คู่มือการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา ฉบบั ปี การศกึ ษา 2557 สานักมาตรฐานและประเมนิ ผลอดุ มศึกษา สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ฉบับปรับปรุง คร้ังท่ี 1 เม่อื วันท่ี 12 มนี าคม 2558)
สารบญับทที่ 1 การประกันคณุ ภาพการศกึ ษา หน้า 1-121) เหตุผลและความจาเป็นของการประกันคุณภาพการศกึ ษา ระดับอดุ มศึกษา2) กฎหมายท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั การประกันคุณภาพการศึกษา3) การประกนั คุณภาพการศึกษา4) ความเชื่อมโยงระหว่างมาตรฐานการศึกษากบั การประกนั คุณภาพการศกึ ษา5) ความเชือ่ มโยงระหวา่ งการประกนั คณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพบทท่ี 2 การประกนั คณุ ภาพภายใน หนา้ 13-191) พัฒนาการของระบบการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน2) การประกนั คุณภาพการศึกษารอบใหม่ (ปกี ารศึกษา 2557 – 2561)3) กระบวนการและวธิ ีการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน (ปกี ารศกึ ษา 2557 – 2561)บทที่ 3 นยิ ามศัพท์ หนา้ 20-27บทที่ 4 ระบบการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั หลักสูตร หน้า 28-73บทที่ 5 ระบบการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะ หน้า 74-99บทที่ 6 ระบบการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั สถาบัน หน้า 100-121บทท่ี 7 แนวทางการวเิ คราะหแ์ ละสรุปผลการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายใน หน้า 122-127ภาคผนวก -----------------------------------------
บทท่ี 1 การประกันคณุ ภาพการศึกษา ระดบั อุดมศกึ ษา1. เหตผุ ลและความจาเปน็ ของการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา ระดับอุดมศกึ ษา 1.1 ความจาเป็นของการประกันคุณภาพการศึกษา ภารกิจหลักที่สถาบันอุดมศึกษาจะต้องปฏิบัติมี 4 ประการ คือ การผลิตบัณฑิต การวิจัยการให้บริการทางวิชาการแก่สังคมและการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม การดาเนินการตามภารกิจท้ัง 4 ประการดังกล่าวมีความสาคัญอย่างย่ิงต่อการพัฒนาประเทศทั้งระยะสั้นและระยะยาว ปัจจุบันมีปัจจัยภายในและภายนอกหลายประการที่ทาให้การประกันคุณภาพการศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นสิ่งจาเป็นท่ีจะต้องเร่งดาเนินการ ปัจจัยดังกล่าวคอื 1) คุณภาพของสถาบันอุดมศึกษาและบัณฑิตภายในประเทศท่ีมีแนวโน้มแตกต่างกันมากข้ึน ซึ่งจะก่อให้เกดิ ผลเสียแกส่ ังคมโดยรวมของประเทศในระยะยาว 2) ความท้าทายของโลกาภิวัตน์ต่อการอุดมศึกษา ทั้งในประเด็นการบริการการศึกษาข้ามพรมแดนและการเคล่ือนย้ายนักศึกษาและบัณฑิต การประกอบอาชีพของบัณฑิตในอนาคต อันเป็นผลจากการรวมตัวของประเทศในภมู ภิ าคอาเซยี น ซงึ่ ทงั้ สองประเด็นต้องการการรับประกันของคุณภาพการศึกษา 3) สถาบันอุดมศึกษามีความจาเป็นที่จะต้องสร้างความม่ันใจแก่สังคมว่าสามารถพัฒนาองค์ความรู้และผลติ บัณฑิต ตอบสนองตอ่ ยทุ ธศาสตร์การพัฒนาประเทศให้มากข้ึน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันระดับสากล การพัฒนาภาคการผลิตจริงท้ังอุตสาหกรรมและบริการ การพัฒนาอาชีพ คุณภาพชีวิต ความเปน็ อยู่ระดับท้องถิน่ และชุมชน 4) สถาบันอุดมศึกษาจะต้องให้ข้อมูลสาธารณะ (public information) ท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้สว่ นเสีย ท้งั นกั ศกึ ษาผู้จา้ งงานผูป้ กครองรัฐบาลและประชาชนทัว่ ไป 5) สังคมต้องการระบบอุดมศึกษาที่เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีส่วนร่วม(participation) มีความโปร่งใส (transparency) และมีความรับผิดชอบซ่ึงตรวจสอบได้ (accountability) ตามหลักธรรมาภบิ าล 6) พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 กาหนดให้สถานศกึ ษาทกุ แหง่ จดั ใหม้ ีระบบการประกนั คุณภาพภายในรวมถึงให้มสี านักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษาทาหนา้ ทป่ี ระเมนิ คุณภาพภายนอก โดยการประเมินผลการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา 7) คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศใช้มาตรฐานการอุดมศึกษา เม่ือวันที่ 7 สิงหาคม 2549เพื่อเป็นกลไกกากับมาตรฐานระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษา และระดับหน่วยงาน โดยทุกหนว่ ยงานระดบั อุดมศกึ ษาจะได้ใช้เป็นกรอบการดาเนนิ งานประกนั คุณภาพการศกึ ษา คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
-2- 8) กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2552 และคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ประกาศแนวทางการปฏิบัติตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ เม่ือวันที่ 16 กรกฎาคม 2552 เพื่อให้การจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาเป็นไปตามมาตรฐานการอดุ มศึกษาและเพ่ือการประกนั คุณภาพของบณั ฑิตในแต่ละระดบั คณุ วุฒแิ ละสาขาวชิ า 9) กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา เมื่อวันที่24 เมษายน 2554 เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมและกากับให้สถาบันอุดมศึกษาจัดการศึกษาให้มีมาตรฐานตามประเภทหรือกล่มุ สถาบนั อุดมศึกษา 4 กลุม่ 1.2 วัตถุประสงคข์ องการพฒั นาระบบประกันคณุ ภาพการศึกษา สถาบันอุดมศึกษาร่วมกับต้นสังกัดจาเป็นต้องพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาโดยมีวตั ถปุ ระสงคด์ งั น้ี 1) เพอ่ื ใหส้ ถาบันไดม้ กี ารพัฒนามุง่ สู่วิสยั ทัศน์ และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยระบบดงั กล่าวจะต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของ พรบ. และเป็นไปตามกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว มาตรฐานระดับชาติและนานาชาติ 2) เพื่อตรวจสอบและประเมินผลการดาเนินงานตั้งแต่ระดับหลักสูตร คณะวิชาหรือหน่วยงานเทียบเท่า และสถาบันอุดมศึกษาในภาพรวม ตามระบบคุณภาพและกลไกที่สถาบันนั้น ๆ กาหนดขึ้น โดยวิเคราะห์เปรยี บเทยี บผลการดาเนินงานตามตัวบ่งช้ีในองค์ประกอบคุณภาพตา่ งๆ วา่ เป็นไปตามเกณฑ์และได้มาตรฐาน 3) เพื่อให้หลักสูตร คณะวิชาหรือหน่วยงานเทียบเท่าและสถาบันอุดมศึกษาทราบสถานภาพของตนเองอนั จะนาไปสู่การกาหนดแนวทางในการพัฒนาคุณภาพไปสู่เป้าหมาย (targets) และเป้าประสงค์ (goals) ที่ตั้งไว้ตามจดุ เน้นของตนเอง 4) เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่สะท้อนจุดแข็ง จุดท่ีควรปรับปรุง ตลอดจนข้อเสนอแนะในการพัฒนาการดาเนินงานเพอ่ื นาไปปรบั ปรงุ ผลการดาเนินการในแตล่ ะระดบั อยา่ งตอ่ เนื่อง เพ่ือยกระดบั ขีดความสามารถของสถาบนั 5) เพ่ือให้ข้อมูลสาธารณะท่ีเป็นประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทาให้มั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษาสามารถสรา้ งผลผลิตทางการศึกษาทมี่ คี ณุ ภาพและไดม้ าตรฐานตามท่ีกาหนด 6) เพื่อให้หนว่ ยงานต้นสังกัดของสถาบันอุดมศึกษาและหน่วยงานที่เก่ียวข้อง มีข้อมูลพ้ืนฐานท่ีจาเป็นสาหรบั การส่งเสริมสนับสนนุ การจดั การอุดมศกึ ษาในแนวทางที่เหมาะสม คมู่ อื การประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
-3-2. กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้องกับการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา 2.1 พระราชบญั ญัติการศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 ทีเ่ กีย่ วข้องกับการประกนั คุณภาพการศึกษาระดบั อุดมศกึ ษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 ได้กาหนดจุดมุ่งหมายและหลักการของการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นคุณภาพและมาตรฐาน โดยกาหนดรายละเอียดไว้ในหมวด 6 มาตรฐานและการประกนั คณุ ภาพการศึกษาซึ่งประกอบด้วย “ระบบการประกันคุณภาพภายใน” และ “ระบบการประกันคุณภาพภายนอก”เพอ่ื ใช้เป็นกลไกในการผดุงรกั ษาคุณภาพและมาตรฐานของสถาบันอุดมศึกษา การประกันคุณภาพภายใน เป็นการสร้างระบบและกลไกในการพัฒนา ติดตามตรวจสอบและประเมินการดาเนินงานของสถาบันอุดมศึกษาให้เป็นไปตามนโยบาย เป้าหมายและระดับคุณภาพตามมาตรฐานท่ีกาหนดโดยสถานศึกษาและหรือหน่วยงานต้นสังกัด โดยหน่วยงานต้นสังกัดและสถานศึกษากาหนดให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาและให้ถือว่าการประกันคุณภาพภายในเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการบริหารการศึกษาท่ีต้องดาเนินการอย่างต่อเน่ืองมีการจัดทารายงานประจาปีท่ีเป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในเสนอต่อสภาสถาบันหน่วยงานต้นสังกัด และหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องเพ่ือพิจารณาและเปิดเผยต่อสาธารณชนเพื่อนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศกึ ษาและเพ่ือรองรับการประกันคณุ ภาพภายนอก การประกันคุณภาพภายนอก เป็นการประเมินคุณภาพการจัดการศึกษาเพ่ือให้มีการติดตามและตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา โดยคานึงถึงความมุ่งหมาย หลักการ และแนวการจัดการศึกษาในแต่ละระดับ ซึง่ ประเมนิ โดย “สานกั งานรับรองมาตรฐานและประเมนิ คุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน)หรือเรียกชื่อย่อว่า “สมศ.” พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี2) พ.ศ.2545ได้กาหนดให้สถานศึกษาทุกแห่งต้องได้รับการประเมินคุณภาพภายนอกอย่างน้อย 1 คร้ังในทุกรอบ 5 ปี นับต้ังแต่การประเมินคร้ังสุดทา้ ย และเสนอผลการประเมนิ ตอ่ หน่วยงานทเี่ กีย่ วข้องและสาธารณชน 2.2 กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับท่ี 2 (พ.ศ. 2551 - 2565) และแผนพัฒนาการศึกษาระดบั อุดมศกึ ษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) กรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2565) ได้กาหนดแนวทางการพัฒนาและแก้ปัญหาอุดมศึกษาที่ไร้ทิศทาง ซ้าซ้อน ขาดคุณภาพ และขาดประสิทธิภาพ โดยใช้กลไกการประเมินคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาเป็นกลไกหลักในการดาเนินการ กล่าวคือ ให้มีการสร้างกลไกการประเมินคุณภาพสถาบนั อดุ มศกึ ษาตามพนั ธกิจของสถาบันในแต่ละกลุ่ม ซ่ึงมีพื้นที่บริการและจุดเน้นระดับการศึกษาท่ีต่างกัน รวมท้ังมีพันธกิจและบทบาทในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจของประเทศต่างกันตามความหลากหลาย ท้ังการพัฒนาฐานราก สังคม เศรษฐกิจรวมถึงการกระจายอานาจในระดับท้องถ่ิน การขับเคล่ือนภาคการผลิตในชนบท ท้องถ่ินและระดับประเทศ จนถึงการแข่งขันในโลกาภิวัตน์ ซึ่งระบบอุดมศึกษาแต่ละกลุ่มเหล่าน้ี จะนาไปสู่การเปลี่ยนแปลงอดุ มศึกษา และสง่ ผลกระทบท่ีเป็นประโยชน์ตอ่ ประเทศอย่างมีนัยสาคัญ อาทิ สามารถสร้างความเป็นเลิศได้ตามพันธกิจของตัวเอง สามารถตอบสนองต่อยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศดีข้ึน ส่งผลเชิงบวกต่อการผลิต พัฒนาและ คูม่ อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-4-การทางานของอาจารย์ สามารถปรับจานวนของบัณฑิตในสาขาท่ีเป็นความต้องการของสังคม ลดการว่างงาน โดยท่ีสถาบันอุดมศึกษาในกลุ่มเหล่านี้มีกลไกร่วมกันในการประกันคุณภาพ เพ่ือให้นักศึกษาสามารถต่อยอด ถ่ายโอนแลกเปลี่ยนกันได้ระหว่างกลุ่ม และในระยะยาวการประเมินคุณภาพควรนาไปสู่ระบบรับรองวิทยฐานะ (accreditation)ทีน่ ักศึกษาและสาธารณะให้ความเช่ือถือ เปน็ ฐานและเง่ือนไขในการจัดสรรงบประมาณของรัฐ และการสนับสนุนจากภาคเอกชน รวมทัง้ การโอนย้ายหนว่ ยกิต จากกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปีดังกล่าว กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการเรอ่ื ง มาตรฐานสถาบันอดุ มศึกษา ในปี 2551 กาหนดประเภทหรือกล่มุ สถาบันอุดมศึกษาเป็น 4 กลมุ่ คือ กลุ่ม ก วิทยาลัยชุมชน หมายความถึงสถาบันท่ีเน้นการผลิตบัณฑิตระดับต่ากว่าปริญญาตรี จัดฝึกอบรมสนองตอบความต้องการของท้องถ่ิน เพ่ือเตรียมกาลังคนที่มีความรู้เข้าสู่ภาคการผลิตจริงในชุมชน สถาบันสนับสนุนรองรบั การเปลย่ี นอาชีพพนื้ ฐาน เช่น แรงงานทอ่ี อกจากภาคเกษตร เป็นแหล่งเรียนรู้ที่ส่งเสริมให้ประชาชนได้มีโอกาสเรยี นรตู้ ลอดชวี ิตอันจะนาไปสู่ความเข้มแขง็ ของชมุ ชนและการพฒั นาทย่ี ่ังยืน กลุ่ม ข สถาบันท่ีเน้นระดับปริญญาตรี หมายความถึง สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับปริญญาตรีเพื่อให้ได้บัณฑิตที่มีความรู้ความสามารถเป็นหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงในระดับภูมิภาคสถาบันมีบทบาทในการสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงาน ธุรกิจ และบุคคลในภูมิภาค เพ่ือรองรับการดารงชีพสถาบนั อาจมีการจดั การเรยี นการสอนในระดบั บัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาโทดว้ ยกไ็ ด้ กลุ่ม ค สถาบันเฉพาะทาง หมายความถึงสถาบันท่ีเน้นการผลิตบัณฑิตเฉพาะทางหรือเฉพาะกลุ่มสาขาวิชา ท้ังสาขาวิชาทางวิทยาศาสตร์กายภาพ วิทยาศาสตร์ชีวภาพ สังคมศาสตร์หรือมนุษยศาสตร์ รวมท้ั งสาขาวิชาชีพเฉพาะทาง สถาบันอาจเน้นการทาวิทยานิพนธ์หรอื การวจิ ยั หรือเน้นการผลิตบัณฑิตท่ีมีความรู้ ความสามารถทักษะและสมรรถนะในการประกอบอาชีพระดับสูง หรือเน้นท้ังสองด้าน รวมท้ังสถาบันอาจมีบทบาทในการพัฒนาภาคการผลิตจริงท้ังอุตสาหกรรมและบริการ สถาบันในกลุ่มนี้อาจจาแนกได้เป็น 2 ลักษณะคือ ลักษณะท่ี 1 เป็นสถาบนั ที่เนน้ ระดับบัณฑติ ศึกษา และลกั ษณะที่ 2 เป็นสถาบันทีเ่ น้นระดับปริญญาตรี กล่มุ ง สถาบันทเี่ นน้ การวจิ ัยข้นั สงู และผลติ บณั ฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอกหมายความถึง สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก และเน้นการทาวิทยานิพนธ์และการวิจัยรวมถึงการวิจัยหลังปริญญาเอก สถาบันเน้นการผลิตบัณฑิตที่เป็นผู้นาทางความคิดของประเทศ สถาบันมีศักยภาพในการขับเคล่ือนอุดมศึกษาไทยให้อยู่ในแนวหน้าระดับสากล มุ่งสร้างองค์ความรู้ทฤษฎี และขอ้ คน้ พบใหม่ทางวชิ าการ ดังน้ัน การประกันคุณภาพการศึกษาจึงต้องสร้างกลไกการประเมินคุณภาพให้สอดรับกับการแบ่งกลุ่มสถาบันอดุ มศึกษา 4 กลุ่มดังกลา่ ว แผนพฒั นาการศึกษาระดบั อดุ มศึกษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 – 2559) กาหนดให้อุดมศึกษาไทยในช่วงปี2555 - 2559 ต้องมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดเพื่อเป็นแหล่งความรู้ที่ตอบสนองการแก้ไขปัญหาวิกฤติและชี้นาการพัฒนาอย่างยงั่ ยนื ของชาติและทอ้ งถน่ิ โดยเรง่ สรา้ งภูมิคุ้มกันในประเทศให้เข้มแข็งข้ึนภายใต้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและต้องส่งเสริมการพัฒนาประเทศให้สามารถแข่งขันได้ในประ ชาคมอาเซียนและประชาคมโลกโดยให้ คู่มือการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-5-ความสาคัญกับการพัฒนาคนและสังคมไทยให้มีคุณภาพผลิตกาลังคนที่มีศักยภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน สามารถทางานเพื่อดารงชีพตนเอง และเพอื่ ช่วยเหลอื สงั คมมีคณุ ธรรมมีความรับผิดชอบและมีสุขภาวะทั้งร่างกายและจิตใจรวมทั้งพัฒนาอาจารย์ให้เป็นมืออาชีพและผู้เช่ียวชาญมืออาชีพให้เป็นอาจารย์พัฒนาวิชาชีพอาจารย์ให้เป็นที่ยอมรับของสังคม มีการจัดการเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยใช้ความรู้เทคโนโลยีและนวตั กรรมความคดิ สร้างสรรค์บนพ้ืนฐานการผลิตและการบริโภคท่ีเป็นมิตรต่อส่ิงแวดล้อมซ่ึงจะนาไปสู่การพัฒนาเพื่อประโยชนส์ ุขทย่ี ่ังยืนของประเทศไทยท้ังนี้โดยอาศัยการบริหารจัดการอุดมศึกษาเชิงรุกและพระราชบัญญัติอุดมศึกษาเปน็ เคร่ืองมือสาคัญในการขบั เคล่อื นวสิ ยั ทศั น์ปี 2559 “อุดมศกึ ษาเป็นแหล่งองค์ความรู้และพัฒนากาลังคนระดับสูงท่ีมีคุณภาพเพื่อการพัฒนาชาติอย่างยั่งยืนสร้างสังคมการเรียนรู้ตลอดชีวิตตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบบั ที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) บนพ้ืนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีบทบาทสูงในสังคมประชาคมอาเซียนและมงุ่ สู่คุณภาพอุดมศกึ ษาระดับนานาชาติ” 2.3 มาตรฐานการอุดมศึกษา ท่ีปรากฏตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ 7 สิงหาคม 2549ประกอบด้วยมาตรฐาน 3 ด้าน ได้แก่ มาตรฐานด้านคุณภาพบัณฑิต มาตรฐานด้านการบริหารจัดการการอุดมศึกษาและมาตรฐานด้านการสร้างและพัฒนาสังคมฐานความรู้และสังคมแห่งการเรียนรู้ มาตรฐานย่อยทั้ง 3 ด้านน้ี อยู่ใ นมาตรฐานการศึกษาของชาติทีป่ ระกอบด้วยมาตรฐานยอ่ ย 3 มาตรฐานเช่นกัน คือ มาตรฐานที่ 1 คุณลักษณะของคนไทยที่พึงประสงค์ ท้ังในฐานะพลเมืองและพลโลก มาตรฐานที่ 2 แนวการจัดการศึกษา มาตรฐานที่ 3 แนวการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้/สังคมแห่งความรู้ แต่ละมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการอุดมศึกษาจะมีความสอดคล้องและสัมพันธ์กับมาตรฐานย่อยของมาตรฐานการศึกษาของชาติ เพ่ือให้การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาบรรลุตามจดุ ม่งุ หมายและหลักการของการจดั การศึกษาของชาติ นอกเหนอื จากมาตรฐานการอดุ มศึกษาทเี่ ป็นมาตรฐานแม่บทแลว้ คณะกรรมการการอุดมศึกษาได้จัดทามาตรฐานสถาบนั อุดมศกึ ษา ตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. 2551 เพื่อนาไปสู่การพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาตามกลุ่มสถาบันที่มีปรัชญา วัตถุประสงค์ และพันธกิจในการจัดต้ังที่แตกต่างกันได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธผิ ล ประกอบดว้ ยมาตรฐานหลัก 2 ด้าน คอื มาตรฐานด้านศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษา และมาตรฐานดา้ นการดาเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา และกาหนดกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่กลุ่ม ก วิทยาลัยชุมชน กลุ่ม ข สถาบันท่ีเน้นระดับปริญญาตรี กลุ่ม ค สถาบันเฉพาะทาง และกลุ่ม ง สถาบันที่เน้นการวิจัยข้ันสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษาโดยเฉพาะระดับปริญญาเอก นอกจากน้ัน ยังได้จัดทากรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพ่ือให้เป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาและเพ่ือเป็นการประกันคุณภาพบัณฑิตในแต่ละระดับคุณวุฒิและสาขาวิชา โดยกาหนดให้คุณภาพของบัณฑิตทุกระดับคุณวุฒิและสาขาวิชาต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลการเรียนรู้อย่างน้อย 5 ด้าน คือ ด้านคุณธรรม จริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะทางปัญญา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ และด้านทักษะการวิเคราะห์เชิงตัวเลขการสือ่ สาร และการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ค่มู อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
-6- 2.4 กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวธิ ีการประกนั คุณภาพการศึกษา หลังจากท่ีพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มีผลบังคับใช้ สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ในฐานะหน่วยงานต้นสังกัดที่ทาหน้าที่กากับดูแลสถาบันอุดมศึกษาได้เสนอระบบการประกันคุณภาพการศึกษาให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาเพ่ือให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว ซ่ึงคณะรัฐมนตรีในการประชุมเม่ือวันที่ 21 มีนาคม 2543 ได้มีมติเห็นชอบกับระบบประกันคุณภาพการศึกษาของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (ทบวงมหาวิทยาลัยเดิม) ซ่ึงต่อมาได้จัดทาเป็นประกาศทบวงมหาวิทยาลัย เร่ือง ระบบ หลักเกณฑ์และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2545เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติ สาระสาคัญของประกาศฉบับน้ีระบุให้ทบวงมหาวิทยาลัยสนับสนุนและส่งเสริมสถาบันอุดมศึกษาจัดทาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามภารกิจหลักของสถาบันอุดมศึกษาให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งให้มีการประเมินผลและติดตามตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถาบนั อุดมศึกษาจากภายใน หรอื โดยหนว่ ยงานตน้ สงั กดั ท่ีมหี น้าท่กี ากับดูแลสถาบันการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมสาหรับการประเมินคุณภาพจากภายนอก รวมถึงสนับสนุนให้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาขึ้นในแต่ละคณะวิชาหรือสถาบันอุดมศึกษา เพ่ือกาหนดนโยบาย หลักเกณฑ์ แนวทาง วิธีการตรวจสอบและประเมินระบบกลไกและประเมินผลการดาเนินงานการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของแต่ละคณะวิชาหรอื สถาบันอุดมศึกษา หลังจากดาเนินการตามประกาศฉบับปี พ.ศ. 2545 ไประยะหนึ่ง สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงไ ด้ จั ด ท า ก ฎ ก ร ะ ท ร ว ง ว่ า ด้ ว ย ร ะ บ บ ห ลั ก เ ก ณ ฑ์ แ ล ะ วิ ธี ก า ร ป ร ะ กั น คุ ณ ภ า พ ก า ร ศึ ก ษ า ภ า ย ใ น ส ถ า น ศึ ก ษ าระดบั อดุ มศึกษาพ.ศ. 2546 เพ่ือให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2)พ.ศ. 2545 ในมาตรา 5 และมาตรา 47 วรรคสองโดยสาระสาคัญเก่ียวกับระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายในของกฎกระทรวงฉบับน้ียังคงไว้ตามประกาศทบวงมหาวิทยาลัยฯ พ.ศ. 2545 ซึ่งสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้ถือปฏิบัติมาอย่างต่อเน่ือง ต่อมาในปี 2553 กระทรวงศึกษาธิการได้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลกั เกณฑ์ และวิธกี ารประกนั คณุ ภาพการศกึ ษา พ.ศ. 2553 แทนฉบบั เดมิ โดยรวมการประกันคุณภาพภายในและภายนอกของการศึกษาทุกระดับไว้ในฉบับเดียวกัน โดยมีการปรับให้คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาทาหน้าที่หลัก 2 ประการคือ 1) วางระเบียบหรือออกประกาศกาหนดหลักเกณฑ์และแนวป ฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา เพื่อส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศกึ ษา โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการอุดมศึกษา และ 2) เสนอแนะแนวทางปรับปรุงและพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาแก่สถานศึกษา โดยนาผลการประเมินคุณภาพท้งั ภายในและภายนอกไปปรับปรุงคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ือง นอกจากน้ี ยังมีการปรับเปลี่ยนให้ระบบการประกันคุณภาพภายในประกอบด้วย การประเมินคุณภาพการติดตามตรวจสอบคณุ ภาพ และการพัฒนาคุณภาพ และกาหนดให้หน่วยงานต้นสังกัดจัดให้มีการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกสามปีและแจ้งผลให้สถานศึกษาระดับอุดมศึกษาทราบ รวมท้ังเปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศกึ ษาตอ่ สาธารณชน คมู่ อื การประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-7-3. การประกนั คณุ ภาพการศึกษา ก่อนมีประกาศพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 ทบวงมหาวิทยาลัยได้ตระหนักดีถึงความสาคญั ของการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาและไดจ้ ดั ทาประกาศทบวงมหาวิทยาลัยเร่ืองนโยบายและแนวปฏิบัติในการประกันคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษามาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 เพื่อเป็นแนวทางในการประกันคุณภาพการศกึ ษาของสถาบนั อดุ มศกึ ษาตามหลักการสาคัญ 3 ประการคือการให้เสรีภาพทางวิชาการ (academic freedom)ความมีอิสระในการดาเนินการของสถาบัน (institutional autonomy) และความพร้อมของสถาบันท่ีจะรับการตรวจสอบคุณภาพจากภายนอกตามหลักการของความรบั ผดิ ชอบทต่ี รวจสอบได้ (accountability) ต่อมาพระราชบัญญัติการศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3)พ.ศ. 2553 ไดร้ ะบุให้หนว่ ยงานต้นสงั กดั และสถานศกึ ษาจดั ให้มีระบบประกันคุณภาพภายในสถานศึกษา ประกอบกับพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธกิ าร พ.ศ. 2546 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ กาหนดให้สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่พิจารณาเสนอนโยบาย แผนพัฒนา และมาตรฐานการอุดมศึกษาท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และแผนการศึกษาแห่งชาติ สนับสนุนทรัพยากร ติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยคานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถานศึกษาระดับปริญญาตามกฎหมายว่าด้วยการจัดต้ังสถานศึกษาแต่ละแห่งและกฎหมายท่ีเกี่ยวข้องสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจึงมีหน้าท่ีร่วมกับสถานศึกษาในการจัดให้มีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้ 3.1 แนวทางการพัฒนาระบบและกลไกการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 3.1.1 ระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษา ดว้ ยกฎกระทรวงวา่ ดว้ ยระบบ หลักเกณฑ์ และวธิ กี ารประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553ข้อ 33 ให้สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาระบบประกันคุณภาพ โดยยึดหลักเสรีภาพทางวิชาการและความีอิสระในการดาเนินการของสถานศึกษา เพื่อให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดบั อุดมศึกษาอยา่ งต่อเน่อื งและเตรยี มความพร้อมเพือ่ รองรับการประกันคุณภาพภายนอก สถาบันจึงมีอิสระในการพัฒนาระบบประกันคุณภาพภายในท่ีเหมาะสมสอดคล้องกับระดับการพัฒนาของสถาบัน โดยอาจเป็นระบบประกันคุณภาพท่ีใช้กันแพร่หลายในระดับชาติหรือนานาชาติ หรือเป็นระบบเฉพาะท่ีสถาบันพัฒนาข้ึนเองแต่ไม่ว่าจะเป็นระบบคุณภาพแบบใดจะต้องมีกระบวนการทางานท่ีเร่ิมต้นจากการวางแผน การดาเนินงานตามแผนการตรวจสอบประเมิน และการปรับปรุงพัฒนา ทั้งน้ี เพ่ือให้การดาเนินภารกิจของสถาบันบรรลุเป้าประสงค์และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็เป็นหลักประกันแก่สาธารณชนให้มั่นใจว่าสถาบันอุดมศึกษาสามารถส ร้างผลผลติ ทางการศกึ ษาทีม่ ีคุณภาพหลักการที่สาคัญในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพและตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศกึ ษาภายในระดบั อุดมศกึ ษา หลกั การสาคัญในการพัฒนาระบบประกนั คณุ ภาพการศึกษามดี ังต่อไปน้ี 1) ส่งเสริมพนั ธกจิ หลักและพนั ธกิจสนบั สนนุ ของการอดุ มศกึ ษาภายใตค้ วามสอดคล้องกบัหลักเกณฑ์ที่กาหนดในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวธิ ีการประกันคณุ ภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 ค่มู ือการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
-8- 2) เปน็ ระบบประกันคณุ ภาพการศึกษาภายในที่ครอบคลุมปัจจยั นาเขา้ และกระบวนการซง่ึ สามารถสง่ เสริมและนาไปสู่ผลลัพธ์ของการดาเนินการอย่างมปี ระสทิ ธิภาพ 3) ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษา รอบใหม่ ประกอบด้วยการประกนั คุณภาพระดับหลกั สูตร ระดบั คณะ และระดับสถาบัน โดยจะเรม่ิ ใช้ในปีการศกึ ษา 2557 - ระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษาระดับหลักสูตร มีการดาเนินการตั้งแต่ การควบคุมคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคณุ ภาพ และการพฒั นาคณุ ภาพ การพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินฯ จะมุ่งไปที่ระบบการประกันคุณภาพการศึกษามากกว่าการประเมินคุณภาพ เพื่อให้สามารถส่งเสริม สนับสนุน กากับติดตามการดาเนนิ งานใหเ้ ป็นไปตามท่ีกาหนด สะท้อนการจดั การศึกษาอย่างมีคณุ ภาพ - ระบบการประกันคุณภาพภายในระดับคณะและระดับสถาบัน เป็นการดาเนินการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายในทคี่ ณะและสถาบันพัฒนาระบบประกันคุณภาพ โดยยึดหลักเสรีภาพทางวิชาการและความมีอิสระในการดาเนินการของสถานศึกษา ซึ่งจะประเมินตามระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในที่คณะและสถาบันต้องการให้คณะและสถาบันพัฒนาตามศักยภาพและประเภทของกลุ่มสถาบัน ซ่ึงเป็นการประเมินความเข้มแข็งทางวชิ าการ 4) ใหอ้ ิสระกบั สถาบันอุดมศึกษาในการออกแบบระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 5) เชื่อมโยงกับระบบคณุ ภาพอ่นื ที่กาหนดและเปน็ นโยบายของ กกอ. โดยเฉพาะเร่ืองกรอบมาตรฐานคุณวุฒริ ะดบั อดุ มศกึ ษาแห่งชาติ และการเช่ือมโยงกับการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. เพ่ือไม่ให้เป็นการทางานซา้ ซ้อนเกินความจาเป็นหรือสรา้ งภาระการทางานของหน่วยงาน 3.1.2 มาตรฐาน ตัวบง่ ชแ้ี ละเกณฑ์ประเมนิ คณุ ภาพ มาตรฐานที่เป็นกรอบสาคัญในการดาเนินงานของสถาบันอุดมศึกษา คือ มาตรฐานการอุดมศึกษา ในขณะเดียวกันสถาบันอุดมศึกษาต่าง ๆ ต้องดาเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐานและหลักเกณฑ์อื่น ๆที่เก่ียวข้องอีกมาก เช่น เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติมาตรฐานสถาบนั อุดมศกึ ษา มาตรฐานเพ่อื การประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. หรือกรอบการปฏิบัติราชการตามมิตดิ า้ นต่าง ๆ ของสานกั งานคณะกรรมการพฒั นาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในกรณมี หาวิทยาลัยของรัฐ เป็นต้น กาหนดตัวบ่งชี้เปน็ 2 ประเภท คือตวั บง่ ชเี้ ชงิ ปรมิ าณและตวั บง่ ชเ้ี ชิงคณุ ภาพ ดังนี้ 1) ตวั บ่งช้ีเชงิ คณุ ภาพจะระบุเกณฑ์มาตรฐานเป็นข้อ ๆ กาหนดเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้เป็น 5 ระดับ มีคะแนนตั้งแต่ 1 ถึง 5 การประเมินเชิงคุณภาพน้ีจะมีท้ังการนับจานวนข้อและระบุว่ าผลการดาเนินงานได้กี่ข้อ ได้คะแนนเท่าใด กรณีท่ีไม่ดาเนินการใดๆ หรือดาเนินการไม่ครบที่จะได้ 1 คะแนน ให้ถือว่าได้0 คะแนน และการประเมินโดยกาหนดการให้คะแนนตามท่ีได้คณะหรือสถาบันดาเนินการ และกรรมการประเมิน(peer review) จะพจิ ารณาผลการดาเนินการนน้ั ๆ รว่ มกนั กอ่ นทจ่ี ะบนั ทึกคะแนน โดยมรี ะดับคะแนนอยู่ระหว่าง 0 - 5 2) ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณอยู่ในรูปของร้อยละหรือค่าเฉล่ีย กาหนดเกณฑ์การประเมินเป็นคะแนนระหว่าง 1 ถึง 5 โดยเป็นค่าต่อเนื่อง (มีจุดทศนิยม) สาหรับการแปลงผลการดาเนินงานตามตัวบ่งชี้ (ซึ่งอยู่ในรูปร้อยละหรือค่าเฉล่ีย) เป็นคะแนนทาโดยการเทียบบัญญัติไตรยางศ์ โดยท่ีแต่ละตัวบ่งชี้จะกาหนดค่าร้อยละหรือคา่ เฉลย่ี ที่คดิ เปน็ คะแนนเต็ม 5 ไว้ คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
-9- คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา ได้กาหนดให้มีระบบประกันคุณภาพการศึกษาระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน เพ่ือให้สถาบันอุดมศึกษาต่างๆ นาไปใช้เป็นแนวทาง (Guideline)ในการจัดทาระบบการประกันคุณภาพภายในของแต่ละสถาบันตามความสมัครใจภายใต้การกากับดูแลของสภาสถาบนั อุดมศกึ ษา โดยระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายในจะครอบคลุมพันธกิจหลัก 4 ประการของการอุดมศึกษาและพันธกิจด้านการบริหารจัดการ ได้แก่ (1) พันธกิจด้านการผลิตบัณฑิต (2) พันธกิจด้านการวิจัย (3) พันธกิจด้านการบรกิ ารวชิ าการ (4) พนั ธกิจด้านการทานบุ ารุงศิลปะและวฒั นธรรม และการบริหารจัดการ สาหรับการประกันคุณภาพระดับหลกั สตู รจะเน้นพันธกจิ ในดา้ นการผลิตบณั ฑติ เป็นสาคัญ ส่วนพันธกิจด้านอ่ืนๆ จะเป็นการบูรณาการเข้าไว้ดว้ ยกนั หากเป็นตวั บ่งช้ใี นระดับคณะและสถาบันจะครอบคลุมพันธกิจหลักของการอุดมศึกษารวมท้ังการบริหารจัดการได้ท้ังหมด ซ่ึงสามารถชี้วัดคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ตามมาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานและหลักเกณฑ์อื่นๆที่เกีย่ วข้องกบั พันธกจิ เหล่าน้ันได้ทั้งหมด ในบทท่ี 4 ถึงบทที่ 6 ของคู่มือฉบับน้ีจึงได้พัฒนาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษานาไปเป็นกรอบในการดาเนินการประกันคุณภาพการศึกษาภายในต้ังแต่ระดับหลักสูตร ระดับคณะและระดับสถาบัน การพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประเมินจะมุ่งไปท่ีระบบการประกันคุณภาพการศึกษามากกว่าการประเมินคุณภาพ เพื่อให้สามารถส่งเสริม สนับสนุน กากับติดตาม การดาเนินงานให้เป็นไปตามที่กาหนด สะท้อนการจัดการศึกษาอย่างมีคุณภาพ และตัวบ่งช้ีท่ีพัฒนาข้ึนควรเช่ือมโยงหรือเป็นเรื่องเดียวกันกับการประเมินคุณภาพภายนอก โดยการประกันคุณภาพการศึกษาภายในเน้นที่ปัจจัยนาเข้า และกระบวนการ ซ่ึงภายใต้ตัวบ่งชี้ที่เป็นกระบวนการให้สามารถสะท้อนผลลัพธ์ของการดาเนินการตามกระบวนการดังกล่าวดว้ ย 3.1.3 กลไกการประกันคณุ ภาพ ในด้านของกลไกการประกันคุณภาพ ผู้ที่มีความสาคัญส่งผลให้การดาเนินงานประสบความสาเร็จและนาไปสู่การพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเน่ืองคือ คณะกรรมการระดับนโยบายและผู้บริหารสูงสุดของสถาบนั ทีจ่ ะตอ้ งให้ความสาคัญและกาหนดนโยบายการประกันคุณภาพการศึกษาที่ชัดเจนและเข้าใจร่วมกันทุกระดับโดยมอบหมายใหห้ น่วยงานหรือคณะกรรมการรับผดิ ชอบในการติดตาม ตรวจสอบ ประเมิน และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนอื่ ง หน้าทส่ี าคัญประการหนึ่งของคณะกรรมการหรือหน่วยงานน้ี คือ การจัดระบบประกันคุณภาพพรอ้ มท้งั กาหนดตวั บ่งช้แี ละเกณฑ์การประเมินคณุ ภาพท่เี หมาะสมสาหรับคณะและสถาบัน ระบบประกันคุณภาพท่ีใช้ต้องสามารถเชื่อมโยงให้เกิดคุณภาพของการปฏิบัติงาน ต้ังแต่ระดับบุคคล ระดับหลักสูตร ระดับคณะวิชาไปจนถึงระดับสถาบนั โดยอาจจาเป็นตอ้ งจดั ทาคมู่ อื คณุ ภาพในแตล่ ะระดับเพื่อกากับการดาเนินงาน แต่ที่สาคัญคณะกรรมการหรอื หนว่ ยงานน้ีต้องประสานงานและผลกั ดันให้เกดิ ระบบฐานข้อมลู และสารสนเทศที่มีประสิทธิภาพซึ่งสามารถใช้งานรว่ มกันได้ในทกุ ระดับ 3.1.4 ระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ การวัดและวิเคราะห์ผลการดาเนินงานเป็นสิ่งจาเป็นในกระบวนการประกันคุณภาพ การวัดและวิเคราะหผ์ ลการดาเนนิ งานจะไม่สามารถทาได้อย่างถกู ต้องและมีประสิทธิภาพหากปราศจากฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศท่ีเป็นจริง ถูกต้องตรงกันทุกระดับตั้งแต่ระดับบุคคล ระดับหลักสูตร คณะวิชา และสถาบัน ตลอดจนเป็นขอ้ มูลท่สี ามารถเรียกใช้ไดอ้ ย่างรวดเร็ว ดังนัน้ ระบบสารสนเทศทีด่ ี มปี ระสทิ ธภิ าพจงึ เป็นปัจจัยสาคัญย่ิงท่ีจะส่งผลต่อความสาเร็จของการประกันคุณภาพการศึกษา และส่งผลต่อคุณภาพในทุกข้ันตอนการดาเนินงานตั้งแต่การวางแผนการปฏบิ ัตงิ าน การตรวจสอบประเมนิ ตลอดจนถงึ การปรบั ปรุงและพัฒนา คู่มือการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
-10-4. ความเชื่อมโยงระหวา่ งมาตรฐานการศกึ ษากับการประกันคุณภาพการศึกษา พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 ในหมวด 5 ที่ว่าด้วยการบริหารและการจัดการศึกษา มาตรา 34 ได้กาหนดให้ คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าท่ีพิจารณาเสนอมาตรฐานการอุดมศึกษาที่สอดคล้องกับความต้องการตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติ โดยคานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถาบันอุดมศึกษา คณะกรรมการการอุดมศึกษาจงึ ได้จดั ทามาตรฐานการอดุ มศึกษาเพื่อใช้เป็นกลไกระดับกระทรวง ระดับคณะกรรมการการอุดมศึกษาและระดับหนว่ ยงาน เพื่อนาไปสกู่ ารกาหนดนโยบายการพฒั นาการอดุ มศึกษาของสถาบันอุดมศึกษาต่อไป มาตรฐานการอุดมศึกษาที่จัดทาขึ้นฉบับน้ีได้ใช้มาตรฐานการศึกษาของชาติที่เปรียบเสมือนร่มใหญ่เป็นกรอบในการพัฒนา โดยมีสาระสาคัญที่ครอบคลุมเป้าหมายและหลักการของการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาของไทยและเป็นมาตรฐานท่ีคานงึ ถึงความหลากหลายของกล่มุ หรือประเภทของสถาบนั อดุ มศกึ ษา เพื่อให้ทุกสถาบันสามารถนาไปใช้กาหนดพันธกิจและมาตรฐานของการปฏิบัตงิ านได้ คณะกรรมการการอุดมศึกษายังได้กาหนดเกณฑ์มาตรฐานอ่ืน ๆ อาทิ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา หลักเกณฑ์การขอเปิดและดาเนินการหลักสูตรระดับปริญญาในระบบการศึกษาทางไกล หลักเกณฑ์การกาหนดช่ือปริญญา หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการพิจารณาประเมินคุณภาพการจัดการศึกษานอกสถานท่ีตั้งของสถาบันอุดมศึกษา เพ่ือส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาได้พัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาคณุ ภาพและยกระดับมาตรฐานในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความทัดเทียมกันและพัฒนาสู่สากล ซ่ึงทาให้สถาบันอุดมศึกษาสามารถจดั การศกึ ษาไดอ้ ยา่ งยืดหยนุ่ คลอ่ งตัว และต่อเน่ืองในทุกระดับการศึกษา ตลอดจนสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานคุณภาพการจัดการศึกษาในระดบั อุดมศึกษา เพ่ือให้การจัดการศึกษาทุกระดับและทุกประเภทมีคุณภาพและได้มาตรฐานตามที่กาหนดทั้งมาตรฐานการศึกษาระดับชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา และสัมพันธ์กับมาตรฐานและหลักเกณฑ์ที่เกยี่ วขอ้ งกับการจดั การศึกษาอืน่ ๆ รวมถงึ กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ จึงจาเป็นต้องมีระบบประกันคุณภาพที่พัฒนาขึ้นตามที่กาหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาพ.ศ. 2553 ทั้งน้ี ความเช่ือมโยงระหว่างมาตรฐานการศึกษา หลักเกณฑ์ที่เก่ียวข้อง และการประกันคุณภาพการศึกษาสามารถแสดงในแผนภาพที่ 1.1 คู่มือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
-11- แผนภาพที่ 1.1 ความเชอ่ื มโยงระหว่างมาตรฐานการศกึ ษาและการประกันคณุ ภาพ มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานท่ี 1 มาตรฐานที่ 2 มาตรฐานท่ี 3 คณุ ลกั ษณะของคนไทยท่พี งึ แนวทางการจดั การศึกษา แนวการสร้างสงั คมแห่ง ประสงคท์ งั้ ในฐานะพลเมอื งและ การเรยี นร/ู้ สงั คมแห่งความรู้ พลโลก มาตรฐาน มาตรฐาน มาตรฐานด้านการบริหาร มาตรฐานด้านการสรา้ งและพัฒนาการอุดมศึกษา ดา้ นคุณภาพบัณฑิต จดั การการอดุ มศึกษา สังคมฐานความรู้ และสงั คมแหง่ การเรียนรู้ หลกั เกณฑก์ ากับ การประกันคุณภาพภายใน ภายใต้ตัวบ่งชีต้ ามพันธกิจของการอุดมศกึ ษาและการบริหารจัดการ มาตรฐาน รวมถึง ผลผลติ ทางการศกึ ษาท่ีได้คุณภาพ มาตรฐานสถาบัน อุดมศึกษาและกรอบมาตรฐานคณุ วุฒิระดบั อดุ มศกึ ษาแหง่ ชาติ5. ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคณุ ภาพภายในและการประเมินคุณภาพ การประกันคุณภาพการศึกษาภายในเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการบริหารการศึกษาปกติที่ต้องดาเนินการอยา่ งตอ่ เน่ือง โดยมีการควบคุมดูแลปัจจัยที่เก่ียวข้องกับคุณภาพ มีการตรวจสอบ ติดตามและประเมินผลการดาเนินงานเพื่อนาไปสู่การพัฒนาปรับปรุงคุณภาพอย่างสม่าเสมอด้วยเหตุน้ีระบบประกันคุณภาพภายในจึงต้องดูแลท้ังปัจจัยนาเข้า(input) กระบวนการ (process) และผลผลิตหรือผลลัพธ์ (output/outcome) ซ่ึงต่างจากการประเมินคุณภาพภายนอกท่ีเน้นการประเมินผลการจัดการศึกษา ดังน้ัน ความเชื่อมโยงระหว่างการประกันคุณภาพภายในกับการประเมินคุณภาพภายนอกจงึ เป็นสงิ่ จาเป็น โดยได้เช่ือมโยงใหเ้ ห็นจากแผนภาพท่ี 1.2 คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-12- แผนภาพท่ี 1.2 ความสัมพนั ธร์ ะหว่างการประกนั คุณภาพการศึกษาภายในกับการประเมินคณุ ภาพภายนอกการประกันคณุ ภาพภายในการปฏิบัติงาน การประเมนิ การประเมินคุณภาพภายนอกของสถาบัน ตนเองของ สถาบนั รายงานประจาปี การตรวจเยย่ี ม รายงานผล การติดตามผล การประเมนิข้อมูลป้อนกลบั ติดตามตรวจสอบโดย ตน้ สังกัดทกุ 3 ปี ขอ้ มูลป้อนกลับ จากแผนภาพที่ 1.2 จะเห็นว่า เม่ือสถาบันอุดมศึกษามีการดาเนินการประกันคุณภาพภายในแล้วจาเป็นต้องจัดทารายงานประจาปีท่ีเป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในโดยใช้รูปแบบการจัดทารายงานประจาปีที่เปน็ รายงานการประเมินคุณภาพภายในตามที่กาหนดในระบบฐานข้อมูลด้านการประกันคุณภาพ (CHE QA Online)ซึ่งเป็นการบันทึกผลการดาเนินงานประกันคุณภาพการศึกษาผ่านทางระบบออนไลน์ ตั้งแต่การจัดเก็บข้อมูลพ้ืนฐานเอกสารอ้างอิง การประเมินตนเอง การประเมินของคณะกรรมการประเมินคุณภาพ เพื่อนาเสนอสภาสถาบันหน่วยงานตน้ สงั กดั หนว่ ยงานทเ่ี กี่ยวข้อง และเปิดเผยต่อสาธารณชน ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลเช่ือมโยงระหว่างการประกันคณุ ภาพภายในของสถาบัน การติดตามตรวจสอบของต้นสังกัด ดังนั้น สถาบันอุดมศึกษาจาเป็นต้องจัดทารายงานการประเมินตนเองท่ีมีความลุ่มลึก สะท้อนภาพที่แท้จริงของสถาบันในการจัดการศึกษาต้ังแต่ระดับหลักสูตรการดาเนนิ การของคณะและสถาบนั เพื่อการผลิตบณั ฑิตท่ีมีคณุ ภาพออกไปรับใชส้ งั คม คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
บทที่ 2 การประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน1. พฒั นาการของระบบการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน เป็นที่ทราบกันดีว่าระบบการประกันคุณภาพการศึกษาจาเป็นต้องมีการปรับปรุงอย่างต่อเน่ืองตามระดับการพัฒนาของสถาบันการศึกษา ตามความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี สภาพสังคม เศรษฐกิจ ความรู้และทักษะในอนาคตทตี่ ลาดงานต้องการ และพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้น ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในและระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอกจึงมีการปรับปรุงมาโดยตลอด ปัจจุบันระบบการประกันคณุ ภาพภายในเขา้ ส่รู อบทสี่ าม (2557 – 2561) และระบบการประเมนิ คุณภาพภายนอกเข้าสรู่ อบทีส่ ี่ (2558 - 2562) ระบบการประกันคณุ ภาพภายในที่พัฒนาโดยสานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เริ่มใช้มาต้ังแต่ปีการศึกษา 2550 เป็นระบบแรกท่ีให้สถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งได้นาไปใช้ในการประเมินผลการดาเนินงานในทุกปีการศึกษา และให้สถาบันอุดมศึกษาเพิ่มเติมประเด็นการประเมินที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละสถาบัน ในรอบแรกน้ีตวั บ่งชีป้ ระเมินผลการดาเนินงานมีทั้งตัวบ่งช้ีท่ีเป็นปัจจัยนาเข้า กระบวนการและผลผลิตหรือผลลัพธ์ โดยครอบคลุมองค์ประกอบคุณภาพตามกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษาภายในสถานศึกษา ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2546 ตอบสนองเจตนารมณ์แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 มาตรฐานการศึกษาของชาติ มาตรฐานการอุดมศึกษา และมาตรฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมท้ังสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกันกับตัวบ่งช้ีการประเมินคุณภาพภายนอกของสานักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) หรือ สมศ. ภายใต้หลักการสาคัญคือไม่เป็นภาระซ้าซ้อนในการปฏิบัติงานของสถาบันอุดมศึกษา ตัวบ่งชี้ท่ีพัฒนาขึ้นสามารถประเมินได้ครบทุกมิติของระบบการประกันคุณภาพ คือ ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ และผลผลิตหรือผลลัพธ์ อีกทั้ง ยังมีความสมดุลระหว่างมุมมองการบริหารจัดการท้ัง 4 ด้าน คือ ด้านนักศึกษาและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านกระบวนการภายใน ด้านการเงิน และด้านบุคลากรการเรียนรู้และนวัตกรรม ในส่วนของเกณฑ์การประเมิน มีทั้งเกณฑ์ทั่วไปที่ใช้กับทุกสถาบันและที่แยกใช้เฉพาะกับสถาบันท่ีมีจุดเน้นต่างกัน ได้แก่ สถานท่ีเน้นการผลิตบัณฑิตและการวิจัย สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาสังคม สถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตและพัฒนาศิลปวัฒนธรรม และสถาบันที่เน้นการผลิตบัณฑิตเพียงอย่างเดียวเน่ืองจากในระยะแรกนสี้ ถาบันอดุ มศกึ ษาหลายแห่งยังไม่มีกระบวนการทางานที่เน้นวงจรคุณภาพอย่างชัดเจนตัวบ่งช้ีส่วนใหญ่จงึ เป็นตัวบ่งชท้ี ีเ่ นน้ กระบวนการ การพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายในรอบที่สอง พ.ศ. 2553 ยังคงยึดหลักการเดียวกับรอบแรกโดยนาแผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับท่ี 10 (พ.ศ. 2550 - 2554) กฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์และวิธกี ารประกนั คุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 มาตรฐานสถาบันอดุ มศกึ ษา กรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
-14-แหง่ ชาติ เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา มาตรฐานเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ. กรอบการปฏบิ ัติราชการตามมติ ดิ ้านต่างๆ ของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ในกรณีมหาวิทยาลัยของรฐั มาเป็นกรอบในการพัฒนาระบบการประกันคุณภาพภายใน อย่างไรก็ตาม การพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในรอบท่ีสองจะมุ่งเน้นการประเมินเฉพาะปัจจัยนาเข้าและกระบวนการ สาหรับการวัดผลผลิตหรือผลลัพธ์นน้ั สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาได้นาตัวบ่งช้ีท่ีใช้ในการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของ สมศ. มาใช้ โดยถือเป็นส่วนหน่ึงของตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในท่ีสถาบันอุดมศึกษาต้องดาเนินการให้ครบถว้ นทกุ มิตขิ องระบบประกันคุณภาพ คือ ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลิตหรือผลลัพธ์ ท้ังนี้ เกณฑ์ที่พัฒนาขึ้นในรอบน้ียังมคี วามแตกต่างจากรอบแรกคือ มีการกาหนดประเภทเกณฑ์มาตรฐานทั่วไปท่ีใช้กับทุกกลุ่มสถาบันอุดมศึกษาและเกณฑ์มาตรฐานเพ่ิมเติมเฉพาะกลุ่มสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ กลุ่ม ข สถาบันท่ีเน้นระดับปริญญาตรีกลุ่ม ค 1สถาบันเฉพาะทางท่ีเน้นระดบั บณั ฑิตศึกษา กลุ่ม ค 2 สถาบันเฉพาะทางที่เน้นระดับปริญญาตรี และกลุ่ม ง สถาบันท่ีเน้นการวิจัยขั้นสูงและผลิตบัณฑิตระดับบัณฑิตศึกษา โดยเฉพาะระดับปริญญาเอกตามนิยามท่ีกาหนดในประกาศกระทรวงศกึ ษาธิการ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศกึ ษา2. การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายในรอบใหม่ (พ.ศ. 2557 – 2561) ในปี พ.ศ. 2557 สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาโดยคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศกึ ษา ได้ตระหนักถึงความสาคัญของหน่วยย่อยของการอุดมศกึ ษาท่ีทาหนา้ ท่ีผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ จึงได้กาหนดกรอบแนวทางการพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา โดยให้พิจารณาเพิ่มเติมในสาระท่ีเกี่ยวข้องในกรอบแผนอุดมศึกษาระยะยาว 15 ปี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2551 - 2565) แผนพัฒนาการศึกษาระดับอุดมศึกษา ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2555 - 2559) มาตรฐานการอุดมศึกษา มาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2548 รวมทั้งกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ท้ังน้ี ได้กาหนดให้มีการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน 3 ระดับ คือ ระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน โดยมีองค์ประกอบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามพันธกิจ 4 ด้านของสถาบันอุดมศึกษา และเพ่ิมเติมด้านอื่นๆ ที่จาเป็น สาหรับการพัฒนาตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาภายในทั้งระดับหลักสูตร คณะ และสถาบันดาเนินการไปพร้อมกัน หากเป็นตัวบ่งชี้ท่ีเน้นกระบวนการจะต้องมีการประเมินผลลัพธ์ภายใต้การดาเนินการตามตัวบ่งชกี้ ระบวนการดังกล่าวดว้ ย (process performance) ซึง่ ได้กาหนดหลกั การพฒั นาไว้ดังน้ี การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร ประกอบด้วย 6 องค์ประกอบได้แก่องค์ประกอบท่ี 1 การกากับมาตรฐาน องค์ประกอบที่ 2 บัณฑิต องค์ประกอบท่ี 3 นักศึกษา องค์ประกอบที่ 4 อาจารย์องค์ประกอบท่ี 5 หลักสูตร การเรียนการสอน การประเมินผู้เรียน และองค์ประกอบที่ 6 ส่ิงสนับสนุนการเรียนรู้ตัวบ่งช้ีและเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตรครอบคลุมเร่ืองการส่งเสริม พัฒนานักศึกษาการวางระบบกระบวนการจัดการเรียนการสอน จานวนอาจารย์ต่อนักศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา (โดยเฉพาะการคุมวิทยานิพนธ์ให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร) ผลงานทางวิชาการ ผลงานวิจัยของคณาจารย์ ส่ืออุปกรณ์การเรียนการสอน ห้องสมุดและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ การดาเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติรวมท้ังคุณภาพบัณฑิต ซ่ึงจะพิจารณาจากการมีงานทาหรือประกอบอาชีพอิสระ คุณภาพผลงานตีพิมพ์และเผยแพร่ของนกั ศกึ ษาระดบั บัณฑติ ศึกษา คู่มอื การประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
-15- การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะ ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบได้แก่ องค์ประกอบท่ี1 การผลิตบัณฑิต องค์ประกอบท่ี 2 การวิจัย องค์ประกอบท่ี 3 การบริการวิชาการ องค์ประกอบที่ 4 การทานุบารุงศลิ ปะและวฒั นธรรม และองค์ประกอบท่ี 5 การบริหารจัดการ ตัวบ่งช้ีและเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับคณะใหค้ รอบคลุมการดาเนนิ งานของคณะ เพ่อื สนบั สนุนการจัดการเรียนการสอนของแต่ละหลักสูตรท่ีคณะดูแลรวมทงั้ กิจกรรมนักศึกษา การบริการนกั ศึกษา การให้บริการทางวิชาการ การวิจัย การบริหารจัดการและการประกันคณุ ภาพของคณะ การประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับสถาบัน ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบได้แก่ องค์ประกอบที่ 1 การผลิตบัณฑิต องค์ประกอบที่ 2 การวิจัย องค์ประกอบท่ี 3 การบริการวิชาการ องค์ประกอบท่ี 4 การทานุบารุงศลิ ปะและวัฒนธรรม และองค์ประกอบท่ี 5 การบริหารจัดการ ตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับสถาบัน พิจารณาให้เป็นไปตามมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษา ได้แก่ มาตรฐานด้านศักยภาพและความพร้อมในการจัดการศึกษา ประกอบด้วยด้านกายภาพด้านวิชาการ ด้านการเงิน ด้านการบริหารจัดการมาตรฐานด้านการดาเนินการตามภารกิจของสถาบันอุดมศึกษา ประกอบด้วย ด้านการผลิตบัณฑิต ด้านการวิจัย ด้านการให้บริการทางวิชาการแก่สังคม ด้านการทานุบารุงศิลปะและวัฒนธรรม ท้ังน้ี ควรมุ่งเน้นการประกันคุณภาพการดาเนินการของสถาบันเพื่อสนับสนุนการจัดการเรียนการสอนของแต่ละคณะ โดยครอบคลุมในด้านกายภาพและภารกิจของสถาบันรวมถงึ การประกันคณุ ภาพในภาพรวม จุดมุ่งหมายของการประกันคุณภาพการศึกษาภายในแต่ละระดับ เพื่อการควบคุมคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคณุ ภาพและการพฒั นาคณุ ภาพ การจัดการศึกษาในระดบั หลกั สตู ร ระดบั คณะและระดับสถาบันให้ได้ข้อมูลที่ชี้ผลการบริหารจัดการหลักสูตรท่ีได้คุณภาพตามมาตรฐานการอุดมศึกษาของแต่ละคณะ และภาพรวมของสถาบันอันจะนาไปสู่การกาหนดแนวทางและพัฒนาคุณภาพตามเกณฑ์และมาตรฐานที่ต้ังไว้อย่างต่อเน่ือง เพื่อจัดทารายงานประจาปีที่เป็นรายงานประเมินคุณภาพภายในเสนอต่อสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทุกปีการศึกษาตลอดจนเพื่อรองรับการติดตามตรวจสอบอย่างน้อยหนึ่งคร้ังในทุกสามปีตามกฎกระทรวงฯ รวมท้ังการสร้างความมน่ั ใจตอ่ สงั คมในเรือ่ งคณุ ภาพบณั ฑติ โดยผูเ้ รียนมงี านทา ผเู้ รยี นมคี ุณภาพตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ และเพื่อประกอบการพิจารณาขึ้นทะเบียนหลักสูตรตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติพ.ศ. 2552 อย่างไรก็ตาม ระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายในรอบใหม่นี้จะมุ่งเน้นที่การประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับหลักสูตรให้มีการดาเนินการตั้งแต่การวางระบบคุณภาพ การควบคุมคุณภาพ การติดตามตรวจสอบคุณภาพ การประเมินคุณภาพและการพัฒนาคุณภาพ เพ่ือสร้างความม่ันใจให้กับผู้ใช้บัณฑิตและส่งเสริมสนับสนุน กากับติดตามการดาเนนิ งานของคณะและสถาบันให้เป็นไปตามมาตรฐานและวิสัยทัศน์ที่สถาบันอุดมศึกษากาหนด โดยให้สะท้อนผลการจัดการศึกษาได้อย่างมีคุณภาพ มีการควบคุมคุณภาพในทุกข้ันตอนของการผลิตบัณฑิตในแต่ละปีการศึกษาโดยคณะกรรมการประจาหลักสูตร มีการตรวจสอบติดตามคุณภาพผลการผลิตบัณฑิตโดยคณะกรรมการประจาคณะและคณะกรรมการระดบั สถาบนั ในทุกปีการศึกษา มีความเช่ือมโยงกับระบบการประเมินคุณภาพภายนอกที่จะมีการรับรองคุณภาพการศึกษาระดับชาติ รวมทั้งมีการประเมินคุณภาพเพื่อให้ได้ข้อมูล คมู่ ือการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
-16-เชิงปริมาณและเชิงคุณภาพที่สะท้อนผลของการผลิตบัณฑิตในแต่ละปีการศึกษา เพ่ือสร้างความเช่ือมั่นในคุณภาพของบัณฑิตทส่ี าเรจ็ การศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา อน่ึง คณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาได้ออกประกาศ เร่ือง หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประกันคุณภาพภายใน ระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2557 โดยระบุให้สถาบันอุดมศึกษามีอิสระในการเลือกพัฒนาระบบประกันคุณภาพการศึกษาภายใน โดยยึดหลักเสรีภาพทางวิชาการและความมีอิสระในการดาเนินการของสถานศึกษา เพือ่ ใหม้ ีประสิทธิภาพและประสิทธิผลในการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาระดับอุดมศึกษาอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับบริบทของสถาบันอุดมศึกษา และเป็นไปตามมาตรฐานการอุดมศึกษาเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ท่ีเก่ียวข้องและเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการประกันคุณภาพภายนอก ท้ังน้ี ระบบการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายในท่สี ถาบนั อุดมศกึ ษาเลอื กใช้ ตอ้ งสนองต่อเจตนารมณข์ องสถาบันอุดมศึกษาและกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลักเกณฑ์ และวิธีการประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ.2553 อาจเป็นระบบท่ีคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษาพัฒนาขึ้น หรือเป็นระบบที่เป็นท่ียอมรับในระดับสากลท่ีสามารถประกันคุณภาพได้ต้ังแต่ระดบั หลกั สูตร คณะ และสถาบนั เชน่ ระบบ AUN - QA หรอื ระบบ EdPEx หรอื เปน็ ระบบที่สถาบันอุดมศึกษาพัฒนาขนึ้ เอง ทัง้ น้ี โดยผา่ นการพิจารณาจากสภาสถาบันและเสนอคณะกรรมการประกันคุณภายในระดับอุดมศึกษาพิจารณาให้ความเหน็ ชอบ ซ่ึงสถาบันอุดมศึกษาต้องรายงานผลการประเมินคุณภาพภายในต่อต้นสังกัด เพ่ือพิจารณาและเปิดเผยต่อสาธารณะ เพ่ือให้เป็นไปตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 แก้ไขเพ่ิมเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 และ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 และข้อ 6 แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยระบบ หลักเกณฑ์ และวธิ ีการประกนั คณุ ภาพการศึกษา พ.ศ. 25533. กระบวนการและวิธีการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน (ปีการศกึ ษา 2557 – 2561) เพ่ือให้การประกันคุณภาพการศึกษาเกิดประโยชน์ จึงควรมีแนวทางการจัดกระบวนการประกันคุณภาพการศึกษาภายในตามวงจรคุณภาพ ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน คือ การวางแผน (Plan) การดาเนินงานและเก็บขอ้ มูล (Do) การประเมินคุณภาพ (Check / Study) และการเสนอแนวทางการปรับปรุง (Act) โดยมีรายละเอยี ดดงั นี้ P = เริ่มกระบวนการวางแผนการประเมินตั้งแต่ต้นปีการศึกษา โดยนาผลการประเมินปีก่อนหน้านี้มาใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนโดยต้องเก็บข้อมูลตั้งแต่เดือนมิถุนายน กรณีใช้ระบบเปิด-ปิดภาคการศึกษาแบบเดิมหรือตงั้ แตเ่ ดอื นสิงหาคม กรณีใช้ระบบเปดิ -ปดิ ภาคการศึกษาตามอาเซยี น D = ดาเนินงานและเก็บข้อมูลบันทึกผลการดาเนินงานตั้งแต่ต้นปีการศึกษา คือเดือนท่ี 1 –เดือนท่ี 12 ของปกี ารศกึ ษา (เดือนมถิ ุนายน –พฤษภาคม ปถี ดั ไป หรอื เดอื นสิงหาคม –กรกฎาคม ปีถัดไป) C/S = ดาเนนิ การประเมนิ คุณภาพในระดับหลักสูตร คณะ และสถาบัน ระหว่างเดือนมิถุนายน –สงิ หาคม หรือเดือนสิงหาคม – ตลุ าคม ของปกี ารศกึ ษาถัดไป คมู่ ือการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-17- A = วางแผนปรับปรุงและดาเนินการปรับปรุงตามผลการประเมิน โดยคณะกรรมการบริหารระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน โดยนาข้อเสนอแนะและผลการประเมินของคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในมาวางแผนปรับปรุงการดาเนินงาน (รวมทั้งข้อเสนอแนะของสภามหาวิทยาลัย) มาจัดทาแผนปฏิบัติการประจาปีและเสนอตั้งงบประมาณปีถัดไป หรือจัดทาโครงการพัฒนาและเสนอใช้งบประมาณกลางปีหรืองบประมาณพิเศษก็ได้ วธิ ีการประกันคณุ ภาพภายใน กาหนดไว้ดังนี้ 1. สถาบันวางแผนการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายในประจาปีการศกึ ษาใหม่ 2. สถาบันเก็บข้อมูลระยะ 12 เดือนตามตัวบ่งชี้ท่ีได้ประกาศใช้บนระบบ CHE QA Online และใหม้ กี ารประเมนิ คุณภาพการศกึ ษาภายในเป็นประจาทุกปที ง้ั ระดบั หลักสูตร คณะวิชา และสถาบัน 3. หลักสูตรเตรียมการประเมินตนเองระดับหลักสูตรและจัดทารายงานการประเมินตนเองระดับหลกั สูตรผา่ นระบบ CHE QA Online 4. คณะหรือหน่วยงานเทียบเท่านาผลการประเมินระดับหลักสูตรมาจัดทารายงานการประเมินตนเองระดบั คณะ 5. คณะหรือหน่วยงานเทียบเท่าประเมินตนเองบนระบบ CHE QA Online และยืนยันผลการประเมินหลกั สตู รทไี่ ดป้ ระเมนิ ไปแล้ว 6. สถาบันนาผลการประเมินระดับหลักสูตร ผลการประเมินระดับคณะวิชา มาจัดทารายงานการประเมนิ ตนเองระดบั สถาบัน 7. สถาบันประเมินตนเองบนระบบ CHE QA Online และยืนยันผลการประเมินตนเองระดับหลักสูตร คณะวชิ า พรอ้ มนาผลการประเมินเสนอสภาสถาบนั เพ่ือพจิ ารณาวางแผนพฒั นาสถาบันในปีการศึกษาถดั ไป 8. ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษานาผลการประเมินและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในท่สี ถาบันแตง่ ต้ัง (รวมทัง้ ข้อเสนอแนะของสภาสถาบัน) มาวางแผนปรับปรุงการดาเนินงาน แผนปฏิบัติการประจาปี และแผนกลยุทธ์ 9. ส่งรายงานประจาปีท่ีเป็นรายงานการประเมินคุณภาพภายใน ผ่านระบบ CHE QA Onlineภายใน 120 วันนบั จากสน้ิ ปีการศึกษา สถาบันอุดมศึกษาต้องมีการประเมินตนเองตามตัวบ่งชี้และเกณฑ์การประกันคุณภาพภายในทุกปีการศึกษา ทั้งระดับหลักสูตร ระดับคณะ และระดับสถาบัน ตามลาดับโดยสถาบันอุดมศึกษาเป็นผู้แต่งต้ังคณะกรรมการประเมิน และส่งผลการประเมินให้สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาทราบผ่านระบบฐานข้อมูลด้านการประกันคุณภาพ (CHE QA Online) ท้ังน้ี คณะกรรมการประเมินคุณภาพภายในระดับหลักสูตร 1 ชุดอาจประเมินได้มากกว่าหนึ่งหลักสูตรหากเป็นหลักสูตรในสาขาวิชาเดียวกัน เช่น หลักสูตรสาขาวิชาเดียวกันท้ังในระดบั ปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษา คู่มอื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
-18- ในกรณีที่ต้องการเผยแพร่หลักสูตรท่ีมีคุณภาพและมาตรฐานตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 องค์ประกอบของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตรกาหนดไว้ดงั นี้ - ผู้ทรงคณุ วุฒจิ านวนอย่างน้อย 3 คน โดยเกินกว่าก่ึงหนึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกสถาบันและอยา่ งนอ้ ยหนงึ่ คนต้องมีคุณวฒุ ติ รงกบั สาขาวชิ าท่ีขอรบั การประเมิน - ประธานกรรมการเป็นผู้ทรงคุณวุฒภิ ายนอกสถาบนั ท้งั นี้ คณะกรรมการทกุ คนต้องเป็นผู้ท่ีขึ้นทะเบียนผู้ประเมินคุณภาพภายใน ระดับหลักสูตรของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คุณสมบัติเฉพาะของคณะกรรมการประเมินคุณภาพภายใน ระดับหลักสูตร ของแต่ละระดับการศึกษาเป็นดงั นี้ - ระดับปริญญาตรี คณะกรรมการมีคุณวุฒิปริญญาโทข้ึนไปหรือดารงตาแหน่งทางวิชาการระดบั ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ข้นึ ไป - ระดบั ปริญญาโท คณะกรรมการมีคุณวฒุ ิปริญญาเอกหรือดารงตาแหน่งทางวิชาการระดับรองศาสตราจารยข์ นึ้ ไป - ระดับปริญญาเอก คณะกรรมการมีคุณวุฒิปริญญาเอกหรือดารงตาแหน่งทางวิชาการระดับศาสตราจารย์ขน้ึ ไป ในกรณีท่ีประสงค์นาผลการประกันคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาในระดับสถาบัน ไปใช้ในการประเมินผลการปฏิบัติราชการตามคารับรองการปฏิบัติราชการของสถาบันอุดมศึกษา ของสานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ องค์ประกอบของคณะกรรมการประเมินคุณภาพการศึกษาภายในระดับอุดมศึกษาระดับสถาบัน กาหนดไว้ดงั น้ี - ผทู้ รงคณุ วฒุ ิ จานวนอย่างน้อย 5 คน ทงั้ น้ี ขึน้ อยู่กบั ขนาดของสถาบัน - ประธานกรรมการประเมินฯ เป็นผู้ประเมินจากภายนอกสถาบันที่ข้ึนทะเบียนประธานคณะกรรมการประเมนิ คณุ ภาพการศึกษาภายในของสานกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษา - กรรมการ เป็นผู้ประเมินจากภายนอกสถาบันที่ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ประเมินของสกอ. อย่างน้อยร้อยละ 50 ส่วนผู้ประเมินจากภายในสถาบันต้องต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรผู้ประเมินของ สกอ.หรอื ทสี่ ถาบนั จดั ฝึกอบรมใหโ้ ดยใชห้ ลกั สตู รของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา คณุ สมบตั ิเฉพาะของคณะกรรมการประเมนิ คณุ ภาพภายใน ระดับสถาบัน เปน็ ดงั นี้ 1. ประธานกรรมการ - ผู้ที่เป็นหรือเคยเป็นผู้บริหารระดับคณบดีหรือเทียบเท่าข้ึนไป และมีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา ระดบั อดุ มศกึ ษา ในระดับคณะหรือเทียบเทา่ หรอื - ผ้ทู ีม่ ีตาแหนง่ ทางวิชาการระดบั ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ข้ึนไป และมีประสบการณ์เป็นผู้ประเมินคุณภาพการศกึ ษา ระดบั อดุ มศกึ ษา ในระดับคณะหรอื เทียบเท่าขึ้นไป หรือ - ผู้ทส่ี านกั งานคณะกรรมการการอุดมศึกษาพจิ ารณาแลว้ ว่ามคี วามเหมาะสม คู่มือการประกนั คุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
-19- 2. กรรมการ - กรณีเป็นอาจารย์ ต้องทาหน้าทเี่ ป็นอาจารย์ประจามาแล้วไม่นอ้ ยกวา่ 2 ปี - กรณีเป็นฝ่ายสนับสนุน ต้องทาหน้าที่ในระดับผู้อานวยการหน่วยงานขึ้นไปมา แล้วไมน่ ้อยกว่า 2 ปี สานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะดาเนินการติดตามตรวจสอบความก้าวหน้าของการปฏิบัติตามแผนการพัฒนาคุณภาพการศึกษา อย่างน้อยหน่ึงคร้ังในทุกสามปี และแจ้งผลให้สถานศึกษาทราบ รวมท้ังเปิดเผยผลการติดตามตรวจสอบคุณภาพการศึกษาต่อสาธารณชน เพ่ือให้เป็นไปตามข้อ 36 แห่งกฎกระทรวงว่าด้วยระบบหลกั เกณฑ์ และวธิ กี ารประกันคุณภาพการศึกษา พ.ศ. 2553 คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
บทที่ 3 นยิ ามศพั ท์การจัดการความรู้ (Knowledge Management : KM) หมายถึง การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กรซึ่งกระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคล หรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้ และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถในเชิงแข่งขันสงู สดุ โดยท่คี วามรูม้ ี 2 ประเภท คอื 1. ความรู้ท่ีฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็น ความรู้ท่ีได้จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสญั ชาตญิ าณของแตล่ ะบุคคลในการทาความเขา้ ใจในสิ่งต่าง ๆ เปน็ ความรู้ท่ีไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคาพูดหรือลายลักษณ์อักษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทางาน งานฝีมือ หรือการคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม 2. ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) เป็น ความรู้ท่ีสามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีตา่ งๆ เช่น การบันทกึ เป็นลายลักษณ์อกั ษร ทฤษฎี คมู่ อื ต่าง ๆ และบางคร้ังเรยี กวา่ เป็นความรแู้ บบรปู ธรรม นพ.วิจารณ์ พานิช ได้ให้ความหมายของคาว่า “การจัดการความรู้” คือ เคร่ืองมือเพ่ือการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการไปพร้อมๆ กัน ได้แก่ บรรลุเป้าหมายของงาน บรรลุเป้าหมายการพัฒนาคน บรรลุเปา้ หมายการพัฒนาองคก์ รไปเป็นองคก์ รเรยี นรู้ และบรรลุความเปน็ ชมุ ชน เป็นหมู่คณะ ความเอ้ืออาทรระหว่างกันในท่ที างาน การจัดการความร้เู ป็นการดาเนินการอยา่ งน้อย 6 ประการตอ่ ความรู้ ได้แก่ (1) การกาหนดความรู้หลักท่จี าเป็นหรือสาคัญต่องานหรอื กจิ กรรมของกลุ่มหรือองค์กร (2) การเสาะหาความรู้ท่ีตอ้ งการ (3) การปรบั ปรุง ดัดแปลง หรือสร้างความรบู้ างส่วนใหเ้ หมาะต่อการใช้งานของตน (4) การประยุกต์ใชค้ วามรู้ในกิจการงานของตน (5) การนาประสบการณ์จากการทางาน และการประยุกต์ใช้ความรู้มาแลกเปล่ียนเรียนรู้ และสกัด“ขุมความรู้” ออกมาบันทกึ ไว้ (6) การจดบันทึก “ขุมความรู้” และ “แก่นความรู้” สาหรับไว้ใช้งาน และปรับปรุงเป็นชุดความรู้ท่ีครบถ้วน ลุม่ ลึกและเชื่อมโยงมากข้ึน เหมาะต่อการใชง้ านมากย่ิงข้นึ โดยท่ีการดาเนินการ 6 ประการน้ีบูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็นท้ังความรู้ที่ชัดแจ้งอยใู่ นรูปของตวั หนงั สือหรอื รหัสอย่างอื่นที่เข้าใจได้ท่ัวไป (Explicit Knowledge) และความรู้ฝังลึกอยู่ในสมอง (TacitKnowledge) ท่ีอยู่ในคน ทั้งท่ีอยู่ในใจ (ความเช่ือ ค่านิยม) อยู่ในสมอง (เหตุผล) และอยู่ในมือ และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (ทักษะในการปฏิบัติ) การจัดการความรู้เป็นกิจกรรมท่ีคนจานวนหน่ึงทาร่วมกันไม่ใช่กิจกรรมที่ทาโดยคนคนเดยี ว ค่มู อื การประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 21 -การตีพิมพ์ในลักษณะใดลักษณะหนึ่ง หมายถึง การตีพิมพ์ผลงานวิชาการฉบับสมบูรณ์ในลักษณะของรายงานสืบเน่อื งจากการประชมุ วชิ าการ วารสารวชิ าการ หรือส่ิงพิมพ์ทางวิชาการในระดับมหาวิทยาลัย หรือระดับคณะ และต้องเปน็ ผลงานทผ่ี า่ นการกลน่ั กรอง (Peer review) โดยมีบคุ คลภายนอกสถาบนั รว่ มเป็นกรรมการพิจารณาด้วยการเทียบเคียงผลการดาเนนิ งาน (Benchmarking) หมายถงึ วธิ กี ารในการวัดและเปรยี บเทยี บผลผลิต บริการ และวิธีการปฏิบัติกับองค์กรที่สามารถทาได้ดีกว่า เพื่อนาผลการเปรียบเทียบมาใช้ในการปรับปรุงองค์กรของตนเพ่ือมุ่งความเปน็ เลิศทางธุรกจิการบูรณาการ (Integration) หมายถึง การผสมกลมกลืนของแผน กระบวนการ สารสนเทศ การจัดสรร ทรัพยากรการปฏิบตั กิ าร ผลลัพธ์ และการวิเคราะห์ เพื่อสนับสนุนเป้าประสงค์ท่ีสาคัญของสถาบัน (organization-wide goal)การบูรณาการทีม่ ีประสิทธิผล เป็นมากกวา่ ความสอดคล้องไปในแนวทางเดียวกัน (alignment) ซึ่งการดาเนินการของแตล่ ะองคป์ ระกอบภายใน ระบบการจดั การ ผลการดาเนินการมีความเชื่อมโยงกนั เป็นหน่ึงเดียวอย่างสมบรู ณ์การเผยแพร่งานสรา้ งสรรค์ในระดับความร่วมมอื ระหว่างประเทศ หมายถงึ โครงการร่วมมือระหว่างประเทศไทยกับประเทศอ่ืนการเผยแพร่งานสร้างสรรค์ในระดับนานาชาติ หมายถึง การเผยแพร่ที่เปิดกว้างสาหรับทุกประเทศ (อย่างน้อย 5ประเทศที่ไมไ่ ด้อยูใ่ นกล่มุ อาเซียน)การเผยแพร่งานสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาคอาเซียน หมายถึง การเผยแพร่เฉพาะในกลุ่มอาเซียน 10 ประเทศ (อย่างน้อย5 ประเทศนับรวมประเทศไทยดว้ ย) และการใหค้ ะแนนตามแหล่งเผยแพร่ ไมจ่ าเป็นตอ้ งไปแสดงในต่างประเทศอาเซียน หมายถึง สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of South East Asian Nations)มี 10 ประเทศ ไดแ้ ก่ บรูไน กมั พชู า อนิ โดนีเซยี สปป.ลาว มาเลเซยี พมา่ ฟลิ ปิ ปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวยี ดนามการเผยแพรผ่ ลงานวิจัยในทีป่ ระชุมวิชาการระดบั ชาติ หมายถึง การนาเสนอบทความวิจัยในที่ประชุมวิชาการ และบทความฉบับสมบูรณ์ (Full paper) ได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเนื่องจากการประชุม (Proceedings) โดยมีกองบรรณาธิการจัดทารายงานการประชุม หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบด้วย ศาสตราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิระดับปรญิ ญาเอก หรือผทู้ รงคุณวุฒทิ ี่มผี ลงานเป็นท่ียอมรับในสาขาวชิ าน้ันๆ จากนอกสถาบันเจ้าภาพ อย่างน้อยร้อยละ 25โดยตอ้ งมผี ูป้ ระเมินบทความที่เปน็ ผู้เช่ียวชาญในสาขาน้ันด้วย และมีบทความท่ีมาจากหน่วยงานภายนอกสถาบันอย่างน้อย3 หน่วยงาน และรวมกันแล้วไม่น้อยกว่าร้อยละ 25 คูม่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
- 22 -การเผยแพร่ผลงานวิจยั ในท่ปี ระชุมวิชาการระดบั นานาชาติ หมายถงึ การนาเสนอบทความวิจัยในท่ีประชุมวิชาการและบทความฉบับสมบูรณ์ (Full paper) ได้รับการตีพิมพ์ในรายงานสืบเน่ืองจากการประชุม (Proceedings) โดยมีกองบรรณาธิการจัดทารายงานฯ หรือคณะกรรมการจัดประชุม ประกอบด้วยศาสตราจารย์ หรือผู้ทรงคุณวุฒิระดับปริญญาเอก หรอื ผู้ทรงคุณวฒุ ิทม่ี ีผลงานเปน็ ทย่ี อมรบั ในสาขาวิชาน้ันๆ จากต่างประเทศอย่างน้อยร้อยละ 25 และมีผู้ประเมินบทความที่เป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานั้น และบทความท่ีมาจากต่างประเทศ อย่างน้อย 3 ประเทศ และรวมกันแล้วไมน่ อ้ ยกว่าร้อยละ 25** บทความในการประชุมวิชาการทั้งระดับชาติและนานาชาติ ท่ีนาเสนอให้กองบรรณาธิการหรือคณะกรรมการจัดประชุมพิจารณาคัดเลือก ต้องเป็นฉบับสมบูรณ์ (Full Paper) และได้รับการตีพิมพ์ ซึ่งสามารถอยู่ในรูปแบบเอกสารหรือส่ืออิเลก็ ทรอนกิ สไ์ ด้งานวิจัย หมายถึง กระบวนการที่มีระเบียบแบบแผนในการค้นหาคาตอบของปัญหา หรือการเสาะแสวงหาความรู้ใหม่ ตลอดจนถึงการประดิษฐค์ ดิ ค้นท่ีผ่านกระบวนการศึกษา ค้นคว้าหรือทดลอง วิเคราะห์และตีความข้อมูลตลอดจนสรุปผลอยา่ งเป็นระบบงานสร้างสรรค์ หมายถึง ผลงานศิลปะและส่ิงประดิษฐ์ทางศิลปะประเภทต่างๆ ท่ีมีความเป็นนวัตกรรม โดยมีการศึกษาค้นคว้าอย่างเป็นระบบที่เหมาะสมตามประเภทของงานศิลปะซึ่งมีแนวทางการทดลองหรือการพัฒนาจากแนวคิดสร้างสรรค์เดิมเพ่ือเป็นต้นแบบหรือความสามารถในการบุกเบิกศาสตร์อันก่อให้เกิดคุณค่าทางสุนทรีย์และคุณประโยชน์ที่เป็นท่ียอมรับในวงวิชาชีพตามการจัดกลุ่มศิลปะของอาเซียน งานสร้างสรรค์ทางศิลปะ ได้แก่(1) ทัศนศิลป์ (Visual Art) ประกอบด้วย ผลงานด้านจิตรกรรม ประติมากรรม ภาพพิมพ์ ภาพถ่าย ภาพยนตร์ ส่ือประสม สถาปัตยกรรมและงานออกแบบประเภทอื่นๆ (2) ศิลปะการแสดง (Performance Arts) ประกอบด้วยดุริยางคศิลป์ นาฏยศิลป์ รวมท้ังการแสดงรูปแบบต่างๆ และ (3) วรรณศิลป์ (Literature) ซึ่งประกอบด้วยบทประพันธ์และกวนี ิพนธ์รูปแบบต่างๆแนวปฏบิ ัตทิ ่ีดี หมายถงึ วิธปี ฏิบตั ิ หรือข้นั ตอนการปฏบิ ตั ทิ ี่ทาให้สถาบนั ประสบความสาเรจ็ หรือสู่ความเป็นเลิศตามเป้าหมาย เป็นท่ียอมรับในวงวิชาการหรือวิชาชีพนั้นๆ มีหลักฐานของความสาเร็จปรากฏชัดเจน โดยมีการสรุปวิธีปฏิบัติ หรือขั้นตอนการปฏบิ ตั ิ ตลอดจนความรแู้ ละประสบการณ์ บนั ทึกเป็นเอกสาร เผยแพรใ่ ห้หน่วยงานภายในหรือภายนอกสามารถนาไปใช้ประโยชน์ได้ประสบการณ์ด้านการทาวิจัย หมายถึง มีประสบการณ์ด้านการทาวิจัยเป็นผลสาเร็จมาแล้วโดยมีหลักฐานเป็นผลงานที่นาเสนอในท่ีประชุมวิชาการท่ีมีรายงานการประชุม (Proceedings) ท่ีมีกรรมการภายนอกมาร่วมกล่ันกรอง(Peer Review) หรือตีพิมพ์ในวารสารหรือส่ิงพิมพ์ทางวิชาการที่มีกรรมการภายนอกมาร่วมกล่ันกรอง (PeerReview) หรือเป็นผลงานท่ีเป็นรูปเล่มซึ่งนาเสนอแหล่งทุนวิจัยหรือนาเสนอผู้ว่าจ้างในการทาวิจัยน้ันๆ และเป็นผลงานท่ีแหล่งทุนวิจัยหรือผู้ว่าจ้างวิจัยได้ตรวจรับงานเรียบร้อยแล้ว ซ่ึงเป็นผลงานวิจัยที่ไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศึกษาเพอ่ื รบั ปรญิ ญาของอาจารย์ประจาหลักสูตร โดยใหร้ ายงานผลงานวจิ ยั ของอาจารย์ประจาหลักสูตรทุกคนไว้ในเอกสารหลักสูตร ทั้งน้ี การรายงานผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์ให้รายงานในลักษณะของการเขียนบรรณานุกรม หรือการเขียนเอกสารอ้างองิ ทางวชิ าการ กลา่ วคือ ระบชุ ่ือเจา้ ของผลงาน ช่อื ผลงาน ปีที่พิมพแ์ ละแหลง่ ตพี มิ พ์เผยแพร่ผลงาน คูม่ ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 23 -ผลงานท่ีได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับชาติ หมายถึง บทความจากผลงานวิจัยหรือบทความวิชาการท่ีได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ (Journal) ท่ีมีชื่อปรากฏอยู่ในฐานข้อมูล Thai-Journal Citation Index Centre (TCI)หรือวารสารวิชาการระดับชาติตามประกาศของคณะกรรมการการอดุ มศึกษาผลงานท่ีได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการระดับนานาชาติ หมายถึง บทความจากผลงานวิจัยหรือบทความวิชาการ ท่ีได้รับการตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ (Journal) ท่ีปรากฏในฐานข้อมูลสากล ได้แก่ฐานข้อมูลการจัดอันดับวารสาร SJR (SCImago Journal Rank : www.scimagojr.com) หรือฐานข้อมูล ISI Web of Science (ScienceCitationIndex Expand, Social Sciences Citation Index, Art and Humanities Citation Index) หรือฐานขอ้ มลู Scopusหรือวารสารวิชาการระดับนานาชาตติ ามประกาศของคณะกรรมการการอุดมศึกษาแผนกลยุทธ์ หมายถึง แผนระยะยาวของสถาบันโดยทั่วไปมักใช้เวลา 5 ปี เป็นแผนท่ีกาหนดทิศทางการพัฒนาของสถาบัน แผนกลยุทธ์ประกอบไปด้วยวิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ วัตถุประสงค์ ผลการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนโอกาสและภัยคุกคาม กลยุทธ์ต่าง ๆ ของสถาบันควรคลอบคลุมทุกภารกิจของสถาบันซึ่งต้อง มีการกาหนดตัวบ่งช้ีความสาเร็จของแต่ละกลยุทธ์และค่าเป้าหมายของตัวบ่งช้ีเพื่อวัดระดับความสาเร็จของการดาเนินงานตามกลยุทธ์โดยสถาบันนาแผนกลยทุ ธ์มาจัดทาแผนดาเนนิ งานหรอื แผนปฏิบัติการประจาปีแผนกลยทุ ธท์ างการเงนิ หมายถึง แผนระยะยาวที่ระบุท่ีมาและใช้ไปของทรัพยากรทางการเงินของสถาบันท่ีสามารถผลักดันแผนกลยุทธ์ของสถาบันให้สามารถดาเนินการได้ แผนกลยุทธ์ทางการเงินจะสอดรับไปกับแผนกลยุทธ์ของสถาบัน สถาบันควรประเมินความต้องการทรัพยากรที่ต้องจัดหาสาหรับการดาเนินงานตามกลยุทธ์แต่ละกลยุทธ์และประเมินมูลค่าของทรัพยากรออกมาเป็นเงินทุนท่ีต้องการใช้ ซ่ึงจะเป็นความต้องการเงินทุนในระยะยาวเท่ากับเวลาท่ีสถาบันใช้ในการดาเนินการให้กลยุทธ์น้ันบังเกิดผล จากน้ันจึงจะกาหนดให้เห็นอย่างชัดเจนถึงที่มาของเงินทุนที่ต้องการใช้ว่าสามารถจัดหาได้จากแหล่งเงินทุนใด เช่น รายได้ค่าธรรมเนียมการศึกษา งบประมาณแผ่นดินหรือเงินอดุ หนนุ จากรฐั บาล เงนิ ทุนสะสมของหน่วยงาน เงินบริจาคจากหน่วยงานภายนอกหรือศิษย์เก่า หรือสถาบันจะต้องมีการระดมทุนด้วยวิธีการอ่ืนๆ อีกเพ่ิมเติม เช่น การแปลงทรัพย์สินทางปัญญาเป็นมูลค่า รวมท้ังมีการวิเคราะห์ต้นทุนของการดาเนินงานดว้ ย เช่น ต้นทุนต่อหนว่ ยในการผลิตบัณฑติ ในแต่ละหลกั สูตร โดยที่ระยะเวลาของแผนกลยุทธ์ทางการเงินจะเทา่ กบั ระยะเวลาของแผนกลยทุ ธข์ องสถาบันแผนปฏิบัติการประจาปี หมายถึง แผนระยะสั้นที่มีระยะเวลาในการดาเนินงานภายใน 1 ปี เป็นแผนท่ีถ่ายทอดแผนกลยทุ ธล์ งสภู่ าคปฏิบัติ เพ่ือใหเ้ กดิ การดาเนนิ งานจริงตามกลยทุ ธ์ ประกอบด้วย โครงการหรือกิจกรรมต่าง ๆ ท่ีจะต้องดาเนินการในปีนั้นๆ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามแผนกลยุทธ์ ตัวบ่งช้ีความสาเร็จของโครงการหรือกิจกรรม ค่าเป้าหมายของตัวบ่งชี้เหล่าน้ัน รวมท้ังมีการระบุผู้รับผิดชอบหลักหรือหัวหน้าโครงการ งบประมาณในการดาเนินการรายละเอยี ดและทรัพยากรทต่ี อ้ งใชใ้ นการดาเนินโครงการทชี่ ดั เจน คูม่ ือการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศกึ ษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
- 24 -พหุวิทยาการ หรอื สหวิทยาการ หลักสูตรพหุวิทยาการพหุวิทยาการ (Multidisciplinary) หรือ สหวิทยาการ (Interdisciplinary) หมายถึง การใช้องค์ความรู้หลายสาขาวิชา หลายศาสตร์หรือหลายอนุศาสตร์ มาผสมผสานใช้ในการวิเคราะห์ วิจัยและสังเคราะห์ขึ้นเป็นองค์ความรู้ใหม่และพัฒนาเป็นศาสตร์ใหม่ขึ้นหลักสูตรพหวุ ิทยาการ (Multidisciplinary) หมายถงึ หลกั สตู รทน่ี าเอาความร้หู ลายศาสตร์หรือหลายอนุศาสตร์เข้ามาใช้ในการเรยี นการสอน เพอ่ื ประโยชน์ในการวเิ คราะห์ วิจัย จนกระทั่งผู้เรียนสามารถพัฒนาความรู้ องค์ความรู้เป็นศาสตรใ์ หมข่ นึ้ หรอื เกิดอนศุ าสตรใ์ หมข่ ึน้ ตัวอย่างหลักสูตรท่ีเป็นพหุวิทยาการ เช่น วิศวกรรมชีวการแพทย์ (วิศวกรรมศาสตร์+แพทย์ศาสตร์)ภมู ศิ าสตร์สารสนเทศ (ภูมศิ าสตร์+เทคโนโลยีสารสนเทศ) วิศวกรรมนาโน (วศิ วกรรมศาสตร+์ วิทยาศาสตร์-เคม)ี ตัวอย่างหลักสตู รทไี่ มใ่ ชพ่ หวุ ิทยาการ เชน่ คอมพิวเตอรธ์ รุ กจิ การศกึ ษาเพ่อื การพัฒนา (ที่มา : คณะอนุกรรมการปรับปรุงเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษา ในการประชุมครั้งที่7/2549 เมื่อวนั ที่ 18 ตลุ าคม 2549)พิชญพจิ ารณ์ (Peer review) หมายถึง การตรวจเยี่ยมโดยผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ซึ่งสามารถให้ข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเชิงพัฒนาแก่สถาบันอุดมศึกษาในการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนการสอนอย่างมีคุณภาพและสอดคล้องตามเกณฑ์มาตรฐานที่กาหนด โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือให้ข้อเสนอแนะในเชิงพัฒนาแก่สถาบันอดุ มศกึ ษาระบบและกลไกระบบ หมายถึง ข้ันตอนการปฏิบัติงานท่ีมีการกาหนดอย่างชัดเจนว่าต้องทาอะไรบ้างเพ่ือให้ได้ผลออกมาตามท่ีต้องการ ขั้นตอนการปฏิบัติงานจะต้องปรากฏให้ทราบโดยท่ัวกันไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเอกสารหรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือโดยวิธีการอื่น ๆ องค์ประกอบของระบบ ประกอบด้วย ปัจจัยนาเข้า กระบวนการ ผลผลิต และข้อมูลป้อนกลับซึ่งมคี วามสมั พันธ์เชอ่ื มโยงกันกลไก หมายถึง ส่ิงที่ทาให้ระบบมีการขับเคล่ือนหรือดาเนินอยู่ได้ โดยมีการจัดสรรทรัพยากร มีการจัดองค์การหน่วยงาน หรอื กลมุ่ บคุ คลเปน็ ผู้ดาเนนิ งานสาขาวิชาท่ีสัมพันธ์กัน หมายถึง สาขาวิชาตามคุณวุฒิหรือตาแหน่งทางวิชาการที่สัมพันธ์กับศาสตร์ท่ีเปิดสอนมิใช่สัมพันธ์กับรายวิชาที่เปิดสอนในหลักสูตร เช่น เป็นศาสตร์ในกลุ่มสาขาวิชา (Field of Education) เดียวกันตามISCED 2013 (คณะกรรมการการอุดมศึกษาในการประชุมคร้ังท่ี 12/2554 เม่ือ 17 พฤศจิกายน 2554 หนังสือเวียนที่ ศธ 0506(2)/ว506 ลงวนั ที่ 22 ธันวาคม 2554) คูม่ ือการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 25 -หน่วยงานหรือองค์การระดับชาติ หมายถึง หน่วยงานภายนอกสถาบันระดับกรมหรือเทียบเท่าข้ึนไป (เช่น ระดับจงั หวัด) หรือรัฐวิสาหกิจ หรือองค์การมหาชน หรือบริษัทมหาชนท่ีจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ หรือองค์การกลางระดับชาติทงั้ ภาครฐั และเอกชน (เชน่ สภาอตุ สาหกรรม สภาหอการคา้ สภาวชิ าชพี )หลกั ธรรมาภบิ าล1 หมายถงึ การปกครอง การบรหิ าร การจัดการ การควบคุม ดูแลกิจการต่างๆ ให้เป็นไปในครรลองธรรม นอกจากน้ี ยังหมายถึงการบริหารจัดการท่ีดี ซ่ึงสามารถนาไปใช้ได้ทั้งภาครัฐและเอกชน ธรรมที่ใช้ในการบริหารงานน้ีมีความหมายอย่างกว้างขวาง กล่าวคือ หาได้มีความหมายเพียงหลักธรรมทางศาสนาเท่านั้น แต่ รวมถึงศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรมและความถูกต้อง ชอบธรรมท้ังปวง ซ่ึงวิญญูชนพึงมีและพึงประพฤติปฏิบัติ อาทิ ความโปร่งใสตรวจสอบได้ การปราศจากการแทรกแซงจากองคก์ ารภายนอก เป็นต้น หลักธรรมาภบิ าลของการบรหิ ารกจิ การบา้ นเมอื งทด่ี ี (Good Governance) ท่ีเหมาะสมจะนามาปรับใช้ในภาครัฐมี 10 องคป์ ระกอบ ดงั นี้ 2 1) หลักประสิทธิผล (Effectiveness) คือ ผลการปฏิบัติราชการที่บรรลุวัตถุประสงค์และเป้าหมายของแผนการปฏบิ ัติราชการตามทไี่ ดร้ บั งบประมาณมาดาเนนิ การ รวมถึงสามารถเทียบเคียงกับส่วนราชการหรือหน่วยงานที่มีภารกิจคล้ายคลึงกันและมีผลการปฏิบัติงานในระดับชั้นนาของประเทศเพ่ือให้เกิดประโยชน์สุขต่อประชาชนโดยการปฏิบัติราชการจะต้องมีทิศทางยุทธศาสตร์ และเป้าประสงค์ท่ีชัดเจน มีกระบวนการปฏิบัติงานและระบบงานทีเ่ ปน็ มาตรฐาน รวมถงึ มกี ารตดิ ตามประเมนิ ผลและพัฒนา ปรับปรงุ อย่างต่อเนอื่ งและเป็นระบบ 2) หลักประสิทธิภาพ (Efficiency) คือ การบริหารราชการตามแนวทางการกากับดูแลท่ีดีท่ีมีการออกแบบกระบวนการปฏิบัติงานโดยใช้เทคนิคและเคร่ืองมือการบริหารจัดการท่ีเหมาะสมให้องค์การสามารถใช้ทรัพยากรท้ังด้านต้นทุน แรงงานและระยะเวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาขีดความสามารถใ นการปฏิบัติราชการตามภารกจิ เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและผมู้ ีส่วนไดส้ ่วนเสยี ทุกกลุ่ม 3) หลักการตอบสนอง (Responsiveness) คือ การให้บริการที่สามารถดาเนินการได้ภายในระยะเวลาท่ีกาหนด และสร้างความเช่ือม่ัน ความไว้วางใจ รวมถึงตอบสนองความคาดหวังหรือความต้องการของประชาชนผู้รับบรกิ าร และผ้มู ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทม่ี คี วามหลากหลายและมคี วามแตกตา่ ง 4) หลักภาระรับผิดชอบ (Accountability) คือ การแสดงความรับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่และผลงานตอ่ เปา้ หมายท่ีกาหนดไว้ โดยความรับผิดชอบนั้นควรอยู่ในระดับทส่ี นองตอ่ ความคาดหวังของสาธารณะ รวมทั้งการแสดงถึงความสานึกในการรบั ผิดชอบตอ่ ปัญหาสาธารณะ 5) หลักความโปร่งใส (Transparency) คือ กระบวนการเปิดเผยอย่างตรงไปตรงมา ช้ีแจงได้เม่ือมีข้อสงสัยและสามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอันไม่ต้องห้ามตามกฎหมายได้อย่างเสรี โดยประชาชนสามารถรู้ทุกข้ันตอนในการดาเนนิ กิจกรรมหรอื กระบวนการตา่ งๆ และสามารถตรวจสอบได้1 ดูเพมิ่ เตมิ “ค่มู อื นโยบายการกากบั ดแู ลองคก์ ารทีด่ ี” สานักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สานกั งาน ก.พ.ร.)2 ดเู พิ่มเตมิ “คู่มอื การจดั ระดบั การกากบั ดูแลองคก์ ารภาครัฐตามหลกั ธรรมาภิบาลของการบรหิ ารกจิ การบา้ นเมืองทด่ี ี (Good Governance Rating)” สานกั งานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (สานักงาน ก.พ.ร.) คมู่ ือการประกนั คณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 26 - 6) หลกั การมสี ่วนร่วม (Participation) คือ กระบวนการท่ีข้าราชการ ประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทกุ กล่มุ มีโอกาสไดเ้ ข้ารว่ มในการรับรู้ เรียนรู้ ทาความเข้าใจ ร่วมแสดงทัศนะ ร่วมเสนอปัญหาหรือ ประเด็นท่ีสาคัญที่เกี่ยวข้อง ร่วมคิดแนวทาง ร่วมการแก้ไขปัญหา ร่วมในกระบวนการตัดสินใจ และร่วมกระบวนการพัฒนาในฐานะหุ้นสว่ นการพัฒนา 7) หลักการกระจายอานาจ (Decentralization) คือ การถ่ายโอนอานาจการตัดสินใจ ทรัพยากร และภารกิจจากส่วนราชการส่วนกลางให้แก่หน่วยการปกครองอ่ืนๆ (ราชการบริหารส่วนท้องถ่ิน) และภาคประชาชนดาเนนิ การแทนโดยมอี ิสระตามสมควร รวมถึงการมอบอานาจและความรับผิดชอบในการตัดสินใจและการดาเนินการใหแ้ กบ่ ุคลากร โดยมุ่งเน้นการสร้างความพึงพอใจในการให้บริการต่อผู้รับบริการและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การปรับปรุงกระบวนการ และเพ่ิมผลิตภาพเพ่อื ผลการดาเนนิ งานทีด่ ีของสว่ นราชการ 8) หลักนิติธรรม (Rule of Law) คือ การใช้อานาจของกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับในการบริหารราชการด้วยความเปน็ ธรรม ไมเ่ ลอื กปฏบิ ัติ และคานึงถงึ สิทธิเสรภี าพของผู้มสี ่วนได้สว่ นเสยี 9) หลักความเสมอภาค (Equity) คือ การได้รับการปฏิบัติและได้รับบริการอย่างเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกด้าน ชายหรือหญิง ถ่ินกาเนิด เช้ือชาติ ภาษา เพศ อายุ ความพิการ สภาพทางกายหรือสุขภาพ สถานะของบุคคล ฐานะทางเศรษฐกจิ และสังคม ความเช่อื ทางศาสนา การศกึ ษา การฝึกอบรม และอนื่ ๆ 10) หลกั มงุ่ เนน้ ฉันทามติ (Consensus Oriented) คือ การหาข้อตกลงทั่วไปภายในกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทเี่ ก่ยี วข้อง ซง่ึ เป็นข้อตกลงท่ีเกดิ จากการใชก้ ระบวนการเพ่ือหาข้อคิดเห็นจากกลุ่มบุคคลท่ีได้รับประโยชน์และเสียประโยชน์ โดยเฉพาะกลมุ่ ท่ีได้รบั ผลกระทบโดยตรงซึง่ ต้องไม่มีข้อคัดค้านทยี่ ุติไมไ่ ดใ้ นประเด็นที่สาคัญ โดยฉันทามติไม่จาเป็นตอ้ งหมายความว่าเป็นความเหน็ พ้องโดยเอกฉันท์อาจารย์ หมายถึง คณาจารย์ ซึ่งจะมีตาแหน่งทางวิชาการท่ีประกอบด้วย อาจารย์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์รองศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์อาจารยป์ ระจา หมายถึง บคุ ลากรในสถาบันอดุ มศกึ ษาท่มี หี นา้ ทหี่ ลักทางด้านการสอนและการวิจัย และปฏิบัติหน้าท่ีเต็มเวลาตามภาระงานที่รับผิดชอบในหลักสูตรท่ีเปิดสอน (มิใช่เต็มเวลาตามเวลาทาการ) (ประกาศกระทรวงศกึ ษาธกิ าร เรอื่ ง แนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลกั สูตรระดับอดุ มศึกษา พ.ศ. 2548)สาหรับอาจารย์ท่ีสถาบันจ้างเข้ามาเป็นอาจารย์ประจาด้วยเงินรายได้หน่วยงานจะต้องมีสัญญาจ้างที่มีการระบุระยะเวลาการจ้างอย่างชัดเจนและไม่น้อยกว่า 9 เดือน ในสัญญาจ้างจะต้องระบุหน้าที่ ภาระงานให้ชัดเจนไม่น้อยกว่าหน้าทข่ี องอาจารย์ประจาตามที่กาหนดตามประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ือง แนวทางการบริหารเกณฑ์มาตรฐานหลักสตู รระดบั อดุ มศึกษา พ.ศ. 2548การนับจานวนอาจารย์ประจาและนักวิจัย ให้นับระยะเวลาการทางานสาหรับอาจารย์ท่ีบรรจุใหม่ในปีทปี่ ระเมนิ ดังนี้9-12 เดือน คิดเปน็ 1 คน6 เดือนขนึ้ ไปแตไ่ มถ่ งึ 9 เดือน คดิ เปน็ 0.5 คนนอ้ ยกวา่ 6 เดอื น ไม่สามารถนามานับได้ คู่มอื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
- 27 -อาจารย์ประจาหลักสูตร หมายถึง อาจารย์ประจาเต็มเวลาท่ีมีภาระหน้าที่ในการบริหารหลักสูตรและจัดการเรียนการสอน โดยวางแผน ติดตาม ทบทวนการดาเนินงานหลักสูตร และปฏิบัติงานประจาหลักสูตรนั้นตลอดระยะเวลาท่ีจัดการศึกษาตามหลักสูตรนั้น มีคุณวุฒิตรงหรือสัมพันธ์กับสาขาวิชาท่ีเปิดสอนไม่น้อยกว่า 5 คน และทุกคนเป็นอาจารย์ประจาเกินกว่า 1 หลักสูตรในเวลาเดียวกันไม่ได้ ยกเว้นอาจารย์ประจาหลักสูตรระดับปริญญาโทและปริญญาเอกในสาขาวิชาเดียวกันได้ หรือเป็นอาจารย์ประจาหลักสูตรในหลักสูตรพหุวิทยาการได้อีก 1 หลักสูตรโดยต้องเป็นหลักสตู รทตี่ รงหรอื สมั พนั ธก์ ับหลกั สูตรที่ได้ประจาอยู่แล้ว (คณะกรรมการการอุดมศึกษาในการประชุมคร้ังท่ี 2/2549วนั ที่ 2 กุมภาพันธ์ 2549) ท้งั น้ี กรณีบัณฑติ ศึกษาอนุโลมให้เป็นอาจารยป์ ระจาหลักสูตรได้มากท่ีสุดเพียง 2 หลักสูตรเทา่ น้ัน หากมีการเปล่ียนแปลงอาจารย์ประจาหลักสูตร ขอให้นาเสนอโดยดาเนินเช่นเดียวกับการนาเสนอหลักสูตรปรับปรุงเล็กน้อย โดยนาเสนอต่อสภาสถาบันเพื่อพิจารณาอนุมัติหรือให้ความเห็นชอบ และเสนอให้คณะกรรมการการอดุ มศึกษารับทราบตามแบบฟอร์ม สมอ.08 ภายใน 30 วนั คู่มือการประกันคุณภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศกึ ษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
บทท่ี 4 ระบบการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตรระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั หลกั สตู ร ในการผลิตบัณฑิตเพื่อให้บัณฑิตมีคุณลักษณะพึงประสงค์และเป็นบัณฑิตที่มีคุณภาพ การดาเนินงานและการบริหารงานระดับหลักสูตรถือว่าสาคัญท่ีสุด ซ่ึงควรมีระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร ซง่ึ มีหลกั การดงั ตอ่ ไปนี้ 1. การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร เป็นการประกันคุณภาพการจัดการศึกษาว่าหลักสูตรได้ดาเนินการเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับอุดมศึกษาและเกณฑ์มาตรฐานอื่นๆ ที่เก่ียวข้องโดยใหพ้ จิ ารณาองค์ประกอบที่สาคัญ ได้แก่ การกากับมาตรฐาน บัณฑิต นักศึกษา อาจารย์ หลักสูตร การเรียนการสอนการประเมินผู้เรียน และสิ่งสนบั สนนุ การเรยี นรู้ เพอ่ื ใหส้ ามารถผลิตบัณฑติ ใหม้ คี ณุ ภาพ 2. ในการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร ให้เชื่อมโยงกับตัวบ่งช้ีการดาเนินการตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 เพ่ือประโยชน์ในการเผยแพร่หลักสูตรท่ีมีคุณภาพและมาตรฐาน ซึ่ง สกอ. ได้กาหนดแนวทางการเผยแพร่หลักสูตรไว้ในประกาศคณะกรรมการการอุดมศึกษา เร่ืองแนวทางการปฏบิ ตั ติ ามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศกึ ษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552 3. ตัวบ่งชี้การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในส่วนท่ีเกยี่ วข้องตามเกณฑม์ าตรฐานหลกั สตู รระดับอุดมศกึ ษา และตวั บ่งชี้เชิงปรมิ าณในส่วนท่ีเกี่ยวข้องกับคุณวุฒิ ตาแหน่งทางวิชาการ และผลงานทางวิชาการของอาจารย์ สาหรับตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพที่เน้นกระบวนการ จะประเมินในลักษณะของพิชญพิจาณ์ (peer review) ซ่ึงจะมีรายละเอียดของคาถามที่จะเป็นแนวทางให้แก่ผู้ประเมินเพ่ือให้สามารถนาไปพิจารณาตามบริบทของสถาบันได้ และได้กาหนดแนวทางในการให้คะแนนในแต่ละระดับสาหรับผู้ประเมนิ และผรู้ ับการประเมินได้ใชใ้ นการพจิ ารณา 4. สถาบันอุดมศึกษาสามารถจัดทาระบบการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตรโดยมีการดาเนินงานได้ตามมาตรฐานเทียบเคียงกับมาตรฐานของสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ทั้งน้ี ทุกระบบต้องได้รับการเห็นชอบจากสภาสถาบันและเสนอคณะกรรมการประกันคุณภาพภายในระดับอุดมศึกษา พิจารณาให้ความเห็นชอบ และให้มีการจัดส่งผลการประเมินพร้อมข้อมูลพ้ืนฐานให้กับสานักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาเพื่อเผยแพร่ต่อสาธารณะ ตัวอย่างการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับหลักสูตร ท่ีเทียบเคียงได้ เช่นผลการประเมนิ หลักสตู รของ AUN QA ผลการประเมินหลักสูตรวิชาชีพที่ได้รับการรับรองจากองค์การวิชาชีพระดับนานาชาติ เช่น AACSB (สาหรับหลักสูตรทางด้านบริหารธุรกิจ) ABET (สาหรับหลักสูตรทางด้านวิศวกรรมศาสตร์)และหลกั สูตรทไี่ ด้รบั การตรวจประเมินเป็นประจาและผา่ นการรบั รองโดยสภาวิชาชีพ คู่มือการประกันคณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศกึ ษา 2557
- 29 -กรอบการประกนั คณุ ภาพการศึกษาภายใน ระดบั หลักสูตรองค์ประกอบใน อธิบายกระบวนการหรือแสดงผลการดาเนินงานในประเดน็ ทเี่ กยี่ วขอ้ งการประกนั คุณภาพ ตัวบ่งชี้ ผลการบริหารจัดการหลักสูตรตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรหลักสตู ร ปริญญาตรี เกณฑ์ 4 ขอ้ บัณฑิตศึกษา เกณฑ์ 12 ข้อ1. การกากับมาตรฐาน 1.1 การบรหิ ารจดั การหลกั สูตรตาม - ผลประเมินคุณภาพบัณฑิตตามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ ระดับอดุ มศึกษาแหง่ ชาติ (โดยผู้ใช้บัณฑิต/ผูม้ สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี ) เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรท่ีกาหนด - ผลบัณฑติ ปริญญาตรีท่ีได้งานทาหรือประกอบอาชีพอสิ ระ - ผลงานของนักศกึ ษาปริญญาโท/เอกท่ีตีพิมพ์หรือเผยแพร่ โดย สกอ. - การรบั นักศกึ ษา - การเตรียมความพรอ้ มก่อนเข้าศกึ ษา2. บัณฑติ 2.1 คุณภาพบณั ฑิตตามกรอบมาตรฐาน - การควบคมุ การดแู ลการใหค้ าปรกึ ษาวชิ าการ และ แนะแนวแก่นกั ศึกษาในระดบั ปริญญาตรี คณุ วฒุ ิ ระดบั อุดมศึกษาแห่งชาติ - การควบคุมดูแลการใหค้ าปรกึ ษาวิทยานิพนธ์ และ การคน้ คว้าอิสระในระดบั บัณฑติ ศึกษา 2.2 การไดง้ านทาหรอื ผลงานวิจัยของ - การพฒั นาศักยภาพนักศึกษา และการเสรมิ สรา้ งทกั ษะ การเรียนรูใ้ นศตวรรษท่ี 21 ผสู้ าเรจ็ การศึกษา - อัตราการคงอยู่ของนักศึกษา3. นกั ศกึ ษา 3.1 การรบั นักศึกษา - อัตราการสาเร็จการศกึ ษา - ความพงึ พอใจและผลการจัดการข้อรอ้ งเรยี นของนกั ศกึ ษา 3.2 การสง่ เสริมและพฒั นานักศกึ ษา - การรับและแตง่ ตั้งอาจารย์ประจาหลกั สตู ร4. อาจารย์ 3.3 ผลท่ีเกิดกบั นักศึกษา - การบรหิ ารอาจารย์ 4.1 การบรหิ ารและพัฒนาอาจารย์ - การส่งเสริมและพัฒนาอาจารย์ 4.2 คุณภาพอาจารย์ - ร้อยละอาจารย์ทีม่ ีคุณวุฒปิ ริญญาเอก 4.3 ผลท่ีเกิดกับอาจารย์ - รอ้ ยละอาจารย์ทีม่ ตี าแหนง่ ทางวชิ าการ - ผลงานทางวชิ าการของอาจารย์ - จานวนบทความของอาจารย์ประจาหลกั สูตรปรญิ ญาเอกท่ี ได้รับการอ้างอิงในฐานข้อมูล TCI และ Scopus ต่อจานวน อาจารย์ประจาหลักสตู ร - อัตราการคงอยู่ของอาจารย์ - ความพึงพอใจของอาจารย์ คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
- 30 - องค์ประกอบใน ตัวบง่ ชี้ อธิบายกระบวนการหรอื แสดงผลการดาเนนิ งานในประเดน็ การประกันคุณภาพ ทเ่ี ก่ียวข้อง หลกั สูตร 5.1 สาระของรายวิชาในหลกั สูตร - หลักคดิ ในการออกแบบหลักสูตร ขอ้ มูลทใ่ี ชใ้ นการพฒั นา5. หลักสูตร การเรยี น หลกั สตู รและวตั ถปุ ระสงคข์ องหลกั สตู รการสอน การประเมนิผ้เู รียน - การปรับปรุงหลักสูตรให้ทันสมยั ตามความก้าวหนา้ ใน ศาสตร์สาขานัน้ ๆ6. ส่งิ สนบั สนุนการ - การพจิ ารณาอนุมัติหวั ข้อวิทยานิพนธแ์ ละการคน้ คว้าอสิ ระเรยี นรู้ ในระดับบณั ฑติ ศกึ ษา 5.2 การวางระบบผสู้ อนและ - การพจิ ารณากาหนดผ้สู อน กระบวนการจดั การเรียนการสอน - การกากับ ติดตาม และตรวจสอบการจดั ทา มคอ.3 และ มคอ.4 - การแต่งตงั้ อาจารย์ทปี่ รึกษาวิทยานพิ นธ์และการค้นควา้ อสิ ระในระดบั บัณฑิตศึกษา - การกากับกระบวนการเรียนการสอน - การจัดการเรียนการสอนท่ีมีการฝกึ ปฏิบัติในระดบั ปริญญาตรี - การบรู ณาการพนั ธกจิ ตา่ งๆ กับการเรยี นการสอนในระดับ ปรญิ ญาตรี - การชว่ ยเหลอื กากับ ตดิ ตาม ในการทาวทิ ยานพิ นธ์และ การคน้ คว้าอิสระและการตีพิมพ์ผลงานในระดบั บัณฑติ ศึกษา 5.3 การประเมินผเู้ รยี น - การประเมินผลการเรยี นร้ตู ามกรอบมาตรฐานคุณวุฒิ - การตรวจสอบการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ของนกั ศึกษา - การกากับการป ระเมนิ การจดั การเรียนการสอนและ ประเมนิ หลกั สูตร (มคอ.5 มคอ.6 และมคอ.7) - การประเมนิ วิทยานิพนธ์และการค้นควา้ อสิ ระในระดับ บณั ฑิตศึกษา 5.4 ผลการดาเนนิ งานหลกั สูตรตาม ผลการดาเนินงานตามตวั บ่งช้ตี ามกรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ กรอบมาตรฐานคณุ วฒุ ิ ระดบั อุดมศึกษา ระดบั อุดมศกึ ษาแห่งชาติ แห่งชาติ 6.1 สง่ิ สนบั สนุนการเรยี นรู้ - ระบบการดาเนนิ งานของภาควิชา/คณะ/สถาบนั โดยมีส่วน รว่ มของอาจารย์ประจาหลักสตู รเพื่อให้มีส่งิ สนับสนุนการเรียนรู้ - จานวนสง่ิ สนับสนุนการเรียนรทู้ ี่เพียงพอและเหมาะสมต่อ การจัดการเรียนการสอน - กระบวนการปรับปรุงตามผลการประเมนิ ความพึงพอใจของ นักศกึ ษาและอาจารยต์ ่อสิง่ สนบั สนุนการเรยี นรู้ คู่มือการประกันคณุ ภาพการศกึ ษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบบั ปีการศกึ ษา 2557
- 31 -องค์ประกอบที่ 1 การกากบั มาตรฐาน คณะกรรมการการอุดมศึกษามีหน้าที่หลักสาคัญประการหนึ่งคือการพิจารณาเสนอนโยบายแผนพัฒนา และมาตรฐานการอุดมศึกษาท่ีสอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติและแผนการศึกษาแห่งชาติ โดยคานึงถึงความเป็นอิสระและความเป็นเลิศทางวิชาการของสถานศึกษาระดับอุดมศึกษา โดยได้จัดทามาตรฐานการอดุ มศึกษาและเกณฑม์ าตรฐานตา่ งๆ ทเี่ กยี่ วข้อง เพื่อส่งเสริมให้สถาบันอุดมศึกษาได้พัฒนาด้านวิชาการและวิชาชีพ รวมทั้งการพัฒนาคุณภาพและยกระดับมาตรฐานในการจัดการศึกษาระดับอุดมศึกษาให้มีความทัดเทียมกันและได้ประกาศใช้เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับต่างๆ มาอย่างต่อเน่ือง ซึ่งปัจจุบันได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการเร่ือง เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับต่างๆ พ.ศ. 2548 เพ่ือประโยชน์ในการรักษามาตรฐานวิชาการและวิชาชีพเป็นสว่ นหนึ่งของเกณฑ์การรับรองวิทยฐานะและมาตรฐานการศึกษา โดยสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดดาเนินการหลักสูตรใหม่หรือหลักสูตรปรับปรุงต้องใช้เกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ. 2548 เป็นหลักในการพัฒนาหลักสูตรและดาเนินการใหเ้ ปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรดังกล่าว ในการควบคมุ กากับมาตรฐาน จะพิจารณาจากการบรหิ ารจัดการหลักสูตรทุกหลักสูตรให้เป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรทีไ่ ดป้ ระกาศใช้เม่อื พ.ศ. 2548 และกรอบมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2552ตลอดระยะเวลาที่มีการจัดการเรียนการสอนในหลักสูตรดังกล่าว โดยหลักสูตรระดับปริญญาตรีจะพิจารณาตามเกณฑด์ งั กล่าว 4 ข้อ และหลักสตู รระดบั บัณฑิตศึกษา จะพจิ ารณาตามเกณฑ์ดังกลา่ ว 12 ข้อ โดยมรี ายละเอียดดังนี้ คูม่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปกี ารศึกษา 2557
-3ตัวบง่ ชที้ ี่ 1.1 การบรหิ ารจดั การหลักสูตรตามเกณฑม์ าตรฐานหลักสูตรทกี่ าหนดโดยสานักงาเกณฑก์ ารประเมิน ตรี โท1. จานวนอาจารยป์ ระจา ไม่น้อยกวา่ 5 คนและเป็น ไมน่ อ้ ยกวา่ 5 คนและเปหลกั สูตร อาจารยป์ ระจาเกนิ กวา่ 1 ประจาเกินกวา่ 1 หลกั ส หลกั สตู รไม่ได้และประจา ประจาหลกั สตู รตลอดร หลกั สตู รตลอดระยะเวลาทจี่ ดั การศกึ ษาตามหลักสูตร การศึกษาตามหลักสตู รน้ัน
32 -านคณะกรรมการการอุดมศึกษา หมายเหตุ เอก บันทึกข้อความท่ี ศธ 0506(2)/ว569 ลงวันท่ี 18 เมย. 2549 กาหนดวา่ป็นอาจารย์ ไม่นอ้ ยกว่า 5 คนและเป็นอาจารย์สูตรไม่ได้ และ ประจาเกนิ กวา่ 1 หลักสตู รไมไ่ ด้ และ อาจารย์ประจาสามารถเป็นระยะเวลาทีจ่ ดั ประจาหลกั สตู รตลอดระยะเวลาทจ่ี ดั อาจารย์ประจาหลกั สูตรที่เปน็รนั้น การศกึ ษาตามหลักสตู รนน้ั หลกั สูตรพหุวิทยาการ (Multidisciplinary) ได้อกี 1 หลกั สตู ร โดยต้องเป็นหลักสูตรท่ี ตรงหรือสัมพันธก์ บั หลักสูตรท่ีได้ ประจาอยู่แลว้ อาจารย์ประจาหลักสูตรใน ระดับบัณฑิตศึกษา สามารถเป็น อาจารยป์ ระจาหลักสตู รใน ระดบั ปริญญาเอกหรือปริญญา โทในสาขาวชิ าเดียวกันได้อกี 1 หลักสตู ร คมู่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
เกณฑ์การประเมนิ ตรี -3 โท2. คุณสมบัติของอาจารย์ คุณวุฒริ ะดบั ปริญญาโทหรอื มีคณุ สมบตั ิเปน็ อาจารย ประจาหลกั สูตร เทียบเท่า หรือดารงตาแหนง่ ทาง หลักสตู ร หรอื อาจารย์ท3. คุณสมบตั ิของอาจารย์ ผู้รบั ผิดชอบหลักสตู ร วชิ าการไม่ตา่ กวา่ ผู้ชว่ ย วทิ ยานพิ นธ์ หรืออาจาร ศาสตราจารย์ ในสาขาที่ตรงหรือ วทิ ยานพิ นธ์ หรืออาจาร สมั พันธก์ ับสาขาวชิ าทเ่ี ปิดสอน อยา่ งน้อย 2 คน คุณวฒุ ไิ มต่ ่ากว่าปรญิ ญ เทียบเท่า หรอื ดารงตาแ ศาสตราจารย์ขึน้ ไป ในส หรอื สาขาวิชาท่ีสมั พนั ธ อยา่ งน้อย 3 คน
33 - เอก หมายเหตุ บันทกึ ข้อความท่ี ศธ 0506(4)/ว254 มีคุณสมบัติเป็นอาจารยผ์ ู้รบั ผิดชอบ ลงวันท่ี 11 มีค. 2557 กาหนดวา่ หลกั สูตร หรืออาจารยท์ ่ีปรกึ ษา วิทยานพิ นธ์ หรอื อาจารยผ์ ู้สอบ กรณหี ลักสูตรปรญิ ญาตรีที่มี วิทยานพิ นธห์ รอื อาจารยผ์ ูส้ อน แขนงวชิ า/กลุ่มวชิ าชีพ กาหนดให้ต้องมีอาจารย์ประจา หลักสตู รจานวนไมน่ อ้ ยกวา่ 3 คน ให้ครบทุกแขนงวิชา/กลุ่ม วิชาของหลักสตู ร โดยมคี ณุ วุฒิ ครอบคลุมแขนงวิชา/กลุ่มวชิ าท่ี เปิดสอนย์ผรู้ ับผิดชอบท่ีปรกึ ษารยผ์ สู้ อบรยผ์ ู้สอนญาเอกหรือ คณุ วุฒไิ มต่ ่ากว่าปรญิ ญาเอกหรือแหนง่ รอง เทยี บเท่า หรือดารงตาแหนง่ สาขาวิชาน้ัน ศาสตราจารย์ขนึ้ ไป ในสาขาวิชาน้นัธ์กันจานวน หรือสาขาวิชาท่ีสัมพนั ธ์กันจานวน อย่างน้อย 3 คน คูม่ ือการประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
เกณฑก์ ารประเมนิ -34. คุณสมบตั ิของอาจารย์ ตรี โท ผสู้ อน 1. อาจารย์ประจาหรือ ภายนอกสถาบนั มีคณุ หรอื ดารงตาแหน่งทางว กว่าผชู้ ว่ ยศาสตราจารย นน้ั หรือสาขาวิชาทสี่ มั พ 2. มีประสบการณด์ ้าน 3. มปี ระสบการณใ์ นกา ไมใ่ ช่สว่ นหนึง่ ของการศ ปรญิ ญา5. คุณสมบัติของอาจารย์ที่ 1. เปน็ อาจารยป์ ระจา ปรกึ ษาวิทยานิพนธ์หลัก ปริญญาเอกหรอื ดารงต และอาจารย์ท่ีปรึกษาการ วิชาการไม่ต่ากว่ารองศา คน้ ควา้ อสิ ระ ในสาขาวชิ าน้นั หรือสาข สัมพนั ธก์ นั และ
34 - เอก หมายเหตุอผทู้ รงคุณวฒุ ิ 1. อาจารยป์ ระจาหรือผ้ทู รง คุณวุฒิ หลกั สูตรปริญญาโท ตามบนั ทึกณวฒุ ปิ ริญญาโท ภายนอกสถาบัน มีคุณวฒุ ิปริญญา ขอ้ ความท่ี ศธ 0506(4)/ว867วิชาการไม่ต่า เอกหรือดารงตาแหนง่ ทางวิชาการไม่ ลงวันท่ี 18 ก.ค. 2555 กาหนดวา่ย์ ในสาขาวิชา ต่ากว่ารองศาสตราจารย์ ในสาขาวชิ า ให้อาจารยท์ ี่มีคุณวุฒิระดับปริญญาเอกพนั ธก์ นั และ น้ันหรอื สาขาวชิ าทีส่ ัมพนั ธก์ นั และ เป็นอาจารย์ผู้สอนในหลักสตู รระดับนการสอน และ 2. มปี ระสบการณด์ ้านการสอน และ ปริญญาโทได้ แม้จะยังไม่มผี ลงานวิจยั หลงั จากสาเร็จการศึกษา ทั้งน้ี ภายในารทาวจิ ัยที่ 3. มีประสบการณ์ในการทาวิจยั ท่ี ระยะเวลา 2 ปี นบั จากวันทเี่ รม่ิ สอนศึกษาเพ่อื รบั ไมใ่ ชส่ ่วนหนง่ึ ของการศึกษาเพ่อื รับ จะตอ้ งมผี ลงานวจิ ยั จงึ จะสามารถเป็น ปริญญา อาจารย์ผสู้ อนในระดบั ปริญญาเอก และเปน็ อาจารยป์ ระจาหลกั สูตร อาจารย์ทีป่ รึกษาวทิ ยานิพนธ์ และ อาจารย์ผสู้ อบวทิ ยานิพนธ์ในระดับ ปรญิ ญาโทและปรญิ ญาเอกได้าทม่ี ีคณุ วุฒิ 1. เป็นอาจารยป์ ระจาทมี่ ีคุณวุฒิ - การพจิ ารณากรณอี าจารย์ตาแหน่งทาง ปรญิ ญาเอกหรอื ดารงตาแหน่งทาง เกษียณอายงุ านหรือลาออกจากาสตราจารย์ วิชาการไม่ตา่ กวา่ รองศาสตราจารย์ ราชการ ดงั นี้ขาวชิ าที่ ในสาขาวชิ านนั้ หรอื สาขาวชิ าที่ 1) หลักสูตรสามารถจา้ งอาจารย์ท่ี สัมพนั ธ์กนั และ มีคุณสมบตั ิตามเกณฑ์มาตรฐาน หลักสตู ร ซึง่ เกษยี ณอายุงานหรือ ค่มู ือการประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
เกณฑก์ ารประเมนิ -3 ตรี โท 2. มปี ระสบการณ์ในก ไมใ่ ช่สว่ นหนงึ่ ของการศ ปริญญา
35 -การทาวิจัยที่ เอก หมายเหตุศึกษาเพื่อรับ 2. มีประสบการณใ์ นการทาวจิ ยั ที่ ลาออกจากราชการ กลบั เข้ามา ไมใ่ ช่สว่ นหนง่ึ ของการศกึ ษาเพอ่ื รบั ทางานแบบเต็มเวลาหรอื บางเวลาได้ ปริญญา โดยใช้ระบบการจา้ งพนกั งาน มหาวทิ ยาลัย คือมสี ัญญาจ้างทใ่ี ห้ ค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและมีการ กาหนดภาระงานไวอ้ ยา่ งชดั เจน อาจารย์ดงั กล่าวสามารถปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ี เป็นอาจารย์ประจาหลักสตู ร อาจารย์ ท่ีปรึกษาวทิ ยานิพนธ์หลัก อาจารยท์ ี่ ปรึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม อาจารยผ์ ู้สอบ วทิ ยานพิ นธ์ และอาจารย์ผูส้ อนได้ 2) “อาจารย์เกษยี ณอายงุ าน” สามารถปฏบิ ตั ิหนา้ ที่อาจารย์ที่ ปรกึ ษาวิทยานิพนธ์หลกั ได้ต่อไปจน นกั ศึกษาสาเร็จการศกึ ษา หาก นักศกึ ษาไดร้ บั อนุมตั โิ ครงร่าง วิทยานพิ นธ์ก่อนการเกษียณอายุ คมู่ อื การประกันคุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
เกณฑก์ ารประเมิน -36. คณุ สมบัติของอาจารย์ที่ ตรี โท ปรกึ ษาวทิ ยานิพนธร์ ว่ ม 1. เป็นอาจารยป์ ระจาห (ถา้ มี) ผูท้ รงคณุ วุฒิภายนอกท ปรญิ ญาเอกหรือดารงต วิชาการไมต่ ่ากวา่ รองศา ในสาขาวชิ านน้ั หรือสาข สัมพนั ธ์กนั และ 2. มีประสบการณ์ในกา ไม่ใช่ส่วนหน่ึงของการศ ปรญิ ญา
36 -หรือ เอก หมายเหตุที่มีคุณวุฒิ 1. เปน็ อาจารยป์ ระจาหรือ แนวทางบริหารเกณฑม์ าตรฐานตาแหน่งทาง ผ้ทู รงคณุ วุฒิภายนอกท่ีมีคุณวุฒิ หลกั สูตรระดบั อุดมศึกษา พ.ศ. 2548าสตราจารย์ ปรญิ ญาเอกหรอื ดารงตาแหน่งทาง ขอ้ 7.6 ผู้เชยี่ วชาญเฉพาะ หมายถึงขาวชิ าท่ี วิชาการไม่ต่ากว่ารองศาสตราจารย์ บุคลากรที่มีความรูค้ วามเชยี่ วชาญใน ในสาขาวชิ าน้นั หรือสาขาวิชาที่ สาขาวิชาทเี่ ปดิ สอนเป็นอยา่ งดี ซึ่ง ารทาวจิ ัยที่ สัมพนั ธ์กันและ อาจเป็นบคุ ลากรที่ไม่อยู่ในสายศึกษาเพอ่ื รบั 2. มปี ระสบการณใ์ นการทาวจิ ยั ท่ี วชิ าการ หรือเปน็ ผู้ทรงคุณวฒุ ิ ไมใ่ ชส่ ว่ นหนึ่งของการศึกษาเพื่อรบั ภายนอกสถาบัน โดยไม่ตอ้ งพิจารณา ปรญิ ญา ดา้ นคณุ วุฒแิ ละตาแหน่งทางวชิ าการ ผูเ้ ชยี่ วชาญเฉพาะท่ีจะเป็นอาจารย์ท่ี ปรกึ ษาวิทยานิพนธห์ ลัก ต้องเป็น บุคลากรประจาในสถาบนั เทา่ นนั้ ส่วนผเู้ ชย่ี วชาญเฉพาะทจี่ ะเป็น อาจารยท์ ป่ี รึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม อาจเป็นบุคคลากรประจาในสถาบนั หรือผู้ทรงคุณวฒุ ภิ ายนอกสถาบันทมี่ ี ความรู้ ความเชี่ยวชาญและ ประสบการณ์สูงในสาขาวชิ าน้ันๆ เปน็ ท่ียอมรบั ในระดับหนว่ ยงานหรอื ระดบั กระทรวงหรอื วงการวิชาชพี ด้านนั้น คมู่ อื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
เกณฑก์ ารประเมนิ ตรี -3 โท
37 - เอก หมายเหตุ เทียบได้ไม่ต่ากว่าระดับ 9 ขนึ้ ไป ตาม หลักเกณฑแ์ ละวิธีการที่สานักงาน คณะกรรมการขา้ ราชการพลเรอื น และหนว่ ยงานท่เี กยี่ วข้องกาหนด ในกรณีหลกั สตู รปริญญาเอกไม่มี อาจารย์ทป่ี รึกษาวิทยานิพนธ์ร่วม อาจารย์ผสู้ อบวิทยานิพนธ์ หรอื อาจารย์ผูส้ อน ท่ีไดร้ ับคุณวุฒปิ รญิ ญา เอก หรือไม่เป็นผ้ดู ารงตาแหน่งทาง วิชาการตัง้ แตร่ องศาสตราจารยข์ ึ้นไป ในสาขาวิชาที่เปิดสอน สถาบัน อุดมศึกษาอาจแตง่ ตัง้ ผเู้ ชย่ี วชาญ เฉพาะดา้ นแทนเป็นกรณๆี ไป โดย ความเห็นชอบของสภาสถาบัน อดุ มศึกษา และต้องแจง้ คณะกรรมการการอุดมศกึ ษาให้ รบั ทราบการแต่งตั้งนน้ั ดว้ ย คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบบั ปีการศึกษา 2557
เกณฑ์การประเมนิ -37. คุณสมบตั ิของอาจารย์ ตรี โท ผู้สอบวิทยานพิ นธ์ 1. อาจารย์ประจาและ ภายนอกสถาบนั ท่ีมีคุณ8. การตพี ิมพ์เผยแพรผ่ ลงาน เอกหรือเทยี บเท่าหรือด ของผ้สู าเร็จการศกึ ษา ทางวชิ าการไมต่ ่ากวา่ รอ ศาสตราจารย์ ในสาขาว สาขาวชิ าทีส่ ัมพันธก์ ันแ 2. มปี ระสบการณใ์ นก ไมใ่ ชส่ ่วนหน่ึงของการศ ปริญญา (เฉพาะแผน ก เท่านนั้ ) ต้องเป็นรายงานสบื เนื่อ การประชุมทางวิชาการ (proceedings) หรือวา ส่งิ พมิ พ์วชิ าการซงึ่ อยใู่ น เอกสารหรือ สื่ออเิ ล็กทร
38 -ะผทู้ รงคุณวฒุ ิ เอก หมายเหตุณวฒุ ปิ รญิ ญา 1. อาจารย์ประจาและผทู้ รงคณุ วฒุ ิดารงตาแหนง่ ภายนอกสถาบนั ท่ีมคี ุณวฒุ ิปรญิ ญา วทิ ยานพิ นธ์ซ่ึงเก่ยี วข้องกบัอง เอกหรือเทียบเท่าหรอื ดารงตาแหน่ง สงิ่ ประดิษฐ์ การจดทะเบยี นสิทธบิ ัตรวิชานั้นหรือ ทางวิชาการไมต่ า่ กว่ารอง หรอื อนสุ ิทธิบัตรสามารถทดแทนการและ ศาสตราจารย์ ในสาขาวิชานัน้ หรือ ตพี มิ พใ์ นวารสารหรอื ส่งิ พมิ พ์ทางการทาวิจยั ท่ี สาขาวิชาทีส่ ัมพนั ธก์ นั และ วชิ าการได้ โดยพิจารณาจากปีท่ีศึกษาเพอื่ รับ 2. มปี ระสบการณ์ในการทาวิจัยท่ี ไดร้ บั สิทธิบตั ร หรืออนสุ ทิ ธิบตั ร ไมใ่ ช่ ไม่ใช่ส่วนหนง่ึ ของการศกึ ษาเพือ่ รบั ปีที่ขอจดองฉบับเต็มใน ปรญิ ญารารสารหรอื วารสารหรือส่งิ พิมพ์วชิ าการที่มีนรูปแบบ กรรมการภายนอกมารว่ มกล่ันกรอง รอนิกส์ (peer review) ซง่ึ อยู่ในรปู แบบ เอกสาร หรือ ส่ืออเิ ล็กทรอนิกส์ คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดับอดุ มศึกษา ฉบับปีการศึกษา 2557
-3เกณฑก์ ารประเมนิ ตรี โท9. ภาระงานอาจารย์ที่ปรกึ ษา วิทยานพิ นธ์วิทยานิพนธแ์ ละการคน้ คว้า อาจารย์ 1 คน ต่อ นักศอสิ ระในระดบั บณั ฑิตศึกษา การค้นควา้ อิสระ อาจารย์ 1 คน ต่อ นักศ หากเป็นท่ปี รกึ ษาทั้ง 2 เทยี บสดั ส่วนนักศกึ ษาท วิทยานพิ นธ์ 1 คนเทียบ นกั ศกึ ษาที่คน้ คว้าอสิ ระ10. อาจารย์ทีป่ รึกษา ควรมีอย่างน้อย 1 เรื่อง วิทยานิพนธแ์ ละการค้นคว้า โดยนับรวมปที ่ปี ระเมิน อิสระในระดับบัณฑติ ศึกษา มีผลงานวิจัยอยา่ งต่อเนื่อง และสม่าเสมอ
39 -ศึกษา 5 คน เอก หมายเหตุ วิทยานิพนธ์ - ประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เร่ืองศึกษา 15 คน อาจารย์ 1 คน ต่อ นักศึกษา 5 คน ประเภทให้ เกณฑ์มาตรฐานหลักสตู รระดับที่ทา ควรมีอย่างน้อย 1 เรอ่ื งในรอบ 5 ปี บัณฑิตศึกษา พ.ศ. 2548 ข้อ 10บเท่ากับ โดยนบั รวมปที ่ีประเมิน กาหนดวา่ อาจารยป์ ระจา 1 คนให้ะ 3 คน เปน็ อาจารย์ท่ปี รึกษาได้ไม่เกิน 5 คน หากหลักสูตรใดมีอาจารย์ประจาทีม่ ีงในรอบ 5 ปี ศักยภาพพร้อมที่จะดูแลนักศึกษาได้ มากกว่า 5 คน ให้อยใู่ นดลุ ยพินิจของ สถาบันอุดมศึกษานั้น แต่ท้ังน้ีต้องไม่ เกิน 10 คน เพ่ือสนับสนนุ นักวิจยั ท่มี ี ศกั ยภาพสงู ทมี่ ีความพร้อมทางด้าน ทุนวจิ ัยและเคร่ืองมือวจิ ยั รวมท้ังผทู้ ี่ ดาเนินโครงการวจิ ยั ขนาดใหญ่อย่าง ตอ่ เน่ือง ในการผลติ ผลงาน เป็นเจตนารมณ์ท่ีประสงค์ให้มีการ พฒั นางานวจิ ยั อย่างสม่าเสมอ คู่มอื การประกนั คุณภาพการศึกษาภายใน ระดบั อุดมศึกษา ฉบับปกี ารศึกษา 2557
-4เกณฑก์ ารประเมนิ ตรี โท ตอ้ งไมเ่ กิน 5 ปี11. การปรับปรงุ หลกั สูตรตาม ตอ้ งไม่เกนิ 5 ปีรอบระยะเวลาทีก่ าหนด (จะต้องปรบั ปรุงให้เสรจ็ และ (จะต้องปรับปรุงใหเ้ สร็จ อนมุ ัติ/ใหค้ วามเหน็ ชอบโดยสภา ให้ความเหน็ ชอบโดยสภ มหาวทิ ยาลยั /สถาบัน เพ่ือให้ มหาวิทยาลัย/สถาบนั เ หลกั สตู รใช้งานในปที ่ี 6) หลกั สตู รใช้งานในปีที่ 6 หมายเหตุ สาหรบั หลักสูตร 5 ปี ประกาศใช้ในปีท่ี 7 หรอื หลักสตู ร 6 ปี ประกาศใช้ในปีท่ี 8)12. การดาเนินงานให้เป็นไปตามตวั ตัวบ่งช้ี TQF ข้อ 1 - 5 ต้อง ตวั บง่ ช้ี TQF ขอ้ 1 - 5 ดาเนินการทุกตัว บ่งชีผ้ ลการดาเนนิ งานเพือ่ การ ดาเนนิ การทุกตวั ประกนั คุณภาพหลกั สตู รและ การเรยี นการสอนตามกรอบ มาตรฐานคณุ วฒุ ิ ระดับอุดมศึกษาแห่งชาติรวม เกณฑ์ 4 ข้อ เกณฑ์ 12 ขเกณฑก์ ารประเมนิ ดงั กล่าวเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตร พ.ศ.2548 และกรอบมาตรฐทเี่ กี่ยวขอ้ งใหม่ เกณฑก์ ารประเมนิ ตามตัวบ่งชน้ี ้ีจะตอ้ งเปน็ ไปตามเกณฑ์มาตรฐานใหม่ฉบับท
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158