สารบญั 1. บทสรุปผบู ริหาร (สรปุ สาระสำคัญของแผน) หนา 1 2. ความสอดคลองกับแผน ๓ ระดับ ตามนัยยะของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ 3 และสรุปสาระสำคัญของแผนพัฒนาจังหวัด 3. สาระสำคญั แผนพฒั นาจงั หวดั (พ.ศ. 2566 - 2570) 8 3.1 ขอมลู เพอ่ื การพฒั นา 8 3.1.๑ ขอ มลู พ้ืนฐานทางกายภาพ 16 3.1.2 ขอ มูลเชิงเปรยี บเทียบ 42 1) ดา นเศรษฐกิจ 2) ดา นสงั คมและความมน่ั คง 3) ดา นทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ ม 3.1.3 ประเดน็ ปญ หาและความตอ งการเชงิ พ้นื ท่ี 65 3.1.4 ผลการพัฒนาและแกไ ขปญ หาจังหวดั ในชว งท่ผี า นมา 70 3.2 ประเดน็ การพฒั นา 80 3.2.๑ บทวเิ คราะห 80 3.2.๒ เปา หมายการพฒั นาจงั หวดั 95 3.2.๓ ตวั ชวี้ ดั ความสำเร็จตามเปา หมายการพฒั นาจงั หวัด 96 3.2.4 ประเด็นการพฒั นาของจงั หวดั 97 1) ประเด็นการพฒั นา 2) วตั ถปุ ระสงค 3) เปา หมายและตวั ชวี้ ดั 4) แนวทางการพฒั นา 5) แผนงานและโครงการสำคัญ (แบบฟอรมสรุปแผนงาน/โครงการสำคัญ 109 ของจงั หวดั (แบบ จ.๑) และแบบฟอรมโครงการแบบยอ (Project Brief) (แบบ จ.1-1)) ภาคผนวก ก รายงานตรวจสอบการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาวาดวยการบริหารงานจังหวัด และกลุมจังหวดั แบบบูรณาการ พ.ศ. 2551 จังหวัดลำพูน
บทสรุปสำหรบั ผบู ริหาร Executive Summary ตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช 2560 มาตรา 65 กำหนดใหรัฐพึงจัด ใหมียุทธศาสตรชาติ เปนเปาหมายการพัฒนาประเทศอยางยั่งยืนตามหลักธรรมาภิบาล และใชเปนกรอบในการ จัดทำแผนในระดับตางๆ ใหสอดคลองและบูรณาการกันเพื่อใหเกิดเปนพลังผลักดันรวมกันไปสูเปาหมาย ที่กำหนดไว ดังนั้นจังหวัดลำพูนจึงไดกำหนดนโยบายใหทุกภาคสวนที่เกี่ยวของรวมกันจัดทำแผนพัฒนา จังหวัดลำพูน เพื่อใชเปนกรอบในการกำหนดทิศทาง แนวทางการดำเนินการในการพัฒนาจังหวัด โดยใหสอดคลองกับการพัฒนาตามยุทธศาสตรชาติ แผนแมบทภายใตยุทธศาสตรชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแหงชาติ แผนปฏิรูปประเทศ นโยบายรัฐบาล ยุทธศาสตรการพัฒนาภาค ยุทธศาสตรกลุมจังหวัด ภาคเหนือตอนบน 1 และการพัฒนาเชิงพื้นที่ (Area Based Approach) ที่ครอบคลุมการพัฒนาในทุกมิติ โดยขับเคลื่อนการดำเนนิ งานผา นรูปแบบคณะทำงานจดั ทำแผนจงั หวดั ลำพูนและบรู ณาการการทำแผนรวมกัน ของทุกภาคสวนและทกุ ระดับ ในการจัดทำแผนใหความสำคัญกับกระบวนการมีสวนรวมกับทุกภาคสวน เนนการบรูณาการ การทำแผนในรูปแบบ One plan โดยการสังเคราะหแผนของทุกภาคสวนและทุกระดับ วิเคราะหศักยภาพ ความพรอมทิศทางและแนวโนมอนาคต วเิ คราะหและเชอื่ มโยงความสอดคลองของทุกระดับต้ังแตระดับชุมชน จะถึงระดับชาติ ดำเนินการจัดทำแผนตามกรอบการดำเนินงานและแนวนโยบายของจังหวัด เริ่มตั้งแต วิเคราะหศักยภาพความพรอม บริบทของจังหวัดลำพูน วิเคราะหปญหาและความตองการของพื้นที่ในจังหวดั ลำพูนครอบคลุม 8 อำเภอ ทุกมิติของการพัฒนา และวิเคราะหและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนที่ผานมา วิเคราะหขอมูลสถิติในการพัฒนาในมิติตาง ๆ ยอนหลัง 5-10 ป วิเคราะหแผนการพัฒนาของจังหวัดลำพูน ของทุกภาคสวนและทุกระดับ และเปดเวทีรับฟงความคิดเห็นจากทุกภาคสวนเพื่อวิเคราะหสภาพแวดลอม จุดออน จุดแข็ง โอกาส อุปสรรค จังหวัดลำพูน วิเคราะหประเมินสถานการณเชิงยุทธศาสตรและทิศทางการ พัฒนาจังหวัดลำพูน และจัดทำยุทธศาสตรการพัฒนา 5 ป เปาหมายและตัวชี้วัดการพัฒนารวมกันรวมท้ัง เปดเวทีรับฟงความคิดเห็นวิพากษแผนเพื่อความสมบูรณของแผน และเปนแผนที่มาจากกระบวนการ มสี ว นรว มจากทกุ ภาคสวนอยา งแทจริง จากกระบวนการดังกลาวนำไปสูการกำหนดทิศทางในการพัฒนารวมกันในระยะ 5 ป (2566-2570) โดยกำหนด วิสัยทัศน “เมืองเศรษฐกิจสรางสรรค บนความพอเพียง” ใหความสำคัญกับการพัฒนาเมือง แบบองครวม สรางสรรคและสมดุลในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและใหความสำคัญกับการพัฒนา ชมุ ชนวิถีพอเพยี งและยงั่ ยนื โดยมพี ันธกจิ รว มกนั ใน 4 ประเด็นคือ 1) LAMPHUN SMART HERITAGE CITY : มุงสืบสานตอยอดการพัฒนาอัตลักษณวิถี บนฐานวัฒนธรรม ภูมิปญญาสรางสรรค เสริมสรางศักยภาพเชื่อมโยงระบบและกลไกการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสูอัตลักษณ การทองเทยี่ ว 2) LAMPHUN CREATIVE LANNA : มุงยกระดับโครงสรางระบบอุตสาหกรรมเชื่อมโยงหัตถอุตสาหกรรม เกษตรกรรมสงเสริมการผลิต การบริโภค สรางความเขมแข็งพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากสูการเปนระเบียง เศรษฐกิจพเิ ศษภาคเหนือ 3) LAMPHUN FOOD VALLEY: มงุ ตอยอด และพฒั นาเกษตรอตั ลักษณพ้ืนถน่ิ สง เสรมิ ระบบเกษตร อัจฉรยิ ะใหเกดิ เกษตรกรรมยั่งยืน สรา งมลู คา สงู ตลอดหว งโซคณุ คา 1
4) LAMPHUN GREEN AND CLEAN CITY : มุงเสริมสรางพลังทางเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ใหทุกภาคสวนรวมกันสรางเมืองแหงความสงบสุข ความสะอาด ความมั่นคงปลอดภัย ยกระดับคุณภาพชีวิต ใหเศรษฐกิจครวั เรอื นมคี วามมั่งค่ังบนวถิ ีพอเพียงอยางยั่งยืน เพื่อใหการขบั เคลื่อนการพัฒนาของทุกภาคสวนท่ีจะไปสูเ ปาหมาย และบรรลุวิสยั ทศั นร ว มกันภายใต แผนพฒั นาจังหวดั ลำพูน ป 2566-2570 ไดกำหนดประเดน็ การพัฒนาของจงั หวดั ออกเปน 4 ประเดน็ คอื ประเดน็ ที่ 1 : เมืองแหงวฒั นธรรมอัตลกั ษณว ถิ แี ละทองเที่ยวเชงิ สรา งสรรค ประเดน็ ที่ 2 : เมืองแหง อตุ สาหกรรม หตั ถอุตสาหกรรมและเศรษฐกจิ สรา งสรรค ประเดน็ ที่ 3 : เมืองแหง เกษตรสุขภาพและเกษตรนวัตกรรมสรา งสรรค ประเด็นที่ 4 : เมืองแหง ความมัน่ คง มัง่ ค่งั ยงั่ ยืน 2
2. ความสอดคลองกับแผน ๓ ระดับ ตามนัยยะของมติคณะรัฐมนตรี เมื่อ (พ.ศ.๒๕๖๖ – ๒๕๗๐) แผนระดบั 1 ยทุ ธศาสตรช าติ ระยะ 20 ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) • เปาหมาย ความมน่ั คง • ประเดน็ การสรางความสามารถ ในการแขงขัน • ประเดน็ ยอ ย การพฒั นา และ เสรมิ สรา ง ศักยภาพคน 3 แผนแมบ ทภายใตย ทุ ธศาสตรช าติ แผนแมบ ทภายใตย ทุ ธศาสตรช าติ แผนกา ประเด็น อตุ สาหกรรม ประเด็น การพฒั นาการเกษตร ดา แผนระดบั 2 (ใหก รอกเฉพาะแผนท่ี การทอ งเทยี่ ว และบริการแหง (ถา ม)ี เรื่อง/ประเด สอดคลอง แตอ ยาง อนาคต • เปา หมายประเด็นของแผน ๑) การสราง นอยตองระบุความ ๒) การสงเส • เปาหมายประเด็นของแผน แมบทฯ ทอ งเทยี่ วคุณ สอดคลองกบั แผน แมบท -สง เสริมตอ ยอดเกษตรอัต ๓) การเพ แมบ ท และ - อตุ สาหกรรม ลกั ษณพน้ื ถนิ่ ผูประกอบก หตั ถอตุ สาหกรรม เชือ่ มโยง • แผนยอ ยของแผนแมบ ทฯ ; ขนาดเล็ก แผนพฒั นาเศรษฐกจิ เกษตรกรรม เกษตรอจั ฉริยะ . และบรกิ ารเป และสงั คมแหงชาต)ิ -การทอ งเทยี่ วเชงิ สรางสรรค - เปาหมายแผนยอย ; ๔) การเปนศ และวมั นธรรม เกษตรปลอดภัยเพ่ือสขุ ภาพ และการลงท ผผู ลติ ผบู ริโภค ๕) การพัฒ • แผนยอ ยของแผนแมบ ทฯ - แนวทางการพัฒนา ; เปนพลังใ -ระบบนเิ วศสรา งความ มุงการเกษตรสุขภาพและ เศรษฐกจิ หลากหลายดา นการ เกษตรนวัตกรรมสรางสรรค อุตสาหกรรม การทองเทย่ี ว บนความพอเพียง สงเสริม เชงิ สรางสรรค การแปรรูปสรางเกษตร - เปา หมายแผนยอย ; มูลคาสูง การผลิตและแปร ความสามารถทางการ รูปสินคาเกษตรตลอดหวง แขง ขนั โซอปุ ทาน 3
อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๖๐ และสรุปสาระสำคัญของแผนพัฒนาจังหวัดลำพูน ๕ ป ยทุ ธศาสตรช าตริ ะยะ 20 ป (พ.ศ. ๒๕๖๑ – ๒๕๘๐) (ถา ม)ี • เปา หมาย ม่ังคั่ง ย่ังยืน • ประเด็น การสรา งโอกาสความเสมอภาค เทา เทียมทางสงั คม • ประเดน็ ยอ ย การสรา งการเติบโตบนคณุ ภาพ ชีวิตทเี่ ปนมิตรกับส่งิ แวดลอม ารปฏริ ปู ประเทศ แผนพฒั นาเศรษฐกจิ และสงั คม นโยบายและแผนระดบั ชาติ านเศรษฐกิจ แหงชาติ วา ดว ยความมนั่ คงแหง ชาติ ด็นการปฏิรปู • ยุทธศาสตรที่ 3 การสราง • นโยบายความมนั่ คงแหง ชาติท่ี งเกษตรมูลคำ่ สงู ความเขมแข็งทางเศรษฐกิจ 1.เสริมสรางความมั่นคงของ สริมและพัฒนาการ และแขงขันไดอยา งย่ังยืน สถาบันหลักของชาติ และการ ณภาพสูง - เปาหมายระดยุทธศาสตร ปกครองระบอบประชาธิปไตย พิ่มโอกาสของ สรางความเจริญเติบโตทาง อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ประมุข การขนาดกลางและ เศรษฐกิจ และการขยาย • แผนระดับชาติวาดวยความ ก ใ น อ ุ ต ส า ห ก ร ร ม ทางเศรษฐกิจแบบสมดุลทั้ง ม ั ่ น ค ง แ ห ง ช า ต ิ ร อ ง รั บ ปา หมาย ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ นโยบายที่ 1 นโยบาย ศูนยกลางดานการคา และภาคเกษตร เสริมสรางความมั่นคง ทุนของไทยในภูมภิ าค - แนวทางการพัฒนา ; พฒั นา ท ี ่ เ ป น แ ก น ห ล ั ก ข อ ง ช า ติ นาศักยภาพคนเพื่อ ทองเที่ยวอารยธรรมลานนา ๑. เสริมสรางความมั่นคงของ ในการขับเคลื่อน และมรดกโลก พัฒนา สถาบันหลักของชาติ และการ อุตสาหกรรมและหัตถ ปกครองระบอบประชาธิปไตย อ ุ ส า ห ก ร ร ม ส ร า ง ส ร ร ค อันมีพระมหากษัตริยทรงเปน ลานนา (Creative LANNA) ประมุข
- แนวทางการพฒั นา ; เมอื ง เศรษฐกจิ บนความพอเพียง *หมายเหตุ เลอื กประเด็นหลกั ได 1 ประเด็น เมืองเศรษฐกจิ สงั คม วัฒนธรรมสรางสรรคชมุ ชน พอเพียง และย่ังยนื 4 แผนระดบั 3 แผนพฒั นาภาคเหนอื แผน การพัฒนากลุมทองเที่ยว แผน เมืองแ 1.ยุทธศาสตรที่ 1 เมืองแหง อารยธรรมลานนาและ สรางสรร (ใหกรอกเฉพาะ วัฒนธรรมและการทองเที่ยวเชงิ มรดกโลกของ สำนักงาน อัตลักษณ แผนท่สี อดคลอ ง ว ั ฒ น ธ ร ร ม อ ั ต ล ั ก ษ ณ ว ิ ถี ว ั ฒ น ธ ร ร ม จ ั ง ห ว ั ด ล ำ พู น วัฒนธรรมจังห แตอ ยา งนอ ยตอง สอดคลอง ยุทธศาสตรที่ 1 การ สำนักงานการทองเที่ยวและกีฬา โดย การพ พัฒนาการทองเที่ยวและธุรกิจ จังหวัดลำพูน อัตลักษณวิถ ระบุความ บริการตอเนื่องใหมีคุณภาพ โดย สงเสริมการมีสวนรวม ทางการทอง สอดคลอ งกบั สามารถสรางมูลคาเพิ่มอยาง ในการอนุรักษ พัฒนาเมืองเกา แผนพฒั นาภาค) ย่ังยืน เพื่อสรางมูลคาเพิ่มทางการ ทอ งเทย่ี วอยางยัง่ ยนื 4
• ยุทธศาสตรที่ การเติบโต ๒. สรา งความเปนธรรม ความ ที่เปนมิตรกับสิ่งแวดลอมเพ่ือ ปรองดอง และความ การพฒั นาอยา งยง่ั ยืน สมานฉันทในชาติ - เปาหมายระดับยุทธศาสตร ; อ น ุ ร ั ก ษ ฟ น ฟู ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดลอม และ สภาพแวดลอมของเมืองให นา อยแู ละยั่งยนื - แนวทางการพัฒนา ; การสรางการเติบโตอยาง ยั่งยืนบนสังคมเศรษฐกิจ สีเขียว และ การจัดการ คุณภาพสิ่งแวดลอมของ เมอื งท้ังระบบ แหงการทองเที่ยวเชิง แผน พัฒนาศักยภาพบุคลากร แผน ยกระดับมาตรฐานความ ร ค แ ล ว ั ฒ น ธ ร ร ม ผูประกอบการ และมาตรฐาน ปลอดภยั ของนักทอ งเทยี่ ว วิถีของ สำนักงาน การจัดการทองเที่ยวโดยชุมชน ของ แขวงทางหลวงชนบทลำพูน หวดั ลำพนู ของ สำนักงานการทองเท่ียวและ โดย สงเสริมคุณภาพคว าม พัฒนาว ัฒ น ธ ร ร ม กฬี าจงั หวัดลำพนู ปลอดภัยเสนทางการเดินทาง ถีเพื่อสรางมูลคาเพิ่ม โดย ยกระดับคุณภาพาตรฐาน สำหรับนกั ทองเทย่ี ว งเทย่ี วเชงิ สรา งสรรค การขัดการทองเที่ยวโดยชุมชน ใหเ กดิ ความยัง่ ยนื
สาระ เปา หมายการพฒั นาจงั หวดั สำคญั แผน วิสัยทศั น “เมอื งเศรษฐกจิ สรา งสรรค บนความพอเพยี ง พฒั นาจังหวดั เมอื งเศรษฐกจิ สงั คม วฒั นธรรมสรา งสรรค ชมุ ชนพอเพยี ง และยงั่ ยนื ๑. เพ่อื สรา งความเจรญิ เตบิ โตทางเศรษฐกจิ และการขยายทางเศรษฐกิจแบ 5 สมดุลทั้งภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการ และภาคเกษตร โดยเนนสงเส การพัฒนาจากฐานศักยภาพของจังหวัด และสอดคลองกับความตองก ของประชาชน ๒. เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนครอบคลุมทุกกลุมทุกชวงวัย อยางทั่วถึงและเปนธรรม เปนสังคมที่มั่นคง ประชาชนอยูรวมกันอย สันติ ภายใตกลไกการเชื่อมประสานความสัมพันธปรองด ท่ีมปี ระสิทธภิ าพ ๓. เพื่ออนุรักษฟนฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม และสภาพแวดล ของเมืองใหน า อยูและย่ังยืน ประเดน็ การพฒั นา 1. เมืองแหงวัฒนธรรมอัตลักษณว ิถีและ 2. เ ม ื อ ง แ ห ง อ ุ ต ส า ห ก ร ร จงั หวดั ทอ งเที่ยวเชงิ สรา งสรรค หตั ถอตุ สาหกรรมและเศรษฐกิจสรางสรร แผนงาน 1. การพฒั นาระบบนิเวศการทอ งเทย่ี วและ 1. การยกระดับผลิตภัณฑอุตสาหกรร เมอื งเกา ท่ี Smart และหัตถอุตสาหกรรมเชิงสรางสรรค ดว 2. เมืองแหงการทองเที่ยวเชิงสรารงสรรค นวัตกรรม และวัฒนธรรมอัตลักษณว ิถี 2. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกแล 3.การสงเสริมการตลาดการทองเที่ยวเชิง โครงสรางพื้นฐานเพื่อรองรับการขยายต สรางสรรคแ ละวฒั นธรรมอตั ลกั ษณว ถิ ี ของอุตสาหกรรม 5
ตวั ชวี้ ดั ความสำเรจ็ ตามเปา หมายการพฒั นาจงั หวดั (ใหระบทุ ง้ั ตวั ชวี้ ดั และคา เปาหมาย) เปาหมาย • ผลิตภณั ฑม วลรวมจังหวัดเพิ่มขนึ้ บบ ตวั ชว้ี ดั สริม การ • อตั ราการเปล่ยี นแปลงของผลิตภณั ฑม วลรวมจงั หวัด รอยละ 3 ให ยาง ดอง ลอม ม 3. เ ม ื อ ง แ ห ง เ ก ษ ต ร ส ุ ข ภ า พ 4. เมืองแหงความมั่นคง มั่งคงั่ ยั่งยนื รค และเกษตรนวตั กรรมสรางสรรค 1. พัฒนาคุณภาพชีวิต แกไขปญหาความ รม 1.เกษตรสุขภาพ ย า ก จ น พ ั ฒ น า ผ ู ส ู ง อ า ยุ วย 2. เกษตรอตั ลักษณพนื้ ถ่นิ /เกษตรมูลคา และพฒั นาทักษะฝมอื แรงงาน ละ สงู /Lamphun Food Valley 2. การเสริมสรางความมั่นคงภายในและ ตัว 3. การสงเสริมเกษตรอัจฉริยะและการ รักษาความสงบเรยี บรอ ย พฒั นาศักยภาพการผลิต 3.อนุรกั ษแ ละฟน ฟปู าตนน้ำ พัฒนาระบบ 4. การพัฒนาระบบนิเวศการเกษตรเพ่ือ บริหารจัดการน้ำที่มีความสมดุลและ สนับสนุนใหเกิดการพัฒนาเกษตรกร ปองกนั และแกไขปญหาหมอกควัน และภาคเกษตรท้ังระบบ
4.การเสริมสรางศักยภาพผูประกอบการ 3. Creative Ecosystem เพื่อรองรับกา และบคุ ลากรในอตุ สาหกรรมการทองเท่ยี ว พัฒนาสูการเปนระเบียงเศรษฐกิจพิเศ 5. ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของ ภาคเหนอื /Creative Lanna นกั ทอ งเท่ียว 1.1 โครงการลำพูนเมืองเกาอัจฉริยะ 2.1 โ ค ร ง ก า ร พ ั ฒ น า แ ล ะ เ ช ื ่ อ ม โ ย (Lamphun Smart Heritage City) ผูประกอบการอุตสาหกรรมขนาดใหญแล 1.2 โครงการสงเสริมการมีสวนรวมการ SME จังหวดั ลำพูน อนรุ ักษและพฒั นาเมอื งเกา เมอื งลำพนู 2.2 โครงการสงเสริมการคาและพัฒน 1.3 โครงการศึกษา สำรวจ วิจัยศิลปะ ตลาดเชิงรุกสินคาหัตถอุตสาหกรรม แล 6 สถาปตยกรรมอันทรงคุณคาทาง เศรษฐกิจสรางสรรค จังหวดั ลำพูน ประวัติศาสตรเพื่อสรางองคความรูเร่ือง 2.3 โครงการพัฒนาผาลำพูนสูเศรษฐก โครงการสำคญั เมอื งเกา ลำพนู สรางสรรค 1.4 โครงการขับเคลื่อนลำพูนสูเมือง 2.4 การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพ มรดกโลก รองรับการขยายตวั หัตถอุตสาหกรรม ถน 1.5 โครงการลำพูนเมืองแหงการ สาย ลพ.2023 แยก ทล.106 – บานห ทองเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและอัตลักษณ หวย อ.บานโฮง จ.ลำพนู วถิ ี สูเศรษฐกจิ สรรสราง 2.5 โครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพ 1.6 โครงการพัฒนากจิ กรรม รองรับการขยายตัวของอุตสาหกรรม ถน การทอ งเท่ียวเชงิ สรา งสรรค: สาย ลพ. 2047 แยกทางหลวงหมายเล Lamphun Sport and Wellness 106 บา นหว ยไซเหนอื อำเภอเมอื งลำพนู Tourism Thailand จงั หวัดลำพูน 2.6 โครงการพัฒนาผังเมืองเกา – ให 1.7 โครงการสรางแบรนดอัตลักษณ ปรับภูมิทัศน และสถาปตยกรรมรองร ลำพูนเมืองเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศ สรา งสรรค ภาคเหนือ/Creative Lanna 6
าร ศษ ย ง 3.1 โ ค ร ง ก า ร ย ก ร ะ ด ั บ แ ล ะ ส ร า ง 4.1 โครงการสงเสริมและพัฒนาคุณภาพ ละ มูลคาเพิ่มสินคาประมงปลอดภัย ชีวิตประชาชนทุกชวงวัยสูความยั่งยืน และเปนมิตรกับสิ่งแวดลอม เพื่อความ จังหวัดลำพูน นา มั่นคงทางดานอาหารและยกระดับคุณภาพ 4.2 โครงการลำพูนถนนสีขาว ปองกัน ละ ชวี ติ คนลำพูน อุบัตภิ ัยและลดอุบตั เิ หตทุ างถนน 3.2 โครงการเกษตรอนิ ทรียวิถีลำพนู . 4.3 โครงการเสริมสรางความมั่นคงของ กิจ 3.3 โ ครงการส งเสริมปลูกพืชพืช สถาบันหลักของชาติภายใตการปกครอง สมุนไพร พืชอาหาร พืชเศรษฐกิจ ร ะ บ อ บ ป ร ะ ช า ธ ิ ป ไ ต ย อ ั น มี พ่ือ (Food Bank) สรางความมั่งคงดาน พระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและวิถี นน อาหาร ชีวิตใหมใหตระหนักรูภัยคุกคามรูปแบบ หัว 3.4 โครงการเพิ่มศักยภาพการผลิต ใหม พ่ือ สนิ คา เกษตรใหไดค ุณภาพมาตรฐานและ 4.4 โครงการเสริมสรางประสิทธิภาพ นน มูลคาเพิ่ม ความเขมแข็งภายในหมบู า นและชุมชน ลข 3.5 โครงการพัฒนาผลิตภัณฑเกษตร 4.5 โครงการปองกันและแกไขปญหา น แปรรูปเพือ่ เพ่มิ มลู คา หมอกควันและไฟปา จงั หวดั ลำพูน 3.6 โครงการเชื่อมโยงเครอื ขายการผลิต 4.6 โครงการปลูกปาเพื่ออนุรักษ ฟนฟู หม แ ล ะ ก า ร ต ล า ด ผ ล ไ ม ข อ ง ส ถ า บั น ปาตน นำ้ และปองกนั ไฟปา จงั หวัดลำพนู รับ เกษตรกรจงั หวดั ลำพูน 4.7 โครงการอนุรักษและฟนฟูทรัพยากร ศษ น้ำอยางสมดุลและยั่งยืนในระดับพื้นที่ จงั หวัดลำพูน
1.8 โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากร ผูประกอบการ และมาตรฐานการ จัดการทองเทีย่ วโดยชมุ ชน 1.9 โครงการพัฒนาโครงสรางพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนการทองเที่ยวสายแยก ทช.ลพ.5034 บานน้ำโจ – บานทุงปู แดง แยก ทช.ลพ. 3004 - บานตนผึ้ง อำเภอบานโฮง จังหวดั ลำพูน 1.10 การพัฒนาโครงสรางพื้นฐานเพ่ือ สนับสนุนการทองเที่ยว สาย ลพ.2031 แยกทางหลวงหมายเลข 11 บานใหม อำเภอแมทา จงั หวัดลำพูน 7 7
3.7 โครงการยกระดับสินคาเกษตร 4.8 โครงการฟนฟู ปาตนน้ำ และใช ปลอดภัย และผลิตภัณฑแปรรูปจาก ประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติอยาง ผลผลิตทางการเกษตรจังหวัดลำพูน ยง่ั ยืน นาอยู (Local to Global) 4 . 9 โ ค ร ง ก า ร พ ั ฒ น า แ ล ะ ฟ น ฟู 3.8 โครงการพัฒนาคุณภาพเพิ่มมูลคา สภาพแวดลอมของเมืองที่ปลอดภัย ผลติ ภัณฑเ กษตรดวยพลงั งานแสงอาทิตย นาอยู 3.9 โครงการตรวจรับรองแหลงผลิต 4.10 โครงการเสริมสรา งการมสี ว นรวมใน GAP พืชเพ่อื การสงออกจงั หวัดลำพนู การจัดการสิ่งแวดลอม เพื่อการพัฒนาสู 3.10 โครงการเพิ่มประสิทธิภาพในระบบ เมอื งทเ่ี ปนมิตรกับสงิ่ แวดลอมอยางยง่ั ยนื การผลิตพืชอยางยั่งยืนตามแนวทาง BCG จงั หวดั ลำพนู 3.11 โครงการพัฒนาศักยภาพอาสาสมัคร เกษตรหมบู า นใหเปน เกษตรกรปราดเปร่อื ง (Smart Farmer) จังหวัดลำพนู 3.12 โ ค ร ง ก า ร พ ั ฒ นา ร ะ บบ นิเว ศ การเกษตร และการบริหารจัดการน้ำท้ัง ระบบเพอ่ื เกษตรกรรมยัง่ ยืน 3.13 โครงการอนุรักษพันธุกรรมพืชอัน เนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จ พระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราช กุมารี (อพ.สธ.) ของจงั หวัดลำพูน
๓. สาระสำคญั แผนพฒั นาจงั หวดั (พ.ศ.2566 – 2570) 3.1 ขอ้ มูลเพ่ือการพัฒนา จงั หวัดลำพูน เดมิ ช่อื เมืองหรภิ ุญไชย เปน็ เมืองโบราณ มอี ายุประมาณ 1,343 ปี ตามพงศาวดารโยนก เล่าสืบต่อกันถึงการสร้างเมืองหริภุญไชย โดยฤาษีวาสุเทพ เป็นผู้เกณฑ์พวกเม็งคบุตร หรือชนเชื้อชาติมอญ มาสรา้ งเมอื งนี้ขึ้นในพื้นทรี่ ะหว่างแม่น้ำสองสาย คือ แมน่ ำ้ กวง และแมน่ ้ำปิง เมือ่ มาสร้างเสร็จได้ส่งทูตไปเชิญราช ธิดากษัตริย์เมืองละโว้พระนาม “จามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ปกครองเมืองหริภุญไชยสืบราชวงศ์กษัตริย์ ต่อมาหลายพระองค์ จนกระทั่งถึงสมัยพระยายีบาจึงได้เสียการปกครองให้แก่พ่อขุนเม็งรายมหาราช ผู้รวบรวม แว่นแคว้นทางเหนือเข้าเป็นอาณาจักรล้านนา เมืองลำพูน ถึงแม้ว่าจะตกอยู่ภายใต้การปกครอง ของอาณาจักรล้านนา แต่ก็ได้เป็นผู้ถ่ายทอดมรดกทางศิลปและวัฒนธรรมให้แก่ผู้ที่เข้ามาปกครอง ดังปรากฏหลักฐานทั่วไปในเวียงกุมกาม เชียงใหม่และเชียงราย เมืองลำพูนจึงยังคงความสำคัญในทางศิลปะ และวัฒนธรรมของอาณาจักรล้านนา จนกระทั่งสมัยสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เมืองลำพูนจึงได้เข้ามาอยู่ ในราชอาณาจักรไทย มีผู้ครองนครสืบต่อกันมาจนถึงสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาภายหลังการเปลี่ยนแปลงการ ปกครอง พ.ศ. 2475 เมื่อเจ้าผู้ครองนครองค์สุดท้ายคือ พลตรีเจ้าจักรคำ ขจรศักดิ์ ถึงแก่พิราลัย เมืองลำพูน จงึ เปล่ยี นเป็นจังหวดั มผี วู้ ่าราชการจงั หวัดเปน็ ผู้ปกครอง สบื มาจนกระทง่ั ถงึ ปจั จบุ นั “เมืองโบราณหริภุญไชย” อาณาจักรอันรุง่ เรืองและเก่าแก่ทสี่ ดุ ในภาคเหนอื แบง่ เปน็ ๔ ยคุ คอื ยคุ ประวัตศิ าสตร์แรกเรม่ิ ยคุ หริภญุ ไชย ยคุ ลา้ นนา ยคุ ตน้ รัตนโกสนิ ทร์ 8
“ยคุ กอ่ นประวัตศิ าสตร”์ นครในตำนานถึงบา้ นวงั ไฮก่อนที่จะเป็นเมืองลำพูนหรืออาณาจกั รหริภญุ ไชย ในอดีตดินแดนแถบลุ่มแม่น้ำ ปิง น้ำปงิ น้ำกวงผนื นี้ เคยมชี อ่ื ว่า “สมนั ตรประเทศ”มาก่อน เหตกุ ารณเ์ กิดข้นึ ในชว่ งหลังพุทธกาลเลก็ น้อยหรือราว ๒,๐๐๐ ปีที่ผ่านมา ว่าด้วยเรื่องราวของนักพรตฤาษีที่เดินทางไกลมาจากชมพูทวีปสู่สุวรรณภูมิ ได้เข้ามาเผยแผ่ ศาสนาพราหมณ์ ต่อมาได้ผสมเผ่าพันธุ์กับคนพื้นเมือง ก่อกำเนิดชุมชนกลุ่มแรกกลายเป็นบรรพบุรุษของชาว “ลัวะ”เม็ง” (มอญ) ณ ริมฝั่งแม่ระมิงค์ (แม่น้ำปิง)หลักฐานที่รองรับยืนยันถึงการมีอยู่จริงของมนุษย์ยุคก่อน อาณาจักรหริภุญไชย ได้แก่ โครงกระดูกที่ขุดพบ ณ บ้านวังไฮ ต.เวียงยอง อ.เมือง จ.ลำพูน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งนักโบราณคดีได้ทำการศึกษาพบว่ามีอายุระหว่าง ๒,๘๐๐ - ๓,๐๐๐ ปีมาแล้ว จัดเป็นมนุษย์ในยุคก่อนประวติศาสตร์ ตอนปลายที่รู้จักประเพณีฝังศพด้วยการอุทิศสิ่งของให้ผู้ตายไวใ้ ช้ในปรโลก รู้จักทำเกษตรกรรม และตั้งหลักแหลง่ ไมเ่ รร่ อ่ นมีการติดต่อกับภายนอกท้ังซีกโลกตะวันตกคือกลุ่มของพ่อค้าอินโด-โรมัน เหน็ ไดจ้ ากการพบลูกปัด สร้อย กำไลในหลุมศพทำด้วยหินควอทซ์ และซีกโลกตะวันออก คืนกลุ่มของอารยธรรมดองซอน กวางสี แถบเวียดนาม เหนือและจีนใต้ ซึ่งได้นำเอาเครื่องประดับที่ทำด้วยสำริดมาแลกเปลี่ยนค้าขาย ชนกลุ่มนี้ต่อมาได้กลายเป็นส่วน หนงึ่ ของประชากรในแคว้นหริภุญไชยอีก ๑,๐๐๐ ปีตอ่ มา กำเนิดมนุษย์ถ้ำสู่สัญลักษณ์ภาพเขียนสีเมืองลำพูนมีสภาพภูมิศาสตร์สองลักษณะ กล่าวคือบริเวณ อำเภอเมือง บ้านธิป่าซาง และเวียงหนองส่อง เป็นเขตที่ราบลุ่มริมน้ำประเภท “ดินดำน้ำชุ่ม” ส่วนอำเภอแม่ทา -ทุ่งหัวช้าง-ลี้และบ้านโฮ่งเป็นเขตของเทือกเขาสูงชัน โดยมากเป็นหินปูนมีทำเลที่ตั้งเหมาะแก่การตั้งหลักแหล่ง ท่ีอยูอ่ าศยั ของมนุษย์ยคุ หนิ ซงึ่ ตอ้ งใชเ้ พิงผาถ้ำไม่ไกลจากแหล่งเป็นทก่ี ำบังกาย จากหลกั ฐานท่ีค้นพบใหม่ล่าสุดใน ปี พ.ศ.๒๕๕๒ ณ ดอยแตฮ่อดอนผาผึ้ง ต.ป่าพูล อ.บ้านโฮ่ง และดอยผาแดง กับดอยนกยูง ต.ศรีวิชัย อ.ลี้ รวมถึง การขูดขีดเพงิ ผาหนิ เป็นรูปรอยเท้าแบบ Rock Art ณ ด้านหลงั วัดดอยสารภี อ.แม่ทา ได้พบร่องรอยของมนษุ ยย์ ุค หินกลางถึงยุคหินใหม่ มีอายุราว ๑,๐๐๐-๔,๐๐๐ ปีมาแล้ว คนกลุ่มนี้นับถือผี วิถีเร่ร่อนย้ายถิ่นฐานตามฤดูกาล บูชาอำนาจเหนือธรรมชาติที่มองไม่เห็น (Animism) สามารถผลิตเครื่องมือขวานหิน-ใบหอกเป็นอาวุธ ข้อสำคัญ รู้จักเขียนภาพบนผนังถ้ำด้วยสีแดง สีที่ใช้มีส่วนผสมของเลือดนกพิราบ ไข่ขาว กาวยางหนังสัตว์หรือสามารถส่ือ สัญลกั ษณ์ด้วยการใช้ขวานหนิ ขูดขดี ลวดลาย ภาพเหลา่ นสี้ ะทอ้ นถึงความเชื่อเร่ืองการบชู ารอยเทา้ งานพิธีกรรมฝัง ศพ การตัดไม้ข่มนามก่อนการออกล่าสัตว์ ต่อมาเมื่อมนุษย์เริ่มรู้จักใช้ไฟฟ้า ทำให้เปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค จากเนื้อดิบเป็นปรุงอาหารให้สุก มีการปั้นภาชนะดินเผาสำหรับใส่กระบอกธนูหม้อกระดูก มีการตกแ ต่ง ขูดขีดผิดภาชนะเป็นรูปงูไขว้ ในที่สุดเริ่มตั้งแต่ยุคเร่ร่อน มีการเลือกผู้นำเผ่าและเข้าสู่ยุคสังคมเกษตร ราว ๓,๐๐๐ ปี ทีผ่ ่านมา 9
“ยคุ หริภุญไชย” หริภุญไชย ปฐมอารยนครแห่งล้านนา หริภุญไชยนครมีฐานะเป็นราชธานีแห่งแรกของภาคเหนือ เป็นรากฐานอารยธรรมอันเจริญรุ่งเรืองสูงส่งในทุก ๆ ด้านให้แก่อาณาจักรล้านนานับตั้งแต่ด้านพุทธศาสนา เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง ศิลปกรรม วัฒนธรรม การทหาร ดังมีหลักฐานยืนยันจากศิลาจารึก ตำนาน โบราณสถาน โบราณวัตถุ ฯลฯ ปฐมอารยนครแห่งนี้เป็นบ่อเกิดแห่งการประดิษฐ์อักขระมอญโบราณ ในพทุ ธศตวรรษท่ี ๑๕-๑๗ พบจำนวนมากถงึ ๑๐ หลกั เร่ืองราวจากศิลาจารึกแสดงถึงอัจฉริยภาพด้านการปกครอง และความรุ่งเรืองทางศาสนาอักษรมอญโบราณเหล่านี้ส่งอิทธิพลด้านรูปแบบอักขระให้แก่อักษรในพุกาม สะเทิม รวมไปถึงอักษรพม่าและมอญที่ใช้ในปัจจุบัน นอกจากนี้แล้วยังเป็นต้นกำเนิดลายสือไท สมัยสุโขทัย ในอีก ๔๐๐ ปีต่อมา และอักษรธรรมล้านนาให้แก่ชาวไทยภาคเหนือ (ไทยวน) และต่อมาได้แพร่หลาย ไปสู่อักษรไทลื้อ ไทอาหม ไทใหญ่ หริภุญไชยนคร มีความเจริญรุ่งเรืองอย่างยิ่งและเป็นที่เลื่องลือในกลุ่มชน ชาวตะวันออกเฉียงใต้อันได้แก่ พุกาม นครวัต (เขมร) จำปาสัก ศรีวิชัย นครศรีธรรมราช ละโว้ และจีน หริภุญไชย ได้กลายเป็นยุทธศาสตรนครที่หลายๆแคว้นได้เข้ามาเยือนเพื่อสร้างสัมพันธไมตรีทางการทูต ทางการค้า ทางสวัสดกิ ารสังคมความเปน็ อย่สู คู่ วามเหน็ พ้องทางด้านวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าด้วยเหตุน้ี ศลิ ปวัฒนธรรมสมัยหริ ภุญไชยจึงเป็นการผสมผสานศิลปะอันมีค่าได้อย่างลงตัว กษัตริย์ในราชสกุลจามเทวีวงศ์แห่งหริภุญไชยนคร ไดค้ รองราชสมบัติยาวนานสบื เนือ่ งต่อมาราว ๖๒๐ ปี มีพระมหากษัตริยท์ งั้ สิ้นประมาณ ๕๐ พระองค์ สงครามสามนครสู่สายสัมพันธ์มอญหงสาวดี เมื่อหริภุญไชยนครผ่านกาลเวลามาได้สามศตวรรษ รัฐละโวเ้ มืองแม่แต่เดมิ เคยเป็นเครือขา่ ยทวารวดีได้ถกู ปกครองโดยขอม ทำให้ละโวก้ ลายเป็นศตั รูกับหริภุญไชยยุค นี้รัฐทางใต้มีการแผ่แสนยานุภาพจากชายฝั่งทะเลมาสู่เขตที่ราบลุ่มภูเขาตอนใน เพื่อขยายเส้นทางการค้าหลาย ระลอกทำให้เกดิ สงครามคร้ังใหญ่ระหว่าง “นครศรธี รรมราช – ละโว้ - หริภุญไชย” จนกระทง่ั ถึงสมัยพระเจ้ากมล ราชนครหริภุญไชยเกิดโรคห่าครั้งใหญ่ประชาชนชาวมอญหริภุญไชยอพยพหนีไปอยู่เมืองหงสาวดี และสะเทิม (สุธรรมวดี) เป็นเวลา ๖ ปี เมื่อสร่างจากโรคระบาดได้นำเอาชาวมอญ – หงสาวดี และมีการถ่ายเททางอารยธรรม ระหวา่ งชาวแมร่ ะมงิ ค์กับลุ่มน้ำสาละวิน จนเกิดประเพณีลอยหะโมดในฤดนู ้ำหลาก อันเป็นตน้ กำเนิดของประเพณี ลอยกระทงของสุโขทยั ปัจจบุ ันชาวมอญจากหงสาวดียังคงต้งั ถิ่นฐานอย่ทู ่ีบ้านหนองคู่ เวียงเกาะกลาง ต.บ้านเรือน อ.ป่าซาง จ.ลำพนู และบา้ นต้นโชค บา้ นหนองคอบ อ.สนั ป่าตอง จ.เชยี งใหม่ ด้วยการรกั ษาขนบธรรมประเพณีชาวมอญ สววาธิสิทธิ กษัตริย์ผู้ทรงธรรม พุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ ถือว่าเป็นยุครุ่งเรืองของความเจริญทุกๆ ด้านประวตั ิศาสตรย์ คุ นี้มีความชดั เจนข้ึนทลี ะนอ้ ยๆ ไมเ่ พยี งแตป่ รากฏหลักฐานทางโบราณคดีอยา่ งมากมายเท่าน้ัน หากยังอ้างอิงได้ถึงหลักฐานทางด้านอักขระ กล่าวคือมีการพบศิลาจารึกอักษรมอญ-โบราณมากที่สุดในประเทศ ไทยหลังจากยุคของพญาอาทิตยราช มหาราชแห่งหริภุญไชยนครผู้ทรงขุดพบพระธาตุ และกระทำการสถาปนา พระบรมสารีริกธาตุกลางมหานครขึ้นเป็นศูนย์รวมความศรัทธาครั้งแรกของภาคเหนือแล้ว พระราชโอรสของ พระองค์ คือพระเจ้าธรรมิกราชาได้สร้างพระอัฏฐารส (พระยืนสูง ๑๘ ศอก) ที่วัดอรัญญิการาม (วัดพระยืน) จนถึงยุคสมัยของพญาสววาธิสิทธิ หรือพญาสรรพสิทธิ์ กษัตริย์ผู้ทรงผนวชระหว่างครองราชย์ ทรงถวาย พระราชวังเชตวนาลัยให้สร้างวัดเชตวนาราม (วัดดอนแก้ว) ทรงผนวชพร้อมมเหสีและโอรส ทรงสร้างต้นโพธิ์และ ประกาศเชิญชวนประชาชนให้ค้ำจุนต้นโพธิ์ ถือเป็นต้นแบบของกษัตริย์ในยุคต่อมาที่ดำเนินรอยตามในส่วนของ การกัลปนาวงั เพื่อสร้างวดั การผนวชขณะครองราชย์ และประเพณี “ไมก้ ๊ำสะหลี” ของชาวลา้ นนาตอ่ มา 10
อรุณรุ่งแห่งพุทธประทีป ก่อนยุคหริภุญไชยนคร คนพื้นเมืองชาวลัวะดั้งเดิมเคยบูชาผีแถน ผีบรรพบุรุษ ท่ีเรยี กว่า “ผปี แู่ สะยา่ แสะ” มกี ารบชู าเสาสะกัง หรือเสาอนิ ทนิล ตอ่ มายอมรับเอาศาสนาพราหมณ์จากฤาษนี ักพรต ล่วงสู่ยุคหริภุญไชยจึงมีการสถาปนาศาสนาพุทธแห่งแรกของภาคเหนือ กระทั่งเปลี่ยนเป็นนิกายลังกาวงศ์ รามัญวงศ์ ฯลฯ ศาสนาทุกลัทธิในหริภุญไชยนคร ได้รับการผ่องถ่ายไปสู่เมืองอื่นๆ ทั้งในล้านนา ล้านช้าง สิบสองปนั นา ลำแสงแรกแห่งพระพุทธศาสนารุง่ เรอื งไสวขึน้ นับตั้งแต่ได้มกี ารขุดพบพระบรมสารีริกธาตุในสว่ นของ พระเกศาธาตุ ณ บริเวณวัดพระธาตุหริภุญไชยปัจจุบัน ในรัชสมัยของพญาอาทิตยราช ราวพุทธศตวรรษที่ ๑๖ - ๑๗ ทรงสถาปนาพระบรมธาตุเจดีย์ขึ้นแห่งแรกในภาคเหนือ โบราณราชประเพณีกำหนดให้พระมหากษัตริย์ ทุกพระองค์จักต้องมากราบนมัสการพระบรมธาตุเจดีย์แห่งนี้ก่อนพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีหลักฐานปรากฏ ว่าแม้แต่หลวงจีนทิเบตในแต่ละปีก็ต้องจารึกแสวงบุญด้วยการมาสักการะพระมหา ธาตุเจดีย์หริภุญไชยสะท้อนว่า เมืองลำพูนคือศูนย์กลางของพุทธศาสนาแห่งลุม่ แม่น้ำปงิ วัง ยม น่าน ตลอดจนลุ่มน้ำ โขง-สาระวิน ตราบถึงวันนี้ ลำพูนได้กลายเป็นศูนย์รวมอารยธรรมทางพุทธศาสนาแห่งอาณาจักรล้านนา ซึ่งศาสนสถานที่ปรากฏให้เห็น ในปัจจุบันได้แก่ วัดพระธาตุหริภุญชัย วัดพระพุทธบาทตากผ้าในอำเภอป่าซาง และวัดพระพุทธบาทห้วยต้ม ในอำเภอลี้ เป็นต้น องค์พระบรมเจดีย์ในวัดพระธาตุหริภุญชัยเชื่อว่าเป็นพระเจดีย์ที่เก่าแก่ที่สุดโดย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ ๔ ได้ทรงยกย่องและสถาปนาพระบรมธาตุเจดีย์องค์นี้พร้อมทั้ง ไดจ้ ารึกไว้วา่ เป็นพระเจดียอ์ งค์หนึ่งในแปด พระบรมธาตุเจดยี ์ที่มชี ่อื เสยี งทส่ี ุดในประเทศไทย วัดพระธาตุหรภิ ุญชัย ยงั ได้ชอื่ ว่า เปน็ พระบรมธาตุเจดยี ป์ ระจำราศีของผ้เู กดิ ปีระกาอกี ด้วย จามเทวี : แม่เมือง - มิ่งเมือง ภายหลังจากการล่มสลายของเมือง “สมันตรประเทศ” ด้วยการขาดผู้นำ ที่ทรงคุณธรรม กลุ่มนักพรตฤาษีผู้มีบทบาทในการสร้างเมืองตั้งแต่เริ่มแรก ได้กอบบ้านกู้เมืองขึ้นมาใหม่ ในราวปีพ.ศ. ๑๒๐๔ เฉลิมนามว่า “หริภุญไชยนคร” โดยได้อัญเชิญราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้นามว่า “พระนางจามเทวี” มาเป็นปฐมกษัตริย์ในปี พ.ศ.๑๒๐๖ พระนางทรงนำเอาอารยธรรมชั้นสูงแบบทวารวดีขึ้นมา ทางแม่น้ำปิงสู่ดินแดนภาคเหนือของไทยเป็นครั้งแรก ทรงรวบรวมชนพื้นเมืองกลุ่มต่าง ๆ เข้าด้วยกันภายใต้การ ปกครองแบบทศพิธราชธรรมทรงประกาศพระพุทธศาสนาให้เลื่องลือไกลด้วยการสร้างวัดวาอารา มกระจาย ท่วั ดินแดน อีกทัง้ ยงั ทรงขยายอาณาเขตความเจริญไปยงั ลุ่มนำ้ ตา่ งๆ อาทเิ มอื งเขลางคนคร – อาลมั พางค์ (ลำปาง) แห่งลุ่มน้ำวังเวียงเถาะ เวียงท่ากาน เวียงมะโน เวียงฮอด บั้นปลายพระชนม์ชีพทรงสละราชสมบัติให้แก่พระราช โอรสฝาแฝด “เจ้ามหันตยศ เจ้าอนันยศ” ให้ครองแควันหริภุญไชย - เขลางคนครสืบมา ในขณะที่พระองค์ ทรงครองศีลอุบาสิกา คุณงามความดีที่ทรงกระทำไว้เป็นที่ขจรขจายมีมากเกินคณานับ จนได้รับฉายาว่าเป็น “พระแม่เมอื ง - พระมงิ่ เมือง” ของชาวเมอื งหริภญุ ไชย 11
“ยคุ ลา้ นนา” ยามส้นิ แสงอัสดงคตหรภิ ุญไชยนครผา่ นกาลเวลอันรุ่งโรจน์มานานถึงหกศตวรรษด้วยกติ ตศิ ัพทค์ วามอุดมสมบรูณ์ มั่งคั่ง ทำให้เป็นที่หมายปองของ “พญามังราย” เจ้าผู้ครองแคว้น “หิรัญนครเงินยาง”แถบเมืองเชียงราย ปี พ.ศ.๑๘๒๔ พญามังรายได้ยกกองทัพอันแข็งแกร่งมาเผาแคว้นหริภุญไชยจนวายวอด ในสมัย “พญายีบา” แต่พญามังรายก็ไม่ประทับอยู่ที่เมืองหริภุญไชย โดยให้เหตุผลว่าเป็นเมืองพระธาตุ อีกเหตุผลหนึ่งชัยภูมิไม่เหมาะ เป็นเมืองขนาดเล็ก การขยายตัวของเมืองเป็นไปได้ยากจึงให้อ้ายฟ้าหรือขุนฟ้าครองเมืองหริภุญไชยแทน และย้ายราชธานีใหม่ไปอยู่ที่ “เวียงชะแว่” หรือ “เวียงแจ้เจียงกุ๋ม”และย้ายไปอยู่ที่ “เวียงกุมกาม” และ “นพบุรีนครพิงค์เชียงใหม่” ในปี พ.ศ. ๑๘๓๙ โดยการผนวกแคว้นหริภุญชัยและแคว้นโยนกเข้าด้วยกัน โดยมี เชียงใหม่เป็นศูนย์กลาง ส่วนหริภุญไชยเป็นส่วนกลางด้านศาสนาโดยให้บูรณะพระธาตุหริภุญชัยสร้างมณฑป ทรงปรา-สารทที่พญาสัพสิทธิ์สร้างไว้ให้สูงขึ้นเป็น ๓๒ ศอก ได้ถวายข้าทาสบริวารแก่วัดพระธาตุหริภุญชัย และสงั่ ใหก้ ษตั รยิ เ์ มอื งเชยี งใหม่องคต์ ่อ ๆ มาทกุ พระองคม์ หี น้าทใี่ นการดูแลบูรณะวดั พระธาตหุ ริภุญชยั สืบต่อมา ในปี พ.ศ.๑๙๙๐ สมัยพญาติโลกราชกษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ราชวงศ์มังรายลำดับที่ ๙ ได้อาราธนา พระมหาเมธังกรมาเป็นผู้ควบคุมการบูรณะและเสริมองค์พระธาตุขึ้นใหม่โดยปรับปรุงโดยสร้างพระธาตุจากเจดีย์ ทรงปราสาทเป็นทรงพระฆังหรือทรงลังกาตามแบบพระพุทธศาสนาแบบลังกาวงศ์ของเมืองเชียงใหม่โดยก่อเป็น เจดีย์สูงขึ้นเป็น ๓๒ ศอก กว้างขึ้นเป็น ๕๒ ศอกเป็นรูปทรงที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ในปี พ.ศ.๒๐๕๔ สมัยพระเมือง แก้ว กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ รางวงศ์มังราย ลำดับที่ ๑๑ ได้ทรงบำเพ็ญ พระราชกุศลที่วัดพระธาตุหริภุญชัย เป็นประจำทกุ ปี ไดป้ ่าวร้องโฆษณาเรี่ยไร่ จา่ ยซอ้ื ทองบอุ งค์พระธาตุเจดียเ์ ป็นทองแดงหนักสิบเกา้ แสนแปดหมื่นห้า พันสี่ร้อยบาทสองสลึงแล้วลงรักปิดทองคำเปลว ให้สร้างพระวิหารหลวง แล้วสร้างรั้วรอบพระบรมธาตุ (สัตตบัญชร) ระเบียงหอก ๕๐๐ เล่ม เกณฑ์กำลังพลรื้อและก่อกำแพงเมืองหริภุญไชยด้วยอิฐในปี พ.ศ. ๒๐๕๙ เพ่อื ปอ้ งกันภัยจากอยุธยาจนมาถงึ สมัยพญากือนา กษัตรยิ ล์ ้านนาองค์ท่ี ๖ ทรงอาราธนาพระสุมนเถระจากสุโขทัย ในปี มาจำพรรษาที่วัดพระยืน พ.ศ.๑๙๑๒ เมืองหริภุญไชยก่อน เมื่อสร้างวัดบุปผาราม (สวนดอก) พระสุมนเถระ จึงมาจำพรรษาที่แห่งนี้จนถึงแก่มรณภาพในปี พ.ศ.๑๙๓๒ นับว่าพระสุมนเถระได้มาวางรากฐานพระพุทธศาสนา ลัทธิลังกาวงศ์ในเมืองเชียงใหม่ให้เป็นศูนย์กลางแทนนิกายเดิม (รามัญวงศ์) ที่มีหริภุญไชยเป็นศูนย์กลาง แต่เมืองเดิม และในสมัยต่อมาคือ พญาแสนเมืองมา ในราวปี พ.ศ.๑๙๕๑มีพระราชกรณียกิจด้านทะนุบำรุง พระพุทธศาสนา โดยโปรดให้หุ้มพระบรมธาตุเจดีย์หริภุญชัยด้วยแผ่นทองคำหนักสองแสนหนึ่งหมื่นบาทหรือ ๒๕๒ กิโลกรัม 12
“ยคุ ตน้ รตั นโกสนิ ทร”์ การใช้วิเทโศบายทางการเมืองระหว่างล้านนา (เชียงใหม่) กับสยามประเทศเป็นไปอย่างชิงไหวชิงพริบ เจ้าเมืองฝ่ายเหนือใช้ความพยายามอย่างยิ่งยวดท่ีจะรักษาประเทศล้านนาเอาไว้ แต่มิอาจต้านแรงคุกคามข้างฝ่าย สยามประเทศได้ เนื่องจากสยามได้ใช้วิธีหลายรูปแบบที่จะรวมล้านนาให้เป็นหนึ่งเดียว อาทิ ส่งนักกฎหมายฝรั่ง และหมอสอนศาสนาเข้ามาอยใู่ นเชยี งใหม่ อกี ทัง้ ส่งขา้ หลวงสามหวั เมืองมาประจำหลังจากทรี่ ฐั บาลสว่ นกลางสยาม ไดเ้ ซ็นสนธสิ ัญญาเบาริง กบั องั กฤษในปี พ.ศ. ๒๓๙๘ (สมัยรัชกาลท่ี ๔) บรษิ ัทองั กฤษก็มีสิทธเิ ข้ามาสัมปทานไม้ใน ล้านนาได้ เพียงแค่ขออนุญาตต่อเจ้าผู้ครองนครโดยตรงจนเกิดกรณีพิพาทขึ้นหลายครั้งระหว่างเจ้าผู้ครองนคร เชียงใหม่กับบริษัททำไม้ รัฐบาลกลางเห็นว่าผลประโยชน์การทำไม้กับชาวตะวันตกมีรายได้มหาศาล จึงทำ สนธิสัญญาเชียงใหม่ขึ้น ๒ ครั้ง ในปี พ.ศ.๒๔๑๖ และ พ.ศ.๒๔๒๖ เนื้อหาสาระอยูท่ ีก่ ารลดอำนาจเจ้าผู้ครองนคร เชียงใหม่ลงไม่ใหเ้ ข้ามามีบทบาทดา้ นสมั ปทานได้ พร้อมส่งเจ้าหน้าที่จากสว่ นกลางเข้ามาดูแลเชยี งใหม่ และจัดตง้ั กรมป่าไม้ขึ้นที่นี่ในปี พ.ศ.๒๔๓๗ สถานการณ์ครั้งนั้นเป็นเหตุสำคัญให้เกิดการปฏิรูปการปกครองแผ่นดินข้ึน โดยรวบรวมอำนาจการปกครองทั้งหมดให้อยู่กับส่วนกลาง ลดบทบาทของเจ้าเมืองฝ่ายเหนือให้น้อยลง ยกเลิกฐานะหัวเมืองประเทศราชจัดเป็นหน่วยปกครองทีเ่ รียกว่า “มณฑล” โดยส่งข้าราชการจากส่วนกลางเข้ามา ปกครองกระท่งั เจ้าดาราดเิ รกรตั นไพโรจน์ เจา้ ผู้ครองนครลำพนู องค์ท่ี ๗ ถงึ แก่พริ าลัย ได้เกดิ การแยง่ ชิงอำนาจข้ึน ท่ามกลางทายาทจงึ เป็นโอกาสอันดีของทางส่วนกลางที่จะใช้ฉวยโอกาสข้ออ้างเข้ามาจัดระเบียบการปกครองเมือง ลำพูนใหมอ่ ยา่ งเบด็ เสร็จเรยี บร้อย \"ยุคเก็บผักใสซ่ า้ เกบ็ ขา้ ใส่เมอื ง\"หลังจากขับไลพ่ ม่าออกจากเมอื งลา้ นนาแล้ว พญาจ่าบ้านได้รับการแตง่ ต้งั ให้เป็นเจ้าเมืองเชียงใหม่ส่วนพญากาวิละให้เป็นเจ้าเมืองลำปางโดยพิธีดังกล่าวทำขึ้นที่วัดพระธาตุหริภุญชัย เชียงใหมส่ ามารถปกครองตนเองได้ในฐานะเมืองประเทศราชของราชอาณาจกั รสยาม แต่ในขณะเดยี วกันพม่ายังไม่ หมดอำนาจเสียทเี ดียว คอยมาคุกคามเชยี งใหม่อยู่ไมข่ าด พญาจ่าบา้ นซึ่งมีประชากรอยนู่ ้อยนิดไม่สามารถต่อสู้กับ พม่าได้จึงชกั ชวนกันท้ิงบา้ นเมือง และหนไี ปอยู่กับเจ้าเจ็ดตนท่ีเมืองลำปางเมื่อพญาจา่ บ้านเสียชีวิตลง พระเจ้ากรุง ธนบรุ ไี ด้แต่งต้ังพญากาวลิ ะข้นึ ครองเมืองเชียงใหม่แทนในปี พ.ศ.๒๓๒๕ ซึ่งในขณะน้ันเชียงใหม่เป็นเมืองร้าง พม่า ยงั มอี ทิ ธพิ ลอยู่ การทจ่ี ะฟ้ืนฟเู ชยี งใหมจ่ ึงเปน็ ปญั หาหนักพญากาวิละจำต้องค่อยๆ รวบรวมไพรพ่ ลให้มนั่ คง โดยขอ ผู้คนจากเมืองลำปางและกลุ่มไพร่เดิมอีกจำนวนหนึ่งใช้ เวียงป่าซาง เป็นฐานะที่มั่นรวบรวมผู้คนซึ่งเรียกว่า “เก็บ ฮอมตอมไพร่” พญากาวิละใช้เวลารวบรวมชาวบ้านนานถึง ๑๔ ปี จึงจักสามารถเข้าไปฟื้นฟูและตั้งเมืองเชยี งใหม่ ได้ในปี พ.ศ. ๒๓๘๘ และฟน้ื เมอื งลำพูนขึน้ มาใหมแ่ ตง่ ต้ังพญาบรุ ีรัตน์คำฟัน่ เปน็ เจ้าเมอื งลำพูนช่ือวา่ พญาลำพูนชัย และเจ้าบุญมาน้องคนสุดท้องของเจ้าเจ็ดตนเป็นพญาอุปราช โดยนำคนมาจากเมืองลำปาง ๕๐๐ คน จากเมือง เชยี งใหมอ่ กี ๑,๐๐๐ คน และกวาดต้อนคนยองจำนวน ๑๐,๐๐๐ คนใหอ้ ยทู่ เี่ มอื งลำพูนตรงขา้ มกับพระธาตุเจ้าหริ ภุญชยั อกี ฟากหนง่ึ ของแมน่ ้ำกวงกลุ่มชาวยองเหล่าน้ีต่อมาไดเ้ ป็นช่างทอผ้า สล่าชา่ งฝีมอื ผูม้ บี ทบาทสำคัญในการ ฟ้นื ฟวู ฒั นธรรมลา้ นนาให้แกเ่ มืองลำพูน 13
นอกจากชาวยองแลว้ ยังมีอีกกลุ่มชนท่เี คยกวาดต้อนมาไดส้ มัยเมอื่ พญากาวิละอยู่เวยี งป่าซาง คือกลุ่มเมือง แถบตะวันตกริมแม่น้ำคง ได้แก่ บ้านสะต๋อยสอยไร บ้านวังลุง วังกาศ น่าจะเป็นกลุ่มชาวลัวะ ชาวเม็ง อีกกลุ่มคือ พวกชาวไตใหญ่จากเมืองปุ เมอื งปั่น เมืองสาด เมอื งนาย เมืองชวาด เมืองแหน กลุ่มท่ตี ามมาภายหลังกค็ ือกลุ่มชาว ไตเขินจากเมืองเชียงตุง และทยอยกันเข้ามาอีกระลอกเพื่อหนีภัยสงครามคือกลุ่มไตลื้อในเขตอำเภอบ้านธิ ชา ว หลวยจากบ้านออนหลวย ในยคุ น้ีนกั ประวตั ิศาสตร์ขนานนามว่ายุค “เก็บผักใส่ซา้ เกบ็ ข้าใสเ่ มือง” การอพยพยังคง มีมาอย่างต่อเนื่องจนถึงหลังสงครามมหาเอเชียบูรพาการหล่ังไหลถ่ายเทชาวยอง และชาวลือ้ ได้สิน้ สดุ ลงเมื่อมกี าร กำหนดปักปันเขตแดนประเทศไทย - จีน - พม่า - ลาวอย่างชัดเจน และปัจจุบันเมืองยองขึ้นอยู่กับการปกครอง ของสหภาพพม่า คำขวญั จงั หวดั ลำพู น “พระธำตุเด่น พระรอดขลัง ลำไยดงั กระเทยี มดี ประเพณงี ำม จำมเทวี ศรีหรภิ ญุ ชยั ” ตรำประจำจงั หวดั เจดยี ใ์ นดวงตรา หมายถึง พระธาตุหริภุญชัย ซงึ่ กลา่ วกันว่ามพี ระบรมธาตขุ องพระพุทธเจ้าประดษิ ฐานอยู่ นับเป็นปูชนียสถานสำคญั เป็นท่เี คารพนับถือของชาวเมอื งและจงั หวดั ใกลเ้ คียง 14
ชื่อวิทยำศำสตร์ : Butea monosperma (Lam.) Taub ช่อื พ้อง : Butea frondosa Wild. ชอ่ื สำมญั : Flame of the Forest, Bastard Teak วงศ์ : Leguminosae-Papilionoideae ช่ืออื่น : กวำว ก๋ำว (ภำคเหนือ) จอมทอง (ภำคใต้) จำ้ (เขมร) ทองธรรมชำติ ทองพรหมชำติ ทองต้น (ภำคกลำง) ลกั ษณะทำงพฤกษศำสตร์ : สว่ นท่ีใช้ : ดอก ยำง ใบ เมล็ด ชือ่ พื้นเมือง : จำมจุรี ก้ำมปู ฉำฉำ ช่ือวทิ ยำศำสตร์ : Samanea saman (Jacq.) Merr. ชื่อวงศ์ : LEGUMINOSAE-MIMOSOIDEAE ชื่อสำมัญ : Rain Tree, East Indian Walnut, Monkey Pod แหล่งกระจำยพั นธุ์ : ถิ่นกำเนิด อเมริกำเขตร้อน ไปจนถึง บรำซิล นำเข้ำมำปลูกในไทยคร้ังแรก โดยนำยเอช สเลด เจ้ำกรมป่ำไม้คนแรกของไทย ลักษณะ : ไม้ผลัดใบโตเร็ว เรือนยอดแผ่กว้ำงคล้ำยรูปร่ม เรือนยอดสูงประมำณ ๒๐ – ๓๐ ม. เปลือกสีดำแตกและ ร่อน ใบเป็นใบผสมแบบขนนกสองช้ันทั้งใบยำวประมำณ ๒๕ – ๔๐ ซม. ใบประกอบด้วยช่อใบ 4 คู่ ใบย่อย ๒ – ๑๐ คู่ ต่อหน่ึงใบ ด้ำนหน้ำใบสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้ำนหลังใบสี เขียวนวล และมขี นเล็กนอ้ ย ดอก เปน็ ช่อทรงกลม แตล่ ะช่อ รวมกันเป็นช่อใหญ่ ช่อดอกเกิดที่ปลำยก่ิง กลีบดอกเล็ก มำก แต่ละช่อดอกมีดอกตัวเมียดอกเดียว และล้อมรอบ ด้วยดอกตัวผู้เป็นจำนวนมำก ดอกบำนมีสีชมพู ซึ่งเป็นสี ของเกสรตัวผู้ ผล เป็นฝักแบนเม่ือแก่ก็จะไม่แตก ฝักแก่จะ มสี นี ำ้ ตำลดำขนำดกวำ้ ง ๑.๕ – ๒ ซม. ยำว ๑๒ – ๒๐ ซม. ภำยในฝักมีเนื้อน่ิมรสหวำน ฝักหนึ่งๆ มีเมล็ด ๑๕ – ๒๕ เมล็ด เมล็ดสีนำ้ ตำลดำยำว ๐.๕ – ๐.๘ ซม. 15
1.1.1 ข้อมูลพนื้ ฐานทางกายภาพ 1) ทตี่ งั้ และอาณาเขต 3.1.1 ข้อมลู พนื้ ฐานดา้ นกายภาพ 1) อาณาเขตและท่ีต้ัง จังหวัดลำพูนตั้งอยู่ทางภาคเหนือตอนบนของประเทศไทย อยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร ตามทางหลวง แผ่นดินหมายเลข 11 (สายเอเชีย) เป็นระยะทาง 689 กิโลเมตร ตามทางหลวงแผ่นดินสายถนนพหลโยธินเป็น ระยะทาง 724 กโิ ลเมตร และตามทางรถไฟ 729 กโิ ลเมตร ตัง้ อยูร่ ะหว่างเส้นร้งุ ที่ 18 องศาเหนือ และเสน้ แวงที่ 99 องศาตะวนั ออก อยู่ในกลมุ่ จังหวดั ภาคเหนอื ตอนบน 1 เป็นพ้นื ที่ทีม่ ีศักยภาพในการพฒั นาเปน็ ศนู ย์กลางความ เจรญิ ของภาคเหนอื และอนุภูมิภาคลุ่มนำ้ โขงหรือพ้ืนที่สเ่ี หลี่ยมเศรษฐกจิ • ทศิ เหนือ ตดิ ตอ่ กับ อ.สารภี อ.สนั กำแพง จ.เชยี งใหม่ • ทศิ ใต้ ติดต่อกับ อ.เถนิ จ.ลำปาง และ อ.สามเงา จ.ตาก • ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั อ.หา้ งฉัตร อ.สบปราบ อ.เสริมงาม จ.ลำปาง • ทิศตะวันตก ติดตอ่ กบั อ.ฮอด อ.จอมทอง อ.หางดง อ.สันปา่ ตอง จ.เชยี งใหม่ จังหวัดลำพูนเป็นจังหวัดที่มีขนาดเล็กที่สุดของภาคเหนือ มีพื้นที่ทั้งหมดประมาณ 4,505.882 ตร.กม. หรือประมาณ 2,815,675 ไร่ หรือคิดเป็นร้อยละ 4.85 ของพื้นที่ ภาคเหนือตอนบน บริเวณที่กว้างที่สุด ประมาณ 43 กม. และยาวจากเหนอื จรดใต้ 136 กม. ตารางแสดงขนาดพื้นทจ่ี ำแนกตามรายอำเภอของจังหวดั ลำพูน รายชอ่ื อำเภอ ขนาดพน้ื ท่ี รอ้ ยละ ระยะทางหา่ ง (ตร.กม.) ของพนื้ ทที่ ้ังหมด จากจงั หวดั (กม.) 1. อำเภอเมอื งลำพนู 479.825 10.78 - 11 2. อำเภอปา่ ซาง 299.950 6.52 36 25 3. อำเภอบา้ นโฮง่ 596.901 13.31 105 105 4. อำเภอแม่ทา 762.630 16.68 26 45 5. อำเภอลี้ 1,701.990 37.96 6. อำเภอท่งุ หวั ชา้ ง 486.129 10.79 7. อำเภอบ้านธิ 129.024 2.72 8. อำเภอเวยี งหนองล่อง 49.433 1.24 รวมทงั้ สนิ้ 4,505.882 100 16
ตารางแสดงทต่ี ง้ั และอาณาเขตพนื้ ทจ่ี งั หวดั ลำพนู ไร่ จำนวนประชากร ความหนาแนน่ ของ จงั หวดั พน้ื ท่ี (คน) ประชากร (ตร.กม./คน) ตารางกโิ ลเมตร ลำพูน 4,505.822 2,816,176.25 402,011 89.22 ทม่ี า ท่ที ำการปกครองจังหวดั ลำพนู ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 31 ธันวาคม 2563 2) ลกั ษณะภมู ิประเทศ ลกั ษณะภูมิประเทศโดยทั่วไปเป็นทร่ี าบหุบเขาและพน้ื ที่ภูเขา ท่ีราบอยู่ทางทิศ ตะวันตกเฉียงเหนือของจังหวัด ส่วนหนึ่งของที่ราบแอ่งเชียงใหม่ - ลำพูน หรือที่ราบลุ่มแม่น้ำปิง แม่น้ำกวง เป็น ที่ตั้งของอำเภอเมืองลำพูน อำเภอป่าซาง ตัวเมืองลำพูนมีระดับความสูง 290.29 เมตร จากระดับน้ำทะเลปาน กลาง และตอนเหนือของอำเภอบ้านโฮ่ง มีความสูงเฉลี่ย 200 – 400 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง พื้นที่ ค่อยลาดสูงขึ้นในตอนกลาง ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้และตะวันตกเฉียงใต้ ตั้งแต่อำเภอแม่ทา ตอนใต้ของอำเภอ บ้านโฮ่ง อำเภอทุ่งหัวช้าง และอำเภอลี้ มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบสูงและภูเขาสูง มีระดับความสูง ระหว่าง 400 – 800 เมตร ขึ้นไป ระดับความสูงจะลดลงเมื่อเข้าเขตที่ราบในอำเภอลี้ ที่ระดับความสูงประมาณ 400 – 800 เมตร แล้วค่อยๆ ยกตัวสูงขึ้นมาทางทิศใต้ ซึ่งเป็นเขตชายแดนติดต่อกับจังหวัดลำปางและจังหวัดตาก ทีร่ ะดับความสูง 600 – 1,000 เมตร 3) ลักษณะภมู อิ ากาศ จังหวดั ลำพนู ตง้ั อยู่ในภาคเหนือ ซง่ึ ตามตำแหนง่ ท่ีตง้ั อยู่ในเขตร้อนท่ีค่อนไปทาง เขตอากาศอบอุ่น ในฤดูหนาวจึงมีอากาศเย็นค่อนข้างหนาว แต่เนื่องจากอยู่ลึกเข้าไปในแผ่นดินห่างไกลจากทะเล จึงมีฤดูแล้งที่ยาวนาน และอากาศจะร้อนถึงร้อนจัดในฤดูร้อน จังหวัดลำพูนมีสภาพภูมิอากาศแตกต่างกันอย่าง เด่นชัด 3 ชว่ งฤดู คอื ชว่ งเดือนมีนาคมกบั เมษายน มีอากาศร้อนช่วงเดือนพฤษภาคมถึงเดือนตลุ าคมจะมีฝนตกชุก เป็นฤดูฝน และช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนกุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวเย็น เป็นฤดูหนาวซึ่งฤดูหนาวและฤดูร้อน น้นั เป็นช่วงฤดูแล้ง ทีม่ รี ะยะเวลาติดต่อกันประมาณ 6 เดือน ในช่วงฤดูฝนอกี 6 เดอื นนัน้ อากาศจะไม่ร้อนเท่ากับ ในฤดูรอ้ น และไมห่ นาวเย็นเทา่ ฤดูหนาว คอื มอี ุณหภูมิปานกลางอยรู่ ะหวา่ งสองฤดดู งั กล่าว 4) เขตการปกครอง จังหวัดลำพูน แบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 อำเภอ 51 ตำบล 594 หมู่บ้าน 1 องค์การบริหารสว่ นจังหวัด 1 เทศบาลเมอื ง 39 เทศบาลตำบล 17 องค์การบริหารส่วนตำบล และ 17 ชุมชน 17
ตารางแสดงจำนวนเขตการปกครองพน้ื ทจี่ งั หวดั ลำพนู จงั หวดั อำเภอ ตำบล หมบู่ า้ น ชมุ ชน อบจ. เทศบาล เทศบาล เทศบาล อบต. นคร เมอื ง ตำบล 1 เมืองลำพูน 15 159 17 1- 1 14 4 4 ปา่ ซาง 9 90 -- - 4 1 2 บา้ นโฮ่ง 5 62 -- - 2 3 1 ลำพนู แม่ทา 6 88 -- - 7 - ล้ี 8 99 -- - 8 ทุง่ หัวชา้ ง 3 35 -- - 1 บ้านธิ 2 36 -- - 1 เวยี งหนองลอ่ ง 3 25 -- - 3 รวมทง้ั สนิ้ 51 594 17 1 - 1 39 17 ทม่ี า : ทที่ ำการปกครองจงั หวัดลำพูน ข้อมลู ณ วนั ที่ 31 ธนั วาคม 2563 6) ขอ้ มลู ดา้ นประชากร ตารางแสดงจำนวนประชากรแยกตามชว่ งอายุ จำแนกตามเพศ และจงั หวดั (หนว่ ย : คน) อายุ ๐-๑๗ ปี อายุ ๑๘ – ๒๕ ปี อายุ ๒๖ – ๕๙ ปี อายุ ๖๐ ปขี ้นึ ไป จงั หวดั ชาย หญงิ รวม ชาย หญงิ รวม ชาย หญงิ รวม ชาย หญิง รวม ลำพูน 33,241 31,593 64,834 17,535 17,589 35,124 98,908 106,043 204,951 43,697 53405 97,102 รวมทง้ั สน้ิ 402,011 คน ท่ีมา: ทท่ี ำการปกครองจงั หวดั ลำพนู ขอ้ มลู ณ 31 ธันวาคม 2563 18
แผนภมู แิ สดงจำนวนประชากรในเขตพน้ื ที่จงั หวดั ลำพูน จากแผนภูมิปีรามิดแสดงจำนวนประชากรจังหวดั ลำพูนแยกตามช่วงอายุ เป็นปีรามิดแบบหดตวั ตรงกลางพองออกและยอดค่อยๆแคบเข้าคล้ายรูปดอกบัว แสดงถงึ รปู แบบอัตราการเกิดและอัตราการตายที่ต่ำลง สัดส่วนประชากรเพศชายกับเพศหญิงในแต่ละช่วงอายุใกล้เคยี งกัน ประชากรส่วนใหญ่อยู่ในวยั ทำงานเปน็ ผูม้ ีอายุ ระหว่าง 55 – 59 ปี คิดเป็นร้อยละ 9.08 รองลงมาคือมีอายุระหว่าง 60 – 64 ปี คิดเป็นร้อยละ 8.53 และ อนั ดับสามคอื มีอายรุ ะหว่าง 50 – 54 ปี คดิ เป็นรอ้ ยละ 7.72 7) ด้านศาสนา ประเพณี วฒั นธรรม และขอ้ มลู ชาตพิ นั ธ์ุ จำนวนวดั ราษฎร/์ วดั หลวง จงั หวดั ลำพนู ปี 2563 มีวัดจำนวนทั้งสิ้น 458 แห่ง แบ่งเป็นพระอารามหลวงมหานิกาย 2 แห่ง วัดราษฎร์มหานิกาย 450 แหง่ และธรรมยุต 8 แหง่ โบสถค์ ริสต์ 37 แหง่ มัสยดิ 1 แหง่ 1) จงั หวัดลำพูนมแี หล่งข้อมลู และความรู้ดา้ นวฒั นธรรม ดงั นี้ (1) ห้องสมดุ ประชาชนเฉลมิ ราชกุมารี 1 แห่ง (2) พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาตหิ ริภญุ ไชย 1 แห่ง (3) พิพธิ ภณั ฑว์ ัด 1 แห่ง (4) พิพธิ ภัณฑเ์ อกชน 2 แหง่ (5) ศนู ยว์ ัฒนธรรมจังหวัด 1 แหง่ (6) ศนู ย์วฒั นธรรมอำเภอ 8 แหง่ (7) ศูนย์วัฒนธรรมไทยในสถานศกึ ษา 18 แห่ง (8) สภาวฒั นธรรมจังหวดั 1 แห่ง (9) สภาวฒั นธรรมอำเภอ 8 แหง่ 19
(10) สภาวฒั นธรรมตำบล 51 แห่ง (11) โบราณสถาน 17 แหง่ (12) ศนู ย์ศึกษาพระพทุ ธศาสนาวันอาทติ ย์ 43 แหง่ (13) ศูนย์ข้อมูลกลางทางวฒั นธรรมจังหวัดลำพนู 1 แหง่ (14) ช่างฝีมอื พ้ืนบา้ น 10 แห่ง 2) ด้านการสืบทอดวัฒนธรรมจากบรรพชนจนถึงลูกหลาน ในปัจจุบันได้มีการจัดการเรียนการสอน ในสถานศึกษาทั้งในระบบและนอกระบบโรงเรียน ซึ่งได้มีการจัดการเรียนการสอนขึ้นในชุมชนของตนเอง เช่น หมู่บ้าน โรงเรียน โดยได้เชิญบุคลากรที่มีความรู้ด้านวัฒนธรรมและมีความชำนาญด้านภูมิปัญญาของท้องถ่ิน มาเป็นวทิ ยากรถ่ายทอดความรู้ กจิ กรรมทไ่ี ดด้ ำเนนิ การ ดังน้ี 2.1) การเรียนการสอนในวัด ได้แก่ การอ่านและการเขียนอักษรพื้นเมือง ศิลปะการตีกลองหลวง การเรยี นรู้ทางศิลปะการฟอ้ นรำ ฟ้อนเลบ็ ฟ้อนยอง ฟ้อนหริภุญไชย 2.2) การเรียนการสอนในหมู่บ้านและสถานศึกษา ได้แก่ การฝึกสอนดนตรีพื้นเมือง เช่น สะล้อ ซอ ซึง การฝึกสอน จ๊อย ค่าว ซอ การทอผ้าเมือง ช่างฝีมือ เช่น การแกะสลัก จักสาน งานปั้นหม้อน้ำดินเผา ผลิตภณั ฑจ์ ากมะพรา้ ว มีดสามห่วง งานปนู ปัน้ สานสาดแหยง่ ผา้ ยกดอก ปราสาทนก น้ำถุ้ง ผ้าทอก่เี อว 3) ขนบธรรมเนียมประเพณีท่ีสำคัญ (1) ประเพณีสรงน้ำพระบรมธาตุหรภิ ญุ ชยั (2) ประเพณีทำบุญสลากภัต (ตานกว๋ ยสลาก) (3) ประเพณวี นั สงกรานต์ (ป๋ีใหม่เมือง) (4) ปา๋ เวณสี รงน้ำพระพุทธรปู ปใ๋ี หมเ่ มืองหละปูน (5) ปา๋ เวณีแหไ่ ม้ค้ำโพธสิ์ ะหลี (6) ประเพณบี รวงสรวงเจา้ พ่อผาดา่ น (7) ประเพณแี หค่ รวั ตานและพธิ ีเปลี่ยนผ้าหม่ สรีระครบู าเจ้าชยั วงศาพัฒนา (8) ประเพณีตักน้ำทิพย์ดอยขะม้อ (9) ประเพณสี รงน้ำพระธาตุดอยกวางคำ (10) ประเพณีตวยฮอยครูบาไหวส้ าพระพุทธบาทสามยอด (11) ประเพณสี รงน้ำพระเจ้าตนหลวง (12) ประเพณีใสข่ นั ดอกบชู าเสาอินทขลิ (13) ประเพณีสืบชะตาหลวงและเปลย่ี นผา้ ห่มรปู เหมือนครูบาเจา้ ศรวี ิชัย (14) ประเพณีไหวส้ าปา๋ รมีครูบาเจา้ ศรวี ิชยั นกั บุญแหง่ ลา้ นนาไทย (15) ประเพณีเล้ียงผขี ุนน้ำบ้านธิ (16) ประเพณีแต่งสีอวยลายผ้าฝ้ายดอนหลวง (17) ประเพณีแหล่ กู แก้ววัดพระพุทธบาทตากผา้ (18) ประเพณลี อยกระทง (ยีเ่ ป็ง) (19) ประเพณีทำบุญปอยหลวง (20) ประเพณตี านข้าวใหม่ 20
(21) ประเพณแี ห่แค่หลวง (22) ประเพณีการแขง่ ขันกลองหลวงล้านนา (23) ประเพณีเขา้ โสสานกรรม (เข้ากรรม) (24) ประเพณฟี ังเทศน์มหาชาติ 8) ข้อมูลกลุ่มชาติพันธุ์ ราษฎรบนพื้นที่สูงจังหวัดลำพูน มีการกระจายตัวอาศัยอยู่ใน 4 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอลี้ ทุ่งหัวช้าง แม่ทา และบ้านโฮ่ง มีจำนวนทั้งสิ้น 60 กลุ่มบ้าน 12,623 หลังคาเรือน 12,827 ครอบครวั เป็นเพศชาย 22,148 คน หญิง 21,043 คน รวมทงั้ ส้นิ จำนวน 43,191 คน จากตาราง เปน็ การจำแนกข้อมูลตามอำเภอ พบวา่ อำเภอลี้ มีการกระจายตวั ของราษฎรบนพ้ืนที่สูงมาก ท่ีสดุ จำนวน 22,574 คน คดิ เป็นร้อยละ 52.27 รองลงมาไดแ้ ก่ อำเภอทุ่งหัวช้าง จำนวน 11,652 คน คิดเป็น ร้อยละ 26.98 อำเภอแมท่ า จำนวน 6,178 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 14.30 และอำเภอบา้ นโฮง่ จำนวน 2,787 คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 6.45 ตารางแสดงจำนวนหมบู่ า้ น/กลมุ่ บา้ น/ชมุ ชนบนพื้นทสี่ งู จงั หวดั ลำพนู จำนวน ประเภท สถานภาพ อำเภอ กลมุ่ ชาตพิ นั ธ์ หมบู่ า้ น ตำบล หลงั คา ครอบครวั ชาย หญงิ รวม มสี ญั ชาตไิ ทย ไมม่ ี สญั ชาติ เรอื น ไทย ลี้ กะเหรี่ยง 24 6 4,185 4,185 9,355 8,676 18,03 17,964 67 1 ไทยพน้ื ราบ 2,037 2,037 2,209 2,334 4,543 4,543 - ทงุ่ หัวชา้ ง กะเหร่ยี ง 17 3 3,648 3,678 5,851 5,801 11,65 11,651 1 2 แมท่ า กะเหรี่ยง 13 4 1,888 1,981 3,289 2,889 6,178 6,178 - บา้ นโฮง่ กะเหรย่ี ง 6 2 697 769 1,195 1,049 2,244 2,243 1 ไทยพืน้ ราบ 168 177 249 294 543 543 - รวม 2 60 15 12,62 12,827 22,148 21,04 43,19 43,122 69 3 31 ทมี่ า : ศูนย์พฒั นาราษฎรบนพื้นที่สูงจงั หวัดลำพนู , มีนาคม 2563 21
9) ขอ้ มลู ด้านสาธารณสขุ (หนว่ ย:แหง่ ) ตารางแสดงจำนวนหนว่ ยบรกิ ารสาธารณสขุ ภาครฐั และภาคเอกชน จงั หวดั ลำพูน โรงพยาบาลสงั กดั เอกชน (แห่ง) โรงพยาบาลสงั กดั ภาครฐั (แหง่ ) จงั หวดั รพศ. รพท. รพช. รพ.สต. อนื่ ๆ ลำพนู - 1 7 72 - สถานพยาบาลเอกชน/คลินกิ 131 แห่ง 2 - ศนู ยบ์ ริการเทศบาล 1 แห่ง - คลินกิ ทันตกรรม 32 แห่ง หมายเหต.ุ รพศ.=โรงพยาบาลศนู ย์ ท่มี า : สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวัดลำพนู ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2563 รพท. = โรงพยาบาลท่วั ไป รพ.สต. = โรงพยาบาลส่งเสรมิ สุขภาพตำบล รพช. = โรงพยาบาลชุมชน อ่ืน ๆ จังหวัดลำพูนมีหน่วยบริการสาธารณสุข ทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน จำนวนทั้งสิ้น 246 แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลทั่วไป 1 แห่ง โรงพยาบาลชุมชน 7 แห่ง โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 72 แห่ง สถานพยาบาล เอกชน/คลนิ กิ 131 แหง่ ศูนย์บรกิ ารเทศบาล 1 แหง่ คลนิ ิกทนั ตกรรม 32 แห่ง และโรงพยาบาลสงั กดั เอกชน 2 แห่ง ตารางแสดงจำนวนประชากรตอ่ แพทยร์ ายจังหวดั ประชากร (หน่วย : คน) จงั หวดั แพทย์ ประชากรตอ่ แพทย์ ลำพูน 136 402,011 2,956 ท่ีมา : สำนกั งานสาธารณสขุ จงั หวดั ลำพนู ณ วันท่ี 31 ธ.ค. 2563 จังหวัดลำพูนมีจำนวนประชากรทั้งสิ้น 402,011 คน มีแพทย์ จำนวน 136 คน จำนวนประชากร ตอ่ แพทย์ คดิ เปน็ ประชากร 2,956 คน ตอ่ แพทย์ 1 คน 22
10) ขอ้ มูลดา้ นการศกึ ษา (หนว่ ย:คน) ตารางแสดงจำนวนนักเรียน/นักศกึ ษาในระบบจำแนกตามระดับชั้น ปี พ.ศ. ๒๕๖3 จงั หวัด ระดบั การศกึ ษา (คน) ลำพนู อนบุ าล ประถม ม.ตน้ ม.ปลาย ปวช. ปวส. ป.ตรี รวม 13,066 23,450 11,768 6,920 4,324 2,642 599 62,769 ทม่ี า : สำนกั งานศกึ ษาธิการจังหวดั ลำพนู ข้อมลู ณ วนั ที่ 25 ก.ค. 2563 จังหวัดลำพูนมีจำนวนนักเรียนนักศึกษาในระบบ จำแนกตามระดับชั้น ปี พ.ศ. 2563 จำนวนทั้งสิ้น 62,769 คน ดังนี้ ระดับอนุบาล 13,066 คน ระดับประถม 23,450 คน ระดับม.ต้น 11,768 คน ระดบั ม.ปลาย 6,920 คน ระดบั ปวช. 4,324 คน ระดบั ปวส. 2,642 คน และระดับ ป.ตรี 599 คน ตารางแสดงสถานศกึ ษาในระบบ นอกระบบ จำแนกรายสงั กดั รายจังหวดั ปีการศกึ ษา 2563 (หนว่ ย:จำนวน:แหง่ ) รายการสถานศกึ ษา (แหง่ ) ในระบบ นอกระบบ รวม ทอ้ งถิน่ สำนกั พทุ ธ ฯ กศน. สพฐ. เอกชน อาชวี ศกึ ษา อดุ มศึกษา 104 10 8 374 192 51 8 1 ท่มี า : สำนกั งานศึกษาธิการจงั หวัดลำพนู ขอ้ มูล ณ วันที่ 25 ก.ค. 63 จังหวัดลำพูนมีสถานศึกษาในระบบ นอกระบบ จำแนกรายสังกัด ปีการศึกษา 2563 จำนวนทั้งสิ้น 374 แห่ง ดังนี้ สพฐ. 192 แห่ง เอกชน 51 แห่ง อาชีวศึกษา 8 แห่ง อุดมศึกษา 1 แห่ง ท้องถิ่น 104 แห่ง สำนกั งานพระพุทธศาสนาแหง่ ชาติ 10 แหง่ และ กศน. 8 แหง่ ตารางแสดงคะแนนเฉลย่ี การทดสอบ O-Net ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (%) ปี พ.ศ. 25๖1 – 256๓ จงั หวัด 2561 ปีการศกึ ษา 2563 35.02 2562 33.79 ระดบั ประเทศ 32.34 จงั หวัดลำพนู 36.02 35.29 - สำนกั งานเขตพ้นื ท่ีการศกึ ษา 32.81 มธั ยมศกึ ษา 23
จงั หวดั 2561 ปกี ารศกึ ษา 2563 36.02 2562 27.80 - สำนักงานคณะกรรมการ 28.91 28.84 สง่ เสริมการศึกษาเอกชน 29.59 27.37 29.45 - สำนกั งานการศึกษาพิเศษ 26.79 - กรมส่งเสรมิ การปกครอง 29.77 27.88 ท้องถน่ิ -สำนกั งานพระพุทธศาสนา 24.70 25.18 แหง่ ชาติ มา : สำนกั งานศกึ ษาธกิ ารจงั หวดั ลำพูน ข้อมูล ณ วันท่ี 31 พ.ค. 64 จังหวดั ลำพูนมีผลคะแนนเฉลี่ยการทดสอบ O-net ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ระหว่างปี พ.ศ. 2561 – 2563 โดยแยกตามสังกัด ปรากฏว่า ปี 2561 สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาและสนง.คณะกรรมการ ส่งเสริมการศึกษาเอกชน มีผลคะแนนเฉลี่ยมากกว่าระดับประเทศ ปี 2562 สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีผลคะแนนเฉลี่ยมากกว่าระดับประเทศ และปี 2563 สนง.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มีผลคะแนนเฉลี่ย มากกวา่ ระดบั ประเทศ 11) ขอ้ มลู ดา้ นภาคเี ครอื ขา่ ย ตารางแสดงจำนวนองค์กรภาคเี ครอื ขา่ ย องคก์ ร จงั หวดั องค์กรสาธารณประโยชน์ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสรมิ การจดั สวัสดกิ ารสงั คม 121 องค์กรสวสั ดิการชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสรมิ การจดั สวสั ดิการสงั คม 38 กองทุนสวสั ดกิ ารชุมชน 57 สภาเดก็ และเยาวชน 66 สภาองคก์ รคนพิการ 17 ศนู ยบ์ รกิ ารคนพิการทั่วไป 36 ศนู ยพ์ ฒั นาคุณภาพชวี ติ และสง่ เสริมอาชีพของผู้สูงอายุ (ศพอส.) 27 ศนู ย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) 58 อาสาสมัครพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ (อพม.) 1,590 โครงการบ้านมัน่ คง (พอช.) 0 สภาองค์กรชมุ ชน 57 ข้อมลู คลงั ปัญญาผู้สงู อายุ 1,357 ชมรมผู้สูงอายุ 645 มา สำนักงานพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์จงั หวัด ขอ้ มลู ณ วนั ที่ 31 มีนาคม 2564 24
จังหวัดลำพูนมีองค์กรภาคีเครือข่าย ดังนี้ องค์กรสาธารณประโยชน์ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม 121 องค์กร องค์กรสวัสดิการชุมชน ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมการจัดสวัสดิการสังคม 38 องค์กร กองทุนสวัสดิการ ชุมชน 57 กองทุน สภาเด็กและเยาวชน 55 แห่ง สภาองค์กรคนพิการ 17 แห่ง ศูนย์บริการคนพิการทั่วไป 36 แห่ง ศนู ย์พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ และส่งเสริมอาชีพของผู้สูงอายุ (ศพอส.) 27 แหง่ ศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน (ศพค.) 58 แห่ง อาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.) 1,590 คน สภาองค์กรชุมชน 57 ตำบล ขอ้ มลู คลังปัญญาผสู้ ูงอายุ 1,357 คน และชมรมผสู้ ูงอายุ 645 ชมรม 12) สถานการณด์ า้ นสงั คม เศรษฐกจิ และทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม 1. สถานการณด์ า้ นสงั คม สถานการณ์เด็ก (อายุต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์) จังหวัดลำพูนมีประชากรเด็ก จำนวน 64,834 คน คิดเป็นร้อยละ 16.13 ของประชากรทั้งหมด พบว่าจำนวนประชากรเด็กมีจำนวนลดลงจากปีที่ผ่านมาถึง 4,846 คน จากจำนวนประชากรเด็กมีสถานการณ์เด็กที่น่าเป็นห่วง ดังนี้ เด็กที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จำนวน 490 ราย เด็กที่อยู่ในครอบครวั เล้ียงเดี่ยว จำนวน 2,177 ราย และเด็กที่ตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควรและไม่พร้อมในการเลี้ยงดู จำนวน 181 ราย และเด็กที่ถูกทารุณกรรมทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศ ที่มีการดำเนินคดี จำนวน 2 ราย ทั้งนี้ จงั หวดั ลำพูนมเี ดก็ ทไ่ี ด้รับเงินอุดหนุนเพอ่ื การเล้ยี งดูเด็กแรกเกิด จำนวนทั้งสิ้น 11,454 คน สถานการณ์เยาวชน (อายุ 18 – 25 ปี) จังหวัดลำพูนมีประชากรเยาวชน จำนวน 35,124 คน คิดเป็นร้อยละ 8.74 ของประชากรทั้งหมด พบว่าจำนวนประชากรเยาวชนมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา จำนวน 2,634 คน จากจำนวนประชากรเยาวชนมีสถานการณ์เยาวชนที่น่าเป็นห่วง ดังนี้ เยาวชนที่มีพฤติกรรม ไม่เหมาะสม จำนวน 773 คน และเยาวชนทถี่ กู ทารุณกรรมทางรา่ งกาย จิตใจ และทางเพศ จำนวน 1 คน สถานการณ์สตรี (สตรีที่มีอายุ 25 – 59 ปี) จังหวัดลำพูนมีประชากรสตรี จำนวน 106,043 คน คิดเป็นร้อยละ 26.38 ของประชากรทั้งหมด พบว่าประชากรสตรขี องจังหวัดลำพูนมีจำนวนลดลงจากปที ี่ผ่านมา จำนวน 1,918 คน จากจำนวนประชากรสตรี มีสถานการณ์ที่น่าเป็นห่วง ดังนี้ แม่เลี้ยงเดี่ยวฐานะยากจนที่ต้อง เลี้ยงดูบุตรเพียงลำพัง จำนวน 1,963 คน สตรีที่ถูกเลิกจ้าง/ตกงาน จำนวน 3,961 คน และสตรีที่ถูกทำร้าย รา่ งกาย จิตใจ จำนวน 15 คน สถานการณ์ครอบครัว จังหวัดลำพูนมีกลุ่มครอบครัว จำนวนทั้งสิ้น 168,359 ครอบครัว โดยมีสถานการณ์ครอบครัวที่น่าเป็นห่วง ดังนี้ ครอบครัวยากจน จำนวน 33,000 ครอบครัว ครอบครัวหย่าร้าง จำนวน 2,428 ครอบครัว ครอบครัวแหว่งกลาง จำนวน 450 ครอบครัว และครอบครัวที่มีคนในครอบครัว กระทำความรุนแรงต่อกัน 23 ครอบครัว สถานการณ์ผู้สูงอายุ (อายุ 60 ปีขึ้นไป)จังหวัดลำพูนมีพื้นที่การปกครองแบ่งเป็น 8 อำเภอ 51 ตำบล 57 องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ จังหวดั ลำพูนมผี ู้สูงอายุ จำนวน 97,102 คน จากประชากรทงั้ จังหวัด จำนวน 402,011 คน คิดเป็นร้อยละ 24.15 เป็นอันดับ 3 ของประเทศรองจากจังหวัดสิงห์บุรีและลำปาง (ข้อมูลจากกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย วันที่ 31 ธันวาคม 2563) ซึ่งหมายถึง จังหวัดลำพูนเป็น 25
\"สังคมผู้สูงอายุอย่างสมบูรณ์\" โดยจำแนกตามช่วงอายุ ดังนี้ 1) อายุ 60 – 69 ปี จำนวน 59,897 คน 2) อายุ 70 – 79 ปี จำนวน 25,123 คน 3) อายุ 80 – 89 ปี จำนวน 10,188 คน 4) อายุ 90 – 99 ปี จำนวน 1,797 คน 5) อายุ 100 ปีขึ้นไป จำนวน 97 คน จะพบว่าจังหวัดลำพูนมีประชากรสูงอายุที่มีอายุระหว่าง 60 – 70 ปี มากที่สุดคือ 59,897 คน คิดเป็นร้อยละ 61.68 ของจำนวนผู้สูงอายุทั้งหมด และในระยะ 6 ปี ย้อนหลัง ตั้งแต่ปี 2558 – ปัจจุบัน จังหวัดลำพูนมีจำนวนผู้สูงอายุเพิ่มข้ึนอยา่ งต่อเนือ่ งรวมทั้งสิน้ 15,995 คน โดยมีจำนวนผสู้ งู อายุเพิ่มจากปี 2562 จำนวน 2,538 คน สถานการณ์ผู้สูงอายุของจังหวัดลำพูนที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ ผู้สูงอายุช่วยเหลือตัวเองไม่ได้/หรือ ไม่มีคนดูแล/หรือไม่มีรายได้/หรือผู้ป่วยติดเตียง ติดบ้าน จำนวน 5,037 คน ผู้สูงอายุที่รับภาระดูแลบุคคล ในครอบครัว เช่น คนพิการ ผู้ป่วยเร้ือรัง บุตรหลาน และจิตเวช จำนวน 509 คน และผู้สูงอายุที่ถูกกระทำความ รุนแรงทางร่างกายหรือจิตใจ จำนวน 1 คน สถานการณ์คนพิการ คนพิการของประเทศไทย มีจำนวนทั้งสิ้น 2,076,311 คน คิดเป็นร้อยละ 3.13 ของประชากรทั้งประเทศ โดยจังหวัดลำพูนมีคนพิการ จำนวน 22,013 คน แยกเป็นเพศชาย 10,938 คน เพศหญิง 11,075 คน คิดเป็นร้อยละ 5.47 ของประชากรจังหวัดลำพูน (ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563) จากขอ้ มลู ของศูนย์บริการคนพิการจังหวัดลำพูน ซึง่ จงั หวดั ลำพนู มคี นพิการสงู เปน็ อันดับ 1 ของประเทศ ประเภท ความพิการที่พบมากที่สุดคือ ทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย จำนวน 12,229 คน รองลงมา คือ ทางการได้ยิน หรือสื่อความหมาย จำนวน 4,657 คน และอนั ดับสาม คือ ทางจติ ใจหรือพฤตกิ รรม จำนวน 1,588 คน และช่วง อายุที่มีจำนวนคนพิการมากที่สุด คือ ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 14,476 คน คิดเป็นร้อยละ 65.76 ของจำนวนคนพิการ สถานการณ์คนพิการของจังหวัดลำพูนที่น่าเป็นห่วงคือ คนพิการมีความต้องการกายอุปกรณ์ จำนวน 359 คน และคนพิการที่อยู่คนเดียวตามลำพัง/ไม่มีผู้ดูแล/ถูกทอดทิ้ง จำนวน 20 คน รวมทั้งจำนวน คนพิการของจังหวัดลำพูนที่เพิ่มมากขึ้นถึงจำนวน 2,521 คน ในระยะเวลา 6 ปีย้อนหลัง นับจากปี 2558 จงั หวดั ลำพนู มคี นพิการเพียง 19,492 คน ปี 2563 จังหวัดลำพูนมีการจ้างงานคนพิการในสถานประกอบการ จำนวน 74 แห่ง จำนวน 531 คน มีศูนย์บริการคนพิการทั่วไป ที่จัดตั้งโดยราชการส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้บริการ คนพิการในระดับพื้นที่ หรือตามประเภทความพิการ หรือให้บริการแก่คนพิการเป็นการเฉพาะในเรื่องใด เรื่องหนึ่ง จำนวน 36 แห่ง จังหวัดลำพูนมีชมรม/สมาคมคนพิการ จำนวน 17 ชมรม มีศูนย์การเรียนรู้ในชุมชน เพื่อการฟ้ืนฟแู ละพฒั นาคนพิการในชุมชน (CLC) 3 ศนู ย์ รวม 20 แหง่ และมีผู้ชว่ ยคนพิการ จำนวน 21 คน ดแู ล คนพกิ าร จำนวน 105 คน สถานการณ์ผู้ด้อยโอกาสจังหวัดลำพูนมีสถานการณ์ผู้ด้อยโอกาส ประจำปี 2563 ที่น่าเป็นห่วง ได้แก่ คน มีกลุ่มชาติพันธุ์/ชนกลุ่มน้อย จำนวน 43,191 คน ผู้ติดเชื้อ HIV จำนวน 3,150 คน ผู้ติดยาเสพติด จำนวน 1,820 คน คนไรท้ ่ีพ่ึง จำนวน 46 คน และผูแ้ สดงความสามารถ จำนวน 44 คน 26
สถานการณ์การค้ามนุษย์ นับตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ปี 2564 จังหวัดลำพูนไม่พบคดี ที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ โดยในปี 2563 ได้ดำเนินการคัดแยกผู้ต้องสงสัยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ จำนวน 35 ราย เป็นเพศชาย 25 ราย คิดเป็นร้อยละ 71.43 เพศหญิง 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 28.57 เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 4 ราย โดยทั้ง 35 ราย เป็นสัญชาติเมียนมา (ไทใหญ่) และเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย โดยผู้ต้องสงสัยตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์ทั้งหมดเป็นแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่เข้ามาเป็นแรงงานภาค เกษตรกรรม เนื่องจากในฤดูเก็บเกี่ยวลำไยซึ่งเป็นพืชผลผลิตทางการเกษตรหลักของจังหวัดลำพูน จำเป็นต้อง ใชแ้ รงงานจำนวนมาก สถานการณ์ความรุนแรงในครอบครวั จังหวัดลำพูนมีจำนวนครอบครวั ท้ังสิน้ 168,359 ครอบครวั มีบ้าน จำนวน 182,323 หลังคาเรือน มีศูนย์พัฒนาครอบครัวในชุมชน จำนวน 58 แห่ง มีศูนย์ปฏิบัติการ เพอ่ื ปอ้ งกนั การกระทำความรุนแรงในครอบครัวจังหวัดลำพนู (ศปกต.) จำนวน 16 แหง่ สำหรับสถานการณ์ความ เข้มแข็งของครอบครัวจังหวัดลำพูน ตั้งแต่ปี 2558 – 2562 จำนวน 6 ตำบล รวมทั้งสิ้น 11,066 ครัวเรือน พบว่าค่าเฉลี่ยดัชนีความเข้มแข็งของครอบครัวในภาพรวม ระดับคะแนนมีค่าเฉลี่ยสูงกว่าร้อยละ 75 และในปี 2563 ได้ดำเนินการสำรวจสถานการณ์ความเข้มแข็งของครอบครัวจังหวัดลำพูน ครอบคลุมพื้นที่ 8 อำเภอ 25 ตำบลๆ ละ 30 ครัวเรือน รวมทั้งสิ้น 750 ครัวเรือน พบว่า ความเข้มแข็งครอบครัวไทย ในภาพรวมระดับตำบล คิดเป็นร้อยละ 90.00 ถือว่ามีค่าเฉลี่ยที่สูงมากและจากการสำรวจข้อมูล จปฐ. ตัวชี้วัดที่ 31 ครอบครัวมีความอบอนุ่ พบว่า ผ่านเกณฑ์ 112,868 ครัวเรือน คิดเปน็ ร้อยละ 99.98 สำหรับสถานการณ์ความรุนแรงในครอบครัวที่น่าเป็นห่วงของจังหวัดลำพูน ได้แก่ ครอบครัว ที่มีการกระทำความรุนแรงต่อกัน (ความรุนแรงด้านร่างกาย จิตใจ และเพศ) จำนวน 41 ครอบครัว รวม 41 ราย เป็นเพศชาย จำนวน 5 ราย เป็นเพศหญิง จำนวน 36 ราย โดยพบว่าปัญหาความรุนแรงใน เด็กที่อายุต่ำกว่า 9 ปี จำนวน 5 ราย เด็กอายุ 10 – 18 ปี จำนวน 7 ราย อายุ 18 – 59 ปี 21 ราย และอายุ 60 ปีขึ้นไป จำนวน 8 ราย และประเภทปัญหาท่ีพบได้แก่ การทำร้ายร่างกาย 28 ราย ปัญหาเรื่องเพศ 3 ราย และปญั หาการข่มขู/่ กกั ขัง/ทอดทง้ิ จำนวน 10 ราย จังหวัดลำพูนยังพบปัญหาการฆ่าตัวตายสำเร็จ ตั้งแต่ปี 2556 – 2563 อัตราการฆ่าตัวตาย สำเร็จอยู่ระหว่าง 14.61 – 21.70 (ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนด ไม่เกินร้อยละ 6.3 ต่อแสนประชากร) ในปี 2563 จังหวัดลำพูนมีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ เท่ากับ 21.70 ต่อแสนประชากร จำนวนทั้งสิ้น 88 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 78 ราย คิดเป็นร้อยละ 88.63 และเพศหญิง 10 ราย คิดเป็นร้อยละ 11.36 โดยช่วงอายุ ที่มีอัตราการฆ่าตัวตายสำเร็จ 3 ลำดับแรก ได้แก่ อายุระหว่าง 41 – 50 ปี จำนวน 21 ราย (ร้อยละ 23.86) อายุระหว่าง 51 – 60 ปี จำนวน 19 ราย (ร้อยละ 21.59) และอายุระหว่าง 31 – 40 ปี จำนวน 18 ราย (ร้อยละ 20.75) จากสถานการณ์ความรุนแรงของครอบครัวจังหวัดลำพูน จะพบว่า ปัญหาความรุนแรง ในครอบครวั เพมิ่ ขน้ึ จากปที ี่ผ่านมา จำนวน 2 ราย รวมทั้งปัญหาการฆา่ ตวั ตายทมี่ ีเพม่ิ ขน้ึ จำนวน 4 ราย 27
สถานการณ์ด้านแรงงาน ผู้อยู่ในวัยทำงานและกำลังแรงงาน จังหวัดลำพูน ปี 2563 พบว่ามีผู้อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15 ปี ขึ้นไป) 357,068 คน ผู้อยู่ในกำลังแรงงาน 258,151 คน จำแนกเป็น ผมู้ ีงานทำ 255,573 คน ผวู้ า่ งงาน 2,450 คน และ กำลังแรงงานทีร่ อฤดูกาล 128 คน ขณะทผ่ี ้ไู ม่อยู่ในกำลงั แรงงาน จำนวน 98,917 คน การมงี านทำ ผ้มู งี านทำในจงั หวดั ลำพูน จำนวน 255,573 คน หรอื ร้อยละ 99 ทำงานในภาคเกษตรกรรม 98,940 คน ร้อยละ 38.71 ส่วนผู้ทำงานนอกภาคเกษตรกรรม มีจำนวน 156,634 คน ร้อยละ 61.29 โดยกลุ่ม นอกภาคเกษตรกรรมจะทำงานในอุตสาหกรรมการผลิตมากที่สุด จำนวน 58,599 คน ร้อยละ 37.41 รองลงมา คือ การขายส่ง การขายปลีก การซ่อมยานยนต์ และรถจักรยานยนต์ จำนวน 35 ,688 คน ร้อยละ 22.78 และและทพี่ กั แรม และบรกิ ารด้านอาหาร จำนวน 13,890 คน ร้อยละ 8.87 สำหรับผู้มงี านทำ ส่วนใหญ่สำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมากท่ีสดุ จำนวน 58,101 คน รอ้ ยละ 22.73 การวา่ งงาน จังหวัดลำพูน มีผู้ว่างงาน จำนวน 2,450 คน อตั ราการวา่ งงานอยทู่ ีร่ ้อยละ 0.95 แรงงานนอกระบบ จังหวัดลำพูน มีแรงงานนอกระบบจำนวน 164,240 คน แยกเป็นเพศชาย 88,165 คน เพศหญิง 76,075 คนและเมื่อเทียบกับปีก่อนเพิ่มขึ้น ร้อยละ 6.87 ทั้งนี้แรงงานนอกระบบเหล่านี้ จะทำงานในภาคเกษตรเป็นส่วนใหญ่ จำนวน 96,943 คน ร้อยละ 59.03 ขณะที่การทำงานนอกภาคเกษตร จำนวน 67,297 คน ร้อยละ 40.97 ซึ่งกลุ่มนอกภาคเกษตรนี้ เมื่อพิจารณาจำแนกตามประเภทอุตสาหกรรม พบว่า อุตสาหกรรมที่มีจำนวนแรงงานนอกระบบสูงสุด 3 อันดับแรกคือ การขายส่ง การขายปลีก ร้อยละ 15.31 รองลงมาคือ การผลิต รอ้ ยละ 11.50 และทพี่ กั แรม และบริการดา้ นอาหาร รอ้ ยละ 7.27 การบริการจัดหางานในประเทศ ปี 2563 นายจา้ ง/สถานประกอบการ ได้แจ้งตำแหน่งงานว่าง จำนวน 4,181 อัตรา มีผู้สมัครงานมาใช้บริการ จำนวน 1,719 คน ได้รับการบรรจุเข้าทำงาน 1,873 คน เปรียบเทียบกับปีก่อน พบว่า ต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น 2,105 อัตรา ร้อยละ 101.40 ผู้สมัครงานมาใช้บริการ เพ่ิมขึน้ 431 คน รอ้ ยละ 33.46 และการบรรจงุ านเพิ่มขน้ึ 447 คน ร้อยละ 31.35 สว่ นตำแหนง่ งานว่างตาม ระดับการศึกษาที่ต้องการสูงสุด คือ ระดับมัธยมศึกษามากที่สุด ร้อยละ 34.59 รองลงมา ระดับปวช.-ปวส./ อนุปริญญา ร้อยละ 34.20 ระดับประถมศึกษาและต่ำกว่า ร้อยละ 16.19 และระดับปริญญาตรี ร้อยละ 14.66 ตามลำดับ สำหรับอาชีพที่มีการบรรจุมากที่สุด คือ อาชีพงานพื้น 1,380 คน ร้อยละ 73.68 และ อตุ สาหกรรมทไี่ ด้รับการบรรจุมากท่สี ุด คือ การผลิต 1,301 คน รอ้ ยละ 69.46 การไปทำงานต่างประเทศ มีแรงงานไทยที่ได้รับอนุญาตให้ไปทำงานต่างประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 313 คน เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน พบว่า แรงงานไทยเดินทางไปทำงานต่างประเทศลดลง จำนวน 36 คน คิดเป็นร้อยละ 8.51 หากพิจารณาตามวิธีการเดินทาง พบว่า ส่วนใหญ่ไปโดยนายจ้างพาไป ฝึกงาน 241 คน (ร้อยละ 68.37) รองลงมา Re-Entry คือ กลับไปทำงานอีกครั้งหนึ่งโดย การต่ออายุสัญญา 85 คน (รอ้ ยละ 27.16) และนายจ้างพาไปทำงาน 13 คน (รอ้ ยละ 4.15) ทั้งน้ี โดยภมู ภิ าคเอเชียยงั คงเปน็ ตลาดแรงงาน หลักที่แรงงานไทยในจังหวัดลำพูนนิยมเดินทางไปทำงานมากที่สุด ร้อยละ 92.33 สำหรับประเทศที่มีแรงงาน เดินทางไปทำงานมากที่สุดยังคงเป็นประเทศลาว จำนวน 174 คน ร้อยละ 55.59 รองลงมาคือ ประเทศญี่ปุ่น จำนวน 28 คน รอ้ ยละ 8.95 และประเทศมาเลเซีย จำนวน 9 คน รอ้ ยละ 2.88 ตามลำดบั 28
สถิตคนต่างด้าว คนต่างด้าวทำงานอยู่ในจังหวัดลำพูน ในไตรมาสที่ 4/2563 มีจำนวนทั้งส้ิน 11,381 คน ลดลงจากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จำนวน 3,469 คน ร้อยละ 23.36 พบว่า แรงงานต่างด้าว ส่วนใหญ่เป็น แรงงาน MOU มติ ครม. 20 ส.ค. 2562 จำนวน 8,732 คน ร้อยละ 76.72 รองลงมา แรงงาน ต่างด้าวไร้สัญชาติ จำนวน 1,766 คน ร้อยละ 15.52 , ประเภทนำเข้าตาม MOU จำนวน 418 คน ร้อยละ 3.67 ,ประเภทสง่ เสรมิ การลงทุน จำนวน 346 คน รอ้ ยละ 3.04 และ ประเภททั่วไป จำนวน 119 คน รอ้ ยละ 1.05 การคุ้มครองแรงงาน จากการตรวจสถานประกอบการทั้งสิ้น 288 แห่ง ลูกจ้างที่ผ่านการตรวจ หรือได้รับการคุ้มครองรวม 7,233 คน ซึ่งสถานประกอบการส่วนใหญ่ที่เข้าตรวจมากที่สุด คือ ขนาด 10-19 คน จำนวน 71 แห่ง ร้อยละ 24.65 โดยสถานประกอบการส่วนใหญ่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 239 แห่ง รอ้ ยละ 82.99 และปฏิบตั ิไม่ถกู ต้องตามกฎหมาย จำนวน 49 แห่ง ร้อยละ 17.01 - สถานประกอบการที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย 49 แห่ง ร้อยละ 17.01 หากพิจารณาสถานประกอบที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ 20-49 คน จำนวน 17 คน ร้อยละ 26.98 รองลงมา 10-19 คน จำนวน 14 แห่ง ร้อยละ 25 , ขนาด 5-9 คน จำนวน 11 คน ร้อยละ 15.49 และขนาด 1-4 คน จำนวน 7 แหง่ รอ้ ยละ 10.77 - เรื่องที่ปฏิบัติไม่ถูกต้องตามกฎหมาย คือ วันทำงาน ,วันหยุด สิทธิการลา ,ข้อบังคับ และค่าจา้ งขั้นตำ่ ทง้ั น้ี พนักงานตรวจแรงงานได้ดำเนินการออกคำสั่งให้นายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมายแลว้ การตรวจความปลอดภยั ในการทำงาน มีการตรวจความปลอดภัยในสถานประกอบการ ทงั้ สิน้ 224 แหง่ ลกู จา้ งทผ่ี ่านการตรวจท้ังสิน้ 8,003 คน ผลการตรวจ พบวา่ สถานประกอบการที่ปฏบิ ัติถูกต้อง ต า ม กฎ ห ม า ย ค ว า ม ป ล อ ด ภั ย จ ำ น ว น 174 แ ห่ ง ร้ อย ล ะ 7 7 . 6 8 ป ฏิ บั ติ ไ ม่ ถู ก ต้ อ ง จำนวน 50 แห่ง ร้อยละ 28.74 หากพิจารณาประเภทอุตสาหกรรมทีป่ ฏิบตั ิไม่ถูกตอ้ ง 3 อันดับแรก ได้แก่ การผลิต จำนวน 77 แห่ง ร้อยละ 34.38 รองลงมา การขายส่ง การขายปลีก จำนวน 56 แห่ง ร้อยละ 25.0 และการก่อสร้าง จำนวน 29 แห่ง ร้อยละ 12.95 โดยพนักงานตรวจความปลอดภัยได้ออกคำสั่งให้นายจ้างดำเนินการให้ถูกต้องตาม กฎหมาย การเกิดข้อเรียกร้อง/ข้อพิพาทแรงงานและข้อขัดแย้งภายในจังหวัดลำพูน ในช่วง ปี 2563 พบว่า ไม่มกี ารแจง้ ข้อขัดแยง้ ใดๆ การประสบอันตราย/เจ็บป่วยจากการทำงาน จังหวัดลำพูน มีการประสบอันตราย หรือเจบ็ ปว่ ยเน่ืองจากการทำงาน ทง้ั สิ้น 470 คน เมือ่ เทียบกบั ปีก่อนลดลง รอ้ ยละ 16.96 สว่ นใหญ่จะหยุดงาน ไม่เกิน 3 วัน มีจำนวน 390 คน ร้อยละ 82.98 รองลงมาคือ ผู้หยุดงานเกิน 3 วัน จำนวน 75 คน ร้อยละ 15.96 และสูญเสียอวัยวะบางสว่ น จำนวน 2 คน รอ้ ยละ 0.43 การเลิกจ้างแรงงาน สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน รายงาน สถานการณ์การเลกิ จา้ ง ปี 2563 พบว่า มีการเลิกจ้าง จำนวน 32 แหง่ ลูกจา้ งทไ่ี ด้รับผลกระทบ 2,826 คน 29
การสวัสดิการ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน ยังมีการส่งเสริม การจัดสวัสดิการแรงงานในสถานประกอบการ ปี 2563 ดังนี้ 1) ส่งเสริมการให้บริการด้านสวัสดิการแรงงาน นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนด 107 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการสง่ เสริม 5,000 คน 2) ส่งเสริมให้สถานประกอบ กิจการ เขา้ ร่วมโรงงานสีขาว 127 แห่ง ลกู จา้ งท่ไี ดร้ ับการสง่ เสริม 14,822 คน 3) ส่งเสรมิ ให้ สปก. จดั ตั้งมุมนม แม่ในสถานประกอบกิจการ 2 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 620 คน สำหรับการส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับ สวัสดิการแรงงานแก่แรงงานนอกระบบ/แรงงานต่างด้าว 12 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 1,530 คน และจัดคาราวานแก้จนเพื่อให้บริการด้านสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน 2 แห่ง ลูกจ้างที่ได้รับการส่งเสริม 1,530 คน การประกนั สงั คม พบวา่ มสี ถานประกอบการที่ขึน้ ทะเบียนประกนั สงั คม ทงั้ สน้ิ 3,064 แห่ง ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 77,553 คน และมีสถานพยาบาลในสังกัดประกันสังคมที่เป็นสถานพยาบาลของรัฐบาล จำนวน 1 แหง่ และสถานพยาบาลเอกชน 2 แหง่ กองทุนประกันสังคม มีผู้มาใช้บริการจำนวน 86,568 คน ซึ่งจำนวนผู้ใช้บริการในปีน้ี เพิ่มขึ้นร้อยละ 30.88 โดยประเภทประโยชน์ทดแทนที่ผู้ประกันตนใช้บริการสูงสุด กรณีเจ็บป่วย มีผู้ประกันใช้ 51,026 ราย ร้อยละ 58.94 ของผู้ใช้บริการทั้งหมด รองลงมาได้แก่ กรณีว่างงาน คลอดบุตร และชราภาพ โดยมีสัดส่วนร้อยละ 23.47, 5.81 และ 4.37 ตามลำดับ สำหรับปริมาณการจ่ายเงินประโยชน์ทดแทน พบว่า กรณีว่างงาน มกี ารจ่ายเงนิ สูงสุดถึง 373,012,181.34 บาท รอ้ ยละ 39.19 ของเงินประโยชน์ทดแทนท่ีจ่าย 30
๒. สถานการณ์ด้านเศรษฐกิจ ภาพรวมเศรษฐกิจจังหวดั ลำพนู ไตรมาส 2 ปี 2564 ขยายตัว ร้อยละ 7.2 ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกัน ของปีก่อน จากการขยายตัว ด้านอุปทาน ขยายตัวร้อยละ 7.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยขยายตัวจากผลผลิตภาคเกษตรกรรมร้อยละ 16.0 จากปริมาณ ผลผลิตมะม่วง ข้าวเหนียว และลำไย ภาคอุตสาหกรรมขยายตัว ร้อยละ 5.4 จากภาษีมูลค่าเพิ่มหมวด อุตสาหกรรม จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม และปริมาณการใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรมที่เพิ่มขึ้น และภาคบริการ ที่ขยายตัวร้อยละ 6.6 จากยอดขายสินค้าทั้งปลีกและส่ง ภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่เพิ่มข้ึน ด้านอุปสงค์ ขยายตัวร้อยละ 5.5 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน ผลจากการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวร้อย ละ 11.2 เพ่ิมข้ึนจากรายจ่ายลงทุน ท่ีขยายตัว 1 เทา่ ผลจากการเร่งรัดการเบิกจ่ายงบลงทนุ ขนาดใหญ่ในจังหวัด ลำพูน และการบริโภคภาคเอกชนขยายตัวร้อยละ 4.4 จากจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ และรถยนต์นั่ง สว่ นบุคคลจดทะเบียนใหม่ท่ีขยายตัวร้อยละ 47.7 และ 8.3 ตามลำดับ ด้านเสถียรภาพทางเศรษฐกิจโดยรวมของจังหวัดลำพูน อัตราเงินเฟ้อทั่วไปยังคงติดลบอยู่ท่ี ร้อยละ -2.6 ลดลงจากดัชนีหมวดอาหารและเคร่ืองด่ืมไม่มีแอลกอฮอล์ทีห่ ดตัว จากการลดลงของสนิ ค้าในกลุ่มข้าว แป้งและผลิตภัณฑ์ จากแป้ง กลุ่มผักสด และกลุ่มเนื้อสตั ว์ เป็ดไก่ และสัตวน์ ้ำ ขณะที่สภาพคล่องในระบบสถาบัน การเงินมีการขยายตัวของปริมาณเงินฝากรวมสูงกว่าปริมาณสินเชื่อ โดยปริมาณเงินฝากรวมขยา ยตัว ร้อยละ 6.6 และปริมาณสินเชื่อขยายตัว ร้อยละ 1.0 สำหรับการจ้างงานของจังหวัดลำพูนขยายตัว ร้อยละ 1.7 จากภาคอตุ สาหกรรม เกษตรกรรมและภาคบรกิ าร ทเ่ี พิม่ ขน้ึ เป็นสำคญั ตารางแสดงเครือ่ งช้เี ศรษฐกิจของจังหวดั ลำพูน เครอื่ งช้ี หนว่ ย ปี 2563 Q1 ปี 2563 Q4 ปี 2564 Q2 Q3 Q1 Q2 ดัชนีผลผลติ ภาคเกษตรกรรม ดัชนผี ลผลติ ภาคอตุ สาหกรรม %yoy 0.7 4.7 1.8 1.8 -4.6 -19.8 16.0 ดัชนีผลผลติ ภาคบรกิ าร ดัชนีการบรโิ ภคภาคเอกชน %yoy -6.0 -9.6 -14.7 -5.3 -7.6 -1.9 5.4 ดัชนกี ารลงทุนภาคเอกชน ดัชนีการใชจ้ ่ายภาครัฐ %yoy -12.5 -26.7 -11.2 -2.2 -9.4 7.3 6.6 อัตราเงินเฟอ้ ทั่วไป การจ้างงาน %yoy -14.0 -15.9 -10.9 -18.3 -10.3 -1.8 4.4 %yoy 1.5 0.0 9.0 -3.0 0.1 -1.3 -1.3 %yoy 2.2 -13.9 3.2 12.5 9.6 14.6 11.2 %yoy -0.1 1.6 -1.3 -0.1 -0.4 -5.3 -2.6 %yoy -0.2 -0.8 -3.0 1.1 1.8 0.3 1.7 2.1 เศรษฐกิจดา้ นอปุ ทาน (การผลติ ) ภาคเกษตรกรรม ขยายตัวร้อยละ 16.0 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากปริมาณ ผลผลิตสินค้าเกษตร ที่สำคัญเพิ่มขึ้น ได้แก่ มะม่วง ข้าวเหนียวและลำไยที่ขยายตัว เนื่องจากสภาพอากาศ ที่เอื้ออำนวยทำให้ผลผลิตออกมา จำนวนมาก สำหรับรายได้เกษตรกรโดยรวมในไตรมาสนี้ขยายตัวเมื่อเทียบกับ ไตรมาสเดยี วกนั ของปีกอ่ น ตามการเพม่ิ ขึน้ ของปริมาณผลผลติ สินค้าเกษตรทสี่ ำคญั 31
กราฟดชั นีภาคเกษตรกรรม 20 10 10.5 4.9 3.8 1.8 1.2 16 5.5 Q3/63 5.8 Q2/64-3.7 0 4.7 1.8 Q2/63 -4.6 -5.7 Q4/63 Q1/64 Q1/63 -10 -3.8 -11.6 -20 -12 -19.8 -30 -29.1 -40 รายไดเ้ กษตรกร ผลผลติ ภาคเกษตรกรรม ราคาผลผลติ ทมี่ า : สำนกั งานเกษตรจังหวัดลำพูน คำนวณโดยสำนกั งานคลงั จังหวัดลำพูน ภาคอุตสาหกรรม ขยายตัวร้อยละ 5.4 ฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากเครื่องชี้ที่สำคัญ ทุกชนิด ได้แก่ ภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดอุตสาหกรรม จำนวนโรงงานอุตสาหกรรม และปริมาณ การใช้ไฟฟ้าภาคอุตสาหกรรม ผลจากผู้ประกอบการในโรงงานอุตสาหกรรมจงั หวัดลำพูน มีแนวทางการรับมือกบั สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ที่ชัดเจน รวมทั้งการให้แรงงาน สลับกันเข้าทำงานแบ่งตามช่วงเวลาสามารถกลับมาผลิตได้ตามปกติ และบางแห่งมีการเพิ่มกำลังการผลิต โดยเฉพาะอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนและแผ่นวงจรอิเล็กทรอนิกส์กลุ่ม IC และ DCBA เช่น เครื่องไฟฟ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับให้สัญญาณเสียง วงจรรวมที่ใช้ในทางอเล็กทรอนิกส์ จานบันทึกเทป อุปกรณ์หน่วยเก็บความจำแบบไม่ลบเลือน และอุปกรณ์ที่เป็นชิ้นส่วนประกอบคอมพิวเตอร์และการสื่อสาร จากผลดีของวัฏจักรอิเล็กทรอนิกส์โลกที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ประกอบกับปัญหาด้านการนำเข้าของประเทศคู่ค้า คล่คี ลายลง อุปสงคข์ องประเทศคคู่ ้ากลบั มาฟืน้ ตวั ผลผลิตภาคอตุ สาหกรรม ผลผลติ ภาคอตุ สาหกรรม %yoy เชงิ เสน้ (ผลผลติ ภาคอตุ สาหกรรม) 245.0 248.3 231.7 234.2 221.6 211.7 219.5 216.5 217.3 223.1 4.9 3.9 5.4 Q1/62 Q2/62 Q3/62 Q4/62 Q1/63 Q2/63 Q3/63 Q4/63 Q1/64 Q2/64 -6.4 -2.0 -9.6 -14.7 -5.3 -7.6 -1.9 ทมี่ า : สำนกั งานอุตสาหกรรมจงั หวัดลำพูน และการไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าคจังหวดั ลำพูน 32
ภาคบริการ ขยายตัวร้อยละ 6.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีกอ่ น จากยอดขายสินค้าท้งั ปลีกและส่ง ที่เพิ่มขึ้น ตามมาตรการช่วยสนับสนุนกำลังซื้อของผู้บริโภคของภาครัฐ เช่น โครงการเราชนะเริ่มใช้ จ่ายตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ถึงช่วงเดือน มิถุนายน และภาษีมูลค่าเพิ่มหมวดโรงแรมและภัตตาคาร ผลจาก มาตรการจัดโรงแรมและ ที่พักเอกชนเป็นสถานที่กักตัวเพื่อเฝ้าดูอาการผู้มีความเสี่ยงจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID -19) ประกอบกับฐานท่ีต่ำในปกี อ่ น ผลผลติ ภาคบรกิ าร ทมี่ า : สำนกั งานอตุ สาหกรรมจังหวดั ลำพนู และการไฟฟา้ สว่ นภูมิภาคจงั หวดั ลำพนู 2.2 เศรษฐกจิ ดา้ นอปุ สงค์ (การใชจ้ า่ ย) การบริโภคภาคเอกชน ขยายตัวร้อยละ 4.4 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการ ขยายตัวของจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจำนวนรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ เนื่องจาก กระบวนการผลิตภาคอุตสาหกรรมในเขตนิคมอุตสาหกรรมลำพูนกลับมาดำเนินการตามปกติและบางแห่ง เพิ่มกำลังการผลิต แรงงานมีรายได้เพิ่ม ทำให้มีความต้องการจำนวนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลจดทะเบียนใหม่ และจกั รยานยนต์จดทะเบยี นใหมเ่ พือ่ ใชง้ านเพม่ิ ข้นึ การบรโิ ภคภาคเอกชน 187.1 169.5 165.2 140.3 157.3 151.1 135.0 125.9 154.5 157.8 2.8 1.2 4.4 Q1/62 Q2/62 Q3/62 Q4/62 Q1/63 Q2/63 Q3/63 Q4/63 Q1/64 Q2/64 -0.7 -7.8 -15.9 -10.9 -18.3 -10.3 -1.8 การบรโิ ภคภาคเอกชน %yoy เชิงเสน้ (การบรโิ ภคภาคเอกชน) ท่มี า : สำนกั งานขนส่งจงั หวดั ลำพนู และการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคจงั หวดั ลำพูน 33
การลงทุนภาคเอกชน หดตัวร้อยละ -1.3 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากพื้นที่ ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างรวมและสินเชื่อเพื่อการลงทุนที่ลดลง จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคไวรสั โคโรนา 2019 (โควดิ -19) ระลอกใหม่ในชว่ งกลางเดือนเมษายน 2564 การลงทนุ ภาคเอกชน ท่ีมา : สำนกั งานสถติ ิจังหวัดลำพนู และสำนักงานขนสง่ จังหวัดลำพูน การใช้จ่ายภาครัฐ ขยายตัวร้อยละ 11.2 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน สะท้อนจาก การเบิกจ่าย งบรายจ่ายลงทุนขยายตัวถึง 1 เท่า โดยมีผลการเบิกจ่ายงบลงทุนสะสม จำนวน 895.7 ล้านบาท จากการเร่งเบิกจ่าย งบลงทุนโครงการขนาดใหญ่ในจังหวัดลำพูน อาทิเช่น โครงการก่อสร้างถนนทางหลวง หมายเลข 114 ป่าสัก-สะปุ๋งของ แขวงทางหลวงจังหวัดลำพูน เป็นต้น ในขณะที่งบรายจ่ายประจำหดตัวในอัตรา ร้อยละ -0.1 จากการชะลอการจัดประชุมฝึกอบรม และการจัดงานเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) โดยการเบิกจ่าย งบประจำสะสม ณ ไตรมาสที่ 2 ปี 2564 จำนวน 1,950.2 ลา้ นบาท ผลการเบกิ จา่ ยงบประมาณของสว่ นราชการ ทมี่ า รายงาน MIS จากระบบบริหารการเงนิ การคลงั ภาครัฐแบบอิเลก็ ทรอนกิ ส์ (GFMIS) 34
2.3 ดา้ นเสถยี รภาพทางเศรษฐกจิ ด้านการเงิน สภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินของจังหวัดลำพูนในไตรมาสที่ 2/2564 พบว่ามีการขยายตัวของปริมาณเงินฝากรวมสูงกว่าปริมาณสินเชื่อรวม โดยปริมาณเงินฝากรวมมียอดสะสมรวม 43,251.5 ล้านบาท ขยายตวั รอ้ ยละ 6.6 จากการรกั ษาสภาพคล่องของผฝู้ าก และผลต่อเน่อื งจากมาตรการด้าน การเงินเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ด้านปริมาณ สินเชื่อรวมมียอดสะสมรวม 44,692.5 ล้านบาท ขยายตัวลงในอัตรารอ้ ยละ 1.0 จากสินเชื่อเพื่อธรุ กิจทีเ่ พิ่มขน้ึ จากนโยบายจูงใจในการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้กับผู้ประกอบการและสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย เพื่อกระตุ้นให้มีการ ลงทนุ (สัดส่วนทธี่ นาคารพาณชิ ยน์ ำเงนิ ฝากไปใหส้ นิ เชื่อคิดเป็นร้อยละ 72.1) ปรมิ าณเงนิ ฝากและสนิ เชอื่ ภายในจงั หวดั 10.0 8.6 4.8 5.8 6.0 4.0 6.1 6.4 6.6 1.5 2.6 1.9 0.2 0.4 0.1 2.0 1.0 0.1 0.1 Q1/62 Q2/62 Q3/62 Q4/62 Q1/63 Q2/63 Q3/63 Q4/63 Q1/64 Q2/64 %เงินฝากรวม %สนิ เช่อื รวม -1.0 ทม่ี า : ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารพาณิชยใ์ นจังหวัดลำพูน 2.4 ด้านระดับราคา อัตราเงินเฟ้อของจังหวัดลำพูน ไตรมาส 2/2564 หดตัวในอัตราร้อยละ -2.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน จากการปรับตัวลดลงของดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มี แอลกอฮอล์ จากการลดลงของสินค้าในกลุ่มข้าวแป้งและผลิตภัณฑ์จากแป้ง กลุ่มผักสด และกลุ่มเนื้อสัตว์ เป็ดไก่ และสตั วน์ ้ำ 35
ดัชนีราคาผู้บริโภคจงั หวดั ลำพูน ดชั นรี าคาผบู้ ริโภค อตั ราเงนิ เฟอ้ (%yoy) เชิงเสน้ (ดัชนรี าคาผบู้ ริโภค) 131.4 132.9 133.7 133.5 133.6 131.1 133.6 132.9 126.4 127.7 0.2 0.9 1.1 1.2 1.6 Q1/62 Q2/62 Q3/62 Q4/62 Q1/63 Q2/63 Q3/63 Q4/63 Q1/64 Q2/64 -1.3 -0.1 -0.4 -5.3 -2.6 ทม่ี า สำนกั งานพาณชิ ยจ์ งั หวดั ลำพูน การจ้างงาน อัตราการจ้างงานเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนเปลี่ยนแปลงเพิ่มข้ึน ร้อยละ 1.7 กลับมาฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากความต้องการแรงงานที่กลับมาของ ภาคอตุ สาหกรรม ภาคเกษตรกรรม และภาคบรกิ ารเป็นสำคญั ภาวะการมงี านทำในจงั หวดั ลำพนู 97.5 98.3 99.5 97.2 96.7 95.4 100.6 99.0 97.0 97.0 0.6 1.4 0.9 1.1 1.8 0.3 1.7 Q1/62 Q2/62 Q3/62 Q4/62 Q1/63 Q2/63 Q3/63 Q4/63 Q1/64 Q2/64 -1.8 -0.8 -3.0 จานวนผูม้ ีงานทา อัตราผ้มู ีงานทา (%) เชิงเส้น (จานวนผู้มงี านทา) ทมี่ า สำนกั งานสถติ ิจังหวดั ลำพูน 36
3. สถานการณ์ไฟปา่ และหมอกควนั ในพืน้ ทจ่ี งั หวัดลำพนู ขอ้ มลู เปรยี บเทยี บระหวา่ งปี 2563 และปี 2564 (1 ม.ค. – 31 พ.ค.) จดุ ความรอ้ น พ้นื ที่เผาไหม้ PM 2.5 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2563 ปี 2564 ปี 2563 ปี 2564 3,180 2,823 561,461 ไร่ 411,651 36 วนั 39 วัน ลดลงรอ้ ยละ 11.22 ลดลงรอ้ ยละ 26 เพม่ิ ขน้ึ รอ้ ยละ 8 จำนวนวันที่ PM 2.5 เกินเกณฑ์มาตรฐาน ปี 2563 ปี 2564 36 วนั 39 วัน ค่าสูงสุด 100 มคก/ลบ.ม. ค่าสงู สดุ 102 มคก/ลบ.ม. สถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในพื้นที่จังหวัดลำพูน มีสาเหตุเกิดขึ้นจาก ไฟปา่ การเผาในท่โี ลง่ และการเผาพ้นื ทเ่ี กษตรกรรม รวมทง้ั ฝุ่นละอองจากการประกอบกิจการโรงงานอุตสาหกรรม และการจราจร จังหวัดลำพูนได้ดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5) โดยมแี นวทางการดำเนินงานในแต่ละปตี ามกรอบนโยบายรฐั บาล กระทรวง และกรมท่ีเก่ยี วข้องกำหนด รวมทั้งมาตรการต่างๆ เพื่อการจัดการปัญหาที่ได้จากการประชุมปรึกษาหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในพื้นท่ี รูปแบบคณะกรรมการศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดลำพูน และศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจป้องกันและแก้ไข ปัญหาหมอกควันและไฟป่าจังหวัดลำพูน ทำหน้าที่อำนวยการ ควบคุม กำกับดูแล ประสานและติดตามผลการ 37
ปฏิบัติงาน วิเคราะห์สถานการณ์และรายงานผล ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารให้สื่อมวลชนและประชาชนทราบ จัดระบบสื่อสารและโทรคมนาคมให้สามารถใช้งานได้ตลอดเวลา ประสานงานหน่วยงานภาคเอกชน และองค์กรที่ เกี่ยวข้องในการช่วยเหลือประชาชน และรับเรื่องราวร้องทุกข์ โดยมีการจัดทำแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาหมอก ควนั และไฟปา่ จังหวัดลำพูน ดงั น้ี การแบง่ ชว่ งระยะเวลาการดำเนนิ การ 1) ช่วงเตรียมการ ระหว่างเดือนธันวาคมถึงเดือนมกราคมของทุกปี โดยการดำเนินการประชุม เตรียมการ การจัดการเชื้อเพลิง ทั้งพื้นที่ป่า พื้นที่เกษตร พื้นที่ริมทาง และพื้นที่ชุมชน/เมือง การทำแนวกันไฟ การประชาสัมพันธใ์ ห้ความรเู้ ครอื ขา่ ย และการบูรณาการข้อมูล 2) ช่วงรับมือ ระหว่างเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ให้มีการรายงานข้อมูลและแจ้งเตือน สถานการณ์ การระดมสรรพกำลัง การเคลื่อนกำลังจากพื้นที่อื่นเข้าในพื้นที่เสี่ยง และการลาดตระเวนเฝ้าระวัง และดับไฟ โดยใช้ระบบบัญชาการเหตุการณ์ การบังคับใช้กฎหมาย ลาดตระเวนเฝ้าระวังดับไฟ การดำเนิน มาตรการลดฝนุ่ ละอองจากแหล่งกำเนิดตา่ งๆ 3) ช่วงฟื้นฟูและสร้างความยั่งยืน โดยการฟื้นฟูพื้นที่ป่าที่ถูกไฟไหม้ การส่งเสริมเครือข่าย เกษตรกร/ชมุ ชนปลอดการเผา การสง่ เสริมการมสี ว่ นร่วมของภาคเอกชน และประชาชน มาตรการบริหารจัดการ จังหวัดลำพูนได้บริหารจัดการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน ประกอบด้วย 5 มาตรการหลักตามนโยบายรฐั บาล ได้แก่ 1) ระบบบัญชาการเหตุการณ์ โดยให้ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์จังหวัดและอำเภอ เป็นองค์กรหลักในการอำนวยการ สั่งการ ระดมสรรพกำลัง ทรัพยากร และประสานการปฏิบัติระหว่างหน่วยงาน ตา่ ง ๆ มผี ้วู ่าราชการจงั หวดั และนายอำเภอ เปน็ ผูบ้ ญั ชาการเหตกุ ารณ์ 2) สร้างความตระหนัก สร้างการรับรู้กับประชาชนทราบถึงมาตรการการแก้ไขปัญหาไฟป่าและ หมอกควันและการส่งเสริมให้ประชาชน นักเรียน เยาวชนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการดูแลรักษาป่า ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ป้องกันไฟป่าให้ประชาชนให้ความร่วมมือป้องกันไฟป่า ผ่า นหอกระจายข่าวทุกแห่ง ออกประชาสัมพันธ์เคลื่อนที่ขอความร่วมมือป้องกันไฟป่า โดยสถานีควบคุมไฟป่า 3 สถานี หน่วยป้องกันและ พฒั นาปา่ ไม้ 8 อำเภอ และสถานีตำรวจภูธร 12 สถานี 38
3) ลดปริมาณเชื้อเพลิง โดยให้จัดทำแนวกันไฟ การควบคุมการเผา ส่งเสริมการใช้สาร หมกั ชวี ภาพเพื่อย่อยสลายตอซัง และการนำเศษวัสดุทางการเกษตรมาทำอาหารสตั ว์ และกำชบั กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อปท. คณะกรรมการหมู่บ้าน/ชุมชน สอดส่อง ตักเตือน ห้ามปราม ผู้ที่จุดไฟเผาเศษวัสดุ ทางการเกษตร โดยเฉพาะตามเขตรอยต่อระหวา่ งชุมชนกบั เขตป่าไม้ โดยมีผลการบริหารจัดการเชื้อเพลิงจังหวัดลำพูน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เฉพาะในพื้นที่ป่าสงวนและป่า อนุรักษ์ ดงั น้ี พนื้ ทปี่ า่ พนื้ ทเี่ ปา้ หมาย ดำเนนิ การแลว้ คงเหลอื (ไร)่ หมายเหตุ (ไร)่ (ไร)่ ไมม่ ีแผน ฯ ป่าสงวน แห่งชาติ ไม่มแี ผน ฯ 0 0 ปา่ อนุรักษ์ 45,259 18,313 26,946 1. จงั หวัดออกประกาศยุตจิ ดั การเชื้อเพลิง รวม 45,259 18,313 เม่อื วนั ที่ 13 ก.พ. 64 (ไม่มคี วามจำเปน็ เนอื่ งจากสภาพอากาศไม่เหมาะสม ต้องจัดการ) 2. พ้ืนทีป่ ่าไม้ ไม่มีความจำเปน็ ในการ จดั การเช้อื เพลิงหลงั สน้ิ สุดประกาศห้ามเผา 26,946 เด็ดขาด (30 เม.ย. 64) ผลการควบคมุ และดบั ไฟปา่ หนว่ ยงานทเี่ ก่ยี วข้อง ในพื้นทขี่ องแตล่ ะอำเภอ เขา้ ตรวจสอบจุดความร้อนที่เกดิ ขน้ึ และดบั ไฟ ดังนี้ อำเภอ จำนวนจดุ ความรอ้ นสะสม พน้ื ทเี่ สยี หาย (ไร)่ พน้ื ทเี่ สยี หาย (ไร)่ (วนั ท่ี 1 ม.ค. – 31 พ.ค. 64) (ปา่ สงวนแหง่ ชาต)ิ (ปา่ อนรุ กั ษ)์ ทงุ่ หวั ชา้ ง 136 327 - บา้ นโฮง่ 358 835 997 ปา่ ซาง 90 323.62 เมอื งลำพนู 164 550.125 - แมท่ า 534 732 311 1,451 598 5,352 ล้ี 0 2,993 เวยี งหนองลอ่ ง 90 - 2,823 40 - บา้ นธิ 3,405.75 714 รวม 10,367 39
มาตรการควบคุมฝุ่นละอองจากมลพิษอื่นๆ นอกจากปัญหาไฟป่าแล้ว จังหวัดลำพูน ยังได้กำหนด มาตรการควบคุมฝนุ่ ละออง PM2.5 จากมลพิษอ่ืนๆ ประกอบด้วย 1) การควบคุมและลดมลพิษจากยานพาหนะ สำนักงานขนส่งจังหวัดลำพูนมีการจัดตั้งจุด ตรวจวัดควันดำ ของรถยนต์ทั้งของภาคเอกชนและส่วนราชการ ตรวจสอบมลพิษจากรถ (ควันดำ) ยอดสะสม ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2563 - 31 พฤษภาคม 2564 ออกตั้งจุดตรวจวัดควันดำ จำนวน 98 ครั้ง ตรวจสอบรถ จำนวน 1,716 คนั (รถตาม พ.ร.บ.รถยนต์ 43 คัน, รถตาม พ.ร.บ.การขนสง่ ทางบก 1,673 คัน) 2) การควบคุมและลดมลพิษจากการก่อสร้าง โดยเพิ่มความเข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย เพอ่ื สง่ เสริมการก่อสร้างทเี่ ปน็ มิตรกับส่ิงแวดล้อม และให้พรมน้ำลดฝุน่ ตลอดเส้นทางที่มกี ารก่อสรา้ งทุสายทางการ ฉีดพน่ ละอองน้ำเพอ่ื เพ่มิ ความช่มุ ช้นื ในอากาศและลดปริมาณฝ่นุ ละออง PM 2.5 3) การควบคุมและลดมลพิษจากอุตสาหกรรม จังหวัดลำพูนเป็นที่ตั้งของนิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือ สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ และโรงงานอุตสาหกรรมจำนวนมาก จึงมีการเน้นย้ำตรวจตรา เฝ้าระวังโรงงาน ที่มีการเผาไหม้เชื้อเพลิงหม้อไอน้ำ และเข้มงวด ติดตามกำกับดูแล จำนวน 450 โรงงาน รวมไปถึงรถยนต์ที่ใช้ในการขนส่งวัตถุดิบและผลผลิตจากโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งได้รับความร่วมมือ จากภาคอุตสาหกรรมในกิจกรรม CSR ร่วมสร้างแนวกันไฟ สร้างฝายชะลอน้ำ สนับสนุนเครื่องเป่าใบไม้ รวมทั้งได้ติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดคุณภาพอากาศ PM 2.5 และสารมลพิษอื่นๆ ในพื้นที่สวนอุตสาหกรรม เครือสหพฒั น์ ยอดสะสมจำนวน 28 โรงงาน (เป้าหมาย 58 โรงงาน) 4) การควบคุมและลดมลพิษจากภาคครัวเรือน โดยการสร้างการรับรู้และความตระหนักให้แก่ ประชาชน อาทิ ส่งเสริมให้มีการตรวจสอบสภาพรถยนต์ส่วนบุคคลอย่างสม่ำเสมอ การใช้พลังงานสะอาดใน ครวั เรอื น การงดการเผาในชุมชน พ้ืนทีส่ ำคัญท่ีต้องดำเนนิ การป้องกันและแก้ไขเป็นพเิ ศษ จากการดำเนินการวิเคราะห์พื้นที่ สภาพปัญหา และสาเหตุการเกิดฝุ่นละออง PM 2.5 ในปี 2564 จังหวัดลำพูนได้กำหนดพื้นที่สำคัญที่ต้องดำเนินการป้องกันและแก้ไขเป็นพิเศษ คือ พื้นที่ตำบลก้อ อำเภอล้ี ตำบลที่มีจำนวนจุดการเผาไหม้สูงสุดของจังหวัด ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่ปิง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์เชื่อมต่อหลายจังหวัด ประชาชนต้องพึ่งพิงป่าไม้เพื่อชีวิตความเป็นอยู่และหารายได้ จึงมีมาตรการเสริมสรา้ งคุณภาพชีวิตให้กบั ประชาชนในพื้นที่ ประกอบด้วย การจัดหาแหล่งนำ้ การส่งเสริมอาชพี การเกษตรปลอดการเผา การจัดหาพื้นที่ทำกิน การสร้างอาชีพเสริม การป้องกันไฟป่า และการประชาสัมพันธ์ ร่วมกับมูลนิธิผู้รับทุนอนันทมหิดล และกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และพื้นที่ที่สำคัญอีกพื้นที่หน่ึง คือ บริเวณดอยขะม้อ บ่อน้ำศักดิ์สิทธ์ิ เป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำลำธาร แหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ในพระราชพิธีสำคัญต่างๆ โดยดำเนินการร่วมกัน ระหว่างภาคประชาชน กำนันผู้ใหญ่บ้าน วัด หน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ สถานีควบคุม ไฟป่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดกิจกรรมทำแนวกันไฟ เพื่อลดการเผา จัดเวรยามคัดกรองผู้ที่จะขึ้นไป สักการะ ลาดตระเวนและจัดชดุ ปฏิบตั ิการดับไฟ 40
มาตรการระยะยาว ในการฟืน้ ฟูพนื้ ทปี่ า่ ท่ีถกู ไฟไหม้ มกี ารสร้างฝายชะลอน้ำเพ่มิ ความชมุ่ ชื้นใหก้ บั พื้นท่ีป่า เป้าหมาย 1,300 ฝาย ภายในปี 2567 ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการไปแล้วจำนวน 484 ฝายในลักษณะกิจกรรม CSR ร่วมกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชนและประชาชน เป็นเจ้าภาพร่วมดำเนินการก่อสร้าง รวมทั้งมีมา ตรการ ประชาสัมพันธ์เชิงรุก กิจกรรมสร้างจิตสำนึกหยุดเผา โดยให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน และผู้บริหาร อปท.ทุกแห่ง พบปะพูดคุยกับประชาชนในหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน มอบหมายให้อำเภอร่วมกับภาคีเครือข่ายผู้ใหญ่บ้าน จับเข่าคุย กลุ่มเสี่ยง “จวนอู้ ผูกมิตร ร่วมพิชิตหมอกควัน” โดยมีกลุ่มบุคคลเสี่ยงในพื้นที่ 8 อำเภอ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการ เปล่ยี นแปลงพฤติกรรมในระยะยาว อำเภอ เปา้ หมายจงั หวดั ผลการดำเนนิ งานปี 2564 ปี 2564 ทงุ่ หวั ชา้ ง สำรวจพกิ ดั แลว้ สรา้ งแลว้ บา้ นโฮง่ 90 ปา่ ซาง 80 240 128 เมอื งลำพนู 10 87 83 แมท่ า 100 15 16 100 124 115 ลี้ 470 132 126 เวยี งหนองลอ่ ง 10 552 509 140 10 14 บา้ นธิ 1,000 149 71 รวม 1,309 1,062 41
3.1.2 ขอ มลู เชงิ เปรยี บเทยี บ ขอมูลเชิงเปรียบเทียบเปนการวิเคราะหขอมูลพัฒนาการและแนวโนมการพัฒนาของจังหวัด ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ทั้งดานเศรษฐกิจ ดานสังคม และดานความมั่นคง ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ ม โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี 1) ดา นเศรษฐกจิ จังหวัดลำพูนมีอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑมวลรวมของจังหวัดเพิ่มขึ้นในอัตรา ที่ลดลง ผลติ ภณั ฑม วลรวมของจังหวัด ในป 2552 มมี ูลคา 53,310 ลานบาท เพมิ่ ขึ้นเปน 80,885 ลานบาท ผลิตภัณฑมวลรวม ณ ราคาประจําป (ลานบาท) จังหวดั ลําพนู ป 2552-2562 ภาคการผลิต 2009 2010 2011r 2012r 2013r 2014r 2015r 2016r 2017r 2018r 2019p 14,780 16,957 13,579 ภาคเกษตร 10,597 16,977 21,886 22,469 17,630 21,735 14,194 13,206 11.92 14.73 (19.92) 36,963 38,967 41,485 อัตราการเปลีย่ นแปลง 60.21 28.91 2.67 (21.54) 23.28 (34.70) (6.96) 4.87 5.42 6.46 อุตสาหกรรม 27,314 37,352 32,468 28,125 28,523 34,768 35,218 35,245 23,571 25,190 25,821 อตั ราการเปลี่ยนแปลง 36.75 (13.07) (13.38) 1.42 21.90 1.29 0.08 7.95 6.87 2.51 75,313 81,114 80,885 บรกิ าร 15,400 16,979 18,471 19,488 18,701 20,442 20,249 21,835 7.15 7.70 (0.28) อตั ราการเปลยี่ นแปลง 10.26 8.79 5.50 (4.04) 9.31 (0.95) 7.83 Gross provincial product (GPP) 53,310 71,308 72,825 70,081 64,854 76,945 69,660 70,286 อัตราการเปลย่ี นแปลง 33.76 2.13 (3.77) (7.46) 18.64 (9.47) 0.90 เมื่อวิเคราะหรายละเอียดในสาขาการผลิตจะพบวามูลคาผลิตภัณฑมวลรวมภาคเกษตรมีแนวโนม ลดลง มูลคาผลิตภัณฑม วลรวมภาคเกษตรขาดเสถียรภาพมี ชวง 10 ปที่ผานมีอัตราการเปลีย่ นท้ังเพิ่มขน้ึ และลดลงสูงมาก โดยในป 2562 มีอัตราเปลี่ยนแปลงลดลงถึงรอยละ 19.92 สำหรับมูลคาผลิตภัณฑ มวลรวมภาคบริการและอตุ สาหกรรมมีแนวโนว ขยายตัวแตอยูในอัตราทีต่ ่ำ (ทมี่ า : สำนกั งานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกจิ และสังคมแหง ชาติ) 42
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300