มาตรฐานคุณภาพน้ำ� ใตด้ นิ ดัชนคี ณุ ภาพน้�ำ หนว่ ย ค่ามาตรฐาน วิธีการตรวจวดั 1.สารอินทรียร์ ะเหยง่าย (Volatile Organic Compounds) วธิ ี Purge and Trap Gas Chromatography หรอื 1) เบนซีน (Benzene) ไมโครกรัม ต้องไมเ่ กิน 5 วธิ ี Purge and Trap Gas /ลิตร Chromatography/Mass Spectrometry หรือวธิ อี ื่นท่กี รม 2) คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (Carbon “ ต้องไม่เกิน 5 ควบคมุ มลพิษเห็นชอบ Tetrachloride) 3) 1,2 - ไดคลอโรอีเทน “ ตอ้ งไม่เกิน 5 “ (1,2-Dichloroethane) 4) 1,1-ไดคลอโรเอทธลิ นี “ ตอ้ งไมเ่ กนิ 7 “ (1,1-Dichloroethylene) 5) ซิส -1,2 - ไดคลอโรเอทธิลีน (cis-1,2- “ ตอ้ งไม่เกิน 70 “ Dichloroethylene) 6) ทรานส์ -1,2-ไดคลอโรเอทธิลีน (trans- “ ต้องไมเ่ กนิ 100 “ 1,2-Dichloroethylene) “ ตอ้ งไม่เกิน 5 7) ไดคลอโรมเี ทน (Dichloromethane) “ ต้องไมเ่ กิน 700 “ 8) เอทธิลเบนซีน (Ethylbenzene) “ ตอ้ งไมเ่ กิน 100 “ 9) สไตรนี (Styrene) “ ต้องไมเ่ กิน 5 “ 10) เตตระคลอโรเอทธลิ ีน “ ต้องไม่เกนิ 1,000 “ (Tetrachoroethylene) “ ตอ้ งไม่เกนิ 5 “ 11) โทลอู นี (Toluene) “ 12) ไตรคลอโรเอทธิลนี “ ตอ้ งไม่เกนิ 200 “ (Trichloroethylene) 13) 1,1,1-ไตรคลอโรอเี ทน “ ตอ้ งไม่เกิน 5 “ (1,1,1-Trichloroethane) “ ต้องไมเ่ กนิ 10,000 14) 1,1,2-ไตรคลอโรอีเทน “ (1,1,2-Trichloroethane) “ 15) ไซลีนทั้งหมด (Total Xylenes) ประกาศคณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ ฉบบั ที่20 (พ.ศ. 2543) ออกตามความในพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และรกั ษา คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 เรอื่ ง กำ� หนดมาตรฐานคณุ ภาพน้�ำใตด้ นิ ตพี มิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 117 ตอนพเิ ศษ 95 ง ลงวนั ที่15 กนั ยายน 2543 (ทมี่ า: http://www.pcd.go.th/) จากอดตี สู่ปจั จุบัน มหนั ตภยั สารอนิ ทรียร์ ะเหย (ในดินและนำ้ �ใต้ดิน) 49
2 ดัชนีคุณภาพดินในกลุ่มสาร อนิ ทรยี ์ระเหย ในมาตรฐานคณุ ภาพ ดินที่ใช้ประโยชน์เพ่ือการอยู่อาศัย และเกษตรกรรม ซึ่งเป็นประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับท่ี 25 (พ.ศ. 2547) ออกตาม ความในพระราชบัญญัติส่งเสริมและ รักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เรือ่ ง ก�ำหนดมาตรฐาน คณุ ภาพดนิ ตพี มิ พใ์ นราชกจิ จานเุ บกษา เลม่ 121 ตอนพเิ ศษ 119 ง ลงวนั ท่ี 20 ตุลาคม 2547 50 ศนู ย์วิจัยและฝึกอบรมดา้ นส่งิ แวดลอ้ ม
มาตรฐานคณุ ภาพดิน ดชั นีคณุ ภาพดิน หนว่ ย ค่ามาตรฐาน วิธีการตรวจวดั 1.สารอนิ ทรยี ์ระเหยงา่ ย (Volatile Organic Compounds) ใชว้ ธิ ี Gas Chromatography หรือวิธี Gas Chromatography/ 1) เบนซีน (Benzene) มลิ ลกิ รมั / ตอ้ งไมเ่ กิน 6.5 Mass Spectrometry (GC/MS) กโิ ลกรัม หรอื วิธอี นื่ ทก่ี รมควบคุมมลพิษ 2) คาร์บอนเตตระคลอไรด์ (Carbon “ ต้องไมเ่ กนิ 2.5 เห็นชอบ Tetrachloride) “ 3) 1,2-ไดคลอโรอเี ทน “ ตอ้ งไมเ่ กิน 3.5 (1,2-Dichloroethane) “ 4) 1,1-ไดคลอโรเอทธลิ นี “ ตอ้ งไม่เกิน 0.5 (1,1-Dichloroethylene) “ 5) ซสิ -1,2-ไดคลอโรเอทธลิ ีน (cis-1,2- “ ตอ้ งไม่เกนิ 43 Dichloroethylene) ) “ 6) ทรานส-์ 1,2-ไดคลอโรเอทธิลนี (trans- “ ตอ้ งไมเ่ กิน 63 1,2-Dichloroethylene) ) “ ต้องไม่เกนิ 89 “ 7) ไดคลอโรมีเทน (Dichloromethane) “ ตอ้ งไมเ่ กิน 230 “ 8) เอทธลิ เบนซีน (Ethylbenzene) “ ต้องไมเ่ กิน 1,700 “ 9) สไตรนี (Styrene) “ ต้องไมเ่ กิน 57 “ 10) เตตระคลอโรเอทธลิ นี “ ตอ้ งไมเ่ กิน 520 “ (Tetrachloroethylene) “ ตอ้ งไม่เกนิ 28 “ 11) โทลอู นี (Toluene) “ 12) ไตรคลอโรเอทธลิ ีน “ ตอ้ งไมเ่ กิน 630 (Trichloroethylene) “ 13) 1,1,1-ไตรคลอโรอีเทน “ ตอ้ งไม่เกิน 8.4 (1,1,1-Trichloroethane) “ ตอ้ งไม่เกิน 210 “ 14) ) 1,1,2-ไตรคลอโรอเี ทน “ (1,1,2-Trichloroethane) 15) ไซลีนทงั้ หมด (Total Xylenes) ประกาศคณะกรรมการสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ ฉบบั ที่ 25 (พ.ศ. 2547) ออกตามความในพระราชบญั ญตั สิ ง่ เสรมิ และ รกั ษาคณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ มแหง่ ชาติ พ.ศ. 2535 เรอื่ ง กำ� หนดมาตรฐานคณุ ภาพดนิ ตพี มิ พใ์ นราชกจิ จานุเบกษา เลม่ 121 ตอนพเิ ศษ 119 ง ลงวนั ที่20 ตุลาคม 2547 (ทมี่ า: http://www.pcd.go.th/) จากอดีตสูป่ จั จบุ นั มหนั ตภัยสารอนิ ทรยี ์ระเหย (ในดินและนำ้ �ใต้ดิน) 51
ในปี 2547 - 2549 กรมส่งเสริมคุณภาพ สงิ่ แวดลอ้ ม ไดด้ ำ� เนนิ การตดิ ตงั้ บอ่ สงั เกตการณใ์ นพนื้ ท่ี นอกเขตนคิ มอตุ สาหกรรม เพอื่ ตรวจสอบวา่ มกี ารปนเปอ้ื น ของสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยนอกพน้ื ทน่ี คิ มหรอื ไม่ โดยดำ� เนนิ การ สำ� รวจพนื้ ทท่ี งั้ 49 ตารางกโิ ลเมตร พรอ้ มทงั้ ศกึ ษาขอ้ มลู ทางดา้ นธรณวี ทิ ยา อทุ กธรณวี ทิ ยา และแบบจำ� ลองทาง คณิตศาสตรท์ ศิ ทางการไหลของน�้ำใตด้ ิน (หมายเหตุ: การศึกษาในช่วงดังกล่าวได้ด�ำเนินงานร่วมกับ มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่ และบรษิ ทั เมตรกิ ซ์ แอสโซซเิ อชนั่ ) 52 ศนู ย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดลอ้ ม
ผลการจ�ำลองทิศทางการไหลของน�้ำใต้ดิน ผลการจ�ำลองการเคลื่อนท่ี/การแพร่กระจายตัว ของสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยในเบอ้ื งต้น มแี นวโนม้ ท่จี ะ เคล่ือนที่ไปในทิศทางเดียวกันกับเส้นทางการไหล ของน้�ำใต้ดิน แต่อัตราการเคล่ือนท่ีค่อนข้างช้า (ประมาณ 5-15 เมตรตอ่ ป)ี ทงั้ นกี้ ารจำ� ลองในครง้ั นนั้ บางพารามเิ ตอรไ์ มไ่ ดท้ ดสอบจรงิ ในภาคสนาม ผลการจ�ำลองดังกล่าวจึงเป็นเพียงแนวโน้มของ ขอบเขตและทิศทางการปนเปือ้ นเทา่ นน้ั จากอดีตสปู่ จั จุบนั มหนั ตภยั สารอนิ ทรยี ร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใตด้ ิน) 53
แบบจำ� ลองการไหลของน้�ำใต้ดินบรเิ วณพนื้ ที่นคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนือ 54 ศนู ยว์ จิ ัยและฝกึ อบรมด้านส่ิงแวดล้อม
การจ�ำลองการเคล่อื นทข่ี องสารอินทรยี ์ระเหย จากอดตี สปู่ ัจจุบัน มหนั ตภัยสารอนิ ทรยี ร์ ะเหย (ในดินและนำ้ �ใตด้ นิ ) 55
จากการศึกษาการปนเปื้อนพบว่ามี การปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยในบ่อ สังเกตการณ์ดังกล่าว โดยสารอินทรีย์ระเหย ท่ีพบว่ามีปริมาณสูงกว่าค่าที่ก�ำหนดไว้ ในมาตรฐานคุณภาพน้�ำ ใต้ดิน เช่น สาร 1,1,-ไดคลอโรเอทธลิ นี (1,1-Dichloroethylene; 1,1-DCE) และสารซีส-1,2-ไดคลอโรเอทธิลีน (cis-1,2-Dichlororhtylene; cis-DCE) เปน็ ตน้ 56 ศูนย์วิจยั และฝึกอบรมดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าการใช้สารอินทรีย์- ระเหยในโรงงานอุตสาหกรรมนั้น มโี อกาสสูงที่ จะทำ� ให้เกิดการปนเปอ้ื นในดินและนำ้� ใต้ดินได้ จากอดีตส่ปู ัจจบุ ัน มหนั ตภัยสารอนิ ทรีย์ระเหย (ในดนิ และนำ้ �ใต้ดิน) 57
เราไม่ทราบว่าที่ผ่านมาจน ปัจจุบันมีสถานประกอบการกี่แห่งท่ี มีการใช้หรือผลิตสารอินทรีย์ระเหย ซึ่งหากขาดมาตรฐานการควบคุม ที่มีประสิทธิภาพ จะส่งผลต่อการ ปนเปื้อนในดินและน�้ำใต้ดินและจะ ส่งผลต่อประชาชนมากน้อยเทา่ ใด 58 ศนู ยว์ ิจัยและฝึกอบรมดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม
พ้ืนท่รี อบนิคม อุตสาหกรรม หลงั จากการศกึ ษาในนคิ มอตุ สาหกรรมภาคเหนอื กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพ- สงิ่ แวดลอ้ มไดข้ ยายพน้ื ทศ่ี กึ ษาในระหวา่ งปี พ.ศ. 2542-2544 โดยตรวจสอบ สถานการณ์การปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยในน้�ำบาดาลบริเวณรอบ นิคมอุตสาหกรรม 11 แห่ง ใน 7 จังหวัด (จังหวัดล�ำพูน ระยอง ชลบุรี สมทุ รปราการ กรุงเทพมหานคร ปทุมธานี พระนครศรีอยธุ ยา) จากอดีตสู่ปัจจบุ นั มหนั ตภยั สารอินทรียร์ ะเหย (ในดินและนำ้ �ใตด้ ิน) 59
บ่อขดุ ซ่งึ เปน็ บ่อตน้ื โดยท�ำการเก็บตัวอย่างน้�ำจากบ่อน�้ำใต้ดินจ�ำนวน 260 บ่อ เพอ่ื วเิ คราะห์สารอินทรีย์ระเหย 12 ชนิด ดว้ ย เทคนคิ purge and trap (เปน็ เทคนคิ ทใ่ี ชโ้ ดย US EPA หรอื United States Environmental Protection Agency หรือ ส�ำนักงานปกป้องส่ิงแวดล้อมแห่งสหรัฐอเมริกา) โดยบอ่ น�ำ้ ทใี่ ช้มี 2 ประเภท 1) บ่อขุดซึ่งเป็นบ่อต้ืน ผนังบ่อเป็นปลอกซีเมนต์ ขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลางประมาณ 90 ซม. 2) บ่อบาดาลที่มีถังพักบนหอสูง ท่ีสามารถเข้าถึง ปลายท่อทางดูดได้ ตัวอย่างน�้ำใต้ดินที่เก็บมาต้องเป็น ตัวแทนของน�้ำท่ีแทจ้ รงิ ไม่ใชน่ ้�ำค้างในบ่อหรือท่อทางดูด หรือเกบ็ จากถังพักโดยตรง 60 ศูนยว์ ิจยั และฝกึ อบรมดา้ นสิ่งแวดลอ้ ม
บ่อบาดาลที่มถี งั พกั สงู โดยผลการตรวจสอบในครั้งน้ัน พบการ ปนเปอ้ื นประมาณ 19 เปอรเ์ ซน็ ตข์ องบอ่ บาดาล ทที่ ำ� การสำ� รวจทง้ั หมด อยา่ งไรกต็ ามความเขม้ ขน้ ของสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยสว่ นใหญม่ คี า่ ไมเ่ กนิ กวา่ ท่ี ก�ำหนดไวใ้ นมาตรฐานคุณภาพน�้ำใตด้ นิ จากอดตี สู่ปจั จบุ ัน มหนั ตภัยสารอนิ ทรีย์ระเหย (ในดนิ และน้ำ�ใต้ดิน) 61
บ่อบาดาลท่มี ีถังพักสูง การตรวจสอบในคร้ังนั้นพบการปนเปื้อนของสาร อินทรีย์ระเหยในบางบ่อ ซึ่งสารอินทรีย์ระเหยที่พบ เช่น สารเตตระคลอโรเอทธิลีน (Tetrachloroethylene; PCE), สารไตรคลอโรเอทธิลีน (Trichloroethylene; TCE), สารทรานส์-1,2-ไดคลอโรเอทธิลีน (trans-1,2- Dichloroethylene;trans-DCE),สาร1,1,-ไดคลอโรเอทธลิ นี (1,1-Dichloroethylene; 1,1-DCE) , สารซิส-1,2- ไดคลอโรเอทธลิ นี (cis-1,2-Dichloroethylene; cis-DCE), สารเบนซีน (Benzene), สารโทลูอีน (Toluene), สารเอทิลเบนซีน (Ethylbenzene), สารไซลีน (Xylene), สารสไตรีน (Styrene) แต่จากผลการศึกษาน้ีบง่ ชี้ว่าพน้ื ที่ ทม่ี นี คิ มอตุ สาหกรรมสว่ นใหญม่ โี อกาสของการปนเปอ้ื นสงู 62 ศูนยว์ จิ ยั และฝกึ อบรมด้านสิ่งแวดลอ้ ม
พืน้ ทวี่ างกองถงั สารเคมี ต.กลางดง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ประมาณปี 2549 พบถงั บรรจกุ ากสารเคมจี ำ� นวนมากถกู ปลอ่ ย ท้งิ ไว้กลางแจ้งบนเน้อื ทีป่ ระมาณ 100 x 200 ตารางเมตร ในพนื้ ท่ี ของบรษิ ทั เอกชนซง่ึ ตงั้ อยใู่ น หมบู่ า้ นปางอโศก ตำ� บลกลางดง อำ� เภอ ปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซ่ึงเป็นถังบรรจุกากสารเคมีที่บริษัท เอกชนไดซ้ อ้ื มาเพอ่ื ใชเ้ ปน็ เชอ้ื เพลงิ ในการผลติ ปนู ขาว และไดด้ ำ� เนนิ การ มาต้ังแต่ปี 2544 จนถึงต้นปี 2547 ได้หยุดการเผากากสารเคมี เพราะเตาเผามปี ญั หาใชง้ านไมไ่ ด้ ถงั บรรจกุ ากสารเคมเี หลา่ นบี้ างสว่ น ถูกฝังกลบไว้ใต้ดินและบางส่วนถูกปล่อยทิ้งไว้กลางแจ้ง มีการผุพัง ของถงั สารเคมไี หลออกจากถงั บา้ งนองอยบู่ นพน้ื สง่ ผลใหม้ กี ลน่ิ เหมน็ รนุ แรง ชาวบ้านในพนื้ ทีร่ อ้ งเรยี น จากอดตี ส่ปู ัจจุบัน มหนั ตภยั สารอินทรยี ์ระเหย (ในดินและน้ำ�ใต้ดนิ ) 63
สภาพพื้นทีท่ ่ที �ำการท้งิ สารเคมปี นเปือ้ น (กรมทรัพยากรน้�ำบาดาล 2550) กรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อมร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ ส�ำนักงานสง่ิ แวดล้อมภาคที่ 11 ไดเ้ ขา้ มาดำ� เนินการตรวจสอบการ ปนเปอ้ื นของดนิ ในพน้ื ทเ่ี กดิ เหตแุ ละนำ�้ ใตด้ นิ จากบอ่ นำ�้ บาดาลของ ชาวบา้ นบรเิ วณใกลเ้ คยี ง พบวา่ สภาพโดยรวมนน้ั กากสารเคมที อ่ี ยู่ บนพื้นรวมทั้งในถังที่ผุพังที่ถูกฝังกลบอยู่ใต้ดินรั่วไหลลงสู่ดินท�ำให้ เกิดการปนเปื้อนในดินและน�้ำใต้ดิน ดินบริเวณนั้นจากพ้ืนผิวลงไป เป็นดินเหนียวสีแดงหนาประมาณ 2-3 เมตร ส่วนด้านล่างของ ดินเหนยี วสีแดงน้ีเปน็ หนิ ปูนทีม่ ีรอยแตกหลายทิศทาง 64 ศนู ย์วจิ ยั และฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม
สภาพพนื้ ที่เกิดเหตภุ ายหลังบริษัทปาดหน้าดนิ ไปก�ำจัด (กรมทรัพยากรน�้ำบาดาล 2550) พ้นื ที่โดยรอบจดุ เกดิ เหตุ ในรศั มี 2 กิโลเมตรจากมีประชากรอาศัยอยู่ ประมาณ 1,360 คน ทางด้านทิศ ตะวนั ตกเฉยี งเหนอื ประมาณ 500 เมตร มี 2 โรงเรียนที่มีการใช้น้�ำใต้ดิน และ พื้นท่ีน้ีนับว่าเป็นแหล่งกักเก็บน�้ำใต้ดิน ในปริมาณท่ีสูง (อ้างอิงข้อมูลจาก กรมทรพั ยากรนำ้� บาดาล ปี 2550) จากอดีตสปู่ จั จบุ นั มหันตภัยสารอินทรียร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใตด้ ิน) 65
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ตรวจสอบการ ปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยในดินเพ่ือบ่งชี้ต�ำแหน่ง ท่ีมีการปนเปื้อนสูงโดยใช้เทคนิคที่ตรวจวัดสารอินทรีย์- ระเหยในดนิ ตอ่ มากรมควบคมุ มลพษิ ไดต้ รวจพบเปน็ สาร อินทรีย์ระเหยในน้�ำใต้ดิน ชนิด สารไตรคลอโรเอทธิลีน (Trichloroethylene; TCE) , สารเตตระคลอโรเอทธลิ นี (Tetrachloroethylene; PCE), และ สารซิส-1,2- ไดคลอโรเอทธลิ นี (cis-1,2-Dichloroethylene; cis-DCE) โดยมคี วามเข้มข้นเกินคา่ มาตรฐานที่ก�ำหนด 66 ศนู ย์วจิ ัยและฝกึ อบรมดา้ นส่ิงแวดล้อม
ในปี 2550กรมทรพั ยากรนำ้� บาดาลและจฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั ได้รายงานการตรวจพบสารอินทรีย์ระเหยชนิด สารเบนซีน (Benzene), สารเตตระคลอโรเอทธิลีน (Tetrachloroethylene; PCE), สาร 1,2-ไดคลอโรอีเทน (1,2-Dichloroethane; 1,2-DCA), สาร 1,1,-ไดคลอโรเอทธิลีน (1,1-Dichloroethylene; 1,1-DCE), สารไตรคลอโรเอทธลิ นี (Trichloroethylene; TCE) และ สาร1,1,2- ไตรคลอโรอเี ทน (1,1,2-Trichloroethane;1.1.2-TCA) ในนำ้� ใตด้ นิ ในพื้นท่ีเกิดเหตุและยังคาดการณ์การกระจายตัวของสารปนเปื้อน โดยใช้แบบจ�ำลองทางคณิตศาสตร์พบว่าขอบเขตการปนเปื้อนของ สารปนเปอ้ื นอาจจะขยายวงกวา้ งจากพน้ื ท่ี 255,000 ตร.ม. ในเดอื น กุมภาพันธ์ 2550 เป็น 300,000 ตร.ม. ในเดือนมิถุนายน 2550 (อ้างอิงขอ้ มูลจาก กรมทรพั ยากรน้�ำบาดาล ปี 2550) พ้ืนทน่ี ้ีหาก ไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสมอาจส่งผลกระทบที่ต้องใช้ งบประมาณการลงทุนทสี่ งู ในอนาคต จากอดีตสูป่ จั จุบนั มหนั ตภยั สารอินทรยี ์ระเหย (ในดินและนำ้ �ใต้ดิน) 67
มาบตาพุด...... เขตควบคุมมลพิษ จังหวดั ระยอง เ มื่ อ ก ล ่ า ว ถึ ง ม า บ ต า พุ ด หลายคนร้องออ๋ !!!!! นึกถงึ โรงงาน นึกถึงอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ มาบตาพุด อยู่ในจังหวัด ระยอง อยหู่ า่ งจากกรงุ เทพประมาณ 200 กิโลเมตร เป็นพ้ืนท่ีรองรับ โครงการพฒั นาชายฝง่ั ภาคตะวนั ออก ซง่ึ เรมิ่ โครงการตง้ั แตป่ ี 2531 และยงั เป็นเขตอุตสาหกรรมหนักท่ีส�ำคัญ ของประเทศ เช่น อุตสาหกรรม ปิโตรเคมี เคมีภัณฑ์ เหลก็ และโลหะ โรงกลัน่ เป็นตน้ 68 ศนู ย์วจิ ยั และฝกึ อบรมดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
จากการที่มีการขยายภาคอุตสาหกรรม อยา่ งรวดเรว็ ทำ� ใหป้ ระสบกบั ปญั หาการบรหิ าร จัดการด้านสิ่งแวดล้อมและอาชีวอนามัย ในพื้นที่ เช่น พ้ืนที่ตั้งของโรงงานอยู่ใกล้ กับชุมชนขาดพื้นที่กันชน ขาดการจัดการท่ีดี ในกระบวนการผลติ ขนส่ง บ�ำรงุ รกั ษา กำ� จัด กากของเสียของภาคอุตสาหกรรม เป็นต้น ท�ำให้ก่อให้เกิดผลกระทบด้านส่ิงแวดล้อม ในพื้นที่และผลกระทบต่อประชาชนจนมี เร่ืองร้องเรียนมากมายส่งผลให้เกิดคดีความ ระหว่างภาคประชาชนและหน่วยงานภาครัฐ และท้ายที่สุดคณะกรรมการส่ิงแวดล้อมแห่ง ชาติได้ออกประกาศให้ท้องที่ต�ำบลมาบตาพุด ตำ� บลหว้ ยโปง่ ตำ� บลเนนิ พระ และตำ� บลทบั มา อ�ำเภอเมืองระยอง ท้ังต�ำบล ต�ำบลมาบข่า อ�ำเภอนิคมพัฒนา ท้ังต�ำบล ต�ำบลบ้านฉาง อ�ำเภอบ้านฉาง ทั้งต�ำบล ในจังหวัดระยอง จากอดีตสู่ปัจจุบนั มหนั ตภยั สารอนิ ทรยี ์ระเหย (ในดนิ และน้ำ�ใตด้ นิ ) 69
รวมท้ังพื้นที่ทะเลภายในแนวเขตเป็น เขตควบคุมมลพิษ โดยนายกรัฐมนตรี (นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ในฐานะ ประธานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แหง่ ชาตใิ นขณะนน้ั ไดล้ งนามในประกาศ คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ฉบับที่ 32 (พ.ศ. 2552) เมื่อวันที่ 30 เมษายน2552และลงในราชกจิ จานเุ บกษา เล่มท่ี 126 ตอนพิเศษ 65 ง หนา้ 99 วนั ท่ี1พฤษภาคม2552ทำ� ใหม้ กี ารจดั ทำ� แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษใน เขตควบคมุ มลพษิ จงั หวดั ระยองสำ� หรบั การจัดการปัญหาในพ้นื ท่ี ภายใตแ้ ผน ปฏิบัติการน้ีมีการด�ำเนินงานของหลาย ภาคส่วน เช่น ภาครัฐ เอกชน องค์กร ปกครองส่วนท้องถ่ิน เป็นต้น 70 ศนู ยว์ ิจยั และฝึกอบรมดา้ นสิ่งแวดล้อม
ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มทส่ี ำ� คญั ในพน้ื ท่ี เชน่ กลนิ่ รบกวนจากโรงงาน ปิโตรเคมแี ละโรงกลั่น ปัญหาสารอนิ ทรีย์ระเหยในอากาศ ดนิ และ นำ้� ใตด้ นิ เปน็ ตน้ จากอดตี สูป่ ัจจุบนั มหนั ตภยั สารอินทรยี ร์ ะเหย (ในดินและนำ้ �ใตด้ นิ ) 71
ปัญหาต่างๆ เหล่าน้ีท่ีเกิดขึ้นในพื้นท่ีเขต ควบคุมมลพิษจังหวัดระยองเป็นปัญหาท่ีรัฐบาลให้ ความสำ� คญั เปน็ อยา่ งยง่ิ เนอื่ งจากไดม้ กี ารรอ้ งเรยี นถงึ ผลกระทบทสี่ ง่ ผลตอ่ สขุ ภาพประชาชน นโยบายรฐั บาล ปจั จบุ นั (พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา นายกรฐั มนตร)ี ได้ให้ความส�ำคัญต่อการรักษาความมั่นคงของฐาน ทรัพยากร และการสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ กบั การใชป้ ระโยชนอ์ ยา่ งยง่ั ยนื โดยใหเ้ รง่ แกไ้ ขปญั หา ในพ้ืนท่ีมาบตาพุดซ่ึงเป็นฐานอุตสาหกรรมหลักของ ประเทศอย่างต่อเน่ือง ครอบคลุมทุกมิติ ท้ังการลด และขจัดมลพิษ การฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม การดูแลคุณภาพชีวิตประชาชนท่ีได้รับ ผลกระทบจากอุตสาหกรรม 72 ศูนย์วจิ ัยและฝกึ อบรมด้านสิ่งแวดลอ้ ม
ตง้ั แตป่ ี 2550 หลายหน่วยงานไดม้ ีการดำ� เนินงานในพื้นท่ี มาบตาพุดและครอบคลุมออกไปในเขตควบคุมมลพิษจังหวัด ระยอง ในตอนนนั้ กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ มเองไดร้ บั มอบหมาย จากคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจเพ่ือแก้ไขปัญหามลพิษและ ก�ำหนดการพัฒนาในพื้นท่ีจังหวัดระยองโดยมีรองนายกรัฐมนตรี ในขณะนน้ั (นายโฆษติ ปน้ั เปย่ี มรษั ฎ)์ เปน็ ประธานคณะอนกุ รรมการฯ ให้ด�ำเนินโครงการเพื่อแก้ไขปัญหาน้�ำใต้ดิน น�้ำบ่อต้ืน ปนเปื้อน มลพษิ ในคร้ังน้ันกรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อมจึงได้เสนอ โครงการ 4 ปี ตง้ั แต่ พฤษภาคม 2550 – กนั ยายน 2554 ภายใตช้ อ่ื “โครงการแก้ไขปัญหามลพิษและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในพ้ืนที่ จงั หวดั ระยอง : โครงการตรวจสอบการปนเปอ้ื นสารอนิ ทรยี ร์ ะเหย ในดินและในน�้ำใต้ดิน บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จงั หวดั ระยอง” โดยวตั ถปุ ระสงค์ของโครงการ ประกอบดว้ ย 1) ประเมนิ สถานภาพการปนเป้ือนของสารอนิ ทรียร์ ะเหย ในดินและน�้ำใต้ดินบริเวณพ้ืนที่โดยรอบ นิคมอุตสาหกรรม มาบตาพดุ 2) คาดการณแ์ หลง่ กำ� เนดิ ของการปนเปอ้ื น และศกึ ษาปจั จยั ทม่ี ีผลต่อการแพร่กระจายของสารปนเป้ือน 3) เพ่ือประเมินเทคนิคในการบ�ำบัดฟื้นฟูดินและน้�ำใต้ดิน ที่มีการปนเปื้อน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลในการวางแผนบ�ำบัดฟื้นฟู การปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยในดินและน�้ำใต้ดินบริเวณนิคม อตุ สาหกรรมมาบตาพุด จากอดตี สูป่ ัจจบุ ัน มหันตภัยสารอินทรียร์ ะเหย (ในดินและนำ้ �ใต้ดนิ ) 73
ชว่ งแรกของการดำ� เนนิ งานโครงการประกอบกบั ขอ้ มลู เชงิ พื้นทีท่ ง้ั ดา้ นกายภาพและเคมีมีอย่างจ�ำกัด การศึกษาการ ปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยในดินและน้�ำใต้ดินในพื้นที่โดย กรมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสง่ิ แวดลอ้ ม เรม่ิ ตน้ จากการตรวจสอบปรมิ าณ สารอินทรีย์ระเหยในดินโดยตรวจวัดท่ัวนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุด โดยใช้จุดตรวจวัดกว่า 1,000 จดุ ผลการตรวจวัด ใช้คาดการณ์พ้ืนที่สถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม มาบตาพุดท่ีอาจเป็นแหล่งก�ำเนิดการปนเปื้อนในดินและ น้ำ� ใต้ดนิ 74 ศนู ยว์ ิจัยและฝกึ อบรมด้านส่งิ แวดล้อม
ผลการศึกษาการปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยใน น้�ำใต้ดินในพ้ืนที่มาบตาพุด พบว่าในบ่อน�้ำใต้ดินในพื้นที่ โรงงานในนิคมและในบ่อชาวบ้านพบการปนเปื้อนท่ีมีค่า เกนิ มาตรฐานนำ้� ใต้ดินในบางบ่อท้งั น้ี สารอนิ ทรยี ์ระเหยที่ พบเกนิ คา่ มาตรฐานน้�ำใตด้ ิน เช่น สารไตรคลอโรเอทธิลนี (Trichloroethylene; TCE), สารเตตระคลอโรเอทธิลีน (Tetrachloroethylene; PCE), สารซสิ -1,2-ไดคลอโรเอทธลิ นี (cis-1,2-Dichloroethylene; cis-DCE), สาร1,1,- ไดคลอโรเอทธิลีน (1,1-Dichloroethylene; 1,1-DCE), สาร1,2-ไดคลอโรอีเทน (1,2-Dichloroethane) และสาร เบนซีน (Benzene) จากอดตี สปู่ ัจจบุ นั มหันตภยั สารอนิ ทรยี ร์ ะเหย (ในดนิ และนำ้ �ใต้ดนิ ) 75
ต่อมากรมส่งเสริมคุณภาพส่ิงแวดล้อมได้จัดท�ำแบบจ�ำลอง ทางคณติ ศาสตรก์ ารเคลอื่ นทมี่ วลสาร (Solute Transport) ในชนั้ ดนิ อ่ิมนำ�้ (Saturated Zone) และชัน้ ดินไม่อม่ิ น้ำ� (Unsatured Zone) เพื่อศึกษาการกระจายตัวของสารอินทรีย์ระเหยในพื้นท่ี ปนเป้อื น พรอ้ มทงั้ ออกแบบ และตดิ ต้งั ระบบบำ� บดั ฟน้ื ฟูนำ�้ ใตด้ นิ ที่ปนเปื้อน สารอินทรีย์ระเหยโดยการย่อยสลายสารอินทรีย์ ระเหยโดยจุลินทรยี ์ (Bioremediation) และ ระบบบำ� บดั เพ่ือลด การปนเปื้อนสารอินทรีย์ระเหยในดินโดยเทคนิค Soil Vapour Extraction ในพืน้ ทีป่ นเปือ้ นจรงิ ในมาบตาพดุ ประสิทธิภาพของ สองระบบดมี าก 76 ศูนยว์ ิจยั และฝกึ อบรมดา้ นสง่ิ แวดลอ้ ม
แม้ว่าโครงการแก้ไขปัญหามลพิษและเสริมสร้างคุณภาพชีวิตในพ้ืนท่ี จงั หวดั ระยอง: โครงการตรวจสอบการปนเปอ้ื นสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยในดนิ และ ในนำ�้ ใต้ดิน บรเิ วณนคิ มอุตสาหกรรมมาบตาพดุ จงั หวดั ระยอง จะแลว้ เสร็จ ไปในปี 2555 กรมสง่ เสริมคณุ ภาพสงิ่ แวดล้อมยังไดม้ ีการด�ำเนนิ งานวจิ ัยใน พน้ื ที่อกี หลายโครงการตลอดมาจนปัจจบุ ัน ตวั อย่างเชน่ 1. โครงการจัดล�ำดับความส�ำคัญของพื้นท่ีปนเปื้อนเพื่อป้องกัน แกป้ ญั หา และบำ� บดั ฟน้ื ฟดู นิ และนำ้� ใตด้ นิ ในพนื้ ทจี่ งั หวดั ระยอง 2. โครงการประเมนิ ความเสย่ี งเชงิ นเิ วศแหลง่ นำ้� บรเิ วณชายฝง่ั ทะเล มาบตาพุด 3. โครงการจัดท�ำฐานข้อมูลเทคนิคในการฟื้นฟูดินและน�้ำใต้ดินที่ ปนเป้อื นสารอนั ตราย จากอดีตสู่ปจั จบุ ัน มหนั ตภยั สารอินทรยี ร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใตด้ นิ ) 77
เนื้อหารายละเอียดการด�ำเนินงานในพ้ืนที่มาบตาพุด ได้กล่าวถึงเพิ่มเติมในส่วนสุดท้ายของหนังสือเล่มน้ี ในหัวข้อ “กรณีศึกษา : การจัดการพ้ืนทป่ี นเปอื้ นในเขตควบคุมมลพษิ จังหวัดระยอง” การด�ำเนินงานโครงการของกรมส่งเสริมคุณภาพ สิ่งแวดล้อมส่วนใหญ่เป็นการด�ำเนินงานร่วมกันกับหลาย องคก์ รและสถาบนั เชน่ กรมทรพั ยากรธรณี กรมควบคมุ มลพษิ กรมทรพั ยากรนำ้� บาดาล มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม่ มหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั นเรศวร จฬุ าลงกรณม์ หาวทิ ยาลยั สถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และสถานประกอบการ เอกชน เปน็ ตน้ เนอ่ื งจากมกี ารดำ� เนนิ งานหลายหนว่ ยงาน หลายองคก์ ร รวมท้ังหน่วยงานในท้องถิ่น ที่มีแผนการท�ำงานในพื้นที่เขต ควบคุมมลพิษ คณะท�ำงานเพ่ือบูรณาการข้อมูลและก�ำกับ การด�ำเนินงานการแก้ไขปัญหาการปนเปื้อนมลพิษของแหล่ง นำ�้ ใต้ดนิ ในพืน้ ท่ีจังหวัดระยอง ได้ถกู แตง่ ต้งั ขนึ้ เรม่ิ ตั้งแต่การ แตง่ ตงั้ โดยคณะอนกุ รรมการกำ� กบั ดแู ลการแกไ้ ขปญั หามลพษิ ในเขตควบคุมมลพิษจังหวัดระยองและพื้นที่ใกล้เคียงในปี 2551 และไดม้ กี ารการปฏริ ปู เปลี่ยนแปลงเป็นระยะ 78 ศนู ย์วจิ ัยและฝกึ อบรมด้านส่งิ แวดลอ้ ม
โดยมีคณะท�ำงาน เช่น ส�ำนักงาน นโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดลอ้ ม กรมทรพั ยากรธรณี กรม ทรพั ยากรนำ้� บาดาล การนคิ มอตุ สาหกรรม แหง่ ประเทศไทย กรมโรงงานอตุ สาหกรรม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด กรมอนามยั กรมควบคุมโรค สถาบันปิโตรเลียมแห่ง ประเทศไทย พร้อมหน่วยงานราชการใน พื้นที่ (เทศบาลนครระยอง เทศบาลเมือง มาบตาพุด ผู้ประกอบการอุตสาหกรรม เทศบาลบ้านฉาง สาธารณสุขจังหวัด ระยอง) ผู้แทนภาคประชาชน รวมทั้ง นกั วชิ าการจากสถาบนั อดุ มศกึ ษาโดยอธบิ ดี กรมควบคมุ มลพษิ เปน็ ประธานคณะทำ� งานฯ รองอธบิ ดกี รมสง่ เสรมิ คณุ ภาพสงิ่ แวดลอ้ ม เป็นรองประธานคณะทำ� งานฯ จากอดีตสปู่ จั จุบนั มหนั ตภยั สารอินทรียร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใต้ดนิ ) 79
คณะท�ำงานฯ มีหน้าท่ีบูรณาการแผนการ ด�ำเนินงาน ขอ้ มูลการสำ� รวจ และผลการวเิ คราะห์ การปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหยง่ายและโลหะ หนักในน้�ำใต้ดินและดินในพ้ืนที่จังหวัดระยองจาก หนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง วเิ คราะหข์ อ้ มลู เพอื่ วเิ คราะห์ สาเหตแุ ละเสนอแนะมาตรการปอ้ งกนั แก้ไข และ ฟนื้ ฟกู ารปนเปื้อนของสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยงา่ ย และ โลหะหนกั ในนำ้� ใตด้ นิ และดนิ ในพนื้ ทจ่ี งั หวดั ระยอง พร้อมทั้งก�ำกับดูแลการด�ำเนินงานโครงการตาม แผนปฏิบัติการลดและขจัดมลพิษในพ้ืนที่จังหวัด ระยอง ของหน่วยงานท่ีเกย่ี วขอ้ งกับการศกึ ษาการ ปนเปื้อนมลพิษของแหล่งน�้ำใต้ดินในพื้นที่จังหวัด ระยองให้บรรลวุ ัตถุประสงคแ์ ละเกดิ ประสิทธิผล 80 ศนู ย์วิจัยและฝกึ อบรมด้านสงิ่ แวดลอ้ ม
พืน้ ทีส่ �ำรวจทางธรณใี นพน้ื ทีม่ าบตาพุด จากอดีตสูป่ ัจจบุ ัน มหนั ตภยั สารอินทรีย์ระเหย (ในดนิ และน้ำ�ใต้ดนิ ) 81
ลักษณะทางธรณีของมาบตาพดุ 82 ศูนย์วิจัยและฝกึ อบรมดา้ นสิ่งแวดล้อม
เครือ่ งมือใช้ศกึ ษาทางธรณีฟสิ ิกส์ จากอดตี สู่ปจั จุบนั มหันตภยั สารอินทรีย์ระเหย (ในดนิ และนำ้ �ใตด้ ิน) 83
ตัวอย่างผลการส�ำรวจวดั ค่าความตา้ นทานไฟฟ้าในพ้นื ท่มี าบตาพุด 84 ศนู ยว์ ิจยั และฝึกอบรมดา้ นสิง่ แวดลอ้ ม
เรือ่ งท่ี 3 การตรวจสอบการปนเป้ือนของ สารอินทรยี ์ระเหยในดนิ และนำ�้ ใตด้ นิ
การตรวจสอบการปนเปอ้ื นของสารอนิ ทรีย์ ระเหยในดินและน้ำ�ใต้ดนิ มาถึงตรงน้.ี .. หลายคนคงพอทราบกันแล้วว่า เพราะ เหตุใดเราจึงต้องดูแลใส่ใจ และไม่ปล่อยปละ ละเลยให้สารอินทรีย์ระเหยถูกปล่อยออกสู่ ธรรมชาติ นนั่ กเ็ พราะพษิ ภยั ตา่ งๆ ทม่ี มี ากมาย ซึ่งนอกจากจะส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมที่ เราพง่ึ พิงอาศยั แลว้ ยังอาจคกุ คามตอ่ สุขภาพ ของเราได้อีกด้วย จากอดตี สูป่ ัจจุบัน มหนั ตภยั สารอินทรีย์ระเหย (ในดนิ และน้ำ�ใต้ดนิ ) 87
การตรวจสอบการ ปนเปื้อนของสารอินทรีย์ระเหย ในดินและน้�ำใต้ดินเป็นความ จ�ำเป็นที่ต้องด�ำเนินการส�ำหรับ พื้นท่ีที่มีโอกาสเส่ียง เพื่อความ ปลอดภัยและสุขภาวะที่ดีของ ประชาชน ในเรอ่ื งนจี้ ะกลา่ วถงึ วธิ กี าร สำ� รวจ ตรวจสอบ โดยสังเขป 88 ศูนย์วิจยั และฝกึ อบรมดา้ นสงิ่ แวดลอ้ ม
การตรวจสอบการปนเปอื้ นสารอนิ ทรยี ์ ระเหยในดนิ ด้วยเทคนิค Soil Gas Soil gas คือ ก๊าซท่ีแทรกอยู่ระหว่างเม็ดดินหรือซับอยู่บนผิวเม็ด ซง่ึ กา๊ ซเหลา่ นเี้ กดิ จากการยอ่ ยสลายของสารอนิ ทรยี ต์ า่ งๆ ทอ่ี ยใู่ นดนิ หรอื เกดิ จากการเทฝงั สารเคมตี า่ งๆ ทมี่ คี ารบ์ อนเปน็ องคป์ ระกอบลงในดนิ การศกึ ษา Soilgasเปน็ การสำ� รวจเบอ้ื งตน้ เพอ่ื หาการปนเปอ้ื นของสารประกอบอนิ ทรยี ร์ ะเหย ในดินโดยมรี ปู แบบการตรวจวัด 2 รูปแบบ จากอดีตสู่ปจั จบุ นั มหนั ตภัยสารอินทรยี ร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใต้ดิน) 89
รปู แบบที่ การตรวจวัดในสนามดว้ ยเครอื่ ง ตรวจวดั ไอสารอนิ ทรยี ร์ ะเหยแบบรวม (Total VOCs) ซึ่งสามารถตรวจวัด สารประกอบอินทรีย์ระเหยในดิน แต่ไม่สามารถแยกชนิดสารประกอบ เพียงแต่จะท�ำให้ทราบว่าในแต่ละจุด มีปริมาณสารอินทรีย์ระเหยโดยรวม เท่าใด การตรวจวัดนี้สามารถท�ำได้ รวดเร็วและทราบค่าตรวจวัด ณ ต�ำแหนง่ นั้น 90 ศนู ย์วจิ ยั และฝกึ อบรมด้านสิ่งแวดล้อม
การตรวจวัดท่ีต้องเก็บไอสารในดิน ในภาชนะท่ีมีสารดูดซับท่ีเหมาะสม (Absorbent tube) และน�ำไป วเิ คราะหใ์ นหอ้ งปฏบิ ตั กิ ารโดยใชเ้ ครอ่ื ง (Gas Chromatography) วิธีนี้จะ ท�ำให้ทราบความชัดเจนถึงชนิดของ สารอินทรยี ์ระเหยทีป่ นเปือ้ นในพ้ืนที่ รปู แบบท่ี จากอดีตส่ปู ัจจบุ นั มหันตภยั สารอนิ ทรีย์ระเหย (ในดินและน้ำ�ใตด้ ิน) 91
อปุ กรณท์ ใี่ ช้ 1เครื่องตรวจวัดไอสารอินทรีย์ระเหย แ บ บ ร ว ม ท่ี มี ตั ว ต ร ว จ สั ญ ญ า ณ (Detector) แบบ Photo Ionization Detector (PID) 92 ศนู ย์วจิ ัยและฝกึ อบรมด้านสิ่งแวดลอ้ ม
2 คอ้ นปอนด์ส�ำหรับตอก ขนาด 8-10 ปอนด์ จากอดตี สปู่ ัจจุบนั มหนั ตภัยสารอินทรียร์ ะเหย (ในดนิ และนำ้ �ใต้ดนิ ) 93
3 แท่งเหล็กหกเหล่ียมหัวตัดปลายมน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 น้ิว ยาว 1.20 เมตร 94 ศนู ย์วจิ ยั และฝึกอบรมดา้ นสิ่งแวดล้อม
4 อปุ กรณท์ อ่ เก็บ Soil gas จากอดีตสปู่ ัจจบุ นั มหันตภยั สารอนิ ทรยี ร์ ะเหย (ในดนิ และนำ้ �ใตด้ ิน) 95
5 Stepjack สำ� หรบั ดึงแทง่ เหลก็ ท่ตี อกข้ึน 96 ศูนย์วิจัยและฝกึ อบรมด้านสิ่งแวดลอ้ ม
6 GPS ส�ำหรบั วดั พกิ ัดภมู ิศาสตร์ จากอดีตส่ปู ัจจบุ ัน มหนั ตภยั สารอนิ ทรียร์ ะเหย (ในดินและน้ำ�ใตด้ ิน) 97
7 ประแจส�ำหรับดึงแทง่ เหลก็ 98 ศนู ย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสง่ิ แวดล้อม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204