นจุ รินทร์ รัตตนสุ สรณ์ ชุดแบบฝึกการแก้ปัญหาการอ่านจับใจความ โดยใชบ้ ทอ่านอินโฟกราฟฟิกร่วมกับกลวิธี ๕W๑H การอา่ นจับใจความจากบทสนทนา การอา่ นจบั ใจความจากบทความ การอ่านจบั ใจความจากวรรณคดใี นบทเรียน กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดบั ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๒
การอา่ นจบั ใจความ จากบทความ
คือ การอ่านเพื่อจับใจความหรือข้อคิด ความคิดสาคัญหลักของ ข้อความ หรือเร่ืองที่อ่าน เป็นข้อความที่คลุมข้อความอื่น ๆ ในย่อหน้า หนึง่ ๆ ไวท้ ้ังหมด ใจความสาคัญ หมายถึง ใจความท่ีสาคัญ และเด่นท่ีสุดในย่อ หนา้ เป็นแกน่ ของย่อหน้าที่สามารถครอบคลุมเนื้อความในประโยคอื่น ๆ ในย่อหน้านนั้ หรอื ประโยคที่สามารถเป็นหัวเร่ืองของย่อหน้าน้ันได้ ถ้าตัด เน้อื ความของประโยคอืน่ ออกหมด หรือสามารถเปน็ ใจความหรือประโยค เด่ียว ๆ ได้ โดยไม่ต้องมีประโยคอ่ืนประกอบ ซ่ึงในแต่ละย่อหน้าจะมี ประโยคในความสาคัญเพียงประโยคเดียว หรืออย่างมากไม่เกิน ๒ ประโยค ใจความรอง หรือพลความ (พน-ละ-ความ) หมายถึง ใจความ หรือประโยคท่ีขยายความประโยคใจความสาคัญ เป็นใจความ สนับสนุนใจความสาคัญให้ชัดเจนข้นึ อาจเป็นการอธิบายให้รายละเอียด ให้คาจากัดความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบ หรือแสดงเหตุผลอย่างถ่ีถ้วน เพื่อสนับสนุนความคิด ส่วนที่มิใช่ใจความสาคัญ และมิใช่ใจความรอง แต่ช่วยขยายความใหม้ ากข้ึน คอื รายละเอยี ด ๒
๑. ต้ังจดุ มงุ่ หมายในการอ่านใหช้ ดั เจน ๒. อ่านเรื่องราวอย่างคร่าวๆ พอเข้าใจ และเก็บใจความสาคัญของแต่ ละยอ่ หน้า ๓. เม่ืออ่านจบให้ตั้งคาถามตนเองว่า เร่ืองท่ีอ่าน มีใคร ทาอะไร ท่ีไหน เม่อื ไหร่ อยา่ งไร ทาไม ๕W๑H ๔. นาส่งิ ท่ีสรุปได้มาเรียบเรียงใจความสาคัญใหม่ด้วยสานวนของตนเอง เพ่ือให้เกดิ ความสละสลวย ใคร ทWาอhะaไtร Who ทไ่ี หน เWมื่อhไeหnร่ Where อย่างไร ทาไม How Why ๓
วิธีการจับใจความ มีหลายอย่างขึ้นอยู่กับความชอบว่าอย่างไร เช่น การขีดเส้นใต้ การใช้สีต่าง ๆ กัน แสดงความสาคัญมากน้อยของ ข้อความ การบันทึกยอ่ เปน็ ส่วนหนึ่งของการอ่านจับใจความสาคัญท่ีดี แต่ ผู้ท่ีย่อควรย่อด้วยสานวนภาษาและสานวนของตนเองไม่ควรย่อด้วยการ ตัดเอาข้อความสาคัญมาเรียงต่อกัน เพราะอาจทาให้ผู้อ่านพลาด สาระสาคัญบางตอนไปอันเป็นเหตุให้การตีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนได้ วิธจี บั ใจความสาคญั มีหลักดังน้ี ๑. พจิ ารณาทลี ะยอ่ หน้า หาประโยคใจความสาคญั ของแต่ละย่อหนา้ ๒. ตัดส่วนท่ีเป็นรายละเอียดออกได้ เช่น ตัวอย่าง สานวนโวหาร อุปมาอุปไมย(การเปรียบเทียบ) ตัวเลข สถิติ ตลอดจนคาถามหรือคาพูด ของผูเ้ ขยี นซ่ึงเปน็ สว่ นขยายใจความสาคัญ ๓. สรปุ ใจความสาคัญด้วยสานวนภาษาของตนเอง ๔
๑. หากเนื้อความมีลักษณะเป็นบทร้อยกรอง ให้ถอดคาประพันธ์เป็นร้อย แกว้ ก่อนจับใจความสาคัญ ๒. อ่านผ่าน ๆ โดยตลอด เพื่อให้รู้ว่าเร่ืองท่ีอ่านว่าด้วยเรื่องอะไร จุดใด เปน็ จดุ สาคัญของเร่อื ง ๓. อ่านให้ละเอียด เพ่ือทาความเข้าใจอย่างชัดเจน ไม่ควรหยุดอ่าน ระหว่างเร่ืองเพราะจะทาให้ความเข้าใจไม่ติดต่อกัน และพยายามต้ัง คาถามกับตนเองว่าเรื่องนี้ใคร ทาอะไร ที่ไหน เม่ือไร อย่างไร ทาไม ๕W๑H ๔. อ่านซ้าตอนที่ไม่เข้าใจ และตรวจสอบความเข้าใจบางตอนให้แน่นอน ถูกตอ้ ง ๕. เรยี บเรียงใจความสาคัญของเรอ่ื งด้วยภาษาของตนเอง ๕
ใจความสาคัญ ของข้อความในแต่ละย่อหน้าจะปรากฏดงั นี้ ๑. ประโยคใจความสาคญั อยตู่ อนตน้ ของย่อหน้า ๒. ประโยคใจความสาคญั อยตู่ อนกลางของยอ่ หนา้ ๓. ประโยคใจความสาคัญอยตู่ อนท้ายของย่อหน้า ๔. ประโยคใจความสาคญั อยตู่ อนต้นและตอนทา้ ยของย่อหนา้ ๕. ผู้อ่านสรุปข้ึนเอง จากการอ่านท้ังย่อหน้า (ในกรณีใจความสาคัญหรือ ความคิดสาคัญอาจอยู่รวมในความคิดย่อย ๆ โดยไม่มีความคิดท่ีเป็น ประโยคหลกั ) ๖
ใจความสาคญั อยตู่ อนตน้ ยอ่ หน้า ความสมบรู ณ์ของชวี ติ มาจากความเข้าใจชีวิตเป็นพื้นฐาน คือ เข้าใจธรรมชาติ เข้า ใจความเปน็ มนุษย์ และความเมตตาต่อเพอ่ื นมนษุ ย์และธรรมชาตอิ ย่างจริงใจ ใจความสาคญั อยตู่ อนทา้ ยย่อหน้า ความเครียดทาให้เพิ่มฮอร์โมนอะดรีนาลีนในเลือด ทาให้หัวใจเต้นเร็ว เส้นเลือด บีบตวั กล้ามเนอื้ เขม็งตึง ระบบยอ่ ยอาหารผดิ ปกติ ความเครียดจึงเปน็ ตัวการใหแ้ กเ่ ร็ว ใจความสาคญั อยู่ตอนกลางยอ่ หน้า ผกั ทขี่ ายตามทอ้ งตลาดส่วนใหญ่เกษตรกรมักใช้สารกาจัดศัตรูพืช ซึ่งจะทาให้เกิดสาร ตกค้างทาให้มีปัญหาต่อสุขภาพ ฉะนั้นเมื่อซื้อผักไปรับประทานจึงควรล้างผักด้วยน้า หลาย ๆ ครงั้ เพราะจะช่วยกาจัดสารตกค้างไปได้บ้าง ใจความสาคัญอยู่ตอนตน้ และตอนทา้ ยของยอ่ หน้า การรกั ษาศลี เพื่อบังคับตนเองให้มรี ะเบยี บวินยั ในการกระทาทุกส่ิงทุกอย่าง เช่น เรามา อยู่วดั มานุ่งขาวหม่ ขาว ไม่ใชถ่ ือแตศ่ ีลแปดขอ้ เทา่ น้ัน แต่เราต้องนึกว่าศีลน้ันคือความ มรี ะเบียบ ทาอะไรกท็ าอยา่ งมรี ะเบยี บนั่นเปน็ คนทม่ี ีศีล ถ้าเราไมม่ ีระเบียบกไ็ มม่ ีศลี ใจความสาคัญไมป่ รากฏในส่วนใด ตอ้ งสรุปเอง การเดิน การว่ายน้า การฝึกโยคะ การออกกาลังกายด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ตลอดจนการ หายใจลกึ ๆ ล้วนมีส่วนทาใหส้ ุขภาพแขง็ แรง ใจความสาคัญคือ : การทาใหส้ ุขภาพแขง็ แรงทาได้หลายวธิ ี ๗
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรียนสแกน QR Cold เพอ่ื เล่นเกม “หัวกะทิพิชิตอ่าน จับใจความ” เพอ่ื ทบทวนความรเู้ รอื่ ง การอา่ นจบั ใจความ GAME PIN : 01863462 QR CODE นี้ใช้ไดถ้ ึงวนั ท่ี ๒๗ มกราคม พ.ศ.๒๕๖๔ ๘
คาช้แี จง : ใหน้ กั เรียนอ่านเนอื้ เร่ืองจากบทอ่านอนิ โฟกราฟฟิก และตอบคาถามโดยลักษณะ คาถามเป็นเทคนิคการต้ังคาถามด้วยกลวิธี ๕W๑H หลังจากนั้นให้นักเรียน พจิ ารณาเน้อื ความในบทอ่าน เรอื่ ง “พดู ดีมีเสน่ห์” ว่ามีใจความสาคัญครบถ้วน ตามคาถามขา้ งต้น และเหมอื นในบทอา่ นอนิ โฟกราฟฟกิ หรอื ไม่ ๑. บุคคลในเนือ้ เร่อื งมใี ครบา้ ง (Who) .................................................................................................................................................... ๒. จากเนอ้ื เรื่องเกดิ เหตุการณ์ใดขนึ้ (What) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๓. สถานที่ที่เกิดขึ้นในเนือ้ เร่ืองมที ใ่ี ดบ้าง (Where) .................................................................................................................................................... ๔. ลาดับเหตกุ ารณ์ในเนอื้ เร่อื งทีเ่ กิดข้ึนเปน็ อยา่ งไร (When) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕. การกระทาใดของแกว้ ทที่ าให้แจงตอ้ งมาเล่าใหค้ ุณยายฟงั (Why) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๖. หลังจากทคี่ ุณยายฟังเรอ่ื งท่แี จงเล่า คุณยายแนะนาแจงอยา่ งไร (How) .................................................................................................................................................... ๑๐
๑๑
แจงเปน็ เด็กหญิงอายุ ๑๓ ปี อยู่กบั พ่อแม่ พ่ีชาย และน้องสาวใน บ้านหลังเล็ก ๆ ที่ปลูกอยู่ในบริเวณเดียวกันกับบ้านของคุณยาย และ บ้านของป้าวิมลอีก ๑ หลัง คุณยายมีลูกสาว ๒ คน คือ ป้าวิมล และ วิภาแม่ของแจง แจงรักคุณยายและชอบคุยกับคุณยายมาก ไม่ว่าแจง จะคิดจะทาอะไร แจงจะไปเล่า ไปปรึกษา และขอความเห็นจากคุณ ยายเสมอ วันน้ีแจงทาการบ้านเสร็จเร็ว อยากคุยกับคุณยาย จึงไปหา คณุ ยายทีบ่ ้าน แจง สวัสดคี ่ะคุณยาย คณุ ยาย จ้ะสวสั ดี น่ยี ายทาลอดช่องของชอบของแจงพอดีเลยมากิน เสยี ซิ แจง ขอบคณุ ค่ะ วันนแ้ี จงมีเรื่องของแก้วมาเลา่ ให้คณุ ยายฟัง คณุ ยาย เดีย๋ วค่อยเล่ากไ็ ด้ กนิ ขนมให้เสร็จเสียก่อน แจง ค่ะ แจงต่นื เต้นน่ะค่ะ อยากใหค้ ณุ ยายรู้จักแกว้ คุณยาย เรือ่ งของแก้วน่ี ดหี รือรา้ ยจะ๊ แจง เร่ืองดีค่ะ ดีมาก ๆ ด้วย แก้วเขาได้รับเลือกให้เป็นนักเรียน ดีเดน่ ของโรงเรียนปนี ีค้ ะ่ คุณยาย แจงคงชอบแกว้ มาก จงึ ดใี จกับเขา สนิทกับเขามากหรอื แจง ค่ะ คุณยาย สนิทกันเพราะตอนเย็นเรากลับบ้านด้วยกันทุก วนั แจงกับแกว้ ชอบอะไรเหมือน ๆ กนั คุณยาย ชอบอะไรบ้างละ่ ทเี่ หมือนกนั ๑๒
แจง เราชอบนุ่งกางเกงยีนส์ แต่ไม่ชอบสวมเส้ือยืดเหมือนกัน ชอบดูกีพาแต่ไม่ชอบเล่นเหมือนกัน และก็ชอบดูหนังฟัง เพลงเหมือนกันค่ะ ที่ต่างกันก็มีนะคะ คือ แจงพูดอะไรตรง ๆ แบบที่คุณยายว่า ขวานฝ่าซาก แต่แก้วเขาระวัง เขาไม่ ว่าใครเลย พูดก็เพราะ คุณยายคงเดาได้นะคะว่าเพื่อน ๆ ต้องชอบแก้วมากกวา่ แจง คณุ ยาย แลว้ นกั เรยี นดีเด่นน่ี เขาเลือกด้วยเกณฑ์อะไรล่ะจ๊ะอาจารย์ ใหญบ่ อกว่า แก้วเป็นคนท่ีมีมารยาทดี มีมนุษยสัมพันธ์ดี มี ใจเอื้อเฟื้อเผ่ือแผ่และใส่ใจการเรียนดีเย่ียมด้วยค่ะ แก้ว พูดจาอ่อนหวานไพเราะกับทุกคนไม่ว่าคนนั้นจะเป็นใคร เวลามีคนมาชมกิจกรรมของโรงเรียน แก้วมักได้รับเลือกให้ เป็นผู้นาชมค่ะ แล้วเวลาท่ีเขาจะกลับ มักชมแก้วให้ใครๆ ได้ยินว่าแก้วพูดเพราะ พูดเก่ง และพูดชัด แก้วก็จะตอบ ว่า\"ขอบพระคณุ ค่ะ\" คุณยาย ยายก็สอนแจงบ่อย ๆ ไมใ่ ช่หรือวา่ การพูดเป็นสิ่งสาคัญเรา ต้องพูดให้เพราะและพูดให้ชัดเก่งหรือไม่เก่งก็เป็นอีกเร่ือง หน่ึง แจง แก้วเขาเป็นคนมีน้าใจด้วยค่ะ เวลามีเพื่อนมาขอยืม อุปกรณว์ าดรปู เคร่ืองมือทางาน แกว้ กใ็ หย้ ืมทั้ง ๆ ทีต้องใช้ เหมือนกัน และพูดดีกับเพ่ือนทุกครั้งเลยค่ะไม่เคยบ่นว่า อะไรเลย คุณยาย ใจดดี ว้ ยนะ แกว้ คนน้ี ๑๓
แจง ค่ะ ทีแ่ จงชอบแก้วมากอีกเร่ืองหนึ่ง คือ เวลามีเพื่อนมาเล่า เร่อื งไมด่ ีของเพ่ือนคนอื่นใหฟ้ งั แก้วจะไม่พดู ต่อเลยค่ะ แล้ว ไมใ่ ห้แจงวิพากษว์ จิ ารณ์ด้วย ทั้งแก้วท้ังแจงจึงไม่มีเร่ืองผิด ใจกับเพอ่ื นคนไหนเลยคะ่ คณุ ยาย อย่างนี้เรียกวา่ เป็นคนไมน่ ินทาว่าร้ายใคร แจง กับคนอ่ืนแก้วก็พูดดีนะคะ เวลาไปเดินในร้านขายหนังสือ ใกล้โรงเรียนด้วยกัน พนักงานขายมักจะยิ้มให้แก้วเพราะ แก้วจะขอบคุณขาหุกครั้งที่เขาพาไปหาหนังสือท่ีเราสนใจ หรือไปหยิบหนังสือมาให้เรา แจงเสียอีกล้ินแข็ง ไม่ค่อยพูด ขอบคุณขา บางทีดเู หมือนตัวเองออกจะหยิ่งนะคะ ชอบคิด ว่าเขามีหน้าท่ีบริการก็ต้องบริการ แต่ตอนนี้แจงคิดได้แล้ว ค่ะ แจงจะทาตามอย่างแก้ว จะได้มีเพื่อนมากๆ ดีไหมคะ คณุ ยาย คณุ ยาย ดี ลกู แจง คุณยายเอาใจช่วยแจงนะคะ คุณยาย จ้ะ ยายก็ชอบมีหลานเป็นคนพูดดี มีคนรักคนชมเหมือนกัน ว่าแต่ว่าพูดเหนื่อยหรือยังจ๊ะ ยายว่าหยุดคุยกินลอดช่อง ของโปรดของแจงเสยี ก่อนดีไหม แจง ดีค่ะ ขอบพระคณุ คะ่ แจงรักคณุ ยายมากที่สดุ ในโลกเลยค่ะ --------------------------------- จบ --------------------------------- ๑๔
คาชี้แจง : ให้นักเรียนอ่านบทสนทนาเรื่อง “ลูกผู้ชายตัวเกือบจริง” จากบทสนทนา และตอบคาถามที่ครูสร้างขึ้นจากเทคนิคการตั้งคาถามด้วยกลวิธี ๕W๑H ดังตอ่ ไปนีใ้ หค้ รบถ้วนสมบูรณ์ ๑. บุคคลในเน้ือเรอื่ งมใี ครบ้าง (Who) .................................................................................................................................................... ๒. จากเนอื้ เรือ่ งเกดิ เหตุการณใ์ ดขึ้น (What) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๓. สถานทที่ ่เี กดิ ขนึ้ ในเน้อื เรือ่ งมที ีใ่ ดบ้าง (Where) .................................................................................................................................................... ๔. ลาดบั เหตกุ ารณ์ในเนอื้ เร่อื งท่ีเกิดขน้ึ เปน็ อย่างไร (When) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕. เหตุการณ์ใดท่ที าให้ประภานนทไ์ มค่ ยุ กบั ดาว (why) .................................................................................................................................................... ๖. หลังจากท่ีเกิดเหตุการณ์ตา่ ง ๆ ประภานนทไ์ ดร้ บั การแนะนาจากใคร อยา่ งไร (How) ๑๕....................................................................................................................................................
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นสเกต๊ ภาพโครงร่าง วางองค์ประกอบของข้อความ ขนาด สี และภาพ ของบทอา่ นอนิ โฟกราฟฟิกจากบทสนทนาเรือ่ ง “ลกู ผชู้ ายตวั เกือบจริง” ๑๖
เรามีกันสามคน ผม เจ้าหนุ่ม แล้วก็เจ้าดาว อย่าแปลกใจไปเลย ครับกลุ่มเราผู้ชายสองผู้หญิงหนึ่งครับ แต่อย่าเผอไปบอกเดาวเลยนะ ครบั มนั โกรธตาย เพราะมนั บอกวา่ ฉันกล็ กู ผู้ชายคนหนง่ึ ส่วนเจ้าหนุ่ม นั้นก็ห้าวเสยี จนผมกลวั ใจ เวลาอยู่โรงเรียนเราไปไหนมาไหนด้วยกัน เจอหน้ากันแต่เช้าทุก เช้า คาว่า “เช้า” ของเรา อาจไม่ได้แปลว่าเช้านะครับ แปลว่าสาย ของคนอ่นื เพราะกว่าผมจะโผล่มาถึงโรงเรียนได้ก็เป็นอันสายแล้วทุกท่ี กลุ่มเราก็มักจะเป็นกลุ่มท่ีครูจ้องเป็นพิเศษ ไม่ใช่จ้องให้รางวัลหรือ อะไรหรอกนะครับ แต่เป็นกลุ่มพิเศษท่ีครูจ้องจะทาโทษ ส่วนเราก็จ้อง เป็นพิเศษเหมือนกันครับ จ้องไม่ให้ครูทาโทษเราได้ เช่นว่า ครูเขาต้ัง กฎไวว้ ่า ถา้ ใครมาสายเกิน ๕ คร้ังจะหมดสทิ ธ์ิสอบ เราก็จ้องเป็นพิเศษ ทจ่ี ะมาสายแค่ ๔ คร้ัง พอถึงครั้งที่ ๕ เราก็จะพยายามทาให้ครูผิดหวัง หรือครูต้ังกฎไวว้ า่ ห้ามเตะบอลบนระเบียงโรงเรียน เราก็ไม่เคยเตะกัน เลยแม้แต่ครั้งเดียว ที่เตะกันน้ันคือท่ีสนาม แต่ก็เตะกันจนกระทั่ง กระจกหนต่างแตกได้ ทั้งท่ีหน้าต่างอยู่บนระเบียง เห็นไหมครับว่าผม และเพอ่ื น ๆ ไม่ได้ทาผดิ ระเบียบของโรงเรยี นแต่อย่างใด เราสามคนไปไหนก็ไปด้วยกัน เวลาเดินไปกินข้าวผมก็จะเอามือไห้วเจ้ คาวไปดว้ ยเพราะมันตวั เลก็ กวา่ ใคร ๆ ท้ังหมด แกลงั มันง่ายกว่าคนอ่ืน มนั ก็จะหนั มารอ้ งวา่ ผมด้วยสานวนแยๆ่ ของมัน “หัวกู...” มันว่า “อย่ามายงุ่ ” ๑๗
เรอ่ื งมนั เป็นดงั น้ีไดท้ ุกวัน จนกระท่งั วันหน่ึง อาจารย์เทวีเดินมาเห็น ผมกาลังไสหัวเจ้าคาวเข้าพอดี และเจ้าหนุ่มกาลังยกเท้าข้ึนเตะก้นผม อาจารย์กวักมือเรียกเราสามคนเข้าไปหา แล้วก็ทาโทษข้อหามี กิริยามารยาทไม่สุภาพ แถมยังได้ยินเราพูดกันด้วย ก็เลยเพิ่มอีกหนึ่ง ข้อหาคือ พดู จาหยาบคาย ไมม่ ีสมบัตผิ ้ดู ี ผมก็ไม่รู้หรอกว่าสมบัติผู้ดีน่ะเป็นอย่างไร เพิ่งจะได้ยินข้อหาจาก อาจารยเ์ ทวีเป็นครง้ั แรก ก็ออกจะแปลกใจอยู่ ยงั กระซิบบอกเจา้ ดาววา่ “มอี ะไรม่งั นะ สมบตั ิผู้ดีน่ะ” เจ้าดาวยังยอ้ นตอบมาว่า “ไม.่ ..” มันทาท่าจะต่อ “โว้ย” แต่พอนึได้ว่ากาลังอยู่ระหว่างถูกทาโทษมันก็เลย หบุ ปากแนน่ หลงั จากกินข้าวกลางวันแบบไม่อร่อยท่ีสุดในโลกแล้ว อาจารย์ก็ทา โทษโดยให้เราสามคนเดินเก็บขยะในโรงเรียน นักเรียนรุ่นพี่รุ่นน้อง รุ่น เพ่ือนมองแล้วก็อมยิ้มกันใหญ่ ผมก็ไม่ว่าอะไร มาเจ็บใจนิดเดียวตอนท่ี น้องก้อยเดินมาพอดี ก็เด็กคนน้ีผมแอบชอบเขาอยู่นี่นา พอเห็นเขา เท่านนั้ หัวใจผมกห็ ลน่ วูบไปอยูท่ ตี่ าตุ่มเลยทีเดียว ผมรีบหลบเข้าหลังเจ้า หนุ่ม เจ้าหนุ่มมันราคาญก็ผลักผมเซไป ผมก็เลยไปชนเจ้าดาวเท่านั้น แหละเป็นเรื่องทันที เพราะเจ้าดาวตัวมันเล็ก ผมไปชนมันเข้ามันก็ กระเด็นไปชนถังขยะ ต่อจากถังขยะก็ไม่มีใครให้ชนแล้ว มันก็เลยล้มตึง เจ้าดาวเสยี หลกั ลมั ตามถังขยะไปอีกทีหนึง่ ลองนึกภาพเอาเองก็แล้วกันว่า มันจะโกลาหลขนาดไหน แค่เดิน เก็บขยะ คนเห็นบ้างไม่เห็นบ้าง ผมก็อายใครต่อใครอยู่แล้ว นี่มาถังขยะ ลม้ แถมดว้ ยเจา้ ดาวล้มตาม และผมยงั เปน็ จาเลยฐานทาเจ้าดาวล้มอีก ๑๘
ผมก็เลยกลายเป็นเป้าเด่น ไม่แต่น้องก้อยเท่านั้นท่ีเห็นผม คนท้ังโรงเรียน เลยครบั ไม่วันแม้แตค่ รแู ละภารโรง ผมรีบเขา้ ไปช่วยเจ้าดาว จัดการหิ้วปีกมนั ข้ึนมา มองไปก็เห็นสายตา ของนอ้ งก้อยยิ้มเยาะอยู่ ผมก็ย่ิงประสาท “นายประภานนท์” นั่นเป็นเสียงของอาจารย์พิเชษฐ์ อาจารย์ฝ่ยปก ครองท่ีเขาลือกันวดุกว่าเสือ ผมอยากกระโดดหลบหลังเจ้าหนุ่ม แต่ก็ไม่ สามารถทาได้ผมทาได้อย่างเดียวคือเดินเชื่องๆ ออกไปหาเจ้าของเสียง เหี้ยมนน้ั “น่นั เพ่อื นผหู้ ญงิ นะ” อาจารยช์ ้ไี ปทเี่ จ้าคาวท่ียนื ทาหนา้ พิลกึ พลิ ัน่ “เธอไปแกลง้ เขาอยา่ งน้ันไดอ้ ย่างไร” “ผมไม่ไดแ้ กล้งนะครบั ” ผมรีบปฏิเสธ “ไม่ต้องปฏิเสธเลย ลูกผู้ชายทาผิดแล้วต้องรับผิด แค่แกล้งผู้ชาย ด้วยกันก็ผิดแล้ว น่ียังแกล้งเพ่ือนผู้หญิงอีก อาจารย์เทวีบอกว่าเธอแกล้ง ดุจดาว ถึงได้ถกู ทาโทษ แล้วน่ีระหวา่ งการทาโทษ ยงั แกลง้ เขาตอ่ อีก” ผมโดนข้อหาฉกรรฐล์ ว้ น ๆ “กไ็ ด้ครับ ลูกผชู้ ายต้องรับผิด” ผมนกึ อยใู่ นใจ แอ่นอกข้ึนรบั ผิด “ผมผดิ ครับ” ผมตะโกนออกไปเต็มเสยี ง นอกจากเก็บขยะคนเดียวในวันน้ันแล้ว ในตอนเย็นผมยังต้อง ชว่ ยงานอาจารยพ์ เิ ชษฐ์ในเรือนตน้ ไมอ้ ีกเป็นเวลาเดือนหนึ่งเตม็ ๆ เช่ือไหมครับ อาจารย์พิเชษฐ์ที่วดุเป็นเสือ แกชอบตันไม้เสียจริง ๆ ให้ผมยกตนั ไม้เขา้ ยกตันไม้ออก ยกดิน ยกปุย ยกบ้ายกบอ ยกอะไรนักไมร่ ู้ ๑๙
ลากสายยาง เปิดน้า หยอดฮอร์โมน หยดเกสร โอ๊ย! สารพัดแหละครับ จน ต่าย่าเย็น พอกลับไปถึงบ้าน แม่ก็ยืนหวดฉ่ารออยู่ผมก็ไม่กลับอกว่าผมถูก ทาโทษ เอาแต่บอกว่าผมมีการบ้านต้องทาท่ีโรงเรียนทุกวัน จนพ่ีไก่ไป กระซิบบอกแม่ว่าอะไรไม่รู้ แม่ถึงได้เลิกว่าผมผมมารู้อีกทีหนึ่งว่าเจ้าดาว แหละไปรายงานพี่ไก่ พ่ีไก่ก็เลยไปรายงานแม่ทุกอย่างก็เลยสงบดี เปน็ อนั ว่าเขารกู้ นั หมดแล้ววา่ ผมถูกทาโทษ นับตงั้ แต่ผมถูกทาโทษ ผมนตงึ กับเจ้าดาว เพราะมันเป็นดันเหตุให้ผม อายผู้หญิงที่ผมแอบชอบ มันเคยตามผมมาที่เรือนตันไม้ แต่ผมไล่มัน กลบั ไป “แกไมต่ ้องมายงุ่ ” มนั ทาหน้ามยุ่ “แกไม่เป็นลกู ผชู้ าย ไล่ผ้หู ญิง” “แล้วแกล่ะเป็นลกู ผหู้ ญงิ หรอื เปล่า ไอบ้ า้ เอย๊ ” มันโมโหทผ่ี มไปตถี ูกขนดหางมัน มันก็เลยกระแทกเท้าป้าบ ๆ จากไป อาจารย์พเิ ชษฐ์มาจากไหนไม่รู้ มายืนอยู่ข้างหลังผม พูดกบั ผมเบาๆ วา่ “ประภานนท์ ครนู ะวา่ เราไม่ไดอ้ ยากว่าผู้หญงิ ถึงขนาดน้นั แต่ตอนเรา อายุเท่าน้ี เรามกั ทาอะไรไมถ่ กู เพ่อื นผู้หญิงบางคนก็ดเู ปน็ ผหู้ ญิง บางคนก็ดู เป็นเหมือนเพื่อนผู้ชาย เราแยกออกจากกันไม่ได้ บางเวลาเราก็ยากจะจีบ ผ้หู ญงิ บางวลาเรากอ็ ยากจะปฏบิ ัตติ อ่ ผ้หู ญงิ เหมือนผู้ชาย” ผมมองหนอาจารย์พิเชษฐ์ด้วยความแปลกใจ อาจารย์ท่ีว่าดุเป็นเสือ เอาเขา้ จริงแล้ว ก็ไม่เลวนกั หรอก “จรงิ ครับ บางทผี มกไ็ มร่ ู้วจ่ ะทาอย่างไรดี เป็นผู้ชายนล่ี าบากนะครับ” ๒๐อาจารยพ์ เิ ชษฐ์หวั เราะ
“ผู้หญิงเขาก็เป็นเหมือนเรานั้นแหละ ต่างคนต่างลาบาก ค่อย ๆ ดูไปเดี๋ยวมันก็จะดีไปเอง ไม่ต้องรีบร้อนเป็นลูกผู้ชายหรอก แล้วก็ไม่ต้อง หนีท่ีจะเปน็ ” ว่าแล้วอาจารยพ์ เิ ชษฐ์กห็ ัวเราะฮ่า ๆ ๆ คาสอนและเสียงหัวเราะขอ งอจารย์ทาให้ผมดีขึ้นมากเลยครับ เวลาจะเป็นลูกผู้ชายก็เลยต้องคิด แลว้ ดิคอกี แล้วก็ค่อย ๆ เป็นแบบอาจารยว์ ่า ชมัยพร บางคมบาง (แสงกระจ่าง) --------------------------------- จบ --------------------------------- ๒๑
รายวิชา ภาษาไทย ๓ (ท๒๒๑๐๑) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒/๒๕๖๓ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เวลา ๓๐ นาที ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ตอนท่ี ๑ คาช้ีแจง : ให้นักเรียนอ่านบทสนทนาจากเร่ือง “ถกประเด็นทาเป็นรายงาน” จากหน้า ๒๕-๒๘ แล้วเลือกคาตอบทถี่ ูกต้องท่ีสุดเพยี งขอ้ เดยี ว (๗ คะแนน) ๑. สถานการณจ์ าลองการประชมุ จากเรอื่ ง “ถกประเด็นทาเปน็ รายงาน” เกดิ ขนึ้ ทใ่ี ด ก. หอ้ งเรยี น ข. โถงหน้าหอ้ งประชมุ ค. หอ้ งประชมุ ขนาดเลก็ ขา้ งโรงเรียน ง. หอ้ งประชุมขนาดเล็กภายในโรงเรยี น ๒. วาระที่ ๑ เรอื่ งแจ้งให้ท่ีประชมุ ทราบ จากเรอื่ งประธานไดแ้ จง้ เรอ่ื งใด ก. เร่อื งการจดั กิจกรรมต่อตา้ นยาเสพตดิ ข. เรือ่ งนายณฐั วุฒิ เขยี วสดใส ขอลาปว่ ย ค. เร่อื งนายกิตติพงศ์ กอ่ เกดิ ยศ ขอลากจิ ง. เรอื่ งนายวุฒิชยั มีดี ประสพอุบตั เิ หตุ ๓. กจิ กรรมใดที่ทางโรงเรียนใหจ้ ัดตลอดเดือนสิงหาคม ก. กิจกรรมวันแม่ ข. กจิ กรรมต่อต้านยาเสพตดิ ค. กิจกรรมโรงเรยี นปลอดขยะ ค. กจิ กรรมโรงเรยี นของฉนั หน้าต่อไป ๒๒
ใหน้ ักเรียนใช้บทความตอ่ ไปนใ้ี นการตอบคาถามขอ้ ที่ ๔ – ๕ ประธาน เชิญคณุ พรทิพยพ์ ดู ก่อนครับ คณุ พรทิพย์ ประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับคุณกนกค่ะ ว่าเราน่าจะเพิ่มกิจกรรมอีก และเพ่ิมระยะเวลาการจัดกิจกรรมแต่ละประเภทด้วยค่ะ อย่างเช่น การประกวดห้องเรียนสะอาด ช่วยกันเก็บขยะในโรงเรียน ควรทา ตลอดทั้งเดือนสิงหาคม และควรเพ่ิมกิจกรรมอีกสักอย่าง เช่น การ ประกวดสนุ ทรพจน์ ๔. จากบทสนทนาขอ้ ใด้เป็นประโยคใจความสาคัญ ก. เชญิ คณุ พรทพิ ย์พูดกอ่ นครับ ข. ประธานคะ ดิฉนั เห็นด้วยกบั คณุ กนกคะ่ ค. ประธานคะ ดฉิ นั เห็นด้วยกบั คุณกนกค่ะ ว่าเราน่าจะเพ่ิมกจิ กรรมอีก ง. ประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับคุณกนกค่ะ ว่าเราน่าจะเพิ่มกิจกรรมอีก และเพิ่ม ระยะเวลาการจัดกิจกรรมแต่ละประเภทด้วยค่ะ, ควรเพิ่มกิจกรรมอีกสักอย่าง เช่น การประกวดสุนทรพจน์ ๕. จากบทสนทนาข้างตน้ ประโยคในข้อใดเปน็ สว่ นขยาย ก. เรานา่ จะเพิ่มกิจกรรมอีก ข. ช่วยกนั เก็บขยะในโรงเรยี น ค. ควรเพ่มิ กจิ กรรมอีกสกั อย่าง ง. ประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกบั คุณกนกค่ะ หน้าตอ่ ไป ๒๓
ให้นกั เรียนใชบ้ ทความตอ่ ไปนีใ้ นการตอบคาถามข้อท่ี ๖ - ๗ (๑) เร่ืองรบั รองรายงานการประชุม (๒) เรอ่ื งที่เสนอใหท้ ีป่ ระชมุ พจิ ารณา (๓) เรอ่ื งท่เี สนอให้ที่ประชมุ ทราบ (๔) เรอ่ื งทป่ี ระธานแจง้ ใหท้ ่ปี ระชุมทราบ (๕) เรือ่ งอ่นื ๆ (ถ้ามี) ๖. ให้นักเรยี นเรยี งลาดบั วาระการประชุมต่อไปน้ีใหถ้ ูกตอ้ ง ก. (๔) (๒) (๓) (๑) (๕) ข. (๔) (๑) (๓) (๒) (๕) ค. (๔) (๕) (๑) (๒) (๓) ง. (๔) (๒) (๕) (๒) (๓) ๗. วาระการประชมุ วาระท่ี ๓ ไดแ้ ก่เร่ืองอะไร ก. เรอื่ งรับรองรายงานการประชุม ข. เรื่องท่เี สนอใหท้ ี่ประชุมพิจารณา ค. เร่ืองท่ีเสนอใหท้ ี่ประชุมทราบ ง. เรื่องอ่นื ๆ (ถา้ มี) ตอนท่ี ๒ คาชี้แจง : ให้นักเรียนบอกเหตุการณ์การจาลองสถานการณ์การประชุมจากเร่ือง “ถกประเดน็ ทาเป็นรายงาน” วา่ เหตุการณ์ใดมาก่อน เหตุการณ์ใดมาหลังด้วย ภาษาของตนเอง (๓ คะแนน) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๒๔....................................................................................................................................................
สถานการณ์จาลองการประชุม สถานที่ ห้องประชุมเล็ก ๆ ห้องหนึ่งในโรงเรียน มีโต๊ะใหญ่ ๑ ตัวมี นักเรียนน่ังประชุมอยู่ ๗ คน มีอาจารย์ที่ปรึกษาชมรมนั่งอยู่ ใกล้ประธาน ประธาน เรยี นอาจารยท์ ี่ปรึกษาที่เคารพ สวัสดีกรรมการทุกคนขณะน้ี กรรมการได้มากันครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการ ประชุมคณะกรรมการชมรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมครั้งที่ ๒/๒๕๕๔ ผมขอดาเนินการประชุมเลยนะครับ เรื่องแรกนะ ครับ วาระท่ี ๑ เร่ืองแจ้งให้ท่ีประชุมทราบ นายกิตติพงศ์ ก่อเกิดยศ ขอลากิจครับ วาระท่ี ๒ การรับรองรายงานการ ประชุมคร้ังท่ี ๑/๒๕๕๔ ขอเชิญเลขานุการอ่านรายงานการ ประชมุ ครับ เลขานุการ (อ่านรายงานการประชุมครง้ั ที่ ๑/๒๕๕๔) ประธาน ถ้าคณะกรรมการท่านใดมีข้อท้วงติง จะขอแก้ไขก็ขอเชิญ เลยนะครับ ถ้ไม่มีผมขอให้ที่ประชุมรับรองรายงานการ ประชุม เป็นอันว่าท่ีประชุมรับรองรายงานการประชุมครั้งท่ี ๑/๒๕๕๔ โดยไม่มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปวาระท่ี ๓ เร่ือง เสนอให้ที่ประชุมทราบ เป็นเร่ืองสืบเนื่องมาจากการประชุม ครั้งก่อน เกี่ยวกับกิจกรรมที่เราจะทา ผมขอรวมเป็นเรื่อง เพอื่ พิจรณาด้วยเลยนะครบั ตามท่เี ราลงมติวา่ จะจดั กจิ กรรม ๒๕
ประธาน รณรงค์โรงเรียนปลอดขยะน้ัน ทางโรงเรียนเห็นว่าเป็น กนก กิจกรรมท่ีมีประโยชน์ จึงขอให้เราจัดกิจกรรมน้ีตลอดเดือน สิงหาคม ผมเชิญกรรมการทุกคนมาประชุมในวันน้ีก็เพ่ือพิ ประธาน จรณาการจัดกิจกรรม และข้ันตอนในการดาเนินงาน ซึ่งคง พรทพิ ย์ จะต้องมีการเปล่ียนแปลงไปบ้าง กรรมการท่านใดมี ขอ้ เสนอแนะ ขอเชญิ ครบั (กนกยกมือขออนุญาตประธาน) เชญิ คุณกนกครบั ท่านประธานครับ ผมคิดว่าเรานจะจัดกิจกรรมเพิ่มข้ึนอีก จากท่ีเตรียมจัดไว้ ซึ่งมเี พียง ๓ กจิ กรรม คอื ๑. ประกวดห้องเรียนสะอาด ๒. จัดประกวดวาดภาพโรงเรยี นในฝนั และ ๓. ช่วยกันเก็บขยะในบริเวณโรงเรียนหลังเลิกเรียนทุก วนั เปน็ เวลา ๑ สัปดาห์ (พรทพิ ยแ์ ละนุจรยี กมือขึน้ พรอ้ มกนั ) ขอเชญิ คณุ พรทิพยพ์ ูดกอ่ นครบั ประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยกับคุณกนกค่ะ ว่าเราน่าจะเพ่ิม กิจกรรมอีก และเพ่ิมระยะเวลในการจัดกิจกรรมแต่ละ ประเภทด้วยค่ะ อย่างเช่น การประกวดห้องเรียนสะอาด ช่วยกันเก็บขยะในโรงเรียน ควรทาตลอดทั้งเดือนสิงหาคม และควรเพ่ิมกิจกรรมอีกสักอย่าง เช่น การประกวด สุนทรพจน์คะ่ ๒๖
ประธาน ขอบคุณคุณพรทิพย์ท่ีได้เสนอกิจกรรมเพ่ิมเติม เมื่อก้ีคุณนุจรี นุจรี จะแสดงความคิดเห็นดว้ ยใชไ่ หมครับ ขอเชญิ ครบั ประธานคะ ดฉิ ันเห็นด้วยกับคุณกนกและคุณพรทิพย์ค่ะ ท่ีจะให้ ประธาน จัดกิกรรมเพ่ิมข้ึนอีก กิจกรรมประกวดสุนทรพจน์ก็น่าสนใจค่ะ นพพร ดิฉันเห็นด้วย แต่ดิฉันคิดว่าน่าจะจัดกิจกรรมตอบปัญหา ประธาน เกยี่ วกบั ส่ิงแวดลอ้ มอีกกจิ กรรมหน่ึง ขอบคณุ คณุ นจุ รี กรรมการทา่ นอื่นๆ มีความเห็นว่าอยา่ งไรครบั อาจารย์ ประธานครับ ผมเห็นว่าการแข่งขันตอบปัญหาควรไปจัดในงาน ด้านวิชาการ เราจดั เพียง ๔ กิจกรรม ก็น่าจะพอแล้วครบั ขอบคณุ คุณนพพรครับ ผมเองเห็นว่ามีกิจกรรมเพ่ิมก็ดีแต่ทั้งน้ีก็ แล้วแต่ท่ีประชุมนะครับ กรรมการท่านอ่ืนเห็นด้วยกับผมไหม ครับ หรือจะเสนอความคิดเหน็ อะไรเพม่ิ เติมอกี ไหมครบั (ไม่มใี ครเสนออะไรอีก) ถ้าไม่มีใครเสนออะไรเพ่ิมเติมอีก ผมขอเรียนเชิญอาจารย์ท่ี ปรึกษากรณุ าให้คาแนะนาเพ่ิมเติม ก่อนท่ีพวกเราจะดาเนินการ ต่อไปครับ ก่อนอื่น ครูต้องขอแสดงความชื่นชมที่เห็นทุกคนมีความตั้งใจดี ในการทากิจกรรมนี้ ความคิดที่ช่วยกันแสดงออกมาในที่ประชุม น้ันนสนใจ อย่างไรก็ตาม ครูขอฝากเป็นข้อคิดว่าการทางานจะ สาเร็จด้วยดี พวกเราต้องทางานเป็นคณะ เป็นกลุ่ม ขอให้ ดาเนินการอย่างประหยัด ผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้ที่ใด ก็ขอให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความรับผิดชอบ และเต็มกาลัง ๒๗ความสามารถของตน
ประธาน ขอบพระคุณครับอาจารย์ คณะกรรมการจะทาตามข้อคิดเห็น ประธาน ของอาจารย์ครับ ผมขอดาเนินการประชุมต่อไปนะครับ เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติให้เพิ่มการประกวดสุนทรพจน์อีก ๑ กิจกรรม เป็น ๔ กิจกรรม และเพิ่มเวลาการประกวด ห้องเรยี นสะอาด และการเก็บขยะเป็นตลอดเดือนสิงหาคม ใน การประชุมครั้งที่แล้วเราได้พิจารณาจัดรูปแบบของกิจกรรม กาหนดคณะทางานในหน้ท่ีต่าง ๆ ไว้แล้ว แต่เม่ือมีการ เปลี่ยนแปลงระยะเวลในการจัด และเพ่ิมกิจกรรมประกวด สุนทรพจน์ข้ึนอีก ๑ กิจกรรม ก็คงต้องมาช่วยกันจัดรูปแบบ ขัน้ ตอน และคณะทางานในแตล่ ะกิจกรรมเพิม่ เดิม (ท่ีประชุมรว่ มกนั พิจารณารูปแบบ ขน้ั ตอน และคณะทางานใน การจัดกิจกรรมรณรงค์โรงเรียนปลอดขยะดาเนินไปจนเสร็จ เรยี บร้อย ประธานจึงกล่าวปดิ การประชุม) ก่อนจะปิดการประชุม ผมขอแจ้งกาหนดการประชุมคร้ังต่อไป คือ วนั ท่ี ๒๔ มถิ ุนายน ๒๕๕๔ ต้ังแต่เวลา ๑๕.๓๐ น. เป็นต้น ไป สถานท่ีเดิม คือห้องชมรมอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม ผม ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่ปรึกษาและขอบคุณกรรมการทุกคน ที่มาประชุมในวนั นี้ ผมขอปดิ การประชุม สวัสดีครบั --------------------------------- จบ --------------------------------- ๒๘
คาชแ้ี จง : ให้นกั เรยี นอา่ นเนอ้ื เร่อื งจากบทอา่ นอนิ โฟกราฟฟิก และตอบคาถามโดยลักษณะ คาถามเป็นเทคนิคการตั้งคาถามด้วยกลวิธี ๕W๑H หลังจากนั้นให้นักเรียน พิจารณาเน้ือความในบทอ่าน เร่ือง “ออมไว้ใส่ถุงแดง” ว่ามีใจความสาคัญ ครบถ้วนตามคาถามข้างต้น และเหมือนในบทอา่ นอินโฟกราฟฟกิ หรอื ไม่ ๑. บุคคลในเนอื้ เร่ืองมใี ครบา้ ง (Who) .................................................................................................................................................... ๒. จากเน้อื เรื่องเกดิ เหตุการณใ์ ดขน้ึ (What) .................................................................................................................................................... ๓. สถานทีท่ ี่เกดิ ข้นึ ในเนื้อเรือ่ งมที ่ใี ดบ้าง (Where) .................................................................................................................................................... ๔. สถานการณ์จากเรือ่ งเหตุการณใ์ ดมาก่อน เหตุการณ์ใดมาหลัง (When) .................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕.เหตุการณ์ใดที่ทาใหเ้ งินถุงแดงถูกนาไปใช้เปน็ จานวนมาก (Why) .................................................................................................................................................... ๖. หลงั จากจ่ายเงนิ ถุงแดงไปเป็นจานวนมากแล้ว ประเทศไทยเปน็ อย่างไร (How) ๓๐....................................................................................................................................................
๓๑
เงินถุงแดง คือ พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ท่ีพระบาทสมเด็จพระนั่ง เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงได้รับจาการค้าสาเภา คือ นาสินค้าบรรทุกเรือสาเภาไป ขายที่ประเทศจีน ก่อนเสด็จสวรรคตได้พระราชทานไว้แก่แผ่นดินเพื่อใช้ ทานุบารุงวัดวาอาราม ท่ีสาคัญย่ิงคือ เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง ร.ศ. ๑๑๒ ไทยต้องชดใช้เงินค่าปฏิกรรมสงครามแก่ประเทศฝร่ังเศส เงนิ ส่วนใหญท่ ี่ใช้ในการนก้ี ็ได้มาจากเงนิ ถงุ แดง เงินถุงแดงจัดอยู่ในประเภทเงินพระคลังข้างที่หรือเงินข้างท่ีเป็นพระ ราชทรัพย์ส่วนพระองค์ ในปัจจุบันคือเงินงบประมาณส่วนหนึ่งท่ีรัฐบาล ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพ่ือใช้จ่ายส่วนพระองค์ สมเด็จพระเจ้าบรม วงศ์เธอกรมพระยาดารงราชานภุ าพทรงอธิบายเรื่อง เงินพระคลังข้างที่ ไว้ ใน สาส์นสมเด็จ เล่ม ๑๓ ความวา่ “...เคยได้ยินผหู้ ลักผ้ใู หญเ่ ล่ากนั มาว่า เดิมพระเจ้าแผ่นดิน โปรดให้มี กาปัน่ เงินไวข้ า้ งพระแทน่ ทีบ่ รรทมใบหน่ึงสาหรับทรงหยิบพระราชทานผู้ใด หรอื ใช้จ่ายการอันใดโดยลาพงั พระองค์เอง คือไม่ต้องบอกให้ผู้อื่นรู้ จะเป็น ประเพณมี าแต่ครัง้ กรุงศรอี ยุธยาหรือมามีขึ้นในกรุงรัตนโกสินทร์น้ีไม่ทราบ แน่ เหน็ จะเรียกกนั วา่ \"เงนิ ขา้ งที่\" ทานองเดียวกับเรียกเงินที่เอาตามเสด็จ ไปไหน ๆ ว่า \"เงินทายที่นั่ง\" และคงแบ่งไปจากเงินพระคลังในนั้นเองถึง รัชกาลท่ี ๓ พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเก็บหอมรอมริบเงิน ซ่ึงเป็นของส่วนพระองค์เพ่ิมขึ้นใน เงินข้างที่อีกมาก สาหรับทรงบาเพ็ญ พระราชกุศลต่าง ๆ และมีเงินซึ่งเรียกกันว่า “เงินถุงแดง” สารองไว้ ๓๒สาหรบั ใชใ้ นเวลาบา้ นเมอื งเกิดยคุ เขญ็ ....”
สมัยรัตนโกสินทร์ตอนตัน เงินกาไรจากการค้าสาเภาหลวงคงเป็นเงิน รายไดข้ องแผ่นดินท่ีพระมหากษัตริย์ทรงแยกไว้ใช้จ่ายเป็นการส่วนพระองค์ ในยามท่ีรายไดแ้ ผน่ ดินไมพ่ อใช้จา่ ยในราชการจึงนากาไรจากการคขายมาใช้ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์มีพระราชทรัพย์ ส่วนพระองคเ์ ปน็ จานวนมากพระราชทรัพย์เหล่น้ันคงจะบรรจุไว้ในถุงสีแดง เก็บไว้ในพระคลังข้างท่ีจงึ เปน็ ท่ีมาของซอื่ เรียก “เงนิ ถงุ แดง” ในปี พ.ศ. ๒๔๓๖ ตรงกับปี รศ. ๑๑๒ ในสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลอมเกลเ้ จ้าอยู่หัว ประเทศไทยเกดิ กรณพี ิพาทเร่ืองดินแดนกับประเทศ ฝรั่งเศส ไทยไม่อาจทานอานาจของฝรั่งเศสที่มีพลังแสนยานุภาพเหนือกว่า จึงต้องยอมเสียดินแดนลาวฝ่ังซ้ายของแม่น้าโขง คือ ดินแดนท่ีเป็นประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวเกือบท้ังหมด และต้องชดใช้ค่ ปฏิกรรมสงครามอีกจานวนหน่ึงด้วยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว ต้องทรงนา “เงินถุงแดง” มาใช้เป็นค่าปฏิกรรมสงคราม “เงินถุง แดง” จึงได้มีส่วนช่วยมิให้ไทยต้องตกเป็นอาณานิคมของฝร่ังเศสในคร้ังน้ัน และไดร้ กั ษาอธิปไตยของชาติมาไดจ้ นทกุ วนั นี้ เงนิ ถงุ แดงมสี ่วนช่วยปกปักรักษาชาตไิ ทยไว้ได้ ชาวไทยจงึ ควรระลึกถึง พระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระน่ังเกล้าเจ้าอยู่หัว และ ดาเนินการทางการเงินตามรอยเบ้ืองพระยุคลบาท ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร ประเทศหรือประชาชนคนธรรมดา หากมีมานะพยายามท่ีจะหาเงินมาเลี้ยง ชีพ รู้ใช้รู้จ่ายให้เหมาะสม และรู้จักสะสมเงินบางส่วนไว้เป็นเงินออมตาม กาลังความสามารถเพื่อใช้จ่ายในคราวจาเป็น ก็จะเป็นผู้มีฐานะทาง เศรษฐกจิ มั่นคง มีชวี ติ ที่ไมล่ าบาก และมคี วามสุข ๓๓ ศิรภิ รณ์ จริ ัปปภา
คาชแ้ี จง : ให้นักเรยี นอ่านบทความเร่อื ง “รนื่ เรงิ เพลงราวง” จากบทความ และตอบคาถาม ทค่ี รสู รา้ งขึ้นจากเทคนิคการต้ังคาถามด้วยกลวิธี ๕W๑H ดังต่อไปน้ีให้ครบถ้วน สมบูรณ์ ๑. เนอ้ื เรอ่ื งกลา่ วถึงเร่ืองใด (Who) .................................................................................................................................................... ๒. จากเนื้อเร่อื งเพลงราวงพนื้ บ้านคืออะไร (What) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๓. ในสมยั ก่อนเพลงราวงพน้ื บ้านนิยมเล่นกนั ทีไ่ หน (Where) .................................................................................................................................................... ๔. ราวงมาตรฐานมที ี่มาอย่างไร เหตุการณใ์ ดมาหลัง (When) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕. ทาไมจงึ เรยี กว่า ราโทน (why) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๖. จอมพล ป. (แปลก) พบิ ูลสงคราม ใหค้ วามสาคัญกับการละเล่นราวงอยา่ งไร (How) .................................................................................................................................................... ๓๔....................................................................................................................................................
คาชี้แจง : ใหน้ กั เรยี นสเกต๊ ภาพโครงร่าง วางองค์ประกอบของข้อความ ขนาด สี และภาพ ของบทอา่ นอนิ โฟกราฟฟิกจากบทความเรื่อง “รืน่ เรงิ เพลงราวง” ๓๕
คารอ้ ง แกว้ อจั ฉริยะกุล ทานอง เอ้ือ สุนทรสนาน วันเพ็ญเดอื นสบิ สอง นา้ กน็ องเตม็ ตล่งิ เราท้งั หลายชายหญงิ สนกุ กนั จรงิ วันลอยกระทง ลอย ลอย กระทง (ซา้ ) ลอยกระทงกันแลว้ ขอเชญิ น้องแก้วมาเล่นราวง ราวงวนั ลอยกระทง (ซา้ ) บุญจะส่งใหเ้ ราสขุ ใจ (ซ้า) บทเพลงข้างตันเป็นบทเพลงสาหรับราวงซ่ึงเป็นการละเล่นพ้ืนบ้าน แบบหนึ่ง เนือ้ หาของบทเพลงเปน็ ไปในเชิงเก้ียวพาราสีระหว่างหนุ่มสาว มี เร่ืองราวของประเพณีท่ีเป็นวิถีชีวิตของชาวไทย เช่น กิจกรรมในวันเพ็ญ เดอื นสิบสอง วันสงกรานต์ มกี ารชมธรรมชาติและอ่นื ๆ ร า ว ง เ ป็ น ก า ร ล ะ เ ล่ น ที่ นิ ย ม เ ล่ น กั น ท่ั ว ทุ ก ภ า ค ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย โดยเฉพาะในสมัยท่ีจอมพล ป. (แปลก) พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ในช่วงสงครามโลกคร้ังท่ี ๒ นั้นจะหาการละเล่นใดท่ีได้รับความนิยมเกิน กวา่ การลน่ ราวงเป็นไม่มี นอกจากจะเลน่ กนั ท่ัวไปแล้ว รัฐบาลของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ยังมอบหมายให้กรมศิลปากรปรับปรุงท่าราให้เป็นราวง มาตรฐานดว้ ย ๓๖
ราวงพฒั นามาจากการละเลน่ พ้ืนบ้านท่เี รียกวา่ ราโทน เพราะใช้โทน เป็นเคร่ืองดนตรีสาคัญในการให้จังหวะ แต่ยังไม่มีหลักฐานว่าราโทนมีมา ตั้งแต่เม่ือใด หรือใครเป็นผู้คิดประดิษฐ์ข้ึนมีแต่เพียงคาบอกเล่าสืบต่อกัน มา คาวา่ ราวง บอกให้รู้ถึงวิธีการเล่นว่าต้องมีการรา คือต้องแสดงท่าทาง ท่ีใช้มือและแขนเป็นหลัก และ การรานั้นผู้ราจะต้องราเป็นวงมีเพลงร้อง และใช้เครอ่ื งดนตรี เชน่ โทน รามะนา ตใี ห้จงั หวะประกอบ แต่เดิมการเล่นราวงมักเล่นในเวลากลางคืนในช่วงตรุษสงกรานต์ สถานที่เล่นมักใช้บริเวณลานวัดหรือลานในหมู่บ้าน การราวงไม่มีพิธีการ มากนัก เพราะเน้นความสนุกสนาน และเปิดโอกาสให้หนุ่มสาวได้มีโอกาส จับคู่ราวงกัน ลีลาท่าราโดยทั่วไปจึงมีเพียงการกรายมือไปมาหรือราคล้าย ท่าสอดสร้อยมาลาเป็นส่วนใหญ่ หนุ่มสาวจะราต้อนกันเป็นคู่ ๆ นิยมให้ ฝ่ายหญิงราอยู่ด้านใน ฝ่ายชายราอยู่ด้านนอก ราไปรอบ ๆ วง ขณะรา มีการยักเอว ยักไหล่ หรืออาจมีการชม้ายชายตาระหว่างหนุ่มสาวไปด้วย แต่ถ้าผู้ราออกท่าทางให้สอดคล้องไปกับเน้ือเพลงท่ีร้องด้วยก็จะทาให้ สนุกสนานย่ิงขนึ้ --------------------------------- จบ --------------------------------- ๓๗
รายวชิ า ภาษาไทย ๓ (ท๒๒๑๐๑) ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๒/๒๕๖๓ คะแนนเต็ม ๑๐ คะแนน เวลา ๓๐ นาที ------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ตอนท่ี ๑ คาช้แี จง : ให้นักเรยี นอา่ นบทสนทนาจากเรือ่ ง “ความรับผิดชอบ” จากหน้า ๔๑-๔๒ แล้ว เลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว (๗ คะแนน) ๑. ความรบั ผดิ ชอบหมายถึงขอ้ ใด ก. การกระทาท่ที าใหต้ นเองพบหนทางที่สบายทสี่ ดุ ข. การกระทาทที่ าให้ตนเองท่ีไมจ่ าเปน็ ต้องเคารพสทิ ธขิ องผู้อน่ื ค. การทาส่ิงต่าง ๆ ตามความสนใจของตนเอง โดยไม่สนใจคาพูดของผอู้ น่ื ง. การยอมรบั ผลที่เกิดจากการกระทาใด ๆ ท้งั ทีต่ นเองกระทา หรือกระทา ๒. “การปฏิบัติงานท่ีได้รับมอบหมายด้วยความมานะพยายาม” เป็นความรับผิดชอบต่อ อะไร ก. รบั ผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ข. รบั ผดิ ชอบต่อหน้าที่ ค. รับผิดชอบต่อส่วนรวม ง. รบั ผดิ ชอบตอ่ ชุมชน และสังคม ๓. ความรบั ผดิ ชอบทส่ี าคัญทส่ี ุดของคนเรา คอื อะไร ก. รบั ผิดชอบต่อตนเอง ข. รับผิดชอบตอ่ หน้าที่ ค. รบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม ง. รับผดิ ชอบต่อชมุ ชน และสังคม ๓๘ หน้าต่อไป
ใหน้ ักเรยี นใชบ้ ทความต่อไปน้ใี นการตอบคาถามข้อท่ี ๔ – ๕ (๑) ความรับผิดชอบที่สาคัญที่สุดของผู้ที่อยู่ในวัยเรียน คือ รับผิดชอบใน การเรียน (๒) การทากิจกรรมที่เก่ียวกับการเรียนให้สาเร็จผลด้วยดี (๓) และการ ตั้งใจเรียนให้มีความรู้ความสามารถ (๔) เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถนั้น ประกอบอาชีพเลยี้ งตนเองต่อไปในอนาคตไมต่ อ้ งพึ่งพาผอู้ ่นื ๔. ใจความสาคัญจากบทความต่อไปน้อี ยู่ในส่วนใด ก. ใจความสาคญั อย่ใู นตอนตน้ ข. ใจความสาคญั อยู่ในตอนกลาง ค. ใจความสาคัญอยู่ในตอนทา้ ย ง. ใจความสาคญั อย่ใู นตอนต้น และตอนทา้ ย ๕. จากบทความหมายเลขในขอ้ ใดเปน็ ส่วนขยายใจความสาคญั ก. (๑) (๒) (๓) ข. (๒) (๓) (๔) ค. (๓) (๔) (๑) ง. (๔) (๑) (๒) ๖. ข้อใดเรยี งลาดบั ความรับผิดชอบในวัยเรยี นไดเ้ หมาะสมท่สี ดุ ก. ความรบั ผดิ ชอบต่อตนเอง ความรบั ผิดชอบต่อสงั คม ความรบั ผิดชอบต่อชมุ ชน ข. ความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อหน้าท่ี ความรับผิดชอบต่อ ประเทศชาติ ค. ความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรับผิดชอบต่อการเรียน ความรับผิดชอบต่อ ครอบครัว ง. ความรับผิดชอบต่อตนเอง ความรบั ผดิ ชอบต่อการเรียน ความรับผิดชอบต่อสังคม และประเทศชาติ ๓๙ หน้าต่อไป
๗. ขอ้ ใดสอดคล้องกบั ความรบั ผดิ ชอบตอ่ หน้าทีใ่ นการเป็น “พลเมืองดี” มากทีส่ ุด ก. ทางาน่ีผปู้ กครองมอบหมายให้ ข. ทางานอยา่ งเตม็ ใจ และเตม็ ความสามารถ ค. ปฏบิ ตั ิงานของตนเองดว้ ยความมานะพยายาม ง. เคารพและปฏิบตั ติ ามกฎหมายใหถ้ ูกต้องอย่างเคร่งครัด ตอนที่ ๒ คาช้ีแจง : ใหน้ กั เรยี นบอกใจความสาคญั ทีไ่ ดจ้ ากเรอ่ื ง “ความรับผดิ ชอบ” ด้วยภาษาของ ตนเอง (๓ คะแนน) ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................... ๔๐
ความรับผิดชอบ หมายถึง การยอมรับผลท่ีเกิดจากการกระทาใด ๆ ทั้ง ที่ตนกระทาเองหรือกระทาร่วมกับผู้อ่ืน ไม่ว่าผลน้ันจะดีหรือไม่ดี จะสาเร็จ หรือไม่สาเร็จ เช่น ความรับผิดชอบต่องานหรือหน้าท่ี หน้าที่ คือ ภาระ รบั ผิดชอบของบคุ คลและต้องปฏบิ ัติใหส้ าเร็จลลุ ่วงตามท่ีได้รับมอบหมายหรือ ที่ได้กาหนดไว้ ไม่ว่าเด็กหรือผู้ใหญ่ควรมีความรับผิดชอบ ซ่ึงอาจแตกต่างกัน ไปตามวยั วุฒิและคุณวุฒิ ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ หมายถึง การปฏิบัติกิจการงานของตนเอง และท่ีได้รับมอบหมายด้วยความมานะพยายาม อุทิศกาลังกาย กาลังใจอย่าง เต็มความสามารถจนประสบความสาเร็จบังเกิดผลดีต่อตนเองและส่วนรวม ความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีท่ีคนไทยทุกคนต้องมี คือ การเป็นพลเมืองดี หมายถึงการเป็นสมาชิกท่ีดีของสังคมมีหน้าท่ีที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ขนบธรรมเนยี มประเพณแี ละวฒั นธรรมเคารพสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น และรู้จัก ใช้สิทธิและหน้าที่ของตนโดยชอบธรรม ซื่อสัตย์ต่อหน้าท่ีโดยไม่เห็นแก่ ประโยชนส์ ่วนตน มีความสามัคคี มีความกระตือรือรน้ ที่จะเข้ามามสี ว่ นร่วมใน การแก้ปัญหาของชุมชนและสังคม มีจิตสาธารณะ คือ เห็นแก่ประโยชน์ของ ส่วนรวมและรักษาสาธารณสมบตั ิของชาติ ความรับผิดชอบท่ีสาคัญท่ีสุดของผู้ที่อยู่ในวัยเรียน คือ รับผิดชอบใน การเรียน การทากิจกรรมทีเ่ กยี่ วกบั การเรียนให้สาเร็จผลด้วยดี และการตั้งใจ เรียนให้มีความรู้ความสามารถ เพื่อจะได้ใช้ความรู้ความสามารถนั้นประกอบ อาชพี เล้ยี งตนเองต่อไปในอนาคต ไมต่ อ้ งพึ่งพาผ้อู น่ื ผูท้ ม่ี คี วามรู้ ๔๑
จะไมส่ รา้ งปญั หาแกส่ งั คมและยงั สามารถช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญขึ้นด้วย ส่วนผู้ท่ีไม่ต้ังใจเรียน ไม่รับผิดชอบหน้าท่ีของตนก็จะไม่มีความรู้ อาจไม่มี อาชีพ หรอื ประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ด้วยความยากลาบาก พ่อแม่หรือ ผูป้ กครองย่อมเศร้าเสยี ใจอย่างย่ิง และตนเองอาจเปน็ ปัญหาของสังคมได้ เดก็ ๆ ท่ีอยใู่ นวยั เรียนควรรับผิดชอบงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่ีพ่อแม่หรือ ผปู้ กครองมอบหมายให้ทา เช่น ดแู ลญาตผิ ใู้ หญ่ กวาดบ้าน ถูเรือน จัดโต๊ะ อาหาร รดน้าต้นไม้ ให้อาหาสัตว์เล้ียง ฯลฯ การทางานเหล่าน้ีนอกจากจะ ช่วยแบ่งเบาภาระของพ่อแม่และผู้ปกครองแล้ว ยังจะช่วยให้มีโอกาสฝึก การทางาน มโี อกาสคิดหาวธิ ที างานให้สาเรจ็ เรยี บร้อยและเกิดผลดี และยัง ได้ออกกาลังกายไปในตัว ทาให้มีสุขภาพดีด้วย การดูแลผู้สูงอายุใน ครอบครวั ให้มีความสุขจะทาให้เด็กมีความอ่ิมเอมใจ ทาให้ชีวิตมีความสุข อนั เกดิ จากการทาความดีของตน ความรับผิดชอบท่ีสาคัญที่สุดของคนเรา คือ ความรับผิดชอบต่อ ตนเอง การดแู ลตนเองไม่ใหห้ ลงไปในทางที่ผิด ให้เป็นคนดีของสังคม ให้มี คณุ ธรรม คดิ ดี พดู ดี และทาดี ความรับผิดชอบข้อน้ีประเสริฐย่ิงนัก เพราะ จะชว่ ยทาใหต้ นเองและสงั คมมีความสุข ความรับผิดชอบเป็นส่ิงท่ีดีงาม ทุกคนควรสร้างและฝึกปฏิบัติให้ เกิดข้ึนในตน ถ้าเราปรารถนาความสุข ไม่ต้องการพบกับความทุกข์ใน อนาคต เราตอ้ งเร่ิมสร้างนสิ ัยรับผดิ ชอบตงั้ แต่วนั นี้ --------------------------------- จบ --------------------------------- ๔๒
คาชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นอา่ นเนื้อเรื่องจากบทอ่านอินโฟกราฟฟิก และตอบคาถามโดยลักษณะ คาถามเป็นเทคนิคการต้ังคาถามด้วยกลวิธี ๕W๑H หลังจากนั้นให้นักเรียน พจิ ารณาเน้ือความในวรรณคดี เรอ่ื ง “ศลิ าจารึกพอ่ ขุนรามคาแหง” ว่ามใี จความ สาคญั ครบถว้ นตามคาถามข้างต้น และเหมือนในบทอา่ นอินโฟกราฟฟิก หรอื ไม่ ๑. เน้อื เรือ่ งกลา่ วถงึ บคุ คลใด (Who) .................................................................................................................................................... ๒. จากเน้ือความกลา่ วถึงเร่อื งใด (What) .................................................................................................................................................... ๓. สถานทีห่ รอื ช่วงเวลาในเนอ้ื ความกล่าวถึงสมยั ใด (Where) .................................................................................................................................................... ๔.สถานการณ์จากเร่ืองเหตกุ ารณ์ใดมากอ่ น เหตุการณใ์ ดมาหลัง (When) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕. ทาไมพ่อขนุ รามคาแหงถึงได้ชื่อว่ามีความกตญั ญู (Why) .................................................................................................................................................... ๖. พ่อขุนรามคาแหงปรนนิบตั ิพระราชบดิ าและพระราชมารดาอยา่ งไร (How) ๔๔....................................................................................................................................................
๔๕
ด้านที่ ๑ บรรทัดที่ ๑ – ๑๘ เฉพาะที่เล่าพระราชประวตั ิ ของพอ่ ขุนรามคาแหงมหาราช โดยแบ่งวรรคใหม่ตามทศั นะของนกั วชิ าการ พ่อกูซ่ือศรีอิทราทติ ย์ แมก่ ูชอื่ นางเสอี ง พี่กชู อื่ บานเมอื ง ตูพี่น้องท้องเดียวห้าคน ผู้ชายสาม ผู้หญิงโสง พ่ีเผือผู้อ้ายตายจาก เผอื เตยี มแต่ยงั เลก็ เมอ่ื กขู น้ึ ใหญ่ไดส้ ิบเกา้ เข้า ขุนสามชนเจา้ เมืองฉอดมาท่เมืองตาก พ่อกูไปรบขุนสามชน หัวซ้ายขุนสามชนขับมา หัวขวาขุนสามชน เกลอื่ นเขา้ ไพร่ฟ้าหน้าใสพอ่ กหู นญี ญา่ ยพายจแจน้ กบู ่หนี กขู ี่ชา้ งเบกพล กูขับเข้ากอ่ นพอ่ กู กตู ่อช้างด้วยขนุ สามชน ตนกูพงุ่ ช้างขุนสามชนตัวชื่อมาสเมืองแพ้ ขุนสามชนพา่ ยหนี พอ่ กจู ึงขึน้ ชือ่ กูชื่อพระรามคาแหง เพ่ือกพู งุ่ ช้างขุนสามชน เมื่อชวั่ พอ่ กู กบู าเรอแกพ่ อ่ กู กบู าเรอแกแ่ มก่ ู กูได้ตัวเนอ้ื ตัวปลา กูเอามาแกพ่ ่อกู กไู ด้หมากส้มหมากหวานอันใดกินอร่อยกนิ ดี กเู อามาแก่พ่อกู กไู ปตหี นังวงั ชา้ งได้ กูเอามาแก่พ่อกู กูไปท่บ้านท่เมืองได้ช้างได้งวง ได้ป่ัวได้นาง ได้เงือนได้ทอง กูเอามา เวนแก่พอ่ กู พ่อกตู ายยังพี่ กพู รา่ บาเรอแก่พกี่ ูดั่งบาเรอแกพ่ อ่ กู ๔๖พี่กูตายจง่ึ ไดเ้ มืองแกก่ ูทั้งกลม...
คาชีแ้ จง : ให้นักเรียนอ่านบทความเรื่อง “โคลงภาพพระราชพงศาวดาร ภาพพระสุริโยทัย ขาดคอช้าง” จากบทความ และตอบคาถามท่ีครูสร้างข้ึนจากเทคนิคการตั้ง คาถามดว้ ยกลวธิ ี ๕W๑H ดงั ตอ่ ไปนีใ้ ห้ครบถ้วนสมบูรณ์ ๑. ใครเปน็ ผ้พู ระราชนพิ นธ์โคลงภาพฯ ภาพพระสุรโิ ยทัยขาดคอช้าง (Who) .................................................................................................................................................... ๒.จากเนอ้ื ความกลา่ วถงึ เรอื่ งใด (What) .................................................................................................................................................... ๓. สถานทีห่ รือชว่ งเวลาในเนื้อความกลา่ วถงึ สมยั ใด (Where) .................................................................................................................................................... ๔. เหตุการณ์ในเน้ือเร่อื งที่เกิดเหตุการณ์ใดมา ก่อน เหตกุ ารณใ์ ดมาหลัง (When) .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................... ๕. ทาไมพระสรุ ิโยทัยถงึ สิ้นพระชนม์ (why) .................................................................................................................................................... ๖. หลังจากพระสรุ ิโยทัยสิ้นพระชนม์ ฝ่ังพระมหาจกั รพรรดทิ าอยา่ งไร (How) ๔๗....................................................................................................................................................
คาชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นสเก๊ตภาพโครงร่าง วางองคป์ ระกอบของข้อความ ขนาด สี และภาพ ของบทอ่านอินโฟกราฟฟิกจากวรรณคดีในบทเรียน เร่ือง “โคลงภาพพระราช พงศาวดาร ภาพพระสรุ โิ ยทยั ขาดคอช้าง” ๔๘
Search