นิทเทสะ ยะถา จะ อะนปุ ปนั นสั สะ สมาธสิ มั โพชฌงั คสั สะ อปุ ปาโท โหต,ิ ตญั จะ ปะชานาติ, ความเกดิ ขน้ึ แหง่ สมาธสิ มั โพชฌงคท์ ยี่ งั ไมเ่ กดิ ยอ่ มมี ดว้ ยเหตใุ ด ย่อมรู้ชดั ซง่ึ เหตนุ นั้ ดว้ ย ยะถา จะ อปุ ปนั นสั สะ สมาธสิ มั โพชฌงั คสั สะ ภาวนายะ ปารปิ ูรี โหต,ิ ตัญจะ ปะชานาติ. ความเตม็ บรบิ รู ณด์ ว้ ยการภาวนาแหง่ สมาธสิ มั โพชฌงค์ ทเี่ กดิ ขน้ึ แลว้ ยอ่ มมดี ว้ ยเหตใุ ด ยอ่ มรชู้ ดั ซง่ึ เหตนุ นั้ ดว้ ย สนั ตงั วา อชั ฌตั ตงั อเุ ปกขาสมั โพชฌงั คงั ‘อตั ถิ เม อชั ฌตั ตงั อุเปกขาสัมโพชฌงั โค’ติ ปะชานาต,ิ ย่อมรู้ชัดซ่ึงอุเบกขาสัมโพชฌงค์ที่มีอยู่ภายในตนว่า อุเบกขาสัมโพชฌงค์มีอยู่ภายในของเรา อะสันตัง วา อัชฌัตตัง อุเปกขาสัมโพชฌังคัง ‘นัตถิ เม อชั ฌตั ตัง อุเปกขาสมั โพชฌังโค’ติ ปะชานาต,ิ ยอ่ มรชู้ ดั ซง่ึ อเุ บกขาสมั โพชฌงคท์ ไ่ี มม่ อี ยภู่ ายในตนวา่ อุเบกขาสมั โพชฌงคไ์ ม่มีอยู่ภายในของเรา ยะถา จะ อะนุปปันนัสสะ อุเปกขาสัมโพชฌังคัสสะ อปุ ปาโท โหต,ิ ตญั จะ ปะชานาติ, ความเกดิ ขน้ึ แหง่ อเุ บกขาสมั โพชฌงคท์ ยี่ งั ไมเ่ กดิ ยอ่ มมี ดว้ ยเหตใุ ด ยอ่ มรชู้ ัดซึ่งเหตนุ ัน้ ดว้ ย สุภรี ์ ทุมทอง | 99
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาล–ี ไทย ยะถา จะ อปุ ปนั นสั สะ อเุ ปกขาสมั โพชฌงั คสั สะ ภาวนายะ ปาริปรู ี โหต,ิ ตัญจะ ปะชานาต.ิ ความเตม็ บรบิ รู ณ์ด้วยการภาวนา แหง่ อเุ บกขาสมั โพชฌงคท์ เี่ กดิ ขน้ึ แลว้ ยอ่ มมดี ว้ ยเหตใุ ด ย่อมรู้ชัดซ่งึ เหตนุ ้นั ด้วย อิติ, ดว้ ยวิธีการดังท่ไี ดก้ ล่าวมาแล้วน้ี อัชฌตั ตงั วา ธัมเมสุ ธมั มานุปัสสี วหิ ะระต,ิ ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ ธรรมในธรรมทงั้ หลาย ภายในอย่บู า้ ง พะหิทธา วา ธมั เมสุ ธมั มานปุ ัสสี วิหะระติ, ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทง้ั หลาย ภายนอกอยู่บา้ ง อชั ฌตั ตะพะหทิ ธา วา ธัมเมสุ ธมั มานปุ สั สี วิหะระต,ิ ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทงั้ หลาย ทัง้ ภายในและภายนอกอยู่บา้ ง สะมทุ ะยะธมั มานุปสั สี วา ธัมเมสุ วหิ ะระติ, เป็นผู้ตามเห็นเนือง ๆ ซ่ึงธรรมเปน็ เหตุเกิดในธรรม ทง้ั หลายอยบู่ ้าง วะยะธมั มานปุ สั สี วา ธมั เมสุ วหิ ะระติ, เป็นผู้ตามเห็นเนือง ๆ ซึ่งธรรมเป็นเหตุดับในธรรม ท้งั หลายอยูบ่ ้าง 100 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นทิ เทสะ สะมุทะยะวะยะธมั มานุปสั สี วา ธัมเมสุ วหิ ะระต.ิ เปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ ธรรมเปน็ เหตเุ กดิ และธรรม เป็นเหตุดับในธรรมทงั้ หลายอย่บู ้าง ‘อตั ถิ ธมั มา’ติ วา ปะนสั สะ สะติ ปจั จุปฏั ฐติ า โหติ, อนงึ่ สตขิ องภกิ ษนุ นั้ เปน็ สภาวะทต่ี ง้ั ขนึ้ เฉพาะหนา้ วา่ ธรรมเท่านัน้ มอี ยู่ ยาวะเทวะ ญาณะมตั ตายะ ปฏิสสะตมิ ตั ตายะ, ก็เพียงเพ่ือความเจริญขึ้นแห่งญาณและเพ่ือความ เจรญิ ขึ้นแหง่ สติเทา่ นน้ั อะนิสสิโต จะ วิหะระติ, เธอเปน็ ผ้อู ันตัณหาและทฏิ ฐิไม่อาศัยแล้วอยู่ นะ จะ กิญจิ โลเก อปุ าทิยะต.ิ และย่อมไมย่ ดึ มน่ั ถือมน่ั ซึ่งอะไร ๆ ในโลก เอวมั ปิ โข ภกิ ขะเว ภกิ ขุ ธมั เมสุ ธมั มานุปสั สี วหิ ะระติ สตั ตะสุ โพชฌงั เคส.ุ ดูกอ่ นภกิ ษุท้ังหลาย ภิกษเุ ป็นผตู้ ามเห็นเนอื ง ๆ ซงึ่ ธรรมในธรรมทง้ั หลายคือโพชฌงค์ ๗ อยู่ แมอ้ ยา่ งนี้ โพชฌงั คะปัพพงั นฏิ ฐิตงั . หมวดโพชฌงค์ จบแลว้ สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 101
นิทเทสะ ๔.๕ สัจจะปพั พะ ปนุ ะ จะปะรงั ภิกขะเว, ดกู อ่ นภิกษุทั้งหลาย วิธีการอ่นื ยงั มอี ยอู่ ีก ภกิ ขุ ธัมเมสุ ธมั มานปุ ัสสี วิหะระติ จตูสุ อะริยะสจั เจส.ุ ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ ธรรมในธรรมทงั้ หลาย คืออริยสจั ๔ อยู่ กถัญจะ ภิกขะเว ภิกขุ ธัมเมสุ ธัมมานุปัสสี วิหะระติ จตสู ุ อะริยะสัจเจสุ. ดกู ่อนภิกษทุ ง้ั หลาย ภิกษุเปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทัง้ หลายคอื อริยสัจ ๔ อยู่ อย่างไรเล่า อธิ ะ ภิกขะเว ภกิ ขุ, ดูก่อนภกิ ษุทั้งหลาย ภกิ ษุในพระศาสนาน้ี ‘อทิ ัง ทุกขัน’ติ ยะถาภตู งั ปะชานาต,ิ ยอ่ มรู้ชดั ตามความเปน็ จรงิ วา่ “สภาวะนเ้ี ปน็ ทกุ ข์” ‘อะยงั ทุกขสะมทุ ะโย’ติ ยะถาภตู งั ปะชานาติ, ยอ่ มรชู้ ดั ตามความเปน็ จรงิ วา่ “สภาวะนเี้ ปน็ ทกุ ขสมทุ ยั ” ‘อะยงั ทกุ ขะนิโรโธ’ติ ยะถาภตู ัง ปะชานาติ, ยอ่ มรชู้ ดั ตามความเปน็ จรงิ วา่ “สภาวะนเ้ี ปน็ ทกุ ขนโิ รธะ” ‘อะยงั ทกุ ขะนโิ รธะคามนิ ี ปฏปิ ทา’ติ ยะถาภตู งั ปะชานาต.ิ ย่อมรู้ตามความเป็นจริงว่า “สภาวะน้ีเป็นทุกขนิโรธ คามินีปฏปิ ทา” สภุ ีร์ ทุมทอง | 103
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย กะตะมญั จะ ภิกขะเว ทุกขงั อะริยะสจั จงั . ดูก่อนภกิ ษทุ ้งั หลาย ทกุ ขอริยสัจ เปน็ อยา่ งไร ชาติปิ ทกุ ขา, ความเกดิ ก็เปน็ ทุกข์ ชะราปิ ทกุ ขา, ความแกก่ เ็ ปน็ ทกุ ข์ มะระณัมปิ ทกุ ขงั , ความตายก็เป็นทกุ ข์ โสกะปะริเทวะทกุ ขะโทมนัสสปุ ายาสาปิ ทุกขา, ความโศก ความรำ�่ ไรรำ� พนั ความทกุ ขก์ าย ความทกุ ขใ์ จ ความคบั แค้นใจก็เป็นทกุ ข์ อัปปเิ ยหิ สมั ปะโยโคปิ ทกุ โข, ความประสบกับสัตว์และสังขารท้ังหลายอันไม่เป็น ท่ีรักกเ็ ป็นทุกข์ ปิเยหิ วปิ ปะโยโคปิ ทุกโข, ความพลดั พรากจากสตั วแ์ ละสงั ขารทง้ั หลายอนั เปน็ ทีร่ ักก็เป็นทกุ ข์ ยมั ปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขงั , บคุ คลปรารถนาอยซู่ งึ่ สง่ิ ใด ยอ่ มไมไ่ ดซ้ งึ่ สง่ิ นนั้ แมน้ น้ั กเ็ ปน็ ทุกข์ สงั ขิตเตนะ ปญั จปุ าทานกั ขนั ธา ทุกขา. โดยรวบย่อ อปุ าทานขันธ์ ๕ เป็นทกุ ข์ 104 | สุภีร์ ทุมทอง
นทิ เทสะ กะตะมา จะ ภกิ ขะเว ชาต.ิ ดกู อ่ นภิกษทุ งั้ หลาย ชาติ เปน็ อย่างไร ยา เตสัง เตสงั สตั ตานงั ตัมห๎ ิ ตัมห๎ ิ สัตตะนกิ าเย ชาติ สญั ชาติ, โอกกนั ติ นพิ พัตติ อะภนิ ิพพตั ติ, ความเกิดอันใด เป็นความเกิดพร้อม ความหย่ังลง ความบงั เกดิ ความผดุ เกดิ ของสตั วท์ งั้ หลายเหลา่ นน้ั ๆ ในจ�ำพวกสัตว์น้ัน ๆ ขันธานัง ปาตภุ าโว, ความปรากฏแหง่ ขันธท์ ัง้ หลาย อายะตะนานงั ปฏลิ าโภ, ความได้มาซง่ึ อายตนะท้ังหลาย อะยงั วุจจะติ ภกิ ขะเว ชาติ. ดูกอ่ นภิกษุทั้งหลาย นี้เรยี กว่าชาติ กะตะมา จะ ภิกขะเว ชะรา. ดูก่อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย ชรา เป็นอย่างไร ยา เตสงั เตสัง สัตตานงั ตมั ๎หิ ตัม๎หิ สัตตะนกิ าเย ชะรา ชีระณะตา, ขัณฑจิ จัง ปาลจิ จัง วะลิตตะจะตา, ความแกอ่ นั ใด เปน็ ภาวะของความแก่ ความมฟี นั หลดุ ความมผี มหงอก ความมหี นงั เหย่ี วยน่ ของสตั วท์ งั้ หลาย เหลา่ นน้ั ๆ ในจำ� พวกสัตวน์ ัน้ ๆ สภุ ีร์ ทุมทอง | 105
มหาสตปิ ัฏฐานสตู ร บาล–ี ไทย อายโุ น สงั หานิ, ความเสอ่ื มไปแหง่ อายุ อนิ ท๎รยิ านัง ปะริปาโก, ความแก่หงอ่ มแหง่ อินทรยี ท์ ั้งหลาย อะยัง วจุ จะติ ภกิ ขะเว ชะรา. ดกู ่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย นเี้ รยี กว่าชรา กะตะมัญจะ ภิกขะเว มะระณัง. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ั้งหลาย มรณะ เป็นอยา่ งไร ยัง เตสัง เตสัง สัตตานัง ตัม๎หา ตัม๎หา สัตตะนิกายา จุติ จะวะนะตา เภโท อันตะระธานัง, มัจจุ มะระณัง กาละกิรยิ า, ความเคลอ่ื นอนั ใด เปน็ ภาวะของความเคลอื่ น ความแตก ทำ� ลาย ความหายไป มฤตยู ความตาย การทำ� กาละ ของสัตว์ทั้งหลายเหลา่ นนั้ ๆ ในจ�ำพวกสตั ว์นนั้ ๆ ขนั ธานงั เภโท, ความแตกแห่งขันธ์ท้ังหลาย กะเฬวะรสั สะ นิกเขโป, ความทอดทิ้งซากศพไว้ ชีวิตินท๎รยิ ัสสะ อปุ ัจเฉโท, ความตดั ขาดแหง่ ชีวิตนิ ทรีย์ 106 | สุภีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ อทิ ัง วจุ จะติ ภิกขะเว มะระณงั . ดูกอ่ นภิกษทุ งั้ หลาย นเี้ รียกว่ามรณะ กะตะโม จะ ภิกขะเว โสโก. ดูก่อนภิกษุทง้ั หลาย โสกะ เป็นอย่างไร โย โข ภิกขะเว อัญญะตะรัญญะตะเรนะ พ๎ยะสะเนนะ สมนั นาคตสั สะ อญั ญะตะรญั ญะตะเรนะ ทกุ ขะธมั เมนะ ผุฏฐัสสะ โสโก โสจะนา โสจิตตตัง, อันโตโสโก อนั โตปะริโสโก, ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย ความโศก กริ ยิ าทโี่ ศก ภาวะแหง่ ความโศก ความโศกภายใน ความโศกเศร้าภายใน ของบุคคลผู้ประกอบพร้อมแล้วด้วยความพินาศ อย่างใดอย่างหนึ่ง ผู้ถูกเหตุแห่งทุกข์อย่างใด อยา่ งหนง่ึ กระทบแลว้ อนั ใด อะยัง วจุ จะติ ภิกขะเว โสโก. ดกู ่อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย น้ีเรยี กวา่ โสกะ กะตะโม จะ ภิกขะเว ปะริเทโว. ดูกอ่ นภิกษทุ ั้งหลาย ปรเิ ทวะ เปน็ อยา่ งไร สภุ ีร์ ทุมทอง | 107
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย โย โข ภิกขะเว อัญญะตะรัญญะตะเรนะ พ๎ยะสะเนนะ สมนั นาคตสั สะ อญั ญะตะรญั ญะตะเรนะ ทกุ ขะธมั เมนะ ผุฏฐัสสะ อาเทโว ปะริเทโว, อาเทวนา ปริเทวะนา, อาเทวติ ตั ตัง ปะริเทวติ ตั ตัง, ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ความครำ่� ครวญ ความรำ่� ไรรำ� พนั กริ ยิ าทค่ี รำ่� ครวญ กริ ยิ าทรี่ ำ�่ ไรรำ� พนั ภาวะแหง่ ความ คร่�ำครวญ ภาวะแห่งความร่�ำไรร�ำพัน ของบุคคล ผปู้ ระกอบพรอ้ มแลว้ ดว้ ยความพนิ าศอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ผถู้ กู เหตแุ หง่ ทกุ ขอ์ ยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ กระทบแลว้ อนั ใด อะยงั วจุ จะติ ภิกขะเว ปะรเิ ทโว. ดูกอ่ นภิกษุทงั้ หลาย นี้เรียกวา่ ปรเิ ทวะ กะตะมญั จะ ภกิ ขะเว ทกุ ขัง. ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ทุกข์ เป็นอยา่ งไร ยงั โข ภกิ ขะเว กายิกงั ทกุ ขงั กายิกงั อะสาตัง, กายะสัมผัสสะชงั ทุกขงั อะสาตัง เวทะยติ งั , ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความทุกข์ทางกาย ความ ไม่ส�ำราญทางกาย ความรู้สึกเป็นทุกข์ไม่ส�ำราญ อนั เกดิ จากกายสมั ผสั อนั ใด อิทงั วุจจะติ ภกิ ขะเว ทกุ ขัง. ดูกอ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย นเี้ รยี กวา่ ทกุ ข์ 108 | สภุ ีร์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ กะตะมญั จะ ภิกขะเว โทมะนัสสัง. ดกู ่อนภิกษุทัง้ หลาย โทมนสั เป็นอย่างไร ยัง โข ภิกขะเว เจตะสิกัง ทุกขัง เจตะสิกัง อะสาตัง, มะโนสัมผัสสะชงั ทกุ ขัง อะสาตัง เวทะยิตงั , ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ความทกุ ขท์ างจติ ความไมส่ ำ� ราญ ทางจิต ความรู้สึกเป็นทุกข์ไม่ส�ำราญอันเกิดจาก มโนสัมผสั อนั ใด อิทงั วจุ จะติ ภิกขะเว โทมะนัสสงั . ดูก่อนภิกษุทงั้ หลาย นเ้ี รียกว่าโทมนสั กะตะโม จะ ภิกขะเว อปุ ายาโส. ดูกอ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย อปุ ายาส เป็นอย่างไร โย โข ภิกขะเว อัญญะตะรัญญะตะเรนะ พ๎ยะสะเนนะ สมนั นาคตสั สะ อญั ญะตะรญั ญะตะเรนะ ทกุ ขะธมั เมนะ ผฏุ ฐสั สะ อายาโส อปุ ายาโส, อายาสติ ตั ตงั อปุ ายาสติ ตั ตงั , ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย ความคับแค้น ความคับแค้น อย่างหนัก ภาวะแห่งความคับแค้น ภาวะแห่งความ คับแค้นอย่างหนัก ของบุคคลผู้ประกอบพร้อมแล้ว ดว้ ยความพนิ าศอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ผถู้ กู เหตแุ หง่ ทกุ ข์ อยา่ งใดอย่างหนึ่งกระทบแล้ว อนั ใด อะยงั วจุ จะติ ภิกขะเว อปุ ายาโส. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย นเ้ี รียกว่าอุปายาส สภุ รี ์ ทมุ ทอง | 109
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาล–ี ไทย กะตะโม จะ ภิกขะเว อัปปิเยหิ สัมปะโยโค ทุกโข. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย ความประสบกบั สตั วแ์ ละสงั ขาร ท้ังหลายอันไม่เป็นทรี่ ักเปน็ ทุกข์ เปน็ อยา่ งไร อธิ ะ ยสั สะ เต โหนติ อะนฏิ ฐา อะกนั ตา อะมะนาปา รปู า สทั ทา คันธา ระสา โผฏฐัพพา ธัมมา, รปู ทง้ั หลาย เสยี งทงั้ หลาย กลน่ิ ทงั้ หลาย รสทงั้ หลาย โผฏฐัพพะทั้งหลาย ธรรมทั้งหลาย อันไม่น่าปรารถนา ไมน่ า่ ใคร่ ไมน่ า่ พอใจของบคุ คลใด มอี ยใู่ นโลกน้ี เย วา ปะนัสสะ โหนติ อะนัตถะกามา อะหิตะกามา อะผาสกุ ะกามา อะโยคกั เขมะกามา, กห็ รือว่า ชนท้งั หลายเหลา่ ใดผู้ปรารถนาสง่ิ ทไ่ี มเ่ ป็น ประโยชน์ ผู้ปรารถนาสิ่งที่ไม่เก้ือกูล ผู้ปรารถนา ความไม่ผาสุก ผู้ปรารถนาความไม่เกษมจากโยคะ แก่บคุ คลน้นั มอี ยู่ ยา เตหิ สทั ธงิ สงั คะติ สะมาคโม สะโมธานงั มสิ สภี าโว. ความไดป้ ระสบ ความไดส้ มาคม ความได้อยู่ร่วมกัน ความได้คลุกคลีกัน กบั อารมณ์และบุคคลทง้ั หลาย เหลา่ นน้ั อันใด อะยัง วจุ จะติ ภกิ ขะเว อปั ปเิ ยหิ สัมปะโยโค ทุกโข. ดกู ่อนภกิ ษุทัง้ หลาย น้ีเรียกว่า ความประสบกับสัตว์ และสงั ขารทงั้ หลายอันไม่เปน็ ท่รี กั เป็นทุกข์ 110 | สภุ รี ์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ กะตะโม จะ ภิกขะเว ปิเยหิ วปิ ปะโยโค ทุกโข. ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ความพลดั พรากสตั วแ์ ละสงั ขาร ทง้ั หลายอนั เปน็ ท่ีรักเป็นทกุ ข์ เป็นอยา่ งไร อธิ ะ ยสั สะ เต โหนติ อฏิ ฐา กนั ตา มะนาปา รปู า สทั ทา คนั ธา ระสา โผฏฐพั พา ธัมมา, รปู ทง้ั หลาย เสยี งทงั้ หลาย กลนิ่ ทงั้ หลาย รสทงั้ หลาย โผฏฐพั พะทงั้ หลาย ธรรมท้งั หลาย อนั นา่ ปรารถนา นา่ ใคร่ นา่ พอใจของบคุ คลใด มอี ย่ใู นโลกนี้ เย วา ปะนสั สะ โหนติ อัตถะกามา หิตะกามา ผาสกุ ะกามา โยคกั เขมะกามา มาตา วา ปติ า วา ภาตา วา ภะคินี วา มติ ตา วา อะมัจจา วา ญาตสิ าโลหติ า วา, ก็หรือว่า ชนท้ังหลายเหล่าใดผู้ปรารถนาส่ิงที่เป็น ประโยชน์ ผู้ปรารถนาส่งิ ทเ่ี กือ้ กลู ผู้ปรารถนาความ ผาสกุ ผปู้ รารถนาความเกษมจากโยคะแกบ่ คุ คลนน้ั คอื มารดากด็ ี บดิ ากด็ ี พช่ี ายนอ้ งชายกด็ ี พส่ี าวนอ้ งสาวกด็ ี มติ รทงั้ หลายกด็ ี อำ� มาตยท์ งั้ หลายกด็ ี ญาตสิ ายโลหติ ทง้ั หลายกด็ ี มอี ยู่ ยา เตหิ สัทธิง อะสังคะติ อะสะมาคโม อะสะโมธานัง อะมสิ สีภาโว. ความไม่ได้ประสบ ความไม่ได้สมาคม ความไม่ได้ อยู่ร่วมกัน ความไม่ได้คลุกคลีกัน กับอารมณ์และ บคุ คลท้ังหลายเหล่าน้นั อนั ใด สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 111
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย อะยัง วุจจะติ ภกิ ขะเว ปเิ ยหิ วิปปะโยโค ทุกโข. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ัง้ หลาย นีเ้ รยี กว่า ความพลัดพรากสตั ว์ และสงั ขารท้งั หลายอนั เป็นทร่ี ักเปน็ ทุกข์ กะตะมญั จะ ภกิ ขะเว ยมั ปจิ ฉงั นะ ละภะติ ตมั ปิ ทกุ ขงั . ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย บคุ คลปรารถนาอยซู่ งึ่ สงิ่ ใด ยอ่ ม ไมไ่ ดซ้ ่ึงสิ่งน้นั แมน้ ้นั ก็เป็นทุกข์ เปน็ อยา่ งไร ชาตธิ ัมมานงั ภกิ ขะเว สัตตานัง เอวงั อจิ ฉา อุปปัชชะติ ‘อะโห วะตะ มะยงั นะ ชาติธัมมา อสั สามะ, นะ จะ วะ ตะ โน ชาติ อาคจั เฉยยา’ติ, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความปรารถนาย่อมเกิดขึ้นแก่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความเกิดเป็นธรรมดา อย่างน้ีว่า “โอหนอ ขอเราอยา่ มคี วามเกดิ เปน็ ธรรมดา ขอความเกดิ อยา่ มาถงึ เราเลย” นะ โข ปะเนตงั อจิ ฉายะ ปตั ตพั พัง, ขอ้ นนั้ สตั วท์ งั้ หลายไมพ่ งึ ไดต้ ามความปรารถนา อทิ มั ปิ ยัมปจิ ฉงั นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง. แมข้ อ้ นี้ กช็ อื่ วา่ บคุ คลปรารถนาอยซู่ ง่ึ สงิ่ ใด ยอ่ มไมไ่ ด้ ซึ่งสง่ิ นั้น แม้นน้ั กเ็ ปน็ ทกุ ข์ 112 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นทิ เทสะ ชราธัมมานัง ภิกขะเว สัตตานงั เอวงั อิจฉา อุปปัชชะติ ‘อะโห วะตะ มะยงั นะ ชะราธมั มา อสั สามะ, นะ จะ วะตะ โน ชะรา อาคัจเฉยยา’ติ, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ความปรารถนาย่อมเกิดข้ึนแก่ สัตว์ท้ังหลายผู้มีความแก่เป็นธรรมดา อย่างน้ีว่า “โอหนอ ขอเราอยา่ มคี วามแกเ่ ปน็ ธรรมดา ขอความแก่ อย่ามาถึงเราเลย” นะ โข ปะเนตัง อจิ ฉายะ ปัตตพั พัง, ขอ้ นนั้ สตั ว์ท้ังหลายไมพ่ งึ ไดต้ ามความปรารถนา อิทัมปิ ยัมปิจฉัง นะ ละภะติ ตัมปิ ทุกขัง. แมข้ อ้ น้ี กช็ อ่ื วา่ บคุ คลปรารถนาอยซู่ ง่ึ สงิ่ ใด ยอ่ มไมไ่ ด้ ซงึ่ สิ่งนนั้ แม้นน้ั กเ็ ป็นทกุ ข์ พย๎ าธธิ มั มานงั ภกิ ขะเว สตั ตานงั เอวงั อจิ ฉา อปุ ปชั ชะติ ‘อะโห วะตะ มะยัง นะ พ๎ยาธิธัมมา อัสสามะ, นะ จะ วะตะ โน พ๎ยาธิ อาคัจเฉยยา’ต,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย ความปรารถนาย่อมเกิดขึ้นแก่ สตั วท์ งั้ หลายผมู้ คี วามเจบ็ ปว่ ยเปน็ ธรรมดา อยา่ งนวี้ า่ “โอหนอ ขอเราอย่ามคี วามเจ็บป่วยเปน็ ธรรมดา ขอ ความเจ็บปว่ ยอย่ามาถึงเราเลย” นะ โข ปะเนตงั อจิ ฉายะ ปัตตัพพงั , ข้อน้นั สัตวท์ ั้งหลายไมพ่ ึงได้ตามความปรารถนา สภุ ีร์ ทุมทอง | 113
มหาสตปิ ัฏฐานสูตร บาล–ี ไทย อทิ มั ปิ ยัมปจิ ฉัง นะ ละภะติ ตมั ปิ ทกุ ขัง. แมข้ อ้ นี้ กช็ อ่ื วา่ บคุ คลปรารถนาอยซู่ งึ่ สงิ่ ใด ยอ่ มไมไ่ ด้ ซึ่งสงิ่ นน้ั แม้นนั้ กเ็ ปน็ ทุกข์ มะระณะธมั มานงั ภกิ ขะเว สตั ตานงั เอวงั อจิ ฉา อปุ ปชั ชะติ ‘อะโห วะตะ มะยงั นะ มะระณะธมั มา อสั สามะ, นะ จะ วะตะ โน มะระณัง อาคัจเฉยยา’ต,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย ความปรารถนาย่อมเกิดข้ึนแก่ สัตว์ทั้งหลายผู้มีความตายเป็นธรรมดา อย่างน้ีว่า “โอหนอ ขอเราอยา่ มคี วามตายเปน็ ธรรมดา ขอความตาย อยา่ มาถงึ เราเลย” นะ โข ปะเนตัง อิจฉายะ ปัตตพั พงั , ขอ้ นน้ั สตั วท์ ง้ั หลายไมพ่ งึ ไดต้ ามความปรารถนา อทิ ัมปิ ยมั ปิจฉัง นะ ละภะติ ตมั ปิ ทุกขัง. แมข้ อ้ นี้ กช็ อ่ื วา่ บคุ คลปรารถนาอยซู่ งึ่ สงิ่ ใด ยอ่ มไมไ่ ด้ ซึง่ สิ่งนน้ั แม้นนั้ ก็เป็นทุกข์ 114 | สภุ รี ์ ทมุ ทอง
นทิ เทสะ โสกะปะรเิ ทวะทกุ ขะโทมะนสั สปุ ายาสะธมั มานงั ภกิ ขะเว สตั ตานงั เอวงั อจิ ฉา อปุ ปชั ชะติ ‘อะโห วะตะ มะยงั นะ โสกะปะรเิ ทวะทกุ ขะโทมะนสั สปุ ายาสะธมั มา อสั สามะ, นะ จะ วะตะ โน โสกะปะรเิ ทวะทกุ ขะโทมะนสั สปุ ายาสา อาคจั เฉยยา’ติ, ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย ความปรารถนาย่อมเกิดข้ึนแก่ สัตว์ท้ังหลายผู้มีโสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และ อปุ ายาสเปน็ ธรรมดา อยา่ งนวี้ า่ “โอหนอ ขอเราอยา่ มี โสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข์ โทมนสั และอปุ ายาสเปน็ ธรรมดา ขอโสกะ ปรเิ ทวะ ทกุ ข์ โทมนสั และอปุ ายาส อยา่ มา ถึงเราเลย” นะ โข ปะเนตงั อจิ ฉายะ ปตั ตัพพงั , ข้อน้นั สตั วท์ ้ังหลายไมพ่ งึ ได้ตามความปรารถนา อทิ ัมปิ ยมั ปจิ ฉัง นะ ละภะติ ตมั ปิ ทุกขัง. แมข้ อ้ นี้ กช็ อ่ื วา่ บคุ คลปรารถนาอยซู่ ง่ึ สงิ่ ใด ยอ่ มไมไ่ ด้ ซ่ึงสง่ิ นน้ั แมน้ ้ันก็เปน็ ทุกข์ กตเม จ ภกิ ขะเว สงั ขติ เตนะ ปญั จปุ าทานกั ขนั ธา ทกุ ขา. ดูก่อนภิกษุทัง้ หลาย โดยรวบย่อ อปุ ทานขันธ์ ๕ เป็นทกุ ข์ เปน็ อย่างไร เสยยะถีทงั , ได้แก่ สภุ ีร์ ทุมทอง | 115
มหาสติปฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย รปู ูปาทานกั ขนั โธ, ขนั ธ์อันเปน็ อารมณข์ องอุปาทานคอื รูป เวทะนปู าทานักขันโธ, ขันธอ์ ันเปน็ อารมณข์ องอุปาทานคือเวทนา สัญญูปาทานกั ขนั โธ, ขนั ธ์อนั เป็นอารมณข์ องอปุ าทานคือสญั ญา สงั ขารปู าทานกั ขันโธ, ขันธ์อันเป็นอารมณ์ของอปุ าทานคอื สังขาร วิญญาณปู าทานักขนั โธ, ขนั ธอ์ นั เปน็ อารมณ์ของอุปาทานคือวิญญาณ อิเม วุจจันติ ภิกขะเว สังขิตเตนะ ปัญจุปาทานักขันธา ทกุ ขา. ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย เหล่าน้ี เรียกว่า โดยรวบย่อ อปุ ทานขนั ธ์ ๕ เปน็ ทกุ ข์ อิทงั วุจจะติ ภกิ ขะเว ทุกขงั อะริยะสัจจงั . ดกู ่อนภิกษทุ ั้งหลาย นเ้ี รียกวา่ ทกุ ขอรยิ สัจ กะตะมัญจะ ภกิ ขะเว ทุกขสะมทุ ะโย อะริยะสจั จัง. ดูกอ่ นภิกษุทง้ั หลาย ทกุ ขสมทุ ยอริยสจั เปน็ อยา่ งไร ยายัง ตณั ๎หา, ตัณหาอันใด โปโนพภะวิกา, อันเป็นเหตใุ หเ้ กดิ ในภพใหมอ่ กี 116 | สภุ รี ์ ทมุ ทอง
นทิ เทสะ นนั ทริ าคะสะหะคะตา, อนั มีลักษณะเปน็ ความเพลนิ และความกำ� หนัด ตัตร๎ ะตัตร๎ าภนิ ันทิน,ี อันทำ� ให้ยนิ ดีอยา่ งยง่ิ ในอารมณ์นั้น ๆ เสยยะถีทัง, ไดแ้ ก่ กามะตัณห๎ า, ตณั หาในกาม ภะวะตณั ๎หา, ตัณหาในภพและตัณหาท่ีประกอบกับความเห็นผิด วา่ เทย่ี ง วิภะวะตณั ๎หา, ตณั หาที่ประกอบกบั ความเห็นผิดว่าขาดสูญ สา โข ปะเนสา ภิกขะเว ตัณห๎ า กตั ถะ อปุ ปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะติ. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ง้ั หลาย กต็ ณั หานน้ั แล เมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกดิ ในที่ไหน กัตถะ นวิ สิ ะมานา นวิ สิ ะติ. เมอ่ื ต้ังอยู่ ยอ่ มต้ังอยทู่ ไ่ี หน ยงั โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั , สภาวะใดเปน็ ทรี่ ักที่เจรญิ ใจในโลก สุภีร์ ทมุ ทอง | 117
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปัชชะมานา อุปปชั ชะติ, ตณั หานั้นเมอ่ื เกิด ย่อมเกดิ ในที่นี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวสิ ะติ. เมอื่ ตงั้ อยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นท่ีน้ี กญิ จะ โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง. สภาวะอะไรเป็นท่รี กั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก จักขุง โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู งั , ตาเปน็ ทร่ี ักทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หานน้ั เมอ่ื เกิด ยอ่ มเกดิ ในทน่ี ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ ิสะต.ิ เมื่อตงั้ อยู่ ย่อมตั้งอยู่ในทีน่ ้ี โสตัง โลเก ปิยะรูปงั สาตะรูปงั , หูเป็นที่รกั ท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะติ, ตณั หานั้นเม่ือเกดิ ยอ่ มเกดิ ในทีน่ ้ี เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวิสะต.ิ เมอื่ ตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอย่ใู นที่นี้ ฆานงั โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั , จมกู เป็นท่ีรกั ท่เี จรญิ ใจในโลก 118 | สุภีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตัณหานั้นเมอื่ เกดิ ยอ่ มเกิดในทน่ี ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะติ. เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตงั้ อยใู่ นท่นี ้ี ชิวห๎ า โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู งั , ลิ้นเป็นท่ีรกั ทเี่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปชั ชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหานน้ั เมื่อเกดิ ยอ่ มเกิดในที่น้ี เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวิสะติ. เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตง้ั อยู่ในทีน่ ้ี กาโย โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , กายเป็นทีร่ กั ท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปชั ชะมานา อปุ ปัชชะต,ิ ตัณหานัน้ เมอื่ เกดิ ย่อมเกดิ ในที่น้ี เอตถะ นิวิสะมานา นิวิสะติ. เม่อื ตง้ั อยู่ ยอ่ มตง้ั อยใู่ นทน่ี ี้ มะโน โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรปู งั , ใจเป็นทรี่ กั ที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตัณหานน้ั เมื่อเกิด ยอ่ มเกิดในท่ีน้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ สิ ะต.ิ เมอ่ื ตั้งอยู่ ย่อมต้งั อยู่ในที่นี้ สภุ รี ์ ทมุ ทอง | 119
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย รปู า โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู งั , รูปทงั้ หลายเป็นท่ีรักท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตัณหานนั้ เมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกดิ ในท่ีน้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวสิ ะต.ิ เมื่อต้ังอยู่ ย่อมตง้ั อยูใ่ นที่นี้ สัททา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู งั , เสียงทงั้ หลายเปน็ ทร่ี ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะติ, ตณั หานั้นเมื่อเกดิ ยอ่ มเกดิ ในทน่ี ี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวิสะติ. เม่ือตง้ั อยู่ ย่อมต้งั อย่ใู นทนี่ ้ี คนั ธา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู ัง, กลน่ิ ทัง้ หลายเป็นทรี่ กั ท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปัชชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหาน้ันเมื่อเกดิ ย่อมเกดิ ในทีน่ ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวสิ ะต.ิ เมือ่ ต้งั อยู่ ยอ่ มต้ังอยใู่ นที่นี้ ระสา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, รสทง้ั หลายเปน็ ท่ีรกั ท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปชั ชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตัณหานั้นเมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกดิ ในทน่ี ้ี 120 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวสิ ะต.ิ เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตัง้ อย่ใู นท่นี ้ี โผฏฐัพพา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู ัง, โผฏฐพั พะท้งั หลายเปน็ ทรี่ ักท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานนั้ เมือ่ เกิด ย่อมเกดิ ในทน่ี ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ สิ ะต.ิ เม่ือตง้ั อยู่ ย่อมตง้ั อยใู่ นท่นี ี้ ธัมมา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, ธรรมทงั้ หลายเป็นทรี่ กั ทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปชั ชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตณั หาน้ันเมอื่ เกดิ ยอ่ มเกิดในที่นี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวสิ ะต.ิ เมอ่ื ตง้ั อยู่ ยอ่ มตั้งอยใู่ นท่นี ้ี จกั ขุวิญญาณงั โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , จกั ขุวิญญาณเป็นทีร่ ักที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปชั ชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหาน้ันเมื่อเกดิ ย่อมเกดิ ในที่น้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวสิ ะติ. เมอ่ื ตั้งอยู่ ยอ่ มตัง้ อยู่ในที่นี้ โสตะวญิ ญาณงั โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู งั , โสตวิญญาณเปน็ ท่รี กั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก สุภีร์ ทุมทอง | 121
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปัชชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหาน้ันเมอื่ เกดิ ย่อมเกิดในท่ีน้ี เอตถะ นวิ สิ ะมานา นวิ สิ ะต.ิ เมอ่ื ตั้งอยู่ ยอ่ มตง้ั อย่ใู นทนี่ ้ี ฆานะวญิ ญาณัง โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, ฆานวิญญาณเปน็ ทร่ี ักที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปัชชะมานา อปุ ปัชชะต,ิ ตัณหานั้นเมอื่ เกดิ ยอ่ มเกดิ ในทนี่ ี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นวิ สิ ะต.ิ เม่อื ตั้งอยู่ ยอ่ มตั้งอยูใ่ นท่นี ี้ ชวิ ห๎ าวญิ ญาณงั โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , ชวิ หาวิญญาณเป็นท่ีรักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปชั ชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหานนั้ เมอื่ เกดิ ย่อมเกดิ ในท่ีน้ี เอตถะ นวิ สิ ะมานา นวิ สิ ะติ. เมอ่ื ตง้ั อยู่ ย่อมตง้ั อยู่ในท่นี ้ี กายะวญิ ญาณัง โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู ัง, กายวิญญาณเปน็ ที่รักทเี่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานัน้ เม่ือเกิด ย่อมเกิดในที่น้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะติ. เมอื่ ตงั้ อยู่ ย่อมตั้งอยู่ในทนี่ ้ี 122 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ มะโนวญิ ญาณงั โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปัง, มโนวญิ ญาณเป็นทร่ี กั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานน้ั เม่ือเกิด ย่อมเกดิ ในทน่ี ี้ เอตถะ นิวิสะมานา นิวิสะติ. เม่ือต้งั อยู่ ย่อมตงั้ อยู่ในที่นี้ จักขสุ มั ผัสโส โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, จักขสุ มั ผสั เป็นทีร่ ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปชั ชะมานา อุปปชั ชะติ, ตณั หานนั้ เมื่อเกิด ย่อมเกดิ ในท่ีนี้ เอตถะ นิวิสะมานา นวิ สิ ะติ. เมอื่ ตง้ั อยู่ ยอ่ มตั้งอยใู่ นที่น้ี โสตะสมั ผัสโส โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , โสตสมั ผสั เปน็ ทรี่ กั ที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตณั หานั้นเมือ่ เกิด ย่อมเกดิ ในที่นี้ เอตถะ นิวิสะมานา นวิ ิสะต.ิ เมอื่ ตงั้ อยู่ ยอ่ มตัง้ อยูใ่ นที่นี้ ฆานะสัมผสั โส โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู ัง, ฆานสัมผัสเป็นทร่ี กั ท่ีเจริญใจในโลก สภุ รี ์ ทมุ ทอง | 123
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตเถสา ตัณ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หานั้นเมื่อเกดิ ยอ่ มเกิดในทนี่ ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ ิสะติ. เม่ือต้งั อยู่ ย่อมต้ังอยใู่ นทน่ี ี้ ชิวห๎ าสัมผสั โส โลเก ปิยะรูปงั สาตะรูปงั , ชิวหาสัมผสั เป็นท่ีรักทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปัชชะมานา อปุ ปัชชะต,ิ ตณั หานั้นเม่อื เกิด ยอ่ มเกิดในที่น้ี เอตถะ นิวิสะมานา นวิ ิสะติ. เม่อื ต้งั อยู่ ย่อมตง้ั อยใู่ นที่นี้ กายะสมั ผสั โส โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปงั , กายสัมผัสเป็นทรี่ กั ทเี่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปัชชะมานา อปุ ปชั ชะติ, ตณั หาน้ันเม่อื เกดิ ย่อมเกิดในทนี่ ้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นวิ ิสะต.ิ เมอื่ ตัง้ อยู่ ยอ่ มตัง้ อยู่ในทน่ี ี้ มะโนสัมผสั โส โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , มโนสมั ผัสเปน็ ทร่ี ักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปชั ชะมานา อุปปัชชะติ, ตัณหานนั้ เม่ือเกิด ย่อมเกดิ ในท่นี ้ี เอตถะ นิวิสะมานา นิวสิ ะติ. เมอื่ ตง้ั อยู่ ยอ่ มตั้งอยใู่ นทน่ี ี้ 124 | สุภรี ์ ทมุ ทอง
นทิ เทสะ จักขุสมั ผัสสะชา เวทะนา โลเก ปิยะรูปัง สาตะรูปัง, เวทนาทเี่ กิดจากจักขุสัมผัสเป็นท่ีรักทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปชั ชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหานนั้ เม่อื เกิด ยอ่ มเกดิ ในทนี่ ้ี เอตถะ นวิ สิ ะมานา นวิ ิสะติ. เมอ่ื ตง้ั อยู่ ยอ่ มตัง้ อย่ใู นที่นี้ โสตสัมผสั สะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู ัง, เวทนาทเ่ี กดิ จากโสตสัมผสั เป็นท่รี ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานน้ั เม่ือเกิด ยอ่ มเกดิ ในท่นี ี้ เอตถะ นิวิสะมานา นิวสิ ะต.ิ เมอ่ื ต้ังอยู่ ย่อมตง้ั อยูใ่ นทนี่ ้ี ฆานะสัมผัสสะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, เวทนาทเี่ กดิ จากฆานสมั ผสั เปน็ ทรี่ กั ทเี่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปชั ชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตณั หานั้นเมอ่ื เกิด ยอ่ มเกิดในทน่ี ี้ เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวสิ ะต.ิ เมื่อต้งั อยู่ ย่อมต้ังอยู่ในท่ีน้ี ชิวห๎ าสมั ผสั สะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรูปัง, เวทนาทเ่ี กดิ จากชวิ หาสมั ผสั เปน็ ทรี่ กั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หาน้นั เมอื่ เกดิ ย่อมเกิดในที่น้ี สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 125
มหาสติปัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตถะ นิวสิ ะมานา นวิ สิ ะติ. เมื่อตง้ั อยู่ ยอ่ มตง้ั อย่ใู นท่ีนี้ กายะสมั ผัสสะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปงั , เวทนาทเี่ กดิ จากกายสมั ผสั เปน็ ที่รกั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหานั้นเมื่อเกดิ ย่อมเกดิ ในทนี่ ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะต.ิ เมือ่ ตั้งอยู่ ย่อมตั้งอยู่ในทน่ี ้ี มะโนสัมผสั สะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรูปงั , เวทนาท่เี กดิ จากมโนสัมผัสเป็นที่รักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปชั ชะมานา อุปปัชชะต,ิ ตณั หาน้นั เม่อื เกดิ ยอ่ มเกิดในท่ีน้ี เอตถะ นิวิสะมานา นวิ ิสะติ. เม่อื ตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอยู่ในทนี่ ้ี รูปะสัญญา โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู ัง, สญั ญาในรูปเป็นท่รี ักทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานัน้ เมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกิดในท่ีนี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวสิ ะติ. เม่อื ต้ังอยู่ ยอ่ มตั้งอยู่ในทน่ี ้ี 126 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ สทั ทะสญั ญา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู ัง, สญั ญาในเสียงเป็นท่ีรกั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปัชชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหานน้ั เมอื่ เกิด ยอ่ มเกดิ ในทนี่ ้ี เอตถะ นิวิสะมานา นิวสิ ะติ. เมือ่ ตงั้ อยู่ ยอ่ มตง้ั อยู่ในที่นี้ คนั ธะสญั ญา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู ัง, สัญญาในกล่ินเป็นทีร่ กั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะติ, ตัณหานน้ั เมื่อเกดิ ย่อมเกดิ ในทน่ี ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะติ. เมอื่ ตง้ั อยู่ ยอ่ มตงั้ อยู่ในท่ีนี้ ระสะสัญญา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรูปัง, สัญญาในรสเปน็ ทีร่ กั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตณั หาน้นั เม่อื เกดิ ย่อมเกิดในท่ีน้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวิสะติ. เมอ่ื ตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นทน่ี ้ี โผฏฐพั พะสัญญา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู งั , สญั ญาในโผฏฐัพพะเป็นทรี่ ักทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปชั ชะมานา อุปปัชชะติ, ตัณหานั้นเมื่อเกดิ ยอ่ มเกดิ ในที่นี้ สภุ รี ์ ทุมทอง | 127
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ สิ ะติ. เม่อื ตั้งอยู่ ยอ่ มตงั้ อยูใ่ นที่น้ี ธัมมะสญั ญา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรูปัง, สัญญาในธรรมเป็นทีร่ กั ทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปัชชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตณั หานนั้ เม่อื เกิด ยอ่ มเกดิ ในทน่ี ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะต.ิ เมอื่ ต้ังอยู่ ยอ่ มต้งั อยู่ในทนี่ ี้ รปู ะสญั เจตะนา โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรปู ัง, รูปสัญเจตนาเป็นท่ีรกั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปัชชะมานา อุปปัชชะต,ิ ตัณหานัน้ เมอื่ เกดิ ยอ่ มเกิดในทนี่ ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ สิ ะติ. เมอ่ื ตั้งอยู่ ย่อมตง้ั อยู่ในท่นี ้ี สทั ทะสญั เจตะนา โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , สัททสญั เจตนาเป็นทร่ี กั ที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หาน้นั เมอื่ เกดิ ยอ่ มเกิดในท่นี ี้ เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ ิสะติ. เมอื่ ตั้งอยู่ ย่อมตัง้ อยู่ในทน่ี ี้ 128 | สุภีร์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ คนั ธะสัญเจตะนา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , คนั ธสญั เจตนาเป็นท่ีรกั ท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานนั้ เมอ่ื เกิด ย่อมเกดิ ในที่น้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นวิ ิสะติ. เมือ่ ตัง้ อยู่ ย่อมต้ังอยใู่ นท่นี ี้ ระสะสญั เจตะนา โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู ัง, รสสัญเจตนาเป็นที่รกั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปัชชะมานา อปุ ปัชชะต,ิ ตัณหานน้ั เมือ่ เกิด ย่อมเกดิ ในทีน่ ี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวสิ ะติ. เม่ือต้งั อยู่ ยอ่ มต้งั อย่ใู นทนี่ ้ี โผฏฐัพพะสัญเจตะนา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู งั , โผฏฐัพพสัญเจตนาเป็นทีร่ ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หาน้นั เมื่อจะเกิด ยอ่ มเกิดในทีน่ ้ี เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวิสะติ. เมื่อตัง้ อยู่ ย่อมต้งั อยู่ในท่ีน้ี ธมั มะสญั เจตะนา โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู ัง, ธัมมสญั เจตนาเปน็ ที่รกั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อปุ ปัชชะมานา อุปปชั ชะต,ิ ตัณหานั้นเมอื่ เกิด ย่อมเกิดในทน่ี ้ี สุภรี ์ ทมุ ทอง | 129
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตถะ นิวสิ ะมานา นวิ ิสะต.ิ เมื่อตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอย่ใู นทน่ี ้ี รูปะตัณห๎ า โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู งั , ตณั หาในรูปเป็นที่รกั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหานั้นเมอื่ เกดิ ยอ่ มเกิดในท่ีนี้ เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวิสะต.ิ เม่ือต้งั อยู่ ย่อมต้ังอยใู่ นทน่ี ้ี สทั ทะตณั ห๎ า โลเก ปิยะรูปงั สาตะรูปัง, ตัณหาในเสียงเปน็ ที่รักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อปุ ปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หานัน้ เม่อื เกิด ยอ่ มเกิดในทน่ี ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะติ. เมอ่ื ตง้ั อยู่ ยอ่ มตัง้ อยใู่ นทีน่ ้ี คนั ธะตัณห๎ า โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู งั , ตณั หาในกลิน่ เป็นท่ีรักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อุปปชั ชะติ, ตณั หานน้ั เมอื่ เกิด ยอ่ มเกดิ ในทนี่ ี้ เอตถะ นิวิสะมานา นวิ สิ ะติ. เมื่อตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นที่นี้ 130 | สุภรี ์ ทุมทอง
นิทเทสะ ระสะตัณห๎ า โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั , ตัณหาในรสเป็นที่รักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อปุ ปชั ชะมานา อุปปัชชะติ, ตัณหานนั้ เมอื่ เกดิ ย่อมเกิดในที่นี้ เอตถะ นิวิสะมานา นิวสิ ะต.ิ เมอ่ื ต้ังอยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นทน่ี ี้ โผฏฐพั พะตัณห๎ า โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู งั , ตณั หาในโผฏฐัพพะเป็นท่ีรักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหาน้ันเมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกดิ ในที่น้ี เอตถะ นิวิสะมานา นิวิสะต.ิ เมอ่ื ต้ังอยู่ ยอ่ มตง้ั อยู่ในทนี่ ี้ ธมั มะตัณห๎ า โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู ัง, ตณั หาในธรรมเปน็ ทรี่ กั ทเี่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปชั ชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หานั้นเมอ่ื เกดิ ยอ่ มเกดิ ในท่นี ี้ เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวิสะต.ิ เมอ่ื ตงั้ อยู่ ยอ่ มตงั้ อยใู่ นทีน่ ี้ รูปะวิตกั โก โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, รปู วติ กเป็นทร่ี ักทเี่ จริญใจในโลก สุภรี ์ ทุมทอง | 131
มหาสตปิ ัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปัชชะมานา อุปปัชชะต,ิ ตัณหาน้นั เมื่อเกดิ ย่อมเกิดในที่น้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ สิ ะต.ิ เมอ่ื ตง้ั อยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นทนี่ ้ี สทั ทะวิตักโก โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, สทั ทวติ กเป็นทรี่ ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อุปปชั ชะมานา อุปปัชชะต,ิ ตณั หานั้นเมือ่ เกดิ ย่อมเกิดในทีน่ ้ี เอตถะ นิวิสะมานา นวิ สิ ะติ. เม่ือตง้ั อยู่ ย่อมต้งั อยใู่ นท่ีนี้ คนั ธะวติ ักโก โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, คันธวติ กเปน็ ที่รักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปัชชะมานา อปุ ปัชชะติ, ตัณหานน้ั เมื่อเกิด ยอ่ มเกิดในท่นี ี้ เอตถะ นิวสิ ะมานา นวิ สิ ะต.ิ เมือ่ ตง้ั อยู่ ย่อมตง้ั อยู่ในที่นี้ ระสะวิตักโก โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู งั , รสวิตกเป็นท่รี ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อุปปชั ชะติ, ตัณหานั้นเมื่อเกิด ยอ่ มเกดิ ในที่น้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะต.ิ เมอื่ ตั้งอยู่ ยอ่ มต้ังอยใู่ นทน่ี ้ี 132 | สุภีร์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ โผฏฐัพพะวติ กั โก โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู ัง, โผฏฐัพพวิตกเป็นทรี่ ักทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อุปปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตณั หานนั้ เม่อื เกิด ยอ่ มเกิดในท่นี ี้ เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวิสะติ. เม่ือตัง้ อยู่ ย่อมตั้งอยใู่ นท่ีน้ี ธัมมะวิตักโก โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรปู ัง, ธมั มวิตกเป็นทีร่ กั ท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานั้นเมอ่ื เกิด ยอ่ มเกดิ ในทน่ี ้ี เอตถะ นิวิสะมานา นวิ ิสะต.ิ เมือ่ ตัง้ อยู่ ย่อมตั้งอยู่ในที่นี้ รูปะวจิ าโร โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรูปัง, รปู วิจารเปน็ ทรี่ กั ทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา อุปปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตณั หานน้ั เม่อื เกดิ ยอ่ มเกิดในที่นี้ เอตถะ นวิ สิ ะมานา นิวิสะติ. เม่ือตัง้ อยู่ ยอ่ มตง้ั อยู่ในทน่ี ี้ สทั ทะวิจาโร โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, สทั ทวจิ ารเป็นท่รี ักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปัชชะมานา อุปปัชชะต,ิ ตัณหาน้นั เมือ่ เกิด ยอ่ มเกดิ ในท่ีน้ี สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 133
มหาสติปัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตถะ นิวสิ ะมานา นิวสิ ะติ. เมื่อตั้งอยู่ ย่อมตัง้ อยใู่ นทน่ี ้ี คันธวะจาโร โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , คนั ธวิจารเป็นทรี่ ักทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา อปุ ปัชชะมานา อปุ ปัชชะต,ิ ตณั หานั้นเมือ่ เกิด ย่อมเกิดในที่น้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นวิ ิสะติ. เม่อื ตั้งอยู่ ย่อมตงั้ อยใู่ นท่นี ้ี ระสะวิจาโร โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , รสวิจารเปน็ ทร่ี กั ทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปัชชะมานา อปุ ปชั ชะต,ิ ตัณหานนั้ เม่ือเกิด ยอ่ มเกดิ ในที่นี้ เอตถะ นิวิสะมานา นิวสิ ะต.ิ เมื่อตง้ั อยู่ ย่อมตง้ั อยใู่ นทนี่ ี้ โผฏฐัพพะวจิ าโร โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปงั , โผฏฐพั พวจิ ารเป็นที่รกั ทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า อปุ ปชั ชะมานา อปุ ปชั ชะติ, ตัณหานั้นเมือ่ เกดิ ย่อมเกดิ ในทีน่ ้ี เอตถะ นวิ ิสะมานา นิวิสะติ. เมอ่ื ตง้ั อยู่ ย่อมตง้ั อยูใ่ นท่นี ้ี ธัมมะวจิ าโร โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, ธมั มวจิ ารเปน็ ที่รกั ท่ีเจริญใจในโลก 134 | สุภรี ์ ทมุ ทอง
นทิ เทสะ เอตเถสา ตณั ห๎ า อุปปัชชะมานา อุปปัชชะติ, ตัณหาน้ันเมอื่ เกิด ยอ่ มเกดิ ในทนี่ ้ี เอตถะ นิวิสะมานา นวิ สิ ะติ. เมอ่ื ตงั้ อยู่ ยอ่ มตง้ั อย่ใู นท่นี ี้ อทิ ัง วจุ จะติ ภิกขะเว ทุกขสะมุทะโย อะรยิ ะสจั จงั . ดูก่อนภกิ ษุทง้ั หลาย น้ีเรียกว่า ทกุ ขสมุทยอรยิ สัจ กะตะมัญจะ ภกิ ขะเว ทกุ ขะนโิ รโธ อะริยะสจั จงั . ดกู ่อนภิกษทุ ้ังหลาย ทุกขนิโรธอรยิ สัจ เปน็ อย่างไร โย ตัสสาเยวะ ตัณ๎หายะ อะเสสะวิราคะนิโรโธ จาโค ปฏนิ สิ สคั โค มตุ ติ อะนาละโย. ความดบั โดยไมเ่ หลอื แหง่ ตณั หานนั้ นน่ั เทยี วดว้ ยวริ าคะ อันใด เป็นความสละ ความสละคนื ความปล่อยวาง ความไมม่ อี าลัย สา โข ปเนสา ภิกขะเว ตัณ๎หา กัตถะ ปะหียะมานา ปะหยี ะต.ิ ก็ตณั หานัน้ เมอื่ ถูกละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นท่ีไหน กัตถะ นิรุชฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เม่ือดบั ย่อมดบั ไดใ้ นทไี่ หน ยัง โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรูปัง, สภาวะใดเปน็ ทีร่ กั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 135
มหาสตปิ ัฏฐานสูตร บาล–ี ไทย เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานั้น เมอื่ ถกู ละ ย่อมถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เม่อื ดบั ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ้ี กิญจะ โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั . กส็ ภาวะอะไรเป็นที่รักที่เจริญใจในโลก จกั ขงุ โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , ตาเปน็ ท่ีรักทเี่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานนั้ เมอื่ ถูกละ ยอ่ มถูกละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมื่อดบั ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ี้ โสตงั โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู ัง, หเู ป็นท่ีรกั ท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหียะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หาน้นั เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในทีน่ ้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอื่ ดับ ย่อมดับไดใ้ นทน่ี ้ี ฆานงั โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, จมกู เปน็ ทีร่ ักทเี่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานัน้ เม่ือถูกละ ย่อมถูกละไดใ้ นท่นี ้ี 136 | สภุ รี ์ ทุมทอง
นิทเทสะ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดบั ได้ในทีน่ ี้ ชวิ ๎หา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู ัง, ล้นิ เป็นทร่ี กั ทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานน้ั เมือ่ ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในที่น้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เม่อื ดบั ยอ่ มดบั ไดใ้ นที่น้ี กาโย โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรปู งั , กายเปน็ ทร่ี ักท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานั้น เมอ่ื ถูกละ ย่อมถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรุชฌะติ. เมื่อดบั ยอ่ มดบั ไดใ้ นทน่ี ้ี มะโน โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรูปงั , ใจเปน็ ทีร่ ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานน้ั เมอื่ ถกู ละ ย่อมถูกละไดใ้ นทีน่ ี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมอื่ ดบั ยอ่ มดบั ไดใ้ นทนี่ ้ี สุภรี ์ ทุมทอง | 137
มหาสติปัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย รูปา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , รปู ทงั้ หลายเปน็ ท่รี กั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะติ, ตัณหานัน้ เม่อื ถกู ละ ย่อมถูกละไดใ้ นที่น้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เม่ือดบั ย่อมดับไดใ้ นท่ีน้ี สัททา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั , เสียงทงั้ หลายเปน็ ท่รี กั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหานัน้ เม่ือถูกละ ย่อมถูกละได้ในที่น้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมื่อดับ ยอ่ มดบั ไดใ้ นท่นี ี้ คนั ธา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรูปัง, กล่ินทั้งหลายเป็นทรี่ กั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานั้น เมื่อถกู ละ ย่อมถกู ละไดใ้ นที่น้ี เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดบั ได้ในทนี่ ี้ ระสา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู งั , รสทั้งหลายเปน็ ทรี่ กั ทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหานั้น เมื่อถูกละ ยอ่ มถกู ละได้ในท่นี ี้ 138 | สุภรี ์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เม่อื ดับ ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ี้ โผฏฐัพพา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู ัง, โผฏฐัพพะทัง้ หลาย เป็นท่ีรกั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานน้ั เมอื่ ถูกละ ย่อมถกู ละได้ในท่นี ้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เม่อื ดับ ยอ่ มดบั ได้ในทน่ี ี้ ธัมมา โลเก ปิยะรูปัง สาตะรูปงั , ธรรมท้งั หลายเป็นท่รี กั ทเี่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หาน้นั เม่ือถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในที่น้ี เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เมื่อดับ ยอ่ มดับได้ในทนี่ ้ี จกั ขุวิญญาณงั โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู ัง, จักขุวิญญาณเปน็ ทีร่ ักทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานัน้ เมือ่ ถกู ละ ย่อมถูกละไดใ้ นทนี่ ้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมื่อดบั ย่อมดบั ไดใ้ นที่น้ี สุภรี ์ ทุมทอง | 139
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาล–ี ไทย โสตะวิญญาณงั โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู ัง, โสตวิญญาณเป็นทร่ี กั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หาน้นั เมื่อถูกละ ยอ่ มถกู ละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมือ่ ดบั ย่อมดับได้ในที่น้ี ฆานะวญิ ญาณัง โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , ฆานวญิ ญาณเปน็ ท่รี ักที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานน้ั เมื่อถกู ละ ย่อมถกู ละได้ในทน่ี ี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ยอ่ มดับไดใ้ นที่น้ี ชวิ ๎หาวิญญาณงั โลเก ปิยะรูปงั สาตะรูปัง, ชวิ หาวิญญาณเป็นทีร่ กั ทเี่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หาน้ัน เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เมื่อดบั ย่อมดบั ได้ในท่นี ี้ กายะวิญญาณัง โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู ัง, กายวิญญาณเปน็ ท่รี ักทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานั้น เม่อื ถกู ละ ย่อมถูกละได้ในท่ีนี้ 140 | สุภีร์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมอื่ ดับ ยอ่ มดบั ไดใ้ นทนี่ ี้ มะโนวญิ ญาณัง โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรูปงั , มโนวญิ ญาณเปน็ ทรี่ ักทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานน้ั เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถกู ละได้ในที่น้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เมือ่ ดบั ยอ่ มดับไดใ้ นทนี่ ้ี จกั ขสุ มั ผัสโส โลเก ปิยะรูปัง สาตะรูปงั , จักขสุ มั ผัสเปน็ ทรี่ ักทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหานน้ั เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในทนี่ ี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมอ่ื ดบั ยอ่ มดบั ได้ในที่นี้ โสตะสมั ผสั โส โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , โสตสัมผสั เป็นทีร่ กั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานั้น เมือ่ ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในทน่ี ้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เม่อื ดบั ย่อมดบั ได้ในที่น้ี สุภรี ์ ทุมทอง | 141
มหาสติปัฏฐานสูตร บาลี–ไทย ฆานะสมั ผสั โส โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปัง, ฆานสัมผัสเปน็ ท่ีรกั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานั้น เมอื่ ถกู ละ ย่อมถูกละได้ในที่น้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ย่อมดับได้ในทนี่ ้ี ชวิ ห๎ าสัมผัสโส โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู ัง, ชวิ หาสัมผัสเปน็ ทีร่ กั ที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานน้ั เม่อื ถูกละ ยอ่ มถกู ละได้ในที่นี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรุชฌะติ. เมื่อดับ ยอ่ มดบั ได้ในทีน่ ี้ กายะสัมผสั โส โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, กายสัมผสั เป็นท่รี ักที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหาน้นั เมอื่ ถกู ละ ย่อมถูกละได้ในทน่ี ้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เมื่อดบั ย่อมดบั ได้ในทน่ี ี้ มะโนสัมผสั โส โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู ัง, มโนสมั ผสั เป็นท่รี กั ท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหียะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หานั้น เมอ่ื ถกู ละ ย่อมถกู ละได้ในทน่ี ี้ 142 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ย่อมดบั ไดใ้ นที่น้ี จกั ขสุ ัมผสั สะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรูปงั , เวทนาท่เี กดิ จากจักขุสมั ผัสเป็นทีร่ ักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หานั้น เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นท่ีน้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ุชฌะติ. เม่ือดับ ย่อมดับไดใ้ นที่น้ี โสตะสมั ผสั สะชา เวทะนา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู งั , เวทนาทีเ่ กิดจากโสตสัมผสั เป็นทร่ี กั ทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหาน้นั เมื่อถูกละ ย่อมถูกละได้ในท่ีนี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ย่อมดับได้ในทน่ี ี้ ฆานะสัมผสั สะชา เวทะนา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปัง, เวทนาทเ่ี กดิ จากฆานสมั ผสั เปน็ ทรี่ กั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานั้น เมื่อถกู ละ ยอ่ มถกู ละได้ในท่นี ้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ย่อมดับไดใ้ นที่น้ี สุภีร์ ทุมทอง | 143
มหาสติปฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย ชวิ ห๎ าสมั ผัสสะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู ัง, เวทนาทเ่ี กดิ จากชวิ หาสมั ผสั เปน็ ทร่ี กั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หานน้ั เมื่อถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรุชฌะติ. เมื่อดบั ยอ่ มดบั ได้ในทน่ี ี้ กายะสมั ผสั สะชา เวทะนา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , เวทนาทเ่ี กดิ จากกายสมั ผัสเป็นที่รกั ท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หานั้น เมอ่ื ถกู ละ ย่อมถูกละได้ในทีน่ ี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรุชฌะติ. เมอื่ ดบั ย่อมดบั ไดใ้ นท่ีนี้ มะโนสมั ผัสสะชา เวทะนา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปัง, เวทนาที่เกิดจากมโนสมั ผัสเป็นที่รักท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หานั้น เม่ือถูกละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นท่ีนี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ย่อมดบั ได้ในทน่ี ี้ รูปะสัญญา โลเก ปิยะรูปัง สาตะรูปัง, สัญญาในรปู เปน็ ทร่ี ักที่เจริญใจในโลก 144 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตัณหานนั้ เมอ่ื ถูกละ ย่อมถูกละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดับได้ในทน่ี ้ี สทั ทะสญั ญา โลเก ปิยะรูปงั สาตะรูปงั , สัญญาในเสยี ง เปน็ ที่รักที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หานัน้ เมอ่ื ถูกละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมือ่ ดบั ยอ่ มดบั ได้ในทน่ี ี้ คนั ธะสัญญา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู งั , สัญญาในกล่นิ เป็นทีร่ ักทเ่ี จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หาน้นั เมอื่ ถกู ละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นท่นี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรุชฌะติ. เม่ือดับ ยอ่ มดับไดใ้ นทีน่ ี้ ระสะสัญญา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , สัญญาในรส เป็นท่ีรกั ท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะติ, ตัณหานั้น เมื่อถูกละ ยอ่ มถกู ละได้ในที่น้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ยอ่ มดบั ได้ในท่นี ้ี สุภรี ์ ทมุ ทอง | 145
มหาสตปิ ัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย โผฏฐพั พะสัญญา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรูปัง, สัญญาในโผฏฐพั พะ เป็นทีร่ ักทเี่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานนั้ เม่ือถูกละ ย่อมถูกละได้ในที่นี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมอ่ื ดับ ย่อมดบั ไดใ้ นที่นี้ ธัมมะสญั ญา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปงั , สัญญาในธรรม เปน็ ทร่ี กั ท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานน้ั เมือ่ ถูกละ ยอ่ มถูกละได้ในที่น้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ยอ่ มดับได้ในท่นี ้ี รปู ะสัญเจตะนา โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , รปู สญั เจตนาเปน็ ทีร่ ักท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตณั หานัน้ เมอ่ื ถูกละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นทีน่ ี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมือ่ ดบั ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ี้ สัททะสัญเจตะนา โลเก ปิยะรปู งั สาตะรูปัง, สัททสัญเจตนาเป็นท่ีรักทเ่ี จรญิ ใจในโลก 146 | สุภีร์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหาน้ัน เม่ือถกู ละ ย่อมถูกละไดใ้ นทีน่ ี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดับได้ในทีน่ ้ี คันธะสญั เจตะนา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , คนั ธสญั เจตนาเป็นทร่ี กั ทเ่ี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หานัน้ เมอ่ื ถูกละ ย่อมถกู ละไดใ้ นทนี่ ้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ยอ่ มดบั ได้ในท่นี ี้ ระสะสัญเจตะนา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, รสสัญเจตนาเปน็ ที่รักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหานั้น เม่อื ถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมือ่ ดบั ย่อมดับได้ในท่ีนี้ โผฏฐพั พสัญเจตะนา โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู ัง, โผฏฐัพพสัญเจตนาเปน็ ท่รี ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะติ, ตณั หานั้น เมือ่ ถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นทน่ี ี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดับไดใ้ นทน่ี ้ี สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 147
มหาสติปฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย ธัมมสัญเจตะนา โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , ธมั มสัญเจตนาเปน็ ทีร่ ักท่เี จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะติ, ตัณหานัน้ เมอื่ ถกู ละ ยอ่ มถกู ละได้ในที่น้ี เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ย่อมดับได้ในที่น้ี รปู ะตัณห๎ า โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู ัง, ตัณหาในรูปเป็นท่ีรักทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตณั หานน้ั เม่ือถูกละ ย่อมถกู ละไดใ้ นทน่ี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เมื่อดบั ยอ่ มดบั ได้ในที่น้ี สัททะตัณ๎หา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรูปงั , ตัณหาในเสยี งเปน็ ท่ีรกั ท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานั้น เมือ่ ถกู ละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นท่นี ี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรุชฌะติ. เมอ่ื ดบั ย่อมดบั ได้ในทน่ี ้ี คนั ธะตณั ห๎ า โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู งั , ตัณหาในกลิ่นเป็นท่รี ักทเ่ี จรญิ ใจในโลก 148 | สภุ รี ์ ทุมทอง
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188