Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore มรดกพ่อ

มรดกพ่อ

Published by konmanbong_k3, 2021-10-18 09:13:02

Description: มรดกพ่อ

Search

Read the Text Version

51

SOIL AGGRAVATION แกลง้ ดนิ วิศวกรรมย้อนรอย หลอกให้ดินหลงธรรมชาติ คืนผลผลิตให้เกษตรกร ปลดชนวนขายที่ทิ้งนา 52

...เราเคยมาโคกอิฐ-โคกใน มาดูเขาชี้ตรงนั้นๆ เขาทำ�แต่ว่าเขาได้เพียง 5 ถัง 10 ถัง แต่ตอนนี้ได้ขึ้นไปถึง 40-45 ถัง ก็ใช้ได้แล้ว ต่อไปดินจะไม่เปรี้ยวแล้ว เพราะว่าทำ�ให้เปรี้ยวเต็มที่แล้ว โดยที่ขุดอะไรๆทำ�ให้เปรี้ยวแล้วก็ระบายรู้สึกว่านับวันเขาจะดีขึ้น อันนี้สิเป็นชัยชนะที่ดีใจมากที่ใช้งานได้แล้ว ชาวบ้านเขาก็ดีขึ้น แต่ก่อนชาวบ้านเขาต้องซื้อข้าว เดี๋ยวนี้เขามีข้าวอาจจะขายได้… พระราชดำ�รัส พระราชทาน วันที่ 3 กันยายน พ.ศ. 2535 53

พ้ืนท่ีราบลุ่มภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ฝั่งตะวันออกของ ประเทศไทย มักมีดินเปร้ียวจัด ลักษณะแน่น และแข็ง มีความเป็นกรดสูง จุลินทรีย์ ในดินท�ำงานได้น้อย ธาตุอาหารต่�ำพืชผล การเกษตรเติบโตไม่ดี หน่ึงในจังหวัดท่ีได้รับ ผลกระทบจากปัญหาดินเปร้ียวคือ เกษตรกรบ้านหนองคันจาม อ. บ้านนา จ. นครนายก ซึ่งบางรายถึงกับต้อง ขายท่ีนาทิ้งในราคาถูกเพื่ออพยพไปซื้อ ท่ีดินท�ำกินผืนใหม่ เพราะผลผลิตข้าว ที่ต่�ำไม่ถึง 100 กิโลกรัมต่อไร่ในบางปี หรือจะหันไปปลูกพืชอย่างอื่นก็ไม่ข้ึนเช่นกัน 54

55

เน่ืองจากเป็นพื้นท่ีลุ่มน�้ำท่วมขังในช่วง หน้าฝน ท�ำให้ข้าวเป็นพืชหลักเพียงตัวเดียว ที่สามารถเติบโตไปกับน้�ำหลากบริเวณ พื้นที่แถบน้ีได้ เม่ือปี 2538 ลุงตี๋ เลิศณรงค์ หนึ่งในเกษตรกรบ้านหนองคันจาม ต้องทน ก้มหน้ายอมรับกับผลผลิตข้าวที่ต�่ำเพราะ สภาพดินเปร้ียวจัด ก่อนที่จะรู้จักและน้อมน�ำ แนวทางแก้ปัญหาดินเปร้ียวของ ในหลวงรัชกาลที่ 9 มาใช้ และท�ำให้เขา สามารถหาอยู่มีกินในถิ่นเดิมได้จนทุกวันน้ี 56

57

การปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธีการ แกล้งดินตามแนวพระราชด�ำริ สามารถท�ำได้โดยใช้ น้�ำชะล้างความเป็นกรด หรือใช้ปูนมาร์ลผสมหน้า ดิน ซึ่งอาจจะท�ำควบคู่กัน ในภาพน้ีลุงเสถียร จุลทรัพย์ อดีตผู้ใหญ่บ้าน หนองคันจาม ก�ำลังสาธิตการแก้ปัญหา ดินเปร้ียวโดยใช้ปูนมาร์ลโรยในดินนาข้าว ซ่ึงปกติจะไถกลบหลังจากหว่านปูนมาร์ล ถ้าพ้ืนที 1 ไร่ จะใช้ปูนมาร์ลประมาณ 2 ตัน หรือข้ึนอยู่กับความรุนแรงการเป็นกรดของดิน 58

59

ลุงเสถียร ผู้ใหญ่บ้านรุ่นบุกเบิก ที่คอย ช่วยเหลือการพัฒนาปรับปรุงดินมาตั้งแต่ ปี 2538 ก�ำลังเล่าว่า “ถ้าปูนมาร์ล มีคุณภาพน้ันจะไม่จับตัวเป็นก้อนแข็ง ถ้าแบบนี้ พอไหว...” บางครั้งเกษตรกรก็โดนหลอกจาก ร้านค้าน�ำปูนมาร์ลหมดสภาพไปปั่นละเอียด และมาบรรจุถุงขาย ซ่ึงหากน�ำมาใช้ก็จะไม่ได้ผล 60

61

62

ปูนมาร์ลถูกหว่านลงไปในนาหลังการเก็บเกี่ยวข้าว และไถกลบ เพื่อรอสำ�หรับการปลูกข้าวในฤดูถัดไป ทั้งนี้การปรับปรุงดินเปรี้ยว ควรจะทำ�ทุก 3-4 ปี เพราะสภาพของดินนั้นจะกลับมาเป็นกรดจัด ได้อีกเนื่องจากพื้นที่นี้มีน้ำ�ที่ท่วมขังทุกปี 63

ปัจจุบันชาวนาใน อ. บ้านนา สามารถ พออยู่มีกินได้จากการน้อมน�ำแนวทาง พระราชด�ำริแกล้งดินมาใช้ จนบางราย สามารถเก็บเก่ียวผลผลิตข้าวจากเดิมที่ไม่ถึง 100 กิโลกรัมต่อไร่ เพ่ิมข้ึนเป็น 900 กิโลกรัม ต่อไร่ในบางปี ท�ำให้เกษตรกรหลายคน ที่ขายที่ท้ิงนาเมื่อช่วงดินเปรี้ยวจัด ต่างบ่นเสียดายไปตามกัน 64

65

66

ROYAL PROJECT รอยเทา้ ของพอ่ ช่วยเขา เรา และโลก ปกป้องผืนป่า ฟื้นคืนแผ่นดิน เพื่อความมั่นคงบนดอยสูง ...ผลอีกอย่างหนึ่งซึ่งสำ�คัญมากก็คือ ชาวเขาตามที่รู้เป็นผู้ที่ทำ�การเพาะปลูก ที่อาจทำ�ให้บ้านเมืองเราไปสู่หายนะได้ โดยที่ถางป่าและปลูกโดยวิธีที่ไม่ถูกต้อง ถ้าพวกเราทุกคนไปช่วยเขา ก็เท่ากับช่วยบ้านเมืองให้มีความดี ความอยู่ดีกินดี และปลอดภัยได้อีกทั้งประเทศ เพราะว่าถ้าเราสามารถ ทำ�โครงการนี้ให้สำ�เร็จให้ชาวเขาอยู่เป็นหลักแหล่ง สามารถที่จะมีการอยู่ดีกินดี พอควรและสนับสนุนนโยบายที่จะรักษาป่าไม้ รักษาดิน ให้เป็นประโยชน์ต่อไป ประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก... พระราชดำ�รัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในเรื่องโครงการที่ช่วยเหลือชาวเขา เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำ�เนินทรงเยี่ยมคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ วันที่ 10 มกราคม 2517 67

แม่เฒ่าชาวเขาใช้ก๋วยใส่พืชผลท่ีเก็บ จากสวน เดินไปตามถนนที่เขรอะ ไปด้วยโคลน จากแปลงสตรอเบอรี่ สู่บ้านขอบด้งยามฝนตก ท�ำให้ นึกย้อนไปไกลถึงสภาพความทุรกันดาร ในอดีต 68

69

หญิงสาวเผ่ามูเซอก�ำลังเก็บสตรอเบอร่ี จากแปลงในพื้นท่ีขนาดใหญ่ของบ้านขอบด้ง ซึ่งเป็นพ้ืนท่ีท่ีได้รับการจัดสรรจาก โครงการหลวง โดยสมาชิกจะได้รับ ท่ีดินท�ำกินครอบครัวละ 2 ไร่ และถือครอง ที่ดินช่ัวลูกช่ัวหลาน ซ่ึงจะไม่มีกรรมสิทธิ์ ในท่ีดิน แต่ให้ไว้เพ่ือท�ำการเพาะปลูก และส่งผลผลิตจ�ำหน่ายให้กับกับโครงการฯ ท้ังน้ีจะต้องปฏิบัติตามข้อก�ำหนดการปฏิบัติ ทางการเกษตร หากใครละเมิดจะถูกตัดสิทธิ และริบแปลงท่ีดินท�ำกินคืน 70

71

72

เกษตรกรเผ่าดาราอั้ง ขณะนั่งพักกินหมาก หลังจากเก็บยอดถั่วลันเตาเพื่อน�ำไปขาย และท�ำอาหาร ซ่ึงเป็นผลพลอยได้จากการ ปลูกแซม บ�ำรุงดินในไร่ชาที่เป็นพืชหลัก สร้างรายได้มากกว่าสองแสนบาทต่อปี โดยเม่ือราวปี 2511 ชาวดาราอั้ง หรือ ที่เรียกกันว่า ปะหล่อง จ�ำนวน 2,000 คน อพยพสงครามภายในพม่า มารวมกันบริเวณ ชายแดนไทย-พม่า บริเวณดอยอ่างขาง อ. ฝาง จ. เชียงใหม่ แถวบ้านนอแล เม่ือครั้ง ในหลวงรัชกาลท่ี 9 เสด็จเยี่ยมเยือนราษฎร ชาวเขาเผ่ามูเซอที่บ้านขอบด้ง โครงการหลวง ดอยอ่างขาง ปะหล่องคนหน่ึงจึงได้น�ำความ กราบบังคมทูลว่าเผ่าของตนนั้นมีความเป็นอยู่ อย่างยากล�ำบาก และขออนุญาตอาศัยอยู่ใน ประเทศไทย ซึ่งเป็นผลให้โปรดเกล้าฯ จัดท่ีอยู่ ในฐานะผู้อพยพที่บ้านนอแลจนมาถึงปัจจุบัน 73

เกษตรกรต่างลงแปลงเก็บผักและ ทยอยแบกขนผลผลิตใส่ลังเพ่ือน�ำส่งไปยัง โรงคัดบรรจุในสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ท้ังน้ีทางสถานีเกษตรหลวงอ่างขางได้ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพให้กับเกษตรกร ในพ้ืนท่ีส่งเสริมหลัก จ�ำนวน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ บ้านนอแล บ้านขอบด้ง บ้านปางม้า บ้านคุ้ม และบ้านหลวง 74

75

76

โครงการหลวงผลิตผักและสมุนไพรต่างประเทศ กว่า 150 ชนิด ภายใต้มาตรฐานการเพาะปลูก ท่ีส่งเสริมเกษตรกร 2 รูปแบบ คือ การผลิต ผักท่ีได้รับการรับรองภายใต้มาตรฐาน GAP และมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ท้ังนี้บัตเตอร์เฮดสลัด หรือสลัดกุหลาบในวงศ์ผักกาดหอมจากแปลง ของเกษตรกรรายน้ีเป็นหนึ่งในชนิดท่ีได้รับ การรับรองตามมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ 77

เกษตรกรก�ำลังคัดผลผลิตท่ีมีคุณภาพเพื่อส่งให้กับโรงคัดบรรจุตามที่เจ้าหน้าที่มาให้ค�ำแนะน�ำส่งเสริม ซ่ึงจะยึดหลัก “สด สะอาด ปลอดภัย” โดยเกษตรกรจะต้องปฏิบัติตามข้อก�ำหนดในการผลิตพืชผักของโครงการ ทั้งนี้ หากคัดผลผลิต ในแปลงจะช่วยลดการเกิดขยะอินทรีย์บริเวณโรงคัดบรรจุ รวมถึงการไม่น�ำพืชออกจากแปลงนั้นจะช่วยควบคุมเรื่องโรค และศัตรูพืชได้ด้วย 78

เกษตรกรน�ำพืชผักท่ีเก็บจากแปลงมาส่งโรงคัดบรรจุ ซ่ึงพืชผักจะถูกคัดและตัดแต่งลงในลังสีเหลืองเพ่ือระบุว่าเป็น กลุ่มเกษตรอินทรีย์ท่ีจะช่วยไม่ให้เกิดปะปนกับพืชผัก GAP นอกจากน้ันทางสถานีฯ ยังแบ่งเผ่าและหมู่บ้านเพื่อแยกว่า แปลงไหนใครจะปลูกพืชผักอินทรีย์ และใครจะปลูกพืชผักกลุ่ม GAP เพ่ือให้ง่ายในการด�ำเนินการตามมาตรฐาน เพราะสินค้าเหล่านี้จะถูกน�ำไปขายให้กับโรงแรมช้ันน�ำจนถึงร้านค้าปลีกของโครงการ รวมถึงถูกส่งออกไปขายยัง ต่างประเทศด้วย 79

สินค้าผักนับเป็นกลุ่มที่มีมูลค่าจ�ำหน่ายอันดับหนึ่งจากรายได้การจ�ำหน่ายรวมผลผลิตและผลิตภัณฑ์ โดยมีมูลค่ากว่า 320 ล้านบาท เมื่อปี 2554 จากยอดรวมท้ังหมด 614 ล้านบาท และสามารถจ่ายเงินคืนเกษตรกรค่าผลผลิตปี 2554 ได้แล้วกว่า 220 ล้านบาท 80

งานคัดบรรจุจะมีหน้าที่รับผิดชอบรับและรวบรวมผลผลิตจากแหล่งผลิตที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิโครงการหลวง ซึ่งจะตรวจสอบคุณภาพและปริมาณผลิตผล ตามมาตรฐานในระบบประกันคุณภาพที่มุ่งเน้นความปลอดภัย อย่างเช่น ระบบ GMP และ HACCP นอกจากนี้ยังด�ำเนินการวิจัยด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยว เพื่อพัฒนา ระบบต้ังแต่เกษตรกรเก็บจากแปลงจนกระทั่งสินค้าถูกน�ำขนข้ึนรถ 81

แม้การด�ำเนินงานตลอด 40 ปีที่ผ่านมา จะประสบความส�ำเร็จเป็นอย่างดี แต่ทุกวันนี้งาน พัฒนา วิจัย ยังคงต้องด�ำเนินการ อย่างต่อเน่ืองเพื่อหาตัวเลือกให้กับเกษตรกร ในการเพาะปลูกผักผลไม้ท่ีเหมาะสมกับพ้ืนที่ จากภาพนักวิจัยก�ำลังผสมพันธุ์สตรอเบอร่ี ในแปลงวิจัยเพื่อทดลองพันธุ์พระราชทาน 88 โดยโครงการหลวงเร่ิมต้นวิจัยพันธุ์มาตั้งแต่ ปี 2513 เป็นพันธุ์พระราชทาน 13 จนถึง ปัจจุบันเป็นสตรอเบอรี่พันธุ์ 80 ท่ีแจกจ่าย ให้กับเกษตรกรน�ำไปปลูก เพราะพันธุ์ 80 น้ัน มีผลใหญ่และมีความหอม 82

83

เจ้าหน้าที่ของสถานีเกษตรหลวงอ่างขาง ระหว่างท�ำงานในแปลงพัฒนาพันธุ์พีชและสตรอเบอ์รี่ ซึ่งต้องใช้เวลายาวนานกว่า จะส่งไปให้เกษตรกรได้ปลูก โดยอย่างพันธุ์ของสตรอเบอร่ีกว่าสายพันธุ์จะน่ิงและแจกจ่ายไปให้กับเกษตรกรได้ต้องใช้เวลา มากถึง 10 ปี 84

85

เด็กหญิงชาวเขาเผ่าดาราอ้ัง ลูกหลาน ของเกษตรกรโครงการหลวงท่ีเกิด และเติบโตบนแผ่นดินไทยในยุคไร้ฝิ่น จากการด�ำเนินงานโครงการหลวง ท่ีก้าวตามรอยเท้าพ่อ สามารถส่งเสริม ด้านการเกษตร การศึกษา และสังคม ของชุมชนชาวเขาบนพ้ืนท่ีพัฒนาจาก โครงการหลวง 39 แห่ง 5 จังหวัด ภาคเหนือตอนบน ครอบคลุมพื้นที่ 1.68 ล้านไร่ ประชากรได้รับประโยชน์ จ�ำนวน 37,561 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 172,309 คน (ข้อมูลรายงานประจ�ำปี มูลนิธิโครงการหลวงปี 2544) 86

87

88

พ้ืนที่นี้ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้เคยเสด็จ เม่ือ 40 ปีก่อน มีท้ังปัญหาการปลูกฝิ่น บุกรุกแผ้วถางป่าต้นน�้ำล�ำธาร แต่ทุกวันนี้ทั้งพืชสวน พืชไร่ ปศุสัตว์ ตลอดจนผักผลไม้ต่างๆ ถูกพัฒนาปรับปรุงขึ้น เพ่ือสร้างคุณภาพชีวิตท่ีดี ให้กับคนบนดอยสูง 89

90

FOREST FOR LIFE เพราะป่า คือบ้านและชีวิต ...เจ้าหน้าที่ป่าไม้ควรจะปลูกต้นไม้ลงในใจคนเสียก่อน แล้วคนเหล่านั้นก็จะพากันปลูกต้นไม้ลงบนแผ่นดิน และรักษาต้นไม้ด้วยตนเอง... พระราชดำ�รัส เมื่อคราวเสด็จพระราชดำ�เนินไป หน่วยงานต้นน้ำ�พัฒนาทุ่งจือ จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. 2514 91

92

พะตีตาแยะ ปราชญ์ชาวปกาเกอะญอ ผู้น�ำชุมชนบ้านสบลาน อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ ผู้สร้างความเข้าใจ แก่สาธารณะในวิถีของปกาเกอะญอ กับการอยู่กับป่าอย่างพึ่งพิงด้วยความเคารพผูกพัน และเช่ือมโยงจิตวิญญาณเพ่ือปกป้องและรักษาป่าให้คงไว้เพื่อลูกหลานในอนาคต 93

94

ป่าสะถือหรือป่าพิธีกรรมที่ยังคงอยู่ได้ ด้วยความเชื่อในการดูแลป่าของ ชาวปกาเกอะญอ “ต้นไม้ใหญ่กับ ป่าก็เหมือนพ่อแม่ท่ีคอยดูแลเรา ครั้งหนึ่งพ่อแม่เราโดนคนสัมปทาน ไม้ตัดไป พวกเราเสียใจ บ้างก็ร้องไห้ และกลัวพวกตัดไม้จนต้องย้าย ถ่ินฐานหนี และตอนน้ีเราไม่มีที่จะ ถอยไปท่ีไหนอีกแล้ว เราจะอยู่ที่น่ี เพ่ือดูแลพ่อแม่ของเรา” 95

ในพื้นที่ไร่หมุนเวียนท่ีปลูกข้าวแซม ถ่ัว งา พืช ผัก ดอกไม้ล่อแมลงมาผสมเกสรข้าว ฯลฯ ถูกปลูกแล้วทยอยเก็บเก่ียวหมุนเวียน ตามอายุของพืชแต่ละชนิด เป็นวิถีพ่ึงพาทรัพยากรและทำ�การเกษตรแบบไม่พ่ึงพาสารเคมีทุกข้ันตอน ชาวปกาเกอะญอ ถ่ายทอดความรู้การอยู่กับป่า และรักษาป่าต่อกันมานานมากแล้ว 96

97

98

สภาพป่าท่ีสมบูรณ์รอบๆ หมู่บ้าน ปกาเกอะญอสบลานถูกรักษาไว้ ให้เป็นต้นน�้ำที่ไหลมาสู่คนพ้ืนราบ พวกเขาคอยปกป้องป่าต้นน้�ำ เพราะมีป่ามีน�้ำ และเป็นบ้าน หลังสุดท้ายที่พวกเขามี 99

NATURAL REFORESTATION ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อย ถ้าเลือกที่เหมาะสมแล้วก็ทิ้งป่านั้นไว้ตรงนั้น ปละ ในสภาพป่าเต็งรัง ป่าเสื่อมโทรมไม่ต้องทำ�อะไร ประคับประคอง ไม่ไปรังแกป่า เพียงแค่คุ้มครองให้ขึ้นเอง ...ทิ้งป่าไม้นั้นไว้ 4 ปี ตรงนั้น ไม่ต้องทำ�อะไรเลย แต่ป่าเจริญเติบโต เป็นป่าสมบูรณ์โดยไม่ต้องปลูกสักต้นเดียว... คือว่าการปลูกนั้น สำ�หรับอยู่ที่ปล่อยให้เขาขึ้นเอง... พระราชดำ�รัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2537 100


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook