Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

Published by บันทึกเกษตร, 2021-06-08 03:47:48

Description: โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

Search

Read the Text Version

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Phomopsis sp. บนอาหารพดี ีเอ (PDA) ภำพท่ ี 2 ลกั ษณะพิคนิเดยี (pycnidia) ภำพท ี่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) ภำพท ่ี 4 ลักษณะเบต้า โคนิเดยี (beta conidia) ภำพท ่ี 5-6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 91 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) บนอาหารพดี เี อ (PDA) เสน้ ใยละเอยี ดคอ่ นขา้ งฟู สีนา้ำ ตาลเข้มถงึ ดาำ เช้อื ราสร้างฟรุตตง้ิ บอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดยี (pycnidia) ภายใน ประกอบด้วยโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) รปู ร่างทรงกระบอก ไม่มสี ี (hyaline) และโคนิเดีย (conidia) โคนเิ ดยี ระยะแรกมเี ซลลเ์ ดยี ว ใสไมม่ สี ี รปู ไข ่ (ovoid) ถงึ ยาวร ี เมอ่ื โคนเิ ดยี แก่จะเปล่ียนเป็นสนี ้ำาตาลเข้ม มผี นงั กนั้ (septum) เกิดขนึ้ แบ่งเป็นสองเซลล์ และ มีผนงั สปอร์ค่อนข้างหนา ลักɳะอาการ¢องโรค ผลเนา่ เปน็ จดุ สนี าำ้ ตาลเขม้ ลกุ ลามจากขว้ั ผลหรอื บรเิ วณแผล ผลจะเนา่ ลามจาก บรเิ วณแผลทไี่ ด้รบั เชอ้ื ไปทว่ั ผลอยา่ งรวดเรว็ มเี สน้ ใยสเี ทาดาำ ปกคลมุ บนผล เจรญิ ฟู บนผล ผลจะเน่านม่ิ และแห้งดาำ ลกั ษณะภายในผล เชอ้ื ราเขา้ ทาำ ลายเปลอื กดา้ นนอกขยายลามเขา้ ไปถงึ เปลอื ก ดา้ นในอยา่ งรวดเรว็ เนอ้ื ของลองกองเปน็ สนี าำ้ ตาลอ่อน เนอื้ นมิ่ เละ เปลอื กภายในมสี ี นำา้ ตาลแดงมีส่วนของเน้ือเละตดิ อยู่กับส่วนเปลือกด้านใน 92 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเชอื้ รา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท่ี 2–3 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดยี (conidia) ภายในพคิ นเิ ดยี ม (pycnidium) ภำพที่ 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี อ่อน และโคนิเดยี แก่ ภำพที่ 5-6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 93 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด สามารถพบเช้ือราแพร่ระบาดอยู่ทั่วไป ในบริเวณสวนผลไม้ที่มีสภาพอากาศ รอ้ นชนื้ ฝนตกชกุ ซง่ึ เหมาะกบั การเจรญิ ของเชอ้ื ลกั ษณะของผลอดั แนน่ เกนิ ไป ขาดนาำ้ สำาลกั นำ้า การทำาลายของแมลงวันทอง ผเี สอ้ื มวนหวาน รอยแผลที่เกดิ จากการข่วน การกดั ของค้างคาว นก หรือกระรอก ทาำ ให้ผลแตกเป็นแผล ง่ายต่อการเข้าทาำ ลาย ของเช้อื รา เมอ่ื ผลเร่มิ แตกมกั มีแมลงหวี่มาตอมบรเิ วณผลเน่า แมลงหว่จี ึงเป็นพาหะ ในการแพร่ระบาดของเช้ือราไปสู่ผลอ่นื หรือต้นอืน่ การควบคุมโรค 1. ตดั แต่งช่อผลให้เหมาะสม คอยดแู ล ปลดิ หรอื ใช้ไม้เขยี่ ผลเน่าออกจาก ช่อทกุ วนั เพอ่ื ป้องกนั ผลเบียดทำาให้ผลแตกและเชอ้ื โรคเข้าทาำ ลายได้ง่าย 2. ให้นาำ้ สมาำ่ เสมอ เพื่อป้องกันผลแตก 3. เก็บผลทเี่ ป็นโรคหรือถูกแมลงทำาลาย ฝังหรอื ทำาลายเพอื่ ลดปริมาณเชอ้ื 4. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำาจัดเช้ือราตั้งแต่ระยะช่อดอกไปจนถึงใกล้ เกบ็ เกย่ี ว โดยเนน้ ฉดี พน่ ในระยะชอ่ ดอกทกุ ๆ 7-10 วนั และระยะผลโตทกุ ๆ 10-15 วนั สารทใ่ี ช้ ได้แก่ ไอโพรไดโอน (iprodione) และคาร์เบนดาซิม (carbendazim) และ ควรใช้สลบั กับแมนโคเซบ (mancozed) 5. จุ่มผลลองกองในคาร์เบนดาซิม ไอโพรไอโอน หรือไธอะเบนดาโซล (thiabendazole) แล้วเป่าให้แห้ง ก่อนเก็บรักษาทอี่ ณุ หภมู ิ 11 องศาเซลเซียส 94 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

ÅéÔ¹¨Õè (Lychee)นจ่ี อยู่ในวงศ์ Sapindaceae มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Litchi ลิ้chinensis Sonn. แหล่งปลูกอยู่บริเวณภาคเหนอื ตอนบนและ ภาคกลาง ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงเข้ม ผิวขรุขระ ไม่เรียบ เน้ือสีขาว ฉา่ำ น้ำา รสหวานอมเปร้ียว นิยมรับประทานผล สด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน ปัญหาสำาคัญหลังการเก็บเก่ียว คือ การเข้าทำาลายของเชื้อราหลายชนิดได้ เช่น Lasiodiplodia theobromae Colletrichum gloeosporioides และ Curvularia sp. เป็นต้น ทำาให้ผลล้ินจี่เน่าเสีย คุณภาพของ ผลผลิตลดลง มอี ายุการเกบ็ รักษาสนั้ 95 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) เส้นใยฟสู ีเทาอ่อนถงึ ดำา เช้อื ราสร้างฟรุตต้งิ บอด ี (fruiting body) แบบพิคนิเดีย (pycnidia) ภายใน ประกอบด้วยเส้นใยพาราไฟซิส (paraphyses) ใสไม่มีสี (hyaline) รูปร่างทรง กระบอก (oblong) และโคนดิ โิ อฟอร ์ (conidiophores) ใหก้ าำ เนดิ โคนเิ ดยี (conidia) โคนิเดยี เม่อื อ่อนจะมเี พียงเซลล์เดยี ว ใสไม่มีสี รปู ไข่ถึงยาวรี จนถงึ ค่อนข้าง กลม ปลายด้านหนง่ึ กลมมน อีกด้านสอบลงคล้ายกรวย ต่อมาโคนเิ ดยี จะสร้างเม็ด สีเมลานนิ บนผิวเซลล์ด้านในเรียงตัวเห็นเป็นร้ิวในแนวยาว และผนงั กั้น (septum) 1 ช้ัน ตรงกลาง ทำาให้แบ่งเป็น 2 เซลล์ มีรูปร่างคล้ายไข่ ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลเป็นสีนำ้าตาลดำา มีเส้นใยสีดำาเจริญคลุมผลอย่างหนาแน่น เมอ่ื แกะเปลือกผลออก จะพบว่าเนอื้ เยือ่ ภายในของผลเปลี่ยนจากใสมาเป็นลักษณะ ขุ่นเหมอื นกระจกฝ้าอ่อนนุ่ม ฉา่ำ นาำ้ มกี ลิ่นเหมน็ เปรย้ี ว 96 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

12 3 4 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท่ี 2 ลกั ษณะพิคนิเดีย (pycnidia) ภำพที่ 3 ลักษณะภายในพคิ นิเดยี ภำพท ่ี 4 ลักษณะโคนเิ ดีย (conidia) อ่อน และโคนเิ ดียแก่ ภำพที ่ 5–6 ลักษณะอาการของโรคผลเน่า 56 97 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum gloeosporioides ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (PDA) สขี าวเทา ลกั ษณะ กลมขอบเรยี บ และมีกลุ่มโคนิเดีย (conidia) สสี ้มเจริญอยู่บนอาหาร เชื้อราสร้างฟรุตต้ิงบอด้ี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ลกั ษณะเป็นรปู ถ้วย โคนิเดีย มีรูปร่างทรงกระบอก (oblong) เซลล์เดียว ปลายมน ใสไม่มีสี (hyaline) เกิดบนปลายก้านโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลมีสีนำ้าตาลดำา เกิดจุดน่ิม และมีเมือกสีชมพูบนเปลือกผล มักจะเกิดด้านใดด้านหนง่ึ ของผลก่อน แล้วลุกลามไปท่ัวท้ังผล โดยท่ัวไปมักจะมี ของเหลวไหลออกมา เมื่อแกะเปลอื กผลออก จะพบว่าเนื้อเย่อื ภายในของผลเปลี่ยน จากใสเป็นลกั ษณะขุ่นเหมอื นกระจกฝ้า อ่อนนุ่ม ฉา่ำ น้ำา มกี ล่ินเหม็นเปร้ยี ว 98 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเช้อื รา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท่ ี 2 ลกั ษณะกลุ่มโคนิเดีย (conidia) สสี ้มเจริญบนอาหารพดี ีเอ ภำพท ี่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี ภำพท ่ี 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี ภำพท ี่ 5–6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 99 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Curvularia sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลนี (colony) ของเช้ือราบนอาหารพีดีเอ (PDA) สีดำา เส้นใย ละเอียด ค่อนข้างฟ ู โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) เกิดเด่ียวๆ ไม่แตกกิ่งก้าน มีลักษณะ หักข้อศอกกลบั ไปกลับมา โคนเิ ดยี (conidia) ม ี 3-5 เซลล์ มผี นงั ก้ัน รปู ร่างโค้งงอเลก็ น้อย เซลล์ตรง กลางมขี นาดใหญ่และมสี ีเข้มกว่าเซลล์บริเวณหัวและท้าย ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลมีสีคล้ำา มีเส้นใยสีเทาคลุมผล เม่ือแกะเปลือกผลออก พบว่าเนอื้ เยือ่ ภายในของผลเละ 100 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

12 3 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเชอื้ รา Curvularia sp. บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดีย (conidia) ภำพที ่ 3 โคนิเดยี ภำพท ี่ 4–5 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 4 5 101 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด เชื้อราเหล่านจี้ ะปลิวฟุ้งกระจายไปท่ัวโดยลมและฝน และก่ิงพันธุ์ท่ีเป็นโรค หากระหว่างการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เกิดหยดนำ้าขึ้นบนผลลิ้นจี่ ความชื้นและ อณุ หภมู ทิ เี่ หมาะสม โรคสามารถแพร่ระบาดจากผลทเ่ี ปน็ โรคเข้าทาำ ลายผลปกตอิ น่ื ๆ ท่อี ยู่ใกล้เคียงกนั เป็นโรคได้อีกด้วย การควบคุมโรค 1. ห่อผลด้วยกระดาษ เมอื่ ผลมีขนาด 0.5 เซนติเมตร หรอื เมือ่ ผลมอี าย ุ 20 วัน หลงั ดอกบาน 2. พ่นด้วยโพรครอราซ (prochloraz) 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อนำ้า 20 ลิตร หรือคาร์เบนดาซิม (carbendazim) 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำา 20 ลิตร หยุดการใช้สารเคมี 15 วัน ก่อนเกบ็ เกีย่ ว 3. ในระยะติดผลและเมื่อผลมีขนาดใหญ่แล้วควรพ่นด้วยสารเคมี เช่น เบนโนมิล (benomyl) ในอัตรา 10 กรมั ต่อน้าำ 20 ลติ ร 4. หลกี เลย่ี งสภาพท่ีทำาให้เกดิ หยดนำ้าข้นึ บนผิวของล้ินจ่ี 5. พยายามลดการกระทำาที่ทำาให้เกิดรอยแผลหรืออาการบอบชำ้าในระหว่าง และหลงั การเกบ็ เก่ียว 102 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ชื

ÊŒÁ (Orange)ม อยู่ในวงศ์ Rutaceae ชอ่ื วทิ ยาศาสตร์ Citrus spp. เป็น ส้ไม้ผลขนาดเล็ก มีความสำาคัญทางเศรษฐกิจของประเทศไทย มีคุณค่าทางอาหารสูง ความเสียหายหลังการเก็บเกี่ยวของผลส้มท่ี สาำ คัญ คือ การเข้าทาำ ลายของเชื้อรา Penicillium digitatum เป็น สาเหตุของโรคราสีเขียว ก่อให้เกิดความเสียหายกับผลิตผลมาก การเข้าทำาลายของเช้อื อาจติดมาตั้งแต่อยู่ในสวน สามารถพบโคนเิ ดยี (conidia) ของเชื้อราได้ท้ังบนผิวของผลส้มหลังการเก็บเกี่ยว ใน แปลงปลกู ในโรงเกบ็ ในระบบการขนส่งทกุ ขนั้ ตอนต้ังแต่ในรถขนส่ง จนกระทั่งในตลาด 103 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ชื

âäÃÒà¢ÕÂÇ (Green Mold) เช้ือราสาเหตุ Penicillium digitatum ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) มสี เี ขยี วอมเหลืองหรือเขียวมะกอก โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) เป็นแบบไฟอะโลฟอร์ (phialophore) เป็นก้านชโู คนเิ ดยี (conidia) ส่วนปลายก้านแตกแขนงเป็นไฟอะลายด์ (phialide) มีลักษณะไม่สมำ่าเสมอ หรอื แตกออกข้างเดยี ว ให้กำาเนดิ โคนิเดยี โคนเิ ดยี เปน็ แบบไฟอะโลสปอร ์ (phialospore) มผี วิ เรยี บ รปู รา่ งกลมถงึ ยาว (elongate) แต่ส่วนใหญ่รูปร่างรี (ellipsoid) โดยเกดิ ต่อกันเป็นลูกโซ่ยาว ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมแรกจะเกิดรอยชำ้าใสๆ เป็นวง ต่อมาจะเพ่ิมขนาดขยายขึ้นเรื่อยๆ พบการสร้างเส้นใยสีขาวบรเิ วณกลางรอยชำ้า และสปอร์สเี ขยี วจำานวนมาก ทาำ ให้เกดิ การแพร่กระจายของโรคอย่างรวดเร็ว บางคร้ังพบร่วมกบั อาการผลแตก หรือผลช้ำา 104 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ืช

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเช้ือรา Penicillium digitatum บนอาหารพดี ีเอ (PDA) ภำพท ่ี 2-3 ลักษณะไฟอะโลฟอร์ (phialophore) ไฟอะลายด ์ (phialide) และไฟอะโลสปอร์ (phialospore) ภำพท่ ี 4 ลกั ษณะไฟอะโลสปอร์ ภำพท ่ี 5–7 ลกั ษณะอาการของโรคราเขียว 56 7 105 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด โคนิเดีย ของเชื้อราสามารถอยู่ข้ามฤดูได ้ เข้าทำาลายทางบาดแผลบนผิวผล และบาดแผลทม่ี ขี นาดเลก็ มากๆ ได ้ เชน่ ต่อมนา้ำ มนั ทผ่ี วิ ถกู ทาำ ลาย เป็นต้น สามารถ แพรร่ ะบาดจากผลหนงึ่ ไปสอู่ กี ผลหนง่ึ ได้ โดยการสมั ผสั กนั ระหวา่ งผลทป่ี กตกิ บั ผลที่ เป็นโรค และเกดิ โรคได้รวดเรว็ ในช่วงอณุ หภูม ิ 22-27 องศาเซลเซียส การควบคุมโรค 1. ส้มท่ีตายแล้วหรือส่วนของส้มที่เป็นโรค เมื่อตัดทิ้งแล้วนำามารวมกัน เผาทาำ ลาย 2. อยา่ ปลอ่ ยใหต้ น้ ตดิ ผลมากจนเกนิ ควร ถา้ ออกผลมากควรปลดิ ทง้ิ ใหเ้ หลอื พอเหมาะกบั ขนาดของต้น 3. การจดั การหลงั การเกบ็ เกย่ี วดว้ ยความระมดั ระวงั อยา่ ให้เกดิ บาดแผลที่ ผวิ ผล 4. รกั ษาความสะอาดภาชนะบรรจุ ควรล้างด้วยสารเคมฆี ่าเช้ือจลุ ินทรีย์ 5. เชอ้ื เข้าทาำ ลายผา่ นบาดแผล จงึ ควรหลกี เลย่ี งการปฏบิ ตั ทิ ท่ี าำ ใหเ้ กดิ ความ ชอกชาำ้ หรอื บาดแผล หากพบผลเปน็ โรคตอ้ งแยกออกไปอยา่ งรวดเรว็ ใชส้ ารเคมกี าำ จดั เชอ้ื ราหลงั การเก็บเกี่ยว เช่น สารกลุ่ม เบนซามิดาโซล (benzimidazole) อิมาซาลิล (imazalil) หรอื โพรคลอราซ (prochloraz) รว่ มกบั การบรรจแุ ยกกนั ในกลอ่ งแลว้ เกบ็ ในสภาพเยน็ สามารถชะลอหรือป้องกันการกระจายของโรคได้ 106 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

ส ÊÅÐ (Salak Plum)ละ อยู่ในวงศ์ Palmae มีชือ่ วทิ ยาศาสตร์ว่า Zalacca edulis เปน็ ผลไมท้ มี่ รี สชาตหิ อมหวานเฉพาะตวั เปน็ ทนี่ ยิ มของผบู้ ร โิ ภค เป็นพืชมีการเจริญเติบโตและให้ผลผลิตในเชิงการค้าได้ค่อนข้างเร็ว ปัญหาสาำ คัญหลงั การเกบ็ เกยี่ วของสละ คอื การเข้าทำาลายของเชอื้ รา เนือ่ งจากสภาพแวดล้อมของแปลงปลกู สละมีความชน้ื และต้องพราง แสง เหมาะต่อการเจริญของเชื้อรา โรคหลังเกบ็ เกี่ยวท่ีพบในผลสละ คือโรคผลเน่า สาเหตุจากการเข้าทำาลายของเชื้อราต้ังแต่แปลงปลูก เชอื้ ราสาำ คญั ทท่ี าำ ให้เกดิ ผลเน่า ได้แก่ เชอื้ Thielaviopsis spp. ทาำ ให้ คุณภาพของผลสละลดลงและอายุการเก็บรกั ษาส้นั 107 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Thielaviopsis sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) สนี ้าำ ตาลถงึ ดำา โคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) ไม่มสี ถี ึงสีนาำ้ ตาลอ่อน เชื้อราสามารถสร้างโคนิเดีย (conidia) 2 แบบ คือ แบบไฟอะโลสปอร์ (phialospore) ในระยะแรกเป็นสายยาวทรงกระบอก (oblong) ไม่มีส ี (hyaline) จากน้ันเปลี่ยนเป็นรี (ovoid) และมีสีอ่อนถึงน้ำาตาล และแบบอลูรโิ อสปอร์ (aleuriospores) รปู ร่างรี ผนงั เรยี บหนาเซลล์เดยี ว สนี า้ำ ตาล บางครงั้ ไม่มสี ี ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเริ่มแรกเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำาตาล ขยายลามมากขึ้น และถ้าอาการ รุนแรงจะเป็นสีนำ้าตาลเข้มจนถึงดำา เน่าลามท้งั ผล พบเส้นใยบนผลเมอ่ื มีความช้นื สูง ขณะท่ีเน้ือภายในผลเร่ิมแรกเป็นแผลสีนำ้าตาล และเน่าเละเป็นสีน้ำาตาลแก่จนถึงดำา ท้ังผล 108 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ชื

12 34 ภำพท ี่ 1 โคโลนขี องเช้ือรา Thielaviopsis sp. บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท ่ี 2-3 ลักษณะของโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) ไฟอะลายด์ (phialide) และอลูร ิโอสปอร์ (aleuriospores) ภำพท่ี 4 ลักษณะของไฟอะโลสปอร์ (phialospore) และอลูริโ อสปอร์ ภำพที ่ 5–6 ลักษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 109 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด สปอรข์ องเชอ้ื สามารถแพรก่ ระจายโดยลม นาำ้ เครอ่ื งมอื ปลกู ตดิ ไปกบั ดนิ หรอื เศษซากพชื เมอ่ื สภาพแวดลอ้ มเหมาะสมจะงอก เจรญิ กลายเปน็ เส้นใยเขา้ ทาำ ลายพชื ต่อไป การควบคุมโรค 1. ปรับสภาพสวนให้มีการระบายอากาศดี ควบคุมไม้ร่มเงา ให้สละได้รับ แสงประมาณ 50% 2. ผลที่แสดงอาการเน่าควรปลิดทิ้งพร้อมกับเก็บผลท่ีร่วงหล่น เผาทำาลาย ก่อนทเ่ี ชอื้ ราต่างๆ จะสร้างสปอร์สืบพันธุ์ต่อไป 3. การป้องกันโดยการใช้สารจุลินทรยี ์พ่น เพอ่ื ควบคุมเช้ือสาเหตุ ก่อนเกดิ การระบาด เช่น bacillus subtilis 4. การป้องกันโดยการใช้สารกำาจัดเช้ือรากลุ่มคาร์บอกซิน (carboxin) อัตรา 50 กรัมต่อน้ำา 20 ลิตร หรือไทอะเบนดาโซล (thiabendazol) ร่วมกับ ฟอสฟอรัส แอซิด (phosphorus acid) พ่นก่อนการระบาดของเช้ือสาเหตุหรือ ก่อนฤดูฝน และหยดุ ใช้สารเคมกี ่อนเก็บเก่ียว 15 วนั 110 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

อ ͧ؋¹ (Grape)งุ่น อยู่ในวงศ์ Vitacea มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Vitis vinifera Linn. พันธุ์องุ่นที่นิยมในประเทศไทยปลูก คือ พันธุ์ไวท์มะละกา เป็นพันธุ์ท่ี นิยมปลูกเพื่อการค้ามากท่ีสุด มี 2 สายพันธุ์ คือ ชนิดผลกลมและผลยาว พันธุ์คาร์ดินัล เป็นองุ่นท่ีปลูกง่าย การเจริญเติบโตดีมาก มีลักษณะช่อใหญ่ ผลดก กลมค่อนข้างใหญ่ มีสีแดงหรือม่วงดำา รสหวาน กรอบ เปลือกบาง จึง ทำาให้ผลแตกง่ายเม่ือผลแก่ในช่วงฝนตกชุก โรคองุ่นเป็นปัญหาต้ังแต่เร่ิมต้น จนถึงช่วงก่อนและหลังการเก็บเก่ียว การระบาดของโรครุนแรงเกิดจากสภาพ อากาศร้อนช้ืน มีฝนตกชุก และมีการตัดแต่งกิ่งองุ่นให้ออกดอกติดผลตลอดปี โดยเฉพาะเดือนตุลาคมพบการระบาดมากที่สุด ส่วนเดือนพฤศจิกายนถึง กุมภาพันธ์ จะเป็นช่วงปลอดโรคองุ่นมากที่สุด โรคท่ีพบการระบาดในองุ่น ได้แก่ โรคแอนแทรคโนส เกิดจากเช้อื สาเหต ุ Colletotrichum gloeosporioides ทำาให้ ผลผลิตองุ่นเสียหาย คุณภาพลดลง ดังนน้ั การป้องกันและควบคุมความรุนแรง ของโรค ควรเริม่ ตง้ั แต่ขน้ั ตอนการปลูก การดูแลรกั ษา การเก็บเกีย่ ว ตลอดจนการ เกบ็ รักษาก่อนถงึ มอื ผู้บรโิ ภค 111 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

âäá͹á·Ã¤â¹Ê (Anthracnose) เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum gloeosporioides ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) เส้นใยสขี าวเทา ฟูไม่มากนกั เจริญขึน้ อยู่บนอาหารเล็กน้อย โคโลนเี จริญเป็น วงแหวนซ้อนกัน (concentric ring) ตรงกลางจะมีกลุ่มของโคนิเดีย (conidia) สีส้มเจรญิ อยู่มากกว่าบรเิ วณขอบโคโลนี เช้ือราสร้างฟรุตติ้งบอดี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ภายในให้กำาเนดิ โคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดีย โคนิเดีย รปู ร่างทรงกระบอก (oblong) เซลล์เดียว ปลายมน ใส ลักɳะอาการ¢องโรค เน้อื เย้ือบรเิ วณแผลบุมลงไปเล็กน้อย ขอบแผลสเี ข้ม ถ้าอากาศชืน้ ๆ จะเหน็ จุดสีชมพู สีส้มตรงกลางแผล ส่วนในผลแก่จะเห็นบริเวณเน่าเป็นสีนำ้าตาล มีจุด สชี มพ ู สีส้ม เกดิ ข้ึนบริเวณตรงกลางแผลเตม็ ไปหมด ต่อไปจะทำาให้ผลแห้ง เปลือก เห่ียว ผลตดิ กับช่อไม่ร่วงหล่น 112 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ ี 1 โคโลนขี องเชื้อรา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท ่ี 2-3 ลกั ษณะของโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี (conidia) ภำพท ี่ 4 ลกั ษณะของโคนเิ ดีย ภำพท ่ี 5–8 ลกั ษณะอาการของโรคแอนแทรคโนส ภำพท ่ี 9 ลกั ษณะของอะเซอวูลัส (acervulus) บนผลองุ่น 6 8 57 9 113 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด เชอื้ แพรร่ ะบาดทางลมและทางหยดนำา้ จากใบลงสผู่ ลองนุ่ และเขา้ ทาำ ลายทาง แผลบริเวณก้นผลองุ่นได้ง่าย เชอ้ื ราสามารถอยู่ตามเศษซากองุ่นท่เี ป็นโรค การควบคุมโรค 1. ใช้หลักการเขตกรรม เช่น ตัดแต่งกิ่งให้โปร่งโล่ง ทำาลายเศษซากพืช เป็นโรค จัดการระบายน้าำ ให้ดี นอกจากนก้ี ารหลีกเลี่ยงไม่ปลูกองุ่นในช่วงปลายฝน อันเป็นระยะระบาด จะช่วยลดอาการโรคลงได้ เช่น อาจเลยี่ งมาปลูกประมาณเดือน มกราคม 2. ควบคุมโรคในสวนก่อนระยะเก็บเก่ียวด้วยสารป้องกันกำาจัดเชื้อรา คาร์เบนดาซิม (carbendazim) อัตรา 6-12 มิลลิลิตรต่อน้าำ 20 ลิตร พ่นให้ท่ัว ต้นพืช หรือใช้คอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ (copper oxychloride) ฉดี พ่นในระยะ เรมิ่ ออกดอก และขณะท่ีดอกยังเล็กอยู่ 114 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ืช

บรรณานุกรม เกวลนิ คณุ าศักดากุล และชัยพร ขดั สงคราม. 2555. การคัดเลอื กเช้อื แอกติโนไม ซีสเอนโดไฟต์ท่ีเป็นปฏิปักษ์ต่อเช้ือราสาเหตุโรคผลเน่าของลำาไย. วารสาร เกษตร 28(3): 285-294. เครอื วัลย์ ดาวงษ์ และยศพล ผลาผล. การป้องกนั และแก้ปัญหาโรคระบาดในการ ผลติ แกว้ มงั กรคณุ ภาพ.(ระบบออนไลน)์ . แหลง่ ทม่ี า http://scia.chantha- buri.buu.ac.th/research/lif e/dragon-fruit.pdf. (30 พฤษภาคม 2556) จริ ะเดช แจ่มสว่าง และคณะ. 2550. บทปฎิบัตกิ ารโรคพืชวทิ ยาเบื้องต้น. ภาควิชา โรคพืช คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำาแพงแสน. นครปฐม. 115 หน้า. ชยั วฒั น ์ กระตกุ ฤษ ์ มาโนช ทศพล วจิ ยั รกั วทิ ยาศาสตร ์ และขจรศกั ด ิ์ ภวกลุ . 2538. รา Peronophythora litchi แยกได้จากโรครากเน่าของล้ินจ.่ี หน้า 3-7. ในการประชุมวิชาการอารักขาพืชแห่งชาต ิ คร้ังที่ 2. 9-11 ตุลาคม 2538 ณ โรงแรมเพชรงาม เชยี งใหม่. ดนัย บุญยเกียรติ. 2549. โรคหลังการเก็บเก่ียวของผักและผลไม้. สำานกั พิมพ์ โอเดียนสโตร์. กรงุ เทพฯ. 200 หน้า. นิพนธ์ วสิ ารทานนท์. 2542. โรคไม้ผลเขตร้อนและการป้องกนั กำาจดั . บริษัท เจฟิล์ม โปรเซส จำากดั . กรงุ เทพฯ. 172 หน้า. นิพนธ์ วิสารทานนท์. 2542. โรคไม้ผลเขตก่ึงร้อน. บริษัท เจฟิล์ม โปรเซส จำากัด. กรงุ เทพฯ. 144 หน้า. 115 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ชื

นิรนาม. มปป. ไทยเกษตรศาสตร์เว็บรวบรวมวิชาความรู้ด้านการเกษตรของไทย. (ระบบออนไลน์). แหล่งทม่ี า http://www.thaikasetsart.com/page/6/. (30 พฤษภาคม 2556) บุญญวดี จริ ะวุฒิ รัตตา สทุ ธยาคม อมรา ชินภตู ิ และเสรมิ สุข สลกั เพช็ ร์. 2553. โรคข้ัวหวีเน่าของกล้วยหอมทองและการควบคุมโดยใช้สารปลอดภัย. (ระบบออนไลน์). แหล่งที่มา http://it.doa.go.th/refs/files/1850_2554. pdf? PHPSESSID=fde28283a21ee1cda736d2228d1c79e8. (30 พฤษภาคม 2556) เบญจมาศ ศิลาย้อย. 2545. กล้วย. พิมพ์ครั้งท่ี 3 สำานักพิมพ์มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์. กรงุ เทพฯ. 357 หน้า. พรพมิ ล อธิปัญญาคม สุณีรัตน์ สมี ะเดื่อ ชนนิ ทร ดวงสะอาด และศรสี ุรางค์ ลิขติ เอกราช. 2553. ศกึ ษาจดั การโรคพชื ทเ่ี หมาะสมในการผลติ แก้วมังกร. หน้า 2539-2553. รายงานผลงานวิจัยเร่ืองเต็ม ปี 2553. สำานกั วิจัยพัฒนาการ อารักขาพชื กรมวิชาการเกษตร. พรพิมล อธปิ ัญญาคม และศรีสุรางค์ ลิขิตเอกราช. 2539. ศึกษาลักษณะอาการ และการแพร่ระบาดของโรคผลเน่าฝร่ัง. หน้า 17-33. รายงานผลงานวิจัย พ.ศ. 2539. กลุ่มงานวิจัยโรคไม้ผล กองโรคพืชและจุลชีววิทยา กรมวิชาการเกษตร. รัติยา พงศ์พิสุทธา. 2535. โรคผลเน่าของทุเรียนหมอนทองท่ีเกิดจากเช้ือรา Phytophthora palmivora (Butl.) Butl. และการควบคมุ . วทิ ยานิพนธ์ ปรญิ ญาโท มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. 99 หน้า. 116 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

รัตตา สทุ ธยาคม และบุญญวดี จิระวุฒ.ิ 2553. โรคหลงั เกบ็ เกี่ยวและการลดการ เน่าเสียหลังเก็บเกีย่ วของแก้วมงั กร. หน้า 166-180. ในรายงานผลงานวิจัย เร่ืองเต็ม ปี 2553. สำานกั วิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเก่ียวและ แปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวชิ าการเกษตร. รัตตา สุทธยาคม และประจักร์ อุดมศรี. 2548. ศึกษาการลดการเน่าเสียของ ผลทุเรียนระหว่างการเก็บรักษา. หน้า 158-164. ในรายงานผลงานวิจัย เรื่องเต็ม ปี 2548. สำานกั วิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและ แปรรูปผลิตผลเกษตร, กรมวิชาการเกษตร. วิจัย รักวิทยาศาสตร์. 2546. ราวิทยาเบื้องต้น. สำานักพิมพ์จามจุรโี ปรดักท์. กรุงเทพฯ. 351 หน้า. สมศิร ิ แสงโชต ิ รตั ิยา พงศ์พสิ ทุ ธา และรัตตา อเนกธนโชต.ิ 2540. การเปล่ยี นแปลง ของเชื้อ ความมีชีวิต แหล่งของเช้ือราสาเหตุโรคผลเน่าของทุเรียนและ การควบคุม, หน้า 208-216. ใน การประชุมวิชาการของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ครง้ั ท ี่ 38. วนั ท ่ี 1-4 กุมภาพนั ธ์ 2543 ณ มหาวทิ ยาลัย เกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. สมศิร ิ แสงโชติ อุดม ฟ้ารุ่งสาง และนวลวรรณ ฟ้ารุ่งสาง. 2540. การเข้าทาำ ลายของ ผลเงาะกอ่ นและหลงั การเกบ็ เกย่ี วของเชอ้ื ราทเี่ ปน็ สาเหตขุ องโรคผลเนา่ และ การควบคมุ โรคผลเนา่ ภายหลงั การเกบ็ เกย่ี ว. หนา้ 108-116. ใน รายงานการ ประชมุ วชิ าการครั้งท่ี 35. สาขาพืช มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์, กรุงเทพฯ. สืบศักด์ิ สนธิรัตน. 2550. อภิธานศัพท์โรคพืชวิทยา. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์ การเกษตรแห่งประเทศไทย. กรุงเทพฯ. 80 หน้า. 117 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ืช

สรุ ชาต ิ คูอริยะกุล กรรณกิ าร์ เพย้ี นพักตร์ ไพลนิ เหล็กคง ขจรศกั ด์ิ ภวกลุ และ สมศักดิ์ ชัยศิลปิน. 2533. การศึกษาหาสาเหตุเปลือกเน่าของผลลิ้นจ่ี. หนา้ 27-45. ในรายงานผลงานวจิ ยั ประจาำ ป ี 2533. ศนู ยว์ จิ ยั พชื สวนเชยี งราย สถาบนั วจิ ยั พชื สวน กรมวิชาการเกษตร. สำานกั งานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเน่ืองมาจากพระราชดำาริ (สาำ นกั งาน กปร.). 2555. คมู่ อื ท ่ี 7 ลนิ้ จ ี่ นพ.1. บรษิ ทั มฟู เมน้ ทเ์ จน ทรี จาำ กดั . กรงุ เทพฯ. 20 หน้า. อุดม ฟ้ารุ่งสาง นวลวรรณ ฟ้ารุ่งสาง และสุธาสนิ ี แผนคู้. 2554. การเข้าทำาลายโดย การเจริญภายในพืชของรา Lasiodiplodia theobromae สาเหตุโรคข้ัวผล เน่าหลงั การเกบ็ เก่ียวของมะม่วง. ว. วทิ ย.กษ 42:1 (พิเศษ): 19-22. อรอมุ า เพยี ซา้ ย. (บรรณาธกิ าร). 2555. บญั ชรี ายการทรพั ยส์ นิ ชวี ภาพรา. สาำ นกั พฒั นา เศรษฐกิจจากฐานชวี ภาพ (องค์การมหาชน). กรุงเทพฯ. 760 หน้า. Agrios, G.N. 1978. Plant pathology. Academic Press, New York. 703 p. Barnett, H.L. and B.B. Hunter. 1986. Illustrated genera of imperfect fungi. Burgess Publishing Company. fourth Edition. Minnesota. 218 p. Samson, R.A. and E.S. Hoekstra. 2004. Introduction to Food-and Airborne Fungi. Centraalbureau voor Schimmelcultures. Natherlands. 389 p. 118 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ืช

ภาคผนวก Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

â¤Ã§ÊÌҧ¢Í§àª×éÍÃÒ Bipolaris sp. 2 1 1 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) และ โคนิเดีย (conidia) 3 2 โคนิดิโอฟอร์บริเวณรอยแผลส่วนที่ โคนิเดียหลดุ ออกไป 3 โคนิเดียงอก ที่มา : Barnett et al., 1986 3 Colletotrichum sp. 1 4 1 อะเซอวลู ัส (acervulus) 2 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) และ ซีเต้ (setae) 3 โคนิเดีย (conidia) รปู ร่างทรงกระบอก 4 โคนิเดีย รูปร่างเสี้ยวพระจันทร์ 2 ที่มา : Barnett et al., 1986 Curvularia sp. 1 2 1 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) 2 โคนิเดีย (conidia) ที่มา : Barnett et al., 1986 120 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

Dothiorella sp. 2 3 1 1 พิคนิเดีย (pycnidia) 2 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) 3 โคนิเดีย (conidia) ที่มา : Barnett et al., 1986 Fusarium sp. 1 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) 2 มาโครโคนิเดีย (macroconidia) 2 และไมโครโคนิเดีย (microconidia) 3 แคลมิโดสปอร์ (chlamydospore) ที่มา : Barnett et al., 1986 3 Samson et al., 2004 1 Gliocephalotrichum sp. 1 3 2 1 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) 2 ไฟอะลายด์ (phialide) 3 โคนิเดีย (conidia) ที่มา : Barnett et al., 1986 121 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ชื

Lasiodiplodia sp. 2 3 1 1 พิคนิเดีย (pycnidia) 2 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) พาราไฟซิส (paraphyses) 3 โคนิเดีย (conidia) ที่มา : Barnett et al., 1986 Penicillium digitatum 1 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดีย (conidia) 2 โคนิเดีย 1 2 ที่มา : Samson et al., 2004 Pestalotiopsis sp. 2 1 อะเซอวลู ัส (acervulus) 3 2 โคนิเดีย (conidia) 3 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) และ โคนิเดีย ที่มา : Barnett et al., 1986 1 122 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ชื

Phomopsis sp. 2 3 1 พิคนิเดีย (pycnidia) 2 อัลฟา โคนิเดีย (alpha conidia) 14 3 เบต้า โคนิเดีย (beta conidia) 4 โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) Phytophthora sp. ที่มา : Barnett et al., 1986 1 สปอร์แรนเจียม (sporangium) 1 สร้างติดต่อกันบนก้าน 2 3 สปอแรนจิโอฟอร์ (sporangiophore) 2 การสร้างซูโอสปอร์ (zoospore) ภายในสปอร์แรนเจียม 3 การผสมกันระหว่างโอโอโกเนียม (oogonium) และ แอนเทอริเดียม (antheridium) ให้กำาเนิดโอโอสปอร์ (oospores) ที่มา : วิจัย, 2546 Thielaviopsis sp. 1 3 2 1 ไฟอะลายด์ (phialide) และไฟอะโลสปอร์ (phialospores) 2 อลรู ิโอสปอร์ (aleuriospores) 3 เส้นใยที่ให้กำาเนิดสปอร์สองแบบ ที่มา : Barnett et al., 1986 123 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ืช

ÍÀÔ¸Ò¹ÈѾ·âä¾×ªÇÔ·ÂÒ กำรเข้ำทำ� ลำยแบบแฝง (latent infection) สภาพทีพ่ ชื อาศยั ถกู เช้ือโรคชนดิ หนง่ึ เข้าทำาลายแต่ไม่สามารถแสดงลกั ษณะอาการให้เหน็ ได้ กำ้ นชสู ปอร ์ (sporangiophore) เสน้ ใยพเิ ศษทอ่ี าจแตกหรอื ไมแ่ ตกแขนงทปี่ ลาย ให้ กาำ เนดิ สปอร์แรนเจยี ม sporangium แคลมิโดสปอร์ (chlamydospore) สปอร์หรือหน่วยขยายพันธุ์แบบไม่ใช้เพศท่ีมี ผนงั หนา เกิดจากการเปล่ียนแปลงของเซลล์ใดเซลล์หนง่ึ ในเส้นใยของ เชอื้ รา ช่วยการอยู่ข้ามฤดู จดั เป็น resting spore ชนดิ หนงึ่ โคนิเดยี ม [conidium (เอกพจน์)] โคนิเดีย [conidia (พหพู จน์)] เซลล์สบื พันธุ์ แบบไม่ใช้เพศของรา ซึง่ สร้างจากเซลล์ของ conidiophore โคนดิ ิโอจนี ัสเซลล์ (conidiogenous cells) เซลล์ทส่ี ร้าง conidium โคนดิ โิ อฟอร ์ (conidiophore) เสน้ ใยพเิ ศษทแี่ ตกแขนงออกจากเสน้ ใย อาจเปน็ เสน้ เด่ียวหรือแตกแขนงก็ได้ท่ปี ลายหรือด้านข้าง ให้กาำ เนดิ โคโลน ี (colony) กล่มุ ของสงิ่ มชี วี ติ (เชอ้ื รา) มชี วี ติ อย่ ู หรอื เจรญิ ในสถานทแ่ี หง่ หนงึ่ ชอ่ งเปด (ostiole) ชอ่ งเปดิ หรอื รซู ง่ึ สปอรส์ ามารถรอดออกไปไดจ้ ากฟรตุ ตงิ้ บอด ี เชน่ ในเพอริทีเซยี ม (perithecium) และพคิ นเิ ดียม (pycnidium) ซีเต้ (setae) เส้นใยสีเข้มขนาดใหญ่คล้ายหนาม เกิดอยู่ที่บริเวณขอบอะเซอวูลัส หรือปะปนอยู่กบั โคนดิ โิ อฟอร์ ซูโอสปอร์ (zoospore) สปอร์ทม่ี ีหางและสามารถว่ายน้าำ ได้ เบต้ำโคนเิ ดีย (beta conidia) สปอร์ของเชื้อรา เซลล์เดยี ว ใส รูปร่างเป็นเส้นยาว ส่วนปลายโคงั งอคล้ายตะขอ เกดิ ในพิคนิเดยี ม 124 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

ผนงั กั้น (septum) ผนงั ก้ัน เป็นลักษณะหนงึ่ ของเส้นใยเชื้อรา พำรำไฟซิส (paraphyses) เส้นใยของเช้ือราที่เป็นหมันมักพบในฟรุตติ้งบอดีของ เชอื้ ราบางชนดิ พิคนิเดีย (pycnidia) ฟรุตติ้งบอดีท่ีเกิดแบบไม่มีเพศ มีรูปร่างกลมหรือรูปคนโท ภายในเป็นทเี่ กดิ ของโคนดิ โิ อฟอร์ และโคนิเดียม เพนซิ เิ ลท (penicillate) ลกั ษณะคล้ายแปรง เพอรทิ ีเซยี ม (perithecium) เป็นโครงสร้างแบบฟรตุ ติ้งบอด ี ในเชื้อรา ภายในจะ เป็นถงุ บรรจุสปอร์เตม็ ไปด้วยสปอร์ของเชื้อรา ฟรตุ ต้ิงบอด ี (fruiting body) โครงสร้างพิเศษซงึ่ เป็นท่ีเกดิ สปอร์ของรา ไฟอะลำยด์ (phialide) เซลล์ทีส่ ร้างโคนิเดยี ซ่งึ โคนิเดยี ทอ่ี ่อนกว่าจะถกู สร้างท่ีฐาน ของโคนดิ ิโอจีนัส เซลล์ โคนิเดียที่อ่อนกว่าจะดันให้โคนิเดียที่แก่กว่า เคลอ่ื นท่ไี ปข้างหน้า อาจต่อกนั เป็นเส้นสาย หรือหลดุ ขาดจากกนั ความ ยาวของไฟอะลายด์จะไม่เปล่ยี นแปลง มำโครโคนเิ ดยี (macroconidia) สปอรข์ นาดใหญ ่ รปู รา่ งยาวเรยี ว มผี นงั กน้ั หลายอนั ไมโครโคนเิ ดยี (microconidia) สปอร์ขนาดเลก็ ม ี 1-2 เซลล์ อาจเกดิ รวมกนั เป็น กลุ่มหรอื ต่อกนั เป็นลกู โซ่ยาวทปี่ ลายก้านไฟอะลายด์ สโตรมำ (stroma) โครงสร้างที่เกิดจากเส้นใยอัดแน่นบนหรอื ภายใน เป็นท่ีเกิดของ โครงสร้างสบื พนั ธ์ุซ่งึ อาจเป็นแบบใช้เพศหรือไม่ใช้เพศกไ็ ด้ สปอร์แรนเจยี ม [sporangium (เอกพจน์) sporangia (พหพู จน์)] โครงสร้างหรือ ภาชนะที่บรรจสุ ปอร์ท่ีเกดิ จากการผสมพันธ์ุแบบไม่มีเพศ สปอร์แรนจโิ อฟอร์ (sporangiophore) เส้นใยพเิ ศษท่อี าจแตกหรือไม่แตกแขนงท่ี ปลาย ให้กำาเนดิ สปอร์แรนเจียม 125 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

สปอร์โรโดเชียม (sporodochium) โครงสร้างลักษณะเป็นก้อนนนู ซงึ่ ประกอบด้วย กลุ่มของโคนดิ โิ อฟอร์ ทีส่ านกนั อยู่บนมวลของเส้นใย อะเซอวูลัส (acervulus) โครงสร้างเฉพาะหรือถุงบรรจุสปอร์อยู่ภายใน (fruiting body) ชนดิ ไม่ใช้เพศ (asexual) ที่ฝังตัวอยู่ใต้ผิวใบ รูปร่างคล้ายคนโท และผลติ โคนเิ ดยี อลั ฟำ โคนเิ ดีย (alpha conidia) สปอร์ของเชือ้ รา เซลล์เดยี ว ใส รูปไข่ เกิดใน พคิ นิเดียม อลูรโิ อสปอร์ (aleuriospores) สปอร์ของเชอ้ื ราแบบไม่อาศยั เพศ เชอื้ ราสร้างสปอร์ ทปี่ ลายของโคนดิ โิ อฟอรโ์ ดยสรา้ งผนงั กน้ั เซลลข์ นึ้ ในชว่ งแรกสปอรย์ งั คง มีส่วนที่ตดิ กัน แต่ต่อมาบางสปอร์ก็หลุดออกไป สปอร์ทีต่ ิดกบั โคนดิ โิ อ ฟอร์จะเป็นสปอร์อ่อน แอนเทอริเดียม (antheridium) อวัยวะทร่ี าบางชนดิ ใช้แทนเพศผู้ในการผสมพันธุ์ แอพเพรสซอเรยี ม (appressorium) สว่ นปลายของเสน้ ใยหรอื germ tube ของเชอ้ื ราทส่ี ามารถเขา้ ประชดิ หรอื ตดิ กบั พชื อาศยั และเรมิ่ การเขา้ ทาำ ลายพชื อาศยั โอโอโกเนียม (oogonium) ส่วนที่ทำาหน้าท่ีสืบพันธุ์เพศเมียของราในกลุ่ม โอโอไมซิส (oomycetes) ภายในมไี ข่ 1 ใบ หรือมากกว่า โอโอสปอร์ (oospore) สปอร์แบบมีเพศซ่ึงเกิดจากการผสมกันระหว่างส่วนท่ีทำา หนา้ ทสี่ รา้ งเซลลเ์ พศผ ู้ (แอนเทอรเิ ดยี ม) และเซลลเ์ พศเมยี (โอโอโกเนยี ม) สปอร์ทมี่ ผี นงั หนา ผวิ เรียบ 126 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

¡ÒÃàµÃÕÂÁÍÒËÒÃàÅéÕ§àªé×;մÕàÍ (Potato dextrose agar, PDA) สÙตรอาหารเลี้ยงเช้ือพีดีเอ มนั ฝรงั่ (ปอกเปลอื กแล้ว) 200 กรมั นา้ำ ตาลเด็กซ์โตรส (dextrose) 20 กรมั วุ้น 17 กรัม นำ้ากลั่น 1,000 มลิ ลิลิตร วÔ¸ี·íา นำามันฝรั่งปอกเปลือกแล้ว หั่นเป็นช้ินเล็กๆ ขนาดประมาณ 1 ลูกบาศก์ เซนตเิ มตร ตม้ กบั นาำ้ กลน่ั 500 มลิ ลลิ ติ ร จนมนั ฝรงั่ สกุ จงึ นาำ มากรองดว้ ยผา้ ขาวบาง เอาเน้ือมันฝร่ังออก เติมนำ้าตาลเด็กซ์โตรส 20 กรัม ต้มและคนจนนำ้าตาลละลาย ใสว่ นุ้ 17 กรมั ตม้ จนวนุ้ ละลาย เตมิ นา้ำ ใหค้ รบ 1,000 มลิ ลลิ ติ ร แลว้ ใสข่ วด นาำ ไปนง่ึ ฆ่าเชอื้ ในหมอ้ นงึ่ ความดนั ไอ (autoclave) ความร้อนทอ่ี ณุ หภมู ิ 121 องศาเซลเซยี ส ความดัน 15 ปอนด์ต่อตารางน้วิ เป็นเวลา 15-20 นาที หมำยเหต ุ ใช้นา้ำ ตาลกลโู คส (glucose) แทนน้ำาตาลเด็กซ์โตรสได้ 127 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืช

ดัชนีเชื้อราสาเหตุโรคพืชหลังการเก็บเก่ียว เชื้อรำสำเหตุ โรค ผลไม้ หน้ำ Bipolaris cactivora ผลเน่า แก้วมังกร 4 Colletotrichum capsici ผลเน่า แก้วมังกร 8 แอนแทรคโนส มะละกอ 70 Colletotrichum gloeosporioides ผลเน่า แก้วมังกร 6 ลิ้นจี่ 98 Colletotrichum lagenarium แอนแทรคโนส ฝรั่ง 52 Colletotrichum musae มะม่วง 60 แอนแทรคโนส มะละกอ 68 Curvularia sp. ขั้วหวีเน่า องุ่น 112 Dothiorella sp. แอนแทรคโนส แตงโม 38 Fusarium solani ผลเน่า กล้วย 16 Fusarium sp. ขั้วผลเน่า กล้วย 18 ขั้วผลเน่า ลิ้นจี่ 100 Gliocephalotrichum bulbilium ขั้วหวีเน่า มะม่วง 64 Gliocephalotrichum longibrachium ผลเน่า มะละกอ 73 Greeneria sp. ผลเน่า กล้วย 14 ผลเน่า แตงโม 36 ผลเน่า เงาะ 24 เงาะ 24 เงาะ 26 128 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

ดัชนีเช้ือราสาเหตุโรคพืชหลังการเก็บเกี่ยว เชื้อรำสำเหตุ โรค ผลไม้ หน้ำ Lasiodiplodia theobromae ขั้วหวีเน่า กล้วย 12 ขั้วผลเน่า มะม่วง 62 Phyllosticta psidiicola ผลเน่า มะละกอ 72 Phytophthora palmivora เงาะ 22 Penicillium digitatum ผลจุดดำา แตงโม 34 Pestalotiopsis sp. ผลเน่า ทเุ รียน 44 Phomopsis sp. ราเขียว ฝรั่ง 48 ผลเน่า มังคดุ 78 Thielaviopsis sp. ผลเน่า ลำาไย 89 ลองกอง 92 ฝักเน่า ลิ้นจี่ 96 ผลเน่า ฝรั่ง 50 ทเุ รียน 42 ส้ม 104 เงาะ 28 ลำาไย 86 เงาะ 30 มังคดุ 80 ลองกอง 90 มะขาม 56 สละ 108 129 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ชื

Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

โรคผลไมห้ ลงั การเก็บเกี่ยว เลขมาตรฐานหนงั สือ : ISBN 978-974-436-852-2 สงวนลขิ สทิ ธิ์ตามพระราชบญั ญตั ลิ ขิ สิทธ์ิ พ.ศ. 2537 พิมพค์ ร้ังท่ี 1 มกราคม 2557 ทปี่ รกึ ษา เสริมสุข สลักเพ็ชร์ บษุ รา จันทร์แก้วมณี อมรา ชินภูติ นชุ นาฏ ณ ระนอง จารุวรรณ บางแวก คณะทาำ งาน รัมม์พัน โกศลานันท์ กรรณิการ์ เพ็งคุ้ม บุญญวดี จิระวุฒิ ชวเลิศ ตรีกรุณาสวัสดิ์ รัตตา สุทธยาคม อารีรัตน์ การุณสถิตย์ชัย เนตรา สมบรู ณ์แก้ว อัจฉราพร ศรีจุดานุ สุพี วนศิรากลุ ชุติมา วิธูรจิตต์ วีรภรณ์ เดชนำาบัญชาชัย จดั พิมพโ์ ดย : สำานักวิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรปู ผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร พิมพ์ท่ี : บริษัท จามจรุ ีโปรดักส์ จำากัด บางขนุ เทียน กรงุ เทพฯ Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

คำานำา สำานกั วิจัยและพัฒนาวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูป ผลติ ผลเกษตร ได้จัดทาำ คู่มอื เรือ่ งโรคผลไม้หลงั การเก็บเกย่ี ว สาำ หรับ นกั วชิ าการ เจา้ หนา้ ท ่ี เกษตรกร ผปู้ ระกอบการ นกั ศกึ ษา และผทู้ ส่ี นใจ เป็นคู่มือท่ีอธิบายลักษณะเชื้อสาเหตุท่ีก่อให้เกิดโรคหลังการเก็บเก่ียว ในผลไม้เมืองร้อนหลายชนดิ พร้อมท้ังอธิบายการแพร่กระจายของ เชอื้ สาเหตุโรค ลักษณะอาการของโรค และวธิ ีการควบคุมและป้องกนั ด้วยเนือ้ หาท่ีกระชับและเข้าใจง่าย ขอขอบคณุ คณะจัดทำาองค์ความรู้ที่รวบรวม แก้ไข และจดั ทำา คู่มือ รวมท้ังผู้เก่ียวข้องทุกท่านท่ีให้ข้อคิดเห็นในการปรับปรุงเพ่ือให้ คู่มือโรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียวฉบับน้ีมีความสมบูรณ์ หวังว่าคู่มือ ฉบับนจี้ ะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจทุกท่าน ในการนำาไปปรับใช้เพ่ือลด ความสญู เสียของผลไม้หลังการเก็บเกย่ี วต่อไป (นำงสำวเสรมิ สขุ สลักเพช็ ร์) ผู้อาำ นวยการสาำ นกั วิจัยและพัฒนา วทิ ยาการหลังการเก็บเกีย่ วและแปรรปู ผลติ ผลเกษตร Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ืช

สารบัญ 1 3 บทน�ำ 4 แก้วมังกร 6 โรคผลเน่า (Bipolaris cactivora) 8 โรคผลเน่า (Colletotrichum gloeosporioides) 10 โรคผลเน่า (Colletotrichum capsici) 10 การแพร่ระบาด 11 การควบคุมโรค 12 กล้วย 14 โรคขัว้ หวเี น่า (Lasiodiplodia theobromae) 16 โรคขัว้ หวเี น่า (Fusarium sp.) 18 โรคขวั้ หวเี น่า (Colletotrichum musae) 20 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum musae) 20 การแพร่ระบาด 21 การควบคุมโรค 22 เงำะ 24 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 26 โรคผลเน่า (Gliocephalotrichum spp.) 28 โรคผลเน่า (Greeneria sp.) 30 โรคผลเน่า (Pestalotiopsis sp.) 32 โรคผลเน่า (Phomopsis sp.) 32 การแพร่ระบาด การควบคุมโรค Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

สารบัญ (ต่อ) แตงโม 33 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 34 โรคผลเน่า (Fusarium sp.) 36 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum lagenarium) 38 การแพร่ระบาด 40 การควบคุมโรค 40 ทุเรียน 41 โรคผลเน่า (Phytophthora palmivora) 42 44 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 46 การแพร่ระบาด 46 การควบคมุ โรค ฝรัง่ 47 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 48 โรคผลจุดดำา (Phyllosticta psidiicola) 50 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum gloeosporioides) 52 การแพร่ระบาด 54 การควบคุมโรค 54 มะขำมหวำน 55 โรคฝักเน่า (Phomopsis sp.) 56 การแพร่ระบาด 58 การควบคุมโรค 58 Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ชื

สารบัญ (ต่อ) มะม่วง 59 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum gloeosporioides) 60 โรคข้วั ผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 62 โรคขั้วผลเน่า (Dothiorella sp.) 64 การแพร่ระบาด 66 การควบคุมโรค 66 มะละกอ 67 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum gloeosporioides) 68 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum capsici) 70 โรคขว้ั ผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 72 โรคขั้วผลเน่า (Fusarium solani) 74 การแพร่ระบาด 76 การควบคมุ โรค 76 มังคดุ 77 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 78 โรคผลเน่า (Phomopsis sp.) 80 การแพร่ระบาด 82 การควบคุมโรค 82 ลำ� ไย 83 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 84 โรคผลเน่า (Pestalotiopsis sp.) 86 Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

สารบัญ (ต่อ) 88 88 การแพร่ระบาด 89 การควบคมุ โรค 90 ลองกอง 92 โรคผลเน่า (Phomopsis sp.) 94 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 94 การแพร่ระบาด 95 การควบคมุ โรค 96 ล้นิ จ่ ี 98 โรคผลเน่า (Lasiodiplodia theobromae) 100 โรคผลเน่า (Colletotrichum gloeosporioides) 102 โรคผลเน่า (Curvularia sp.) 102 การแพร่ระบาด 103 การควบคมุ โรค 104 ส้ม 106 โรคราเขียว (Penicillium digitatum) 106 การแพร่ระบาด 107 การควบคุมโรค 108 สละ 110 โรคผลเน่า (Thielaviopsis sp.) 110 การแพร่ระบาด การควบคุมโรค Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

สารบัญ (ต่อ) องุ่น 111 โรคแอนแทรคโนส (Colletotrichum gloeosporioides) 112 การแพร่ระบาด 114 การควบคมุ โรค 114 บรรณำนกุ รม 115 ภำคผนวก 119 โครงสร้างของเช้อื รา 120 อภิธานศัพท์โรคพชื 124 การเตรียมอาหารเลี้ยงเชอื้ พดี ีเอ 127 ดชั นเี ชือ้ ราสาเหตุโรคพชื หลังการเกบ็ เกยี่ ว 128 Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

บทนำา ประเทศไทยมีการผลิตผลไม้เมืองร้อนทั้งเพื่อบริ โภคภายใน ประเทศและสง่ ออก โดยมรี ายไดจ้ ากการสง่ ออกผลไมเ้ ปน็ จาำ นวนมาก และมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มข้ึนอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามผลไม้เกิด การสญู เสยี ไดต้ งั้ แตใ่ นแปลงปลกู จนถงึ ระยะหลงั การเกบ็ เกยี่ ว สาเหตุ สาำ คญั ประการหนงึ่ ของการสญู เสยี ของผลไมห้ ลงั การเกบ็ เกย่ี ว คอื โรค หลงั การเกบ็ เกย่ี ว ซง่ึ สาเหตหุ ลกั เกดิ จากการเขา้ ทาำ ลายของเชอ้ื จลุ นิ ทรยี ์ ท่ที าำ ให้เกดิ โรคตงั้ แต่ก่อนการเก็บเกีย่ ว เช่น เช้อื ราและเชื้อแบคทเี รยี เช้ือสาเหตุโรคสามารถเข้าทำาลายผลไม้ได้โดยเข้าทางบาดแผลและทาง ช่องเปิดธรรมชาติบนผิวของผลไม้ โดยท่ัวไปเช้ือราเข้าทำาลายผลไม้ แบบแฝง (latent infection) เมอื่ เชอื้ ราสร้างเส้นใยในเซลลข์ องผลไม้ แล้ว จะหยุดการเจรญิ เตบิ โตชว่ั คราว แฝงตวั อยู่ระหว่างเซลล์บริเวณ ผิวของผลไม้ รอจนกระท่ังผลไม้เข้าสู่ระยะบริบูรณ์ หรือในระยะท่ี ผลไม้มีปริมาณนำ้าตาล ความช้ืน ความเป็นกรด-ด่าง และปริมาณ โพลฟิ นิ อลทเ่ี หมาะสม รว่ มกบั สภาพแวดลอ้ มทเี่ ออ้ื ตอ่ การเจรญิ เตบิ โต เช้อื ราจึงเร่มิ พฒั นาเซลล์ต่อไป และแสดงอาการของโรคในเวลาต่อมา เชือ้ สาเหตุโรคสามารถแพร่ระบาดโดยลม ฝน และเศษซาก พืชที่เป็นโรคในแปลงปลูก หรือปนเปอนในบริเวณโรงคัดบรรจุท่ีไม่ สะอาด การแพร่ระบาดของเชื้อสาเหตุโรคสามารถพบบนเครื่องมือ การเกษตรหรอื อปุ กรณใ์ นโรงคดั บรรจุ รวมถงึ การสมั ผสั ระหวา่ งผลไม้ ทปี่ กตกิ บั ผลทเ่ี ปน็ โรค สง่ ผลใหเ้ กดิ ความเสยี หายในระหวา่ งการขนสง่ Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ืช

การเกบ็ รกั ษา วางจาำ หนา่ ย จนถงึ ผบู้ รโ ิ ภค ทาำ ใหผ้ ลไมม้ คี ณุ ภาพตาำ่ อายุ การเก็บรกั ษาส้นั ราคาตกตา่ำ เกดิ ผลกระทบต่อผู้เกีย่ วข้องทุกส่วนใน ห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตามการปฏิบัติท่ีดีทั้งในแปลงปลูกและภายหลัง การเก็บเกี่ยว สามารถลดการสูญเสียทเ่ี กิดจากการเข้าทำาลายของเชื้อ จลุ นิ ทรยี ไ์ ด ้ โดยเพมิ่ ความเอาใจใสแ่ ละความระมดั ระวงั ในทกุ ขน้ั ตอน การปฏิบัติตลอดห่วงโซ่อุปทาน นอกจากนคี้ วามรู้ด้านวิทยาการหลัง การเก็บเก่ยี ว ได้แก่ การควบคุมด้วยวธิ กี ายภาพ เช่น การควบคุม อณุ หภมู แิ ละความชนื้ ในสถานทเ่ี กบ็ รกั ษาผลไมใ้ หเ้ หมาะสม วธิ ที างเคมี เช่น การใช้สารเคมีกลุ่ม Generally Recognized as Safe (GRAS) และการใช้ชวี วิธใี นการควบคมุ โรค เช่น การใช้จุลินทรยี ์ปฏิปักษ์และ การใช้สารสกัดพชื วธิ ีการเหล่าน้สี ามารถควบคมุ การเกิดโรคหลังการ เกบ็ เก่ยี วได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยต่อผู้บรโิ ภค วธิ กี ารควบคมุ เหลา่ นน้ี อกจากสามารถควบคมุ การเกดิ โรคได้ แลว้ ยงั มสี ว่ นใหผ้ ลไมห้ ลงั การเกบ็ เกย่ี วมกี ารเปลยี่ นแปลงทางเคมแี ละ สรีรวิทยาช้าลง ทำาให้ผลไม้คงสภาพความสดและคงคณุ ค่าทางอาหาร ได้เป็นระยะเวลานานย่งิ ขน้ึ มอี ายุการวางจำาหน่ายมากขึน้ สามารถลด การสูญเสียทเี่ กิดขน้ึ ในห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการขนส่งจำาหน่ายใน ตลาดที่มีระยะทางไกลหรือตลาดต่างประเทศ ส่งผลให้แก่เกษตรกร และผู้ประกอบการสามารถเพมิ่ ศักยภาพในการส่งออกมากย่ิงขึน้ 2 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook