ความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครู ท่ีโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี การศึกษา 2552 สุกนั ชยั พงศส์ วรรค์ วทิ ยานิพนธ์น้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตามหลกั สูตรการศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพฒั นาครุศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลยั บรู พา สิงหาคม 2553 ลิขสิทธ์ิเป็นของมหาวทิ ยาลยั บรู พา
ข คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์และคณะกรรมการสอบวทิ ยานิพนธ์ ไดพ้ ิจารณา วทิ ยานิพนธ์ของ สุกนั ชยั พงศส์ วรรค์ ฉบบั น้ีแลว้ เห็นสมควรรับเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตาม หลกั สูตรการศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพฒั นาครุศึกษา ของมหาวทิ ยาลยั บรู พาได้ คณะกรรมการควบคุมวทิ ยานิพนธ์ ……………………………………………........อาจารยท์ ่ีปรึกษาหลกั (ดร. อุดม รัตนอมั พรโสภณ) ………………………………………….………อาจารยท์ ่ีปรึกษาร่วม (ดร. ผลาดร สุวรรณโพธ์ิ) คณะกรรมการสอบวทิ ยานิพนธ์ ………………………………………………….ประธาน (ดร. อภิชยั เหมะธุลิน) ………………………………………………….กรรมการ (ดร. ผลาดร สุวรรณโพธ์ิ) ………………………………………………….กรรมการ (ดร. ผลาดร สุวรรณโพธ์ิ) ………………………………………………….กรรมการ (ดร. อาพนั ธ์ชนิต เจนจิต) คณะศึกษาศาสตร์อนุมตั ิใหร้ ับวทิ ยานิพนธ์ฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของการศึกษาตาม หลกั สูตรการศึกษามหาบณั ฑิต สาขาวชิ าการพฒั นาครุศึกษา ของมหาวทิ ยาลยั บรู พา ………………………………………………….คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ (รองศาสตราจารย์ ดร.มนตรี แยม้ กสิกร) วนั ที่………เดือน…………….พ.ศ. 2553
ค การศึกษาคร้ังน้ีไดร้ ับทุนอุดหนุนจากโครงการพฒั นาการสร้างครู และยกฐานะครู TTEST / SIDA เป็นการร่วมมือระหวา่ งคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั แห่งชาติ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชา ชนลาว และคณะศึกษาศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั บรู พา แห่งประเทศไทยประจาปี การศึกษา 2553
51913408: สาขาวชิ า: การพฒั นาครุศึกษา; กศ.ม. (พฒั นาครุศึกษา) คาสาคญั : ความพึงพอใจของนกั เรียน / ต่อการสอนวชิ าชีพครู / โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา สุกนั ชยั พงศส์ วรรค์ : ความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครูท่ีโรงเรียน สร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี การศึกษา 2552 (THE STUDENTS SATISFACTION INSTRUCTIONAL PROCESS OF PEDAGOGY SUBJECTS AT LUANGNAMTHA TEACHER TRAINING SCHOOL, LUANGNAMTHA PROVINCE , LAO P.D.R IN ACADEMIC YEAR 2009) อาจารยค์ วบคุมวทิ ยานิพนธ์: อุดม รัตนอมั พรโสภณ, ค.ด., ผลาดร สุวรรณโพธ์ิ, วท.ด. 100 หนา้ . ปี พ.ศ.2553 การวจิ ยั คร้ังน้ีมีวตั ถุประสงคเ์ พื่อศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครูท่ีโรงเรียน สร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี การ ศึกษา 2552 ใน 6 ดา้ นคือ ดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน ดา้ นการควบคุมหอ้ ง เรียนและการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นการใชส้ ื่อการเรียนการ สอน และดา้ นการวดั ประเมินผลการเรียนการสอน กลุ่มตวั อยา่ งไดแ้ ก่นกั เรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวง น้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี การศึกษา 2552 จานวน 310 คน เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการศึกษา คน้ ควา้ เป็นแบบสอบถามมาตราส่วนประมาณค่า 5 อนั ดบั สถิติท่ีใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูลคือ คา่ ร้อยละ คา่ เฉลี่ย ( X ) คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน (SD) และการวเิ คราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว (One way ANOVA) ผลการวจิ ยั พบวา่ 1. ความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี การศึกษา 2552 นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อการ สอนวชิ าชีพครูโดยภาพรวมอยใู่ นระดบั มากและเมื่อพิจารณาเป็ นรายดา้ นส่วนใหญ่อยใู่ นระดบั มาก 2. ความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครูท่ีเขา้ เรียนระบบหลกั สูตรตา่ งกนั มีความพงึ พอใจต่อการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูแตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ี ระดบั .05 3. ความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครูท่ีเขา้ เรียนสายวชิ าต่างกนั มีความพึงพอใจต่อการ จดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูแตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05
51913408: MAJOR: TEACHER EDUCATION DEVELOPMENT; M.Ed. (TEACHER EDUCATION DEVELOPMENT) KEYWORDS: STUDENTS SATISFACTION / INSTRUCTIONAL PROCESS / LUANGNAMTHA TEACHER TRAINING SCHOOL SOUKANXAY PHONGSAVANH : THE STUDENTS SATISFACTION INSTRUCTIONAL PROCESS OF PEDAGOGY SUBJECT AT LUANGNAMTHA TEACHER TRAINING SCHOOL , LUANGNAMTHA PROVINCE , LAO P.D.R IN ACADEMIC YEAR 2009.THESIS ADVISORS : UDOM RATTANAMPORNSOPON, Ph.D., PALADORN SOUVAWNAPHO, Ph.D., 100 PAGES. YEAR 2010 The purpose of this research was to study the students’ satisfaction instructional process of pedagogy subjects at Luangnamtha Teacher Training School, Luangnamtha Province, Lao People Democracy Republic in academic year 2009 in 6 aspects: teaching planning, lesson introduction, classroom management, classroom atmosphere, learning teaching activity, teaching media and teaching evaluation. The sample of the study consisted of 310 students from Luangnamtha Teacher Training School. The instrument used for collecting the data was a 5-scale questionnaire on the satisfaction of the students instructional process of pedagogy subjects. The statistics used for data analysis are mean, standard deviation and variance (One way ANOVA). The findings were as followings: 1. In the academic year 2552 the level of satisfaction of the students instructional process of pedagogy subjects at Luangnamtha Teacher Training School, Lao People Democracy Republic was generally at a high level and the level of the satisfaction towards most aspects was at high level. 2. The levels of the satisfaction of the students various curriculum systems offered in learning instructional process of pedagogy subjects were significantly different at .05 3. The levels of the satisfaction of the students major subjects offered in the instructional process of pedagogy subjects were significantly different at .05
สารบญั หนา้ บทคดั ยอ่ ภาษาไทย…………………………………………………………………………….. จ บทคดั ยอ่ ภาษาองั กฤษ…………………………………………………………………………. ฉ สารบญั ………………………………………………………………………………………… ช สารบญั ตาราง………………………………………………………………………………….. ฌ สารบญั ภาพ……………………………………………………………………………………. ฎ บทท่ี 1 บทนา…………………………………………………………………………….............. 1 ความเป็นมาและความสาคญั ของปัญหา…………………………………………… 1 วตั ถุประสงคข์ องการวจิ ยั ………………………………………………………….. 4 คาถามการวจิ ยั ………………………………………………………....................... 5 สมมติฐานของการวจิ ยั …………………………………………………………….. 5 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ ับ………………………………………........................... 5 กรอบแนวความคิดในการวจิ ยั ………………………………………....................... 5 ขอบเขตของการวจิ ยั ……………………………………………………………….. 6 นิยามศพั ทเ์ ฉพาะ…………………………………………………………............... 7 2...เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง………………………………………………................... 10 แนวคิดทฤษฎีและหลกั สูตรการเรียนการสอน…………………………………….. 11 แนวคิดทฤษฎีตา่ ง ๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ความพงึ พอใจ………………………………… 15 แนวคิดทฤษฎีเกี่ยวการเรียนการสอน……………………………………………… 22 เอกสารเก่ียวกบั การวดั และประเมินผล…………………………………………….. 36 งานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง…………………………………………………………………. 38 3 วธิ ีดาเนินการวจิ ยั ……………………………………………………………………….... 42 ประชากรและกลุ่มตวั อยา่ ง………………………………………………………… 42 เคร่ืองมือที่ใชใ้ นการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล…………………………………………… 43 การสร้างและหาคุณภาพเครื่องมือ…………………………………………………. 44 ลกั ษณะของแบบสอบถาม…………………………………………………………. 45
สารบญั (ต่อ) บทท่ี หนา้ การรวบรวมขอ้ มลู และวเิ คราะห์มูล………………………………………………... 46 สถิติที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล……………………………………………………. 47 4 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล……………………………………………………………………. 48 สัญลกั ษณ์ที่ใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล……………………………………………… 48 ผลการนาเสนอการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ………………………………………………… 48 ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ……………………………………………………………… 49 5 การสรุปผลอภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ........................................................................... 71 การสรุปผลการวจิ ยั …………………………………………………….……….….. 71 อภิปรายผลการวจิ ยั ………………………………………………………………... 73 ขอ้ เสนอแนะ……………………………………………………………………….. 77 บรรณานุกรม………………………………………………………………….......................... 89 ภาคผนวก……………………………………………………………………………………... 84 ภาคผนวก ก……………………………………………………………........................... 85 ภาคผนวก ข……………………………………………………………………………... 89 ประวตั ิยอ่ ของผวู้ จิ ยั …………………………………………………….................................... 100
สารบญั ตาราง ตารางท่ี หนา้ 1 แสดงจานวนกลุ่มประชากรและ กลุ่มตวั อยา่ งตามสายวชิ าที่มีการจดั การเรียนการสอนใน โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา…………………………................ 43 2 ร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามระบบหลกั สูตร………………………….. 49 3 ร้อยละของผตู้ อบแบบสอบถามจาแนกตามสายวชิ าเรียน…………………………….. 50 4 แสดงคา่ เฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ในแตล่ ะดา้ นโดยรวม ดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน ดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้างบรรยากาศภายในหอ้ งเรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นการใชส้ ่ือการเรียนการสอน และดา้ นการ วดั ประเมินผลการเรียนการสอน………………………………………………………. 51 5 แสดงคา่ เฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของ นกั เรียนตอ่ การ จดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครู โดยรวม ดา้ นการเตรียมการสอน………………………………………………………………. 52 6 แสดงค่าเฉล่ีย คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของ นกั เรียนตอ่ ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน………………………………………………….. 53 7 แสดงคา่ เฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ต่อดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียน และการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน…………………. 54 8 แสดงค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ตอ่ ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน…………………………………………….. 55 9 แสดงคา่ เฉลี่ย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ต่อดา้ นการใชส้ ื่อการเรียนการสอน…………………………………………………... 57 10 แสดงค่าเฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพึงพอใจของ นกั เรียนตอ่ ดา้ นการวดั ประเมินผลการเรียนการสอน…………………………………. 58 11 แสดงค่าเฉล่ีย คา่ เบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ตอ่ การจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูคณิตศาสตร์……………………... 60
สารบญั ตาราง(ต่อ) ตารางท่ี หนา้ 12 แสดงค่าเฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ตอ่ การจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูวิทยาศาสตร์………………………... 61 13 แสดงค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ต่อ การจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูสังคมศาสตร์………………………. 62 14 แสดงคา่ เฉลี่ย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพึงพอใจของนกั เรียน ต่อการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูภาษาลาว............................................ 63 15 แสดงค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพึงพอใจของนกั เรียน ตอ่ การจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูภาษาองั กฤษ...................................... 64 16 แสดงค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ตอ่ การจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูอนุบาล............................................... 65 17 แสดงค่าเฉล่ีย คา่ เบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดบั ความพงึ พอใจของนกั เรียน ต่อการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในสายครูประถม……………………………... 66 18 แสดงผลการวเิ คราะห์ความแปรปรวน (One-way ANOVA) ความพึงพอใจ ของนกั เรียนต่อการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา โดยจาแนกตามระบบหลกั สูตร……………………………………………………….. 67 19 การเปรียบเทียบรายคู่ความแตกต่างของความพึงพอใจต่อการจดั การเรียน การสอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาจาแนกตามระบบหลกั สูตร………... 68 20 แสดงผลการวเิ คราะห์ความแปรปรวน (One-way ANOVA) ความพงึ พอใจ ของนกั เรียนต่อการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวง น้าทาโดยจาแนกตามสายวชิ าเรียน……………………………………………………. 69 21 การเปรียบเทียบรายคู่ความแตกต่างของความพึงพอใจต่อการจดั การเรียนการ สอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาจาแนกตามสายวชิ า…………………… 70 22 คา่ อานาจจาแนกของแบบสอบถามวดั ความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการจดั การ เรียนการสอนวชิ าชีพครู………………………………………………………………. 96 23 ค่าความเชื่อมนั่ ของแบบสอบถามความวดั พงึ พอใจของนกั เรียนตอ่ การจดั การ เรียนการสอนวชิ าชีพครู รวมท้งั ฉบบั …………………………………………….... 99
สารบัญภาพ ภาพท่ี หนา้ 1 กรอบแนวคิดของการวจิ ยั ………………………………………………………………… 5 2 เปรียบเทียบระหวา่ งทฤษฎีของมาสโลวแ์ ละเฮิร์ชเบิร์ก…………………………………... 22
1 บทท่ี 1 บทนา ความเป็ นมาและความสาคญั ของปัญหา การศึกษามีความสาคญั เป็นอยา่ งยงิ่ ตอ่ การพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เป็นเครื่องมือในการพฒั นามนุษยใ์ หม้ ีความรู้ ความสามารถเพอื่ จะนาประเทศเขา้ สู่การแข่งขนั ใน โลกและเป็นเครื่องมือในการพฒั นาศกั ยภาพและขีดความสามารถของประชากรใหม้ ีประสิทธิภาพ ในการประชุมใหญ่คร้ังท่ี 5 ของพรรคในปลาย ปี พ.ศ.2539 ไดว้ างเป้ าหมายระยะของการพฒั นา เศรษฐกิจและสังคมคือ เพื่อทาให้ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว หลุดพน้ จากการเป็น ประเทศดอ้ ยพฒั นาใน ปี พ.ศ.2563 เพ่อื ทาใหก้ ารศึกษาประสบผลสาเร็จใน ปี พ.ศ.2563 กระทรวง ศึกษาธิการไดว้ างวสิ ยั ทศั น์การพฒั นาการศึกษาถึง ปี พ.ศ.2563 ใหเ้ ชื่อมโยงกบั จุดหมายสหสั วรรษ แห่งการพฒั นาเชื่อมโยงกบั แผนพฒั นาการศึกษา เพื่อการเติบโตและขจดั ความทุกขย์ ากแห่งชาติ และทาใหก้ ารศึกษาเพอ่ื ทุกคนบรรลุเป้ าหมายใน ปี พ.ศ.2558 รัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ไดใ้ หค้ วามสาคญั ต่อการศึกษาโดยยดึ เอาการศึกษาเป็นหนา้ ที่หลกั ในการพฒั นา ทรัพยากรมนุษย์ และกาหนดเอาการศึกษาเป็ นส่วนหน่ึงในการพฒั นาประเทศใหม้ ีความกา้ วหนา้ ประเดน็ ที่สาคญั อีกประเด็นหน่ึงเกี่ยวกบั แผนพฒั นาวชิ าชีพครูของกระทรวงศึกษาธิการ ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีเป้ าประสงคท์ าใหค้ รูมีมาตรฐานทางดา้ นวชิ าชีพครู มีความรับผดิ ชอบต่อการสอน ทาใหก้ ารศึกษามีคุณภาพยงิ่ ข้ึนเพ่อื ตอบสนองความตอ้ งการของการ พฒั นาเศรษฐกิจ สงั คม ทาใหค้ รูมีคุณสมบตั ิ มีความรับผดิ ชอบสูง มีความชานาญในดา้ นวชิ า เฉพาะ ทาใหค้ รูไดร้ ับการยกระดบั อยา่ งต่อเนื่อง ยกบทบาทของครูใหส้ ูงข้ึน มีการปฎิบตั ินโยบาย ต่าง ๆ ตอ่ ครู การสร้างครูใหเ้ พยี งพอเพอ่ื ตอบสนองความตอ้ งการของสงั คม ปรับปรุงระบบการ สร้างครูใหม้ ีประสิทธิภาพ และเปิ ดโอกาสใหค้ รูไดร้ ับการพฒั นาวชิ าชีพครูในดา้ นการสอน สร้าง แรงจงู ใจใหแ้ ก่ครูอยา่ งเหมาะสมเพื่อทาใหค้ รูมีความกระตือรือร้นต่อวชิ าชีพครู (กระทรวงศึกษา ธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, 2549) การศึกษาเป็นส่วนหน่ึงของการพฒั นาบุคลากร ซ่ึงการศึกษาเป็นกระบวนการในการ พฒั นาที่พงึ ประสงคใ์ นอานาคตเพอ่ื ก่อใหเ้ กิด “ เศรษฐกิจดี สังคมไมม่ ีปัญหา การพฒั นายง่ั ยนื ” บนรากฐานของการเรียนรู้ การพ่ึงตนเองและมีจิตสานึกรับผดิ ชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ สังคมเพอื่ ใหส้ อดคลอ้ งกบั แนวโนม้ การเปล่ียนแปลงอยา่ งรวดเร็วของโลก การศึกษาถือเป็นระบบ ที่ใหบ้ ุคคลไดศ้ ึกษาและเรียนรู้เพ่อื พฒั นาตนเองท้งั ในดา้ นปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสงั คมและเสริม
2 สร้างความเจริญกา้ วหนา้ ใหแ้ ก่ประเทศ ซ่ึงประโยชน์ท้งั หมดขา้ งตน้ จะเกิดข้ึนไดก้ ็ตอ่ เมื่อ ผเู้ รียน ไดร้ ับความรู้และมีความพงึ พอใจจากการเรียน กล่าวไดว้ า่ ความพึงพอใจในการเรียนจะทาใหผ้ เู้ รียน มีความต้งั ใจ ทุมเทกาลงั กาย กาลงั ใจท่ีจะศึกษาหาความรู้อยา่ งเตม็ ท่ี (สิริพร บอ่ พมิ าย, 2550, บทนำ) การศึกษามีความสาคญั อยา่ งมากตอ่ การพฒั นาประเทศเน่ืองจากการศึกษาเป็นกระบวน การที่ช่วยใหค้ นไดพ้ ฒั นาตนเองในดา้ นต่าง ๆ ตลอดช่วงชีวติ การศึกษาเป็นการวางรากฐานพฒั นา การของชีวิตต้งั แต่แรกเกิด เป็นการพฒั นาศกั ยภาพ และขีดความสามารถดา้ นต่าง ๆ ที่จะดารงชีวิต ประกอบอาชีพไดอ้ ยา่ งมีความสุข รู้เท่าทนั การเปลี่ยนแปลงร่วมกนั เป็นพลงั สร้างสรรคพ์ ฒั นา ประเทศอยา่ งยงั่ ยนื (สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งประเทศไทย, 2541, หนา้ 5) ครูเป็นผู้ มีบทบาทสาคญั ยงิ่ ในการท่ีจะหล่อหลอมนกั เรียนใหม้ ีคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ไม่มีคาใดเหมาะ สมและไม่ประทบั ใจไดเ้ ท่ากบั คาวา่ “ครู” เมื่อเราเอ่ยถึงบุคคลหรือเหตุการณ์ที่ทาใหเ้ ราไดเ้ รียนรู้ ไดต้ ระหนกั และเขา้ ใจในชีวติ เกิดสานึกและมีจิตวิญญาณของความเป็ นคน ตลอดจนมีความรู้และ ความสามารถเป็นท่ียอมรับของสังคม (ธนู แสวงศกั ด์ิ, 2520, หนา้ 6) การศึกษาเป็นส่วนหน่ึงท่ีสาคญั อยา่ งยงิ่ ต่อการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศ เป็นเครื่องมือในการพฒั นามนุษยใ์ หม้ ีความรู้ ความสามารถ มีคุณภาพจะนาประเทศเขา้ สู่การแข่ง ขนั ระดบั โลกและเป็นเคร่ืองมือในการพฒั นาศกั ยภาพของประชากรใหม้ ีประสิทธิภาพ เพราะคน คือหวั ใจการพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คม การศึกษาไม่ไดพ้ ฒั นาคนอยา่ งเดียวแตเ่ ป็ นการพฒั นาโครง สร้างทางสติปัญญาของประเทศโดยเฉพาะการศึกษาไดพ้ ฒั นาหลกั สูตรตา่ ง ๆ เพือ่ ใหส้ อดคลอ้ ง กบั วถิ ีชีวติ และยกระดบั คุณภาพชีวติ ของประชากรใหด้ ีข้ึน (บุญรัตน์ อินทรสมพนั ธ์ 2542, บทนา) ในพระราชบญั ญตั ิการศึกษาแห่งชาติ ปี พ.ศ. 2542 ประเทศไทย หมวดท่ี 4 มาตรา 22 ซ่ึง ไดก้ ล่าววา่ การจดั การศึกษาตอ้ งยดึ หลกั ท่ีวา่ ผเู้ รียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพฒั นาตนเองไดแ้ ละ ถือวา่ ผเู้ รียนมีความสาคญั ท่ีสุด กระบวนการศึกษาตอ้ งส่งเสริมใหผ้ เู้ รียนสามารถพฒั นาตามธรรม ชาติและเตม็ ตามศกั ยภาพ (สานกั งานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติของประเทศไทย, 2542, หนา้ 12) นโยบายการศึกษาของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไดก้ ล่าววา่ รัฐบาลแห่ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวไดน้ าเอาการศึกษามาเป็นงานหลกั ในการพฒั นาทรัพยากร มนุษย์ พฒั นาคนทางดา้ นคุณสมบตั ิศีลธรรม มองคน และมองโลกท่ีดี มีความรู้ดา้ นวทิ ยาศาสตร์ เพอื่ สร้างคนใหม้ ีความรู้ความสามารถ รู้คน้ คิด มีวชิ าชีพ สร้างสังคมใหเ้ ป็นสงั คมแห่งการเรียนรู้ รัฐบาลของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ไดเ้ อาใจใส่การพฒั นาการศึกษา ก่อนวยั เรียนและปฏิบตั ิการศึกษาแบบบงั คบั ใหส้ าเร็จตามคาดหมาย รัฐบาลไดเ้ พมิ่ การลงทุนใหแ้ ก่ การศึกษาและถือเอารายจา่ ยงบประมาณเป็นหน่ึงในการพฒั นาการศึกษาอยใู่ นแผนงานต่าง ๆ ของ
3 รัฐบาล เพ่ือพฒั นาการศึกษาแห่งชาติใหม้ ีคุณภาพ สร้างโอกาสโดยเฉพาะประชาชนที่อยใู่ นเขต ห่างไกล สตรี เด็ก และผดู้ อ้ ยโอกาส พร้อมท้งั สร้างให้พลเมืองลาวไดเ้ รียนวชิ าชีพครูมากข้ึน (กฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาฉบบั ปรับปรุง, 2551, หนา้ 3) กฎหมายวา่ ดว้ ยการศึกษาแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ปี พ.ศ.2551 ไดก้ า หนดหลกั การ ระเบียบการ และมาตรการตา่ งๆ เก่ียวกบั การศึกษาเพอื่ พฒั นาทรัพยากรมนุษย์ สร้าง คนใหก้ ลายเป็นพลเมืองดี มีคุณสมบตั ิศีลธรรม มีความรู้ความสามารถ มีวชิ าชีพ และความชานาญ งานประกอบส่วนเขา้ ในการป้ องกนั และสร้างประเทศชาติ การศึกษาหมายถึงกระบวนววิ ฒั น์แห่งการเรียนการสอนทางดา้ นวทิ ยาศาสตร์ ธรรมชาติ สงั คมและการคน้ ควา้ ทฤษฏี พฤติกรรม เพ่ือสร้างคนใหม้ ีการพฒั นาอยา่ งรอบดา้ น มีคุณสมบตั ิ มีความรู้ ความสามารถ มีวชิ าชีพ มีสุขภาพท่ีดี มีระเบียบวนิ ยั มีน้าใจรักประเทศชาติ รักระบอบ ประชาธิปไตย เป็นที่ยอมรับกนั โดยทว่ั ไปแลว้ วา่ “ครู” เป็นบุคคลที่มีความสาคญั ท่ีสุดต่อการพฒั นา สงั คมและประเทศชาติ “ครู” เป็นผมู้ ีบทบาททาหนา้ ที่เป็นตวั กลางในการถ่ายโอนวชิ าความรู้ต่าง ๆ ใหแ้ ก่ผอู้ ่ืน “ครู” เป็นเคร่ืองมือซ่ึงรับหนา้ ท่ีในการพฒั นาบุคคลในสงั คมใหม้ ีความงอกงาม ซ่ึงเป็น ทรัพยากรท่ีมีความสาคญั ตอ่ การดาเนินการศึกษา “ครู” เป็นผมู้ ีความรู้ ความสามารถ มีทศั นคติ ท่ีถูกตอ้ งและมีทกั ษะความชานาญ (พระปลดั นอบ รักขิตะสีโล, 2545, หนา้ 10) โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา จดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูเพ่ือตอบสนองความตอ้ ง การของสงั คมเป็นสถาบนั การศึกษาสร้างครูชนเผา่ ซ่ึงมีระดบั ช้นั กลางและช้นั สูง นกั เรียนท่ีมา เรียนมีความแตกตา่ งดา้ นภาษา ประเพณี วถิ ีชีวติ โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาเป็นสถาบนั ท่ีทา หนา้ ที่ควบคุมดูแลประสานงานเก่ียวกบั การศึกษาในระดบั ประกาศนียบตั รช้นั กลางและช้นั สูง จุดมุง่ หมายของโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาวเพอ่ื เป็นศนู ยก์ ลางในการจดั การศึกษาระดบั ประกาศนียบตั รระดบั ช้นั กลางและช้นั สูง เพอ่ื ส่งเสริมและสนบั สนุนการศึกษาคน้ ควา้ วจิ ยั ในสาขาตา่ ง ๆ เพื่อควบคุมคุณภาพ และมาตรฐาน การศึกษาระดบั ช้นั กลางและช้นั สูง โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาจ่ึงมีหนา้ ท่ีในการบริหาร และ จดั การสอนวชิ าชีพครูเพ่ือทาใหโ้ รงเรียนสร้างครูกลายเป็ นสถาบนั การศึกษาเป็นท่ียอมรับของสงั คม เช่น มีความรู้ ความสามารถ ความชานิชานาญ และ มีระเบียบวนิ ยั แต่ก่อนจะสร้างใหน้ กั เรียนเป็ น เช่นน้นั ก่อนอื่นครูผสู้ อนตอ้ งไดพ้ ฒั นาทางดา้ นความรู้ ความสามารถ ความชานาญ ความมีระ เบียบวนิ ยั เพ่ือเป็นตวั แบบหรือแบบอยา่ งทีดีใหแ้ ก่นกั เรียน และสอนใหน้ กั เรียนนาเอาความรู้ ดงั กล่าวไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ครูที่สงั กดั อยโู่ รงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาไดส้ อนวชิ ีพครูตามหลกั สูตรท่ีกระทรวงศึกษา
4 ธิการของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาววางไว้ ท่ีมุง่ หวงั สร้างใหเ้ ยาวชนลาวมีความรู้ ความสามารถพร้อมท่ีจะไปพฒั นาประเทศไดอ้ ยา่ งกา้ วกระโดด ปัจจุบนั ครูที่โรงเรียนสร้างครู หลวงน้าทากท็ าหนา้ ท่ีการสอนวชิ าชีพครูในแตล่ ะระบบหลกั สูตร แต่ละสายวชิ าเรียนไดด้ ีใน ระดบั หน่ึง แตเ่ ม่ือเทียบกบั ความตอ้ งการของการศึกษา และความตอ้ งการของสังคมแลว้ เห็นวา่ ยงั มีบางปัญหาที่เก่ียวขอ้ งกบั ตวั นกั เรียนเองหรือเก่ียวขอ้ งกบั ตวั ครูผสู้ อน แลว้ ควรมีการปรับปรุง ใหด้ ียง่ิ ข้ึน แต่ท่ีผา่ นมาไดม้ ีการสังเกตและประเมินผลจากการร่วมสอนระหวา่ งครูดว้ ยกนั จะสัง เกตเห็นวา่ การสอนวชิ าชีพครูบางส่วนยงั มีปัญหาอยู่ เช่น ครูจานวนหน่ึงไม่เป็ นแบบอยา่ งท่ีดีใหแ้ ก่ นกั เรียนครูส่วนหน่ึงไมค่ ่อยจะเตรียมแผนการสอน การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนไม่น่าสนใจ เท่าท่ีควร การสอนของครูไมส่ ร้างความกระตือรือร้นใหแ้ ก่ผเู้ รียนมากนกั การใชส้ ่ืออุปกรณ์ เทคโนโลยใี นการเรียนการสอนมีนอ้ ย ผลการเรียนของนกั เรียนจานวนหน่ึงยงั ไมไ่ ดต้ ามเกณฑ์ ท่ีกาหนดไว้ ที่ผา่ นมายงั ไม่มีใครทาวจิ ยั เกี่ยวกบั เรื่องน้ีมาก่อน ดงั น้นั ผวู้ จิ ยั สนใจท่ีจะศึกษา เกี่ยวกบั ความพงึ พอใจต่อการสอนของครู ดงั น้นั จึงมีความจาเป็นตอ้ งมีการประเมิน และเกบ็ ขอ้ มูล จากนกั เรียน เพราะวา่ ถา้ นกั เรียนไดร้ ับการสอนที่ดีจากครูก็จะทาใหน้ กั เรียนมีความพงึ พอใจครู โดยเฉพาะต่อการจดั การเรียนการสอนของครูและทาใหก้ ารจดั การเรียนการสอนมีคุณภาพดีข้ึน ดงั น้นั เพื่อเป็ นการเตรียมความพร้อมในการยกระดบั เป็นวทิ ยาลยั ครูในปลายปี พ.ศ. 2553 และเพื่อศึกษาเกี่ยวกบั ปัญหาน้ีผวู้ จิ ยั จึงมีความสนใจศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนต่อการสอน วชิ ชีพครูท่ีโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาโดย ศึกษาเก่ียวกบั ระบบหลกั สูตร สายวชิ าเรียน การเตรียม การสอน ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน ดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นการใชส้ ่ือ และดา้ นการวดั ประเมินผล ผวู้ จิ ยั หวงั วา่ ผลการศึกษาน้ีจะเป็นประโยชนก์ บั ครู และใชเ้ ป็นขอ้ มลู เสนอต่อผบู้ ริหารโรงเรียนสร้างครูหลวง น้าทา แขวงงลวงน้าทา เพื่อเป็นแนวทางในการพฒั นาและปรับปรุงเกี่ยวกบั การสอนในโรงเรียน สร้างครูหลวงน้าทาใหม้ ีความเหมาะสมและมีคุณภาพยงิ่ ข้ึน วตั ถุประสงค์ของการวจิ ัย 1. เพื่อศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อการสอนวชิ าชีพครู ท่ีโรงเรียนสร้างครูหลวง น้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 2. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของนกั เรียนตอ่ การสอนวชิ าชีพครูโดยจาแนกตาม ระบบหลกั สูตร 3. เพื่อเปรียบเทียบความพึงพอใจของนกั เรียนตอ่ การสอนวชิ าชีพครูโดยจาแนกตาม สายวชิ าเรียน
5 คาถามวจิ ยั 1. นกั เรียนโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทามีความพงึ พอใจต่อการสอนนวชิ าชีพครู ในระดบั ใด 2. นกั เรียนต่างระบบหลกั สูตรมีความพึงพอใจต่อการสอนวชิ าชีพครูตา่ งกนั หรือ เหมือนกนั 3. นกั เรียนตา่ งสายวชิ ามีความพึงพอใจตอ่ การสอนวชิ าชีพครูตา่ งกนั หรือเหมือนกนั สมมตฐิ านการวจิ ัย 1. นกั เรียนที่เรียนระบบหลกั สูตรตา่ งกนั มีความพงึ พอใจต่อการสอนวชิ าชีพครูตา่ งกนั 2. นกั เรียนที่เรียนสายวชิ าตา่ งกนั มีความพงึ พอใจต่อการสอนวชิ าชีพครูตา่ งกนั ประโยชน์ทคี่ าดว่าจะได้รับ 1. เป็นแนวทางในการพฒั นาการสอนของครูในช้นั เรียน 2. ผบู้ ริหารและครูในโรงเรียนนาขอ้ มูลไปตดั สินใจวางแผนและพฒั นาการสอนของครู ใหม้ ีคุณภาพยง่ิ ข้ึน กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั การวจิ ยั คร้ังน้ีเพื่อศึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนตอ่ การสอนวชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้าง ครูหลวงน้าทา ปี การศึกษา 2552 จากการศึกษาเอกสารวชิ าหลกั สูตรการสอนของกระทรวงศึกษา ธิการ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และศึกษางานวจิ ยั ของ ฐิติพงษ์ รักแตง่ าม (2545, หนา้ 7) ศึกษาพฤติกรรมการสอนของครูคณิตศาสตร์ตามความคิดเห็นของนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษา ตอนตน้ โรงเรียนมธั ยมศึกษา สงั กดั กรมสามญั ศึกษา จงั หวดั ภูเก็ต ผวู้ จิ ยั จึงไดป้ รับกรอบแนวความ คิดใหเ้ หมาะสมกบั การจดั การเรียนการสอนที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา เช่น ดา้ นการเตรียมการ สอน ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน ดา้ นการควบคุมห้องเรียนและการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นการใชส้ ื่อการเรียนการสอน และดา้ นการวดั ประเมินผล การเรียนการสอน
ตวั แปรตน้ 6 1. ระบบหลกั สูตร 1.1 11+3 ครูมธั ยมตน้ ตวั แปรตาม 1.2 11+2 ครูประถม ความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อการสอน 1.3 11+2 ครูอนุบาล วชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา 1.4 8+3 ครูประถม ปี การศึกษา 2552 1.5 5+4 ครูประถม ดา้ นการเตรียมการสอน 2. สายวชิ า ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน 2.1 สายครูคณิตศาสตร์ 2.2 สายครูวทิ ยาศาสตร์ ดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียน และการสร้าง 2.3 สายครูสังคมศาสตร์ บรรยากาศในห้องเรียน 2.4 สายครูภาษาลาว 2.5 สายครูภาษาองั กฤษ ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 2.6 สายครูอนุบาล 2.7 สายครูประถม ดา้ นการใชส้ ื่อการเรียนการสอน ดา้ นการวดั และประเมินผลการเรียนการ สอน ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดในการวจิ ยั ขอบเขตของการวจิ ัย 1. ประชากร ประชากรที่ใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ีเป็ นนกั เรียนที่สังกดั อยโู่ รงเรียนสร้างครู หลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทาปี การศึกษา 2552 จานวน 5 ระบบหลกั สูตร และ7 สายวชิ าเรียน รวมท้งั สิ้น 1,525 คน 2. กลุ่มตวั อยา่ ง กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คร้ังน้ีเป็นนกั เรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงงหลวงน้าทา ปี การศึกษา 2552 จานวน 310 คนโดยกาหนดขนาดกลุ่มตวั อยา่ งโดยใชเ้ กณฑ์ จากตารางของ เครจซ่ี และมอร์แกน (Krejcie and Morgan) แลว้ นามาสุ่มแบบช้นั ภมู ิหรือแบบแบ่ง ช้นั (Stratified Random Sampling) คือสุ่มตามสดั ส่วนของจานวนสมาชิกในแต่ละช้นั
7 3. ตวั แปรที่จะใชใ้ นการศึกษา 3.1 ตวั แปรตน้ หรือตวั แปรอิสระ (Independent Variable) ไดแ้ ก่ 3.1.1 ระบบหลกั สูตร 3.1.1.1 ระบบ 11+3 ครูมธั ยมตน้ 3.1.1.2 ระบบ 11+2 ครูอนุบาล 3.1.1.3 ระบบ 8+3 ครูประถม 3.1.1.4 ระบบ 5+4 ครูประถม 3.1.1.5 ระบบ 11+2 ครูประถม 3.1.2 สายวชิ า 3.1.2.1 สายครูคณิตศาสตร์ 3.1.2.2 สายครูวทิ ยาศาสตร์ 3.1.2.3 สายครูสงั คม 3.1.2.4 สายครูภาษาลาว 3.1.2.5 สายครูภาษาองั กฤษ 3.1.2.6 สายครูอนุบาล 3.1.2.7 สายครูประถม 3.2 ตวั แปรตาม (Dependent Variable) ไดแ้ ก่ความพึงพอใจต่อการสอนวชิ าชีพครู โดย แบง่ เป็น 6 ดา้ น 3.2.1 ดา้ นการเตรียมการสอน 3.2.2 ดา้ นการนาเขา้ สู่บทเรียน 3.2.3 ดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน 3.2.4 ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 3.2.5 ดา้ นการใชส้ ื่อการเรียนการสอน 3.2.6 ดา้ นการวดั และประเมินผลการเรียนการสอน นิยามศัพท์เฉพาะ 1. การสอนวชิ าชีพครู หมายถึง การปฏิบตั ิของครูในดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นการ นาเขา้ สู่บทเรียน การควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียน การจดั กิจกรรมการ เรียนการสอน การใชส้ ่ือการเรียนการสอน ตลอดจนการวดั และประเมินผลการเรียนการสอนให้ กบั นกั เรียนที่เรียนทางดา้ นวชิ าชีพทางการศึกษาเพื่อไปทาหนา้ ที่หลกั ทางดา้ นการเรียนการสอน
8 และส่งเสริมการเรียนรู้ของผเู้ รียนโดยวธิ ีการต่าง ๆ ในสถานศึกษาท้งั ของรัฐบาลและเอกชน 2. หลกั สูตร หมายถึง โครงการใหก้ ารศึกษาเพ่ือพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ ความสามารถ และลกั ษณะสอดคลอ้ งกบั ความมุง่ หมายทางการศึกษาท่ีไดก้ าหนดหรือหลกั สูตรคือการจดั ระบบ จานวนวชิ าให้เหมาะสมกบั กลุ่มเด็กนกั เรียนหรือกลุ่มคนท่ีจะเรียน 3. สายวชิ า หมายถึง วชิ าท่ีเปิ ดสอนนกั เรียนครูในแตร่ ะสายวิชา เช่น สายวชิ าครู คณิตศาสตร์ สายวชิ าครูวทิ ยาศาสตร์ สายวชิ าครูสังคมศาสตร์ สายวชิ าครูภาษาลาว สายวชิ าครูภาษา องั กฤษ สายวชิ าครูอนุบาล สายวชิ าครูประถม ในโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 4. ความพงึ พอใจ หมายถึง ความชอบ ความพอใจ ความยนิ ดี ความเห็นพร้อม ความตอ้ ง การของนกั เรียนที่มีต่อการจดั การเรียนการสอนในรายวชิ าชีพครู ที่สังกดั อยโู่ รงเรียนสร้างครูหลวง น้าทา ซ่ึงวดั จากแบบวดั ความพึงพอใจที่ผวู้ จิ ยั สร้างข้ึน 5. ความพงึ พอใจต่อการจัดการเรียนการสอน หมายถึง ความรู้สึกดา้ นบวกต่อการสอน วชิ าชีพครูที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา ปี การศึกษา 2552 6. การเตรียมการสอน หมายถึง การกาหนดกิจกรรมต่าง ๆ ของผสู้ อนก่อนที่จะเร่ิม ดาเนินการสอน เป็นการวางแผนและเตรียมการล่วงหนา้ เพ่อื ใหก้ ารเรียนของผเู้ รียนบรรลุตาม จุดประสงคท์ ี่วางไว้ โดยการกาหนดองคป์ ระกอบต่าง ๆ ของการสอนไดแ้ ก่ วตั ถุประสงค์ วธิ ีสอน ส่ือการสอน วดั และประเมินผล แลว้ นาไปเขียนแผนการสอน 7. การนาเข้าสู่บทเรียน หมายถึง กิจกรรมท่ีครูผสู้ อนนามาช่วยเพื่อสร้างความสนใจ ใหน้ กั เรียนก่อนนาเขา้ สู่บทเรียนใหมแ่ ต่กิจกรรมน้นั ตอ้ งเป็ นกิจกรรมที่สอดคลอ้ งกบั เน้ือหาวชิ า ท่ีจะเรียนโดยวธิ ีการตา่ ง ๆ 8. การควบคุมช้ันเรียน และการสร้างบรรยากาศในห้องเรียน หมายถึง การจดั สภาพ แวดลอ้ ม การดูแลความเป็นระเบียบเรียบร้อย การมิปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งครูผสู้ อนกบั นกั เรียน รวมท้งั แรงจงู ใจและการเสริมแรง เช่นการยกยอ่ งชมเชย การให้รางวลั การสร้างบรรยากาศตา่ ง ๆ ในหอ้ ง เรียน โดยใหเ้ หมาะสมกบั กิจกรรมการจดั การเรียนการสอน 9. การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน หมายถึง รูปแบบ วธิ ีสอน การดาเนินการสอน เทคนิคการสอนท่ีครูใชส้ อนนกั เรียนในหอ้ งเรียน เพอื่ ให้นกั เรียนประสบผลสาเร็จ และบรรลุตาม จุดประสงคท์ ี่ครูต้งั เอาไว้ 10. การใช้สื่อการเรียนการสอน หมายถึง วสั ดุ อุปกรณ์ วิธีสอนตา่ ง ๆ ซ่ึงครูผสู้ อนใชใ้ น การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนบรรลุเป้ าหมายอนั พึงประสงคอ์ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
9 11. การวดั และประเมินผลการเรียนการสอน หมายถึง การกระทาเกี่ยวกบั กระบวนการ ใชเ้ คร่ืองมือวดั ผลแต่ละชนิดในลกั ษณะต่าง ๆ ในการประเมิน เพื่อครูจะไดท้ ราบวา่ การเรียนและ การปฏิบตั ิงานของนกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจมากนอ้ ยเพยี งใดโดยใชแ้ บบทดสอบที่มีคุณภาพ และประเมินจากการสงั เกต 12. โรงเรียนสร้างครู หมายถึง โรงเรียนท่ีทาการจดั การเรียนการสอนวชิ าชีพครูในระบบ หลกั สูตร และสาขาวชิ าตา่ ง ๆ โดยรับนกั เรียนที่เรียนจบระดบั โรงเรียนประถม โรงเรียนมธั ยมศึกษา ตอนตน้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย และครูเขา้ มาเรียนต่อวชิ าชีพครู 13. นักเรียน หมายถึง ผทู้ ่ีเขา้ รับการศึกษาในระบบหลกั สูตร และสาขาวชิ าต่าง ๆ ที่โรง เรียนสร้างครูหลวงน้าทา ปี การศึกษา 2552 14. แขวง หมายถึง การปกครองส่วนหน่ึงของประเทศเทียบกบั ประเทศไทย หมายถึง จงั หวดั
10 บทที่ 2 เอกสารและงานวจิ ยั ที่เกยี่ วข้อง เอกสารและงานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ งกบั การศึกษาคน้ ควา้ เรื่องความพึงพอใจของนกั เรียน ตอ่ การสอนวชิ าชีพครู ที่โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา แขวงหลวงน้าทา สาธารณรัฐประชาธิปไตย ประชาชนลาว ผวู้ จิ ยั ไดล้ าดบั เอกสารและงานวจิ ยั ท่ีเกี่ยวขอ้ งในการศึกษาคร้ังน้ีดงั ต่อไปน้ี 1. แนวคิดทฤษฎีและหลกั สูตรการเรียนการสอน 1.1 ความหมายของหลกั สูตร 1.2 ทิศทางและหลกั การ การพฒั นาระบบหลกั สูตรโรงเรียนสร้างครู และการยก ระดบั ความรู้ของครู 2. แนวคิดและทฤษฎีตา่ งๆ เก่ียวกบั ความพึงพอใจ 2.1 ความหมายของความพงึ พอใจ 2.2 องคป์ ระกอบที่มีอิทธิพลต่อความพงึ พอใจ 2.3 ทฤษฎีการจูงใจที่ส่งผลถึงความพึงพอใจ 3. แนวคิดและทฤษฎีต่างๆเก่ียวกบั การเรียนการสอน 3.1 ความหมายเก่ียวกบั การเรียนการสอน 3.2 เกณฑก์ ารคดั เลือกเน้ือหาของการเรียนการสอน 3.3 พฤติกรรมการสอนของครู 3.4 การเตรียมการสอน 3.5 การนาเขา้ สู่บทเรียน 3.6 การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 3.7 บทบาทของครูในดา้ นการเรียนการสอน 3.8 รูปแบบการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน 3.9 การควบคุมห้องเรียนและสร้างบรรยากาศในห้องเรียน 3.10 การใชส้ ื่อการเรียนการสอน 4. การวดั และการประเมินผลการเรียนการสอน 4.1 ความหมายของการวดั และประเมินผลการเรียนการสอน 4.2 ประโยชนข์ องการวดั และประเมินผลการเรียนการสอน 5. งานวจิ ยั ที่เก่ียวขอ้ ง
11 แนวคดิ ทฤษฎแี ละหลกั สูตรการเรียนการสอน ความหมายของหลกั สูตร มีหลายแนวคิดท่ีใหค้ วามหมายเกี่ยวกบั หลกั สูตรดงั น้ี (กระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว, 2539) 1. หลกั สูตรคือการจดั เตรียมจานวนวชิ าใหเ้ หมาะสมกบั กลุ่มนกั เรียนหรือกลุ่มคน ท่ีจะเรียน 2. หลกั สูตรคือการกาหนดวชิ าใหแ้ ก่ผเู้ รียนในระดบั ท่ีแตกตา่ งกนั ในโรงเรียนช้นั ตา่ ง ๆ 3. หลกั สูตรคือเน้ือในวชิ าตา่ ง ๆ ท่ีกระทรวงศึกษาธิการไดก้ าหนดใหน้ กั เรียนตอ้ งเรียน ในแต่ละช้นั เรียน 4. หลกั สูตรคือแผนการศึกษาที่โรงเรียนจดั ไวเ้ ป็ นแบบใหน้ กั เรียนไดเ้ รียน 5. หลกั สูตรคือกลุ่มวชิ าหรือเน้ือเรื่องที่กาหนดไวใ้ หผ้ เู้ รียนไดเ้ รียน 6. หลกั สูตรคือประมวลกิจกรรมและเน้ือเรื่องท้งั หลายท่ีอยใู่ นและนอกหลกั สูตร ซ่ึงโรงเรียนจดั ข้ึนเพื่อช่วยใหน้ กั เรียนเกิดการพฒั นาทุกดา้ น 8. หลกั สูตรคือทุกส่ิงทุกอยา่ งที่เก่ียวขอ้ ง และเป็นผลดีใหแ้ ก่การสอนในโรงเรียน 9. หลกั สูตรคือสิ่งกาหนดเรื่องท้งั หมดที่มีเป้ าประสงคใ์ หน้ กั เรียนไดร้ ับการศึกษา ท้งั ดา้ นวชิ าการ และการพฒั นาทุกดา้ นรวมถึงการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนอีกดว้ ย 10. หลกั สูตรคือเน้ือเรื่องท้งั หมดท่ีโรงเรียนจดั ใหน้ กั เรียนท้งั ในและนอกห้องเรียน เพื่อใหน้ กั เรียนไดร้ ับความรู้ ทศั นคติ และทกั ษะที่สาคญั ต่อชีวติ สรุปคือหลกั สูตร หมายถึง กลุ่มวชิ าหรือเน้ือเรื่อง เพื่อพฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีความรู้ความ สามารถในทุกดา้ น และคุณลกั ษณะสอดคลอ้ งกบั ความมุง่ หมายทางการศึกษาที่ไดก้ าหนดเอาไว้ ทศิ ทางและหลกั การ การพฒั นาระบบหลกั สูตรโรงเรียนสร้างครู และการยกระดบั ความรู้ ของครู ทิศทางการพฒั นาหลกั สูตรโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา และยกระดบั ความรู้ของครู มีดงั น้ี (กระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, 2539) 1. สอดคลอ้ งและตอบสนองความตอ้ งการในการพฒั นาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ 2. สอดคลอ้ งกบั เอกลกั ษณ์ของชาติลาว 3. มีลกั ษณะทาใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในกระบวนการเรียน 4. มีความสัมพนั ธ์กนั ต่อเน่ืองภายในวชิ าและระหวา่ งวชิ า 5. สอดคลอ้ งกบั สภาพและความตอ้ งการของสงั คม
12 6. สามารถใชแ้ หล่งวชิ าการตา่ ง ๆ เขา้ ในกระบวนการเรียน 7. มีการประสมประสานระหวา่ งภาคทฤษฎีและปฏิบตั ิจริง 8. มีการกาหนดมาตรฐานการเรียนการสอน หลกั การในการพฒั นาหลกั สูตรโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทา และยกระดบั ความรู้ ของครูมีดงั น้ี 1. พฒั นาจากศูนยก์ ลางโดยประสมประสานกบั ความคิดจากทอ้ งถิ่น 2. การประสมประสานระหวา่ งวชิ าครูกบั วชิ าทวั่ ไป 3. อาคาร สถานท่ีกบั กิจกรรมการเรียนการสอนตอ้ งมีความสอดคลอ้ งกนั 4. มีการประสานระหวา่ งการสร้างครูและการยกระดบั ครู 5. วธิ ีการเรียนการสอนในโรงเรียนสร้างครูตอ้ งเป็ นตวั แบบใหแ้ ก่นกั เรียนครู 6. การสร้างครูและยกระดบั ครูตอ้ งเกี่ยวพนั กบั หลกั สูตร 7. มีการร่วมมือกนั ระหวา่ งโรงเรียนกบั ชุมชน จุดมุ่งหมายของหลกั สูตร 1. เพื่อสร้างครูไปสอนโรงเรียนช้นั ประถมและมธั ยมใหส้ อนไดใ้ นทุกวชิ าเรียน 2. เพื่อสร้างครูใหท้ อ้ งถิ่นและเขตห่างไกล 3. เพื่อใหน้ กั เรียนครูไดเ้ รียนวชิ าเลือกเสรีท่ีหลากหลายข้ึนกวา่ เก่าตามวชิ าท่ีตนสนใจ โครงสร้างหลกั สูตรของการสร้างครู โครงสร้างหลกั สูตรของการสร้างครูสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวมีรายละเอืยด ดงั น้ี (หลกั สูตรการเรียนการสอนกระทรวงศึกษาธิการสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว, 2539) 1. โครงสร้างหลกั สูตรระบบ 11+3 สายครูมธั ยมตน้ เป็นหลกั สูตรท่ีจดั ใหม้ ีการเรียนการสอนท้งั ภาคทฤษฎีและการปฏิบตั ิมี 2,304 ชว่ั โมง 142 หน่วยกิต และกาหนดการเรียนการสอนเป็นเวลา 3 ปี หรือ 6 ภาคเรียน แต่ละภาคเรียนจะจดั การจดั การเรียนการสอน 18 สัปดาห์ของการเรียนการสอน มีการเรียนการสอน 16 สปั ดาห์ และ 2 สัปดาห์ทบทวนบทเรียนท่ีเรียนมาและสอบ แต่ละสัปดาห์เรียน 28- 32 ชว่ั โมง แตล่ ะชว่ั โมงเรียน 50 นาที หลกั สูตรระบบ 11 + 3 ครูมธั ยมตน้ สายครูสังคมไดแ้ บ่งออกเป็น 2 หมวดวชิ าคือ หมวด วชิ าครู และหมวดวชิ าทวั่ ไปดงั ต่อไปน้ี 1.1 หมวดวชิ าครู หมายถึง วิชาเรียนที่มุง่ หวงั ใหน้ กั เรียนครูมีความรู้ ความเขา้ ใจเก่ียว
13 กบั เน้ือหาท่ีตนเองจะนาไปสอน มีความเขา้ ใจถึงภาระบทบาทและหนา้ ท่ีของครู สามารถใชเ้ ทคนิค วธิ ีสอนวชิ าตา่ ง ๆ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม และมีประสิทธิภาพ หมวดวชิ าครูมี 1,052 ชว่ั โมง มี 72 หน่วย กิตและแบง่ เป็น 3 กลุ่มวชิ าคือกลุ่มวชิ าครูทวั่ ไป กลุ่มวชิ าวธิ ีสอน การฝึกประสบการณ์วชิ าชีพ 1.2 หมวดวชิ าทว่ั ไป มี 1,052 ชว่ั โมงเท่ากบั 70 หน่วยกิต ซ่ึงประกอบดว้ ย 3 กลุ่มวชิ า คือ กลุ่มวชิ าเฉพาะ กลุ่มวชิ าบงั คบั ทว่ั ไป และกลุ่มวชิ าเลือกเสรี 2. โครงสร้าง หลกั สูตรระบบ 8+3 และ 5+4 สายครูประถม เป็นหลกั สูตรที่จดั ใหม้ ีการเรียนการสอนท้งั ภาคทฤษฎี และการปฏิบตั ิจริงมี 2,720 ชวั่ โมง เท่ากบั 142 หน่วยกิต และกาหนดการจดั การเรียนการสอนเป็นเวลา 3 ปี หรือ 6 ภาคเรียน แต่ละ ภาคเรียนจะจดั การเรียนการสอน 18 สปั ดาห์ จดั การเรียนการสอน 16 สปั ดาห์ และ 2 สปั ดาห์ ทบทวนบทเรียนที่เรียนมาแลว้ และสอบ แต่ละสัปดาห์เรียน 28- 32 ชว่ั โมง แต่ละชว่ั โมงเรียน 50 นาที หลกั สูตรระบบ 8+3 และระบบ 5+4 สายครูประถม ไดแ้ บ่งออกเป็น 2 หมวดวชิ าคือ หมวดวชิ าครู และหมวดวชิ าทวั่ ไปดงั ต่อไปน้ี 2.1 หมวดวชิ าครู มี 1,184 ชว่ั โมง เทา่ กบั 74 หน่วยกิต และแบง่ เป็น 3 กลุ่มวชิ าคือ กลุ่มวชิ าครูทวั่ ไป กลุ่มวธิ ีสอน กลุ่มการฝึกประสบการณ์วชิ าชีพ 2.2 หมวดวชิ าทวั่ ไป มี 1,136 ชวั่ โมงเท่ากบั 68 หน่วยกิต ซ่ึงประกอบดว้ ย 2 กลุ่มวชิ า คือ กลุ่มวชิ าเฉพาะตามสาย และกลุ่มวชิ าเลือกเสรี 3. โครงสร้างหลกั สูตรระบบ 11+2 สายครูอนุบาล เป็นหลกั สูตรท่ีจดั ใหม้ ีการเรียนการสอนท้งั ภาคทฤษฎี และการปฏิบตั ิจริงมี 1,584 ชว่ั โมง เท่ากบั 96 หน่วยกิต และกาหนดการจดั การเรียนการสอนเป็นเวลา 2 ปี หรือ 4 ภาคเรียน แตล่ ะภาคเรียนจะจดั การเรียนการสอน 18 สปั ดาห์ จดั การเรียนการสอน 16 สปั ดาห์ และ 2 สัปดาห์ ทบทวนบทเรียนท่ีเรียนมาแลว้ และสอบ แตล่ ะสัปดาห์เรียน 28- 32 ชวั่ โมง แตล่ ะชวั่ โมงเรียน 50 นาที หลกั สูตรระบบ 11+2 สายครูอนุบาลไดแ้ บง่ ออกเป็น 2 หมวดวชิ าคือ หมวดวชิ าครู และหมวด วชิ าทว่ั ไปดงั ต่อไปน้ี 3.1 หมวดวชิ าครู มี 1,136 ชว่ั โมง เท่ากบั 71 หน่วยกิต และแบง่ เป็น 3 กลุ่มวชิ าคือ กลุ่มวชิ าครูทว่ั ไป กลุ่มวชิ าวธิ ีสอน กลุ่มการฝึกประสบการณ์วชิ าชีพ 3.2 หมวดวชิ าทว่ั ไป มี 448 ชวั่ โมงเท่ากบั 25 หน่วยกิต ซ่ึงประกอบดว้ ย 2 กลุ่มวชิ า คือ กลุ่มวชิ าเฉพาะตามสาย และกลุ่มวชิ าเลือกเสรี รูปแบบการเรียนการสอนของครูอยใู่ นหลกั สูตรการจดั การเรียนการสอนของสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว (กรมสร้างครู, 2551) การสอนของครูตอ้ งปฏิบตั ิตาม 7 หลกั การดงั น้ี หลกั การท่ี 1 การสอนตอ้ งศึกษาแนวความคิดของนกั เรียนเพ่ือสร้างแนวความคิดอนั ถูก
14 ตอ้ งใหแ้ ก่เดก็ ในดา้ นเป็นพลเมืองดีของชาติ หลกั การที่ 2 การสอนตอ้ งส่งความรู้ วทิ ยาศาสตร์ธรรมชาติและวทิ ยาศาสตร์สงั คม ใหช้ ดั เจนเป็นตน้ การอธิบายบทเรียนใหถ้ ูกตอ้ งชดั เจนเพื่อใหน้ กั เรียนมีความรู้แน่นอนและมีความ เช่ือต่อวทิ ยาศาสตร์ หลกั การท่ี 3 การสอนตอ้ งใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้ือหาบทเรียนกบั ความสามารถรับรู้ของ นกั เรียนแต่ละช่วงช้นั หลกั การท่ี 4 การสอนตอ้ งใหม้ ีความรู้ตอ่ เน่ืองกนั อยา่ งเป็ นระบบในแตล่ ะบทเรียน เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจง่าย มีความรู้เป็นระบบ หลกั การท่ี 5 การสอนตอ้ งมีความเป็นประชาธิปไตยตอ่ ผเู้ รียน หมายวา่ นกั เรียนทุกคน ตอ้ งมีอิสระในการตอบคาถามครูและครูกใ็ หโ้ อกาสนกั เรียนถาม หลกั การที่ 6 การสอนตอ้ งเอาใจใส่นกั เรียนที่มีจุดพเิ ศษ แตกต่างกนั ทางดา้ นร่างกาย จิตใจ ความสามารถ การปฏิบตั ิตน หลกั การท่ี 7 การสอนตอ้ งใหม้ ีอุปกรณ์เคร่ืองแสดง สื่อการสอน เคร่ืองทดลอง การ ปฏิบตั ิจริงเพื่อใหผ้ เู้ รียนเรียนไดด้ ี การเรียนการสอนสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวในปัจจุบนั ไดแ้ บง่ กิจกรรม การเรียนการสอนของครู เป็น 2 ประเภทใหญค่ ือ การสอนแบบครูเป็นศนู ยก์ ลาง และการสอนแบบ นกั เรียนเป็นศนู ยก์ ลางวธิ ีสอนท่ีผสู้ อนสามารถเลือกใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนมีหลาย วธิ ี เช่น 1. วธิ ีสอนแบบบรรยาย 2. วธิ ีสอนแบบทบทวน 3. วธิ ีสอนแบบสาธิต 4. วธิ ีสอนแบบทดลอง 5. วธิ ีสอนแบบโครงการ 6. วธิ ีสอนแบบศูนยก์ ารเรียนรู้ 7. วธิ ีสอนแบบสืบสวนและสอบสวน 8. วธิ ีสอนแบบแบง่ กลุ่มทางาน 9. วธิ ีสอนแบบการอภิปรายกลุ่ม 10. วธิ ีสอนแบบเป็นหน่วย 11. วธิ ีสอนแบบการแสดงบทบาทสมมุติ 12. วธิ ีสอนแบบวทิ ยาศาสตร์
15 แนวคดิ และทฤษฎเี กยี่ วกบั ความพงึ พอใจ ความหมายของความพงึ พอใจ แนวคิดเกี่ยวกบั ความพึงพอใจ หรือความพอใจ (Satisfaction) ไดม้ ีผใู้ หค้ วามหมาย ของความพึงพอใจดงั น้ี วอลเลอร์สเตน (Wallerstein, 1988 อา้ งถึงใน สิริพร บ่อพมิ าย, 2550, หนา้ 15) กล่าววา่ ความพงึ พอใจหมายถึง ความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนเมื่อไดร้ ับความสาเร็จตามความมุง่ หมาย หรือเป็นความ รู้สึกที่เกิดข้ึนเมื่อไดร้ ับผลสาเร็จตามความมุ่งหมาย หรือเป็ นความรู้สึกข้นั สุดทา้ ยที่ไดร้ ับผลสาเร็จ ตามวตั ถุประสงค์ วรูม (Vroom, 1964) กล่าววา่ ทศั นคติและความพงึ พอใจในส่ิงหน่ึงสามารถใชแ้ ทนกนั ไดเ้ พราะท้งั สองคาน้ีหมายถึง ผลท่ีไดจ้ ากการท่ีบุคคลเขา้ ร่วมในส่ิงน้นั ทศั นคติดา้ นบวกจะแสดง ใหเ้ ห็นสภาพความพงึ พอใจนน่ั เอง หรือ ฟิ ตชีเจอราลด์ และดุรานท์ (Fitzgerald & Durant, 1980 p.586) ไดใ้ หค้ วามหมายเกี่ยวกบั ความพงึ พอใจของประชาชนที่มีต่อการใหบ้ ริการสาธารณ (Public Service Satisfaction) วา่ เป็นการประเมินผลการปฏิบตั ิงานดา้ นการใหบ้ ริการของหน่วย งานการปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเคยมีพ้นื ฐานจากการรับรู้ (Perceptions) ถึงการส่งมอบการบริการท่ี แทจ้ ริง และการประเมินผลน้ีกจ็ ะแตกต่างกนั ไป ท้งั น้ีข้ึนอยกู่ บั ประสบการณ์ท่ีแต่ละบุคคลไดร้ ับ เกณฑ์ (Criteria) ที่บุคคลไดต้ ้งั เอาไว้ รวมถึงการตดั สิน (Judgement) ของบุคคลน้นั ดว้ ย โดยการ ประเมินผลสามารถแบ่งเป็ น 2 ดา้ นคือ ดา้ นอตั ถวสิ ัย (Subjective) ซ่ึงเกิดจากการไดร้ ับรู้ถึงการส่งมอบบริการ ดา้ นวตั ถุประสงค์ (Objective) ซ่ึงเกิดจากการไดร้ ับปริมาณและคุณภาพของการบริการ กนั คเ์ ลดและเนลสัน (Gundlach & Nelson, 1983, p.41) มีความเห็นวา่ ความพึงพอใจของ ประชาชนหลงั จากการพบกบั พฤติกรรมการใหบ้ ริการเป็ นระดบั ความพงึ พอใจท่ีเกิดจากการท่ีเจา้ หนา้ ท่ีสามารถตอบสนองความตอ้ งการหรือแกป้ ัญหาหรือลดปัญหาและทาใหป้ ระชาชนเกิดความ ภาคภมู ิใจไดม้ ากนอ้ ยเพียงใด จอห์นสัน (Johnson, 1986, p. 276; อา้ งถึงใน สิริพร บ่อพิมาย, 2550, หนา้ 15) ใหค้ วาม หมายของความพงึ พอโดยทว่ั ใปวา่ หมายถึงการรับรู้ดว้ ยจิตใจที่สงบท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ บุคคลรู้สึก สุขสาราญ อ่ิมเอม ปราศจากความวติ กกงั วล วอกเกอร์ (Walker, 1988, p. 24; อา้ งถึงใน สุบนั โญ จีนารงค,์ 2548, หนา้ 7) ใหค้ วาม หมายของความพงึ พอใจวา่ เป็นสิ่งที่ไดร้ ับจากการกระทาต่าง ๆ ไดแ้ ก่ สัมพนั ธภาพอารมณ์โดยทวั่ ไปเป็นส่วนประกอบของคุณภาพชีวติ และเป็นสิ่งจาเป็นสาหรับการเขา้ ใจบุคคลต่าง ๆ สุระ หีบโอสถ (2540) กล่าววา่ ความพงึ พอใจในการทางานเป็นองคป์ ระกอบท่ีสาคญั
16 ในการทางานอยา่ งใดอยา่ งหน่ึงใหส้ าเร็จ อินทิรา วฒั นลิมานนท์ (2534, หนา้ 8) ไดใ้ หค้ วามหมายความพึงพอใจวา่ หมายถึง สภาพความรู้สึก หรือระดบั ความพอใจ ซ่ึงมีต่อสิ่งใดสิ่งหน่ึงท่ีไดร้ ับผลสาเร็จตามความมุ่งหมาย พชิ ยั ศรีใส (2534, หนา้ 24) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพึงพอใจหมายถึงสภาพความ รู้สึกตอ่ การทางานน้นั อนั เน่ืองมาจากการตอบสนองความตอ้ งการท้งั ทางดา้ นร่างกายและจิตใจ กสุ ุมา ลมเชย (2537, หนา้ 21) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจหมายถึง ความรู้สึก หรือเจตคติที่ดีต่อการปฏิบตั ิงาน เป็นความรู้สึกหรือทศั นคติท่ีเป็นไปในทางบวก ศิริวรรณ จิตตบ์ ุญ, 2544, หนา้ 8 (ไพฑูรย์ เริงมล, 2540, หนา้ 19) ความพึงพอใจในการ ปฏิบตั ิงานหมายถึงความรู้สึกในทางท่ีดีทีบุคคลมีต่องานท่ีทา ถา้ บุคคลมีความพอใจในงานมาก ก็จะเสียสละอุทิศแรงกายแรงใจสติปัญญาใหแ้ ก่งานมาก ผใู้ ดมีความพงึ พอใจในงานนอ้ ยก็จะทา งานตามหนา้ ที่ นฤมล มีชยั (2538, หนา้ 15) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจหมายถึงความรู้สึก หรือเจตคติท่ีดีต่อการปฏิบตั ิงาน ตามภาระหนา้ ท่ีและความรับผดิ ชอบทางานน้นั ๆ ดว้ ยใจรัก มีความกระตือรือร้นในการทางานใหบ้ รรลุเป้ าหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุด มีความสุขกบั งาน ที่ทาและมีความพอใจเม่ืองานน้นั มีผลประโยชนต์ อบแทน กิลเมอร์ (Gilmer. 1967, หนา้ 374- 375) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจ หมายถึง ผลของทศั นคติตา่ ง ๆ ของบุคคลที่มีตอ่ องคป์ ระกอบของงาน และมีส่วนสมั พนั ธ์กบั ลกั ษณะงาน และสภาพแวดลอ้ มในการทางาน ความพงึ พอใจน้นั ไดแ้ ก่ รู้สึกมีความสาเร็จในผลงาน รู้สึกวา่ ไดร้ ับ การยกยอ่ ง และรู้สึกวา่ มีโอกาสกา้ วหนา้ ในการปฏิบตั ิงาน กดู๊ (Good. 1973, หนา้ 320) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจหมายถึง คุณภาพ สภาพ หรือระดบั ความพงึ พอใจของบุคคล ซ่ึงเป็นผลมาจากความสนใจและทศั นคติของคนผนู้ ้นั ที่มี ตอ่ การเรียนในทางบวก ฮอลล์ (Hall. 1994, 1193) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจหมายถึง ระดบั ความ ตอ้ งการที่ไมก้ ระทบกบั ความตอ้ งการอ่ืน ๆ ท่ีมากเกินไป ชาญชยั อาจินสมาจาร (2532, หนา้ 121) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพึงพอใจในการ ปฏิบตั ิงาน หมายถึงความรู้สึกท้งั หมดของพนกั งานที่มีผลต่องานของเขา เม่ือเราพูดวา่ พนกั งาน มีความพึงพอใจในงานสูง เราหมายความวา่ โดยทวั่ ไปแลว้ พนกั งานชอบ และตีคา่ งานของเขาสูง และมีความรู้สึกในทางบวกต่องานของเขามีความพงึ พอใจในงานสูง และในทางตรงกนั ขา้ มคน มีความพอใจในงานต่าก็จะมีทศั นคติทางลบกบั งาน การแสดงออกหรือพฤติกรรมของบุคลากร แตล่ ะคนในองคก์ าร เช่น ความสนใจ ความกระตือรือร้นในการทางานหรือความเฉ่ือยชาแสดงให้
17 เห็นถึงสภาวะแห่งใจ หรือขวญั ของบุคลากรในองคก์ ารน้นั ๆ กล่าวคือ หากองคก์ ารใดมีสมาชิกท่ีมี ขวญั ในการทางานต่ากเ็ ป็ นที่คาดหมายไดว้ า่ กิจการขององคก์ ารน้นั ยอ่ มไม่บรรลุผล แตต่ รงกนั ขา้ มหากสมาชิกในองคก์ ารมีขวญั สูงและพึงพอใจในการทางาน ก็จะทาใหผ้ ลผลิตของงานสูงหรือ งานขององคก์ ารประสบผลสาเร็จ ความพงึ พอใจในการปฏิบตั ิงานหรือความพงึ พอใจในการทางานเป็นคาที่มีความหมาย เก่ียวขอ้ งกบั ความตอ้ งการของมนุษยโ์ ดยตรง มีความเกี่ยวขอ้ งกบั จิตใจ ทศั นคติและการจูงใจอยา่ ง มาก ความพึงพอใจมีผลเป็นอยา่ งมากต่อการปฏิบตั ิงานของบุคคล กล่าวคือ ผทู้ ี่มีความพงึ พอใจ ในการทางานยอ่ มปฏิบตั ิงานไดส้ าเร็จและมีประสิทธิภาพกวา่ ผทู้ ่ีมีความพึงพอใจในการปฏิบตั ิงาน ต่า ผบู้ ริหารท่ีตอ้ งการประสิทธิภาพของงาน มีหลกั การท่ีควรปฏิบตั ิ คือขจดั ส่ิงที่สร้างความไม่พอ ใจในงานใหเ้ หลือนอ้ ยที่สุดและในขณะเดียวกนั จะตอ้ งจดั สร้างความพึงพอใจในงานใหแ้ ก่ผรู้ ่วม งานใหม้ ากท่ีสุดเท่าที่จะทาได้ (สุธีระ ทานตวณิช, 2527, หนา้ 101) ปรียาพร วงศอ์ นุตรโรจน์ (2535, หนา้ 1 43) ไดใ้ หค้ วามหมายไวว้ า่ ความพงึ พอใจในการ ปฏิบตั ิงาน หมายถึง ความรู้สึกรวมของบุคคลที่มีต่อการทางานในทางบวก เป็นความสุขของบุคคล ท่ีเกิดจากในการปฏิบตั ิงานและไดร้ ับผลตอบแทน คือผลที่เป็นความพงึ พอใจท่ีทาให้บุคคลเกิด ความรู้สึกกระตือรือร้นมีความมุง่ มน่ั ท่ีจะทางาน มีขวญั และกาลงั ใจ ส่ิงเหล่าน้ีจะมีผลต่อประสิท ธิภาพและประสิทธิผลของการทางาน รวมท้งั ส่งผลตอ่ ความสาเร็จและเป็นไปตามเป้ าหมายของ องคก์ าร สรุปไดว้ า่ ความพึงพอใจในการเรียน หมายถึง อารมณ์ ความรู้สึก ความชอบ ความพึง พอใจท่ีบุคคลมีตอ่ ส่ิงใดส่ิงหน่ึง มีเจตคติที่ดีต่อการจดั การเรียนสอน ความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนเมื่อไดร้ ับ ความสาเร็จตามความมุง่ หมาย ความรู้สึกรวมของบุคคลที่มีต่อการทางานในทางบวก เป็นความสุข ของบุคคลที่เกิดจากในการปฏิบตั ิงานและและมีความพยายามต้งั ใจเรียนเพ่ีอใหบ้ รรลุเป้ าหมาย และ ประสบผลสาเร็จ องค์ประกอบทม่ี อี ทิ ธพิ ลต่อความพงึ พอใจ ความพึงพอใจในการเรียนมีองคป์ ระกอบหลายปัจจยั ดว้ ยกนั องคป์ ระกอบความพึง พอใจของบุคคลในการเรียนมี 7 ประการ ตามทฤษฏีของ เฮิร์ชเบิร์กและมาสโลวค์ ือ 1. ความสมหวงั ในชีวติ ความสมหวงั เป็นส่ิงที่ทุกคนปรารถนาใหต้ นเองประสบผล สาเร็จในชีวติ การเรียนในท่ีตนเองพอใจกจ็ ะพาใหเ้ กิดการทุ่มเทความพยายาม กาลงั กายกาลงั ใจ ในการเรียนน้นั เพอ่ื ให้เกิดประโยชน์และการเปล่ียนแปลงแก่ตนเองในดา้ นความคิดความสามารถ ทกั ษะและการเรียนรู้ที่ดีข้ึน
18 2. ความพงึ พอใจในการเรียน ถา้ มนุษยเ์ ราไดเ้ รียนในส่ิงที่เราพอใจก็จะมีความสุข และ ทาใหป้ ระสบผลสาเร็จ ความพงึ พอใจในการเรียนน้นั เกิดจากผลของการเรียนเป็นที่พอใจ การไดร้ ับ รางวลั จากการเรียน การไดร้ ับการเสริมแรงทางบวกจากอาจารยผ์ สู้ อนหรือครูฝึกเป็นตน้ สิ่งตา่ ง ๆ เหล่าน้ีทาใหเ้ กิดความพงึ พอใจในการเรียน 2. การยอมรับนบั ถือ มนุษยเ์ ป็นสตั วส์ งั คมที่ตอ้ งการพึงพาอาศยั กนั ถา้ มนุษย์ หรือสมา ชิกท่ีเป็นส่วนหน่ึงของสังคมถูกทอดทิง้ ใหอ้ ยตู่ ามลาพงั เม่ือโดดเดี่ยวเขาก็จะเกิดความวติ กกงั วล เครียดไม่สามารถเรียนหรือปฏิบตั ิงานใหบ้ งั เกิดผลดีได้ 4. ความกา้ วหนา้ การมีชื่อเสียงเกียรติยศ เมื่อทุกคนเขา้ มาเรียนในสถาบนั ต่าง ๆ ส่ิงที่ทุก คนหวงั คือ ความกา้ วหนา้ หมายถึง เม่ือเรียนจบหลกั สูตรแลว้ โอกาสจะไดร้ ับตาแหน่งหนา้ ท่ีในการ งานตา่ ง ๆ เงินเดือนที่สูงข้ึน รวมท้งั มีโอกาสที่จะเพิ่มพนู ความรู้ไปในทางท่ีสูงข้ึน สิ่งต่าง ๆ ยอ่ ม เป็นกาลงั ใจใหม้ นุษยเ์ ราพร้อมที่จะฟันผา่ อุปสรรคต่าง ๆ ในการเรียนหรือการปฏิบตั ิงานน้นั ได้ 5. ความสนใจ เป็นภาวะท่ีจิตใจของบุคคลจดจ่อ และปรารถนาท่ีจะรู้สิ่งใดสิ่งหน่ึงเพื่อ นาไปบาบดั ความตอ้ งการใหเ้ ป็นท่ียอมรับของสังคม ถา้ บุคคลน้นั มีความสนใจกบั การเรียนก็จะทา ใหม้ ีความกระตือรือร้น ก็ใหเ้ กิดแรงจูงใจ อยากที่จะเรียน 6. ความเสมอภาค หมายถึง การเทา่ เทียมกนั ในการเรียนของคนในสถาบนั ไมม่ ีการแบ่ง แยกนกั เรียน ในระบบ นอกระบบหลกั สูตร หรือการลาเอียงของอาจารยผ์ สู้ อน เพราะสิ่งเหล่าน้ี จะทาลายขวญั ในการเรียนของนกั เรียน 7. สภาพของการเรียน หมายถึง การจดั การเรียนการสอนดว้ ยวธิ ีการตา่ งๆท่ีจะทาใหผ้ ู้ เรียนสามารถรับความรู้ ประสบการณ์ไดเ้ ตม็ ท่ีดว้ ยความเขา้ ใจไม่เบื่อหน่าย ทาใหเ้ รียนไดค้ วามรู้ มาก และผเู้ รียนพร้อมท่ีจะร่วมมือดว้ ยความสนใจ กระตือรือร้น และมีความพงึ พอใจในการเรียน สรุปไดว้ า่ องคป์ ระกอบความพึงพอใจของการเรียนเป็นส่ิงท่ีผบู้ ริหารและผทู้ ี่เก่ียวขอ้ ง จะตอ้ งใหค้ วามสาคญั เพราะวา่ องคป์ ระกอบของความพึงพอใจในการเรียนท่ีดีจะสนบั สนุนจูงใจ ใหผ้ เู้ รียนเกิดความพยายาม ต้งั ใจในการเรียน ทฤษฎกี ารจูงใจทส่ี ่งผลถึงความพงึ พอใจ ทฤษฎีการสร้างแรงจงู ใจที่ส่งผลถึงความพึงพอใจในการเรียนไดแ้ ก่ทฤษฎีลาดบั ความ ตอ้ งการของมาสโลวแ์ ละทฤษฏีการจงู ใจของเฮิร์ชเบิร์ก 1. ทฤษฏีลาดบั ความตอ้ งการของมาสโลว์ (Maslow. 1970, หนา้ 321) ไดแ้ บง่ ความตอ้ ง การของคนออกเป็น 5 ข้นั ตอน เรียงตามลาดบั ความสาคญั ความตอ้ งการดงั น้ี 1.1 ความตอ้ งการพ้นื ฐานทางร่างกาย (Physiological needs) เป็นความตอ้ งการ
19 พ้นื ฐานที่จาเป็นในการดารงชีพไดแ้ ก่ อาหาร ที่อยู่ อากาศ น้า ยารักษาโรค ความตอ้ งการทางเพศ ถา้ ความตอ้ งการอนั ดบั แรกยงั ไม่ไดร้ ับการตอบสนองพอเพียง แรงจูงใจประเภทอื่น ๆ กย็ ากที่จะ เกิดข้ึนได้ 1.2 ความตอ้ งการทางดา้ นความปลอดภยั (Safety needs) เมื่อความตอ้ งการอนั ดบั แรกไดร้ ับการตอบสนองแลว้ ตอ่ มาเกิดความตอ้ งการที่จะรักษาชีวติ ของตนเอง ทรัพยส์ ินของตนเอง ใหม้ น่ั คงปลอดภยั ถา้ ไมม่ ีการตอบสนอง มนุษยก์ ็จะเกิดอาการประสาทผวา เชื่อวา่ เป็ นความกลวั หลาย ๆ อยา่ งต้งั แต่ระดบั สามญั จนถึงระดบั ผดิ ปกติน้นั เกิดจากการไม่ไดร้ ับการตอบสนองความ รู้สึกมนั่ คงปลอดภยั เพียงพอ 1.3 ความตอ้ งการทางดา้ นสงั คม (Social needs) เม่ือความตอ้ งการทางดา้ นร่างกาย และความปลอดภยั ไดร้ ับการตอบสนองแลว้ ความตอ้ งการทางสงั คมเป็นแรงจงู ใจต่อพฤติกรรม ของคน ความตอ้ งการที่จะเขา้ ร่วมในสังคม ตอ้ งการการยอมรับในสงั คม ความห่วงใย ความรักจาก ผอู้ ื่น 1.4 ความตอ้ งการมีศกั ด์ิศรีจากตนเองและผอู้ ื่น (Esteem needs from oneself and others) ความตอ้ งการมีเกียรติ มีหนา้ มีตามีช่ือเสียงเป็นท่ียกยอ่ งนบั ถือ เป็ นความตอ้ งการเก่ียวกบั จิตใจ เกี่ยวกบั ความมน่ั ใจในตนเองในเรื่องความรู้ความสามารถ 1.5 ความตอ้ งการไดร้ ับการยอมรับในตนเอง (Self- actualization needs) เป็นความ ตอ้ งการระดบั สูง ซ่ึงเป็นความตอ้ งการที่จะใหเ้ กิดความสาเร็จในทุกส่ิงทุกอยา่ งตามความคิดของตน เป็นความตอ้ งการท่ียากแก่การเสาะแสวงหามาได้ ทฤษฏีการจูงใจของมาสโลว์ มีสมมติฐานเก่ียวกบั พฤติกรรมของมนุษยด์ งั น้ี (ธงชยั สนั ติวงษ,์ 2536, หนา้ 111) ความต้องการ (Needs) คือ สาเหตุพ้ืนฐานที่ทาให้เกิดพฤติกรรม คนทุกคนต่างก็มีความ ตอ้ งการที่หวงั จะไดร้ ับการตอบสนองเสมอ และในการแสวงหาสิ่งต่าง ๆ มาตอบสนองน้นั เอง ความปรารถนา (Wants or Desires) คือความตอ้ งการท่ีระบุออกมาเป็ นส่ิงของ หรือ ความปรารถนาเฉพาะอยา่ ง เช่น การอยากไดซ้ ่ึงตาแหน่งที่มีเกียรติ พฤติกรรม (Behavior) การกระทาที่แตล่ ะคนแสดงออกมาในขณะทาการตอบสนอง ความตอ้ งการของตน เช่น ความขยนั ความกระตือรือร้น เป้ าหมาย (Goals) คือจุดประสงคข์ องพฤติกรรมท่ีมุ่งหวงั จะไดร้ ับจากการแสดงออกซ่ึง พฤติกรรม เป้ าหมายอาจเป็นส่ิงของ สภาพเง่ือนไข หรือกิจกรรมต่าง ๆ
20 จะเห็นไดว้ า่ คนทุกคนมีความตอ้ งการตลอดเวลาและไมม่ ีสิ้นสุด ความตอ้ งการ ความปรารถนา พฤติกรรม เป้ าหมาย 2. ทฤษฎีการจงู ใจของเฮิร์ชเบิร์ก (Herzberg’ s Two Factor Theory) (Herzberg. 1959, หนา้ 60-69) ทฤษฎีการจงู ใจตามแนวคิดของเฮิร์ชเบิร์กและผรู้ ่วมงาน การเรียนน้นั จะตอ้ งมีสิ่งท่ีทา ใหเ้ กิดความพึงพอใจ ซ่ึงเรียกวา่ ปัจจยั กระตุน้ และสิ่งที่เป็นส่วนประกอบท่ีเสริมใหค้ นเกิดความ พึงพอใจยง่ิ ข้ึน เรียกวา่ ปัจจยั ค้าจุน ทฤษฏีน้ีสร้างข้ึนจากผลงานวจิ ยั ของเขาในปี ค.ศ.1959 ท่ีเมือง ฟิ ทส์เบอร์ก รัฐเพนซินวาเนียประเทศสหรัฐอเมริกาเพ่ือพิสูจน์ทฤษฏีท่ีวา่ มนุษยม์ ีความปรารถนา 2 ประการคือ ความปรารถนาท่ีจะขจดั ทุกขท์ างร่างกายท้งั หลายใหห้ มดไป เช่น ความหิว ความ เดือดร้อน และอีกประการคือความปรารถนาในความสุขทางใจ เช่น ความภาคภมู ิใจความสาเร็จ ของงาน ชีวิตที่เจริญกา้ วหนา้ เป็นที่ยอมรับของคนทวั่ ไป ทฤษฏีการจูงใจของเฮิร์ชเบิร์กไดส้ ร้างผลงานวจิ ยั และคน้ พบวา่ องคป์ ระกอบที่ทาใหเ้ กิด ความพงึ พอใจ ประกอบดว้ ยปัจจยั กระตุน้ และปัจจยั ค้าจุนดงั น้ี ปัจจยั กระตุน้ มี 5 ประการ 1. ความสาเร็จของงาน (Achievement) 2. การไดร้ ับความยอมรับนบั ถือ (Recognition) 3. ลกั ษณะของงานที่ทา (Work itself) 4. ความรับผดิ ชอบในงาน (Responsibility) 5. ความกา้ วหนา้ ในตาแหน่งการงาน (Advancement) ปัจจยั ค้าจุนมี 11 ประการ 1. เงินเดือน (Salary) 2. โอกาสท่ีจะไดร้ ับความกา้ วหนา้ ในอนาคต (Posibility of Growth) 3. ความสมั พนั ธ์กบั ผบู้ งั คบั บญั ชา (Interpersonal Relation: Supervisor) 4. ความสมั พนั ธ์กบั ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา (Interpersonal Relation: Subordinal) 5. ความสัมพนั ธ์กบั เพื่อนร่วมงาน (Interpersonal Relation: Peers) 6. ฐานะของอาชีพ (Status)
21 7. การปกครองบงั คบั บญั ชา (Superivision: Technical) 8. นโยบายและการบริหารงาน (Policy and Administration) 9. สภาพการทางาน (Working) 10. ความเป็นอยสู่ ่วนตวั (Porsonal Life) 11. ความมนั่ คงในการทางาน (Job Security) เปรียบเทียบระหวา่ งทฤษฎีของมาสโลวแ์ ละเฮิร์ชเบิร์ก ทฤษฎีของมาสโลว์ ทฤษฎีของเฮิร์ชเบิร์ก ความตอ้ งการระดบั สูง ปัจจยั กระตุน้ ความตอ้ งการไดร้ ับการยอมรับในตนเอง ความสาเร็จในการงาน ความตอ้ งการมีศกั ด์ิศรีจากตนเองและผอู้ ื่น การยอมรับนบั ถือ ความตอ้ งการระดบั ต่า ลกั ษณะของงาน ความตอ้ งการทางดา้ นสงั คม ความรับผดิ ชอบ ความตอ้ งการทางดา้ นความปลอดภยั ความกา้ วหนา้ ความตอ้ งการพ้ืนฐานทางดา้ นร่างกาย ปัจจยั ค้าจุน เงินเดือน โอกาสท่ีจะไดร้ ับความกา้ วหนา้ ในอนาคต ความสมั พนั ธ์กบั ผบู้ งั คบั บญั ชา ความสมั พนั ธ์กบั ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชา ความสมั พนั ธ์กบั เพื่อนร่วมงาน ฐานะของอาชีพ การควบคุมบงั คบั บญั ชา นโยบายและการบริหารงาน สภาพการทางาน ความเป็นอยสู่ ่วนตวั ความมนั่ คงในการทางาน
22 3. ทฤษฎีแรงจูงใจของแมคเคลแลนด์ (McCelland, 1961) โดยสรุปวา่ ความตอ้ งการของ มนุษยม์ ี 3 ประการหลกั คือ 3.1 ความตอ้ งการความสาเร็จ (Needs for Achievement) คือแรงขบั เพ่ือใหง้ านน้นั ประสบผลสาเร็จดีท่ีสุดเมื่อเปรียบเทียบกบั มาตรฐานเป็ นแรงขบั เพ่ือใหไ้ ดม้ าซ่ึงความสาเร็จหรือ เป็นแรงจูงใจท่ีจะกระทาส่ิงหน่ึงส่ิงใดใหด้ ีกวา่ มีประสิทธิภาพสูงกวา่ และมีผลสาเร็จตามความ มุง่ หมาย 3.2 ความตอ้ งการยอมรับหรือแรงจูงใจใฝ่ สมั พนั ธ์ (Needs for Affiliation) คือความ ปรารถนาเพื่อความเป็นพวกพอ้ งมีมิตรภาพและความสมั พนั ธ์ที่ดีตอ่ กนั เป็นความตอ้ งการเพื่อสร้าง และรักษาสัมพนั ธ์ภาพกบั บุคคลอื่น 3.3 ความตอ้ งการอานาจบารมี (Needs for Power) คือความตอ้ งการที่จะใหค้ นอ่ืน มีความประพฤติหรือพฤติกรรมตามที่เราตอ้ งการเป็นความตอ้ งการที่จะมีอานาจในการบงั คบั บญั ชา และมีอิทธิพลเหนือบุคคลอื่นนนั่ เอง บุคคลที่มีความตอ้ งการน้ีมกั แสดงออกในรูปของความ ปรารถนาอยา่ งแรงกลา้ ส่วนมากมกั เป็นคนคิดเก่ง ชอบโตแ้ ยง้ ชอบติดต่อสัมพนั ธ์กบั ผอู้ ื่น ชอบใช้ อานาจ มีความตอ้ งการทางดา้ นความรัก ซ่ึงผทู้ ่ีประสบความสาเร็จท้งั หลายมกั มีลกั ษณะแตกต่าง จากบุคคลทวั่ ไป 4. ทฤษฎีการจงู ใจโดยเสริมแรงบวก ผรู้ ิเริ่มทฤษฎีน้ีคือ สกินเนอร์ เป็ นนกั จิตวทิ ยาผทู้ ่ี สนบั สนุนแนวความคิดวา่ พฤติกรรมของคนเราทุกอยา่ งมีผลเนื่องมาจากส่ิงเร้า สกินเนอร์เชื่ออยา่ ง มากเร่ืองการเสริมแรงทางบวก (Positive Reinforcement) ตลอดจนการให้รางวลั วา่ เป็ นวธิ ีที่ดีทีสุด ในการใหไ้ ดม้ าซ่ึงพฤติกรรมท่ีตอ้ งการ การลงโทษเป็ นเสมือนการสร้างพฤติกรรมท่ีไม่พึงปรารถนา ใหเ้ กิดข้ึน ทฤษฏีการเสริมแรงเขา้ ไปสู่ระบบการบริหารในรูปของวธิ ีการปรับปรุงพฤติกรรมโดย การใชส้ ิ่งเร้าทางดา้ นบวกเป็ นตวั กระตุน้ เช่น การข้ึนเงินเดือน การใหส้ วสั ดิการตา่ ง ๆ แนวคดิ และทฤษฎตี ่างๆ เกย่ี วกบั การเรียนการสอน ความหมายของการเรียนการสอน ไดม้ ีผใู้ หค้ วามหมายเกี่ยวกบั การสอนไวม้ ากมายเช่น เชียส์ (Searles, 1968, p. 24 อา้ งถึงใน สุนีย์ ช่างเจริญ, 2527, หนา้ 4) ซ่ึงไดส้ รุปการสอน ไวว้ า่ การสอนน้นั เป็ นการปฏิสัมพนั ธ์กนั ระหวา่ งผสู้ อนและผเู้ รียน และสิ่งเร้าตา่ งๆ ท่ีผสู้ อนจดั ให้ แก่ผเู้ รียนในอนั ท่ีจะทาใหผ้ เู้ รียนเกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของผเู้ รียนน้นั กม็ ิไดห้ มายความวา่ เป็นการเปลี่ยนแปลงทางดา้ นสติปัญญาเทา่ น้นั หากจะตอ้ งรวมความถึง การเปล่ียนแปลงในความ คิด การเปล่ียนแปลงในสิ่งที่เรียกวา่ ลกั ษณะนิสัย ตลอดไปจนถึงการเปลี่ยนแปลงกระบวนการทาง
23 จิตวทิ ยาภายใน เช่น ความมน่ั คงทางอารมณ์ ทศั นคติท่ีมีตอ่ ตนเองและผอู้ ่ืนดว้ ย ปรียาพร วงศอ์ นุตรโรจน์ (2535, หนา้ 72) ไดใ้ หค้ วามหมายของคาวา่ การเรียนการสอน ดงั น้ี การสอน (Instruction) หมายถึง กิจกรรมท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั การสอน การจดั กิจกรรมระหวา่ งการสอน การทดสอบ เป็นตน้ สุมน อมรวิวฒั น์ 2533, หนา้ 460 (อา้ งถึงในอาภรณ์ ใจเท่ียง 2546, หนา้ 1-2) ไดอ้ ธิบาย ความหมายของการสอนไวว้ า่ การสอนคือสถานการณ์อยา่ งหน่ึงที่มีสิ่งตอ่ ไปน้ีเกิดข้ึนไดแ้ ก่ 1. การมีความสัมพนั ธ์ และปฏิสมั พนั ธ์เกิดข้ึนระหวา่ งครูกบั นกั เรียน นกั เรียนกบั นกั เรียน นกั เรียนกบั สิ่งแวดลอ้ มและครูกบั นกั เรียนกบั ส่ิงแวดลอ้ ม 2. ความสมั พนั ธ์และปฏิสัมพนั ธ์น้นั ก่อใหเ้ กิดการเรียนรู้และประสบการณ์ใหม่ ผเู้ รียนสามารถนาประสบการณ์ใหม่น้นั ไปใชไ้ ด้ สุพนิ บุญชูวงศ์ (2533, หนา้ 3-4) ใหค้ วามหมายของการสอนไวว้ า่ การสอนคือการจดั ประสบการณ์ที่เหมาะสมให้นกั เรียนเพื่อที่จะให้เกิดการเรียนรู้หรือเปล่ียนแปลงไปในพฤติกรรมที่ดี ข้ึน การสอนจึงเป็นกระบวนการท่ีสาคญั ท่ีก่อให้เกิดความเจริญงอกงาม การสอนจึงเป็ นภารกิจที่ ตอ้ งใชท้ ้งั ศาสตร์และศิลป์ จึงก่อใหเ้ กิดประสบการณ์ที่มีความหมายตอ่ การเปล่ียนแปลงพฤติกรรม ของนกั เรียน ลาพอง บุญช่วย (2530, หนา้ 8-9) กล่าวถึงการสอนวา่ เป็นกระบวนการที่มีความสลบั ซบั ซอ้ นตอ้ งอาศยั ท้งั ศาสตร์และศิลป์ อาศยั ศาสตร์ก็ตรงท่ีผสู้ อนจะตอ้ งมีความรู้เกี่ยวกบั หลกั การ สอน และเป็นผมู้ ีศิลปะหรือมีกลวธิ ี มีเทคนิคในดา้ นตา่ ง ๆ อีกมากมาย More, Kenneth D. (1992, หนา้ 4) ใหค้ วามหมายของการสอนไวว้ า่ “การสอนคือ พฤติกรรมของบุคคลหน่ึงท่ีพยายามช่วยใหบ้ ุคคลอื่นไดเ้ กิดการพฒั นาตนในทุกดา้ นอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ” ฮิลส์ Hills. 1982, หนา้ 266 (อา้ งอิงจาก อาภรณ์ ใจเท่ียง 2546, หนา้ 1-2) ไดใ้ หค้ วาม หมายของการสอนไวว้ า่ การสอนคือกระบวนการใหก้ ารศึกษาแก่นกั เรียน ซ่ึงตอ้ งอาศยั ปฏิสมั พนั ธ์ ระหวา่ งครูกบั นกั เรียน สรุปคือ การเรียนการสอนหมายถึงการปฏิสัมพนั ธ์กนั ระหวา่ งผสู้ อนและผเู้ รียนเพื่อให้ เกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมของนกั เรียนหรือเป็ นการช่วยบุคคลอ่ืนไดเ้ กิดการพฒั นาตนในทุก ดา้ นอยา่ งเตม็ ศกั ยภาพ
24 เกณฑ์การคัดเลอื กเนือ้ หาของการเรียนการสอน องคป์ ระกอบหลกั ของการเรียนการสอนในสถานศึกษาประกอบดว้ ย 3 ส่วน คือ ผเู้ รียน หมายถึง นกั เรียนนกั ศึกษาในสถานศึกษา ผสู้ อนหมายถึง ครูอาจารยท์ ี่ทาการสอนและรับผดิ ชอบ เกี่ยวกบั งานดา้ นการสอน รวมท้งั ถ่ายทอดความรู้และช้ีแนะแนวทางในการแสวงหาความรู้และ บทเรียน หรือเน้ือหาของการเรียนการสอน หมายถึง สอนจะสอนอะไร และสอนอยา่ งไร ในส่วนองคป์ ระกอบที่ 3 ซ่ึงมกั เรียกกนั วา่ เน้ือหาวชิ า (Content) สุมิตร คุณานุกร (2520, หนา้ 76) อธิบายวา่ เน้ือหาวชิ า (Content) น้นั มิไดห้ มายความถึงเน้ือหาสาระหรือความรู้เทา่ น้นั หากยงั รวมถึงประสบการณ์การเรียนรู้อีกดว้ ย แตไ่ ทเลอร์ (Tyler, 1967, p. 286) บอกวา่ ประสบ การณ์การเรียนรู้น้นั ไม่ใช่ส่ิงเดียวกบั เน้ือหาวชิ าและกไ็ มใ่ ช่กิจกรรมต่างๆ ที่ผสู้ อนจะตอ้ งกระทา ดว้ ย แตป่ ระสบการณ์การเรียนรู้น้นั หมายถึง การปะทะสัมพนั ธ์กนั ระหวา่ งผเู้ รียนกบั สภาพต่าง ๆ ในส่ิงแวดลอ้ มภายนอก และการเรียนรู้จะเกิดข้ึนกด็ ว้ ยการกระทาของผเู้ รียน ส่ิงท่ีผเู้ รียนเรียนรู้คือ ส่ิงท่ีเขาไดก้ ระทา หาใช่ส่ิงที่ผสู้ อนกระทาไม่ และในการคดั เลือกเน้ือหาวชิ าน้นั สุมิตร คุณานุกร (2520, หนา้ 81-88) เสนอให้ใชเ้ กณฑต์ อ่ ไปน้ี 1. การเชื่อถือไดแ้ ละเป็นแก่นสารของความรู้ในสาขาวชิ า 2. ความสอดคลอ้ งกบั ความเป็นจริงของสังคม 3. ความสมดุลระหวา่ งความกวา้ งและความลึกซ้ึง 4. ความสามารถที่จะสนองความมุง่ หมายไดห้ ลายประการ 5. ความสอดคลอ้ งกบั วุฒิภาวะในการเรียนรู้และประสบการณ์ของผเู้ รียน 6. ความสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการและความสนใจของผเู้ รียน ไทเลอร์ (Tyler, 1967, p. 287-286) เสนอเกณฑใ์ นการคดั เลือกเน้ือหาของการเรียนการ สอนดงั น้ี 1. เกณฑท์ ่ีใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีโอกาสปฏิบตั ิการเกี่ยวขอ้ งกบั เน้ือหาวชิ าท่ีระบุไวใ้ นจุดมุง่ หมาย 2. เกณฑท์ ่ีใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับความพงึ พอใจจากการแสดงพฤติกรรมที่ระบุไวใ้ นจุดมุง่ หมาย 3. เกณฑท์ ่ีคานึงถึงความเป็นไปไดก้ ารปฏิบตั ิของผเู้ รียน 4. เกณฑท์ ี่คานึงถึงประสบการณ์เฉพาะหลาย ๆ อยา่ งที่อาจนามาใชเ้ พอ่ื ใหบ้ รรลุ เป้ าหมายร่วมกนั 5. เกณฑท์ ี่คานึงถึงผลผลิตหลาย ๆ อยา่ งอนั เนื่องมาจากประสบการณ์การเรียนรู้เพยี ง อยา่ งเดียว สรุปไดว้ า่ การคดั เลือกเน้ือหาวชิ าน้นั ควรจะใหม้ ีความสอดคลอ้ งกบั สภาพความเป็นจริง ในสังคม ยดึ สาระของความรู้และความสอดคลอ้ งกบั วฒุ ิภาวะในการเรียนรู้และประสบการณ์
25 ของผเู้ รียนดว้ ย โดยการกาหนดเน้ือหาน้นั ควรจะตอ้ งพจิ ารณาปรัชญาและจุดมุ่งหมายของสถาบนั พฤตกิ รรมการสอนของครู การสอนเป็ นหนา้ ที่หลกั ของครู ถึงแมว้ า่ สังคมจะมีการเปล่ียนแปลงและมีความเจริญกา้ ว หนา้ ทางเทคโนโลยอี ยา่ งมากมายเพยี งใดก็ตาม เครื่องมือคน้ ควา้ หาความรู้มีใหเ้ ลือกอยา่ งหลาก หลาย แต่ความสาคญั และความจาเป็นของครูกย็ งั คงมีอยู่ เน่ืองจากครูคือผกู้ ่อใหเ้ กิดการเรียนรู้และ พฒั นาการโดยรอบดา้ นข้ึนในตวั ของนกั เรียน ดงั น้นั ภารกิตหลกั ของครูกค็ ือ การสอน หรือการให้ การศึกษา โดยมีจุดมุง่ หมายสูงสุดในการท่ีจะให้นกั เรียนเกิดการเรียนรู้ มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ใหเ้ ป็นไปตามเป้ าหมายของการจดั การศึกษาตามหลกั สูตร ครูจึงเป็ นองคป์ ระกอบหน่ึงที่มีอิทธิพล ตอ่ คุณภาพการศึกษา พฤติกรรมการสอน หมายถึง พฤติกรรมท่ีครูแสดงออกเกี่ยวกบั การเรียนการสอนโดย มีเป้ าหมายเพื่อใหน้ กั เรียนเกิดการเปล่ียนแปลงพฤติกรรมไปสู่พฤติกรรมท่ีพึงประสงคใ์ นหลกั สูตร ที่เรียน จากความหมายพฤติกรรมการสอนดงั กล่าวจะพบวา่ หนา้ ท่ีสาคญั ประการหน่ึงของครู ก็คือการถ่ายทอดคความรู้จากครูไปสู่นกั เรียน ซ่ึงครูจะตอ้ งเป็นผทู้ ่ีมีความรู้ความสามารถและยงั จะ ตอ้ งเป็ นผขู้ วนขวายหาความรู้เพิ่มเติมอยตู่ ลอดเวลา การท่ีครูจะมีความสามารถดงั กล่าวน้นั ครูจา เป็นตอ้ งมีพฤติกรรมดงั ตอ่ ไปน้ี สงดั อุทรานนั ท์ (2532, นำ ) 1. ก่อนสอนครูควรเตรียมการสอนก่อนท่ีจะสอนทุกคร้ัง คิดถึงจุดประสงคข์ องการสอน การเลือกเน้ือหาสาระ วธิ ีการจดั การเรียนการสอน การใชส้ ่ือ และการวดั ประเมินผล 2. ระหวา่ งสอนเริ่มต้งั แตก่ ารนาเขา้ สู่บทเรียน การดาเนินการสอน การสุป และการวดั ประเมินผล 3. หลงั สอน เม่ือประเมินผลตามจุดประสงคท์ ่ีต้งั ไวแ้ ลว้ กน็ ามาเป็นขอ้ มลู เพ่ือนาไป ปรับปรุงการเรียนการสอนในคร้ังต่อไป ในทานองเดียวกนั กิ่งฟ้ า สินธุวงศ์ (2534, หนา้ 4-8) ไดแ้ บง่ พฤติกรรมการสอนไว้ 3 นอ 1. ข้นั เตรียม 1.1 การสารวจปัญหาและทรัพยากร 1.2 การกาหนดวตั ถุประสงคก์ ารเรียนการสอน 1.3 การวเิ คราะห์นกั เรียน 1.4 การวเิ คราะห์และจดั ลาดบั เน้ือหาสาระ
26 1.5 การกาหนดวธิ ีสอน กิจกรรม 1.6 การกาหนดส่ือการสอน 1.7 การกาหนดแนวทางการประเมินผล 1.8 การเขียนแผนการสอน 2. ข้นั ดาเนินการ เป็นข้นั ดาเนินการสอน และใหน้ กั เรียนทากิจกรรมตามที่ไดเ้ ตรียมไว้ 2.2 การนาเขา้ สู่บทเรียน 2.2 กิจกรรมการเรียนการสอน 2.3 การสรุปและวดั ผล 3. ข้นั ประเมินผล เป็นข้นั ตรวจสอบวา่ การเรียนการสอนที่ไดเ้ ตรียมการและดาเนินการ น้นั สามารถนานกั เรียนไปสู่วตั ถุประสงคท์ ี่วางไวห้ รือไม่ 3.1 การประเมินผลการเรียนรู้ของนกั เรียนและการสอนของครู 3.2 การวเิ คราะห์ผลการประเมินเพื่อปรับปรุงการเรียนการสอน รัชตะวนั อินทสะอาด (2541, หนา้ 11-14) ไดส้ งั เคราะห์แนวความคิดของนกั ศึกษาเกี่ยว กบั พฤติกรรมการสอนคณิตศาสตร์ออกเป็น 5 ดา้ น 1. ดา้ นการเตรียมการสอน 1.1 การศึกษาตารา หลกั สูตร คู่มือครูและเอกสารตา่ ง ๆ 1.2 การจดั ทาแผนการสอน 1.3 การจดั เตรียมส่ือการเรียนการสอน 1.4 การเตรียมการวดั และการประเมินผล 2. การจดั การเรียนการสอน เป็นจุดมุ่งหมายในการนาเสนอเน้ือหา หรือวธิ ีการตา่ ง ๆ ทีจะจดั ประสบการณ์ให้แก่นกั เรียน ซ่ึงครูตอ้ งพิจารณาถึงความเหมาะสม อีกท้งั ตอ้ งคานึงถึงความ สอดคลอ้ งของวธิ ีสอนก่อนที่จะนามาสอนจริง 3. การใชส้ ื่อการเรียนการสอน เป็นเคร่ืองมือ หรือตวั กลางที่ช่วยใหค้ รูผสู้ อนส่ง หรือ ถ่ายทอดความรู้ เจตคติ และทกั ษะไปยงั นกั เรียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ 4. การสร้างบรรยากาศในช้นั เรียน จะเป้ นการสร้างปฏิสัมพนั ธ์ที่ดีระหวา่ งครูกบั นกั เรียน ซ่ึงจะเป็ นการช่วยส่งเสริมใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ไดต้ ามจุดประสงค์ 5. การวดั และประเมินผล โดยมีจุดมุ่งหมายเป็นการบง่ บอกใหค้ รูรู้วา่ นกั เรียนมีความรู้ ความเขา้ ใจ มีทกั ษะ ท้งั ก่อนเรียน ระหวา่ งเรียน และหลงั เรียน จากความหมายเกี่ยวกบั พฤติกรรม หรือการจดั การเรียนการสอนของครู พอจะสรุปไดว้ า่
27 พฤติกรรมการสอนของงครู กค็ ือ การปฏิบตั ิ หรือการจดั กิจกรรมของครู โดยมีวตั ถุประสงคใ์ ห้ นกั เรียนเกิดการเรียนรู้ เปล่ียนแปลงพฤติกรรมและใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงคข์ องหลกั สูตร ประกอบดว้ ย การเตรียมตวั ก่อนสอน ขณะสอน และหลงั การสอนของครู สาหรับวจิ ยั คร้ังน้ีผวู้ จิ ยั จะศึกษาความพงึ พอใจของนกั เรียนต่อพฤติกรรมหรือการจดั การเรียนการสอนของครูใน 6 ำน อ ดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นการนาเขส้ ู่บทเรียน ดา้ นการควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้างบรรยากาศ ในหอ้ งเรียน ดา้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นการใชส้ ่ือการเรียนการสอน และดา้ นการ วดั และประเมินผลการเรียนการสอน การเตรียมการสอน การวางแผนการสอน เป็นภารกิจท่ีสาคญั ของครูผสู้ อน ทาใหผ้ สู้ อนทราบล่วงหนา้ วา่ จะสอนอะไร เพือ่ จุดประสงคใ์ ด สอนอยา่ งไร ใชส้ ่ืออะไร และวดั ประเมินผลดว้ ยวธิ ีใด เป็นการ เตรียมตวั ใหพ้ ร้อมก่อนสอน การที่ผสู้ อนไดว้ างแผนการสอนอยา่ งถูกตอ้ งตามหลกั การยอ่ มช่วยให้ เกิดความมน่ั ใจในการสอน ทาใหก้ ารสอนครอบคลุมเน้ือหา สอนอยา่ งมีแนวทางและมีเป้ าหมาย และเป็นการสอนท่ีใหค้ ุณค่าแก่ผเู้ รียน ดงั น้นั ครูผสู้ อนจ่ึงจาเป็นตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ความหมาย ความสาคญั ลกั ษณะ ข้นั ตอนการจดั ทาและหลกั การวางแผนการสอนตลอดจนลกั ษณะ ของการจดั ทาแผนการสอนท่ีดี เพ่ือส่งผลใหก้ ารเรียนการสอนดาเนินไปสู่จุดหมายปลายทางท่ีกา หนดไวอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ รัชตะวนั อินทสะอาด (2541; หนา้ 24) ไดส้ รุปการเตรียมการสอนไวว้ า่ การเตรียมการ สอนเป็นการคาดการณ์ล่วงหนา้ หรือการวางแผนการสอนล่วงหนา้ เก่ียวกบั การเลือกวธิ ีสอน สื่อ การเรียนการสอน และการวดั ประเมินผลซ่ึงจะตอ้ งใหม้ ีความเหมาะกบั วยั ของนกั เรียน เน้ือหาท่ีจะ สอนและเวลาท่ีใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอน เพือ่ ใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวตั ถุประ สงคท์ ี่กาหนด ดงั น้นั การเตรียมการสอนจึงเป็ นส่ิงจาเป็น มีความสาคญั และมีประโยชนอ์ ยา่ งยงิ่ ประโยชน์ของการเตรียมการสอนพอสรุปไดด้ งั น้ี 1. ช่วยใหก้ ารจดั การเรียนการสอนของครูมีประสิทธิภาพ 2. ช่วยใหค้ รูมีความมน่ั ใจการจดั การเรียนการสอน 3. ช่วยใหก้ ารจดั การเรียนการสอนของครูเป็นไปอยา่ งมีระบบ เน้ือหาวชิ ามีความ ต่อเน่ืองกนั 4. ช่วยใหก้ ารสอนของครูเป็ นท่ีน่าสนใจของนกั เรียน 5. เป็นหลกั ฐานในการแสดงใหท้ ราบวา่ นกั เรียนไดเ้ รียนอะไรไปแลว้ บา้ ง ฟ้ื น เหมทานนท์ (2528, หนา้ 309) ใหค้ วามหมายของการวางแผนการสอนไวว้ า่ การวาง
28 แผนการสอนเป็นการจดั วางโปรแกรมการสอนท้งั หมดในวชิ าใดวชิ าหน่ึงไวล้ ่วงหนา้ เพื่อช่วยให้ ครูผสู้ อนไดจ้ ดั ดาเนินกระบวนการเรียนการสอนใหเ้ ป็ นไปตามจุดมุ่งหมายของหลกั สูตรที่วางไว้ ดงั น้นั ในแผนการสอนจะตอ้ งประกอบไปดว้ ยรายละเอียดตามท่ีหลกั สูตรกาหนดไว้ เช่น มีจุดประ สงคค์ วามคิดรวมยอด/หลกั การ เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน ส่ือการเรียนการสอน การ วดั ผลและประเมินผล และจานวนคาบเวลาที่สอน ชยั ยงค์ พรหมวงศ์ (2525, หนา้ 129) อธิบายไวว้ า่ การวางแผนการสอนเป็นการเตรียมตวั ล่วงหนา้ ก่อนสอนเพ่ือใหก้ ารเรียนการสอนบรรลุจุดมุง่ หมายท่ีกาหนดไว้ โดยใชข้ อ้ มูลที่ไดจ้ ากการ สารวจปัญหา การสารวจทรัพยากร การวเิ คราะห์เน้ือหา การวเิ คราะห์ผเู้ รียนการกาหนดมโนมติ วตั ถุประสงค์ กิจกรรมการเรียน ส่ือการสอน และการประเมินผล แลว้ เขียนแผนออกมาในรูปแบบ ของแผนการสอน ไพฑูรย์ สินลารัตน์ (2524, หนา้ 157) ใหค้ วามหมายไวว้ า่ การวางแผนการสอนคือ กิจกรรมในการคิดและการทาของครูก่อนท่ีจะเร่ิมดาเนินการสอนวชิ าใดวชิ าหน่ึง ช่ึงโดยทวั่ ไป จะประกอบดว้ ยการกาหนดจุดมุง่ หมาย การคดั เลือกเน้ือหา การกาหนดกิจกรรมการเรียนการสอน การเลือกตารา เอกสาร อุปกรณ์ การประเมินผล และการพิมพป์ ระมวลการสอนรายวชิ า สรุปความหมายไดว้ า่ การวางแผนการสอน คือ เป็นการเตรียมตวั ล่วงหนา้ ก่อนสอน การเตรียมการสอนอยา่ งเป็ นลายลกั ษณ์อกั ษร เป็นการจดั วางโปรแกรมการสอนท้งั หมดในวชิ าใด วชิ าหน่ึง เป็ นกิจกรรมในการคิดและการทาของครูก่อนท่ีจะเริ่มดาเนินการสอนวชิ าใดวชิ าหน่ึง ไวล้ ่วงหนา้ เพอ่ื เป็นแนวทางการสอนสาหรับครู อนั จะช่วยใหก้ ารเรียนการสอนบรรลุจุดประสงค์ ท่ีกาหนดไวอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ การนาเข้าสู่บทเรียน ทกั ษะการนาเขา้ สู่บทเรียน หมายถึง การเร้าความสนใจ และเป็นการเตรียมความพร้อม แก่ผเู้ รียนโดยใชเ้ วลาไมเ่ กิน 10 % ของเวลาการสอนท้งั หมด (สงดั อุทรานนั ท,์ 2529, หนา้ 26) ทกั ษะการนาเขา้ สู่บทเรียน หรือการเร้าความสนใจคือ การกระตุน้ ใหผ้ เู้ รียนเกิดความ กระตือรือร้น หรือพร้อมที่จะเรียน โดยการเปลี่ยนเทคนิควธิ ีสอน หรือเปลี่ยนกิจกรรมไปใน ลกั ษณะตา่ ง ๆ เพอื่ เร้าความสนใจในแตล่ ะข้นั ตอนของการสอน การเร้าความสนใจเป็ นเทคนิค วธิ ีสอนท่ีช่วยใหก้ ารสอนประสบผลสาเร็จไดโ้ ดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ผสู้ อนจาเป็นตอ้ งใชเ้ ทคนิคการเร้า ความสนใจโดยวธิ ีต่าง ๆ เช่น ใชเ้ พลง ใชเ้ กม ใชน้ ิทาน ใชค้ าถาม (อา้ งถึงใน อากภรณ์ ใจเที่ยง, 2546, หนา้ 198) กิจกรรมการนาเขา้ สู่บทเรียนเป็นทกั ษะหน่ึงในการสอนของครู ครูผสู้ อนแตล่ ะคน
29 มีทกั ษะการนาเขา้ สู่บทเรียนท่ีแตกต่างกนั ดว้ ยวธิ ีการท่ีหลากหลายตามความฤนดั ของตน แตส่ ่ิงที่ ควรคานึงในการเลือกใชก้ ิจกรรมมาช่วยในการนาเขา้ สู่บทเรียนคือตอ้ งเป็นกิจกรรมที่สอดคลอ้ ง กบั เน้ือหาท่ีจะสอนดว้ ย กิจกรรมท่ีเลือกมาตอ้ งนาพานกั เรียนสู่เน้ือหาท่ีจะเรียนต่อไป ทกั ษะการนาเขา้ เขา้ สู่บทเรียนจากการวจิ ยั เกี่ยวกบั ทฤษฎีการเรียนรู้ ไดช้ ้ีให้เห็นวา่ กิจกรรมก่อนเร่ิมสอนจะมีบทบาทต่อผลการสอนน้นั ๆ ดงั น้นั เราจึงคิดดาเนินการล่วงหนา้ วา่ นกั เรียนจะตอ้ งการอะไรบา้ ง วธิ ีการเช่นน้ีเรียกวา่ \"การนาเขา้ สู่บทเรียน” (สุวรรณี ศรีคุณ, 2527, หนา้ 187) ทกั ษะการนาเขา้ สู่บทเรียน หมายถึง ทกั ษะท่ีครูใช้ในการจดั กิจกรรมก่อนเริ่มสอน เน้ือหาในทุกวิชา เพ่ือเป็ นการเตรียมนกั เรียนใหม้ ีความคิดวา่ กาลงั เรียนเร่ืองอะไร สามารถนาเอา ความรู้และทกั ษะที่นกั เรียนมีอยเู่ ดิมมาสมั พนั ธ์กบั บทเรียนท่ีครูสอนได้ นอกจากน้ียงั ทาให้นกั เรียน เขา้ ใจความมุ่งหมายของบทเรียนไดช้ ดั เจนยงิ่ ข้ึนโดยมากครูจะใชเ้ วลาประมาณ 5-10 นาที สาหรับ นาเขา้ สู่บทเรียน วธิ ีนาเขา้ สู่บทเรียน มีหลายวธิ ี ดงั น้ี 1. ใชอ้ ุปกรณ์ท่ีสมั พนั ธ์กบั เน้ือหา เช่น ฉายวดี ีทศั น์ ใหด้ ูภาพ ใหด้ ูของจริง 2. ใชค้ าถาม เพือ่ เชื่อมประสบการณ์เดิมของนกั เรียนไปสู่ประสบการณ์ใหม่ 3. ใหน้ กั เรียนสาธิตกิจกรรมที่สมั พนั ธ์กบั บทเรียน 4. เล่านิทาน หรือ เร่ืองราวเหตุการณ์ต่างๆ ใหส้ มั พนั ธ์กบั เรื่องท่ีเรียน 5. ร้องเพลง ใหส้ ัมพนั ธ์กบั เรื่องที่จะเรียน 6. ต้งั ปัญหาหรือเล่นเกมทายปัญหา 7. การแสดงบทบาทสมมติ หมายถึง การที่ครูกาหนดสถานการณ์หรือเง่ือนไขใหแ้ ลว้ นกั เรียนคิดวา่ จะทาอยา่ งไร (http:// file. Sain 2 web.com/ teaching, 2553) การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนนบั วา่ เป็ นเรื่องท่ีสาคญั มากเพราะจะมีผลกระทบโดย ตรงถึงประสิทธิภาพของหลกั สูตรดว้ ย เพราะเหตุที่วา่ การสอนของอาจารยเ์ ป็นปัจจยั สาคญั ท่ีสุด ท่ีจะทาใหผ้ เู้ รียนไดร้ ับความรู้ ไดม้ ีคุณสมบตั ิและทศั นคติตามท่ีผสู้ ร้างหลกั สูตรมุ่งหวงั ไว้ โบ (Bohue, 1974 อา้ งถึงใน ทศั นีย์ จินดา, 2544, หนา้ 36) ไดเ้ สนอวา่ ในการจดั การเรียนการสอน ใหไ้ ดผ้ ล อาจารยผ์ สู้ อนตอ้ งคานึงถึงกระบวนทศั น์ (Concepts) 4 ประการ ซ่ึงพอสรุปไดด้ งั น้ี
30 1. การใหเ้ สรีภาพแก่ผเู้ รียนเนื่องจากการเรียนรู้น้นั เป็นกระบวนการมุ่งพฒั นาความ เสรีภาพทางสติปัญญา (Intellectual Independence) ฉะน้นั อาจารยจ์ ะตอ้ งให้เสรีภาพแก่ผเู้ รียนใน การแสดงความคิดเป็นหรือใชส้ ติปัญญาของเขาเอง 2. ไมม่ ีวธิ ีสอนท่ีดีที่สุดเนื่องจากการเรียนรู้น้นั เป็ นกระบวนการเฉพาะตวั (Idiosyncratic Process) ผเู้ รียนแตล่ ะคนมีความแตกต่างกนั ท้งั ความสนใจและแบบแผนของการเรียนรู้ (Learning Style) ฉะน้นั อาจารยต์ อ้ งระลึกไวเ้ สมอวา่ ไม่มีวธิ ีสอนใดที่จะใชไ้ ดด้ ีสาหรับผเู้ รียนทุกคน 3. ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งผเู้ รียนกบั สภาพแวดลอ้ มเนื่องจากการเรียนรู้น้นั เป็นกระบวนการ ท่ีมีชีวติ ชีวา (Active Process) ฉะน้นั ผสู้ อนจึงจาเป็ นตอ้ งช่วยใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีโอกาสปฏิสมั พนั ธ์กบั สภาพแวดลอ้ มในการเรียนรู้อยเู่ สมอ 4. การเรียน รู้วธิ ีการเรียนเป็ นสิ่งสาคญั กวา่ การเรียนรู้เน้ือหาวชิ าการ ฉะน้นั ผสู้ อนจึงไม่ ควรมุ่งสืบทอดความรู้ให้แก่ผเู้ รียนตลอดเวลา คิบเลอร์ (Kibler, 1974 อา้ งถึงใน ทศั นีย์ จินดา, 2544, หนา้ 36) ไดเ้ สนอแนะหลกั ในการ จดั การเรียนการสอนเอาไวด้ งั น้ี 1. การเตรียมตวั ก่อนการเรียนรู้ ก่อนจะเรียนรู้ส่ิงใหมน่ ้นั ผเู้ รียนควรจะไดม้ ีความรู้อนั ถูกวา่ เป็นพ้นื ฐานท่ีจาเป็นมาก่อนแลว้ และผเู้ รียนควรจะไดร้ ับการ “อุ่นเคร่ือง” (Warm Up) เสียก่อนดว้ ยการที่ผสู้ อนแจง้ ใหร้ ู้วา่ ความรู้เดิมอะไรบา้ งที่จะเป็นประโยชน์ต่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ 2. การจงู ใจผเู้ รียนจะเรียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ ถา้ หากเขามีความสนใจในส่ิงท่ีถูก นามาใหเ้ ขา้ เรียน การเลือกเน้ือหาที่อยใู่ นความสนใจของผเู้ รียน หรือการใหผ้ เู้ รียนมีส่วนร่วมในการ วางแผนกาหนดกิจกรรมการเรียนรู้จะเพมิ่ ความสนใจใคร่เรียนใหผ้ เู้ รียนไดก้ ิจกรรมหรืองานตา่ ง ๆ ท่ีจะใหผ้ เู้ รียนทาควรจะมีลกั ษณะที่ทาใหเ้ ขารู้สึกมน่ั ใจวา่ จะกระทาใหส้ าเร็จลงไปได้ 3. การใหผ้ เู้ รียนไดม้ ีโอกาสเห็นพฤติกรรมปลายทางเป็นแบบอยา่ ง การใหผ้ เู้ รียนได้ มีโอกาส เห็นตวั อยา่ งพฤติกรรมที่ถือวา่ ประสบผลสาเร็จหรือน่าพอใจจะช่วยใหเ้ ขาเกิดการเรียนรู้ ดว้ ยการเรียนแบบพฤติกรรมน้นั ตามไปดว้ ย 4. การตอบสนองอยา่ งมีชีวติ ชีวา การกระทากิจกรรมตา่ ง ๆ ในช้นั เรียนควรเป็นเร่ือง ของผเู้ รียนเป็ นหลกั เพราะผเู้ รียนจะเรียนรู้จากสิ่งที่เขาไดล้ งมือกระทาเองไม่ใช่จากสิ่งผสู้ อนได้ กระทา 5. การแนะนาในการแสดงพฤติกรรมที่เป็นการเรียนรู้ใหม่น้นั ผเู้ รียนควรจะไดร้ ับ คาแนะนาช่วยเหลือ จนกระท้งั เขาสามารถแสดงพฤติกรรมน้นั ไดเ้ องโดยลาพงั การฝึกปฏิบตั ิในการ เรียนการสอนน้นั ผเู้ รียนควรจะไดร้ ับโอกาสท่ีจะฝึกปฏิบตั ิกิจกรรมต่าง ๆ ที่เรียนรู้ใหมบ่ ่อย ๆ
31 6. การแจง้ ผลยอ้ นกลบั ไปใหท้ ราบ ในการแสดงพฤติกรรมที่เป็นการเรียนรู้ใหม่แต่ละ คร้ังน้นั ผเู้ รียนควรจะไดร้ ับทราบผลของการแสดงพฤติกรรมหรือการปฏิบตั ิของเขาทนั ที หากเป็น การปฏิบตั ิงานที่ไดผ้ ลดี การใหร้ างวลั จะเป็นตวั เสริมแรงทาใหผ้ เู้ รียนแสดงพฤติกรรมเช่นน้ีอีก 7. การจดั ลาดบั ข้นั ตอนการเรียนรู้ ในการเรียนการสอนน้นั เน้ือหาวชิ าควรถูกนามาจดั ในลกั ษณะท่ีจะใหผ้ เู้ รียนเรียนจากง่ายไปหายาก หรือจากส่ิงที่ใกลต้ วั ไปยงั ที่ไกลตวั การเรียนรู้ให้ สาเร็จกจ็ ะไดด้ าเนินไปตามน้นั หาไม่แลว้ ผเู้ รียนจะเกิดความเบ่ือหน่ายได้ 8. ความแตกต่างระหวา่ งบุคคล เนื่องจากวา่ ผเู้ รียนแต่ละคนน้นั มีความแตกต่างกนั ใน ดา้ นการเรียนรู้และอตั ราในการเรียนรู้ ฉะน้นั ประสบการณ์ในการเรียนรู้ที่จะจดั ใหแ้ ก่ผเู้ รียนจึงตอ้ ง จดั ในลกั ษณะที่จะช่วยใหผ้ เู้ รียนสามารถเรียนรู้ไดด้ ว้ ยวธิ ีการที่เขาถนดั และในอตั ราที่เหมาะสมกบั ความสามารถ 9. พฤติกรรมการสอนในช้นั เรียน ผสู้ อนตอ้ งระลึกอยเู่ สมอวา่ ทกั ษะในการกระตุน้ ความ สนใจการอธิบาย การใหค้ าแนะนา การใชต้ วั เสริมแรง ตลอดจนการบริหารหอ้ งเรียนลว้ นแตม่ ีผล ทาใหก้ ารเรียนการสอนมีประสิทธิผลแตกตา่ งกนั ออกไปท้งั สิ้น บทบาทของครูในด้านการเรียนการสอน วทิ ฮอลล์ (Withalt, 1975 อา้ งถึงใน ทศั นีย์ จินดา, 2544, หนา้ 38) ไดก้ ล่าวไวว้ า่ บทบาท ข้นั พ้ืนฐานของครูภายในหอ้ งเรียนกค็ ือ การช่วยใหผ้ เู้ รียนไดเ้ รียนรู้ ไดแ้ สวงหา และไดร้ ู้จกั แก้ ปัญหาตามความตอ้ การทางอารมณ์ของตนเองและของผอู้ ื่นท่ีอยรู่ อบตวั ส่วนบทบาทของครูในการ จดั การเรียนการสอนภายในหอ้ งเรียนโดยทวั่ ๆ ไปน้นั วิทฮอลลไ์ ดเ้ สนอแนะแนวทางสาหรับ อาจารยใ์ นฐานะท่ีอาจารยเ์ ป็ นผทู้ ี่จะทาใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ไดง้ ่ายข้ึนดงั ต่อไปน้ี 1. สารวจดูวา่ มีองคป์ ระกอบอะไรบา้ งท่ีจะเป็ นตวั เสริม ตวั สกดั ก้นั การเรียนรู้ ครูจาเป็ น ตอ้ งมีความเขา้ ใจในกระบวนการเรียนรู้ กระบวนการแกป้ ัญหาที่จะเกิดข้ึนในตวั มนุษย์ 2. ร่วมมือกบั นกั เรียนและคิดหาทางช่วยใหน้ กั เรียนแตล่ ะคนรู้จกั กาหนดเป้ าหมายใน การเรียนรู้ร่วมกนั 3. สร้างสถานการณ์หรือบรรยากาศโดยทว่ั ไปในหอ้ งเรียน ซ่ึงจะช่วยใหผ้ เู้ รียนรู้สึกเป็ น อิสระท่ีจะดึงเอาแรงจงู ใจอารมณ์ และสติปัญญาของตนมาใชใ้ นการเรียนรู้ไดอ้ ยา่ งเตม็ ท่ี 4. ช่วยใหผ้ เู้ รียนสามารถระบุปัญหาต่างๆ ที่เขาอยากรู้อยากแกไ้ ขและเป็นปัญหาที่มี ความหมายต่อตวั เขาเอง ชนาธิป พรกลุ (2543, หนา้ 12-4) ไดก้ ล่าวถึงบทบาทของครูในการจดั การเรียนการสอน ไวด้ งั น้ี บทบาทการจดั การเรียนการสอนจะตอ้ งเปลี่ยนมาเป็นการเรียน ความรู้ตอ้ งเปล่ียนมาเป็น
32 ความคิด การจดั การเรียนการสอนที่ครูเคยเป็นศนู ยก์ ลางจะตอ้ งเปลี่ยนมาเป็ นการจดั การเรียนการ สอนท่ีใหน้ กั เรียนเป็ นศนู ยก์ ลาง ครูตอ้ งหาทางใหน้ กั เรียนไดเ้ รียนรู้ไดเ้ อง รู้วธิ ีเรียนรู้ และรักที่จะ เรียนรู้ โดยครูจะตอ้ งเปล่ียนบทบาทใหม่มาเป็น ผอู้ านวยความสะดวก โดยสรุป ผสู้ อนที่ดีควรจะเป็ นคนที่ช่วยทาใหเ้ กิดการเรียนรู้ในตวั ผเู้ รียน โดยการเป็ นผู้ คอยกระตุน้ และช้ีแนะใหผ้ เู้ รียนแสวงหาความรู้ตามความตอ้ งการและความสนใจของผเู้ รียนเป็น สาคญั ผสู้ อนควรจะทาตวั เป็ นผเู้ อ้ืออานวย (Facilitator) คือพยายามใหค้ วามคิดสร้างสรรคเ์ กิดข้ึน ในตวั ผเู้ รียน พยายามใหผ้ เู้ รียนเขา้ ใจตนเองและบรรลุวตั ถุประสงคข์ องตนเองโดยผสู้ อนเป็นผคู้ อย ช่วยเหลือจดั ประสบการณ์และสิ่งแวดลอ้ มที่ดีให้ และสิ่งสาคญั ครูท่ีดีตอ้ งเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมท่ีจะ จดั การเรียนรู้ใหก้ บั ผเู้ รียน พร้อมที่จะเผชิญ และแกป้ ัญหาที่พบระหวา่ งทาการสอน เพ่ือสร้างศรัทธา ใหเ้ กิดข้ึนในตวั ของผเู้ รียน อนั จะทาใหก้ ารเรียนการสอนคร้ังต่อไปดาเนินไปอยา่ งราบรื่น รูปแบบของการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน หลกั การสอนของประเทศไทย (อาภรณ์ ใจเท่ียง, 2546, หนา้ 137) วธิ ีสอนท่ีผสู้ อน สามารถเลือกใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนมีหลายวธิ ีเช่น 1. วธิ ีสอนแบบบรรยาย 2. วธิ ีสอนแบบสาธิต 3. วธิ ีสอนแบบอภิปราย 4. วธิ ีสอนแบบแบ่งกลุ่มทากิจกรรม 5. วธิ ีสอนแบบแกป้ ัญหา หรือแบบวทิ ยาศาสตร์ 6. วธิ ีสอนแบบทดลอง 7. วธิ ีสอนแบบสืบสวนสอบสวน 8. วธิ ีสอนแบบศนู ยก์ ารเรียน 9. วธิ ีสอนแบบอุปนยั 10. วธิ ีสอนแบบนิรนยั 11. วธิ ีสอนโดยใชบ้ ทบาทสมมุติ 12. วธิ ีสอนโดยใชส้ ถานการณ์จาลอง ประเภทของวธิ ีสอนมี 2 วธิ ีคือ วธิ ีสอนแบบครูเป็ นศนู ยก์ ลาง (Teacher - centered Method) และวธิ ีสอนแบบนกั เรียนเป็ นศูนยก์ ลาง (Student - centered Method)
33 การควบคุมห้องเรียนและการสร้างบรรยากาศในห้องเรียน บรรยากาศในช้นั เรียนมีส่วนสาคญั ในการส่งเสริมความสนใจใคร่รู้ใคร่เรียนใหแ้ ก่ผเู้ รียน หอ้ งเรียนท่ีเตม็ ไปดว้ ยบรรยากาศอนั อบอุน่ ความเห็นอกเห็นใจ และความเอ้ือเฟ้ื อเผอ่ื แผต่ ่อกนั และกนั ยอ่ มเป็นแรงจงู ใจภายนอกท่ีกระตุน้ ให้ผเู้ รียนรักการเรียน รักการอยรู่ ่วมกนั ในช้นั เรียน และช่วยปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความประพฤติอนั ดีงามใหแ้ ก่ผเู้ รียน นอกจากน้ีการที่หอ้ ง เรียนมีบรรยากาศที่แจ่มใส สะอาด สวา่ ง กวา้ งขวางพอเหมาะ มีโตะ๊ เกา้ อ้ีที่เป็นระเบียบเรียบร้อย มีมุมวชิ าการส่งเสริมความรู้ มีการตกแตง่ หอ้ งใหส้ ดใส ก็เป็นอีกส่ิงหน่ึงที่ส่งผลทาให้ผเู้ รียนพอใจ มาโรงเรียนเขา้ ห้องเรียนและพร้อมท่ีจะมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเรียนการสอน ดงั น้นั ผเู้ ป็นครูจึง ตอ้ งมีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั ความหมาย ความสาคญั ประเภทของบรรยากาศ หลกั การจดั บรรยากาศในห้องเรียนและการจดั การเรียนรู้อยา่ งมีความสุข เพ่อื พฒั นาผเู้ รียนใหม้ ีคุณลกั ษณะ ตามท่ีหลกั สูตรไดก้ าหนดไว้ การสร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียนหมายถึงการปฏิสมั พนั ธ์ระหวา่ งครูผสู้ อนกบั นกั เรียน ในขณะที่ทาการสอนในช้นั เรียนและมีผลกระทบตอ่ การเรียนรู้ของผเู้ รียน เรียนในสภาพช้นั เรียน ที่วนุ่ วาย บรรยากาศอนั น่าเบื่อหน่าย ยอ่ มไมเ่ ป็ นที่ปรารถนาของผเู้ รียน ดงั น้นั จึงจาเป็ นอยา่ งยงิ่ ที่ครูผสู้ อนจะตอ้ งสร้างบรรยากาศในช้นั เรียนใหโ้ นม้ นา้ วความรู้สึกของผเู้ รียนไปในทางที่ดี เพราะ ถา้ บรรยากาศในช้นั เรียนดีการเรียนการสอนก็จะสมั ฤทธ์ิผลไดง้ ่าย การควบคุมช้นั เรียน การสร้าง บรรยากาศในห้องเรียนข้ึนอยกู่ บั ครูผสู้ อน ครูผสู้ อนเป็นองคป์ ระกอบสาคญั ในการควบคุมช้นั เรียน และสร้างบรรยากาศในช้นั เรียน นนั ทิยา ผวิ งาม (2540, หนา้ 35) กล่าววา่ ลกั ษณะของครูผสู้ อนท่ีดีตอ้ งเป็ นผมู้ ีความรู้ดี ขวนขวายหาความรู้ใหม่ ๆ อยเู่ สมอ มีเทคนิคในการสอนน่าสนใจ ใหค้ าปรึกษากบั ผเู้ รียนในเร่ือง เรียนและเร่ืองส่วนตวั มีความประพฤติดี เป็นแบบอยา่ งที่ดี มีความเป็นประชาธิปไตย ปรับปรุง การสอนใหเ้ หมาะกบั สภาพแวดลอ้ มไดด้ ี (กระทรวงศึกษาธิการ, 2525, หนา้ 178-181) ไดว้ างแนว ทางการจดั บรรยากาศในช้นั เรียนไวด้ งั น้ี 1. พฤติกรรมของครู 1.1 ครูตอ้ งใหค้ วามเป็ นกนั เองกบั นกั เรียน 1.2 ครูตอ้ งเป็นตวั อยา่ งท่ีดีสม่าเสมอ สุภาพและเชื่อถือได้ 1.3 ครูไมค่ วรทาตนเป็นคนสาคญั คนเดียวในช้นั เรียน 1.4 ครูควรเป็นตวั อยา่ งท่ีดีในดา้ นความสามคั คีเคารพซ่ึงกนั และกนั 2. การจดั ห้องเรียนและวสั ดุอุปกรณ์ 2.1 ควรจดั หอ้ งเรียนใหน้ กั เรียนมีความสะอาด สะดวกและคล่องตวั
34 2.2 การจดั โตะ๊ เกา้ อ้ี ใหเ้ หมาะสมกบั กิจกรรมและนกั เรียนควรมีส่วนร่วมในการจดั หอ้ งเรียน ยนต์ ชุ่มจิต (2535, หนา้ 34-35) ไดก้ ล่าวถึงพฤติกรรมของครูที่มีผลต่อการเรียนของ นกั เรียน 11 ประการดงั น้ี 1. ความสามารถในการทาใหเ้ ขา้ ใจไดอ้ ยา่ งรวบรัดชดั เจนและสามารถที่จะจดั ระบบงาน ไดอ้ ยา่ งดี 2. ความสามารถในการเปล่ียนแปลงวธิ ีการใหส้ อดคลอ้ งกบั ลกั ษณะของวสั ดุอุปกรณ์ และเคร่ืองมือในการสอนที่นามาใช้ รวมท้งั การเปลี่ยนแปลงหนงั สือ ตารา ใหเ้ หมาะสม 3. ความกระตือรือร้น ลกั ษณะการเคล่ือนไหวระดบั เสียงเวลาพดู 4. ความสนใจในภาระหนา้ ท่ี พฤติกรรมของครูมุ่งไปที่ผลสมั ฤทธ์ิ 5. ใหโ้ อกาสแก่นกั เรียนเพ่ือการเรียนรู้ แนะนาการนาใชว้ สั ดุอุปกรณ์ต่าง ๆ 6. ใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็น ชมเชยความคิดเห็นของนกั เรียน 7. ใชว้ ธิ ีการวพิ ากษว์ จิ ารณ์หรือแสดงอาการไมพ่ อใจ การไมย่ อมรับการใหค้ าแนะนา หรือการแสดงเห็นผล 8. ใชล้ กั ษณะของการแสดงความคิดเห็น รวมท้งั การแสดงพฤติกรรมตามที่กาหนดและ ช้ีแจง การเปลี่ยนแปลงภายในบทเรียน 9. ชนิดของคาถามท่ีครูใช้ เป็ นคาถามในระดบั สูงหรือต่า จาแนกชนิดของคาถาม ใหเ้ หมาะสม 10. การไตถ่ ามหรือการตอบสนองต่อคาถามของนกั เรียนเป็นการส่งเสริมใหน้ กั เรียน มีความประณีตบรรจง 11. ระดบั ความยากของการสอน รวมท้งั พฤติกรรมของครูที่ใหค้ าช้ีแนะวสั ดุอุปกรณ์ ซ่ึงนกั เรียนจาเป็นตอ้ งมี และการปฏิบตั ิการที่มีมาตรฐานสูงเป็นสิ่งสาคญั นอกจากพฤติกรรมของครู ซ่ึงมีผลต่อการควบคุมช้นั เรียนแลว้ การสร้างบรรยากาศใน หอ้ งเรียนก็ตอ้ งข้ึนกบั พฤติกรรรมของครูเช่นเดียวกนั คดั นางค์ แซ่เจง็ (2533, หนา้ 32) กล่าวไวว้ า่ บรรยากาศในหอ้ งเรียนเป็ นส่วนสาคญั ท่ี ช่วยใหผ้ เู้ รียนเกิดการเรียนรู้ไดด้ ีข้ึน โดยจดั ภายใตบ้ รรยากาศที่เป็นกนั เองโดยไมเ่ คร่งเครียดหรือ มีระเบียบมากจนเกินไปจนทาใหน้ กั เรียนเห็นวา่ หอ้ งเรียนน่าเบื่อหน่าย การสร้างบรรยากาศในหอ้ ง เรียนใหไ้ ดด้ ีน้นั จึงข้ึนอยกู่ บั พฤติกรรมของครู และการจดั สื่อหรือวสั ดุตา่ ง ๆ ในหอ้ งเรียนใหเ้ ตม็ ไปดว้ ยความเป็นระเบียบเรียบร้อยโดยส่ิงต่าง ๆ เหล่าน้ีใหน้ กั เรียนมีส่วนร่วมในการจดั และการ สร้างบรรยากาศในหอ้ งเรียนใหม้ ากที่สุด
35 สุทศั น์ แตงทอง (2525, หนา้ 39) กล่าวไวว้ า่ การควบคุมหอ้ งเรียนและการสร้าง บรรยากาศในห้องเรียน เป็นองคป์ ระกอบอยา่ งหน่ึงในหลาย ๆ อยา่ งท่ีจะช่วยส่งเสริมการเรียนรู้ ของนกั เรียน และเป็นการจดั กิจกรรมและสิ่งแวดลอ้ มต่าง ๆ ภายในหอ้ งเรียนเพือ่ ส่งเสริมให้ นกั เรียนอยากมาเรียน เป็นการส่งเสริมเกิดการเรียนรู้และเป็นการปลูกฝังคุณธรรม รสนิยม และนิสัย อนั ดีงามแก่นกั เรียน จากท่ีกล่าวมาจะเห็นไดว้ า่ พฤติกรรมของครูมีส่วนช่วยในการสร้างบรรยากาศใน หอ้ งเรียน การควบคุมหอ้ งเรียน ใหน้ กั เรียนสนใจเรียน และทาใหค้ รูผสู้ อน สอนไดอ้ ยา่ งมี ประสิทธิภาพ ดงั น้นั พฤติกรรมการสร้างบรรยากาศในห้องเรียน และ การควบคุมห้องเรียน จึงหมายถึง ปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งครูผสู้ อนและนกั เรียนขณะท่ีทาการสอนในหอ้ งเรียน การใช้สื่อการเรียนการสอน อญั ชลี แจม่ เจริญและคนอ่ืน ๆ (2526, หนา้ 63) ไดใ้ หค้ วามหมายส่ือการสอนวา่ หมายถึง ตวั กลางที่ใชถ้ ่ายทอดความรู้เรื่องราว ความคิด เจตคติใหแ้ ก่นกั เรียน โดยมีจุดประสงค์ ใหน้ กั เรียนเกิดการเรียนรู้ไดร้ วดเร็ว ช่วยทาเร่ืองที่ยากใหเ้ ป็นเรื่องที่ง่ายและช่วยประหยดั เวลาใน การสอน สัมพนั ธ์ ประชุมเวช (2536, หนา้ 38) กล่าววา่ สื่อการเรียนการสอน หมายถึง วสั ดุ อุปกรณ์ วธิ ีการตา่ ง ๆ ซ่ึงครูผสู้ อนใชใ้ นการจดั กิจกรรมการเรียนการสอนเพอื่ ใหผ้ เู้ รียนบรรลุ เป้ าหมายอนั พงึ ประสงคอ์ ยา่ งมีประสิทธิภาพ กาญจนา คุณารักษ์ (2535, หนา้ 123) ป ำ ำ อ อกำ เรียนการ อน ำ อกำ นการสอน หมายถึง เครื่องมือ หรือตวั กลางที่ช่วยใหค้ รูผสู้ อนส่งหรือถ่ายทอดความรู้ เจตคติ และทกั ษะไปยงั นกั เรียนไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ แตอ่ ยา่ งไรก็ตาม ส่ือการเรียนการสอนจะมีคุณคา่ ต่อการเรียนการสอนหรือไมน่ ้นั ครูจาเป็ นตอ้ งรู้คดั เลือก และมีความเขา้ ใจในการใชส้ ื่อการเรียนการสอนน้นั ก่อนจึงสามารถทาให้ สื่อการเรียนการสอนน้นั มีคุณค่า ดงั ท่ี กาญจนา คุณารักษ์ (2535, หนา้ 146-147) ไดเ้ สนอลกั ษณะ ของสื่อการเรียนการสอนท่ีดีไวด้ งั น้ี 1. สอดคลอ้ งกบั ความมุ่งหมายและการเสนอเน้ือหา 2. เหมาะสมกบั ช้นั และวยั ของเด็ก 3. เร้าและดึงดูดความสนใจของเด็ก 4. ราคาถูก 5. คุม้ คา่
36 เมื่อครูไดเ้ ลือกส่ือการเรียนการสอนที่ดีและเหมาะสมไดแ้ ลว้ ครูก็ตอ้ งรู้จกั วธิ ีใชส้ ่ือการ เรียนการสอนน้นั ใหค้ ุม้ ค่าและเกิดประโยชนม์ ากท่ีสุด ซ่ึง บุญฤทธ์ิ คงคาเพช็ ร (2526, หนา้ 8-9) ไดเ้ สนอหลกั เกณฑใ์ นการใชส้ ื่อการเรียนการสอนไวด้ งั น้ี 1. การเตรียมตวั ก่อนใชส้ ่ือ การสอนใด ๆ ก็ตาม ครูจะตอ้ งมีการเตรียมตวั ใหพ้ ร้อมเสย ก่อน เช่นศึกษาเอกสารคูม่ ือการสอน จดบนั ทึกหวั ขอ้ สาคญั ๆไวแ้ นะนานกั เรียน เตรียมคาถาม หวั ขอ้ อภิปรายและเตรียมใชอ้ ุปกรณ์ต่าง ๆ ดว้ ยตนเอง 2. การเตรียมสภาพแวดลอ้ ม เป็นการเตรียมสภาพของห้องเรียนตอ้ งเรียบร้อย มีท่ีนงั่ และ แสงสวา่ งเพยี งพอ ไมม่ ีเสียงดงั รบกวน วสั ดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ครูตอ้ งใชจ้ ดั ต้งั ไวใ้ นสภาพท่ีพร้อมท่ี จะใชง้ านไดท้ นั ที 3. การเตรียมตวั นกั เรียน เป็ นการเตรียมตวั นกั เรียนล่วงหนา้ เช่น แนะนาใหน้ กั เรียนรู้ จุดสาคญั ของสือการเรียนการสอนที่นามาใช้ สิ่งที่นกั เรียนจะไดเ้ รียนรู้ ความสมั พนั ธ์ของสื่อกบั เน้ือหาวชิ า และส่ิงท่ีนกั เรียนจะตอ้ งทาหลงั จากเรียนบทเรียนแลว้ 4. การใชส้ ื่อการเรียนการสอนท่ีถูกตอ้ ง เช่น นาบทเรียนท่ีเหมาะสม ใชป้ ระกอบ คาอธิบายขณะท่ีสอนหรือใชต้ อนสรุปบทเรียน การใชต้ อ้ งไมส่ บั สน สามารถนาไปใชป้ ระกอบ กิจกรรมของนกั เรียนหรือใชป้ ระเมินผลได้ 5. กิจกรรมหลงั บทเรียน เมื่อครูสอนหรือใชส้ ื่อการเรียนการสอนท่ีเตรียมมาเส็จแลว้ กต็ อ้ งมีกิจกรรมตา่ ง ๆ หลงั บทเรียน เช่น การต้งั คาถาม การใหน้ กั เรียนแสดงความคิดเห็นในการ อภิปราย การทบทวนเรื่องสาคญั ท่ีไดเ้ รียนรู้ไปแลว้ ในข้นั สุดทา้ ยอาจจะมีการทดสอบ การเขียน รายงาน การตอบคาถาม สรุปไดว้ า่ ส่ือการเรียนการสอน หมายถึง สิ่งตา่ ง ๆ ท่ีเป็นวสั ดุ อุปกรณ์และวธิ ีการต่าง ๆ ที่ครูนามาใชใ้ นการจดั การเรียนการสอน เป็ นเคร่ืองมือสาคญั ท่ีจะช่วยใหก้ ารเรียนการสอนดาเนิน ไปดว้ ยดีและมีประสิทธิภาพ เพราะสามารถทาใหผ้ เู้ รียนเกิดประสบการณ์ในการเรียนอยา่ งมีความ หมาย สื่อการเรียนการสอนจะเป็นจุดรวมความสนใจ และความเขา้ ใจในการเรียนของนกั เรียน ช่วย ใหค้ รูสามารอธิบายจากนามธรรมไปสู่รูปธรรมไดอ้ ยา่ งชดั เจน ช่วยใหก้ ารเรียนการสอนง่ายข้ึน และช่วยใหก้ ารเรียนการสอนเกิดประสิทธิภาพในท่ีสุด การวดั และประเมนิ ผลการเรียนการสอน ความหมายของการวดั และประเมินผลการเรียนการสอน การวดั ผล (Measurement) หมายถึง การกาหนดตวั เลขใหก้ บั คุณลกั ษณะที่ตอ้ งการจะวดั เช่น วตั ถุสิ่งของ บุคคลหรือเหตุการตา่ ง ๆ อยา่ งมีเกณฑ์
37 การประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การนาเอาผลจากการวดั มาพิจารณาเพอื่ ตดั สิน วนิ ิจฉยั คุณคา่ โดยการเปรียบเทียบกบั เกณ์ท่ีกาหนดเอาไว้ (กระทรวงศึกษาธิการ, 2541) การประเมินผลไดแ้ ก่ กระบวนการท่ีตรวจสอบวา่ มีนกั เรียนไดไ้ ปถึงจุดหมายปลายทาง ตามท่ีหลกั สูตรตอ้ งการหรือไมเ่ พียงใด มีส่วนใดที่บกพร่องตอ้ งไดป้ รับปรุงแกไ้ ข (กระทรวงศึกษา ธิการประเทศไทย, 2528, นำ ) เอกพงษ์ ตรีเนตร (2533, หนา้ 10) การประเมินผล หมายถึง การใชค้ วามรู้ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั การใชเ้ ครื่องมือที่เหมาะสมและควบคุมทกั ษะดา้ นต่าง ๆ รวมท้งั กระบวนการในการวดั และ การประเมินผล จรรยา มว่ งเมือง (2536, หนา้ 14) การประเมินผล หมายถึง กระบวนการที่เอาผลการวดั ซ่ึงไดจ้ ากเคร่ืองมือวดั ผลนามาเทียบกบั เกณฑแ์ ลว้ ตดั สินใจวา่ สิ่งท่ีถูกวดั น้นั ดีหรือเลว เหมาะสม หรือไม่เหมาะสมเพียงใด ลินท์ (Lien. 1971, หนา้ 6) การประเมินผล หมายถึง การแปลผลเพ่อื พจิ ารณาวา่ นกั เรียน มีความเจริญงอกงามตามจุดมุ่งหมายของการเรียนการสอนเพยี งใด จากที่กล่าวมาจะเห็นไดว้ า่ การประเมินผล หมายถึง กระบวนการเก่ียวกบั การใชเ้ ครื่องมือ ในการตรวจตรา การเรียน และการปฏิบตั ิงานไดไ้ ปถึงจุดหมายปลายทางที่หลกั สูตรตอ้ งการ หรือ ไมโ่ ดยพิจารณาจากแบบทดสอบ คุณภาพผลงานท่ีนกั เรียนทาและการสังเกตวา่ นกั เรียนปฏิบตั ิงาน ไดถ้ ึงจุดหมายหลกั สูตรตอ้ งการหรือไม่ ดงั น้นั การวดั ประเมินผล หมายถึง การใชว้ ธิ ีการใดหน่ึงของครูเพ่ือให้รู้วา่ นกั เรียน สามารถทาหรือรู้อะไรบา้ งหรือนกั เรียนปฏิบตั ิตนอยา่ งไร หรือการประเมินหมายถึงกระบวนการ จดั เก็บขอ้ มูลเก่ียวกบั นกั เรียน (แผนพฒั นาวชิ าชีพครูท่ีโรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาคร้ังท่ี 2, 2548, หนา้ 131) การทากิจกรรมใดหน่ึงใหบ้ รรลุผลสาเร็จน้นั ในคร้ังแรกก็ตอ้ งไดต้ ้งั จุดประสงคไ์ วว้ า่ ทาไปเพอ่ื อยากไดอ้ ะไร จากน้นั เลือกเอากิจกรรม และวธิ ีการจดั ต้งั ปฏิบตั ิเพ่อื ใหบ้ รรลุผลจากน้นั ก็ตอ้ งมีการตรวจสอบวา่ บรรลุจุดประสงคน์ ้นั ไดม้ าก หรือนอ้ ยเพยี งใด กิจกรรมการตรวจสอบน้นั เรียกวา่ การวดั และการประเมิน ในกระบวนการเรียนการสอนการวดั และการประเมินผลเป็นส่ิงสาคญั และจาเป็นอยา่ งยง่ิ ในการสอนของครู ครูผสู้ อนที่ดีจะตอ้ งแสวงหาแนวทางทาใหก้ ารเรียนการสอนประสบความสา เร็จโดยทาใหผ้ เู้ รียนบรรลุตามจุดประสงคท์ ี่ต้งั เอาไว้ (โรงเรียนสร้างครูหลวงน้าทาคร้ังที่ 4, 2549, หนา้ 63)
38 จุดประสงค์ สถานการณ์การเรียนการสอน การวดั และการประเมินผล ประโยชน์ของการวดั และประเมนิ ผลการเรียนการสอน การวดั ประเมินผลมีความสาคญั อยา่ งยง่ิ ในกระบวนการเรียนการสอนดงั น้นั การประเมิน ผลการเรียนการสอนแตล่ ะคร้ังจาเป็ นตอ้ งกระทาอยา่ งละเอียดรอบคอบ ถูกตอ้ ง เหมาะสม เที่ยงตรง และตอ้ งคานึงถึง จุดหมายในการวดั ขอบข่ายเน้ือหาท่ีจะวดั เครื่องมือที่ใชว้ ดั ผล มีหลายลกั ษณะ ควรเลือกตามความเหมาะสม เช่น การสังเกต การสัมภาษณ์ การอภิปราย แบบสอบถามเป็นตน้ ประ โยชน์ที่ไดจ้ ากการประเมินผลการเรียนการสอน ทาใหท้ ราบถึงระดบั ความรู้ ความสามารถของนกั เรียน เพ่ือพยากรณ์ความกา้ วหนา้ ของนกั เรียน เพือ่ เป็นการแนะแนวครู เพ่อื พจิ ารณาประสิทธิภาพ ในดา้ นวธิ ีสอนของครู (บุญรัตน์ อินทรสมพนั ธ์, 2542, หนา้ 29) งานวจิ ยั ทเี่ กยี่ วข้อง ปิ ยะชาติ โชคพิพฒั น์ (2540, บทคดั ยอ่ ) ไดท้ าการวจิ ยั เรื่องความพงึ พอใจของนกั ศึกษา ระดบั ปริญญาตรี สถาบนั เทคโนโลยพี ระจอมเกลา้ พระนครเหนือตอ่ กระบวนการเรียนการสอน ผลการวจิ ยั พบวา่ นกั ศึกษามีความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนการสอนดา้ นตา่ งๆ อยใู่ นระดบั ปาน กลาง และระดบั ความพอใจของนกั ศึกษาต่อกระบวนการเรียนการสอนท้งั 6 ดา้ น คือดา้ นเน้ือหา วชิ า กิจกรรมการเรียนการสอน ปัจจยั ท่ีสนบั สนุนการเรียนการสอน การประเมินผล อาจารยผ์ สู้ อน และบทบาทของเพ่อื นนกั ศึกษา พบวา่ นกั ศึกษา มีความพงึ พอใจระดบั ปานกลางและนอ้ ย แสดงวา่ กระบวนการเรียนการสอนของสถาบนั ยงั ไม่ตอบสนองความคาดหวงั ของนกั ศึกษาเทา่ ที่ควรทาให้ ความพึงพอใจของนกั ศึกษามีไม่มากนกั โดยพบวา่ ดา้ นเน้ือหาวชิ า มีความพงึ พอใจทุก ๆ เรื่องอยใู่ น ระดบั ปานกลาง ดา้ นกิจกรรมการเรียนการสอนพบวา่ นกั ศึกษาส่วนใหญ่มีความพงึ พอใจระดบั ปาน กลาง ดา้ นปัจจยั ท่ีสนบั สนุนการเรียนการสอน นกั ศึกษามีความพึงพอใจระดบั ปานกลาง ดา้ นการ ประเมินผลนกั ศึกษามีความพงึ พอใจระดบั ปานกลาง ดา้ นอาจารยผ์ สู้ อนมีความพงึ พอใจทุก ๆ เร่ือง อยใู่ นระดบั ปานกลาง สภาพหอ้ งทดลอง หอ้ งแล็บ และโรงฝึกงานมีความพึงพอใจทุก ๆ ประเด็นอยู่ ในระดบั ปานกลาง ดา้ นบทบาทของเพอ่ื นนกั ศึกษามีความพึงพอใจทุกๆประเดน็ อยใู่ นระดบั ปาน กลาง
39 ฉววี รรณ เหมนาค (2528, หนา้ 69) ไดศ้ ึกษาทศั นะของนกั ศึกษาท่ีมีต่อพฤติกรรมการ สอนวชิ าชีพครูของอาจารยว์ ิทยาลยั ครูกลุ่มนครหลวงท่ีปฏิบตั ิจริงและนกั ศึกษาตอ้ งการใหป้ ฏิบตั ิ กลุ่มตวั อยา่ งเป็นนกั ศึกษาจากวทิ ยาลยั ครูจนั ทรเกษม สวนสุนนั ทา บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา ผลการ วจิ ยั พบวา่ นกั ศึกษาท่ีเรียนวชิ าเอกตา่ งกนั มีทศั นะตอ่ พฤติกรรมการเรียนการสอนวชิ าชีพครูของ อาจารยท์ ี่ปฏิบตั ิจริง แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 ในดา้ นคุณลกั ษณะส่วนตวั ดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นการเสนอเน้ือหา ดา้ นการใชอ้ ุปกรณ์การสอน ดา้ นการมอบหมาย งาน การจูงใจและการเสริมแรงทางการเรียน การปฏิสมั พนั ธ์ การช่วยเหลือผเู้ รียนและดา้ นการวดั และประเมินผล ส่วนดา้ นการสร้างบรรยากาศในช้นั เรียนไม่มีความแตกต่างกนั คดั นางค์ แซ่เจง็ (2533) ไดศ้ ึกษาพฤติกรรมการสอนภาษาองั กฤษช้นั ประถมศึกษาปี ที่ 5 ในโรงเรียนสังกดั สานกั งานการประถมศึกษา อาเภอเมืองนครพนม และสังกดั เทศบาลเมือง นครพนม กลุ่มตวั อยา่ งไดแ้ ก่ครูผสู้ อน ผลการศึกษาพบวา่ ครูที่สงั กดั สานกั งานการประถมศึกษา มีพฤติกรรมการสอนท้งั 5 ดา้ นคือ การเตรียมการสอน การจดั กิจกรรมการเรียนการสอน การใชส้ ่ือ การเรียนการสอน การควบคุมช้นั เรียนและการสร้างบรรยากาศในช้นั เรียน การวดั ผลและประเมิน ผล อยใู่ นระดบั ปานกลาง ส่วนครูเทศบาลโดยส่วนรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง และเม่ือเปรียบเทียบ พฤติกรรมการสอนของครูในโรงเรียนสงั กดั สานกั งานการประถมศึกษา และเทศบาลโดยส่วนรวม ท้งั 5 ดา้ นพบวา่ ครูท้งั สองสงั กดั มีการปฏิบตั ิในระดบั ปานกลาง ไม่แตกตา่ งกนั นนั ทิยา ผวิ งาม (2540) ไดศ้ ึกษาทศั นะของนกั ศึกษาท่ีมีตอ่ พฤติกรรมการเรียนการสอน ของอาจารยค์ ณะวทิ ยาการจดั การ ในสถาบนั ราชภฎั วทิ ยาลยั อีสานเหนือ โดยเปรียบเทียบพฤติกรรม การสอนที่เป็ นจริงที่คาดหวงั 4 ดา้ นคือ ดา้ นการเตรียมการสอน ดา้ นดาเนินการสอน ดา้ นการประ เมินผลการเรียนและดา้ นปฏิสัมพนั ธ์ระหวา่ งผสู้ อนกบั ผเู้ รียนตามเพศ ช้นั ปี สาขาวชิ า และสถาบนั ผลการวจิ ยั พบวา่ นกั ศึกษาช้นั ปี ที่ 3 และช้นั ปี ที่ 4 มีทศั นะตอ่ พฤติกรรมการเรียนการสอนท่ีเป็ นจริง แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .05 และมีพฤติกรรมการสอนท่ีคาดหวงั แตกต่างกนั อยา่ งไมม่ ีนยั สาคญั ทางสถิติ ส่วนนกั ศึกษาท่ีอยตู่ า่ งสถาบนั มีทศั นะต่อพฤติกรรมการสอนท่ีเป็ นจริง แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 พฤติกรรมการสอนท่ีคาดหวงั แตกต่างกนั อยา่ งมี นยั สาคญั ทางสถิติท่ีระดบั .05 สาขาวชิ าตา่ งกนั สาขบริหารธุรกิจและสาขาการจดั การทวั่ ไป มีทศั นะ ต่อพฤติกรรมการเรียนการสอนท่ีเป็ นจริง แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติ แต่มีพฤติกรรมที่ คาดหวงั แตกต่างกนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั 0.5 บุญรัตน์ อินทรสมพนั ธ์ ไดศ้ ึกษาความพึงพอใจของนกั เรียนต่อพฤติกรรมการเรียนการ สอนในระบบทวภิ าคีสงั กดั กรมอาชีวศึกษา จงั หวดั ชลบุรี (2542) พบวา่ พฤติกรรมการเรียนการสอน ในระบบทวภิ าคีของนกั เรียนระดบั ประกาศนียบตั รวชิ าชีพ สังกดั กรมอาชีวศึกษา จงั หวดั ชลบุรีใน
40 ดา้ นพฤติกรรมการควบคุมช้นั เรียนและการสร้างบรรยากาศในช้นั เรียน พฤติกรรมการจดั การเรียน การสอนและพฤติกรรมการประเมินผลการเรียนการสอนอยใู่ นระดบั ปานกลาง นกั เรียนท่ีเรียนช้นั ปี ตา่ งกนั และนกั เรียนท่ีเรียนสาขาวชิ าตา่ งกนั มีความพงึ พอใจต่อพฤติกรรมการเรียนการสอนตา่ ง กนั อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั .01 พรรณี แผลงจนั ทึก (2532, หนา้ 105-106) ไดศ้ ึกษาเร่ืองความพงึ พอใจของนิสิตบณั ฑิต ตอ่ กระบวนการเรียนการสอนระดบั บณั ฑิตศึกษามหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒบางแสน ดา้ นหลกั สูตรเน้ือหาวชิ าอาจารยผ์ สู้ อน กิจกรรรมการเรียนการสอน ปัจจยั ส่งเสริมการเรียนการสอนและ การประเมินผลการเรียนการสอน กลุ่มตวั อยา่ งที่ใชใ้ นการศึกษาคน้ ควา้ มีจานวน167 คน เครื่องมือ ที่ใชใ้ นการศึกษาวจิ ยั เป็นแบบสอบถาม ผลการวจิ ยั พบวา่ วชิ าเอกท่ีมีความสมั พนั ธ์กบั ความพงึ พอใจของนิสิตบณั ฑิตศึกษาต่อกระบวนการเรียนการสอนระดบั บณั ฑิตศึกษาในดา้ นอาจารยผ์ สู้ อน อยา่ งมีนยั สาคญั ทางสถิติที่ระดบั 0.5 โดยนิสิตวชิ าเอกการบริหารการศึกษา จิตวทิ ยาการแนะแนว และวชิ าเอกชีววทิ ยาส่วนใหญ่มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั มาก ส่วนวชิ าเอกการประถมศึกษานิสิต ส่วนใหญ่มีความพงึ พอใจอยใู่ นระดบั ปานกลาง สาหรับในดา้ นอ่ืนๆ เช่น หลกั สูตร เน้ือหา กิจกรรมการเรียนการสอน ดา้ นปัจจยั ส่งเสริมการเรียนการสอนและดา้ นการประเมินผลการเรียน การสอน มีความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งไม่มีนยั สาคญั ทางสถิติ ประพฒั น์ จาปาไทย (2524) ศึกษาความพงึ พอใจของนิสิตตอ่ กระบวนการเรียนการสอน ระดบั บณั ฑิตศึกษา คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั ในดา้ นเน้ือหา กิจกรรมการเรียนการ สอน การประเมินผล อาจารยผ์ สู้ อน และบุคลิกภาพของนิสิต และปัจจยั ที่สนบั สนุนต่อการเรียนการ สอน ผลการวจิ ยั พบวา่ นิสิตมีความพึงพอใจต่อกระบวนการเรียนการสอนดา้ นตา่ งๆ อยใู่ นระดบั ปานกลาง ยกเวน้ หอ้ งสมุด และหอ้ งทางานนิสิตท่ีภาควชิ าจดั ไวใ้ หซ้ ่ึงนิสิตมีความพงึ พอใจระดบั นอ้ ย นิสิตท่ีมีประสบการณ์ก่อนเขา้ เป็นนิสิต และนิสิตท่ีไมม่ ีประสบการณ์มาก่อนมีความพึงพอใจ แตกตา่ งกนั ในดา้ นการประเมินผลเทา่ น้นั รูปแบบของกระบวนการเรียนการสอนที่นิสิตมีความ ตอ้ งการสอดคลอ้ งกนั คือ อาจารยเ์ ป็นกนั เองกบั นิสิต ห้องเรียนมีการถ่ายเทอากาศไดด้ ีหอ้ งทางาน ของนิสิตท่ีภาควชิ าจดั ใหค้ วรมีโตะ๊ เกา้ อ้ี เพียงพอและมีหนงั สือใหค้ น้ ควา้ เจา้ หนา้ ที่ห้องสมุด บริการดว้ ยความเตม็ ใจ และมีมนุษยส์ มั พนั ธ์ดีและเน้ือหาวชิ าทนั สมยั ทนั ตอ่ เหตุการณ์ และเนน้ การ นาไปใช้ เจริญ ศาสตรวาหา (2539) ไดศ้ ึกษาและเปรียบเทียบความพึงพอใจของนกั เรียนช้นั มธั ยม ศึกษาตอนตน้ ที่มีต่อการสอนวชิ าพลศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา สังกดั กรมสามญั ศึกษา จงั หวดั อุบลราชธานี กลุ่มตวั อยา่ งท่ีใชใ้ นการวจิ ยั คือ นกั เรียนระดบั ช้นั พบวา่ นกั เรียนมธั ยม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111