Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore การอ่านสู่ประชาคมโลก

การอ่านสู่ประชาคมโลก

Published by NongDonDLEC, 2020-03-12 03:33:00

Description: ประชาคมโลก

Search

Read the Text Version

นอกจากน้ี ไทยยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมรัฐมนตรี ต่างประเทศ ภายใต้กรอบความร่วมมือเอเมด ครั้งที่ 3 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 14-16 ธันวาคม พ.ศ. 2553 และมีผู้แทนจากชาติสมาชิกเอเมดรวม 49 ประเทศ รวมถึงองค์กรบริหารปาเลสไตน์ (ในเวลานัน้ ) เข้ารว่ ม โดยท่ีประชุมได้มีการหารือ ใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ด้านการเมืองและความมั่นคงที่มุ่งเน้นการบรรเทาและ ขจัดปัญหาการก่อการร้าย รวมถึงการรับมือกับความท้าทายด้านการเมือง และความม่ันคงในเร่ืองต่างๆ ท่ีได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงไปท่ามกลางบริบทใหม่ ในปัจจุบัน ด้านเศรษฐกิจ ได้มีการหยิบยกประเด็นเรื่องวิกฤตการณ์ทางการเงิน ระหว่างประเทศที่เกิดข้ึนกับเศรษฐกิจโลก รวมทั้งการหารือแนวทางช่วยเหลือฟ้ืนฟู ประเทศสมาชิกจากวิกฤตการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังสานต่อในเร่ืองความม่ันคง ทางอาหารและความม่ันคงทางพลังงาน และเพ่ิมเติมด้านการพัฒนาศักยภาพ และความมั่นคงของภาคธุรกิจระหว่างภูมิภาคทั้งสองด้วย สุดท้ายด้านสังคม การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม และส่ือมวลชน ที่ประชุมเสนอให้มีการเพิ่ม ความส�ำคัญเร่ืองปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชนของทั้งสองภูมิภาค การขยาย ความรว่ มมอื ดา้ นทรพั ยากรมนษุ ยแ์ ละแรงงาน การเปลย่ี นแปลงสภาพภมู อิ ากาศโลก ซง่ึ ทงั้ สองภมู ภิ าคจะตอ้ งกำ� หนดบทบาทหนา้ ทแ่ี ละความรบั ผดิ ชอบตอ่ ประเดน็ ตา่ งๆ ร่วมกัน 49

FEALAC “ฟีแลก” รวมกลุ่มลาตนิ -เอเชยี ความร่วมมือระหว่างตะวันออกและลาตินอเมริกา หรือ ฟีแลก (Forum for East Asia-Latin America Cooperation: FEALAC) เป็นที่รู้จักในชื่อเดิมว่า เวทีหารือระหว่างเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกา (East Asia–Latin America Forum: EALAF) เป็นอีกหน่ึงความร่วมมือใหม่ ท่ีแม้จะเพิ่งจัดต้ังขึ้นไม่นาน แต่ประเทศไทยก็ให้ความส�ำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่า ความร่วมมืออื่นๆ ฟีแลกจัดตั้งข้ึนครั้งแรก ณ ประเทศสิงคโปร์ เม่ือเดือน กันยายน พ.ศ. 2542 จากความคิดริเริ่มของอดีตนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ นายโก๊ะ จก๊ ตง และนายเอดอู าร์โด เฟร ประธานาธิบดีของประเทศชลิ ใี นสมยั นน้ั ทตี่ อ้ งการขยายความเช่ือมโยงและการรวมกลุ่มระหวา่ งสองภมู ภิ าค ปจั จบุ นั ฟแี ลกมสี มาชกิ ทง้ั หมด 36 ประเทศ จากภมู ภิ าคเอเชยี 16 ประเทศ ได้แก่ ประเทศสมาชิกอาเซยี น 10 ประเทศ5 จีน ญ่ีปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย นิวซแี ลนด์ และมองโกเลีย และจากลาตนิ อเมริกาอีก 20 ประเทศ ได้แก่ อาร์เจนตินา บราซิล โบลิเวีย โคลอมเบีย ชิลี โดมินิกัน เอกวาดอร์ เมก็ ซโิ ก ปารากวยั เปรู ปานามา เอลซลั วาดอร์ คอสตารกิ า ควิ บา อรุ กุ วยั เวเนซเุ อลา นกิ ารากวั กวั เตมาลา ซรู นิ าเม และฮอนดรู สั 5 ไดแ้ ก่ บรูไน พม่า กมั พชู า อินโดนีเซยี ฟิลปิ ปนิ ส์ มาเลเซีย ลาว สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม 50

ความร่วมมือฟีแลกมีเป้าหมายหลักเพ่ือส่งเสริมความร่วมมือระหว่าง ภูมิภาคเอเชียตะวันออกและลาตินอเมริกาในทุกด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเมือง เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม วิชาการ ฯลฯ โดยประเทศสมาชิกแต่ละประเทศ สามารถเสนอโครงการ ความรว่ มมอื ในดา้ น ท่สี นใจและเชญิ ชวน ใหป้ ระเทศสมาชกิ อนื่ ท่ีสนใจเข้าร่วมได้ ภายใตเ้ งื่อนไขทวี่ า่ โครงการ ทน่ี ำ� เสนอนนั้ จะตอ้ งไมซ่ ำ�้ กบั กลมุ่ ความร่วมมือระดับภูมิภาคเดิม ทมี่ ีอยู่แลว้ ท้งั นี้ ความรว่ มมือระหว่าง ประเทศสมาชิกของฟีแลกท่ีผ่านมา ค่อนขา้ งเป็นไปอยา่ งหลวมทง้ั ดา้ นเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และอ่ืนๆ โดยส่วนใหญ่ จะอยใู่ นรปู การประสานนโยบายทางเศรษฐกจิ การเมอื ง และสังคม ระหว่างประเทศสมาชกิ มากกว่าที่จะมีการผลักดันให้เป็นรูปธรรม และด้วยโครงสร้างของการด�ำเนินงานที่ ยังไมช่ ัดเจนนี้ ทำ� ใหใ้ นการประชุมระดบั รฐั มนตรี 51

หลายประเทศส่งเพียงรัฐมนตรีช่วยมาเข้าร่วมประชุมเท่านั้น อย่างไรก็ดี ในการประชุมฟีแลกคร้ัง 5 ท่ีกรุงบัวโนสไอเรส อาร์เจนตินา นับเป็นการประชุม คร้ังส�ำคัญของกลุ่ม เพราะที่ประชุมเห็นด้วยกับการจัดตั้งผู้เชี่ยวชาญจาก ประเทศสมาชิกเป็น “Vision Group” เพื่อท�ำหน้าที่ ก�ำหนดทิศทางการรวมกลุ่มของ 36 ประเทศ อย่างเป็นรูปธรรม ซ่ึงมีลักษณะเดียวกับ การจัดต้ัง “Vision Group” ของเอเปค เมื่อ พ.ศ. 2536 ซึ่งภายหลัง ได้ก่อให้เกิด “วิสัยทัศน์ เอเปค 2020” ท่มี ี การจัดท�ำข้ึนระหว่าง มกี ารจดั ประชมุ สดุ ยอด เอเปค ณ เมืองโบกอร์ อินโดนีเซีย ใน พ.ศ. 2537 ส�ำหรับคณะร่างวิสัยทัศน์ ฟีแลก (Vision Group of FEALAC) ประกอบไปดว้ ยผเู้ ช่ียวชาญท้ังหมด 23 คน ท่ีแต่งตั้งจากประเทศสมาชกิ 36 ประเทศ โดย มีหน้าท่ีในการก�ำหนดทิศทางการรวมตัวของ ฟีแลกให้เป็นรูปธรรมท้ังทางเศรษฐกิจ สังคม และ การเมืองในอีก 12 ปีข้างหน้า ปัจจุบัน ภารกิจของ คณะท�ำงานชุดน้ีได้ส้ินสุดลงแล้ว หลังจากที่ได้เสนอร่าง วิสัยทัศน์ท่ีจัดท�ำข้ึนต่อท่ีประชุมฟีแลกที่เกาะบาหลี อินโดนีเซีย เมอ่ื วนั ที่ 4-5 มถิ นุ ายน พ.ศ. 2556 ทผี่ า่ นมา ขณะน้ี เอกสารดงั กลา่ ว อยู่ในข้ันตอนของการพิจารณาของรัฐมนตรีของประเทศสมาชิก 52

ท้ังหมด ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงท่ีรัฐมนตรีต่างประเทศจะมีความเห็นชอบกับ ร่างวสิ ยั ทัศนด์ ังกลา่ ว นับต้ังแต่เร่ิมก่อตั้งฟีแลก ไทยก็ได้เข้าไปมีส่วนร่วมอย่างกระตือรือร้น และสม�่ำเสมอ เห็นได้จากการเข้าร่วมการประชุมในทุกระดับในกรอบความร่วมมือ ฟีแลก และไทยยังเคยเป็นประธานฝ่ายเอเชียร่วมกับคอสตาริกา ของคณะท�ำงาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระหว่าง พ.ศ. 2548-2549 และเป็น เจา้ ภาพจัดประชุม FEALAC Inter-regional Workshop on Clean Fuels and Vehicle Technologies: the Role of Science and Innovation ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายน พ.ศ. 2549 อีกด้วย นอกจากน้ี ยังได้ด�ำเนินโครงการภายใต้ คณะท�ำงานท้งั 3 คณะ เช่น โครงการสรา้ งเครือข่ายและฝึกอบรมดา้ นยาเสพติด การจัดโครงการบวั แกว้ สัมพนั ธภ์ มู ิภาคลาตินอเมริกา จัดสมั มนา Latin Business Forum พ.ศ. 2553 ตลอดจนการให้ทุนฝึกอบรมท้ังระยะส้ันและระยะยาว มาตัง้ แต่ พ.ศ. 2548 อีกด้วย 53

เวทหี ารือ...เพมิ่ ความชดิ ใกล้ กรอบความร่วมมือแต่ละกรอบก็ต้องมีกลไกการด�ำเนินงานท่ีจะท�ำให้ การทำ� งานรว่ มกนั เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพและประสทิ ธผิ ลสงู สดุ มกี ารแลกเปลยี่ น ประสบการณ์การท�ำงาน ความคิดเห็น และแนวทางการพัฒนาและปรับปรุง การด�ำเนินงานในอนาคต เพ่ือสร้างความไว้เน้ือเช่ือใจกันและน�ำไปสู่ความเจริญ ก้าวหน้าร่วมกันของประเทศสมาชิก กลไกที่กรอบความร่วมมือเหล่าน้ีให้ความส�ำคัญและได้รับการยอมรับ ตามมาตรฐานสากล ก็คือการจัดเวทีการประชุมหารือตั้งแต่ระดับผู้น�ำประเทศ ไปจนถึงระดับเจ้าหน้าท่ีปฏิบัติการ เช่น การจัดประชุมระดับผู้น�ำประเทศ การประชุมระดับรัฐมนตรี การประชุมระดับเจ้าหน้าที่อาวุโส การประชุมระดับ คณะท�ำงาน และการประชุมหารือระหว่างภาครัฐและเอกชน เป็นต้น นอกจากน้ี กรอบความรว่ มมือบางกลมุ่ ยงั มีการจัดตัง้ คณะมนตรี หรือส�ำนักงานเลขาธิการของ กรอบความร่วมมือ เพ่ืออ�ำนวยความสะดวกในการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันได้ 54

อยา่ งใกลช้ ดิ ยงิ่ ขนึ้ อกี ดว้ ย ดงั ตวั อยา่ งทเ่ี หน็ ไดช้ ดั และเปน็ รปู ธรรมทส่ี ดุ คอื อาเซยี น ซ่ึงนอกจากจะมีการประชุมสุดยอดผู้น�ำอาเซียน (ASEAN Summit) เป็นเวที การประชุมหารือร่วมกันระดับประมุขหรือหัวหน้ารัฐบาล โดยเป็นท่ีประชุมระดับ สูงสุดของอาเซยี น มีการประชมุ ปีละ 2 ครั้ง และอาจมีการเรียกประชุมเฉพาะกจิ ได้ ในกรณีทจี่ ำ� เปน็ แลว้ ยังมคี ณะมนตรีประสานงานอาเซียน (ASEAN Coordinating Councils: ACCs) ประกอบไปด้วยรัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศสมาชิก ท�ำหน้าท่ีในการเตรียมการประชุมสุดยอดอาเซียน และประสานงานระหว่าง 3 เสาหลัก รวมถึงดูแลภาพรวมในการด�ำเนินการและกิจกรรมต่างๆ ของอาเซียน โดยจะมีการประชุมปีละ 2 ครั้ง และคณะมนตรีประชาคมอาเซียน (ASEAN Community Councils) ซง่ึ ประกอบดว้ ยคณะมนตรปี ระชาคมจากทงั้ 3 เสาหลกั ซ่ึงจะเป็นผู้แทนที่ประเทศสมาชิกแต่งตั้งให้เป็นผู้รับผิดชอบในแต่ละเสาหลัก และมกี ารประชมุ อยา่ งนอ้ ยปลี ะ 2 ครง้ั 55

ตลอดจนส�ำนักเลขาธิการอาเซียนและเลขาธิการอาเซียน (ASEAN Secretariat and Secretary-General of ASEAN) ตั้งอยู่ที่กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย เปรียบเสมือนกับหน่วยงานหลักในการขับเคลื่อนการด�ำเนินกิจกรรม ของอาเซียน มีหน้าท่ีประสานงานและด�ำเนินการตามโครงการและกิจกรรมต่างๆ ของกลมุ่ รวมทง้ั เปน็ ศนู ยก์ ลางในการตดิ ตอ่ ระหวา่ งสมาชกิ คณะกรรมการ ตลอดจน สถาบันต่างๆ และรัฐบาลของประเทศสมาชิก ภายใต้การก�ำกับดูแลของหัวหน้า ส�ำนักเลขาธิการ ได้แก่ เลขาธิการอาเซียน ที่มาจากการแต่งตั้งของท่ีประชุม สุดยอดอาเซียน ด้วยการเสนอช่ือของประเทศที่มีสิทธิในการเสนอช่ือผู้สมัคร ซึ่งจะใช้หลักการหมุนเวียนตามล�ำดับตัวอักษรของประเทศสมาชิก และมีวาระ ในการด�ำเนินงาน 5 ปี โดยไม่สามารถตอ่ อายุการทำ� งานได ้ ท่ีผ่านมา ผู้แทนจากประเทศไทยได้ด�ำรงต�ำแหน่งเลขาธิการอาเซียน แล้ว 2 คน คนแรกคือ นายแผน วรรณเมธี ในช่วง พ.ศ. 2527-2529 และ ดร.สุรนิ ทร์ พิศสวุ รรณ ในระหวา่ ง พ.ศ. 2551-2555 รวมท้งั มคี ณะกรรมการผ้แู ทน ถาวรประจ�ำอาเซียน (Committee of Permanent Representatives to ASEAN) เป็นผู้แทนระดับเอกอัครราชทูตท่ีแต่งตั้งจากประเทศสมาชิกให้ประจ�ำ ที่ส�ำนักเลขาธิการอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา อินโดนีเซีย มีส�ำนักงานอาเซียน แห่งชาติ หรือกรมอาเซียน (ASEAN National Secretariat) เพื่อดูแล ในกรอบความร่วมมืออาเซียนโดยเฉพาะ ส�ำหรับประเทศไทยมีกรมอาเซียน กระทรวงการต่างประเทศเปน็ ผรู้ ับผิดชอบ องคก์ รสทิ ธมิ นุษยชนอาเซยี น (ASEAN Human Rights Body) จัดตั้งขึ้นตามเจตนารมณ์หลักการของกฎบัตรอาเซียน ที่ต้องการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน รวมถึงเสรีภาพข้ันพื้นฐานของ ประชาชน และมูลนิธิอาเซียน (ASEAN Foundation) เป็นมูลนิธิที่สนับสนุน 56

การสร้างประชาคมอาเซียนและส่งเสริมการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างประชาชน โดยจะด�ำเนินการร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างภาคธุรกิจภาคประชาสังคม นกั วชิ าการ และผู้มสี ว่ นได้สว่ นเสียในอาเซยี น ขณะทอี่ าเซมมกี ารประชมุ สภาธรุ กจิ เอเชยี -ยโุ รป (Asia-Europe Business Forum: AEBF) เวทีที่เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของสองทวีปได้มีโอกาส ใกล้ชิดกันมากขึ้น โดยผ่านการพูดคุยและปรึกษาหารือกันในประเด็นต่างๆ ที่เก่ียวข้อง โดยจัดประจ�ำทุกปีนับต้ังแต่ พ.ศ. 2539-2547 และได้เปลี่ยน มาจัดทุกๆ 2 ปี วัตถุประสงค์หลักของการประชุมเพ่ือสร้างเครือข่ายและ ความเชอ่ื มโยงระหว่างภาคธุรกจิ ท้งั ภาครัฐและภาคเอกชนของทัง้ สองภมู ภิ าค สถานการณ์ของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ได้ส่งเสริมให้เกิด “การรวม กลุ่มประเทศ” ทั้งจากความร่วมมือเฉพาะด้าน หรือเพื่อความม่ันคงและเจริญ รุ่งเรืองร่วมกันในภูมิภาค ผ่านกลไกการด�ำเนินงานต่างๆ และ “การปฏิสัมพันธ์ ระหว่างเมือง” อันเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมท้ังด้านการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคมในยุคโลกาภิวัตน์ ความร่วมมือเหล่าน้ีคือกรอบแนวทางของความร่วมมือ ที่ได้รับการยอมรับและการสนับสนุนจากท่ัวโลก และแน่นอนว่าจะต้องมี การด�ำเนินการอย่างต่อเน่ืองต่อไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยถือว่าเป็นเวทีส�ำคัญ ท่ีทุกประเทศและทุกเมืองสามารถแสดงบทบาทในฐานะผู้น�ำ ผู้ริเริ่ม และผู้มีส่วนร่วม และเป็นพื้นท่ีท่ีส่งเสริมอ�ำนาจในการต่อรอง ผลประโยชน์เพื่อตนเองในทางตรงและทางอ้อม ท้ังยังเป็นเคร่ืองมือ ขับเคลื่อนทิศทางการเปล่ียนแปลง การพัฒนา และการแก้ไข ปัญหาต่างๆ ของโลกไดใ้ นอนาคต 57

สว่ นที่ 3 กรุงเทพฯ กับโลกกว้าง

กรุงเทพฯ เป็นมหานครแห่งความเป็นมิตร เมืองแห่งความต่าง ท่ีหลากหลาย แต่มีเสน่ห์แก่ผู้คนของเมืองอ่ืนๆ ท่ัวโลก เมืองท่ีมีความสัมพันธ์กับ เมืองต่างๆ มาต้ังแต่บางกอกยังเป็นเพียงชุมชนขนาดเล็กกลายมาเป็นเมือง หน้าด่านย่านการค้าศูนย์กลางทางเศรษฐกิจในสมัยอยุธยาตอนปลาย ภาพเรือแพ นาวานานาชาติที่เข้ามาทางอ่าวไทยและจอดเรียงรายในสายน้�ำเจ้าพระยา ในสมัยนั้นยืนยันได้เป็นอย่างดี จวบจนถึงการสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานีและ ย้ายมาเป็นกรุงเทพฯ ในกาลเวลาต่อมา ด้วยว่าพ้ืนที่บริเวณน้ีมีความอุดมสมบูรณ์ ทางธรรมชาติและความเหมาะสมของท่ีตั้ง ซ่ึงอยู่ระหว่างทะเลสองฟากฝั่ง ท่ีแสนเอ้ือประโยชน์ต่อการเดินทางติดต่อ ดินแดนแห่งนี้จึงเป็นจุดมุ่งหมายของ ชนต่างชาติเพ่ือแสวงหาความมั่งค่ัง เผยแผ่ศาสนา จนกลายเป็นชุมชนส�ำคัญ ในการติดต่อสัมพันธ์และการแลกเปล่ียนทางวัฒนธรรมกับดินแดนท่ีเป็น อารยธรรมอื่นๆ เรื่อยมา จวบจนปัจจุบันก็ยังรักษาบทบาทความเป็นศูนย์กลาง ทางการคา้ ส�ำคัญแห่งหนงึ่ ของอษุ าคเนย์ไวไ้ ดอ้ ยา่ งต่อเน่ือง เม่ือกรุงเทพฯ เป็นเมืองท่ีมีความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นมายาวนาน ทง้ั ระหวา่ งเมอื งก็ดี ระหว่างประเทศกด็ ี ทำ� ใหเ้ กดิ ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ขึ้นในกรุงเทพฯ การสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างเมืองและระหว่าง ประเทศ ภายใต้อัตลักษณ์กรุงเทพฯ ตลอดช่วงท่ีผ่านมาน้ัน ท�ำให้ความเป็นจริง กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่อยู่ในความเป็นอาเซียนมาโดยตลอด และเพื่อตอบรับกับ การเข้าสู่ประชาคมโลกอย่างเต็มตัวและอย่างเป็นรูปธรรม การเปิดโอกาสให้ได้ ทำ� ความรจู้ กั กบั เมอื งอนื่ ๆ ซง่ึ กค็ อื เมอื งของเพอื่ น จะทำ� ใหก้ รงุ เทพฯ มคี วามพรอ้ มมากขนึ้ และจะมีเพ่ือนร่วมก้าวเดินในเวทีโลกร่วมกันอย่างสง่างามและมีความสุขร่วมกัน เพราะเราเป็นเพ่ือนคนหน่ึงที่มีความเป็นมิตรอย่างจริงใจเสมอมา และ พร้อมที่จะเป็นแรงผลักดันประชาคมโลกให้ด�ำเนินไปอย่างแข็งแกร่งและเจริญ รงุ่ เรืองอยา่ งมนั่ คงสบื ตอ่ ไป 59

เมืองพเี่ มืองน้อง (Sister Cities) แนะนำ� ตัวก่อน จากที่ผ่านมาหลายร้อยปีจะเห็นได้ว่ากว่าจะเป็นประเทศไทย กว่าจะเป็น กรุงเทพฯ เหมือนทุกวันน้ี เราอยู่ใกล้ชิดติดกับประเทศเพ่ือนบ้านมาก บางเมือง เคยเป็นพื้นท่ีของประเทศเราก็มี ทั้งโดยสภาพความเป็นอยู่ที่ใกล้เคียงกัน และความเป็นกลุ่มชนท่ีมีวันคืนในอารยธรรมไม่ต่างกันมากนัก ความเป็นอยู่ และความสัมพันธ์ท่ีมีนี้อาจเรียกได้ว่าเป็นการอยู่กันอย่างบ้านพี่เมืองน้องกัน อยแู่ ลว้ ผา่ นเลยมาหลายรอ้ ยปี ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งเมอื งไดม้ กี ารพฒั นาไปเรอ่ื ยๆ จะเห็นได้ว่าจากความสัมพันธ์ในเรื่องการรบแทบไม่มีเหลือแล้ว กลายเป็น ความสมั พนั ธเ์ ชงิ พฒั นาบา้ นเมอื ง เศรษฐกจิ และวฒั นธรรมเสยี มากกวา่ จนในปจั จบุ นั กรุงเทพฯ ภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินรูปแบบพิเศษ “กรุงเทพมหานคร” มีความสมั พนั ธต์ า่ งๆ กบั หลายเมอื งมากขึ้น ไม่เฉพาะในสวุ รรณภูมเิ ทา่ นนั้ กอปรกับ ความเจริญของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ท�ำให้เมืองต่างๆ ในที่ไกลก็เข้ามาใกล้ และกรุงเทพมหานครก็ยังคงใช้เอกลักษณ์เฉพาะตัว คือความเป็นมิตรในการขยาย ความสัมพันธ์ไปยังเมืองหรือประเทศ ซ่ึงก็คือความสัมพันธ์แบบเมืองพ่ีเมืองน้อง นน่ั เอง และด้วยภาษา รวมทั้งการบริหารเมืองที่แตกตา่ งกนั ช่ือของความสัมพนั ธ์ จึงมตี ่างกนั ไปบา้ ง ดังนี้ เมืองพเี่ มืองน้องในเอเชียตะวนั ออกเฉยี งใต้ กรุงมะนลิ า เมอื งหลวงของฟลิ ปิ ปินส์ เป็นเมอื งแรกในเอเชียตะวนั ออก เฉียงใตท้ ่มี คี วามสมั พนั ธเ์ มอื งพี่เมืองน้องกับกรงุ เทพมหานคร โดยลงนามข้อตกลง 60

ความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Sister City Friendship Affiliation) เมอ่ื พ.ศ. 2540 และมีการแลกเปลีย่ นความรว่ มมอื กัน ด้านการศกึ ษา วัฒนธรรม สิ่งแวดลอ้ ม เทคโนโลยี การท่องเที่ยว อุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ ต่อมา กรุงจาการ์ตา เมืองหลวงของอินโดนีเซีย ลงนามในข้อ ตกลงในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเมืองพ่ีเมืองน้อง (MOU Concerning Sister City Cooperation) เม่อื พ.ศ. 2545 และได้มกี ารแลกเปลยี่ นทางการค้า และการลงทุน การท่องเที่ยว การจัดการจราจรและขนส่งสาธารณะ ผังเมือง และการบริหารทรพั ยากรมนษุ ย์ กรุงฮานอย เมืองหลวงของเวียดนาม ลงนามในข้อตกลงความร่วมมือ และความสัมพันธ์ฉันมิตร (Agreement of Cooperation and Friendship Relations) เม่ือ พ.ศ. 2547 แลกเปลี่ยนความร่วมมือด้านการวางผังเมือง การค้าและการลงทุน การจราจรและขนส่ง การพัฒนาบุคลากร และ การสาธารณสุข ในปีเดียวกันยังได้มีการลงนามในบันทึกว่าด้วยความร่วมมือ (Memorandum of Cooperation) กบั เวยี งจนั ทน์ เมอื งหลวงของสปป.ลาว โดยมี การแลกเปล่ียนในเรื่องผังเมือง การค้า การลงทุน การบริหารทรัพยากรบุคคล การท่องเทยี่ ว สาธารณสุข การศึกษา และการกำ� จัดขยะ เช่น โครงการแลกเปลี่ยน ด้านวิชาการให้แก่ข้าราชการเวียงจันทน์ โครงการความร่วมมือด้านการพัฒนา บคุ ลากรเพอ่ื ส่งเสริมการทอ่ งเที่ยวและการโรงแรมรว่ มกับเวยี งจันทน์ เป็นตน้ ท้ังยังมี กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของกัมพูชา ลงนามในข้อตกลง ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้อง (Agreement on the Establishment of Sister City Relations) เมอ่ื พ.ศ. 2556 มกี ารแลกเปลี่ยน ความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา ส่ิงแวดล้อม อาชีพ เทคนิคและการฝึกอบรมด้านทรัพยากรมนุษย์ และสภาเทศบาลปีนัง เมืองหลวงของรัฐปีนัง มาเลเซีย ซ่ึงลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนา ความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมอื งน้อง เมอ่ื พ.ศ. 2555 นอกจากน้ี กรุงเทพมหานครยังมีแนวโน้มขยายความสัมพันธ์เมืองพ่ี เมืองน้องในทุกประเทศของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเทศสมาชิกอาเซียนท้ัง 10 ประเทศ ได้แก่ กรุงกัวลาลัมเปอร์ (มาเลเซีย) กรุงเนปิดอว์ (เมยี นมาร์) สิงคโปร์ (สิงคโปร)์ และกรงุ บันดาร์เสรเี บกาวนั (บรไู น ดารสุ ซาลาม) ในเร็ววัน 61

Naypyidaw Vientiane 62

63

เมอื งพ่เี มอื งนอ้ งในเอเชียตะวันออก กรงุ ปกั กิ่ง เมอื งหลวงของจนี (พ.ศ. 2536) มสี าขาทแ่ี ลกเปลย่ี นความรว่ มมอื ในดา้ นสงั คม วัฒนธรรม การสาธารณสขุ การกอ่ สรา้ ง และการบรหิ ารเมือง และ มโี ครงการแลกเปลี่ยนท่ีส�ำคญั เช่น โครงการ Training Workshop for Chinese Language Teachers from Sister Cities of Beijing โครงการ Beijing Forum on Sustainable Development of Cities เป็นตน้ 64

นอกจากน้ี ยงั มคี วามสมั พนั ธก์ บั เฉาโจว เมอื งทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ บั คนไทย เชอื้ สายจนี และเปน็ เมอื งสง่ เสรมิ การลงทนุ พเิ ศษ (พ.ศ. 2548) กวางโจว เมอื งเอก ของมณฑลกวางตงุ้ (พ.ศ. 2552) ฉงชงิ่ (พ.ศ. 2554) เทยี นจนิ (พ.ศ. 2555) และ เซย่ี งไฮ้ (พ.ศ. 2555) เมอื งมหานครหลกั 1 ใน 4 ของจนี สว่ นชานตง มณฑลหนง่ึ ของ จนี ไดล้ งนามในหนงั สอื แสดงเจตจำ� นงระหวา่ งมณฑลชานตงและกรงุ เทพมหานคร วา่ ด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์และความรว่ มมอื ฉนั มติ ร เม่ือ พ.ศ. 2556 และ จะดำ� เนนิ การสถาปนาความสัมพนั ธฉ์ ันพน่ี ้องในอนาคต ด้านเมืองในญี่ปุ่นที่กรุงเทพมหานครมีความสัมพันธ์เมืองพี่เมืองน้องด้วย ได้แก่ ฟูกุโอกะ (พ.ศ. 2549) เมืองส�ำคัญของญ่ีปุ่น มีการแลกเปล่ียน ความรว่ มมอื กนั ในดา้ นเศรษฐกจิ สง่ิ แวดลอ้ ม วฒั นธรรม การศกึ ษา การทอ่ งเทย่ี ว และการพัฒนาเยาวชน และไอจิ (พ.ศ. 2555) มีความร่วมมือกันในด้าน การสนับสนนุ ทุนการศกึ ษาแกน่ ักเรียนไทยในหลากหลายสาขา ขณะที่ในเกาหลีใต้ กรุงเทพมหานครก็มีความสัมพันธ์กับกรุงโซล ลงนามในข้อตกลงว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองพ่ีเมืองน้อง (Sister City Agreement) เมื่อ พ.ศ. 2549 มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกันในด้าน การจัดการเมือง เทคโนโลยีสารสนเทศ เศรษฐกิจ การคมนาคม ส่ิงแวดล้อม การวางผงั เมอื ง การจดั การภยั ธรรมชาติ และวฒั นธรรม และปซู าน (พ.ศ. 2554) เมืองท่าท่ีส�ำคัญของเกาหลีใต้ ซ่ึงท่ีผ่านมามีการแลกเปล่ียนความร่วมมือกัน ด้านสิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม นอกจากเมืองต่างๆ ในเอเชียตะวันออกแล้ว กรุงเทพมหานครยังมี ความสัมพันธ์แบบเมืองพ่ีเมืองน้องกับเมืองในภูมิภาคโอเชียเนีย อย่างบริสเบน เมืองท่าอุตสาหกรรมส่งออกของออสเตรเลีย ลงนามในบันทึกความเข้าใจ (พ.ศ. 2540) แลกเปล่ียนความร่วมมือกันในด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน การท่องเท่ียว การกีฬา การศึกษา และส่ิงแวดล้อม และภูมิภาคตะวันออกกลาง คือ กรุงเตหะราน เมืองหลวงของอิหร่าน มีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ ว่าด้วยการสถาปนาความสัมพันธ์เมืองฉันมิตร (พ.ศ. 2555) มีความร่วมมือ แลกเปล่ียนซ่ึงกนั และกนั ในดา้ นการวางผังเมือง การบริหาร การจราจรและขนส่ง การอนรุ กั ษส์ ิง่ แวดล้อม การศึกษา และวัฒนธรรม 65

เมอื งพี่เมอื งน้องในอเมรกิ าและยโุ รป กรงุ วอชิงตัน ด.ี ซ.ี เมืองหลวง ของสหรฐั อเมรกิ า มหาอำ� นาจแหง่ โลกตะวันตก เป็นเมืองพ่ีเมืองน้องเมืองแรกของ กรุงเทพมหานคร ผูกสัมพันธ์กันมาต้ังแต่ พ.ศ. 2505 โดยมีการลงนามในข้อตกลงความเป็น เมอื งพเี่ มอื งนอ้ ง (Resolution: Sister City Affiliation) และขอ้ ตกลงยนื ยนั ความสัมพนั ธล์ ักษณะเมืองพีเ่ มืองนอ้ ง (Reaffirmation Agreement) มีสาขาที่แลกเปลี่ยน ความรว่ มมอื กนั หลากหลายดา้ น ไดแ้ ก่ เศรษฐกจิ การลงทุน ข้อมูล วิทยาศาสตร์ กีฬา เยาวชน และอนามัย นอกจากนี้ ยงั ใหค้ วามสำ� คญั กบั การแลกเปลยี่ นทางดา้ นวฒั นธรรม โดยมีโครงการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมรว่ มกนั ด้วย 66

น อ ก จ า ก เ มื อ ง ห ล ว ง ข อ ง ม ห า อ� ำ น า จ ท า ง ฝ ั ่ ง ต ะ วั น ต ก แ ล ้ ว ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร ยั ง เ ป ็ น มิ ต ร กั บ เมืองในซีกโลกยุโรปด้วย ได้แก่ กรุงมอสโก ของรัสเซีย (พ.ศ. 2 5 4 0 ) ซ่ึ ง มี ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ความร่วมมือกันในด้านการบริหาร เมือง การศึกษา วิทยาศาสตร์ วัฒนธรรม การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม การท่องเที่ยว และการกีฬา และ เมืองเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมือง สำ� คญั อกี แหง่ ของรสั เซยี (พ.ศ. 2540) มี ก า ร แ ล ก เ ป ลี่ ย น ค ว า ม ร ่ ว ม มื อ ดา้ นการศกึ ษา วฒั นธรรม สงิ่ แวดลอ้ ม เทคโนโลยี การท่องเทย่ี ว อุตสาหกรรม เศรษฐกิจ วทิ ยาศาสตร์ กรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี (พ.ศ. 2540) โดยมีสาขา ที่แลกเปล่ียนความร่วมมือกันในด้านการบริหารเมือง วัฒนธรรม การศึกษา การคุ้มครองส่ิงแวดล้อม ผังเมือง และการขนส่ง กรุงอัสตานา เมืองหลวง ของคาซัคสถาน (พ.ศ. 2547) มีการแลกเปล่ียนในสาขาเศรษฐกิจ วัฒนธรรม การบริหารเมือง ผังเมือง สิ่งแวดล้อม กิจการเยาวชน และเกษตรกรรม ท้ังยัง มีโครงการความร่วมมือด้านการพัฒนาบุคลากรเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและ การโรงแรมร่วมกัน ส่วนโลซาน เมืองหลวงของแคว้นโวของสวิตเซอร์แลนด์ (พ.ศ. 2553) มีการแลกเปลี่ยนความร่วมมือกันในด้านการศึกษา วัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬา และสิ่งแวดล้อม และกรุงอังการา เมืองหลวงของตุรกี (พ.ศ. 2555) ขณะนี้ กรุงเทพมหานครจึงมีเพ่ือนบนความสัมพันธ์แบบเมืองพี่เมืองน้อง รวม 26 เมือง ใน 17 ประเทศท่วั โลก และจะขยายความสัมพนั ธ์ไปยังเมืองอน่ื ๆ ในอนาคตอนั ใกลต้ ่อไป 67

ทำ� ความรจู้ ักเมอื งหลวงอื่นๆ ในอาเซียน การได้รู้จกั ตวั ตนของเมืองหลวงจากท้งั 9 ประเทศเพ่อื นสมาชิกอาเซยี นนี้ นับว่าเป็นโอกาสท่ีดีของเรา กอปรกับประชาคมอาเซียนคือประชาคมที่มี ความใกลช้ ดิ และเปน็ กรอบความรว่ มมอื รว่ มกนั ทจี่ ะชว่ ยเปดิ โอกาสใหก้ รงุ เทพมหานคร ได้แสดงบทบาทเพิ่มขึ้นได้ตามศักยภาพในเวทีโลก ท่ีผ่านมาเราอาจอยู่ใกล้ชิดกัน อาจรู้จักกันตามแต่ประวัติศาสตร์ชาติใดจะเลือกบันทึก หรือบางเมืองเราก็เป็น เพ่ือนบ้านกันอาศัยในสุวรรณภูมิร่วมกันบ้าง แต่บางคร้ังความใกล้ก็ไม่ใช่ว่า จะได้รู้จัก ดงั นน้ั เรามาทำ� ความร้จู กั กับ 10 เมอื งหลวงอันแสนจะคุ้นเคยกันดกี ว่า 68

กรุงบนั ดาร์เสรีเบกาวนั บรไู นดารุสซาลาม ความหมายของชอื่ เมือง สว่ นแรกของช่อื Bandar มาจากภาษาเปอรเ์ ซีย แปลว่า “ท่าเรือ” หรือ “ท่ีหลบภัย” ส่วนท่ีสองของ ช่ือคือ Seri Begawan มาจากค�ำว่า “ศรีภควัน” (Sri Bhagwan) ในภาษาสันสกฤต หมายถึง ผู้ศักด์ิสิทธิ์ เมืองหลวงของบรูไนแห่งนี้ เป็นเมืองท่าท่ีส�ำคัญของประเทศซึ่งอยู่ใน เขตการปกครองบรูไน-มอู ารา เมอื่ พ้นจาก การปกครองของอังกฤษได้เปล่ียนชื่อ มาเป็น “บันดาร์เสรีเบกาวัน” วนั คนื ทผ่ี า่ นมาของบรไู น เมอ่ื ชว่ ง ครสิ ต์ศตวรรษท่ี 14-16 บรไู นเคยมอี ำ� นาจและมีชอ่ื เสียง ทางการคา้ สนิ ค้าส่งออกท่ีส�ำคญั ในสมยั นน้ั ไดแ้ ก่ การบรู พริกไทย และทองค�ำ หลังจากเสียดินแดนเนื่องจากสเปนและฮอลันดาแผ่อ�ำนาจ เข้ามา จนถึง พ.ศ. 2431 บรูไนได้ยินยอมเข้าอยู่ภายใต้อารักขาของอังกฤษ และได้รับเอกราชเม่ือวันท่ี 1 มกราคม พ.ศ. 2527 ปัจจุบันการปกครองบรูไน มีสุลต่านกษัตริย์เป็นประมุข ผู้บริหารเมืองหลวงคือหัวหน้าเขตบันดาร์เสรีเบกาวัน ที่ดูแลรับผิดชอบหัวหน้าต�ำบล และหัวหน้าต�ำบลดูแลหัวหน้าหมู่บ้านเป็นล�ำดับ พรรคการเมืองไม่มีบทบาทมากนัก รัฐบาลใหส้ วัสดกิ ารอยา่ งดีเลศิ เช่น ไม่ต้องเสยี ภาษีเงินได้ส่วนบุคคล ค่ารักษาพยาบาลฟรี ด้านการศึกษา รัฐให้เปล่าจนถึงระดับ ช้ันมัธยมศึกษา นอกจากน้ียังมีสวัสดิการแก่ข้าราชการของรัฐ ส่วนความสัมพันธ์ กับประเทศเพ่อื นบ้านดว้ ยกันนัน้ บรไู นมคี วามสัมพนั ธใ์ กล้ชดิ กบั สงิ คโปร์ เนอ่ื งจาก 69

70 • มัสยิดโอมาร์ อาลี ไซฟดั ดนิ •

มีลักษณะคล้ายคลึงกันหลายประการ คือ เป็นประเทศขนาดเล็ก และมีอาณาเขต ตดิ กบั มาเลเซยี ซึ่งเป็นประเทศทม่ี ีประชากรจำ� นวนมากนับถอื ศาสนาอิสลาม ใน พ.ศ. 2472 บรูไนส�ำรวจพบน้�ำมันและก๊าซธรรมชาติ ท�ำให้มีฐานะมง่ั คง่ั ในเวลาต่อมา จนเป็นสัญลักษณ์ว่าบรูไนเป็นประเทศผู้ส่งออกน้�ำมันเป็นสินค้าหลัก นอกจากนี้ รัฐบาลยังเร่ิมตระหนักเรื่องทรัพยากรและเร่ิมให้ความสนใจกับทรัพยากร ธรรมชาติอนื่ ๆ เช่น ปา่ ไม้ แร่ธาตุ สัตวน์ ำ�้ และพ้นื ทอ่ี นั อุดมสมบูรณเ์ หมาะแก่การเกษตร ส่วนพืชเกษตรที่สำ� คญั ได้แก่ ข้าว กล้วย ชาวบรูไนส่วนใหญ่นับศาสนาอิสลาม นิกายสุหน่ี ร้อยละ 67 รองลงมา เป็นศาสนาพุทธ นิกายมหายาน คริสต์ และฮินดู ความเชื่อพื้นเมืองและอื่นๆ และ เนื่องจากเป็นเมืองที่ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามอย่างเคร่งครัด จึงมี ขอ้ ควรกระทำ� และไมค่ วรกระทำ� ท่แี ตกต่างจากประเทศอนื่ ๆ ทนี่ า่ รู้ เชน่ สภุ าพสตรีควร แต่งกายสุภาพและมิดชิดในที่สาธารณะ ให้ใช้นิ้วหัวแม่มือข้างขวาชี้ในทุกกรณีไม่ว่า จะช้ีบุคคลหรือสิ่งของ ห้ามการสังสรรค์ของสุภาพสตรีในหมู่สุภาพบุรุษจ�ำนวนมาก ห้ามการถ่ายภาพในศาสนสถาน เปน็ ตน้ กล่าวได้ว่า “กรุงบันดาร์เสรีเบกาวัน” เป็นเมืองเดียวที่เรียกว่าเมือง ไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ ของบรไู น เพราะประกอบไปดว้ ยอาคารบา้ นเรอื นทนั สมยั ถนนกวา้ งขวาง สะอาดตารวมกันเป็นทัศนียภาพท่ีสวยงาม และในฐานะเมืองหลวงของประเทศ เมืองน้ีจึงเป็นศูนย์กลางการเงิน ธุรกิจการค้า และการอุตสาหกรรม และรวมไปถึง ทีต่ ั้งของสถานทสี่ ำ� คญั ตา่ งๆ เชน่ พระราชวงั หลวงอิสตานา นูรัล อีมาน ซึง่ จะเปดิ ให้ เขา้ ชมหลงั จากเดอื นรอมฎอน หรอื หลงั พธิ ถี อื ศลี อด ศนู ยป์ ระวตั ศิ าสตรบ์ รไู น พพิ ธิ ภณั ฑ์ บรไู น ซึ่งแสดงสถาปตั ยกรรมการก่อสร้างบา้ นในแมน่ ้�ำอย่างที่กมั ปงเอเยอร์ และมสั ยดิ โอมาร์ อาลี ไซฟัดดนิ คอื สุเหรา่ ขนาดใหญอ่ ยูก่ ลางเมอื ง ภายในปพู นื้ ด้วยหินอ่อนจาก อิตาลี และปูพรมซ่ึงส่ังทอพิเศษผืนใหญ่มหึมา นับว่าเป็นศูนย์รวมชาวมุสลิมในบรูไน และเป็นสถานที่ที่ส�ำคัญท่ีสุดของศาสนาอิสลามในประเทศและใหญ่ที่สุดในซีกโลก ฝง่ั ตะวันออก 71

• พระบรมมหาราชวงั ณ กรงุ พนมเปญ • 72

กรงุ พนมเปญ ราชอาณาจกั รกมั พูชา กรุงพนมเปญเป็นราชธานีของราชอาณาจักรกัมพูชา เป็นเมืองแห่งศูนย์กลาง การค้าและอุตสาหกรรม และเป็นศูนย์ราชการของประเทศ อีกทั้งยังมีช่ือเสียงในด้าน ของการเปน็ เมอื งทมี่ สี ถาปัตยกรรมแบบขอมด้ังเดิมอีกด้วย ท่ีผ่านมาในความสัมพันธ์ระดับประเทศกัมพูชาและไทยมีประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม ศาสนา และรูปแบบการด�ำรงชีวิตของประชาชนท่ีคล้ายคลึงกัน มีความสัมพันธ์ในระดับประชาชน โดยเฉพาะประชาชนบริเวณแนวชายแดนท่ีใกล้ชิด และมีการแลกเปลี่ยนทางการค้าปริมาณมาก ทั้งสินค้าเกษตรและเคร่ืองอุปโภคบริโภค อย่างไรก็ดี ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชาผกผันบ่อยครั้ง สาเหตุหลักมาจาก สถานการณก์ ารเมืองภายใน และปญั หาเขตแดน กัมพูชามีการปกครองระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา โดยมีพระมหากษัตริย์ เป็นประมุขภายใต้รัฐธรรมนูญ จึงท�ำให้ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับ พระราชวงศ์มากกว่าประเทศอ่ืน เห็นได้จากการท่ีพระบรมวงศ์ของไทยเสด็จ พระราชด�ำเนินเยือนกรุงพนมเปญในฐานะอาคันตุกะของรัฐบาลกัมพูชาก็ดี หรือ การทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระบรมนาถนโรดม สหี มนุ ี กษตั รยิ ก์ มั พชู าเสดจ็ ฯ เยอื นประเทศไทย เพอ่ื ทรงเขา้ รว่ มงานฉลองสริ ริ าชสมบตั คิ รบ 60 ปี ของพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ฯ กด็ ี ส�ำหรับการบริหารกรุงพนมเปญ ประกอบไปด้วยคณะมนตรีซึ่งเป็นผู้บริหาร สูงสุด โดยจะมีคณะกรรมาธิการท่ีอยู่ภายใต้การปกครองประกอบไปด้วย 1. คณะ กรรมาธิการประสานงานด้านเทคนิค 2. คณะกรรมาธิการด้านจัดซื้อ 3. คณะ กรรมาธิการด้านผู้หญิงและเด็ก 4. คณะกรรมาธิการด้านอื่นๆ 5. คณะกรรมาธิการ ด้านการปกครอง ซ่ึงจะประกอบไปด้วยผู้ว่ากรุงพนมเปญและรองผู้ว่าฯ 6 คน และ มผี ู้อำ� นวยการฝ่ายธรุ การ 6 คน และรองผู้อำ� นวยการฝ่ายธุรการ 3 คน 73

74 • ปราสาทหนิ นครวดั เมอื งเสยี มเรียบ •

ส�ำหรับการท่องเท่ียวจะพบว่าในช่วง 10 ปีผ่านมา รัฐบาลกรุงพนมเปญได้สนับสนุน ศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของเมืองอย่าง ต่อเน่ือง โดยมีแผนพัฒนาการท่องเที่ยว ใ ห ้ เ อ ก ช น เ ข ้ า ม า พั ฒ น า โ ค ร ง ส ร ้ า ง พื้ น ฐ า น การขนส่ง โรงแรม ร้านอาหาร การสื่อสาร พลังงาน และระบบน�้ำประปา และการเจรจา ร ะ ห ว ่ า ง ป ร ะ เ ท ศ เ พ่ื อ ชั ก จู ง ใ ห ้ ล ง ทุ น ด ้ า น ก า ร ท ่ อ ง เ ที่ ย ว แ ล ะ ก า ร ท� ำ บั น ทึ ก ข ้ อ ต ก ล ง กับสายการบินต่างๆ ให้มีเท่ียวบินมายัง กรุงพนมเปญมากข้ึน ภายใต้นโยบายเปิด น่านฟ้าเสรี และท�ำให้ธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ การท่องเท่ียวมีความเจริญก้าวหน้าตามไปด้วย ซ่ึงสอดคล้องกับท่ีกัมพูชามีส่ิงมหัศจรรย์ของ โลก คือ ปราสาทหินนครวัดและนครธมใน เมืองเสียมเรียบ ซ่ึงเป็นสงิ่ กอ่ สรา้ งในอารยธรรม ขอมโบราณ สถานท่ีท่องเท่ียวในกรุงพนมเปญ ไดแ้ ก่ แมน่ ำ�้ โตนเล แหลง่ ปลานำ้� จดื และผลผลติ ทางการเกษตรทสี่ ำ� คญั ของเมอื ง พระบรมมหาราชวงั ซ่ึงสร้างข้ึนในสมัยกษัตริย์นโรดม สีหนุ เมื่อ พ.ศ. 2409 เรือนจ�ำตวลสเลงและวัดจึงเอ็ก สถานที่กักขังและสังหารผู้มีความรู้ในสมัย เขมรแดงเรืองอ�ำนาจ 75

กรุงจาการต์ า สาธารณรัฐอินโดนีเซีย อินโดนีเซียประกอบด้วยหมู่เกาะที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาช้านาน ในยุค ล่าอาณานิคม อินโดนีเซียถูกเนเธอร์แลนด์ปกครองอยู่นานถึง 300 ปี และช่วง สงครามโลกคร้ังที่ 2 ก็อยู่ภายใต้การปกครองของญ่ีปุ่น จนเมื่อญี่ปุ่นแพ้สงคราม แก่พันธมิตร อินโดนีเซียได้ถือโอกาสประกาศเอกราช แต่เนเธอร์แลนด์ไม่ยอมรับ การประกาศเอกราช จึงเกิดการรบขึ้น มีประเทศต่างๆ มาช่วยเจรจาไกล่เกลี่ย จนองค์การสหประชาชาติได้เข้ามาระงับข้อพิพาทตั้งกรรมการท�ำหน้าท่ีไกล่เกลี่ย ประนีประนอม แต่เนเธอร์แลนด์ได้เข้าจับกุมผู้น�ำคนส�ำคัญของอินโดนีเซีย คือ ซูการ์โน และฮัตตาไปกักขัง ต่อมาทหารอินโดนีเซียสามารถช่วยเหลือน�ำตัวผู้น�ำ ท้ังสองออกมาได้ ในการน้ีทุกประเทศจากทั่วโลกต่างต�ำหนิการกระท�ำของ เนเธอร์แลนด์ และคณะมนตรีความม่ันคงแห่งสหประชาชาติได้กดดัน ให้เนเธอรแ์ ลนดม์ อบเอกราชแก่อินโดนีเซยี ในทส่ี ุด กรุงจาการ์ตาเป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย การตั้งถิ่นฐานครั้งแรกในพ้ืนที่ของจาการ์ตาปัจจุบัน เท่าที่ปรากฏคือท่าเรือเกลาปา (Kelapa) ซึ่งเอกสารไทยโบราณเรียกว่า กะหลาป๋า ใกล้ปากแม่น้�ำจีลีวุง (กะหลาป๋าเป็นท่าเรือใหญ่ส�ำหรับราชอาณาจักรฮินดู) ใน พ.ศ. 2070 เมืองถูก ยึดครองโดย ฟาตาฮิลลอฮฺ หรือ ฟาเลเตฮาน ซึ่งเป็นผู้เปลี่ยนชื่อเมืองนี้เป็น จายาการ์ตา แปลว่า “มีชัยและเจริญรุ่งเรือง” ในภาษาชวา หรือตรงกับ “ชยะ-กฤต” ใน ภาษาสันสกฤต แปลว่า “ชัยชนะอันเกิดข้ึนสมบูรณ์แล้ว” 76

เมอ่ื วนั ท่ี 22 มิถนุ ายน พ.ศ. 2070 ซงึ่ วนั น้ถี อื เป็นวันกอ่ ตงั้ กรุงจาการต์ า ชอื่ นี้เอง ท่ีตอ่ มาได้กลายมาเป็นช่อื “จาการต์ า” ปจั จุบัน กรงุ จาการ์ตาเปน็ เมืองมหานคร เป็นเขตนครหลวงพิเศษ (special capital city district) นายกเทศมนตรี ซึ่งดูแลเทศบาล และผู้ส�ำเร็จราชการ ดแู ลเขตการปกครอง ทงั้ สองฝา่ ยนอ้ี ยภู่ ายใตก้ ารบงั คบั บญั ชาของผวู้ า่ กรงุ จาการต์ า กรุงจาการ์ตาคือแหล่งรวมความแตกต่างหลากหลายทางเช้ือชาติ ภาษา วฒั นธรรม และประเพณี เป็นศูนย์กลางด้านการปกครองและเศรษฐกจิ ของ ประเทศ ความเป็นเมืองของกรุงจาการ์ตาน้ันได้พัฒนาอย่างรวดเร็ว ท้ังตึกระฟ้า ย่านการค้าการลงทุน ศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้า สวนสนุก สถานบันเทิง และสถานที่จัดการประชุมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการพัฒนาก�ำปง เพ่อื ยกระดบั คณุ ภาพชีวิตและรักษาสง่ิ แวดล้อมอย่างยั่งยืน ในอนาคตอันใกล้ กรุงจาการ์ตายังมีแผนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐาน ของเมือง เช่น การสร้างทางพิเศษ สะพานข้ามแยก สนามบินนานาชาติ ท้ังยัง ด�ำเนนิ การสร้างโรงกรองนำ�้ และขยายเครอื ข่ายโทรคมนาคม เปน็ ต้น กรุงจาการ์ตายังเป็นสถานท่ีต้ังของส�ำนักงานเลขาธิการอาเซียน อีกด้วย จะเห็นได้ว่าเมืองหลวงแห่งน้ีมีการพัฒนาอย่างต่อเน่ือง เพื่อให้เมือง มีศักยภาพทัดเทียมเมืองใหญ่อ่ืนๆ ของโลกและสามารถน�ำพาอินโดนีเซียให้เจริญ รุดหนา้ ไปไดใ้ นอนาคต 77

• ตึกระฟา้ ในกรงุ จาการต์ า • 78

79

เวยี งจนั ทน์ สาธารณรฐั ประชาธปิ ไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เวียงจันทน์เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของประเทศ มีประวัติ ความเป็นมายาวนาน เดิมเรียกว่าก�ำแพงนครเวียงจันทน์ เป็นศูนย์กลาง ด้านการเมือง วัฒนธรรม และเศรษฐกิจของประเทศต้ังแต่ที่ยังไม่เป็นสปป.ลาว ในสมัยท่ีเป็นอาณาจักรล้านช้าง มีชื่อว่า “จันทบุรีกรุงศรีสัตนาคณหุต” โดยพระไชยเชษฐาธิราชสถาปนาใหเ้ ปน็ นครหลวงแหง่ อาณาจกั รลา้ นชา้ ง เมอ่ื ประมาณ พ.ศ. 2106-2107 ความเปลย่ี นแปลงทางการเมอื งในดนิ แดนลาว ทำ� ใหร้ าชธานแี หง่ นี้ ตอ้ งประสบกับภยั สงครามยืดเย้อื กระทั่งได้รบั ประกาศเอกราชจากฝรั่งเศส ในชว่ ง หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จึงได้กลับมาเป็นเมืองหลวงของสปป.ลาว สืบต่อมาถึง ปจั จุบนั เวียงจันทน์มีผู้ว่านครหลวงเวียงจันทน์เป็นผู้บริหารสูงสุด รองลงมาเป็น นายอ�ำเภอและหมู่บ้าน เพ่ือนบ้านที่ใกล้บ้านเราเมืองน้ี มีช่ือเสียงเรื่อง การท่องเที่ยว ดูได้จากจ�ำนวนนักท่องเท่ียวท่ีหล่ังไหลไปเยือนมากมายในแต่ละปี เน่ืองจากเวียงจันทน์เป็นเมืองที่มีวัฒนธรรมเก่าแก่ผสมความทันสมัยอย่าง ลงตัว เช่น “ประตูไซย” หรือประตูชัย สัญลักษณ์แห่งชัยชนะของปวงชนลาว ภายหลงั ไดร้ บั เอกราชจากฝรง่ั เศส โดยไดร้ บั แรงบนั ดาลใจมาจากประตชู ยั กรงุ ปารสี ฝรง่ั เศส แตใ่ ชศ้ ลิ ปะลาว “หอพระแกว้ ” เดมิ เปน็ วดั ทปี่ ระดษิ ฐานพระแกว้ มรกต ปจั จบุ นั เป็นพิพิธภัณฑ์ “พระธาตุหลวง” พระธาตุ (สถูป) ขนาดใหญ่สีทองอร่าม ประดษิ ฐานพระบรมสารรี กิ ธาตุ และเปน็ เครอ่ื งหมายในดวงตราสำ� คญั ของประเทศ และ “วดั สสี ะเกด” อกี วดั หนงึ่ ทไี่ มไ่ ดถ้ กู ทำ� ลายในชว่ งสงคราม วดั แหง่ นมี้ พี ระพทุ ธรปู ใหญน่ อ้ ยเรยี งรายอยมู่ ากทสี่ ดุ 80

• ประตูไซย หรือประตูชัย สถาปตั ยกรรม อันโดดเดน่ ในเวียงจันทน์ • 81

• เวยี งจนั ทน์ในมมุ สงู • 82

ด้วยยุคสมัยท่ีเปล่ียนแปลงไป และการเข้าร่วมเป็น สมาชิกอาเซียนที่ก�ำลังจะก้าวไปสู่ประชาคมอาเซียน ท�ำให้ รฐั บาลสปป.ลาว ใหค้ วามสำ� คญั ในการพฒั นาเมอื งอยา่ งจรงิ จงั และต่อเน่ือง เวียงจันทน์ในฐานะเมืองหลวงและศูนย์กลาง ความเจริญของประเทศก็ได้รับการพัฒนาอย่างมาก โดยมี การเปดิ ตวั เมกะโปรเจก็ ต์ 5 โครงการทน่ี า่ สนใจอยา่ งยง่ิ ไดแ้ ก่ 1. โครงการ “โลกใหม่ดอนจันทน”์ (Don Chan New World) โครงการลงทุนจากจีน พื้นที่ราว 700,000 ตารางเมตร ประกอบดว้ ยทอ่ี ยอู่ าศยั ระดบั หรู หา้ งสรรพสนิ คา้ โรงแรม 5 ดาว อพารต์ เมนท์ และอาคารศนู ยธ์ รุ กจิ ทที่ นั สมยั และมีศักยภาพ เปน็ แลนดม์ าร์กอีกแหง่ ของเวียงจันทน์ 2. โครงการเวียงจันทน์เมกะมอลล์ ของ กลุ่มทุนจากจีนและสิงคโปร์ เป็นโครงการศูนย์การค้าและ สถานบันเทิงขนาดใหญ่ท่ีสุดในย่านสนามบินนานาชาติของ เวียงจนั ทน์ 3. โครงการเวียงจันทน์คอมเพล็กซ์ ของกลุ่มทุนจากเวียดนาม เปน็ โครงการโรงแรมระดบั 5 ดาว พร้อมกบั ศนู ยก์ ารค้าและสถานบันเทิงแห่งใหม่ ตลอดจนทพี่ กั อาศยั และส�ำนักงานใหเ้ ช่าทีม่ คี วามทันสมยั ใจกลางเวยี งจันทน์ 4. โครงการศนู ยก์ ารคา้ ใหญใ่ นเขตเศรษฐกจิ พเิ ศษดงโพสี ของกลมุ่ ทนุ เวยี ดนามและมาเลเซยี ตง้ั อยใู่ กลก้ บั สะพานมติ รภาพ (หนองคาย-เวยี งจนั ทน)์ และ สถานรี ถไฟทา่ นาแลง้ 5. โครงการศูนย์การค้าพระธาตุหลวง ของกลุ่มทุนไทยและจีน ทางตะวันตกของตัวเมืองเวยี งจนั ทน์ นอกจากนี้ ยังมีโครงการพัฒนาเมืองศูนย์กลางการปกครองแห่งใหม่ ของแขวงเวียงจันทน์ ท่ีเมืองเวียงค�ำ มีพื้นท่ีราว 80 ตารางกิโลเมตร เพ่ือให้ เป็นศูนย์กลางทางการปกครองแห่งใหม่ และมีการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานและ สงิ่ อำ� นวยความสะดวกตา่ งๆ สำ� หรบั ภาครฐั และภาคธรุ กจิ ดว้ ย โดยโครงการนรี้ ฐั บาล สปป.ลาว ได้รบั การช่วยเหลือจากรัฐบาลญีป่ ุ่นในการดำ� เนนิ งาน 83

กรุงกัวลาลมั เปอร์ มาเลเซีย กรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นเมือง ทันสมัยและมีขนาดใหญ่ที่สุดใน ประเทศและยังเป็นเมืองท่องเท่ียว ส� ำ คั ญ อี ก ด ้ ว ย เ ม่ื อ ก ล ่ า ว ถึ ง กรุงกัวลาลัมเปอร์ ก็มักจะนึกถึง ตึกเปโตรนาส ตึกแฝดที่มีความสูง ที่สุดในโลก ด้วยความสูงถึง 452 เมตร และเสาธงท่ีสูงท่ีสุดในโลกด้วยความสูงถึง 100 เมตร สัญลักษณ์อันโดดเด่นของเมืองหลวงแห่งน้ีท่ีเป็นเคร่ืองบ่งช้ีว่า กรงุ กัวลาลัมเปอร์มคี วามเจริญทางเศรษฐกิจมากมายเพยี งใด แม้จะได้ช่ือว่าเป็นเมืองที่มีการพัฒนาทางเศรษฐกิจอย่าง รวดเร็วแห่งหนึ่งในโลก แต่กรุงกัวลาลัมเปอร์ก็ยังคงรักษาเอกลักษณ์ ที่มีการผสมผสานอย่างลงตัวและสวยงามระหว่างศิลปกรรมและ สถาปัตยกรรมของชาวมาเลเซีย และศิลปกรรมและสถาปัตยกรรม ของอังกฤษ เจ้าอาณานิคมในอดีตไว้ได้ ดังจะเห็นได้จากอาคารท่ีต้ัง ของสโมสรกษัตริย์ รัฐสลังงอร์ อาคารสุลต่านอับดุลซามัด อาคาร บา้ นเรอื นแบบอังกฤษ เปน็ ต้น นอกจากน้ี ยังมีสวนสาธารณะกลางเมือง อีกหลายแห่ง 84

• ตกึ เปโตรนาส ตกึ แฝดทม่ี คี วามสงู ทส่ี ดุ ในโลก ดว้ ยความสงู ถงึ 452 เมตร • 85

ด้านการบริหารเมืองมีนายกเทศมนตรีกรุงกัวลาลัมเปอร์เป็นผู้บริหาร สูงสุด และมีฝ่ายต่างๆ ภายใต้การดูแล คือ ฝ่ายวางแผนกิจการ ฝ่ายตรวจสอบ ภายใน และฝ่ายกฎหมายและอาญา โดยมีผู้อ�ำนวยการบริหารงานขึ้นตรงกับ นายกเทศมนตรี และมีผู้ใต้บังคับบัญชาในสายงาน ประกอบด้วยรองผู้อ�ำนวยการ ด้านวางแผน ด้านเศรษฐกิจและสังคม ด้านบริหาร ด้านการด�ำเนินงานโครงการ และบ�ำรุงรักษา ซ่งึ ทำ� หนา้ ทีด่ ูแลสำ� นกั สาขา รัฐบาลท้องถิ่นของกรุงกัวลาลัมเปอร์ ยังตระหนักดีถึงการพัฒนาเมืองอย่างต่อเนื่อง โดยมีวิสัยทัศน์ 2563 (Vision 2020) ของนายกรฐั มนตรี นาจบิ ราซกั ของมาเลเซยี เพอื่ ใหม้ าเลเซยี เปน็ ประเทศพฒั นาแลว้ ภายใน พ.ศ. 2563 เปน็ กรอบการพฒั นาเมอื งหลวงทสี่ ำ� คญั นำ� ไปสกู่ ารกำ� หนดวสิ ยั ทศั น์ 86

ของกรุงกัวลาลัมเปอร์ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ในการพัฒนาประเทศว่า “กวั ลาลัมเปอร:์ เมืองระดบั โลก” (Kuala Lumpur: A World-Class City) เพอื่ ยกระดับมหานครแห่งน้ีไปสู่ระดับโลก และก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน ทุกภาคสว่ น ภายใตห้ ลักการ 4 ประการ ได้แก่ 1. การเป็นเมืองที่มีส่ิงแวดล้อมในการท�ำงานที่ดีระดับโลก (a world- class working environment) 2. การเป็นเมืองที่มีส่ิงแวดล้อมที่ส่งเสริมคุณภาพชีวิตท่ีดีระดับโลก (a world-class living environment) 3. การเป็นเมืองที่มีส่ิงแวดล้อมทางธุรกิจที่ดีระดับโลก (a world-class business environment) 4. การเป็นเมืองท่ีมีการจัดการปกครองท่ีดีระดับโลก (a world-class governance) 87

กรงุ เนปิดอว์ สาธารณรฐั แห่งสหภาพเมียนมาร์ กรุงเนปิดอว์ (Naypyidaw หรอื บางครั้ง สะกดเป็น Nay Pyi Taw; เหน่ ปหยี่ ดอ่ ) มคี วามหมายว่า “มหาราชธานี” หรือ “ที่อยู่ของกษัตริย์” เป็นเมืองหลวง แห่งใหม่ของเมียนมาร์ หรือพม่า ความสมั พันธ์กบั ไทยในอดีตส่วนใหญ่ เปน็ ไปในด้านการสงคราม ตงั้ แตส่ มยั อยุธยาเปน็ เมืองหลวง และในสมยั พระบาทสมเด็จพระพทุ ธยอดฟ้าจุฬาโลก มหาราช ซึ่งเกิด “สงคราม 9 ทพั ” นน้ั นบั เปน็ ครงั้ สำ� คญั ทส่ี ดุ ภาวะการรบรากันนไี้ ดส้ ้นิ สดุ ลง ในสมยั พระบาทสมเด็จพระนัง่ เกล้าเจ้าอยู่หวั เมือ่ องั กฤษเรมิ่ เข้ามาแทรกแซงเมยี นมาร์ และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นพระมหากษตั รยิ ์ไทยพระองค์แรกที่เสดจ็ พระราชด�ำเนนิ เยือนเมียนมาร์ ในฐานะท่เี ปน็ ไมตรกี นั กรงุ เนปดิ อวน์ ี้เพ่ิงจะเปน็ เมอื งหลวงของ เมียนมาร์ได้เพียง 8 ปี หลังจากรัฐบาลเมียนมาร์ ประกาศใหเ้ มอื งแห่งนี้เป็นเมืองหลวง เมือ่ วันที่ 6 พฤศจกิ ายน พ.ศ. 2548 และถือเป็นเมอื งหลวงใหม่ล่าสดุ ของโลก จงึ เรียกได้วา่ เปน็ เมอื งเนื้อหอมทีใ่ ครๆ ก็อยากเข้าไปสมั ผสั โครงสร้างการบริหารของเมียนมาร์ มีประธานาธิบดีเป็นผู้มีอ�ำนาจ บริหารสูงสุด และมีผู้ใต้บังคับบัญชาบริหารตามสายบังคับบัญชา ประกอบด้วย นายกเทศมนตรี และสมาชกิ สภากรงุ เนปดิ อร์ ทำ� หนา้ ทใี่ นการดแู ลเขตการปกครอง ท้องถิน่ และเมอื ง (เขต) 88

• มหาเจดยี อ์ ุปปตศานติ ณ กรงุ เนปิดอว์ จำ� ลองแบบจากมหาเจดยี ช์ เวดากองในนครยา่ งกุง้ • 89

• สามเณรภายในวัดในกรงุ เนปิดอว์ • 90

เมืองแห่งนี้ต้ังอยู่ห่างจากนครย่างกุ้ง เมืองหลวงเดิมของเมียนมาร์ 385 กโิ ลเมตร โดยมถี นนเชอื่ มตอ่ ระหวา่ งทง้ั สองเมอื ง ทง้ั นี้ แมจ้ ะถกู ปกครองประเทศ ด้วยระบอบเผด็จการทหารมาเป็นเวลานาน แต่ปัจจุบันเมียนมาร์เร่ิมเปิดประเทศ ออกสสู่ งั คมประชาธปิ ไตย เมยี นมารจ์ งึ เปน็ ประเทศทนี่ า่ จบั ตามองมากทส่ี ดุ ประเทศหนงึ่ กรุงเนปิดอว์ใช้เวลาสร้างเพียง 6 ปี โดยเริ่มสร้างเม่ือ พ.ศ. 2548 ผังเมืองแบ่งออกเป็น 4 พ้ืนที่หลัก ได้แก่ พ้ืนที่ราชการ พ้ืนท่ีโรงแรม พื้นท่ี อุตสาหกรรม และพ้ืนที่ทหาร มีประชากรอาศัยอยู่เบาบาง สถานที่ส�ำคัญของ กรุงเนปิดอว์ คือ อนุสาวรีย์ของ 3 กษัตริย์ผู้ก่อตั้งเมียนมาร์ คือ พระเจ้า อโนรธาแห่งเมืองพุกาม พระเจ้าบุเรงนองแห่งกรุงหงสาวดี และพระเจ้า อลองพญาแห่งชเวโบ อนุสาวรีย์ของสามบูรพกษัตริย์นี้ ต้ังเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ ใจกลางกรงุ เนปดิ อว์ และไมเ่ พยี งเทา่ นนั้ เมยี นมารย์ งั ไดส้ รา้ งมหาเจดยี อ์ ปุ ปตศานติ โดยจ�ำลองแบบมาจากมหาเจดีย์ชเวดากองในนครย่างก้งุ อกี ด้วย สถานที่น่าสนใจในกรุงเนปิดอว์ยังรวมถึงสนามบินนานาชาติ กรุงเนปิดอว์ ซ่ึงเปิดให้บริการเม่ือวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ใชใ้ นโอกาสทเี่ มยี นมารเ์ ปน็ เจา้ ภาพการประชมุ ผนู้ ำ� กลมุ่ อนภุ าคลมุ่ แมน่ ำ้� โขง และเพื่อรองรับนกั ทอ่ งเท่ยี วท่คี าดว่าจะมเี พมิ่ ขน้ึ เรือ่ ยๆ ในอนาคต นอกจากน้ี เมืองแห่งนี้ยังมีโรงแรมทั้งที่ สร้างเสรจ็ แล้ว และอยูร่ ะหว่างการก่อสร้างอกี จำ� นวน มาก เพื่อรองรับในโอกาสท่ีเมียนมาร์เป็นเจ้าภาพ แขง่ ขนั กฬี าซเี กมสค์ รงั้ ท่ี 27 เมอ่ื วนั ที่ 11-20 ธนั วาคม พ.ศ. 2556 และการเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอด ผู้น�ำอาเซียนใน พ.ศ. 2557 ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของ เมียนมาร์ท่ีได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าว นับต้ังแตเ่ ข้าเปน็ สมาชกิ ของอาเซยี น เมือ่ พ.ศ. 2540 อันถือเป็นโอกาสอันดีให้เมียนมาร์ ซึ่งปิดประเทศ มานาน ได้เสริมสร้างความเชื่อม่ันแก่ประชาคมโลก ต่อไป 91

กรงุ มะนิลา สาธารณรัฐฟลิ ปิ ปนิ ส์ ฟิลิปปินส์ประกอบด้วยหมู่เกาะต่างๆ กว่า 7,000 เกาะ และเป็นประเทศ เดียวในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ท่ีมีศาสนาคริสต์เป็นศาสนาประจ�ำชาติ เน่ืองเพราะได้รับอิทธิพลจากการปกครองของชาติตะวันตกมายาวนานน่ันเอง กรุงมะนิลา เมืองหลวง ตั้งอยู่บนเกาะลูซอน ซึ่งเป็นเกาะท่ีใหญ่ที่สุดและตั้งอยู่ ทางเหนือสุดของฟิลิปปินส์ เป็นเมืองหลวงท่ีมีสถาปัตยกรรมท่ีสวยงามแปลกตา มโี บสถ์ครสิ ตเ์ กา่ แกง่ ดงาม มีศิลปะและวัฒนธรรม ทีน่ า่ สนใจ นอกจากหน้าตาคนฟิลิปปินส์ท่ีละม้าย คล้ายคนไทยแล้ว ภาพกรุงมะนิลาที่เป็นภาพ ความทรงจ�ำร่วมกันคือภาพของการจราจร ที่ติดขัดบนท้องถนนเต็มไปด้วยรถจิ๊ปนีย์สีสัน แสบทรวง ท่ีแม้ว่าเวลาจะเคล่ือนไปนานแค่ไหน ก็ยังเป็นขวญั ใจชาวฟลิ ิปปนิ สอ์ ยา่ งไมต่ กยุค 92

• รถจ๊ปิ นีย์ สสี นั แหง่ กรงุ มะนลิ า • 93

• โบสถ์ซานออกสุ ตนิ โบสถ์เกา่ แกท่ ี่สดุ ของฟลิ ิปปินส์ อายุกว่า 400 ปี • 94

โครงสร้างการบริหารกรุงมะนิลา ประกอบด้วยนายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา เป็นผู้มีอ�ำนาจบริหารสูงสุด และมีผู้ใต้บังคับบัญชาตามสายการบังคับบัญชา คือ รองนายกเทศมนตรี คณะมนตรีกรุงมะนิลา ซ่ึงดูแลเขตการปกครองและหมู่บ้าน ตามล�ำดับ สถานท่ีท่องเท่ียวส�ำคัญท่ีนักท่องเที่ยวให้ความสนใจในการเดินทางไป สัมผัสกันมากมีหลากหลายแห่ง เช่น อินทรามูรอส เพราะน่ีคือสถานท่ีท่ีช่วยพา ทุกคนย้อนไปหาอดีตของฟิลิปปินส์และกรุงมะนิลาได้ดีที่สุด ภายใต้ก�ำแพงหิน เปน็ เมอื งยอ่ มๆ ทม่ี ที กุ สง่ิ อยา่ งทชี่ าวสเปนเคยสรา้ งไว้ ไมว่ า่ จะเปน็ โบสถซ์ านออกสุ ตนิ ที่ต้ังอยู่ใจกลางย่านอินทรามูรอส เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สุดของฟิลิปปินส์ อายุกว่า 400 ปี ผ่านรอ้ นผา่ นหนาวมานบั ครง้ั ไมถ่ ้วน ถกู ไฟไหม้ แผ่นดนิ ไหว ท้งั ยงั รอดพน้ จากการโดนถล่มในช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 2 โบสถ์แห่งน้ีจึงมากมายไปด้วย ประวัติศาสตร์ และได้รับการยกย่องเป็นมรดกโลกขององค์การการศึกษา วทิ ยาศาสตร์ และวฒั นธรรมแห่งสหประชาชาติ หรอื ยูเนสโก ในกรุงมะนิลายังมีโรงเรียน สถานที่ราชการ และบ้านเรือนของชาวสเปน ท่เี รยี กว่า คาซามะนลิ า ถือเป็นย่านทีพ่ กั อาศยั ของชาวสเปน วหิ ารแหง่ กรุงมะนิลา ด้านในของวิหารตกแต่งประดับประดาด้วยกระจกสีอย่างงดงาม และมีรูปปั้น ที่สลักจากหินอ่อนอย่างปราณีตเป็นรูปพระแม่มารีอุ้มพระเยซูท่ีถูกตรึงกางเขน ส�ำหรับชาวกรุงมะนิลา น่ีคือรูปปั้นท่ีพวกเขาศรัทธา ภายในมีพิพิธภัณฑ์ที่แสดง ประวัติความเป็นมาของโบสถ์ตั้งแต่ก่อสร้างจนถึงปัจจุบัน มีจิตรกรรมฝาผนัง และประติมากรรมที่แสนวิจิตรในอดีต ซ่ึงถูกบูรณะข้ึนมาใหม่ให้เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ ป้อมซานติอาโกที่อยู่ไม่ไกลจากวิหารแห่ง กรุงมะนิลา คือป้อมปราการที่ต้ังอยู่บนปากแม่น�้ำพาซิก ซ่ึงเป็นแม่น�้ำสายหลัก ของกรุงมะนิลา นอกจากนี้ กรุงมะนิลายังมีแหล่งชอปปิงและศูนย์กลางทางธุรกิจ ที่น่าสนใจอยา่ งย่านมากาติอกี ด้วย คณะผูบ้ รหิ ารกรุงมะนิลาไดก้ ำ� หนดวิสัยทศั น์ Metro Manila Greenprint 2030 ไว้เพื่อพัฒนาเมือง โดยให้ความส�ำคัญกับการสร้างบรรยากาศ ที่เอ้ือประโยชน์ต่อนักลงทุนและนักประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ ซึ่งจะช่วย ให้เมอื งมศี กั ยภาพสูงขึ้นในการแขง่ ขนั กับเมอื งอื่นๆ ในภมู ภิ าคเอเชยี อกี ดว้ ย 95

สงิ คโปร์ สาธารณรฐั สงิ คโปร์ สิงคโปร์เป็นประเทศที่มีขนาดเล็กที่สุดในกลุ่มประชาคมอาเซียน ต้ังอยู่ ปลายสุดของแหลมมลายู เป็นจุดพักสินค้าของพ่อค้าทั่วโลก เดิมช่ือว่า เทมาเส็ก (ทูมาสิค) ท่ีผ่านมานั้นได้มีหลายประเทศท่ีเข้ามายึดครองสิงคโปร์ ประเทศแรก คือโปรตุเกส ต่อมาเป็นฮอลันดา (เนเธอร์แลนด์) สุดท้ายอังกฤษยึดสิงคโปร์ไว้ เป็นเมืองขึ้น และได้ก่อตั้งประเทศใน พ.ศ. 2362 โดยอังกฤษได้ขอเช่า เกาะสิงคโปร์จากจักรวรรดิยะโฮร์ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของฮอลันดา ต่อมา ใน พ.ศ. 2400 รัฐบาลองั กฤษไดเ้ ขา้ มาดูแลระบบน้ีเอง ใน พ.ศ. 2410 สงิ คโปร์ กลายเป็นอาณานิคม (Crown Colony) อย่างสมบูรณ์ และเมื่อมาเลเซียได้รับ เอกราชจากอังกฤษ สิงคโปร์จึงขอรวมชาติเข้ากับมลายูกลายเป็นสหภาพมลายา เพื่อจะได้ไม่เป็นเมืองขึ้นของอังกฤษ และในที่สุด สิงคโปร์ก็เป็นเอกราชต้ังแต่ วนั ที่ 9 สงิ หาคม พ.ศ. 2508 ตง้ั แตบ่ ัดนั้นมาในชอ่ื สาธารณรัฐสิงคโปร์ สิงคโปร์นั้นถือได้ว่าเป็นเมืองผู้น�ำทางเศรษฐกิจอันดับหน่ึงของอาเซียน และเป็นผู้น�ำทางเศรษฐกิจประเทศหน่ึงของโลก โดยจากการจัดอันดับของ International Institute for Management Development หรือ IMD สถาบัน ด้านบริหารธุรกิจจากสวิตเซอร์แลนด์ได้จัดอันดับให้สิงคโปร์เป็นประเทศท่ีมี ขีดความสามารถในการแข่งขันอันดับท่ี 3 ของโลก และสูงที่สุดในบรรดาประเทศ สมาชิกอาเซียน ท้ังยังเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคด้านธุรกิจ การค้า บริการ โทรคมนาคม และการเงนิ 96

97

ด้วยรูปแบบของเมืองเกาะแบบนครรัฐ (City-State) ที่มีเสถียรภาพทาง การเมืองสูง สิงคโปร์มีการบริหารเมืองเรียงตามล�ำดับสายงานการบังคับบัญชาคือ คณะมนตรีพฒั นาชุมชนสิงคโปร์ นายกเทศมนตรี สมาชกิ สภาเขต คณะกรรมการ ด้านทรัพยากร ผู้จัดการทั่วไป รองผู้จัดการท่ัวไป และเจ้าหน้าที่ตามล�ำดับ ท�ำให้ มีความต่อเน่ืองของนโยบายในการบริหารจัดการเมือง รายได้หลักของสิงคโปร์ มาจากภาคการบรกิ ารมากกวา่ รอ้ ยละ 65 และอตุ สาหกรรมหลกั ทส่ี ำ� คญั ของประเทศ ก็เป็นอุตสาหกรรมท่ีพึ่งพาความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ท�ำให้สามารถ พ่ึงพาตนเองได้ ด้วยความพร้อมท้ังด้านทุนและโครงสร้างพ้ืนฐาน สิงคโปร์ยังคงเดินหน้า พัฒนาเมืองอย่างต่อเน่ืองตามแนวทางการพัฒนาศักยภาพ ซ่ึงมุ่งเน้นการพัฒนา องค์ความรู้เพื่อเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ การพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ เพื่อตอบสนองความเปล่ียนแปลงในโลก ท�ำให้มีการลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา เพมิ่ ขึ้นอยา่ งต่อเน่ือง พรอ้ มทั้งใหส้ ทิ ธพิ ิเศษกับภาคธรุ กจิ ท่ีมีการลงทนุ เพอ่ื การวจิ ยั และพฒั นาดงั กลา่ ว นอกจากนยี้ งั วางแผนพฒั นาเศรษฐกจิ บนพนื้ ฐานของการพฒั นา 98


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook