กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Evaluate Engage Explain Explain Expand อธบิ ายความรู นักเรียนตอบคาํ ถามเกย่ี วกับนทิ านพ้นื บา นเรือ่ ง พระยากง พระยาพาน ดังตอ ไปน้ี • พระยาพานรูไดอยา งไรวาพระมเหสขี อง ครนั้ ยามสอง (เท่ยี งคนื ) กเ็ กิดความสงสยั จงึ เสด็จไปต�าหนักในอกี ครัง้ หนง่ึ ผา่ นไปพบมา้ แม่ลกู พระยากงเปน พระราชมารดาของพระองค พูดกันอกี ว่า “ลูกอยา่ เพงิ่ รอ้ งกนิ นม ดูลกู เขาจะเข้าหาแม”่ พระยาพานกส็ ะดุดใจเหน็ เปน็ เหตุอศั จรรย์ (แนวตอบ พระยาพานรูว า พระมเหสีของ เเพพรราาะะแสมงสวัยแเลระื่อมงา้รพาวดู ทได่ีม้้าแแลละะพแดูมเวนพอ้ื ูดควจาึงมอเยดาียกวจกะันรดู้เรว้ ื่อยงใจหึง้ไกดล้ ับคทรปี่ั้นรเมะื่อทยับาเมหสมาอื มน1เ(ด๓มิ แต่กบ็ รรทมไมไ่ ด้ พระยากงเปนพระราชมารดาของพระองค นาฬิกา) จึงเสด็จ กเ็ พราะพระมเหสพี ระยากงจาํ รอยแผลเปน ไปต�าหนักในอีกคร้ังหนึ่ง ครั้งน้ีพระยาพานรีบเสด็จโดยไม่ฟังเสียงอะไรท้ังสิ้น เข้าไปในห้องบรรทม ทพ่ี ระนลาฏของพระยาพานได พระมเหสี พระมเหสีของพระยากงซึ่งเป็นพระราชมารดาของตนเอง พระราชมารดาเห็นพระยาพานจึงตรัส ถามถงึ บพุ การผี ใู หกําเนดิ พระยาพาน และ ถามว่า ท่านเป็นโอรสพระยาราชบุรแี ทๆ้ หรือ เพราะมีรอยแผลเป็นที่พระนลาฏ พระนางจึงเล่าวา่ เลาเรื่องเกี่ยวกับพระโอรสของพระองคให พระองคม์ โี อรสองคห์ นง่ึ มแี ผลเปน็ ทพี่ ระนลาฏ ตอนประสตู ใิ หพ้ านรองรบั จนขอบพานบู้ โหรทา� นาย พระยาพานฟง วา พระโอรสบญุ หนกั เอาพาน วา่ พระโอรสมบี ญุ หนกั และจะฆา่ พระราชบดิ า พระนางจงึ นา� ไปฝากยายหอมเลย้ี งไว้ ถา้ หากไมเ่ ชอ่ื มารองรับขอบพานก็บู โหรทาํ นายวา จะฆา กส็ อ่ งพระฉายดเู ถดิ พระยาพานทราบเรอ่ื งกส็ า� คญั วา่ เปน็ พระราชมารดาแนน่ อน จงึ ทรงกนั แสง พระราชบิดาส่งั ใหป ระหาร พระนางจงึ เอาไป ทท่ี รงฆ่าพระราชบดิ า ดว้ ยความกร้ิวจึงสัง่ ใหน้ �ายายหอมไปประหารชวี ิต และทงิ้ ให้แร้งกนิ จงึ ฝากยายหอมเลยี้ ง) เรียกบริเวณนนั้ ว่า ทา่ แร้ง จนทกุ วนั นี้ หลังจากนั้นพระยาพานก็ทรงโศกเศร้า คิดถึงเวรกรรมท่ีได้กระท�าไปเพราะไม่รู้ และเพราะบันดาลโทสะ ทรงคิดจะไถ่บาป จึงได้นิมนต์พระภิกษุสงฆ์มาประชุมปรึกษา ขยายความเขา ใจ Expand เรื่องการไถ่บาปของตนอันเป็นครุกรรม (กรรมหนัก) ที่ประชุมสงฆ์เสนอว่า ให้สร้าง นกั เรียนรว มกันอภิปรายเก่ยี วกับประเด็นคําถาม พระมหาเจดยี ส์ งู เทา่ นกเขาเหนิ จะบา� บดั บาปกรรมลดลงไดห้ นงึ่ ในสบิ สว่ น พระยาพาน ตอ ไปนี้ ทรงยนิ ดจี งึ โปรดใหส้ รา้ งพระมหาเจดยี บ์ รรจพุ ระบรมธาตเุ ขยี้ วแกว้ คอื พระปฐมเจดยี ์ เพื่อไถ่โทษที่ฆ่าพระราชบิดา และให้สร้างเจดีย์ย่อมอีกองค์หน่ึง คือ พระประโทน • นกั เรยี นคดิ วา นิทานพื้นบานเรื่องพระยากง เพ่ือไถ่โทษที่ฆ่าบุพการีผู้เล้ียงดู คือ ยายหอม ด้วยเหตุน้ีจึงมพี ระปฐมเจดียและ พระยาพานมีแนวคิดเก่ยี วกับสง่ิ ใดบาง พระประโทน อยู่ทอี่ า� เภอเมือง จังหวดั นครปฐม จนเท่าทุกวนั น้ี (แนวตอบ ตํานานพระยากง พระยาพาน เก่ียวของกับพระปฐมเจดียแ ละพระประโทน (สรปุ จาก เรือ่ งพระยากง ในพงศาวดารเหนอื และยังเกย่ี วกับเรอ่ื งบาปบญุ คุณโทษการ พมิ พ์ พ.ศ. ๒๔๙๙) ทํารายบุพการแี ละผูมพี ระคณุ สอนใหร ูจักการ ควบคุมโทสะ ซง่ึ เปน คาํ สอนทางพระพุทธ- พระปฐมเจดีย์ จังหวัดนครปฐม มีความสูงวัดจากพ้ืนดินถึงยอด ศาสนา) ๑๒๐.๔๕ เมตร ถือเปน็ พระเจดีย์ที่มขี นาดสงู ท่ีสุด ในประเทศไทย • เหตกุ ารณใ ดในเร่ืองพระยากง พระยาพานท่ี ควรมีการควบคมุ โทสะ (แนวตอบ เหตกุ ารณเ มอ่ื พระยาพานรเู ร่ืองวา ตนเปนพระราชโอรสของพระยากง รูส กึ เสียใจ มากทีต่ นเปน ผฆู า พอและจะเขาหาแม พระยา พานบรรลุแกโ ทสะทไี่ มร เู รอื่ งมากอน จงึ โทษ 134 วาเปนความผิดยายหอมและส่ังประหารยาย หอมคนทีเ่ ลยี้ งดมู าแตเ กดิ ) บรู ณาการเชือ่ มสาระ นักเรยี นควรรู ครยู กขอ คดิ จากนทิ านพ้ืนบานเรอื่ งพระยากง พระยาพานทีใ่ หขอ คดิ 1 ยามสาม หรอื สามยาม หมายถงึ ชวงเวลา 0 นาฬกา ถึง 3 นาฬกา ยาม เก่ียวกับการรูจกั ควบคุมอารมณไปบูรณาการความรกู ับกลมุ สาระการเรียนรู เปน การนบั เวลากลางคืนในประเทศไทยสมัยโบราณ การนับชว งเวลาหนึ่งยามมคี า สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม วิชาพระพุทธศาสนา หลกั ธรรมคาํ สอน ประมาณ 3 ชว่ั โมง ทสี่ ามารถเปนหลกั ยึดปฏิบตั ิในเร่อื งนีไ้ ด คอื หลักฆราวาสธรรม ธรรมสําหรบั ผูครองเรอื น อันไดแ ก สจั จะ ทมะ ขันติ และจาคะ โดยเฉพาะขอ ทเี่ กี่ยวของ กบั เรือ่ งนโ้ี ดยตรง คือ ทมะ วาดวยการรูจ ักขม ใจ หักหา มใจในเวลามีเร่ืองราว ที่ไมส บายใจเกิดข้นึ เชน เวลาโกรธ กใ็ หพยายามขม ใจไมใ หโ กรธ หรอื แสดง มุม IT ความโกรธน้นั ตอ อีกฝาย เพราะจะทาํ ใหอ ีกฝายไมพ อใจหรืออาจโกรธตอบ ศกึ ษาเกีย่ วกับประวัตคิ วามเปน มาของพระปฐมเจดยี เ พม่ิ เติม ไดท ่ี อันจะนาํ ไปสกู ารทะเลาะกัน เปนตน หากมหี ลกั ธรรมขอนพ้ี ระยาพานคง http://www.slideshare.net/sukumaporn/ss-5147042 ไมท ําผดิ ดว ยการทํารายผูมพี ระคณุ 134 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู เรื่อง เ¨ŒาáÁÅ‹ ่ÔÁกอเËนÕย่ Ç นักเรยี นกลมุ ที่ 4 มาเลา เรอ่ื งยอ เร่ืองเจาแม ล่มิ กอเหนีย่ วหนาชั้นเรียน นทิ านพน้ื บา้ นภาคใต้ ครั้งหน่ึงนานมาแล้วในเมืองจีน มีครอบครัวเศรษฐีครอบครัวหน่ึงซึ่งประกอบไปด้วยแม่ (แนวตอบ มีครอบครัวเศรษฐีจนี ครอบครัวหน่ึง ลูกชาย และลูกสาว ลูกชายช่ือ ล่ิมโกะเลี่ยม ลูกสาวชื่อ ล่ิมกอเหนี่ยว ลูกชายค้าส�าเภาต่างเมือง มลี กู ชื่อ “ลมิ่ โกะเลี่ยม” และลูกสาวชอ่ื “ลม่ิ - แทนบดิ าทต่ี ายไปนานแลว้ สว่ นลูกสาวอยู่บ้านปรนนบิ ตั ิมารดา กอเหนย่ี ว” ลิม่ โกะ เล่ยี มไดเดินทางมาคาขาย ครั้งหนึ่งล่ิมโก๊ะเลี่ยมมาค้าส�าเภายังเมืองไทย แวะขายสินค้าท่ีเมืองนครศรีธรรมราช ขาย กบั เรือสาํ เภาที่เมืองไทย แวะขายสนิ คา ท่เี มอื ง สินค้าได้พอสมควรก็เดินทางไปยังเมืองกรือเซะ (ปัตตานี) ลิ่มโก๊ะเล่ียมจอดส�าเภาค้าขายอยู่นาน นครศรีธรรมราชและไดพบรกั กับธดิ าของพระยา มคี วามสนทิ คนุ้ เคยกบั นางในจวนเจา้ เมอื ง และไดฝ้ ากเสอื้ ผา้ แพรพรรณมาถวายพระธดิ าของพระยาตานี ตานีเจา เมอื ง จนในทีส่ ดุ พระยาตานีก็อนญุ าตให เจ้าเมือง อีกไม่นานลิ่มโก๊ะเล่ียมกับพระธิดาเจ้าเมืองก็รักใคร่กัน แต่พระยาตานียังไม่ทรงวางพระทัย ท้งั สองแตง งานกนั ฝายมารดาและนอ งสาวล่ิมกอ- จึงพิสูจน์ความจงรักภักดีและความรู้ความสามารถของลิ่มโก๊ะเล่ียมนานาประการ ในที่สุดก็ทรง เหนยี่ วที่อยเู มืองจีนไมเ ห็นพชี่ ายกลับมากเ็ ปน หว ง อนุญาตให้ทั้งสองแต่งงานกันได้โดยมีข้อแม้ว่าล่ิมโก๊ะเล่ียมจะต้องเข้าศาสนาอิสลาม ด้วยความ จงึ มาตามหาจนพบทเ่ี มืองนครศรีธรรมราช และ รักอย่างหลงใหล ล่ิมโก๊ะเล่ียมจึงยอมทุกประการเพื่อให้ได้พระธิดามาเป็นภรรยา ท้ังสองแต่งงาน รูวา แตง งานอยูก ินกบั ธดิ าพระยาตานไี มยอมกลับ ตั้งบ้านเรือนอยู่ครองรักอย่างสันติสุข จนล่ิมโก๊ะเลี่ยมลืมมารดาและน้องสาวที่เมืองจีนและยังไม่คิด เมอื งจีน กอ็ อนวอนขอรอ งพ่ชี ายใหกลับไปเย่ียม จะกลับบ้านเมืองของตน มารดาสักคร้งั เมื่อพชี่ ายไมย อมกลบั ลิ่มกอเหนยี่ ว ฝ่ายมารดาและน้องสาวอยู่เมืองจีน เห็นล่ิมโก๊ะเล่ียมจากไปนานไม่ได้ข่าวเลย จึงพยายาม กย็ ืนกรานจะกลบั พรอ มพ่ชี าย เมือ่ พระยาตานีคดิ สอบถามกับนายส�าเภาที่ไปค้าขายเมืองไทยแต่ก็ไม่ได้ข่าวชัดเจน ในที่สุดนางล่ิมกอเหน่ียวก็อาสา จะสรางมสั ยดิ จงึ ใหลูกเขยรบั เปน แมก อง นางลม่ิ - ติดตามพี่ชาย ฝ่ายมารดาไม่ค่อยจะเต็มใจนัก แต่ก็อยากจะทราบว่าลูกชายเป็นตายร้ายดีอย่างไร กอเหน่ยี วรูก ม็ าขอใหพ่ชี ายลม เลกิ ความต้ังใจแลว จึงยินยอมจัดเรือสา� เภาให้นางลมิ่ กอเหนีย่ วไปค้าขายท่ีเมอื งไทยเพอื่ ตดิ ตามสืบขา่ วของพีช่ าย กลับเมอื งจนี ลิ่มกอเหน่ยี วถกู พี่ชายตอ วา รุนแรง นางลิ่มกอเหนี่ยวเดินทางไปค้าขายที่เมืองนครศรีธรรมราชก่อน นางสืบความรู้ว่าพี่ชายไป เสียใจมาก จึงไปผูกคอตายและสาปแชง วา ค้าขายเมืองกรือเซะและได้พระธิดาพระยาตานีเป็นภรรยา นางจึงออกเรือติดตามไปท่ีเมืองกรือเซะ “ขออยาใหสรางมัสยดิ ไดส ําเร็จ” ลิม่ โกะ เลี่ยมเสียใจ เมื่อพบพ่ีชายแล้วนางก็ขอร้องให้พี่ชายกลับเมืองจีน พ่ีชายไม่ยอมกลับ นางก็อ้อนวอนให้พี่ชายกลับ มากที่นองสาวผกู คอตายจึงนําไปฝง ตามธรรมเนียม ไปเย่ียมมารดาสักคร้ังก็ยังดีเพราะมารดาแก่ชรามากแล้ว เมื่อเห็นพ่ีชายยังอิดเอื้อนรีรออยู่ นางก็ ในบรเิ วณท่ีนางตาย และกลบั มาสรา งมัสยดิ ตอ บอกว่านางก็จะยังไม่กลับเมืองจีนจะคอยกลับพร้อมกับพ่ีชาย ยิ่งทราบว่าล่ิมโก๊ะเลี่ยมเปล่ียนศาสนา กไ็ มส าํ เร็จ ชาวบา นเชื่อวา คาํ สาปแชง ของหญิง นางย่ิงเสียใจมาก นางจึงคอยว่าสักวันหนึ่งพี่ชายคงกลับใจเห็นแก่พ่อแม่และศาสนาของปู่ย่าตายาย พรหมจรรยท่ีฆาตัวตายนัน้ เปน วาจาสทิ ธิ์ กระท่ัง นางจึงพ�านักอยทู่ เ่ี มอื งกรือเซะเพื่อรอกลบั มาพรอ้ มพชี่ าย ปจ จุบนั มสั ยิดกรือเซะก็ยังสรา งไมเ สร็จ ตอมา ชาวบานตง้ั บริเวณท่นี างลิ่มกอเหน่ียวฆา ตวั ตาย ยกย่องเลตอื่ ่องมลาือพเกรยี ะรยตาคิ ตณุ านจีคึงใิดหจล้ ะม่ิ สโรก้าะ๊ งเลมย่ี ัสมยซิดง่ึ ใเหปน็ญล่ใกูหเ้ปขยรเาปกน็ ฏแชม่ือก่ เอสงี1ยใงนกเาพร่ือกใอ่ หส้พรา้รงะเยพารเามะือพงรใะกยลา้เตคาียนงี เปน ศาลเจา แมล มิ่ กอเหนีย่ ว) เคยเห็นฝีมือและความสามารถ และเชื่อใจว่าท�าอะไรต้องส�าเร็จอย่างดีทุกประการ ลิ่มโก๊ะเล่ียม กร็ บั อาสาเตรียมสง่ิ ของและผคู้ นจ�านวนมาก 135 กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู นักเรยี นศึกษาเก่ียวกับนิทานพ้นื บานภาคใตเ รื่องอน่ื ๆ เพม่ิ เติม แลว สรปุ ครแู นะใหน ักเรยี นหาความรูเ พมิ่ เติมเก่ียวกับนทิ านพ้นื บา นเร่อื งเจาแมลม่ิ - แนวคิดของนทิ านพืน้ บานภาคใตที่นกั เรยี นไดศ ึกษาบนั ทึกลงสมดุ สงครู กอเหน่ยี ว ซึ่งเปนนิทานพนื้ บา นภาคใตของไทย โดยครูช้ใี หนกั เรยี นเห็นถงึ วิถชี ีวิต และแนวคดิ ในการดาํ เนินชวี ิตของคนในทองถน่ิ นนั้ ผานทางสถานท่ีศักดส์ิ ิทธ์ทิ ีค่ น กิจกรรมทา ทาย ในทองถิน่ เคารพบชู าวา มีทั้งสถานท่ที างพระพุทธศาสนานกิ ายมหายานและมัสยิด ของมสุ ลิม และสถานท่ที ั้งสองนเี้ ปน ทเ่ี คารพบชู าของคนในทอ งถน่ิ มาเปน เวลานาน นกั เรียนศกึ ษาเกีย่ วกับนิทานพน้ื บา นภาคใตเรอื่ งอนื่ ๆ เพ่มิ เติม จากนน้ั นักเรยี นควรรู พจิ ารณาเน้ือเรือ่ งและเปรียบวานิทานพืน้ บา นของภาคใตเ รื่องใดทีม่ แี นวคดิ เหมือนกับนิทานพ้ืนบานของภาคอืน่ จดั ทาํ เปนใบความรูสงครู 1 แมกอง หมายถงึ ผเู ปนนายกอง หัวหนา งาน เชน แมก องทําปราสาท พระเทพบดิ ร แมกองทําประตูประดบั มุก เปนตน คมู ือครู 135
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Evaluate Engage Explain อธบิ ายความรู จากสถานที่สาํ คัญในนทิ านพน้ื บานเร่อื งเจา แม ฝา่ ยนางล่ิมกอเหนีย่ วทราบเรือ่ งพชี่ ายก่อสร้างมสั ยิด นางกม็ าตอ่ ว่าพี่ชายใหล้ ม้ เลกิ ความตง้ั ใจ ลิ่มกอเหนย่ี ว ปจจุบนั มัสยดิ กรอื เซะและศาลเจาแม และให้นึกถึงศาสนาเดิมของพ่อแม่ปู่ย่าตายาย แต่ล่ิมโก๊ะเลี่ยมไม่ยอมฟังค�าทัดทาน กลับต�าหนินาง ล่ิมกอเหน่ียวเปน อยา งไร นางเสียใจมากจึงคิดผูกคอตาย ก่อนตายนางได้สาปแช่งว่า “ขออย่าให้สร้างมัสยิดได้ส�าเร็จ” นางผกู คอตายทตี่ น้ ไม้ใหญใ่ กล้มัสยิดนน่ั เอง (แนวตอบ มสั ยิดกรือเซะยังคงมสี ภาพทีส่ รา ง ไมเสรจ็ เหมือนเดมิ และมีการตง้ั ศาลเจาแมลมิ่ กอ- เมื่อล่ิมโก๊ะเล่ียมพี่ชายทราบว่าน้องสาวผูกคอตายก็เสียใจ แต่ก็ไม่สามารถจะช่วยอะไรได้ เหน่ียวใหมีขนาดใหญขนึ้ อยทู ี่ตลาดปต ตานี หา งจาก จึงน�าศพไปฝังตามธรรมเนียมจีนบริเวณที่นางผูกคอตาย หลังจากน้ันก็สร้างมัสยิดต่อไป แต่เม่ือ ท่เี ดิมพอสมควร ไดอ ญั เชิญรูปแกะสลักมาไวทีศ่ าล จะสร้างหลังคามัสยิดก็เกิดฟ้าผ่าหลังคาพัง เมื่อสร้างอีกคร้ังหนึ่งฟ้าก็ผ่าอีก ท�าให้ล่ิมโก๊ะเล่ียม หลงั ใหม เรียกช่อื ใหมวา “เลงจูเกยี ง”) เลิกล้มความคิดที่จะสร้างมัสยิดต่อไป ส่วนชาวบ้านกรือเซะต่างก็นึกถึงค�าสาปของนางลิ่มกอเหน่ียว ขยายความเขา ใจ Expand และคนจีนเช่ือกันว่าหญิงสาวพรหมจรรย์ฆ่าตัวตายเช่นนี้ วาจ1าที่กล่าวก่อนตายมักจะเป็นวาจาสิทธิ์ นักเรียนแตล ะกลมุ หาภาพมัสยิดกรอื เซะและ ชาวบา้ นจึงสรา้ งศาลไวท้ ่ีบรเิ วณหลุมศพนาง สว่ นมสั ยิดกรอื เซะจึงมีอนั ตอ้ งสร้างไมส่ �าเรจ็ จนทุกวนั น้ี ศาลเจา แมล ิ่มกอเหนยี่ วมาอยา งละ 1 ภาพ และ หลังจากนั้น ชาวบ้านในบริเวณใกล้เคียงก็เล่าลือความศักดิ์สิทธ์ิของนางลิ่มกอเหนี่ยว ชว ยกนั เขียนเร่ืองราวท่ีนักเรยี นไดฟ ง เพือ่ นเลา ประกอบภาพ หากลูกหลานเจ็บไข้หรือครอบครัวต้องประสบเคราะห์ร้าย ต่างก็มาบนบานท่ีศาลนางลิ่มกอเหน่ียว เพ่ือให้ช่วยปกป้องคุ้มครอง ต่อมามีคนน�าก่ิงไม้ที่นางผูกคอตายมาแกะเป็นรูปนางไว้ที่ศาลด้วย ตรวจสอบผล Evaluate และชาวบ้านเรียกกนั วา่ ศาลเจ้าแม่ลมิ่ กอเหนยี่ ว 1. นักเรียนเลา เรอ่ื งยอ เร่อื งสามกษัตรยิ แ ละบนั ทกึ จ�าเนียรกาลนานมา ผู้คนท่ีนับถือเจ้าแม่ล่ิมกอเหนี่ยวได้สร้างศาลหลังใหม่ให้ใหญ่ข้ึน อยู่ใน ลงสมุดได ตลาดปตั ตานหี า่ งจากสถานทเ่ี ดมิ พอควร และไดอ้ ญั เชญิ รปู แกะสลกั มาประดษิ ฐานในศาลหลงั ใหม่ บดั น้ี เรียกว่า ศาลเจา้ เลง่ จูเกียง อยู่ทตี่ ลาดปัตตานี 2. นักเรียนบอกขอ คดิ ทไี่ ดจ ากนิทานพ้นื บา นเรื่อง สามกษัตรยิ ท ี่นําไปปรับใชในชีวติ จริงได (นายพรี พงศ์ บญุ ชูช่วย ผู้เลา่ จากหนังสอื คตชิ าวบ้าน โดย ศาสตราจารย์ คุณหญิงกุหลาบ มลั ลิกะมาส) 3. นกั เรยี นเขียนแผนผงั ลําดับเหตุการณข องนิทาน พ้นื บา นเร่ืองอุสาบารสได 4. นกั เรียนเขียนเรอื่ งราวท่ีนกั เรียนไดฟ งเพือ่ นเลา ประกอบภาพมัสยดิ กรือเซะและศาลเจา แมลิ่ม กอเหนีย่ วได 136 นกั เรยี นควรรู ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT “กอนตายนางลิ่มกอเหนี่ยวไดส าปแชงวา ‘ขออยาใหส รางมสั ยิดไดสาํ เร็จ’ 1 มัสยดิ กรือเซะ มีช่อื เรียกอีกอยา งหน่งึ วา “มัสยดิ ปต กู รอื บนั ” ชอ่ื นเ้ี รยี กตาม นางผกู คอตายท่ีตนไมใ หญใ กลมัสยิดนนั่ เอง” ขอ ใดสะทอ นความเชอื่ สอดคลอง รปู ทรงของประตูมัสยดิ ซง่ึ มีลักษณะเปนวงโคงแหลมแบบกอธิคของชาวยุโรป กับขอความขางตน และแบบสถาปตยกรรมของชาวตะวันออกกลาง (คําวา “ปต ”ู แปลวา ประตู 1. แสนเสยี ดายหมายจะชมบรมธาตุ ใจจะขาดคิดมาน้ําตาไหล “กรือบัน” แปลวา ชองประตูท่มี รี ูปโคง ) มสั ยิดกรือเซะเปนอาคารกออฐิ ถอื ปนู 2. ทาหนา อรณุ อารามหลวง คอยสรา งทรวงทรงศีลพระชนิ สีห ขนาดกวา ง 15.10 เมตร ยาว 29.60 เมตร สูง 6.50 เมตร เสาทรงกลม เลยี นรูป 3. ขอสมหวังต้ังประโยชนโ พธญิ าณ ตราบนิพพานชาติหนา ใหถาวร ลักษณะแบบเสากอธิคของยโุ รป ชอ งประตหู นา ตางมีทั้งแบบโคง แหลมและโคงมน 4. ดวยไดไ ปเคารพพระพทุ ธรปู แสนสถูปบรมธาตุพระศาสนา แบบกอธิค โดมและหลงั คามีรปู ทรงโคง มน อฐิ ท่ีใชกอ มลี กั ษณะเปน อิฐสมัยอยุธยา ตรงฐานมัสยดิ มอี ิฐรปู แบบคลายอฐิ สมยั ทวารวดีปะปนอยบู าง วเิ คราะหค าํ ตอบ จากขอ ความขา งตนสะทอ นความเชือ่ เกย่ี วกบั คาํ อธิษฐาน ซึ่งเปน ความเชือ่ ที่มอี ยใู นสังคมไทยมานาน และมอี ทิ ธิพลตอ วรรณกรรมไทย ขอ ท่ีสอดคลองกับความเช่อื นี้ คอื “ขอสมหวังต้งั ประโยชนโพธญิ าณ ตราบนิพพานชาติหนา ใหถาวร” ตอบขอ 3. 136 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Engage กระตนุ ความสนใจ ๓ นสังขิท์ทาองนเไป็นทนยิทานเทรี่มื่อีที่มงาสจางักปขัญท์ ญอาสงชาดก1 เรื่อง สุวัณณสังขชาดก ถือเป็นนิทานไทย ครูสนทนาและถามทบทวนความรนู ักเรยี น เกย่ี วกับนทิ านไทยเรอื่ งสงั ขท อง ทร่ี จู้ กั กนั อยา่ งแพรห่ ลายและเลา่ กนั อยทู่ วั่ ไปในทอ้ งถนิ่ ตา่ งๆ ของไทย ทงั้ ในรปู แบบวรรณกรรมมขุ ปาฐะ และวรรณกรรมลายลักษณ์ สา� หรบั วรรณกรรมลายลักษณเ์ รอ่ื งสังข์ทองมแี พร่หลายใน ๔ ภาค ดงั นี้ • นักเรียนเคยเรียนหรือเคยฟง นิทานไทยเร่ือง สังขทองเมอื่ ใด สงั ข์ทอง (แนวตอบ นกั เรียนเคยเรยี นเมือ่ ชนั้ ประถม ศกึ ษาปท่ี 5 ตามหลกั สูตรกระทรวง ค่าวซอสุวรรณหอยสงั ข์ สวุ รรณสงั ขชาดก ศกึ ษาธกิ าร) ภาคเหนอื สวุ รรณสงั ขกุมาร สุวัณสังขาร์ สาํ รวจคน หา Explore ภาคอีสาน ภาคกลาง บทละครนอกเรอ่ื งสงั ขท์ องสมยั อยธุ ยา บทละครนอกเรือ่ งสังขท์ อง นักเรยี นศึกษาความเปนมาของนทิ านไทยเร่ือง ฉบบั พระราชนพิ นธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหลา้ นภาลัย สงั ขท อง จากแหลงเรียนรูต างๆ เชน หองสมุด ภาคใต้ สังขท์ องค�ากาพย์ อนิ เทอรเ น็ต เปนตน นิทานเร่ืองสังข์ทองมิได้เป็นเพียงเร่ืองเล่าธรรมดา หากแต่ฝังลึกอยู่ในจิตใจของชาวบ้าน อธบิ ายความรู Explain จนท�าให้เกิดความเช่ือว่าเรื่องสังข์ทองเป็นเร่ืองท่ีเกิดขึ้นจริงและมีความเกี่ยวพันกับช่ือสถานที่ ในท้องถ่ินต่างๆ ดังท่ีสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด�ารงราชานุภาพทรงอธิบายไว้ในค�าน�า นกั เรียนอธิบายเกี่ยวกับความเปนมาของนิทาน ของบทละครนอกเร่ืองสังข์ทอง พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ไทยเรอ่ื งสังขทอง (รัชกาลท่ี ๒) วา่ (แนวตอบ สังขทองเปน นิทานจากปญญาสชาดก นิทานเรอื่ งสงั ข์ทองนี้มีในคัมภรี ป์ ัญญาสชาดก เรยี กว่า สวุ ณั ณสังขชาดก ซง่ึ เชอื่ กันวา่ เรอื่ งสุวณั ณสงั ขชาดก เดิมเปน วรรณกรรมมขุ ปาฐะ เป็นเร่ืองจริง พวกชาวเมืองเหนืออ้างว่าเมืองทุ่งยั้งเป็นเมืองท้าวสามนต์ ยังมีลานศิลาแลง ตอ มาจงึ มกี ารบนั ทึกเปนวรรณกรรมลายลักษณ แห่งหนึ่งว่าเป็นสนามตีคลีของพระสังข์อยู่ไม่ห่างวัดพระมหาธาตุนัก ท่ีในวิหารหลวง สงั ขทองเปนวรรณกรรมทมี่ ปี รากฏทง้ั 4 ภาค วดั พระมหาธาตุ ฝาผนงั กเ็ ขยี นเรอ่ื งสงั ขท์ อง เปน็ ฝมี อื ชา่ งครง้ั กรงุ เกา่ ยงั ปรากฏอยจู่ นทกุ วนั นี้ ภาคเหนือ คอื คา วซอสุวรรณหอยสังข ภาคอีสาน ทางหัวเมืองฝ่ายตะวันตกก็อ้างว่า เมืองตะก่ัวป่าเป็นเมืองท้าวสามนต์อีกแห่ง ๑ เรียกภูเขา คอื สวุ รรณสังขกุมาร สุวัณสงั ขาร ภาคกลาง คอื ลกู ๑ ว่า เขาขมังม้า อธิบายว่าเมอื่ พระสงั ข์ตคี ลชี นะไดข้ ม่ี ้าเหาะข้ามภเู ขาน้ันไป บทละครนอกเรอ่ื งสังขท องสมัยอยธุ ยา และฉบับ พระราชนิพนธในพระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา - เมืองทุ่งย้ัง ในจังหวัดอุตรดิตถ์ เช่ือกันว่าเป็นเมืองของท้าวสามล* สถานท่ีท่ีเรียกว่า นภาลยั และภาคใต คอื เรอ่ื งสงั ขทองคํากาพย) เวียงเจ้าเงาะ เช่ือกันว่าเป็นเมืองของสังข์ทองกับนางรจนา ซึ่งถูกท้าวสามลเนรเทศมาจาก เมืองทุ่งย้ัง อ�าเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ มีต�านานที่อธิบายช่ืออ�าเภอว่าเป็นสถานท่ีตีคลีของ พระสังข์ * หมายเหตุ ค �าวา่ สามล ในบทละครนอกรวม ๖ เรอ่ื ง พระราชนิพนธ์รัชกาลท่ ี ๒ ฉบบั หอพระสมดุ วชิรญาณ 137 เขยี น สามนต์ บรู ณาการเชอื่ มสาระ นักเรียนควรรู จากการเรียนการสอนนทิ านไทย เรอื่ งสังขท องที่เปนบทละครนอก 1 ปญ ญาสชาดก มเี นื้อหาสาระพรรณนาถงึ เรื่องราวเก่ยี วกบั จรยิ วัตรของ ครบู ูรณาการเชอ่ื มโยงความรเู ขากับกลุม สาระการเรียนรศู ลิ ปะ วชิ านาฏศิลป ตัวละครเอกในเรอ่ื ง คือ พระพุทธเจา เม่อื คร้งั เสวยพระชาติเปน พระโพธสิ ตั ว ซึ่งเรือ่ งสงั ขทองเมอ่ื นาํ มาแตง เปนบทละครนอก ก็มกี ารนํามาจดั การแสดง ซ่ึงไดมปี ณธิ านมุง มน่ั ในการบําเพญ็ บารมีในชาติตา งๆ อยา งมั่นคง ไมยอ ทอตอ โดยมอี งคป ระกอบในการจดั การแสดงทตี่ อ งใชค วามรูทางตวั บทจากวรรณคดี ความยากเขญ็ และอปุ สรรคนานปั ประการ โดยปรารถนาสงู สุดเพยี งไดบ รรลุ และทาราํ ดนตรี และองคประกอบการแสดงในวชิ านาฏศลิ ป พระสัมมาสัมโพธญิ าณเทา น้ัน ซ่ึงทายทสี่ ดุ ของแตล ะชาติ พระโพธสิ ัตวจ ะ สามารถบรรลถุ งึ สัมมาสมั โพธญิ าณดวยบารมที ่ถี ึงพรอมตามแตละชาติ มุม IT ศกึ ษาเกย่ี วกับนิทานไทยเรือ่ งสังขท องเพ่มิ เตมิ ไดท ่ี http://www.thaigoodview. com/library/teachershow/nontaburi/chanatta_p/lakornnok/sec03p01.html คมู ือครู 137
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. นักเรียนอธบิ ายความสัมพนั ธของวรรณกรรม จังหวัดชัยภูมิมีต�านานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า เร่ืองสังข์ทองเกิดขึ้นท่ีบริเวณพระธาตุบ้านแก้ง เร่อื งสังขท องกบั สถานท่ตี า งๆ ในแตละทองถ่ิน อ�าเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ พระสังข์ได้ตีคลีกับพระอินทร์ ลูกคลีไปตกในหนองน้�าใหญ่ ต้องให้คน • สังขท องในแตละทองถนิ่ ปรากฏหลกั ฐานตาม สถานทต่ี างๆ ในทองถน่ิ อยางไร มาช่วยงมหาถึงสามหมื่นคน จึงเรียก1สถานท่ีน้ีว่า หนองสามหมื่น ทิศเหนือของหนองน้�ามีลานหญ้า (แนวตอบ ทางภาคเหนอื เชอ่ื วาเมืองทุงย้ังเปน เมอื งทาวสามล มลี านศิลาแลงทีเ่ ปนสนาม ท่ีเชื่อว่าเป็นสนามประลองการตีคลีระหว่างพระสังข์กับพระอินทร์ นอกจากนี้ยังเชื่อว่ารูปสลัก ตคี ลีของพระสังข และปรากฏเรือ่ งพระสงั ข ชายหญงิ ท่หี น้าผาบนผนงั อุโมงค์ขนาดเล็ก ห่างจากบ้านแกง้ ไปทางทศิ ใต้ ๙ กิโลเมตร เป็นรูปเจ้าเงาะ บนฝาผนังเขยี นที่วดั พระมหาธาตุใกลกับลาน กับรจนา เส้นทางเดนิ ไปยังอุโมงคเ์ ปน็ หลบื หนิ คดเคี้ยวเรยี กช่อื ว่า ทางไปบ้านเจ้าเงาะ ศิลาแลง ทีเ่ มืองตะกว่ั ปาทางตะวันตกมีเขา ชือ่ “เขาขมังมา ” เชอ่ื วา พระสงั ขต ีคลีชนะแลว นิทานไทยเร่ืองสังข์ทอง นับเป็นมรดกทางวัฒนธรรมและมีความใกล้ชิดกับสังคมไทย2 เหาะขา มภเู ขาน้ันไป ทางภาคอีสานท่จี งั หวัด ชยั ภมู ทิ ตี่ าํ นานเลา วา เร่อื งสังขทองเกดิ ท่ี นอกจากเรือ่ งเล่าที่จดจา� สบื ตอ่ กันมาชา้ นานแลว้ ยงั ปรากฏในเพลงกล่อมเด็ก ปรศิ นาค�าทาย บทแหล่ พระธาตบุ า นแกงเรยี ก “หนองสามหมื่น” โดย ประกอบงานมงคลต่างๆ ด้วย ดังเช่น บทแหล่ท�าขวัญบ่าวสาว ส�านวนของนายพุ่ม คงอิศโร แหล่ถึง มที ีม่ าวา พระสังขตีคลกี บั พระอินทรแ ลว ลูก- การแกะบายศรีเปน็ ชั้นๆ ว่า คลีตกลงในหนองนา้ํ แหง น้ัน แลวยงั มีรปู สลกั เจาเงาะกบั รจนาหา งจากบา นแกง 9 กิโลเมตร ...แกะเป็นพระสังข์ เมื่อยังสรวมเงาะ ใคร่ได้นางรจนา มาเป็นภริยา พ่อแม่สาปไว้ ทางเดนิ คดเค้ียวเรียกชอ่ื วา “ทางไปบา นเจา วา่ ลกู ชว่ั รา้ ย ทา� ใหข้ ายหนา้ นริ เทศจากเมอื ง แสนแคน้ เคอื งเวทนา ผวั เมยี อยศู่ าลา ปลายนา เงาะ” ทางภาคใตมบี ทแหลท าํ ขวัญทก่ี ลา วถงึ ริมไพร รจนารักสนิท มิได้คิดอ่อนใจ ด้วยรูปทองอยู่ใน ใครไม่เล็งผล นางวอนผัวเย็นเช้า เรื่องราวของพระสังขกบั นางรจนา) วา่ พี่เจ้าผอ่ นปรน อย่าใหน้ ้องอายคน ทนแก่ความยากไร้ เจ้าเงาะปลอบประคอง แมอ่ ย่าร�า่ รอ้ ง น่ิงเสียเถิดสาย พ่ีสบายกาย นางก็ย้ิมหัวเราะ ว่าเชิญเปลื้องคราบเงาะ เถิดหนาคุณพี่ 2. ครสู มุ นกั เรียน 4-5 คน อธิบายเร่ืองสังขทองที่ เงาะกลอ่ มถนอมขวัญ แมอ่ ย่าโศกศลั ยใ์ หแ้ สนทวี... นกั เรยี นศกึ ษาคน ความาหนา ช้ันเรียน (ที่มาจาก หนงั สือวรรณกรรมสดุดแี ละแหลท่ �าขวญั ของภาคใต้ อดุ ม หนูทอง รวบรวม) เรอื่ งย่อนิทานไทย เร่อื งสงั ข์ทอง ท้าวยศวิมลมีมเหสีชื่อนางจันท์เทวี สนมเอกชื่อนางจันทา ไม่มีโอรสธิดา จึงบวงสรวงขอบุตร พระนางท้ังสองได้ตั้งครรภ์ข้ึน เทวบุตรได้จุติลงมาเกิดในพระครรภ์ของนางจันท์เทวีและพระนาง ได้ให้ก�าเนิดบุตรเป็นหอยสังข์ นางจันทาอิจฉาริษยามากจึงให้โหรท�านายว่าเป็นผลร้ายต่อแผ่นดิน ท้าวยศวมิ ลหลงเช่ือจงึ เนรเทศนางจันทเ์ ทวีและหอยสงั ข์ออกจากเมือง นางจันท์เทวีได้มาอาศัยอยู่กับตายายชาวไร่ ช่วยท�างานบ้านและเก็บผักหาฟืนเพ่ือเล้ียงชีพ ๕ ปีผ่านไป พระสังข์สงสารมารดาที่ต้องท�างานหนักจึงออกจากหอยสังข์เพื่อช่วยหุงหาอาหาร คร้ันนางจันท์เทวีทราบจึงทุบหอยสังข์แตก เม่ือนางจันทารู้ว่าพระสังข์ยังมีชีวิตอยู่จึงทูลยุยง ทา้ วยศวมิ ลใหป้ ระหารชวี ติ พระสงั ขเ์ พอื่ ไมใ่ หเ้ ปน็ เสยี้ นหนามตอ่ แผน่ ดนิ พระสงั ขถ์ กู จบั ไปประหารชวี ติ แตม่ ไิ ดร้ ับอันตรายจงึ ถูกจับไปถ่วงน้�า เม่อื พระสังข์จมลงถึงเมืองบาดาล พญานาคไดเ้ ลี้ยงดูไว้ 138 นกั เรยี นควรรู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT รูปทองทซ่ี อนอยใู นตัวละครเงาะหมายถงึ ขอ ใด 1 การตคี ลี ในสมัยโบราณมี 3 ประเภท คอื 1. ความม่งั มี 1. คลชี าง ผูเลน จะตอ งข่ีชา งตี นิยมเลนกนั มากในสมยั อยธุ ยา 2. ความดงี าม 2. คลีมา ผเู ลน จะตองข่มี าตี นิยมเลนกันมากในสมยั กรุงรตั นโกสนิ ทร 3. ความรา่ํ รวย 3. คลีคน ผเู ลน เดนิ หรือว่งิ ตี การเลนคลีชนดิ นีจ้ ะเลนได 2 ลักษณะ คอื 4. ความเกง กลา เลน คลธี รรมดากับเลนตีคลไี ฟ หรือเอาลูกคลเี ผาไฟแลวนําเอามาตี วเิ คราะหคาํ ตอบ รปู ทองทซี่ อนอยใู นตวั ละครเงาะ หมายถงึ รปู กายทแ่ี ทจ รงิ นยิ มเลน กันมากในชนบททอ งถนิ่ ภาคอีสาน เชน หนองคาย นครพนม ของพระสงั ขท ่ีชบุ บอ เงนิ บอทองในถ้าํ ของนางพันธุรัต อกี นยั หนึ่งคาํ วา รูปทอง อุบลราชธานี ขอนแกน รอยเอ็ด มหาสารคาม เปนตน หมายถึง ส่งิ ที่ซอนอยูภายใน คอื จติ ใจ ซงึ่ ขดั กบั รูปลกั ษณะภายนอกทเี่ ปน เงาะปา ดังนัน้ รปู ทองจึงหมายถงึ จิตใจทม่ี คี วามดีงาม ตอบขอ 2. 2 บทแหล ถายดึ เอาบทรองเปนหลักแลว จะมี 2 แบบ คือ แบบท่ี 1 เปนการรอ ง กลอนแปดทแี่ บงออกเปน 2 วรรค เหมาะสําหรับใชร อ งจังหวะเร็ว และแบบท่ี 2 เปนการรอ งแหลด วยกลอนแปดเชนกนั แตแบง เปน 3 วรรค รูปแบบนีด้ ผี ูรองสามารถ แบง ลมหายใจเขา ออกไดม ากขึ้น จึงสามารถใสลกู เลน เอ้ือนเสียงไดตามความเหมาะ สม และเหมาะสําหรบั ใชร อ งจังหวะท่ีมีความเรว็ ปานกลาง ออ นหวาน นุมนวล 138 คูมือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู พระสงั ขอ์ อกจากหอยสงั ข์ ช่วยนางจันท์เทวหี งุ หาอาหารและช่วยทา� งานบา้ น นกั เรยี นสรุปเรื่องยอ นทิ านไทยเร่อื งสังขท อง ลงสมดุ จากนั้นครูสมุ นกั เรียน 4-5 คน เลาเรือ่ งยอ ต่อมาพญานาคได้ส่งไปเป็นบุตรบุญธรรมของนางยักษ์ช่ือพันธุรัต นางได้เล้ียงดูให้พระสังข์ สังขท องตอกันหนาชนั้ เรยี น อยู่อย่างสุขสบาย โดยนางได้แปลงตนเป็นมนุษย์ พระสังข์จึงไม่กลัว แต่ห้ามมิให้พระสังข์เข้าไปใน ท่ีหวงห้ามแห่งหน่ึงซึ่งมีบ่อเงิน บ่อทอง เกือกแก้วท่ีสวมแล้วเหาะเหินเดินอากาศได้ รูปเงาะที่สวม (แนวตอบ ทา วยศวมิ ลมพี ระมเหสชี ่ือจันทเ ทวไี ด ส�าหรับพรางกาย และไม้เท้ากายสิทธ์ิ พระสังข์ได้แอบเข้าไปและพบของวิเศษเหล่าน้ัน พระสังข์ คลอดลกู ออกมาเปนหอยสงั ขถกู ขับออกจากเมอื ง รู้ความจริงว่านางพนั ธรุ ัตเป็นยักษ์ จงึ คิดหนแี ละต้งั ใจตามหามารดา ไปอยูกระทอ มตายายที่ชายปา พระสงั ขไ ดออกมา จากหอยสังขช ว ยแมกวาดถบู า นหุงหาอาหาร อยู่มาวันหนึ่งนางพันธุรัตได้ออกไปหาอาหาร พระสังข์จึงแอบลงไปชุบตัวในบ่อทองสวมรูป นางจนั ทเ ทวมี าเห็นเขา จึงทุบหอยสังขแตกทําให เงาะ และเกือกแก้ว ถือไม้เท้ากายสิทธิ์แล้วเหาะหนีไป นางพันธุรัตออกติดตามไปถึงภูเขาใหญ่แห่ง พระสงั ขกลับเขา ไปอยูใ นหอยสังขไมได พระสงั ขถูก หนึ่ง พระสังข์ไม่ยอมลงไปพบนาง นางเสียใจจนอกแตกตาย ก่อนตายได้เขียนมหาจินดามนตร์ไว้ที่ จับถวงน้าํ แตท าวภชุ งคพ ญานาคราชชว ยเอาไว แผ่นศิลาเชิงเขา พระสังข์ได้จดจ�าและจัดการปลงศพนางพันธุรัตก่อนท่ีจะเหาะไปจนถึงนอกด่านเมือง และสงใหไปอยกู บั นางพนั ธุรัต พระสังขรวู านาง ทา้ วสามล แลว้ ไปอาศัยอยกู่ บั เดก็ เดก็ ๆ ชอบพระสงั ขใ์ นรปู ของเงาะปา่ มาก พนั ธรุ ตั เปนยักษจึงขโมยรูปเงาะ ไมเทา เกือกแกว เหาะหนไี ปอยบู นเขา นางพนั ธุรตั ข้นึ ไปหาพระสงั ข ท้าวสามลมีมเหสีชื่อนางมณฑา มีพระธิดา ๗ องค์ ท้าวสามลต้องการหาลูกเขยท่ีมีความ ไมได จึงไดม อบมนตมหาจนิ ดา เรียกเนือ้ เรยี กปลา ฉลาดมาปกครองบ้านเมืองจึงให้พระธิดาทั้ง ๗ องค์เลือกคู่ด้วยการเสี่ยงพวงมาลัย ธิดาท้ัง ๖ องค์ ใหพระสงั ขกอ นท่ีจะอกแตกสน้ิ ใจตายทเี่ ชงิ เขา ได้เลือกคู่ซึ่งล้วนแต่เป็นโอรสของกษัตริย์เมืองอ่ืน เหลือเพียงรจนาธิดาองค์สุดท้องที่ไม่พอใจ ชายใดเลย แต่กลบั เลอื กเจา้ เงาะเปน็ คู่ครอง พระสังขเ หาะมาจนถงึ เมอื งสามลไดเ ขา รว ม พิธีเลอื กคูของพระธิดาทัง้ เจด็ ของทา วสามล และ 139 รจนาพระธดิ าองคส ดุ ทองเหน็ รปู ทองท่ีซอนอยใู น รูปเงาะจึงเสย่ี งมาลยั ไปให ทา วสามลพโิ รธขบั ไล รจนาใหไปอยกู ระทอ มปลายนากับเจา เงาะ และ คิดกาํ จดั เจา เงาะ โดยการใหไปหาเน้ือหาปลาแขง กับเขยท้ังหก หกเขยหาไมได จงึ ตองยอมตดั ปลาย หแู ละปลายจมูกแลกกับเน้ือและปลาจากเจา เงาะ ทาวสามลยังคดิ หาทางประหารเจา เงาะ รอ นถึง พระอนิ ทรตองหาทางชวย โดยการลงมาทาตีคลชี ิง เมืองสามล ทา วสามลสง หกเขยไปสูก ส็ ูไ มได จงึ ตองยอมใหเ จา เงาะไปสูแทน เจา เงาะถอดรูป เปน พระสังขส ูกับพระอินทรจนชนะ ทา วสามลจึง ยอมรับพระสงั ขกลับเขาเมอื งและจดั พธิ ีอภิเษกให พระอนิ ทรไ ปเขาฝนทา วยศวมิ ล เพือ่ บอกเรอ่ื งราว ทง้ั หมด ทาวยศวมิ ลจึงออกตามหาพระนางจันทเ ทวี และพระสงั ขจ นไดพบกนั ) ขอ ใดไมมนี ้าํ เสียงประชด ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT เกร็ดแนะครู 1. อนั ผัวพด่ี ีเหลอื เปน เนอ้ื หนอ เหน็ ตอ จะบญุ หนกั ศกั ดิใ์ หญ ครใู หนกั เรียนคนควาเนอ้ื เรือ่ งสังขท องท่แี ตง เปน บทละครนอก พระราชนิพนธ รปู รา งนอ ยจอยอรอยใจ จงกอดไวเถดิ คะอยา ละวาง ในรชั กาลท่ี 2 จากนัน้ ใหน ักเรียนจดั กลมุ เลอื กตอนใดตอนหนึ่งทน่ี าสนใจ 6-8 บท 2. เออคะกระนนั้ และจรงิ อยู รูปรางผวั กูไมสูเหมาะ มาอานทํานองเสนาะหนาชนั้ เรยี น พรอมทงั้ ถอดคําประพนั ธตอนท่นี กั เรียนเลือก ท่ไี หนจะงามพรอ มเหมอื นหมอ มเงาะ ใครเหน็ ก็หัวเราะวา รปู งาม มาดว ย 3. ถงึ พ่ีจะรงุ เรอื งไปเบ้ืองหนา กไ็ มพ ึง่ วาสนาอยา อวดอาง ดีแตจ ะมาพานรานทาง ไมอดสใู จบา งหรออยา งไร มุม IT 4. จงออกมาวา กบั ลูกสาว ชา งทาํ ความงามฉาวอคี นชัว่ เสียยศเสียศกั ด์ิไมร กั ตัว เลือกผัวไดเ งาะเห็นเหมาะใจ ศกึ ษาเก่ยี วกบั บทละครนอกเรอื่ งสงั ขท องเพิ่มเติม ไดที่ http://www.aoluk. ac.th/content/SangThong/ วิเคราะหค ําตอบ จากบทประพนั ธขา งตน เปน ตอนท่นี างรจนาพระธดิ าทา ว สามลเลอื กคู โดยการโยนพวงมาลัยดอกไมไปใหเจาเงาะ ทําใหทาวสามล คมู ือครู 139 และพ่สี าวตา งพากนั ดาวา ตเิ ตยี นดว ยถอยคาํ ตา งๆ ขอท่ีไมมีนํ้าเสยี งประชด คอื ขอ 3. เพราะเปนการกลาวอยา งตรงไปตรงมา แมจ ะมกี ารใชคาํ ถามโดย ไมต องการคาํ ตอบแตก็ไมม ีน้าํ เสียงประชด ตอบขอ 3.
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Evaluate Engage Expand ขยายความเขา ใจ นกั เรยี นแตล ะกลมุ รว มกันแสดงบทบาทสมมติ ท้าวสามลเกิดความอับอายและเสียพระทัยมาก จึงได้คิดอุบายก�าจัดเจ้าเงาะโดยสั่งให้ นิทานไทยเร่อื งสังขทอง แตละกลมุ แบงการแสดง เขยทั้งเจ็ดหาปลามาถวาย พระสังข์ได้ถอดรูปเงาะไว้และท่องมหาจินดามนตร์เพื่อเรียกปลามารวมกัน เปน เหตกุ ารณตางๆ ดังน้ี เขยท้ังหกพบพระสังข์คิดว่าเป็นเทวดามาเฝ้าปลา จึงได้ขอปลาเพ่ือน�ามาถวายท้าวสามล โดยแลกกับ ปลายจมูก ต่อมาทา้ วสามลใหห้ าเน้ือ เขยท้งั หกกแ็ ลกใบหูเพอื่ แลกกับเน้อื สว่ นพระสงั ข์ได้นา� ปลาและ • พระมเหสจี นั ทเทวีไดคลอดลูกเปน หอยสงั ข เนือ้ มาถวายทา้ วสามลมากกวา่ เขยทง้ั หก จงึ เอาผิดไมไ่ ด้ ถูกขับออกจากเมือง พระสังขไดออกมาจาก หอยสงั ข ชวยแมก วาดถบู า นหุงหาอาหาร เม่ือพระอินทร์เล็งดูด้วยเนตรทิพย์ เห็นนางรจนาได้รับความล�าบากจึงหาวิธีให้พระสังข์ นางจนั ทเทวมี าเหน็ เขาจงึ ทบุ หอยสังขแ ตก ถอดรูปเงาะ พระอินทร์ทรงเครื่องทิพย์มาท้ารบ พระสังข์ได้ออกตีคลีสามารถเอาชนะพระอินทร์ ทําใหถ กู จบั ไปถว งนํา ได้ครองเมืองต่อจากท้าวสามล หลังจากน้ันพระอินทร์ได้ตักเตือนท้าวยศวิมลให้อยู่ในศีลธรรม และไม่หูเบา ทา้ วยศวมิ ลไปรับนางจันท์เทวเี ขา้ มาอยู่ในวังตามเดิม • ทาวภุชงคพ ญานาคราชสง พระสงั ขไปอยูกบั นางพนั ธุรตั พระสงั ขร ูวา นางพันธุรัตเปน ยกั ษ ก่อนกลับเมืองท้าวยศวิมลและนางจันท์เทวีได้เดินทางไปเมืองของท้าวสามลเพ่ือตามหา จงึ ขโมยรูปเงาะ ไมเทา เกือกแกว เหาะหนี พระสังข์ โดยท้ังสองได้ปลอมตัวเป็นชาวบ้าน นางจันท์เทวีเข้าไปเป็นคนปรุงอาหารในวัง นางได้ ไปอยบู นเขา นางพนั ธรุ ตั ขน้ึ ไปหาพระสงั ข แกะสลักผลฟักเป็นเรื่องราวครั้งอดีต พระสังข์เห็นก็จ�าได้ ในที่สุดท้าวยศวิมล นางจันท์เทวี และ ไมได จงึ ไดม อบมนตม หาจินดาเรยี กเนอ้ื พระสังข์ก็ไดพ้ บกนั เรียกปลาใหแกพระสังขก อนสิ้นใจตาย ๔ ๔บ.๑ท วนิเคทิ ารนาพะหนื้ บ์ า้ นในทอ้ งถน่ิ ตา่ งๆ1 • ทาวสามลและนางมณฑากําลงั จัดพธิ ีเลือกคู ๑) นิทานพื้นบ้าน เรื่องสามกษัตริย์ จัดเป็นนิทานพื้นบ้านประเภท นิทานวีรบุรุษ ใหธดิ าทั้งเจด็ นางรจนาพระธิดาองคส ุดทอ ง ซึ่งเป็นนิทานท่ีมีเน้ือหาว่าด้วยเร่ืองราวของวีรบุรุษซึ่งผู้คนในท้องถิ่นเช่ือถือว่าเคยมีชีวิตอยู่จริงในช่วง เหน็ รปู ทองของพระสงั ขท่ีซอ นอยูในรูปเงาะ ต้นประวัติศาสตร์ของท้องถ่ิน นิทานพ้ืนบ้านประเภทน้ีส่วนใหญ่ยังกล่าวถึงอิทธิปาฏิหาริย์ ความเก่ง- จงึ เส่ียงมาลัยไปให ทาวสามลพิโรธ กลา้ สามารถ หรือวีรกรรมที่มวี รี บรุ ษุ ไดต้ ่อส้กู บั ชนชาตหิ รือเผ่าพันธ์ุอ่นื ๆ ซึ่งนอกจากเรอ่ื งพระรว่ งแลว้ ยังมีนทิ านพื้นบา้ นประเภทนิทานวีรบรุ ษุ อกี หลายเรอื่ ง อาทิ เรอื่ ง ลวจังกราช (ปู่เจา้ ลาวจก) ขุนบรม • ทาวสามลคดิ กําจัดเจา เงาะ โดยการใหไปหา (ขนุ บฮู ม) พระรว่ ง ทา้ วแสนปมขุนหลวงวิลงั คะ เปน็ ต้น เน้อื หาปลาแขง กับเขยท้ังหก หกเขยหาปลา ไมได จึงตองยอมตดั ปลายหแู ละ เรื่องสามกษัตริย์ ยังถือว่าเป็นนิทานวีรบุรุษประเภทแสดงวีรกรรมและอธิบายสถานท่ี ปลายจมกู แลกเนอ้ื กับปลาจากเจาเงาะ คือ มีเน้ือเร่ืองที่มุ่งแสดงสถานท่ีส�าคัญทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับวีรบุรุษ เพราะว่าได้เน้น เร่ืองการต้ังช่ือบ้านนามเมือง เช่น แม่ร่องช้าง หนองเอ้ียง บ้านตุ่น ห้วยแม่ตุน และแม่อิง และได้มี • พระอนิ ทรลงมาทาตคี ลีชิงเมืองสามล การน�าชื่อบุคคลในประวัติศาสตร์มาผูกเป็นเรื่องอธิบายช่ือสถานท่ี เพื่อแสดงว่าเป็นสถานท่ีส�าคัญ เจา เงาะถอดรูปเปนพระสังขส กู บั พระอินทร ในประวัติศาสตร์ของทอ้ งถิ่น จนชนะ พระสงั ขอภเิ ษกกับนางรจนา พระอินทรไปเขา ฝน ทา วยศวมิ ล เพื่อบอก สว่ นเนอื้ เรอื่ งตอนทก่ี ลา่ ววา่ พระยารว่ งเปน็ ชกู้ บั พระชายาของพระยางา� เมอื ง นา่ จะเปน็ เรอื่ งราวทงั้ หมด ทา วยศวมิ ลออกตามหา เร่ืองเล่าที่แทรกเข้ามาในสมัยหลัง แต่เมื่อได้เล่าขานกันสืบมาเป็นระยะเวลายาวนานจนเม่ือถึงสมัย นางจันทเ ทวีและพระสงั ข ทม่ี กี ารบันทกึ เปน็ หลกั ฐานลายลักษณ์อักษรจงึ ยังปรากฏเรือ่ งดงั กลา่ วแทรกอยู่ดว้ ย 140 ตรวจสอบผล Evaluate กจิ กรรมสรา งเสรมิ 1. นกั เรยี นเขียนเรือ่ งเลา เกีย่ วกบั พระสงั ขใ น ทองถ่ินของนักเรยี นลงสมุด 2. นกั เรียนในชน้ั รว มกนั แสดงบทบาทสมมตินทิ าน ไทยเร่อื งสังขท อง เกรด็ แนะครู ครสู รปุ ความรูเกยี่ วกบั บทพระราชนิพนธ “สงั ขท อง” ในพระบาทสมเดจ็ - นักเรียนอานเรื่องยอสังขทอง แลววิเคราะหแ นวคดิ ท่นี กั เรยี นเหน็ วา พระพุทธเลิศหลา นภาลัยวา เปนบทละครนอกทน่ี าํ เสนอเรอื่ งราวชวี ิตของคนใน สามารถนําไปประยกุ ตใ ชใ นชีวติ จรงิ ได โดยอธบิ ายใหเห็นวา จะนําไป สงั คมยคุ รตั นโกสนิ ทรตอนตน โดยผสมผสานความบนั เทงิ ใหนา ตดิ ตาม เชน ประยกุ ตใชไดอ ยางไร บนั ทกึ ลงสมุดสง ครู อิทธฤิ ทธิ์ปาฏหิ าริย ความอิจฉารษิ ยา กเิ ลสมนุษย ไสยศาสตร อีกทัง้ ไดสอดแทรก คตสิ อนใจหลายแงม มุ สะทอนใหเ หน็ ถึงวิถีชีวติ ทงั้ ชาววังและชาวบา น ใหเห็นถึง กจิ กรรมทาทาย ขนบธรรมเนียมประเพณี คา นยิ ม ความเชื่อ และภูมิปญ ญาของยุคสมัยนั้น นักเรยี นควรรู นกั เรยี นอา นเรอื่ งยอ สงั ขท อง แลว อธบิ ายเกี่ยวกับคณุ ธรรมที่สอดคลอ ง กบั คําสอนทางพระพุทธศาสนา นกั เรียนยกคุณธรรมจากเร่ืองมาเทยี บกับ 1 นิทานพน้ื บานในทองถิน่ ตางๆ คอื นทิ านในแตล ะทอ งถิน่ มเี นอ้ื เรอ่ื งสวนใหญ หลกั ธรรมคําสอนทางพระพุทธศาสนาใหเหน็ ความสอดคลอง บันทึกลงสมดุ คลา ยคลงึ กนั เพราะเมอื่ นทิ านตกไปอยใู นทอ งถนิ่ ใดกม็ ักมีการปรับเนือ้ เรือ่ งใหเ ขา สง ครู กับสง่ิ แวดลอมของถิ่นน้นั สว นรายละเอียดจะแตกตา งไปบา งตามสภาพแวดลอม และอทิ ธพิ ลของวฒั นธรรมความเช่อื ของแตล ะทองถิ่น 140 คูม อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Engage กระตนุ ความสนใจ อย่างไรก็ตาม เร่ืองสามกษัตริย์ มีเน้ือเร่ืองบางตอนเป็นข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ ครทู บทวนเร่ืองราวของนทิ านพน้ื บานและ เช่น พ่อขุนรามค�าแหงเป็นกษัตริย์ครองกรุงสุโขทัย พ่อขุนมังรายครองเมืองเชียงรายและพ่อขุน นทิ านไทยทง้ั 5 เรื่อง โดยครใู หน กั เรียนบอกเร่ืองท่ี ง�าเมืองครองเมืองพะเยา รวมท้ังเมื่อครั้งท่ีพ่อขุนมังรายย้ายราชธานีมายังเมืองเชียงใหม่ ได้มีการ นักเรยี นชนื่ ชอบที่สดุ พรอมบอกเหตผุ ลประกอบ เชิญพ่อขนุ รามค�าแหงและพอ่ ขุนงา� เมืองมาดทู �าเลการสร้างเมอื ง เปน็ ต้น สาํ รวจคน หา Explore ๒) นทิ านพนื้ บา้ น เร่ืองอุสาบารส เปน็ นิทานพื้นบา้ นประเภท นิทานประจ�าถิ่น คือ เป็นนิทานท่ีเล่าหรืออธิบายถึงเร่ืองราวของโบราณสถาน ความเป็นมาของชื่อบ้านนามเมือง สถานที่ 1. นกั เรยี นคนหาสถานทีต่ า งๆทป่ี รากฏในนิทาน และภูมิประเทศในท้องถิ่น โดยผูกเป็นเร่ืองราวเพื่อแสดงภูมิหลัง หรือประวัติความเป็นมาเก่ียวกับ พ้นื บา น ชื่อสถานท่ีที่เกี่ยวพันกับเน้ือเร่ืองและเช่ือถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจริง โดยมีโบราณสถาน เปน็ หลกั ฐานพยานปรากฏอยู่ 2. นักเรียนศึกษาบทวิเคราะหแ ละขอคดิ ท่ีไดจ าก นิทานพ้นื บานและนิทานไทยท้ัง 5 เรื่อง ซึ่ง ชาวอสี านไดน้ า� ชอ่ื ตวั ละครในนทิ านพน้ื บา้ นเรอ่ื งอสุ าบารส คอื ทา้ วบารส และ นางอสุ า ไดแ ก เร่อื งสามกษตั ริย เรอื่ งอสุ าบารส เรื่อง รวมท้ังเกร็ดของเน้ือเรื่องมาอธิบายช่ือสถานท่ี เช่น คอกม้าบารส เป็นสถานที่ท่ีท้าวบารสผูกม้าก่อน พระยากง พระยาพาน เรอ่ื งเจา แมลิ่มกอเหนย่ี ว เข้าไปสบื หานางอุสาในเมอื งพาน เป็นโขดหินทราย ๒ กอ้ น ซ้อนเทินกันอยู่ มคี วามยาว ๑๕ เมตร กว้าง และนทิ านไทยเรือ่ งสังขท อง ๑๐ เมตร มลี กั ษณะเปน็ ห้องขนาดใหญ่ ๒ หอ้ ง หอนางอสุ า เป็นหอคา� ทีพ่ ระเจา้ กรงุ พานสร้างใหเ้ ปน็ ที่ประทบั ของนางอสุ า เปน็ ก้อนหินทรายขนาดใหญ่ มีรปู ร่างคลา้ ยดอกเห็ดทกี่ า� ลังบาน กวา้ ง ๕ เมตร อธบิ ายความรู Explain ยาว ๗ เมตร สูงประมาณ ๑๐ เมตร ตอนบนเจาะเป็นห้องขนาดเล็ก ต้องท�าเป็นบันไดขึ้นไป เมอื งพะโค เปน็ เมืองทีท่ า้ วบารสอภเิ ษกกบั นางอุสา ปจั จุบนั เรยี กว่า บา้ นพะโค อยูใ่ นเขตอา� เภอเมอื ง นักเรียนวิเคราะหค วามรูเ ก่ยี วกบั สถานทีต่ า งๆ จังหวัดหนองคาย วัดพ่อตา และ วัดลูกเขย เป็นวัดที่ท้าวบารสและพระเจ้ากรุงพานสร้างแข่งกัน ทป่ี รากฏในนิทานพ้ืนบา น เป็นวัดโบราณท่ีสร้างข้ึนโดยดัดแปลงจากหน้าผาธรรมชาติ ภายในมีพระพุทธรูปสลักอยู่ที่หน้าผา จา� นวนมากและมอี ฐิ โบราณซง่ึ แสดงใหเ้ หน็ วา่ มนษุ ยก์ อ่ สรา้ งเพม่ิ เตมิ เมอื งพาน คอื แถบเขาภพู านนอ้ ย (แนวตอบ นทิ านพ้ืนบา นเปนนทิ านท่ีมีเนอื้ หา ในบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ภูพระบาท ต�าบลเมืองพาน อ�าเภอบ้านผือ จังหวัดหนองคาย วาดว ยเรื่องราวของวีรบุรษุ ของคนในทอ งถ่นิ ที่เชอื่ ซ่ึงมีโบราณสถานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เช่น ถ้�าและเพิงหินที่ถูกดัดแปลงเป็นท่ีอยู่อาศัย ภายใน วาเคยมอี ยจู รงิ และนําไปเชอื่ มโยงกับสถานทีท่ ม่ี ี มีภาพเขียนสี เช่น ภาพคน มือ สัตว์ และภาพลายเรขาคณิต นอกจากนี้ยังพบพระพุทธรูปและ ลกั ษณะโดดเดนในทองถนิ่ น้นั ดังทีป่ รากฏตอไปนี้ ใบเสมาหนิ ขนาดใหญ่สมัยทวารวดีจา� นวนมาก • นิทานพ้ืนบานเร่ืองสามกษัตริยเ น้อื เรอ่ื งเนน ๓) นทิ านพน้ื บา้ น เรอื่ งพระยากง พระยาพาน และเรอื่ งเจา้ แมล่ มิ่ กอเหนย่ี ว จดั เปน็ การตง้ั ชอื่ บา นนามเมือง ดงั นี้ แมรอ งชา ง นิทานพื้นบ้านประเภท นิทานประจ�าถ่ิน เช่นเดียวกับนิทานพื้นบ้านเรื่องอุสาบารส คือ เป็นนิทานท่ี หนองเอ้ียง บานตนุ หว ยแมตนุ และแมอิง มีโครงเรื่องผูกพันกับสถานที่ ภูมิประเทศ หรือโบราณสถานในท้องถ่ินหรือเป็นเร่ืองราวท่ีเล่าสืบทอด กันมา โดยน�าช่ือสถานที่ในท้องถ่ินมาเกี่ยวพันกับเนื้อเร่ืองหรือตัวละครในเร่ือง และเชื่อกันว่าเป็น • นิทานพื้นบา นเรื่องอุสาบารสแสดงถงึ ภมู ิหลัง เรื่องท่ีเคยเกิดขึ้นจริง โดยเร่ืองพระยากง พระยาพาน อธิบายความเป็นมาของ พระปฐมเจดีย์ และ และประวัตคิ วามเปนมาเก่ยี วกบั ชื่อสถานท่ี พระประโทน และเร่ืองเจา้ แม่ลิ่มกอเหนี่ยว อธิบายความเป็นมาของ มัสยดิ กรอื เซะ ดังนี้ คอกมาบารส หอนางอุสา วดั พอตา วดั ลูกเขย 141 • นิทานพน้ื บา นเรอ่ื งพระยากง พระยาพาน อธบิ ายความเปนมาของพระปฐมเจดยี แ ละ พระประโทน • นิทานพน้ื บานเรอ่ื งเจา แมล่ิมกอเหน่ียว อธิบายความเปน มาของมัสยิดกรือเซะ และศาลเจา แมล ิ่มกอเหน่ียว) บูรณาการเชือ่ มสาระ บรู ณาการอาเซยี น จากเรอ่ื งราวความเปนมาของนทิ านพ้ืนบานแตละทอ งถ่ิน ครูบรู ณาการ นทิ านพนื้ บา นเปนนทิ านท่ีมีอยูใ นทกุ ทองถิ่นของทุกประเทศ เปนวรรณกรรม ความรเู ขากบั กลุมสาระการเรยี นรศู ลิ ปะ วิชาดนตรี-นาฏศลิ ป ซึง่ เกยี่ วของกบั มขุ ปาฐะแรกเรม่ิ กอ นทจ่ี ะมีพฒั นาการทางภาษาในการบันทกึ เปน ลายลกั ษณอกั ษร นาฏศลิ ปไ ทย นิทานพ้ืนบา นเปนสวนหนงึ่ การแตงเนอ้ื รอ งทีใ่ ชสําหรบั ประกอบ นิทานพ้นื บานคือส่ิงท่ีแสดงใหเหน็ วัฒนธรรมด้ังเดมิ ของคนในทอ งถิ่น จงึ มใิ ชเพยี ง การแสดง นิทานพนื้ บา นสามารถประยกุ ตก บั ศิลปะการแสดง เรื่องที่นํามา ความสนกุ เพลิดเพลนิ เทานั้น แตยังเปนส่ือนําไปสูก ารรจู กั และเขาใจสังคม ชมุ ชน จดั การแสดงละคร เชน มโนราห สาวเครือฟา ไกรทอง เปน ตน นาฏศิลป ถิน่ กําเนดิ ของทอ งถ่ิน ของประเทศ และการรวมเปน กลมุ ประเทศสมาชกิ สมาคม พื้นบา นเปนการแสดงนาฏศิลปของคนไทย 4 ภาค คอื ภาคเหนอื ภาคกลาง อาเซียนมากขึน้ ตวั อยา งการจดั กิจกรรมทใ่ี ชน ทิ านพนื้ บานเปน สื่อกลางการเรยี นรู ภาคตะวันออกเฉยี งเหนือ และภาคใต ท้งั นี้เปน การแสดงทส่ี ื่อความหมายใน เก่ียวกบั อาเซยี นสําหรบั เด็กนกั เรยี นในประเทศไทย เชน กิจกรรม “พิพธิ อาเซียน เร่ืองประวัตศิ าสตร คานยิ ม ศาสนา ประเพณี พิธีกรรม วิถชี วี ิตความเปน อยู สญั จร” กับ TK Park โดยมีจุดมุงหมายท่จี ะเผยแพรค วามรู สงั คม และวฒั นธรรม การประกอบอาชีพของชาวบา นในแตละทอ งถ่ิน นาฏศิลปพ ืน้ บา นเปนมหรสพ อนั ดงี ามของไทยเราไปอกี ทางหน่ึงดว ย กจิ กรรมนี้ถือวา เปนสวนหนงึ่ ในกิจกรรม อยา งหน่งึ ทมี่ ีจดุ มงุ หมายเพือ่ แสดงอารมณค วามรูสึกทกี่ อ ใหเ กิดความบันเทงิ หนังสอื เดินเทา TK Park เพอื่ ใหเ ดก็ นกั เรียนไดเขา มาเสรมิ ทักษะในการอา นใหมาก และความสนุกสนาน เพลิดเพลนิ ย่ิงขน้ึ กวา เดิมกับนิทานพน้ื บา นจาก 10 ประเทศ เพ่ือศึกษาและสนุกกบั วัฒนธรรมใน ประเทศตา งๆ อีกทง้ั ยงั เปนการเช่อื มความสมั พันธของชนชาวพน้ื เมืองตางๆ อีกดว ย คูมือครู 141
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Evaluate Engage Explain อธบิ ายความรู นักเรียนสรุปขอ คดิ ทไ่ี ดจากการอานนิทานไทย ๔.๒ นทิ านไทย เรอ่ื งสงั ขท์ อง เรอื่ งสังขทอง นิทานพ้ืนบ้านเรื่องสังข์ทอง มีเน้ือเรื่องท่ีสนุกสนาน ให้ความเพลิดเพลิน เน้ือเร่ืองมี (แนวตอบ จากนทิ านไทยเรอ่ื งสงั ขทอง ใหขอคดิ หลากอารมณ์ ขณะเดียวกันก็สะท้อนความเชื่อบางประการที่สามารถน�ามาเป็นข้อคิดเตือนใจผู้ฟัง วา ไมควรตดั สนิ คนจากรูปลักษณภายนอก เชน ผอู้ า่ นได้ ดงั ต่อไปน้ี เจา เงาะท่ภี ายนอกไมส วยงาม แตภายในน้นั เปนด่ัง ทองมจี ติ ใจดีงาม ดังนั้น จงึ ไมค วรตัดสินคนจาก ๑) คนดีย่อมตกน�้าไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ การอิจฉาริษยาของตัวละครฝ่ายอธรรม รปู ลักษณภายนอก) ในเรื่อง คือ นางจันทา เป็นผลให้นางจันท์เทวีต้องตกระก�าล�าบาก พระสังข์ต้องถูกจับถ่วงน�้า ต้อง ผจญภัยตา่ งๆ แตท่ ้ายทีส่ ุดธรรมะก็ชนะอธรรม คนทที่ า� ชัว่ ยอ่ มได้รบั ผลกรรมช่วั ตอบแทน ด้วยความดี ขยายความเขา ใจ Expand ของพระสังข์จึงสามารถมีชัยเหนือศัตรูที่คิดร้าย สุดท้ายนางจันทาก็ได้รับโทษ นางจันท์เทวีได้กลับคืน สู่วัง นอกจากน้ีพระสังข์ยังมีความกตัญญูต่อมารดา เมื่อเห็นมารดาต้องท�างานเหน่ือยยาก พระสังข์ 1. นกั เรยี นวาดภาพนิทานไทยเรอื่ งสงั ขท องตอน ท่ียังเยาว์วยั ไดอ้ อกจากหอยสังข์ ชว่ ยท�างานบา้ นเพ่อื แบ่งเบาภาระมารดา ใดตอนหนึ่งท่นี กั เรียนช่ืนชอบและระบายสีให สวยงาม ๒) ความรักอันย่ิงใหญ่ของแม่ที่มีต่อลูก นทิ านเรอ่ื งสงั ข์ทองท�าใหเ้ หน็ ถงึ ความรัก อันยิง่ ใหญข่ องแมอ่ ยา่ งนางจนั ท์เทวที ร่ี กั ลกู มาก มไิ ดร้ ังเกยี จ แมว้ า่ ลกู จะเกดิ เปน็ หอยสงั ข์ก็ยงั เฝา้ ดูแล 2. นกั เรียบรวบรวมช้นิ งานทําปา ยนิเทศใน ด้วยความห่วงใย นางพันธุรัตท่ีเป็นยักษ์ก็เลี้ยงดูพระสังข์อย่างดีราวกับเป็นลูกแท้ๆ แม้สุดท้าย หอ งเรียนหรอื ในวันภาษาไทย พระสงั ข์จะเหาะหนีนางไป นางก็ยังสอนมหาจินดามนตร์ใหพ้ ระสังข์ก่อนทน่ี างจะสิ้นใจตาย ๓) ไมค่ วรตดั สนิ คนจากรปู ลกั ษณภ์ ายนอก ผทู้ มี่ รี ปู ลกั ษณภ์ ายนอกนา่ เกลยี ด เชน่ เจ้าเงาะ ภายในอาจมรี ปู ทองซอ่ นอยู่ คนเรามกั ตดั สนิ กนั ทร่ี ปู ลกั ษณภ์ ายนอก ดงั บทละครนอก พระราชนพิ นธใ์ นรชั กาลท่ี ๒ พีส่ าวทงั้ ๖ ของนางรจนา กล่าววาจาเยาะเยย้ น้องสาวของตนวา่ ชะนางคนดไี มม่ ีชัว่ ช่างเลอื กผวั งามนักน่ารักใคร่ รปู รา่ งน่าหัวรอ่ เหมอื นตอไม้ เอออะไรพงุ โรสนั หลงั ยาว หมันตู านบา่ เ้ังชแยบนวา่ เชหมมสอื มนปแมระวกคอรบาว1 พอชอบทา� นองหม่อมนอ้ งสาว เขาเลา่ ลือออ้ื ฉาวช่างไมอ่ าย นอกรีตนอกรอยน้อยหรอื นั่น แรร่ ันไปรกั อีมักงา่ ย ให้พส่ี าวชาวแส้พลอยว่นุ วาย อัปยศอดอายขายหน้าตา ฯ แต่นางรจนา “นางเหน็ รูปสุวรรณอยู่ช้นั ใน รปู เงาะ2สวมไว้ใหค้ นหลง” เน้อื เรอื่ งตอนนใี้ ห้คตสิ อนใจเกยี่ วกับรปู ลกั ษณ์ภายนอกว่า บางครงั้ คนท่ีมหี น้าตา ไมส่ วยงาม แตจ่ ติ ใจอาจดงี ามกไ็ ด้ การตัดสินความดีความช่ัวของคนจาก รปู ลกั ษณ์ภายนอก จงึ ไมใ่ ชส่ ง่ิ ท่ีถูกต้องเสมอไป 142 นกั เรียนควรรู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT “นางเห็นรปู สวุ รรณอยูช้ันใน รูปเงาะสวมไวใหคนหลง” 1 แมวคราว เปน แมวตัวผูท ่แี ก รูปรา งใหญ หนา ตาดุนา กลัว และมหี นวดยาว คําทีข่ ีดเสนใตสอดคลอ งกับขอ ใดมากท่ีสดุ 2 รปู เงาะ มสี ํานวนที่ไดแนวคิดจากเร่ือง “สังขท อง” สํานวนวา “เงาะถอดรปู ” 1. ภายในยอมแมลงวัน หนอนบอ น หมายถงึ การแปลงภาพลักษณใหมแลวดดู ีขึ้นกวา เดมิ มาก หรอื อยา ตัดสนิ คนจาก ดุจดงั คนใจราย นอกนนั้ ดูงาม รูปลกั ษณภ ายนอก 2. ภายในยอมรสา เอมโอช สาธุชนนน้ั แล เลศิ ดว ยดวงใจ มมุ IT 3. คอื คนหมไู ปหา คบเพือ่ น พาลนา ไดแตร ายรายฟงุ เฟองใหเสยี พงศ ศกึ ษาเกีย่ วกบั ภมู ปิ ญญาจากวรรณกรรมบทละครนอกเรื่องสังขทอง 4. คอื คนเสพเสนห า นักปราชญ พระราชนพิ นธใ นรชั กาลท่ี 2 http://amorna.blogspot.com/2008/10/blog- ความสุขซาบมว ย ดจุ ไมกลน่ิ หอม post_13.html วิเคราะหคาํ ตอบ “รูปเงาะ” หมายความวา รูปกายภายนอกดูไมง าม 142 คูมอื ครู แตภายในน้ันเปนอยางทองคํา ตรงกบั ขอ 2. หมายความวา ภายในนัน้ ดี รสเปน เลศิ ตอบขอ 2.
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Evaluate Expand Expand ขยายความเขา ใจ บอกเล่าเก้าสบิ นักเรียนเลาประสบการณท เ่ี คยรูเก่ยี วกับ หอยสังขและหาขอมูลเพิ่มเติมจากแหลง การเรียนรู เหตุใดจงึ ใช้หอยสงั ขใ์ นง�นมงคล ตางๆ เชน ผูรู อนิ เทอรเน็ต หอ งสมุด เปนตน เคยนึกสงสัยหรือไม่ว่าท�าไมในงานพิธีมงคล (แนวตอบ สงั ขเ ปนหอยทะเลกาบเดยี่ ว เปลือกมี ต่างๆ เช่น งานมงคลสมรสจึงใช้สังข์เป็นเครื่อง สขี าวบริสทุ ธิ์ เนอ้ื แข็งละเอยี ด พวกพราหมณถือวา รดน้�าแก่คบู่ ่าวสาว หรือในงานพิธกี รรมตา่ งๆ จึงมี สังขเ ปน ของศักด์ิสิทธแ์ิ ละเปนมงคล เพราะหอย การเป่าสังขเ์ พ่ือใหเ้ กดิ ความเปน็ สิริมงคล สงั ขส ขี าว ไมมลี วดลายไฝฝาราคี อกี ทัง้ เปลือก หอยน้นั เวียนขวา เม่อื เทน้าํ ออกมานํ้าก็จะไหลเวยี น เน่ืองจากมีต�านานเล่าขานว่า ยักษ์ตนหนึ่ง ขวาอันเปนทิศทางท่ถี ือกนั วา เปนมงคล แตเ หตุผล นามว่าสังข์อสูร พบพระพรหมก�าลังบรรทมหลับ สําคญั ทส่ี ดุ ก็คอื พระนารายณซ ่ึงเปน เทพเจา ของ พวกพราหมณท รงสังขดว ยอยางหน่ึง ดว ยเหตทุ ่ี อยู่และมีพระเวทตา่ งๆ ไห1ลออกมาจากพระโอษฐ์ พระนารายณทรงสังข พระนามหนงึ่ ของพระองคจึง มีวา “สงั ขกร” แปลวา ผมู สี งั ขอยูในมือ ดว ยเหตุน้ี สังข์อสูรจึงขโมยพระเวทน้ันไป เพื่อไม่ให้พวก พวกพราหมณจงึ ใชห อยสังขใ นพิธีมงคล ไมว าใช พราหมณใ์ ชพ้ ระเวทสวดออ้ นวอนพระพรหม และ เปา หรอื ใชใ สนาํ้ มนต รวมท้ังใชหล่งั นํ้าแกค สู มรส เทพเจา้ องคอ์ ่ืนๆ อีกต่อไป ซ่งึ เปน ธรรมเนียมท่ีไทยรับมาจากพราหมณ นาํ้ ที่ หลัง่ จากหอยสังขเ พอ่ื ใหคูบา วสาวอยูเยน็ เปนสุข พระนารายณเ์ หน็ การกระทา� ของสงั ขอ์ สรู จงึ ออกตดิ ตาม สงั ขอ์ สรู จงึ กลนื พระเวทแลว้ กระโดด หอยสงั ขน น้ั นอกจากจะใชเ ปน เคร่ืองหลัง่ นํ้า เพอ่ื หนีลงมหาสมุทร พระนารายณ์จึงเอานิ้วพระหัตถ์จับพระเวทดึงลากออกมาทางปากของสังข์อสูร ใหมีความสุขความเจริญแลว ยงั ใชเปา เพ่ือใหไ ดยิน และสาปสังข์อสูรว่า “ขอให้เจ้าจงมีสภาพร่างกายแบบนี้ จงอยู่ในน้�าสืบไป อย่าได้ข้ึนมาบนบก เสยี ง ใหเ กดิ ความเปนสิริมงคลอกี ดว ย บางตาํ นาน อีกต่อไป เม่ือชาวมนุษย์จะท�าการมงคลใดๆ จงึ ค่อยมาจบั ตวั เจ้าไปร่วมในงานพิธมี งคลน้นั ๆ” และบางความเช่ือกว็ า ท่ีเรานําหอยสงั ขม าใชใ นพิธี รดนา้ํ สังข กเ็ พราะวา สงั ข คอื หน่ึงในสิง่ ศกั ด์ิสทิ ธ์ิ อยา่ งไรกต็ าม ในทางธรรมชาตหิ อยสงั ขท์ พี่ บเหน็ โดยทว่ั ไป เปน็ หอยสงั ขอ์ นิ เดยี (Indian Chank) 14 อยาง อันเกดิ จากการกวนเกษยี รสมุทรของเหลา เป็นหอยกาบเด่ียวหรือหอยฝาเดียว เปลือกหนาและแข็ง มีสีน�้าตาล เม่ือเปลือกหลุดออกแล้ว เทวดาและอสรู จึงถือเปน ของสิริมงคลสาํ หรับคบู าว จะทา� ใหเ้ ปน็ สขี าวทง้ั ตวั ขนาดความยาวของเปลอื กประมาณ ๑๕ ซม. มถี น่ิ กา� เนดิ ในมหาสมทุ รอนิ เดยี สาว สวนประเพณีการใชน้าํ พระพทุ ธมนตบ รรจุใน สังข กโ็ ดยเหตทุ ีค่ นไทยเปนพทุ ธศาสนิกชน ดงั นัน้ ในประเทศไทย ค่านิยมในการนับถือหอยสังข์ว่ามีความศักดิ์สิทธิ์และเป็นส่ิงของท่ีเป็นมงคล น้าํ ท่เี กดิ จากการเจรญิ พระพทุ ธมนต จงึ ถอื เปน สง่ิ อย่างสงู น้นั ไดร้ ับอิทธิพลจากคติความเชื่อของพราหมณม์ าต้ังแตส่ มัยสโุ ขทัย มงคลยิง่ จงึ ทําใหใ นพิธีแตง งานไดน ําน้ํามาบรรจใุ น หอยสังข การรดนํา้ สงั ขจงึ เสมอื นเปน การอวยพรให คูบาวสาวมีแตค วามเจรญิ รงุ เรอื งในชวี ิตคู) 143 ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT นักเรียนควรรู นกั เรียนยกบทประพนั ธจ ากกาพยเ หชมเครอ่ื งคาวหวานทมี่ ีเน้ือความของ 1 พระเวท เปนคัมภรี ทางศาสนาที่พวกพราหมณไ ดรวบรวมขึน้ จากบทเพลงสวด เกีย่ วกับเรอ่ื งสงั ขท อง อธบิ ายความขอ งเกย่ี วของบทประพนั ธที่ยกมา ในเวลาทาํ ศึกและการสงั เวย เรียกวา ฤคเวท ซึ่งไดพูดถึงสภาพสังคมของชาวอารยนั และเพิ่งมาจารกึ เปนตวั อักษรหลงั การปรินพิ พานของพระพทุ ธเจารวมพันปแลว แนวตอบ บทประพนั ธจ ากกาพยเ หชมเคร่อื งคาวหวานกลา วถึงเงาะถอดรูป จากฤคเวทพวกพราหมณไ ดขยายเปน 4 คัมภีร เรยี กวา จตุเพทางคศาสตร ไดแก ความวา “ผลเงาะไมง ามแงะ มลอนเมลด็ และเหลอื ปญ ญา 1. ฤคเวท บทสวดสรรเสริญเทพเจา หวนเหน็ เชน รจนา จา เจา เงาะเพราะเห็นงาม” 2. สามเวท บทสวดออ นวอนในพิธบี ูชายญั ตา งๆ จากบทประพันธขางตน แสดงใหเห็นแนวคิดทีม่ ีความขอ งเก่ียวกัน 3. ยชุรเวท บทเพลงขับสาํ หรับสวดหรอื รอ งเปน ทํานองบชู ายญั กลา วคือ พระสังขส วมรูปเงาะ มีเพียงนางรจนาเทา น้ันทีส่ ามารถมองเหน็ 4. อาถรรพเวท วาดวยอาคมทางไสยศาสตร รปู กายท่แี ทจรงิ ของพระสังขวางามดั่งทอง ดังน้นั กวีจึงเปรยี บเรอื่ งน้กี บั ผล เงาะวา ภายนอกน้นั แมไ มงาม แตเม่ือไดแ กะเปลือกแลว จงึ เหน็ วา เน้ือหวาน คมู ือครู 143 นากินเพยี งใด และสังเกตไดว า บทละครนอกเรือ่ งสังขท องเปนพระราชนิพนธ ในรัชกาลที่ 2 เชนเดยี วกบั กาพยเหชมเคร่ืองคาวหวาน แสดงใหเห็นวาใน ขณะทพี่ ระราชนพิ นธบ ทเหชมผลไม เมอ่ื ทอดพระเนตรผลเงาะทรงนึกถึงเงาะ ถอดรูปในเร่ืองสังขทอง
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Engage Evaluate Evaluate ตรวจสอบผล 1. นักเรียนสรุปขอ คิดที่ไดจากการอานนิทานไทย ค�าถาม ประจา� หน่วยการเรยี นรู้ เรอ่ื งสงั ขท อง ๑. เ พราะเหตใุ ดนักเรยี นจึงไมค่ วรตดั สนิ คนจากรูปลักษณภ์ ายนอก 2. นกั เรียนเลา ประสบการณท เี่ คยรเู กี่ยวกบั ๒. นกั เรยี นชอบอา่ นนิทานหรอื ไม ่ และคิดวา่ ไดร้ ับประโยชน์อย่างไรบา้ งจากการอา่ นนิทาน หอยสังขและหาขอ มลู เพ่ิมเติมจากแหลง การ ๓. “นิทานเปน็ เครือ่ งมือสา� คญั ในการอบรมส่งั สอนเยาวชน” นักเรียนเห็นด้วยกบั คา� กล่าวนี้หรือไม ่ เรียนรูต างๆ จงแสดงความคิดเห็น หลักฐานแสดงผลการเรียนรู 1. แผนผงั ลาํ ดับเหตุการณของนิทานพ้นื บานเรื่อง อสุ าบารส 2. เขียนเรอ่ื งราวทีน่ กั เรียนไดฟงเพ่ือนเลา ประกอบ ภาพมสั ยดิ กรอื เซะและศาลเจาแมล ่ิมกอเหนี่ยว 3. ภาพวาดนิทานไทยเรอื่ งสังขทอง กจิ กรรม สรา้ งสรรคพ์ ัฒนาการเรียนรู้ กจิ กรรมท่ี ๑ แบ่งกลมุ่ นกั เรียนไปรวบรวมนทิ านพนื้ บา้ นประเภทต่างๆ แลว้ น�าเสนอในชน้ั เรียน กจิ กรรมท่ี ๒ คนละ ๑ เรอื่ ง กิจกรรมท่ี ๓ จ ดั ปา้ ยนเิ ทศเรอื่ ง “นทิ านพนื้ บา้ นของเรา” วาดภาพประกอบใหส้ วยงามโดยนา� เนอ้ื เรอื่ ง นิทานมาจดั แสดงตามท้องถ่นิ หรอื ภูมิภาคของนกั เรียน แ บง่ กลุ่มศึกษาค้นควา้ พัฒนาการของนิทานพื้นบ้านไทยในสื่อในรปู แบบตา่ งๆ เลือกหวั ขอ้ ตามความสนใจ เช่น นิทานพ้ืนบ้านไทยในภาพยนตร์ ละครโทรทัศน์ การต์ ูน เป็นตน้ แนวตอบ คาํ ถามประจาํ หนวยการเรยี นรู 1. นักเรยี นไมค วรตัดสนิ คนจากรปู ลกั ษณภ ายนอก เพราะบางคร้ังคนทีห่ นา ตาไมเปน ที่ชน่ื ชม แตอาจมจี ิตใจดีงามกไ็ ด ความดคี วามชว่ั รา ยของคนไมส ามารถดไู ดจ าก รปู กายภายนอก แตจ ะดไู ดจ ากการกระทํา 2. นกั เรยี นชอบการอานนทิ าน และการอานนทิ านทําใหไดร บั ประโยชน ดงั น้ี • ใหความบันเทงิ แกผอู าน • นิทานบางเรอื่ งจะสอดแทรกความรูในหลายดา น เชน ขนบธรรมเนยี มประเพณี พธิ กี รรม ศาสนาและประวตั ิศาสตร • นาํ ขอคิดไปใชใ นการดาํ เนนิ ชีวติ ได • ใหค ําอธบิ ายความเปน มาของชุมชนและเผา พันธุ • มอี ทิ ธพิ ลตอ ศลิ ปกรรมพืน้ บา น 3. นิทานเปน เครอ่ื งมือสาํ คัญในการอบรมส่งั สอนเยาวชน เห็นดวยกบั คํากลา วน้ี เพราะนทิ านโดยทัว่ ไปมักมแี นวคิดสําคัญของเรื่องสอดแทรกอยกู บั หลกั ธรรมคาํ สอนในทาง พระพุทธศาสนาและสารประโยชน จงึ มสี วนชวยปลูกฝงคณุ ธรรมและจรยิ ธรรม พรอ มๆ กบั ใหความบนั เทงิ แกผูฟ ง ในพฤตกิ รรมของตัวละครฝา ยดีและพฤติกรรมของ ตวั ละครท่ชี ว่ั รายเปนแบบอยา งใหผฟู ง นาํ มาปรับใชใหเ หมาะสมในการดาํ เนนิ ชีวติ 144 คมู อื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ สา� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate เปา หมายการเรยี นรู บทอาขยาน 1. ทอ งจาํ บทอาขยานทก่ี ําหนดและบอกคณุ คา บทอาขยาน ๑ การทอ่ งจา� บทอาขยาน 2. ประยกุ ตบทประพนั ธทีม่ คี ณุ คานาํ ไปใช อาขยาน (อา-ขะ-หยฺ าน) ตามความหมายจากพจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน พุทธศักราช ๒๕๕๔ ประโยชนใ นชีวิตจริง หมายถงึ บทท่องจ�า การเลา่ การสวด เรื่อง นิทาน กระตนุ้ ความสนใจ Engage ตง้ั แตพ่ ทุ ธศกั ราช ๒๕๔๒ เปน็ ตน้ มา กระทรวงศกึ ษาธกิ ารไดก้ �าหนดใหม้ กี ารทอ่ งบทอาขยานในสถานศกึ ษา ขนึ้ ทง้ั นเ้ี พอ่ื ใหน้ กั เรยี นมโี อกาสทอ่ งจา� บทรอ้ ยกรองทมี่ คี วามไพเราะ ใหค้ ตสิ อนใจ ซง่ึ เปน็ การสง่ เสรมิ ใหน้ กั เรยี นเกดิ ครยู กบทประพนั ธต อ ไปนี้อานใหน ักเรยี นฟง ความซาบซึ้ง เห็นความงดงามของภาษา และเห็นคุณค่าของภาษาและวรรณคดีไทยท่ีเป็นเอกลักษณ์และมรดก แลว ใหน กั เรยี นตอบคําถาม ทางวฒั นธรรมของชาติ ซ่งึ ควรค่าแก่การรักษาและสบื สานให้คงอยตู่ ลอดไป รวมทั้งยงั ชว่ ยกลอ่ มเกลาจิตใจใหน้ า� ไปสู่ การด�าเนนิ ชีวิตที่ดีงามอีกดว้ ย “แลวสอนวา อยาไวใ จมนุษย มนั แสนสุดลกึ ลํ้าเหลอื กําหนด วตั ถปุ ระสงคใ์ นการอา่ น ถงึ เถาวลั ยพนั เก่ียวทีเ่ ลย้ี วลด กไ็ มคดเหมอื นหน่ึงในนา้ํ ใจคน” ๑. เพอื่ ใหน้ กั เรยี นตระหนกั ในคณุ คา่ ของภาษาไทย และซาบซงึ้ ในความไพเราะของบทรอ้ ยกรอง • บทประพนั ธที่ครูยกมาเปนผลงานของใคร ๒. เพื่อใหเ้ กิดความภาคภมู ใิ จในความสามารถของกวไี ทย ๓. เพื่อเปน็ พื้นฐานในการแตง่ คา� ประพันธ์ และจากเรือ่ งใด ๔. เพอ่ื ใหเ้ ป็นสื่อในการถ่ายทอดคณุ ธรรม คตธิ รรม และข้อคดิ ทเ่ี ป็นประโยชนแ์ กเ่ ยาวชน (แนวตอบ กลอนสุนทรภู จากเรื่องพระอภัย- ๕. เพอื่ ส่งเสริมใหม้ ีจติ ส�านกึ ทางวัฒนธรรมของคนในชาติ มณี ตอน พระฤๅษสี อนสุดสาคร) บทอาขยานท่ีกา� หนดใหท้ อ่ งจา� แยกประเภทไดด้ งั นี้ • บทประพนั ธท ี่ยกมาใหข อ คิดอะไร บทหลัก หมายถึง บทอาขยานท่ีกระทรวงศึกษาธิการเป็นผู้ก�าหนดคัดเลือกกวีนิพนธ์ท่ีมีคุณค่าทาง (แนวตอบ ใหข อ คิดเร่ืองอยา ไวใจคน เพราะ วรรณศลิ ป์และคตชิ วี ิตใหน้ ักเรยี นทกุ ชัน้ ทั่วประเทศทอ่ งจ�าทุกภาคเรยี น ใจคนคดเคี้ยวยิง่ กวา เถาวัลย) บทรอง หมายถึง บทอาขยานท่ีครูผู้สอนหรือสถานศึกษาเป1็นผู้ก�าหนดให้นักเรียนท่องจ�าเพ่ิมเติมจาก สา� รวจคน้ หา Explore บทหลกั อาจเปน็ บทรอ้ ยกรองทแี่ สดงภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถนิ่ เชน่ เพลงพนื้ บา้ น เพลงกลอ่ มเดก็ บทกวรี ว่ มสมยั ที่มีคุณคา่ นักเรียนศึกษาวตั ถปุ ระสงคและหลักการอา น โดยก�าหนดให้ทอ่ งจ�าภาคเรียนละ ๑ บท เป็นอย่างนอ้ ย บทอาขยาน และอา นบทอาขยานตามท่ีกําหนด บทเลอื กอสิ ระ หมายถงึ บทอาขยานทนี่ กั เรยี นแตล่ ะคนชนื่ ชอบและเลอื กสรรมาทอ่ งเองดว้ ยความสมคั ร ใจโดยความเหน็ ชอบของครูผ้สู อนหรือสถานศกึ ษา แตต่ ้องบอกได้วา่ มเี หตุผลอย่างไรจงึ ไดเ้ ลอื กบทร้อยกรองนั้นๆ มา ทอ่ งเปน็ บทอาขยานของตนเอง ๒ บทอาขยานระดบั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑ นิคมพจน์ กาพยห์ อ่ โคลง อย่า นิยมสงิ่ ร้ายชอบ ชมชั่ว อธบิ ายความรู้ Explain เหน็ สนุกทกุ ข์ถงึ ตวั จึ่งรู้ กง จกั รวา่ ดอกบัว บอกรับ เร็วแฮ นกั เรยี นอธบิ ายวา บทอาขยาน “บพุ การี” จักร พัดเศียรรอ้ งอู้ จงึ่ รู้ผิดตน กลา วถงึ บิดามารดาอยางไร เห็น สนุกกลับทกุ ขท์ น อย่า นยิ มส่งิ ทุกข์ จกั ร พดั ตนจึง่ รูต้ วั (แนวตอบ กลาวถึงวาพอ แมเ ปน ผูท่ีมพี ระคณุ ไม กง จกั รว่าบัวจน อาจมอี ะไรมาเทยี บได หากไมม พี อแมก็เหมอื นกบั แสงสวา งหมดไปจากโลกนี้ พระคณุ ของพอ แมไ มวา 145 จะทดแทนกช่ี าติกไ็ มอาจหมด แมแ ตรอยเทาของ พอแมก ม็ คี าแกก ารกราบไหวเ ปน มงคลชีวิต) เกร็ดแนะครู ครจู ัดกิจกรรมการทองจาํ บทอาขยานตามตวั ช้ีวัดของการเรียนวรรณคดแี ละ วรรณกรรม นกั เรียนทอ งจาํ บทอาขยานท่ีกาํ หนด โดยจดั ใหทองบทอาขยานเด่ียว คู หรือกลมุ กลมุ ละ 4-6 คน ตามเวลาและจาํ นวนนักเรียนท่ีเหมาะสม นักเรียนควรรู 1 เพลงพื้นบา น เปนเพลงของชาวบา นซึง่ ถายทอดมาโดยการเลาจากปากตอ ปาก อาศยั การฟงและการจดจาํ ไมม กี ารจดบันทึกเปนลายลกั ษณอ ักษร ขอ ทนี่ าสงั เกต กค็ อื ไมว า เพลงพื้นบา นจะสืบทอดมาตามประเพณแี ละมขุ ปาฐะดังกลาวขางตน ท้งั น้ี มิไดหมายความวา เพลงทกุ เพลงจะมตี นกําเนิดโดยชาวบานหรือการรอ งปากเปลา เทา นัน้ ชาวบานอาจไดร บั เพลงบางเพลงมาจากชาวเมอื ง แตเมื่อผานการถายทอด โดยการรอ งปากเปลา และการทอ งจาํ นานๆ เขาก็กลายเปน เพลงชาวบา นไป คมู่ อื ครู 145
กระตุ้นความสนใจ สนุกท อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล Expand Evaluate Engage สา� รวจคน้ หา Explain Explore อธบิ ายความรู้ Explain 1. นักเรยี นอธบิ ายเก่ยี วกบั วตั ถปุ ระสงคในการ 146 โอ้เรานี้ชวั่ ชอบกรรม ชัว่ นา อานบทอาขยาน เป็น อกตัญญทู �า โทษไว้ (แนวตอบ วตั ถปุ ระสงคแ ละหลกั การอา นบท ดอก บัวย่วั เนตรนา� นึกชอบ อาขยาน มดี ังนี้ ดงั่ นี้กรรมสนอง • ชวยใหเกิดความซาบซ้งึ ในเรื่องท่ีอา นและเปน กลบั เป็นจกั รได้ เปน็ อกตัญญมู วั หมอง ตวั อยา งการใชภาษาท่ีไพเราะ โอต้ วั เรานั้น บวั ผิดปองเปน็ จักรไป • ฝกการคดิ วเิ คราะหประเมนิ คา เรื่องท่อี าน • ชว ยกลอมเกลาและจรรโลงใจใหป ระณีตมาก ดอก บัวยั่วจิตจอง (พระยาอปุ กิตศิลปสาร) ขึ้นมคี ติประจําตวั สอนใหระลกึ ถึงคณุ ธรรม ทคี่ วรจดจํา • เปน ตัวอยางการแตง คาํ ประพันธต ามรปู แบบ ของบทอาขยานทีท่ อ งจาํ บุษเอยบษุ รบากม1แเกก้วยี รต ์ิ ตอน ศกึ อินทรสชีแติววแสงวับฉ2ายฉาน • สง เสริมใหม จี ิตสาํ นึกทางวฒั นธรรมของคน ห้ายอดเหน็ เย่ียมเทียมวมิ าน แกว้ ประพาฬกาบเพชรสลับกนั ในชาติ เกดิ ความภูมใิ จในความสามารถของ ชนั้ เหมช่อห้อยล้วนพลอยบุษย์ บัลลังก์ครฑุ ลายเครอื กระหนกคัน่ กวไี ทย) ภาพรายพน้ื รูปเทวัญ เลอ่ื นเมฆลอยมาในอากาศ คนธรรพ์ค่ันเทพกินนร 3 2. นกั เรียนอธิบายความรูเก่ยี วกับการทอ งจาํ บท ไขแสงแขง่ สศี ศิธร อาขยาน อา� ไพโอภาสประภสั สร • การทอ งจาํ บทประพนั ธเ รอ่ื งรามเกยี รต์ิ ตอน อมั พรเอ่ียมพน้ื โพยมพราย ศึกอินทรชิต ใหป ระโยชนในเร่ืองใดบาง ดง่ั พระจันทรเ์ ดนิ จรสอ่ งดวง แลเฉดิ ลอยชว่ งจ�ารัสฉาย (แนวตอบ ทําใหเห็นคุณคาของภาษาไทยและ ดาวกลาดดาษเกลื่อนเรียงราย เรว็ คลา้ ยรีบเคลอื่ นเลื่อนลอยมา ซาบซึง้ ในความไพเราะของบทประพนั ธ เกิด ความภาคภูมิใจในความสามารถของกวีไทย (พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช) รูพื้นฐานในการแตง คาํ ประพันธ และทาํ ใหม ี จิตสํานึกในวฒั นธรรมของคนในชาติ) นิราศภูเขาทอง ยามวิโยคยากใจใหส้ ะอนื้ • จากบทอาขยานเรอื่ งรามเกียรติ์ ตอน มาถึงบางธรณที วโี ศก ถงึ สหี่ มน่ื สองแสนทัง้ แดนไตร ศกึ ไมยราพ เปน บทรําพงึ ของตัวละครใด โอส้ ุธาหนาแนน่ เปน็ แผ่นพน้ื ไมม่ ที พ่ี สุธาจะอาศัย (แนวตอบ เปน บทราํ พึงของพระลักษมณ เมอื่ เคราะหร์ ้ายกายเรากเ็ ท่านี้ เหมือนนกไรร้ งั เรอ่ ยเู่ อกา พระอนุชาของพระราม) ล้วนหนามเหน็บเจบ็ แสบคับแคบใจ ผ้หู ญงิ เกล้ามวยงามตามภาษา • บทอาขยาน “สกั วา” ใหข อคิดเร่ืองใด ถงึ เกรด็ ยา่ นบา้ นมอญแตก่ ่อนเกา่ ทัง้ ผดั หน้าจับเขมา่ เหมอื นชาวไทย (แนวตอบ ใหขอ คดิ เรอ่ื งการพูดวา จะยากดีมี เด๋ยี วนี้มอญถอนไรจุกเหมอื นต๊กุ ตา เหมือนอย่างเยย่ี งชายหญงิ ทิ้งวสิ ยั จนอยางไรก็ตาม การพูดเปนส่ิงสาํ คัญทส่ี ุด) โอส้ ามัญผนั แปรไมแ่ ทเ้ ท่ียง ทจี่ ติ ใครจะเปน็ หนึ่งอยา่ พึงคดิ นี่หรอื จิตคิดหมายมีหลายใจ มคี นรกั รสถ้อยอรอ่ ยจิต ถงึ บางพูดพูดดเี ปน็ ศรีศักด์ิ จะชอบผดิ ในมนุษยเ์ พราะพดู จา แม้นพูดช่วั ตัวตายท�าลายมติ ร (พระสุนทรโวหาร (ภู)่ ) นกั เรียนควรรู บูรณาการเชือ่ มสาระ ครบู ูรณาการความรูเ ร่อื งการอา นบทอาขยานเขากับกลุมสาระการเรียนรู 1 บษุ บก เปน มณฑปขนาดเล็กแตดานขา งโปรง เปน ทป่ี ระทบั ของพระมหากษัตรยิ ศลิ ปะ วชิ าดนตร-ี นาฏศิลป เร่ืองการขบั รอ ง การออกเสยี ง การรูประเภทของ ในพระราชพธิ ี หรือเปน ประดษิ ฐานปชู นียวตั ถุ เชน พระพทุ ธรปู เปนตน การขับรอ ง อวัยวะท่ีเกี่ยวของกบั การขบั รอง เพอ่ื ใหร จู ักพ้ืนฐานการบังคบั เสียง 2 แกว ประพาฬ เปนรัตนะ (แกว) ชนิดหนึง่ สีแดงออน เกดิ จากหนิ ปะการงั ใต ซ่ึงจะชว ยใหก ารอานบทอาขยานไพเราะนาฟง ยงิ่ ขึ้น ทะเล 3 ประภสั สร หมายถงึ เลือ่ มๆ พรายๆ มแี สงพราวๆ เหมือนแสงพระอาทติ ย แรกขน้ึ หมายถงึ ผองใส บรสิ ุทธ์ิ เชน จติ ประภสั สร เขยี นเปน ประภัสร กม็ ี เชน “ธรรมรสเรอื งรองผองประภัสร เปนม่ิงฉตั รสขุ สันตนิรนั ดร” (ชีวติ และงานของสุนทรภู) 146 คมู่ อื ครู
กระตนุ้ ความสนใจ ส�ารวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเขา้ ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate ขยายความเขา้ ใจ Expand สกั วา นกั เรียนทองจําบทอาขยานทีก่ าํ หนด พรอ มทัง้ บอกคณุ คา ทีไ่ ดจากการทอ งจาํ บทอาขยานน้นั สกั วาหวานอืน่ มีหมื่นแสน ไมเ่ หมอื นแมน้ พจมานทหี่ วานหอม • นกั เรียนจะนาํ ขอ คิดท่ไี ดจากบทอาขยานไป กลิ่นประเทยี บเปรียบดวงพวงพะยอม ประยกุ ตใชในชวี ติ ประจาํ วนั อยางไร อาจจะน้อมจิตโน้มดว้ ยโลมลม (แนวตอบ ตวั อยางเชน บทอาขยานสักวา แมน้ ล้อลามหยามหยาบไมป่ ลาบปลืม้ ทําใหเหน็ ความสาํ คัญของการพูด ใหเปนคน ดงั ดูดดมื่ บอระเพด็ ตอ้ งเข็ดขม พดู จาดี และบทอาขยานบพุ การีทาํ ใหสาํ นกึ ผ้ดู ไี พรไ่ มป่ ระกอบชอบอารมณ์ ในพระคณุ ของบดิ ามารดา) ใครฟงั ลมเมนิ หนา้ ระอาเอย ตรวจสอบผล (พระเจ้าบรมวงศเ์ ธอ กรมหลวงบดินทรไพศาลโสภณ) Evaluate บพุ การี ไปม่ ี เลยท่าน 1. นกั เรยี นถอดคําประพนั ธบ ทอาขยานท่นี ักเรียน สวา่ งหลา้ ชน่ื ชอบได ใครแทนพ่อแม่ได้ มดื หม่น คอื คจู่ นั ทร์สุรยี ์ศรี น่งิ น�้าตาไหล ฯ 2. นักเรียนบอกคุณคา การทอ งจําบทอาขยานได สนิ้ ท่านทั่วปฐพี บนสวรรค์ 3. นกั เรยี นสามารถประยุกตขอคิดจากบทอาขยาน หมองมงิ่ ขวัญซอ่ นหนา้ กราบไหว้ อบร�า่ หอมฤๅ ไปใชใ นชวี ิตจริงได พอ่ แม่เสมอพระเจา้ ทา่ นให้หมดเสมอ ฯ ลกู นิ่งน้อมมงิ่ ขวัญ ไฉนสนอง หลักฐานแสดงผลการเรยี นรู น�้าตาตา่ งรสสคุ ันธ์ สงั่ ฟ้า หอมค่านา้� ใจไซร้ ดดู ดมื่ 1. การทอ งจําบทอาขยานตามทีก่ ําหนด กี่หลา้ ฤๅสลาย ฯ 2. การถอดคําประพันธบ ทอาขยาน ถึงตายเกดิ ใหมซ่ ้�า เหยยี บลง ใดแล คณุ พอ่ แม่ทงั้ สอง คา่ ไร้ นา้� นมทล่ี กู รอง คลคู่ ใจนา หวานใหม่ในชาตหิ น้า เพื่อใหข้ วัญขลัง ฯ รอยเท้าพอ่ แม่ได้ (อังคาร กัลยาณพงศ)์ เพียงแค่ฝนุ่ ธุลีผง กราบรอยท่านมิ่งมง- กายสิทธิ์ใสเ่ กลา้ ไว้ การท่องจ�าบทอาขยานที่มีคุณค่า นอกจากจะช่วยให้นักเรียนเห็นคุณค่าความงามและศิลปะทางภาษาแล้ว ยงั ชว่ ยใหน้ กั เรยี นเปน็ ผใู้ ชภ้ าษาไดอ้ ยา่ งมชี น้ั เชงิ อกี ดว้ ย กลา่ วคอื นกั เรยี นสามารถนา� ขอ้ ความหรอื คา� ประพนั ธท์ ที่ อ่ งจา� มาไปใชใ้ นการพูด การเขียน หรอื อา้ งองิ ประกอบเรือ่ งราว ตลอดจนเป็นพน้ื ฐานในการแต่งคา� ประพนั ธ์ ซง่ึ จะแสดงให้ เหน็ วา่ นักเรยี นมีพื้นฐานทางภาษาอยา่ งดีและกวา้ งขวาง สมควรแก่การยกย่องชมเชยน่ันเอง 147 กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกรด็ แนะครู นักเรยี นเลือกบทประพันธจ ากวรรณคดหี รอื วรรณกรรมเรือ่ งใดกไ็ ด ครูยกตวั อยา งบทประพันธจ ากวรรณกรรมเรอื่ งอน่ื ท่ีกลาวถงึ บิดามารดา ตามความสนใจมา 2-4 บท ใหน กั เรียนคดั ตวั บรรจงครง่ึ บรรทัดลงสมุด นอกจากบทประพนั ธ “บพุ การี” ท่นี ักเรียนทองบทอาขยาน โดยยกวรรณกรรมเรอ่ื ง พรอมทง้ั บอกเหตผุ ลในการเลอื กบทประพันธนัน้ วา ใหคุณคาดานเนอื้ หา “โคลงโลกนติ ิ” บทที่ 231 ความวา วรรณศิลป และสงั คมอยางไร จากนั้นใหน กั เรียนพจิ ารณาวา บทประพนั ธ “คณุ แมหนาหนกั เพี้ยง พสธุ า ทน่ี กั เรยี นยกมามีขอ คดิ ที่สามารถนําไปประยุกตใ ชในชวี ิตจรงิ ไดห รอื ไม คุณ บดิ รดจุ อา- กาศกวา ง อยา งไร เขยี นอธบิ ายลงสมดุ สงพรอ มการคดั ลายมือบทประพนั ธทชี่ น่ื ชอบ คณุ พพ่ี า งศิขรา เมรมุ าศ คณุ พระอาจารยอ า ง อาจสูสาคร” คมู่ ือครู 147
กระตนุ้ ความสนใจ สำ� รวจคน้ หา อธบิ ายความรู้ ขยายความเข้าใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate บรรณานุกรม กรมศิลปากร กองวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. ๒๕๒๙. รวมนทิ าน บทเหก่ ลอ่ ม และสภุ าษติ ของ สนุ ทรภ.ู่ กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค์ ุรสุ ภาลาดพรา้ ว. กรมศลิ ปากร. ๒๕๐๖. ประชมุ พงศาวดารภาคท ่ี ๑. กรุงเทพมหานคร : องคก์ ารคา้ ของครุ สุ ภา. กระทรวงศกึ ษาธิการ กรมวิชาการ สถาบันภาษาไทย. ๒๕๔๓. ประชุมโคลงโลกนติ ิ. กรงุ เทพมหานคร : สถาบนั ภาษาไทย. กหุ ลาบ มัลลิกะมาส. ๒๕๑๘. คติชาวบ้าน. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพม์ หาวิทยาลัยรามคา� แหง. ครุ สุ ภา. ๒๕๓๔. ชีวติ และงานของสุนทรภู่ ฉบับกรมศิลปากรตรวจสอบชา� ระใหม่. พมิ พค์ รัง้ ท่ี ๑๔. กรงุ เทพมหานคร : โรงพิมพค์ รุ ุสภาลาดพร้าว. ทองย้อย แสงสินชัย. ๒๕๔๖. ประชุมโคลงโลกนติ ิ ฉบับถอดความ. กรงุ เทพมหานคร : สหธรรมิก. ธวัช ปุณโณทก. ๒๕๔๙. นทิ านพนื้ บา้ น. พมิ พ์คร้งั ที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร : อักษรเจรญิ ทศั น.์ นยิ ะดา เหลา่ สนุ ทร, บรรณาธกิ าร. ๒๕๔๔. ประชมุ จารกึ วดั พระเชตพุ น. พมิ พค์ รงั้ ที่ ๖. กรงุ เทพมหานคร : อมรินทร์พรน้ิ ติง้ แอนดพ์ บั ลชิ ชิ่ง. นยิ ะดา เหลา่ สนุ ทร. ๒๕๔๒. โคลงโลกนติ ิ : การศกึ ษาทมี่ า. พมิ พค์ รงั้ ที่ ๓. กรงุ เทพมหานคร : แมค่ า� ผาง. บษุ บา ประภาสพงศ์ และคณะ. ๒๕๔๒. ประชมุ สุภาษิตพระร่วง (รวม ๖ ส�านวน). กรุงเทพมหานคร : สถาบนั ภาษาไทย กรมวิชาการ กระทรวงศกึ ษาธิการ. ประชากจิ กรจกั ร (แชม่ บนุ นาค), พระยา. ๒๕๑๖. พงศาวดารโยนก ฉบบั หอสมดุ แหง่ ชาต.ิ พมิ พค์ รง้ั ท่ี ๗. กรุงเทพมหานคร : คลงั วทิ ยา. พระคลัง (หน), เจา้ พระยา. ๒๕๔๖. ราชาธริ าช. พิมพ์คร้งั ที่ ๑๖. กรุงเทพมหานคร : สา� นักวรรณกรรม และประวตั ศิ าสตร์ กรมศิลปากร. เยาวลักษณ์ ชาติสุขศิริเดช. ๒๕๔๔. เรียงถ้อยร้อยกรอง. พิมพ์ครั้งที่ ๒. กรุงเทพมหานคร : อกั ษรเจรญิ ทัศน.์ ราชบณั ฑติ ยสถาน. ๒๕๕๖. พจนานกุ รม ฉบบั ราชบณั ฑติ ยสถาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๔. กรงุ เทพมหานคร : ศริ ิวฒั นาอินเตอร์พรน้ิ ท์ จา� กัด (มหาชน). ราชบณั ฑติ ยสถาน. ๒๕๕๐. พจนานกุ รมศพั ทว์ รรณกรรมไทย ภาคฉนั ทลกั ษณ.์ กรงุ เทพมหานคร : ราชบัณฑิตยสถาน. สพุ ศิ มว่ งสวย และปรางทพิ ย์ เฉลมิ วงษ.์ ๒๕๔๕. ประชมุ กาพยเ์ หเ่ รอื . พมิ พค์ รง้ั ที่ ๔. กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พค์ ุรุสภาลาดพรา้ ว. 148 148 ค่มู ือครู
สรา้ งอนาคตเดก็ ไทย ดว้ ยนวตั กรรมการเรยี นรรู้ ะดบั โลก >> ราคาเลม่ นกั เรยี นโปรดดจู ากใบสง่ั ซอ้ื ของ อจท. คู่มือครู บร. ภาษาไทย วรรณคดีฯ ม.1 บรษิ ทั อกั ษรเจรญิ ทศั น์ อจท. จำกดั 142 ถนนตะนาว เขตพระนคร กรงุ เทพมหานคร 10200 โทร./แฟกซ.์ 02 6222 999 (อตั โนมตั ิ 20 คสู่ าย) 8 8 5 8 6 4 9 1 32 25604 3.- www.aksorn.com Aksorn ACT ราคาน้ี เปน็ ของฉบบั คมู่ อื ครเู ทา่ นน้ั
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166