การวดั และประเมินผล วธิ ีการประเมนิ เครือ่ งมือ เกณฑ ประเดน็ การประเมิน - ตรวจผังมโนทัศน ดานความรู - แบบทดสอบ - แบบประเมิน Rubric ผา นเกณฑร อ ยละ 80 - ตรวจชดุ กจิ กรรม score 1. อธิบายและวเิ คราะห - แบบทดสอบปรนัย ความสัมพันธของสงิ่ มชี ีวิต - แบบประเมิน Rubric ตา งชนิดทีอ่ าศัยอยูรวมกนั score ในรูปแบบตา ง ๆ ได 2. บอกความสำคัญและ ยกตวั อยางความสมั พนั ธ ของสง่ิ มีชีวติ ตา งชนิดที่ อาศัยอยรู วมกนั ในรปู แบบ ตาง ๆ ได ดา นทักษะ สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ แบบบันทึกการสงั เกต ผา นเกณฑร ะดบั ดีข้นึ ไป 1. ทักษะกระบวนการทาง นักเรยี นทำกิจกรรม พฤติกรรม วทิ ยาศาสตร 1.1 การสังเกต 1.2 การลงความเหน็ จากขอมลู 1.3 ตีความหมาย ขอมูลและลงขอสรุป 2. ทักษะแหง ศตวรรษท่ี 21 2.1 ความรว มมอื การ ทำงานเปน ทมี และภาวะ ผนู ำ ดา นเจตคติ สงั เกตพฤตกิ รรมขณะ แบบบันทกึ การสงั เกต ผานเกณฑร ะดบั ดขี น้ึ ไป 1. มคี วามอยากรูอ ยากเห็น นักเรียนทำกจิ กรรม พฤติกรรม 2. มีความใจกวาง 3. มคี วามรับผดิ ชอบ
แบบบันทกึ หลังการสอน พฤตกิ รรมท่ีพบ แนวทางแกไ ข ประเดน็ ปญ หาทีพ่ บ 1. ดา นพฤตกิ รรมผูเรียน 2. ดา นการเรยี นการสอน
การประเมนิ ดานความรู กำหนดเกณฑป ระเมินไวทรี่ อ ยละ 80 เปน เกณฑผา น ลำดับท่ี ช่อื -นามสกุล ผลการประเมิน* รวม คดิ เปน รอยละ สรปุ 123 (20 คะแนน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 รวม
* 1 หมายถงึ ผลการประเมินดา นความรจู ากประเมนิ การทดสอบ คะแนนเต็ม 10 2 หมายถงึ ผลการประเมนิ ดา นความรูจากการประเมินแผนผงั มโนทศั น คะแนนเต็ม 5 3 หมายถงึ ผลการประเมนิ ดา นความรจู ากการประเมนิ การนำเสนองาน คะแนนเต็ม 5 ลงชื่อ.................................................ผูประเมนิ (...................................................................) ............/............/............
ตารางรายการประเมินการทดสอบ เกณฑการประเมินแบบทดสอบ การประเมนิ แบบทดสอบ เกณฑการใหคะแนน ตอบถูกขอละ 1 คะแนน แบบทดสอบ เรื่อง ความสมั พันธของสิง่ มชี ีวติ แบบปรนยั เลอื กตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ขอ เกณฑการประเมินแบบทดสอบ รายการประเมิน ระดบั คุณภาพ ปรับปรุง คะแนนทีไ่ ด ดีเยย่ี ม ดมี าก ดี พอใช 1-2 คะแนน 9-10 คะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน 3-4 คะแนน ตารางรายการประเมินการแผนผงั มโนทัศน เกณฑก ารประเมนิ แผนผงั มโนทัศน การประเมินแบบผังมโนทัศน เกณฑการใหค ะแนน 1. สามารถวเิ คราะหความสมั พนั ธของสงิ่ มชี วี ิตตางชนิดท่ีอาศยั อยูร ว มกันใน รูปแบบตา ง ๆ ไดอ ยา งถกู ตอ งและครบถวน 2. สามารถวิเคราะหความสมั พันธข องสง่ิ มีชีวติ ตามเนอื้ หาสาระไดถ ูกตอ ง ปฏิบัตขิ อ ละ 1 คะแนน ครบถว น 3. สามารถวิเคราะหความสมั พนั ธของสง่ิ มชี ีวติ ทไี่ ดจากการลงสำรวจในบรเิ วณ โรงเรียนไดถูกตอ งครบถว น 4. แผนผงั มโนทัศนม คี วามสรางสรรคแ ละนา สนใจ 5. แผนผังมโนทัศนมีความเปนระเบยี บเรียบรอย ชวงคะแนน ระดับคุณภาพ 4.51 – 5.00 ดเี ยีย่ ม 3.51 – 4.50 ดมี าก 2.51 – 3.50 ดี 1.51 – 2.50 พอใช 1.00 - 1.50 ปรบั ปรงุ
ตารางรายการประเมินการนำเสนอแผนผังมโนทศั น เกณฑก ารประเมินการนำเสนอแผนผังมโนทศั น การประเมินแผนผังมโนทศั น เกณฑก ารใหคะแนน 1. สามารถอธิบายความสมั พันธของส่ิงมีชวี ิตตา งชนดิ ที่อาศยั อยรู ว มกนั ในรปู แบบ ปฏบิ ัตขิ อละ 1 คะแนน ตาง ๆ ไดอ ยา งถูกตอ งและครบถว น 2. สามารถอธิบายความสมั พันธข องสง่ิ มีชีวิตตามเนอื้ หาสาระไดถ กู ตองครบถว น 3. สามารถอธิบายความสมั พันธข องสง่ิ มีชวี ิตทไี่ ดจ ากการลงสำรวจในบรเิ วณ โรงเรยี นไดถูกตองครบถวน 4. สามารถยกตัวอยางประกอบในการอธบิ ายความสัมพนั ธของสง่ิ มีชวี ติ 5. สามารถอธิบายไดเขาใจและถูกตอง ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ 4.51 – 5.00 ดีเย่ียม 3.51 – 4.50 ดมี าก 2.51 – 3.50 ดี 1.51 – 2.50 พอใช 1.00 - 1.50 ปรับปรงุ ลงชือ่ .................................................ผูป ระเมิน ............/............/............
แบบประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร เลขที่ ช่อื -นามสกุล ทกั ษะกระบวนการ รวม คา เฉลี่ย ระดับ ทางวทิ ยาศาสตร (9คะแนน) 123 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 รวม
หมายเหตุ ชว งคะแนน ระดบั คุณภาพ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร 8-9 ดเี ย่ยี ม 1.การสงั เกต 7 ดีมาก 2.การลงความเห็นจากขอมลู 5-6 ดี 3.ตีความหมายขอ มลู และลงขอ สรปุ 4 พอใช 1-3 ปรับปรงุ ลงช่อื .................................................ผปู ระเมิน ............/............/............
เกณฑในการใหป ระเมินกระบวนการทางวทิ ยาศาสตรด ว ยการใหคะแนนรบู ริคทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร เกณฑก ารใหคะแนน 1. ทกั ษะการสงั เกต 1. ใชประสาทสมั ผัสอยางใดอยา งหนง่ึ หรือหลายอยา งรวมกนั เพอ่ื ปฏิบตั ิ 5 ขอ : 5 คะแนน สัมผสั โดยตรงกบั วตั ถุ ประสบการณ หรือสถานการณ ปฏบิ ตั ิ 4 ขอ : 4 คะแนน 2. บันทกึ การสงั เกตในเชงิ คณุ ภาพ ปฏิบตั ิ 3 ขอ : 3 คะแนน 3. บันทึกการสงั เกตในเชงิ ปริมาณ ปฏิบตั ิ 2 ขอ : 2 คะแนน 4. ไมใ สความคดิ เห็นสวนตัวของผสู งั เกตลงไปในสงิ่ ทส่ี งั เกต ปฏบิ ตั ิ 1 ขอ : 1 คะแนน 5. บนั ทกึ การสงั เกตในเชงิ การเปลยี่ นแปลง 2.ทกั ษะการลงความคดิ เหน็ จากขอ มลู 1. รวบรวมขอมูลทไี่ ดจากการสงั เกตอยา งเปน ระบบ 2. สามารถอธิบายเกย่ี วกนขอมูลท่รี วบรวมมาได 3. สามารถอธิบายผลจากการวเิ คราะหข อ มลู ได 4. ยอมรับการเปลย่ี นแปลงการลงความคดิ เหน็ เม่ือมขี อมลู เพมิ่ เดิม 5. ยอมรบั การเปลย่ี นแปลงการลงความคิดเหน็ เมือ่ มขี อ มูลเพิ่มเติมอยา งเพยี งพอ 3.ทกั ษะการตคี วามหมายขอ มลู และลงขอ สรุป 1. ตคี วามหมายของขอมูลทีม่ อี ยอู ยา งตรงไปตรงมา 2. ตคี วามหมายของขอ มูลทีม่ อี ยอู ยา งตรงไปตรงมาและ คลองแคลว 3. บรรยายลักษณะของขอมลู ที่มีอยูได 4. บรรยายสมบัตขิ องขอ มูลท่มี ีอยไู ด 5. ใชทกั ษะอนื่ ๆ เชน การสงั เกต การคำนวณประกอบในการ ตคี วามขอ มลู 1 ทกั ษะ
แบบประเมนิ ทักษะแหง ศตวรรษที่ 21 รวมกบั ทักษะการแกป ญหา เลขที่ ชื่อ-นามสกลุ ทักษะแหงศตวรรษ รวม คา เฉลีย่ ระดบั ท่ี 21 รวมกบั ทกั ษะ (5 คะแนน) 1 2 การแกปญ หา 3 4 12 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 รวม
* หมายเหตุ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 1. ดา นความรวมมอื การทำงานเปนทีมและภาวะผูนำ 4.51 – 5.00 ดีเยี่ยม 3.51 – 4.50 ดมี าก 2. การคิดอยา งมวี จิ ารณญาณและการแกป ญหา 2.51 – 3.50 ดี 1.51 – 2.50 พอใช 1.00 - 1.50 ปรับปรงุ ลงช่อื .................................................ผูประเมิน ............/............/............
เกณฑก ารประเมินทักษะแหงศตวรรษท่ี 21 ดวยการใหค ะแนนรบู รคิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร ทกั ษะแหงศตวรรษที่ 21 เกณฑการใหค ะแนน 1.ดานความรว มมอื การทำงานเปนทีมและภาวะผนู ำ ปฏิบตั ิ 5 ขอ : 5 คะแนน 1. ทำงานรว มกันอยา งมปี ระสิทธิภาพ ปฏบิ ตั ิ 4 ขอ : 4 คะแนน 2. เคารพการตดั สินใจของกลุม ปฏบิ ตั ิ 3 ขอ : 3 คะแนน 3. รบั ผดิ ชอบรว มกัน ปฏบิ ตั ิ 2 ขอ : 2 คะแนน 4. เห็นคุณคา ของเพื่อน ปฏบิ ตั ิ 1 ขอ : 1 คะแนน 5. มีปฏสิ มั พันธกนั ในกลมุ 2. การคดิ อยา งมวี ิจารณญาณและการแกป ญหา พฤติกรรมที่พงึ มี 1. เขา ใจบริบทและขอบเขตของปญ หาท่ีเกดิ ขึน้ 2. รวบรวมขอมูลจากขอ มูลเดิมที่มอี ยแู ละขอ มูลทศี่ ึกษา เพ่ิมเติม 3. หาวิธแี กป ญ หาโดยใชข อมูลจากการวเิ คราะห 4. ไมย ดึ ความคดิ เหน็ ของตนเองเปน หลกั 5. ใชเหตุใชผ ลพจิ ารณา โดยอาศัยการศึกษาขอมูล แยกแยะขอ มลู
แบบประเมินเจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร เลขท่ี ชื่อ-นามสกลุ เจตคติทาง รวม คา เฉลย่ี ระดบั วิทยาศาสตร* (9 คะแนน) 123 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28
เลขที่ ช่ือ-นามสกลุ เจตคติทาง รวม คาเฉลยี่ ระดบั วิทยาศาสตร* (9 คะแนน) 29 123 30 รวม หมายเหตุ ชวงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 1. มคี วามอยากรูอยากเห็น 8-9 ดีเย่ยี ม 7 ดีมาก 2. มีความใจกวาง 3. มีความรบั ผดิ ชอบ 5-6 ดี 4 พอใช 1-3 ปรับปรงุ ลงชื่อ.................................................ผปู ระเมนิ ............/............/............
เกณฑในการใหป ระเมนิ เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตรดว ยการใหค ะแนนรบู ริค ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร เจตคติทางวทิ ยาศาสตร เกณฑการใหคะแนน 1.ความอยากรอู ยากเหน็ 1. มีความสนใจในเรื่องทเี่ รยี น ปฏบิ ตั ิ 5 ขอ : 5 คะแนน 2. กระตอื รอื รนตอ กิจกรรมที่ปฏิบตั ิ ปฏิบตั ิ 4 ขอ : 4 คะแนน 3. ชอบซกั ถาม ปฏบิ ตั ิ 3 ขอ : 3 คะแนน 4. รว มแสดงความคดิ เห็นตา งๆ ปฏบิ ตั ิ 2 ขอ : 2 คะแนน 5. มคี วามพอใจทจี่ ะแสวงหาความรใู นสถานการณใหมๆ ปฏิบตั ิ 1 ขอ : 1 คะแนน 2. มคี วามใจกวา ง 1. รับฟง คำวิพากษวจิ ารณ ขอ โตแยง หรือขอคดิ เหน็ ท่มี ี เหตผุ ลของผอู น่ื 2. ไมยดึ มน่ั ในความคดิ ของตนเองและยอมรบั การ เปลี่ยนแปลง 3. รับฟง ความคดิ เห็นท่ีตวั เองยงั ไมเ ขา ใจและพรอ มทีจ่ ะ ทำความเขา ใจ 4. ยอมพจิ ารณาขอมูลหรือความคดิ ทย่ี งั สรปุ ไมไดแ ละ พรอ มทจ่ี ะหาขอมลู เพม่ิ เตมิ 5. การยินยอมใหมกี ารตรวจสอบตนเอง 3. มีความรบั ผดิ ชอบ 1. ยอมรับผลการกระทำของตนเองทง้ั ทเี่ ปนผลดีและ ผลเสยี 2. ทำงานท่ีไดร ับมอบหมายใหส มบูรณต ามกำหนดและ ตรงตอเวลา 3. ทำงานเต็มความสามารถ 4. มคี วามมงุ ม่ันตงั้ ใจปฏิบตั หิ นาทใ่ี หบ รรลคุ วามสำเรจ็ ตามความมุงหมาย 5. เหน็ คณุ คา ของความรบั ผดิ ชอบวา เปน สงิ่ ทค่ี วรปฏิบตั ิ
เอกสารหมายเลข 4 แบบบันทกึ หน่วยการเรยี นรู้ยอ่ ย (แผนการจัดการเรยี นรู้) หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 เรอื่ ง ระบบนเิ วศ หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยที่ 5 เร่อื ง ประชากร รหสั วชิ า/ชื่อวิชา วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับช้ัน มธั ยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 2 ชว่ั โมง ผูส้ อน นางสาวณัฐฐนิ ันท์ ทองสุข โรงเรียนเบญจมราชรงั สฤษฎิ์ มาตรฐานการเรียนรู้ : ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิตกับสิ่งมีชีวิต และความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวติ กับสิง่ มีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศการถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของประชากรปัญหาและผลกระทบท่ีมีตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแนวทางในการ อนรุ ักษ์ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปญั หาสิ่งแวดล้อมรวมทั้งนำความร้ไู ปใช้ประโยชน์ ตวั ชว้ี ัด : 2. อธิบายรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างส่ิงมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งที่อยู่เดียวกันที่ได้จาก การสํารวจ จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของประชากรโดยใชแ้ ผนภาพ 2. คำนวณความหนาแนน่ ของประชากรในระบบนิเวศ สาระสำคัญ : สิ่งมีชีวิตมากมายหลายชนิดอาศัยอยู่ด้วยกัน และมีความเกี่ยวข้องกันทั้งทางตรงและทางอ้อม สิ่งมีชีวติ บางชนิดอาศยั อยดู่ ว้ ยกันเป็นกลุม่ ในแหลง่ ที่อยู่อาศยั เดียวกนั ในช่วงเวลาใดเวลาหนง่ึ เรียกวา่ ประชากร ซึ่งมี คณุ ลกั ษณะ 4 ประการ ได้แก่ ขนาด โครงสรา้ ง ความหนาแนน่ และการเพ่มิ จำนวน เป้าหมายการเรยี นร/ู้ สาระการเรยี นรู้ 1. ด้านความรู้ 1. ความหมายและความสมั พนั ธ์ของประชากร 2. คำนวณความหนาแน่นของประชากรในระบบนเิ วศ 2. ดา้ นทักษะ 1. ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 1.1 การสังเกต 1.2 การคำนวณ 1.3 การจดั กระทำและสอ่ื ความหมายข้อมลู 2. ทกั ษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 2.1 การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแกป้ ัญหา 2.2 ความร่วมมือ การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผูน้ ำ 3. เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ 1. ความอยากรอู้ ยากเห็น 2. ความม่งุ มานะ อดทน 3. การยอมรับความเห็นต่าง
ชนิ้ งาน/ภาระงาน แผนภาพระบบนเิ วศท่ีไดจ้ ากการสำรวจ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขน้ั ที่ 1 กำหนดปัญหา 1.1 ครนู ำเข้าบทเรียนดว้ ยคำถามต่อไปนี้ “นักเรียนทราบหรือไม่ว่า จำนวนคนทั้งหมดที่อยู่ในประเทศไทยเรียกว่าอะไร” (แนวการตอบ ประชากร) “นกั เรยี นทราบหรอื ไม่ว่าประเทศไทยมีประชากรอยู่เท่าใด” (แนวการตอบ มอี ยู่ 77ลา้ นคน) “นักเรียนทราบหรือไม่ว่ามีวิธีการคำนวณหาความหนาแน่นของประชากรในแต่ละพื้นที่อย่างไร” (แนวการตอบ ความหนาแนน่ ของประชากร = จำนวนประชากรทง้ั หมด/พ้ืนทห่ี รอื ปริมาตรของแหลง่ ที่อยู่) 1.2 ครูอธิบายสิ่งที่นักเรียนต้องไปศึกษา ได้แก่ การแบ่งกลุ่ม การออกไปสำรวจระบบนิเวศ และการ ทำงานกลุม่ 1.3 นักเรียนแบ่งกลุ่ม 4-5 คน โดยใช้โปรแกรมสุ่ม https://wheelofnames.com/th/ เพื่อคละ ความสามารถนกั เรยี น 1.4 ครูถามนักเรยี นเก่ยี วระบบนเิ วศภายในโรงเรยี นว่ามีตรงไหนบา้ ง 1.5 ครูถามคำถามปลายเปิดกับนักเรียนเพื่อกระตุน้ ความอยากรู้อยากเห็น “นักเรียนคิดว่า ระบบนิเวศ บรเิ วณน้นั จะประกอบด้วยส่งิ มชี วี ติ ชนดิ ใดบ้าง” ขั้นท่ี 2 วางแผนและดำเนินการ 2.1 นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มเลอื กพื้นทีใ่ นสนามหญ้าของโรงเรยี น บรเิ วณใดบรเิ วณหนง่ึ 2.2 นักเรยี นรว่ มกนั คิดวา่ จะลงไปศกึ ษาอะไร เก็บขอ้ มลู เก่ียวกบั สง่ิ ใดบ้างและแบง่ หนา้ ท่กี ันภายในกลมุ่ 2.3 นักเรยี นแต่ละกลมุ่ ลงไปศกึ ษาตามสถานทท่ี ่ีเลือกไว้ โดยกำหนดอปุ กรณ์ในการสำรวจ ดังน้ี 1) ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ 2) ปากกา 3) แว่นขยาย 4) ตลับเมตร 5) เชือก 6) ก่ิงไม้เล็ก ๆ ไว้ทำเสา 7) ตารางสมุ่ แบบวางแปลง ขนาด 30x30 ตารางเซนติเมตร ซึ่งนักเรียนต้องไปศึกษาตามประเด็นที่ต้องการศึกษาค้นคว้า เช่น พื้นที่ที่สำรวจมีสิ่งมีชีวิตใดบ้าง สิง่ มีชวี ติ แตล่ ะชนิดมจี ำนวนเทา่ ใด เป็นตน้ 2.4 นักเรียนใช้ตลับเมตรวัดพื้นท่ี กว้าง 2 เมตร ยาว 3 เมตร แล้วใช้เชือกขึงพรอ้ มใชไ้ ม้ตอกทำเป็นเสา 4 มมุ
2.5 ใช้พน้ื ท่ีส่ีเหลย่ี มท่ีกำหนดไว้ ส่มุ พืน้ ทขี่ นาด 30x30 เซนตเิ มตร 5 บริเวณโดยไม่ซ้ำกนั แล้วนับจำนวน สงิ่ มีชีวิตทงั้ หมดในนัน้ 2.6 บันทึกข้อมูลและผลการสำรวจลงในชุดกิจกรรมการเรียนรู้ โดยกำหนดขนาดประชากรตามท่ีนับได้ ณ เวลานนั้ ๆ ขน้ั ที่ 3 วเิ คราะห์และสงั เคราะห์ความรู้ 3.1 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ วเิ คราะห์สงิ่ ท่ีได้จากการสำรวจ 3.2 นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันสรุปผลการศึกษาค้นคว้าทีไ่ ด้จากการสำรวจ พร้อมสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม จากแหล่งการเรียนร้ตู า่ ง ๆ 3.3 นกั เรียนคำนวณความหนาแน่นของประชากรจากผลการสำรวจ โดยใชส้ ูตรคำนวณ ดงั น้ี ความหนาแน่นของประชากร = จำนวนประชากรทง้ั หมด/พ้นื ที่หรือปรมิ าตรของแหล่งทีอ่ ยู่ 3.4 นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ออกแบบแผนภาพสรปุ ผลการศึกษาของกลุ่มตนเอง ตามรปู แบบท่ีตนเอง สนใจ ขั้นที่ 4 นำเสนอผลการศึกษา 4.1 นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมานำเสนอผลงานของกลุ่มตนเองหนา้ ชั้นเรียน 4.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย แลกเปลี่ยนความรู้ พร้อมเปิดโอกาสให้นักเรียนได้ซักถามในสิ่งท่ี ตนเองสงสยั ขั้นที่ 5 ประเมนิ ผล ประเมินผลตามสภาพจริง โดยการสร้างเกณฑ์การประเมิน (Rubric scoring) เพื่อประเมิน ดังรายการ ตอ่ ไปน้ี 5.1 ประเมินความสามารถในการอธิบายความสัมพันธ์ของประชากร โดยใช้ชุดกิจกรรม แผนภาพ และ แบบทดสอบ 5.2 ประเมนิ ความสามารถในการคำนวณความหนาแน่นของประชากรในระบบนิเวศ โดยใช้ชุดกิจกรรม และแบบทดสอบ 5.3 ประเมินทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 โดยใช้แบบบันทึกการ สังเกตพฤตกิ รรม ณ เวลาท่ีนักเรียนปฏบิ ัติกิจกรรม 5.4 ประเมินความอยากรู้อยากเห็น มุ่งมานะ อดทน และยอมรับความเห็นต่าง โดยใช้แบบบันทึกการ สังเกตพฤติกรรม ณ เวลาท่นี ักเรยี นปฏบิ ัตกิ ิจกรรม สอ่ื /นวัตกรรม และแหล่งเรยี นรู้ 1. ส่อื การเรยี นรู้ - PowerPoint - ชุดกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 ระบบนิเวศ หน่วยการเรียนรู้ย่อยที่ 4 เรื่อง ประชากร 2. แหล่งเรยี นรู้ - แหลง่ เรียนรตู้ า่ ง ๆ ภายในโรงเรยี น - อินเตอรเ์ นต็
การวดั และประเมนิ ผล ประเดน็ การประเมนิ วธิ ีการประเมนิ เคร่ืองมือ เกณฑ์ ผา่ นเกณฑร์ ้อยละ 80 ดา้ นความรู้ - ชุดกจิ กรรม - แผนภาพ 1. อธิบายความสัมพันธ์ ตรวจชดุ กจิ กรรม - แบบทดสอบ ของประชากร แผนภาพและ 2. คำนวณความหนาแน่น แบบทดสอบ ของประชากรในระบบ นิเวศ ด้านทกั ษะ 1. ทักษะกระบวนการทาง สังเกตพฤติกรรมเวลา แบบบันทึกการสังเกต ผ่านเกณฑ์ระดับ ดีมาก วทิ ยาศาสตร์ นกั เรียนทำกจิ กรรม พฤตกิ รรม ขนึ้ ไป 1.1 การสังเกต 1.2 การคำนวณ 1.3 การจัดกระทำและ สือ่ ความหมายข้อมลู 2. ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 2.1 การคิดอยา่ งมี วจิ ารณญาณและการ แกป้ ัญหา 2.2 ความร่วมมือ การ ทำงานเป็นทีมและภาวะ ผู้นำ ด้านเจตคติ 1. ความอยากรู้อยากเห็น สังเกตพฤติกรรมเวลา แบบบันทึกการสังเกต ผ่านเกณฑ์ระดับ ดีมาก 2. ความม่งุ มานะ อดทน นกั เรยี นทำกิจกรรม พฤติกรรม ขึน้ ไป 3. การยอมรับความเห็น ตา่ ง
แบบบันทกึ หลังการสอน แนวทางแกไ้ ข ประเด็นปัญหาทีพ่ บ พฤติกรรมท่ีพบ 1. ด้านพฤตกิ รรมผู้เรยี น 2. ดา้ นการเรยี นการสอน
แบบประเมินทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทักษะแหง่ ศตวรรษที่ 21 เลขที่ ชื่อ-สกลุ ทักษะกระบวนการ รวม รอ้ ย ระดับ ทางวิทยาศาสตร์ (20 ละ คณุ ภาพ 1 2 3 4 5 คะแนน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คณุ ภาพ 1. การสงั เกต 4 คะแนน 2. การคำนวณ 4 คะแนน 16 - 20 ดเี ย่ียม 3. การจัดกระทำและสือ่ ความหมายข้อมลู ทกั ษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 4 คะแนน 14 - 15 ดมี าก 1. การคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณและการแก้ปัญหา 4 คะแนน 2. ความร่วมมอื การทำงานเปน็ ทีมและภาวะผู้นำ 12 – 13 ดี รวมทง้ั สนิ้ 20 คะแนน 10 - 11 พอใช้ 1 - 9 ปรับปรงุ
เกณฑ์การใหค้ ะแนนทกั ษะกระบวนการทางวิยาศาสตรแ์ ละทักษะแหง่ ศตวรรษท่ี 21 ทกั ษะกระบวนการทางวิยาศาสตร์ เกณฑ์การใหค้ ะแนน 1. ทกั ษะการสังเกต 1) บอกถงึ ลักษณะของสิ่งทส่ี งั เกตไดโ้ ดยใชป้ ระสาท สัมผัสอยา่ งเดียวหรอื หลายอยา่ ง 2) บรรยายลกั ษณะเชิงปริมาณได้ 3) บรรยายลกั ษณะเชงิ คุณภาพได้ 4) บรรยายการเปล่ยี นแปลงของสิง่ ท่ีสังเกตได้ 5) ไมใ่ ส่ความคดิ เหน็ ของตนเองลงในบนั ทึกการสงั เกต 2. การคำนวณ 1) แปลความหมายของจำนวณได้ถูกไดถ้ ูกตอ้ ง 2) เลอื กใช้วธิ ีคำนวณไดถ้ ูกต้อง 3) แสดงวิธคี ำนวณได้ถกู ตอ้ ง 4) ใชต้ วั เลขระบรุ ายละเอยี ดเชิงปรมิ าณได้ถกู ต้อง 5) ระบุหนว่ ยได้ถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ทิ ุกขอ้ : 4 คะแนน 3. การจัดกระทำและส่อื ความหมายข้อมลู ปฏบิ ัติ 3 – 4 ข้อ : 3 คะแนน 1) เลือกรูปแบบและอธิบายข้อมูลนงานนำเสนอได้ ปฏบิ ตั ิ 2 ข้อ : 2 คะแนน เหมาะสม ปฏบิ ตั ิ 1 ข้อ : 1 คะแนน 2) ออกแบบและประยกุ ตก์ ารนำเสนอให้เข้าใจงา่ ย 3) เปล่ียนแปลงและปรบั ปรงุ ข้อมลู ให้เขา้ ใจงา่ ย 4) บรรยายลกั ษณะของวตั ถุ หรือสือ่ ความหมายให้ผุ้อื่น เข้าใจง่าย 5) บรรยายหรอื วาดแผนผังแสดงตำแหนง่ ภาพ ทำให้สือ่ ความหมายให้ผ้อู ่ืนเขา้ ใจง่าย 4. การคดิ อยา่ งมวี ิจารณญาณและการแกป้ ัญหา 1) บรรยายกระบวนการคดิ อยา่ งเป็นระบบ 2) วิเคราะห์ขอ้ มูลดว้ ยมมุ มองทีห่ ลากหลาย 3) สังเคราะห์ข้อมลู อยา่ งมเี หตุผลและมวี จิ ารณญาณ 4) นำความรู้ท่มี อี ยู่มาใช้แกป้ ัญหา 5) ซักถามและรับฟังมุมมองของผู้อื่นเพื่อนำมาใช้ แก้ปัญหาอยา่ งหลากหลาย
ทักษะกระบวนการทางวยิ าศาสตร์ เกณฑก์ ารให้คะแนน 5. ความร่วมมอื การทำงานเป็นทมี และภาวะผู้นำ ปฏบิ ตั ทิ กุ ข้อ : 4 คะแนน 1) ให้ความรว่ มมอื ในการทำงานรว่ มกบั ผอู้ น่ื ปฏิบัติ 3 – 4 ขอ้ : 3 คะแนน 2) มีความเป็นผนู้ ำ สรา้ งแรงจูงใจใหเ้ พ่อื นในกลุ่ม 3) มกี ารวางแผนการทำงานรว่ มกนั ปฏบิ ัติ 2 ขอ้ : 2 คะแนน 4) ให้เกยี รตแิ ละรับฟังความคดิ เห็นซงึ่ กนั และกนั ปฏิบัติ 1 ขอ้ : 1 คะแนน 5) มีความรับผิดชอบร่วมกนั
เกณฑก์ ารประเมินเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ เลข ช่ือ-นามสกุล เจตคตทิ าง รวม รอ้ ยละ ระดับคณุ ภาพ ที่ วิทยาศาสตร์ 123 (9 คะแนน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 เจตคตทิ างวทิ ยาศาสตร์ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 1. ความอยากร้อู ยากเห็น 3 คะแนน 8 - 9 ดเี ยี่ยม 2. ความมุ่งมานะ อดทน 3 คะแนน 7 ดมี าก 3. การยอมรบั ความเห็นต่าง 5 - 6 ดี รวมท้งั สิน้ 9 คะแนน 4 พอใช้ 1 - 3 ปรบั ปรงุ
เกณฑก์ ารให้คะแนนเจตคตทิ างวิทยาศาสตร์ เกณฑ์การใหค้ ะแนน เจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ ปฏบิ ตั ิ 3 ข้อ : 3 คะแนน 1. ความอยากรู้อยากเหน็ ปฏิบัติ 2 ข้อ : 2 คะแนน ปฏิบัติ 1 ข้อ : 1 คะแนน 1) สนใจการเรียน 2) ต้ังคำถามทนี่ ำไปสู่การหาคำตอบ 3) มคี วามกระตอื รือร้นในการหาคำตอบ 2. ความมงุ่ มานะ อดทน 1) ไมย่ อ่ ท้อในการหาขอ้ มลู เพื่อนำมาตอบคำถาม 2) เข้าใจและยอมรับได้วา่ ความไม่แนน่ อนสามารถ เกดิ ข้ึนได้ 3) มคี วามม่งุ มน่ั ในการหาคำตอบอยู่เสมอ 3. การยอมรับความเหน็ ตา่ ง 1) ยอมรบั ความเหน็ ต่างที่มีหลกั ฐานรองรับ 2) สามารถยอมรบั ไดว้ ่าหลักการ แนวคิด ทฤษฎี สามารถเปลี่ยนแปลงได้ 3) ยินดที ีจ่ ะเปลย่ี นแปลงสมมติฐาน เมือ่ มีเหตผุ ลท่ี ถูกตอ้ งมากกวา่
แบบประเมินชิน้ งาน เลขที่ ช่อื -สกุล รายการประเมนิ รวม รอ้ ยละ ระดับ 1 2 3 4 (35 คณุ ภาพ คะแนน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 รายการประเมนิ 1. หมายถึง ผลการประเมินดา้ นความรู้จากการทำกิจกรรมท่ี 1 คะแนนเต็ม 10 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 2. หมายถงึ ผลการประเมินดา้ นความรู้จากการทำกจิ กรรมที่ 2 คะแนนเต็ม 10 คะแนน 28 - 35 ดีเยี่ยม คะแนนเต็ม 10 คะแนน 25 - 27 ดีมาก 3. หมายถึง ผลการประเมินดา้ นความรู้จากแบบทดสอบ 4. หมายถงึ ผลการประเมนิ ดา้ นความรจู้ ากนำเสนอ คะแนนเตม็ 5 คะแนน 21 - 24 ดี รวมทั้งส้ิน 35 คะแนน 18 - 20 พอใช้ 1 - 19 ปรบั ปรงุ
เกณฑ์การประเมินชน้ิ งาน รายการ ระดับคุณภาพ ประเมนิ ดเี ยี่ยม (5) ดีมาก (4) ดี (3) พอใช้ (2) ปรบั ปรงุ (1) 1. ความ สามารถอธบิ ายถงึ สามารถอธบิ ายถึง สามารถอธิบายถงึ สามารถอธบิ ายถึง สามารถอธิบาย ถูกตอ้ งของ ลักษณะประชากรได้ ลักษณะประชากร ลกั ษณะประชากร ลกั ษณะประชากร ถงึ ลักษณะ เนื้อหา ถูกต้อง คำนวณ ไดถ้ กู ต้อง คำนวณ ได้ คำนวณความ ได้ถูกตอ้ งเปน็ ประชากรได้ไม่ ความหนาแนน่ ของ ความหนาแนน่ ของ หนาแน่นของ ส่วนน้อย คำนวณ ถูกตอ้ ง คำนวณ ประชากรและระบุ ประชากรและระบุ ประชากรและระบุ ความหนาแนน่ ความหนาแนน่ หนว่ ยได้ถูกตอ้ ง หนว่ ยไดถ้ กู ตอ้ ง แต่ หน่วยไดถ้ กู ต้อง ของประชากร ของประชากร เน้ือหาครบถว้ น ไม่ครอบคลมุ หัวขอ้ บางส่วน มี และระบหุ นว่ ยได้ และระบุหน่วย ครอบคลมุ หวั ข้อ ทต่ี ้งั ไว้ ข้อผดิ พลาดบางจุด ไมถ่ กู ตอ้ ง ไมไ่ ด้ ทต่ี ัง้ ไว้ 2. การ ช้นิ งานมคี วาม ชน้ิ งานมคี วาม ชนิ้ งานมีความ ชน้ิ งานมีความ ชน้ิ งานมีความ ออกแบบ ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ถกู ตอ้ ง ช้นิ งาน ตามที่ออกแบบไวม้ ี ตามทอี่ อกแบบไว้มี ตามทอี่ อกแบบไว้มี ตามที่ออกแบบไว้ ตามท่อี อกแบบ ขนาดเหมาะสม ขนาดเหมาะสม ขนาดเหมาะสม เป็นบางสว่ น ไว้เปน็ ส่วนนอ้ ย รูปแบบ รูปแบบ และขนาดไม่ น่าสนใจ มีความ น่าสนใจ เหมาะสม แปลกใหม่ 3. ความคดิ มีการตกแต่งท่ี มกี ารตกแต่งท่ี มกี ารตกแต่งท่ี มกี ารตกแตง่ ไมม่ ีการตกแต่ง สรา้ งสรรค์ สวยงาม น่าสนใจ สวยงาม สอดคลอ้ ง สวยงาม ไม่ บางสว่ น มีความ หรือขาดสสี นั สอดคลอ้ งกบั เนือ้ หา กับเนื้อหาเพยี ง สอดคล้องกับเน้อื หา น่าสนใจน้อย ไมม่ คี วามคิด บางสว่ น สรา้ งสรรค์ 4. การ มบี คุ ลิกภาพท่ีดี มบี ุคลิกภาพท่ีดี มีบุคลิกภาพทด่ี ี ไมค่ ่อยกลา้ ไม่ค่อยกล้า นำเสนอ พดู จาฉะฉาน พดู พดู จาฉะฉาน พดู พูดจาฉะฉาน เข้าใจ แสดงออก คำพดู แสดงออก พดู กระชบั เขา้ ใจง่าย กระชบั เข้าใจงา่ ย งา่ ย สอ่ื สารไดไ้ ม่ ติดขัด สรุปเนื้อหา ติดขัด ส่ือสารได้ สื่อสารไดช้ ัดเจน พดู สอ่ื สารไดช้ ดั เจน ชัดเจนนัก ไดเ้ พียงเล็กน้อย ไมช่ ัดเจน ไม่มี ถึงเน้อื ไดค้ รบถ้วน ขาดเน้อื หาบางสว่ น การสรปุ เนือ้ หา การประเมนิ การทดสอบ เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน การประเมนิ แบบทดสอบ ตอบถกู ขอ้ ละ 1 คะแนน แบบทดสอบ เรอื่ ง ประชากร แบบปรนยั เลือกตอบ 4 ตวั เลอื ก จำนวน 10 ข้อ
เกณฑ์การประเมนิ แบบทดสอบ ดมี าก ระดบั คุณภาพ พอใช้ ปรับปรงุ รายการประเมิน 7 คะแนน ดี 5 คะแนน 1 - 4 คะแนน ดเี ย่ียม คะแนนทไ่ี ด้ 8 - 10 คะแนน 6 คะแนน
แบบบนั ทกึ หน่วยการเรยี นรู้ยอ่ ย (แผนการจดั การเรยี นร้)ู หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรอ่ื ง ระบบนิเวศ หนว่ ยการเรียนรู้ยอ่ ยท่ี 5 เรื่อง สายใยอาหาร รหสั วิชา/ชื่อวชิ า วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กลมุ่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศกึ ษา 2564 เวลา 3 ชวั่ โมง ผสู้ อนนางสาวอารียา ทะสงู เนิน โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎิ์ มาตรฐานการเรยี นรู้ : ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนเิ วศความสัมพนั ธ์ระหว่างสิง่ ไม่มีชวี ติ กับสิ่งมชี ีวิต และความสมั พนั ธร์ ะหว่างส่งิ มีชวี ติ กับส่งิ มีชีวติ ต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปล่ียนแปลง แทนทใ่ี นระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรพั ยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม แนวทางในการอนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการแก้ไขปัญหาส่งิ แวดล้อมรวมท้ังนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ตวั ช้วี ดั : 3. สรา้ งแบบจาลองในการอธบิ ายการถา่ ยทอดพลงั งานในสายใยอาหาร จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. สรา้ งแบบจาลองในการอธบิ ายการถา่ ยทอดพลังงานในสายใยอาหาร 2. อธบิ ายการถา่ ยทอดพลังงานในสายใยอาหารจากแบบจาลอง สาระสาคญั : กลุ่มสงิ่ มชี ีวิตชนดิ ต่าง ๆ ทีอ่ ยรู่ ่วมกนั และมีความสัมพันธ์ซึ่งกนั และกันท่ีอาศยั อยู่ในระบบนิเวศ จะมคี วามสัมพนั ธ์กันในแง่ท่เี ป็นอาหารถ่ายทอดพลงั งานต่อกนั เปน็ ทอด ๆ ในลกั ษณะของห่วงโซอ่ าหาร เรียกลกั ษณะความสมั พนั ธ์ท่ีเกีย่ วขอ้ งกนั อยา่ งซับซอ้ นของแต่ละหว่ งโซอ่ าหารว่าสายใยอาหาร (Food web) เปา้ หมายการเรียนร/ู้ สาระการเรยี นรู้ 1. ด้านความรู้ 1.1 อธบิ ายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหาร 1.2 การสร้างแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร 2. ดา้ นทักษะสาคญั ในการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์ 2.1 ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ - ทกั ษะการลงความเหน็ จากขอ้ มูล - ทักษะการจดั กระทาและส่อื ความหมายข้อมูล - ทกั ษะการสร้างแบบจาลอง 2.2 ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 - ดา้ นการคิดอยา่ งมีวิจารญาณและการแกป้ ัญหา - ด้านการสื่อสารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทนั สอื่ - ด้านความรว่ มมือ การทางานเป็นทมี และภาวะผนู้ า - ด้านการสรา้ งสรรคแ์ ละนวัตกรรม 3. เจตคติทางวิทยาศาสตร์ - ความอยากรู้อยากเหน็ - ความมงุ่ ม่นั มานะ อดทน - การยอมรับความเห็นตา่ ง - ความซ่ือสัตย์ - ความเชอ่ื มนั่ ต่อหลักฐาน ชน้ิ งาน/ภาระงาน - แบบจาลองสายใยอาหาร
กจิ กรรมการเรียนรู้ ข้ันที่ 1 กาหนดปญั หา 1.1 คุณครทู บทวนความร้เู ดมิ โดยการนาภาพสถานที่ธรรมชาติในจังหวัดฉะเชงิ เทราประกอบไปด้วยภาพ แม่น้าบางปะกง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน (บริเวณอาเภอท่าตะเกียบ), ป่าชายเลน (บริเวณอาเภอบางปะกง) สวนเกษตร (ศนู ยศ์ ึกษาการพัฒนาเขาหินซอ้ นอันเน่ืองมาจากพระราชดาริ) มาให้นักเรยี นดู 1.2 คณุ ครถู ามคาถามว่า “ จากภาพทศ่ี กึ ษานกั เรยี นคดิ ว่าสิ่งมชี วี ิตมกี ารถ่ายทอดพลงั งานในรูปแบบใด ” แนวทางคาตอบ ( มีการถ่ายทอดพลังงานในรูปแบบหว่ งโซ่อาหาร , มีการถา่ ยทอดพลังงานในรปู แบบสายใยอาหาร ) 1.3 คุณครไู ดแ้ บ่งกลุ่มนักเรียนออกเปน็ 3 กล่มุ ใหญต่ ามศักยภาพของนักเรยี นดงั นี้ เกง่ ปานกลาง อ่อน ทาการคละนักเรยี นโดยใช้ https://wheelofnames.com/ ในการสุม่ ออกมาจานวน 6 กลุ่ม กลุ่มละ 4 -5 คน 1.4 นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ เลน่ เกมตอบคาถามได้คาใบ้ คาถามข้อที่ 1.ขอ้ ใดเป็นส่งิ มีชีวิตท่ีกินทัง้ ผผู้ ลิตและผบู้ ริโภค ก. หนอนผีเสือ้ ข. นกกระทา ค. ไสเ้ ดอื น ง. กระตา่ ย คาถามขอ้ ที่ 2.ความสัมพันธอ์ นั สลับซับซ้อนของสงิ่ มชี วี ิตอันเนอื่ งจากความหลากหลายของสง่ิ มชี ีวิตหมายถึงอะไร ก. การถ่ายทอดอาหารจากชีวิตหนึง่ ไปอีกชีวิตหน่งึ ข. สายใยอาหารจานวนจากัด ค. โซอ่ าหารหลายสายท่เี ชอื่ มโยงกัน ง. ภาวะขาดความสมดุลในระบบนเิ วศ คาถามขอ้ ที่ 3.สิง่ มีชีวติ ประเภทใดเปน็ ผ้ยู อ่ ยสลายซาก ก. เหด็ รา ข. นกแรง้ ค. ไสเ้ ดอื น ง. แพลงก์ตอน คาถามขอ้ ที่ 4.การกนิ กนั เปน็ ทอดๆของส่ิงมชี วี ิตในธรรมชาติน้ัน มีจดุ ประสงค์เพอื่ อะไร ก. ถ่ายทอดพลังงาน ข. ปรับสมดุลธรรมชาติ ค. กาจัดศตั รใู หห้ มดไป ง. ควบคมุ ปรมิ าณเหยือ่ คาถามข้อท่ี5.ถ้านักเรียนต้องการศึกษารูปแบบการถ่ายทอดพลังงานของส่ิงมีชีวิตในจังหวัดฉะเชิงเทรานักเรียนสามารถ ศึกษาได้ท่ีใด (แนวทางคาตอบ : สวนเกษตร , แม่นา้ บางปะกง , ปา่ ชายเลน , เขตรกั ษาพนั ธุ์สัตวป์ ่าเขาอา่ งฤาไน เป็นตน้ ) คาถามขอ้ ที่ 6.ยกตัวอยา่ งการถา่ ยทอดพลังงานของสง่ิ มชี ีวติ ท่ีพบเหน็ ได้ในชวี ติ ประจาวัน ( แนวทางคาตอบ : ดวงอาทติ ย์ – พืช – กระต่าย – งู – เหย่ียว เป็นตน้ ) กลุม่ ใดตอบถูกเปน็ กลุ่มแรกสามารถเลือกคาใบ้ใดก็ได้ ( รปู แบบการตอบจะสง่ คาตอบเขา้ มาในกลุ่ม LINE ) คาใบ้ท่ี 1.ใหญ่กินเล็ก (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารในรูปแบบ อะไรกไ็ ดต้ ามความสนใจและจนิ ตนาการ) คาใบ้ที่ 2.แม่น้าสาคัญของฉะเชิงเทรา (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใย อาหารในรปู แบบสถานทเ่ี ป็นแมน่ า้ บางปะกง) คาใบ้ท่ี 3.อุทยานแห่งชาติทตี่ ั้งอยใู่ นเขตพื้นที่ 11 อาเภอ ใน 4 จงั หวัด (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธบิ ายการ ถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารในรูปแบบสถานที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่) คาใบ้ที่ 4.หมาป่าผู้ล่าเหยื่อ (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารใน รูปแบบที่มหี มาป่าเป็นผู้บรโิ ภค) คาใบ้ท่ี 5.ท่าข้ามมีป่าชายเลน (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารใน รูปแบบสถานท่ีป่าชายเลน) คาใบ้ที่ 6.มาตลาดกินอะไรดี (นักเรียนสามารถออกแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลังงานในสายใยอาหารใน รูปแบบทีม่ นษุ ยเ์ ปน็ ผู้บรโิ ภคลาดบั สูงสดุ )
ขั้นที่ 2 วางแผนและดาเนินการ 2.1 นกั เรยี นศึกษาคาใบ้ท่ีกลมุ่ ตนเองเลอื กเพื่อวางแผนในการแกป้ ัญหาคาใบ้ดงั กล่าว 2.2 นักเรียนร่วมกันศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเร่ืองท่ีตนเองได้คาใบ้ทางอินเทอร์เน็ต,หนังสือเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีหรือช่องทางการศึกษาขอ้ มูลอ่ืน ๆ ขน้ั ท่ี 3 วิเคราะห์และสงั เคราะห์ความรู้ 3.1 คณุ ครูนาภาพสงิ่ มีชวี ิต (หญ้า , ตน้ ขา้ ว , แครอท , ป่าชายเลน , ซากใบไม้ , สาหรา่ ย , แพลงก์ตอนพชื โปรโตซวั แบคทีเรยี , หนอน , ไสเ้ ดือนดนิ , กุ้ง , หอย , ปู , ปลา ,หมกึ , สิงโตทะเล , นกเค้าแมว , นกกนิ พชื ปลากินเนือ้ , ปลากินพืช ปลาฉลาม , ปลาวาฬ , ตกั๊ แตน , กบ , งู , หนู , นกกระเรียน , เหยยี่ ว , กวาง , หมปู า่ กระต่าย , หมาป่า , มนุษย์) และอุปกรณ์ในการสร้างแบบจาลอง ( กระดาษสี , จ๊ิกซอว์เปล่า , แก้วพลาสติก , ปากกาสี กระดาษขนาด A4 จานกระดาษ กล่องส่เี หลีย่ มขนาด 10 * 10 ) มาใหน้ ักเรียนดู 3.2 นักเรียนรว่ มพดู คุยปรึกษากันในกลมุ่ ของตนเองในการวางแผนการออกแบบสร้างแบบจาลอง 3.3 นักเรียนออกแบบสร้างแบบจาลองตามคาใบ้ท่ีตนเองเลือกโดยสามารถเลือกใช้อุปกรณ์ชนิดใดก็ได้ตามการ วางแผนในกลมุ่ ขัน้ ท่ี 4 นาเสนอผลการศกึ ษา 4.1 นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ นาเสนอแบบจาลองสายใยอาหาร 4.2 คณุ ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายและแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกบั แบบจาลองสายใยอาหาร ข้นั ที่ 5 ประเมนิ 5.1 ประเมินด้านความรู้จากชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตรห์ นว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หนว่ ยการเรยี นร้ยู อ่ ยท่ี 5 เรอื่ งสายใยอาหาร 5.2 ประเมินดา้ นความรจู้ ากแบบสังเกตการนาเสนอแบบจาลองเรื่องสายใยอาหาร 5.3 ประเมินด้านความรู้จากแบบจาลองสายใยอาหาร 5.4 ประเมินด้านทักษะสาคัญในการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์จากแบบจาลองสายใยอาหารและแบบสังเกตพฤติกรรม นักเรียนขณะสรา้ งแบบจาลอง 5.5 ประเมินด้านเจตคติทางวิทยาศาสตร์จากแบบสังเกตพฤติกรรมที่นักเรียนแสดงออกมาในระหว่างสร้าง แบบจาลองและการทางานกลุ่มรว่ มกับเพื่อนในช้ันเรยี น สอ่ื /นวัตกรรม และแหลง่ เรยี นรู้ 1. สื่อการเรยี นรู้ - ภาพสถานที่ธรรมชาติในจงั หวดั ฉะเชงิ เทรา - PowerPoint - ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 หน่วยการเรยี นรยู้ อ่ ยท่ี 5 เรือ่ งสายใยอาหาร 2. แหลง่ เรียนรู้ - อินเทอรเ์ นต็ - หนงั สือเรยี นวชิ าวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
การวัดและประเมินผล วิธกี ารประเมิน เครอื่ งมอื เกณฑ์ ประเด็นการประเมิน ผา่ นเกณฑ์ร้อยละ - ตรวจสอบความถูกต้อง - ชดุ กิจกรรมย่อยเรอื่ ง ด้านความรู้ ของชดุ กิจกรรมเร่ืองสายใย สายใยอาหาร 80 ขึ้นไป 1.การถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร อาหาร และระดบั 4 ขนึ้ ไป 2. การสรา้ งแบบจาลองในการอธิบายการ - Rubrics ผ่านเกณฑ์ ถา่ ยทอดพลงั งานในสายใยอาหาร - การนาเสนอแบบจาลอง - แบบสงั เกตการนาเสนอ ระดับ 4 ขนึ้ ไป เพ่ืออธิบายการถ่ายทอด พลงั งานในสายใยอาหาร - ตรวจสอบแบบจาลอง - แบบจาลองสายใยอาหาร สายใยอาหาร ด้านทักษะสาคญั การเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์ 1.1 ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ - ตรวจสอบแบบจาลอง - แบบจาลองสายใยอาหาร ผา่ นเกณฑ์ ระดับ 4 ขนึ้ ไป - ทกั ษะการลงความเหน็ จากข้อมลู สายใยอาหาร ผา่ นเกณฑ์ - ทั ก ษะ ก า รจั ด ก ระ ท า แล ะ สื่ อ ระดับ 4 ขนึ้ ไป ความหมายขอ้ มูล ผา่ นเกณฑ์ ระดับ 4 ข้นึ ไป - ทกั ษะการสรา้ งแบบจาลอง 1.2 ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 - ด้านการคิดอย่างมีวิจารญาณและ การแกป้ ัญหา - ศึกษาพฤติกรรมนักเรียน - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ด้านการสื่อสารสารสนเทศและการ ในระหวา่ งทากจิ กรรม รเู้ ท่าทนั ส่ือ - ด้านความร่วมมือ การทางานเป็น ทมี และภาวะผูน้ า - ด้านการสร้างสรรค์และนวตั กรรม ดา้ นเจตคติทางวิทยาศาสตร์ - ความอยากรู้อยากเห็น - ศึกษาพฤติกรรมนักเรียน - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ความมุ่งมั่น มานะ อดทน ในระหว่างทากจิ กรรม - การยอมรับความเหน็ ตา่ ง - ความซอ่ื สัตย์ - ความเช่ือมั่นต่อหลกั ฐาน
แบบบนั ทึกหลังการสอน พฤตกิ รรมท่ีพบ แนวทางแก้ไข ประเดน็ ปญั หาที่พบ 1. ด้านพฤติกรรมผู้เรยี น 2. ด้านการเรยี นการสอน ลงช่อื ........................................ผู้ประเมนิ (………………………………………………………..) ……....……./……….………..……./……….………
การประเมนิ ดา้ นความรู้ กาหนดเกณฑ์การประเมนิ ไว้ทรี่ อ้ ยละ 80 เปน็ เกณฑ์ผา่ น ลาดบั ที่ ชื่อ-นามสกุล ผลการประเมิน* รวม สรุป (30คะแนน) 1234 5 6 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35
ลาดับท่ี ชอื่ -นามสกุล ผลการประเมิน* รวม สรุป (30คะแนน) 1234 5 6 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 *1 หมายถงึ ผลการประเมินด้านความรจู้ ากการประเมินชดุ กจิ กรรมที่ 2 ปรศิ นาหว่ งโซ่อาหาร คะแนนเต็ม 5 คะแนน 2 หมายถึง ผลการประเมนิ ด้านความรู้จากการประเมินชุดกิจกรรมที่ 3 ปริศนาสายใยอาหารตอนท่ี 1 คะแนนเต็ม 5 คะแนน 3 หมายถงึ ผลการประเมนิ ด้านความร้จู ากการประเมนิ ชุดกจิ กรรมท่ี 3 ปริศนาสายใยอาหารตอนท่ี 2 คะแนนเต็ม 5 คะแนน 4 หมายถึง ผลการประเมินดา้ นความรจู้ ากการประเมินชุดกจิ กรรมที่ 4 ทบทวนชวนคดิ คะแนนเต็ม 5 คะแนน 5 หมายถึง ผลการประเมินด้านความรจู้ ากการประเมินนาเสนอแบบจาลอง คะแนนเต็ม 5 คะแนน 6 หมายถึง ผลการประเมินดา้ นความรจู้ ากการประเมินแบบจาลองเร่ืองสายใยอาหาร คะแนนเต็ม 5 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 26-30 ดเี ย่ียม 21-25 ดมี าก 16-20 ดี 11-15 พอใช้ 1-10 ปรบั ปรุง ลงช่อื ........................................ผปู้ ระเมนิ (………………………………………………………..) ……....……./……….………..……./……….……
ทักษะทีป่ ระเมนิ ตารางรายการการประเมินการทาชดุ กิจกรรม เกณฑ์การประเมนิ การประเมนิ ชดุ กจิ กรรม 1. อธิบายการ ตอบถูกข้อละ ถา่ ยทอดพลงั งาน ชดุ กจิ กรรมท่ี 2 ปริศนาห่วงโซ่อาหาร 1 คะแนน ในสายใยอาหาร แบบทดสอบถามตอบ จานวน 5 ขอ้ ชุดกิจกรรมที่ 3 ปริศนาสายใยอาหารตอนที่ 1 แบบทดสอบถามตอบ จานวน 5 ขอ้ ชุดกิจกรรมที่ 3 ปริศนาสายใยอาหารตอนท่ี 2 แบบทดสอบถามตอบ จานวน 5 ขอ้ ชุดกจิ กรรมท่ี 4 ทบทวนชวนคิด แบบปรนยั เลอื กตอบ 4 ตัวเลือก จานวน 5 ขอ้ ตารางรายการการประเมนิ การนาเสนอแบบจาลอง ทกั ษะที่ประเมนิ คะแนน 1.อธิบายการ 5 (ดเี ยี่ยม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง) ถา่ ยทอดพลังงาน ในสายใยอาหาร สามารถอธิบายการ สามารถอธิบายการ สามารถอธบิ ายการ สามารถอธิบาย สามารถอธบิ าย ถา่ ยทอดพลังงานใน ถา่ ยทอดพลงั งานใน ถา่ ยทอดพลงั งานใน การถา่ ยทอด การถ่ายทอด สายใยอาหารได้ สายใยอาหารได้ สายใยอาหารได้ พลังงานในสายใย พลังงานในสายใย ถกู ต้องสมบรู ณ์และ ถกู ต้องสมบูรณ์ดว้ ย ถกู ต้องบางส่วนด้วย อาหารไดจ้ ากการ อาหารไดบ้ างสว่ น สามารถนาไป ตนเอง ตนเอง ชี้แนะจากครูและ จากการชี้แนะจาก ความรู้ไปอ้างอิงใน ผ้อู ่ืน ครแู ละผูอ้ ื่น ชวี ติ ประจาวนั ได้ ดว้ ยตนเอง ตารางรายการการประเมินการสร้างแบบจาลองสายใยอาหาร ทักษะที่ประเมนิ คะแนน 1.การสร้าง 5 (ดีเยย่ี ม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ ) แบบจาลองในการ อธิบายการ สามารถสรา้ ง สามารถสรา้ ง สามารถสรา้ ง สามารถสรา้ ง สามารถสร้าง ถา่ ยทอดพลังงาน ในสายใยอาหาร แบบจาลองในการ แบบจาลองในการ แบบจาลองในการ แบบจาลองในการ แบบจาลองในการ อธิบายการถ่ายทอด อธบิ ายการถ่ายทอด อธิบายการถ่ายทอด อธิบายการ อธิบายการ พลังงานในสายใย พลงั งานในสายใย พลงั งานในสายใย ถา่ ยทอดพลงั งาน ถ่ายทอดพลังงาน อาหารได้ถูกต้อง อาหารได้ถกู ต้อง อาหารได้ถูกต้อง ในสายใยอาหาร ในสายใยอาหารได้ สมบูรณแ์ ละ สมบูรณด์ ้วยตนเอง บางส่วนดว้ ยตนเอง ไดจ้ ากการชแ้ี นะ บางส่วนจากการ สามารถนาไป จากครูและผู้อ่ืน ชีแ้ นะจากครูและ ความรู้ไปอา้ งองิ ใน ผู้อ่ืน ชวี ติ ประจาวันได้ ด้วยตนเอง
การประเมนิ ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์และทกั ษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ลาดบั ท่ี ช่อื -นามสกลุ ผลการประเมิน* รวม คา่ เฉล่ยี ระดบั 1.ทกั ษะกระบวนการ 2.ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 (35คะแนน) ทางวิทยาศาสตร์ 1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 2.3 2.4 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 12 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32
ลาดับท่ี ชอ่ื -นามสกุล ผลการประเมนิ * รวม คา่ เฉลี่ย ระดบั 1.ทกั ษะกระบวนการ 2.ทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 (35คะแนน) ทางวิทยาศาสตร์ 1.1 1.2 1.3 2.1 2.2 2.3 2.4 33 34 35 36 37 38 39 40 41 42 43 44 45 *1.1 หมายถงึ ผลการประเมินด้านทักษะการลงความเหน็ จากข้อมูล คะแนนเตม็ 5 คะแนน 1.2 หมายถงึ ผลการประเมินด้านทักษะการจัดกระทาและส่อื ความหมายข้อมลู คะแนนเตม็ 5 คะแนน 1.3 หมายถึงผลการประเมินดา้ นทักษะการสร้างแบบจาลอง คะแนนเตม็ 5 คะแนน 2.1 หมายถงึ ผลการประเมินด้านการคิดอยา่ งมีวิจารญาณและการแก้ปญั หา คะแนนเต็ม 5 คะแนน 2.2 หมายถึงผลการประเมินด้านการสือ่ สารสารสนเทศและการรเู้ ท่าทันส่ือ คะแนนเต็ม 5 คะแนน 2.3 หมายถงึ ผลการประเมินดา้ นความร่วมมอื การทางานเปน็ ทมี และภาวะผูน้ า คะแนนเต็ม 5 คะแนน 2.4 หมายถึงผลการประเมนิ ดา้ นการสรา้ งสรรคแ์ ละนวตั กรรม คะแนนเตม็ 5 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ 31-35 ดีเย่ยี ม 26-30 ดีมาก 21-25 ดี 16-20 พอใช้ 1-15 ปรับปรงุ ลงช่ือ........................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………..) ……....……./……….………..……./……….………
ทกั ษะท่ปี ระเมนิ คะแนน 5 (ดเี ย่ยี ม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรุง) ทักษะกระบวนการ ทางวิทยาศาสตร์ 1.ทักษะการลง สามารถลง สามารถลง สามารถลง สามารถลง สามารถลง ความเห็นจากข้อมลู ความเห็นจากข้อมลู ความเห็นจากข้อมลู ความเห็นจากข้อมลู ความเหน็ จาก ความเห็นจาก ไดถ้ ูกต้อง สามารถ ไดถ้ ูกต้องและ ไดถ้ ูกต้องดว้ ย ข้อมลู ได้ถูกตอ้ ง ข้อมูลได้ถูกต้อง สร้างโมเดลความคิด สามารถสร้างโมเดล ตนเองในการสร้าง จากการไดร้ บั บางสว่ นแมว้ ่าจะ และยอมรับการ ความคดิ ดว้ ยตนเอง แบบจาลองในการ คาแนะนาจากครู ไดร้ ับคาแนะนา เปลยี่ นแปลงการลง ในการสร้าง อธบิ ายการถ่ายทอด หรอื ผ้อู นื่ ในการ จากครูหรอื ผู้อนื่ ใน ความเหน็ เม่ือมี แบบจาลองในการ พลังงานในสายใย สร้างแบบจาลอง การสรา้ ง ข้อมลู เพิ่มเติมด้วย อธบิ ายการถ่ายทอด อาหาร ในการอธิบายการ แบบจาลองในการ ตนเองในการสร้าง พลังงานในสายใย ถ่ายทอดพลังงาน อธบิ ายการ แบบจาลองในการ อาหาร ในสายใยอาหาร ถ่ายทอดพลงั งาน อธบิ ายการถ่ายทอด ในสายใยอาหาร พลงั งานในสายใย อาหาร 2.ทักษะการจัด สามารถเลอื ก สามารถเลือก สามารถเลือก สามารถเลอื ก สามารถเลือก กระทาและส่ือ รปู แบบและอธิบาย รูปแบบและอธบิ าย รูปแบบและอธบิ าย รูปแบบและ รูปแบบและอธิบาย ความหมายข้อมลู การเลือกรูปแบบใน การเลอื กรูปแบบใน การเลอื กรูปแบบใน อธิบายการเลอื ก การเลอื กรปู แบบ การนาเสนอขอ้ มูลท่ี การนาเสนอขอ้ มลู ท่ี การนาเสนอขอ้ มูลท่ี รปู แบบในการ ในการนาเสนอ เหมาะสม สามารถ เหมาะสมและ เหมาะสมในการ นาเสนอข้อมลู ท่ี ข้อมูลที่เหมาะสม เปลยี่ นแปลงและ สามารถ สรา้ งแบบจาลอง เหมาะสมในการ ในการสรา้ ง ปรบั ปรุงข้อมลู ใหอ้ ยู่ เปลีย่ นแปลงและ อย่างสร้างสรรค์ได้ สร้างแบบจาลอง แบบจาลองได้ ในรปู ที่เข้าใจงา่ ย ปรบั ปรุงขอ้ มูลให้อยู่ ถูกต้องดว้ ยตนเอง อย่างสร้างสรรค์ อย่างสร้างสรรค์ได้ และสามารถ ในรูปทเ่ี ขา้ ใจงา่ ยใน ได้ถูกตอ้ งจากการ บางสว่ นจากการ บรรยายลกั ษณะ การสรา้ ง ชี้แนะของครหู รือ ชแ้ี นะของครูหรือ ของแบบจาลองดว้ ย แบบจาลองอย่าง ผูอ้ น่ื ผู้อนื่ ถ้อยคาหรือความที่ สร้างสรรคไ์ ด้ถูกต้อง เขา้ ใจง่ายกระทัดรัด ด้วยตนเอง และกระชบั จนสื่อ ความหมายใหผ้ ู้อื่น เขา้ ใจง่ายในการ สร้างแบบจาลอง อยา่ งสรา้ งสรรค์ได้ ถูกต้องด้วยตนเอง
ทักษะทปี่ ระเมนิ คะแนน 3.ทักษะการ 5 (ดีเยี่ยม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรงุ ) สรา้ งแบบจาลอง สามารถสรา้ งและใชส้ ิ่ง สามารถสรา้ งและใช้ สามารถสรา้ งและใช้ สามารถสร้างและ สามารถสร้างและ ท่ีสรา้ งขึน้ มาเพื่อ ส่ิงท่ีสร้างข้ึนมาเพื่อ ส่ิงท่ีสร้างขึ้นมาเพื่อ ใช้ส่ิงที่สร้างข้ึนมา ใช้ส่ิงที่สร้างข้ึนมา บรรยายเรอ่ื งการ บรรยายเร่ืองการ บรรยายเร่ืองการ เพื่อบรรยายเร่ือง เพื่อบรรยายเรื่อง ถา่ ยทอดพลังงานใน ถ่ายทอดพลังงานใน ถ่ายทอดพลังงานใน การถ่ายทอด การถ่ายทอด สายใยอาหารได้ถูกต้อง สา ย ใ ย อ า ห า ร ไ ด้ สา ย ใ ย อ า ห า ร ไ ด้ พลังงานในสายใย พลังงานในสายใย สามารถออกแบบและ ถูกต้องและสามารถ ถกู ต้องด้วยตนเอง อาหารได้ถูกต้อง อ า ห า ร ไ ด้ เ พี ย ง เลือกใชว้ ัสดอุ ุปกรณ์ นาเสนอขอ้ มูล จ า ก ก า ร ไ ด้ รั บ บางส่วนจากการ ในการสรา้ งอย่าง แนวคดิ ความคิด คาแนะนาจากครู ได้รับคาแนะน า เหมาะสม และสามารถ รวบยอดเพ่ือให้ผู้อื่น และผูอ้ ่นื จากครแู ละผอู้ ่ืน นาเสนอข้อมูลแนวคิด เขา้ ใจรูปแบบ ความคิดรวบยอด จาลองดว้ ยด้วย เพ่อื ให้ผู้อืน่ เข้าใจ ความสามารถ รปู แบบจาลอง ของตนเอง ด้วยความสามารถ ของตนเอง ทักษะในศตวรรษ ที่ 21 1.ดา้ นการคิด สามารถคิดโดย สามารถคดิ โดย สามารถคิดโดย สามารถคดิ โดย สามารถคิดโดย ใช้เหตผุ ลท่ี ใช้เหตุผลที่ อยา่ งมีวจิ ารญาณ ใช้เหตผุ ลท่ีหลากหลาย ใช้เหตผุ ลที่ ใชเ้ หตุผลที่ หลากหลายและ หลากหลายและ เหมาะสมกับ เหมาะสมกบั และการแก้ปญั หา เหมาะสมกบั หลากหลาย หลากหลายและ สถานการณ์ได้ สถานการณ์ได้ โดยไดร้ ับการ บางสว่ นโดยได้รบั สถานการณ์และมีการ เหมาะสมกบั เหมาะสมกบั ชแี้ นะของครูหรือ การช้ีแนะของครู ผู้อืน่ หรือผอู้ ่ืน คดิ อย่างเปน็ ระบบ สถานการณ์และมี สถานการณ์ได้ดว้ ย วเิ คราะหแ์ ละประเมิน การคดิ อยา่ งเป็น ตนเอง หลกั ฐานขอ้ คิดเห็นดว้ ย ระบบ วเิ คราะห์และ มุมมองทห่ี ลากหลาย ประเมินหลกั ฐาน สงั เคราะหแ์ ปล ข้อคิดเห็นด้วย ความหมายจัดทา มมุ มองที่ ขอ้ สรุปสะท้อน หลากหลาย ความคดิ อยา่ งมี สงั เคราะหแ์ ปล วจิ ารณญาณและ ความหมายจดั ทา สามารถแก้ปญั หาได้ ขอ้ สรปุ สะท้อน โดยใชค้ วามรู้ทกั ษะ ความคดิ อยา่ งมี ประสบการณ์มาใช้ วิจารณญาณ แกป้ ญั หาไดด้ ้วยตนเอง ไดด้ ว้ ยตนเอง
ทักษะทปี่ ระเมนิ คะแนน 5 (ดเี ยี่ยม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรงุ ) 2.ด้านการสอ่ื สาร ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ ส า ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ สา ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ สามารถเลือกใช้ สา ม า ร ถ เ ลื อ ก ใ ช้ สารสนเทศและ เครื่องมือที่ถูกต้อง เคร่ืองมือที่ถูกต้อง เครื่องมือที่ถูกต้อง เคร่ืองมือท่ีถูกต้อง เคร่ืองมือที่ถูกต้อง การรเู้ ทา่ ทนั สื่อ เหมาะสมเพื่อสร้าง เหมาะสมเพ่ือสร้าง เหมาะสมเพ่ือสร้าง เหมาะสมเพื่อสร้าง เหมาะสมเพ่ือสร้าง ส่ือไดต้ รงตาม ส่ือไดต้ รงตาม ส่ือไดต้ รงตาม สอ่ื ได้ตรงตาม สอื่ ได้ตรงตาม วัตถุประสงคแ์ ละ วัตถปุ ระสงค์และ วัตถุประสงค์ได้ด้วย วัตถปุ ระสงค์โดย วั ต ถุ ป ร ะ ส ง ค์ ไ ด้ สามารถผลิตสื่อใช้ สามารถผลิตสื่อใช้ ตนเอง ไดร้ บั คาแนะนา เพียงบางส่วนจาก เพ่ือการสื่อสารกับ เพ่ือการส่ือสารกับ จากครูหรอื ผูอ้ ืน่ การได้รับคาแนะนา บุคคลอย่างถูกต้อง บุคคลอย่างถูกต้อง จากครหู รอื ผู้อ่ืน เหมาะสมและเข้าใจ เหมาะสมไดด้ ้วย ข้อตกลง ข้อกาหนด ตนเอง ในการใช้ส่อื ของผอู้ น่ื หรอื แหล่งข้อมลู ต่างๆได้ดว้ ยตนเอง 3.ด้านความ สามารถทางาน สามารถทางาน สามารถทางาน สามารถทางาน สามารถทางาน รว่ มมอื การทางาน รว่ มกบั ผูอ้ นื่ ท่ี ร่วมกบั ผอู้ ่ืนที่ รว่ มกบั ผอู้ ื่นได้โดย ร่วมกบั ผู้อ่ืนได้โดย ร่วมกบั ผู้อ่นื ได้เพียง เป็นทีมและภาวะ หลากหลายไดอ้ ย่างมี หลากหลายได้อย่างมี ไม่ต้องไดร้ บั ไดร้ ับคาแนะนา บางสว่ นโดยได้รบั ผู้นา ประสทิ ธภิ าพให้ ประสิทธภิ าพโดยไม่ คาแนะนาจากครู จากครูและผอู้ ่นื คาแนะนาจากครู เกยี รตยิ ืดหยนุ่ ตอ้ งไดร้ ับคาแนะนา และผอู้ ื่น และผอู้ นื่ ประนปี ระนอม จากครแู ละผ้อู น่ื โดยไมต่ อ้ งไดร้ ับ คาแนะนาจากครูและ ผอู้ น่ื 4.ดา้ นการ ความสามารถในการ ความสามารถในการ ความสามารถใน ความสามารถใน ความสามารถใน สรา้ งสรรค์ คดิ อยา่ งสร้างสรรค์ คดิ อย่างสร้างสรรค์ การคิดอยา่ ง การคดิ อยา่ ง การคดิ อย่าง และนวตั กรรม การทางานกบั ผูอ้ ่นื การทางานกับผ้อู ่ืน สร้างสรรค์ได้ดว้ ย สร้างสรรคไ์ ด้โดย สรา้ งสรรค์ไดเ้ พยี ง อย่างสรา้ งสรรคแ์ ละ อยา่ งสรา้ งสรรค์ได้ ตนเอง ไดร้ ับคาแนะนา บางส่วนโดยไดร้ บั การนาไปปฏิบตั เิ พ่ือ ด้วยตนเอง จากครูและผู้อ่นื คาแนะนาจากครู สรา้ งนวัตกรรมได้ และผู้อนื่ ด้วยตนเอง
การประเมินดา้ นเจตคติทางวทิ ยาศาสตร์ ลาดับที่ ชื่อ-นามสกลุ ผลการประเมนิ * รวม คา่ เฉล่ยี ระดับ 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 (25คะแนน) 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 26 27 28 29 30 31 32 33 34 35 36
ลาดับท่ี ช่อื -นามสกลุ ผลการประเมิน* รวม คา่ เฉลย่ี ระดบั 37 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 (25คะแนน) 38 39 40 41 42 43 44 45 *1.1 หมายถงึ ผลการประเมินดา้ นความอยากรู้อยากเหน็ คะแนนเต็ม 5 คะแนน 1.2 หมายถึงผลการประเมินดา้ นความมุ่งมัน่ มานะ อดทน คะแนนเตม็ 5 คะแนน 1.3 หมายถึงผลการประเมินดา้ นการยอมรับความเห็นตา่ ง คะแนนเต็ม 5 คะแนน 1.4 หมายถงึ ผลการประเมินดา้ นความซ่อื สตั ย์ คะแนนเต็ม 5 คะแนน 1.5 หมายถงึ ผลการประเมนิ ดา้ นความเชอื่ มั่นตอ่ หลักฐาน คะแนนเตม็ 5 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ 21-25 ดเี ยย่ี ม 16-20 ดมี าก 11-15 ดี 6-10 พอใช้ 1-5 ปรับปรุง ลงชอ่ื ........................................ผปู้ ระเมิน (………………………………………………………..) ……....……./……….………..……./……….………
ทกั ษะทปี่ ระเมิน คะแนน 1.ความอยากรู้ อยากเหน็ 5 (ดีเยี่ยม) 4 (ดมี าก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรบั ปรงุ ) 2.ความมุง่ ม่ัน มีความกระตือรือร้น มีความกระตือรือร้น มีความกระตือรือร้น มีความกระตือรือร้น มีความกระตือรือร้น มานะ อดทน ในการสืบเสาะ ในการสืบเสาะ ในการสืบเสาะ ในการสืบเสาะ ในการสบื เสาะ 3.การยอมรบั ความเห็นต่าง ค้นหาความรตู้ าม ค้นหาความรู้ตามท่ี ค้นหาความรู้ตามท่ี ค้นหาความรู้ตามท่ี ค้นหาความรู้ตามที่ ทตี่ นสงสัย มีการ ตนสงสัยและมีการ ตนสงสัยด้วยตนเอง ตนสงสัยโดยได้รับ ตนสงสยั เพียง ดาเนินการ ดาเนินการ คาแนะนาจากครู บางส่วนโดยได้รับ ตรวจสอบความ ตรวจสอบความ และผอู้ นื่ ค า แ น ะ น า จ า ก ค รู น่าเชื่อถือของข้อมูล น่าเช่ือถือของข้อมูล และผ้อู ่นื หรอื แนวคิดท่ี หรอื แนวคดิ ท่ี แตกต่างกันและต้ัง แตกตา่ งกันด้วย คาถามท่ีนาไปสู่การ ตนเอง แก้ปัญหาการค้นคว้า ทางวทิ ยาศาสตร์ ดว้ ยตนเอง ไมย่ ่อท้อในการคน้ หา ไม่ย่อท้อในการ ไม่ย่อท้อในการ ไม่ย่อท้อในการ ไมย่ อ่ ท้อในการ ขอ้ มลู หลกั ฐานเพ่ือ ค้นหาข้อมลู ค้นหาข้อมูล ค้นหาขอ้ มลู คน้ หาข้อมลู นาไปสู่การอธบิ าย หลักฐานเพ่ือนาไปสู่ หลักฐานเพอื่ นาไปสู่ หลกั ฐานเพือ่ นาไปสู่ หลกั ฐานเพอื่ นาไปสู่ ปรากฏการณ์ต่างๆ การอธิบาย การอธิบาย การอธบิ าย การอธบิ าย แสดงความเข้าใจ ปรากฏการณ์ตา่ งๆ ปรากฏการณ์ต่างๆ ปรากฏการณต์ ่างๆ ปรากฏการณต์ ่างๆ ยอมรบั ความไม่ แสดงความเข้าใจ ด้วยตนเอง โดยไดร้ บั คาแนะนา เพยี งชั่วขณะโดย แนน่ อนความไม่ และยอมรับความไม่ จากครแู ละผู้อนื่ ไดร้ บั คาแนะนาจาก ชดั เจนและมคี วาม แน่นอนความไม่ ครูและผอู้ ่นื พยายาม อดทน ชัดเจนด้วยตนเอง ในการแก้ปัญหาด้วย ตนเอง ยอมรบั ความเหน็ ยอมรบั ความเห็น ยอมรบั ความเหน็ ยอมรบั ความเหน็ ยอมรับความเห็น หรอื แนวคดิ ท่ีมี หรือแนวคิดที่มี หรือแนวคิดท่ีมี หรือแนวคดิ ที่มี หรือแนวคดิ ท่ีมี ประจกั ษ์พยานและ ประจักษ์พยานและ ประจกั ษ์พยานและ ประจกั ษ์พยานและ ประจกั ษ์พยานและ เหตุผลที่แตกต่างจาก เหตผุ ลที่แตกตา่ ง เหตผุ ลทีแ่ ตกต่าง เหตุผลที่แตกตา่ ง เหตผุ ลทแ่ี ตกตา่ ง ตนเองแสดงการ จากตนเองและ จากตนเองโดยไม่ จากตนเองโดยไดร้ บั จากตนเองเพียง ยอมรับข้อสรปุ แสดงการยอมรับ ตอ้ งไดร้ ับคาแนะนา คาแนะนาจากครู บางส่วนโดยไดร้ ับ แนวคดิ วา่ ไม่มีความ ขอ้ สรุปแนวคิดวา่ ไม่ จากครแู ละผอู้ ่นื และผ้อู ื่น คาแนะนาจากครู ไมแ่ นน่ อนมีข้อจากัด มคี วามไม่แน่นอนมี และผู้อนื่ สามารถเปลยี่ นแปลง ขอ้ จากดั สามารถ และยินดี เปลี่ยนแปลงไดโ้ ดย เปลยี่ นแปลงแนวคิด ไม่ต้องได้รับ
ทักษะที่ คะแนน ประเมิน 5 (ดีเย่ียม) 4 (ดีมาก) 3 (ดี) 2 (พอใช้) 1 (ปรับปรุง) 4.ความซื่อสตั ย์ มีความสามารถเก็บ มคี วามสามารถเก็บ มีความสามารถเก็บ มีความสามารถเก็บ มีความสามารถเก็บ รวบรวมหลักฐานต่างๆ รวบรวมหลักฐาน รวบรวมหลักฐาน รวบรวมหลักฐาน รวบรวมหลักฐาน ให้ได้มากท่ีสุดไม่แอบ ต่างๆให้ได้มากที่สุด ต่างๆให้ได้มากท่ีสุด ต่างๆให้ได้มากท่ีสุด ต่างๆใหไ้ ด้มากทีส่ ดุ อ้างผลงานของผู้อ่ืนมา ไม่แอบอ้างผลงาน ไม่แอบอ้างผลงาน แ ล ะ ไ ม่ แ อ บ อ้ า ง เป็นของตนรายงาน ของผู้อ่ืนมาเป็นของ ของผู้อ่ืนมาเป็นของ ผลงานของผู้อ่ืนมา หลักฐานข้อมูลเพ่ิมเติม ตนรายงานหลักฐาน ต น แ ล ะ ร า ย ง า น เป็นของตน อ่ืนๆทุกรายการ สังเกต ข้อมูลเพ่ิมเติมอ่ืนๆ หลักฐานและข้อมูล บันทกึ ผลตา่ งๆโดย ทุกรายการ และ เ พิ่ ม เ ติ ม อ่ื น ๆ ทุ ก ปราศจากความ สังเกต บนั ทกึ รายการ ลาเอยี งหรอื อคติ ผลต่างๆโดย และไมย่ อมให้ ปราศจากความ ความชอบหรือ ลาเอยี งหรอื อคติ ไมช่ อบสว่ นตวั มีอทิ ธิพล เหนือการตัดสินใจใดๆ 5.ความเช่ือม่นั มคี วามพยายามค้นหา มคี วามพยายาม มคี วามพยายาม มีความพยายาม มีความพยายาม ต่อหลกั ฐาน หลักฐานทีไ่ ด้จากการ คน้ หาหลกั ฐานท่ไี ด้ ค้นหาหลกั ฐานท่ีได้ คน้ หาหลักฐานท่ไี ด้ คน้ หาหลกั ฐานที่ได้ สรา้ งแบบจาลองเพื่อ จากการสรา้ ง จากการสร้าง จากการสรา้ ง จากการสร้าง สนบั สนุนการอธิบาย แบบจาลองเพอื่ แบบจาลองเพอื่ แบบจาลองเพอื่ แบบจาลองเพอื่ ทางวิทยาศาสตร์ สนบั สนุนการ สนบั สนนุ การ สนบั สนุนการ สนับสนนุ การ มคี วามพยายามในการ อธบิ ายทาง อธบิ ายทาง อธบิ ายทาง อธบิ ายทาง ใช้ขอ้ มลู หลักฐานเพือ่ วทิ ยาศาสตร์และมี วิทยาศาสตร์ด้วย วทิ ยาศาสตรโ์ ดย วิทยาศาสตร์เพียง โต้แย้งคาอธิบายท่ี ความพยายามใน ตนเอง ไดร้ ับคาแนะนาจาก บางส่วนโดยได้รับ แตกต่างหรือไม่ การใช้ขอ้ มูล ครูและผู้อ่นื คาแนะนาจากครู สอดคล้องกับคาอธบิ าย หลกั ฐานเพ่อื โต้แย้ง และผู้อนื่ ของตนและมีความ คาอธิบายที่แตกต่าง มน่ั ใจในข้อมลู ของ หรือไม่สอดคล้องกบั ตนเองวา่ มีความถูกตอ้ ง คาอธิบายของตน สมบูรณ์ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง ตามเหตผุ ลท่ถี ูกต้อง คาแนะนาจากครู มากกวา่ ดว้ ยตนเอง และผู้อ่ืน
เอกสารหมายเลข 4 แบบบนั ทกึ หน่วยการเรียนรู้ยอ่ ย (แผนการจดั การเรยี นรู)้ หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 1 เร่อื ง ระบบนเิ วศ หน่วยยอ่ ยท่ี 6 เรอื่ ง ผผู้ ลติ ผบู้ ริโภค และผยู้ ่อยสลาย รหัสวชิ า/ชือ่ วชิ า วิทยาศาสตร์ชีวภาพ กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ปีการศึกษา 2564 เวลา 2 ชั่วโมง ผสู้ อน นายเอกนรนิ ทร์ ศริ ิรนั ดร์ โรงเรียน มธั ยมวดั ป่ามะขามเปยี ก มาตรฐานการเรียนรู้ ว 1.1 เข้าใจความหลากหลายของระบบนิเวศ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต กับสิ่งมีชีวิต และ ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตกับสิ่งมีชีวิตต่าง ๆ ในระบบนิเวศ การถ่ายทอดพลังงาน การเปลี่ยนแปลงแทนที่ใน ระบบนิเวศ ความหมายของ ประชากร ปัญหาและผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางใน การอนุรกั ษท์ รพั ยากรธรรมชาติและการแก้ไขปญั หาส่ิงแวดล้อม รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตวั ช้วี ดั 4. อธบิ ายความสมั พันธข์ องผผู้ ลิต ผูบ้ ริโภค และผู้ย่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบนิเวศ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 1. จำแนกองคป์ ระกอบของสิง่ มชี ีวติ ในระบบนเิ วศต่าง ๆ 2. อธิบายความสมั พันธ์ของผู้ผลติ ผูบ้ รโิ ภค และผยู้ อ่ ยสลายสารอินทรีย์ในระบบนเิ วศ สาระสำคญั องค์ประกอบที่มีชีวิตเปน็ สว่ นหนงึ่ ในระบบนเิ วศ ปริมาณของสงิ่ มีชีวิตแต่ละประเภทเป็นสิง่ ท่ีสามารถบอก ได้ว่าสภาพของระบบนิเวศน้นั ๆ สมบูรณห์ รือไม่สมบูรณ์ ซึ่งประกอบด้วย ผู้ผลิต (producer) ผู้บริโภค (consumer) และผู้ยอ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ (decomposer) เปา้ หมายการเรยี นรู้/สาระการเรียนรู้ 1. ตวั แปรท่ี 1 (ด้านความรู)้ 1.1 อธิบายความสัมพันธข์ องสิง่ มชี ีวติ ในระบบนิเวศ 1.2 อธิบายลกั ษณะสำคัญของผู้ผลิต ผ้บู รโิ ภค และผู้ยอ่ ยสลาย 2. ตวั แปรท่ี 2 (ทักษะ/กระบวนการ) 2.1 ทกั ษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ 2.1.1 การสงั เกต 2.1.2 การลงความเหน็ จากข้อมูล 2.1.3 ทกั ษะการจดั กระทำและสอื่ ความหมายขอ้ มลู 2.2 ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 2.2.1 การทำงาน การเรยี นรูแ้ ละการพ่งึ ตนเอง 2.2.2 คดิ อย่างมวี จิ ารณญาณและการแก้ปัญหา 2.2.3 ความรว่ มมือ การทำงานเป็นทมี และภาวะผนู้ ำ
3. ตวั แปรท่ี 3 (เจตคติทางวิทยาศาสตร์) 3.1 อยากรู้ อยากเหน็ 3.2 ความใจกว้าง 3.3 มุง่ มน่ั มานะ อดทน ช้ินงาน/ภาระงาน แผนภาพแสดงความสัมพนั ธข์ องผ้ผู ลติ ผู้บรโิ ภค และผยู้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ กจิ กรรมการเรียนรู้ ขั้นตอนท่ี 1 : ขน้ั กำหนดปัญหา 1.1 ครทู บทวนความรเู้ ดิมโดยใช้ PowerPoint เร่ืองสายใยอาหาร 1.2 ครตู ัง้ คำถาม- ถ้าสงิ่ มชี ีวติ บางชนดิ หายไปจากระบบนิเวศนนั้ จนหมด จะสง่ ผลตอ่ ส่งิ มีชีวิตอนื่ หรือไม่ - เพราะอะไร การทส่ี งิ่ มีชวี ิตบางชนิดหายไป จงึ ส่งผลต่อระบบนเิ วศนั้น 1.3 นักเรียนแบง่ เป็นกลุม่ ละ 4-5 คน พร้อมเลอื กหวั หนา้ กลมุ่ และเลขานุการ ขน้ั ตอนท่ี 2 : ขั้นวางแผนและดำเนนิ การ 2.1 นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ สง่ ตวั แทนกล่มุ ออกมาสุ่มเพ่ือ เลือกระบบนเิ วศในโรงเรียนทจี่ ะไปสำรวจเปน็ กลุ่ม 2.2 แจกชุดกจิ กรรม และแว่นขยาย แล้วนำนักเรยี นไปในระบบนิเวศ เพอ่ื ทำการสำรวจ เชน่ สนามกีฬา โรง อาหาร บรเิ วณอาคาร (ควรเป็นระบบนิเวศทใี่ กลเ้ คยี งกนั ) 2.3 ใหน้ กั เรยี นจดบนั ทึกลงในชดุ กจิ กรรม ว่าพบเจอในระบบนเิ วศดงั กลา่ ว เพื่อนำกลับมาสรปุ ผลในกลมุ่ ขนั้ ตอนท่ี 3 : ขัน้ วเิ คราะห์ และสงั เคราะหค์ วามรู้ 3.1 ให้นักเรยี นทกุ คนร่วมสรุปผลการสำรวจ และสร้างแผนภาพแสดงความสัมพันธข์ องผ้ผู ลิต ผู้บรโิ ภค และผู้ยอ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์ ใหเ้ หมาะสมกบั ระบบนิเวศท่กี ำหนดให้ 3.2 นักเรยี นแต่ละกลุม่ ทำการวิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากสถานท่สี ำรวจ และร่วมกันออกแบบ แผนภาพแสดง ความสัมพนั ธข์ องผ้ผู ลิต ผ้บู รโิ ภค และ ผู้ย่อยสลายสารอินทรียใ์ นระบบนเิ วศ และยกตวั อย่างความสัมพันธ์ของ ส่งิ มีชีวิต มา 1 ความสัมพันธ์ ขน้ั ตอนท่ี 4 : ขั้นนำเสนอ 4.1 นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นำเสนอแผนภาพ กลุม่ ละ 5-10 นาที 4.2 นักเรยี นรว่ มกันสรุปผลการทำกจิ กรรมโดยมีครูกระตุ้นดว้ ยการตงั้ คำถามจากแผนภาพแสดง ความสมั พนั ธ์ของผผู้ ลติ ผูบ้ รโิ ภค และ ผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรยี ์ทน่ี กั เรยี นนำเสนอ - จากการนำเสนอแผนภาพ นักเรียนพบสิ่งมชี ีวติ อะไรเหมือนกันบา้ ง - จากการสร้างแผนภาพ นักเรยี นสามารถแยกประเภทของส่งิ มีชวี ิตไดห้ รือไม่ - หากส่ิงมชี วี ิตหน่งึ ตายหรือสูญหายจากบริเวณน้ัน จะส่งผลกระทบต่อสิง่ มชี ีวิตอนื่ หรือไม่ อย่างไร 4.3 ครอู ธิบายเกยี่ วกับความสัมพันธ์ของผู้ผลิต ผบู้ รโิ ภค และผูย้ อ่ ยสลายสารอนิ ทรยี ์เพื่อเป็นการขยาย ความรขู้ องนกั เรยี น ข้ันตอนท่ี 5 : ขน้ั ประเมินผล 5.1 นักเรียนสามารถจำแนกองค์ประกอบของสงิ่ มชี ีวิตในระบบนเิ วศต่าง ๆ 5.2 นักเรียนสามารถอธิบายความสมั พันธ์ของผผู้ ลติ ผ้บู ริโภค และผู้ย่อยสลายสารอนิ ทรีย์ในระบบนิเวศ
สอ่ื /นวัตกรรม และแหลง่ เรยี นรู้ - PowerPoint เรอ่ื งสายใยอาหาร - สถานทตี่ า่ ง ๆ ภายในโรงเรยี น - ชุดกิจกรรมผผู้ ลิต ผบู้ ริโภค และผู้ย่อยสลาย การวดั และประเมินผล ประเดน็ การประเมิน วธิ กี ารประเมิน เครือ่ งมอื เกณฑ์ - แผนภาพ - นักเรียนผา่ นเกณฑ์ ดา้ นความรู้ - ตรวจแผนภาพ ชดุ กจิ กรรม - ชุดกิจกรรม ร้อยละ 80 - แบบทดสอบ - อธิบายความสัมพันธ์ของ และแบบทด - นักเรยี นผา่ นเกณฑ์ - แบบบันทกึ การสังเกต ระดับ ดมี ากขน้ึ ไป สิ่งมชี ีวิตในระบบนเิ วศ พฤติกรรม - อธิบายลกั ษณะสำคัญของ ผผู้ ลติ ผูบ้ ริโภค และผ้ยู ่อย สลาย ดา้ นทกั ษะ / กระบวนการ - สงั เกตพฤติกรรมเวลา 1 ทักษะกระบวนการทาง นกั เรียนทำกิจกรรม วิทยาศาสตร์ 1.1 การสงั เกต 1.2 การลงความเห็นจาก ขอ้ มลู 1.3 ทกั ษะการจดั กระทำ และส่ือความหมายขอ้ มลู 2 ทกั ษะแห่งศตวรรษที่ 21 2.1 การทำงาน การเรยี นรู้ และการพ่งึ ตนเอง 2.2 คิดอยา่ งมี วิจารณญาณและการ แกป้ ญั หา 2.3 ความรว่ มมือ การ ทำงานเป็นทีมและภาวะ ผนู้ ำ ด้านคุณลักษณะ / เจตคติ - สงั เกตพฤติกรรมเวลา - แบบบันทกึ การสังเกต - นักเรยี นผ่านเกณฑ์ - อยากรู้ อยากเหน็ นักเรียนทำกจิ กรรม - ความใจกว้าง พฤติกรรม ระดบั 4 - มุ่งมนั่ มานะ อดทน
แบบบนั ทึกหลงั การสอน พฤติกรรมท่ีพบ แนวทางแกไ้ ข ประเด็นปัญหาท่ีพบ 1. ดา้ นพฤตกิ รรมผู้เรยี น 2. ดา้ นการเรยี นการสอน
เกณฑ์การประเมินด้านความรู้ ทักษะท่ีประเมิน คะแนน ดี พอใช้ ปรับปรุง ดเี ยีย่ ม ดีมาก นกั เรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรียนไม่ อธิบาย นักเรยี นสามารถ อธิบาย อธบิ าย อธบิ าย สามารถ อธบิ าย ความสมั พันธ์ ความสัมพันธ์ ความสมั พันธ์ ความสัมพนั ธ์ ความสัมพันธ์ อธิบาย ของสง่ิ มีชีวิตใน ของสง่ิ มีชีวิตใน ของสิ่งมชี วี ติ ใน ของสง่ิ มชี วี ติ ใน ของสง่ิ มชี ีวิตใน ความสมั พันธ์ ระบบนเิ วศไดม้ ี ระบบนิเวศได้แต่ ระบบนเิ วศได้แต่ ระบบนเิ วศ ระบบนิเวศ ของสงิ่ มีชีวิตใน เน้อื หาท่ีครอบ ยงั ขาดใจความ ยงั ขาดใจความ ระบบนเิ วศไดม้ ี ถว้ น สำคัญบางสว่ น สำคญั เนอื้ หาทีค่ รอบ ถ้วน สมบูรณ์ อธบิ ายลักษณะ นกั เรียนสามารถ นักเรียนสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรยี นสามารถ นักเรยี นไม่ สำคญั ของผู้ผลิต อธิบายลักษณะ อธิบายลกั ษณะ อธบิ ายลักษณะ อธบิ ายลักษณะ สามารถอธิบาย ผ้บู รโิ ภค และผู้ สำคญั ของผผู้ ลิต สำคัญของผู้ผลติ สำคญั ของผู้ผลิต สำคัญของผูผ้ ลติ ลักษณะสำคญั ยอ่ ยสลาย ผู้บรโิ ภค และผู้ ผบู้ รโิ ภค และผู้ ผู้บริโภค และผู้ ผู้บริโภค และผู้ ของผ้ผู ลติ ย่อยสลายได้มี ย่อยสลายไดม้ ี ยอ่ ยสลายได้แต่ ย่อยสลายได้แต่ ผบู้ ริโภค และผู้ เนื้อหาที่ครอบ เน้อื หาทคี่ รอบ ยงั ขาดใจความ ยงั ขาดใจความ ย่อยสลาย ถว้ น สมบรู ณ์ ถว้ น สำคญั บางสว่ น สำคญั ระดับคะแนน 5 หมายถงึ ดเี ย่ยี ม 4 หมายถงึ ดีมาก 3 หมายถึง ดี 2 หมายถงึ พอใช้ 1 หมายถงึ ปรับปรุง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268