44กิจกรรมทที่ าํ วัตถปุ ระสงค การวางแผน1. การวางแผน “การวางแผนเปนจดุ เริม่ ตนของการทํางานตามนโยบาย เพ่อื บรรลุวัตถปุ ระสงคขององคกรโดยกําหนดกิจกรรมไวชัดเจนวา จะใหใครทําอะไร ท่ีไหน เม่ือใด เพราะอะไร ดวยวิธีใด เม่ือพบปญหาและอุปสรรคทีค่ าดวา จะมีจะเกิดอยางน้ันอยางน้ีแลว จะแกไขอยางไร ในชวงเวลาขางหนาของการดําเนินการภายใตง บประมาณท่ีตง้ั ไว” นอกจากความหมายดงั กลาวขา งตน สามารถแสดงองคป ระกอบของการวางแผนงานไดดงั นี้ 1. การวางแผนเปนจุดเร่ิมตนของการลงมือทํางาน เปนรากฐานหรือหนาท่ีประการแรกของกระบวนการการจัดการ 2. แผนงานตองสอดคลองหรือรับใชนโยบาย ซึ่งนโยบายสนองตอบวัตถุประสงคขององคกร 3. ในแผนงานประกอบดวยกิจกรรมตาง ๆ ตามลําดับความสําคัญและวิธีการทํางานอยางเปนข้ันตอน 4. ทุกขัน้ ตอนของแตล ะกิจกรรม สามารถตอบคําถามได ดงั นี้ 4.1 ใคร (ตามหนาท่ีและความรบั ผดิ ชอบที่ไดร ับมอบหมายใหทํา) 4.2 ทําอะไร เรือ่ งอะไร (ตามภาระงาน) 4.3 ทําทีไ่ หน จุดที่ทํางานหนว ยงานท่ีทํา 4.4 ทาํ เมอื่ ใด คอื เรม่ิ ตนทาํ ตามกจิ กรรมท่มี อบหมายเม่อื ใด จะสิ้นสดุ ลงเม่ือใด 4.5 แสดงเหตผุ ลวาทําเชนน้ี (กจิ กรรม) เพราะอะไร จะไดผลอยา งไร 4.6 กําหนดวิธีทํางานในแตละขั้นตอนเอาไวชัดเจนพรอมกับแสดงปญหาและอุปสรรคท่คี าดวา เมอื่ ทําถงึ ข้ันตอนนน้ั แลวอาจเกิดอะไรข้ึนบางและจะไดดีตองกําหนดหรือแสดงวธิ ีการแกปญ หาและวธิ หี ลีกเลย่ี งอปุ สรรคน้นั ๆ เอาไวด ว ย 5. ตองกําหนดชว งเวลาของแผนไวต ามลกั ษณะหรือชนดิ ของแผนงานนน้ั
45 6. ในทุกกจิ กรรมจะตอ งใชทรพั ยากรหรืองบประมาณเทาใดกํากับไวดวยจะยิ่งดี เม่ือรวมแลวจะทราบวาแผนงานนี้จะตอ งใชงบประมาณเทาใด ความสําคญั ของการวางแผน การวางแผน เปนการกาํ หนดแนวทางวา จะทําอะไร เม่อื ใด อยางไร โดยใชท รพั ยากรตาง ๆขององคก ร ทําใหเห็นถึงความชดั เจนทีจ่ ะดําเนนิ ไปสูความสําเร็จตามวัตถุประสงคท่ีตองการ หากการดาํ เนินการใดปราศจากการวางแผนจะกอ ใหเกิดปญหาตาง ๆ ขึ้นดังนี้ 1. เกดิ ความสบั สนวา จะตองทําอะไร ทําเม่อื ใด ทาํ อยา งไร 2. เกิดความเส่ียงตอความสําเรจ็ เพราะไมทราบแนวทางวาจะมโี อกาสสําเร็จตามวัตถุประสงคไดอ ยางไร 3. เกดิ ความสูญเสียในการใชท รัพยากรตาง ๆ ซึ่งนาํ มาใชอ ยา งไมเหมาะสมไมมีประสิทธิภาพสูงสุดและการสญู เสยี เวลา 4. เกดิ การทํางานทห่ี ลงทศิ ทาง เบ่ยี งเบนออกจากวัตถุประสงคเดิม 5. ไมสามารถติดตามความกา วหนา ของงานและไมสามารถประเมินผลงานได การวางแผนจึงมีความสําคัญท่ีชว ยใหผ ปู ฏิบตั ิงานไมเกิดความสับสนวาจะตอ งทาํ งานอะไรทําเมอ่ื ใด งานใดทํากอน งานใดทําหลัง และทํางานโดยวิธีอยางไร เมื่อทํางานแลวสามารถติดตามความกา วหนาของงานวา สาํ เร็จมากนอ ยเพียงใด มีโอกาสดําเนินงานถึงผลสําเร็จตามวัตถุประสงคหรือไมแ ละสามารถประเมนิ ผลงานไดวา มีความสําเรจ็ เพียงใด ประเภทของแผนงาน การแบง ประเภทของแผน มีการแบง ในหลายลกั ษณะ ดังน้ี 1. แบงการวางแผนตามระยะเวลา แบง ได 3 ประเภท 1.1 แผนระยะส้ัน เปนแผนงานทีเ่ กยี่ วขอ งกับกิจกรรมเฉพาะอยาง หรือกิจกรรมที่มีระยะเวลาดําเนินการไมนาน โดยปกติมักจะมีระยะเวลาดําเนินการไมเกิน 1 ป เชน แผนงานประจําป แผนงบประมาณ แผนงานเฉพาะกิจ เปนตน 1.2 แผนระยะปานกลาง เปนแผนงานท่ีมีระยะเวลาดําเนินการยาวนานกวา 1 ปสว นใหญจะมีระยะเวลา 3-5 ป กลา วคือ มีระยะเวลาไมส้ันจนไมสามารถเห็นความสําเร็จ แตก็ไมยาวนานเกินไป เชน แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ แผนโครงการกอสรางรถไฟฟาแผนการสรา งเขอื่ นเก็บกักนา้ํ เปนตน 1.3 แผนระยะยาว เปน แผนงานท่มี รี ะยะเวลาดําเนนิ การยาวนานกวา 5 ป ประมาณ5-10 ป เชน แผนรณรงคใหคนไทยรูหนังสือไทย 100 % แผนการพัฒนาทุกหมูบานปลอดฝุนแผนการบรกิ ารใหทกุ หมบู า นมีโทรศัพทใช แผนการขยายไฟฟาท่วั ทกุ หมบู า น เปนตน แผนระยะยาวสว นใหญจะเปนแผนการจัดบริการของทางราชการ สวนทางดานธุรกิจเอกชนอาจมีบางในธุรกิจ
46ขนาดใหญหรือธุรกิจขามชาติ เชน แผนการขยายสาขามินิมารทท่ัวทุกจังหวัด แผนการขยายขอบขา ยบริการสัญญาณโทรศพั ทมือถอื ครอบคลุมทุกพ้นื ที่ของประเทศไทย เปนตน 2. แบงการวางแผนตามขอบเขตของการวางแผน เปนการจัดแบงโดยพิจารณาเนื้อหาของแผนวา มีขอบเขตครอบคลุมเพยี งใด มี 5 ประเภท คอื 2.1 แผนแมบท เปนแผนหลักท่ีครอบคลุมแผนระดับรองลงมาท้ังหมดโดยแผนระดับรองตอ งมีความสอดคลอ งกับแผนแมบท 2.2 แผนกลุมหนาที่หรือกลุมงาน เปนแผนกวาง ๆ ที่ครอบคลุมขอบเขตของกลมุ หนา ที่ เชน แผนงานขาย แผนการเงนิ แผนการตลาด แผนการผลิต เปน ตน 2.3 โครงการ เปน แผนงานเฉพาะกิจที่เก่ยี วขอ งกบั หนวยงานใหญ ๆ มากกวาหนึ่งข้นึ ไป เชน โครงการสง เสริมการขายในฤดูรอน โครงการจัดแสดงสินคา โครงการจัดงานกาชาดประจําป เปน ตน 2.4 แผนสรุป เปนแผนทจ่ี ัดทาํ ข้ึนเพอ่ื สรปุ รวมแผนกลุมหนา ท่ีหรอื โครงการตาง ๆเขาดว ยกันเปน หมวดหมู เชน แผนการศกึ ษา แผนสาธารณสุข แผนการเกษตร เปนตน 2.5 แผนกิจกรรม เปนแผนทแี่ สดงกจิ กรรมตาง ๆ ของแตละสวนงาน เปนแผนในระดบั แผนขององคกร มีรายละเอียดในการปฏบิ ตั ิงาน ซง่ึ ถือวา เปนแผนในระดับลางขององคกร 3. แบง การวางแผนตามลักษณะของการใช 3.1 แผนงานที่ใชประจํา เปนแผนท่ีใชในการปฏิบัติงานท่ีมีการทําซ้ํา ๆ หรือใชสาํ หรบั การแกปญ หาที่เกดิ ขึ้นเปน ประจาํ เชน ระเบียบวธิ ีปฏบิ ัติงาน กฎ เปน ตน 3.2 แผนงานทีใ่ ชค รัง้ เดยี ว เปน แผนที่กําหนดขน้ึ เพอ่ื การปฏิบตั งิ านเฉพาะครงั้ หรอืใชเพียงครง้ั เดยี ว เชน แผนเฉพาะกิจ โครงการ งบประมาณ เปน ตน 4. แบงการวางแผนตามขอบขายของการใชแผน 4.1 แผนกลยุทธ เปนแผนท่ีมีขอบขายกวาง ครอบคลุมทุกสวนขององคกรเปนแผนระยะยาวท่ีกําหนดแนวทางของการใชทรัพยากรใหมีประสิทธิภาพสูงสุดภายใตสภาวะแวดลอ มทั้งภายในและภายนอกองคกร 4.2 แผนกลวิธี เปนแผนที่มีขอบขายที่แคบ กําหนดเฉพาะรายละเอียดของการปฏิบัติงานวาควรทําอยางไรเพื่อใหงานบรรลุผลสําเร็จอยางมีประสิทธิภาพสูงสุดเปนแผนที่มีระยะเวลาสนั้ 1-5 ป ลกั ษณะของแผนทด่ี ี ลักษณะของแผนทดี่ คี วรประกอบดว ยลกั ษณะดงั ตอไปนี้ 1. มวี ัตถุประสงคห รอื เปาหมายทีช่ ัดเจน เขา ใจงาย วัตถุประสงคหรือเปาหมายตองไมมากจนไมส ามารถกําหนดแผนงานทรี่ ัดกุมได
47 2. ตอ งครอบคลมุ รายละเอียดอยางเพียงพอท่ีจะสามารถปฏิบัติใหสําเร็จตามวัตถุประสงคหรอื เปา หมาย 3. มีความยืดหยนุ พอสมควร สามารถปรับใชก ับสถานการณที่เปลย่ี นแปลงไปได 4. มีระยะเวลาการดาํ เนนิ การท่ีแนน อน 5. มกี ารกําหนดบทบาทหนาทข่ี องผปู ฏบิ ตั ติ ามแผนชัดเจน 6. ผูทเี่ ก่ียวของกบั แผนมสี ว นรว มในการวางแผนชดั เจน 7. ใชขอมูลเปนพ้นื ฐานในการตดั สินใจทุกข้ันตอน เทคนิคการวางแผนทดี่ ี 1. กําหนดวตั ถุประสงคห รอื เปา หมายใหชัดเจน 1.1 วัตถปุ ระสงค หมายถึง สงิ่ ท่ตี องการใหเกิดขนึ้ ในอนาคต วตั ถปุ ระสงคของการวางแผนของแตละระดับ การจัดการจะมีลักษณะท่ีแตกตางกันตามบทบาทหนาท่ีท่ีรับผิดชอบวัตถปุ ระสงคข ององคกรยอ มตองรับผดิ ชอบความสําเร็จในภาพรวมขององคกร วัตถุประสงคของกลมุ หนาที่รบั ผิดชอบตอ ความสาํ เร็จในภาระหนาท่ีหนึ่ง วัตถุประสงคของกิจกรรมรับผิดชอบตอความสําเรจ็ ในกจิ กรรมหนงึ่ 1.2 เปาหมาย เปนส่ิงท่ีตองการใหเกิดข้ึนในอนาคตเชนกัน แตจะมีลักษณะเฉพาะเจาะจงกวา วตั ถปุ ระสงค มักระบุเปนเลขทชี่ ัดเจน เชน ตองการสรา งผลกําไรปล ะ 10,000,000 บาท ตอ งการผลติ ใหไ ดป ละ 500 คนั ตอ งการทาํ ยอดขายใหไ ดป ละ 30,000,000 บาท อยางไรก็ตาม การกําหนดวัตถุประสงคและเปาหมายขององคกรจะตองมีความสอดคลอ งกับกลยุทธแ ละนโยบายขององคกรดว ย 2. กําหนดกิจกรรมเปนแนวทางหรือรองรับการปฏิบัติงานใหเกิดความสําเร็จตามวตั ถปุ ระสงค ดังนี้ 2.1 วเิ คราะหก ิจกรรมที่ตองการ 2.2 กาํ หนดผูรบั ผดิ ชอบแตละกิจกรรม 2.3 กําหนดระยะเวลาดําเนินการของแตละกิจกรรม ตลอดจนความสัมพันธระหวา งกจิ กรรม 2.4 กําหนดงบประมาณของแตละกิจกรรม 3. วิเคราะหห รือตรวจสอบความเปนไปไดข องแผน แผนงานตางๆ ทถ่ี กู เขยี นขนึ้ จากความรูความสามารถของผูบ ริหารที่แตกตางกันอาจไมม คี วามสมบูรณหรืออาจเปนไปไมไดในทางปฏิบัติ
48จําเปน ตองมกี ารวเิ คราะหห รอื ตรวจสอบวา แผนทเ่ี ขยี นขน้ึ มีความเปนไปไดมากนอ ยเพยี งใด อาจมีการปรบั ปรุงแผนใหม คี วามสมบูรณย ่ิงข้นึ เปน การทบทวนแผนกอนทจี่ ะนาํ ไปปฏบิ ตั จิ ริง เชน 3.1 กจิ กรรมทกี่ ําหนดขึ้นไมส อดคลองตอ ความสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงค 3.2 กจิ กรรมไมค รบถวนทจ่ี ะทําใหสําเร็จตามวตั ถปุ ระสงค 3.3 ผูรับผดิ ชอบทรี่ ะบุไวใ นแผนอาจไมเหมาะสมไมส ามารถปฏิบัตงิ านตามแผนใหบรรลผุ ลได 3.4 ระยะเวลาในแผนไมเ หมาะสม 3.5 งบประมาณทต่ี ํ่าเกนิ ไปจนไมสามารถปฏิบตั ติ ามแผนได หรืออาจสงู เกินไปทําใหสน้ิ เปลอื งคา ใชจ ายในการดําเนนิ การ 4. การกําหนดรายละเอียดของแผน มักจะเกี่ยวของกับการตัดสินใจเลือกวิธีการวาควรทาํ อยางไร หลกั ในการพิจารณาตดั สินใจเลอื กมี 4 ข้ันตอน ดงั น้ี 4.1 กาํ หนดประเดน็ ปญหาใหช ดั เจน 4.2 กําหนดทางเลอื กตา ง ๆ ที่สามารถแกป ญ หานน้ั ไดหลาย ๆ ทางเลอื ก 4.3 ประเมนิ ขอดี ขอเสยี ของทางเลอื กแตละทางเลอื กวามอี ยางไร 4.4 ตดั สินใจเลอื กทางเลือกท่ีดที ีส่ ุด ภายใตสภาวะแวดลอ มภายในและภายนอกองคก รประเดน็ ปญ หา ทางเลอื ก 1 พิจารณาขอ ดี ทางเลอื กที่ดที สี่ ดุ ทางเลือก 2 ขอเสยี ทางเลอื ก 3 แตละทางเลือก ภายใตส ภาวะ แวดลอมภายใน และภายนอก องคกร ดังน้ัน ผูจัดการฝายผลิตจะตองตัดสินใจเลือกวิธีท่ี 1 ซึ่งจะใหโรงงานมีผลกําไรเพ่ิม1,690,000 บาท กระบวนการวางแผน การวิเคราะหกจิ กรรม เปนการกําหนดกิจกรรมท่ีจะตองทําในแผน ผูที่ทําหนาที่วิเคราะหจะตองมคี วามรูเกยี่ วกบั เร่ืองที่จะทําอยางดี จึงจะสามารถระบุกิจกรรมท่ีตองทําไดถูกตองครบทุก
49กจิ กรรมและเขียนความสมั พันธข องกจิ กรรมตาง ๆ ได ตลอดจนการกาํ หนดระยะเวลาของกิจกรรมและการกําหนดงบประมาณท่ตี องใชไดถูกตอง การวเิ คราะหก ิจกรรมโดยการวเิ คราะหกระบวนการของภาระงานท่ที าํ ถือวาภาระงานหน่ึง ๆสามารถแยกเปน งานยอยหลาย ๆ งาน ซึง่ มคี วามเชอ่ื มโยงกัน มีการลําดับทํากอ นและหลัง ดงั น้ี 1. ภาระงานหน่งึ สามารถแยกเปน งานยอยไดห ลาย ๆ งาน 2. งานยอ ยแตล ะงานมคี วามเชอ่ื มโยงกนั 2.1 งานยอยเช่ือมโยงในแนวนอนงานยอย งานยอย งานยอ ย งานยอย 2.2 งานยอ ยเชื่อมโยงในแนวต้ัง งานยอย งาน งานยอ ย ประกอบ งานยอย รวมกนั 2.3 งานเช่ือมโยงในลกั ษณะผสมงานยอ ย งานยอย งานยอย งานยอยงานยอย งานยอย3. งานยอยแตละงานมลี าํ ดับการทํากอ นและทําหลัง หรือบางงานอาจทาํ พรอมกัน
50ตัวอยา งการวเิ คราะหงานของรา นอาหารตามสัง่ วัตถุประสงคข องราน ปรงุ อาหารตามสั่งจําหนายลกู คารายการอาหาร จดั ซอื้ จัดเตรียม จัดปรงุ จดั บรกิ าร ลกู คา จัดเก็บ ท่ลี ูกคาส่ัง วัตถดุ บิ วัตถุดิบ อาหาร ลกู คา ภาชนะเพ่ือ นําไปลา ง จัดเก็บเงนิ ตัวอยางนี้จะพบวา การขายอาหารตามส่ังซึ่งเปนภาระงานของรานอาหารสามารถแยกออกเปน งานยอยไดหลายงาน เชน งานจัดซ้ือวัตถุดิบ งานจัดปรุงอาหารตามสั่ง งานบริการลูกคางานจัดเก็บเงิน งานจัดเกบ็ ภาชนะไปทาํ ความสะอาด ซง่ึ งานยอยเหลานี้มีลําดับการทํางานกอนหลังและเชอื่ มโยงทง้ั ในแนวนอนและแนวตัง้ตัวอยา งการวิเคราะหงานของธุรกิจโรงพิมพใ นระบบออฟเซท็ วตั ถปุ ระสงค เพ่อื จัดพิมพงานตามที่ลูกคาส่ังพมิ พรบั คาํ สั่งพมิ พ ออกแบบส่ังพมิ พ จดั ทาํ แมพิมพ จดั บรกิ ารงานจากลกู คา จัดซื้อกระดาษ การ จัดสง พมิ พ ลกู คา
ตวั อยางการวเิ คราะหงานของฝา ยสนิ เช่อื ของธนาคารพาณชิ ย 51 สมุหบญั ชี อนุมตั ิ จายเงิน เงนิ กู ทกี่ ู ลูกคา งาน งาน งาน งานขอ นําหลักทรพั ย แสดง ตรวจสอบ ประเมนิความจาํ นง เอกสาร หลกั ทรัพย วเิ คราะห อนุมตั ิ ลกู คา ไป ขอกเู งิน หลกั ฐาน สนิ เชื่อ เงินกู จาํ นอง ขัน้ ตน จากงานยอยตาง ๆ ท่ผี า นการวิเคราะหไ ดแ ลวนํามาจดั ทาํ เปน แผนอยางครา ว ๆ หรอื เปนแผนในรายละเอยี ดเพอื่ นาํ ไปปฏิบตั ิแลว แตก รณี ดงั นี้ จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูรบั ผดิ ชอบ งบประมาณ ลกั ษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ1. งานจดั ซอ้ื วัตถุดบิ2. งานจดั เตรียมวตั ถดุ บิ3. งานจดั ปรงุ อาหาร4. งานจดั บรกิ ารลกู คา5. งานจดั เกบ็ เงนิ6. งานจัดเกบ็ ภาชนะไปลาง จากตวั อยา ง ระยะเวลา ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ ลักษณะงานยอ ย ดําเนนิ การ1. ออกแบบส่งิ พิมพ2. จดั ซอ้ื กระดาษ3. จัดทําแมพ ิมพ4. จัดการพมิ พ5. จดั สงลกู คา
จากตวั อยาง ระยะเวลา 52 ลกั ษณะงานยอ ย ดาํ เนนิ การ ผูร บั ผดิ ชอบ งบประมาณ1. งานตรวจสอบเอกสารหลกั ฐาน ข้นั ตน2. งานประเมินหลกั ทรพั ย3. งานวเิ คราะหส นิ เชื่อ4. งานขออนมุ ัติเงนิ กู5. นาํ หลักทรพั ยล ูกคาไปจํานอง6. จายเงนิ กู แผนงานท่ีไดผานการทําขึ้นแลว ควรจะไดตรวจสอบถึงข้ันตอนตาง ๆ วาครบถวนเพียงพอทีจ่ ะดาํ เนนิ การไปสคู วามสําเรจ็ ตามแผนได ตรวจสอบระยะเวลาวาสามารถดําเนินการใหแลวเสร็จไดตามแผนหรือไม ตรวจสอบผูรับผิดชอบวามีความสามารถท่ีจะดําเนินการใหเสร็จตามแผนไดตลอดจนการตรวจสอบงบประมาณทใี่ ชวาเพียงพอหรอื เหมาะสมตอ การดาํ เนินการตามแผน การดาํ เนนิ งานตามแผนในระยะเวลาหนึ่ง อาจจะพบวาแผนยังมีความบกพรอ ง ซึ่งจะทราบไดกต็ อเมอ่ื ตองมกี ารปฏบิ ตั จิ รงิ เมือ่ พบความบกพรองจะตอ งมกี ารปรับปรงุ แผนใหดีขึ้นตามหลักการวางแผนท่ีวาการวางแผนจะตองมีความยืดหยุนพอสมควรที่ทําการปรับปรุงแผนงานตามสภาพการณทีเ่ ปลี่ยนไป กิจกรรม ใหผ เู รยี นกาํ หนดสนิ คา ที่จะออกสตู ลาดมา 1 ชนดิ และวางแผนการตลาด อธิบายมาพอเขา ใจ2. การจดั ทาํ โครงการ แนวคดิ สาํ คญั โครงการเปนงานลักษณะหน่ึงท่ีนิยมนํามาใชในการดําเนินกิจกรรมอยางใดอยางหน่ึงลักษณะของงานโครงการเปนงานท่ีมีกําหนดเวลาแลวเสร็จที่แนนอน มีการประเมินผลสําเร็จเมื่อส้ินสุดโครงการเปนลักษณะงานที่ไมเหมาะที่จะจัดดําเนินการในระยะยาวหรืองานประจําการจัดการงานโครงการจึงมีลักษณะของการจัดการท่ีแตกตางจากการดําเนินงานประจําความสําคัญของงานโครงการก็คือ การควบคุมเวลาใหโครงการมีการดําเนินการใหเสร็จสิ้นในระยะเวลาท่ีกําหนดที่สั้นที่สุด เพื่อสามารถควบคุมตนทุนรายจายใหตํ่าสุด ซึ่งตนทุนรายจายเหลานีจ้ ะแปรตามระยะเวลาของโครงการหากโครงการมีการเสร็จทล่ี า ชา ออกไป
53 โครงการเปนสง่ิ ท่พี บเหน็ ไดเสมอในการจดั การองคกรท่วั ไป มีการแบงแยกงานในองคกรมาบริหารในรปู ของโครงการ ไมว าจะเปน หนว ยงานของรัฐหรอื หนว ยงานเอกชน และไมวาจะเปนองคก รขนาดใหญหรือองคก รขนาดเล็กกต็ าม การจดั การงานโครงการก็เปนท่ีนิยมอยางแพรหลายการทาํ ความเขาใจเก่ียวกบั การจดั การงานโครงการเปนส่ิงที่นาสนใจท่ีสามารถนําไปใชประโยชนไดสาํ หรับนกั บรหิ ารโดยท่ัวไปความหมายของโครงการ 1. โครงการหมายถึง งานทม่ี กี ารดําเนนิ การในขอบเขตท่ีจาํ กดั โดยมุงหวังความสําเรจ็ ของงานเปนสาํ คญั 2. จากความหมายขา งตน มีสาระสําคญั ดังนี้ 2.1 เปน งานทมี่ ขี อบเขตจาํ กดั ไดแก 2.1.1 ปริมาณงานทีจ่ ํากัด งานโครงการจะเปนงานท่ีมีเนื้องานจํากัด เชนโครงการจดั งานฉลองปใ หม โครงการกอ สรางสะพาน โครงการรณรงคงดสูบบุหรี่ในท่ีสาธารณะโครงการขยายตลาดสนิ คา ในภาคอสี าน โครงการปรบั ปรุงประสิทธิภาพการผลิตในโรงงาน เปน ตน 2.1.2 มีเวลาท่ีจํากัด โครงการจะมีการจํากัดเวลาการดําเนินการ เพ่ือใหเห็นความสําเรจ็ ในเวลาทแ่ี นนอน เชน 1 สัปดาห 3 เดือน 1 ป เปน ตน 2.2 เปน งานท่ีตอ งการเหน็ ความสําเร็จท่ชี ัดเจน จะมีการประเมินผลงานเม่ือส้ินสุดโครงการเพื่อวัดผลงานวามคี วามสําเร็จมากนอยเพียงใด ลกั ษณะของโครงการ ในเรื่องของการวดั ความสําเร็จของงานจะแตกตางจากการดําเนนิ งานปกติทว่ั ไป งานโครงการตองการวดั ความสําเร็จของงานในเนื้องานโครงการเทาน้ันวามีความสําเร็จมากนอยเพียงใด สวนการวัดความสําเร็จของงานทั่วไปจะวัดความสําเร็จของงานในระยะเวลาหนึง่ วา มคี วามสําเรจ็ เพียงใด และยงั มกี ารดําเนินการตอ ไป ซง่ึ เม่อื ครบระยะเวลาหนึ่งก็จะมีการวดั ผลงานเปน ชว ง ๆ ตอ ไป เชน กําหนดวัดผลงานเดอื นละครัง้ หรอื วดั ผลงานเปนรายไตรมาสหรือเปน รายป เปนตนความสําคญั ของโครงการ การดําเนินโครงการมีการใชทรัพยากรตา ง ๆ ขององคกร ซึ่งเกย่ี วพนั กับคาใชจายท่ีเกิดข้ึนจากการใชท รัพยากร การกําหนดงานโครงการมีการจดั ทาํ งบประมาณทต่ี องใชต ลอดโครงการและกําหนดระยะเวลาส้ินสุดของโครงการ หากการดําเนินโครงการเสร็จส้ินตามระยะเวลาท่ีกําหนดจะมกี ารใชเงินตามงบประมาณ แตหากการดําเนินงานโครงการมีการเล่ือนกําหนดเวลาแลวเสร็จออกไปจะมีผลทําใหตองเพิ่มงบประมาณคาใชจาย การดําเนินงานโครงการจึงตองมีการควบคุมเวลาใหแลวเสร็จตามระยะเวลาท่ีกาํ หนด เพ่ือควบคุมตนทุนคาใชจายและผลกระทบตาง ๆทอี่ าจเกดิ ขนึ้ ได
54 ลักษณะของงานโครงการ 1. งานโครงการเปน งานท่ีมีกาํ หนดระยะเวลาท่ีแนนอน มีระยะเวลาเร่ิมตนและระยะเวลาสิ้นสดุ ซง่ึ แตกตางจากการดําเนนิ การประจํา จะมรี ะยะเวลาเรมิ่ ตน แตจะมีการกําหนดเวลาส้ินสุดท่ีแนนอน ระยะเวลาการดําเนินการของโครงการมีระยะเวลาแตกตางกันตามลักษณะของเนื้องานโครงการบางลักษณะมีระยะเวลาสั้นต้ังแต 1 สัปดาห ถึง 1 ป เชนโครงการจัดงานคอนเสิรตหารายได โครงการสรา งสะพานลอยสาํ หรับคนขามถนน 2. งานโครงการมีการบริหารแยกออกจากงานประจํา ลักษณะของงานโครงการจะมีการจัดสรรงบประมาณและทรัพยากรแยกออกจากหนวยงานประจํา บางโครงการมีการแยกจากหนว ยงานประจาํ อยา งเดนชดั ไดแ ก งานโครงการพิเศษ ซ่ึงจะมีงบประมาณของโครงการโดยตรงมกี ารจัดสรรทรัพยากรเพอื่ ใชในโครงการโดยตรง สว นบางโครงการอาจจะมีการแยกจากหนวยงานเปนบางสวนและดําเนินการควบคูก ับหนวยงานประจํา โครงการลกั ษณะนจ้ี ะมงี บประมาณท่ีใชในโครงการเทาที่จําเปนและทรัพยากรสวนหนึ่งจะใชรวมกับหนวยงานประจํา ไดแก แผนงานโครงการตาง ๆ 3. งานโครงการจะมีผูบริหารโครงการรับผิดชอบงานโครงการโดยตรง เพื่อใหการดาํ เนินงานโครงการมีความเดนชัด มีผูทําหนาที่จัดการและตัดสินใจโดยตรง ทาํ ใหงานมีความกาวหนาตามลาํ ดับ หากงานโครงการไมเ ปน ไปตามแผนงานก็สามารถระบผุ รู บั ผิดชอบได 4. งานโครงการมีการประเมินผลงานท้ังโครงการเมื่อสิ้นสุดโครงการ งานโครงการจะเกย่ี วขอ งกบั รายรบั และรายจายทีเ่ กิดขึน้ ในการดําเนินการ เม่ือส้ินสุดโครงการจะมีการประเมินถึงผลงานที่ไดรับวาเปนไปตามวัตถุประสงคของโครงการหรือไม และมีรายรับรายจายเปนอยางไรเพอื่ ประเมินวาโครงการมีความสําเร็จมากนอ ยเพียงใด แตกตางจากการดําเนินงานประจําจะมีการประเมนิ ผลตามระยะเวลาชวงหน่งึ เชน 1 เดือน 3 เดือน หรือ 1 ป เปนการวัดผลสําเร็จในชวงเวลาหนง่ึ เทานัน้ ไมใ ชการวดั ผลสําเร็จตลอดอายุของการดําเนนิ การ
55ตวั อยางการจดั งานรปู โครงการของบรษิ ทั รับเหมากอ สรา งแหง หนง่ึ เปน ดงั นี้ บริษัทรับเหมา กอสราง ฝา ยวางแผนงาน ฝา ยการตลาด ฝายบุคลากร ฝา ยวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซ้อื วสั ดุ ฝายบญั ชี และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และ การเงิน กรรม โครงการ ฝายการตลาด ฝา ยบคุ ลากร ฝายวิศวกรรม ฝายกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝายบญั ชี กอสราง และการขาย และสถาปต ย อุปกรณ และสะพานขาม การเงนิ แมน า้ํ กรรม โครงการ ฝายการตลาด ฝายบุคลากร ฝายวิศวกรรม ฝา ยกอสรา ง ฝายจดั ซอ้ื วสั ดุ ฝา ยบญั ชีกอ สรางศนู ย และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และ การเงนิ ราชการ กรรม จังหวัดโครงการสราง ฝายการตลาด ฝา ยบุคลากร ฝา ยวศิ วกรรม ฝายจัดซอื้ วสั ดุ ฝายบัญชี เข่ือน และการขาย และสถาปตย อุปกรณ และการเงิน ฝายกอ สรา ง กรรม
56 เทคนคิ การบริหารงานโครงการ 1. เทคนิคการดําเนินงานโครงการ การดําเนินงานโครงการมีลักษณะคลายการจัดการองคกรโดยเริ่มจากการกําหนดวัตถุประสงคของโครงการใหชัดเจนวาตองการทําอะไร จากวตั ถปุ ระสงคจ ะนาํ มาวางแผนของโครงการ ดงั นี้ วตั ถุประสงคของโครงการ แผนงานของโครงการ การวางแผนงานของโครงการก็เหมือนการวางแผนโดยทั่วไปวาจะใหใครทําอะไร ที่ไหนและอยา งไร ซึง่ เปนการกําหนดกิจกรรมท่ีทําและกําหนดการใชทรัพยากรตาง ๆ ท้ังคน เงิน วัสดุอุปกรณ ตลอดจนวิธีการ ทรัพยากรเหลานี้จะถูกตีมูลคามาเปนงบประมาณที่ใช หรือแผนงานโครงการไดร ับการอนุมัตใิ หดาํ เนินการแลว จะมีการจัดโครงสรางองคกร จัดบุคลากรเขาทาํ งานมกี ารอาํ นวยการและการควบคุมงานเชนเดยี วกบั การจดั องคก ร วตั ถปุ ระสงค ของ โครงการแผนการ จดั โครงสรา ง จดั บคุ ลากร อํานวยการ ควบคมุ ของ องคกรของ เขาทํางาน งาน โครงการโครงการ การวางแผนงานของโครงการเพื่อกําหนดแนวทางปฏิบัติใหสามารถดําเนินการโครงการสําเร็จไดต ามวตั ถปุ ระสงคท ีต่ อ งการ การจดั โครงสรางองคกรของโครงการเพือ่ ใหเ หน็ ภาพท่ชี ัดเจนในการปฏิบตั งิ านรองรับแผนงานของโครงการ การจัดบคุ ลากรเขาทํางานตามโครงสรา งองคก รของ
57โครงการเพือ่ ใหม ีบุคลากรท่จี ะปฏิบตั ิงานตามแผนงานของโครงการ ตลอดจนมกี ารอาํ นวยการและควบคมุ งานเพื่อใหง านมีการปฏิบตั ติ ามขั้นตอนของแผน เกิดความสําเร็จตามแผนได 2. เทคนคิ การจดั การทรพั ยากรในงานโครงการ 2.1 เทคนิคการจัดการบุคลากร เนื่องจากงานโครงการเปนงานท่ีมีกําหนดเวลาโดยเฉพาะโครงการที่มีกําหนดเวลาสั้น การจัดหาบุคลากรเขาทํางาน ควรจัดหาบุคคลท่ีมีความรูความสามารถท่เี หมาะสมเขา ทํางานในโครงการ โดยไมต องมกี ระบวนการพัฒนาบุคลากรกอนเขาทํางาน ตลอดจนในระหวางการดําเนินงานโครงการก็จะไมมีข้ันตอนการพัฒนาบุคลากรเชนกันสาํ หรับโครงการทมี่ รี ะยะเวลาดาํ เนินการยาวนานหลายป อาจมีการพัฒนาบุคลากรกอนเขาทํางานหรือพัฒนาบุคลากรในระหวางดําเนินการก็ไดแตจะพัฒนาบุคลากรเทาที่จําเปนตอการดําเนินงานโครงการใหเ สรจ็ สนิ้ 2.2 เทคนคิ การจัดหาวัสดุอุปกรณและเครื่องจักร การจัดหาวัสดุในงานโครงการควรจดั หาเทาทจี่ ะตอ งใชในงานโครงการเทานั้น ไมจ ําเปน ตองมีวสั ดคุ งเหลือเหมือนการดําเนินงานประจํา เพราะหากมีสินคาคงเหลืออาจไมมีประโยชนท่ีจะใชไดตอไป สวนการจัดหาอุปกรณท่ีมีมูลคา ไมสูงนัก ก็จัดซื้อเทาที่จําเปนตองใช สําหรับอุปกรณที่มีราคาสูงหรือเครื่องจักรท่ีมีราคาสูงควรใชวิธีการเชาซึ่งจะทําใหตนทุนรวมมีคาตํ่ากวา และเมื่อสิ้นสุดโครงการก็จะไมตองเหลืออปุ กรณห รือเคร่อื งจกั รเกา ท่จี ะเปน ภาระแกโ ครงการ 2.3 เทคนิคการจัดสรรการเงิน การจัดสรรการเงินในงานโครงการจะเนนการใชเงนิ ทนุ หมนุ เวียนเปน หลัก การลงทุนในสินทรพั ยถ าวรควรจะใหมนี อยทีส่ ุดเทาท่ีจาํ เปน หรอื อาจไมควรมสี ําหรับงานโครงการที่จําเปน ตองใชสินทรัพยท ี่มรี าคาสงู เชน ทด่ี ิน อาคาร เคร่อื งจักร ควรใชวิธกี ารเชา เพอ่ื ลดการใชเงนิ ทนุ ถาวรซึง่ เปนเงินทุนระยะยาว และเมื่อส้ินสุดโครงการก็จะไมตองมีภาระกับสนิ ทรัพยถาวรเหลาน้ี อีกทง้ั ยังทําใหตนทนุ รวมในการลงทุนตา่ํ กวาดว ย 3. เทคนคิ การบรหิ ารเวลาในงานโครงการ เวลาในการดําเนินงานโครงการเปนส่งิ สาํ คญั หากโครงการลาชาออกไปจากแผนงานจะมีผลตอ คาใชจา ยทสี่ ูงข้นึ การดาํ เนนิ งานโครงการจึงตองมีการควบคุมเรื่องเวลาเพ่ือใหงานเสร็จส้ินตามแผนงาน โดยปกติงานโครงการหนึ่ง ๆยอ มแบงออกเปนกิจกรรมยอย ๆ หลาย ๆ กิจกรรม แตละกิจกรรมมีความสมั พันธทสี่ ามารถเขยี นเปน แผนผงั แสดงความสัมพนั ธกันไดใ นลักษณะของโครงขายงาน กิจกรรม ใหผูเรยี นเขยี นโครงการอาชพี ของตนเองมา 1 อาชีพ
583. การใชว สั ดอุ ุปกรณ เคร่ืองมือ หมายถึง ส่ิงตาง ๆ ท่ีมนุษยคิดคนข้ึนหรือประดิษฐขึ้นมาใชเพ่ือความสะดวกรวดเรว็ ประหยัดเวลาและแรงงาน วสั ดุ หมายถึง สิ่งที่ใชแลวสิ้นเปลืองและหมดไป เชน เน้ือ สารใหสี เกลือ ขาว กระเทียมพริกข้หี นู อุปกรณ หมายถึง สิง่ ทใ่ี ชแลว ยังคงเหลือ สามารถใชไดอ กี เชน เคร่ืองบดเนื้อ เครื่องอัดไสเคร่ืองชง่ั ชนิดละเอียดและชนิดหยาบ อปุ กรณเ ครือ่ งครวั ตาง ๆ ไดแก มีด เขียง ถาด กะละมงั หมอ เตายกตัวอยา ง การทาํ แหนม การทําแหนม การท่จี ะทาํ แหนมใหมีคุณภาพดี จําเปนตองรูจักเลือกใชวัตถุดิบ วัสดุอุปกรณตาง ๆ ท่ีใชทําแหนมอยางเหมาะสม ผูบริโภคหรือผูประกอบการเกี่ยวกับการใชเนื้อ เพื่อนําไปแปรรูปทําผลิตภัณฑแ หนมควรจะทราบถงึ ส่งิ ตา ง ๆ ท่มี ีผลตอ คณุ ภาพของผลิตภัณฑแหนมท่ีตองการ และส่งิ สาํ คญั อันดับแรกทจ่ี ะตอ งคาํ นงึ ถึงกค็ ือ คณุ ภาพของวตั ถุดิบท่จี ะใช เพราะวาคุณภาพของผลิตภัณฑขน้ั สดุ ทา ยจะดไี ปไมไ ดถ า วตั ถดุ บิ คณุ ภาพดอย ฉะนั้นควรทจ่ี ะรจู ักกับวัตถุดบิ ตาง ๆ ในการทําแหนมไดแ ก 1. เนือ้ หมายถึง เน้อื ทีไ่ ดจ ากสัตวเ พ่ือนํามาใชเปนอาหาร ซึ่งรวมถึงกลามเนื้อ และอวัยวะตาง ๆ เชน ตบั หัวใจ และสวนอื่น ๆ ที่บริโภคได เนื้อจากสัตวชนิดตาง ๆ ไดแก โค กระบือ สุกรแพะ แกะ เปนตน เน้ือสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมีแตกตางกันไป ขึ้นอยูกับสภาพของสัตวแตละชนิดหรืออายุตางกัน โดยท่ัวไปกลามเน้ือของสัตวจะมีสวนประกอบทางเคมี ไดแก น้ําโปรตนี ไขมัน คารโ บไฮเดรต วิตามนิ เอ็นไซม สี และแรธาตุตาง ๆ เปนตน 2. สารใหสี การทําแหนมในระดับชาวบาน มักมีการเติมดินประสิวลงไปดวยเล็กนอยเพ่ือใหเ กดิ สแี ดงสวย โดยปรมิ าณที่ใชเตมิ นัน้ ไมไ ดมกี ารชั่ง ตวง วดั ใชประมาณเองตามความชํานาญท่ีปฏิบัติมา ซ่ึงนับวาเปนอันตรายตอผูบริโภค เพราะสารใหสีดังกลาวจัดเปนวัตถุเจือปนอาหารพวกไนเตรทและไนไตรท ซ่ึงมกี ฏหมายควบคมุ กําหนดปรมิ าณการใช โดยอนญุ าตใหใชไดไมเกิน200 - 500 มิลลิกรัมตออาหาร 1 กิโลกรัม ซ่ึงตองคํานวณในรูปโซเดียมไนเตรท และโซเดียมไนไตรทตามลาํ ดบั ปจ จุบนั การใชไนเตรทและไนไตรท ผสมกับอาหารมีวตั ถุประสงค 3 ประการ คอื 2.1 เพื่อชวยใหอ าหารโดยเฉพาะเนอื้ สัตวมีสีแดงคงทน ไมเสอ่ื มสลายไป ขณะหุงตม 2.2 ทาํ ใหอ าหารมีรสชาติและกลิ่นเฉพาะ 2.3 ทาํ ใหเ ก็บอาหารไวไ ดนาน ไนเตรท ไนไตรท จะทําหนาท่ีเปนสารกันเสีย ปองกันการเจริญเติบโตของจุลนิ ทรีย โดยเฉพาะพวกทีท่ าํ หนาท่ีใหเ กดิ การบดู และพวกทีส่ รางสารพิษ สารใหสีท่ีขอแนะนําใหใช คือ ผงเพรก ผงเพรกเปนสารเคมีพวกสารประกอบไนเตรทไนไตรท ใชใสลง
59ผลติ ภัณฑ เพอ่ื ใหเกดิ กลิ่นและรสท่ีตองการ ทําลายจุลินทรียท่ีเปนพิษและทําใหเกิดโรค และเพ่ิมลงไปเพือ่ ทําใหผ ลิตภัณฑม ีสดี ขี ึน้ 3. สว นผสมอื่น ๆ เกลือ การเติมเกลือประมาณ 2 - 3 % ของน้ําหนักอาหาร จะชวยทําหนาที่ปองกัน ไมใหจลุ นิ ทรยี อ ื่น ๆ เจริญได และชว ยดึงน้าํ และน้ําตาลจากเน้ือ และยังสามารถทําหนาที่เปนสารกันบูดไดวัตถปุ ระสงคข องการใสเ กลือในแหนม คือ ทําใหเ กดิ รสเคม็ และทาํ ใหแหนมเกบ็ ไวไ ดน าน ปรมิ าณเกลือท่ีใสถานอยเกินไป จะทําใหแหนมเนาเสียได และถาใสเกลือมากเกินไปแหนมท่ีไดจะมีรสเปรี้ยวนอยกวา รสเคม็ ขาว ขาวทีใ่ สล งในแหนมเปน ขาวทผี่ านการหุงตมจนสกุ แลวใชไ ดทงั้ ขา วเจา และขาวเหนียวการใสขาวลงไปก็เพ่ือเปนแหลงคารโบไฮเดรตแกแบคทีเรียที่สรางกรดแลคติก ซึ่งเปนตัวที่ทาํ ใหแหนมมีรสเปร้ียว กระเทียม ตามปกติมักจะบดกระเทียมใหละเอียดกอนแลวจึงใสลงในผลิตภัณฑ การใสกระเทียมจะใหผลทงั้ ในแงเพิ่มกล่ินหอมและรสชาติของแหนม และยังชวยเปนสารกันบูดไดดวยโดยจะใสป ระมาณ 10 % ของนํ้าหนักอาหาร พรกิ ขห้ี นู การทําแหนมอาจจะมีการเติมพริกขี้หนูเปนเม็ด ๆ พริกข้ีหนูท่ีเติมน้ัน นอกจากจะใหร สเผด็ เมอ่ื บริโภคแลว ยังชว ยเพ่ิมสสี นั ทส่ี วยงามใหก บั แหนมอีกดวย วัสดอุ ปุ กรณในการทาํ แหนม การทําแหนมบริโภคกนั เองภายในครวั เรือนไมจ ําเปน ตอ งใชว สั ดอุ ปุ กรณท่ียุงยาก แตถามีการผลิตเพ่ือจําหนายในปริมาณมาก ๆ จะมีอุปกรณชวยทุนแรงในการผลิต ซึ่งอุปกรณตาง ๆ ที่เกย่ี วขอ งกับการทาํ แหนมมดี งั นี้ 1. เครือ่ งบดเนื้อ 2. เครอ่ื งอัดไส 3. เครื่องชัง่ ชนิดละเอยี ดและชนดิ หยาบ 4. อปุ กรณเ ครอ่ื งครัวตาง ๆ ไดแก มีด เขยี ง ถาด กะละมัง หมอ เตา 4. การใชแรงงาน แรงงาน หมายถึง บคุ คลที่ผูประกอบการจางมาใหปฏิบัติงานตามความเหมาะสมของงานและความสามารถของแตละบุคคล ซึ่งมีท้ังแรงงานประเภทท่ีมีความชํานาญงานหรือแรงงานท่ีมีฝมือ แรงงานประเภทไรฝมือที่ตองใชกําลังในการปฏิบัติงาน เชน คนงานแบกหาม และแรงงานประเภทวิชาการท่ีตองใชมันสมอง เพ่ือชวยใหการวางแผน การกําหนดนโยบาย และการประเมินผลใหธุรกิจดําเนินไปอยางราบรื่น และประสบความสําเร็จตามแผนท่ีกําหนดไว ดังนั้นเจา ของกจิ การหรอื ผูประกอบการจาํ เปน จะตอ งเลือกบคุ ลากรท่ีมีความรู ความสามารถมาทาํ งานตาม
60ความถนัดของแตละบคุ คลเพอ่ื ประสทิ ธิภาพของงาน ทั้งน้ี นายจางจะตองจายเงินเดือน คาจาง คาคอมมิชช่ัน และสวัสดกิ ารอ่ืน ๆ ใหแกพ นกั งานอยางเหมาะสม สรปุ ความสามารถของมนษุ ยท่ีถกู นาํ มาใชใ นการผลิต เพือ่ ทําใหเ กิดเปน สินคาหรอื บริการข้ึนมา แรงงานนับเปนทรัพยากรท่ีสําคัญที่สุด ถาปราศจากแรงงานและทรัพยากรตาง ๆ ที่กลาวมาแลวทัง้ หมด ก็ไมสามารถนําออกมาใชประโยชนไดผลตอบแทนของแรงงานก็คือ คาจาง มากหรือนอยขนึ้ อยูกับความสามารถและชนิดของงานนัน้ ๆ ประเภทของแรงงาน ตลาดแรงงานประเทศไทยไดแ ยกประเภทของแรงงาน ดงั นี้ 1. แรงงานประเภทปญญาชน แรงงานประเภทน้ี ไดแ ก ผูท่จี บการศกึ ษาในระดบั อดุ มศกึ ษามีความรูและมีสติปญญาดีแตไมคอยมีฝมือในวิชาชีพ ในแตละปจะมีแรงงานประเภทน้ีเขาสูตลาดแรงงานเพิม่ ข้ึน 2. แรงงานไรฝมือ แรงงานประเภทนี้ไมคอยมีปญหานักในอาชีพเกษตรกรรมแตกําลังมีปญหาในดา นอุตสาหกรรม ทต่ี ลาดแรงงานไมตองการเทาทค่ี วร 3. แรงงานประเภทฝมือ แรงงานประเภทนี้ตองผานการฝกอบรมหรือมีประสบการณทาํ งานมากพอสมควร เชน ชา งยนต ชางไม ชา งปูน ชา งไฟฟา เปน ตน 4. แรงงานที่ใชค วามรูความชํานาญพิเศษ แรงงานประเภทน้ีจะตองฝกอบรมมาเปนระยะเวลานานจดั เปนแรงงานท่ียังขาดแคลน ดังนั้น จึงไมมีปญหาการวางงานปจจุบันรัฐบาลกําลังเร่ิมผลิตแรงงานประเภทน้ีใหเขาสูตลาดแรงงานมากข้ึน เพื่อใหเพียงพอกับความตองการของตลาดแรงงาน แรงงานประเภทน้ี ไดแ ก แพทย วศิ วกร สถาปนิก นกั วิทยาศาสตร เปนตน ตลาดแรงงาน ตลาดแรงงานในประเทศ แบงไดเ ปน 4 ภาค คอื 1. ตลาดแรงงานภาครัฐ ไดแก แรงงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ เชน กระทรวงตาง ๆการไฟฟาสว นภูมภิ าค องคก ารโทรศพั ทแ หง ประเทศไทย เปนตน 2. ตลาดแรงงานภาคอุตสาหกรรม ไดแก แรงงานในเมืองท่ีประกอบธุรกิจ การผลิตการแปรรูปการผลติ เชน สถานประกอบการ โรงงานตา ง ๆ ธรุ กจิ กอ สราง เปน ตน 3. ตลาดแรงงานภาคเกษตรกรรม ไดแก แรงงานในชนบทที่มีอาชีพทําไร ทํานา ทําสวนและกิจการอ่ืน ๆ ทเ่ี ก่ยี วกบั การเกษตร จดั เปน แรงงานท่ีทํางานไมสม่ําเสมอ อาจมีการวางงานตามฤดกู าล หรอื มกี ารทาํ งานตา่ํ กวาระดับท่คี วรจะเปน เชน ในฤดูฝนเกษตรกรจะทําไร ทํานา มีการใชแรงงานมาก แตพ อฤดแู ลง หรือหลงั เก็บเก่ยี วพืชไรห รือขา วแลวกจ็ ะเกิดการวา งงานข้ึน 4. ตลาดแรงงานภาคพาณิชยกรรม ไดแก แรงงานท่ีประกอบการคา หรือการบริการ เชนการคา ขายปลกี -สง การโรงแรม ภตั ตาคาร การธนาคาร ธุรกิจทองเทยี่ ว ธุรกิจสง ออก เปนตน
61 5. การใชส ถานท่ี สถานท่ี หมายถงึ อาคาร บริเวณทีป่ ระกอบอาชีพธุรกิจของผปู ระกอบการ ดงั กลาว 6. การใชท ุน ทุน หมายถึง เงินทุนสวนตัวของเจาของ หรือ เงินจากหุนสวนธุรกิจท่ีตกลงปลงใจจะมาสรา งธรุ กจิ ใหมร ว มกนั นาํ มากองกนั ไวกอ นเร่มิ ตน ทําธุรกิจ ทนุ หมายถงึ ปจจัยในการผลิตท่ีใชในการสรางสนิ คาหรือบริการอื่น ๆ ที่มนุษยเปนผูผลิตและไมเ กิดขน้ึ เองตามธรรมชาติ สินคาและบรกิ ารนน้ั ๆ จะตอ งไมใชต ัวทุน แมว าทนุ น้นั สามารถที่จะเสอ่ื มราคาลงได สินคาประเภททุนสามารถรับมาไดโดยใชเงินหรือเงินทุน ในการเงินและการบัญชี คําวาทุนหมายถึงความมั่งค่ัง โดยเฉพาะความม่ังค่ังท่ีใชในการเปดกิจการ ทุนเปนหนึ่งในปจจยั ในการผลติ ปจ จยั อ่นื ๆ รวมไปถงึ ท่ดี ิน แรงงาน และองคกร ผูประกอบการ หรือการบริหารจัดการ ซ่งึ คุณสมบัตดิ งั ตอไปน้ีจดั วาเปน ทุน 1. สามารถนําไปผลิตสนิ คาอ่ืน ๆ ได อยใู นรูปของปจ จยั ในการผลติ 2. ถูกสรางขึ้นมาอีกทีหน่ึงโดยแตกตางจาก \"ท่ีดิน\" ที่ซึ่งหมายถึง ปจจัยในการผลิตท่ีเกดิ ขึน้ เองตามธรรมชาติ เชน พื้นทท่ี างภมู ศิ าสตร และทรัพยากรทางธรรมชาติ เชนแรธ าตุ 3. ไมไดถูกใชในการผลิตเปนหลักโดยสมบูรณซ่ึงทําใหแตกตางจากสินคากึ่งสําเร็จรูป(ยกเวนคาเสอื่ มราคา) การจดั การกบั การลงทนุ ในธุรกิจ มีความเขาใจกันวาการจัดการกับการลงทุนในธุรกิจเปนส่ิงเดียวกัน เนื่องจากในอดีตการจดั การกับการลงทุนในธุรกิจมีลักษณะทก่ี ลมกลืนกัน ธุรกิจแรกเร่ิมภายในประเทศมาจากธุรกิจในครัวเรือนและมีขนาดเล็ก เจาของกิจการตัดสินใจลงทุนประกอบธุรกิจและดําเนินธุรกิจดวยตนเอง แมภายหลังธุรกิจมีขนาดเติบโตข้ึน เจาของยังคงดําเนินธุรกิจดวยตนเอง ความสัมพันธระหวางการจดั การกับการประกอบธุรกิจจึงกลมกลืนกันอยางแนบแนน จนกอใหเกิดความเขาใจดังกลาว หากไดมีการวิเคราะหในรายละเอียดอยางแทจริงแลว จะเห็นความแตกตางระหวางการจัดการกบั การลงทนุ ในธุรกิจ โดยพจิ ารณาถงึ หลกั บุคคล หนา ที่ และวัตถุประสงค ดังน้ีลกั ษณะ บคุ คล หนาท่ี วัตถุประสงค ตัดสินใจลงทุน ตอ งการผลกําไรจากการ1. การลงทนุ ในธุรกจิ เจา ของ ลงทนุ ในธรุ กจิ ตัดสนิ ใจจดั การทรัพยากร เพอื่ ใชท รัพยากรตา ง ๆ ไดมี2. การจัดการ ผจู ดั การ ประสิทธิภาพสงู สุด
62 ตดั สินใจ การจัดการเจาของ ลงทนุ ในธุรกจิ ผจู ดั การ ตอ งการผลกาํ ไร ใชทรัพยากรอยางมี ประสทิ ธภิ าพ จากตารางและแผนภาพดังกลาว เจาของธุรกจิ ในฐานะผทู ตี่ ดั สินใจเลือกลงทนุ ในธุรกิจ ซึ่งตองลงทนุ ในทรพั ยากรตา ง ๆ เพ่อื มงุ หวงั ผลกําไรจากการลงทุน ผูทําหนาท่ีนําทรัพยากรตาง ๆ มาจัดการ คือ ผูจ ัดการ ซึ่งตองรับผิดชอบตอการนําทรัพยากรที่มีอยูมาใชใหเกิดประโยชนสูงสุดตอธรุ กจิ ซึง่ จะทําใหธ รุ กิจไดร บั ผลกําไรตามทคี่ าดหวงั ของเจา ของ ในธรุ กิจขนาดใหญการแบงแยกหนาท่ีระหวางเจาของและผูจัดการจะมีความชัดเจน แตสําหรับธุรกิจขนาดยอม เจาของมักจะเขาจัดการธุรกิจดวยตนเอง กลาวคือ เปนทั้งผูลงทุนและผูจดั การทรพั ยากรดวยตนเอง 2. การจดั การการตลาด 2.1 การกําหนดทิศทางการตลาด เปนการศึกษาตลาดจากปจ จยั ภายนอกและภายในทาํ ใหผปู ระกอบการวางแผนการตลาดไดอยา งมน่ั ใจและสามารถบอกรายละเอียดในการดาํ เนินงานไดอ ยา งชดั เจน การวจิ ัยการตลาดและขอมลู การตลาด การวจิ ัยการตลาดหรือการศึกษาตลาดจะตอ งพิจารณาถึงพฤติกรรมผูบริโภค มีข้ันตอนในการวจิ ยั ดงั น้ี 1. การศกึ ษาโอกาสหรอื การศกึ ษาตลาด ผปู ระกอบการจะตอ งศกึ ษาใน 2 เรอ่ื ง คือการศึกษาโอกาสทางการตลาด เปน การศกึ ษาพฤตกิ รรม ผบู ริโภค และการศึกษาสถานการณทางการตลาด เปนการศึกษาส่ิงแวดลอมภายในและภายนอกของกิจการ ประกอบดวย 1) การศึกษาจดุ แข็ง เปน การศกึ ษาถงึ ขอดีหรือจดุ แข็งของสินคาหรอื บรกิ าร 2) การศกึ ษาจดุ ออน เปนการศึกษาขอเสียหรือปญ หาที่เกิดจากองคป ระกอบทางการตลาด 3) การศึกษาโอกาส เปน การศกึ ษาขอ ไดเปรียบหรอื สง่ิ ทีเ่ อื้ออาํ นวยใหแกก จิ การ 4) การศึกษาอปุ สรรค เปน การศกึ ษาปญ หา อปุ สรรคทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ 2. การกาํ หนดวตั ถุประสงคทางการตลาด 3. การเลอื กตลาดเปา หมาย 4. การศกึ ษาพฤตกิ รรมผบู รโิ ภค
63 5. การศกึ ษาสวนประสมทางการตลาด ไดแ ก ดา นผลติ ภัณฑ ดา นการสง เสริมการตลาด ดา นแผนการจดั จําหนา ย ดา นแผนราคา 2.2 การหาความตองการของตลาด ความจาํ เปนและความตองการ ความจําเปน หมายถงึ ความตอ งการขัน้ พ้ืนฐาน เปน ตวั ผลักดันใหเกดิ พฤติกรรมเพื่อสนองความตองการน้ัน ความตองการในสิ่งจําเปนพื้นฐานในการดํารงชีวิต ไดแก ปจจัย 4 จะเปนส่ิงท่ีสําคัญตอชวี ติ ไมม ไี มไ ด ความตองการ หมายถึง ความตองการอยากได อยากมี อยากเปน แตไมมีก็ไมเดือดรอนแกช ีวิต เปน การแสดงออกหรอื พฤติกรรมท่ตี องการสนองความตองการขั้นพ้ืนฐาน ซ่ึงหลอหลอมจากสภาพแวดลอมและบุคลิกสวนตัว การตลาด หมายถึง กระบวนการวางแผนและการปฏิบัติตามแนวคิด การกําหนดราคาการสงเสริมการตลาด และการจดั จาํ หนา ยสินคา และบริการ เพือ่ สรางใหเ กดิ การแลกเปลี่ยนท่ีทําใหผูบ รโิ ภคไดร ับความสขุ ความพอใจ และบรรลวุ ตั ถุประสงคข ององคกร จดุ สําคัญของการตลาด 1. ทําใหเกิดการเปลยี่ นแปลงที่ทําใหผ ูบ ริโภคไดรับความพงึ พอใจ 2. เปนการแลกเปลี่ยนความคดิ สนิ คา และบรกิ าร ความสําคัญของการตลาด ความสําคญั ตอ บคุ คล 1. สรา งอาชพี 2. อํานวยความสะดวกใหลูกคา ความสาํ คญั ตอ องคก รธรุ กจิ 1. สรา งรายไดใ หอ งคก ร 2. กอใหเ กดิ ธุรกจิ ใหมเ พ่ิมมากข้นึ ความสาํ คญั ตอ เศรษฐกจิ และสงั คม 1. สรา งรายไดใหป ระเทศ หนา ท่ที างการตลาด 1. หนา ที่ท่ีจะทําใหมกี ารโอนกรรมสิทธิ์ของสินคาจากผขู ายไปสผู ูซอื้ 1.1 การซือ้ - หาความตอ งการซื้อ - การเลือกแหลง ซื้อ - การพจิ ารณาความเหมาะสมของสินคา
641.2 การขาย เปน การสรางอุปสงค2. หนา ท่เี กยี่ วกบั การจัดสงสินคา2.1 การขนสง การขนสงทีต่ นทนุ ต่ํา รวดเรว็ และเหมาะสมกบั สนิ คา2.2 การจดั เก็บสนิ คา3. หนา ท่ีอํานวยความสะดวกตาง ๆ3.1 การเงิน3.2 ความเสย่ี ง3.3 สารสนเทศทางการตลาด3.4 การจัดมาตรฐานและแบงเกรดของสินคา4. สารสนเทศทางการตลาดและการวิจัยตลาด- เกบ็ รวบรวมขอ มูลทางการตลาดมาใชในการวเิ คราะหและวจิ ัย5. การเกบ็ รกั ษา- เก็บรกั ษาใหพอกบั ความตองการของลกู คา และไมน านเกนิ ไปจนลา สมยั6. การจัดมาตรฐานและคณุ ภาพของสนิ คา- ไดม าตรฐานตรงความตอ งการลกู คา7. การขาย- กระตุนลกู คา ใหซ ้ือสินคาไดมากและเร็วขึ้น ซ่ึงกจิ กรรมหลักไดแ ก1. การโฆษณา - การใชพ นกั งานขาย2. การสงเสริมการขาย - การประชาสมั พนั ธ8. การเงิน- บริหารเงนิ ใหอ ยใู นงบที่ประมาณไว9. การรับภาระเสยี่ งภยั- หาสาเหตุและหาทางปองกนั ปญ หาทีอ่ าจเกิดข้ึน กิจกรรมใหผ ูเรยี นบอกหนาทีท่ างการตลาดมอี ะไรบาง อธบิ ายมาพอเขาใจ
65 2.3 การขนสง การขนสง หมายถึง การเคลื่อนยายบุคคล สิ่งมีชีวิตหรือสิ่งของจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งโดยอาศัยอปุ กรณใ นการขนสง ตามความตอ งการและเกดิ อรรถประโยชน ประเภทของการขนสง คือ การขนสงมีความเจริญกาวหนาและมีพัฒนาการมากยิ่งขึ้นมีวิธีการขนสงใหผูประกอบธุรกิจเลือกหลายวิธี ผูประกอบธุรกิจตองเลือกวิธีการขนสงใหเหมาะสมกับธุรกิจของตนเอง และสามารถจาํ แนกการขนสงได 5 ประเภท ดังน้ี 1. การขนสง ทางน้ํา คือ การขนสง ทางน้ํา เปน วธิ ีการขนสงเกาแกมีมาแตสมัยโบราณ โดยการใชแมน ํา้ ลําคลองเปนเสนทางลําเลยี งสินคา รวมถึงการขนสงทางทะเล ซ่ึงสวนใหญใชสําหรับการขนสงสินคาระหวางประเทศ การขนสงทางน้ําน้ีเหมาะสมกับสินคาท่ีมีขนาดใหญขนสงไดปรมิ าณมากเปน สินคาทย่ี ากแกก ารเสยี หาย เชน ทราย แร ขาวเปลือก เครื่องจักร ยางพารา เปนตนสว นประกอบของการขนสงทางนํ้า 1.1 ผูประกอบการขนสงทางนา้ํ 1.2 อุปกรณการขนสง คือ เรือ ไดแ ก เรือโดยสาร เรือสินคา และเรอื เฉพาะกจิ เชน เรือลากจูงเรือประมง 1.3 ทาเรอื 1.4 เสน ทางเดินเรอื สามารถแบง ไดเปน 3 ประเภท คือ - เสน ทางเดนิ เรอื ภายในประเทศ - เสนทางเดินเรือชายฝง ทะเล - เสนทางเดินเรอื ระหวา งประเทศ ขอดี ขอเสยี ของการขนสง ทางน้าํ มดี ังน้ี ขอ ดี 1. อตั ราคาขนสง ถูกกวา เม่อื เทยี บกับการขนสง ทางอ่นื 2. ขนสง ไดปริมาณมาก 3. มีความปลอดภยั 4. สามารถสง ไดร ะยะไกล ๆ ขอเสยี 1. มคี วามลาชา ในการขนสง มาก 2. ในฤดูนาํ้ ลดหรือฤดรู อ น นา้ํ อาจมีนอย ซ่งึ เปนอปุ สรรคตอการขนสง เพราะเรือเกยตืน้ ได 3. ไมส ามารถกําหนดเวลาทแี่ นน อนในการขนสงไดข นึ้ อยกู บั ภมู อิ ากาศ และ ภมู ปิ ระเทศ
66 2. การขนสง ทางบก จาํ แนกเปน 2 ประเภท ไดแก 2.1 การขนสงทางรถไฟ การขนสงทางรถไฟ เปนเสนทางการลําเลียงที่สําคัญที่สุดของประเทศไทย ดาํ เนินงานโดยการรถไฟแหง ประเทศไทย ซ่ึงถือวา เปนรัฐวสิ าหกจิ เหมาะสําหรับการขนสงสินคาหนกั ๆ ปรมิ าณมากและในระยะทางไกล อัตราคาบริการไมแพง การขนสงทางรถไฟจะมีกําหนดเวลาออกและถึงจุดหมายปลายทางในระยะเวลาแนนอนและมีความปลอดภัยจากการเสียหายของสินคา 1) รถปด คือ รถไฟทปี่ ดทกุ ดาน เหมาะสําหรบั การขนสงสนิ คา ท่ีเสียหายงา ยเม่ือถกู แดด ถกู ฝน 2) รถเปด คือ รถไฟที่ไมมีหลงั คา เหมาะสาํ หรับการขนสงสินคาที่ไมเ สียหายเม่อื ถูกแดด ถูกฝน 3) รถเฉพาะกิจ คือ รถไฟท่ีออกแบบสําหรับใชเฉพาะงาน เชน รถบรรทุกน้ํามัน รถบรรทุก ปนู ซเี มนต เปนตน ขอ ดี 1. ประหยดั ขนสงสินคาไดจาํ นวนมากหลายชนดิ 2. รวดเรว็ สามารถขนสงสินคา ไดทนั ตามกาํ หนดเวลาท่ีตอ งการ 3. สะดวก เพราะมีตูหลายชนิดใหเลือกเพ่ือความเหมาะสมกับสนิ คา 4. ปลอดภยั สงู เมอ่ื เทียบกับเสน ทางอน่ื 5. ขนสงไดท กุ สภาพดินฟา อากาศ ขอเสยี 1. ไมสามารถขนสง สนิ คาใหถึงท่ีตองการขนถายได 2. ความยดื หยนุ มีนอย เพราะมีเสนทางตายตวั 3. มคี วามคลอ งตวั นอ ยกวา การขนสง แบบอื่น เพราะมีกฏระเบยี บมาก 4. ไมเ หมาะสมกบั ผูสงสนิ คา รายยอย ปรมิ าณนอ ย 2.2 การขนสง ทางรถยนต หรือรถบรรทกุ การขนสงทางรถยนตหรือทางรถบรรทุก ถือวาเปนหวั ใจของการขนสงทางบก ท้ังน้ีในปจ จุบันรฐั บาลไดม กี ารสรางถนน ขยายถนนเชื่อมโยงระหวางจังหวัดตาง ๆ ไดอยางทั่วถึง โดยมีกรุงเทพมหานครเปนศูนยกลางการขนสง ซ่ึงการขนสงทางรถยนตหรือทางรถบรรทุก สามารถแกปญหาในดานการจําหนายสินคาของพอคาไดเปนอันมากเพราะการขนสง สนิ คาสะดวก รวดเร็ว สามารถสงสินคาไปถึงผูใชไดโดยตรง สวนประกอบของการขนสงทางรถยนตห รือรถบรรทกุ (1) ผูประกอบการ อาจเปน รัฐหรอื เอกชนดําเนินงานก็ได หรือเปนการดําเนินงานรวมกันก็ได เชน รถยนตรับจาง (2) อุปกรณในการขนสง ไดแก รถยนต และรถบรรทกุ (3) ถนน หรอื เสนทางเดินรถ ขอดี 1. บรกิ ารไดถ ึงท่ีโดยไมต องมกี ารขนถา ย
67 2. ขนสงสินคาไดต ลอดเวลาตามความตอ งการของลูกคา 3. สะดวก รวดเรว็ 4. เหมาะกับการขนสงระยะสั้นและระยะกลาง 5. เปนตัวเช่ือมในการขนสงแบบอ่ืนท่ีไมสามารถไปถึงจุดหมาย ไดโ ดยตรงขอเสยี 1. คา ขนสงสงู เม่ือเทยี บกบั การขนสง ทางรถไฟ 2. มีความปลอดภัยตา่ํ เกิดอบุ ตั ิเหตุบอย 3. ขนสงสินคา ไดปรมิ าณและขนาดจํากัด 4. กําหนดเวลาแนน อนไมได ขึ้นอยกู ับสภาพการจราจรและดนิ ฟาอากาศ 3. การขนสงทางอากาศการขนสง ทางอากาศมคี วามสาํ คญั มากในปจจบุ ันโดยเฉพาะการขนสงระหวางประเทศเพราะทําการขนสง ไดร วดเร็วกวา การขนสง ประเภทอ่นื ๆ ไมเสยี เวลาในการขนสงนานสะดวกและปลอดภัย เหมาะกับการขนสงสินคาประเภทที่สูญเสียงาย เชน ผัก ผลไม ดอกไม เปนตนหรือสินคาตองการสั่งจองมาดวยความรวดเร็วแกการใชงาน ถาลาชาอาจเกิดความเสียหายไดไมเหมาะกับสนิ คา ที่มขี นาดใหญ น้ําหนักมากและสนิ คา ราคาถกู ๆ ไมรบี รอนในการขนสง ซ่ึงการขนสงประเภทนี้ ทาํ ใหธรุ กิจสามารถขยายตัวไดร วดเรว็ ทัง้ ในและตา งประเทศแตคา ใชจา ยแพงกวาการขนสงประเภทอนื่ สวนประกอบของการขนสงทางอากาศ 3.1 ผูประกอบการ ไดแ ก บรษิ ทั การบนิ ใหบรกิ ารขนสงทั้งผูโดยสารและสินคาท้ังภายในและระหวา งประเทศ 3.2 อปุ กรณในการขนสง ไดแ ก เคร่อื งบิน แบง เปน 3 ประเภท คือ - เครอ่ื งบินโดยสาร ใหบรกิ ารขนสง ผโู ดยสาร - เครอ่ื งบินบรรทุกสินคา ใหบริการขนสง เฉพาะสินคา - เคร่อื งบนิ แบบผสม ใหบ ริการทั้งผูโดยสารและสินคาภายในลําเดยี วกัน 3.3 เสน ทางบิน คือ เสนทางที่กําหนดจากแหงหน่ึงไปยังอีกแหงหนึ่ง มี 2 ลักษณะ คือ เสนทางในอากาศ และเสนทางบนพืน้ ดนิ 3.4 สถานีในการขนสง หรือทาอากาศยาน เปนบรเิ วณทใ่ี ชส าํ หรับการขึ้นลงของเครื่องบินประกอบดวย อาคารสถานี ทางว่ิงและทางขับ และลานจอด ขอ ดี 1. สะดวก รวดเรว็ ทีส่ ุด 2. สามารถขนสงกระจายไปทวั่ ถงึ ไดอ ยา งกวางขวางทง้ั ในประเทศ และระหวา งประเทศ
68 3. สามารถขนสง ไปในทองถ่นิ ทก่ี ารขนสง ประเภทอืน่ ไปไมถ งึ หรือไปยากลาํ บาก 4. เหมาะกบั การขนสงระยะไกล ๆ 5. เหมาะกับการขนสงสินคา ทีเ่ สียงาย จาํ เปน ตอ งถงึ ปลายทางรวดเร็ว 6. ขนสง ไดหลายเทีย่ วในแตละวนั เพราะเครือ่ งบนิ ข้ึนลงไดร วดเรว็ ขอเสยี 1. คาใชจ า ยในการขนสงสงู กวา ประเภทอื่น 2. จาํ กัดขนาดและนํา้ หนักของสนิ คาท่ีบรรทกุ จะมีขนาดใหญและน้ําหนักมากไมได 3. บริการขนสง ไดเ ฉพาะเมอื งทมี่ ที าอากาศยานเทา นั้น 4. การขนสง ขนึ้ อยกู บั สภาพภมู ิอากาศ 5. การลงทนุ และคาใชจา ยในการบํารุงรกั ษาอุปกรณสูง 6. มีความเสี่ยงภัยอนั ตรายสูง 4. การขนสงทางทอ เปนการขนสงสิ่งของประเภทของเหลวและกาซผานสายทอ เชนน้าํ ประปา นาํ้ มัน กาซธรรมชาติ เปนตน ซึ่งการขนสงทางทอจะแตกตางกับการขนสงประเภทอ่ืนคอื อปุ กรณท่ีใชในการขนสง ไมตองเคล่อื นที่ โดยเสนทางขนสงทางทออาจจะอยูบนดิน ใตดิน หรือใตนาํ้ ขึน้ อยูกับสภาพภมู อิ ากาศ ประเทศแรกทีใ่ ชระบบการขนสงทางทอ คือ ประเทศสหรฐั อเมริกาใชสําหรับขนสงสินคาประเภทเชื้อเพลิง ปจจุบันประเทศไทยใชระบบการขนสงทางทอสําหรับสนิ คา ประเภทน้ํามนั เชื้อเพลิงและกา ซธรรมชาติ สวนประกอบของการขนสงทางทอ 4.1 ผูประกอบการ ซึง่ ผูประกอบการท่สี ําคญั ไดแก การปโ ตรเลียมแหง ประเทศไทย(ปตท.) 4.2 อุปกรณใ นการขนสง ไดแก ทอ หรอื สายทอ แบง เปน ทอ หลัก และทอ ยอย 4.3 สถานใี นการขนสง ไดแ ก สถานีตนทาง สถานีปลายทาง สถานีแยก สถานสี บู ดนั ขอดี 1. ประหยัดตน ทนุ เวลาในการขนยา ยสินคา 2. สามารถขนสง ไดท ุกสภาพภูมอิ ากาศ 3. สามารถขนสง ไดไ มจ าํ กัดเวลาและปรมิ าณ 4. มีความปลอดภยั สงู จากการสญู หายหรือลักขโมย 5. กําหนดเวลาการขนสงไดแนนอนชดั เจน 6. ประหยดั คา แรง เพราะใชก าํ ลงั คนนอย ขอ เสยี 1.ใชขนสงไดเ ฉพาะสินคาทเี่ ปนของเหลวหรือกา ซเทา นนั้ 2. คา ใชจา ยในการลงทนุ ครง้ั แรกสูง
69 3. ตรวจสอบหาจุดบกพรองทําไดยาก 4. ทอ หลักท่ใี ชข นสงเม่ือวางแลว เคลื่อนยา ยเปลีย่ นเสน ทางไมได 5. ไมเ หมาะกบั การขนสงในภมู ิประเทศท่มี ีแผนดนิ ไหวบอ ย 5. การขนสง ระบบคอนเทนเนอร การขนสงระบบคอนเทนเนอร เปนการพัฒนาการขนสงอีกข้นั หนึ่ง โดยการบรรจุสนิ คา ท่ีจะขนสงลงในตหู รือกลองเหลก็ ขนาดใหญ ที่เรียกวา คอนเทนเนอรแลวทําการขนสงโดยรถบรรทกุ รถไฟ หรอื เครื่องบนิ ไปยังจดุ หมายปลายทางโดยไมมีการขนถายสนิ คาออกจากตูร ะหวางทาํ การขนสงเทย่ี วน้นั ชนิดของตคู อนเทนเนอร ซึ่งสามารถแบง ได 3 ชนิด คือ 5.1 ตแู หงหรือตูสินคาทั่วไป เปนตูทึบไมมีแผนฉนวนอยูดานใน ไมมีเคร่ืองทําความเย็นตดิ ต้งั หนาตู ใชบรรทุกสินคา แหง หรือสินคาทว่ั ไป 5.2 ตูค วบคมุ อณุ หภูมิ แบง ได ดังน้ี - ตหู อ งเย็น จะมเี ครื่องทําความเยน็ ในตู ภายในบุฉนวนทุกดาน เพื่อปองกันความรอนจากภายนอกเขาสูดา นใน นยิ มเก็บผักสด ผลไม - ตูฉนวน ภายในจะบุฉนวนดวยโฟมทุกดานเพื่อปองกันความรอนแผเขาตู นิยมบรรทกุ ผกั - ตรู ะบายอากาศ เหมือนกับตูเย็นแตม พี ัดลมแทนเคร่ืองทําความเย็น พัดลมจะดูดกาซอีเทอรล นี ที่ระเหยออกจากตวั สนิ คา 5.3 ตูพิเศษ ไดแ ก ตูแ ทง็ กเ กอรหรือตบู รรจุของเหลว ตเู ปด หลังคา ตูแพลตฟอรม ตูเปดขางตบู รรทกุ รถยนต ตูบรรทุกหนังเคม็ ตูส งู หรือจมั โบ ประโยชนของระบบตูคอนเทนเนอร 1. ทําใหขนถายสินคา ไดรวดเรว็ 2. ลดความเสียหายของสนิ คา ทข่ี นสง และปอ งกันการถูกโจรกรรมได 3. ประหยดั คา ใชจา ย 4. สามารถขนสง ไดป รมิ าณมาก 5. การส่ังจองเรอื ระวางเพือ่ ขนสงสนิ คา ทําไดส ะดวก 6. ตรวจนบั สนิ คา ไดง าย กจิ กรรม ใหผ ูเรียนอธิบายการขนสง ในทอ งถน่ิ มอี ะไรบา ง พรอ มอธบิ ายขอ ดแี ละขอ เสียมาพอเขา ใจ
70 2.4 การขาย ความสาํ คัญของการขาย ความสาํ คัญของการขายโดยใชพนักงาน เปนเร่ืองที่ผูบริหารธุรกิจจะตองใหความสําคัญโดยเฉพาะการจดั ทีมหลังการขาย เปาหมายท่ีธุรกิจต้ังไวในการเพ่ิมกําไรจากการขายจะสําเร็จไปไมไดเลยหากขาดซ่งึ การขาย การขายนีจ้ ะสนองตอบถงึ ความตองการของผบู รโิ ภคอยางใกลชดิ โดยอาศัยพนักงานขาย พนักงานขายจะตองรูจักวิธีการจูงใจลูกคาใหมีความสนใจที่จะซื้อสินคาโดยอาศัยการเขาพบเผชิญหนากับลูกคา โดยตรง ซึง่ งานการขายจดั เปนการตดิ ตอส่อื สารสวนบุคคลโดยมีลกั ษณะของการส่ือสารสองทิศทาง ซึ่งสามารถสงั เกตและรับรูไดจ ากปฏิกิรยิ าตอบสนองของลูกคาได ซ่ึงจะแตกตางจากโฆษณาและการสงเสรมิ การขายซ่ึงจัดเปนการส่ือสารทิศทางเดียว โดยพนักงานขายสามารถทําใหธุรกิจบรรลุถึงเปาหมายของธุรกิจไดโดยการทาํ กิจกรรมการขายท่ีแตกตางจากการโฆษณา การโฆษณานั้นมักจะเปนการเรียกรองความสนใจ เสนอขอมูลทางการตลาดตอกลุม เปาหมายไมไดก ระตนุ ใหเ กดิ การขายโดยตรง ลักษณะท่ัวไปของการขาย หากวิเคราะหลกั ษณะทัว่ ไปของการขาย จะแบงออกได ดังน้ี 1. การขายมลี ักษณะเปนการติดตอส่ือสาร ไมวา จะเปนการขาย โดยพนักงานขาย หรือการโฆษณา การสงเสริมการขาย หรือการสง เสรมิ การตลาดอน่ื ๆ ก็จัดเปนกจิ กรรมท่มี ลี ักษณะของการสื่อสารทงั้ สน้ิ เพียงแตจ ะเปน ทิศทางเดียว หรือสองทิศทางเทาน้ัน โดยผูรับสารคือ กลุมของลูกคาซึ่งจะไดร บั ขอ มลู ขา วสารเกยี่ วกับสินคาหรือบริการเพอ่ื ใชข อมลู ประกอบการตัดสนิ ใจซื้อ 2. การขายมีลกั ษณะของการจูงใจไมใชการบังคบั พนกั งานขายจาํ เปน ตองเขา ใจในตัวของลูกคา รูจักจิตวิทยาการขาย ทฤษฎีการโนมนาวจิตใจ โดยเฉพาะสินคาท่ีมีราคาสูงมากก็จะย่ิงตัดสนิ ใจซื้อยาก ดังน้นั พนักงานขายจะตองใชศิลปะในการขายเพ่ือโนมนา วอยา งมีเหตผุ ล 3. การขายเปนงานที่ชวยแกปญหา พนักงานขายเปนบุคคลท่ีแนะนําใหลูกคาเห็นและตระหนักถึงปญหาที่กําลังเผชิญอยู และผลเสียท่ีอาจจะเกิดข้ึนไดหรือเมื่อลูกคามีปญหาพนักงานขายควรจะแนะนําวิธีการแกปญหา โดยใชสินคาที่มีคุณภาพเพียบพรอมในการแกปญหาของลูกคาคนน้ัน พนักงานขายจะตองเปนผูขจัดปญหาตาง ๆ ของลูกคาใหหมดไปเพ่ือใหลูกคาเกิดความแนใจและยอมรบั ในสินคาทีถ่ กู แนะนํา 4. การขายมีลักษณะของการใหความรู พนักงานขายเปรียบเสมือนผูใหความรู โดยการอธบิ าย สาธติ เปรียบเทยี บ และใหความกระจางแกลูกคา ตอบหรือไขขอของใจใหลูกคาไดเขาใจแจมแจง ไมวาลูกคา จะตดั สนิ ใจซ้อื หรือไม ดงั นั้น การขายจึงเปนการใหค วามรูแ กลูกคาอยา งหน่ึง 5. การขายเปน การใหส ่ิงตอบแทนแกท กุ ฝาย เม่ือเกิดการซ้ือขายสินคาข้ึนตัวพนักงานขายของจะไดรับยอดขาย ไดค า คอมมชิ ชนั่ ไดรายไดจาการขายสินคานั้น ธุรกิจเองก็ไดยอดขาย ไดผล
71กําไรจากยอดขายสนิ คา นัน้ ลูกคา กไ็ ดสนิ คา ที่มีคุณภาพไปสนองความตอ งการ รวมท้ังไดรบั ความรูแปลกใหมจากพนักงานขายดว ย ความสําคญั ของการขาย การขายมคี วามสําคญั ดงั นี้ 1. ชว ยใหเ กดิ ธรุ กิจอตุ สาหกรรมการผลิต ธรุ กจิ อุตสาหกรรมการผลิตจะกอใหเกิดนวัตกรรมใหม ๆ รวมถึงการพัฒนาสินคา เพอื่ ตอบสนองความตองการของลกู คาอยางแทจ ริง 2. ชว ยใหธรุ กจิ บรรลุผลสาํ เรจ็ คอื ไดยอดขาย ไดกาํ ไร สามารถขยายกิจกรรมใหเจริญเติบโตตอ ไปได 3. ชว ยใหเกิดการจางงาน ในภาวะที่อัตราการวางงานสูง เชน ปจจุบันงานดานการขายมีบทบาทในการจา งงานอยางตอเนอ่ื ง ทาํ ใหค นมรี ายไดแ ละความเปนอยูดขี น้ึ 4. ชวยลดปญ หาของสังคม โดยเฉพาะปญหาสังคมอ่ืน ๆ ที่เกิดจากปญหาการวางงาน เชนปญหายาเสพติด ปญหาสขุ ภาพจิต เปน ตน หากคนมงี านทํากจ็ ะสามารถแกปญหาดังกลาวได หนาท่แี ละคุณสมบัตขิ องพนกั งานขาย หนา ทขี่ องพนกั งานขาย พนกั งานขายมีหนาท่ที ตี่ องปฏบิ ัติ ดงั นี้ 1. พนกั งานขายควรมีความรอบรูอยางดี เชน ผลิตภัณฑท่ีเสนอขาย นโยบายและระเบียบปฏิบตั ขิ องบริษัท และแผนงานการขาย เปน ตน 2. เปนตวั แทนของบริษทั ในการพบปะกบั ลกู คา เพื่อรกั ษาความสมั พนั ธอันดีระหวางลกู คาและบริษัท บําเพ็ญตนเปนผูบริการท่ีดีตอลูกคา เพ่ือขจัดปญหาขอรองขอของลูกคาเก่ียวกับตัวผลิตภัณฑแ ละบริการ 3. ปฏบิ ัตหิ นา ทดี่ วยความตั้งใจ เพอ่ื เพ่ิมพนู การขาย หาลูกคาใหม ๆ เพ่ิมข้ึน รายงานความเคลอื่ นไหว และสถติ ิการขายใหบ รษิ ทั ทราบ 4. ปฏบิ ตั ิตนเปนพนักงานทส่ี มบรู ณข องบริษัท เชน ชวยเหลือเกี่ยวกับการทวงถามหนี้สินรายงานภาวการณแ ขง ขนั ของตลาดตอบริษทั และเสนอความคิดเหน็ ท่เี ปน ประโยชนต อ บรษิ ทั 5. ใหความรวมมือกับพนักงานทุกฝายของบริษัท เชน แสดงบทบาทในที่ประชุม เสนอความคดิ เห็น ใหค าํ แนะนาํ ทถ่ี ูกตองแกเจาหนาที่ฝายอ่ืน ๆ ของบริษัท และรวมงานขายของบริษัทดว ยความจริงใจ คณุ สมบตั ิของพนกั งานขายทด่ี ี พนกั งานขายทดี่ ี ควรมคี ุณสมบัตทิ ่สี ําคญั ดังน้ี 1. จะตองมคี วามตั้งใจ เอาใจใส มคี วามรบั ผดิ ชอบสูงตอ หนา ท่ีมากกวา เรื่องสวนตวั 2. จะตอ งมีมนุษยสมั พนั ธท ีด่ ี 3. จะตองเปน ผทู ่ีมคี วามสามารถอานเดาใจลกู คาไดถกู ตอ ง
72 4. จะตอ งมคี วามขยนั อดทน 5. จะตองควบคมุ อารมณไดอ ยางดีในทุกสถานการณ ประเภทของงานการขาย งานการขายแบง ออกได 4 ประเภท คอื 1. การขายโดยใชพนกั งานขาย การขายโดยใชพ นกั งานขาย หมายถึง งานขายทีใ่ ชพ นกั งานตดิ ตอกับลูกคาโดยตรงและพนกั งานขายจะเปนผูท าํ หนาท่โี นม นาวชกั จงู กระตุนใหลูกคาเกดิ การตดั สนิ ใจซือ้ สินคา ซ่ึงอาจทําไดโดยไปพบลกู คา ดวยตนเอง ใชโ ทรศพั ทพดู คยุ กับลูกคาโดยตรงดว ยตนเองหรอื ใชจดหมายตดิ ตอในลกั ษณะเฉพาะเรอ่ื ง เฉพาะคนไป หากลกู คา สนใจกไ็ ปเขา พบดวยตนเองภายหลัง เชน พนักงานขายหนารา น พนักงานขายประกันชวี ติ พนกั งานขายเครอ่ื งสาํ อาง เปน ตน 2. การขายโดยไมใ ชพนกั งานขาย การขายโดยไมใชพนักงานขาย คือ การปฏิบัติการขายในปจจุบันท่ีหลีกเล่ียงการใชพนักงานขายโดยใชสื่อหรือเครื่องจักรทําหนาท่ีแทนพนักงานขาย เพราะสามารถทําใหเกิดการโนม นาวชกั จงู และรับรไู ดใ นวงท่กี วางขวางครอบคลมุ พื้นท่ีทตี่ อ งการได อีกท้ังยงั รวดเรว็ ประหยัดเงินและเวลาอกี ดวยซงึ่ การขายโดยไมใชพนักงานขายมีหลายแบบ เชน 2.1 การขายโดยใหลูกคาบริการตนเอง การขายแบบนี้รานคาจะจัดวางสินคาบนช้ันในระดบั สายตาเพอ่ื ดงึ ดูดเม่อื ลูกคาเดินเขามาในราน โดยวางใหเปนระเบียบเพ่ือใหลูกคาไดหยิบดูหยิบเลือกไดงาย ลูกคาก็จะไปหยิบสินคามาเองโดยไมตองมีพนักงานขายคอยชวยดูแลชวยเหลือ เมอื่ เปรยี บเทียบและไดส ินคาตามทต่ี อ งการแลวก็จะตองนําสนิ คาไปชําระเงนิ ท่เี คานเตอรพนกั งานเก็บเงิน ไดม กี ารนําระบบนไ้ี ปใชใ นรา นตาง ๆ เชน ซูเปอรมารเกต็ เปน ตน 2.2 การขายโดยใชเคร่อื งจักรอัตโนมัติ ตองอาศยั ตูห ยอดเหรียญและกดปุม เพ่ือใหไดสนิ คาตามท่ตี อ งการ สินคาทจี่ าํ หนา ยมักเปนสนิ คา ที่ลูกคาใชบอยใชประจํา เชน บุหรี่ เคร่ืองด่ืมขนมขบเคยี้ ว ถุงยางอนามยั เปนตน ดังนั้น จึงควรใหค วามสะดวกแกผซู ้อื ไดต ลอด 24 ช่ัวโมง ไมมีวนั หยดุ และไมจําเปน ตองใชพนักงานขาย ลูกคาคนใดตองการก็หยอดเหรียญตามราคาสินคาแลวกดปมุ สินคาก็จะออกมา สินคาทข่ี ายสวนใหญก็จะเนน สนิ คา ท่ีใชก ันบอ ย ๆ ในชีวิตประจําวัน 3. การขายทางไปรษณยี ปจ จบุ ันรา นคาปลีกหลายแหงจะเปดแผนกขายปลีกตามคําสั่งซ้ือทางไปรษณีย ซ่ึงเปนแหลงระบายสินคาและเพิ่มปริมาณการขายไดดีวิธีหน่ึง การขายทางไปรษณียเปนการเสนอขายบรกิ ารเปนสวนใหญ การขายสินคาในลักษณะน้ีมียอดขายท่ีสูงมาก เน่ืองจากขอบเขตการขายไม
73จํากัด การโฆษณาสามารถเนนท่ีจุดเดนจึงทําใหมีโอกาสท่ีจะขายสินคาใหมากขึ้น และมีความสะดวกในการสั่งซ้อื ตามใบสัง่ ซอ้ื ท่สี งไปให 4. การขายทางโทรทศั น เดมิ ทีธุรกิจการขายทางโทรทัศน ไมไดร บั ความสนใจเทาใดนักและยังถูกผูขายรายใหญมองวาเปนเพียงส่ือกลางในการขายสินคาไมมีระดับใหแกบุคคลที่อยูหางไกล ซึ่งไมใชกลุมเปาหมายสําคัญซ่ึงเปนผูท่ีอยูตามเมืองใหญ ความรูสึกเชนน้ีเริ่มลดลง ผูคาปลีกทั่วไปตางก็ทบทวนแผนการที่จะเปดธุรกิจเชนนี้ โดยผานเครือขายโฮมช็อปปงเน็ตเวิรค โดยลูกคาท่ีสนใจสามารถสั่งซื้อไดโดยไมตองเสียเวลามาเลือกซื้อดวยตนเอง เพียงแตชมรายการเสนอขายทางจอโทรทศั นกส็ ามารถสั่งซื้อโดยใชโทรศัพทได การชาํ ระเงนิ สว นใหญก็จะชําระโดยใชเ ครดติ การดซ่งึ จัดวา เปน ระบบการจัดจาํ หนายที่ตน ทุนตา่ํ ผขู ายไมจําเปนตอ งเปด รา นหรือโชวร ูม ไมจ าํ เปนตองตกแตงสถานที่ ไมตองมีรายจายท่ีเกี่ยวกับคาเชา คาใชจายในการสงเสริมการขาย คาโฆษณาการขายทางจอโทรทศั น ผูขายสามารถบอกรายละเอียดสรรพคณุ สีสนั รปู แบบ ความกวางยาวของสินคา ราคา อยางตรงไปตรงมา พรอมกับหมายเลขโทรศัพทท่ีจะติดตอเทากับผูขายไดทําการโฆษณาและทาํ การขายสนิ คา ไปในเวลาเดยี วกัน 2.5 การกําหนดราคาขาย ราคา คือ จาํ นวนเงินที่ผูซื้อจาย เพื่อแลกเปลี่ยนกับสินคาหรือบริการที่ผูซื้อเต็มใจชวยในดานผูขายราคา คือ มูลคาท่ีผูขายกาํ หนดไวสาํ หรับสิ่งที่ตนเสนอขาย พ้ืนฐานในการกาํ หนดราคาขน้ึ อยกู บั 1. ตนทนุ ตน ทุนในการผลิตสินคา เชน วตั ถดุ บิ คา แรงงานในการผลติ ตน ทนุ ทางการตลาดเชน คาโฆษณา คานายหนา 2. สภาพของตลาด 3. คแู ขงขนั 4. กฎหมาย หรือพระราชบัญญตั ิ 5. สภาพทางเศรษฐกจิ สาเหตทุ ่ีทาํ ใหราคาสนิ คา แตกตางกัน สนิ คาทม่ี ีชนดิ แบบ ขนาดเดยี วกนั ราคาแตกตา งกนัเนอื่ งจาก 1. ปริมาณการซือ้ ถา มกี ารซอ้ื มากราคาจะตํา่ ถาซ้อื นอยราคาจะสูง 2. สภาพของผซู ้อื ถา ผูค า สง ผคู า ปลกี ซ้อื ราคาจะตาํ่ ถา ผูบรโิ ภคซื้อราคาจะสูง 3. สภาพภูมศิ าสตร ถา ระยะทางใกลร าคาตํา่ ระยะทางไกลราคาสงู เพราะตอ งเพ่ิมคา ใชจ ายในการขนสง
74 กจิ กรรมประเภทของการขายมกี ่วี ิธี พรอมอธบิ ายขอดี ขอ เสยี มาพอเขา ใจ นโยบายและกลยุทธก ารต้งั ราคา 1. แบบราคาเดยี่ ว เปน ราคาสินคาท่กี ําหนดราคาเดียวกัน ไมวาจะซื้อจํานวนมากหรือนอยซื้อประจาํ หรอื ไมก ข็ ายในราคาเดยี วกัน เชน ราคาสินคา ตามหางสรรพสินคา 2. ราคาลอใจ เปน การตง้ั ราคาสนิ คา ใหถ กู หรอื บางครงั้ อาจจะยอมขาดทุนเพ่ือจูงใจใหคนเขา รา น โดยจะมีสินคาที่ตั้งราคาประเภทน้ีเพียงไมก่ีรายการสวนมากเปนสินคาท่ีลูกคาใชประจําและรจู ักโดยทั่วไป 3. การตั้งราคาตามหลักจติ วทิ ยา - การตงั้ ราคาที่แสดงถึงช่ือเสียง หรือสัญลักษณของสินคา คือ การตั้งราคาใหสูงเพอื่ เปน การยกระดบั คณุ ภาพของสินคา - การตั้งราคาตามความเคยชินหรือตามประเพณีนิยม เชน ราคาที่ลูกคาเคยซื้อมากอ น - การตง้ั ราคาเลขค่ี เชน 29, 39, 49 และการต้งั ราคาราคาเลขคู เชน 24, 32, 50 4. การตัง้ ราคาระดบั สงู และการตั้งราคาระดบั ตา่ํ - การกาํ หนดราคาไวใหสูงในระยะเร่มิ แรกเพื่อจะสามารถลดราคาไดใ นระยะหลังกําไรสงู ทําใหส ินคาดมู ีคุณคา นยิ มใชก ับสินคาพวกแฟช่ัน เชน เสือ้ ผา - การต้งั ราคาต่าํ ไวใ นระยะเร่มิ แรก หรือการตัง้ ราคาแบบเจาะตลาด เพือ่ เขาสตู ลาดไดง า ย ต้งั ขายไดง า ย สามารถขึ้นราคาในระยะหลังได ถาผูซื้อติดใจ ยอดขายสูง นิยมใชกับสินคาเพอื่ การบรโิ ภค 5. สวนลด - สว นลดปริมาณ คือ การลดราคาใหใ นกรณีท่ซี อื้ ในปรมิ าณมากขึน้ - สว นลดการคา เชน การคา สงลดใหมากกวาการคา ปลีก - สวนลดเงนิ สด เปนการลดใหในกรณีทจี่ า ยเงินสดภายในเวลาท่กี ําหนด 6. การต้ังราคาตามภมู ศิ าสตร - F.O.B. คอื ราคาทรี่ วมคา ใชจ ายทง้ั ส้นิ จนสินคาไปอยบู นเรอื - C&F คอื ราคาสินคาทร่ี วมคาใชจ า ยท้ังสนิ้ ณ สินคาอยูบนเรือและรวมถงึ คาระวางขนสงสนิ คา - C.I.F. คอื ราคาสินคาทรี่ วมคา ใชจา ยทงั้ สิน้ จนสินคาอยูบ นเรือรวมคาระวางและคาประกนั สินคา
75 2.6 การทําบญั ชปี ระเภทตาง ๆ บัญชรี ายรบั - รายจาย คือ แบบบนั ทกึ รายการรับ หรอื จา ย ที่เกิดขน้ึ จรงิ โดยบัญชรี ายรบั -รายจา ย จะมสี ว นประกอบ ดงั น้ี 1. ชอื่ บัญชีรายรบั - รายจาย 2. วนั เดือน ป ที่เกดิ รายรบั หรือรายจา ย 3. รายการรบั เงนิ หรอื จา ยเงนิ 4. จาํ นวนเงนิ ที่รับ หรือจายจรงิ 5. ยอดรวมรายรับ และรายจายท้งั หมด 6. ยอดรวมรายรับ และรายจา ยทัง้ หมด 7. ยอดเงนิ คงเหลอื เมือ่ รายรับสงู กวา รายจา ย ตัวอยา งการจัดทําบัญชรี ายรบั - รายจาย ประจําเดอื น มนี าคม 2553วนั เดอื นป รายการ รายรบั รายจาย คงเหลอื29 ก.พ. 531 มี.ค. 53 เงินเดือน 5,000.- 3,500 - 3,400 -15 ม.ี ค. 53 คา เชาบา น 1,500 - 3,390 - 3,240 -31 ม.ี ค. 53 คา อาหาร 100 - 3,000 - คารถ 2,950 - คา อาหาร 10 - 2,920 - คาเส้ือผา 150 - คา อาหาร 240 - คา รถ 50 - 30 - รวม 5,000.- 2,080 - 2,920 -
76บัญชเี งินสดจัดประเภท คือ การบันทกึ รายการ ทัง้ รายรบั รายจายท่ีเกดิ ขึ้นจริง โดยจะนาํ รายรับ-รายจายไปบนั ทกึ แยกประเภทไววนั เดอื นป รายการ รายรับ รายจาย เครอื่ ง อาหาร นันทนา กจิ กรรม เบด็ แตงกาย กลางวัน การ โรงเรยี น เตล็ด31 มี.ค. 53 เงินประจําสปั ดาห 100 - เงินรายไดพ เิ ศษ 100 - คาอาหาร 10 - 10 - คาสมดุ 5- 5-1 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 - คาเขม็ ลกู เสือ 5- 5-3 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 - คา บัตรดดู นตรี 50 - 50 -4 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 - คารถ 10 - 10 -5 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 - คาเขม็ ขดั 30 - 30 -6 เม.ย. 53 คา อาหาร 10 - 10 - คา บรจิ าคทาํ บญุ 5- 5- คาปากกา 5- 5-7 เม.ย. 53 คาอาหาร 10 - 10 - รวม 200 - 180 - 35 - 70 - 50 - 10 - 15 - ยอดเงินคงเหลือยกไป 20 - 200 - 200 - ประโยชนของการทาํ งบประมาณและการบนั ทึกบญั ชรี ายรบั - รายจาย 1. ทาํ ใหม ีแผนจัดการรายรบั - รายจา ยทีม่ ปี ระโยชนแ ละตองการจําเปน 2. ทําใหม หี ลักฐานในการรบั และจา ยเงินอยางเปนระบบระเบยี บ 3. ชวยลดปญหาการใชจ า ยเงนิ มากกวารายรับ 4. ชว ยใหส ามารถจดั สรรเงนิ ออกไวใ ชในยามฉกุ เฉนิ ได 5. สามารถเปรียบเทียบงบประมาณกับบัญชรี ายรับ - รายจาย เพ่ือนาํ ผลไปปรับปรงุ เพ่ือการวางแผนการใชจายเงินคร้ังตอไป 6. ชวยใหเ ปน คนมเี หตุผลและรูจ กั คาของเงนิ มากขนึ้
77เรอ่ื งที่ 6 คุณธรรม จรยิ ธรรมคณุ ธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ คุณธรรม จริยธรรมในการประกอบอาชีพ นับวามีผลตอความมั่นคงของอาชีพ ผูขายกับผูซ้ือจะตองมีคุณธรรม จริยธรรมตอกัน จึงจะคาขายรวมกันไดเปนเวลานาน คณุ ธรรม หมายถงึ สภาพคณุ งามความดี จรยิ ธรรม หมายถึง ธรรมทเ่ี ปน ขอ ประพฤตปิ ฏิบตั ศิ ลี ธรรม คุณธรรม จริยธรรม หมายถึง การประพฤติปฏิบัติที่ดี ที่ชอบ ท้ังกาย วาจา และใจการประพฤติปฏิบตั ิเปนไปดวยความจรงิ ใจ ไมแสแสรง เปน ไปโดยธรรมชาติของแตล ะบคุ คล คณุ ธรรม จริยธรรม ท่ตี องการในการประกอบอาชีพที่คนสวนใหญยอมรับวาเปนความดีไดแก พฤติกรรม ดงั นีค้ อืความรับผิดชอบ ความรับผิดชอบ หมายถึง ความสาํ นกึ ในหนาที่ ไมทอ กับงาน สามารถปฏิบัติงานไดสําเร็จยอมรับผลแหงการกระทํา จะตองเปนคนท่ีเอาใจใสรอบคอบในการทํางาน มีความตั้งใจจริงมีพันธะผูกพันในการจะปฏิบัติหนาที่การงานของผูรวมงานใหเปนไปตามเปาหมายขององคกรเน่ืองจากบุคคลตองอยูรวมกันทํางานในองคกร จําเปนตอ งปรบั ลกั ษณะนิสัย เจตคติของบุคคลเพ่ือเปน เครอ่ื งผลักดันใหปฏิบัติงานตามระเบียบ รูจักเคารพสิทธิของผูอื่น ปฏิบัติงานในหนาที่ท่ีตองรบั ผดิ ชอบและมีความซอ่ื สตั ยสุจริต คนทีม่ ีความรบั ผดิ ชอบ จะทําใหการปฏิบตั ิงานไปสูเ ปาหมายที่วางไว และชวยใหก ารทํางานรวมกันเปน ไปดว ยความราบรื่น ความรบั ผดิ ชอบจึงเปน ภาระผูกพันท่ีผนู ําตองสรางขึน้ เพ่ือใหองคก รสามารถบรรลุเปาหมายไดอยางดี ถาในองคกรใดมีบุคคลท่ีมีความรับผดิ ชอบ จะทําใหเกดิ ผลดีตอ องคกรดงั น้ี คือ 1. องคกรจะไดรบั ความเชอื่ ถือและไววางใจจากผรู ว มงานและผูอนื่ 2. การปฏิบัติงานจะพบความสําเร็จทันเวลาและทันตอเหตุการณ ภายใตสถานการณท่ีเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา 3. ทาํ ใหเกดิ ความเช่อื ถอื ในตนเอง เพราะปฏบิ ัตหิ นาทไ่ี ดอยา งเรยี บรอย 4. องคก รเกดิ ความม่ันคงเปน ทยี่ อมรบั นับถอื จากผูอน่ื 5. องคกรประสบความสาํ เรจ็ สามารถพัฒนาไปสคู วามเปน ปก แผน และม่ันคง 6. สามารถปฏบิ ัตงิ านไดอยางราบรนื่ ทกุ คนใหค วามรวมมอื เปน อยา งดีจรรยาบรรณและคณุ สมบัติของผปู ระกอบธรุ กจิ แนวคิดสําคญั ธุรกจิ เปน กจิ กรรมทม่ี ีความสมั พันธกับหลายองคกรโดยเฉพาะผูบริโภค เพราะธุรกิจตองอาศัยผูบรโิ ภคซอ้ื สินคาและบริการ ในขณะเดยี วกนั ผบู ริโภคตอ งอาศัยหนวยธุรกจิ ตา ง ๆ ผลิตสินคา
78และบริการเพ่ือสนองความตองการของตน ผูประกอบธุรกิจจําเปนตองมีจรรยาบรรณ ซึ่งรวมถึงความซื่อสัตยสุจริต มีจิตสํานึก และมีความรับผิดชอบตอผูเกี่ยวของ หากนักธุรกิจมีจรรยาบรรณและคุณสมบัติอืน่ ๆ ที่เหมาะกับลกั ษณะงานอาชพี ของตนในการดาํ เนินธุรกิจแลว เช่ือไดว าธุรกิจนน้ั ๆจะประสบผลสําเร็จอยางแนนอน ความสาํ คญั ของจรรยาบรรณ ผปู ระกอบธุรกิจหรือนักธุรกจิ เปนผูประกอบอาชีพที่มีบทบาทสําคัญในการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจ ดังน้นั นกั ธรุ กิจจงึ จําเปน ตอ งปฏบิ ัติตนใหเปนแบบอยางที่ดี เพื่อใหเกิดความศรัทธาและเกิดการยอมรับของสังคมตอวิชาชีพนี้ จรรยาบรรณของผูป ระกอบการ มดี งั น้ี 1. จรรยาบรรณตอลกู คา ลกู คา หรือผบู ริโภค เปนกลุมบุคคลทส่ี ําคญั ท่ีสดุ ท่ีจะทําใหธ รุ กจิ สามารถดํารงอยูไดเพราะลูกคาเปนผูซ้ือสินคาหรือใชบริการที่ธุรกิจผลิตออกมา ทําใหธุรกิจมีรายได กอใหเกิดกําไรและทําใหธรุ กิจสามารถเจริญเติบโตได ดงั นัน้ ผปู ระกอบธุรกิจจงึ จะตอ งปฏบิ ตั ิตอลกู คาอยางซอ่ื สตั ยและเปนธรรม ผูป ระกอบธุรกิจพึงปฏิบัตติ อลูกคา ดงั นี้ 1. ขายสนิ คาและบรกิ ารดว ยความยตุ ธิ รรม คอื ขายดวยราคาตามความเหมาะสมกับคุณภาพของสนิ คา และบรกิ ารใหแ กลูกคา และมคี วามรบั ผดิ ชอบตามภาระผูกพนั ท่ไี ดต กลงกนั ไว 2. ละเวนการกระทําใด ๆ ที่จะทําใหสินคามีราคาสูงข้ึนโดยไมมีเหตุผล เชน การกักตุนสินคาเพอ่ื ทําใหส นิ คา ขาดแคลน และมรี าคาสูงขนึ้ 3. ใหบ รกิ ารแกล กู คา ทกุ คนอยางเทา เทียมกนั ไมม กี ารเลือกปฏิบัติ โดยใหโ อกาสแกลูกคา ท่ีจะซือ้ สนิ คาหรือบริการไมว า จะในสภาวะใดก็ตาม เชน ในภาวะท่สี นิ คาขาดตลาด 2. จรรยาบรรณตอคแู ขง ขนั ในเชงิ ธรุ กจิ การประกอบธุรกิจทุกประเภท จะมีผูประกอบการมากกวาหนึ่งราย ดังน้ัน การประกอบธุรกจิ จงึ ตอ งมีการแขงขันกันเพื่อพยายามทําใหธุรกิจของตนเองเจริญกาวหนา การแขงขันจึงเปนการชว ยพัฒนาธรุ กจิ เปน ส่งิ ทพ่ี สิ ูจนความสามารถของผูประกอบธุรกิจ ผปู ระกอบธรุ กิจพงึ ปฏบิ ตั ติ อคแู ขงขันในเชงิ ธรุ กิจ ดงั น้ี 1. ไมก ลั่นแกลงคแู ขงขนั เชน ใหร ายคแู ขง ขนั เพ่อื ใหค ูแขง ขนั เสยี โอกาสในการดาํ เนนิ การและตัดราคาเพือ่ แยงสนิ คา 2. ชวยกนั สรางสรรคส่ิงที่ดีงามใหเกิดแกสังคม เชน รวมกันปองกันทรัพยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ ม 3. ไมค น หาความลบั ของคแู ขง ขันในเชิงธรุ กจิ โดยใชวิธกี ารทม่ี ิชอบ 4. พึงหลกี เลี่ยงการกระทําใด ๆ ทจี่ ะบัน่ ทอนชอื่ เสียงตอ สินคา หรือบรกิ ารของคแู ขง ขนั
79 3. จรรยาบรรณตอหนว ยราชการ ผปู ระกอบธุรกิจมคี วามจาํ เปน ตองติดตอ กบั หนวยงานของราชการ ซึ่งเปนหนวยหนึ่งของสังคม เชน การเสียภาษี การจดทะเบยี นธรุ กิจตาง ๆ ดงั น้ัน ควรเขา ใจในแนวทางปฏิบัติท่ถี ูกตองตอหนว ยราชการ ผปู ระกอบธรุ กจิ พงึ ปฏบิ ตั ิตอ หนวยราชการ ดงั นี้ 1. ปฏบิ ตั ติ ามกฎขอ บังคบั ของหนวยราชการ 2. ใหค วามรวมมอื กับหนวยราชการ ตามหนา ที่พลเมอื งดี 3. ละเวนจากการตดิ สนิ บนเจา หนาท่ี 4. มีทัศนคติที่ดแี ละถกู ตองตอ หนว ยงาน 4. จรรยาบรรณตอพนกั งาน พนักงานเปนทรัพยากรที่มีคาของผูประกอบธุรกิจ การท่ีผูประกอบธุรกิจมีพนักงานท่ีขยันขันแขง็ มีความซอื่ สตั ย จะทาํ ใหธุรกจิ ดาํ เนนิ ไปไดอยางมีประสทิ ธภิ าพ ผูประกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ตั ติ อพนกั งาน ดังน้ี 1. ใหคาจางและผลตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู ความสามารถของพนักงานไมเอารัดเอาเปรียบพนักงาน 2. ใหก ารพฒั นาพนกั งาน โดยการจัดฝก อบรมเพ่ือใหพนกั งานไดร ับความรูเทคโนโลยีใหม ๆเปน การเพมิ่ ประสิทธิภาพของการทํางาน 3. จัดสภาพการทํางาน สถานที่ทํางานใหถูกสุขลักษณะ มีความปลอดภัยตอสุขภาพและชวี ิตของพนักงาน พรอ มท้ังจัดหาเคร่อื งปอ งกันภัยอันจะเกดิ ขน้ึ ไดจ ากการปฏิบตั ิหนาทีเ่ พราะสภาพการทํางานท่ีดจี ะเพ่ิมประสทิ ธิภาพในการทาํ งาน และทาํ ใหพ นกั งานมขี วัญกําลังใจในการทํางาน 4. ใหความเปนธรรมและเทาเทยี มกนั แกพนักงานทุกคนในการปกครองและการพิจารณาความดีความชอบ 5. ใหโอกาสในการแสดงความสามารถของพนกั งานแตล ะคน 6. ใหค าํ แนะนาํ ใหค วามชวยเหลอื ท้ังในเรื่องการทํางานและเร่อื งสวนตวั ตามความเหมาะสม 7. พึงปลกู ฝง แนวความคดิ วาการประพฤติตนใหอยใู นระเบียบวินัยเปนส่ิงทดี่ ีงาม 5. จรรยาบรรณตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม เน่ืองดวยสังคมประกอบดวยบุคคลตาง ๆ เปนจํานวนมากแตละคนก็มีความแตกตางท้ังอุปนิสัย การศึกษา ศาสนา ดังน้ัน สังคมจะสงบสุขไดตองอาศัยความรวมมือรวมใจ ทุกคนตองชวยกันสรางสรรคสังคม ผูประกอบธุรกิจก็เปนสวนหนึ่งของสังคม ดังน้ัน จึงมีความจําเปนท่ีจะตองรับผดิ ชอบตอ สงั คมเพือ่ มีสวนรว มทําใหส ังคมกาวหนา ตอ ไป
80 ผูป ระกอบธรุ กจิ พึงปฏบิ ัติตอ สงั คมและสภาวะแวดลอ ม ดงั น้ี 1. ละเวน การประกอบธรุ กจิ ท่กี อใหเกดิ ความเสอื่ มเสยี ตอสังคมและสภาวะแวดลอมท้ังดา นศลี ธรรม ความเปน อยู และจติ ใจ เชน การเปด บอ นการพนนั สถานเริงรมยที่มกี ารจําหนายยาเสพตดิสถานเรงิ รมยท่ีมีการคา ประเวณี การรับซ้อื ของผดิ กฎหมาย 2. ละเวนการประกอบธุรกิจที่ทําลายทรัพยากรธรรมชาติและสภาวะแวดลอม เชน การประกอบธรุ กจิ แลว ปลอ ยนํ้าเสยี จากการผลิตลงในแมน้ําลําคลอง การประกอบธุรกิจท่ีมีการปลอยควันหรอื ฝนุ ละอองฟงุ กระจายอยูใ นบรรยากาศ การตดั ไมท าํ ลายปา การรกุ ล้าํ ที่สาธารณะ 3. ใหความรวมมือทุกฝายชวยสรางสรรคสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตใหแกสังคม เชนการสงเสริมการศึกษา ใหทนุ การศึกษา สงเสริมการวจิ ัย ใหบริการแกสงั คม 4. ใชทรัพยากรธรรมชาติอยางมีประสิทธิภาพที่สดุ ไมทําลายทรัพยากรธรรมชาติ เชน ไมประกอบการประมงในฤดแู ละเขตหา มทําการประมง 5. พยายามหาวิธสี รางสิง่ ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติ นําสงิ่ ทใี่ ชแลว มาปรับปรุงใชอีก เชนการนาํ หนงั สือพมิ พหรือกระดาษท่ใี ชแลว มาทาํ เปนกระดาษใหม 6. พึงรักษาและปรับปรุงมาตรฐานในการประกอบการเพื่อขจัดอันตราย อันอาจสงผลกระทบตอ สภาวะแวดลอม 7. พงึ ประกอบธรุ กจิ ผลติ สินคาหรอื บริการที่เหมาะสมกับสภาวะแวดลอมและเปนสิ่งที่มีประโยชนตอ สงั คมและมนษุ ยชาติ กจิ กรรม ใหผูเ รยี นกาํ หนดคณุ ธรรม และจริยธรรมในการประกอบอาชพี ดา นเกษตรกรรม อธบิ ายพอเขา ใจเรอ่ื งที่ 7 การอนุรักษพ ลงั งานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สังคม ประเทศ และภมู ิภาค 5 ทวีป ไดแ ก ทวปี เอเชยี ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวปี ยุโรป และทวปี แอฟรกิ าแนวคดิ ทรัพยากรเปน ปจ จยั ที่สําคญั ในการประกอบอาชพี ทรพั ยากร แบงเปน 2 ประเภทใหญ ๆ คอืทรัพยากรธรรมชาติ และทรพั ยากรในการประกอบการ การใชทรัพยากรธรรมชาติ ตองคํานึงถึงความหมดเปลือง และการใชทรัพยากรทดแทนการอนรุ ักษพลังงานและส่ิงแวดลอ มในชมุ ชน สังคม ประเทศ และ ภมู ิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชียทวปี ออสเตรเลีย ทวปี อเมริกา ทวปี ยุโรป และทวีปแอฟริกา
81 “พลงั งาน หมายถึง ความสามารถในการทาํ งานซ่ึงมอี ยูในตวั ของสิง่ ทีอ่ าจใชงานไดโดยการทาํ ใหว ตั ถหุ รือธาตเุ กิดความเคลือ่ นท่หี รอื เปลย่ี นรูปแบบไปได การท่ีวัตถุเคล่ือนท่ีจากท่ีหน่ึงไปยังอีกที่หนึ่งไดก็เพราะมีแรงหรือพลังงานเขาไปกระทําพลังงาน หรือความสามารถในการทํางานนอกจากสิง่ มชี วี ติ จะใชพลงั งาน ซ่งึ อยใู นรปู ของสารอาหารในการดํารงชีวิตโดยตรงแลว สิ่งมีชีวิตยงั ตองใชพลงั งานในรูปแบบลักษณะอื่น ๆ ที่เก่ียวกับการดํารงชีวิตประจําวันอีกในหลายรูปแบบเชน ทางดานแสงสวา ง ความรอน ไฟฟา เปนตนความหมายของทรพั ยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ ม เพือ่ ใหเกดิ ความเขาใจท่ีชัดเจน เราสามารถแยกการใหค ําจาํ กัดความได ดงั น้คี อื สง่ิ แวดลอม หมายถึง ส่ิงตา ง ๆ ท่อี ยูรอบตัวเรา ทง้ั สิง่ ทีม่ ชี ีวติ สิ่งไมมชี ีวติ เห็นไดดวยตาเปลาและไมส ามารถเหน็ ไดด ว ยตาเปลา รวมท้งั ส่ิงทีเ่ กิดขน้ึ โดยธรรมชาติและส่ิงท่ีมนุษยเปนผูสรางข้ึนหรืออาจจะกลาวไดว า สงิ่ แวดลอมจะประกอบดวยทรพั ยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษยสรางขึ้นในชวงเวลาหนึง่ เพอื่ สนองความตอ งการของมนษุ ยนนั่ เอง - สิ่งแวดลอ มทีเ่ กิดขนึ้ โดยธรรมชาติ ไดแ ก บรรยากาศ นํา้ ดิน แรธ าตุ และสิง่ มีชีวิตท่ีอาศัยอยูบ นโลก (พชื และสัตว) ฯลฯ - ส่ิงแวดลอ มที่มนษุ ยสรา งขนึ้ ไดแก สาธารณูปการตาง ๆ เชน ถนน เข่อื นกัน้ นํา้ ฯลฯ หรือระบบของสถาบนั สังคมมนษุ ยท ่ดี าํ เนินชวี ิตอยู ฯลฯ ทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง สิ่งตาง ๆ (ส่ิงแวดลอม) ท่ีปรากฎและเกิดขึ้นเองตามธรรมชาตแิ ละมนษุ ยส ามารถนาํ มาใชป ระโยชนได เชน บรรยากาศ ดิน น้ํา ปาไม ทุงหญา สัตวปาแรธาตุ พลงั งาน และกาํ ลังแรงงานมนุษย เปน ตนประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ การแบงประเภทของทรพั ยากรธรรมชาติ มีการแบงกันหลายลักษณะแตในที่น้ีจะขอแบงทรพั ยากรธรรมชาติ โดยใชเ กณฑของการนาํ มาใช โดยแบง ออกเปน 4 ประเภท ดังน้ี 1. ทรพั ยากรธรรมชาติทีใ่ ชแลวไมหมดส้นิ เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่เกิดข้ึนมากอนท่ีจะมีมนุษย เม่ือมนษุ ยเ กิดขึ้นมาสิ่งเหลา นก้ี ม็ ีความจําเปน ตอ การดํารงชีวติ ของมนษุ ย 2. ทรัพยากรธรรมชาติที่ใชแลวทดแทนได เปนทรัพยากรธรรมชาติท่ีใชไปแลว สามารถเกิดขึ้นทดแทนได ซึ่งอาจเร็วหรือชาขึ้นอยูกับชนิดของทรัพยากรธรรมชาติประเภทน้ันทรพั ยากรธรรมชาตทิ ่ีใชแลวทดแทนได เชน พืช ปาไม สัตวปา มนุษย ความอุดมสมบูรณของดินคุณภาพของนํ้า และทศั นยี ภาพท่ีสวยงาม เปน ตน 3. ทรัพยากรธรรมชาติท่ีสามารถนํามาใชใหมได เปนทรัพยากรธรรมชาติจําพวกแรธาตุชนดิ ตา ง ๆ ทนี่ ํามาใชแ ลวสามารถนาํ ไปแปรรูปใหกลบั ไปสสู ภาพเดิมได แลวนํากลับมาใชใหมอีกเชน แรโ ลหะ แรอโลหะ ไดแ ก เหลก็ ทองแดง อลูมิเนียม แกว ฯลฯ
82 4. ทรัพยากรธรรมชาตทิ ใ่ี ชแ ลวหมดส้ินไป เปนทรพั ยากรธรรมชาติที่นํามาใชแลวจะหมดไปจากโลกนี้ หรือสามารถเกิดข้ึนทดแทนได แตตองใชระยะยาวนานมาก ทรัพยากรธรรมชาติประเภทนี้ ไดแก น้ํามันปโ ตรเลยี ม กาซธรรมชาติ และถานหิน เปนตน การอนุรักษทรัพยากรธรรมชาติ หมายถึง การใชทรัพยากรธรรมชาติดวยวิธีการที่ฉลาดเหมาะสม โดยใชอ ยางประหยดั ใหเ กดิ ประโยชน และเกิดคณุ คา มากทีส่ ดุ รวมท้ังการปรับปรุงของเสยี ใหนาํ กลับมาใชใหม เพอ่ื ใหเกดิ การสูญเสียนอ ยทส่ี ดุ การอนุรักษส่ิงแวดลอม หมายถึง การใชสิ่งแวดลอมอยางชาญฉลาดไมใหเกิดพิษภัยตอสงั คมสว นรวม ดาํ รงไวซงึ่ สภาพเดมิ ของส่ิงแวดลอมทางธรรมชาติ และส่ิงแวดลอมท่ีมนุษยสรางขึ้นรวมทั้งหาทางกําจดั และปอ งกนั มลพษิ สิ่งแวดลอม การอนรุ ักษพ ลงั งาน หมายถงึ การใชพลังงานใหเ กิดประสิทธิภาพสูงสุด มีการพัฒนาและนําพลังงานจากแหลง ใหม ๆ มาใชเ พอ่ื ทดแทน และมีการปอ งกันการสูญเสยี พลังงาน วิธีการอนรุ กั ษพ ลังงาน พอสรปุ ไดดงั นี้ 1. หาแหลงพลงั งานทดแทน 2. การวจิ ัยและพฒั นาพลงั งาน 3. การเผยแพรค วามรูส ูส ังคม 4. การประหยดั พลงั งาน กจิ กรรม ใหผ ูเ รยี นสาํ รวจทรพั ยากรธรรมชาตใิ นทองถิ่นมีอะไรบา ง
83 บทที่ 2 ชอ งทางการพัฒนาอาชีพสาระสาํ คัญ การเปล่ยี นแปลงทางดา นสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และสิ่งแวดลอม ความเจริญกาวหนาทางเทคโนโลยีมีผลตอ ความเปนอยู และการประกอบอาชพี ดงั น้ัน จงึ จาํ เปน ตองศึกษาและวิเคราะหความเปนไปไดใ นการพัฒนาอาชีพ เพื่อใหมองเห็นชองทางในการพัฒนาอาชีพไดอยางเหมาะสมกับตนเองโดยการกําหนดวิธีการและข้ันตอน ดวยการพิจารณาถึงความเปนไปได และจัดลําดับพรอมท้งั ใหเ หตผุ ลในการพัฒนาอาชพี ไดตวั ช้วี ดั 1. อธบิ ายความจาํ เปนในการมองเหน็ ชอ งทางในการพฒั นาอาชีพไดอยา งเหมาะสมกบั ตนเอง 2. ศึกษาอาชีพในชุมชน สังคม ประเทศ และภูมิภาค 5 ทวีป ไดแก ทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลยี ทวีปอเมริกา ทวีปยโุ รป และทวีปแอฟรกิ า เพื่อวิเคราะหความเปนไปไดในการพัฒนาอาชีพ 3. กําหนดวิธีการและข้ันตอนการประกอบอาชีพโดยพิจารณาความเปนไปไดของการพัฒนาอาชพี และจดั ลาํ ดับ พรอมทง้ั ใหเหตผุ ลในการจดั ลาํ ดบั การพัฒนาอาชีพทกี่ าํ หนดขอบขายเนือ้ หา เรื่องท่ี 1 ความจาํ เปน ในการมองเห็นชองทางเพ่ือพัฒนาอาชีพ เรอ่ื งที่ 2 ความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชพี เร่ืองที่ 3 การกําหนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล
84เร่อื งท่ี 1 ความจาํ เปนในการมองเห็นชองทางเพื่อพฒั นาอาชีพ การท่ีคนเราจะประสบความสําเร็จในอาชีพไดน้ัน มิใชวาเปนส่ิงท่ีทํากันไดงาย ๆ แตจะตอ งมกี ารสาํ รวจขอเท็จจรงิ มีการวางแผน กาํ หนดเปา หมายที่ตอ งการ เขียนโครงการทจ่ี ะทําและปฏบิ ตั ติ าม ขณะทโ่ี ครงการกม็ กี ารพฒั นาปรบั ปรงุ แกไขไปดวย นอกจากจะเนนรายไดที่พึงจะไดแลวสง่ิ ท่ีสําคญั ท่ีจะขาดมิได ซ่ึงจะทําใหอาชีพมีความมั่นคงย่ิงข้ึนก็คือ การมีคุณธรรม จริยธรรมของผูประกอบการดว ย การประกอบอาชีพ หรือประกอบธุรกิจหรือดําเนินการส่ิงใด เชน การเดินทางไปที่ใดสักแหงหนึ่ง การจัดเลย้ี งเหลา น้เี ปน ตน จะตองมีการกาํ หนดแผนเสยี กอ น ถงึ แมว า บางคนอาจทํากิจการโดยไมมีแผนงาน ซึ่งอาจประสบความสาํ เรจ็ ในชว งแรกๆ เทาน้นั แตร ะยะเวลาอาจมเี หตกุ ารณต า ง ๆเกดิ ข้ึนสง ผลใหเกิดอุปสรรคการประกอบอาชพี เชน การเปลี่ยนแปลงทางดานเศรษฐกิจ การเมืองการปกครอง หรือแมกระทั่งความสลับซับซอนของงานที่มากขึ้น เพราะสิ่งเหลาน้ีไมไดผานการคาดคะเนและการคิดอยางรอบคอบกอน การวางแผน เปนการคดิ ไวลวงหนาวาจะทาํ อะไร มีจุดมุงหมายอะไร มีวธิ ีการอยางไร เปนกระบวนการทม่ี รี ูปแบบอยางหนง่ึ มกี ารระบเุ ปาหมาย และแผนรายละเอียดตาง ๆ มีการประสานกิจกรรมตาง ๆ ต้ังแตจุดเริ่มตนจนกระท่ังถึงจุดสิ้นสุด การประกอบอาชีพมีความยุงยากสลับซับซอ น การดําเนินกิจกรรมตาง ๆ จะตองมีความสอดคลองกันกับทรัพยากร และงบประมาณท่ีมีอยู เพ่ือใหมีความเปนไดมากที่สุด ดังน้ัน การวางแผนจึงมีความสําคัญตอการประกอบอาชีพดังน้ีคือ 1. ชวยทําใหก ารดาํ เนนิ งานบรรลผุ ลสําเรจ็ ตามเปา หมาย 2. ชว ยทาํ ใหก ารใชทรัพยากรเปน ไปอยา งมปี ระสทิ ธภิ าพ 3. ชวยทาํ ใหก ารดาํ เนนิ งานมคี วามเสยี่ งนอ ยลง และมคี วามเชื่อมนั่ ในการบรหิ ารงานมากขนึ้ 4. ชวยปอ งกนั การขัดแยง ซ่งึ อาจจะเกิดขน้ึ ระหวางการดาํ เนนิ งานได 5. ชว ยปรบั วธิ ีการดาํ เนินงาน หรือเปลีย่ นแปลงกิจกรรมบางอยางไดอยางเหมาะสม
85เรื่องท่ี 2 ความเปนไปไดในการพฒั นาอาชพี1. การลงทนุ “การลงทุน” หมายถึง การออมเพ่ือใหไดรับผลตอบแทนท่ีมากข้ึน ซึ่งเราจะตองยอมรับความเสีย่ งที่เพม่ิ ขน้ึ เชนกนั การตดั สินใจนําเงนิ ออมมาลงทุนเราจึงตอ งพิจารณาอยางรอบคอบ และศึกษาหาขอมูลท่ีเก่ียวขอ งเปน อยา งดี เพอื่ ใหไ ดรับผลตอบแทนที่คาดหวังไว และเพื่อลดความเส่ียงท่ีเกิดขนึ้ จากการลงทนุ วิเคราะหท างการเงนิ การลงทนุ เพือ่ เปรียบเทียบผลประโยชนตอบแทนที่ไดรับ และคาใชจายท่ีตองเสียไปในการดําเนินกิจกรรมตามโครงการ คาใชจายของโครงการ 1. คาลงทุน 2. คาใชจ ายในการดาํ เนินงาน และบาํ รงุ รักษา 3. คาทดแทน 4. เงนิ สํารองจาย การประมาณคา ใชจ ายโครงการ 1.ระบุรายการ และปรมิ าณคาใชจ า ย 2. การตีราคาคา ใชจา ย - ราคาตลาด - ราคาทางบญั ชี 3. รวมคาใชจ า ยเปนรายป ผลประโยชนตอบแทนของโครงการ กระแสเงินสด = ผลประโยชนต อบแทนตอป - คาใชจ ายตอ ป2. การตลาด การตลาด การตลาด เปนกิจกรรมทางธุรกิจที่มีความจําเปน และมีความสําคัญตอการอยูรอดขององคกรธุรกิจ ในระบบเศรษฐกิจแบบเสรีนิยมน้ัน ธุรกิจจําเปนจะตองอาศัยกลยุทธทางการตลาดซ่ึงส่ิงน้ันก็คือการขาย การเรียนรูเพ่ือใหเขาใจถึงความแตกตางของการขาย และการตลาดอยางชัดเจนจะชวยใหธุรกิจพัฒนาตอไป รวมถึงหนาที่ของการขายและการตลาดดวย ดังน้ันเปาหมายของธุรกิจจะดําเนินไปในทิศทางที่มุงหวังได จึงจําเปนที่ตองศึกษาความสําคัญของการตลาด และการขายอยางละเอยี ด
86 ความสําคัญของการตลาด ยคุ แรกของการตลาดจะเนน ที่การผลิต โดยจะทําการผลิตสินคาใหไดมากเพื่อสนองความตองการในตลาดในยุคแรกน้ันคูแขงหรือผูผลิตในอุตสาหกรรมใดอุตสาหกรรมหนึ่งจะมีผูผลิตไมม ากราย ดงั นนั้ การผลิตจึงเปน หนทางทํากําไร หากผูผลิตสามารถผลิตสินคาใหไดจํานวนมากในลักษณะของสินคา เพ่ือมวลชนในยุคที่ 2 การตลาดจะเนน ทก่ี ารขาย โดยจะเนน ที่กจิ กรรมการขายใหความสําคัญกับงานการขายเปนอยางมาก และกําไรของธุรกิจจะเกิดขึ้นมากนอยก็อยูท่ีความสามารถและประสทิ ธิภาพของทีมการขาย ยุคถัดมาเปนยคุ ทก่ี ารตลาดเนนการใชเ ครอ่ื งมือทางการตลาดทุกอยา ง โดยเฉพาะการสรา งความพึงพอใจใหเกิดกบั ลูกคา โดยใชส วนผสมทางการตลาดคอื ผลติ ภัณฑก ารกาํ หนดราคาของผลิตภณั ฑท่ีเหมาะสม ความหมายของการตลาดและการขาย การตลาด หมายถึง กจิ กรรมทางธุรกจิ ทจี่ ะทาํ ใหส ินคา จากผูผลิตไปสูมือผูบริโภค และทําใหผูบริโภคเกิดความพึงพอใจที่ไดบริโภคสินคาหรือบริการน้ัน อันเปนผลทําใหธุรกิจประสบความสาํ เรจ็ ตามวัตถุประสงคข องธรุ กิจนนั้ ๆ อีกดว ย การขาย หมายถงึ กระบวนการในการชว ยเหลอื โนม นาว ชักจงู ใจ โดยใชบ คุ คลหรือไมใชบคุ คลก็ได เพอ่ื ใหล ูกคา คาดหวงั ตัดสินใจซือ้ สินคาหรอื บริการนัน้ ๆ ความแตกตา งระหวา งการตลาดและการขาย เมอ่ื ธุรกจิ ทําการผลติ สนิ คาหรอื บริการและพยายามจูงใจผูบริโภคใหซ้ือสินคาหรือบริการนนั้ เราจะเรียกกิจกรรมน้วี า การขาย ซ่ึงจําเปนจะตองรูถึงความตองการของผูบริโภค เพ่ือที่ธุรกิจหรือผูผลิตจะผลิตสินคาใหเหมาะสมสอดคลอง กับความตองการของผูบริโภค เมื่อผูผลิตคนหาความตองการทแี่ ทจรงิ ของผบู ริโภค แลวนําขอมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑของตน เพ่ือทําใหผูบริโภคเกิดความพึงพอใจเม่ือไดใชผลิตภัณฑนั้นแลว ทายท่ีสุดธุรกิจก็จะไดกําไร ลักษณะนี้เรียกวาการตลาด ซ่งึ สามารถทจ่ี ะสรปุ ความแตกตางระหวางการขายและการตลาดได ดังน้ี การขาย การตลาด1. เนน ทคี่ วามสาํ คญั ของผลิตภณั ฑ 1. เนน ความตองการของผบู ริโภค2. ธุรกิจจะคนหาเทคนิควิธกี ารขายท่ีประสบ 2. ธรุ กิจจะคน หาวธิ กี ารสรางความพงึ พอใจตอ ความสําเร็จ ผูบ รโิ ภค3. ธุรกจิ จะมุงเนน ท่ียอดขาย 3. ธรุ กจิ จะมุงเนน ทีผ่ ลกําไร4. แผนการขายจะเปน แผนระยะสนั้ 4. แผนการตลาดจะเปนแผนระยะยาว สนองตอบความตอ งการของพนกั งานขาย สนองตอบความตอ งการของผซู อื้
87 แนวความคิดทางการตลาด นักธุรกิจใหความสําคัญกับการตลาด เพ่ือทําใหธุรกิจนั้นประสบความสําเร็จโดยมีการพัฒนาแนวความคิด ปรัชญา และการดําเนินธุรกิจ การพัฒนา 3 ประการดังกลาวเรียกวาเปนแนวความคิดทางการตลาด แนวความคิดทางการตลาดในปจจุบันมุงเนนไปท่ีผูบริโภคและการผสมผสานของกจิ กรรมทางการตลาด เพอ่ื ทําใหบรรลุถึงวตั ถปุ ระสงคของธรุ กิจและใหผูบ ริโภคเกิดความพงึ พอใจทไ่ี ดใชผลิตภัณฑน ้ัน ๆ แนวความคิดทางการตลาดอาจสรปุ ไดด ังแผนภมู ิ ตอ ไปน้ีการมงุ เนนผูบรโิ ภค การผสมผสาน การสรา งความ ธุรกิจ กิจกรรมทางการ พึงพอใจใหก บั ประสบ ผลสําเร็จ ตลาด ผบู ริโภคการกําหนดวตั ถปุ ระสงคหรอื เปาหมายของธุรกจิ นอกจากแนวความคิดท่ีกลาวขางตน ยังมีการเสนอแนวความคิดใหมทางธุรกิจอันเปนแนวความคิดที่เปน ไปตามกระแสของสังคมและของประเทศชาติ คือ แนวความคิดทางการตลาดเพ่ือสังคมและส่ิงแวดลอม โดยการตลาดในลักษณะนี้จะเนนในดานของการรักษาส่ิงแวดลอมความปลอดภัยตอชวี ิตผูบริโภคและไมทํารายธรรมชาติ โอโซน อากาศ น้ํา เน่ืองมาจากระแสการพิทักษโลก ดังน้ัน ธุรกิจจึงเสนอผลิตภัณฑที่เปนมิตรตอธรรมชาติปลอดสารซีเอฟซี (CFCs) ซึ่งทําลายโอโซน มีกิจกรรมทางการตลาดในเร่ืองของรีไซเคิล รีฟล รียูส แนวความคิดที่กลาวถึงน้ีอาจเรียกไดวาเปน กรนี มาเก็ตต้งิ นน่ั เอง หนา ทที่ างการตลาดทส่ี าํ คญั หนา ที่ของการตลาดทีม่ ผี ผู ลิตและผูบ รโิ ภคก็เพอื่ ชวยเหลือ และอํานวยความสะดวกใหกับผผู ลิตและผบู รโิ ภค สรปุ ได ดงั น้ี 1. การขาย ผูประกอบธุรกิจตองอาศัยนักการตลาด ดําเนินกิจกรรมในดานการขายเพื่อเคลื่อนยายสินคาจากโรงงานผลิต และการทําการโอนกรรมสิทธ์ิเปลี่ยนมือความเปนเจาของในสนิ คา นัน้ ๆ ไปยังผูบ ริโภค ผูประกอบธุรกิจจําเปนตองศึกษาจุดประสงคของตลาด และตองสรางแรงจูงใจเพื่อทําใหลูกคาอยากไดสินคาโดยอาศัยการโฆษณา การสงเสริมการขาย และการใชพนักงานขายเพ่ือกระตุนใหลูกคาเปาหมายตัดสินใจท่ีจะซื้อ ในทางกลับกันผูประกอบธุรกิจก็สามารถขายสินคา ได
88 2. การซื้อ ผูประกอบธุรกิจตองเปนนักซ้ือที่ฉลาดเพ่ือใหไดวัตถุดิบ อุปกรณ เคร่ืองมือเครื่องใชในราคาท่ีเหมาะสมดวย เพื่อเปนการลดตนทุนของธุรกิจเอง โดยยึดหลักตองซ้ือใหไดปริมาณในเวลาและราคาท่ีเหมาะสมดวย จะตองรูวัตถุประสงคดวยวาจะซื้อเพ่ืออะไร เชน ซ้ือไปเพ่อื ผลติ ซอื้ ไปเพอื่ ขายตอ และตอ งรูจกั เปรียบเทียบคุณภาพราคาของสินคาทีจ่ ะซื้อ รวมถึงขอ ตกลงในเงื่อนไขที่สมเหตุสมผล และตรวจสอบรับสินคาเขาเก็บไวในคลังสินคาหรือสตอก เพื่อรอการจาํ หนา ยตอไป 3. การขนสงสนิ คา ตลาดตองจัดการขนสงท่เี หมาะสมกับสินคาโดยพิจารณาลักษณะสินคาหีบหอของสินคา เพื่อเลือกพาหนะขนสงท่ีดีเหมาะกับสินคาประหยัดคาขนสงหรือคาระวางการสง มอบสนิ คาทต่ี รงตอเวลา ลกู คา ทกุ รายตองการรบั สนิ คา ตรงตอ เวลา โดยเฉพาะอยางย่ิงสินคาท่มี ีฤดกู าลในการขายยิง่ จาํ เปน อยางย่งิ ที่ตอ งรักษาเวลาในการขนสงธุรกิจ จําเปน ตอ งเลอื กวธิ กี ารขนสงท่เี หมาะสมไมว าจะเปน ทางรถบรรทกุ รถไฟ ทางเครือ่ งบนิ เรอื บรรทกุ สินคา หรอื การขนสง ทางทอ 4. การจัดมาตรฐานสินคา เพื่อใหไดสินคาเปนท่ีพอใจงายตอการตัดสินใจซื้อ และสรางความมั่นใจใหกับผูบริโภค จึงมีการจัดแบงระดับหรือมาตรฐานของสินคา เพื่อใหลูกคาไดเลือกสินคาที่เหมาะสม และตรงกับความตองการโดยเฉพาะอยางย่ิงการซื้อขายสินคาในตลาดตางประเทศ การจัดอันดับและมาตรฐานสินคามีความสําคัญอยางย่ิง ในปจจุบันประเทศไทยสนับสนุนการผลิตสินคาเพื่อสงออกเพ่ิมข้ึนสูง ดังนั้น การที่สินคาไดมาตรฐาน ISO จึงเปนส่ิงที่สําคัญ โดยผูผลิตจําเปนตองศึกษาและพยายามผลิตใหไดมาตรฐานสากลที่กําหนด ไมวาจะเปนมาตรฐานคุณภาพ ISO 9000, ISO 9002 หรือ ISO 14000 ก็ตาม เพ่อื รักษาภาพพจน และการยอมรับในมาตรฐานสินคา ไทย 5. หนาที่ในการเก็บรักษาสินคา การเก็บรักษาสินคาในคลังเก็บสินคา หรือสต็อกสินคาเพ่อื ตอบสนองความตองการของลกู คา ใหต รงเวลา ไดทันทีที่มีคําส่ังซ้ือสินคาเขามา การเก็บรักษาสนิ คา เพ่ือวตั ถปุ ระสงคหลายประการ เชน เหลา ไวน ย่ิงหมักบมนานปก็ยิ่งมีราคาแพง เพ่ือใหขายนอกฤดูกาลได เชน การแชแข็ง การฉายแสงเก็บไว เพ่ือชะลอการสุกของผลไม เพื่อเก็งกําไรโดยรกั ษาระดบั อุปทานในตลาดเม่ือสนิ คา ไดร าคาดคี อยปลอยออกขาย 6. การประกันภัย สินคาที่ผลิตออกมาและรอการจําหนาย อาจเสี่ยงตอภัยตาง ๆ เชนความลาสมัย การถูกลักขโมย ภัยธรรมชาติ ลักษณะการเส่ียงภัยอาจเกิดข้ึนไดทุกเวลา ดังนั้นการประกันภัยจึงเปนทางเลือกหนึ่งที่จะชวยแกปญหาดังกลาว โดยธุรกิจจะตองไมผลักภาระการเส่ยี งภัยออกจากกจิ การโดยสนิ้ เชิง ปจจบุ ันไดมสี ถาบันรับประกันภัยตาง ๆ เขามาชวยแบงเบาภาระการเสีย่ งภัย โดยใชห ลักการกระจายการเสยี่ งภยั ใหก วา งออกไปถงึ ผูรับภาระหลาย ๆ ราย 7. การใหความชว ยเหลอื ดา นการเงิน การประกอบธุรกิจซื้อขายสินคาจะมีปญหาเก่ียวกับการเงนิ หน้ีสูญ หน้เี สีย การขาดสภาพคลองทางการเงนิ ขาดเงนิ สดหมุนเวยี นในธุรกจิ จนเปนผลใหไมมีเงินจายสินคา จายคา จางเงินเดือนพนกั งาน ดงั นนั้ การจัดการเงนิ ที่ดีในฐานะการเงินของกิจการ
89อยใู นภาวะสมดุลรายไดเ กดิ ข้ึนสอดคลอ งกบั ชําระหนสี้ นิ หากกิจการธุรกิจจัดการดานการเงนิ ไมด ีก็อาจนาํ ไปสกู ารขาดทุน จนถึงตองออกจากธรุ กิจนั้นไป การจัดหาเงินทุนจากแหลงตาง ๆ และการจดั การนําเงินกาํ ไรไปลงทนุ ใหมใ นธุรกจิ ทมี่ ีความเสีย่ งต่ํา รวมถึงสถาบันทางการเงินทจี่ ะเขามาชวยในเรื่องการกูยืมเงินเพ่ือการลงทุน เชน ธนาคารพาณิชย ทรัสต บรรษัทเงินทุน เปนการเขามามีบทบาทในการใหความชว ยเหลือ พฒั นาการลงทุนของธุรกิจ 8. การหาขอมูลทางการตลาด เพื่อประกอบการตัดสินใจของผูบริหารธุรกิจและประโยชนของธุรกิจ ใหมีผลเสียหายนอยที่สุด โดยเฉพาะอยางย่ิงยุคของขอมูลขาวสาร เชนในปจ จบุ นั ธรุ กจิ ใดไดขอ มลู ขา วสารกอนก็ยอ มจะไดเปรยี บในการตัดสนิ ใจไดรวดเร็ว ถูกตอง เชนขอมูลในการลดคาเงินบาท การใหคาเงินบาทลอยตัว ผูรูกอนยอมปรับกลยุทธและตักตวงผลประโยชนไ ดจ ากคาเงนิ ทเ่ี ปลี่ยนแปลง3. กระบวนการผลติ กระบวนการผลติ หมายถงึ กระบวนการผลิตสินคา การใหบริการ ตามความตองการของผูบริโภค ซึ่งประกอบไปดวย ลูกคา ตลาดแรงงาน สังคม ประเทศชาติ และประชาคมโลก โดยมีวิธกี ารในการควบคมุ ดูแลการผลติ อยางมีคณุ ภาพทไี่ ดมาตรฐาน และการสรางคณุ ลักษณะทโี่ ดดเดนของสนิ คา หรอื บริการ ไดแก 1. ความนาเชอ่ื ถือ ผใู หบริการจะตองแสดงถึงความนาเชอื่ ถือ และไวว างใจ 2. การตอบสนอง การตอบสนองที่มีความต้งั ใจและเต็มใจ 3. การสรางความมั่นใจ สามารถทีจ่ ะทําใหล ูกคาเกิดความเชือ่ ใจ 4. การดแู ลเอาใจใส 5. เครื่องมืออปุ กรณ4. การขนสง สนิ คา การขนสง หมายถึง การเคล่ือนยายสินคาจากท่ีหน่ึงไปยังอีกที่หน่ึง ซึ่งเปนหนาที่ของผูผ ลติ ทจ่ี ะใหอรรถประโยชนแกผูบริโภคในดานเวลา และสถานท่ี สงผลใหสินคามีมูลคาเพ่ิมขึ้นเพราะหลกั ในการจัดการขนสงมีอยูวา “มูลคาสินคาท่ีเพ่ิมข้ึนหลังจากขนสงไปแลวจะตองสูงกวาคาขนสง” ซ่ึงมีสินคาบางชนิดที่คาขนสงสูงกวาราคาตัวสินคาจริงมาก เชน การขนหินทรายยิปซัม ถานหิน แตก็มีสินคาบางชนิดที่คาขนสงถูกกวาราคาสินคาจริง เชน การขนทองคํา เพชรพลอย และยา เปน ตน การขนสง มีสวนชวยลดคาตนทุนการผลิตได ในกรณีที่ตั้งโรงงานขนาดใหญท่ีตนทุนต่ําสุดสถานที่หนึ่ง แตตองการกระจายสินคาไปทั่วประเทศ เชน โรงงานผลิตรถมอเตอรไซคทตี่ ง้ั อยูชานเมืองกรุงเทพฯ แตส ามารถสง รถมอเตอรไ ซคไปขายทัว่ ประเทศ หรือโรงงานผลิตเสอื้ ผาต้ังอยูในประเทศไทย แตสามารถสงเส้ือผาไปขายไดท่ัวโลก เปนตน ซึ่งจะทําใหตนทุนการผลิตตอหนวยสนิ คา ลดลง
90 การขนสงทางธุรกิจมี 3 ทาง คือ 1. การขนสง ทางบก ปจจุบันมีทางรถไฟเช่ือมระหวางกรุงเทพฯ กับเมืองใหญ ๆ เกือบทั่วประเทศผา นจงั หวดั ใหญ ๆ ทั้งภาคกลาง ภาคเหนอื และภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื สวนท่ผี า นภาคใตมกี ารเชอื่ มตอกับประเทศมาเลเซยี ทางปาดงั เบซาร และสุไหงโก-ลก จนถึงสิงคโปร นอกจากนั้นยังมีทางรถไฟเชอ่ื มกับประเทศกมั พูชา แตข ณะนห้ี ยดุ กิจการ เพราะปญหาความปลอดภัยภายในของประเทศนั้น กจิ กรรมหลกั ของรถไฟ คือ การขนสงสนิ คา รอ ยละ 90 ของรถไฟเปนตูสินคา แตละปรถไฟทาํ การขนสงสินคา ประมาณ 8 ลา นตัน สวนใหญว ตั ถุดบิ เชน นาํ้ มัน และปนู ซเี มนต 2. การขนสงทางเรือ มีทาเรือใหญ ๆ ที่ใชขนสงสินคาท้ังภายในประเทศ และติดตอกับตางประเทศ เชน ทา เรือคลองเตย แหลมฉบัง มาบตาพุด ภูเก็ต สงขลา และสีชัง การขนสงทางเรือมีคาใชจายต่ําแตลาชา ระบบบริหารและระบบศุลกากรยังลาสมัย มีชองวางใหเจาหนาท่ีทําการทจุ รติ ไดม าก สงผลใหมลู คาเพม่ิ ของสินคาและบริการ ขององคกรธุรกิจหายไปเปน จํานวนมาก 3. การขนสงทางอากาศ ประเทศไทยมีทาอากาศยานนานาชาติท่ีสุวรรณภูมิ ดอนเมืองเชียงใหม อูตะเภา ภูเก็ต และหาดใหญ ซ่ึงทําใหการขนสงสินคาและบริการขาเขาและขาออกดีพอสมควร การขนสงทางอากาศมีความรวดเร็ว แตเสียคาใชจายสูงมาก เหมาะสําหรับการขนสงสนิ คาขนาดเลก็ นํ้าหนกั เบา นอกจากน้ียังมีการขนสงทางทอซึ่งใชขนสงเฉพาะกาซ นํ้า และน้ํามันเทาน้ัน ปจจุบันการขนสงโดยบรรจุสินคาไวในตูคอนเทนเนอรเปนท่ีนิยมมากเพราะสามารถใชบรรจุสินคาไดหลายอยาง โดยบรรจุสนิ คาในกลองกอนทรี่ วมไวใ นตูคอนเทนเนอรทาํ ใหส ะดวกในการขนถา ย ในบางกรณที ี่ตอ งใชก ารขนสงหลายวธิ ี หรอื เปล่ียนถายการขนสงหลายครง้ั กวาจะถึงจุดหมายปลายทางก็สามารถโยกยายไดดี เชน เคลอื่ นยายจากรถลงเรือหรือจากเรือขึ้นรถ ตคู อนเทนเนอรมหี ลายขนาดแลวแตก ารขนสง เชน การขนสงทางเรอื สวนใหญจะใชต ูม าตรฐานขนาด 21 ฟุต และ 40 ฟุต สวนตคู อนเทนเนอรสําหรับสงของทางอากาศจะมีขนาดเล็กกวา การขนสง สินคา แตล ะวธิ ีมขี อดี ขอ เสียตางกัน นักการตลาดทดี่ ตี องรจู กั เลือกวิธกี ารขนสงที่เหมาะสมกบั สินคา และบรกิ ารท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ซึง่ ขึ้นอยกู ับวตั ถุประสงคของตนเอง เชน ตองการความรวดเรว็ หรอื ตองการราคาถูก หรอื ตองการความสะดวก5. การบรรจหุ ีบหอ การบรรจุหีบหอนั้น นอกจากใชป องกนั ผลิตภณั ฑแ ลว ยงั ใชใ นการสงเสริมการขายอีก ซึ่งถือวามีความสําคัญมากทั้งสําหรับผูขายและผูบริโภค การบรรจุหีบหอท่ีดีทําใหสามารถรักษางายประหยดั เนือ้ ที่ และทําใหผบู รโิ ภคมองเห็นความแตกตา งของผลติ ภณั ฑไ ดช ัดเจน ซ่ึงประโยชนของการบรรจุหีบหอมีดงั นี้ 1. ผูบริโภคมักจะเลือกผลิตภัณฑท่ีมีการบรรจุหีบหอท่ีดีกวา เชน ผูบริโภคยอมซื้อนํ้าทีบ่ รรจขุ วดพลาสตกิ ใสในราคาท่แี พงกวา นํ้าทบี่ รรจขุ วดขุน ทั้งท่ีเปน นา้ํ ด่ืมทีป่ ลอดภัยเหมือนกนั
91หรือนิยมซ้ือบะหมี่ก่ึงสําเร็จรูปท่ีบรรจุในถวยพลาสติก ในอนาคตผูบริโภคอาจเลือกซื้อบะหมี่ท่ีบรรจใุ นถวยทสี่ ามารถใชกบั เตาไมโครเวฟได 2. การบรรจุหบี หอ เปนการสอ่ื สารระหวางผูผ ลิตและผูบริโภคอยางหน่ึง เพราะการบรรจุหบี หอเปน ตัวกาํ หนดกลยุทธการตลาด เชน สุราทมี่ รี าคาแพงจะบรรจุขวดที่สวยงาม แมแ ตบ ริการก็ใชการบรรจุหีบหอสําหรับผูบริโภค เชน ตั๋วเคร่ืองบิน จะตองมีซองท่ีสวยงาม หรือใบเสร็จของโรงแรมก็ตอ งบรรจุซองท่ีมขี อ ความสวยงาม 3. การบรรจุหีบหอ จะชว ยใหการกระจายสนิ คางายขน้ึ และลดตนทุนลง เพราะวาการบรรจุหบี หอ ท่ีดีจะทําใหก ารปองกันความเสยี หายของสนิ คา ดีขนึ้ ย่งิ กวา นนั้ เม่อื มกี ารเก็บรักษาสินคาก็จะทําใหมีความเสียหายนอยลงดวย บางคร้ังการบรรจุหีบหอที่ดีก็เปนการโฆษณาประชาสัมพันธไดดีกวาการโฆษณาดวยส่ือดวยซ้ําไป เพราะเมื่อวางผลิตภัณฑไวในรานคา ผูบริโภคอาจจะเห็นบอยกวาการโฆษณาในส่ือ เราจะเห็นวาบางคร้ังจะมีหีบหอวางแสดงตามตูกระจกใสในรานเปนจาํ นวนมาก สง่ิ ทนี่ ักการตลาดพึงระลกึ ไวเสมอคอื จะตองไมม ีการบรรจุหีบหอที่ทําใหผูบริโภคเขาใจผิดเชน กระปอ งทบ่ี รรจปุ ลาซาดนี ก็ไมควรปดสลากวา เปน ปลาทนู า หรือกําหนดบนหีบหอวา สินคามีน้ําหนกั 0.8 กโิ ลกรัม แตก ลับปด สลากวา 1 กโิ ลกรมั หรือนา้ํ สมธรรมชาติ 100% ทั้ง ๆ ท่ีจริงแลวมีเพียง 25% ผสมน้าํ อกี 75% หรือระบวุ าหบี หอ สามารถหมุนเวียนมาใชใหมไดท้ัง ๆ ที่นํามาใชอีกไมได ในปจ จุบัน การบรรจุหีบหอสมัยใหม มักจะใชบารโคด ซึ่งสามารถอานไดดวยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกสไ ดสะดวก ในการชาํ ระเงิน และการจัดหมวดหมูส นิ คา ไดด ี6. การแปรรปู การแปรรปู หมายถึง การนาํ ผลผลิตทางการเกษตรซ่ึงมีอยูในรูปวัตถุดิบมาผานขบวนการดา นวิทยาศาสตรแ ละเทคโนโลยมี าใชใ นกรรมวธิ กี ารผลติ การแปรสภาพเพ่ือสามารถบริโภค มีอายุยนื ยาวข้นึ ตลอดทัง้ ความสะดวกสบายในรปู ผลติ ภัณฑก ง่ึ สําเร็จรูป7. ผลกระทบตอชมุ ชนและสภาพแวดลอม ผลกระทบ หมายถงึ ผลที่ไดรบั หรอื เกิดจากการกระทําท่ีคาดวา จะกอ ใหเ กดิ ผลดีหรอื ผลเสยีในระยะยาวอยา งไร โดยประโยชนท ลี่ งสูประชาชนนน้ั ประชาชนจะไดร บั ประโยชนอ ะไรบางจากการดาํ เนนิ การของโครงการนที้ ีส่ ามารถแสดงผลประโยชนต อสังคม ระบบส่ิงแวดลอม นอกเหนือจากการเกษตรและอุตสาหกรรมที่คํานึงถึงผลกระทบตอสิ่งแวดลอม ระบบสิ่งแวดลอมของชุมชนยังครอบคลุมถึงสภาพแวดลอมท่ีเอื้อตอวิถีชีวิต ระบบสงิ่ แวดลอมจึงหมายรวมถงึ ดนิ นํา้ ปา อากาศ การจัดการทางกายภาพของชุมชน เชน ถนนหนทางแหลง ศูนยก ลางชมุ ชน เปน ตน และสภาพแวดลอ มทางสงั คมท่เี อ้อื ตอการเจริญเติบโตของชีวติ ดวย
92 ปจจัยของผลกระทบสิง่ แวดลอ มและขอบเขตของการพิจารณา 1. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางกายภาพ 2. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสงั คม 3. ผลกระทบสง่ิ แวดลอ มทางสนุ ทรียภาพ 4. ผลกระทบสงิ่ แวดลอมทางเศรษฐกจิ ลักษณะของผลกระทบสง่ิ แวดลอ มและขอสงั เกต 1. ลักษณะของผลกระทบส่ิงแวดลอม - เกิดขนึ้ บางที่ บางสวน - กระจายท่วั ไป 2. ขอสังเกตเกยี่ วกับผลกระทบส่ิงแวดลอม - อาจเกดิ ข้นึ โดยไมเรียงลาํ ดบั - สรางปญหาลูกโซไ ดเสมอ - แสดงผลใหเห็นไดท งั้ ระยะส้นั และระยะยาว - เปลยี่ นแปลงอยูเสมอ - สามารถวัดขนาดได8. ความรู ความสามารถ ความรู ความสามารถ หมายถึง ทกั ษะทส่ี ําคัญหรอื ความจาํ เปนในการผลิต หรอื การปฏบิ ตั งิ านใหมปี ระสิทธภิ าพในความเปน ไปไดใ นการพัฒนาอาชีพเรื่องท่ี 3 การกาํ หนดวิธกี ารพัฒนาอาชพี พรอ มเหตผุ ล 1. เทคนคิ วิธีการทาํ งานของอาชพี ท่ีเลอื กประกอบการ เปน เคลด็ วิชาในการประกอบอาชีพแตละอาชีพใหป ระสบความสาํ เร็จ จงึ เปน ปจจยั สาํ คญั ที่ผูป ระกอบอาชีพจะตอ งเรียนรใู หเขา ใจอยา งถองแท 2. เทคนิควิธกี ารทาํ งาน ชว ยลดขั้นตอนการทํางานอาชีพบางอาชีพ ใหสําเร็จอยางรวดเร็วผปู ระกอบอาชีพจะนาํ เวลาทเี่ หลือ ไปดําเนินการในงานยอ ยอน่ื ๆ ใหมีประสิทธิภาพตอไป 3. เทคนคิ การทํางานชว ยใหการทํางานประหยัดขน้ึ เชน ใชวสั ดุบางอยา งทม่ี รี าคาถกู หางา ยในทองถิ่น ทดแทนวัสดุที่มีราคาแพงหรือหายากมาใชในการผลิตแทน ผลผลิตที่ผลิตไดยังมีคุณภาพเหมอื นเดิม 4. เทคนิควธิ กี ารทาํ งานชวยใหผ ลติ ไดมากขน้ึ โดยการนาํ เครอื่ งมอื อุปกรณทดี่ ดั แปลงมาใชในการเพม่ิ ปรมิ าณการผลติ ผูผลติ เสาะแสวงหาเทคโนโลยตี าง ๆ ทม่ี ีในทองถิ่นมาใชหรือดัดแปลงพฒั นาเทคโนโลยที ่ีมอี ยแู ลว ใหช ว ยเพิ่มผลผลติ ใหมากข้ึน 5. เทคนคิ วธิ ีการทาํ งานชว ยใหง านอาชพี มีคณุ ภาพ มีมาตรฐานเปนสากลเปน ที่ยอมรับของตลาด
93 ประโยชนทไี่ ดรบั จากการกาํ หนดวิชาการพฒั นาอาชพี การจําแนกองคป ระกอบยอยของงานอาชีพท่ีเลอื กมปี ระโยชนทส่ี ําคัญ ๆ ดังตอ ไปนี้ คอืชวยใหผ ปู ระกอบอาชีพไดเ ตรยี มความพรอ มดา นขอมูลอาชพี ทีต่ นเลือก เพราะผูประกอบอาชีพตองใชหลักวิชาในการเสาะแสวงหาขอ มูลสําคัญ ๆ ในงานอาชีพน้ัน ๆ และขอมูลดานอาชีพแตละอาชพี จะเปลย่ี นแปลงอยูตลอดเวลา ตามระยะเวลา ตามกลไกแหงราคา ภาวะการณตลาด ฤดกู าล เปน ตน
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121