมุ ชน ทั่วไปสำหรับประเด็นการทุจริตร่วมกันของทุกฝ่าย ทุจริตประเด็นน้ี มักจะเกิดในลักษณะ 104 ที่เกีย่ วขอ้ งในกลุ่มผ้บู ริหารระดับท้องถ่นิ ซึ่งรวมทั้ง ยักยอกหรือโกงเงินงบประมาณพัฒนาของรัฐ ผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ชาวบ้าน นายทุน ข้าราชการ เข้ากระเป๋ากลุ่มผู้บริหารระดับท้องถิ่นที่เก่ียวข้อง วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ฯลฯ (ข้อมูลท่ีตัวแทนสมาชิกหมู่บ้าน/ชนบท และ ซ่ึงรวมท้ังผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ชาวบ้านที่เป็น ชุมชนเมืองจะบอกเล่าในภาพรวมเสมอ และ พวกพอ้ ง ขา้ ราชการทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ฯลฯ ทจุ รติ ประเภท ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ยกเป็นกรณีตัวอย่างปี 2551) ทำโครงการพัฒนา นี้ พบได้ท่ัวไปในโครงการพัฒนาทางสังคมท้ัง ระดับรากหญ้าที่มีหลักฐานครบถ้วนและถูกต้อง อดตี และปัจจบุ นั ไม่ต่างจากประเดน็ การทจุ รติ ตาม ทุกอย่างตามท่ีระบุมาแต่ต้นว่าเป็นการ “ทุจริต ข้อ 4.1 โดยการสร้างหลักฐานหรือพยานเท็จที่ แบบไม่ผิดระเบียบและกฎหมาย” เพราะโครงการ ถูกต้องตามระเบียบและกฎหมายเช่นกัน หรือ พฒั นาใดกต็ ามทม่ี กี ารจดั ซอ้ื จดั จา้ ง หรอื มงี านเหมา จากการรู้เห็นเป็นใจร่วมกัน หรือไม่สามารถจะ หรือมีงบฯ ใช้จ่ายในลักษณะต่างๆ สำหรับงาน หาคนผิดหรือผู้ทุจริตมาดำเนินการรับโทษได้ เฉลิมฉลองในวันเทศกาลสำคัญของประเทศ ทุจริตในลักษณะหลังนี้มักจะทำเป็นรายเด่ียว ในรอบปี อาทิ งานวนั เฉลมิ พระชนมพรรษา งานวัน มากกว่าเป็นกลุ่มหรือคณะ เพราะจะสะดวกกว่า ปิยมหาราช งานวันเด็ก และงานวันข้ึนปีใหม่ ในการหลบหนี ผลลัพธ์สำคัญจากการทุจริต เป็นต้น เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ต้องมีการเบิกจ่ายงบฯ ลักษณะน้ี คือ ประชากรยากจนผู้สูงอายุ ผู้ด้อย คณะผู้วางแผนและก่อการทุจริตจะนิยมปฏิบัติ โอกาสลักษณะอื่นๆ ซ่ึงรวมท้ังผู้พิการ เหล่านี้ เหมือนๆ กัน คือ ให้มีการเพ่ิมรายจ่ายสำหรับ ล้วนแล้วแต่ได้รับผลกระทบจากการไม่ได้รับเงิน

ช่วยเหลือพัฒนาที่รัฐส่งถึงหรือได้บ้างแต่ไม่เต็ม ระดับท้องถ่ินจะได้รับการคัดเลือกมากกว่า และ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ตามจำนวน หรอื ไดร้ บั ผดิ กลมุ่ กลายเปน็ ประชากร ต้องรอตัวเป็นตัวตาย บางรายอายุถึง 80 ปี แล้ว ท่ีเป็นพวกพ้อง มีส่วนได้ส่วนเสียกับกลุ่มก่อการ ยังไม่ได้รับเบ้ียยังชีพ นอกจากประเด็นทุจริต ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ทจุ ริต เชิงสังคมดังกล่าวแล้ว ลักษณะการทุจริตท่ี กรณีตัวอย่างจากโครงการสงเคราะห์ กลุ่มผู้บริหารระดับท้องถ่ินที่รับผิดชอบการจ่าย 105 เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซ่ึงริเร่ิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2536 เบ้ียยังชีพ หรือผู้รับเงินแทนผู้สูงอายุ (เป็นญาติ สมัยรัฐบาลอดีตนายกฯ นายชวน หลีกภัย ได้ หรือคนอื่นก็ตาม) จะกระทำการทุจริตไม่ต่างกัน ดำเนินการผ่านทางกรมพัฒนาชุมชนตามนโยบาย แม้แต่ชว่ งรฐั บาลอดีตนายกฯ นายสมัคร สุนทรเวช ช่วยเหลือผู้สูงอายุต้ังแต่ 60 ปีข้ึนไป ที่ยากจน (ปี 2551) ที่เพิ่มเบี้ยยังชีพ และปรับการจ่ายเป็น ไร้ที่อยู่อาศัย ขาดผู้อุปการะหรือถูกทอดท้ิงไร้ท่ี ราย 3 เดอื น คร้ังละ 1,500 บาท ก็ตาม (สมั ภาษณ์ พ่ึงพิง และผู้พิการท่ีทำงานเล้ียงตนเองไม่ได้ ครอบครัวยากจนที่มีผู้สูงอายุรับเบี้ยยังชีพ จ่ายเบ้ียยังชีพให้รายละ 200 บาท/เดือน และเพิ่ม ผู้สูงอายุ ปี 2552) นั่นคือผู้สูงอายุที่ได้รับ เป็นรายละ 300 บาท/เดือน ในช่วง 6 ปีถัดมา การคัดเลือกให้รับเบี้ยยังชีพจะถูกยักยอกหรือ (ปี 2542) แต่ในช่วงหลังที่โครงการนี้ยังเพิ่ม โกงเงินรายได้ ดังน้ี (1) ผู้สูงอายุไม่ได้รับเบี้ย ปัญหามากขึ้นแก่ผู้สูงอายุท่ีเข้าเกณฑ์ จากการ ยังชีพตามปกติ คือ ไดร้ บั บางคร้งั และหลายๆ คร้ัง เปล่ียนวิธีการจ่ายเบี้ยยังชีพจากแบบรายเดือน ก็ไม่ได้รับ โดยเฉพาะในช่วงได้รับเป็นราย 6 เดือน ซึ่งไม่พอกินพอใช้ยังชีพอยู่แล้วเป็นราย 6 เดือน และราย 3 เดือน (2) ผบู้ รหิ ารท้องถน่ิ ที่รับผิดชอบ หรือปลี ะ 2 ครั้งๆ ละ 1,800 บาท รายงานผลการ อ้างแก่ผู้สูงอายุบางรายว่า ขอแบ่งเบี้ยยังชีพ 1 ใน วิจัยท่ีเกี่ยวข้องในช่วงต่างๆ เหล่านี้ ที่ผู้เขียน 3 สว่ น (เชน่ 500 จาก 1,500 บาท) ไปช่วยผสู้ งู อายุ ได้มีโอกาสรับผิดชอบในฐานะหัวหน้าโครงการ คนอื่นที่ไม่ได้ (3) ผู้บริหารท้องถ่ินท่ีรับผิดชอบ (โครงการวิจัยเรื่องวิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ โครงการขอหกั คา่ หัวคิวรอ้ ยละ 30 กรณีนี้ผ้สู งู อายุ สังคมของครัวเรือนยากจนดักดานฯ ปี 2544 ในรัฐบาลปัจจุบัน (ตั้งแต่อายุ 60 ปี ขึ้นไปทุกคน) และรายงานการวิจัยยุทธศาสตร์ของรัฐกับ ปี 2522 กไ็ มม่ กี ารยกเวน้ (ขา่ วจากสอื่ ประชาสมั พนั ธ์ การแก้ปัญหาความยากจนฯ ปี 2548) ชี้ชัดว่า ต่างๆ อาทิ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ วิทยุ) เช่น โครงการน้ีสามารถช่วยผู้สูงอายุตามเป้าหมาย ขอหัก 150 บาท จากเบ้ียยังชีพที่ได้รับ 500 บาท ท่ีเข้าเกณฑไ์ ด้นอ้ ยมาก ประมาณหมบู่ า้ น/ชมุ ชนละ /เดือน/ราย และ (3) ผู้สูงอายุ (60 ปีข้ึนไป) 5-7 คนหรือเพียง 1 ใน 3 ของท้ังหมด ด้วยงบฯ ในบางหมู่บ้าน/ชุมชนปัจจุบัน (ปี 2552) ถูก ที่จำกัดจากท้ังท่ีผ่านทางพัฒนาชุมชนสู่ชนบท คัดช่ือออกจากผู้ท่ีมีสิทธิรับเบ้ียยังชีพฯ ซึ่งบางราย ท่ัวไปและชนบทที่สูง และผ่านทางเทศบาลสู่ ก็เคยได้รับเบ้ียยังชีพฯ น้ีเดิมอยู่แล้ว (จนเกิดการ ชุมชนเมือง ยิ่งกว่านั้น ปัญหาสำคัญอีกประการ เดินขบวนฟ้องร้องและประท้วงของผู้สูงอายุใน ท่ีพบคือ ผู้สูงอายุที่เข้าข่ายหรือตรงเกณฑ์มากกว่า ประเทศไทยเป็นครัง้ แรก) อาจไม่ได้รับการคัดเลือกให้รับเบี้ยยังชีพ เพราะ ญาติพ่ีน้อง หรือพวกพ้องกลุ่มผู้บริหารโครงการ

กรณีโครงการกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อ การทุจริตงบฯ เงินอุดหนุนท้องถ่ินตาม การศึกษา ไม่ว่าจะเป็น กยศ. หรือ กรอ. ต้ังแต่ โครงการช่วยเหลือชุมชนเมืองในช่วงรัฐบาล รัฐบาลเดิมๆ จนปัจจุบัน ดังท่ีได้อธิบายแล้วใน นายกฯ พ.ต.ท.ทกั ษณิ ชนิ วตั ร ระหวา่ งปี 2545-2547 ประเด็นทุจริตงบฯ ของรัฐโดยบุคคลหรือคณะ ท่ีได้ระบุชัดเจนในประเด็นทุจริตจ่ายเกินจริง หรือ ที่รับผิดชอบจ่ายเงินเกินจริง ส่วนในกรณีน้ี โกงเงินรัฐบาลเข้ากระเป๋ากลุ่มตนเองระดับท้องถิ่น ผู้เขียนได้รับทราบจากงานวิจัยที่ได้สัมภาษณ์ /ระดับรากหญ้าแล้ว การทุจริตในโครงการนี้ ประชากรตัวอย่าง (รายงานการวิจัยยุทธศาสตร์ ก็ยังเข้าลักษณะประชากรเป้าหมายบุกรุกท่ีดิน ของรัฐในการแก้ปัญหาความยากจนฯ ปี 2548) สาธารณะในเขตเมือง ส่วนหนึ่งยังไม่ได้รับ ท่ีเป็นผู้กู้เงินเรียนโดยตรง เพราะผู้กู้บางราย ความช่วยเหลือโดยตรง หรือได้รับแต่สละสิทธ์ิ ให้ข้อมูลว่า “เกณฑ์การคัดเลือกผู้ขอรับทุน เพราะไม่ตรงตามท่ีอยากให้ช่วย ซึ่งในกลุ่มหลังน้ี หรือผู้กู้ไม่รัดกุมพอ เป็นเหตุให้คนจนจริงๆ นา่ จะยงั เปน็ ปญั หากบั เมอื งตอ่ ไป เพราะเปน็ ทท่ี ราบ ในหมู่บ้านของตนไม่ได้รับทุน หรือผู้ได้กู้เงิน กันดีว่า มีการลงรายช่ือหรือลงทะเบียนสร้าง กองทนุ ฯ กลับไมใ่ ช่คนฐานะยากจนตามเปา้ หมาย” หลักฐานเท็จท่ีถูกต้องตามระเบียบและกฎหมาย ส่วนอีกลักษณะหน่ึงที่พอจัดอยู่ในประเด็นการ ของประชากรส่วนหนึ่งที่สวมสิทธ์ิแทนผู้บุกรุกฯ ทุจริตแบบนี้ก็คือ “การที่ทางกองทุนหรือโรงเรียน/ ที่จะต้องให้อพยพไปอยู่ในที่ดินใหม่เขตชนบท สถาบันพิจารณาเงินให้กู้ขาดมาตรการควบคุม ห่างจากตัวเมืองเกิน 20 กม. ดังท่ีได้อธิบายแล้ว ดูแลการใช้จ่ายของผู้กู้ยืม หรือเงินกู้ยืม เป็นผลให้ ว่าจากจำนวนเต็ม 145 ครัวเรือน ปัจจุบันเหลือ 106 มกี ารนำเงนิ กสู้ นับสนนุ การศกึ ษาไปใช้ในกิจการอื่น อยู่ในท่ีจัดสรรใหม่เพียง 20 ครัวเรือน น่าจะ และบางรายผู้ปกครองเอาเงินกองทุนกู้ยืมของบุตร วิเคราะห์ได้ชัดเจนว่าชาวเมืองยากจนที่หาเช้า วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ไปใช้ในเรื่องส่วนตัวของตนหรือของครอบครัว” กินค่ำ ซึ่งไม่ใช่แรงงานเกษตรย่อมจะต้องดิ้นรน กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ลักษณะทุจริตแบบหลังนี้ หางานทำอยู่ในเขตเมืองท่ีมีแหล่งงานมากกว่า ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ประชากรเป้าหมายคือนักเรียน/นักศึกษาไม่ได้ ต่อไป ใช้ประโยชน์เงินกองทุนตามเป้าหมาย และอีก ส่วนการทุจริตในโครงการชุมชนเมือง ประเด็นท่ีพบจากงานวิจัยเช่นกันก็คือ มีนักเรียน เข้มแข็งปีงบฯ 2549 ที่พูดถึงแล้วในการทุจริต หรือผู้กู้บางรายมาให้ข้อมูลกับผู้เขียนเองว่า ตามลักษณะจ่ายเกินจริงแล้ว ในลักษณะประการ ครูทางโรงเรียนที่รับผิดชอบมอบทุนการศึกษาท่ี ที่สองท่ีไม่ตรงประชากรเป้าหมายก็เข้าข่ายด้วย กู้ได้ ขอแบ่งเงินกู้ประมาณครึ่งหน่ึง โดยให้ เช่นกัน เพราะตามท่ีระบุแล้วว่า งบฯ นี้รู้กันอยู่ เหตุผลว่าจะนำไปแบ่งให้นักเรียนคนอื่นที่ ในกลุ่มผู้บริหารท้องถิ่นกลุ่มเล็กๆ ท่ีเกี่ยวข้อง ยากจนและกู้ไม่ได้ เป็นต้น ประเด็นทุจริตต่างๆ ทำให้แม้แต่กรรมการและประชาชนในชุมชน เหล่านี้ จะช่วยเป็นบทเรียนท่ีดีให้รัฐบาลปัจจุบัน ส่วนใหญ่ก็ไม่ได้รับทราบ ทำให้เงินงบฯ พัฒนา ในการหาแนวทางป้องกันการทุจริตสำหรับ โครงการน้ีก็เอาไปจัดซื้อจัดจ้างกันเองในกลุ่ม โครงการเรียนฟรี 15 ปีได้ไม่ต่างจากการทุจริต ผู้กระทำการทุจริต และไม่มีคำตอบสำหรับ ในลักษณะหรอื ประเด็นแรก ผู้แทนชุมชนท่ีร้องเรียนถามหาความโปร่งใส

ในการใช้งบฯ น้ีจนปัจจุบัน จึงอาจกล่าวได้ว่า ในงวดแรกจากหลักเกณฑ์รายหัวประชากรเพียง เงินพัฒนาท้องถ่ินชุมชนเข้มแข็งนี้ ไม่ได้สนอง อย่างเดียวก็พบความเหลื่อมล้ำกันมาก คือ ความต้องการหรือความจำเป็นของชาวชุมชน ปรากฏว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (ทน. ทต. เปา้ หมายอยา่ งแท้จริง อบต.) หลายแห่งท่ีมีประชากรมีจำนวนน้อยมาก อย่างไรก็ตาม ที่น่าสังเกตและน่าตกใจ แต่กลับได้เงินอุดหนุนรายหัวสูงมาก หรือตรงข้าม เป็นอย่างยิ่งก็คือ งบฯ ปีปัจจุบัน (ปี 2552) ของ (อาทิ ทต.ท่าฟาก อ.ทา่ ฟาก จ.อุตรดติ ถ์ ประชากร รัฐบาลนายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ สำหรับโครงการ 761 คน ได้งบฯ อุดหนุน >8,000 บาท/ราย เงินอุดหนุนท้องถ่ินท่ัวประเทศยอดเกินแสนล้าน ในขณะท่ี ทต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา ประชากร บาท (104,099.78 ล้านบาท) ท่ีทางกรมส่งเสริม 17,843 คน ได้งบฯ อุดหนุนเพียงประมาณ การปกครองท้องถ่ินจัดสรรผ่านหน่วยงานตรง 450 บาท/ราย) กรณีนี้ถ้าหน่วยงานหรือกลุ่ม ระดับจังหวัดไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น คือ ผู้เกี่ยวข้องหรือรับผิดชอบไม่รีบให้รายละเอียด เทศบาลนคร (ทน.) เทศบาลตำบล (ทต.) และ เพ่ือความโปร่งใสและถูกต้อง ก็น่าจะสร้าง วารสารวิชาการ ป.ป.ช. องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) และได้จัดสรร ปัญหา ความไม่ไว้วางใจและเส่ือมศรัทธาจน ไปแลว้ 3 งวด (มี.ค.-เม.ย.-พ.ค.52) ดว้ ยหลักเกณฑ์ ขาดความรว่ มมอื เพอื่ สว่ นรวมต่อไปได้ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 จ่ายตามรายหัวประชากรอย่างเดียวในงวดแรก (ประมาณ 40,000 ล้านบาท) ส่วนงวดท่ีสอง 4.3 ทจุ รติ ในโครงการพฒั นาทางสงั คม ใช้หลักเกณฑ์รายหัวประชากรและภารกิจ ลักษณะอน่ื ๆ ถ่ายโอน (อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุหรือเบ้ีย ประเด็นการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการ 107 ยังชีพคนชรา คนพิการ และผู้ป่วยโรคเอดส์) พัฒนาทางสังคมของรัฐลักษณะอ่ืนๆ ที่พบได้ ( >25,000 ล้านบาท) และงวดท่ีสามใช้เฉพาะ ทั่วไป จากโครงการพัฒนาในอดีตและหรือ หลักเกณฑ์ภารกิจถ่ายโอนของแต่ละองค์กร ปัจจุบันยังมีอีกมากมาย ซึ่งไม่สามารถจะบรรยาย ปกครองส่วนท้องถ่ิน สำหรับเงินอุดหนุนทั่วไป ได้หมดในบทความน้ี ไม่ว่าจะเป็นในประเด็น ที่ยังเหลือเพื่อการจัดสรรงวดต่อๆ ไป นอกจาก การพัฒนาทางการศึกษาของภาครัฐที่เยาวชน จะใช้หลักเกณฑ์ภารกิจถ่ายโอนแล้ว ยังเพิ่ม และผู้เกี่ยวข้องในการคืนเงินกองทุนกู้ยืมยังขาด หลักเกณฑ์ท่ีคิดจากบริการสาธารณะข้ันพื้นฐาน จิตสำนึกในความซื่อสัตย์ คุณธรรม จริยธรรม มาร่วมด้วย โดยเฉพาะเกณฑ์ประเด็นหลังน้ี กันมิใช่น้อย หรือแม้แต่โครงการเรียนฟรี 15 ปี ไม่มีรายละเอียดช้ีแจง (ข้อคิดเห็นของตัวแทน ของรัฐบาลปัจจุบันต้ังแต่ปีน้ี (พ.ศ. 2552) ก็ยัง สมาชิกในเขตเทศบาลตำบลของจังหวัดเชียงใหม่ พบว่ามีโรงเรียนของรัฐและเอกชนท่ียังเรียก พฤษภาคม 2552) นับเป็นการเส่ียงต่อการโกงกิน เก็บเงินอุดหนุนจากนักเรียนเท่าเดิมในลักษณะ หรือการทุจริตคอร์รัปชันที่นับวันจะสั่งสมมากข้ึน อนื่ ๆ สว่ นการพัฒนาชมุ ชนเมอื งด้วยงบฯ อุดหนนุ จนสายเกินแก้ หรือแก้ไม่ไหว ถ้ารัฐไม่เร่งตระหนัก ของภาครัฐในอดีต ด้วยการจัดสรรที่ดินอยู่อาศัย และหามาตรการท่ีรัดกุมป้องกันล่วงหน้า แม้แต่ เป็นชุมชนเมืองใหม่ในพื้นท่ีชนบท นอกจาก ยอดงบฯ ที่แต่ละ ทน. ทต. และอบต. ได้รับ เจ้าหน้าที่ส่วนกลางผู้ดำเนินการระดับท้องถ่ิน

จะทุจริตงบฯ จัดสรรไปอย่างมหาศาลแล้ว ชาว • โครงการชุมชนพอเพียง (โครงการ ชนบทเจ้าของพ้ืนที่โดยรอบก็ไม่ยอมรับ เพราะ กองทุนเศรษฐกิจพอเพียง) (ปี 2552- เกรงว่าจะเกิดชุมชนแออัดในพื้นท่ีชนบทท่ีเป็น รฐั บาลปจั จบุ นั ) บ่อเกิดของสภาวะมลพิษจากความเป็นเมือง ทั้งน้ำ-อากาศ-ขยะ-ความแออัด และปัญหา ลักษณะหรือสภาพการทุจริตคอร์รัปชัน สังคมด้านยาเสพติด อาชญากรรมจากการลกั ขโมย ในโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ ดังปรากฏใน และบริการทางเพศ/การค้ามนุษย์ เป็นต้น สำหรับ อดีตและปัจจุบันท่ีรู้จักกันดีก็ไม่ต่างจากท่ีปรากฏ ปัญหามลพิษทางอากาศในชนบทก็ยังมีตัวอย่าง อย่างชัดเจนในโครงการพัฒนาทางสังคมท่ีได้ จากการทุจริตเปิดพื้นท่ีทำเหมืองแร่ในพื้นท่ี อธิบายแล้ว คือ ส่วนใหญ่ก็จะสรุปออกมาเป็น เหมืองเดิม โดยหลีกเล่ียงกฎหมายการจ่ายค่า “การทุจริตแบบไม่ผิดระเบียบและกฎหมาย” ภาคหลวงแร่ และขาดความรับผิดชอบใน ด้วยเหตุผลเดียวกันที่กลุ่มผู้บริหารระดับท้องถิ่น ผลกระทบต่อสุขภาพของคนในพ้ืนที่หรื อ รวมทั้งผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน ชาวบ้านพวกพ้องที่ ส่วนรวม ขณะเดียวกันกิจกรรมผิดกฎหมาย ให้ความร่วมมือ นักธุรกิจ/นายทุน และข้าราชการ ดังกล่าวก็ยังทำลายพ้ืนที่ป่าชุมชนอีกด้วย ที่เกี่ยวข้อง ร่วมกันก่อการทุจริตคอร์รัปชัน ขาด ท่ีสำคัญการร้องเรียนเรื่องน้ีตามข้ันตอนจนถึง ความซ่อื สตั ย์สุจริตและความรบั ผดิ ชอบตอ่ หนา้ ท่ี ระดับนโยบายมาเกือบครบ 4 ปีแล้ว ก็ยังไม่ได้รับ การขานรับหรอื การแกป้ ัญหาแตป่ ระการใด 5.1 ทุจริตเงินงบประมาณพัฒนา 108 หม่บู ้าน/ชุมชน วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. 5. ทุจริตในโครงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ: ประเด็นการทุจริตลักษณะนี้ ก็ไม่ต่างจาก อดีต-ปัจจบุ ัน การยักยอกโกงกินงบประมาณแผ่นดิน ที่อาจ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 โครงการพัฒนาชนบททางเศรษฐกิจท่ีจะ เรียกได้ว่าเป็นการฉ้อราษฎร์บังหลวงของผู้นำ ได้นำประเด็นการทุจริตระดับรากหญ้ามาสรุป หมู่บ้าน/ชุมชน ร่วมกับผู้เก่ียวข้องระดับท้องถ่ิน ในท่ีนีป้ ระกอบดว้ ย หรือรากหญ้า เป็นคณะหรือรายเด่ียวตามโอกาสท่ี • โครงการกองทนุ หมบู่ า้ นและชมุ ชนเมอื ง เอ้อื หรอื เปดิ ให้ นัน่ เอง แห่งชาติ-กองทุนเงินล้าน (ปี 2544- กรณตี วั อยา่ งจากโครงการกองทนุ หมบู่ า้ น รัฐบาลนายกฯ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และชุมชนเมืองแห่งชาติ-กทบ. หรือโครงการ ถงึ รฐั บาลปจั จุบนั ) กองทุนเงินล้าน ตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล • โครงการช่วยเกษตรกรด้านเงินประกัน นายกฯ พ.ต.ท. ทกั ษิณ ชินวตั ร (ตัง้ แต่ 22 มนี าคม ราคาพืชผลเกษตร-ลำไย (ปี 2547- 2544) ซึ่งก็เป็นโครงการที่ไม่ต่างกับโครงการ รัฐบาลนายก พ.ต.ท.ทักษนิ ชนิ วตั ร) กข.คจ. มากนัก เพียงแต่ขยายพ้ืนที่ให้ครบทุก • โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ หมู่บ้านทั่วประเทศและเพิ่มงบเป็นหมู่บ้าน/ชุมชน ชมุ ชนขนาดเลก็ -กลาง-ใหญ่:SML(ปี2547 เมอื งแหง่ ละลา้ นบาท และท่ีตา่ งกนั อกี ประการหนงึ่ รัฐบาลนายกฯ พ.ต.ท. ทักษณิ ชนิ วตั ร) คือ สมาชิกหมู่บ้านทุกคนมีโอกาสเข้าถึงทุนนี้

ไม่ว่าจนหรือรวย เหล่าน้ีก็นับเป็นจุดอ่อนมากกว่า ผู้กู้เอง ท่ีไม่ยอมคืนหรือไม่มีจะคืนทั้งต้นและดอก วารสารวิชาการ ป.ป.ช. จุดแข็งในการก่อให้เกิดการสร้างงานหรือพัฒนา เมื่อครบกำหนด สรุปว่า ทุจริตท้ังสองลักษณะน้ี งานอาชีพ ประกอบกับเพดานเงินกู้ได้สูงสุดเพียง เกิดข้ึนในหมู่บ้านและชุมชน คิดเป็นประมาณ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 20,000 บาท/ราย กำหนดชำระคืนสั้นมากเพียง รอ้ ยละ 50-80 แตท่ างรฐั บาลมกั จะไดร้ บั รายงานวา่ 1 ปี พร้อมดอกเบ้ียร้อยละ 6-12/ปี ผู้กู้ต้องสมัคร ผู้กู้ใช้เงินคืนครบร้อยละ 100 หรือขาดเพียง 109 เป็นสมาชิกและฝากเงินสัจจะออมทรัพย์รายเดือน เล็กน้อยเพราะโดยเฉพาะผู้กู้ท่ีขวนขวาย หาเงิน ต้องมีผู้ค้ำประกัน และมักขาดความเสมอภาค มาคืนจากเงินกู้นอกระบบ (ดอกเบ้ียสูงถึงร้อยละ และความโปร่งใสในการกู้ยืม ผู้บริหารกองทุนมี 20/เดือน) และขอกู้ใหม่อย่างต่อเน่ือง จนเกิด ประสิทธิภาพน้อยหรือไม่มี และมักไม่เปล่ียนตัว ลักษณะการสร้างหน้ีแบบ “วงจรอุบาทว์” หรือ ผบู้ รหิ ารจนเกดิ การรวบอำนาจ และขาดประสทิ ธภิ าพ เรยี กอกี อย่างวา่ “ผลดั ผ้าขาวมา้ ” เปน็ ต้น ในการคืนเงินกู้อย่างตรงไปตรงมา สุดท้ายท่ีสำคัญ การทุจริตงบฯ โครงการช่วยเกษตรกร พบว่าคนจนโดยเฉพาะจนมากๆ อย่างที่เราเรียกว่า ด้านเงินประกันราคาพืชผลเกษตร-ลำไย ซ่ึงก็ “จนดักดาน” ไม่ได้กู้ เพราะกรรมการโครงการ ไม่ต่างจากพืช ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง และ ยอมรับว่าถ้าให้กู้ก็เกรงจะไม่ได้เงินกู้คืนทัน อ่ืนๆ นับเป็นตัวอย่างหนึ่งที่คนไทยรู้จักกันดีว่า กำหนดหน่ึงปี ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผลงานและ มีมาเน่ินนานจนทุกวันน้ี และรัฐเองก็ยังแก้ปัญหา การทำคะแนนด้านช่ือเสียงของตนและหมู่บ้าน/ หรือแม้แต่หาทางป้องกันไม่สำเร็จ ตราบใดท่ี ชุมชน เพราะถ้าสามารถทวงหน้ีได้ครบจนทาง ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยเฉพาะเกษตรกรชาวสวน หมู่บ้านได้ยอดเงินกู้เพิ่มอีกปีละแสนบาท ส่วน ชาวนา ชาวไร่ยังไม่มีอำนาจจัดการและต่อรอง ลักษณะการทุจริตเงินกองทุนน้ีพอจะสรุปได้ ร่วมกับภาครัฐอย่างแท้จริง ด้วยปัญหาอุปสรรค เป็น 2 รูปแบบ คือ (1) กรรมการกองทุนระดับ จากทั้ง พ่อค้า/นายทุน/นักธุรกิจท่ีร่วมกับ ท้องถ่ิน/รากหญ้า (อาทิ ประธาน เหรัญญิก ฯลฯ ข้าราชการ ผู้นำท้องถ่ิน (ระดับหมู่บ้าน ตำบล ซ่งึ มาจากชาวบ้านหรอื ผู้นำท้องถิ่น เช่น ผใู้ หญบ่ า้ น อำเภอ และจงั หวดั ) และชาวบ้านพวกพ้องบางสว่ น ประธานชุมชน ฯลฯ) ท่ีได้รับเงินต้นและดอกเบ้ีย ร่วมกันทุจริตงบฯ พัฒนาและแก้ไขปัญหาของ คืนจากผู้กู้แล้ว (เป็นรายเดือนหรือเมื่อครบปี) รัฐบาลหลายพันหลายหมื่นล้านบาทในแต่ละปี ไม่นำกลับไปฝากคืนธนาคารตามระเบียบ หรือ สำหรับการช่วยเหลือด้านการประกันราคาพืชผล คืนกรรมการผู้รับผิดชอบ แต่นำเงินหลบหนี เกษตร ตัวอย่างท่ีเด่นชัดในภาคเหนือภูมิศาสตร์ ออกนอกพื้นที่คล้ายกับการทุจริตเงินโครงการ ชว่ งฤดกู าลน้ี (ฤดฝู น ชว่ งเดอื นกรกฎาคม-สงิ หาคม- กข.คจ. ที่ระบุแล้ว และเป็นกรณีท่ีเกิดมาก กันยายน) ก็คือ การทุจริตคอร์รัปชันเงินประกัน ในชุมชนเมืองหลายแห่งตามข้อมูลของชาวบ้าน ลำไยท่ีรัฐส่งมาช่วยเกษตรกรสวนลำไย จังหวัด โดยตรง (เช่นตัวอย่างที่กลุ่มสมาชิกชุมชนเมือง ลำพูน เชียงใหม่ เป็นสำคัญ โดยเฉพาะในปีที่ เชียงใหม่ ได้ให้ข้อมูลช่วงระหว่างปี 2547-52) พืชผลลำไยออกมาก เช่นในปี 2547 และ (2) การทุจริตอีกรูปแบบหนึ่งก็พบได้หลายแห่ง ในปีนี้ (พ.ศ. 2552) ก็เช่นกันชาวสวนต้องขาย ทั้งชนบทท่ัวไปและชุมชนเมือง คือการทุจริตของ ผลผลิตในราคาขาดทุน และเงินประกันก็มาถึง

วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ช้าเสมอแม้การอนุมัติจะทำล่วงหน้าแล้วก็ตาม จะนำเอกสาร 2 ฉบับดังกล่าวไปเปิดบัญชีท่ี ช า ว บ้ า น ใ ห้ ข้ อ คิ ด เ ห็ น จ น แ ม้ แ ต่ ใ น ปี นี้ ว่ า ธนาคารกรงุ เทพ หรอื ธนาคารกรงุ ไทย สว่ นชาวบา้ น ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 รัฐบาลยังแก้ไม่ตรงจุดและไม่ทันการณ์ ตราบใด ที่ทำผิดและให้เอกสารยินยอมแล้ว จะได้รับแจ้ง ที่ไม่ลงมาดำเนินการตรงกับชาวสวน ท่ีรู้ปัญหา เพียงว่าไม่มีความผิดใดๆ ท่ีทำเช่นน้ัน จากน้ัน อย่างดี ดังปรากฏเป็นความเดือดร้อนอย่างมาก ก็ไม่ได้รับข่าวคราวใดๆ เพ่ิมเติมแม้แต่บัญชี แก่ชาวสวนลำไย ลำพูน ในปี 2547 สมัยรัฐบาล เปิดใหม่ของตนที่เจ้าหน้าที่กลุ่มทุจริตทำแทน นายกฯ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร (ข้อมูลจากกลุ่ม จนปี พ.ศ. 2549 ชาวบ้านที่แจ้งเท็จจึงได้ถูก ชาวสวนลำไยในหมู่บ้านชนบท จ.ลำพูน ระหว่าง ตำรวจเรียกไปสอบปากคำ และได้รับหมายศาล ปี2549-52) ท่ีอนุมัติงบฯ 1,000 ล้านบาท ในปีต่อมา (พ.ศ. 2550) ข้อน่าสังเกตสำหรับ รับซื้อผลผลิตลำไยของจังหวัด จนเป็นเหตุให้ แพะรับบาปหลายรายท่ีลงรายมือช่ือเฉพาะใน ชาวบ้านถูกดำเนินคดีกรณีถูกกล่าวหาว่า เอกสาร 2 ฉบับ แต่ไม่ได้ลงช่ือในทะเบียน สร้างหลักฐานเท็จมาต้ังแต่ปี 2549 จนถึงปีที่ เกษตรกรผู้ปลูกลำไยได้ถูกศาลตัดสินเป็น ผ่านมา (พ.ศ. 2551) เพราะกลุ่มร่วมก่อการ จำเลยฐานแจ้งความเท็จกับเกษตรอำเภอ ทุจริตระดับท้องถ่ินดังกล่าวชักจูงชาวบ้านทั้งที่ ในพ้ืนที่นั้น และต้องจ่ายเป็นค่าปรับรายละ ปลูก และไม่ปลูกลำไยให้ไปลงทะเบียนกับ 6,000 บาท ทั้งๆ ที่ถูกหลอกให้รับเงินเพียง เกษตรจังหวัด กลุ่มละประมาณ 1,000 ราย เท่าๆ รายละไม่เกิน 2,000 บาทดังกล่าวแล้ว ด้วย กัน โดยให้แจ้งจริง และแจ้งเท็จ ตามลำดับ เหตุผลของความยากจนเป็นส่วนใหญ่ ซ่ึงชาวบ้าน 110 สำหรับจำนวนไร่/สวนที่ปลูกและผลผลิตที่ได้ (กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเดิมท่ีอ้างแล้ว) ให้ข้อมูลว่า และชาวบ้านต้องนำเอกสาร 2 ฉบับ คือ สำเนา ชาวบ้านหลายรายถูกทางตำรวจ ขู่ว่า “ถ้าอยาก ทะเบียนบ้านและบัตรประชาชนท่ีลงลายมือชื่อ ให้เรื่องจบ ต้องรีบมาเซ็นยินยอมรับผิดและจ่าย ยินยอมไปมอบให้ ปรากฏว่า ราษฎรชาวสวนจริง ค่าปรับ มิฉะน้ันจะเป็นเร่ืองใหญ่ ทำให้ชาวบ้าน ได้ขายผลผลิตให้พ่อค้า/บริษัท ท่ีร่วมโครงการ หลายรายรีบมาจ่ายด้วยความหวาดกลัว แม้ว่า ประกนั ราคากบั ภาครฐั ประมาณรอ้ ยละ 20 สว่ นอกี จริงๆ แล้วจะไม่ได้มีเจตนาจะทำการทุจริต” ร้อยละ 80 ต้องเอาไปขายเอง เพราะทนการถูก นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านบางรายที่ทำผิดกรณี กดราคาไม่ไหว เช่นเดียวกับชาวสวนท่ีปลูก เดียวกันแต่ไม่ถูกแจ้งให้มาจ่ายค่าปรับ และก็มี แต่ไม่ได้ลงทะเบียน ถ้ามาขอขายกับตัวแทน บางรายที่กระทำทุจริตในลักษณะเดียวกัน ภาครัฐก็ทนต่อการถูกกดราคาไม่ไหวเช่นกัน ถูกพิพากษาให้จำคุก! ซึ่งก็ไม่มีใครตอบคำถาม แต่ที่น่าสังเกตและน่าสนใจ คือพ่อค้ารายอ่ืน ในเร่ืองนไ้ี ด้ ที่รับซื้อก็กดราคาและเป็นเครือข่ายของบริษัท รับราคาจำนำจากภาครัฐ ท่ีร่วมทุจริตกับกลุ่ม ผู้นำท้องถิ่นไปเรียบร้อยแล้ว สำหรับผู้แจ้งเท็จ จะได้รับเงินประกันตอบแทนในฐานะเป็นผู้ปลูก ลำไยปลอมรายละ 500-2,000 บาท กลุ่มผู้ทุจริต

5.2 ทุจริตการเบิกจ่ายเงินเกินความ 2547 ใช้ร้อยละ 75 ของประชากร) สำหรับ เปน็ จริง โครงการ SML และไม่น้อยกว่าร้อยละ 70 ของ การทุจริตในลักษณะน้ีก็เช่นเดียวกับท่ีได้ ครัวเรอื น สำหรับโครงการชมุ ชนพอเพียง กลา่ วอีก อธิบายไว้ในโครงการพัฒนาชนบททางสังคม นัยหนึ่งก็คือท้ังสองโครงการน้ีราษฎรหรือชาวบ้าน อดตี และปจั จบุ นั คอื สว่ นใหญแ่ ลว้ กม็ าจากการจดั ซอ้ื ในหมู่บ้าน/ชุมชน เป็นผู้บริหารจัดการกันเอง จัดจ้าง หรือจ้างเหมา ท่ีมีการสร้างหลักฐานเท็จ เพราะต้องช่วยกันคัดสรรเลือกใช้งบฯพัฒนา ท่ีถูกระเบียบและกฎหมาย ดังตัวอย่างในโครงการ ตามความตอ้ งการหรือจำเปน็ มากกว่าของหมบู า้ น/ สร้างงานชนบท โครงการพัฒนาแหล่งน้ำและ ชุมชนของตน เหตุผลสำคัญเพราะรัฐบาลต้องการ พัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐานอื่นๆ ทางสังคม โครงการ ให้โครงการมีพลังขับเคลื่อน (empowerment) อยู่ดีมีสุขและอ่ืนๆ ดังอธิบายแลว้ แตต่ น้ นอกจากนี้ สำคัญในการช่วยแก้ไขปัญหาความยากจน และ ก็ยังพบตัวอย่างกรณีทุจริตเช่นน้ีในโครงการ การสร้างโอกาสให้แก่ประชาชนตามแนว พฒั นาชนบทของรัฐดา้ นเศรษฐกิจอืน่ ดังน้ี ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. กรณีทุจริตในโครงการพัฒนาศักยภาพ พระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลปัจจุบัน โดยจัดสรรงบฯ ของหมู่บ้าน/ชุมชนขนาดเล็ก-กลาง-ใหญ่ หรือ ให้เปล่า สู่โครงการพัฒนาศักยภาพของหมู่บ้าน/ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 โครงการ SML ตง้ั แตร่ ฐั บาลนายกฯ พ.ต.ท. ทกั ษณิ ชุมชน นำร่องและขยายท่ัวประเทศ 3 ระดับ ชินวัตร ปี 2547 และปรับขยายเป็นโครงการ (S-ขนาดเล็ก ประชากร 101-500 คน ได้แห่งละ ชุมชนพอเพียง ในรัฐบาลปัจจุบัน (นายกฯ 200,000 บาท M-ขนาดกลาง ประชากร นายอภสิ ทิ ธ์ิ เวชชาชวี ะ) ปี 2552 ทั้งสองโครงการ 501-1,000 คน ได้แห่งละ 250,000 บาท และ 111 พัฒนาชนบทขนาดใหญ่เป็นหม่ืนเป็นแสนล้าน L-ขนาดใหญ่ ประชากร >1,000 คน ได้แห่งละ บาทนี้ โดยหลักการใหญ่ๆ ไม่ต่างกันมากนัก 300,000 บาท) แต่โครงการชุมชนพอเพียง จากโครงการสร้างงานในชนบท หรือโครงการ ของรัฐบาลปัจจุบันได้ปรับขยายเป็น 7 ขนาด กสช. สมยั รฐั บาล นายกฯ พลเอก เปรม ตณิ สลู านนท์ พ้ืนท่ีและเพิ่มงบฯ จากกำหนดไว้เดิมอีกเท่าตัว (พ.ศ. 2523-34) ที่ก่อกำเนิดมาจากโครงการ (พ้นื ท่ี 1 ประชากร 1-50 คน ได้แหง่ ละ 100,000 เงินผันสมัยรัฐบาล นายกฯ มรว. คึกฤทธ์ิ ปราโมช บาท พื้นท่ี 2 ประชากร 51-100 คน ได้แห่งละ (พ.ศ.2518-19) จะปรับเปลี่ยนบ้างก็เฉพาะ 200,000 บาท พ้ืนที่ 3 ประชากร 101-200 คน รูปแบบองค์กรการดำเนินงานที่ต่างกันออกไป ได้แห่งละ 300,000 บาท S-ประชากร 201-500 โครงการ SML และชุมชนพอเพียงให้อิสระแก่ คน ไดแ้ หง่ ละ 400,000 บาท M–ประชากร 501- คณะกรรมการหมู่บ้านจากราษฎรในพื้นท่ีชนบท 1,000 คน ได้แห่งละ 500,000 บาท L-ประชากร /ชุมชน เป็นผู้ดำเนินการโดยผ่านกระบวนการ 1,001-2,000 คน ได้แห่งละ 600,000 บาท และ มีส่วนร่วมในเวทีประชาคมของสมาชิกหมู่บ้าน/ XL-ประชากร > 2,000 คน ไดแ้ หง่ ละ 700,000 บาท) ชุมชน เข้าร่วมประชุมกลั่นกรองปัญหาและ งบฯ ในโครงการหลังน้ีส่วนหนึ่งได้โอนงบฯมาจาก ความต้องการของหมู่บ้าน/ชุมชนไม่น้อยกว่า โครงการอยู่ดีมีสุข (จัดสรรให้หมู่บ้าน/ชุมชน สมัย ร้อยละ 70 ของประชากร (ปี 2548 แต่แรกปี รฐั บาลนายกฯ พลเอก สุรยุทธ จลุ านนท์ ปี 2551)

วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ที่ให้ยกเลิกไป รูปแบบการใช้งบฯ ที่ได้รับจัดสรร จัดซ้ือจัดจ้างท่ีเสนอผ่านขึ้นมาตามขั้นตอนจากท่ี โครงการ SML จะทำเฉพาะหมู่บ้าน/ชุมชน ประชุมประชาคมตามเกณฑ์ มักจะผ่านข้ึนมา ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 เป็นรายเดี่ยวหรือจะทำร่วมแบบร่วมทุนระหว่าง ได้ง่ายๆ โดยไม่มีการให้รายละเอียดด้านราคา หมู่บ้าน/ชุมชน หรือ “matching fund” เพื่อ ที่มีการประมูลแข่งขันของร้านค้าแต่ประการใด เพิ่มศักยภาพการลงทุนก็ได้ ในขณะท่ีโครงการ หรือแม้แต่รายละเอียดด้านคุณภาพของสินค้า ชุมชนพอเพียงไม่ได้ระบุรูปแบบการใช้งบฯ ปล่อย ก็ไม่มี เหล่านี้จะเป็นการเพ่ิมความเสี่ยงในการ ให้เป็นอิสระของประชากรแต่ละพ้ืนที่จะร่วมคิด จ่ายเกินจริง หรือการได้ของต่ำกว่าเกณฑ์และ ร่วมทำกันเอง ปัญหาของท้ังสองโครงการลักษณะ คุณภาพ อย่างไรก็ตามชาวชุมชนไม่ว่าชนบท แบบเดียวกันน้ี จึงอยู่ท่ีว่ากรรมการโครงการระดับ หรือเมืองมักจะให้ความเห็นตรงกันที่เรื่อง หมู่บ้าน/ชุนชน รวมทั้งผู้นำท้องถิ่นและข้าราชการ จากระดับรากหญ้าผ่านข้ันมาได้ง่ายดาย เพราะ ที่เกี่ยวข้องจริงใจกับชาวบ้านหรือราษฎรส่วนใหญ่ มีการปลอมลายมือหรือสวมสิทธิโดยตัวแทน แค่ไหน เพราะยงั ปรากฏอทิ ธิพลของกลุม่ กรรมการ ชุมชนท่ีรู้เห็นเป็นใจกับฝ่ายเจ้าหน้าท่ีผู้บริหาร ดำเนินการในการโน้มน้าวราษฎรของตน ไปใน ระดับท้องถ่ิน หรือมิฉะนั้นผู้บริหารระดับท้องถิ่น ทิศทางท่ีตนจะได้รับประโยชน์มากกว่า แทนที่จะ ก็เห็นด้วยกับผู้บริหารระดับสูงกว่าท่ีทุจริตและ เป็นความต้องการอย่างแท้จริงในลำดับต้นๆ ของ โครงการที่ผ่านการคัดเลือกขอทุนอุดหนุนก็มักจะ สมาชิกหมู่บ้าน/ชุมชนส่วนใหญ่ ยิ่งกว่านั้น เป็นโครงการท่ีกรรมการส่วนใหญ่คัดเลือกกันเอง กรรมการยงั ดำเนนิ การจดั ซอื้ จดั จา้ งเองกบั นายทนุ / ไม่ใช่เป็นความต้องการหรือความจำเป็นอย่าง 112 ผรู้ บั เหมา เสย่ี งตอ่ การทจุ รติ งบฯ ดว้ ยการจา่ ยราคา แทจ้ รงิ ของประชากรชุมชน สูง แต่ได้เนื้องานคุณภาพต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน การทุจริตในโครงการชุมชนพอเพียง มาก ยิ่งเป็นโครงการชุมชนพอเพียง พบว่า ได้รับ นับว่าได้ผุดข้ึนอย่างรวดเร็ว และก็หนีไม่พ้นจาก อนุมัติงบฯง่ายมากโดยไม่มีข้อแม้ใดๆ (ข้อมูล การติดตามข้อมูลของส่ือมวลชนต่างๆ โดยเฉพาะ จากตัวแทนเทศบาลตำบล จ.เชียงใหม่ พฤษภาคม สอ่ื หนงั สอื พมิ พแ์ ละโทรทศั นท์ พ่ี ดู ถงึ กรณี “18 มงกฎุ 2552) ผู้จัดซ้ือจัดจ้างไม่ได้กำหนดหรือระบุ อ้างชุมชนพอเพียงตุ๋นเงิน” (หนังสือพิมพ์มติชน รายละเอียดตามแบบท่ีถูกต้อง (specification) ฉบับลงวันท่ี 28 พฤษภาคม 2552) ด้วยการ และขาดระบบตรวจเช็คหรือตรวจสอบ รวมท้ัง หลอกลวงชาวบ้าน จ.สุรินทร์ จ.อยุธยา และ การติดตามประเมินผลใดๆ ท้ังส้ิน จึงนับเป็น กรุงเทพฯ ให้สมัครเป็นสมาชิก “พรรคพอเพียง” ความล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง ก่อนเร่ิมโครงการด้วย ของตน และเรียกเงินค่าดำเนินการจากสมาชิก ซ้ำไป และการทุจรติ นา่ จะขยายวงไดอ้ ยา่ งมโหฬาร 1,500-2,000 บาท/ราย เพ่ือได้สิทธิ์กู้เงิน หลายรูปแบบจากการที่รัฐบาลขยายทั้งระดับ โครงการรายละ 50,000-100,000 บาท เป็นต้น พ้ืนท่ีและขยายท้ังงบฯอุดหนนุ โครงการเท่าตัว นอกจากนี้ ก็เป็นข่าวจากส่ือโทรทัศน์ในช่วงใกล้ๆ กรณีตัวอย่างของการทุจริตในโครงการ กัน ถึงพฤติกรรมส่อทุจริตในโครงการชุมชน ชุมชนพอเพียงมีปรากฏให้เห็นได้ทั่วไป ทั้งใน พอเพียงของเจ้าหน้าท่ีระดับสูงในโครงการ ชุมชนชนบทและชุมชนเมือง เพราะโครงการ ยิ่งกว่านั้น ทางพรรคฝ่ายค้านก็ยังยืนยันให้

นายกฯ ลงมาตรวจสอบการทุจริตในโครงการ ซ่ือสัตย์สุจริต รับผิดชอบและร่วมมือสร้างสรรค์ ชุมชนพอเพียงที่เกิดในพื้นท่ีภาคอีสานแทบทุก งานสาธารณประโยชน์ของสังคม/ชุมชนท่ีตนมี จงั หวดั เชน่ เดยี วกบั ในกรงุ เทพฯ ผา่ นทางขา้ ราชการ ส่วนร่วม เพื่อพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของทั้ง สว่ นทอ้ งถ่นิ ตา่ งๆ สังคมครอบครัว ชุมชน และคุณภาพชีวิตของ สมาชิกครอบครัวและชุมชนชนบท/เมืองระดับ มาตรการแกไ้ ขปอ้ งกนั ปญั หาการทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั รากหญ้าโดยส่วนรวม เหตุใดการทุจริตคอร์รัปชันในโครงการ พัฒนาชนบทของภาครัฐจากอดีตถึงปัจจุบัน สรุปมาตรการแก้ไขป้องกันปัญหาการ จึงไม่เคยลดน้อยถอยลง แต่กลับมีความซับซ้อน ทุจริตในโครงการพัฒนาชนบทระดับรากหญ้า หลากหลายและทำกันในหลายระดับ ดังปรากฏ ทผ่ี เู้ ขียนใคร่ขอเสนอ 4 แนวทางหลกั ดงั น้ี ในตัวอย่างโครงการพัฒนาชนบทของรัฐ ท้ังทาง มาตรการท่ีหนึ่ง มาตรการนี้น่าจะเป็น สังคมและเศรษฐกิจ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน และ มาตรการท่ีมีประสิทธิภาพและได้ผลมากที่สุด วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันใน แต่เป็นวิธีการที่ทำได้ยาก ต้องใช้เวลายาวนาน ลักษณะหรือประเด็นใด และไม่ว่าผู้ทุจริตจะเป็น และทำอย่างจริงจังต่อเน่ือง ตั้งแต่เยาว์วัยจน ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 รายเดี่ยวหรือกลุ่มของสังคมระดับใด เม่ือพิจารณา เป็นผ้ใู หญ่ หรอื ตลอดไปไม่หยดุ ย้งั นั่นกค็ อื ให้ลึกซึ้งแล้ว จะพบว่าเป็นเรื่องท่ีจะแก้ไขและ ต้องใช้การปลุกจิตสำนึกให้มีความรู้สึก ป้องกันได้ยากมาก และมากยิ่งข้ึนถ้าต้องการ ผิดชอบชั่วดีอย่างต่อเน่ืองและตลอดเวลา ด้วย ปราบปรามให้หมดสิ้น เพราะแม้แต่จะแก้ไขและ โครงการปลูกฝังคุณธรรม ศีลธรรม จริยธรรม 113 ป้องกันให้เหลือน้อยท่ีสุดก็ยังต้องใช้เวลา และการมีวินัย ต้ังแต่เยาว์วัยที่เร่ิมรู้ความกับ อาจเป็นชั่วอายุคนหรือมากกว่าก็ได้ โดยเฉพาะ สังคมครอบครัว (พ่อแม่ ญาติ พ่ีน้อง) วัยเรียน เพ่ือจะยกมาตรฐานด้านจิตใจและการศึกษา ทั้งน้ี กับครูอาจารย์ของสังคมโรงเรียนและสถาบัน ต้องเร่ิมมาตั้งแต่สังคมครอบครัวท่ีช่วยปลูกฝัง การศึกษา และสังคมในวัยทำงานท่ีทุกคนต้อง จิตสำนึกความรับผิดชอบ ซื่อสัตย์ สุจริต เคารพและรับผิดชอบต่อตนเอง และสังคม จนเข้าไปในสายเลือด ต้ังแต่รู้ความ ช่วงเป็นเด็ก ส่วนรวม มีความซ่ือสัตย์สุจริตและยุติธรรมเป็น และเยาวชนเพื่อจะซึมซับคุณธรรม ศีลธรรม พื้นฐานสำคัญของจิตใจในการดำเนนิ วิถีชีวิต จริยธรรม วินัย สิ่งดีๆ เหล่าน้ีจากครูคนแรก คือ มาตรการท่ีสอง ในขณะที่มาตรการแรก พ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือสังคมสิ่งแวดล้อมของ ดำเนินอยู่เพ่ือผลในอนาคต มาตรการอื่นๆ ที่เป็น ครอบครัว/ชมุ ชน จากน้ันก็ต่อยอดโดยครคู นตอ่ มา มาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างมี หรือครูในระบบการศึกษา (ท้ังในและนอกระบบ) ประสิทธิภาพและเหมาะสม ก็ต้องดำเนินการหรือ และส่ิงแวดล้อมในการดำเนินวิถีชีวิตในสังคม ปฏิบตั ิไปพรอ้ มๆ กนั ดว้ ย ดังน้ี ที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญกับความรู้สึกผิดชอบ การใช้มาตรการทางสังคมในการแก้ไข ช่ัวดีตามหลักธรรมทางศาสนา มีจิตสำนึกและ และป้องกันปัญหาการทุจริตคอร์รปั ชัน ดังตัวอย่าง ปฏิบัติตัวด้วยความยุติธรรม ตรงไปตรงมา ท่ีรู้จักกันดีว่าได้ผลและมีประสิทธิภาพมา

มากกว่า 700 ปี และยังนิยมใช้กันอยู่จนปัจจุบัน ทุกคนได้รับรู้ เข้าใจ และได้รับความเป็นธรรม ในภาคเหนือของประเทศ สำหรับระบบการ อยา่ งทว่ั ถึง บริหารจัดการน้ำ เพื่อการเกษตรในระบบ มาตรการที่ส่ี มาตรการแก้ไขและป้องกัน เหมืองฝายของราษฎร สมาชิกผู้ใช้น้ำท่ีกรรมการ การทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั ในโครงการพฒั นาชนบทของรฐั บริหารคัดเลือกจากสมาชิกผู้ใช้น้ำจะประชุม ทจี่ ำเปน็ ต้องทำรว่ มกับ 3 วิธแี รก เพ่ือประสทิ ธภิ าพ ลงมติไม่ปล่อยน้ำหรือส่งน้ำให้แก่สมาชิกที่ทุจริต และสัมฤทธิผลของงานพัฒนา ได้ตรงกับประชากร ลักขโมยน้ำในช่วงที่วิกฤตจากการขาดน้ำและ เป้าหมายอย่างแท้จริง คือ ต้องการใช้น้ำ หรือมิฉะน้ัน กรรมการก็ใช้วิธี การใช้มาตรการด้านการประชาสัมพันธ์ ตามขั้นตอนท่ีสมาชิกผู้ใช้น้ำทุกคนยอมรับ ด้วยเวทีประชาคม สร้างความเข้าใจแก่ราษฎร เพราะได้ร่วมกันวางเกณฑ์ไว้อย่างเป็นข้ันตอน หรือชาวบ้านในชนบท/ชุมชนทุกคน ท่ีเป็น คือ การตักเตือน การจ่ายค่าปรับ และการส่งให้ ประชากรเป้าหมายให้ได้รับทราบถึงรายละเอียด ทางอำเภอแจ้งตำรวจดำเนินคดีเพ่ือลงโทษ ของโครงการพัฒนาของรัฐท่ีจะมีผลทั้งโดยตรง ตามกฎหมายเป็นข้ันตอนสุดท้าย และกรณี และโดยอ้อมเป็นการล่วงหน้าอย่างชัดเจน จาก กรรมการผู้บริหารการใช้น้ำกระทำผิดจากข้อตกลง ผู้บริหารระดับนโยบายและแผนจากส่วนกลาง เสียเอง ก็ต้องได้รับโทษรุนแรงกว่าเป็นสองเท่า และหรือส่วนท้องถิ่นระดับจังหวัด ในขณะที่ หรอื มากกวา่ สมาชกิ ผใู้ ช้นำ้ ท่วั ไป ผู้บริหารท้องถิ่น ระดับอำเภอและตำบลท่ีมีส่วน มาตรการทสี่ าม มาตรการทต่ี อ้ งดำเนนิ การ เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำหมู่บ้าน/ประธานชุมชน 114 ในทุกโครงการพัฒนาจากทั้งภาครัฐ และนอก จำเป็นต้องร่วมรับฟังและทำความเข้าใจไปพร้อมๆ ภาครัฐเพื่อหาวิธีการปรับปรุง แก้ไขลดปัญหาและ กบั ชาวบา้ น หรอื ประชากรเปา้ หมายดว้ ย โดยเฉพาะ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. แนวทางป้องกันปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในระดับ การชี้แจงรายละเอียดด้านงบประมาณที่ถูกต้อง ท้องถิ่นและรากหญ้าให้เหลือน้อยที่สุด หรือ ตรงไปตรงมา ตลอดจนใหม้ ีกลุ่มตรวจสอบ ติดตาม ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 หมดไปไดใ้ นทีส่ ุด คือ และประเมินผล (ตามมาตรการที่สาม) วิธีการน้ี การให้มีกลุ่มติดตามและประเมินผลทุก น่าจะแก้ไขหรือป้องกัน “การทุจริตแบบไม่ผิด โครงการพัฒนาของรัฐ ที่ให้แก่ราษฎรหรือ ระเบียบและกฎหมาย” ได้เปน็ อย่างดี ชาวบ้านในชนบท/ชุมชนเมือง ท่ีเป็นชาวบ้านและ หรืออาจมีพระสงฆ์ในท้องถิ่นร่วมอยู่ในคณะ หรือกลุ่มผู้ตรวจสอบ ที่ได้รับแรงศรัทธาและ ยอมรับในการเป็นคนดี ซ่ือสัตย์สุจริต (ไม่ใช่ กรรมการโครงการและกลุ่มผู้นำหมู่บ้าน/ชุมชน) มีหน้าท่ีคอยสอดส่องดูแล ตรวจสอบส่งข้อมูลตรง ให้ส่วนกลางหรือผู้บริหารระดับนโยบายและแผน ร่วมพิจารณาเพื่อปรับปรุงแก้ไข หรือดำเนินคดี ต่อไปตามความเหมาะสมแก่คดี และชาวบ้าน

บรรณานกุ รม เมธี ครองแก้ว และคณะ 2524. โครงการสร้างงานในชนบท วันเพ็ญ สุรฤกษ์ 2523 ปัญหาและการแก้ไขข้อขัดแย้ง วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ของรัฐบาล : การประเมินผลและการวิเคราะห์ ในการจดั การเรอ่ื งนำ้ และการใชน้ ำ้ เพอื่ การเพาะปลกู สนับสนุนทุนโดยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ในไร่นาของระบบชลประทานหลวงและระบบ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กรุงเทพฯ ชลประทานราษฎร์ สนบั สนนุ ทนุ วิจยั โดยมูลนธิ ฟิ อรด์ มีนาคม 2524 หนา้ 96 กรุงเทพฯ พิมพ์ที่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย 115 วนั เพญ็ สรุ ฤกษ์ 2524 การผลติ และการจา้ งงานนอกการเกษตร เชยี งใหม่ กมุ ภาพันธ์ 2523 หน้า 532 ในชนบทภาคเหนอื ตอนลา่ งของประเทศไทย-ตวั อยา่ ง ____________ และคณะ 2528 พัฒนาการทางประวัติ จังหวัดกำแพงเพชรและจังหวัดสุโขทัย สนับสนุน ความเป็นมาและการจัดการเกี่ยวกับระบบการ ทุนวิจัยโดยธนาคารโลกและสำนักงานคณะกรรมการ ชลประทานในภาคเหนือของประเทศไทย สนับสนุน พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ พิมพ์ท่ี ทุนวิจัยโดยมูลนิธิฟอร์ด กรุงเทพฯ จัดพิมพ์ท่ี คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชยี งใหม่ พฤศจกิ ายน คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่และเผยแพร่ 2524 หนา้ 131 โดยสถาบันวิจัยสังคม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ____________ 2529 การวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ผลโครงการ กรงุ เทพฯ มิถนุ ายน 2528 หนา้ 483 สร้างงานในชนบทของประเทศ พ.ศ. 2523-2528 ____________ 2523 และ 2541 รายงานการวิจัย สนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั โดย สำนกั งานเลขานกุ าร กสช. สำนกั การติดตามผลและการประเมินผลโครงการพัฒนา เลขาธิการนายกรัฐมนตรี รับผิดชอบโดยมหาวิทยาลัย พ้ืนที่ลุ่มน้ำแม่อาวอันเน่ืองมาจากพระราชดำริ เชียงใหม่ พิมพ์ที่โรงพมิ พ์คุรุสภาลาดพรา้ ว หนา้ 168 จังหวัดลำพูน ปีงบประมาณ 2536 (รายงานเล่มท่ี 1 ____________ 2542 ทรัพยากรมนุษย์กับพื้นที่ลุ่มน้ำใน 289 หน้า) มีนาคม 2538 และปีงบประมาณ 2537 ภาคเหนือของประเทศไทย-ปัญหากับการจัดการ (รายงานเลม่ ที่ 2 หน้า 193) มนี าคม 2541 สนับสนนุ : พ้นื ท่ลี มุ่ น้ำแมอ่ าว จังหวดั ลำพนู : โครงการอนั เนอื่ ง ทุนวิจัยโดยสำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อ มาจากพระราชดำริ สนบั สนนุ ทนุ วจิ ยั โดย มหาวทิ ยาลยั ประสานงานโครงการอนั เนอื่ งมาจากพระราชดำร-ิ กปร. เชียงใหม่ พิมพ์ท่ีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัย พมิ พท์ ่คี ณะสังคมศาสตร์ เชียงใหม่ ISBN 974-657-153-2 หน้า 274 ____________และคณะ 2544 วิกฤตเศรษฐกิจของ ____________ 2546 “ภูมิศาสตร์กับวิถีชีวิตไทย : สังคมน้ำ ผู้ตกงานท่ีกลับสู่ภูมิลำเนาในภาคเหนือ สนับสนุน กบั การวเิ คราะหเ์ ชงิ พนื้ ท”่ี (หนา้ 44-147) และ “วถิ ชี วี ติ ทุนวิจัยโดย สำนักงานกองทุนสนับสนุการวิจัย ลมุ่ นำ้ :ชมุ ชนเหมอื งฝายในภาคเหนอื ของประเทศไทย” ผ่านทางเมธีวิจัยอาวุโส-สกว. (รองศาสตราจารย์ (หน้า 176-247) เอกสารวิชาการลำดบั ที่ 22 เอกสาร ดร.เมธี ครองแก้ว) พิมพ์ท่ีคณะสังคมศาสตร์ การสมั มนาวชิ าการเรอ่ื ง “ภมู ศิ าสตรก์ บั วถิ ชี วี ติ ไทย” มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ มนี าคม 2544 หนา้ 211 ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พิมพ์ที่ ____________ 2543 วิเคราะห์สภาพเศรษฐกิจ บริษัทอมรินทร์พริ้นต้ิงแอนด์พับลิชช่ิง จำกัด(มหาชน) สังคมของครัวเรือนยากจนดักดานในภาคเหนือ กรุงเทพฯ ISBN 974-272-474-1 หนา้ 534 สนับสนุนทุนวิจัยโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุน ____________ 2547 มุมมองทางภูมิศาสตร์กับความย่ังยืน การวจิ ยั ผา่ นทางเมธวี จิ ยั อาวโุ ส-สกว. (รองศาสตราจารย์ ของการเกษตรไทย พิมพ์ที่คณะสังคมศาสตร์ ดร.เมธี ครองแก้ว) พิมพ์ท่ีคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ISBN 974-656-399-8 มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ ธันวาคม 2543 หน้า 247 พฤศจกิ ายน 2547 หนา้ 227 ____________ 2548 รายงานการวิจัยยุทธศาสตร์ของรัฐ Surarerks Vanpen 1981 Rural Non-Farm กับการแก้ไขปัญหาความยากจนแบบมีส่วนร่วม Production and Employment in Lower North ในภาคเหนือ ทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงาน Thailand. Sponsored by The World Bank คณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2546 และ and The National Economic and Social 2547 พมิ พท์ ี่คณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Development Board. November 1981 p.128 ตลุ าคม 2548 หน้า 453 ____________ 1986 Thai Governmental Rural ____________ 2552 รายงานการวิจัยฉบับสมบูรณ์ Development Programs-An Analysis “ผลกระทบของการเคลื่อนย้ายสู่ชุมชนเมืองของ and Evaluation of the Rural Job เยาวชนชาวเขาต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของ Creation programs in Thailand 1980-1985. ชุมชนบนพ้ืนท่ีสูง” สนับสนุนทุนวิจัยโดยสถาบันวิจัย Printed by Chareon Witpress Co. Ltd. และพัฒนาพื้นท่ีสูง (องค์การมหาชน) ประจำปีงบฯ Bangkok ISBN 974-87434-0-3, July 1986 พ.ศ.2551 กมุ ภาพันธ์ 2552 หนา้ 244 p.227

Surarerks Vanpen et.al. 1986 Historical Development and Management of Irrigation Systems in Northern Thailand. Sponsored by the Ford Foundation, Thailand and the Center for Southeast Asian Studies, Kyoto University, Japan. Printed by Chareonwit Printing Ltd., Bangkok. ISBN 974-87338-3-1 February 1986 p.492 ____________ 1980 Water Management Conflicts in Northern Thai Irrigation Systems. Sponsored by the Ford Foundation and printed by the Department of Geography, Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University, Chiang Mai. Thailand. February 1980. p.530 Surarerks Vanpen and Chulasai Luechai, 1982 Water Management and Employment in Northern Thai Irrigation Systems. Sponsored by the Asian Regional Team for Employment Promotion, International Labour Organization (ARTEP/ILO), Bangkok. Printed by the Faculty of Social Sciences, Chiang Mai University, Chiang Mai, Thailand August 1982. p.223 การสัมภาษณ์ประชากรในหมู่บ้าน/ชุมชน และผู้นำท้องถิ่น 116 (อาทิ กรรมการโครงกาพัฒนาต่างๆ ของรัฐบาล ระดับหมู่บ้าน/ชุมชน อบต. อสม. บุคลากรของ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. เทศบาลตำบล ฯลฯ) ระหว่าง ปี พ.ศ. 2516-2552 ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553

การติดตามสินทรัพย์คืน มาตรการสำคัญในการแกป้ ญั หาการทจุ ริต ตามพนั ธกรณีในอนสุ ัญญาสหประชาชาติ วา่ ด้วยการตอ่ ต้านการทุจริต ค.ศ.2003* อำนาจ บุบผามาศ** บทคดั ย่อ ปรับปรุงกฎหมายเพ่ือแก้ไขปัญหาการทุจริต วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปัจจุบันปัญหาการทุจริตนับวันจะมีมาก ให้มีผลจริง เป็นส่ิงท่ีจะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ข้ึนท้ังมูลค่า ปริมาณ ความซับซ้อน และเกี่ยวโยง ทุจริตได้และเป็นที่ยอมรับของนานาประเทศ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ไปยังธุรกิจข้ามชาติ การแก้ปัญหาทุจริตจำเป็นท่ี ในมาตรการหลายๆ อย่างท่ีกำหนดใน ประเทศต่างๆ จะตอ้ งรว่ มมอื กัน UNCAC มาตรการติดตามสินทรัพย์คืนเป็น ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญา มาตรการสำคัญที่ประเทศไทยน่าจะนำมาใช้อย่าง 117 สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ได้ผล เพราะทรัพย์สินท่ีผู้กระทำทุจริตได้ไปคือ ค.ศ. 2003 (UNCAC) ไว้แล้ว แต่ปัจจุบันยังไม่ได้ หัวใจของการทุจริต ที่ผู้ทุจริตใช้เป็นกำลังท่ี ใหส้ ตั ยาบนั เขา้ เปน็ ภาคี เมอ่ื วนั ที่ 19 ธนั วาคม 2550 ต่อสู้กับหน่วยงานป้องกันปราบปรามการทุจริต สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มีมติให้ประเทศ และกระบวนการยตุ ิธรรม ตลอดจนเปน็ ตวั อยา่ งให้ ไทยเข้าร่วมเป็นภาคี โดยให้มีการแก้ไขกฎหมาย ผู้อื่นกระทำทุจริตตามเม่ือมีโอกาส ซึ่งในเร่ือง อนุวัติการตาม UNCAC ดังนั้น การศึกษาพนั ธกรณี การติดตามสินทรัพย์คืน1 กฎหมายไทยยังไม่มี และความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติ บทบัญญัติที่มีลักษณะท่ีจะนำมาใช้แก้ปัญหา ตาม UNCAC จึงมีความจำเป็นในขณะเดียวกัน ทุจริตอย่างจริงจัง จากผลการวิจัยสรุปว่า ในเรื่อง การนำเหตุผลการเข้าเป็นภาคีตาม UNCAC มา การติดตามสินทรัพย์คืนเป็นมาตรการท่ีสามารถ * บทความน้ีเป็นส่วนหน่ึงของโครงการวิจัย “การศึกษาพันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการปฏิบัติตาม อนสุ ญั ญาสหประชาชาตวิ า่ ดว้ ยการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ค.ศ.2003” โดย ศ.แสวง บญุ เฉลมิ วภิ าส และคณะ สนบั สนนุ ทนุ การวจิ ยั โดย สำนักงานคณะกรรมการป้องกนั และปราบปรามการทุจรติ แห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) (พ.ศ.2551) ** นม., นบ., นบท., ทนายความ สำนักงานที่ปรึกษากฎหมายบลิ โก 1 การติดตามทรัพย์สินคืนหมายถึงการลงโทษผู้กระทำผิดทางแพ่งโดยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เสียหายได้รับชดใช้หรือได้รับคืน ทรัพย์สินที่ต้องเสียไปเพราะการกระทำของผู้กระทำผิดและเป็นการทำให้ผู้กระทำผิดไม่ได้รับผลประโยชน์จากการกระทำ ผิดของตนเพ่ือมิให้ผู้อ่ืนกระทำตามอย่าง ซ่ึงมีหลักการและวิธีการที่ต่างจากการเรียกร้องให้ชดใช้ค่าเสียหายทางกฎหมาย แพง่ โดยมปี ระสทิ ธภิ าพและรวดเร็วกวา่

นำมาใช้ในการแก้ไขปัญหาการทุจริตในประเทศ are then used to strike back against anti- ไทยได้ ซึ่งจำเป็นต้องออกกฎหมายเพื่ออนุวัติการ corruption agencies, the judiciary system and ตาม UNCAC และปรับปรุงให้สอดคล้องกับบริบท administration of justice. This in turn acts as ของระบบกฎหมายและวัฒนธรรมไทยตอ่ ไป a model for others to follow suit whenever The effective combat of corruption there is a chance. Thai legislation has not requires the cooperation of all countries as previously included any provisions for this problem has substantially increased in asset recovery as a tool to combat corruption. terms of value, volume and complexity and This research concludes that asset recovery is linked to international trade. is a sound measure for tackling corruption in Although Thailand has already signed Thailand with a need for laws to be enacted the United Nations Convention against to implement the obligations under the Corruption (UNCAC) of 2003, it has not UNCAC and thereafter amended as yet become a State Party to the instrument. appropriate for Thailand’s cultural and legal However, on 19 December 2007, the National context. Legislative Assembly (NLA) passed a resolution that Thailand should ratify the คำสำคัญ ม า ต ร ก า ร ติ ด ต า ม ท รั พ ย์ สิ น คื น , UNCAC and amend all related laws to comply UNCAC, อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ 118 with the Convention’s obligations. Therefore, ตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ค.ศ. 2003, Asset recovery วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. a study on the obligations and the prepared- ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ness of Thailand for the implementation of ปญั หาการกระทำผดิ ทจุ รติ หรอื คอรร์ ปั ชนั the UNCAC is necessary, while at the same ได้สร้างความเสียหายมากมายให้เกิดแก่ประเทศ time utilizing the rationale for Thailand’s ชาติ ประเทศไทยถูกจัดอยู่ในประเทศที่มีการ becoming a State Party to the Convention to กระทำผิดทุจริตมากที่สุดระดับต้นๆ เกิดขึ้นในทุก improve related legislation will enable หน่วยงานของรัฐและย่ิงหนักมากข้ึนในปัจจุบัน Thailand to solve the problem of corruption โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวงการเมือง การทุจริตได้ with greater effectiveness and gain พัฒนาซับซ้อนมากขึ้น จำนวนมูลค่าแห่งการทุจริต acceptance by the international community. สูงขึ้น กว้างขวางขึ้น เก่ียวโยงไปยังธุรกิจข้ามชาติ Among the various measures included และรัฐต่างประเทศ และยังมีความเช่ือมโยงตั้งแต่ in the Convention is asset recovery: this is ระดับล่างคือ ระดับปฏิบัติจนถึงระดับนโยบาย an important measure which Thailand should จนบางคร้ังแยกไม่ออกว่าความจริงการกำหนด endeavour to implement successfully as the นโยบายเพ่ือประโยชน์ของชาติ หรือเพื่อเป้าหมาย acquirement of assets is at the heart of the การทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั กนั แน่ ดงั คำทเ่ี รยี กกนั วา่ ทจุ รติ commission of a corrupt act and these assets เชิงนโยบายหรือนโยบายทุจริต เป็นการทุจริต

แบบใหม่ในยุคปัจจุบันท่ีทำร่วมกันเป็นขบวนการ เก่ียวกับการป้องกันปราบปรามการทุจริตท่ีมีอยู่ โดยอาศัยช่องทางตามกฎหมายท่ียากจะตรวจสอบ ล้มเหลว คือ ผู้กระทำทุจริตมีความเข้มแข็งจน และจับผิดได้ ต้องยอมรับว่าการทุจริตคอร์รัปชัน หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการปัญหาทุจริตทำงาน กลายเปน็ วฒั นธรรมหรอื คา่ นยิ มในสงั คมไทยไปแลว้ ไม่ได้ เพราะหน่วยงานเหล่านี้ได้ถูกกลุ่มผู้ทุจริต ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องวิ่งเต้น มีเส้นสาย อันอาจมี จัดการปราบเสียก่อนจนหมดประสิทธิภาพไป ที่มาจากประวัติศาสตร์ของคนไทยที่เป็นระบบ ทั้งนี้ก็เพราะผู้ทุจริตท้ังหลายมีทุนในมือจำนวน เจ้าขุนมูลนายท่คี นไทยทุกคนตอ้ งมีสงั กดั กเ็ ปน็ ได้ มากอันเป็นทุนท่ีได้มาจากการทุจริต และทุน จากทิศทางที่การกระทำผิดทุจริตมากขึ้น จำนวนนไ้ี ดถ้ กู นำมาแสวงหาอำนาจในทางการเมอื ง ซับซ้อนขึ้น มูลค่ามากขึ้นย่อมแสดงให้เห็นว่า เมื่อมที ั้งทุนและอำนาจในทางการเมือง จึงสามารถ การแก้ไขปัญหาทุจริตของประเทศไทยไม่ได้ผล จัดการกับหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการป้องกันและ หน่วยงานหรือองค์กรที่รับผิดชอบด้านการป้องกัน ปราบปรามทุจริตจนขาดประสิทธิภาพ และยังได้ และปราบปรามการทุจริตยังไม่สามารถดำเนินการ ใช้ทุนและอำนาจทำการทุจริตย่ิงข้ึนไปอีก คงไม่มี วารสารวิชาการ ป.ป.ช. อยา่ งไดผ้ ล ความจรงิ การปอ้ งกนั และการปราบปราม ใครปฏิเสธว่าหัวใจของการทุจริต คือทรัพย์สิน เป็นสิ่งท่ีต้องเกิดข้ึนควบคู่กัน สอดรับกัน และจะ และผลประโยชน์ที่ได้ไปจากการทุจริต ซ่ึงเป็น ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ให้ผลท่ีเก้ือกูลกัน เช่น หากการปราบปรามได้ผล เป้าหมายในการทำทุจริตนั่นเอง เม่ือหัวใจของการ ผู้ที่จะกระทำผิดทุจริตต่อไปก็จะกลัวไม่กล้ากระทำ ทุจริตคือการได้ไปซ่ึงทรัพย์สินและผลประโยชน์ ผดิ ซง่ึ การปราบปรามทไ่ี ดผ้ ลจะตอ้ งประกอบไปดว้ ย จากการทุจริต ดังน้ันตราบใดท่ีผู้ทุจริตกระทำ การกระทำทร่ี วดเรว็ ถูกตอ้ ง บริสทุ ธ์ิ ยุติธรรม และ ทุจริตแล้วยังมีทรัพย์หรือผลประโยชน์ท่ีได้ไป 119 ท่ัวถึง นั่นคือหน่วยงานต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพ จากการทุจริตอยู่ในมือ โอกาสที่จะแก้ปัญหาการ และมีเคร่ืองมือท่ีดี และการจะปราบปรามได้ผล ทจุ ริตของประเทศก็แทบจะไมม่ ี จะต้องมีการวางแผนป้องกันและมีระบบการ วันนี้ประเทศไทยก็น่าจะเดินมาถึงจุดน้ี ตรวจสอบท่ีดี มีระบบตรวจสอบที่สามารถส่ง แล้ว จุดที่ผู้กระทำผิดทุจริตมีทุนจำนวนมาก ทุนที่ สัญญาณผิดปกติอันเกิดมาจากการทุจริตได้ ได้มาจากการทุจริตและยังกุมอำนาจรัฐอยู่ในมือ มีระบบการให้เบาะแสและการคุ้มครองผู้ให้ ถ้าประชาชนลุกขึ้นต่อสู้ ผู้ทุจริตก็จะใช้เงินจ้าง เบาะแสการคุ้มครองพยาน ตลอดจนมีระบบการ ประชาชนมาสู้ ถ้าถูกฟ้องคดีต่อศาลผู้ทุจริตก็จะ ตรวจสอบ การถ่ายโอนเงินและทรัพย์สินท่ีง่าย ว่ิงเต้นติดสินบนศาล หากว่ิงเต้นไม่ได้ก็จะจ้าง ต่อการติดตามตรวจสอบ เม่ือระบบป้องกันดีแล้ว มวลชนมากดดันและข่มขู่ผู้ตัดสินและผู้เกี่ยวข้อง ยอ่ มทำใหก้ ารปราบปรามงา่ ยและไดผ้ ล การสอดรบั ตลอดจนกล่ันแกล้งผู้เก่ียวข้องทุกวิถีทาง รวมถึง กันเชน่ น้ีก็จะทำให้การทุจรติ ลดลง การสังหารและทำร้ายพยาน ผู้เสียหายและญาติ การที่จะจัดวางทุกอย่างให้เป็นระบบ แต่หากผู้เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือช่วยเหลือ ดังกล่าวได้ต้องมีกฎหมายท่ีเหมาะสมและ ในการทำให้ผู้ทุจริตหลุดพ้นจากข้อกล่าวหา เขา งบประมาณท่ีเพียงพอเป็นจุดเร่ิมต้น แต่ถึงกระน้ัน เหล่าน้ันก็จะได้รางวัลอาจเป็นทรัพย์สิน ตำแหน่ง ยังมีต้นเหตุสำคัญท่ีทำให้องค์กรและเครื่องมือ และความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน เมื่อส่ิงเหล่าน้ี

เกิดขึ้นในยุคทุนนิยม เช่นน้ีแล้วใครจะดำรงอยู่บน ทุจรติ ค.ศ. 2003 (UNCAC) แตย่ ังไมไ่ ดใ้ ห้สัตยาบนั ความยุติธรรม ยืนอยู่ข้างความถูกต้องได้ เพราะ เข้าเป็นภาคี อนุสัญญาดังกล่าวจะมีบทบัญญัติ ทุกคนรักชีวิต รักครอบครัว และต้องการความ ที่เป็นประโยชน์ต่อการนำมาใช้ป้องกันและ ก้าวหน้าร่ำรวยท้ังส้ิน ดังน้ันทางเดียวท่ีจะทำได้คือ ปราบปรามการทุจริตของประเทศไทยได้หรือไม่ ทำอย่างไรจะทำให้ผู้กระทำผิดทุจริตขาดเสบียง อย่างไร เพราะถ้าเป็นประโยชน์การอ้างอิงเหตุผล ไม่มีทุนพอท่ีจะกระทำการดังกล่าวได้ ทางหนึ่งที่ ว่าประเทศไทยต้องเข้าเป็นภาคีในอนุสัญญา กฎหมายเปิดช่องให้ทำคือ การติดตาม ยึด อายัด ดังกล่าวจึงมีความจำเป็นท่ีประเทศไทยจะต้อง และริบทรัพย์สินของผู้กระทำความผิด หากทำได้ ปรับปรุงกฎหมายภายในให้สอดคล้องหรือ จริงจะทำให้ผู้กระทำผิดไม่มีกำลังที่จะต่อสู้กับ อนุวัติการตามอนุสัญญาดังกล่าว มาเป็นเหตุผล หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดการกับปัญหาทุจริต และ เพอ่ื ปรบั ปรงุ กฎหมาย และวธิ กี ารปอ้ งกนั ปราบปราม ความยตุ ธิ รรมกจ็ ะเกดิ ขน้ึ แตใ่ นปจั จบุ นั กฎหมายไทย การทุจริตของไทยเสียใหม่ จึงเป็นเร่ืองที่มีความ ยังไมเ่ อ้อื อำนวยต่อการยึด อายดั และริบทรัพยส์ นิ เป็นไปได้ โดยเฉพาะเรื่องการติดตามสินทรัพย์คืน ของผู้กระทำผิดทุจริตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่มี (Asset recovery) หากมีบทบัญญัติท่ีทันสมัย บทบัญญัติที่ทันสมัยพอกับการทุจริตที่เกิดขึ้น ทยี่ งั ไมม่ ใี นกฎหมายไทย การนำมาปรบั ปรงุ กฎหมาย ในขณะที่ประเทศท่ีพัฒนาแล้วล้วนประสบความ ไทย ก็น่าจะทำให้กฎหมายไทยมีมาตรฐาน สำเร็จในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตเท่ากับ อย่างได้ผล เพราะให้ความสำคัญในเรื่องน้ี เช่น ระดับสากล อันจะนำมาซ่ึงการบังคับใช้อย่างได้ผล 120 ประเทศอังกฤษ เปน็ ตน้ เปน็ ไปไดห้ รอื ไม่ทีป่ ระเทศ ต่อไป ดังนั้น การศึกษาพันธกรณีและความพร้อม ไทยจะศึกษาแนวทางท่ีเป็นสากลและประเทศ ของประเทศไทยในการปฏิบัติตามอนุสัญญา วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ที่ประสบความสำเร็จในการจัดการกับปัญหา สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ทุจริตในเรื่องการติดตามสินทรัพย์คืน (Asset ค.ศ. 2003 โดยเฉพาะบทบัญญัติว่าด้วยการ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 recovery) และนำมาประยกุ ต์ใช้ ตดิ ตามสนิ ทรพั ยค์ นื จงึ มคี วามจำเปน็ ในสถานการณ์ ปัจจุบันการทุจริตได้พัฒนาไปสู่ลักษณะ ปัจจบุ นั ไร้พรมแดน ประเทศไทยไม่อาจจัดการกับปัญหา ทุจริตเพียงลำพังได้อีกต่อไป จำเป็นต้องร่วมมือ 1. การติดตามสินทรัพย์คืนตามกฎหมายไทย กับนานาชาติ โดยเฉพาะในเร่ืองการติดตาม ตามกฎหมายไทยบัญญัติในเรื่องน้ีไว้ใน สินทรัพย์คืนจากผู้ทุจริต ที่มีการย้ายโอนทรัพย์ กฎหมายหลายฉบบั คอื ไปยังต่างประเทศ แต่มีปัญหาว่าประเทศต่างๆ มี ประมวลกฎหมายอาญา การริบทรัพย์ กฎหมายและแนวทางปฏิบัติท่ีต่างกัน จะให้ความ เป็นโทษทางอาญาซ่ึงบัญญัติไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2499 ร่วมมอื กันไดอ้ ย่างไร ลักษณะใด เพอ่ื ให้การติดตาม ดังนั้นจะริบได้จริงต้องมีคำพิพากษาศาลถึงท่ีสุด สินทรพั ย์คืนไดผ้ ลในทางปฏิบัติ พิพากษาให้ริบ ซ่ึงการพจิ ารณาในเร่อื งริบทรพั ยส์ นิ อย่างไรก็ดี ประเทศไทยเคยลงนามใน จะถูกพิจารณาพร้อมกับการพิจารณาความผิด อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการ ของจำเลย ดังน้ันจึงใช้เวลานานและมีข้อยุ่งยาก

มาก โจทก์ต้องนำสืบจนปราศจากข้อสงสัยว่า ถ้าผู้ที่ศาลส่ังให้ส่งทรัพย์สินท่ีริบ ไม่ส่ง จำเลยกระทำผิดตามฟ้องจริง และทรัพย์สินท่ีจะ ภายในเวลาทศ่ี าลกำหนด ใหศ้ าลมอี ำนาจดังนี้ ขอให้ศาลริบต้องเกี่ยวกับการกระทำผิด ซึ่งใน (1) ใหย้ ึดทรพั ย์สนิ นัน้ ประมวลกฎหมายอาญาบัญญัติเกี่ยวกับเรื่องการ (2) ให้ชำระราคาหรือสั่งยึดทรัพย์สินอ่ืน ริบทรพั ย์สนิ ไวด้ งั น้ี คือ ของผู้นั้นชดใชร้ าคาจนเตม็ หรอื ทรัพย์สินท่ีทำ หรือมีไว้เป็นความผิด (3) ในกรณีที่ศาลเห็นว่า ผู้น้ันจะส่ง (มาตรา 32) ทรัพย์สินใดที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า ทรัพย์สินที่สั่งให้ส่งได้แต่ไม่ส่ง หรือชำระราคา ผู้ใดทำ หรือมีไว้เป็นความผิดให้ริบเสียทั้งสิ้น ทรัพย์สินนั้นได้แต่ไม่ชำระ ให้ศาลมีอำนาจกักขัง ไม่ว่าเป็นของผู้กระทำผิด และมีผู้ถูกลงโทษตาม ผู้นั้นไว้จนกว่าจะปฏิบัติตามคำส่ังแต่ไม่เกิน 1 ปี คำพพิ ากษาหรอื ไม่ แต่ถ้าภายหลังปรากฏแก่ศาลเองหรือโดยคำเสนอ ทรัพย์สนิ ตามมาตรา 33 ของผู้นั้นว่า ผู้นั้นไม่สามารถส่งทรัพย์สินหรือชำระ (1) ทรัพย์สินซึ่งบุคคลได้ใช้ หรือมีไว้เพ่ือ ราคาได้ ศาลจะส่ังให้ปล่อยตัวผู้นั้นไปก่อนครบ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ใชใ้ นการกระทำความผดิ หรือ กำหนดก็ได้ (มาตรา 37) (2) ทรัพย์สินซ่ึงบุคคลได้มาโดยกระทำ โทษอาญาให้ระงับไปด้วยความตายของ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ความผิด เว้นแต่ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นทรัพย์สินของ ผู้กระทำผิด (มาตรา 38) ผลจากมาตราน้ี การริบ ผู้อ่นื ซึ่งมิได้รูเ้ ห็นเป็นใจด้วยในการกระทำความผดิ ทรัพย์เป็นโทษทางอาญา ดังนั้นถ้าผู้กระทำผิดตาย ทรัพย์สินซงึ่ ไดใ้ ห้เพื่อจูงใจบุคคลให้กระทำ โทษริบต้องระงับ ถ้าริบไปแล้วและคดีถึงที่สุด ความผิด หรือเป็นรางวัลในการท่ีบุคคลได้กระทำ ก็ไม่ต้องคืน ถ้ายังไม่ได้ริบก็ริบไม่ได้ หรือถ้าอยู่ 121 ความผิด เว้นแต่ทรัพย์นั้นเป็นของผู้อ่ืนซึ่งมิได้ ระหว่างข้ันตอนการริบตอ้ งยุตกิ ารริบ รเู้ หน็ เปน็ ใจดว้ ยในการกระทำความผดิ (มาตรา 34) จากบทบัญญัติกฎหมายไทยดังกล่าว ทรัพย์สินซ่ึงศาลพิพากษาให้ริบให้ตกเป็น จะพบว่ายังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการริบ ของแผ่นดิน แต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ทรัพย์สิน ทรัพย์สิน ทรัพย์สินที่จะริบได้ต้องเป็นทรัพย์ที่ นั้นใช้ไม่ได้ หรือทำลายทรัพย์สินน้ันเสียก็ได้ เก่ยี วกบั การกระทำความผิดเท่านั้น จะไปริบทรพั ย์ (มาตรา 35) ส่วนตัวอื่นๆ ของผู้กระทำผิดไม่ได้ ดังน้ันถ้า หากศาลส่ังริบทรัพย์สินแล้ว ปรากฏใน ผู้กระทำผิดจำหน่าย จ่ายโอนทรัพย์ท่ีได้จากการ ภายหลังโดยคำเสนอของเจ้าของที่แท้จริงว่า กระทำผิดไปแล้ว หรือซุกซ่อนจนไม่อาจพบเห็น ผู้เป็นเจ้าของแท้จริงมิได้รู้เห็นเป็นใจด้วย ก็จะติดตามยึดและริบทรัพย์สินอ่ืนไม่ได้ และ ในการกระทำความผิด ก็ให้ศาลส่ังให้คืนทรัพย์สิน กว่าจะริบได้ก็ต้องรอจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา ถ้าทรัพย์สินน้ันยังคงอยู่ในความครอบครองของ ซึ่งเนิ่นช้าไม่ทันการและยุ่งยากอยู่กับประเด็น เจ้าพนักงาน แต่คำเสนอน้ันต้องกระทำต่อหน้า การพิจารณาการกระทำผิดในคดี ดังนั้นทรัพย์สิน ศาลภายในหนึ่งปีนับแต่วันคำพิพากษาถึงท่ีสุด ส่วนใหญ่จึงถูกจำหน่าย จ่าย โอน หรือซุกซ่อน (มาตรา 36) จนไม่อาจติดตามริบมาได้ โดยเฉพาะปัจจุบัน เป็นโลกไร้พรมแดน การยักย้ายไปไว้ต่างประเทศ

ทำได้ง่าย แต่ติดตามคืนได้ยาก จึงเป็นปัญหาให้ จากบทบญั ญตั ดิ งั กลา่ วจะเหน็ วา่ กฎหมาย การติดตามริบทรัพย์สินของผู้กระทำผิดไม่เป็นผล ฟอกเงินของไทยสามารถดำเนินการเอาผิดฐาน ปัญหาสำคัญอยู่ท่ีประมวลกฎหมายอาญา ไม่ได้ ฟอกเงินได้กว้างขวาง ทั้งความผิดที่เกิดในประเทศ ให้ความสำคัญกับการติดตามริบทรัพย์สินของ ต่างประเทศ ท้ังผู้กระทำผิดที่เป็นคนไทยและ ผู้กระทำผิดทุจริตเพื่อเป้าหมายตัดทอนกำลัง คนต่างประเทศ โดยมีข้อจำกัดอยู่เพียงว่า การ ผู้กระทำผิด จึงไม่มีบทบัญญัติในการตรวจสอบ กระทำที่จะเป็นความผิดฐานฟอกเงินจะต้องเป็น ติดตามทรัพย์สินท่ีผู้กระทำผิดทุจริตได้ไปจาก การกระทำความผิดในความผิดมูลฐานเท่าน้ัน การกระทำผิด และไม่ได้บัญญัติให้เป็นหน้าท่ี กฎหมายฟอกเงินของไทยจึงจะมีอำนาจเข้าไป ของหน่วยงานใดต้องดำเนินการ ดังนั้นที่ผ่านมา จัดการได้ เรื่องการติดตามทรัพย์สินคืนจากผู้กระทำผิด ปจั จบุ นั ความผดิ มลู ฐานมี 11 ฐานความผดิ ทุจริตจงึ ไม่ไดม้ กี ารปฏบิ ตั ิกนั อยา่ งจริงจัง คอื พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการ (1) ความผิดเก่ียวกับยาเสพติดตาม ฟอกเงนิ พ.ศ. 2542 (ปปง.) ความผดิ ฐานฟอกเงนิ กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม มีลักษณะเป็นความผิดอาชญากรรมข้ามชาติ ยาเสพตดิ ดังที่บัญญตั ิไว้ในมาตรา 6 (2) ความผิดเก่ียวกับเพศตามประมวล “ผู้ใดกระทำความผิดฐานฟอกเงิน กฎหมายอาญา เฉพาะท่ีเกย่ี วกับการเป็นธรุ ะจัดหา แม้กระทำนอกราชอาณาจักร ผู้นั้นจะต้องรับโทษ ล่อไป หรือพาไปเพ่ือการอนาจารหญิงและเด็ก 122 ในราชอาณาจกั รตามทกี่ ำหนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ิ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยมาตรการในการ น้ี ถ้าปรากฏว่า ป้องกันและปราบปรามการค้าหญงิ และเดก็ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. (1) ผู้กระทำความผิดหรือผู้ร่วมกระทำ (3) ความผดิ เกย่ี วกบั การฉอ้ โกงประชาชน ความผิดคนใดคนหนึ่งเป็นคนไทย หรือมีถิ่นที่อยู่ (4) ความผิดเก่ียวกับการยักยอกหรือ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ในประเทศไทย ฉ้อโกงหรือประทุษร้ายต่อทรัพย์หรือกระทำโดย (2) ผู้กระทำผิดเป็นคนต่างด้าว และได้ ทุจริตตามกฎหมายว่าด้วยสถาบันการเงินและ กระทำโดยประสงค์ให้ความผิดเกิดข้ึนในราช ตลาดหลกั ทรัพย์ อาณาจกั ร หรือรฐั บาลไทยเปน็ ผู้เสียหาย หรอื (5) ความผิดตอ่ ตำแหน่งหนา้ ทรี่ าชการ (3) ผู้กระทำผิดเป็นคนต่างด้าว และการ (6) ความผิดเก่ียวกับการกรรโชก หรือ กระทำน้ันเป็นความผิดตามกฎหมายของรัฐที่ รีดเอาทรัพย์ท่ีกระทำโดยอ้างอำนาจอ้ังย่ีหรือ การกระทำเกิดขึ้นในเขตอำนาจของรัฐนั้น หาก ซอ่ งโจรตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้น้ันได้ปรากฏตัวอยู่ในราชอาณาจักรและมิได้ (7) ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนี มีการส่งตัวผู้น้ันออกไปตามกฎหมายว่าด้วยการ ศุลกากรตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร ส่งผู้ร้ายขา้ มแดน” (8) ความผดิ เกย่ี วกบั การก่อการรา้ ย (9) ความผิดเกยี่ วกบั การพนนั (10) ความผิดเก่ียวกบั การเลือกตง้ั

(11) ความผดิ เกี่ยวกบั การคา้ มนษุ ย์ การยึดและริบทรัพย์ตามกฎหมาย ปปง. ตามกฎหมาย ปปง. ดังกล่าวได้บัญญัติ จะเห็นว่าถูกจำกัดอยู่ท่ีความผิดมูลฐานการ ไว้ในมาตรา 48 ว่าในการตรวจสอบรายงานและ ฟอกเงนิ และเฉพาะทรพั ยท์ เี่ กย่ี วขอ้ งกบั การกระทำ ข้อมูลเก่ียวกับการทำธุรกรรม หากมีเหตุอันควร ความผดิ ซงึ่ ในทางปฏบิ ตั ิ ปปง. ทำหนา้ ทตี่ รวจสอบ เช่ือได้ว่า อาจมีการโอน จำหน่าย ยักย้าย ปกปิด ธรุ กรรมที่ผดิ ปกตมิ ากกวา่ ยงั ไม่มกี ารทำงานเชงิ รกุ หรือซ่อนเร้นทรัพย์สินใดที่เก่ียวกับการกระทำ ในการติดตามทรัพย์สินคืนจากผู้กระทำผิด ความผิด ให้คณะกรรมการธุรกรรมมีอำนาจ ฐานทเี่ กีย่ วข้อง ผลในทางปฏิบตั จิ งึ ยังมีไม่มาก สั่งยึดหรืออายัดทรัพย์สินนั้นไว้ชั่วคราวมีกำหนด นอกจากกฎหมายท้ัง 2 ฉบับแล้วตาม ไมเ่ กิน 90 วนั และมาตรา 49 วรรค 1 บัญญตั วิ า่ กฎหมายไทยในปัจจุบันยังมีกฎหมายอ่ืนให้ ภายใต้บังคับมาตรา 48 ดังกล่าว ในกรณีที่ปรากฏ อำนาจในการยึดและริบทรัพย์สินไว้โดยเฉพาะ หลักฐานเป็นท่ีเชื่อได้ว่า ทรัพย์สินใดเป็นทรัพย์สิน อีก เช่น กฎหมายปราบปรามยาเสพติด กฎหมาย ท่ีเก่ียวกับการกระทำความผิดให้เลขาธิการ ศลุ กากร กฎหมายสรรพสามติ เป็นตน้ ซ่งึ กฎหมาย วารสารวิชาการ ป.ป.ช. คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน แต่ละฉบับเป็นกฎหมายเฉพาะที่มีวัตถุประสงค์ ส่งเร่ืองให้พนักงานอัยการพิจารณาเพ่ือย่ืน แตกต่างกันไป และมีรายละเอียดเฉพาะมาก จึงไม่ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 คำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินนั้นตกเป็น ขอกล่าวไว้ในที่น้ี แต่ในทางปฏิบัติประสิทธิผล ของแผ่นดินโดยเร็ว ในความหมายน้ีก็คือขอให้ ของการบังคับใช้กฎหมายเหล่าน้ันก็ไม่แตกต่าง ศาลพิพากษาให้ริบทรัพย์นั้นน่ันเอง อย่างไรก็ดี กบั กฎหมายทงั้ สองฉบับทก่ี ล่าวขา้ งตน้ ผู้ทำธุรกรรมท่ีถูกยึดหรืออายัดทรัพย์สิน หรือผู้มี 123 ส่วนได้เสียในทรัพย์สินจะแสดงหลักฐานว่าเงิน 2. การติดตามสินทรัพย์คืนตามอนุสัญญา หรือทรัพย์สินในการทำธุรกรรมนั้น มิใช่ทรัพย์สิน สหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต ที่เก่ียวกับการกระทำความผิด เพื่อให้มีคำสั่ง ค.ศ. 2003 (UNCAC) เพิกถอนการยึดหรืออายัดก็ได้ (มาตรา 48 วรรค 2) ในอนุสัญญา UNCAC ได้บัญญัติในเร่ือง และผู้ซ่ึงอ้างว่าเป็นเจ้าของทรัพย์สินท่ีพนักงาน ติดตามสินทรัพย์คืนไว้ในหมวด 5 เป็นมาตรการ อัยการร้องขอให้ตกเป็นของแผ่นดินตามมาตรา 49 บังคับที่ UNCAC ให้ความสำคัญมาก และตอ้ งการ อาจย่ืนคำร้องก่อนศาลมีคำสั่งตามมาตรา 51 ให้ประเทศภาคีให้ความสำคัญและให้ความร่วมมือ โดยแสดงให้ศาลเห็นวา่ กันอย่างมากท่ีสุดเท่าท่ีจะมากได้ ดังที่กำหนดไว้ใน (1) ตนเปน็ เจา้ ของทแี่ ทจ้ รงิ และทรพั ยส์ นิ ข้อบทที่ 51 วา่ รัฐภาคตี อ้ งสามารถดำเนนิ การใหร้ ัฐ น้นั ไม่ใชท่ รพั ยส์ ินทีเ่ กีย่ วกบั การกระทำความผดิ ภาคีอื่น ซ่ึงเป็นมาตรการท่ีกว้างขวางท่ีสุดในการ (2) ตนเป็นผู้รับโอนโดยสุจริตและมี ใหค้ วามรว่ มมอื และให้การชว่ ยเหลอื ในเรอ่ื งน้ี ค่าตอบแทน หรือได้มาโดยสุจริตและตามสมควร ในเร่ืองน้ีประเทศไทยมีความพร้อมในการ ในทางศีลธรรมอันดี หรือในทางกุศลสาธารณะ เข้าเป็นภาคีใน UNCAC เพียงใด จากการศึกษา ตามมาตรา 50 วรรค 1 ได้ พบว่าในการให้ความร่วมมือและความช่วยเหลือ ในเร่ืองการคืนทรัพย์สิน ประเทศไทยมีกฎหมาย

ที่ใช้บังคับแล้วสอดคล้องกับอนุสัญญา UNCAC พิจารณา การพิพากษา และการมีคำสั่งเกี่ยวกับ ขอ้ 51 โดยตรงอยู่ 2 ฉบับคอื การริบหรือยึดทรัพย์สินน้ันให้นำบทบัญญัติแห่ง 2.1 พ.ร.บ. ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและ ในเรอ่ื งทางอาญา พ.ศ. 2535 โดยมมี าตรา 9-14 ประมวลกฎหมายอาญาว่าด้วยการริบทรัพย์สินมา เป็นแนวทางการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือ ใชบ้ งั คบั โดยอนุโลม (มาตรา 34) กับประเทศต่างๆ เป็นบททั่วไป ในส่วนเก่ียวกับ (6) ทรัพย์สินที่ศาลพิพากษาให้ริบ ให้ตก การริบหรือยึดทรัพย์สินจะอยู่ในมาตรา 32-35 เป็นของแผ่นดิน แต่ศาลจะพิพากษาให้ทำให้ สอดคล้องกับ UNCAC ขอ้ 51 เปน็ เบื้องตน้ อยแู่ ล้ว ทรัพย์สินน้ันใช้ไม่ได้ หรือทำลายทรัพย์สินนั้นเสีย มหี ลกั การสำคัญ คือ กไ็ ด้ (มาตรา 35) การริบหรือยึดทรัพย์สิน เม่ือได้รับการ 2.2 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการ ร้องขอจากต่างประเทศให้ริบหรือยึดทรัพย์สิน ฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซ่ึงความผิดฐานฟอกเงิน (1) เป็นอำนาจของศาลท่ีทรัพย์สินนั้น เป็นความผิดอาชญากรรมข้ามชาติดังที่บัญญัติไว้ อยู่ในเขตอำนาจที่จะมีคำพิพากษา หรือมีคำสั่ง ในมาตรา 6 ดงั กลา่ วแลว้ โดยเจ้าหน้าท่ีผู้มีอำนาจยื่นคำร้องต่อศาลดังกล่าว การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติป้องกัน (มาตรา32) และปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 จำเป็น (2) กรณียึดทรัพย์สินเป็นกรณีที่ศาล ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื ระหวา่ งประเทศ ซงึ่ ประเทศ ต่างประเทศมีคำส่ังให้ยึดทรัพย์สินก่อนมี ไทยได้มีพันธกรณี หรือข้อตกลงระหว่างประเทศ 124 คำพิพากษาหรือมีคำพิพากษาให้ริบทรัพย์สินน้ัน ที่ต้องปฏบิ ัติ คือ แล้วแต่คำพิพากษายังไม่ถึงที่สุด (มาตรา 33 (1) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. วรรค 2) ตอ่ ตา้ นการลกั ลอบคา้ ยาเสพตดิ และวตั ถทุ อี่ อกฤทธิ์ (3) กรณีริบทรัพย์สินเป็นกรณีที่ศาล ตอ่ จติ และประสาท ค.ศ. 1988 (UN Convention ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ต่างประเทศมีคำพิพากษาถึงท่ีสุดให้ริบทรัพย์สิน against Illicit Trafficking in Narcotic Drugs (มาตรา 33 วรรคแรก) ทั้งข้อ 2-3 มีเง่ือนไขว่า and Psychotropic Substances) ทรัพย์สินนั้นอาจริบหรือยึดได้ตามกฎหมายไทย (2) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ (มาตรา 33) คือจะต้องมีการฟ้องคดีอาญาและ ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติที่จัดตั้งในลักษณะ มกี ารลงโทษใหร้ บิ และทรพั ยท์ จี่ ะรบิ ไดก้ ต็ อ้ งเปน็ ไป องค์กร ค.ศ. 2000 (UN Convention against ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 32-38 ดงั กลา่ ว Transnational Organized Crime) มาแลว้ (3) อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ (4) ศาลมีคำพิพากษาหรือคำส่ังได้ ต่อตา้ นการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้าย แม้ว่าการกระทำความผิดอันเป็นเหตุให้มีการยึด ค.ศ. 1999 (International Convention for the ทรัพยส์ นิ นนั้ มไิ ด้เกดิ ในราชอาณาจกั ร (มาตรา 33 Suppression of the Financing of Terrorism) วรรคสาม) (4) มติคณะมนตรีความมั่นคงแห่ง (5) การสอบสวน การยื่นคำร้อง การ สหประชาชาติ

(5) ข้อแนะนำของคณะทำงานเฉพาะกิจ 3. การติดตามทรัพย์สินคืนในทางปฏิบัติและ เพ่ือดำเนินมาตรการทางการเงินเก่ียวกับการ ปัญหา ฟอกเงนิ (Financial Action Task Force : FATF) การจะนำมาตรการติดตามสินทรัพย์คืน (6) กฎบตั รแห่งองคก์ ารสหประชาชาติ ไปใช้แกป้ ญั หาการทจุ ริต จำเป็นตอ้ งทำความเขา้ ใจ หากรัฐต่างประเทศจะขอให้ ปปง. สภาพปัญหาท้ังข้อกฎหมายและแนวทางปฏิบัติท่ี ดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินท่ีเก่ียวกับการ เปน็ อยเู่ สยี ก่อน จึงจะนำไปส่กู ารออกแบบปรับปรงุ กระทำความผดิ ทอ่ี ยใู่ นประเทศไทย รฐั ตา่ งประเทศ กฎหมายให้เหมาะสมต่อไปได้ ก็สามารถร้องขอ หรอื เพียงแคแ่ จง้ เบาะแสให้ ปปง. ในเรื่องน้ีทางคณะผู้วิจัยได้จัดให้มีการ ทราบตามระเบยี บสำนกั งาน ปปง. วา่ ดว้ ยมาตรการ ประชุมผู้เชี่ยวชาญและผู้เกี่ยวข้อง เม่ือวันท่ี 11 ในการตรวจสอบรายงานและข้อมูลเก่ียวกับการ มกราคม 2551 โดยผลสรุปจากการประชุมได้ ทำธุรกรรมของบุคคลและนิติบุคคลตามพระราช แนวทาง 2 รปู แบบ ดงั นี้ บัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (1) ดำเนินคดีในประเทศของตนท่ีพบ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. พ.ศ. 2542 พ.ศ. 2545 ได้ การกระทำความผิดก่อน และติดตามยึดทรัพย์สิน ท้ังกฎหมายภายใน พันธะกรณี และแนว ที่อยู่นอกประเทศ โดยอาศัยกฎหมายระหว่าง ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ปฏิบัติต่างๆ ของสำนักงาน ปปง. ก็เป็นไป หรือ ประเทศ และความร่วมมือระหว่างประเทศ วิธีน้ี สอดคล้องกบั UNCAC ขอ้ 51 ท้งั สน้ิ มีข้อดีคือค่าใช้จ่ายน้อย แต่ข้อเสียคือใช้เวลานาน กฎหมายทั้งสองฉบับ แม้โดยหลักการ ในการดำเนินการและผลลัพธ์ไม่ค่อยดี ขึ้นอยู่กับ การติดตามสินทรัพย์คืนจะสอดคล้องกับ UNCAC ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเป็นประเทศ 125 ข้อบทที่ 51 แต่บทบัญญัติและมาตรการใน ทม่ี อี ำนาจตอ่ รองสงู จะได้เปรยี บ รายละเอียดอ่ืนๆ ยังคงต้องศึกษาในรายละเอียด ในส่วนน้ีท่ัวโลกมีการดำเนินการ 2 ระบบ ต่อไป อย่างไรก็ดีแม้ประเทศไทยจะมีกฎหมาย คือ ผา่ นระบบราชการ และภาคเอกชน ท้ังสองฉบับนี้แต่การจะปรับปรุงกฎหมายดังกล่าว (1.1) ระบบราชการ ของไทยมี 3 วธิ ี คอื ให้สอดคล้องกับ UNCAC โดยตรงทันทีคงจะ (1) ผ่านพนักงานอัยการโดยอาศัย ไม่สามารถทำได้อยา่ งไดผ้ ล เพราะการนำมาตรการ พ.ร.บ. ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทาง ใน UNCAC หรือมาตรการสากลใดมาใช้จำเปน็ ตอ้ ง อาญา พ.ศ. 2535 ศึกษาระบบกฎหมายภายในของไทยตลอดจน (2) ผา่ นกระทรวงการตา่ งประเทศอาศยั แนวทางปฏิบัติ วัฒนธรรมของสังคม ตลอดจน ความร่วมมือระหวา่ งประเทศทางการทตู ปัญหาในทางปฏิบัติที่มีอยู่ประกอบไปด้วย ซึ่ง (3) ใช้ระบบกฎหมายฟอกเงิน (ปปง.) UNCAC ก็ให้ความสำคัญในเร่ืองน้ีดังจะเห็นอยู่ใน (1.2) ภาคเอกชน ในต่างประเทศมี หลายข้อบทท่ีบัญญัติให้ทำภายใต้ระบบกฎหมาย บรษิ ทั ที่บริการในเรอื่ งนแี้ ต่ของไทยไม่มี มแี ต่บริษัท ภายในของประเทศภาคดี ว้ ย ของต่างประเทศมาเปิดกิจการในประเทศไทย แต่ ไม่เป็นที่นิยมเพราะหน่วยงานราชการไทยยังไม่ใช้ แนวทางน้ี

วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. (2) ดำเนินคดีในประเทศที่ทรัพย์สิน จะใช้หลักเกณฑ์อย่างไร เพราะในบางคดีการ ต้ังอยู่ โดยจ้างท่ีปรึกษาทนายความในประเทศน้ัน กระทำความผิดเป็นช่วงเวลาหลายเดือนหรือ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ในกรณีน้ีจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าแต่ได้ผลเร็ว และ เป็นปีต่อเนื่องหรือการกระทำผิดเกี่ยวโยงกัน การฟ้องคดีจำเป็นต้องพิจารณาผู้ที่จะเป็น หลายประเทศ จึงมีความยุ่งยากในการคำนวณ ผู้เสียหาย เพราะบางประเทศไม่ถือว่ารัฐบาลของ มูลค่าทรัพย์สิน ซึ่งจะต้องพิจารณาหลักเกณฑ์ที่ ประเทศต่างๆ เป็นนิติบุคคลที่จะฟ้องคดีได้ ซึ่งวิธี เหมาะสมต่อไป แก้ไขสามารถทำได้โดยการให้หน่วยงานท่ีมีฐานะ อย่างไรก็ดี หากขอความร่วมมือและ เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายประเทศน้ันๆ และ ประเทศน้ันดำเนินการให้จนได้คนื ทรัพย์สิน ปัญหา เกี่ยวข้องเป็นผู้เสียหายเป็นผู้ดำเนินการ ในกรณี การนำทรัพย์สินกลับมาก็เป็นเร่ืองยาก เพราะการ คดีทุจริตในธนาคารบีบีซี ประเทศไทยใช้วิธีน้ีได้ผล ที่ประเทศน้ันดำเนินการให้ย่อมมีค่าใช้จ่าย จะคิด สามารถติดตามทรพั ย์สินคืนมาได้จำนวนหนง่ึ ค่าใช้จ่ายอย่างไร ในบางประเทศใช้ระบบการ ประเทศไทยนยิ มใชว้ ิธีแรก ซง่ึ มีปัญหาตอ้ ง แบ่งปันผลประโยชน์ (asset sharing) ซ่ึงต้องมี พิจารณาว่าประเทศท่ีทรัพย์สินท่ีจะริบตั้งอยู่นั้น สนธิสัญญาระหว่างกัน การคืนเท่าใด เก็บไว้เท่าใด ใช้วิธีไหน เพราะหลักคดีมีมูลของแต่ละประเทศ เป็นไปตามข้อตกลงซ่ึงประเทศไทยยังไม่มีข้อตกลง ไม่เหมือนกัน เช่น หากใช้ระบบกฎหมายฟอกเงิน เช่นน้ีกับประเทศใด เพราะตามกฎหมายไทยยัง การยึดทรัพย์ตามกฎหมายฟอกเงินของไทย เป็น ทำไม่ได้ ในเร่ืองนี้จำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมาย การยึดทรัพย์สินในทางแพ่งภาระการพิสูจน์จึง หรอื ออกกฎหมายเพ่มิ เติมต่อไป 126 เป็นหน้าที่เจ้าของทรัพย์สินต้องพิสูจน์ทรัพย์สิน ในเร่ือง asset sharing ยังมีปัญหา ว่าได้มาโดยสุจริต แต่หากบางประเทศยึดตาม บางประเด็นท่ีต้องพิจารณา เช่น ในคดีที่มี กฎหมายอาญาภาระการพิสูจน์จะตกแก่ฝ่ายผู้ยึด ผู้เสียหายโดยตรง ปัญหาว่าจะยึดจำนวนเท่าใด ซ่ึงมีความยุ่งยากกว่า นอกจากน้ีมาตรฐานการฟัง จึงจะพอ เช่น ทุจรติ มลู คา่ 10 ล้านเหรยี ญ หากยดึ พยานหลักฐานช่ังน้ำหนักพยานของแต่ละประเทศ 10 ล้านเหรียญ เมื่อหักส่วนแบ่งตามข้อตกลง ก็ไม่เหมือนกัน หลักฐานการติดตามทรัพย์สินคืน asset sharing แล้วผู้เสียหายจะได้คืนทรัพย์สิน ท่ีบางประเทศใช้หลักทรัพย์สินที่ยึดจะต้อง หรือได้ชดใช้ความเสียหายไม่ถึง 10 ล้านเหรียญ เกย่ี วขอ้ งกับการกระทำผดิ (property base) เชน่ มีเหตุผลอะไรที่ผู้เสียหายไม่ควรได้รับเงินคืน ประเทศไทยก็จะต้องพิสูจน์ความเชื่อมโยงของ เต็มจำนวน ทั้งที่ผู้กระทำผิดมีทรัพย์สินพอท่ีจะยึด ทรัพย์สินกับการกระทำผิดมิให้ขาดตอน ซ่ึงเป็น มาคืนใหไ้ ด้ แตถ่ ้ายึดเกนิ กวา่ 10 ล้านเหรียญ กจ็ ะ เรื่องยากในยุคปัจจุบันที่มีความซับซ้อนในการ เกินไปจากมูลค่าการทุจริต ตรงไหนจึงเหมาะสม ถ่ายโอนทรัพย์สินไปท่ัวโลกโดยวิธีที่หลากหลาย เปน็ ประเด็นทีจ่ ะต้องพิจารณากนั ต่อไป ในขณะที่บางประเทศใช้หลักยึดทรัพย์สินตาม นอกจากน้ีการติดตามทรัพย์สินคืนโดย มลู คา่ (value base) แมป้ ญั หาความยงุ่ ยากดงั กลา่ ว อาศัยกฎหมาย ปปง. ต้องอาศัยหลักความผิดทั้ง จะน้อยลง แต่ก็จะมีปัญหาว่าในเร่ืองการคำนวณ สองรัฐ คือ ต้องดูว่าเป็นความผิดมูลฐานของ มูลค่าทรัพย์สินท่ีเก่ียวกับการกระทำความผิดว่า ประเทศไทยกับประเทศที่เราร้องขอหรือไม่ โดยดู

ที่พฤติกรรมการกระทำความผิด การดำเนินการ อาจมิใช่ตัวเงินโดยตรง แต่อาจเป็นช่ือเสียง ของ ปปง. ในด้านความร่วมมือระหว่างประเทศ คะแนนนิยม ช่องทางทำมาหากินท่ีได้เปรียบผู้อ่ืน ก็ทำได้ระดับหน่ึง มีประสิทธิภาพมากกว่าขณะท่ี เอื้อประโยชน์แก่ธุรกิจของตน ครอบครัวและ ยังไม่มี ปปง. แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาใช้วิธีปกติ พวกพ้อง รวมทั้งการผูกขาดทางธุรกิจและการ อื่นๆ ด้วย เนื่องจากการยึดทรัพย์ของ ปปง. เป็น ทำลายคู่แข่งทางธุรกิจ หากเอาผิดกับการทุจริต มาตรการทางแพง่ การจะอาศยั พ.ร.บ. ความรว่ มมอื เชิงนโยบายได้จะจัดการยึดทรัพย์สินคืนอย่างไร ระหวา่ งประเทศในเรอ่ื งทางอาญา พ.ศ. 2535 กอ็ าจ ในเม่ือผลประโยชน์ท่ีเกิดข้ึน ไปเกิดกับบุคคลอื่น ทำได้ไม่เต็มท่ีนัก คืออาจทำได้เฉพาะทรัพย์ท่ี หลายๆ คนและในระดับที่ต่างๆ กัน ซึ่งการทุจริต เก่ียวเน่ืองกับคดีอาญาด้วย ต้องดูมาตรฐาน ปปง. เหล่านี้จะเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายกลุ่มหลาย ของต่างประเทศด้วย ในส่วนของประเทศไทยมัก ธุรกิจและมักเกี่ยวข้องกับต่างประเทศ ซึ่งหาก ไม่มีการดำเนินคดีอาญาฐานฟอกเงิน แต่เน้น ต่างประเทศไม่ให้ความร่วมมือการหาหลักฐาน การติดตามทรัพย์คืนทางแพ่งเป็นหลักซ่ึงง่ายกว่า เอาผิดหรือติดตามทรัพย์สินคืนก็ทำได้ยาก วารสารวิชาการ ป.ป.ช. หลักการของ ปปง. เช่นน้ีสอดคล้องกับ UNCAC ดังน้ันการเป็นภาคี UNCAC จะเป็นช่องทางหน่ึง หรือไม่ เพราะความผิดฐานฟอกเงินเป็นความผิด ในการแกป้ ัญหาน้ี ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ทางอาญาซึ่งอาจนำไปสู่การริบทรัพย์และลงโทษ ในการติดตามทรัพย์สินคืนจำเป็นต้อง ผู้กระทำความผิดฐานฟอกเงิน การไม่ดำเนินคดี ทำตามกฎหมายและต้องอาศัยความ รวดเร็ว อาญาฐานฟอกเงินอาจเป็นช่องทางให้ผู้ท่ีคิดจะ ในขณะที่การตรวจสอบทรัพย์สินซึ่งมีข้อมูล ฟอกเงินใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการฟอกเงิน จำนวนมากและมีหลายรูปแบบ ทั้งเป็นเอกสาร 127 อนั อาจทำใหป้ ระเทศไทยเปน็ ทร่ี วมของนกั ฟอกเงนิ หนังสือธรรมดาไปจนถึงรูปแบบข้อมูลอิเล็ก โลกกเ็ ปน็ ได้ ทรอนิกส์จะตรวจสอบอย่างไร แม้จะมีเคร่ืองมือ อย่างไรก็ดีการจะนำแนวทางติดตาม ทางอิเล็กทรอนิกส์แต่ก็ต้องอาศัยผู้เช่ียวชาญ ทรัพย์สินคืนใน UNCAC มาใช้ได้เพียงใดต้องดู ด้านเคร่ืองมือและการตรวจสอบธุรกรรม ซึ่งใน ประเทศอ่ืนๆ ที่ลงนามไปแล้วด้วยว่าเขาปฏิบัติ การตรวจสอบธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เอกสาร ตามเพียงใด เพราะถ้าเราปฏิบัติแล้วประเทศอื่นๆ ที่จะได้มายืนยันเป็นพยานหลักฐาน คือเอกสาร ไม่ปฏิบัติก็ไม่เกิดประโยชน์ จึงต้องดูว่ามีเหตุผล ที่ได้เป็นเบื้องต้นจะเป็นเอกสารจากเคร่ืองมือ อะไรที่ประเทศอ่ืนท่ีลงนามแล้วแต่ไม่ปฏิบัติตาม อิเล็กทรอนิกส์ไม่ใช่เอกสารตัวจริง ปัญหาว่าศาล UNCAC อยา่ งจรงิ จงั มปี ญั หาหรอื อปุ สรรคใดหรอื ไม่ จะรับฟังได้แค่ไหน เพราะถ้าจะต้องไปติดตาม สำหรับในประเทศไทยมีปัญหาในทาง เอกสารตัวจริงต้องใช้เวลานานหรืออาจหาไม่พบ ปฏบิ ตั อิ กี อย่างหนง่ึ คอื การทจุ ริตได้ไปซง่ึ ตำแหนง่ เพราะเอกสารมจี ำนวนมาก อกี ทง้ั หากเป็นธุรกรรม หน้าท่ีจะยึดทรัพย์สินคืนอย่างไร ยึดตำแหน่ง หรือ ที่ทำไว้นานแล้ว หน่วยงานบางแห่งก็ไม่เก็บ ยดึ เงนิ เดอื น หรอื ทงั้ สองอยา่ ง ซงึ่ ในลกั ษณะทำนอง เอกสารตัวจริงไว้ บางแห่งอาจเก็บไว้ในรูปไฟล์ เดียวกันน้ี อาจพบเห็นได้ในรูปของการทุจริต อิเล็กทรอนิกส์ ศาลจะรับฟังได้มากน้อยแค่ไหน เชิงนโยบาย ซ่ึงผลประโยชน์ท่ีเกิดจากการทุจริต หากใช้เอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ประกอบกับ

เจ้าหน้าท่ีด้านอิเล็กทรอนิกส์มาเบิกความ มากนอ้ ยแคไ่ หน ตอ้ งพิจารณาส่วนอืน่ ในมาตรา 11 ประกอบในการยึดทรัพย์สิน หรือในการยืนยัน ประกอบอีกมาก ซ่ึงจำเป็นจะต้องมีการศึกษาและ การกระทำความผิดจะเป็นท่ียอมรับหรือไม่ ทำความเข้าใจโดยผู้เกยี่ วขอ้ งตอ่ ไปอกี การศึกษาเรื่องเหล่าน้ีและทำความเข้าใจกับ ผู้มีหน้าที่ในทางกฎหมายจะทำให้แต่ละฝ่าย 4. การตดิ ตามทรพั ย์สินคืนในภาคเอกชน มองข้อเท็จจริงได้ตรงและชัดเจนขึ้น เพราะเร่ือง บริษัทมหาชนท่ีจดทะเบียนในตลาด เหล่าน้ีเป็นเร่ืองใหม่ท่ีนักกฎหมายและผู้เก่ียวข้อง หลักทรัพย์ มีกฎหมายให้ผู้ถือหุ้นฟ้องกรรมการ ท้ังหลายยังไม่คุ้นเคย และขาดความรู้ความเข้าใจ บริษัทท่ีไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ แต่ปัญหาว่าการฟ้อง ที่จะนำมาตัดสินได้ว่าจะรับฟังน้ำหนักพยานได้ มคี า่ ใชจ้ า่ ยและเมอื่ ชนะคดเี งนิ ทไ่ี ดต้ อ้ งนำคนื บรษิ ทั มากน้อยเพียงใด หรือจะต้องการการยืนยัน จึงมีปัญหาว่าใครจะเป็นผู้ลงทุนฟ้องในกฎหมาย เพ่ิมเติมอย่างไร จึงจะรับฟังได้ตามที่ต้องการ ใหม่กำหนดว่ากรรมการทำผิดหน้าที่มีโทษท่ี โดยที่ไม่ทำให้เกิดความยุ่งยากต่อผู้ปฏิบัติงาน เปรียบเทียบปรับได้ คือโทษเบาลงเพราะคำนึงถึง ชอบด้วยกฎหมายและมีความรวดเร็วทันต่อ ประสทิ ธภิ าพการนำคนผดิ มาลงโทษไดจ้ รงิ มากกวา่ ยุคสมัย บางทีอาจต้องมีกฎหมายออกมารองรับ การฉ้อโกงบริษัทเป็นความผิดอาญาอยู่แล้ว แต่ถ้า การรับฟังพยานหลักฐานเหล่าน้ีเป็นทางออกอีก เปน็ บรษิ ทั มหาชนโทษจะหนกั ขน้ึ แตก่ ม็ ปี ญั หาเรอ่ื ง ทางหน่ึง การติดตามเอาทรัพย์สินคืนที่กฎหมายยังไม่ ขณะน้ีประเทศไทยมีกฎหมายลักษณะนี้ เอื้ออำนวยให้ผู้ฟ้องคดีที่ต้องมีค่าใช้จ่ายในการฟ้อง 128 ฉบับแรกแล้วคือ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทาง คดี ได้รับการชดเชยค่าใช้จ่าย และรางวัลในการ อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 มาตรา 11 บัญญัติว่า ทำงานเพอ่ื บรษิ ทั และผู้ถือหุ้นคนอน่ื วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. “ห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ตลาดหลักทรัพย์เป็นช่องทางให้มีการ เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการพิจารณาตาม จ่ายสินบนการทุจริตทางหนึ่ง เช่น การจ่ายสินบน ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 กฎหมายเพียงเพราะเหตุว่าเป็นข้อมูลอิเล็ก เป็นหุ้นผ่านการซ้ือขายในตลาดหลักทรัพย์ซ่ึง ทรอนิกส์ ในการช่ังน้ำหนักพยานหลักฐานว่า ตรวจสอบยากมาก หรือการให้ข่าววงในของบริษัท ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะเช่ือถือได้หรือไม่เพียงใดนั้น จดทะเบียนที่เก่ียวข้องหรืออยู่ในการควบคุมดูแล ให้พิเคราะห์ถึงความน่าเชื่อถือของลักษณะหรือ ของรัฐ หรือรัฐเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ เพื่อให้ผู้ทุจริตได้ วิธีการท่ีใช้สร้าง เก็บรักษา หรือสื่อสารข้อมูลอิเล็ก ประโยชนจ์ ากการเพิม่ ขนึ้ ของราคาหุน้ กรณเี หล่าน้ี ทรอนิกส์ ลักษณะหรือวิธีการรักษาความครบถ้วน จะตรวจสอบอย่างไร ในเมื่อการได้ประโยชน์ และไม่มีการเปลี่ยนแปลงของข้อความ ลักษณะ อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายของตนหรือ หรือวิธีการที่ใช้ในการระบุหรือแสดงตัวผู้ส่ง ของผู้อ่ืน มักเป็นองค์ประกอบหนึ่งของความผิด ข้อมูล รวมทั้งพฤติการณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งปวง” ท่ีต้องพิสูจน์ และจะติดตามทรัพย์สินคืนกรณีน้ี มาตรานี้เป็นการห้ามมิให้ปฏิเสธการรับฟังข้อมูล อย่างไร ทางอิเล็กทรอนิกส์ในกระบวนพิจารณาตาม ในการติดตามทรัพย์สินคืนผ่าน กลต. กฎหมาย แต่ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จะรับฟังได้ มีเหตุที่จะยึดอายัดได้เฉพาะการทำผิดกฎหมาย

หลักทรัพย์ไทยและกำลังจะหลบหนี การติดตาม UNCAC ซ่ึงได้จากการสรุปความเห็นผู้เช่ียวชาญ ทรัพย์สินในต่างประเทศทำไม่ได้มาก ต้องผ่าน ทเ่ี กี่ยวข้อง คอื หน่วยงานของไทยอื่นๆ ในปี พ.ศ. 2010 ตลาด 5.1 ทรัพย์ที่จะริบได้ต้องเป็นทรัพย์ท่ี หลักทรัพย์ทุกประเทศจะต้องเป็นสมาชิกองค์กร เก่ียวกับการกระทำความผิด จะริบทรัพย์ส่วนตัว ตลาดหลักทรัพย์โลก (MMOU) แต่ก็ได้ประโยชน์ ของผู้กระทำผิดไม่ได้ ดังนั้นทรัพย์ท่ีผู้กระทำผิด ด้านการแลกเปล่ียนข้อมูลระหว่างกัน และข้อมูล ได้มาก่อนกระทำผิดจึงยึดไม่ได้ ในส่วนน้ีจำเป็น ที่ได้มาจากความร่วมมือช่วยเหลือของต่างประเทศ ต้องมีการแก้ไขกฎหมาย มิฉะนั้นไม่อาจปฏิบัติตาม ถูกจำกัดเฉพาะด้านตลาดหลักทรัพย์จะนำไปใช้ UNCAC ข้อ 31 ได้ ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยได้มี ด้านทุจริตยังทำไม่ได้ นอกจากน้ีกฎหมายตลาด ร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยทรัพย์สนิ ทีไ่ ดม้ าจากการกระทำ หลักทรัพย์ยังไม่สามารถเข้าตรวจสอบการถือหุ้น ความผดิ เพอ่ื อนวุ ตั กิ ารตาม UNCAC แลว้ อยรู่ ะหวา่ ง แทนกันได้มากนัก เพราะยังต้องมีการโอนเงินผ่าน การพจิ ารณาของคณะกรรมการกฤษฎกี า ธนาคารพาณิชย์จึงค่อนข้างยากในการตรวจสอบ 5.2 ทรัพย์ท่ีริบต้องเข้าหลวงหรือศาล วารสารวิชาการ ป.ป.ช. เส้นทางการทุจริตท่ีนำเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์ อาจส่ังให้ใช้ไม่ได้หรือทำลายเสีย ทำอย่างอ่ืนไม่ได้ การติดตามทรัพย์คืนผ่านตลาดหลักทรัพย์จึง เช่น จะคืนรัฐอ่ืนหรือผู้เสียหายไม่ได้ ซ่ึงเมื่อรัฐฯ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ค่อนข้างลำบาก นอกจากน้ีหากเป็นเงินสินบนที่ ต่างประเทศทราบกฎหมายไทยก็มักจะยุติการ บริษัทจ่ายให้หน่วยงานราชการเพ่ือการได้งานของ ร้องขอความร่วมมือ ซ่ึงเม่ือประเทศไทยร้องขอ รัฐน้ัน บางทีก็เอาไปซ่อนไว้ในบริษัทลูกท่ีไม่ได้ ไปบ้างก็มักจะไม่ได้รับความร่วมมือเช่นกัน ใน จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ กลต. ก็ตรวจสอบ เร่ืองน้ีถ้าจะให้ความร่วมมือระหว่างประเทศ 129 ไมไ่ ด้ เพราะนอกเหนืออำนาจ เปน็ ไปไดจ้ ะตอ้ งมกี ารแก้ไขกฎหมาย 5.3 การบังคับตามคำพิพากษาหรือคำสั่ง 5. กฎหมายไทยกับปัญหาในการอนุวัติการตาม ของศาลต่างประเทศในเรื่องการริบทรัพย์สินของ UNCAC ไทยจะต้องมีคำพิพากษาของศาลต่างประเทศ จากกฎหมายไทยที่ใช้บังคับในปัจจุบัน ถงึ ทสี่ ดุ กอ่ น ถา้ ตอ้ งปฏบิ ตั ติ าม UNCAC ขอ้ 542 (1) นำมาสู่ปัญหาในกรณีท่ีต้องอนุวัติการตาม ศาลไทยจะยึดหลักการพิจารณาแค่ไหนเก่ียวกับ 2 ขอ้ บท 54 (1) กลไกในการติดตามทรพั ย์สนิ กลบั คืนผา่ นความร่วมมอื ระหว่างประเทศในการริบทรัพย์สิน 1. เพ่ือให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันทางกฎหมายตามข้อ 55 ของอนุสัญญานี้เก่ียวกับทรัพย์สิน ซ่ึงได้มาจากหรือเกี่ยวข้อง กบั การกระทำความผดิ ท่ีกำหนดตามอนุสญั ญานี้ รัฐภาคีแตล่ ะรัฐตอ้ งดำเนินการดังนตี้ ามกฎหมายภายในของตน (ก) ดำเนินมาตรการที่อาจจำเป็นเพ่ืออนุญาตให้เจ้าหน้าท่ีผู้มีอำนาจของตนดำเนินการบังคับตามคำส่ังริบทรัพย์สิน ซง่ึ ออกโดยศาลของอกี รัฐภาคีหน่งึ (ข) ดำเนินมาตรการท่ีอาจจำเป็นเพื่ออนุญาตให้เจ้าหน้าท่ีผู้มีอำนาจของตนออกคำสั่งริบทรัพย์สิน เช่นว่าที่มีแหล่งท่ีมาจากต่างประเทศโดยคำพิพากษาว่าเป็นความผิดเกี่ยวกับการฟอกเงินหรือความผิดอ่ืน เช่นท่ี อาจอยู่ภายในเขตอำนาจศาลของตนหรือโดยกระบวนการอื่นใดที่กฎหมายภายในของตนให้อำนาจไว้ในกรณีที่ตนมีเขต อำนาจศาล และ (ค) พิจารณาดำเนินมาตรการที่อาจจำเป็น เพ่ืออนุญาตให้ริบทรัพย์สินเช่นว่าโดยไม่ต้องมีคำพิพากษาลงโทษ ทางอาญา ในกรณีที่ไม่สามารถฟ้องร้องผู้กระทำความผิดได้ เน่ืองจากเสียชีวิตหลบหนี หรือไม่ปรากฏตัว หรือในกรณีอ่ืนๆ ตามทีเ่ หมาะสม

คำพิพากษาของตา่ งประเทศ หากประเทศทรี่ อ้ งขอ กฎหมายไทยไม่ใช่นิติบุคคลจึงไม่อาจเป็นผู้ฟ้อง มามีระบบศาลท่ีประเทศไทยไม่เช่ือถือประเทศ คดีในศาลไทยได้ ประเทศไทยจึงไม่สามารถปฏิบัติ ไทยจะทำอย่างไร หรือในกรณีกฎหมายไทยต้อง ตามข้อบทน้ีได้ ซ่ึงประเทศไทยอยู่ระหว่างการ ดูว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาเกี่ยวกับการกระทำความผิด แกไ้ ขกฎหมายเพือ่ ให้อนุวัติการตามข้อบทนี้ ก็ต้องพิจารณาไปถึงการกระทำผิดของเจ้าของ ข้อบทที่ 54 วรรค 1(ค) รัฐภาคีต้อง ทรัพย์สิน ซ่ึงเท่ากับการเริ่มต้นคดีใหม่ หากไม่ดูถึง ดำเนินการเพ่ืออนุญาตให้ริบทรัพย์สิน โดย ประเด็นดังกล่าวแล้วศาลไทยจะใช้หลักการใด ไม่ต้องมีคำพิพากษาลงโทษทางอาญา ในกรณี และพยานหลักฐานท่ีต้องใช้มีเพียงใด หากศาลไทย ที่ไม่สามารถฟ้องร้องผู้กระทำผิดได้เนื่องจาก จะใช้หลักการยึดหรือริบทรัพย์สินตามมูลค่าตาม เสียชีวิต หลบหนี หรอื ไม่ปรากฏตวั หรือกรณีอื่นๆ UNCAC ข้อ 31 ศาลไทยจะใช้หลักการคำนวณ ตามท่ีเหมาะสม ในเรื่องนี้เน่ืองจากการริบเป็นโทษ อย่างไร ซึ่งอาจต้องเก่ียวกับอัตราแลกเปล่ียน ทางอาญา การจะริบทรัพย์โดยไม่มีการฟ้องคดี เงินตราระหว่างประเทศด้วย อ า ญ า จึ ง ท ำ ไ ม่ ไ ด้ แ ล ะ จ ะ ฟ้ อ ง ไ ด้ ก็ ต้ อ ง ไ ด้ ตั ว การจะให้ศาลไทยยอมรับคำพิพากษาของ ผู้กระทำผิดมาด้วย เร่ืองน้ีจึงต้องมีการแก้ไข ศาลต่างประเทศเลย อาจต้องมีการออกกฎหมาย กฎหมายเพื่ออนุวัติการตาม UNCAC ข้อน้ี ซึ่งร่าง และกำหนดให้คำพิพากษาของศาลต่างประเทศ พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่าง จะต้องมีลักษณะที่เป็นท่ียอมรับของสากล เช่น ประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ที่กล่าว ต้องผ่านกระบวนวิธีพิจารณาท่ีเปิดโอกาสให้จำเลย ข้างตน้ ไดม้ บี ทกฎหมายที่แกไ้ ขปญั หาน้อี ยแู่ ลว้ 130 ตอ่ สู้คดีอย่างเตม็ ที่หรือพอสมควรมาก่อน เป็นตน้ ข้อบทท่ี 55 วรรค 9 เป็นบทบัญญัติท่ี อย่างไรก็ดีปัญหาเหล่าน้ีอยู่ระหว่าง คุ้มครองบุคคลที่สามซ่ึงสุจริต เร่ืองนี้แม้ว่าประเทศ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. การแก้ไขกฎหมายที่เก่ียวข้องเพ่ืออนุวัติการ ไทยจะมี พ.ร.บ.ความร่วมมือในเร่ืองทางอาญา ตาม UNCAC พ.ศ. 2535 มาตรา 34 และประมวลกฎหมายอาญา ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 มาตรา 33, 34, 36 คุ้มครองอยู่แล้ว แต่ก็ยังอาจ 6. บทบัญญัติท่ีกฎหมายไทยยังไม่อนุวัติการตาม ไม่สอดคล้องและคุ้มครองบุคคลที่สามซ่ึงสุจริตได้ UNCAC เ ม่ื อ มี ก า ร แ ก้ ไ ข ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ ใ น ก า ร ยึ ด แ ล ะ ริ บ สำหรับรายละเอียดในหมวด 5 ของ ทรพั ยส์ นิ ให้อนวุ ตั ิการตาม UNCAC แลว้ จึงจำเปน็ UNCAC ท่ีประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายอนุวัติการ ต้องมีการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับ UNCAC ตามและมีความจำเป็นต้องมีการปรับปรุงแก้ไข ในเรื่องนี้ให้ครอบคลุมในทุกๆ ประเด็น ซ่ึงร่าง กฎหมายในประเดน็ สำคญั ไดแ้ ก่ พ.ร.บ.ว่าด้วยทรัพย์สินท่ีได้มาจากการกระทำผิด ข้อบทที่ 53 UNCAC กำหนดให้รัฐภาคี พ.ศ. .... ท่ีอยู่ในระหว่างการพิจารณาของ ต้องดำเนินการให้รัฐภาคีอ่ืนเร่ิมฟ้องคดีแพ่ง คณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีบทบัญญัติในเร่ืองน้ี ในศาลของตนเพื่อพิสูจน์กรรมสิทธ์ิในทรัพย์ ไว้เหมาะสมแล้ว ที่ได้มาจากการกระทำความผิด ในเร่ืองนี้กฎหมาย ไทยยังไม่อนุวัติการ เนื่องจากรัฐในสายตาของ

ข้อบทท่ี 56 ว่าด้วยความร่วมมือพิเศษ 7. ข้อเสนอแนะและบทสรุปของงานวิจัยใน ในเรื่องการติดตามทรัพย์สินคืน ซึ่ง UNCAC มาตรการติดตามสนิ ทรัพยค์ ืน ข้อบทน้ีกำหนดให้รัฐภาคีต้องสามารถให้ข้อมูล คณะวจิ ยั ไดส้ รปุ ผลการศกึ ษาวจิ ยั ในสว่ นที่ ข่าวสารเกี่ยวกับทรัพย์สินท่ีได้มาจากการกระทำ เก่ียวกับมาตรการติดตามสินทรัพย์คืนไว้อย่าง ความผิดให้แก่อีกรัฐภาคีหน่ึงที่จำเป็นต้องใช้ นา่ สนใจ คือ ข้อมูลนี้โดยไม่ต้องมีการร้องขอ ซึ่งเรื่องนี้นับเป็น 7.1 อนสุ ญั ญา UNCAC ข้อบทในหมวด 5 เรื่องใหม่และเป็นนวัตกรรมที่สำคัญและก้าวหน้า นี้เป็นประโยชน์กับประเทศไทย โดยเฉพาะในเร่ือง ในการให้ความร่วมมือในเรื่องนี้ ซึ่งขั้นตอนเช่นน้ี การติดตามทรัพย์สินคืนในยุคไร้พรมแดน หาก ถ้าประเทศไทยไม่มีกฎหมายกำหนดให้เป็น ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีและจะต้องมีการแก้ไข หน้าที่ของหน่วยงานใดมีอำนาจทำได้ ก็จะไม่ กฎหมายเพื่ออนุวัติการ เพราะเป็นมาตรการท่ี เกิดการกระทำท่ีเป็นการอนุวัติการตามข้อบทน้ี จำเป็นและสำคัญในการติดตามทรัพย์สินคืน แต่ ซ่ึงร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.ความร่วมมือ อยา่ งไรก็ดีมาตรการในหมวด 5 ยังคงเปน็ มาตรการ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ท่ียังต้องนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับวัฒนธรรม ทก่ี ลา่ วขา้ งตน้ ก็ได้มีบทบัญญตั ิในเรอื่ งน้ไี ว้แลว้ และระบบกฎหมายภายในของไทย เช่น ในเร่ือง ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ข้อบทที่ 57 ว่าด้วยการส่งคืนและจัดการ การให้รัฐภาคีเร่ิมต้นฟ้องคดีแพ่งเพื่อติดตาม สินทรัพย์ ในเร่ืองการส่งคืนทรัพย์ท่ีริบแก่เจ้าของ สินทรัพย์คืนในศาลไทยโดยตรง สามารถปรับให้ หรือรัฐภาคีท่ีร้องขอน้ัน จำเป็นที่ประเทศไทยต้อง มาใช้ผ่านช่องทางตามพระราชบัญญัติความร่วมมือ แกไ้ ขกฎหมายเพอ่ื อนวุ ตั กิ ารเนอื่ งจากกฎหมายไทย ระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ซ่ึง 131 ปัจจุบันเมื่อริบแล้วทรัพย์ที่ริบต้องตกแก่แผ่นดิน มีผลเช่นเดียวกันกับพันธกรณีตาม UNCAC ได้ จะนำไปคืนผู้เสียหายหรือรัฐภาคีที่ร้องขอไม่ได้ เปน็ ต้น ซ่ึงในเรื่องน้ีร่างพ.ร.บ.แก้ไขพ.ร.บ.ความร่วมมือ 7.2 การตดิ ตามทรพั ยส์ นิ คนื เปน็ มาตรการ ระหวา่ งประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2535 ที่อยู่ ทต่ี รงเขา้ ทำลายหวั ใจของการทจุ รติ หากมกี ฎหมาย ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา และบังคับใช้อย่างจริงจังการปราบปรามทุจริตจะ ไดบ้ ัญญตั ิแกไ้ ขไว้แล้วอย่างเหมาะสม ได้ผล เป็นการตัดกำลังผู้กระทำผิดมิให้ใช้ทรัพย์สิน ในเร่ืองการส่งคืนทรัพย์สินท่ีริบแก่เจ้าของ หรือผลประโยชน์ท่ีได้มาเป็นกำลังต่อสู้กับรัฐ หรอื รฐั ภาคที เ่ี สยี หาย กเ็ ปน็ เรอื่ งสำคญั คอื เปน็ หลกั หรือองค์กรปราบปรามการทุจริต เพราะการทุจริต ท่ีจะก่อให้เกิดความร่วมมือในการติดตามทรัพย์สิน ติดสินบนน้ัน ทรัพย์สินและผลประโยชน์ท่ีผู้กระทำ คนื ในยุคไรพ้ รมแดนนอ้ี ยา่ งไดผ้ ล ผิดหยิบยื่นให้แก่เจ้าหน้าท่ีของรัฐ หรือเจ้าหน้าท่ี สำหรับข้อบทอ่นื ๆ ในหมวด 5 นี้ ส่วนใหญ่ ผู้มีหน้าท่ีปราบปรามทุจริตและกระบวนการ กฎหมายไทยที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบันสามารถ ยุติธรรมจะเป็นตัวทำลายประสิทธิภาพในการ อนุวัติการตามได้ ซ่ึงในทางปฏิบัติอาจต้องมีการ ปราบปรามทุจริต ในเรื่องนี้ประเทศไทยจะต้อง ปรับปรุงวิธีการทำงานให้สอดคล้องกับ UNCAC ปรับปรุงกฎหมายภายในให้สอดคล้องกับ UNCAC บา้ งเทา่ นั้น และเพื่อใหเ้ กิดการติดตามสนิ ทรัพย์คืนอยา่ งได้ผล

ในเบื้องต้นเห็นว่าประเทศไทยควรจัดตั้ง ได้รับการเคารพยกย่องจากสังคม รวมท้ังยอมรับ ให้มีองค์กรอิสระ มีหน้าที่ในการติดตามทรัพย์สิน ให้เป็นผู้ช่วยเหลือในกรณีที่ไม่ได้รับความเป็น คืนจากผู้กระทำความผิดข้ึนโดยเฉพาะ เนื่องจาก ธรรมจากเจ้าหน้าท่ีรัฐ วัฒนธรรมและความคิด การทุจริตมีจำนวนมากและซับซ้อนทั้งระดับ เหล่าน้ีเกิดขึ้นจากประเทศไทยยังไม่มีการไป ท้องถิ่น ระดับชาติ เกินกำลังความสามารถของ ติดตามยึดและริบทรัพย์สินคืนจากผู้กระทำผิด องค์กรด้านปราบปรามทุจริตท่ีมีอยู่ในปัจจุบัน จงึ ทำใหผ้ กู้ ระทำผดิ ใชท้ รพั ยส์ นิ ทไ่ี ดม้ าสรา้ งอทิ ธพิ ล เพราะหากปล่อยให้ผู้กระทำทุจริตนำทรัพย์สิน และอยู่ในสังคม เป็นตัวอย่างให้คนอ่ืนทำตามจน หรือผลประโยชน์ท่ีได้จากการทุจริตมาต่อสู้กับ เกิดเป็นหน่อทุจริตใหม่ๆ ไม่จบสิ้น หากไม่แก้ไข เจ้าหน้าท่ีรัฐ กระทั่งได้ไปซ่ึงอำนาจทางการเมือง โดยดำเนินการเร่ืองยึดริบทรัพย์สินของผู้กระทำผิด เช่นปัจจุบัน การปราบปรามทุจริตในประเทศไทย อย่างจริงจังก็ยากท่ีจะจัดการกับการทุจริตให้ลดลง ก็จะไม่มีโอกาสประสบความสำเร็จได้เลย เพราะ ได้ เพราะคนหน่ึงถูกจัดการก็จะเกิดคนทุจริตใหม่ๆ แทนที่หน่วยงานปราบปรามการทุจริตจะเป็น ข้ึนตลอดเวลาเม่ือโอกาสมาถึง และเม่ือสังคมเห็น ผู้ปราบผู้ทุจริตแต่จะกลับกลายเป็นหน่วยงาน เป็นเร่ืองธรรมดาจึงไม่มีใครใส่ใจจะแก้ไขหรือ ปราบผู้ทุจรติ จะถกู ปราบเสยี เอง เป็นหูเป็นตาให้กับบ้านเมือง ดังนั้นกระทรวง 7.3 ในช้ันนี้ที่ยังไม่มีหน่วยงานอิสระ วัฒนธรรมจึงต้องมีส่วนเข้ามาแก้ไขปัญหาน้ีด้วย เพื่อติดตามทรัพย์สินคืนโดยตรง เห็นว่าสำนักงาน ซึ่งน่าเสียดายท่ีว่าผู้บริหารของไทยกลับเข้าใจว่า ป.ป.ช. ควรต้ังหน่วยงานข้ึนมาทำหน้าท่ีติดตาม วัฒนธรรมเป็นเร่ืองรำๆ ร้องๆ และเรื่องโบราณ 132 ทรัพย์สินคืนไปพลางก่อน และสำนักงาน ปปง. ท้ังที่ความจริงวัฒนธรรมเป็นเรื่องที่อยู่เบ้ืองหลัง ซึ่งเป็นหน่วยงานท่ีคล่องตัวในการติดตามทรัพย์สิน ความสำเร็จหรือล้มเหลวของงานกระทรวงอ่ืนๆ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. คืนในความผิดมูลฐานและการฟอกเงินก็ควรจะ แทบทุกกระทรวง เร่งและทำหน้าที่ติดตามทรัพย์สินคืนในเชิงรุก 7.5 ร่างกฎหมาย 3 ฉบับที่อยู่ระหว่าง ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 มิใช่เพียงแต่คอยตรวจสอบธุรกรรมที่ผิดปกติ การพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกามีความ เท่านั้น เพราะธุรกรรมท่ีเป็นความผิดเกิดขึ้นแล้ว เหมาะสมในการอนุวัติการตาม UNCAC ในหมวด ย่อมมีความชัดเจนอย่างย่ิงที่จะต้องมีการติดตาม 5 ว่าด้วยการติดตามทรัพย์สินคืน อย่างไรก็ดีผู้ร่าง ทรัพย์สินคืนให้รัฐหรือผู้เสียหายและต้องการ กฎหมายท้ัง 3 ฉบับเป็นคณะกรรมการที่แต่งตั้ง ทำในทนั ทใี นทกุ คดี ข้ึนมาเพ่ือร่างกฎหมายอนุวัติการตาม UNCAC 7.4 ปจั จบุ นั การทจุ รติ กลายเปน็ วฒั นธรรม และเปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญโดยตรงจงึ สามารถรา่ งกฎหมาย อยา่ งหนึ่งของคนในสังคม ทีเ่ หน็ การทุจริตเปน็ เร่อื ง ท่ีแก้ไขจุดท่ีกฎหมายไทยยังไม่สอดคล้องกับ ปกติถึงข้ันยอมรับให้มีได้ในสังคม เม่ือเกิดการ UNCAC แตค่ ณะกรรมการกฤษฎกี าซงึ่ เปน็ หนว่ ยงาน กระทำผิดเกิดข้ึนจึงพากันเพิกเฉยปล่อยให้เป็นไป กล่ันกรองกฎหมายทั่วไปอาจไม่เห็นด้วยกับร่าง เพราะเห็นเป็นเรื่องธรรมดาจนถึงกับเกิดการ กฎหมายทง้ั 3 ฉบบั กเ็ ปน็ ได้ เพราะวตั ถปุ ระสงคแ์ ละ ยกย่องบุคคลท่ีมีอิทธิพล และรู้กันว่าร่ำรวยมาจาก มุมมองอาจต่างกันไป จึงต้องติดตามร่างกฎหมาย การทุจริตผิดกฎหมายให้เป็นบุคคลท่ีมีเกียรติ ทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวว่าเมื่อผ่านคณะกรรมการ

กฤษฎีกาแล้วยังจะเหมาะสมในการอนุวัติการตาม ทำหน้าท่ีรับและออกคำส่ังเก่ียวกับการริบทรัพย์ UNCAC ในหมวด 5 น้ีอยู่หรือไม่ แต่อย่างไรก็ดี ทไ่ี ดม้ าจากการทำผดิ อาญา กำหนดใหม้ กี ารพจิ ารณา ร่างกฎหมายทั้ง 3 ฉบับดังกล่าวแม้อนุวัติการตาม คดีริบทรัพย์สินแยกต่างหากจากคดีอาญาปกติ UNCAC แต่ในปัญหาว่าการนำมาใช้จะเกิดผล จำแนกความประพฤติของผู้กระทำผิดเพื่อกำหนด ต่อการป้องกันปราบปรามทุจริตหรือไม่ อาจมี ขอ้ สนั นษิ ฐานการรบิ ทรพั ยท์ แี่ ตกตา่ งกนั หรอื แมแ้ ต่ ปัญหาอยู่บ้างเพราะร่างกฎหมายดังกล่าวยังไม่มี การกำหนดองค์กรอิสระทำหน้าที่ติดตามยึดริบ ระบบในการบังคับใช้ที่ชัดเจน มีลักษณะแยกส่วน ทรัพย์เกี่ยวกับการกระทำผิดโดยตรงที่เรียกว่า อาจเป็นเพราะถูกร่างขึ้นมาเฉพาะกิจเพ่ืออนุวัติ SOCA3 ซงึ่ รายละเอยี ดสามารถศกึ ษาไดจ้ ากรายงาน การตาม UNCAC จึงยังไม่ได้เน้นหนักไปในการ การวจิ ยั ฉบบั สมบูรณ์ทีส่ ำนกั งาน ป.ป.ช. แก้ปัญหาการทุจริตของไทยในทางปฏิบัติอย่าง 7.6 เนื่องจากบุคลากรในด้านการติดตาม จริงจังที่เป็นระบบและเชื่อมโยงกับกฎหมายท่ี ทรัพย์สินคืนทั้งในงานภายในประเทศและ เก่ยี วข้องอื่นกเ็ ป็นได้ ต่างประเทศจำเป็นต้องมีความรอบรู้ท้ังตัวบท วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ในเบ้ืองต้นจากการศึกษาเนื้อหาร่าง กฎหมาย และวิธีการของประเทศต่างๆ เพ่ือความ กฎหมายเร่ืองการริบทรัพย์สินตามมูลค่า (value ร่วมมือในการติดตามทรัพย์สินคืนในเวทีระหว่าง ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 base) ของคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้นำไปแก้ไข ประเทศไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ จึงจำเปน็ ต้องสร้าง เพ่ิมเติมในประมวลกฎหมายอาญา และยังคงการ ผู้เชี่ยวชาญในด้านน้ีทั้งระยะส้ันและระยะยาว ริบทรัพย์ตามหลักการเดิมที่ริบทรัพย์ท่ีเกี่ยวกับ เช่น ให้ทุนนักศึกษาไปศึกษาในต่างประเทศ การกระทำผิดก่อน หากริบไม่ได้จึงริบตามหลัก ฝึกอบรมผู้มีความรู้ความสามารถด้านกฎหมาย 133 มูลค่า ก็จะมีปัญหาว่าประเทศไทยอนุวัติการตาม และธุรกรรมเพือ่ ใชง้ านได้ทันที เป็นตน้ UNCAC ยังไม่ครบถ้วน เพราะยังใช้หลักการริบ 7.7 จัดต้ังศูนย์ประสานงานกับองค์กร ตวั ทรพั ยเ์ ปน็ เกณฑ์ (property base) และการแกไ้ ข ป้องกันและปราบปรามการทุจริตอื่นและ ในประมวลกฎหมายอาญาซึ่งเป็นกฎหมายท่ัวไป แลกเปล่ียนข้อมูลกัน โดยสร้างระบบเครือข่าย จะมีปัญหาในการบังคับใช้ที่ไม่เข้มข้นพอและผู้มี สารสนเทศเช่ือมโยงระบบฐานข้อมูลการเงินและ หน้าที่ริบทรัพย์สินก็คงเป็นเจ้าหน้าท่ีตามประมวล ทรัพย์สินที่มีการจัดการท่ีเป็นระบบอยู่ภายใต้ กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาซึ่งก็เป็นท่ีทราบ การดูแลของเจ้าหน้าท่ีติดตามทรัพย์สินคืนท่ีเป็น กันดีว่ามีปัญหาในเร่ืองการบังคับใช้กฎหมายให้มี องค์กรท่ีมีความอิสระ ตลอดท้ังสร้างมาตรฐาน ประสทิ ธิภาพและยุติธรรมอยู่ในปจั จุบนั และความเข้าใจให้ศาลและเจ้าหน้าท่ีผู้เก่ียวข้อง ดังน้ันควรบัญญัติเป็นกฎหมายเฉพาะ สามารถบังคับใช้พ.ร.บ.ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ว่าด้วยการริบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำ ไดอ้ ย่างจริงจัง ความผิดตามระบบมูลค่าจะมีความเหมาะสมกว่า 7.8 จัดต้ังกองทุนท่ีส่งเสริมการต่อต้าน โดยอาจศึกษาแนวทางของกฎหมายอังกฤษ เช่น การทจุ รติ โดยแบง่ เงนิ มาจากสว่ นแบง่ จากทรพั ยส์ นิ การกำหนดให้ Crown Court เป็นองค์กรเดียวที่ ที่ริบ และรัฐฯ สนับสนุนอีกส่วนหนึ่งเพ่ือนำมาใช้ 3 กอ่ ต้งั โดย Serious Organised Crime and Police Act 2005

ส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีส่วนร่วมในการป้องกัน ในท้ายที่สุดแล้วพันธกรณีท่ี UNCAC และตรวจสอบปราบปรามการทุจริตอย่างเข้มแข็ง กำหนดให้รัฐภาคีถือปฏิบัตินั้น มิเพียงต้องการ คุ้มครองเยียวยาแกผ่ ูใ้ ห้เบาะแสและพยาน ให้รัฐภาคีมีกฎหมายอนุวัติการตามเท่านั้น แต่มุ่ง 7.9 ผลักดันให้มีการจัดต้ังศาลแผนกคดี ประสงค์ให้รัฐภาคีนำไปประยุกต์ปฏิบัติในการ ว่าด้วยการติดตามทรัพย์สินคืนเพื่อพิจารณาคดี แก้ไขปัญหาการทุจริตของประเทศให้ประสบความ เกี่ยวกับการริบทรัพย์สินเฉพาะแยกจากคดีอาญา สำเรจ็ ตามทเี่ หมาะสมของแตล่ ะประเทศนั่นเอง ทั่วไป โดยมีพนักงานสืบหาและติดตามทรัพย์สิน และมีเจ้าพนักงานผู้ว่าคดีหรืออัยการอิสระเพื่อ บรรณานุกรม เสนอคดีเข้าสู่การพิจารณาของศาลโดยเฉพาะ แสวง บุญเฉลิมวิภาส และคณะ. รายงานวิจัย “การศึกษา เพอื่ ใหเ้ กิดความรวดเรว็ ถกู ต้อง และเป็นธรรม พันธกรณีและความพร้อมของประเทศไทยในการ ปฏิบัติตามอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการ ตอ่ ต้านการทุจริต ค.ศ. 2003”. กรงุ เทพฯ: สนบั สนุน บทสรปุ ทุนการวิจัยโดยสำนักงานคณะกรรมการป้องกัน จากบทสรปุ ของงานวจิ ยั ไดว้ เิ คราะหต์ วั บท และปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาต,ิ 2551 กฎหมายของไทยในเรื่องการติดตามสินทรัพย์คืน ท่ีมีอยู่นั้นยังไม่อนุวัติการตาม UNCAC ซ่ึงประเทศ ไทยจำเป็นต้องปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้อง ก่อนลงนามให้สัตยาบัน แต่ถึงกระนั้นกฎหมาย 134 ที่ปรับปรุงแก้ไขใหม่ยังต้องมีการปรับปรุงให้ เหมาะสมกับบริบทระบบกฎหมายภายในของ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. ไทย ตลอดจนสังคมและวัฒนธรรมของไทย เพื่อมุ่งประสงค์ให้กฎหมายใหม่นำมาสู่การแก้ไข ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ปัญหาการทุจริตได้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บทบัญญัติว่าด้วยการติดตามสินทรัพย์คืนเป็น มาตรการสำคัญท่ีจะเป็นเคร่ืองมือแก้ไขปัญหา การทจุ รติ ทไ่ี ดผ้ ลในสงั คมไทย ทไ่ี มค่ อ่ ยจดจำเรอื่ งใด นานและยกย่องคนมีทรัพย์สินมาก โดยไม่ให้ ความสำคัญว่าคนเหล่าน้ันได้ทรัพย์สินมาอย่างไร ผู้เขียนเชื่อว่าเพียงมาตรการติดตามสินทรัพย์คืน มาตรการเดียว หากนำมาปฏิบัติอย่างจริงจัง มีบริบทแวดล้อมส่งเสริมสอดคล้องแล้ว ปัญหาการ ทจุ ริตในประเทศไทยกน็ ่าจะลดลงไปกวา่ ครึง่

เศรษฐศาสแตนรว์วคา่ ิดดแว้ ลยะกกาารรฉศอ้ ึกรษาษาเฎชริง์บปงัรหะจลักวงษ:์ จิระเดช ทัศยาพนั ธุ์* บทนำ The objective of this paper is to บทความน้ีมีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจ survey economic concepts for explaining แนวคิดทางเศรษฐศาสตร์ท่ีนำมาใช้อธิบาย the phenomenon of corruption in society วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปรากฏการณ์ของการฉ้อราษฎร์บังหลวงและ and their empirical testing. The paper การทดสอบแนวคิดด้วยการศึกษาเชิงประจักษ์ outlines the concepts in accordance with ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ซึ่งในบทความนี้ได้อธิบายถึงของการศึกษาการ the theory of political economy, the ฉ้อราษฎร์บังหลวงตามแนวทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ economic cost of anti-corruption and การเมือง การอธิบายถึงต้นทุนในการยับย้ังการ the effects of corruption on social ฉ้อราษฎร์บังหลวง การอธิบายถึงการสูญเสีย welfare together with studying the 135 สวัสดิการสังคมจากการฉ้อราษฎร์บังหลวง organizational structure of agencies for ตลอดจนการศึกษาการจัดโครงสร้างองค์กร reducing corruption using various เพ่ือลดปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยใช้ incentives schemes under the principal- แร ง จู ง ใจ ใ น ท า ง บ ว ก ภ า ย ใ ต้ ก ร อ บ แ น ว คิ ด agent framework. This research will ในเรื่องตัวการ-ตัวแทน การศึกษานี้จะช่วยให้ contribute to the understanding of เราเข้าใจพฤติกรรมทางเศรษฐกิจอันเป็นสาเหตุ human economic behaviour, a known ส่วนหนึ่งของการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งอาจจะ contributing factor to corruption, which ช่วยทำให้การกำหนดนโยบายในการยับยั้งการ may lead to more effective anti- ฉ้อราษฎร์บังหลวงมีประสิทธภิ าพสงู ขึน้ corruption policy formulation. คำสำคัญ การฉ้อราษฎร์บังหลวง, การศึกษา เชิงประจกั ษ,์ การตดิ สนิ บน * นักศึกษาปริญญาเอกคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ บางกะปิ กรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ [email protected] ผู้เขียนขอขอบคุณผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ดารารัตน์ อานันทนะสุวงศ์ สำหรับข้อเสนอแนะ ในการปรับปรุงบทความและความผดิ พลาดใดทอ่ี าจมขี นึ้ เปน็ ความรบั ผดิ ชอบของผเู้ ขียน

1. คำนำ โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐอาจจะได้รับผลประโยชน์ บทความนม้ี วี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื สำรวจแนวคดิ ตอบแทนอย่างอ่ืนที่ไม่ใช่ตัวเงินโดยนัย เช่น การ ทางเศรษฐศาสตร์ที่นำมาใช้อธิบายปรากฏการณ์ ได้รับความช่วยเหลือในทางการเมืองเพราะ ของการฉ้อราษฎร์บังหลวงและการทดสอบ เจ้าหน้าที่รัฐอาจจะต้องการสินบนเพื่อทำส่ิงที่ แนวคิดดังกล่าวด้วยการศึกษาเชิงประจักษ์ สามารถทำได้ในอำนาจหน้าท่ีอยู่แล้ว (เช่น เรียก โดยมีผู้ให้คำจำกัดความของคำว่า “การฉ้อราษฎร์ รบั เงนิ จำนวนหนง่ึ จากผรู้ บั บรกิ ารเพอื่ ใหด้ ำเนนิ การ บังหลวง (Corruption)” และใช้อ้างอิงในแวดวง เร่ืองหนึ่งเรื่องใดเร็วข้ึน) หรือเรียกรับสินบนเพ่ือทำ การศึกษาเชิงนโยบายไว้หลายคำจำกัดความ สิ่งที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐไม่ควรกระทำ เช่น การจงใจ เช่น พจนานุกรมของอ๊อกฟอร์ดได้นิยามการ ไม่ตรวจสอบการจ่ายภาษีซึ่งโดยแท้จริงสามารถ ฉ้อราษฎร์บังหลวงไว้ว่า “พฤติกรรมท่ีไม่ซ่ือสัตย์ ตรวจสอบได้ว่ามีการเสียภาษีต่ำกว่าความเป็นจริง หรือผิดกฎหมายโดยเฉพาะกับผู้ท่ีอยู่ในตำแหน่ง เปน็ ต้น (Bardhan, 1997) หน้าที่ของรัฐ (dishonest or illegal behavior การฉ้อราษฎร์บังหลวงมักจะถูกจัดให้เป็น especially of people in authority)” ในขณะท่ี ปัจจัยหลักของความล้มเหลวของรัฐในการพัฒนา คำจำกัดความที่อาจถือว่าได้รับการอ้างอิงมาก ประเทศในด้านต่างๆ ซ่ึงในหลายสิบปีที่ผ่านมาน้ี ท่ีสุดนิยามไว้ว่าเป็น “การใช้อำนาจในทางที่ผิด ประเด็นปัญหานี้ได้รับความสนใจจากภาครัฐ ของเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหาผลประโยชน์ส่วนตน” องค์การนานาชาติและผู้เช่ียวชาญด้านนโยบาย เจ้าหน้าท่ีของรัฐอาจใช้อำนาจหน้าที่เพื่อประโยชน์ สาธารณะท่ีพยายามท่ีจะลดปัญหาที่กำลังรุนแรง 136 สว่ นตนโดยเรยี กรบั เรยี กรอ้ ง หรอื ไดร้ บั การชชี้ อ่ งใหม้ ี ข้ึนนี้ และจากการท่ีการฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็น การติดสินบนโดยเอกชนผู้ซึ่งเข้ามาติดต่อเสนอ ปัญหาในเชิงวัฒนธรรมและการเมือง ในขณะที่ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. สินบนกับเจ้าหน้าที่รัฐเพื่อหลีกเลี่ยงนโยบายและ การวัดความรุนแรงของปัญหาท่ีแท้จริงทำได้ยาก ขั้นตอนต่างๆ เพื่อให้มีความได้เปรียบและกำไร การศึกษาหาข้อมูลท้ังเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ทางธุรกิจ เจ้าหน้าท่ีของรัฐยังอาจใช้อำนาจหน้าที่ เพ่ือให้ได้ข้อมูลมากพอจนสามารถนำมาวิเคราะห์ ในทางที่ผิดเพ่ือผลประโยชน์ส่วนตัวผ่านลักษณะ หาสาเหตุของปัญหาจนนำไปสู่การเลือกใช้ ของการใช้ระบบอุปถัมภ์ในสังคม การเล่นพรรค เคร่ืองมือทางนโยบายที่มีความเหมาะสมในการ เลน่ พวก การยกั ยอกทรพั ยส์ นิ หรอื ทรพั ยากรของรฐั จัดการปัญหาจึงมีความสำคัญมาก ดังท่ีนักฟิสิกส์ การเบี่ยงเบนงบประมาณของรัฐจนผิดไปจาก ชาวไอร์แลนด์คนสำคัญผู้คิดค้นหน่วยวัดอุณหภูมิ วัตถุประสงค์ที่จะต้องใช้จริงแม้ไม่มีการติดสินบน ท่ีเรียกว่า “องศาเคลวิน” คือ Sir William (World Bank, 1997: 8) ส่วนคำจำกัดความอื่นๆ Thomson Kelvin ได้กลา่ วไว้วา่ ท่ีมีการอ้างอิงบ้าง เช่นหมายถึง “ระดับความ “I often say that when you can เข้มข้นในการใช้อำนาจรัฐโดยออกนอกลู่นอกทาง measure what you are speaking about, เพอ่ื ประโยชนส์ ว่ นตน” (World Economic Forum, and express it in numbers, you know 2003) อย่างไรก็ตาม การฉ้อราษฎร์บังหลวง something about it; but when you cannot อาจจะไม่เก่ียวข้องโดยตรงกับการเรียกรับเงินก็ได้ measure it, when you cannot express it in

numbers, your knowledge is of a meagre ปฏิเสธความช่วยเหลือซ่ึงเป็นเพราะทรัพยากรท่ี and unsatisfactory kind. If you cannot ทุ่มเทลงไปเพ่ือวัตถุประสงค์ในการพัฒนาและ ลดปัญหาความยากจนกลับถูกนำไปใช้ในเรื่องอ่ืนๆ measure it, you cannot improve it.” เศรษฐศาสตรเ์ ปน็ วชิ าทางดา้ นสงั คมศาสตร์ อย่างผิดวัตถุประสงค์ซ่ึงเป็นสภาวการณ์ลักษณะ แขนงหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการวัดปรากฏการณ์ต่างๆ หนึ่งของการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่มีมากเกินกว่าจะ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คม โดยเฉพาะเปน็ การศกึ ษาพฤตกิ รรม ยอมรับได้และอาจจะทำให้องค์กรเหล่าน้ันจำเป็น ทางเศรษฐกิจของมนุษย์ซ่ึงในทางทฤษฎีก็น่าจะ ตอ้ งระงบั ความช่วยเหลอื ในด้านตา่ งๆ สามารถนำมาใชใ้ นการวเิ คราะหก์ ลไกการฉอ้ ราษฎร์ ขอ้ ทสี่ องคอื การเกบ็ ขอ้ มลู มคี วามแพรห่ ลาย บังหลวงได้ แต่อาจเป็นเพราะการศึกษาทางด้าน มากขนึ้ โดยเฉพาะขอ้ มลู ในเชงิ สถาบนั (Institutions) เศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่มักจะเป็นการวิเคราะห์ ซึ่งทำให้นักวิจัยสามารถทำการศึกษาวิจัยการ ปรากฏการณท์ างเศรษฐกจิ จงึ อาจจะทำใหเ้ ปา้ หมาย ฉอ้ ราษฎร์บังหลวงในแงม่ มุ ต่างๆ ไดม้ ากขึ้น รวมทัง้ การพัฒนาประเทศในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้คำนึงถึง การใช้เทคนิคทางสถิติต่างๆ เพ่ือให้สามารถทำ วารสารวิชาการ ป.ป.ช. การพยายามลดการฉ้อราษฎร์บังหลวงในลักษณะ การตรวจวดั ปรากฏการณไ์ ด้ใน “เชงิ ปรมิ าณ” และ ทเ่ี ปน็ เศรษฐศาสตรแ์ ละรวมอยใู่ นวตั ถปุ ระสงคห์ นงึ่ ได้มีการสร้างตัวชี้วัดใหม่ๆ หลายชนิดเพ่ือการ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ของการปฏริ ปู เพอ่ื การพฒั นาเศรษฐกจิ ของประเทศ เปรียบเทียบความมากน้อยของการฉ้อราษฎร์ อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาเม่ือมีการศึกษาวิจัยใน บังหลวงในแต่ละประเทศซึ่ง Kaufmann (2003) เรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวงมากข้ึนจึงทำให้พบ รายงานว่าข้อมูลท่ีเก็บได้ช่วยทำให้เราเปล่ียน หลกั ฐานว่า เศรษฐศาสตรส์ ถาบนั และธรรมาภิบาล ความคิดท่ีว่าปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงเป็นส่ิง 137 ในการบริหารงานสามารถนำมาใช้เป็นกรอบความ ท่ีจับต้องไม่ได้และมีความอ่อนไหวเกินกว่าจะ คิดในการศึกษาปรากฏการณ์ของการเกิดการ ศึกษาได้อย่างเป็นวิชาการให้กลายเป็นสิ่งท่ีจับต้อง แพร่กระจายของการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้และ และพูดถึงได้อย่างเป็นรูปธรรมในเชิงวิชาการ ยังมีหลักฐานเพ่ิมมากข้ึนว่าเป็นส่วนหน่ึงที่ส่งผล ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมอันหนึ่งของการทำดัชนีเพ่ือ ต่อพ้ืนฐานความสำเร็จในการพัฒนาประเทศ และ การเปรยี บเทยี บนคี้ อื เรามกั เชอ่ื กนั วา่ เฉพาะประเทศ ในเวลาต่อมาได้ส่งผลให้มีความต่ืนตัวที่จะศึกษา ท่ีพัฒนาแล้วเท่านั้นที่จะมีปัญหาการฉ้อราษฎร์ กลไกของการเกดิ การฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวงอยา่ งจรงิ จงั บังหลวงน้อยแต่เมื่อทำการวิเคราะห์ข้อมูลใหม่ๆ ทั้งในระดับชาติและนานาชาตใิ นปัจจบุ นั ท่ีได้เพ่ิมข้ึนมาเรื่อยๆ กลับพบว่าประเทศท่ีกำลัง นอกจากประเด็นในเรื่องการพัฒนาแล้ว พฒั นาบางประเทศไดพ้ ฒั นากลไกหลายอยา่ งในการ ความสนใจต่อปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงยังมี บรหิ ารจนสามารถกอ่ ใหเ้ กดิ ระบบธรรมาภบิ าลและ หลายปัจจัยเกื้อหนุน ข้อแรกคือการศึกษาพบว่า สามารถควบคุมการฉ้อราษฎร์บังหลวงได้ในระดับ การฉ้อราษฎร์บังหลวงจะส่งผลต่อความสำเร็จใน เดียวกบั ประเทศท่พี ฒั นาแลว้ บางประเทศ การพัฒนาโดยเฉพาะในประเทศท่ียากจน จนอาจ ข้อที่สามคือ มีความเห็นสอดคล้องกันใน ทำให้องค์กรนานาชาติผู้ให้ความช่วยเหลือประเทศ เกอื บทกุ ภาคสว่ นวา่ ความยากจนและการฉอ้ ราษฎร์ ที่มีการพัฒนาน้อยและยากจนหลายองค์กรอาจจะ บังหลวงเป็นปรากฏการณ์ที่เป็นปัญหาต่อสังคม

โลกและส่งผลกระทบในทุกประเทศโดยไม่มี ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของแต่ละประเทศ ขอ้ ยกเวน้ และปญั หาทงั้ สองเรอ่ื งนย้ี งั มหี ลกั ฐานทาง ด้วย ถึงกระนั้นเราก็สามารถเรียนรู้จากประเทศ วิชาการแสดงถึงความเช่ือมโยงหรือเกี่ยวข้องกัน ที่ประสบความสำเร็จจากการใช้นโยบายดังกล่าว อย่างค่อนข้างชัดเจนซ่ึงจำเป็นต้องมีการจำกัด อย่างไรก็ตามมีความเห็นร่วมกันในระดับหนึ่งว่า ขอบเขตของปัญหา เพราะเป็นที่ทราบกนั โดยท่วั ไป ปัญหาการฉ้อราษฎร์บังหลวงไม่ใช่เป็นเร่ือง ว่าความยากจนอาจจะนำไปสู่ปัญหาสังคมในด้าน “ฟ้าลิขิต” หรือ “ฝังรากลึกอยู่ในวัฒนธรรม” แต่ ต่างๆ ได้ซ่ึงยังรวมไปถึงการโยกย้ายถิ่นฐานของ กลับเป็นปัญหาท่ีสามารถแก้ไขหรือบรรเทาได้ ประชากรผู้ไมม่ ีงานทำในประเทศท่ยี ากจนเหล่านนั้ และการต่อสู้กับการฉ้อราษฎร์บังหลวงมีความ ไปยังประเทศอุตสาหกรรมที่ร่ำรวยกว่าเพ่ือหวัง เป็นไปได้และมีคุณค่ามากเพียงพอท่ีจะทำ ท่ีจะยกระดับคุณภาพชีวิตของตนเองประกอบกับ นโยบายการต่อต้านการฉ้อราษฎร์บังหลวงที่ ถ้ามีความไม่ม่ันคงทางการเมืองและหลักนิติรัฐ ครอบคลุมและประสบความสำเร็จน้ันจะต้อง ท่ีอ่อนแออาจจะทำให้ปัญหาขยายลุกลามจนเป็น เข้าไปแก้ปัญหาท้ังทางด้านแรงจูงใจในการ บ่อเกิดปัญหาหลายๆ ปัญหารวมท้ังปัญหาองค์กร ฉ้อราษฎร์บังหลวงและการลดโอกาสที่จะทำให้ อาชญากรรมข้ามชาติ การลักลอบขนยาเสพติด เกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งเป็นกรอบความคิด เข้าประเทศและการก่อการร้ายต่างๆ ดังนั้นความ เชิงสถาบันในการต่อสู้กับปัญหาน้ี ซ่ึงอาจจะต้อง ตระหนักในเร่ืองการฉ้อราษฎร์บังหลวงในแง่มุม นำมาใช้กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในทุกภาคส่วน ที่เป็นปัญหาระดับนานาชาติจะทำให้รัฐต้องมี เช่น นักการเมือง เจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนผู้รับ 138 นโยบายและวิธีการในการต่อสู้กับการฉ้อราษฎร์ บริการเพราะถึงแม้ว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวง บังหลวงซึ่งไม่เฉพาะเพ่ือความอยู่รอดของประเทศ เป็นการกระทำผิดของตัวบุคคลแต่ละคนแต่ก็ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. แต่ละประเทศเท่าน้ันแต่เป็นเร่ืองของความอยู่รอด เกิดข้ึนภายใต้บริบทของสถาบัน อย่างไรก็ตามผู้ท่ี ของสังคมโลกทีเดยี ว ไม่มีกรอบความคิดเชิงสถาบันก็อาจจะฉ้อราษฎร์ ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 อย่างไรก็ตามแม้จะมีการศึกษาและมี บังหลวงได้ (Kpundeh, 1997: หนา้ 4) ความเข้าใจต่อกลไกการฉ้อราษฎร์บังหลวงแต่ การฉ้อราษฎร์บังหลวงยังมีหลายรูปแบบ หนทางการแก้ปัญหาหรือทางออกของปัญหากลับ และยังขึ้นกับวิธีการต่างๆ ที่ใช้ ซ่ึงอาจจะกระทำ ไม่ง่ายอย่างที่คิดเพราะการฉ้อราษฎร์บังหลวงนี้ ด้วยตนเองคนเดียวหรือกระทำโดยร่วมมือกัน ส่งผลกระทบท้ังทางด้านสังคม กฎหมายและ กับผู้อ่ืน โดยผู้กระทำอาจจะเป็นเจ้าหน้าท่ีรัฐ เศรษฐกิจนโยบายในการต่อสู้กับปัญหานี้จะ ในระดับสูงหรือเจ้าหน้าท่ีรัฐในระดับล่าง หรือ แตกต่างจากนโยบายด้านอ่ืนๆ อย่างมาก และ อาจจะเปน็ บรษิ ทั หา้ งรา้ นของเอกชน การฉอ้ ราษฎร์ ประสบการณ์ในการจัดการปัญหานี้ของประเทศ บังหลวงยังมีขนาดหรือความมากน้อยของการ ต่างๆ พบว่าไม่มีทางออกของปัญหาที่ตรงต่อ กระทำในหลายระดับ หรือการฉ้อราษฎร์บังหลวง ปัญหานักโดยต้องใช้ยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา อาจจะกระทบต่องบประมาณในด้านรายจ่าย หลายๆ เร่ืองพร้อมกัน (Simultaneous actions) หรือในด้านรายได้ของรัฐ ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิด โดยต้องพิจารณาประกอบกับความเป็นมาทาง การฉ้อราษฎร์บังหลวงอาจมีได้หลายสาเหตุ ซึ่ง

อาจเกดิ จากโครงสรา้ งคา่ ตอบแทนของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ศึกษาปัจจัยที่มีผลต่อการตัดสินใจของตัวแทน ในระดับต่างๆ หรืออาจเป็นผลมาจากโครงสร้าง ในการเข้าร่วมในการทำการฉ้อราษฎร์บังหลวง สถาบันขององค์กร และข้อสรุปหนึ่งของการศึกษา คำถามท่ีตามมาคือใครคือ “ตัวแทน” ตัวแบบของ ท่ีผ่านมายืนยันว่าไม่ว่าจะเป็นการฉ้อราษฎร์ Becker (1968) และ Becker and Stigler (1974) บังหลวงชนิดใดก็จะส่งผลเสียหายต่อประเทศ นิยามคำวา่ “ตัวแทน” คือเจ้าหน้าทีร่ ฐั ในระดับลา่ ง ในระดับต่างๆ เช่น เกิดผลกระทบในระดับพ้ืนฐาน และ “ตวั การ” คอื เจา้ หนา้ ทร่ี ฐั ในระดบั สงู ตวั แบบนี้ ที่จะทำให้รัฐหรือประเทศน้ันๆ มีความมั่นคง พยายามอธิบายปัจจัยที่เจ้าหน้าท่ีของรัฐทำการ ในทางเศรษฐกิจตลอดจนกระทบต่อพ้ืนฐาน ฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยพยายามศึกษาขบวนการ ในการสร้างการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและ การตัดสินใจของเจ้าหน้าที่รัฐโดยใช้ตัวแบบทาง ปรับปรงุ สวัสดกิ ารโดยทว่ั ไปของประชาชน เศรษฐศาสตรท์ เ่ี รยี กวา่ “ตวั การ-ตวั แทน (Principal ในการนำเสนอบทความนี้จะแบ่งออกเป็น -agent)” ซงึ่ เจ้าหน้าทีร่ ัฐจะชง่ั น้ำหนกั ผลตอบแทน หกส่วน โดยส่วนแรกเป็นเหตุผลความเป็นมาของ ท่ีได้รับจากการฉ้อราษฎร์บังหลวงกับเงินเดือน วารสารวิชาการ ป.ป.ช. การฉ้อราษฎร์บังหลวง ส่วนที่สองแสดงแนวคิด ค่าจ้างท่ีตนเองได้รับและโอกาสที่จะถูกจับได้ ทางเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการฉ้อราษฎร์บังหลวง ตัวแบบนี้จะทำงานได้ดีถ้ามีลักษณะโดยนัยว่า ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 ส่วนท่ีสามต้นทุนทางสังคมของการฉ้อราษฎร์ เจ้าหน้าท่ีรัฐทำงานอยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ที่มีตัวการ บังหลวง ส่วนที่สี่แสดงถึงอิทธิพลของการจัด ที่ดีและสามารถสร้างจุดมุ่งหมายร่วมซึ่งสามารถ รูปแบบองค์กรต่อการเกิดข้ึนของการฉ้อราษฎร์ กระตุ้นให้ตัวแทนทำงานอย่างซ่ือสัตย์ซ่ึงในการ บังหลวง ส่วนที่ห้าแสดงแนวคิดเศรษฐศาสตร์ ศึกษาเชิงประจักษ์และการออกแบบนโยบายเพ่ือ 139 สถาบันกับการฉ้อราษฎร์บังหลวง และส่วนสุดท้าย ต่อสู้กับการฉ้อราษฎร์บังหลวงจำนวนมากได้ใช้ เปน็ บทสรุปและข้อเสนอแนะ ตัวแบบนี้เป็นพนื้ ฐาน ตัวแบบตัวแทนอีกแบบหนึ่งจะทำการ 2. แนวคดิ ทางเศรษฐศาสตรว์ า่ ดว้ ยการฉอ้ ราษฎร์ วิเคราะห์พฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐในระดับสูงซ่ึง บังหลวง อาจรวมถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซ่ึงอาจจะใช้ การศกึ ษาเชงิ ทฤษฎที างดา้ นเศรษฐศาสตร์ อิทธิพลของตนโน้มน้าวหรือบิดเบือนนโยบายและ การเมืองได้มุ่งเน้นศึกษาสาเหตุท่ีทำให้การ กระบวนการนิติบัญญัติบางอย่างเพ่ือหาประโยชน์ ฉ้อราษฎร์บังหลวงเติบโตขึ้นและการมีปฏิสัมพันธ์ บางประการเพ่ือกลุ่มผลประโยชน์ของเอกชน ต่อปัจจัยเชิงสถาบันและเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ตนอาจมีส่วนได้ส่วนเสียใน โดยแนวคิดหรือทฤษฎีในการศึกษาปรากฏการณ์ ภายหลังหรืออาจหาผลประโยชน์บางประการจาก ของการฉอ้ ราษฎรบ์ ังหลวงอาจแบง่ ไดด้ ังน้ี หน่วยงานของรัฐในระดับล่างเพื่อดึงงบประมาณ (1) การฉ้อราษฎร์บังหลวงของตัวการ- เข้ามาสู่กลุ่มผลประโยชน์ของตนเป็นลักษณะการ ตัวแทน (The agency model of corruption) แสวงหาค่าเช่าทางเศรษฐกิจ สมาชิกสภาผู้แทน ตัวแบบน้ีใช้กันอย่างกว้างขวางในทางรัฐศาสตร์ ราษฎรคนนั้นจะชั่งน้ำหนักระหว่างผลประโยชน์ และเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยอาชญากรรมซ่ึงเป็นการ ส่วนตนท่ีได้รับจากการทำฉ้อราษฎร์บังหลวงกับ

การได้รับเลือกตั้งเข้ามาอีกในสมัยเลือกตั้งใน ของเงินสินบนท่ีเรียกรับและปริมาณค่าเช่า ครั้งหน้า ปัจจัยท่ีมีผลต่อการตัดสินใจทำการ ทางเศรษฐกิจทจ่ี ะได้ ฉ้อราษฎร์บังหลวงมีหลายปัจจัย เช่น สมาชิกสภา (3) การฉ้อราษฎร์บังหลวงของตลาด ผู้แทนราษฎรคนนั้นอาจจะสร้างกลไกในการสะสม ภายใน (Corruption in internal markets) คา่ ใชจ้ า่ ยในการเลอื กตง้ั การปดิ บงั ขอ้ มลู บางประการ ตัวแบบน้ีจะศึกษาระบบความสัมพันธ์ของระดับ ซึ่งผู้ออกเสียงอาจจะไม่สามารถเข้าถึงได้ การไม่ ช้ันต่างๆ ของการบริหารภาครัฐในองคาพยพของ ปฏิบัติตามสัญญาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หนว่ ยงานตา่ งๆ ของรฐั การศกึ ษาแนวนพ้ี ฒั นาขนึ้ มา ต่อประชาชนซึ่งส่วนหนึ่งขึ้นกับระดับของการมี ภายใต้แนวคิดว่าภายใต้พลวัตรของตลาดภายใน ระบอบประชาธิปไตยและสถาบันการเมืองที่ เจ้าหน้าที่ซ่ึงทำการฉ้อราษฎร์บังหลวงจะ “ซื้อ” เข้มแข็ง การมีกลไกความสามารถของประชาชน ตำแหน่งที่ตนสามารถจะแสวงหาประโยชน์ได้ ในการขับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ทำการ ในกรณีท่ีตลาดภายในนี้เกิดข้ึนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ฉ้อราษฎร์บังหลวงท่ีเข้มแข็งออกจากตำแหน่ง ทุกคนจะรักษาสภาพขององค์กรให้คงสภาพท่ี ความม่ันคงทางการเมืองระยะหนึ่ง สถาบัน เปน็ อยู่ (Status quo) และทำให้เกดิ การฉอ้ ราษฎร์ ประชาธิปไตยในรูปแบบต่างๆ การมีระบบการ บังหลวงอย่างเป็นระบบภายในโครงสร้างองค์กร เลือกต้ังท่ีมีธรรมาภิบาลเพียงพอ เป็นต้น ในการ ของรัฐโดยอาจจะไม่มีความพยายามในการแก้ไข ศึกษาท่ีผ่านมารายงานว่าแนวคิดของตัวแบบน้ี หรอื เปล่ียนแปลง อาจจะเหมาะสมที่จะใช้วิเคราะห์ปรากฏการณ์ (4) ระดับ, การคงอยู่, และดุลยภาพของ 140 ของการเกิดการฉ้อราษฎร์บังหลวงเชิงการเมือง การฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง (Level, Persistence, and (Political corruption) equilibrium of corruption) การศึกษานีม้ งุ่ ทจ่ี ะ วารสาร ิวชาการ ป.ป.ช. (2) ตัวแบบการจัดสรรทรัพยากร (The อธิบายธรรมชาติและพลวัตรในการควบคุมระดับ resource allocation model) เปน็ การประยุกต์ ดลุ ยภาพของการฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวงทเี่ กดิ ขนึ้ ภายใน ีป ่ีท 3 ฉ ับบ ่ีท 1 มกราคม 2553 ใช้การวิเคราะห์ภายใต้กรอบคิดของทฤษฎีเกม สังคม ซ่ึงผลการศึกษาช้ีว่ามีดุลยภาพเกิดขึ้นได้ใน (Game theory) และตลาดแข่งขันก่ึงผูกขาด หลายดุลยภาพข้ึนกับจำนวนเจ้าหน้าที่รัฐซ่ึงเข้าไป (Oligopoly) ซ่ึงใช้วิเคราะห์การแสวงหาค่าเช่าทาง เกี่ยวข้องกับการฉ้อราษฎร์บังหลวงและยังสัมพันธ์ เศรษฐกิจของบริษัทห้างร้านที่เข้ามาติดต่อกับ กับลักษณะของระบบการเมอื งในขณะนัน้ หน่วยงานของรัฐ หรืออาจเป็นการท่ีเจ้าหน้าท่ีรัฐ (5) โครงสรา้ งของสถาบนั รฐั , การกระจาย ในหน่วยงานต่างๆ พยายามดึงดูดงบประมาณ อำนาจ และการฉ้อราษฎรบ์ ังหลวง (Structure of เข้ามาสู่หน่วยงานของตนซึ่งโดยท่ัวไปตัวแบบน้ี government institutions, decentralizations, เรามักจะวิเคราะห์ปัจจัยหลายชนิดที่เกี่ยวข้อง and corruption) ตัวแบบนี้มีการศึกษาอย่าง เช่น การวิเคราะห์ถึงจำนวนผู้เก่ียวข้องท้ังหมด กว้างขวางโดยมุ่งท่ีจะศึกษาโครงสร้างของสถาบัน ในกระบวนการฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง ความสมั พนั ธห์ รอื รัฐและการกระจายอำนาจการเมืองต่อผลของ การมีปฏิสัมพันธ์ของบุคคลต่างๆ ที่ร่วมมือกันทำ ระดับและการกระจายตัวของการฉ้อราษฎร์ การฉ้อราษฎรบ์ ังหลวง และการวิเคราะหถ์ ึงจำนวน บงั หลวง การศึกษาทำนองนีจ้ ะเป็นการศกึ ษาระดบั

การใช้อำนาจของรัฐบาลกลางในการควบคุม และตัวแทนจะเป็นผู้ผูกขาดในการขายสินค้าหรือ หนว่ ยงานรฐั ในระดบั ลา่ ง การศกึ ษาระดบั ของอำนาจ บริการของรัฐได้ตามกฎหมายซ่ึงมักเป็นสินค้าและ ผกู ขาดของรฐั ทม่ี ตี อ่ กระบวนการฉอ้ ราษฎรบ์ งั หลวง บริการที่ภาคเอกชนมีความต้องการ ตัวแบบน้ีจึง จำนวนภูมิภาคนอกจากรัฐบาลกลาง จำนวนกลุ่ม อธิบายว่ารัฐได้รวมอำนาจการฉ้อราษฎร์บังหลวง อำนาจต่างๆ ที่เข้ามาเก่ียวข้อง และระดับกิจกรรม ไว้ท่ีส่วนกลาง ขณะท่ีการฉ้อราษฎร์บังหลวงชนิด ทางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการ ตัวแบบนี้แสดง กระจายอำนาจจะมีลักษณะที่แต่ละหน่วยงาน ใหเ้ หน็ วา่ การศกึ ษาผลของความสมั พนั ธใ์ นระหวา่ ง แสดงตนเป็นผู้ผูกขาดสินค้าและบริการได้อย่าง องค์กรและผลของการกระจายอำนาจในระหว่าง อิสระและอาจจะไม่สนใจว่าราคาที่สูงข้ึนจากการ ระดับชั้นของการบริหารภาครัฐกับการฉ้อราษฎร์ ฉ้อราษฎร์บังหลวงจะมีผลต่อความต้องการสินค้า บังหลวงมีความใกล้เคียงกับกรอบการศึกษาของ รวมที่เพ่ิมข้ึนอย่างไรและยังกลายเป็นการส่งเสริม “การฉ้อราษฎร์บังหลวงในองค์การอุตสาหกรรม การเก็บสะสมสินบนด้วย ขณะที่ Walter et al. (Industrial organization of corruption)” เพราะ (2002) นิยามการฉ้อราษฎร์บังหลวงแบบกระจาย วารสารวิชาการ ป.ป.ช. กรอบความคิดนี้ศึกษาการฉ้อราษฎร์บังหลวงจาก อำนาจวา่ คือระบบซ่ึงเจ้าหนา้ ท่รี ัฐระดับสงู เรยี กรับ วิธีการบริหารระดับบนลงสู่ระดับล่างโดยเจ้าหน้าท่ี สินบนจำนวนหน่ึงจากเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างท่ีรับ ปที ่ี 3 ฉบบั ท่ี 1 มกราคม 2553 รัฐระดับสูงจะ “ซื้อ” เจ้าหน้าที่รัฐระดับล่าง ซึ่ง สินบนมาอีกทอดหนงึ่ ขณะทก่ี ารฉ้อราษฎร์บังหลวง เจ้าหน้าที่รัฐระดับบนอาจจะแบ่งผลประโยชน์ให้ แบบรวมศูนย์จะแตกต่างกันโดยเจ้าหน้าท่ีรัฐระดับ เจ้าหน้าท่ีรัฐระดับล่างบางส่วน ในขณะท่ีการ สูงจะเป็นคนกำหนดเงินสินบนซึ่งต่อมาจะเรียกรับ ฉ้อราษฎร์บังหลวงจากระดับล่างข้ึนระดับบน จากเจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างและอาจจะกระจายไป 141 จะเป็นการที่เจ้าหน้าที่รัฐระดับล่างแบ่งสินบนที่ ให้คนอื่นๆ หลงั จากที่เก็บสว่ นของตนไว้ การศกึ ษา เรียกรับมาได้ให้กับเจ้าหน้าที่รัฐระดับบนเพ่ือ พบว่าการฉ้อราษฎร์บังหลวงแบบกระจายอำนาจ หลีกเลี่ยงการถูกตรวจจับหรือการถูกลงโทษ จะทำให้การฉ้อราษฎร์บังหลวงโดยรวมในระบบ อย่างไรก็ตาม โดยท่ัวไปถ้ารัฐมีการบริหารแบบ เศรษฐกิจลดลงแต่ทำให้จำนวนเงินสินบนท่ีเรียกรับ รวมศูนย์มากก็อาจจะทำให้เกิดการกระจาย จากผู้ประกอบการเพิ่มข้ึนแทนท่ีงบประมาณ อำนาจของการเกิดฉ้อราษฎร์บังหลวงในเชิง น้ี ควรจะหมุนเวียนอยู่ในระบบเศรษฐกิจ การ โครงสร้างได้ ซ่ึงการวิเคราะห์จะใช้ตัวแบบ เปรียบเทียบกับการฉ้อราษฎร์บังหลวงแบบ ตัวการ-ตัวแทนวิเคราะห์ความสัมพันธ์ในการ รวมศูนย์ที่ดุลยภาพน้ันผลท่ีได้อาจแตกต่างกัน ฉ้อราษฎร์บังหลวงซึ่งเกิดข้ึนในหลายระดับช้ัน ขึ้นกับวิธีการจัดการปัญหา เช่น ถ้าเงินเดือนหรือ ของการบริหารภาครัฐซ่ึงบทความนี้จะได้กล่าวถึง ค่าจ้างของเจ้าหน้าท่ีรัฐสูงเพียงพอท่ีจะดำรง ในรายละเอยี ดในส่วนต่อไป ชีวิตอยู่ได้อย่างเพียงพอและมีการตรวจสอบการ ตวั อยา่ งการศกึ ษาเชงิ ประจกั ษโ์ ดยใชท้ ฤษฎี ฉ้อราษฎร์บังหลวงแบบรวมศูนย์อย่างได้ผล องค์การอุตสาหกรรมเป็นกรอบการศึกษา เช่น ก็อาจจะทำให้ระดับการฉ้อราษฎร์บังหลวงลดลง Shleifer and Vishny (1993) รายงานวา่ การกระจาย และส่งผลให้เศรษฐกิจตามระบบมีการขยายตัว อำนาจจะส่งเสริมการฉ้อราษฎร์บังหลวง โดยรัฐ มากขึน้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook