Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ชาติสุดท้าย โดยหลวงตาพระมหาบัว

ชาติสุดท้าย โดยหลวงตาพระมหาบัว

Published by srirachalib, 2015-09-02 00:16:11

Description: ไม่มาเกิดมาตาย เรียกว่าชาติสุดท้าย โดยหลวงตาพระมหาบัว

Keywords: ธรรม

Search

Read the Text Version

ชลบุรีนี้ก็เป็นหลวงปู่เกิ่งละ หลวงปู่เก่ิง หลวงปู่สีลา เป็นอุปัชฌาย์ท้ังสององค์ ได้ฟังเทศน์หลวงปู่มั่นท่ีสามผง เกิดความเคารพเลื่อมใส โละหมดเลยที่เป็นอุปัชฌาย์ ญัตติหมดทั้งสองวัด อาจารย์เก่ิง-ท่านอาจารย์สีลาเปน็ อุปชั ฌายท์ ้งั สอง อาจารย์สีลา บ้านวาใหญ่ อากาศอ�ำ นวย อาจารย์เกง่ิ บา้ นสามผง พอใจด้วยกนั ทัง้ สองอปุ ัชฌาย์เลยยกญัตติหมดเลย หลวงปู่มั่นเราไปพักที่นั่นเกิดความเคารพเลื่อมใส ก็เป็นลูกศิษย์ท่านมาตลอดหลวงปู่เกิ่งทราบว่าอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ ใจเด็ดเด่ียวมากท่านอาจารย์เกิ่ง ท่านไปอยู่ทางเมืองชล ออกจากน้ีท่านก็ไปอยู่ท่ีเมืองชล สถานที่น่ันจึงมีวัดกรรมฐานเยอะนะที่จังหวัดชลบุรี ก็จากท่านอาจารย์เกิ่ง เป็นพระท่ีเด็ดเด่ียวการประพฤตปิ ฏิบตั ิเคร่งครัดเด็ดเดีย่ วมากทีเดียว น่าเคารพเล่อื มใส ทา่ นกม็ าเสยี แล้ว ฟงั วา่ อฐั ขิ องท่านกลายเป็นพระธาตุ สมควรแลว้ ทา่ นนา่ เคารพเลือ่ มใสมานานแลว้ ไม่ได้สนิทสนมกันนักกับเรา แต่เคยคุยกันเรื่องอรรถเรื่องธรรมพอสมควร ท่านอยู่บ้านสามผง เป็นอุปัชฌาย์ ยกท้ังวัดญัตตใิ หม่หมดเลย เคารพเล่อื มใสหลวงปูม่ ั่นเรา ทา่ นอาจารย์เกง่ิ นอ้ี อกจากนีท้ า่ นลงไปทางจงั หวดั ชลบุรี จึงมวี ดั มีวาเยอะนะทางนู้น ท่านไปอยทู่ ่บี างพระทีแรก จากนั้นก็ขยายออกไปเรอื่ ย วดั กรรมฐานทางเมืองชลจึงมีเยอะ เมอ่ื วันท่ี ๙ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท่านอาจารยเ์ กงิ่ นสิ ยั เด็ดเดี่ยว 51ชาตสิ ุดท้าย

หลวงป่หู ล้า ขนั ติโก วัดป่าบา้ นนาเกน็ อ�ำ เภอนำ�้ โสม จังหวัดอุดรธานี “ทา่ นอาจารยอ์ งคน์ ้ี ท่านมีคณุ ธรรมสงู มาก” จากหนงั สือปฏปิ ทาพระธุดงคกรรมฐาน สายท่านพระอาจารย์ม่นั หนา้ ๔๒-๔๓52ชาตสิ ุดทา้ ย

ช่ือท่านว่า ท่านอาจารย์หล้า ภูมิลำ�เนาเดิมอยู่เวียงจันทน์ นับแต่อุปสมบทแล้ว ท่านเลยอยู่ฝั่งไทยตลอดมาจนวันมรณภาพ เพราะทางฝ่ังไทยมีหมู่คณะและครูอาจารย์ทางฝ่ายปฏิบัติมาก การบ�ำ เพ็ญสมณธรรม ท่านมีนิสัยเด็ดเด่ียวอาจหาญ ชอบอยู่และไปคนเดียว อย่างมากก็มีตาปะขาวไปด้วยเพียงคนเดียว ท่านมีนิสัยชอบรู้สิ่งแปลกๆได้ดี คือพวกกายทิพย์ มีเทวดา เป็นต้น พวกน้ีเคารพรักท่านมาก ท่านว่าท่านพักอยู่ท่ีไหนมักมีพวกน้ีไปอารักขาอยู่เสมอ ท่านมีนิสัยมักน้อยสันโดษมากตลอดมา และไม่ชอบออกสังคมคือหมู่มาก ชอบอยู่แต่ป่าแต่เขากับพวกชาวไร่ ชาวป่า ชาวเขา เป็นปกติตลอดมา ท่านมีคุณธรรมสูง น่าเคารพบูชามาก คุณธรรมทางสมาธิปัญญา รู้สึกว่าท่านคล่องแคล่วมาก แต่ผู้คนพระเณรส่วนมากไม่ค่อยทราบเร่ืองน้ีมากนัก เพราะท่านไม่ค่อยแสดงตัว มีเพียงผู้ท่ีเคยใกลช้ ดิ ท่านท่ีทราบกนั ไดด้ ี ราว พ.ศ. ๒๔๙๓ ท่ีผู้เขียนไปอาศัยอยู่กับท่าน ได้มีโอกาสศึกษาเรียนถามธรรมท่าน รู้สึกว่าซาบซึ้งใจมาก ทา่ นอธบิ ายปจั จยาการ คอื อวชิ ชาได้ละเอยี ดลออมาก ยากจะมผี ้อู ธบิ ายได้อย่างท่าน เพราะปัจจยาการเป็นธรรมละเอียดสุขุมมาก ต้องเป็นผู้ผ่านการปฏิบัติภาคจิตตภาวนามาอย่างชำ่�ชอง จึงจะสามารถอธิบายได้โดยละเอียดถูกต้อง เนื่องจากปัจจยาการหรืออวิชชาเป็นกิเลสประเภทละเอียดมาก ต้องเป็นวิสัยของปัญญาวิปัสสนาขั้นละเอียดเท่าๆ กัน จึงจะสามารถค้นพบ และถอดถอนตวั ปจั จยาการคืออวชิ ชาจริงได้ และอธิบายไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง ท่านอาจารย์องค์นี้เป็นผู้หนึ่งที่อธิบายอวิชชา ปัจจยาการได้โดยละเอียดสุขุมเกินความสามารถของผู้เขียนจะนำ�มาอธิบายในทีน่ ้ีได้ จึงขอผ่านไปดว้ ยความเสยี ดาย จากหนงั สอื ปฏปิ ทาพระธุดงคกรรมฐานสายทา่ นพระอาจารยม์ นั่ หน้า ๔๒-๔๓ 53ชาติสดุ ท้าย

หลวงปู่แหวน สจุ ณิ โณ วดั ดอยแมป่ ั๋ง อำ�เภอพร้าว จังหวดั เชยี งใหม่ “เขาวา่ ท่านเป็นพระอรหันต”์ เมอื่ วันที่ ๒๗ มนี าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ สองจดุ นี้เท่านน้ั ที่ครอบสัตวโ์ ลก54ชาตสิ ุดทา้ ย

พอพูดอย่างน้ีระลึกถึงหลวงปู่แหวนได้ ปรากฏชื่อลือนามท่านมานานแล้วต้ังแต่เราเป็นพระหนุ่มน้อย เขาว่าท่านเป็นพระอรหันต์ ปฏิบัติเร่ือยมา พอถึงขั้นมันจะสูก้ นั เอาละนะทนี ีน้ ะ พูดให้มันชัดๆ อยา่ งนล้ี ะนะ พูดแล้วเตรียมใสก่ นั เลยนะเหมือนวา่ แชมเปย้ี นตอ่ แชมเปี้ยน อนั หนึง่ แชมเปี้ยนจอมปราชญ์ อนั หนง่ึ แชมเปยี้ นจอมโง่ เข้าใจไหม เข้าหากันเลย คือท่านจะเทียบอุปมาเหมือนว่านำ้�ในถังท่านสะอาดสุดยอด ไม่มีส่ิงใดเสมอเหมือนแต่ไม่เคยเอาออกมาให้ใครรู้ใครเห็นใครกินใครดมื่ อยู่อยา่ งนน้ั ละ ท่านก็ครองของทา่ นอย่อู ยา่ งนั้นละ เมอ่ื วันที่ ๒๗ มีนาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ สองจุดน้เี ทา่ นน้ั ที่ครอบสัตว์โลก ฟังเสียวันนี้ ฟังให้ชัด พอใจบริสุทธิ์เรียบร้อยแล้ว ความบริสุทธิ์ของใจนี้ล่ะ ฟอกธาตุฟอกขันธ์ของท่านโดยหลักธรรมชาติ ยิ่งเวลาท่านภาวนา จิตเข้าข้างในน้ี ฟอกร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าท่านอยู่ธรรมดาน้ีก็ฟอกไปธรรมดาเป็นอัตโนมัติ เม่ือฟอกแล้วฟอกเล่า พอมรณภาพไป อัฐิของท่านนั้นก็กลายเป็นอัฐิที่สะอาดไปตามส่วนของธรรมจึงกลายเป็นพระธาตุได้ เข้าใจไหมล่ะ คือมันฟอกกันอยู่ในตัว จิตที่บริสุทธ์ิแล้วฟอกธาตุฟอกขันธ์ให้บริสุทธ์ิไปตามสว่ นของธาตุขนั ธ์ เพอื่ อรรถเพื่อธรรมอันละเอียด จึงกลายเป็นพระธาตไุ ด้ นีล่ ะ่ เรอื่ งราวเป็นอยา่ งน้นั คือมีจิตเป็นผู้ครอบครองธาตุขันธ์ ถ้าจิตมัวหมองเศร้าหมองแล้ว สิ่งเหล่านี้ก็สกปรกไปตามๆ กัน ถ้าจิตสะอาดแล้ว แม้ส่ิงเหล่านี้จะเป็นร่างกายส่วนสกปรก แต่ส่วนละเอียดของธรรมท่ีแทรกอยู่ในร่างกายน้ันเป็นส่วนละเอียด อันน้ันละพาให้เป็นพระธาตุได้ ท่านผู้ปฏิบัติที่อัฐิกลายเป็นพระธาตุ ล้วนแล้วตั้งแต่ เราอยากจะพูดว่าล้วนแล้วนะต้ังแต่เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นท้ังน้ัน เท่าที่ทราบมาโดยล�ำ ดับลำ�ดา มีแต่ลูกศิษย์หลวงปู่ม่ันทั้งนั้นเช่นอย่างหลวงปแู่ หวนนกี่ ใ็ ช่ ก็อยา่ งนัน้ ละ นี่ก็กลายเปน็ พระธาตแุ ล้วนะ ไปคุยกับทา่ น เมือ่ วนั ท่ี ๑๕ ตลุ าคม ๒๕๔๙ (บ่าย) อฐั กิ ลายเป็นพระธาตุ 55ชาตสิ ดุ ทา้ ย

หลวงปกู่ งมา จิรปญุ โญ วดั ดอยธรรมเจดีย์ อ�ำ เภอโคกศรสี พุ รรณ จงั หวดั สกลนคร “ทา่ นอาจารยก์ งมาท่านก็ เปน็ ลูกศษิ ยห์ ลวงปู่มน่ั ดว้ ย แล้วเปน็ อาจารยก์ รรมฐาน องค์สำ�คัญองค์หน่งึ ด้วย” เม่อื วนั ท่ี ๑๙ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๔๖ ไม่ได้พบพระพุทธศาสนาก็เหมอื นไมไ่ ด้เกิด56ชาตสิ ุดทา้ ย

เทศน์งานศพท่านอาจารย์กงมา เราเป็นองค์เทศน์ อย่างนั้นนะ เทศน์ทีไ่ หนกม็ แี ต่เรา เทศนว์ นั น้ัน โห พระเปน็ พนั ๆ ภเู ขาลูกนั้นแนน่ หมดเลย คนก็มากพระก็มาก เพราะท่านอาจารย์กงมาท่านก็เป็นลูกศิษย์หลวงปู่มั่นด้วย แล้วเป็นอาจารย์กรรมฐานองค์สำ�คัญองค์หน่ึงด้วย ท่านเสีย เวลาเทศน์ก็ดูเหมือนเดือนมีนานี้ จำ�ได้ว่าเดือนมีนา เราเป็นองค์เทศน์เสียด้วย พระสงฆ์ทั้งหลายก็มุ่งต่อธรรมทางด้านธรรมปฏิบัติด้วย เราเทศน์ก็มุ่งอย่างเดียวกันด้วย เทศน์มันก็ขึ้นแล้วเร่งเรื่อย เร่ง เร่งเรื่อย โถ เวลามันเร่งเต็มที่จนจะสลบนะ น่ีละเป็นทีแรกเราไม่ร้ตู ัวเลย เมื่อวนั ที่ ๑๙ มนี าคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๖ ไมไ่ ด้พบพระพุทธศาสนาก็เหมือนไมเ่ กดิ 57ชาตสิ ุดทา้ ย

ท่านพ่อลี ธมั มธโร วดั อโศการาม อ�ำ เภอเมอื ง จงั หวดั สมุทรปราการ “ทา่ นอาจารยล์ ีน้ี สำ�คัญอยมู่ าก” เม่ือวันท่ี ๖ มนี าคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๘ ดดุ ่ากเ็ พื่อลากเขน็ ขึน้ มาจากกองทกุ ข์58ชาตสิ ุดทา้ ย

เวลาครูบาอาจารย์ไปหา ก็ท่านอาจารย์ลีนี้แหละจะเรียกว่าเป็นพิเศษก็ได้ไม่ผิด บรรดาครูบาอาจารย์ผู้ใหญ่ๆ ไปหาท่าน องค์ไหนไปหาเราจะไม่ยอมหนีไปไหนนะ เราจะจ้อฟังดูกิริยาอาการท่ีท่านต้อนรับลูกศิษย์ของท่านผู้ใหญ่ๆ แต่ละองค์ๆ องค์น้ีมาท่านจะปฏิบัติยังไง กิริยาอาการทุกอย่างภายนอกภายในท่านจะมีอะไร เราจะฟังจับเอาทุกแขนงเลยทุกอาจารย์ เราไมย่ อมหนีแหละ ครบู าอาจารย์ผูใ้ หญ่ๆ ไปหาทา่ น ทีนท้ี า่ นอาจารยล์ ไี ปนี้ พอไปท่านกส็ ่งั เรา “ไปจดั โน้นใหท้ า่ นลีนะ ท่านมหา” ชีม้ าเลย“ไปจัดในป่าให้ท่านลีนะ ท่านลีอยู่ในตลาดมานานแล้ว กระดูกหมูกระดูกวัวเต็มหัวมันนั่นแหละ” บทเวลาท่านจะพูด “ท่านลีอยู่ในบ้านในเมืองมานานแล้ว กระดกู หมูกระดูกวัวเตม็ คอเหน็ ไหม ไปจดั นูน้ ” นนั่ ท่านเมตตาขนาดนัน้พูดอย่างนี้นะ ไม่ใช่ต�ำ หนินะ กิริยาภายนอกฟังไม่ได้ ภายในของท่านลึกลับด้วยกนั “ใหท้ า่ นมหาไปจัด” พอท่านวา่ อย่างน้นั เรากไ็ ปจัดทีพ่ ักให้ทา่ น มีแครเ่ รียบรอ้ ย อยูใ่ นปา่ ลกึ ๆ พอเหมาะพอดีแหละ วันน้ันมันคำ่�แล้วท่านไม่ไป บอกแต่เราไปจัดที่ให้ องค์อื่นองค์ใดท่านก็ไม่ค่อยบอก ไม่เคย แต่ท่านอาจารย์ลีไปน้ีท่านบอก “ให้ท่านมหาไปจัดท่ีนู่นให้นะ” ช้ีไปทางป่า เราก็รู้แล้ว เป็นที่เหมาะสม พอตอนเช้าฉันเสร็จแล้วท่านไปเลย ท่านไปเอง เราเข้าไปก่อนแล้วท่านตามหลังไป หลวงปู่ม่ันเรานี่ ท่านไม่เคยไปกับองค์ไหนนะ แต่ท่านพ่อลีท่านไปท่านไปดู “ไหน จัดที่ไหนให้ท่านลีล่ะ” พอท่านมองไปเห็น “เออ เข้าท่าดี” จัดแคร่เป็นร้านเล็กๆ ให้เอาเตยี งเอาอะไรไปวางไวเ้ รยี บร้อยใหท้ า่ นพกั ท่นี ัน่ นน่ั ละทา่ นไปดู กบั ท่านอาจารย์ลที า่ นไปดูเอง เมอื่ วนั ที่ ๖ มนี าคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ ดุด่ากเ็ พอ่ื ลากเขน็ ข้ึนมาจากกองทุกข์ 59ชาติสุดทา้ ย

หลวงปู่ต้ือ อจลธมั โม วัดอรญั ญวิเวก อ�ำ เภอศรสี งคราม จงั หวดั นครพนม “ทา่ นเป็นธรรมท้ังแทง่ ลว้ นๆ” เม่ือวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เป็นนิสยั วาสนาแตล่ ะองค์60ชาตสิ ดุ ท้าย

อาจารย์ต้ือใครก็รู้นิสัยท่านเป็นอย่างน้ัน ท่านนิสัยกล้าหาญมากท่ีว่าเสือคอยดูแลท่านน่ีเป็นความจริง เพราะนิสัยท่านเป็นนิสัยท่ีไม่กลัวอะไร ทนี ี้พอค�ำ่ มากไ็ ดย้ นิ เสยี งโจเจๆ นเี่ ขามาแล้วมงึ คอยรักษาทางนะ ทา่ นบอกเสือตัวน้ัน มันอยู่ไหนก็ไม่รู้แต่มันอยู่ข้างๆ น่ันละ ให้มึงรักษาทางไว้เวลาเขามานีใ่ ห้มึงขูค่ ำ�รามเขาอยา่ ให้เข้ามาหาครบู านะ ทา่ นกพ็ ูด” วนั ที่เราไปเย่ียมท่าน ทา่ นยังอุตส่าห์ออกมาต้อนรบั เขาหามออกมาท่านเดินไปไหนไม่ได้ อวัยวะเสีย เขาก็เอาแคร่อะไรหามท่านออกมาต้ังกึ๊กเลย พอทราบว่าเราไปกราบเยี่ยมท่านบ้านข่า ท่านก็ออกมา ท่านพูดเพราะคุ้นกันมาแล้ว รู้นิสัยของท่านแล้ว เหอท่านว่าอย่างน้ันนะ ท่านมหามาเหรอ มา อยากมากราบไหว้ครูอาจารย์ มาอยู่นน้ี านแตไ่ มม่ ีเวลาว่าง วันนี้มชี ่องวา่ งกเ็ ลยมา ดลี ะ เอาฟงั เทศน์นะจะเทศนใ์ หฟ้ ัง ทา่ นก็ใสเ่ ปร้ียงๆ อู๋ย เทศน์นไี่ มม่ องใครนะ ไปหนเดยี วไปกราบท่าน เรากับท่านคุ้นกันมานาน รู้นิสัยท่าน จากนั้นท่านก็มรณภาพแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะ สวยงามมาก เราไปเหน็ แล้ว ท่านเปน็ ธรรมทั้งแท่งล้วนๆ ทา่ นไมไ่ ดม้ องดใู คร ท่านอยากพดู อะไรท่านพูดแบบธรรมเลยตรงไปตรงมาแนว่ ๆ เลย ท่านไมแ่ บง่ สู้แบง่ รบั สูงๆ ตำ�่ ๆ ท่านไม่น�ำ มาใช้ ท่านใชแ้ ตค่ วามจรงิ คอื หลักธรรมล้วนๆ เลยน่ีอฐั ขิ องทา่ นก็กลายเป็นพระธาตุแล้ว นี้องคห์ นึง่ ท่เี สอื ตามรักษา พูดเท่านั้นละ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๙ กมุ ภาพันธ์ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ เปน็ นสิ ัยวาสนาแตล่ ะองค์ 61ชาติสุดทา้ ย

หลวงปู่สาม อกญิ จโน วดั ป่าไตรวิเวก อำ�เภอเมอื ง จงั หวดั สรุ นิ ทร์ “ทา่ นบำ�เพ็ญองค์ของท่าน เปน็ พระทรี่ ่มเย็นเป็นสุข” เมื่อวนั ที่ ๓๑ มกราคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ (บา่ ย) คดิ เปน็ บญุ เป็นกศุ ล62ชาตสิ ุดทา้ ย

การจะทำ�ความช่ัวช้าลามกขอให้ระลึกถึงพ่อถึงแม่ คือพระพุทธเจ้าและวงศ์กษัตริย์เสียก่อนว่า ท่านสอนให้ทำ�ต้ังแต่คุณงามความดี สอนให้ละชั่ว ให้ทำ�ความดี เราอย่าฝืน เม่ือเราไม่ฝืนทำ�ตามที่ท่านแนะนำ�สั่งสอนไว้แล้ว เราก็จะมีความสงบร่มเย็น เช่นพี่น้องทั้งหลายมาบำ�เพ็ญการกุศลในวันน้ี ก็มีตั้งแต่เรื่องเป็นคุณงามความดีเป็นสิริมงคลแก่ความคิดการกระทำ�การแสดงออกของพ่ีน้องชาวไทยชาวพุทธเราเป็นลำ�ดับมา น่ีก็ได้พร้อมเพรียงกันมาบำ�เพ็ญกุศลเป็นที่ระลึกต่อท่านผู้ดี คือหลวงปู่สามท่านบำ�เพ็ญองค์ของท่านเป็นพระที่ร่มเย็นเป็นสุข เท่าท่ีหลวงตาเคยทราบนิสัยและเคยสนิทสนมกับท่านตลอดมา รู้สึกว่าท่านจะพูดน้อยมากแต่กิริยาแห่งการกระทำ�ของท่านนั้นไปแบบสุขุมลึกๆ ตลอดมาเลย ท่านไม่ค่อยแสดงออก นี่เวลาท่านมรณภาพแล้วก็ปิดไม่อยู่ บรรดาประชาชนทิศใดแดนใดก็มาเคารพกราบไหว้บูชาในคุณธรรมของท่าน ที่เคยปฏิบัติดีมาแล้วต้ังแต่เวลายังมชี ีวิตอยู่ ถงึ ท่านลว่ งไปแล้วความดกี ท็ ำ�ให้ทา่ นเปน็ สขุ เม่ือวันที่ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๔๔ (บ่าย) คดิ เป็นบญุ เป็นกุศล 63ชาตสิ ดุ ทา้ ย

หลวงปคู่ ำ�ดี ปภาโส วดั ถำ้�ผาปู่ อ�ำ เภอเมือง จังหวัดเลย “ท่านมหาบวั น้ันเป็นอาจารย์ ของอาตมา ทา่ นว่าอย่างนัน้ ” เม่อื วันที่ ๒๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๓ จติ ใจอยู่ภาคปฏิบตั ิ64ชาตสิ ุดทา้ ย

ท่านอาจารย์คำ�ดีนี้เด็ด กับเราสนิทกันอยู่กันมาก ท่านอาจารย์คำ�ดี แต่เวลาฝึกหัดกันแล้วเลยกลายเป็นเราเป็นอาจารย์ท่านนะ ท่านมหาบัวเป็นอาจารย์ของอาตมาท่านว่า ท่านเปิดเผยเลย พอท่านว่าอย่างนั้นแล้ว โอ๊ยใหพ้ ดู ใหถ้ งึ ใจเถอะ ทา่ นวา่ อยา่ งนน้ั เรากไ็ มล่ มื ทา่ นมหาบวั เปน็ อาจารยข์ องอาตมาวา่ อยา่ งนน้ั ทา่ นเดด็ คยุ กบั เรานี้เอาเสียจน..ท่านอาจารย์คำ�ดี ท่านก็ผ่านได้นะ คุยธรรมะกันจนกระทั่งถึงที่สุดเลย ท่านหมดห่วงใยแล้วนะ ไม่นานท่านก็ป่วยท่านก็เสีย ไม่นาน แต่ท่านพ้นแล้วนะ เพราะคุยธรรมะกันเรื่อยๆ กับเรา ย่ิงคุยธรรมะปฏิบัตินี้แล้วหมุนกันเลย ไปหากันแล้วไมม่ ใี ครเข้าไปละ ทา่ นห้ามไม่ให้ใครเข้าไป คุยกับเราสองตอ่ สองเทา่ นั้นละ เอาเสยี จนไปหาทา่ นทีไรน​ ้ี โอ๊ยนานสองสามช่วั โมงกวา่ จะได้ออกมา ห้ามไมใ่ หใ้ ครเข้าไป ท่านคุยธรรมะกับเราทา่ นคุยดี เรากไ็ ม่ลืม ผ่านไดน้ ะท่านอาจารยค์ ำ�ดผี ่านได้ คยุ กนั ถงึ ท่สี ุดเลยละ ถงึ ขนั้ ผา่ นได้ ไม่นานทา่ นก็เสีย กับเราสองตอ่ สองเอากันเสียจน..เอาภาคปฏิบัติจิตตภาวนา ทางภาคปฏิบัติท่านออกปฏิบัติก่อนเราก็จริงแต่ทางด้านจิตใจรู้สึกเราจะมีหลกั เกณฑม์ ากกว่าทา่ น เราไดแ้ นะทา่ นเรื่อย แนะท่าน ทา่ นเลยถอื เราเป็นอาจารย์ ท่านมหาบัวน้ันเปน็ อาจารยข์ องอาตมา ท่านว่าอย่างน้ัน เราก็ตกใจ ทำ�ไมจึงว่าอย่างนั้น ขอให้พูดอะไรถึงใจเถอะท่านว่าอย่างนั้น เราไม่ทราบว่าจะตอบทา่ นวา่ อยา่ งไร ขอให้พูดให้ถงึ ใจเถอะท่านวา่ เม่อื วันท่ี ๒๒ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๓ จติ ใจอยู่ภาคปฏิบตั ิ 65ชาติสดุ ทา้ ย

หลวงปสู่ ิม พุทธาจาโร วดั ถำ้�ผาปล่อง อำ�เภอเชยี งดาว จงั หวัดเชยี งใหม่ “หลวงปสู่ ิมน้อี งค์หนึง่ ” เมอ่ื วันที่ ๒๗ ตลุ าคม พุทธศักราช ๒๕๔๙ แมลงวนั ปา่ แมลงวนั บ้าน66ชาตสิ ดุ ทา้ ย

ที่เชียงใหม่จึงมีเพชรน้ำ�หน่ึงผุดข้ึนหลายองค์ เชียงใหม่รู้สึกว่าเด่นมาก นับแต่หลวงปู่มั่น หลวงปู่ขาว หลวงปู่พรหม หลวงปู่แหวนหลวงปู่ต้ือ เท่าที่เรานับได้ ๕ องค์ เอ หลวงปู่สิมก็ดูว่าจะอยู่ท่ีนั่นละมังหลวงปู่สิมนี้องค์หนึ่ง รวม ๖ องค์เท่าที่จำ�ได้นะ มีแต่เพชรน้ำ�หน่ึงผุดขึ้นท่ีเชียงใหม่ สถานที่เช่นน้ันละเป็นสถานท่ีเพาะท่านผู้เลิศเลอในป่าในเขาๆ ท่านอยู่ในป่าในเขาท้ังนั้นแหละ ก็ตรงกับพระโอวาทที่ทรงสอนสดๆ รอ้ นๆ จนกระท่งั ทกุ วนั น้ี ถอื เปน็ สำ�คัญมากทเี ดียว รกุ ฺขมูลเสนาสนํ พอบวชเสร็จแล้วอุปัชฌาย์ต้องสอน ไม่สอนไม่ได้ คือเด็ดขาดให้อยู่ตามรุกขมูลร่มไม้ ในป่าในเขา ตามถำ้� เง้ือมผา ป่าช้าป่ารกชัฏที่แจ้งลอมฟาง อันเป็นสถานท่ีเหมาะสมกับการบำ�เพ็ญธรรม ปราศจากสิ่งรบกวน จงอุตส่าห์พยายามอยู่และบำ�เพ็ญในสถานท่ีเช่นน้ันตลอดชีวติ เถดิ นนั่ ฟงั ซขิ องเลน่ เม่ือไร ตลอดชีวติ เมื่อวนั ที่ ๒๗ ตลุ าคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๙ แมลงวนั ป่า แมลงวันบ้าน 67ชาติสุดทา้ ย

หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน วัดปา่ บ้านตาด อ�ำ เภอเมือง จงั หวัดอุดรธานี “พดู ให้มนั ชัดเจนว่าเปน็ วดั ทลี่ ืมไมไ่ ด้จนกระทัง่ วนั ตาย กเิ ลสขาดสะบั้นลงบนหลงั เขา วดั ดอยธรรมเจดีย์ ไมล่ ืม วนั ท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ กเิ ลสพังลงจากใจเปน็ เวลา ๕ ทุม่ พอด”ี68ชาตสิ ุดทา้ ย เมื่อบา่ ยวนั ที่ ๑๗ กมุ ภาพนั ธ์ พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ กเิ ลสขาดสะบ้นั ลงจากหัวใจบนหลังเขาลูกนี้

วันที่ ๑๒ พฤษภา ๒๔๗๗ ก้าวเข้าบวชเป็นพระ เป็นพระในวันน้ันแหละรักษาศีลรักษาธรรมตลอดมา ไม่เคยด่างพร้อย ไม่เคยระแคะระคายในเจ้าของว่าศีลธรรมเราขาดไปตรงไหน ไม่มีเลย เพราะรักษาจริงๆ รักสงวนศีลธรรมมากต้ังแต่บัดน้ันมาจนกระทั่งป่านนี้ได้ ๗๔ ปี ๕ เดือน จิตใจได้ภาคภูมิในตัวเองมาตงั้ แตบ่ ดั น้นั บวชเข้าไปให้ได้ไปสวรรค์ อย่างน้อยเกิดมาท้ังทีเวลาบวชน้ีให้ได้ไปสวรรค์แต่ไม่ทราบว่าสวรรค์อยู่ไหน แต่ก่อนอยู่ในนรกหลุมไหนก็ไม่รู้ จากนั้นก็ก้าวละเรียนหนังสืออยู่เพียง ๗ ปี ๗ พรรษาเรียนหนังสือเต็มเม็ดเต็มหน่วยอยู่ ๗ ปีจากนั้นก็ออกกรรมฐานเลย ทีแรกคิดจะไปสวรรค์ น่ีพูดให้พี่น้องทั้งหลายฟังนะทีแรกคิดจะไปสวรรค์ มีความร่ืนเริงบันเทิงด้วยเทวบุตรเทวดา-อินทร์-พรหมท้ังหลาย แล้วสูงขึ้นไปถึงนิพพาน พอไปถึงนิพพานเกาะติดเลยนะ ทีนี้จะไปนิพพานอยา่ งเดียว สวรรค์ไม่เอา พรหมโลกไมเ่ อา ยังกลับมาเกิดอีก จะไปนิพพานอยา่ งเดียวจะไม่ตอ้ งมาเกิดอีก จากน้ันก็เอาจริงๆ นะน่ี คิดอย่างไรตกลงใจแล้วเอาจริงด้วย ทีน้ีก็หมุนใส่นิพพาน เข้าป่าเข้าเขา อยู่ในป่าในเขาตลอดเลย ออกปฏิบัติแล้วนะน่ัน เข้าหาพ่อแม่ครูจารย์มั่นแล้ว ท่านก็ใส่เปรี้ยงๆ เลย สมเจตนาของเราท่ีไปหาท่านอย่างเต็มใจ พอออกมาแล้วถามตัวเองเป็นอย่างไรฟังเทศน์วันน้ี ท่านเทศน์ว่าอย่างไรบ้างวันนี้ ถึงใจไหม ถึง แล้วเราจะเป็นอย่างไรปฏิบัติอย่างไร ต้องเอาตายเข้าว่า นน่ั เอาตายเขา้ วา่ กบั ใหไ้ ด้นิพพานในชาตนิ ี้ ทีนี้จิตตั้งใส่นิพพานเลย พอออกปฏิบัติจิตมุ่งใส่นิพพาน สวรรค์-พรหมโลกยังต้องกลับมาเกิดอีก จะเอาให้ถึงนิพพานในชาตินี้ ให้ได้เป็นพระอรหันต์ในชาติน้ี หมุนจี๋เลย ต้ังแต่น้ันจึงหาความสุขไม่ได้ เหมือนตกนรกทั้งเป็น 69ชาติสดุ ทา้ ย

เข้าป่าเข้าเขาๆ ตลอด ไปองค์เดียวนะ ไปทำ�ความเพียรองค์เดียว พ่อแม่ ครูจารย์ม่ันท่านส่งเสริม ท่านมหาไปองค์เดียวน้ันละเหมาะแล้ว ใครอย่า ไปยุ่งท่านนะ ท่านช้ีเลยกับพระท้ังหลาย ใครจะไปยุ่ง ร่มโพธ์ิร่มไทรใหญ่ อยทู่ ี่นัน่ เราก็สนุกไปคนเดียว เที่ยวกรรมฐานน่ีไปคนเดียวทั้งน้ัน เราไม่ได้ไป กับใคร เราไปองค์เดียวตลอดเลย น่ีก็เป็นเวลา ๙ ปี หนักมากทีเดียว ท่ีจะ เอานิพพานน่ีหนักมาก ตกนรกทั้งเป็น คือความเพียรหนักมาก อยู่ในป่า ในเขาทนทกุ ขท์ รมาน ข้าวนก่ี วี่ ันกนิ ชา่ งมันไม่สนใจ อดไปก่ีวันถึงกินขา้ ว ไม่ได้ กนิ ทกุ วันนะ ๗ วนั เปน็ อย่างมาก อด ไมก่ นิ จากนั้นกอ็ ยใู่ นระยะส่วี ันหา้ วัน สวี่ นั ห้าวนั อดไป ความเพียรน่ีหมุนต้ิวๆ จะให้ถึงพระนิพพาน คือนิสัยมันผาดโผน อยู่นะ ถ้าพูดถึงเรื่องนิสัยผาดโผนอยู่มาก ว่าอย่างไรถ้าลงได้ตั้งจิตแล้ว ต้องหมุนจี๋เข้าเลย ไม่มีถอย น่ีก็หมุนใส่พระนิพพาน หมุนคราวน้ีหมุนหนักมากทีเดียว หมุนคราวท่ีจะไปพระนิพพานไม่ต้องกลับมาเกิดอีกเป็นความเพียรที่ดุเดือดมากทีเดียว จึงเรียกว่าไม่ใหใ้ ครไปดว้ ยเลย เราไปคนเดียว คอื อยากกินกก็ นิ ไมอ่ ยากกินก่วี นั ชา่ งมัน เอาเจ้าของเป็นปา่ ช้าเลย ปา่ ช้าอยู่กับตัวเอง รู้กับตวั เอง มนั จะตายจริงๆ มนั กร็ ู้ หมุนเลย อนั นกี้ ็ ๙ ปี ไมใ่ ชเ่ ล่นๆ นะ ออกปฏิบตั ิ ๑๖ พรรษา นน่ั ละฟ้าดนิ ถล่ม ๑๖ พรรษา วันที่ ๑๕ พฤษภา๒๔๙๓ เราไม่ลืม นั่นละปีฟ้าดินถล่ม กิเลสขาดสะบ้ันลงจากใจ ใจนี้สว่างจ้าเลย น่ันเป็นเวลา ๙ ปีปฏิบัติ คือจริงจังมาก ถ้าลงได้หมุนใส่อะไรแล้วต้องเอาให้จริง เอาให้ได้อย่างใจ นี่ก็จะเอานิพพานให้ได้อย่างใจ ฟาดเสีย ๙ ปีฟ้าดินถล่มในวันท่ี ๑๕ พฤษภา ๒๔๙๓ หลงั เขาวัดดอยธรรมเจดีย์ เวลา ๕ ทุ่มพอดี นนั่ ละฟา้ ดนิ ถล่ม ควำ่�วัฏจกั รได้ในคืนวนั นน้ั จิตนสี้ วา่ งจา้ เลยเทยี ว70ชาตสิ ดุ ท้าย

น่ีละการทำ�ความเพียรเอาจริงเอาจังมากทีเดียว หันใส่อะไรเอาให้ได้ไม่ได้เอาตายเข้าว่าเลย ความเพียรที่หมุนใส่อรหัตตภูมินี้ก็แบบเดียวกัน เอาให้ได้ว่าอย่างน้ัน หมุนจ๋ีเลยความเพียรกรรมฐานน้ีไปองค์เดียว ไม่ให้ใครไปด้วยคือให้เป็นอัธยาศัยของตัวเอง อยากกินกี่วัน อดไปก่ีวันถึงกินอันนี้ก็แล้วแต่เจ้าของ ถ้าไปสองเป็นนำ้�ไหลบ่า ไปสองไปสามเป็นนำ้�ไหลบ่า เด๋ียวห่วงคนนั้นเด๋ียวห่วงคนน้ี ไปคนเดียวเราป่าช้าอยู่กับเรา เป็นตายก็รู้กันเอง น่ันละเอากันหนักอันน้ีก็ไม่ใช่ของเล่นเหมือนกัน นี่ก็ฟาดอยู่๙ ปี พรรษา ๗ ถึงพรรษา ๑๖ วันที่ ๑๕พฤษภา ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทุ่มอยู่หลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ กิเลสขาดสะบั้นลงจากใจน้ีสว่างจ้าเลยต้ังแต่บัดน้ันมา นี่ละธรรมเห็นผลทุกอย่าง เพราะฉะนั้นเรามาเกิดในโลกชาติน้ีเป็นชาติท่ีเราล้างป่าช้าของเรา จะเคยเกิดมากี่กัปก่ีกัลป์ ตายทับถมกันอยู่นี้ 71ชาตสิ ุดทา้ ย

กี่กัปกี่กัลป์ก็ตาม สำ�หรับเราชาตินี้เป็นชาติล้างป่าช้า ไม่ให้มีต่อไปอีก หมด ป่าช้าล้างหมด การเกิดการตายที่ไหนไม่กังวล หมด พอทุกอย่าง ปล่อยทุกอย่าง ไม่มีอะไรเหลือเลย เหลือแต่ความสว่างจ้าของจิตตลอดทั้งวันทั้งคืนไม่มีกลับมาเปลี่ยนแปลงแม้นิดหนึ่ง จิตเม่ือถึงข้ันนี้แล้วความเปลี่ยนแปลงกฎอนิจฺจํ ทุกฺขํ อนตฺตา ไม่มีในจิตดวงทีบ่ รสิ ุทธล์ิ ว้ นๆ น้ีได้เลย ต้ังแต่บัดนั้นมาจนกระทั่งป่านน้ีเป็น ๕๗-๕๘ ปีแล้วมัง น่ีละทำ�ความเพียรเอาจริงเอาจัง เรียกว่าล้างป่าช้าที่จะเกิดจะตายต่อไปไม่มี หมด ตายแล้วจะไปเกิดท่ีไหนสูงต่ำ�ประการใดไม่มี หมดโดยสิ้นเชิง จึงว่ามาล้างป่าช้า72ชาติสุดทา้ ย

เกิดมาในชาตินี้เป็นชาติที่ล้างป่าช้าของตัวเอง สัตว์ทั้งหลายเป็นอย่างไรเราไม่ก�ำ หนดกฎเกณฑ์ แต่มากำ�หนดตัวเองว่ามาล้างป่าช้าในชาตินี้ หายสงสัยว่าตายแล้วจะไปเกิดที่ไหนๆ สูงตำ่�ประการใดบ้างหมดโดยส้ินเชิง เหลือแต่ความพอแลว้ ด้วยความอศั จรรย์ภายในจติ ดวงน้ี ทีน้ีพอ เม่ือจิตพอแล้วปล่อยหมด ข้ึนชื่อว่าสมมุติแล้วไม่มีอะไรเหลือเลย ปล่อยหมดโดยประการท้ังปวงต้ังแต่บัดนั้นมาวันที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ เป็นวันปล่อยสมมุติ วางสมมุติ ทิ้งป่าช้า จะไม่กลับมาเกิดอีก ตายก็เหมือนกัน ตายก็ไม่กลับมาตายอีก จะตายเฉพาะชาติที่กำ�ลังแบกหามขันธ์อยู่นี้ พอขันธ์น้ีขาดสะบั้นลงไปแล้วก็สลัดทเี ดยี วเลย นิพพานไมถ่ าม ไมไ่ ด้ประมาทนะ ไม่ถามนิพพาน พระพุทธเจา้ กี่พระองค์ พระสงฆส์ าวกกพ่ี ระองคท์ ี่เปน็พระอรหนั ต์ ถงึ นพิ พานแล้วดว้ ยกนั ทา่ นไม่ถามกนั เป็นอนั เดยี วกนั หมดทเี ดียว ลงมหาวิมตุ ติ เหมือนกบั น�ำ้ มหาสมุทร ฝนตกมาจากเมฆกอ้ นใดๆ ลงในน้ำ�มหาสมุทรหมด ไม่ได้คัดได้เลอื กว่าฝนเม็ดนี้มาจากเมฆก้อนนั้นๆ ฝนก้อนน้ันไม่มี ลงเป็นนำ้�มหาสมุทร อันนี้ความเพียรของเราตั้งแต่เร่ิมปฏิบัติมามากน้อยเพียงไรก็ไม่ได้คำ�นึง ลงในนำ้�มหาวิมุตติมหานิพพานหมดโดยสิ้นเชิง หายสงสัยตั้งแต่บัดนั้นมาเป็นเวลาดูเหมือน ๕๗-๕๘ ปีแล้วมัง นั่นละวันคว่ำ�วัฏวนภายในจิตใจได้ขาดสะบั้นลงไปจากใจ ไม่มีอะไรเหลือเลย สว่างจ้าตลอดเวลา ท่านว่านิพพานเที่ยง คือจิตที่หมดสมมุติแล้ว เป็นจิตธรรมธาตุ จิตธรรมธาตุนี้ท่านเรียกว่านิพพานเที่ยงก็ได้จิตเป็นธรรมธาตุก็ได้ เมื่อถึงขั้นนี้แล้วก็หมด ไม่มีอะไรท่ีจะคิดเปลี่ยนแปลงว่ามากกว่านี้น้อยกว่านี้ไม่มี พอ พอด้วยความบริสุทธ์ิใจ จึงว่าเปิดโลกธาตุ หายห่วง เรียกว่ามาล้างป่าช้าในชาติน้ีก็ไม่ผิด เพราะจะไม่กลับมาเกิดอีกแล้วแน่อย่ใู นหัวใจเจา้ ของเอง ไม่ไดไ้ ปถามผู้ใด เป็นขน้ึ ในเจ้าของ จิตเวลาล้มลุกคลุกคลานมันก็ล้มของมัน แต่เวลาพลิกตัวได้แก้ไข อบรม หรือฝึกหัดอยู่ตลอดเวลามันก็ดีดขึ้นได้ ดีดข้ึนจนกระท่ังถึงข้ันฟ้าดินถล่ม จากน้ันก็หมดปัญหาโดยประการท้ังปวง น่ีเรียกว่าเกิดมาในชาตินี้มาล้างป่าช้า การเกิดของเจ้าของมากี่กัปก่ีกัลป์มาล้างในชาติน้ี แล้วจะตายอีกเท่าไรก็ล้างหมด ไม่มีอะไรเหลือเลย เวลานี้ 73ชาตสิ ุดท้าย

ก็ยังเหลือแต่ธรรมในใจ ธาตุขันธ์ก็เป็นธาตุขันธ์ธรรมดาเหมือนเราๆ ท่านๆ แต่ท่ีจิตน้ันไม่เหมือน จิตน้ีหมดอะไรโดยประการทงั้ ปวง สว่างจ้าทั้งกลางวันกลางคนื อยอู่ ยา่ งน้ี น่ีเรียกว่าจิตเป็นธรรมธาตุแล้ว เวลาน้ีอยู่ด้วยจติ เป็นธรรมธาตุ หายหว่ งทุกอยา่ ง ไม่สนใจวา่ จะเกิดจะตายท่ีไหนต่อไปอกี เรยี กวา่ มาล้างปา่ ชา้หมดโดยสิ้นเชิง สมเจตนาท่ีอุตส่าห์พยายามประกอบความพากเพียรมาต้ังแต่วันบวช เอาจนกระท่ังถึงวันนิพพานเท่ียง พอใจ มาถึงขั้นพอใจ ชาตินี้เป็นชาติที่พอใจทุกอย่าง ไม่คำ�นึงถึงเร่ืองความเกิดความตาย เกิดแล้วจะไปตายที่ไหน ตายแล้วจะไปเกิดไหนเหมือนแต่ก่อนไม่มี หมดโดยประการท้ังปวง เหลือแต่ธรรมชาติท่ีว่านิพพานเท่ียง ก็คือจติ เป็นธรรมธาตุ จิตน้ีเมื่อเข้าถึงตัวเต็มที่แล้วเป็นธรรมธาตุนะ มีชีวิตอยู่ก็ว่าจิตบริสุทธ์ิ พระอรหันต์อย่างน้ีท่านมีขันธ์อยู่จิตบริสุทธ์ิมีธาตุมีขันธ์อยู่ พอธาตุขันธ์พังลงไปแล้วจิตน้ีก็เป็นธรรมธาตุ เพราะเป็นธรรมธาตุแล้วตั้งแต่ยังไม่ตายน่ันละจิตเม่ือฝึกให้เต็มที่แล้วก็เป็นธรรมธาตุให้เจ้าของได้เห็นชัดๆ อยู่ในท่ามกลางแห่งขันธ์ห้า ซึ่งเป็นของเน่าเฟะอยู่ทั้งเขาท้ังเรา แต่จิตดวงน้ันเป็นจิตธรรมธาตุไม่มีค�ำ ว่าเน่าเฟะเหมือนร่างกายท้ังหลาย ถึงข้ันนี้แล้วไม่มีกาลสถานที่เวล่�ำ เวลา การเกิดการตายสงู ต่�ำ ไมม่ ี หมดโดยประการท้ังปวง เกดิ มาชาติน้จี งึ วา่ เป็นชาตสิ ดุ ท้ายของเรา หมดทกุ อยา่ งไมม่ ีอะไรสงสยั เพราะฉะน้ันการช่วยเหลือโลกเราจึงช่วยเต็มเม็ดเต็มหน่วย มีเท่าไรทุ่มลงหมด เราไม่มีอะไรเหลือติดตัวติดวัดนะ ในวัดนี้ไม่สั่งสม มีอะไรๆ สละออกหมดเลย เหลือแต่หัวใจที่เต็มไปด้วยเมตตาเท่าน้ันท่ีสั่งสอนโลกอยู่เวลานี้ ที่น่ีถ้าหากการเป็นกับการตายน้ันเป็นธรรมดาแล้วการเป็นการตายมีนำ้�หนักเท่ากัน อีกประการหน่ึงก็คือว่า การเป็นอยู่นี้แบกธาตุแบกขันธ์พาอยู่พากินพาหลับพานอนพาขับพาถ่าย เม่ือสลัดอันน้ีลงไปแล้วธาตุขันธ์อันน้ีก็หมดภาระไป เพราะฉะน้นั จึงว่าถา้ ไม่มโี ลกเข้ามาเก่ียวขอ้ งแล้วไปเลย อยู่หาอะไรอย่แู บกธาตุแบกขนั ธ์ ท่ีอยู่นี้ก็เพ่ือพี่น้องสัตว์ทั้งหลายท่ัวโลกธาตุ เป็นผู้หวังยังไม่พอ ยังต้องหวังผู้อ่ืนช่วยอยู่ ไม่เป็น อตฺตา หิอตฺตโน นาโถ ยังต้องหวังพ่ึงผู้อ่ืน เพราะฉะน้ันการหวังพ่ึงผู้อ่ืนก็เข้ากับการเมตตาสงเคราะห์โลก เราก็สงเคราะห์ไปอย่างน้ันๆ ละ สำ�หรับเจ้าของเองหมดโดยสิ้นเชิง ไม่มีอะไรเหลือแล้ว หมดจริงๆ ไม่คำ�นึงถึงเร่ืองความเกิด74ชาตสิ ดุ ท้าย

ความตาย หมดไปตามๆ กันแล้ว นี่ละการ 75ชาติสุดทา้ ยประพฤตปิ ฏบิ ตั ธิ รรม ขอใหท้ า่ นท้งั หลายปฏบิ ตั ิ ธรรมนี้เป็นธรรมสวากขาตธรรมของพระพุทธเจ้า เป็นศาสดาองค์เอกมาสอนโลกจะผิดไปที่ไหน ขึ้นชื่อว่าศาสดาองค์เอกนำ�ธรรมมาสอนโลกต้องถูกต้อง เรียกว่าสวากขาตธรรมตรัสไว้ชอบแล้วทั้งนั้น ขอให้พากันตั้งใจปฏิบัติให้ชอบธรรมเถอะ ทางท่ีถูกต้องจะใกล้เข้ามาชิดเข้ามา ก้าวออกไปหน่ึงก้าวสองก้าวใกล้ความส้ินทุกข์ไปโดยลำ�ดับ จนกระท่ังถึงความบริสุทธิ์หมด ความทุกข์ทั้งหลายไม่มีเหลือ เหลือแต่ธาตุขันธ์ ธาตขุ นั ธ์ดับไปแล้วจติ กเ็ ป็นธรรมธาตุ นลี่ ะจติ เปน็ ธรรมธาตุจิตสดุ ขดี สดุ แดนสดุสมมตุ ทิ ั้งหลายแล้วจติ นี้เปน็ ธรรมธาตุ จะเรยี กว่าจิตไม่ได้นะ เป็นธรรมธาตุ น่ีละการปฏิบัติธรรมให้ต้ังใจปฏิบัติให้เห็นอย่างน้ี อย่าพากันโลเลโลกเลก ตื่นลมต่ืนแล้งตื่นมืดตื่นแจ้งตื่นสว่างมันมีมาต้ังกัปตั้งกัลป์แต่กาลไหนๆ ส่วนการเกิดการตายของเราก็แบกหามกันไปตามมืดตามแจ้งทีนี้สลัดอันนี้ออกด้วยความยึดถือมืดแจ้งเดือนดาวตะวนั อะไรนอ้ี อกจากใจหมด ขาดสะบน้ั จากใจใจก็เป็นใจท่ีบริสุทธิ์วิมุตติหลุดพ้น นั่นละพ้นจากทุกขพ์ ้นที่ใจ ไม่ไดพ้ ้นทไ่ี หน

ขอให้ท่านทั้งหลายจำ�ให้ดี เกิดมาชาตินี้ ก็หมดละ ในชาติน้ีหมดภูมิละ จะก้าวไปที่ไหน ความรู้สึกคือจิตไม่คิด จะก้าวถอยกลับก็ไม่มี จะก้าวหน้าต่อไปอีกก็ไม่มี พอแล้วด้วยความ รื่นเริงบันเทิง พอแล้วด้วยความอัศจรรย์ภายใน จิตน้ีถูกต้อง อย่างอ่ืนไม่มี การประกอบความ พากเพียรก็เปลี่ยนอิริยาบถ แล้วพิจารณาธรรม ทั้งหลายลึกตื้นหยาบละเอียดไปเท่าน้ัน เช่นเดิน จงกรม อย่างพระพุทธเจ้าท่านก็เดินจงกรม พระ สาวกท้ังหลายทา่ นสนิ้ กิเลสแลว้ ท่านกเ็ ดินจงกรม การเดินจงกรมของท่านน้ันเป็นการ เปล่ียนอิริยาบถหนึ่ง เป็นการพิจารณาธรรม ลึกตื้นหยาบละเอียดกว้างแคบทั้งหลายหนึ่ง พระสาวกก็เหมือนกันท่านไม่ได้เดินจงกรมเพ่ือ ละกเิ ลสถอนกเิ ลส เหมอื นพวกเราท้งั หลายทีห่ าบ แต่กิเลสอยู่นี้ ท่านหมดกิเลสแล้วท่านเดินด้วย ความหมดกิเลส ยืนเดินน่ังนอนด้วยความสิ้น กิเลสไม่มีอะไรเหลือภายในพระทัยภายในใจของ พระพุทธเจ้าเลย น่ันละที่เราเรียกว่า พุทฺธํ สรณํ คจฺฉามิ ธมฺมํ ก็คอื ธรรมอนั เลศิ สงฆฺ ํ สรณํ คจฉฺ ามิ กค็ อื พระสงฆ์ประเภทนี้เอง ประเภทท่ีว่าส้ินกิเลสแล้ว76ชาตสิ ดุ ท้าย

เป็นสงฆฺ ขํ องพวกเรา สรณํ คจฺฉามิ ขอให้พากันปฏบิ ัตใิ ห้เปน็ สรณะของตวั เองก่อนนะ ปฏบิ ตั ติ วั เองใหเ้ ปน็ ที่พงึ่ ของตัวเองอยา่ งสมบรู ณ์แล้วก็เป็นสรณํ คจฺฉามิ ต่อจากนัน้ กเ็ ป็นสรณํ ของโลกตอ่ ไป ใหพ้ ากนั จำ�เอานะ เม่อื วันที่ ๑ พฤศจกิ ายน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ เปดิ โลกธาตุ วัดน้ีก็เป็นวัดท่ีระลึกของเรา แต่ก่อนเราขึ้นไปอยู่บนเขา ข้างล่างสิ่งก่อสร้างเหล่าน้ีไม่มี มาก็ขึ้นบนเขาข้างบนอากาศดี เรียกวา่ ดีมาก ขน้ึ อยู่บนหลังเขาแลว้ อากาศรูส้ ึกวา่ แผว่ เบาอยบู่ นหลังเขา ไปภาวนาอยทู่ ี่นนั่ อันนมี้ าปลูกสร้างทีหลัง วัดน้ีก็ลืมไม่ได้อีกเหมือนกัน น่ีละฟาดกิเลสพังทลายลงบนเขาลูกนี้แหละ เราไม่ได้ลืมนะ วันที่ ๑๕พฤษภา ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทมุ่ พอดี อยูบ่ นหลงั เขา ฟัดกิเลสขาดสะบั้นลงไปอยูบ่ นหลงั เขาลูกนี้ เราไม่ลืมนะ จงึ เป็นวัดที่สำ�คัญมากในชีวิตของเรา มาภาวนาอยู่เรื่อยๆ เพราะเห็นว่าอากาศมันดีมาบ่อย ตอนน้ันท่านอาจารย์กงมาท่านอย่ทู น่ี ี่ มาภาวนาอยู่ทน่ี ่ี นี่ละกิเลส พูดให้มันชัดเจนว่าเป็นวัดท่ีลืมไม่ได้จนกระท่ังวันตาย กิเลสขาดสะบ้ันลงบนหลังเขาวัดดอยธรรมเจดีย์ ไม่ลืม วันท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓ กิเลสพังลงจากใจเป็นเวลา ๕ ทุ่มพอดี เหมือนฟ้าดินถล่มนะ เพราะฉะนั้นวัดน้ีเราจึงลืมไม่ได้ ต้ังแต่น้ันมาจิตก็สว่างจ้า บอกให้ตรงไปตรงมาเลย คือหลังเขาวัดดอย-ธรรมเจดีย์นี้เอง เป็นที่สงบสงัด บิณฑบาตก็ไปบ้านนาสีนวล เดินบิณฑบาตลงไปน้ีดูเหมือนช่ัวโมงกับ ๒๕ นาทีหรือไงผมลืมๆ คือเดินลงไปนี่ท้ังไปทั้งกลับดูเหมือนชั่วโมง ๒๕ นาที ถ้าจำ�ไม่ลืม ไกลอยู่นะจากนี้ไปวัดนาสีนวลดเู หมือน ๓ กโิ ล เดนิ ตัดเขาลงไป นีล่ ะท่วี า่ วัดนเ่ี ปน็ ทีร่ ะลึกไม่ลืมก็คือวัดดอยธรรมเจดีย์ บนหลงั เขาวัดดอย กระตอ๊ บเลก็ ๆ เรามาทีไรเราตอ้ งขึน้ไปท่ีนนั่ เดย๋ี วน้ีกระต๊อบน้ันดูเหมอื นจะร้อื ไปแล้วมัง้ เลก็ ๆ อย่ทู ี่หน้าพระยืน พระอยขู่ ้างบน กระต๊อบเลก็ ๆ หันหนา้ มาทางพระ เรามาอยทู่ ่นี ่ัน นน่ั ก็เวลา ๕ ทุ่มพอดี กิเลสขาดสะบั้นลงไปเป็นเวลา ๕ ทุ่ม วนั ท่ี ๑๕ พฤษภาคม ๒๔๙๓เพราะฉะนั้นจึงเป็นวัดท่ีลืมไม่ได้เลย การบำ�เพ็ญน้ีสะดวกมาก ทั้งคืนทั้งวันสงัดเงียบเลย ตั้งหน้าต้ังตาภาวนาจริงๆมาอย่ทู ีน่ ี่ 77ชาติสดุ ท้าย

นี่ก็ขอให้ภาวนากันนะพระเรา อย่าอยู่เฉยๆ ไม่เกิดประโยชน์อะไร นั่งท่ีไหนยืนเดินนั่งนอนให้มีสติติดแนบอยู่กับตัว ถ้าสติมีแล้วกิเลสจะไม่เกิด กิเลส จะเกิดทางสังขาร สังขารน้ีจะเกิดมาจาก อวิชฺชาปจฺจยา แล้วก็ สงฺขารา อวิชชา หนุนให้เกิดเป็นสังขาร กิเลสสังขารสมุทัยขึ้นมา เมื่อมีสติแล้วสังขารก็ไม่เกิด จิตก็ สงบร่มเย็นได้ นั่นละการภาวนา ให้พินิจพิจารณา วัดน้ีก็เป็นวัดสำ�คัญของเรา วัดหนึ่ง เป็นวัดที่เราลมื ไม่ไดเ้ หมือนกันวัดน้ี ตง้ั แต่น้ันมาก็ไปมาเร่อื ย ท่านอาจารย์ กงมาท่านอยทู่ ี่น่ี นั่นละท่ีทรงมรรคทรงผลทรงอยู่กับสติเป็นความเพียร ถ้ามีสติแล้ว กิเลสไม่เกิด กิเลสจะเกิดทางสังขาร พอเราเผลอน้ีสังขารจะเกิด เพราะเกิดจาก อวิชชา อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ ไปเร่ือยติดต่อ สืบเนื่องกันไม่มีส้ินสุด ถ้าสติไม่มีเกิดตลอด กิเลสเกิดตลอด ธรรมไม่มีทางเกิด ได้เลย เวลาสติมีอยู่แล้วกิเลสก็ไม่เกิด ใจก็มีความสงบร่มเย็น จากน้ันก็สว่างไสวได้ น่นั ละนกั ภาวนาใหเ้ ป็นอย่างนน้ั เพียงแต่มาน่ังภาวนาเฉยๆ สักแต่ว่าน่ังไม่พินิจพิจารณาการดำ�เนินของ ตัวเองไม่เกิดประโยชน์ การภาวนาสติเป็นสำ�คัญมากทีเดียว ถ้าขาดสติไปเม่ือไร นั้นละคือขาดภาวนา จะน่ังก็เป็นหัวตอ จะนอนก็เป็นขอนซุง จะเดินก็เป็นตุ๊กตา เคลื่อนไหวไปมาเท่านั้น ไม่เกิดประโยชน์ถ้าไม่มีสติครอบอยู่ท่ีหัวใจ ถ้าใจมีสติ อยู่ที่ไหนเป็นความเพียร กิเลสเกิดไม่ได้ ให้พากันต้ังอกต้ังใจพิจารณาอย่างน้ัน นี่ได้ด�ำ เนนิ มาหมดแล้วจงึ ได้มาเล่าให้หมู่เพ่ือนฟัง ไม่ใชม่ าเลา่ สุ่มสีส่ ุ่มห้า สติเป็นสำ�คัญมากในการประกอบความพากเพียร หรือหน้าท่ีการงาน ทุกอย่าง ถ้าขาดสติการงานผลก็ไม่สมบูรณ์ ถ้าสติดีแล้วการงานก็เป็นไปเพ่ือ ความเรียบร้อย ยิ่งการภาวนาน่ีเหมือนกัน การภาวนาย่ิงใช้สติมากมาย จากน้ันก็78ชาตสิ ดุ ทา้ ย

มีปัญญาพิจารณาสอดส่อง ถ้าไม่มีปัญญาก็เอาอีกแหละ แต่อย่างไรก็ตามขอให้มีสติ สติรวบรวมทุกส่ิงทุกอย่าง ปัญญาความแยบคายทั้งหลายจะค่อยเกิดขนึ้ จากสตเิ ปน็ พืน้ ฐาน ถ้าไม่มีสติไม่ดี นี่เราก็แก่แล้วนะ ผมอายุกำ�ลังจะ ๙๕ เต็มแล้ว ๙๔ ปีกับ ๕-๖ เดอื นแล้วมงั อย่ไู ม่นานกจ็ ะไปแลว้ แหละ เพราะมันมาถงึ ๙๔ ปี ๖ เดือน กำ�ลังจะ๙๕ ปีแล้ว บวชมาน้ีก็ได้ ๗๓-๗๔ ปี ออกปฏิบัติตั้งแต่พรรษา ๗ พอเรียนจบเรียบร้อยตามความมุ่งหมายแล้วได้พรรษา ๗ ก็ออกปฏิบัติตั้งแต่บัดน้ันจนกระท่ังป่านน้ีเร่ือยมา มีแต่ฟัดกับกิเลสทั้งนั้นๆเป็นเวลา ๙ ปีตั้งแต่ออกพรรษา ๗ ออกปฏิบัติ ข้ึนเวทีฟัดกับกิเลสจนกระท่ังพรรษา ๑๖ วันที่ ๑๕พฤษภา ๒๔๙๓ เวลา ๕ ทุ่ม น่ันเป็นเวลาตัดสินคือผลรายได้อันสมบูรณ์ของใจที่เกิดข้ึนจากการภาวนา ก็มาเกิดที่น่ี ไม่เกิดที่ไหน เกิดที่วดั ดอยธรรมเจดียน์ ้ี เมื่อบา่ ยวันที่ ๑๗ กมุ ภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๑ กิเลสขาดสะบัน้ ลงจากหัวใจบนหลงั เขาลูกนี้ 79ชาตสิ ุดทา้ ย

““อัฐิของท่านกลายเปน็ พระธาตนุ ะเจา้ คณุ เขยี น ถา้ อัฐิกลายเปน็ พระธาตุแลว้ แนน่ อน” เมอื่ วนั ที่ ๑๔ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ ชว่ ยเหลือจนตั้งเน้ือตัง้ ตัวได้ หลวงป่เู ขียน ฐิตสโี ล วดั รังสีปาลิวนั อ�ำ เภอคำ�มว่ ง จังหวัดกาฬสินธุ์80ชาตสิ ดุ ท้าย

หลวงปู่เขียน นี่ก็กลายเป็นพระธาตุ ท่านอยู่ธรรมดาท่านเงียบนะ ท่านลาออกมาอยู่ภาวนา ท่านส่งพระเณรมาหาเรา ส่งองค์นี้มาแล้วขอองค์น้ันกลับคืนไปส่งองค์นี้มาอีก เราก็ไม่ทราบเหตุผลกลไกอะไร ท่ีไหนได้เวลาตายอัฐิทา่ นกลายเป็นพระธาตุ เราสืบถามเพราะเหตุไร โอ๋ย เทปเราอยูใ่ นนนั้ กลางคนื ทา่ นฟังเทศน์ใครไปยุง่ ได้เม่อื ไร ไปยงุ่ไม่ไดน้ ะ พอตกคำ�่ เข้ามาทา่ นจะเอาเทปเราละไปฟังอ๊อดๆๆ อยู่คนเดียว จึงมารูไ้ ด้ อ๋อ อยา่ งน้เี อง ท่านส่งพระเณรท่านมาวัดน้ี แล้วเอาองค์นี้ไปเอาองคน์ น้ั มาอยอู่ ย่างนั้นละเรอ่ื ยๆ เราไม่ทราบเหตุผลต้นปลายอะไร เวลาทราบทหี ลงัวา่ อัฐิทา่ นกลายเปน็ พระธาตุ เปน็ อย่างไรบทเวลาถามดูจริงๆ โอ๋ เทปเราเต็มอย่ใู นกฏุ ิท่าน พอค่ำ�ท่านจะเปิดเทปฟังตลอด เราจึงว่า โอย๋ ท่านสนใจปฏบิ ัติมาต้ังแตน่ ้นั อฐั ิของท่านกลายเปน็ พระธาตนุ ะเจา้ คณุ เขยี น ถ้าอฐั ิกลายเป็นพระธาตแุ ลว้ แนน่ อน แน่นอนในสายตาประชาชน เมอ่ื วันที่ ๑๔ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๒ ชว่ ยเหลือจนตั้งเนื้อตง้ั ตัวได้ 81ชาตสิ ดุ ท้าย

““เอาละนะ จะกลบั ล่ะ ไมม่ ีอะไรจะเตือนกนั หรอกนะ กรรมฐานใหญเ่ หมือนกนั ” หลวงตากล่าวกบั หลวงปบู่ ญุ จนั ทร์ คราวเย่ยี มอาพาธ ณ วัดป่าสนั ตกิ าวาส จากหนังสือหยดน้ำ�บนใบบวั หลวงปูบ่ ุญจนั ทร์ กมโล วดั ป่าสันตกิ าวาส อำ�เภอไชยวาน จังหวดั อดุ รธานี82ชาตสิ ดุ ท้าย

เออใช่วัดไชยวานท่านบุญจันทร์ น่ันก็ลูกศิษย์ล่ะ ท่านบุญจันทร์ลูกศิษย์ ท่านป่วยหนักเราก็ไปเยี่ยมนะทา่ นบุญจันทร์เวลาทา่ นปว่ ยหนกั เราไปเยีย่ ม ไปเยี่ยมพอดแี ล้วเรากด็ ูอาการ อาการเพียบมากนา่ จะไมพ่ ้นวันพร่งุ น้ไี ปวันพรุ่งน้ีเราจะมาว่าอย่างน้ันนะ พอฉันเสร็จแล้วเราจะมา เหมือนว่าท่านรอ ลมหายใจรอเราอยู่นะ พอฉันเสร็จแล้วเราก็ออกเดินทางไปเลย ท่านเหมอื นว่าหายใจรอเรา พอเราไปถึงป๊ับ ยงั อยนู่ ะเราวา่ พอไปเขา้ ไปถึงตัวเลย ยังอยู่นะมาถึงแล้ว ทีนีพ้ อเรายืนอยนู่ ะ เรายงั ไมน่ ั่งนะ ยังอยู่นะ ลมหายใจคอยกนั นีน่ ะ เราว่าอย่างนั้นละ พอเราไปยืนอยู่นี้ดบัขณะนั้นเลย พอเราไปถึงไปยืนดู อ๋อ..ยังอยู่ เพียบมาก แล้วพอว่าอย่างน้ันดับเด๋ียวนั้นเลยนะ เหมือนว่าลมหายใจคอยเรา..ท่านบุญจนั ทร์ เมอ่ื วนั ท่ี ๒๓ กรกฎาคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๓ ลมหายใจคอยเรา 83ชาตสิ ดุ ทา้ ย

““ลกู ศษิ ยก์ น้ กุฏิของหลวงปูม่ น่ั ใครจะเกนิ อาจารยเ์ จ๊ยี ะ” เมอ่ื วันท่ี ๒๔ เมษายน พุทธศกั ราช ๒๕๔๖ ถงึ นพิ พานแลว้ ไม่ตายไม่เปลย่ี นแปลง หลวงปูเ่ จย๊ี ะ จุนโท วัดปา่ ภูรทิ ัตตปฏปิ ทาราม อำ�เภอสามโคก จงั หวัดปทมุ ธานี84ชาตสิ ุดทา้ ย

พอพดู อยา่ งนกี้ ร็ ะลกึ ถงึ อาจารยเ์ จย๊ี ะผา้ ขรี้ วิ้ หอ่ ทองนะลกู ศษิ ยก์ น้ กฏุ ขิ องหลวงปมู่ น่ั ใครจะเกนิ อาจารยเ์ จย๊ี ะทุกส่ิงทุกอย่างเหมือนพ่อกับลูก ท่านเมตตามากทีเดียว ทางนี้ก็เป็นนิสัยเจ๊ก ท่านก็นิสัยเด็ดเด่ียวทุกอย่าง เข้ากันได้ผางเลยๆ เวลาคุยกันเหมือนพ่อแม่กับลูกคุยกัน พอมีอะไรเอะอะน่ีเปรี้ยงปร้างๆ หลวงปู่มั่นซัดหน้าผากอาจารย์เจี๊ยะ ใสก่ ันเปรีย้ งปร้างๆ สักเด๋ยี วเงียบเลย ลงมา “เรื่องอะไรตะกี้นี้” “ออ๋ ไปท�ำ ไอน้ ้นั ผิด ท่านกเ็ ขกเอาละซ”ิทา่ นไมเ่ ห็นว่าท่านดนี ะ ทา่ นพดู เปน็ ธรรมท้งั น้ัน เราฟังหมด วันท่ี ๒๔ เมษายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๖ ถึงนิพพานแลว้ ไมต่ ายไมเ่ ปล่ียนแปลง จติ ทา่ นกภ็ มู สิ งู สงู เตม็ ทลี่ ะจติ อาจารยเ์ จย๊ี ะเคยเลา่ ภาวนาใหฟ้ งั ตง้ั แตอ่ ยกู่ บั หลวงปมู่ นั่ ดว้ ยกนั จติ ทา่ นเปน็ มาตั้งแต่ต้นนะ ออกบวชทีแรกก็เป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์กงมา แล้วก็ติดสอยห้อยตามเข้ามาถึงพ่อแม่ครูจารย์มั่นจากนน้ั กพ็ ันกันมาเลย จติ ท่านดี นท่ี ่านก็เสยี ไปแลว้ ก็ใหท้ า่ นบญุ ชว่ ยเป็นสมภารแทน ประชุมกนั ให้เราเปน็ ประธานการประชุม เราก็ถามองค์ไหนบ้างที่จะเป็นที่ไว้วางใจได้สำ�หรับวัดน้ี ท่านก็ชี้บอกท่านบุญช่วย เป็นผู้ต้ังอกตั้งใจดีตลอดมา เรากเ็ ลยมอบให้ท่านบญุ ช่วยเป็นสมภารวดั ปทมุ ธานี แทนอาจารย์เจี๊ยะทีเ่ สียไป เมอ่ื วนั ที่ ๒ ตลุ าคม พทุ ธศักราช ๒๕๕๐ เมอื่ ปฏิบัติดอี ย่แู ลว้ อยา่ มากวน 85ชาตสิ ุดท้าย

““อย่าว่าแต่ธรรมยุต มหานกิ าย ผอู้ ่ืนก็มสี ทิ ธเิ หมอื นกนั ” เม่ือวันที่ ๑๐ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๕๐ การสอนน้ไี ม่ผิด หลวงป่ชู า สุภทั โท วดั หนองป่าพง อ�ำ เภอวารินชำ�ราบ จงั หวัดอุบลราชธานี86ชาตสิ ดุ ท้าย

อย่าว่าแต่ธรรมยุต มหานิกาย ผู้อ่ืนก็มีสิทธิเหมือนกัน สังคมยอมรับแล้ว ท่านไม่ให้ญัตติ อย่างอาจารย์ชานี่อัฐิของท่านก็กลายเป็นพระธาตุ นี่ก็ลูกศิษย์หลวงปู่มั่น มาหนองผือ ได้มาพบกันท่ีหนองผือ อาจารย์ชาวดั หนองป่าพง ทา่ นมาศกึ ษาอบรมอยกู่ ับพ่อแม่ครูจารย์ม่ันทีว่ ัดหนองผอื ตอนนนั้ เราอยทู่ น่ี ่นั จากนน้ั ทา่ นก็มาเย่ียมเราท่ีนี่ เราไปเยี่ยมท่านไม่พบเพราะท่านไม่อยู่ แล้วท่านก็มาหาเราอีก อาจารย์มี โคราช ก็อัฐิกลายเป็นพระธาตุเหมือนกัน มีสิทธิเหมือนกันดังท่านพูดเห็นไหมล่ะ ใครต้ังใจประพฤติปฏิบัติ ช่ือนามต้ังไว้อย่างน้ันแหละ ตั้งแต่เป็ด​แต่ไก่มันก็ยังมีชื่อ ท่านว่า สังคมยอมรับแล้ว ธรรมยอมรับแล้ว เอาเถอะ ท่านว่างั้น ท่านไม่ให้ญัตตินะท่านเหล่าน้ีฝา่ ยมหานิกายจงึ ยังมากอยู่ ท่านไม่ใหญ้ ัตติ ประโยชน์จะคบั แคบไมก่ ว้างขวาง เห็นไหมทา่ นพูดเพ่อื ประโยชน์สว่ นรวมท้ังนัน้ ฝ่ายมหานิกายมีแต่ลูกศิษย์หลวงปู่ม่ันท้ังน้ันนะ ผู้ใหญ่ๆ คือท่านห้ามไม่ให้ญัตติ ท่านเหล่าน้ันเคารพหลวงปู่ม่ันอยู่แล้วก็ยอมรับๆ เพราะฉะนั้นฝ่ายมหานิกายจึงแตกกระจายออกไปอย่างว่า เป็นมรรคเป็นผลทั่วกันไปหมด น่ันทา่ นคดิ ถงึ ประโยชน์ส่วนรวมส่วนใหญ่ เมอื่ วันที่ ๑๐ กมุ ภาพนั ธ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๐ การสอนนไ้ี มผ่ ิดพระอาจารย์ประสพไชย กนั ตสโี ล พระอาจารยอ์ นนั ต์ อกิญจโน พระอาจารย์อัครเดช ถริ จติ โต 87ชาตสิ ุดท้าย

““เอ้อ เอาละใชไ้ ดแ้ ลว้ นั่นละคานอวิชชา ตั้งแตน่ ั้นมาเรากห็ ายสงสัย” เมื่อวนั ที่ ๕ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๐ คานอวชิ ชาหัก หลวงป่บู วั สิรปิ ณุ โณ วดั ป่าหนองแซง อำ�เภอหนองวัวซอ จังหวัดอดุ รธานี88ชาตสิ ุดทา้ ย

งานหลวงปู่ขาว ดูเหมือนงานทำ�บุญอายุหรือไง เข้ากันได้สนิทเลยนะ นั่นละท่ีว่าคานกุฏิหัก กุฏิหลวงพ่อบัว ท่านเตรียมพร้อมไว้แล้วว่าเราจะไป เพราะถามกันแล้วว่า ถ้าหลวงพ่อบัวไปเราจะไป ทางโน้นก็ว่าถ้าอาจารย์มหาบัวไปอาตมาก็จะไป ถ้าอาจารย์มหาบัวไม่ไปอาตมาไม่ไปจะไปเพราะอาจารย์มหาบัวเท่านั้นว่าง้ัน อันนี้ก็บอกว่า เราจะไปเพราะหลวงพ่อบัวเท่านั้น รับกันเลย ไป ออกจากน้ีก็ไปนิมนต์ทางโน้น ทางโน้นก็บอกว่า ไป ออกจากน้ี คือนิมนต์ท่านแล้ว มาก็มาที่น่ี ท่านก็ทราบแล้วเตรียมพร้อม กุฏิของท่านอยู่น้ัน กุฏิเราอยู่นี้ คือเตรียมพร้อมไว้แล้วหลวงพอ่ บวั น่ีละเร่ืองมนั เอาชัดๆ เลยนะ เพราะเราบอกแลว้ วา่ เราต้ังใจจะไปหาหลวงพ่อบวั อย่างเดยี ว งานนเ้ี ปน็ ต้นเหตเุ ท่านน้ั พอไปคุยกันพอสมควร ลูกศิษย์ลูกหาพระเณรเต็มไปหมด พอเสร็จเรียบร้อยแล้วพระเณรเลิกไป เอาละเลิกกันไปหมด จะคุยธรรมะกับหลวงพ่อบัว บอกเลย เรามาน้ีมาเพื่อหลวงพ่อบัวเท่านั้น มันขัดอยู่ในหัวใจ เราบอกตรงๆ เลย พอเสร็จแล้วก็ สองต่อสองละทนี ้ีเอากนั ละ ข้นึ ไป เอา้ ภาวนาตัง้ แตเ่ ป็นตาปะขาวมาบวชทีแรกเลา่ จนมาถึงปัจจุบันน้ีเป็นยังไง เอา เล่ามา เราจะฟังให้ชัดเจน เราข้องใจตลอด เรายังไม่สะดวกใจนะเราบอกตรงๆ เลย เอาวันน้ีเปิดให้เราฟัง ท่านก็เล่ามาโดยล�ำ ดับๆๆ จนกระท่ังถึงจุดปัจจุบัน พอจุดน้ีแล้วหยุดก๊ึก แล้วเป็นยังไงล่ะถึงนี้แล้วแล้วเจ้าของเข้าใจว่าไง เขา้ ใจว่าส้ินแล้ว เขา้ ใจว่าส้ินกิเลสแลว้ น่ันละเป็นอยา่ งน้ัน 89ชาตสิ ุดท้าย

สองต่อสองนะน่ี พอไปถงึ จดุ น้ันแลว้ หยดุ ก๊กึ เอาๆ เลา่ ตอ่ ไปซิ หายเงียบ สุดเท่านี้ แลว้ เขา้ ใจว่ายังไงละ่ เข้าใจวา่ ส้นิ แลว้ สองตอ่ สองมนั ก็พูดกันได้ชดั เจน อ้อ แล้วกัน เอา ท่นี ่ีเราไมไ่ ด้บอกวา่ สิน้ ไมส่ นิ้ ละ เราไม่บอก เอา ทีน้เี ป็นอย่างนแี้ ลว้ ให้พจิ ารณาอย่างนน้ั ๆ นะ เราบอกเลย เพราะมันไมส่ นิ้ น่ี ทางเดนิ มอี ยแู่ ต่ไมไ่ ป มนั ปดิ ตาหาทางไปไม่ได้เราก็เปิดทางให้ แล้วห้ามเลย ห้ามไม่ให้หลวงตาลงไปศาลา ผมมานี้ผมมาเพื่อหลวงตาเองนะ งานนี้ผมไม่ถือสำ�คัญอะไร แต่การลงไปงานผมไป การเทศนาว่าการพอควรเทศน์ก็เทศน์ ไมค่ วรเทศน์กไ็ ม่เทศน์ แตห่ ลวงตาไม่ใหไ้ ป ต้ังแตน่ ้ตี ่อไปเอาให้เตม็ เหนี่ยววนั นี้ เพราะมนั จวนแล้วนี่ มนั ไปตดิ อยู่เทา่ นี้ เหมอื นวา่ กระดาษบางๆ ปิดน้ีมนัมองไม่เห็น กระดาษบางๆ เท่านั้นละไม่ได้ภูเขาทั้งลูกปิดนะ กระดาษบางๆ ปิดไว้มองไม่เห็น เท่าน้ันแหละ พอเราเปิดกระดาษบางๆ ออก เอา ภาวนา น่ันละทีว่ ่าคานกุฏหิ กั กำ�ลังพจิ ารณาไปถึงจดุ ท่ีแกบอกเขา้ ใจวา่ หมดแลว้ เราเปดิทางใหเ้ ทา่ นนั้ มันก็ลง นล่ี ะทวี่ ่าคานกุฏหิ กั พอมาถึงจุดนนั้ แล้วผางลงเลย เหมือนคานกุฏิหกั พอจิตท�ำ งานอยา่ งสนั่นหวน่ั ไหวหยุดไปแล้วน้ี ดูอะไรกฏุ ิก็ยังดๆี อะไรกย็ ังดๆี โอ้ น่คี านอวิชชาหกั ทา่ นว่า ท่านพูดเองนะ วา่ คานอวชิ ชาหักว่างน้ั พอสว่างเสียงก๊ึกๆ ก๊ักๆ บันได พอสว่างนะ กุฏิท่านอยู่นั้น กุฏิเราอยู่น้ี กุ๊กกั๊กๆ ใครมาท่ีน่ัน กระผมหลวงพ่อบัวเหรอ เอ้อๆ ขึ้นมาๆ ตอนน้ีไม่มีคน เอา ข้ึนมาเลย เอ้า เป็นยังไงๆ เล่าให้ฟังย่อๆ น่ันละคานกุฏิหักกเ็ ปน็ หลกั ฐานพยานกัน เอ้อ เอาละใชไ้ ดแ้ ล้ว น่ันละคานอวชิ ชา ตง้ั แต่น้นั มาเรากห็ ายสงสยั ไมพ่ ดู กัน พอพูดไปถงึ จุดมันร้เู องๆ พอพูดเร่อื งนีก้ ไ็ ปถงึ สาธุ เราไม่ไดว้ ดั รอยหรือไมไ่ ด้ยกตนเทยี บท่านหรอื สงู กวา่ ท่านนะ เม่ือวนั ท่ี ๕ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๕๐ คานอวิชชาหัก90ชาตสิ ุดทา้ ย

น่ีก็หมดไปๆ จะท�ำ ยังไง ผมวิตกมากจริงๆ นะ ไม่ใช่ธรรมดา ครูบาอาจารย์ที่คอยให้อรรถให้ธรรมชี้แนวทางที่ถูกต้องแม่นยำ� ไม่มีใครเกินอาจารย์ท้ังหลายท่ีท่านผ่านไปแล้วเหล่านี้ นับแต่พ่อแม่ครูอาจารย์มั่นลงมา จากนั้นก็ครูบาอาจารย์องค์น้ันๆ ส่วนมากมีแต่ลูกศิษย์ของท่านทั้งนั้นที่ผ่านไปๆ หลวงปู่ฝ้ัน หลวงปู่พรหม มีแต่อย่างเพชรน�้ำ หนึ่งๆ ทัง้ นั้น หลวงปูบ่ วั หนองแซง หลวงป่ขู าว วดั ถำ้�กลองเพล หลวงปคู่ ำ�ดี หลวงปู่แหวน หลวงปู่ท้ังหมดเหล่าน้ีท่านเป็นอะไร ถ้าในคร้ังพุทธกาลจะว่าท่านเป็นพระอะไร ก็ว่าเป็นพระอรหันต์ท้ังน้ัน ถ้าไม่ใช่คนตาบอดหหู นวกอย่างพวกเราๆ ทา่ นๆ นไี้ ปคอยโจมตี เรื่องกิเลสชอบจะโจมตธี รรม ชอบจะท�ำ ลายธรรม ถา้ เปน็ เร่อื งความดีแลว้ ขน้ึ ชอ่ื ว่าตัวกเิ ลสแล้วจะไมเ่ ช่อื เลย นอกจากธรรมเท่านน้ั จะเชือ่ หมดไปๆ ครูบาอาจารย์ท่ีว่า แล้วยังเหลืออยู่ไหนทีน้ี เราจะมานอนใจอยู่เหรอ การแนะน�ำ ส่ังสอนทางด้านจิตตภาวนาเป็นของสำ�คัญมาก ถ้าไม่รู้ไม่เห็นได้ผ่านมาแล้วสอนไม่ถูก เรียนมา ๙ ประโยคก็เรียนมาเถอะ มีแต่ความจำ�เฉยๆ ความจริงไม่ปรากฏแล้วเอาอะไรไปสอนใคร ลูบๆ คลำ�ๆ ทั้งนั้นละ แต่ถ้าลงได้ปรากฏเป็นความจริงข้ึนภายในใจของตัวเองด้วยภาคปฏิบัติแล้วไม่สงสัย จะรู้ชัดเจนทีเดียว การเทศน์การแนะนำ�ส่ังสอนหรือการแก้ไขปัญหาทุกแง่ทุกมุม จะไม่ผิดไม่พลาดไม่ทำ�ผู้มาศึกษาให้ผิดหวัง จะได้เป็นขวัญใจตลอดไปเลย นี่ครูบาอาจารย์ทั้งหลายเหลา่ นน้ั ทา่ นเปน็ อย่างนัน้ เวลานก้ี ็หมดไปๆ เราจะลูบๆ คล�ำ ๆ ไปไหนทนี ี้ หมดไปๆ แลว้ เมอ่ื วนั ท่ี ๑๙ กนั ยายน พุทธศักราช ๒๕๒๘ อย่าให้กิเลสหัวเราะ 91ชาติสุดทา้ ย

““ทา่ นปฏบิ ัติดี กแ็ น่แหละ องค์น้อี ฐั ิจะกลายเปน็ พระธาตุ แนแ่ หละไมเ่ ปน็ อื่น” เม่ือวนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พุทธศกั ราช ๒๕๔๕ องคน์ ีอ้ งคห์ นึง่ อฐั จิ ะกลายเปน็ พระธาตุ หลวงปสู่ ุวัจน์ สุวโจ วดั ปา่ เขาน้อย อำ�เภอเมอื ง จงั หวดั บรุ รี มั ย์92ชาตสิ ดุ ท้าย

ท่านสุวัจน์น้ีปฏิบัติดีปฏิบัติชอบตลอดมา ท่านเป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ฝ้ัน หลวงปู่ฝ้ันก็เป็นลูกศิษย์ของหลวงปู่ม่ัน อยู่ใกล้เคียงกันตลอดเวลาอยู่สกลนคร ท่านสุวัจน์ก็อยู่กับท่านอาจารย์ฝ้ัน ท่านอาจารย์ฝั้นก็เข้าออกกบั พอ่ แมค่ รูจารยม์ ัน่ อยเู่ สมอ ท่านปฏิบัตดิ ี ก็แน่แหละ องค์นีอ้ ัฐิจะกลายเป็นพระธาตุแน่แหละไม่เปน็ อน่ื เมือ่ วนั ท่ี ๑๔ พฤษภาคม พทุ ธศักราช ๒๕๔๕ องคน์ ีอ้ งค์หน่ึงอฐั ิจะกลายเป็นพระธาตุ ท่านสุวัจน์เป็นพระที่สมควรอย่างยิ่งท่ีก่อเจดีย์ ท่ีบรรดาลูกศิษย์ ผู้ศรัทธาท้ังหลายก่อข้ึนเพ่ือสักการบูชาท่านต่อไปจนกระท่ังถึงลูกเต้าหลานเหลน เพราะน้ีจะเรียกว่าถูกต้องตามตำ�รา ท่ีพระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ก็ไม่ผิด เพราะเอาต�ำ รามากาง ตำ�ราคือองค์ศาสดามากาง ก็คือองค์ศาสดาแสดงไว้ ว่าบุคคลที่ควรจะก่อเจดีย์ไว้กราบไหว้บูชาน้ันมีอยู่๔ ประเภท ๑) พระพุทธเจ้า ๒) พระปัจเจกพุทธเจ้า ๓) พระอรหันต์ ๔) พระเจ้าจักรพรรดิ น่ีเป็นผู้สมควรแก่การก่อสร้างเจดีย์ไว้กราบไหว้บูชา ในสถานท่เี หมาะสมหรือสมควร เช่น ท่ชี ุมนุมชนคนหม่มู าก ควรท่ตี รงไหนให้ก่อท่ตี รงนน้ั ๆ ไว้ ตำ�ราคือองค์ศาสดาแสดงไว้ เพราะฉะน้ันการท่ีจะก่อเจดีย์หรืออะไรๆ นี้ บรรดาพ่ีน้องท้ังหลายไม่ค่อยจะคิดกนั ดูจะไม่ได้เห็นในต�ำ ราคอื องคศ์ าสดาประกาศเอาไว้ อย่างน้นั ก็เปน็ ได้ เพราะฉะนัน้ การก่อเจดียจ์ งึ มกั จะกอ่ สมุ่ สี่สมุ่ ห้าไปเลย เมอื่ วันท่ี ๑๗ มิถนุ ายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๖ เจดยี ท์ ่ีน่ากราบไหว้ 93ชาติสุดทา้ ย

““เจา้ คณุ พุธทา่ นกเ็ ปน็ พระปฏบิ ตั ดิ ”ี เมอื่ วนั ท่ี ๓ เมษายน พทุ ธศักราช ๒๕๔๔ ทีก่ รรมฐานรภู้ มู ิกัน หลวงพอ่ พุธ ฐานโิ ย วดั ปา่ สาลวัน อำ�เภอเมือง จงั หวดั นครราชสมี า94ชาตสิ ุดทา้ ย

เจ้าคุณพุธท่านก็เป็นพระปฏิบัติดี คุ้นกันมากับเรา โอ๋ย คุ้นกันมาแต่ไหนแต่ไรต้ังแต่สมัยเป็นมหาเปรียญด้วยกัน ท่านกส็ นใจทางปฏิบตั ิเร่อื ยมาจนกระทัง่ ท่านจากไป เป็นพระปฏบิ ตั ดิ ีปฏิบตั ชิ อบอยู่ ท่านเทศน์ก็มคี มคายเราฟัง พูดให้ฟงั เสียจริง ๆ กรรมฐานอ่านภมู ิธรรมกันนไ้ี มไ่ ด้อ่านยากนะ ข้ึนเทศน์แมจ้ ะเทศนป์ ระชาชนกต็ าม มนั หากมีแย็บออกมาจับจนได้นั่นแหละ แสดงว่าเทศน์มีภูมิ อยู่ในภูมิไหนๆ มันจะค่อยบอกไปเร่ือยๆ แย็บออกมาตรงไหนๆออก จะจับไปเรอ่ื ยๆ คือไม่รอู้ อกไม่ได้ ความจรงิ ว่าอย่างน้ันนะ ธรรมความจริงในหัวใจน้ี เจ้าของไม่รู้แสดงออกไม่ได้ ไม่เหมือนปริยัติ ปริยัติไม่รู้ก็พูดได้ แต่มันพูดอย่างผวิ เผนิ ฟงั มนั ก็รู้ พูดแยบ็ ออกมาจากความจรงิ นิดหนอ่ ยร้ทู นั ทีๆ เลย นล่ี ะพระฝา่ ยปฏิบตั ิท่านดูกัน ดดู ้วยการสนทนาหรือมีญาณดูกันก็ได้ มนั มีอยู่สองสามประเภท ๑) มีจิตส่งดูกนั กไ็ ด้ ๒) เวลาสนทนาธรรมะกัน ภมู อิ รรถภมู ิธรรมกไ็ ด้๓) เวลาท่านเทศนาว่าการในท่ีต่างๆ จับได้ๆ เป็นสามข้ัน อย่างน้อยเป็นสามขั้น พระกรรมฐานท่านคุยกันท่านคุยอย่างนั้นนะ ท่านไม่ได้เอาตำ�รับตำ�รามาพูด นั้นเป็นแบบแปลนกางเอาไว้เพ่ือจะก้าวเดิน แล้วได้ผลยังไงก็เข้ากันได้กับแปลนๆ นั่นภาคปรยิ ัติ ภาคปฏบิ ตั ิ ปฏิเวธ สามประเภท เมอื่ วันท่ี ๓ เมษายน พทุ ธศกั ราช ๒๕๔๔ ทก่ี รรมฐานรภู้ มู ิกนั 95ชาตสิ ดุ ทา้ ย

““น่ีบ่งบอกแล้ว อัฐลิ งได้กลายเป็นพระธาตุแล้ว คอื เปน็ พระอรหันตล์ ้วนๆ” เมื่อวันท่ี ๔ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ อฐั ิเปน็ พระธาตสุ ององค์ หลวงป่จู วน กลุ เชฏโฐ วดั ภทู อก อำ�เภอศรีวไิ ล จังหวดั หนองคาย96ชาตสิ ดุ ท้าย

ท่านสิงห์ทองนี้อัฐิกลายเป็นพระธาตุนะ ท่านจวนอัฐิกลายเป็นพระธาตุเหมือนกัน นี่บ่งบอกแล้วจะตายด้วยกันกี่คนที่ตกเครื่องบินตายด้วยกัน แล้วแยกออกมาแล้วมีท่ีอัฐิกลายเป็นพระธาตุเพียงสองราย คือท่านจวน-ท่านสิงห์ทอง นี่บ่งบอกแล้วอัฐิลงได้กลายเป็นพระธาตุแล้วคือเป็นพระอรหันต์ล้วนๆ ตกเคร่ืองบินตอนนู้นมีสององคน์ ะ (ทอี่ ฐั เิ ปน็ พระธาตุ) หมดไปๆ ละวงกรรมฐานเรา ผู้นำ�ท่ีดีงามนะหมดไป การแนะนำ�ส่ังสอนผู้สอนต้องแม่นยำ� ความรู้ในข้นั ไหนก็สอนไปถงึ ขน้ั น้ัน เลยนนั้ ไปกไ็ มแ่ นน่ กั ลูบๆ คล�ำ ๆ ถา้ อยใู่ นภูมิธรรมที่เจ้าของรู้แล้วสอนไปตรงไหนถกู ต้องไปตรงนนั้ ทา่ นสงิ ห์ทองก็อฐั ิกลายเปน็ พระธาตุ ทา่ นจวนกเ็ หมอื นกัน มอี ยสู่ ององค์ ทา่ นจวนตกเครอ่ื งบนิ ทา่ นสงิ หท์ องตกเครอ่ื งบิน อัฐิกลายเป็นพระธาตุสององค์ เมอ่ื เช้าวนั ท่ี ๔ กรกฎาคม พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๒ อฐั ิเปน็ พระธาตุสององค์ 97ชาติสุดท้าย

““อย่างนน้ั ละไปเงยี บๆ ไปเลย สกุ ขวิปัสสโก รู้อย่างเงยี บๆ” เมอ่ื เช้าวนั ท่ี ๒๙ สิงหาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๓ ขน้ั สุกขวปิ สั สโก พระอาจารย์ สิงห์ทอง ธมั มวโร วดั ปา่ แก้วชุมพล อำ�เภอสว่างแดนดิน จงั หวดั สกลนคร98ชาตสิ ดุ ท้าย

ท่านสิงห์ทององค์หนึ่งเราได้ชม ชมมาแต่ต้นท่านสิงห์ทอง ไม่ชอบก่อสร้างน่ีอันหนึ่งนะ เร่ืองก่อสร้างละไม่เอา ให้มีงานนั้นงานนี้ท่านก็ไม่เอา อันน้ีดีท่านสิงห์ทอง เวลาท่านเสียแล้วอัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุนะท่านสิงห์ทอง อัฐิของท่านกลายเป็นพระธาตุออกมา เป็นเม็ดเท่าเม็ดข้าวโพด ท่านเรียกว่าอัฐิกลายเป็นพระธาตุถ้าไม่เป็นก็เป็นกระดูกธรรมดาเหมือนเรา เหมือนกระดูกคนท่ัวๆ ไป ถ้าจิตบริสุทธ์ิแล้วอัฐิกลายเป็นพระธาตุแล้วมนั จะเป็นเม็ดๆ ออกมา อย่างหลวงปมู่ นั่ เราก็เหมอื นกนั อัฐิของทา่ นกลายเป็นพระธาตเุ ป็นเม็ดๆ ละ เมือ่ วนั ท่ี ๓ กรกฎาคม พุทธศกั ราช ๒๕๕๒ ธรรมอยศู่ นู ยก์ ลาง 99ชาติสุดทา้ ย

““นพิ พานไม่ใชผ่ ู้รคู้ อื อันน้นั เอง ท่านพูดปบ๊ั เข้ากนั ทันทเี ลย เราพดู จรงิ ๆ เราหาท่คี ้านท่านไม่ได้ ท่านหล้าพูด” เม่ือวันท่ี ๒ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๔๖ นิพพานไมใ่ ชผ่ รู้ ู้ หลวงปหู่ ลา้ เขมปตั โต วัดภูจอ้ กอ้ อ�ำ เภอหนองสงู จงั หวดั มกุ ดาหาร100ชาตสิ ดุ ทา้ ย


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook