7. ภาคผนวก - 98 - ภาพตวั อยา่ งของใชส้ ่วนตวั ของเดก็ ภาพเด็กขโมยของของผู้อ่ืน
- 99 - แบบสงั เกตการตอบคาถาม เรือ่ ง วธิ กี ารใช้ของใช้สว่ นตัว หนว่ ยท่ี 2 ช่ือหนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 5 เร่อื ง การเก็บของใช้สว่ นตวั (๑) วันท.ี่ ............เดือน.............................พ.ศ............................ คาชี้แจง : ใหผ้ ู้ประเมินทาเครอ่ื งหมาย ในชอ่ งระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทป่ี ระเมิน ท่ี ชือ่ -สกลุ บอกวธิ ีการใช้ของใชส้ ว่ นตัว 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน 3 = เด็กสามารถบอกวธิ กี ารใช้ของใชส้ ่วนตัวไดด้ ว้ ยตนเอง 2 = เด็กสามารถบอกวิธีการใชข้ องใชส้ ว่ นตวั ไดโ้ ดยมผี ู้ชี้แนะ 1 = เด็กไมส่ ามารถบอกวธิ ีการใช้ของใชส้ ว่ นตัวได้
- 100 - แบบสังเกตการใชข้ องใช้สว่ นตัวของเดก็ หนว่ ยท่ี 2 ชือ่ หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ที่ 5 เร่อื ง การเกบ็ ของใช้ส่วนตัว (๑) วนั ท่.ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คาชแี้ จง : ใหผ้ ูป้ ระเมนิ ทาเครอ่ื งหมาย ในชอ่ งระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทีป่ ระเมนิ ท่ี ชื่อ-สกุล การใชข้ องใชส้ ว่ นตัว 3 21 ลงชือ่ ...........................................................ผปู้ ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน 3 = เด็กสามารถใช้ของใชส้ ว่ นตัวไดด้ ้วยตนเอง และไมแ่ ย่งหรือขโมยของผอู้ ื่น 2 = เด็กสามารถใชข้ องใชส้ ่วนตวั ได้โดยมผี ู้อื่นแนะนา แต่ไมแ่ ยง่ หรอื ขโมยของผู้อ่ืน 1 = เด็กสามารถใชข้ องใชส้ ่วนตัวได้ แต่ชอบแย่งหรอื ขโมยของผู้อ่ืน
- 101 - แผนการจดั ประสบการณ์ หน่วยที่ 2 ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต ชน้ั ปฐมวัย เวลา 1 ชั่วโมง แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 6 เร่ือง การเก็บของใช้ส่วนตวั (๒) 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ 1.2 ปฏิบัติตนเปน็ ผูท้ ีม่ ีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 เด็กสามารถเก็บของใชส้ ่วนตัวเข้าที่อย่างเรยี บร้อย 2.2 เด็กมีความละอายและไม่แยง่ หรือขโมยของใชข้ องผ้อู ่นื 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ การเก็บของใช้สว่ นตวั ใหเ้ ปน็ ระเบยี บเรียบร้อย จะทาใหง้ ่ายตอ่ การหยบิ จับ นามาใชใ้ นคร้งั ตอ่ ไป และยงั ทาใหเ้ กิดความเปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ย ดสู วยงาม นอกจากน้ีจะต้องไม่ขโมยของใช้ของ ผูอ้ น่ื มาเป็นของของตนเอง 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กดิ ) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโตต้ อบและเลา่ เรื่องใหผ้ ูอ้ ่นื เข้าใจ) 2. ความสามารถในการคดิ แยกแยะคดิ เชงิ เหตุผลโดยอธิบายเช่อื มโยงสาเหตุและผลทเี่ กดิ ขึ้นใน เหตกุ ารณ์ 3.3 คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงค์ / ค่านยิ ม 1. เด็กเกบ็ ของใชส้ ว่ นตวั เข้าทอี่ ยา่ งเรยี บร้อยด้วยตนเอง โดยไมแ่ ยง่ หรือขโมยของใชข้ องผ้อู ่นื 2. การมวี ินัยในตนเอง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ขั้นตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กฟังนิทาน เรอ่ื ง กระรอกน้อยไม่มรี ะเบยี บ จากน้นั เด็กและครูร่วมกันสนทนา เกยี่ วกับเนื้อเรอ่ื ง - เด็กคดิ วา่ ทาไมเจา้ กระรอกถงึ หกลม้ (เพราะว่าเจ้ากระรอกไม่เกบ็ ของเขา้ ทใ่ี หเ้ ป็น ระเบียบเรยี บรอ้ ย จึงว่งิ สะดุดของท่ีวางเกะกะหกล้ม) - ถ้าเด็กๆ เป็นเจา้ กระรอกเด็กๆ จะทาอย่างไร (จะเกบ็ ของเข้าท่ใี ห้เรียบร้อยกอ่ นท่ีจะ ออกไปเล่นกบั เพ่ือน) 2. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเกย่ี วกบั การเกบ็ ของใชส้ ว่ นตวั เขา้ ทใ่ี ห้เป็นระเบียบเรียบรอ้ ย 3. ครูใหเ้ ด็กร่วมกันสังเกต สิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวของเด็กทุกคนท่ีเก็บไว้อย่างเป็น ระเบียบภายใน ห้องเรียน ต่อมาครูนาของใช้ของเด็กทั้งหมดมากองรวมกันไว้กลางห้อง จากนั้นครูให้ เด็กแต่ละคน ออกมาหยิบของใช้ของตนเอง เข้าที่ โดยจะต้องไม่แย่งหรือขโมยของของผู้อ่ืน (ครูสังเกตพฤติกรรม เด็ก) 4. เด็กและครูรว่ มกันร้องเพลง เก็บของ 4.2 ส่ือการเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้
- 102 - 1. นิทาน เรื่อง กระรอกน้อยไม่มรี ะเบยี บ 2. เพลง เกบ็ ของ 3. ของใชส้ ่วนตวั ของเด็ก 5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ กี ารประเมิน 1. สังเกตการเกบ็ ของใช้สว่ นตวั 5.2 เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการประเมนิ 1. แบบสงั เกตการเก็บของใช้สว่ นตวั 5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน เด็กผ่านการประเมนิ ระดบั 2 ข้นึ ไปถือวา่ ผา่ น 6. บนั ทึกหลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ .................................................................................................... ................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ......................................................................................... ....................................................................... ....... ............................................................................................................................. .......................................... ลงช่ือ ................................................ ครูผ้สู อน (.................................................)
- 103 - 7. ภาคผนวก นทิ าน เรือ่ ง กระรอกน้อยไม่มีระเบยี บ กระรอกน้อยมีของเล่น ของใช้มากมาย แถมยงั ชอบเอาของเลน่ ของใช้ออกมากองเต็มห้อง เลน่ แลว้ ไมเ่ ก็บ เขา้ ที่ วันนี้กระรอกน้อยก็กาลังเล่นของเล่นอยู่ ก๊อกๆ เสยี งใครมาเคาะประตหู นา้ บา้ น กระรอกเปดิ ประตไู ปดู ก็พบเพอ่ื นๆ ท่มี าชวนไปเลน่ นอกบา้ น กระรอกตกลงทันที รีบว่ิงออกไปพรอ้ มเพ่ือนๆ คุณแมข่ องกระรอกบอก ว่า ทาไมไม่เก็บของเลน่ ก่อน กระรอกบอกเด๋ยี วค่อยมาเก็บกไ็ ด้ แลว้ กระรอกกว็ ิง่ ออกไปทันที ตกเย็นทกุ คนก็แยกย้ายกันกลับบ้าน กระรอกรบี วง่ิ เข้ามาในบ้านอยา่ งรวดเรว็ โดยไม่ทันได้ดวู า่ มขี องเลน่ วางเกะกะเต็มไปหมด กระรอกสะดุดของเลน่ หกล้ม เข่าแตก ร้องให้ฮือๆ คุณแมจ่ ึงบอกว่า เหน็ ไหมละก็แม่ บอกให้กระรอกเก็บของกอ่ น ถ้ากระรอกเกบ็ ของกระรอกก็คงไม่ว่งิ สะดดุ หกล้มอยา่ งน้ี ปติ ิพร วทาทิยาภรณ์ เรอื่ งและภาพ https://www.youtube.com/watch?v=JfSzhGzHWSk
เก็บ เก็บ เก็บ - 104 - เรว็ คนดี เพลงเก็บของ มาช่วยกนั เกบ็ ของซี เก็บของเขา้ ที่กันเอย ภาพตวั อย่างของใชส้ ่วนตวั ของเดก็
- 105 - แบบสังเกตการเกบ็ ของใช้ส่วนตัวของเด็ก หนว่ ยท่ี 2 ชื่อหน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 6 เร่ือง การเกบ็ ของใชส้ ว่ นตวั วนั ที่.............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาชีแ้ จง : ให้ผู้ประเมนิ ทาเครือ่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทีป่ ระเมนิ การเก็บของใชส้ ่วนตวั เขา้ ที่ ที่ ช่อื -สกลุ ระดับคุณภาพ 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผ้ปู ระเมิน (..................................................) เกณฑก์ ารประเมิน 3 = เด็กสามารถเกบ็ ของใชส้ ่วนตัวเขา้ ทอ่ี ยา่ งเรยี บร้อยไดด้ ้วยตนเองโดยไม่แย่งหรือขโมยของใช้ของผู้อื่น 2 = เด็กสามารถเก็บของใชส้ ว่ นตวั เข้าทอ่ี ย่างเรยี บร้อยโดยมผี อู้ น่ื แนะนาแต่ไม่แย่งหรือขโมยของใชข้ อง ผู้อนื่ 1 = เด็กสามารถเกบ็ ของใชส้ ่วนตวั เขา้ ท่ไี ด้ แต่ชอบแยง่ หรือขโมยของใชข้ องผู้อ่นื
- 106 - แผนการจดั ประสบการณ์ หนว่ ยที่ 2 ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทจุ รติ ช้ัน ปฐมวัย เวลา 1 ช่วั โมง แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 7 เร่ือง การทางานท่ีไดร้ บั มอบหมาย 1. ผลการเรยี นรู้ 1.1 มคี วามรู้ ความเขา้ ใจเก่ียวกับความละอายและไม่ทนต่อการทุจริต 1.2 ปฏิบตั ติ นเป็นผู้ท่มี คี วามละอายและไมท่ นต่อการทุจริตทกุ รูปแบบ 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 เด็กสามารถบอกประโยชนข์ องการมีความรบั ผิดชอบต่อการทางานที่ไดร้ บั มอบหมาย และโทษของ การไม่มคี วามรับผดิ ชอบต่อการทางานทไี่ ดร้ ับมอบหมายได้ 2.2 เด็กมคี วามรับผิดชอบทางานที่ได้รบั มอบหมายจนสาเรจ็ โดยไมล่ อกหรือนาผลงานของ ผู้อนื่ มาเปน็ ผลงานของตนเอง 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ การทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย คือ การท่ีบคุ คลมคี วามรับผิดชอบ มุ่งมน่ั ต้งั ใจท่จี ะทางานส่ิงน้นั ให้ สาเร็จและมปี ระสิทธิภาพ โดยไม่ลอกหรือนาผลงานของผู้อื่นมาเป็นผลงานของตนเอง 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเรือ่ งให้ผู้อ่ืนเข้าใจ) 2. ความสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ลโดยอธบิ ายเช่ือมโยงสาเหตแุ ละผลทีเ่ กิดข้ึนในเหตุการณ์ 3.3 คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ / ค่านยิ ม 1. เด็กทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายจนสาเรจ็ โดยไมล่ อกหรือนาผลงานของผู้อน่ื มาเปน็ ผลงานของตนเอง 2. มคี วามรับผิดชอบ 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ขัน้ ตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กและครูร่วมกนั ร้องเพลง “งานส่ิงใด” 2. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเก่ยี วกับเน้ือหาของเพลง โดยครใู ชค้ าถาม - เดก็ ๆ คิดวา่ เพลงท่เี ราร้องไปเม่ือสกั ครู่นี้เป็นเพลงเกย่ี วกับอะไร (เกย่ี วกบั การทางาน วา่ ต้อง รับผิดชอบในการทางานและตอ้ งชว่ ยเหลอื ซ่งึ กันและกนั ) - เดก็ ๆ ลองคิดดูซิว่า ถ้าพวกเราทกุ คนในสังคมมคี วามรับผดิ ชอบทางานทไ่ี ดร้ บั มอบหมายจน สาเรจ็ สังคมเราจะเปน็ อยา่ งไร และในขณะเดยี วกันหากพวกเราทกุ คนในสงั คมไมม่ คี วามรบั ผิดชอบ ในการทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย เด็กๆคิดวา่ สงั คมเราจะเป็นอยา่ งไร (ถ้าทุกคนมีความรับผิดชอบ สงั คมก็จะนา่ อยู่ ไม่วนุ่ วาย ไม่มีคนทาผดิ สังคมกส็ งบสุข แต่ถ้าทกุ คนไม่มคี วามรับผิดชอบ สงั คมก็จะ สับสน ว่นุ วาย มีแตค่ นเหน็ แก่ตวั ทจุ รติ ทาให้สังคมไมน่ ่าอย่)ู 3. เด็กและครดู คู ลิปนิทานเร่ือง “ความรับผดิ ชอบ” 4. เด็กและครรู ว่ มกนั สนทนา เก่ียวกบั เนื้อหาในนทิ าน
- 107 - - เดก็ ๆ คดิ วา่ การกระทาของบีถ๋ ูกต้องหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่ถูกต้อง เพราะบีเ๋ ปน็ คนไม่ รบั ผดิ ชอบทางานที่ไดร้ บั มอบหมาย) - ถ้าเด็กๆ เปน็ บี๋ เด็กๆจะปฏบิ ตั ิตนอย่างไร ทาไมถงึ ปฏบิ ัตเิ ชน่ นัน้ (จะรับผิดชอบในงานที่ ไดร้ บั มอบหมาย เพราะคนดจี ะต้องมีความรบั ผดิ ชอบ) 5. ครูมอบหมายงานใหเ้ ด็กๆวาดภาพระบายสคี นละ 1 ภาพ (ครสู งั เกตการทางานของ เด็ก) 6. เด็กนาผลงานของตนเองนาเสนอหน้าชนั้ ซงึ่ ผลงานที่นาเสนอจะต้องไม่ ลอกเลยี นแบบ ผอู้ ื่นและไม่นาผลงานผลงานของผู้อืน่ มาเปน็ ผลงานของตนเอง 4.2 สอื่ การเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. เพลง งานสงิ่ ใด 2. Animation 3D เร่ือง ความรับผิดชอบ 5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ ีการประเมนิ 1. การสอบถามความรู้ เรื่อง ประโยชนข์ องความรบั ผดิ ชอบในการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย และ โทษของการไม่มคี วามรับผิดชอบในการทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 2. สังเกตการปฏบิ ัติงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 5.2 เคร่ืองมือทใี่ ช้ในการประเมิน 1. แบบสอบถามความรู้ เร่อื ง ประโยชน์ของความรบั ผดิ ชอบในการทางานที่ไดร้ บั มอบหมายและ โทษของการไมม่ ีความรบั ผิดชอบในการทางานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย 2. แบบสงั เกตการปฏิบัติงานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย 5.3 เกณฑก์ ารตัดสนิ เด็กผา่ นการประเมนิ ระดับ 2 ขน้ึ ไปถือว่าผา่ น 6. บันทกึ หลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. .......................................... ........................................................................................ ............................................................. .................. ............................................................................................................................. .......................................... ..................................................................................................................................... .................................. ลงช่ือ ................................................ ครผู สู้ อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 108 - เพลง งานสิ่งใด งานส่งิ ใด งานสิง่ ใด แม้ใครละเลยทิ้งปล่อย มวั แตค่ อย เฝา้ แต่คอย หวังคอยแต่เก่ยี งโยนกลอง ไม่มเี สร็จ ไม่มีเสร็จรับรอง จาไว้ทกุ คนตอ้ ง ทางานเราต้องช่วยกนั ช่วยกัน ช่วยกนั ชว่ ยกัน Animation 3D เรื่อง ความรับผดิ ชอบ https://www.youtube.com/watch?v=7kbnUOzerjg
- 109 - แบบสงั เกตุการตอบคาถาม เรอ่ื ง ประโยชน์ของความรับผดิ ชอบและโทษของการไม่มีความรับผิดชอบ หนว่ ยที่ 2 ชอื่ หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 6 เรื่อง การทางานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย วันท.่ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คาชแี้ จง : ใหผ้ ้ปู ระเมินทาเครื่องหมาย ในชอ่ งระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทป่ี ระเมนิ บอกประโยชน์ของความรบั ผิดชอบและโทษของ ท่ี ช่ือ-สกลุ การไม่มีความรบั ผิดชอบ 3 21 ลงชือ่ ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมนิ 3 = เด็กสามารถบอกประโยชนข์ องความรบั ผดิ ชอบและโทษของการไม่มคี วามรบั ผดิ ชอบได้ 2 = เด็กสามารถบอกประโยชนข์ องความรบั ผิดชอบและโทษของการไม่มคี วามรบั ผิดชอบได้ โดยต้องมีผ้ชู แี้ นะ 1 = เด็กไมส่ ามารถบอกประโยชนข์ องความรับผดิ ชอบและโทษของการไม่มคี วามรบั ผิดชอบได้
- 110 - แบบสงั เกตการทางานที่ได้รับมอบหมายของเดก็ หนว่ ยที่ 2 ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 6 เรื่อง การทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย วนั ท.ี่ ............เดือน.............................พ.ศ............................ คาชแี้ จง : ให้ผปู้ ระเมินทาเครอื่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นท่ปี ระเมิน ท่ี ช่ือ-สกลุ การทางานท่ีไดร้ ับมอบหมาย 3 21 ลงชือ่ ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมนิ 3 = เด็กทางานท่ีได้รับมอบหมายจนสาเรจ็ ด้วยตนเอง โดยไม่ลอกหรือนาผลงานของผู้อื่นมาเป็น ผลงานของตนเอง 2 = เด็กทางานท่ีไดร้ บั มอบหมายจนสาเรจ็ โดยมผี ูช้ ี้แนะ แต่ไมล่ อกหรอื นาผลงานของผอู้ นื่ มาเปน็ ผลงานของตนเอง 1 = เด็กสามารถทางานทีไ่ ดร้ บั มอบหมายไดแ้ ต่ชอบลอกหรือนาผลงานของผ้อู นื่ มาเป็นผลงานของ ตนเอง
- 111 - แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยที่ 2 ชือ่ หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต ช้นั ปฐมวยั เวลา 1 ชวั่ โมง แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 7 เรอื่ ง การแบ่งปัน (๑) 1. ผลการเรยี นรู้ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเกย่ี วกับความละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ท่ีมีความละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตทกุ รูปแบบ 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 2.1 เด็กบอกความหมายของการแบ่งปันได้ ๒.๒ เด็กมพี ฤติกรรมการแบง่ ปนั และปฏบิ ัติตนเป็นผูท้ ม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ การแบ่งปนั หมายถึง การเสยี สละสงิ่ ของหรือทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อนื่ แต่สิง่ ของหรือทรพั ยส์ ิน น้นั จะต้องได้มาโดยสุจริต ไม่ใชไ่ ดม้ าจากการลักขโมยของผู้อ่ืน 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กดิ ) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เรื่องใหผ้ ้อู ื่นเขา้ ใจ) 2. ความสามารถในการคิดเชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเช่ือมโยงสาเหตุและผลท่เี กิดขน้ึ ในเหตุการณ์ 3.3 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านิยม 1. การช่วยเหลอื แบ่งปันผู้อนื่ รจู้ กั เสยี สละสิง่ ของหรือทรัพย์สินของตนให้แก่ผู้อ่นื แต่สิ่งของหรือ ทรพั ยส์ นิ นนั้ จะต้องไดม้ าโดยสจุ รติ ไม่ใชไ่ ดม้ าจากการลกั ขโมยของผู้อ่นื 2. ความมเี มตตากรุณา มีนา้ ใจและชว่ ยเหลอื แบ่งปนั 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ขนั้ ตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กและครดู คู ลปิ นทิ านเร่อื ง “หนูนดิ ไมม่ นี ้าใจ” 2. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาเกยี่ วกับเน้ือหาของนิทาน โดยครใู ชค้ าถาม - เด็กคิดว่าการกระทาของหนนู ดิ ถกู ต้องหรอื ไม่ เพราะเหตุใด (ไม่ถกู ต้อง เพราะหนูนิดไม่ชอบ แบ่งปนั ของให้ผอู้ ่ืน เปน็ คนไม่มนี า้ ใจ ไมเ่ อ้ือเฟื้อเผ่ือแผ)่ - ถ้าเด็ก เปน็ หนูนิดเด็กๆจะปฏิบตั ิตนอย่างไร เพราะเหตุใดจึงปฏบิ ตั เิ ช่นนนั้ (จะรจู้ กั แบง่ ปัน สิง่ ของใหผ้ ู้อ่นื เพราะคนดจี ะตอ้ งมีน้าใจ รู้จักแบ่งปัน) - ถ้าเด็กพบเพอื่ นท่ไี มย่ อมแบง่ ปนั ส่ิงของของตนเองใหเ้ พอ่ื น เด็กจะทาอย่างไร (จะไปตกั เตือน เพื่อน จะบอกเพ่ือนว่า คนดตี ้องรจู้ ักการเสยี สละ แบ่งปนั ) 3. เด็กและครูรว่ มกันอภปิ รายสรปุ เก่ียวกบั ความหมายของการแบ่งปัน ว่า การแบ่งปัน หมายถึง การเสยี สละส่งิ ของหรอื ทรพั ยส์ นิ ของตนใหแ้ ก่ผูอ้ ่นื แต่สง่ิ ของหรือทรัพยส์ ินนน้ั จะต้องได้มา โดยสุจรติ ไมใ่ ช่ไดม้ าจากการลกั ขโมยของผ้อู น่ื 4. เด็กและครรู ่วมกันร้องเพลง “แบง่ ปัน” 4.2 สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. คลิปนิทานเรอื่ ง “หนูนิดไม่มนี า้ ใจ”
- 112 - 2. เพลง แบง่ ปัน 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมนิ 1. การสอบถามความรู้ เรื่อง ความหมายของการแบง่ ปัน ๒. สงั เกตพฤติกรรมการแบ่งปันของเด็ก 5.2 เคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในการประเมนิ 1. แบบสอบถามความรู้ เรอ่ื ง ความหมายของการแบง่ ปัน ๒. แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการแบง่ ปนั 5.3 เกณฑก์ ารตดั สิน เด็กผา่ นการประเมินระดบั 2 ขึ้นไปถือว่าผ่าน 6. บนั ทกึ หลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ....................................................................................................................................................................... ............................................................................................................................. .......................................... ............................................................................................................................. .......................................... ....................................................................................................................................................................... ลงช่อื ................................................ ครผู สู้ อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 113 - นทิ านเร่อื ง หนูนดิ ไม่มนี า้ ใจ https://www.youtube.com/watch?v=35nlQfGCzf8 เพลงแบง่ ปนั https://www.youtube.com/watch?v=__S1xhE-EQU อยากจะแบ่งใหเ้ ธอ กเ็ ราแบง่ กนั คนละนิดคนละหน่อย มนี อ้ ยใหน้ ้อยมเี ยอะกแ็ บง่ ไป เผ่ือแผ่เอ้ือเฟื้อกนั ไว้ แบง่ ปันกนั ไปน้าใจเบง่ บาน แบง่ ปัน แบง่ กัน แบ่งปัน แบง่ สง่ ต่อกนั แบง่ ปันกนั ไป น้าใจทด่ี ีแบบนี้มไี ว้ เบิกบานช่นื ใจ นา้ ใจท่ีดี แบบน้ีมไี ว้เบิกบานช่นื ใจ นา้ ใจแบง่ บาน
- 114 - แบบสงั เกตการตอบคาถาม เร่อื ง ความหมายของการแบ่งปัน หน่วยท่ี 2 ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 7 เรื่อง การแบง่ ปัน วนั ท่.ี ............เดือน.............................พ.ศ............................ คาช้ีแจง : ใหผ้ ปู้ ระเมนิ ทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ งระดบั คุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทีป่ ระเมนิ ท่ี ชื่อ-สกุล บอกความหมายของการแบง่ ปัน 3 21 ลงชอ่ื ...........................................................ผู้ประเมนิ (..................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ 3 = เด็กสามารถบอกความหมายของการแบง่ ปนั ได้ด้วยตนเอง 2 = เด็กสามารถบอกความหมายของการแบง่ ปนั ได้แตต่ ้องให้ครูชีแ้ นะ 1 = เด็กไม่สามารถบอกความหมายของการแบ่งปันได้
- 115 - แบบสังเกตพฤติกรรมการแบ่งปัน หน่วยท่ี 2 ชือ่ หนว่ ย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจรติ แผนการจัดประสบการณ์ที่ 7 เร่ือง การแบ่งปนั (๑) วนั ท่ี.............เดือน.............................พ.ศ............................ คาชี้แจง : ใหผ้ ู้ประเมนิ ทาเครือ่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทีป่ ระเมิน ที่ ช่อื -สกลุ เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปนั และปฏิบัตติ น เป็นผ้ทู ี่มคี วามละอายและไม่ทนตอ่ การ ทจุ รติ 3 21 ลงช่อื ...........................................................ผปู้ ระเมิน (..................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ 3 = เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปนั และปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ทีม่ ีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตได้ ด้วยตนเอง 2 = เด็กมีพฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้ที่มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ไดโ้ ดยมีผู้ คอยช้แี นะ 1 = เด็กไมม่ ีพฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏบิ ัตติ นเปน็ ผูท้ ี่มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจรติ ได้
- 116 - แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยที่ 2 ช่ือหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ ชั้น ปฐมวยั เวลา 1 ชัว่ โมง แผนการจัดประสบการณ์ที่ 8 เร่ือง การแบ่งปัน (๒) 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 มคี วามรู้ ความเข้าใจเก่ียวกบั ความละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริต 1.2 ปฏิบัตติ นเปน็ ผ้ทู ี่มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตทุกรูปแบบ 2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2.1 เด็กมีพฤติกรรมการแบง่ ปันและปฏิบัติตนเปน็ ผู้ทม่ี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริต 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ การแบง่ ปัน หมายถงึ การเสยี สละสิง่ ของหรือทรัพยส์ นิ ของตนใหแ้ กผ่ ู้อนื่ แต่ส่ิงของหรอื ทรัพย์สนิ นนั้ จะตอ้ งไดม้ าโดยสุจรติ ไม่ใชไ่ ดม้ าจากการลักขโมยของผู้อืน่ 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่เี กิด) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโต้ตอบและเลา่ เร่ืองให้ผอู้ ืน่ เขา้ ใจ) 2. ความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลโดยอธบิ ายเชื่อมโยงสาเหตุและผลที่เกิดขน้ึ ในเหตุการณ์ 3.3 คณุ ลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านยิ ม 1. การชว่ ยเหลอื แบง่ ปันผู้อ่นื การเสียสละสิง่ ของหรอื ทรัพย์สินของตนให้แกผ่ ู้อนื่ แต่สงิ่ ของหรือทรัพย์สิน นั้นจะตอ้ งได้มาโดยสุจรติ ไมใ่ ชไ่ ด้มาจากการลักขโมยของผู้อื่น 2. ความมีเมตตากรุณา มีน้าใจและช่วยเหลือแบ่งปัน 4. การจดั ประสบการณ์ 4.1 ขั้นตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กและครรู ่วมกันร้องเพลง เอือ้ เฟ้ือแบ่งปนั พรอ้ มทาท่าทางประกอบเพลง 2. เด็กและครูรว่ มกนั สนทนาเกีย่ วกบั เนือ้ หาของเพลง โดยครใู ชค้ าถาม - เด็กๆ คิดว่าเนอ้ื หาของเพลงเก่ยี วกับเรื่องอะไร (เก่ยี วกับเรือ่ งการแบง่ ปัน) - เด็กๆ เห็นด้วยกบั เน้ือหาของเพลงหรือไม่ เพราะเหตุใด (เห็นดว้ ย เพราะคนที่รจู้ กั การแบ่งปัน เออื้ เฟื้อเผื่อแผ่ จะเปน็ ท่รี กั ของคนทกุ คน เป็นคนท่สี ังคมต้องการ) 3. เด็กรว่ มกนั แสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั สถานการณท์ ี่ครูกาหนดขึน้ ดังน้ี - ถ้าเด็กพบวา่ เพ่ือนลมื เอาเงนิ มาซื้อขนม เด็กจะทาอย่างไร เพราะเหตใุ ดจงึ ทาเชน่ นนั้ (จะ แบ่งขนมของตนเองให้เพ่ือนทาน เพราะสงสารเพื่อน เพื่อนจะได้ไม่หวิ ) - ถา้ เพ่ือนของเด็กลืมเอาดินสอมาจากบ้าน เด็กจะทาอย่างไร เพราะเหตุใดจึงทาเช่นนั้น (เอา ดนิ สอให้เพื่อนยืม เพราะเรามีหลายแท่ง เพ่ือนจะไดม้ ีดนิ สอทาการบา้ น) - ถา้ เพ่ือนเอาดนิ สอแท่งใหมม่ าใหเ้ ด็กๆ แต่เด็กรู้วา่ ดนิ สอน้ันเพ่ือนไปขโมยของผอู้ ่ืนมา เด็ก จะรบั ของเพ่ือนหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่รบั เพราะสิง่ ของนั้นไดม้ าจากการลักขโมย มาจากการทจุ ริต) 4. ครูใหเ้ ด็กแบง่ กลมุ่ ๆ ละ 4-5 คน และใหส้ มาชกิ ภายในกลุม่ รว่ มกนั คิดการแสดงบทบาทสมมุติ ท่มี เี นอ้ื หาเกี่ยวกับเรื่องการแบง่ ปัน
- 117 - 5. แตล่ ะกลุม่ ออกมาแสดงบทบาทสมมุติ โดยครูจับฉลากลาดับวา่ กลมุ่ ใดจะได้แสดงก่อนหลงั 6. เด็กและครูรว่ มกนั อภิปรายสรุปเกีย่ วกบั เรอื่ งการแบง่ ปัน 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. เพลง เอ้ือเฟื้อแบง่ ปัน 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมนิ 1. การสังเกตการแสดงออกถึงการแบ่งปนั 5.2 เครอ่ื งมอื ทใ่ี ชใ้ นการประเมนิ 1. แบบสงั เกตพฤติกรรมการบ่งปัน 5.3 เกณฑก์ ารตัดสิน เด็กผา่ นการประเมินระดบั 2 ขน้ึ ไปถือว่าผา่ น 6. บันทึกหลงั การจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ............................................................................................................................. .......................................... ........................................................................................ ............................................................. .................. ............................................................................................................................. .......................................... ..................................................................................................................................... .................................. ลงชอ่ื ................................................ ครูผูส้ อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 118 - เพลง เอ้ือเฟือ้ แบ่งปัน https://www.youtube.com/watch?v=oU34HKM5UtI มีก็เอามาเผื่อเอ้ือเฟื้อแบ่งปัน มีกแ็ บง่ ให้กนั ฉนั แบ่งปนั ให้เธอ ใจโอบอ้อมอารมี ใี ห้เธอเสมอ รักกันฉันและเธอ เรารักกัน เออื้ เฟื้อเผ่อื แผ่ น้าใจแก่ทุกคน ได้รับก็สุขล้น นา้ ใจจากคนเอ้ือเฟ้ือ แบ่งปนั ขนมทม่ี ี ยามเรามเี หลือเฟือ มกี ็เอามาเผื่อแบง่ ปนั ภมู ใิ จได้เป็นผู้ให้ไม่หวังส่งิ ใดตอบแทน ยามใดเราขาดแคลน ไม่มีใครทอดท้ิงเรา
- 119 - แบบสังเกตพฤตกิ รรมการแบ่งปัน และการปฏิบัติตนเป็นผู้ทีม่ ีความละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ หน่วยที่ 2 ช่อื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 8 เรื่อง การแบ่งปนั (๑) วันที่.............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาชี้แจง : ใหผ้ ้ปู ระเมินทาเครือ่ งหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นทป่ี ระเมนิ ท่ี ช่อื -สกุล เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปนั และปฏบิ ัติตน เป็นผทู้ ม่ี ีความละอายและไม่ทนต่อการ ทจุ ริต 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผู้ประเมิน (..................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ 3 = เด็กมีพฤติกรรมการแบ่งปันและปฏิบัติตนเป็นผูท้ ่ีมีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตได้ดว้ ย ตนเอง 2 = เด็กมีพฤติกรรมการแบง่ ปนั และปฏิบตั ติ นเป็นผูท้ ่มี ีความละอายและไม่ทนตอ่ การทุจรติ ไดโ้ ดยมี ผู้คอยช้แี นะ 1 = เด็กไม่มีพฤติกรรมการแบ่งปันและปฏิบัติตนเปน็ ผู้ที่มีความละอายและไม่ทนต่อการทุจริตได้
- 120 - แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยท่ี 2 ชอื่ หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ ริต ช้นั ปฐมวัย เวลา 1 ชัว่ โมง แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 9 เรอ่ื ง การแต่งกาย ๑. ผลการเรยี นรู้ 1.1 มีความรู้ ความเข้าใจเก่ยี วกับความละอายและไม่ทนต่อการทจุ รติ 1.2 ปฏิบัติตนเป็นผู้ทม่ี คี วามละอายและไมท่ นต่อการทุจริตทุกรูปแบบ ๒. จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.1 เด็กสามารถบอกขนั้ ตอน วิธีการแต่งตวั ได้ 2.2 เด็กสามารถแต่งตัวด้วยตนเองได้ โดยไมน่ าเอาเครื่องแต่งกายของคนอืน่ มาเป็นของตนเอง ๓. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ การแตง่ กาย หมายถงึ ความสามารถของเด็กในการสวมเสือ้ กางเกง ตดิ กระดุมเสอ้ื ผกู เชือก รองเทา้ สวมถงุ เทา้ ความสามารถในการแตง่ กายของเด็กข้ึนอยกู่ ับพฒั นาการด้านการใช้กลา้ มเนอ้ื เล็ก ของเด็ก การแต่งกายเปน็ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั รประจาวนั ของเดก็ ท่ีควรได้รับการฝกึ ฝน นอกจากน้นั ต้อง ไม่นาเอา เครื่องแตง่ กายของคนอ่ืนมาเปน็ ของตนเอง 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะที่เกดิ ) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเรือ่ งใหผ้ ูอ้ ืน่ เข้าใจ) 2. ความสามารถในการคิดแยกแยะ คิดเชิงเหตุผลโดยอธิบายเชอื่ มโยงสาเหตแุ ละผลที่เกิดขึน้ ใน เหตุการณ์ 3.3 คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ / คา่ นยิ ม 1. เด็กแต่งตวั ด้วยตนเองได้อยา่ งคลอ่ งแคล่ว โดยไมน่ าเอาเครือ่ งแตง่ กายของคนอ่นื มาเป็นของตนเอง 2. การช่วยเหลือตนเองในการปฏบิ ัตกิ ิจวตั รประจาวนั 4. การจดั ประสบการณ์ 4.1 ข้ันตอนการจัดประสบการณ์ 1. ครนู ารปู ภาพการแตง่ กายของเด็กสองคน มาให้เดก็ ดู แลว้ ให้เด็กสังเกต เปรียบเทยี บ โดยใชค้ าถาม - เด็กคิดว่าภาพท้ังสองภาพที่ครนู ามาใหด้ ูมีความเหมอื นหรือแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร (แตกต่างกัน เพราะภาพแรกเป็นภาพเด็กแต่งกายเรียบร้อย แต่ภาพทส่ี องเป็นภาพเด็กแตง่ กาย ไม่เรยี บรอ้ ย) - ถ้าจะใหเ้ ด็กเลอื ก เด็กอยากเปน็ บุคคลในภาพไหน เพราะเหตุใด (เปน็ บุคคลในภาพทห่ี น่ึง เพราะ แตง่ กายเรียบร้อย) - ถา้ เด็กพบเห็นเพื่อนๆ แต่งตัวไมเ่ รียบรอ้ ย เด็กจะทาอย่างไร เพราะเหตุใดจึงทาเชน่ นนั้ (จะตักเตือน เพราะการแต่งกายไมเ่ รียบร้อยเปน็ การผดิ ระเบียบของโรงเรยี น คนดีจะต้องไม่ทาผดิ กฎ กติกา ระเบียบ) 2. เด็กและครูรว่ มกันสนทนาเก่ียวกบั ข้นั ตอน วธิ ีการแต่งตวั 3. ครูให้เด็กทุกคนถอดเสื้อกันเปื้อน ถอดรองเท้า ของตนเองแล้วนามากองรวมกันไว้กลางห้อง จากน้ันครูให้เด็กๆ ทุกคนเลือกสิ่งของของตนเองแล้วนากลับมาใส่ให้ถูกต้อง เรียบร้อย ใครสามารถ แตง่ ตัวเสรจ็ ก่อนและถกู ต้องโดยไม่นาของเพื่อนมาใส่ เปน็ คนแรก ถือว่าคนนัน้ ชนะ
- 121 - 4. เด็กและครูร่วมกันอภิปรายสรุป เก่ียวกับเรื่องการแต่งกาย ว่า การแต่งกาย หมายถึง ความสามารถของเด็กในการสวมเส้ือ กางเกง ติดกระดุมเส้ือ ผูกเชือกรองเท้า สวมถุงเท้า ความสามารถ ในการแต่งกายของเด็กข้ึนอยู่กับพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเน้ือเล็กของเด็ก การแต่ง กายเป็นการปฏิบัติกจิ วัตรประจาวันของเดก็ ทคี่ วรได้รบั การฝกึ ฝน นอกจากนนั้ ต้องไม่นาเอาเคร่ืองแต่ง กายของคนอ่นื มาเปน็ ของตนเอง 4.2 สอ่ื การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ 1) ภาพเด็กแต่งกายเรียบร้อยและภาพเด็กท่แี ต่งกายไมเ่ รยี บรอ้ ย 2) อุปกรณ์การแต่งกาย เชน่ เส้อื กนั เป้ือน รองเทา้ ฯลฯ (ของจรงิ ) 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ ีการประเมิน 1. สงั เกตการตอบคาถาม เร่ือง ขน้ั ตอน วิธีการแต่งตัว 2. สังเกตการฝกึ การแต่งตัวของเด็ก 5.2 เครือ่ งมือทีใ่ ชใ้ นการประเมิน 1. แบบสังเกตการตอบคาถาม เรอ่ื ง ขนั้ ตอน วธิ กี ารแตง่ ตัว 2. แบบสงั เกตการฝกึ การแต่งตวั ของเด็ก 5.3 เกณฑ์การตัดสิน เด็กผา่ นการประเมินระดบั 2 ขนึ้ ไปถือว่าผา่ น ๖. บนั ทกึ หลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. .......................................... ................................................................................................................................................... .................... ............................................................................................................................. .......................................... ลงช่ือ ................................................ ครผู ้สู อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 122 - ภาพการแตง่ กายของเด็กที่เรียบรอ้ ย ภาพการแตง่ กายของเดก็ ท่ไี ม่เรยี บรอ้ ย
- 123 - ภาพตัวอย่างอปุ กรณเ์ ครือ่ งแต่งตวั ของเดก็
- 124 - แบบสังเกตการตอบคาถาม เรอ่ื ง ขนั้ ตอน วธิ ีการแต่งตัว หนว่ ยท่ี 2 ชอ่ื หน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 9 เร่ือง การแตง่ กาย วนั ที่.............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาชแ้ี จง : ให้ผู้ประเมนิ ทาเครอ่ื งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทปี่ ระเมิน ท่ี ชื่อ-สกุล บอกขั้นตอน วธิ กี ารแต่งตวั 3 21 ลงช่ือ...........................................................ผปู้ ระเมิน (..................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ 3 = เด็กสามารถบอกข้นั ตอน วธิ กี ารแตง่ ตวั ไดด้ ้วยตนเอง 2 = เด็กสามารถบอกขน้ั ตอน วธิ ีการแตง่ ตวั ได้โดยครูคอยช้แี นะ 1 = เด็กไม่สามารถบอกขั้นตอน วิธีการแตง่ ตวั ได้
- 125 - แบบสงั เกตการฝึกการแต่งตัวของเด็ก หนว่ ยที่ 2 ชื่อหน่วย ความละอายและความไมท่ นต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ที่ 9 เรอื่ ง การแต่งกาย วันท.ี่ ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาชแ้ี จง : ใหผ้ ู้ประเมนิ ทาเคร่อื งหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นท่ปี ระเมิน การฝกึ การแต่งตวั ของเด็ก ท่ี ชื่อ-สกุล 3 21 ลงช่อื ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน 3 = เด็กแต่งตัวด้วยตนเองได้อยา่ งถูกต้อง เรียบรอ้ ย คล่องแคลว่ โดยไมน่ าเอาเครื่องแต่งกายของคนอื่น มาเป็นของตนเอง 2 = เด็กแต่งตวั ด้วยตนเองได้อย่างถูกต้อง เรยี บรอ้ ย แตย่ ังขาดความคลอ่ งแคล่ว และไม่นาเอา เคร่ืองแต่งกายของคนอื่นมาเป็นของตนเอง 1 = เด็กแต่งตัวได้ แต่มกั นาเอาเคร่ืองแต่งกายของคนอื่นมาเปน็ ของตนเอง
- 126 - แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยท่ี 2 ชอ่ื หนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจรติ ชน้ั ปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 10 เร่ือง การทากิจวัตรประจาวนั (๑) เวลา 1 ชว่ั โมง 1. ผลการเรยี นรู้ 1.1 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผลู้ ะอายและเปน็ ผไู้ ม่ทนต่อการทุจริตทกุ รูปแบบ 1.2 ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ละอายและไม่ทนตอ่ การทุจริตทกุ รปู แบบ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 2.๑ เด็กปฏบิ ตั ติ น และบอกวธิ กี ารปฏิบัติกิจวัตรประจาวนั แกบ่ ุคคลอืน่ ได้ 2.1 เด็กสามารถปฏบิ ตั ติ นเปน็ ผลู้ ะอายและเปน็ ผู้ไม่ทนต่อการทจุ ริตได้ 3.สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ กจิ วัตรประจาวัน หมายถงึ กิจทท่ี าเปน็ ประจา การปฏิบัตกิ จิ วตั รประจาวันเปน็ พฤตกิ รรมท่ี แสดงออกถึงความมีวินัยในตนเอง 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กิด) 1. ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโต้ตอบและบอกการปฏบิ ตั ติ นในการทากจิ วตั รประจาวันให้ ผอู้ ่นื ฟังได)้ 2. สามารถชว่ ยเหลือตนเองในการปฏิบัตกิ จิ วัตรประจาวัน 3. มีวินยั ในตนเอง 3.3 คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ / คา่ นยิ ม 1. เด็กสามารถช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจาวนั ได้ 2. เด็กปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจาวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ขน้ั ตอนการจัดประสบการณ์ 1. เด็กและครูศึกษา Stop Motion เรือ่ ง กิจวัตรประจาวนั ของหนแู ดง (YouTube : Rungkan Aueafuea) 2. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาเกยี่ วกบั เน้อื หา Stop Motion เรือ่ ง กจิ วัตรประจาวันของหนแู ดง ดังน้ี - เด็กช่วยกันบอกการปฏิบตั กิ ิจวัตรประจาวันของหนแู ดงทีป่ รากฏในเร่ืองวา่ มีอะไรบ้าง (ใส่ บาตร อาบน้า รับประทานอาหาร ไปโรงเรียน เรยี นหนงั สือ) - เด็กไดร้ ับความรู้อะไรบา้ งจากการศึกษากิจวตั รประจาวันของหนูแดง (เด็กควรปฏิบตั ิตนตามหนู แดง ซงึ่ เป็นการกระทาที่ถูกต้องและเปน็ สงิ่ ดี) - ครูสอบถามเด็กเก่ยี วกบั กิจวตั รประจาวันของเด็กทีโ่ รงเรียนมีอะไรบา้ ง (ลา้ งมือ, ลา้ งหนา้ , แปรง ฟัน, เกบ็ ของใช้ของเล่น, ดม่ื นม) - ถ้าเด็กพบเพือ่ นที่ปฏิบัติกิจวตั รประจาวันของตนเองไม่ได้ หรอื ทาไม่เปน็ เด็กจะทาอย่างไร (จะ สอนเพื่อน ให้เพ่ือนฝกึ ทาด้วยตนเอง จนสามารถปฏบิ ัติได)้ ๓. เด็กและครรู ่วมกันสนทนา สรปุ ข้อดขี องการปฏบิ ตั ิตนท่ีถูกต้องในการปฏิบตั ิกจิ วัตรประจาวนั
- 127 - 4.2 สื่อการเรยี นรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. Stop Motion เรือ่ ง กจิ วัตรประจาวันของหนูแดง 2. จาน ชาม ชอ้ น หอ้ งน้า หอ้ งสว้ ม เครอื่ งแต่งกาย 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ กี ารประเมนิ 1. สังเกตการร่วมกิจกรรม สนทนา ตอบคาถาม 5.2 เครื่องมือทีใ่ ช้ในการประเมิน 1. แบบสงั เกตการรว่ มกจิ กรรม 5.3 เกณฑ์การตดั สิน เด็กผ่านเกณฑ์การประเมินตัง้ แตร่ ะดบั 2 ขนึ้ ไปถือว่าผา่ น 6. บันทึกหลงั การจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. .......................................... ................................................................................................................................................... .................... ............................................................................................................................. .......................................... ลงช่อื ................................................ ครูผู้สอน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 128 - Stop Motion เรอื่ ง กจิ วัตรประจาวันของหนูแดง https://www.youtube.com/watch?v=PGSOajgPN-k จาก YouTube : Rungkan Aueafuea
- 129 - แบบสังเกตการปฏิบตั กิ จิ วัตรประจาวัน หนว่ ยท่ี 2 ชื่อหน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 10 เร่อื ง กจิ วัตรประจาวนั (๑) วนั ที่.............เดือน.............................พ.ศ. ................ คาช้แี จง : ให้ผู้ประเมนิ ทาเครื่องหมาย ในชอ่ งระดับคุณภาพของ ในแต่ละประเดน็ ท่ปี ระเมนิ ท่ี ชื่อ-สกลุ การปฏบิ ัติกิจวตั รประจาวนั 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผูป้ ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน 3 = เด็กปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจาวนั ดว้ ยตนเองอย่างคลอ่ งแคล่วและสามารถแนะนาเพื่อนคนทปี่ ฏบิ ตั ิ กิจวัตรประจาวันวันด้วยตนเองไม่ได้ 2 = เด็กปฏบิ ัติกจิ วตั รประจาวนั ดว้ ยตนเองไดแ้ ละสามารถแนะนาเพื่อนคนท่ีปฏิบตั กิ ิจวตั รประจาวัน วันดว้ ยตนเองไม่ได้ 1 = เด็กไมส่ ามารถปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจาวันด้วยตนเองไดแ้ ละไม่สามารถแนะนาเพื่อนคนท่ปี ฏิบัติ กิจวัตรประจาวันวันดว้ ยตนเองไม่ได้
- 130 - แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยที่ 2 ชื่อหนว่ ย ความละอายและความไม่ทนต่อการทจุ รติ ช้ันปฐมวยั แผนการจดั ประสบการณ์ที่ 11 เร่ือง การทากิจวัตรประจาวัน (๒) เวลา 1 ชั่วโมง 1. ผลการเรียนรู้ 1.1 ปฏิบตั ติ นเป็นผลู้ ะอายและเป็นผไู้ ม่ทนต่อการทุจริตทุกรปู แบบ 1.2 ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้ละอายและไม่ทนต่อการทจุ ริตทุกรูปแบบ 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๒.๑ เด็กบอกขอ้ ดี และข้อเสยี ของการปฏิบตั ิและไม่ปฏบิ ัตกิ จิ วตั รประจาวนั 2.2 เด็กปฏิบตั ติ น และบอกวธิ กี ารปฏิบัติกิจวตั รประจาวันแก่บุคคลอื่นได้ 2.๓ เด็กสามารถปฏิบัติตนเป็นผู้ละอายและเปน็ ผไู้ มท่ นต่อการทจุ ริตทุกรปู แบบได้ 3.สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ กจิ วตั รประจาวัน หมายถึง กิจท่ที าเปน็ ประจา การปฏิบัติกิจวตั รประจาวนั เป็นพฤติกรรมท่ี แสดงออกถึงความมวี ินัยในตนเอง 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ ) 1. ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโตต้ อบและบอกการปฏบิ ตั ติ นในการทากิจวัตรประจาวนั ให้ ผอู้ ่ืนฟงั ได)้ 2. สามารถชว่ ยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจาวัน 3. มีวนิ ยั ในตนเอง 3.3 คณุ ลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ / ค่านิยม 1. เด็กสามารถช่วยเหลอื ตนเองในการปฏบิ ตั ิกิจวตั รประจาวันได้ 2. เด็กปฏิบัตกิ ิจวตั รประจาวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ ง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ข้ันตอนการจัดประสบการณ์ 1. เด็กและครูศกึ ษา นทิ าน เรื่อง กจิ วัตรประจาวนั หนูทาได้ (YouTube : แสงอรุณ บุญลอื ชา) 2. เด็กและครรู ่วมกันสนทนาเกี่ยวกบั เนือ้ หาของนทิ าน โดยครูใชค้ าถาม - เด็กลองช่วยกันบอกซิว่าการปฏิบัติกิจวัตรประจาวันของหนูแสนดีมีอะไรบ้าง (อาบน้า ไป โรงเรียน รับประทานอาหาร ทางานบา้ น) - เด็กได้รับความรู้อะไรบ้างจากการดูนิทาน เรื่อง กิจวัตรประจาวันหนูแสนดีทาได้ (เราต้อง ปฏิบัติกิจวัตรประจาวันด้วยตนเอง เชน่ ต่ืนนอน อาบน้า รบั ประทานอาหาร ไปโรงเรียนให้ถูกต้อง) - ถ้าเด็กพบเห็นเพ่ือนท่ีเข้าห้องน้าแล้วไม่ลาดน้า, ขณะแปรงฟันแล้วไม่ปิดน้า เป็นต้น เด็กจะทา อย่างไร (จะไปบอกเพื่อนว่าการกระทาน้ันไม่ถูกต้อง ทาให้เกิดความส้ินเปลืองค่าใช้จ่ายของส่วนรวม (โรงเรียน) แลว้ พยายามชแี้ นะเพ่ือนใหป้ ฏิบัตใิ นส่ิงทถี่ กู ต้อง) ๓. เด็กและครูร่วมกนั สนทนา เกยี่ วกับวธิ ปี ฏิบัตกิ ิจวตั รประจาวันที่ไมถ่ ูกต้อง เช่น การรับประทาน อาหารมูมมาม การพูดคุยขณะอาหารอยู่ในปาก การแต่งกายไม่เรียบร้อย ไม่ถูกระเบียบ การเข้า ห้องนา้ ไม่กดชักโครก การเหยียบบนโถชักโครก การทงิ้ กระดาษชาระลงในโถชักโครก
- 131 - 4. เด็กและครรู ว่ มกันสรปุ เกี่ยวกับผลดี และผลเสียของการปฏิบัติกิจวัตรประจาวันท่ีถูกต้อง และ ไม่ถกู ต้อง 4.2 ส่ือการเรียนรู้ / แหล่งการเรียนรู้ 1. นทิ าน เรื่อง กจิ วตั รประจาวนั หนทู าได้ 5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 5.1 วิธีการประเมิน 1. สงั เกตการร่วมกจิ กรรม สนทนา ตอบคาถาม 5.2 เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการประเมนิ 1. แบบสงั เกตการรว่ มกิจกรรม 5.3 เกณฑ์การตดั สนิ เด็กผา่ นการประเมินตง้ั แตร่ ะดบั 2 ข้ึนไปถือวา่ ผ่าน 6. บันทึกหลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ............................ ...................................................................................................... ................................................................. ............................................................................................................................. .......................................... ................................................................................................................................................... .................... .............................................................................................................. ......................................................... ลงชอ่ื ................................................ ครูผ้สู อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 132 - Stop Motion นิทาน กิจวัตรประจาวันหนูทาได้ https://www.youtube.com/watch?v=d0ixZ6E5HkU จาก YouTube : แสงอรุณ บญุ ลือชา
- 133 - แบบสังเกตการปฏิบตั กิ จิ วัตรประจาวัน หน่วยที่ 2 ชือ่ หน่วย ความละอายและความไม่ทนต่อการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 11 เร่อื ง กจิ วัตรประจาวัน (๑) วันที่.............เดือน.............................พ.ศ. ................ คาชี้แจง : ใหผ้ ู้ประเมนิ ทาเคร่อื งหมาย ในชอ่ งระดับคุณภาพของ ในแตล่ ะประเดน็ ท่ปี ระเมนิ ที่ ชื่อ-สกลุ การปฏบิ ตั กิ ิจวตั รประจาวนั 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผูป้ ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน 3 = เด็กปฏิบัตกิ ิจวตั รประจาวันดว้ ยตนเองอย่างคลอ่ งแคล่วและสามารถแนะนาเพื่อนคนทปี่ ฏบิ ตั ิ กิจวตั รประจาวันวนั ด้วยตนเองไม่ได้ 2 = เด็กปฏบิ ัติกิจวตั รประจาวนั ดว้ ยตนเองไดแ้ ละสามารถแนะนาเพื่อนคนท่ีปฏิบตั กิ ิจวตั รประจาวัน วนั ด้วยตนเองไม่ได้ 1 = เด็กไม่สามารถปฏิบตั ิกิจวัตรประจาวันด้วยตนเองไดแ้ ละไม่สามารถแนะนาเพื่อนคนท่ปี ฏิบัติ กจิ วัตรประจาวนั วนั ด้วยตนเองไม่ได้
- 134 - หนว่ ยท่ี 3 STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ
- 135 - ชัน้ ปฐมวยั เวลา 1 ชว่ั โมง แผนการจัดประสบการณ์ หน่วยที่ 3 ช่ือหน่วย STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 1 เรื่อง ความพอเพียง 1. ผลการเรยี นรู้ ปฏิบัตติ นเปน็ ผู้ที่ STRONG / จิตพอเพียงต่อตา้ นการทจุ รติ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ เด็กสามารถ ๑) บอกความหมายของการพอเพยี งได้ 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ ความพอเพียง คอื ความพอประมาณและความมีเหตผุ ลและภูมิคมุ้ กัน ได้รู้ถึงคุณลกั ษณะท่ีสาคัญของ ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง ประกอบด้วย 3 หว่ ง 2 เง่ือนไข ๔ มิติ 3.2 ทักษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเ่ี กดิ ) 1) ความสามารถในการสื่อสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเรื่องให้ผู้อ่ืนเข้าใจ) 2) ความสามารถในการคิดเชิงเหตุผลโดยอธิบายเช่อื มโยงสาเหตุและผลทีเ่ กิดขน้ึ ในเหตุการณห์ รอื การ กระทาดว้ ยตนเอง 3.3 คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ / ค่านิยม ๑) ใช้สงิ่ ของอย่างประหยัดและพอเพยี งดว้ ยตนเอง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ข้ันตอนการจัดประสบการณ์ 1. เด็กและครรู ว่ มกนั ร้องเพลง “พอเพยี ง” 2. เด็กเคล่ือนไหวร่างกายประกอบเพลง “พอเพียง” อย่างอสิ ระ 3. ครแู ละเด็กเลา่ ประสบการณท์ ่เี คยไดย้ ิน เร่อื งการใชช้ ีวิตพอเพียง 4. เด็กและครรู ่วมกนั สนทนาเก่ียวกบั ความหมาย และแนวปฏิบัตอิ ยา่ งพอเพยี ง เช่น การเกบ็ ออม การดมื่ นมให้หมด การใช้ขออยา่ งประหยัด 5. เด็กและครูรว่ มกนั สรุป ความหมายของการพอเพยี ง หมายถึงการรู้จกั ประมาณ การทาอะไรไม่มาก เกนิ ไป ไมน่ ้อย เกินไป อยู่ บนทางสายกลาง 4.2 สื่อการเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) เพลง “พอเพียง” ๒) ส่ิงของตา่ ง ๆ ในห้องเรียนทใี่ ชส้ ว่ นรวม เช่น ดินสอสี กรรไกร เปน็ ต้น 4. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ ีการประเมิน สงั เกตการตอบคาถามของเด็ก 4.1 เคร่อื งมอื ที่ใชใ้ นการประเมิน แบบสังเกตการตอบคาถามของเด็ก 5.3 เกณฑ์การประเมิน - เด็กผา่ นการประเมนิ ระดับ 2 ขึ้นไป ถอื ว่าผ่าน
- 136 - 6. บันทึกหลังการจดั ประสบการณ์ ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................. ..................................................................... ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................... .............. ลงช่อื ................................................ ครผู สู้ อน (.................................................)
7. ภาคผนวก - 137 - เพลงพอเพียง พออยู่ พอกิน พอใช้ พอใจ เดก็ ๆไทย จงจาใหม้ ่ัน อดทน อดออม อดกล่นั (ซ้า) เธอและฉัน มคี วามพอเพียง
- 138 - แบบสงั เกตการตอบคาถามของเด็ก หน่วยที่ 3 ชือ่ หน่วย STRONG / จติ พอเพยี งต่อต้านการทุจรติ แผนการจัดประสบการณ์ที่ 1 เรื่อง ความพอเพยี ง วนั ท.่ี ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาชี้แจง: ใหผ้ ู้ประเมนิ ทาเคร่ืองหมาย ในช่องระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทป่ี ระเมิน ที่ ช่ือ-สกุล บอกถงึ ความพอเพียง 32 1 ลงช่ือ...........................................................ผปู้ ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมิน ความพอเพยี ง ระดับ 3: บอกถงึ พอเพยี งไดด้ ้วยตนเอง ระดับ 2 : บอกถงึ พอเพียงไดเ้ มื่อมีผู้ช้ีแนะ ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกถึง ความพอเพียง
- 139 - ชั้นปฐมวยั เวลา 1 ชั่วโมง แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยที่ 3 ชอื่ หนว่ ย STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจริต แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 2 เรื่อง ความโปร่งใส 1. ผลการเรียนรู้ ปฏิบตั ติ นเป็นผ้ทู ี่ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทจุ ริต 2. จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เด็กสามารถ ๑. บอกความหมายของความโปรง่ ใสได้ 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ ความโปรง่ ใส คอื การกระทาการใด ทผี่ ูอ้ ืน่ สามารถมองเหน็ ได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ การ ดาเนนิ งาน การมีระบบงานและข้ันตอนการทางานทีช่ ัดเจน มีกฎระเบียบ ตรงไปตรงมา และชว่ ย ปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกดิ การทจุ รติ รวมทงั้ นาไปสู่การสร้างความไวว้ างใจซึ่งกัน 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทีเ่ กิด) 1) ปฏบิ ัตติ นเบ้ืองต้นกบั การเปน็ สมาชกิ ทีด่ ขี องสังคม 2) ความสามารถในการส่ือสาร (สนทนาโตต้ อบและเล่าเรอื่ งใหผ้ ้อู น่ื เข้าใจ) 3) ความสามารถในการคดิ เชิงเหตผุ ลโดยอธิบายเช่ือมโยงสาเหตุและผลทเ่ี กิดขึ้นในเหตุการณ์หรือ การกระทาด้วยตนเอง 3.3 คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ / คา่ นยิ ม 1) มสี ว่ นร่วมสรา้ งขอ้ ตกลงและปฏบิ ัติตามข้อตกลงดว้ ยตนเอง 2) เลา่ เป็นเรือ่ งราวต่อเนือ่ งได้ 3) อธบิ ายเชื่อมโยงสาเหตแุ ละผลทเี่ กิดข้ึนในเหตุการณห์ รือการกระทาดว้ ยตนเอง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ขัน้ ตอนการจัดประสบการณ์ 1. เด็กและครรู ่วมกนั ทอ่ งคาคล้องจอง “ความร้คู คู่ ุณธรรม” จากนัน้ รว่ มกันสนทนา โดยครใู ชค้ าถาม - เด็กคิดว่าคาคล้องจองที่เราท่องรว่ มกนั น้นั เปน็ เรื่องเกี่ยวกบั อะไร(เรื่องการต้องมคี ุณธรรมควบคู่ไป กับการมีความรู)้ 2. เด็กและครูร่วมกนั สนทนา เรือ่ ง ความโปรง่ ใสคืออะไร (ความโปรง่ ใส คอื การกระทาการใด ท่ีผู้อ่นื สามารถมองเหน็ ได้ คาดเดาได้ และเข้าใจได้ การดาเนนิ งาน การมีระบบงานและขัน้ ตอนการทางานท่ชี ดั เจน มี กฎระเบยี บ ตรงไปตรงมา และชว่ ยป้องกนั ไมใ่ หเ้ กดิ การทุจริต รวมท้งั นาไปสู่การสรา้ งความไว้วางใจซ่ึงกนั ) 3. ครูเชญิ ชวนใหเ้ ดก็ ไดช้ มวดี ีโอดว้ ย “นมิ นต์ย้ิมเดลี่คนดไี ม่คอร์รัปชัน” จากนั้นร่วมกันสนทนา โดยครใู ช้ คาถาม - จากเนือ้ เร่ืองเกิดเหตุการณอ์ ะไรขน้ึ (มผี ชู้ ายคนหนึง่ ต่อแถวรบั ค่าแรงจากนายจา้ งหลายรอบ เป็นการ ทจุ รติ ไมโ่ ปร่งใส) - เด็กคดิ ว่าการกระทาของชายคนดังกล่าวถูกตอ้ งหรือไม่ เพราะเหตุใด (ไม่ถูกต้อง เพราะเปน็ การ กระทาที่ทจุ รติ ไมโ่ ปรง่ ใส โกงคนอน่ื )
- 140 - 5. เด็กและครูรว่ มกันสรปุ ความโปร่งใส การทาที่ตรงไป ตรงมาไม่ ผู้อ่ืนสามารถมองเหน็ ไดไ้ ม่ เอา เปรียบผูอ้ ื่น 6.เด็กและครรู ่วมกันสรา้ งข้อตกลงด้วยกนั เป็นข้อตกลงทจ่ี ะใช้ร่วมกนั ในห้องเรยี น 4.2 สอื่ การเรียนรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) คาคล้องจอง “ความรู้คู่คุณธรรม” ๒) วีดโี อ นมิ นตย์ ิม้ เดลีค่ นดีไม่คอรร์ ปั ชัน ตอน เข้าแถว 5. การประเมนิ ผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ กี ารประเมนิ สังเกตการตอบคาถามของเด็ก 3.2 เคร่ืองมือทใ่ี ช้ในการประเมิน แบบสงั เกตการตอบคาถามของเด็ก 5.3 เกณฑก์ ารประเมิน เด็กผ่านการประเมนิ ระดบั 2 ขน้ึ ไป ถือวา่ ผา่ น 6. บันทึกหลงั การจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................................... ลงชอ่ื ................................................ ครผู ู้สอน (.................................................)
- 141 - 7. ภาคผนวก คาคลอ้ งจอง “ความรู้คู่คณุ ธรรม” หากความรสู้ งู ล้าคุณธรรมเลิศ แสนประเสรฐิ กอบกิจวนิ จิ ฉัย จะพัฒนาประชาราษฎร์ทัง้ ชาตไิ ทย ต้องฝกึ ให้ความรคู้ ู่คณุ ธรรม (ผูแ้ ต่ง : อาจารย์อาไพ สุจริตกลุ ) วดี โี อนิมนต์ยิ้มเดล่คี นดไี มค่ อรร์ ปั ชนั https://www.youtube.com/watch?v=H1lsvIVVdEg
- 142 - แบบสงั เกตการตอบคาถามของเด็ก หนว่ ยที่ 3 ชื่อหน่วย STRONG / จิตพอเพียงตอ่ ต้านการทุจริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 2 เรือ่ ง โปรงใส วนั ท่.ี ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาช้แี จง: ใหผ้ ปู้ ระเมินทาเคร่ืองหมาย ในช่องระดับคุณภาพของเด็กในแต่ละประเด็นท่ีประเมิน ท่ี ชื่อ-สกลุ บอกถงึ ความโปรงใส 3 21 ลงช่ือ...........................................................ผูป้ ระเมนิ (..................................................) เกณฑ์การประเมนิ ระดับ 3: บอกความหมายและพฤติกรรมความโปรงใสไดด้ ้วยตนเอง ระดบั 2 : บอกความหมายและพฤติกรรมความโปรงใสได้เมือ่ มผี ู้ชีแ้ นะ ระดับ 1 : ไม่สามารถบอกความหมายและพฤติกรรมความโปรงใสได้
- 143 - ช้ันปฐมวยั เวลา 1 ชว่ั โมง แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยท่ี 3 ชอ่ื หน่วย STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทจุ ริต แผนการจัดประสบการณ์ท่ี 3 เรอื่ ง ความตืน่ ร/ู้ ความรู้ 1. ผลการเรยี นรู้ ปฏบิ ตั ติ นเป็นผทู้ ่ี STRONG / จิตพอเพียงต่อต้านการทุจริต 2. จดุ ประสงค์การเรียนรู้ เด็กสามารถ ๑. เด็ก มพี ฤติกรรมความต่ืนรู้ 3. สาระการเรียนรู้ 3.1 ความรู้ ความตื่นรู้ หมายถึง การกระตือรือร้นในการค้นคว้าหาความรู้ ค้นหาคาตอบของข้อสงสัยต่างๆ ซกั ถามเก่ียวกับเรื่องต่างๆ 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะทเี่ กิด) 1) มีเจตคติที่ดีต่อการเรยี นรู้ 2) มคี วามสามารถในการเรียนรู้ 3.3 คณุ ลักษณะท่พี ึงประสงค์ / ค่านิยม 1) ค้นหาคาตอบของข้อสงสัยต่างๆโดยใชว้ ธิ ีการหลากหลายดว้ ยตนเอง 2) กระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมต้ังแต่ตน้ จนจบ 4. การจดั ประสบการณ์ 4.1 ข้นั ตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กและครูรว่ มกนั ทอ่ งคาคลอ้ งจอง “ตัง้ เอ๋ยตง้ั ไข”่ 2. เด็กและครูสนทนากนั ถึงคาคล้องจอง ต้ังเอ๋ยต้งั ไข่ โดยครูใช้คาถาม - คาคลอ้ งจองทเ่ี ราร่วมท่องกัน มีเนอ้ื หาเกี่ยวกับเรอ่ื งอะไร (ความตงั้ ใจ ใฝเ่ รียนร้)ู 3. ครเู ชิญชวนใหเ้ ด็กไดช้ มวดิ ีโอ \"เรอ่ื ง แพะสามตวั กับเจา้ ยกั ษ\"์ 4. เด็กและครูร่วมกันสนทนาเก่ียวกับวีดีโอท่ีได้รับชม ครูสะท้อนความเห็น และการค้นคว้าในการ แกป้ ัญหาจากเนอื้ เรอ่ื งในนทิ าน 5. ครูตัง้ คาถามใหเ้ ด็กได้คดิ และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับนทิ าน - แพะทาอย่างไรจงึ รอดตายจากการถูกยกั ษจ์ ับกนิ (เพราะแพะฉลาด มีวิธีคิดแก้ปัญหา สามารถฝ่า ฟนั อุปสรรค์ไปได้) - ถ้าเป็นเด็กเด็กจะทาเช่นไร (ก็จะคิดหาวิธีต่างๆ เหมือนเจ้าแพะเหมือนกัน เพื่อให้สามารถข้าม ผ่านสะพานไปได)้ 6. เด็กและครูร่วมกันสรปุ ข้อคดิ ทไ่ี ด้จากนิทานเองนี้ด้วยกนั 4.2 สอื่ การเรยี นรู้ / แหล่งการเรยี นรู้ ๑) คาคล้องจอง “ตงั้ ไขล่ ้ม ต้มไข่กนิ ” ๒) วดี โี อ นทิ านเร่อื ง “แพะสามตัวกบั เจ้ายักษ์” 5. การประเมินผลการเรียนรู้ 5.1 วธิ ีการประเมิน
- 144 - สงั เกตพฤติกรรมของเด็ก 5.3 เคร่อื งมอื ที่ใช้ในการประเมิน แบบสังเกตพฤติกรรมของเด็ก 5.3 เกณฑ์การประเมิน เด็กผ่านการประเมินระดับ 2 ขึ้นไป ถือวา่ ผา่ น 6. บนั ทึกหลังการจัดประสบการณ์ ............................................................................................................................. ..................................... ............................................................................................................................. ..................................... .................................................................................................................................................................. ............................................................................................................................. ..................................... ...................................................................................................................................... ............................ ลงชอ่ื ................................................ ครูผู้สอน (.................................................)
๗. ภาคผนวก - 145 - ตง้ั เอ๋ยตัง้ ไข่ จะตง้ั ใย ไขก่ ลม ก็ล้มสนิ้ ถงึ ว่า ไข่ล้ม จะตม้ กิน ถ้าตกดิน เสียก็อด หมดฝีมอื ตั้งใจ เราน้ี จะดีกว่า อุตสา่ ห์ อา่ นเขยี น เรียนหนังสือ ทงั้ วิชา สารพัด เพียรหัดปรือ อย่าดึงดื้อ ต้งั ไข่ รา่ ไรเอย...... วดี ีโอ นทิ านเรอ่ื ง แพะสามตัวกับเจ้ายกั ษ์ https://www.youtube.com/watch?v=2IuQrpsroSA แบบสงั เกตพฤตกิ รรมของเด็ก
- 146 - แบบสงั เกตการตอบคาถามของเด็ก หน่วยท่ี 3 ชอ่ื หน่วย STRONG / จติ พอเพียงต่อตา้ นการทุจรติ แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 3 เรื่อง ความต่นื รู้/ความรู้ วันที.่ ............เดอื น.............................พ.ศ............................ คาช้แี จง: ใหผ้ ้ปู ระเมนิ ทาเครื่องหมาย ในชอ่ งระดบั คุณภาพของเด็กในแตล่ ะประเด็นทีป่ ระเมิน ท่ี ชือ่ -สกุล ความตน่ื รูใ้ นการเรยี นรู้ 3 21 ลงชอื่ ...........................................................ผ้ปู ระเมนิ (..................................................) เกณฑก์ ารประเมนิ ระดบั 3: มีความตนื่ รู้ได้ดว้ ยตนเอง ระดบั 2 : มคี วามตื่นรูไ้ ด้เม่อื มผี ชู้ แี้ นะ ระดบั 1 : ไมม่ คี วามต่ืนรู้
- 147 - ชนั้ ปฐมวยั เวลา 1 ช่ัวโมง แผนการจัดประสบการณ์ หนว่ ยท่ี 3 ชอื่ หนว่ ย STRONG / จิตพอเพยี งต่อต้านการทจุ ริต แผนการจดั ประสบการณ์ท่ี 4 เร่ือง ต้านทุจริต 1. ผลการเรียนรู้ ปฏบิ ตั ิตนเปน็ ผู้ที่ STRONG / จิตพอเพยี งต่อตา้ นการทุจรติ 2. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ เด็กสามารถ ๑) มพี ฤติกรรมท่ีซื่อสัตย์สุจริต 3. สาระการเรยี นรู้ 3.1 ความรู้ คาวา่ ตา้ นทุจริตเขา้ ใจเก่ียวกบั การทาหน้าท่อี ย่างซอ่ื สัตยส์ จุ ริต เข้าใจและฝึกพฤติกรรมการไม่เอา ของของคนอน่ื มาเปน็ ของตนเอง เก็บของไดแ้ ล้วส่งคืน การพดู ความจรงิ การพูดความจริงไมโ่ กหก และการไม่ใช้เลห่ ์เหลีย่ มคดโกงเอาเปรียบผู้อ่ืน 3.2 ทกั ษะ / กระบวนการ (สมรรถนะท่ีเกดิ ) 1) ซื่อสตั ย์สจุ ริต 2) ปฏิบตั ิตนเบือ้ งตน้ ในการเป็นสมาชกิ ที่ดขี องสังคม 3.3 คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ / ค่านยิ ม 1) ขออนุญาตหรอื รอคอยเม่ือตอ้ งการสงิ่ ของ ของผู้อื่นดว้ ยตนเอง 2) มีสว่ นร่วมสร้างข้อตกลงและปฏบิ ัติตามข้อตกลงด้วยตนเอง 4. การจัดประสบการณ์ 4.1 ข้ันตอนการจดั ประสบการณ์ 1. เด็กและครรู ว่ มกันท่องคาคล้องจอง “ดนิ สอแกว้ ตา” 2. เดก็ และครสู นทนากันถงึ คาคลอ้ งจอง ดนิ สอแก้วตา โดยใชค้ าถามวา่ - ถา้ เด็กเจอดินสอสีในห้องเรียนเด็กจะทาอยา่ งไร (ประกาศหาเจา้ หา เอาไปคืนเจา้ ของ) - ถา้ เด็กอยากใชด้ นิ สอสีของเพือ่ นเด็กจะทาอย่างไร (ขอยืมเพ่ือน) 3. สนทนากับเด็กเรื่อง เต่า โดยใช้บัตรภาพมาให้เด็กได้เรียนรู้ลักษณะของของเต่า และเช่ือมโยงเข้า สู่การเล่านิทาน \"เรื่อง แหวนแห่งความซ่ือสัตย์\" โดยใช้หุ่นถุงกระดาษมาใช้ประกอบการเล่าเพื่อให้เด็กเกิด ความสนใจ 4. เดก็ และครูรว่ มกันสนทนาเก่ยี วกบั นทิ าน เรอื่ งแหวนแหง่ ความซ่ือสัตย์ โดยใช้คาถามดังน้ี - แหวนเปน็ ของใคร - ตว้ มเต้ียม ทาอะไรทเ่ี รยี กวา่ “ซ่ือสตั ย์” (เอาแหวนไปคนื เจา้ ของ) - ต้วมเตี้ยม ทาอะไรท่เี รยี กว่า “ไมซ่ อื่ สตั ย์” (เกบ็ แหวนไดแ้ ล้วไม่เอาไปคืนเจ้าของ) - ต้วมเต้ยี ม รสู้ ึกอย่างไรเม่ือไมพ่ ดู ความจริง (ไมส่ บายใจ ปั่นป่วนในทอ้ ง) - ต็อกแต๊ก พ่ีสาวของ ต้วมเตี้ยม ช่วยให้ต้วมเตี้ยมหายปวดท้องอย่างไร (แนะนาให้ต้วมเต้ียม เอาแหวนไปคนื เจา้ ของ) - การที่ ต็อกแต๊ก พูดว่า “ต้วมเต้ียมทาถูกต้องแล้ว” คือการกระทาอะไร (การช่วยกันแนะนา เพื่อช่วยการตอ่ ตา้ นการทุจริต)
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211