Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

Description: เอกสารแนวทางการจัดการเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล-ฉบับปรับปรุง-พ.ศ.-2565

Search

Read the Text Version

2. ตวั อยา่ งปฏทิ นิ การปฏบิ ัติกจิ กรรมการน�าองคค์ วามรไู้ ปใช้บริการสงั คม ชื่อกิจกรรม................................................ ภำคเรียนท.่ี .................. ปีกำรศึกษำ............................ สปั ดาหท์ ่ี วนั เดอื น ปี กิจกรรม ผู้รับผดิ ชอบ หมายเหตุ - รบั สมัครสมำชกิ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน44 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล - ชีแ้ จงวัตถุประสงคแ์ ละรว่ มวำงแผนกำรด�ำเนนิ กจิ กรรม ฉ ับบแ ้กไข 2565 - เขียนโครงกำร - ก�ำหนดขอบข่ำยและวำงแผนพฒั นำชุมชน ทอ้ งถ่นิ และประเทศ - นำ� เสนอแผนพฒั นำตอ่ ครทู ี่ปรึกษำ - ประชุมปรับปรงุ แผนและเตรยี มแบง่ งำนในควำมรับผิดชอบ - กจิ กรรมท ี่ 1…………….….. - กิจกรรมท ่ี 2………………… - สรปุ ผลกำรด�ำเนนิ งำนระยะท ่ี 1 - จัดปำ้ ยนิเทศแสดงผลงำน - กจิ กรรมที่ 3……………….. - กิจกรรมท ่ี 4……………….. - สรปุ ผลกำรดำ� เนินงำนระยะท ี่ 2 - จัดป้ำยนิเทศแสดงผลงำน - ประชุมสรปุ ผลกำรดำ� เนนิ งำน - เสนอ (รำ่ ง) รำยงำนต่อครูท่ปี รึกษำโครงกำร - ครทู ีป่ รกึ ษำตรวจแก้ไขผลงำน - จัดท�ำรูปเลม่ รำยงำนฉบบั สมบูรณ ์ - น�ำเสนอบทสรปุ ตอ่ โรงเรยี นและประเมินผลโครงกำร

3. ตัวอย่างกิจกรรมการน�าองค์ความรไู้ ปใช้บริการสงั คม เร่ือง สง่ิ แวดลอ้ ม แนวทางการจัดการเรียนการสอน45 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ตวั อย่างกิจกรรม รกั ษ์สง่ิ แวดล้อม ฉ ับบแก้ไข 2565 วัตถปุ ระสงค์ 1. เพื่อให้นักเรียนน�ำองค์ควำมรู้ท่ีศึกษำค้นคว้ำมำใช้ในกำรหำแนวทำงและวิธีกำรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ทเี่ หมำะสมกับตนเอง ชมุ ชน สงั คมและโลก 2. เพือ่ ใหน้ ักเรยี นได้ฝึกปฏิบัติกำรเกี่ยวกบั กำรอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดล้อม 3. เพอื่ ปลูกฝังเรื่อง ควำมรบั ผดิ ชอบตอ่ สง่ิ แวดล้อม ผลงาน (เปิดโอกำสใหน้ ักเรยี นเลือกตำมควำมสนใจ ควำมถนดั และควำมสำมำรถ) - จดั ท�ำแผ่นพับเผยแพร่ผลงำน - จดั ท�ำเว็บไซต ์ หรือเผยแพรผ่ ลงำนในเวบ็ ไซต์ - จดั ท�ำ Facebook หรอื เผยแพร่ผลงำนใน Facebook - จัดท�ำปำ้ ยนิเทศ หรอื ไวนลิ เผยแพร่ผลงำน - จดั ทำ� CD DVD เผยแพรผ่ ลงำน - จดั นทิ รรศกำรเผยแพรผ่ ลงำน ฯลฯ วิธีด�าเนนิ การ 1. ครูชแี้ จงและแจง้ วตั ถุประสงค์ในกำรเรียนร้กู ิจกรรมกำรนำ� องค์ควำมรไู้ ปใชบ้ รกิ ำรสงั คม 2. นักเรียนวิเครำะห์องค์ควำมรู้เพื่อก�ำหนดแนวทำงกำรน�ำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อโรงเรียน และชมุ ชน 3. นักเรียนวำงแผนกำรท�ำกิจกรรมเพ่ือน�ำควำมรู้ไปสร้ำงประโยชน์ต่อโรงเรียนและชุมชน โดยจัดท�ำ รำยละเอียดและตำรำงเวลำในกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตำมโครงกำร/โครงงำน/กจิ กรรมที่จะด�ำเนินกำร 4. นกั เรียนปฏิบตั ิกิจกรรมตำมปฏิทนิ ทีก่ �ำหนด 5. นกั เรียนสรุปผลกำรดำ� เนนิ กิจกรรม 6. นักเรยี นเผยแพร่ผลงำนในรูปแบบทีห่ ลำกหลำย 7. ครูและนกั เรียนร่วมกันประเมินผลงำน และสรปุ บทเรยี น สื่อและอุปกรณ์ (เลอื กให้สอดคล้องกับกจิ กรรมทจี่ ดั ) วสั ดุ อปุ กรณ์ สอื่ สงิ่ พมิ พแ์ ละส่อื อเิ ล็กทรอนิกส์ ของจรงิ ของจำ� ลอง การวดั และประเมนิ ผล 1. กำรสงั เกตและตรวจผลงำน/กำรปฏิบตั จิ ริง 2. แบบประเมนิ และเกณฑก์ ำรประเมนิ ผลงำน/กำรปฏิบตั จิ ริง หมายเหต ุ : ผลงำน/วธิ ดี �ำเนนิ กำร ปรับเหมำะสมตำมชว่ งวัย

55ตอนที่ กำรวดั และประเมนิ ผล กำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้สำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ตำมหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนมำตรฐำนสำกล อำศัยหลักกำรด�ำเนินกำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพ้ืนฐำน พุทธศักรำช 2551 โดยพิจำรณำจำกคุณภำพของชิ้นงำน หรือ กำรปฏิบัติท่ีเป็นผลผลิต/ร่องรอย หลักฐำนกำรเรียนรู้ของผู้เรียนว่ำเป็นไปตำมเป้ำหมำยหรือไม่ มีกำรใช้วิธีกำร และเคร่ืองมือทห่ี ลำกหลำยและเกณฑก์ ำรประเมินทชี่ ดั เจน แนวทางการวัดและประเมินผล ครูผู้สอนสำมำรถวัดและประเมินผลผู้เรียนตำมสำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ไดต้ ำมแนวทำงดังตอ่ ไปนี้ 1. กรณที จี่ ดั บรู ณำกำรสำระกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง ในรำยวชิ ำพน้ื ฐำนใหแ้ ยกเปน็ หนว่ ยกำรเรยี นรู้ เฉพำะ และประเมนิ ผลกำรเรยี นรู้ของหนว่ ยกำรเรยี นรูต้ ำมเกณฑ์ทีก่ ำ� หนด 2. กรณีท่ีจัดเป็นรำยวิชำเพ่ิมเติม เช่น รำยวิชำกำรศึกษำเพ่ือกำรเรียนรู้ (Knowledge Inquiry IS1 - IS2) ในระดบั ประถมศกึ ษำ รำยวชิ ำกำรศกึ ษำและสรำ้ งองคค์ วำมร ู้ (Knowledge and Research Formation - IS1) และรำยวชิ ำกำรสอ่ื สำรและกำรนำ� เสนอ (Communication and Presentation - IS2) ในระดบั มธั ยมศกึ ษำ ตอ้ งประเมนิ ผลและตัดสินผลกำรเรียนโดยให้ระดบั ผลกำรเรียนนัน้ ๆ ตำมเกณฑ์ท่สี ถำนศึกษำกำ� หนด 3. กำรน�ำองค์ควำมรู้ไปใช้บริกำรสังคม (Social Service Activity : IS3) ซ่ึงจัดไว้ในกิจกรรมพัฒนำ ผู้เรียน (กิจกรรมเพ่ือสำธำรณประโยชน์) เป็นกำรน�ำควำมรู้หรือประสบกำรณ์ที่ได้จำกกำรเรียน IS1 และ IS2 มำใชใ้ นกำรจดั กจิ กรรมใหว้ ดั และประเมนิ ผลกำรวำงแผนกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรม กำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตำมแผนทก่ี ำ� หนด และกำรสรปุ รำยงำนผลกำรปฏิบตั ิกิจกรรม โดยให้ผลกำรประเมิน ผำ่ น/ไมผ่ ่ำน ตำมเกณฑท์ สี่ ถำนศกึ ษำก�ำหนด แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน46 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อยา่ งการวัดแลประเมนิ ผลสาระการเรียนรู้การศึกษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน47 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล 1. ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 1 - 3 จัดเป็นหน่วยกำรเรียนรู้เฉพำะในรำยวิชำสังคมศึกษำ ซ่ึงเป็นรำยวิชำ ฉ ับบแก้ไข 2565 พื้ น ฐ ำ น ก ลุ ่ ม ส ำ ร ะ ก ำ ร เ รี ย น รู ้ สั ง ค ม ศึ ก ษ ำ ศ ำ ส น ำ แ ล ะ วั ฒ น ธ ร ร ม ก� ำ ห น ด โ ค ร ง ส ร ้ ำ ง ก ำ ร วั ด ป ร ะ เ มิ น ผ ล หน่วยกำรเรยี นรู้สำระกำรศกึ ษำคน้ คว้ำดว้ ยตนเอง (IS) ดังนี้ ตวั อย่างการวัดและประเมนิ ผลสาระการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study :IS) หนว่ ยการเรียนรเู้ ฉพาะในรายวิชาพืน้ ฐาน ระดับชนั้ ประถมศึกษาปีท ่ี 1 - 3 รายวชิ าสังคมศกึ ษา หน่วยท่ี 1 หนว่ ยที่ 2 หน่วยที่ 3 หนว่ ยที่ 4 หนว่ ยท่ี 5 รักสง่ิ แวดล้อม หนว่ ยบูรณาการ IS (IS1+IS2) คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน การน�าองคค์ วามรู้ ตดั สนิ ผล ไปใชบ้ ริการสังคม รายวิชา (IS3) กจิ กรรมเพอ่ื สงั คม และสาธารณประโยชน์ ตดั สินผลกจิ กรรม ผ่าน/ไม่ผา่ น

รำยวิชำพน้ื ฐำนกล่มุ สำระกำรเรียนร้สู ังคมศกึ ษำ ศำสนำ และวัฒนธรรม กำ� หนดโครงสร้ำงรำยวิชำ ดังนี้ หนว่ ยที่ จา� นวนชั่วโมง น�้าหนักคะแนน หมายเหตุ หน่วยท ี่ 1................................................... 16 20 หนว่ ยที ่ 2................................................... 16 20 หน่วยที่ 3 รกั ษ์สิ่งแวดล้อม 16 20 หนว่ ย IS หน่วยที่ 4................................................... 16 20 หน่วยท ี่ 5................................................... 16 20 100 ส�ำหรับกำรวัดและประเมินผลกำรเรียนรู้หน่วยท่ี 3 ซึ่งเป็นหน่วยท่ีจัดท�ำขึ้นเพ่ือพัฒนำผู้เรียน ตำมกระบวนกำรของกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (IS) ครูผู้สอนสำมำรถก�ำหนดคะแนนเป้ำหมำยคุณภำพผู้เรียน ของสำระกำรเรียนรูย้ ่อยท้ัง 3 สำระ โดยพจิ ำรณำจำกนำ�้ หนกั ควำมสำ� คญั หรือภำระงำนทผ่ี เู้ รยี นไดร้ ับมอบหมำย ให้ปฏิบัต ิ เชน่ สาระการเรยี นรู้ เปา้ หมายคุณภาพผเู้ รยี น คะแนน/ผลการประเมนิ IS1 : กำรศึกษำคน้ คว้ำ 1. กำรตงั้ ประเดน็ ค�ำถำม/สมมติฐำน 10 และสร้ำงองค์ควำมรู้ 2. กำรสบื คน้ ควำมรจู้ ำกแหลง่ เรยี นรแู้ ละสำรสนเทศ 20 3. กำรสรุปองคค์ วำมรู้ 20 IS2 : กำรส่อื สำรและกำรนำ� เสนอ 4. กำรสอื่ สำรและกำรนำ� เสนออยำ่ งมปี ระสทิ ธิภำพ 30 รวม 80 คะแนนจริง 20 IS3 : กำรนำ� องค์ควำมรไู้ ปใช้บริกำรสังคม 5. กำรนำ� ควำมรไู้ ปใชบ้ รกิ ำรสงั คม : ผำ่ น/ไม่ผ่ำน กิจกรรมอนรุ กั ษ์ส่งิ แวดลอ้ มในโรงเรียน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน48 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล เนื่องจำกสำระกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเอง (Independent Study : IS) มีลักษณะเป็นกระบวนกำร ฉ ับบแ ้กไข 2565 ปฏิบัติท่ีมีคุณภำพ ผู้เรียนเป็นเป้ำหมำยส�ำคัญ ครูผู้สอนจึงควรประเมินตำมสภำพจริงตำมแนวทำงกำรประเมิน ทก่ี ำ� หนดระดบั คณุ ภำพของผเู้ รยี น 4 ระดบั คอื ดมี ำก (4) ด ี (3) พอใช ้ (2) และปรบั ปรงุ (1) และแปลงระดบั คณุ ภำพ เป็นคะแนนตำมโครงสร้ำงกำรวัดและประเมินผล เพ่ือน�ำคะแนนไปรวมกับหน่วยอ่ืน ๆ เพ่ือตัดสินผลกำรเรียน เม่ือสิ้นปีกำรศึกษำ ซึ่งในกำรแปลงระดับคุณภำพไปเป็นคะแนน อำจมีแนวทำงในกำรก�ำหนดค่ำน้�ำหนักคะแนน ของระดับคณุ ภำพ ดงั นี้ ระดับคุณภาพ คะแนนเต็ม 10 คะแนนทีไ่ ด้ คะแนนเตม็ 30 คะแนนเต็ม 20 ดมี ำก (4) 9 - 10 25 - 30 ดี (3) 7 - 8 17 - 20 20 - 24 พอใช้ (2) 5 - 6 15 - 19 ปรบั ปรงุ (1) ตำ่� กว่ำ 5 14 - 16 ต�่ำกวำ่ 15 11 - 13 ต�ำ่ กวำ่ 10

ตวั อยา่ ง ผลกำรประเมนิ หน่วยกำรเรยี นรู้ท่มี คี ะแนน 20 คะแนน แนวทางการจัดการเรียนการสอน49 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 สาระการเรยี นรู้ เปา้ หมายคุณภาพผเู้ รียน คะแนนเต็ม ระดับคณุ ภาพ ผล/คะแนนทีไ่ ด้ IS1 : กำรศึกษำ 1. กำรต้ังประเดน็ ค�ำถำม/สมมตฐิ ำน 10 3 8 ค้นคว้ำและสรำ้ ง 2. กำรสืบค้นควำมร้จู ำกแหล่งเรยี นรู้และ องคค์ วำมรู้ สำรสนเทศ 20 4 18 3. กำรสรุปองค์ควำมรู้ 20 3 15 30 3 23 IS2 : กำรสอื่ สำร 4. กำรสอ่ื สำรและกำรน�ำเสนออยำ่ งมี และกำรนำ� เสนอ ประสทิ ธภิ ำพ รวม 80 3 64 20 - 16* คะแนนจรงิ * คะแนนทนี่ ำ� ไปรวมกบั หนว่ ยอน่ื เพื่อตัดสินผลกำรเรียนรำยวชิ ำเมื่อสนิ้ ปีกำรศึกษำ การประเมนิ ผลการนา� ความรไู้ ปใช้บรกิ ารสงั คม (IS3) สาระการเรยี นรู้ เป้าหมายคณุ ภาพผู้เรียน คะแนนเต็ม ระดับคณุ ภาพ ผล/คะแนนที่ได้ IS3 : กำรน�ำ 5. กำรน�ำควำมรูไ้ ปใชบ้ รกิ ำรสงั คม - 3 ผำ่ น องค์ควำมรู้ไปใช้ กิจกรรมเพ่ือสงั คมและสำธำรณประโยชน์ บรกิ ำรสงั คม (อนรุ กั ษส์ ิ่งแวดล้อมในโรงเรยี น)

ตัวอย่างการออกแบบการวดั และประเมินผล สาระการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ 1 - 3 เปา้ หมายคณุ ภาพ ตวั อย่างช้นิ งาน/ ตัวชว้ี ัดคณุ ภาพ การวัดและประเมนิ ผล ผเู้ รยี น ผลการเรียนรู้ ผู้เรียน วธิ กี าร เคร่อื งมอื กำรต้งั ประเด็นคำ� ถำม/ 1. แบบบันทึกกำรตัง้ 1. กำรตงั้ คำ� ถำม สมมตฐิ ำนอยำ่ งมเี หตผุ ล ค�ำถำม ข้อสงสยั เก่ยี วกับ ตรวจสอบกำรต้ังค�ำถำม - แบบประเมนิ กำรตัง้ (Hypothesis Formulation) 2. แบบบันทกึ ประเด็น สิ่งใกล้ตวั ของนกั เรยี น ค�ำถำม ประเมนิ ทกั ษะกำรสืบค้น - เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน ค�ำถำม 2. กำรศึกษำ คน้ คว้ำ ข้อมลู ของนักเรียน กำรตัง้ คำ� ถำม กำรสืบคน้ ควำมรู้จำก 1. แบบบันทึกกำรสบื ค้น แสวงหำขอ้ มลู คำ� ตอบ - แบบประเมนิ กำร แหลง่ เรยี นรแู้ ละสำรสนเทศ ขอ้ มลู จำกบคุ คลใกล้ตัว/ สืบคน้ /รวบรวมขอ้ มูล หรอื จำกกำรปฏิบัติทดลอง แหล่งข้อมลู พื้นฐำน - เกณฑ์กำรให้คะแนน (Searching for information) ง่ำย ๆ กำรสืบคน้ /รวบรวม 3. กำรล�ำดับขนั้ ตอน/ ข้อมูล กำรวำงแผนอย่ำงง่ำย กำรสรปุ องค์ควำมร้ ู 1. แบบบันทกึ กำรสรุป ในกำรรวบรวมข้อมลู ประเมนิ กำรสรปุ เรอื่ งรำว แบบประเมินกำรสรุป (Knowledge Formation) องค์ควำมรู้ 4. ทำ� งำนบรรลุผลสำ� เร็จ ทีร่ วบรวมได้ เร่อื งรำวที่สืบค้น/ กำรสอ่ื สำรและกำรนำ� เสนอ 1. งำนเขียนภำพวำด ภำยใตก้ ำรก�ำกับดแู ล ประเมินกำรพดู /เขยี น/ รวบรวมได้ อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ สะท้อนองคค์ วำมรู้ และช่วยเหลอื ของครู วำดภำพ ฯลฯ ทแ่ี สดงถงึ แบบประเมนิ กำรสือ่ สำร (Effective Communication) ทคี่ น้ พบ อย่ำงใกล้ชิด กำรส่ือสำรและกำร และกำรนำ� เสนอ 5. บอกสำระสำ� คญั ของ นำ� เสนอของนักเรยี น 2. กำรพูดน�ำเสนอ สงิ่ ทส่ี บื คน้ /รวบรวมได้ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน50 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล กำรนำ� ควำมรไู้ ปใชบ้ รกิ ำร 1. กำรปฏิบัติเพ่อื น�ำ 6. พดู /เขียน/วำดภำพ ประเมนิ กำรนำ� ควำมรู้ แบบประเมินกำรนำ� ฉ ับบแ ้กไข 2565 สังคม (Public Service) ควำมรู้ไปบริกำร/ นำ� เสนอเพอ่ื สือ่ สำร ไปใชใ้ นกำรทำ� กจิ กรรม ควำมร/ู้ ข้อคดิ ทีไ่ ด้ไป เผยแพร่กับบคุ คล เรอื่ งรำว/ขอ้ สรปุ ท่ี เก่ยี วกบั กำรบรกิ ำรสังคม เผยแพร่/ทำ� ประโยชน์ ใกลต้ ัว รวบรวมได้อย่ำง (ในโรงเรยี นและ ใหก้ บั เพอ่ื นๆ ในโรงเรยี น/ ชดั เจน ไมส่ บั สนโดยใช้ ครอบครวั ) บุคคลในครอบครวั สอื่ ทเ่ี หมำะสม 7. กำรนำ� ควำมรู้และ ขอ้ คดิ ที่ได้ไปใชก้ บั เพื่อน ๆ และบคุ คล ในครอบครัว

ตวั อยา่ งระดบั คณุ ภาพการประเมนิ ผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน51 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล สาระการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ช้ันประถมศกึ ษาปีท ่ี 1 – 3 ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเดน็ การประเมิน ดมี าก (4) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง (1) ด ี (3) พอใช ้ (2) 1. กำรต้ังประเด็นค�ำถำม - ตง้ั ค�ำถำมขอ้ สงสยั - ตัง้ คำ� ถำมขอ้ สงสยั - ตง้ั ค�ำถำมข้อสงสยั - ตงั้ ค�ำถำมเลียนแบบ 2. กำรสบื คน้ ควำมรู้ เก่ียวกับสง่ิ ใกล้ตวั ได้ เกยี่ วกบั ส่ิงใกล้ตัว เกย่ี วกับสิ่งใกลต้ ัว ค�ำถำมครู ดว้ ยตนเองอยำ่ ง อย่ำงหลำกหลำย ตำมคำ� แนะน�ำของครู กว้ำงขวำงหลำยแง่มุม โดยครูช้ีแนะ - ศกึ ษำค้นควำ้ แสวงหำ - ศึกษำคน้ ควำ้ แสวงหำ - ศกึ ษำค้นคว้ำแสวงหำ - ศกึ ษำคน้ คว้ำแสวงหำ ข้อมลู คำ� ตอบจำก ขอ้ มูล คำ� ตอบจำก ขอ้ มูล ค�ำตอบจำก ขอ้ มูล คำ� ตอบจำก บุคคลใกลต้ วั /แหล่ง บุคคลใกลต้ วั /แหลง่ บุคคลใกลต้ ัว/แหล่ง บุคคลใกลต้ วั เท่ำนัน้ ข้อมลู พน้ื ฐำนง่ำย ๆ ข้อมูลพน้ื ฐำนง่ำย ๆ ข้อมูลพน้ื ฐำนง่ำย ๆ - จดั ลำ� ดบั ขน้ั ตอนในกำร หลำยแหลง่ ทสี่ อดคลอ้ ง หลำยแหลง่ ทสี่ อดคลอ้ ง หลำยแหลง่ ทสี่ อดคลอ้ ง รวบรวมขอ้ มูลไม่ กบั เรือ่ งทส่ี นใจ กับเรอ่ื งทส่ี นใจ กับเรือ่ งท่ีสนใจเป็น เหมำะสม - จัดล�ำดบั ขนั้ ตอน - จดั ลำ� ดบั ขนั้ ตอนในกำร ส่วนใหญ่ - ทำ� กำรศกึ ษำค้นควำ้ ในกำรรวบรวมข้อมลู รวบรวมขอ้ มลู ได้ - จดั ลำ� ดบั ขน้ั ตอนในกำร แต่ไมไ่ ด้คำ� ตอบที่ ได้ถูกต้องและอธบิ ำย ถกู ตอ้ งและอธิบำย รวบรวมข้อมลู ได้ ต้องกำรหรอื ได้ค�ำตอบ ไดอ้ ย่ำงมเี หตุผล ได้อยำ่ งมีเหตผุ ล ถกู ต้องแตไ่ มส่ ำมำรถ แตไ่ ม่ถูกต้อง - ทำ� กำรศึกษำค้นคว้ำ ไมช่ ดั เจน อธบิ ำยเหตผุ ลประกอบ จนส�ำเรจ็ ได้ค�ำตอบ - ท�ำกำรศึกษำค้นควำ้ ได้ ทีต่ อ้ งกำรและถกู ต้อง จนสำ� เร็จไดค้ ำ� ตอบ - ท�ำกำรศึกษำคน้ คว้ำ โดยกำรดแู ลของครู ทต่ี อ้ งกำรและถูกตอ้ ง จนสำ� เร็จไดค้ �ำตอบท่ี โดยกำรดแู ลของครู ตอ้ งกำรโดยกำรก�ำกับ ดแู ลและช่วยเหลอื ของ คร ู อยำ่ งใกล้ชดิ 3. กำรสรุปองคค์ วำมรู้ บอกสำระสำ� คญั ของสิง่ ที่ บอกสำระส�ำคญั ของส่งิ ที่ บอกสำระส�ำคญั ของสงิ่ ท่ี ไม่สำมำรถบอกสำระ สนทนำหรือไดร้ บั ฟงั สนทนำหรอื ได้รับฟงั สนทนำหรอื ไดร้ ับฟัง สำ� คญั ของสิง่ ทสี่ นทนำ ในกำรแก้ปัญหำคน้ คว้ำ ในกำรศึกษำคน้ คว้ำ ในกำรศกึ ษำค้นคว้ำ หรือไดร้ ับฟงั ได้หรือบอก ไดอ้ ยำ่ งถูกต้อง ครบถว้ น ได้อยำ่ งถกู ต้อง ครบถว้ น ไดอ้ ยำ่ งถกู ต้อง แต่ สำระส�ำคญั ไม่ถูกต้อง ชัดเจน ไม่ครบถ้วน 4. กำรสอื่ สำรและ เขยี นหรอื วำดภำพและพดู เขียนหรอื วำดภำพและ เขยี นหรอื วำดภำพและพดู เขยี นหรอื วำดภำพและพดู กำรนำ� เสนอ น�ำเสนอเพื่อกำรสอื่ สำร พดู นำ� เสนอเพอื่ กำรสอื่ สำร น�ำเสนอเพอ่ื กำรสือ่ สำร น�ำเสนอไมไ่ ด้หรอื น�ำเสนอ เร่อื งรำวงำ่ ย ๆ ไดอ้ ย่ำง เรื่องรำวงำ่ ย ๆ ได้อยำ่ ง เรอื่ งรำวง่ำย ๆ ได้อย่ำง ได ้ แตส่ บั สน ชัดเจน ไม่สบั สนโดยใชส้ ือ่ ชัดเจน ไมส่ ับสน ถกู ต้อง แต่ไม่ครบถ้วน ที่เหมำะสม 5. กำรน�ำควำมรไู้ ปใช้ นำ� ควำมร้แู ละขอ้ คดิ ที่ได้ นำ� ควำมรแู้ ละขอ้ คิดทไ่ี ด้ น�ำควำมร้แู ละข้อคดิ ทไี่ ด้ น�ำควำมรูแ้ ละข้อคดิ ทีไ่ ด้ บริกำรสงั คม ไปใชก้ ับเพื่อน ๆ และคน ไปใชก้ ับเพอื่ น ๆ และคน ไปใชก้ ับเพ่อื น ๆ และคน ไปใชก้ บั เพ่ือน ๆ และคน ในครอบครวั ดว้ ยตนเอง ในครอบครวั ด้วยตนเอง ในครอบครวั ดว้ ยตนเอง ในครอบครวั น้อยมำก อย่เู สมอ ๆ และมีครคู อยชแี้ นะ โดยครูช้แี นะ หรอื ไมม่ เี ลย เปน็ บำงคร้งั

2. ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4 - 6 จัดเป็นรำยวิชำเพ่ิมเติม ต้องตัดสินผลกำรเรียนเป็นระดับผลกำรเรียน ตำมเกณฑ์ทีส่ ถำนศึกษำกำ� หนดเมอ่ื สิน้ ปีกำรศกึ ษำ ก�ำหนดโครงสร้ำงกำรวดั ประเมนิ ผลได้ ดงั นี้ โครงสรา้ งการวัดและประเมินผล รายวิชาการศกึ ษาเพอ่ื เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) รหัสวชิ า I1_201 ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 รายวิชาการศกึ ษาเพือ่ เรียนรู้ (Knowledge Inquiry) (IS1 + IS2) IS1 : 1. การต้งั ประเด็นคา� ถาม/สมมตฐิ าน การนา� องค์ความรู้ 2. การสืบค้นความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรู้ ไปใช้บรกิ ารสงั คม และสารสนเทศหรอื การปฏิบัติทดลอง 3. การสรปุ องค์ความรู้ (IS3) กิจกรรมเพือ่ สังคมและ IS2 : 4. การสือ่ สารและการน�าเสนออยา่ งมปี ระสิทธิภาพ สาธารณประโยชน์ ตดั สนิ ผลกิจกรรม ผ่าน/ไม่ผา่ น หน่วยที่ 1 หนว่ ยท่ี 2 หน่วยที่ 3 หนว่ ยท่ี 4 คา� ถาม/สมมตฐิ าน สบื คืน/ทดลอง สรปุ องค์ความรู้ ส่ือสาร/น�าเสนอ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน52 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล คะแนน คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม ฉ ับบแ ้กไข 2565 ตดั สินผล รายวิชา

ตัวอยา่ งการวัดและประเมินผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน53 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ช้ันประถมศกึ ษาปที ี ่ 4 - 6 ฉ ับบแก้ไข 2565 ตวั อยา่ ง โครงสร้ำงรำยวิชำเพมิ่ เตมิ กำรศกึ ษำเพอื่ เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) รหัสวิชำ I15201 ชั้นประถมศึกษำปที ่ ี 5 หนว่ ยที่ จา� นวนชว่ั โมง น�้าหนักคะแนน หมายเหตุ 1. สงสยั ใคร่รู้ รวม 8 20 2. สรรสรำ้ งองค์ควำมรู้ 12 30 3. เรียนรูโ้ ลกกวำ้ ง 5 20 4. สอื่ สำรสูส่ งั คม 15 30 40 100 ครูผู้สอนวัดและประเมินผลตำมสภำพจริงตำมแนวทำงกำรประเมินที่ก�ำหนดระดับคุณภำพของผู้เรียน 4 ระดับ คอื ดมี ำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) และปรบั ปรุง (1) ในแต่ละหน่วยกำรเรยี นร ู้ ทัง้ นใ้ี นแต่ละหน่วยครผู สู้ อน อำจก�ำหนดประเด็นกำรประเมินย่อยได้ แล้วก�ำหนดสัดส่วนคะแนนจำกระดับคุณภำพ 4 ระดับ แล้วสรุป เปน็ คะแนนเตม็ แตล่ ะหนว่ ยตำมโครงกำรรำยวชิ ำทกี่ ำ� หนดรวมคะแนนทไ่ี ดท้ ง้ั หมดเพอื่ ตดั สนิ ผลกำรเรยี น ตำมเกณฑ์ ทส่ี ถำนศกึ ษำกำ� หนดดงั ตวั อยำ่ งตอ่ ไปน ี้ (กำ� หนดคะแนนของแตล่ ะระดบั คณุ ภำพเหมอื นระดบั ประถมศกึ ษำปที ี่ 1 - 3) หน่วยที่ เป้าหมายคุณภาพผ้เู รียน คะแนนเต็ม ระดับคุณภาพ คะแนนทีไ่ ด้ 1. สงสัยใคร่รู้ 1. กำรต้ังประเดน็ คำ� ถำม/สมมตฐิ ำน 20 2 13 30 3 22 2. สรรสรำ้ งองคค์ วำมรู้ 2. กำรสบื คน้ ควำมรจู้ ำกแหลง่ เรยี นรู้ และสำรสนเทศ 20 3 15 30 3 21 3. เรยี นรโู้ ลกกว้ำง 3. กำรสรุปองค์ควำมรู้ 100 3 71* 4. สือ่ สำรสูส่ ังคม 4. กำรสอ่ื สำรและกำรนำ� เสนอ อยำ่ งมีประสทิ ธิภำพ รวม *คะแนนทนี่ ำ� มำตดั สนิ ผลกำรเรียน ตำมเกณฑ์นักเรียนท่ไี ดร้ ับผลกำรเรียนเท่ำกับ 3 ส�าหรับการน�าองค์ความรู้ไปใช้บริการสังคม (IS3) ที่จัดในกิจกรรมพัฒนำผู้เรียนในส่วนของกิจกรรม เพ่ือสังคมและสำธำรณประโยชน์ เน้นกำรน�ำควำมรู้ที่ได้จำกกำรศึกษำค้นคว้ำด้วยตนเองของนักเรียนไปปฏิบัติ กิจกรรมให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อื่น ต่อชุมชนใกล้ตัวของนักเรียน เช่น นักเรียนสำมำรถวำงแผนปฏิบัติกิจกรรมได้ นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตำมแผน นักเรียนสรุปผลกำรปฏิบัติกิจกรรม และเผยแพร่ประชำสัมพันธ์ผลกำรปฏิบัติ กจิ กรรมระหวำ่ งเพอื่ นในโรงเรยี นหรอื ตำ่ งโรงเรยี น ครทู ป่ี รกึ ษำมกี ำรกำ� กบั ตดิ ตำมและประเมนิ ผลแตล่ ะจดุ ประสงค์ เป็นระยะ และเม่ือส้ินสุดกำรท�ำกิจกรรมหรือส้ินปีกำรศึกษำ ครูท่ีปรึกษำด�ำเนินกำรประเมินตำมกรอบเป้ำหมำย คณุ ภำพผูเ้ รยี นของสำระกำรเรยี นรู ้ IS3 เพ่ือตัดสนิ ผลกำรประเมินกิจกรรม ดังตวั อยำ่ งต่อไปนี้

ระดบั คณุ ภาพ สรุปผลการประเมนิ ดมี ำก (4) ผำ่ น ด ี (3) ผ่ำน พอใช้ (2) ผำ่ น ปรบั ปรงุ (1) ไมผ่ ำ่ น ตวั อยา่ ง กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ การน�าองค์ความรู้ไปใช้บริการสงั คม (IS3) จดุ ประสงคส์ า� คญั 1 จดุ ประสงคส์ �าคญั 2 จุดประสงคส์ �าคัญ 3 แผนการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม การปฏบิ ัติกิจกรรม สรปุ ผลการปฏิบตั กิ จิ กรรม ตามแผน และการเผยแพร่ ร่องรอย/ชน้ิ งาน รอ่ งรอย/ชิน้ งาน ร่องรอย/ชิ้นงาน วธิ กี าร/เครอ่ื งมือ/เกณฑ์ วธิ ีการ/เคร่อื งมอื /เกณฑ์ วธิ กี าร/เครือ่ งมอื /เกณฑ์ ผ่าน/ไมผ่ ่าน ผา่ น/ไมผ่ า่ น ผา่ น/ไมผ่ ่าน ผา่ น/ไมผ่ า่ น แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน54 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อย่างการออกแบบการวดั และประเมินผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน55 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล สาระการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับชั้นประถมศกึ ษาปีท ี่ 4 - 6 ฉ ับบแก้ไข 2565 เปา้ หมายคณุ ภาพ ตัวอย่างช้นิ งาน/ ตัวชวี้ ดั คุณภาพ การวดั และประเมนิ ผล ผู้เรยี น ผลการเรียนรู้ ผูเ้ รียน วิธกี าร เคร่อื งมอื กำรตงั้ ประเดน็ ค�ำถำม 1. แบบบันทึกประเด็น 1. กำรตง้ั ประเดน็ ปญั หำ/ ประเมนิ กำรตง้ั คำ� ถำม - แบบประเมนิ กำรตั้ง (Hypothesis Formulation) คำ� ถำม คำ� ถำม เกี่ยวกับ กำรตั้งสมมตฐิ ำน คำ� ถำม กำรตง้ั สมมตฐิ ำน เรอื่ งรำวงำ่ ย ๆ ของนักเรยี น ของนักเรยี น 2. แบบบนั ทึกกำร ส่ิงแวดลอ้ มหรือบคุ คล - เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน คำดคะเนค�ำตอบ/ ใกล้ตวั กำรต้งั คำ� ถำม กำรตง้ั สมมติฐำน 2. ตัง้ สมมติฐำน/คำดคะเน สมมติฐำนของนักเรยี น กำรสบื คน้ ควำมรู้จำก 1. แผนกำรสืบคน้ ข้อมูล ค�ำตอบตำมจินตนำกำร แหลง่ เรยี นรแู้ ละสำรสนเทศ 2. แบบบันทึกกำรสบื คน้ ของตนเองและ/หรอื หรอื จำกกำรปฏิบตั ทิ ดลอง ขอ้ มลู ตำมควำมรแู้ ละ (Searching for Information) ประสบกำรณข์ องตน กำรสรปุ องค์ควำมร ู้ 1. แบบบนั ทกึ กำรสรปุ 3. ออกแบบ วำงแผนอย่ำง ประเมินทักษะกำรสบื ค้น - แบบประเมนิ กำรสบื คน้ / (Knowledge Formation) องค์ควำมรู้ งำ่ ยในกำรรวบรวมและ ข้อมูลของนักเรียน รวบรวมข้อมลู ลำ� ดบั ขัน้ ตอนกำร - เกณฑก์ ำรใหค้ ะแนน สบื ค้น/เกบ็ รวบรวม กำรสบื คน้ /รวบรวม ขอ้ มูล ข้อมูล 4. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ แสวงหำ ข้อมลู คำ� ตอบจำก สมมติฐำนทตี่ ง้ั ไว้จำก แหลง่ เรยี นรู้ใกลต้ ัว (บุคคล หนังสือ หนังสอื พมิ พห์ รืออ่นื ๆ) 5. ท�ำงำนบรรลุผลสำ� เรจ็ ภำยใตก้ ำรดูแลก�ำกับ และช่วยเหลอื ของครู อยำ่ งใกล้ชิด 6. จดั กระทำ� ข้อมูลอยำ่ ง ตรวจผลงำนจำกวิเครำะห/์ แบบประเมนิ กำรวเิ ครำะห์ งำ่ ยจำกกำรสืบคน้ จัดกระท�ำขอ้ มูลและ ขอ้ มลู และกำรสรปุ ประเดน็ 7. สรปุ ประเดน็ ควำมรู้ กำรสรุปประเดน็ ควำมรู้ ควำมรู้ของนักเรียน หรือขอ้ คิดสำ� คญั จำก ของนกั เรียน กำรสืบคน้

ตวั อยา่ งการออกแบบการวัดและประเมินผล สาระการศึกษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 (ตอ่ ) เป้าหมายคณุ ภาพ ตัวอยา่ งชิ้นงาน/ ตวั ช้วี ดั คุณภาพ การวัดและประเมินผล ผเู้ รยี น ผลการเรยี นรู้ ผเู้ รียน วธิ กี าร เครื่องมือ กำรสอ่ื สำรและ 1. งำนเขียนท่ีสะท้อน 8. เขียนและพูดน�ำเสนอ 1. ตรวจผลงำนกำรเขียน 1. แบบประเมินงำนเขียน กำรน�ำเสนออย่ำงมี องคค์ วำมรู้ทคี่ ้นพบ ขอ้ สรปุ จำกกำรสบื ค้น ของนักเรียน ของนักเรียน ประสทิ ธิภำพ (Effective 2. กำรพูดหรือกำรนำ� เสนอ ขอ้ มลู เปน็ ล�ำดับ 2. สงั เกตกำรพดู นำ� เสนอ 2. แบบประเมนิ กำรสอ่ื สำร Communication) และกำรน�ำเสนอของ ขั้นตอนท่เี ข้ำใจง่ำย ของนักเรยี น นักเรียน ในรูปแบบเดี่ยว (Oral individual presentation หรอื Oral panel presentation) โดยใช้ ส่อื ทเี่ หมำะสมกบั วยั พรอ้ มอำ้ งองิ แหลง่ ขอ้ มลู ทเี่ ชอ่ื ถือได้ กำรน�ำควำมรู้ไปใช้บริกำร 1. กำรปฏิบตั ิกิจกรรม 9. สำมำรถเชอ่ื มโยงควำมรู้ ประเมินกำรน�ำควำมรู้ แบบประเมินกำรท�ำ สังคม (Public Service) กำรนำ� ควำมรู้ไปใช้ สกู่ ำรปฏบิ ตั ใิ น ไปใชใ้ นกำรทำ� กิจกรรม กิจกรรมเพ่อื ประโยชน์ สถำนกำรณง์ ำ่ ย ๆ เพ่อื เพอ่ื ประโยชน์ตอ่ คนใกล้ชดิ ตอ่ คนใกล้ชดิ และโรงเรียน เพือ่ บริกำรชมุ ชน ประโยชน์ต่อคนใกล้ชดิ และโรงเรียน และโรงเรยี น แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน56 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อยา่ งระดับคณุ ภาพการประเมนิ ผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน57 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดบั ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ี่ 4 - 6 ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเด็นการประเมนิ ดมี าก (4) ระดบั คุณภาพ ปรับปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 1. กำรต้ังประเด็นค�ำถำม - ตงั้ ประเดน็ คำ� ถำม - ตง้ั ประเดน็ คำ� ถำม - ตั้งประเด็นคำ� ถำม ใช้คำ� ถำมทคี่ รชู แี้ นะ - กำรตั้งสมมติฐำน เกยี่ วกับเรอ่ื งงำ่ ย ๆ เก่ียวกับเร่ืองงำ่ ย ๆ เก่ียวกับเรือ่ งงำ่ ย ๆ มำกำ� หนดประเด็นคำ� ถำม อยำ่ งมเี หตผุ ล ส่ิงแวดล้อมหรือบคุ คล สิง่ แวดลอ้ มหรอื บคุ คล ส่งิ แวดลอ้ มหรือบคุ คล ใกลต้ วั ทตี่ นเองสนใจ ใกลต้ วั ท่ีตนเองสนใจ ใกลต้ ัวที่ตนเองสนใจ ได้ดว้ ยตนเอง ประเดน็ ไดโ้ ดยมคี รคู อยช้ีแนะ ไดโ้ ดยมคี รูคอยชี้แนะ ค�ำถำมชดั เจน ประเด็นคำ� ถำมชัดเจน ประเด็นคำ� ถำมชัดเจน ครอบคลุมหลำยด้ำน ครอบคลมุ หลำยด้ำน ครอบคลมุ ด้ำนใด ค�ำถำม มีควำมแปลก มีควำมเปน็ ไปได้ในกำร ด้ำนหน่งึ มคี วำม ใหม่และสรำ้ งสรรค์ แสวงหำค�ำตอบ เป็นไปได้ในกำร มคี วำมเป็นไปไดใ้ นกำร แสวงหำค�ำตอบ แสวงหำค�ำตอบ พดู หรอื เขียนคำดคะเน พดู หรือเขยี นคำดคะเน พูดหรือเขียนคำดคะเน พดู หรือเขียนคำดคะเน คำ� ตอบลว่ งหนำ้ โดยใช้ ค�ำตอบล่วงหน้ำโดยใช้ คำ� ตอบล่วงหนำ้ โดยใช้ คำ� ตอบล่วงหน้ำโดยใช้ จินตนำกำรควำมรู้ ควำมร้ ู ประสบกำรณ์ ควำมรู ้ ประสบกำรณข์ อง ควำมร้ ู ประสบกำรณข์ อง ประสบกำรณข์ องตนเอง ของตนเอง คำ� ตอบ ตนเอง ค�ำตอบท่คี ำดคะเน ตนเอง คำ� ตอบท่ีคำดคะเน ค�ำตอบท่คี ำดคะเน ที่คำดคะเนสอดคล้องกับ สอดคลอ้ งกบั ประเด็น ไมส่ อดคล้องกับประเด็น ครอบคลุมสอดคลอ้ งกบั ประเด็นค�ำถำม มีควำม คำ� ถำม แต่มีควำมเปน็ ไป ค�ำถำม มคี วำมเป็นไปได้ ประเด็นคำ� ถำม มีควำม เป็นไปไดใ้ นกำรตรวจสอบ ไดน้ ้อยในกำรตรวจสอบ นอ้ ยในกำรตรวจสอบ เป็นไปได้ในกำรตรวจสอบ

ตัวอย่างระดบั คุณภาพการประเมนิ ผลสาระการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท ่ี 4 - 6 ประเดน็ การประเมิน ดมี าก (4) ระดบั คุณภาพ ปรบั ปรงุ (1) ด ี (3) พอใช้ (2) 2. กำรสืบค้นควำมรู้ 1. ออกแบบ วำงแผน ลำ� ดบั 1. ออกแบบ วำงแผน ลำ� ดบั 1. ออกแบบ วำงแผน ลำ� ดบั 1. ออกแบบ วำงแผน ลำ� ดบั ขัน้ ตอนในกำรรวบรวม ขัน้ ตอนในกำรรวบรวม ขั้นตอนในกำรรวบรวม ขน้ั ตอนในกำรรวบรวม ขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง เหมำะสม ขอ้ มลู ถกู ตอ้ ง ชัดเจน ข้อมลู ถกู ตอ้ ง ปฏิบตั ไิ ด ้ ข้อมลู ไม่ถูกต้อง กระชบั ชดั เจน ปฏบิ ัติ ปฏิบัติได้ง่ำย 2. ศกึ ษำ ค้นควำ้ หำขอ้ มลู 2. ศึกษำ ค้นควำ้ หำข้อมูล ไดง้ ำ่ ย 2. ศึกษำ ค้นคว้ำ หำข้อมูล จำกแหลง่ คน้ ควำ้ ใกลต้ ัว จำกแหลง่ ค้นคว้ำใกล้ตัว 2. ศึกษำ ค้นคว้ำ หำข้อมูล จำกแหล่งค้นควำ้ ใกล้ตวั อยำ่ งหลำกหลำย ไมห่ ลำกหลำยและให้ จำกแหลง่ คน้ คว้ำใกลต้ วั ไมห่ ลำกหลำย แตส่ ำมำรถให้ข้อมลู ได้ ขอ้ มูลไมส่ อดคล้องกับ อย่ำงหลำกหลำย แต่สำมำรถใหข้ ้อมูล ไมค่ รอบคลมุ ทกุ ประเดน็ ประเดน็ ค�ำตอบ ทีส่ ำมำรถให้ไดข้ อ้ มลู ครอบคลุมทกุ ประเดน็ คำ� ตอบทีค่ ำดคะเน/ ท่คี ำดคะเน/สมมตฐิ ำน ครอบคลมุ ทุกประเดน็ คำ� ตอบทีค่ ำดคะเน/ สมมตฐิ ำนท่ีตงั้ ไว ้ ทตี่ ้งั ไว ้ ค�ำตอบที่คำดคะเน/ สมมตฐิ ำนที่ตงั้ ไว้ 3. ทำ� งำนส�ำเร็จ ได้ขอ้ มลู 3. ท�ำงำนไมส่ �ำเร็จ สมมตฐิ ำนทต่ี งั้ ไว้ 3. ท�ำงำนสำ� เรจ็ ได้ขอ้ มูล ในประเดน็ ส�ำคัญ ไดข้ ้อมูลไมต่ รงประเดน็ 3. ทำ� งำนส�ำเรจ็ ได้ข้อมูล ในประเด็นส�ำคัญ มีกำรปรกึ ษำครบู ้ำง ส�ำคญั ครบทกุ ประเดน็ ตำม โดยกำรปรกึ ษำครู เปำ้ หมำย โดยมกี ำร เปน็ ครั้งครำว ปรึกษำครูอยำ่ ง สมำ�่ เสมอและตอ่ เนือ่ ง 3. กำรสรปุ องค์ควำมรู้ 1. จดั กระท�ำข้อมลู 1. จัดกระทำ� ขอ้ มลู ท่ี 1. จดั กระทำ� ข้อมูลที่ 1. ไม่สำมำรถจดั กระทำ� ที่รวบรวมมำได้โดยใช้ รวบรวมมำได้โดยใช้ รวบรวมมำได้โดยใช้ ข้อมูลทรี่ วบรวมมำได้ วธิ ีกำรง่ำย ๆ ท่ถี กู ตอ้ ง วธิ ีกำรงำ่ ย ๆ ทถ่ี ูกตอ้ ง วิธกี ำรงำ่ ย ๆ และ หรือจัดกระท�ำโดยใช้ และเหมำะสม และเหมำะสม เหมำะสม วิธกี ำรที่ไม่เหมำะสม 2. สรปุ ประเดน็ ควำมร้หู รือ 2. สรปุ ประเดน็ ควำมรู้หรือ 2. สรุปประเด็นควำมรู้หรือ 2. สรุปประเดน็ ควำมร ู้ ข้อคิดส�ำคญั จำกข้อมูล ข้อคดิ สำ� คญั จำกขอ้ มลู ข้อคิดส�ำคัญจำกข้อมลู หรอื ข้อคิดส�ำคัญจำก ทร่ี วบรวมมำไดอ้ ยำ่ ง ท่รี วบรวมมำได้อยำ่ ง ทรี่ วบรวมมำได้อย่ำง ข้อมูลท่ีรวบรวมมำได ้ ถกู ตอ้ งชดั เจน เขำ้ ใจงำ่ ย ถูกตอ้ งตอบประเดน็ ถูกต้อง แต่ตอบประเด็น ไมถ่ กู ต้อง ตอบประเดน็ คำ� ถำม คำ� ถำมไดค้ รบถว้ น คำ� ถำมไดไ้ ม่ครบถ้วน ไดค้ รบถ้วน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน58 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตัวอย่างระดบั คณุ ภาพการประเมินผลสาระการศกึ ษาค้นควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน59 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปีท ่ี 4 - 6 (ตอ่ ) ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเดน็ การประเมนิ ดมี าก (4) ระดับคุณภาพ ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 4. กำรส่อื สำรและ 1. เรยี บเรียงควำมรหู้ รอื 1. เรยี บเรียงควำมร้หู รอื 1. เรียบเรยี งควำมรหู้ รือ 1. เรียบเรยี งควำมรู้หรือ กำรน�ำเสนอ ข้อคดิ สำ� คญั จำกขอ้ มลู ข้อคดิ สำ� คัญจำกข้อมลู ข้อคดิ สำ� คญั จำกขอ้ มูล ข้อคิดสำ� คญั จำกขอ้ มูล ที่รวบรวมมำได้อย่ำง ที่รวบรวมมำไดอ้ ยำ่ ง ท่ีรวบรวมมำได้อยำ่ ง ทีร่ วบรวมมำได้ แต่ ถกู ต้องสมบรู ณ ์ เข้ำใจ ถูกต้องสมบูรณ ์ โดย ถกู ต้องโดยมอี ้ำงองิ บำงสว่ นไม่ถกู ตอ้ งหรือ งำ่ ย โดยอ้ำงองิ แหลง่ อ้ำงองิ แหลง่ ควำมรู้ แหล่งควำมรู้ใกลต้ ัว ไมม่ กี ำรอำ้ งองิ แหลง่ ควำมรู้ใกล้ตัวทเ่ี ชื่อถือ ใกลต้ วั ท่ีเช่อื ถือได้ 2. นำ� เสนอควำมรหู้ รือ ควำมรู้ ได้อยำ่ งหลำกหลำย อยำ่ งหลำกหลำย ข้อคิดส�ำคัญจำกข้อมูล 2. นำ� เสนอควำมรหู้ รอื 2. นำ� เสนอควำมรู้หรือ 2. นำ� เสนอควำมรหู้ รือ ที่รวบรวมมำได้ โดยใช้ ขอ้ คิดส�ำคัญจำกข้อมูล ข้อคิดส�ำคญั จำกขอ้ มูล ขอ้ คดิ ส�ำคญั จำกขอ้ มลู ส่อื ทเ่ี หมำะสมกับวัย ทรี่ วบรวมมำได้ ทร่ี วบรวมมำได้เป็น ที่รวบรวมมำได้เปน็ ในรปู แบบเดย่ี วหรอื กลมุ่ แต่สบั สนเข้ำใจยำก ลำ� ดับขั้นตอน เข้ำใจงำ่ ย ล�ำดบั ขน้ั ตอนโดยใช้สื่อ โดยใช้สื่อทเี่ หมำะสม ทเ่ี หมำะสมกับวัย กบั วยั ทงั้ ในรปู แบบเดยี่ ว ในรปู แบบเดยี่ วหรอื กลมุ่ และกลุ่ม 5. กำรนำ� ควำมรู้ไปใช้ สำมำรถเชอ่ื มโยงควำมรู้ สำมำรถเช่ือมโยงควำมรู้ สำมำรถเชอ่ื มโยงควำมรู้ ไม่สำมำรถเชือ่ มโยงควำมรู้ บรกิ ำรสงั คม สกู่ ำรปฏิบัติในสถำนกำรณ์ สู่กำรปฏบิ ัติในสถำนกำรณ์ สู่กำรปฏิบัติในสถำนกำรณ์ สูก่ ำรปฏิบตั ไิ ด้ งำ่ ย ๆ เพอื่ ประโยชน์ งำ่ ยๆ เพอ่ื ประโยชน์ ง่ำย ๆ เพือ่ ประโยชน์ ตอ่ คนใกลช้ ิดและโรงเรยี น ต่อคนใกลช้ ิดและโรงเรยี น ต่อคนใกล้ชดิ และโรงเรยี น อย่ำงหลำกหลำยสม�ำ่ เสมอ อยำ่ งหลำกหลำย เป็นตัวอยำ่ งและแนะนำ� เป็นตวั อยำ่ งได้ ผู้อ่นื ได้

3. ชน้ั มธั ยมศกึ ษำ จดั เปน็ รำยวชิ ำเพมิ่ เตมิ 2 รำยวชิ ำ และกจิ กรรมพฒั นำพฒั นำผเู้ รยี นกำรประเมนิ รำยวชิ ำ เพม่ิ เติมสำระ IS โดยตดั สินผลกำรเรียนใหร้ ะดับผลกำรเรยี นเม่ือส้ินภำคเรียน สำ� หรบั กำรประเมนิ กจิ กรรมพฒั นำ ผู้เรียนตัดสินผลกำรเรียน ผ่ำน/ไม่ผ่ำน ตำมท่ีสถำนศึกษำก�ำหนด โดยครูผู้สอนสำมำรถก�ำหนดโครงสร้ำงกำรวัด ประเมนิ ผลได ้ ดังตวั อยำ่ งตอ่ ไปนี้ ตวั อยา่ งการวดั และประเมินผล สาระการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับช้นั มัธยมศกึ ษา รายวิชาการศึกษาคน้ คว้าและสรา้ งองค์ความรู้ (Research and Knowledge Formation) หนว่ ยที่ 1 หน่วยท่ี 2 หนว่ ยท่ี 3 ค�าถาม/สมมติฐาน สืบค้น/ทดลอง สรุปองคค์ วามรู้ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม ตดั สินผลรายวชิ า รายวชิ าการส่ือสารและการนา� เสนอ (Communlcation and Presentation) แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน60 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล หนว่ ยท่ี 1 หนว่ ยท่ี 2 หน่วยท่ี 3 ฉ ับบแ ้กไข 2565 หลักการเขยี นงาน ICT กับการน�าเสนอ การเขียนและ การน�าเสนอ เชงิ วิชาการ คะแนน คะแนน คะแนน คะแนนรวม ตัดสนิ ผลรายวชิ า

ตวั อยา่ ง โครงสรำ้ งรำยวิชำกำรศกึ ษำค้นคว้ำและสร้ำงองค์ควำมรู้ (IS1) แนวทางการจัดการเรียนการสอน61 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล รหัสวชิ ำ I2_201 ช้ันมธั ยมศึกษำปีท ่ี ......... เวลำ 40 ชั่วโมง (1 หน่วยกติ ) ฉ ับบแก้ไข 2565 หนว่ ยการเรียนรู้ จ�านวนช่วั โมง นา�้ หนกั คะแนน หมายเหตุ หนว่ ยท่ี 1 คำ� ถำม/สมมติฐำน 10 30 หนว่ ยท่ี 2 สบื คน้ /ทดลอง 20 40 หน่วยที ่ 3 สรปุ องค์ควำมรู้ 10 30 รวม 40 100 ในกำรจัดกำรเรียนกำรสอนและกำรวัดและประเมินผลเน้นกำรประเมินตำมสภำพจริง ตำมแนวทำง กำรประเมินท่ีก�ำหนดระดับคุณภำพของผู้เรียน 4 ระดับ คือ ดีมำก (4) ดี (3) พอใช้ (2) และปรับปรุง (1) ในแต่ละหน่วยกำรเรียนรู้ ทั้งน้ีในแต่ละหน่วยกำรเรียนรู้ผู้สอนอำจก�ำหนดประเด็นกำรประเมินย่อยระหว่ำง กำรท�ำกิจกรรมของนักเรียนเป็นระยะ ๆ แล้วก�ำหนดสัดส่วนคะแนนจำกระดับคุณภำพ 4 ระดับ สรุปเป็น คะแนนเต็มแต่ละหน่วยตำมโครงสร้ำงรำยวิชำที่ก�ำหนดเมื่อส้ินภำคเรียนจึงรวมคะแนน ท่ีได้ท้ังหมดจำกทุกหน่วย เพ่ือตดั สินผลกำรเรียนตำมเกณฑ์ทสี่ ถำนศึกษำก�ำหนดดงั ตัวอย่ำงต่อไปน้ี ตวั อยา่ ง กำรคดิ คะแนนจำกระดบั คุณภำพเตม็ 20, 30 และ 40 คะแนน ระดับคุณภาพ คะแนนเตม็ 20 คะแนนที่ได้ คะแนนเตม็ 40 คะแนนเต็ม 30 ดีมำก (4) 17 - 20 34 - 40 ด ี (3) 14 - 16 25 - 30 26 - 33 พอใช ้ (2) 11 - 13 20 - 24 20 - 25 ปรับปรุง (1) ต่ำ� กว่ำ 10 15 - 19 ต่�ำกว่ำ 20 ต�ำ่ กวำ่ 15 ตัวอยา่ งการคดิ คะแนนเพ่อื ตัดสนิ ผลการเรียนของนกั เรียน รายวิชา กำรศึกษำค้นควำ้ และสร้ำงองค์ควำมรู้ รหสั วชิ ำ I20201 ชัน้ มธั ยมศึกษำปีที่ ... เวลำ 40 ชว่ั โมง (1 หนว่ ยกติ ) หน่วยที่ เป้าหมายคุณภาพผเู้ รียน คะแนนเต็ม ระดบั คุณภาพ ผล/คะแนนทีไ่ ด้ 1.คำ� ถำม/สมมตฐิ ำน 1. กำรตง้ั ประเด็นค�ำถำม/สมมติฐำน 30 4 26 2.สบื ค้น/ทดลอง 2. กำรสบื ค้นควำมรจู้ ำกแหล่งเรยี นรู้ 40 3 30 3.สรปุ องคค์ วำมรู้ และสำรสนเทศ 3. กำรสรุปองค์ควำมรู้ 30 3 23 100 3 79* รวม *คะแนนที่น�ำไปตดั สินผลกำรเรียน ตำมเกณฑน์ กั เรียนไดร้ ะดบั ผลกำรเรยี นเทำ่ กบั 3.5

ตัวอย่าง โครงสรำ้ งรำยวชิ ำกำรสอ่ื สำรและกำรน�ำเสนอ IS2 (Communication and Presentation) รหัสวิชำ I2_202 ช้นั มธั ยมศกึ ษำปที .่ี ... เวลำ 40 ชั่วโมง (1 หนว่ ยกติ ) หน่วยการเรยี นรู้ จา� นวนช่วั โมง น�้าหนักคะแนน หมายเหตุ หน่วยท ่ี 1 หลักกำรเขยี นเชงิ วิชำกำร 5 20 หนว่ ยท ่ี 2 ICT กบั กำรน�ำเสนอ 10 30 หน่วยที่ 3 เขยี นรำยงำนเชงิ วิชำกำรและน�ำเสนอ 25 50 40 100 รวม ตัวอย่าง กำรคดิ คะแนนจำกระดับคุณภำพเต็ม 20, 30 และ 40 คะแนน ระดับคณุ ภาพ คะแนนเตม็ 20 คะแนนท่ีได้ คะแนนเตม็ 40 คะแนนเตม็ 30 ดมี ำก (4) 17 - 20 34 - 40 ดี (3) 14 - 16 25 - 30 26 - 33 พอใช ้ (2) 11 - 13 20 - 24 20 - 25 ปรบั ปรงุ (1) ต�ำ่ กวำ่ 10 15 - 19 ตำ่� กว่ำ 20 ตำ่� กว่ำ 15 ตัวอยา่ ง กำรคิดคะแนนเพ่อื ตดั สินผลกำรเรยี นของนักเรยี นในรำยวชิ ำ กำรสือ่ สำรและกำรน�ำเสนอ รหัสวชิ ำ I2_202 ช้นั มัธยมศกึ ษำปีที ่ ... เวลำ 40 ชั่วโมง (1 หน่วยกิต) หน่วยท่ี เป้าหมายคุณภาพผู้เรยี น คะแนนเต็ม ระดบั คุณภาพ คะแนนทีไ่ ด้ 1. หลักกำรเขยี นรำยงำน 1. ควำมร้คู วำมเขำ้ ใจหลกั กำรเขียนรำยงำน 20* - 14 เชิงวิชำกำร เชิงวชิ ำกำร 2. ICT กบั กำรน�ำเสนอ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน62 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล 2. ควำมรู้ควำมเขำ้ ใจและกำรน�ำเสนอ 30 3 21 ฉ ับบแ ้กไข 2565 3. กำรเขยี นรำยงำนเชงิ ดว้ ยเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรสอื่ สำร 10* 7 วชิ ำกำรและกำรนำ� เสนอ 3. กำรสื่อสำรและกำรน�ำเสนอ 40 3 30 รวม 100 3 72** *ประเมนิ ควำมรู้ดว้ ยแบบทดสอบ *คะแนนท่นี �ำไปตัดสนิ ผลกำรเรยี น ตำมเกณฑ์นกั เรยี นไดร้ ะดับผลกำรเรยี นเทำ่ กบั 3

สำ� หรบั กำรนำ� องคค์ วำมรไู้ ปใชบ้ รกิ ำรสงั คม (IS3) ทเี่ ปน็ กจิ กรรมพฒั นำผเู้ รยี นในสว่ นของกจิ กรรมเพอ่ื สงั คม แนวทางการจัดการเรียนการสอน63 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล และสำธำรณประโยชน ์ มงุ่ เนน้ ใหน้ กั เรยี นนำ� ควำมรทู้ ไ่ี ดจ้ ำกกำรศกึ ษำคน้ ควำ้ ดว้ ยตนเอง ไปปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ประโยชน์ ฉ ับบแก้ไข 2565 ตอ่ ชุมชน สงั คมโลก ซงึ่ ครทู ปี่ รึกษำอำจกำ� หนดจุดประสงค์ส�ำคัญของกจิ กรรมได ้ ดังน้ี 1. นกั เรยี นสำมำรถวำงแผนกำรปฏิบตั ิกิจกรรมได้ 2. นักเรยี นสำมำรถจัดท�ำปฏทิ ินกำรปฏิบัตกิ ิจกรรม 3. นกั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมตำมปฏทิ ินที่ก�ำหนด 4. นกั เรียนสรุปผลกำรปฏบิ ตั กิ จิ กรรม 5. มกี ำรเผยแพรป่ ระชำสัมพันธผ์ ลกำรปฏิบตั ิกิจกรรม ครูที่ปรึกษำติดตำม ประเมินผลกำรปฏิบัติกิจกรรมตำมจุดประสงค์ส�ำคัญเป็นระยะ ๆ และประเมิน ระดับคุณภำพผู้เรียนตำมกรอบสำระกำรเรียนรู้ IS3 เม่ือนักเรียนปฏิบัติกิจกรรมครบตำมจุดประสงค์ส�ำคัญหรือ ส้ินภำคเรียน เพอ่ื สรปุ ผลกำรประเมนิ เป็น ผำ่ น/ไมผ่ ่ำน ดงั นี้ ระดับคณุ ภาพ สรปุ ผลการประเมิน ดมี ำก (4) ผ่ำน ด ี (3) ผ่ำน พอใช ้ (2) ผำ่ น ปรับปรุง (1) ไม่ผ่ำน ตัวอยา่ ง กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ การน�าองคค์ วามรูไ้ ปใชบ้ รกิ ารสงั คม (IS3) จุดประสงคส์ �าคญั 1 จดุ ประสงค์ส�าคญั 2 จดุ ประสงค์สา� คัญ 3 แผนการปฏบิ ตั ิกจิ กรรม การปฏบิ ตั ิกิจกรรม สรุปผลการปฏบิ ตั ิกิจกรรม ตามแผน และการเผยแพร่ ร่องรอย/ชิ้นงาน ร่องรอย/ช้นิ งาน รอ่ งรอย/ชิน้ งาน วิธีการ/เครอ่ื งมอื /เกณฑ์ วธิ ีการ/เครอื่ งมอื /เกณฑ์ วธิ ีการ/เครือ่ งมือ/เกณฑ์ ผ่าน/ไม่ผ่าน ผา่ น/ไม่ผ่าน ผา่ น/ไมผ่ า่ น ผา่ น/ไม่ผ่าน

ตัวอยา่ งการออกแบบการวดั และประเมินผล สาระการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ ี 1 - 3 เป้าหมายคณุ ภาพ ตวั อย่างชน้ิ งาน/ ตัวช้วี ัดคุณภาพ การวัดและประเมนิ ผล ผู้เรียน ผลการเรียนรู้ ผเู้ รียน วธิ กี าร เคร่อื งมือ กำรตงั้ ประเด็นคำ� ถำม/ 1. แบบบนั ทกึ ประเด็น 1. ตงั้ ประเดน็ คำ� ถำม ตรวจสอบกำรตง้ั คำ� ถำม แบบบันทกึ กำรตรวจสอบ สมมติฐำนอยำ่ งมเี หตุผล ค�ำถำม ในเรอ่ื งท่คี นสนใจโดย และกำรตัง้ สมมตฐิ ำน กำรตง้ั ค�ำถำมและ (Hypothesis Formulation) 2. แบบบนั ทึกสมมตฐิ ำน/ เร่ิมจำกตัวเองเชื่อมโยง ของนักเรียน กำรตง้ั สมมติฐำน คำ� ตอบท่ีคำดคะเน กับชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ของนกั เรยี น ประเทศ เกณฑ์กำรประเมนิ 2 ตัง้ สมมตฐิ ำนและให ้ เหตผุ ลโดยใชค้ วำมรู้ จำกสำขำวิชำต่ำง ๆ กำรสบื ค้นควำมรูจ้ ำก 1. แผนกำรเก็บรวบรวม/ 1. ออกแบบ วำงแผน ประเมนิ กำรสบื คน้ ขอ้ มลู แบบประเมินกำรสบื ค้น แหลง่ เรยี นรแู้ ละสำรสนเทศ กำรสบื ค้นขอ้ มูล รวบรวมข้อมูลโดยใช ้ จำกแหล่งเรยี นรู้ของ ข้อมลู เกณฑก์ ำรประเมิน หรือจำกกำรปฏิบัติทดลอง 2. แบบบนั ทกึ กำรสบื ขอ้ มลู กระบวนกำรรวบรวม นกั เรียน (Searching for information) อยำ่ งมปี ระสทิ ธภิ ำพ 2. ศกึ ษำแสวงหำขอ้ มูล ประเด็นควำมรู ้ เกยี่ วขอ้ งกับสมมตฐิ ำน ที่ตง้ั ไว้จำกแหลง่ เรยี นรู้ ที่หลำกหลำย เชน่ หอ้ งสมดุ หนงั สือ วำรสำร แหลง่ เรียนรู้ ออนไลน์ วำรสำร ฯลฯ 3. ใช้กระบวนกำรกลุม่ ในกำรแลกเปล่ยี น ควำมคิดเห็นโดยใช้ ควำมรู้จำกสำขำวิชำ และแหล่งเรียนรตู้ ำ่ ง ๆ เพอ่ื ให้ไดข้ อ้ มูล ที่ครบถว้ นสมบูรณ์ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน64 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล 4. ทำ� งำนบรรลุเป้ำหมำย ฉ ับบแ ้กไข 2565 ภำยใต้กรอบกำร ด�ำเนินงำนท่ีกำ� หนด โดยกำรก�ำกบั ดูแลของ ครูอยำ่ งตอ่ เน่ือง

ตัวอยา่ งการออกแบบการวดั และประเมินผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน65 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล สาระการศกึ ษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 - 3 (ตอ่ ) ฉ ับบแก้ไข 2565 เป้าหมายคณุ ภาพ ตัวอย่างช้นิ งาน/ ตัวช้ีวดั คณุ ภาพ การวัดและประเมินผล ผูเ้ รยี น ผลการเรยี นรู้ ผ้เู รยี น วิธีการ เครื่องมอื กำรสอ่ื สำรและ 1. ผลงำนกำรเขียน 1. เรยี บเรยี งและถำ่ ยทอด 1. ตรวจผลงำนกำรเขียน 1. แบบบันทกึ กำรตรวจ กำรน�ำเสนออย่ำงมี เชิงวชิ ำกำร ควำมคิดอย่ำงชัดเจน รำยงำนเชงิ วิชำกำรของ ผลงำนกำรเรยี นรำยงำน ประสทิ ธิภำพ (Effective 2. กำรนำ� เสนอองค์ควำมรู้ เป็นระบบ นกั เรยี น เชิงวิชำกำรของนักเรียน Communication) 2. น�ำเสนอในรปู แบบเด่ียว 2. สงั เกตกำรพูดน�ำเสนอ 2. แบบบนั ทกึ กำรสังเกต (Oral individual งำนของนักเรยี น กำรนำ� เสนองำนของ presentation หรอื นกั เรยี นเกณฑ์กำร Oral panel ประเมิน presentation) โดยใชส้ ื่อประกอบ หลำกหลำย 3. เขยี นรำยงำนกำร ศกึ ษำคน้ ควำ้ เชงิ วชิ ำกำร ควำมยำว 2,000 ค�ำ โดยมีกำรอ้ำงองิ แหลง่ ควำมรทู้ เ่ี ชอื่ ถือได้ อย่ำงหลำกหลำย กำรนำ� ควำมรูไ้ ปใช้บริกำร 1. กำรปฏิบตั ิกิจกรรม 1. นำ� ควำมรู้ไปประยกุ ต์ ประเมนิ กำรนำ� ควำมรู้ แบบประเมินกำรท�ำ สงั คม (Public Service) เพอื่ บรกิ ำรชุมชน สรำ้ งสรรคป์ ระโยชน์ ไปใชใ้ นกำรท�ำกจิ กรรม กจิ กรรมบริกำรโรงเรยี น 2. กำรเผยแพร่ผลกำร ต่อโรงเรียนและชุมชน บริกำรโรงเรียน ชุมชนและ และชุมชน ปฏิบตั ิกิจกรรมบรกิ ำร 2. เผยแพรค่ วำมรู้และ กำรเผยแพร่ควำมรู้และ ชมุ ชน ประสบกำรณท์ ่ีได้ ประสบกำรณก์ ำรบริกำร จำกกำรลงมอื ปฏบิ ตั ิ โรงเรยี นและชุมชน เพือ่ ประโยชน์ต่อ โรงเรยี นและชมุ ชน

ตัวอยา่ งระดบั คณุ ภาพการประเมินผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1 - 3 ประเด็นการประเมนิ ดีมาก (4) ระดับคณุ ภาพ ปรับปรงุ (1) ด ี (3) พอใช ้ (2) 1. กำรต้ังประเด็นคำ� ถำม 1. ตั้งประเด็นค�ำถำม 1. ตัง้ ประเด็นค�ำถำม 1. ตง้ั ประเดน็ คำ� ถำม ใชค้ �ำถำมท่ีครชู แี้ นะ - กำรต้งั สมมตฐิ ำน ในเรื่องทต่ี นเองสนใจ ในเรอื่ งทีต่ นเองสนใจ ในเร่อื งทต่ี นเองสนใจ มำก�ำหนดประเด็นค�ำถำม ไดด้ ้วยตนเอง ได้โดยมคี รคู อยชี้แนะ ไดโ้ ดยมคี รคู อยช้ีแนะ 2. ขอบขำ่ ยประเดน็ คำ� ถำม 2. ขอบขำ่ ยประเดน็ คำ� ถำม 2. ขอบขำ่ ยประเดน็ คำ� ถำม ชดั เจนครอบคลมุ ขอ้ มลู / ชดั เจนครอบคลมุ ขอ้ มลู / ชดั เจนแต่ยังไม่ ปัจจยั หรอื ตัวแปร ปจั จยั หรอื ตัวแปร ครอบคลุมข้อมูล/ปจั จยั ท่ีเกีย่ วข้องกบั ตนเอง ท่ีเกย่ี วข้องกบั ตนเอง หรือตวั แปรทเี่ กีย่ วข้อง เชือ่ มโยงกบั ชมุ ชน เช่ือมโยงกับชมุ ชน กบั ตนเองเช่อื มโยงกับ ท้องถ่ิน ประเทศ ทอ้ งถิ่น ประเทศ ชุมชน ท้องถ่นิ ประเทศ 3. คำ� ถำมมคี วำมแปลกใหม่ 3. ค�ำถำมมคี วำมเป็นไปได้ 3. คำ� ถำมมีควำมเปน็ ไปได้ และสร้ำงสรรค์มคี วำม ในกำรแสวงหำคำ� ตอบ ในกำรแสวงหำค�ำตอบ เปน็ ไปไดใ้ นกำรแสวงหำ ค�ำตอบ 1. พูดหรอื เขยี นคำดคะเน 1. พดู หรอื เขยี นคำดคะเน 1. พดู หรอื เขยี นคำดคะเน 1. พดู หรอื เขียนคำดคะเน คำ� ตอบลว่ งหนำ้ ค�ำตอบล่วงหน้ำ โดย คำ� ตอบล่วงหนำ้ ค�ำตอบลว่ งหน้ำได้ โดยอำศยั ควำมรูส้ ำขำ อำศัยควำมรูจ้ ำกสำขำ โดยอำศยั ควำมรูจ้ ำก โดยอำศยั ควำมร้จู ำก วชิ ำต่ำง ๆ วิชำตำ่ ง ๆ สำขำวิชำต่ำง ๆ สำขำวิชำตำ่ ง ๆ 2. ค�ำตอบท่คี ำดคะเนหรือ 2. ค�ำตอบที่คำดคะเนหรือ 2. ค�ำตอบทค่ี ำดคะเน 2. คำ� ตอบหรือสมมติฐำน สมมตฐิ ำนแสดงกำร สมมตฐิ ำนแสดงกำร หรอื สมมติฐำนมคี วำม ไมม่ คี วำมสมั พันธข์ อง เชื่อมโยงควำมสัมพนั ธ์ เช่อื มโยงควำมสมั พนั ธ์ สมั พันธ์ของขอ้ มูล/ ขอ้ มลู /ตัวแปร ของขอ้ มลู /ตัวแปร ของข้อมูล/ตวั แปร ตัวแปรทเ่ี กี่ยวข้องบ้ำง ท่เี กี่ยวขอ้ งไมส่ อดคล้อง ทีเ่ ก่ียวขอ้ งได้อย่ำง ที่เกยี่ วข้องไดช้ ดั เจน สอดคล้องกบั ประเด็น กบั ประเด็นค�ำถำม ชัดเจน ครอบคลุม สอดคล้องกับประเดน็ ค�ำถำมแต่มคี วำม มีควำมเปน็ ไปไดน้ อ้ ย สอดคล้องกบั ประเด็น ค�ำถำมสมเหตสุ มผล เปน็ ไปไดน้ ้อยในกำร ในกำรตรวจสอบ ค�ำถำมสมเหตสุ มผล มคี วำมเป็นไปไดใ้ นกำร ตรวจสอบ มีควำมเป็นไปได้ในกำร ตรวจสอบ ตรวจสอบ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน66 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อยา่ งระดับคณุ ภาพการประเมนิ ผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน67 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท ่ี 1 - 3 (ต่อ) ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเดน็ การประเมนิ ดีมาก (4) ระดบั คณุ ภาพ ปรบั ปรงุ (1) ด ี (3) พอใช้ (2) 2. กำรสืบคน้ ควำมรู ้ 1. วำงแผนเก็บรวบรวม/ 1. วำงแผนเก็บรวบรวม/ 1. วำงแผนเก็บรวบรวม 1. ไมม่ กี ำรวำงแผนหรือ สืบค้นข้อมูลชัดเจน สบื ค้นข้อมลู ชัดเจน สบื คน้ ขอ้ มูลชัดเจนและ มีกำรวำงแผนแต่ และปฏิบตั ิได ้ วธิ กี ำร และปฏิบัตไิ ด ้ วิธกี ำร ปฏบิ ตั ไิ ด ้ มกี ำรรวบรวม/ ไม่สำมำรถนำ� ไปปฏบิ ตั ิ รวบรวม/สืบค้นขอ้ มลู รวบรวม/สบื ค้นข้อมูล สบื คน้ ขอ้ มลู เหมำะสมไว้ จริงได ้ เหมำะสม เหมำะสม 2. ศกึ ษำคน้ คว้ำหำ 2. ศึกษำค้นควำ้ หำ 2. ศึกษำคน้ ควำ้ หำควำมรู้ 2. ศกึ ษำคน้ ควำ้ หำ ควำมรูจ้ ำกแหล่งเรยี นรู้ ควำมรู้จำกแหลง่ จำกแหล่งเรียนรู้ ควำมรู้จำกแหลง่ ไม่หลำกหลำยแต่ เรียนรู้ไมห่ ลำกหลำย หลำกหลำยครอบคลุม เรียนรหู้ ลำกหลำย ครอบคลมุ ทกุ ประเด็น และไมค่ รอบคลุม ทุกประเดน็ ค�ำตอบ ครอบคลมุ ทกุ ประเดน็ ค�ำตอบท่ีคำดคะเน/ ประเด็นคำ� ตอบ ท่คี ำดคะเน/สมมติฐำน ค�ำตอบท่คี ำดคะเน/ สมมติฐำนท่ตี ้ังไว้ ทค่ี ำดคะเน/สมมตฐิ ำน ท่ีตั้งไว้ สมมติฐำนท่ตี ั้งไว้ 3. มกี ำรแลกเปลีย่ น ที่ตงั้ ไว ้ 3. มกี ำรแลกเปลี่ยน 3. มกี ำรแลกเปล่ยี น ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ 3. ไม่มีกำรแลกเปลย่ี น ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ โดยใช้ควำมรูจ้ ำก ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ โดยใช้ควำมรู้จำก โดยใชค้ วำมรู้จำก สำขำวชิ ำต่ำง ๆ 4. บนั ทกึ ข้อมลู ไม่ตรง สำขำวิชำต่ำง ๆ เพอ่ื ให้ สำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ 4. มีกำรบันทกึ ข้อมูล ประเด็นสำ� คัญ ไดข้ อ้ มลู ท่คี รบถว้ น 4. มีกำรบันทึกข้อมลู ได้ขอ้ มูลในประเด็น สมบูรณ ์ เหมำะสมเฉพำะประเดน็ สำ� คัญ มกี ำรปรึกษำครู 4. มีกำรบันทกึ ข้อมูล สำ� คญั โดยกำรปรกึ ษำครู บ้ำง เหมำะสมและไดข้ อ้ มลู เปน็ ครงั้ ครำว ครบทุกประเด็นตำม เปำ้ หมำย โดยมีกำร ปรกึ ษำครูอย่ำง สมำ�่ เสมอและต่อเนอื่ ง

ตัวอยา่ งระดบั คณุ ภาพการประเมินผลสาระการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ ี 1 – 3 (ต่อ) ประเดน็ การประเมนิ ดมี าก (4) ระดับคณุ ภาพ ปรับปรงุ (1) ด ี (3) พอใช ้ (2) 3. กำรสรปุ องค์ควำมรู้ 1. วเิ ครำะหข์ ้อมูล 1. วเิ ครำะห์ขอ้ มูลโดยใช้ 1. วิเครำะหข์ อ้ มลู 1. ไม่มีกำรวิเครำะหข์ ้อมูล โดยใชว้ ธิ กี ำรทเี่ หมำะสม วิธีกำรทเ่ี หมำะสม โดยใชว้ ธิ กี ำรทเี่ หมำะสม หรือวิเครำะห์ขอ้ มลู 2. สังเครำะห์และสรปุ 2. สังเครำะห์และสรุป 2. สงั เครำะหแ์ ละสรปุ ไม่ถูกต้อง องค์ควำมรู้ไดอ้ ยำ่ ง องคค์ วำมรูไ้ ดอ้ ยำ่ ง องคค์ วำมรู้ได้อยำ่ ง 2. สงั เครำะหแ์ ละสรุป ชดั เจน มกี ำรอภิปรำย ชดั เจน มกี ำรอภปิ รำย ชัดเจน มีกำรอภปิ รำย องคค์ วำมรู้ได้ไม่ชดั เจน ผลเปรยี บเทียบ ผลเปรยี บเทยี บเชอื่ มโยง ผลเปรยี บเทียบแต่ยงั 3. ไมม่ ีกำรนำ� องคค์ วำมรู้ เชือ่ มโยงควำมรอู้ ยำ่ ง ควำมรู้ ไม่ชัดเจน ไปเสนอแนวคดิ วธิ กี ำร สมเหตุสมผล 3. นำ� องคค์ วำมรทู้ ่ีได้ 3. นำ� องค์ควำมรทู้ ี่ได้ แก้ปัญหำ 3. นำ� องคค์ วำมร้ทู ่ีได้ ไปเสนอแนวคดิ วธิ กี ำร ไปเสนอวธิ กี ำรแกป้ ญั หำ ไปเสนอแนวคดิ วิธกี ำร แก้ปญั หำได ้ แต่ยงั ได ้ แตย่ ังไม่เปน็ ระบบ แกป้ ญั หำอยำ่ งเป็น ไม่เป็นระบบ ระบบ 4. กำรสอื่ สำรและ 1. เรยี บเรียงถำ่ ยทอด 1. เรยี บเรียงถ่ำยทอด 1. เรยี บเรยี งและถ่ำยทอด 1. เรยี บเรยี งและถ่ำยทอด กำรนำ� เสนอ ควำมคิดจำกกำรสืบ ควำมคิดจำกกำรศึกษำ ควำมคิดจำกกำรศกึ ษำ ควำมคิดจำกกำรศึกษำ ค้นควำ้ ไดอ้ ย่ำงชัดเจน คน้ ควำ้ ได้อย่ำงชดั เจน คน้ คว้ำได้อยำ่ งชัดเจน ค้นควำ้ ได้ และเปน็ ระบบ และเปน็ ระบบ 2. เขียนรำยงำนกำรศึกษำ 2. เขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำ 2. เขียนรำยงำนกำร 2. เขยี นรำยงำน คน้ คว้ำเชงิ วชิ ำกำร ค้นควำ้ ได้โดยอ้ำงองิ ศึกษำคน้ ควำ้ เชิง กำรศกึ ษำค้นคว้ำ เป็นภำษำไทย แหลง่ ควำมร ู้ วิชำกำรเปน็ ภำษำไทย เชิงวชิ ำกำรเป็น ควำมยำวประมำณ 3. น�ำเสนอผลกำรศึกษำ ควำมยำวประมำณ ภำษำไทยควำมยำว 2,500 ค�ำ เนือ้ หำสำระ ค้นควำ้ ในรปู แบบกลุ่ม 2,500 คำ� เนื้อหำสำระ ประมำณ 2,500 คำ� ถูกต้อง โดยอ้ำงองิ 4. ไมม่ ีกำรเผยแพร่ผลงำน ถูกต้อง สมบรู ณเ์ ขำ้ ใจ เนอ้ื หำสำระถกู ตอ้ ง แหล่งควำมรูท้ เ่ี ช่อื ถือได้ สสู่ ำธำรณะ งำ่ ย โดยอ้ำงองิ แหลง่ สมบรู ณ์ โดยอำ้ งอิง 3. นำ� เสนอผลกำรศึกษำ ควำมรทู้ ี่เช่ือถอื อยำ่ ง แหล่งควำมรูท้ ่ีเชื่อถอื ได้ คน้ ควำ้ ในรปู แบบเดีย่ ว หลำกหลำย อยำ่ งหลำกหลำย หรือกลมุ่ โดยใช้สอื่ 3. น�ำเสนอผลกำรศกึ ษำ 3. นำ� เสนอผลกำรศกึ ษำ ประกอบ ค้นคว้ำในรูปแบบเดย่ี ว ค้นควำ้ ในรูปแบบเด่ียว 4. เผยแพรผ่ ลงำนสู่ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน68 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล และกลมุ่ โดยใชส้ อื่ หรอื กลมุ่ โดยใช้สือ่ สำธำรณะผำ่ นสื่อ ฉ ับบแ ้กไข 2565 ทีห่ ลำกหลำย ทหี่ ลำกหลำย อิเล็กทรอนิกส์ 4. เผยแพร่ผลงำนสู่ 4. เผยแพรผ่ ลงำนสู่ 1 ช่องทำง สำธำรณะผำ่ นส่อื สำธำรณะผ่ำนส่ือ อเิ ล็กทรอนกิ สม์ ำกกวำ่ อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ 2 ชอ่ งทำง 2 ชอ่ งทำง

ตวั อยา่ งระดบั คณุ ภาพการประเมนิ ผลสาระการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน69 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 – 3 (ต่อ) ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเด็นการประเมิน ดมี าก (4) ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 5. กำรน�ำควำมรู้ไปใช้ 1. น�ำควำมรู้จำกกำรศึกษำ 1. นำ� ควำมรู้จำกกำรศึกษำ 1. น�ำควำมรูจ้ ำกกำรศึกษำ 1. ไม่ไดน้ �ำควำมรจู้ ำกกำร บรกิ ำรสังคม ค้นควำ้ ไปประยกุ ตใ์ ช้ คน้ คว้ำไปประยกุ ตใ์ ช้ คน้ คว้ำไปประยุกตใ์ ช้ ศกึ ษำคน้ คว้ำไป ในกจิ กรรมท่สี ร้ำงสรรค์ ในกจิ กรรมท่สี ร้ำงสรรค์ ในกจิ กรรมทีส่ ร้ำงสรรค์ ประยุกต์ใช้ในกิจกรรม เปน็ ประโยชนต์ อ่ เปน็ ประโยชน์ต่อ เปน็ ประโยชนต์ อ่ ที่เป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชุมชน โรงเรยี นและชมุ ชน โรงเรยี น โรงเรียนหรอื ชมุ ชน 2. เผยแพร่ควำมร้แู ละ 2. เผยแพร่ควำมรู้และ 2. เผยแพรค่ วำมรูแ้ ละ 2. ไมม่ กี ำรเผยแพร่ควำมรู้ ประสบกำรณ์ทไี่ ด้ ประสบกำรณท์ ีไ่ ด้ ประสบกำรณ์ทไ่ี ด้ และประสบกำรณ์ทีไ่ ด้ จำกกำรลงมอื ปฏิบัติ จำกกำรลงมอื ปฏบิ ตั ิ จำกกำรลงมอื ปฏิบัติ จำกกำรลงมือปฏบิ ตั ิ เพ่ือประโยชนต์ ่อ เพ่อื ประโยชน์ตอ่ เพ่อื ประโยชนต์ อ่ โรงเรยี นและชุมชน โรงเรียนและชุมชน โรงเรยี นผ่ำนสอื่ ผ่ำนส่ือหลำกหลำย ผ่ำนส่อื รปู แบบใด รปู แบบใดรปู แบบหน่ึง รปู แบบ รูปแบบหนึง่

ตัวอย่างการออกแบบการวัดและประเมนิ ผล สาระการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที ่ 4 - 6 เปา้ หมายคุณภาพ ตวั อยา่ งชิ้นงาน/ ตัวชีว้ ดั คุณภาพ การวดั และประเมินผล ผเู้ รียน ผลการเรียนรู้ ผเู้ รียน วิธกี าร เครือ่ งมือ กำรต้ังประเดน็ คำ� ถำม/ 1. แบบบนั ทกึ ประเด็น 1. ตัง้ ประเด็นคำ� ถำม ตรวจสอบกำรต้งั คำ� ถำม แบบบันทกึ กำรตรวจสอบ สมมติฐำนอย่ำงมีเหตุผล ค�ำถำม เกี่ยวกับสถำนกำรณ์ กำรตง้ั สมมติฐำน กำรต้ังคำ� ถำมและกำรตั้ง (Hypothesis Formulation) 2. แบบบันทึกสมมติฐำน ปัจจบุ ันและสังคมโลก ของนักเรียน สมมตฐิ ำนของนักเรยี น 2. ตัง้ สมมตฐิ ำนและให้ เกณฑก์ ำรประเมิน เหตุผลทสี่ นบั สนนุ หรือ แบบประเมินกำรสบื ค้น โตแ้ ยง้ ประเด็นควำมรู้ ขอ้ มูลเกณฑก์ ำรประเมนิ โดยใชค้ วำมร้จู ำกสำขำ วชิ ำตำ่ ง ๆ และมที ฤษฎี รองรบั กำรสบื คน้ ควำมรจู้ ำกแหลง่ 1. แผนกำรสืบค้นควำมรู้ 3. ออกแบบ วำงแผน ประเมนิ กำรสบื คน้ ข้อมูล เรยี นรู้และสำรสนเทศหรือ 2. แบบบนั ทกึ ผลกำรสบื คน้ รวบรวมขอ้ มูลโดยใช ้ จำกแหล่งเรียนรูข้ อง จำกกำรปฏิบัติทดลอง ควำมรู้ กระบวนกำรรวบรวม นกั เรยี น (Searching for information) ข้อมลู อย่ำงมี ประสทิ ธิภำพ 4. ศึกษำ ค้นควำ้ แสวงหำ ควำมรู้ ขอ้ มูลและ สำรสนเทศโดยระบุ แหล่งเรียนรู้ท้ังปฐมภูมิ และทตุ ิยภมู ิ 5. ใช้กระบวนกำรกล่มุ ในกำรแลกเปล่ยี น ควำมคดิ เหน็ โดยใช้ ควำมร้จู ำกสำขำวิชำ และแหล่งเรยี นรู้ตำ่ ง ๆ และพิจำรณำควำม น่ำเชือ่ ถอื ของแหลง่ เรยี นรอู้ ยำ่ งมี แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน70 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล วิจำรณญำณเพือ่ ใหไ้ ด้ ฉ ับบแ ้กไข 2565 ขอ้ มลู ทค่ี รบถว้ นสมบรู ณ ์ 6. ท�ำงำนบรรลุเปำ้ หมำย อย่ำงมปี ระสทิ ธภิ ำพ โดยคำ� แนะน�ำของครู ที่ให้คำ� ปรกึ ษำอยำ่ ง ต่อเนอ่ื ง 7. อธบิ ำยควำมเปน็ มำของ ศำสตร ์ หลกั กำร และ วธิ ีคิดในสง่ิ ท่ศี ึกษำ ค้นคว้ำ 8. วเิ ครำะหข์ ้อมูล โดยใช้ วิธกี ำรเหมำะสม

ตัวอย่างการออกแบบการวดั และประเมนิ ผล แนวทางการจัดการเรียนการสอน71 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล สาระการศกึ ษาค้นคว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 - 6 (ต่อ) ฉ ับบแก้ไข 2565 เปา้ หมายคณุ ภาพ ตัวอยา่ งชนิ้ งาน/ ตวั ชว้ี ัดคุณภาพ การวัดและประเมินผล ผู้เรียน ผลการเรียนรู้ ผู้เรียน วิธกี าร เครือ่ งมือ กำรสรปุ องค์ควำมร ู้ 1. แบบบนั ทกึ กำรวเิ ครำะห์ 9. สังเครำะหแ์ ละสรุป ตรวจผลงำนกำรวิเครำะห์ แบบบันทึก กำรตรวจ (Knowledge Formation) สงั เครำะห ์ และอภปิ รำย องคค์ วำมรู้ อภปิ รำยผล สังเครำะห์สรุปองค์ควำมรู้ ผลงำน กำรวเิ ครำะห ์ ผล และเปรยี บเทียบ และอภปิ รำยผลของ สังเครำะห ์ สรปุ องคค์ วำมรู้ 2. แบบบันทกึ กำรสรปุ เชื่อมโยงควำมรูจ้ ำก นักเรียน และอภปิ รำยผลของ องคค์ วำมรู้ แหลง่ คน้ คว้ำต่ำง ๆ นักเรยี น 10.เสนอแนวคดิ หรอื วธิ กี ำร แกป้ ญั หำอยำ่ งเปน็ ระบบ กำรสอ่ื สำรและกำรนำ� เสนอ 1. ผลงำนกำรเขียน 11.เรยี บเรียงและถำ่ ยทอด 1. ตรวจผลงำนกำรเขียน 1. แบบบันทึกกำรตรวจ อย่ำงมีประสิทธิภำพ เชงิ วิชำกำร ควำมคดิ อยำ่ งสรำ้ งสรรค์ รำยงำนเชงิ วชิ ำกำร ผลงำนกำรเรยี นรำยงำน (Effective 2. กำรนำ� เสนอองค์ควำมรู้ เปน็ ระบบ ของนกั เรยี น เชิงวชิ ำกำรของนกั เรยี น Communication) 12.เขยี นรำยงำนกำรศึกษำ 2. สังเกตกำรพูดนำ� เสนอ 2. แบบบันทึกกำรสังเกต ค้นควำ้ เชงิ วชิ ำกำรเป็น งำนของนกั เรียน กำรน�ำเสนองำนของ ภำษำไทยควำมยำว 3. ตรวจสอบกำรวพิ ำกษ/์ นักเรียน 4,000 ค�ำ หรือภำษำ สนทนำเก่ยี วกบั ผลงำน 3. แบบบนั ทึกกำรตรวจ องั กฤษ ควำมยำว ผำ่ นสอ่ื เิ ล็กทรอนกิ ส์ สอบกำรวพิ ำกษ์/ 2,000 ค�ำ โดยมีกำร สนทนำเก่ียวกบั ผลงำน อ้ำงองิ แหลง่ ควำมรู ้ เกณฑก์ ำรประเมิน ทเ่ี ชอื่ ถอื ได้ทงั้ ใน ประเทศและ ต่ำงประเทศ 13.นำ� เสนอในรปู แบบเดยี่ ว (Oral individual presentation หรอื Oral panel presentation) เปน็ ภำษำไทยหรอื ภำษำ อังกฤษ โดยใชส้ อื่ เทคโนโลยที ่ีหลำกหลำย 14.มกี ำรวพิ ำกษ์/สนทนำ เกี่ยวกบั ผลงำน ผ่ำนส่อื อเิ ล็กทรอนิกส ์ เชน่ e-conference, social media online

ตัวอย่างการออกแบบการวัดและประเมนิ ผล สาระการศึกษาคน้ ควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ ี 4 - 6 (ตอ่ ) เปา้ หมายคุณภาพ ตัวอยา่ งชนิ้ งาน/ ตวั ชี้วัดคณุ ภาพ การวดั และประเมนิ ผล ผูเ้ รียน ผลการเรยี นรู้ ผเู้ รยี น วธิ กี าร เครอื่ งมือ กำรน�ำควำมรูไ้ ปใชบ้ ริกำร 1. กำรปฏิบัตกิ จิ กรรม 15.น�ำควำมรไู้ ปประยกุ ต์ ประเมนิ กำรนำ� ควำมรไู้ ปใช้ แบบประเมินกำรทำ� สังคม (Public Service) เพอ่ื บริกำรชุมชน สงั คม สร้ำงสรรคป์ ระโยชน์ ในกำรท�ำกจิ กรรมบรกิ ำร กิจกรรมบรกิ ำรโรงเรียน 2. กำรเผยแพร่ผล ต่อสังคมและโลก โรงเรียน ชุมชนและ และชุมชน กำรปฏบิ ตั กิ ิจกรรม 16.เผยแพร่ควำมรู้และ กำรเผยแพรค่ วำมรู้ เกณฑก์ ำรประเมนิ บรกิ ำรชุมชน สังคม ประสบกำรณ์ท่ีได้ และประสบกำรณ์กำร จำกกำรลงมือปฏิบัติ บริกำรสังคมและโลก เพ่อื ประโยชนต์ ่อสงั คม และโลก แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน72 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อย่างระดับคุณภาพการประเมินผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน73 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ ี 4 - 6 ฉ ับบแก้ไข 2565 เปา้ หมายคุณภาพ ตวั อยา่ งช้ินงาน/ ตวั ชวี้ ัดคุณภาพ การวัดและประเมินผล ผ้เู รยี น ผลการเรียนรู้ ผเู้ รยี น วธิ กี าร เครอ่ื งมอื 1. กำรตัง้ ประเดน็ คำ� ถำม ต้งั ประเด็นค�ำถำมได้ ตั้งประเดน็ ค�ำถำมได้ ต้งั ประเดน็ คำ� ถำมได้ ใช้ค�ำถำมทคี่ รชู แ้ี นะมำ ดว้ ยตนเอง ขอบข่ำย โดยมีครูคอยชแี้ นะ โดยมีครูคอยช้แี นะ ก�ำหนดประเด็นคำ� ถำม ประเดน็ ค�ำถำมชดั เจน ขอบข่ำยประเด็นค�ำถำม ขอบขำ่ ยประเดน็ คำ� ถำม ครอบคลมุ ขอ้ มูล/ปจั จัย ชดั เจน ครอบคลมุ ข้อมูล/ ชัดเจน แตย่ ังไม่ครอบคลมุ หรอื ตวั แปรทเ่ี กีย่ วขอ้ งกบั ปัจจัยหรือตวั แปรที่ ข้อมลู /ปัจจยั หรอื ตวั แปร สถำนกำรณป์ จั จบุ นั และ เก่ียวขอ้ งกับสถำนกำรณ์ ท่ีเกีย่ วข้องกับสถำนกำรณ์ สังคมโลก ค�ำถำมมีควำม ปจั จบุ นั และสังคมโลก ปัจจบุ นั และสงั คมโลก แปลกใหมแ่ ละสรำ้ งสรรค์ มีควำมเป็นไปได้ในกำร มคี วำมเป็นไปได้ในกำร มีควำมเปน็ ไปได้ในกำร แสวงหำคำ� ตอบ แสวงหำคำ� ตอบ แสวงหำค�ำตอบ - กำรต้งั สมมติฐำน พดู หรอื เขียนคำดคะเน พดู หรอื เขยี นคำดคะเน พูดหรือเขยี นคำดคะเน พดู หรือเขยี นคำดคะเน คำ� ตอบลว่ งหนำ้ โดยอำศยั ค�ำตอบล่วงหนำ้ โดยอำศยั ค�ำตอบลว่ งหน้ำโดยอำศัย คำ� ตอบลว่ งหนำ้ ไดใ้ ชค้ วำมรู้ ควำมรสู้ ำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ ควำมรู้จำกสำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ ควำมรจู้ ำกสำขำวชิ ำต่ำง ๆ จำกสำขำวชิ ำตำ่ ง ๆ คำ� ตอบ ค�ำตอบทค่ี ำดคะเนหรอื ค�ำตอบทีค่ ำดคะเนหรือ คำ� ตอบทีค่ ำดคะเนหรอื ทค่ี ำดคะเนหรือสมมตฐิ ำน สมมตฐิ ำนแสดงกำร สมมติฐำนแสดงกำร สมมติฐำนมีควำมสัมพันธ์ ไม่มคี วำมสัมพนั ธข์ อง เช่ือมโยงควำมสมั พันธ์ของ เช่อื มโยงควำมสัมพนั ธข์ อง ของข้อมลู /ตวั แปรที่ ขอ้ มูล/ตัวแปรทีเ่ กี่ยวขอ้ ง ขอ้ มูล/ตวั แปรที่เกยี่ วข้อง ขอ้ มูล/ตวั แปรท่ีเกย่ี วขอ้ ง เกยี่ วข้องบ้ำงสอดคล้องกับ ไมส่ อดคล้องกับประเด็น ไดอ้ ย่ำงชดั เจน ครอบคลุม ไดช้ ัดเจน สอดคล้องกบั ประเด็นค�ำถำม แตม่ คี วำม คำ� ถำมมคี วำมเป็นไปได้ สอดคล้องกับประเด็น ประเดน็ คำ� ถำมสมเหตุ เป็นไปไดน้ ้อยในกำร น้อยในกำรตรวจสอบ ค�ำถำม สมเหตสุ มผล สมผลมคี วำมเป็นไปได้ ตรวจสอบ มคี วำมเป็นไปไดใ้ นกำร ในกำรตรวจสอบ ตรวจสอบ

ตัวอย่างระดับคณุ ภาพการประเมนิ ผลสาระการศึกษาค้นคว้าดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 4 - 6 (ต่อ) ประเดน็ การประเมนิ ดีมาก (4) ระดับคณุ ภาพ ปรับปรุง (1) ดี (3) พอใช ้ (2) 2. กำรสืบคน้ ควำมรู้ 1. วำงแผนเกบ็ รวบรวม/ 1. วำงแผนเกบ็ รวบรวม/ 1. วำงแผนเก็บรวบรวม/ 1. ไมม่ ีกำรวำงแผนหรอื สบื คน้ ขอ้ มูลชดั เจน สืบค้นขอ้ มลู ชัดเจน สืบค้นขอ้ มูลชัดเจน มีกำรวำงแผน แต่ และปฏบิ ัติได้ วธิ กี ำร และปฏิบตั ไิ ด ้ วิธีกำร และปฏิบัติได้ วิธกี ำร ไม่สำมำรถนำ� ไปปฏบิ ตั ิ รวบรวม/สืบค้นข้อมูล รวบรวม/สืบค้นข้อมลู รวบรวม/สบื คน้ ขอ้ มลู จริงได้ เหมำะสม เหมำะสม เหมำะสมไว้ 2. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ หำควำมร ู้ 2. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ หำควำมร ู้ 2. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ หำควำมร ู้ 2. ศกึ ษำ คน้ ควำ้ หำควำมร ู้ ขอ้ มูลและสำรสนเทศ ขอ้ มลู และสำรสนเทศ ขอ้ มูลและสำรสนเทศ ขอ้ มูลและสำรสนเทศ โดยระบุแหล่งเรยี นรู้ โดยระบุ แหลง่ เรยี นรู้ โดยระบุแหลง่ เรียนรู้ โดยระบแุ หลง่ เรยี นรู้ ไม่หลำกหลำยและ หลำกหลำย ทัง้ แหล่ง หลำกหลำย ทั้งแหล่ง ไมห่ ลำกหลำย แต่ ไม่ครอบคลุมประเด็น เรียนรปู้ ฐมภมู ิและ เรียนร้ปู ฐมภูมิและ ครอบคลุมทุกประเด็น คำ� ตอบทีค่ ำดคะเน/ ทุตยิ ภูม ิ ครอบคลมุ ทุติยภมู ิ ครอบคลุม ค�ำตอบท่ีคำดคะเน/ สมมติฐำนที่ตง้ั ไว้ ทุกประเดน็ ค�ำตอบ ทกุ ประเดน็ คำ� ตอบ สมมตฐิ ำนที่ต้ังไว้ 3. ไม่มกี ำรแลกเปลี่ยน ที่คำดคะเน/สมมติฐำน ทค่ี ำดคะเน/สมมติฐำน 3. มกี ำรแลกเปลี่ยน ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ ท่ตี ั้งไว้ ที่ตง้ั ไว้ ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ 4. บนั ทกึ ข้อมลู ไม่ตรง 3. มกี ำรแลกเปลย่ี น 3. มกี ำรแลกเปลีย่ น โดยใชค้ วำมรจู้ ำกสำขำ ประเดน็ สำ� คัญ ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ ควำมคดิ เหน็ ภำยในกลมุ่ วิชำต่ำง ๆ โดยใชค้ วำมรู้จำกสำขำ โดยใชค้ วำมรู้จำกสำขำ 4. มกี ำรบันทึกข้อมูล วิชำต่ำง ๆ และร่วมกัน วิชำตำ่ ง ๆ และร่วมกัน ไดข้ ้อมลู ในประเด็น พจิ ำรณำควำมนำ่ เชอ่ื ถอื พจิ ำรณำควำมนำ่ เชอื่ ถอื ส�ำคญั มีกำรปรึกษำครู ของแหล่งเรยี นรู้อย่ำง ของแหล่งเรยี นรู้ บ้ำง มีวจิ ำรณญำณเพ่อื ให้ได้ 4. มีกำรบันทกึ ขอ้ มูล ขอ้ มลู ทค่ี รบถว้ นสมบรู ณ ์ เหมำะสมและได้ข้อมูล 4. มีกำรบันทึกขอ้ มลู ในประเด็นสำ� คญั เหมำะสมและไดข้ อ้ มลู โดยกำรปรกึ ษำครู ครบถว้ นทกุ ประเดน็ เปน็ คร้งั ครำว ตำมเป้ำหมำย โดยมี กำรปรึกษำครอู ย่ำง แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน74 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล สม�่ำเสมอและต่อเน่อื ง ฉ ับบแ ้กไข 2565

ตวั อยา่ งระดับคุณภาพการประเมนิ ผลสาระการศึกษาคน้ ควา้ ด้วยตนเอง (Independent Study : IS) แนวทางการจัดการเรียนการสอน75 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 - 6 (ต่อ) ฉ ับบแก้ไข 2565 ประเดน็ การประเมิน ดีมาก (4) ระดบั คณุ ภาพ ปรับปรงุ (1) ดี (3) พอใช้ (2) 3. กำรสรุปองค์ควำมร ู้ 1. อธบิ ำยควำมเปน็ มำ 1. อธบิ ำยควำมเปน็ มำ 1. อธบิ ำยควำมเปน็ มำ 1. ไมไ่ ดอ้ ธบิ ำยควำมเปน็ มำ ของศำสตรห์ ลักกำร ของศำสตรห์ ลักกำร ของศำสตรห์ ลักกำร ของศำสตร์หลกั กำร และวิธคี ดิ ในสงิ่ ท่ศี ึกษำ และวิธคี ิดในส่งิ ท่ีศึกษำ และวธิ ีคิดในสงิ่ ท่ีศกึ ษำ และวธิ ีคิดในสงิ่ ที่ศึกษำ คน้ คว้ำได้อยำ่ งถกู ต้อง คน้ ควำ้ ไดอ้ ย่ำงถูกตอ้ ง คน้ คว้ำไดอ้ ยำ่ งถูกต้อง ค้นคว้ำ 2. วิเครำะห์ขอ้ มูลโดยใช้ ชัดเจน 2. วเิ ครำะหข์ อ้ มูลโดยใช้ 2. ไมม่ ีกำรวเิ ครำะหข์ ้อมลู วธิ กี ำรทเ่ี หมำะสม 2. วิเครำะห์ข้อมลู โดยใช้ วิธกี ำรทเ่ี หมำะสม หรอื สังเครำะห์ข้อมูล 3. สังเครำะหแ์ ละสรปุ วธิ ีกำรทเ่ี หมำะสม 3. สงั เครำะหแ์ ละสรปุ ไม่ถูกต้อง องคค์ วำมรู้ไดอ้ ยำ่ ง 3. สงั เครำะหแ์ ละสรุป องคค์ วำมรไู้ ดอ้ ยำ่ ง 3. สังเครำะหแ์ ละสรปุ ชดั เจน มีกำรอภปิ รำย องคค์ วำมรู้ได้อย่ำง ชัดเจนมกี ำรอภิปรำย องคค์ วำมร้ไู ดไ้ ม่ชัดเจน ผลเปรยี บเทยี บ ชัดเจนมีกำรอภิปรำย ผลเปรยี บเทียบ แตย่ ัง 4. บันทกึ ข้อมูลไม่ตรง เชื่อมโยงควำมรู้อยำ่ ง ผลเปรยี บเทยี บเชอื่ มโยง ไมช่ ัดเจน ประเดน็ ส�ำคัญ สมเหตสุ มผล ควำมร้ ู 4. มกี ำรบันทึกข้อมูล 5. ไม่มีกำรน�ำองคค์ วำมรู ้ 4. มกี ำรบนั ทึกขอ้ มลู 4. มกี ำรบันทกึ ข้อมูล ได้ข้อมูลในประเด็น ไปเสนอแนวคิดวธิ กี ำร เหมำะสมและไดข้ อ้ มูล เหมำะสมและได้ข้อมูล สำ� คญั มกี ำรปรึกษำครู แก้ปัญหำ ครบถว้ นทกุ ประเด็น ในประเด็นส�ำคัญในกำร บ้ำง ตำมเปำ้ หมำยโดยมี ปรึกษำครเู ปน็ คร้ังครำว 5. น�ำองคค์ วำมรทู้ ไ่ี ด้ กำรปรกึ ษำครูอย่ำง 5. นำ� องคค์ วำมรูท้ ไี่ ด้ ไปเสนอวธิ กี ำร สมำ�่ เสมอและตอ่ เน่อื ง ไปเสนอแนวคิดวิธกี ำร แกป้ ญั หำได้ แตย่ ัง 5. น�ำองคค์ วำมรูท้ ่ีได้ แก้ปญั หำได ้ แตย่ ัง ไม่เป็นระบบ ไปเสนอแนวคิดวิธกี ำร ไมเ่ ป็นระบบ แกป้ ญั หำอย่ำงเปน็ ระบบ

ตวั อย่างระดบั คณุ ภาพการประเมนิ ผลสาระการศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 4 - 6 (ตอ่ ) เปา้ หมายคุณภาพ ตวั อยา่ งชนิ้ งาน/ ตัวชี้วดั คุณภาพ การวัดและประเมินผล ผูเ้ รียน ผลการเรยี นรู้ ผ้เู รียน วธิ กี าร เครอ่ื งมอื 4. กำรส่ือสำรและ 1. เรียบเรยี งและถ่ำยทอด 1. เรียบเรียงและถำ่ ยทอด 1. เรียบเรียงและถำ่ ยทอด 1. เรียบเรียงและถ่ำยทอด กำรน�ำเสนอ ควำมคดิ จำกกำรศกึ ษำ ควำมคดิ จำกกำรศึกษำ ควำมคดิ จำกกำรศึกษำ ควำมคิดจำกกำรศกึ ษำ ค้นควำ้ ได้อยำ่ ง คน้ ควำ้ ไดอ้ ย่ำง ค้นคว้ำได้อย่ำงชัดเจน คน้ คว้ำได้ สรำ้ งสรรคแ์ ละเป็น สรำ้ งสรรค์ และเปน็ 2. เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำ 2. เขยี นรำยงำนกำรศกึ ษำ ระบบ ระบบ คน้ ควำ้ เชิงวิชำกำร คน้ คว้ำ ได้โดยอำ้ งอิง 2. เขียนรำยงำนกำรศกึ ษำ 2. เขียนรำยงำนกำรศึกษำ เปน็ ภำษำไทยควำมยำว แหล่งควำมรู้ในประเทศ คน้ ควำ้ เชงิ วชิ ำกำร ค้นควำ้ เชิงวชิ ำกำร 4,000 ค�ำ โดยอำ้ งอิง 3. นำ� เสนอผลกำรศกึ ษำ เปน็ ภำษำไทยควำมยำว เป็นภำษำไทยควำมยำว แหลง่ ควำมรทู้ ่ีเชอ่ื ถือได้ ค้นคว้ำในรูปแบบกลุ่ม 4,000 คำ� และภำษำ 4,000 ค�ำ หรอื ภำษำ ในประเทศไทย เป็นภำษำไทย องั กฤษควำมยำว องั กฤษ ควำมยำว 3. น�ำเสนอผลกำรศึกษำ 4. ไม่สำมำรถใช้กำร 2,000 คำ� โดยอำ้ งอิง 2,000 คำ� โดยอำ้ งอิง ค้นควำ้ ในรปู แบบเดยี่ ว สนทนำหรอื วิพำกษ์ผำ่ น แหล่งควำมร้ทู เ่ี ชอื่ ถือได้ แหล่งควำมรทู้ ่ีเช่ือถือได้ และกลุ่มเป็นภำษำไทย ส่อื อเิ ลก็ ทรอนิกส์ได้ ทั้งในและต่ำงประเทศ ทงั้ ในและตำ่ งประเทศ โดยใช้สอื่ ทีห่ ลำกหลำย 3. น�ำเสนอผลกำรศกึ ษำ 3. น�ำเสนอผลกำรศกึ ษำ 4. ใช้กำรสนทนำและ ค้นควำ้ ในรปู แบบเดยี่ ว คน้ ควำ้ ในรปู แบบเดย่ี ว วิพำกษ์ผำ่ นสอื่ และกลุ่มเป็นภำษำไทย และกลุ่มเป็นภำษำไทย อิเลก็ ทรอนิกส์ และภำษำองั กฤษ โดยใช้ หรอื ภำษำองั กฤษ โดยใช้ 1 ชอ่ งทำง ส่อื ทหี่ ลำกหลำย สือ่ ทีห่ ลำกหลำย 4. ใช้กำรสนทนำและ 4. ใชก้ ำรสนทนำและ วิพำกษ์ผ่ำนสอื่ วิพำกษผ์ ่ำนสอื่ อเิ ลก็ ทรอนิกส์มำกกว่ำ อิเล็กทรอนกิ ส ์ 2 ช่องทำง 2 ช่องทำง 5. กำรน�ำควำมรไู้ ปใช้ 1. น�ำควำมรู้จำกกำรศกึ ษำ 1. นำ� ควำมรจู้ ำกกำรศกึ ษำ 1. น�ำควำมรูจ้ ำกกำรศึกษำ 1. ไมไ่ ด้น�ำควำมร้จู ำก บริกำรสังคม ค้นควำ้ ไปประยกุ ตใ์ ช้ คน้ คว้ำไปประยกุ ต์ใช้ คน้ ควำ้ ไปประยกุ ต์ใช้ กำรศกึ ษำค้นคว้ำไป ในกิจกรรมทสี่ ร้ำงสรรค์ ในกจิ กรรมทสี่ ร้ำงสรรค์ ในกิจกรรมที่สรำ้ งสรรค์ ประยกุ ต์ใชใ้ นกิจกรรม เป็นประโยชนต์ อ่ เป็นประโยชน์ต่อสังคม เป็นประโยชน์ต่อสังคม ทเี่ ปน็ ประโยชนต์ อ่ สงั คม สังคมโลก 2. เผยแพรค่ วำมรู้และ 2. เผยแพร่ควำมร้แู ละ หรอื โลก แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน76 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล 2. เผยแพรค่ วำมรูแ้ ละ ประสบกำรณ์ที่ได้จำก ประสบกำรณ์ที่ได้จำก 2. ไม่มีกำรเผยแพร่ ฉ ับบแ ้กไข 2565 ประสบกำรณท์ ี่ได้จำก กำรลงมือปฏบิ ตั ิเพ่อื กำรลงมอื ปฏิบัติ เพื่อ ควำมรแู้ ละประสบกำรณ์ กำรลงมอื ปฏบิ ตั เิ พ่อื ประโยชนต์ ่อสังคม ประโยชน์ตอ่ สังคม ทไี่ ดจ้ ำกกำรลงมอื ปฏบิ ตั ิ ประโยชน์ต่อสงั คม และโลกผำ่ นสื่อ ผ่ำนสอ่ื รูปแบบใด และโลกผำ่ นส่ือ หลำกหลำยรปู แบบ รูปแบบหนงึ่ หลำกหลำยรูปแบบ

77 แนวทางการรายงานผลการเรียนรสู้ าระการศึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง แนวทางการรายงา(นInผdลeกpารeเnรียdนeรnู้สtาSรtะuกdารyศ:กึ IษS)าค้นคว้าดว้ ยตนเอง แนวทางการจัดการเรียนการสอน77 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล (Independent Study : IS) ฉ ับบแก้ไข 2565 * ช้ันประถมศึกษาปีที่ 1 – 3 * ช้ันประถกมรศณึกษีจัดาปเปีท็น ี่ 1ห น- ่ว3ย การเรียนรู้เฉพาะ ในรายวิชาพื้นฐาน สถานศึกษาสามารถจัดทำใบรายงานผล กำกแรบาพรบัฒพรัฒนากยำนรงผาณาู้เผนรีจู้เีปยรัดนรียเะนสปจสำ็นำราตหะรัวนะกนก่ำวกั ารยเรศกรศึกียำึกนษรษเำราคดียค้ังนน้นนครคี้ วู้เวฉ้ำ้าดพด้วำ้วยะยต ตในนนเเรออำงงย เเวพพิช่ือื่อำแแพสส้ืนดดฐงงรำระนะด ดัสบับถคคำุณุณนภศภาึกำพษพขำขอสองำนงมนักำัเกรรเียถรนียจปนัดรปทะ�รำกะใอบกบรอเำบอยเกงอสำกานสรผำลร แบบรแำบยบงำรนาปยรงะานจำ�ผตลัวกนาักรเพรยีัฒนน ดาผงั นู้เรี้ ยี นสาระการศึกษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง (Independent Study : IS) แบบหรนาว่ ยยงกาานรผเรลยี กนารรู้พ..ฒั....น..า..ผ...ูเ้.ร..ีย...น..ส...า..ร..ะ..ก..า..ร....ศ.....ึก.....ษ......า....ค.....้น....คร..วา..ย.า้ .วดชิ้วายต...น..เ.อ...ง.. .(..I.n..d...e..p...e..n...d...e..n...t. Sรหtuัสdวyิช า: IS) หนว่ ยกำรเรยี นรู.้ .........ช...้ัน..ป...ร..ะ..ถ...ม..ศ...ึก..ษ...า..ป..ที...่ี........ ..ร..ำ..ย..ว.ิชปำกี ..า..ร..ศ..กึ...ษ...า.......................... .รหัสวชิ ำ....................... โรงเรยี น ..............ช..้นั...ป..ร..ะ...ถ..ม..ศ...กึ ..ษ...ำ..ป..ีท....ี่ .............................................. ..ป.....ีก.ส.ำ.ำ.ร.น.ศกักึ งษาำน..เ.ข..ต...พ...้นื ..ท...่ีก..า..ร..ศ..ึกษาประถมศึกษา ชโรอื่ งเเรดยี ก็ นช.า..ย.../.เ..ด..็ก...ห..ญ...ิง............................................. .ส...ำ� ..น..กั...ง.ำ..น...เ.ข..ต...พ...น้ื ..ท...ี่ก..ำ..ร..ศ..ึก...ษ..ำ.ชป้นั รปะถระมถศมกึ ศษกึำษ...า..ป...ีท..่ี............... ช..่ือ... .เ.ด...ก็ ..ช..ำ..ย../เด็กหญงิ ....................................................................................... ช้นั ประถมศกึ ษำปีที.่ ................. สาระการเรยี นรู้ เป้าหมายคุณภาพผู้เรยี น ระดบั คณุ ภาพ หมายเหตุ IS1 : การศึกษาค้นควา้ 1.การตั้งประเด็นคำถาม/สมมติฐาน 2.การสืบคน้ ความรจู้ ากแหลง่ เรยี นรูแ้ ละ และสร้างองคค์ วามรู้ สารสนเทศ IS2 : การสื่อสารและ 3.การสรปุ องค์ความรู้ 4.การสอื่ สารและการนำเสนออยา่ งมีประสิทธภิ าพ การนำเสนอ IS3 : การนำองค์ความรู้ 5.การนำความรไู้ ปใช้บริการสังคม กจิ กรรม....... สรปุ ภาพรวม .................... ไปใช้บรกิ ารสงั คม ขอ้ เสนอแนะ/ความคดิ เห็นของครผู ้สู อน ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... ................................................................................... ลงชื่อ ....................................................... ครูผู้สอน ลงชอื่ ...................................................ฝ่ายวิชาการ (.........................................................) (.......................................................) ลงชอ่ื .........................................................ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น (........................................................) แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในโรงเรยี นมาตรฐานสากล ฉบับปรบั ปรุง (พ.ศ. 2565)

78 * ช*ั้นชปน้ั รปะรถะมถศมึกศษึกาษปาที ปี ่ ีท4 ี่ -4 6- 6 จัดจเัดปเ็นปร็นำรยาวยิชวำิชเพาเ่ิมพเ่ิมตเิมต ิมชื่อชรื่อำรยาวยิชวำิช กาำกราศรึกศษึกำษเพาเื่อพเื่รอียเรนียรนู้ (รKู้ n(Konwolwedlegdeg eInIqnuqiuryir)y )ต้ตอ้งอตงัดตสัดินสิผนลผกลำร เรียกนารเปเร็นียรนำยเปว็นิชำรแาลยะวใิชหา้รแะลดะับใผหล้รกะำดรับเรผียลนกตาำรมเรทีย่ีสนถตำานมศทึก่ีษสถำกาน�ำหศนึกดษ าซก่ึงำสหถนำนดศซึก่ึงษสำถสาำนมศำรึกถษจาัดสทา�ำมใาบรรถำจยัดงำทนำผล กำใรบพรัฒานยำงผานู้เรผียลนกเฉาพรำพะัฒสำนราะผกู้เำรรียศนึกเษฉำพคา้นะคสวา้ำรดะ้วกยาตรนศเอึกงษ (าInคd้นeคpวe้าnดd้วeยnตt นSเtอuงdy(I n: dISe)p เeพn่ือdแeสnดtงSระtuดdับyคุณ: IภSำ) พ ขอเงพนื่อักแเสรียดนงรปะรดะบั กคอณุบเภอากพสขำอรแงนบักบเรำียยนงปำนระปกรอะบจ�ำเอตกัวสนาักรเแรยีบนบ รดางั ยนงี้ านประจำตวั นกั เรยี น ดังน้ี แแบบบบรราายยงงาานนผผลลกกาารรพพฒัฒั นนาาผผู้เเู้ รรียยี นนสสาารระะกกาารรศศึกึกษษาาคคน้้นคควว้าา้ ดด้วว้ ยยตตนนเเอองง ((IInnddeeppeennddeenntt SSttuuddyy :: IISS)) รราำยยววิชิชาำ กกาำรรศศกึ กึ ษษาำเเพพ่ือ่ือเเรรยี ียนนรรูู้้ ((KKnnoowwlleeddggee IInnqquuiirryy))...................................................................................................... รรำายยววชิิชำา II.............................. ชชน้ั นั้ ปปรระะถถมมศศึกึกษษาำปปที ีท่ี .่ี ............... ปกี ำารศกึ ษำา.......................... โรโงรเงรเยีรียนน.................................................................................................................. สสำ�ำนนกัักงงาำนนเเขขตตพพื้นนื้ ทที่กีก่ าำรรศศกึกึ ษษำาปปรระะถถมมศศกึึกษษำา.................................................. ชชือ่ อื่ เ ดเดก็ ็กชชาำยย/เ/ดเดก็ ็กหหญญิงิง.................................................................................................................................................................... ชช้ัน้ันปปรระะถถมมศศึกกึ ษษาำปปทีที ี่.่ี ................................... รายวชิ า/กจิ กรรม สาระการเรยี นรู้ เป้าหมายคุณภาพผู้เรียน ระดับ การศึกษาเพ่อื เรยี นรู้ คณุ ภาพ (Knowledge Inquiry) IS1: การศึกษาคน้ คว้า 1.การตั้งประเด็นคำถาม/สมมติฐานอยา่ งมี และสรา้ งองค์ความรู้ เหตุผล กจิ กรรมเพ่ือสงั คมและ 2.การสืบคน้ ความร้จู ากแหล่งเรยี นรูแ้ ละ สาธารณประโยชน์ สารสนเทศหรอื จากการปฏิบตั ทิ ดลอง 3.การสรุปองคค์ วามรู้ IS2: การส่ือสารและ 4.การส่ือสารและการนำเสนออยา่ งมี การนำเสนอ ประสิทธภิ าพ IS3: การนำองค์ 5.การนำความรไู้ ปใช้บริการสังคม ความรู้ไปใช้บรกิ าร กจิ กรรม....................................................... สงั คม .................................................................... สรุปภาพรวม แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน78 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ขอ้ เสนอแนะ/ความคิดเห็นของครผู ู้สอน ฉ ับบแ ้กไข 2565 ............................................................................................................................. ............................................ ............................................................................................................................. ............................................ ...................................................................................... ................................................................................... ลงช่ือ ....................................................... ครูผู้สอน ลงชอ่ื ...................................................ฝ่าย วิชาการ (.......................................................) (.........................................................) ลงช่อื .........................................................ผอู้ ำนวยการโรงเรียน (........................................................) แนวทางการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรับปรงุ (พ.ศ. 2565)

* ระดบั มัธยมศกึ ษา 79 แนวทางการจัดการเรียนการสอน79 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 * ระดับจมดั ธัเปยน็ มรศำกึ ยษวชิาำเพม่ิ เตมิ 2 รำยวชิ ำ คอื กำรศกึ ษำคน้ ควำ้ และสรำ้ งองคค์ วำมร ู้ (Knowledge Formation) และกำรส่ือจสัดำเปรแ็นลระายกวำิชรนาเ�ำพเส่ิมนเตอิม (2Coรmายmวิชuาniคcือatกioาnร ศaึกnษdา คP้นreคsวe้าnแtลaะtสioรn้า)ง อแงลคะ์คกวิจากมรรรู้ ม(Kพnัฒowนำleผdู้เgรeียน สถFำoนrศmกึ aษtำioสnำม) ำแรลถะจกดั าทรำ� สใบ่ือรสำายรงแำนลผะลกกาำรรนพำฒั เสนนำผอเู้ ร(ยีCนoเmฉพmำuะnสำicรaะtกioำnรศaกึ nษdำคPน้ reคsวeำ้ nดtว้ aยtตioนnเอ) ง แ(Iลnะdกeิpจeกnรdรeมnt Stuพdัฒyน :า IผSู้เ)ร เียพนื่อแสสถดางนรศะึกดษบั าคสณุ าภมำาพรถขจอัดงนทกัำใเรบียรนาใยนงราะนดผบั ลชกน้ั ามรพธั ยัฒมนศากึ ผษู้เรำ ียปนรเะฉกพอาบะเสอากรสะำกราแรบศบึกรษำายคง้นำนคปว้ารดะจ้วำ�ยตวั นักเตอเนรกยีแเแสอนบบางไบรบด(แรI้ รnดาบาdยังบยนeงงราp้ี าานeนยผnงผาลdลนกeกปnาารรtระพพSชจฒัtชฒันั้ำuั้นตนมนdมวััธาาyัธนยผผย:ักมู้เู้เมรรIเศSรยียีศกึ)ยีนนกึ ษเนสษสพาไาาำ่อืปดรปรแ้ีทะะดทีส่ีกกงั.่.ีด..าาน..ง..รร..้ีร..ศศ..ะ..ึกกึ..ด....ษษ..ับ....าาค....คค ุณปปน้น้ ภีกีกคคำาาววรรพา้า้ ศศขดดกึึกอว้ว้ ษษงยยำนาตต.ัก.นน....เ.เ.เร..ออ..ยี...งง..น. ...(.(ใ..I.Iน.n.n...ร..dd...ะ..e.e.ด...p.p.ับ...ee.ชnnั้นddมeeธั nnยtมt ศSStึกtuuษddาyyป ::ร IะISSก))อบ โรโงรเงรเยีรียนน................................................................................................................ สสำ�ำนนกักั งงาำนนเเขขตตพพื้นน้ื ทท่กี่กี ำารรศศกึกึ ษษำามมธััธยยมมศศกึึกษษำา เเขขตต.................................... ชอ่ื ชเ่อื ด ็กเดชก็ าชยำ/ยเด/เก็ ดหก็ ญหิงญ.งิ ..................................................................................ช.ชัน้ ั้นมมธั ธั ยยมมศศกึ กึ ษษาำปปีทีท่ี ี่.................. รายวิชา/กจิ กรรม สาระการเรยี นรู้ เป้าหมายคณุ ภาพผู้เรยี น ระดบั คณุ ภาพ 1.รายวชิ าการศกึ ษาค้นควา้ IS1: การศกึ ษาค้นคว้า 1.การต้งั ประเด็นคำถาม/สมมติฐานอยา่ งมี และสรา้ งองคค์ วามรู้ และสรา้ งองคค์ วามรู้ เหตผุ ล (Knowledge Formation) IS2: การสอื่ สารและ 2.การสืบค้นความรจู้ ากแหล่งเรียนรแู้ ละ 2.รายวิชาการส่อื สารและ การนำเสนอ สารสนเทศหรือจากการปฏิบตั ทิ ดลอง การนำเสนอ 3.การสรปุ องคค์ วามรู้ (Communication and 4.การสอ่ื สารและการนำเสนออยา่ งมี Presentation) ประสิทธภิ าพ 3.กิจกรรมเพ่ือสงั คมและ สาธารณประโยชน์ IS3: การนำองค์ 5.การนำความรไู้ ปใชบ้ ริการสังคม ความรไู้ ปใชบ้ ริการ กจิ กรรม....................................................... สงั คม .................................................................... สรปุ ภาพรวม ข้อเสนอแนะ/ความคดิ เหน็ ของครผู ู้สอน ............................................................................................................................. ............................................ ......................................................................................................................................................................... ลงชอ่ื .......................................................... ครผู ูส้ อน ลงช่ือ .......................................................ฝา่ ย วิชาการ (.......................................................) (.....................................................) ลงชอ่ื .........................................................ผู้อำนวยการโรงเรยี น (........................................................) แนวทางการจัดการเรยี นการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรับปรุง (พ.ศ. 2565)

80 การรายงานภาพรวมระดบั ห้องเรยี น โรงเรียน..........................................ก...า..ร..ร..า..ย..ง..า..น...ภ...า..พ...ร..ว..ม...ร..ะ..ด..บั...ห.สอ้ ำงนเรกั ียงนานเขตพื้นที่การศึกษา โรง..เ.ร..ีย...น.....................................................................................................สำ� นักงำนเขตพ้นื ที่กำรศกึ ษำ ............................... รำรยาวยิชวำิช..า..........................................................................................................................................................................ช...้นั .ช .ั้น........................................ .ปปกี กี ำารรศศึกึกษษำา ................................................. ระดับคณุ ภาพเปา้ หมายคณุ ภาพผเู้ รียน แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน80 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากลเลขที่ เลขประจำตัวชอื่ - สกลุ ฉ ับบแ ้กไข 2565 การตั้งคำถาม1 การสืบค้นความรู้2 การสรุปองค์ความรู้3 การสื่อสารและการนำเสนอ4 การบริการสังคม/จิตสาธารณะ5 ส ุรปภาพรวม6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 21 22 23 24 25 แนวทางการจดั การเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรบั ปรงุ (พ.ศ. 2565)

ภาคผนวก 81 แนวทางการจัดการเรยี นการสอน ในโรงเรยี นมาตรฐานสากล ฉบบั แก้ไข 2565

82 แนวทางการจัดการเรยี นการสอน ในโรงเรยี นมาตรฐานสากล ฉบบั แก้ไข 2565 กก ตัวอย่างหน่วยการเรียนรู้ ระดับประถมศึกษำ

83 ตัวอย่าง หน่วยการเรียนรู้ระดับประถมศึกษา แนวทางการจัดการเรียนการสอน83 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 รหัสวิชา ว11101 วทิ ยาศาสตร์ กล่มุ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้นประถมศึกษาปที ี่ 1 ชอ่ื หน่วยการเรยี นรู้ ของเล่นแสนรัก เวลา 4 ชั่วโมง สาระที่ 2 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ มาตรฐานการเรียนรู้ ว 2.1 เข้าใจสมบตั ิของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสมบัติของสสารกับโครงสรา้ ง และแรงยึดเหนย่ี วระหวา่ งอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ องการเปลยี่ นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏกิ ิรยิ าเคมี ตัวชี้วัดชน้ั ปี ว 2.1 ป.1/1 อธบิ ายสมบัตทิ ีส่ ังเกตได้ของวัสดุท่ีใชท้ ำวัตถุ ซึง่ ทำจากวสั ดชุ นดิ เดยี ว หรือหลายชนิด ประกอบกนั โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ ว 2.1 ป.1/2 ระบชุ นดิ ของวัสดแุ ละจัดกลุ่มวัสดุตามสมบัตทิ ่ีสงั เกตได้ สาระการเรยี นร้แู กนกลาง - วสั ดทุ ่ีใช้ทำวัตถทุ เ่ี ปน็ ของเล่น ของใช้ มีหลายชนิด เช่น ผา้ แกว้ ยาง ไม้ อิฐ หิน กระดาษ โลหะ วสั ดุ แตล่ ะชนดิ มสี มบตั ิที่สงั เกตได้ต่างกนั - สมบัตทิ ่สี งั เกตได้ของวัสดุแต่ละชนิด อาจเหมือนกัน ซึ่งสามารถนำมาใชใ้ นการจัดกลุ่มวัสดไุ ด้ - วัสดุบางอยา่ งสามารถนำมาประกอบกัน เพ่ือทำเปน็ วัสดตุ ่าง ๆ เชน่ ผา้ และกระดุม ใชท้ ำเสอื้ ไมแ้ ละโลหะ ใช้ทำกระทะ สาระสำคัญ/ ความคิดรวบยอด คำถามสำคญั - วัสดุที่ใชท้ ำวัตถทุ ีเ่ ป็นของเล่น ของใช้ มหี ลายชนดิ - ของเลน่ และของใชท้ ำจากวัสดุที่มีสมบตั ิ มีสมบัติเหมือน หรือแตกตา่ งกัน และสามารถนำมา เหมือนกัน หรือแตกต่างกันอย่างไร ประกอบกนั เพือ่ เป็นของเล่น ของใช้ ไดห้ ลากหลายชนดิ ผูเ้ รยี นเรียนรู้อะไร ผู้เรยี นทำอะไรได้ (ทักษะกระบวนการ) 1. ชนิดของวสั ดุทใ่ี ชท้ ำของเล่น ของใช้ - ทกั ษะการสังเกตจำแนก เปรยี บเทยี บ 2. สมบตั ิของวัสดทุ ่ีใชท้ ำของเล่น ของใช้ - ทักษะสืบค้นข้อมูล 3. การสงั เกต และการจดั กลุ่มวสั ดทุ ีใ่ ชท้ ำของเล่น - ทกั ษะการคิดวิเคราะห์ ของใช้ - ทกั ษะการทำงาน 4. การนำวสั ดุมาจัดทำของเล่นหรือของใช้ - ทกั ษะการคิดสร้างสรรค์ 5. การนำเสนอผลงาน - ทักษะการนำเสนอ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ 1. มีวนิ ัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. ม่งุ ม่ันในการทำงาน แนวทางการจดั การเรียนการสอนในโรงเรยี นมาตรฐานสากล ฉบบั ปรับปรุง (พ.ศ. 2565)

84 ช้ินงาน/ ภาระงาน การออกแบบการวดั ผลและประเมินผล 1. แบบบนั ทึกการต้ังประเด็นคำถามและข้อสงสยั จากการสังเกตวัสดุทีใ่ ชท้ ำของเล่น ของใช้ 2. ของเลน่ หรอื ของใช้ที่ประดิษฐ์ข้นึ เกณฑ์การประเมนิ ภาระงานและชิน้ งาน ระดบั คณุ ภาพ ประเดน็ การประเมนิ 4 32 1 1. ต้งั คำถามและขอ้ สงสยั ตงั้ ประเดน็ คำถาม/ ตั้งประเด็นคำถาม/ ตง้ั ประเด็นคำถาม/ ต้ังประเด็นคำถาม/ เก่ียวกับสง่ิ ใกล้ตวั ข้อสงสัยจากการ ขอ้ สงสยั จาก ข้อสงสัยจาก ขอ้ สงสัยจากการ สังเกตของเลน่ หรอื การสงั เกตของเล่น การสังเกตของเล่น สงั เกตของเลน่ หรอื ของใช้ได้ 4 ประเดน็ หรอื ของใช้ หรือของใช้ ของใช้ได้ 1 ประเดน็ คำถามขน้ึ ไป ได้ 3 ประเดน็ คำถาม ได้ 2 ประเดน็ คำถาม คำถามโดยมคี รชู ว่ ย ชี้แนะ 2. ศกึ ษาค้นคว้า แสวงหา ค้นคว้า แสวงหา คน้ คว้า แสวงหา คน้ คว้า แสวงหา คน้ ควา้ แสวงหา ขอ้ มูลจากบคุ คลใกลต้ ัว/ และรวบรวมข้อมูล และรวบรวมขอ้ มูล และรวบรวมขอ้ มลู และรวบรวมข้อมูล แหล่งขอ้ มลู พนื้ ฐานงา่ ย ๆ ตามลำดบั ขน้ั ตอน ตามลำดับขนั้ ตอน ตามลำดบั ข้ันตอน ตามลำดับขนั้ ตอน 3. ลำดบั ขน้ั ตอน เก่ยี วกับการจดั ทำ เกีย่ วกับการจัดทำ เกย่ี วกับการจดั ทำ เก่ียวกับการจัดทำ ในการรวบรวมขอ้ มลู ของเลน่ หรือของใช้ ของเล่น หรือของใช้ ของเลน่ หรือของใช้ ของเล่น หรือของใช้ 4. ทำงานบรรลผุ ลสำเร็จ ได้หลากหลายจาก ไดห้ ลากหลาย ได้หลากหลาย ไดจ้ ากคำถาม ภายใต้การกำกับดูแล คำถามและการ จากคำถามและการ จากคำถาม และการวางแผน และช่วยเหลอื ของครู วางแผนที่กำหนดได้ วางแผน และการวางแผน ทก่ี ำหนดได้ โดยมี อยา่ งใกล้ชดิ สำเรจ็ ด้วยตนเอง ที่กำหนดไดส้ ำเร็จ ทก่ี ำหนดไดส้ ำเรจ็ ครเู ปน็ ผูช้ ้ีแนะ และถกู ต้องทกุ ด้วยตนเองและ ด้วยตนเองและ ประเดน็ ถกู ต้องเป็นสว่ นใหญ่ ถกู ตอ้ งเปน็ บางสว่ น 5. บอกสาระสำคัญ บอกสาระสำคญั บอกสาระสำคญั บอกสาระสำคญั บอกสาระสำคญั ของสง่ิ ท่ีสนทนา หรือ ของของเล่น หรือ ของของเล่น หรอื ของของเลน่ หรือ ของของเลน่ หรือ ไดร้ บั ฟงั ของใช้ท่ีชอบ ของใช้ท่ีชอบ ของใช้ทชี่ อบ ของใชท้ ่ีชอบ ได้ด้วยตนเอง ไดด้ ว้ ยตนเอง ไดด้ ้วยตนเอง ไดด้ ว้ ยตนเอง และบอกเหตผุ ล และบอกเหตุผล และบอกเหตผุ ล และบอกเหตผุ ล แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน84 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ในการตดั สนิ ใจ ในการตดั สินใจ ในการตัดสนิ ใจ ในการตัดสินใจ ฉ ับบแ ้กไข 2565 เลอื กทำของเลน่ เลอื กทำของเลน่ เลอื กทำของเลน่ เลอื กทำของเล่น หรอื ของใช้ หรือของใช้ หรอื ของใช้ หรือของใช้ ได้ถูกตอ้ งและ ได้ถูกต้อง ไดถ้ กู ตอ้ ง ได้ โดยมคี รู ครบถ้วน เปน็ สว่ นใหญ่ เป็นบางสว่ น เป็นผูช้ แ้ี นะ แนวทางการจดั การเรยี นการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรบั ปรุง (พ.ศ. 2565)

85 ประเด็นการประเมิน 4 ระดบั คณุ ภาพ 1 แนวทางการจัดการเรียนการสอน85 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล 32 ฉ ับบแก้ไข 2565 6. เขียน หรอื วาดภาพ เขียน หรอื วาดภาพ เขยี น หรือวาดภาพ เขยี น หรือวาดภาพ เขียน หรือวาดภาพ และพูดนำเสนอ เพอื่ และพูดนำเสนอ และพูดนำเสนอ และพูดนำเสนอ และพูดนำเสนอ สื่อสารเรื่องราวงา่ ย ๆ เก่ียวกบั ของเล่น เกี่ยวกับของเลน่ เกย่ี วกับของเล่น เกี่ยวกับของเล่น ได้อยา่ งชดั เจน ไม่สับสน หรือของใช้ที่จดั ทำ หรือของใช้ทีจ่ ัดทำ หรอื ของใช้ทีจ่ ัดทำ หรอื ของใช้ทจ่ี ดั ทำ โดยใชส้ อื่ ทเ่ี หมาะสม โดยบอกขัน้ ตอน โดยบอกขัน้ ตอน โดยบอกขน้ั ตอน โดยบอกขัน้ ตอน การทำของเลน่ การทำของเล่น การทำของเลน่ การทำของเลน่ หรือของใช้ และ หรือของใช้ และ หรอื ของใช้ และ หรอื ของใช้ และ การเลอื กใช้วัสดุ การเลอื กใช้วัสดุ การเลอื กใชว้ สั ดุ การเลือกใชว้ สั ดุ อปุ กรณ์ได้ถูกต้อง อปุ กรณ์ได้ถูกต้อง อุปกรณ์ได้ถูกต้อง อปุ กรณ์ได้ โดยมี และครบถว้ น เปน็ สว่ นใหญ่ เปน็ บางสว่ น ครูเปน็ ผชู้ แ้ี นะ เกณฑต์ ัดสิน ระดับคะแนน 21 - 24 17 - 20 13 - 16 ต่ำกว่า 13 ระดบั คณุ ภาพ ดมี าก ดี พอใช้ ปรับปรุง ร่องรอยการเรียนรอู้ นื่ ๆ - การพูด/เขียน/วาดภาพ ข้อมูลที่เกดิ จากการศึกษาค้นควา้ และการปฏบิ ตั กิ ิจกรรม การวางแผนการเรยี นรู้ กิจกรรมการเรียนรู้ 1. นักเรยี นสังเกตตัวอยา่ งของเล่น ของใชช้ นดิ ตา่ ง ๆ ที่นักเรียนและครูรว่ มกนั นำมา และครูนำสนทนา ถึงประสบการณ์ของนักเรยี นเก่ียวกบั ของเล่น ของใชใ้ นชีวิตประจำวัน 2. นกั เรยี นสงั เกตสมบตั ขิ องวัสดุจากของเล่น ของใช้ เช่น ทำจากวัสดุชนิดเดยี ว หรือหลายชนดิ มีสถานะ รูปทรง สี อย่างไร โดยครูเปน็ ผนู้ ำนักเรยี นสนทนา 3. นกั เรียนร่วมกันอธบิ ายและระบสุ มบัติของวัสดจุ ากส่วนประกอบตา่ ง ๆ ของของเล่น ของใช้ และ สมบตั ขิ องวตั ถุน้ันว่า เหมือนกัน หรือแตกตา่ งกนั อย่างไร 4. นกั เรยี นแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 2 - 3 คน รว่ มกนั ตดั สนิ ใจเลอื กของเล่น ของใช้ ท่ีกลุ่มสนใจจะจัดทำด้วย ตนเอง 1 ชนิด 5. นกั เรยี นร่วมกันตง้ั ประเด็นคำถาม/ขอ้ สงสยั เกย่ี วกับของเลน่ ของใช้ ทกี่ ลุ่มตอ้ งการจัดทำเช่น ของ เลน่ ของใช้ ชนดิ นี้มขี ั้นตอนการทำอยา่ งไร จะต้องใชว้ ัสดอุ ะไรบ้างในการจัดทำ จะไปค้นหาวิธกี ารทำ ของเล่น ของใช้ ไดจ้ ากใครและจากแหล่งขอ้ มูลใดบ้าง 6. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มช่วยกนั วางแผนการสบื คน้ ข้อมลู เพื่อคน้ หาและรวบรวมวธิ กี ารจัดทำของเล่น ของใช้ จากบุคคลและแหล่งเรียนร้ใู กล้ตัว โดยครชู ่วยเพม่ิ เติมให้สมบรู ณ์มากขึน้ 7. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกันสบื ค้นขอ้ มลู และคน้ หาคำตอบในการจดั ทำของเล่นของใช้ ตามความคดิ เห็นของกลุ่มท่ีวางแผนไว้ 8. นกั เรยี นรว่ มกันนำความรู้ทไ่ี ดจ้ ากการศึกษาค้นคว้ามาสรุปองค์ความรู้ท่ีได้รับ จากนั้นร่วมกนั ออกแบบและจัดทำของเล่น ของใช้ ดว้ ยตนเองจนผลงานเสรจ็ เรียบรอ้ ยโดยครูเป็นผู้ช่วยใหค้ ำช้ีแนะ 9. นกั เรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานและวธิ กี ารในการประดษิ ฐข์ องเลน่ ของใช้ หนา้ ช้นั เรยี น 10. นกั เรียนและครแู สดงความคิดเห็นและรว่ มกนั สรปุ ประสบการณ์ทีไ่ ดร้ บั จากกิจกรรมทเี่ รียนรู้ แนวทางการจดั การเรียนการสอนในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉบบั ปรับปรุง (พ.ศ. 2565)

ส่อื /แหลง่ เรยี นรู้ 1. ของเล่น 2. ของใช้ 3. แหล่งเรียนรู ้ เชน่ หอ้ งสมุด ห้องคอมพิวเตอร ์ หอ้ งศนู ยก์ ำรเรยี น รำ้ นขำยของเลน่ ของใช้ 4. บคุ ลำกรในโรงเรียน พอ่ แม ่ ผูป้ กครอง ปรำชญ์ชำวบ้ำน ตวั อยา่ งค�าอธิบายรายวชิ า รายวชิ า การศกึ ษาเพอื่ เรยี นรู้ (Knowledge Inquiry) I1_201 รำยวิชำเพมิ่ เตมิ ช้ันประถมศกึ ษำปีท ี่ 4 - 6 เวลำ 40 ชัว่ โมงต่อปี แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน86 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฝกึ ทกั ษะกำรสงั เกตกำรรบั รสู้ ภำพแวดลอ้ มและปญั หำเกยี่ วกบั เรอื่ งรำวงำ่ ย ๆ สง่ิ แวดลอ้ มและบคุ คลใกลต้ วั ฉ ับบแ ้กไข 2565 ทกี่ ำ� หนดให ้ (Knowledge Issue) กำรคดิ วเิ ครำะหก์ ำรคน้ ควำ้ และแสวงหำควำมรตู้ งั้ ประเดน็ ควำมร/ู้ คำ� ถำมกำ� หนด ขอบเขตตั้งสมมตฐิ ำน แสวงหำขอ้ มลู คำ� ตอบตำมจนิ ตนำกำรตำมควำมรู้และประสบกำรณข์ องตนหรอื แหลง่ ศกึ ษำ คน้ ควำ้ ใกลต้ วั ออกแบบวำงแผน รวบรวมวเิ ครำะหข์ อ้ มลู จำกกำรสบื คน้ จดั กระทำ� ขอ้ มลู อยำ่ งงำ่ ยและสรปุ ประเดน็ ควำมรู้จำกข้อคิดส�ำคัญ โดยใช้กระบวนกำรคิดกำรตั้งค�ำถำม/สอบถำมสืบค้นข้อมูลค�ำตอบกระบวนกำรปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดทักษะในกำรค้นคว้ำแสวงหำควำมรู้ มีทักษะในกำรคิดเขียนและส่ือสำรข้อมูลท่ีเรียนรู้ในรูปแบบกลุ่ม หรือรำยบุคคล มีล�ำดับข้ันตอนในกำรน�ำเสนอเข้ำใจง่ำยโดยใช้ส่ือที่เหมำะสมกับวัย อ้ำงอิงควำมรู้ที่ศึกษำค้นคว้ำ และแหล่งควำมรู้ที่เช่ือถือได้ มีควำมคิดสร้ำงสรรค์และกำรคิดวิเครำะห์สำมำรถเชื่อมโยงควำมรู้สู่กำรปฏิบัติ ในสถำนกำรณ์ง่ำย ๆ ใกล้ตัวที่เป็นประโยชน์ต่อส่ิงแวดล้อมหรือบุคคลใกล้ตัว เห็นคุณค่ำและประโยชน์ของ กำรศกึ ษำเรยี นรดู้ ว้ ยตนเองทกั ษะกำรสอ่ื ควำมและกำรนำ� เสนอเหน็ คณุ คำ่ และประโยชนข์ องกำรเรยี นรดู้ ว้ ยตนเอง ผลการเรยี นรู้ 1. ตัง้ ประเด็นควำมรคู้ ำ� ถำมขอ้ สงสัย (Knowledge Issue) ในสงิ่ ทีส่ นใจเกยี่ วกับสง่ิ แวดลอ้ มหรอื บคุ คล ใกล้ตัว 2. วำงแผนกำ� หนดขอบเขตในกำรรวบรวมและลำ� ดบั ขนั้ ตอนกำรเกบ็ ขอ้ มลู คน้ ควำ้ แสวงหำขอ้ มลู คำ� ตอบ จำกแหลง่ คน้ ควำ้ ใกล้ตวั 3. แสวงหำขอ้ มูลและอำ้ งอิงแหล่งเรยี นรทู้ เ่ี ชอ่ื ถือได้ 4. อภปิ รำยและวเิ ครำะหข์ ้อมลู กำรสบื ค้น 5. พดู เขยี นเพอ่ื สรุปประเด็นควำมร้จู ำกข้อคิดสำ� คญั ท่ไี ด้ศกึ ษำคน้ คว้ำ 6. สื่อสำรและน�ำเสนอเปน็ ลำ� ดับข้ันตอนเขำ้ ใจงำ่ ยในรปู แบบกล่มุ หรือรำยบุคคล 7. ใช้สื่อในกำรน�ำเสนอที่เหมำะสมกับวัย

โครงสรา้ งรายวชิ า แนวทางการจัดการเรียนการสอน87 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล รายวชิ าเพิม่ เตมิ I1_201 การศกึ ษาเพอื่ เรยี นรู ้ (Knowledge Inquiry IS1 - IS2) ฉ ับบแก้ไข 2565 ระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ 4 - 6 จ�านวน 40 ชัว่ โมง/ปี คะแนนเตม็ 100 คะแนน ที่ ชอื่ หนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระสา� คัญ เวลา นา� หนัก การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน 1 สงสัยใคร่รู้ 1. ตง้ั ประเด็นควำมรคู้ �ำถำม ควำมรเู้ ปน็ สิ่งทีส่ ำมำรถสร้ำงได้ 8 20 ข้อสงสัย (Knowledge Issue) โดยกำรตั้งปัญหำหรอื ขอ้ สงสยั ในส่งิ ทีส่ นใจเกี่ยวกับ คำดคะเนคำ� ตอบ แลว้ สบื เสำะจำก 30 สิง่ แวดล้อม หรือบุคคลใกลต้ วั แหลง่ เรยี นรตู้ ำ่ ง ๆ เพอื่ สงั เครำะห์ 2. วำงแผนกำ� หนดขอบเขตในกำร เป็นควำมรขู้ องตน รวบรวมและลำ� ดับข้ันตอน - ควำมรทู้ ผ่ี เู้ รยี นสำมำรถนำ� ไปใช้ กำรเก็บขอ้ มลู ค้นควำ้ แสวงหำ ใหเ้ กดิ ประโยชนต์ ่อตนเองและ ขอ้ มลู คำ� ตอบจำกแหลง่ ค้นคว้ำ สว่ นรวมจงึ นบั วำ่ มคี ณุ คำ่ ใกลต้ ัว 3. แสวงหำข้อมลู และอ้ำงอิง แหล่งเรยี นรู้ที่เชื่อถอื ได้ 2 สรรสรำ้ งองค์ควำมรู้ 4. อภิปรำยและวเิ ครำะห์ขอ้ มลู ก�ำหนดขอบเขตกำรรวบรวม 12 กำรสบื คน้ ข้อมูล และวำงแผนเก็บขอ้ มลู อย่ำงเป็นข้นั ตอน ช่วยให้เกบ็ ข้อมูลไดต้ รงวตั ถปุ ระสงค ์ และ ตำมก�ำหนดเวลำ - กำรเลอื กใชเ้ คร่ืองมอื รวบรวม ขอ้ มูลท่เี หมำะสมกับ วัตถปุ ระสงคข์ องกำรสบื ค้น และเหมำะสมกับแหลง่ ข้อมลู จะช่วยใหไ้ ด้ขอ้ มูลตรงตำม ควำมต้องกำร

โครงสร้างรายวิชา รายวิชาเพ่มิ เตมิ I1_201 การศกึ ษาเพ่อื เรยี นรู้ (Knowledge Inquiry IS1 - IS2) ระดบั ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ ี 4 - 6 จา� นวน 40 ชัว่ โมง/ป ี คะแนนเตม็ 100 คะแนน ที่ ชื่อหนว่ ย ผลการเรยี นรู้ สาระสา� คญั เวลา น�าหนกั การเรียนรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน 3 เรียนรูโ้ ลกกว้ำง 3. แสวงหำข้อมูลและอ้ำงองิ - กำรรวบรวมขอ้ มูลจำกแหล่ง 5 20 แหล่งเรยี นรทู้ ีเ่ ช่อื ถอื ได้ ตำ่ งๆ ต้องใช้เครื่องมอื ที่ 4. อภปิ รำยและวิเครำะห์ขอ้ มูล เหมำะสม ใชเ้ ทคนคิ ตำ่ ง ๆ และ 30 กำรสืบค้น มมี ำรยำทในกำรสืบค้นขอ้ มูล 5. พดู เขียนเพื่อสรปุ ประเด็น - กำรตรวจสอบขอ้ มลู ชว่ ยใหป้ รบั 100 ควำมรูจ้ ำกขอ้ คดิ สำ� คัญทไ่ี ด้ วิธกี ำรเลือกใช้เครือ่ งมอื และ ศึกษำคน้ คว้ำ แก้ปัญหำเพือ่ ใหไ้ ด้ขอ้ มูล ที่แท้จริง - กำรหำคำ่ ตำ่ ง ๆ ของขอ้ มลู ดว้ ย วธิ ีกำรทำงคณิตศำสตร์จะช่วย เปรียบเทียบ จดั กลุ่ม แปล ควำมหมำยจำกขอ้ มลู ทำ� ให้ เข้ำใจและสรปุ ข้อมลู ได้ - กำรสรปุ เปน็ ควำมรู้หรือ ข้อคน้ พบจำกกำรสบื ค้นตอ้ งใช้ เหตผุ ลสนับสนุน - กำรเขยี นบรรณำนุกรม ข้อมลู ท่ีศกึ ษำค้นคว้ำต้องมำจำก แหลง่ ข้อมลู ท่เี ชื่อถือได้ 4 ส่ือสำรสสู่ ังคม 5. พูดเขยี นเพื่อสรุปประเด็น - กำรเขียนสรุปประเดน็ ควำมรู้ 15 ควำมรู้จำกขอ้ คดิ สำ� คัญที่ได้ จำกปัญหำท่ศี ึกษำค้นควำ้ ศึกษำค้นควำ้ ตำมโครงเรือ่ งท่ีไดว้ ำงไว้ โดยมี 6. สือ่ สำรและน�ำเสนอเป็นลำ� ดับ บรรณำนุกรมอ้ำงองิ แหลง่ แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน88 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ขนั้ ตอนเขำ้ ใจงำ่ ยในรูปแบบ ข้อมูล ฉ ับบแ ้กไข 2565 กลมุ่ หรอื รำยบคุ คล - กำรพดู นำ� เสนอตอ้ งก�ำหนด 7. ใชส้ อื่ ในกำรนำ� เสนอทเ่ี หมำะสม วตั ถปุ ระสงค์ ล�ำดับควำมคดิ กบั วยั รวมทั้งเลือกใช้ขอ้ มลู และส่อื ต่ำง ๆ สนบั สนุนใหเ้ หมำะกับ วัตถปุ ระสงค์และกลมุ่ ผฟู้ งั เขำ้ ใจส่ิงทนี่ ำ� เสนอชัดเจน - กำรน�ำควำมรไู้ ปใช้พฒั นำหรอื แกป้ ัญหำของชมุ ชนและสงั คม เปน็ บทบำทส�ำคัญของพลเมือง ของชำต ิ และเปน็ พลเมอื ง ของโลก รวม 40

การจดั การเรยี นร้สู ู่มาตรฐานสากล แนวทางการจัดการเรียนการสอน89 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล การศึกษาด้วยตนเอง (Independent Study : IS) ระดบั ประถมศึกษา ฉ ับบแก้ไข 2565 วิชา กำรศึกษำเพือ่ เรยี นร้ ู ระดับช้ันประถมศึกษาปที ่ี 4 - 6 หนว่ ยท ่ี 1 สงสยั ใคร่รู้ เวลา 8 ช่ัวโมง ช่อื หน่วยการเรยี นร้ ู สงสยั ใครร่ ู ้ รายวชิ าเพม่ิ เติม กำรศึกษำเพือ่ เรยี นร ู้ ช้ันประถมศึกษาปที ี ่ 6 เป้าหมายการเรยี นรู้ (ผลการเรยี นรู้) 1. ตงั้ ประเดน็ ควำมร ู้ คำ� ถำม ขอ้ สงสยั (Knowledge Issue) ในสง่ิ ทส่ี นใจเกย่ี วกบั บคุ คลใกลต้ วั หรอื สง่ิ แวดลอ้ ม 2. ตง้ั สมมติฐำน/คำดคะเนคำ� ตอบตำมจินตนำกำร/หรือตำมควำมรู ้ ประสบกำรณ์ของตนเอง 3. ออกแบบ วำงแผน ใช้กระบวนกำรรวบรวมข้อมลู อย่ำงมีประสทิ ธิภำพ ความเขา้ ใจทค่ี งทน (สาระสา� คญั /ความคดิ รวบยอด) ค�าถามส�าคญั - ควำมรเู้ ป็นสง่ิ ทสี่ ำมำรถสร้ำงไดโ้ ดยกำรตัง้ ปัญหำ - ปญั หำส่ิงแวดลอ้ มทเ่ี กดิ ขึ้นในปจั จุบนั มีผลกระทบ หรอื ข้อสงสัย คำดคะเนคำ� ตอบ แล้วสบื เสำะ ตอ่ ตวั เรำหรอื ไม่อย่ำงไร จำกแหล่งเรียนรูต้ ่ำง ๆ เพอื่ สงั เครำะห์เปน็ ควำมรู้ - นกั เรยี นจะสำมำรถชว่ ยแก้ปัญหำสง่ิ แวดล้อม ของตน ท่เี กิดขึน้ ในปจั จบุ นั ได้หรอื ไม่อยำ่ งไร - ควำมรู้ท่ผี เู้ รยี นสำมำรถน�ำไปใช้ให้เกดิ ประโยชน์ - นกั เรียนจะสรำ้ งองคค์ วำมรูเ้ กยี่ วกับปญั หำ ตอ่ ตนเองและส่วนรวมจงึ นับว่ำมีคุณคำ่ ที่นกั เรยี นสนใจได้อย่ำงไร ผู้เรยี นรูอ้ ะไร (สาระการเรียนร้)ู ผู้เรียนท�าอะไรได้ (ทักษะ/กระบวนการ) - กำรรับร้โู ดยใชป้ ระสำทสัมผัสทั้ง 5 ของมนุษย์ - ฝกึ ทักษะกำรรบั รโู้ ดยใช้ประสำทสัมผสั ท้งั 5 - สิ่งแวดล้อมรอบตวั - ศึกษำสิง่ แวดล้อมรอบตวั แลว้ จดั ท�ำแผนผัง - ปญั หำสิง่ แวดลอ้ มในปจั จุบัน สรุปกำรเรียนรู้ - เลอื กปญั หำและแสวงหำคำ� ตอบ - ศกึ ษำ วเิ ครำะห์ปญั หำสง่ิ แวดล้อมในปจั จบุ นั - วิธกี ำรสรำ้ งควำมรู้ - ฝกึ ตัง้ ค�ำถำมจำกประเด็นปญั หำสงิ่ แวดล้อม 1) กำรสร้ำงควำมรจู้ ำกควำมรูส้ กึ ทน่ี ักเรียนสนใจ 2) กำรสร้ำงควำมรจู้ ำกภำษำ - จดั ล�ำดับประเด็นปญั หำ และเลอื กปญั หำทสี่ นใจ 3) กำรสรำ้ งควำมรู้จำกเหตผุ ล เพือ่ กำ� หนดแนวทำงในกำรแสวงหำควำมรู้ 4) กำรสรำ้ งควำมร้จู ำกอำรมณ์ - ท�ำงำนร่วมกบั ผ้อู นื่ ตำมกระบวนกำรกลุ่ม - หลักกำรตง้ั วัตถปุ ระสงค์และสมมติฐำน - นำ� ประเดน็ ควำมรจู้ ำกเรอ่ื งทศี่ กึ ษำมำตง้ั สมมตฐิ ำน - วิธีกำรนำ� เสนอ - ตง้ั สมมติฐำน คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ 1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู ้ 3. มุง่ ม่นั ในกำรท�ำงำน

การออกแบบการวดั ผลประเมินผล ภาระงานรวบยอด/ชิน้ งาน 1. ชนิ้ งำน “สงสยั ใคร่รู”้ 2. ผลงำนปรำกฏจริง เกณฑก์ ารประเมนิ ภาระงาน/ชิน้ งาน (ระบปุ ระเด็นประเมิน) 1 ควำมครบถ้วนขององคป์ ระกอบของคำ� ถำม และสำมำรถน�ำไปศกึ ษำคน้ คว้ำ 2. สำมำรถศกึ ษำค้นคว้ำขอ้ มูล วำงแผนกำรจดั เกบ็ ขอ้ มูล 3. สำมำรถนำ� ไปใชไ้ ด้จริง การใช้คะแนนแบบการประเมนิ ตามสภาพจรงิ ประเด็นการประเมิน 1 ระดับคะแนน 4 23 1. กำรกำ� หนดประเด็น - ก�ำหนดประเด็นปญั หำ - กำ� หนดประเดน็ ปญั หำ - กำ� หนดประเด็นปัญหำ - ก�ำหนดประเดน็ ปัญหำ ปัญหำ ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง โดยครเู ปน็ ผชู้ ีแ้ นะ โดยครเู ป็นผ้ชู ีแ้ นะ 2. กำรเขยี นสำเหตใุ หญ่ - ปัญหำชดั เจนครอบคลมุ - ปัญหำชัดเจนครอบคลมุ - ปัญหำชดั เจนครอบคลุม - ปญั หำไมช่ ัดเจน ของปัญหำ ในสิ่งทเี่ ก่ียวขอ้ งกับ ในสง่ิ ท่ีเกีย่ วขอ้ งกับ ในสิง่ ท่เี ก่ยี วขอ้ งกบั ไมค่ รอบคลมุ ในส่ิงที่ บุคคลใกลต้ ัวหรือ บคุ คลใกล้ตวั หรือ บคุ คลใกลต้ วั หรือ เกย่ี วข้องกับบคุ คล สง่ิ แวดล้อม สงิ่ แวดลอ้ ม สง่ิ แวดลอ้ ม ใกล้ตวั หรือสงิ่ แวดลอ้ ม - เปน็ ปัญหำมีควำมแปลก - เป็นปัญหำเดิมและมี - เปน็ ปญั หำเดิมและมี - เป็นปัญหำเดิมและ ใหมแ่ ละสรำ้ งสรรค ์ ควำมเป็นไปได้ในกำร ควำมเปน็ ไปได้ มคี วำมเป็นไปไดใ้ นกำร มคี วำมเป็นไปได้ในกำร แสวงหำค�ำตอบ ในกำรแสวงหำค�ำตอบ แสวงหำค�ำตอบ แสวงหำค�ำตอบ - เขยี นสำเหตุใหญ่ของ - เขียนสำเหตุใหญ่ของ - เขยี นสำเหตุใหญ่ - เขียนสำเหตุใหญข่ อง ปัญหำไดถ้ ูกต้องและ ปญั หำไดถ้ กู ต้องและ ของปญั หำได้ถกู ต้อง ปัญหำได้ถูกตอ้ ง ชัดเจน ชดั เจน แตไ่ ม่ชดั เจน แต่ไม่ชัดเจน - มีควำมหลำกหลำย - มคี วำมหลำกหลำย - มีควำมหลำกหลำย - มีควำมหลำกหลำย - มีควำมสอดคล้องกับ - ไม่มีควำมสอดคลอ้ งกับ - ไมม่ ีควำมสอดคล้องกบั - ไมม่ ีควำมสอดคล้องกับ ปัญหำที่สนใจ ปญั หำทส่ี นใจ สำเหตใุ หญข่ องปัญหำ ปัญหำทสี่ นใจ 3. กำรเขียนสำเหตุยอ่ ย - เขียนสำเหตยุ อ่ ย - เขยี นสำเหตใุ หญ่ของ - เขยี นสำเหตใุ หญ่ - เขียนสำเหตใุ หญ่ ของปัญหำ ของปญั หำไดถ้ กู ตอ้ งและ ปัญหำไดถ้ ูกต้องและ ของปัญหำได้ถกู ต้อง ของปัญหำไดถ้ ูกตอ้ ง แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน90 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ชัดเจน ชัดเจน แตไ่ ม่ชัดเจน แต่ไม่ชัดเจน ฉ ับบแ ้กไข 2565 - มคี วำมหลำกหลำย - มีควำมหลำกหลำย - ไมม่ ีควำมหลำกหลำย - ไม่มีควำมหลำกหลำย - มีควำมสอดคลอ้ งกับ - ไมม่ ีควำมสอดคลอ้ งกับ - ไมม่ คี วำมสอดคล้องกบั - ไมม่ คี วำมสอดคล้องกบั สำเหตใุ หญ่ของปญั หำ สำเหตใุ หญ่ของปัญหำ สำเหตุใหญข่ องปญั หำ ปัญหำทีส่ นใจ เกณฑ์การตดั สนิ ระดับคะแนน 11– 12 คะแนน 9– 10 คะแนน 7 –8 คะแนน ต่�ากวา่ 7 คะแนน ระดบั คณุ ภาพ ดีมาก ดี พอใช้ ปรบั ปรุง รอ่ งรอยการเรยี นรอู้ น่ื ๆ 1. บนั ทึกข้อมูลจำกกำรใช้ประสำททั้ง 5 ในกำรรบั ร ู้ 2. ใบกิจกรรมท ่ี 1 “ส่ิงแวดล้อมรอบตวั ” 3. ใบกจิ กรรมท ี่ 2 “ประเดน็ ปัญหำทอี่ ยำกรู”้ 4. ใบกิจกรรมท ่ี 3 “ควำมส�ำคัญของปญั หำ”

การวางแผนการเรยี นรู้ แนวทางการจัดการเรียนการสอน91 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล กจิ กรรมการเรยี นรู้ ฉ ับบแก้ไข 2565 1. นักเรียนฝึกทักษะกำรรับรู้โดยใช้ประสำทสัมผัสทั้ง 5 ได้แก่ กำรรับรู้ โดยกำรดู กำรฟังเสียง กำรดมกล่ิน กำรชิมรส และกำรใช้ผวิ หนังสมั ผัส บนั ทึกข้อมูลจำกกำรใชป้ ระสำทสมั ผัสทง้ั 5 ในกำรรบั รู้ 2. ให้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 3 คน จำกน้ันให้นักเรียนศึกษำส่ิงแวดล้อมรอบตัวจำกใบควำมรู้/ส่ิงแวดล้อม รอบตัวในชมุ ชน/ในทอ้ งถ่นิ แล้วจัดทำ� ใบกจิ กรรมท ี่ 1 “ส่ิงแวดล้อมรอบตวั ” 3. ครูยกตัวอย่ำงสถำนกำรณ์ปัญหำสิ่งแวดล้อมท่ีเกิดขึ้นในปัจจุบันจำกแผนภำพ ข่ำว วีดิทัศน์ ให้นักเรียน ได้ศึกษำเรียนรู้เพ่ือฝึกต้ังค�ำถำมหรือประเด็นปัญหำท่ีน่ำสนใจ และต้องกำรค้นหำค�ำตอบลงในใบกิจกรรม ที่ 3 “ประเดน็ ปญั หำที่อยำกรู้” จำกสถำนกำรณ์ท่ีก�ำหนดให้ 4. นกั เรยี นศกึ ษำสำ� รวจปญั หำสง่ิ แวดลอ้ มทเี่ กดิ ขนึ้ ตอ่ ชมุ ชน/ทอ้ งถน่ิ /ประเทศ/โลก แลว้ ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ ร่วมกันระดมควำมคิด ช่วยกันจัดล�ำดับควำมส�ำคัญของปัญหำที่นักเรียนมีควำมสนใจมำกท่ีสุด มำกลุ่มละ 5-10 ข้อ แล้วเลอื กประเดน็ ปญั หำที่สนใจมำกทีส่ ุดมำ 1 ขอ้ แลว้ บนั ทึกลงในใบกจิ กรรมที ่ 3 “ควำมสำ� คัญ ของปัญหำ” 5. ครูอธิบำยกำรเขียนแผนผังกำ้ งปลำ “Fish bone map” 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มท�ำชิ้นงำน “สงสัยใคร่รู้” ให้นักเรียนเลือกประเด็นปัญหำที่สนใจมำกที่สุด มำกลุ่มละ 1 เร่ือง แล้วช่วยกันระดมควำมควำมคิด วิเครำะห์หำสำเหตุหลักและสำเหตุย่อยของปัญหำที่เกิดขึ้น ในรปู แบบผงั กำ้ งปลำ “Fish bone” โดยเขยี นแผนผงั กำ้ งปลำ ดงั น ี้ ขน้ั ท ี่ 1 หวั ปลำ ใหน้ กั เรยี นเขยี นประเดน็ ปัญหำท่ีนักเรียนสนใจมำกที่สุดมำ 1 ปัญหำ ข้ันท่ี 2 ก้ำงปลำ ให้นักเรียนวิเครำะห์และเขียนสำเหตุหลัก ของปญั หำ เตมิ ลงบนกระดกู สนั หลงั ของปลำทงั้ ส่วนบนและส่วนลำ่ ง ข้นั ท ี่ 3 ใหน้ ักเรยี นวิเครำะห์และเขียน สำเหตยุ ่อย ๆ ของปัญหำหลักเตมิ ลงบนก้ำงปลำแตล่ ะกำ้ ง 7. จัดทำ� แผนภำพออกแบบกำรศึกษำคน้ ควำ้ ในประเด็นทศ่ี กึ ษำเป็นรำยบุคคล ส่ือ/แหลง่ เรยี นรู้ 1. ชุดอุปกรณ/์ ชุดกจิ กรรมกำรเรียนรู้โดยใช้ประสำทสัมผสั ท้งั 5 2. แบบบันทึกข้อมูล กำรเรียนรู้โดยใช้ประสำทสัมผสั ท้ัง 5 3. ตวั อย่ำงแผนภำพ ข่ำว บทควำม หรอื วีดิทัศน์ปัญหำสงิ่ แวดลอ้ มตอ่ ชมุ ชน/ท้องถิ่น/ประเทศ/โลก 4. ใบกจิ กรรมท ี่ 1, 2 และ 3 5. ตัวอย่ำงแหลง่ ข้อมูลในกำรศกึ ษำค้นคว้ำ เชน่ บคุ คล หอ้ งสมดุ อนิ เทอร์เน็ต หรอื หนว่ ยงำนท่ีเกยี่ วข้อง ฯลฯ

ใบกจิ กรรมท่ ี 1 รายวชิ า การศกึ ษาเพอื่ เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) ชัน้ ประถมศึกษาปีที ่ 6 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 1 “สงสัยใคร่ร้”ู เรือ่ ง สง่ิ แวดล้อมรอบตัว สมำชิก / กลุ่ม .......................................................................................................................................................... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... ชอื่ – สกลุ ................................................................................................... ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... ชอื่ – สกลุ ................................................................................................... ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... คา� ชี้แจง นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษำข้อมูลจำกใบควำมรู้ เรื่อง ฉันรู้อะไรบ้ำงเกี่ยวกับส่ิงแวดล้อมรอบตัวแล้วให้ ชว่ ยกนั วิเครำะห์สรุปสง่ิ ท่ไี ด้จำกกำรเรียนรู้เชื่อมโยงเปน็ Mind map แบบเส้น แนวทางการ ัจดการเรียนการสอน92 ในโรงเ ีรยนมาตรฐานสากล ฉ ับบแ ้กไข 2565

ใบกจิ กรรมท ่ี 2 แนวทางการจัดการเรียนการสอน93 ในโรงเรียนมาตรฐานสากล ฉ ับบแก้ไข 2565 รายวชิ า การศกึ ษาเพอ่ื เรยี นร ู้ (Knowledge Inquiry) ชั้นประถมศกึ ษาปีที่ 6 หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ ี 1 “สงสัยใครร่ ู้” เรื่อง สิ่งแวดลอ้ มรอบตวั สมำชิก / กล่มุ .......................................................................................................................................................... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... ชอื่ – สกลุ ................................................................................................... ชนั้ ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... ชอ่ื – สกลุ ................................................................................................... ชน้ั ประถมศกึ ษำปที ี่ 6/........... เลขท ี่ ...... คา� ชแี้ จง นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษำสถำนกำรณ์ปัญหำส่ิงแวดล้อมที่ก�ำหนดให้มำ 2 สถำนกำรณ์จำกแผนภำพ ข่ำว บทควำมหรอื วดี ทิ ัศนแ์ ล้วชว่ ยกันตั้งค�ำถำม ประเด็นปญั หำทน่ี กั เรยี นสนใจ และอยำกเรยี นร ู้ สถานการณ์ที่ 1 .................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................................. สถานการณท์ ่ี 2 .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................................................. ...................................................................................................................................................................................