Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ

รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ

Published by rujipas.kansuwan, 2020-12-07 11:40:01

Description: รายงานผลการดำเนินงานคณะกรรมการอำนวยการฯ 9/63

Search

Read the Text Version

ผลการดำเนนิ งาน คณะกรรมการอำนวยการโครงการ สมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชน 2562-2563 30 กรกฎาคม 30 กนั ยายน ไปดว ยมติ รไมตรี ปฏิบตั ิตอทกุ คนในพ้นื ท่ี อยา งเปนกลั ยาณมิตร ๑ ๒ ๓ เยีย่ มเยอื น สรา งขวัญกำลังใจ ใหรูจ กั สมาชิกวุฒสิ ภา และบทบาทหนาท่ี ๔๕ แลกเปลีย่ นเรยี นรู ๖ สะทอนขอ คดิ เหน็ (5+1 ประเดน็ ) /ขอเสนอแนะ สง เสรมิ ความรู และการดำเนินชีวติ พอเพียง ตามศาสตรพ ระราชา



คณะกรรมการอาํ นวยการโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชน นายศภุ ชยั สมเจริญ ศาสตราจารยพ์ เิ ศษพรเพชร วชิ ิตชลชยั นายพรี ะศกั ด์ิ พอจิต ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ ประธานท่ีปรึกษากรรมการ ท่ีปรึกษาคณะกรรมการ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร ประธานกรรมการ พลเอก ฉตั รชยั สาริกลั ยะ พลเอก สุรศกั ด์ิ กาญจนรัตน์ พลอากาศเอก ประจิน จนั่ ตอง นายคาํ นูณ สิทธิสมาน รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ รองประธานกรรมการ คนที่สอง คนที่สาม คนที่หน่ึง คนที่สี่

คณะกรรมการอาํ นวยการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน นายวทิ ยา ผวิ ผอ่ ง พลเอก สุรเชษฐ์ ชยั วงศ์ พลเอก วรพงษ์ สง่าเนตร กรรมการ กรรมการ กรรมการ พลโท จเรศกั ณ์ิ อานุภาพ นายวลั ลภ ตงั คณานุรักษ์ พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ กรรมการ กรรมการ กรรมการ พลอากาศเอก อดิศกั ด์ิ กลน่ั เสนาะ ศาสตราจารยพ์ ิเศษ นางจินตนา ชยั ยวรรณาการ กรรมการ กาญจนารัตน์ ลีวโิ รจน์ กรรมการ กรรมการ พลเอก ชยตุ ิ สุวรรณมาศ นายณรงค์ สหเมธาพฒั น์ พลตาํ รวจเอก กรรมการ กรรมการ เดชณรงค์ สุทธิชาญบญั ชา กรรมการ

คณะกรรมการอํานวยการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน นางสาวดาวนอ้ ย สุทธินิภาพนั ธ์ นายถวลิ เปล่ียนศรี พลเอก ประสาท สุขเกษตร กรรมการ กรรมการ กรรมการ พลเอก โปฎก บุนนาค นายพลเดช ป่ิ นประทีป นายสมชาย ชาญณรงคก์ ลุ กรรมการ กรรมการ กรรมการ นายสมเดช นิลพนั ธุ์ นายออน กาจกระโทก รองศาสตราจารย์ กรรมการ กรรมการ ทวศี กั ด์ิ สูทกวาทิน รองศาสตราจารย์ พลเอก ธีรเดช มีเพียร กรรมการ ประเสริฐ ปิ่ นปฐมรัฐ กรรมการ นายนิพนธ์ นาคสมภพ กรรมการ กรรมการ

คณะกรรมการอาํ นวยการโครงการสมาชิกวฒุ สิ ภาพบประชาชน นางพกิ ุลแกว้ ไกรฤกษ์ นางวรารัตน์ อติแพทย์ นายสมชาย แสวงการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ พลเอก อดุ มชยั ธรรมสาโรรัชต์ นายจิรชยั มลู ทองโร่ย นางเสาวคนธ์ จนั ทร์ผอ่ งศรี กรรมการ กรรมการ กรรมการ เลขาธิการวฒุ ิสภา ที่ปรึกษาดา้ นการเมือง การปกครอง ผอู้ าํ นวยการ กรรมการ และการบริหารจดั การ สาํ นกั งานประธานวุฒิสภา กรรมการ กรรมการ พนั เอก เลิศรบ ศรีกิตตยากรณ์ ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั กฎหมาย ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั วิชาการ กรรมการ กรรมการ กรรมการ ผอู้ าํ นวยการสาํ นกั ประชาสมั พนั ธ์ กรรมการและเลขานุการ

คำนำ ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กาหนดให้วุฒิสภามีหน้าท่ี และอานาจ ได้แก่ การพิจารณาและการกล่ันกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน และการให้คาแนะนาหรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่ง ตามบทเฉพาะกาลได้กาหนดให้ มีหน้าท่ีและอานาจในการติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ การพิจารณ า รา่ งพระราชบญั ญตั ิเพื่อดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏิรปู ประเทศ และการพจิ ารณาใหค้ วามเห็นชอบ บุคคลซ่ึงสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี ด้วยบทบาท หน้าท่ีและอานาจที่สาคัญของสมาชิก วุฒิสภาในฐานะผู้แทนปวงชนชาวไทยดังที่กล่าวมา ประธานวุฒิสภาจึงมีคาส่ังแต่งตั้งคณะกรรมการ โครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชนรวมจานวน ๘ คณะ ประกอบด้วยคณะกรรมการโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชนในพื้นที่จงั หวัดภาคตา่ ง ๆ จานวน ๗ คณะ และคณะกรรมการอานวยการโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยมี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานกรรมการ โดยคณะกรรมการมีหน้าท่ีและอานาจ ได้แก่ พิจารณากาหนดนโยบาย วางแผนการดาเนินงาน ควบคมุ และกากับดูแลการดาเนินงานตามโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน ในพ้ืนที่จงั หวัดต่าง ๆ และทกุ ภาคให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของโครงการ รายงานผลการดาเนินงานของคณะกรรมการต่อประธานวุฒิสภา เชิญหน่วยงานหรอื ผู้มีหน้าท่ีเกยี่ วข้อง เข้ารว่ มประชมุ ชี้แจง และดาเนินการในเรอ่ื งอ่นื ใดตามทปี่ ระธานวุฒสิ ภามอบหมาย จากการดาเนินงานของคณ ะกรรมการตามหน้าที่และอานาจ ดังท่ีกล่าวมา ในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ (ระหว่างวันท่ี ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓) ได้มีการลงพ้ืนที่ พบปะประชาชน โดยเฉพาะเยาวชนซ่ึงเป็นบุคลากรอันสาคัญย่ิงในฐานะอนาคตของชาติ มีการลงพื้นท่ี รวมจานวน ๑๑ ครั้ง ในการนี้คณะกรรมการจึงได้จัดทาหนังสือ “ผลการดาเนินงานคณะกรรมการ อานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ประจาปี พ.ศ. ๒๕๖๒ – ๒๕๖๓ (ระหว่างวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ – ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓) เพื่อรวบรวมผลการดาเนินงานของคณะกรรมการ โดยหวงั เป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นประโยชน์ต่อผู้ทม่ี ีความสนใจในการพิจารณาศึกษาเก่ียวกับการดาเนินงาน ของสมาชกิ วุฒิสภาในฐานะผแู้ ทนปวงชนชาวไทยตอ่ ไป คณะกรรมการอานวยการ โครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชน กนั ยายน ๒๕๖๓

สำรบัญ หนำ้ บทที่ ๑ บทนา..................................................................................................................... ๑ ๑.๑ ความเปน็ มาของโครงการ............................................................................... ๑ ๑.๒ วัตถปุ ระสงคข์ องโครงการ .............................................................................. ๒ ๑.๓ หนา้ ทแี่ ละอานาจของคณะกรรมการ.............................................................. ๔ บทท่ี ๒ การดาเนนิ งานของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒสิ ภาพบประชาชน ๓ ๒.๑ การลงพืน้ ทจี่ งั หวัดแพร่ ณ โรงเรียนนารรี ัตน์ โรงเรยี นพริ ยิ าลัย และโรงเรยี นเทศบาลวดั เหมืองแดง .............................................................. ๓ ๒.๒ การลงพื้นท่ีจงั หวดั ฉะเชิงเทรา ณ โรงเรียนเบญจมราชรงั สฤษฎิ์ ................... ๖ ๒.๓ การลงพื้นทใี่ นจงั หวัดเชียงราย ณ โรงเรียนสหศาสตรศ์ กึ ษา และเทศบาลตาบลแม่ยาว ............................................................................. ๑๒ ๒.๔ การลงพืน้ ทีก่ ิจกรรมการช่วยเหลอื และฟื้นฟูโรงเรยี นประสบอุทกภยั ณ โรงเรยี นบ้านดอนตะลี โรงเรยี นบ้านดอนพนั ชาด อาเภอตาลสมุ และโรงเรียนบา้ นกดุ กวั่ อาเภอดอนมดแดง จงั หวดั อบุ ลราชธานี .................. ๒๓ ๒.๕ การลงพ้ืนทพ่ี บเยาวชนจงั หวัดนราธวิ าส ณ มหาวทิ ยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ........................................................ ๒๘ ๒.๖ การลงพื้นทพี่ บเยาวชนจงั หวัดขอนแก่น ณ วทิ ยาลยั อาชีวศกึ ษาขอนแกน่ ..... ๓๗ ๒.๗ การลงพน้ื ท่จี งั หวดั อดุ รธานี ณ อาเภอหนองหาน .......................................... ๔๐ ๒.๘ การลงพน้ื ที่จงั หวดั นครปฐม และจังหวดั เพชรบรุ ี .......................................... ๕๕ ๒.๙ การลงพนื้ ทีจ่ งั หวดั ฉะเชงิ เทรา ...................................................................... ๕๙ ๒.๑๐ การลงพ้ืนที่จงั หวัดลาพูน และจงั หวดั เชยี งใหม่ .......................................... ๖๐ ๒.๑๑ การลงพืน้ ทจี่ งั หวัดอบุ ลราชธานี ณ โรงเรยี นโดมประดิษฐว์ ทิ ยา มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อุบลราชธานี และมหาวทิ ยาลยั อบุ ลราชธานี ........... ๖๓ บทที่ ๓ การประเมินผลการดาเนินงาน ......................... ..................................................... ๗๘ บทท่ี ๔ บทสรุปและข้อเสนอแนะ ...................................................................................... ๘๘ ๔.๑ ประเดน็ ปญั หาและข้อเสนอแนะที่ได้รบั และแนวทางการดาเนนิ การ.............. ๘๘ ๔.๒ ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนารปู แบบการดาเนนิ โครงการ ..................................... ๙๒ ๔.๓ นวตั กรรมและ Best Practice ท่ีค้นพบ ........................................................ ๙๓ ๔.๔ ประโยชนท์ ีไ่ ดร้ บั จากโครงการ ...................................................................... ๙๔

บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ความเป็นมาของโครงการ ตามท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐๑ หมวด ๖ แนวนโยบายแห่งรัฐ มาตรา ๗๗ ได้กำหนดหลักการสำคัญอันเกี่ยวกับกระบวนการตรากฎหมายของรัฐไว้โดยให้มีการ วิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมายก่อนการตรากฎหมาย รวมท้ังต้องป ระเมินผลสัมฤทธ์ิ ของกฎหมายเม่ือกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง เพื่อพฒั นากฎหมายทกุ ฉบบั ใหส้ อดคล้องและเหมาะสมกบั บริบทตา่ ง ๆ ท่ีเปลย่ี นแปลงไป และหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศ มาตรา ๒๕๘ ค. ด้านกฎหมาย ได้วางหลักการในการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมาย หลายประการ อาทิ มีกลไกให้ดำเนนิ การปรับปรงุ กฎหมายทีใ่ ช้บงั คบั อยู่ก่อนวันประกาศใชร้ ฐั ธรรมนูญน้ี ให้สอดคล้องกับหลักการตามมาตรา ๗๗ และพัฒนาให้สอดคล้องกับหลักสากล เป็นต้น รวมท้ัง บทเฉพาะกาล มาตรา ๒๗๐ วรรคหนึ่ง ยังได้บัญญัติให้วุฒิสภาชุดปัจจุบันมีหน้าท่ีและอำนาจในการ ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพ่ือให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูป ประเทศ (มาตรา ๒๕๗ - มาตรา ๒๖๑) นอกเหนือจากหน้าที่และอำนาจด้านนิติบัญญัติ อันได้แก่ การกลั่นกรองกฎหมาย การควบคุมการบริหารราชการแผ่นดิน การให้คำแนะนำหรือให้ความเห็นชอบ บคุ คลดำรงตำแหน่งสำคัญในองคก์ รตา่ ง ๆ ตามที่บญั ญัตไิ ว้ในรฐั ธรรมนญู วุฒิสภาในฐานะท่ีเป็นองค์กรฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศจึงได้พิจารณาเห็นว่า เพ่ือให้งานด้าน นิติบัญญัติของวุฒิสภาเกิดผลสัมฤทธ์ิตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญดังกล่าว จำเป็นท่ีจะต้องอาศั ย ความร่วมมือระหว่างประชาชนทุกภาคส่วนกับหน่วยงานท้ังของภาครัฐและภาคเอกชนตามแนวทาง ประชารัฐภายใต้กฎเกณฑ์กติกาตามหลักการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุขในระบบรัฐสภา และประเพณีการปกครองท่ีเหมาะสมกับสถานการณ์บ้านเมือง และลักษณะสังคมไทย ประธานวุฒิสภาจึงเห็นควรกำหนดใหม้ ีโครงการสมาชกิ วฒุ ิสภาพบประชาชนขึ้น อาศัยอำนาจตามความในข้อ ๑๐ (๕) ของข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ จึงแต่งต้ัง คณะกรรมการอำนวยการโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน๒ ๑ รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐, ราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๔ ตอนที่ ๔๐ ก (๖ เมษายน ๒๕๖๐) ๒ คำส่ังวุฒิสภา ท่ี ๑๙/๒๕๖๒ ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการโครงการ สมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน

๒ ๑.๒ วตั ถุประสงคข์ องโครงการ โครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน มีวตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการ ดังน้ี ๑.๒.๑ เพ่ือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพ้ืนท่ีและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เป็นข้อมูล ประกอบการพิจารณากลั่นกรองในการตรากฎหมาย ๑.๒.๒ เพ่ือรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นท่ีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูล ประกอบการประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมายเม่ือกฎหมายมีผลใช้บังคับแล้ว และพัฒนากฎหมายทุก ฉบบั ใหส้ อดคล้องและเหมาะสมกับบริบทต่าง ๆ ทเี่ ปลยี่ นแปลงไป ๑.๒.๓ เพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพ้ืนที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เป็นข้อมูล ประกอบการพิจารณาปรบั ปรุงกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญนี้ ให้สอดคล้องกับ หลกั การตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ และพัฒนาให้สอดคลอ้ งกบั หลกั สากล ๑.๒.๔ เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นท่ีและสะท้อนข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะไปส่กู ารแกไ้ ข โดยอาศัยกลไกของวฒุ ิสภา ๑.๒.๕ เพื่อปฏิบัติตามภารกิจด้านการปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๗๐ ท่ีบัญญัติให้วุฒิสภามีหน้าที่และอำนาจในการติดตาม ผลการดำเนินงานของหนว่ ยงานทม่ี ีภารกิจเก่ยี วขอ้ งกบั การปฏริ ปู ประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ตลอดจน เสนอแนะ และเร่งรดั เพือ่ ให้บรรลุเปา้ หมายตามรฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย หมวด ๑๖ การปฏิรูป ประเทศและตามทกี่ ำหนดในยุทธศาสตร์ชาติ ๑.๓ หนา้ ที่และอำนาจของคณะกรรมการ คณะกรรมการอำนวยการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน มีหนา้ ท่ีและอำนาจดังน้ี ๑.๓.๑ พิจารณากำหนดนโยบาย วางแผนการดำเนินงาน ควบคุมและกำกับดูแลการดำเนินงาน ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนในพ้ืนที่จังหวัดต่าง ๆ และทุกภาคให้เป็นไปด้วยความ เรียบร้อยและบรรลตุ ามวตั ถุประสงค์ของโครงการ ๑.๓.๒ รายงานผลการดำเนนิ งานของคณะกรรมการต่อประธานวุฒิสภา ๑.๓.๓ เชิญหน่วยงานหรอื ผมู้ หี น้าท่เี กย่ี วขอ้ งเข้าร่วมประชมุ ชแี้ จง ๑.๓.๔ ดำเนนิ การในเรอ่ื งอ่นื ใดตามที่ประธานวุฒิสภามอบหมาย ๑.๓.๕ แต่งตงั้ คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพ่ือชว่ ยเหลอื การปฏบิ ตั งิ านของคณะกรรมการ ได้ตามความเหมาะสม

บทท่ี ๒ การดาเนินงานของคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน มีการดาเนินงานตามหน้าที่ และอานาจของคณะกรรมการ โดยมกี ารลงพืน้ ที่พบปะประชาชนรวมจานวนทง้ั ส้นิ ๙ คร้ัง มรี ายละเอียด ดงั ต่อไปน้ี ๒.๑ การเดินทางลงพื้นท่ีจังหวัดแพร่ ณ โรงเรียนนารีรัตน์ โรงเรียนพิริยาลัย และโรงเรียนเทศบาล วัดเหมืองแดง ระหวา่ งวันที่ ๓๐ – ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ วนั อังคารที่ ๓๐ – วันพุธที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ พลเอก สิงหศ์ ึก สงิ หไ์ พร รองประธานวุฒสิ ภา คนท่ีหน่ึง ได้นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนท่ีจังหวัดแพร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพ่ือพิจารณาหาแนวทาง และวิธีการในการลงพ้ืนที่ของสมาชิกวุฒิสภาในการพบปะกลุ่มเป้าหมายนักเรียนและเยาวชน โดยมีรายละเอียดและรปู แบบของกิจกรรม ดงั นี้ ๑) โรงเรียนนารีรัตน์ ๑.๑) การแขง่ ขันโตว้ าที การแข่งขันโต้วาทีระดับมัธยมศึกษา เพ่ือส่งเสริมวัฒนธรรมทางการเมืองการ ปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กลุ่มภาคเหนือ โดยมีโรงเรียนท่ี เข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วย โรงเรียนนารีรัตน์ จังหวัดแพร่ โรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม จังหวัด พิษณโุ ลก โรงเรยี นอุตรดติ ถ์ดรณุ ี จังหวัดอตุ รดติ ถ์ และโรงเรียนห้องสอนศกึ ษา ในพระอุปถมั ภ์ฯ จังหวัด แมฮ่ อ่ งสอน ๑.๒) กิจกรรมสัมพนั ธ์ - พิธีเปดิ และการแนะนาตัวสมาชกิ พิธีเปิดดังกล่าว เป็นการเปิดวิดีโอแนะนาประวัติของ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง จากน้ันได้ให้สมาชิกวุฒิสภาแนะนาประวัติส่วนตัว ข้อมูล ด้านการศึกษา และอาชีพของสมาชิก เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ และเป็นแนวทางด้านการศึกษา ต่อในระดับท่ีสงู ขึ้น - แนะนาเยาวชนประชาธปิ ไตยและนักเรียนทเ่ี ขา้ ร่วมกจิ กรรม - การบรรยายประกอบการต้ังคาถาม เพ่ือเป็นการสร้างความสัมพันธ์และการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน โดยจัดให้มีการตั้งคาตอบ เพื่อให้นักเรียนได้วิเคราะห์และตอบคาถามแทนการบรรยายโดยสมาชิก วุฒิสภาในรูปแบบเดิม ซึ่งการตั้งคาถามเป็นคาถามเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อานาจหน้าที่ของสมาชิกวฒุ สิ ภา การรัฐประหาร ซง่ึ จากประเดน็ คาถาม ดงั กล่าวทาให้รับทราบแนวคดิ และความคดิ เหน็ ของนักเรียนในคาถามตา่ ง ๆ - การแบง่ กลุ่มเยาวชน โดยใหเ้ ชิญสมาชิกวุฒสิ ภาเขา้ ร่วมกลมุ่ ดว้ ยตนเอง ภายหลังการจดั กิจกรรมถาม – ตอบ ได้ให้เยาวชนแบง่ กลุม่ และเชญิ สมาชิก วุฒิสภาเข้าร่วมในกลุ่มดังกล่าวด้วยตนเอง และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปล่ียนความคิดเห็น การรับฟัง ปัญหา รวมถึงปญั หาอุปสรรคต่าง ๆ ของเยาวชน ทาใหเ้ ยาวชนมีความกลา้ แสดงออกมากยิ่งขึน้ - ให้นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ สง่ ตัวแทนกล่าวสรปุ กจิ กรรม ภายหลังการจัดกิจกรรมถาม – ตอบและการแบ่งกลุ่มเยาวชน ได้ให้ตัวแทน กลุ่มสรปุ ผลการจัดกิจกรรม ความเหน็ และข้อเสนอแนะของการจัดกิจกรรมดังกล่าว ซง่ึ เยาวชนส่วนใหญ่ มีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เน่ืองจากได้มีการแสดงความเห็นว่า การจัดกิจกรรมดังกล่าวเป็นการ

๔ เปิดโอกาสให้ใกล้ชิดกับสมาชิกหรือผู้บริหารมากยิ่งขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมายังไม่มีการจัดกิจกรรม ทส่ี ามารถใกลช้ ิดหรือแลกเปลย่ี นความคดิ เหน็ ในลักษณะดังกลา่ วได้ ๒) โรงเรียนพิริยาลยั โรงเรียนดังกล่าวเป็นโรงเรียนกลุ่มมัธยมศึกษา ได้มีการแลกเปล่ียนและรับฟังความ คิดเห็นเก่ียวกับแนวทางการเรียนการศึกษาและปัญหา อุปสรรคด้านการเรียนการศึกษาของนกั เรยี นใน โรงเรยี นดงั กลา่ ว ๓) โรงเรียนเทศบาลวดั เหมืองแดง โรงเรยี นดังกล่าวเป็นโรงเรียนกลุ่มประถมศึกษา ได้มีการแลกเปลี่ยนและรับฟังความ คิดเหน็ เกย่ี วกับเป้าหมายด้านการศกึ ษาต่อ และอาชพี ในอนาคตของนกั เรียน ขอ้ สงั เกตและขอ้ เสนอแนะทีไ่ ด้รบั จากการรว่ มกิจกรรม (๑) นักเรยี นมีความรสู้ ึกท่ีดีต่อการร่วมกจิ กรรมสมาชกิ วุฒิสภาพบเยาวชน เพราะไม่เคย ไดม้ โี อกาสร่วมกจิ กรรมกับผู้ใหญท่ างฝา่ ยการเมือง (๒) นักเรียนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีความรู้เก่ียวกับการปกครองในระบบ ประชาธิปไตย อันพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมขุ ในระดับหนึ่ง เม่ือถามถงึ ยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี และ การปฏริ ปู ประเทศ นกั เรยี นมีความรู้อยา่ งผวิ เผนิ และมองเปน็ เรอ่ื งไกลตัว จงึ ไมใ่ ห้ความสนใจ (๓) ความเหล่ือมล้าทางการศึกษา นักเรียนมีความรู้สึกวา่ เขามีการเรยี นการสอนที่ด้อย กว่านักเรียนในกรุงเทพฯ การเข้าถึงแหล่งความรู้หรือการเรียนเสริมเพิ่มเติมยังไม่เท่าเทียมกับนักเรียน ในกรงุ เทพฯ และจงั หวัดใหญ่ ๆ ซ่ึงมผี ลต่อการแข่งขันเพ่ือเขา้ ศึกษาในระดบั มหาวทิ ยาลัย นักเรียนสายศิลปศาสตร์ – สงั คม มีความรู้สึกวา่ ทางโรงเรียนให้ความสาคญั น้อย แตไ่ ป มุ่งเน้นให้ความสาคัญเฉพาะสายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ ในการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัย นักเรียนสายศิลป์ มีความเสียเปรียบนักเรียนสายวิทยาศาสตร์ – คณิตศาสตร์ นักเรียนอยากให้การ จัดการศึกษาของรฐั บาลควรเปดิ พื้นทใี่ ห้กบั คนเรียนไมเ่ กง่ ได้มีกิจกรรมตามความถนัดหรอื ตามที่นกั เรยี น อยากรู้อยากจะทา (๔) สภาวการณ์ของนักเรียนมีความเครียด มีอาการซึมเศรา้ หลายคน อาการตา่ ง ๆ กัน มากน้อยแล้วแต่คน ครูไม่สามารถช่วยได้ทั้งหมด เพ่ือน ๆ ก็ได้แต่ปลอบใจ บางคนต้องพบแพทย์ รับประทานยา สาเหตุน่าจะมาจากการเรียน และสภาพทางครอบครัวท่ีแตกต่างกัน ช่วงเวลา “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลาเรียนรู้” โรงเรียนจัดการเรียนที่เป็นวิชาการมาก (เพ่ือสอบแข่งขัน นักเรียน มัธยมศึกษาปีที่ ๕ – ๖) นักเรียนเครียดมาก ไม่ได้จัดการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับความถนัด และทกั ษะของนักเรียน (๕) นักเรียนมีความใฝ่ฝัน และแรงบันดาลใจต่อการเลือกอาชีพในอนาคต แต่ดูเหมือน ยังขาด การแนะนาขาดข้อมูลในการตัดสินใจเลือกอาชีพให้สอดรับกับการปฏิวัติอุตสาหกรรม ๔.๐ ซึ่ง Internet of Things และ Artificial Intelligence เข้ามามีบทบาทสาคัญ ไม่แน่ใจว่า ครูได้มีข้อมูล หรือใหข้ ้อมูลเหล่านก้ี ับนักเรยี นหรอื ไม่ (๖) ครูมีภาระมาก ไม่ค่อยอยู่ในห้องสอน มีงานอื่นทามาก ครูไม่สอนตามศักยภาพ ของนักเรียน เพราะนักเรียนแต่ละคนมีการรับรู้และความต้องการแตกต่าง ครูมีความประสงค์ท่ีจะให้ รฐั บาลสง่ เสริม “โครงการคืนครูสูห่ อ้ งเรียน” (๗) รูปแบบการรับรูป้ ัญหาและความคิดเห็นของเด็กนักเรียนผา่ นกิจกรรมต่าง ๆ ให้เด็ก มีส่วนร่วมและกล้าแสดงออก เช่น การแข่งขันถาม – ตอบ เป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่ต้องใช้วิทยากร ผเู้ ชยี่ วชาญเฉพาะทีเ่ ขา้ ใจจติ วิทยาของเด็ก ดว้ ยวัยที่ต่างกนั ระหว่างสมาชกิ วฒุ ิสภาและเดก็ นักเรยี นจงึ ยัง

๕ ได้ผลไม่เท่าที่ควร มีข้อสังเกตว่า ถ้าเป็นดารา นักร้องท่ีเด็กนิยมชมชอบมาสัมผัส ร่วมกิจกรรมกับเด็ก นกั เรียนจะไดผ้ ลอีกแบบหนง่ึ สมาชกิ วฒุ ิสภานา่ จะเปน็ ผูส้ งั เกตการณ์มากกว่าลงไปทากิจกรรมเอง (๘) การลงพ้ืนที่ครั้งน้ีมีเวลาจากัด จึงต้องมีการเตรียมการท่ีดี มีการประชุมวางแผน ก่อนลงพนื้ ท่ี (๙) การลงพ้ืนท่ีจังหวัดแพร่ของสมาชิกวุฒิสภาคร้ังนี้ ขาดการประชาสัมพันธ์ก่อน ลงพนื้ ที่ และระหว่างการลงพ้นื ท่ี ประชาชนในพ้ืนท่ีจังหวัดแพร่ไมท่ ราบ ทราบเฉพาะกลมุ่ เปา้ หมายที่จะ ลงไปพบเท่านน้ั ดงั นัน้ การทางานของวฒุ ิสภาแตป่ ระชาชนไมไ่ ดร้ ับรู้จงึ เปน็ ทีน่ า่ เสียดาย ความคดิ เห็นและข้อเสนอแนะโดยสมาชิกวุฒิสภา (๑) การเตรียมการ ควรมีการประชุมวางแผนและเตรียมการล่วงหน้า ประเด็นปัญหา ที่ต้องการทราบกาหนดกลุ่มเป้าหมาย วิธีการเข้าหากลุ่มเป้าหมาย จัดวิทยากร facilitater ทีมงาน สนบั สนนุ วางแผนการประชาสมั พนั ธ์ ก่อน ระหวา่ ง และหลังการลงพื้นท่ี (๒) รูปแบบการดาเนินการ ควรแบ่งกิจกรรมออกเป็น ๓ ส่วน คือ ๑) การจัดกิจกรรม เพ่ือสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชน เยาวชน นักเรียน กับสมาชิกวุฒิสภา ๒) การรับฟังปัญหา และตอบข้อซักถามหรือข้อสงสัย เพ่ือสร้างการรับรู้และสร้างความเข้าใจ เน้นการรับฟังและการมี ส่วนร่วมให้มากที่สุด ๓) กิจกรรมเยี่ยมชมสถานที่หรือกิจกรรมท่ีนักเรียนได้ทาผลงาน เช่น เย่ียมชม สภาเด็กและเยาวชนเปน็ ตน้ (๓) กรอบเวลา ควรให้เวลาเป็น ๓ วนั ๒ คนื (๔) ข้อเสนอแนะอนื่ ๆ เก่ียวกบั การลงพน้ื ท่ีเร่อื งการศึกษา (๔.๑) ควรพบกลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูและผู้บริหารการศึกษาของจังหวัด และโรงเรียน และนักเรียน (๔.๒) ควรเลือกโรงเรียนท่ีมีความหลากหลาย เช่น ในเมือง ในชนบท ในถ่ิน ทรุ กันดารเพ่ือให้ขอ้ มลู ทหี่ ลากหลาย ภาพกจิ กรรม

๖ ๒.๒ การลงพื้นท่ีในจังหวัดฉะเชิงเทรา ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎ์ิ เม่ือวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ โรงเรียนเบญจมราชรังสฤษฎ์ิ จังหวัดฉะเชิงเทรา คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่พบปะเยาวชน โดยมีรายละเอียด และรูปแบบของกจิ กรรม ดังนี้ ภาคเชา้ - พธิ เี ปิดและการแนะนาตวั สมาชิก พธิ เี ปดิ ดงั กลา่ ว พลเอก สงิ หศ์ กึ สงิ ห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ไดก้ ล่าวถงึ วตั ถุประสงค์ในการลงพน้ื ท่เี พื่อรับฟังข้อมูลข้อคิดเหน็ ของเยาวชนในพ้นื ที่ รวมถึงการสร้างการรบั รูแ้ ก่ นกั เรยี นและเยาวชนเกีย่ วกบั หนา้ ทแ่ี ละอานาจของวฒุ สิ ภา ตามรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ จากนน้ั ได้ใหส้ มาชิกวฒุ สิ ภาแนะนาประวัติสว่ นตวั ขอ้ มลู ดา้ นการศึกษา และอาชีพ ของสมาชกิ เพ่ือสร้างแรงบนั ดาลใจ และเปน็ แนวทางดา้ นการศึกษาต่อในระดับท่ีสงู ขึ้น - กล่าวตอ้ นรับโดย นายประสงค์ คงเคารพธรรม รองผวู้ า่ ราชการจงั หวัดฉะเชงิ เทรา - การบรรยายประกอบการต้ังคาถาม เพื่อเป็นการสร้างความสัมพันธ์และการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน โดยจัดให้มี การตั้งคาตอบ เพ่ือให้นักเรียนได้วิเคราะห์และตอบคาถามแทนการบรรยายโดยสมาชิกวุฒิสภาในรูป แบบเดิม ซึ่งการต้ังคาถามเป็นคาถามเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเปน็ ประมขุ อานาจหนา้ ทขี่ องสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งสามารถสรุปประเด็นต่าง ๆ ได้ดงั นี้ ๑. บทบาท หนา้ ที่ และอานาจ ของวฒุ ิสภาตามรฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจักรไทย - ตามรฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย กาหนดให้วุฒสิ ภามีหน้าทแ่ี ละอานาจสาคัญ คือ ๑) งานดา้ นนติ ิบญั ญตั ิ ๒) งานดา้ นการควบคมุ การบริหารราชการแผน่ ดิน ๓) งานดา้ นการให้ คาแนะนา หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดารงตาแหน่งสาคัญ และ ๔) งานด้านอ่ืน ๆ ตามท่ี บัญญัติไว้

๗ ในรัฐธรรมนูญและกฎหมาย แต่สาหรับวุฒิสภาตามบทเฉพาะกาลนั้น นอกจากวุฒิสภาจะมีหน้าท่ี และอานาจตามท่ีบัญญัติไว้ในรฐั ธรรมนูญแลว้ วฒุ ิสภาชุดนี้ยังมีหน้าที่และอานาจเพมิ่ เตมิ ตามบทเฉพาะ กาลอีก ดงั น้ี ๑. ติดตาม เสนอแนะ และเร่งรัดการปฏิรูปประเทศ เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูป ประเทศ และการจดั ทและดเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒. พิจารณาร่างพระราชบัญญัติท่ีจะตราขึ้นเพื่อเนินการตามหมวด ๑๖ การปฏิรูป ประเทศโดยให้ เสนอและพจิ ารณาในท่ีประชมุ รว่ มกนั ของรัฐสภา ๓. ในกรณที ี่สมาชิกวุฒิสภาเหน็ ว่าร่างพระราชบัญญตั ใิ ดท่ี คณะรัฐมนตรีมิได้แจ้งวา่ เป็น ร่างพระราชบัญญัติท่จี ะตราขึ้นเพื่อดาเนนิ การตามหมวด ๑๖ การปฏริ ปู ประเทศ สมาชกิ วฒุ ิสภาจานวน ไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของแต่ละสภา อาจเข้าชื่อกันร้องขอต่อประธานรัฐสภาเพ่ือให้วินิจฉัย การยื่นคาร้องดังกล่าวต้องย่ืน ก่อนที่สภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภา แล้วแต่กรณีจะพิจารณา รา่ งพระราชบัญญัตนิ นั้ แล้วเสรจ็ ทั้งนี้ ท่ีมาสมาชิกวุฒิสภา มีการเปล่ียนแนวคิดเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่เคยถือว่า วุฒิสภาเป็นสภาพี่เล้ียง โดยมุ่งหมายให้วุฒิสภาเป็นองค์กรที่จะประสานความคิดเห็นจากบุคคล หลากหลายอาชีพ วิถีชีวิต และความสนใจ ที่นาความรูแ้ ละประสบการณ์จากประชาชนโดยตรง โดยไม่ อยู่ใต้อุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคการเมือง เพื่อให้การตรากฎหมายได้รับการพิจารณาจากแง่มุม ต่าง ๆ ท้ังเป็นการทาให้ประชาชนมีส่วนร่วมในทางการเมืองได้โดยตรงและอย่างมีผลต่อการบริหาร กิจการบ้านเมืองเพื่อให้เป็นไปตามแนวคิดดังกล่าว รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้มีการเปลี่ยนแปลงที่มาของสมาชิกวุฒิสภาโดยสมาชิกวุฒิสภาจะมิได้มาจากการเลือกตั้ง โดยตรงดังเช่นรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ ท้ังน้ี เพ่ือมุ่งหวังไม่ให้สมาชิก วุฒสิ ภาตกอยู่ภายใต้อาณัติของนักการเมืองหรือพรรคการเมืองและมิไดใ้ ช้การสรรหาจากคณะกรรมการ สรรหาดังเช่นท่ีผ่านมาซ่ึงเป็นการให้คณะบุคคลเพียงไม่กี่คนมาสรรหาสมาชิกวุฒิสภาแล้วให้ถือว่าเป็น ผู้แทนองปวงชนชาวไทยโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กาหนดวิธีการ ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาขึ้นใหม่โดยเน้นความสาคัญของประชาชนทั่วไปที่จะเข้ามาสมัครได้โดยไม่ต้องมี ค่าใช้จ่ายเกินกาลังของบุคคลท่ัว ๆ ไปโดยแยกออกเป็นกลุ่มท่ีมีลักษณะต่าง ๆ กัน ให้มากที่สุดเพ่ือท่ีจะ ทาใหป้ ระชาชนท่ีมคี ุณสมบัตทิ ุกคนสามารถเข้าสมัครในกลุ่มใดกลมุ่ หน่ึงได้ และเพื่อใหผ้ ู้สมัครมีส่วนร่วม ในเบื้องต้นอย่างแท้จริง จึงกาหนดให้ประชาชนเลือกกันเองดังท่ีบัญญัติไว้ในมาตรา ๑๐๗ ว่า “วุฒิสภา ประกอบดว้ ยสมาชกิ จานวนสองร้อยคน ซ่งึ มาจากการเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมคี วามรู้ ความเช่ียวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชนร์ ่วมกันหรอื ทางานหรือเคยทางานด้านต่าง ๆ ทห่ี ลากหลาย ของสังคม โดยในการแบ่งกลมุ่ ตอ้ งแบง่ ในลักษณะทท่ี าใหป้ ระชาชนซงึ่ มีสทิ ธสิ มคั รรับเลอื กทกุ คนสามารถ อยูใ่ นกล่มุ ใดกลุ่มหน่ึงได้” การสร้าง “การมีสว่ นรว่ มของประชาชน” ให้เกดิ ขึ้นอย่างแท้จรงิ และอย่างมี นัยสาคัญตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เพราะสมาชิกวุฒิสภาจะใช้ความรู้ ความสามารถ และ ประสบการณ์ในการดาเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ มาสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาท่ีอาจเกิดขึ้นแก่ ประชาชนจากร่างกฎหมายโดยไม่อยู่ภายใต้อาณัติของนโยบายของพรรคการเมือง ดังนั้น กระบวนการ เลือกสรรสมาชิกวุฒิสภาจึงมุ่งท่ีจะให้ประชาชนซ่ึงมีความรู้ ความเช่ียวชาญ ประสบการณ์ที่แตกต่าง หลากหลายในทุกภาคส่วนและทุกสาขาอาชีพซ่ึงประสงค์จะเข้ามาทาหน้าท่ีนี้เข้ามาสมัครรับเลือกได้ และให้แตล่ ะสาขาอาชีพหรอื ประสบการณ์หรอื วิถีชีวติ ฯลฯ เลอื กกันเอง เพ่ือหลกี เล่ียงกลไกหรือกบั ดัก ทางการเมืองใหม้ ากท่สี ดุ ๒. แนวทางการหาจุดรว่ มทางความคิดของคนร่นุ ใหม่และคนรุน่ เก่า - ปัจจุบันวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีสารสนเทศเข้ามามีบทบาทกับชีวิตคนมากขึ้น ซึ่งต้องยอมรับว่าศักยภาพและความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลต่าง ๆ ของคนรุ่นเก่านั้นมีน้อยกว่า

๘ แต่คนทุกรุ่นท้ัง รุ่นเก่าและรุ่นใหม่ต่างที่จะมีจุดเด่นและจุดด้อยท่ีแตกต่างกัน แต่สามารถเกื้อกูลกันได้ หากคนทกุ วยั ไม่สรา้ งกาแพงทางความคดิ แตร่ ับฟงั ขอ้ มลู ของกันและกนั ย่อมท่ีจะหาจุดรว่ มทางความคดิ ได้ ๓. แนวทางการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้าทางเศรษฐกิจและการเข้าถึงระบบเศรษฐกิจ ของประชาชนในทอ้ งถิน่ - ปญั หาความเหลือ่ มลา้ ทางเศรษฐกิจเกิดจากปญั หาความสามารถในการเขา้ ถงึ ทรัพยากร ซึ่งในปัจจุบันรัฐบาลได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวและได้มีแนวทางที่จะเพ่ิมโอกาสให้ประชาชนทุกคน สามารถเข้าถึงทรัพยากรได้อย่างทั่วถึง และในปัจจุบันเม่ือประชาชนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตได้อย่าง แพร่หลายทาให้ระบบการขายตรงผ่านอินเตอร์เน็ตได้รับความนิยมสูงข้ึน และร้านโชว์ห่วยถูกแย่ง ส่วนแบ่งการตลาด ดังนั้น หากร้านค้าตามท้องถ่ินจึงต้องมีการปรับตัวเพ่ือให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน รวมท้ังประเด็นสาคัญคือการนาเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาเป็นฐานความคิดในการ ดาเนนิ การต่าง ๆ ซึ่งสามารถนาไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ รวมทั้งในปัจจุบัน ได้มีกฎหมายท่ีเอ้ืออานวยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ทางเศรษฐกิจได้ง่ายขึ้น อาทิ กฎหมายว่าด้วยวิสาหกิจชุมชน กฎหมายว่าด้วยกลุ่มสหกรณ์ กฎหมาย ว่าด้วยเศรษฐกิจขนาดย่อมและขนาดกลาง และในขณะน้ีวุฒิสภาได้เล็งเห็นความสาคัญในประเด็น ดงั กล่าวจึงได้มกี ารยกร่างขอ้ บังคับการประชมุ วฒุ ิสภา เพ่อื ให้มกี ารแต่งตัง้ คณะกรรมาธิการแก้ไขปญั หา ความเลอื่ มลา้ ขึน้ มาเพอ่ื ศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาดงั กล่าวโดยเฉพาะ ๔. แนวทางการส่งเสริมและยกระดับการศึกษาของนักเรียน ให้สอดคล้องกับ ตลาดแรงงาน และสะท้อนกับสภาพสังคมและเศรษฐกิจในปัจจบุ นั - ปัจจุบันรัฐบาลได้เล็งเห็นปัญหาด้านการศึกษาของประเทศ จึงพยายามที่จะผลักดันให้ เกิดความเสมอภาคทางการศึกษาของนักเรียนในทุกระดับ ซึ่งในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับปัญหาการศึกษา อาจจะต้องพิจารณาถึงหลังสูตรท่ีควรจะตอบสนองต่อผู้เรียนได้อย่างแท้จริง อาทิ ในพ้ืนที่จังหวัด ฉะเชิงเทราเป็นพ้ืนที่ที่ถูกกาหนดให้เป็นพ้ืนท่ีพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ดังน้ัน การเรียนการสอนของโรงเรียนในพ้ืนท่ีดังกล่าวควรจะนาประเด็นดังกล่าวมาเป็นโจทย์เพ่ีอกาหนด หลกั สูตร และผลิตนักเรยี นนักศกึ ษาออกมาให้ตอบสนองตอ่ สภาพสงั คมและเศรษฐกิจท่จี ะเกดิ ขึ้น และประเด็นท่ีน่าสนใจเก่ยี วกับการเรียนแบบพหุปัญญา ที่ไม่ได้มุ่งเน้นที่จะให้นักเรียนได้ ศกึ ษาเฉพาะดา้ นวชิ าการเท่าน้ัน แต่ควรจะส่งเสรมิ ใหน้ กั เรียนไดแ้ สดงออกถงึ ศกั ยภาพของตนเองออกมา ดังจะเห็นได้จากกลุ่มนักกีฬาที่สร้างช่ือเสียงแก่ประเทศท่ีไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการศึกษาในตารา และมุ่งเนน้ ทจ่ี ะแสดงออกถึงความสามารถของตนท่มี ีอยู่ ตอ่ จากนั้น สมาชกิ วุฒิสภา ได้มีการแบ่งกลุม่ ยอ่ ยรว่ มกับเยาวชน เพอ่ื ร่วมกิจกรรมถาม – ตอบ โดยได้ให้เยาวชนแบ่งกลุ่ม และเปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น การรับฟังปัญหา รวมถึงปัญหาอปุ สรรคต่าง ๆ ของเยาวชน ทาให้เยาวชนมคี วามกล้าแสดงออกมากยง่ิ ข้นึ ในการน้ี ไดม้ กี ารประเมนิ ผลกจิ กรรมด้วย ภาพกิจกรรมภาคเชา้

๙ ภาคบ่าย - สนทนาแลกเปล่ียนความคดิ เหน็ กบั ผบู้ รหิ าร และคณะครู พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ประธานกรรมการโครงการสมาชิก วฒุ ิสภาพบประชาชน พร้อมท้ังสมาชิกวุฒิสภา และกรรมการโครงการฯ หารอื ร่วมกับผู้บริหารโรงเรียน และบุคลากรครูของโรงเรียนในพ้ืนท่ีจังหวัดฉะเชิงเทรา และจังหวัดสมุทรปราการเพื่อรับฟังข้อมูล เกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาการศึกษาเพื่อให้สอดคล้องและตอบสนองต่อผู้เรียนในการรองรับโครงการ พัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) และรับฟังสภาพปัญหาและอุปสรรคในการยกระดับ การศกึ ษา เพื่อนาไปประกอบการพิจารณาดาเนินการตามกรอบหนา้ ที่และอานาจของวุฒิสภา โดยสรุป ประเด็นข้อสังเกตของครูได้ ดังนี้ ๑. การฝึกอบรมและให้ความรู้เพื่อพัฒนาการเรียนการสอนของครู เพื่อให้สอดคล้อง และตอบสนองต่อผู้เรียนในการรองรับโครงการพัฒนาพ้ืนท่ีเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) อยูบ่ ่อยครั้ง แต่ในระบบที่เกี่ยวข้องกับหลักสูตร บุคลากรครู และงบประมาณในการสนับสนุนการศึกษา ไมม่ กี ารยืดหยุ่นเพอ่ื ใหต้ อบสนองต่อสภาพข้อเทจ็ จริงในพน้ื ที่ ๒. นโยบายทางศึกษามีการเปลี่ยนแปลงอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองที่มีการ เปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ทาให้การดาเนินการตามแผนงานเดิมที่กาหนดไม่ทัน

๑๐ แล้วเสร็จ ก็มีแนวนโยบายใหม่ออกมาให้ปฏิบัติต่อ ทาให้ครูไม่มีเวลาในการท่ีจะสอนนักเรียนได้อย่าง แท้จริง แตต่ อ้ งคอยศกึ ษาเก่ียวกบั แนวนโยบายและแผนงานเพ่อื ให้สอดคล้องกบั นโยบายทางการศึกษาท่ี ถกู กาหนดใหม่ ๓. โครงการ “คูปองครู” งบประมาณที่ได้รับจัดสรรเพ่ือการอบรมไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน และไม่ตอบสนองความเป็นจริงเกี่ยวกับความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งหากมีการ ปรับเปล่ียนให้ครูสามารถเลือกท่ีจะอบรมในพื้นที่หรืออบรมผ่านระบบออนไลน์หรือจัดสรรงบประมาณ มายังโรงเรียนเพื่อให้ครสู ร้างส่ือการเรียนการสอน อาจจะตอบโจทย์ปญั หาได้มากกว่า หรืออาจจะมีการ กาหนดตัวช้ีวัดให้โรงเรียนนาไปดาเนินการ และเมื่อแล้วเสร็จจึงเข้ามาประเมินผลตามตัวชี้วัดที่กาหนด ซึง่ หากบุคคลที่ได้รบั การสนบั สนนุ งบประมาณไม่ผา่ นการประเมนิ จะต้องเปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบดว้ ยตนเอง ๔. การปรับเปล่ียนโครงสร้างการกากับดูแลโรงเรียน ซ่ึงที่ผ่านมาได้มีการกาหนดให้มีสานักงาน เขตมัธยมศึกษาเป็นหน่วยท่ีทาหน้าที่กากับดูแลโรงเรียนมัธยม แต่ปัจจุบันได้มีการแต่งต้ังศึกษาธิการ จงั หวัดข้ึนมา ทาให้ทั้ง ๒ หน่วยงานมีหน้าที่และอานาจทซ่ี ้าซอ้ นกัน การรบั แนวทางการดาเนินงานของ โรงเรียนก็เป็นไปอย่างสับสน รวมท้ังอานาจของศึกษาธิการจังหวัดมีบทบาทเข้ามาในการกาหนดการ ประเมินเพื่อพิจาณาเงินเดอื นของครู ทาให้โรงเรียนขาดเอกภาพในการดาเนินงาน ๕. งบประมาณของโรงเรยี นทีไ่ ด้รับจัดสรรแบบรายหัว ไมส่ อดคลอ้ งกับสภาพเศรษฐกจิ ในปัจจบุ ัน ๖. ขาดแคลนครูที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษาอังกฤษ ซึ่งมีความสาคัญต่อการที่จะเป็นพ้ืนที่ เศรษฐกจิ พิเศษภาคตะวันออก (EEC) ๗. การควบรวมโรงเรียนขนาดเล็ก ซ่ึงในปัจจุบันได้มีกระแสข่าวเก่ียวกับการท่ีให้ควบรวมโรงเรียน ขนาดเล็ก โดยในประเด็นดังกล่าวนี้อาจจะมองได้ว่าเมื่อมีการประเมินผลการศึกษาด้วยระบบ O-NET ทาให้นักเรียนตามพื้นท่ีต่าง ๆ มุ่งที่จะเข้าสู่โรงเรียนที่มีช่ือเสียงเพื่อหวังว่าจะสามารถในการเข้าถึงระบบ การศึกษาท่ีมีคุณภาพ ทาให้โรงเรียนในชุมชนและท้องถิ่นไม่ได้รับความสนใจ ซ่ึงปัญหาดังกล่าวย่อม ท่ี จ ะ ก ร ะ ท บ ต่ อ ค รู แ ล ะ นั ก เรี ย น โด ย ต ร งท่ี บ า งส่ ว น ท่ี จ ะ ต้ อ งมี ก าร ล งทุ น ใน ก าร เดิ น ท า งที่ สู งขึ้ น โดยแนวทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว นอกจากการที่จะต้องเพิ่มศักยภาพและความเท่าเทียมทาง การศึกษา อาจจะต้องมีการปรับหลักเกณฑ์เพื่อกาหนดให้แต่ละโรงเรียนให้มีจานวนขั้นต่าและข้ันสูงสุด ของจานวนนักเรียนท่ีพึงมีแต่ละโรงเรยี น เพอื่ ให้เกิดการกระจายนกั เรียนไปยังโรงเรียนชมุ ชนและทอ้ งถิน่ ๘. ปัญหาการประเมินครูและหลักสูตรมีจานวนมากเกินไป ตลอดจนปัญหาการยกเลิกอัตรา ภารโรงและลูกจ้างประจาให้แก่โรงเรียน เพ่ือเป็นการแบ่งเบาภารกิจของครูให้สามารถมีเวลาจัดการเรียน การสอนใหแ้ ก่นกั เรียนได้อย่างจรงิ จงั ๙. ปัญหาเก่ียวกับการอนุญาตให้บุคคลที่ไม่ได้จบการศึกษาด้านวิชาชีพครูโดยเฉพาะมีสิทธ์ิสอบ แล้วคอ่ ยไปศึกษาตอ่ ให้ได้มาซ่ึงใบประกอบวชิ าชพี ครูนั้น อาจจะทาให้บุคคลดังกล่าวขาดจิตวิญญาณความ เปน็ ครูทแ่ี ทจ้ รงิ ม่งุ แต่ผลสมั ฤทธิ์ของตนเอง โดยไม่คานงึ ถงึ ภาพรวม ๑๐. ปัญหาเกี่ยวกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ท่ีมีกระแสขา่ วเก่ียวกบั การเปล่ียนแปลงช่ือ ตาแหน่งของผู้อานวยการโรงเรียน รองผู้อานวยการโรงเรียน ใบประกอบวิชาชีพครู ตลอดจนความชัดเจน เก่ยี วกับวทิ ยฐานะ ท้ังน้ี เมื่อได้เวลาพอสมควรแล้ว (เวลาประมาณ ๑๕.๓๐ นาฬิกา) คณะเดินทางได้เดินทางกลับ สานักงานเลขาธิการวุฒิสภา อาคารสุขประพฤติ โดยรถยนต์ตู้ปรับอากาศของสานักงานเลขาธิการวุฒิสภา โดยถงึ เวลาประมาณ ๑๖.๓๐ นาฬิกา

๑๑ ภาพกิจกรรมภาคบา่ ย ข้อสังเกตจากการลงพืน้ ที่ จ.ฉะเชงิ เทรา ๑. การดาเนินการโดยพิธีกรท่ีโรงเรียนจัดมา ยังไม่ตอบสนองวัตถุประสงค์ของโครงการ เพราะเป็น วิทยากรท่ีจดั มาจากเจ้าหนา้ ทข่ี องจงั หวดั ไมใ่ ช่ครอู าจารยข์ องโรงเรยี น ๒. การรวมนักเรียนและใช้วิธีการตอบ ยังไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะนักเรียนยังไม่คุ้นเคย และไม่กล้า แสดงออก ๓. การแยกกล่มุ นักเรยี นในช่วงท้าย ๑ ชวั่ โมง พบว่า นักเรียนมีการแสดงออกมากขึน้ ๔. การสนทนาแลกเปลี่ยนกับบุคลากรด้านการศึกษาในช่วงบ่ายได้ผลเป็นท่ีน่าพอใจ ปัญหาส่วนใหญ่ เป็นเรื่องโครงสร้างการบริหารบุคลากรในภูมิภาค การพัฒนาครู การเรียนการสอนภาษาอังกฤษ ทย่ี ังขาดครู และการใชส้ อ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ชว่ ยสอน ๕. การประชาสัมพันธ์โครงการ สว.พบประชาชน โดยสื่อท้องถ่ิน นับว่าได้ผลดี ข่าวสารแพร่กระจาย ในจงั หวดั และมสี ่อื ส่วนกลางนาข่าวไปเสนอตอ่ ขอ้ เสนอ ๑. วิธกี ารเข้าหาเดก็ นักเรยี น ใชว้ ิธแี ยกกลุ่มดที ีส่ ดุ และใหพ้ ูดคุยโดยตรงกบั สมาชิกวฒุ ิสภา ๒. การพบผู้บรหิ าร บคุ ลากรดา้ นการศึกษา ใชว้ ธิ ปี ระชุมสนทนา นับวา่ มคี วามเหมาะสม ๓. ประเด็นทีค่ วรนาเสนอ นักเรยี น เน้นการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมขุ และศาสตร์พระราชา ครอู าจารย์ เน้นการปฏิรูปการศึกษา

๑๒ ๒.๓ การลงพื้นท่ีในจังหวัดเชียงราย ณ โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา และเทศบาลตาบลแม่ยาว อาเภอเมืองเชียงราย ระหว่างวันพธุ ที่ ๑๑ – วันพฤหสั บดีท่ี ๑๒ กันยายน ๒๕๖๒ วันพุธที่ ๑๑ กันยายน ๒๕๖๒ ณ โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา อาเภอเมืองเชียงราย จงั หวดั เชียงราย คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศกึ สิงห์ไพร รองประธานวุฒิ สภา คนท่ีหนึ่ง นาคณ ะสมาชิกวุฒิ สภา ลงพื้นที่พบปะเยาวชน โดยมีรายละเอียดและรปู แบบของกจิ กรรม ดังนี้ การกล่าวรายงานโดยนายวิชัย ส่องแสง ผู้อานวยการโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษา สรุปความได้ว่า โรงเรียนสหศาสตร์ศึกษาเป็นโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์ภาคเอกชน มีการจัดการ สงเคราะหท์ างการศกึ ษาใหก้ บั เดก็ ชาวไทยภูเขา ประมาณ ๒,๐๐๐ คน มีการบริหารจัดการโดยได้รับการ สนับสนุนจากรัฐบาล นอกจากการจัดการด้านการศึกษาแล้ว ยังมีการอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยการให้ นักเรียนแต่งกายชุดชาวเขาของแต่ละเผ่าในทุกวันศุกร์ โดยโรงเรียนสหศาสตร์ศึกษามีการก่อตั้ง มาเป็นระยะเวลา ๖๒ ปี มีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง นักเรียนที่จบการศึกษาจากโรงเรียนได้ประสบ ความสาเร็จและสร้างช่ือเสียงให้กับโรงเรียนอย่างมากมาย โรงเรียนมีความภาคภูมิใจที่สามารถจัด การศึกษาให้กับเด็กชาวไทยภูเขาท่ีด้อยโอกาสได้อย่างประผลสาเร็จอย่างดีย่ิง ท้ังน้ี ในโอกาสท่ี รองประธานวุฒิสภาคนที่หน่ึง และสมาชิกวฒุ ิสภามาเยี่ยมเยือนและพบปะนักเรียนในครั้งน้ี เป็นเกียรติ แกโ่ รงเรียนเป็นอย่างยง่ิ และจะนาความรูท้ ี่ได้รับไปพัฒนานกั เรียนซึ่งเปน็ อนาคตของชาตติ อ่ ไป กิจกรรมท่ี ๑ จุดประกาย : สร้างแรงบันดาลใจ มีการแนะนาประวัติส่วนตัว ข้อมูลด้านการศึกษา และประวัติการทางานของสมาชิก วุฒิสภา โดยนายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา จากนั้นมีการเปิดวิดีโอแนะนาประวัติของ พลเอก สงิ ห์ศึก สิงหไ์ พร รองประธานวุฒสิ ภา คนที่หน่ึง เพอื่ สร้างแรงบนั ดาลใจใหก้ ับนักเรยี น ภาพกจิ กรรม

๑๓ กจิ กรรมที่ ๒ สรา้ งฝนั พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของ โครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในครั้งนี้ ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะมาทาความรู้จัก และสร้าง ความคุ้นเคย กับคณ ะครู นั กเรียน ท่ีเปรียบเสมือน ต้น กล้าท่ีจะเติบโตสู่ การพัฒ นาตน ให้เป็นพลเมืองชาติในอนาคต จึงไดน้ าความรู้ ประสบการณ์ในเรื่องตา่ งๆท่ีเกี่ยวข้องกบั นักเรยี นเช่นการ แนะนาเร่อื งราวของสมาชกิ วฒุ ิสภาและบทบาทหน้าทต่ี ามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเร่ืองการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรง เป็นประมุข การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการปฏิรูปประเทศ มาสนทนา และเสริมความรู้ให้แก่นักเรียน ได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ตรง นอกเหนือจากหลักสูตร สาระวิชาสังคม ศกึ ษา ท่ีนกั เรียนไดเ้ รียนรพู้ รอ้ มทัง้ เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นมีส่วนร่วม ในการเสนอข้อมูล และข้อเสนอแนะ ทส่ี ร้างสรรค์ ให้แก่ทา่ นสมาชิกวฒุ ิสภา ได้นาสู่การพิจารณา การกลนั่ กรองและการพัฒนากฎหมาย ทีใ่ ช้ บังคับให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยเน้นหลักการทางประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การที่สมาชิกวฒุ สิ ภามาเยี่ยมในครั้งนถ้ี ือเป็นโอกาสท่ีดียิ่ง ทีจ่ ะได้มาทาความรู้จักและบอกเล่าใหเ้ ยาวชน ซ่ึงเป็นเสมือนยุวทูตของสมาชิกวุฒิสภา ได้เป็นแกนนา นาสิ่งดีๆ ไปบอกต่อ พ่อ แม่ผู้ปกครอง และ ประชาชนในหมู่บ้าน ให้ทราบโดยทั่วกัน ซ่ึงสมาชิกวุฒิสภาทุกท่านท่ีมาในวันนี้ต่างล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเช่ียวชาญ มีทักษะ ประสบการณ์ในระดับสูงและเคยผ่านงานในฐานะหัวหน้างาน นักบริหาร ระดับชาติ ระดบั ท้องถ่ิน และระดับหน่วยงานภาคธุรกิจเอกชนที่ประสบความสาเร็จสงู มาแล้วทง้ั ส้ินและ ทุกท่านมีความยินดีท่จี ะมาพบปะพดู คยุ ช้แี นะ สร้างขวัญกาลงั ใจใหก้ ับทกุ ๆคนที่เขา้ รว่ มประชมุ สมั มนา ในครงั้ นี้ จงึ เชอ่ื ว่าการพบกันคร้งั นี้ทกุ คนจะได้รบั ประโยชน์อย่างสงู สุด ภาพกิจกรรม

๑๔ กิจกรรมที่ ๓ รว่ มสรา้ งอนาคต เพ่ือเป็นการสร้างความสัมพันธ์และการเปิดรับฟังความคิดเห็นของนักเรียน โดยจัดให้มี การถามตอบคาถาม ซ่ึงผู้ถามคาถามคือ นายออน กาจกระโทก สมาชิกวุฒิสภา และนางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน และให้สมาชกิ วฒุ ิสภาเปน็ ผู้เฉลยคาตอบ โดยมีคาถามจานวน ๕ ข้อ ดงั น้ี ๑. สมาชกิ วฒุ ิสภา (ส.ว.) หมายถึงใคร ? เปน็ การตั้งคาถามเพอ่ื ทดสอบวา่ นักเรยี นมคี วามรูเ้ กยี่ วกบั สมาชิกวฒุ ิสภาหรือไมอ่ ย่างไร โดยในคาถามนี้ มตี วั เลอื กใหน้ กั เรยี นตอบดงั นี้ ก. สมาชิกสภาผู้สูงวัย ข. ผ้มู ีความรู้ ประสบการณ์ ความเชยี่ วชาญ จากหลากหลายอาชีพ ค. ผู้วินิจฉยั ขอ้ กฎหมายทเ่ี กยี่ วข้องกบั รฐั ธรรมนูญ ง. ผบู้ รหิ ารราชการแผน่ ดนิ โดยในคาถามนี้ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นผู้เฉลย คาตอบให้นักเรียน ซ่ึงคาตอบท่ีถูกต้องคือ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หมายถึง ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ ความเช่ียวชาญ จากหลากหลายอาชีพ ท้ังน้ี เปน็ ไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามบทหลัก ในมาตรา ๑๐๗ และตามบทเฉพาะกาลในมาตรา ๒๖๙ โดยในคาถามนี้นักเรียนส่วนใหญ่สามารถตอบ คาถามได้อย่างถูกต้อง ๒. สมาชิกวุฒสิ ภา (สว.) มีบทบาท หนา้ ทอ่ี ะไร ? เป็นการตั้งคาถามเพื่อทดสอบว่านักเรียนมีความรู้เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจของสมาชิก วุฒิสภาหรอื ไม่อย่างไร โดยในคาถามนี้ มตี ัวเลือกให้นกั เรียนตอบดังน้ี ก. ตรวจสอบและพิจารณารา่ งพระราชบญั ญตั ิ ข. ใชอ้ านาจในการบรหิ ารประเทศ ค. ลงความเหน็ ในญตั ติการประชมุ สภา ง. สร้างความสมั พนั ธอ์ นั ดีกบั ตา่ งประเทศ โดยในคาถามนี้ พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นผู้เฉลย คาตอบให้นักเรยี น ซึ่งคาตอบท่ีถกู ต้องคือ ตรวจสอบและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ทั้งน้ี เป็นไปตาม รัฐธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจกั รไทย มาตรา ๑๓๖ โดยในคาถามน้ีนักเรียนส่วนใหญ่สามารถตอบคาถามได้ อย่างถูกตอ้ ง ๓. ประชาธิปไตยในความหมายทด่ี ีท่ีสดุ คือ ? เป็ น ก า ร ต้ั ง ค า ถ า ม เพ่ื อ ท ด ส อ บ ว่ า นั ก เรี ย น มี ค ว า ม รู้ เกี่ ย ว กั บ ก า ร ป ก ค ร อ ง ร ะ บ อ บ ประชาธปิ ไตยมากน้อยเพยี งใด โดยในคาถามนี้ มีตวั เลอื กให้นกั เรียนตอบดังน้ี ก. การเลอื กตัง้ ทที่ ุกคนต้องออกไปใช้สิทธิ์ ข. เสียงข้างมากคือผู้ชนะเสมอ ค. ประชาชนทกุ คนมคี วามเท่าเทียมกนั ตามกฎหมาย ง. การเคารพความคดิ เห็นซงึ่ กันและกันมคี วามเอ้ืออาทรสงั คมสขุ รม่ เยน็ โดยในคาถามน้ี พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นผู้เฉลย คาตอบให้นักเรียน ซึ่งคาตอบที่ถูกต้องคือ การท่ีประชาชนทุกคนมีความเท่าเทียมกันตามกฎหมาย การเคารพเสียงข้างมาก รวมทั้งการเคารพความคิดเห็นซึ่งกันและกันมีความเอ้ืออาทรสังคมสุขร่มเย็น โดยในคาถามนีน้ กั เรียนส่วนใหญส่ ามารถตอบคาถามได้อยา่ งถกู ต้อง

๑๕ ๔. การรบั ขอ้ มูลขา่ วสารทางการเมือง เชอื่ แบบใดดีที่สดุ ? เป็นการตงั้ คาถามเพื่อทดสอบว่านักเรียนมคี วามร้เู ก่ียวกบั การรบั ขอ้ มูลขา่ วสารทาง การเมอื งทถ่ี กู ตอ้ งเพยี งใด โดยในคาถามน้ี มตี วั เลอื กใหน้ ักเรียนตอบดังนี้ ก. เชอ่ื ตามกระแสโซเช่ียล ข. เชือ่ ตามเพ่อื น, ดาราท่ชี อบ ค. เชอื่ ตามทีพ่ อ่ แมค่ รูบาอาจารยส์ อน ง. เชื่อตามความรูส้ กึ ตวั เองอยา่ งมหี ลกั เหตุผล โดยในคาถามน้ี พลเอก สกนธ์ สัจจานิตย์ เป็นผู้เฉลยคาตอบให้นักเรียน ซ่ึงคาตอบท่ี ถูกต้องคือ เชื่อตามท่ีพ่อแม่ครูบาอาจารย์สอน เน่ืองจากในขณะท่ีเยาวชนซ่ึงยังมีอายุน้อยและขาด ประสบการณ์อาจทาให้การคิดวิเคราะห์เก่ียวกับข้อมูลข่าวสารที่ได้รับเกิดความผิดพลาด แต่การเชื่อ ตามที่พ่อแม่ครูบาอาจารย์ ซ่ึงเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ และหวังดีต่อตัวเรา จะทาให้การรับข้อมูล ข่าวสารถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อนักเรียนมากที่สุด อย่างไรก็ตามเมื่อนักเรียนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ก็สามารถใช้ความรู้ ประสบการณ์ และเหตุผล ในการคิดวิเคราะห์ เพื่อให้การรับรู้ข้อมูลข่าวสารเป็นไป อย่างถกู ตอ้ งได้ โดยหลกั ความเชื่อตามพระพุทธศาสนาเป็นไปตามหลกั กาลามสูตร ซึง่ สรุปไดว้ า่ อยา่ เช่ือ อะไรแบบงมงายต้องพิสูจน์ด้วยปัญญาได้ โดยต้องศึกษาให้รู้จักคุณ - โทษ ก่อนเช่ือ โดยในคาถามน้ี นักเรียนส่วนใหญ่สามารถตอบคาถามได้อย่างถกู ต้อง ๕. การอยแู่ บบพอเพียง หมายถึงขอ้ ใด เป็นการต้ังคาถามเพ่ือทดสอบว่านักเรียนมีความรู้เก่ียวกับการอยู่แบบพอเพียง หรือ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งมากนอ้ ยเพยี งใด โดยในคาถามน้ี มีตวั เลอื กใหน้ ักเรียนตอบดงั น้ี ก. อย่ทู ค่ี วามพอใจ/พอดี ข. อยู่แบบเจยี มตวั ไม่ขวนขวายเพิ่ม ค. มีจนกวา่ จะมากพอ ง. มีตามฐานะตวั เอง โดยในคาถามนี้ นายปรชี า บัววริ ัตนเ์ ลศิ เปน็ ผูเ้ ฉลยคาตอบใหน้ กั เรยี น โดยให้นกั เรียนส่ง ตัวแทนกลุ่มที่เลือกคาตอบแต่ละข้อมาวิเคราะห์ โดยนักเรียนให้เหตุผล เช่น เหตุท่ีไม่เลือกคาตอบ ค. เน่อื งจากการมจี นกวา่ จะมากพอ ไม่สามารถกาหนดไดว้ า่ จะพอแคไ่ หน เพราะความต้องการของมนษุ ยไ์ ม่ มีที่ส้ินสดุ จึงไม่ใช่ความพอเพียง เหตุที่ไม่เลือกข้อ ข. อยู่แบบเจยี มตัวไม่ขวนขวายเพิ่ม จะทาให้เกิดการ ไมพ่ ัฒนาตนเอง จึงไม่ใช่ความพอเพียง จึงสรุปไดว้ ่า การตอบโดยการคิดวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล รวมทั้ง การรับฟงั ความคิดเห็นของผู้อืน่ ถือวา่ เป็นสิง่ ท่ถี กู ต้องท่ีสดุ ภาพกิจกรรม

๑๖ กจิ กรรมที่ ๔ กิจกรรมสร้างสมั พันธ์ สว.พบเยาวชน/ประชาชน เป็นกิจกรรมกลุ่มย่อย โดยมีการสนทนาแลกเปล่ียนเรียนรู้ในหลากหลายประเด็น เช่น ประเด็นเก่ียวกับการท่องเที่ยวในจังหวัดเชียงราย ประเด็นเกี่ยวกับความสุขของประชาชน เป็นต้น ในกิจกรรมนี้จะมีการให้นักเรียนเป็นผู้เลือกสมาชิกวุฒิสภาไปร่วมกลุ่ม ณ ห้องแลกเปล่ียน และหอ้ งประชมุ จานวน ๑๐ กลมุ่ โดยมสี มาชิกวฒุ ิสภาหอ้ งละ ๒ คน ภาพกจิ กรรม

๑๗ กจิ กรรมท่ี ๕ สร้างขวัญกาลงั ใจ ยมิ้ แยม้ แจ่มใส เป็นการรบั ฟังการถอดบทเรยี น (จากกิจกรรมที่ ๔) โดยมตี วั แทนนักเรียนในแตล่ ะกลุม่ นาเสนอขอ้ คิดเห็นทไี่ ด้จากการแบง่ กลุ่มสนทนา ดงั น้ี กลุ่มที่ ๑ ได้มีการนาเสนอวิธีการในการเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในจังหวัด เชียงราย ดงั น้ี ๑) การนาเสนอแหล่งท่องเท่ียวทางธรรมชาติ เช่น ทะเลหมอก ป่าไม้ น้าตก เปน็ ต้น ๒) การนาเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของจังหวัดเชียงราย เช่น กาแฟดอยช้าง ชา กาแฟขค้ี วาย เปน็ ตน้ ๓) การนาเสนอขนบธรรมเนียมประเพณี เช่น ประเพณีโล้ชิงช้าชาวไทยภูเขา เผ่าอาข่า ประเพณีปีใหม่ (การกินวอ) เป็นต้น รวมทั้งการนาเสนอส่ิงท่ีเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัด เช่น เอกลักษณ์ของชาตพิ ันธ์ ภาษา การพดู การแตง่ กาย วิถชี ีวติ ของคนทอ้ งถิน่ เป็นตน้ ๔) การนาเสนอท่ีพัก (โฮมสเตย์) ท่ีมีความสะดวกสบายและมีความปลอดภัย ให้นักทอ่ งเท่ยี ว โดยเน้นการนาเสนอเร่อื งอากาศทีบ่ ริสทุ ธิ์ รวมทั้งการไม่ทาลายสภาพแวดลอ้ ม ๕) การรักษาคณุ ภาพของอาหารการกิน โดยต้องมีความสะอาด ๖) การโฆษณาเชิญชวนนักท่องเที่ยวผ่านสื่อต่างๆ ได้แก่ สื่อออนไลน์ หนงั สือพมิ พ์ และใบปลวิ กลุ่มที่ ๒ ได้มีการนาเสนอแหล่งท่องเท่ียวและประเพณีท่ีน่าสนใจของจังหวัด เชียงราย ประโยชน์ที่ได้รับจากแหล่งท่องเที่ยว ประเพณี ศิลปวัฒนธรรม รวมทั้งแนวทางในการ อนุรักษ์ ดงั น้ี ๑) แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วทนี่ า่ สนใจของจงั หวัดเชยี งราย ได้แก่ วัดร่องขุน่ ซงึ่ สรา้ งและ ออกแบบโดยอาจารย์เฉลิมชยั โฆษติ พิพฒั น์ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สาคัญของจังหวดั เชียงราย ถ้าหลวง เป็นสถานที่ซ่ึงนักฟุตบอลเยาวชนทีมหมูป่าอะคาเดมี่จานวน ๑๓ คน ติดอยู่ในถ้า และได้รับความ ช่วยเหลืออันเกิดจากความสามัคคีของคนไทยและต่างชาติ รวมท้ังพระธาตุดอยตุง ซึ่งเดิมดอยตุงเป็น สถานทีท่ ่ีมกี ารปลูกฝิน่ แต่จากการพฒั นาของสมเด็จพระศรนี ครนิ ทราบรมราชชนนีทาใหช้ าวบ้านทีด่ อย ตุงเลิกปลูกฝ่ินและหันมาประกอบอาชีพท่ีสุจริต และทาให้ดอยตุงเป็นสถานท่ีท่องเท่ียวที่สวยงานและ น่าสนใจ ๒) ประเพณีทน่ี ่าสนใจของจังหวัดเชียงรายได้แก่ ประเพณีโลช้ ิงช้า ประเพณีกิน วอของชนเผา่ ละห่งุ ประเพณปี ีใหญ่ของชนเผา่ มง้ ๓) ประโยชน์ที่ไดร้ ับจากแหลง่ ท่องเท่ียวและประเพณี ศิลปวฒั นธรรม กล่าวคือ เปน็ ช่องทางในการสรา้ งอาชีพและรายได้ให้กับประชาชน รวมทั้งยังสรา้ งช่อื เสียงใหก้ ับจังหวดั ๔) แนวทางในการส่งเสริม อนุรักษ์วัฒนธรรมและแหล่งท่องเที่ยว สามารถ ทาได้โดยการเล่าเร่ืองแหล่งท่องเท่ียวและวัฒนธรรมให้ลกู หลานฟัง การเข้าร่วมสืบสานประเพณีของชน เผ่าตนเอง รวมทง้ั การแตง่ กายตามแบบของแตล่ ะชนเผา่ ใหถ้ กู ต้อง กลุ่มท่ี ๓ ไดน้ าเสนอขอ้ เสนอแนะและความรู้ท่ีไดร้ ับจากกิจกรรม ดังนี้ ๑) ประเด็นทอี่ ยากจะนาเสนอต่อสมาชกิ วฒุ ิสภา ๑.๑) เสนอให้มีการดาเนินการเพื่อให้สัญชาติไทยกับกลุ่มชาติพันธ์ุ ซ่งึ จะทาให้มีโอกาสเชน่ เดยี วกับประชาชนทัว่ ไป เช่น โอกาสด้านการศกึ ษา ๑.๒) เสนอให้มีการจัดการศึกษาให้ตรงกับส่ิงท่ีนักเรียนสนใจ เพื่อให้ นักเรียนสามารถค้นพบความรู้ความสามารถท่ีแท้จริงของตนอันจะก่อให้เกิดประโยชน์ในการ นาความรคู้ วามสามารถไปใชใ้ นการประกอบอาชีพและการดารงชีวติ ในอนาคต

๑๘ ๒) ความรู้ท่ีได้รับจากกิจกรรมในวันนี้ ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับท่ีมาของสมาชิก วุฒิสภา รวมท้ังมีความรู้สึกยินดีและประทับใจอย่างยิ่งที่สม าชิกวุฒิสภาซ่ึงเป็นบุคคลสาคัญ ของชาตไิ ดม้ าพบปะและให้ความรู้กับนกั เรยี นรวมทง้ั ไดม้ ารับฟังปัญหาเพอื่ นาไปสู่การแก้ไขต่อไป กล่มุ ที่ ๔ ไดน้ าเสนอในหวั ข้อเก่ยี วกับความสขุ ของประชาชน ดังน้ี เม่ือพิจารณาดัชนีความสุขของประชาชนในแต่ละจังหวัดเรียงตามลาดับ เมื่อพิจารณา ข้อเท็จจริงจากการสอบถามประชาชนในแต่ละจังหวัด ก็จะมีการให้ข้อมูลว่าจังหวัดที่ตนอยู่อาศัย เปน็ จังหวัดทมี่ คี วามสุขมากทีส่ ุด แต่การจะกล่าวว่าจังหวดั ใดมีความสขุ มากท่ีสุดไม่ไดข้ ึ้นอยกู่ บั วา่ จงั หวัด นั้นเป็นจังหวัดที่ตนอยู่อาศัย โดยความสุขที่แท้จริงข้ึนอยู่กับจิตใจของบุคคลที่อยู่อาศัย การมีความสุข ทไ่ี ด้อยู่กับคนท่ีตนรัก การไดอ้ ยู่กับครอบครวั ได้อยใู่ นสถานที่ท่ีช่ืนชอบ ไมไ่ ด้ข้ึนอยู่กับว่าการได้ไปอยใู่ น จังหวัดท่ีมีชื่อเสียงแล้วจะทาให้มีความสุข ซึ่งการกระทาท่ีจะทาให้เรามีรอยยิ้มและความสุข คือ ความสุขที่เกิดจากความพอใจในสิ่งที่ตนมี เป็นความสุขท่ีขึ้นอยู่กับตัวเราเอง โดยความสุขมีหลาย รปู แบบ เช่น การไดป้ ระกอบอาชพี ทช่ี ่นื ชอบหรือใฝฝ่ นั ก็จะทาให้มีความสุข เปน็ ตน้ ภาพกจิ กรรม กจิ กรรมที่ ๖ พิธีปิดและการปรับ Mind Set พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้กล่าวปิดกิจกรรม โดยให้ โอวาทแกน่ ักเรยี นใหท้ าหน้าทที่ ด่ี ี ทัง้ หนา้ ทีต่ ่อพ่อแม่ พน่ี อ้ ง ครูอาจารย์ สถานศกึ ษา รวมทั้งทาหนา้ ทที่ ่ีดี ใหก้ ับตนเอง โดยมุ่งมน่ั ท่ีจะทาความสาเร็จให้ตนเองให้ได้ หลังจากน้นั ได้มตี ัวแทนนกั เรยี นกลา่ วขอบคุณ สมาชิกวุฒิสภา และได้มีการร่วมกันรอ้ งเพลงเชียงรายราลึกและเพลงสามคั คีชุมนุม ภาพกจิ กรรม

๑๙ ข้อสังเกตที่ได้รับจากกิจกรรม โดยพลเอก ประสาท สุขเกษตร กรรมการ ในคณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ๑. นักเรียนของโรงเรยี นสหศาสตร์ ส่วนใหญ่เปน็ ชาติพนั ธ์ุ มีความกระตือรอื รน้ สนใจรว่ ม กิจกรรม มีแนวคดิ และการวเิ คราะห์ ตอบคาถามไดอ้ ยู่ในระดบั ท่ดี มี าก ๒. ปัญหาที่นักเรียนนาเสนอ เป็นปัญหาของการให้สัญชาติไทย ท่ียังไม่ได้รับสัญชาติ กระบวนการให้สญั ชาตมิ ีความลา่ ช้า ๓. พ่อแม่เด็กท่ีไม่มีสัญชาติ ได้รับการปฏิบัติจากสังคมอย่างไม่เป็นธรรม และไม่มีโอกาส เข้าสู่กระบวนการยตุ ธิ รรม ๔. นักเรียนมีความรู้ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมขุ ในระดบั ท่นี า่ พอใจ ๕. นักเรียนและโรงเรียน สนับสนุนให้มีการดารงรักษาวัฒนธรรมของชนเผ่า เช่น การแตง่ กาย ๖. นกั เรียนอยากใหส้ มาชิกวฒุ ิสภาและผู้ใหญใ่ นบา้ นเมืองมาพบนักเรียน จากนั้น วันพฤหัสบดีท่ี ๑๒ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ เทศบาลตาบลแม่ยาว อาเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชยี งราย คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วุฒสิ ภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงหศ์ ึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนท่ีพบปะประชาชน โดยมี รายละเอยี ดและรูปแบบของกจิ กรรม ดงั น้ี - พธิ ีเปิดและการแนะนาตวั สมาชกิ วฒุ ิสภา นายพงษ์พันธ์ ต๊ะถา นายกเทศมนตรีตาบลแม่ยาว กล่าวต้อนรับรองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน วุฒิสภา และคณะ รวมทั้ง ให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับเทศบาลตาบลแม่ยาว ซ่ึงประกอบด้วย จานวน ๑๘ หมู่บ้าน โดยส่วนใหญ่ เป็นกลุ่มชาติพนั ธุ์ โดยในวนั ดงั กล่าวมปี ระชาชนมนพน้ื ท่เี ข้าร่วมโครงการประมาณ ๒๐๐ คน กล่าวเปิดโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง ได้กล่าวถึง วตั ถปุ ระสงค์ในการลงพ้ืนท่ีเพอื่ รบั ฟังขอ้ มลู ขอ้ คิดเห็นและขอ้ เสนอแนะของประชาชนในพ้ืนท่ี รวมถงึ การ สร้างการรับรู้แก่เก่ียวกับหน้าท่ีและอานาจของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตลอดจนแนวทางการดาเนินการติดตามประสิทธิภาพของการบังคับใช้กฎหมาย จากน้นั ได้มกี ารแนะนาสมาชกิ วุฒสิ ภาเกี่ยวกบั ประวัติสว่ นตวั

๒๐ ภาพกจิ กรรม ต่อจากนั้น สมาชิกวุฒิสภา ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยร่วมกับประชาชน จานวน ๗ กลุ่ม เพื่อรับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะเกี่ยวกับสภาพข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการ ประกอบอาชีพและการใช้ชีวิตประจาวัน รวมท้ังให้เกิดความผาสุกของประชาชนในพ้ืนท่ีดังกล่าว โดยสามารถสรุปได้ ดงั น้ี กลมุ่ ที่ ๑ ไดใ้ หข้ ้อคิดเหน็ และขอ้ เสนอแนะ ดังน้ี - ประเด็นความหนาแน่นของประชากรในพ้ืนท่ี หมู่ที่ ๑ หมู่ท่ี ๑๐ และหมู่ที่ ๑๑ ซึ่งจานวนครัวเรือนประมาณ ๘๘๖ ครัวเรือน ประชากรประมาณ ๒,๐๐๐ คน ทาให้การดูแลของ ฝ่ายปกครอง ตลอดจนกานัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นไปอย่างไม่ท่ัวถึง รวมทั้งการติดต่อส่ือสารระหว่างฝ่าย ประชาชนและเจ้าหน้าทร่ี ฐั ไมค่ ่อยสะดวกเทา่ ทคี่ วร จึงมคี วามประสงค์ทจ่ี ะให้มกี ารจดั ตงั้ หมู่บ้านเพิม่ เตมิ - ประเด็นเก่ียวกับงบประมาณในการบรหิ ารจัดการไฟป่า เน่ืองจากพ้ืนท่ีส่วนใหญ่ ของตาบลแม่ยาว เป็นพ้ืนท่ีคาบเก่ียวกับป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติ องค์การบริหารส่วน ท้องถิ่นจึงไม่สามารถจัดงบประมาณให้แก่หมู่บ้านเพ่ือแก้ไขและป้องกันปัญหาไฟป่าได้ ทาให้ฝ่ายกานัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนประชาชน ต้องเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายบางส่วนเพื่อนาไปใช้ในการแก้ไขปัญหาไฟป่า ในพน้ื ท่ี จงึ มคี วามประสงค์ทจ่ี ะใหภ้ าครัฐชว่ ยสนบั สนนุ งบประมาณในด้านดงั กลา่ ว - ประเด็นท่ีดินทากินของประชาชนคาบเกี่ยวและประเด็นการเข้าใช้ประโยชน์ ในพื้นที่เขตป่าสงวนแห่งชาติและเขตอุทยานแห่งชาติ จึงมีความประสงค์ท่ีจะให้ภาครัฐช่วยส่งเสริมให้มี ปา่ ชุมชนในพื้นท่ีเพอ่ื ใหเ้ ปดิ โอกาสให้ประชาชนได้รว่ มรกั ษาพ้ืนที่ป่าของตนเอง รวมทั้งสามารถใชป้ ระโยชน์ ในพน้ื ท่ปี า่ ในพน้ื ท่ขี องตนเองได้ดว้ ย - ประเด็นการได้มาซึ่งสัญชาติไทยของประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ โดยในพื้นที่ ตาบลแม่ยาว ประชาชนและเยาวชนบางส่วนไม่มีบัตรประชาชน ทาให้ไม่สามารถเข้าถึงสวัสดิการของรัฐ รวมทง้ั ระบบสาธารณสขุ และระบบการศกึ ษา

๒๑ กลุ่มที่ ๒ ไดใ้ หข้ อ้ คิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดงั นี้ - ประเด็นท่ีดินทากินของประชาชนในพ้ืนท่ี โดยประชาชนในพ้ืนที่ได้ทากิน และใช้ประโยชน์ในพ้ืนที่ดังกล่าวมาเป็นระยะเวลานาน ซึ่งบางส่วนได้ให้ข้อมูลว่าในระหว่างท่ีภาครัฐ ได้ดาเนินการจัดทาแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนในพ้ืนที่ได้มีส่วนร่วม ตลอดจนประชาชนบางส่วนยังขาดความรู้ ความเขา้ ใจทดี่ ี เกยี่ วกบั การกาหนดแนวเขตปา่ สงวนแหง่ ชาติ ทาให้พื้นที่ท่ีประชาชนเคยทากินและใช้ประโยชน์ถูกผนวกเข้ากับเขตป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบัน ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่หลายด้าน อาทิ ปัญหาการเข้าไปใช้ประโยชน์เพื่อทากินในพ้ืนท่ี ปัญหาความขัดแย้งระหวา่ งเจา้ หน้าที่รฐั และประชาชน ตลอดจนนาไปสู่ปัญหาการพัฒนาพื้นที่ อาทิ การปรับปรุงถนนท่ีเชื่อมต่อ ระหว่างตาบลแม่ยาวและอาเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ซ่ึงมีระยะทางเพียง ๓๐ กิโลเมตร แต่ไม่ สามารถดาเนินการปรบั ปรุงได้ ทาให้ประชาชนต้องใช้การเดินทางไกลกวา่ เดิมประมาณ ๑๐๐ กโิ ลเมตร เพื่อจะเดินทางไปยังและอาเภอแม่อาย จงั หวัดเชียงใหม่ โดยในประเด็นดังกล่าวนี้ กลุ่มที่ ๒ มีความประสงค์ ท่ีจะให้รัฐส่งเสริมให้มีการ จัดทาโฉนดชุมชนในพ้ืนที่ โดยมีการจัดต้ังคณะกรรมการข้ึนมาบริหารกองทุนดังกล่าว รวมท้ังมีการ จัดเกบ็ ภาษี โดยใหป้ ระชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการบรหิ ารจัดการโฉนดชุมชนของตนเอง - ประเด็นการบริหารจัดการไฟป่า อันเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่น ท่ีประชาชน ในพ้ืนท่ีจะดาเนินการทาแนวกันไฟ และใช้วิธีชิงเผา ก่อนที่จะเข้าช่วงฤดูแล้ง ท่ีจะมีเหตุไฟป่าบ่อย แตก่ ารดาเนนิ การดงั กลา่ วไม่ได้รับความเขา้ ใจจากเจ้าหนา้ ท่ีปา่ ไม้ ทาให้บางครั้งเกดิ ความขดั แย้งขึน้ - ประเด็นเกี่ยวกับการได้มาซึ่งสัญชาติไทย ของประชาชนและเยาวชนในพื้นที่ ซึง่ มลี กั ษณะเดียวกับกลุ่มท่ี ๑ กลุ่มที่ ๓ ไดใ้ หข้ ้อคดิ เห็นและข้อเสนอแนะ ดงั น้ี - ประเด็นการพิสูจน์สิทธ์ิการครอบครองที่ดินของประชาชนก่อนประกาศ เขตป่าสงวนแห่งชาติ ซ่ึงเม่อื ได้พิสูจน์สิทธ์ิการครอบครองท่ีดินของประชาชนในพื้นท่ีแลว้ โดยปรากฏว่า ประชาชนได้อยู่อาศัยและทากินมาก่อนการประกาศแนวเขตป่าสงวนแห่งชาติ ควรมีการออกเอกสารสิทธิ ให้แก่ประชาชน และในส่วนที่มาหลังประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติ อาจจะมีการจัดสรรท่ีดินในลักษณะ ของพน้ื ที่ปฏิรปู ทดี่ ินเพอื่ การเกษตร เพ่ือให้ประชาชนได้มที ีด่ นิ ในการทากิน - ประเด็นความไม่เพียงพอของบ่อขยะในพ้ืนที่ เน่ืองจากสภาพทางกายภาพ ของพื้นที่ตาบลแม่ยาวเป็นท่ีสูงการบริหารจัดการขยะในพ้ืนที่เป็นไปได้ยาก รวมทั้งยังมีความไม่ชัดเจน เกี่ยวกับแนวเขตของป่าสงวนแห่งชาติ จึงมีความประสงค์ที่จะให้รัฐเข้ามาดาเนินการเพื่อจัดทาบ่อขยะ เพ่มิ เตมิ โดยเปิดโอกาสใหป้ ระชาชนเขา้ มามีส่วนรว่ มในการบรหิ ารจัดการ - ประเด็นเก่ียวกับค่าตอบแทนของบุคลากรท้องท่ี (กานัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ ประจาตาบล ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน(ชรบ.)) ท่ีมีความรับผิดชอบในพื้นที่ค่อนข้างกว้าง การเดินทางไม่ค่อยสะดวก แต่ค่าตอบแทนของบุคลากรไม่สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงและเศรษฐกิจใน ปัจจบุ ัน - ประเด็นเกี่ยวกับประเด็นการพัฒนาถนนท่ีเชื่อมต่อไปยังอาเภอแม่อาย จงั หวัดเชียงใหม่ ซึง่ มลี กั ษณะเดยี วกับกลมุ่ ที่ ๒

๒๒ กลุม่ ที่ ๔ ไดใ้ ห้ขอ้ คิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดังนี้ - ประเด็นเก่ียวกับเอกสารสิทธิในท่ีดิน ที่ยังมีความคาบเก่ียวกับพื้นท่ีป่าสงวน แห่งชาติ ทาให้เกิดอุปสรรคต่อการพัฒนาด้านการประกอบอาชีพ การคมนาคม การบริหารจัดการขยะ ที่สถานท่ีกาจัดไม่เพียงพอ ตลอดจนนาไปสู่ปัญหาในการแก้ไขภัยแล้ง ท่ีประชาชนไม่สามารถสร้างแหล่ง กกั เกบ็ นา้ ในพน้ื ทไี่ ด้ - ประเด็นการจัดสรรท่ีดินของสานักงานปฏิรูปท่ีดินเพื่อเกษตรกรรม ไมเ่ ปดิ โอกาสให้ประชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมเท่าทค่ี วร - ประเด็นการเข้าถึงข้อมูลอันเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพเกษตรกรรม ซง่ึ ประชาชนไดม้ กี ารรับรู้ดา้ นขอ้ มูลสารสนเทศคอ่ นข้างน้อย ทาให้ขาดโอกาสในการเขา้ ถึงขอ้ มูลสาคัญๆ กลุ่มที่ ๕ ไดใ้ ห้ข้อคิดเหน็ และข้อเสนอแนะ ดังนี้ - ประเด็นการใช้อานาจของเจ้าหน้าที่รัฐในการบังคับใช้กฎหมายอย่างไม่เป็น ธรรม (ดา่ นลอย) - ประเด็นเกยี่ วกับการไดม้ าซงึ่ สญั ชาติไทย ของประชาชนและเยาวชนในพ้ืนท่ี ซึ่งมลี ักษณะเดียวกับกลมุ่ ท่ี ๑ - ประเดน็ เก่ยี วกบั เอกสารสิทธิในทด่ี ิน ซึง่ มีลกั ษณะเดยี วกบั กลมุ่ ที่ ๔ กล่มุ ที่ ๖ ไดใ้ หข้ อ้ คดิ เห็นและขอ้ เสนอแนะ ดังนี้ - ประเด็นนายทุนเข้าบุกรุก ยึดครอง ปิดก้ันเส้นทางอันนาไปสู่แหล่งน้า สาธารณะ ในพ้ืนที่หมู่ท่ี ๕และหมู่ท่ี ๖ ซึ่งได้มีเอกชนบางรายเข้าถือครองที่ดิน ปิดก้ัน รวมท้ังสงวน หวงกันพ้ืนทอ่ี ันเป็นเส้นทางนาไปสแู่ หลง่ นา้ สาธารณะ ทาใหป้ ระชาชนในพื้นท่ีไม่สามารถเขา้ ถึงแหลง่ น้า ไดอ้ ย่างสะดวก และมปี ัญหาความขดั แย้งอยู่บอ่ ยคร้ัง - ประเด็นเกี่ยวกับการชารุดของฝายกักเก็บน้าในพ้ืนที่ท่ียังไม่มีผู้รับผดิ ชอบหลัก เขา้ ไปดาเนินการแก้ไขปญั หา ทาให้ประชาชนได้รับผลกระทบเกย่ี วกบั การใช้นา้ - ประเด็นการเข้าถึงกฎหมายและข้อมูลด้านวิชาการด้านการเกษตร ของประชาชนในพ้ืนที่ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และมีทีอยู่อาศัยค่อนข้าง ห่างไกล ทาให้มีการรับรู้ข้อมูลทางกฎหมายและวิชาการเกษตรน้อย ทาให้ขาดความรู้ความเข้าใจ ในดา้ นดังกลา่ ว รวมทั้งยังไมค่ ่อยได้รบั การสง่ เสรมิ ในประเดน็ ดงั กล่าวจากภาครฐั - ประเด็นเกย่ี วกับคา่ ตอบแทนของบคุ ลากรทอ้ งท่ี ซ่ึงมีลกั ษณะเดียวกบั กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๗ ได้ใหข้ ้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ดงั นี้ - ประเดน็ เกีย่ วกบั เอกสารสทิ ธใิ นท่ีดิน ใหเ้ กดิ อปุ สรรคต่อการพัฒนาและการแกไ้ ข ปัญหาภัยแลง้ ซงึ่ มลี ักษณะเดยี วกบั กลมุ่ ท่ี ๔

๒๓ ภาพกจิ กรรม ๒.๔ การลงพื้นท่ีกิจกรรมการช่วยเหลือและฟื้นฟูโรงเรียนประสบอุทกภัย ณ โรงเรียนบ้านดอนตะลี โรงเรียนบ้านดอนพันชาด อาเภอตาลสุม และโรงเรียนบ้านกุดก่ัว อาเภอดอนมดแดง จังหวัด อบุ ลราชธานี เม่ือวนั เสารท์ ่ี ๑๙ ตลุ าคม ๒๕๖๒ วนั เสาร์ที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ โรงเรียนบ้านดอนตะลี โรงเรียนบ้านดอนพันชาด อาเภอตาล สมุ และโรงเรียนบ้านกดุ ก่ัว อาเภอดอนมดแดง จังหวดั อุบลราชธานี คณะกรรมการอานวยการโครงการ สมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองประธานกรรมการ คนที่สาม นาคณ ะสมาชิกวุฒิ สภา ลงพื้นท่ีกิจกรรมการช่วยเหลือและฟ้ืนฟูโรงเรียนประ สบอุทกภัย โดยมีรายละเอยี ดและรูปแบบของกจิ กรรม ดงั นี้ เวลา ๐๗.๐๐ นาฬิกา คณะสมาชิกวุฒิสภา ข้าราชการ และส่ือมวลชน พร้อมกัน ณ ท่าอากาศยานทหาร ๒ บน.๖ กองทัพอากาศ ดอนเมือง - รับฟังการบรรยายสรปุ ข้อมูลเบือ้ งต้นเกย่ี วกับการลงพื้นที่โดยกองทพั อากาศ เวลา ๐๗.๓๐ นาฬิกา คณะฯ ออกเดินทางจากท่าอากาศยานทหาร ๒ โดยเครื่องบินขนส่ง ทางอากาศ C ๑๓๐ ไปยังท่าอากาศยาน บน.๒๑ อุบลราชธานี เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา คณะฯ เดนิ ทางถงึ เปา้ หมายท่ี ๑ โรงเรียนบา้ นดอนตะลี อาเภอตาลสุม จงั หวดั อุบลราชธานี ดร. ไตรรัตน์ โคสะสุ ผู้อานวยการเขตพ้ืนท่ีประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๓ กล่าวต้อนรับ และรายงานสภาพความเสยี หายของโรงเรยี น

๒๔ ภาพกิจกรรม นางเพ็ญพักตร์ ศรีทอง เป็นตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา กล่าวต่อประชาชนท่ีมาให้การต้อนรับ สรปุ ความได้วา่ สมาชิกวุฒสิ ภาทุกท่านมคี วามห่วงใยประชาชนในจังหวัดอบุ ลราชธานีท่ีได้รับผลกระทบ จากอุทกภัย โดยวุฒิสภาเป็นส่วนหนึ่งของฝ่ายนิติบัญญัติที่มีหน้าท่ีในการออกกฎหมาย การควบคุม และตรวจสอบการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงหน้าท่ีในการติดตามการปฏิรูปประเทศ โดยสมาชิก วุฒิสภาพร้อมจะรับฟังและรับทราบปัญหาท่ีพ่ีน้องประชาชนประสบอยู่ เพ่ือจะได้ช่วยเหลือและร่วมกัน แก้ไขไปกับทุกภาคส่วน สมาชิกวุฒิสภา กองทัพอากาศ และชมรมภูมิพลังแผน่ ดิน มอบเงินและส่งิ ของให้แก่โรงเรยี น บ้านดอนตะลีและประชาชน และเดินตรวจสภาพความเสยี หายของโรงเรียน ภาพกจิ กรรม

๒๕ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา คณะฯเดินทางไปยัง เป้าหมายที่ ๒ โรงเรียนบ้านดอนพันชาด อาเภอตาลสมุ จังหวดั อบุ ลราชธานี นายสกลวัฒน์ กองสมบัติ ผู้อานวยการโรงเรียนบ้านดอนพันชาด กล่าวต้อนรับและรายงาน สภาพความเสียหายของโรงเรยี น นายตวง อันทะไชย เป็นตัวแทนสมาชิกวุฒิสภา กล่าวต่อประชาชนที่มาให้การต้อนรับ สรปุ ความได้วา่ การที่สมาชิกวุฒิสภาในนามโครงการสมาชกิ วุฒิสภาพบประชาชน นาโดยพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ที่ลงพื้นท่ีในคร้ังนี้ มาด้วยความห่วงใยและมาให้กาลังใจพ่ีน้องประชาชนท่ีได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัย โดยได้รับความร่วมมือจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นกองทัพอากาศ ชมรม ภูมิหลังแผ่นดิน มูลนิธิจ่าแซม สถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ และขอขอบคุณพี่น้องประชาชนท่ีมาให้การ ต้อนรับ สาหรับการประสานงานในการนางบประมาณเพื่อมาฟื้นฟูโรงเรียน โรงเรียนสามารถ ประสานงานผ่านผู้อานวยการเขตพื้นท่ีประถมศึกษาอุบลราชธานี จากนั้นได้กล่าวอวยพรให้พี่น้อง ประชาชนให้มสี ุขภาพแข็งแรง และมีความสขุ กับการดาเนนิ ชีวิตตอ่ ไป สมาชิกวฒุ ิสภา กองทัพอากาศ และชมรมภูมพิ ลังแผน่ ดิน มอบเงินและสิ่งของให้แกโ่ รงเรยี น บ้านดอนพันชาด และประชาชน และเดนิ ตรวจสภาพความเสียหายของโรงเรยี น

๒๖ ภาพกจิ กรรม เวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกา คณะฯ ออกเดินทางไปยัง เป้าหมายท่ี ๓ โรงเรียนบ้านกุดกั่ว อาเภอ ดอนมดแดง จังหวัดอบุ ลราชธานี - ดร. ถาวร คูณิรัตน์ ผู้อานวยการเขตพ้ืนที่ประถมศึกษา อุบลราชธานี เขต ๑ กล่าวต้อนรับ และรายงานสภาพความเสยี หายของโรงเรียน ภาพกจิ กรรม

๒๗ พลอากาศเอก ประจิน จ่ันตอง หัวหน้าคณะสมาชิกวุฒิสภา กล่าวต่อประชาชนที่มาให้การ ต้อนรับ สรุปความได้ว่า สมาชิกวุฒิสภาขอเป็นกาลังใจให้กับพี่น้องประชาชน ครูอาจารย์ นักเรียน ท่ีประสบอุทกภัยในอาเภอดอนมดแดง โดยการลงพ้ืนท่ีของสมาชิกวุฒิสภาในครั้งน้ีได้รับความร่วมมือ จากหลายภาคส่วน ได้แก่ กองทัพอากาศ โดยผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบหมายให้ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นผู้นาคณะในส่วนของกองทัพอากาศ ชมรมภูมิพลังแผ่นดิน และศิลปิน นักแสดงจากช่อง ๓ และช่อง ๘ ที่มาร่วมเป็นกาลังใจให้พ่ีน้องประชาชน โดยในวันนี้ได้มีการนาสิ่งของ และเงินมามอบให้กับโรงเรียน ท้ังนี้ สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยเช่นเดียวกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยบทบาทหน้าที่ของสมาชิกวุฒิสภาจะมีการรับฟังความเห็นข้อเสนอแนะ จากพี่น้องประชาชน เพื่อนาไปสู่การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายต่อไป สาหรับในเร่ืองการฟื้นฟูโรงเรียน มี ผู้รับผดิ ชอบในแต่ละด้านโดยตรงอยู่แล้ว สาหรบั การลงพื้นที่ในคร้ังน้ี นอกจากสิ่งของที่นามามอบให้ จะ มีการประสานให้ทุกภาคส่วนเข้ามาดูแล ฟื้นฟู เพ่ือให้โรงเรียนกลับมามีสภาพที่พร้อมสาหรับการเรียน การสอน อนั จะทาให้จะทาใหค้ รูอาจารย์และนกั เรียนมีคุณภาพชวี ติ ทีด่ ี ทาให้กิจกรรมการเรียนการสอน ดาเนินไปไดด้ ้วยดี จากนน้ั สมาชิกวฒุ ิสภา กองทัพอากาศ และชมรมภูมพิ ลังแผ่นดนิ มอบเงินและส่ิงของใหแ้ ก่ โรงเรียนบ้านกุดก่ัว และประชาชน ต่อจากน้ัน คณะฯ เดินตรวจสภาพความเสียหายของโรงเรียน และร่วมกนั ทาสผี นงั อาคารอเนกประสงค์ ภาพกิจกรรม

๒๘ ๒.๕ การลงพนื้ ท่ีพบเยาวชน ณ จังหวัดนราธิวาส ระหวา่ งวนั พุธที่ ๓๐ – วนั พฤหัสบดีที่ ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ ณ หอ้ ง ๔๐๑ ชน้ั ๔ อาคารคณะวทิ ยาการจัดการ มหาวทิ ยาลัยนราธิวาสราชนครนิ ทร วันพุธที่ ๓๐ – วันพฤหัสบดีที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๒ ณ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร จังหวัดนราธิวาส คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนท่ีพบปะ ประชาชน โดยมีรายละเอียดและรปู แบบของกิจกรรม ดงั น้ี วันพฤหสั บดที ่ี ๓๑ ตลุ าคม ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๐๐ นาฬกิ า นายสมเดช นิลพันธ์ สมาชิกวุฒิสภา ทาหน้าท่ีประธานในพิธีเปิดกิจกรรมโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบเยาวชน ตามโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน โดยกล่าวแนะนาสมาชิกวุฒิสภาและทีม วิทยากรกลุ่มที่ได้ร่วมเดินทางมาจัดกิจกรรมโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชนตามโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชน โดยวัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ เพ่ือที่จะมาทาความรู้จัก และสร้างความคุ้นเคย กับเยาวชนและนักศึกษามหาวิทยาลัยนราธิวาสราช นครินทร์ ที่เปรียบเสมือนต้นกล้าท่ีจะเติบโตสู่การพัฒนาตนให้เป็นพลเมืองของชาติในอนาคตและได้เล่า ประสบการณ์ความเป็นครู ตลอดจนแนะนาเร่อื งราวของสมาชิกวุฒิสภาและบทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเร่ืองการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการปฏิรูป ประเทศ ตลอดจนเร่ืองรับฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจด้านรัฐธรรมนูญและกฎหมายรวมทั้งการ ประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมายมาสนทนาและเสริมความรู้ให้แก่เยาวชน ได้เรียนรู้เป็นประสบการณ์ตรง นอกเหนือจากหลักสูตร เน้ือหาที่ได้เรียนรู้มา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วน ร่วมในการเสนอข้อมูล และข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ให้แก่ท่านสมาชิกวุฒิสภา เพื่อจะได้นาไปสู่การ พิจารณา การกล่ันกรองและการพัฒนากฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึน้ การที่สมาชิกวฒุ ิสภา มาเยีย่ มในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสทีด่ ียิง่ ท่ีจะไดม้ าทาความรจู้ ักและบอกเล่าใหเ้ ยาวชน ซ่งึ เปน็ เสมอื นยวุ ทตู

๒๙ ของสมาชกิ วฒุ ิสภา ได้เป็นแกนนา นาสง่ิ ดี ๆ ไปบอกตอ่ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และประชาชนในหมบู่ า้ น ให้ ทราบโดยทั่วกนั ซ่งึ สมาชกิ วฒุ ิสภาทกุ ท่านทม่ี าในวันน้ี ตา่ งลว้ นเปน็ ผ้ทู ่มี ีความรู้ ความเชยี่ วชาญ มีทกั ษะ ประสบการณ์ในระดับสูงและเคยผ่านงานในฐานะหัวหน้างาน นักบริหารระดับชาติ ระดับท้องถ่ิน และ ระดับหน่วยงานภาคธุรกิจเอกชนท่ีประสบความสาเร็จสูงมาแล้วทั้งส้ินและทุกท่านมีความยินดีที่จะมา พบปะพูดคุย ชี้แนะ สร้างขวัญกาลังใจให้กับน้องเยาวชนทุก ๆ คนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ จึงเชื่อว่า การพบกันครั้งน้ที กุ คนจะไดร้ บั ประโยชน์อย่างสงู สดุ จากนั้น ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพ่ือร่วมกันทากิจกรรมร่วมกับเยาวชนนักศึกษามหาวิทยาลัย นราธิวาสราชนครินทร์ จังหวัดนราธิวาส จานวน ๔ กลุ่ม เพ่ือรับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะจากเยาวชน เก่ยี วกับการปฏิรูปประเทศ ประกอบด้วย กลุ่มท่ี ๑ หนา้ ท่แี ละอานาจของสมาชกิ วฒุ ิสภา กลมุ่ ท่ี ๒ รบั ฟงั ความคดิ เหน็ และทาความเข้าใจดา้ นรฐั ธรรมนญู และกฎหมาย รวมทงั้ การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย กล่มุ ที่ ๓ การปกครองระบอบประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมุข กลมุ่ ท่ี ๔ การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงสกู่ ารพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ภาพกจิ กรรม กลมุ่ ท่ี ๑ หน้าทีแ่ ละอานาจของสมาชกิ วฒุ สิ ภา ทีมวิทยากรกลุ่ม ประกอบด้วย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง นางเสาวคนธ์ จันทรผ์ อ่ งศรี กรรมการ นางสาวดวงหทัย แก้วสกุล นกั ประชาสัมพนั ธช์ านาญการ นางเสาวคนธ์ จันทร์ผ่องศรี กรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน กล่าวแนะนาทีมวิทยากรกลุ่ม ๑ และเพ่ือเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างทีมวิทยากรจึงได้ตั้งกรอบ คาถามจานวน ๕ ข้อ ให้เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น และในแต่ละข้อจะมีสมาชิกวุฒิสภา เป็นผู้เฉลยคาตอบ โดยมีคาถามจานวน ๕ ข้อ ได้แก่ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) หมายถึงใคร ? สมาชิก วฒุ ิสภา (สว.) มีบทบาท หน้าที่อะไร ? สมาชิกวุฒิสภามาเย่ียมมีความรู้สึกอย่างไร การเมืองมีประโยชน์ อยา่ งไร และในเร่อื งการศกึ ษาได้รับส่งิ อานวยความสะดวกอยา่ งไรบ้าง จากนั้น ได้เปดิ โอกาสเยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคดิ เหน็ ส่วนใหญ่ยอมรับว่าไมเ่ คยรู้จกั สมาชิก วฒุ ิสภา แต่รู้สึกเป็นเกียรติท่ีสมาชิกวุฒิสภาและคณะให้ความสาคัญกับเด็กและเยาวชน เพราะไม่เคยมี ใครมาเยี่ยมเยือนมาก่อน สาหรับข้อคาถามที่ว่าการเมืองมีประโยชน์อย่างไร เห็นว่า การเมืองเป็นเรื่อง

๓๐ ใกล้ตัว เพราะการดาเนินกิจกรรมทางการเมืองกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ยกตัวอย่าง เร่ืองการเลือกตั้งตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับประเทศเท่าที่จาความได้มีแต่ การซื้อสิทธิขายเสียง ทั้งที่มีกฎหมายห้าม แล้วเราจะไปฝากอนาคตของชาติไว้กับคนเหล่านี้ได้อย่างไร หากยังเป็นอยู่อย่างนี้ ประเทศชาตกิ ไ็ มเ่ จริญ แล้วจะมีทางแก้ไขอย่างไร พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง กล่าวว่า การเลือกตั้งไม่ว่าจะระดับ ท้องถิ่นหรือระดับประเทศ ส่ิงสาคัญที่สุด คือ การให้ความรู้หรือการให้การศึกษา เมื่อทุกคนได้ความรู้แล้ว ก็จะรู้ได้ว่าเราควรจะเลือกใครเข้าไปบริหารประเทศ สาหรับในข้อถามที่ว่า สมาชิกวุฒิสภา หมายถึงใคร ? สมาชิกวุฒิสภา หมายถึง ผู้มีความรู้ ประสบการณ์ ความเช่ียวชาญ จากหลากหลายอาชีพ ท้ังน้ี เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตามบทหลักในมาตรา ๑๐๗ และตามบทเฉพาะกาลในมาตรา ๒๖๙ สาหรับในข้อท่ีว่า สมาชิกวุฒิสภามีบทบาท หน้าที่อะไร นั้น สมาชิกวุฒิสภามีบทบาทหน้าท่ีและอานาจ ในการตรวจสอบและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ท้ังนี้ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๖ โดยในคาถามนี้นกั เรียนสว่ นใหญส่ ามารถตอบคาถามไดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง ส่วนในเร่อื งการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลพยายามส่งเสริมโดยกาหนดให้เงินเดือนหนึ่งหม่ืนห้าพันบาทต่อเดือนสาหรับผู้จบ ปริญญาตรี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนท่ีมีใบปริญญาบัตรจะได้รับเงินเดือนหน่ึงหม่ืนห้าพันบาทต่อ เดอื น จากนั้นมารฐั บาลจึงหันเขา้ มาเนน้ ทางด้านวิชาชีพ หรอื ทางดา้ นอาชวี ศึกษา ภายหลงั จากการรบั ฟังความคิดเหน็ และทาความเขา้ ใจเก่ยี วกับรัฐธรรมนญู และกฎหมาย รวมท้ัง การประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย จากเยาวชนนักศึกษาภายในกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มท่ี และได้ส่งตัวแทนกลุ่มท่ี ๑ ไปนาเสนอข้อความคิดเก่ียวกับกฎหมายในมุมมองของเยาวชนนักศึกษาจาก การเรียนรกู้ ารเข้าถึงกฎหมาย สรุปความไดด้ งั นี้ ๑. สมาชกิ วฒุ สิ ภา (ส.ว.) หมายถงึ ใคร ? ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มที่ ๑ เห็นว่า ส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จัก รู้แต่เพียงว่าสมาชิก วุฒิสภา มีท่ีมาจากทหารและส่วนใหญ่เป็นทหาร แต่พอได้รับคาอธิบายจากท่านสมาชิกวุฒิสภาแล้ว ทาใหร้ วู้ า่ ปจั จุบนั สมาชิกวุฒสิ ภา จานวน ๒๕๐ คน มีท่ีมาจากหลากหลายอาชีพเชน่ กันเพยี งแตใ่ นชว่ ง ๕ ปแี รก รฐั ธรรมนูญกาหนดให้มที ม่ี าจาก ๓ สว่ น ประกอบดว้ ย ๑.๑ มาจากการเลือกกันเองในระดับอาเภอ ระดับจงั หวัด และระดับประเทศ จานวน ๒๐๐ คน จากนน้ั สง่ ใหค้ ณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ คดั เลอื กใหเ้ หลือ จานวน ๕๐ คน ๑.๒ มาจากคณะกรรมการสรรหาคัดเลือก จานวน ๔๐๐ คน จากน้ันส่งให้ คณะกรรมการสรรหาที่แต่งต้ังโดยคณะรักษาความสงบแหง่ ชาติ คดั เลือกใหเ้ หลอื จานวน ๑๙๔ คน ๑.๓ มาโดยตาแหน่ง จานวน ๖ คน ๒. สมาชกิ วฒุ สิ ภา (สว.) มีบทบาท หนา้ ท่อี ะไร ? ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มท่ี ๑ เห็นว่า สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มีบทบาทหน้าท่ี ในดา้ นการพิจารณากฎหมาย รับฟงั และสะทอ้ นความคิดเห็นของประชาชน ๓. สมาชกิ วุฒสิ ภามาเยี่ยมมีความรู้สกึ อยา่ งไร ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มที่ ๑ รู้สึกเป็นเกียรติท่ีสมาชิกวุฒิสภาและคณะให้ ความสาคัญกบั เดก็ และเยาวชน เพระไมเ่ คยมีใครมาเยย่ี มเยือนมากอ่ น ๔. การเมืองมีประโยชน์อยา่ งไร ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มท่ี ๑ รู้สึกการเมืองเป็นเร่ืองใกล้ตัว เพราะการดาเนิน กิจกรรมทางการเมืองกระทบตอ่ สิทธิและเสรภี าพของประชาชน

๓๑ ๕. ในเรื่องการศึกษาไดร้ ับส่ิงอานวยความสะดวกอยา่ งไรบา้ ง ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มที่ ๑ เห็นว่า การจัดการศึกษาบางอย่างในปจั จบุ ันยังไม่ ตอบโจทก์ เน่ืองจากยงั มีความเหล่ือมล่าทั้งในดา้ นฐานะ และภาษาทใี่ ช้ในการเรยี นการสอน อปุ กรณก์ าร เรียนการสอนมีความแตกต่างกัน รวมถึงการเรียน ของนักศึกษาวิชาทหาร รด. จะเรียนเรื่อง ประวตั ศิ าสตร์ อดุ มการณร์ ักษาชาติและคาสอนของพระราชา ข้อเสนอแนะ ๑. ในเร่ืองที่มาของสมาชิกวุฒิสภา ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มที่ ๑ เห็นว่า อยาก ให้สมาชกิ วุฒิสภามีท่มี าจากหลากหลายสาขาอาชพี ๒. ในเรื่องการศึกษา เยาวชนต้องการให้มหาวิทยาลัยอานวยความสะดวกเก่ียวกับอุปกรณ์การ เรียนการสอน เช่น อุปกรณ์การแพทย์ อุปกรณ์วิทยาศาสตร์ เป็นต้น พร้อมทั้ง การพัฒนาหลักสูตรท่ี ตอบสนองความต้องการของนกั ศกึ ษา และเสนอแนะใหม้ หาวทิ ยาลัยมีการจัดการเรือ่ งการส่อื สาร/ภาษา ถิน่ อยา่ งเหมาะสม ๓. ในเรื่องเศรษฐกิจ/การสร้างอาชีพ เยาวชนเสนอให้รฐั บาลเข้ามาดูแลเรื่องการสรา้ งงาน สรา้ ง อาชีพ เน้นวิชาชีพโดยมีสถาบันฝึกสอนโดยตรง เน้นให้ความรดู้ ้านการศึกษา เพิ่มช่องทางในการค้าขาย และการแปรรปู ผลิตภัณฑ์ เพ่ือสร้างอาชีพให้กับเยาวชนและประชาชน ซ่ึงจะช่วยลดปัญหาการว่างงาน และการย้ายถ่นิ ฐานไปทางานทกี่ รงุ เทพมหานคร ๔. ในเร่ืองการซื้อสิทธิ์ขายเสียง/คอรัปช่ัน เยาวชนต้องการให้นักการเมืองเป็นตัวแทน ของ ประชาชนท่ีแท้จริง ไม่มีการซื้อสิทธ์ิขายเสียง และนาเสนอนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แก้ไข ปญั หาความเดอื ดรอ้ นของประชาชนอยา่ งแท้จริง ๕. ในเรือ่ งนโยบายของรัฐบาล (ชิม ชอ็ ป ใช้) เยาวชนมองว่านโยบายดังกลา่ ว ไม่กระจายรายได้ สู่ท้องถิ่น และไม่สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะรายได้ส่วนใหญ่ก็ยังคงกระจุกตัวอยู่ ท่ี กรงุ เทพมหานคร รวมทัง้ บรษิ ัทและห้างขนาดใหญ่เท่าน้นั ทไี่ ด้รับผลประโยชน์ ๕. ในเร่ืองการสนับสนุนด้านกีฬา เยาวชนมองว่ารัฐบาลควรสนับสนุนโครงการด้านกีฬา และบุคลากรดา้ นกฬี าอย่างต่อเนอ่ื ง ภาพกจิ กรรม กลมุ่ ท่ี ๑

๓๒ กล่มุ ที่ ๒ รบั ฟังความคิดเหน็ และทาความเขา้ ใจด้านรธั ธรรมนญู และกฎหมาย รวมท้งั การประเมนิ ผลสัมฤทธ์ขิ องกฎหมาย ทีมวิทยากรกลุ่ม ประกอบด้วย นางสาวปิยฉัฏฐ์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภา นายบรรหาร กาลา ผ้บู ังคับบัญชากลมุ่ งานรองประธานวฒุ ิสภา คนทห่ี น่ึง นายยุทธนากรณ์ ผมหอม นติ ิกรชานาญการ นางสาวปิยฉัฏธ์ วันเฉลิม สมาชิกวุฒิสภา กล่าวแนะนาทีมวิทยากรกลุ่ม ๒ พร้อมกับสร้าง ความคุ้นเคยกับน้อง ๆ เยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มในวันน้ี โดยได้ตั้งคาถามให้น้องเยาวชนได้แสดง ความคิดเห็นในเรอ่ื งของการเข้าถึงกฎหมายสาหรับเยาวชน พร้อมทั้งมีแนวข้อเสนอแนะ ซ่งึ บรรยากาศ ในวงเสวนากลุ่มเป็นไปด้วยความเรียบร้อย น้อง ๆ เยาวชนสนุกสนานและได้แสดงความคิดเห็นกัน หลากหลาย ภายหลังจากการรับฟงั ความคดิ เหน็ และทาความเข้าใจเกีย่ วกบั รัฐธรรมนญู และกฎหมาย รวมทั้ง การประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมาย จากเยาวชนนักศึกษาภายในกลุ่มได้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ และได้ส่งตัวแทนกลุ่มท่ี ๒ ไปนาเสนอข้อความคิดเก่ียวกับกฎหมายในมุมมองของเยาวชนนักศึกษา จากการเรียนรูก้ ารเขา้ ถึงกฎหมาย สรปุ ความไดด้ ังนี้ ๑. การเข้าถงึ กฎหมาย ถ้าพูดถึงกฎหมายในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มท่ี ๒ เห็นว่า การเข้าถึงกฎหมาย สามารถกระทาได้โดยง่าย เพราะปัจจุบัน สามารถศึกษาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ได้ง่าย เป็นโลกที่เปิด กว้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) อาทิ Google Facebook เว็บไซต์ต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์ของวุฒิสภา แต่การเข้าถึงกฎหมายก็เป็นอุปสรรค สาหรับผู้สูงอายุ ท่ีไม่สามารถเข้าถึงสื่อเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เป็นเหตุให้กลุ่มคน เหล่าน้ไี ด้รบั ร้ขู ่าวสารในด้านกฎหมายน้อย เป็นต้น ๒. ความรู้ความเข้าใจในทางกฎหมาย ในมุมมองของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มที่ ๒ เห็นว่า กฎหมายอ่านแล้วไม่เข้าใจ หรือเข้าใจ ยากเพราะใช้คาศพั ท์เฉพาะหรอื มคี วามซับซอ้ น ๓. ข้อเสนอแนะ ๑) ไม่อยากให้มีการเลือกปฏิบัติในการบังคับใช้กฎหมาย อยากให้มีการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน เพอ่ื ลดความเหลอ่ื มลา้ ๒) ขจดั การทจุ รติ ในสังคม และในทกุ ๆ ด้าน เช่น ดา้ นการศกึ ษา ดา้ นการประกอบอาชีพ ๓) ให้มีการพัฒนาแหลง่ ท่องเทยี่ วจงั หวดั นราธวิ าส โดยบงั คับใชก้ ฎหมายในสถานทที่ อ่ งเท่ียว อย่างเคร่งครดั ๔) ให้ความสาคญั กบั การศึกษาภาคบังคับอยา่ งจริงจงั ๕) สร้างความน่าสนใจในการเรียนรู้กฎหมาย จากน้ัน พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง อธิบายเพิ่มเติมว่า ในมุมมอง ของเยาวชนและนักศึกษากลุ่มท่ี ๒ ท่ีเห็นว่า การเข้าถึงกฎหมายสามารถกระทาได้โดยง่าย เพราะ ปัจจุบัน สามารถศึกษาผ่านทางช่องทางต่าง ๆ ได้ง่าย เป็นโลกที่เปิดกว้างผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) อาทิ Google Facebook เว็บไซต์ ต่าง ๆ รวมถึงเว็บไซต์ของวุฒิสภา ถือได้ว่าเป็นมุมมองที่ถูกต้อง เพราะตนเองเดิมท่ีมีอาชีพเป็นทหาร ไม่ได้เรียนกฎหมาย พอได้รับการแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติถึงได้เข้าใจ ภาษากฎหมายเป็นส่ิงที่เข้าใจยาก เพราะภาษากฎหมายเป็น การใช้คาศัพท์เฉพาะที่เป็นทางการทาให้ เกิดการตีความ แต่ส่ิงที่ต้องระวังให้มาก คือ การศึกษาผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือ

๓๓ เครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) เพราะมีทั้งที่เป็นเร่ืองจริงและเรื่องที่เป็นความเท็จ ดังน้ัน การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเครือข่ายสังคมออนไลน์ (Social Network) ต้องรู้จัก ประมวลผลกลน่ั กรองให้ดกี อ่ นเสมอ ตอ้ งรูจ้ ักใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์จงึ จะถอื วา่ เปน็ สิง่ ทีถ่ กู ตอ้ ง สาหรับประเด็นเรื่องความเหลื่อมล่า โดยท่ีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๖๕ กาหนดให้รัฐพึงจัดให้มียุทธศาสตร์ชาติ เพ่ือเป็นเป้าหมายต่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ตามหลัก ธรรมาภิบาล และเพ่ือใช้เป็นกรอบในการจัดทาแผนต่าง ๆ ให้สอดคล้องและบูรณาการ ต่อมามีการจัดทา ยุทธศาสตร์ชาตสิ าเร็จและมีการประกาศใช้เม่ือวนั ท่ี ๑๓ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ และยุทธศาสตร์ชาติ ๖ ด้าน ทส่ี าคัญประการหนึ่ง คือ ยุทธศาสตรช์ าตดิ า้ นการสรา้ งโอกาสและความเสมอภาคทางสงั คม มเี ป้าหมายการ พัฒนาท่ีสาคัญท่ีให้ความสาคัญ การดึงเอาพลังของภาคส่วนต่าง ๆ ทั้งภาคเอกชนประชาสังคม ชุมชน ท้องถ่ิน มาร่วมขับเคล่ือน โดยการสนับสนุนการรวมตัวของประชาชนในการร่วมคิดร่วมทาเพ่ือส่วนรวม การกระจายอานาจและความรับผิดชอบไปสู่กลไกบริหารราชการแผ่นดินในระดับท้องถิ่น การเสริมสร้าง ความเขม้ แขง็ ของชุมชนในการจดั การตนเอง และการเตรียมความพร้อมของประชากรไทย ทัง้ ในมิตสิ ุขภาพ เศรษฐกิจ สังคม และสภาพแวดล้อม ให้เป็นประชากรท่ีมีคุณภาพ สามารถพึ่งตนเองและ ทาประโยชน์แก่ครอบครัว ชุมชน และสังคมให้นานท่ีสุด โดยรัฐให้หลักประกันการเข้าถึงบริการและ สวัสดกิ ารท่ีมคี ณุ ภาพอยา่ งเป็นธรรมและท่วั ถงึ และรฐั บาลชดุ นี้ก็ให้ความสาคัญ ภาพกิจกรรม กลุ่มที่ ๒

๓๔ กล่มุ ที่ ๓ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเปน็ ประมุข ทีมวิทยากรกลุ่ม ประกอบด้วย รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน กรรมการ และพันเอก เลิศรบ ศรีกติ ตยากรณ์ กรรมการ รศ.ทวีศักดิ์ สูทกวาทิน กรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภา กล่าวแนะนาทีม วิทยากรกลุ่ม ๓ พร้อมกับสร้างความคุ้นเคยกับน้อง ๆ เยาวชนท่ีเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่มในวันน้ีพร้อมกับ นาเสนอหัวข้อสนทนาของกลุ่มท่ี ๓ ในประเด็นเรื่อง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยเปิดรับฟังความคิดเห็นจากน้อง ๆ เยาวชน กลุ่มท่ี ๓ ซึ่ง เยาวชนส่วนใหญ่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมขุ โดยมีสว่ นรว่ มในการเสนอความคดิ เห็นตามความเข้าใจ และสรุปได้ว่า ระบอบการเมือง การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีอานาจ ๓ ฝ่าย คือ นิตบิ ัญญัติ บริหาร ตุลาการ อานาจในการปกครองเป็นอานาจของประชาชน มีวิธีการเลอื กตั้งเป็น วิธีการเลือกผู้แทนในการใช้อานาจของประชาชน การดาเนินการต่าง ๆ จะเป็นไปตามเสียงส่วน ใหญ่ของประเทศแต่ไม่ละเลยการฟังเสียงส่วนน้อย ในการใช้อานาจของพระมหากษัตริยน์ ั้นจะทรง ใช้อานาจผ่านทางอานาจท้ัง ๓ ฝ่าย เร่ืองต่าง ๆที่สาคัญ ๆ ผู้ใช้อานาจแทนประชาชนจะต้องนา เร่ืองเหล่าน้ันให้ทรงลงพระปรมาภิไธย เพ่ือพระองค์จะได้ทรงรับทราบและเสนอความเห็น ให้คาแนะนาหรือข้อเสนอแนะในกรณีที่ไม่ถูกต้องและส่งผลเสียหายต่อประชาชนเป็นส่วนใหญ่ รวมท้ังนกั ศึกษาได้แสดงความรสู้ กึ รับรู้ถึง ความรักความห่วงใยของพระองค์ทา่ นต่อประชาชน และ ความใกล้ชิดของพระมหากษัตริย์กับประชาชนของพระองค์ท่าน เช่น โครงการพระราชดาริต่าง ๆ ท่ชี ว่ ยขจดั ปัดเป่าความเดือดรอ้ นให้กับประชาชน ขอ้ เสนอแนะ ๑. ระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขเปน็ ระบบทีม่ ีการนามาเป็นแบบอยา่ ง เพราะเป็นระบอบที่มีคณุ ธรรมและมีศกั ยภาพ ๒. ระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เปน็ ระบบท่ยี ดึ เสยี งข้างมากแต่ไมล่ ะเลยเสียงข้างนอ้ ย ๓. ระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบทมี่ ีคุณธรรม ๔. ระบอบการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นระบบการปกครองท่มี ฐี านทมี่ าจากประชาชน ภาพกจิ กรรม กลุ่มที่ ๓

๓๕ กลุ่มที่ ๔ การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษธกิจพอเพียงสกู่ ารพฒั นาคุณภาพชีวติ ทมี วทิ ยากรกลมุ่ ประกอบดว้ ย นายสมเดช นิลพนั ธ์ สมาชกิ วุฒสิ ภา นางสาวปยิ ฉฏั ฐ์ วนั เฉลมิ สมาชิกวฒุ สิ ภา นายสมเดช นิลพันธ์ สมาชิกวฒุ ิสภา กล่าวแนะนาทีมวทิ ยากรกล่มุ ๔ และเพ่อื เป็นการสร้าง ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งทีมวิทยากรกับนอ้ ง ๆ เยาวชนนักศึกษา โดยการนอ้ มนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจ พอเพียงสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตมาให้เยาวชนได้ร่วมกันแสดงความคิดเห็น “เศรษธกิจพอเพียง” เป็น ปรัชญาทพ่ี ระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดาริช้แี นะแนวทาง การดาเนินชีวิตแก่พสก นิกรชาวไทยมาโดยตลอดนานกว่า ๒๕ ปี ตั้งแต่ก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจ และเม่ือภายหลังได้ ทรงเน้นย้าแนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้น และสามารถดารงอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยนื ภายใต้กระแส โลกาภิวตั นแ์ ละความ เปลีย่ นแปลงตา่ งๆปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง เป็นปรชั ญาชีถ้ งึ แนวการดารงอยู่ และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ต้ังแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ ท้ังในการ พัฒนาและบริหารประเทศให้ดาเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจ เพ่ือให้ก้าวทัน ต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจาเป็นที่ จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควร ต่อการกระทบใดๆ อันเกิดจากการเปล่ียนแปลงท้ังภายใน ภายนอก ทั้งนี้ จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และความระมัดระวงั อย่างย่ิงในการนาวชิ าการ ต่างๆ มาใช้ในการวางแผนและการดาเนินการ ทุกข้ันตอน และขณะเดียวกัน จะต้องเสริมสร้างพ้ืนฐาน จิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐ นักทฤษฎี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีสานึกใน คณุ ธรรม ความซ่ือสัตยส์ จุ ริต และใหม้ ีความรอบร้ทู ่ีเหมาะสม ดาเนนิ ชีวติ ด้วยความอดทน ความเพียร มี สติ ปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดลุ และพร้อมต่อการรองรบั การเปลย่ี นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และ กว้างขวาง ท้ังดา้ นวตั ถุ สงั คม สิง่ แวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอยา่ งดี หลังจากการรับฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิต และได้ส่งตัวแทนกลุ่มที่ ๔ ออกไปนาเสนอข้อความคิด สรุปความได้ว่า ความพออยู่พอกิน พอใช้ และความไม่ฟุ่มเฟือย การดารงชีวิตอยู่อย่างพอเพียง รู้จักการกินอยู่อย่าง ประหยัด อาทิ การทาสวน ปลกู ผกั สวนครัว เล้ียงปลา รจู้ ักใชท้ รพั ยากรกรที่มใี หเ้ กิดประโยชนส์ งู สดุ ข้อเสนอแนะ ๑. อยากได้โครงการดี ๆ โดยใหส้ ว่ นองค์การบรหิ ารสว่ นตาบลจัดกิจกรรมจิตอาสา เพ่ือให้คนใน ชุมชนมีจิตสาธารณะและสรา้ งความสามัคคี

๓๖ ๒. ในเรื่องศูนย์เศรษฐกิจการเรียนรู้ เยาวชนต้องการให้ในพื้นที่ของตนเองมีศูนย์เศรษฐกิจ การเรยี นรู้ ซ่ึงสอนอาชพี สอนการทาเกษตรผสมผสาน เช่น การปลูกผกั การเพาะเห็ดฟาง เป็นตน้ การ หาแหลง่ ตลาด และการแปรรูปผลิตภณั ฑ์ ๓. ในเรื่องการส่งเสริมความรู้ เยาวชนต้องการให้มีการส่งเสริมความรู้เก่ียวกับการประกอบ อาชีพ การเพ่ิมมูลค่าสินค้าเกษตร และการยกระดับวิถีชีวิตในชุมชน/สินค้าเกษตรภายในชุมชนให้เป็น สินคา้ สง่ ออกท่ีสร้างรายได้ใหก้ ับชุมชนได้ ๔. ในเร่ืองการคมนาคม บางชุมชนไม่มีถนนสาหรับการจราจร และการขนส่งสินค้า เยาวชน จึงต้องการใหห้ น่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเร่งดาเนนิ การ ภายหลังเยาวชนทงั้ ๔ กลุ่ม ไดน้ าเสนอเสร็จแล้ว เยาวชนท้ังหมดไดร้ ว่ มกันชมคลปิ วีดีโอที่จัดทา โดยเยาวชนในพืน้ ทจ่ี ังหวดั ชายแดนภาคใต้ปจั จุบนั ทางานอยู่ท่ีสานกั งานเลขาธิการวฒุ สิ ภา จากนั้น พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหนึ่ง ได้กล่าวปิดกิจกรรมสมาชิก วุฒิสภาเยาวชน ณ จังหวัดนราธิวาส และขอขอบคุณลูกหลานเยาชนทุกคนที่ได้ให้ความร่วมมือเข้าร่วม กิจกรรมในครัง้ นี้ ขอบคุณและสวัสดี ภาพกิจกรรม กลุม่ ท่ี ๔

๓๗ ๒.๖ การลงพ้ืนท่ีพบเยาวชน ณ จังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันพฤหัสบดีท่ี ๒๑ – วันศุกร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ หอ้ งประชมุ แก่นเก้า วิทยาลัยอาชีวศกึ ษาขอนแก่น วันศุกร์ท่ี ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ณ ห้องประชุมแก่นเก้า วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น จังหวัดขอนแกน่ คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สงิ ห์ศกึ สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่พบปะพบเยาวชน โดยมีรายละเอยี ดและรปู แบบของกจิ กรรม ดังน้ี วนั ศกุ ร์ท่ี ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬกิ า พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ สมาชิกวฒุ ิสภาพบประชาชน : กิจกรรมสมาชิกวุฒสิ ภาพบเยาวชน โดยกลา่ วแนะนาสมาชิกวุฒิสภาและทีม วิทยากรกลุ่มท่ีได้ร่วมเดินทางมาจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน : กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบ เยาวชน โดยวัตถปุ ระสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน ในคร้ังนี้ มีวัตถปุ ระสงคเ์ พื่อท่ีจะมาทา ความร้จู ัก และสร้างความคุ้นเคย กับเยาวชนและวิทยาลัยอาชวี ศกึ ษาขอนแก่น ทเ่ี ปรียบเสมอื นตน้ กลา้ ทีจ่ ะ เติบโตสู่การพัฒนาตนให้เป็นพลเมืองของชาติในอนาคต ตลอดจนแนะนาเร่ืองราวของสมาชิกวุฒิสภาและ บทบาทหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ว่าเร่ืองสาคัญท่ีสุดของสมาชิก วุฒิสภาชุดน้ี คือ การปฏิรูปประเทศให้ได้ภายใน ๕ ปี ถือเป็นงานหลักที่รัฐธรรมนูญได้กาหนดไว้ในบท เฉพาะกาล ซึ่งจากก่อนที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันจะเกิดข้ึน ประชาชนได้เรียกร้องให้มีการปฏิรูปประเทศ จนนามาสู่การเลือกต้ังสมาชิกวุฒิสภาตามรัฐธรรมนูญ ขณะนี้วุฒิสภาได้มีการแบ่งกลุ่มในการติดตาม ตรวจสอบ ตามกรอบที่กาหนดโดยแบ่งออกเป็น ๗ กลุ่มจังหวัด ตามการแบ่งภาคของกระทรวงมหาดไทย คือภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคเหนือตอนบน และภาคเหนือตอนล่าง โดยจะมีการแบ่งกลุ่มสมาชิกวุฒิสภาประจาแต่ละกลุ่ม โดยภายใน ๕ ปีนี้ สมาชิกวุฒิสภาที่อยู่กลุ่มจังหวัดใดจะเจาะจงอยู่ในกลุ่มจังหวัดน้ัน ในการลงพ้ืนที่ซ้า ๆ ใน ๕ ปี เพ่ือสร้างความคนุ้ เคย สร้างความรู้เก่ียวกบั ขนบธรรมเนียมประเพณีของประชาชนในแต่ละพ้ืนท่ใี ห้ มีความชัดเจน รวมท้ังส่งเสริมเร่ืองการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการปฏิรูปประเทศ ตลอดจน เรื่องรบั ฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจด้านรัฐธรรมนูญและกฎหมายรวมทั้งการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ กฎหมายมาสนทนาและเสรมิ ความรู้ให้แก่เยาวชน ได้เรยี นรู้เป็นประสบการณ์ตรง นอกเหนือจากหลักสูตร เนื้อหาท่ีได้เรียนรู้มา พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้เยาวชนท่ีได้เข้าร่วมกิจกรรมมีส่วนร่วมในการเสนอข้อมูล และข้อเสนอแนะท่ีสร้างสรรค์ ให้แก่ท่านสมาชิกวุฒิสภา เพื่อจะได้นาไปสู่การพิจารณา การกล่ันกรอง และการพฒั นากฎหมาย ไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขนึ้ การทีส่ มาชกิ วฒุ สิ ภามาเย่ียมในคร้งั นี้ ถือเป็น โอกาสท่ีดีย่ิง ท่ีจะได้มาทาความรู้จกั และบอกเล่าให้เยาวชน ซึ่งเป็นเสมือนยุวทูตของสมาชิกวุฒิสภา ได้ เป็นแกนนา นาสิ่งดี ๆ ไปบอกต่อ พ่อ แม่ ผู้ปกครอง และประชาชนในหมู่บ้าน ให้ทราบโดยทั่วกัน ซ่ึง สมาชิกวุฒิสภาทุกท่านที่มาในวันน้ี ต่างล้วนเป็นผู้ที่มีความรู้ ความเช่ียวชาญ มีทักษะ ประสบการณ์ใน ระดับสูงและเคยผ่านงานในฐานะหัวหน้างาน นักบริหารระดับชาติ ระดับท้องถิ่น และระดับหน่วยงาน ภาคธุรกิจเอกชนที่ประสบความสาเร็จสูงมาแล้วท้ังสิ้นและทุกท่านมีความยินดีท่ีจะมาพบปะพูดคุย ชแี้ นะ สร้างขวัญกาลงั ใจให้กบั นอ้ งเยาวชนทกุ ๆ คนท่ีเข้ารว่ มกิจกรรมในครง้ั นี้ จงึ เชือ่ ว่าการพบกนั คร้ังน้ี ทกุ คนจะได้รบั ประโยชน์อย่างสูงสุด จากนั้น ได้มีการแบ่งกลุ่มย่อยเพื่อร่วมกันทากิจกรรมร่วมกับเยาวชนนักศึกษาวิทยาลัย อาชีวศึกษาขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น จานวน ๑๐ กลุ่ม เพื่อรับฟังข้อมูลข้อเสนอแนะจากเยาวชน ประกอบด้วย

๓๘ กลุม่ ที่ ๑ และกลมุ่ ท่ี ๒ ความร้เู รือ่ ง สมาชิกวฒุ ิสภาและบทบาทหน้าท่ี กลมุ่ ที่ ๓ และกลุม่ ท่ี ๔ รบั ฟงั ความคิดเหน็ และทาความเข้าใจดา้ นกฎหมาย และรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย กลุ่มที่ ๕ และกลุม่ ที่ ๖ การประเมินผลสัมฤทธ์ิของกฎหมาย และปัญหา ผลกระทบของกฎหมายทีอ่ อกมาใช้บงั คบั ในปัจจบุ นั กลมุ่ ที่ ๗ และกลุม่ ที่ ๘ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเปน็ ประมขุ กล่มุ ที่ ๙ และกลมุ่ ที่ ๑๐ การน้อมนาหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สู่การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ ท้ังนี้ หลังการจัดกิจกรรมกลุ่ม ตัวแทนนักศึกษาทั้ง ๑๐ กลุ่มได้นาเสนอความเห็น โดย สว่ นใหญ่ เสนอความเหน็ วา่ ท่ีผ่านมาไม่คอ่ ยเข้าใจกับบทบาทหน้าทขี่ องวฒุ ิสภา และการเมอื งไทย การท่ี สมาชกิ วุฒสิ ภาได้มาพบปะเยาวชน ทาใหไ้ ด้รับรู้รบั ทราบในเรอื่ งทีไ่ ม่รู้ เช่น บทบาทของวุฒิสภาในฐานะ ผู้มีความเชี่ยวชาญในแต่ละด้านซึ่งเข้ามาช่วยกล่ันกรองการออกกฎหมาย เร่ืองของสิทธิเสรีภาพ และ หนา้ ทขี่ องประชาชนตามกฎหมาย รวมถึงการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมพี ระมหากษัตรยิ ์ทรง เปน็ ประมขุ ภายหลังจาก การนาเสนอของผู้แทนนักศึกษาท้ัง ๑๐ กลุ่ม พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวฒุ สิ ภา คนทีห่ นง่ึ ได้เปดิ โอกาสให้นกั ศึกษาไดซ้ กั ถาม โดยการยกมอื ถาม และส่งคาถามผา่ น แอพพลิเคช่ัน ซึ่งได้มี นักศึกษา ซักถามเก่ียวกับ ความจาเป็นในการมีเรือดาน้าเพื่อป้องกันประเทศของ ประเทศไทย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้อธิบายโดยยกตัวอย่าง ประวตั ิศาสตรใ์ นอดตี ซงึ่ ประเทศไทยไดม้ ีถกู ฝรัง่ เศสนาเรอื รบมาจอดหนา้ พระบรมมหาราชวัง จนเกิดเปน็ สนธิสญั ญาเบาวริ่ง ให้ประเทศไทยต้องเสยี สิทธิสภาพนอกอาณาเขต หลังเหตุการณค์ รง้ั น้ัน ประเทศไทย ได้พยายามพัฒนากองทพั เพอื่ มิใหถ้ กู รกุ รานและขม่ ขูท่ างอธปิ ไตย ทง้ั การสรา้ งป้อมพระจลุ จอมเกล้า การ มีเรือรบหลวงท่ีมีสมรรถนะในการรบสูง ทาให้ศักยภาพของกองทัพเรือไทยสมัยหนึ่งเรียกได้ว่าประเทศ ไทยมีแสนยานุภาพทางทะเลในแถบตะวันออกเฉียงใต้ จนเม่ือมีเหตุรบกับฝรั่งเศสอีกคร้ัง ในยุทธนาวีเกาะชา้ ง แม้วา่ การรบครัง้ นั้นประเทศไทยจะสามารถปอ้ งกันการรกุ รานไดส้ าเร็จ แตก่ ป็ ระสบ ความสูญเสียอย่างมาก มากกว่าฝ่ายฝร่ังเศสซึ่งรุกรานประเทศไทยไม่สาเร็จ ซ่ึงเป็นบทเรียนให้กองทัพ ตระหนักว่าการเตรียมความพร้อมในการรบมีความจาเป็นและสาคัญ โดยเฉพาะปัจจุบันประเทศรอบ ด้านไทย ยกเว้นประเทศลาวที่ไม่มีทางออกทะเล ล้วนมีเรือดาน้า ทั้งมาเลเซีย เวียดนาม และล่าสุด ประเทศพม่าก็มีการสั่งซ้ือเรอื ดาน้าเข้าประจาการแล้ว ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าจะไม่เกดิ การรุกราน กันอีกในอนาคต คาถามต่อมา มีนักศึกษาสอบถามเกี่ยวกับเร่ืองของการศึกษา โดยสอบถามการให้ ครูมีเวลาในการสอบนักเรียนมากกว่าการทาผลงานเอกสาร หรือการประเมินโรงเรียน ซึ่ง นายออน กาจกระโทก สมาชิกวฒุ ิสภา ได้ตอบวา่ ปัจจุบันได้มีการพยายามเปลี่ยนแนวทางการประเมินผลงานจาก เอกสารเป็นให้บุคลากรครปู ระเมินผลงานจากเพือ่ นครูกันเอง รวมทงั้ ขณะนี้ คณะกรรมาธิการการศึกษา ทั้งของวุฒิสภาและของสภาผู้แทนราษฎร กาลังศึกษาร่างพระราชบัญญัติที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่า ว ซึง่ คาดวา่ จะใช้เวลาไมน่ าน นอกจากน้ี ได้มีนักศึกษาสอบถามเกี่ยวกับการเปิดเสรีทางการค้าว่าจะทาให้คนไทย เสียเปรียบทั้งทางด้านการค้า และการมีงานทาหรอื ไม่ นางจินตนา ชัยยวรรณาการ สมาชิกวุฒิสภา ได้ ตอบข้อซักถาม โดยช้ีแจงว่า การเปิดเสรีทางการค้าจะเป็นเรื่องของการผ่อนปรนมาตรการทางภาษีใน การนาเขา้ ส่งออกสนิ ค้า รวมถึงการให้โควตาสนิ ค้าต่างประเทศ ซงึ่ จะไมไ่ ด้เก่ยี วข้องกบั การจา้ งงาน หรือ

๓๙ แรงงาน แต่ขอให้ขอแนะนาว่า หากนักศึกษาและคนไทยพยายามพัฒนาตนเองเสมอ ๆ ให้สามารถ แขง่ ขนั กับคนอื่นได้ ไม่วา่ สถานการณใ์ ด เรากจ็ ะสู้กบั คนอนื่ ได้ ไม่มที างทีจ่ ะไมม่ งี านทา ท้ังนี้ เม่ือได้เวลาอันสมควร พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้กล่าวปิดการจัดโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน : กิจกรรมสมาชิกวุฒิสภาพบเยาวชน ณ วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น และเชิญนักศึกษาร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกับสมาชิก วฒุ สิ ภา และคณะกรรมาการอานวยการโครงการสมาชิกวฒุ สิ ภาพบประชาชน ในช่วงบ่าย สมาชิกวุฒิสภา และคณะกรรมาการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภา พบประชาชน ได้ศึกษาดูงานการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น ในสาขาวิชา คหกรรม สาขาวิชาการท่องเท่ียว และสาขาวชิ าการโรงแรม กอ่ นการเดนิ ทางกลบั ภาพกจิ กรรม

๔๐ ๒.๗ การลงพ้ืนท่ีพบประชาชน ณ จังหวัดอุดรธานี ระหว่างวันพฤหัสบดีท่ี ๒๓ – วันศุกร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ณ อาเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี วันพฤหัสบดีท่ี ๒๓ – วันศุกร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๓ ณ อาเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี คณะกรรมการอานวยการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน นาโดย พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หน่ึง นาคณะสมาชิกวุฒิสภา ลงพ้ืนท่ีพบประชาชน โดยมีรายละเอียด และรปู แบบของกจิ กรรม ดังน้ี วนั พฤหสั บดีที่ ๒๓ มกราคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๕.๓๐ นาฬิกา พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนที่หนึ่ง เป็นประธานในพิธีเปิดถนนสายบุญ “ประชารว่ มใจอุทศิ ” ณ สวนปา่ นาบุญศรี ซงึ่ เปน็ ถนนทีร่ าษฎรในพื้นท่ตี าบลหนองดนิ จี่ บรเิ วณสวนปา่ นา บุญศรีได้ร่วมบริจาคท่ีดินเพื่อขยายถนนให้เป็นทางสัญจรสาธารณะ โดยการนาของพระครูสุธีธรรมธร เจา้ อาวาสวัดศรีทรงธรรม) ซึ่งนาแนวทางการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนในการพึ่งพาตนเอง ด้วยหลกั การ “บวร” บ้าน + วัด + ราษฎรหรือราชการ มาปรับใช้ จากนั้น พลเอก สิงห์ศกึ สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ได้นาคณะสมาชิกวุฒิสภาศึกษาดูงานโครงการธนาคารน้าใต้ดิน สาหรับแก้ปัญหาน้าแล้ง และ แบบจาลองการจัดการพ้ืนที่ตามศาสตร์พระราชา โดยแบ่งพ้ืนท่ีเป็น ๕ ส่วน คือ ๑) ส่วนโคก (ท่ีสูง) ปลูกป่า ๓ อยา่ ง ประโยชน์ ๔ อยา่ ง ๒) นา ทารอ่ งรอบคนั นา ๓) หนองนา้ กระจายทว่ั พื้นทเี่ พอ่ื สรา้ งความช่มุ ชื้น ๔) คลองไสไ้ ก่ กระจายความชุ่มช้นื ๕) คันนาทองคา ปลกู พ้ืนขนาดใหญบ่ นคนั นา เพ่ือเก็บกกั นา้ ทั้งน้ี มีการจัดการปลูกไม้ไผ่ และไม้ยางบริเวณด้านท่ีมีลมพัดเข้ามายังพ้ืนท่ีเพื่อเป็นแนวกันลม และสารเคมที พี่ ัดมาจากพืน้ ท่ขี า้ งเคยี ง ภาพกิจกรรม

๔๑ เวลา ๑๗.๐๐ นาฬกิ า ศาสตราจารย์พิเศษพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา ได้เป็นประธานเปิดโครงการสมาชิก วุฒิสภาพบประชาชน ณ วัดศรีทรงธรรม โดยกล่าวถึงบทบาทหน้าที่ของวุฒิสภา ตามรัฐธรรมนูญ และ ความเปน็ มาของโครงการสมาชกิ วฒุ สิ ภาพบประชาชน จากนั้น พลเอก สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภาคนท่ีหน่ึง ได้แสดงความยินดีต่อชาว อาเภอหนองหานว่า เป็นประวัติศาสตร์คร้ังสาคัญท่ี ประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา คนท่ีหน่ึง และ รองประธานวุฒิสภา คนท่ีสอง ได้ลงพ้ืนท่ีพร้อมกัน ซ่ึงเป็นคร้ังแรก ไม่เคยเกิดขึ้นในพ้ืนที่ใดมาก่อน โดย วัตถุประสงค์ของโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชน คือ การมาเย่ียมเยือน สร้างขวัญกาลังใจ และมา อย่างเป็นกัลยาณมิตร ตลอดจนแนะนาเรื่องราวของสมาชิกวุฒิสภาและบทบาทหน้าท่ีตามรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเร่ืองการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมี พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข การน้อมนาหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและแนวทางการปฏิรูป ประเทศ ตลอดจนเรื่องรับฟังความคิดเห็นและทาความเข้าใจด้านรัฐธรรมนูญและกฎหมายรวมท้ังการ ประเมนิ ผลสัมฤทธ์ิของกฎหมาย มาสนทนาและเปิดโอกาสให้ประชาชนชนได้มีสว่ นร่วมในการเสนอขอ้ มูล และข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ ให้แก่ท่านสมาชิกวุฒิสภา เพ่ือจะได้นาไปสู่การพิจารณา การกลั่นกรอง และการพฒั นากฎหมาย ไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพมากย่งิ ขน้ึ ภาพกจิ กรรม หลังจากนั้นได้เปิดโอกาสให้ประชาชนได้สนทนากับสมาชกิ วุฒิสภาในลักษณะถาม-ตอบ ซึ่งได้มี ประชาชนนาเสนอคาถาม ความคิดเห็น และบอกเล่าแนวทางการพัฒนาและแก้ไขปัญหาด้วยตนเอง ใหแ้ กส่ มาชกิ วฒุ สิ ภา ดงั นี้ ๑. ดร.ยงยุทธ สิมสีพิมพ์ นายกสมาคมผู้ประกอบการวิชาชีพครูและนักบริหารการศึกษา อาเภอหนองหาน นาเสนอประเด็น การปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้มุ่งเน้นไปท่ีการพัฒนา สถานศึกษาให้เป็นนิติบุคล เพื่อความคล่องตัวรวดเร็วในการดาเนินงาน รวมถึงการกระจายอานาจด้าน งบประมาณและการบริหารบุคลากร การจัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนคุณภาพประจาตาบล เกี่ยวกับอาคารสถานที่ รวมถึงจานวนครูและบุคลากรให้เพียงพอ และโรงเรียนขนาดเล็กไม่มีผู้บริหาร เนื่องจากถูกตัดตาแหน่งไป ส่งผลให้เกิดปัญหาด้านการบริหารจัดการภายในสถานศึกษา โรงเรียนและ ชุมชนขาดแคลนน้า เพ่ือใช้ในการอุปโภคและบริโภค จึงขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือโดยการขุดเจาะ บ่อนา้ บาดาล และขดุ ลอกหนองน้าสาธารณะให้สามารถกักเก็บน้าใชไ้ ด้ตลอดทง้ั ปี โดยรองศาสตราจารย์ศักด์ิไทย สุรกิจบวร สมาชิกวุฒิสภา ได้ตอบคาถามประเด็นดังกล่าว วา่ ประเด็นการปฏิรูปกระทรวงศึกษาธิการ สมาชิกวุฒิสภาได้ตั้งคณะทางานประสานกับรัฐมนตรวี ่าการ กระทรวงศึกษาธิการเก่ียวกับการปฏิรูปด้านการศึกษา ซ่ึงจะมีคาตอบในเร็วๆ นี้ โดยเชื่อว่าจะทาให้ ทุกท่านพึงพอใจ ส่วนในประเด็นโรงเรียนขนาดเล็กนั้น หากไม่จาเป็นก็จะไม่มีการยุบ โดยจะมีการ

๔๒ หลอมรวมเป็นกลุ่มโรงเรียนให้มีพลังสามารถดาเนินการทากิจกรรมการเรียนการสอนที่มีคุณภาพ ซ่ึงคณะทางานได้นาเสนอแนวทางต่อกระทรวงศึกษาเรียบร้อยแล้ว ท้ังน้ี รองประธานวุฒิสภา คนทหี่ น่ึง ไดแ้ จ้งว่า หากมีความคบื หน้าในประเด็นดังกลา่ วจะไดแ้ จ้งให้ทราบอกี คร้ังหนึ่ง ๒. นายอฤเดช แพงอะมะ ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มวนเกษตรอาเภอทุ่งฝน ได้นาเสนอ โครงการป่าประชารัฐ ๑ ไร่ ๑ ล้านบาท โดยรัฐให้ทุน และชุมชนเป็นผู้รักษา ซึ่งให้ประชาชนในชุมชน ปลูกป่าครัวเรือนละ ๑ ไร่ โดยใน ๑ ไร่ มีพืชหลายหลายท่ีเป็นอาหารได้ และผลิตภัณฑ์ ต่าง ๆ รัฐจะ ลงทุนใหเ้ พยี ง ๓ ปี และชาวบา้ นจะดาเนินการดูแลรกั ษาต่อไป ทัง้ นี้ สมาชิกวฒุ ิสภา ได้รบั วา่ จะนาไปเผยแพรต่ ่อไป ๓. นายเกียรตศิ ักดิ์ ดวงพรหม นายกองค์การบริหารส่วนตาบลโพนงาม ขอความอนุเคราะห์ สนับสนุนงบประมาณโครงการขุดลอกหนองทุ่งยั้ง บ้านทุ่งย้ัง หมู่ท่ี๔ ตาบลโพนงาม อาเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี เน่ืองจากโครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่เกินศักยภาพขององค์การบริหารส่วนตาบล โพนงาม ทง้ั นเ้ี พือ่ ใชใ้ นการอปุ โภค และเป็นแหล่งนา้ เพือ่ การเกษตร โดยประธานวฒุ สิ ภา ไดแ้ จง้ ว่าขอ้ เสนอดงั กล่าวจะได้รับไปนาเสนอต่อรัฐบาลตอ่ ไป ๔. นายบุญแถน ยอดแก้ว ประธานกลุ่มไม้ดอกบ้านห้วยสาราญ ขอการสนับสนุนศักยภาพ ความสามารถในการรองรับนักท่องเท่ียวที่มีจานวนเพ่ิมมากขึ้น และขอการสนับสนุนอุปกรณ์ในการ ดงึ น้าจากแหล่งน้าใกล้เคียงได้แก่ ท่อส่งน้าและระบบไฟฟ้าในการสูบน้ามาใช้การเกษตร (การเพาะปลูก ไม้ดอก) โดย รองประธานวฒุ สิ ภา คนทีห่ น่งึ ไดช้ ้ีแจงวา่ ปัญหาดังกล่าวสามารถดาเนนิ การแก้ไขไดใ้ น ๓ ระดับ ระดับแรก คือในระดับจังหวดั ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดจะมีงบประมาณในการแก้ไขปัญหาส่วนหน่ึง โดยสามารถจัดลาดับความสาคัญจัดทาโครงการแก้ไขปัญหาได้ ระดับท่ี ๒ วุฒิสภาจะนาไปนาเสนอยัง กระทรวง กรมที่เก่ยี วข้อง ระดับที่ ๓ กรณี มีมติคณะรัฐมนตรีหรอื กฎหมายที่เก่ียวข้อง จะส่งเรื่องไปยัง นายกรฐั มนตรโี ดยตรง โดยจะนาไปพจิ ารณาวา่ อยู่ในระดับใด และจะไดด้ าเนนิ การตามระดับที่เกยี่ วข้อง ๕. นายปณพล ภูมิวัตร นายกเทศมนตรีตาบลหนองเม็ก ได้นาเสนอเรื่องการเพ่ิมค่าตอบแทน ผู้บรหิ ารท้องถน่ิ ซ่ึงเมอื่ เทียบกับหนา้ ทอ่ี านาจและความรับผิดชอบ รวมท้งั ขอ้ จากดั ในการประกอบอาชพี ส่วนตัวตามกฎหมายว่าด้วยการขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทาให้ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ และค่าครองชีพ และเรื่องการขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ของผู้บริหารท้องถ่ิน โดยใช้หลักเกณฑ์ของข้าราชการการเมือง ซ่ึงจะเป็นเกียรติแก่ผู้บริหารท้องถิ่น ในการร่วมงาน พระราชพิธี หรือรัฐพธิ ี ทั้งนี้ นายสุชัย บุตรสาระ สมาชิกวุฒิสภา ว่าในคณะกรรมาธิการการปกครองทอ้ งถิ่น วฒุ ิสภา ได้มีการพูดคุยเร่ืองค่าตอบแทนอยู่ ทั้งน้ีจะได้นาข้อเสนอในวันนี้ไปเป็นข้อมูลให้การนาเสนอต่อรัฐบาล ไม่ใช่เพียงผู้บริหารท้องถ่ิน แต่ยังรวมไปถึงแพทย์ตาบล กานัน ผู้ใหญ่บ้าน กรณีเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เป็นเร่ืองที่มีกฎหมายกาหนดไว้ ซ่ึงอาจต้องมีการแก้ไขกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ จะนาไปเป็นข้อมูลในการ นาเสนอต่อไป ๖. นายบรรหาร นิจคาหาญ กานันตาบลโพนงาม นาเสนอขอให้ปรับเพิ่มค่าตอบแทนของ กานัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน เนื่องจากภาระหน้าที่ และค่าครองชีพที่สูงข้ึน ดังนี้ กานัน ๑๕,๐๐๐ บาท/เดือน ผู้ใหญ่บ้าน ๑๓,๐๐๐ บาท/เดือน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ๘,๐๐๐ บาท/เดือน และคณะกรรมการหมู่บ้าน ควรได้รับค่าตอบแทนจากการทางาน รวมถึงการออกเอกสารสิทธิที่ดิน ใน เขต


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook