รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวชิ า ท๒๑๑๐๑ หนว่ ยท่ี ๑ พื้นฐานอ่านเขยี น เร่ือง ระบขุ ้อสงั เกตงานเขยี น ประเภทโนม้ น้าวใจ ผ้สู อน ครนู ิสาชล รุง่ เนย ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
ระบขุ อ้ สังเกตงานเขยี น ประเภทโน้มน้าวใจ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ๑. บอกความหมายของการโนม้ นา้ วใจ ๒. บอกขอ้ สงั เกตงานเขียนประเภทโน้มนา้ วใจ ๓. ระบุหรือจาแนกข้อสังเกตและความสมเหตสุ มผล ของงานเขยี นประเภทโน้มนา้ วใจได้
“ขบั ชา้ อีกนดิ ชีวิตจะปลอดภัย” ทม่ี า https://www.freepik.com/free-vector/colorful-variety-modern-cars_1361332.htm 14-05-62 freepik
ใหน้ กั เรยี นศึกษาใบความรู้ เรื่อง งานเขียน ประเภทโนม้ น้าวใจ
สามารถดาวนโ์ หลดใบความรไู้ ดท้ ี่ www.dltv.ac.th รายวิชาภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
การโนม้ นา้ วใจ คื อ ก า ร พ ย า ย า ม เ ป ล่ี ย น แ ป ล ง ความเช่ือ ทัศนคติ การกระทาของบุคคล อ่นื ด้วยกลวิธีท่ีเหมาะสม ให้มีผลกระทบใจ ผู้น้ัน จนเกิดการยอมรับและเปล่ียนตาม ผูโ้ น้มนา้ วใจต้องการ ทีม่ า https://www.freepik.com/ 14-05-62 brgfx
“การเขียนโน้มน้าว จึงเป็นการเขียน เ พื่ อ ใ ห้ ผู้ อ่ า น อ่ า น แ ล้ ว เ กิ ด ความคล้อยตาม อยากทาตาม หรืออยาก ปฏิบตั ติ าม ท่ีผู้เขียนไดเ้ ขยี นไว้” ท่มี า https://www.freepik.com/ 14-05-62 brgfx
ความสมเหตุสมผลของงานเขียน ก า ร ส่ ง ส า ร ที่ น่ า เ ช่ื อ ถื อ ส า ม า ร ถ โน้มน้าวใจผู้รับสารได้ ผู้เขียนจะต้องมี ความรู้ สามารถอธิบายเหตุผลได้ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และเป็นไปในทางท่ีดีและ มีประโยชน์ต่อส่วนรวม ทม่ี า https://www.freepik.com/ 14-05-62 brgfx
ตัวอย่างการเขียน โน้มนา้ ว การขายสนิ คา้ การโฆษณาสินค้า การเขยี นรณรงค์ คาขวัญ การเขยี นเชิญชวน การหาเสยี งเลอื กตงั้ ท่มี า https://www.freepik.com/ 14-05-62 brgfx
หลักการเขยี นโนม้ น้าว ๑. ใช้ภาษาที่สุภาพในการเขยี น ๒. ใช้เหตุผลทเ่ี ชื่อถือ ในการสนับสนนุ งานเขยี น เพื่อใหผ้ อู้ า่ นเกดิ ความเชือ่ ถอื และยอมรับ ๓. เขยี นให้ถกู กาลเทศะ เหมาะสมกบั บคุ คล
หลกั การเขียนโน้มน้าว ๔. ใช้ภาษาทเ่ี รา้ ความสนใจ ถ้อยคาส่อื ความหมายทีช่ ดั เจน เหน็ ภาพ ๕. อา่ นทบทวน เพ่อื หาขอ้ บกพรอ่ งในงานเขยี น ๖. ไม่เขียนวกวน ใหเ้ กิดความสบั สน ๗. ไมเ่ ขยี นจนเกนิ ความจริงมากเกนิ ไป เพราะจะทาใหไ้ มน่ า่ เชอื่ ถอื
ข้อสงั เกตของงานเขยี นประเภทโน้มน้าวใจ ๑. การแสดงให้เห็นถึงความน่าเช่ือถือของบุคคล ผู้โน้มน้าวใจโดยธรรมดาบุคคล ท่ีมีคุณลักษณะ ๓ ป ร ะ ก า ร คื อ มี ค ว า ม รู้ จ ริ ง มี คุ ณ ธ ร ร ม และมีความปรารถนาดีต่อผู้อื่น ย่อมได้รับความเชื่อถือ จากบุคคลทวั่ ไป
ขอ้ สังเกตของงานเขียนประเภทโนม้ น้าวใจ ๒. การแสดงให้เห็นตามกระบวนการของเหตุผล ผู้โน้มน้าวใจต้องแสดงให้เห็นว่า เรื่องท่ีตนกาลัง โ น้ ม น้ า ว ใ จ มี เ ห ตุ ผ ล ห นั ก แ น่ น แ ล ะ มี คุ ณ ค่ า ควรแกก่ ารยอมรับอยา่ งแทจ้ รงิ
ขอ้ สงั เกตของงานเขยี นประเภทโนม้ น้าวใจ ๓. การแสดงให้เห็นถึงความรู้สึกและอารมณ์ ร่วมบุคคลท่ีมีอารมณ์ร่วมกันคล้อยตามกันได้ง่ายกว่า บุคคลท่ีมีความรู้สึกอคติต่อกัน เม่ือใดที่ผู้โน้มน้าวใจ คน้ พบและแสดงอารมณ์ร่วมออกมา การโน้มน้าวใจก็ จะประสบความสาเร็จ
ขอ้ สงั เกตของงานเขยี นประเภทโน้มนา้ วใจ ๔. การแสดงให้เห็นทางเลือกทั้งด้านดีและ ด้านเสีย ผู้โน้มน้าวใจต้องโน้มน้าวผู้รับสารให้เชื่อถือ หรือปฏิบัติเฉพาะทางที่ตนต้องการ โดยชี้ให้เห็นว่า สิ่งนนั้ มดี ้านท่ีเปน็ โทษ อยา่ งไร ด้านท่ีเปน็ คณุ อยา่ งไร
ขอ้ สังเกตของงานเขยี นประเภทโนม้ นา้ วใจ ๕. การสร้างความสุขใหแ้ ก่ผู้รับสาร การเปลี่ยน บรรยากาศ ให้ผ่อนคลายด้วยอารมณ์ขัน จะทาให้ ผู้ รั บ ส า ร เ ป ลี่ ย น ส ภ า พ จ า ก ก า ร ต่ อ ต้ า น ม า เ ป็ น ความรู้สกึ กลาง ๆ พรอ้ มท่จี ะคล้อยตามได้
ข้อสงั เกตของงานเขียนประเภทโน้มนา้ วใจ ๖. การเร้าให้เกิดอารมณ์อย่างแรงกล้า เม่ือมนุษย์เกิดอารมณ์ข้ึนอย่างแรงกล้า ไม่ว่าดีใจ เสยี ใจ โกรธแคน้ อารมณ์เหล่าน้ี มักจะทาให้มนษุ ย์ไม่ ใช้เหตุผลอย่างถี่ถ้วน พิจารณาถึงความถูกต้อง เหมาะสม เม่ือมีการตัดสินใจ ก็อาจจะคล้อยไปตามที่ ผูโ้ นม้ นา้ วใจเสนอแนะไดง้ า่ ย
เราทกุ คนจงึ ควรตระหนกั ถงึ ความสาคัญ ช่วยกันอนุรกั ษแ์ ละพัฒนา ภาษาไทยให้คงอยกู่ ับชาตไิ ทยตลอดไป อยา่ ใหภ้ าษาซง่ึ เปน็ มรดก ทางวฒั นธรรมของชาติ ตอ้ งถูกทาลายด้วยมอื ของคนไทยเอง
นกั เรียนทาใบงาน เร่ือง ระบขุ อ้ สังเกตและ ความสมเหตุสมผลงานเขียน ประเภทโนม้ น้าวใจ
สามารถดาวนโ์ หลดใบงานได้ท่ี www.dltv.ac.th รายวชิ าภาษาไทย ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1
ใบงาน เรื่อง งานเขยี นประเภทชกั จงู โนม้ น้าว คาชแี้ จง ให้นกั เรียนเขยี นเครอื่ งหมาย หนา้ ขอ้ ความที่เป็นสารโน้มน้าวใจท่ี มคี วามสมเหตุสมผล และขีดเคร่อื งหมาย X หน้าขอ้ ความทีไ่ ม่ใช่สารโน้มน้าวใจ .......... ๑. บ้านเมืองสวย ด้วยมือเรา .......... ๒. ปฏิบตั ติ ามกฎ ลดปญั หาจราจร .......... ๓. ประหยดั น้าวันน้ี ก่อนทจ่ี ะไมม่ นี ้าใช้ .......... ๔. ใช้นา้ อยา่ งคุ้มคา่ เพือ่ วันน้ี เผือ่ วันหน้า .......... ๕. ทงิ้ ขยะใหเ้ ปน็ ที่ เพ่มิ ราศแี กบ่ า้ นเมือง
ใบงาน เรอื่ ง งานเขยี นประเภทชกั จงู โนม้ นา้ ว .......... ๖. หา้ มทง้ิ ขยะบริเวณนี้ ปรบั ทีละสองพัน .......... ๗. ทางรอดของโลกปัจจุบนั น้ีมีอย่ทู างเดยี วเทา่ นัน้ .......... ๘. บา้ นสะอาด เมอื งสะอาด คนในชาติมีความสุข .......... ๙. อุทยานรอบมหาสถานนั้นเล่ากง็ ามไม่นอ้ ย เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพนั ธ์ุ ไมด้ อกและลดาวลั ยง์ ามนา่ ทัศนา ..........๑๐. โลหิตคือสายธารแห่งชีวิต ถา้ รา่ งกายขาดโลหิตชีวิตก็อยู่ไม่ได้ โลหติ จงึ เปน็ นา้ หลอ่ เลย้ี งร่างกายทจี่ ้าเปน็ อยา่ งยงิ่ เพือ่ ให้มีชีวิตอย่ไู ด้
(เฉลย) ใบงาน เร่อื ง งานเขยี นประเภทชักจงู โนม้ นา้ ว คาชแ้ี จง ให้นกั เรยี นเขยี นเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทเี่ ป็นสารโน้มน้าวใจท่ี มคี วามสมเหตุสมผล และขีดเครอ่ื งหมาย X หนา้ ขอ้ ความที่ไมใ่ ชส่ ารโนม้ นา้ วใจ .......... ๑. บ้านเมอื งสวย ดว้ ยมือเรา .......... ๒. ปฏิบตั ติ ามกฎ ลดปญั หาจราจร .......... ๓. ประหยัดน้าวนั นี้ กอ่ นท่จี ะไม่มนี ้าใช้ .......... ๔. ใชน้ า้ อยา่ งคมุ้ คา่ เพ่ือวนั น้ี เผ่อื วันหน้า .......... ๕. ทิ้งขยะใหเ้ ปน็ ที่ เพ่มิ ราศีแกบ่ ้านเมอื ง
(เฉลย) ใบงาน เรือ่ ง งานเขียนประเภทชักจูงโนม้ นา้ ว .......... ๖. ห้ามทิง้ ขยะบริเวณนี้ ปรับทลี ะสองพัน ...✘....... ๗. ทางรอดของโลกปจั จบุ ันนมี้ อี ยู่ทางเดยี วเทา่ นน้ั .......... ๘. บา้ นสะอาด เมอื งสะอาด คนในชาตมิ คี วามสุข ...✘....... ๙. อทุ ยานรอบมหาสถานนน้ั เล่ากง็ ามไม่น้อย เต็มไปดว้ ยตน้ ไม้นานาพนั ธ์ุ ไมด้ อกและลดาวัลยง์ ามน่าทศั นา ...✘.......๑๐. โลหติ คือสายธารแห่งชีวิต ถา้ รา่ งกายขาดโลหติ ชวี ติ กอ็ ย่ไู มไ่ ด้ โลหติ จงึ เปน็ น้าหล่อเลยี้ งร่างกายท่จี า้ เปน็ อย่างยง่ิ เพื่อใหม้ ีชีวติ อยไู่ ด้
ทบทวนความรู้
งานเขยี นโนม้ น้าวใจ การโน้มน้าว การพยายามเปลยี่ นแปลง ความเชื่อ ทศั นคติ การกระทา้ ของบุคคลอน่ื ด้วยกลวิธที ีเ่ หมาะสม “การเขียนโน้มน้าว จึงเป็นการเขียนเพ่อื ให้ผู้อ่าน อ่านแล้วเกดิ ความคลอ้ ยตาม อยากท้าตาม หรือ อยากปฏบิ ัติตาม ท่ีผูเ้ ขยี นได้เขียนไว้”
งานเขียนโน้มน้าวใจ หลกั การเขียนโน้มนา้ ว ๑. ใช้ภาษาที่สุภาพในการเขยี น ๒. เขียนให้ถกู กาลเทศะ เหมาะสมกับบคุ คล ๓. อา่ นทบทวน เพือ่ หาขอ้ บกพรอ่ ง ๔. ใชเ้ หตผุ ลท่เี ชื่อถอื ในการสนับสนุนงานเขียน ในงานเขยี น เพ่อื ให้ผอู้ า่ นเกดิ ความเชอื่ ถือ และยอมรบั ๕. ใช้ภาษาที่เร้าความสนใจ ถอ้ ยคา้ ๖. ไมเ่ ขียนวกวน ให้เกิดความสับสน สื่อความหมายทช่ี ัดเจน เห็นภาพ
รายวชิ า ภาษาไทย รหัสวิชา ท๒๑๑๐๑ หนว่ ยท่ี ๑ พื้นฐานอ่านเขียน เรื่อง เสียงในภาษาไทย (เสยี งสระ) ผสู้ อน ครูนิสาชล รงุ่ เนย ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
เสยี งในภาษาไทย (เสียงสระ)
จุดประสงค์การเรียนรู้ ๑. อธิบายความหมายของเสยี งในภาษาไทยได้ ๒. อธบิ ายท่ีมาของเสียงในภาษาไทยได้ ๓. อธิบายชนดิ ของเสยี งในภาษาไทยได้
เสยี งเกิดจากอะไร
เสยี งในภาษา หมายถึง เสียงท่ีมนุษย์เปล่งออกมาเพื่อส่ือ ความหมายระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพ่ือสนอง ความต้องการต่าง ๆ เช่น เพ่ือขอความช่วยเหลือ เพ่อื ขอความรู้ เพอ่ื แสดงความร้สู กึ พอใจหรอื ไม่พอใจ
เสยี งมาจากไหน มาจากอวยั วะส่วนใดบ้าง.....
กาเนดิ เสียงในภาษา อวัยวะ ที่ทาให้เกิดเสียงในภาษา ได้แก่ ปอด หลอดลม กล่องเสียง ซึ่งอยู่ในลาคอตรงลูกกระเดือก ต่อมาก็มีล้ินไก่และส่วนต่าง ๆ ในช่องปาก ได้แก่ เพดาน ล้นิ ป่มุ เหงือก และริมฝีปาก ที่มา https://www.freepik.com/ 20-05-62 rawpixel
อวยั วะในการออกเสยี ง ภาพท่ี ๑.๑ อวยั วะทใ่ี ช้ในการออกเสียง (ทีม่ า : หนงั สอื เรียนพฒั นาทกั ษะภาษา เล่ม ๑, ๒๕๔๖)
ชนิดและลกั ษณะของเสียงสระในภาษาไทย เสียงในภาษามอี ยู่ ๓ ชนดิ ได้แก่ เสยี งสระ เสียงพยญั ชนะ และเสยี งวรรณยุกต์
เสียงสระ หมายถึง เสียงเกิดจากลมท่ีออกจาก ปอดผ่านหลอดลม และกล่องเสียง ที่ลาคอออกมา พ้นช่อง ปาก หรือช่องจมูก โดยไม่ถูกสกัดกั้น ณ ท่ีหน่ึงที่ใดใน ช่องทางของลม แต่ในขณะที่เราออกเสียงสระ สายเสียงที่ อยใู่ นกลอ่ งเสียงจะปดิ และเปิดอยา่ งรวดเร็ว
สระมีก่รี ูป ก่เี สยี ง
สระในภาษาไทย มี ๒๑ รูป ๒๑ เสยี ง รูปสระ เป็นเคร่ืองหมายท่ีเขียนข้ึนแทน เสียงสระ โดยใช้เขียนโดด ๆ หรือใช้เขียน ประกอบกบั รูปสระใหม่ มี ๒๑ รปู ดงั น้ี
รปู สระ ๒๑ รูป ๑. ะ เรียกวา่ (วสิ รรชนยี ์) ๒. -ั เรยี กวา่ (ไม้ผดั , ไม้หันอากาศ) ๓. -็ เรียกวา่ (ไม้ไต่คู้) ๔. า เรยี กวา่ (ลากข้าง) ๕. -ิ เรยี กว่า (พนิ ทอุ์ ิ)
รปู สระ ๒๑ รปู ๖. -่ เรยี กว่า (ฝนทอง) ๗. \" เรยี กว่า (ฟันหน)ู ๘. - เรยี กวา่ (หยาดน้าคา้ ง, นฤคหติ ) ๙. -ุ เรียกวา่ (ตนี เหยยี ด) ๑๐. -ู เรยี กวา่ (ตีนค)ู้
รปู สระ ๒๑ รูป ๑๑. เ- เรยี กว่า (ไมห้ นา้ ) ๑๒. ใ- เรียกว่า (ไมม้ ้วน) ๑๓. ไ- เรียกวา่ (ไมม้ ลาย) ๑๔. โ- เรยี กวา่ (ไม้โอ) ๑๕. ฤ เรยี กวา่ (ตวั รึ)
รปู สระ ๒๑ รปู ๑๖. ฤๅ เรยี กวา่ (ตัวรือ) ๑๗. ฦ เรยี กว่า (ตัวล)ึ ๑๘. ฦๅ เรียกว่า (ตัวลือ) ๑๙. ย เรยี กวา่ (ตัวยอ) ๒๐. ว เรยี กวา่ (ตวั วอ) ๒๑. อ เรยี กวา่ (ตัวออ)
ใหน้ กั เรียนถอดรปู สระของคาตอ่ ไปน้ี ๑. พริก ๒. สี ๓. เปลี่ยน ๔. เปรย้ี ว ๕. เลอะ
ให้นักเรยี นถอดรปู สระของคาตอ่ ไปนี้ ๑. พริก = ๑ รูป พนิ ทอ์ุ ิ ๒. สี = ๒ รปู พินทอ์ุ ิ ฝนทอง ๓. เปลีย่ น = ๔ รปู ไมห้ นา้ พนิ ท์ุอิ ฝนทอง ตวั ยอ ๔. เปรีย้ ว = ๔ รปู ไมห้ นา้ พินทอ์ุ ิ ฝนทอง ตวั ยอ ๕. เลอะ = ๓ รูป ไมห้ น้า ตัวออ วิสรรชนยี ์
“ กห็ รอื มันไมจ่ รงิ ล่ะ ท่เี ขาชวนไปเท่ยี ว ”
เสียงสระ เสียงสระในภาษาไทยมี ๒๑ เสยี ง แบง่ เปน็ ๑. สระเดยี่ ว ๑๘ เสยี ง ๒. สระประสม ๓ เสียง
เสียงสระ เสียงสระในภาษาไทยมี ๓๒ เสยี ง แบง่ เปน็ ๑. สระเดี่ยว ๑๘ เสียง ๒. สระประสม ๖ เสียง (เหลือ ๓ เสียง) ๓. สระเกนิ ๘ เสยี ง (ไมใ่ ช้แล้ว)
๑. สระเดย่ี ว (สระแท)้ มี ๑๘ เสียง แบง่ เปน็ เสยี งสนั้ -เสียงยาวได้ ๙ คู่ (เปน็ สระค่กู ัน) สระเสียงสั้น สระเสียงยาว ตัวอยา่ ง ตวั อยา่ ง อะ อา นะ นาน อิ อี ปิ ปี อึ อือ อดึ อดื อุ อู สุด สูด
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293