นิทเทสะ เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตัณหานน้ั เมือ่ ถกู ละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นท่ีน้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ชุ ฌะติ. เมื่อดบั ย่อมดับได้ในท่นี ี้ ระสะตัณห๎ า โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรปู งั , ตณั หาในรสเปน็ ที่รักที่เจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานัน้ เมื่อถูกละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นทน่ี ้ี เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมื่อดบั ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ี้ โผฏฐัพพะตัณ๎หา โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรปู ัง, ตัณหาในโผฏฐัพพะเป็นที่รกั ทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หาน้นั เม่อื ถกู ละ ย่อมถกู ละไดใ้ นทน่ี ี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ยอ่ มดบั ไดใ้ นที่นี้ ธมั มะตณั ๎หา โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรปู ัง, ตณั หาในธรรมเป็นทีร่ ักท่ีเจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตณั หานั้น เม่อื ถูกละ ยอ่ มถูกละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ุชฌะติ. เมอื่ ดับ ย่อมดบั ได้ในที่นี้ สุภีร์ ทุมทอง | 149
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย รปู ะวิตักโก โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรูปัง, รูปวิตกเปน็ ทรี่ ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หาน้นั เมือ่ ถกู ละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นทนี่ ้ี เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ย่อมดบั ไดใ้ นท่นี ้ี สัททะวิตักโก โลเก ปยิ ะรปู งั สาตะรปู ัง, สทั ทวติ กเปน็ ที่รกั ที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หานัน้ เมอ่ื ถกู ละ ย่อมถกู ละไดใ้ นท่ีนี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เม่อื ดับ ยอ่ มดับได้ในท่ีน้ี คนั ธะวติ กั โก โลเก ปิยะรปู งั สาตะรปู ัง, คนั ธวติ กเปน็ ที่รกั ท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหียะมานา ปะหยี ะต,ิ ตณั หานน้ั เม่อื ถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นริ ุชฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เม่อื ดบั ย่อมดบั ได้ในทีน่ ี้ ระสะวติ ักโก โลเก ปิยะรูปัง สาตะรปู ัง, รสวิตกเปน็ ท่รี ักท่ีเจรญิ ใจในโลก 150 | สภุ รี ์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตณั หานั้น เมือ่ ถูกละ ย่อมถกู ละไดใ้ นทน่ี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมื่อดับ ยอ่ มดับได้ในทน่ี ้ี โผฏฐพั พะวติ กั โก โลเก ปยิ ะรปู ัง สาตะรูปัง, โผฏฐัพพวติ กเป็นท่ีรักทีเ่ จริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตัณหานั้น เมอ่ื ถกู ละ ยอ่ มถูกละได้ในท่นี ี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรุชฌะติ. เมอื่ ดบั ย่อมดับไดใ้ นทน่ี ี้ ธมั มะวติ ักโก โลเก ปิยะรปู ัง สาตะรูปงั , ธมั มวิตกเปน็ ที่รักท่ีเจรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหียะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานนั้ เม่ือถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นที่นี้ เอตถะ นริ ชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะต.ิ เม่ือดับ ย่อมดับได้ในที่น้ี รปู ะวจิ าโร โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , รปู วิจารเป็นทรี่ ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะติ, ตณั หานั้น เมื่อถกู ละ ยอ่ มถกู ละได้ในทน่ี ้ี สภุ ีร์ ทุมทอง | 151
มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมื่อดับ ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ้ี สัททะวิจาโร โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , สัททวจิ ารเปน็ ท่รี กั ทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตณั ๎หา ปะหียะมานา ปะหียะติ, ตณั หานัน้ เม่ือถกู ละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นที่น้ี เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมอ่ื ดับ ย่อมดับไดใ้ นที่นี้ คนั ธะวจิ าโร โลเก ปิยะรูปัง สาตะรูปงั , คันธวิจารเปน็ ทร่ี กั ที่เจริญใจในโลก เอตเถสา ตณั ห๎ า ปะหยี ะมานา ปะหยี ะติ, ตณั หาน้ัน เมอื่ ถูกละ ยอ่ มถูกละไดใ้ นทนี่ ี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรุชฌะต.ิ เมอ่ื ดบั ย่อมดับได้ในท่ีนี้ ระสะวจิ าโร โลเก ปิยะรูปงั สาตะรปู งั , รสวจิ ารเปน็ ทรี่ ักท่เี จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานน้ั เมื่อถกู ละ ย่อมถกู ละไดใ้ นท่ีน้ี เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ุชฌะต.ิ เมอื่ ดบั ย่อมดับได้ในท่ีน้ี โผฏฐพั พะวจิ าโร โลเก ปยิ ะรูปงั สาตะรปู งั , โผฏฐพั พวจิ ารเป็นทร่ี กั ท่เี จริญใจในโลก 152 | สุภรี ์ ทมุ ทอง
นิทเทสะ เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหียะต,ิ ตัณหานน้ั เมือ่ ถกู ละ ย่อมถูกละได้ในทน่ี ี้ เอตถะ นิรุชฌะมานา นริ ชุ ฌะต.ิ เมื่อดับ ยอ่ มดับได้ในทน่ี ้ี ธัมมะวิจาโร โลเก ปยิ ะรูปัง สาตะรูปงั , ธมั มวิจารเปน็ ทรี่ ักทีเ่ จรญิ ใจในโลก เอตเถสา ตัณ๎หา ปะหยี ะมานา ปะหยี ะต,ิ ตัณหานั้น เมื่อถกู ละ ยอ่ มถกู ละไดใ้ นทน่ี ี้ เอตถะ นิรชุ ฌะมานา นิรชุ ฌะติ. เมื่อดับ ย่อมดบั ไดใ้ นทน่ี ี้ อิทัง วจุ จะติ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธงั อะรยิ ะสจั จัง. ดกู ่อนภกิ ษุท้งั หลาย นเี้ รียกว่า ทกุ ขนิโรธอริยสจั กะตะมัญจะ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจัง. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ัง้ หลาย ทุกขนิโรธคามนิ ปี ฏปิ ทาอริยสจั เป็นอย่างไร อะยะเมวะ อะริโย อฏั ฐงั คิโก มัคโค, อรยิ มรรคอนั ประกอบด้วยองค์ ๘ ประการนเ้ี ทา่ น้นั เสยยะถิทงั , ได้แก่ สมั มาทฏิ ฐ,ิ ความเหน็ ถูกต้อง สภุ รี ์ ทมุ ทอง | 153
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย สัมมาสงั กปั โป, ความดำ� รถิ ูกต้อง สัมมาวาจา, ค�ำพดู ถูกต้อง สมั มากัมมนั โต, การกระท�ำถูกต้อง สัมมาอาชีโว, การเลย้ี งชีวติ ถกู ต้อง สัมมาวายาโม, ความเพยี รถูกตอ้ ง สมั มาสะต,ิ ความระลึกถูกต้อง สัมมาสะมาธิ, ความต้ังม่ันถูกต้อง กะตะมา จะ ภิกขะเว สมั มาทฏิ ฐิ. ดกู ่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย สัมมาทิฏฐิ เปน็ อย่างไร ยงั โข ภกิ ขะเว ทกุ เข ญาณงั , ดกู อ่ นภกิ ษทุ งั้ หลาย ความรอู้ นั ใด เปน็ ความรใู้ นทกุ ข์ ทุกขะสมทุ ะเย ญาณัง, เป็นความรูใ้ นทุกขสมุทยั ทุกขะนโิ รเธ ญาณัง, เป็นความรู้ในทกุ ขนิโรธะ 154 | สภุ ีร์ ทุมทอง
นิทเทสะ ทกุ ขะนโิ รธะคามินิยา ปะฏิปะทายะ ญาณงั . เปน็ ความรใู้ นทุกขนิโรธคามนิ ปี ฏิปทา อะยัง วุจจะติ ภิกขะเว สมั มาทฏิ ฐิ. ดกู ่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย นีเ้ รียกวา่ สมั มาทิฏฐิ กะตะโม จะ ภิกขะเว สัมมาสงั กัปโป. ดูกอ่ นภิกษุทง้ั หลาย สมั มาสังกัปปะ เปน็ อยา่ งไร เนกขมั มะสังกปั โป, ความด�ำรใิ นการออกจากกาม อะพ๎ยาปาทะสงั กปั โป, ความดำ� รทิ ีป่ ราศจากความพยาบาท อะวหิ สึ าสังกปั โป. ความดำ� รทิ ีป่ ราศจากความเบยี ดเบียน อะยงั วุจจะติ ภกิ ขะเว สมั มาสังกัปโป. ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย นเ้ี รียกว่า สัมมาสงั กปั ปะ กะตะมา จะ ภกิ ขะเว สมั มาวาจา. ดกู อ่ นภกิ ษุท้ังหลาย สัมมาวาจา เปน็ อยา่ งไร มสุ าวาทา เวระมะณี, ความงดเวน้ จากการพดู เทจ็ ปิสุณายะ วาจายะ เวระมะณี, ความงดเว้นจากคำ� พูดสอ่ เสียด สุภีร์ ทุมทอง | 155
มหาสติปัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย ผรุสายะ วาจายะ เวระมะณี, ความงดเวน้ จากคำ� พูดหยาบ สัมผัปปะลาปา เวระมะณี. ความงดเวน้ จากการพดู เพอ้ เจ้อ อะยงั วุจจะติ ภิกขะเว สมั มาวาจา. ดกู อ่ นภกิ ษทุ ั้งหลาย นเี้ รียกว่า สมั มาวาจา กะตะโม จะ ภิกขะเว สมั มากมั มันโต. ดกู อ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย สัมมากัมมนั ตะ เป็นอยา่ งไร ปาณาตปิ าตา เวระมะณี, ความงดเวน้ จากการฆา่ สตั ว์ อะทนิ นาทานา เวระมะณ,ี ความงดเว้นจากถอื เอาสิง่ ของทเ่ี ขาไม่ไดใ้ หแ้ ล้ว กาเมสมุ จิ ฉาจารา เวระมะณ.ี ความงดเว้นจากการประพฤติผิดในกาม อะยัง วุจจะติ ภกิ ขะเว สมั มากัมมนั โต. ดูกอ่ นภิกษุทง้ั หลาย น้ีเรียกวา่ สมั มากัมมันตะ กะตะโม จะ ภกิ ขะเว สมั มาอาชโี ว. ดกู ่อนภิกษทุ งั้ หลาย สมั มาอาชวี ะ เปน็ อยา่ งไร อธิ ะ ภกิ ขะเว อะริยะสาวะโก, ดกู ่อนภกิ ษุทัง้ หลาย พระอริยสาวกในศาสนาน้ี 156 | สุภีร์ ทมุ ทอง
นทิ เทสะ มจิ ฉาอาชีวงั ปหายะ, ละแล้วซงึ่ การเล้ยี งชีพท่ผี ิด สมั มาอาชีเวนะ ชีวิกัง กัปเปต.ิ ย่อมดำ� รงชีวติ ดว้ ยการเล้ียงชีพท่ถี กู ตอ้ ง อะยัง วจุ จะติ ภิกขะเว สมั มาอาชโี ว. ดกู ่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย นี้เรียกว่า สัมมาอาชีวะ กะตะโม จะ ภกิ ขะเว สมั มาวายาโม. ดูก่อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย สัมมาวายะ เป็นอย่างไร อิธะ ภกิ ขะเว ภิกขุ, ดูก่อนภิกษุทง้ั หลาย ภิกษุในศาสนานี้ อะนุปปันนานัง ปาปะกานัง อะกุสะลานัง ธัมมานัง อะนปุ ปาทายะ ฉนั ทงั ชะเนติ วายะมะติ วรี ยิ งั อาระภะติ จติ ตงั ปัคคณั ๎หาติ ปะทะหะต,ิ ย่อมท�ำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคบั ประคองจิต ต้งั จิตมนั่ ไว้ เพือ่ ความไม่เกดิ ขนึ้ ของบาปอกศุ ลธรรมท้ังหลายทย่ี ังไม่เกิด อปุ ปนั นานงั ปาปะกานงั อะกสุ ะลานงั ธมั มานงั ปหานายะ ฉันทัง ชะเนติ วายะมะติ วีริยัง อาระภะติ จิตตัง ปคั คัณ๎หาติ ปะทะหะติ, ยอ่ มทำ� ฉนั ทะใหเ้ กดิ พยายาม ปรารภความเพยี ร ประคบั ประคองจิต ตั้งจิตมั่นไว้ เพ่ือละบาปอกุศลธรรม ทั้งหลายท่ีเกิดข้ึนแลว้ สุภีร์ ทมุ ทอง | 157
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาล–ี ไทย อะนุปปนั นานงั กุสะลานงั ธัมมานงั อปุ ปาทายะ ฉนั ทัง ชะเนติ วายะมะติ วีริยัง อาระภะติ จิตตัง ปัคคัณ๎หาติ ปะทะหะต,ิ ย่อมท�ำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคบั ประคองจติ ตงั้ จติ มน่ั ไว้ เพอื่ ความเกดิ ขนึ้ ของ กศุ ลธรรมทง้ั หลายทีย่ งั ไมเ่ กดิ อปุ ปันนานงั กสุ ะลานงั ธมั มานัง ฐิติยา อะสมั โมสายะ ภิยโยภาวายะ เวปุลลายะ ภาวนายะ ปาริปูริยา ฉันทัง ชะเนติ วายะมะติ วีริยัง อาระภะติ จิตตัง ปัคคัณ๎หาติ ปะทะหะต.ิ ย่อมท�ำฉันทะให้เกิด พยายาม ปรารภความเพียร ประคับประคองจิต ต้ังจิตม่ันไว้ เพ่ือความด�ำรงอยู่ เพ่ือความไม่เลือนหาย เพ่ือความเจริญยิ่ง เพ่ือ ความไพบลู ย์ เพ่ือความเตม็ บริบูรณด์ ้วยการภาวนา ของกศุ ลธรรมทัง้ หลายทเ่ี กดิ ข้นึ แล้ว อะยัง วุจจะติ ภกิ ขะเว สมั มาวายาโม. ดูก่อนภกิ ษทุ ั้งหลาย นเ้ี รยี กว่า สมั มาวายามะ กะตะมา จะ ภกิ ขะเว สัมมาสะติ. ดกู อ่ นภิกษทุ ั้งหลาย สมั มาสติ เป็นอย่างไร อธิ ะ ภิกขะเว ภิกขุ, ดกู อ่ นภกิ ษุทงั้ หลาย ภิกษุในพระศาสนานี้ 158 | สุภรี ์ ทุมทอง
นทิ เทสะ กาเย กายานุปัสสี วหิ ะระต,ิ เปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ กายในกายอยู่ อาตาปี สัมปะชาโน สติมา, มคี วามเพียรเผากิเลส มสี มั ปชญั ญะ มีสติ วเิ นยยะ โลเก อภชิ ฌาโทมะนสั สัง, ก�ำจัดแลว้ ซึง่ อภชิ ฌาและโทมนสั ในโลก เวทะนาสุ เวทะนานุปสั สี วิหะระต,ิ เปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ เวทนาในเวทนาทงั้ หลายอยู่ อาตาปี สัมปะชาโน สตมิ า, มีความเพียรเผากิเลส มสี มั ปชญั ญะ มสี ติ วิเนยยะ โลเก อภิชฌาโทมะนัสสัง, ก�ำจดั แล้วซง่ึ อภิชฌาและโทมนัสในโลก จติ เต จิตตานุปสั สี วหิ ะระต,ิ เปน็ ผ้ตู ามเหน็ เนอื ง ๆ ซึ่งจิตในจติ อยู่ อาตาปี สมั ปะชาโน สตมิ า, มีความเพยี รเผากเิ ลส มีสัมปชญั ญะ มสี ติ วิเนยยะ โลเก อภิชฌาโทมะนสั สัง, ก�ำจัดแลว้ ซง่ึ อภชิ ฌาและโทมนัสในโลก ธัมเมสุ ธัมมานปุ สั สี วิหะระติ, เป็นผู้ตามเหน็ เนือง ๆ ซึ่งธรรมในธรรมท้งั หลายอยู่ อาตาปี สมั ปะชาโน สตมิ า, มีความเพยี รเผากเิ ลส มีสมั ปชัญญะ มสี ติ สุภีร์ ทุมทอง | 159
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย วเิ นยยะ โลเก อภิชฌาโทมะนสั สัง, ก�ำจัดแล้วซึง่ อภิชฌาและโทมนัสในโลก อะยงั วุจจะติ ภิกขะเว สมั มาสะต.ิ ดูกอ่ นภกิ ษุทั้งหลาย น้ีเรียกว่า สัมมาสติ กตโม จ ภกิ ขะเว สัมมาสะมาธิ. ดูก่อนภกิ ษุทั้งหลาย สมั มาสมาธิ เปน็ อยา่ งไร อธิ ะ ภกิ ขะเว ภกิ ข,ุ ดกู ่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย ภกิ ษุในพระศาสนานี้ ววิ จิ เจวะ กาเมห,ิ สงัดแลว้ น่นั เทียวจากกามทั้งหลาย วิวจิ จะ อะกุสะเลหิ ธัมเมห,ิ สงดั แล้วจากอกุศลธรรมท้งั หลาย สะวิตกั กงั สะวจิ ารงั วิเวกะชัง ปีติสขุ งั ปะฐะมงั ฌานัง อปุ ะสมั ปัชชะ วหิ ะระติ. เขา้ ถงึ แล้วซึ่งปฐมฌาน ท่มี วี ิตก มีวจิ าร มปี ตี ิและสขุ อนั เกิดจากวเิ วกอยู่ 160 | สุภรี ์ ทุมทอง
นทิ เทสะ วติ กั กะวิจารานงั วปู ะสะมา, เพราะความสงบระงบั ไปแหง่ วติ กและวจิ ารทง้ั หลาย อชั ฌตั ตงั สมั ปะสาทะนงั เจตะโส เอโกทภิ าวงั อะวติ กั กงั อะวจิ ารงั สะมาธชิ งั ปตี สิ ขุ งั ทตุ ยิ งั ฌานงั อปุ ะสมั ปชั ชะ วหิ ะระต.ิ เธอเขา้ ถงึ แลว้ ซง่ึ ทตุ ยิ ฌาน ทม่ี คี วามผอ่ งใสแหง่ จติ ใน ภายใน มีภาวะเป็นธรรมเอกผุดข้ึน ไม่มีวิตก ไม่มวี จิ าร มีปีติและสุข อนั เกดิ จากสมาธิอยู่ ปีติยา จะ วริ าคา, เพราะความส้นิ ไปแห่งปตี ิ อเุ ปกขะโก จะ วิหะระต,ิ สะโต จะ สัมปะชาโน, เธอเปน็ ผมู้ อี เุ บกขา มสี ติ มีสมั ปชญั ญะอยู่ สุขัญจะ กาเยนะ ปฏสิ งั เวเทต,ิ และยอ่ มเสวยซึ่งความสุขด้วยกาย ยนั ตงั อะรยิ า อาจกิ ขนั ต,ิ ‘อเุ ปกขะโก สะตมิ า สขุ ะวหิ าร’ี ต,ิ ตะตยิ ัง ฌานงั อปุ ะสัมปัชชะ วหิ ะระติ. เข้าถึงแล้วซึ่งตติยฌาน อันเป็นฌานที่พระอริยะเจ้า ทั้งหลายสรรเสริญว่า “ผู้ได้ฌานน้ี เป็นผู้มีอุเบกขา มสี ติ มปี กตอิ ยเู่ ป็นสุข” สภุ ีร์ ทุมทอง | 161
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาลี–ไทย สขุ ัสสะ จะ ปะหานา, เพราะความละไปแหง่ ความสุข ทุกขัสสะ จะ ปะหานา, และเพราะความละไปแห่งความทุกข์ ปพุ เพวะ โสมะนัสสะโทมะนสั สานงั อตั ถังคะมา เพราะความดับไปแห่งโสมนัสและโทมนัสท้ังหลาย ในฌานก่อน ๆ อะทกุ ขะมะสขุ งั อเุ ปกขาสะตปิ ารสิ ทุ ธงิ จะตตุ ถงั ฌานงั อปุ ะสมั ปชั ชะ วิหะระต.ิ เธอเขา้ ถงึ แล้วซึง่ จตุตถฌาน ทีไ่ ม่มที ุกขไ์ มม่ สี ขุ มสี ติ บรสิ ทุ ธเ์ิ พราะอุเบกขาอยู่ อะยงั วุจจะติ ภิกขะเว สัมมาสะมาธ.ิ ดกู ่อนภกิ ษุทัง้ หลาย น้ีเรยี กว่า สัมมาสมาธิ อิทัง วุจจะติ ภิกขะเว ทุกขะนิโรธะคามินี ปะฏิปะทา อะริยะสัจจงั . ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย นี้เรียกว่าทุกขนิโรธคามินี ปฏิปทาอริยสจั 162 | สภุ รี ์ ทุมทอง
นิทเทสะ อติ ,ิ ด้วยวิธีการดงั ท่ีได้กลา่ วมาแลว้ น้ี อัชฌตั ตงั วา ธมั เมสุ ธัมมานุปสั สี วหิ ะระต,ิ ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทง้ั หลาย ภายในอยู่บา้ ง พะหิทธา วา ธมั เมสุ ธมั มานุปสั สี วิหะระติ, ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทงั้ หลาย ภายนอกอยู่บา้ ง อัชฌตั ตะพะหทิ ธา วา ธัมเมสุ ธมั มานุปัสสี วิหะระติ, ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมในธรรมทง้ั หลาย ทง้ั ภายในและภายนอกอยู่บา้ ง สะมทุ ะยะธมั มานปุ ัสสี วา ธัมเมสุ วิหะระต,ิ เป็นผูต้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซงึ่ ธรรมเปน็ เหตเุ กิดในธรรม ทงั้ หลายอยบู่ ้าง วะยะธัมมานปุ สั สี วา ธัมเมสุ วิหะระติ, เป็นผู้ตามเห็นเนือง ๆ ซึ่งธรรมเป็นเหตุดับในธรรม ทง้ั หลายอยู่บ้าง สะมทุ ะยะวะยะธมั มานปุ สั สี วา ธมั เมสุ วหิ ะระติ. เปน็ ผตู้ ามเหน็ เนอื ง ๆ ซง่ึ ธรรมเปน็ เหตเุ กดิ และธรรม เปน็ เหตุดับในธรรมท้งั หลายอยบู่ า้ ง สุภีร์ ทมุ ทอง | 163
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาลี–ไทย ‘อตั ถิ ธมั มา’ติ วา ปะนัสสะ สะติ ปัจจปุ ฏั ฐติ า โหต,ิ อนง่ึ สตขิ องภกิ ษนุ น้ั เปน็ สภาวะทต่ี ง้ั ขน้ึ เฉพาะหนา้ วา่ ธรรมเท่านนั้ มอี ยู่ ยาวะเทวะ ญาณะมัตตายะ ปฏิสสะตมิ ตั ตายะ, ก็เพียงเพ่ือความเจริญขึ้นแห่งญาณและเพื่อความ เจริญขึ้นแหง่ สติเท่าน้นั อะนิสสโิ ต จะ วหิ ะระต,ิ เธอเป็นผ้อู ันตณั หาและทฏิ ฐไิ ม่อาศัยแล้วอยู่ นะ จะ กิญจิ โลเก อุปาทิยะต.ิ และย่อมไม่ยึดมัน่ ถอื ม่ันซึ่งอะไร ๆ ในโลก เอวมั ปิ โข ภิกขะเว ภกิ ขุ ธมั เมสุ ธัมมานุปสั สี วหิ ะระติ จตสู ุ อะรยิ ะสัจเจส.ุ ดูก่อนภิกษทุ งั้ หลาย ภกิ ษเุ ปน็ ผตู้ ามเห็นเนอื ง ๆ ซ่งึ ธรรมในธรรมทัง้ หลายคืออรยิ สัจ ๔ อยู่ แม้อย่างนี้ สจั จะปพั พงั นิฏฐิตัง. หมวดสจั จะ จบแล้ว ธัมมานปุ ัสสะนา นิฏฐิตา. การตามเหน็ เนือง ๆ ซึ่งธรรม จบแล้ว 164 | สภุ ีร์ ทมุ ทอง
อานิสงั สะกะถา ง. อานสิ งั สะกะถา โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ สัตตะ วัสสาน,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหล่าน้ี ดังที่แสดงมาน้ี ตลอด ๗ ปี ตัสสะ ท๎วนิ นงั ผะลานัง อัญญะตะรัง ผะลงั ปาฏิกังขัง, ผลอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ในบรรดาผล ๒ ประการ เป็น ท่ีหวังของบุคคลนัน้ ทิฏเฐ วะ ธัมเม อัญญา, คอื อรหัตตผลในชาติปัจจบุ นั น้ี สะติ วา อุปาทเิ สเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐนั ตุ ภิกขะเว สตั ตะ วสั สานิ. ดูกอ่ นภกิ ษุท้งั หลาย ๗ ปจี งยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ฉะ วสั สานิ, ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดงั ที่แสดงมาน้ี ตลอด ๖ ปี สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 165
มหาสติปฏั ฐานสูตร บาล–ี ไทย ตสั สะ ทว๎ ินนัง ผะลานัง อัญญะตะรัง ผะลัง ปาฏกิ งั ขัง, ผลอยา่ งใดอย่างหนงึ่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทีห่ วงั ของบคุ คลน้ัน ทฏิ เฐ วะ ธัมเม อญั ญา, คือ อรหัตตผลในชาติปัจจบุ ันน้ี สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐนั ตุ ภิกขะเว ฉะ วสั สาน.ิ ดกู ่อนภกิ ษุทัง้ หลาย ๖ ปีจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ปญั จะ วสั สาน,ิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สติปฏั ฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดังที่แสดงมานี้ ตลอด ๕ ปี ตัสสะ ท๎วนิ นงั ผะลานัง อญั ญะตะรงั ผะลงั ปาฏิกงั ขงั , ผลอย่างใดอย่างหนึง่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ท่ีหวังของบคุ คลนน้ั ทฏิ เฐ วะ ธมั เม อัญญา, คอื อรหตั ตผลในชาติปจั จบุ นั น้ี สะติ วา อปุ าทิเสเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล 166 | สภุ ีร์ ทุมทอง
อานิสงั สะกะถา ตฏิ ฐันตุ ภกิ ขะเว ปญั จะ วสั สาน.ิ ดูก่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย ๕ ปีจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ จตั ตาริ วสั สานิ, ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สติปฏั ฐาน ๔ เหล่านี้ ดงั ทแี่ สดงมาน้ี ตลอด ๔ ปี ตัสสะ ทว๎ ินนงั ผะลานงั อัญญะตะรัง ผะลัง ปาฏิกงั ขงั , ผลอยา่ งใดอย่างหน่งึ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทห่ี วงั ของบคุ คลน้ัน ทฏิ เฐ วะ ธมั เม อัญญา, คอื อรหตั ตผลในชาตปิ ัจจบุ นั น้ี สะติ วา อปุ าทเิ สเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐันตุ ภกิ ขะเว จัตตาริ วัสสานิ. ดูก่อนภกิ ษทุ ้งั หลาย ๔ ปจี งยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อิเม จัตตาโร สะติปฏั ฐาเน เอวัง ภาเวยยะ ตณี ิ วสั สาน,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สติปัฏฐาน ๔ เหล่าน้ี ดังทแ่ี สดงมานี้ ตลอด ๓ ปี ตสั สะ ทว๎ ินนงั ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลัง ปาฏกิ ังขงั , ผลอยา่ งใดอย่างหน่ึง ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทหี่ วังของบคุ คลนัน้ สุภรี ์ ทุมทอง | 167
มหาสติปฏั ฐานสตู ร บาลี–ไทย ทฏิ เฐ วะ ธมั เม อญั ญา, คอื อรหัตตผลในชาติปัจจุบันนี้ สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ตฏิ ฐนั ตุ ภกิ ขะเว ตีณิ วสั สานิ. ดูก่อนภกิ ษุทงั้ หลาย ๓ ปจี งยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ท๎เว วัสสานิ, ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดงั ที่แสดงมาน้ี ตลอด ๒ ปี ตัสสะ ท๎วนิ นงั ผะลานัง อัญญะตะรัง ผะลงั ปาฏกิ งั ขงั , ผลอยา่ งใดอยา่ งหนง่ึ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ท่ีหวังของบุคคลนั้น ทิฏเฐ วะ ธมั เม อญั ญา, คือ อรหัตตผลในชาติปัจจุบันน้ี สะติ วา อุปาทเิ สเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล 168 | สุภีร์ ทุมทอง
อานสิ งั สะกะถา ตฏิ ฐนั ตุ ภิกขะเว ท๎เว วสั สานิ. ดกู อ่ นภิกษทุ ้งั หลาย ๒ ปจี งยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ เอกงั วสั สงั , ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สติปัฏฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดังทแี่ สดงมานี้ ตลอด ๑ ปี ตัสสะ ท๎วินนัง ผะลานัง อญั ญะตะรัง ผะลงั ปาฏิกงั ขงั , ผลอยา่ งใดอยา่ งหนึง่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทห่ี วังของบุคคลนัน้ ทฏิ เฐ วะ ธมั เม อัญญา, คอื อรหัตตผลในชาตปิ จั จุบนั น้ี สะติ วา อปุ าทิเสเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ตฏิ ฐะตุ ภกิ ขะเว เอกัง วัสสัง. ดูก่อนภิกษทุ งั้ หลาย ๑ ปีจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ สัตตะ มาสานิ, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแี่ สดงมานี้ ตลอด ๗ เดอื น สุภรี ์ ทมุ ทอง | 169
มหาสติปัฏฐานสูตร บาลี–ไทย ตัสสะ ท๎วินนัง ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลงั ปาฏกิ ังขงั , ผลอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง ในบรรดาผล ๒ ประการ เป็น ทีห่ วงั ของบคุ คลนั้น ทฏิ เฐ วะ ธมั เม อัญญา, คอื อรหัตตผลในชาติปัจจบุ นั น้ี สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐันตุ ภกิ ขะเว สัตตะ มาสาน.ิ ดกู อ่ นภกิ ษุทง้ั หลาย ๗ เดอื นจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ฉะ มาสานิ, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอด ๖ เดอื น ตัสสะ ท๎วนิ นัง ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลงั ปาฏิกังขัง, ผลอยา่ งใดอย่างหนงึ่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทหี่ วังของบุคคลนน้ั ทิฏเฐ วะ ธมั เม อัญญา, คอื อรหัตตผลในชาตปิ ัจจุบันน้ี สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล 170 | สภุ รี ์ ทมุ ทอง
อานสิ ังสะกะถา ตฏิ ฐันตุ ภิกขะเว ฉะ มาสานิ. ดกู อ่ นภกิ ษุทั้งหลาย ๖ เดอื นจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ปัญจะ มาสาน,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอด ๕ เดอื น ตัสสะ ท๎วนิ นัง ผะลานงั อัญญะตะรัง ผะลัง ปาฏกิ ังขัง, ผลอย่างใดอย่างหน่งึ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ท่ีหวงั ของบุคคลนนั้ ทิฏเฐ วะ ธัมเม อัญญา, คือ อรหตั ตผลในชาติปัจจุบนั น้ี สะติ วา อุปาทเิ สเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐันตุ ภกิ ขะเว ปัญจะ มาสานิ. ดกู อ่ นภกิ ษุทง้ั หลาย ๕ เดอื นจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ จัตตาริ มาสาน,ิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมานี้ ตลอด ๔ เดอื น สภุ ีร์ ทมุ ทอง | 171
มหาสตปิ ัฏฐานสตู ร บาลี–ไทย ตัสสะ ทว๎ นิ นัง ผะลานัง อญั ญะตะรงั ผะลัง ปาฏกิ ังขัง, ผลอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง ในบรรดาผล ๒ ประการ เป็น ทีห่ วงั ของบุคคลน้ัน ทิฏเฐ วะ ธัมเม อัญญา, คอื อรหัตตผลในชาตปิ จั จบุ ันนี้ สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐนั ตุ ภิกขะเว จัตตาริ มาสานิ. ดูก่อนภกิ ษทุ งั้ หลาย ๔ เดอื นจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ตีณิ มาสาน,ิ ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอด ๓ เดอื น ตัสสะ ท๎วนิ นงั ผะลานงั อัญญะตะรัง ผะลัง ปาฏกิ งั ขัง, ผลอยา่ งใดอยา่ งหนึ่ง ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ที่หวังของบุคคลนนั้ ทิฏเฐ วะ ธมั เม อญั ญา, คอื อรหตั ตผลในชาตปิ จั จุบนั น้ี สะติ วา อปุ าทเิ สเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล 172 | สภุ ีร์ ทมุ ทอง
อานิสงั สะกะถา ติฏฐนั ตุ ภิกขะเว ตณี ิ มาสานิ. ดูก่อนภกิ ษทุ ้ังหลาย ๓ เดอื นจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ ท๎เว มาสาน,ิ ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอด ๒ เดอื น ตัสสะ ทว๎ ินนงั ผะลานัง อัญญะตะรัง ผะลัง ปาฏิกงั ขงั , ผลอยา่ งใดอยา่ งหนงึ่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ทหี่ วังของบุคคลนัน้ ทิฏเฐ วะ ธมั เม อญั ญา, คอื อรหตั ตผลในชาตปิ จั จบุ นั น้ี สะติ วา อปุ าทเิ สเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐันตุ ภิกขะเว ทเ๎ ว มาสาน.ิ ดกู อ่ นภิกษทุ ง้ั หลาย ๒ เดือนจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ เอกัง มาสัง, ดูก่อนภิกษุท้ังหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ นี้ ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอด ๑ เดอื น สุภรี ์ ทุมทอง | 173
มหาสติปัฏฐานสูตร บาล–ี ไทย ตสั สะ ทว๎ ินนงั ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลงั ปาฏกิ งั ขัง, ผลอย่างใดอยา่ งหน่ึง ในบรรดาผล ๒ ประการ เป็น ที่หวงั ของบคุ คลนนั้ ทฏิ เฐ วะ ธัมเม อัญญา, คอื อรหตั ตผลในชาติปจั จุบนั น้ี สะติ วา อปุ าทเิ สเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอ่ื ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล ติฏฐะตุ ภกิ ขะเว เอกัง มาสงั . ดกู ่อนภิกษุทัง้ หลาย ๑ เดือนจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ อฑั ฒะมาสัง, ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซึ่ง สตปิ ฏั ฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดงั ทแ่ี สดงมานี้ ตลอดครงึ่ เดอื น ตัสสะ ทว๎ ินนัง ผะลานัง อัญญะตะรัง ผะลงั ปาฏกิ งั ขงั , ผลอย่างใดอยา่ งหนง่ึ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปน็ ท่หี วงั ของบุคคลนัน้ ทิฏเฐ วะ ธมั เม อัญญา, คือ อรหัตตผลในชาตปิ ัจจุบันน้ี สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามิตา. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล 174 | สภุ ีร์ ทมุ ทอง
อานสิ งั สะกะถา ตฏิ ฐะตุ ภิกขะเว อัฑฒะมาโส. ดกู ่อนภกิ ษทุ ง้ั หลาย ครึง่ เดือนจงยกไว้ โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏั ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ สัตตาหงั , ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุคคลใดก็ตาม พึงเจริญซ่ึง สติปัฏฐาน ๔ เหลา่ น้ี ดงั ทแ่ี สดงมาน้ี ตลอดเจ็ดวัน ตสั สะ ท๎วินนัง ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลัง ปาฏิกังขงั , ผลอยา่ งใดอย่างหนงึ่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เป็น ท่หี วงั ของบคุ คลน้ัน ทฏิ เฐ วะ ธัมเม อญั ญา, คอื อรหตั ตผลในชาติปัจจุบนั นี้ สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามติ า. หรอื วา่ เมอื่ ยงั มกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู่ กเ็ ปน็ อนาคามผิ ล สภุ รี ์ ทมุ ทอง | 175
มหาสติปัฏฐานสูตร บาลี–ไทย จ. นคิ ะมะนะกะถา เอกายะโน อะยงั ภกิ ขะเว มคั โค. ดกู อ่ นภกิ ษุทง้ั หลาย ทางนเ้ี ปน็ ทางเดียว สัตตานัง วิสุทธิยา, เพอื่ ความบริสทุ ธิข์ องสตั วท์ ้งั หลาย โสกะปะริเทวานัง สะมะตกิ กะมายะ, เพอ่ื ความกา้ วล่วงซึ่งโสกะและปริเทวะท้ังหลาย ทกุ ขะโทมะนสั สานัง อตั ถงั คะมายะ, เพ่ือความดบั ไปแหง่ ทกุ ขแ์ ละโทมนสั ท้งั หลาย ญายสั สะ อะธคิ ะมายะ, เพื่อการบรรลุถึงซง่ึ อรยิ มรรค นิพพานสั สะ สัจฉิกริ ิยายะ, เพ่อื การกระท�ำใหแ้ จง้ ซึ่งพระนิพพาน ยะททิ งั จัตตาโร สะติปฏั ฐานา ทางนี้ คอื สติปัฏฐานทง้ั หลาย ๔ ประการ อติ ิ, ด้วยประการฉะนี้ อติ ิ ยนั ตงั วุตตัง, คำ� ใดอนั เราไดก้ ล่าวไว้แล้วในอุทเทสอยา่ งน้ี 176 | สุภีร์ ทุมทอง
นคิ ะมะนะกะถา อิทะเมตงั ปฏจิ จะ วุตตัง, คำ� ในอทุ เทสนน้ั อนั เราอาศยั แลว้ ซงึ่ สตปิ ัฏฐาน ๔ น้ี กล่าวไว้แล้ว อิต,ิ ดังนี้ อิทะมะโวจะ ภะคะวา. พระผมู้ ีพระภาคไดต้ รสั แลว้ ซงึ่ มหาสตปิ ัฏฐานสูตรนี้ อตั ตะมะนา เต ภิกขู ภะคะวะโต ภาสิตงั อะภินนั ทงุ , ภกิ ษทุ งั้ หลายเหลา่ นน้ั เปน็ ผมู้ ใี จรา่ เรงิ ยนิ ดี อนโุ มทนา ยอมรบั แลว้ ซ่ึงพระภาษติ ของพระผู้มีพระภาค อติ ิ, ดงั นีแ้ ล มหาสะติปัฏฐานะสตุ ตงั นฏิ ฐิตงั นะวะมัง. มหาสตปิ ฏั ฐานสตู ร ซงึ่ เปน็ พระสตู รลำ� ดบั ท่ี ๙ จบแลว้ สุภีร์ ทุมทอง | 177
มหาสตปิ ัฏฐานสูตร บาล–ี ไทย สำ� หรบั ทา่ นทม่ี คี วามตอ้ งการทจ่ี ะขอรบั หนงั สอื หรอื ซดี /ี ดีวีดี ของอาจารย์สุภีร์ ทุมทอง สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม ไดใ้ นเวบ็ ไซต์ www.ajsupee.com หรอื ทา่ นสามารถดำ� เนนิ การ ตามขนั้ ตอนดงั ตอ่ ไปนี้ (๑) ขอรบั ได้ฟรี ผ่านระบบขอรบั สือ่ ธรรมะออนไลน์ จากเว็บไซต์ www.ajsupee.com ซึ่งท่านสามารถขอรับหนังสือได้คร้ังละ ๕ เล่ม และ ซีดี/ดีวีดี ได้ครั้งละ ๘ แผ่น โดยการเลือกหนังสือ หรอื ซดี /ี ดวี ีดี ทีต่ ้องการผา่ นระบบขอรับหนงั สือออนไลน์ ยนื ยัน การขอรับ และกรอกชื่อท่ีอยู่ผู้รับ ซึ่งสามารถตรวจสอบสถานะ การส่งไดผ้ า่ นทางหนา้ เวบ็ ไซต์ (๒) ขอรับได้ฟรีทางไปรษณีย์ ซึ่งท่านสามารถขอรับหนังสือ ได้คร้ังละ ๕ เล่ม และ ซีดี/ดีวีดี ได้ครั้งละ ๘ แผ่น โดยการ ส่งช่ือ-นามสกุล ท่ีอยู่ของผู้รับ, ช่ือหนังสือ, ชื่อซีดี/ดีวีดี ท่ี ต้องการ พร้อมทั้งระบุวัตถุประสงค์ในการขอรับสื่อธรรมะไปที่ อเี มล์ : [email protected] หรอื ทาง Line ID : ajsupee.com หากมีข้อสงสัย สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพ่ิมเติมได้ท่ี คุณสุริยัน โทร. ๐๘-๐๕๕๓-๕๕๕๓ (๓) ติดต่อขอรับได้ท่ีชมรมจริยธรรม ตึกประสาทวิทยาชั้น ๒ โรงพยาบาลศรีธัญญา อ.เมือง จ.นนทบุรี โทร. ๐๒-๙๖๘-๙๙๕๔ ติดตอ่ คณุ สุคนธ์ (๔) ติดต่อขอรับได้จากชมรมกัลยาณธรรม ตามรายละเอียดใน เว็บไซต์ http://www.kanlayanatam.com สุภรี ์ ทุมทอง | 179
มหาสติปัฏฐานสตู ร บาล–ี ไทย ประวัติ อาจารย์สภุ รี ์ ทมุ ทอง วนั เดือนปีเกดิ ๑๓ พฤษภาคม ๒๕๑๕ บา้ นหนองฮะ ต.หนองฮะ อ.สำ� โรงทาบ จ.สรุ นิ ทร์ การศึกษา • เปรยี ญธรรม ๔ ประโยค • ประกาศนียบัตรบาลใี หญ่ วดั ท่ามะโอ จ.ลำ� ปาง • ปรญิ ญาตรี วิศวกรรมศาสตรบณั ฑติ สาขาวศิ วกรรมไฟฟ้า มหาวทิ ยาลัยขอนแกน่ 180 | สภุ ีร์ ทุมทอง
ประวตั ิ • ปรญิ ญาโท พุทธศาสตรมหาบณั ฑิต สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั • ปริญญาเอก พุทธศาสตรดุษฎบี ณั ฑิต สาขาพระพุทธศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย งานปจั จุบนั (พ.ศ. ๒๕๖๒) • กรรมการผทู้ รงคณุ วฒุ ิ วิทยาลัยสงฆ์ มจร. วทิ ยาเขตบาฬศี กึ ษาพทุ ธโฆส จ.นครปฐม • อาจารยม์ หาวทิ ยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จ.นครปฐม และห้องเรียนวดั พชิ ยญาติการาม • วปิ สั สนาจารยย์ วุ พทุ ธกิ สมาคมแหง่ ประเทศไทยฯ • สอนปฏบิ ตั ิธรรมในส�ำนกั ปฏิบตั ิธรรมต่าง ๆ ทั้งในกรงุ เทพฯ และตา่ งจังหวัด • บรรยายธรรมะตามสถานทต่ี า่ ง ๆ ทงั้ ในกรงุ เทพฯ และตา่ งจังหวัด • เผยแผ่ธรรมะทางทางส่ือต่าง ๆ ดังนี้ เวบ็ ไซต์ www.ajsupee.com เฟซบุ๊ก www.facebook.com/Ajsupee ยทู ูบ www.youtube.com/user/ajsupee สภุ ีร์ ทุมทอง | 181
มหาสตปิ ฏั ฐานสูตร บาลี–ไทย รายชอ่ื ผ้รู ว่ มบริจาค ที่ ชือ่ - นามสกลุ จำ� นวนเงิน ๑ คณุ ธนดิ า บลุ สขุ ๒,๐๐๐ ๒ คุณรสสคุ นธ์ ชมชน่ื ๑,๐๐๐ ๓ คณวีณา กรนิติและครอบครัว ๕๐๐ ๔ จากฐณิชาฌ์รสี อรท์ ๕ พ.ค. ๖๒ ๑,๒๐๐ ๕ คุณชมภู กาญจนาทรและครอบครัว ๑,๐๐๐ ๖ คณุ ธนิดา บลุ สุข ๑,๐๐๐ ๗ ผเู้ ขา้ ปฏิบตั ิยวุ พทุ ธฯ ๑๒-๑๖ มิ.ย. ๖๒ ๘,๖๔๔ ๘ ผฟู้ งั ธรรม การไฟฟ้าฝา่ ยผลิต ๒๕ มิ.ย. ๖๒ ๑,๑๐๐ ๙ ผเู้ ขา้ ศนู ยว์ ิปสั สนาสุรินทร์ ๑๙-๒๑ ก.ค. ๖๒ ๕,๘๘๐ ๑๐ ผเู้ ข้าปฏบิ ตั ฐิ ณชิ าฌ์รีสอร์ท ๒๓-๒๕ ก.ค. ๖๒ ๑๑,๙๐๐ ๑๑ คุณนงเยาว์ โพธิ์ทอง ๑๒,๐๐๐ ๑๒ คุณอาภรณ์ วัฒนการ ๑๐๐ ๑๓ คณุ ฐดิ ายุ คณุ กลั ยา ๑,๐๐๐ ๑๔ คุณพรทพิ ย์ พานิชพง่ึ รัถ ๑,๐๐๐ ๑๕ ไม่ออกนาม ๔๐๐ ๑๖ ผฟู้ งั ธรรม ยุวพุทธกิ สมาคมฯ ๑๘ ส.ค. ๖๒ ๔,๕๐๐ 182 | สภุ ีร์ ทุมทอง
รายชอื่ ผบู้ ริจาค ท่ี ช่ือ - นามสกลุ จำ� นวนเงิน ๑๗ ผู้ฟงั ธรรม ยวุ พทุ ธิกสมาคมฯ ๘ ก.ย. ๖๒ ๖,๒๑๐ ๑๘ คณุ จ๋มุ อรพนั ธ์ ๒,๐๐๐ ๑๙ คณุ สจุ นิ ตนา พกุ กะเวศ ผศ.สปุ รยี า บญุ ยะเกตุ ๓,๐๐๐ ๒๐ ผู้ฟังธรรม ยวุ พทุ ธิกสมาคมฯ ๒๒ ก.ย. ๖๒ ๓,๘๗๐ ๒๑ คุณธนิดา บลุ สขุ ๕,๐๐๐ ๒๒ คุณชมภู กาญจนาทรและครอบครวั ๒,๐๐๐ ๒๓ คุณวาสนา อง้ึ ประเสรฐิ ๗๐๐ ๒๔ คณุ วรี นันท์ โอปลิ นั ทพงษ์ ๒,๐๐๐ ๒๕ ดร.อดิศกั ด์ิ ธรี านุพฒั นา ๑,๐๐๐ ๒๖ คุณปัญจรตั น์ ชูตาภา ๑,๐๐๐ ๒๗ คุณเพ็ญทิพ กฤษณะปณั ณะ ๑๐,๐๐๐ ๒๘ คุณวีรนันท์ โอปิลันทพงษ์ ๒,๐๐๐ ๒๙ กลมุ่ บา้ นพุทธธรรมสวนหลวง ๑๐๑ ๑๐,๐๐๐ ๓๐ ครอบครัวเอกวานชิ ๔๐,๐๐๐ ๓๑ มูลนิธิจติ ตว์ วิ ฏั ฏ์ ๑๐,๐๐๐ ๓๒ คณุ สันติ เตชอคั รกุลและครอบครวั ๒๐๐,๐๐๐ สุภีร์ ทุมทอง | 183
ตฏิ ฐะตุ ภิกขะเว อฑั ฒะมาโส. ดูกอ นภิกษทุ ้ังหลาย ครึ่งเดอื นจงยกไว โย หิ โกจิ ภกิ ขะเว อเิ ม จตั ตาโร สะตปิ ฏ ฐาเน เอวงั ภาเวยยะ สตั ตาหงั , ดกู อ นภกิ ษทุ ้งั หลาย บุคคลใดก็ตาม พงึ เจริญซง่ึ สติปฏ ฐาน ๔ เหลานี้ ดงั ทีแ่ สดงมานี้ ตลอดเจด็ วัน ตสั สะ ท๎วนิ นัง ผะลานงั อญั ญะตะรัง ผะลงั ปาฏิกงั ขงั , ผลอยางใดอยา งหนึง่ ในบรรดาผล ๒ ประการ เปนท่หี วังของบคุ คลน้นั ทิฏเฐ วะ ธัมเม อญั ญา, คอื อรหตั ตผลในชาติปจจบุ นั น้ี สะติ วา อุปาทิเสเส อะนาคามิตา. หรอื วา เม่ือยังมกี เิ ลสอปุ าทานเหลอื อยู กเ็ ปน อนาคามิผล ISBN 978-616-565-222-3 9 786165 652223
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188