Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้านมิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน

ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้านมิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน

Description: ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้านมิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน

Search

Read the Text Version

คือ อำเภอเมือง อำเภอวังทรายพูน อำเภอทับคล้อ อำเภอบางมูลนาก อำเภอ ตะพานหิน อำเภอ วชิรบารมี อำเภอโพธ์ิไทรงาม อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอ สามง่าม แต่ละอำเภอมีสมาชิกที่เป็นแกนนำกลุ่ม / ชมรม ประมาณ ๒๐ คน / อำเภอ แกนนำเกษตรกรที่ขบั เคลอ่ื นการเกษตรปลอดสารพษิ มจี ำนวน ๒๐๐ คน โดยประมาณ หากรวมระดับสมาชิกรายคนในระดับครัวเรือน อาจประมาณ ๓, ๐๐๐ ครอบครัว ที่มีการใช้แนวทางการเกษตรปลอดสารพิษ ทำให้ครอบครัวมี อาหารปลอดภัยและสง่ ผลดีต่อสุขภาพ นอกจากนเี้ กษตรกรทเี่ ปน็ แกนนำและสมาชกิ ของชมรมเกษตรธรรมชาตแิ ละ อาหารปลอดสารพิษได้ปรับเปล่ียนวิถีการเกษตรเพ่ือให้ครอบครัวตนเองมีอาหารท่ี ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ผลผลิตได้แก่ ข้าวปลอดสารพิษ (ข้าวหอมมะล ิ ขา้ วพันธพ์ุ ื้นเมอื ง) ผกั ปลอดสารพิษหลายชนิด เชน่ ถั่ว คะนา้ มะนาว เหด็ หน่อไม้ กระเจยี ว ชะอม เป็นตน้ ผลไม้ตามฤดกู าล ตวั อย่างเชน่ มะม่วง ฝร่งั ส้มโอ มะไฟ กล้วย ละมุด พทุ รา มะยงชดิ มะกอก มะดนั ชมพู่ มะละกอ สม้ เปน็ ตน้ สมาชิก ชมรมปรับเปล่ยี นการทำเกษตรเป็นรปู แบบไร่นาสวนผสม มที งั้ การปลกู ขา้ ว ผลไม้ ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 51

ผักและขุดบ่อเล้ียงปลา ทำให้มีอาหารท่ีปลอดภัยสำหรับครอบครัว และมีการทำ ปุ๋ยเม็ดแบบชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ และน้ำส้มควันไม้ เพ่ือใช้บำรุงและดูแล ผลผลติ ดว้ ย ตอ่ จากนั้นประมาณปี พ.ศ.๒๕๔๕ – ๒๕๔๖ จากกระบวนการทำงาน การเรียนรู้และติดตามผลร่วมกัน พบว่าผลผลิตมีจำนวนมากข้ึน สมาชิกของชมรม แต่ละพื้นทก่ี ห็ าทจี่ ำหนา่ ยในตลาดภายในชุมชน มูลนธิ ิร่วมพฒั นาพิจติ รได้ประสาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พบว่ายังไม่มีนโยบายและแผนงานเก่ียวกับการตลาด เพ่ือจำหน่ายผลผลิตจากการเกษตรปลอดสารพิษโดยตรง ทางมูลนิธิจึงร่วมกับ ชมรมฯ ในระดบั ตำบล เนอ่ื งจากตำบลมตี ลาดของชมุ ชนอยแู่ ลว้ ทางสมาชกิ กลมุ่ ทมี่ ี ผลผลิตแบบปลอดสารพิษจึงเข้าไปต้ังแผงขายในตลาดชุมชน มีกระบวนการส่ง เสริมการขายช่วยกัน และมีทางตำบลอื่นไปรว่ มด้วย ตัวอย่างเชน่ ในตลาดตำบลไผ่ รอบ มีการร้องเพลง แจกเอกสาร โฆษณาเป็นจุดสนใจของคนในชุมชนในช่วงวัน เปิดตัว หลังจากน้ันทางกลุ่มในพ้ืนท่ีดำเนินการเองต่อเนื่องได้ ต่อมาทางมูลนิธิ ร่วมพัฒนาพิจิตรร่วมกับชมรมเกษตรธรรมชาติและอาหารปลอดสารพิษ จึงเริ่ม สร้างกระแสอาหารปลอดภัยในจังหวัดพิจิตร โดยมีแนวทางและพัฒนารูปแบบ 52 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

ตลาดกลางระดับจังหวัด ในช่วงน้ัน ทางชมรมฯ ขยายตัวและมีผลผลิตปลอดสาร พิษเพียงพอ และต้องการสร้างให้คนเมืองได้เห็นและร่วมสนับสนุนสินค้าสีเขียว ทางมูลนิธิจึง “เปิดตลาดสีเขียว” บริเวณด้านหน้าของท่ีทำงานของมูลนิธิ รว่ มพัฒนาพจิ ติ ร เปิดตลาดในวันศกุ ร์ สปั ดาห์ละ ๑ ครั้ง ประมาณ ๑๑ โมงเช้า – ๖ โมงเย็น ในวันเปิดกลุ่มผักปลอดสารพิษ ตำบลไผ่รอบมาเล่นดนตรี สร้าง บรรยากาศ ขายผลผลิตมีท้ังข้าว ผัก ผลไม้ เป็นตลาดที่ช่วยสร้างการเรียนรู้ด้าน สุขภาพ สร้างสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างผู้ซื้อ – ผู้ขาย กลุ่มลูกค้า คือ พ่อบ้าน แม่บ้าน ขา้ ราชการเกษียณ แม่คา้ นกั ธรุ กิจในเมือง เปิดขายตอ่ เน่อื ง ๖ ปี จำนวนผกั และ ผลผลิตก็เพม่ิ ขึ้น แตจ่ ำนวนผูข้ ายคอ่ ย ๆ ลดลง จากกวา่ ๑๐ ราย เปน็ เหลอื ๑ – ๒ ราย เพราะผู้ท่ีปลูกและขายในชุมชนหมด ไม่มีผลผลิต จึงไม่มีผลผลิตเหลือพอ ขายในเมือง และที่เราหวังว่าหน่วยงานอ่ืนจะเห็นประโยชน์ และเข้ามาสนับสนุน นั้นก็ยังไม่มี ดังนั้นมูลนิธิฯ จึงชักชวนเครือข่ายแลกเปล่ียน ทบทวนและหา ทางออกร่วมกนั ในปลายปี พ.ศ.๒๕๕๒ ความคิดเห็นร่วมกันจากการปรึกษาพูดคุยของกลุ่มท่ีเกี่ยวข้อง ยืนยันการ สร้างกลไกการตลาดสีเขียวร่วมกัน พัฒนาและขยายตลาดในนาม “ตลาดนัดสี เขียว จังหวัดพิจิตร” โดยภาคีร่วมสนับสนุนสำคัญ คือ สำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพิจิตร และท่ารถ บขส.พิจิตร เปิดตลาดทุกวันศุกร์ เร่ิมช่วงเช้า – บ่าย ๒ โมง เป็นการเชื่อมประสานภาคี สร้างกลไกและรูปแบบการตลาดสีเขียวร่วมกัน สถานที่คือบริเวณด้าน ข้ า ง ข อ ง ท่ า ร ถ ข น ส่ ง จงั หวัดพิจติ ร เปน็ ตลาดที่ รวบรวมผลผลิตปลอดภัย จากสารพิษจากเกษตรกร เพื่อสุขภาพของผู้บริโภค และเพ่ือส่งเสริมระบบ เกษตรท่ีย่ังยืน เพื่อฟ้ืนฟู สิ่งแวดล้อม และเพ่ือ สร้างสังคมที่ดีงาม สินค้า และผลผลิตที่ปลอดภัย ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 53

จากสารพษิ มี ข้าวปลอดสารพิษ ข้าวกลอ้ งมะลิแดง ข้าวกลอ้ งหอมนลิ ผกั ปลอด สารพิษ เช่นกะหลำ่ ปลี คะนา้ แตงกวา เห็ดนางฟา้ ผลไมต้ ามฤดูกาล เชน่ กลว้ ย ฝรั่ง มะละกอ พุทราปิงปอง มะยงชิด น้ำพรกิ ขนม ผักพ้ืนบ้าน เชน่ หวาย เห็ด มะกอก ดอกโสน ถั่วพู แชมพู สบู่สมุนไพร น้ำมันมะพร้าว น้ำมันงา หนังสือ สุขภาพทางเลอื ก ผลิตภณั ฑธ์ รรมชาติ ไข่ไก่ ไข่เปด็ อาหารสำเร็จรูป ปัจจุบนั มกี ลุ่ม เกษตรปลอดสารพิษ จำนวน ๑๒ – ๑๕ ราย มาจำหนา่ ยเปน็ ประจำ จากอำเภอ ตะพานหนิ โพธ์ปิ ระทับชา้ ง เมอื ง สามง่าม โดยในเดอื นธนั วาคม พ.ศ.๒๕๕๓ น้จี ะ มีการจัดงานฉลองครบรอบ ๑ ปี เพ่ือคืนกำไรให้ลูกค้า และสร้างกระแสตลาดสี เขยี ว นอกจากการกระจายผลผลิตปลอดสารพิษโดยช่องทางตลาดนัดในชุมชน และสร้างตลาดนัดสีเขียวในจังหวัดพิจิตรแล้ว มูลนิธิร่วมพิจิตรพัฒนายังมีการ ประสานงานและเชื่อมโยงเครอื ข่ายทางสังคม เพือ่ สง่ เสริมการบริโภคอาหารปลอด สารพิษท่ีโรงพยาบาลชุมชน จำนวน ๖ แห่ง อันได้แก่ โรงพยาบาลพิจิตร โรง พยาบาลวชิรบารมี โรงพยาบาลตะพานหิน โรงพยาบาลโพธิ์ประทับช้าง โรง พยาบาลสามง่าม และโรงพยาบาลทบั คลอ้ โรงพยาบาลเหลา่ น้มี ีนโยบายสาธารณะ เพ่ือสุขภาพ ในด้านเกษตรปลอดสารพิษ และส่งเสริมอาหารปลอดภัย โดยมีการ เปิด “ตลาดสีเขียว” ภายในโรงพยาบาล มีการจำหน่ายผลผลิตจากการเกษตร ปลอดสารพษิ การทำงานเป็นการทำงานร่วมกัน โดยมีเจ้าหน้าทโ่ี รงพยาบาลเปน็ ผู้ ประสานงาน ร่วมงานกับมูลนิธิร่วมพฒั นาพิจติ ร และกลุ่มเกษตรกรทมี่ ีผลผลิตจาก การเกษตรปลอดสารพิษในพื้นที่ ตัวอย่างเช่น โรงพยาบาลวชิรบารมี มีการเปิด ตลาดสีเขียวในโรงพยาบาล ในเดือนกันยายน ๒๕๕๓ เปิดตลาดทุกวันศุกร์ มี สมาชิกมาจำหน่ายประมาณ ๕ – ๖ ราย สำหรบั โรงพยาบาลพจิ ิตร มีการส่งเสริม ให้มีการจำหน่ายผลผลิตปลอดสารพิษในตลาดปลอดสารพิษทุกวัน และกำลัง พัฒนาความร่วมมือตกลงซื้อ – ขายพืชผลปลอดสารพิษให้กับโรงครัวของโรง พยาบาลทุกวัน นับเป็นกระบวนการทำงาน พัฒนาและเรียนรู้ไปพร้อมกันกับ หลายภาคี จากประสบการณ์ประมาณกว่า ๑๐ ปีของชมรมเกษตรธรรมชาติและ อาหารปลอดสารพิษ เห็นได้ว่า แกนนำของชมรมประมาณ ๒๐๐ คน และยังมี ครอบครัวสมาชิกในชุมชนประมาณ ๓, ๐๐๐ ครอบครัว มีการริเร่ิมและส่ังสมบท 54 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

เรียนในการปรับเปล่ียนวิธีคิดและวิถีการผลิตเป็นการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ทำให้มผี ลผลิตทีม่ ีขา้ ว ผกั และผลไม้ตามฤดูกาล บริโภคในครวั เรอื น อันส่งผลดตี ่อ สุขภาพ กลุ่ม / ชมรมฯ ในระดับพื้นท่ีสามารถจัดการตนเอง และร่วมเรียนรู้กับ เครือข่ายอ่ืน โดยมีมูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร (องค์กรเอกชนด้านสาธารณประโยชน์) มีบทบาทในการกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนความคิด กระตุ้นและส่งเสริมให้เกิด การปฏิบัติจริง การรวมกลุ่มสร้างกลไกและสร้างกระบวนการเรียนรู้ร่วมกัน ติดตามและช่วยเหลือในการแก้ไขปัญหา นอกจากน้ียังมีการส่งเสริมให้ผลผลิต ปลอดสารพิษมีการจำหน่ายในตลาดท้องถิ่น และสร้าง “ตลาดสีเขียว” เพ่ือเป็น แหลง่ กระจายผลผลติ ปลอดสารพษิ สผู่ บู้ รโิ ภคทร่ี กั สขุ ภาพ และทำใหส้ มาชกิ ชมรมฯ มีรายได้ด้านเศรษฐกิจเพ่ือดำรงชีพ พร้อมทั้งกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาความคิด และพัฒนางานอย่างต่อเน่ือง นอกจากนี้ยังมีความร่วมมือของเครือข่ายและภาคี อื่น คือ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร โรงพยาบาลภาครัฐที่มีนโยบาย สาธารณะเพื่อสุขภาพ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยนเรศวร และสถานีขนส่ง จังหวัดพิจิตร ที่มีส่วนสำคัญในการทำให้การส่งเสริมอาหารปลอดสารพิษ และ อาหารจากการเกษตรแบบพอเพยี งประสบผลสำเรจ็ และมคี วามยั่งยืน ๓.บทเรียนของกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ หมู่บ้านยางตะพาย อำเภอวชิรบารมี จงั หวดั พิจิตร สำหรับกลุ่มเกษตรกรที่มีการทำการเกษตรแบบธรรมชาติและปลอดสาร พษิ ในอำเภอวชิรบารมี มีสมาชิก ๔ ตำบล คอื ตำบลบงึ บวั ตำบลบ้านนา ตำบลวงั โมก และตำบลหนองหลุม โดยมีคุณวรพล เลอื ดทหาร เปน็ ผปู้ ระสานงานเครอื ขา่ ย กลุม่ เกษตรปลอดสารพิษ อำเภอวชิรบารมี จังหวัดพจิ ติ ร กลมุ่ มีกระบวนการเรียน รู้ผลสำเร็จและปัญหาท่ีเกิดขึ้นร่วมกันอย่างต่อเนื่อง ส่ังสมเป็นภูมิความรู้ร่วมด้าน การเกษตรปลอดสารพิษ โดยเฉพาะการเรียนรู้ร่วมกันในการทำปุ๋ยชีวภาพจาก หอยเชอร่ี ปลาและฮอร์โมนจากผลไม้ และยังมีการเรียนรู้การทำสารขับไล่แมลง ดว้ ยสารจากพชื สมนุ ไพรจากหมู่บ้านหนองสะเดา และการศกึ ษาดา้ นแมลงศตั รพู ชื ในแปลงนา แมลงตัวร้ายในแปลงเกษตร เพ่ือดูแลจัดการอย่างเหมาะสม โดย เกษตรอำเภอด้วย กลุ่มเกษตรกรปลอดสารพิษ อำเภอวชิรบารมี มี “ป้ามุ้ย บุราคร” เปน็ ประธานกลมุ่ รว่ มดว้ ยทีมงานที่เป็นแกนนำเกษตรกร คอื นายสุวิทย์ ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 55

ทองรวย นายประวัติ สุทธาธรรม และนางวรรณา ทองรวย ร่วมกันขับเคลื่อน การเกษตรแบบพอเพยี งในพนื้ ทเี่ พือ่ พัฒนาคณุ ภาพชีวิตของเกษตรกรในชุมชน กลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ อ.วชิรบารมี มีกลุ่มเกษตรกรปลอดสารพิษ หมู่บ้านยางตะพายเป็นส่วนผลักดันการเกษตรปลอดสารพิษให้ประสบผลสำเร็จ โดยมีป้ามุ้ย บุราคร เป็นแกนนำ หมู่บ้านยางตะพายเป็นหมู่บ้านท่ีมีลักษณะเป็น ทร่ี าบ มีหนองน้ำขนาดใหญ่ช่ือ “สระหลวง” ขนาด ๘ ไร่ และชมุ ชนมีการขุดสระ ในบ้านตนเองเพ่ือเลี้ยงปลาหลายแห่ง หมู่บ้านยางตะพายเกิดจากผู้คนที่อพยพมา จากอำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ ช่วงที่อพยพมาหาที่ทำกินบริเวณหมู่บ้านเป็น ป่าดงดิบ มีสัตว์ป่า กวาง เสือ หมี หากินจากผักป่าหลายชนิด เช่น ผักหวาน ผักอีนูน จกิ หวาย เป็นตน้ ปจั จุบันมีการถางป่าเพอื่ ปลูกขา้ ว สภาพปา่ หายไปหมด แล้ว ชาวบ้านในหมู่บ้านมีการปลูกข้าวไว้บริโภคและไว้ขาย ข้าวสำหรับบริโภคใน ครอบครวั เป็นข้าวพนั ธห์ุ อมมะลิ นำพนั ธข์ุ า้ วมาจากจงั หวดั สรุ นิ ทร์ สว่ นการปลูก นาปรังเพ่ือขาย เป็นข้าวชนิดอื่น โดยปลูกปีละ ๒ – ๓ คร้ัง ในชุมชนมีการเลี้ยง ปลาและปลูกผักไวบ้ รโิ ภคในครอบครวั หลายชนิด เช่น ชะอม ตำลงึ ฟกั ทอง บวบ ถว่ั กระเพรา โหระพา พรกิ โดยท่ัวไปชาวบา้ นมีผักไวบ้ ริโภคในครอบครวั เกือบทุก บ้าน และหน้าฝนจะมีจำนวนมาก เพียงพอท้ังการบริโภคเองและขายไปยังนอก ชุมชน บางครง้ั ก็มีรถมารับซื้อผกั ในหมู่บ้านด้วย ในปี พ.ศ.๒๕๔๕ ผู้ประสานงานเครือข่ายกลุ่มเกษตรปลอดสารพิษ และ คณุ สรุ เดช เดชคิมวงศ์ สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพจิ ติ ร ไดม้ าพูดคยุ และชักชวน ปา้ มยุ้ บรุ าคร และเพอ่ื นสมาชกิ ในชมุ ชนทำเกษตรปลอดสารพษิ แตเ่ ดมิ ปา้ มยุ้ บรุ าคร เป็นคนขยัน ทำงานช่วยครอบครัวและเล้ียงน้องตั้งแต่เด็ก ชอบใฝ่รู้ เรียนรู้และ ทดลองส่ิงใหม่อยู่เสมอ เรียนรู้ด้วยตนเองจนกระท่ังปี พ.ศ.๒๕๔๕ จนชั้น มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ในระบบการศกึ ษานอกโรงเรยี นของโรงเรยี นสามงา่ มชนิ ปู ถมั ถ์ และต่อมายังเป็นประธานกลุ่มอาชีพ รองประธานกลุ่มแม่บ้าน เคยเป็น สมาชิก อบต. ๒ สมัย และร่วมงานกับหน่วยงานวิชาการภายนอกหลายคร้ัง ใน การเกษตรปลอดสารพิษ บ้านของป้ามุ้ย เป็นแหล่งเรียนรู้ด้านไร่นาสวนผสม ปัจจบุ นั ป้าม้ยุ มีทดี่ ินกวา่ ๑๐ ไร่ มีการทำการเกษตรแบบไรน่ าสวนผสม มกี ารปลูก ข้าวหอมมะลิไว้บริโภค ปลูกข้าวนาปรัง มีการขุดสระขนาดใหญ่ไว้ใกล้บ้าน เพอ่ื เล้ียงปลา มีปลาชอ่ น ปลาดุก ปลาหมอ เล้ียงกบ เป็ด ไก่ และยงั มโี รงเพาะเห็ด 56 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

ฟาง โดยมีรายได้จากเห็ดฟางกิโลกรัมละ ๔๒ บาท (วันละ ๓๐ – ๔๐ กิโลกรัม) เป็นรายไดห้ ลักและอย่างสมำ่ เสมอ ในการเกษตรแบบธรรมชาติ หรือ แบบปลอดสารพิษ ป้ามุ้ย บุราคร จึง เป็นแกนนำที่มีประสบการณ์ที่ดี โดยเฉพาะมีความชำนาญด้านการทำน้ำหมัก ชีวภาพ เดิมป้ามุ้ย เคยใช้สารเคมี มีอาการแพ้จนเป็นลม และได้เรียนรู้มาจาก รายการการเกษตรทางวิทยุ ก็เลิกใช้สารเคมี ต่อมาทำการเกษตรแบบชีวภาพ ทดลองทำน้ำหมักชีวภาพเองจนกระทั่งได้น้ำหมักชีวภาพที่ใช้ได้ดี ป้ามุ้ย มีการ ชักชวนและเผยแพร่ความรู้การเกษตรแบบธรรมชาติ สู่เพื่อนบ้านในชุมชนและสู่ ตำบลอ่ืน ในหมู่บ้านยางตะพาย สมาชิกมารวมกลุ่มเพ่ือทำการเกษตรแบบ ธรรมชาติ จำนวน ๒๕ คน มีการศกึ ษาวธิ กี ารและขน้ั ตอนการทำเกษตรแบบปลอด สารพิษจากป้ามุ้ย โดยการเรียนแบบธรรมชาติและเป็นกันเอง และยังมีเวทีการ เรยี นรู้แลกเปล่ียนกับกลมุ่ เกษตรต่างพน้ื ทดี่ ้วย ในหมบู่ า้ นยางตะพาย สมาชิกมีการ ทำเกษตรปลอดสารพิษ ผลผลิตมีทั้งข้าวและผักปลอดสารพิษ สำหรับผักปลอด สารพษิ มผี ทู้ ป่ี ลกู อยา่ งจรงิ จงั ประมาณ ๑๐ กวา่ ราย มฟี กั เขยี ว ฟกั ทอง แตง บวบ ผกั ชี กระชาย ขิง มัน เผือก คูน ในช่วงท่ีผักมาก มีรายได้จากผักประมาณ ๓๐๐ – ๕๐๐ บาท / วัน เป็นรายได้เสริมให้ครอบครัว ประมาณ ๒๐,๐๐๐ – ๓๐,๐๐๐ บาท / ปี โดยเฉล่ีย การปลูกผักมีการซื้อเมล็ดพันธุ์จากตลาด การขอพันธ์ุผักจาก เพ่ือนบ้านและการเก็บเมล็ดพันธ์ุไว้ปลูกเอง (เมล็ดพันธ์ุที่เก็บไว้ปลูกเอง คือ บวบ ฟกั เขยี ว ฟกั ทอง แตง เพราะเมลด็ พนั ธจ์ุ ากตน้ ทป่ี ลกู จากเมลด็ พนั ธทุ์ ซี่ อื้ ในทอ้ งตลาด จะไม่สามารถเพาะพันธุ์ได้) ในการทำเกษตรปลอดสารพิษ หรือแบบธรรมชาติมี ส่วนหนุนเสริมสำคัญ คือ มูลนิธิร่วมพัฒนาพิจิตร มีบทบาทประสานงาน ส่งเสริม และสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้านเกษตรปลอดสารพิษ และยังมีองค์การบริหาร ส่วนตำบลบึงบัว และองค์การบริหารส่วนจังหวัด สนับสนุนงบประมาณเพื่อ สนับสนุนการทำงานเกษตรปลอดสารพิษของบ้านยางตะพาย ในการจัดซ้ือเมล็ด พนั ธุ์ผัก การอบรมทำนำ้ ปยุ๋ ชีวภาพ อุปกรณก์ ารทำป๋ยุ ชวี ภาพ สรุปได้ว่า ชมรมเกษตรธรรมชาติและอาหารปลอดสารพิษ จังหวัดพิจิตร เป็นการรวมตัวของเกษตรกรท่ีมีความคิดและการเคล่ือนไหวเพ่ือสร้างการเกษตร แบบธรรมชาติ ได้อาหารที่ปลอดภัย ทำให้สมาชิกชมรมและครอบครัวมีสุขภาพดี ทำให้สิ่งแวดล้อมและสังคมท่ีมีการเรียนรู้ร่วมกัน ภายใต้การหนุนเสริมจากมูลนิธิ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 57

ร่วมพัฒนาพิจิตร ที่มีบทบาทในการค้นหาแกนนำเกษตรกร และประสานภาคีร่วม ที่ทำงานด้านเกษตรและด้านสุขภาพ ขับเคล่ือนให้ประเด็น “เกษตรปลอดภัย อาหารปลอดภัย ชีวิตปลอดภัยในจังหวัดพิจิตร” ร่วมกับสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดพิจิตร ให้เป็นนโยบายสาธารณะเพื่อสุขภาพ ทำให้คนพิจิตรมีอาหาร ปลอดภยั เพอื่ บริโภค ทัง้ ยังเปน็ การดูแลสิง่ แวดล้อมและสงั คมไปพร้อมกันดว้ ย กรณศี ึกษาท่ี ๒ บทเรยี นการสง่ เสรมิ และใชป้ ระโยชนจ์ ากผักปลอดสารพิษ ตำบลกุดน้ำใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ๑.บรบิ ทดา้ นนเิ วศน์-สังคม ตำบลกุดน้ำใสเป็นตำบลหนึ่งในอำเภอน้ำพอง มีสภาพภูมิประเทศเป็น ที่ราบสูง มีแม่น้ำ “ลำน้ำพอง” ไหลผ่านด้านเหนือและด้านตะวันออกของพ้ืนท่ี ตำบล ทำให้มีแหล่งน้ำท่ีอุดมสมบูรณ์ นอกจากน้ียังมีหนอง เช่น หนองละวือ หนองแคน หนองโดน หนองละนาม หนองคล้า หนองกุดกว้าง และมีการสร้าง คลองชลประทานในพื้นที่ด้วย ภายในชุมชนยังมีบริเวณที่เป็นป่าสาธารณะที่เป็น แหล่งหากินของชาวบ้าน ตัวอย่างเช่น ป่าภูกระแต บริเวณ ๑๐ ไร่ โคกบักกว้าง โคกหัวนาย บริเวณป่าช้า (ป่าสาธารณะบริเวณ ๕๐ ไร่) เป็นแหล่งท่ีชาวบ้านเก็บ ผกั พน้ื บ้าน เชน่ กระเจยี ว ติว้ เมก็ หนอ่ ไม้ เห็ดหลายชนดิ และสมนุ ไพร ชุมชนกุดนำ้ ใส ประกอบดว้ ย ๑๐ หม่บู ้าน ชมุ ชนมลี ักษณะเป็นชมุ ชนแบบ ผสมผสานกึ่งเกษตรกรรมและกึ่งอุตสาหกรรม ภายในชุมชนจึงมีท้ังพื้นท่ีเกษตร สำหรับปลูกข้าว ผัก และพื้นท่ีของโรงงาน คือ บริษัท ฟินิคซ์ (อุตสาหกรรมผลิต กระดาษ พนักงานประมาณ ๑,๐๐๐ – ๑,๕๐๐ คน) โรงไฟฟ้าน้ำพอง (ผลิต กระแสไฟฟ้า) หจก.รุ่งอรุณวิศวการโยธา บริษัทเอ็กซอล โมบิล บริษัทอเมราดา เฮลส์ ทำให้วิถีชีวิตของชุมชนมีท้ังภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรม การพัฒนา ชุมชนมีการริเร่ิมและความร่วมมือทั้งจากภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ตำบลกุดน้ำใสมีลักษณะการปกครองท้องถิ่นเป็น “เทศบาลตำบลกุดน้ำใส” และ ยงั มีสว่ นราชการ คอื สถานอี นามยั กุดนำ้ ใส วดั โรงเรียน ภายในชุมชนดว้ ย 58 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

๒.บทเรยี นการส่งเสรมิ และใช้ประโยชน์จากอาหารปลอดสารพษิ จุดเริ่มของการปลูกและใช้ประโยชน์จากอาหารปลอดสารพิษในตำบลกุด นำ้ ใส เริ่มจากโรงไฟฟ้านำ้ พอง ในช่วงประมาณ ๑๐ กว่าปีทผ่ี า่ นมา คณะผบู้ รหิ าร ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ได้เดินทางไปศึกษาดูงานการ เกษตรแบบธรรมชาติคิวเซ ประเทศญี่ปุ่น หลังจากน้ันการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่ง ประเทศไทย เห็นว่าการเกษตรแบบธรรมชาติเป็นประโยชน์และสอดคล้องกับ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพยี งของสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หวั จึงมนี โยบายสนบั สนนุ ใหห้ น่วย งานย่อยในส่วนภูมิภาคมีบทบาทส่งเสริม และสาธิตการเกษตรแบบปลอดสารพิษ และนโยบายของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยโดยจะมี “กองทุนชุมชนรอบ โรงไฟฟ้า” เพ่ือสนับสนุนและส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชนรอบโรงไฟฟ้าอีกด้วย อันเป็นนโยบายของโรงไฟฟ้าทุกแห่งที่มีการสนับสนุนกิจกรรมของชุมชนรอบโรง ไฟฟา้ เมอื่ กฟผ.มีนโยบายส่งเสรมิ การเกษตรแบบธรรมชาติ ทางโรงไฟฟา้ น้ำพอง จึงริเริ่มการทำงานร่วมกับชุมชน พัฒนาพื้นที่ภายในโรงไฟฟ้าน้ำพองเป็นแหล่ง สาธิต และประสานงาน / ร่วมมือทางวิชาการกับวิทยาลัยเกษตรกรรมอุดรธานี จากบทเรียนทผี่ ่านมามีท้งั บทเรียนดา้ นบวกและบทเรยี นด้านลบ บทเรียนดา้ นบวก ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 59

คือ การส่งเสริมและสนับสนุนการปลูกผักปลอดสารพิษในโรงเรียนห้วยหินลาด ประสบผลสำเร็จระยะหนึ่งในช่วงท่ีผู้บริหารของโรงเรียนสนใจ และใช้ประโยชน์ อย่างจริงจัง แต่ไม่ยั่งยืน ระยะหลัง โรงเรียนเน้นการซื้อผักจากตลาด เพราะง่าย และสะดวกกว่า แต่ทางโรงไฟฟ้ามองว่า การปลูกผักโดยใช้เด็กทดลองทำด้วย ตนเอง เด็กจะสามารถใช้ประโยชน์และต่อยอดได้เองในอนาคต บทเรียนด้านลบ คือ การทำงานด้านสนับสนุนทางเทคนิคจากวิทยาลัยเกษตรกรรมอุดรธานีไม่ ประสบผลสำเร็จ เพราะทางผู้บริหารและอาจารย์ท่านหนึ่งสนใจ แต่อาจารย์ส่วน ใหญ่ไม่สนใจ จึงเป็นไปไม่ได้ ทางโรงไฟฟ้าน้ำพองจึงริเร่ิมพ้ืนที่สาธิตด้วยตนเอง และพัฒนาพ้ืนที่บริเวณโรงไฟฟ้าน้ำพองเป็นพื้นที่สาธิต มีปลูกผักปลอดสารพิษ และเลย้ี งไก่ โดยมีการสนับสนุนด้านการเกษตรธรรมชาติแบบคิวเซ จงั หวดั สระบุรี ในชว่ ง ๒ – ๓ ปที ผ่ี า่ นมา การไฟฟ้านำ้ พองเนน้ ไปทชี่ ุมชนรอบโรงไฟฟา้ มี การอบรมและส่งเสริมการปลูกผักปลอดสารพิษ เลี้ยงปลา เล้ียงกบ พบว่าได้ผลดี ผลผลิตได้รับการต้อนรับท่ีดี และไม่พอขาย ตลาดที่เกษตรกรทำอาหารปลอดสาร พษิ ไปจำหนา่ ย คือ ตลาดนัดหน้าโรงไฟฟ้าน้ำพอง มี ๔ วนั / สัปดาห์ ตลาดสีเขียว ทโ่ี รงพยาบาลน้ำพอง ๑ วนั /อาทติ ย์ และตลาดนัดในชมุ ชนใกลเ้ คยี ง ทำใหช้ ุมชนมี รายได้จากอาหารปลอดสารพิษอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ในตำบลกุดน้ำใสยังมี 60 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

สถานีอนามัยกุดน้ำใสที่ส่งเสริมการบริโภคอาหารปลอดสารพิษ และเทศบาล ตำบลกุดน้ำใสก็มีนโยบายส่งเสริมการผลิตผักปลอดสารเคมีเพื่อบริโภคและเสริม รายได้ในครวั เรือนในระยะ ๕ – ๖ ปที ่ีผา่ นมา นายกเทศบาลกุดนำ้ ใส นายกวริ ตั น์ เย็นสบาย มีนโยบายรณรงค์การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ร่วมกับทางโรงพยาบาล น้ำพอง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอและสถานีอนามัย โดยมีกิจกรรมอบรม เกษตรกรประมาณ ๑๐๐ – ๒๐๐ คน / ปี และมีเกษตรกรปลูกผักปลอดสารพิษ ประมาณ ๑๐๐ ราย มีการลงทะเบียนกับเทศบาล ตัวอย่างผักท่ีปลูกคือ ผักกาด ถ่ัวฝักยาว แตง ขา่ ตะไคร้ มะกรูด ผักพ้นื บ้าน จะปลอดสารพิษอยู่แล้ว มกี ารส่ง เสริมการรวมกลุ่มและทางเทศบาลจะส่งเสริมด้านการตลาด ในอนาคตจะรับซื้อ ผลผลิตพืชผักปลอดสารพิษ ๐.๕ เท่าของราคาตลาดกลาง โดยจะประสานงาน และขอความร่วมมือจากทางโรงพยาบาลน้ำพองในการตรวจความปลอดภัยจาก สารพษิ ตกค้าง ทางนายกวริ ตั น์ เยน็ สบาย กลา่ วว่า “ทผ่ี า่ นมาเรามีบทเรยี นเห็นว่า ชาวบ้านมีการป่วยด้วยหลายโรค สาเหตุมาจากการบริโภคอาหารที่มีสารเคมี ทำ อย่างไรจึงจะลดความเจ็บป่วยนี้ได้ เราจึงอยากให้บริโภคอาหารที่ไม่มีสารเคมี ทำให้พี่น้องสุขภาพดี เราต้องเปล่ียนพฤติกรรมการบริโภค มันไม่ใช่ว่าผลจะดีต่อ ร่างกายของพ่ีน้องเท่าน้ัน แต่มันจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บด้วย คนป่วยลดลง ทางสถานอี นามยั กดุ นำ้ ใสก็มาชว่ ยกันเกย่ี วกบั พืชผักและนำ้ สมนุ ไพร น้ำพืชสมุนไพรมาทำเป็นน้ำส้ม น้ำย่านาง น้ำดอกอัญชัน ทำให้เห็นถึงประโยชน์ ของสมุนไพรได้ชัดเจนข้ึน ทำให้เกิดแรงจูงใจและเห็นประโยชน์ของพืชผักแต่ละ ชนดิ ” ปัจจุบันจากการที่ โรงไฟฟ้าน้ำพองมีการส่ง เสริมการผลิตและบริโภค อาหารปลอดภัยในชุมชน มี “ศูนย์เรียนรู้การผลิต อาหารปลอดสารพิษ” มี ๑๓ ศูนย์อยู่ในตำบลกุด น้ำใส และตำบลม่วง หวาน อำเภอน้ำพอง ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 61

และตำบลโคกสงู อำเภออบุ ลรตั น์ อนั เปน็ ชมุ ชนรอบโรงไฟฟ้านำ้ พอง ๕ กโิ ลเมตร ทางโรงไฟฟ้าน้ำพองจะมีการอบรมความรู้ด้านเกษตรปลอดสารพิษ อุปกรณ์และ วัสดุในการทำปุ๋ยชีวภาพ มีการปลูกพืชผัก สมุนไพร เลี้ยงปลาดุก เลี้ยงกบ เมื่อ ศูนย์เรียนรู้ฯ เกิดข้ึนในบ้านสมาชิกแล้วจะส่งเสริมให้เกิดการรวมกลุ่มและพัฒนา โครงการของกลุ่ม สำหรับโครงการของกลุ่มจะได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก “กองทนุ ชมุ ชนรอบโรงไฟฟา้ ” โครงการส่วนใหญ่จะขอสนบั สนุนประมาณ ๑ – ๓ แสนบาท ปัจจุบันกองทุนเปลี่ยนชื่อเป็น “กองทุนพัฒนาไฟฟ้า” และกำลังจะมี การปรบั ปรุงคณะกรรมการและเปลยี่ นวธิ กี ารจดั การ บทเรียนท่ีผ่านมาเห็นได้ว่า ตำบลกุดน้ำใสมีจุดเร่ิมการผลิตและใช้ ประโยชน์จากอาหารปลอดสารพิษมาระยะหนงึ่ มีทั้งบทเรยี นด้านบวกและดา้ นลบ ชุมชนและสมาชิกในชุมชนยังมีการปลูกพืชผักปลอดสารพิษอย่างต่อเนื่อง โดยได้ รับการสนับสนนุ จากโรงไฟฟา้ นำ้ พอง สถานอี นามัยและเทศบาลตำบลกดุ นำ้ ใส ใน อนาคตผู้ปลูกพืชผักปลอดสารพิษ จะรวมกลุ่มกันและพัฒนาผลผลิตให้มีมาตรฐาน และมีรายได้เสริมจากการจำหน่ายพืชผักปลอดสารพษิ ด้วย 62 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

๓.ประสบการณ์ของศนู ย์เรยี นรู้การผลิตอาหารปลอดสารพษิ บา้ นโนนอดุ ม (หมทู่ ่ี ๓) ตำบลกดุ นำ้ ใส อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแกน่ บ้านโนนอุดมเป็นชุมชนที่ก่อตั้งมาจากสมาชิกชุมชนท่ีได้รับผลกระทบจาก การสร้างเขอื่ นอุบลรัตน์ ในปี พ.ศ.๒๕๒๐ เดิมมี ๔๔ หลังคาเรอื น โดยทางการจดั ที่ดนิ ให้ ๑๕ ไร่ หลงั จากนัน้ ชุมชนก็ขยายใหญ่ข้ึนเร่อื ย ๆ โดยเฉพาะเม่ือมีโรงงาน อุตสาหกรรมกระดาษ (โรงงานฟินิคซ์) คนจากภายนอกก็ย้ายเข้ามาอยู่ในชุมชน เพอื่ ทำงานในโรงงาน ปจั จบุ นั บ้านโนนอดุ ม มี ๓๐๕ หลังคาเรือน ประกอบด้วย ๓ ชุมชน คือ ชุมชนอรุณสวัสด์ิ ชุมชนทรัพย์จรัญ และชุมชนสามัคคีพัฒนา มีอาชีพ ด้านเกษตรและด้านอุตสาหกรรมในพ้ืนท่ี โดยทั่วไปชุมชนประมาณ ๕๐ % จะ ปลูกผักเพื่อบริโภคเองในบ้าน เป็นการซื้อพันธ์ุผักจากตลาดท่ีบรรจุเป็นซอง (เช่น ยห่ี ้อศรแดง) มาปลูก ตวั อยา่ งเชน่ ผกั กาด ผกั คะนา้ ผกั ชี ผกั บุง้ เปน็ ตน้ ผกั บาง ชนิดชาวบ้านจะเกบ็ เมลด็ พนั ธ์ไุ ว้ปลกู เอง เช่น ฟกั ข้าว เปน็ ต้น มีชาวบ้านในชุมชน ประมาณ ๔ – ๕ % (๑๐ คนขึ้นไป) ปลกู ผักเพอ่ื จำหนา่ ยในชมุ ชน มีระบบประปา หมู่บ้านที่โรงงานฟินิคซ์ จัดทำระบบประปาหมู่บ้าน โดยสูบน้ำจากลำน้ำพอง เพอ่ื ใหป้ ระชาชนมีนำ้ ใช้ตลอดปีโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 63

นอกจากน้ีชาวบ้านในชุมชนยังมีการเก็บผักจากแหล่งธรรมชาติ เช่น สะเดา กระถิน ชะอม ผกั เมก็ ผักกระโดน เป็นต้น ในช่วง ๑ – ๒ ปีท่ีผ่านมา (พ.ศ.๒๕๕๑ – ๒๕๕๒) โรงไฟฟ้าน้ำพองและ เทศบาลตำบลกุดน้ำใส มีการสนับสนุนการรวมกลุ่มด้านอาชีพ และส่งเสริมให้มี การผลิตอาหารปลอดสารพิษ โดยกระบวนการเกษตรแบบธรรมชาติคิวเซ มีการ จัดตั้งเป็น “ศูนย์การเรียนรู้การผลิตอาหารปลอดสารพิษ” และมีการรวมกลุ่ม สมาชิกชมุ ชนทีส่ นใจเปน็ กลุ่มกบ กลุ่มปลา กลมุ่ นำ้ สมนุ ไพร กลมุ่ เหด็ โดย กลุม่ กบ มีสมาชิก ๑๒ ครอบครัว มีการสนับสนุนการทำบ่อกบ จำนวน ๔,๕๐๐ บาท / บ่อ และสนับสนุนพันธุ์กบ เม่ือกบโตและขายได้ โครงการจะขอแบ่งกบ ๒๐ กิโลกรัมเพื่อจำหน่ายและนำเงินมาสนับสนุนกิจกรรมของกลุ่มต่อไป ส่วนกลุ่ม ปลา มีสมาชิก ๑๖ ครอบครัว ทางโครงการฯ จะให้บ่อคอนกรีตรูปร่างสี่เหลี่ยม เพื่อเลี้ยงปลา จำนวน ๔,๕๐๐ บาท / คน และให้พันธ์ุปลา ๑,๐๐๐ ตัว และ อาหารปลา ๖ กระสอบ หลังจากปลาโตและขายได้ โครงการจะขอแบ่ง ๒๐ กิโลกรัมและนำไปขาย นำเงินท่ีได้ไปซื้อพันธ์ุปลา และนำไปให้สมาชิกเก่าเพิ่มเติม 64 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

หรอื ใหส้ มาชกิ ใหม่ ขณะนส้ี มาชกิ ขายปลาได้ ๑ ครงั้ แล้ว และหากวา่ มสี มาชิกใหม่ สมัครเข้ามาเพิ่ม สมาชิกจะต้องทำบ่อปลาเองและซื้ออาหารปลาเอง โดยทาง โครงการจะสนับสนุนพันธุ์ปลา และ กลุ่มน้ำสมุนไพร มีสมาชิก ๔๕ คน รวมตัว และมีการเลือกประสาน รองประธานและกรรมการมีกฎและกติกาของกลุ่ม สมาชิกมีการลงหุ้นและฝากเงินสัจจะ สมาชิกได้รับการสนับสนุนพันธุ์สมุนไพรจาก โครงการ ตัวอยา่ งสมุนไพรทีส่ มาชิกปลกู และทำเปน็ นำ้ สมนุ ไพร คอื วา่ นกาบหอย ดาหลา ข่า อัญชัน ย่านาง ว่านหางจระเข้ และทางกลุ่มมีการพัฒนาโครงการฯ เพื่อขอรับการสนับสนุนจากกองทุนชุมชนรอบโรงไฟฟ้า งบประมาณนำมาอบรม ความรู้และเทคนิคการผลิตน้ำสมุนไพรโดยการอบรมของวิทยาลัยอาชีวศึกษา ขอนแก่น สนับสนุนการจัดซื้ออุปกรณ์การผลิตและการบรรจุขวด สมาชิกจะปลูก สมุนไพรและนำสมุนไพรไปผลิตเป็นน้ำสมุนไพรบรรจุขวด นำไปจำหน่ายในชุมชน ตัวอย่างเช่น งานเลี้ยง งานแต่งงาน งานประชุมในชุมชนหรือหน่วยงานภาครัฐ / ภาคเอกชนในชุมชน เป็นต้น เวลามีงานเล้ียงจะมีการสั่งทำน้ำสมุนไพร ๒๐๐ – ๕๐๐ ขวด / ครั้ง เมื่อจำหน่ายนำ้ สมนุ ไพรไดจ้ ำนวน ๑๐๐ บาท จะแบง่ เงนิ เป็น ๓ สว่ น ส่วนแรก ๓๐ บาทให้ผู้ทำน้ำสมุนไพร ส่วนทีส่ อง ๓๐ บาท เก็บไวเ้ ป็นทุนซอ้ื วัตถุดิบสมุนไพรและวัสดุในการทำน้ำสมุนไพร และส่วนที่สาม ๔๐ บาท เป็นเงิน สง่ั สมในกลุ่มนำ้ สมนุ ไพร สำหรับการปลูกผัก ชุมชนประมาณคร่ึงหนึ่งมีการปลูกผักเพ่ือบริโภคใน ครัวเรือนในช่วง ๑ – ๒ ปที ีผ่ า่ นมา เทศบาลตำบลกดุ น้ำใสมีการสง่ เสรมิ การปลูก ผักสวนครัว โดยการแจกเมล็ดพันธ์ุผักให้ชุมชน มีเมล็ดพันธ์ุผักกาด ถ่ัวฝักยาว คะน้า ผักบุ้ง ผักชีลาว และต่อมาเทศบาลตำบลกุดน้ำใสยังสนับสนุนงบประมาณ ไปซ้ือเคร่ืองตัดหญ้าในชุมชน เพื่อให้มีบริเวณบ้านที่สวยงาม ในชุมชนมีสมาชิก ปลกู ผกั ปลอดสารพษิ อยสู่ ว่ นหนงึ่ มกี ารปลกู ขา่ เตย ดาหลา ชา้ พลู มะละกอ ฟกั ขา้ ว มะแว้ง ถ่ัวพู อัญชัน กระเจี๊ยบ และมีสมาชิกชุมชนปลูกพืชผักประมาณ ๑๐ กว่าราย ในอนาคตชุมชนที่ปลูกผักปลอดสารพิษต้องการรวมตัวเป็น “กลุ่มผัก ปลอดสารพิษ” ช่วงแรกมีการชักชวนสมาชิกกลุ่มภายในชุมชนอรุณสวัสดิ์ก่อน ขณะนี้ชักชวนสมาชิกได้ ๒๑ คน เพ่ือจะปลูกผักปลอดสารพิษท่ีมีมาตรฐาน และ ตรวจสอบได้ มีการทำปุ๋ยชีวภาพและน้ำหมักชีวภาพเพื่อใช้บำรุงผัก เพื่อให้คนใน ชุมชนมีผักปลอดสารพิษไว้บริโภค ในอนาคตเมื่อรวมเป็นกลุ่มและต้องการการ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 65

สนับสนุนจากโรงพยาบาลน้ำพองให้ช่วยตรวจคุณภาพของผักปลอดสารพิษ และ สมาชิกกลุ่มต้องมีสัจจะ และดูแลการผลิตให้มีพืชผลปลอดสารพิษ ทางกลุ่ม ตอ้ งการมีตลาดขายที่ชัดเจนและแนน่ อน อาจจะมกี ารสนับสนุนดา้ นการตลาดจาก เทศบาลตำบลกุดน้ำใส และกลุ่มกำลังพัฒนาโครงการเพ่ือขอรับการสนับสนุนจาก กองทุนชมุ ชนรอบโรงไฟฟา้ ด้วย สรุปไดว้ ่า หมู่บา้ นโนนอดุ ม มสี มาชกิ ในชุมชนปลกู และเลี้ยง อาหารปลอด สารพิษมาระยะหน่ึง มีประสบการณ์รวมตัวและทำงานร่วมกันเป็นกลุ่มกบ กลุ่ม ปลา กลุม่ น้ำสมุนไพร ปัจจบุ นั กำลังมีการรวมตัวเป็น ”กลมุ่ ผกั ปลอดสารพิษ” เพื่อ ปลูกพืชผักปลอดสารพิษที่มีคุณภาพ ภายใต้การสนับสนุนของโรงไฟฟ้าน้ำพอง เทศบาลกุดนำ้ ใส สถานีอนามัยกุดน้ำใส และโรงพยาบาลน้ำพอง ๓ กรณีศึกษาที่ บทเรียนของศูนยเ์ รยี นรู้เศรษฐกิจพอเพยี งเพอื่ ชุมชนคนอยู่กบั ป่า บ้านคลองเรือ ตำบลปากทรง อำเภอพะโต๊ะ จังหวดั ชุมพร ๑.บริบทด้านนิเวศนส์ งั คม ภาพสะท้อนแรกถึงความอุดมสมบูรณ์ของผักพื้นบ้านของชุมชนปากทรง คอื “ร้านขายข้าวแกงปักษใ์ ต้” ตรงขา้ มสถานตี ำรวจอำเภอพะโต๊ะ คุณปา้ เจา้ ของ ร้านข้าวแกงปักษ์ใต้มีอาชีพขายผัก และมีฝีมือการทำอาหารปักษ์ใต้ วันใดท่ีป้าไป ขายผักพื้นบ้านที่จังหวัดระนอง ก็จะให้ลูกชายมาขายข้าวแกงแทน ลูกชายก็ได้รับ ถ่ายทอดการทำอาหารพ้ืนบ้านจากแม่ ทำแกงได้หลายอย่าง ร้านของป้ามีทั้งข้าว และขนมจีน แกงปักษ์ใต้มีแกงปลากระเบน แกงปลาดุก แกงกระดูกหมูลูกกล้วย แกงไตปลา และขนมจนี นำ้ ยา แตท่ น่ี า่ ตน่ื ตาตนื่ ใจ คอื ผกั เหนาะ ทที่ างรา้ นจดั ใสถ่ ว้ ยจาน ไวแ้ กลม้ กับแกง มจี ำนวนกว่า ๑๕ ชนดิ มีทง้ั ผักสด ผกั ดอง ผกั ลวก ผกั ต้มกะทิ มี ยอดมะกอก โหระพา มะเขือ แตงกวา ผักเสี้ยน ลูกเนียง ผักกูด บวบ หน่อไม ้ ออ้ ดบิ (คนู ) มะระ ผกั เหลยี ง หวั ปลี ขา้ งรา้ นของปา้ ซง่ึ มรี า้ นกลว้ ยทอด จำปาดะทอด ไข่หงส์ เป็นขนมทานเล่น นับเป็นวัฒนธรรมอาหารพื้นบ้านที่มีความโดดเด่นและ เป็นประโยชนต์ อ่ สุขภาพอย่างยิ่ง ชมุ ชนตำบลปากทรง เปน็ ตำบลหน่งึ ทอี่ ยู่ปลายสดุ ของอำเภอพะโตะ๊ อยตู่ ดิ 66 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

กับอำเภอหลังสวน และเขตจงั หวัดระนองและสรุ าษฎรธ์ านี มสี ภาพพน้ื ทเี่ ปน็ ปา่ ไม้ ต้นน้ำพะโต๊ะ เต็มไปด้วยภูเขาสูงสลับซับซ้อน มีลำห้วย ลำธาร และน้ำตกหลาย แหง่ มบี รเิ วณท่รี าบเชิงเขาจำนวนนอ้ ย ภมู อิ ากาศเปน็ เขตร้อนช้ืน ฝนตกตลอดท้งั ปี การปกครองพน้ื ทม่ี ี ๙ หมบู่ า้ น คอื บา้ นตอ่ ตงั้ (ม.๑) บา้ นหา้ งสะแก (ม.๒) บา้ นบถไฟ (ม.๓) บ้านปากทรง (ม.๔) บ้านทับขอน (ม.๕) บ้านสะพานสอง (ม.๖) บ้าน ตะแบกงาม (ม.๗) บ้านในแจะ (ม.๘) บ้านคลองเรือ (ม.๙) ประชาชนทั้งหมด ๕,๒๙๖ คน ส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกปาล์ม ยาง พารา หมาก สวนผลไมแ้ บบผสมผสาน เป็นพชื หลกั และมอี าชพี ดา้ นท่องเทีย่ วเชิง นเิ วศ มีกจิ กรรมลอ่ งแกง่ เดินปา่ ล่องแพไมไ้ ผ่ ศึกษาดงู านชุมชนคนอยู่กับปา่ และ มีสถานที่ท่องเท่ียวแบบธรรมชาติในหลายหมู่บ้าน ตำบลปากทรงมีการทำงานร่วม กันแบบบูรณาการระหว่างภาครัฐและภาคประชาชนภาครัฐมีองค์การบริหารส่วน ตำบลปากทรง โรงเรียน ๓ แห่ง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๑ แห่ง โรงพยาบาลพะโต๊ะ สำนักงานเกษตรอำเภอพะโต๊ะ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะ จังหวัด ชมุ พร และสำนักงานพัฒนาการท่องเทีย่ ว โครงการรกั ษ์ปา่ สร้างคน ๘๔ ตำบล วิถี พอเพยี ง รวมทั้งเครอื ขา่ ยและกลุม่ ภาคีของภาคประชาชน จากการศึกษาภาคสนาม พบวา่ ในชุมชนตำบลปากทรง มี “บา้ นคลองเรือ (ม.๙)” เป็นพ้ืนที่ท่ีมีบทเรียนด้านผักป่า ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน กลายเป็น “ศูนยเ์ รยี นรู้เศรษฐกจิ พอเพยี งเพอ่ื ชุมชนคนอยกู่ ับปา่ ” ของชมุ ชนและคนภายนอก อย่างต่อเนื่อง บ้านคลองเรือ เป็นหมู่บ้านกลางป่าต้นน้ำพะโต๊ะ ล้อมรอบด้วย น้ำตกสวยงามหลายแห่ง เช่น น้ำตกเหวตาจัน น้ำตกเหวพลูหนัง น้ำตกหินกลม เป็นต้น เดิมเป็นหมู่บ้านในแนวเขตสัมปทานเหมืองแร่ดีบุก เฉกเช่นหลายหมู่บ้าน ของตำบลปากทรง นับตั้งแต่ปีพ.ศ.๒๕๑๘ มีชาวบ้านจากหลายจังหวัดของภาค อีสานและภาคเหนือ (จังหวดั นครราชสมี า จังหวดั ศรีษะเกษ จงั หวดั พะเยา จังหวัด เพชรบรุ ี จงั หวดั นครปฐม จงั หวดั กำแพงเพชร) กวา่ ๑๗ จังหวดั เข้ามาถางปา่ และ ทำไร่กาแฟ เพราะช่วงนน้ั กาแฟราคาดมี าก กิโลกรมั ละประมาณ ๑๒๐ บาท และ มีอาชีพร่อนแร่ดีบุกตามแนวเขตรับประทานด้วย ต่อมาราคากาแฟเริ่มตกลง จน กระทง่ั ใน พ.ศ.๒๕๒๘ ราคาตกลงเหลอื กโิ ลกรมั ละ ๒๑ บาท ชาวบา้ นกห็ นั ไปปลกู พชื ผล อื่นผสมผสานกันไป ปัจจุบันบ้านคลองเรือมีประชาชน ๘๙ หลังคาเรือน จำนวน ๒๖๒ คน มีพื้นที่ราบเป็นที่ดินทำกินประมาณ ๑,๐๕๐ ไร่ และมีพื้นท่ีป่าไม้และ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 67

ภูเขาท่ีเป็นบริเวณต้นน้ำและชุมชนร่วมดูแลจำนวน ๑๓,๐๕๐ ไร่ มีการแยกเขต พ้ืนท่ีทำกินและพ้ืนที่ป่าชัดเจน พ้ืนที่ ๑,๐๕๐ ไร่ มีลักษณะเป็นโฉนดชุมชน จัด แบ่งเป็นแปลงท่ดี นิ ทำกินของแตล่ ะครอบครัว เฉลี่ยประมาณ ๒๕ ไรต่ ่อครอบครวั มีอาชีพปลูกพืชแบบผสมผสาน รายได้หลักจากกาแฟ ผลไม้ตามฤดูกาล (มังคุด ทเุ รยี น ลางสาด และหมาก) รายไดเ้ สรมิ คอื ผกั พนื้ บา้ น และตน้ ไมอ้ นื่ สมาชกิ ชมุ ชน มรี ายไดเ้ ฉลย่ี ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ – ๑๖๐,๐๐๐ บาท / ปี มกี ลุ่มกิจกรรมหลาย ด้านในชุมชน ที่สำคัญคือ ชมรมท่องเท่ียวเชิงนิเวศ กลุ่มต้นน้ำออมทรัพย์ (เป็น กลุ่มที่รวมตัวชาวบ้าน ให้รู้จักบริหารหน้ีของตนเอง ออมทรัพย์และอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ มีประสบการณ์กว่า ๑๒ ปี ชุมชนคนอยู่ป่ายังบนฐานคิด เศรษฐกิจพอเพียง ชุมชนมีวิถีชีวิตอยู่ร่วมกับป่าและใช้ประโยชน์จากป่าไม้ได้ มี การบูรณาการร่วมกันระหว่างวิถีเศรษฐกิจแบบพอเพียง มีการปลูกต้นไม้และพืช ผักแบบผสมผสานเพื่อการพ่ึงตนเองในครอบครัว และเป็นรายได้ให้กับครอบครัว และเช่ือมโยงกับการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นักท่องเที่ยวจะได้รับประทานอาหาร พืน้ บ้านและผักปา่ ผกั พน้ื บา้ นไปพรอ้ มกนั 68 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

๒.บทเรยี นของศนู ย์เรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพียงเพือ่ ชมุ ชนคนอย่กู บั ปา่ จากการพดู คุยแลกเปล่ยี นประสบการณแ์ ละบทเรยี นกบั คุณมนสั คล้ายรงุ่ ผูใ้ หญบ่ า้ นบ้านคลองเรือ และ คณุ ชยั รัตน์ แวน่ แกว้ ผูช้ ว่ ยผู้ใหญบ่ ้านบ้านคลองเรือ และผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียง ทำให้ได้เข้าใจถึงวิธีคิดและบทเรียนที่ส่ังสมกลาย เป็นชุมชนคนอยู่กบั ป่าได้อยา่ งชดั เจน เม่ือชุมชนมีการปลูกพืชเกษตรแบบเชิงเด่ียว เช่น กาแฟ ยางพารา ปาล์ม น้ำมัน เป็นต้น จะส่งผลกระทบต่อพื้นที่ป่าไม้ อีกท้ังชุมชนยังมีภูมิปัญญาท่ีหากิน กับป่าไม้เปน็ เวลานาน ในราวปพี .ศ.๒๕๓๕ หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโตะ๊ จงั หวดั ชมุ พร เปน็ หนว่ ยงานทม่ี บี ทบาทพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของชาวชมุ พรในเขตปา่ ตน้ น้ำ ใหม้ คี ุณภาพชวี ิตที่ดแี ละมชี ีวิตอยู่ร่วมกับป่าไมไ้ ด้ รบั ผดิ ชอบ ๖ หมบู่ า้ น คอื บา้ นคลองเรอื บ้านหลกั เหลก็ บา้ นหลกั บาง บ้านหว้ ยคล้อ และบา้ นหนิ กลม มกี าร ชักชวนผู้ท่ีสนใจในการเกษตรแบบพอเพียงและเศรษฐกิจพอเพียงจากหมู่บ้าน เปา้ หมาย เพอื่ เขา้ รว่ มการอบรมและศกึ ษาดงู านพน้ื ทต่ี น้ แบบทม่ี คี วามสำเรจ็ เรม่ิ แรก ทางหน่วยฯ สร้างคณะวิทยากรของหน่วยโดยอบรมจากมูลนิธิเกษตรกรรม ธรรมชาตแิ ละเรียนรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี ง จงั หวัดชลบุรี โดยอาจารยว์ วิ ัฒน์ ศัลยกำธร จากนั้นทางหน่วยได้เปิดอบรมผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยเร่ิมอบรมตั้งแต่ราว ปี พ.ศ.๒๕๓๕ จำนวน ๓๐ รุ่น ๆ ละ ๗๐ คน มีท้ังคนในและนอกหมู่บ้าน เปา้ หมาย อบรมตอ่ เนอ่ื งเรอ่ื ยมา ในปพี .ศ.๒๕๕๒ เปดิ การอบรม ๑๓ รนุ่ ๆ ละ ๗๐ – ๘๐ คน ผู้เข้ารบั การอบรมส่วนใหญม่ าจากภาคใต้ และมีภาคอืน่ มารว่ มดว้ ย และมี การศึกษาดูงานนอกและในพ้ืนท่ีด้วย โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้การ สนับสนุนงบประมาณในการอบรม เนื้อหาการอบรมประกอบด้วย การสร้างความ เข้าใจในระบบนิเวศน์ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การเกษตรแบบธรรมชาติ มีการ ทำปุ๋ยชีวภาพ การทำปุ๋ยหมัก การดูแลป่าไม้และการใช้ประโยชน์จากป่า อบรม ๗ วัน อย่างไรก็ตามการที่หน่วยอนุรักษ์และจัดการต้นน้ำพะโต๊ะมีนโยบาย ส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง เป็นผลมาจากนโยบายของ คุณพงศา ชูแมน ผอู้ ำนวยการหนว่ ยอนรุ กั ษแ์ ละจดั การตน้ นำ้ พะโตะ๊ ซงึ่ คณุ ประนอม คนดี เจา้ หนา้ ท ่ี ของหน่วยฯ ยืนยันนโยบายว่า “นโยบายเศรษฐกิจพอเพียงมีการทำงานต่อเน่ือง เราทำงานไม่เหมือนเพ่ือน ทำงาน ๗ วันไม่มีวันหยุด ผู้อำนวยการต้องการให้ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 69

ทำงานชุมชน ให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแลป่าไม้ ทำความเข้าใจกับชุมชน ถ้า ชมุ ชนเขา้ ใจปา่ ไดป้ ระโยชนจ์ ากปา่ และดแู ลปา่ ไปพรอ้ มกนั เขาจะหาหนอ่ ไม้ ผกั กดู ผักเหมียง เห็ด หามากินกันได้ แต่ไม้ใหญ่ต้องขออนุญาตคณะกรรมการหมู่บ้าน พร้อมทั้งปลกู ทดแทนและดแู ล ๑ ปี ถ้าอยา่ งน้ีก็อยู่กันได้ ไม่ตอ้ งไปไลจ่ บั กนั ” นบั เป็นการส่งเสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและสร้างให้คนอยู่ร่วมกับป่าอย่างต่อ เนื่อง ในบ้านคลองเรือมีผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียง เข้าร่วมงานอบรมและศึกษา ดูงานหลายคน หน่ึงในคนเหล่านั้น คือ คุณชัยรัตน์ แว่นแก้ว เข้าร่วมงานอบรม และศึกษางานในปี พ.ศ.๒๕๓๗ จากกระบวนการเรียนรู้คร้ังน้ัน ทำให้เขาทบทวน ชวี ิตการทำเกษตรเชิงเดยี่ วที่ผา่ นมา ไดเ้ ปดิ หู เปดิ ตาเรยี นร้กู ารทำเกษตรแบบผสม ผสานจากหลายภมู ภิ าค และได้สะทอ้ นความคดิ สำคัญว่า “เม่อื อพยพมาทำกิน ช่วงนนั้ (พ.ศ.๒๕๒๖) ผมอายุ ๒๐ ปี มาปลกู กาแฟ และร่อนแร่ดีบุกด้วย แต่เดิมมีที่ดินราว ๒๐๐ ไร่ ปลูกกาแฟคร้ังแรกประมาณ ๓,๐๐๐ ตน้ ตอนน้นั กาแฟราคากิโลกรัมละ ๑๒๐ บาท พอกาแฟไดผ้ ลผลิต ราคา ตกลงเหลือกิโลกรัมละ ๒๑ บาท ขาดทุนเลยเป็นหน้ีถึงทุกวันนี้ การเกษตร 70 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

เชิงเดี่ยวเป็นการพ่ึงพาภายนอกอย่างเด่ียว ทำให้เราพ่ึงตัวเองได้ยาก พ้ืนท่ีป่า พะโต๊ะเป็นพ้ืนที่ลุ่มน้ำ พ้ืนที่ลาดชัน ต้นไม้หลายชนิดมาก แต่เรารู้สึกว่าป่ามันรก ถางออกให้หมดและปลกู อยา่ งเดียว ท้ังกาแฟ ทุเรยี น ปาล์ม และดูแลตลอดปี ได้ ผลผลิตปีละครง้ั เดียว” จากเหตุการณ์ในอดีต ประกอบกับสิ่งที่ได้เรียนรู้ใหม่ เขาได้พบและคุยกับ พ่อเฒ่าและแม่แก่หลายที่ เห็นถึงการปลูกพืชหลายชนิดผสมผสาน เช่น แม่เฒ่าท่ี อำเภอนบพิตำ จังหวัดนครศรีธรรมราช มีท่ีดิน ๒ ไร่ ปลูกทุเรียน ๒๐๐ ต้น ดิน ขา้ งลา่ งเปน็ ทรายขเ้ี ป็ด ปลูกผักกดู ทงั้ หมด แม่เฒ่าขายผักกูดทุกวัน มีคนรับซ้อื ทกุ วัน ไม่โลภ เก็บไดแ้ ค่ไหนก็แค่น้ัน พอในชุมชนมงี านแต่งงาน งานบุญ งานบวช ก็ ให้มาเก็บไปทำกับข้าวได้ ทำให้เห็นว่าเป็นการเกษตรแบบผูกคนไว้ด้วยกัน ช่วย เหลือกัน และยังไปดูสวนของป๊ะหวน จังหวัดสงขลา ผู้ใหญ่วิบูลย์ เข็มเฉลิม จังหวัดฉะเชิงเทรา และไปทางอีสานด้วย หลังจากนั้น คุณชัยรัตน์ แว่นแก้ว ได้ เรยี นร้ตู ้นไม้ทุกชนิดและผักทกุ ชนดิ ทำใหค้ ณุ ชยั รตั นม์ ภี ูมิรู้ของภาคอีสานและภาค เหนือ เอามาผสมผสานกบั ภาคใต้ ไม่ปลกู พชื ชนดิ เดียว มีทด่ี นิ ประมาณ ๑๐ ไร่ ใช้ แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวง ปลูกหลายชนิด สรุปเป็น “แนวคิด ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 71

การเกษตรแบบปา่ ๓ ประโยชน์ ๔” เป็นความร้ทู ส่ี งั เกตจากปา่ ธรรมชาติ และทำ สวนแบบเดิม ปลูกพืชให้หลายชนิด ปลูกคร้ังเดียวได้เป็นพันปี ปลูกให้เหมือนป่า เปน็ ปา่ ๔ ชัน้ คอื ไม้ชัน้ บน ไม้ชั้นกลาง ไม้ช้ันล่าง และไมใ้ ต้ดนิ มรี ายละเอียดคอื ไมช้ น้ั บน เป็นไมต้ น้ ใหญ่ ให้ร่มเงา สว่ นใหญเ่ ปน็ ไมย้ ืนต้น เปน็ ไมใ้ ช้สอยระยะยาว ได้ มที ุเรยี น ตะเคียนทอง จำปาทอง สะตอ หมาก ไม้ชัน้ กลาง เป็นไมข้ นาดกลาง เป็นไม้กินยอด และผลไม้ที่ออกตามฤดูกาล มีมะกรูด ส้มโอ มะกอก มะนาว มะเดอ่ื ลองกอง ขนนุ ลางสาด มงั คดุ มะไฟ ไมช้ น้ั ลา่ ง เปน็ ไมพ้ มุ่ ขนาดเลก็ และผกั มี ผกั กูด ผกั หวาน ผักเหรียง ผักพมู ชะอม สม้ ป่อย ชว่ ยคลมุ หนา้ ดนิ ดว้ ย ไมใ้ ต้ดิน ชั้นนี้ช่วยแก้ปัญหาการใช้สารเคมี เราจะเอายาฆ่าแมลงมาใส่ไม่อยากให้หญ้ารก เราก็ปลูกไมห้ ัวทดแทน พวกขงิ ขา่ กะทือ กระชาย เผือก กลอย อ้อดิบ ใหต้ น้ ไม้ พวกน้ีรกแทนหญ้า ไม้พวกน้ีก็กินได้ ขายได้ด้วย จากการใช้แนวคิดการเกษตร ดงั กลา่ วทำใหท้ ดี่ นิ ๑๐ ไร่ มกี ารปลกู พชื กวา่ ๑๐๐ ชนดิ เปน็ “การเพมิ่ คา่ ใหก้ บั แผน่ ดิน” เพ่ิมท้ังคุณค่าและมูลค่าไปพร้อมกัน ปลูกต้นไม้และพืชผลที่กินได้ ใช้ได้ให้ กลายเปน็ ปา่ จนกระท่งั ปัจจบุ ัน ท่บี า้ นของคุณชัยรัตน์ แว่นแก้ว กลายเปน็ “ศนู ย์ เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อชุมชนคนอยู่กับป่า” และยังเป็น “ธนาคารต้นไม้ของ ชมุ ชนบา้ นคลองเรอื ” อกี ดว้ ย กล่าวถึงผักป่าและผักพื้นบ้านในบ้านคลองเรือ ชาวบ้านคลองเรือส่วนมาก นิยมปลูกผักพ้ืนบ้านไว้รับประทานในครัวเรือน มีการปลูกผักเหลียง ผักหวาน ชะอม มะกอก สะตอ มพี อรับประทาน โดยไมต่ ้องซื้อผกั จากนอกหมู่บ้าน ซื้อเพียง เนอ้ื สัตวบ์ างครั้ง แตใ่ นส่วนของขา้ ว เนอ่ื งจากพื้นที่นอ้ ยจงึ ปลกู ได้ในบางครอบครวั และขณะน้ีกำลังส่งเสริมให้เล้ียงปลา เพ่ือจะได้มีอาหารเพ่ิมในชุมชน สำหรับบ้าน ของคุณชัยรตั น์ แว่นแกว้ มกี ารเรียนรดู้ ว้ ยตนเองเก่ียวกับการขยายพนั ธ์ุ การเพาะ พันธุ์ การดูแลและการแจกจ่ายพันธ์ุผักให้ชุมชน ในสวนของคุณชัยรัตน์ มีพืชผัก พ้ืนบ้านและผักป่า ประมาณ ๖๙ ชนิด ตัวอย่างเช่น ผักหวาน ผักเหลียง ชะมวง กระชาย กลอย ข่า ตะไคร้ สม้ ปอ่ ย ผกั ชี กระเพรา หูหมี เพกา ผักกดู ยห่ี รา่ บอน มะเขือ อ้อดิบ ลูกฉิ่ง ตะลิงปลิง ส้มแขก ทำมัง มะเดื่อ มะกรูด มะนาว ผักพูม เป็นต้น ผักเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อครอบครัวของเขา ท้ังเป็นอาหารและเป็นราย ได้เพ่ือส่งลูกเรียน มีผักประมาณ ๓๐ – ๔๐ ชนิดในชุมชนท่ีมีการปลูกเพ่ือขาย บ้านของคุณชัยรัตน์เป็นแหล่งเพาะและแจกจ่ายพันธ์ุผักพ้ืนบ้านให้กับชาวบ้านใน 72 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

หมู่บ้าน และผู้ที่สนใจจากนอกชุมชน หากชาวบ้านในชุมชนนำไปปลูกและมี ผลผลิตมาก คุณชัยรัตน์จะนัดหมายให้รวบรวมและนำไปขายท่ีตลาดในจังหวัด ระนอง ตัวอย่างเช่น ผักกูด รับซ้ือ ๒.๕๐ บาท / กำ ผักเหลียง ๕ บาท / กำ เป็นตน้ ไปขายประมาณ ๑ ครง้ั / อาทิตย์ มีรายได้ท่ยี งั ไมไ่ ดห้ ักค่าใชจ้ ่าย ๖,๐๐๐ – ๗,๐๐๐ บาท / ครง้ั ขึน้ อยู่กบั ราคาผักในตลาดดว้ ย บางคร้ังราคาผักสงู อาจได้ ถึง ๑๐,๐๐๐ บาท ในชุมชนบ้านคลองเรือ มีประมาณกว่า ๑๐ ครอบครัวท่ีปลูก ขาย รวมกันถึงจะได้ปริมาณมาก การปลูกและขายผักพื้นบ้านทำคนเดียวไม่ได้ ต้องทำรวมกันจึงจะมีผักมากพอท่ีจะนำไปขายที่ตลาด ตลาดมีการแข่งขันกันสูง มี การขายท้งั ขายส่งและขายปลีก ถ้ามคี นน้อยกไ็ มส่ ำเรจ็ นอกจากน้ีคุณชัยรัตน์ แว่น แก้ว ยงั มีการปลูกไม้ผลบางอย่างจำนวนมาก ตัวอย่างเช่น ส้มแขก ประมาณ ๔๐๐ กวา่ ตน้ มะเมา่ (เม่าใหญจ่ ากภาคอสี าน) ประมาณ ๑๐๐ กวา่ ต้น มกี ารเพาะและ แจกจ่ายพันธ์ุ ให้คนรู้จักด้วย อนาคตอาจมีการแปรรูปได้ ตัวอย่างเช่น ส้มแขก เมอื่ ออกเปน็ ลกู สม้ แขกมผี ลผลติ ประมาณกวา่ ๑๐๐ กโิ ลกรมั / ตน้ ชว่ งสม้ แขกออกลกู ฝนจะตกชุก บางทีเราก็ตากแดดไม่ทัน หากมีตู้อบเพื่ออบแห้งหรือการแปรรูปเป็น ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 73

น้ำผลไม้จะดีมาก ลักษณะเช่นน้ีต้องรวมตัวกันและอาจต้องประสานสนับสนุนด้าน งบประมาณและเทคโนโลยกี ารแปรรูปสนิ คา้ เกษตรด้วย ภายในบ้านคลองเรือ ยังมีการรวมกลุ่มเป็น “ชมรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ” ที่ มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของชุมชนคนอยู่กับป่า บ้านคลองเรือเป็นพ้ืนที่หน่ึงที่ “สำนกั งานพฒั นาการท่องเท่ยี ว โครงการรักษป์ ่าสรา้ งคน ๘๔ ตำบล วิถีพอเพียง” ส่งเสริมให้มีกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงนิเวศ นักท่องเท่ียวที่มาท่องเท่ียวบ้านคลองเรือ จะได้ศึกษาเรยี นรูว้ ิถชี ุมชนคนอยกู่ ับป่า ศกึ ษาธรรมชาตขิ องป่าต้นนำ้ สามารถเดนิ ป่าและล่องแก่งได้ ร่วมรับประทานผักป่าและอาหารพ้ืนบ้านในชุมชน ตัวอย่าง อาหารพืน้ บ้าน เชน่ ผักเหลยี งผดั ไข่ แกงสม้ หยวกกลว้ ย ยำผกั กูด ไขอ่ บุ ใบตอง ผดั กะปสิ ะตอกงุ้ และขา้ วหลามในกระบอกไมไ้ ผ่ เป็นตน้ ในชุมชนมีสมาชกิ ชมุ ชน ๑๑ ครอบครัว เป็นแหล่งที่พักในชุมชน (homestay) รายการท่องเที่ยวจะมี ๒ โปรแกรม คือ โปรแกรม ๒ วัน ๑ คืนและโปรแกรม ๓ วัน ๒ คืน บ้านคลองเรือจงึ เป็นแหล่งเรียนรู้ของผู้คนจำนวนมาก ในปีพ.ศ.๒๕๕๒ มีนักท่องเที่ยวเชิงนิเวศ จำนวน ๖๐๐ คน หากรวมกับผู้ท่ีมาศึกษาดูงานด้านชุมชนคนอยู่กับป่าและ เศรษฐกิจพอเพียง จะมีจำนวนท้ังหมด ๒,๐๐๐ คน นอกจากน้ี ชุมชนยังมี ประสบการณป์ ระมาณ ๑๐ ปี ในการถา่ ยทอดและบม่ เพาะประสบการณ์การเรียน รู้ ในรูปแบบ “ค่ายศึกษานิเวศน์ต้นน้ำ” ให้กับเยาวชนและเด็กในชุมชนและนอก ชุมชน กลายเป็นหลักสูตรค่ายต้นแบบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่ง แวดล้อม การที่มีคนภายนอกเข้ามาท่องเที่ยวและมาศึกษาดูงานได้ช่วยตอกย้ำ ความสำคัญและคุณค่าของชุมชน ชุมชนจะมีความภาคภูมิใจ เห็นภูมิปัญญาและ ของดีท่ผี อู้ ่ืนช่นื ชม จะทำให้มคี วามร่วมมอื ทด่ี ีในการพฒั นาชมุ ชนรว่ มกนั ๓.การขยายความคดิ และบทเรยี นสู่ชมุ ชนอนื่ ในตำบลปากทรง จากบทเรียนท่ีผ่านมา นับได้ว่าชุมชนตำบลปากทรงมีแหล่งเรียนรู้ด้าน เศรษฐกิจพอเพียง ด้านชุมชนคนอยู่กับป่า และการเกษตรแบบผสมผสานในบ้าน คลองเรือ เป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับทั้งคนในชุมชนและนอกชุมชน สำหรับหมู่บ้าน อ่ืน อย่างเช่นหมู่บ้านต่อตั้ง ก็มีผู้นำด้านเศรษฐกิจพอเพียง มีวิถีการเกษตรแบบ ผสมผสาน เชน่ กนั ตวั อยา่ งเช่น คุณราตรี หมนู ุ้ย มกี ารทำเกษตรผสมผสาน ตาม 74 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและได้รับรางวัลครัวเรือนเศรษฐกิจพอเพียง ปี ๒๕๕๑ โดยมีการปลูกปาลม์ นำ้ มัน ๒๕ ไร่ เป็นรายไดห้ ลกั ผสมผสานกบั การทำสวนผลไม้ และปลูกผักสวนครัว และยังเลี้ยงปลา หมู กบ ไก่ และเพาะเห็ดนางฟ้าด้วย สำหรับผักสวนครัว มีการปลูกผักหลายชนิดเพ่ือรับประทานในครอบครัวและเป็น รายได้เสริม ตัวอย่างเชน่ ผกั กูด ผักเหลียง ถ่วั ฟกั เขียว ชะอม ตะไคร้ ขิง ข่า ผกั ชี มะเขอื ตะไคร้ ขมนิ้ โหระพา เปน็ ตน้ และยงั มสี มนุ ไพร เชน่ หญา้ หนวดแมว วา่ นหาง จระเข้ นอกจากนีย้ งั มี คณุ สร้อย ชมุ นอ้ ย กม็ ปี ระสบการณ์ในการปลูกพชื แบบผสม ผสานเชน่ กนั สำหรับบทเรียนสำคัญที่จะทำให้ความคิดและแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ปรับเปล่ียนวิถีการเกษตรได้อย่างต่อเนื่องและย่ังยืน เกษตรกรควรมีการริเริ่ม ทบทวนตนเองก่อน ต้องเข้าใจปัญหาตนเอง และศึกษาภูมิปัญญาตนเอง และ ศกึ ษาภมู ิปญั ญาท่มี ีอยู่ในตนเองและในชมุ ชน เรม่ิ ทกี่ ารพ่ึงตนเองเป็นสำคญั ก่อนท่ี จะพึ่งพาภายนอก การที่บ้านคลองเรือประสบผลสำเร็จด้านชุมชนคนอยู่ร่วมกับป่า ได้ มีหน่วยงานสนับสนุนและมีบทบาทเป็นพี่เล้ียง คือ หน่วยอนุรักษ์และจัดการ ตน้ น้ำพะโตะ๊ จงั หวดั ชมุ พร นโยบายของหนว่ ยท่ีเห็นความสำคัญและมนี โยบายส่ง เสริมแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงอย่างต่อเน่ือง มีการทำงานที่เพ่ิมความรู้ ช้ีแนะ ชี้นำ ช่วยแก้ปัญหาการทำงาน ในส่วนภาครัฐอ่ืนยังให้ความสนใจไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานภาครัฐในตำบลปากทรง และอำเภอพะโต๊ะ มีการทำงาน ร่วมกันและบูรณาการร่วมกัน มีศักยภาพในการหนุนเสริมชุมชนและพัฒนางาน ชุมชนหลายด้านไปพร้อมกัน ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 75

กรณศี กึ ษาท่ี ๔ บทเรียนของกลุ่มอนุรักษภ์ มู ปิ ญั ญาทอ้ งถิน่ ด้านอาหารพ้ืนบา้ น ตำบลชากไทย อำเภอเขาคิชฌกฏู จังหวดั จันทบุร ี ๑.บริบทด้านนิเวศน์สังคม ตำบลชากไทย เป็นตำบลหน่ึงท่ีห่างจากเมืองจันทบุรีไม่มากนัก และใน อำเภอเขาคิชฌกูฏ เป็นเขตของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ตำบลชากไทยจึงมี ภมู ปิ ระเทศแบบธรรมชาติ เปน็ พน้ื ทร่ี าบผสมเชงิ เขา มปี า่ ธรรมชาตทิ เี่ ปน็ แหลง่ อาหาร ธรรมชาติของชุมชน และมีแม่น้ำจันทบุรีไหลผ่าน บริเวณธรรมชาติเหล่าน้ีเป็น แหลง่ ผกั พน้ื บ้านของชมุ ชน ชาวบ้านเก็บมาบริโภคและจำหน่ายในตลาดชุมชน ประชาชนของตำบลชากไทย สว่ นหนง่ึ เปน็ ชาตพิ นั ธช์ุ อง (ประมาณรอ้ ยละ ๑๕) ส่วนใหญ่เป็นคนพ้ืนเมืองของเมืองจันทบุรี มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกผลไม้หลาย 76 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

ชนิด และมีบางส่วนปลูกผักขาย ตำบลชากไทย ประกอบด้วย ๘ หมู่บ้าน มีการ พัฒนาและรวมตัวเป็นกลุ่มองค์กรภายในชุมชน ประมาณกว่า ๒๐ องค์กร มี ๗ ด้าน คือ ด้านสวัสดิการ ด้านสุขภาพ ด้านภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้านจิตอาสา ด้าน พลังงาน และด้านบริหารจัดการ บางกลุ่มก็มีการทำงานใกล้เคียงกัน เช่น กลุ่ม หมอพ้ืนบ้าน กลุ่มอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) กลุ่มเกษตร อนิ ทรีย์ กล่มุ ทำปยุ๋ อนิ ทรยี ์ กลมุ่ พืชผักปลอดสารพษิ กลมุ่ ปรบั ปรุงคุณภาพผลผลติ (เงาะ ทเุ รียน มงั คุด) กลุ่มสจั จะ กลมุ่ ออมทรัพย์ กลุ่มธนาคารชมุ ชน เป็นต้น บาง คนเปน็ สมาชิกลุ่มเดยี ว บางคนเป็นสมาชิก ๒ - ๓ กลมุ่ ก็มี ๒.บทเรยี นของกล่มุ อนรุ ักษ์ภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ด้านอาหารพืน้ บา้ น ในปีพ.ศ.๒๕๕๐ กลมุ่ หมอพนื้ บา้ นมกี ารรวมตัวและสำรวจสมนุ ไพรพ้ืนบ้าน ได้แหล่งป่าธรรมชาติในตำบลชากไทย จากการสำรวจสมุนไพรพื้นบ้าน พบผัก พนื้ บ้านจำนวน ๑๐๗ ชนิด ตวั อย่างเช่น ยอดจิก ลกู เร่ว ส้มกงุ้ ส้มสันดาน บอน เป็นต้น และมีสรรพคุณทางยาด้วย มีการพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กัน ทาง นักวิชาการและหมอพ้ืนบ้านก็แลกเปล่ียนกันว่า ชาวบ้านในตำบลชากไทยมี ภูมิปัญญาพื้นบ้านในด้านอาหารพื้นบ้านมายาวนาน เพราะเรามีผักพื้นบ้านอุดม สมบูรณ์ ปัจจุบัน คนรับประทานอาหารสำเร็จรูปมากขึ้น ทำอาหารเองน้อยลง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่และเยาวชนไม่รู้วิธีการทำอาหารพ้ืนบ้าน ทางเราจึงคิดถึง “แม่ครัว” ของชุมชน เพราะเวลามงี านบญุ งาน กฐิน งานประเพณี งาน แต่งงาน งานศพ ใน ชมุ ชน จะมกี ารชวนแมค่ รวั มาทำอาหาร โดยท ่ี เจ้าภาพบอกเมนูอาหาร แ ม่ ค รั ว จ ะ ร ว ม ก ลุ่ ม กั น ประมาณ ๕ – ๑๐ คน / หมู่บ้าน ชวนกันมาปรุง อาหาร โดยท่ีรู้ว่าแม่ครัว ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 77

คนใดปรุงอาหารเมนูใด อร่อยก็จะนัดหมายแม่ ครัวมาพูดคุยและเรียนรู้ รว่ มกนั ในกระบวนการ ทำงาน ประกอบด้วยการ ร่วมงานของนักวิชาการ อิสระ (คุณปัฐยาวดี แจง เชื้อ) นักวิชาการของโรง พยาบาลเขาคิชฌกูฏ ผู้ แทนจากองค์การบริหาร ส่วนตำบล หมอพ้ืนบ้าน และแม่ครัว ที่มี ประสบการณ์ด้านอาหาร พ้ืนบ้านของตำบลชากไทย ประมาณ ๒๕ – ๓๐ คน กระบวนการประกอบด้วย การเสวนา ๒ คร้ัง และการสาธิตเมนูอาหารอร่อย ๑ คร้ัง การพูดคุยแลกเปล่ียน เร่มิ ดว้ ยการเปิดใจเพอ่ื ให้เหน็ วา่ อาหารพ้ืนบ้านของตำบลชากไทยเป็นส่ิงท่ีมีคณุ คา่ เราจะรว่ มอนรุ กั ษแ์ ละเผยแพรไ่ ปสสู่ าธารณะรว่ มกนั จากนนั้ กร็ ว่ มกนั เลา่ ถงึ ผกั พนื้ บา้ น มีชนิดใดบ้าง แหล่งของผัก การเก็บผักมาทำอาหาร และให้ช่วยกันสัมภาษณ์ถึง เมนูอร่อย โดยบอกส่วนประกอบ วิธีทำ เคล็ดลับ จากนั้นก็มีการเตรียมของมา สาธิตเมนูอร่อย โดยบอกแหล่งของผัก การเก็บผักมาทำอาหาร และให้ช่วยกัน สมั ภาษณถ์ งึ เมนอู รอ่ ย โดยบอกสว่ นประกอบ วธิ ที ำ เคลด็ ลบั จากนน้ั กม็ กี ารเตรยี ม ของมาสาธิตเมนอู ร่อย เรามีการสาธติ เมนูอรอ่ ย ของแมค่ รวั ๑ คนต่อ ๑ ตำรบั ได้ ประมาณ ๒๐ ตำรับ เน่ืองจากเวลาจำกัด จึงทำเท่าท่ีโอกาสและเวลาจำกัดนี้ นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มเติมข้อมูลประโยชน์ทางยา ของตำรับอาหารพื้นบ้านจาก หมอพ้ืนบ้านด้วย และทางกลุ่มมีการรวมตัวกันไปเผยแพร่ความคิดและสูตรเมนู อาหารพนื้ บ้านใน “งานสขุ ภาพดวี ิถีจนั ทร์” จดั โดยสำนักงานกองทุนสนบั สนุนการ วจิ ัย (สกว.) ท่ีจังหวดั จันทบุรี และ “งานมหกรรมสมนุ ไพรแห่งชาตคิ รงั้ ท่ี ๗” ของ กรมพัฒนาการแพทยแ์ ผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสขุ 78 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

ความประทับใจ จ า ก ก า ร เ รี ย น รู้ แ ล ะ ทำงานร่วมกัน พบว่า ความร่วมมือและร่วมใจ ของแม่ครัวของตำบลชาก ไทยน่าชื่นชมมาก เปน็ ผูท้ ี่ มีประสบการณ์ความรู้ และไม่หวงความรู้ ยินดี เข้าร่วมถ่ายทอดและเผย แ พ ร่ ป ร ะ ส บ ก า ร ณ์ สู่ สาธารณะ สมาชิกของกลุ่มอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านอาหารพื้นบ้าน ได้เรียนรู้ อาหารพนื้ บา้ นรว่ มกบั เชน่ แกงดอกบอน เปน็ ตน้ และแลกเปลยี่ นกนั อนาคตจะมกี าร วิเคราะห์คุณค่าของอาหารพื้นบ้านต่อสุขภาพ และเช่ือมโยงไปสู่การท่องเท่ียวเชิง นิเวศน์ของชุมชน และขยายความคิดไปส่นู อกพน้ื ทตี่ อ่ ไป ผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 79

๕บ ทที่ บทสรปุ และขอ้ เสนอแนะ ๕.๑ บทสรุปภาพรวม ประเทศไทยนับเป็นแหล่งที่มีความหลากหลายทางชีวภาพอุดมสมบูรณ์ แห่งหนึ่งของโลก ข้อมูลทางพฤกษศาสตร์ประมาณการณ์ว่า ชนิดของพืชที่ใช้รับ ประทานเชน่ ผักมจี ำนวน ๑,๕๐๐ – ๒,๐๐๐ ชนดิ โดยประมาณ สำหรับในภมู ภิ าค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีประมาณ ๑,๐๐๐ ชนิด ในประเทศไทย คนไทย รับประทานผกั พน้ื บา้ น โดยการเก็บจากแหล่งธรรมชาติ ปลูกเปน็ ผกั สวนครัว และ ซ้ือจากตลาดสดในท้องถ่ิน ผักพื้นบ้านมีหลายส่วนท่ีใช้รับประทานเป็นผักต้ังแต่ หัว ราก หรือเหง้า ยอดออ่ น ใบ ดอก ผลหรือฝัก และแกนกลางของลำต้น วธิ กี าร บริโภค คือ บริโภคเป็นผักสด และปรุงเป็นตำรับอาหารพ้ืนบ้าน ตามวัฒนธรรม ของท้องถ่ิน คุณค่าของผักพ้ืนบ้านจำแนกได้เป็น ๔ ด้าน คือ (๑) ด้านภูมิปัญญา ท้องถ่ิน (๒) ด้านสุขภาพ (๓) ด้านความมั่นคงทางอาหารและระบบนิเวศน์ และ (๔) ดา้ นเศรษฐกจิ 80 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

จากการศึกษาจากวรรณกรรมเกี่ยวกับผักพ้ืนบ้าน และการศึกษาภาค สนาม องค์ความรเู้ กยี่ วกบั ผักพืน้ บา้ นมีจำนวนมาก ท้งั จากงานวิชาการ งานศกึ ษา วิจยั และจากประสบการณ์ทีส่ ง่ั สมอยู่ในชุมชน มรี ายละเอียดดังนี้ (๑) องค์ความรู้ผักพ้ืนบ้านเพื่อสุขภาพ ผักพื้นบ้านไทยมีการริเริ่มสำรวจ ด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้านในปี พ.ศ.๒๕๒๕ โดยกรมวิชาการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ตอ่ จากนนั้ กม็ อี งคก์ รภาครฐั และภาควชิ าการสำรวจผกั พนื้ บา้ น ในประเทศ ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ , กรมการ แพทย์ กระทรวงสาธารณสุข และมูลนิธิแพทย์แผนไทยพัฒนา , สำนักพิมพ์บ้าน และสวน และโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระ เทพรตั น์ราชสดุ าสยามบรมราชกมุ าร พบวา่ ผกั พื้นบา้ นมีจำนวนมากกวา่ ๒๕๐ – ๙๐๐ ชนิด นอกจากนี้ยังมีการสำรวจเฉพาะพ้ืนที่หรือเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ด้วย การสำรวจใช้ความรู้ด้านพฤกษศาสตร์พื้นบ้าน ด้านมานุษยวิทยาสุขภาพ ด้าน วนวัฒน์พ้ืนบ้าน ระยะหลังยังมกี ารสำรวจผกั พื้นบ้านโดยชุมชนอกี ดว้ ย ผกั พืน้ บา้ น เหล่าน้ีถูกบริโภคด้วยวิธีการปรุงเป็นอาหารพื้นบ้านหรืออาหารท้องถ่ิน อาหารพื้น บ้านหรืออาหารท้องถนิ่ มีความหลากหลายมาก มกี ารสำรวจพบวา่ อาหารพื้นบ้าน ภาคใต้มี ๕๐๙ ชนิด และอาหารพ้ืนบ้านภาคเหนือ มี ๖๔๙ ชนิด สถานการณ์ ปัจจุบัน คนไทยยังคงบริโภคผักและผลไม้ต่ำกว่ามาตรฐาน และยังไม่เพียงพอต่อ การสรา้ งสขุ ภาพและปอ้ งกันโรค ในภาพรวมคนไทยบรโิ ภคผกั และผลไมใ้ นปรมิ าณ เฉล่ยี ๒๗๖ กรัม / คน / วัน ผักพื้นบ้านมีคุณค่าในการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกัน การศึกษาคุณค่า ด้านโภชนาการของผักพื้นบ้าน มีการศึกษาโดยกรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มกี ารวเิ คราะหค์ ณุ ค่าทางโภชนาการของส่วนทรี่ บั ประทานเป็นผกั ทั้งผกั เศรษฐกิจ และผักพนื้ บา้ น จำนวน ๑๗๘ ชนิด และการศึกษาวิจยั ผกั พน้ื บา้ นเพือ่ ปอ้ งกนั โรค จำนวน ๒๐ ชนดิ และในระยะเวลาประมาณ ๑๐ ปที ผี่ า่ นมา นกั วจิ ยั ไทยมกี ารศกึ ษา ทดลองคุณสมบัติทางเคมีและทางชีวภาพของผักพื้นบ้าน ประมาณ ๘๐ ชนิด ประกอบด้วย การวิเคราะห์สารกลุ่มฟีนอลิก และการศึกษาผักพ้ืนบ้านท่ีมี ศักยภาพด้านป้องกันและรักษาโรครื้อรัง ประกอบด้วย ผักพ้ืนบ้านท่ีมีฤทธิ์ต้าน อนุมูลอิสระ (การป้องกันโรคเร้ือรัง) ที่สูงมาก จำนวน ๗๐ ชนิด ผักพ้ืนบ้านที่มี ฤทธติ์ า้ นการก่อกลายพันธ/์ุ ฤทธ์ิต้านมะเร็ง จำนวน ๔๔ ชนดิ ผักพนื้ บ้านทมี่ ฤี ทธ์ิ ต้านจลุ ินทรยี ์ จำนวน ๕ ชนิด ผกั พื้นบ้านทม่ี ฤี ทธ์ิบำรงุ สมอง จำนวน ๒ ชนดิ และ ผกั พนื้ บา้ นทมี่ ฤี ทธ์ิปกป้องหลอดเลอื ด จำนวน ๕ ชนิด ดูรายละเอียดรายช่ือผกั พน้ื บา้ นในตารางท่ี ๒ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 81

ตารางท่ี ๒ ตารางแสดงรายชื่อของผักพ้ืนบ้านที่มีศักยภาพด้านป้องกันและ รกั ษาโรคเรื้อรงั รายการ รายชื่อผักพื้นบา้ น ๑. ผกั พื้นบ้านท่ีมีศักยภาพสูงในการปอ้ งกนั โรคเร้อื รงั ๑.ยอดมะมว่ งหิมพานต์ ๒.ยอดมะกอกไทย (ผักพ้นื บา้ นท่ีมฤี ทธ์ิต้านอนุมูลอิสระและ ๓.ยอด/ใบกระโดนน้ำ ๔.ใบมะระขี้นก ช่วยชะลอความชราของร่างกาย) ๕.ผักปยู่ ่า (ชา้ เลือด) ๖.ใบ/ผกั แพว ๗.ผักเม็ก ๘.ผักตว้ิ ขาว ๙.ผักติ้วแดง ๑๐.ใบ/ผกั แขยง ๑๑.ยอดอ่อนมะมว่ ง ๑๒.ดอกมะรมุ ๑๓.เหด็ ตีนแฮด ๑๔.ยอดมะปราง ๑๕.ผกั ฮว้ น ๑๖.ดอกผักเซยี งดา ๑๗.ดอกกระโดนบก ๑๘.ดอกแควง ๑๙.ดอกฟกั ทอง ๒๐.ผักหวานบา้ น ๒๑.ใบ/ดอกข้ีเหล็ก ๒๒.ใบมะขามอ่อน ๒๓.ยอดสะตอ ๒๔.ถ่วั มะแฮะ ๒๕.ยอดมนั แกวเขยี ว ๒๖.ถั่วพู ๒๗.ดอกแคบ้าน ๒๘.ใบสะเดา ๒๙.ลกู เนียงนก ๓๐.มะเดือ่ ปล้อง ๓๑.ลูกฉง่ิ ๓๒.ผักสม้ ป่อง ๓๓.หยวกกลว้ ย ๓๔.บัวเผอ่ื น ๓๕.พงั พวยนำ้ ๓๖.ผักหวานป่า ๓๗.ตำลึงทอง ๓๘.ผักกา้ นตง ๓๙.มะปิน ๔๐.ดอกสงั ๔๑.ยอดหมยุ ๔๒.เลบ็ รอก ๔๓.มะแว้ง ๔๔.กุม่ ปลา ๔๕.ส้ม เม่า ๔๖.ใบมะเม่า ๔๗.ใบปอ ๔๘.ผักหนอก ๔๙.ขมิน้ ชัน ๕๐.ดอกข่า ๕๑.ข่าเทา ๕๒.ส้มป่อย ๕๓.ยอดจกิ ๕๔.ยอดหมุยหอม ๕๕.ยอดมนั ปู ๕๖.ลกู เนยี ง ๕๗.กระถิน ๕๘.ใบยา่ นาง ๕๙.ผักชนี ำ้ ๖๐.เนยี มหเู สือ ๖๑.ใบยอ ๖๒.ผักกาดยา ๖๓.สะเดา ๖๔.ยอด/ดอกออ่ นมะขาม ๖๕.ใบชะมวง ๖๖.ผกั ไผ่น้ำ ๖๗.เม่า ๖๘.ชา้ พลู ๖๙.มะมว่ งพนั ธ์เุ ขียวเสวย ๗๐.ใบมะเฟอื ง (หมายเหตุ : ผักพนื้ บ้านท้งั หมดมีฤทธติ์ ้านอนุมูลอสิ ระ สงู มาก และผกั พืน้ บา้ นหมายเลข ๑-๑๑ มงี านวจิ ยั ยนื ยนั ฤทธิต์ ้านอนุมูลอสิ ระมากกว่า ๒ เรือ่ ง) 82 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

ตารางท่ี ๒ ตารางแสดงรายชื่อของผักพื้นบ้านท่ีมีศักยภาพด้านป้องกันและ รกั ษาโรคเรือ้ รงั (ต่อ) รายการ รายชื่อผกั พ้นื บ้าน ๒.ผกั พน้ื บา้ นทม่ี ฤี ทธิ์ต้านการก่อกลายพันธ์ุ/ฤทธ์ิต้าน ๑.กระโดนบก ๒.ข่า ๓.จิกน้ำ ๔.ถวั่ มะแฮะ มะเรง็ ๕.ผกั สม้ ป่อง ๖.มะดนั ๘.มะเมา่ ๙.มนั แกวเขยี ว ๑๐.เล็นเคด็ ๑๑.สม้ ป่อย ๑๒.ผกั แพว (ผักไผ่) ๓.ผักพน้ื บา้ นทม่ี ีฤทธิ์ลดนำ้ ตาลในเลอื ดและดแู ล ๑๓.ผักขี้ขวง (สะเดาดิน) ๑๔.ผกั โขมหัด เบาหวาน ๑๕.มะระขนี้ ก ๑๖.ใบมะม่วง ๑๗.เพกา ๔.ผักพ้นื บ้านที่มฤี ทธติ์ ้านจุลินทรยี ์ ๑๘.ดอกแกว้ เมอื งจีน ๑๙.ตงั โอ๋ ๒๐.แขนงกะหลำ่ ๕.ผกั พืน้ บา้ นที่มศี กั ยภาพสงู ในการปอ้ งกนั โรคเรื้อรงั ๒๑.ปีแซ ๒๒.ตะไคร้ ๒๓.ชะมวง ๒๔.โหระพา (ผกั พ้ืนบา้ นท่มี ีฤทธ์ติ า้ นอนุมลู อิสระและชว่ ยชะลอ ๒๕.ใบยี่หร่า ๒๖.แมงลัก ๒๗.ถั่วลันเตา ความชรา) ๒๘.แคบ้าน ๒๙.ผักแว่น ๓๐.ยอดสะเดา ๖.ผักพ้นื บ้านที่มฤี ทธปิ์ กปอ้ งหลอดเลอื ด ๓๑.พรกิ ไทย ๓๒.มะกรูด ๓๓.มะแขวน่ ๓๔.ชา้ พลู ๓๕.ใบยอ ๓๖.พลคู าว ๓๗.ผักขะแยง ๓๘.ขึ้นฉา่ ย ๓๙.บัวบก ๔๐.ผกั ชี ๔๑.ผกั ชฝี รั่ง ๔๒.หอมแย้ ๔๓.กระชาย ๔๔.ขิงแก ่ ๑.มะระขีน้ ก ๒.ตำลึง ๓.ช้าพลู ๔.มะแว้งเครอื และมะแว้งตน้ ๑.ใบขี้เหลก็ ๒.ใบแขยง ๓.ใบชะมวง ๔.ใบชะอม ๕.ใบแพว ๑.บวั บก ๒.พริกไทยดำ ๑.ตว้ิ ๒.เม็ก ๓.แขยง ๔.หม่อน ๕.กระโดน ผักพ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 83

(๒) องค์ความรูผ้ กั พื้นบา้ นเพ่อื เศรษฐกจิ ชุมชน ผักพื้นบ้านมีท่ีมาจากแหล่งธรรมชาติและการปลูกในระดับครอบครัว ผัก พ้ืนบ้านบางชนิดเป็นพืชเศรษฐกิจท่ีสร้างรายได้ให้ชุมชน อย่างไรก็ตามมูลค่าทาง เศรษฐกิจของผักพืน้ บา้ นในภาพรวมยงั ไมม่ ีรายงาน ผักพ้ืนบ้านหลายชนิดมีการขยายพันธุ์และปลูกในพ้ืนที่กว้าง และนำไป จำหนา่ ยในตลาดสว่ นทอ้ งถน่ิ และตลาดกลาง สำหรบั เสน้ ทางการตลาดของผกั พนื้ บา้ น มี ๓ ลักษณะ คือ (๑) เกษตรกรจำหน่ายผักพื้นบ้านให้กับผู้บริโภคโดยตรง (๒) เกษตรกรจำหน่ายผักพื้นบ้านให้พ่อค้าคนกลาง หรือพ่อค้าขายส่งในและนอก จงั หวัด (๓) เกษตรกรจำหนา่ ยผกั พน้ื บ้านใหพ้ อ่ คา้ ขายส่งนอกพื้นที่ หรือเปน็ พ่อคา้ จากตลาดกลาง ซ่ึงพ่อค้าจะมีการจัดการต่อเนื่องไปยังผู้ประกอบการในท้องถ่ิน พอ่ คา้ ขายปลีก และผ้บู ริโภคต่อไป การจัดการความรู้และงานวิจัยด้านปลูกและดูแลผักพ้ืนบ้าน มีทั้งระดับ บุคคลองค์กรภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา จำนวนงานศึกษาท่ีไม่มากนัก ความรู้ในการขยายพันธ์และดูแลรักษายังคงอยู่ในประสบการณ์ของเกษตรกร ตัวอย่างหนังสือ ชื่อ “การผลิตและการตลาดผักพ้ืนบ้าน จังหวัดกระบ่ี” “ผักพ้ืน บ้าน คู่มือการปลูกเชิงการค้า” และ “คุณค่าผักพื้นบ้านได้ระบบเกษตรกรรมยั่ง ยนื ” เปน็ การศกึ ษาและถอดความรจู้ ากประสบการณข์ องเกษตรกรทป่ี ลกู ผกั พนื้ บา้ น โดยตรง ส่วนการวิจัยเก่ียวกับการปลูกและดูแลรักษาผักพื้นบ้าน มีจำนวน ๔ เรื่อง เปน็ การศกึ ษาเกยี่ วกบั การปลกู และดแู ลรกั ษาผักพ้นื บ้านหลายชนดิ ตวั อยา่ ง เช่น ผักแพว ผักแขยง ผักโหระพา ผักชีลาว ช้าพลู ตะไคร้ ผักปลัง ผักบุ้ง แดง ผักหวานบ้าน สลิด สะตอ เป็นต้น ในภาพรวมผักพ้ืนบ้านมีการปลูกและ จำหน่ายกว้างขวางมากข้ึน สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร นอกจากน้ียังมีการเพาะ ขยายพันธ์ุผักพื้นบ้าน และการนำผักพ้ืนบ้านมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ของท้องถ่ิน ตัวอย่างเช่น ผงนัวสำหรับปรุงรส (จังหวัดสกลนคร) ผงปรุงรสก๋วยเตี๋ยวหมูเลียง (จังหวัดจันทบุรี) น้ำด่ืมสมุนไพรและผักพื้นบ้าน เช่น น้ำบัวบก น้ำย่านาง น้ำ อญั ชนั (จังหวัดขอนแก่น) เปน็ ต้น ผลติ ภณั ฑเ์ หล่านีไ้ ดส้ รา้ งคุณค่าและมูลค่าใหก้ ับ เศรษฐกิจชุมชนเช่นกัน 84 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

(๓) บทเรียนและเง่ือนไข / ปัจจัยในการฟื้นฟูการใช้ประโยชน์จาก ผกั พ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้านในชุมชน ในชว่ งระยะเวลากว่า ๑๐ ปที ่ผี ่านมา ชมุ ชนหลายแหง่ มีการสง่ เสรมิ เรยี นรู้ และวิจัยรูปแบบการจัดการเพ่ือฟื้นฟูการใช้ประโยชน์จากผักพ้ืนบ้านและอาหาร พืน้ บา้ นในชมุ ชนสำหรับงานวจิ ัยมี ๓ ลกั ษณะ คือ งานวิจยั ทอ้ งถนิ่ งานวิจยั ปฏบิ ตั ิ การแบบมีส่วนร่วม และงานวิจัยแบบบูรณาการ (แบบสหวิทยาการ และมีชาว บ้านเป็นหุ้นส่วนสำคัญ) มีเป้าหมายสำคัญคือ ให้ชุมชนเข้าใจมีและใช้ประโยชน์ จากผักพ้ืนบ้าน เพ่ือเป็นแหล่งอาหาร แหล่งยา และแหล่งเสริมรายได้ในชุมชน อย่างยั่งยืน กระบวนการสำคัญมี ๕ ด้าน คือ (๑) การสำรวจชนิด และวิธีการใช้ ประโยชน์จากผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้านในชุมชน (๒) การส่งเสริมและฟื้นฟู คุณค่าและการใช้ประโยชน์ด้านสุขภาพในชุมชน (๓) การศึกษา แลกเปล่ียนและ ส่งเสริมการขยายพันธุ์ และการปลูกผักพ้ืนบ้านในชุมชน (๔) การสรา้ งจติ สำนึกให้ เยาวชนได้เรียนรู้เข้าใจและร่วมอนุรักษ์ผักพื้นบ้านและวัฒนธรรมบริโภคอาหาร พน้ื บา้ นในชมุ ชน (๕) การตอ่ ยอดภมู ปิ ญั ญาทอ้ งถน่ิ ดว้ ยผกั พน้ื บา้ นและอาหารพน้ื บา้ น เพอื่ พัฒนาเปน็ ผลติ ภัณฑ์ หรือนวตกรรมด้านสขุ ภาพ และจากการศึกษาภาคสนาม ๔ แห่ง ใน ๔ ภมู ภิ าค ในจังหวัดพจิ ติ ร ชุมพร ขอนแกน่ และจนั ทบรุ ี ซ่ึงเปน็ พน้ื ท่ี ที่มีประสบการณ์การทำงานเพ่ือฟ้ืนฟูการใช้ประโยชน์จากผักพ้ืนบ้านและอาหาร พ้ืนบ้านมายาวนานระยะหน่ึง ชุมชน ๔ กรณีศึกษาดังกล่าวมีการปลูกการบริโภค และการจำหน่ายผักพื้นบ้าน และอาหารพื้นบ้านเป็นรายได้เสริมสำหรับสมาชิก ชมุ ชน เงอื่ นไข / ปจั จยั ทีท่ ำให้การทำงานประสบความสำเร็จ ประกอบด้วย ปัจจัย ภายในและปัจจัยภายนอกชุมชน ปัจจัยภายในชุมชน ประกอบด้วย นโยบาย สาธารณะด้านสุขภาพท่ีเห็นความสำคัญของผักพื้นบ้าน / ผักปลอดสารพิษ / อาหารพ้ืนบ้านที่ต่อเน่ือง ชุมชนมีภูมิปัญญาด้านผักพ้ืนบ้าน และอาหารพื้นบ้าน ชุมชนมีกระบวนการรวบรวมความรู้ เรียนรู้ และจัดการความรู้ด้านผักและอาหาร พ้ืนบ้านในชุมชน ชุมชนมีการเรียนรู้ด้าน เพาะพันธุ์ ปลูก ดูแล และกระจาย ผลผลิตสู่ตลาดในและนอกชุมชนอย่างสมดุลและต่อเนื่อง และชุมชนมีการรวมตัว เป็นกลมุ่ และจัดการแบบกล่มุ และเครอื ข่ายเพ่ือได้รับประโยชนจ์ ากผกั และอาหาร พื้นบ้านร่วมกัน ส่วนปัจจัยภายนอกชุมชนมีการสนับสนุน ประกอบด้วยการ สนบั สนนุ ๕ ดา้ น คือ ดา้ นนโยบาย ด้านงบประมาณ ดา้ นวิชาการ ด้านการตลาด ผักพ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 85

ด้านมาตรฐานผลผลิตของผัก จากเง่ือนไขและปัจจัยดังกล่าว ประกอบกับระบบ นิเวศท่ีเอื้ออำนวยที่เหมาะสมกับความหลากหลายของผักพื้นบ้าน เม่ือทำงานมา ระยะหนง่ึ ชมุ ชนมคี วามสำเรจ็ คอื ชมุ ชนมกี ลมุ่ ปลกู ผกั พน้ื บา้ นทปี่ ลอดภยั ทำใหก้ ลมุ่ และผู้ที่ปลูกผักพ้ืนบ้านมีการบริโภคผักพ้ืนบ้าน/อาหารพื้นบ้าน มีความมั่นคงทาง อาหารในระดับครอบครัวและมีรายได้เสริมในครอบครัว และทำให้คนในและนอก ชุมชนมีอาหารปลอดภัยสำหรับบริโภค ส่งผลดีต่อสุขภาพ ทำให้ส่ิงแวดล้อมดีข้ึน และชุมชนยงั เป็นแหล่งเรียนร้แู ละศกึ ษาดูงานสำหรับคนในและนอกชมุ ชน แผนภูมิท่ี ๒ แสดงเง่ือนไข / ปัจจัยท่ีกำหนดความสำเร็จในการฟ้ืนฟูการใช้ ประโยชนจ์ ากผักพน้ื บา้ นและอาหารพ้ืนบ้านในชมุ ชน 86 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

๕.๒ แนวทางการฟ้ืนฟูและการใช้ประโยชน์จากผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน ในชมุ ชนและขอ้ เสนอแนะ แนวทางและขอ้ เสนอแนะดา้ นนโยบาย ในสถานการณ์ปัจจุบัน กระทรวงสาธารณสุขมีนโยบายการผลักดันและส่ง เสริมด้านอาหารปลอดภัยและในระดับพื้นท่ี หน่วยงานสาธารณสุขส่วนภูมิภาคมี การส่งเสริมการปลูกและบริโภคอาหารและผักปลอดสารพิษ ซ่ึงสอดคล้องกับ นโยบายอาหารปลอดภัย นอกจากน้ี ยังมีนโยบายการส่งเสริมและปรับเปล่ียน พฤติกรรมบริโภคเพ่ือสุขภาพและป้องกันโรค อย่างไรก็ตามนโยบายดังกล่าวยังไม่ ได้ให้ความสำคัญกับผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทย และการแพทย์ทางเลือก เป็นหน่ึงในกรมวิชาการของกระทรวงสาธารณสุข สามารถมีบทบาทในการส่งเสริมการบริโภคผักพ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน เพ่ือ สร้างสุขภาพและป้องกันโรค การขับเคลื่อนนโยบายสามารถขับเคลื่อนแบบบูรณา การและเช่ือมโยงไปกับเป้าหมายด้านสุขภาพของกระทรวงสาธารณสุข เป้าหมาย สำคัญคือ “การเพ่ิมปริมาณและความหลากหลายในการบริโภคผักและผลไม้ของ คนไทยในกลมุ่ ปกติ กลมุ่ เส่ยี ง และกลุ่มผู้ปว่ ยโรคเรือ้ รังใหเ้ ทา่ กบั มาตรฐาน” โดยที่ กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกสามารถมีบทบาทสนับสนุน และส่งเสริมการบริโภคผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้านให้กับชุมชนและประชาชน และเช่ือมโยงการทำงานร่วมกับหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุข การขับ เคลอ่ื นนโยบายเกยี่ วกบั อาหารพน้ื บ้าน และผักพืน้ บ้าน จำเปน็ ต้องอาศยั วทิ ยาการ แบบสหสาขา ประกอบด้วย ด้านวิทยาศาสตร์สุขภาพ ด้านวิทยาศาสตร์อาหาร ด้านโภชนาการ ด้านเภสัชศาสตร์ ด้านมานุษยวิทยาสุขภาพ ด้านพฤกษศาสตร์ พน้ื บา้ น และดา้ นวนวฒั นพ์ น้ื บา้ น ดา้ นเกษตรศาสตร์ ดา้ นสขุ ภาพชาตพิ นั ธุ์ และดา้ น เศรษฐศาสตร์ชุมชน ตัวอย่างหน่วยงานภายในกระทรวงสาธารณสุขท่ีเก่ียวกับการ ส่งเสริมการบริโภคผักและผลไม้ เช่น กรมอนามัย กรมควบคุมโรค เป็นต้น การ ผนึกกำลังร่วมกันภายในกระทรวง จะทำให้องค์ความรู้เก่ียวกับผักพื้นบ้านและ อาหารพื้นบ้านสามารถถ่ายทอดและส่งผ่านไปยังกลไกรัฐและกลไกชุมชนได้อย่าง ท่ัวถงึ ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 87

นอกจากน้ี กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ยัง สามารถมีนโยบายพัฒนาผักพื้นบ้านและอาหารพ้ืนบ้านร่วมกับหน่วยงานนอก กระทรวงสาธารณสขุ ทใี่ หค้ วามสนใจกับผกั พ้นื บ้าน ตวั อย่างเชน่ สำนกั งานกองทุน สนับสนุนงานวิจัย (สกว.) สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจบนฐานชีวภาพ (องค์การ มหาชน) หรอื เช่ือมโยงกับเครอื ขา่ ยป่าชมุ ชน ภายใต้ศนู ยฝ์ ึกอบรมวนศาสตรช์ มุ ชน และภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกโครงการพัฒนาองค์ ความรแู้ ละศึกษานโยบายการจดั การทรพั ยากรชวี ภาพในประเทศไทย (BRT) และ สถานบนั การศึกษา เปน็ ตน้ แนวทางและขอ้ เสนอแนะด้านปฏิบตั กิ าร สำหรับระดับชุมชนหรือระดับท้องถิ่น หลายแห่งมีบทเรียนการฟื้นฟูการ ปลกู และการบริโภคผักพ้นื บ้านและอาหารพนื้ บ้าน สำหรบั ชุมชนทม่ี บี ทเรียน ควร มีการจัดการความรู้และสรุปบทเรียนเพื่อเผยแพร่แนวคิดและบทเรียนสู่ภายนอก ชุมชนอ่ืน และควรสร้างโอกาสในการเรียนรู้แลกเปล่ียนกับชุมชนอ่ืน เพ่ือนำบท เรียนภายนอกมาประยกุ ต์ใช้และพัฒนาในมิตอิ ืน่ ต่อไป สว่ นชมุ ชนทีย่ ังไม่มบี ทเรยี น ควรเร่ิมจากการศึกษาและจัดระบบภูมิปัญญาท้องถ่ินด้านผักพื้นบ้านและอาหาร พื้นบ้านของชุมชน จากน้ันจึงรวมตัวผู้ที่สนใจอยากร่วมพัฒนาและองค์กร สนับสนุนในชุมชนเพื่อวางแผนปฏิบัติการประเมินผลในโครงการปฏิบัติการต่อไป แนวทางการทำงาน อาจมีท้ังการขยายพันธ์ุและการปลูก การส่งเสริมการตลาด และผลิตภัณฑ์จากผักพ้ืนบ้าน การส่งเสริมจิตสำนึกและการบริโภคผักพ้ืนบ้านใน ชุมชน ท้ังคนที่อยู่ในวัยผู้ใหญ่และวัยเด็ก นอกจากนี้กระบวนการเรียนรู้และส่ง เสรมิ การรณรงค์บรโิ ภคให้คนรุน่ ใหม่หรือคนเมืองด้วย 88 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

บรรณานกุ รม กนกวรรณ ปลาศิลา และคณะ.๒๕๕๓.การศึกษาภูมิปัญญาอาหารไทยใหญ่. ในการประชุมวิชาการ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ประจำปี ๒๕๕๓ “การพฒั นาชนบทท่ยี ่งั ยนื ” ๒๑ – ๒๓ มกราคม ๒๕๕๓. กมล เลิศรัตน์, อรสา ดิสถาพร และคณะ.๒๕๔๔.รายงานการประมวล องค์ความรู้ เร่ือง ผักในประเทศไทย : สถานภาพของการผลิต การตลาดและการวจิ ัย.กรุงเทพฯ : สำนกั งานกองทนุ สนับสนนุ การวิจัย. กมลทิพย์ กสิการ์.๒๕๓๘.ความหลากหลายของผักพ้ืนบ้านในจังหวัด นครราชสีมา.รายงานวิจัย คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สถาบัน ราชภฏั นครราชสีมา. กรกรต อินทชยาคม.๒๕๔๕.การวิเคราะห์เศรษฐกิจการผลิตและการตลาด ผักพ้ืนบ้านในจังหวัดชุมพร ปีการเพาะปลูก ๒๕๔๓/๒๕๔๔. วิทยานิพนธ์วทิ ยาศาสตร์มหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์เกษตร). ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 89

กรมสง่ เสรมิ การเกษตร.๒๕๕๑.ผกั สวนครวั สานสายใยรกั แหง่ ครอบครวั .เอกสารเผย แพร.่ กระทรวงสาธารณสุข.๒๕๔๙.รายงานผลการสำรวจพฤติกรรมเส่ียงโรค ไมต่ ิดตอ่ และการบาดเจ็บ พ.ศ.๒๕๔๘ .นนทบรุ ี. กฤษฎา บุญชัย, บัณฑูร เศรษฐศิโรตน์ และวิฑูรย์ เล่ียนจำรูญ.๒๕๕๐.แนว ความคดิ และนโยบายฐานทรัพยากรอาหาร.กรุงเทพฯ : พิมพ์ดีการพิมพ.์ กฤษดา ศิรามนุช.๒๕๕๑.Anti-Aging ต้านความแก่ด้วยวิธีธรรมชาติ.กรุงเทพฯ : ฐานบ๊คุ ส์. กลุ่มวิจัยสมุนไพร คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น.๒๕๔๔.สมุนไพร รักษาเบาหวาน มะเร็งและความผิดปกติของสมอง และสมุนไพรต่อระบบ สบื พันธช์ุ าย.รายงานการศึกษา. กองโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข.๒๕๔๔.คุณค่าทางโภชนาการ ของอาหารไทย.กรงุ เทพฯ : โรงพิมพ์องคก์ ารทหารผ่านศกึ . กัญญา สุจริตวงศานนท์.๒๕๔๙.ท่านรู้จักไก สาหร่ายล้ำคุณค่าของคนไทย ภาคเหนือแล้วหรือยัง.วารสารอาหาร : ปีท่ี ๓๖ ฉบับที่ ๓ กรกฎาคม – กนั ยายน ๒๕๔๙. กาญจนา สุระ.๒๕๕๐.การพัฒนาองค์ความรู้เพื่อเพ่ิมศักยภาพด้านการผลิต ผักปลอดสารพิษแบบมีส่วนร่วมของจังหวัดเชียงใหม่.รายงานวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดหนุนงานวิจัยจากสำนักงานคณะกรรมการการวิจัย แห่งชาติ. 90 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

เกริก ท่วมกลาง.๒๕๔๗.เทคนิคการปลูกผักพื้นบ้าน ผักริมรั้ว.กรุงเทพฯ : สถาพรบุ๊คส.์ เกศศิณี ตระกูลทิวากร.๒๕๔๒.สารธรรมชาติจากพืชท่ีช่วยสร้างสุขภาพ.วารสาร อาหาร : ปที ี่ ๒๙ ฉบับที่ ๒ เมษายน – มิถุนายน ๒๕๔๒. เกศศิณี ตระกูลทิวากร และจันทร์เพ็ญ ศักด์ิสิทธิพิทักษ์.๒๕๔๓.ศักยภาพใน การต้านสารอนุมูลอิสระของสารสกัดจากผักพื้นบ้านไทย.วารสารอาหาร : ปีที่ ๓๐ ฉบบั ท่ี ๓ กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๔๓. เกศศิณี ตระกูลทิวากร และจันทร์เพ็ญ ศักด์ิสิทธิพิทักษ์.มปป.ศักยภาพในการ ต้านสารอนุมูลอิสระของสารสกัดจากผักพ้ืนบ้านไทย.ในรายงานผลงาน วิจัย ประจำปี ๒๕๓๙ – ๒๕๔๒ สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ ์ อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.์ คณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ.๒๕๕๑.แผนยุทธศาสตร์การพัฒนา เกษตรอนิ ทรีย์แหง่ ชาติ ฉบบั ท่ี ๑ พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๔ และแผนปฏบิ ตั กิ าร พัฒนาเกษตรอินทรีย์แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๕๑-๒๕๕๔.กรุงเทพฯ : คณะกรรมการพัฒนาเกษตรอินทรียแ์ หง่ ชาติ. คมสัน หุตะแพทย์ (บรรณาธิการ).๒๕๕๑.การผลิตเมล็ดพันธ์ุผักใช้เองใน ครัวเรือน.วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบบั ที่ ๑๑/๒๕๕๑. คมสัน หุตะแพทย์ (บรรณาธิการ).๒๕๕๑.พืชพื้นบ้าน ต้านอนุมูลอิสระ.วารสาร เกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ ๖/๒๕๕๑. คมสัน หุตะแพทย์ (บรรณาธิการ).๒๕๕๒.สาหร่าย พืชเปลี่ยนโลก แหล่งอาหาร ยา เคร่ืองสำอางค์ และพลังงาน.วารสารเกษตรกรรมธรรมชาติ ฉบับที่ ๑๑/๒๕๕๒. ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 91

คมสัน หุตะแพทย์, สรานนท์ ใยบำรุง และคณะ.๒๕๕๒.สวนผักคนเมือง สวนผัก ดาดฟา้ .กรุงเทพฯ : ออฟเซ็ทครีชน่ั . งามตา เพชรคอน.๒๕๔๙.การพัฒนาหลักสูตรการอนุรักษ์ท้องถ่ิน เร่ือง ผกั พน้ื บา้ นสำหรบั นกั เรียนชว่ งชน้ั ท่ี ๒ ในโรงเรยี นสงั กดั สำนักงานเขตพืน้ ที่ การศึกษาสุพรรณบรุ ี เขต ๓ .วิทยานพิ นธ์ หลกั สตู รครุศาสตรม์ หาบณั ฑิต มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตร.ี จันทร์เพ็ญ ศักด์ิสิทธิพิทักษ์ และเกศศิณี ตระกูลทิวากร.๒๕๔๓.ฤทธ์ิต้านการ ก่อกลายพันธ์ุของผักพ้ืนบ้านไทย.รายงานวิจัย สนับสนุนทุนอุดหนุน การวิจัย สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ประจำปีงบประมาณ๒๕๔๓. จิตรา สิงห์ทอง, สุเวทย์ นิงสานนท์ และ Steve W.Cui.๒๕๕๐.การศึกษา การสกัดองค์ประกอบและคุณสมบัติเชิงหน้าท่ีของสารสกัดจากใบย่านาง. รายงานวิจัยสนับสนุนทุนวิจัยโดย สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา และสำนักงานกองทนุ สนับสนุนการวจิ ัย. จุไรรัตน์ กุหลาบแก้ว, พัชรีวัลย์ ปั้นเหน่งเพ็ชร และคณะ.๒๕๔๔.ฤทธิ์ต้าน ออกซิแดนท์ของผักแพว.รายงานวิจัย สนับสนุนโดยคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ประจำปี ๒๕๔๔. ฉวีวรรณ บุญเรือง, กิตติ บุญเลิศนิรันดร์ และคณะ.๒๕๕๐.เทคโนโลยีที่เหมาะสม สำหรับการปลูกผักพื้นบ้านอินทรีย์.รายงานการวิจัย คณะเทคโนโลยี การเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล สวุ รรณภูมิ. 92 สำนักการแพทย์พ้ืนบ้านไทย

ชอบ ขันทอง.๒๕๔๕.ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อการส่งเสริมการอนุรักษ์ผักพ้ืนบ้าน ในชุมชนบนพ้ืนที่สูง ตำบลแม่ขะนิง อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน. วทิ ยานพิ นธ์ หลกั สูตรปรญิ ญาเกษตรศาสตร์มหาบณั ฑิต สาขาวชิ าสง่ เสรมิ การเกษตรและสหกรณ์ มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธริ าช. ชาลส์ เอ็ม พีเตอร์ส.๒๕๓๙.การสร้างรายได้และการเก็บหาของป่าอย่างย่ังยืน ในเขตร้อน.กรุงเทพ : ศูนย์ฝึกอบรมวนศาสตร์ชุมชนแห่งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. ชุติกาญจน์ ศักดิ์สิงห์.๒๕๕๑.การศึกษาสมบัติต้านอนุมูลอิสระในผักพ้ืนบ้าน. รายงานการศึกษาอิสระ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย ขอนแก่น. ไชยวัฒน์ ไชยสุต, สุนีย์ จันทร์สกาว และคณะ.๒๕๒๑.ฤทธ์ิต้านออกซิแดนท ์ การอักเสบของพืชผักพื้นบ้านและสมุนไพรไทยบางชนิด.รายงานการวิจัย. โดยการสนบั สนนุ ทุนวจิ ยั คณะเภสชั ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่ . ฐิติพร เพ็งวัน.๒๕๔๙.ภาวะโภชนาการ พฤติกรรมการบริโภคและคุณค่า ของตำรับอาหารพ้ืนบ้าน : ศึกษาเฉพาะกรณีพ้ืนท่ีลุ่มน้ำห้วยแร้ง – คลองพีด จังหวัดตราด.วิทยานิพนธ์ปริญญาคหกรรมศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร.์ ณรงค์ คงมาก.๒๕๓๙.ผักพ้ืนบ้านเมืองกระบี่ การผลิตและการตลาด.นนทบุรี : สำนกั พมิ พ์โลกดุลยภาพ. ดนุ เกษตรศิริ, จิรัญญา บุรีมาศ และคณะ.๒๕๕๑.การใช้สารต้านอนุมูลอิสระ ธรรมชาติป้องกันอาการบาดเจ็บและภาวะเครียด ออกซิเดช่ันในผู้ป่วย พีต้า-ธาลัสซีเมียฮีโมโกลพันธี.รวมบทคัดย่อผลงานวิจัย มหาวิทยาลัย ขอนแกน่ .โรงพิมพ์มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น. ผักพ้ืนบ้านและอาหารพ้ืนบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 93

ดาลัด ศิริวัน.๒๕๕๑.พฤกษเคมี สารต้านอนุมูลอิสระในอาหาร : ของขวัญจาก ธรรมชาติ.วารสารอาหาร : ปีท่ี ๓๘ ฉบับท่ี ๑ มกราคม – มีนาคม ๒๕๕๑. ดิเรก สาระวดี และเจตต์นภัส ระยับกุล.๒๕๔๑.การศึกษาและรวบรวมพืชพรรณ เพื่อใช้ในไร่นาสวนผสม.รายงานการวิจัย สถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ . ดิรก สาระวดี และเจตต์นภัส ระยับกุล และสุณีย์ กวิศราศัย.๒๕๔๔.ความ หลากหลายและการใช้ประโยชน์พืชพรรณในชนบทอีสาน.รายงานวิจัย สถาบันวิจยั และพัฒนา มหาวิทยาลยั ขอนแก่น. เตือนจิต คำพิทักษ์, พจน์ ศรีบุญลือ และคณะ.๒๕๔๗.ปริมาณไลโคปีนและ บีต้าแคโรทีนในพืชผักและผลไม้พื้นบ้านของไทย.รายงานการวิจัย สนบั สนุนโดยทนุ อุดหนนุ การวิจัย มหาวิทยาลยั ขอนแก่น. เตือนใจ นุชดำรง และธีรยุทธ สมตน.๒๕๔๘.พฤกษศาสตร์พ้ืนบ้าน อาหารป่า ชาวลีซู.กรมอทุ ยานแหง่ ชาติ สตั วป์ ่า และพนั ธุ์พชื . ทวีทอง หงสว์ ิวัฒน์.๒๕๔๗.สารานกุ รมผัก.กรุงเทพ : สำนกั พมิ พแ์ สงแดด. ทวีศักดิ์ สุขรัตน์ และคณะ.๒๕๔๘.โครงการแนวทางวิจัยและพัฒนาเกษตร อินทรีย์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะท่ี ๑.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดย สำนักงานกองทุนสนับสนนุ การวจิ ยั สำนักงานภาค. ทิพย์พรรณ สถากร.๒๕๔๕.รายช่ือผัก ผลไมแ้ ละพชื ไร่.กรมวชิ าการเกษตร. 94 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

ธนะภัทท์ คูตรีสุคนธ์.๒๕๔๔.ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคมท่ีมีผลต่อระดับการ พ่ึงพิงผลผลิตของป่าจากป่าโปร่งขุนเพชร จังหวัดชัยภูมิ .วิทยานิพนธ ์ ปรญิ ญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑติ สาขาการจัดการทรพั ยากร มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์. ธเนศ แตงสาตร,์ ยรรยง อนิ ทร์ปาง และมณรี ตั น์ องคว์ รรณด.ี ๒๕๕๑.การจดั การ ป่าชุมชนแบบมีส่วนร่วมของชุมชนท้องถ่ิน บ้านโคกประดู่ ตำบลมหาโพธิ อำเภอสระโบสถ์ จังหวัดลพบุรี.กษ.๓๙(๓) (พิเศษ) : ๓๘๑-๓๘๔ (๒๕๕๑). นฤดม บุญ-หลง และกล้าณรงค์ ศรีรอด (บรรณาธิการ).๒๕๔๕.อาหารเพื่อ มนษุ ยชาต.ิ กรุงเทพฯ : สำนกั พมิ พม์ หาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร.์ นาถพงศ์ พัฒนพันธ์ชัย และสมใจ สิงห์สา.๒๕๕๐.คุณค่าผักพื้นบ้านในระบบ เกษตรกรรมยั่งยนื .กรงุ เทพ : ธนาพรน้ิ ตง้ิ . บังอร ศรีพานิชกุลชัย, อรุณศรี ปรีเปรม และคณะ.๒๕๔๖.ฤทธ์ิต้านออกซิเดชั่น และต้านการกลายพันธ์ุของพืช ในพ้ืนท่ีโคกภูตากา อำเภอภูเวียง จังหวัด ขอนแก่น.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดหนุนการวิจัย คณะเภสัช ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ปงี บประมาณ ๒๕๔๖. บัญญัติ ตะนาวศรี และคณะ.๒๕๔๙.โครงการผักพื้นบ้านอาหารพ้ืนเมืองสู ่ การเรียนรู้ ตำบลต้นธง อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย และสำนักงานกองทุน สนบั สนุนการส่งเสริมสขุ ภาพ. ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 95

บุญเกิด คงยิ่งยศ, วีรพล คู่คงวิริยพันธุ์ และคณะ.๒๕๔๔.ฤทธ์ิป้องกัน ความเครยี ดจากภาวะออกซไิ ดซข์ องผกั พนื้ บา้ นในหลอดทดลองแบบตา่ ง ๆ .รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดหนุนการวิจัย คณะแพทย์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ . บุญมี นากรณ์.การหาปริมาณกรดออกซาลิกในผักพื้นบ้านชนิดต่าง ๆ ตกตะกอน แคลเซียมออกซาเลต.รายงานการวิจัย โดยการสนับสนุนทุนอุดหนุน การวจิ ัย สถาบันราชภฏั อุบลราชธานี. บุญส่ง เอกพงษ์, นพมาศ นามแดง และทวีศักด์ิ วิยะไชย.๒๕๕๒.ศักยภาพ การผลิตผักพื้นบ้านเชิงการค้าในจังหวัดอุบลราชธานี.ในเร่ืองเต็ม การประชุมทางวิชาการ คร้ังที่ ๔๗ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เล่มท่ี ๑ สาขาพชื .กรงุ เทพฯ : มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์. ประภาพร ภูริปัญญาคุณ.๒๕๔๘.การสร้างบทเรียนวิทยาศาสตร์ท้องถิ่น อาหาร ท่ีประกอบด้วยผักพื้นบ้านเกาะเกร็ด.รายงานการวิจัย มหาวิทยาลัย ราชภัฏจันทรเกษม. ประเสริฐ ศรีไพโรจน์, เทียนศักด์ิ เมฆพรรณโอภาส และนิภา ๒๕๔๑.การศึกษา คุณค่าทางโภชนาการของพืชและผักพ้ืนบ้านที่ชาวอีสานใช้เพื่อการบริโภค. มหาวิทยาลยั มหาสารคาม. ประหยัด สายวิเชียร.๒๕๔๗.อาหาร วัฒนธรรมและสุขภาพเชียงใหม่ : นพบุร ี การพมิ พ์. ปราณี มีทรัพย์หลาก, วิไลลักษณ์ ตั้งเจริญ และคณะ.๒๕๔๗.การศึกษา หาปริมาณโปรตีนในผักพื้นบ้านเขตทุ่งกุลาร้องไห้ จังหวัดยโสธร.รายงาน การวิจัย โดยการสนับสนุนทุนอุดหนุนการวิจัย มหาวิทยาลัยราชภัฎ จนั ทรเกษม ปกี ารศึกษา ๒๕๔๗. 96 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

ปราณี อ่านเปร่ือง และคณะ.๒๕๕๐.ผลิตภัณฑ์ผักและผลไม้ท้องถ่ินที่มีหน้าท ่ี เฉพาะของสารพรีไบโอติกส์และแอนติออกซิเดนท์.รายงานการวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั . ปริทรรศน์ ไตรสนธิ และชูศรี ไตรสนธิ.๒๕๓๕.พืชผักพื้นบ้านในจังหวัดเชียงใหม่. เอกสารประกอบการประชุมวิชาการวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่ง ประเทศไทย ครง้ั ท่ี ๑๘ วนั ท่ี ๒๗-๒๙ ตลุ าคม ๒๕๓๕ ณ ศูนย์ประชมุ แหง่ ชาตสิ ริ กิ ติ ต์ิ ปวีณา ข่วงทิพย์.๒๕๔๖.ฤทธ์ิกำจัดอนุมูลอิสระและต้านออกซิเดช่ันของพืช. รายงานวิทยานิพนธ์ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัย ขอนแกน่ . ผา กองธรรม, ทองยุ้น ทวีสาร และคณะ.๒๕๔๙.ศึกษาแนวทางการฟ้ืนฟูผัก พื้นบ้านในพ้ืนท่ีทามโดยชุมชน กรณีป่าทามชุมชนกุดเป่ง ตำบลยางคำ อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด.สนับสนุนโดยสำนักงานกองทุน สนบั สนุนการวจิ ัย. พจน์ ศรีบุญเรือง, วิฑูรย์ ประสงค์วัฒนา และเกรียง ต้ังสง่า.๒๕๓๕.การบริโภค ผักที่มีออกซาเลตสูง เพิ่มความเส่ียงต่อการเป็นนิ่วทางเดินปัสสาวะจริง หรือไม่.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดนุนการวิจัย คณะ แพทยศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ขอนแกน่ . พจน์ ศรีบุญเรือง, วิฑูรย์ ประสงค์วัฒนา และสุนทร สุวรรณไตรย์.๒๕๓๗. ปริมาณแคลเซียมออกซาเลตในพืชผักท่ีนิยมบริโภคกันในเขตจังหวัด ขอนแก่น.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดหนุนการวิจัย มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ ปีงบประมาณ ๒๕๓๗. พายพั ยงั ปกั ษ.ี มปป.ผกั หวานปา่ .ไมร่ ะบุสถานท่พี มิ พ์. ผักพื้นบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 97

พิชญ์อร ไหมสุทธิสกุล.๒๕๕๒.การสกัดและการวิเคราะห์หาปริมาณสารประกอบ ฟีนอลิกในสมุนไพรและผัก พ้ืนบ้านของไทยบางชนิด.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทนุ สง่ เสรมิ งานวจิ ยั มหาวิทยาลยั หอการคา้ ไทย. พิภพ โค้วถาวร.๒๕๔๙.การยอมรับเกษตรอินทรีย์ของเกษตรกรที่มีอาชีพ ปลูกผัก.ภาคนิพนธ์หลักสูตรศิลปะศาสตร์มหาบัณฑิต (พัฒนาสังคม) คณะพัฒนาสังคมและส่ิงแวดลอ้ ม สถาบนั บัณฑติ บรหิ ารศาสตร.์ พุฒินันท์ ทองลอย.๒๕๔๖.การวิเคราะห์ผลตอบแทนทางการเงินของการผลิต และการตลาดผักพ้นื บ้าน ในจังหวัดกระบ่ี ปีการผลติ ๒๕๔๔.วทิ ยานิพนธ ์ ปริญญาวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต (เศรษฐศาสตร์เกษตร) มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร.์ เพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ.๒๕๔๒.“อาหารไทยกับความหลากหลายทางชีวภาพ. เอกสารประกอบการสัมมนาเรื่อง ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นเมือง วันท่ี ๒๓-๒๖ สิงหาคม ๒๕๔๒ ณ ห้องประชุมสวนกีฬาสาธารณสุข กระทรวง สาธารณสขุ . เพ็ญประภา เพชระบุรณิน และกัลยา เพ็ญสุวรรณ.๒๕๓๖.การหาปริมาณโปรตีน จากผักพ้ืนเมืองของจังหวัดขอนแก่น.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดย ทนุ อุดหนุนการวิจัย คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแกน่ . เพลินใจ ตังคณะกุล, เกศศิณี ตะกูลทิวากร และคณะ.๒๕๔๔.ฤทธิ์ต้านสารอนุมูล อิสระของผักพ้ืนบ้านในอาหารเหนือและอาหารอีสาน.รายงานการวิจัย ฉบับสมบูรณ์ ทุนอุดหนุนวิจัย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ประจำป ี ๒๕๔๔. 98 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย

ไพจิตร เช้ืออ่ำ.๒๕๔๖.การพัฒนาชุดกิจกรรมโดยใช้ ๔ MAT เรื่องผักสำหรับ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรียนกุด จังหวัดอุดรธานี.วิทยานิพนธ ์ หลักสูตรปริญญาศึกษาศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาการศึกษาศาสตร ์ มหาวทิ ยาลยั สุโขทยั ธรรมาธริ าช. ไพฑูรย์ เจนเจริญพันธ์.๒๕๔๖.เทคนิคในการสร้างธนาคารอาหารของชุมชน. อดุ รธานี : สำนกั งานป่าไม้จังหวดั อดุ รธาน.ี มณฑิวา ทองคำ.๒๕๕๑.สตู รอาหารเพ่ือสุขภาพ.กรงุ เทพฯ : ไทยควอลติ บี้ คุ๊ ส.์ แม้นมาส ชวลิต, คุณหญิง (บรรณาธิการ).๒๕๔๕.พฤกษศาสตร์พ้ืนบ้าน ในประเทศไทย.กรงุ เทพฯ : สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแหง่ ชาต.ิ มัชฌิมา ตุตะพะ (บรรณาธิการ).๒๕๕๑.ร้อยรู้ไม่สู้หน่ึงทำ หลากหลายเร่ืองราว ต้นแบบเกษตรพอเพยี งเมอื งพจิ ิตร.มลู นิธิพฒั นาพจิ ิตร.พิจิตร. ย่ิงยง ไพสุขศานติวัฒนา.๒๕๔๐.ผักพ้ืนบ้านไทย ทางเลือกเก่า – ทางรอดใหม ่ ของคนไทย.กรงุ เทพฯ : สำนกั สวัสดกิ ารสงั คม กรงุ เทพมหานคร. ย่ิงยง ไพสุขศานติวัฒนา.๒๕๕๑.ปลูกผักพื้นบ้านของไทยเป็นอาหารปลอดภัย และได้ทำยา.กรงุ เทพฯ : เอช เอน็ กรุ๊ป. ย่ิงยง ไพสุขศานติวัฒนา.๒๕๔๘.ผักพ้ืนบ้านกับการพัฒนาชุมชนเกษตรกรรมใน เขตชานเมือง.รายงานการวิจัย สนับสนุนโดยทุนอุดหนุนการวิจัย มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ ปีงบประมาณ ๒๕๔๖-๒๕๔๘. ย่ิงยง ไพสุขศานติวัฒนา และวันชาติ นิติพันธ์.๒๕๓๙.การรวบรวมและอนุรักษ ์ ผักพ้ืนบ้าน.รายงานการวิจัย.สนับสนุนโดยงบอุดหนุนการวิจัย มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์. ผักพ้ืนบ้านและอาหารพื้นบ้าน มิติสุขภาพและเศรษฐกิจชุมชน 99

ยุพา คู่คงวิริยพันธุ์, วีรพล คู่คงวิริยพันธุ์ และคณะ.๒๕๔๒.ผลของสารไตร เทอร์ปินอยด์จากต้นบัวบกต่อการเปล่ียนแปลงการตอบสนองของ หลอดเลือดในภาวะความดันเลือดสูงที่ชักนำโดยการยับย้ังการสังเคราะห์ ไนตริกออกไซด์.รายงานการวิจัยโดยทุนอุดหนุนการวิจัย คณะ แพทยศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น. เยาวภา บุญญานุภาพ.๒๕๔๐.ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคผักพ้ืนบ้านของผู้บริโภค ในตลาดสดเขตเทศบาลนครเชียงใหม่.วารสารสำนักงานคณะกรรมการ วจิ ัยแหง่ ชาติ ปีที่ ๓๒ ฉบบั ที่ ๑ (๒๕๔๓) : ๒๗-๕๑ เยาวลักษณ์ อภิชาตวัลลภ (บรรณาธิการ).๒๕๓๕.วนศาสตร์ชุมชน : ทางเลือก ในการพัฒนาป่าไม้.เอกสารการสัมมนา เร่ือง วนศาสตร์ชุมชน วันท่ี ๒๓-๒๔ มกราคม ๒๕๓๕ ณ โรงแรมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น. ระวี ถาวร (บรรณาธิการ).๒๕๕๑.ป่าชุมชน : ความม่ันคงแห่งชีวิตท่ามกลางการ เปล่ียนแปลงและภาวะโลกร้อน.กรุงเทพฯ : ศูนย์วนศาสตร์ชุมชนแห่ง ภมู ิภาคเอเชยี แปซฟิ กิ . ระวี ถาวร.๒๕๔๘.การติดตามความหลากหลายทางชีวภาพระดับชุมชน รายงาน ผลงานฉลองขา้ วใหม่และความหลากหลายในป่าชุมชน ครัง้ ที่ ๑ โครงการ ติดตามและสนับสนุนชุมชนท้องถ่ิน การจัดการความรู้และพัฒนาการ จัดการป่าโดยชมุ ชน. รักษ์ พฤกษชาติ.๒๕๕๑.ผักพ้ืนบ้าน คู่มือการประชุมเชิงการค้า.สำนักพิมพ ์ บยี อนบคุ๊ มเี ดยี : กรงุ เทพฯ. รัชนี เพ็ชรช้าง.๒๕๕๑.รูปแบบการจัดการความหลากหลายของพืชผัก..เพ่ือการ เกษตรท่ยี งั่ ยืน : กรณีศึกษาตำบลนานกกก อำเภอลบั แล จงั หวัดอตุ รดติ ถ์. รายงานวจิ ยั สนบั สนนุ โดยเครอื ขา่ ยภาคเหนอื ตอนลา่ ง มหาวทิ ยาลยั นเรศวร. 100 สำนักการแพทย์พื้นบ้านไทย