Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2

วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2

Published by sakdinan.lata, 2021-09-14 03:55:18

Description: วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2

Search

Read the Text Version

92 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีท่ี 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) • สถานภาพการท�ำงาน ประชาชนท่ีมีสถานภาพการท�ำงานต่างกัน มีระดับความคิดเห็น เก่ียวกับผลกระทบและความเสียหายท่ีเกิดจากการทุจริตต่อประชาชนแตกต่างกัน อย่างมีนัยส�ำคัญ ทางสถิติท่ีระดับ 0.05 โดยกลุ่มประชาชนท่ีท�ำงานเป็นผู้ประกอบธุรกิจมีระดับความคิดเห็นผลกระทบ และความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อประชาชนสูงกว่าประชาชนท่ีท�ำงานกลุ่มอ่ืน ๆ อย่างมี นยั สำ� คญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั 0.05 เนอื่ งจากการประกอบธรุ กจิ เปน็ การดำ� เนนิ การตามกลไกตลาดทอี่ าศยั ระบบเศรษฐกิจแบบเสรี แต่หากมีการแทรกแซงจากภาครฐั มกี ารทุจริตจากการดำ� เนนิ งาน จะทำ� ให้ ระบบเศรษฐกิจเกิดการผูกขาด บิดเบือนจากท่ีควรจะเป็น ซึ่งท�ำให้กลุ่มประชาชนที่ประกอบธุรกิจ สว่ นตวั ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น มตี ้นทนุ ในการประกอบธรุ กิจเพิ่มขนึ้ และตอ้ งจา่ ยภาษที เี่ พิม่ ขึ้น จงึ ท�ำให้มกี ารรบั รผู้ ลกระทบและความเสยี หายที่เกดิ จากการทุจรติ มากกวา่ กล่มุ อ่ืน ๆ • ระดับรายได้ต่อเดือน ประชาชนท่ีมีระดับรายได้ต่างกัน มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับ ผลกระทบและความเสียหายทเ่ี กดิ จากการทุจริตต่อประชาชนแตกต่างกนั อย่างมีนัยส�ำคญั ทางสถิติที่ ระดับ 0.05 โดยกลุ่มประชาชนทมี่ รี ายได้ต่อเดอื นนอ้ ยกว่าหรือเท่ากบั 10,000 บาท มรี ะดบั ความคดิ เหน็ เกี่ยวกับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อประชาชนน้อยกว่าประชาชนท่ีมีรายได้ ต่อเดือนอยู่ระหว่าง 20,001 - 30,000 บาท และกลุ่มที่มีรายได้ต่อเดือนต้ังแต่ 40,001 บาทข้ึนไป อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แม้ว่ากลุ่มประชาชนท่ีมีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท จะมีการรับรู้การทุจริตอยู่ในระดับมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดข้ึนจาก การทุจริต เชน่ ท�ำให้เกิดความสูญเสยี ทรพั ยากรธรรมชาติ (การบุกรุกป่า นำ�้ เสีย เกดิ มลพษิ ทางอากาศ และ ทำ� ให้เกดิ ภัยธรรมชาติตา่ ง ๆ) การไดร้ ับการบริการจากเจา้ พนกั งานของรัฐทไ่ี มเ่ ทา่ เทียมกนั เกดิ ความ เหลื่อมล้�ำในการเข้าถงึ บริการสาธารณะ เปน็ ตน้ สว่ นกลุม่ ประชาชนท่ีมีระดับรายไดท้ ่สี ูง ซ่ึงมีการรบั รู้ การทจุ รติ น้อยกวา่ กล่มุ ประชาชนทีม่ รี ายได้ตอ่ เดือนนอ้ ยกว่าหรอื เท่ากบั 10,000 บาท แตก่ ลับมคี วามเขา้ ใจ ถึงผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนจากการทุจริต แสดงให้เห็นว่าประชาชนที่มีรายได้ต�่ำยังไม่มีความตระหนัก ต่อผลกระทบทีเ่ กดิ จากการทุจรติ เน่อื งจากกลุ่มดังกล่าว อาจจะยังไม่ทราบว่าการทจุ ริตส่งผลกระทบ โดยตรงตอ่ ตนเอง เชน่ การเสยี ภาษใี นรปู แบบของการซอื้ สนิ คา้ อปุ โภคบรโิ ภค/บรกิ ารสาธารณะ เปน็ ตน้

การส�ำ รวจความคิดเห็นของประชาชนเกีย่ วกับสิทธิการรับรู้ข่าวสาร การรับรกู้ ารทุจรติ 93 ผลกระทบและความเสยี หายท่ีเกิดจากการทุจริตต่อประชาชน ตารางที่ 5: เปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียของผลกระทบและความเสียหายท่ีเกิดจากการทุจริตต่อ ประชาชนจำ� แนกตามภูมหิ ลงั ของประชาชน ข้อมูลส่วนบุคคล จ�ำ(นnว)น คา่ คะแ()น1น/ เฉลยี่ มาสต่วรนฐเบานย่ี ง(เSบ.Dน.) t/F p-value เพศ 393 3.847 0.481 0.630 ชาย 648 3.816 1.587 หญิง 1.752 155 3.852 กล่มุ อายุ 175 3.812 1.401 0.221 15 - 19 ปี 190 3.940 1.021 20 - 29 ปี 239 3.775 1.006 30 - 39 ปี 198 3.861 0.944 40 - 49 ปี 84 3.634 0.952 50 - 59 ปี 0.848 ตง้ั แต่ 60 ปขี ึ้นไป 424 3.654 1.128 ระดับการศกึ ษาสงู สดุ 84 3.980 8.460 0.000* หมัธรยอื มตศ�ำ่ กกึ วษา่ าตอนปลาย/ปวช. 389 3.909 1.051 อนุปรญิ ญา/ปวส. 144 4.032 ปรญิ ญาตรี 0.801 ปริญญาโทและปรญิ ญาเอก 315 3.833 0.897 112 3.784 0.907 สถานภาพการทำ� งาน 112 4.074 เจ้าพนักงานของรัฐ2/ 230 3.680 3.483 0.008* พนักงาน/ลกู จา้ งเอกชน 225 3.878 0.951 ประกอบธรุ กิจส่วนตัว 0.899 เกษตรกรรม/รับจ้างท่วั ไป 524 3.737 0.885 นักเรียน/นสิ ติ /นักศึกษา 202 3.878 0.937 157 3.927 1.017 ระดบั รายไดต้ อ่ เดอื น 75 3.958 น้อยกวา่ หรือเทา่ กบั 10,000 บาท 82 3.981 2.556 0.037* 10,001 - 20,000 บาท 0.981 20,001 - 30,000 บาท 612 3.822 0.913 30,001 - 40,000 บาท 429 3.836 0.885 40,001 บาทขน้ึ ไป 0.968 1.118 การมปี ฏิสัมพันธก์ บั สำ�นักงาน ป.ป.ช. -0.238 0.812 ไม่เคยมาติดตอ่ กบั สำ�นกั งาน ป.ป.ช. 1.006 เคยติดต่อ/เขา้ รว่ มโครงการกับสำ�นักงาน ป.ป.ช. 0.911 หมายเหต:ุ * มนี ยั ส�ำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั 0.05 1/คะแนนการรบั รผู้ ลกระทบและความเสยี หายทเี่ กดิ จากการทจุ รติ ตอ่ ประชาชนเตม็ 5 คะแนน 2/ รวม ข้าราชการบ�ำนาญ/พนกั งานรัฐวิสาหกิจเกษียณอายุ

94 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) ตารางที่ 6: เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อ ประชาชนเป็นรายคู่ จำ� แนกตามระดบั การศึกษาสงู สดุ ระดับการศกึ ษาสูงสดุ ค่า(เฉ)ลี่ย มัธยมศกึ ษา อนปุ ปรวญิ สญ. า/ ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโท ตปอวนชป. ลหารยือ/ และ 0.004* 0.000* ต�ำ่ กวา่ 1.000 0.538 ปรญิ ญาเอก มัธยมศึกษาตอนปลาย/ปวช. หรือตำ่� กว่า 3.654 1.000 1.000 0.000* 0.692 อนปุ รญิ ญา/ปวส. 3.980 0.188 1.000 ปรญิ ญาตรี 3.909 ปรญิ ญาโทและปรญิ ญาเอก 4.032 หมายเหต:ุ * มนี ยั สำ� คญั ทางสถิติที่ระดบั 0.05 ตารางที่ 7: เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อ ประชาชนเปน็ รายคู่ จำ� แนกตามสถานภาพการท�ำงาน สถานภาพการทำ�งาน คา่ เฉล่ยี เจ้าพนักงาน พนักงาน/ ประกอบ เกษตรกรรม/ นกั เรยี น/ () ของรัฐ1/ ลูกจา้ ง ธุรกจิ รับจา้ งทว่ั ไป นสิ ิต/ เอกชน สว่ นตวั นกั ศึกษา เจ้าพนักงานของรัฐ1/ 3.833 1.000 0.645 0.021* 0.065 0.584 พนักงาน/ลกู จ้างเอกชน 3.784 1.000 0.023* 0.341 0.394 ประกอบธรุ กจิ ส่วนตวั 4.074 1.000 0.000* 0.075 เกษตรกรรม/รบั จ้างทัว่ ไป 3.680 1.000 0.027* นักเรยี น/นิสติ /นักศกึ ษา 3.878 1.000 หมายเหตุ: * มีนัยส�ำคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ 0.05 1/ รวม ขา้ ราชการบ�ำนาญ/พนักงานรัฐวิสาหกจิ เกษยี ณอายุ

การส�ำ รวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิทธกิ ารรบั ร้ขู ่าวสาร การรับรู้การทจุ ริต 95 ผลกระทบและความเสยี หายทเี่ กิดจากการทุจรติ ตอ่ ประชาชน ตารางที่ 8: เปรียบเทียบคะแนนเฉล่ียของผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อ ประชาชนเป็นรายคู่ จำ� แนกตามรายได้ต่อเดือน รายได้ต่อเดอื น คา่ เฉลยี่ นอ้ ยกวา่ 10,001- 20,001- 30,001- 40,001 () หรือเท่ากบั 20,000 30,000 40,000 บาท บาทข้นึ ไป 10,000 บาท บาท 0.080 บาท 1.000 นอ้ ยกว่าหรือเทา่ กับ 10,000 บาท 3.737 1.000 0.031* 0.064 0.034* 10,001 - 20,000 บาท 3.878 0.629 0.538 0.414 20,001 - 30,000 บาท 3.927 1.000 0.820 0.683 30,001 - 40,000 บาท 3.958 0.883 40,001 บาทขนึ้ ไป 3.981 1.000 1.000 หมายเหต:ุ * มีนยั สำ� คญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั 0.05 6. อภปิ รายผลการศึกษา จากผลการส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร การรับรู้ การทุจริต ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อประชาชน สามารถน�ำมาอภิปรายผล ตามวัตถปุ ระสงคข์ องการวจิ ัย ดังนี้ 6.1 การรับรู้สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. จากผลการศกึ ษาทพ่ี บวา่ ประชาชนสว่ นใหญ่ (รอ้ ยละ 52.64) มกี ารรบั รหู้ รอื รบั ทราบวา่ ตนเอง มีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในขณะอีกร้อยละ 47.36 ยังไม่ทราบว่าตัวเอง มสี ทิ ธใิ นการรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. โดยประมาณ 2 ใน 3 ของประชาชนทเี่ คยตดิ ตอ่ / เขา้ รว่ มโครงการกบั ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. มีการรบั ร้หู รอื รับทราบวา่ ตนเองมสี ิทธใิ นการรับรขู้ ้อมูลข่าวสาร ของส�ำนักงาน ป.ป.ช. (ร้อยละ 69.23) ในขณะท่ีกลุ่มประชาชนท่ีไม่เคยติดต่อ/เข้าร่วมโครงการกับ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. มกี ารรบั รหู้ รอื รบั ทราบวา่ ตนเองมสี ทิ ธใิ นการรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. เพียงร้อยละ 41.01 และประชาชนมีความเข้าใจถึงการมีสิทธิในการร้องเรียนเจ้าพนักงานของรัฐท่ีใช้ อ�ำนาจในทางมิชอบหรือกระท�ำความผิดต่อหน้าที่ และมีสิทธิในการคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐ แต่อยา่ งไรกต็ าม ประชาชนยังไม่เขา้ ใจและยงั ไม่ทราบถงึ สทิ ธกิ ารรบั รูข้ ้อมลู ข่าวสาร และช่องทางการเขา้ ถึง ข้อมูลข่าวสาร และประมาณ 1 ใน 3 ประชาชนมีเข้าใจถึงการมีสิทธิในการคัดค้านการเปิดเผยข้อมูล ซึง่ สอดคล้องกบั รายงานการศึกษาวิชาการของส�ำนกั งานคณะกรรมการขอ้ มูลข่าวสารของราชการ (สขร.) ท่ีพบว่า ประชาชนยังไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้โดยสะดวกรวดเร็วตามระบบเทคโนโลยี สารสนเทศทเ่ี ปล่ยี นแปลงไป ขอ้ มลู ข่าวสารทใ่ี ห้เปดิ เผยไดเ้ ป็นการทั่วไปยังไมต่ อบสนองความตอ้ งการ ของประชาชนเท่าท่ีควร และยังข้ึนอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานของรัฐเป็นหลัก

96 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ไม่รองรับกับบทบัญญัติรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยท่ีต้องการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ได้โดยสะดวก ทั้งนี้ จากการศึกษายังพบว่า ระดับการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. เฉลี่ยอยู่ที่ 3.20 คะแนน จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน อยใู่ นระดับ “ปานกลาง” โดยกลุ่มประชาชนทีเ่ คยติดต่อ/ เข้าร่วมโครงการกบั ส�ำนักงาน ป.ป.ช. มีระดับการรบั รู้ขอ้ มูลขา่ วสารไดค้ ะแนนเฉลย่ี อย่ทู ่ี 3.41 คะแนน อยูใ่ นระดับ “มาก” และประชาชนที่ไมเ่ คยตดิ ตอ่ /เข้ารว่ มโครงการกับส�ำนกั งาน ป.ป.ช. มรี ะดบั การรบั รู้ ข้อมลู ขา่ วสารเฉล่ียอยู่ท่ี 2.95 คะแนน อย่ใู นระดับ “ปานกลาง” ซ่ึงสอดคลอ้ งกบั การส�ำรวจความพึงพอใจ และความเช่ือม่ันของประชาชนต่อการด�ำเนินงานของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ท่ีพบว่า ประชาชนที่เคยติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. สูงกว่าประชาชนทั่วไปที่ไม่เคยมีติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. โดยกลุ่มนี้จ�ำนวนมากกว่าคร่ึงหนึ่งมีการรับรู้ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. จากโทรทัศน์เป็นหลัก รองลงมาเป็นเว็บไซต์ของราชการ วทิ ยุ คำ� บอกเล่า ตามลำ� ดบั สำ� หรบั การเขา้ ถงึ ขอ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ซง่ึ จากผลการศกึ ษาในครง้ั นพี้ บวา่ กลมุ่ ประชาชนท่ีเคยติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. มีสัดส่วนการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. สงู กวา่ ประชาชนทไ่ี มเ่ คยตดิ ตอ่ กบั สำ� นกั งาน ป.ป.ช. โดยชอ่ งทางในการรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ในภาพรวม ประชาชนประมาณครงึ่ หนงึ่ มกี ารรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ผา่ นการ เขา้ ร่วมกจิ กรรม/โครงการมากทส่ี ดุ รองลงมาเป็นสอ่ื โทรทศั น์/วิทยุ สงั คมออนไลน์ (Social media) เชน่ Facebook Twitter Line และอน่ื ๆ ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั การส�ำรวจความพงึ พอใจและความเชื่อมั่น ของประชาชนตอ่ การด�ำเนนิ งานของส�ำนกั งาน ป.ป.ช. ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ท่ีพบว่า ประชาชน ทว่ั ไปมากกวา่ ครงึ่ หน่ึงมกี ารรบั รู้ขอ้ มูลข่าวสารเกยี่ วกบั สำ� นักงาน ป.ป.ช. จากโทรทัศน์เปน็ หลัก รองลงมา เปน็ เว็บไซต์ของราชการ วทิ ยุ ค�ำบอกเล่า ตามลำ� ดับ 6.2 การรบั ร้กู ารทจุ รติ ของประชาชน จากผลการศึกษาที่พบว่า ประชาชนมีระดับรับรู้การทุจริตหรือเหตุการณ์หรือพฤติกรรมของ เจา้ พนักงานของรฐั เฉลยี่ อยู่ท่ี 3.71 คะแนน จากคะแนนเตม็ 4 คะแนน อยใู่ นระดับ “เป็นประจ�ำ” และจากประสบการณ์ตรงของประชาชนในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา เก่ียวกับการกระท�ำการทุจริตของ เจ้าพนักงานของรัฐ พบว่า ประมาณ 1 ใน 3 ของประชาชนที่ตอบแบบสอบถามทั้งหมดเคยได้ยิน การกระทำ� การทจุ รติ ของเจา้ พนกั งานของรฐั หรอื เกดิ กบั คนใกลช้ ดิ และเคยประสบปญั หาหรอื เหตกุ ารณ์ การทุจริตของเจ้าพนักงานของรัฐจากประสบการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเอง โดยประชาชนเคยรับเงินจาก หวั คะแนน หรอื จากผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ ส.ส./นายก อบต./กำ� นนั /ผใู้ หญบ่ า้ น รองลงมาเปน็ การถกู ตำ� รวจ เรียกรับสินบน และจ่ายสินบนให้กับต�ำรวจ เม่ือท�ำผิดกฎจราจร เคยเสนอจ่ายเงินพิเศษให้รางวัลแก่ พนักงานของรัฐ เพ่ือให้ได้รับการบริการที่รวดเร็วมากข้ึน แม้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐจะไม่เรียกร้องขอ กต็ าม ถูกเรียกรับเงนิ /สง่ิ ตอบแทนในการรับบรกิ ารเกี่ยวกบั การโอน ซือ้ ขายที่ดนิ และอ่นื ๆ และถกู

การสำ�รวจความคดิ เหน็ ของประชาชนเกย่ี วกบั สทิ ธิการรับรขู้ ่าวสาร การรับรู้การทุจรติ 97 ผลกระทบและความเสยี หายท่ีเกดิ จากการทุจรติ ตอ่ ประชาชน ผบู้ รหิ ารโรงเรยี นเรยี กรบั เงนิ เพอื่ เขา้ เรยี นในสถานศกึ ษา (แปะ๊ เจย๊ี ะ) ตามลำ� ดบั ซงึ่ สอดคลอ้ งกบั ผลการตดิ ตาม และประเมินผลการปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 ท่ีพบว่า ประชาชนมกี ารรับรพู้ ฤติกรรมดา้ นลบของข้าราชการท้งั ในรปู แบบท่ีประสบด้วย ตนเอง รับรจู้ ากบุคคลอนื่ บอกเลา่ มา และจากส่อื ส่ิงพิมพ์ อนิ เทอร์เนต็ ส่อื มวลชน โดยประมาณ 1 ใน 3 ของประชาชนก็ยังมีการรับรู้พฤติกรรมด้านลบของข้าราชการ เช่น ความไม่เป็นกลางทางการเมือง การใชท้ รพั ยส์ นิ ทางราชการเพอ่ื ประโยชนส์ ว่ นตน การรบั สนิ บน เงนิ ใตโ้ ตะ๊ การใชอ้ ทิ ธพิ ลในการอนมุ ตั ิ อนญุ าต การจดั ซอ้ื จดั จา้ ง การวง่ิ เตน้ หาเสน้ สายหาเพอ่ื โยกยา้ ย/เลอื่ นตำ� แหนง่ และการละเมดิ ศลี ธรรม ชสู้ าว เลน่ การพนนั ยาเสพตดิ นอกจากน้ี ยงั สอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ สงั ศติ พริ ยิ ะรงั สรรค์ (2549) โดยได้ท�ำการสรุปรูปแบบการทุจริตในสังคมท่ีมีความหลากหลาย เช่น การมีผลประโยชน์ทับซ้อน สถานการณท์ เ่ี จา้ พนกั งานของรฐั มผี ลไดร้ บั ผลเสยี สว่ นตวั และผลดงั กลา่ วมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การตดั สนิ ใจ หรอื การกระท�ำหน้าท่ีโดยขาดความเท่ียงธรรม การให้และการรับสินบน การขู่เข็ญ บังคับ และการให้ ส่ิงล่อใจ การยอมรบั ของขวัญทไ่ี ม่ถกู ตอ้ ง เชน่ เช็คของขวญั มูลคา่ สูง และสินบนมูลค่าสงู ใช้อ�ำนาจของ ต�ำรวจ ทหาร และขา้ ราชการในทางท่ผี ิด ทุจริตการเลอื กตัง้ ทัง้ การซ้อื เสยี ง และการทุจรติ ดว้ ยวธิ ตี ่าง ๆ นอกจากนี้ ยังสอดคล้องกับศาสตราจารย์จอห์นสัน (O.E.G. Johnson, 1975) ท่ีได้ระบุว่ารัฐบาล ทม่ี กี ารทจุ รติ จะนำ� ผลเสยี มาสสู่ งั คมมากกวา่ ผลประโยชนท์ น่ี กั การเมอื งและพรรคพวกพงึ จะไดร้ บั โดย ผทู้ ไ่ี ดผ้ ลประโยชนจ์ ากการทจุ รติ จะมรี ปู แบบการใชจ้ า่ ยเพอื่ การบรโิ ภคทฟ่ี มุ่ เฟอื ยสงู และมกั ลงทนุ เพอื่ การเมืองในคร้ังถัดไป ซ่ึงน�ำมาสู่ผลกระทบด้านเศรษฐกิจ กล่าวคือ ทรัพยากรถูกโยกย้ายสู่กิจกรรม การเมือง เม่ือพรรคหนึ่งพรรคใดท�ำได้ จะยิ่งดึงดูดให้มีการแข่งขันกัน น�ำไปสู่การสูญเสียทรัพยากรท่ี ไม่คมุ้ คา่ เกิดความสูญเปลา่ ของการใชท้ รพั ยากร ข้าราชการถกู ดงึ เขา้ เปน็ พันธมติ รกับนักการเมือง นำ� ไปสู่ การซือ้ ต�ำแหน่ง การเลน่ พรรคเลน่ พวก กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ เบ่ียงเบนไปจากท่คี วรเปน็ ซง่ึ กลา่ วไดว้ ่า เป็นกับดักในการพัฒนาประเทศ ซึ่งจากท่ีกล่าวมานี้จะเห็นได้ว่าเจ้าพนักงานของรัฐยังมีการทุจริตใน รปู แบบตา่ ง ๆ โดยการอาศยั ชอ่ งโหวข่ องกฎหมาย ซง่ึ เปน็ ปญั หาทต่ี วั ขา้ ราชการเองทไี่ มป่ ระพฤตปิ ฏบิ ตั ิ ตามจรรยาข้าราชการที่ควรจะเป็น ในขณะเดียวกัน ประชาชนบางส่วนของมีการจ่ายเงินพิเศษให้กับ เจ้าพนักงานของรฐั เพอ่ื ตอ้ งการความรวดเร็ว ซง่ึ ถอื ได้วา่ เปน็ เรื่องท่นี ่ากงั วลอย่างยง่ิ ในสังคมไทย และ เม่อื สังคมไม่ปฏบิ ตั ิตามกฎหมาย/ระเบยี บ และมีวฒั นธรรมท่ผี ดิ เพี้ยนไปจากท่ีควรจะเป็น ก็จะกลายเป็น วฒั นธรรมการให้สนิ บน ซง่ึ จะแก้ปัญหาได้ยากขึน้ 6.3 ความคดิ เห็นเกีย่ วกับผลกระทบและความเสียหายทเี่ กิดจากการทุจรติ จากผลการศึกษาในภาพรวมประชาชนมีความคิดเห็นเก่ียวกับผลกระทบและความเสียหาย ทเ่ี กดิ จากการทจุ รติ เฉลย่ี อยทู่ ่ี 3.83 คะแนน อยใู่ นระดบั “มาก” เมอื่ เปรยี บเทยี บระหวา่ งกลมุ่ ประชาชน ที่ไม่เคยและเคยติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. จะเห็นได้ว่ามีความคิดเห็นใกล้เคียงกับ คือ ได้คะแนน อยู่ระหวา่ ง 3.82 - 3.84 คะแนน ซึง่ สอดคล้องกบั จากการสำ� รวจความคิดเหน็ ของประชาชนเกีย่ วกับสิทธิ และเสรีภาพของประชาชนชาวไทย ปี 2554 ทพ่ี บวา่ ประชาชนมรี ะดบั ความคิดเห็นเกยี่ วกับสิทธิและ

98 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) เสรีภาพอยู่ในระดับมาก และจากผลการศึกษาในคร้ังนี้ประชาชนเห็นว่าการกระท�ำการทุจริตท�ำให้ รฐั บาลไมม่ เี งนิ เพยี งพอในการพฒั นาประเทศ การสรา้ งถนน/โรงเรยี น/โรงพยาบาล ทำ� ใหไ้ มไ่ ดม้ าตรฐาน ชำ� รดุ งา่ ยมากทส่ี ดุ รองลงมา ทำ� ใหป้ ระชาชนตอ้ งซอื้ สนิ ค้าอปุ โภคบรโิ ภค/บรกิ ารในราคาทสี่ งู ขึน้ และ ไดส้ นิ คา้ ทมี่ คี ณุ ภาพลดลง และทำ� ใหต้ อ้ งจา่ ยคา่ บรกิ ารสาธารณะ เชน่ คา่ นำ�้ คา่ ไฟฟา้ คา่ รถประจำ� ทาง เป็นตน้ ในอตั ราท่ีสูงขน้ึ ส่วนขอ้ ท่ไี ด้คะแนนน้อยท่ีสุด คือ ทำ� ให้เกดิ ความสูญเสียทรพั ยากรธรรมชาติ เชน่ เกิดการบกุ รุกปา่ นำ้� เสีย เกิดมลพษิ ทางอากาศ ท�ำให้เกดิ ภยั ธรรมชาตติ า่ ง ๆ ซงึ่ สอดคลอ้ งกับ การศกึ ษาของสมาคมสง่ เสริมสถาบนั กรรมการบริษัทไทย (Thai Institute of Directors: IOD) โดยผนู้ �ำ ทางธรุ กจิ สว่ นใหญเ่ หน็ วา่ การทจุ รติ สง่ ผลตอ่ ประเทศไทยในเรอื่ งการลดทอนประสทิ ธภิ าพในการแขง่ ขนั ในภูมิภาคมากทีส่ ุด รองลงมาเป็นเรอ่ื งความตกต่�ำทางจริยธรรมของสงั คม ชอ่ื เสียงท่ีไมด่ ีของประเทศ เศรษฐกิจเติบโตช้า ระบบธรรมาภิบาลอ่อนแอ เกิดช่องว่าง/ความไม่เท่าเทียมกันด้านรายได้ระหว่าง คนจนกับคนรวยมากขึน้ เกิดความเหลอ่ื มล้ำ� ด้านต่าง ๆ ในสังคม (เชน่ โอกาสทางการศกึ ษา โอกาส ในการเข้าถึงการแพทย์ โอกาสในการเข้าถึงสื่อต่าง ๆ เปน็ ต้น) และภาคประชาสังคมมคี วามอ่อนแอ และ ผลกระทบของการทจุ รติ ทมี่ ตี อ่ ธรุ กจิ ภาคเอกชน คอื ทำ� ใหภ้ าคเอกชนตอ้ งเพมิ่ ตน้ ทนุ ในการดำ� เนนิ ธรุ กจิ ท�ำลายคุณค่าท่ีดีทางสังคม น�ำไปสู่ความยากล�ำบากในการบริหารงานในการผูกขาดทางธุรกิจ ท�ำให้ ตอ้ งขายสนิ คา้ /บรกิ ารในราคาทสี่ งู ขนึ้ สนิ คา้ มคี ณุ ภาพลดตำ่� ลง และผลเสยี ทเ่ี กดิ จากการทจุ รติ ที่ ผาสกุ พงษ์ไพจิตร (2541) ได้ให้ความส�ำคัญและชี้เห็นให้ชัดเจน คือ งบการลงทุนภาครัฐรั่วไหลสู่กระเป๋า คนบางกลมุ่ การทำ� งานของเจา้ พนกั งานของรฐั ตำ่� กวา่ มาตรฐาน ภาษอี ากรถกู เกบ็ ไดไ้ มเ่ ตม็ เมด็ เตม็ หนว่ ย ประชาชนได้รับบริการต่�ำกว่ามาตรฐาน ประชาชนถูกเอาเปรียบจากการตั้งราคาสินค้าบางประเภท แบบผูกขาด การก่อสร้างด้านสาธารณูปโภคมีมาตรฐานต่�ำ และเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งจากท่กี ล่าวมานชี้ ี้ใหเ้ หน็ วา่ ประชาชนมกี ารรบั ร้ถู งึ ผลกระทบท่ีตามมาของปญั หาการทจุ ริต 6.4 การมสี ่วนร่วมในการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ จากผลการศึกษาการส�ำรวจการด�ำเนินการของประชาชนเมื่อพบเห็นเจ้าพนักงานของรัฐท่ีมี พฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสมหรอื สอ่ ไปในทางทจุ รติ พบวา่ ในภาพรวมประชาชนทพี่ บเหน็ พฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสม หรือส่อไปในทางทุจริต จะมีสัดส่วนการแจ้งหน่วยงานราชการ และวางเฉยใกล้เคียงกัน คือ ร้อยละ 30.24 ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั จากการตดิ ตามและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั ติ ามมาตรฐานทางจรยิ ธรรมขา้ ราชการ พลเรือน ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559 โดยได้มีการส�ำรวจความคิดเห็นของประชาชนเก่ียวกับ การพฤติกรรมการแสดงออกหลังจากได้พบเห็นหรือได้ยินพฤติกรรมท่ีไม่เหมาะสมของเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งพบว่า ประชาชนจะมีการบอกต่อหรือเล่าให้ผู้อื่นฟังมากเป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็นการแจ้ง เจา้ หนา้ ทข่ี องสว่ นราชการ วางเฉยตอ่ พฤตกิ รรมทพี่ บเหน็ และสอดคลอ้ งกบั ผลการศกึ ษาของ เสาวณยี ์ ทิพอุต และคณะ (2561: 162 - 163) ประมาณ 2 ใน 3 ของประชาชนทีพ่ บเหน็ พฤติกรรมไม่เหมาะสม หรอื สอ่ ไปในทางทจุ รติ จะเลา่ เหตกุ ารณใ์ หเ้ พอ่ื นหรอื ญาตฟิ งั และประมาณ 1 ใน 3 มกี ารแจง้ หนว่ ยงาน ราชการ และวางเฉย โดยประชาชนให้เหตุผลของการไม่แจ้งเบาะแสต่อหน่วยงานว่าหากมีการแจ้ง

การสำ�รวจความคิดเหน็ ของประชาชนเก่ยี วกบั สิทธิการรับรขู้ า่ วสาร การรบั ร้กู ารทุจรติ 99 ผลกระทบและความเสียหายทเ่ี กิดจากการทุจรติ ตอ่ ประชาชน เบาะแสหรือแจ้งความจะเป็นภัยกับตนเอง เน่ืองจากบางพ้ืนท่ีมีกลุ่มผู้มีอิทธิพล ซึ่งจะไม่เป็นผลดีกับ ตนเอง และเปน็ การเสยี เวลาในการแจ้งหรอื ร้องเรยี นหน่วยงาน ในขณะเดียวกบั ประชาชนบางส่วนกม็ ี การสมยอมในการจา่ ยสินบนเพอื่ แลกกับความสะดวกสบาย 6.5 ผลการเปรียบเทียบระดับการรบั รู้ขอ้ มูลข่าวสาร ระดบั การรับรูก้ ารทุจริต ผลกระทบ และความเสยี หายทเ่ี กดิ จากการทุจริตตอ่ ประชาชน กับขอ้ มูลภมู ิหลงั ของประชาชน จากผลการเปรยี บเทยี บคะแนนเฉลย่ี ระหวา่ งความคดิ เหน็ ของประชาชนเกย่ี วกบั ความรเู้ กย่ี วกบั สิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร การรับรู้การทุจริต ผลกระทบและ ความเสยี หายทเ่ี กดิ จากการทจุ รติ ตอ่ ประชาชน ระหวา่ งขอ้ มลู ภมู หิ ลงั ของประชาชน พบวา่ ขอ้ มลู ภมู หิ ลงั ของประชาชนที่มรี ะดบั การรับรูข้ ้อมลู ข่าวสาร และความคิดเหน็ เก่ยี วกบั ผลกระทบและความเสยี หาย ที่เกิดจากการทุจริตแตกต่างกัน อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 ได้แก่ การมีปฏิสัมพันธ์กับ ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ระดับการศึกษา สถานภาพการทำ� งาน และระดับรายได้ต่อเดอื น ซึง่ สอดคล้องกบั การศึกษาของ สมฤทัย โทนสงู เนนิ (2554) พบวา่ อาชพี และระดบั การศกึ ษาของประชาชนมีความ สมั พนั ธก์ บั ระดบั ความคดิ เหน็ เกยี่ วกบั สทิ ธแิ ละเสรภี าพของชนชาวไทย ในขณะทเี่ พศไมม่ คี วามสมั พนั ธ์ กับระดบั ความคิดเห็นเก่ียวกบั สทิ ธิและเสรีภาพของชนชาวไทย (สมฤทยั โทนสงู เนนิ : 2554 และกิตตยิ า จารวิจิตร: 2550) โดยประชาชนที่เคยติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. มีระดับการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สูงกวา่ ประชาชนท่ไี มเ่ คยมาตดิ ตอ่ กบั สำ� นักงาน ป.ป.ช. ทงั้ น้ี เนอ่ื งจากผู้เขา้ ร่วมโครงการกับส�ำนกั งาน ป.ป.ช. ได้รับข้อมูลข่าวสารจากการอบรม และรับทราบช่องทางการเข้าถึงข่าวสารได้มากกว่ากลุ่มที่ ไม่เคยมาติดกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. ในขณะท่ีประชาชนท่ีมีการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่าจะมีระดับ การรับรู้ข้อมูลข่าวสารสูงกว่ากลุ่มประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับอ่ืน ๆ แต่อย่างไรก็ตาม จากผลการศึกษา ยังเป็นที่น่าสังเกตว่าประชาชนที่มีการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย/ปวช. หรือต่�ำกว่า มีระดับการรับรู้ข้อมูล ข่าวสารสูงกว่าระดับอนุปริญญา/ปวส. ท้ังน้ี เน่ืองจากกลุ่มตัวอย่างท่ีมีการศึกษาระดับมัธยม ตอนปลาย/ปวช. หรอื ต่ำ� กว่า ส่วนใหญเ่ ปน็ ผู้เขา้ ร่วมโครงการของส�ำนักงาน ป.ป.ช. จึงสง่ ผลใหม้ กี าร รบั ร้ขู ้อมลู ข่าวสารมากกวา่ กลุ่มอนุปรญิ ญา/ปวส. นอกจากน้ียงั พบวา่ กลมุ่ พนักงาน/ลูกจ้างเอกชนมี ระดบั การรบั รขู้ อ้ มลู ขา่ วสารนอ้ ยกวา่ กลมุ่ อน่ื ๆ เนอื่ งจากเปน็ กลมุ่ ทไ่ี มไ่ ดเ้ ขา้ รว่ มโครงการกบั สำ� นกั งาน ป.ป.ช. และมองว่าเปน็ ส่ิงท่ีไมเ่ กย่ี วข้องกับการปฏิบตั ิงานของตน ในสว่ นผลการเปรยี บเทยี บระดบั ความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั ผลกระทบและความเสยี หายทเี่ กดิ จาก การทุจริตต่อประชาชน ระหว่างภูมิหลังของประชาชน ท่ีพบว่า ตัวแปรเพศ กลุ่มอายุ และการมี ปฏิสมั พันธก์ บั สำ� นักงาน ป.ป.ช. ที่แตกตา่ งกัน มคี วามคดิ เห็นเกีย่ วกบั ผลกระทบและความเสียหายที่ เกดิ จากการทุจริตต่อประชาชนที่ไม่แตกตา่ งกัน สว่ นระดับการศึกษาสูงสุด สถานภาพการทำ� งาน และ ระดับรายได้ต่อเดือนที่แตกต่างกัน มีความคิดเห็นเก่ียวกับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการ ทุจริตต่อประชาชนแตกต่างกัน โดยประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย/ปวช. หรือต�่ำกว่า มีระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบและความเสียหายท่ีเกิดจากการทุจริตต่อประชาชนน้อยกว่า

100 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีท่ี 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) กลุม่ ประชาชนท่ีมีการศกึ ษาระดบั อนุปรญิ ญา/ปวส. ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโทและปริญญาเอก ซง่ึ เป็นท่ี นา่ สงั เกตวา่ กลมุ่ ประชาชนมกี ารศกึ ษาระดบั มธั ยมตอนปลาย/ปวช. หรอื ตำ่� กวา่ จะมกี ารรบั รกู้ ารทจุ รติ อยู่ในระดับมาก แต่ก็ยังไม่เข้าใจถึงผลกระทบท่ีจะเกิดขึ้นจากการทุจริต เช่น ท�ำให้เกิดความสูญเสีย ทรัพยากรธรรมชาติ (การบุกรุกป่า น�้ำเสีย เกิดมลพิษทางอากาศ และท�ำให้เกิดภัยธรรมชาติต่าง ๆ) การได้รับการบริการจากเจ้าพนักงานของรัฐท่ีไม่เท่าเทียมกัน เกิดความเหล่ือมล�้ำในการเข้าถึงบริการ สาธารณะ เปน็ ตน้ สว่ นกลมุ่ ประชาชนทม่ี กี ารศกึ ษาระดบั อนปุ รญิ ญา/ปวส. ปรญิ ญาตรี ปรญิ ญาโทและ ปรญิ ญาเอก มกี ารรบั รูก้ ารทจุ รติ นอ้ ย แต่กลบั มเี ข้าใจถงึ ผลกระทบทีจ่ ะเกิดขน้ึ จากการทุจรติ แสดงให้ เห็นว่าประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับมัธยมตอนปลาย/ปวช. หรือต่�ำกว่า ยังไม่มีความตระหนักต่อ ผลกระทบทเ่ี กดิ จากการทุจรติ ดงั น้ัน ควรให้ความรู้เก่ียวกบั ผลกระทบท่เี กิดจากการทุจริตทั้งท่ีสง่ ผล โดยตรงกบั ตัวประชาชนเอง และสง่ ผลตอ่ ระดับประเทศ นอกจากน้ี ผลการศึกษายังพบว่า กลุ่มประชาชนท่ีท�ำงานเป็นผู้ประกอบธุรกิจมีระดับ ความคดิ เหน็ ผลกระทบและความเสียหายทเี่ กดิ จากการทุจรติ ต่อประชาชนสูงกว่าประชาชนทีท่ �ำงาน กล่มุ อืน่ ๆ ทง้ั นี้ เน่อื งจากการประกอบธรุ กิจเป็นการด�ำเนนิ การตามกลไกตลาดท่ีอาศัยระบบเศรษฐกจิ แบบเสรี แตห่ ากมกี ารแทรกแซงจากภาครฐั มกี ารทจุ รติ จากการดำ� เนนิ งาน จะทำ� ใหร้ ะบบเศรษฐกจิ เกดิ การผูกขาด บดิ เบอื นจากท่ีควรจะเปน็ ซ่ึงท�ำใหก้ ล่มุ ประชาชนทีป่ ระกอบธุรกจิ สว่ นตวั ไดร้ บั ผลกระทบ โดยตรง เช่น มีต้นทุนในการประกอบธุรกิจเพิ่มข้ึน และต้องจ่ายภาษีท่ีเพิ่มข้ึน จึงท�ำให้มีการรับรู้ ผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตมากกว่ากลุ่มอ่ืน ๆ และเม่ือพิจารณาถึงระดับรายได้ต่อเดือน ตา่ งกัน ยงั พบวา่ กลมุ่ ประชาชนทม่ี ีรายไดต้ อ่ เดือนน้อยกวา่ หรือเท่ากับ 10,000 บาท มรี ะดับความคิดเห็น เกี่ยวกับผลกระทบและความเสียหายที่เกิดจากการทุจริตต่อประชาชนน้อยกว่าประชาชนท่ีมี รายได้ต่อเดอื นอยู่ระหวา่ ง 20,001 - 30,000 บาท และกลมุ่ ทีม่ ีรายได้ตอ่ เดือนตง้ั แต่ 40,001 บาทขึน้ ไป อย่างมีนัยส�ำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 แม้ว่ากลุ่มประชาชนท่ีมีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท จะมกี ารรบั รกู้ ารทจุ รติ อยใู่ นระดบั มาก แตก่ ย็ งั ไมเ่ ขา้ ใจถงึ ผลกระทบทจ่ี ะเกดิ ขนึ้ จากการ ทจุ รติ เชน่ ทำ� ใหเ้ กดิ ความสญู เสยี ทรพั ยากรธรรมชาติ (การบกุ รกุ ปา่ นำ้� เสยี เกดิ มลพษิ ทางอากาศ และ ทำ� ใหเ้ กดิ ภัยธรรมชาติต่าง ๆ) การได้รับการบรกิ ารจากเจ้าพนักงานของรฐั ท่ีไมเ่ ทา่ เทียมกนั เกิดความ เหลื่อมลำ้� ในการเข้าถึงบริการสาธารณะ เป็นต้น ส่วนกลุ่มประชาชนที่มีระดับรายได้ท่ีสูงซ่ึงมีการรับรู้ การทุจริตน้อยกว่ากลุ่มประชาชนท่ีมีรายได้ต่อเดือนน้อยกว่าหรือเท่ากับ 10,000 บาท แต่กลับมี ความเข้าใจถึงผลกระทบท่ีจะเกิดข้ึนจากการทุจริต แสดงให้เห็นว่าประชาชนท่ีมีรายได้ต่�ำยังไม่มี ความตระหนักต่อผลกระทบท่เี กิดจากการทุจริต เนื่องจากกล่มุ ดังกลา่ วอาจจะยังไมท่ ราบวา่ การทุจรติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตนเอง เช่น การเสียภาษีในรูปแบบของการซ้ือสินค้าอุปโภคบริโภค/บริการ สาธารณะ เป็นต้น

การสำ�รวจความคิดเหน็ ของประชาชนเกี่ยวกบั สทิ ธกิ ารรบั รูข้ ่าวสาร การรบั รกู้ ารทจุ รติ 101 ผลกระทบและความเสยี หายที่เกิดจากการทุจริตตอ่ ประชาชน 7. ข้อเสนอแนะจากการศกึ ษา (1) ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ออกระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การทจุ รติ แหง่ ชาตวิ า่ ดว้ ยการเปดิ เผย พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกจิ จานเุ บกษาเมอื่ วนั ที่ 19 กนั ยายน 2561 และสำ� นักงาน ป.ป.ช. ได้มกี ารประกาศ เรอ่ื ง กำ� หนดศนู ยข์ อ้ มูลขา่ วสารตามระเบียบคณะกรรมการ ปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ วา่ ดว้ ยการเปดิ เผยและการเผยแพรเ่ อกสารและขอ้ มลู โดยกำ� หนดให้ ส�ำนกั บริหารงานกลางทำ� หน้าท่เี ปน็ ศนู ยข์ อ้ มลู ข่าวสารตามระเบียบดังกล่าว และมอบหมายใหห้ นว่ ยงาน ในสังกัดจัดแยกประเภทเอกสารและข้อมูลท่ีอยู่ในความครอบครองเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษา สถานท่ขี องหนว่ ยงานทตี่ งั้ เวบ็ ไซต์ของหนว่ ยงาน แตอ่ ย่างไรกต็ าม จากผลการสำ� รวจพบว่า ประชาชน ร้อยละ 47.36 ยังไม่รับรู้หรือรับทราบว่าตนเองมีสิทธิในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร และร้อยละ 48.32 ไม่เข้าถึงข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ดังน้ัน เพ่ือเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเกิดการรับรู้ว่า ตนเองมีสิทธิในการรับรู้ และสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ตามที่ได้บัญญัติไว้ ในรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 พระราชบัญญตั ขิ อ้ มลู ขา่ วสารราชการ และระเบียบ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเปิดเผยและการเผยแพร่เอกสาร และข้อมลู พ.ศ. 2561 ควรเรง่ ประชาสัมพันธ์ใหป้ ระชาชนรับรูถ้ งึ สิทธใิ นการรับรขู้ อ้ มูลข่าวสาร และ ชอ่ งทางการเข้าถึงขอ้ มลู ขา่ วสารของสำ� นักงาน ป.ป.ช. ใหค้ รอบคลมุ ทกุ พ้ืนที่ และเพ่มิ ช่องทางในการ สื่อสารที่เหมาะสมกับประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย เช่น สื่อสังคมออนไลน์ เช่น Facebook Twitter Line Youtube ฯลฯ หอกระจายขา่ ว วทิ ยุ โทรทศั น์ และการนำ� เสนอโดยสอ่ื มวลชน เปน็ ตน้ โดยเฉพาะ อย่างยง่ิ ประเดน็ ข่าวสารท่ปี ระชาชนกำ� ลงั ใหค้ วามสนใจ (2) จากผลการศึกษาที่พบว่า ประชาชนที่เคยมีติดต่อกับส�ำนักงาน ป.ป.ช. มีการรับรู้หรือ รับทราบว่าตนเองมีสิทธใิ นการรบั รขู้ ้อมลู ขา่ วสารของสำ� นักงาน ป.ป.ช. (รอ้ ยละ 69.23) ในขณะทก่ี ล่มุ ประชาชนท่ีไมเ่ คยตดิ ต่อกับส�ำนกั งาน ป.ป.ช. มกี ารรบั รูห้ รอื รับทราบว่าตนเองมสี ิทธิในการรบั รู้ข้อมลู ข่าวสารของส�ำนักงาน ป.ป.ช. เพียงร้อยละ 41.01 และส่วนใหญ่มีความเข้าใจถึงการมีสิทธิในการ รอ้ งเรยี นเจา้ พนกั งานของรฐั ทใี่ ชอ้ ำ� นาจในทางมชิ อบหรอื กระทำ� ความผดิ ตอ่ ตำ� แหนง่ หนา้ ท่ี และมสี ทิ ธิ ได้รับการคุ้มครองจากหน่วยงานรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ประชาชนยังไม่เข้าใจและยังไม่ทราบถึงสิทธิการรับรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสาร และช่องทางการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร และประมาณ 1 ใน 3 ประชาชนมีความเขา้ ใจถึง การมสี ทิ ธใิ นการคดั คา้ นการเปดิ เผยขอ้ มลู ของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ดงั นน้ั สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ควรมโี ครงการ อบรมส่งเสริมการให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิการรับรู้ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมาย ช่องทางข้อมูลข่าวสาร ของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ชอ่ งทางการแจง้ เบาะแส นอกจากนี้ ผลการส�ำรวจพบว่า ประชาชนประมาณ ร้อยละ 10 ยงั ไมท่ ราบถึงผลการกระทบทเ่ี กดิ จากทจุ รติ ในทางออ้ ม เช่น ผลท่เี กดิ จากการทจุ รติ ทำ� ให้เกดิ ความสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติ การบุกรุกป่า น�้ำเสีย เกิดมลพิษทางอากาศ ท�ำให้ได้รับความ ไม่เท่าเทยี มกันจากการใหบ้ รกิ ารจากเจา้ พนักงานของรฐั เป็นต้น ดงั น้นั ควรให้ความรูเ้ กย่ี วกับผลกระทบ และความเสยี หายท่เี กิดขนึ้ จากการทจุ ริตทง้ั ทางตรงและทางออ้ ม เพือ่ ใหป้ ระชาชนเกดิ ความตระหนัก ต่อปัญหาการทจุ ริต และเข้ามามสี ว่ นร่วมในการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตในท้ายท่ีสุด

102 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) (3) จากผลการศึกษาประชาชนมีระดับการรับรู้เหตุการณ์หรือพบเห็นพฤติกรรมของ เจา้ พนักงานรฐั ในการกระท�ำการทุจรติ อยใู่ นระดับ “บอ่ ย” และประมาณ 1 ใน 5 ของประชาชนเคยรับเงนิ จากหัวคะแนน หรือจากผู้สมัครรับเลือกต้ัง ส.ส./นายก อบต./กำ� นัน/ผู้ใหญ่บ้าน ถึงร้อยละ 19.89 รองลงมาเป็นการถูกต�ำรวจเรียกรับสินบน และจ่ายสินบนให้กับต�ำรวจเมื่อท�ำผิดกฎจราจร เคยเสนอ จา่ ยเงนิ พเิ ศษใหร้ างวลั แกเ่ จา้ พนกั งานของรฐั เพอื่ ใหไ้ ดร้ บั การบรกิ ารทรี่ วดเรว็ มากขนึ้ แมว้ า่ เจา้ พนกั งาน ของรฐั จะไมเ่ รยี กรอ้ งก็ตาม ถูกเรียกรบั เงนิ /สงิ่ ตอบแทนในการรับบรกิ ารเก่ียวกบั การโอน ซอ้ื ขายท่ีดนิ และอ่นื ๆ และถกู ผบู้ รหิ ารโรงเรียนเรียกรับเงนิ เพ่อื เขา้ เรยี นในสถานศกึ ษา (แป๊ะเจ๊ยี ะ) ซ่งึ จะเห็นได้วา่ ยังมีประชาชนบางกลุ่มที่ให้การสนับสนุนการกระท�ำผิดของเจ้าพนักงานของรัฐท่ีจะน�ำไปสู่วัฒนธรรม การจา่ ยสินบน ดังนน้ั เพอื่ เปน็ การป้องกนั ปญั หาการเกิดการทุจริต ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ควรใหค้ วามรู้แก่ ประชาชนเกี่ยวกับบทลงโทษของการร่วมกระท�ำการทุจริต รวมถึงการบังคับใช้กฎหมายต้องมี ความเขม้ งวดกบั เจ้าพนกั งานของรฐั ทมี่ ีกระทำ� การทจุ รติ (4) จากผลการศกึ ษาประชาชนทพี่ บเหน็ พฤตกิ รรมไมเ่ หมาะสมหรอื สอ่ ไปในทางทจุ รติ พบวา่ ประมาณ 1 ใน 3 ของประชาชนมีการเพิกเฉย ด้วยเหตุผล 3 อันดับแรกว่า แม้จะแจ้งเบาะแสหรือ ร้องเรียนไปก็ไม่ได้รับการตรวจสอบ/ปรับปรุง/แก้ไขอย่างจริงจัง เกิดความเกรงกลัวผลกระทบต่อ ความไมป่ ลอดภยั หรอื การถกู กลน่ั แกลง้ จากผมู้ อี ำ� นาจ และประชาชนไมท่ ราบชอ่ งทางการรอ้ งเรยี นหรอื แจง้ เบาะแสการทจุ รติ ดงั นนั้ เพอื่ ใหป้ ระชาชนมสี ว่ นรว่ มในการแจง้ เบาะแสการทจุ รติ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ควรด�ำเนนิ การ ดังน้ี - ประชาสมั พันธ์เกยี่ วกบั ชอ่ งทาง ข้นั ตอนการแจง้ เบาะแส การค้มุ ครองความปลอดภยั ของผู้แจง้ เบาะแส และการอ�ำนวยความสะดวกในการแจง้ เบาะแสการทุจรติ ในพ้นื ท่ตี า่ ง ๆ เชน่ การน�ำ เทคโนโลยีมาประชาสัมพันธ์การร้องเรียน โดยการรณรงค์ให้ผู้ร้องเรียนเปิดเผยข้อมูลการทุจริตผ่าน สังคมออนไลน์ต่าง ๆ พร้อมกับท�ำการเชื่อมโยงการร้องเรียนมายังเพจของส�ำนักงาน ป.ป.ช. ด้วย การพมิ พ์เครื่องหมาย “#” (Hashtag) น�ำหน้า ค�ำวา่ “ส�ำนกั งาน ป.ป.ช.” - สร้างแรงจูงใจในการแจง้ เบาะแสการทจุ รติ ด้วยการใหเ้ งินรางวลั แก่ผู้แจ้งเบาะแส - พัฒนาระบบการแจ้งเบาะแสที่ใช้งานง่าย เพื่อให้เข้าถึงประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย และครอบคลุมเชิงพื้นที่ และมีฐานข้อมลู รวมหนง่ึ เดียว ท้งั นี้ เพื่อให้สามารถนำ� ข้อมลู การแจง้ เบาะแส การทุจริตมาประมวลผล และบูรณาการฐานข้อมูลทั้งภายในส�ำนักงาน ป.ป.ช. และหน่วยงานอื่น ๆ ที่เก่ียวข้องท่ีจะสามารถน�ำข้อมูลดังกล่าวไปใช้ประโยชน์ต่อไปได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงาน ในกระบวนการยุติธรรม เพือ่ ให้ประชาชนได้รบั รู้และเขา้ ถึงข้อมูลข่าวสารไดม้ ากข้นึ - เผยแพรผ่ ลการด�ำเนินคดที ่ีส�ำคญั ที่เปน็ ท่สี นใจของสงั คม วา่ ไดร้ บั การด�ำเนินการและ เอาผิดกับผู้กระท�ำการทุจริต และควรระบุระยะเวลาของคดีที่มีการด�ำเนินการที่รวดเร็ว เพ่ือเป็น การป้องปรามการทุจริต และสร้างความเช่ือม่ันในการด�ำเนินงานของส�ำนักงาน ป.ป.ช. อีกทั้งเป็น การเชิญชวนใหป้ ระชาชนสนใจและร่วมแจง้ เบาะแสการทุจรติ

การส�ำ รวจความคดิ เหน็ ของประชาชนเกย่ี วกบั สิทธกิ ารรบั รู้ข่าวสาร การรบั ร้กู ารทจุ ริต 103 ผลกระทบและความเสียหายทีเ่ กิดจากการทุจริตตอ่ ประชาชน (5) ในการด�ำเนินโครงการ/กิจกรรมในภารกิจด้านป้องกันการทุจริต ด้วยการจัดอบรมให้ ความรู้ด้านการป้องกันการทุจริตท้ังในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ควรน�ำเนื้อหาการมีสิทธิการได้รับรู้ ขอ้ มลู ขา่ วสารตามรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ. 2560 พระราชบญั ญตั ขิ อ้ มลู ขา่ วสารราชการ และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการเปิดเผยและ การเผยแพร่เอกสารและข้อมูล พ.ศ. 2561 ประกอบการบรรยายให้ประชาชนได้เข้าใจถึงสิทธิและ ประโยชน์ทพี่ ึงได้รับ เอกสารอ้างองิ กติ ติยา จารวจิ ยั . (2553). การรบั รู้ตอ่ สทิ ธแิ ละเสรภี าพของชนชาวไทยตามกฎหมายรฐั ธรรมนญู แห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550: กรณีศึกษาประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเทศบาล เมืองศรีราชา จงั หวดั ชลบรุ ,ี งานนิพนธร์ ฐั ศาสตรมหาบัณฑติ , คณะรัฐศาสตรแ์ ละนติ ศิ าสตร์ มหาวทิ ยาลัยบูรพา. คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ. (2561). แผนการปฏิรูปประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (พ.ศ. 2560 - 2564), ส�ำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, กรุงเทพฯ. วริ ะยะ รามสมภพ. (2561). เอกสารวชิ าการเร่ือง “ข้อดีข้อเสยี ของพระราชบัญญัตขิ ้อมูลขา่ วสารของ ราชการ พ.ศ. 2540 และรา่ งพระราชบญั ญัติข้อมูลข่าวสารสาธารณะ พ.ศ. ....”. สำ� นักงาน คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ (สขร.) สืบค้นเม่ือวันท่ี 22 มกราคม 2562 จาก http://www.oic.go.th/web2017/iwebform_viewer.asp?i=211112E722227 05112112151111211 สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย. (2556). สรุปผลการศึกษาการคอร์รัปชันในประเทศไทย (ข้นั ตอนท่ี 2 การศึกษาเชงิ ปรมิ าณ), สืบค้นเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2562, จาก https://tdri. or.th/wp-content/uploads/2014/03/Khun-Kittideth-corruption-seminar- 10March2014.pdf สมฤทัย โทนสูงเนิน. (2554). ความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับสิทธิและเสรีภาพของชาวไทย กรณีศึกษา: ประชาชนเขตบางเขน แขวงอนุสาวรยี ์ กรงุ เทพมหานคร, วทิ ยานพิ นธ์หลกั สตู ร รัฐประศาสนศาสตรมหาบณั ฑิต, มหาวิทยาลัยเกษมบณั ฑติ . ส�ำนักงานคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ. (2540). หนังสือสิทธิรับรู้ข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนตามพระราชบญั ญตั ขิ อ้ มลู ขา่ วสารของราชการ พ.ศ. 2540, กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ทั สามเจริญพาณชิ ย์ (กรงุ เทพ) จำ� กัด, หน้า 35 - 42.

104 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ส�ำนกั งานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแหง่ ชาต.ิ (2562). บันทกึ ส�ำนกั บริหารงาน กลาง ศูนยบ์ ริหารขอ้ มลู ส�ำนักงาน ป.ป.ช. ที่ สบก.04/ว 0028 ลงวันที่ 15 กุมภาพนั ธ์ 2562, แนวทางการพฒั นาเวบ็ ไซตภ์ ายในองคก์ ร (Intranet website) ของศนู ยบ์ รหิ ารขอ้ มลู สำ� นกั งาน ป.ป.ช.. ส�ำนักบรหิ ารงานกลาง. สำ� นักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตแหง่ ชาต.ิ (2561). ผลการประเมินคณุ ธรรม และความโปรง่ ใสในการด�ำเนินงานของหนว่ ยงานภาครฐั (ITA) ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. ส�ำนักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาต.ิ (2561). การสำ� รวจความพึงพอใจ และความเช่อื มน่ั ของประชาชนตอ่ การด�ำเนนิ งานของสำ� นกั งาน ป.ป.ช. ปะจ�ำปงี บประมาณ 2561, นนทบุร.ี ส�ำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน. (2559). สรุปผลการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติ ตามมาตรฐานทางจริยธรรมข้าราชการพลเรือน ประจ�ำปีงบประมาณ พ.ศ. 2559, กรงุ เทพมหานคร: บริษทั แอค็ คิวเรทเพรส จ�ำกัด. หน้า 51 - 55. เสาวณีย์ ทิพอตุ และคณะ. (2561). พฤติกรรมขา้ ราชการในการปฏิบัติงานตามขอ้ บังคับว่าด้วยจรรยา ข้าราชการของกระทรวงมหาดไทย, ส�ำนักงาน ป.ป.ช., 162 - 163. Cochran, W. G. (1963). Sampling Techniques, 2nd Ed., New York: John Wiley and Sons, Inc. O.E.G Johnson. (1975), “An Economic Analysis of Corrupt Government, With Special Application to Less Developed Countries”, Kyklos, 8, 47 – 61.

105 ต�ำแหน่งเจา้ หนา้ ทีร่ ัฐ กับการเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหนีส้ ินต่อสาธารณะ* State Officials’ Positions and Disclosure of Accounts Showing Particular of Assets and Liabilities to the Public เถกิงศักด์ิ ไชยา1 Thakoengsak Chaiya1 บทคัดย่อ การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินของผู้ใช้อ�ำนาจรัฐในประเทศไทย ปจั จุบันสามารถด�ำเนนิ การเปิดเผยโดยจ�ำแนกได้ 4 กลมุ่ ตำ� แหนง่ คอื (1) นายกรฐั มนตรี (2) รัฐมนตรี (3) สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และ (4) สมาชกิ วุฒิสภา อย่างไรก็ตาม การใช้อ�ำนาจรฐั หาไดถ้ ูกใชโ้ ดย 4 กลมุ่ ต�ำแหน่งข้างต้นเท่าน้ัน หากแต่ยังมีการใช้อ�ำนาจรัฐจากข้าราชการประจ�ำในระบบราชการอีกด้วย ในกระบวนการตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐขององค์กรอิสระจึงก�ำหนดให้ข้าราชการระดับสูง ต้องยื่นบัญชแี สดงรายการทรพั ย์สนิ และหนสี้ นิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพอ่ื ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบวา่ ไดใ้ ชอ้ ำ� นาจเพ่อื ผลประโยชน์สว่ นตน หรือเพอื่ พวกพอ้ งหรอื ไม่ คณะผวู้ จิ ยั เหน็ วา่ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ 4 กลมุ่ ตำ� แหนง่ ขา้ งตน้ ยังไม่เพียงพอท่ีจะสร้างความโปร่งใสในการใช้อ�ำนาจรัฐและการตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐ จึงควร มีการศึกษาเก่ียวกับหลักเกณฑ์การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของต่างประเทศ โดยพิจารณากรณี ตา่ งประเทศ ไดแ้ ก่ (1) ประเทศสหรัฐอเมรกิ า (2) เขตบรหิ ารพเิ ศษฮ่องกงแห่งสาธารณรฐั ประชาชนจนี และ (3) ประเทศอนิ โดนเี ซยี การเลอื กประเทศทศี่ กึ ษานอี้ ยบู่ นพน้ื ฐานของการเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการ ทรพั ย์สนิ และคะแนนดชั นภี าพลกั ษณ์คอรร์ ัปชัน (CPI) การศึกษาวิจัยเรื่องต�ำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐกับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หน้ีสินต่อสาธารณะในท่ีน้ี เป็นการศึกษาวิจัยเชงิ คณุ ภาพ (Qualitative research) โดยเน้นการวจิ ัย แบบเอกสาร (Documentary research) และมวี ัตถุประสงคก์ ารวิจัย 3 ประการ ดังนี้ (1) เพื่อศึกษา เปรียบเทียบแนวคิด หลกั การ การเปดิ เผยบัญชที รัพย์สิน และการกำ� หนดตำ� แหน่งท่ตี ้องเปดิ เผยบัญชี แสดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ของประเทศไทยและตา่ งประเทศ (2) เพอื่ จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะการกำ� หนด * โครงการวจิ ยั เรอื่ ง ตำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั กบั การเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ ตอ่ สาธารณะ เปน็ โครงการวจิ ยั ทส่ี ำ� นกั งาน ป.ป.ช. โดยศนู ยว์ จิ ยั เพอ่ื การตอ่ ตา้ นการทจุ รติ ปว๋ ย อง๊ึ ภากรณ์ ดำ� เนนิ การวจิ ยั โดยเจา้ หนา้ ทส่ี ำ� นกั งาน ป.ป.ช. ซง่ึ ดำ� เนนิ การวจิ ยั โดย วรรณภา ตริ ะสงั ขะ: ทปี่ รกึ ษา พชั รี มนี สขุ : หวั หนา้ โครงการ เถลงิ ศกั ดิ์ ไชยา ศกั ดนิ นั ท์ คณุ เอนก: นกั วจิ ยั และกริ พฒั น์ เขยี นทองกลุ : ผชู้ ว่ ยนกั วจิ ยั I นกั วจิ ยั สงั คมศาสตรป์ ฏบิ ตั กิ าร สำ� นกั วจิ ยั และบรกิ ารวชิ าการดา้ นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. Social Science Researcher, Practitioner Level, Bureau of Anti-Corruption Research and Academic Services, Office of the National Anti-Corruption Commission ไดร้ บั บทความ 2 พฤษภาคม 2562 แกไ้ ขปรบั ปรงุ 27 กนั ยายน 2562 อนมุ ตั ใิ หต้ พี มิ พ์ 8 พฤศจกิ ายน 2562

106 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ตำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ทค่ี วรกำ� หนดใหม้ กี ารเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ตอ่ สาธารณะ และ (3) การวิเคราะห์แนวโน้มการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ภายใต้พระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561 จากการศึกษาเปรียบเทียบดังกล่าว คณะผวู้ จิ ัยสรุปหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยบญั ชีแสดงรายการ ทรัพยส์ ินและหนส้ี ินตอ่ สาธารณะได้ ดังน้ี (1) เป็นผู้ดำ� รงตำ� แหน่งการเมือง (2) เปน็ เจา้ หนา้ ท่ีรฐั ระดบั สูง (3) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ดุลพินิจอันจะเกิดการให้คุณหรือให้โทษกับประชาชนในประเทศ (4) เป็น เจ้าหน้าท่ีรัฐทมี่ หี นา้ ทดี่ ำ� รงความยุตธิ รรมในประเทศ และ (5) เปน็ หน่วยงานทท่ี ำ� หนา้ ทใ่ี นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทุจรติ ในประเทศ คณะผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และส�ำนักงาน ป.ป.ช. ดังนี้ (1) ควรกำ� หนดใหผ้ ู้บรหิ ารส�ำนกั งาน ป.ป.ช. จำ� นวน 120 ตำ� แหนง่ ประกอบด้วย รองเลขาธิการฯ 6 ต�ำแหนง่ ผู้ช่วยเลขาธิการฯ 6 ตำ� แหนง่ ผู้ชว่ ยเลขาธกิ ารฯ ภาค 9 ต�ำแหนง่ ผู้อ�ำนวยการสำ� นกั /สถาบนั /ศนู ย์ 99 ตำ� แหนง่ และทป่ี รึกษาประธานฯ/กรรมการ ป.ป.ช. เลขานกุ ารประธานฯ/กรรมการ ป.ป.ช. จ�ำนวน 27 ต�ำแหน่ง เปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรัพย์สินและหนีส้ นิ ต่อสาธารณะ (2) ควรปรบั กระบวนการ ตรวจสอบทรัพย์สินให้มีความสอดรับกับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน (3) ควรพฒั นาแพลตฟอรม์ ในการยนื่ บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ และพฒั นาระบบสารสนเทศ เพ่ือรวบรวมและวิเคราะห์ทรัพย์สิน (ACAS) ให้แล้วเสร็จโดยเร็วเพื่อรองรับต่อการยื่นบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์และการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินออนไลน์ (4) ควรเตรียมความพร้อมในเรื่องของระบบเครือข่าย (Network System) และอุปกรณ์ทาง อิเล็กทรอนิกส์เพื่อรองรับระบบสารสนเทศท่ีจะเข้ามาช่วยในภารกิจตรวจสอบทรัพย์สิน และ (5) บทบาทของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ ควรจะปรบั เปลยี่ นมาเปน็ ผทู้ ค่ี อยรบั แจง้ เบาะแส/เรอ่ื งรอ้ งเรยี น จากภาคประชาชน/สอ่ื มวลชน แลว้ ดำ� เนนิ การตรวจสอบทรพั ยส์ นิ เชงิ ลกึ เพอ่ื คน้ หา ขอ้ เท็จจริง และตรวจสอบความผดิ ปกตทิ างบญั ชี ค�ำสำ� คญั : การเปดิ เผยบญั ชี ทรพั ย์สินและหนีส้ นิ หลักเกณฑก์ ารเปิดเผยบัญชี ต�ำแหนง่ เจา้ หนา้ ท่ีรฐั Abstract Disclosure of assets and liabilities (the “Accounts”) of persons exercising the state power, nowadays, is made into four groups of position: (1) Prime Minister; (2) Ministers; (3) Members of House of Representative; and (4) Members of Senate. Such exercise is, however, not restricted only to those mentioned groups, but also regular government officials in the public sector. Assets inspection is then a tool for the National Anti-Corruption Commission or NACC (the “Commission”) to check and balance the high-level public officials whether they have exercised their power for a group – personal interests or not. 

ตำ� แหน่งเจา้ หน้าที่รัฐกบั การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินตอ่ สาธารณะ 107           The research team’s views rest on the assumption that the disclosure of the accounts of those four groups mentioned above are not yet adequate for enhancing transparency in their power. In this way, the study of foreign countries’ criteria for assets disclosure should be conducted. Those countries, namely the United States of America, Hong Kong Special Administrative Region of the People’s Republic of China, and Indonesia, have been chosen based on the disclosure of the accounts and their Corruption Perceptions Index (CPI) ranking.           This study on state officials’ position and the disclosure of the accounts (the “Research”) employs qualitative research methods by means of documentary research with three objectives. The first is to comparatively study thoughts, principles, the disclosure of the Accounts and positions required between Thailand and foreign countries. The second objective is to provide recommendations on positions of state officials whose accounts should be disclosed to the public. Then, the last objective is the analysis of the disclosure’s trend in accordance with the Organic Act on Anti- Corruption, B. E. 2018 (the “Act”).           From the study, the criteria - for the disclosure – can be concluded as follows: (1) being political officer-holders; (2) being high-level state officials; (3) being state officials who can exercise discretionary powers towards people; (4) being state officials with powers and duties to provide justice; and (5) being agencies with powers and duties to deter and suppress corruption.           In this way, the research’s recommendations for the Commission and the Office of the NACC are as follows: firstly, there should be the disclosure of the Accounts of the NACC executives of 120 positions. The positions comprise six Deputy Secretaries- General, six Assistant Secretaries-General, nine Regional Assistant Secretaries-General, and 99 Directors of Bureaus/Institute/Centers. Also, 27 of Commissioners’ advisors and secretaries should also disclose their Accounts. Secondly, the assets inspection process should be adjusted to harmonize with the Accounts disclosure. Thirdly, Accounts disclosure platform and Assets Collecting and Analysis Information System (ACAS) should be developed effectively and efficiently so that they are able to support assets and liabilities submission by electronic means and the online Accounts disclosure. Next, network system and electronics accessories supporting the information system should be prepared for being of assistance in the asset inspection mission (in clause 8). Finally, the Commission’s role in the assets inspection should pay more attention to

108 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีท่ี 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) clues and complaints given by the private sector and the media and then run the inspection thoroughly so as to find facts and irregularity in such Accounts. Keywords: Disclosure of Assets and Liabilities Accounts, Criteria on Disclosure of Officials’ Assets and Liabilities Accounts 1. บทนำ� การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ของผใู้ ชอ้ ำ� นาจรฐั ในประเทศไทย ปจั จบุ นั สามารถด�ำเนินการเปิดเผยได้ 4 กลุ่มต�ำแหน่ง ประกอบด้วย (1) นายกรัฐมนตรี (2) รัฐมนตรี (3) สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และ (4) สมาชกิ วฒุ สิ ภา แตก่ ารใชอ้ ำ� นาจรฐั หาไดถ้ กู ใชโ้ ดย 4 กลมุ่ ตำ� แหนง่ ข้างตน้ เท่านน้ั หากแต่ยงั มกี ารใชอ้ ำ� นาจรฐั จากขา้ ราชการประจำ� ในระบบราชการอกี ด้วย ในกระบวนการตรวจสอบการใชอ้ ำ� นาจรฐั ขององคก์ รอสิ ระ จงึ กำ� หนดใหข้ า้ ราชการระดบั สงู ต้องยน่ื บัญชแี สดงรายการทรัพย์สินและหน้สี นิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ตรวจสอบวา่ ได้ใชอ้ ำ� นาจเพอ่ื ผลประโยชน์ส่วนตน หรอื เพ่ือพวกพอ้ งหรอื ไม่ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ 4 กลมุ่ ตำ� แหนง่ ขา้ งตน้ นน้ั ยงั ไมเ่ พยี งพอ ทีจ่ ะสร้างความโปรง่ ใสในการใช้อำ� นาจรฐั และการตรวจสอบการใชอ้ ำ� นาจรฐั ดังนั้น จึงเหน็ ควรศกึ ษา เก่ียวกับหลักเกณฑ์การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของต่างประเทศ ดังน้ี 1) ประเทศสหรัฐอเมริกา 2) เขตบริหารพิเศษฮอ่ งกงแหง่ สาธารณรัฐประชาชนจีน 3) ประเทศอนิ โดนเี ซยี โดยการเลือกประเทศ ท่ีศึกษาอยู่บนพื้นฐานของการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และคะแนนดัชนีภาพลักษณ์ คอร์รัปชัน (CPI) รวมถึงการวิเคราะห์แนวโน้มการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ภายใต้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ท่สี ง่ ผลตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และส�ำนักงาน ป.ป.ช. โดยตรงด้วย 2. หลกั การและเหตผุ ล พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพ่ิมเติม มาตรา 39 และ 40 ก�ำหนดให้ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งประธานศาลฎีกา ประธานศาล รัฐธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสุด อัยการสูงสุด ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงนิ แผ่นดิน รองประธานศาลฎกี า รองประธานศาลฎกี าสูงสุด หวั หน้าสำ� นักตุลาการทหาร ผู้พิพากษาศาลฎีกา ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด รองอัยการสูงสุด ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับสูง และตำ� แหนง่ ทค่ี ณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) กำ� หนด ให้ต้องย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินเพิ่มเติม โดยการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน

ตำ� แหน่งเจา้ หน้าท่รี ัฐกับการเปิดเผยบัญชแี สดงรายการทรัพย์สนิ และหนี้สนิ ตอ่ สาธารณะ 109 ดังกล่าวจะต้องย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินของตนเอง คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วย มาตรา 33 ระบุว่า การยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินจะต้องยื่นพร้อมเอกสารประกอบ ทพี่ สิ จู นค์ วามมอี ยจู่ รงิ ของทรพั ยส์ นิ ของผมู้ หี นา้ ทยี่ นื่ บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ซงึ่ ผยู้ น่ื บญั ชฯี มีหนา้ ที่ยื่นบญั ชีแสดงรายการทรัพยส์ นิ และหนส้ี ิน 3 ครง้ั ดังนี้ (1) เมอื่ เขา้ รับตำ� แหนง่ (2) เม่ือพน้ จาก ต�ำแหนง่ และ (3) เม่อื พ้นจากตำ� แหน่งครบ 1 ปี เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้รับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินจากผู้ยื่นบัญชีฯ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงลายมือช่ือหรือกระท�ำการด้วยวิธีอื่นใดก�ำกับไว้ในบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินดังกล่าว และคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบของนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา ให้สาธารณชน ทราบภายใน 30 วันนบั แตว่ ันที่ครบก�ำหนดย่ืนบญั ชีดังกลา่ ว ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และ วิธีการตรวจสอบความถูกต้องและความมีอยู่จริง รวมทั้งความเปลี่ยนแปลงของทรัพย์สินและหน้ีสิน ของผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองและเจ้าหน้าท่ีของรัฐที่มีหน้าท่ียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน พ.ศ. 2555 ข้อ 6 ระบุว่า “ในกรณีท่ีบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินและเอกสารประกอบ ตามข้อ 5 เปน็ ของนายกรฐั มนตรี รัฐมนตรี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวุฒสิ ภา ใหพ้ นักงาน เจ้าหนา้ ทีด่ ำ� เนินการเปดิ เผยบัญชีใหส้ าธารณชนทราบโดยเรว็ แตต่ อ้ งไมเ่ กนิ สามสบิ วนั นบั แต่วนั ท่ีครบ ก�ำหนดต้องยื่นบัญชีดังกล่าว และการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและเอกสาร ประกอบตามวรรคหน่ึง ให้พนักงานเจ้าหน้าท่ีเสนอประธานกรรมการพิจารณาอนุมัติและลงนาม ในประกาศเปดิ เผย และรายงานการดำ� เนนิ การให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทราบ” หรอื กล่าวโดยสรปุ ก็คอื ณ ปัจจุบัน กฎหมายระบุให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ของผดู้ �ำรงตำ� แหน่ง 4 ต�ำแหนง่ คอื นายกรฐั มนตรี รฐั มนตรี สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร และสมาชิกวฒุ ิสภา เนื่องจากการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินวางอยู่บนหลักการตรวจสอบการใช้ อ�ำนาจรัฐ ซึ่งหลักการดังกล่าวอยู่บนฐานของหลักการตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อ�ำนาจ ในรัฐเสรี ประชาธิปไตย (Check and balances) ดังน้ัน เมื่อพิจารณาถงึ ประเดน็ การใชอ้ ำ� นาจรฐั แลว้ กจ็ ะพบวา่ ยงั ไมไ่ ดม้ กี ารกำ� หนดใหเ้ ปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมอื ง (7) (8)1 และผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ตามมาตรา 39 - 402 ในพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพิม่ เตมิ ฯลฯ 1 ผู้ดำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมือง (7) หมายถึง ผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน รองผบู้ รหิ ารทอ้ งถ่นิ ทปี่ รึกษาผบู้ รหิ ารท้องถิน่ และผู้ช่วยผูบ้ รหิ ารทอ้ งถ่ิน ขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินตามท่คี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนด (8) หมายถึง สมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ ขององคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ ตามทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ� หนด 2 ประธานศาลฎกี า ประธานศาลรฐั ธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสูงสดุ อัยการสูงสดุ กรรมการการเลอื กต้ัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน รองประธานศาลฎีกา รองประธานศาลปกครองสูงสุด หัวหน้าสำ�นกั ตุลาการทหาร ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ตลุ าการในศาลปกครองสูงสดุ รองอัยการสงู สดุ ผดู้ ำ�รงตำ�แหนง่ ระดับสงู

110 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) หากพจิ ารณาในประเดน็ การตรวจสอบการใชอ้ �ำนาจรัฐ ผู้ด�ำรงตำ� แหน่งตามมาตรา 39 ซง่ึ ประกอบไปดว้ ย ประธานศาลฎกี า ประธานศาลรฐั ธรรมนูญ ประธานศาลปกครองสงู สดุ อยั การสงู สุด กรรมการการเลือกต้ัง ผู้ตรวจการแผ่นดิน ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน รองประธานศาลฎกี า รองประธานศาลปกครองสงู สดุ หวั หนา้ สำ� นกั ตลุ าการทหาร ผพู้ พิ ากษาในศาลฎกี า ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด รองอัยการสูงสุด และผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับสูง และผู้ด�ำรงต�ำแหน่ง ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศให้ต้องย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ตามมาตรา 40 อีกกว่า 185 ต�ำแหนง่ เชน่ ประธานกรรมการ และกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตในภาครฐั ประธานกรรมการ และกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ฯลฯ รวมท้ังผู้บริหารท้องถ่ิน รองผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ และผชู้ ว่ ยผบู้ รหิ ารทอ้ งถน่ิ ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ สมาชกิ สภาทอ้ งถน่ิ ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงต�ำแหน่งดังกล่าวข้างต้นล้วนแล้วแต่เป็นผู้ใช้อ�ำนาจรัฐ ตามหลักการ กระจายอ�ำนาจการปกครอง (Decentralization) กล่าวคือ การที่รัฐจัดสรรหรือแบ่งปันอ�ำนาจ การตัดสินใจ (หรือในภาษากฎหมายของไทยเรียกว่า การวินิจฉัยส่ังการ) อันเก่ียวข้องกับกิจการ สาธารณะ (public affairs) ของรัฐส่วนกลางไปยังหนว่ ยงานหรอื องคก์ รอ่ืน ๆ ตัวอย่างท่ีดี ในประเด็นการขาดระบบตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐ ก็คือ กรณีของอดีตปลัด กระทรวงคมนาคม นายสุพจน์ ทรัพย์ล้อม ที่ถูกกลุ่มโจรบุกปล้นบ้าน เม่ือกลุ่มโจรถูกตำ� รวจจับกุม จงึ ใหก้ ารกบั ตำ� รวจวา่ ทรพั ยส์ นิ ทอี่ ยใู่ นบา้ นของอดตี ปลดั กระทรวงคมนาคมมมี ากกวา่ นี้ แตไ่ มส่ ามารถ ขนออกมาได้หมด ผลของค�ำใหก้ ารของกล่มุ โจรน�ำไปสู่ค�ำสงั่ ให้นายสพุ จน์ ทรัพย์ลอ้ ม ไปชว่ ยราชการ ทสี่ ำ� นกั นายกรัฐมนตรี เมือ่ วันที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554 และคณะกรรมการ ป.ป.ช. เขา้ ตรวจสอบ ทรัพยส์ นิ ของนายสุพจน์ ทรพั ย์ลอ้ ม ตอ่ มา คณะกรรมการ ป.ป.ช. จึงมีมติวา่ นายสพุ จน์ ทรพั ย์ล้อม มพี ฤตกิ ารณร์ ำ�่ รวยผดิ ปกติ โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยน่ื ฟอ้ งตอ่ ศาลขอใหศ้ าลมคี ำ� สงั่ ใหท้ รพั ยส์ นิ ของ นายสพุ จน์ ทรัพยล์ ้อม กว่า 65 ลา้ นบาท ตกเป็นของแผ่นดิน3 ช่องทางในการตรวจสอบการใช้อ�ำนาจรัฐ เพ่ือป้องกันไม่ให้ผู้ใช้อ�ำนาจรัฐทุจริตคอร์รัปชัน มีหลายช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นการให้ผู้ใช้อ�ำนาจรัฐมีหน้าท่ียื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินเม่ือเข้าด�ำรง ต�ำแหน่งที่ต้องใช้อ�ำนาจดุลพินิจในการตัดสินใจด�ำเนินการกิจการของรัฐเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือการให้ประชาชนแจ้งเบาะแสมายังส�ำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบว่าเจ้าหน้าท่ีรัฐระดับสูง ใชอ้ ำ� นาจเพอ่ื เออื้ ประโยชนใ์ หก้ บั ตนเองหรอื พวกพอ้ ง หากแตก่ ารแจง้ เบาะแสของประชาชนจะเกดิ ขนึ้ อยา่ งสมบูรณ์ไมไ่ ด้ หากประชาชนไม่มีข้อมลู ของผ้ใู ชอ้ ำ� นาจรฐั อย่างเพยี งพอ ดังน้ัน คณะผู้วิจัยจึงเห็นควรศึกษาเก่ียวกับหลักเกณฑ์การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของ ต่างประเทศ ดังนี้ (1) ประเทศสหรัฐอเมริกา (2) เขตบริหารพเิ ศษฮ่องกงแหง่ สาธารณรัฐประชาชนจนี และ (3) ประเทศอนิ โดนเี ซยี ซง่ึ ทงั้ 3 ประเทศไดร้ บั การสำ� รวจดชั นภี าพลกั ษณค์ อรร์ ปั ชนั (Corruption 3 สำ� นกั งานคณะกรรมการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ แหง่ ชาต,ิ “ขา่ วการประชมุ คณะกรรมการ ป.ป.ช. วนั องั คารท่ี 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555,” ส�ำนักงาน ป.ป.ช., https://www.nacc.go.th/download/article/article_20130910132925.pdf (สืบค้นเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2560)

ต�ำแหนง่ เจ้าหน้าทร่ี ัฐกบั การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรพั ย์สินและหน้สี นิ ต่อสาธารณะ 111 Perceptions Index: CPI) ดว้ ยคะแนนทส่ี งู กวา่ ประเทศไทย และในกรณขี องประเทศอนิ โดนเี ซยี ไดร้ บั การส�ำรวจคะแนนเพิ่มมากข้นึ จนมากกว่าประเทศไทย 3. วตั ถุประสงค์การวิจยั 3.1 เพื่อศึกษาเปรียบเทียบแนวคิด หลักการ การเปิดเผยบัญชี และการกำ� หนดต�ำแหน่ง ท่ีตอ้ งเปิดเผยบัญชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหนีส้ นิ ของไทยและต่างประเทศ 3.2 เพอ่ื จดั ทำ� ขอ้ เสนอแนะการกำ� หนดตำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ทคี่ วรกำ� หนดใหม้ กี ารเปดิ เผย บัญชีทรัพยส์ ินและหน้สี นิ ตอ่ สาธารณะในบริบทของประเทศไทย 3.3 เพ่ือวิเคราะห์แนวโน้มการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ภายใต้ พระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนูญวา่ ด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2561 4. วธิ ีการศกึ ษา 4.1 ศึกษาเปรียบเทียบแนวคิด หลักการ ในการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สิน และการก�ำหนดต�ำแหน่งผู้ท่ีต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินของประเทศ สหรฐั อเมรกิ า เขตบรหิ ารพเิ ศษฮอ่ งกงแหง่ สาธารณรฐั ประชาชนจนี ประเทศอนิ โดนเี ซยี และประเทศไทย เพื่อท�ำให้ทราบถึงความเหมือนและแตกต่างของแนวคิด หลักการ ในการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการ ทรพั ยส์ ินและหนี้สิน โดยในการคดั เลอื กประเทศทจ่ี ะทำ� การศกึ ษาเปรยี บเทยี บนี้ คณะผวู้ จิ ยั พจิ ารณาจากหลกั เกณฑ์ ดงั ต่อไปนี้ 1) เปน็ ประเทศท่ีมีค่าดัชนีภาพลักษณค์ อร์รัปชนั (Corruption Perceptions Index: CPI) อย่ใู นระดบั สงู /ระดบั คะแนนมีแนวโนม้ ดีข้ึนอยา่ งเหน็ ได้ชดั 2) เป็นประเทศทมี่ อี งค์กรท่ีมคี วามอิสระในการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ 3) เป็นประเทศที่เคยประสบปัญหาเก่ยี วกบั การทจุ รติ 4) จะต้องมีแหล่งขอ้ มูลท่สี ามารถสบื ค้นเปน็ ภาษาอังกฤษได้ 4.2 ศกึ ษาและวเิ คราะหข์ อ้ มลู ตำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ทร่ี ฐั ทถี่ กู กลา่ วหา ถกู ชมี้ ลู และ/หรอื ถกู ตดั สนิ ว่ามีความผิดตามกฎหมาย ป.ป.ช. และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระท�ำทุจริต โดยจ�ำแนกตาม พฤติกรรมการกระท�ำผิด/ทุจริตท่ีเป็นการเฉพาะคนและท่ีเป็นความร่วมมือในลักษณะและรูปแบบ ที่เป็นการทุจริตอย่างเป็นกระบวนการในการวิเคราะห์ ส่วนน้ีจะใช้ฐานข้อมูลการช้ีมูลความผิด ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. มาเป็นฐานในการวิเคราะห์ ซึง่ จะน�ำกระบวนการตรวจสอบทรพั ย์สนิ และ การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินมาช่วยในการวิเคราะห์ เพื่อท�ำให้เห็นช่องว่าง ของกระบวนการตรวจสอบทรัพยส์ ินและการเปดิ เผยบัญชีแสดงรายการทรพั ยส์ ินและหนสี้ ิน

112 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ท้ังน้ี จะน�ำระบบสารสนเทศเพอ่ื รวบรวมและวเิ คราะห์ทรพั ยส์ ิน (Asset Collecting and Analysis System: ACAS) ทจ่ี ะนำ� มาใชใ้ นกระบวนการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ และการเปดิ เผยบญั ชแี สดง รายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ มารว่ มในการวเิ คราะหฐ์ านขอ้ มลู การชม้ี ลู ความผดิ ขา้ งตน้ เพอ่ื คาดการณ์ ถึงระบบการตรวจสอบทรัพย์สินและการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินในอนาคต ว่าจะมีประสทิ ธภิ าพเพม่ิ มากขึ้นอยา่ งไร 4.3 ศึกษาวิเคราะห์ความเหมาะสมของต�ำแหน่งเจ้าหน้าที่รัฐที่ต้องมีการเปิดเผยบัญชี ทรพั ย์สินและหนส้ี ินตอ่ สาธารณะศึกษาในบริบทของประเทศไทย การวิเคราะห์ภาพรวมของการเปิดเผยบญั ชีแสดงรายการทรัพย์สนิ การตรวจสอบทรพั ย์สิน การน�ำระบบสารสนเทศเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ทรัพย์สิน ฐานข้อมูลการชี้มูลความผิด ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. แนวคดิ /หลกั การ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ของประเทศ สหรัฐอเมริกา เขตบริหารพเิ ศษฮอ่ งกงแหง่ สาธารณรฐั ประชาชนจนี และอินโดนีเซีย จะต้องวิเคราะห์ บนฐานของพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 ซึ่งมีเน้ือหาและหลักการท่ีเปลี่ยนแปลงไปจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพ่มิ เติม 5. ผลการศกึ ษาและการอภิปรายผล 5.1 ตำ� แหน่งทเ่ี ปิดเผยบัญชที รัพยส์ ินและหน้ีสินตอ่ สาธารณะ การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินของผู้มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหนีส้ นิ ถูกกำ� หนดให้ด�ำเนินการครัง้ แรกตามพระราชบัญญัตปิ ระกอบรฐั ธรรมนูญว่าดว้ ย การป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 35 วรรค 2 ซ่ึงก�ำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ของผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ นายกรฐั มนตรี และรฐั มนตรี ซงึ่ ต้องด�ำเนนิ การภายใน 30 นับจากวันที่ได้รับบัญชแี สดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ต่อมาได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจรติ พ.ศ. 2542 (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 โดยมีสาระส�ำคัญทเี่ กย่ี วขอ้ งกับการเปิดเผยบญั ชแี สดง รายการทรัพย์สิน คือ การเพิ่มต�ำแหน่งที่จะต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน โดยกำ� หนดใหเ้ ปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ของผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภาเพ่ิมเติม (พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทจุ รติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2554 มาตรา 20 วรรค 4) ดงั นนั้ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ตามทก่ี ฎหมายกำ� หนดจงึ สามารถ ด�ำเนินการได้ 4 กลมุ่ ต�ำแหน่ง ดงั น้ี (1) นายกรัฐมนตรี (2) รัฐมนตรี

ต�ำแหน่งเจา้ หนา้ ทรี่ ัฐกบั การเปดิ เผยบญั ชีแสดงรายการทรัพยส์ ินและหนสี้ นิ ตอ่ สาธารณะ 113 (3) สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร (4) สมาชิกวุฒิสภา เพือ่ ใหเ้ ห็นภาพเปรยี บเทียบชัดเจน คณะผวู้ ิจยั ไดจ้ ัดทำ� ตารางเปรียบเทยี บการเปดิ เผยบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกับประเทศสหรัฐอเมริกา เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐ ประชาชนจีน และประเทศอินโดนีเซีย ซ่ึงมีรายละเอียดการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนสี้ นิ ดังตารางที่ 1 ตารางท่ี 1: การเปรยี บเทียบต�ำแหน่งท่เี ปดิ เผยบัญชที รัพย์สินของประเทศไทยและต่างประเทศ ล�ำดบั ประเทศ ต�ำแหนง่ ท่เี ปดิ เผยบัญชีฯ วัตถุประสงค์ 1 สหรัฐอเมริกา - ประธานาธิบดี เพ่ือตรวจสอบการขดั กนั - รองประธานาธิบดี ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน - เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ในฝา่ ยบรหิ ารทมี่ ตี ำ� แหนง่ และประโยชนส์ าธารณะ สงู กวา่ ระดับ GS-15 - เจ้าหน้าท่ีของรัฐในฝ่ายบริหารซึ่งจะได้ รับเงินภายใต้ระบบอ่ืนท่ีไม่ใช่ GS รวมท้ัง นายทหารท่ีมีอัตราเงินเดือนเท่ากับหรือ สงู กว่าระดับ 0-7 และเจา้ หน้าทีใ่ นตำ� แหนง่ เทียบเทา่ อน่ื ๆ - เจ้าหนา้ ท่ขี องรัฐในฝา่ ยบริหารในต�ำแหน่ง ทพ่ี เิ ศษ ท่ีไมไ่ ดเ้ ปิดใหม้ ีการแข่งขนั - กรรมการและเจา้ หนา้ ที่ระดบั สงู ของ U.S. Postal Service - ผู้อ�ำนวยการส�ำนักจริยธรรมรัฐบาลของ สหรัฐฯ และเจ้าหน้าท่ีจริยธรรมที่ประจ�ำ ในหนว่ ยงานตา่ ง ๆ - เจ้าหน้าท่ีของรัฐในส�ำนักงานบริหารของ ประธานาธบิ ดี - สมาชกิ รฐั สภาคองเกรส - เจา้ หน้าทบี่ างรายของรฐั สภา - ผูพ้ พิ ากษาคดปี กครอง - เจ้าหน้าทีแ่ ละลูกจ้างบางรายของ ศาลยุติธรรม - ผู้ที่ได้รับการเสนอช่ือโดยประธานาธิบดี เพื่อด�ำรงต�ำแหนง่ - ผสู้ มคั รรบั เลอื กตงั้ เปน็ ประธานาธิบดี รองประธานาธบิ ดี และสมาชกิ สภาคองเกรส

114 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ี่ 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ล�ำดับ ประเทศ ต�ำแหนง่ ท่เี ปดิ เผยบัญชีฯ วตั ถปุ ระสงค์ 2 เขตบรหิ ารพิเศษฮอ่ งกง - ผวู้ า่ การฮ่องกง เพือ่ ตรวจสอบการขดั กนั แห่งสาธารณรัฐ - คณะผูบ้ ริหาร (ExCo) ระหว่างผลประโยชน์ส่วนตน ประชาชนจีน - สมาชกิ สภานิตบิ ัญญตั ิ (LegCo) และประโยชนส์ าธารณะ - ขา้ ราชการพลเรอื น (Civil servants) - เจา้ หน้าทภ่ี ายใต้ระบบการแต่งตัง้ ทางการเมือง (PAO) 3 อนิ โดนเี ซยี - เจ้าหนา้ ที่ของรัฐท่สี ังกดั สำ� นักงาน เพื่อตรวจสอบกรณรี ำ�่ รวย ประธานาธิบดี ผิดปกติ - เจา้ หน้าทขี่ องรัฐที่สังกดั หนว่ ยงานสูงสดุ ของส่วนกลาง - รัฐมนตรี - ผู้วา่ การรัฐ - ผู้พิพากษา - เจา้ หนา้ ท่ขี องรฐั อื่น ๆ ตามบทบญั ญัติ ของกฎหมายและขอ้ บังคับ - เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั อน่ื ๆ ทม่ี หี นา้ ทเี่ ชงิ กลยทุ ธ์ เกยี่ วกับการดำ� เนินงานของรัฐตาม บทบัญญตั ิของรัฐวสิ าหกจิ และบริษทั ในระดบั ภูมิภาค - หวั หน้าธนาคารแห่งประเทศอนิ โดนเี ซยี - ผนู้ �ำการศึกษาระดบั สงู ของรฐั - ขา้ ราชการพลเรอื น ทหาร และต�ำรวจ - พนักงานอยั การของรัฐ - พนกั งานสอบสวน - เสมยี นประจ�ำศาล - เจ้าหน้าที่ของรฐั อน่ื ๆ ที่ท�ำหนา้ ทเี่ ก่ยี วกบั การยนื ยันตนของประชาชน - หวั หนา้ สำ� นักงานท้ังหมดภายในกระทรวง การคลงั - ผู้ตรวจสอบภาษีศลุ กากรและภาษี สรรพสามติ - ผตู้ รวจสอบภาษี - ผตู้ รวจสอบบญั ชี - เจา้ หน้าทผ่ี อู้ อกใบอนญุ าต - เจ้าหน้าท่ี/หัวหน้าหนว่ ยบรกิ ารชมุ ชน

ตำ� แหนง่ เจ้าหน้าทรี่ ฐั กบั การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ ินและหนีส้ ินตอ่ สาธารณะ 115 ล�ำดับ ประเทศ ต�ำแหนง่ ทเ่ี ปิดเผยบญั ชฯี วัตถุประสงค์ 4 ไทย - เจ้าหน้าทก่ี ำ� กับดูแลกฎหมาย - เจา้ หนา้ ทีข่ องรฐั อน่ื ๆ ทต่ี ้องยนื่ ตามค�ำสั่ง ของหัวหนา้ หน่วยงานในหนว่ ยงานของตน - ผู้สมัครตำ� แหนง่ ประธานาธิบดแี ละ รองประธานาธิบดี และผู้สมัครต�ำแหน่งหวั หน้าภูมภิ าคและ รองหวั หน้าภมู ภิ าค - นายกรฐั มนตรี เพอ่ื ตรวจสอบกรณรี �่ำรวย - รัฐมนตรี ผดิ ปกติ - สมาชิกสภาผ้แู ทนราษฎร - สมาชกิ วุฒสิ ภา กรณขี องประเทศสหรฐั อเมรกิ า กำ� หนดใหเ้ ปดิ เผยบญั ชขี องเจา้ หนา้ ทร่ี ฐั ฝา่ ยบรหิ ารทมี่ เี งนิ เดอื น สงู กวา่ ระดบั General Schedule - 15 เมอ่ื เขา้ ไปพจิ ารณาตาราง General Schedule ของเดอื นมกราคม ปี ค.ศ. 2017 จะพบว่า ตารางดงั กลา่ วประกอบด้วย 15 ล�ำดบั (Grade) 10 ระดับ (Step) ซงึ่ ในลำ� ดบั ที่ 15 ระดับที่ 1 ตามทกี่ ำ� หนดให้ตอ้ งเปดิ เผยบญั ชีฯ นนั้ คอื เงนิ เดอื น 103,672 ดอลลาร์/ปี หรอื 8,614 ดอลลาร/์ เดอื น หรอื คดิ เปน็ เงนิ ประเทศไทยประมาณ 271,341 บาท/เดอื น (ใชอ้ ตั ราแลกเปลย่ี น 1 ดอลลาร์ ตอ่ 31.50 บาท) และในระดบั ท่ี 10 ซ่ึงเป็นระดบั สงู สดุ ของลำ� ดบั 15 คอื ผูม้ เี งนิ เดือน 134,776 ดอลลาร์/ปี หรอื 11,231 ดอลลาร/์ เดอื น หรือคิดเปน็ เงินประเทศไทย ประมาณ 353,776 บาท/เดือน ทงั้ น้ี เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ฝา่ ยบรหิ ารทเ่ี งนิ เดอื นไมไ่ ดอ้ ยใู่ นกรอบของ General Schedule ซง่ึ มเี งนิ เดอื น มากกว่าระดับ 0-7 ก็ต้องเปิดเผยบัญชีฯ ด้วย จะเห็นได้ว่า การก�ำหนดต�ำแหน่งให้เปิดเผยบัญชี ทรัพยส์ นิ ของประเทศสหรัฐอเมรกิ า จะผกู ไวก้ ับต�ำแหน่งบรหิ าร และตำ� แหนง่ ท่ใี ช้อำ� นาจบางประการ ท่ีกระทบกับสิทธิของประชาชนหรือสามารถให้คุณให้โทษได้ เช่น เจ้าหน้าที่ของรัฐในฝ่ายบริหาร ในตำ� แหนง่ พเิ ศษทไี่ มไ่ ดเ้ ปดิ ใหม้ กี ารแขง่ ขนั กรรมการและเจา้ หนา้ ทรี่ ะดบั สงู ของ U.S. Postal Service ผู้อ�ำนวยการส�ำนักจริยธรรมรัฐบาลของสหรัฐฯ และเจ้าหน้าที่จริยธรรมท่ีประจ�ำในหน่วยงานต่าง ๆ เจ้าหน้าท่ีของรัฐในส�ำนักงานบริหารของประธานาธิบดี สมาชิกรัฐสภาคองเกรส เจ้าหน้าท่ีบางราย ของรฐั สภา ผพู้ พิ ากษาคดปี กครอง เจ้าหนา้ ที่และลูกจา้ งบางรายของศาลยตุ ธิ รรม เป็นตน้ กรณีของประเทศอินโดนีเซีย ก็มคี วามคล้ายคลึงกบั ประเทศสหรฐั อเมรกิ า คอื กำ� หนดให้ผ้ทู ี่ ดำ� รงตำ� แหนง่ ระดบั สงู ตอ้ งเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ เชน่ เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั ทสี่ งั กดั สำ� นกั งานประธานาธบิ ดี เจ้าหน้าท่ีของรัฐที่สงั กัดหนว่ ยงานสงู สุดของส่วนกลาง ผูว้ ่าการรฐั ผูพ้ พิ ากษา และเจา้ หน้าทีข่ องรัฐอ่ืน ๆ ตามบทบญั ญตั ขิ องกฎหมาย เจา้ หนา้ ทข่ี องรฐั อนื่ ๆ ทมี่ หี นา้ ทเี่ ชงิ กลยทุ ธเ์ กยี่ วกบั การดำ� เนนิ งานของรฐั เปน็ ตน้ เขตบริหารพิเศษฮ่องกงแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน อาจเป็นกรณียกเว้นในประเด็นการเปิดเผย

116 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) บัญชีทรัพย์สิน เน่ืองจากก�ำหนดให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของผู้ว่าการฮ่องกง คณะผู้บริหาร (ExCo) สมาชกิ สภานติ บิ ัญญตั ิ (LegCo) ข้าราชการพลเรือน (Civil servants) เจา้ หนา้ ทภ่ี ายใต้ระบบการแตง่ ตง้ั ทางการเมือง (PAO) ต้องเปิดเผยบัญชีต่อสาธารณะ หรือกล่าวโดยสรุปคือก�ำหนดให้ข้าราชการและ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งทางการเมืองท้ังหมดต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ด้วยเหตุผลทางด้านประชากรและ อาณาเขตของเขตบรหิ ารพเิ ศษฮ่องกง จงึ สามารถดำ� เนนิ การดังกล่าวข้างต้นได้ จากที่คณะผู้วิจัยได้เปรียบเทียบต�ำแหน่งท่ีต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของท้ัง 3 ประเทศ ดังกล่าวพบว่ามีหลักเกณฑ์ที่เป็นจุดร่วมของการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ซ่ึงคณะผู้วิจัยสรุปออกมาเป็น หลกั เกณฑใ์ นการก�ำหนดต�ำแหน่งทตี่ อ้ งเปิดเผยบญั ชีทรัพยส์ ินตอ่ สาธารณะได้ ดังนี้ (1) เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งการเมือง ในกรณีน้ีจะเป็นจุดร่วมท่ีเหมือนกันทั้ง 3 ประเทศ โดยก�ำหนดใหน้ ายกรฐั มนตรี/ประธานาธิบดี รฐั มนตรี สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร สมาชกิ วฒุ สิ ภา หรอื ผู้ท่ีไดร้ ับการแตง่ ต้ังจากผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมอื ง จะตอ้ งเปิดเผยบัญชที รพั ย์สินตอ่ สาธารณะ (2) เปน็ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ระดบั สงู กรณเี จา้ หนา้ ทรี่ ฐั ระดบั สงู พบวา่ ในประเทศสหรฐั อเมรกิ า ได้ก�ำหนดหลักเกณฑ์ไว้เป็นท่ีน่าสนใจ โดยการก�ำหนดเง่ือนไขของเงินเดือนไว้ ถ้าผู้ด�ำรงต�ำแหน่ง ในฝ่ายบริหารต�ำแหน่งใดได้รับเงินเดือนถึงเกณฑ์ท่ีก�ำหนด ก็ต้องดำ� เนินการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สิน ต่อสาธารณะ ท้ังน้ี ในประเทศอินโดนีเซียก็ก�ำหนดให้ต�ำแหน่งเจ้าหน้าท่ีรัฐระดับสูงต้องเปิดเผย บญั ชีทรพั ยส์ ินด้วยเช่นกัน แต่กรณขี องประเทศอนิ โดนเี ซยี จะเปน็ การก�ำหนดตำ� แหนง่ ว่าตำ� แหนง่ ใดบ้าง ทีจ่ ะตอ้ งเปิดเผยบญั ชที รพั ย์สนิ ซึ่งสามารถดรู ายละเอยี ดไดใ้ นตารางที่ 1 (3) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐที่ใช้ดุลพินิจ อันจะเกิดการให้คุณหรือให้โทษกับประชาชนใน ประเทศ หลักเกณฑ์นี้พบในประเทศอินโดนีเซีย โดยประเทศอินโดนีเซียก�ำหนดให้ผู้ท่ีเป็นเจ้าหน้าท่ีรัฐอ่ืน ที่ท�ำหน้าท่ีเกี่ยวกับยืนยันตัวตนของประชาชน ผู้ท�ำหน้าที่ตรวจสอบภาษี ผู้ท�ำหน้าที่ตรวจสอบภาษี ศุลกากรและภาษีสรรพสามติ ผู้ท�ำหนา้ ทตี่ รวจสอบบัญชีต้องเปดิ เผยบญั ชที รพั ย์สินตอ่ สาธารณะดว้ ย (4) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐท่ีมีหน้าที่ด�ำรงความยุติธรรมในประเทศ กรณีของเจ้าหน้าท่ีรัฐ ผู้มีหนา้ ทีด่ �ำรงความยุตธิ รรมในสังคม คณะผวู้ ิจยั พบวา่ ในประเทศอินโดนเี ซยี จะก�ำหนดตำ� แหนง่ ละเอยี ดกว่า ประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะก�ำหนดให้พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และเสมียนประจ�ำศาล ต้องเปดิ เผยบญั ชีทรพั ยส์ ินต่อสาธารณะดว้ ย ซึ่งต�ำแหน่งผู้พพิ ากษาน้ันมคี วามคล้ายกัน คอื กำ� หนดให้ ผดู้ ำ� รงต�ำแหน่งผ้พู พิ ากษาตอ้ งเปดิ เผยบัญชีทรัพยส์ ินต่อสาธารณะ (5) หนว่ ยงานที่ท�ำหนา้ ที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในประเทศ กรณนี ้ี เห็นได้ในประเทศสหรัฐอเมริกาที่ก�ำหนดให้ผู้อ�ำนวยการส�ำนักจริยธรรมของรัฐ และเจ้าหน้าท่ีของ ส�ำนกั จรยิ ธรรมของรัฐท่ีประจ�ำในหนว่ ยงานต่าง ๆ ต้องเปิดเผยบัญชที รพั ยส์ นิ ต่อสาธารณะดว้ ย 5.2 ตำ� แหน่งเจา้ หนา้ ทข่ี องรัฐกับเรอ่ื งกลา่ วหารอ้ งเรยี นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะผู้วิจัยได้จัดกลุ่มของเจ้าหน้าท่ีของรัฐผู้มีหน้าท่ีต้องย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่ีก�ำหนดไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและ ปราบปรามการทจุ ริต พ.ศ. 2542 และท่แี กไ้ ขเพ่ิมเตมิ ออกเป็น 16 กล่มุ 347 ตำ� แหน่ง ดังตารางที่ 2

ตำ� แหน่งเจา้ หน้าทีร่ ัฐกบั การเปิดเผยบัญชแี สดงรายการทรพั ยส์ ินและหนีส้ นิ ตอ่ สาธารณะ 117 ตารางที่ 2: กลุ่มต�ำแหน่งเจ้าหน้าท่ีของรัฐท่ีมีหน้าที่ยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลำ� ดบั กลมุ่ ต�ำแหนง่ เจ้าหน้าทีร่ ัฐ จำ� นวนตำ� แหนง่ (คน) 1 ประธานศาลฎกี า 1 2 ประธานศาลรัฐธรรมนญู 1 3 ประธานศาลปกครองสงู สุด 1 4 อยั การสงู สุด 1 5 กรรมการการเลอื กต้งั 5 6 ผตู้ รวจการแผ่นดิน 3 7 ตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ 9 8 กรรมการตรวจเงนิ แผ่นดนิ 7 9 รองประธานศาลฎกี า 6 10 รองประธานศาลปกครองสงู สุด 4 11 หวั หน้าส�ำนักงานตลุ าการทหาร 1 12 ผูพ้ พิ ากษาในศาลฎีกา 120 13 ตุลาการในศาลปกครองสงู สุด 9 14 รองอยั การสงู สุด 8 15 ผูด้ �ำรงต�ำแหนง่ ระดบั สงู 4 145 16 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนดตำ� แหน่งเพมิ่ เติม (มาตรา 40) 185 รวม 347 หมายเหตุ: ประมวลผลต�ำแหนง่ ตามกรอบทกี่ ฎหมายก�ำหนด กฎหมายก�ำหนดให้เจ้าหน้าท่ีของรัฐข้างต้นต้องยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพ่ือตรวจสอบการใช้อำ� นาจรัฐ ไม่ให้ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งดังกล่าวใช้อำ� นาจเพ่ือ ผลประโยชน์ของตนหรือพวกพ้อง หรอื ใชอ้ ำ� นาจไปในทางท่ีผดิ ซงึ่ จะเหน็ ว่าตำ� แหนง่ ท่กี ำ� หนดใหต้ อ้ ง ยน่ื บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ลว้ นแลว้ แตเ่ ปน็ ตำ� แหนง่ ทมี่ อี ำ� นาจ ในการระงับ เพิกถอน อนมุ ัติ อนุญาต หรอื เปน็ ตำ� แหน่งทีจ่ ะต้องธ�ำรงความเปน็ ธรรมไว้ในสงั คมท้งั ส้ิน 4 หมายถงึ ผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ หวั หนา้ สว่ นราชการระดบั กระทรวง ทบวง หรอื กรมสำ� หรบั ขา้ ราชการพลเรอื น ปลดั กระทรวงกลาโหม ผบู้ ญั ชาการ ทหารสงู สดุ ผบู้ ัญชาการเหล่าทพั ส�ำหรบั ขา้ ราชการทหาร ผดู้ �ำรงต�ำแหน่งผู้บญั ชาการตำ� รวจแห่งชาติ ปลัดกรุงเทพมหานคร กรรมการ และผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ หัวหน้าหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญท่ีมีฐานะเป็นนิติบุคคล กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของ หน่วยงานอ่ืนของรฐั ตามทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนด

118 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) คณะผวู้ จิ ยั นำ� เสนอจำ� นวนคดที กี่ ลา่ วหารอ้ งเรยี นเจา้ หนา้ ทร่ี ฐั วา่ กระทำ� การทจุ รติ ทเ่ี ขา้ สรู่ ะบบ การไตส่ วนข้อเทจ็ จรงิ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพอ่ื เปน็ การฉายสภาพปัญหาการคอรร์ ัปชันของกลุม่ เจา้ หนา้ ทขี่ องรฐั ซงึ่ เปน็ ขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการเกบ็ สถติ จิ ำ� นวนเรอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรยี นทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนนิ การไตส่ วนข้อเท็จจริง รายละเอียดตามตารางท่ี 3 ตารางท่ี 3: สถิติจำ� นวนเรอ่ื งรอ้ งเรียนกลา่ วหาทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำ� เนินการไต่สวนขอ้ เทจ็ จริง ระหวา่ งปี พ.ศ. 2543 - 2560 ลำ� ดบั ตำ� แหน่ง จำ� นวน อตั ราสว่ นตอ่ 17 ปี หมายเหตุ 1.00 1 ปลัดกระทรวง 17 1.94 0.88 2 อธบิ ดี 33 2.06 0.76 3 รองอธบิ ดี 15 2.00 0.53 4 ผู้ว่าราชการจังหวัด 35 1.00 0.88 5 รองผวู้ ่าราชการจงั หวัด 13 2.30 6 เลขาธกิ าร 34 0.29 26.18 7 รองเลขาธกิ าร 9 0.12 8 อธกิ ารบดี 17 9 รองอธกิ ารบดี 15 10 ต�ำรวจ (ผู้กำ� กับ รองผบู้ งั คับการ 39 ผ้บู งั คบั การ รองผูบ้ ญั ชาการ ผู้บัญชาการ) 11 อัยการจังหวัด 5 12 ผอู้ ำ� นวยการกอง 445 13 พาณชิ ย์จังหวดั 2 รวม 679 หมายเหตุ: ประมวลผลต�ำแหนง่ ตามกรอบทก่ี ฎหมายก�ำหนด การแปลความหมายของตารางขา้ งตน้ คณะผวู้ จิ ยั ไดน้ ำ� จำ� นวนปที เี่ กบ็ สถติ เิ รอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรยี น คอื 17 ปี (2543 - 2560) มาหารด้วยจำ� นวนเรื่องทีก่ ลา่ วหาร้องเรยี น เพอ่ื หาอตั ราส่วนว่าในแต่ละปี มผี ดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ใดถกู กลา่ วหารอ้ งเรยี นวา่ กระทำ� ความผดิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เปน็ จำ� นวนเทา่ ใด

ตำ� แหนง่ เจา้ หน้าท่รี ัฐกับการเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหนี้สนิ ต่อสาธารณะ 119 ยกตัวอยา่ งเช่น ในล�ำดับที่ 8 ระดับอธิการบดี มจี ำ� นวนเรื่องร้องเรียน 17 เรื่อง เม่ือน�ำมาหารดว้ ย 17 ปี จะมีค่าเท่ากับ 1 หมายความว่า ในทุก ๆ 1 ปี จะมีผู้ด�ำรงต�ำแหน่งอธิบดีถูกกล่าวหาร้องเรียนว่า กระทำ� ความผิดตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จ�ำนวน 1 คน จากสถติ ิข้อมลู ข้างตน้ จะเห็นว่า ในหนงึ่ ปี จะมีผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับผู้อ�ำนวยการกองถูกกล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่ากระท�ำ ความผิดมากถึง 26.18 คน และในลำ� ดับรองลงมาคือ ตำ� รวจ (ผกู้ �ำกบั รองผู้บงั คับการ ผู้บังคบั การ รองผู้บัญชาการ ผู้บัญชาการ) ใน 1 ปีจะมีต�ำรวจถูกกล่าวหาร้องเรียนต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า กระท�ำผิด 2.30 คน เพอ่ื ไมใ่ หเ้ ปน็ การเขา้ ใจทค่ี ลาดเคลอื่ น คณะผวู้ จิ ยั จำ� เปน็ จะตอ้ งเนน้ ยำ�้ ไว้ ณ ทนี่ วี้ า่ เรอื่ งกลา่ วหา ร้องเรียน และเร่ืองท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดน้ันไม่เหมือนกัน กล่าวคือ เม่ือมีการ กลา่ วหารอ้ งเรยี นผู้ด�ำรงตำ� แหนง่ ใดว่ากระทำ� ความผิดต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. แลว้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องด�ำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คือ “การด�ำเนินการแสวงหา ขอ้ เทจ็ จรงิ และรวบรวมพยานหลกั ฐาน หรอื การแสงการแสวงหาขอ้ เทจ็ จรงิ และรวบรวมพยานหลกั ฐาน เพมิ่ เตมิ เพอ่ื ทจี่ ะทราบขอ้ เทจ็ จรงิ และมลู ความผดิ หรอื เพอื่ ทจ่ี ะทราบขอ้ เทจ็ จรงิ และพสิ จู นค์ วามรำ�่ รวย ผิดปกติ” (ระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติว่าด้วยการไต่สวน ขอ้ เทจ็ จริง พ.ศ. 2555 และทแี่ ก้ไขเพิ่มเตมิ ข้อ 4) หรอื กลา่ วอีกนัยหนึ่งวา่ การไตส่ วนข้อเท็จจรงิ เปน็ การแสวงหาข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานต่าง ๆ ซึ่งในกระบวนการน้ียังไม่ได้มีการวินิจฉัย จากคณะกรรมการ ป.ป.ช. วา่ ผถู้ กู กล่าวหารอ้ งเรียนกระทำ� ความผิดใดหรือไม่ การพิจารณาสถิติจ�ำนวนเร่ืองร้องเรียนกล่าวหาที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนินการไต่สวน ข้อเท็จจรงิ จึงยังไมเ่ ป็นที่สุดในกระบวนการของคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวคอื เรือ่ งไตส่ วนขอ้ เท็จจรงิ บางเรื่อง คณะกรรมการ ป.ป.ช. อาจจะมีมติให้ยุติการด�ำเนินคดี หรือให้ข้อกล่าวหาเป็นอันตกไป กไ็ ด้ ดงั นนั้ คณะผวู้ จิ ยั จงึ นำ� สถติ เิ รอ่ื งรอ้ งเรยี นกลา่ วหาทผ่ี า่ นกระบวนการไตส่ วนขอ้ เทจ็ จรงิ และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดผู้ถูกกล่าวหา เพื่อให้เห็นว่า แท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทดี่ ำ� รงตำ� แหนง่ ระดบั สงู นนั้ มแี นวโนม้ ในการใชอ้ ำ� นาจหนา้ ทเี่ พอื่ แสวงหาผลประโยชนเ์ พอื่ ตนเองเพยี งใด หรือเป็นการทุจริตต่ออ�ำนาจหน้าท่ีท่ีตนเองมีเพียงใด เม่ือคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนินการไต่สวน ขอ้ เทจ็ จริงแลว้ เสร็จ และมีมติช้มี ลู ความผิด รายละเอียดดงั ตารางท่ี 4

120 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) ตารางที่ 4: สถิตจิ �ำนวนเร่อื งรอ้ งเรียนกลา่ วหาทีค่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มมี ตชิ ้ีมลู ความผิด ระหวา่ งปี พ.ศ. 2543 - 2560 ล�ำดับ กลุ่มตำ� แหน่ง ไตส่ วนข้อเทจ็ จริง มีมตชิ ี้มลู รอ้ ยละการชม้ี ูล (จำ� นวน) (จำ� นวน) ความผดิ 76.47 1 ปลัดกระทรวง 17 13 51.52 40.00 2 อธิบดี 33 17 25.71 15.38 3 รองอธบิ ดี 15 6 17.65 44.44 4 ผวู้ ่าราชการจงั หวดั 35 9 58.82 20.00 5 รองผู้วา่ ราชการจงั หวัด 13 2 69.23 6 เลขาธิการ 34 6 100 38.43 7 รองเลขาธิการ 94 0.00 40.21 8 อธกิ ารบดี 17 10 9 รองอธกิ ารบดี 15 3 10 ต�ำรวจ (ผกู้ �ำกบั รองผู้บงั คับการ 39 27 ผ้บู งั คบั การ รองผ้บู ญั ชาการ ผูบ้ ญั ชาการ) 11 อยั การจังหวัด 55 12 ผู้อ�ำนวยการกอง 445 171 13 พาณชิ ย์จังหวัด 20 รวม 679 273 หมายเหต:ุ ประมวลผลจากข้อมูลดิบศูนย์ประมวลข้อมูล ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ คณะผวู้ จิ ยั พบวา่ เรอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรยี นตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไมอ่ าจ ฉายใหเ้ หน็ ภาพการทจุ รติ ในประเทศไทยไดอ้ ยา่ งสมบรู ณ์ เพราะวา่ เมอ่ื คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำ� เนนิ การ ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วพิจารณาว่าเรื่องกล่าวหาร้องเรียนดังกล่าวมีมูลความผิดหรือไม่ พบว่า เร่ืองกล่าวหาร้องเรียนท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด เพียงร้อยละ 40 ของจ�ำนวนเรื่อง กล่าวหาร้องเรยี น โดยในกรณีผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ อธิบดี มีเรอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรียน จำ� นวน 33 เรอื่ ง แตเ่ มือ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนขอ้ เท็จจริงแลว้ พิจารณาชมี้ ลู ความผดิ คดิ เป็นร้อยละ 51.52 จะเห็นไดว้ ่า เมื่อถงึ กระบวนการลงมตชิ มี้ ลู ความผิดของคณะกรรมการ ป.ป.ช. วา่ เร่อื งกล่าวหา ร้องเรียนมีมูลความผิดหรือไม่นั้น จะไม่เท่ากันกับเรื่องกล่าวหาร้องเรียนท่ีไต่สวนข้อเท็จจริง

ต�ำแหนง่ เจ้าหน้าทร่ี ัฐกับการเปิดเผยบญั ชแี สดงรายการทรัพย์สนิ และหนส้ี นิ ตอ่ สาธารณะ 121 กลา่ วคอื เมอื่ ถงึ กระบวนการลงมตขิ องคณะกรรมการ ป.ป.ช. จำ� นวนเรอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรยี นทม่ี มี ตชิ มี้ ลู ความผดิ จะลดลงเมอื่ เทยี บกบั เรอ่ื งกลา่ วหารอ้ งเรยี นทไ่ี ตส่ วนขอ้ เทจ็ จรงิ ยกเวน้ กรณขี องอยั การจงั หวดั ทีจ่ �ำนวนเรือ่ งกลา่ วหาร้องเรยี นเทา่ กับจำ� นวนเร่อื งกลา่ วหารอ้ งเรยี นทคี่ ณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชีม้ ูล ความผิด 5.3 แนวโน้มการตรวจสอบทรัพย์สินและการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สิน ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 พระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 ประกาศในราชกจิ จานุเบกษา บังคับใช้เปน็ กฎหมายเป็นการทัว่ ไปเม่อื วันท่ี 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2561 ซงึ่ ในกฎหมายดังกล่าวมีประเด็นท่ีเกย่ี วกับการเปดิ เผยบญั ชีแสดงรายการทรัพย์สนิ และหนี้สิน ดงั น้ี คณะผวู้ จิ ยั จะทำ� การวเิ คราะหแ์ นวโนม้ ของการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ และการเปดิ เผยบญั ชแี สดง รายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ในอนาคต ซง่ึ จะยดึ ถอื รา่ งพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการ ปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตทผ่ี า่ นการลงมติของสภานิติบญั ญัตแิ ห่งชาติเป็นฐานในการวเิ คราะห์ เปรียบเทียบ (ต่อจากนจ้ี ะเรียกวา่ พระราชบญั ญัติประกอบรัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2561) มีรายละเอยี ดที่จะท�ำการวิเคราะห์ ดังน้ี (1) การยนื่ บัญชีแสดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ (2) การเปดิ เผยบัญชีแสดงรายการทรพั ย์สนิ และหนี้สนิ (1) การยน่ื บญั ชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน หากพจิ ารณาเนอ้ื หาของพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปราม การทุจริต พ.ศ. 2561 โดยละเอียดแล้วจะพบว่า การก�ำหนดต�ำแหน่งผู้มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สิน แทบจะไม่แตกต่างจากการก�ำหนดที่ด�ำเนินการมาก่อนหน้า แต่เน้ือหา กฎหมายเขียนไว้ให้ครอบคลุมต�ำแหน่งส�ำคัญอีกหลายต�ำแหน่ง เช่น ต�ำแหน่งข้าราชการตุลาการ ศาลปกครองตามกฎหมายวา่ ดว้ ยการจดั ตง้ั ศาลปกครองและวธิ พี จิ ารณาคดปี กครอง ซงึ่ ดำ� รงตำ� แหนง่ ตงั้ แต่ อธิบดีศาลปกครองชั้นต้นขึ้นไป ข้าราชการอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ซึ่งด�ำรงต�ำแหน่งตั้งแต่อธิบดีอัยการข้ึนไป ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ ฝ่ายศาลยุตธิ รรม ซง่ึ ด�ำรงต�ำแหน่งต้งั แต่อธบิ ดีผพู้ ิพากษาข้นึ ไป เปน็ ต้น แต่ทัง้ น้ี กฎหมายก็ไดร้ ะบุไวว้ า่ ให้ “ตำ� แหน่งอื่นตามท่ีกฎหมายอื่นก�ำหนดให้มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน” มีหน้าท่ีย่ืนบัญชี แสดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ หรอื หมายความวา่ การกำ� หนดตำ� แหนง่ ใหต้ อ้ งยนื่ บญั ชแี สดงรายการ ทรัพย์สินและหน้ีสินท่ีได้เคยประกาศมาก่อนหน้าก็ให้มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนี้สินต่อไป รายละเอยี ดเปรยี บเทียบดังตารางท่ี 5

122 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปที ี่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ตารางที่ 5: การเปรยี บเทยี บผมู้ หี นา้ ทยี่ น่ื บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ตามพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 ลำ� ดับ พระราชบญั ญัติประกอบฯ 2542 รา่ งพระราชบัญญัติประกอบฯ พ.ศ. 2561 และท่ีแกไ้ ขเพมิ่ เตมิ ผดู้ �ำรงตำ� แหน่งทางการเมือง 1 ผูด้ ำ� รงต�ำแหนง่ ทางการเมอื ง ผบู้ รหิ ารทอ้ งถิ่น รองผบู้ รหิ ารทอ้ งถน่ิ ผชู้ ่วยผูบ้ รหิ ารท้องถน่ิ และสมาชกิ สภาทอ้ งถนิ่ ตามท่ี 2 กรรมการการเลือกตงั้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ� หนด 3 ผตู้ รวจการแผน่ ดิน ผู้ดำ� รงตำ� แหนง่ ในองค์กรอิสระ 4 กรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดิน 5 ประธานศาลปกครองสูงสุด ขา้ ราชการตลุ าการศาลปกครองตามกฎหมาย วา่ ดว้ ยการจดั ตง้ั ศาลปกครองและวธิ ีพจิ ารณา 6 ตลุ าการในศาลปกครองสูงสุด คดปี กครอง ซึ่งด�ำรงตำ� แหนง่ ตงั้ แตอ่ ธิบดี ศาลปกครองช้ันตน้ ขึ้นไป 7 รองประธานศาลปกครองสูงสดุ ขา้ ราชการอัยการตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบียบ 8 อัยการสงู สดุ ข้าราชการฝ่ายอัยการ ซงึ่ ดำ� รงต�ำแหน่งต้ังแตอ่ ธิบดี อัยการขึน้ ไป 9 รองอัยการสูงสดุ 10 ตลุ าการศาลรัฐธรรมนูญ ตลุ าการศาลรฐั ธรรมนูญ 11 ประธานศาลฎีกา ข้าราชการตุลาการตามกฎหมายวา่ ด้วยระเบยี บ 12 ประธานศาลรฐั ธรรมนูญ ข้าราชการฝา่ ยศาลยตุ ธิ รรม ซงึ่ ดำ� รงตำ� แหนง่ ตง้ั แต่ 13 รองประธานศาลฎีกา อธบิ ดผี พู้ พิ ากษาขน้ึ ไป 14 หวั หน้าสำ� นักงานตลุ าการทหาร 15 ผ้พู พิ ากษาในศาลฎกี า ผู้ดำ� รงตำ� แหนง่ ระดับสูง 16 ผดู้ ำ� รงตำ� แหน่งระดบั สูง5 ต�ำแหน่งอ่ืนตามที่กฎหมายอน่ื กำ� หนดให้มหี น้าทย่ี ่นื 17 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนดต�ำแหนง่ บัญชที รัพย์สนิ และหน้ีสิน เพ่ิมเตมิ (มาตรา 40) 5 หมายถึง ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งหัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง หรือกรมส�ำหรับข้าราชการพลเรือน ปลัดกระทรวงกลาโหม ผูบ้ ญั ชาการทหารสงู สุด ผู้บญั ชาการเหล่าทพั สำ� หรบั ขา้ ราชการทหาร ผู้ดำ� รงต�ำแหนง่ ผู้บญั ชาการตำ� รวจแห่งชาติ ปลดั กรงุ เทพมหานคร กรรมการและผบู้ รหิ ารสงู สดุ ของรฐั วสิ าหกจิ หวั หนา้ หนว่ ยงานอสิ ระตามรฐั ธรรมนญู ทม่ี ฐี านะเปน็ นติ บิ คุ คล กรรมการและผบู้ รหิ ารสงู สดุ ของหน่วยงานอน่ื ของรัฐตามท่คี ณะกรรมการ ป.ป.ช. กำ� หนด

ต�ำแหนง่ เจา้ หน้าท่ีรัฐกบั การเปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหน้สี นิ ตอ่ สาธารณะ 123 การกำ� หนดตำ� แหนง่ ผมู้ หี นา้ ทยี่ น่ื บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ตามพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มีความยืดหยุ่นสูงขึ้น กล่าวคือ เป็นการใช้เกณฑ์ของระดับต�ำแหน่งตามการแบ่งส่วนราชการมาเป็นตัวต้ัง ผลก็คือ หากส่วนราชการดังกล่าวมีการปรับโครงสร้างภายใน ซึ่งอาจจะมีการก�ำหนดตำ� แหน่งอ่ืนใดเพิ่มเติม ขึ้นมา แล้วระดับของต�ำแหน่งสูงกว่าหรือเท่ากับเกณฑ์ท่ีก�ำหนด ต�ำแหน่งท่ีก�ำหนดข้ึนมาใหม่ก็มีหน้าท่ี ย่นื บญั ชแี สดงรายการทรพั ย์สินและหนส้ี นิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทนั ที โดยทค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ต้องด�ำเนินการออกประกาศให้ต�ำแหน่งที่เพ่ิมใหม่นั้นเป็นต�ำแหน่งที่มีหน้าท่ีย่ืนบัญชีแสดงรายการ ทรพั ย์สนิ และหน้สี ินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. (2) การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรพั ย์สินและหน้ีสนิ การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินเป็นหัวใจหลักของการวิจัยช้ินน้ี คณะผู้วิจัยเห็นว่า คณะผู้วิจัยควรจะมีการทุ่มเทกับส่วนนี้ให้มากกว่าปกติ โดยพิจารณารายละเอียด เก่ียวกับตำ� แหน่งทีก่ ำ� หนดใหต้ ้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรพั ย์สนิ และหน้ีสิน ตามพระราชบญั ญัติ ประกอบรฐั ธรรมนูญวา่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 และวิธีการเปดิ เผยบัญชี แสดงรายการทรพั ย์สนิ เป็นท่ีทราบกันดีว่า การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ในพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม ก�ำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินได้ 4 กลุ่ม คอื นายกรฐั มนตรี รัฐมนตรี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชกิ วุฒสิ ภา ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ก�ำหนดให้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ด�ำรงต�ำแหน่ง ดังต่อไปน้ีด้วย คือ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับสูง ผู้บริหาร ท้องถิ่น รองผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถ่ิน และสมาชิกสภาท้องถิ่น ซึ่งการก�ำหนดดังกล่าว ถือว่าเป็นการก�ำหนดเพดานข้ันต�่ำของการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน เน่ืองจาก ในมาตรา 102 ระบุไว้ว่า “ในการด�ำเนินการตามมาตรา 28 (3) อย่างน้อยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตอ้ งกำ� หนดใหผ้ ูด้ ำ� รงตำ� แหน่งดังต่อไปน้ี ต้องยืน่ บัญชีทรพั ย์สนิ และหน้ีสนิ ตอ่ คณะกรรมการ ป.ป.ช.” ซง่ึ รายละเอยี ดคณะผวู้ ิจัยได้กลา่ วไวใ้ นตารางท่ี 5 และในมาตรา 104 กำ� หนดว่า “เมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก�ำหนดให้ผดู้ �ำรงต�ำแหนง่ ใดตอ้ งย่ืนบัญชที รพั ย์สินและหนีส้ ินตามมาตรา 102 และมาตรา 103 ให้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการท่ัวไป และให้แจ้งให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบด้วย” ก็คือ ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศเผยแพรใ่ ห้ประชาชนทราบวา่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไดก้ �ำหนดให้ ต�ำแหน่งใดต้องมีหน้าท่ีย่ืนบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน ซ่ึงคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องแจ้งต้นสังกัด ของต�ำแหนง่ นัน้ อีกทางหน่ึงด้วย

124 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) สาระสำ� คญั ของการเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ ทก่ี ำ� หนดไวใ้ นพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 อยู่ท่ีมาตรา 106 ที่ระบไุ ว้ว่า “เพื่อประโยชน์ ในการมีสว่ นร่วมของประชาชนในการตรวจสอบทรัพย์สนิ ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. เปิดเผยบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ท่ีต้ังของอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารประกอบของผู้ด�ำรง ตำ� แหน่งมาตรา 102 (1) เฉพาะนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิก วุฒสิ ภา และบุคคลตามมาตรา 102 (2) (3) (7) และ (9) รวมทัง้ ของคูส่ มรสและบุตรที่ยังไม่บรรลุ นติ ิภาวะของบคุ คลดงั กล่าว” การก�ำหนดต�ำแหน่งที่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินดังกล่าว ถือเป็นก้าวย่างที่ส�ำคัญของ การเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ในประเทศไทย เหตเุ พราะวา่ การกำ� หนดตำ� แหนง่ ทต่ี อ้ งเปดิ เผยบญั ชฯี ดังกล่าวได้ขยายต�ำแหน่งครอบคลุมผู้ใช้อ�ำนาจรัฐออกไปอย่างรอบด้าน ซ่ึงมีความแตกต่างจาก การเปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ ินเดมิ ท่ใี หเ้ ปดิ เผยเฉพาะ 4 กลุม่ ดงั ท่กี ลา่ วไปแลว้ ข้างต้น ทงั้ นี้ คณะผวู้ ิจัยได้จดั ทำ� ตารางเปรยี บเทยี บตำ� แหนง่ ทก่ี ำ� หนดใหเ้ ปดิ เผยบญั ชที รพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนูญว่าด้วยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 รายละเอยี ดดังตารางท่ี 6 ตารางที่ 6: การเปรียบเทียบตำ� แหนง่ ท่ีกำ� หนดใหเ้ ปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรพั ยส์ ินและหน้สี ิน ลำ�ดับ พระราชบัญญตั ปิ ระกอบฯ 2542 ร่างพระราชบญั ญัตปิ ระกอบฯ พ.ศ. 2561 และที่แกไ้ ขเพิม่ เติม นายกรฐั มนตรี 1 นายกรัฐมนตรี รฐั มนตรี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร 2 รัฐมนตรี สมาชิกวฒุ สิ ภา ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ 3 สมาชกิ สภาผู้แทนราษฎร ผ้ดู ำ�รงตำ�แหนง่ ในองคก์ รอสิ ระ6 ผดู้ ำ�รงตำ�แหนง่ ระดบั สงู 4 สมาชกิ วฒุ สิ ภา ผู้บริหารทอ้ งถน่ิ รองผูบ้ รหิ ารท้องถน่ิ 5 ผู้ช่วยผ้บู ริหารทอ้ งถิน่ สมาชกิ สภาท้องถิน่ 6 7 8 9 10 11 6 หมายถงึ ผ้ดู ำ�รงตำ�แหนง่ ในองค์กรอสิ ระตามทรี่ ฐั ธรรมนญู บญั ญัติ ยกเว้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. และใหห้ มายรวมถงึ ผ้วู า่ การตรวจเงนิ แผน่ ดินด้วย

ต�ำแหน่งเจ้าหนา้ ที่รฐั กับการเปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรัพยส์ ินและหน้ีสินต่อสาธารณะ 125 จากตารางข้างต้น ผ้อู า่ นอาจไม่เห็นภาพว่าการกำ� หนดตำ� แหนง่ ทต่ี ้องเปดิ เผยบัญชที รัพย์สนิ และหนี้สิน มีความแตกต่างจากเดิมมากน้อยเพียงใด ซ่ึงถ้าพิจารณาจากตารางที่ 6 จะเห็นได้ว่า กลุ่มต�ำแหน่งที่ก�ำหนดให้เปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินเพ่ิมข้ึนมาอีก 4 กลุ่ม คือ ตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งระดับสูง และกลุ่มองค์กรปกครอง ส่วนท้องถนิ่ คำ� ถามทตี่ ามมา คอื ตำ� แหนง่ ทกี่ ำ� หนดใหต้ อ้ งเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหน้ีสนิ ท่ีเพ่ิมเข้ามาใหม่มีใครบ้างท่ีต้องถูกเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน และมีข้อมูลอะไรบ้าง ท่ีจะต้องถูกเปิดเผยต่อประชาชน ในการตอบค�ำถามดังกล่าว คณะผู้วิจัยได้ท�ำสรุปจ�ำนวนต�ำแหน่ง ท่ีจะต้องถูกเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 รายละเอียดดังตารางที่ 7 ตารางท่ี 7: จำ� นวนตำ� แหนง่ ทต่ี อ้ งเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ตามพระราชบญั ญตั ิ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าดว้ ยการปอ้ งกันและปราบปรามการทุจรติ พ.ศ. 2561 ลำ�ดบั กลุ่มตำ�แหน่ง จำ�นวนตำ�แหนง่ (คน) 1 ตุลาการศาลรัฐธรรมนญู 9 2 ผดู้ ำ�รงตำ�แหน่งในองค์กรอสิ ระ 25 2.1 คณะกรรมการการเลือกตงั้ 7 2.2 ผตู้ รวจการแผน่ ดิน 3 2.3 คณะกรรมการตรวจเงินแผน่ ดนิ 7 8 2.4 คณะกรรมการสิทธมิ นุษยชนแห่งชาติ 7 3 ผดู้ ำ�รงตำ�แหนง่ ระดบั สงู 775 3.1 หัวหน้าส่วนราชการระดับกระทรวง ทบวง กรม หรือส่วนราชการท่มี ี 297 ฐานะเปน็ นิตบิ ุคคล ซ่งึ ไมใ่ ช่ผดู้ ำ�รงตำ�แหนง่ ทางการเมืองสำ�หรับข้าราชการ พลเรอื น และปลัดกระทรวงกลาโหม8 1 3.2 ผู้บัญชาการทหารสงู สดุ 4 3.3 ผู้บัญชาการเหล่าทัพสำ�หรับขา้ ราชการทหาร และผูบ้ ัญชาการ ตำ�รวจแห่งชาติ 76 3.4 ผวู้ ่าราชการจังหวดั 7 กรณขี องคณะกรรมการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ รฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทยกำ�หนดใหม้ ี 7 คน แตใ่ นบทนิยามของผดู้ ำ�รงตำ�แหน่ง ในองคก์ รอสิ ระ กำ�หนดใหร้ วมผู้ว่าการตรวจเงินแผน่ ดินด้วย 8 กระทรวง จ�ำนวน 20 กระทรวง กรม จ�ำนวน 160 กรม และสถาบนั อุดมศกึ ษาของรฐั (เทียบเท่ากรม) คือ สถาบนั อดุ มศกึ ษา จ�ำนวน 10 แห่ง มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏ จ�ำนวน 38 แห่ง มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล จำ� นวน 9 แห่ง สถาบันการอาชีวศกึ ษา จ�ำนวน 23 แหง่ สถาบันการศึกษาของทหารและต�ำรวจ จ�ำนวน 9 แห่ง และสถาบันนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ คือ สถาบันการศึกษานอกสังกัด กระทรวงศกึ ษา จ�ำนวน 6 แห่ง สถาบันการศึกษาในกำ� กับของรฐั จำ� นวน 22 แหง่ รวมท้งั หมด 117 แห่ง

126 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) จำ�นวนตำ�แหนง่ (คน) 1 ลำ�ดบั กลุ่มตำ�แหนง่ 392 3.5 ปลัดกรุงเทพมหานคร 4 3.6 กรรมการและผ้บู รหิ ารสงู สดุ ของรัฐวิสาหกิจ (56 แห่ง) 3.7 หวั หนา้ หนว่ ยงานขององค์กรอสิ ระตามรฐั ธรรมนูญ แตไ่ ม่รวมถงึ 6,851 ผูว้ ่าการตรวจเงนิ แผ่นดิน 76 3.8 กรรมการและผู้บริหารสูงสุดของหนว่ ยงานอืน่ ของรฐั 30 178 4 ผู้บริหารท้องถน่ิ 2,233 4.1 นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั 4,334 4.2 นายกเทศมนตรี (เทศบาลนคร) 15,858 4.3 นายกเทศมนตรี (เทศบาลเมอื ง) 170 4.4 นายกเทศมนตรี (เทศบาลตำ�บล) 120 4.5 นายกองค์การบริหารส่วนตำ�บล 434 4,466 5 รองผูบ้ รหิ ารท้องถ่นิ 10,668 5.1 รองนายกองค์การบริหารสว่ นจงั หวดั 10,764 5.2 รองนายกเทศมนตรี (เทศบาลนคร) 380 5.3 รองนายกเทศมนตรี (เทศบาลเมือง) 150 5.4 รองนายกเทศมนตรี (เทศบาลตำ�บล) 434 5.5 รองนายกองคก์ ารบริหารส่วนตำ�บล 4,466 5,334 6 ผชู้ ่วยผู้บริหารท้องถน่ิ (ที่ปรกึ ษาและเลขานุการ) 143,973 6.1 องคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั 2,268 6.2 นายกเทศมนตรี (เทศบาลนคร) 720 6.3 นายกเทศมนตรี (เทศบาลเมอื ง) 3,204 6.4 นายกเทศมนตรี (เทศบาลตำ�บล) 26,796 6.5 องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บล 110,985 178,225 7 สมาชิกสภาทอ้ งถิ่น 7.1 องค์การบริหารสว่ นจงั หวัด 7.2 เทศบาลนคร (24 คน) 7.3 เทศบาลเมอื ง (18 คน) 7.4 เทศบาลตำ�บล (12 คน) 7.5 องค์การบริหารสว่ นตำ�บล รวม หมายเหตุ: ประมวลผลต�ำแหน่งตามกรอบทก่ี ฎหมายก�ำหนด

ตำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ท่รี ฐั กับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ 127 จากขอ้ มลู ขา้ งตน้ จะเหน็ ไดว้ า่ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการแสดงทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ แผข่ ยาย วงกวา้ งออกไปอยา่ งมาก ซงึ่ ครอบคลมุ ไปถงึ หนว่ ยปฏบิ ตั ภิ าคพนื้ ทใี่ นการบรหิ ารจดั การชมุ ชน (เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวดั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำบล) ท�ำไมการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินกระจายลงไปยังระดับผู้บริหาร รองผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถิ่น และสมาชิกสภาท้องถ่ิน จึงมีความส�ำคัญ เหตุผลประการส�ำคัญ กค็ อื องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเหลา่ นี้ สว่ นหน่ึงได้รบั เงินอดุ หนนุ ในการบรหิ ารจดั การชมุ ชนจากรัฐ และอีกส่วนหน่ึงก็สามารถจัดเก็บรายได้เองจากประชาชนในพ้ืนท่ีเพื่อใช้ในการบริหารจัดการชุมชนได้ เช่น ภาษีโรงเรือนและที่ดิน ภาษีบ�ำรุงท้องที่ ภาษีป้าย อากรฆ่าสัตว์ เป็นต้น9 ท�ำให้งบประมาณ ที่องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ บรหิ ารมจี �ำนวนมาก โดยงบประมาณดังกล่าวขน้ึ อยกู่ ับจ�ำนวนประชากร ในพนื้ ทแ่ี ละความเปน็ เมืองของพน้ื ที่ด้วย ดงั นั้น การกำ� หนดใหผ้ ดู้ �ำรงต�ำแหน่งผู้บรหิ าร รองผู้บริหาร ผู้ช่วยผู้บริหารท้องถ่ิน และสมาชิกสภาท้องถ่ิน ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสิน จึงเป็นอีกหนึ่ง ช่องทางในการปอ้ งกนั การทจุ รติ ทมี่ ีประสทิ ธิภาพ และครอบคลุม เนือ่ งด้วยภาคประชาชนก็จะเขา้ มา ร่วมในการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินของเจ้าหน้าท่ีรัฐที่เข้ามาบริหารจัดการผลประโยชน์ของ ประชาชนไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวางอกี ด้วย เมือ่ พิจารณาตารางท่ี 7 ท่คี ณะผวู้ จิ ยั ได้น�ำเสนอไปข้างตน้ ผูอ้ ่านก็คงจะสงั เกตได้วา่ จ�ำนวน ตำ� แหนง่ ทจ่ี ะตอ้ งเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ เพม่ิ เตมิ นน้ั มมี ากถงึ 178,255 ตำ� แหนง่ ซงึ่ โดยสว่ นมากแลว้ ตำ� แหนง่ ทเ่ี กยี่ วกบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ จะมสี ดั สว่ นทมี่ ากทสี่ ดุ 177,446 ตำ� แหนง่ หรือคิดเป็นร้อยละ 99.55 ของจ�ำนวนต�ำแหน่งที่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินทั้งหมด ซ่ึงในล�ำดับ รองลงมาคอื กลุม่ ผดู้ ำ� รงต�ำแหน่งระดบั สูง จำ� นวน 775 ตำ� แหน่ง หรือร้อยละ 0.43 สำ� นักงาน ป.ป.ช. จะด�ำเนินการอย่างไรกับบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน จ�ำนวน 178,991 บัญชี (รวมนายก รฐั มนตรี รฐั มนตรี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร สมาชกิ วุฒสิ ภา จำ� นวน 736 ตำ� แหนง่ ) ทีจ่ ะตอ้ งเปิดเผย ให้ประชาชนทราบ หากว่าระบบการย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินและการเปิดเผยบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินยังใช้วิธีการดังเช่นปัจจุบัน ซ่ึงคณะผู้วิจัยยังไม่ได้กล่าวไปถึงตัวคูณ ที่จะเกดิ ข้นึ จากการครบกำ� หนดให้ตอ้ งยืน่ บัญชีทรัพยส์ ินและหนีส้ ิน เช่น ผูด้ �ำรงต�ำแหนง่ ทางการเมอื ง จะต้องย่ืนบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินเมื่อเข้ารับต�ำแหน่ง และพ้นจากต�ำแหน่ง นน่ั หมายความวา่ ในกรณเี ขา้ รบั ตำ� แหนง่ สำ� นกั งาน ป.ป.ช. จะตอ้ งเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ ินของนกั การเมอื ง จำ� นวน 178,182 บญั ชี และเมือ่ นักการเมอื งดงั กล่าวพ้นจากต�ำแหนง่ ก็จะ ต้องด�ำเนินการเปิดเผยบัญชีดังกล่าวในจ�ำนวนที่เท่ากันเป็นอย่างน้อย หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือ ในช่วง เวลา 4 ปี ส�ำนักงาน ป.ป.ช. จะต้องด�ำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน 9 วศนิ โกมทุ , “รายได้ท่ที ้องถิน่ จดั หาเอง,” สถาบันพระปกเกล้า, http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=รายไดท้ ีท่ อ้ งถนิ่ จัดหาเอง (สืบคน้ เมอื่ วนั ที่ 31 มกราคม 2561).

128 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ี่ 12 ฉบบั ท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) จำ� นวนมากถึง 356,364 บัญชี ซึ่งระยะเวลาในการด�ำเนนิ การเปดิ เผยบัญชตี ามกฎหมายน้ัน ใหเ้ วลา ดำ� เนนิ การไว้ 30 วันนบั จากวันครบก�ำหนดให้ต้องยืน่ บญั ช1ี 0 ในบทบัญญัติของกฎหมาย ได้ระบุวิธีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินไว้ ดังน้ี “มาตรา 106 เพื่อประโยชน์ในการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการตรวจสอบทรัพยส์ ินและหนี้สนิ ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. เปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ทต่ี งั้ ของอสงั หารมิ ทรพั ย์ และ เอกสารประกอบของบุคคลตามมาตรา 102 (1) (2) (3) (7) และ (9) รวมท้ังของคู่สมรสและบุตรท่ี ยังไม่บรรลุนิติภาวะของบุคคลดังกล่าวให้ประชาชนทราบเป็นการท่ัวไปโดยเร็ว แต่ต้องไม่เกินสามสิบวัน นับแต่วันท่ีครบก�ำหนดต้องยื่นบัญชีดังกล่าว โดยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน ท่ีต้ังของ อสงั หารมิ ทรพั ย์ และเอกสารประกอบตอ้ งไมร่ ะบถุ งึ รายละเอยี ดทางทะเบยี นของทรพั ยส์ นิ และภาพถา่ ย ทรัพย์สินหรือข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่จ�ำเป็นหรืออาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูลได้...” และ “ในกรณที ค่ี ณะกรรมการ ป.ป.ช. เหน็ วา่ การเปดิ เผยขอ้ มลู ตามวรรคหนง่ึ อาจกอ่ ใหเ้ กดิ อนั ตรายตอ่ เจา้ ของ ข้อมูล ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนินการลบหรือตัดทอนหรือท�ำโดยประการอ่ืนใดที่ไม่เป็นการเปิดเผย ข้อมูลน้ันก่อนการเปิดเผยให้ประชาชนทราบเป็นการท่ัวไปได้ โดยแจ้งให้ผู้ย่ืนทราบถึงการด�ำเนินการ ดงั กลา่ ว” หรอื กลา่ วใหเ้ ขา้ ใจไดง้ า่ ยขน้ึ กค็ อื ใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. ลบรายละเอยี ดเกยี่ วกบั ทรพั ยส์ นิ ทีจ่ ะก่อให้เกดิ อนั ตรายแกเ่ จ้าของข้อมลู ก่อนประกาศใหป้ ระชาชนทราบนน่ั เอง หากพิจารณากระบวนการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินตามวิธีการเดิม ท่ีคณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำ� เนนิ การอยู่ คณะผู้วิจยั เห็นวา่ การเปดิ เผยบัญชีแสดงรายการทรพั ยส์ ินและ หนส้ี ินของผมู้ ีหนา้ ท่ียื่นบญั ชีฯ จำ� นวน 178,991 บญั ชี จะเป็นภาระที่หนักหนาสาหสั ต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นักงาน ป.ป.ช. เหตุเพราะวา่ การเปดิ เผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนสี้ ินจะตอ้ ง ค�ำนงึ ถึงเรื่องการค้มุ ครองขอ้ มลู สว่ นบุคคลด้วย กฎหมายในระดับพระราชบัญญตั ปิ ระกอบรัฐธรรมนญู ก�ำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. “ดำ� เนินการลบหรอื ตัดทอนหรือท�ำโดยประการอนื่ ใด” ที่ไมเ่ ปน็ การ เปิดเผยขอ้ มูลใหป้ ระชาชนทราบ เปน็ ประการทหี่ นงึ่ และอกี ประการ คือ บญั ชแี สดงรายการทรพั ย์สิน และหนีส้ นิ จำ� นวน 178,991 บัญชี ที่จะต้องด�ำเนินการประกาศใหป้ ระชาชนทราบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหน้สี ินและเอกสารประกอบของผดู้ ำ� รงต�ำแหน่งนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชกิ สภาผแู้ ทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภา และเจ้าหน้าท่ีของรัฐ พ.ศ. 2560 โดยให้ผู้ท่ีต้องถูกเปิดเผยบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหน้ีสินปกปิดข้อมูลได้ 14 รายการ โดยให้ผู้ด�ำรงต�ำแหน่งดังกล่าว “เป็นผู้ปกปิดข้อมูล โดยวิธีลบ ตัดทอน หรือกระท�ำโดยวิธีการอ่ืนใดในส�ำเนาคู่ฉบับของของบัญชีแสดงรายการทรัพย์สิน และหนส้ี ิน” และเสนอใหค้ ณะกรรมการ ป.ป.ช. พจิ ารณาอนุมัติ ตามประกาศขอ้ 5 10 การกำ� หนดชว่ งเวลาในการยืน่ บัญชแี สดงรายการทรพั ย์สนิ และหนส้ี ินในลักษณะดังกล่าว ถือว่าลดภาระการท�ำงานของสำ� นักงาน ป.ป.ช. ลง เพราะในกรอบกฎหมายเดมิ การยนื่ บญั ชีแสดงรายการทรพั ยส์ ินและหนส้ี นิ จะต้องยนื่ บญั ชฯี จะตอ้ งยนื่ บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และ หนี้สนิ เมอ่ื พ้นจากตำ� แหน่งครบ 1 ปดี ้วย ซงึ่ ถา้ เอากรอบการย่ืนบัญชีของกรอบกฎหมายเดมิ สำ� นักงาน ป.ป.ช. จะต้องเปิดเผยบัญชแี สดง รายการทรัพย์สนิ และหน้ีสินถึง 534,546 บัญชี ในระยะเวลา 5 ปี

ตำ� แหน่งเจ้าหน้าท่รี ัฐกับการเปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรพั ย์สนิ และหน้ีสนิ ต่อสาธารณะ 129 ดังนั้น ในการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน จ�ำนวน 178,991 บัญชี มปี ระเดน็ ที่ต้องกังวล คือ 1) จ�ำนวนบัญชที ต่ี อ้ งดำ� เนินการเปดิ เผย 2) การปกปดิ ข้อมลู 14 รายการ ท่ีกฎหมายระดับพระราชบัญญัติก�ำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนินการ แต่ประกาศของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ใหผ้ ู้ทีต่ ้องถูกเปิดเผยเปน็ ผู้ด�ำเนินการแลว้ ขออนมุ ัติจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ถ้าหากว่าผู้ถูกเปิดเผยบัญชียึดถือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญที่มีศักด์ิเหนือกว่าประกาศ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะทำ� ให้ภาระงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นักงาน ป.ป.ช. เพมิ่ มากขึ้น ในเพดานสูงสุดถงึ จำ� นวน 178,991 บญั ชี ภาระขา้ งตน้ ดจู ะเปน็ เรอื่ งหนกั หนาสาหสั หากคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นกั งาน ป.ป.ช. จะดำ� เนนิ การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรัพย์สินและหน้สี ินด้วยวิธีการเดิมทีไ่ ดเ้ คยกระท�ำมา หากแต่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และส�ำนกั งาน ป.ป.ช. ไดพ้ ัฒนาระบบสาระสนเทศเพอื่ รวบรวมและวิเคราะห์ ทรัพย์สิน (ACAS) เพ่ือช่วยในกระบวนงานการตรวจสอบทรัพย์สิน ซึ่งในระบบสารสนเทศดังกล่าว มีฟังก์ชันที่สามารถเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินได้ แต่ทั้งนี้ หากผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชี แสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินไม่ยื่นบัญชีฯ ผ่านระบบสาระสนเทศดังกล่าว แต่เข้ามายื่นบัญชีฯ ดว้ ยวธิ กี ารเดมิ กจ็ ะเปน็ การสรา้ งภาระใหก้ บั เจา้ หนา้ ทต่ี รวจสอบทรพั ยส์ นิ เพม่ิ ขนึ้ ดว้ ย เพราะตอ้ งนำ� ขอ้ มลู บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ทยี่ นื่ ดว้ ยวธิ สี ง่ เอกสารนำ� เขา้ ในระบบสารสนเทศ และเพอื่ ใชร้ ะบบ ดงั กลา่ วมาชว่ ยในการเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ เม่ือพิจารณาการเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของต่างประเทศพบว่า จะก�ำหนดให้มีการย่ืนบัญชี ทรัพย์สินและหน้ีสินแบบออนไลน์และแบบออฟไลน์ โดยความแตกต่างอยู่ที่กรณีของต่างประเทศ ไมจ่ ำ� เปน็ จะตอ้ งแสดงหลกั ฐานเพอ่ื แสดงความมอี ยจู่ รงิ ของทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ดงั นนั้ ขอ้ มลู ทย่ี นื่ บญั ชี ทรัพย์สินและเปิดเผยบัญชที รัพยส์ นิ จึงเป็นขอ้ มลู โดยสรปุ ไมม่ ีการเปิดเผยขอ้ มูลท่ีสำ� คัญ ไม่วา่ จะเป็น เลขบตั รประจำ� ตวั ประชาชน เลขบัญชธี นาคาร หมายเลขโทรศพั ทส์ ่วนตวั ที่จะก่อให้เกิดอันตรายตอ่ เจ้าของข้อมูลได้ ทั้งน้ี การเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินของต่างประเทศมีท้ังรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ โดยไมก่ ำ� หนดระยะเวลาในการเปิดเผยบัญชี จึงท�ำให้ประชาชนสามารถเขา้ มาตรวจสอบผ้ใู ช้อำ� นาจรัฐ ได้ตลอดเวลา การเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ตามกรอบของพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบ รฐั ธรรมนญู ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ได้เพิ่มต�ำแหน่งผู้ท่ีต้องเปิดเผย บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินต่อประชาชนอย่างก้าวกระโดด ซึ่งอาจถือเป็นคุณูปการ อยา่ งใหญห่ ลวงต่อกระบวนการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ ของประเทศไทย เพราะการเปดิ เผยบญั ชแี สดงรายการ ทรพั ยส์ นิ และหนส้ี นิ ดงั กลา่ วเปน็ การดงึ ภาคประชาชนเขา้ มาร่วมในการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ ของผใู้ ชอ้ ำ� นาจรฐั ซ่ึงในทางหน่ึงก็ถือว่าเป็นการช่วยท�ำให้หน่วยงานภาครัฐมีความโปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้ มากยิ่งข้ึน และการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินดังกล่าว ก็ถือเป็นอีกหนึ่งช่องทาง ท่ีใช้ในการป้องกันการทุจริตของภาครัฐได้ไม่มากก็น้อย ซึ่งขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายส่วน

130 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบับท่ี 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินและหน้ีสินของคณะกรรมการ ป.ป.ช. (โดยส�ำนักงาน ป.ป.ช.) ให้มีความสอดรับกับการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสิน และการเขา้ ถงึ ข้อมลู บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ ินและหนี้สนิ ของภาคประชาชน เป็นต้น 6. สรุปผลการศกึ ษา 6.1 หลกั เกณฑ์ในการก�ำหนดตำ� แหน่งที่ตอ้ งเปดิ เผยบญั ชีทรัพยส์ นิ ตอ่ สาธารณะ (1) เป็นผู้ด�ำรงต�ำแหน่งการเมือง ในกรณีนี้จะเป็นจุดร่วมที่เหมือนกันท้ัง 3 ประเทศ โดยก�ำหนดใหน้ ายกรฐั มนตร/ี ประธานาธบิ ดี รัฐมนตรี สมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎร สมาชิกวฒุ ิสภา หรอื ผทู้ ่ีได้รบั การแตง่ ต้ังจากผดู้ ำ� รงตำ� แหนง่ ทางการเมือง จะต้องเปดิ เผยบัญชีทรัพย์สนิ ต่อสาธารณะ (2) เปน็ เจา้ หนา้ ทีร่ ัฐระดับสงู กรณเี จา้ หน้าทรี่ ัฐระดบั สูง คณะผู้วจิ ยั พบวา่ ในประเทศ สหรัฐอเมริกาไดก้ ำ� หนดหลักเกณฑ์ไว้เปน็ ท่นี ่าสนใจ โดยการก�ำหนดเงอ่ื นไขของเงนิ เดอื นไว้ ถา้ ผู้ด�ำรง ต�ำแหน่งในฝ่ายบริหารต�ำแหน่งใดได้รับเงินเดือนถึงเกณฑ์ท่ีก�ำหนดก็ต้องด�ำเนินการเปิดเผยบัญชี ทรพั ยส์ นิ ตอ่ สาธารณะ ทงั้ นี้ ในประเทศอนิ โดนเี ซยี กก็ ำ� หนดใหต้ ำ� แหนง่ เจา้ หนา้ ทรี่ ฐั ระดบั สงู ตอ้ งเปดิ เผย บัญชีทรัพย์สินด้วยเช่นกัน แต่กรณีของประเทศอินโดนีเซียจะเป็นการก�ำหนดต�ำแหน่งว่าต�ำแหน่ง ใดบา้ งที่จะตอ้ งเปดิ เผยบญั ชที รพั ย์สิน (3) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐท่ีใช้ดุลพินิจ อันจะเกิดการให้คุณหรือให้โทษกับประชาชน ในประเทศ หลกั เกณฑ์น้พี บในประเทศอินโดนีเซีย โดยประเทศอนิ โดนเี ซยี กำ� หนดใหผ้ ู้ทเ่ี ปน็ เจ้าหน้าที่รัฐอน่ื ที่ท�ำหน้าที่เก่ียวกับยืนยันตัวตนของประชาชน ผู้ท�ำหน้าท่ีตรวจสอบภาษี ผู้ท�ำหน้าท่ีตรวจสอบภาษี ศุลกากรและภาษีสรรพสามิต ผทู้ �ำหน้าท่ีตรวจสอบบญั ชี ต้องเปิดเผยบัญชที รพั ย์สินตอ่ สาธารณะดว้ ย (4) เป็นเจ้าหน้าที่รัฐท่ีมีหน้าที่ด�ำรงความยุติธรรมในประเทศ กรณีของเจ้าหน้าท่ีรัฐ ผู้มีหน้าท่ีด�ำรงความยุติธรรมในสังคม คณะผู้วิจัยพบว่า ในประเทศอินโดนีเซียจะก�ำหนดต�ำแหน่ง ละเอียดกว่าประเทศสหรัฐอเมริกา เพราะก�ำหนดให้พนักงานอัยการ พนักงานสอบสวน และเสมียน ประจ�ำศาลตอ้ งเปิดเผยบญั ชีทรัพย์สินตอ่ สาธารณะด้วย ซงึ่ ต�ำแหน่งผู้พิพากษานนั้ มคี วามคลา้ ยกันคือ กำ� หนดให้ผู้ดำ� รงต�ำแหน่งผ้พู ิพากษาตอ้ งเปิดเผยบัญชีทรพั ย์สินต่อสาธารณะ (5) หนว่ ยงานที่ทำ� หน้าที่ในการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ ในประเทศ กรณนี ้ี เห็นได้ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ก�ำหนดให้ผู้อ�ำนวยการส�ำนักจริยธรรมของรัฐและเจ้าหน้าท่ีของ ส�ำนกั จรยิ ธรรมของรฐั ทีป่ ระจ�ำในหนว่ ยงานต่าง ๆ ตอ้ งเปิดเผยบัญชีทรพั ยส์ นิ ตอ่ สาธารณะด้วย 6.2 ระบบการย่ืนบัญชี และการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินด้วย วธิ อี เิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (1) ระบบสารสนเทศเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ทรัพยส์ นิ (ACAS) ยงั พัฒนาไม่แลว้ เสรจ็ ซ่งึ ระบบดงั กลา่ วได้วางโครงสรา้ งในการพัฒนาไว้บา้ งแล้ว

ตำ� แหนง่ เจ้าหน้าทีร่ ัฐกบั การเปิดเผยบญั ชีแสดงรายการทรัพยส์ นิ และหนส้ี นิ ตอ่ สาธารณะ 131 (2) สำ� นกั งาน ป.ป.ช. ยงั ไมไ่ ดเ้ ตรยี มความพรอ้ มในเรอ่ื งของระบบเครอื ขา่ ย (Network System) และอปุ กรณท์ างอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ พอื่ รองรบั ระบบสารสนเทศเพอ่ื รวบรวมและวเิ คราะหท์ รพั ยส์ นิ (ACAS) ดังนั้น ระบบสารสนเทศดังกล่าวจึงยังไม่มีความพร้อมท่ีจะใช้งานได้ในระยะเวลาอันส้ัน หากมกี ารเปดิ ใหผ้ มู้ หี นา้ ทยี่ น่ื บญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ เขา้ มาใชง้ านระบบสารสนเทศดงั กลา่ ว อาจไม่สามารถใช้งานได้ และจะเป็นการเริ่มต้นการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินด้วย วธิ อี เิ ลก็ ทรอนกิ สท์ ไ่ี มค่ อ่ ยดนี กั ในสายตาของผมู้ สี ว่ นเกยี่ วขอ้ ง และภาพลกั ษณข์ องคณะกรรมการ ป.ป.ช. และสำ� นักงาน ป.ป.ช. (3) การเปรียบเทียบ/ตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินในระบบ สารสนเทศไม่ได้เป็นระบบอัตโนมัติ กล่าวคือ จะต้องให้เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบทรัพย์สินหรือเจ้าหน้าท่ี ทไ่ี ดร้ บั มอบหมายเขา้ ระบบเพอื่ สง่ั การใหร้ ะบบทำ� การเปรยี บเทยี บ/ตรวจสอบบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนี้สินเป็นรายบุคคล ซ่ึงขั้นตอนดงั กล่าวเป็นขนั้ ตอนทสี่ ามารถกำ� หนดให้ระบบสารสนเทศดำ� เนนิ การ ได้เองโดยให้ท�ำการเปรียบเทียบโดยอัตโนมัติ และเจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินเป็นผู้ก�ำหนด หลกั เกณฑม์ าตรฐาน (Criteria) เพอ่ื ใชใ้ นการตรวจสอบบญั ชแี สดงรายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ จะทำ� ให้ ลดข้ันตอนการดำ� เนนิ การที่ไม่จ�ำเปน็ ของเจา้ หนา้ ท่ตี รวจสอบทรัพยส์ ินลงไปได้อย่างมาก 6.3 การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ตามพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญวา่ ดว้ ยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 ตามพระราชบญั ญตั ปิ ระกอบรฐั ธรรมนญู วา่ ดว้ ยการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ พ.ศ. 2561 มาตรา 106 คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องด�ำเนินการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน ขัน้ ต�่ำ จำ� นวน 178,991 บญั ชี มีรายละเอยี ด ดงั นี้ - การเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินเดิม (นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สมาชิกสภาผูแ้ ทนราษฎร สมาชกิ วุฒิสภา) จ�ำนวน 736 ตำ� แหน่ง - ตุลาการศาลรฐั ธรรมนูญ จ�ำนวน 9 ต�ำแหนง่ - ผดู้ �ำรงต�ำแหน่งในองค์กรอิสระ จ�ำนวน 25 ต�ำแหนง่ - ผดู้ �ำรงตำ� แหน่งระดบั สูง จ�ำนวน 775 ตำ� แหน่ง - ผูบ้ รหิ ารท้องถนิ่ จำ� นวน 6,851 ต�ำแหนง่ - รองผู้บริหารท้องถ่นิ จำ� นวน 15,958 ตำ� แหนง่ - ผู้ชว่ ยผู้บริหารทอ้ งถิน่ (ท่ีปรกึ ษาและเลขานกุ าร) จ�ำนวน 10,764 ต�ำแหน่ง - สมาชกิ สภาท้องถิน่ จ�ำนวน 143,973 ตำ� แหน่ง ตามมาตรา 106 วรรค 3 “คณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลตามวรรคหนึ่ง อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อเจ้าของข้อมูล ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ด�ำเนินการลบหรือตัดทอนหรือ ทำ� โดยประการอนื่ ใดทไ่ี มเ่ ปน็ การเปดิ เผยขอ้ มลู นนั้ กอ่ นการเปดิ เผยใหป้ ระชาชนทราบเปน็ การทว่ั ไปได้ โดยแจง้ ใหผ้ ยู้ น่ื ทราบถงึ การดำ� เนนิ การดงั กลา่ ว” กลา่ วคอื คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยสำ� นกั งาน ป.ป.ช. จะตอ้ งดำ� เนินการปกปิดข้อมลู ท่ีกอ่ ให้เกดิ อันตรายตอ่ เจา้ ของขอ้ มลู จำ� นวน 178,991 บญั ชี

132 วารสารวิชาการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) 7. ข้อเสนอแนะ 7.1 ควรก�ำหนดให้ผู้บริหารส�ำนักงาน ป.ป.ช. จ�ำนวน 120 ต�ำแหน่ง ประกอบด้วย รองเลขาธิการฯ 6 ต�ำแหน่ง ผู้ชว่ ยเลขาธกิ ารฯ 6 ต�ำแหนง่ ผชู้ ว่ ยเลขาธิการฯ ภาค 9 ต�ำแหนง่ ผูอ้ �ำนวยการ ส�ำนัก/สถาบัน/ศูนย์ 99 ต�ำแหน่ง และท่ีปรึกษาประธานฯ/กรรมการ ป.ป.ช. เลขานุการประธานฯ/ กรรมการ ป.ป.ช. จำ� นวน 27 ตำ� แหน่ง เปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรพั ยส์ ินและหนี้สินต่อสาธารณะ เพราะเมื่อพิจารณาจากหลักเกณฑ์ที่คณะผู้วิจัยสรุป 5 ข้อข้างต้น ในส่วนของหลักเกณฑ์ข้อที่ 5 “หนว่ ยงานทที่ ำ� หนา้ ทใี่ นการปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ในประเทศ” ยงั ไมไ่ ดก้ ำ� หนดใหผ้ บู้ รหิ าร ส�ำนกั งาน ป.ป.ช. และท่ปี รกึ ษาประธานฯ/กรรมการ ป.ป.ช. เลขานกุ ารประธานฯ/กรรมการ ป.ป.ช. ต้องเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ ท้ังน้ี การก�ำหนดดังกล่าวยังจะเป็น การสรา้ งความนา่ เชอื่ ถอื ขององคก์ รใหเ้ ปน็ ทป่ี ระจกั ษต์ อ่ ประชาชน และเปน็ การสอ่ื สารไปยงั หนว่ ยงาน รัฐอื่น วา่ หนว่ ยงานรัฐต้องมคี วามโปรง่ ใส และให้ประชาชนเข้ามาตรวจสอบได้ 7.2 ควรปรับกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินให้มีความสอดรับกับการเปิดเผยบัญชีแสดง รายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยปรับกระบวนการตรวจสอบทรัพย์สินให้เป็นการตรวจสอบทรัพย์สิน เชิงรุก เจ้าพนักงานตรวจสอบทรัพย์สินเป็นผู้เฝ้าระวังประเด็นการทุจริตและการร่�ำรวยผิดปกติของ เจา้ หนา้ ทรี่ ัฐและนักการเมอื งท่เี กิดขึน้ ในสงั คมผ่านการแจ้งเบาะแสจากภาคประชาชนทกุ ภาคสว่ น 7.3 ควรพัฒนาแพลตฟอร์มในการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และพัฒนา ระบบสารสนเทศเพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ทรัพย์สิน (ACAS) ให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพ่ือรองรับต่อ การยื่นบัญชีทรัพย์สินและหน้ีสินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ และการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและ หนสี้ นิ ออนไลน์ ทง้ั นี้ หากระบบสารสนเทศดงั กลา่ ว สามารถพฒั นาไปถงึ ขนั้ การใชป้ ญั ญาประดษิ ฐ์ (AI) ในการช่วยวิเคราะห์ และตรวจสอบความผิดปกติในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหน้ีสินที่ย่ืนต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ โดยเจา้ พนกั งานตรวจสอบทรพั ยส์ นิ เปน็ ผกู้ ำ� หนดหลกั เกณฑม์ าตรฐาน (Criteria) ภารกิจด้านตรวจสอบทรัพย์สินของคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะช่วยยกระดับการป้องกันการทุจริต ในประเทศไทยได้อย่างมาก 7.4 ควรเตรยี มความพรอ้ มในเร่ืองของระบบเครอื ข่าย (Network System) และอปุ กรณ์ ทางอเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ พอ่ื รองรบั ระบบสารสนเทศทจ่ี ะเขา้ มาชว่ ยในภารกจิ ตรวจสอบทรพั ยส์ นิ (ในขอ้ 7.3) ดงั นั้น เพราะหากมกี ารเปิดใหผ้ ้มู หี นา้ ทย่ี น่ื บญั ชแี สดงรายการทรพั ย์สินและหนีส้ ินเข้ามาใชง้ าน ระบบ สารสนเทศดงั กล่าวอาจไม่สามารถใช้งานได้ และจะเป็นการเรม่ิ ตน้ การย่ืนบัญชีแสดงรายการทรพั ย์สิน และหนี้สินด้วยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ท่ีไม่ค่อยดีนักในสายตาของผู้มีส่วนเก่ียวข้อง และภาพลักษณ์ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. และส�ำนกั งาน ป.ป.ช.

ตำ� แหนง่ เจ้าหนา้ ทีร่ ฐั กบั การเปดิ เผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินต่อสาธารณะ 133 7.5 บทบาทของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในยุคสมัยที่จะมีการเปิดเผยบัญชีแสดงรายการ ทรัพย์สินและหน้ีสินแผ่ขยายขอบเขตจนครอบคลุมไปถึง 178,991 บัญชี และการต่ืนตัวของ ภาคประชาชน บทบาทในการตรวจสอบทรพั ยส์ นิ จงึ ควรจะปรบั เปลย่ี นมาเปน็ ผทู้ ค่ี อยรบั แจง้ เบาะแส/ เรื่องร้องเรียนจากภาคประชาชน/ส่ือมวลชน แล้วด�ำเนินการตรวจสอบทรัพย์สินเชิงลึกเพื่อค้นหาข้อเท็จจริง และตรวจสอบความผิดปกติทางบัญชีการเงินมากกว่าการตรวจสอบทุกบัญชี หรือหากต้องการ ด�ำเนินการตรวจสอบทุกบัญชี คณะกรรมการ ป.ป.ช. ควรมีเทคโนโลยีเพื่อช่วยให้เจ้าหน้าท่ีสามารถ ทำ� งานไดส้ ะดวกมากขน้ึ เนอื่ งจากในปจั จบุ นั เทคโนโลยมี คี วามกา้ วหนา้ สงู และมคี า่ ใชจ้ า่ ยทไี่ มแ่ พงมาก เมือ่ เทียบกบั การจ้างบคุ ลากรเพม่ิ เอกสารอา้ งอิง เกรยี งไกร เจรญิ ธนาวัฒน์. (2547). หลกั พื้นฐานกฎหมายมหาชนว่าด้วยรัฐ รฐั ธรรมนญู และกฎหมาย. กรุงเทพมหานคร: สำ� นกั พิมพจ์ ุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลยั . คณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาต.ิ (2560). ยทุ ธศาสตรช์ าตวิ า่ ด้วยการป้องกนั และปราบปรามการทจุ ริต ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560 - 2564). นนทบุรี: สำ� นักงานคณะกรรมการ ปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ รติ แห่งชาติ. คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. (2558). รายงานฉบับสมบูรณ์ เรื่อง โครงการพัฒนา แนวทางการส่งเสริมจริยธรรมและการป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ กรณีการยื่นแสดง รายการทรพั ยส์ นิ และหนสี้ นิ ของขา้ ราชการพลเรอื น. กรงุ เทพมหานคร: สำ� นกั งานคณะกรรมการ ข้าราชการพลเรอื น. ทวเี กยี รติ มนี ะกนษิ ฐ. (2550). คำ� อธบิ ายกฎหมายอาญา ภาคทวั่ ไป (พมิ พค์ รง้ั ท่ี 8). กรงุ เทพมหานคร: วญิ ญชู น. ธรี ยุทธ บญุ มี. (2544). “แนวคิดหลักของธรรมรัฐ.” ใน ทศธรรม, สถาบันพระปกเกล้า (บรรณาธิการ). กรงุ เทพมหานคร: สถาบันพระปกเกลา้ . บวรศกั ด์ิ อุวรรณโณ. (2526). ค�ำอธิบายกฎหมายมหาชน เลม่ 1: วิวฒั นาการทางปรชั ญาและลักษณะ ของกฎหมายมหาชนยคุ ตา่ ง ๆ. กรงุ เทพมหานคร: ส�ำนกั พิมพจ์ ุฬาลงกรณม์ หาวิทยาลยั . . (2542). การสรา้ งธรรมาภิบาล (ในสงั คมไทย). กรงุ เทพมหานคร: วญิ ญชู น. เมทินี พงษ์เวช และสุธีรา ทอมสัน. (2544). “มิติหญิงชายใน “ธรรมรัฐ”” ใน ทศธรรม, สถาบัน พระปกเกลา้ (บรรณาธกิ าร). กรงุ เทพมหานคร: สถาบนั พระปกเกลา้ . วรวิทย์ สุขบุญ. (2558). นิติเศรษฐศาสตร์ว่าด้วยการตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช.. กรุงเทพมหานคร: ส�ำนักงานกองทุนสนบั สนุนการวจิ ยั . วรเจตน์ ภาครี ตั น.์ (2547). หลักความเป็นกฎหมายสงู สดุ ของรัฐธรรมนูญ. นนทบรุ :ี เอกสารบรรยาย หลักสูตรการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยส�ำหรับนักบริหารระดับสูง รุ่นที่ 8 สถาบันพระปกเกล้า.

134 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) วศิน โกมุท. (2561). “รายไดท้ ีท่ อ้ งถนิ่ จัดหาเอง.” สถาบันพระปกเกล้า. สบื ค้นเมอ่ื วนั ที่ 31 มกราคม 2561 จาก http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=รายได้ที่ทอ้ งถนิ่ จดั หาเอง. สถาบนั บณั ฑติ พฒั นบรหิ ารศาสตร.์ (2560). รายงานการวจิ ยั ฉบบั สมบรู ณ์ เรอ่ื ง การพฒั นารปู แบบและ วิธีการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลของระบบตรวจสอบทรัพย์สินและหน้ีสิน. กรงุ เทพมหานคร: สำ� นักงานคณะกรรมการปอ้ งกันและปราบปรามการทจุ ริตแห่งชาติ. ส�ำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ. “ข่าวการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. วนั องั คารท่ี 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2555,” สำ� นกั งาน ป.ป.ช. https://www.nacc.go.th/ download/article/article_20130910132925.pdf สบื ค้นเมอ่ื วันที่ 15 มิถนุ ายน 2559 Civil Service Bureau Hong Kong. “Civil Service Code.” http://www.csb.gov.hk/english/ admin/conduct/1751.html (accessed August 10, 2017). . “Declaration of investments.” ttp://www.csb.gov.hk/english/admin/ conduct/139.html (accessed August 10, 2017). Constitutional and Mainland Affairs Bureau Hong Kong. “Code for Officials Under the Political Appointment System.” http://www.cmab.gov.hk/doc/issues/ code_en.pdf (accessed August 10, 2017). Cornell University Law School. “Ethics in Government Act of 1973.” https://www.law. cornell.edu/uscode/html/uscode05a/usc_sup_05_5_10_sq3.html (accessed August 9, 2017). . “Ethics in Government Act of 1973, § 101. Persons required to file.” https://www.law.cornell.edu/uscode/html/uscode05a/usc_sec_05a_00000101 ----000-.html (accessed August 10, 2017). . “Ethics in Government Act of 1973, § 105. Custody of and public access to reports.” ttps://www.law.cornell.edu/uscode/html/uscode05a/ usc_sec_05a_00000105----000-.html (accessed August 10, 2017). Dickinson, William B., Cross, Mercer. and Polsky, Barry. Watergate: Chronology of a Crisis. Washington D.C.: Congressional Quarterly Inc., 1973. Fuller, Lon L. The Morality of Law. New Haven: Yale University Press, 1969. Hong Kong e-Legislation. “Cap. 201 Prevention of Bribery Ordinance.” https://www. elegislation.gov.hk/hk/cap201 (accessed August 10, 2017). Hong Kong Independent Commission Against Corruption. “KPK: The Corruption Eradication Commission of Indonesia.” http://www.icac.org.hk/newsl/issue22eng/ button3.htm (accessed August 11, 2017).

ต�ำแหน่งเจ้าหน้าทร่ี ฐั กบั การเปดิ เผยบัญชแี สดงรายการทรพั ย์สนิ และหน้ีสนิ ตอ่ สาธารณะ 135 Onn, Shaza. How can Malaysia’s Asset Declaration System be Improved to Help Combat Corruption?. Kuala Lumpur: Institute for Democracy and Economic Affairs, 2015. The World Bank. Sub-Saharan Africa: From Crisis to Sustainable Growth. Washington D.C.: The World Bank Publisher, 1989. . Income and Asset Disclosure: Case Study Illustrations. Washington D.C.: The World Bank Publisher, 2013. The Organization for Economic Co-operation and Development. “Law No. 30 of 2002 on the Corruption Eradication Commission.” https://www.oecd.org/site/ adboecdanti-corruptioninitiative/46814420.pdf (accessed August 11, 2017). The World Bank. “Law No. 31 of 1999 on Eradicating Criminal Acts of Corruption.” http://publicofficialsfinancialdisclosure.worldbank.org/sites/fdl/files/assets/ law-library-files/Indonesia_Corruption%20Eradication%20Law_1999_en.pdf (accessed August 11, 2017). Transparency International. “Corruption Perceptions Index 1999.” https://www. transparency.org/research/cpi/cpi_1999/0/ (accessed August 11, 2017). . “Corruption Perceptions Index 2016.” https://www.transparency.org/ news/feature/corruption_perceptions_index_2016 (accessed August 11, 2017). United State Office of Government Ethics. “Confidential Financial Disclosure.” https:// www.oge.gov/web/oge.nsf/Confidential%20Financial%20Disclosure (accessed August 9, 2017). . “Legislative Affairs & Budget.” https://www.oge.gov/web/oge.nsf/ Legislative%20Affairs%20&%20Budget (accessed August 9, 2017). . “Mission and Responsibilities.” https://www.oge.gov/web/oge.nsf/ Mission%20and%20Responsibilities (accessed August 9, 2017). . “Outside Employment and Activities.” https://www.oge.gov/web/ oge.nsf/Outside%20Employment%20and%20Activities (accessed August 9, 2017). Worldometers. “U.S. Population.” http://www.worldometers.info/world-population/ us-population/ (accessed October 2, 2017).



ตอนที่ 3 ป.ป.ช. ปกิณกะ NACC Miscellaneous

138 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปีที่ 12 ฉบับท่ี 2 (กรกฎาคม – ธันวาคม 2562) รูปแบบการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการต่อตา้ นการทจุ ริต: กรณีศึกษาองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน Pattern of Citizen Participation in Countering Corruption: the Case Study of Local Government Organizations สยาม ธีระบุตรI Sayahm DhiraputraI การทุจริตคอร์รัปชันในประเทศไทยถือเป็นภัยร้ายแรงและมีมาอย่างยาวนานในสังคมไทย ส่งผลเสยี ต่อประเทศอยา่ งมหาศาล รวมถงึ เปน็ อปุ สรรคส�ำคญั ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม การเมือง ในทกุ มติ ิ ทำ� ใหท้ กุ ภาคสว่ นเรมิ่ ใหค้ วามสำ� คญั กบั การแกไ้ ขปญั หาการทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั มากขน้ึ ทง้ั ภาครฐั ภาคเอกชน และภาคประชาชน ทเี่ รม่ิ ตระหนกั วา่ การทจุ รติ คอรร์ ปั ชนั มผี ลกระทบตอ่ ตนเอง โดยเฉพาะ ประชาชนในท้องถิ่นท่ีมักจะได้รับผลกระทบจากการด�ำเนินการของหน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ของตนเอง ทั้งในการบริหารงานท้องถ่ิน การบัญญัติกฎหมาย การพัฒนาท้องถ่ิน ท่ีจะมีการทุจริต คอรร์ ปั ชนั แฝงอยใู่ นทกุ สว่ น เหน็ ไดจ้ ากสถติ เิ รอื่ งกลา่ วหารอ้ งเรยี นทส่ี ำ� นกั งาน ป.ป.ช. รบั ไวด้ ำ� เนนิ การ มีแนวโนม้ เพ่มิ ขึ้นทกุ ปี โดยในปี พ.ศ. 2561 ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 31 มกราคม 2561 มีเรอ่ื งกล่าวหาร้องเรยี น ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง เท่ากับ 6,967 เร่ือง อยู่ระหว่างการไต่สวน ข้อเท็จจริง 1,655 เร่ือง ประกอบกับจ�ำนวนคดีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบประจ�ำปี พ.ศ. 2560 มีปริมาณคดใี หม่เขา้ สกู่ ระบวนการทางศาลทั้งสิ้น จำ� นวน 971 คดี และมแี นวโนม้ เพิ่มขึ้นทุกปี การปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ ทเี่ กดิ ขนึ้ ในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ นอกจากจะเปน็ ภารกิจของหน่วยงานภาครัฐที่มีหน้าที่ตามกฎหมายแล้ว ภาคประชาชนก็มีส่วนส�ำคัญไม่น้อยกว่ากัน ในอันที่จะร่วมมือกับภาครัฐเพ่ือการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ของตนเอง ดงั นน้ั การมีสว่ นร่วมของภาคประชาชนในทอ้ งถ่ิน จึงเปน็ เรื่องส�ำคญั อยา่ งยง่ิ ตอ่ การพฒั นา ท้องถ่ินของตนเองในด้านต่าง ๆ รวมถึงภาคประชาชนในท้องถิ่นต้องมีบทบาทหรือมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบการปฏิบัติงานของผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในองค์กรปกครองท้องถ่ิน ไม่ให้กระท�ำการทุจริตคอร์รัปชัน ผู้เขียนได้ศึกษารวบรวมและวิเคราะห์องค์ความรู้เก่ียวกับรูปแบบ การต่อต้านการทุจริตและการตรวจสอบการทุจริตในองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินโดยภาคประชาชน โดยการสรปุ ผลการวจิ ยั และข้อเสนอแนะของงานวิจัยทเี่ ก่ียวขอ้ ง Ι นักวจิ ยั สังคมศาสตรป์ ฏบิ ัตกิ าร สำ�นกั วิจัยและบรกิ ารวชิ าการดา้ นการตอ่ ต้านการทุจริต สำ�นกั งาน ป.ป.ช. Social Science Researcher, Practitioner Level, Bureau of Anti-Corruption Research and Academic Services, Office of the National Anti-Corruption Commission ไดร้ บั บทความ 2 พฤษภาคม 2562 แก้ไขปรบั ปรงุ 27 กนั ยายน 2562 อนมุ ัติให้ตีพมิ พ์ 8 พฤศจิกายน 2562

รูปแบบการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการต่อต้านการทุจรติ : 139 กรณศี ึกษาองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ 1. หลกั การการมีส่วนร่วมของประชาชน จากการทบทวนแนวคดิ เกย่ี วกบั การมสี ว่ นรว่ มเปน็ แนวคดิ ทม่ี ขี อบเขตทก่ี วา้ ง มผี ใู้ หค้ วามหมาย ไว้จ�ำนวนมากและหลากหลาย ซึ่งสามารถสรุปได้ดังน้ี เป็นการให้ประชาชนท่ีเกี่ยวข้องมีส่วนร่วม ในการตดั สินใจดำ� เนนิ งาน ปฏิบัติงาน และรับผลประโยชน์ของการพัฒนานนั้ ๆ การใหป้ ระชาชนเขา้ มา มีส่วนเกี่ยวข้องในการด�ำเนินงานพัฒนา ร่วมคิด ตัดสินใจ แก้ปัญหาของตนเอง เน้นการมีส่วนร่วม อย่างแขง็ ขันของประชาชน ใชค้ วามคดิ สร้างสรรค์และความชำ� นาญของประชาชนแกไ้ ขปญั หาร่วมกบั การใช้วิทยาการทีเ่ หมาะสม และสนบั สนุน ตดิ ตามการปฏิบตั งิ านขององคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ินและ เจา้ หนา้ ทที่ เี่ กยี่ วขอ้ ง การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนเปน็ กระบวนการซง่ึ ประชาชนหรอื ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ได้มโี อกาสแสดงทศั นะและเข้ารว่ มในกจิ กรรมต่าง ๆ ทมี่ ผี ลต่อชีวติ ความเป็นอยขู่ องประชาชน รวมท้ัง มกี ารนำ� ความคดิ เหน็ ดงั กล่าวไปประกอบการพจิ ารณาก�ำหนดนโยบายและการตดั สนิ ใจของรฐั สมศกั ดิ์ ศรสี ันติสขุ (2558 : 23) การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน คอื กระบวนการซง่ึ ประชาชน หรอื ผมู้ สี ว่ นไดส้ ว่ นเสยี ไดม้ โี อกาสแสดงทศั นะ แลกเปลยี่ นขอ้ มลู และความคดิ เหน็ เพอื่ แสวงหาทางเลอื ก และการตดั สนิ ใจตา่ ง ๆ เกย่ี วกบั โครงการทเ่ี หมาะสมและเปน็ ทยี่ อมรบั รว่ มกนั ทกุ ฝา่ ยทเ่ี กยี่ วขอ้ งจงึ ควร เขา้ ร่วมในกระบวนการตง้ั แต่เรม่ิ จนกระท่งั ถึงการติดตามและประเมินผล อรทัย ก๊กผล (2549: 11) ให้ความหมายของการมีส่วนร่วมของประชาชนว่า หมายถึง การที่ประชาชนเข้าไปร่วมอย่างแท้จริง ท้ังน้ี ต้องอยู่บนพื้นฐานของการท่ีประชาชนจะต้องมีอิสระ ในทางความคิด มีความรคู้ วามสามารถในการกระท�ำ และมีความเต็มใจที่จะเขา้ รว่ มต่อกจิ กรรมนัน้ ๆ พระครูวนิ ยั ธรสธุ นิ ันท์ ล้อประโคน (2556: 11) ได้สรปุ ความหมายของการมสี ่วนรว่ มไว้วา่ หมายถึง การทีป่ ระชาชนแสดงเจตนาทง้ั ดว้ ยการให้ความคดิ เหน็ และการลงมือกระท�ำเพอื่ แกไ้ ขปัญหา และ/หรือดำ� เนินการพัฒนาใหเ้ กิดผลในอนั ท่จี ะนำ� การเปลีย่ นแปลงในทางทีช่ อบท่คี วร เป็นประโยชน์ ตอ่ ตนเอง กลุ่มชน และสงั คมโดยธรรม ซงึ่ ผลทเ่ี กิดขึน้ เปน็ ความตง้ั ใจทแ่ี ท้จรงิ ของประชาชน สรุปความหมายของการมสี ว่ นร่วมของประชาชน หมายถงึ กระบวนการทปี่ ระชาชนหรือผู้มี ส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วมเพ่ือแสดงเจตนา และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ด�ำเนินการหรือใช้ความคิด เพอื่ แสวงหาทางเลอื กและการตดั สนิ ใจเกย่ี วกบั โครงการ/กจิ กรรมทเี่ หมาะสมและเปน็ ทยี่ อมรบั รว่ มกนั ทกุ ฝา่ ย อนั อยบู่ นพนื้ ฐานของการทป่ี ระชาชนมคี วามอสิ ระในทางความคดิ และเขา้ รว่ มในกระบวนการ ตั้งแต่เร่ิมตน้ จนกระทง่ั ถงึ การติดตามและประเมนิ ผล ส่วนระดับของการมีส่วนร่วมของประชาชน มีนักวิชาการแบ่งระดับของการมีส่วนร่วมของ ประชาชน สรปุ ได้ดงั นี้ จนิ ตนา สุจจานนั ท์ (2549: 48 - 49) แบ่งระดับของการมีส่วนรว่ มออกเป็น 7 ระดบั คือ (1) การถูกบังคับ การมีส่วนร่วมลักษณะนี้ ประชาชนท่ีเข้าร่วมโครงการเพราะถูกบังคับโดยไม่มีทาง หลีกเล่ียงได้ (2) การถูกหลอกลวง การมีส่วนร่วมลักษณะนี้ ประชาชนจะถูกล่อใจด้วยผลประโยชน์

140 วารสารวชิ าการ ป.ป.ช. ปที ่ี 12 ฉบบั ที่ 2 (กรกฎาคม – ธนั วาคม 2562) อาจเปน็ ในรปู ของคา่ จา้ ง (3) การถกู ชกั ชวน ประชาชนถกู ชกั ชวนใหเ้ ขา้ รว่ มโครงการทถี่ กู คดิ และวางแผน จากทางราชการ (4) การถูกสัมภาษณ์แล้ววางแผนให้ การมีส่วนร่วมลักษณะนี้ ผู้ที่วางแผนโครงการ จะส�ำรวจปัญหาความต้องการของประชาชนโดยการประชุมและสัมภาษณ์ แต่การตัดสินใจเป็น ของทางราชการ (5) การมีโอกาสเสนอความคิดเหน็ (6) การมีโอกาสเสนอโครงการ และ (7) การมี โอกาสตดั สนิ ใจในโครงการ สุนีย์ มัลลิกะมาลย์ (2545: 58 - 61) ได้แบ่งระดับของการมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น 6 ระดับ คือ (1) ร่วมรับรู้ (2) ร่วมคิด ร่วมแสดงความคิดเห็น (3) ร่วมพิจารณา ร่วมตัดสินใจ (4) รว่ มดำ� เนินการ (5) ร่วมตดิ ตาม ตรวจสอบและประเมินผล และ (6) รว่ มรับผล จากหมายความของการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน สามารถสรปุ ความหมายของการมสี ว่ นรว่ ม ของประชาชนในการต่อต้านการทุจริต คือ กระบวนการที่ประชาชนหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้าร่วม ในการต่อต้านการทุจริต เพ่ือแสดงเจตนาและมีส่วนร่วมในการต่อต้านการทุจริต รวมถึงการแสวงหา ทางเลอื กอนั จะนำ� ไปสกู่ ารปอ้ งกนั และปราบปรามการทจุ รติ หรอื การตอ่ ตา้ นการกระทำ� ทผ่ี ดิ กฎหมาย หรือการกระท�ำใด ๆ ที่มีเจตนาเพ่ือให้ได้มาซ่ึงผลประโยชน์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย หรือการต่อต้าน การกระท�ำของข้าราชการที่กระท�ำผิดต่อต�ำแหน่งหน้าท่ีราชการ และแสวงหาผลประโยชน์ท่ีมิควรได้ โดยใช้ตำ� แหน่งหนา้ ทรี่ าชการของตน 2. รปู แบบการมีส่วนร่วมตรวจสอบการทจุ ริตในองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นโดยประชาชน การมสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบการทจุ รติ ในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ มหี ลากหลายรปู แบบ ทง้ั ทเี่ ปน็ ทางการและไมเ่ ปน็ ทางการ จากการศกึ ษางานวจิ ยั ทเ่ี กย่ี วขอ้ ง ขอกลา่ วถงึ รปู แบบการมสี ว่ นรว่ ม ของประชาชนในการตรวจสอบการทุจรติ ในองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ได้ 2 รูปแบบ คือ 2.1 รูปแบบการมีส่วนรว่ มตรวจสอบการทุจริตโดยอาสาสมัคร การมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตโดยอาสาสมัคร เป็นรูปแบบของการตรวจสอบ การทจุ ริตรปู แบบใหม่ ทมี่ ีกล่มุ ประชาชนที่สนใจหรอื สมคั รใจ พร้อมจะเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการติดตาม ตรวจสอบการปฏบิ ตั หิ นา้ ทขี่ องผบู้ รหิ ารและเจา้ หนา้ ทข่ี ององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ดงั ตวั อยา่ งของ การรวมกลมุ่ ประชาชนในเขตเทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ จงั หวดั กาฬสนิ ธ์ุ ในชอ่ื “อาสาสมคั รรว่ มตรวจสอบ การบริหารงาน (อสต.)”1 ที่เป็นการรวมกลุ่มของภาคประชาชนที่มีจุดเริ่มต้นจากผู้บริหารท้องถิ่น ของเทศบาลเมอื งกาฬสินธุ์ เพื่อช่วยในการตดิ ตามตรวจสอบการทำ� งานของเทศบาลในมิตติ ่าง ๆ เช่น การตรวจสอบการจดั ซอ้ื จดั จา้ ง การตดิ ตามสอดสอ่ งพฤตกิ รรมของสมาชกิ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ เปน็ ตน้ ซึ่งการศึกษาวิจัยเร่ืองดังกล่าวนี้ เป็นการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมตรวจสอบการบริหารงาน 1 กตัญญู แกว้ หานาม และคณะ. บทเรียนการต่อต้านการทจุ รติ ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ จากอาสาสมคั รรว่ มตรวจสอบการบริหาร งาน (อสต.) : กรณีศึกษาเปรียบเทยี บเมืองกาฬสินธ์ุกับเทศบาลเมอื งบัวขาว. ทุนสนบั สนุนวิจัยจากสำ� นกั งานคณะกรรมการวจิ ัยแห่งชาติ ปงี บประมาณ 2561.

รูปแบบการมสี ่วนร่วมของประชาชนในการตอ่ ตา้ นการทจุ รติ : 141 กรณศี ึกษาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ของเทศบาลเมอื ง จำ� นวน 2 เทศบาล คอื เทศบาลเมอื งกาฬสนิ ธ์ุ และเทศบาลเมอื งบวั ขาว โดยเทศบาลเมอื ง กาฬสินธุ์มีการจัดตั้งกลุ่มประชาชนในช่ือ “อาสาสมัครร่วมตรวจสอบการบริหารงาน (อสต.)” เพื่อร่วมติดตามตรวจสอบการบริหารงานของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ ส่วนเทศบาลเมืองบัวขาว ไม่ได้ มีการจัดตั้งกลมุ่ ประชาชนดังกลา่ ว ซ่ึงผลการศึกษาวจิ ยั พบวา่ เทศบาลเมืองกาฬสินธุท์ ม่ี กี ลุ่ม “อาสาสมคั ร รว่ มตรวจสอบการบริหารงาน (อสต.)” ร่วมตรวจสอบตดิ ตามการบรหิ ารงานของผู้บริหารทอ้ งถ่นิ อกี ทั้ง ยังมีการตรวจสอบจากผู้น�ำชุมชนและประชาชนท่ัวไป แต่รูปแบบการตรวจสอบของ “อาสาสมัคร รว่ มตรวจสอบการบรหิ ารงาน (อสต.)” จะมกี ารแบง่ หนา้ ทก่ี ารทำ� งานในแตล่ ะสว่ นเพอ่ื ทำ� การตรวจสอบ การทำ� งานของเทศบาล มกี ารประเมนิ ผลงานของเทศบาล ประเมินผลหน่วยงาน เช่น กองสาธารณสขุ กองชา่ ง กองคลัง ส�ำนักปลดั เป็นตน้ การตดิ ตามตรวจสอบการด�ำเนนิ โครงการ ถอื ได้วา่ เปน็ จุดเด่น และเปน็ รปู ธรรมมากทสี่ ดุ ในการทำ� งานของ “อาสาสมคั รรว่ มตรวจสอบ (อสต.)” ซงึ่ จะเขา้ ไปมบี ทบาท ในการติดตามตรวจสอบการท�ำงานของเทศบาลในมิตติ ่าง ๆ ตามชุดความรู้ การเฝา้ ระวงั การทจุ ริตของ หนว่ ยงานภาครฐั ชดุ ที่ 1 ปพี ทุ ธศกั ราช 2557 ทก่ี ลา่ ววา่ เมอ่ื ประชาชนเลอื กตง้ั สมาชกิ สภาเทศบาล เปน็ การ มอบอ�ำนาจให้เข้าไปใช้อ�ำนาจบริหารงานใช้จ่ายงบประมาณและออกข้อบังคับต่าง ๆ ดังน้ัน เพ่ือให้การ ดำ� เนนิ งานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ มคี วามถกู ตอ้ งและเกดิ ประโยชนส์ งู สดุ แกป่ ระชาชน จำ� เปน็ จะต้องติดตาม ตรวจสอบการด�ำเนินงานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ โดยมมี ิตทิ ส่ี �ำคัญ 6 มติ ิ คือ 1) ตรวจสอบการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเก่ียวกับการด�ำเนินงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน เช่น ขอ้ บงั คับงบประมาณ รายรับ – รายจา่ ย เป็นต้น 2) การติดตามสอดส่องพฤตกิ รรมของสมาชิกองคก์ ร ปกครองส่วนท้องถ่ิน คณะผู้บริหาร และพนักงานองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีความถูกต้อง เพ่ือให้ ทราบว่าบุคคลดังกล่าวมีความประพฤติเหมาะสมหรือไม่ 3) ติดตามตรวจสอบการด�ำเนินโครงการ ในหมู่บา้ น 4) ตรวจสอบการจัดซอ้ื – จดั จา้ ง ให้เกิดความโปร่งใส 5) การถอดถอนผู้บรหิ ารหรอื สมาชิก สภาขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ และ 6) ประชาชนมสี ทิ ธคิ ัดคา้ นและร้องเรยี นเมือ่ เหน็ ว่าผบู้ รหิ าร ด�ำเนินงานไม่ถกู ตอ้ งหรอื กอ่ ให้เกิดความเดอื ดร้อน จากผลการวจิ ยั ครงั้ นไี้ ดม้ ขี อ้ เสนอแนะในการเสรมิ สรา้ งการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในรปู แบบ จัดต้ังกลุ่มประชาชนและมีความจ�ำเป็นอย่างยิ่งท่ีจะต้องผ่านกระบวนการของการให้ความรู้เพ่ือให้ ประชาชนเขา้ ใจและมคี วามกลา้ ในการเขา้ มามบี ทบาทในการมสี ว่ นรว่ ม จนนำ� ไปสกู่ ารพฒั นาความสนใจ ในการมสี ว่ นร่วม ทจ่ี ะต้องมีการดำ� เนนิ การอย่างตอ่ เนอ่ื งท้ังในเชงิ คณุ ภาพและเชิงปรมิ าณ 2.2 รูปแบบการมีสว่ นรว่ มตรวจสอบการทจุ ริตโดยประชาคม รปู แบบการมสี ว่ นรว่ มในการตรวจสอบการทจุ รติ ในองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ โดยประชาคม เปน็ รปู แบบการมสี ว่ นรว่ มอยา่ งเปน็ ทางการ กลา่ วคอื ในการจดั ทำ� แผนงานประจำ� ปขี ององคก์ รปกครอง สว่ นทอ้ งถนิ่ มขี นั้ ตอน/กระบวนการทตี่ อ้ งมกี ารทำ� ประชาคมในโครงการตา่ ง ๆ เพอื่ รบั ฟงั ความคดิ เหน็ ขอ้ เสนอแนะจากประชาชนในทอ้ งถน่ิ ของตนเอง กอ่ นจะนำ� แผนการปฏบิ ตั งิ านไปอนมุ ตั แิ ละดำ� เนนิ การ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook