Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore คลายปม ๒

คลายปม ๒

Description: คลายปม ๒

Search

Read the Text Version

ชยสาโร ภกิ ขุ



ชยสาโร ภกิ ขุ พิมพ์แจกเปน็ ธรรมบรรณาการดว้ ยศรัทธาของญาตโิ ยม หากทา่ นไมไ่ ดใ้ ช้ประโยชน์จากหนงั สือนี้แล้ว โปรดมอบให้กบั ผู้อืน่ ที่จะไดใ้ ช้ จะเปน็ บุญเปน็ กุศลอยา่ งยิ่ง

คลายปม ๒ ชยสาโร ภกิ ขุ พิมพ​์แจกเ​ปน็ ​ธรรม​ทาน ส​ งวนลิขสิทธิ์ หา้ มคัดลอก ตดั ตอน หรอื นำไปพิมพ์จำหน่าย หากทา่ นใดประสงค์จะพิมพแ์ จกเป็นธรรมทาน โปรดติดตอ่ มูลนิธิปญั ญาประทปี หรอื โรงเรยี นทอสี ๑​ ๐๒๓/๔๗ ซอยปรีดีพนมยงค์ ๔๑ สขุ มุ วิท ๗๑ เขตวฒั นา กทม. ๑๐๑๑๐ โทรศัพท์ ๐-๒๗๑๓-๓๖๗๔ www.thawsischool.com, www.panyaprateep.org ​​พมิ พค​์ ร้งั ​ที่​​๑​- ๒ ตลุ าคม - ธนั วาคม ๒๕๕๓ จำนวน ๑๕,๐๐๐ เลม่ ​พิมพ​ค์ รั้ง​ที​่ ​๓​ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม อ​ อกแบบปก ดิฐวฒั น์ อิสสระ, พีรพฒั น์ ตติยบุญสงู (ครยู ง้ ) ศลิ ปกรรม วชิ ชุ เสริมสวสั ดิ์ศรี, ปรญิ ญา ปฐวินทรานนท์ พิสจู น์อักษร ภัควฒั น์ ศรีเดช ตรวจทานต้นฉบบั ศรีวรา อสิ สระ, มานิต พรพิบูลย์ จ​ ัด​ทำ​โดย​ มูลนธิ ปิ ัญญาประทปี ​ดำเนินการพิมพ์ บรษิ ทั ควิ พริน้ ท์ แมเนจเมน้ ท์ จำกดั โทรศพั ท์ ๐-๒๘๐๐-๒๒๙๒ โทรสาร ๐-๒๘๐๐-๓๖๔๙

คำนำ ​ ​ ​สืบ​เนื่องจาก​การ​ที่​พระ​อาจารย์​ชย​สา​โร​ได้​ ​“​คลาย​ปม​”​ ข​ ้อส​ งสัย​ต่างๆ​ ​เกี่ยวก​ ับ​ธรรมะ​ด​ ้วยก​ ารเ​มตตาใ​ ห้​คณะผ​ ู้​จัด​ทำ​ นำ​คำ​ตอบ​ของ​คำถาม​จาก​ญาติโยม​ ​ซึ่ง​มี​ใน​การ​บรรยาย​ธรรม​ ของ​พระ​อาจารย์​ใน​หลาย​โอกาส​ ​มา​รวบรวม​และ​เรียง​ร้อย​เป็น​ อกั ษร​สมั พนั ธ์​กบั ​ธรรมะ​ในร​ ปู ​ของห​ นังสือไ​ป​แลว้ ค​ รั้งห​ นึ่ง​ ​ ​คณะ​ผู้​จัด​ทำได้​เล็ง​เห็น​ถึง​คุณค่า​และ​คุณ​ประโยชน์​ของ​ การนำ​ธรรมะ​ใน​ลักษณะ​ดัง​กล่าว​ไป​ใช้​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ ​กอปร​ กับ​คำถาม​และ​คำ​ตอบ​ของ​พระ​อาจารย์​ก็​มี​จำนวน​เพิ่ม​มาก​ขึ้น​ จาก​ธรรมะ​บรรยาย​ของ​ท่าน​ใน​โอกาส​ต่อ​มา​ ​คณะ​ผู้​จัด​ทำ​จึง​ ได​ข้ อ​และพ​ ระ​อาจารย์​ก​เ็ มตตา​ใหม้​ กี​ าร​คลายป​ มเ​ป็น​ครั้งท​ ​่ีสอง​ ​ ​ใน​โอกาส​นี้​ ​คณะ​ผู้​จัด​ทำ​ใคร่​ขอก​ราบ​ขอบพระคุณ​ พระ​อาจารยเ์​ปน็ ​อย่างส​ ูง​ท​ ไ​ี่ ด​เ้ มตตาอ​ นญุ าตใ​ หจ​้ ัดพ​ ิมพห์​ นังสอื ​ เล่ม​น้ี​เพ่ือ​เผยแผ่​และ​แจก​เป็น​ธรรม​ทาน​ ​และ​อนุญาต​ให้​ใช้​ช่ือ​ หนังสือ​ว่า​ ​“​คลาย​ปม​ ​๒​”​ ​นอกจาก​นั้น​ ​ขอก​ราบ​อนุโมทนา​ ผู้ม​ ีส​ ่วนร​ ่วมใ​นก​ ารจ​ ดั ท​ ำท​ กุ ค​ น​ท​ ไ​่ี ดท​้ มุ่ เทก​ ำลงั ก​ ายแ​ ละก​ ำลงั ใ​จ​ ใหก​้ บั ​หนังสอื ​เล่มน​ ้ี​ ​ ​ ​ ​ ​ ​ ​คณะผ​ ​ู้จัดท​ ำ​

สรปุ คำถาม ๑  ​:  ​มนุษย์​มัก​เข้าใจ​ว่า​ความ​ตื่น​เต้น​คือ​ความ​สุข​ ​เด็ก​วัย​รุ่น​ จึง​พยายาม​แสวงหา​ความ​ต่ืน​เต้น​ ​ซึ่ง​จะ​นำพา​ไป​สู่​อบายมุข​ได้​ โดย​ง่าย​ ​ขอ​ท่าน​อาจารย์​เมตตา​แนะนำ​อุบาย​ที่​จะ​ทำให้​วัย​รุ่น​ เกิดค​ วามเ​ขา้ ใจใ​ น​เรื่อง​ความ​สขุ ​ใหถ​้ กู ​ตอ้ ง.​................ (หน้า ๑) ​๒  ​:​  ปัญญา​สูงสุด​ใน​พุทธ​ศาสนา​คือ​อะไร​ ​ต่าง​กับ​ปัญญา​ทาง​ โลกอ​ ยา่ งไร​น​ กั ว​ ชิ าการห​ รอื น​ กั ว​ ทิ ยาศาสตรม​์ กั จ​ ะภ​ มู ใิ จใ​นค​ วามร​​ู้ และว​ ธิ ก​ี ารห​ าความร​ ข​ู้ องต​ น​ว​ า่ ม​ ค​ี วามเ​ปน็ กล​ าง​ม​ ห​ี ลกั ฐ​ านแ​ ละ​ เหตุผล​น่า​เช่ือ​ถือ​ ​นัก​วิทยาศาสตร์​ผู้​มี​ความ​มั่นใจ​สูง​บาง​คน​อาจ​ คิดว​ า่ ว​ ิช​ า​อ่ืนๆ​เ​ปน็ เ​รื่องง​ มงาย​ด้วย​ซำ้ ​........................(หนา้ ๓) ​๓​ ​:  การเต​รี​ยม​ตัว​ก่อน​ตาย​ ​(​Good​ ​Death​)​ ​ควร​ทำ​อย่างไร เ​จา้ คะ......................................................................​(หนา้ ๕) ๔​   :​ ​ผท​ู้ ท​่ี ำผ​ ดิ ซ​ ำ้ ๆ​ห​ รอื ไ​มส​่ ำนกึ ผ​ ดิ ใ​นส​ ง่ิ ท​ ต​่ี นเองท​ ำ​จ​ ะส​ ามารถ​ ฝึก​จิตใจ​ให้​มี​หิริ​ ​โอตตัปปะ​ ​ได้​อย่างไร​บ้าง​ครับ​ ​อยาก​ทราบ​ วธิ กี​ ารนำ​ไปป​ ระยกุ ต์ใ​ ช้ก​ ับ​คน​กลมุ่ น​ .​ี้ .........................(หนา้ ๙) ​๕  :​  ขอก​ราบ​เรียน​ถาม​เรื่อง​ชาติ​ภพ​ ​พวก​หมอ​มัก​มี​วิจิกิจฉา​ (ลังเล​สงสัย​)​ม​ าก​พ​ ระอ​ าจารยเ์​ชอ่ื ​ว่า​อย่างไร​.......... (หนา้ ๑๒) ​๖​ ​: ​ใน​ขณะ​ท่ี​โลก​เรา​ดำเนิน​ไป​ ​สรรพ​สัตว์​ใน​ภพ​ภูมิ​ต่างๆ​ ​ก็​ ดำเนิน​ชีวิต​ไป​พร้อมๆ​ ​กัน​ใช่​ไหม​เจ้าคะ​ ​ลักษณะ​แบบ​มิติ​เวลา​

ของ​แต่ละ​ภพ​ภูมิ​มี​หลุด​ทำให้​ข้าม​เวลา​เข้า​มา​ใน​โลก​มนุษย์​ได้​ หรอื ​ไม​เ่ จา้ คะ​...........................................................(หน้า ๑๕) ​๗ ​ :  ​ทำอ​ ยา่ งไรจ​ ึงจ​ ะล​ ะเวน้ ค​ วาม​โกรธใ​ หไ้​ด​้ ​เพราะค​ วามโ​กรธ​ เป็น​อารมณ์​ปัจจุบัน​ที่​เกิด​เร็ว​ ​บาง​ครั้ง​กว่า​จะ​มี​สติ​รู้ตัว​ก็​โกรธ​ ไป​แล้ว​ ​คิด​ว่าการ​ระวัง​เรื่อง​ความ​โลภ​ความ​หลง​จะ​ง่าย​กว่า​ จริง​หรือไ​ม​เ่ จ้าคะ​.................................................. (หน้า ๑๖) ๘​  ​ :  กราบข​ อค​ วามก​ รุณาพ​ ระอ​ าจารยอ์​ ธิบายข​ ้อส​ งสัยเกย่ี วก​ บั ​ การแ​ ปล​ศัพทจ​์ าก​ไทยเ​ปน็ ​อังกฤษ​​คำ​ว่า​​Mind​​=​จ​ ติ ใจ,​​Spirit​=​ ​ จติ ใจ+​ ว​ ญิ ญาณ,​​Intelligences​=​สตป​ิ ญั ญา,​​W​ isdom​=​สต​ิและ​ คำว​ ่าป​ ัญญา​เ​ฉลียวฉ​ ลาด​เ​ล่ห์เหลี่ยม​ก​ ระผมส​ งสัยไ​ม่แ​ น่ใจใ​ น​ ความถ​ กู ต​ อ้ ง.​..........................................................(หนา้ ๒๒) ​๙​ ​: ​ถ้า​เข้า​ใกล้​ใคร​แล้ว​จิต​เป็น​อกุศล​ ​ท่าน​อาจารย์​สอน​ให้​ หลีก​หนี​ ​แต่​ถ้า​เป็น​คน​ท่ี​หลีก​หนี​ไม่​ได้​ ​เช่น​ ​บุพการี​ ​เรา​จะ​ต้อง ท​ นย​ อมต​ อ่ ไ​ปห​ รอื เ​จา้ คะ​......................................... (หนา้ ๒๕) ๑​ ๐  :​  ทา่ นอ​ าจารยเ​์ ชอื่ เ​รอ่ื งพ​ ลงั จติ ห​ รอื เ​ปลา่ ค​ รบั ​ม​ ค​ี นก​ ลมุ่ ห​ นง่ึ ​ ใน​รสั เซยี ​มุ่ง​มน่ั ฝ​ กึ พ​ ลังจติ เ​พอ่ื ใ​ ช้ใ​ นท​ างไ​ม่ด​ ี​ท​ าง​พทุ ธก​ ​็มกี​ ารฝ​ กึ ​ พลังจิต​ ​พระ​บาง​รูป​ใน​เมือง​ไทย​มี​ความ​สามารถ​ใน​ทาง​ถอด​จิต​ สามารถอ​ า่ นจ​ ติ ใจค​ นไ​ด้​ใ​ ช่ไ​หม​ครบั .​...................... (หนา้ ๒๗) ๑​ ๑ ​ ​:​  จ​ ะท​ ำอ​ ยา่ งไรใ​หเ​้ ราม​ ส​ี ตแ​ิ ละส​ มาธอ​ิ ยค​ู่ ก​ู่ บั เ​ราต​ ลอดเ​วลา​ ทง้ั ใ​นก​ ารท​ ำงานแ​ ละก​ ารใ​ชช​้ วี ติ ป​ ระจำว​ นั .​................ (หนา้ ๒๙)

๑​ ๒ ​ ​:  ตอ้ งการจ​ ะท​ ำบญุ ใ​สบ​่ าตร​แ​ ตอ​่ ยใ​ู่ นก​ รงุ เทพฯ​ห​ าพ​ ระส​ งฆ​์ ทด​ี่ น​ู า่ ศ​ รทั ธาบ​ รเิ วณใ​กลบ​้ า้ นไ​ดย​้ าก​ท​ ำใหไ​้ มค​่ อ่ ยไ​ดใ​้ สบ​่ าตร​เ​รา​ ควรม​ แ​ี นวทางป​ ฏบิ ตั อ​ิ ยา่ งไรค​ รบั .​............................ (หนา้ ๓๕) ​๑๓  :  ดิฉัน​มัก​ปลาบปลื้ม​ปีติ​ปราโมทย์​และ​ยึด​ติด​อยู่​ใน​ความ​ ด​ี แ​ ตค​่ รบู าอ​ าจารยส​์ อนไ​มใ​่ หต​้ ดิ ค​ วามด​ ​ี เ​ราจ​ ะม​ ว​ี ธิ ล​ี ะจ​ ากค​ วาม​ รู้สึก​น้ัน​อย่างไร​เจ้าคะ​ ​เพราะ​รู้สึก​มี​ความ​สุข​ที่​ได้​รู้สึก​เช่น​นั้น​ กราบข​ อบพระคณุ เ​จา้ คะ่ .​......................................... (หนา้ ๓๗) ​๑๔​  :​  พระ​สงฆ์​ควร​จะ​รับ​รู้​ความ​เป็น​ไป​ของ​บ้าน​เมือง​ ​(​การ เมือง)​ ​และ​​ข่าวสาร​ทาง​โลก​หรือ​ไม่​ ​พระ​มี​สิทธิ​วิพากษ์​วิจารณ์​ สอน​นักการ​เมือง​ท่ี​ประพฤติ​นอก​ลู่​นอก​ทาง​ได้​ไหม​เจ้าคะ​ ​ถ้า​ นักการ​เมือง​ไม่​พอใจ​คำ​สั่ง​สอน​มี​สิทธิ​ตัก​เตือน​พระ​ได้​หรือ​ไม่​ เจา้ คะ.​................................................................... (หนา้ ๓๙) ​๑๕  :​  ตอน​ท่ีท​ ่านอ​ าจารย​์บวชใ​ หมๆ่ ​​หลวง​พอ่ ​ชาส​ อน​ทา่ นด​ ว้ ย​ ภาษาอ​ ะไรเ​จา้ คะ.​................................................... (หนา้ ๔๓) ​๑๖​ ​:  ​เหตุ​ใด​คนใน​สมัย​พุทธกาล​จึง​สามารถ​บรรลุ​ธรรม​ได้​ง่าย​ เช่น​ ​นางงาม​เมือง​ที่​พระ​อาจารย์​เล่า​ให้​ฟัง​ ​ซ่ึง​มี​ความ​โลภ​ถึง​ ขนาดฆ​ ่าค​ น​ได้​แ​ ตเ่​มื่อไ​ด​ฟ้ งั ธ​ รรม​เพียง​ครั้ง​เดยี ว​ก็ส​ ามารถ​บรรลุ​ พระโ​สดาบนั .​........................................................ (หน้า ๔๔) ​๑๗  ​:​  ​เรา​จะ​ฝึก​ตัว​เอง​อย่างไร​ท่ี​จะ​ไม่​ให้​เพ่ง​โทษ​คน​อื่น​​ใน​เม่ือ​ ใน​ความ​เป็น​จริง​ทุก​คน​ก็​มี​ข้อ​บกพร่อง​ท้ัง​น้ัน​ ​ถ้า​เรา​เป็น​หัวหน้า​

งาน​ ​เรา​ไม่​ไป​ชี้​โทษ​หรือ​ข้อ​บกพร่อง​ของ​ผู้​ใต้​บังคับ​บัญชา​ ​ก็​จะ​ ทำใหม​้ ผ​ี ลเ​สยี ก​ บั ง​ าน​.............................................. (หนา้ ๔๖) ​๑๘  ​:​ ​เมื่อ​มี​การ​เผย​แพร่​หนังสือ​ต่าง​ศาสนา​เล่ม​หนึ่ง​​ชาว​พุทธ​ หลายค​ นร​ สู้ กึ ว​ า่ เ​ปน็ การก​ ระทำท​ ไ​ี่ มถ​่ กู ต​ อ้ ง​ท​ เ​่ี อาเ​งนิ ม​ าสน​ บั ส​ นนุ ​ สื่อ​เพ่ือ​เอา​คน​ไป​เข้า​ศาสนา​ ​ชาว​พุทธ​ควร​ทำ​อย่างไร​ท่ี​จะ​ทำให้​ ศาสนาแ​ ขง็ แ​ รง​....................................................... (หนา้ ๔๙) ​๑๙  :  ใน​บท​สวด​แผ่​เมตตา​ข้อความ​ท่ี​ว่า​ ​ขอ​สัตว์​ทั้ง​หลาย​ ทั้ง​ปวง​จง​อย่า​ได้​พราก​จาก​สมบัติ​อัน​ตน​ได้​แล้ว​ ​สมบัติ​ใน​ที่​น้ี​ หมายถ​ งึ อ​ ะไร​ใ​ นเ​มอื่ ท​ กุ ส​ ง่ิ ล​ ว้ นแ​ ตไ​่ มเ​่ ทยี่ ง.​.............. (หนา้ ๕๑) ๒​ ๐ ​ ​: ​การท​ ำบญุ ค​ อื อ​ ะไร​ท​ ำท​ ำไม​แ​ ละค​ วรท​ ำอ​ ยา่ งไร​จ​ งึ จ​ ะไ​ด​้ บญุ แ​ ละเ​มอื่ ไ​หร​่ (​W​ hat,​​W​ hy,​​H​ ow,​​W​ hen?​ )​.​.......... (หนา้ ๕๒) ​๒๑ ​ :​  ​ธรรมะ​กบั ธ​ ุรกิจ​สามารถเ​ดินไ​ป​คู่​กัน​ได้​หรือ​ไม่ค​ รับ​......... ..............................................................................(หนา้ ๕๕) ​๒๒  :  เรา​จะ​ให้​คำ​อธิบาย​อย่างไร​แก่​ผู้​ที่​มี​ความ​เชื่อ​ว่าการ​ เอาเ​วลาไ​ปท​ ำป​ ระโยชน​แ์ กส่​ ว่ น​รวม​ช​ ว่ ย​เหลอื ผ​ ท​ู้ ต​่ี กท​ กุ ข​ไ์ ดย​้ าก​ ดีก​ วา่ ก​ ารน​ ั่ง​สมาธท​ิ ีไ​่ ดบ้​ ญุ ​อย่คู​ น​เดยี ว.​................... (หนา้ ๕๙) ​๒๓​  :  หาก​มี​ผู้​สร้าง​เวร​สร้าง​กรรม​กับ​เรา​ ​เรา​เดือด​ร้อน​แต่​เรา​ ทำใจ​ได้​ ​ไม่​ต้องการ​จอง​เวร​และ​ให้​อโหสิกรรม​ ​กราบ​เรียน​ถาม​ วา่ ผ​ ส​ู้ รา้ งเ​วรย​ งั จ​ ะต​ อ้ งช​ ดใชก​้ รรมท​ เ​ี่ ขาท​ ำไ​ปใ​นร​ ะดบั ห​ นง่ึ ห​ รอื ไ​ม​่

จะม​ ีอ​ ยั การ​ท่​คี อย​ดูแล​ความ​ยุตธิ รรมใ​ น​เรอื่ ง​น​้ีหรอื ​ไม่​​ทง้ั ​ที่เ​ราซ​ ึง่ ​ เปน็ ฝ​ า่ ยโ​จทกไ​์ มเ​่ อาค​ วามแ​ ลว้ ​................................. (หนา้ ๖๑) ​๒๔  : ​อยาก​ทราบ​ว่าการ​กิน​เน้ือ​สัตว์​น้ัน​เป็นการ​ทำบาป​ทาง​ ออ้ ม​หรอื ​ไม​่คะ​​การ​งด​เวน้ ​จาก​การ​ทาน​เนอ้ื ​สตั ว​์จะ​ได​้บญุ ​หรอื ​ไม่​ เจา้ คะ.​.....................................................................(หนา้ ๖๒) ๒​ ๕  :​  ทำอ​ ยา่ งไรจ​ งึ จ​ ะส​ รา้ งน​ สิ ยั ใ​นก​ ารค​ ดิ ใ​หเ​้ ปน็ ค​ ดิ เ​ปน็ บ​ วกใ​ห​้ มากๆ​เ​พราะส​ บั สนอ​ ยเ​ู่ สม​ อๆ​จ​ นก​ ลายเ​ปน็ น​ สิ ยั .​....... (หนา้ ๖๕) ๒​ ๖ ​ :​ ​เมอ่ื พ​ ระอ​ าจารยท​์ ม​่ี ป​ี ญั ญาส​ งู ๆ​เ​กดิ เ​ปลย่ี นไ​ป​ม​ ล​ี กั ษณะ​ แปลกๆ​ ​เรา​ควร​ทำความ​เข้าใจ​เรื่อง​น้ี​อย่างไร​ ​หลวง​พ่อ​ชา​มี​ ปฏกิ ริ ยิ าต​ อ่ เ​รอ่ื งพ​ ระท​ เ​่ี สยี ห​ ายอ​ ยา่ งไรบ​ า้ ง.​............... (หนา้ ๖๗) ๒​ ๗  :​​ ​ขอไ​ดโ​้ ปรดช​ แ้ี นะแ​ นวทางป​ ลกู ฝ​ งั แ​ ละพ​ ฒั นาการเ​ปน็ ผ​ ม​ู้ ​ี อารมณ​์ขนั ​แ​ มแ้ ตใ​่ น​ผใู้ หญห​่ ากวา่ ย​ งั ​ไม่​สาย​เกิน​ไป​​ศษิ ย​เ์ ห็นว​ า่ ​ อารมณข​์ นั เ​มอ่ื ถ​ กู ก​ าลเทศะแ​ ละอ​ ยใ​ู่ นร​ะดบั พ​ อป​ ระมาณ​สามารถ​ ชว่ ย​ผ่อน​คลาย​ความต​ ึงเครยี ด​และ​มีค​ วาม​สรา้ งสรรค.​์ .............. .............................................................................(หนา้ ๗๐) ​๒๘  ​: ​ขอ​เรียน​ถาม​ว่า​ ​ใน​ปัจจุบัน​นี้​มี​การ​เปิด​สำนัก​อบรม​ วิปัสสนา​กรรมฐาน​หลาย​แห่ง​ ​มี​การ​บรรยาย​ธรรม​โดย​พระ​และ​ ฝา่ ยฆ​ ราวาส​ศ​ ษิ ยจ​์ ะท​ ราบไ​ดอ​้ ยา่ งไรว​ า่ แ​ หง่ ใ​ดใ​หค​้ วามร​ต​ู้ รงต​ าม​ ทพ​ี่ ระพทุ ธเจา้ ท​ รงส​ อน​โ​ปรดช​ แี้ นะด​ ว้ ยเ​จา้ คะ่ ​แ​ ละจ​ ะม​ ใ​ี ครต​ รวจ​ สอบส​ ำนกั ต​ า่ งๆ​เ​หลา่ น​ ว​ี้ า่ ถ​ กู ต​ อ้ งห​ รอื ไ​ม​.่ ................. (หนา้ ๗๒)

๒​ ๙  :​​  กราบเ​รียนถ​ ามท​ า่ น​อาจารย​์ ​มิจฉา​สมาธ​ิ ต​ า่ ง​จากส​ มั มา​ สมาธอิ​ ย่างไร.​...................................................... (หน้า ๗๓) ​๓๐  : ​ดิฉัน​มีหน้า​ท่ี​ดูแล​คน​ป่วย​หนัก​​ขอก​ราบ​เรียน​ถาม​ว่า​คน​ ที่​เจ็บ​หนัก​สภาพ​จิต​ใน​ช่วง​ที่​กำลัง​จะ​สิ้นลม​มี​ความ​สำคัญ​ต่อ​ ภพ​ชาติ​ใหม่​มาก​เพียง​ใด​ ​จะ​มี​อิทธิพล​เหนือ​กว่า​การก​ระ​ทำ​ที่​ เขา​สะสม​มา​ตลอด​ชีวิต​หรือ​ไม่​ ​ขอ​ความ​กรุณา​ท่าน​อาจารย์​ช่วย​ อธบิ ายใ​หด​้ ว้ ยเ​จา้ คะ่ .​.............................................. (หนา้ ๗๕) ​๓๑  ​:​  ​มา​ปฏิบัติ​ธรรม​หลาย​คร้ัง​​แต่​ยัง​ไม่​ค่อย​ก้าวหน้า​​จึง​ขอ​ ความเ​มตตาท​ า่ นอ​ าจารยช​์ ว่ ยบ​ อกเ​คลด็ ล​ บั ก​ ารน​ ง่ั ส​ มาธแ​ิ ละก​ าร​ เจรญิ ส​ ตใ​ิ หอ​้ ยก​ู่ บั ต​ วั ด​ ว้ ยเ​จา้ คะ่ .​............................... (หนา้ ๗๙) ๓​ ๒ ​ : ​เดนิ จ​ งกรมอ​ ยา่ งไรท​ ไ​่ี ดร​้ ตู้ วั ท​ วั่ พ​ รอ้ ม.​............. (หนา้ ๘๑) ​๓๓  ​:​  ผม​เร่ิม​ปฏิบัติ​ได้​ไม่​นาน​ ​ยัง​ไม่​ชำนาญ​ ​แต่​ยัง​ไม่​เคย​มี​ ความ​รู้สึก​ผ่อน​คลาย​ ​ยัง​ไม่​เคย​ได้​รับ​ความ​สงบ​หรือ​ความ​สบาย​ จาก​การ​น่ัง​สมาธิ​ ​ขอ​พระ​อาจารย์​เมตตา​แนะนำ​ด้วย​ ​ว่า​ผม​ควร​ ทำอ​ ยา่ งไร.​............................................................ (หนา้ ๘๓) ๓๔  :​ ​ปฏบิ ตั อ​ิ ยา่ งไรจ​ งึ จ​ ะเ​กดิ ป​ ญั ญา.​.................... (หนา้ ๘๖) ​๓๕  ​:  ขณะ​เดิน​จงกรม​หรือ​น่ัง​สมาธิ​ ​หาก​นึกถึง​ผู้​ที่​ไม่​ชอบ​ พฤติกรรม​ที่​ไม่​ชอบ​ ​แล้ว​เตือน​ตนเอง​ว่า​เป็น​นิวรณ์​ ​พยาบาท​ พยายาม​หยุด​คิด​ ​แต่​ก็​ทำ​ไม่​ค่อย​ได้​ ​จะ​ทำ​อย่างไร​จึง​จะ​อยู่​ใน​ ลักษณะ​ของ​การพ​ ิจารณา.................................... (หนา้ ๘๙)



คล๒ายปม ๑ ถาม ​ ​มนุษย์​มัก​เข้าใจ​ว่า​ความ​ตื่น​เต้น​คือ​ความ​สุข​ ​เด็ก​วัย​รุ่น​ จึง​พยายาม​แสวงหา​ความ​ตื่น​เต้น​ ​ซึ่ง​จะ​นำพา​ไป​สู่​อบายมุข​ได้​ โดย​ง่าย​ ​ขอ​ท่าน​อาจารย์​เมตตา​แนะนำ​อุบาย​ที่​จะ​ทำให้​วัย​รุ่น​ เกิด​ความ​เข้าใจ​ใน​เรื่องค​ วาม​สุขใ​ ห้ถ​ ูกต​ ้อง​ ​ตอบ​ รอ​ถึง​วัย​รุ่น​คงจะ​สาย​เสีย​แล้ว​ ​เรา​ต้อง​เร่ิม​สอน​ต้ังแต่​ อนุบาล​ ​ว่า​ความ​สุข​ท่ี​เกิด​จาก​การ​ทำความ​ดี​เป็น​อย่างไร​ ​ต้อง​ คอยช​ ใ​ี้ หเ​้ หน็ ว​ า่ ​เ​มอ่ื เ​ราช​ ว่ ยเ​พอื่ น​ห​ รอื เ​สยี ส​ ละเ​พอ่ื ค​ นอ​ น่ื ​เ​ราร​ สู้ กึ ​ อยา่ งไร​ช​ วนใ​หเ​้ ดก็ เ​ลา่ ว​ า่ เ​ขาร​ สู้ กึ อ​ ยา่ งไรเ​มอื่ ไ​ดท​้ ำความด​ โ​ี ดยไ​ม​่ หวงั อ​ ะไร​ตอบแทน​ร​ ู้สึกม​ ีค​ วาม​สุขใ​ ช​่ไหม​​เวลาเ​ดก็ ​เรียน​อะไรส​ กั ​ อยา่ ง​เ​มอ่ื เ​รยี นร​ แ​ู้ ละเ​ขา้ ใจ​เ​ขาร​ สู้ กึ ม​ ค​ี วามส​ ขุ ใ​ ชไ​่ หม​ก​ ารป​ ระสบ​ ความส​ ำเรจ็ ใ​นก​ ารเ​รยี นท​ ำใหม​้ ค​ี วามส​ ขุ ใ​ชไ​่ หม​ก​ ารฝ​ กึ จ​ ติ ใ​หม​้ ส​ี ต​ิ : 1

2 : ชยสาโร ภิกขุ รู้จัก​รสชาติ​ของ​ความ​สงบ​​เป็น​อย่างไร ​จะ​ได้​ผล​ดี​​ไม่​ต้อง​ป้อน ​คำ​ตอบ​ทุก​อย่าง​ ​แต่​ชวน​ให้​เด็ก​เรียน​รู้​จาก​ประสบการณ์​ของ​เขา​ เอง​ไ​มใ่ ชก​่ ารล​ า้ งสมอง​ห​ ากเ​ปน็ การช​ ใ​ี้ หเ​้ ขาเ​หน็ ค​ วามจ​ รงิ ท​ ก​่ี ำลงั ​ ปรากฏ​ใ​ หเ้​ขาส​ งั เกต​ใ​ หเ​้ ขาเ​หน็ ​ค​ รู​ผ​ ป​ู้ กครองม​ หี นา้ ท​ ช​่ี วนใ​ หเ้​ขา​ เห็น​เอง​ ​ ​ถ้า​เรา​ย้ำ​อย่าง​นี้​ต้ังแต่​ระดับ​อนุบาล​ ​เด็กๆ​ ​จะ​มี​ ประสบการณ์​ตรง​ด้วย​ตัว​เขา​เอง​ ​ว่า​ความ​สุข​ที่​เกิด​จาก​คุณ​งาม​ ความ​ดี​ ​จาก​การ​มี​คุณธรรม​อยู่​ใน​ใจ​ ​เป็น​ของ​จริง​ที่​สัมผัส​ได้​ เขา​จะ​รู้​เอง​เห็น​เอง​ ​เมื่อ​เขา​ไป​เจอ​กับ​ความ​สุข​ประเภท​กระตุ้น​ ประสาท​เ​ขา​คงช​ อบบ​ ้างเ​หมือนก​ ัน​เ​พราะ​เป็นเ​รื่อง​ธรรมดา​ของ​ วัย​รุ่น​ที่​จะ​ชอบ​ความ​ตื่น​เต้น​ ​เพียง​แต่​ว่า​เรา​หวัง​ว่า​เขา​จะ​มี​สติ​ ปัญญา​พอที่​จะ​ป้องกัน​อันตราย​ ​ช่วย​ไม่​ให้​หลงใหล​จนถึง​ขั้น​ที่​ ติดอ​ บายมุขต​ ่างๆ​ ​ ​สำหรับ​เด็ก​ระดับ​วัย​รุ่น​ ​ซ่ึง​ไม่​เคย​ฝึก​อย่าง​ที่​กล่าว​ข้าง​ต้น​ ขอ​แนะนำ​ให้หา​โอกาส​พา​ไป​สัมผัส​ธรรมชาติ​หรือ​ไป​วัด​ ​ไป​ใน​ที่​ ซง่ึ เ​ขาส​ ามารถม​ ค​ี วามส​ ขุ บ​ า้ ง โ​ดยไ​มต​่ อ้ งม​ ก​ี ารกร​ ะต​ นุ้ ผ​ ป​ู้ กครอง​ ให้​ลูก​เห็น​ว่า​อย่าง​นี้​ก็​สุข​ได้​เหมือน​กัน​ก็​ดีแล้ว​ ​เรา​มี​ความ​สุข​ อยา่ ง​น้​ี อ​ ยากใ​ ห​้เขาไ​ด้​บ้าง​​แต่​ไม​่ตอ้ งเ​ทศน์ใ​ หเ​้ ขา​ฟัง​มาก​​เสนอ​ ให้​เขา​เห็น​เอง​จะ​ดี​กว่า​ ​เพราะ​เด็ก​ก็​มี​อัตตา​เหมือน​กัน​ ​อย่าง​ น้อย​ที่สุด​ ​การพา​ให้​ลูก​ได้​รู้จัก​ความ​สุข​ท่ี​สูง​กว่า​ที่​เขา​เคย​รู้จัก​ อาจ​จะ​เป็น​สัญญาณ​ที​่ดใ​ี น​สมอง​เขา​ซ​ ึ่งใ​ นอ​ นาคต​อาจ​จะผ​ ดุ ​ขน้ึ ​ มา​เป็น​ประโยชน์​ใน​เวลา​อัน​เหมาะ​สม​ ​การ​สอน​เด็ก​บาง​คร้ัง​ก็​ เปน็ ล​ กั ษณะก​ าร​หวา่ นเ​มลด็ ม​ ากกว่า​ทจี่​ ะ​หวงั ​ผล​ทนั ตาเ​ห็น​

๒ ถ​ าม ป​ ัญญาส​ ูงสุดใ​ นพ​ ทุ ธศ​ าสนาค​ อื ​อะไร​ต​ า่ งก​ ับป​ ัญญาท​ าง​ โลกอ​ ยา่ งไร​น​ กั ว​ ชิ าการห​ รอื น​ กั ว​ ทิ ยาศาสตรม​์ กั จ​ ะภ​ มู ใิ จใ​นค​ วาม​ รู้​และ​วิธี​การ​หาความ​รู้​ของ​ตน​ ​ว่า​มี​ความ​เป็นก​ลาง​ ​มี​หลัก​ฐาน​ และ​เหตุผล​น่า​เชื่อ​ถือ​ ​นัก​วิทยาศาสตร์​ผู้​มี​ความ​มั่นใจ​สูง​บาง​คน​ อาจค​ ิด​ว่า​วชิ​ าอ​ นื่ ๆ​​เปน็ เ​รือ่ ง​งมงาย​ด้วย​ซ้ำ​ ​ตอบ ปญั ญา​สงู สดุ ​ใน​พระพทุ ธ​ศาสนา​ ​คอื ​ปญั ญา​ท​ด่ี บั ​ทกุ ข์​ ดบั ก​ เิ ลสไ​ด​้ ส​ ว่ นป​ ญั ญาท​ างโ​ลกเ​ปน็ แ​ คป​่ ญั ญาร​ ะดบั ค​ วามค​ ดิ ​ ซ่ึง​มัก​จะ​เป็น​ท่ี​พ่ึง​ได้​เฉพาะ​ใน​เวลา​หรือ​กรณี​ท่ี​ไม่มี​อะไร​กระทบ ​ผล​ประโยชน์​ ​ความ​รู้สึก​ ​หรือ​อัตตา​ของ​ตน​ ​วิชา​ความ​รู้​ต่าง​มี​ ประโยชน​ใ์ นก​ ารป​ ระกอบอ​ าชพี แ​ ละก​ ารท​ ำ​หนา้ ​ทท​่ี ว่ั ๆ​​ไปแ​ นน่ อน​ และ​เวลา​อย​่ปู กต​ิสขุ ​ด​ูเหมอื น​จะ​พอ​​แต​่เมอ่ื ​เกดิ ​วกิ ฤต​ขน้ึ ​มา​​เชน่ ​ เจอ​ความ​พลดั พราก​อยา่ ง​ฉบั ​พลนั ​​คง​เหน็ ​ได​ไ้ ม​่ยาก​วา่ ​วชิ า​ความ​ ร้สู ามัญ​มี​มาก​แค่​ไหน​ก็ตาม​ ​แทบ​จะ​ช่วย​อะไร​ไม่​ได้​เลย​ ใน​เม่อื ​ ชีวิต​จริง​ของ​คน​เรา​ทุก​คน​ต้อง​เผชิญ​หน้า​กับ​ความ​แก่​ ​ความ​เจ็บ​ ความ​ตาย​​และ​เมอ่ื ​สง่ิ ​ท​น่ี ำ​ออก​จาก​ทกุ ข​แ์ ละ​ปญั หา​ใน​ระยะ​ยาว​ ไม่​ชัดเจน​เสมอ​ ​มัน​จึง​สำคัญ​ย่ิง​ท่ี​เรา​ฝึก​ให้​ฉลาด​ใน​ความ​เป็น​ มนษุ ย​ข์ องเ​รา​ ​ ​วิทยาศาสตร์​เป็น​แนวทาง​แสวงหา​ความ​จริง​ส่วน​ท่ี​วัด​ได้​ ขีด​จำกัด​อยู่​ตรง​นี้​ ​คือ​มัน​เข้า​ไม่​ถึง​ชีวิต​ส่วน​ท่ี​วัด​ไม่​ได้​ ​คือ​สิ่ง​ท่ี​ เราเ​รยี ก​วา่ น​ ามธรรม​น่ันเอง​ค​ วาม​พยายาม​ของน​ ักว​ ิทยาศาสตร​์ บาง​กลุ่ม​ที่​จะ​ให้​เข้าใจ​ว่า​นามธรรม​ต่างๆ​ ​เป็น​แค่​ผลพลอยได้​ : 3

4 : ชยสาโร ภิกขุ ของ​รูป​ธรรม​ ​เช่น​สาร​เคมี​ใน​สมอง​ ​ไม่​ได้​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ เป็น​หลัก​ความ​เช่ือ​มากกว่า​ ​และ​ใน​การ​ปฏิเสธ​ข้อมูล​เก่ียว​กับ​ การ​ระลกึ ​ชาติ​​เปน็ ต้น​​นกั ว​ ิทยาศาสตร์​บาง​คนว​ างทา่ ท​ ีล​ อ่ ​แหลม ​ต่อ​ความง​ มงาย​เหมือนก​ ัน​ ​ ​นอกจาก​นี้​แล้ว​ ​ปัญญา​ระดับ​โลก​ถูก​นำ​ไป​ใช้​ใน​ส่ิง​ท่ี​เป็น​ อันตราย​ต่อ​มนุษย​ชาต​ บ​ิ ่อยๆ​เ​ช่น​​การ​พฒั นาอ​ าวุธ​ห​ รือ​ใน​สงิ่ ท​ ี​่ เอาก​ ำไรท​ างเ​ศรษฐกจิ ใ​นร​ ะยะส​ น้ั เ​ปน็ ห​ ลกั ​ม​ ากกวา่ ผ​ ลป​ ระโยชน​์ ของส​ ว่ นร​ วมใ​นร​ ะยะย​ าว​เ​ปา้ ห​ มาย​ค​ ณุ คา่ ​เ​ปน็ ส​ งิ่ ท​ ว​ี่ ทิ ยาศาสตร​์ เข้าไ​มถ​่ ึง​ ​ ​อาตมาข​ อฝ​ ากค​ ำถามว​ า่ ​เ​ราต​ อ้ งการพ​ ฒั นาป​ ญั ญาม​ นษุ ย​์ เพอ่ื ​อะไร​​ ​พระพทุ ธ​ศาสนาถ​ อื วา่ ป​ ัญญาเ​ปน็ ​คุณธรรมส​ งู สุด​เ​ราพ​ น้ ​ ทกุ ขไ​์ ดด​้ ว้ ยป​ ญั ญา​จ​ งึ เ​ปน็ เ​รอื่ งท​ น​ี่ า่ ง​ งท​ ส่ี ดุ ​ว​ า่ ค​ นบ​ างค​ นย​ งั ก​ ลา่ ว​ หา​ว่า​พระพุทธ​ศาสนา​เป็น​เร่ือง​งมงาย​ ​อาตมา​นึก​ไม่​ออก​ว่า​จะ​ งมงาย​ได้​อย่างไร​ ​ใน​เมื่อ​จริงๆ​ ​แล้ว​ ​คำ​สอน​ใน​พระพุทธ​ศาสนา​ มุ่ง​ตรง​ต่อ​การ​ทำลาย​ความ​งมงาย​ ​และ​มี​วิธี​การ​ท่ี​เด็ด​ขาด​และ​ ได​้ผลอย​ ่างน​ ่า​อัศจรรย์​ ​ ​การ​ถือว่า​พระพุทธ​ศาสนา​ส่ง​เสริม​ความ​งมงาย​ ​เกิด​จาก​ ความป​ ระมาท​แ​ ละค​ วามฉ​ าบฉวยท​ างส​ ตป​ิ ญั ญา​เ​พราะใ​ ครเ​ปดิ ​ พระ​ไตรปิฎก​ตรง​ไหน​ ​อ่าน​ไม่​กี่​หน้า​ต้อง​เจอ​หลัก​ฐาน​ท่ี​ปฏิเสธ​ ความ​คิด​เช่นน​ น้ั ​ได้​อย่างแ​ น่นอน​แ​ สดง​วา่ ผ​ ท้​ู ​่ีวา่ พ​ ระพทุ ธ​ศาสนา​ อยา่ งน​ ค​้ี งไ​มเ​่ คยศ​ กึ ษา​P​ rimary​S​ ource​ก​ ารว​ จิ ารณส​์ ง่ิ ใ​ ดโ​ดยไ​ม​่ ได้​ค้นคว้าค​ วาม​จริงข​ อง​สิ่งน​ ้นั ​ต​ ้องถ​ ือว่าง​ มงายม​ ใิ ช่ห​ รอื ​

​ ​ส่วน​วิทยาศาสตร์​น้ัน​ ​ภาพพจน์​และ​ความ​จริง​ไม่​ตรง​กัน ทเ​ี ดยี ว​ว​ ทิ ยาศาสตรเ​์ ปน็ ก​ จิ กรรมข​ องม​ นษุ ยผ​์ ม​ู้ ก​ี เิ ลส​เ​พราะฉ​ ะนน้ั ​ จงึ ไ​มน​่ า่ แ​ ปลก​ว​ า่ ใ​นว​ งการว​ ทิ ยาศาสตร​์ ท​ จุ รติ ก​ ม​็ ​ี ค​ วามล​ ำเอยี งก​ ​็ ม​ีค​ วามเ​ชอ่ื ท​ ไ​่ี มใ​่ ชเ​้ หตผุ ลก​ ม​็ ​ีค​ วามเ​ชอ่ื ว​ า่ จ​ ติ ใจเ​ปน็ แ​ คผ​่ ลพลอยได​้ ของ​การ​ทำงาน​ของ​สมอง​ ​ก็​สัก​แต่​ว่า​ความ​เช่อื ​​ความ​เช่อื ​ว่า​เรา​ สามารถ​เข้าใจ​ธรรมชาติ​โดย​ไม่​เข้าใจ​ตัว​เรา​เอง​​ซ่งึ ​เป็น​ส่วน​หน่งึ ​ ของ​ธรรมชาติ​เหมือน​กัน​ ​ก็​สัก​แต่​ว่า​ความ​เช่อื ​ ​ความ​เช่อื ​ว่า​โลก​ เปน็ ส​ ง่ิ ท​ เ​่ี ราส​ ามารถแ​ ยกอ​ อกจ​ ากผ​ ศ​ู้ กึ ษาโ​ลก​ก​ ส​็ กั แ​ ตว​่ า่ ค​ วามเ​ชอ่ื ​ จรงิ ๆ​แ​ ลว้ ​วทิ ยาศาสตรม​์ บ​ี าง​ลกั ษณะ​คลา้ ยๆ​​กบั ศ​ าสนา​ ๓ ​ถาม การเตร​ย​ี มต​ วั ก​ อ่ นต​ าย​(​G​ ood​D​ eath)​​ค​ วรท​ ำอ​ ยา่ งไรเ​จา้ คะ ​ตอบ​ จรงิ ๆ​แ​ ลว้ เ​กอื บท​ กุ ศ​ าสนาม​ ค​ี ำส​ อนค​ ลา้ ยๆ​ก​ นั ​น​ กั ป​ ราชญ​์ ทั่ว​โลก​จะ​ถือ​เหมือน​กับ​วา่ ​วัน​นี้​เปน็ ​วัน​สดุ ท้าย​ของ​ชีวิต​​ถ้า​เรา​ถือ​ อยา่ งน​ ี​้ ​เรยี ก​วา่ เ​ตรียม​ตัว​ตายท​ ุกว​ นั ​พ​ ระพุทธอ​ งค​ต์ รัสไ​วว้​ า่ ​เ​หต​ุ ปัจจัย​ของค​ วามก​ ลัวต​ าย​​หรือ​ทีเ่​รยี กว​ ่า​​Bad​D​ eath​ค​ ือ​ ​ ​๑.​  ยดึ ม​ นั่ ถ​ อื ม​ น่ั ใ​ นร​ า่ งกาย​ว​ า่ ร​ า่ งกายค​ อื เ​รา​ค​ อื ข​ องของ​ เรา​ ​ทุก​วัน​น้ี​ย่ิง​มี​การ​พัฒนา​ทาง​วัตถุ​ ​คน​เรา​ก็​ย่ิง​มี​ความ​ยึด​ม่ัน​ ถือ​มั่น​ใน​ร่างกาย​มาก​ข้ึน​ ​กลัว​ความ​แก่​มาก​ข้ึน​ ​กลัว​ธรรมชาติ​ มาก​ข้ึน​ ​มี​การ​ผ่าตัด​เสริม​สวย​ ​แต่ง​ส่วน​ต่างๆ​ ​ฉีด​ส่วน​น้ัน​ ​ตัด​ สว่ นน​ ​้ี ส​ ารพัด​จะ​ทำได้​เ​พราะ​ความ​กลัวแ​ ก​่กลัวต​ าย​​และ​ความ​ : 5

6 : ชยสาโร ภกิ ขุ ยึด​มั่น​ถือ​มั่น​ว่า​กาย​คือ​เรา​ ​อัน​จะ​เป็น​เหตุ​ให้​ตาย​แบบ​ทรมาน​ ด้วย​ความ​เสียดาย​ว่า​จะ​ต้อง​พลัดพราก​จาก​ร่างกาย​ที่​แสน​เป็น​ ท่ีรักข​ อง​เรา​ ​ ​๒​. ​ยึด​ม่ัน​ถือ​มั่น​ใน​กาม​ ​ใน​ความ​สุข​ท่ี​ได้​จาก​รูป​ ​เสียง​ กลิน่ ​ร​ ส​ส​ ัมผสั ​พ​ อร​ ​ูว้ ่า​จะ​ตอ้ ง​พลัดพรากจ​ ากส​ ง่ิ ​เหล่า​น้​แี ลว้ จ​ ิต​ก​็ หดหู่​​คนท​ ่ี​ยดึ ​ตดิ ​ในก​ าม​มาก​จะส​ เ้​ู ต็มท​ ่ี​​แต​่พอม​ นั ​ถงึ ​จดุ ท​ ​ี่จะส​ ไ้​ู ม่​ ไดแ​้ ลว้ ​ก​ ลบั อ​ ยากจ​ ะต​ ายเ​รว็ ​เ​ขาร​ สู้ กึ ว​ า่ ช​ วี ติ ไ​มม่ ค​ี วามห​ มายเ​สยี ​ แลว้ ​เ​พราะค​ วามห​ มายข​ องช​ วี ติ เ​ขาอ​ ยท​ู่ ก​่ี าม​เ​มอ่ื เ​ขาห​ มดห​ วงั ใ​ น​ กาม​แลว้ ก​ ​็ไมร่ ้​ูจะ​อยไ่​ู ป​ทำไม​อ​ นั ​นก้​ี ​เ็ รียก​วา่ ​ตายไ​มด​่ เ​ี หมือนก​ นั ​ ​ ​๓​. ​เสียดาย​คุณ​งาม​ความ​ดี​ ​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง​ท่ี​ดี​ เป็น​บุญ​เป็น​กุศล​ ​เคย​คิด​จะ​ทำ​ ​สุดท้าย​แล้ว​ไม่​ได้​ทำ​ ​ฟัง​อาตมา​ แล้ว​คิด​ว่า​กลับ​ไป​บ้าน​จะ​ทำ​สมาธิ​ทุก​วัน​ ​เวลา​ผ่าน​ไปๆ​ ​ก็​ยัง​ไม่​ ได้​ทำ​ร​ ะวงั ​นะ​เ​ดย๋ี ว​เดียวก​ ็​หมดเ​วลา​แล้ว​​อยา่ งน​ ​ี้กจ​็ ะเ​สียดาย​ ​ ​๔.​ ​กลวั ​ว่าต​ าย​แลว้ ไ​ม่ร้​ูจะ​ไป​เกดิ ท​ ่ไี หน​​จะ​เกดิ เ​ป็น​อะไร​ กลัว​ตก​นรก​ ​คน​ท่ี​ทำความ​ไม่​ดี​ไม่​งาม​ไว้​มาก​ ​มัก​จะ​ต้อง​กลัว​ และส​ มควร​ท​ี่จะก​ ลัว​ ​ ​สรปุ ​ส​ ิ่งท​ เ​่ี ปน็ อ​ ปุ สรรค​ตอ่ ​​Good​D​ eath​ค​ อื ​​๑​​การย​ ดึ ​มัน่ ​ใน​กาย​ ​๒​ ​การ​ยึด​มั่น​ใน​กาม​ ​๓​ ​ความ​สำนึก​ว่า​พลาด​โอกาส​ ทำความ​ดี​ ​๔​ ​ความ​กลัว​ชาติ​หน้า​เพราะ​บาปกรรม​ที่​เคย​ทำ​ ไว้​ ​Good​ ​Death​ ​จะ​ตาม​ ​Good​ ​Life​ ​คือ​ชีวิต​ท่ี​ดี​ ​โดย​เฉพาะ​ การ​ดำเนินช​ วี ิต​ในท​ าง​ทปี่​ อ้ งกนั ส​ ข่ี​ ้อข​ า้ ง​บน​ ​ ปัญญา​ก็​สำคัญ​ ​คือ​การ​พิจารณา​ความ​เกิด​ดับ​ใน​ชีวิต​ ประจำว​ นั ​​จน​เหน็ ก​ าย​​เห็นใจ​ว​ า่ ส​ กั ​แตว่​ ่า​ขนั ธ​์ ​๕​​เกิด​ดับ​เ​กดิ ด​ ับ​

ตามเ​หตุ​ตาม​ปจั จัย​​เหน็ ช​ ีวติ ​เป็นกร​ ะ​แส​ไ​มม่ อ​ี ะไรเ​ท่ียง​แทถ​้ าวร​ ย่อม​ลด​ความก​ ลัว​ตาย​​เพราะ​หา​ผท​ู้ ี​่จะ​ตายไ​มเ​่ จอ​ ​ การ​นั่ง​สมาธิ​โดย​ทน​นั่ง​กับ​ทุกข​เวท​นา​นานๆ​ ​เป็น​ครั้ง ​เป็น​คราว​ ​จะ​ได้​ประโยชน์​มาก​ ​แต่​ไม่ใช่​สิ่ง​ท่ี​ควร​ทำ​บ่อย​ ​เพราะ​ ถ้า​ทำ​บ่อยๆ​ ​แล้ว​ ​จะ​ทำให้​เบ่ือ​การ​นั่ง​สมาธิ​ ​เม่ือ​จิตใจ​เรา เข้ม​แข็ง​แล้ว​ ​การ​น่ัง​สมาธิ​นานๆ​ ​โดย​ไม่​เปลี่ยน​อิริยาบถ​เป็น​ส่ิง​ ที่​ดี​มาก​ ​ครูบา​อาจารย์​สาย​หลวง​ปู่​มั่น​หลาย​องค์​เคย​ฝึก​น่ัง​ไม่​ กระดกิ ​ต​ งั้ แตห​่ วั คำ่ จ​ นถงึ อ​ รณุ ​ท​ กุ ขเวทนา​เ​มอื่ ถ​ งึ ทส​่ี ดุ แ​ ลว้ ม​ นั จ​ ะ​ หายไ​ป​​เกดิ ​ปตี ิ​​แล้วจ​ ะ​ค่อยๆ​เ​พิ่มข​ ึ้นอ​ กี ​เปน็ ​ระลอกท​ ี่​สอง​​รนุ แรง​ กวา่ ร​ ะลอกแ​ รก​เ​มือ่ ​ถงึ ท่ี​สุด​ของม​ ันแ​ ลว้ ​​มัน​กจ็​ าง​ลง​​ทกุ ขเวทนา​ จะ​เกิด​ข้ึน​เป็น​ระลอก​ที่​สาม​ ​หลวง​ตาม​หา​บัว​เคย​บอก​ว่า​คราว​น้ี​ มัน​หนัก​ท่ีสุด​เหมือน​กับ​ร่างกาย​จะ​แตก​กระจาย​เป็น​ช้ิน​ ​หลวง​ ตา​สอน​เร่ือง​การ​ข้าม​เวทนา​ได้​น่า​ประทับ​ใจ​มาก​ ​เป็นการ​ปฏิบัติ​ ข้ัน​สูง​ซ่ึง​มี​อานิสงส​์มาก​ ​อานิสงส์​ใหญ่​เกิด​เพราะ​สิ่ง​ที่​เรา​มัก​กลัว​ ท่สี ุด​ไ​มใ่ ช​ค่ วามต​ าย​​ความต​ ายค​ อื ห​ มด​ไ​ม่มอ​ี ะไร​ส​ ิง่ ​ที่​กลัว​คือ​ เวทนาก​ อ่ นต​ าย​​กลวั ค​ วามท​ ุกข์​ ​ ​การ​นั่ง​ดู​เวทนา​ ​เป็น​มิตร​กับ​มัน​ ​การ​ฝึก​ข้าม​เวทนา​เป็น ​คร้ัง​คราว​ ​การ​เห็น​ชัด​ว่า​เวทนา​มี​ท่ีสุด​ ​ไม่ใช่​เรา​ ​ไม่ใช่​ของ​เรา​ จะ​ชว่ ยใ​ ห​้ความ​กลวั ใ​ น​ใจ​เรา​ลดน​ อ้ ยล​ ง​มาก​ ขอ​ให้​อยู่​ด้วย​ความ​ไม่​ประมาท​ ​โดย​เฉพาะ​ใน​การ​ละ​ อกุศล​ธรรม​​และบ​ ำเพ็ญก​ ุศล​ธรรม​เ​รยี น​รู​้ความจ​ รงิ ข​ องช​ วี ติ จ​ าก​ ประสบการณ์​ตรง​​ไป​งานศ​ พ​​ระลึกถ​ ึงวา่ ​วนั ​หนงึ่ ​ขา้ งห​ น้า​​ตัวเ​รา​ จะ​เปน็ ​อยา่ ง​น้​ี ​เรา​เตรยี ม​พร้อมห​ รือ​ยงั ​ : 7



๔ ​ถาม​ ผู้​ท่ี​ทำ​ผิด​ซ้ำๆ​ ​หรือ​ไม่​สำนึก​ผิด​ใน​สิ่ง​ท่ี​ตนเอง​ทำ​ ​จะ​ สามารถ​ฝึก​จิตใจ​ให้​มี​หิริ​ ​โอตตัปปะ​ ​ได้​อย่างไร​บ้าง​ครับ​ ​อยาก​ ทราบ​วธิ ีก​ ารนำไ​ปป​ ระยุกต์​ใช้​กบั ค​ น​กล่มุ น​ ้ี​ ​ตอบ​ การ​สำนึก​ผิด​หรือ​ไม่​สำนึก​เป็น​เรื่อง​ของ​ทิฐิ​ ​สัมมา​ทิฐิ​ มิจฉาทิฐิ​​เราต​ อ้ ง​ทำความ​เข้าใจว​ ่า​​ทำไมเ​ราจ​ งึ ​ถอื ว่าผ​ ิด​ม​ นั ​ผดิ ​ เพราะ​อะไร​ ​มี​เหตุผล​อย่างไร​บ้าง​ ​ไม่ใช่​ว่า​ผิด​เพราะ​รู้สึก​ว่า​ไม่​ดี​ อย่าง​เดียว​ ​เรา​ต้อง​มี​เหตุผล​ด้วย​ ​เรา​ต้อง​ถาม​ผู้​ที่​ไม่​สำนึก​ผิด​ใน​ สงิ่ ท​ ี่ต​ ัว​เอง​ทำ​ว​ า่ ​เขา​ตอ้ งการอ​ ย่ใ​ู นช​ ุมชน​แบบไ​หน​​ตอ้ งการม​ ค​ี น​ รอบ​ขา้ ง​แบบ​ไหน​​ถ้า​เลอื ก​ได​้ แ​ ละ​ต้อง​เลอื ก​ระหวา่ ง​อยู่​กบั ​คน​ท่ี​ ไว้ใจ​ได้​กับ​คน​ท่ี​ไว้ใจ​ไม่​ได้​ ​จะ​เลือก​แบบ​ไหน​ ​และ​อะไร​เป็น​ส่ิง​ท่ี​ ทำใหค้​ น​ไวว้​ างใจก​ นั ไ​ด้​​อะไรเ​ป็น​ส่ิงท​ ่ีท​ ำให​ค้ น​ไมน่​ า่ ไ​ว้ใจ​ใ​ ห​้เขา​ เหน็ ว​ า่ ศ​ ลี ธ​ รรมเ​ปน็ เ​ครอื่ งร​ บั ป​ ระกนั ค​ วามน​ า่ อ​ ยข​ู่ องช​ มุ ชน​ใ​หเ​้ ขา​ คดิ เ​อง​ใ​ ห​้เขาร​ ้สู ึกว​ ่า​​‘ใ​ ช​่!​​มนั เ​ป็น​อยา่ ง​น้นั จ​ รงิ ๆ!​​’​ ​ เร่ือง​หิริ​ ​โอตตัปปะ​ ​นี้​ ​หิริ​ ​ท่าน​ว่า​เกิด​จาก​ความ​เคารพ ต​ วั เ​อง​โ​อตตปั ปะค​ อื ค​ วามเ​คารพค​ นอ​ นื่ ​ห​ ริ ​ิ ค​ วามล​ ะอาย​เ​กดิ จาก​ ความ​รสู้ กึ ​ว่า​​สิง่ ​ท​่ีตวั ​เอง​จะ​ทำ​​กำลัง​ทำ​​หรอื ​ทำ​ไป​แลว้ ​ขัด​แยง้ ​ กับ​อุดมการณ์​หรือ​หน้าท่ี​ของ​เรา​ ​เช่น​ ​ใน​ฐานะ​ท่ี​เรา​เป็น​มนุษย์​ คน​หน่ึง​ใ​ นฐ​ านะ​ท​เี่ รา​เป็น​ชาว​พุทธ​​ใน​ฐานะท​ เี่​ราเ​ปน็ ​ผ​ู้ปกครอง​ ใน​ฐานะท​ ่ี​เรา​เป็น​อาจารย​์ ใ​ น​ฐานะท​ ีเ​่ รา​เปน็ ​ลูก​ศิษย​์ เ​ราม​ ีหนา้ ​ท่ี​ ต่อ​บทบาท​ต่างๆ​ ​ของ​เรา​อย่างไร​บ้าง​ ​ต้อง​ประพฤติ​ตัวอย่าง​ไร : 9

10 : ชยสาโร ภกิ ขุ ม​ นั ​จงึ ​จะเ​หมาะ​สม​​ถ้า​เราส​ ำนกึ ไ​ด้​วา่ ​ส​ ่งิ ​ทก​ี่ ำลงั ​จะ​ทำ​ขัดก​ ับ​สงิ่ ​ท​่ี เหมาะ​สม​ที่​เรา​เคย​ตกลง​ว่า​จะ​ทำ​ ​หรือ​ขัด​กับ​อุดมการณ์​ของ​เรา​ ความ​ร้สู ึกท​ ี​่เกดิ ​ขน้ึ ค​ อื ​​ความ​ละอาย​เ​ปน็ ​อริยท​ รพั ย​ใ์ นใ​ จ​ ​ ​นัก​มนุษยศาสตร์​กลุ่ม​หน่ึง​แยก​สังคม​มนุษย์​ออก​เป็น​ ​๒​ ประเภท​ห​ รอื ​๒​ ​ว​ ฒั นธรรม​ค​ อื ​G​ uilt​C​ ulture​(​ร​ สู้ กึ ผ​ ดิ )​​ก​ บั ​S​ hame​ Culture​​(​ร้สู ึกล​ ะอาย​)​​โลกต​ ะวัน​ตก​ส่วนม​ าก​เป็น​​Guilt​C​ ulture​ ส่วน​โลก​ตะวัน​ออก​เป็น​ ​Shame​ ​Culture​ ​ใน​ตะวัน​ตก​เรา​จะ​ใช้​ หิริ​ ​ความ​ละอาย​เป็น​เคร่ือง​มือ​ใน​การ​แก้​ปัญหา​สังคม​ได้​ยาก​ เพราะ​ชาว​ตะวัน​ตก​มัก​สับสน​ ​แยก​ไม่​ออก​ระหว่าง​ความ​ละอาย​ กับ​ความ​รู้สึก​ผิด​ ​มัก​จะ​นำ​ไป​สู่​การ​มอง​ตัว​เอง​ใน​แง่​ร้าย​ ​กลาย​ เป็นการส​ ง่ ​เสริม​ความ​เศรา้ ห​ มอง​ในใ​ จ​คนม​ ากกว่าค​ วามส​ ะอาด​ ​ ​เมือง​ไทย​ไม่​น่า​จะ​ต้อง​เจอ​ปัญหา​นี้​ ​อาตมา​เช่ือ​ว่า​ความ​ ละอาย​เป็น​คุณธรรม​ที่​เป็น​ทรัพยากร​สำคัญ​ของ​คน​ไทย​ ​ถ้า​เรา​ สามารถ​ให้การ​ศึกษา​ท่ี​ถูก​ต้อง​ ​เรา​มี​หวัง​ว่า​คน​ไทย​ท่ัวไป​เห็น​ได้​ ว่าการ​กระทำ​บาง​อย่าง​น่า​ละอาย​ ​และ​ความ​รู้สึก​ละอาย​จะ​เป็น​ แรงด​ ลบ​ ันดาลใ​ จใ​ หเ้​ลิก​ถ​ า้ เ​ราส​ ามารถป​ ลูกฝ​ งั ค​ วามร​ ู้สกึ อ​ ยา่ งน​ ้​ี ในท​ างท​ ถ​่ี กู ต​ อ้ งจ​ ะเ​ปน็ ป​ ระโยชนม​์ าก​เ​ปน็ ส​ งิ่ ท​ จ​่ี ะร​ ะงบั พ​ ฤตกิ รรม​ บางอ​ ย่าง​ได​้ เ​พราะ​มันน​ ่า​ละอาย​จรงิ ​ ​ ตำรา​วิ​สุทธิ​มรรค​​ท่าน​อุปมา​ว่า​ความ​รู้สึก​ละอาย​เหมือน​ ความ​รู้สึก​ของ​คน​ท่ี​จำเป็น​ต้อง​ไป​น่ัง​ถ่าย​อุจจาระ​กลาง​ตลาด​ ถ้า​เป็น​ตัว​เอง​จะ​รู้สึก​อย่างไร​ ​หรือ​เห็น​คน​อ่ืน​ทำ​ ​จะ​รู้สึก​อย่างไร​ ก็​คง​รู้สึก​รังเกียจ​ว่า​มัน​น่า​ละอาย​ ​การ​เบียดเบียน​การ​เอา​รัด​ เอา​เปรียบ​คน​อ่ืน​ก็​เป็น​ส่ิง​ท่ี​น่า​ละอาย​อย่าง​นั้น​เหมือน​กัน​

เพราะ​ฉะน้ัน​​เรา​อาจ​เรียก​คำ​ว่า​ ​หิริ​ ​เป็น​ ​Intelligent​ ​Shame​​ ก็ได​้ ​คอื ​เปน็ ​ความ​ละอายท​ ​่เี กดิ จ​ าก​ปัญญา​​ไม่ใช​่ความร​ ูส้ ึก​ท​ี่ เกดิ จ​ ากอ​ วชิ ชา​ ​ สว่ นค​ ำว​ า่ ​โ​อตตปั ปะ​ค​ วามเ​กรงก​ ลวั ต​ อ่ บ​ าป​ก​ เ​็ ชน่ เ​ดยี วกนั ​ เกิด​จาก​การ​เข้าใจ​ว่า​บาป​คือ​อะไร​ ​เกิด​จาก​ความ​เช่ือ​ใน​กฎ​แห่ง​ กรรม​ซ​ ง่ึ ​คน​ไทย​ส่วนม​ ากม​ อี​ ยแู​่ ล้ว​​เกิด​จากก​ าร​สำนึกใ​ นผ​ ล​ของ​ การก​ระ​ทำ​ ​ตลอด​จน​ผลก​ระ​ทบ​ต่อ​คน​รอบ​ข้าง​และ​สังคม​ท่ัวๆ​ ไป​ ​การ​สอน​ให้​คน​หยุด​การก​ระ​ทำ​โดย​นึกถึง​ผล​ท่ี​จะ​เกิด​ตาม​มา​ เป็น​ส่ิง​ที่​ดี​มี​ประโยชน์​มาก​ ​ความ​กลัว​ท่ี​เกิด​ข้ึน​พร้อม​กับ​ความ​ สำนกึ เ​ป็น​แรงด​ ลบ​ ันดาลใ​ จ​ให้เ​ลกิ ส​ ่งิ ท​ ไ​ี่ มด​่ ี​ไมง​่ าม​ ​ เคยส​ งั เกตไ​หมว​ า่ ​จ​ ติ ใจท​ ม​่ี ก​ี เิ ลสแ​ ละก​ ำลงั จ​ ะท​ ำส​ งิ่ ท​ ไ​่ี มด​่ ​ี มัก​จะ​เซ็นเซอร์​หรือ​ข่ม​ไว้​ซ่ึง​เสียง​ท่ี​ร้อง​ข้ึน​มา​ใน​ใจ​ว่า​ ​หยุด​ ​หยุด​ หยุด!​​​ไม​่ถกู ​ไ​มน​่ ่า​ทำ​เลย​​คนอ​ นื่ เ​ขา​จะ​เดือด​ร้อน​ต​ ัวเ​อง​จะ​เดอื ด​ ร้อน​​ถา้ ก​ เิ ลส​มพี​ ลัง​มาก​​มันจ​ ะ​ร้อง​โตเ้​ถยี ง​​หา้ ม​ความค​ ดิ อ​ ยา่ งน​ ​ี้ “​Shut​u​ p!​​”​เ​พราะ​ไมอ​่ ยาก​ฟัง​เ​ดยี๋ ว​จะ​ไมส​่ นุก​​นแี่​ หละ​คอื ภ​ าวะ​ จิต​ท่ี​เรียก​ว่า​ ​“​อ​โนตตัป​ปะ​”​ ​คือ​ตรง​ข้าม​กับ​ความ​เกรง​กลัว​ต่อ​ บาป​ ​อะไร​จะ​เกิด​ก็​ให้​มัน​เกิด​ซะ​ ​ฉัน​จะ​สนุก​ให้​เต็ม​ที่​ ​ให้​มัน​สุดๆ​ ไป​เลย​ ​ส่วน​ผู้​มี​โอตตัปปะ​ ​พอ​กำลัง​จะ​ทำ​แล้ว​เสียง​เตือน​เกิด​ขึ้น​ ในใ​ จ​ก​ ็​จะไ​ม​่ข่ม​ไว้​​แต่​จะ​เตอื นต​ ัว​เองว​ า่ ​​ใช่​..​​.​ไ​มท่​ ำด​ กี​ ว่า.​.​​.​ไ​ม่​ คุ้ม​คา่ ​​เพราะจ​ ะ​สง่ ผ​ ลเ​สยี ห​ าย​ไ​ม่​ทำด​ กี​ ว่า​​ยอมรับว​ า่ ​สนกุ ​ถ​ า้ ท​ ำ​ แลว้ ค​ งม​ ค​ี วามส​ ขุ อ​ ยบ​ู่ า้ ง​แ​ ตไ​่ มต​่ อ้ งการพ​ อทจ​ี่ ะย​ อมเ​ปน็ ท​ าสข​ อง​ มัน​​และท​ ำบาป​กรรม​ : 11

12 : ชยสาโร ภิกขุ ​ ​เร่ือง​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​เชื่อม​โยง​กับ​ความ​อดทน​ด้วย​ ​เรา​ต้อง​ อดทน​ต่อ​ความ​อยาก​ได้​ความ​สุข​ ​สังคม​เรา​จะ​เรียบร้อย​ ​เมื่อ​เรา​ หม่ัน​สอน​ให้​เด็ก​รู้จัก​เรียน​รู้​จาก​การก​ระ​ทำ​ของ​เขา​ ​ความ​รู้สึก​ท่ี​ เกดิ ข​ ึน้ ​เป็น​ผล​แ​ ละ​ผลท​ ี่​เกดิ ​ขึน้ ก​ บั ค​ นร​ อบข​ า้ ง​​และ​ส่งิ แ​ วดล้อม​ ​๕ ​ถาม ขอก​ราบ​เรียน​ถาม​เรื่อง​ชาติ​ภพ​ ​พวก​หมอ​มัก​มี​วิจิกิจฉา​ (ลังเลส​ งสยั )​​​มาก​​พระ​อาจารยเ์​ชอ่ื ว​ า่ ​อย่างไร​ ​ตอบ ​ คำ​สอน​ของ​พระพุทธ​ศาสนา​เรา​อาจ​จะ​แบ่ง​ออก​ได้​เป็น ส​ องส​ ว่ น​​คอื ส​ ว่ นท​ พ​่ี สิ จู นไ​์ ดง​้ า่ ย​แ​ ละส​ ว่ นท​ พ​่ี ิสจู นไ​์ ดย้​ าก​ค​ ือบ​ าง​ คำส​ อนฟ​ งั ห​ รอื อ​ า่ นแ​ ลว้ ป​ ระทบั ใ​จ​ร​ สู้ กึ ว​ า่ ใ​ช​่ไ​ดท​้ นั ท​ีเ​ชน่ ​เ​รอ่ื งโ​ทษ​ ของก​ เิ ลส​เ​รอื่ งค​ วามท​ กุ ขท​์ เ​ี่ กดิ จ​ ากก​ ารล​ ะเมดิ ศ​ ลี ​เ​รอ่ื งค​ วามส​ ขุ ท​ ​่ี เกดิ จ​ าก​การใ​ ห​้ทานอ​ ย่าง​ไม​ห่ วัง​สิ่งต​ อบแทน​​เป็นตน้ ​ ​ แต่​บาง​คำ​สอน​ฟัง​ยาก​ ​เข้าใจ​ยาก​ ​และ​ถึง​จะ​พิสูจน์​ได้​ จิตใจ​เรา​คง​ยัง​ไม่มี​คุณสมบัติ​พอท่ี​จะ​พิสูจน์​ ​เช่น​ ​เรื่อง​ภาวะ​จิต​ ในฌ​ าน​แ​ ละเ​รือ่ ง​ข้าม​ภพข​ า้ มช​ าต​ิ ​ปัญหา​กค็​ อื เ​รา​ควรจ​ ะ​วางใจ​ อย่างไร​ต่อ​คำ​สอน​ต่างๆ​ ​เช่น ​เรื่อง​ภพ​ชาติ​ท่ี​เรา​ยัง​ไม่​อาจ​จะ ​พิสูจน์​ได้​ ​บาง​คน​อาจ​จะ​ไม่​สนใจ​ไป​เลย​ ​โดย​ถือว่า​เรื่อง​ล้ีลับ​ ไม่​ต้อง​สนใจ​ก็ได้​ ​แต่​อาตมา​เห็น​ว่า​ส่ิง​ใด​อยู่​ใน​พระ​สูตร​ ​สิ่ง​น้ัน​ ต้อง​นับ​อยู่​ใน​ใบไม้​ใน​กำ​มือ​ของ​พระพุทธ​องค์​ ​พูด​ง่ายๆ​ ​คือ​ถ้า​ พระพุทธเจ้า​กล่าว​ถึง​เรื่อง​ไหน​ ​แสดง​ว่า​พระพุทธ​องค์​ทรง​กล่ัน​ กรอง​และ​เลือก​แล้ว​ว่า​เหมาะ​สม​ท่ี​จะ​เปิด​เผย​ให้​มนุษย์​ทราบ​

ซ่ึง​ปรากฏ​ว่า​พระองค์​ทรง​สอน​เรื่อง​การ​เวียน​ว่าย​ตาย​เกิด​ใน​ วัฏสงสาร​ ​และ​เรื่อง​ภพ​ชาติ​ต่างๆ​ ​อยู่​บ่อยๆ​ ​อาตมา​จึง​สรุป​ว่า​ พระพุทธ​องค์​ทรง​ต้องการ​ให้​เรา​ได้​รับ​รู้​เร่ือง​นี้​เป็น​เร่ือง​ท่ี​พระองค์​ ทรง​เหน็ ​ว่าพ​ วกเ​รา​ต้องส​ นใจ​ศกึ ษา​​เพราะเ​ปน็ ​ประโยชน​์ ​ จะ​ขอ​อุปมา​ดังนี้​ ​เหมือน​เรา​กำลัง​เดิน​ทางใน​ประเทศ​ที่​ เรา​ไม่​เคย​ไป​มา​ก่อน​ ​มี​แผนที่​ที่​ผู้​หวัง​ดี​ฝาก​มา​ ​ใน​ระหว่าง​การ​ เดนิ ท​ าง​เ​ราด​ แ​ู ผนทเ​ี่ ปน็ ร​ ะย​ ะๆ​เ​ทยี บเ​คยี งก​ บั ส​ ง่ิ ท​ เ​่ี ราเ​หน็ ร​ อบต​ วั ​ ซ้าย​มือ​มี​หมู่บ้าน​มี​ป่า​ไม้​ ​ดู​ใน​แผนที่​ก็​มี​หมู่บ้าน​และ​ป่า​ไม้​ ​ข้าง​ ขวาม​ ี​แม่นำ้ ม​ ีเ​นนิ ​​มองไ​ป​ก็​ใชอ​่ กี ​​เดิน​ไปด​ ไู​ป​​ร้สู กึ ​ว่าแ​ ผนที​่นตี​้ รง​ กบั ค​ วามจ​ รงิ ​ดม​ี าก​ไ​มม่ ​ีผดิ เ​ลย​​บดั นเี้​รา​นัง่ ​พัก​ก​ างแ​ ผนท่​ีเอาไ​ว้​ ปรากฏว​ ่า​ข้างห​ นา้ ​มภี​ เู ขาส​ งู ถ​ ึง​​๕,๐๐๐​ฟ​ ุต​​เรา​งง​ใ​ ช​่หรือ​เปล่า​ คอื ​เราม​ าจ​ าก​ประเทศท​ ไี่​ม่ม​ีภเู ขา​​ม​แี ต​่ทีร่ าบ​​ไมเ่​คยเ​ห็น​ภเู ขาส​ งู ​ เกนิ ร​ อ้ ยฟ​ ตุ ใ​ นช​ วี ติ แ​ มแ้ ตค​่ รง้ั เ​ดยี ว​ส​ ามญั สำนกึ จ​ งึ บ​ อกว​ า่ เ​ปน็ ไ​ป​ ไม่​ได้​หรอก​ ​เป็น​เรื่อง​งมงาย​ ​เชื่อ​ได้​อย่างไร​ ​มัน​เหลือ​เชื่อ​ ​อยู่​ใน​ โลกม​ า​หลายป​ กี​ ็​ยงั ​ไม​่เคยเ​ห็น​ส​ ูง​แค่​​๕๐๐​ฟ​ ตุ ​ก​็ยงั ไ​มเ​่ คยเ​ห็น​​ไม​่ ตอ้ งพ​ ดู ถ​ งึ ​๕​ ,๐๐๐​ฟ​ ตุ ห​ รอก​ใ​ จห​ นง่ึ ม​ ส​ี ามญั สำนกึ บ​ อกว​ า่ แ​ ผนท​ี่ คง​ผิด​ ​แต่​อีก​ใจ​หนึ่ง​ค้าน​ว่า​ ​จะ​เป็น​ไป​ได้​หรือ​ที่​แผนท่ี​ใน​ส่วน​ที่​ ผ่าน​มา​ถูก​ต้อง​แม่นยำ​หมด​ ​ขณะ​ที่​แผนท่ี​อีก​ส่วน​หน่ึง​ผิด​หมด​ ทำให​้เกดิ ​ความข​ ดั แ​ ย้ง​ขนึ้ ใ​ น​ใจ​แ​ ต​่สรปุ ว​ ่า​มัน​นา่ จ​ ะม​ ี​โอกาส​เปน็ ​ จรงิ ม​ ากกวา่ ​เ​ราถ​ อื วา่ ค​ วามเ​ปน็ อ​ นั ห​ นงึ่ อ​ นั เ​ดยี วข​ องแ​ ผนทน​ี่ า่ จ​ ะ​ ไวใ้ จไ​ด้ม​ ากกวา่ ​ประสบการณส​์ ว่ นต​ วั ใ​ นอ​ ดีต​แ​ ตเ​่ ตอื น​สติ​ตัวเ​อง​ ว่า​ยัง​ไม่​ได้​พิสูจน์​นะ​ ​ยัง​ไม่รู้​จริง​ ​เพียง​แค่​เช่ือ​ด้วย​เหตุผล​ไว้​ก่อน​ สง่ิ ​ท​่ีสำคัญ​ทสี่ ดุ ต​ อนน​ ค้ี​ ือเ​ดนิ ไ​ป​เรือ่ ยๆ​​เพื่อด​ ู​กบั ​ตา​ : 13

14 : ชยสาโร ภกิ ขุ ​ ​อาตมา​ว่า​น่ี​คือ​ท่าที​ท่ี​เหมาะ​สม​ต่อ​คำ​สอน​เร่ือง​สวรรค์​ นรก​ ​เรื่อง​ต่างๆ​ ​ที่​เรา​ยัง​มอง​ไม่​เห็น​และ​ยัง​เข้า​ไม่​ถึง​ ​เรา​เช่ือ​ไว้​ ก่อน​ดี​ไหม​ ​เพราะ​คำ​สอน​ของ​พระพุทธเจ้า​ใน​ส่วน​ท่ี​เรา​พิสูจน์​ได้​ ปรากฏ​ว่า​ถูก​ต้อง​หมด​ทุก​ข้อ​ ​ฉะนั้น​ให้​เรา​ลอง​ถาม​ตัว​เอง​ดู​ว่า​ เปน็ ไ​ปไ​ดไ​้ หมว​ า่ ส​ งิ่ ท​ เ​ี่ ราผ​ า่ นม​ าแ​ ลว้ ถ​ กู ห​ มด​แ​ ตส​่ งิ่ ท​ เ​่ี ราย​ งั เ​ขา้ ไ​ม​่ ถงึ น​ ผ​ี้ ิดห​ มด​​หรือว​ ่าผ​ ดิ ใ​ น​เรื่องก​ าร​เวียน​วา่ ย​ตายเ​กดิ ​​ซ่งึ ​เปน็ ​ส่วน​ สำคัญ​พ​ ระพุทธเจ้า​ไม​บ่ งั คบั เ​ร่อื ง​ความเ​ชื่อ​เ​รา​มส​ี ทิ ธ​ิที​่จะ​เชอ่ื ​ว่า ​มี​หรือ​ไม่มี​ ​แต่​ขอ​ให้​เรา​ใช้​สติ​ปัญญา​พิจารณา​ให้​ดี​ก่อน​เช่ือ​ก็​ แล้ว​กัน​ ​เหตุผล​ใน​ความ​เชื่อ​เรื่อง​การ​เวียน​ว่าย​ตาย​เกิด​มี​มาก​ พอ​สมควร​ ​ข้อ​หน่ึง​​คือ​หลัก​ฐาน​ใน​พระ​ไตรปิฎก​​ซ่ึง​ปรากฏ​อยู่​ มากมาย​ข​ อ้ ท​ ส​่ี อง​ค​ อื ผ​ ท​ู้ ร​่ี ะลกึ ช​ าตไ​ิ ดโ​้ ดยธ​ รรมชาต​ิ ซ​ ง่ึ ส​ ว่ นม​ าก​ มัก​เป็น​เด็ก​อายุ​ ​๓​-​๔​ ​ขวบ​ ​Dr​.​ ​Ian​ ​Stevenson​ ​ศาสตราจารย์​ มหาวทิ ยาลัยเ​วอรจ์ เิ นียท​ ส่ี​ หรัฐฯ​​ใช้เ​วลาก​ ว่า​​๒๐​ป​ ี​ท​ ำการว​ จิ ัย​ เร่ือง​น้ี​ ​และ​ได้​พิมพ์​ผล​การ​วิจัย​ออก​มา​หลาย​เล่ม​ ​เป็น​ที่​ยอมรับ​ ตามห​ ลกั ว​ ิทยาศาสตรห์​ ลกั ว​ ชิ าการ​วา่ ​ข​ ้อท​ ่​ีสาม​​ม​ผี ู้​ท​รี่ ะลึก​ชาติ​ ได้​โดย​การ​สะกด​จิต​ ​และ​ข้อ​ท่ี​ส่ี​มี​ผู้​ท่ี​ระลึก​ชาติ​ได้​โดย​การ​ทำ​ สมาธถิ​ งึ ​ข้ันฌ​ าน​ ​ ​ส่ี​ข้อ​นี่​นับ​เป็น​หลัก​ฐาน​ท่ี​สนับสนุน​ความ​เชื่อ​ใน​การ​เวียน​ วา่ ยต​ ายเ​กดิ ​ห​ ลกั ฐ​ านใ​นพ​ ระไ​ตรปฎิ ก​แ​ ละห​ ลกั ฐ​ านจ​ ากผ​ ท​ู้ ร​ี่ ะลกึ ​ ชาตไ​ิ ด​้ ข​ องเ​ดก็ บ​ า้ ง​ข​ องผ​ ท​ู้ ถ​ี่ กู ส​ ะกดจ​ ติ บ​ า้ ง​ข​ องผ​ ท​ู้ ำส​ มาธข​ิ นั้ ส​ งู ​ บา้ ง​แ​ ต​ก่ ็​ยงั ไ​มใ่ ช่​การ​พสิ จู น์​เ​ป็น​แค่​สง่ิ ​ทช​่ี วน​ให​้เช่อื ​ ​ ​จะเ​ช่ือ​หรือไ​ม​่เชอ่ื ก​ ็​สำคญั ​เ​พราะม​ ​ีผลต​ อ่ ก​ ารกร​ ะ​ทำ​​เช่น​ คน​ท่ี​ทำบุญ​เพ่ือ​หวัง​ว่า​ตาย​แล้ว​จะ​ข้ึน​สวรรค์​ ​งมงาย​ไหม​ ​ถ้า​

สวรรค์​ไม่มี​จริง​ก็​งมงาย​ ​ถ้า​สวรรค์​มี​จริง​ก็​ไม่​งมงาย​ ​เหมือน​กับ​ ว่า​เรา​สะสม​เงิน​ไว้​ใช้​สำหรับ​ชีวิต​ช่วง​หลัง​เกษียณ​ ​งมงาย​ไหม​ ถ้า​ถึง​เวลา​เกษียณ​แล้ว​ยัง​ไม่​ตาย​ ​ก็​ไม่​งมงาย​ใช่​ไหม​ ​แต่​ถ้า​ชีวิต​ หลงั ​เกษียณ​ไมม่ จ​ี ริง​เพราะ​ตาย​เสียก​ อ่ น​​จะเ​รียก​วา่ ง​ มงาย​ไหม​ ​๖ ถ​ าม ​ ใ​ นข​ ณะท​ ี่โ​ลกเ​ราด​ ำเนินไ​ ป​​สรรพส​ ัตว์ใ​ นภ​ พภ​ ูมิต​ ่างๆ​ ก​ ​็ ดำเนิน​ชีวิตไ​ ปพ​ ร้อมๆ​ก​ ัน​ใช่​ไหม​เจ้าคะ ล​ ักษณะ​แบบม​ ิติเ​วลา​ ของแ​ ตล่ ะภ​ พภ​ มู ม​ิ ห​ี ลดุ ท​ ำใหข​้ า้ มเ​วลาเ​ขา้ ม​ าใ​นโ​ลกม​ นษุ ยไ​์ ดห​้ รอื ​ ไม่เ​จา้ คะ​ ​ตอบ ​ ​ฟัง​ดู​น่า​กลัว​ ​จะ​เล่า​เรื่อง​ผี​ให้​ฟัง​จะ​ได้​หาย​ง่วง​ ​หลัง ส​ งครามโลกค​ รงั้ ท​ ​่ี ๒​ ​ผ​ บ​ู้ ญั ชาการท​ หารส​ งู สดุ แ​ หง่ ก​ องทพั อ​ ากาศ​ ของอ​ งั กฤษ​พ​ ลเ​อกด​ าวนน​์ งิ่ ล​ าอ​ อกจ​ ากร​ าชการ​แ​ ลว้ ไปท​ ำม​ ลู นธิ ​ิ เก่ียว​กับ​การ​สร้าง​สัมพันธ์​กับ​คน​ท่ี​ตาย​แล้ว​ ​หรือ​อะไร​ทำนอง​นั้น​ จำ​ไม่​แม่น​ ​เขา​ให้​พวก​น่ัง​ทางใน​ติดต่อ​กับ​ผี​ของ​ทหาร​อากาศ​ อังกฤษ​ท่ี​ตาย​โดย​ยัง​ไม่รู้​ตัว​ว่า​ตาย​ ​ปรากฏ​ว่า​เขา​ว่า​มี​เยอะ​มาก​ พวกผ​ ก​ี ลบั เ​ขา้ ไปใ​ นบ​ า้ นโ​ดยไ​มร่ ว​ู้ า่ ต​ วั เ​ขาต​ ายแ​ ลว้ ​แ​ ละเ​ปน็ ท​ กุ ข​์ มาก​เมื่อ​ลูก​เมีย​มอง​ไม่​เห็น​ ​เจ้า​หน้าที่​มูลนิธิ​จึง​สื่อสาร​ไป​แบบ​ W​ i-​F​ i​บ​ อกใ​หผ​้ ร​ี ว​ู้ า่ เ​ขาต​ ายแ​ ลว้ ​อ​ ยท​ู่ น​่ี ไ​ี่ มไ​่ ด​้ เ​ขาต​ อ้ งไ​ปท​ อ​ี่ น่ื ต​ อ่ ไ​ด​้ แลว้ ​น​ ค​่ี อื เ​รอ่ื งผ​ อ​ี งั กฤษ​ค​ งม​ ส​ี ว่ นค​ ลา้ ยก​ บั ผ​ ไ​ี ทย​แ​ ตไ​่ มเ​่ หมอื นก​ นั ​ ที​เดยี ว​​เทา่ ​ท่ท​ี ราบ​ผ​ อ​ี งั กฤษช​ อบ​อยใู่​ นป​ ราสาท​​เช่น​​เป็น​อศั วิน​ หว้ิ ​หวั ​ตวั เ​อง​ไปม​ า​​อะไร​อยา่ งน​ ​ี้ แ​ บบ​น้ีผ​ ไ​ี ทยด​ จ​ู ะ​ไมน​่ ยิ ม​ : 15

16 : ชยสาโร ภกิ ขุ ​ ​เรอื่ งภ​ พภ​ มู ม​ิ ติ ต​ิ า่ งๆ​พ​ ดู ย​ าก​ม​ นั เ​กนิ ว​ สิ ยั ข​ องค​ นส​ ว่ นใ​หญ​่ เชื่อ​ไว้​ก่อน​ ​เชื่อ​อย่าง​อ่อนน้อม​ถ่อม​ตน​ว่า​ยัง​ไม่รู้​จริง​ ​ถ้า​เช่ือ​ไว้​ กอ่ น​แ​ นว​ความค​ ดิ ข​ อง​เราจ​ ะ​เปน็ ค​ วาม​เหน็ ​ชอบ​​ความด​ ำรชิ​ อบ​ เป็นการส​ ร้าง​เหตุป​ ัจจัย​ของก​ าร​เจริญ​ใน​​ธรรม​ ๗ ถ​ าม ​ ​ทำอ​ ยา่ งไรจ​ งึ จ​ ะล​ ะเวน้ ค​ วามโ​กรธใ​ หไ​้ ด​้ เ​พราะค​ วามโ​กรธ​ เป็น​อารมณ์​ปัจจุบัน​ที่​เกิด​เร็ว​ ​บาง​ครั้ง​กว่า​จะ​มี​สติ​รู้ตัว​ก็​โกรธ​ไป​ แลว้ ​ค​ ดิ ว​ า่ การร​ ะวงั เ​รอ่ื งค​ วามโ​ลภค​ วามห​ ลงจ​ ะง​ า่ ยก​ วา่ ​จ​ รงิ ห​ รอื ​ ไมเ​่ จ้าคะ ​ตอบ ​ ​ที่​จริง​เรื่อง​ที่​ว่าการ​ละเว้น​ความ​โลภ​ความ​หลง​ง่าย​กว่า​ อาตมาว​ ่าไ​ม่ใช่​​ยาก​กว่า​​เพราะค​ นส​ ่วน​ใหญ่​ไม่เ​ห็น​โทษ​ของม​ ัน​ เวลาโ​กรธส​ ว่ น​มากเ​รา​จะ​รตู้ วั ว​ า่ ​โกรธ​และม​ นั ไ​มด​่ ี​แ​ ต​ไ่ มเ่​สมอ​ไป​ บางค​ นท​ ย​่ี งั ไ​มร่ ต​ู้ วั แ​ ละไ​มย​่ อมรบั ​ห​ นา้ แ​ ดงแ​ ตย​่ งั ย​ นื ยนั ว​ า่ ​“​ฉ​ นั ไ​ม​่ โกรธ​!​”​ใ​ คร​ว่าโ​กรธ​ก​ย็ ิ่ง​โกรธ​ใหญ่​​อยา่ งน​ ้​ีก็ม​ คี​ วามโ​กรธเ​ปน็ ​ของ​ หยาบแ​ ละเ​ปน็ อ​ ารมณท​์ ไ​่ี มม่ ใ​ี ครช​ อบ​แ​ ตใ​่ นข​ ณะเ​ดยี วกนั เ​ราค​ วร​ จะส​ งั เกตว​ า่ ใ​ นข​ ณะท​ เ​่ี ราโ​กรธน​ น้ั ​เ​ราก​ พ​็ อใจใ​ นค​ วามโ​กรธ​ม​ นั ใ​ น​ อารมณ​์ไ​มเ​่ ชน่ น​ นั้ ค​ งไ​มโ​่ กรธถ​ งึ ข​ นาดน​ น้ั ​ถ​ า้ เ​ราจ​ ะช​ นะค​ วามโ​กรธ​ ตอ้ ง​เรียน​ร้​เู สน่ห​์ของ​มัน​ ​ ​พุทธศ​ าสนาม​ ห​ี ลักก​ ารป​ ฏิบตั ใ​ิ นเ​รือ่ งน​ อ​ี้ ย่างล​ ะเอยี ดอ​ อ่ น​ เป็น​ข้ัน​ตอน​ ​ถ้า​ใช้​ภาษา​สมัย​ใหม่​เรียก​ว่า​เป็น​ระบบ​องค์​รวม​ คือ​ปัญหา​อะไร​ก็​แล้ว​แต่​ ​ไม่​ว่า​จะ​เป็น​ความ​โลภ​ความ​โกรธ​

ความหลงก​ ็ตาม​​จะ​แกใ้​ ห้​ไดจ้​ ำเปน็ ​ตอ้ งแ​ ก​ท้ ้ัง​​๓​​ดา้ น​ค​ ือ​ทง้ั ​ดา้ น​ กายว​ าจา​​ด้านใ​ จ​แ​ ละ​ด้านป​ ัญญา​แ​ ละต​ อ้ ง​เป็น​ท้ัง​ใน​ระดบั ​ศลี ​ ระดับ​สมาธ​ิ ​และ​ระดับ​ปัญญา​ ​ ระดบั แ​ รกเ​ปน็ เ​รอ่ื งข​ องศ​ ลี ​ต​ อ้ งใ​ชค​้ วามต​ ง้ั ใจ​ม​ งุ่ ม​ นั่ ง​ ดเ​วน้ ​ เป็น​หลัก​ ​เคร่ือง​มือ​หลัก​ใน​ระดับ​น้ี​คือ​ความ​ต้ังใจ​ ​เมื่อ​โกรธ​แล้ว​ อย่าง​น้อย​ทสี่ ดุ ​ให​้เรา​ต้งั ​อกต้ัง​ใจ​ไม่​แสดงออก​ด้วย​กาย​หรอื ​วาจา​ ตาม​อำนาจ​ของ​ความ​โกรธ​น้ัน​ ​เรา​ไม่​ด่า​ไม่​ว่า​ไม่​ไป​ทุบตี​ทำร้าย​ เขา​ ​การ​สำรวม​กาย​วาจา​ได้​นั้น​เป็น​ขั้น​แรก​ ​อย่าง​น้อย​ท่ีสุด​เรา​ก็​ ไม่​ทำบาป​กรรม​ทาง​กาย​ทาง​วาจา​ ​ซ่ึง​เป็น​เหตุ​ให้​ตก​นรก​ได้​ ​แต่​ นั่น​ก็​ยัง​ไม่​พอ​ ​เพียง​แค่​ช่วย​ป้องกัน​อันตราย​แก่​คน​อื่น​และ​แก่​ตัว​ เองเ​ท่าน้ัน​​เปรียบ​เหมือนก​ าร​ปฐมพยาบาล​​แต่​ยงั ​ไมเ​่ ปน็ การแ​ ก​้ ปัญหาอ​ ย่างแ​ ท้จรงิ ​ ​ ​ระดับ​ที่​สอง​ ​ระดับ​สมาธิ​คือ​เรื่อง​การ​บริหาร​อารมณ์​ ​ใน​ บรบิ ท​นี้​ส​ มาธิ​เป็นช​ ื่อข​ องก​ ลุ่มค​ ุณธรรมท​ เ​่ี ราต​ อ้ งพ​ ฒั นา​เ​ชน่ ​​สต​ิ ความ​อดทน​​และ​เมตตา​ก​ ่อน​ทีจ่​ ะ​โกรธ​จะ​โมโห​เตม็ ​ที​่ ​มนั ​ต้อง​ม​ี อาการบ​ างอ​ ยา่ งบ​ อกล​ ว่ งห​ นา้ ​เ​หมอื นท​ อ​่ี าการฟ​ า้ ค​ รมึ้ ๆ​ล​ มเ​ยน็ ๆ​ บอกเ​ราว​ า่ ฝ​ นจ​ ะต​ ก​เ​ราเ​ขา้ ใจเ​พราะเ​ราเ​คยส​ งั เกตห​ ลายค​ รง้ั แ​ ลว้ ​ ว่า​​อากาศเ​ปลย่ี นอ​ ย่างน​ ี้​แ​ สดง​ว่า​ฝนก​ ำลงั จ​ ะ​ตก​เ​รอ่ื งข​ องจ​ ิตใจ​ ก็​ไม่​ต่าง​จาก​ธรรมชาติ​ภายนอก​ ​ก่อน​จะ​โกรธ​ก็​ต้อง​มี​อาการ​บาง​ อย่าง​บ่ง​บอก​ ​ ถ้า​เรา​ฝึก​สติ​บ่อยๆ​ ​เรา​จะ​ชิน​กับ​อาการ​ของ​กาย​และ​ใจ​ จะ​รู้สึก​ว่องไว​ ​รู้ทัน​ความ​เปลี่ยนแปลง​ของ​กาย​และ​ใจ​ ​จะ​มี​ สัญญาณบ​ อก​วา่ ​เรม่ิ ​ผิดป​ กต​ิ ​เริม่ ม​ ​อี าการแ​ ล้วน​ ะ​เ​ราจ​ ึง​มโี​อกาส​ : 17

18 : ชยสาโร ภิกขุ แกไ้ ข​ตัง้ แต่​อารมณ​์ยงั ​ไม่​รุนแรง​โ​กรธ​แล้ว​จึง​ไดส้ ติ​ก​ ​็แนน่ อน​วา่ ​ ไม่ทัน​กาล​ ​ถ้า​ไม่​ฝึก​สติ​เป็น​ประจำ​ ​ไม่​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​การ​มี​ สต​ิ ไ​ม่​ฝึกต​ วั เ​อง​ให้​อย​ู่ในป​ จั จุบัน​เปน็ ​​กำลังข​ องค​ วามโ​กรธ​ก​ต็ อ้ ง​ มี​มากกว่า​กำลัง​ของ​สติ​ ​พลัง​สติ​สู้​ไม่​ได้​ ​แต่​ถ้า​เรา​ฝึก​สติ​ต่อ​เน่ือง​ อย่าง​สม่ำเสมอ​ ​เช่น​ ​ด้วย​การ​นั่ง​สมาธิ​เป็น​ประจำ​ ​จน​เกิด​ความ​ ต้ัง​มั่น​เ​กดิ ​ความส​ งบ​ภายใน​จ​ ะ​เป็นห​ วั ​เล้ียวห​ ัวต่อใ​ น​ชวี ติ ​​เพราะ​ เปน็ การไ​ดส​้ ง่ิ ล​ ำ้ คา่ ​ค​ อื เ​ครอื่ งเ​ปรยี บเ​ทยี บภ​ ายใน​ร​ สู้ กึ ใ​นโ​ทษข​ อง​ ความ​โกรธแ​ ละก​ เิ ลสอ​ ืน่ ​​เพราะไ​ด้​สมั ผสั ค​ วามไ​มเ่​ศรา้ ห​ มอง​บ้าง​ ​ ​ตอน​ยัง​ไม่​บวช​ ​ตอน​อยู่​อินเดีย​ ​เคย​เจอ​เด็ก​ชาว​เขา​ท่ี​ไม่​ เคย​เห็น​สบู่​มา​ก่อน​ ​พอได้​สบู่​มา​ลอง​ถู​ ​จึง​รู้​ว่า​ผิวหนัง​ท่ี​สกปรก​ ของ​เขา​ชำระ​ล้าง​ให้​สะอาด​ได้​ ​ก่อน​หน้า​น้ัน​คง​คิด​ว่า​เป็น​เร่ือง​ ธรรมดา​ท​ี่แก้​ไม่ไ​ด้​ส​ บู่​ของพ​ ระพุทธเจา้ ​กค็​ อื ก​ าร​ฝกึ ​สมาธิ​เ​รา​ ชาวพ​ ทุ ธค​ งเ​คยไ​ดย้ นิ ค​ ำว​ า่ ก​ เิ ลสบ​ อ่ ยๆ​ก​ เิ ลสค​ อื ค​ วามเ​ศรา้ ห​ มอง​ แหง่ จ​ ติ ใจ​ค​ วามโ​ลภ​ค​ วามโ​กรธ​ค​ วามห​ ลง​ค​ วามอ​ จิ ฉาพ​ ยาบาท​ คือ​ความเ​ศร้า​หมองแ​ หง่ ​จติ ใจ​อ​ นั น​ เ​้ี รา​เคย​ได้ยนิ ​​แตม​่ นั ก​ เ​็ ปน็ ​แค​่ สัญญาค​ วามจ​ ำ​เ​ราจ​ ะ​เขา้ ใจ​อย่าง​แจ่ม​แจ้ง​ใน​เรือ่ งน​ ไ้ี​ด้ก​ ต็​ อ่ เ​มอื่ ​ จติ ใจไ​ด้​สมั ผสั ค​ วามไ​ม่​เศรา้ ห​ มอง​เ​มอ่ื จ​ ติ ใจ​สัมผัสค​ วามไ​มเ่​ศรา้ ​ หมองค​ อื ม​ ส​ี มาธ​ิ จ​ ติ ใจส​ งบแ​ ลว้ น​ นั่ แ​ หละ​เ​ราจ​ งึ จ​ ะร​ ถ​ู้ งึ ค​ วามเ​ศรา้ ​ หมอง​จริงๆ​​ถ้าย​ ัง​ไม่ม​ีเคร่อื งเ​ปรียบ​เทียบ​ม​ นั ​ไมร่ ส้​ู ึก​อ​ าจ​จะร​ อู้​ ยู​่ หรือ​อาจจ​ ะเ​ช่ือ​ตามท​ ่​ีพระท​ ่าน​สอน​​แต​่ยังไ​ม​่เห็น​ย​ ังไ​ม่​ไดส​้ มั ผสั ​ ยัง​ไม่รู้​สึก​ได้​เอง​ ​แต่​พอ​เรา​เข้า​ถึง​ความ​สงบ​ระงับ​ความ​แน่ว​แน่​ ของ​จิตใจ​ท่ี​ผ่องใส​สะอาด​ได้​แล้ว​ ​เม่ือ​จิตใจ​จะ​โกรธ​จะ​พยาบาท​ เมอื่ อ​ ารมณ​ท์ หี่​ ยาบ​คายเ​กดิ ​ข้นึ ​เ​รา​จะ​รสู้ กึ ส​ ยดสยอง​ข​ ยะแขยง​

รังเกียจ​ ​รู้สึก​ว่า​มัน​น่า​เกลียด​ ​แล้ว​จิตใจ​ก็​จะ​ถอน​ออก​มา​ทันที​ ผู้​ท่ี​มี​เครื่อง​วัด​เครื่อง​เปรียบ​เทียบ​จาก​การ​ฝึก​สมาธิ​ ​สามารถ​ ระงบั ค​ วามค​ ิด​ฟุง้ ซ่าน​ได​้ เ​รา​จะ​รู้​วา่ ​ความ​โกรธไ​มด​่ ​ี แ​ ละไ​มอ​่ ยาก​ เป็น​คน​ข้ี​โกรธ​ ​แต่​ถ้า​เรา​ไม่มี​คุณธรรม​ท่ี​มี​กำลัง​ ​เรา​จะ​สู้​ไม่​ไหว​ เพราะค​ วามโ​กรธม​ ก​ี ำลงั ม​ าก​ฉ​ ะนน้ั ส​ ตแ​ิ ละส​ มาธช​ิ ว่ ยใ​ หม​้ เ​ี ครอื่ ง​ เปรียบ​เทียบ​ระหว่าง​ความ​ผ่องใส​ ​ความ​ไม่​ผ่องใส​ ​ความ​เศร้า​ หมอง​ค​ วามไ​มเ​่ ศรา้ ห​ มอง​ข​ อง​จิต​​เอื้อต​ อ่ ก​ ารบ​ รหิ ารอ​ ารมณ์​ ​ นอกจากน​ ี​้ ถ​ า้ เ​ราเ​จริญเ​มตตาภ​ าวนา​ค​ ือเ​จริญส​ มาธด​ิ ้วย​ การแ​ ผเ​่ มตตาค​ วามห​ วงั ด​ แ​ี ละก​ ารใ​หอ​้ ภยั เ​ปน็ ป​ ระจำ​พ​ ลงั เ​มตตา​ ท่ี​เพ่ิม​ขึ้น​จะ​ทำให้​ความ​โกรธ​เกิด​ได้​ยาก​ ​การ​ที่​จะ​ให้​ความ​โกรธ​ เกิด​ข้ึน​น้อย​ลง​มี​คุณธรรม​หลาย​อย่าง​ที่​ทำงาน​ร่วม​กัน​ใน​ขั้น​ของ ​สมาธ​ิ ก​ ารต​ ง้ั ส​ ตช​ิ ่วย​ได​้ ​สมาธชิ​ ่วย​ได้​​ความอ​ ดทน​ก็ช​ ว่ ย​ได​้ ​ ​เรา​ต้อง​เข้าใจ​ว่า​เร่ือง​การ​ต้ังใจ​น้ัน​ใช้ได้​เฉพาะ​เร่ือง​ ภายนอก​ ​ระดับ​กาย​วาจา​เท่านั้น​ ​แม้​จะ​อธิษฐาน​ว่า​วัน​นี้​จะ​ไม่​ โกรธ​ใคร​ ​ขอ​คุณ​พระ​ศรี​รัตนตรัย​จง​ช่วย​ดล​บันดาล​ให้​ข้าพเจ้า​ เป็น​คน​ใจเย็น​ตลอด​วัน​นี้​ ​ทำ​อย่าง​นี้​ไม่​ได้​หรอก​ ​แม้​คุณ​พระ​ศรี​ รตั นตรัย​ก​็ช่วย​ไม​่ได้​ก​ ารอ​ ธษิ ฐาน​ได้ผ​ ลใ​ นโ​ลก​ภายนอก​ภ​ ายใน​ เราต​ อ้ ง​ภาวนา​ ​ ​ระดับ​ที่​สาม​คือ​ปัญญา​ ​โดย​เรา​แบ่ง​ปัญญา​ออก​เป็น​ ​๒​ ระดับ​ ​ระดับ​ความ​คิด​และ​ระดับ​เหนือ​ความ​คิด​ ​สำหรับ​ระดับ​ ความค​ ดิ น​ นั้ ​ค​ อื โ​ยนโิ สม​ นสกิ าร​ซ​ ง่ึ แ​ ปลว​ า่ ค​ วามค​ ดิ แ​ ยบคาย​ส​ ว่ น​ ปญั ญาร​ ะดบั ​เหนอื ค​ วาม​คดิ ​เ​ป็น​ความ​เหน็ แ​ จง้ ​เรยี ก​ว่าว​ ปิ สั สนา​ เบ้ือง​ต้น​เรา​ใช้​การ​คิด​พิจารณา​ช่วย​ ​เช่น​ ​พิจารณา​ถึง​โทษ​ของ​ : 19

20 : ชยสาโร ภกิ ขุ ความโ​กรธท​ ​ีเ่ คย​เกดิ ​ขึน้ ใ​ น​ชวี ิตข​ อง​ตนแ​ ละ​ชวี ติ ค​ น​รอบข​ า้ ง​ท​ ี่​เรา​ เคย​โกรธ​แล้ว​ทำ​อะไร​พูด​อะไร​ ​ซึ่ง​ภาย​หลัง​รู้สึก​เดือด​ร้อน​ใจ เสีย​ใจ​ท่ี​ได้​ทำ​ไป​ ​รู้สึก​ว่า​ตัว​เอง​ไม่​ดี​ ​เรา​พยายาม​ระลึก​ถึง​ความ ร​ ู้สึกต​ อน​นน้ั ​จน​ทำให้​เกิด​ความ​กลวั ท​ จ่ี​ ะ​ตอ้ งเ​ปน็ ​เช่นน​ น้ั ​อีก​ ​ อีก​วธิ ​ีหนงึ่ ​คือ​เวลา​เรา​โกรธ​มากๆ​ใ​ ห​้ส่อง​กระจก​ดู​หน้าตา​ เรา​ว่า​เป็น​อย่างไร​ ​เหมือน​เทวดา​ไหม​ ​เหมือน​เทพ​บุตร​เทพธิดา​ หรือ​เหมือน​ยักษ์​หรือ​ยัก​ขิณี​ ​ดู​หน้า​เรา​เวลา​เรา​กำลัง​โกรธ​มัน​ เปน็ ​อยา่ งไร​ห​ รือ​เวลาเ​ราก​ ำลงั ​โกรธ​มากๆ​พ​ ูดเ​ข้า​เคร่ืองอ​ ัดเ​สียง​ ว่า​เขาเ​ลย​​แรงๆ​จ​ นร​ สู้ กึ ส​ ะใจ​​พอใจส​ บายใจแ​ ลว้ ​​ลองเ​ปดิ ฟ​ งั ​วา่ ​ เปน็ ​อยา่ งไร​บา้ ง​​เราภ​ มู ิใจ​ไหมท​ ่​ีพูดไ​ป​เมือ่ ก​ ​ี้ ​ ​แตอ่​ ยา่ เ​ปดิ ใ​ ห้​คนอ​ ืน่ ฟ​ งั ​นะ​​เขา​อาจ​จะ​ตกใจ​น​ ่ค​ี อื อ​ ุบาย​ท่​ี เรยี ก​วา่ ​ปญั ญาร​ ะ​ดบั ​ตน้ ๆ​ ​ ​อาตมาม​ ญ​ี าตค​ิ นห​ นง่ึ ​เ​ปน็ ผ​ ค​ู้ มุ น​ กั โทษใ​ นเ​รอื นจ​ ำ​เ​ขาเ​ลา่ ​ ให้​อาตมา​ฟัง​ว่า​ ​มัน​แปลก​นะ​ ​ไป​รู้จัก​กับ​พวก​ฆาตกร​ ​ไม่​เหมือน​ ท่ี​คิด​ล่วง​หน้า​ ​ส่วน​มาก​ดู​เป็น​คน​ธรรมดา​ ​และ​ส่วน​ใหญ่​ก็​เป็น​ เช่น​นั้น​จริง​ ​ฆาตกรรม​ส่วน​ใหญ่​เกิด​ข้ัน​ใน​ครอบครัว​ ​ส่วน​มาก​ พวก​ฆาตกร​ดำเนิน​ชีวิต​ประกอบ​อาชีพ​ตลอด​หลาย​ปี​ ​จน​กระท่ัง​ วัน​หนึ่ง​มี​เร่ือง​กดดัน​ ​ตึงเครียด​ ​แล้ว​แพ้​ความ​โกรธ​ ​เลย​ฆ่า​คน​ ใกล้​ชิด​ ​ทน​ไม่​ไหว​ ​หลง​อารมณ์​ ​ไป​แทง​ภรรยา​ตาย​หรือ​ไป​ยิง​ สามีต​ าย​ค​ วามโ​กรธ​แค​ว่ นิ าทีเ​ดียว​​เปน็ ​เหตุ​ใหต​้ ้อง​ติดค​ กุ ต​ ลอด​ ชีวิต​ ​ต้อง​ถูก​ประทับ​ตรา​ว่า​เป็น​ฆาตกร​ตลอด​ชีวิต​ ​อยู่​ใน​โลก​มา​ ​๕๐​-​๖๐​ ​ปี​ ​ความ​โกรธ​แค่​วินาที​เดียว​สามารถ​เปล่ียน​ชีวิต​ของ​ คน​โดย​ส้ิน​เชิง​ได้​ ​คน​ที่​ลุ​อำนาจ​แก่​ความ​โกรธ​ทำได้​ทุก​อย่าง​

ฆ่า​พ่อ ​ฆ่า​แม่​ ฆ่า​พระ​อรหันต์​ได้​ ​ไม่มี​อะไร​ท่ี​คน​โกรธ​เต็ม​ท่ี​ทำ​ ไม่ไ​ด้​ฆ​ า่ เ​ขาแ​ ล้ว​เป็นบ​ าป​เปน็ ​กรรมอ​ ย่าง​นา่ ก​ ลวั ​​เม่ือค​ ิดท​ บทวน ​อย่างน​ ้ี​จะเ​ห็น​ว่า​ความ​โกรธ​ไมใ่ ช่​เรอื่ งเ​ลก็ ​นอ้ ยเ​ลย​ท​ีเดียว​ ​ ​อีก​ข้อ​หนึ่ง​ ​ขอ​ให้​พิจารณา​ว่า​เรา​ได้​อะไร​จาก​ความ​โกรธ​ เพราะ​ถ้า​เรา​ไม่รู้​สึก​ลึกๆ​ ​ว่า​เรา​ได้​อะไร​สัก​อย่าง​ ​เรา​ก็​คง​ไม่​โกรธ​ อย่าง​นี้​บ่อยๆ​ ​มัน​มี​อะไร​อยู่​ใน​ความ​โกรธ​ท่ี​เรา​ยัง​พอใจ​ ​เพราะ​ ถ้า​เรา​ไม่​พอใจ​จุด​ใด​จุด​หน่ึง​มัน​จะ​ไม่​เป็น​อย่าง​นี้​ ​อาจ​เป็น​ความ​ รสู้ กึ ส​ ะใจท​ ี​่เราช​ อบ​​หรอื ​อาจ​เปน็ ว​ ่า​ในข​ ณะท​ โี​่ กรธ​ร​ ู้สกึ ม​ ีอ​ ำนาจ​ ม​ีกำลงั ​ม​ ​ีพลงั ​ร​ สู้ ึกม​ ​ีชีวติ ช​ วี า​ด้วย​ความโ​กรธ​​ตัวน​ ้แ​ี หละ​คอื ต​ วั ​ที​่ เรา​ชอบ​ติด​ ​เพราะ​ฉะนั้น​เรา​ต้อง​ดู​ตรง​จุด​ที่​เรา​ติด​ด้วย​ ​และ​ต้อง​ ต้ังใจป​ ลอ่ ย​วาง​ ​ ในร​ ะดบั ส​ งู ข​ น้ึ ไ​ป​ค​ อื ร​ ะดบั ว​ ปิ สั สนา​ถ​ า้ จ​ ติ ใจเ​ราส​ งบร​ ะงบั ​ ได​้ ป​ ลอ่ ยว​ างค​ วามค​ ดิ เ​รอื่ งอ​ ดตี อ​ นาคต​แ​ ละค​ วามฟ​ งุ้ ซา่ นว​ นุ่ วาย​ ต่างๆ​​จิตใจ​สงบ​​น้อมไ​ป​ดูอ​ ารมณ์ต​ ามค​ วามเ​ป็น​จริง​​จะ​เห็น​ว่า​ ความ​โกรธ​ก็​เป็น​สัก​แต่​ว่า​ธรรมชาติ​ท่ี​เกิด​ขึ้น​ตาม​เหตุ​ตาม​ปัจจัย​ เกิด​ข้ึน​แล้ว​ดับ​ไป​ ​แค่​นั้น​เอง​ ​เม่ือ​เรา​เห็น​ว่า​เป็น​ของ​ธรรมชาติ​ ไมม่ เ​ี จ้าของ​เ​รา​ก​จ็ ะ​ปลอ่ ยว​ าง​​อันน​ ้เ​ี ป็นการป​ ลอ่ ย​วางร​ ะดับส​ ูง​ ​ ​สรุป​ว่า​เม่ือ​เรา​มี​ปัญหา​อย่าง เช่น​ ​ความ​โกรธ​ ​ต้อง​แก้​ ใน​ระดับ​ศีล​ ​ด้วย​ความ​ตั้งใจ​งด​เว้น​จาก​การก​ระ​ทำ​ทาง​กาย​ทาง​ วาจา​ด้วย​อำนาจ​ของ​ความ​โกรธ​ ​ใน​ระดับ​จิตใจ​หรือ​สมาธิ​ ​ต้อง​ เจริญ​สต​ิ ​ฝึก​เป็นค​ นอ​ ดทนอ​ ดก​ ลน้ั ​เ​จริญ​สมาธภิ​ าวนาใ​ ห​้ไดท้ พี่​ ่งึ ​ ภายใน​และ​จุด​สงบ​ ​ท่ี​จะ​เป็น​เคร่ือง​เปรียบ​เทียบ​ความ​น่า​เกลียด​ น่า​กลัว​ของ​ความ​โกรธ​ ​กับ​ความ​งาม​ของ​ความ​ไม่​โกรธ​ ​เจริญ​ : 21

22 : ชยสาโร ภกิ ขุ เมตตาภ​ าวนาใ​หม​้ พ​ี ลงั ต​ รงข​ า้ มค​ วามโ​กรธ​จ​ นม​ ก​ี ำลงั เ​หนอื ค​ วาม​ โกรธ​แ​ ละเ​จริญ​ปญั ญา​ระดับ​ความ​คดิ ​​พจิ ารณาใ​ ห​้เห็น​โทษ​ของ​ ความ​โกรธ​ ​และ​เห็น​คุณ​งาม​ความ​ดี​ของ​ความ​ไม่​โกรธ​ ​ระลึก​ถึง​ ครูบา​อาจารย์​ที่​เรา​เคารพ​นับถือ​ ​ท่ี​ท่าน​เมตตา​ ​ไม่​เคย​เห็น​ท่าน​ โกรธ​​ท้งั ๆ​​ที่​มหี​ ลายค​ ร้ังท​ ​่ีท่านม​ ี​สิทธจิ​ ะ​โกรธ​​ถา้ เ​ป็น​เราต​ อ้ ง​โกรธ​ แนๆ่ ​เ​ม่อื ​เคย​สงั เกตเ​หน็ ​​เรา​ประทับใ​ จ​ไหม​​ใหเ้​ราพ​ ยายามร​ ะลกึ ​ ถึง​ความ​ดี​ความ​งาม​ของ​ท่าน​ ​ให้​เจริญ​สมาธิ​จน​เป็น​บาท​ฐาน​ ให้​เกิด​วิปัสสนา​ ​เห็น​ความ​เป็น​สังขาร​ของ​ความ​โกรธ​ว่า​เป็น​ของ​ ไม่​เท่ียง​ ​เป็น​ทุกข์​ ​เป็น​อนัตตา​ ​ความ​โกรธ​ก็​จะ​ตาย​ไป​เลย​ คำถามน​ ีต​้ อบย​ าว​หนอ่ ยเ​พราะ​เปน็ เ​รือ่ งส​ ำคญั ​ ๘ ​ถาม​ ​กราบ​ขอ​ความ​กรุณา​พระ​อาจารย์​อธิบาย​ข้อ​สงสัย​ เกย่ี วก​ บั ก​ าร​แปล​ศพั ท​จ์ ากไ​ทยเ​ปน็ ​องั กฤษ​ค​ ำ​วา่ ​M​ ind​​=​จ​ ติ ใจ,​ Spirit​=​ ​จ​ ติ ใจ+​ ว​ ญิ ญาณ,​​I​ntelligences​=​ ​ส​ ตป​ิ ญั ญา,​​W​ isdom​ =​​สติ​​และค​ ำว​ า่ ​ปัญญา​​เฉลยี วฉ​ ลาด​เ​ลห่ ์เหลี่ยม​​กระผม​สงสัย​ ไม่​แน่ใจ​ใน​ความถ​ กู ต​ อ้ ง​ ​ตอบ​ ​ปัญหา​ใน​การ​แปล​คำ​สอน​ของ​ศาสนา​พุทธ​เป็น​ภาษา​ องั กฤษม​ ​ีตง้ั แต่ต​ ้น​เ​ป็นเ​ร่ือง​ธรรมดา​ศ​ พั ทท์​ ​ีเ่ กี่ยว​กับ​จิตใจ​เ​กย่ี ว​ กบั น​ ามธรรม​ศ​ พั ทเ​์ ทคนคิ ท​ างพ​ ทุ ธศ​ าสนาก​ ไ​็ มม่ ใ​ี นภ​ าษาอ​ งั กฤษ​ ปญั หาใ​หญค​่ อื ว​ า่ ศ​ พั ทท​์ ม​ี่ ไ​ี วใ​้ หใ​้ ชม​้ กั จ​ ะม​ ค​ี วามห​ มายเ​อยี งไ​ปท​ าง​

ศาสนาค​ ริสต​์ไมม่​ าก​ก​็นอ้ ย​​ฉะน้นั จ​ ึง​เป็น​เร่อื งท​ า้ ทายใ​ น​การแ​ ปล​ เพราะ​เรา​ไม่​ต้องการ​ให้​ผู้​อ่าน​เกิด​มิจฉา​ทิฏฐิ​ ​โดย​มอง​พุทธ​ธรรม​ ผา่ น​แนวค​ วามค​ ดิ ข​ อง​อีก​ศาสนาห​ น่ึง​แ​ ตใ่​ นข​ ณะ​เดียวกนั ​ถ​ า้ เ​รา​ บญั ญตั ศ​ิ พั ทใ​์ หมก​่ ด​็ แ​ู ปลก​แ​ ละท​ บั ศ​ พั ทบ​์ าล​ีค​ นต​ า่ งช​ าตก​ิ เ​็ หมอื น​ คน​ไทย​ตรง​ที​ไ่ ม่ช​ อบอ​ ่านบ​ าลส​ี นั สกฤต​ ​ ​ตัวอย่าง​ความ​ยาก​ใน​การ​แปล​คือ​คำ​ว่า​จิต​หรือ​ใจ​ ​ภาษา​ อังกฤษ​มี​คำ​ว่า​ ​Heart​ ​กับ​คำ​ว่า​ ​Mind​ ​ให้​เลือก​ ​ส่วน​มาก​เรา​ใช้​ Heart​ ​เมื่อ​กล่าว​ถึง​ความ​รู้สึก​ ​เช่น​ ​ความ​รัก​ ​ความ​ชัง​ ​เป็นต้น​ ​เรา​จะ​ใช้​ ​Mind​ ​ใน​กรณี​ของ​การ​รับ​รู้​หรือ​การ​ใช้​ความ​คิด​ ​เร่ือง​ ของ​ ​IQ​ ​เป็น​เรื่อง​ ​Mind​ ​ไม่ใช่​ ​Heart​ ​ใน​ภาษา​ไทย​เรา​ไม่​แยก​ นามธรรมอ​ ย่าง​น้ัน​จ​ ติ ก​ ็​รวม​ความห​ มาย​ของ​M​ ind​แ​ ละ​H​ eart​ ทุกว​ ัน​น้นี​ ัก​แปล​ใช​้ M​ ind​ก​ ัน​แ​ ต​่อาจจ​ ะต​ ้อง​มี​คำอ​ ธิบายเ​พม่ิ เ​ติม​ บา้ ง​​เพือ่ ใ​ ห​ผ้ ้​ูอา่ นท​ ราบว​ ่า​หมายร​ วม​ถงึ ​​Heart​ด​ ้วย​ ​ ​คำ​ว่า​ ​Spirit​ ​เดิม​หมาย​ถึง​ผี​ ​แต่​ถูก​ใช้​ใน​ความ​หมาย​ว่า​ จิตใจ​หรือ​วิญญาณ​ใน​ความ​หมาย​ท่ี​เป็น​อัตตา​หรือ​ตัว​ตน​ ​บางที​ ก​แ็ ปล​วา่ เ​จตนา​หรอื อ​ ารมณก์​ ไ็ ด​้ ​คำน​ ี้​ชวนส​ บั สน​เ​ล่ยี งเ​สยี ​ดกี​ วา่ ​ คำว​ า่ ​S​ piritual​ห​ มายถ​ งึ เ​รอ่ื งร​ าวเ​กย่ี วก​ บั ศ​ าสนา​ห​ รอื ช​ วี ติ ด​ า้ นใ​น​ โดยเ​น้น​เรื่อง​คณุ ​งาม​ความด​ ​ี ข​ อ้ ​วตั ร​ปฏบิ ตั ิอ​ าจแ​ ปล​วา่ ​​Spiritual​ Practices​ก​ ไ็ ด​้ ​ ​Intelligence​ค​ ือค​ วาม​ฉลาด​แ​ ต​ก่ ่อน​I​ntelligence​​มกั จ​ ะ​ หมาย​ถึง​​IQ​​อยา่ งเ​ดยี ว​​แต​ต่ อนห​ ลัง​มผี​ ​ูก้ ลา่ วถ​ งึ ​​EQ​​Emotional​ Intelligence​,​ ​Social​ ​Intelligence​,​ ​Spiritual​ ​Intelligence​ ความห​ มาย​ของ​​Intelligence​​จงึ ข​ ยายต​ ัวไ​ป​ : 23

24 : ชยสาโร ภิกขุ ​ ​ทกุ ว​ นั น​ ค​้ี อ่ นข​ า้ งเ​ปน็ ท​ ย​ี่ อมรบั ว​ า่ ​E​ Q​ม​ ส​ี ว่ นใ​นก​ ารป​ ระสบ​ ความ​สำเร็จ​ใน​ชีวิต​มากกว่า​ ​IQ​ ​ผล​การ​วิจัย​เด็ก​ที่​มี​ ​IQ​ ​สูง​จาก​ หลายๆ​ ​สถาบัน​สรุป​ออก​มา​ว่า​ ​การ​ประสบ​ความ​สำเร็จ​ใน ​ชีวิต​ ​ไม่​ว่า​ใน​การ​ศึกษา​หรือ​การ​ประกอบ​อาชีพ​ ​IQ​ ​มี​บทบาท ​ประมาณ​ ​๑๐​ ​เปอร์เซ็นต​์เท่านั้น​ ​ส่วน​บทบาท​ของ​สิ่ง​ที่​ภาย​หลัง​ เรา​เรียก​ว่า​ ​EQ​ ​มี​หลาย​สิบ​เปอร์เซ็นต์​ ​จึง​มี​การนำ​เสนอ​ว่า​เรา​ ให้​ความส​ ำคัญก​ บั ​I​Q​​มาก​เกนิ ไ​ป​แ​ ละ​ความฉ​ ลาดใ​ น​เรื่องก​ ารร​ ู​้ เทา่ ท​ นั อ​ ารมณ​์ แ​ ละก​ ารบ​ รหิ ารอ​ ารมณน​์ อ้ ยเ​กนิ ไ​ป​ต​ วั อยา่ งง​ า่ ยๆ​ คอื ​ความส​ ำคัญข​ อง​ความอ​ ดทน​​และ​ใจ​สเู้​ม่อื ​เผชิญป​ ญั หา​ ​ ความ​ฉลาด​อีก​ประเภท​หน่ึง​ที่​น่า​สนใจ​คือ​ ​Social Intelligence​ค​ วามฉ​ ลาดใ​ นก​ ารอ​ ยใ​ู่ นห​ ม​ู่ โ​ดยเ​ฉพาะค​ วามฉ​ ลาด​ ในก​ ารส​ อ่ื สาร​แ​ ละก​ ารท​ ำงานเ​ปน็ ท​ มี ​ใ​นโ​ลกป​ จั จบุ นั ค​ วามจ​ ำเปน็ ​ ของ​​Social​I​ntelligence​​ด​จู ะเ​พิม่ ​ขน้ึ ท​ กุ ว​ นั ​ ​ สว่ นค​ ำว​ า่ ​W​ isdom​เ​ปน็ ศ​ พั ทท​์ ใ​ี่ ชแ​้ ปลค​ ำว​ า่ ป​ ญั ญาอ​ ยา่ ง​ จำใ​จ​W​ isdom​ม​ ค​ี วามห​ มายท​ พ​ี่ รา่ ม​ วั ​ใ​นเ​มอ่ื อ​ ารยธรรมต​ ะวนั ต​ ก​ ไมม่ ร​ี ะบบก​ ารพ​ ฒั นาป​ ญั ญา​แ​ ละภ​ มู ปิ ญั ญาข​ องช​ าวต​ ะวนั ต​ กไ​ม​่ ถึง​ขนั้ ​ไตรลักษณ์​​ก​ไ็ มแ​่ ปลกท​ ่​ีเราแ​ ปลป​ ัญญา​โดยตรงไ​มไ​่ ด้​ ​ ​ใน​ทาง​พุทธ​ศาสนา​ ​เรา​ใช้​คำ​ว่า​ปัญญา​โดย​ความ​หมาย​ เฉพาะ​ว​ า่ เ​ปน็ ค​ วามร​ท​ู้ ล​่ี ดห​ รอื ต​ ดั ก​ เิ ลสไ​ด​้เ​ปน็ ค​ วามร​ใ​ู้ นธ​ รรมชาต​ิ ของช​ วี ติ แ​ ละ​จิตใจ​​โดย​เฉพาะก​ ารร​ เู้​หน็ ​ความ​ไมเ​่ ทยี่ ง​​ความเ​ป็น​ ทกุ ข​์ ค​ วามเ​ปน็ อ​ นตั ตา​ฉ​ ะนน้ั เ​ราจ​ ะใ​ชค​้ ำว​ า่ ​W​ isdom​เ​พอ่ื ป​ อ้ งกนั ​ ความ​เข้าใจ​ผิด​ ​เรา​อาจ​จะ​ต้อง​อธิบาย​เพ่ิม​เติม​ว่า​ ​Wisdom​ ​ใน​ ความห​ มายข​ อง​พุทธ​ศาสนาว​ ่า​คืออ​ ะไร​

๙ ถ​ าม ​ ​ถา้ เ​ขา้ ใ​กลใ​้ ครแ​ ลว้ จ​ ติ เ​ปน็ อ​ กศุ ล​ท​ า่ นอ​ าจารยส​์ อนใ​หห​้ ลกี ​ หนี​​แต่​ถา้ เ​ป็นค​ น​ทีห่​ ลกี ​หนไ​ี มไ​่ ด้​​เชน่ ​บ​ ุพการี​เ​ราจ​ ะ​ต้อง​ทน​ยอม​ ตอ่ ไ​ปห​ รือ​เจ้าคะ​ ​ตอบ ​ ​ทว​ี่ า่ ใ​ หห​้ ลกี ห​ นอ​ี าจจ​ ะพ​ ดู ไ​มช​่ ดั เจน​อ​ าตมาห​ มายถ​ งึ ก​ รณี ​ที่​เรา​จะ​เลือก​คบ​เพื่อน​ ​ควร​ฉลาด​ใน​การ​เลือก​เพ่ือน​ ​เพราะ​คน​ หลาย​คน​เสีย​เพราะ​เพื่อน​ ​ไม่ใช่​เสีย​เพราะ​กิเลส​ของ​ตัว​เอง​สัก​ เทา่ ไร​แ​ ตเ​่ สยี เ​พราะค​ วามเ​กรงใจเ​พอ่ื น​เ​กรงใจไ​ปเ​กรงใจม​ าก​ เ​็ ลย​ ชนิ ​กับค​ วามไ​มด่​ ขี​ อง​เพือ่ น​ใ​ นท​ สี่ ุดก​ ็​เลยเ​สียไ​ปด​ ้วย​​เพราะ​ฉะนัน้ ​ ถ้า​จิตใจ​ไม่​เขม้ ​แขง็ ​เ​รา​ต้อง​ระมดั ระวัง​ใน​การ​คบ​เพอื่ น​​ถา้ ​จิตใจ​ เขาเ​ขม้ แ​ ข็งไ​ป​ในท​ าง​ท​ไี่ มด​่ ​ี ​เขา​อาจ​จะ​ฉดุ ล​ ากเ​ราไ​ปด​ ว้ ย​ ​ ​แตใ​่ นก​ รณท​ี เ​ี่ ราม​ จ​ี ติ ใจเ​ปน็ อ​ กศุ ลต​ อ่ บ​ พุ การถ​ี อื เ​ปน็ ค​ นละ​ เรอื่ ง​พ​ อ่ ​แมป​่ ู่ย่า​ตา​ยายเ​ปน็ ​บคุ คลท​ ​ี่มบ​ี ุญ​คณุ ต​ ่อเ​รา​​การ​ท่​ีจิตใจ​ เราเ​ปน็ อ​ กศุ ลน​ นั้ ​เ​ปน็ เ​รอ่ื งท​ เ​ี่ ราต​ อ้ งร​บั ผ​ ดิ ช​ อบแ​ ละพ​ ยายามป​ ลอ่ ย​ วาง​ ​ให้​ถือว่า​เป็น​กรรม​ของ​เรา​ ​พูด​ได้​ว่าการ​ที่​เรา​มา​เกิด​กับ​คุณ​ พ่อคุณ​แม่คู่​น้ี​ไม่ใช่​เร่ือง​บังเอิญ​ ​ใน​แง่​หน่ึง​อาจ​พูด​ได้​ว่า​เรา​เลือก​ คุณ​พ่อคุณ​แม่คู่​น้ี​ ​เรา​ต้อง​เคย​มี​ความ​สัมพันธ์​อัน​ลึก​ซึ้ง​กัน​มา​แต​่ ชาติก​ อ่ น​จ​ งึ ​จะ​ได้​มาเ​กดิ เ​ปน็ ​ลูก​ ​ ​พระพทุ ธอ​ งคต​์ รสั ว​ า่ ​ก​ าร​ฆ่า​พ่อฆ​ ่าแ​ ม​่เปน็ ​อนันต​รยิ​ กร​รม​ คือ​กรรม​หนกั ​สุดท​ แี่​ ก้ไขไ​มไ​่ ด้​ห​ นัก​เท่ากบั ฆ​ ่าพ​ ระอ​ รหนั ต​์ ​ฆา่ พ​ อ่ ​ฆ่า​แม่​ถึง​แม้ว่า​ภาย​หลัง​จะ​สำนึก​บาป​และ​กลับ​ตัว​ ​ก็​ไม่​ช่วย​ให้​ : 25

26 : ชยสาโร ภกิ ขุ ผอ่ นผ​ ลก​ รรมไ​ด​้ ม​ แ​ี ตต​่ กน​ รกอ​ ยา่ งเ​ดยี ว​ด​ งั เ​ชน่ พ​ ระเ​จา้ อ​ ชาต​ ศ​ ตั ร​ู ซึ่ง​ฆ่า​พระ​บิดา​ ​ภาย​หลัง​เกิด​ศรัทธา​ใน​พระพุทธ​ศาสนา​ ​วัน​ หนึ่ง​เสด็จ​ไป​ฟัง​พระพุทธ​องค์​ทรง​แสดง​สมณ​ผล​สูตร​ ​เกิด​ความ ​เล่ือมใส​ย่ิง​ ​แต่​เม่ือ​พระ​เจ้า​อชา​ต​ศัตรู​ลากลับ​ไป​แล้ว​ ​พระพุทธ​ องค์​ทรง​ปรารภ​กับ​พระ​สาวก​ว่า​ ​ถ้า​พระ​เจ้า​อชา​ต​ศัตรู​ไม่​ได้​ฆ่า​ พระ​บิดา​ ​บัดนี้​ก็​จะ​บรรลุ​ธรรม​แล้ว​ ​แต่​ท่าน​ไม่มี​ทาง​บรรลุ​ธรรม​ ใน​ชาติ​นี้​ ​ท่าน​เป็น​ได้​แค่​คน​ดี​ท่ัวไป​เท่านั้น​ ​และ​ตาย​แล้ว​ท่าน ต​ ้อง​ตก​นรก​ด้วย​ ​ ​สว่ นใ​นก​ รณอ​ี งค​ ล​ุ ม​ี าลซ​ งึ่ ฆ​ า่ ค​ นถ​ งึ ​๙​ ๙๙​ค​ น​ก​ ย​็ งั ส​ ามารถ​ กลบั ต​ ัวเ​ป็น​พระอ​ รหันตไ​์ ด้​ก​ าร​ฆา่ ​คน​๙​ ๙๙​​คน​ไม่มนี​ ้ำห​ นกั ​ทาง​ กรรม​เท่ากับ​การ​ฆ่า​พ่อ​หรือ​ฆ่า​แม่​เพียง​คน​เดียว​ ​เพราะ​ความ​ สัมพันธ์​ระหว่าง​เรา​กับ​คุณ​พ่อคุณ​แม่​มี​บาง​ส่ิง​บาง​อย่าง​ท่ี​ล้ีลับ​ ที่​เรา​มอง​ไม่​เห็น​ ​ถ้า​เรา​ยอมรับ​และ​พยายาม​ทำใจ​ได้​ก็​จะ​ดี​ ​บาง​ ครงั้ เ​มอื่ เ​ราม​ ป​ี ญั หาก​ บั ค​ ณุ พ​ อ่ คณุ แ​ ม​่ ก​ อ​็ าจป​ ลอบใ​จต​ วั เ​องว​ า่ น​ า่ ​ จะเ​ปน็ ​เร่ือง​ท่​ีต่อ​เน่อื งม​ าจ​ าก​ชาติ​ก่อน​เ​รา​ต้องพ​ ยายามป​ รบั ปรุง​ แกไ้ ขเ​ทา่ ท​ เ​่ี ราจ​ ะท​ ำได​้ เ​ราต​ อ้ งใ​หอ​้ ภยั เ​ทา่ ท​ เ​่ี ปน็ ไ​ด​้ ไ​มใ่ ชพ​่ ยายาม​ หลกี ห​ นี​ต​ อ้ ง​เผชญิ ห​ น้า​กบั ป​ ญั หา​ส​ ​ู้ ไ​มใ่ ช่​ส​ูก้ บั ​ท่าน​​สก​ู้ ับ​ความ​ รู้สึกข​ อง​ตวั ​เอง​ ​ ขอเ​สรมิ อ​ กี น​ ดิ ว​ า่ ​เ​รอ่ื งบ​ ญุ ค​ ณุ ข​ องพ​ อ่ แ​ มเ่​ราถ​ อื วา่ ส​ งู ม​ าก​ ก็​จริง​ ​แต่​บุญ​คุณ​ของ​พระพุทธเจ้า​ยิ่ง​สูง​กว่า​ ​ฉะนั้น​ ​หากว่า​การ​ ปฏิบัติ​ต่อ​พ่อ​แม่​หรือ​คำขอ​ร้อง​หรือ​คำ​ส่ัง​ของ​พ่อ​แม่​ขัด​กับ​การ​ ตอบแทน​บุญค​ ณุ ​ของพ​ ระพทุ ธเจ้า​อ​ าตมาเ​หน็ ​ว่า​ก​ ารต​ อบแทน​ บุญ​คุณ​ของ​พระพุทธเจ้า​สูง​กว่า​ ​น่ัน​หมายความ​ว่า​ ​ไม่ใช่​ว่า​

พ่อ​แม่​ต้องการ​อะไร​หรือ​ขอ​อะไร​แล้ว​เรา​ไม่​ทำ​ตาม​ ​เรา​จะ​เป็น​ ลูก​อกตัญญู​หรือ​เนรคุณ​ไป​ทันที​ ​เช่น​ถ้า​พ่อ​แม่​ชักชวน​ไป​ใน​ ทาง​อบายมุข​ ​หรือ​ต้องการ​ให้​เรา​ช่วย​ใน​ส่ิง​ที่​ไม่​ถูก​ต้อง​หรือ​ผิด​ กฎหมาย​​ถ้าเ​รา​ปฏิเสธ​เรา​จะ​บาปไ​หม​​อาตมาว​ ่าไ​มบ​่ าป​ ๑๐ ถ​ าม ​ ​ทา่ นอ​ าจารยเ​์ ชอื่ เ​รอื่ งพ​ ลงั จติ ห​ รอื เ​ปลา่ ค​ รบั ​ม​ ค​ี นก​ ลมุ่ ห​ นง่ึ ​ ในร​ ัสเซยี ​มุ่ง​มั่น​ฝึก​พลงั จิตเ​พ่อื ​ใช​้ในท​ างไ​ม​ด่ ี​​ทาง​พุทธก​ ม็​ ​ีการ​ฝึก​ พลังจิต​ ​พระ​บาง​รูป​ใน​เมือง​ไทย​มี​ความ​สามารถ​ใน​ทาง​ถอด​จิต​ สามารถ​อ่าน​จติ ใจค​ น​ได้​​ใชไ​่ หมค​ รบั ​ ต​ อบ​ ​เร่ือง​พลังจติ ​นม้​ี ีแ​ น่นอน​ไม่​เป็น​ที​ส่ งสยั ​​แต่​มัน​อย​ู่ทว​่ี า่ ​ควร​ ใช้​ไป​ใน​ทาง​ไหน​เท่าน้ัน​ ​ทาง​พุทธ​ศาสนา​ถือว่า​เรา​ทำ​อะไร​ก็​ต้อง​ สอดคล้อง​กับ​เป้า​หมาย​สูงสุด​ ​คือ​การ​พ้น​ทุกข์​ ​พลังจิต​ที่​ปรากฏ​ เป็น​ความร​ ้​ูพเิ ศษบ​ าง​อย่าง​เ​ช่น​ร​ ู้ว​ าระ​จิตค​ น​อื่น​​หรอื ร​ เู้​หตุการณ​์ ในอ​ นาคต​บางเ​รื่อง​เ​ป็นต้น​​เปน็ ผ​ ลพลอยไดจ้​ ากก​ ารเ​จริญ​สมาธ​ิ ในข​ นั้ ส​ งู ส​ ำหรบั น​ กั ป​ ฏบิ ตั บ​ิ างท​ า่ น​ม​ นั ก​ อ​็ นั ตรายต​ รงท​ ช​่ี วนใ​หห​้ ลง​ กลาย​เป็น​อุปสรรค​ต่อ​การ​ปล่อย​วาง​ความ​ยึด​ม่ัน​ถือ​มั่น​ใน​อัตตา​ ได้​ ​ความ​รู้สึก​เรา​เป็น​ผู้​วิเศษ​ก็​มี​เสน่ห์​มาก​ ​ญาณ​ต่างๆ​ ​ปุถุชน​มี​ ได​้ ​และ​เส่ือม​ได้​​ไม่​ควร​ต้งั ​เปน็ ​เป้าห​ มาย​ใน​การภ​ าวนา​ ​ ​สว่ น​ประโยชน์​ทอ่​ี าจ​จะ​เกิดข​ ึ้นจ​ าก​พลงั จิต​ต่างๆ​น​ ั้น​​การ​ ร​ู้ภาวะ​จติ ​นา่ ​จะ​เป็น​ประโยชน์​มาก​ท่สี ุด​ของ​ครบู า​อาจารย​์ใน​การ​ สงั่ ​สอน​ลกู ​ศษิ ยล​์ ูก​หา​ถ​ า้ ​ดก​ี ็ช​ ว่ ย​ให​ล้ กู ศ​ ิษยข​์ ยัน​ไมป่​ ระมาท​​แต​่ : 27

28 : ชยสาโร ภิกขุ มนั อ​ าจเ​ปน็ ด​ าบสอ​ งค​ มไ​ดเ​้ หมอื นก​ นั ​เ​ชน่ ​ก​ ารท​ ห​ี่ ลวงป​ ม​ู่ นั่ ร​ ว​ู้ าระ​ จติ ค​ น​ท​ ำใหล​้ กู ศ​ ษิ ยบ​์ างร​ ปู ไ​มก​่ ลา้ ไ​ปอ​ ยก​ู่ บั ท​ า่ นเ​พราะอ​ าย​บ​ างท​ี ลกู ​ศิษย์เ​ครียด​เ​กรง​ทา่ นจ​ ะ​ร​ู้วา่ ​กำลังค​ ิดอ​ ะไร​​พระผ​ ใู้ หญ่​ในส​ มัย​ ปัจจบุ นั ​ท​่ีรู้​วาระจ​ ิต​ก​็ม​ี ​แต่ส​ ่วน​มากเ​ป็น​พระป​ ่า​ซ​ ึง่ ​ท่าน​จะไ​มเ​่ ปิด​ เผยใ​ ห้​ใคร​ทราบ​​ทา่ นไ​มต​่ ้องการ​ใหใ​้ คร​ต่นื เ​ตน้ ใ​ น​เรื่องน​ ี้​ ​ หลวงพ​ อ่ ท​ ว​ี่ ดั จ​ นี ม​ หายานท​ แ​่ี คลฟิ อรเ์ นยี ​ช​ อื่ ​M​ aster​H​ ua​ รนุ่ เ​ดียว​กบั ​หลวงพ​ อ่ ​ชา​​และ​คนุ้ เ​คย​กับพ​ วกเ​รา​​ตอน​นี​้มรณภาพ​ แล้ว​ ​ตอน​มี​ชีวิต​อยู่​เป็น​ครูบา​อาจารย์​ท่ี​มี​พลังจิต​มาก​ ​อิทธิฤทธ์ิ​ ปาฏิหาริย์​ก็​เยอะ​ ​ลูก​ศิษย์​ชาว​อเมริกัน​ของ​ท่าน​รูป​หน่ึง​เล่า​ถึง​ ตอนท​ เ​ี่ ปน็ ป​ ะขาวอ​ ยท​ู่ ว​ี่ ดั ท​ ​่ี L​ .​A​ .​​ซ​ ง่ึ เ​ปน็ อ​ าคารส​ งู ​๔​ -​๕​ ​ช​ นั้ ​ช​ นั้ บ​ น​ เป็น​ดาดฟา้ ​ม​ ​ีบันไดห​ น​ไี ฟอ​ ยด​ู่ ้านน​ อก​ ​ ปะขาวค​ น​นห​ี้ วิ ​เพราะ​อดข​ า้ วเ​ย็น​​เขาแ​ อบอ​ อก​ไปซ​ อื้ ข​ นม​ เอา​ไป​ซ่อน​ไว้​ใต้​หมอน​ ​ตอน​ดึกๆ​ ​มืดๆ​ ​ก็​ปีน​ออก​จาก​ห้อง​ทาง​ หน้าต่าง​​ขึ้น​บันไดห​ นไ​ี ฟ​​แอบ​กินข​ นม​บนด​ าดฟ้า​​รูส้ ึกป​ ลอดภยั ​ ดี​ไ​มม่ ใ​ี คร​จะจ​ บั ​เขาไ​ด้​​เพราะ​ไม​่เคยม​ ใี​ คร​ขน้ึ ไ​ปท​ ่​ีนัน่ ​ ​ คนื น​ นั้ ใ​ นข​ ณะท​ ก​ี่ ำลงั ท​ านข​ นมอ​ ยา่ งเ​อรด็ อรอ่ ย​เ​ขาต​ กใจ​ ไดย้ นิ เ​สยี งเ​หมอื นใ​ครก​ ำลงั ข​ นึ้ บ​ นั ไดม​ า​ซ​ ง่ึ ไ​มน​่ า่ จ​ ะเ​ปน็ ไ​ปไ​ด​้ เ​ขา​ รบี ซ​ อ่ นข​ นมไ​ว​้ แ​ ลว้ ล​ กุ ข​ น้ึ เ​ดนิ จ​ งกรมร​ อบด​ าดฟา้ ​ป​ รากฏว​ า่ ห​ ลวง​ พ่อ​เดิน​ข้ึน​มา​‘​ต​ าย​แล้ว!​’​​​หวั ใจ​เขาเ​หมือน​จะห​ ยดุ เ​ต้น​​เขาท​ ำทา่ ​ เดิน​จงกรมต​ ่อ​ห​ ลวงพ​ อ่ เ​จา้ ​อาวาส​ไม​่พดู ​อะไรเ​ลย​แ​ ตเ่​ดนิ ​จงกรม​ รอบ​ดาดฟ้า​กลับ​ทาง​กับ​เขา​ ​ใน​ขณะ​ที่​เดิน​สวน​ทาง​กัน​ครั้ง​แรก​ ปะขาวก​ ลวั ม​ าก​แ​ ตห​่ ลวงพ​ ่อ​เดนิ ผ​ า่ น​ไปเ​ฉยๆ​​เดิน​สวนก​ ัน​รอบ​ท่​ี สอง​ก​ ไ​็ มม่ อ​ี ะไรเ​กดิ ข​ น้ึ ​เ​มอ่ื ส​ วนก​ นั ร​ อบท​ ส​่ี าม​ห​ ลวงพ​ อ่ เ​จา้ อ​ าวาส​

หยุดแ​ ละถ​ าม​ปะขาว​วา่ ​“​H​ ow​​does​i​t​​feel?​ ”​​(​ร​ ้สู กึ อ​ ยา่ งไรบ​ ้าง)​​ แลว้ ท​ า่ นก​ ก​็ ลบั ล​ งไ​ป​ห​ ลวงพ​ อ่ ไ​มต​่ อ้ งพ​ ดู ม​ าก​ท​ า่ นถ​ ามแ​ ค​่ “​H​ ow​ does​i​t​f​eel?​ ”​​ป​ ะขาวก​ เ​็ ลกิ แ​ อบก​ นิ ข​ นมต​ งั้ แตค​่ นื น​ นั้ เ​ลย​น​ ค​ี่ อื ก​ าร​ ใชก​้ าร​ร​แู้ ละใ​ ช้​วาระ​จติ ​ดว้ ย​ปญั ญา​ ๑๑ ​ถาม ​ จ​ ะท​ ำอ​ ยา่ งไรใ​ หเ​้ ราม​ ส​ี ตแ​ิ ละส​ มาธอ​ิ ยค​ู่ ก​ู่ บั เ​ราต​ ลอดเ​วลา​ ทงั้ ​ใน​การ​ทำงานแ​ ละ​การ​ใช้​ชวี ิตป​ ระจำว​ ัน​ ​ตอบ ​ ขออ​ ธบิ ายว​ ่าส​ ตก​ิ บั ส​ มาธเ​ิ ป็นส​ ่วนข​ องม​ รรค​ซ​ ง่ึ เ​ป็นร​ ะบบ​ การพ​ ฒั นาต​ น​บ​ างก​ รณอ​ี าจเ​ปน็ ต​ วั การห​ รอื เ​ปน็ ต​ วั เ​ดน่ ​บ​ างก​ รณ​ี อาจอ​ ยเ​ู่ บอื้ งห​ ลงั ​ก​ รอบก​ ารป​ ฏบิ ตั ใิ​ นช​ วี ติ ป​ ระจำว​ นั ท​ อ​ี่ าตมาเ​หน็ ​ ว่า​เหมาะ​สมท​ ่สี ุด​ค​ ือส​ ัมมา​วายามะ​​ความเ​พียรช​ อบ​ ​ ​ความ​เพียร​พยายาม​ ​๔​ ​ประการ​ใน​อริยมรรค​ได้แก่​ ​หน่ึง​ พยายามป​ อ้ งกนั ก​ เิ ลสท​ ย​่ี งั ไ​มเ​่ กดิ ไ​มใ​่ หเ​้ กดิ ข​ นึ้ ​ส​ อง​พ​ ยายามแ​ กไ้ ข​ กเิ ลสท​ เ​่ี กดิ ข​ นึ้ แ​ ลว้ ​ส​ าม​พ​ ยายามท​ ำส​ งิ่ ด​ ง​ี ามท​ ย​ี่ งั ไ​มเ​่ กดิ ใ​หเ​้ กดิ ข​ นึ้ ​ ส่ี​พ​ ยายามร​ ักษาส​ งิ่ ด​ ง​ี าม​ทเ่​ี กิดข​ ้นึ แ​ ล้วใ​ หเ​้ จริญง​ อกงาม​ต่อไ​ป​ ​ สำหรบั ส​ ตน​ิ นั้ ​เ​ราจ​ ะม​ องใ​นส​ องด​ า้ น​ด​ า้ นห​ นงึ่ ค​ อื ก​ ารอ​ ยใ​ู่ น​ ปัจจบุ ัน​ไ​ม​่ปลอ่ ย​จิตใจ​ให​้เพลิน​หรอื ​หมกม่นุ ​อยู​่ใน​เร่ือง​อดตี ​หรือ​ อนาคต​โดย​ใช่​เหตุ​ ​ขอ​ย้ำ​ว่า​ไม่ใช่​ไม่​ให้​คิด​เร่ือง​อดีต​หรือ​อนาคต​ เลย​ม​ นั เ​ปน็ ไ​ปไ​มไ​่ ดอ​้ ยแ​ู่ ลว้ ​เ​วลาเ​กดิ ป​ ญั หา​เ​ราส​ ามารถใ​ ชค​้ วาม​ จำ​จาก​ประสบการณ์​ใน​อดีต​ ​เรา​เคย​มี​ปัญหา​อย่าง​น้ี​ใน​อดีต​ ไหม​เ​ราเ​คย​ใช​้วธิ ​ีการ​อะไร​ไ​ดผ้​ ลม​ าก​น้อยแ​ ค​ไ่ หน​​มข​ี ้อ​เสียอ​ ะไร​ : 29

30 : ชยสาโร ภกิ ขุ บ้าง​ไหม​ ​นี่​คือ​การ​ใช้​ประสบการณ์​ใน​อดีต​ ​ซ่ึง​เป็น​เพียง​สัญญา​ หรือ​ความ​จำ​ให้​เป็น​ประโยชน์​ใน​ปัจจุบัน​ ​เพ่ือ​ให้การ​ทำงาน​มี​ ประสทิ ธภิ าพ​ไ​ด​ผ้ ลด​ ี​ ส่วน​อนาคต​ ​เรา​ต้อง​รู้จัก​วางแผน​ทั้ง​ระยะ​สั้น​และ​ระยะ​ ยาว​จ​ ดั ล​ ำดบั ข​ น้ั ข​ องง​ าน​ท​ ำส​ งิ่ ท​ เ​ี่ รง่ ด​ ว่ นก​ อ่ น​น​ เ​่ี ปน็ ส​ ว่ นห​ นง่ึ ข​ อง ​การ​ใช้​สติ​ปัญญา​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ซึ่ง​เก่ียว​กับ​เวลา​ ​เรา​ต้อง​ วางแผน​สำหรับ​อนาคต​ ​อัน​นี้​ไม่​ห้าม​ ​ท่ี​ต้อง​ระมัดระวัง​หรือ​ พยายามป​ ลอ่ ยว​ างค​ อื เ​มอื่ เ​ราร​ สู้ กึ เ​บอื่ ​ก​ ระวนกระวาย​ห​ รอื ม​ อ​ี ะไร​ เศร้า​หมอง​อยู่​ใน​ใจ​ ​แล้ว​พยายาม​หนี​จาก​ความ​จริง​ใน​ปัจจุบัน​ ด้วย​การ​ดึง​อารมณ์​ใน​อดีต​มา​ปลอบ​ใจ​หรือ​จินตนาการ​ถึง​ความ​ สุข​สำราญ​ที่​เรา​หวัง​ใน​อนาคต​เพ่ือ​จะ​ไม่​ต้อง​อยู่​กับ​ความ​ทุกข์​ใน​ ปัจจุบัน​ ​การ​ทำ​เช่น​น้ี​เรา​จะ​ไม่​เห็น​อริยสัจ​ ​ไม่​เห็น​ความ​จริง​ใน​ ปัจจุบัน​ ​เพราะ​เอา​สัญญา​หรือ​จินตนาการ​มาก​ลบ​เกล่ือน​ ​ต้อง​ เสีย​สละน​ สิ ยั ​น้​ีเพอื่ ค​ วามก​ ้าวหนา้ ใ​ นธ​ รรม​ ​ ด้าน​หน่ึง​ของ​สติ​​คือ​พยายาม​อยู่​ใน​ปัจจุบัน​​ส่วน​อีก​ด้าน​ หนง่ึ ข​ องส​ ต​ิ อ​ าจจ​ ะค​ ลา้ ยก​ บั ค​ วามจ​ ำ​ค​ อื ค​ วามร​ ะลกึ ไ​ด​้ ห​ มายถ​ งึ ​ การ​ระลึก​ได้​หรือ​จำ​ได้​เกี่ยว​กับ​สิ่ง​ที่​ควร​รู้​หรือ​หน้าที่​ใน​ปัจจุบัน​ สมมติ​ว่า​เรา​สมาทาน​ศีล​ไว้​ ​ขณะ​ที่​เรา​กำลัง​น่ัง​อยู่​เกิด​มี​ยุง​มา​ กัด​​ถ้าเ​รา​ระลกึ ​ไดว​้ ่า​เรา​ถือศลี ​​เราเ​ป็นผ​ ู้ทรง​ศีล​เ​ราต​ ้องไ​มต​่ บยุง​ นี่​คือ​ตัว​สติ​ความ​ระลึก​ได้​ ​สติ​จะ​เกิด​ข้ึน​ได้​ต้อง​มี​อารมณ์​ของ​สติ​ หรือ​เครื่อง​ระลึก​ของ​สติ​ท่ี​ชัดเจน​อยู่​ใน​ใจ​ ​เช่น​ถ้า​เรา​ชัดเจน​ว่า​ ศีล​ห้า​เป็น​อย่างไร​ ​ศีล​แปด​เป็น​อย่างไร​ ​เม่ือ​มี​สถานการณ์​อะไร​ เกิด​ข้ึน​ที่​จะ​มี​ผล​ต่อ​การ​รักษา​ศีล​ ​หรือ​ทำให้​เรา​ต้อง​มี​การ​งด​เว้น​

เ​ราจ​ ะร​ ะลกึ ไ​ด​้เพราะเ​ราเ​คยจ​ ำ​ไว​้อย่างด​ ​ี ส​ ตใิ​ น​กรณนี​ ้จ​ี ะ​สัมพันธ์​ กับ​สัญญา​ ​เหมือน​เรา​ฝาก​ข้อความ​ไว้​ใน​คอมพิวเตอร์​ ​แล้ว​ดึง​ ข้อความ​ออก​มา​ใช้ได้​ทุก​เมื่อ​ ​สติ​คือ​การ​ท่ี​เรา​สามารถ​ดึง​สิ่ง​ที่​มี​ ประโยชน์​ออก​มา​ใช้​ทัน​เหตุการณ์​ใน​ปัจจุบัน​ ​บาง​คร้ัง​เมื่อ​เรา​ทำ​ ไมท่ นั ​เ​ราม​ กั จ​ ะโ​ทษส​ ต​ิ ท​ ง้ั ๆ​ท​ อ​ี่ าจจ​ ะม​ เ​ี หตป​ุ จั จยั ว​ า่ ไ​มม่ ข​ี อ้ ความ​ ท่ี​จะ​ดึง​มา​ใช้ได้​ ​เพราะ​ไม่​เคย​ตั้งใจ​ฝาก​ข้อมูล​ไว้​ ​ไม่ใช่​ความ​ผิด​ ของ​สต​ิ ​เป็น​ความผ​ ดิ ข​ องส​ ญั ญา​ ​ สมมติ​วา่ ​ขณะ​น่ัง​ฟงั ​เทศน์​ฟงั ​ธรรม​​เรา​ไม​่ตัง้ ใจ​ฟัง​​ปล่อย​ ให้​จิต​ไป​คิด​เรื่อง​อื่น​ ​ทั้งๆ​ ​ท่ี​น่ัง​อยู่​ตรง​น้ัน​แต่​ก็​ไม่​ได้​บันทึก​ข้อมูล​ ไว​้ ​เมือ่ ​ม​คี น​ถามว​ า่ ​วนั น​ ี้ท​ า่ นอ​ าจารย​์เทศน์​เรื่องอ​ ะไร​ก​ ็ไดแ้​ ตพ​่ ดู ​ วา่ ​​ท่านเ​ทศน​์ด​ีมาก​แ​ ต​่จำ​ไมไ​่ ด้​​ฉะนั้น​​อยา่ ด​ ว่ นส​ รุป​ว่าโ​ทษ​อยู่​ที​่ สต​ิ ผ​ ท​ู้ ใ​่ี ชค​้ อมพวิ เตอรค​์ งเ​คยม​ ป​ี ญั หาเ​หมอื นก​ นั ว​ า่ ไ​ฟลน​์ น้ั ม​ นั อ​ ย​ู่ ตรงไ​หน​ม​ นั ​อยู่โ​ฟลเดอรไ์​หน​​หาไม​่เจอ​​ข้อความม​ ันม​ อ​ี ยู​่แตไ​่ มร่ ​ู้ วา่ เ​กบ็ อ​ ยต​ู่ รงไ​หน​บ​ างทต​ี อ้ งเ​สยี เ​วลาค​ น้ หาข​ อ้ มลู ท​ เ​ี่ ราเ​คยบ​ นั ทกึ ​ ไว้​เ​พราะ​เรา​บันทึกไ​มเ่​ปน็ ​ระเบียบ​หรอื ​เก็บ​ไมเ​่ ป็นร​ ะเบียบ​ค​ วาม​ จำข​ องเ​ราก​ ็​เช่นเ​ดียวกัน​ ​ ถา้ เ​ราศ​ กึ ษาห​ รอื เ​รยี นร​ อ​ู้ ะไรท​ เ​ี่ ปน็ ป​ ระโยชนต​์ อ่ ก​ ารป​ ฏบิ ตั ​ิ ธรรม​ ​แต่​เก็บ​ข้อมูล​ไม่​เป็น​ระเบียบ​ ​สติ​ก็​ดึง​มา​ไม่ทัน​เหมือน​กัน​ สติ​เป็น​เรื่อง​ใหญ่​มาก​ ​เรา​จะ​ดึงส​ติ​ออก​จาก​เร่ือ​งอื่นๆ​ ​แล้ว​พูด​ เฉพาะ​เร่ือง​สติ​อย่าง​เดียว​ไม่​ได้​ ​จะ​ต้อง​พูด​เรื่อง​สัญญา​และ​ อีก​หลายๆ​ ​เร่ือง​ด้วย​ ​เพราะ​การ​ปฏิบัติ​ธรรม​เป็น​ระบบ​องค์​รวม​ ​ที่​ตอ้ งการจ​ ะ​ย้ำ​คอื ค​ วาม​สำคญั ข​ องส​ มาธ​ิภาวนา​ ​ ขอ​แนะ​นำ​สั้นๆ​​และ​ขอร้อง​ผ้​ูที​่ทกุ ​วัน​น​้ียงั ​ไม่​เคย​ทำ​สมาธิ​ : 31

32 : ชยสาโร ภิกขุ เป็น​ประจำ​ทุก​วันๆ​ ​อย่าง​ต่อ​เน่ือง​ ​ให้​ลอง​ทำ​สัก​เดือน​หรือ​สาม​ เดือน​แล้ว​แต่​ศรัทธา​ ​แล้ว​แต่​การ​อธิษฐาน​จิต​ ​ให้​ต้ังใจ​บันทึก​ ประสบการณ์​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ ​ว่าการ​ทำ​สมาธิ​ทุก​วัน​มี​ผล​ต่อ​ สตใ​ิ น​ชวี ิต​ประจำว​ นั ห​ รอื ไ​ม่​เ​ร่อื งน​ ี​้ยงั ​ไมต่​ ้อง​เช่ืออ​ าตมา ​เชอ่ื ​พระ​ เชอื่ ต​ ำรา​ต​ อ้ งท​ ำเ​องเ​หน็ เ​อง​เ​พราะก​ ารท​ ำส​ มาธก​ิ ค​็ อื ก​ ารเ​จรญิ ส​ ต​ิ นัน่ เอง​ก​ าร​เจรญิ ส​ ตอิ​ ยา่ ง​เข้มข​ ้น​ ​ อา​นา​ปาน​สติ​​พุทธ​า​นุ​สติ​​หรือ​ธร​รมา​นุ​สติ​​ถ้า​ทำ​ถูก​ต้อง​ เรา​จะ​เห็น​ว่า​สติ​ของ​เรา​ใน​ชีวิต​ประจำ​วัน​ดี​ขึ้น​ ​ความ​คิด​ฟุ้งซ่าน​ วุ่นวาย​ต่างๆ​ ​จะ​น้อย​ลง​ ​ผล​สมาธิ​จะ​อยู่​กับ​เรา​เกือบ​ตลอด​ ​แต่​ เรา​ต้อง​เข้าใจ​ว่า​ ​สมาธิ​มี​หลาย​ระดับ​หลาย​ประเภท​ ​ถ้า​เป็น ​อัป​ปนา​สมาธิ​ ​เรา​ไม่​ต้องการ​ตลอด​เวลา​อยู่​แล้ว​ ​เพราะ​อัป​ปนา​ สมาธค​ิ อื ภ​ าวะน​ งิ่ ไ​มร​่ บั ร​ต​ู้ อ่ ร​า่ งกาย​ทำอ​ ะไรไ​มไ​่ ด​้ในช​ วี ติ ป​ ระจำว​ นั ​จะ​ทำ​อะไร​ไม่​ได้​​มี​ประโยชน์​มหาศาล​​แต่​เหมาะ​กับ​การป​ ลีก​ตัว​ เทา่ นัน้ ​ ​ อุปจาร​สมาธิ​เป็น​วิหาร​ธรรม​ของ​ผู้​ที่​ปฏิบัติ​ดี​ปฏิบัติ​ชอบ​ จิตใจ​ไม่มี​นิวรณ์​และ​เป็น​อิสระ​จาก​ส่ิง​เศร้า​หมอง​ทั้ง​หลาย​ ​แต่​ ไม่​ถึง​กับ​แน่ว​แน่​ ​ยัง​มี​วิตก​วิจารณ์​มี​ความ​คิด​พิจารณา​อยู่​ ​ยัง​มี​ ความ​คิด​ว่า​ทำ​อย่างไร​เรา​จึง​จะ​เป็น​ประโยชน์​ ​ทำ​อย่างไร​จึง​จะ​ ได้​ช่วย​ผู้​อ่ืน​ให้​ได้​รับ​ประโยชน์​และ​ความ​สุข​ ​เช่น​ พระพุทธเจ้า ​หรอื พ​ ระอ​ รยิ ​สาวก​ทั้งห​ ลายท​ ่าน​ก​็คดิ ​​แตค่​ วาม​คดิ ​ของท​ า่ นไ​ม​่ได้​ เป็น​ผล​ร้าย​ต่อ​สมาธิ​ ​ท่าน​คิด​เฉพาะ​ใน​ส่ิง​ท่ี​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ตน​ และผ​ ูอ้​ ืน่ ​​สง่ิ ท​ จ​่ี ะน​ ำ​ไป​สคู่​ วาม​สขุ ท​ ่ีแทจ้​ ริง​ของผ​ ้​อู ืน่ ​

​ เรื่อง​การ​พิจารณา​ที่​อาตมา​ใช้​ศัพท์​เทคนิค​ว่า​ ​โยนิโส​ มนสิการ​ ​เรา​ต้อง​ฝึก​ให้​เป็น​นิสัย​ ​ยิ่ง​ใช้​จะ​ย่ิง​ประทับ​ใจ​ใน​ผล​ดี​ ต่อ​ชีวิต​ ​เรา​สามารถ​พิจารณา​เห็น​คุณ​และ​โทษ​ของ​สิ่ง​ต่างๆ​ ​คือ​ ข้อดี​ข้อ​เสีย​ ​เป็น​เร่ือง​ง่ายๆ​ ​แต่​มี​ประโยชน์​มาก​ ​ทุก​ครั้ง​ที่​เรา​เจอ​ สิ่ง​สำคัญ​หรือ​สิ่ง​ท่ี​มี​ความ​หมาย​สำหรับ​เรา​ ​ให้​เรา​พยายาม​ พจิ ารณาท​ ั้ง​คณุ ​ทง้ั ​โทษ​ของส​ ่งิ น​ ั้น​เ​รอ่ื ง​น้ีน​ ับ​เป็นการ​ทวนก​ ระแส​ พอส​ มควร​เ​พราะโ​ดยส​ ญั ชาตญาณแ​ ลว้ ​เ​มอ่ื เ​ราเ​จอส​ งิ่ ท​ ช​่ี อบ​เ​รา​ ก​็ไม​่คอ่ ย​อยาก​จะ​คิด​หรือ​อยาก​จะ​มอง​ขอ้ ​บกพรอ่ ง​ของ​สง่ิ ​นั้น​ใ​ น​ ทางต​ รง​ขา้ ม​เ​ราเ​จอ​ส่ิง​ท​เ่ี รา​ไม​ช่ อบ​เ​รา​จะข​ ีเ้​กยี จ​ไปพ​ ยายามห​ า​ สิ่ง​ดๆี ​ใ​ น​สิง่ ท​ ่​ีไมช​่ อบน​ ้ัน​ ​ หากว่า​ไม่​ต้ังใจ​พิจารณา​และ​ปล่อย​ไป​ตาม​กระแส​ ​เรา​ คง​คิด​แต่​ว่า​ชอบ​ไม่​ชอบ​ ​แต่​ถ้า​เรา​ฝึก​นิสัย​ให้​เห็น​คุณ​ใน​ส่ิง​ท่ี​เรา​ ไม่​ชอบ​ ​อย่าง​น้อย​สัก​ข้อ​สอง​ข้อ​ ​เห็น​โทษ​ใน​ส่ิง​ท่ี​เรา​ชอบ​สัก​ข้อ ​สอง​ข้อ​ ​จิตใจ​เรา​จะ​เป็น​ปกติ​ไม่​ขึ้นๆ​ ​ลงๆ​ ​มาก​ ​เช่น​เดียวกัน​ ถา้ เ​รา​ต้องการ​ส่ง​เสรมิ ส​ ิง่ ​ดง​ี ามใ​ น​จติ ใจ​ทเี่​รยี ก​ว่า​กศุ ลธ​ รรม​เ​ราก​ ็​ ต้อง​พยายาม​จับ​ข้อดแี​ ละป​ ระโยชน์​ของม​ ัน​​เพ่ือใ​ ห้ม​ ี​ฉนั ทะ​อยาก​ ทำ​แ​ ละ​ต้อง​พิจารณา​ให​้เห็น​โทษ​ของ​กิเลส​ซ่งึ ​เป็น​สงิ่ ​ตรง​กัน​ข้าม​ ให้​เกิด​ความ​ละอาย​และ​ความ​เกรง​กลัว​ ​ประเด็น​คือ​ทำ​อย่างไร​ เราจ​ งึ จ​ ะม​ ส​ี ต​ิ ก​ ต​็ อ้ งม​ ค​ี วามล​ ะอายค​ วามเ​กรงก​ ลวั ต​ อ่ ก​ ารข​ าดส​ ต​ิ ทำอ​ ยา่ งไรเ​ราจ​ งึ จ​ ะม​ ส​ี มาธ​ิ ก​ ต​็ อ้ งเ​หน็ โ​ทษช​ ดั จ​ นเ​กดิ ค​ วามล​ ะอาย​ ความเ​กรง​กลัวใ​ น​การ​ปล่อย​จติ ใจใ​ หฟ้​ ุ้งซา่ น​ ​ : 33



๑๒ ถ​ าม​ ตอ้ งการจ​ ะท​ ำบญุ ใ​สบ​่ าตร​แ​ ตอ​่ ยใ​ู่ นก​ รงุ เทพฯ​ห​ าพ​ ระส​ งฆ​์ ท่ี​ดู​น่า​ศรัทธา​บริเวณ​ใกล้​บ้าน​ได้​ยาก​ ​ทำให้​ไม่​ค่อย​ได้​ใส่​บาตร​ เรา​ควรม​ ี​แนวทางป​ ฏิบตั ​อิ ย่างไรค​ รบั ​ ​ตอบ​ อาตมาเ​หน็ ใจอ​ ยเ​ู่ หมอื นก​ นั ​อ​ ยา่ งไรก​ ต็ าม​เ​ราไ​มค​่ วรด​ ว่ น​ สรุป​ปฏิปทา​ของ​พระ​จาก​อาการ​ภายนอก​ ​บางที​มัน​ไม่​แน่นอน​ อาตมา​รู้จัก​พระ​ที่​อยู่​ใน​กรุงเทพฯ​ ​บาง​รูป​ดู​ภายนอก​ก็​ไม่​ค่อย​จะ​ เรียบร้อย​ ​แต่​ท่าน​ต้ังใจ​ศึกษา​และ​ปฏิบัติ​ ​บาง​องค์​ปฏิบัติ​ได้​ดี​ มาก​ฉ​ ะนนั้ ​ถ​ า้ เ​ราไ​มม​่ นั่ ใจว​ า่ เ​ปน็ พ​ ระท​ ศุ ลี ​เ​ปน็ พ​ ระไ​มด​่ ​ี เ​ราก​ ค​็ วร​ เชื่อ​และ​มี​ศรัทธา​ไว้​ก่อน​ ​เพราะ​ดู​แต่​อาการ​ภายนอก​ไม่​แน่นอน​ แ​ ตถ​่ า้ เ​ราร​ แ​ู้ นว​่ า่ พ​ ระองคน​์ เ​้ี ปน็ พ​ ระท​ ศุ ลี ​เ​ปน็ พ​ ระไ​มด​่ ​ี เ​ราก​ ไ​็ มค​่ วร​ จะส​ ง่ เ​สรมิ ​ถ​ า้ ม​ โ​ี อกาสก​ ไ​็ ปแ​ สวงหาว​ ดั ท​ เ​่ี ราร​ สู้ กึ ศ​ รทั ธาไ​ด​้ ไ​ปเ​ปน็ ​ ครง้ั ค​ ราว​ไ​มจ​่ ำเปน็ ต​ อ้ งไ​ปท​ กุ ว​ นั ​อ​ ยา่ งไรก​ ต็ าม​ก​ ารใ​สบ​่ าตรไ​มใ่ ช​่ เรอื่ งเ​ลก็ น​ อ้ ย​พ​ ระฝ​ า่ ยเ​ถรวาทเ​ราอ​ ยไ​ู่ ดด​้ ว้ ยก​ ารบ​ ณิ ฑบาต​ฉ​ ะนน้ั ​ เรอ่ื งน​ ​้ีจึงเ​ปน็ ส​ ่วนส​ ำคัญข​ องก​ ารส​ บื ต​ ่ออ​ ายพุ​ ระศ​ าสนา​​และเ​ป็น​ ความ​สัมพันธ์​ระหว่าง​สงฆ์​กับ​ฆราวาส​ ​เรา​จึง​ควร​มี​ส่วน​ใน​การ​ รกั ษาส​ งิ่ ​นีไ​้ ว​้ ​ อาตมา​มีล​ กู ศ​ ษิ ยค์​ นห​ นงึ่ ไ​ป​ซ้ือบ​ า้ น​ทเ​ี่ ชยี งราย​ว​ า่ งเ​ม่อื ไร​ ก็​ไป​ ​ไป​แรกๆ​ ​ชอบ​ต่ืน​เช้า​ใส่​บาตร​พระ​ที่​เดิน​ผ่าน​หน้า​บ้าน​ ​อยู่​ กรุงเทพฯ​ ​ไม่มี​ท่ี​ใส่​บาตร​ ​ไป​พัก​ที่​เชียงราย​มี​ความ​สุข​ ​ภาย​หลัง​ พระ​ใน​วัด​ยกเลิก​การ​ออก​บิณฑบาต​ ​ลูก​ศิษย์​ก็​สงสัย​ว่า​เพราะ​ : 35

36 : ชยสาโร ภิกขุ อะไร​​เลย​ไป​ถาม​หลวง​พ่อ​เจา้ ​อาวาส​​ท่าน​อธบิ าย​ว่า​ผู้ใหญ่​บ้าน​ ขอรอ้ ง​ไมใ่​ ห้​ออก​บิณฑบาต​​เพราะ​มี​ชาวค​ รสิ ตบ์​ าง​ส่วน​ตำหนว​ิ า่ ​ พระ​สงฆ์​ใน​พุทธ​ศาสนา​มี​แต่​ขอ​อย่าง​เดียว​ ​ไม่​เคย​ให้​ทุน​ไม่​เคย​ ใหอ​้ ะไร​ม​ แ​ี ตม​่ าข​ อทานอ​ ยต​ู่ ลอดเ​วลา​ผ​ ใู้ หญบ​่ า้ นเ​หน็ ว​ า่ การอ​ อก​ บิณฑบาต​ ​จะ​ทำให้​ผู้​ไม่​หวัง​ดี​ต่อ​พุทธ​ศาสนา​ตำหนิ​ได้​ ​จึง​ขอ​ให้​ หลวงพ​ อ่ อ​ ย​ทู่ ี​่วัด​​แลว้ ​ใหญ​้ าตโิ ยมน​ ำอ​ าหาร​ไปท​ ำบญุ ​ทวี​่ ัดแ​ ทน​ ​ นี่​เป็น​เรื่อง​ท่ี​น่า​เป็น​ห่วง​มาก​ ​เพราะ​ถ้า​พระ​ไม่​ออก​ บณิ ฑบาต​​ความ​สัมพนั ธร์​ ะหว่าง​พระ​กบั ​โยม​จะห​ า่ งไ​ป​ต​ อน​เช้า​ ท่ี​หมู่บ้าน​แถว​วัด​ป่า​นานาชาติ​ ​เม่ือ​พระ​ออก​บิณฑบาต​ ​เรา​จะ​ เห็น​ชาว​บ้าน​ยืน​อยู่​เป็น​แถว​ ​พร้อม​ด้วย​ลูก​หลาน​ที่​เขา​กำลัง​ฝึก​ ใส่บ​ าตร​​บ้านบ​ ุง่ ​หวาย​​เด็กเ​รม่ิ ​ตงั้ แต​่ ๒​ ​-​๓​​ขวบ​​ฝึก​กนั ​แตเ่​ล็กๆ​ เด็กๆ​ ​ออก​มา​ใส่​บาตร​ทุก​วันๆ​ ​ท้ังๆ​ ​ท่ี​ไม​่เข้าใจ​อะไร​มาก​ ​แต​่มัน​ เป็นการ​ปลูก​ฝัง​ศรัทธา​ใน​จิตใจ​เด็ก​ ​เกิด​นิสัย​ว่า​เมื่อ​เห็น​พระ ​ก็​อยาก​ใส่​บาตร​ ​อยาก​ยกมือ​ไหว้​ ​เป็นการ​ฝึก​สัมมา​คารวะ​ของ ​เด็ก​ ​เด็ก​เห็น​พระ​ก็​จะ​น่ัง​ลง​ยกมือ​ไหว้​ ​แสดง​ความ​เคารพ​ ถ้า​กำลัง​ถีบ​จักรยาน​ก็​จะ​ลง​จาก​จักรยาน​มา​แสดง​ความ​เคารพ​ ทุก​คน​มี​ความ​รู้สึก​ว่า​พระ​เป็น​ส่วน​หนึ่ง​ของ​ชีวิต​ ​ความ​สัมพันธ์​ ระหวา่ งพระ​กับ​ชาว​บ้านจ​ ึง​อบอ่นุ ม​ า​ตลอด​ ​ต่ืน​เช้า​สิ่ง​แรก​ท่ี​ทำ​คือ​หุง​ข้าว​ใส่​กระติบ​ใส่​จาน​ ​ออก​มา ​ยืน​หน้า​บ้าน​คุย​กับ​เพื่อน​เพ่ือ​รอ​ทำความ​ดี​ ​แม้​บาง​คน​จะ​ยากจน​ ก็​ยัง​มี​พอ​จะ​เจียด​ข้าว​เหนียว​ซัก​ก้อน​สอง​ก้อน​ใส่​บาตร​ ​ทุก​คน​ที่​ ใสบ​่ าตรร​ สู้ กึ ว​ า่ ม​ ส​ี ว่ นใ​นก​ ารส​ ง่ เ​สรมิ บ​ ำรงุ พ​ ทุ ธศ​ าสนา​ห​ รอื ช​ ว่ ยใ​ห​้ พระท​ ำห​ นา้ ทข​ี่ องท​ า่ นไ​ด​้เ​มอ่ื พ​ ระอ​ อกบ​ ณิ ฑบาตท​ กุ เ​ชา้ ​ญ​ าตโิ ยม​

ชาว​บ้าน​เห็น​พระ​ทุก​วัน​ ​ความ​สัมพันธ์​ความ​รู้สึก​ที่​ดี​ต่อ​พระ​สงฆ์​ เกดิ ท​ กุ ​วัน​​โอกาสท​ ผ่ี​ ​ปู้ กครองจ​ ะ​ชักชวน​ใหล้​ กู ​บวช​​เชน่ ​บ​ วชเ​ณร​ ภาค​ฤดู​ร้อน​ก็​มี​มาก​ขึ้น​ ​เพราะ​รู้สึก​ว่า​พระ​หรือ​ศาสนา​เป็น​ส่วน​ หนงึ่ ​ของช​ วี ติ ​ ​ บาง​คร้ัง​ถึง​จะ​รู้สึก​ไม่​ค่อย​ศรัทธา​ใน​พระ​บาง​รูป​ ​อย่าง​ น้อย​ก็​ให้​ถือวา่ ​​การ​ใส่​บาตร​และ​การ​บิณฑบาต​เป็น​ธรรมเนยี ม​ท่ี​ ม​ีคุณค่า​สมควร​ท​ี่จะ​สนบั สนุน​ถ​ า้ ​คนใ​ สบ​่ าตร​น้อยล​ งๆ​พ​ ระก​ ​ไ็ ม​่ ออกม​ าบ​ ณิ ฑบาตถ​ นนส​ ายน​ น้ั ​เ​พราะไ​มม่ ใ​ี ครใ​สบ​่ าตร​ธ​ รรมเนยี ม​ ก็​ค่อยๆ​​หด​ลงๆ​​จะ​เป็นอ​ ันตรายต​ ่อพ​ ุทธศ​ าสนา​​ฉะนั้น​ขอส​ รุป​ว่า​ ถ้า​เพียง​แค่​บาง​คร้ัง​รู้สึก​อคติ​เล็กๆ​ ​น้อยๆ​ ​จาก​กิริยา​ท่าทาง​ของ​ พระ​ว่า​ไม่​สำรวม​ทำให้​เรา​ผิด​หวัง​ ​โดย​ไม่มี​ข้อมูล​ชัดเจน​ว่า​ท่าน​ เปน็ ​พระ​ทุศีล​ก​ ​อ็ ย่าไ​ป​คดิ มาก​​ใสบ​่ าตร​เป็นค​ รง้ั ค​ ราวก​ ​็ยงั ​ดี​ ๑๓ ถ​ าม​ ​ดิฉัน​มัก​ปลาบปล้ืม​ปีติ​ปราโมทย์​และ​ยึด​ติด​อยู่​ใน​ความ​ดี​​ แต่​ครูบา​อาจารย์​สอน​ไม่​ให้​ติด​ความ​ดี​ ​เรา​จะ​มี​วิธี​ละ​จาก​ความ​ รู้สึก​นั้น​อย่างไร​เจ้าคะ​ ​เพราะ​รู้สึก​มี​ความ​สุข​ท่ี​ได้​รู้สึก​เช่น​น้ัน​ กราบ​ขอบพระคณุ เ​จ้าค่ะ​ ​ตอบ​ ​เร่อื ง​การ​ยดึ ม​ ่นั ​ถือม​ ั่น​​การ​ไม​่ยดึ ม​ ่นั ​ถือม​ ั่น​​ขอ้ ส​ ำคญั ​อย​ทู่ ​่ี การ​พิจารณา​ให้​เห็น​คุณ​และ​โทษ​ ​หาก​เรา​พิจารณา​เห็น​โทษ​ของ​ การ​ติด​ใน​ความ​ปลาบปล้ืม​ปีติ​ปราโมทย์​อย่าง​แจ่ม​แจ้ง​ได้​ ​เรา​ ก็​จะ​ปล่อย​ได้​ ​ถ้า​เรา​ยัง​ไม่​เห็น​โทษ​และ​ข้อ​เสีย​ ​เรา​ก็​คง​ไม่​ปล่อย​ : 37

38 : ชยสาโร ภิกขุ ต้อง​ใช้​สติ​ปัญญา​ถาม​ตัว​เอง​ว่า​มี​ข้อ​เสีย​อะไร​บ้าง​ ​เช่น​ ​ถ้า​เรา ​ตั้ง​เป้า​หมาย​สูงสุด​เลย​ว่า​เรา​เกิด​มา​เพื่อ​อะไร​ ​ตอบ​ตาม​หลัก ​พุทธ​ศาสนา​จริงๆ​ ​ก็​คือ​เกิด​มา​เพื่อ​หา​ทาง​พ้น​ทุกข์​ ​ฉะนั้น​ ​แม้​ ความ​รู้สึก​ปลาบปลื้ม​ปีติ​ด้วย​ตัว​มัน​เอง​จะ​เป็น​สิ่ง​ที่​ดี​มาก​ ​แต่​ก็​ ยัง​ไม่​ดี​พอ​ ​เพราะ​มัน​กลาย​เป็น​อุปสรรค​ที่​ทำให้​เรา​เข้า​ไม่​ถึง​ จุด​ที่​สูง​กว่า​ ​แต่​ถ้า​เรา​คิด​ว่า​ชาติ​นี้​เรา​เอา​แค่​นี้​ก็​พอแล้ว​ ​ความ​ ปลาบปลื้มป​ ีติก​ ็​โอเค​​ก็เ​ป็น​สิทธิข​ อง​เรา​ ​ หลาย​ส่ิง​หลาย​อย่าง​ท่ี​เรา​ปล่อย​วาง​ได้​ยาก​เพราะ​มัน​ไม่มี​ ความ​ชั่ว​ร้าย​ใน​ตัว​มัน​เอง​ ​อาจ​จะ​มี​ส่วน​ดี​ไม่​ใช่น้อย​ ​แต่​มัน​เสีย​ ตรง​ที่​ทำให้​ต้อง​ขาด​สิ่ง​อื่น​ท่ี​ดี​กว่า​ ​ยก​ตัวอย่าง​ง่ายๆ​ ​ถ้า​เรา​อยู่​ท่ี​ น่ี​​(​บ้านพ​ อ​​เชียงใหม)่​​​เราก​ ็​ไม​่ได้​อย​ทู่ บ​่ี ้าน​บญุ ​​ถ้าอ​ ย​ูท่ ​ีบ่ า้ นบ​ ุญ​ ก็​ไม่​ได้​อยู่​ที่​น่ี​ ​เรา​ต้อง​อยู่​ ​ณ​ ​แห่ง​ใด​แห่ง​หนึ่ง​ ​ถ้า​อยู่​ใน​จุด​ที่​มี​ ความ​ปลาบปล้ืม​ปีติ​ ​เรา​ก็​ไม่​ได้​อยู่​ใน​จุด​ที่​สูง​กว่า​น้ัน​ ​ถ้า​มี​ความ​ ปลาบปลม้ื ป​ ตี เิ​ปน็ อ​ ารมณป์​ ระจำใ​ จ​ต​ ายแ​ ลว้ ก​ ไ​็ ปเ​กดิ ท​ ด​ี่ ​ี ไ​ปเ​กดิ ​ ใน​สวรรค์​ไ​ป​เป็นเ​ทวดา​เปน็ ​พรหม​​มันก​ ็ด​ ใ​ี น​ระดับน​ ัน้ ​ ​ แต่​ถ้า​เรา​มี​สัมมา​ทิฐิ​ใน​ทาง​พระพุทธ​ศาสนา​ ​เรา​ย่อม​มี​ เป้า​หมาย​ที่​สูง​กว่า​นั้น​ ​สติ​ปัญญา​ความ​รู้​เท่า​ทัน​จะ​สอน​เรา​ ​ว่า​ ความ​ปลาบปลื้ม​ปีติ​เป็น​ของ​ไม่​เท่ียง​ ​ของ​ปรุง​แต่ง​ ​ไว้ใจ​ไม่​ได้​ ไมใ่ ชส​่ มบตั แ​ิ ทข​้ องเ​รา​ม​ นั เ​กดิ ม​ นั ด​ บั ต​ ามเ​หตป​ุ จั จยั ​เ​ราพ​ ยายาม​ พิจารณา​ให้​เห็น​อนิจจัง​ความ​ไม่​เท่ียง​ ​อนัตตา​ความ​ไม่​แน่นอน​ ความ​ไม่มี​เจ้าของ​ ​ทุก​ขัง​ความ​เป็น​ทุกข์​ ​เห็น​โทษ​ของ​มัน​และ​ ประโยชนท​์ ​ี่สงู ​กวา่ ​​อนั เ​ปน็ ​หนทางท​ จ​่ี ะ​ปลอ่ ยว​ างม​ นั ​ได​้


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook