94 บทท่ี 3 การตดั สินใจเลือกพัฒนาอาชีพสาระสาํ คัญ สังคมยุคปจจุบัน มีการพัฒนาทางดานเทคโนโลยีอยางรวดเร็ว ในการตอบสนองความตองการของบคุ คลและสงั คม กอใหเกดิ ความหลากหลายอันเปนชองทางใหสามารถตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพใหเหมาะสมกบั ตนเองไดตัวช้วี ดั ตดั สินใจเลอื กพฒั นาอาชีพไดอยางเหมาะสมกับตนเองขอบขายเน้ือหา เรอ่ื งที่ 1 ขอมูลการตดั สนิ ใจเลือกพฒั นาอาชพี เรือ่ งที่ 2 ตดั สินใจพัฒนาอาชพี ดวยการวเิ คราะหศ กั ยภาพ
95เรอ่ื งท่ี 1 ขอมูลการตดั สนิ ใจเลอื กพัฒนาอาชีพ1. ความพรอม หมายถึง สภาพของบุคคลท่ีมีวุฒิภาวะแรงจูงใจและประสบการณเดิมสูง พอท่ีจะกอใหเ กดิ การตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชีพไดโ ดยสะดวก การวเิ คราะหก ารตัดสนิ ใจเลือกพัฒนาอาชพี ผลประโยชน ประสิทธิภาพ ตอบแทน - คาใชจ าย - ทรัพยากร - เวลา - สภาพแวดลอมโอกาส/งานอาชพี การบรรลวุ ตั ถปุ ระสงค ประสทิ ธิผล - ผลตอบแทนท่เี ปนตัวเงิน - ผลตอบแทนท่ีไมไ ดเปน ตัวเงิน2. ความตอ งการของตลาด การวิเคราะหดา นการตลาด ตลาด คอื กลุมของบุคคลและองคการท่มี ีความตองการและมอี ํานาจในการซื้อสนิ คาและบริการ สว นประกอบของตลาด 1. ความสนใจในสนิ คาและบรกิ าร 2. ความเตม็ ใจที่จะแลกเปลี่ยนสินคา และบรกิ าร 3. มีอาํ นาจซอื้ การตลาด มรี ะบบของการดาํ เนินงานของธุรกจิ ทมี่ ุงเนนการตอบสนองของตลาด หรือผบู รโิ ภคเปนสําคัญ การหาคาํ ตอบเกี่ยวกับผบู รโิ ภค 1. ผซู อ้ื คอื ใคร 2. ตอ งการซอ้ื อะไร
963. ตองการซือ้ อยา งไร4. ตองการซื้อเมือ่ ใด5. ตอ งการซ้ือที่ไหน6. เพราะเหตใุ ดจึงซอ้ื7. ใครเปน ผูมอี ทิ ธพิ ลในการซื้อปจจัยที่ควรคาํ นงึ ถงึ ในการตดั สนิ ใจเลอื กกลยทุ ธต ลาดเปา หมาย1. ทรัพยากรของกจิ การ2. ความเหมอื นกนั ของผลิตภณั ฑ3. ลาํ ดบั ชนั้ ในวัฏจักรชีวิตผลติ ภณั ฑ4. ความเหมือนกนั ของตลาด5. กลยุทธก ารตลาดของคูแขงขนัการพยากรณความตอ งการของตลาดอปุ สงคข องผลติ ภณั ฑ ปรมิ าณทงั้ หมดของผลติ ภณั ฑทซี่ ้อื โดยกลุมลกู คาท่ีกาํ หนด ไดแ ก1. ผลิตภัณฑ2. ปรมิ าณทั้งหมด3. การซอ้ื4. กลมุ ลูกคา5. ขอบเขตของภมู ิศาสตร6. ระยะเวลา7. สภาวะแวดลอ มการตลาด8. แผนการตลาดวธิ กี ารในการพยากรณค วามตองการของตลาด1. เทคนคิ การสาํ รวจ 1.1 สาํ รวจความคดิ เห็นจากผูบริหาร 1.2 สาํ รวจความคดิ เห็นจากพนักงานขาย 1.3 สํารวจความคิดเหน็ จากลกู คา2. การวิเคราะหย อดขายในอดีต3. การวเิ คราะหแนวโนม4. การวเิ คราะหส หสมั พนั ธและการถดถอย5. การทดสอบตลาด
973. ความร/ู ทักษะและเทคนคิ ตาง ๆความรู หมายถึง การเรียนรู การจํา และการระลึกถึงความคิดโดยใชขอมูลขอเท็จจริงใหเปน ไปตามเปาหมายวัตถุประสงคในการตดั สินใจเลือกพฒั นาอาชีพทกั ษะ คือ ความสามารถในการปฏิบตั งิ านดา นตา ง ๆ อยางชํานาญ ซง่ึ ครอบคลุมการตัดสินใจเลือกพฒั นาอาชีพเทคนคิ คอื กลวธิ ีตาง ๆที่ใชเสริมกระบวนการ ขั้นตอน วธิ ีการ หรือการกระทําใด ๆ เพ่ือชวยใหกระบวนการขนั้ ตอน วิธกี าร หรอื การกระทาํ ในกิจกรรม/งานน้นั ๆ มคี ุณภาพและประสทิ ธิภาพมากขึน้4. ทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม หมายถึง ส่ิงท่ีเกิดข้ึนเองตามธรรมชาติ และทุกสิ่งทุกอยางทอ่ี ยูรอบตวั เรา ทงั้ มชี วี ติ และไมม ชี ีวติ ท้งั ทเี่ ปน รูปธรรมและนามธรรม (วัฒนธรรม แบบแผนประเพณี ความเชื่อ) มีอิทธิพลเกี่ยวโยงถึงกัน เปนปจจัยในการเกื้อหนุนซ่ึงกันและกัน ผลกระทบจากปจจัยหนึ่งจะมีสวนเสริมสราง หรือทําลายอีกสวนหนึ่งอยางหลีกเล่ียงมิได สิ่งแวดลอมเปนวงจรวฏั จกั รท่เี กี่ยวของกนั ไปทัง้ ระบบ และมนษุ ยส ามารถนํามาใช หรือปรับแตงใหเกิดประโยชนในการดํารงชวี ิตการพัฒนาการเกษตร ท่ีมีผลตอดา นเศรษฐกจิ และสังคมของครวั เรือนเกษตรกร จําเปน ตองอาศัยทรัพยากรในระดับครวั เรอื น คือ ทดี่ นิ ทนุ แรงงาน และทรัพยากรมนษุ ย หรอื ความสามารถในการจัดการเพื่อดาํ เนนิ การผลติ สนิ คาเกษตรสผู บู รโิ ภคทรัพยากรระดับครัวเรือน มีความสัมพันธกับขนาดของฟารม แรงงาน การถือครองและรายได รายจา ยครัวเรือน ขนาดของฟารม ขนาดเล็กสามารถรองรับแรงงานไดนอยกวาฟารมขนาดใหญ และการถือครองและการใชท่ีดินจําเปนตองเพิ่มประสิทธิภาพการใชที่ดินโดยการปลูกพืชหมนุ เวียนหรอื พชื แซมการวางแผนการใชทรัพยากรระดับครัวเรือน มีความจําเปนอยางยิ่งในการผลิตพืชผลการเกษตร ซ่ึงผูจัดการหรือเจาของฟารมตองพิจารณาใชทรัพยากรอยางเหมาะสม ไมทําลายสิ่งแวดลอม และอนุรักษทรัพยากรอยา งยง่ั ยนืการวเิ คราะหผลกระทบทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดลอม - การเปลีย่ นแปลงสมดลุ ทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม - ผลกระทบดานบวกและดานลบ งาน/ ทรัพยากรธรรมชาติ - มองการปรบั ปรงุ ผลเสยีโครงการ และสิง่ แวดลอ ม - ใชผ ลดใี หเกดิ ประโยชนสงู สุด - ปองกันและลดคาใชจ า ยใน การแกป ญ หา - การตดั สินใจลงทุน
985. การใชทดี่ ิน ทด่ี ิน เปนทรัพยากรที่มจี าํ กัดตามธรรมชาติ มลี กั ษณะแตกตางกันตามชนิดโครงสรางและคณุ สมบตั ิขึ้นอยูกับสภาพภมู ปิ ระเทศ ที่ดิน เปน ปจ จยั อยางหน่ึงไมว าจะผลติ ทางดา นการเกษตร หรืออุตสาหกรรม อยางไรก็ตามในดา นการเกษตรน้นั ท่ีดินถือวามีความสาํ คัญพิเศษ โดยปกติแลวท่ีดินมีคุณลักษณะที่แตกตางกันในแตล ะทอ งที่ ความอดุ มสมบรู ณกแ็ ตกตา งกนั ออกไป ความลาดชัน ที่ราบ ที่ลุม ท่ีดอน ก็มีความแตกตางกัน ดังนน้ั ดินเปน ปจจัยหน่งึ ในการกําหนดกจิ กรรมตา ง ๆ ภายในฟารม กลาวคอื 1. ทดี่ นิ เปน ปจ จยั สาํ คญั ทก่ี าํ หนดวาควรจะผลติ ชนดิ พืชและสตั วอะไร 2. ที่ดินสามารถจะกาํ หนดระยะเวลาการปลกู ระบบการปลูกพืช และรูปแบบการผลิตทางการเกษตร เชน ที่ดนิ เปนท่ีราบลุมและมคี วามชน้ื อยูบาง สามารถกาํ หนดระยะเวลาการปลูกของพืชแตละชนิด การปลูกพืชหมุนเวียน การปลูกพืชแซม การปลูกพืชเหลื่อมฤดู และรูปแบบการผลิตแบบไรนาสวนผสม และเกษตรผสมผสาน 3. ชนดิ ของดนิ ทสี่ วนในการกาํ หนดกิจกรรม เชน ดินเหนียวปนดินรวน อาจจะเหมาะสมตอ การทาํ นา ดินรวนปนดินทรายอาจจะเหมาะตอ การทาํ พชื ไรบ างชนิด ดนิ เหนียวหรือดินทรายก็ยังสามารถปลูกพืชและทําบอปลาได แตถาหากดินทั่วไป ไมมีความอุดมสมบูรณมากนักอาจจะใชเลี้ยงสัตว เปน ตน 4. สภาพพื้นที่แตละแหง เชน ที่ราบและที่ลุมอาจจะเหมาะสมตอการทํานา พืชผักไมดอกไมประดับ ไมผลและไมยืนตนบางชนิด หากสภาพพื้นที่ลุมมากอาจจะทําบอปลา นาบัวนาผักกระเฉด เปนตน สวนสภาพพื้นที่ดอนอาจจะปลูกพืชไร ไมผลและไมยืนตนบางชนิดตลอดจนการเล้ียงสตั ว 5. ลักษณะและคุณสมบัติอื่น ๆ เชน ความเปนกรดเปนดาง ปริมาณอินทรียวัตถุในดินดินเปร้ยี ว ดนิ เคม็ ความลกึ ของหนาดนิ ดนิ ชั้นตาง ๆ เปนตน สง่ิ เหลา นม้ี ีผลตอการกาํ หนดกิจกรรมวิธกี ารผลิตทงั้ ปริมาณและคุณภาพ อยางไรก็ตาม ทดี่ ินมไิ ดมองเฉพาะเนอ้ื ดนิ ชนดิ ของดิน ลักษณะดนิ และสภาพตาง ๆ ทางเคมีหรือทางกายภาพท่กี ลาวมาแลว เทา น้ัน ดนิ ยงั หมายถึง สภาพพน้ื ดินที่มนี ้ําใตดนิ น้าํ บนดนิ ความช้ืนของดนิ ความอุดมสมบูรณข องดนิ ปริมาณอินทรียวัตถุ พืชพรรณไมน านาชนดิ ท่ีปรากฏใหเห็นบนพื้นท่ีเหลานั้น ส่ิงมีชีวิตสัตวบกเล็ก ๆ บนพ้ืนดิน เปนตน ดังน้ัน ดินจึงเปนปจจัยสําคัญหน่ึงที่จะกําหนดกิจกรรมการเกษตรได ทั้งน้ี ขน้ึ อยูกับความสามารถของเจาของฟารมจะจัดการกับท่ีดินใหเกดิ ประโยชนส งู สดุ ไดอ ยางไรแตถามองในแงเศรษฐศาสตรผ ลตอบแทนที่ดิน คอื คา เชา ท่ดี ิน ประเทศไทยมีขนาดฟารม โดยเฉล่ีย 25.94 ไร และสภาพการใชท่ีดินเพื่อการเกษตรในแตละภาคมีลักษณะและปญหาแตกตา งกนั ดังนี้
99 ภาคกลาง มีระบบชลประทานคอ นขา งสมบูรณ อัตราขยายตัวของการผลิตทางการเกษตรสงู ขน้ึ 7 % ตอป ปญหาทีเ่ กดิ ขึน้ คอื ปญหากรรมสิทธ์ทิ ีด่ ิน ปญหาดินเปรย้ี วในทร่ี าบภาคกลาง และปญ หาดินเคม็ ตามแนวราบฝง ทะเล ทาํ ใหป ระสิทธภิ าพในการใชดินโดยเฉลยี่ ทงั้ ภาคไมส ูงเทา ทค่ี วรกลา วคือ ผลผลิตตอ ไรใ นภาคกลางยังตํา่ กวาภาคเหนือ แตก ารทาํ นาขาวในภาคกลางยังมีโอกาสเพิ่มผลผลิตตอไรไ ด เนื่องจากระบบชลประทานเออ้ื อํานวยและการนําเทคโนโลยเี ขาปรับปรุงดนิ เปรี้ยวและดนิ เค็มที่มีปญหา ภาคเหนือ มีผลผลิตตอไรสูงสุด เพราะคุณภาพดินดี มีการกระจายการผลิตและปลูกพืชหมุนเวียนมาก แตกม็ ขี นาดการถอื ครองทด่ี ินเล็กที่สุดในประเทศ มีปญหาการบุกรุกทําลายปาเพ่ือทําไรเล่ือนลอย แตมีลูทางท่ีจะกระจายการผลิตไปสูพืชหมุนเวียน พืชยืนตน ไมผลเมืองหนาวไมดอกเมืองหนาว ชา กาแฟ และการเลยี้ งโคนม ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนือ มีขนาดพ้นื ท่ที ําการเกษตรสูดสุดในประเทศ คือ 41% ของเนื้อที่ทาํ การเกษตรท้ังหมด แตมผี ลผลิตเพียง 26 % ของผลผลิตรวมท้ังประเทศ จึงเปนภาคที่มีอัตราการขยายตวั ของการผลิตทางการเกษตรตํ่าสุด คุณภาพดินไมดี ไมเก็บซับน้ําฝน และมีดินเค็มอยูเปนเนื้อท่กี วางใหญ มีเน้ือที่รับนํ้าชลประทานเพียง 1.6 ลานไร จากเนื้อที่เพาะปลูกท้ังภาค 60 ลานไรเปนภาคที่อาศัยการเกษตรนํา้ ฝนมากที่สุด แตยังมีโอกาสกระจายการผลิตไปสูพืชฤดูแลวไดอีกเชน มนั สําปะหลงั ออย พชื น้ํามัน ฝาย และปศุสตั ว เปนตน ภาคใต เปน ภาคทม่ี ผี ลผลิตเกษตรหลักเพียง 2 ชนิด คือ ยางพารา และขาว นับวาเปนฐานการเกษตรท่ีแคบมากทั้ง ๆ ที่โอกาสในการใชที่ดินเพ่ือปลูกพืชหมุนเวียนแซมสวนยางพาราและการปลูกผลไมยนื ตนยังมอี ีกมาก รวมท้ังโอกาสในการเลี้ยงปศุสัตวในพ้ืนท่ีซ่ึงเคยใชทําเหมืองแรแลว นาํ มาฟน ฟูใหเปนทุงหญาเล้ียงสัตว6. การใชทุน ทนุ หมายถึง เงินทุน เครอื่ งจกั รกลการเกษตรตาง ๆ โรงเรือน ส่ิงกอสรางท่ีใชในการผลิตและเกบ็ รักษาผลผลติ รวมทัง้ ปจจยั การผลิตทเี่ ปนพันธุพชื พนั ธุส ตั ว ปยุ สารเคมี เปนตน ทนุ มีความสําคญั มากตอ การผลติ และทุนยงั มีความสัมพนั ธก บั แรงงาน ถาใชทนุ มากการใชแรงงานก็นอยลง การเกษตรแบบสมัยใหมจําเปนตองอาศัยทุน สําหรับแหลงเงินทุนอาจไดจากทรัพยสินท่ีมีอยู ไดจากกิจกรรมที่ใหผลตอบแทนหลังจากดําเนินงานเสร็จและการออมทรัพยทุนอาจไดจากการกูเงินหรือมีเครดิตกับสถาบันการเงินหรือกับเพ่ือนบาน การใชทุนใหมีประสิทธภิ าพ มีขอ พจิ ารณา ดังน้ี 1. ในกรณกี ารลงทนุ ในระบบทางการเงนิ การธนาคารมีการแบงทนุ ใน 2 ลักษณะดว ยกนั 1.1 ทุนดาํ เนินการเตรียมการหรอื คา ลงทนุ ซง่ึ ทนุ นจี้ ะดาํ เนินการใชไ ดหลายปและยาวนาน ถึงแมวาบางคร้ังอาจจะมีการซอมแซมหรือตอเติมความจาํ เปน และระยะเวลาท่ีใช เชนทุนในการปรับสภาพพน้ื ท่จี ากพื้นราบเปน แบบยกรอ งคันลอม ขั้นบนั ได ขุดบอ โรงเรอื นและอาคาร
100ระบบคลองและระบบสงนํา้ เคร่ืองมือ เครื่องจักรและอุปกรณการเกษตรที่คงทนถาวรตลอดจนคาซอ้ื ท่ดี ิน เปนตน 1.2 ทุนดําเนินการในการผลิต หรือเงินทุนหมุนเวียน สวนใหญเปนทุนทางดานการผลิตผันแปร เชน พันธุพืช พันธุสัตว ปุย และยาเคมี อาหารสัตว น้ํามันเช้ือเพลิง อุปกรณการเกษตรชั่วคราวที่ใชในฤดูการผลิตเทานั้น เชน เชือก ถุงพลาสติก เปนตน ตลอดจนคาจางแรงงาน 2. ขนาดของทุนท่ีใชในแตละกิจกรรมหรือท้ังฟารม จะสังเกตวามีขนาดของทุนมากก็สามารถมโี อกาสขยายกจิ กรรมไดม าก มที นุ นอ ยกข็ ยายกิจกรรมไดนอย 2.1 ขนาดของทนุ จะสัมพันธกับชนิดของกิจกรรม โดยเฉพาะทุนขนาดใหญหรือทุนมากมักจะเปน ดา นการปศสุ ตั ว การประมง และไมผล ไมยนื ตน เปนสว นใหญ นอกจากน้ีอาจจะเปน ฟารมลักษณะประณีต เชน ไมดอกไมป ระดับ พืชผักเมอื งหนาว หรือกิจกรรมตาง ๆ ที่ตองการใชเทคโนโลยีคอนขางสงู 2.2 ขนาดของทุนจะสัมพันธกับระยะเวลาการลงทุน หรือระบบสินเช่ือจากแหลงตาง ๆ มักจะพบวา ขนาดของทุนมากการลงทุนสวนใหญจะเปนกิจกรรมระยะยาว เชนไมผล ไมย นื ตน และปศสุ ตั ว ทเ่ี ลยี้ งแบบมีโรงเรือนและอาคาร หากจะเปรียบเทียบกบั ระบบสนิ เช่ือแลวมักจะเปนการลงทุนท่ีตองคืนเงินทุนสินเชื่อเกิน 3 ป หากทุนนอยหรือขนาดทุนเล็กจะเปนการลงทุนกิจกรรมระยะสน้ั ภายใน 1 ป เชน การทํานา ทาํ ไร และพชื ผัก สัตวบ างชนิด เปนตน 3. การใชท ุนกบั ระยะเวลาการลงทุนและผลตอบแทนกลับคืนจากการลงทุน เม่ือกลาวถึงระยะเวลาของการลงทุนทจี่ ะใหผลตอบแทนน้ัน เวลาเปน ตวั สาํ คญั มากในการตดั สนิ ใจในการเลือกดําเนินกจิ กรรม หากมีทุนนอยแลวเลอื กกิจกรรมท่ีใหญ หรือมีระยะเวลาการลงทุนนานก็จะทําใหสูญเสียโอกาสของการลงทุน ในบางครั้งหากมีการกูยืมจากเพ่ือนบาน หรือสถาบันการเงินก็จะทําใหดอกเบยี้ สูง การชําระหนี้ลําบาก ซ่ึงมีตัวอยางมากมายในดานการเกษตร อุตสาหกรรม และธุรกิจ ดังนั้น หากเปนฟารมขนาดเล็กควรเลือกกิจกรรมท่มี ีการลงทุนนอยและชวงระยะเวลาส้ันในการใหผลตอบแทน นอกจากนแ้ี ลวจาํ นวนผลตอบแทนที่ไดร บั กม็ ีความหมายในการเลือกกิจกรรมเชนกนั หากผลตอบแทนคมุ กบั การลงทุนไมว า ระยะสั้นหรือยาว หลังจากไตรตรองคิดคํานวณแลวก็สามารถจะทําการผลิตได จากท่ีกลาวมาแลวน้ีระยะเวลาและจํานวนผลตอบแทนที่ไดรับจากการลงทุนกม็ ีบทบาทสาํ คญั ในการพิจารณาเร่อื งทุน เม่ือพูดถึงการวัดประสิทธิภาพ หรือผลตอบแทนการใชทุน หากทุนอยูในรูปเงินสดผลตอบแทนคอื ดอกเบย้ี หากทนุ อยูในรูปของเครือ่ งจักร เครื่องมืออุปกรณการเกษตร ปจจัยการผลิตผลตอบแทนคือ คา เชาเครอื่ งจักร คาปยุ คาเมลด็ พันธุ เปน ตน
1017. การใชแรงงาน แรงงานเปนปจ จัยสําคัญอยางหนึง่ ในการผลติ ในท่นี ้หี มายถึงลกั ษณะทัง้ กายภาพและจติ ใจในดานกายภาพนน้ั เก่ยี วกับเรือ่ งสุขภาพและอนามัย ความแข็งแรงสมบูรณในการทํางาน สวนดานจติ ใจนน้ั รวมถึงทศั นคติ อดุ มการณ ความขยนั หมนั่ เพยี ร ความรสู ึกรบั ผิดชอบในการผลิต ลักษณะของแรงงานพอทแ่ี ยกแรงงานออกเปน 3 ประเภท คอื 1. แรงงานคน 2. แรงงานสตั ว 3. แรงงานเครอ่ื งจกั รกลการเกษตร การใชแรงงานแตละประเภทข้ึนอยูกับจุดมุงหมาย ขั้นตอนการทํางาน คาใชจาย และรวมถงึ เวลา อยางไรกต็ ามแรงงานแตละประเภทก็อาจจะสามารถใชรวมกันได ขึ้นอยูกับกิจกรรมและข้ันตอนการผลิต สําหรับแรงงานในลักษณะฟารมขนาดเล็กมีความสําคัญมากตองรูจักใชแรงงานใหม ีประสิทธิภาพ ลักษณะของแรงงานคนอาจพอจาํ แนกตามภาวะปจ จบุ นั นี้ไดค อื แรงงานในครอบครัว แรงงานจาง และการแลกเปล่ียนแรงงาน (การลงแขก การเอาแรง) ในแงของเกษตรกรพยายามสง เสริมใหเกษตรกรใชแรงงานครอบครัวใหมากท่ีสดุ ไมค วรปลอยใหแรงงานวา งโดยเปลาประโยชน การใชแ รงงานใหมปี ระสทิ ธภิ าพควรพิจารณา ดงั นี้ 1. การใชแรงงานทเ่ี หมาะสมกบั ชนดิ ของงาน เชน กจิ กรรมดา นพชื และสัตว 2. การใชแรงงานหรือจัดระบบการกระจายของแรงงานใหเหมาะสม เชน กิจกรรมที่มีหลายอยา งในเวลาเดยี วกันหรือเวลาที่ใกลเคียงกัน หรือเวลาท่ีตอเน่ืองกัน ไดแก การปลูกพืชและเล้ียงสตั ว การปลกู พืชหมุนเวียน การปลูกพชื แซม เปน ตน 3. การใชแ รงงานใหเหมาะสมกบั วิทยาการแผนใหมแ ละพน้ื บา น เชน วิทยาการการเตรียมดนิ การปลกู การใสปุย กาํ จัดศตั รพู ชื และการเก็บเกยี่ ว ซงึ่ บางคร้ังวิทยาการสมยั ใหมอ าจจะมีความยุง ยากหรอื มขี ้นั ตอนมากอาจจะทําใหเ กษตรกรแบงเวลาหรอื แบงงานไมถกู ตอง 4. การใชแรงงานแบงตามเพศและอายุกับข้ันตอนแรงงานหรือชนิดของงาน กลาวคือการเตรียมดินควรจะเปนเพศชายท่ีแข็งแรง การปลูกอาจจะเปนท้ังเพศชายและหญิงเชนเดียวกับการเก็บเก่ยี วงานหัตถกรรมพ้นื บานอาจจะเหมาะกับเพศหญิงท้ังคนแก และหนุมสาว แรงงานเด็กอาจชวยใหอ าหารปลา อาหารสตั ว เปน ตน 5. การใชแรงงานผสมผสานหรือทดแทนแรงงานคน สัตว และเคร่ืองจักรกลการเกษตรอยา งไรจึงกอใหเกิดประสิทธิภาพลดตนทนุ การผลติ และประหยัดเวลา การจัดการเร่ืองแรงงานเปนเรื่องท่ีจาํ เปน อยา งยิ่ง โดยเฉพาะแรงงานในครอบครัวเกษตรกรควรจัดการใหม กี ารกระจายการใชแรงงานไดตลอดป มีกิจกรรมการเกษตรอยางตอเน่ืองเพื่อใหมี
102การใชแ รงงานอยางสมํ่าเสมอทกุ ๆ เดือน กอ ใหเ กิดรายไดเพ่ิมข้ึน และลดการจางแรงงานที่ไมจําเปนเพื่อลดตนทุนการผลติ สําหรับผลตอบแทนของแรงงานก็คอื คาจา งแรงงาน นน่ั เอง8. การจัดการ การจดั การในทนี่ ้ี หมายถึง การจัดสรรหรอื การดาํ เนินการทรัพยากรในการผลิต (ท่ีดิน ทุนและแรงงาน) เพื่อทําใหการผลิตใหไดตามวัตถุประสงคและเปาหมายของผูจัดการฟารม ดังน้ันการจดั การของผูจดั การฟารมในแตล ะสภาพพ้นื ทแี่ ตละฟารม ไมเหมือนกัน โดยการตัดสินใจวาจะเลือกผลิตกิจกรรมอะไร และอยา งไร ในสภาพขีดจํากัดดานทรัพยากรและภายใตความเส่ียง ความไมแนน อนของการผลิตและการตลาด อยางไรกต็ ามเกณฑในการพจิ ารณาโดยทัว่ ไป พอสรปุ ได ดังน้ี 1. จะผลติ อะไร 2. จะผลติ ท่ไี หน 3. จะผลิตเมอื่ ไร 4. จะผลติ เทาไรและอยา งไร 5. จะผลิตและขายกับใคร ดงั น้นั บทบาทสําคัญในการจดั การของผจู ัดการฟารมที่พิจารณาจากเกณฑที่ไดกลาวมาแลวเปน หลัก ยงั จะตองพิจารณารายละเอยี ด ดังนี้ 1. จะทําการผลิตพืชหรือสัตวช นดิ อะไร เชน ปลูกขาว ไมผ ล พืชไร พืชผัก ทําปศุสัตว และประมง เปนตน และจะตองพิจารณาตอไปวาจะผลิตไมผล ควรเปนผลไมชนิดอะไร เชน มะมวงสม โอ มะขามหวาน ทุเรียน เงาะ ลาํ ไย ลิ้นจ่ี เปน ตน 2. จํานวนและชนิดของปจจัยการผลิตทใ่ี ชวา เหมาะสมกบั แรงงานในครองครัวหรือไม หากไมเพยี งพอจะจา งจํานวนเทาไร แรงงานจา งไดมาจากไหน และระยะเวลาในการจาง 3. วิธีการผลิต และเทคนิควิชาการ ตลอดจนการจัดการและบริหารฟารมจะดําเนินการอยางไร จะเร่ิมตน ณ จุดใดกอนมีการตรวจสอบและปรับปรุงแกไขอยางไร และประการสุดทายมีความสมั พนั ธก ับกิจกรรมตาง ๆ ภายในฟารมหรอื ไม 4. ชนดิ ของโรงเรอื นและอาคาร มคี วามจําเปนหรือเหมาะสมเพียงไร เพ่ือความสะดวกในการจดั การตลอดจนเคร่อื งไมเ คร่อื งมือและการจัดการ 5. การวางแผน และงบประมาณฟารม การจดบนั ทึกและบัญชีฟารม จะดําเนินการอยางไรเพื่อจะใหทราบทิศทางการทํางานและผลการดําเนินงาน โดยเฉพาะรายได รายจาย และกําไรตลอดจนปญ หาและอุปสรรคในการทํางาน ซ่ึงสามารถนํามาเปนขอมูลในการปรับปรุงแกไขและวางแผนในปตอไป 6. จะซ้ือปจจัยการผลิตและขายผลผลิตท่ีไหน กับใคร และอยางไร เชน พอคาทองถิ่นพอคาคนกลาง กลมุ เกษตรกร หรือสหกรณก ารเกษตร เปน ตน
103 นอกจากนีแ้ ลว ประสทิ ธภิ าพและความเหมาะสมในดา นการจดั การยังข้ึนอยูกับหลายองคประกอบเชน ความรู ความสามารถ ความชํานิชํานาญ ความรอบรู และประสบการณการบริหารงานดานแรงงาน ความเขาใจสภาพการผลิตการตลาด ความคลองตัวและการแสวงหาความรูใหมความขยันหมน่ั เพียร และการดูแลเอาใจใส ตลอดจนความสาํ นึกและรบั ผิดชอบในการทํางาน เปน ตน เมื่อเขา ใจพน้ื ฐานของปจจัยสาํ คญั ๆ ตอ การผลิตในการจัดการแลววามีความสําคัญอยางไรจึงควรทเ่ี ร่มิ รวบรวมขอมูล วิเคราะห และวางแผนงบประมาณฟารม ใหไดผ ลตอบแทนสงู สดุ ท่ดี นิ ทุน แรงงาน การจดั การ การวางแผนและงบประมาณ ฟารม กําไรสงู สุดและการมีรายไดต อเนือ่ ง
104 กจิ กรรม เมือ่ ผเู รยี นศกึ ษา เร่ืองท่ี 1 “ขอมูลการตัดสินใจเลือกพัฒนาอาชีพ” ใหผูเรียนตรวจสอบ ขอมลู ทเี่ กยี่ วของกับการประกอบอาชีพทผ่ี เู รียนตัดสินใจเลอื กไววามีความพรอมหรือไม พรอมให เหตุผลลงในแบบบันทึก แบบบันทกึที่ ขอมลู พรอม ไมพ รอม เหตุผล1 ความพรอม - ระยะเวลาในการประกอบอาชพี - ไมมีผลกระทบสภาพแวดลอม - ความม่ันใจทจ่ี ะดําเนนิ การ2 ความตอ งการของตลาด3 ความรู ทกั ษะและเทคนคิ ตา ง ๆ4 ทรพั ยากรธรรมชาติ5 สถานท่ี6 แรงงาน7 เงนิ ทุน ผูเ รยี นสรุป จุดเดนของขอ มลู จดุ ดอ ยของขอ มลู และพอมีแนวทางแกไ ขหรือไม อยางไร
105สรปุ (จะดาํ เนนิ การประกอบอาชพี ทต่ี ดั สินใจเลอื กไวหรอื ไมอ ยา งไร)
106เรือ่ งที่ 2 การตัดสินใจพฒั นาอาชีพดว ยการวเิ คราะหศ กั ยภาพ การพฒั นาสิ่งใดกต็ าม มวี ิธีการหลากหลาย เชน ทําการวิจัย ทดลองทํากอนลงมือทําจริงการใชก ระบวนการคิดเปน นอกจากนยี้ ังมวี ิธกี ารวิเคราะหศ ักยภาพตาง ๆ ที่เกี่ยวของวาจะสามารถพัฒนาอาชีพไดห รอื ไม ซง่ึ เร่ืองน้จี ะไดศ ึกษาตอไป เพอ่ื ใชเปนแนวทางในการตดั สินใจพัฒนาอาชีพโดยการวิเคราะหศักยภาพ 5 ดา น ไดแก1. ศกั ยภาพของทรัพยากรธรรมชาติในแตล ะพ้นื ท่ี ทรพั ยากรธรรมชาติ หมายถึง สิง่ ทเี่ กดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ ซ่ึงมนุษยสามารถนําไปใชใหเกิดประโยชนตอชีวิตประจําวัน และการประกอบอาชีพ ทรัพยากรธรรมชาติ ไดแก ปาไม แมนาํ้ลาํ คลอง อากาศ แรธาตุตาง ๆ ทรัพยากรธรรมชาติบางชนิดใชแลวหมดไป เชน แรธาตุตาง ๆบางชนิดมนุษยสามารถสรางทดแทนขึ้นใหมได เชน ปาไม เมื่อมนุษยตัดไปใชประโยชนแลวก็สามารถปลกู ทดแทนข้นึ ใหมไ ด ดังนนั้ ผปู ระกอบอาชีพอยูแลวตองการพัฒนาอาชีพของตนใหดีข้ึนตองพิจารณาทรัพยากรในพ้ืนท่ีท่ีจะนํามาใชพัฒนาอาชีพดวย เชน จากการปลูกผักท่ีใชสารเคมีตองการพัฒนาโดยใชปุยหมักแทนปุย เคมีในการปลกู ผักตอ งพิจารณาวา ทรพั ยากรที่จะตองนํามาใชในการทําปยุ หมักในพื้นท่ีมีหรือไม มีเพียงพอหรอื ไม ถา ไมม ีผปู ระกอบการตอ งพจิ ารณาใหมวาจะพฒั นาอาชีพท่ีตัดสินใจเลือกไวหรือไม หรือพอจะจดั หาไดใ นพื้นที่ใกลเ คียง ซึ่งผูประกอบการตองเสียคาขนสงจะคมุ คากบั การลงทุนหรอื ไมจึงจําเปนตองนาํ ทรพั ยากรธรรมชาตใิ นพืน้ ท่ีมาพจิ ารณาดวยเพ่อื ลดตนทุนการผลติ2. ศักยภาพของพืน้ ท่ตี ามลกั ษณะภมู อิ ากาศ ในแตละพ้ืนทจี่ ะมลี กั ษณะภูมอิ ากาศแตกตา งกนั เชน ประเทศไทยภาคกลาง มีอากาศรอนภาคใต มฝี นตกเปนเวลานาน ภาคเหนอื มีอากาศเยน็ โดยเฉพาะอาชีพเกษตรกรรมขึ้นอยูกับสภาพภูมิอากาศเปนสวนใหญ เชน การปลูกลิ้นจ่ี ลําใย ตองการอากาศเย็นจึงจะออกผลได แกวมังกรตองการอากาศรอน ทวีปอเมริกา มีอากาศหนาวเย็นมากก็สามารถปลูกพืชเมืองหนาวได เชนเชอรร ่ี แอปเปล ดังนั้น การพฒั นาอาชพี จาํ เปนตองพจิ ารณาสภาพภมู อิ ากาศดวยวาเหมาะสมกับสิ่งท่ีตองพัฒนาหรือไม การพัฒนาพันธุของพืชใหม ๆ ท่ีเกี่ยวของกับภูมิอากาศ เชน ขาวหอมมะลิตอ งปลูกในสภาพภมู ิอากาศแหง แลง ซงึ่ ไมเ หมาะที่จะนาํ มาปลกู ในภาคกลาง หรือการพัฒนาอาชีพการทองเทยี่ วในชวงอากาศเย็นสบายกส็ ามารถพฒั นาไดเต็มท่ี เนอ่ื งจากมีนักทองเที่ยวหลั่งไหลเขามา เชน พัฒนาที่พกั อาหาร แหลง ทอ งเที่ยว ใหต รงกบั ความตอ งการของลูกคา3. ศกั ยภาพของภูมิประเทศและทําเลที่ตง้ั ของแตล ะพื้นที่ สภาพภมู ิประเทศและทาํ เลท่ีตง้ั ของแตล ะพน้ื ทีจ่ ะแตกตางกัน เชน เปนภูเขา เปนท่ีราบสูงท่ีราบลุม แตละพื้นที่มีผลตอการพัฒนาอาชีพตาง ๆ เชน ตองการพัฒนาอาชีพอุตสาหกรรมจากการใชแรงคนเปนเครื่องจักร เพื่อใหสินคามีคุณภาพเดียวกัน ผูประกอบการตองพิจารณาวาเครอ่ื งจกั รนนั้ ตอ งไมม ผี ลกระทบตอ ชมุ ชน และสภาพแวดลอ มในภมู ปิ ระเทศน้ัน ๆ
1074. ศกั ยภาพของศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณแี ละวถิ ชี วี ติ ของแตละพื้นที่ แตล ะพนื้ ที่ทั้งในประเทศไทย และตา งประเทศ มศี ลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตที่แตกตางกัน ดังน้ัน แตละพ้ืนที่สามารถนําเอาส่ิงเหลานี้มาใชพัฒนาอาชีพได เชน การทําธุรกิจรานอาหารก็ตองทราบวาภาคใดมีวิถีชีวิตการรับประทานอาหารรสชาติแบบใด ภาคเหนือ นิยมอาหารรสจืด ภาคใต นิยมอาหารรสจัด สวนภาคกลาง นิยมรับประทานอาหารท่ีมีกะทิเปนสวนประกอบ ดังน้ัน การจะพัฒนาอาชีพตองศึกษาศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตของชมุ ชนดวย5. ศักยภาพของทรพั ยากรมนษุ ยใ นแตละพนื้ ท่ี ทรัพยากรมนษุ ยในแตละพน้ื ที่ หมายถึง ความรู ความสามารถของมนุษยท่ีเปนภูมิปญญาทั้งในอดีตจนถงึ ปจจบุ นั ดานการประกอบอาชีพตาง ๆ ในพื้นที่นั้น ๆ ปจจุบันมีหลายอาชีพท่ีเกิดจากภมู ปิ ญ ญา แตสามารถพฒั นาใหเ หมาะสมกบั สถานการณป จ จุบันได เชน การใชจลุ ินทรียในการทาํปุยหมัก แตจากการทําปุยหมักคนเราก็มีความคิดที่จะนําไปประยุกตใชอยางอ่ืน ๆ เชน ทํานํ้าหมักนาํ ไปราดในหองนา้ํ เพื่อดบั กลน่ิ หรือนาํ ไปผสมกับสว นประกอบอน่ื ๆ ใหสามารถปนเปนกอนไดนําไปโยนในน้ําเพื่อแกปญหาน้ําเสียที่เนาเหม็น เปนการชวยปรับสภาพน้ํา ดังน้ัน จะเห็นวาทรพั ยากรมนุษยม ีความคิดไมหยุดนงิ่ ชว ยใหเกิดสนิ คา ใหม ๆ ไดอ ยูตลอดเวลากิจกรรม จากการท่ีผูเรยี นศกึ ษาศกั ยภาพ 5 ดา นเพื่อการพฒั นาอาชีพ มาแลว ใหวเิ คราะหศ กั ยภาพในอาชพี ท่ตี ดั สนิ ใจจะพฒั นาอาชีพท่สี นใจ จะพัฒนาอาชพี ไดอยางไรใหส อดคลอ งกบั ศกั ยภาพทงั้5 ดา น เพ่ือใหการพฒั นาอาชพี นนั้ มีความเปน ไปไดล งในแบบบันทกึ
108 แบบบันทึก ตอ งการพฒั นาอาชีพ…………………………………………………….ท่ี ศกั ยภาพ 5 ดาน ทตี่ อ งการ / สอดคลอ งกบั อาชพี มี ไมม ี หมายเหตุ ในการพฒั นาอาชีพ พอ ไมพอ1 ทรัพยากรธรรมชาติ 1.1 1.2 1.3 ฯลฯ2 ภูมอิ ากาศ3 ภมู ิประเทศและทําเล ทีต่ ัง้4 ศลิ ปะ วฒั นธรรม ประเพณี และวิถีชีวติ5 ทรพั ยากรมนษุ ย
109สรุปผลการตดั สนิ ใจใหเลอื กอยางใดอยางหน่งึ ดังนี้1. ตัดสินใจเลอื กพัฒนาอาชพี และใหอ ธบิ ายเหตผุ ลความเปน ไปไดท ่จี ะพัฒนาอาชีพ2. ตดั สนิ ใจไมเลอื กพฒั นาอาชพี เน่อื งจาก
110 บรรณานุกรมกนก จนั ทรท อง. ส่ิงแวดลอ มศกึ ษา ความรเู ร่อื งสิ่งแวดลอม. ปต ตานี : พิมพท่ีฝายเทคโนโลยีทาง การศกึ ษา สํานักวิทยบริการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร วิทยาเขตปตตานี, พิมพครั้งที่ 2. 2539.กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาชองทางการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนตน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พประชาชนจํากัด, 2538.กองพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน กรมการศึกษานอกโรงเรียน. ชุดวิชาการฝกทักษะและฝก ประกอบการเฉพาะอาชีพ. กรุงเทพฯ : โรงพิมพชุมนุมสหกรณการเกษตรแหงประเทศไทย, 2541.นนั ท ศรีสุวรรณ. บญั ชเี บอ้ื งตน . กรงุ เทพฯ : สํานกั พิมพว ังอักษร, 2546.ไพโรจน ทิพมาตร. การขายเบอื้ งตน. กรงุ เทพฯ : โรงพมิ พป ระสานมิตรจาํ กัด, 2545.มหาวิทยาลัยสโุ ขทัยธรรมาธริ าช. (2536). เอกสารการสอนชุดวชิ าการจัดการการผลิตภณั ฑแ ละราคา. นนทบรุ ี : สาํ นักพิมพม หาวิทยาลัยสุโขทยั ธรรมาธิราช.วิชติ ออู น . (2544). การจัดการเชิงกลยทุ ธ. กรุงเทพฯ : วี.เจ.พร้นิ ต้ิง.สุดาดวง เรืองรุจิระ. (2545). นโยบายผลิตภณั ฑแ ละราคา. กรงุ เทพฯ : ประกายพรกึ .สุรชาติ ใฝรัชตพานิช. หลักการจัดการ. กรุงเทพฯ : บริษัทสํานักพิมพประสานมิตร (ปสม.) จํากัด, 2542.สมภพ เลศิ ปญ ญาโรจน. หลกั การตลาด. กรุงเทพฯ : บริษัทสํานักพิมพประสานมิตร (ปสม.) จํากัด, 2542.สํานกั งานสงเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยจังหวัดปราจีนบุรี. ชดุ วชิ าพฒั นา อาชีพระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนตน . กรงุ เทพฯ : บริษทั เอกพมิ พไ ทย จาํ กดั , 2544.อรุณี ปนประยงค และคณะ. การจัดการฟารม . กรงุ เทพฯ : โรงพิมพเพ่มิ ทรัพยก ารพิมพ. 2547.Nagle, Thomas T. (1987). The strategy & tactics of pricing. New York: Prentice Hall.
111 คณะผูจ ดั ทําทปี่ รึกษา บญุ เรือง เลขาธกิ าร กศน.1. นายประเสริฐ อิ่มสุวรรณ รองเลขาธกิ าร กศน.2. ดร.ชยั ยศ จําป รองเลขาธิการ กศน.3. นายวชั รินทร แกวไทรฮะ ท่ีปรึกษาดา นการพัฒนาหลกั สตู ร กศน.4. ดร.ทองอยู ตณั ฑวฑุ โฒ ผูอํานวยการกลุมพัฒนาการศกึ ษานอกโรงเรยี น5. นางรักขณาผเู ขยี นและเรียบเรียง ศนู ยฝกและพัฒนาอาชีพราษฎรไทยบริเวณ นางสาวกฤษณา โสภี ชายแดน จังหวดั สระแกวผูบรรณาธกิ าร และพัฒนาปรบั ปรงุ1. นางอบุ ล ทศั นโกวิท ศูนยก ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อัธยาศยั อําเภอสนั ทราย จังหวดั เชยี งใหม2. นายสธุ ี วรประดษิ ฐ สาํ นกั งานสงเสรมิ การศกึ ษานอกระบบและ การศึกษาตามอธั ยาศัยจงั หวดั ตราด3. นางสาวสวุ ชิ า อินหนองฉาง ศนู ยการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตาม อัธยาศยั อาํ เภอสันทราย จงั หวัดเชียงใหม4. นายเสกขภทั ร ศรเี มือง ศูนยฝก และพัฒนาอาชพี ราษฎรไทยบรเิ วณ ชายแดน จังหวดั อุตรดติ ถ6. นางดุษฎี ศรวี ัฒนาโรทัย กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น กลุม พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน5. นางพรทิพย เข็มทอง กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น7. นางสาวเยาวรัตน คําตรงคณะทาํ งาน ม่ันมะโน กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน1. นายสรุ พงษ ศรรี ตั นศิลป กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรียน2. นายศภุ โชค ปทมานนท กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น3. นางสาววรรณพร กุลประดษิ ฐ กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกโรงเรยี น4. นางสาวศริญญา5. นางสาวเพชรินทร เหลอื งจติ วฒั นา กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียนผพู มิ พต นฉบบั กลมุ พฒั นาการศึกษานอกโรงเรียน นางสาวเพชรนิ ทร เหลืองจิตวฒั นา
112ผอู อกแบบปก ศรรี ตั นศลิ ป กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรยี น นายศภุ โชคผพู ัฒนาและปรับปรุงครั้งที่ 2 (วนั ที่ 4 - 10 พฤศจิกายน 2554)1. นางอญั ชลี ธรรมวธิ ีกลุ2. นางดุษฎี ศรีวฒั นาโรทยั3. นายสุธี วรประดษิ ฐ4. นางสาวกฤษณา โสภี5. นายสุภาพ เมืองนอย6. นางสาวทิพวรรณ วงคเ รอื น
113คณะผปู รบั ปรงุ ขอมูลเกย่ี วกบั สถาบนั พระมหากษตั ริย ป พ.ศ. 2560ทปี่ รกึ ษา จําจด เลขาธกิ าร กศน. หอมดี ผตู รวจราชการกระทรวงศกึ ษาธิการ1. นายสรุ พงษ ปฏิบตั ิหนาทร่ี องเลขาธิการ กศน.2. นายประเสริฐ สุขสเุ ดช ผอู าํ นวยการกลุม พฒั นาการศกึ ษานอกระบบ3. นางตรนี ชุ และการศกึ ษาตามอธั ยาศัยผปู รบั ปรงุ ขอมูล กศน.เขตสายไหม กรงุ เทพมหานครนางสาวปรญิ ญารัตน มา ทองคณะทาํ งาน1. นายสรุ พงษ มน่ั มะโน กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศยั2. นายศุภโชค ศรรี ตั นศลิ ป กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย3. นางสาวเบญ็ จวรรณ อาํ ไพศรี กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย4. นางเยาวรตั น ปน มณวี งศ กลุม พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั5. นางสาวสลุ าง เพช็ รสวาง กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย6. นางสาวทิพวรรณ วงคเรือน กลมุ พฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั7. นางสาวนภาพร อมรเดชาวัฒน กลุมพฒั นาการศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย8. นางสาวชมพูนท สังขพชิ ัย กลุมพฒั นาการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัย
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121