Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

Published by บันทึกเกษตร, 2021-06-08 03:47:48

Description: โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว

Search

Read the Text Version

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเชอ้ื รา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพท่ ี 2-3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี (conidia) ภำพที่ 4 ลักษณะโคนิเดยี ภำพที่ 5-6 ลกั ษณะอาการของโรคแอนแทรคโนส 5 6 53 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด เช้อื แพร่ระบาดไปได้ดโี ดยลม นา้ำ ฝน เครอื่ งมอื ถ้าวสั ดหุ ่อผลเปียกชนื้ และ มีน้ำาขังทำาให้เชื้อเกิดการลุกลามได้เร็ว เช้ือราสามารถอยู่ข้ามฤดูในเศษซากพืชในดิน สภาพแวดลอ้ มทเ่ี หมาะสม โรคเกดิ ในชว่ งทม่ี คี วามชนื้ สงู อณุ หภมู ิ 24-29 องศาเซลเซยี ส หรอื ระยะทีม่ ฝี นตกหรือหมอกลงจดั ติดต่อกันหลายวัน การควบคุมโรค 1. การตัดแต่งกงิ่ ให้โปร่ง และหลีกเล่ียงการให้น้าำ กบั พุ่มต้นจะช่วยลดการ แพร่ระบาดของเชอ้ื ได้ เก็บต้นหรอื ใบทเี่ ป็นโรคออกทำาลาย 2. ฉีดพ่นด้วยแมนโคเซบ (mancozeb) สลับกับคาร์เบนดาซิม (carbendazim) หรอื อะซอกซ่ีสะโตรบิน (azoxystrobin) 54 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

ÁТÒÁËÇÒ¹ (Sweet Tamarind)ะขามหวาน อยู่ในวงศ์ Leguminosae ชอื่ วทิ ยาศาสตร์ Tamarindus มindica L. เปน็ พชื เศรษฐกจิ ชนดิ หนงึ่ การเกบ็ รกั ษามะขามหวานประสบ ปัญหาหลายประการ การเกิดเช้ือราในฝักมะขามหวานนับเป็นปัญหาสำาคัญ อย่างหนง่ึ เพราะเมอ่ื มะขามหวานมเี ชอื้ ราเข้าทาำ ลายในฝักเพยี งเลก็ น้อย จะไม่ สามารถแยกฝกั มะขามทมี่ เี ชอ้ื รากบั ฝกั ดไี ด ้ มะขามหวานพนั ธป์ุ ระกายทองพบ เชือ้ รามากทส่ี ดุ รองลงมาคอื พันธุ์อินทผาลมั และพนั ธ์ุศรชี มพ ู ลกั ษณะของ พันธุ์มะขามหวานที่เกิดเชื้อรามากคือ มีนำ้าตาลสูง เปลือกบางเนื้อหนา และ ความชื้นในฝักสูง ส่วนสภาพแวดล้อมท่ีเหมาะสมคือ ฝนตกชุก ตกติดต่อ กันหลายวัน มนี ำ้าค้างมาก ความชื้นสูง ต้นมที รงพุ่มแน่นทึบ ต้นไม่สมบูรณ์ เชอ้ื ราสาเหตโุ รคฝกั เนา่ ทสี่ าำ คญั คอื เชอื้ รา Phomopsis sp. สามารถเขา้ ทาำ ลาย ตั้งแต่ระยะดอก หลงั จากดอกบาน เชอ้ื ราเจริญในฝักอ่อน พักค้างในฝัก และ แสดงอาการของโรคเม่อื ฝักแก่และสุก 55 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

â佘¡à¹‹Ò (Pod Rot) เช้ือราสาเหตุ Phomopsis sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลนี (colony) ของเช้ือราบนอาหารพีดีเอ (potato dextrose agar, PDA) เส้นใยหยาบสีขาวถงึ ขาวเทา เชอ้ื ราสรา้ งฟรตุ ตง้ิ บอด ี (fruiting body) แบบพคิ นเิ ดยี (pycnidia) ลกั ษณะ กลม ผนงั หนา สนี ำ้าตาลถงึ น้าำ ตาลดำา อาจเกดิ หลายพิคนิเดียรวมกัน หรือเกดิ เด่ยี วๆ ก็ได้ มีปากเปิด (ostiole) ภายในพิคนิเดียสร้างโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) สอี ่อน แตกแขนง มผี นงั ก้ัน ให้กำาเนดิ โคนเิ ดีย (conidia) เชอื้ ราสรา้ งโคนเิ ดยี 2 แบบ คอื อลั ฟา โคนเิ ดยี (alpha conidia) มเี ซลลเ์ ดยี ว สีใส (hyaline) รปู ไข่ (ovoid) จนถงึ รปู ทรงกระสวย (fusoid) และเบต้า โคนิเดยี (beta conidia) มีสีใส เซลล์เดียว รูปร่างเรียวยาว (if ) ส่วนปลายโค้งงอ เล็กน้อย ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่มิ แรกฝักมะขามเป็นจุดด่างดำาหรือสีน้ำาตาลเข้ม เปลือกบรเิ วณท่เี ช้ือ เข้าทำาลายอ่อนน่ิม เน้ือภายในฝักมะขามเปลี่ยนเป็นสีน้ำาตาลเข้มจนถึงสีดำา ฝักแห้ง และพบเชอื้ ราสร้างเส้นใยสเี ทาขาวเจริญเป็นจุดบนเน้ือภายในฝัก 56 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเชื้อรา Phomopsis sp. บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะพคิ นิเดีย (pycnidia) ภำพที ่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) ภำพที่ 4 ลักษณะเบต้า โคนิเดีย (beta conidia) ภำพท่ี 5–6 ลกั ษณะอาการของโรคฝักเน่า ภำพที่ 7 เส้นใยของเชื้อราบนเนอื้ ภายในฝักมะขาม 6 5 7 57 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจัดศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด เชอื้ ราจะอาศยั ลม ฝน และการไหลของสปอร์ไปตามหยดนำา้ บนก่ิงไปยงั ฝัก มะขาม เขา้ ทาำ ลายทางขว้ั ผลหรอื ผา่ นทางเปลอื กฝกั มะขามทแี่ หง้ กรอบ ซง่ึ อาจแตกหกั ได้ง่ายเม่ือโดนกระแทก ในสภาพทมี่ ีความชื้นในอากาศสูง เปลือกฝักจะดดู ความชน้ื ทาำ ให้เปลอื กนมิ่ พองตวั ออก เชอ้ื ราเจรญิ เขา้ ทาำ ลายไดง้ า่ ย มะขามพนั ธ์ทุ ม่ี คี วามหวาน สงู มกั เป็นโรครนุ แรงในสภาพอากาศทม่ี หี มอกลงจดั ความชนื้ ในอากาศสงู และในดนิ มคี วามชืน้ มาก การควบคุมโรค 1. ลดการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนและลดการให้น้ำาในระยะฝักแก่ 2. ในสภาพอากาศช้ืนหรือมีหมอกลงจัดควรพ่นคาร์เบนดาซิม (carbendazim) 60% WP ในระยะฝักเร่มิ เปล่ยี นส ี อัตรา 10 กรมั ต่อนำา้ 20 ลิตร จำานวน 3-4 คร้งั ห่างกัน 7-10 วัน ในช่วงการพฒั นาการของฝักมะขาม ควรหยุด การฉดี พ่นระยะ 1 เดือนก่อนการเกบ็ เกี่ยว 3. เก็บฝักมะขามที่แก่จัด โดยเปลือกเร่ิมแยกจากเนื้อท่ีเรียกว่าคาบหม ู แล้วนาำ ลงมาอบด้วยเตาอบแบบมีลมหมนุ เวียนด้วยอุณหภูม ิ 70-80 องศาเซลเซียส ให้ความชนื้ เหลอื ประมาณ 10-11% 4. หลงั เกบ็ เกี่ยวไม่ควรให้ฝักทบั กัน ควรผ่ึงไม่ใหอ้ ับชืน้ เกบ็ มะขามในท่ที ่ีมี การระบายอากาศดี 5. เม่ือเก็บผลผลิตแล้ว ควรมีการตัดแต่งกิ่งให้ทรงพุ่มโปร่งแล้วจึงใส่ปูน ปรับสภาพดนิ ไม่ให้เป็นกรด 58 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ชื

ม ÁÐÁ‹Ç§ (Mango)ะมว่ ง อยใู่ นวงศ ์ Anacardiaceae ชอื่ วทิ ยาศาสตร ์ Mangifera indica L. เป็นไม้ผลเขตร้อนมถี น่ิ กำาเนดิ ในอนิ เดีย มะม่วงเป็น ผลไม้เศรษฐกิจท่ีสำาคัญของประเทศไทย และมีแนวโน้มการส่งออก เพ่ิมมากข้ึน ปัญหาสำาคัญหลังการเก็บเกี่ยว คือ โรคแอนแทรคโนส ท่เี กดิ จากเช้ือรา Colletotrichum gloeosporioides โรคขั้วผลเน่าท่ี เกดิ จากเช้อื รา Lasiodiplodia theobromae และ Dothiorella sp. ทาำ ใหผ้ ลมะมว่ งมคี ณุ ภาพตา่ำ และอายกุ ารเกบ็ รกั ษาสนั้ ลง พนั ธท์ุ อ่ี อ่ นแอ ต่อโรคแอนแทรคโนส ได้แก่ พันธ์ุน้ำาดอกไม้ แรด และอกร่อง และ พนั ธ์ุท่ีอ่อนแอต่อโรคขัว้ ผลเน่า ได้แก่ พนั ธ์ุทองดำาและอกร่อง เป็นต้น 59 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ชื

âäá͹á·Ã¤â¹Ê (Anthracnose) เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum gloeosporioides ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) โคโลนขี อบเรียบเจรญิ เป็นวงแหวน (concentric ring) เส้นใยมีสีขาวอมเทา ฟเู ลก็ น้อย สร้างกลุ่มโคนเิ ดีย (conidia) สีส้มบริเวณกลางโคโลนี เชื้อราสร้างฟรุตติ้งบอด ี (fruiting body) แบบอะเซอวลู สั (acervulus) เป็น รปู ถว้ ย โคนดิ โิ อฟอร ์ (conidiophores) เปน็ กา้ นตรง เซลลเ์ ดยี ว ใส ไมม่ สี ี (hyaline) ที่ปลายโคนดิ โิ อฟอร์ให้กาำ เนดิ โคนเิ ดีย โคนเิ ดยี มเี ซลล์เดยี ว ใส ไม่มีสี รปู ไข่ (ovoid) ถึงทรงกระบอก (oblong) หัวท้ายมน เมอ่ื โคนเิ ดียงอก สร้างแอพเพรสซอเรีย (appressoria) รปู ทรงกระบอง (clavate) ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมแรกเป็นจุดสีดาำ เลก็ ๆ และจะขยายลามเมื่อผลสกุ มากข้ึน จุดแผล ขยายออกเป็นสีนำ้าตาลดำาค่อนข้างกลม บริเวณแผลยุบตัวลง ถ้ามีหลายจุดแผลจะ ขยายตัวมาติดกันทำาให้แผลมีขนาดกว้างขึ้น เป็นแอ่งบุม ในสภาพท่ีมีความชื้นใน อากาศสงู จะเกดิ กลุ่มโคนเิ ดยี สีส้มหรอื สชี มพอู ยู่ตรงกลางแผล ลักษณะภายในผล เน้ือมีลักษณะชำ้า เป็นวงกลมเหมือนกับแผลที่เปลือก บรเิ วณท่ีตดิ กับเปลือกมีสีน้ำาตาลดาำ เนอ้ื จะนิ่มเละ นา้ำ เยม้ิ และมีกล่ินเหมน็ เปร้ียว 60 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพที ่ 1 โคโลนขี องเช้อื รา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพที่ 2 ลักษณะอะเซอวูลสั (acervulus) และกลุ่มของโคนเิ ดยี (conidia) ภำพท ่ี 3 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี ภำพที่ 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี ภำพท่ี 5-7 ลักษณะอาการของโรคแอนแทรคโนสบนผลมะม่วง 56 7 61 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

âä¢ÑéǼÅà¹‹Ò (Stem End Rot) เชื้อราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (PDA) เสน้ ใยอายนุ อ้ ยมี สขี าวละเอยี ดและคอ่ นขา้ งฟ ู เมอื่ โคโลนแี กเ่ สน้ ใยเปลยี่ นเปน็ สเี ทาดาำ เสน้ ใย มผี นงั กน้ั เชื้อราสร้างฟรตุ ต้งิ บอด ี (fruiting body) แบบพคิ นิเดยี (pycnidia) ภายใน เป็นท่เี กดิ ของโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดีย (conidia) โคนิเดียขณะยังอ่อนมีเซลล์เดียว ใสไม่มีสี (hyaline) รูปร่างค่อนข้างรี (ellipsoid) จนถงึ คอ่ นขา้ งกลม (ovoid) ปลายดา้ นหนงึ่ กลมมน อกี ดา้ นสอบลงคลา้ ย กรวย บรเิ วณท่ีกว้างท่ีสดุ คือ ช่วงกลาง ไม่มีผนงั กัน้ เมื่อแก่จะเป็นสีนำ้าตาลดำา มี 2 เซลล์ รูปร่างค่อนข้างรีจนถงึ ค่อนข้างกลมยาว ส่วนฐานปลายตัด ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมต้นเป็นจุดสีน้ำาตาลอ่อน ต่อมาแผลจะเปล่ียนเป็นสีน้ำาตาลแดงถึง สีน้ำาตาลดำา เจรญิ ลุกลามอย่างไม่มขี อบเขต ทำาให้ผลเน่าอย่างรวดเร็ว บริเวณแผล น่มิ และฉา่ำ น้ำา บางคร้งั พบนำ้าเยมิ้ ออกมาจากแผล เนือ่ งจากเชอ้ื รา L. theobromae สามารถสร้างเอนไซม์เพคตเิ นส (pectinase) และเซลลูเลส (cellulase) ช่วยย่อย ผนงั เซลล์ ลักษณะภายในผล เนอื้ เย่ือใต้เปลอื กถกู ทำาลาย ลึกเข้าไป เมอ่ื อาการรนุ แรง มากขึ้น เนื้อของมะม่วงจะเน่าช้ำาลามไปถึงส่วนของเมล็ด เนื้อมีสีน้ำาตาลอ่อน น่ิม มนี ้ำาเยิม้ ออกมา 62 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเชือ้ รา Lasiodioplodia theobromae บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลกั ษณะพคิ นเิ ดยี (pycnidia) ภำพที่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดยี (conidia) ภำพท ี่ 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี ภำพท่ ี 5-7 ลกั ษณะอาการของโรคขั้วผลเน่า 56 7 63 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

âä¢éÑǼÅà¹‹Ò (Stem End Rot) เช้ือราสาเหตุ Dothiorella sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลนี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพีดเี อ (PDA) เส้นใยอายนุ ้อย มสี ขี าวและค่อนข้างฟ ู เม่ือโคโลนีแก่เส้นใยจะเปล่ยี นจากสีขาวเป็นสดี ำา เชอ้ื ราสร้างฟรตุ ต้งิ บอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดยี (pycnidia) สดี าำ ผนงั เรียบแข็ง มีปากเปิด รปู ร่างกลมรวมอยู่เป็นกลุ่ม โคนิเดีย (conidia) มีเซลล์เดียว สใี ส (hyaline) รปู ไข่ (ovoid) ถึงกระสวย (ffl usoid) เกิดบนก้านโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) ซึง่ เป็นก้านเด่ยี วๆ ไม่มสี ี ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเรมิ่ แรกมกั เกดิ บรเิ วณขวั้ ผล โดยเกดิ จดุ ขนาดเลก็ สนี าำ้ ตาลออ่ นกระจาย อยู่ท่ัวผล แผลมีรปู ร่างกลมขอบแผลไม่เรยี บ แผลขยายลุกลามท้ังผล ทำาให้ผลน่มิ แผลมีสนี ำา้ ตาลเข้มจนเกือบดำา มักมฝี ุ่นสีเทาคลุมบริเวณแผล และพบการสร้างพคิ นิ เดียของเชอ้ื ราบรเิ วณกลางแผล ลักษณะภายในผล เชื้อราจะเข้าทำาลายเปลือก ลามเข้ามาด้านใน เน้ือของ มะม่วงมีสีค่อนข้างดำา เน่าชำ้า และลามออกไป ขนาดแผลภายในใกล้เคียงกับแผล ทเี่ ปลือก 64 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Dothiorella sp. บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลกั ษณะพคิ นเิ ดีย (pycnidia) ภำพท่ี 3 ลักษณะโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดีย (conidia) ภำพที่ 4 ลักษณะโคนิเดยี ภำพท่ี 5-7 ลักษณะอาการของโรคขวั้ ผลเน่า 56 7 65 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด โคนเิ ดีย (conidia) ของเชื้อรามีการแพร่ระบาดทางลมและฝน โดยเฉพาะใน สภาพอากาศท่ชี ื้นสลบั กับอุณหภมู สิ ูง และมีความแห้งแล้ง เชื้อราอาจเข้าทาำ ลายผล อ่อนแล้วเกิดการเข้าทำาลายแฝงจนกระทัง่ ผลสุกจงึ แสดงอาการออกมา การควบคุมโรค 1. ฉดี พน่ สารปอ้ งกนั กาำ จดั เชอ้ื รา เชน่ เบโนมลิ (benomyl) หรอื แมนโคเซบ (mancozeb) ในแปลงปลกู โดยเฉพาะในชว่ งออกดอกตดิ ผลจนถงึ กอ่ นการเกบ็ เกย่ี ว ร่วมกบั ป้องกนั กำาจดั โรคด้วยวิธีเขตกรรม 2. จมุ่ ผลมะมว่ งในนา้ำ รอ้ นอณุ หภมู ิ 52-55 องศาเซลเซยี ส นาน 5 นาท ี หรอื จุ่มในโพรคลอราซ (prochloraz) 10 มลิ ลิลติ รต่อน้ำา 20 ลิตร โดยจุ่มแล้วยกผง่ึ ไว้ ให้แห้ง หรอื จ่มุ ในไธอะเบนดาโซล (thiabendazole) ความเข้มข้น 250 มิลลกิ รัม ต่อลติ ร ซ่ึงผสมกับนำ้าร้อน 55 องศาเซลเซียส นาน 5 นาที 3. หากตอ้ งการหลกี เลยี่ งการใชส้ ารเคม ี อาจใชว้ ธิ หี อ่ ผลมะมว่ งในแปลงปลกู สามารถลดความเสยี หายจากโรคแอนแทรคโนสได้ระดับหนง่ึ 66 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ชื

ม ÁÐÅÐ¡Í (Papaya)ะละกอ อยู่ในวงศ์ Caricaceae ช่ือวิทยาศาสตร์ Carica papaya L. เป็นไม้ผลล้มลุกมีถิ่นกำาเนิดในอเมริกาใต้ มะละกอเป็นพืชเศรษฐกิจท่ีมีความสำาคัญอีกชนิดหนึ่ง ปลูกทั่วไป ทุกภาคของประเทศ โรคที่สำาคัญหลังการเก็บเก่ียวของมะละกอ คือ โรคแอนแทรคโนส เกดิ จากเชอ้ื รา Colletotrichum gloeosporioides และ C. capsici เชื้อราจะเข้าทำาลายผลต้ังแต่ระยะผลอ่อน แต่จะ ไม่แสดงอาการ จนกระท่ังผลแก่หรือสุก จึงแสดงอาการของโรค ขณะทโ่ี รคผลเน่า เกดิ จากเชอื้ รา Lasiodiplodia theobromae และ เชื้อรา Fusarium solani ทำาให้คณุ ภาพของผลมะละกอลดลง 67 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âäá͹á·Ã¤â¹Ê (Anthracnose) เชื้อราสาเหตุ Colletotrichum gloeosporioides ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) สีขาวอมเทา สเี ทาเข้ม จนถงึ สีนาำ้ ตาลอมเทา เช้ือราสร้างฟรุตต้ิงบอดี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ภายในให้กำาเนิดโคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) และสร้างโคนิเดีย (conidia) ท่ปี ลายก้านโคนดิ ิโอฟอร์ โคนิเดยี รปู ร่างทรงกระบอก (oblong) เซลล์เดียว ใสไม่มสี ี (hyaline) ปลาย มน ส่วนฐานตดั ตรง ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมจากเกิดจุดฉา่ำ นำ้าขนาดเล็ก ต่อมาแผลขยายใหญ่ข้ึน มีลักษณะ กลมขอบแผลมสี ีนำ้าตาล บริเวณแผลยุบตวั ลง พบกลุ่มของโคนเิ ดียสีส้มหรือสชี มพู บริเวณแผล และบางคร้ังมีการเรียงตวั กนั เป็นวงแหวนซ้อนกนั ลักษณะภายในผลมะละกอ เมื่อเชื้อเข้าทำาลายในช่วงแรกจะอยู่ที่เปลือกของ ผลมะละกอ ต่อมาแผลขยายลามมากข้ึนจะเข้าทำาลายถึงส่วนเน้ือ ทำาให้เนื้อของ มะละกอมลี ักษณะแข็งสสี ้มอ่อน ขนาดจะเลก็ กว่าแผลด้านนอกเล็กน้อย 68 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท่ี 2-3 ลกั ษณะโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดีย (conidia) ภำพที ่ 4 ลกั ษณะโคนิเดยี ภำพที่ 5–8 ลกั ษณะอาการของโรคแอนแทรคโนส 7 56 8 69 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âäá͹á·Ã¤â¹Ê (Anthracnose) เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum capsici ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเช้อื ราบนอาหารพีดเี อ (PDA) เส้นใยสนี า้ำ ตาล เทาจนถงึ สดี าำ สรา้ งกลมุ่ โคนเิ ดยี (conidia) สชี มพอู มสม้ และสรา้ งโครงสรา้ งลกั ษณะ คล้ายหนาม เรยี กว่า ซีเต้ (setae) สีนา้ำ ตาลดาำ ปนอยู่กบั กลุ่มโคนเิ ดีย เช้ือราสร้างฟรุตต้ิงบอดี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ภายในมกี ารสร้างโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) โคนเิ ดียและซีเต้ โคนเิ ดยี รปู ร่างโคง้ แบบเสย้ี ววงพระจนั ทร ์ ปลายแหลม (falcate) เซลลเ์ ดยี ว ใสไม่มสี ี (hyaline) ลักɳะอาการ¢องโรค ลักษณะของแผลจะยุบตัวลง แผลมีรูปร่างวงกลม ขอบแผลสมำ่าเสมอ ต่อมาขยายกว้างและลึกลงไปในเนอ้ื เย่ือมีจุดสดี าำ มากมายกระจายอยู่บนแผล เป็น กลุ่มของอะเซอวูลัสที่มีการสร้างโคนิเดียและซีเต้สีดำาบนเนื้อเยื่อท่ีเป็นโรค อาจเรียง ตวั เป็นวงแหวนซ้อนกนั ลกั ษณะภายในผลมะละกอ มีลักษณะเนอ้ื เยอ่ื แขง็ สสี ้มอ่อนตรงกลางจะเป็น จุดสีดาำ ขนาดใกล้เคยี งกบั แผลด้านนอก 70 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเชือ้ รา Colletotrichum capsici บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพที่ 2 ลกั ษณะของซีเต้ (setae) บนผลมะละกอ ภำพที่ 3 ลักษณะของโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และซเี ต้ ภำพที่ 4 ลักษณะของโคนเิ ดยี (conidia) ภำพท ี่ 5–8 ลกั ษณะอาการของโรคแอนแทรคโนส 7 56 8 71 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

âä¢ÑéǼÅà¹‹Ò (Stem End Rot) เชื้อราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลน ี (colony) ของเชือ้ ราบนอาหารพดี เี อ (PDA) เส้นใยอายุน้อย มีสีขาวละเอียดและค่อนข้างฟู เมื่อโคโลนีแก่เส้นใยจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเทาดำา เส้นใยมีผนงั ก้นั (septum) เช้ือราสร้างฟรตุ ติ้งบอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดยี (pycnidia) เกดิ เดีย่ วๆ หรอื เกดิ เป็นกลุ่ม มีปากเปิด (ostiole) เพ่อื แพร่สปอร์ (spore) ภายในเป็นที่ เกดิ ของโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี (conidia) โคนเิ ดยี เมอ่ื ออ่ นมเี ซลลเ์ ดยี ว ใสไมม่ สี ี (hyaline) รปู รา่ งคอ่ นขา้ งร ี (ellipsoid) จนถงึ ค่อนข้างกลม (oblong) ตอ่ มาจะเปลยี่ นเปน็ สนี า้ำ ตาลดาำ ม ี 2 เซลล์ รปู ร่างค่อน ข้างรจี นถงึ ค่อนข้างกลมยาว ส่วนฐานปลายตดั ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมแรกเป็นจุดฉำ่าน้ำา ต่อมาแผลขยายลุกลามอย่างไม่มีขอบเขต รูปร่างไม่แน่นอน ผลเน่าอย่างรวดเรว็ บรเิ วณแผลนม่ิ และพบเส้นใยสเี ทาแกมเขียว บรเิ วณกลางแผล ลกั ษณะภายในผลมะละกอ เนอ้ื มะละกอมลี กั ษณะชา้ำ เนอื้ นม่ิ เละ ขนาดแผล ดา้ นในบางครงั้ พบขยายลามมากกวา่ ขนาดแผลดา้ นนอก เมอื่ เขา้ ทาำ ลายทางขวั้ ผลพบ เส้นใยสขี าวเทาเจริญเข้าไปภายในบริเวณเมลด็ 72 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเชอื้ รา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพที ่ 2 ลกั ษณะพิคนเิ ดยี (pycnidia) ภำพท ี่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดีย (conidia) ภำพที่ 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี อ่อน และโคนเิ ดียแก่ ภำพท ่ี 5–7 ลกั ษณะอาการของโรคข้ัวผลเน่า ภำพท ่ี 8 เส้นใยของเชือ้ ราบนผลมะละกอ 7 56 8 73 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

âä¢éÑǼÅà¹‹Ò (Stem End Rot) เชื้อราสาเหตุ Fusarium solani ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลนี (colony) ของเชือ้ ราบนอาหารพดี ีเอ (PDA) สร้างเส้นใยสี ขาวครีม ถงึ สีส้มอ่อน เช้ือราสร้างโคนเิ ดยี (conidia) 3 แบบ คอื มาโครโ คนเิ ดยี (macroconidia) รปู รา่ งทรงกระบอก (oblong) โคง้ เลก็ นอ้ ย ฟุตเซลล์ (foot cell) ท่ฐี านไม่ชดั เจน เกดิ บนโมโนไฟอะลายด์ (monophialide) ไมโครโ คนิเดีย (microconidia) รปู ไข่ (ovoid) หรอื ทรงกระบอก เกดิ เป็น กลุ่มทป่ี ลายโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) มี 1-2 เซลล์ ไม่มสี ี (hyaline) แคลมิโดสปอร์ (chlamydospore) เกิดเดี่ยวๆ หรือเป็นคู่ บนแขนงสั้นๆ และมีผนงั เรียบ ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเรม่ิ แรกเป็นแผลฉาำ่ นำ้า พัฒนาเป็นแผลรปู ร่างวงกลม แผลมกั ลึกลงไป มักขยายขนาดมารวมกันเป็นแผลทมี่ รี ปู ร่างไม่แน่นอน ต่อมาพบเส้นใยสขี าวบริเวณ แผล ลกั ษณะภายในผลมะละกอ เนอื้ มะละกอมลี กั ษณะชาำ้ ขอบของแผลจะมสี สี ม้ เขม้ กวา่ เนอ้ื นม่ิ จะสงั เกตไดว้ า่ มหี ลายแผลขยายลามมาตดิ กนั ขนาดแผลดา้ นในบาง ครงั้ พบขยายลามมากกวา่ ขนาดแผลดา้ นนอก เมอ่ื เขา้ ทาำ ลายทางขวั้ ผลพบเสน้ ใยสขี าว เจรญิ เข้าไปภายในบรเิ วณเมล็ด 74 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพที่ 1 โคโลนขี องเช้ือรา Fusarium solani บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) ภำพท ่ี 3 ลักษณะมาโครโ คนิเดีย (macroconidia) ภำพท ี่ 4 ลักษณะแคลมิโดสปอร์ (chlamydospore) ภำพท ่ี 5–7 ลักษณะอาการของโรคขว้ั ผลเน่า ภำพท ี่ 8 เส้นใยของเชือ้ ราบนผลมะละกอ 7 56 8 75 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด โคนเิ ดยี ของเชอ้ื รามกี ารแพรร่ ะบาดทางลมและฝน โดยเฉพาะในสภาพอากาศ ทชี่ น้ื สลบั กบั อณุ หภมู สิ งู และมคี วามแหง้ แลง้ แหลง่ ของเชอื้ ราในแปลงจากสว่ นของพชื ท่ีเป็นโรค กิ่ง ก้าน ใบ เศษซากพืช และดนิ ท่มี เี ชอื้ สาเหตโุ รคสะสมอยู่ การควบคุมโรค 1. เก็บเกย่ี วด้วยความระมดั ระวัง โดยใช้มีดหรือกรรไกรตดั ข้วั ผล อย่าให้ ขวั้ ผลมะละกอชำา้ 2. ใช้วิธีฉดี พ่นสารป้องกันกำาจัดเชื้อราทุกๆ 14-20 วัน ต้ังแต่ระยะแทง ช่อดอก หรือเริม่ ตดิ ผลและหลงั การเกบ็ เกย่ี ว 3. นำาผลมะละกอไปแช่น้ำาร้อนที่อุณหภูมิ 48 องศาเซลเซียส เป็นเวลา 20 นาท ี จะช่วยลดปัญหาการเกิดโรคกบั ผลสุกได้ 4. ขนย้ายผลมะละกออย่างระมัดระวงั ไม่ให้ผลมะละกอเกิดแผล 76 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

Áѧ¤Ø´ (Mangosteen)งคุด อยู่ในวงศ์ Guttiferae ชื่อวิทยาศาสตร์ Garcinia มัmangostana Linn. เปน็ ไมผ้ ลยนื ตน้ ขนาดใหญ ่ เจรญิ ไดด้ ี ในสภาพอากาศรอ้ นชนื้ มงั คดุ เปน็ ผลไมท้ มี่ คี วามตอ้ งการของตลาด ทง้ั ภายในประเทศและสง่ ออก โรคทเี่ กดิ กบั ผลทาำ ใหผ้ ลติ ผลเสยี หาย เกิดจากการเข้าทาำ ลายของเชื้อราหลายชนดิ เช่น Lasiodiplodia theobromae, Phomopsis sp. Colletotrichum gloeosporioides, และ Pestalotiopsis sp. เปน็ ตน้ ทาำ ใหเ้ กดิ อาการผลแขง็ เนอื้ ของ มังคดุ จะเปลย่ี นส ี มลี ักษณะชำ้า และบางครั้งพบเส้นใยของเช้ือรา ภายในผลอกี ดว้ ย เชอ้ื ราสาเหตสุ าำ คญั ทที่ าำ ใหเ้ กดิ อาการผลเนา่ ของ มงั คุด คือ L. theobromae และ Phomopsis sp. 77 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) มีเส้นใยฟูสเี ทาอ่อนถงึ สีเทาดาำ เชอ้ื ราสร้างฟรตุ ต้งิ บอดี (fruiting body) แบบพิคนเิ ดยี (pycnidia) ภายใน ประกอบด้วย โคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) รูปร่างทรงกระบอกสั้น (oblong) ส่วนปลายแคบ ไม่มสี ี (hyaline) มหี น้าทีใ่ นการสร้างโคนเิ ดยี (conidia) โคนิเดีย ระยะแรกมีสใี ส เซลล์เดยี ว รปู ไข่ (ovoid) ถงึ ยาวร ี ต่อมาจะเปลี่ยน เป็นสีนา้ำ ตาลอ่อน ถงึ สนี าำ้ ตาลเข้ม มรี อยขดี ตามความยาวของโคนเิ ดีย มผี นงั กนั้ (septum) ทาำ ให้แบ่งเป็นสองเซลล์ ผนงั โคนเิ ดยี ค่อนข้างหนา ลักɳะอาการ¢องโรค อาการเร่ิมแรก แผลมีรอยช้ำา เปลือกเป็นจุดแข็ง บริเวณบาดแผลท่ีเชื้อเข้า ทาำ ลายจะเปล่ียนเป็นสเี ทาดาำ พบเส้นใยของเชือ้ ราปกคลุม เมอื่ ทงิ้ ไว้นานกจ็ ะลกุ ลาม ทาำ ให้เปลือกแขง็ ท่ัวทั้งผล และพบพิคนเิ ดยี ฝังอยู่บนผวิ ผล ลกั ษณะภายในผล เนอื้ มงั คดุ เนา่ เปลยี่ นสเี ปน็ สมี ว่ งคลาำ้ และดาำ ในเวลาตอ่ มา มเี ส้นใยของเช้อื ราสเี ทาดาำ เจรญิ ปกคลมุ เนือ้ ผลมงั คดุ ทำาให้เห่ียวแห้ง มีสดี าำ 78 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเชื้อรา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลกั ษณะพิคนเิ ดยี (pycnidia) ภำพที่ 3 ลกั ษณะโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี (conidia) ภำพท ่ี 4 ลักษณะโคนิเดยี อ่อน และโคนเิ ดียแก่ ภำพท ี่ 5–6 ลักษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 79 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Phomopsis sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลน ี (colony) ของเช้อื ราบนอาหารพดี เี อ (PDA) สขี าวเทา เส้นใย หยาบ สร้างพิคนิเดีย (pycnidia) สีดาำ กระจายอยู่ท่ัวไป เชื้อราสร้างฟรุตติ้งบอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดีย รูปร่างค่อนข้าง กลม เมื่อแก่จะสร้างช่องเปิด (ostiole) รูปร่างยาวย่ืนออกมา ภายในมีการสร้าง โคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) มกี ารแตกแขนงเป็นไฟอะลายด์ (phialide) สร้าง โคนเิ ดยี (conidia) โคนเิ ดยี ม ี 2 แบบ คอื อัลฟา โคนเิ ดยี (alpha conidia) เซลล์เดียว ไม่มีสี (hyaline) รปู ไข ่ (ovoid) หรอื กระสวย (fusoid) และเบตา้ โคนเิ ดยี (beta conidia) เซลล์เดียว ไม่มสี ี รูปร่างเรยี วยาว ส่วนปลายโค้งเล็กน้อย ลักɳะอาการ¢องโรค เปลือกผลแข็ง บริเวณบาดแผลท่ีเชื้อเข้าทำาลายมีสีน้ำาตาลอ่อน และจุดสีดำา พบพคิ นิเดียบรเิ วณบาดแผล ลักษณะภายในผล เน้ือผลมังคุดมีสีขาวคล้ายเนื้อปกติแต่มีลักษณะแข็ง กระด้างกว่า และมเี ส้นใยสีขาวบางๆ เจริญคลุมผิวทุกส่วนของเน้อื ผล ทำาให้รสชาติ เฝอนผิดไปจากปกติ 80 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุม่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ชื

12 3 4 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเชื้อรา Phomopsis sp. บนอาหารพีดีเอ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะพิคนเิ ดยี (pycnidia) บนอาหารพดี เี อ ภำพที่ 3-4 ลกั ษณะโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) และอลั ฟา โคนิเดีย (alpha conidia) ภำพท ่ี 5–6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 81 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด เชอ้ื สาเหตเุ ปน็ เชอ้ื ราทเี่ ขา้ ทาำ ลายผา่ นบาดแผล เชอ้ื ราอาศยั อยไู่ ดท้ ง้ั ในเศษซาก พืชและบนต้นพชื เจริญได้ดใี นสภาพร้อนชนื้ อณุ หภมู ิประมาณ 30 องศาเซลเซียส แพรก่ ระจายไดด้ ใี นฤดฝู น มพี ชื อาศยั หลายชนดิ และสรา้ งสปอรบ์ นพชื อาศยั นน้ั ๆ ได้ การควบคุมโรค 1. ควรเกบ็ เศษซากพชื ทเี่ ปน็ โรคเผาทาำ ลายเพอ่ื เปน็ การลดปรมิ าณเชอ้ื สาเหตุ โรคในแปลงปลูก ตัดแต่งก่ิงเป็นโรคออกนอกแปลงและเผาทำาลายทิ้ง และดูแลต้น มังคดุ ให้สมบูรณ์เสมอ 2. ใช้สารเคมกี าำ จดั เชื้อราจาำ พวกคอปเปอร์ เช่น แมนโคเซบ (mancocep) และไอโพรไดโอน (iprodione) 3. ควรกำาจดั แมลงปากดูดในช่วงมงั คุดติดผล เช่น มวนศัตรพู ืชต่างๆ เพื่อ ป้องกนั การเกิดบาดแผลทเี่ ป็นช่องทางเข้าทาำ ลายของเชอ้ื สาเหตโุ รค 82 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

ล ÅíÒä (Longan)ำไย อยู่ในวงศ์ Sapindaceae ชื่อวทิ ยาศาสตร์ Dimocarpus longan Lour. เป็นไม้ผลยืนต้นขนาดกลางมีถิ่นกำาเนิดใน เขตร้อนและก่ึงร้อนของเอเชีย ลำาไยเป็นผลไม้ที่มีความสำาคัญทาง เศรษฐกิจของประเทศไทย มีศักยภาพในการส่งออกสูง ปลูกมากใน เขตภาคเหนือ ลาำ ไยเร่ิมออกผลในเดอื นพฤษภาคม และสามารถเก็บ เก่ียวผลผลิตในช่วงเดือนกรกฎาคมถงึ สิงหาคม ซ่ึงเป็นช่วงท่มี ฝี นชกุ ความชื้นค่อนข้างสูง เหมาะต่อการเข้าทำาลายของเช้ือราและก่อให้เกิด โรคในผลิตผลได้ โรคท่ีพบมากท่ีสุด คือ โรคผลเน่า ซ่ึงเกิดจาก เชอื้ รา Lasiodiplodia theobromae และ Pestalotiopsis sp. ทาำ ให้ เกิดความเสียหายต่อผลผลิตลำาไยหลังการเก็บเกี่ยว ท้ังในระหว่าง การขนส่ง การเก็บรกั ษา และขณะวางจำาหน่าย 83 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เชื้อราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลนี (colony) ของเชื้อราบนอาหารพีดีเอ (potato dextrose agar, PDA) มีเส้นใยค่อนข้างฟ ู สเี ทาอ่อนถงึ ดำา เช้ือราสร้างฟรุตติ้งบอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดีย (pycnidia) ผนงั หนา สดี าำ แต่ละพคิ นิเดยี อาจมชี ่องเดยี วหรือหลายช่อง มปี ากเปิด (ostiole) โคนดิ โิ อฟอร ์ (conidiophores) เกดิ เดย่ี วๆ รปู ทรงกระบอก (oblong) ไมม่ สี ี (hyaline) ผนงั เรียบ ไม่มผี นงั กน้ั โคนิเดีย (conidia) มีเซลล์เดียว ใสไม่มีสี เมื่อแก่จะเป็นสีน้ำาตาลดำา ม ี 2 เซลล์ รูปร่างค่อนข้างรีจนถงึ ค่อนข้างกลมยาว (ellipoid) ส่วนฐานปลายตดั ลักɳะอาการ¢องโรค เปลือกผลเป็นสีน้ำาตาลคลำ้าเหมือนเปียกนำ้า ขยายลามออกไปอย่างรวดเร็ว ถ้ามีความช้ืนเช้ือราจะสร้างเส้นใยสีขาวเทาข้ึนปกคลุมบริเวณแผลท่ีมีการเข้าทำาลาย ของเชอื้ รา ลกั ษณะภายในผล เนอ้ื ลำาไยจะยบุ ตวั มสี ีนา้ำ ตาลอ่อน เนอ้ื เละ มีกลิน่ เหม็น เปรีย้ ว 84 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ชื

12 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะโคนิเดีย (conidia) อ่อน และโคนเิ ดียแก่ ภำพท่ี 3–6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 34 5 6 85 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Pestalotiopsis sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) บนอาหารพดี ีเอ (PDA) เส้นใยมีสีขาว แบนราบไป กับผวิ หน้าอาหาร บริเวณกลางโคโลนจี ะมีการสร้างของเหลวคล้ายหยดน้ำาสดี าำ เชื้อราสร้างฟรุตต้ิงบอดี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ให้กาำ เนนิ โคนเิ ดยี (conidia) ภายในอะเซอวูลสั โคนเิ ดยี ม ี 5 เซลล ์ เซลลส์ ว่ นหวั และทา้ ยมลี กั ษณะแหลมเรยี ว ใสไมม่ สี ี (hyaline) เซลล์ตรงส่วนกลางมสี ีเข้ม ส่วนท้ายของโคนเิ ดีย มรี ยางค์ 2 เส้น หรือมากกว่านนั้ ลักɳะอาการ¢องโรค เปลือกผลมีรอยคล้ำาสีน้ำาตาล ลักษณะฉาำ่ นำ้า มีของเหลวสีนำ้าตาลซึมออกมา จากภายใน เนื้อผลน่มิ มกี ลิน่ ฉนุ พบเส้นใยสขี าวของเชอื้ ราเจริญบรเิ วณผวิ เปลอื ก และขวั้ ผล ลักษณะภายในผล เปลือกด้านในสีนำ้าตาล เนื้อลำาไยยุบตัว มีสีขาวขุ่นถึง สีน้ำาตาลอ่อน มีกลน่ิ เหมน็ เปรี้ยว 86 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพท ี่ 1 โคโลนขี องเช้อื รา Pestalotiopsis sp. บนอาหารพดี ีเอ (PDA) ภำพท่ ี 2 ลกั ษณะกลุ่มโคนิเดีย (conidia) ภำพท ่ี 3-4 ลกั ษณะโคนิเดยี ภำพที ่ 5–9 ลักษณะอาการของโรคผลเน่า 56 78 9 87 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด เชื้อราสามารถดำารงชีวิตอยู่บนเศษซากพืช และผลลำาไยที่เน่าเสียในสวน สปอรข์ องเชอ้ื รามชี วี ติ อยไู่ ดน้ านในแปลงปลกู ทมี่ คี วามชนื้ และอณุ หภมู สิ งู สปอรแ์ พร่ กระจายโดยลม นำา้ และติดไปกบั เคร่ืองมือทางการเกษตร การควบคุมโรค 1. ตัดแต่งภายในทรงพุ่มให้แสงแดดส่องถึงโคนต้น และกำาจัดวัชพืช ภายใต้ทรงพุ่ม 2. เกบ็ ผลและใบลาำ ไยทม่ี โี รคซง่ึ รว่ งหลน่ บนพนื้ ดนิ ภายใตท้ รงพมุ่ เผาทาำ ลาย นอกแปลงปลกู 3. ควบคมุ โรคโดยชีววิธี ใช้เชื้อรา Trichoderma sp. หรือเชื้อแบคทเี รยี Bacillus subtilis ผสมนำ้าพ่นให้ทวั่ ทัง้ ต้น 4. การเก็บเก่ียวควรระวังไม่ให้ผลเกิดแผล และนำาผลิตผลเข้าในที่ร่มและ โรงเรือน 88 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ชื

ล Åͧ¡Í§ (Longkong)องกอง อยู่ในวงศ์ Meliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Aglaia dookoo Griff. เป็นไม้ผลในสกุลเดียวกันกับลางสาดและดูกู มีถ่นิ กำาเนดิ อยู่แถบหมู่เกาะมลายู อนิ โดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และตอนใต้ ของประเทศไทย ลองกองเป็นไม้ผลเมืองร้อนท่ีเจริญเติบโต และ ให้ผลผลิตได้ดีในสภาพภูมิอากาศร้อนช้ืน เป็นพืชท่ีชอบท่ีร่มแต่ไม่ ชอบลมแรง เพราะถ้าแสงแดดจัดทาำ ให้ใบไหม้ ส่วนลมแรงจะพัดเอา ความชนื้ ออกจากสวน จงึ ควรสรา้ งรม่ เงาและปลกู ไมบ้ งั ลมรอบๆ สวน การเข้าทำาลายของโรคผลเน่าในลองกอง เกิดจากเช้ือรา Phomopsis sp. Lasiodiplodia theobromae และ Fusarium sp. นบั เปน็ ปญั หาสาำ คญั ทสี่ รา้ งความเสยี หายกบั ลองกองหลงั การเกบ็ เกยี่ ว แนวทางการป้องกันและควบคุมความรุนแรงของโรค ควรเริ่มตั้งแต่ ในระดบั แปลงปลกู จนถงึ การเก็บรกั ษาเพือ่ กระจายผลผลติ สู่ผู้บรโ ิ ภค 89 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจัดศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Phomopsis sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพดี เี อ (Potato dextrose agar, PDA) เส้นใยหยาบสีขาวถงึ ขาวเทา เชื้อราสร้างฟรุตต้ิงบอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดีย (pycnidia) สีนำ้าตาลเข้มรูปร่างค่อนข้างกลม เมื่อแก่จะสร้างช่องเปิด (ostiole) รูปร่างยาวยื่น ออกมา ภายในมีการสร้างโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) รปู ร่างเรียวยาว ใสไม่มสี ี (hyaline) ส่วนปลายโคนดิ โิ อฟอร์มกี ารแตกแขนงเป็นไฟอะลายด์ (phialide) สร้าง โคนเิ ดีย (conidia) โคนเิ ดยี ม ี 2 แบบ อัลฟา โคนิเดีย (alpha conidia) มีเซลล์เดยี ว ไม่มสี ี รูปไข่ หรือกระสวย และเบต้า โคนิเดีย (beta conidia) มีเซลล์เดียว ไม่มีส ี รปู ร่างเรียวยาว ส่วนปลายโค้งเลก็ น้อย ลักɳะอาการ¢องโรค แผลเป็นสีนาำ้ ตาลอ่อนบรเิ วณท่ีมกี ารเข้าทำาลายของเช้อื รา มีลกั ษณะค่อนข้าง กลม ขยายออกช้าๆ เน่าลามเป็นสนี ้ำาตาลเข้ม และสามารถเน่าลามไปยงั ผลใกล้เคียง ได้อีกด้วย ลกั ษณะภายในผล เชอ้ื ราเขา้ ทาำ ลายเปลอื กดา้ นนอกขยายลามเขา้ ไปถงึ เปลอื ก ดา้ นใน จนถงึ เนอื้ ของลองกองเรม่ิ แรกเปน็ สนี าำ้ ตาลออ่ น ตอ่ มาเนอ้ื นมิ่ เละ เปลอื กดา้ น ในมีขนาดแผลใกล้เคียงกับภายนอกเปลือกด้านนอก เปลือกภายในมีสีนำ้าตาลเมื่อ อาการรุนแรงส่วนเนอื้ เละตดิ อยู่กบั ส่วนเปลือกด้านใน 90 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Phomopsis sp. บนอาหารพดี ีเอ (PDA) ภำพท่ ี 2 ลกั ษณะพิคนิเดยี (pycnidia) ภำพท ี่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) ภำพท ่ี 4 ลักษณะเบต้า โคนิเดยี (beta conidia) ภำพท ่ี 5-6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 91 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) บนอาหารพดี เี อ (PDA) เสน้ ใยละเอยี ดคอ่ นขา้ งฟู สีนา้ำ ตาลเข้มถงึ ดาำ เช้อื ราสร้างฟรุตตง้ิ บอดี (fruiting body) แบบพิคนิเดยี (pycnidia) ภายใน ประกอบด้วยโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) รปู ร่างทรงกระบอก ไม่มสี ี (hyaline) และโคนิเดีย (conidia) โคนเิ ดยี ระยะแรกมเี ซลลเ์ ดยี ว ใสไมม่ สี ี รปู ไข ่ (ovoid) ถงึ ยาวร ี เมอ่ื โคนเิ ดยี แก่จะเปล่ียนเป็นสนี ้ำาตาลเข้ม มผี นงั กนั้ (septum) เกิดขนึ้ แบ่งเป็นสองเซลล์ และ มีผนงั สปอร์ค่อนข้างหนา ลักɳะอาการ¢องโรค ผลเนา่ เปน็ จดุ สนี าำ้ ตาลเขม้ ลกุ ลามจากขว้ั ผลหรอื บรเิ วณแผล ผลจะเนา่ ลามจาก บรเิ วณแผลทไี่ ด้รบั เชอ้ื ไปทว่ั ผลอยา่ งรวดเรว็ มเี สน้ ใยสเี ทาดาำ ปกคลมุ บนผล เจรญิ ฟู บนผล ผลจะเน่านม่ิ และแห้งดาำ ลกั ษณะภายในผล เชอ้ื ราเขา้ ทาำ ลายเปลอื กดา้ นนอกขยายลามเขา้ ไปถงึ เปลอื ก ดา้ นในอยา่ งรวดเรว็ เนอ้ื ของลองกองเปน็ สนี าำ้ ตาลอ่อน เนอื้ นมิ่ เละ เปลอื กภายในมสี ี นำา้ ตาลแดงมีส่วนของเน้ือเละตดิ อยู่กับส่วนเปลือกด้านใน 92 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

12 34 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเชอื้ รา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท่ี 2–3 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดยี (conidia) ภายในพคิ นเิ ดยี ม (pycnidium) ภำพที่ 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี อ่อน และโคนิเดยี แก่ ภำพที่ 5-6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 93 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

การแพร่ระบาด สามารถพบเช้ือราแพร่ระบาดอยู่ทั่วไป ในบริเวณสวนผลไม้ที่มีสภาพอากาศ รอ้ นชนื้ ฝนตกชกุ ซง่ึ เหมาะกบั การเจรญิ ของเชอ้ื ลกั ษณะของผลอดั แนน่ เกนิ ไป ขาดนาำ้ สำาลกั นำ้า การทำาลายของแมลงวันทอง ผเี สอ้ื มวนหวาน รอยแผลที่เกดิ จากการข่วน การกดั ของค้างคาว นก หรือกระรอก ทาำ ให้ผลแตกเป็นแผล ง่ายต่อการเข้าทาำ ลาย ของเช้อื รา เมอ่ื ผลเร่มิ แตกมกั มีแมลงหวี่มาตอมบรเิ วณผลเน่า แมลงหว่จี ึงเป็นพาหะ ในการแพร่ระบาดของเช้ือราไปสู่ผลอ่นื หรือต้นอืน่ การควบคุมโรค 1. ตดั แต่งช่อผลให้เหมาะสม คอยดแู ล ปลดิ หรอื ใช้ไม้เขยี่ ผลเน่าออกจาก ช่อทกุ วนั เพอ่ื ป้องกนั ผลเบียดทำาให้ผลแตกและเชอ้ื โรคเข้าทาำ ลายได้ง่าย 2. ให้นาำ้ สมาำ่ เสมอ เพื่อป้องกันผลแตก 3. เก็บผลทเี่ ป็นโรคหรือถูกแมลงทำาลาย ฝังหรอื ทำาลายเพอื่ ลดปริมาณเชอ้ื 4. ฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำาจัดเช้ือราตั้งแต่ระยะช่อดอกไปจนถึงใกล้ เกบ็ เกย่ี ว โดยเนน้ ฉดี พน่ ในระยะชอ่ ดอกทกุ ๆ 7-10 วนั และระยะผลโตทกุ ๆ 10-15 วนั สารทใ่ี ช้ ได้แก่ ไอโพรไดโอน (iprodione) และคาร์เบนดาซิม (carbendazim) และ ควรใช้สลบั กับแมนโคเซบ (mancozed) 5. จุ่มผลลองกองในคาร์เบนดาซิม ไอโพรไอโอน หรือไธอะเบนดาโซล (thiabendazole) แล้วเป่าให้แห้ง ก่อนเก็บรักษาทอี่ ณุ หภมู ิ 11 องศาเซลเซียส 94 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ืช

ÅéÔ¹¨Õè (Lychee)นจ่ี อยู่ในวงศ์ Sapindaceae มีช่ือวิทยาศาสตร์ว่า Litchi ลิ้chinensis Sonn. แหล่งปลูกอยู่บริเวณภาคเหนอื ตอนบนและ ภาคกลาง ผลมีลักษณะค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงเข้ม ผิวขรุขระ ไม่เรียบ เน้ือสีขาว ฉา่ำ น้ำา รสหวานอมเปร้ียว นิยมรับประทานผล สด เป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามิน ปัญหาสำาคัญหลังการเก็บเก่ียว คือ การเข้าทำาลายของเชื้อราหลายชนิดได้ เช่น Lasiodiplodia theobromae Colletrichum gloeosporioides และ Curvularia sp. เป็นต้น ทำาให้ผลล้ินจี่เน่าเสีย คุณภาพของ ผลผลิตลดลง มอี ายุการเกบ็ รักษาสนั้ 95 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลมุ่ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกําจดั ศัตรพู ชื

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Lasiodiplodia theobromae ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอ้ื ราบนอาหารพดี เี อ (potato dextrose agar, PDA) เส้นใยฟสู ีเทาอ่อนถงึ ดำา เช้อื ราสร้างฟรุตต้งิ บอด ี (fruiting body) แบบพิคนิเดีย (pycnidia) ภายใน ประกอบด้วยเส้นใยพาราไฟซิส (paraphyses) ใสไม่มีสี (hyaline) รูปร่างทรง กระบอก (oblong) และโคนดิ โิ อฟอร ์ (conidiophores) ใหก้ าำ เนดิ โคนเิ ดยี (conidia) โคนิเดยี เม่อื อ่อนจะมเี พียงเซลล์เดยี ว ใสไม่มีสี รปู ไข่ถึงยาวรี จนถงึ ค่อนข้าง กลม ปลายด้านหนง่ึ กลมมน อีกด้านสอบลงคล้ายกรวย ต่อมาโคนเิ ดยี จะสร้างเม็ด สีเมลานนิ บนผิวเซลล์ด้านในเรียงตัวเห็นเป็นร้ิวในแนวยาว และผนงั กั้น (septum) 1 ช้ัน ตรงกลาง ทำาให้แบ่งเป็น 2 เซลล์ มีรูปร่างคล้ายไข่ ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลเป็นสีนำ้าตาลดำา มีเส้นใยสีดำาเจริญคลุมผลอย่างหนาแน่น เมอ่ื แกะเปลือกผลออก จะพบว่าเนอื้ เยือ่ ภายในของผลเปลี่ยนจากใสมาเป็นลักษณะ ขุ่นเหมอื นกระจกฝ้าอ่อนนุ่ม ฉา่ำ นาำ้ มกี ลิ่นเหมน็ เปรย้ี ว 96 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ืช

12 3 4 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเช้ือรา Lasiodiplodia theobromae บนอาหารพีดเี อ (PDA) ภำพท่ี 2 ลกั ษณะพิคนิเดีย (pycnidia) ภำพที่ 3 ลักษณะภายในพคิ นิเดยี ภำพท ่ี 4 ลักษณะโคนเิ ดีย (conidia) อ่อน และโคนเิ ดียแก่ ภำพที ่ 5–6 ลักษณะอาการของโรคผลเน่า 56 97 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จดั ศัตรพู ืช

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Colletotrichum gloeosporioides ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลกั ษณะโคโลน ี (colony) ของเชอื้ ราบนอาหารพดี เี อ (PDA) สขี าวเทา ลกั ษณะ กลมขอบเรยี บ และมีกลุ่มโคนิเดีย (conidia) สสี ้มเจริญอยู่บนอาหาร เชื้อราสร้างฟรุตต้ิงบอด้ี (fruiting body) แบบอะเซอวูลัส (acervulus) ลกั ษณะเป็นรปู ถ้วย โคนิเดีย มีรูปร่างทรงกระบอก (oblong) เซลล์เดียว ปลายมน ใสไม่มีสี (hyaline) เกิดบนปลายก้านโคนดิ ิโอฟอร์ (conidiophores) ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลมีสีนำ้าตาลดำา เกิดจุดน่ิม และมีเมือกสีชมพูบนเปลือกผล มักจะเกิดด้านใดด้านหนง่ึ ของผลก่อน แล้วลุกลามไปท่ัวท้ังผล โดยท่ัวไปมักจะมี ของเหลวไหลออกมา เมื่อแกะเปลอื กผลออก จะพบว่าเนื้อเย่อื ภายในของผลเปลี่ยน จากใสเป็นลกั ษณะขุ่นเหมอื นกระจกฝ้า อ่อนนุ่ม ฉา่ำ น้ำา มกี ล่ินเหม็นเปร้ยี ว 98 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ืช

12 34 ภำพท ่ี 1 โคโลนขี องเช้อื รา Colletotrichum gloeosporioides บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท่ ี 2 ลกั ษณะกลุ่มโคนิเดีย (conidia) สสี ้มเจริญบนอาหารพดี ีเอ ภำพท ี่ 3 ลกั ษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนิเดยี ภำพท ่ี 4 ลกั ษณะโคนเิ ดยี ภำพท ี่ 5–6 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 5 6 99 โรคผลไม้หลังการเก็บเกี่ยว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กําจดั ศัตรพู ชื

âä¼Åà¹‹Ò (Fruit Rot) เช้ือราสาเหตุ Curvularia sp. ลักɳะ·างสั³°านวÔ·ยา ลักษณะโคโลนี (colony) ของเช้ือราบนอาหารพีดีเอ (PDA) สีดำา เส้นใย ละเอียด ค่อนข้างฟ ู โคนิดิโอฟอร์ (conidiophores) เกิดเด่ียวๆ ไม่แตกกิ่งก้าน มีลักษณะ หักข้อศอกกลบั ไปกลับมา โคนเิ ดยี (conidia) ม ี 3-5 เซลล์ มผี นงั ก้ัน รปู ร่างโค้งงอเลก็ น้อย เซลล์ตรง กลางมขี นาดใหญ่และมสี ีเข้มกว่าเซลล์บริเวณหัวและท้าย ลักɳะอาการ¢องโรค ผิวเปลือกของผลมีสีคล้ำา มีเส้นใยสีเทาคลุมผล เม่ือแกะเปลือกผลออก พบว่าเนอื้ เยือ่ ภายในของผลเละ 100 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จดั ศัตรพู ชื

12 3 ภำพท่ี 1 โคโลนขี องเชอื้ รา Curvularia sp. บนอาหารพดี เี อ (PDA) ภำพท ่ี 2 ลักษณะโคนดิ โิ อฟอร์ (conidiophores) และโคนเิ ดีย (conidia) ภำพที ่ 3 โคนิเดยี ภำพท ี่ 4–5 ลกั ษณะอาการของโรคผลเน่า 4 5 101 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กลุ่มงานวจิ ยั การใช้สารป้ องกันกาํ จัดศัตรพู ชื

การแพร่ระบาด เชื้อราเหล่านจี้ ะปลิวฟุ้งกระจายไปท่ัวโดยลมและฝน และก่ิงพันธุ์ท่ีเป็นโรค หากระหว่างการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว เกิดหยดนำ้าขึ้นบนผลลิ้นจี่ ความชื้นและ อณุ หภมู ทิ เี่ หมาะสม โรคสามารถแพร่ระบาดจากผลทเ่ี ปน็ โรคเข้าทาำ ลายผลปกตอิ น่ื ๆ ท่อี ยู่ใกล้เคียงกนั เป็นโรคได้อีกด้วย การควบคุมโรค 1. ห่อผลด้วยกระดาษ เมอื่ ผลมีขนาด 0.5 เซนติเมตร หรอื เมือ่ ผลมอี าย ุ 20 วัน หลงั ดอกบาน 2. พ่นด้วยโพรครอราซ (prochloraz) 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อนำ้า 20 ลิตร หรือคาร์เบนดาซิม (carbendazim) 50% WP อัตรา 20 กรัมต่อน้ำา 20 ลิตร หยุดการใช้สารเคมี 15 วัน ก่อนเกบ็ เกีย่ ว 3. ในระยะติดผลและเมื่อผลมีขนาดใหญ่แล้วควรพ่นด้วยสารเคมี เช่น เบนโนมิล (benomyl) ในอัตรา 10 กรมั ต่อน้าำ 20 ลติ ร 4. หลกี เลย่ี งสภาพท่ีทำาให้เกดิ หยดนำ้าข้นึ บนผิวของล้ินจ่ี 5. พยายามลดการกระทำาที่ทำาให้เกิดรอยแผลหรืออาการบอบชำ้าในระหว่าง และหลงั การเกบ็ เก่ียว 102 โรคผลไม้หลังการเก็บเก่ียว Facebook : กล่มุ งานวจิ ยั การใช้สารป้ องกนั กาํ จัดศัตรพู ชื


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook