Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

Description: เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

Search

Read the Text Version

ใบกิจกรรมที ่ 3 รายวชิ า การศกึ ษาเพอื่ เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ 6 หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 1 “สงสัยใครร่ ”ู้ เรอื่ ง ส่ิงแวดล้อมรอบตวั สมำชิก / กลุ่ม .......................................................................................................................................................... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ่ี 6/........... เลขท ี่ ...... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 6/........... เลขท ่ี ...... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ่ี 6/........... เลขท ี่ ...... แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน94 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ค�าชี้แจง ฉ ับบแ ้กไข 2565 จำกกิจกรรมท่ี 2 ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มจัดล�ำดับควำมส�ำคัญของปัญหำที่นักเรียนมีควำมสนใจมำกที่สุด มำกลุ่มละ 5 - 10 ขอ้ แล้วเลือกประเด็นปัญหำทีส่ นใจมำกที่สุดมำ 1 ปญั หำ ล�าดบั ความสา� คญั ของปญั หา .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. ประเดน็ ปัญหาทสี่ นใจมากทส่ี ดุ คอื .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................................

ชิน้ งาน “สงสยั ใคร่ร้”ู 95 แนวทางการจัดการเรียนการสอน95 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ชิ้นงาน “สงสัยใคร่รู”้ ชนั้ ประถมศึกษำปีที่ 6 รายวชิ า การศกึ ษาเพอื่ เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 6 รายวชิ หานว่ กยากรศารกึ เษรียาเนพรอ่ื ทู้ เรี ่ 1ีย น“รสู้ ง(Kสnัยoใคwรl่รe”ู้d ge Inquiry) หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1 “สงสัยใครร่ ู้” สชมอื่ า–ชกิชสสอื่มก/ ำลุ–กช .สลกิ ..ก่มุ ./.ลุ. ..ก. ......ล.......มุ่....... .........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................ช........้ั.น.... ..ช.ป....น้ั.ร....ปะ.....ถร....มะ....ถ.ศ....ม.ึก....ศษ....ก.ึ.า....ษป.....ำ.ีท..ป..่ี...6ที..../. .ี่.6......../....................................เ...ล. .เ.ขล..ท.ข..่ีท..... ่ี................ ช่อื – ชสอ่ืก ุล– .ส..ก..ลุ... ...............................................................................................ช..ัน้.. ปชนั้ระปถรมะศถึกมษศกึาปษทีำปี่ 6ที / ี่ 6.../..........เ..ล เขลทข่ีท.. ี่...... ชือ่ – ชสอื่ก ุล– .ส..ก..ลุ... ...........................................................................................................................................................................................ช..ัน้. ชปน้ัระปถรมะถศมกึ ศษกึาษปำีทปี่ 6ที / ่ี .6../.................เ..ล เขลทข่ีท.. ่ี.......... สคาำเชหี้แตหค จุหา�ำงลชสใหกัำ้แี แ้นเจหลกังตะเใรุหสหยี ลา้นนเกั หักเแลตเลรือุยีะยก่อสนปยำเรขลเหะอือเตงกดยุปปน็ อ่ัญรปยะหัญขเาดอหท็นงาเี่ปปทกัญัญิ่ีสดนขหห้ึนใำำจทใทมนี่เี่สการนกิดปู ใทขแจ้ึน่ีสผมดุในำนมกผราทงั ูปกกี่สแลา้ ุดผงมุ่ มปนลำลผะกางั ล1ก(ุ่มำ้Fเลงรisปะื่อhล ง1ำb แo(เFรลni่ือว้seงhช m ่วแbยลaoกp้วnันช)eร่ว ะยmดกaมันpคร)วะาดมมคคิดววำเิมคคริดาะวหิเคห์ ราำะห์ ข้นั ท่ี 1ข้ันทหี่ ัว1ป ลหาวั ปใลหำ้น ใักหเร้นยี ักนเรเขยี ยีนนเขปียรนะปเดร็นะปเดัญน็ หปาัญทห่ีนำักทเรีน่ ยีกั นเรสียนนใสจนมใาจกมทำ่ีสกดุ ทมส่ี าดุ 1มำป 1ัญ ปหญัา หำ ขน้ั ที่ 2ข้ันทกา้ี ่ 2ง ปกลำ้างปใลหำน้ ักใหเรน้ ียกั นเรวียิเคนรวาเิ ะคหรำแ์ ะลหะ์แเขลียะนเขสยี านเหสตำุหเหลตักหุ ขลอักงขปอญั งหปาัญเตหมิำเลตงิมบลนงกบรนะกดรูกะสดนั กู หสลนั งั หขลอังงปลา ท้ังสว่ ขนอบงนปแลลำะทส้งั ว่สน่วนลบ่างนและสว่ นลำ่ ง ขัน้ ท่ี 3ขั้นทใหี ่ 3น้ กั ใเหรียน้ นักวเริเยีคนราวะเิ คหร์แำละะหเแ์ขลยี ะนเสขายี เนหสตำยุ เ่อหยตยุ ๆ่อขยอ ๆง ปขัญองหปาญัหลหกัำหลเตกั ิม เลตงมิ บลนงกบา้ นงกปำ้ ลงาปแลตำ่ลแะตกล่ า้ ะงก้ำง ดงั ภาดพังตภวั ำอพยต่าัวงอย่ำง สาเหตใุ หญ่ สาเหตยุ อ่ ย ๆ สาเหตใุ หญ่ สาเหตยุ อ่ ย ๆ สาเหตยุ อ่ ย ๆ สาเหตยุ ่อย ๆ สาเหตยุ ่อย ๆ สาเหตยุ อ่ ยๆ สาเหตยุ ่อยๆ สาเหตใุ หญ่ สาเหตยุ อ่ ย ๆ สาเหตยุ ่อยๆ สาเหตใุ หญ่ สาเหตยุ ่อย ๆ แนวทางการจดั การเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรับปรุง (พ.ศ. 2565)

การจัดการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล การศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับประถมศึกษา วิชา การศกึ ษาเพื่อเรยี นรู้ ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีท่ ี 4 - 6 หนว่ ยท ี่ 2 สรรสร้างองค์ความร ู้ เวลา 12 ชว่ั โมง ชื่อหน่วยการเรียนรู้ สรรสร้างองค์ความรู้ รายวิชาเพิ่มเติม กำรศึกษำเพ่ือเรียนรู้ ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6 จา� นวน 12 ช่วั โมง เป้าหมายการเรียนร ู้ (ผลการเรยี นรู้) 1. วำงแผน กำ� หนดขอบเขตในกำรรวบรวมและลำ� ดับขน้ั ตอนกำรเกบ็ ข้อมลู คน้ หำ แสวงหำข้อมลู ค�ำตอบ จำกแหลง่ ค้นคว้ำใกลต้ ัว ความเขา้ ใจทคี่ งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) คา� ถามส�าคญั - ก�ำหนดขอบเขตกำรรวบรวมขอ้ มลู และวำงแผน - จะค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้ประเดน็ ท่ศี กึ ษำได้ เก็บข้อมูลอย่ำงเป็นขั้นตอน ชว่ ยใหเ้ ก็บขอ้ มลู อยำ่ งไร ได้ตรงวตั ถปุ ระสงค์ และตำมกำ� หนดเวลำ - จะใช้เครื่องมอื อะไรในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู - กำรเลอื กใชเ้ ครอ่ื งมอื รวบรวมขอ้ มลู ทเี่ หมำะสมกบั ทเ่ี หมำะสม และตรงกบั ควำมตอ้ งกำร วัตถปุ ระสงค์ของกำรสบื คน้ และเหมำะสมกบั แหลง่ ขอ้ มลู จะชว่ ยให้ไดข้ ้อมลู ตรงตำม ควำมตอ้ งกำร ผเู้ รยี นรอู้ ะไร (สาระการเรียนรู)้ ผเู้ รียนท�าอะไรได้ (ทักษะ/กระบวนการ) - วธิ กี ำรศกึ ษำคน้ ควำ้ จำกแหลง่ เรยี นรทู้ หี่ ลำกหลำย - ค้นควำ้ ควำมรู้ในประเด็นทศี่ ึกษำจำกแหล่งเรยี นรู้ - กำรวำงแผนกำรคน้ ควำ้ และวิธีกำรเกบ็ รวบรวม ที่หลำกหลำย ขอ้ มูล - วำงแผนกำรค้นควำ้ และวิธกี ำรเกบ็ ขอ้ มูล - เกบ็ ขอ้ มลู ดว้ ยเครอ่ื งมอื ทเี่ หมำะสม เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู - ตรวจสอบควำมนำ่ เชอื่ ถอื ของขอ้ มลู ทศ่ี กึ ษำคน้ ควำ้ ตรงตำมควำมต้องกำร - ท�ำงำนร่วมกบั ผ้อู นื่ ตำมกระบวนกำรกลุ่ม แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน96 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล - วิพำกษค์ วำมน่ำเชือ่ ถอื ของขอ้ มลู ฉ ับบแ ้กไข 2565 - น�ำข้อวิพำกษ์มำปรบั ปรุงงำนของตนได้ - นำ� ประเดน็ ควำมรจู้ ำกเรอ่ื งทศ่ี กึ ษำมำตง้ั สมมตฐิ ำน คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรยี นร ู้ 3. มงุ่ มั่นในกำรท�ำงำน

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน97 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ภาระงานรวบยอด/ชิน้ งาน - แฟม้ ผลงำนทเี่ กิดจำกกำรศึกษำคน้ คว้ำ - สมมตฐิ ำน เกณฑก์ ารประเมนิ ภาระงาน/ช้นิ งาน (ระบปุ ระเดน็ ประเมิน) - ควำมหลำกหลำยของแหลง่ ขอ้ มูล - กระบวนกำรรวบรวมมีระบบชัดเจน สะดวกต่อกำรใช้ตรวจสอบได้ การใช้คะแนนแบบการประเมินตามสภาพจริง ประเดน็ การประเมนิ 1 ระดับคะแนน 4 23 1. ควำมหลำกหลำยของ - มีแหล่งข้อมลู 2 แหลง่ - มีแหล่งขอ้ มูล 3 แหล่ง - มีแหล่งข้อมลู 4 แหล่ง - มแี หล่งข้อมลู 5 แหล่ง แหล่งขอ้ มูล ข้ึนไป ขึ้นไป และแตกต่ำงกนั ขน้ึ ไป และแตกต่ำงกนั ข้นึ ไป และแตกต่ำงกนั อยำ่ งนอ้ ย 2 แหล่ง อยำ่ งน้อย 2 แหลง่ อย่ำงนอ้ ย 3 แหลง่ 2. กระบวนกำรรวบรวม - ไมม่ กี ำรวำงแผนกำรเกบ็ - มกี ำรวำงแผนกำรเกบ็ - มกี ำรวำงแผนกำรเก็บ - มีกำรวำงแผนกำรเก็บ มรี ะบบชดั เจน สะดวก รวบรวมข้อมลู รวบรวมข้อมูล รวบรวมขอ้ มลู ทสี่ มบรู ณ์ รวมรวมขอ้ มูลทส่ี มบรู ณ์ ตอ่ กำรใช้ ตรวจสอบได้ - มีผลกำรเกบ็ รวบรวม แต่ไม่สมบูรณ์ - มกี ำรนำ� แผนไปใช้ - มกี ำรน�ำแผนไปใช้ ขอ้ มูล แต่ไมส่ อดคลอ้ ง - มีกำรนำ� แผนไปใช้ แตไ่ มส่ ำมำรถดำ� เนนิ กำร - ดำ� เนนิ กำรได้ตำมแผน ไม่เพยี งพอต่อกำรตอบ แตไ่ มส่ ำมำรถดำ� เนนิ กำร ได้ตำมแผน - มีผลกำรเกบ็ รวบรวม ประเดน็ ปัญหำ ได้ตำมแผน - มผี ลกำรเก็บรวบรวม ขอ้ มูลทส่ี อดคลอ้ ง - มผี ลกำรเกบ็ รวบรวม ขอ้ มลู ท่สี อดคล้อง เพยี งพอต่อกำรตอบ ขอ้ มลู ทีส่ อดคล้อง เพียงพอตอ่ กำรตอบ ประเดน็ ปัญหำ เพียงพอต่อกำรตอบ ประเด็นปญั หำ ประเด็นปัญหำ เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน 3-4 คะแนน ตา่� กว่า 3 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง รอ่ งรอยการเรียนรู้อน่ื ๆ - แบบบนั ทึกต่ำง ๆ ทเี่ กยี่ วกบั กำรรวบรวมข้อมลู - แบบบันทกึ กำรตรวจสอบคุณภำพของขอ้ มลู - แบบบนั ทกึ เกย่ี วกบั กระบวนกำรทำ� งำน

การวางแผนการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำ� เสนอประเดน็ ปัญหำท่ีคน้ พบจำกแผนผงั กำ้ งปลำ “Fish bone map” เพ่ือนและ ครูชว่ ยกนั วิพำกษ ์ เพื่อใหม้ องเหน็ ประเดน็ ปญั หำท่ชี ดั เจน พรอ้ มตั้งสมมติฐำน 2. ครยู กตัวอย่ำงสถำนกำรณ์ ปัญหำส่งิ แวดลอ้ มที่เกิดขึน้ รอบตวั เรำ พร้อมตง้ั สมมติฐำน และยกตวั อยำ่ ง กำรวำงแผนกำรเก็บรวบรวมข้อมลู อยำ่ งเปน็ ข้นั ตอนดว้ ยเคร่อื งมือทีห่ ลำกหลำย 3. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มช่วยกันออกแบบวำงแผนกำรเก็บรวบรวมขอ้ มูลจำกประเด็นปัญหำของกลุม่ ตนเอง อย่ำงเปน็ ขนั้ ตอน และบันทึกลงในใบกจิ กรรมที่ 1 “กำรเก็บข้อมลู ของฉัน” 4. นกั เรยี นเลือกใช้เคร่ืองมอื ทเ่ี หมำะสม และตรงตำมวัตถปุ ระสงค์ของกำรสบื ค้น 5. ตรวจทำน/วิพำกษ์นำ� ผลไปปรับปรุงข้อมูล/สำรสนเทศรำยกล่มุ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ 1. ตวั อย่ำงสถำนกำรณ์ ปัญหำสง่ิ แวดล้อมทเี่ กดิ ข้ึนรอบตัวเรำ 2. ตวั อยำ่ งกำรเก็บรวบรวมขอ้ มูลทเี่ ป็นระบบ 3. ตวั อยำ่ งกำรตงั้ สมมติฐำน 4. แผนผงั ก้ำงปลำ “Fish bone map” แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน98 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

การจดั การเรียนรสู้ มู่ าตรฐานสากล แนวทางการจัดการเรียนการสอน99 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล การศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับประถมศึกษา ฉ ับบแก้ไข 2565 วชิ า การศกึ ษาเพอื่ เรียนรู ้ ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ ี 4 - 6 หน่วยที ่ 3 เรยี นรู้โลกกวา้ ง เวลา 5 ชวั่ โมง ช่อื หนว่ ยการเรยี นร้ ู เรียนรู้โลกกว้าง รายวิชาเพิ่มเตมิ กำรศึกษำเพื่อเรียนรู ้ ชัน้ ประถมศกึ ษาปีท ี่ 6 จ�านวน 5 ช่วั โมง เป้าหมายการเรียนรู้ (ผลการเรียนร)ู้ 1. แสวงหำข้อมลู และอ้ำงอิงแหล่งเรยี นรทู้ ีเ่ ชอ่ื ถอื ได้ 2. อภปิ รำยและวิเครำะห์ข้อมลู กำรสืบค้น 3. พูดเขยี นเพอ่ื สรปุ ประเด็นควำมรู้จำกขอ้ คดิ ส�ำคญั ท่ไี ด้ศกึ ษำค้นคว้ำ ความเขา้ ใจทคี่ งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) ค�าถามสา� คัญ - กำรรวบรวมข้อมลู จำกแหล่งตำ่ ง ๆ ต้องใช้ - มวี ธิ ีกำรตรวจสอบควำมน่ำเช่ือถือของขอ้ มูล เครือ่ งมือที่เหมำะสม ใช้เทคนคิ ต่ำง ๆ ไดอ้ ย่ำงไร และมมี ำรยำทในกำรสืบค้นขอ้ มูล - จะนำ� สถิตพิ น้ื ฐำนมำใช้ในกำรวิเครำะหข์ ้อมลู - กำรตรวจสอบข้อมลู ชว่ ยใหป้ รบั วิธีกำรเลือกใช้ อยำ่ งไร เครื่องมอื และแกป้ ญั หำเพ่ือให้ได้ขอ้ มลู ท่ีแท้จรงิ - จะสงั เครำะหส์ รปุ องค์ควำมรู้ดว้ ยกระบวนกำร - กำรหำค่ำตำ่ ง ๆ ของข้อมูลดว้ ยวธิ ีกำรทำง กลุ่มได้อย่ำงไร คณติ ศำสตรจ์ ะช่วยเปรยี บเทยี บ จัดกลมุ่ - จะเสนอแนวคิดกำรแก้ปัญหำอย่ำงเปน็ ระบบ แปลควำมหมำยจำกขอ้ มูล ท�ำใหเ้ ขำ้ ใจและ ดว้ ยองคค์ วำมรูจ้ ำกกำรค้นพบได้อยำ่ งไร สรุปข้อมลู ได้ - กำรสรุปเปน็ ควำมรู้หรอื ขอ้ ค้นพบจำกกำรสบื ค้น ตอ้ งใช้เหตผุ ลสนบั สนุน - กำรเขยี นบรรณำนกุ รม ข้อมลู ท่ศี กึ ษำค้นควำ้ ตอ้ งมำจำกแหลง่ ขอ้ มลู ท่ีเชื่อถอื ได้ ผเู้ รียนรอู้ ะไร (สาระการเรยี นร)ู้ ผ้เู รียนทา� อะไรได ้ (ทักษะ/กระบวนการ) - กำรตรวจควำมนำ่ เชื่อถอื ของขอ้ มลู - ตรวจสอบควำมน่ำเช่อื ถือของขอ้ มูล - สถิตพิ น้ื ฐำน - นำ� สถติ ิพน้ื ฐำนมำวิเครำะห์ข้อมลู - สังเครำะห์ สรปุ องค์ควำมรู้ได้ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ซ่อื สตั ย ์ 3. ใฝ่เรียนร้ ู 4. มุง่ มั่นในกำรทำ� งำน 5. จติ สำธำรณะ

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล ภาระงานรวบยอด/ช้ินงาน - ผลกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มูลรำยกลมุ่ - ผลกำรสรปุ องค์ควำมรดู้ ว้ ยกระบวนกำรกลุ่ม เกณฑก์ ารประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมนิ ) - ควำมน่ำเชอ่ื ถอื ของแหล่งข้อมลู ท่สี บื ค้น - ควำมถูกต้อง/ครบถว้ นสมบรู ณ์ของข้อมูล - กระบวนกำรรวบรวมมรี ะบบชดั เจน สะดวกต่อกำรใช้ ตรวจสอบได้ การใช้คะแนนแบบการประเมินตามสภาพจรงิ ประเดน็ การประเมนิ 1 ระดับคะแนน 4 23 1. ควำมนำ่ เช่ือถือของ - มีข้อมูลแตไ่ ม่มีกำร - แหลง่ ของข้อมูลท่ีใช้ - แหลง่ ของข้อมูลทใ่ี ช้ - แหล่งของขอ้ มลู ทใ่ี ช้ แหล่งข้อมลู ทส่ี บื ค้น อำ้ งอิงแหลง่ ของขอ้ มูล ในกำรสบื ค้นมี ในกำรสืบค้นมี 3 แหลง่ ในกำรสบื คน้ มีควำม ท่ใี ช้ในกำรสบื ค้น 1-2 แหลง่ มกี ำรอ้ำงองิ มกี ำรอำ้ งองิ ที่มำ หลำกหลำย มกี ำรอำ้ งองิ ท่ีมำของขอ้ มลู ของขอ้ มลู ท่ีนำ่ เชือ่ ถอื ทม่ี ำของขอ้ มลู ท่ีนำ่ เชื่อถอื ที่นำ่ เช่ือถือ 2. ควำมถูกต้อง/ครบถ้วน - ขอ้ มลู ไมค่ รอบคลุม - ขอ้ มูลครอบคลุมตำม - ข้อมูลถูกต้อง - ข้อมลู ครอบคลุม สมบรู ณ์ของขอ้ มูล และไมถ่ กู ต้องตำม ประเดน็ ปญั หำทกี่ ำ� หนด แต่ไมค่ รอบคลมุ หรอื ครบถ้วน ถูกตอ้ ง แต่มีกำรแกไ้ ขข้อมูล ครบถว้ นตำมประเด็น ตำมประเดน็ ปัญหำ ประเดน็ ปัญหำ บำงส่วน ปญั หำที่ก�ำหนด ทกี่ �ำหนด - มขี ัน้ ตอนกำรเกบ็ 3. กระบวนกำรรวบรวม - มกี ำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู - มีขัน้ ตอนกำรเกบ็ - มีขัน้ ตอนกำรเก็บ รวบรวมข้อมูลชัดเจน ขอ้ มลู มรี ะบบชัดเจน แตก่ ระจัดกระจำย รวบรวมข้อมลู ใหเ้ ห็น รวบรวมขอ้ มูลชดั เจน สะดวกตอ่ กำรใช้ ไมเ่ ป็นระบบ ไมส่ ะดวก แต่ไม่เปน็ ระบบ สะดวกในกำรใช้ และตรวจสอบได้ ในกำรใช้ ไมค่ ่อยสะดวกในกำรใช้ แตไ่ มค่ อ่ ยเป็นระบบ และตรวจสอบ ในกำรตรวจสอบ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน100 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล เกณฑ์การตดั สนิ ฉ ับบแ ้กไข 2565 ระดบั คะแนน 11-12 คะแนน 9-10 คะแนน 7-8 คะแนน ต่า� กว่า 7 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง รอ่ งรอยการเรียนรอู้ ่ืน ๆ - แบบบันทกึ ตำ่ ง ๆ ท่เี กี่ยวกบั กำรรวบรวมขอ้ มูล - แบบบันทกึ กำรตรวจสอบควำมน่ำเช่อื ถอื ของขอ้ มลู - แบบบันทกึ เกยี่ วกบั กระบวนกำรท�ำงำน

การวางแผนการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนการสอน101 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล กิจกรรมการเรียนรู้ ฉ ับบแก้ไข 2565 1. นกั เรยี นแต่ละกล่มุ นำ� เสนอขอ้ มูลท่ีเกบ็ รวบรวมได้ ครชู ่วยตรวจสอบควำมน่ำเชื่อถือของขอ้ มูลจำกเอกสำร ผลงำนที่นักเรียนเก็บรวบรวมได้ 2. นักเรยี นแต่ละกลุ่มชว่ ยกันวเิ ครำะห ์ สงั เครำะห์ขอ้ มลู รวมทง้ั เลือกใช้สถิตทิ ่ีเหมำะสมกับข้อมูล ท่เี กบ็ รวบรวมได้ 3. นักเรียนนำ� เสนอผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมลู ครแู ละเพอื่ น ๆ ชว่ ยกันวพิ ำกษผ์ ลกำรวิเครำะหข์ อ้ มูล 4. แต่ละกลุ่มนำ� เสนอผลกำรวิพำกษ์มำปรับปรงุ /พฒั นำ เพอื่ นำ� ไปสงั เครำะห์ 5. สรุปเปน็ องคค์ วำมรู้ สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ 1. แหลง่ ค้นคว้ำอำ้ งองิ เชน่ อินเทอรเ์ น็ต หนังสอื บุคคล ฯลฯ 2. เคร่ืองคอมพวิ เตอร์

การจัดการเรียนรู้สู่มาตรฐานสากล การศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ประถมศกึ ษา วิชา การศึกษาเพอ่ื เรียนร ู้ ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ ี 4 - 6 หน่วยท่ ี 4 สื่อสารสูส่ งั คม เวลา 15 ชวั่ โมง ชอื่ หนว่ ยการเรยี นร้ ู ส่อื สารสู่สังคม รายวชิ าเพมิ่ เติม กำรศึกษำเพ่ือเรยี นรู ้ ชั้นประถมศึกษาปที ่ ี 6 จา� นวน 15 ช่ัวโมง เปา้ หมายการเรียนร ู้ (ผลการเรยี นร้)ู 1. พูด เขียน เพื่อสรุปประเดน็ ควำมรู้ จำกข้อคดิ สำ� คัญทีไ่ ด้จำกกำรศึกษำค้นควำ้ 2. สือ่ สำรและน�ำเสนอเปน็ ลำ� ดับขน้ั ตอนเข้ำใจงำ่ ยในรปู แบบกลมุ่ หรือรำยบุคคล 3. ใช้สื่อในกำรน�ำเสนอที่เหมำะสมกับวยั ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) ค�าถามสา� คัญ - กำรเขยี นสรปุ ประเดน็ ควำมรจู้ ำกปัญหำที่ศึกษำ - จะสงั เครำะหส์ รปุ องคค์ วำมรดู้ ว้ ยกระบวนกำรกลมุ่ คน้ ควำ้ ตำมโครงเรอื่ งที่ไดว้ ำงไว ้ โดยมี ได้อย่ำงไร บรรณำนกุ รมอำ้ งองิ แหลง่ ข้อมลู - จะเสนอแนวคดิ กำรแก้ปญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบ - กำรพูดนำ� เสนอตอ้ งก�ำหนดวัตถุประสงค์ ล�ำดบั ด้วยองค์ควำมรู้จำกกำรคน้ พบได้อย่ำงไร ควำมคดิ รวมทง้ั เลอื กใช้ขอ้ มูลและสอื่ ต่ำง ๆ - มีวิธกี ำรเขยี นสรุปควำมอย่ำงไร สนบั สนนุ ให้เหมำะกบั วตั ถุประสงคแ์ ละกลมุ่ ผ้ฟู งั - มวี ิธีกำรเขยี นอำ้ งองิ อย่ำงไร เข้ำใจสง่ิ ทนี่ �ำเสนอชดั เจน - มีวธิ ีกำรนำ� เสนอผลกำรศกึ ษำค้นคว้ำไดอ้ ยำ่ งไร - กำรนำ� ควำมรไู้ ปใชพ้ ฒั นำหรอื แกป้ ญั หำของชมุ ชน และสังคมเป็นบทบำทส�ำคญั ของพลเมอื งของชำต ิ และเป็นพลเมืองของโลก ผเู้ รยี นรูอ้ ะไร (สาระการเรยี นร)ู้ ผเู้ รียนทา� อะไรได ้ (ทกั ษะ/กระบวนการ) - กำรแสดงควำมคิด และกำรแก้ปญั หำ - เรยี บเรยี งและถำ่ ยทอดควำมคดิ จำกกำรศึกษำ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน102 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล - กำรเชอื่ มโยงขอ้ มลู และองคค์ วำมรจู้ ำกขอ้ มลู ทเ่ี กบ็ คน้ คว้ำได้อย่ำงสรำ้ งสรรค์และเปน็ ระบบ ฉ ับบแ ้กไข 2565 รวมรวมไดม้ ำสูก่ ำรเขียนสรปุ ควำม กำรเขียน - เขยี นและนำ� เสนอผลกำรศึกษำค้นควำ้ ในรปู แบบ อำ้ งอิง กลมุ่ โดยใช้สือ่ ท่ีหลำกหลำยอย่ำงเหมำะสม - กำรนำ� เสนอผลงำนดว้ ยสื่อท่ีเหมำะสม ไดค้ รบถ้วนและมีประสทิ ธิภำพ - กำรเผยแพร่ผลงำน - นกั เรียนสำมำรถน�ำเสนอขอ้ คน้ พบ ข้อสรปุ จำก องคค์ วำมรไู้ ดค้ รบถ้วนและมีประสิทธภิ ำพ - นักเรียนสำมำรถเผยแพรผ่ ลงำนตำมข้นั ตอน ท่ไี ด้วำงไว้ เกดิ ประโยชนแ์ ละคณุ คำ่ ตอ่ ผูอ้ ื่น คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี นิ ยั 2. ใฝเ่ รยี นร้ ู 3. มงุ่ มนั่ ในกำรท�ำงำน 4. รักควำมเป็นไทย 5. จิตสำธำรณะ

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน103 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ภาระงานรวบยอด/ช้นิ งาน - เขียนรำยงำนประเด็นท่ีสนใจน�ำเสนอแนวคดิ กำรแกป้ ญั หำจำกกำรศึกษำค้นคว้ำ เกณฑก์ ารประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบปุ ระเด็นประเมิน) - ควำมถูกต้อง/ครบถ้วนสมบรู ณ์ของขอ้ มลู /สำรสนเทศ - ควำมถกู ตอ้ งและควำมนำ่ เชื่อถอื ของข้อค้นพบที่น�ำเสนอ - กระบวนกำรรวบรวมมีระบบชดั เจน การใช้คะแนนแบบการประเมนิ ตามสภาพจริง ประเด็นการประเมิน 1 ระดับคะแนน 4 23 1. ควำมถูกตอ้ งและ - พดู /เขยี น สรุปประเดน็ - พูด/เขียน สรปุ ประเด็น - พดู /เขยี น สรปุ ประเด็น - พดู /เขียน สรุปประเด็น นำ่ เชื่อถือของขอ้ ค้นพบ ควำมรูไ้ มไ่ ด้ ควำมรแู้ ตไ่ มค่ รอบคลมุ ควำมรู้ไดต้ รงตำมขอ้ มลู ควำมรู้ได้ตรงตำมขอ้ มลู - พูด/เขยี นโดยอ้ำงอิง ข้อมลู ท่ีมี ที่มี ทมี่ ี แหลง่ ขอ้ มลู ไม่ถูกต้อง/ - พดู /เขยี นโดยอ้ำงอิง - พูด/เขยี นโดยอำ้ งองิ - พูด/เขียนโดยอ้ำงองิ ไมอ่ ้ำงอิง แหล่งขอ้ มูลไมถ่ กู ต้อง แหลง่ ข้อมูลไม่ถกู ตอ้ ง แหลง่ ข้อมูลไดถ้ กู ตอ้ ง 2. ทกั ษะกำรเลือกส่ือ - สอื่ ไม่เหมำะสมกบั - สอื่ มีควำมเหมำะสมกับ - ส่ือมคี วำมเหมำะสมกับ - สื่อมคี วำมเหมำะสมกับ ทกั ษะกำรส่ือสำร ปญั หำที่นำ� เสนอ ประเดน็ ปัญหำ ประเดน็ ปญั หำ ประเด็นปัญหำ และกำรน�ำเสนอ - สื่อสำรและนำ� เสนอได้ ทนี่ ำ� เสนอ ท่นี ำ� เสนอ ทน่ี ำ� เสนอ มคี วำมเหมำะสม แต่ไม่รำบร่นื /ไม่เปน็ - ส่อื สำรและน�ำเสนอได้ - สื่อสำรและน�ำเสนอ - ส่อื สำรและนำ� เสนอ ล�ำดบั ทั้งดำ้ นเนือ้ หำ แต่ไมร่ ำบรื่น/ ไม่เป็น ได้รำบร่นื แตไ่ ม่เป็น ไดร้ ำบรน่ื เปน็ ล�ำดบั และกำรใช้สือ่ ลำ� ดับทัง้ ด้ำนเนือ้ หำ ลำ� ดบั ทง้ั ดำ้ นเนอื้ หำและ ท้งั ด้ำนเนอ้ื หำและ และกำรใชส้ อ่ื กำรใชส้ ือ่ กำรใชส้ อ่ื เกณฑก์ ารตดั สิน ระดับคะแนน 7-8 คะแนน 5-6 คะแนน 3-4 คะแนน ต�่ากวา่ 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง รอ่ งรอยการเรยี นรอู้ ื่น ๆ - แบบบันทกึ ตำ่ ง ๆ ทีเ่ ก่ียวกบั กำรสังเครำะห ์ สรุปองค์ควำมรู้ - แบบบันทกึ กำรตรวจสอบคณุ ภำพงำนเขียน - แบบประเมินกำรน�ำเสนอผลงำน

การวางแผนการเรียนรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ รวบรวมขอ้ มลู และทบทวนขอ้ มูลท่ีได้จำกกำรศกึ ษำค้นคว้ำ วิเครำะห์ สังเครำะห ์ และสรุปองค์ควำมรู้ 2. ดูวดี ทิ ัศน์ตัวอยำ่ งกำรน�ำเสนอผลงำนแบบปำกเปล่ำท้ังแบบ Oral individual presentation และ Oral panel presentation 3. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกแบบวธิ ีกำรสื่อและน�ำเสนองำนที่ไดส้ รุปองค์ควำมรู้จำกกำรศึกษำคน้ ควำ้ 4. นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มน�ำเสนอหนำ้ ชน้ั เรียน เพื่อน ๆ ร่วมกันวพิ ำกษ์ครูตรวจสอบและวพิ ำกษ ์ แต่ละกล่มุ นำ� ผลกำรวพิ ำกษไ์ ปปรับปรงุ ข้อมลู และพฒั นำใหไ้ ด้รำยงำนฉบบั สมบูรณ์ 5. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มดูตวั อย่ำงรปู แบบกำรเผยแพรผ่ ลงำน เชน่ แผน่ พบั โปสเตอร์ เว็บไซต ์ จำกนน้ั ใหน้ ักเรยี นแตล่ ะกลุ่มชว่ ยกนั ศกึ ษำรปู แบบ ขั้นตอน และวิธีกำรนำ� เสนอผลงำน และอภปิ รำยแสดง ควำมคิดเหน็ ออกแบบ หำแนวทำง วธิ กี ำรเผยแพร่ผลงำน 6. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มฝึกกำรน�ำเสนอและใชส้ ือ่ ประกอบกำรนำ� เสนอ จำกนน้ั ให้แต่ละกลมุ่ นำ� เสนอผลงำน และใชส้ ่อื ประกอบกำรน�ำเสนอ ครูและนักเรียนชว่ ยกำรสะทอ้ นผลกำรน�ำเสนอผลงำนเพ่อื น�ำไปแก้ไข ปรบั ปรุงใหด้ ีข้นึ 7. นักเรียนเผยแพรผ่ ลงำนสูส่ ำธำรณะ สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. แผ่นพบั โปสเตอร์ เว็บไซต์ 2. เคร่ืองคอมพิวเตอร์ 3. วดี ิทศั นต์ ัวอย่ำงกำรนำ� เสนอผลงำน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน104 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ขข ตัวอยา่ งหน่วยการเรียนรู้ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนต้น 105 แนวทางการจดั การเรียนการสอน ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั แก้ไข 2565

ตวั อย่างคา� อธิบายรายวิชา รายวชิ าการศกึ ษาค้นคว้าและสร้างองค์ความรู้ : IS1 (Research and Knowledge Formation) รำยวชิ ำเพ่มิ เติมระดบั ชั้นมัธยมศึกษำปีท ี่ 1 - 3 จำ� นวน 1 - 1.5 หน่วยกิต แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน106 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ศกึ ษำวเิ ครำะหฝ์ กึ ทกั ษะตงั้ ประเดน็ ปญั หำ/ตง้ั คำ� ถำมในเรอ่ื งทส่ี นใจโดยเรม่ิ จำกตนเองเชอ่ื มโยงกบั ชมุ ชน ฉ ับบแ ้กไข 2565 ท้องถ่ินและประเทศ ต้ังสมมติฐำนและให้เหตุผลโดยใช้ควำมรู้จำกศำสตร์สำขำต่ำง ๆ ค้นคว้ำแสวงหำควำมรู้ เก่ียวกับสมมติฐำนที่ตั้งไว้จำกแหล่งเรียนรู้ที่หลำกหลำย วำงแผนออกแบบรวบรวมข้อมูล วิเครำะห์ตรวจสอบ ข้อมูลโดยใช้วิธีกำรท่ีเหมำะสม ท�ำงำนบรรลุผลตำมเป้ำหมำยภำยในกรอบกำรด�ำเนินงำนท่ีก�ำหนด โดยกำร ก�ำกับดูแลช่วยเหลือของครูอย่ำงต่อเนื่อง สังเครำะห์ สรุปองค์ควำมรู้และร่วมกันเสนอแนวคิด วิธีกำรแก้ปัญหำ อย่ำงเป็นระบบด้วยกระบวนกำรคิด กระบวนกำรสืบค้นข้อมูล กระบวนกำรแก้ปัญหำ กระบวนกำรปฏิบัติ และ กระบวนกำรกลุม่ ในกำรวพิ ำกษ ์ เพื่อให้เหน็ ประโยชน์และคุณค่ำของกำรศกึ ษำค้นคว้ำด้วยตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. ต้ังประเดน็ ปญั หำ โดยเลอื กประเดน็ ท่สี นใจ เร่มิ จำกตนเอง ชมุ ชน ท้องถิน่ ประเทศ 2. ตงั้ สมมติฐำนประเดน็ ปญั หำท่ตี นเองสนใจ 3. ออกแบบวำงแผนใชก้ ระบวนกำรรวบรวมข้อมูลอย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ 4. ศกึ ษำ คน้ คว้ำ แสวงหำควำมรูเ้ ก่ียวกับประเด็นท่ีเลอื กจำกแหล่งเรียนรทู้ ีห่ ลำกหลำย 5. ตรวจสอบควำมน่ำเชือ่ ถอื ของแหลง่ ท่ีมำของข้อมูลได้ 6. วเิ ครำะหข์ อ้ ค้นพบด้วยสถติ ทิ ีเ่ หมำะสม 7. สงั เครำะห ์ สรุปองค์ควำมร้ดู ้วยกระบวนกำรกลุ่ม 8. เสนอแนวคดิ กำรแก้ปญั หำอย่ำงเป็นระบบด้วยองค์ควำมรู้จำกกำรคน้ พบ 9. เห็นประโยชนแ์ ละคณุ ค่ำของกำรศึกษำคน้ คว้ำดว้ ยตนเอง

โครงสร้างรายวิชา แนวทางการจัดการเรียนการสอน107 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล รายวิชาเพิ่มเตมิ I20201 การศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรู้ ฉ ับบแก้ไข 2565 (Research and Knowledge Formation/Project) ระดับช้ันมัธยมศึกษาตอนตน้ 2 คาบ/สปั ดาห ์ 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น 1.0 หนว่ ยกติ คะแนนเตม็ 100 คะแนน ท่ี ชอื่ หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระส�าคญั เวลา นา� หนกั การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน 1 จุดประกำยควำมคิด 1. ตงั้ ค�ำถำมจำกสถำนกำรณ์ - กำรใชป้ ัญหำเป็นฐำนโดยกำร 12 30 ทก่ี �ำหนดให้ และระบปุ ระเดน็ ตั้งค�ำถำม ตัง้ สมมตฐิ ำนใช้ ปญั หำท่ีสนใจได ้ กระบวนกำรออกแบบและ 16 40 2. ตั้งสมมติฐำนจำกประเดน็ วำงแผนอย่ำงเป็นระบบ ปญั หำที่สนใจ 3. ออกแบบ วำงแผน กำ� หนด ขอบเขต ล�ำดับข้ันตอนในกำร เก็บรวบรวมข้อมูลอยำ่ งมี ประสทิ ธิภำพ 2 คน้ ควำ้ แสวงหำคำ� ตอบ 4. แสวงหำควำมรจู้ ำกแหลง่ ขอ้ มลู กระบวนกำรสบื เสำะรวบรวม ท่ีหลำกหลำยและระบุ ควำมรจู้ ำกแหลง่ ข้อมูล แหล่งทีม่ ำของขอ้ มลู ไดถ้ ูกต้อง ที่หลำกหลำย เพื่อน�ำควำมรู้ 5. เสนอแนวคิด เทคนิควิธ ี วธิ กี ำร ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ แกป้ ญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบ ตอ่ ตนเองและส่วนรวม ดว้ ยกระบวนกำรคดิ เป็น รำยบคุ คลหรือกลุ่มได ้ 6. ศกึ ษำ รวบรวมขอ้ มูลและ บนั ทกึ ผลกำรส�ำรวจ ผลกำรตรวจสอบอย่ำง เป็นระบบ ถูกต้องครอบคลุม ทั้งในเชิงปริมำณและ เชิงคุณภำพ

ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสา� คัญ เวลา นา� หนกั การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน 3 รอบร้แู ละเหน็ คณุ ค่ำ 7. จัดกระท�ำข้อมูล โดยคำ� นึงถงึ กำรสังเครำะหข์ ้อมลู และสรุป 12 30 กำรรำยงำนผลเชงิ ตัวเลข องค์ควำมรจู้ ำกกำรศกึ ษำค้นควำ้ ที่มรี ะดบั ควำมถกู ต้อง อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ 100 และนำ� เสนอข้อมูลด้วยเทคนคิ วธิ ที ี่เหมำะสม 8. แปลควำมหมำยและวิเครำะห์ ขอ้ มลู ประเมนิ ควำมสอดคลอ้ ง ของข้อมูล สรุปสำระส�ำคญั เพอื่ ตรวจสอบสมมตฐิ ำนทต่ี ง้ั ไว ้ โดยใชห้ ลกั สถติ ทิ เี่ หมำะสม 9. สรุปองคค์ วำมร ู้ โดยใช้ กระบวนกำรกลุม่ ในกำร อภิปรำย วิพำกษแ์ ลกเปลย่ี น ควำมคิดเหน็ องคค์ วำมรู้ ท่ีได้จำกกำรค้นพบดว้ ยตนเอง หรอื กล่มุ 10.อธบิ ำยประโยชนแ์ ละคุณค่ำ ของกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ได้ รวม 40 แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน108 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

การจดั การเรยี นรู้สู่มาตรฐานสากล แนวทางการจัดการเรียนการสอน109 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล วิชาการศกึ ษาค้นควา้ และการสรา้ งองค์ความร ู้ (IS1) ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 - 3 ฉ ับบแก้ไข 2565 หนว่ ยท่ ี 1 จดุ ประกายความคดิ เวลา 12 ชว่ั โมง ช่อื หน่วยการเรยี นรู้จดุ ประกายความคดิ รายวชิ าเพมิ่ เตมิ กำรศกึ ษำค้นควำ้ และกำรสร้ำงองคค์ วำมรู้ ชั้นมัธยมศกึ ษาตอนต้น เปา้ หมายการเรียนร ู้ (ผลการเรียนรู)้ 1. ตัง้ คำ� ถำมจำกสถำนกำรณท์ ่ีสนใจเรม่ิ จำกตนเองชมุ ชนทอ้ งถ่ินประเทศ และระบปุ ระเดน็ ปัญหำที่สนใจได้ 2. ตงั้ สมมติฐำนประเดน็ ปัญหำทีต่ นเองสนใจ 3. ออกแบบวำงแผนกำ� หนดขอบเขต ลำ� ดับข้นั ตอนในกำรรวบรวมข้อมูลอย่ำงมีประสิทธภิ ำพ ความเขา้ ใจทีค่ งทน (สาระสา� คญั /ความคิดรวบยอด) กำรใชป้ ญั หำเปน็ ฐำน โดยกำรตงั้ คำ� ถำม ต้งั สมมตฐิ ำน ใชก้ ระบวนกำรออกแบบ และวำงแผนอย่ำงเปน็ ระบบ ค�าถามสา� คญั - จะต้ังประเด็นปญั หำไดจ้ ำกแหลง่ เรียนรู้ใดบำ้ ง - กำรตง้ั สมมตฐิ ำน คำดกำรณส์ งิ่ ทพ่ี บ สรำ้ งแบบจำ� ลอง หรอื รปู แบบเพอื่ ไปสกู่ ำรตรวจสอบ จะมวี ธิ กี ำรอยำ่ งไร และวิธที ีเ่ ลอื กน้นั จะสำมำรถตรวจสอบไดห้ รอื ไม่ - จะออกแบบวำงแผนกำรทดสอบเบอ้ื งต้นโดยวธิ กี ำรใดและแบบใดบำ้ ง อย่ำงไร ผู้เรียนรอู้ ะไร (สาระการเรียนรู)้ - กำรก�ำหนดประเดน็ ปญั หำ - กำรตงั้ วัตถุประสงคแ์ ละสมมตฐิ ำน - กำรออกแบบ วำงแผน กำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลและกำ� หนดเคร่อื งมือในกำรจัดเกบ็ ข้อมูล ผูเ้ รียนท�าอะไรได้ (ทักษะ/กระบวนการ) - ตง้ั ประเดน็ ปัญหำจำกเร่ืองทสี่ นใจ - ต้ังสมมตฐิ ำนทีส่ อดคล้องกบั ประเด็นปญั หำ - ออกแบบ วำงแผนกระบวนกำรรวบรวมขอ้ มลู เลอื กใชเ้ คร่อื งมอื ในกำรเก็บรวบรวมข้อมูลท่เี หมำะสม - กระบวนกำรปฏิบตั ิ - กำรคดิ วเิ ครำะห์ คดิ เชื่อมโยง - กระบวนกำรกลมุ่ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ มนั่ ในกำรทำ� งำน การออกแบบการวดั ผลประเมินผล ภาระงานรวบยอด/ชนิ้ งาน 1. แบบบนั ทึกกำรตัง้ ประเด็นปญั หำ/สมมตฐิ ำนเรื่องทศี่ กึ ษำ 2. แผนกำรท�ำงำน

การประเมนิ ภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบุประเดน็ ประเมิน) 1. ตรวจสอบกำรตั้งค�ำถำม / สมมติฐำน 2. แผนกำรท�ำงำน ประเด็นการประเมนิ ดเี ยีย่ ม (4) ระดบั คะแนน ปรับปรุง (1) ดี (3) พอใช้ (2) กำรตง้ั คำ� ถำม - ตง้ั คำ� ถำมประเดน็ ปญั หำ - ตงั้ คำ� ถำมประเดน็ ปญั หำ - ตงั้ คำ� ถำมประเดน็ ปญั หำ - ใชค้ ำ� ถำมท่ีครชู ีแ้ นะ ในเรือ่ งท่ตี นเองสนใจ ในเรือ่ งทตี่ นเองสนใจ ในเรื่องท่ตี นเองสนใจ มำกำ� หนดคำ� ถำม กำรต้งั สมมติฐำน ไดด้ ว้ ยตนเอง โดยมคี รูคอยชแ้ี นะ โดยมคี รูคอยชแ้ี นะ กำรวำงแผนกำรทำ� งำน - ขอบขำ่ ยคำ� ถำม ประเดน็ - ขอบขำ่ ยคำ� ถำม ประเดน็ - ขอบขำ่ ยคำ� ถำมประเดน็ ปญั หำชดั เจน ครอบคลมุ ปญั หำชดั เจน ครอบคลมุ ปัญหำชัดเจน แต่ยัง ขอ้ มลู /ปจั จยั หรอื ตวั แปร ข้อมูล/ปจั จยั หรอื ไมค่ รอบคลุมขอ้ มูล/ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ตนเอง ตวั แปรทเ่ี กีย่ วข้องกบั ปจั จยั หรือตัวแปร เชอื่ มโยงกบั ชชุ นทอ้ งถน่ิ ตนเองเชอื่ มโยงกบั ชมุ ชน ทเ่ี ก่ยี วข้องกบั ตนเอง และประเทศ ทอ้ งถน่ิ และประเทศ เช่ือมโยงกบั ชุมชน - ค�ำถำม ประเดน็ ปญั หำ - คำ� ถำม ประเด็นปัญหำ ท้องถ่นิ และประเทศ มคี วำมแปลกใหมแ่ ละ มีควำมเป็นไปได้ในกำร - ค�ำถำม ประเด็นปญั หำ สร้ำงสรรค์มีควำม แสวงหำค�ำตอบ มีควำมเปน็ ไปได้บ้ำง เปน็ ไปไดใ้ นกำรแสวงหำ ในกำรแสวงหำค�ำตอบ คำ� ตอบ สมมติฐำนสอดคลอ้ ง สมมตฐิ ำนสอดคลอ้ ง สมมติฐำนสอดคล้อง สมมติฐำนไม่สอดคล้อง กบั ปญั หำและแสดง กบั ปญั หำและแสดง กบั ปัญหำ แต่ไมแ่ สดง กบั ปญั หำ มคี วำม ควำมสมั พนั ธห์ รอื ควำมเปน็ ควำมสมั พนั ธห์ รอื ควำมเปน็ ควำมสมั พนั ธห์ รอื ควำม เปน็ ไปไดน้ ้อย เหตผุ ลอย่ำงชดั เจนและ เหตผุ ล แต่ไม่ชดั เจนหรอื เปน็ เหตผุ ล มีควำม ในกำรตรวจสอบ ถกู ตอ้ งมีควำมเปน็ ไปได้ มีบำงสว่ นไมถ่ ูกตอ้ ง เปน็ ไปได้นอ้ ย ในกำรตรวจสอบ มคี วำมเปน็ ไปไดใ้ นกำร ในกำรตรวจสอบ ตรวจสอบ วำงแผนกำรปฏบิ ตั ิงำน วำงแผนกำรปฏิบตั ิงำน วำงแผนกำรปฏบิ ตั ิงำน วำงแผนกำรปฏบิ ตั ิงำนได้ อย่ำงมีลำ� ดับขั้นตอน ครบทกุ ขัน้ ตอน ไดม้ ีกระบวนกำรท่จี ะนำ� แตก่ ระบวนกำรทจ่ี ะนำ� ไปสู่ เปน็ ระบบมีกระบวนกำร มกี ระบวนกำรท�ำงำนไปสู่ ไปสูเ่ ป้ำหมำย แตไ่ มค่ อ่ ย เป้ำหมำยวกวน ที่จะน�ำไปสเู่ ป้ำหมำย เปำ้ หมำยได้ ชัดเจน ชดั เจน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน110 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ร่องรอยการเรียนรู้อืน่ ๆ ฉ ับบแ ้กไข 2565 - กำรตอบค�ำถำมและกำรอภปิ รำย

การวางแผนการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนการสอน111 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล กิจกรรมการเรียนรู้ ฉ ับบแก้ไข 2565 1. ครยู กตัวอยำ่ งข่ำว บทควำม สถำนกำรณท์ น่ี ่ำสนใจในปัจจบุ ัน ด้ำนต่ำง ๆ ที่หลำกหลำยพรอ้ มท้ังให้นกั เรียน ได้ฝกึ ตง้ั คำ� ถำมและระบปุ ระเด็นปญั หำท่จี ำกไดข้ ำ่ ว บทควำม สถำนกำรณท์ ก่ี �ำหนด 2. จำกประเด็นปัญหำท่ีนกั เรียนได้ฝึกปฏิบตั ิ นักเรยี นรว่ มกนั ตงั้ สมมติฐำนทสี่ อดคลอ้ งกับประเด็นปัญหำ 3. แบง่ กลมุ่ นกั เรยี นใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั อภปิ รำยวำ่ ประเดน็ ปญั หำแตล่ ะประเดน็ สำมำรถศกึ ษำคน้ ควำ้ ขอ้ มลู ได้จำกแหลง่ ใดบำ้ ง (เชน่ ห้องสมุด Internet แหลง่ เรยี นรใู้ นชมุ ชน เป็นต้น) และดว้ ยวิธีกำรใด เชน่ (กำรสำ� รวจ กำรทดลอง กำรศกึ ษำค้นคว้ำ เปน็ ต้น) 4. นักเรยี นแต่แตล่ ะกลมุ่ คนเปน็ กลมุ่ เล็ก ประมำณ 3-4 คน (หรือแตล่ ะคน) ตง้ั ประเด็นปญั หำ/สมมติฐำน ทต่ี นเองสนใจท่ีศึกษำคน้ ควำ้ 5. นักเรยี นแต่ละกลุม่ (แตล่ ะคน) ออกแบบ วำงแผน กำ� หนดขอบเขตกำรศกึ ษำ ประเด็นปญั หำของตนเอง โดยลำ� ดับขน้ั ตอนในกำรวำงแผนกำรท�ำงำนท่ีมปี ระสทิ ธิภำพควรครอบคลมุ ในเรือ่ งต่อไปนี้ - ตั้งชอ่ื ประเด็นของปัญหำทจ่ี ะศกึ ษำ - วิธีที่จะได้มำซง่ึ ข้อมูล และแหลง่ เรียนรเู้ ก่ียวกับประเด็นของปญั หำ - คำดคะเนควำมเปน็ ไปได้ของกำรเกิดขน้ึ ในประเดน็ ปัญหำ (กำรตั้งสมมติฐำน) - กำ� หนดแนวทำง วิธีกำร ขอบเขต ในกำรตรวจสอบสมมตฐิ ำน - วธิ กี ำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู และเครอื่ งมือในกำรเก็บขอ้ มูล 6. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำ� เสนอ แผนกำรทำ� งำนเกยี่ วกบั ประเดน็ ปญั หำ สมมตฐิ ำน และวธิ กี ำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ต่อครูทีป่ รกึ ษำเพอ่ื ขอคำ� แนะน�ำ 7. ครูและนักเรียนรว่ มกันอภปิ รำยเก่ียวกับแผนกำรทำ� งำน และปรับปรงุ แก้ไขแผนกำรทำ� งำนใหส้ มบรู ณ์ ส่อื /แหล่งเรยี นรู้ 1. ตวั อย่ำงข่ำว บทควำม สถำนกำรณท์ น่ี ำ่ สนใจ 2. ใบควำมรู ้ กำรสบื ค้นขอ้ มูลผ่ำนเครือขำ่ ยเทคโนโลยีสำรสนเทศ 3. สอื่ สิง่ พิมพ์ 4. ตวั อยำ่ งกำรวำงแผนกำรทำ� งำน 5. ตัวอยำ่ งประเด็นปัญหำ

วชิ าการศึกษาค้นควา้ และการสรา้ งองค์ความรู้ (IS1) ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 - 3 หน่วยท ่ี 2 ค้นควา้ แสวงหาค�าตอบ เวลา 16 ชวั่ โมง ชือ่ หน่วยการเรียนรู้คน้ คว้าแสวงหาคา� ตอบรายวชิ าเพ่มิ เตมิ กำรศึกษำคน้ ควำ้ และกำรสร้ำงองคค์ วำมรู้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น เป้าหมายการเรียนรู ้ (ผลการเรยี นรู้) 4. แสวงหำควำมรู้จำกแหล่งเรยี นรทู้ ่ีหลำกหลำย และระบุแหลง่ ท่ีมำของขอ้ มูลได้ถกู ต้อง 5. ตรวจสอบควำมนำ่ เชื่อถอื ของแหล่งทม่ี ำของขอ้ มลู ได้ 6. เสนอแนวคดิ เทคนคิ วิธี วธิ ีกำรแกป้ ญั หำอย่ำงเป็นระบบด้วยกระบวนกำรคดิ เป็นรำยบคุ คลหรือกลมุ่ ได้ 7. ศกึ ษำ รวบรวมขอ้ มลู และบนั ทกึ ผลกำรส�ำรวจ ผลกำรตรวจสอบอยำ่ งเป็นระบบ ถูกตอ้ ง ครอบคลมุ ทง้ั ในเชิงปริมำณและเชงิ คุณภำพ ความเขา้ ใจท่ีคงทน (สาระสา� คญั /ความคิดรวบยอด) กำรสืบเสำะหำขอ้ มูลควำมรจู้ ำกแหลง่ ข้อมลู ท่หี ลำกหลำย ด้วยกระบวนกำรทีเ่ ป็นระบบ น่ำเชือ่ ถือ เพ่ือน�ำควำมรู้ไปใช้ประโยชน์ตอ่ ตนเองและสว่ นรวม ค�าถามสา� คัญ - จะหำควำมรู้จำกแหลง่ ขอ้ มลู ท่ีเชือ่ ถอื ได้จำกทใี่ ด - จะมีวธิ ีกำรตรวจสอบควำมน่ำเชือ่ ถือของแหลง่ ทม่ี ำของขอ้ มลู ไดอ้ ยำ่ งไร ผ้เู รยี นรอู้ ะไร (สาระการเรยี นรู)้ ผเู้ รียนท�าอะไรได้ (ทักษะ/กระบวนการ) - กำรสืบคน้ ข้อมูล - กระบวนกำรคิดวิเครำะห์ - กำรเก็บรวบรวมข้อมูล - กระบวนกำรสืบคน้ ข้อมูล - กระบวนกำรแกป้ ัญหำ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน112 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ฉ ับบแ ้กไข 2565 1. มีวนิ ยั 2. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. มงุ่ ม่ันในกำรทำ� งำน การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล ภาระงานรวบยอด/ชน้ิ งาน - แฟ้มสะสมงำน การประเมินภาระงาน/ชิน้ งาน (ระบุประเดน็ ประเมนิ ) - ตรวจแฟ้มสะสมงำน

ประเดน็ การประเมนิ ดเี ยีย่ ม (4) ระดับคะแนน ปรับปรุง (1) แนวทางการจัดการเรียนการสอน113 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ด ี (3) พอใช้ (2) ฉ ับบแก้ไข 2565 1. อธบิ ายเหตุผล กำรแสดงออกถึงกำร กำรแสดงออกถงึ กำร กำรแสดงออกถึงกำร กำรแสดงออกถึงกำร ในการเลือกชน้ิ งาน พัฒนำกำรและควำม พัฒนำกำรและควำม พัฒนำกำรและควำม พัฒนำกำรและควำม กำ้ วหนำ้ ในกำรเรยี นรู้ ก้ำวหนำ้ ในกำรเรียนรู้ ก้ำวหนำ้ ในกำรเรียนรู้ กำ้ วหน้ำในกำรเรียนรูน้ ้อย อยำ่ งมำกและสะทอ้ น พอสมควรและสะท้อน พอสมควร แตไ่ ม่สะท้อน และไมส่ ะท้อนเร่อื งเจตคติ เจตคตทิ ่ีดตี ่อกำรเรยี นรู้ เจตคตทิ ่ีดีตอ่ กำรเรยี นรู้ เรอ่ื งเจตคติ 2. ความครอบคลุม ชนิ้ งำนครอบคลมุ เนอ้ื หำ ช้ินงำนครอบคลมุ เน้อื หำ ชน้ิ งำนไม่ครอบคลมุ เน้อื หำ ชิ้นงำนไมค่ รอบคลมุ เน้ือหำ ของเนือ้ หา ของรำยวิชำ และ ของรำยวิชำ แตไ่ ม่มี ของรำยวิชำ แตม่ ี ของรำยวิชำ และไมม่ ี มคี วำมหลำกหลำย ควำมหลำกหลำย ควำมหลำกหลำย ควำมหลำกหลำย 3. การจัดระบบและ กำรจดั เรียงส่วนประกอบ กำรจัดเรยี งสว่ นประกอบ กำรจดั เรียงสว่ นประกอบ กำรจดั เรยี งส่วนประกอบ ความมรี ะเบียบ ของแฟ้มไวอ้ ย่ำงเป็นระบบ ของแฟ้มไว้อยำ่ งคอ่ นข้ำง ของแฟม้ ยังไมเ่ ป็นระบบ ของแฟม้ ยงั ไมเ่ ปน็ ระบบ เรยี บรอ้ ย ครบถ้วนและเปน็ ระเบยี บ มรี ะบบ และเป็นระเบียบ แตง่ ำนมีควำมเรยี บรอ้ ย และงำนขำดควำมเปน็ เรียบร้อย เรียบร้อยพอสมควร พอสมควร ระเบยี บเรียบร้อย 4. ความเพยี รพยายาม แสดงออกถงึ ควำมเพยี ร แสดงออกถึงควำมเพียร แสดงออกถึงควำมเพียร แสดงออกถงึ ควำมเพยี ร ในการค้นขอ้ มูล พยำยำมและควำมตัง้ ใจ พยำยำมและควำมตงั้ ใจ พยำยำมและควำมต้ังใจ พยำยำมและควำมต้งั ใจ ในกำรทำ� งำนอย่ำงมำก ในกำรท�ำงำนอยำ่ งมำก ในกำรท�ำงำนอย่ำงมำก ในกำรท�ำงำนอย่ำงมำก ที่สุด ทีส่ ุด ทสี่ ดุ ทสี่ ุด 5. ความคดิ สรา้ งสรรค์ ช้นิ งำนและรปู เล่ม ชิน้ งำนและรปู เลม่ ชิ้นงำนและรูปเลม่ ธรรมดำ ช้นิ งำนและรูปเลม่ แสดงออกถึงควำมแปลก แสดงออกถงึ ควำมแปลก ไมแ่ ปลกใหม่ ไม่น่ำสนใจและไมแ่ ปลก ใหม่ สวยงำมและนำ่ สนใจ ใหม่ สวยงำมและน่ำสนใจ ใหม่ อยำ่ งมำก 6. ความชดั เจนและ มคี วำมครบถว้ นถกู ตอ้ งของ มีควำมครบถ้วนถูกตอ้ ง มีควำมครบถว้ นของข้อมูล มขี อ้ มลู พอสมควรกำรเขยี น ความสมบรู ณ์ ขอ้ มูลหรือกำรเขียนสรุป ของขอ้ มูล หรือกำรเขยี น พอสมควร กำรเขยี นสรุป สรุปควำมยงั ไม่เข้ำใจ ของเนื้อหา ควำมเข้ำใจง่ำย ชดั เจน สรปุ ควำมเข้ำใจง่ำย ควำมเข้ำใจยำก สมบูรณ์ สมบูรณม์ ำกท้งั รปู แบบ พอสมควรท้ังรปู แบบ บำงประเดน็ และสำระ และสำระ ร่องรอยการเรยี นรอู้ ่นื ๆ - กำรตอบค�ำถำมและกำรอภปิ รำย - กระบวนกำรท�ำงำน

การวางแผนการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ครูทบทวนวิธีกำรต้งั ประเดน็ ปญั หำ กำรต้งั สมมติฐำน วธิ ีกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล และวธิ กี ำรเขยี น โครงร่ำงกำรศึกษำค้นคว้ำ 2. นกั เรยี นดำ� เนินกำรศกึ ษำรวบรวมข้อมลู ตำมประเด็นปัญหำทีต่ ้องกำรศกึ ษำค้นควำ้ จำกแหลง่ ต่ำง ๆ ตำมทไี่ ด้ระบุไวใ้ นแผนกำรทำ� งำน (จำกหน่วยท่ี 1 โดยบอกแหลง่ ท่ีมำของขอ้ มูล และนำ� เสนอวิธกี ำร เก็บขอ้ มูลทเ่ี ป็นระบบบนั ทึกประเภทของแหล่งขอ้ มูล และวิธีกำรสืบคน้ ขอ้ มูล) 3. นกั เรยี นนำ� เสนอผลกำรสบื คน้ ในขอ้ 2 และรว่ มกนั อภปิ รำยเพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ สรปุ เกย่ี วกบั ประเภทของแหลง่ ขอ้ มลู และวธิ ีกำรสบื ค้นข้อมลู (เอกสำร สง่ิ ตพี มิ พ์ ฐำนข้อมลู สำรสนเทศ ควำมนำ่ เชอ่ื ถอื ของแหลง่ ข้อมูล) 4. นักเรยี น “จะมวี ธิ ีตรวจสอบควำมน่ำเช่ือถอื ของแหล่งที่มำของขอ้ มลู ได้อยำ่ งไร” นกั เรียนตอบค�ำถำม และฝึกทักษะกำรตรวจสอบควำมถูกตอ้ ง ครบถว้ น และควำมน่ำเชอ่ื ถือของตัวอยำ่ งขอ้ มูลและแหลง่ ที่มำ ของขอ้ มลู ทีก่ ำ� หนดให้ 5. ครูและนักเรยี นรว่ มกันอภปิ รำยและสรุปวิธีกำรตรวจสอบควำมน่ำเชอ่ื ถือของแหล่งท่ีมำของขอ้ มลู 6. นักเรียนแต่ละคน/กลมุ่ น�ำผลกำรอภปิ รำย ผลกำรวเิ ครำะหข์ อ้ มลู มำปรับปรงุ ข้อมูลของตนเอง/กลุ่ม ให้ดีข้นึ 7. นักเรยี นจัดทำ� แฟ้มสะสมงำนโดยรวบรวมจำกผลกำรวิเครำะห์ขอ้ มูลที่เกดิ จำกกำรศึกษำค้นคว้ำจำก แหล่งเรยี นร้ ู เพ่อื เปน็ ขอ้ มลู นำ� ไปสรุปเปน็ องคค์ วำมรู้ของตนเอง/กลมุ่ สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ 1. ตัวอยำ่ งกำรเก็บรวบรวมขอ้ มูลท่ีเป็นระบบ 2. ตัวอยำ่ งกำรเขยี นอำ้ งองิ 3. ตัวอย่ำงแหลง่ ขอ้ มูลสำรสนเทศ 4. ศูนยว์ ทิ ยบริกำร แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน114 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

วิชาการศึกษาค้นคว้าและการสรา้ งองค์ความร ู้ (IS1) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3 แนวทางการจัดการเรียนการสอน115 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล หน่วยท่ี 3 รูร้ อบและเห็นคณุ คา่ เวลา 12 ชั่วโมง ฉ ับบแก้ไข 2565 ช่อื หน่วยการเรยี นรรู้ ูร้ อบและเห็นคณุ คา่ รายวิชาเพม่ิ เตมิ กำรศกึ ษำคน้ คว้ำและกำรสรำ้ งองค์ควำมรู้ ชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน้ เปา้ หมายการเรียนรู้ (ผลการเรยี นรู้) 8. จดั กระทำ� ขอ้ มลู โดยคำ� นงึ ถงึ กำรรำยงำนผลเชงิ ตวั เลขทมี่ รี ะดบั ควำมถกู ตอ้ ง และนำ� เสนอขอ้ มลู ดว้ ยเทคนคิ วิธที เี่ หมำะสม 9. แปลควำมหมำยและวเิ ครำะห์ขอ้ มูล ประเมินควำมสอดคล้องของขอ้ มลู สรปุ สำระสำ� คญั เพื่อตรวจสอบ สมมติฐำนที่ต้งั ไว้ โดยใช้หลกั สถิติทเี่ หมำะสม 10. สรปุ องค์ควำมร ู้ โดยใช้กระบวนกำรกลุม่ ในกำรอภปิ รำย วพิ ำกษ์ แลกเปล่ยี นควำมคิดเห็นองค์ควำมรู้ ทีเ่ กดิ จำกกำรค้นพบด้วยตนเองหรอื กลมุ่ 11. อธบิ ำยประโยชนแ์ ละคุณค่ำของกำรศกึ ษำค้นควำ้ ได้ ความเขา้ ใจทีค่ งทน (สาระสา� คัญ/ความคิดรวบยอด) สงั เครำะห์ข้อมูล และสรุปองค์ควำมรจู้ ำกกำรศึกษำค้นคว้ำอย่ำงมีประสทิ ธิภำพ ค�าถามส�าคญั - จะสรุปองค์ควำมรจู้ ำกประเด็นปญั หำทีค่ ้นพบไดอ้ ยำ่ งไร - จะมวี ธิ กี ำรนำ� เสนอประโยชน์และคุณค่ำของกำรศกึ ษำคน้ คว้ำได้อยำ่ งไร ผเู้ รียนร้อู ะไร (สาระการเรยี นรู้) - กำรสรปุ องคค์ วำมรูจ้ ำกกำรศึกษำคน้ ควำ้ ผ้เู รียนทา� อะไรได้ (ทักษะ/กระบวนการ) - ทกั ษะกำรคดิ เชื่อมโยง สังเครำะห์และสรปุ องคค์ วำมรู้ - กำรใช้สถติ ิและน�ำเสนอองคค์ วำมรู้ - กำรแก้ปัญหำอยำ่ งเปน็ ระบบจำกองคค์ วำมรู้ทีค่ น้ พบ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวนิ ยั 2. ใฝ่เรยี นร ู้ 3. มุง่ มน่ั ในกำรท�ำงำน การออกแบบการวดั ผลประเมินผล ภาระงานรวบยอด/ชิ้นงาน - น�ำเสนองำนเพื่อแลกเปล่ยี นเรยี นรู้

เกณฑ์การประเมนิ ภาระงาน/ชน้ิ งาน (ระบุประเด็นประเมนิ ) ประเดน็ การประเมนิ ดเี ยี่ยม (4) ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช ้ (2) กำรจัดแสดงผลงำน มีกำรวำงแผนกำรทำ� งำน มกี ำรวำงแผนกำรทำ� งำน มกี ำรวำงแผนกำรทำ� งำน มีกำรวำงแผนกำรท�ำงำน แลกเปลยี่ นเรียนรู้ ทด่ี ี ทมี งำนมีควำม ท่ีดี ทมี งำนมคี วำม ที่ด ี ทมี งำนมคี วำม ทดี่ ี ทีมงำนมคี วำม รับผิดชอบ มีเนอ้ื หำสำระด ี รับผดิ ชอบ มีเน้อื หำสำระด ี รบั ผิดชอบ มเี นอื้ หำสำระ รับผิดชอบ มเี น้อื หำสำระ จัดอยำ่ งประหยดั จดั อยำ่ งประหยดั พอสมควร จดั อย่ำง พอสมควร ไม่ค่อยประหยดั กำรนำ� เสนอน่ำสนใจ กำรน�ำเสนอน่ำสนใจ ประหยัด กำรนำ� เสนอ ในกำรจัด กำรนำ� เสนอ มีควำมคิดรเิ รมิ่ สรำ้ งสรรค์ แต่ขำดควำมคดิ ริเร่มิ ไม่คอ่ ยน่ำสนใจ ขำด ไม่นำ่ สนใจ ขำดควำมคิด สร้ำงสรรค์ ควำมคดิ ริเริม่ สร้ำงสรรค์ รเิ รม่ิ สร้ำงสรรค์ รอ่ งรอยการเรยี นรู้อื่น ๆ - กระบวนกำรปฏบิ ัตงิ ำน การวางแผนการเรียนรู้ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน116 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล กจิ กรรมการเรียนรู้ ฉ ับบแ ้กไข 2565 1. นกั เรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รำยวิธกี ำรวิเครำะหข์ ้อมลู สังเครำะหป์ ัญหำ กำรแก้ปญั หำ และวิธีกำรสรุป องค์ควำมร้จู ำกแหล่งเรียนรู้ต่ำง ๆ ที่ศกึ ษำคน้ ควำ้ 2. นกั เรียนน�ำเสนอผลดี ประโยชน์ และคณุ ค่ำของกำรศกึ ษำค้นควำ้ ดว้ ยตนเอง 3. ให้นกั เรียนออกแบบกำรนำ� เสนอผลงำน 4. ให้นักเรยี นชมวีดทิ ศั นก์ ำรน�ำเสนอผลงำนในรปู แบบต่ำง ๆ แล้วกระตนุ้ ด้วยค�ำถำมให้นกั เรยี นคดิ ดังน้ี - ถำ้ เรำต้องน�ำเสนอผลงำนต้องเตรียมอะไรบำ้ ง - จะมวี ธิ ีกำรอยำ่ งไรท่จี ะสอ่ื สำรใหผ้ ูอ้ ื่นเข้ำใจในเรือ่ งท่ศี กึ ษำ - จะใช้รปู แบบในกำรน�ำเสนออย่ำงไร 5. ครใู ห้นักเรียนศึกษำตวั อยำ่ งเกณฑ์กำรประเมิน 6. ครูและนกั เรยี นร่วมกันสร้ำงเกณฑก์ ำรประเมนิ ก�ำหนดระดับคณุ ภำพ และวจิ ำรณข์ ้อด ี ข้อบกพรอ่ ง เพ่ือปรบั ปรุงแกไ้ ข 7. ให้แตล่ ะกลุ่มวำงแผนจัดแสดงผลงำน นำ� เสนอรปู แบบกำรดำ� เนนิ งำนกบั ครทู ีป่ รกึ ษำ 8. จดั แสดงผลงำน ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ 1. วดี ทิ ัศน์กำรน�ำเสนอผลงำนรปู แบบต่ำง ๆ 2. ตวั อย่ำงเกณฑก์ ำรประเมินระดับคณุ ภำพ

ตวั อย่างค�าอธิบายรายวชิ า แนวทางการจัดการเรียนการสอน117 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล รายวชิ าการสอื่ สารและการน�าเสนอ : IS2 (Communication and Presentation) ฉ ับบแก้ไข 2565 รายวชิ าเพิ่มเติมชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-3 จ�านวน 1-1.5 หน่วยกิต เงือ่ นไขการเรยี น : ผู้เรยี นตอ้ งผ่านการเรยี นรายวชิ าการศกึ ษาคน้ คว้าและสรา้ งองคค์ วามรมู้ าก่อน ศึกษำเรียบเรียงและถ่ำยทอดควำมคิดอย่ำงชัดเจน เป็นระบบ จำกข้อมูลองค์ควำมรู้จำกกำรศึกษำ ค้นคว้ำในรำยวิชำกำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (Research and Knowledge Formation) โดยเขียนโครงร่ำงบทน�ำเน้ือเร่ืองสรุปในรูปของรำยงำนเชิงวิชำกำร โดยใช้ค�ำจ�ำนวน 2,500 ค�ำมีกำรอ้ำงอิง แหล่งควำมรู้ท่ีเชื่อถือได้อย่ำงหลำกหลำย เรียบเรียงและถ่ำยทอดควำมคิดอย่ำงชัดเจนเป็นระบบ มีกำรน�ำเสนอ ในรูปแบบเดี่ยว (Oral Individual Presentation) หรือกลุ่ม (Oral Panel Presentation) โดยใช้ส่ือประกอบ ทห่ี ลำกหลำยและเผยแพรผ่ ลงำนสสู่ ำธำรณะเพอื่ ใหเ้ กดิ ทกั ษะในกำรเขยี นรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรและทกั ษะกำรสอื่ สำร ท่ีมีประสิทธิภำพเห็นประโยชน์และคุณค่ำในกำรสร้ำงสรรค์งำนและถ่ำยทอดสิ่งที่เรียนรู้ให้เป็นประโยชน์ แกส่ ำธำรณะ ผลการเรียนรู้ 1. วำงโครงรำ่ งกำรเขยี นตำมหลกั เกณฑอ์ งค์ประกอบและวิธีกำรเขยี นโครงรำ่ ง 2. เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำคน้ คว้ำเชิงวิชำกำรภำษำไทย ควำมยำว 2,500 ค�ำ 3. น�ำเสนอข้อค้นพบข้อสรุปจำกประเด็นที่เลือกในรูปแบบเดี่ยว (Oral Individual Presentation) หรือกลุ่ม (Oral Panel Presentation) โดยใช้ส่ืออุปกรณใ์ นกำรนำ� เสนอได้อย่ำงเหมำะสม 4. เผยแพรผ่ ลงำนสสู่ ำธำรณะ 5. เห็นประโยชน์และคุณคำ่ ในกำรสรำ้ งสรรค์งำนและถ่ำยทอดสงิ่ ทีเ่ รยี นร้แู ก่สำธำรณะ

โครงสรา้ งรายวชิ า รายวิชาเพ่ิมเตมิ I20202 การสอื่ สารและการนา� เสนอ (Communication and Presentation) ระดบั ช้นั มัธยมศึกษาตอนต้น 2 คาบ / สปั ดาห ์ 40 ชวั่ โมง/ภาคเรียน 1.0 หน่วยกิต คะแนนเต็ม 100 คะแนน ที่ ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระส�าคัญ เวลา น�าหนัก การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน 1 เขยี นโครงร่ำง 1. วำงโครงร่ำงกำรเขยี นตำม กำรฝึกซ้อมกำรเขียนโครงรำ่ ง 6 40 หลกั เกณฑ์องคป์ ระกอบและ รำยงำนเชงิ วิชำกำรเป็นกำร วิธีกำรเขยี นโครงร่ำง วำงแผนกำรเขียนรำยงำน 40 เชงิ วิชำกำรอย่ำงเปน็ ระบบ และชว่ ยใหก้ ำรเขียนรำยงำน 30 เชงิ วิชำกำรเปน็ ไปอย่ำงมี ประสทิ ธิภำพ 2 เรยี งรอ้ ยถ้อยคำ� 1. เขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำคน้ คว้ำ รำยงำนเชิงวิชำกำร หมำยถงึ 18 องคค์ วำมรเู้ ชงิ วชิ ำกำร งำนเขยี นทำงวิชำกำรทเี่ กิดจำก ภำษำไทยควำมยำว 2,500 คำ� กำรศึกษำค้นคว้ำ รวบรวมข้อมูล จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ โดยศกึ ษำคน้ ควำ้ จำกเอกสำรจำกกำรสำ� รวจ กำรสงั เกต กำรทดลอง ฯลฯ แล้วนำ� มำรวบรวมวิเครำะห ์ เรียบเรยี งขึ้นใหม่ ตำมโครงเรือ่ ง ท่ี ได ้ว ำงไว้ โ ดยมี หลั กฐ ำนแ ละ เอกสำรอ้ำงองิ ประกอบ 3 เล่ำสกู่ นั ฟงั 2. น�ำเสนอข้อคน้ พบ ข้อสรุปจำก วิธกี ำรน�ำเสนอข้อคน้ พบดว้ ยส่ือ 10 องค์ควำมรูท้ ่ศี ึกษำในรปู แบบ เป็นตวั ชี้ถงึ ประสิทธิภำพนนั้ ๆ กลุม่ หรอื รำยบุคคลโดยใชส้ ือ่ วธิ ีหนง่ึ เพรำะสอื่ จะเปน็ ตวั กำร อปุ กรณ์ในกำรนำ� เสนอได้ สำ� คัญทจ่ี ะถ่ำยทอดควำมรู ้ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน118 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล อยำ่ งเหมำะสม ควำมเขำ้ ใจและประสบกำรณข์ อง ฉ ับบแ ้กไข 2565 3. มที ักษะกำรเขียนรำยงำน ผ้เู รยี น ซึ่งควรมีทำงเลือกหลำย เชงิ วิชำกำรและกำรสื่อสำร ชอ่ งทำงในกำรนำ� เสนอขอ้ มลู โดยใชส้ อื่ ประสมในกำรนำ� เสนอ ทเี่ หมำะสมและมีประสทิ ธิภำพ ได้อย่ำงเหมำะสมมี ประสิทธภิ ำพ

ที่ ช่อื หนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระสา� คัญ เวลา นา� หนัก แนวทางการจัดการเรียนการสอน119 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล การเรียนรู้ (ชั่วโมง) คะแนน ฉ ับบแก้ไข 2565 4 คุณค่ำของงำน 4. เผยแพรผ่ ลงำนกำรศึกษำ กำรถำ่ ยโอนองคค์ วำมรจู้ ำก 6 40 คน้ คว้ำในรูปแบบบทควำม กำรศกึ ษำ ค้นควำ้ และขอ้ ค้นพบ วชิ ำกำร บทควำมวจิ ัย แสดง โดยกำรเผยแพรผ่ ลงำน เช่น 100 นิทรรศกำรผลงำนดีพิมพ์ กำรจดั นทิ รรศกำรเป็นกำร ในเอกสำรวำรสำรทำงวชิ ำกำร จดั แสดงขอ้ มลู เนอื้ หำผลงำนตำ่ ง ๆ หรือเทคโนโลยีสำรสนเทศ ด้วยวัสด ุ สงิ่ ของอปุ กรณ์และ 5. บอกประโยชน์และคณุ ค่ำ กิจกรรมท่ีหลำกหลำยแต่มีควำม ในกำรสรำ้ งสรรคง์ ำนและ สมั พันธก์ ันในแตล่ ะเรือ่ งโดยมี ถำ่ ยทอดสิ่งที่ จดุ ม่งุ หมำยท่ชี ดั เจน มีกำร เรียนรแู้ ก่สำธำรณะ วำงแผนและออกแบบทเ่ี ร้ำ ควำมสนใจให้ผ้ชู มมสี ่วนร่วม ในกำรดู กำรฟงั กำรสงั เกต กำรจบั ตอ้ งและกำรทดลองดว้ ยสอื่ ท่หี ลำกหลำย รวม 40

วชิ า การส่ือสารและการน�าเสนอ (IS2) ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 - 3 หน่วยที ่ 1 เขียนโครงรา่ ง เวลา 6 ช่วั โมง ชอ่ื หนว่ ยการเรียนรู้ เขียนโครงร่ำง รายวิชาเพม่ิ เติม กำรส่อื สำรและกำรนำ� เสนอ (Communication and Presentation) เป้าหมายการเรยี นร้ ู (ผลการเรยี นร้)ู 1. วำงโครงร่ำงกำรเขยี นตำมหลกั เกณฑ์ องคป์ ระกอบและวธิ ีกำรเขยี นโครงรำ่ ง ความเขา้ ใจทคี่ งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) ค�าถามสา� คญั กำรฝึกซ้อมกำรเขยี นโครงร่ำงรำยงำนเชงิ วิชำกำร - องค์ประกอบของรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรมอี ะไรบำ้ ง เปน็ กำรวำงแผนกำรเขียนรำยงำนเชิงวิชำกำร - แต่ละองค์ประกอบของรำยงำนเชิงวิชำกำร อยำ่ งเป็นระบบ และชว่ ยให้กำรเขียนรำยงำน มลี ักษณะอยำ่ งไร เชิงวิชำกำรเป็นไปอยำ่ งมีประสิทธิภำพ ผเู้ รยี นร้อู ะไร (สาระการเรียนรู)้ ผเู้ รยี นทา� อะไรได้ (ทกั ษะ/ทกั ษะกระบวนการ) - องคป์ ระกอบของโครงร่ำงรำยงำนเชงิ วิชำกำร - ทกั ษะกำรเขียนโครงรำ่ งรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร - ช่ือเร่ือง - ทกั ษะกำรวพิ ำกษ์โครงร่ำงรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร - ควำมน�ำ - วัตถปุ ระสงค์ - สมมตฐิ ำน - เน้ือเรอื่ ง - บทสรปุ - เอกสำรอ้ำงอิง - ภำคผนวก แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน120 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล คุณลกั ษณะท่ีพึงประสงค์ ฉ ับบแ ้กไข 2565 1. มีวินยั 2. ใฝเ่ รียนร ู้ 3. มงุ่ ม่นั ในกำรทำ� งำน การออกแบบการวดั ผลประเมินผล ภาระงานรวบยอด/ชน้ิ งาน 1. โครงร่ำงรำยงำนเชิงวชิ ำกำร

เกณฑ์การประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมนิ ) แนวทางการจัดการเรียนการสอน121 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเด็นการประเมิน ดเี ย่ียม (4) ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช ้ (2) เขียนโครงรำ่ งขอ้ มลู เขียนโครงร่ำงข้อมลู เขียนโครงรำ่ งข้อมูล เขยี นโครงร่ำงขอ้ มูล เขยี นโครงร่ำงข้อมลู องคค์ วำมรู้จำก องคค์ วำมรู้ องค์ควำมรู้จำก องคค์ วำมรู้จำก องคค์ วำมร้จู ำกกำร กำรศึกษำค้นควำ้ กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ อยำ่ ง กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ไดค้ รบ ศกึ ษำคน้ ควำ้ อยำ่ ง อยำ่ งไม่เป็นระบบและ เป็นระบบไดค้ รบ ทุกองคป์ ระกอบ ไมเ่ ป็นระบบ แต่ครบ ไมค่ รบองคป์ ระกอบ ทุกองค์ประกอบและ ทุกองคป์ ระกอบ ถกู ตอ้ ง รอ่ งรอยการเรยี นรูอ้ ืน่ ๆ - แบบบนั ทกึ กำรประเมินกำรเขียนโครงรำ่ งรำยงำนเชงิ วิชำกำร การวางแผนการเรยี นรู้ กจิ กรรมการเรียนรู้ 1. ศกึ ษำองค์ประกอบของโครงร่ำงรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรจำกตวั อย่ำงฉบบั สมบรู ณ์ 2. ศกึ ษำลกั ษณะกำรเขยี นโครงรำ่ งรำยงำนเชงิ วิชำกำรในแต่ละองค์ประกอบจำกตัวอย่ำงฉบบั สมบรู ณ์ 3. นักเรยี นแต่ละกล่มุ ร่วมกนั ฝึกเขียนโครงร่ำงรำยงำนเชิงวิชำกำรตำมประเด็นศึกษำคน้ คว้ำของกล่มุ ตนเอง ทีละองค์ประกอบ 4. นักเรียนแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั อภปิ รำยโครงร่ำงรำยงำนเชิงวิชำกำรทเ่ี ขียนขน้ึ ทีละองค์ประกอบ 5. สรุปผลกำรอภปิ รำยกำรเขียนโครงรำ่ งรำยงำนเชงิ วิชำกำรและเตรียมนำ� เสนอโครงร่ำงรำยงำนเชิงวชิ ำกำร 6. นกั เรียนแตล่ ะกลุ่มน�ำเสนอโครงร่ำงรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรของกลุม่ ตนเอง 7. ครแู ละนกั เรยี นร่วมกันตรวจสอบและวพิ ำกษ์ควำมสมบูรณข์ องโครงรำ่ งรำยงำนเชิงวิชำกำร 8. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ นำ� ผลกำรตรวจสอบและวพิ ำกษข์ องครแู ละเพอ่ื นรว่ มชนั้ เรยี น ไปปรบั ปรงุ โครงรำ่ งรำยงำน เชงิ วิชำกำรของกลมุ่ ตนเอง 9. นักเรียนแตล่ ะคนนำ� แนวทำงกำรจดั ทำ� โครงรำ่ งรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรทถ่ี กู ต้อง ไปจดั ท�ำโครงรำ่ งรำยงำน เชิงวชิ ำกำรของตนเอง สื่อ/แหล่งเรียนรู้ 1. ตัวอย่ำงกำรเขียนโครงร่ำงรำยงำนเชงิ วิชำกำร

วชิ า การสื่อสารและการน�าเสนอ (IS2) ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 - 3 หน่วยท่ ี 2 เรยี งรอ้ ยถอ้ ยคา� เวลา 18 ชั่วโมง ชือ่ หน่วยการเรียนร้เู รยี งรอ้ ยถ้อยคำ� รายวชิ าเพิม่ เติม กำรส่อื สำรและกำรนำ� เสนอ (Communication and Presentation) เปา้ หมายการเรียนรู้ (ผลการเรยี นรู้) 2. เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำค้นควำ้ เชงิ วชิ ำกำรภำษำไทย ควำมยำว 2,500 ค�ำ ความเข้าใจที่คงทน (สาระสา� คัญ/ความคิดรวบยอด) กำรเขยี นรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรจำกกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ รวบรวมขอ้ มลู จำกแหลง่ ตำ่ ง ๆ แลว้ นำ� มำรวบรวมวเิ ครำะห์ อยำ่ งเปน็ ระบบ เรยี บเรยี งขน้ึ ใหม ่ ตำมโครงรำ่ งทวี่ ำงไว ้ และสรำ้ งองคค์ วำมรดู้ ว้ ยกำรเขยี นเปน็ รำยงำนเชงิ วชิ ำกำร โดยมีหลักฐำนและเอกสำรอ้ำงอิงประกอบ ค�าถามส�าคัญ - จะเขียนรำยงำนเชิงวชิ ำกำรใหถ้ กู ต้องได้อยำ่ งไร ผเู้ รยี นรู้อะไร (สาระการเรียนร)ู้ ผู้เรียนท�าอะไรได ้ (ทกั ษะ/ทกั ษะกระบวนการ) กำรเขียนรำยงำนเชิงวิชำกำร โดยมีองค์ประกอบ - ทักษะกำรเขียนรำยงำนเชิงวิชำกำร 3 ส่วน - ทักษะกำรวิพำกษง์ ำนเขียน 1) องคป์ ระกอบส่วนหนำ้ - ปกนอก, ปกใน - บทคดั ย่อ, กิตติกรรมประกำศ - สำรบัญ, สำรบัญตำรำง, สำรบัญภำพ 2) องค์ประกอบส่วนเนอ้ื เร่ือง - ควำมนำ� , วัตถปุ ระสงค์, สมมติฐำน - เนอ้ื เรอื่ ง - บทสรปุ หรอื สรปุ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน122 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล 3) องค์ประกอบสว่ นท้ำย ฉ ับบแ ้กไข 2565 - บรรณำนกุ รม/เอกสำรอ้ำงองิ - ภำคผนวก คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเ่ รียนร้ ู 3. มุ่งมั่นในกำรทำ� งำน การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล ภาระงานรวบยอด/ชนิ้ งาน - รำยงำนเชิงวิชำกำรฉบับสมบูรณ์

เกณฑ์การประเมนิ ภาระงาน/ชน้ิ งาน (ระบปุ ระเด็นประเมิน) แนวทางการจัดการเรียนการสอน123 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเดน็ การประเมิน ดีเย่ียม (4) ระดับคะแนน ปรบั ปรงุ (1) ด ี (3) พอใช ้ (2) เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำ เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำ เขยี นรำยงำนกำรศึกษำ เขยี นรำยงำนกำรศึกษำ เขยี นรำยงำนกำรศึกษำ ค้นควำ้ เชงิ วชิ ำกำร คน้ ควำ้ ทำงวิชำกำรเป็น คน้ ควำ้ ทำงวิชำกำรเปน็ ค้นคว้ำทำงวิชำกำรเปน็ คน้ คว้ำไดโ้ ดยอำ้ งอิง ภำษำไทยควำมยำว ภำษำไทยมีควำมยำว ภำษำไทย มีควำมยำว ภำษำไทยมีควำมยำว แหลง่ เรยี นรู้ 2,500 คำ� ประมำณ 2,500 ค�ำ ประมำณ 2,500 คำ� ประมำณ 2,500 ค�ำ เนื้อหำสำระถูกต้อง เน้อื หำสำระถูกต้อง เนอ้ื หำสำระถกู ตอ้ ง สมบรู ณ ์ เขำ้ ใจงำ่ ย สมบรู ณ์ โดยอำ้ งองิ โดยอำ้ งองิ แหลง่ ควำมรู้ โดยอ้ำงอิงแหลง่ ควำมรู้ แหล่งควำมรูท้ เี่ ชอื่ ถอื ได้ ทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้ ทีน่ ำ่ เชอื่ ถอื ไดอ้ ย่ำง หลำกหลำย ร่องรอยการเรียนรอู้ ื่น ๆ - แบบประเมินองค์ประกอบ และควำมสมบูรณร์ ำยงำนเชงิ วชิ ำกำร การวางแผนการเรียนรู้ กิจกรรมการเรยี นรู้ 1. นักเรยี นแต่ละกล่มุ รว่ มกันเขียนรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร ตำมประเด็นกำรศึกษำค้นคว้ำของกลมุ่ ตนเอง ทีละองค์ประกอบ 2. นักเรยี นแตล่ ะกล่มุ ร่วมกันวเิ ครำะหค์ วำมสัมพนั ธ์เชิงเหตุผลขององคป์ ระกอบรำยงำนเชงิ วชิ ำกำร ทก่ี ล่มุ ตนเองเขียนขน้ึ 3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วพิ ำกษร์ ำยงำนเชิงวิชำกำรของกลุ่มตนเองวำ่ มคี วำมถูกตอ้ งสมบูรณ์ และมคี วำมสัมพันธ์เชงิ เหตผุ ลของแต่ละองคป์ ระกอบหรอื ไม่ 4. ปรบั ปรุงแก้ไขรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรตำมคำ� วพิ ำกษ์ 5. เขยี นรำยงำนเชงิ วิชำกำรฉบบั สมบูรณ์ สอ่ื /แหล่งเรียนรู้ 1. ตัวอยำ่ งรำยงำนเชงิ วชิ ำกำรฉบับสมบูรณ์ 2. โครงรำ่ งรำยงำนเชิงวชิ ำกำร 3. โครงร่ำงกำรศกึ ษำค้นควำ้

วิชา การสอื่ สารและการน�าเสนอ (IS2) ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3 หน่วยท ่ี 3 เล่าสู่กันฟงั เวลา 10 ชั่วโมง ชื่อหน่วยการเรียนร ู้ เลำ่ ส่กู ันฟัง รายวิชาเพิ่มเติม กำรส่อื สำรและกำรน�ำเสนอ (Communication and Presentation) เปา้ หมายการเรยี นรู้ (ผลการเรยี นร)ู้ 3. น�ำเสนอข้อคน้ พบ ขอ้ สรปุ จำกประเด็นทีเ่ ลือกในรูปแบบเด่ียว (Oral Individual Presentation) หรือกลุม่ (Oral Panel Presentation) โดยใช้สื่อ อุปกรณใ์ นกำรนำ� เสนอไดอ้ ย่ำงเหมำะสม ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) คา� ถามสา� คญั กำรน�ำเสนอผลกำรศึกษำค้นควำ้ ขอ้ คน้ พบ - กำรนำ� เสนอทเี่ หมำะสมกบั งำนศกึ ษำคน้ ควำ้ โดยกำรเลอื กรูปแบบ ส่ือ และอุปกรณท์ เี่ หมำะสม ของกลุม่ ตนเองเปน็ แบบใด ชว่ ยใหก้ ำรนำ� เสนอประสบควำมสำ� เรจ็ เกดิ ควำมเขำ้ ใจ - สื่อและอุปกรณก์ ำรน�ำเสนอชนดิ ใดทจ่ี ะทำ� ให้ผ้ฟู ัง เห็นคณุ คำ่ และน�ำไปใช้ประโยชน์ได้ เขำ้ ใจผลกำรศึกษำของกลุม่ ตนเองได้ดีที่สดุ - จะสอ่ื สำรให้ผฟู้ ังเห็นประโยชน์และคณุ คำ่ ของงำนศึกษำคน้ คว้ำของกล่มุ ตนเองไดอ้ ย่ำงไร ผเู้ รยี นรอู้ ะไร (สาระการเรยี นรู้) ผเู้ รียนทา� อะไรได้ (ทักษะ/ทักษะกระบวนการ) - วิธวี เิ ครำะห์ผฟู้ งั /ผูอ้ ่ำน - วิเครำะหผ์ ้ฟู ัง/ผู้อำ่ น - ประเภทของกำรนำ� เสนอแบบปำกเปลำ่ - ท�ำงำนร่วมกบั ผูอ้ น่ื ตำมกระบวนกำรกลุ่ม - วิธีกำรจดั ท�ำสอ่ื ประกอบกำรนำ� เสนอ - จดั ท�ำสื่อ/สอ่ื เทคโนโลยปี ระกอบกำรน�ำเสนอ - ขั้นตอนและเทคนคิ กำรน�ำเสนอแบบปำกเปลำ่ - นำ� เสนอผลงำนทำงวิชำกำรแบบปำกเปล่ำ คุณลกั ษณะท่พี ึงประสงค์ 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มุ่งมนั่ ในกำรท�ำงำน 4. ซอ่ื สัตย์สุจริต แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน124 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล ฉ ับบแ ้กไข 2565 ภาระงานรวบยอด/ชิ้นงาน 1. กำรน�ำเสนอผลงำนศึกษำค้นควำ้ เกณฑ์การประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบุประเดน็ ประเมนิ ) - สอ่ื และอปุ กรณ์ในกำรน�ำเสนอ - กำรใช้นำ้� เสียง ภำษำ เทคนิควิธีกำรน�ำเสนอ - ควำมสมบูรณข์ องเน้อื หำในกำรน�ำเสนอ - กำรสอดแทรกประโยชนแ์ ละคณุ คำ่ ของงำนกำรศึกษำคน้ ควำ้

ประเดน็ การประเมนิ ดีเยีย่ ม (4) ระดับคะแนน ปรบั ปรุง (1) แนวทางการจัดการเรียนการสอน125 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ดี (3) พอใช้ (2) ฉ ับบแก้ไข 2565 นำ� เสนอผลกำรศึกษำ น�ำเสนอข้อคน้ พบ น�ำเสนอผลกำรศึกษำ น�ำเสนอผลกำรศึกษำ นำ� เสนอผลกำรศกึ ษำ ค้นควำ้ ในรูปเดยี่ ว ขอ้ สรปุ จำกประเด็น คน้ คว้ำในรปู เดยี่ ว คน้ คว้ำในรูปเดยี่ ว คน้ คว้ำในรปู เด่ียว หรอื กลุ่ม แต่ไมม่ ีกำร ทเี่ ลอื กในรปู แบบเดยี่ ว หรอื กลุ่มโดยใช้ หรือกลุ่มโดยใช้ส่ือ หรอื กล่มุ โดยใช้สือ่ ได้ ใช้ส่อื (Oral individual สื่อประสมไดน้ ำ่ สนใจ ได้อยำ่ งเหมำะสม มีกำรน�ำเสนอเปน็ presentation) โดยใช้ ชวนตดิ ตำมอย่ำง ข้ันตอน มีกำรจัดท�ำ มกี ำรน�ำเสนอเป็น ส่อื ทเี่ หมำะสม เหมำะสม ข้อมูลและแปล ข้นั ตอน มีกำรจดั ท�ำ ควำมหมำยถกู ต้อง ข้อมลู และแปล มที ักษะในกำรส่อื สำร มกี ำรน�ำเสนอเป็น มกี ำรน�ำเสนอเปน็ ควำมหมำยถกู ต้อง ขั้นตอน มีกำรจัดท�ำ ขนั้ ตอน มีกำรจดั ท�ำ เปน็ ส่วนใหญ่ ข้อมูลและแปล ขอ้ มลู และแปล ควำมหมำยถกู ต้อง ควำมหมำยถกู ต้อง สมบรู ณ ์ มคี วำมละเอยี ด สมบรู ณ ์ มีควำม ชดั เจน เป็นตวั อย่ำง ละเอียดชดั เจน แก่ผ้อู ื่นได้ รอ่ งรอยการเรยี นร้อู นื่ ๆ - แผนกำรนำ� เสนอและร่ำงกำรน�ำเสนอผลงำน การวางแผนการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. ครนู ำ� เสนอวดี ทิ ัศน์ตวั อยำ่ งกำรน�ำเสนอผลงำนแบบปำกเปลำ่ ท้งั แบบ Oral individual presentation และ Oral panel presentation 2. นักเรยี นศกึ ษำรูปแบบ ข้ันตอน วิธกี ำรน�ำเสนอผลงำนแบบตำ่ ง ๆ 3. นักเรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั วำงแผนกำรนำ� เสนองำนกำรศกึ ษำของกลมุ่ ตนเอง 4. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันจดั ท�ำสื่อและอุปกรณป์ ระกอบกำรน�ำเสนอ 5. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ นำ� เสนองำนกำรศึกษำของกลมุ่ ตนเอง 6. นกั เรียนทกุ คนร่วมกันสรปุ ประโยชนแ์ ละคณุ ค่ำของงำนกำรศึกษำคน้ คว้ำแตล่ ะหวั ข้อ สอ่ื /แหลง่ เรยี นรู้ 1. วดี ทิ ศั นต์ วั อยำ่ งกำรน�ำเสนอผลงำนแบบปำกเปล่ำ 2. ตวั อย่ำงสื่อและอปุ กรณ์ประกอบกำรน�ำเสนอ

วิชา การส่อื สารและการนา� เสนอ (IS2) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท ี่ 1 - 3 หน่วยท่ ี 4 คณุ คา่ ของงาน เวลา 6 ชั่วโมง ชอื่ หน่วยการเรียนรู้คณุ คำ่ ของงำน รายวิชาเพิม่ เติม กำรสื่อสำรและกำรนำ� เสนอ (Communication and Presentation) เป้าหมายการเรียนร ู้ (ผลการเรียนรู้) 4. เผยแพรผ่ ลงำนสสู่ ำธำรณะ 5. เห็นประโยชน์และคุณค่ำในกำรสร้ำงสรรค์งำนและถ่ำยทอดสงิ่ ท่ีเรยี นร้แู กส่ ำธำรณะ ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) กำรถ่ำยโอนควำมรู้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำ และข้อค้นพบ โดยกำรเผยแพร่ผลงำน ด้วยวิธีกำรท่ีหลำกหลำย และแตกตำ่ งกนั ไป แตม่ คี วำมสมั พนั ธก์ นั ในแตล่ ะเรอื่ งโดยมจี ดุ มงุ่ หมำยทชี่ ดั เจน ดว้ ยกำรวำงแผนและออกแบบ ท่ีเร้ำควำมสนใจใหผ้ ชู้ มมีสว่ นรว่ มให้มำกท่ีสดุ เพื่อใหเ้ กิดประโยชนส์ ูงสุดทง้ั ผ้ใู ห้และผรู้ ับ ค�าถามส�าคัญ - จะมวี ิธีกำรนำ� เสนอผลงำนเพอื่ ให้เกดิ ประโยชนแ์ ละคุณคำ่ ต่อคนอืน่ อยำ่ งไร ผู้เรยี นรู้อะไร (สาระการเรยี นร)ู้ ผ้เู รียนท�าอะไรได ้ (ทกั ษะ/ทักษะกระบวนการ) - กำรเผยแพร่ผลงำน - กำรคิดสร้ำงสรรค์ - กำรแกป้ ญั หำ คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ 1. ใฝ่เรยี นร้ ู 2. มงุ่ มนั่ ในกำรท�ำงำน การออกแบบการวัดผลประเมนิ ผล แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน126 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ภาระงานรวบยอด/ชิ้นงาน ฉ ับบแ ้กไข 2565 - เผยแพรผ่ ลงำน

การประเมนิ ภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบุประเด็นประเมนิ ) แนวทางการจัดการเรียนการสอน127 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเด็นการประเมิน ดีเย่ยี ม (4) ระดับคะแนน ปรับปรงุ (1) ดี (3) พอใช ้ (2) เผยแพร่ผลงำน เผยแพร่ผลงำนสู่ เผยแพรผ่ ลงำนสู่ เผยแพร่ผลงำนสู่ ไมม่ กี ำรเผยแพร่ หลำกหลำยวธิ กี ำร สำธำรณะผ่ำนสือ่ สำธำรณะผ่ำนสือ่ สำธำรณะผำ่ นสอ่ื ผลงำนสู่สำธำรณะ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ อิเล็กทรอนกิ ส์ อเิ ล็กทรอนกิ ส์ มำกกวำ่ 2 ชอ่ งทอง 2 ช่องทอง 1 ชอ่ งทำง เห็นประโยชนแ์ ละ ระบ/ุ อธิบำยประโยชน์ ระบ/ุ อธบิ ำยประโยชน์ ระบ/ุ อธิบำยประโยชน์ ระบ/ุ อธบิ ำยประโยชน์ คณุ ค่ำในกำรสรำ้ งสรรค์ และคณุ ค่ำในกำร และคณุ คำ่ ในกำร และคณุ คำ่ ในกำร และคุณค่ำในกำร งำนและถำ่ ยทอดส่ิงที่ สร้ำงสรรค์งำนและ สร้ำงสรรคง์ ำนและ สร้ำงสรรค์งำนและ สร้ำงสรรคง์ ำนและ เรยี นรู้ ถำ่ ยทอดส่ิงที่เรยี นรู้ ถำ่ ยทอดส่งิ ที่เรยี นรู้ ถำ่ ยทอดสิ่งที่เรยี นรู้ ถ่ำยทอดสิ่งท่ีเรียนรู้ ได้อยำ่ งชัดเจนเปน็ ได้ชดั เจน ได้โดยอำศัยค�ำชีแ้ นะ ตำมคำ� ช้แี นะของครู ตวั อยำ่ งแกผ่ ู้อ่ืนได้ ของคร ู หรือผ้อู นื่ ร่องรอยการเรยี นรูอ้ น่ื ๆ - รปู แบบกำรน�ำเสนอผลงำน การวางแผนการเรียนรู้ กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูสอบถำมนักเรียนแตล่ ะคน/กลมุ่ มวี ธิ กี ำรเผยแพรผ่ ลงำนอยำ่ งไร 2. ครใู ห้นกั เรยี นแต่ละคน/กลุ่มดูตวั อย่ำงรปู แบบกำรเผยแพร่ผลงำน เช่น แผน่ พับ จดั บอร์ด เวบ็ ไซต ์ ฯลฯ 3. นกั เรยี นแตล่ ะคน/กลมุ่ ชว่ ยกำรศกึ ษำรปู แบบ ขนั้ ตอน และวธิ กี ำรนำ� เสนอผลงำนแบบปำกเปลำ่ และอภปิ รำย แสดงควำมคิดเหน็ ออกแบบ หำแนวทำง วิธีกำรเผยแพร่ผลงำน 4. ครใู หน้ ักเรียนแต่ละคน/กลมุ่ ร่วมแสดงควำมคิดเหน็ ถึงประโยชนแ์ ละคุณคำ่ ของกำรสรำ้ งสรรค์ผลงำน และถ่ำยทอดส่งิ ทเ่ี รยี นรู้ออกสู่สำธำรณะชน 5. นกั เรยี นแต่ละคน/กลุ่มเผยแพรผ่ ลงำนของตนภำยในโรงเรยี น สอ่ื /แหล่งเรยี นรู้ 1. Power Point เรอ่ื งกำรน�ำเสนอผลงำนสำขำต่ำง ๆ 2. ตวั อย่ำงรูปแบบกำรจดั นทิ รรศกำร 3. เวบ็ ไซตต์ ่ำง ๆ

128 แนวทางการจดั การเรียนการสอน ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั แก้ไข 2565 คค ตัวอยา่ งหนว่ ยการเรยี นรู้ ระดบั มธั ยมศึกษำตอนปลำย

การจดั การเรยี นรสู้ ู่มาตรฐานสากล แนวทางการจัดการเรียนการสอน129 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล สาระการศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ฉ ับบแก้ไข 2565 ระดับมัธยมศกึ ษาตอนปลาย ค�าอธิบายรายวชิ า วชิ ำกำรศกึ ษำค้นคว้ำและสรำ้ งองค์ควำมร้ ู (IS1) ช้นั มธั ยมศึกษำปีท ่ี 4 - 6 รหัสวชิ ำ I30201 จ�ำนวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลำ 40 ชัว่ โมง/ภำคเรยี น ศึกษำ วิเครำะห์ ฝึกทักษะกำรต้ังประเด็นค�ำถำม/ต้ังค�ำถำมเก่ียวกับสถำนกำรณ์ปัจจุบันและสังคมโลก ต้ังสมมติฐำนและให้เหตุผลท่ีสนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นควำมรู้ โดยใช้ควำมรู้จำกศำสตร์ สำขำต่ำง ๆ และ มีทฤษฎีรองรับ ออกแบบ วำงแผน รวบรวมข้อมูล ค้นคว้ำแสวงหำควำมรู้เก่ียวกับสมมติฐำนที่ต้ังไว้ท้ังปฐมภูมิ แ ล ะ ทุ ติ ย ภู มิ แ ล ะ ส ำ ร ส น เ ท ศ อ ย ่ ำ ง มี ป ร ะ สิ ท ธิ ภ ำ พ แ ล ะ พิ จ ำ ร ณ ำ ค ว ำ ม น ่ ำ เ ชื่ อ ถื อ ข อ ง แ ห ล ่ ง เ รี ย น รู ้ อ ย ่ ำ ง มี วิจำรณญำณ เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ วิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีกำรที่เหมำะสม สังเครำะห์สรุป องค์ควำมรู้และร่วมกันน�ำ มีกระบวนกำรกลุ่มในกำรวิพำกษ์แลกเปล่ียนควำมคิดเห็น โดยใช้ควำมรู้จำกสำขำวิชำ ต่ำง ๆ เสนอแนวคิด วิธีกำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบด้วยกระบวนกำรคิด กระบวนกำรแก้ปัญหำ กระบวนกำร ปฏิบัติ เพื่อให้เกิดทักษะในกำรค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้ สังเครำะห์สรุป อภิปรำยผลเปรียบเทียบเชื่อมโยงควำมร ู้ ควำมเป็นมำของศำสตร์เข้ำใจหลักกำรและวิธีคิดในสิ่งที่ศึกษำ เห็นประโยชน์และคุณค่ำของกำรศึกษำค้นคว้ำ ด้วยตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. ตง้ั ประเดน็ ปญั หำจำกสถำนกำรณ์ปัจจุบันและสังคมโลก 2. ต้ังสมมติฐำนและให้เหตุผลท่ีสนับสนุนหรือประเด็นโต้แย้งประเด็นควำมรู้ โดยใช้ควำมรู้จำกศำสตร ์ สำขำวิชำตำ่ ง ๆ และมที ฤษฎรี องรบั 3. ออกแบบ วำงแผน ใชก้ ระบวนกำรรวบรวมขอ้ มลู อย่ำงมีประสิทธิภำพ 4. ศึกษำ คน้ ควำ้ แสวงหำควำมรู้เก่ยี วกับประเด็นท่เี ลือกจำกแหล่งเรยี นรทู้ ่มี ปี ระสิทธภิ ำพ 5. ตรวจสอบควำมนำ่ เชอ่ื ถือของแหลง่ ทม่ี ำของข้อมลู ได้ 6. วเิ ครำะห์ข้อคน้ พบดว้ ยสถิตแิ ละวิธกี ำรที่เหมำะสม 7. สงั เครำะห ์ สรปุ องค์ควำมรู้ โดยใช้กระบวนกำรกลุ่ม 8. เสนอแนวคดิ กำรแก้ปญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบดว้ ยองค์ควำมร้จู ำกกำรคน้ พบ

โครงสร้างรายวชิ า วิชาการศกึ ษาคน้ ควา้ และสร้างองคค์ วามร ู้ (IS1) ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ 4 - 6 รหสั วชิ า I30201 จา� นวน 1.0 หน่วยกติ เวลา 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน ท่ี ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสา� คญั เวลา น�าหนัก การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน 1 กำรตงั้ ประเด็นคำ� ถำม 1. ตัง้ ประเดน็ ปัญหำจำก กำรใช้ประเด็นจำกสถำนกำรณ์ 12 30 สถำนกำรณป์ จั จุบันและ ปัจจุบันและสังคมโลก ตั้งค�ำถำม สงั คมโลก ตั้งสมมติฐำนและออกแบบ 40 2. ตั้งสมมติฐำนและให้เหตุผล วำงแผนอย่ำงเป็นระบบ 30 ทส่ี นบั สนนุ หรอื ประเดน็ โตแ้ ยง้ 100 ประเด็นควำมร ู้ โดยใชค้ วำมรู้ จำกศำสตร์ สำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ และมีทฤษฎรี องรับ 3. ออกแบบ วำงแผน ใช้ กระบวนกำรรวบรวมขอ้ มลู อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ 2 กำรสบื คน้ และแสวงหำ 4. ศกึ ษำ ค้นคว้ำ แสวงหำควำมรู้ กระบวนกำรสบื คน้ รวบรวมขอ้ มลู 16 ควำมรู้ เก่ียวกับประเดน็ ที่เลอื กจำก หลำกหลำยวธิ แี ละแสวงหำควำมรู้ แหล่งเรียนรู้ทม่ี ปี ระสิทธิภำพ จำกแหลง่ กำรเรยี นรทู้ หี่ ลำกหลำย 5. ตรวจสอบควำมนำ่ เชื่อถอื ของ แหล่งที่มำของข้อมูลได้ 6. วิเครำะหข์ ้อค้นพบดว้ ยสถติ ิ และวิธกี ำรทีเ่ หมำะสม 3 กำรสรปุ องคค์ วำมรู้ 7. สงั เครำะหส์ รปุ องคค์ วำมรู ้ กำรสงั เครำะหข์ อ้ มูลและสรุป 12 และเห็นคุณค่ำ โดยใชก้ ระบวนกำรกลุม่ องคค์ วำมรู้จำกกำรศกึ ษำคน้ คว้ำ 8. เสนอแนวคิด กำรแก้ปัญหำ และน�ำเสนอแนวคดิ ในกำร อย่ำงเปน็ ระบบด้วย แก้ปญั หำอยำ่ งเป็นระบบ องคค์ วำมรูจ้ ำกกำรค้นพบ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน130 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565 รวม 40

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ ี 1 แนวทางการจัดการเรียนการสอน131 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ชอื่ หน่วยการเรียนรู้การตัง้ ประเดน็ คา� ถาม เวลา 12 ช่วั โมง ฉ ับบแก้ไข 2565 วิชาการศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความร ู้ (IS1) ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 รหสั วชิ า I30201 จา� นวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชั่วโมง/ภาคเรยี น ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้การต้งั ประเด็นคา� ถาม เป้าหมายการเรยี นรู้ (ผลการเรียนรู้) 1. ต้งั ประเดน็ ปัญหำจำกสถำนกำรณป์ จั จุบันและสังคมโลก 2. ตั้งสมมตฐิ ำนและใหเ้ หตผุ ลท่สี นบั สนุนหรือโตแ้ ย้งประเดน็ ควำมรูโ้ ดยใชค้ วำมรู้จำกสำขำวิชำต่ำง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ 3. ออกแบบ วำงแผน ใช้กระบวนกำรรวบรวมข้อมลู อย่ำงมีประสิทธิภำพ ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) คา� ถามส�าคญั 1. ประเด็นคำ� ถำมเกย่ี วกบั สถำนกำรณ์ปัจจบุ ัน 1. จะตงั้ ประเด็นคำ� ถำมเก่ียวกบั สถำนกำรณ์ปจั จบุ ัน และสังคมโลก และสังคมโลกไดอ้ ยำ่ งไร 2. สมมติฐำนและใหเ้ หตผุ ลโดยใชค้ วำมรจู้ ำกศำสตร์ 2. จะตัง้ สมมติฐำนและให้เหตุผลโดยใช้ควำมรู้ สำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ จำกศำสตรส์ ำขำวิชำตำ่ ง ๆ ได้อย่ำงไร 3. กำรออกแบบ วำงแผนและกำรเก็บรวบรวมข้อมลู 3. จะออกแบบวำงแผนและด�ำเนนิ กำรกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ได้อย่ำงไร ผ้เู รียนรู้อะไร (สาระการเรยี นรู้) ผ้เู รยี นท�าอะไรได ้ (ทกั ษะ/กระบวนการ) 1. กำรตั้งประเด็นคำ� ถำมเก่ยี วกบั สถำนกำรณ์ 1. ตงั้ ประเดน็ ค�ำถำมทเ่ี ก่ียวกบั สถำนกำรณ์และ และสังคมโลก สังคมโลกและตง้ั สมมติฐำน 2. กำรตง้ั สมมติฐำน 2. ท�ำงำนรว่ มกบั ผ้อู ื่นตำมกระบวนกำรกลุม่ 3. กำรออกแบบ วำงแผนและกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู 3. ตรวจสอบกำรตง้ั ประเดน็ คำ� ถำมและ กำรต้งั สมมตฐิ ำน 4. วพิ ำกษก์ ำรตัง้ ประเด็นค�ำถำม กำรต้ังสมมติฐำน กำรออกแบบ วำงแผน และกระบวนกำรรวบรวม ข้อมลู ของผู้อ่ืน 6. ด�ำเนินกำรออกแบบ วำงแผนและเก็บรวบรวม ขอ้ มูล 7. ตรวจสอบประเด็นและข้อมูล น�ำมำปรับปรุง ประเดน็ ค�ำถำมและกำรเก็บรวบรวมข้อมลู คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ 1. ใฝเ่ รยี นร ู้ 2. มงุ่ มัน่ ในกำรท�ำงำน

การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล ภาระงานรวบยอด/ชิน้ งาน 1. กำรตัง้ ประเด็นคำ� ถำมและต้งั สมมตฐิ ำน 2. กำรออกแบบ วำงแผนและกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู รำยบุคคลหรือกลุม่ 3. กำรจัดทำ� แผนกำรศกึ ษำคน้ คว้ำด้วยตนเอง เกณฑก์ ารประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบปุ ระเด็นประเมิน) ประเดน็ การประเมิน ดเี ยย่ี ม (4) ระดบั คะแนน ปรบั ปรุง (1) ด ี (3) พอใช้ (2) กำรตัง้ ประเดน็ /คำ� ถำม - ต้ังประเด็น/คำ� ถำม - ตงั้ ประเด็น/ค�ำถำม - ตั้งประเด็น/ค�ำถำม - ใชป้ ระเดน็ ท่ีครูคอย ในเรอ่ื งที่ตนเองสนใจ ในเรื่องท่ีตนเองสนใจ ในเร่อื งทตี่ นเองสนใจ ชแี้ นะมำกำ� หนดคำ� ถำม ดว้ ยตนเอง โดยมีครคู อยชแ้ี นะ โดยมคี รคู อยช้แี นะ และวิธีกำรแสวงหำ - ขอบข่ำย ค�ำถำม - ขอบขำ่ ย คำ� ถำม - ขอบขำ่ ย คำ� ถำม ค�ำตอบ ประเดน็ ปัญหำมีควำม ประเด็นปญั หำมีควำม ประเดน็ ปญั หำคอ่ นขำ้ ง ชัดเจน หรอื มีตวั แปร ชดั เจน หรอื มีตวั แปร ชัดเจน หรอื มีตัวแปร ท่ีเกีย่ วข้องกบั ตนเอง ท่ีเกี่ยวข้องกบั ตนเอง ทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั ตนเอง เช่อื มโยงกับ เชอ่ื มโยงกับ เชอ่ื มโยงกับ สถำนกำรณป์ จั จบุ ัน สถำนกำรณ์ปัจจุบัน สถำนกำรณป์ จั จุบัน และสงั คมโลก และสงั คมโลก และสงั คมโลก - คำ� ถำม ประเดน็ ปัญหำ - ค�ำถำม ประเดน็ ปญั หำ - ค�ำถำม ประเด็นปัญหำ มีควำมแปลกใหมแ่ ละ มีควำมแปลกใหม่และ คลำ้ ยกับเพื่อน ๆ สรำ้ งสรรค ์ มีควำม สร้ำงสรรค ์ มคี วำม แต่มีควำมเปน็ ไปได้ เป็นไปไดใ้ นกำร เป็นไปได้ในกำร ในกำรแสวงหำคำ� ตอบ แสวงหำคำ� ตอบ แสวงหำค�ำตอบ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน132 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ประเด็นการประเมิน ดเี ยีย่ ม (4) ระดบั คะแนน ปรับปรุง (1) แนวทางการจัดการเรียนการสอน133 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ด ี (3) พอใช ้ (2) ฉ ับบแก้ไข 2565 กำรตัง้ สมมตฐิ ำน สมมตฐิ ำนมคี วำมสอดคลอ้ ง สมมตฐิ ำนมคี วำมสอดคลอ้ ง สมมตฐิ ำนสอดคลอ้ ง สมมติฐำนไมส่ อดคลอ้ ง กับประเดน็ หรอื ปัญหำ กบั ประเดน็ หรอื ปญั หำ กับปัญหำแตไ่ ม่แสดง กบั ปญั หำ มีควำมเป็นไป แสดงควำมสมั พันธ์หรือ แสดงควำมสมั พันธ์หรือ ควำมสัมพันธ์หรอื ควำม ได้น้อยในกำรตรวจสอบ ควำมเปน็ เหตผุ ลอย่ำง ควำมเปน็ เหตุผลแตย่ ัง เปน็ เหตเุ ป็นผล มคี วำม ชดั เจน ถูกตอ้ งมคี วำมเป็น ไมช่ ดั เจน มบี ำงส่วนท่ี เป็นไปไดน้ ้อยในกำร ไปได้ในกำรตรวจสอบ ไม่ถูกต้อง แตม่ คี วำมเป็น ตรวจสอบ ไปได้ในกำรตรวจสอบ แผนกำรศึกษำค้นควำ้ วำงแผนกำรปฏบิ ตั งิ ำน วำงแผนกำรปฏบิ ตั ิงำน มีแผนปฏบิ ตั งิ ำนที่มลี ำ� ดบั แผนปฏบิ ัตงิ ำนไมเ่ ป็นไป อยำ่ งมีลำ� ดบั ขน้ั ตอน อยำ่ งมลี �ำดับขนั้ ตอน ขั้นตอนเปน็ ระบบ แต่ไม่มี ตำมล�ำดบั ขน้ั ตอนและ เปน็ ระบบและสอดคลอ้ งกบั เปน็ ระบบและมี กระบวนกำรท่ีนำ� ไปสู่ ไมส่ ำมำรถน�ำไปปฏบิ ตั ไิ ด้ แผนปฏบิ ตั งิ ำนของโรงเรยี น กระบวนกำรทน่ี �ำไปสู่ เป้ำหมำยท่ีชัดเจน อยำ่ งเหมำะสม มีกระบวนกำรท่นี ำ� ไปสู่ เป้ำหมำยไดแ้ ตต่ ัง้ ปรับให้ เปำ้ หมำยได้ชดั เจน บูรณำกำรกบั แผนงำน ของโรงเรียนดว้ ย รอ่ งรอยการเรียนรู้อ่นื ๆ 1. แบบบนั ทกึ กำรตั้งประเดน็ ค�ำถำม/กำรต้ังสมมติฐำน 2. แผนกำรศกึ ษำค้นควำ้ ด้วยตนเอง 3. แบบบันทกึ กำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู 4. แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรมกำรท�ำงำนกลุ่ม

แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน134 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล การวางแผนการเรยี นรู้ ฉ ับบแ ้กไข 2565 กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. ครูน�ำเสนอตวั อยำ่ งกำรศกึ ษำค้นควำ้ จำกประเดน็ ท่ีเก่ยี วข้องกับเหตุกำรณ ์ สถำนกำรณ์ปัจจบุ ันและ สังคมโลกโดยใชส้ อ่ื วีดิทัศน์ รำยกำรสำรคดี ส่ิงพิมพ์ รำยกำรโทรทัศน ์ กรณีศึกษำ ตวั อย่ำงผลงำนกำรศึกษำ คน้ ว้ำดว้ ยตนเองของรนุ่ พีใ่ นปกี ำรศึกษำทผี่ ำ่ นมำหรือเร่ืองทน่ี ักเรยี นสนใจ เป็นตน้ 2. นักเรียนศกึ ษำจำกส่ือทคี่ รูใช้ในกำรเรียนกำรสอน โดยรว่ มกนั วเิ ครำะหป์ ระเดน็ ค�ำถำม ควำมเชื่อมโยง กับชวี ิตและควำมสนใจของนักเรยี น ประเด็นควำมรทู้ ่ีมคี วำมเช่ือมโยงในศำสตร์สำขำวชิ ำทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง กบั สถำนกำรณป์ จั จุบันและสังคมโลกทมี่ ีควำมทำ้ ทำย 3. นกั เรยี นเขียนหรือบันทกึ ควำมเชอื่ มโยงของข้อมลู ประเด็นและควำมร้ทู ่ีไดจ้ ำกกำรวเิ ครำะหร์ ่วมกัน รวมทัง้ ตงั้ สมมตฐิ ำนและขอ้ สันนษิ ฐำนของประเด็นที่นกั เรียนได้ศึกษำจำกส่ือ 4. ครตู ง้ั ค�ำถำมและกระต้นุ ใหน้ กั เรียน แสดงควำมคดิ ทห่ี ลำกหลำย โดยเช่ือมโยงกับควำมรขู้ องศำสตร ์ สำขำวิชำต่ำง ๆ ใชว้ ธิ ีกำรสนบั สนนุ หรอื โตแ้ ยง้ คดั คำ้ นและให้เหตุผลตำมควำมร้ขู องศำสตรท์ ีม่ ี 5. ครูมอบหมำยภำระงำนให้นกั เรียนรำยบุคคลหรือนกั เรียนจัดกลุม่ ๆ ละ 2 คน กลุ่มละ 3 - 4 คน ตำมควำมสนใจและควำมเหมำะสม ก�ำหนดประเด็นทจ่ี ะศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง ตง้ั คำ� ถำมและสมมติฐำน ใหส้ อดคล้องกนั เพ่ือน�ำเสนอตอ่ ครผู สู้ อนและเพอื่ นในชั้นเรียน 6. นกั เรียนรำยบุคคลหรือกล่มุ นำ� เสนอประเด็นหรือเร่ืองทสี่ นใจศกึ ษำในช้นั เรียน เพื่อให้ครผู ้สู อนและ เพ่ือนนักเรยี นรว่ มอภิปรำย วิพำกษ์ เสนอแนะและเสนอขอ้ มูลท่ีเกยี่ วขอ้ งกบั ประเดน็ หรือเรื่องท่นี �ำเสนอ ใหน้ ักเรียนมขี ้อมูลสำ� หรับน�ำไปปรบั ปรงุ ประเด็นหรือเรอ่ื งท่จี ะศึกษำใหเ้ หมำะสมยิ่งขน้ึ 7. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลมุ่ เมอื่ ไดป้ ระเดน็ หรอื เรอื่ งทจี่ ะศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเองแลว้ รว่ มกนั ออกแบบ และวำงแผนกำรเก็บรวบรวมขอ้ มลู พรอ้ มทง้ั สรำ้ งเครื่องมอื ทใ่ี ชใ้ นกำรเกบ็ รวบรวมและแบบบนั ทึกขอ้ มูล ท่ีเกี่ยวข้อง 8. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรือรำยกลุ่มน�ำเสนอวิธีกำรเกบ็ รวมรวมข้อมูลและเครอ่ื งมือที่ใช้ในกำรรวบรวมขอ้ มลู ในชนั้ เรยี น โดยครูและนักเรียนร่วมอภปิ รำย วิพำกษ์และเสนอแนะเกี่ยวกบั วิธีกำรและเคร่อื งมอื ท่ใี ช้ในกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู 9. นักเรียนรำยบุคคลหรือรำยกลุ่มนำ� ข้อวิพำกษแ์ ละขอ้ เสนอแนะมำปรบั ปรงุ วิธีกำรและเครอื่ งมอื ทใ่ี ชใ้ นกำร เกบ็ รวบรวมข้อมลู ใหม้ คี วำมเหมำะสมและสำมำรถน�ำไปใชใ้ นกำรลงพ้ืนท่ีเกบ็ รวบรวมข้อมลู ได้อยำ่ งมี ประสิทธภิ ำพ 10. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลมุ่ วำงแผนกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มลู โดยจดั ทำ� แผนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง โดยใชแ้ บบเสนอแผนกำรศกึ ษำคน้ คว้ำที่ก�ำหนดให้ 11. นกั เรียนรำยบุคคลหรือรำยกลุม่ นำ� เสนอแผนกำรศึกษำคน้ คว้ำดว้ ยตนเอง โดยครูและนกั เรยี นร่วมอภิปรำย วพิ ำกษแ์ ละเสนอแนะเกย่ี วกับแผนกำรศึกษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง

กจิ กรรมการเรียนร ู้ (ตอ่ ) แนวทางการจัดการเรียนการสอน135 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล 12. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลมุ่ นำ� ขอ้ วพิ ำกษแ์ ละขอ้ เสนอแนะมำปรบั ปรงุ แผนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง ฉ ับบแก้ไข 2565 ให้มีควำมเหมำะสมและสำมำรถลงพ้นื ทเ่ี กบ็ รวบรวมขอ้ มูลได้ 13. ครรู วบรวมแผนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ด้วยตนเองของนกั เรียน เพ่อื จดั ท�ำตำรำงหรอื ปฏทิ ินกำรลงพน้ื ที่ เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู ของนกั เรยี นในภำพรวมระดบั ชนั้ เรยี นและใหค้ วำมชว่ ยเหลอื นกั เรยี นในกำรประสำนงำน กำ� กับ ติดตำมและเปน็ พี่เล้ยี งใหก้ ับนักเรียนกอ่ นกำรลงพืน้ ทแี่ ละกำรเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล 14. ครอู ำ� นวยควำมสะดวกใหก้ บั นักเรยี นรำยบคุ คลและรำยกลมุ่ ช่วยจดั ท�ำหนังสอื จำกโรงเรียน เพอ่ื ประสำนงำนกบั ผูท้ ีเ่ ก่ยี วขอ้ ง รวมท้งั กำรแจ้งและชีแ้ จงกบั ผูป้ กครองนักเรียน เป็นตน้ ส่อื /แหล่งเรียนรู้ 1. สอื่ วดี ทิ ศั น ์ รำยกำรสำรคด ี สง่ิ พมิ พ ์ รำยกำรโทรทศั น ์ กรณศี กึ ษำ ตวั อยำ่ งผลงำนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง ของรนุ่ พี่ในปีกำรศึกษำที่ผำ่ นมำ เปน็ ต้น 2. แหล่งค้นควำ้ อ้ำงอิง เช่น อินเทอรเ์ น็ต หนังสอื หรอื สง่ิ พิมพ ์ แหลง่ เรียนร้ใู นชมุ ชนุ บคุ คล เปน็ ตน้ 3. ตวั อย่ำงเครื่องมือท่ีใชใ้ นกำรเกบ็ รวบรวมข้อมลู 4. ตัวอย่ำงกำรเขยี นแผนผงั แสดงควำมเชือ่ มโยงของประเด็น ค�ำถำมและปญั หำของเรือ่ งท่นี �ำเสนอในส่ือ จำกกำรศกึ ษำจำกตวั อยำ่ ง 5. ตวั อย่ำงหนังสือรำชกำรทใี่ ชใ้ นกำรประสำนงำนลงพ้นื ที่และเก็บรวบรวมข้อมูล

หน่วยการเรยี นรูท้ ี ่ 2 ชือ่ หน่วยการเรยี นรู้การสืบคน้ และแสวงหาความร้ ู เวลา 16 ช่ัวโมง วชิ าการศึกษาค้นคว้าและสรา้ งองค์ความรู้ (IS1) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 - 6 รหัสวิชา I30201 จา� นวน 1.0 หนว่ ยกติ เวลา 40 ช่วั โมง/ภาคเรียน ช่อื หนว่ ยการเรียนรูก้ ารสืบคน้ และแสวงหาความรู้ เปา้ หมายการเรยี นรู้ (ผลการเรียนรู้) 4. ศกึ ษำ ค้นควำ้ แสวงหำควำมรู้เกยี่ วกบั ประเด็นท่เี ลอื ก จำกแหลง่ เรยี นร้ทู ม่ี ปี ระสิทธภิ ำพ 5. ตรวจสอบควำมนำ่ เชื่อถือของแหล่งทีม่ ำของข้อมูล 6. วเิ ครำะหข์ ้อคน้ พบด้วยสถติ ทิ ีเ่ หมำะสม ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) คา� ถามสา� คัญ 1. กำรสืบคน้ ค้นควำ้ แสวงหำควำมร้เู กยี่ วกบั 1. จะแสวงหำวิธีกำรสบื คน้ ค้นคว้ำหำควำมรู้ สมมติฐำนจำกแหล่งข้อมูลปฐมภมู ิ ทุติยภมู ิ และสำรสนเทศจำกแหล่งปฐมภูมิได้อยำ่ งไร และสำรสนเทศจำกแหลง่ เรยี นรู้ทหี่ ลำกหลำย 2. จะแสวงหำวธิ ีกำรสืบค้น คน้ ควำ้ หำควำมรู้ ได้อยำ่ งมปี ระสิทธิภำพ และสำรสนเทศจำกแหล่งทุตภิ ูมิไดอ้ ยำ่ งไร 3. จะแสวงหำวธิ ีกำรสืบค้น ค้นควำ้ หำควำมรู้ และสำรสนเทศจำกแหลง่ เรียนรูท้ ี่หลำกหลำย และมปี ระสิทธภิ ำพไดอ้ ยำ่ งไร แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน136 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ผ้เู รียนร้อู ะไร (สาระการเรียนรู้) ผู้เรยี นท�าอะไรได ้ (ทกั ษะ/กระบวนการ) ฉ ับบแ ้กไข 2565 1. วิธกี ำรสืบค้น ค้นคว้ำและแสวงหำควำมร้เู กีย่ วกบั 1. ค้นควำ้ และแสวงหำควำมรูเ้ กี่ยวกับสมมตฐิ ำนได้ สมมตฐิ ำน 2. แสวงหำควำมรูแ้ ละสำรสนเทศจำกแหลง่ ปฐมภูมิ 2. กำรหำควำมรู้และสำรสนเทศจำกแหล่งปฐมภมู ิ และทตุ ยิ ภมู ิได้ และทตุ ิยภูมิ 3. ตรวจสอบควำมนำ่ เช่อื ถอื ของข้อมลู 3. วิธกี ำรตรวจสอบควำมน่ำเชื่อถือของข้อมลู 4. ทำ� งำนรว่ มกบั ผอู้ ่ืนตำมกระบวนกำรกลุ่ม 4. ลกั ษณะของข้อมลู และสำรสนเทศท่นี ่ำเช่ือถอื 5. วพิ ำกษค์ วำมน่ำเชอ่ื ถือของข้อมลู 6. ด�ำเนนิ กำรเก็บรวบรวมข้อมลู และสำรสนเทศ ท่ีเก่ยี วขอ้ งกบั สมมตฐิ ำนไดอ้ ย่ำงมปี ระสทิ ธิภำพ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ 1. ควำมซ่ือสัตย์ สุจริต 2. ใฝเ่ รียนร ู้ 3. มุง่ ม่ันในกำรทำ� งำน

การออกแบบการวดั ผลประเมนิ ผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน137 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ภาระงานรวบยอด/ช้นิ งาน 1. แฟ้มสะสมผลงำนกำรเกบ็ รวบรวม ขอ้ มูล ควำมรแู้ ละสำรสนเทศเกี่ยวกบั สมมติฐำนรำยบุคคลหรอื รำยกลมุ่ เกณฑ์การประเมินภาระงาน/ชนิ้ งาน (ระบุประเดน็ ประเมนิ ) ประเดน็ การประเมนิ ดีเย่ียม (4) ระดบั คะแนน ปรับปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) กำรอธิบำยเหตผุ ล มรี อ่ งรอยและแสดง แสดงเหตผุ ลอยำ่ ง แสดงเหตผุ ลในกำร ไม่มีร่องรอยและ ในกำรเลือกขอ้ มลู เหตุผลอยำ่ งสมเหตุ สมเหตสุ มผลในกำร เลอื กข้อมลู ท่มี คี วำม ไม่สำมำรถแสดงเหตุผล ควำมเพียรพยำยำม สมผลในกำรเลอื กขอ้ มลู เลอื กขอ้ มลู ที่มีควำม สอดคลอ้ งกับประเด็น/ ในกำรเลอื กข้อมูล ในกำรสืบค้นข้อมูล ทม่ี คี วำมสอดคลอ้ งกบั สอดคล้องกบั ประเด็น/ คำ� ถำมท่ีนกั เรียนศึกษำ ประเด็น/ค�ำถำม ค�ำถำมท่นี ักเรยี น คน้ คว้ำ ยังไม่ชัดเจน ที่นักเรียนศึกษำค้นคว้ำ ศกึ ษำคน้ คว้ำ รวมทัง้ ยงั ไม่สำมำรถ หรือแสดงเหตผุ ล แสดงเหตุผลทไ่ี มเ่ ลอื ก ทไ่ี มเ่ ลอื กขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ำก ขอ้ มลู ทไี่ ดจ้ ำกกำร กำรสบื ค้นข้อมูลด้วย สืบคน้ ขอ้ มลู ดว้ ยวธิ กี ำร วิธีกำรต่ำง ๆ ตำ่ ง ๆ นักเรยี นสบื ค้นขอ้ มลู นักเรียนสืบค้นข้อมลู นกั เรยี นสืบค้นขอ้ มลู นกั เรียนสบื ค้นข้อมูล จำกแหลง่ กำรเรียนรู้ จำกแหล่งกำรเรยี นรู้ จำกแหล่งกำรเรยี นรู้ จำกแหล่งกำรเรียนร้ ู ไมน่ อ้ ยกวำ่ 5 แหลง่ และ ระหวำ่ ง 4 - 5 แหล่ง จำ� นวน 3 แหลง่ น้อยกว่ำ 3 แหล่ง ใช้วิธีกำรเกบ็ รวบรวม กำรเรยี นร ู้ และใชว้ ธิ กี ำร ขอ้ มลู หลำกหลำยวิธี เกบ็ รวบรวมข้อมูล หลำกหลำยวิธี

ประเด็นการประเมนิ ดเี ยยี่ ม (4) ระดับคะแนน ปรบั ปรุง (1) ดี (3) พอใช ้ (2) กำรจดั ระบบกบั ข้อมูล นักเรียนจัดกล่มุ และ นกั เรียนจัดกลมุ่ ข้อมูล นักเรียนจดั กลุ่มขอ้ มลู นกั เรียนไม่มกี ำร ที่ไดจ้ ำกกำรสบื ค้น เรียบเรยี งขอ้ มูลท่ี ไดส้ อดคลอ้ งกบั คำ� ถำม ไดส้ อดคลอ้ งกบั คำ� ถำม จัดกลมุ่ ข้อมูลและ อย่ำงเปน็ ระบบ แตย่ งั ไมเ่ ปน็ ระบบ เรียบเรียงข้อมูลอย่ำง สอดคลอ้ งกบั ค�ำถำม สำมำรถน�ำไปใช้ ทสี่ ำมำรถน�ำไปใช ้ เปน็ ระบบ ไมส่ ะดวก อยำ่ งเปน็ ระบบ วเิ ครำะหข์ อ้ มูล วิเครำะหข์ ้อมลู ในกำรนำ� ไปวเิ ครำะห์ สำมำรถนำ� ไปใช้ ได้สะดวก แตก่ ำร ได้สะดวก แต่กำร หรือสรปุ องคค์ วำมรู้ วิเครำะห์ขอ้ มูล เรยี บเรยี งขอ้ มลู เรียบเรยี งขอ้ มลู ได้สะดวก ยังไมส่ อดคล้องกับ ยงั ไมส่ อดคล้องกบั แผนกำรเก็บรวบรวม แผนกำรเกบ็ รวบรวม ข้อมลู ข้อมูล ควำมชดั เจนและ มีขอ้ มลู ครบถ้วน มีขอ้ มูลบำงประเดน็ มขี ้อมูลหลำยประเดน็ ขอ้ มลู ที่ได้ไมม่ ีควำม ควำมสมบรู ณ์ของ สมบรู ณ ์ ถูกต้อง ทยี่ งั ไมถ่ กู ตอ้ ง นกั เรยี น ทยี่ งั ไมส่ มบรู ณน์ กั เรยี น ชดั เจนและไมส่ ำมำรถ เนอื้ หำ ตำมเนื้อหำของ ต้องค้นคว้ำเพมิ่ เตมิ ตอ้ งคน้ ควำ้ เพิ่มเตมิ นำ� ไปสรปุ เป็น ประเด็นทนี่ กั เรยี น เพ่ือนำ� มำเขียนสรปุ เพือ่ นำ� มำเขียนสรุป องคค์ วำมรไู้ ดส้ มบูรณ์ ศกึ ษำและสำมำรถ องคค์ วำมรู้ องคค์ วำมรใู้ หส้ มบูรณ์ ถูกตอ้ ง น�ำมำเขยี นสรุป ให้สมบรู ณ์ถกู ตอ้ ง ถูกตอ้ ง องค์ควำมรู้ ร่องรอยการเรยี นร้อู ืน่ ๆ 1. แบบบนั ทึกกำรรวบรวมขอ้ มลู 2. แบบบันทกึ กำรตรวจสอบคณุ ภำพของข้อมลู 3. แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรมกำรเรียนและกระบวนกำรทำ� งำนร่วมกัน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน138 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

การวางแผนการเรียนรู้ แนวทางการจัดการเรียนการสอน139 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล กิจกรรมการเรยี นรู้ ฉ ับบแก้ไข 2565 1. นกั เรียนสบื คน้ คน้ ควำ้ และแสวงหำควำมรเู้ ก่ียวกับสมมติฐำนจำกแหล่งปฐมภมู แิ ละทตุ ิยภมู ิตำมแผน กำรศึกษำคน้ คว้ำดว้ ยตนเองทีก่ ำ� หนดไว้ 2. นกั เรียนรำยบุคคลหรอื รำยกล่มุ นำ� เสนอขอ้ มูลและสำรสนเทศในชนั้ เรียน เพอื่ ให้ครแู ละนกั เรียนอภิปรำย ตรวจสอบควำมครบถ้วนของขอ้ มลู และสำรสนเทศ 3. นักเรียนน�ำขอ้ เสนอแนะมำปรบั ปรุงวิธีกำรสบื คน้ ค้นคว้ำและแสวงหำขอ้ มลู และสำรสนเทศในประเดน็ หรอื เรอื่ งทต่ี นเองศกึ ษำจำกแหลง่ ขอ้ มลู ท่หี ลำกหลำย 4. นกั เรยี นรวบรวมขอ้ มูลและสำรสนเทศในแฟม้ สะสมผลงำน แลว้ น�ำขอ้ มูลและสำรสนเทศท่ไี ดน้ �ำเสนอต่อ ครทู ป่ี รกึ ษำอยำ่ งตอ่ เนอื่ ง สมำ�่ เสมอ เพอ่ื กำ� กบั และตดิ ตำมควำมกำ้ วหนำ้ ของกำรลงพนื้ ทเี่ กบ็ รวบรวมขอ้ มลู หรือกำรควำมก้ำวหน้ำของกำรสบื ค้น 5. นกั เรียนดำ� เนนิ กำรเก็บรวบรวมขอ้ มูลทเี่ กีย่ วข้องกบั ประเด็นค�ำถำมให้ครบทกุ ประเด็น หรือดำ� เนินกำร ตำมขอ้ เสนอแนะของครทู ่ีปรึกษำ ซ่งึ เสนอแนะใหน้ ักเรยี นเก็บรวบรวมขอ้ มลู เพิ่มเตมิ ในประเด็นทไ่ี ดข้ อ้ มูล ยงั ไมเ่ พยี งพอหรอื มคี ณุ ภำพทจ่ี ะนำ� ไปใชใ้ นกำรสรปุ องคค์ วำมร ู้ หรอื เกบ็ รวบรวมขอ้ มลู เพม่ิ เตมิ ในแหลง่ ขอ้ มลู ทนี่ ำ่ เช่อื ถอื 6. นักเรยี นรำยบุคคลหรือรำยกล่มุ ฝึกกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู โดยจดั หมวดหมู่ขอ้ มลู และสำรสนเทศ เชน่ ขอ้ มลู เชิงปรมิ ำณ ข้อมลู เชิงคณุ ภำพ ข้อมูลทตุ ยิ ภูมิ เปน็ ระบบ อำจจะใชร้ ปู แบบกำรจดั หมวดหมขู่ ้อมูล แบบตำรำง กำรสรำ้ ง mind mapping เปน็ ต้น 7. หำกข้อมูลที่ไดจ้ ำกกำรศกึ ษำ เปน็ ข้อมลู เชิงปริมำณทีส่ ำมำรถน�ำมำวเิ ครำะหข์ อ้ มูลโดยใช้สถติ ิ นักเรยี น ด�ำเนนิ กำรวิเครำะหข์ ้อมลู โดยใช้สถิตพิ ้นื ฐำนและนำ� เสนอขอ้ มูลโดยใช้กรำฟรปู แบบตำ่ งๆ 8. นกั เรียนรำยบุคคลหรือรำยกลุ่มตรวจทำนข้อมูลและกำรวเิ ครำะห์ข้อมลู เก็บรวบรวมผลกำริเครำะหข์ อ้ มลู ในแฟ้มสะสมผลงำน 9. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลุ่มน�ำเสนอผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมลู และข้อมูลทไ่ี ด้จำกเก็บรวบรวมขอ้ มูล ที่ส�ำเร็จตำมแผนกำรศึกษำตอ่ ครูทีป่ รึกษำ เพ่อื อภิปรำย วพิ ำกษเ์ กยี่ วกบั ขอ้ มูลและกำรวเิ ครำะห์ขอ้ มลู 10. นักเรยี นน�ำข้อเสนอแนะมำปรบั ปรุงและวเิ ครำะหข์ ้อมูลเพ่มิ เติม เพื่อใหค้ รบตำมประเดน็ ค�ำถำม และมคี วำมชัดเจน ซ่ึงจะนำ� ไปใชใ้ นกำรสรุปองคค์ วำมร ู้ สือ่ /แหลง่ เรียนรู้ 1. ตวั อยำ่ งแฟ้มสะสมผลงำน 2. ตวั อย่ำงขอ้ มูลปฐมภูมแิ ละข้อมลู ทุติยภูมิ 3. แหลง่ สบื ค้นและอำ้ งองิ เช่น อินเทอรเ์ น็ต สอ่ื และรำยกำรโทรทศั น ์ ตำ� รำและหนงั สอื ส่งิ พิมพต์ ่ำง ๆ บุคคล แหลง่ เรยี นร ู้ เป็นตน้ 4. แผนกำรเก็บรวบรวมข้อมลู และสำรสนเทศรำยบุคคลหรือรำยกลุม่

หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี 3 ชอื่ หน่วยการเรียนร ู้ การสรปุ องคค์ วามรู้และเห็นคณุ ค่า เวลา 12 ชั่วโมง วิชาการศกึ ษาค้นควา้ และสร้างองคค์ วามร ู้ (IS1) ชั้นมัธยมศึกษาปีที ่ 4 - 6 รหัสวชิ า I30201 จ�านวน 1.0 หน่วยกิต เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียน ช่ือหน่วยการเรียนร้ ู การสรุปองค์ความรู้และเห็นคณุ คา่ เปา้ หมายการเรียนร้ ู (ผลการเรยี นร้)ู 7. สังเครำะหส์ รุปองค์ควำมรู้ โดยใชก้ ระบวนกำรกลุม่ 8. เสนอแนวคิด กำรแก้ปัญหำอย่ำงเป็นระบบดว้ ยองคค์ วำมรู้จำกกำรค้นพบ ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) ค�าถามส�าคัญ 1. กำรสังเครำะห์องคค์ วำมรู้โดยใชก้ ระบวนกำรกลุ่ม 1. จะดำ� เนนิ กำรสรปุ องค์ควำมรู้ไดอ้ ย่ำงไร 2. กำรเรียบเรยี งและเขียนรำยงำนกำรศึกษำ 2. จะนำ� องค์ควำมร้ไู ปถำ่ ยทอดสกู่ ำรแกป้ ัญหำ 3. กำรน�ำเสนอขอ้ มูลโดยใช้สถิติพนื้ ฐำน หรอื น�ำเสนอตอ่ สำธำรณะอย่ำงไร ผเู้ รียนรอู้ ะไร (สาระการเรียนร้)ู ผูเ้ รยี นท�าอะไรได ้ (ทักษะ/กระบวนการ) 1. กำรอำ่ นจับใจควำมส�ำคญั 1. อ่ำนและจับใจควำมส�ำคญั ได้ 2. กำรเขียนสรปุ ควำมรู้ 2. เขยี นสรุปควำมจำกเรื่องทคี่ ้นควำ้ ได้ 3. กำรเขยี นควำมเรยี ง 3. เขียนควำมเรยี งจำกกำรเขียนสรปุ ควำมได้ 4. กำรนำ� เสนอโดยกำรเขยี น 4. นำ� เสนอผลงำนจำกกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยกำรเขยี น รำยงำนหรอื นำ� เสนอในรปู แบบอนื่ ๆ ทน่ี ำ่ สนใจได้ 5. ทกั ษะกำรน�ำเสนอผลกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู โดยใช้สถิตพิ นื้ ฐำน คุณลักษณะอันพงึ ประสงค์ 1. ควำมซ่อื สัตย ์ สุจริต 2. ใฝ่เรยี นรู้ 3. มุง่ มน่ั ในกำรท�ำงำน 4. จิตสำธำรณะ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน140 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

การออกแบบการวัดผลประเมนิ ผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน141 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 ภาระงานรวบยอด/ชนิ้ งาน 1. กำรสรปุ องคค์ วำมรูแ้ ละกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เกณฑก์ ารประเมินภาระงาน/ชิ้นงาน (ระบปุ ระเดน็ ประเมนิ ) ระดบั คุณภาพ คา� อธิบายระดับคณุ ภาพ ดีมำก (4) มกี ำรวำงแผนกำรท�ำงำนอยำ่ งเปน็ ระบบ สมำชกิ ในกลุม่ ทุกคนมสี ่วนรว่ ม และมีบทบำท ในกำรสรุปองค์ควำมรู้ท่ีได้จำกกำรศึกษำรำยกลุ่มหรือรำยบุคคลนักเรียน มีกำรสรุป ด ี (3) องค์ควำมรู้อย่ำงเป็นระบบ น�ำเสนอเน้ือหำสำระของประเด็นท่ีศึกษำหรือน�ำเสนอ องค์ควำมรู้รูปแบบต่ำง ๆ หลำกหลำย ซ่ึงได้จำกกำรศึกษำ มีกำรน�ำเสนอในช้ันเรียน พอใช ้ (2) เพื่อกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครอบคลุมทุกด้ำนมีควำมชัดเจนและถูกต้องตำมหลักกำร นำ� เสนอองคค์ วำมรทู้ ่ีนักเรียนเลอื กใช้ ปรบั ปรงุ (1) มกี ำรวำงแผนกำรท�ำงำนอยำ่ งเป็นระบบ สมำชิกในกล่มุ ทุกคนมีส่วนร่วม และมีบทบำท ในกำรสรุปองค์ควำมรู้ท่ีได้จำกกำรศึกษำรำยกลุ่มหรือรำยบุคคลนักเรียนมีกำรสรุป องค์ควำมรู้อย่ำงเป็นระบบ น�ำเสนอเน้ือหำสำระของประเด็นท่ีศึกษำหรือน�ำเสนอ องค์ควำมรู้รูปแบบต่ำง ๆ หลำกหลำย ซึ่งได้จำกกำรศึกษำ มีกำรน�ำเสนอในชั้นเรียน เพื่อกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครอบคลุมทุกด้ำนมีถูกต้องตำมหลักกำรน�ำเสนอองค์ควำมรู้ ทีน่ ักเรียนเลอื กใช ้ แต่ขำดควำมชัดเจนบำงสว่ นซงึ่ ตอ้ งแก้ไขให้ถูกตอ้ ง มกี ำรวำงแผนกำรทำ� งำนอย่ำงเป็นระบบ สมำชิกในกลมุ่ ทกุ คนมีส่วนร่วม และมบี ทบำท ในกำรสรุปองค์ควำมรู้ท่ีได้จำกกำรศึกษำรำยกลุ่มหรือรำยบุคคลนักเรียนมีกำรสรุป องค์ควำมรู้อย่ำงเป็นระบบ น�ำเสนอเนื้อหำสำระของประเด็นที่ศึกษำหรือน�ำเสนอ องค์ควำมรู้รูปแบบต่ำง ๆ หลำกหลำย ซึ่งได้จำกกำรศึกษำ มีกำรน�ำเสนอในชั้นเรียน เพอ่ื กำรแลกเปล่ยี นเรยี นร้คู รอบคลุมบำงดำ้ นมถี กู ต้องตำมหลักกำรนำ� เสนอองคค์ วำมรู้ ทน่ี กั เรยี นเลอื กใช้บำงสว่ นและขำดควำมชัดเจนบำงส่วน นกั เรียนมีกำรวำงแผนกำรสรุปองคค์ วำมร ู้ แต่เนอื้ หำกำรน�ำเสนอยงั ไมช่ ดั เจน นำ� เสนอ เน้ือหำสำระของประเด็นที่ศึกษำหรือน�ำเสนอองค์ควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำเพ่ือ กำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ยังไม่ชัดเจนหลำยประเด็น มีข้อมูลยืนยันหรือน�ำเสนอ องค์ควำมรู้ไม่เพียงพอและไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์หรือประเด็นค�ำถำมที่นักเรียน วำงแผนไว้ ต้องน�ำเสนอข้อมูลเพ่ิมเติมและวิเครำะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีกำรเหมำะสม เพือ่ ควำมชดั เจนยิ่งขึน้ ร่องรอยการเรียนร้อู ่นื ๆ 1. แบบบันทึกที่เกีย่ วกบั กำรสังเครำะหส์ รุปองค์ควำมรู้ 2. แบบบันทึกกำรตรวจสอบคณุ ภำพงำนเขียน 3. แบบบนั ทกึ พฤตกิ รรมและกระบวนกำรทำ� งำน 4. แฟม้ สะสมผลงำน

แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน142 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล การวางแผนการเรียนรู้ ฉ ับบแ ้กไข 2565 กจิ กรรมการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลมุ่ ศกึ ษำจำกกรณตี วั อยำ่ งกำรเขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ตวั อยำ่ งกำรเขยี น mind mapping และตัวอย่ำงกำรน�ำเสนอผลกำรวเิ ครำะห์ข้อมูลโดยใช้ตำรำงและกรำฟ 2. เมือ่ นกั เรียนศึกษำแลว้ ออกแบบและวำงแผนกำรสรุปองคค์ วำมร ู้ โดยใหเ้ ลือกรูปแบบที่นักเรียนถนดั และสนใจ เชน่ กำรเขียนรำยงำนกำรศึกษำคน้ คว้ำ กำรเขยี น mind mapping กำรสรปุ องค์ควำมรู้ โดยใช้ตำรำง กรำฟ เปน็ ตน้ 3. นักเรียนรำยบคุ คลหรือรำยกลมุ่ เขียนสรปุ องค์ควำมรตู้ ำมรปู แบบที่ออกแบบและวำงแผนไว้ ซึง่ ต้อง เขยี นให้ครบองค์ประกอบของกำรเขียนรำยงำนครบองคป์ ระกอบกำรเขยี น mind mapping หรอื น�ำเสนอ โดยตำรำง กรำฟใหม้ คี วำมเหมำะสม ชดั เจน 4. นกั เรยี นรำยบคุ คลหรอื รำยกลมุ่ นำ� เสนอกำรสรปุ องคค์ วำมรใู้ นชน้ั เรยี น เพอื่ ใหค้ รแู ละเพอ่ื นนกั เรยี นรว่ มกนั ตรวจสอบควำมรทู้ ่ไี ดจ้ ำกกำรศึกษำค้นคว้ำวิพำกษผ์ ลกำรศกึ ษำค้นคว้ำ วำ่ มคี วำมสอดคล้อง ตรงประเดน็ และตอบประเดน็ คำ� ถำมได้ลมุ่ ลกึ และมีขอ้ มลู ยนื ยนั ทเี่ พยี งพอและนำ่ เชื่อถอื 5. นกั เรียนรำยบคุ คลหรือรำยกลุม่ ปรบั ปรงุ ผลงำนกำรสรุปองคค์ วำมรู้ตำมข้อเสนอแนะใหม้ คี วำมชดั เจน ถกู ตอ้ ง ตรวจสอบควำมสอดคลอ้ งของขอ้ มลู กับประเด็นคำ� ถำมและทบทวนควำมน่ำเช่อื ถอื ของขอ้ มูล ท่ีนำ� มำใช้ในกำรสงั เครำะหข์ ้อมลู 6. หนว่ ยกำรเรยี นรู้นคี้ รูผสู้ อนอำจจะมอบภำระงำนท่มี ีควำมสอดคลอ้ งกบั ศกั ยภำพในกำรเรียนของนักเรียน เปน็ ส�ำคญั เชน่ กำรมอบหมำยในสรปุ องค์ควำมรใู้ นรปู แบบกำรเขยี นรำยงำนกำรศึกษำค้นควำ้ รปู แบบ กำรเขยี น mind mapping หรอื กำรสรุปองค์ควำมรู้รปู แบบตำรำงหรอื กรำฟ แลว้ จดั เก็บผลงำนในแฟม้ สะสมผลงำนหรอื ส�ำหรับนกั เรยี นบำงกลุ่มอำจใช้รปู แบบกำรสอบถำมแบบปำกเปลำ่ เพ่อื ใหน้ ักเรยี นพูด นำ� เสนอองคค์ วำมรทู้ ่ไี ดร้ บั จำกกำรลงพน้ื ท่ศี ึกษำค้นควำ้ ด้วยตนเอง 7. ครูสอบถำมนักเรยี นหรือให้นกั เรียนรำยบคุ คลหรอื รำยกล่มุ นำ� เสนอแนวคดิ กำรแกป้ ญั หำอยำ่ งเป็น ระบบด้วยองคค์ วำมรูจ้ ำกกำรคน้ พบในชน้ั เรียนเพ่อื เปิดประเด็นกำรอภปิ รำยหำแนวทำงในกำรน�ำ องค์ควำมรู้ไปใชใ้ นกำรบรกิ ำรสงั คมหรอื แกป้ ญั หำท่ีเกย่ี วขอ้ งกบั ประเด็นหรอื เรอ่ื งทีน่ ักเรียนศกึ ษำ สอื่ /แหลง่ เรยี นรู้ 1. ตวั อย่ำงรำยงำนกำรศกึ ษำค้นคว้ำ 2. ตัวอยำ่ งกำรเขียน mind mapping 3. ตวั อย่ำงกำรนำ� เสนอผลกำรวิเครำะห์ขอ้ มลู โดยใช้ตำรำงและกรำฟ

วชิ าการสอื่ สารและการนา� เสนอ (IS2) ค�าอธบิ ายรายวิชา ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 - 6 แนวทางการจัดการเรียนการสอน143 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล รหสั วิชา I30202 เวลำ 40 ช่ัวโมง/ภำคเรียน ฉ ับบแก้ไข 2565 จา� นวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษำ เรียบเรียงและเขียนถ่ำยทอดควำมคิดอย่ำงสร้ำงสรรค์จำกรำยวิชำกำรศึกษำค้นคว้ำและสร้ำง องค์ควำมรู้ด้วยตนเอง (Research and Knowledge Formation) เก่ียวกับสถำนกำรณ์ปัจจุบันและสังคมโลก โดยเขียนโครงร่ำง บทน�ำ เนื้อเร่ือง สรุป ในรูปแบบของรำยงำนเชิงวิชำกำรเป็นภำษำไทย ควำมยำวจ�ำนวน 4,000 ค�ำ หรือเป็นภำษำอังกฤษ ควำมยำว 2,000 ค�ำ มีกำรอ้ำงอิงแหล่งควำมรู้ ท่ีน่ำเชื่อถือได้อย่ำงหลำกหลำย ท้ังในและต่ำงประเทศ เรียบเรียงและถ่ำยทอดส่ือสำร น�ำเสนอควำมคิดอย่ำงชัดเจนเป็นระบบ มีกำรน�ำเสนอ ผลงำนในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual) หรือกลุ่ม (Oral panel presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยี ท่ีหลำกหลำยและมีกำรเผยแพร่ผลงำนสู่สำธำรณะ เพื่อให้เกิดทักษะกำรสื่อสำรที่มีประสิทธิภำพ เห็นประโยชน์ และเหน็ คุณค่ำในกำรสรำ้ งสรรคง์ ำนและถำ่ ยทอดส่ิงที่ได้เรยี นรใู้ หเ้ ป็นประโยชน์แกส่ ำธำรณะ ผลการเรียนรู้ 1. วำงโครงร่ำงกำรเขยี นตำมหลกั เกณฑ์ องค์ประกอบและวิธีกำรเขียนโครงร่ำงรำยงำนเชิงวิชำกำร 2. เขียนรำยงำนกำรศึกษำค้นคว้ำองค์ควำมรู้เชิงวิชำกำรเป็นภำษำไทย ควำมยำวจ�ำนวน 4,000 ค�ำ หรอื ภำษำองั กฤษ ควำมยำวจ�ำนวน 2,000 คำ� 3. นำ� เสนอขอ้ คน้ พบ ขอ้ สรุปจำกองค์ควำมรทู้ ศี่ กึ ษำในรูปแบบเดย่ี ว (Oral Individual Presentation) หรือกลมุ่ (Oral Panel Presentation) โดยใช้สื่อเทคโนโลยที ่ีหลำกหลำย 4. เผยแพร่ผลงำนสู่สำธำรณะโดยใช้กำรสนทนำ/วิพำกษ์ผ่ำนส่ืออิเล็กทรอนิกส์ เช่น Social media online E-conference เปน็ ตน้ 5. เห็นประโยชน์และคุณคำ่ ในกำรสร้ำงสรรค์ผลงำนและถ่ำยทอดสง่ิ ทเ่ี รียนรู้ใหเ้ ปน็ ประโยชน์