ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 101
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 102
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 103
Male Testis 1. แอนโดรเจน (androgens) ประกอบไปดว้ ยtestosterone มีหนา้ ท่ีควบคุมลกั ษณะเกี่ยวกบั การเปลี่ยนแปลงของเพศชายในช่วงวยั รุ่น ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 104
8. รก (Placenta) สรา้ งฮอรโ์ มนหลายชนดิ ทส่ี าคญั ไดแ้ ก่ 1.สร้าง Human chorionic gonadotropin : H.C.G. (ใชต้ รวจสอบการต้งั ครรภ)์ 2.สร้าง Estrogen 3.สร้าง progesterone (ทาใหช้ ่วงต้งั ครรภม์ ีระดบั ฮอร์โมน 105 progesterone สูงมากข้ึนอีกทางหน่ึง) ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 106
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 107
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 108
ในระยะแรกของการตงั้ ครรภ์ ระดบั ของ HCG ซึ่งสร้างจากรกจะสูงมากและฮอร์โมน estrogen และ progesterone ทส่ี รา้ งจาก corpus luteum ยงั คงสูงอยู่ ซึง่ ทาให้ไม่ มปี ระจาเดอื นและทาให้เยื่อบุมดลกู เจรญิ เม่ือรกทาหน้าทีผ่ ลติ ฮอร์โมน estrogen และ progesterone ได้มากขนึ้ (ภาพกลาง) corpus luteum จะทาหน้าท่ีผลติ ฮอร์โมน นอ้ ยลงและหมดหน้าท่ีไป (ภาพสดุ ทา้ ย) และระดบั ของ HCG จะลดลง เมือ่ ระยะเวลา การตงั้ ครรภ์มากข้นึ รกจะผลติ ฮอรโ์ มน estrogen และ progesterone ไดม้ ากขึ้น ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 109
9.ต่อมไทมสั (Thymus gland) ตอ่ มไทมสั (Thymus gland) มีลกั ษณะเป็นพู 2 พู อยบู่ ริเวณทรวงอกรอบเส้นเลือด ใหญข่ องหวั ใจ(ใตก้ ระดูกลิ้นปี่ ) ต่อมไทมสั จะเจริญเตม็ ที่ต้งั แตเ่ ป็นทารกอยใู่ นครรภม์ ารดาและมี ขนาดใหญ่มากเมื่อยงั มีอายนุ อ้ ย เม่ือเขา้ สู่วยั รุ่นขนาดของตอ่ มจะเล็กลง เมื่อเขา้ สู่วยั ผใู้ หญ่ ตอ่ มน้ี จะเหี่ยวไป และเมื่อเขา้ สู่วยั ชราจะเลก็ ลงและฝ่อไปกลายเป็นพงั ผดื -ถูกแทนที่ดว้ ยเน้ือเยอื่ ไขมนั (fat tissue)ต่างๆจนไมส่ ามารถมองเห็นไดอ้ ีก ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 110
ต่อมไทมสั ทำหนำ้ ที่สร้ำงฮอร์โมน thymosin และ thymopoietin ฮอร์โมนไทโมซิน (thymosin) กระตุน้ เน้ือเยอื่ ตอ่ มไทมสั เองซ่ึงเป็ นอวยั วะ น้ำเหลือง ใหส้ ร้ำงเซลลเ์ มด็ เลือดขำวประเภทลิมโฟไซท์ (T-lymphocyte หรือ T-cell) ที่ยงั ออ่ นอยแู่ ลว้ ปรับสภำพไปเป็ นลิมโฟไซทท์ ี่เจริญเตม็ ที่ ซ่ึงเป็ น เซลลส์ ำคญั ในระบบภูมิคุม้ กนั ในกำรทำลำยเซลลแ์ ปลกปลอมที่เกิดข้ึน และ กระตุน้ กำรทำงำนของ B-cell ใหส้ ร้ำง antibodyข้ึนมำต่อตำ้ นส่ิงแปลกปลอม หรือเช้ือโรคใหห้ มดฤทธ์ิไป ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 111
ลมิ โฟไซท์ทเ่ี จริญเตม็ ที่แลว้ จะออกจากตอ่ มไทมสั ไปอยบู่ ริเวณม้ามและตอ่ ม นา้ เหลืองท่ัวร่างกาย ทาหนา้ ทส่ี รา้ งภูมิคุ้มกันโรคเนือ่ งจากการกระทาของเซลล์ (cellular immunity) คือทาหนา้ ทีเ่ กี่ยวกับปฎกิ ิริยาภูมิแพ้ และการไมย่ อมรบั เน้ือเยื่อแปลกปลอมท่ปี ลกู ถ่ายกบั รา่ งกาย ป้องกนั การตดิ เชอ้ื จากเชื้อโรคตา่ งๆ เช่น เช้ือแบคทีเรีย ไวรสั เชอื้ รา ถ้าต่อมน้ีติดเชื้อหรือฝ่อตั้งแต่แรกเกิด รา่ งกายจะผลิตฮอรโ์ มนไทโมซนิ ไม่ได้ ทาให้ ทารกแรกเกดิ ตดิ เชอ้ื ถึงแกช่ ีวติ ได้ ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 112
10. กระเพาะอาหาร (Stomach) พบบริเวณกระเพาะอาหารส่วนท่ีเรียกว่า corpus อวัยวะเปา้ หมาย : เซลล์กระเพาะอาหารท่ีสร้างเอนไซม์หรอื นา้ ยอ่ ย และกรด HCl หน้าท่ี : กระตุ้นใหเ้ ซลล์กระเพาะอาหารสรา้ ง enzyme และกรด HCl ออกมาเพื่อยอ่ ยอาหาร ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 113
Enteroendocrine cells ทาหน้าทหี่ ล่งั ฮอรโ์ มน Gastrin 114 ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 115
เซลล์ในกระเพาะอาหาร 116 1) ชฟี เซลล์ (Chief cell) สร้างเอนไซม์รปู proenzyme ชื่อ pepsinogenและ prorennin 2) parietal cell สรา้ งกรดเกลือ (HCl) ทช่ี ่วยในการเปลี่ยนproenzyme ไปเปน็ enzyme 3) Mucus cell ทาหนา้ ทส่ี รา้ งเมอื ก มฤี ทธิ์ เปน็ เบส 4) Enteroendocrine cells ผลติ histamine ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6
11. ลำไสเ้ ลก็ (Small intestine) ทีส่ ำคัญมี 3 ชนดิ คอื 1. Secretin 2. Cholecystokinin ; CCK 3. Enterogastron ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 117
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 118
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 119
ฮอร์โมนท่ีสรา้ ง : ซคี รที นิ (secretin) สรา้ งจากบรเิ วณ ลาไส้เลก็ สว่ นต้นทเี่ รยี กวา่ ดโู อดนี มั ( duodenum ) อวัยวะเปา้ หมาย : ตับออ่ น , ทอ่ น้าดี หน้าท่ี : 1. กระตนุ้ ตบั ออ่ นใหห้ ลง่ั เอนไซมแ์ ละโซเดียมไฮโดรเจน คารบ์ อเนต (NaHCO3) เข้าสู่ลาไสเ้ ล็กส่วนตน้ 2. กระตุ้นท่อน้าดใี หบ้ ีบตวั หล่งั น้าดเี ข้าสลู่ าไสเ้ ล็กสว่ นต้น ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 120
การรกั ษาดลุ ยภาพของร่างกายด้วยฮอรโ์ มน 1. การควบคมุ การหล่ังฮอรโ์ มนแบบยบั ยง้ั ย้อนกลบั (negative feedback) 2. การควบคุมการหลงั่ ฮอร์โมนแบบกระตุ้นยอ้ นกลับ (positive feedback) ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 121
การควบคุมการหล่ังฮอร์โมนแบบยับย้ังย้อนกลับเป็น รปู แบบการควบคุมท่ีใช้มาก คือการที่ฮอร์โมนหรือผลของฮอร์โมน นั้น บอกสัญญาณไปยังต่อมไร้ท่อให้หล่ังฮอร์โมนน้อยลง เช่น การ ทางานของฮอร์โมนอินซูลิน เม่ือระดับของกลูโคสในกระแสเลือด มาก ตับอ่อนจะผลิตฮอร์โมนอินซูลินออกมา เพื่อนากลูโคสเข้า เซลล์ ซ่ึงจะทาให้ระดับกลูโคส ในกระแสเลือดลดลง ระดับของ น้าตาลในกระแสเลือดท่ีต่าลง จะไปส่งสัญญาณให้ตับอ่อน ผลิต ฮอรโ์ มนอนิ ซลู นิ ลดน้อยลง เป็นต้น ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 122
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 123
กลไกการควบคุมยอ้ นกลับ (Negative Feedback) -การควบคุมโดยระบบ ประสาท -การควบคุมโดยระดบั สารเคมีในเลอื ด ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 124
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 125
การควบคุมการหลัง่ ฮอร์โมนแบบกระตุ้นยอ้ นกลบั เปน็ รูปแบบทพี่ บน้อยกวา่ เป็นการทางานตรงกนั ขา้ ม กับการยับยง้ั ที่ กลา่ วมาแลว้ คอื แทนที่จะไปยบั ยงั้ แตผ่ ลของฮอรโ์ มน จะไป กระตุ้นให้มีการทางานของต่อมไร้ท่อมากขึน้ เชน่ ฮอร์โมน oxytocin ซงึ่ การทีท่ ารกดดู นมมารดาอยูส่ มา่ เสมอ จะเปน็ การ กระตุ้นให้ต่อมใต้สมองสร้างฮอร์โมน oxytocin ตลอดเวลาหรอื มากขนึ้ (reflex) ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 126
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 127
การบีบตัวของมดลกู ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 128
ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 129
Feedback Loop ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 130
การควบคุม homeostasis ของแคลเซยี มโดย PTH และ Calcitonin การทางานแบบตรงข้ามกนั (antaคgรูสoุกnฤตiาsโtiสcม)ล ชขีววอทิ ยงาฮม.อ6 รโ์ มน 2 ชนิด 131
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 132
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 133
ฮอร์โมนแมลง (Insect Hormone) • ฮอร์โมนสมอง (brain hormone:BH) • โมลติงฮอร์โมน (molting hormone:MH /ecdysone) • จูวไี นลฮ์ อร์โมน (juvenile hormone) ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 134
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 135
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 136
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 137
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 138
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 139
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 140
ฟี โรโมน (Pheromone) ฟโี รโมน หมายถึงอะไร 141 ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6
Experiment of Pheromone (1) ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 142
ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6 143
Experiment of Pheromone (2) ภาพท่ี 9-29 ค.-ง. 144 ครูสุกฤตา โสมล ชีววิทยา ม.6
ควำมหมำยของ pheromone ฟโี รโมน (Pheromone) หมายถึง สารเคมีทสี่ ัตวข์ ับออกมานอก รา่ งกายโดยตอ่ มมีท่อ(exocrine gland) ซ่งึ ไมม่ ีผลตอ่ ตัวเอง แตจ่ ะ ไปมผี ลต่อสตั ว์ตวั อน่ื ท่ีเป็นชนิดหรอื สปีชสี เ์ ดยี วกัน ใหเ้ กิดการ เปล่ยี นแปลงทางพฤตกิ รรม และสรรี วิทยาเฉพาะอย่างได้ Insect hormone ส่วนใหญเ่ ป็นสารเคมี 145 พวกกรดไขมัน มีโครงสร้างโมเลกลุ ส้นั ๆ (ผลติ ข้นึ จากต่อมมีทอ่ ในตาแหน่งตา่ งกัน) มีคุณสมบตั ริ ะเหยไดด้ ีในอากาศ ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6
ฟโี รโมน แบง่ ออกเปน็ 3 กลมุ่ • Releaser pheromone 146 • Primer pheromone • Imprinting pheromone ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6
1. Releaser pheromone ไปกระตุ้นให้สัตว์แสดงพฤติกรรมทนั ทีหลังจากได้รบั การกระต้นุ มหี ลายแบบ ได้แก่ ครูสุกฤตา โสมล ชวี วิทยา ม.6 147
1.1 สารดงึ ดดู เพศตรงข้าม (Sex attractant) ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 148
1.2 สารเตือนภยั (Alarm pheromone) ครูสุกฤตา โสมล ชวี วทิ ยา ม.6 149
1.3 ฟโี รโมนตามรอย (trail phermone) ครูสุกฤตา โสมล ชีววทิ ยา ม.6 150
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168