51 (ใหผ้ ้เู รียนไปทำกจิ กรรมท้ายเร่อื งท่ี 2 ที่สมุดบนั ทึกกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชดุ วชิ า) (3) กจิ กรรมท้ายเรอ่ื งที่ 3 ลูกเสือกับการพฒั นาความเป็นพลเมืองดี (ให้ผเู้ รยี นไปทำกจิ กรรมท้ายเรอื่ งที่ 3 ที่สมดุ บันทึกกิจกรรมการเรยี นรูป้ ระกอบชุดวิชา) หลังจากนน้ั ครแู ละผ้เู รยี นมีการนัดหมายทบทวน ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้รว่ มกัน ผา่ นทาง สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์ ตอ่ ไป หมายเหตุ : ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่งการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วย ตนเองน้ัน อาจมีความแตกต่างกันบ้างในขั้นตอน โดยพิจารณาจากพ้ืนฐานของผู้เรียน ในกรณีท่ีผู้เรียนมี พืน้ ฐานน้อยหรือไมม่ ีพ้ืนฐานมาก่อนก็ควรจัดการเรียนรพู้ ้ืนฐานท่ีจำเป็นและพอเพียงกับผู้เรียน หลังจากนนั้ ให้ ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในช่วงระยะหนึ่งแล้วจึงค่อยให้ผู้เรียนคิดหัวข้อที่อยากจะทำ หรือถ้าผู้เรียนมีพื้น ความรมู้ ากอ่ นแลว้ ใหค้ ดิ หวั ขอ้ ที่สนใจจะทำและใหล้ งมอื ปฏิบตั ไิ ด้ ส่อื และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสอื เรียนรายวิชาลกู เสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา หน้า 1-9 2. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที 3. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลิป 5 นาที 4. https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลิป 9.35 นาที 5. https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลปิ 3.19 นาที การวัดและประเมนิ ผล 1. สงั เกตพฤติกรรมการมีส่วนร่วม ความตั้งใจ และความสนใจของผู้เรียน 2. ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรียน 3. ผลการออกแบบและสรา้ งสรรค์นวตั กรรมและสง่ิ ทตี่ อ้ งการพัฒนา/ชน้ิ งาน/ผลงาน 4. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผเู้ รียน รายละเอยี ดสือ่ วัสดุ อปุ กรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. แบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรื่อง “ลกู เสือ กศน.” 2. ใบความรู้สำหรบั ผู้เรียน เร่อื ง “ลกู เสือกับการพัฒนา” 3. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที 4. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลปิ 5 นาที
52 ใบความรู้ เรือ่ ง ลูกเสือกบั การพฒั นา ลกู เสือ กศน. เป็นผูม้ ีความสำคัญต่อการพัฒนาตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติเป็น อย่างยิ่ง ดงั นั้น ลูกเสือ กศน. ทุกคนพึงนําอุดมการณ์ คําปฏิญาณ กฎและคติพจนข์ องลูกเสือ เป็นหลกั ในการ พฒั นาตนเองให้เป็นพลเมืองดใี นทศั นะของลูกเสอื และมีจิตอาสาให้ “บริการ” ชว่ ยเหลือกิจการต่าง ๆ ที่มีอยู่ ในชมุ ชน สังคมและสร้างความสมั พันธ์อันดี กบั องคก์ ร หรือหน่วยงานอื่น ดังนี้ การพฒั นาตนเอง 1. พัฒนาทางด้านความคิดเร่ืองศาสนา ซึ่งมีวิธีการแตกต่างกันไปตามศาสนาที่ตน นับถือ มุ่งเน้นยึด ม่นั ในหลักการของศาสนา เพ่อื ใหบ้ รรลุผลแห่งความจงรกั ภักดตี ่อศาสนา 2. พัฒนาทางด้านความรู้สึกด้านค่านิยม มุ่งเน้นการเอาใจใส่ ระมัดระวังในการเผชิญปัญหา สถานการณ์ปัจจุบันเป็นพเิ ศษ 3. พัฒนาทางด้านรา่ งกาย มุง่ เน้นการเข้าร่วมกจิ กรรมลกู เสือเพือ่ ให้มสี ุขภาพ แขง็ แรง 4. พัฒนาทางด้านสตปิ ัญญา มงุ่ เน้นการทำงานอดเิ รก การฝมี ือ การรจู้ กั ใชเ้ วลา ให้เป็นประโยชน์ 5. พัฒนาทางด้านสงั คม มงุ่ เน้นการปฏบิ ตั ิตนใหอ้ ยู่ในสงั คมไดอ้ ยา่ งมีความสุข 6. พฒั นาทางด้านการสรา้ งสมั พันธภาพทางสังคม มุ่งเน้นการทำงานเป็นระบบหมใู่ นบทบาทของผูน้ ํา และผตู้ าม 7. พฒั นาทางดา้ นความรบั ผิดชอบต่อชุมชน มงุ่ เน้นความสำคญั ของความ รับผิดชอบของตนเองท่ีมตี ่อ ผู้อนื่ ดว้ ยการบาํ เพญ็ ประโยชน์ 8. พัฒนาทางด้านความรับผิดชอบต่อส่ิงแวดล้อม มุ่งเน้นความสนใจในสิ่งแวดล้อมและอนุรักษ์ ธรรมชาติ การพัฒนาชุมชน สงั คม 1. การเปน็ พลเมืองดี และการใชส้ ทิ ธิเลือกตั้ง (ลูกเสอื กกต.) 2. การดแู ลรักษาและอนรุ ักษส์ งิ่ แวดลอ้ ม (ลูกเสืออนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดล้อม) 3. การสรา้ งความตระหนักถึงโทษและพิษภัยของยาเสพตดิ (ลูกเสือยาเสพติด) 4. การปอ้ งกันและช่วยเหลอื เมื่อประสบเหตุ (ลกู เสือบรรเทาสาธารณภยั ) 5. การชว่ ยอํานวยความสะดวกด้านการจราจร (ลูกเสอื จราจร) 6. การร่วมเฝา้ ระวงั ปอ้ งกัน ขอ้ มูลข่าวสารทเี่ ปน็ ภยั ออนไลน์ (ลูกเสอื ไซเบอร์) 7. การเสรมิ สรา้ งทศั นคติ คา่ นยิ ม ความซอ่ื สตั ยส์ จุ ริต (ลกู เสอื ช่อสะอาด) 8. การอนรุ กั ษข์ นบธรรมเนยี มประเพณีไทยใหญ่ความรูส้ บื ไป (ลกู เสอื วฒั นธรรม)
53 9. การปอ้ งกันการทารณุ กรรมต่อสตั ว์ (ลกู เสือสวสั ดิภาพสัตว์) 10. การชว่ ยดแู ล ปอ้ งกันอนรุ ักษป์ า่ ไม้ (ลกู เสือปา่ ไม้) 11. การสรา้ งความมรี ะเบียบวนิ ยั ตอ่ ตนเอง รู้จักสามคั คใี นหมคู่ ณะและส่วนรวม (ลกู เสือรฐั สภา) 12. การปอ้ งกนั ไม่ใหเ้ กดิ ความรนุ แรง ลดความเหลอ่ื มล้ำ (ลกู เสือสันติภาพ) 13. การสร้างโอกาสทางเลือกให้กับชีวิต (ลูกเสือสำหรับผู้ด้อยโอกาส) ลูกเสือ กศน. สามารถเข้าร่วม กจิ กรรมดังกลา่ ว หรือคิดรูปแบบกิจกรรม/โครงการ ขนึ้ มาเพือ่ การพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของตนเอง ครอบครัว
54 ใบงาน เร่อื ง ลูกเสอื กับการพฒั นา คำช้ีแจง ให้ผเู้ รียนอธิบายสาระสำคญั ของการลกู เสือ ดงั ต่อไปนี้ 1. วัตถุประสงคข์ องการพัฒนาลูกเสอื ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... 2. หลักการสำคญั ของการลกู เสอื ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... 3. ลูกเสือกบั การพัฒนาสมั พนั ธภาพภายในชุมชนและสังคม ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................
แผนการจัดการเรยี นร้คู ร้ังท่ี 6 55 รายวชิ าสขุ ศึกษา พลศึกษา (ทช11002) เวลาเรยี น 6 ชว่ั โมง เรื่อง รา่ งกายของเรา แนวคิด ร่างกายของมนุษย์ประกอบด้วยอวัยวะต่างๆ ท้ังภายใน และภายนอกท่ีทำหน้าที่ต่างๆตาม ความสำคัญของโครงสร้างร่างกายมนุษย์ รวมถึงการป้องกนั ดแู ลรกั ษาไม่ให้เกดิ อาการผิดปกติเพอ่ื ใหร้ า่ งกายได้ มกี ารพฒั นาและเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรชวี ติ ของมนษุ ย์และมีสขุ ภาพกายที่สมบรู ณต์ ามวัย ผลตวั ชว้ี ัด 1. อธบิ ายการเปลย่ี นแปลงและพฒั นาการตามวัยของร่างกายได้ 2. อธิบายโครงสร้างและการทำงานของอวัยวะภายใน และภายนอกได้ 3. อธิบายวิธีการดูแลรักษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะท่ีสำคัญของร่างกาย ทั้งภายใน และ ภายนอกได้ ขัน้ ตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้ 1. ข้นั นำเข้าสู่บทเรยี น ครสู นทนากบั ผเู้ รยี นเก่ยี วกับเรอ่ื งรา่ งกายของมนษุ ย์ 2. ขัน้ จัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ 2.1 ครูอธบิ าย เรื่อง วัฏจักรของชวี ติ มนษุ ย์ 2.2 แบง่ กลมุ่ ๆละ5คน ค้นคว้าเรื่อง 1) โครงสร้าง หนา้ ที่ และ การทำงานของอวยั วะสำคัญของร่างกาย 2) การดแู ล รกั ษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคญั ของรา่ งกาย 2.3 ใหผ้ เู้ รียนจัดทำเอกสารรายงานการค้นคว้าและนำเสนอรายงานตอ่ กลมุ่ เรียน 2.4 ใหผ้ ู้เรยี นทำแบบฝกึ หดั เรอื่ งรา่ งกายของเรา จำนวน 10 ขอ้ 3. ขั้นวัดผลประเมนิ ผล วิธีการประเมนิ ผเู้ รียนโดยใชก้ ารสงั เกต การสมั ภาษณ์ การสอบถาม และแบบประเมนิ ดังน้ี ประเมนิ เอกสารรายงานการศึกษาค้นควา้ 1) โครงสรา้ ง หนา้ ที่ และ การทำงานของอวยั วะสำคญั ของรา่ งกายให้ผู้เรยี นรายงาน การคน้ คว้าต่อช้ันเรียน
56 2) การดูแล รักษาป้องกันความผิดปกติของอวัยวะสำคัญของร่างกายให้ผู้เรียน รายงานการค้นควา้ ตอ่ ช้ันเรยี นประเมินเอกสารรายงาน 4. ขนั้ กิจกรรมการเรียนรตู้ อ่ เนือ่ ง (กรต.) ให้ผเู้ รยี นศึกษา เรอ่ื ง การวางแผนครอบครวั และพฒั นาการทางเพศเพื่อเตรียมความพรอ้ มใน การเรียนคร้ังตอ่ ไป ส่อื และแหลง่ การเรียนรู้ 1.หนังสือเรียนรายวิชาสุขศึกษา พลศึกษา ทช 11002 ระดับประถมศึกษา(ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) หน้า 1-10 2. https://www.youtube.com/watch?v=HnEoyjWeQsc ความยาวคลปิ 47.20 นาที 3. https://www.youtube.com/watch?v=Ukh6BJ0rJsA ความยาวคลิป 28.29 นาที การวัดและประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนรว่ ม ความตง้ั ใจ และความสนใจของผเู้ รียน 2. ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรียน 3. บนั ทกึ การเรียนร/ู้ ทดสอบยอ่ ย 4. ผลการประเมินความพงึ พอใจของผเู้ รียน
57 ใบงาน คำส่ัง : จงเลือกคำตอบท่ีถูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว 1. อวัยวะใดทำหนา้ ท่ีดูดซึมอาหารทถี่ ูกยอ่ ยแลว้ เข้าส่กู ระแสเลอื ด ก. ไต ข. ลำไส้เลก็ ค. ลำไส้ใหญ่ ง. กระเพาะอาหาร 2. คนทชี่ อบสูบบหุ รี่ เป็นคนทีม่ ีความเสีย่ งตอ่ โรคใดมากท่ีสุด ก. โรคปอด ข. โรคหัวใจ ค.โรคภูมิแพ้ ง. โรคความดนั โลหติ สูง 3. การคมุ กำเนิดโดยวธิ ใี ดทไ่ี ม่ควรใชเ้ ปน็ ประจำ ข. การนบั ระยะปลอดภยั ก. ถงุ ยางอนามัย ง. ยาเม็ดคมุ กำนิดแบบฉกุ เฉิน ค. ยาเมด็ คุมกำเนิดทวั่ ไป 4. การเลอื กคู่ครองลักษณะใดท่ีทำให้เกิดปญั หาการปรับตวั ระหว่างกันนอ้ ยทส่ี ดุ ก. พ่อ แม่เป็นผูเ้ ลือกให้ ข. ความรกั เม่ือแรกพบ ค. เรมิ่ จากความเปน็ เพ่ือน ง. ผู้ท่เี ปน็ ที่ยอมรับของญาติพี่นอ้ ง 5. ถ้าลกู ติดโทรศพั ท์มือถือ ควรแกไ้ ขดว้ ยวธิ ใี ด ข. ยดึ โทรศพั ทม์ ือถือ ก. ว่ากลา่ วตักเตือน ง. ชวนลูกไปออกก าลังกาย ค. ไมจ่ ่ายเงินค่าขนม 6. อวัยวะใดทำหนา้ ท่ีสัมพันธก์ ัน ข. ตับ ปอด ก. ปอด ไต ง. หัวใจ ปอด ค. ไต หัวใจ 7. การกระทำในขอ้ ใดที่ทำให้ระบบการย่อยอาหารท างานผิดปกติ ก. เคย้ี วอาหารใหล้ ะเอียดกอ่ นกลนื ข. ควรรับประทานอาหารให้ตรงเวลา ค. รับประทานอาหารท่ีสะอาดปรุงสุกใหมๆ่ ง. ไม่รับประทานอาหารที่มรี สเปรีย้ วหรือเค็มจัด
58 8. ข้อใดคือความสำคญั ของการมีสุขภาพดี ข. ความสดใส ก. ความงาม ง. แข็งแรง ภมู คิ ุ้มกันโรค อายุยนื ค. สมรรถภาพในการทำงาน 9. อวัยวะใดทำหน้าทีด่ ูดซึมอาหารท่ถี ูกย่อยแล้วเข้าสู่กระแสเลอื ด ก.ไต ข. ลำไสเ้ ลก็ ค. ลำไส้ใหญ่ ง. กระเพาะอาหาร 10. คนทช่ี อบสูบบุหร่ี เปน็ คนท่ีมีความเสีย่ งตอ่ โรคใดมากทส่ี ุด ก. โรคปอด ข. โรคหวั ใจ ค.โรคภมู ิแพ้ ง. โรคความดันโลหิตสูง
59 เฉลยใบงาน ขอ้ คำตอบ ขอ้ คำตอบ 1 ข. ลำไส้เล็ก 6 ง. หัวใจ ปอด 2 ก. โรคปอด 7 ข. ควรรบั ประทานอาหารให้ตรงเวลา 3 ง. ยาเมด็ คุมกำนิดแบบฉุกเฉนิ 8 ง. แขง็ แรง ภูมคิ มุ้ กนั โรค อายยุ นื 4 ค. เริม่ จากความเปน็ เพ่ือน 9 ข. ลำไส้เลก็ 5 ก. ว่ากลา่ วตักเตอื น 10 ก. โรคปอด
60 แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 7 รายวชิ าพัฒนาอาชพี ใหม้ ีอยูม่ กี นิ (อช11003) เรอื่ ง ศักยภาพธรุ กจิ เวลาเรียน 20 ชว่ั โมง แนวคิด ความรู้ ความเขา้ ใจในการพฒั นาอาชพี ใหม้ ผี ลิตภัณฑ์ หรอื งานบริการ สร้างรายได้พอเพยี งต่อการ ดำรงชีวติ ตวั ชีว้ ดั 1. อธิบายความหมาย ความสำคญั ความจำเป็นในการพัฒนาอาชีพ 2. อธิบายความจำเปน็ และคุณคา่ ของการวิเคราะหศ์ ักยภาพของธุรกิจ 3. อธบิ ายรูปแบบและวฒั นาการในเร่ืองของงานทศั นศลิ ปพ์ ื้นบา้ น 4. วิเคราะห์ตำแหนง่ ธรุ กิจในระยะตา่ ง ๆ 5. การวิเคราะห์ศักยภาพธรุ กิจตามศักยภาพทัง้ 5 ด้าน ได้แก่ ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแต่ ละพนื้ ท่ี ศักยภาพของพนื้ ทตี่ ามลักษณะภูมปิ ระเทศ ศกั ยภาพของภมู ปิ ระเทศและทำเลท่ีต้งั ของแตล่ ะพ้นื ท่ี ศกั ยภาพของศิลปวัฒนธรรมประเพณี และวถิ ีชีวิตของแตล่ ะพน้ื ที่ศักยภาพของแต่ละพื้นที่บนเส้นทางของเวลา เนื้อหา 1. ความหมาย ความสำคญั ความจำเป็นในการพฒั นาอาชพี ใหม้ อี ยู่มกี ิน 2. ความจำเปน็ และคุณค่าของการวิเคราะห์ศักยภาพธรุ กจิ 3. การวิเคราะห์ตำแหนง่ ธุรกจิ 4. การวเิ คราะห์ศักยภาพธรุ กจิ บนเส้นทางของเวลา
61 ขัน้ ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ข้นั ตอนท่ี 1 การสรา้ งแรงบนั ดาลใจ (Passion : P) 1. ครทู ักทายผู้เรยี น และชวนคิดชวนคุยเก่ียวกับเรื่องท่ีจะเรียนรู้เพ่ือกระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ และมีความกระตือรือร้นในการเช่ือมโยงและสร้างความพร้อมที่จะเรียนรู้หรือทำกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจดั การเรียนรู้ครง้ั น้ี และเพอื่ ทบทวนความรู้เดิมสกู่ ารเตรยี มความพรอ้ มในการรับเนอ้ื หาใหม่ โดยครใู ห้ ผเู้ รยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรยี น เรอ่ื ง ศกั ยภาพธุรกิจ โดยใช้เวลา 10 นาที 2. ครูชี้แจงวัตถุประสงค์ เนื้อหา กจิ กรรม การวัดและประเมินผลของการเรียนรู้ในคร้ังน้ี ท่สี อดคล้อง กบั ตวั ช้ีวัดตามแผนการจัดการเรียนรู้ครั้งน้ี เพ่ือให้ผู้เรยี นเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ให้บรรลุ ตัวช้ีวัด ที่กำหนดตามแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 1 เร่ือง ศักยภาพธุรกิจ พร้อมท้ังแนะนำแหล่งศึกษาค้นคว้า เพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ซ่ึงผเู้ รยี นสามารถไปเรียนรไู้ ด้ด้วยตนเองและทำกจิ กรรมตามท่ีได้รับมอบหมายด้วย ท้งั นี้ ครูควรจะช้ีแจงให้ผเู้ รยี นทราบว่าในการพบกลมุ่ ตามแผนการจัดการเรยี นรู้คร้ังนี้ ผูเ้ รียนจะต้องเรียนรแู้ ละ ทำกิจกรรมที่สอดคล้องกับเนื้อหาท่ีเรียน โดยปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การศึกษาคลิปวิดีโอ และการ แลกเปล่ียนเรยี นรโู้ ดยการอภปิ รายร่วมกบั เพอ่ื นในกลุ่ม รวมทงั้ มกี ารทดสอบหลงั เรยี นด้วย นอกจากนี้ ในการพบกล่มุ แต่ละครั้งน้ัน ครูจะมอบหมายงานให้ผู้เรยี นไปเรียนรูด้ ้วยวิธีการเรียนรู้ด้วย ตนเอง ซึ่งวธิ ีการเรยี นรู้ด้วยตนเองจะตอ้ งเกิดข้นึ ในทุก ๆ ตวั ชีว้ ดั และเน้ือหาท่ีกำหนด โดยผเู้ รียนจะตอ้ งปฏิบตั ิ กจิ กรรมที่กำหนดให้ดว้ ยวิธเี รียนรูอ้ อนไลน์ และศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน ดังนน้ั ครูจะตอ้ งเช่ือมโยง รายละเอยี ดดังกลา่ วข้างต้นให้ผู้เรียนได้เกิดความเขา้ ใจและเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ท่ีจะเกิดข้นึ เพราะ การมอบหมายงานให้ผู้เรียนไปเรียนรู้ด้วยวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองน้ัน ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ออนไลน์ผ่าน อินเทอรเ์ นต็ และศึกษาเอกสารประกอบการเรยี น 3. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนท้ังกลุ่มร่วมกันสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกบั ผอู้ นื่ การคดิ สร้างสรรค์ ความรบั ผดิ ชอบ และการนำความรใู้ นเน้อื หามาใช้ โดยครูบรู ณาการ เนือ้ หาการเรียนรู้ ครูใหผ้ ู้เรียนแลกเปล่ียนเรียนรู้ เป็นรายบุคคลและรายกล่มุ หลังจากนัน้ ครูและผู้เรียนสรปุ ผล การเรียนรูร้ ่วมกัน และใหผ้ เู้ รยี นสรุปส่ิงทีไ่ ด้เรยี นรลู้ งในสมดุ บนั ทกึ ผลการเรียนร้ขู องตน 4. ครูให้ผู้เรียนศึกษา ตามหนังสือเรียนรายวิชาพัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน รหัสรายวิชา อช11003 ระดบั ประถมศกึ ษา 5. ครูเชื่อมโยงส่ิงที่ได้เรียนรู้จากการศึกษาโดยให้ผู้เรียนฝึกทำแบบฝึกหัด เพื่อให้ได้คำตอบของการ เรียนรู้อนั ตรงตามวัตถุประสงค์ของการเรยี นร้ใู นครั้งน้ี
62 ขน้ั ตอนท่ี 2 การนำไปใชป้ ระโยชน์ (Utilization : U) 1. แบ่งผู้เรียนออกเป็น 5 กลุ่ม ให้ศึกษานิยาม จากหนังสือเรียนรายวิชาพัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน รหัสรายวิชา อช11003 ระดับประถมศึกษา โดยให้แต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งผู้แทนนำเสนอต่อ กลมุ่ ใหญใ่ น 2 ประเด็น ครูและผ้เู รยี นสรุปผลการเรียนรรู้ ่วมกนั และให้ผู้เรียนสรุปสิ่งทีไ่ ดเ้ รยี นรู้ลงในสมุดบนั ทึกผล การเรยี นรู้ของตน 2. ครูแนะนำแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง อาทิ หอ้ งสมุด แหล่งเรยี นรู้ในชุมชน หน่วยงาน สถานศึกษาต่าง ๆ รวมท้ังการใช้อินเตอร์เน็ตเพ่ือการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น และให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคลศึกษาเนื้อหา ในหนังสือเรียนรายวิชาพัฒนาอาชีพให้มีอยู่มีกิน รหัส รายวชิ า อช11003 ระดับประถมศึกษา 3. ครูดำเนินการทำหน้าที่นำการอภิปราย โดยให้ผู้เรียนกลุ่มใหญ่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นคิด วเิ คราะห์ อภิปราย และวิเคราะห์ให้ข้อมูลเพ่ิมเตมิ ในเน้ือหาหรอื ประเดน็ ท่ียงั ไม่ชัดเจน ตามรายละเอียดท่ีผเู้ รยี นได้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน หากผู้เรียนกลุ่มใหญ่หรือครูเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ มีความต้องการในการเรียนรู้ เพ่มิ เตมิ ครูจะช่วยเติมเตม็ ความรู้ให้กบั ผ้เู รียน หลังจากน้ันครูและผ้เู รียนสรุปส่ิงทไี่ ดเ้ รียนรใู้ นภาพรวมทง้ั หมด แล้วให้ผู้เรยี นสรุปสงิ่ ที่ไดเ้ รยี นรลู้ งในสมุดบันทกึ การเรยี นรูข้ องตน หมายเหตุ : ในการดำเนินกิจกรรมกลมุ่ ครชู แี้ จงบทบาทหน้าทใ่ี นการทำงานให้ผู้เรียนได้มีความรบั ผิดชอบ ร่วมกันในการทำงาน ซึ่งมอบหมายให้ผู้เรียนดำเนินการแต่งตั้งประธานหรือผู้นำในการอภิปรายแลกเปล่ียน เรียนรู้ และการมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ รวมถึงการแต่งต้ังเลขานุการของกลุ่มเป็นผู้จด บนั ทึกและผู้รักษาเวลา เพื่อปฏิบัติงานของกลุ่มใหญ่ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้ และพิจารณาว่าสมาชิก ลุ่มทุกคนควรมีความเข้าใจตรงกันว่า ตนมีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องช่วยให้กลุ่มทำงานได้สำเร็จ ครูควรให้ คำแนะนำถึงความสำคัญของการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างท่ัวถึง ไม่ให้มีการ ผูกขาดการอภิปรายโดยผู้ใดผหู้ น่ึง และควรมีการจำกัดเวลาของการอภปิ รายแตล่ ะประเดน็ ในระหว่างการทำกิจกรรมของผู้เรียน ครูมีบทบาทในการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผเู้ รยี นคอย กระตุ้นผู้เรียนให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ โดยบันทึกลงในแบบบันทึกพฤติกรรมการเรียนรู้ของ ผ้เู รียน และเครื่องมือประเมินการสังเกตแบบประมาณค่า 4. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทั้งกลุ่มร่วมกันสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผอู้ ืน่ การคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และการนำความรใู้ นเน้อื หามาใช้ หลงั จากน้นั ครูดำเนินการ ดังนี้ (1) ครูบรรยายเน้ือหาตามใบความรู้สำหรบั ครู เพื่อใช้สำหรับประกอบกจิ กรรมการเรยี นรู้ ในส่วน ของผู้เรียนให้ศกึ ษาใบความรสู้ ำหรับผู้เรยี น ประกอบการบรรยายของครูตามใบความร้สู ำหรับผู้เรียน (2) ครูอธิบายและให้ผู้เรียนฝึกทำแบบฝึกหัด พร้อมทั้งให้ผู้เรียนร่วมปฏิบัติในการสาธิตของครู ดว้ ย ท้ังน้ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยให้ผู้เรียนตงั้ ประเด็นข้อสงสัย หรือสิ่งที่ต้องการเรยี นรู้ ในกระบวนการของการฝึกทำแบบฝึกหัด 5. ครแู ละผเู้ รยี นอภปิ รายและสรุปผลการเรียนร้รู ่วมกัน
63 ขน้ั ตอนที่ 3 การสะท้อนความคดิ จากการเรยี นรู้ (Reflection : R) 1. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4-8 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่ม โดยผู้เรียนแต่ละฝึกทำแบบฝึกหัด ตามใบกิจกรรมของผูเ้ รียน 2. ใหผ้ ูเ้ รียนแตล่ ะกลุ่มตามขอ้ 1 ทำแบบฝึกหดั ตามกจิ กรรม ทง้ั น้ี ครูจะตอ้ งกำกับการปฏิบัตกิ ิจกรรมของผู้เรียนจนกิจกรรมแล้วเสรจ็ ตามใบกิจกรรมสำหรบั ครู 3. ให้ผูเ้ รียนแตล่ ะกลุ่มนำเสนอ ตามใบกิจกรรมของผเู้ รยี น 4. ครูให้ผ้เู รยี นสะทอ้ นความคดิ ในการเรียนรูท้ ีไ่ ดจ้ ากการเรยี นรแู้ ละการปฏิบัติการ 5. ครแู ละผเู้ รียนอภปิ รายและสรุปผลการเรียนรรู้ ว่ มกัน ขัน้ ตอนที่ 4 การติดตามประเมินและแกไ้ ข (Action : A) 1. ครูสนทนากับผู้เรียนเก่ียวกับเรื่องที่ได้เรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้น้ี โดยครูสุ่มผู้เรียนตาม ความสมัครใจจำนวน 2-3 คน ให้ตอบคำถาม 2. ครแู ละผูเ้ รียนอภิปรายและสรปุ ผลการเรียนรู้ร่วมกัน เพอ่ื เป็นการสรปุ ภาพรวมของกจิ กรรมการ เรียนรู้ ซึ่งจะทำให้ผเู้ รยี นเกดิ ความเข้าใจในกจิ กรรมการเรยี นรู้มากยิง่ ขนึ้ 3. ใหผ้ ้เู รียนทำแบบทดสอบหลงั โดยใช้เวลา 10 นาที 4. ครแู ละผูเ้ รียนสรปุ ภาพรวมส่ิงทไี่ ดเ้ รียนรรู้ ่วมกัน นอกจากน้ี ในตอนท้ายของการพบกลมุ่ หลงั จากเสร็จสน้ิ ขน้ั ตอนท่ี 3 ครูมกี ารมอบหมายงานให้ เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง รายละเอียดดังน้ี การมอบหมายงานให้เรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง 1. ครชู แ้ี จงให้ผเู้ รยี นทราบว่า ในการพบกลุ่มแต่ละครั้งผเู้ รียนจะไดร้ ับมอบหมายงานให้ไปเรยี นร้ดู ้วย วิธีเรยี นรดู้ ้วยตนเองในลกั ษณะที่ครจู ะมอบหมายงานใหผ้ เู้ รียนไปศกึ ษา 2. ครมู อบหมายงานให้ผู้เรียนเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง โดยให้ไปศึกษา ส่วนที่ 2 มอบหมายงานให้ผเู้ รียนเรยี นร้ดู ว้ ยตนเอง ซง่ึ เน้อื หาการเรียนรู้เพ่มิ เตมิ ใน หลังจากนน้ั ครูและผู้เรียนมีการนัดหมายทบทวน ตรวจสอบ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน ผ่านทาง สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ ส์ ต่อไป หมายเหตุ : ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซึ่งการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วย ตนเองนั้น อาจมีความแตกต่างกันบ้างในข้ันตอน โดยพิจารณาจากพ้ืนฐานของผู้เรียน ในกรณีที่ผู้เรียนมี พื้นฐานน้อยหรือไม่มีพ้ืนฐานมาก่อนกค็ วรจัดการเรียนรู้พื้นฐานที่จำเป็นและพอเพียงกับผู้เรยี น หลงั จากน้นั ให้ ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในช่วงระยะหน่ึงแล้วจึงค่อยให้ผู้เรียนคิดหัวข้อที่อยากจะทำ หรือถ้าผู้เรียนมีพื้น ความรูม้ าก่อนแล้ว ใหค้ ดิ หัวข้อทีส่ นใจจะทำและให้ลงมอื ปฏิบตั ไิ ด้
64 สอ่ื และแหลง่ การเรียนรู้ หนังสือเรยี นรายวิชาพัฒนาอาชีพใหม้ ีอยู่มกี นิ รหัสรายวิชา อช11003 ระดับประถมศกึ ษา การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ ม ความตง้ั ใจ และความสนใจของผูเ้ รยี น 2. ผลการทดสอบกอ่ นและหลงั เรียน 3. ผลการออกแบบและสรา้ งสรรค์นวตั กรรมและส่งิ ทตี่ อ้ งการพัฒนา/ชิน้ งาน/ผลงาน 4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้เรยี น รายละเอียดส่อื วัสดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรยี นรู้ 1. ใบความรู้สำหรับผู้เรยี น 2. แบบฝึกหัด
65 เร่อื งท่ี 1 ความหมาย ความสำคัญ ความจำเป็นในการพัฒนาอาชีพ ศักยภาพของธรุ กจิ หมายถงึ ธรุ กิจท่บี คุ คลท่มี คี วามสามารถพัฒนาสนิ ค้านั้น ใหส้ ามารถอยใู่ นตลาดได้ การพัฒนา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงอย่างมีกระบวนการโดยมีจุดมุ่งหมายการพัฒนาอาชีพ หมายถึง การ ประกอบอาชีพที่มีการพัฒนาสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอยู่ตลอดเวลา โดยมีส่วน ครองตลาดได้ตามความด้องการของผผู้ ลิต แสดงถึงความม่ันคงในอาชีพ ซ่ึงต้องข้ึนอยู่กับศักยภาพของผู้ผลิต ดังนั้น การพัฒนศกั ยภาพเป็นความจำเป็นและสำคัญมากในการพัฒนาอาชีพ หรือพัฒนาธุรกจิ โดยการนำเอา ความสามารถออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์ เพื่อการประสบผลสำเร็จอย่างงดงามการวิเคราะห์ หมายถึง การ แยกแยะส่ิงท่ีจะพจิ ารณาออกเป็นสว่ นย่อย ทม่ี ีความสัมพนั ธก์ นั รวมถงึ สืบค้นหาความสัมพนั ธ์นน้ั ตวั อยา่ ง การวเิ คราะหศ์ ักยภาพทางธุรกจิ ของนางสาวมาลี ช่อประดิษฐ์ อาชีพประกอบการค้า รับจ้าง ทำบายศรี ชนั หมาก ใบตอง จัดดอกไมส้ ดและรอ้ ยมาลยั โดยเปดิ แผงรา้ นค้ามุมตลาดสดประจำอำเภอ 1. มาลี มใี จรกั ในงานประดิษฐ์ มีจิตใจพรอ้ มบรกิ าร บริการตรงเวลา 2. มาลี มีฝมี อื ในการ จัด เยบ็ ดอกไม้ ใบตอง ได้ประณตี สวยงาม ออกแบบได้ดี 3. ทำเล ย่านการคา้ ของรา้ นมาลเี หมาะสม 4. มาลี มมี นษุ ยส์ ัมพนั ธด์ ี ยมิ้ แย้มแจ่มใส 5. มาลี มคี วามซ่ือสตั ยต์ ่อการคา้ ไมเ่ อาเปรยี บลูกคา้ เลอื กวัสดเุ หมาะสมกบั รากา 6. มาลี มีเงินทุนสำรองหมุนเวียนพอเพียงในการประกอบกิจการในระดับพออย่พู อกนิ
66 เร่ืองท่ี 2 การวิเคราะหต์ ำแหนง่ ธรุ กจิ ตำแหน่งธรุ กจิ หมายถึงระยะเวลาในชว่ งการประกอบอาชีพหรอื ธุรกจิ ของผูป้ ระกอบการแตล่ ะระดบั ข้นั ตอนของการดำเนินกจิ การโดยทว่ั ไปจะแบง่ เป็นระยะดังนี้ 1. ระยะเร่มิ ต้น 2. ระยะสร้างตัว 3. ระยะทรงตัว 4. ระยะตกตำ่ หรือสูงขนึ้ ผู้ประกอบการต้องมีความรู้สามารถวิเคราะห์ตำแหน่งธุรกิจในอาชีพของตนเองได้ว่าอยู่ในระยะใด ต้องขยายตัวอกี มากน้อยแค่ไหน และคู่แข่งขันเกิดข้ึนมากหรือยัง โดยอาศัยข้อมูลการวิเคราะห์ศักยภาพทาง ธรุ กิจของตนเอง ซึ่งไดอ้ ธิบายเปน็ กราฟวเิ คราะห์ตำแหนง่ วงจรธุรกิจได้ดังน้ี
67 เรอื่ งที่ 4 การวิเคราะหศ์ กั ยภาพธุรกิจบนเสน้ ทางของเวลาตามศกั ยภาพของแตล่ ะพืน้ ที่ เส้นทางเวลา หมายถึง วัฏจักรของการประกอบอาชีพธุรกิจสินค้าหรือบริการในช่วงระยะเวลาหน่ึง ของการดำเนนิ กิจการ ในกระบวนการปลูกผักจะมผี ังการไหลดงั ตวั อย่าง ซึ่งเป็นขน้ั ตอน มกี ารดำเนินงานตามลำคับก่อนหลัง เช่น ต้องมกี ารวางแผนก่อนท่ีจะดำเนินการปลูกผัก และในแต่ละข้ันตอนตามเส้นทางของเวลาในการปลูกผัก เจา้ ของธรุ กิจต้องวิเคราะหช์ ักยภาพธรุ กจิ ของทรพั ยากรธรรมชาตใิ นแต่ละพืน้ ท่ีไดเ้ ช่น - การวางแผนการปลูกผัก ผ้ปู ระกอบการจะสามารถวางแผนการใช้ทนุ ได้อยา่ งเหมาะสม เชน่ มีการลด ตน้ ทุนได้ สามารถใชท้ นุ อ่นื มาทดแทนได้ - การปลูกผัก ผู้ประกอบการจัดการปลูกได้รวดเร็ว ตรงตามแผนท่ีกำหนดไว้ มีการคิดค้นเคร่ืองทุ่น แรงในการปลูกผัก การวิเคราะห์ศักยภาพธุรกิจบนเส้นทางของเวลาตามศักยภาพของแต่ละพ้ืนท่ี คือ การแยกแยะ กระบวนการทางธรุ กิจตามเส้นทางของเวลา เพ่ือวิเคราะห์หาศักยภาพธุรกิจของตนเองในแต่ละช่วงของการ ผลิตสินค้าให้มองเห็นความก้าวหน้า ความสำเร็จในแต่ละการกิจ ด้วยการกำหนดกิจกรรมพร้อมกำกับเวลาท่ี ต้องใช้จริง เขียนเน้นถึงการไหลของงาน ไว้เฝ้าระวังการดำเนินงาน การจัดทำผังการไหลของงานในแต่ละ ภารกจิ โดยกำหนดกจิ กรรมออกมาจดั ลำดบั ขัน้ ตอนกอ่ นหลัง ดังน้ี 1. ศักยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตล่ ะพนื้ ท่ี ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ซ่ึงมนุษย์สามารถนำไปใช้ให้เกิด ประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน และการประกอบอาชีพได้ เช่น การวางแผนการปลูกผัก มีแหล่งน้ำเพียงพอต่อ ระยะเวลาการปลกู ผกั ในพ้นื ท่ี : ไร่ หรอื ไม่ และความอุดมสมบรู ณข์ องดนิ มีมากน้อยเพียงใด ซ่งึ จะสง่ ผลต่อการ ปรบั ปรงุ บำรุงดินและการใสป่ ยุ้ 2. ศกั ยภาพของพ้นื ท่ีตามลกั ษณะภมู อิ ากาศ ลักษณะภมู อิ ากาศ หมายถงึ ลักษณะอากาศประจำถิน่ ในชว่ งระยะเวลาหนง่ึ ซึ่งมอี ทิ ธพิ ลตอ่ การ ประกอบอาชีพในแตล่ ะพื้นทีม่ ีสภาพอากาศทีแ่ ตกตา่ งกัน สำหรบั การปลกู ผกั จะอาศยั ลกั ษณะลมฟ้าอากาศเข้า ชว่ ย การจัดเตรียมปัจจัยการปลกู ผักเกยี่ วกบั เมล็ดพนั ธ์ุ ควรเลือกเมล็ดพนั ธุ์ผักให้เหมาะสมกบั ฤดูกาล เช่น พืช ท่ปี ลกู ในฤดูและพืชท่ปี ลูกในฤดูรอ้ น
68 3. ศักยภาพของภูมปิ ระเทศ และทำเลท่ตี ้งั ของแต่ละพ้นื ท่ี ภูมิประเทศ หมายถึง ลักษณะทางกายภาพของแผ่นดิน ความสูงต่ำ ที่ราบลุ่ม ท่ีราบสูง ภูเขา แม่น้ำ ทะเล เป็นต้น สภาพภูมิประเทศและทำเลท่ีตั้งของแต่ละพื้นที่ จะแตกตา่ งกนั เช่น เป็นภเู ขา ทร่ี าบสงู ที่ ราบลมุ่ การเตรียมดินปลกู ผกั จะตอ้ งเปน็ พืน้ ที่ท่รี าบ น้ำไมท่ ่วมขัง 4. ศกั ยภาพของศิลปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวิถีชวี ติ ของแตล่ ะพ้นื ที่ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี หมายถึง ความเชื่อ การกระทำที่มีการปฏิบัติสืบเน่ืองกันมาเป็น เอกลักษณ์ และมีความสำคัญตอ่ สงั คมในแต่ละภาคของประเทศไทยมีศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี และวิถีชวี ิต การเปน็ บริโภคทีแ่ ตกต่างกัน การปลกู ผักควรปลูกให้ตรงกับความตอ้ งการของผูบ้ ริโภคและตลาด 5. ศักยภาพของทรัพยากรมนษุ ย์ในแต่ละพ้ืนที่ ทรัพยากรมนษุ ยใ์ นแต่ละพ้ืนที่ หมายถึง ความรู้ ความสามารถของมนุษย์ท่ีเป็นภมู ิรู้ ภูมิปญั ญาทั้ง ในอดีตและปัจจุบันในแต่ละภาคของประเทศไทย ในแต่ละท้องถ่ินมีความถนัด และความชำนาญในการดูแล รักษาและการเกบ็ ผักส่งตลาดที่ไมเ่ หมือนกัน ส่งผลใหผ้ ลผลิตและรายไดท้ ่ีต่างกัน
69 ใบงานท่ี 1 คำชแี้ จง : ใหผ้ ้เู รียนรวมกลุ่ม ๆ ละ 3 - 5 คน - รว่ มกนั อภิปรายถึงความสำคญั และความในการพฒั นาอาชีพ แลว้ สรุปเป็นความรูล้ งในแบบบนั ทกึ …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
70 ใบงานที่ 2 ความหมาย ความสำคญั ความจำเป็นในการพฒั นาอาชีพ คำส่งั : ใหผ้ ู้เรยี นพัฒนาอาชีพของตนเองหรอื อาชพี ท่มี คี วามสนใจด้านต่าง ๆ ดงั นี้ 1. ทำเลทีต่ งั้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. ความตรงตอ่ เวลาในการบรกิ าร………………………………………………………………………………………………………….. 3. ความซอื่ สตั ย์ตอ่ ลกู ค้า การเลือกใช้วสั ดทุ ่ีเหมาะสมกบั ราคา………………………………………………………………….. 4. การพฒั นารูปแบบสินคา้ …………………………………………………………………………………………………………………… 5. การใช้เงนิ ทุน…………………………………………………………………………………………………………………………………… 6. การพฒั นาการตลาด…………………………………………………………………………………………………………………………. 7. การพัฒนากระบวนการผลติ /หรือการบรกิ าร...................................................................................................
71 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 8 รายวชิ า ลูกเสือ กศน. (สค12025) เรอื่ ง ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสา และการบรกิ าร เวลาเรียน 6 ช่ัวโมง แนวคดิ ลูกเสือกับการบริการ หมายถึง การช่วยเหลือหรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อ่ืนและต่อ ชุมชน ลูกเสือวิสามัญจะต้องมีความเล่ือมใสศรัทธาในคำว่า “บริการ” และลงมือ ปฏิบัติเร่ืองน้ีอย่างจริงจัง ด้วยความจริงใจ และโดยมีทักษะหรือความสามารถในการให้บริการน้ันด้วยความช่ำชอง ว่องไว คือ ไวใจได้ หรอื เชอ่ื ได้ ตัวช้ีวดั 1. อธบิ ายความสำคญั ของลกู เสอื กศน. 2. อธบิ ายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งลูกเสือ กศน. กับการพฒั นาตนเอง 3. ยกตวั อย่างบทบาทของลูกเสือ กศน. ทีม่ ตี อ่ ตนเอง ครอบครวั ชุมชน และสังคม เนือ้ หา 1. ความเป็นมา และความสำคญั ของลูกเสอื กศน. 2. ลูกเสือ กศน. กับการพฒั นาตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน และสังคม 3. บทบาทหน้าทข่ี องลกู เสือ กศน. ที่มีต่อตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน และสงั คม
72 ข้ันตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้ ขน้ั ตอนที่ 1 การสรา้ งแรงบนั ดาลใจ (Passion : P) 1. ครทู ักทายผูเ้ รียน และชวนคิดชวนคุยเก่ยี วกับเรื่องที่จะเรียนรู้เพ่ือกระตุ้นให้ผเู้ รียนเกิดความสนใจ และมีความกระตือรือร้นในการเช่ือมโยงและสร้างความพร้อมท่ีจะเรียนรู้หรือทำกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจัดการเรยี นร้คู รง้ั น้ี 2. ครูชี้แจงวัตถุประสงค์ เนื้อหา กจิ กรรม การวัดและประเมินผลของการเรยี นรู้ในครั้งนี้ ทีส่ อดคล้อง กับตัวชี้วัดตามแผนการจัดการเรียนรู้ครั้งนี้ เพื่อให้ผู้เรียนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ให้บรรลุ ตัวช้ีวัด ที่กำหนดตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสาและการบริการ พร้อมทั้ง แนะนำแหล่งศึกษาคน้ คว้าเพิ่มเติมจากอินเทอร์เน็ต ซ่ึงผู้เรียนสามารถไปเรียนรู้ได้ด้วยตนเองและทำกิจกรรม ตามที่ได้รับมอบหมายด้วย ท้ังนี้ ครูควรจะชี้แจงให้ผู้เรียนทราบว่าในการพบกลุ่มตามแผนการจัดการเรียนรู้ ครั้งน้ี ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้และทำกิจกรรมท่ีสอดคล้องกับเน้ือหาท่ีเรียน โดยปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การศกึ ษาคลิปวิดโี อ และการแลกเปลี่ยนเรียนรูโ้ ดยการอภิปรายรว่ มกับเพื่อนในกลุ่ม รวมทั้งมีการทดสอบหลัง เรยี นด้วย นอกจากนี้ ในการพบกลุ่มแต่ละคร้ังนัน้ ครูจะมอบหมายงานใหผ้ ู้เรียนไปเรยี นรู้ด้วยวิธีการเรียนรู้ดว้ ย ตนเอง ซ่ึงวิธกี ารเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองจะตอ้ งเกิดข้นึ ในทกุ ๆ ตัวชวี้ ัดและเนื้อหาที่กำหนด โดยผเู้ รียนจะตอ้ งปฏิบตั ิ กิจกรรมท่กี ำหนดใหด้ ว้ ยวิธีเรยี นร้อู อนไลน์ และศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน ดังนั้น ครูจะต้องเช่ือมโยง รายละเอียดดังกล่าวข้างต้นใหผ้ ู้เรียนไดเ้ กิดความเข้าใจและเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ท่ีจะเกิดข้นึ เพราะ การมอบหมายงานให้ผู้เรียนไปเรียนรู้ด้วยวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น ผู้เรียนจะต้องเรียนรู้ออนไลน์ผ่าน อินเทอร์เนต็ และศึกษาเอกสารประกอบการเรยี น 3. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนท้ังกลุ่มร่วมกันสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อ่ืน การคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และการนำความรู้ในเนื้อหามาใช้ โดยครูบูรณาการ เนื้อหาการเรยี นรู้ มกี ารใชส้ อ่ื เทคโนโลยีท่ีเปน็ คลปิ วิดโี อจาก Youtube ท่สี ัมพันธ์กับเนอ้ื หา จำนวน 1 วดิ ีโอ คอื https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลปิ 9.35 นาที หลงั จากทีไ่ ด้ชมคลปิ วิดโี อแล้ว ครไู ดอ้ ธิบายตามเนอื้ หาในบทเรยี น ครูอธิบาย เรอ่ื ง ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสาและการบรกิ าร ตามหนังสอื เรียนรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดบั ประถมศึกษา หน้า 47-52 ครูใหผ้ ู้เรียนแลกเปลี่ยนเรยี นรู้ เป็นรายบคุ คลและรายกลมุ่ หลังจากนนั้ ครูและผู้เรยี นสรุปผลการ เรยี นร้รู ว่ มกนั และใหผ้ ู้เรียนสรปุ ส่งิ ทีไ่ ดเ้ รยี นรลู้ งในสมุดบันทึกผลการเรียนรูข้ องตน 4. ครูให้ผู้เรียนศึกษา ตามหนังสือเรียนรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา เรอื่ ง ลกู เสือ กศน. กบั จิตอาสาและการบรกิ าร หน้า 47-52 5. ครูเชื่อมโยงส่ิงท่ีได้เรียนรจู้ ากการศึกษาคลิปวิดีโอ เรื่อง ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสาและการบริการ ให้ผู้เรียนรายบุคคลและรายกลุ่มตอบคำถาม และให้ผู้เรียนฝึกทำแบบฝึกหัด เพ่ือให้ได้คำตอบท่ีเป็นผลลัพธ์ ของการเรียนรู้อนั ตรงตามวตั ถปุ ระสงค์ของการเรียนรใู้ นครง้ั น้ี
73 ข้นั ตอนที่ 2 การนำไปใช้ประโยชน์ (Utilization : U) 1. แบง่ ผเู้ รียนออกเปน็ 3 กลุ่ม ใหศ้ ึกษานยิ าม จากหนงั สือเรียนรายวิชาลกู เสือ กศน. สค12025 ระดบั ประถมศึกษาหน้า 47-52เรอ่ื ง ลูกเสือ กศน. กับจติ อาสาและการบริการ ท่กี ำหนดให้ ดังน้ี กลุ่มที่ 1 จิตอาสา และการบรกิ าร กลมุ่ ที่ 2 หลกั การของจิตอาสา และการบรกิ าร กลุ่มท่ี 3 วธิ ีปฏิบัติตนในฐานะลกู เสอื กศน. เพ่อื เป็นจิตอาสา และการบรกิ าร โดยให้แตล่ ะกลุ่มแลกเปล่ียนเรยี นรู้ และส่งผแู้ ทนนำเสนอต่อกลุม่ ใหญใ่ น 3 ประเด็น ประเด็นท่ี 1 จิตอาสา และการบรกิ าร ประเดน็ ที่ 2 หลกั การของจติ อาสา และการบริการ ประเดน็ ที่ 3 วิธีปฏิบัติตนในฐานะลูกเสอื กศน. เพ่อื เปน็ จติ อาสา และการบรกิ าร ครูและผ้เู รียนสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน และให้ผู้เรียนสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ลงในสมุดบันทึกผล การเรียนรู้ ของตน 2. ครแู นะนำแหล่งเรยี นรู้ให้กบั ผู้เรียนเพื่อใช้เปน็ เคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเอง อาทิ ห้องสมุด แหลง่ เรยี นรใู้ นชมุ ชน หน่วยงาน สถานศึกษาต่าง ๆ รวมท้งั การใช้อนิ เตอรเ์ น็ตเพือ่ การเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น และให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคลศึกษาเน้ือหา ในหนังสือเรียนตามหนังสอื เรยี นรายวิชาลกู เสือ กศน. สค12025 ระดบั ประถมศึกษา หนา้ 47-52เรอ่ื ง ลูกเสือ กศน. กบั จิตอาสาและการบรกิ าร 3. ครูดำเนินการทำหน้าท่ีนำการอภิปราย โดยให้ผู้เรียนกลุ่มใหญ่ร่วมกันแสดงความคิดเห็นคิด วเิ คราะห์ อภิปราย และวิเคราะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเตมิ ในเนื้อหาหรอื ประเดน็ ที่ยังไม่ชัดเจน ตามรายละเอียดท่ีผู้เรียนได้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน หากผู้เรียนกลุ่มใหญ่หรือครูเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ มีความต้องการในการเรียนรู้ เพิ่มเติม ครูจะช่วยเติมเตม็ ความรู้ให้กับผเู้ รียน หลังจากน้ันครแู ละผเู้ รียนสรุปส่ิงที่ไดเ้ รียนรใู้ นภาพรวมทั้งหมด แลว้ ใหผ้ ูเ้ รียนสรปุ ส่งิ ท่ไี ด้เรียนรูล้ งในสมดุ บันทกึ การเรียนรูข้ องตน หมายเหตุ : ในการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม ครูชี้แจงบทบาทหน้าท่ีในการทำงานให้ผู้เรียนได้มีความรับผิดชอบร่วมกันใน การทำงาน ซ่ึงมอบหมายให้ผู้เรียนดำเนินการแต่งตั้งประธานหรือผู้นำในการอภิปรายแลกเปลยี่ นเรียนรู้ และ การมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ รวมถึงการแต่งต้ังเลขานุการของกลุ่มเป็นผู้จดบันทึกและ ผู้รักษาเวลา เพ่ือปฏิบัติงานของกลุ่มใหญ่ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้ และพิจารณาว่าสมาชิกลุ่มทุกคน ควรมีความเข้าใจตรงกันว่า ตนมีบทบาทหน้าที่ท่ีจะต้องช่วยให้กลุ่มทำงานได้สำเร็จ ครูควรให้คำแนะนำถึง ความสำคัญของการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างท่ัวถึง ไม่ให้มีการผูกขาดการ อภปิ รายโดยผู้ใดผ้หู น่ึง และควรมีการจำกัดเวลาของการอภปิ รายแต่ละประเดน็ ในระหว่างการทำกิจกรรมของผู้เรียน ครูมีบทบาทในการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน คอยกระตุ้นผู้เรยี นให้เกิดความกระตือรอื ร้นในการเรียนรู้ โดยบันทึกลงในแบบบนั ทึกพฤติกรรมการเรียนรู้ของ ผู้เรยี น และเคร่ืองมือประเมินการสงั เกตแบบประมาณค่า
74 4. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนท้ังกลุ่มร่วมกันสนทนา เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกบั ผอู้ น่ื การคดิ สร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และการนำความรูใ้ นเนือ้ หามาใช้ โดยครูบรู ณาการ เนื้อหาการเรยี นรู้ มีการใช้สอ่ื เทคโนโลยีท่เี ป็นคลิปวดิ ีโอจาก youtube ท่สี ัมพนั ธก์ ับเนื้อหา ทั้งนี้ครเู ชื่อมโยงสิ่ง ที่ได้เรียนรู้ตามขั้นตอนที่ 1 ในการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ผ่านคลิปวิดีโอ โดยครูเปิดคลิป วิดีโอ ดังนี้ (1) https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที (2) https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลิป 5 นาที (3) https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลิป 9.35 นาที (4) https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลปิ 3.19 นาที หลงั จากนน้ั ครดู ำเนินการ ดงั น้ี (1) ครบู รรยายเนอื้ หาตามใบความรสู้ ำหรับครู เร่ือง ลูกเสอื กบั การพฒั นา เพอ่ื ใช้สำหรับประกอบ กิจกรรมการเรียนรู้ (2) ครอู ธิบายและให้ผเู้ รยี นฝกึ ทำแบบฝกึ หัดโจทย์ เรอ่ื ง “กจิ กรรมท้ายเร่ือง ความสำคญั ของการ ลูกเสือกับการพัฒนา (ให้ผู้เรียนไปทำกิจกรรมท้ายเรื่องท่ีสมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ประกอบชุดวิชา) พร้อมทั้งให้ผู้เรียนร่วมปฏิบัติในการสาธิตของครูด้วย ทั้งน้ีเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แลกเปล่ียนเรียนรู้ โดยให้ ผู้เรยี นตั้งประเด็นข้อสงสยั หรอื ส่งิ ที่ต้องการเรยี นรู้ในกระบวนการของการฝึกทำแบบฝกึ หัด 5. ครูและผ้เู รียนอภิปรายและสรุปผลการเรยี นรู้รว่ มกัน ข้ันตอนท่ี 3 การสะท้อนความคิดจากการเรยี นรู้ (Reflection : R) 1. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4-8 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มลงมือฝึกแก้โจทย์ เรื่อง “ลูกเสือ กับการพัฒนา” ตามหนังสือเรยี นรายวิชาลูกเสอื กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา รายวิชาบงั คับ หน้า 47- 52โดยผู้เรียนแต่ละฝึกทำแบบฝึกหัด เร่อื ง “กิจกรรมท้ายเร่ือง ลูกเสือ กศน. กับจิตอาสาและการบริการ (ให้ ผ้เู รียนไปทำกิจกรรมทา้ ยเรอื่ งทส่ี มดุ บนั ทึกกิจกรรมการเรยี นร้ปู ระกอบชุดวชิ า)” 2. ให้ผเู้ รยี นแตล่ ะกลมุ่ ตามข้อ 1 ทำแบบฝกึ หดั ตามกจิ กรรม เรือ่ ง “กิจกรรมทา้ ยเรือ่ งท่ี 2 ลูกเสือ กศน. กับ จติ อาสาและการบริการ (ให้ผู้เรยี นไปทำกิจกรรมทา้ ยเรื่องท่ี 2 ท่ีสมุดบันทึกกิจกรรมการเรยี นรูป้ ระกอบชุดวชิ า)” ท้ังนี้ ครูจะต้องกำกับการปฏิบัติกจิ กรรมของผู้เรียนจนกิจกรรมแล้วเสรจ็ ตามใบกิจกรรมสำหรับครู เร่อื ง “ลูกเสอื กศน. กบั จติ อาสาและการบริการ” 3. ให้ผเู้ รยี นแต่ละกลุ่มนำเสนอการทำกิจกรรมตาม ขอ้ ท่ี 1 เร่อื ง “ลกู เสือ กศน. กบั จติ อาสาและการ บริการ” ตามใบกจิ กรรมของผู้เรยี น เรอ่ื ง “ลกู เสือ กศน. กบั จิตอาสาและการบริการ” 4. ครูใหผ้ ู้เรยี นสะท้อนความคิดในการเรียนรูท้ ่ไี ด้จากการเรียนรูแ้ ละการปฏบิ ตั กิ าร จากขนั้ ตอนท่ี 1 ถงึ ขนั้ ตอนท่ี 3 นี้ 5. ครแู ละผเู้ รียนอภปิ รายและสรุปผลการเรียนรูร้ ว่ มกัน
75 ข้ันตอนท่ี 4 การติดตามประเมนิ และแกไ้ ข (Action : A) 1. ครูสนทนากับผู้เรียนเก่ียวกับเรื่องท่ีได้เรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้นี้ โดยครูสุ่มผู้เรียนตาม ความสมคั รใจจำนวน 2-3 คน ใหต้ อบคำถามในประเด็น ต่อไปน้ี ประเดน็ ที่ 1 “ลูกเสือ กศน. กับจติ อาสาและการบรกิ าร นยิ ามคืออะไร” แนวคำตอบ จติ อาสา หมายถงึ จติ ที่ไม่นง่ิ ดูตายตอ่ สังคม หรือความทุกขย์ ากของผูค้ น และ ปรารถนาเข้าไปช่วยด้วยจิตที่เป็นสุขที่ได้ช่วยผู้อ่ืน เพ่ือส่วนรวมของคนท่ีรู้จักความเสียสละเอาใจใส่ เป็นธุระ ให้ความร่วมมือร่วมใจในการทำประโยขน์เพื่อส่วนรวม เพื่อช่วยกันพัฒนาคุณภาพชีวิต และปรารถนาเข้าไป ชว่ ยลดปัญหาท่ีเกิดข้ึนในสังคม ด้วยการสละเวลา การลงแรงและสร้างสรรค์ใหเ้ กิดประโยชน์สุขแก่สังคม และ ประเทศชาติ 2. ครูและผู้เรยี นอภิปรายและสรุปผลการเรยี นรู้รว่ มกนั เรื่อง “จิตอาสา หมายถึง จิตท่ีไม่น่งิ ดูตายต่อ สงั คม หรือความทุกขย์ ากของผู้คน และปรารถนาเข้าไปช่วยดว้ ยจิตที่เป็นสุขท่ไี ด้ช่วยผ้อู ื่น เพื่อส่วนรวมของ คนท่ีรจู้ กั ความเสยี สละเอาใจใส่ เป็นธรุ ะ ให้ความร่วมมือร่วมใจในการทำประโยชน์เพอื่ ส่วนรวม เพือ่ ช่วยกัน พัฒนาคุณภาพชีวิต และปรารถนาเข้าไปช่วยลดปัญหาท่ีเกิดขึ้นในสังคม ด้วยการสละเวลา การลงแรงและ สร้างสรรค์ใหเ้ กิดประโยชน์สขุ แกส่ งั คม และประเทศชาติ” เพอ่ื เป็นการสรปุ ภาพรวมของกิจกรรมการเรียนรู้ ซึง่ จะทำใหผ้ ูเ้ รียนเกดิ ความเขา้ ใจในกิจกรรมการเรยี นร้มู ากยง่ิ ขนึ้ 3. ครูและผเู้ รยี นสรุปภาพรวมสง่ิ ท่ีได้เรียนรรู้ ่วมกัน เร่ือง ลกู เสอื กศน. กบั จติ อาสาและการบริการ นอกจากนี้ ในตอนท้ายของการพบกลุ่ม หลังจากเสร็จสิ้นข้ันตอนท่ี 3 ครูมีการมอบหมายงานให้ เรียนรู้ด้วยตนเอง รายละเอียดดังน้ี การมอบหมายงานใหเ้ รยี นร้ดู ว้ ยตนเอง 1. ครูชี้แจงให้ผเู้ รียนทราบว่า ในการพบกลุ่มแต่ละครงั้ ผเู้ รยี นจะไดร้ บั มอบหมายงานใหไ้ ปเรยี นรู้ด้วย วธิ ีเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองในลกั ษณะที่ครจู ะมอบหมายงานให้ผเู้ รยี นไปศึกษา “หนังสือเรียนรายวิชาลกู เสือ กศน. สค12025 ระดบั ประถมศึกษา เรอ่ื ง ลกู เสอื กศน. กบั จิตอาสาและการบริการ หนา้ 47-52 สว่ นที่ 1 เนอื้ หาการเรยี นรู้ตามแผนการจดั การเรียนร้คู รั้งนี้ สว่ นที่ 2 เน้อื หาการเรียนรเู้ พม่ิ เติมในหนงั สอื เรียนเรียนดังกลา่ ว 2. ครูมอบหมายงานให้ผู้เรียนเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง โดยใหไ้ ปศึกษา “ตามหนังสอื เรียนรายวชิ าลกู เสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา” รายละเอยี ดของกิจกรรมทผี่ ู้เรยี นจะต้องปฏิบัติ แบง่ ออกเป็น 2 ส่วน ดงั น้ี สว่ นที่ 1 เน้อื หาการเรยี นรตู้ ามแผนการจดั การเรียนรคู้ ร้งั นี้ ได้แก่ 1. ชดุ วิชาลูกเสือ กศน. รหัสรายวชิ า สค12025 ระดบั ประถมศกึ ษา 2. สมุดบนั ทกึ กิจกรรมการเรยี นรปู้ ระกอบ 3. สือ่ เสริมการเรียนร้อู ่ืน ๆ สว่ นที่ 2 มอบหมายงานใหผ้ เู้ รียนเรียนรูด้ ว้ ยตนเอง ซ่ึงเนอ้ื หาการเรียนรเู้ พมิ่ เติมใน “หนงั สือ เรียนรายวิชาลกู เสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา ได้แก่ (1) กิจกรรมทา้ ยเร่ืองท่ี 1 สาระสำคญั ของการลกู เสอื (ใหผ้ เู้ รียนไปทำกจิ กรรมท้ายเร่อื งที่ 1 ที่สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรปู้ ระกอบชุดวชิ า)
76 (2) กจิ กรรมท้ายเร่อื งท่ี 2 ความสำคญั ของการลูกเสือกบั การพฒั นา (ใหผ้ ู้เรียนไปทำกิจกรรมท้ายเรอื่ งท่ี 2 ท่ีสมดุ บันทึกกิจกรรมการเรียนรปู้ ระกอบชดุ วชิ า) (3) กิจกรรมท้ายเรอื่ งท่ี 3 ลูกเสือกบั การพัฒนาความเปน็ พลเมอื งดี (ใหผ้ ู้เรยี นไปทำกิจกรรมท้ายเรื่องที่ 3 ที่สมดุ บันทึกกจิ กรรมการเรียนรู้ประกอบชดุ วิชา) หลังจากนั้น ครแู ละผเู้ รยี นมีการนัดหมายทบทวน ตรวจสอบ และแลกเปลย่ี นเรยี นรู้รว่ มกัน ผ่านทาง สื่ออิเลก็ ทรอนกิ ส์ ตอ่ ไป กลุ่มท่ี 1 จิตอาสา และการบริการ กลมุ่ ท่ี 2 หลักการของจิตอาสา และการบริการ กลุ่มท่ี 3 วธิ ปี ฏิบตั ิตนในฐานะลูกเสอื กศน. เพอ่ื เป็นจติ อาสา และการบรกิ าร หมายเหตุ : ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซ่ึงการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วย ตนเองนั้น อาจมีความแตกต่างกันบ้างในข้ันตอน โดยพิจารณาจากพื้นฐานของผู้เรียน ในกรณีที่ผู้เรียนมี พน้ื ฐานน้อยหรือไมม่ พี ื้นฐานมาก่อนกค็ วรจัดการเรยี นร้พู ื้นฐานท่ีจำเป็นและพอเพียงกับผู้เรียน หลังจากนนั้ ให้ ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในช่วงระยะหนึ่งแล้วจึงค่อยให้ผู้เรียนคิดหัวข้อที่อยากจะทำ หรือถ้าผู้เรียนมีพื้น ความรู้มากอ่ นแล้ว ใหค้ ิดหวั ขอ้ ท่สี นใจจะทำและให้ลงมอื ปฏิบัติได้ สือ่ และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. หนังสือเรียนรายวชิ าลูกเสอื กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา หนา้ 47-52 2. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที 3. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลปิ 5 นาที 4. https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลปิ 9.35 นาที 5. https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลิป 3.19 นาที การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นร่วม ความตัง้ ใจ และความสนใจของผเู้ รียน 2. ผลการทดสอบก่อนและหลงั เรียน 3. ผลการออกแบบและสร้างสรรคน์ วัตกรรมและส่ิงทต่ี ้องการพัฒนา/ช้นิ งาน/ผลงาน 4. ผลการประเมินความพึงพอใจของผ้เู รียน รายละเอียดสอื่ วัสดุ อุปกรณ์ และแหลง่ การเรยี นรู้ 1. ใบความรู้สำหรับผู้เรยี น เรื่อง “ลกู เสอื กศน. เพือ่ เปน็ จติ อาสา และการบริการ” 2. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที 3. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลปิ 5 นาที
77 ใบความรู้ เรือ่ ง ลกู เสอื กศน. เพ่อื เปน็ จิตอาสา และการบรกิ าร ลูกเสือกบั การ “บรกิ าร\" คำว่า “บริการ” หมายถึง การช่วยเหลือหรือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อตนเอง ต่อผู้อื่นและต่อชุมชน ลกู เสือวิสามัญจะต้องมคี วามเลอ่ื มใสศรทั ธาในคำวา่ “บริการ” และลงมือ ปฏิบัติเร่อื งนี้อยา่ งจริงจงั ดว้ ยความ จริงใจ และโดยมีทักษะหรอื ความสามารถในการให้บริการ น้ันดว้ ยความช่าํ ชอง วอ่ งไว คือ ไวใจได้หรือเชื่อได้ ความเห็นของ บ.ี พ.ี เก่ียวกบั “บรกิ าร” บี.พี เห็นว่า การศึกษาท่ีเด็กได้รับจากทางบ้าน ทางโรงเรียน ทางวัด และอ่ืน ๆ ยังมีช่องโหว่อยู่ 4 ประการ ซ่งึ การลูกเสือม่งุ หมายทีจ่ ะอดุ ช่องโหวเ่ หล่านน้ั โดยเน้นการฝึกอบรม ลกู เสือในเร่อื งตอ่ ไปนี้ คอื (1) ลกั ษณะนสิ ัย และสติปญั ญา (2) สุขภาพและแขง็ แรง (3) การฝีมือและทกั ษะ (4) หน้าทพ่ี ลเมืองและการบำเพญ็ ประโยชน์ต่อผู้อ่ืน การลูกเสือมุ่งหมายท่จี ะฝกึ อบรมลกู เสือท้ังในทางรา่ งกาย สติปญั ญา ศีลธรรม จติ ใจและสังคม เพือ่ ให้ เป็นพลเมืองดี รู้จักหน้าทร่ี ับผดิ ชอบและบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ แก่ชุมชน ตลอดจนประเทศชาติ ตามคติ ของลูกเสอื พลเมอื งดี คือ บคุ คลที่มเี กียรติเชอ่ื ถือได้ มีระเบียบวินยั สามารถบังคับใจตนเอง สามารถพึ่งตนเอง ทัง้ เตม็ ใจและสามารถที่จะช่วยเหลือชุมชนและ บำเพ็ญประโยชน์ตอ่ ผอู้ ืน่ ความมุ่งหมายของกิจการลกู เสอื วิสามญั (1) เพ่ือให้ลูกเสือได้เข้าร่วมในขบวนการลูกเสือวิสามัญ ซึ่งมีผู้ใหญ่เป็นผู้ชี้แจง แนะนำและทำหน้าที่ เป็นท่ีปรึกษา โดยจะให้ลูกเสือวิสามัญในกองปกครองกันเอง ประกอบ กิจกรรมต่าง ๆ และเรียนรู้โดยการ กระทำ (2) เพื่อใหล้ กู เสือวสิ ามัญไดม้ โี อกาสฝกึ ปฏิบตั ิการตามท่ีตนถนัด (3) เพื่อให้ลูกเสือวิสามัญได้ฝึกหัดรบั ผิดชอบต่อตนเองและผ้อู ื่นเป็นขั้น ๆและเพมิ่ การฝกึ ใหก้ วา้ งขวาง ยิง่ ข้นึ โดยอาศยั ระบบหมู่ (4) เพ่อื ใหล้ ูกเสือวิสามัญมีโอกาสแสดงสมรรถภาพของตนเองดว้ ยความพึงพอใจ และความภาคภูมิใจ โดยการใช้ระบบเคร่ืองหมายพิเศษ (5) เพื่อให้ลูกเสือวิสามัญรู้จักอดทน นิยมชีวิตกลางแจ้งและการบริการอย่างมีชีวิตจิตใจ โดยเฉพาะ การบริการชมุ ชน (6) เพือ่ สง่ เสริมการแสวงหาอาชพี ทเ่ี หมาะสม
78 ประเภทของการบริการระเภทหรอื ขั้นตอนในการบรกิ าร (1) บรกิ ารแก่ตนเองกอ่ น เปน็ การเตรยี มตัวเองให้พร้อมเสยี ก่อน เพราะถ้าหากเรายงั ไมพ่ ร้อม เราก็ไม่ อาจจะไปให้บริการแก่ผู้อื่นได้ หรือได้ก็ไม่ดีเท่าที่ควร การบริการแก่ตนเองก่อนนั้นเป็นการฝึกในเร่ืองการ ใหบ้ ริการไปดว้ ย เพราะคำว่าการบรกิ ารแก่ตนเองนน้ั หมายถงึ ตัวเรา ครอบครัวของเรา ผบู้ ังคับบัญชาของเรา ผ้ใู ตบ้ งั คับบญั ชาของเรา เพื่อนร่วมงาน ญาตสิ นิท มิตรสหาย กลา่ วโดยสรุปไดว้ ่า กอ่ นท่เี ราจะออกไปให้บริการ แก่ผอู้ ื่นนั้นจำเปน็ ตอ้ งสรา้ งความพรอ้ มใหแ้ ก่ตัวเองเสยี ก่อน เพราะตราบใดท่เี รายังต้องขอความอุปการะ ต้อง อยู่ภายใต้การโอบอุ้มค้ำชูของผู้อื่น ต้องขอให้ผู้อื่นช่วยเหลือเราแล้วแสดงว่าเรายังไม่พร้อม ฉะน้ันลูกเสือ วิสามัญต้องเตรยี มตัวใหพ้ ร้อมในทกุ ๆ ด้าน ไมว่ า่ การเงิน สุขภาพ เวลาว่าง สตปิ ัญญา ฯลฯ บรกิ ารแกห่ มู่คณะ และขบวนการลกู เสือ เมือ่ เราฝึกบริการตนเองแล้ว ต่อไป กข็ ยายการให้บรกิ ารแกห่ มู่คณะของเราก่อนเปน็ การ หาประสบการณ์หรือความชำนาญดว้ ยการบริการเป็นรายบุคคลบริการแก่กองลูกเสือของเราในการงานต่าง ๆ อนั เป็นส่วนรวมและรวมไปถึงการใหบ้ รกิ ารแกก่ องลูกเสืออ่ืน ซึ่งถอื เป็นขบวนการของเราลูกเสือวิสามญั ทุกคน ควรได้รับ การส่งเสริมให้ช่วยเหลือการดำเนินกิจการของกองลูกเสือวิสามัญ หรือกองลูกเสือสำรองในทุก วถิ ีทาง ทั้งน้ีเพ่ือจะได้มีประสบการณ์ภาคปฏิบัติในการ‘ฝึกอบรมลูกเสือซึ่งจะช่วยให้เขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้ กำกับลูกเสือและเป็นหัวหน้าครอบครัวในอนาคต ลูกเสอื วสิ ามัญควรไดร้ ับมอบหมายความรับผิดขอบในงานที่ มีกำหนดแน่นอนในการชว่ ยเหลือผู้กำกับลกู เสือประเทศชาติต้องการอาสาสมคั รเป็นจำนวนมาก เพอื่ ช่วยเหลือ ในเรื่องการศึกษามีเร่อื งอื่น ๆ อีกมากมายนอกเหนอื ไปจากการอา่ น การเขียนและการคิดเลข ซ่งึ เป็นสง่ิ จำเป็น ทีเ่ ด็กสมัยนี้ จะต้องเรียนร้เู พ่ือจะได้ประสบความสำเรจ็ ในชีวิตการท่ีเวลาเรยี นระยะสั้นและครกู ็มีจำนวนจำกัด ย่อมทำให้เด็กไม่มโี อกาสได้เรียนรู้ส่ิงต่าง ๆ เหล่านี้ ดังนัน้ ความช่วยเหลือของชายหนุ่มรุ่นพเ่ี ปน็ อาสาสมัครจึง เป็นสิ่งท่ีประเทศชาติต้องการอย่างยิ่ง ลูกเสือสามัญผู้ซึ่งให้ความช่วยเหลือในการ ฝึกอบรมหรือในการ ดำเนินงานของ กองลูกเสือสามัญ หรือกองลูกเสือสำรอง และโดยเฉพาะในการอยู่ค่ายพักแรม นับได้ว่าเป็น ผู้ให้ บริการท่ีมีคุณค่าอย่างย่ิงในเวลาเดียวกันงานนี้ย่อมนำความพอใจมาให้ลูกเสือวิสามัญเอง เพราะการ ฝึกอบรมเด็กนั้นจะได้เห็นเขาสนุกสนาน มีลักษณะนิสัยท่ีดีขึ้น ย่อมทำให้ลูกเสือวิสามัญ รู้สึกว่าได้ทำอะไร บางอย่างทีค่ ุ้มค่าการฝึกอบรมแก่รุ่นน้องน้ัน ลูกเสือวิสามัญจะต้องทำตนให้เป็นตวั อย่างที่ดี เพื่อให้รนุ่ น้องทำ ตามด้วยการปฏิบัติตนให้สนุกสนาน ร่าเริง เป็นมิตรกับคนทุกคน ซ่ือสัตย์สุจริต มีกริยาสุภาพ และใช้วาจา สุภาพไปหยาบโลน (2) บริการแก่ชุมชน เมือ่ ฝึกบริการแก่ตนเอง แก่ขบวนการลูกเสือแลว้ กส็ มควรท่ีจะไปบรกิ ารแก่ชุมชน ตามสติปัญญาประสบการณ์และความสามารถแนวคิดในการบริการแก่ชุมชน คือ การชำระหนี้แก่ชุมชนด้วย การรว่ มมือกันเสียสละร่วมกันเพื่อดำเนินการจัดกิจกรรมอันเป็นสาธารณะประโยชน์ เช่น การพัฒนาอาคาร สถานที่ในชุมซนน้ัน การสร้างสาธารณสถานการจดั งานรนื่ เริงงานสังคมเพอ่ื ประโยชน์ของสังคมน้นั ๆ ซึ่งจะทำ ให้ลูกเสือวิสามัญได้ประสบการณ์จากชีวิตจริงหลังจากที่เขาพ้นวัยจากการเป็นลูกเสือวิสามัญต่อไป เขาจะ สามารถปรับตัวเขา้ กับสังคมที่เขาอาศัยอยไู่ ด้โดยไม่ได้เอารัดเอาเปรียบหรือเห็นแก่ตัวได้ การบริการแก่ชุมชน น้ันควรเริ่มตั้งแต่ชุมชนท่ีกองลูกเสือต้ังอยู่บริการในเร่ืองต่าง ๆ เช่น ทำความสะอาดการช่วยเหลือผู้ประสบ อุบตั เิ หตุการควบคุมการจราจร การดับเพลงิ เปน็ ตน้ ทส่ี ำคัญอกี ประการหนงึ่ คอื การพัฒนาชุมชน
79 ใบงาน เร่ือง ลูกเสือ กศน. เพื่อเป็นจติ อาสา และการบริการ คำช้แี จง ให้ผู้เรียนสรุปความรู้ เร่อื ง ลูกเสือ กศน. เพอ่ื เป็นจติ อาสา และการบริการเป็นแผนผงั มโนทัศน์
80 แผนการจัดการเรยี นรทู้ ่ี 9 รายวชิ า ลกู เสือ กศน. (สค12025) เร่อื ง การเขียนโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสงั คม เวลาเรียน 6 ชัว่ โมง แนวคดิ โครงการ หมายถึง กระบวนการทำงานท่ีประกอบไปด้วยหลาย ๆ กิจกรรม ซึ่งมกี ารทำโครงการเป็น ตามข้ันตอน ความจำเป็น มีการกำหนดวัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย ระยะเวลา สถานท่ี วิธีดำเนินการ งบประมาณ ประโยชน์หรอื ผลทีค่ าดว่าจะได้รับ รวมทั้งการประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามโครงการ ตวั ชีว้ ดั 1. บอกความสำคญั ของโครงการ 2. บอกองคป์ ระกอบของโครงการ 3. อธบิ ายข้ันตอนการเขยี นโครงการ 4. อธิบายขนั้ ตอนการดำเนินงานตามโครงการ เนอ้ื หา 1. โครงการเพอื่ พฒั นาชุมชนและสงั คม 2. ลกั ษณะของโครงการ 3. องค์ประกอบของโครงการ 4. ขน้ั ตอนการเขยี นโครงการ 5. การดำเนินงานตามโครงการ 6. การสรปุ รายงานผลการดำเนนิ งานโครงการเพอ่ื การนำเสนอ
81 ข้นั ตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ขนั้ ตอนที่ 1 การสรา้ งแรงบนั ดาลใจ (Passion : P) 1. ครูทักทายผูเ้ รียน และชวนคิดชวนคุยเก่ยี วกับเร่ืองที่จะเรียนรู้เพ่ือกระตุ้นให้ผูเ้ รียนเกิดความสนใจ และมีความกระตือรือร้นในการเชื่อมโยงและสร้างความพร้อมท่ีจะเรียนรู้หรือทำกิจกรรมการเรียนรู้ตาม แผนการจดั การเรียนรคู้ รงั้ น้ี 2. ครูช้แี จงวตั ถปุ ระสงค์ เนอ้ื หา กิจกรรม การวัดและประเมนิ ผลของการเรยี นรู้ในคร้งั น้ี ทสี่ อดคล้อง กับตวั ช้ีวัดตามแผนการจดั การเรยี นรคู้ รง้ั น้ี เพ่ือใหผ้ ู้เรียนเขา้ ใจอยา่ งชัดเจนวา่ ผู้เรยี นจะตอ้ งเรียนรใู้ ห้บรรลุ ตัวชี้วัด ทีก่ ำหนดตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เร่อื ง การเขียนโครงการเพ่อื พฒั นาชมุ ชนและสงั คม พรอ้ มทัง้ แนะนำแหล่งศกึ ษาคน้ คว้าเพม่ิ เติมจากอนิ เทอร์เนต็ ซงึ่ ผเู้ รยี นสามารถไปเรียนร้ไู ด้ด้วยตนเองและทำกจิ กรรม ตามทไี่ ด้รบั มอบหมายด้วย ท้งั น้ี ครคู วรจะชแ้ี จงใหผ้ ูเ้ รยี นทราบวา่ ในการพบกลมุ่ ตามแผนการจัดการเรียนรู้ ครงั้ น้ี ผู้เรยี นจะต้องเรยี นรู้และทำกิจกรรมทีส่ อดคล้องกบั เนือ้ หาท่ีเรยี น โดยปฏบิ ัตกิ จิ กรรมตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ การศกึ ษาคลิปวิดโี อ และการแลกเปลี่ยนเรยี นร้โู ดยการอภปิ รายรว่ มกับเพือ่ นในกลมุ่ รวมทง้ั มีการทดสอบหลงั เรียนด้วย นอกจากนี้ ในการพบกล่มุ แตล่ ะครั้งนน้ั ครูจะมอบหมายงานใหผ้ เู้ รียนไปเรยี นรดู้ ้วยวิธกี ารเรียนรู้ด้วย ตนเอง ซ่ึงวธิ ีการเรยี นรู้ด้วยตนเองจะต้องเกิดข้นึ ในทุก ๆ ตวั ช้วี ัดและเนอ้ื หาที่กำหนด โดยผเู้ รียนจะต้องปฏบิ ตั ิ กิจกรรมที่กำหนดใหด้ ้วยวธิ ีเรยี นร้อู อนไลน์ และศกึ ษาจากเอกสารประกอบการเรียน ดังนัน้ ครูจะต้องเชอื่ มโยง รายละเอยี ดดังกลา่ วข้างต้นให้ผู้เรียนไดเ้ กดิ ความเขา้ ใจและเกิดแรงบันดาลใจในการเรียนรู้ท่ีจะเกิดขนึ้ เพราะ การมอบหมายงานให้ผู้เรียนไปเรียนรู้ด้วยวิธีเรียนรู้ด้วยตนเองน้ัน ผู้ เรียนจะต้องเรียนรู้ออนไลน์ผ่าน อินเทอร์เนต็ และศึกษาเอกสารประกอบการเรียน 3. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนท้ังกลุ่มร่วมกันสนทนา เพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผู้อื่น การคิดสร้างสรรค์ ความรับผิดชอบ และการนำความรู้ในเน้ือหามาใช้ โดยครูบูรณาการ เนือ้ หาการเรียนรู้ มกี ารใช้สอื่ เทคโนโลยที ี่เปน็ คลปิ วิดีโอจาก Youtube ทส่ี ัมพันธ์กับเนอ้ื หา จำนวน 1 วิดีโอ คอื https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลิป 3.19 นาที หลงั จากท่ไี ด้ชมคลิปวิดโี อแลว้ ครไู ด้อธบิ ายตามเนื้อหาในบทเรียน ครอู ธิบาย เรอื่ ง การเขยี นโครงการเพ่ือพัฒนาชมุ ชนและสังคม ตามหนงั สอื เรยี นรายวชิ า ลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศกึ ษา หน้า 53-64 ครใู ห้ผู้เรียนแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม หลงั จากนน้ั ครูและผู้เรียนสรปุ ผลการ เรยี นร้รู ่วมกนั และใหผ้ เู้ รยี นสรุปส่งิ ทไี่ ด้เรยี นรลู้ งในสมดุ บนั ทกึ ผลการเรยี นร้ขู องตน 4. ครูให้ผู้เรียนศึกษา ตามหนังสือเรียนรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา การเขยี นโครงการเพอื่ พฒั นาชุมชนและสังคม หน้า หน้า 53-64 5. ครูเช่ือมโยงส่ิงท่ีได้เรียนรู้จากการศึกษาคลิปวิดีโอ เร่ือง การเขียนโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและ สังคม ให้ผู้เรียนรายบุคคลและรายกลุ่มตอบคำถาม และให้ผู้เรียนฝึกทำแบบฝึกหัด เพื่อให้ได้คำตอบท่ีเป็น ผลลพั ธ์ของการเรียนรอู้ นั ตรงตามวตั ถุประสงคข์ องการเรียนร้ใู นครง้ั น้ี
82 ข้นั ตอนท่ี 2 การนำไปใชป้ ระโยชน์ (Utilization : U) 1. แบ่งผูเ้ รยี นออกเป็น 3 กล่มุ ให้ศึกษานยิ าม จากหนังสือเรียนรายวชิ าลกู เสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศกึ ษาการเขยี นโครงการเพ่ือพฒั นาชมุ ชนและสงั คม หน้า 53-64 ทก่ี ำหนดให้ ดังนี้ กล่มุ ท่ี 1 โครงการเพื่อพัฒนาชมุ ชนและสังคม กลมุ่ ที่ 2 ลกั ษณะของโครงการ กลมุ่ ท่ี 3 องคป์ ระกอบของโครงการ โดยให้แตล่ ะกลุ่มแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ และส่งผแู้ ทนนำเสนอต่อกลุ่มใหญใ่ น 3 ประเด็น ประเดน็ ท่ี 1 โครงการเพอ่ื พัฒนาชมุ ชนและสงั คม ประเดน็ ท่ี 2 ลักษณะของโครงการ ประเดน็ ท่ี 3 องค์ประกอบของโครงการ ครูและผู้เรยี นสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน และให้ผู้เรียนสรปุ สิ่งที่ได้เรียนรู้ลงในสมดุ บันทกึ ผล การเรียนรู้ ของตน 2. ครูแนะนำแหล่งเรียนรู้ให้กับผู้เรียนเพ่ือใช้เป็นเคร่ืองมือในการแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง อาทิ ห้องสมุด แหล่งเรยี นรู้ในชุมชน หน่วยงาน สถานศึกษาต่าง ๆ รวมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ด้วยตนเอง เป็นต้น และให้ผู้เรียนเป็นรายบุคคลศึกษาเนื้อหา ในหนังสือเรียนรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับ ประถมศึกษา การเขียนโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม หน้า 53-64 3. ครูดำเนินการทำหน้าที่นำการอภิปราย โดยให้ผู้เรียนกลุ่มใหญ่ร่วมกันแสดงความคิดเห็น คิด วิเคราะห์ อภิปราย และวิเคราะห์ให้ข้อมูลเพิ่มเติมในเน้ือหาหรือประเดน็ ที่ยงั ไม่ชัดเจน ตามรายละเอียดที่ผู้เรยี นได้ แลกเปล่ียนเรียนรู้ร่วมกัน หากผู้เรียนกลุ่มใหญ่หรือครูเห็นว่ายังไม่สมบูรณ์ มีความต้องการในการเรียนรู้ เพ่ิมเตมิ ครูจะชว่ ยเติมเตม็ ความรู้ให้กบั ผู้เรียน หลังจากน้ันครูและผูเ้ รียนสรุปสิ่งท่ีไดเ้ รียนรู้ในภาพรวมทัง้ หมด แล้วใหผ้ เู้ รยี นสรุปส่งิ ทไ่ี ดเ้ รียนรู้ลงในสมดุ บนั ทกึ การเรียนรู้ของตน หมายเหตุ : ในการดำเนินกิจกรรมกลุ่ม ครูช้ีแจงบทบาทหน้าท่ีในการทำงานให้ผู้เรียนได้มีความรับผิดชอบร่วมกันใน การทำงาน ซึ่งมอบหมายให้ผู้เรียนดำเนินการแต่งตั้งประธานหรือผู้นำในการอภิปรายแลกเปลีย่ นเรียนรู้ และ การมอบหมายให้มีผู้รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ รวมถึงการแต่งตั้งเลขานุการของกลุ่มเป็นผู้จดบันทึกและ ผู้รักษาเวลา เพ่ือปฏิบัติงานของกลุ่มใหญ่ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ท่ีต้ังไว้ และพิจารณาว่าสมาชิกลุ่มทุกคน ควรมีความเข้าใจตรงกันว่า ตนมีบทบาทหน้าที่ที่จะต้องช่วยให้กลุ่มทำงานได้สำเร็จ ครูควรให้คำแนะนำถึง ความสำคัญของการให้สมาชิกทุกคนในกลุ่มมีส่วนร่วมในการอภิปรายอย่างท่ัวถึง ไม่ให้มีการผูกขาดการ อภิปรายโดยผู้ใดผูห้ นึ่ง และควรมกี ารจำกดั เวลาของการอภปิ รายแต่ละประเดน็
83 ในระหว่างการทำกิจกรรมของผู้เรียน ครูมีบทบาทในการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียน คอยกระตนุ้ ผเู้ รียนให้เกิดความกระตือรือร้นในการเรียนรู้ โดยบันทกึ ลงในแบบบันทึกพฤติกรรมการเรยี นรู้ของ ผเู้ รยี น และเครอื่ งมอื ประเมินการสังเกตแบบประมาณค่า 4. ครูเปิดโอกาสให้ผู้เรียนทั้งกลุ่มร่วมกันสนทนา เพ่ือให้ผู้เรียนมีทักษะในการฟัง พูด คิดวิเคราะห์ การทำงานร่วมกับผูอ้ ่ืน การคดิ สร้างสรรค์ ความรบั ผดิ ชอบ และการนำความรู้ในเนือ้ หามาใช้ โดยครบู รู ณาการ เนื้อหาการเรียนรู้ มกี ารใช้สอ่ื เทคโนโลยที ่ีเป็นคลิปวิดโี อจาก youtube ท่สี มั พันธ์กับเนือ้ หา ท้งั นี้ครูเชอ่ื มโยงสิ่ง ท่ีได้เรียนรู้ตามขั้นตอนท่ี 1 ในการนำความรู้ไปสู่การปฏิบัติ และประยุกต์ใช้ผ่านคลิปวิดีโอ โดยครูเปิดคลิป วิดีโอ ดังนี้ (1) https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที (2) https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลปิ 5 นาที (3) https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลิป 9.35 นาที (4) https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลปิ 3.19 นาที หลังจากน้นั ครูดำเนนิ การ ดังนี้ (1) ครูบรรยายเนื้อหาตามใบความรูส้ ำหรับครู เรื่อง การเขียนโครงการเพ่อื พัฒนาชุมชนและสงั คม (2) ครอู ธิบายและใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ทำแบบฝึกหัดโจทย์ เรอ่ื ง “กจิ กรรมทา้ ยเรือ่ ง การเขียนโครงการ เพื่อพัฒนาชมุ ชนและสงั คม (ให้ผ้เู รยี นไปทำกิจกรรมท้ายเรอ่ื ง ท่ีสมดุ บนั ทกึ กจิ กรรมการเรียนรู้ประกอบชดุ วชิ า) พรอ้ มทั้งให้ผู้เรยี นรว่ มปฏบิ ตั ใิ นการสาธติ ของครูด้วย ทัง้ น้ีเปิดโอกาสให้ผเู้ รียนได้แลกเปล่ยี นเรยี นรู้ โดย ใหผ้ เู้ รยี นตง้ั ประเดน็ ขอ้ สงสยั หรอื สงิ่ ท่ีตอ้ งการเรยี นร้ใู นกระบวนการของการฝึกทำแบบฝกึ หัด 5. ครูและผู้เรยี นอภิปรายและสรปุ ผลการเรียนรู้รว่ มกนั ข้ันตอนที่ 3 การสะทอ้ นความคิดจากการเรยี นรู้ (Reflection : R) 1. แบ่งผู้เรียนออกเป็นกลุ่ม ๆ ละ 4-8 คน ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มลงมือฝึกแก้โจทย์ เร่ือง “ลูกเสือ กับการพัฒนา” หนังสือเรียนรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศึกษา การเขียนโครงการเพื่อ พฒั นาชมุ ชนและสังคม หน้า 53-64 แบบฝึกหัด โดยผู้เรียนแต่ละฝึกทำแบบฝึกหัด เร่ือง “กิจกรรมท้ายเรื่อง การเขียนโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสังคม (ให้ผู้เรียนไปทำกิจกรรมท้ายเรื่อง ที่สมุดบันทึกกิจกรรมการ เรยี นรูป้ ระกอบชดุ วิชา)” 2. ให้ผู้เรียนแต่ละกลุ่มตามข้อ 1 ทำแบบฝึกหัดตามกิจกรรม เรื่อง “กิจกรรมท้ายเร่ือง การเขียน โครงการเพ่ือพัฒนาชุมชนและสังคม(ให้ผู้เรียนไปทำกิจกรรมท้ายเร่ือง ที่สมุดบันทึกกิจกรรมการเรียนรู้ ประกอบชดุ วชิ า)” ท้ังน้ี ครูจะต้องกำกบั การปฏิบตั ิกิจกรรมของผู้เรียนจนกิจกรรมแล้วเสรจ็ ตามใบกจิ กรรมสำหรับครู เร่อื ง “การเขยี นโครงการเพื่อพัฒนาชุมชนและสงั คม” 3. ใหผ้ เู้ รียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอการแกโ้ จทย์เลขกิจกรรมตาม ขอ้ ที่ 1 เรอ่ื ง “การเขยี นโครงการเพอื่ พัฒนาชมุ ชนและสงั คม” ตามใบกิจกรรมของผู้เรียน เร่อื ง “การเขียนโครงการเพ่อื พฒั นาชุมชนและสังคม”
84 4. ครูใหผ้ ู้เรยี นสะท้อนความคิดในการเรยี นรทู้ ่ไี ด้จากการเรียนรู้และการปฏิบตั ิการ จากข้ันตอนที่ 1 ถงึ ข้ันตอนท่ี 3 น้ี 5. ครแู ละผู้เรียนอภปิ รายและสรปุ ผลการเรียนรรู้ ว่ มกนั ขนั้ ตอนที่ 4 การตดิ ตามประเมนิ และแก้ไข (Action : A) 1. ครูสนทนากับผู้เรียนเก่ียวกับเรื่องที่ได้เรียนรู้ตามแผนการจัดการเรียนรู้นี้ โดยครูสุ่มผู้เรียนตาม ความสมคั รใจจำนวน 2-3 คน ใหต้ อบคำถามในประเดน็ ตอ่ ไปนี้ ประเดน็ ท่ี 1 “การเขียนโครงการเพือ่ พัฒนาชมุ ชนและสังคม” แนวคำตอบ โครงการ หมายถึง กระบวนการทำงานท่ีประกอบไปด้วยหลาย ๆ กิจกรรม ซ่ึงมีการ ทำโครงการเป็นชั้นตอน ความจำเป็น มีกากำหนดวัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย ระยะ เวลา สถานที่ วิธีดำเนินการ งบประมาณ ผลทค่ี าดว่าจะได้รับ รวมทั้งการประเมนิ ผลการดำเนนิ งานตามโครงการ 2. ครูและผู้เรียนอภิปรายและสรุปผลการเรียนรู้ร่วมกัน เรื่อง โครงการ หมายถึง กระบวนการ ทำงานท่ีประกอบไปด้วยหลาย ๆ กิจกรรม ซึ่งมีการทำโครงการเป็นชั้นตอน ความจำเป็น มีกากำหนด วัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย ระยะเวลา สถานท่ี วิธีดำเนินการ งบประมาณ ผลท่ีคาดว่าจะได้รับ รวมท้ังการ ประเมินผลการดำเนนิ งานตามโครงการ เพ่ือเปน็ การสรปุ ภาพรวมของกิจกรรมการเรยี นรู้ ซง่ึ จะทำให้ผเู้ รยี น เกดิ ความเขา้ ใจในกจิ กรรมการเรยี นรู้มากยงิ่ ขึน้ 3. ครแู ละผู้เรยี นสรุปภาพรวมส่ิงท่ไี ดเ้ รยี นรรู้ ่วมกนั เรื่อง การเขียนโครงการเพ่ือพฒั นาชมุ ชนและสงั คม นอกจากน้ี ในตอนท้ายของการพบกลุ่ม หลังจากเสร็จสิ้นข้ันตอนที่ 3 ครูมีการมอบหมายงานให้ เรียนร้ดู ้วยตนเอง รายละเอียดดังนี้ การมอบหมายงานให้เรยี นรู้ดว้ ยตนเอง 1. ครูชแ้ี จงให้ผ้เู รยี นทราบวา่ ในการพบกลมุ่ แต่ละคร้ังผู้เรียนจะไดร้ บั มอบหมายงานใหไ้ ปเรียนรู้ดว้ ย วิธเี รียนรดู้ ว้ ยตนเองในลกั ษณะทคี่ รจู ะมอบหมายงานให้ผ้เู รียนไปศกึ ษา การเขียนโครงการเพ่อื พัฒนาชุมชน และสงั คม หน้า 53-64 สว่ นท่ี 1 เนอื้ หาการเรยี นรูต้ ามแผนการจดั การเรยี นร้คู ร้งั น้ี สว่ นที่ 2 เน้ือหาการเรียนรเู้ พิ่มเตมิ ในหนังสอื เรียนเรยี นดงั กลา่ ว 2. ครมู อบหมายงานให้ผู้เรยี นเรยี นรู้ด้วยตนเอง โดยใหไ้ ปศึกษา “ตามหนงั สือเรยี นรายวิชาลูกเสือ กศน. สค12025 ระดับประถมศกึ ษา” รายละเอียดของกจิ กรรมท่ีผู้เรยี นจะต้องปฏบิ ตั ิ แบง่ ออกเป็น 2 สว่ น ดงั น้ี ส่วนที่ 1 เนอ้ื หาการเรียนรูต้ ามแผนการจดั การเรียนรคู้ รง้ั นี้ ได้แก่ 1. ชดุ วิชาลูกเสือ กศน. รหัสรายวิชา สด 12025 2. สมุดบนั ทกึ กิจกรรมการเรยี นรู้ประกอบ 3. สอ่ื เสรมิ การเรยี นรู้อน่ื ๆ ส่วนท่ี 2 มอบหมายงานให้ผู้เรยี นเรียนร้ดู ว้ ยตนเอง ซึ่งเน้อื หาการเรยี นรู้เพิม่ เติมใน “หนงั สือ เรียนรายวชิ าลูกเสือ กศน. สค12025 ระดบั ประถมศึกษา
85 หลังจากนน้ั ครแู ละผูเ้ รียนมีการนัดหมายทบทวน ตรวจสอบ และแลกเปล่ยี นเรียนรู้รว่ มกัน ผา่ นทาง สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ ต่อไป หมายเหตุ : ให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วยตนเอง ซ่ึงการให้ผู้เรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมด้วย ตนเองนั้น อาจมีความแตกต่างกันบ้างในข้ันตอน โดยพิจารณาจากพื้นฐานของผู้เรียน ในกรณีท่ีผู้เรียนมี พน้ื ฐานน้อยหรือไม่มพี ื้นฐานมาก่อนก็ควรจัดการเรียนรูพ้ ้ืนฐานท่ีจำเป็นและพอเพียงกับผู้เรียน หลังจากนนั้ ให้ ผู้เรียนได้ปฏิบัติด้วยตนเองในช่วงระยะหน่ึงแล้วจึงค่อยให้ผู้เรียนคิดหัวข้อท่ีอยากจะทำ หรือถ้าผู้เรียนมีพื้น ความรมู้ ากอ่ นแล้ว ใหค้ ดิ หวั ขอ้ ที่สนใจจะทำและให้ลงมอื ปฏิบัตไิ ด้ ส่ือและแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสอื เรยี นรายวิชาลกู เสอื กศน. สค22021 ระดบั มัธยมศึกษาตอนต้น หนา้ 1-70 2. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที และ 3. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลิป 5 นาที 4. https://www.youtube.com/watch?v=Bwd4PA6_M1w ความยาวคลิป 9.35 นาที 5. https://www.youtube.com/watch?v=aSe4iv5b0c0 ความยาวคลิป 3.19 นาที การวดั และประเมนิ ผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมีสว่ นร่วม ความตั้งใจ และความสนใจของผู้เรียน 2. ผลการทดสอบกอ่ นและหลังเรียน 3. ผลการออกแบบและสร้างสรรคน์ วัตกรรมและส่ิงทีต่ อ้ งการพฒั นา/ช้ินงาน/ผลงาน 4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผเู้ รยี น รายละเอยี ดสอื่ วสั ดุ อปุ กรณ์ และแหล่งการเรียนรู้ 2. ใบความรู้สำหรับผู้เรยี น เรอื่ ง “การเขียนโครงการเพอ่ื พัฒนาชุมชนและสงั คม” 3. https://www.youtube.com/watch?v=oS8G2ZPIpvA ความยาวคลิป 5.38 นาที และ 4. https://www.youtube.com/watch?v=2PMMuPYFJP8 ความยาวคลิป 5 นาที
86 ใบความรู้ เรอ่ื ง การเขียนโครงการเพื่อพฒั นาชุมชนและสังคม ความหมายของโครงการ โครงการ หมายถึง กระบวนการทำงานทีป่ ระกอบไปดว้ ยหลาย ๆ กิจกรรม ซ่ึงมีการทำโครงการเป็นตาม ขั้นตอน ความจำเป็น มีการกำหนดวัตถุประสงค์ มีเป้าหมาย ระยะเวลา สถานที่ วิธีดำเนินการ งบประมาณ ประโยชนห์ รอื ผลที่คาดวา่ จะได้รับ รวมทง้ั การประเมนิ ผลการดำเนินงานตามโครงการ ความสำคญั ของโครงการ 1. ช่วยให้การดำเนินงานสอดคล้องกับนโยบายหรือความต้องการของผู้รับผิดชอบ หรือหน่วยงานท่ี เก่ียวข้อง 2. ชว่ ยให้การดำเนินงานน้ันมีทิศทางทชี่ ดั เจน และมปี ระสทิ ธิภาพ 3. ชว่ ยชใ้ี ห้เห็นถงึ สภาพปัญหาของชมุ ชนทีจ่ ำเปน็ ตอ้ งใหบ้ รกิ าร 4. ชว่ ยให้การปฏิบัติงาน สามารถดำเนนิ งานได้ตามแผนงาน 5. ช่วยให้แผนงานมีความชัดเจน โดยคณะกรรมการหรือบุคคลท่ีเก่ียวข้อง มีความเข้าใจและรับรู้ สภาพปัญหาร่วมกนั 6. ช่วยให้แผนงานมีทรัพยากรใช้เพียงพอเหมาะสำหรับการปฏิบัติงานจริง เพราะโครงการมี รายละเอียดเพยี งพอ 7. ช่วยลดความขัดแย้งและขจัดความซ้ำซ้อนในหน้าท่ีท่ีรับผดิ ชอบของกลุ่มบุคคล หน่วยงาน เพราะ โครงการจะมผี รู้ บั ผิดชอบเปน็ การเฉพาะ 8. เสริมสร้างความเข้าใจอันดีและรบั ผดิ ชอบร่วมกนั ตามความรู้ ความสามารถของแต่ละบุคคล 9. สร้างความมัน่ คงใหก้ บั แผนงานและผู้รบั ผดิ ชอบมคี วามมั่นใจในการทำงานมากขนึ้ 10. ช่วยให้งานดำเนนิ การไปสูเ่ ป้าหมายได้เรว็ ข้นึ
87 ใบงาน เรอื่ ง การเขียนโครงการเพ่ือพฒั นาชมุ ชนและสังคม คำชี้แจง ให้ผเู้ รยี นฝึกปฏิบัตเิ ขยี นโครงการ เพอ่ื พฒั นาชมุ ชน และสงั คม และนำสกู่ ารปฏิบตั ิ ตามโครงการ ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................... ......................................................................................................................................................
88 แผนการจัดการเรยี นรคู้ รัง้ ที่ 10 รายวชิ าภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน (พต11001) เร่ือง คำนาม และคำศพั ท์หมวดตา่ ง ๆ เวลาเรียน 6 ชัว่ โมง แนวคิด ผู้เรยี นรจู้ ักคำนามและคำศัพทเ์ ก่ียวกบั วนั เดอื น ปี สี เครือญาติ เครอื่ งใชใ้ นชีวติ ประจำวันและสภาพ ดินฟ้าอากาศอย่างงา่ ย ตัวชว้ี ัด เรอ่ื งที่ 1 คำนาม เรอ่ื งท่ี 2 คำศัพทเ์ ก่ียวกบั วัน เดือน ปี เร่อื งที่ 3 คำศพั ท์เกย่ี วกับสี เรอ่ื งที่ 4 คำศพั ท์เก่ียวกับเครือญาติ เรื่องที่ 5 คำศัพทเ์ กย่ี วกบั เครือ่ งใช้ในชีวติ ประจำวัน เร่อื งที่ 6 คำศัพทเ์ กีย่ วกับสภาพดินฟา้ อากาศ ขั้นตอนการจดั กระบวนการเรียนรู้ 1. ขน้ั นำเขา้ ส่บู ทเรยี น ครูและผูเ้ รียนพูดคยุ ซกั ถามเร่ืองดนิ ฟ้าอากาศและยกตัวอยา่ งคำศพั ท์เกี่ยวกับดนิ ฟ้าอากาศ เปน็ ภาษาองั กฤษทตี่ นเองทราบ 2. ขน้ั จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. ให้ผูเ้ รยี นศึกษาคำศพั ท์เกย่ี วกับวนั เดอื น ปี สี เครือญาติ เครือ่ งใช้ ในชวี ิตประจำวัน และสภาพดิน ฟ้า อากาศ อย่างง่ายได้ 2. ใหผ้ ู้เรียนทำใบงานเกี่ยวกบั วัน เดอื น ปี สี เครือญาติ เคร่ืองใช้ ในชีวิตประจำวัน และสภาพดนิ ฟ้า อากาศ 3. ขั้นวดั ผลประเมนิ ผล - ครแู ละผู้เรยี นสรปุ เน้ือหาสาระสำคญั ของเร่ือง และใหผ้ เู้ รยี นจดบันทึก - ครูมอบหมายใหผ้ ู้เรียนแตล่ ะคนปฏบิ ัติตามใบงานตามท่ีกำหนด - ครสู นทนากับผเู้ รยี นถึงวิธกี ารศกึ ษาดว้ ยตนเอง- ครมู อบหมายงานใหผ้ ู้เรยี นไปทำการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง - สรุปผลการศึกษาค้นควา้ และจดั ทำเป็นรายงานสง่ ตาม 4. ขน้ั กิจกรรมการเรียนรู้ตอ่ เนื่อง (กรต.) เรื่องท่ี 4 ลักษณะและวธิ ีการใช้คำนวณ
89 สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. แบบเรียน รายวชิ าภาษาอังกฤษพนื้ ฐาน พต 11001 ระดับประถมศึกษา หน้าท่ี 70-90 2. VCD 3. ใบความรู้ 4. ใบงาน 5. https://www.youtube.com/watch?v=60RGCn1SjBY ความยาวของคลปิ 6.35 นาที การวัดและประเมินผล 1. สงั เกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม ความตั้งใจ และความสนใจของผ้เู รยี น 2. ผลการทดสอบก่อนและหลังเรียน 3. บันทึกการเรียนรู้/ทดสอบยอ่ ย 4. ผลการประเมินความพงึ พอใจของผู้เรียน
90 ใบงาน Exercise 1 จงเขียนประโยคต่อไปนใ้ี ห้เปน็ ภาษาอังกฤษ 1. ฉันเกิดวนั อาทิตย์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 2. น้องสาวของฉนั เกิดวันจันทร์ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 3. พ่อของฉนั เกดิ ปี 1959 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 4. ฉนั เกดิ ปี 1980 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 5. พ่ีชายของฉันเกดิ วันท่ี 1 มกราคม 1978 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 6. บา้ นของฉนั อยทู่ ถ่ี นนพระราม 3 ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 7. หอ้ งของฉนั อยู่ท่ชี น้ั สอง ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 8. บา้ นของฉนั มสี องชนั้ ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 9. ฉนั มีนอ้ งชายหน่ึงคน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ 10. บา้ นฉนั มหี า้ คน ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
91 Exercise 2 โยงคคู่ ำศัพทแ์ ละความหมายให้ถกู ต้อง คำศัพท์ ความหมาย Red สขี าว Yellow สีชมพู Green สีแดง Blue สเี ขียว White สเี หลอื ง Pink สเี ทา Gray สีนำ้ เงนิ Exercise 3 ใช้คำศพั ทต์ อ่ ไปนี้ เตมิ คำในประโยคใหถ้ ูกต้อง 1. The sky is _______________________. (นำ้ เงิน) 2. These roses are___________________. (แดง) 3. This shirt is_____________________. (ขาว) 4. My cat is________________________. (น้ำตาล) 5. His hair is_______________________. (ดำ) 6. That pen is_____________________. (เทา) 7. This room is____________________. (เหลือง) 8. I love this ______________________ skirt. (เขียว) 9. This beautiful book is ___________. (ชมพู) 10.My teacher wear ________________shirt. (ส้ม)
92 แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11 รายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ (ทร11001) เรอื่ ง วจิ ยั คืออะไร มปี ระโยชน์อยา่ งไร ทำวิจยั อยา่ งไร เขยี นรายงานการวจิ ัยอย่างไร เวลาเรยี น 6 ช่วั โมง แนวคดิ 1. การวจิ ยั เป็นการหาคาํ ตอบท่อี ยากรู อย่างมรี ะบบ เพ่อื ใหได้รับคาํ ตอบที่เช่ือถือได้ 2. การวจิ ยั ทำใหเกิดความรูใหม่ ๆ และผู้วิจัยไดฝ้ กการศึกษาคนควาอย่างเปน็ ระบบ 3. การวจิ ัยทำได้โดยมีขน้ั ตอนการวจิ ัยอยา่ งงา่ ย ๆ 3 ขัน้ ตอน 4. การเขยี นรายงานการวจิ ยั อยา่ งง่าย เป็นการเขยี นใหผ้ ูอ้ ่ืนเขาใจเหตุผลที่ทำวิจัย วิธกี าร/ ขั้นตอน การทำวจิ ยั และผลการวิจัย ตัวชวี้ ัด 1. อธบิ ายความหมายและประโยชนของการวจิ ัยได 2. ระบขุ ้ันตอนของการทำวจิ ัยได้ 3. อธบิ ายวิธีเขยี นรายงานการวิจยั งา่ ย ๆ ได้ เนอ้ื หา 1. การวจิ ัยเป็นการหาคําตอบท่อี ยากรูอย่างมรี ะบบ เพ่อื ให้ได้รับคําตอบที่เชอ่ื ถือได้ 2. การวิจัยทำใหเกดิ ความรูใหม่ ๆ และผูว้ ิจัยไดฝ้ ึกการศกึ ษาคนควาอย่างเป็นระบบ 3. การวิจยั ทำได้โดยมขี ั้นตอนการวิจยั อยา่ งง่าย ๆ 3 ข้นั ตอน 4. การเขียนรายงานการวิจัยอย่างง่าย เป็นการเขยี นใหผอู้ ่นื เขาใจเหตุผลที่ทำวิจัย วธิ ีการ/ขน้ั ตอนการ ทำวจิ ัยและผลการวจิ ยั
93 ข้ันตอนการจัดกระบวนการเรียนรู้ 1. ขน้ั นำเข้าสู่บทเรยี น 1. ครูสนทนากับผู้เรียนเรอื่ งการวจิ ัยอย่างงา่ ย 2. ครูและผู้เรยี นทบทวนเน้ือหาสาระทผ่ี ่านมาในสัปดาห์ที่แลว้ 3. ครูและผู้เรียนแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ 2. ขน้ั จดั กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความสำคัญการวจิ ัยอย่างงา่ ย 2. ครูให้ผู้เรยี นไปศึกษาคน้ คว้าตามหวั ข้อที่มอบหมาย - แบ่งกลุ่มเพื่อศึกษาค้นคว้าความรู้ตามเนอ้ื หาการเรียนท่ีไดร้ ับมอบหมาย - แต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนเพื่อนำเสนอผลการเรยี นรู้ - ผู้เรยี นจดบนั ทกึ ทำแบบฝกึ หัดและทำทดสอบย่อย 3. ให้ผู้เรยี นออกมานำเสนองานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 3.ขน้ั วดั ผลประเมนิ ผล - ครแู ละนักศึกษาร่วมกันสรุปองค์ความรทู้ ่ีไดร้ ับจากการจัดการวจิ ัยอยา่ งงา่ ยผเู้ รยี นจดบันทกึ ทำ ใบงานและทำทดสอบยอ่ ย 4. ข้นั กจิ กรรมการเรยี นรู้ต่อเนอ่ื ง (กรต.) ให้ผ้เู รียนศึกษาเร่ือง - ทำวจิ ยั อย่างไร - เขียนรายงานการวิจัยอยา่ งไร สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. หนงั สือเรียนรายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ ทร11001ระดบั ประถมศกึ ษา (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2554) หน้า 119-124 2. บทเรียนวจิ ยั ออนไลน (http://www.elearning.nrct.net/)ของสำนกั งานคณะกรรมการวจิ ัยแหงชาติ 3. เขาไปคนขอมูลโดยพมิ พหวั เร่ืองวจิ ยั ท่ตี องการศกึ ษาใน http://www.google.co.th 4. วารสารเอกสาร งานวจิ ยั และวิทยานพิ นธตาง ๆ การวัดและประเมนิ ผล 1. สงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว่ นรว่ ม ความตัง้ ใจ และความสนใจของผ้เู รียน 2. ผลการทดสอบก่อนและหลังเรยี น 3. บนั ทกึ การเรียนรู้/ทดสอบยอ่ ย 4. ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้เรยี น
94 ใบงานท่ี 1 กิจกรรมที่ 1 ให้ผเู้ รียนเขยี นสรุปความหมายของการวจิ ยั ตามความเข้าใจของตนเองและนําเสนอในการพบกลุ่ม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
95 ใบงานที่ 2 กิจกรรมที่ 2 ใหผ้ ู้เรียนไปศึกษาคน้ คว้า และยกตัวอย่างวา่ มีนวัตกรรมหรอื สงิ่ ประดิษฐใ์ หม่ ๆอะไรบา้ งท่ี เกิดขึน้ จากผลของการวิจยั …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
96 ใบงานท่ี 3 กจิ กรรมท่ี 3 ให้ผู้เรียนเขยี นคําถามการวิจัยตามความสนใจของตนเอง คนละ 3 คําถาม …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………........... …………………………………………………………………………………………………………………………………………………...........
97 ใบงานท่ี 4 กจิ กรรมท่ี 4 1. ใหผ้ เู้ รยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 5 คน 2. ในกล่มุ ใหแ้ ต่ละคนนาํ เสนอคาํ ถามการวิจยั ตามที่ตนเองสนใจท่เี คยเขยี นไวในกิจกรรมที่ 3 3. กลมุ่ พิจารณาเลือกคําถามการวจิ ัยท่ีน่าสนใจที่สดุ มา 1 คําถาม 4. ระดมสมองในกลุ่มว่าจากคําถามการวิจัยที่เลอื กมา จะทำวจิ ยั เรื่องอะไร ทาํ ไม จึงทำเรอ่ื งน้ี อยากรู้ คําตอบอะไร จะเกดิ ประโยชน์อยา่ งไร และมีแนวทาง/วิธีการทำวจิ ยั อยา่ งไรบ้าง 5. ส่งตวั แทนไปนาํ เสนอรายละเอยี ดในข้อ 4 ในการพบกลุ่มใหญ่
98 แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 12 รายวชิ าทกั ษะการเรียนรู้ (ทร11001) เร่ือง ความหมายความสำคญั ของศักยภาพหลักในการพัฒนาอาชีพ เวลาเรียน 6 ชวั่ โมง แนวคดิ ในปจจุบันโลกมีการแขงขันกันมากขึ้น โดยเฉพาะการประกอบอาชีพต่าง ๆ จำเป็นตอง มีความรู ความสามารถ ความชาํ นาญการท้ังภาคทฤษฎีและปฏิบัติผูท้ ี่ประสบผลสำเรจ็ ในอาชพี ของตนเองจะตองมีการค นควา หาความรูจากแหลง่ เรียนรตู้ ่าง ๆ เพอื่ เพิ่มพูนความรูความสามารถให สอดคลองกับการเปลี่ยนแปลงอยู ตลอดเวลา การที่จะจัดการอาชีพให้ได้ผลสำเร็จนั้นจำเป็นต้องมีปัจจัยหลายด้าน การเรียนรูปัจจัยด้าน ศกั ยภาพหลกั ของพื้นท่ี เป็นเรื่องทส่ี ำคัญเรื่องหนึ่งท่ตี องเรยี นรู้ ตัวชีว้ ดั 1.รเู ขาใจความหมายตระหนักเหน็ ความสำคัญศกั ยภาพหลักของพ้นื ที่ 2. อธบิ ายองคประกอบของศกั ยภาพหลกั ของพ้ืนที่ 3. ยกตัวอย่างอาชพี ท่ีสอดคลองกับศกั ยภาพหลกั ของพ้ืนททสี่ อดคลองกบั ศักยภาพหลกั ของพ้ืนท่ี เนอ้ื หา ศักยภาพหลักของพื้นท่ี คือ ทักษะการเรียนรูที่สำคัญที่จะตองนํามาพัฒนาเป็นขอมูลหลักในการ ประกอบอาชีพหรอื พฒั นาอาชีพเป็นข้อมลู สำคญั ทจ่ี ะทำให้การประกอบอาชีพ หรือการพฒั นาอาชีพนน้ั ๆ เพิ่ม ขดี ความสามารถในการยกระดับคุณภาพชวี ิต และสังคม เป็นทักษะการเรียนรูท่ีคำนึงถึงสภาพแต่ละพ้ืนที่ท่ีมี ความแตกต่างและมีความตองการของทองถ่ินไม่เหมือนกัน ความสำเร็จในการประกอบ อาชีพในพื้นที่หน่ึง อาจไม่เป็นความสำเร็จในอีกพืน้ ที่หนึ่งได้ การศึกษาเร่ืองการประกอบอาชีพหรอื พัฒนาอาชีพจึงตองเนนการ ศกึ ษาศกั ยภาพหลกั ของพน้ื ท่ีเป็นสำคัญ
99 ข้นั ตอนการจดั กระบวนการเรยี นรู้ 1. ขั้นนำเขา้ สบู่ ทเรยี น 1. ครูสนทนากับผู้เรียนในเรื่องความหมาย ความสำคญั ของศกั ยภาพหลกั ของพื้นท่ี 2. ครแู ละผเู้ รียนทบทวนเนือ้ หาสาระทผ่ี ่านมาในสัปดาห์ท่ีแลว้ 3. ครูและผเู้ รยี นแลกเปล่ยี นความคดิ เห็น 2. ขน้ั จดั กิจกรรมการเรียนรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสำคญั ของศักยภาพหลักของพืน้ ทแี่ ละศักยภาพหลกั ของพน้ื ที่ที่แตกต่างกัน 2. ยกตวั อยา่ งเกี่ยวกับศักยภาพหลักของพน้ื ที่หลัก ท่แี ตกตา่ งกนั 3. สามารถบอกหรอื ยกตวั อย่างเกี่ยวกบั ศกั ยภาพหลกั ของพนื้ ท่ขี องตนเอง 3.ขนั้ วดั ผลประเมนิ ผล - ผู้เรียนจดบันทกึ ทำใบงานและทำทดสอบย่อย 4. ขนั้ กจิ กรรมการเรยี นรตู้ ่อเนอ่ื ง (กรต.) ใหผ้ เู้ รียนศกึ ษาเร่ือง กลุ่มอาชีพใหม่ 5 ด้าน และศักยภาพหลักของพ้ืนที่ 5 ประการ สื่อและแหลง่ การเรียนรู้ 1. หนังสือเรยี นรายวชิ าทักษะการเรยี นรู้ ทร11001 ระดับประถมศึกษา (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. 2554) หน้า 119-124 2. ใบงานรายวิชาทักษะการเรยี นรู้ ทร11001 ระดบั ประถมศกึ ษา (ฉบับปรบั ปรุง พ.ศ. 2554) การวดั และประเมินผล 1. สังเกตพฤติกรรมการมสี ่วนร่วม ความตั้งใจ และความสนใจของผู้เรียน 2. ผลการทดสอบกอ่ นและหลังเรียน 3. บนั ทึกการเรยี นรู้/ทดสอบย่อย 4. ผลการประเมนิ ความพงึ พอใจของผู้เรยี น
100 ใบงาน ใหผ้ ู้เรยี นรวมกลมุ่ และอภปิ รายว่าศกั ยภาพหลักของพนื้ ที่ในการพฒั นาอาชพี ในพืน้ ท่ชี ุมชนของตนเอง ควรจะเน้นศักยภาพใดเปน็ พิเศษ เพราะเหตุใด .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ..............................................................................................................................................................................
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146