Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ปก แผนการสอนม6 เทอม1 ปี64

ปก แผนการสอนม6 เทอม1 ปี64

Published by Rattikan Youtsook, 2021-05-07 15:05:00

Description: ปก แผนการสอนม6 เทอม1 ปี64

Search

Read the Text Version

แผนการจดั การเรยี นรู รายวิชากิจกรรมแนะแนว ภาคเรียนที่ 1 ปก ารศกึ ษา 2564 ช้นั มัธยมศึกษาปท ่ี 5 นางสาวรตั ตกิ าล ยศสขุ ตาํ แหนง ครู

คำนำ การจดั ทำแผนการเรยี นรูถือเปน ภารกิจสำคญั ของครูผูสอน เพอ่ื วางแผนลว งหนาใหก ารจัดการเรียนรู และวัดผลประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ การที่ผูสอนไดวางแผนการสอนอยางถูกตองตามหลักการยอ มชวยให เกิดความมน่ั ใจในการสอน ทำใหสอนไดครอบคลุมเนือ้ หา มีแนวทางและมีเปา หมายทชี่ ดั เจน และเปน การสอน ทใี่ หคุณคา แกผ ูเ รยี นอบา งแทจริง ดังนั้น ผูสอนจึงจำเปนตองมีความรูความเขาใจ เกี่ยวกับความหมาย ความสำคัญ ลักษณะ ขั้นตอน การจดั ทำแผนการจัดการเรียนรทู สี่ ามารถนำไปใชไดจ ริง เพอ่ื สง ผลใหการเรยี นรขู องผูเรยี นดำเนนิ ไปสูจ ุดหมาย ปลายทางทก่ี ำหนดไวอ ยางมปี ระสทิ ธิภาพ รตั ติกาล ยศสขุ 1

สารบญั หนา แผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว หนว ยการเรยี นที่ 1 การศึกษาสอู นาคต หนว ยการเรยี นรูที่ 2 เสน ทางสอู าชพี หนว ยการเรยี นรูท่ี 3 การวางแผนอนาคต หนวยการเรียนรทู ่ี 4 การปรับตวั หนว ยการเรยี นรทู ี่ 5 การพัฒนาตนเองสู เปา หมาย หนว ยการเรียนรทู ี่ 6 การเลือกใชข อมูลอยาง สรา งสรรค หนวยการเรยี นรูที่ 7 จรยิ ธรรมนำชีวติ หนวยการเรียนรทู ี่ 8 อาเซยี น Together 2

แผนการจดั กจิ กรรมแนะแนว ระดบั มัธยมศกึ ษาปท่ี 6 ชอ่ื หนว ยการ ช่ือกจิ กรรม สอดคลอ ง สอดคลอ ง จำนวนคาบ (คาบ เรยี นรู เทคนคิ การจำ คณุ ลักษณะท่พี งึ ขอบขา ยการ เรยี น) ท้ังหมด การศกึ ษา ทำอยา งไรใหเ รียนดี ประสงคข อ ที่ สอู นาคต การศึกษา แนะแนว 1 โลกกวา งทางการศกึ ษา ขอที่ 1 ดานการศกึ ษา 1 เสนทาง เรยี นรหู ลกั สูตร ขอ ท่ี 1 1 สอู าชีพ เรียนใหมีความสุขตามแผนการ ขอ ที่ 1 ดา นอาชีพ 1 เรียนทเี่ ลอื ก ขอ ที่ 1 ดา นสวนตัวและ 1 การวางแผน แนะแนวนน้ั สำคญั อยางไร ขอที่ 2 1 อนาคต ความรสู อู าชีพ ขอท่ี 1 สังคม 1 การปรบั ตัว กา วสอู าชีพ ขอที่ 2 1 อาชีพในฝน ขอ ท่ี 4 1 อาชีพไหนใชเ รา ขอท่ี 4 1 เตรียมความพรอ มสงู านอาชีพ ขอท่ี 4 1 อาชีพในดวงใจ ขอ ที่ 4 1 แผนผงั ความสำเรจ็ ในอาชีพ ขอที่ 4 1 อาชีพที่ฉันสนใจ ขอท่ี 4 1 เปาหมายสูอ นาคต ขอ ที่ 4 1 ระวงั พลาดหากเลอื กผดิ ขอ ท่ี 4 1 การเตรียมความพรอ มเพ่ือการ ขอที่ 1 1 สมัครคดั เลือกเขาศึกษาตอ ขอที่ 1 ขอท่ี 2 1 ตวั ฉันเอง ขอที่ 3 1 สรา งสขุ ขอที่ 3 1 รจู ัดการความเครียด ขอท่ี 3 1 การยอมรับและการปรับตวั ขอ ที่ 3 1 กบั เพ่ือน ขอที่ 3 1 วัยวาวุน วัยรุนอยา งฉนั ขอที่ 3 รูจ ดุ เดน จงึ เห็นเอกลกั ษณ 3

ช่ือหนว ยการ ชอื่ กิจกรรม สอดคลอ ง สอดคลอง จำนวนคาบ (คาบ เรยี นรู วิธีการของฉนั คุณลกั ษณะท่พี ึง ขอบขา ยการ เรียน) ท้ังหมด สรางงานกับเพ่ือน ประสงคข อท่ี การพัฒนา เรง พัฒนาสูเปาหมาย แนะแนว 1 ตนเองสู การวางแผนและพฒั นาสู ขอ ที่ 3 ดานสว นตัวและ 1 เปา หมาย เปาหมาย ขอท่ี 3 ตนเองสู ทำลายกำแพง จำกดั อปุ สรรค ขอที่ 3 สังคม 1 เปา หมาย ขอที่ 3 ดา นสว นตัวและ การเลือกใช แหงตน ขอท่ี 1 1 ขอ มลู อยาง สารสนเทศ ขอที่ 2 สงั คม สรางสรรค เรียนรูส ารสนเทศกนั เถอะ ขอท่ี 2 ดา นการศึกษา 1 จรยิ ธรรมนำ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร ขอที่ 2 ชีวติ Good Idea ขอ ท่ี 2 ดา นสวนตัวและ 1 ความเปนไทย ขอ ท่ี 6 สังคม 1 อาเซยี น บนั ทึกความดี ขอท่ี 5 1 To gether ธรรมนำทาง ขอที่ 5 ดานการศกึ ษา 1 สมาธิสรางชีวิต ขอที่ 5 1 การศึกษาอาเซยี น ขอ ที่ 2 1 1 1 1 4

การวิเคราะหห นว ยการเรียนรู วิชากิจกรรมแนะแนว ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปท่ี 6 ปก ารศกึ ษา 2564 ช่อื หนว ยการ ชอ่ื กจิ กรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรยี นรู เทคนิคการจำ การศึกษา ในยุคสมยั น้เี รือ่ งของการท่ี 1. นักเรยี นสามารถบอกถงึ สอู นาคต ทำอยางไรใหเรยี นดี เปน คนเรียนเกง มีผลเปนอยา ง เทคนิคการจำของตวั เองได มาก เพราะจะมแี ตค นยกยอ ง 2. นกั เรียนสามารถอธิบาย การศกึ ษา คนเกง และในเรอ่ื งของ ถงึ เทคนิคหรือวธิ ีการจำของ ความจำน้ันกเ็ ปน เหตุตนๆท่ี ตนเองได จะทำใหบุคคลเรียนเกง เราจงึ ตองมเี ทคนิคในการจำในแบบ ของตนเอง การเรียนไมดตี อ งมีสาเหตุ เรา 1. นักเรยี นสามารถบอก ตองหาจุดออนของตนเองให สาเหตุของปญ หาเกีย่ วกับ พบวา เรามปี ญ หาตรงไหน การเรียนได (K) แลว คอ ยๆ แกป ญหาน้นั 2. นกั เรียนสามารถทำงาน พยายามคนหาสาเหตวุ า เกดิ รวมกบั ผอู ืน่ ได (P) จากอะไร จะหาวิธแี กไ ข 3. นักเรยี นสามารถอธบิ าย อยา งไรเพ่ือจะไดน ำความรูม า แนวทางในการแกไ ขปญ หา ประยุกตใชใหเ กดิ ประโยชน เก่ียวกับการเรยี นได (A) กับตนเอง หรือสามารถใหการ ชว ยเหลือเพื่อนใหเ รียนไดด ี ขึ้นในวันขา งหนา กไ็ ด การศึกษาเปนเร่ืองท่ีมี 1. สามารถบอกถึงการศึกษา ความสำคัญเปนอยางมาก ตอตามความถนัดและความ การศกึ ษาในยคุ สมยั น้จี ึงมี สนใจของตนเองได หลากหลาย แตกตา งกนั ไป 2. สามารถบอกถึงอาชพี ตามความถนัดของแตละ ตางๆ ตามท่ีตลาดตองการ บคุ คล จึงเกิดคำวา โลกกวาง และมงี านรองรับได ทางการศกึ ษา 5

ชื่อหนว ยการ ช่ือกิจกรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม เรยี นรู โลกกวา งทางการศึกษา การศกึ ษาเปนสง่ิ สำคัญในชีวติ เปนแนวทางไปสูความสำเรจ็ 1.นกั เรียนบอกสถาบนั ที่ ในชีวติ การเรียนเรอื่ งโลก ตนเองตอ งการศึกษาตอ ใน กวา งทางการศกึ ษาจะทำใหได อนาคตได รูแหลง การศกึ ษาตอ ท่ีเปด 2. นักเรียนสามารถอธิบาย กวา ง เพอื่ เปนแนวทางเลอื ก ขนั้ ตอนการเขา ศกึ ษาในมหา การเลอื กศกึ ษาในระดับตอ ไป ลัยหรอื แหลงการศกึ ษาที่ตน ทีต่ นเองสนใจ สนใจได เรยี นรหู ลักสตู ร การเรยี นรูใหเ กิดความเขา ใจ 1. เพอ่ื ใหน กั เรียนไดศกึ ษา ในหลกั การสำคัญของ ภาพรวมของหลักสูตร หลกั สูตร จดุ มุงหมาย แกนกลางการศึกษาข้นั โครงสราง มาตรฐานการ พน้ื ฐาน พ.ศ. 2551 เรยี นรกู ารศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน 2. เพื่อใหนักเรยี นสามารถ การจัดการเรียนรู การวดั และ บอกเกณฑการจบหลกั สูตร ประเมนิ ผลการเรียนรูคือการ ได สง เสริมให ใหผูเรียนไดศึกษา ถึงภาพรวม ภารกิจ ทผ่ี ูเรียน มีสว นรับผดิ ชอบรว มกบั ผูสอน ท่จี ะไปสูเ ปาหมายรว มกัน คอื ความสำเรจ็ ของการศกึ ษา เรียนใหมีความสขุ ตามแผนการ การเลอื กแผนการเรียน ก็ 1. มีความรูเกี่ยวกับการ เรียนที่เลือก เหมือนกบั การอานหนงั สอื จัดการเรยี นการสอนคาบ หากเลือกถกู เลมกถ็ ูกใจอาน กิจกรรมแนะแนวและการ จนจบ แตหากเลือกผดิ เลม ประเมินผลกจิ กรรมแนะ นอกจากจะไมชอบแลว ยงั แนว อา นไมจบซะดว ย.. ดังนนั้ 2. นักเรียนไดร ูถ งึ การ หากอยากมีความสุขตลอด 3 ใหบ รกิ ารประโยชนท่ไี ดรบั ป จากบริการตาง ๆ ของงาน แนะแนว และ สามารถรบั บรกิ ารไดอ ยาง ถูกตอ ง แนะแนวนน้ั สำคัญอยางไร การเรียนในคาบกิจกรรมแนะ 1. มคี วามรเู กย่ี วกับการ แนวฯ ตามหลกั สูตรใหมน นั้ จัดการเรยี นการสอนคาบ นกั เรียนตองไดคาบการเรยี น กิจกรรมแนะแนวและการ 6

ชื่อหนวยการ ช่ือกิจกรรม สาระสำคญั จุดประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรยี นรู เสน ทาง ความรสู ูอาชีพ ทง้ั หมด 120 คาบ หาก ประเมนิ ผลกจิ กรรมแนะ สอู าชพี กา วสูอาชีพ นักเรียนมีคาบเรยี นไมครบจะ แนว อาชพี ในฝน ทำใหไมจบการศึกษา และ 2. นักเรียนไดรถู งึ การ การจดั การเรยี นการสอนคาบ ใหบรกิ ารประโยชนท ีไ่ ดร บั กิจกรรมแนะแนว จะทำให จากบรกิ ารตา ง ๆ ของงาน นักเรียนไดค าบในคาบ แนะแนว และ กิจกรรมแนะแนวฯ ถงึ 40 สามารถรบั บรกิ ารไดอยาง คาบ/1 ปก ารศกึ ษา ตลอดจน ถกู ตอง การใหบ รกิ ารตาง ๆ ทง้ั 5 บริการของงานแนะแนวฯ คือ บริการศกึ ษารวบรวมขอมลู เปน รายบุคคล บริการให คำปรึกษา บรกิ ารจดั วางตวั บุคคล บริการสนเทศ และ บริการตดิ ตามผล รวมทั้ง ความจำเปนและประโยชนที่ ผูรับบริการจะไดร บั โดยตรง ตลอดจนขน้ั ตอนการขอรับ บริการ ปจจบุ นั การกาวเขาสูโลกของ 1. สามารถบอกอาชพี ท่ี การประกอบอาชีพบุคคลควร เหมาะสมกับความสามารถ ตอ งมคี วามรูเกีย่ วกบั การ และทตี่ นเองสนใจได ประกอบอาชพี ทตี่ นเอง 2. สามารถบอกแนวทาง ตองการ การเรียนเร่อื ง วิธีการเรยี นรเู พอ่ื ไปสูอาชีพ ความรสู อู าชีพจึงทำใหผเู รียน ท่ตี นเองสนใจ มีความรูพ ้นื ฐานเก่ียวกบั 3. สามารถบอกประโยชน อาชีพทีต่ นเองสนใจสามารถ ของการเรยี นรเู พอื่ การ นำไปวางแผนดานการศกึ ษา ประกอบอาชีพได ตอไปสดู านอาชพี ตอ ไป การวางแผนชีวิตในการศึกษา 1.นักเรียนสามารถอธบิ าย ตอและประกอบอาชีพ ใน แนวทางการเลือกศกึ ษาตอ กรณขี องผปู ระสงคจ ะศกึ ษา ได ตอ จะมีหลกั เกณฑใ นการคดิ 2.นักเรยี นสามารถบอก ตัดสินใจศกึ ษาตอ ใหเหมาะสม อาชพี ทตี่ นเองสนใจได กบั ตนเอง เม่อื จบแลว จะได 3.นักเรยี นสามารถนำไป ประกอบอาชีพตามทีต่ อ งการ ประยุกตใ ชได 7

ชื่อหนวยการ ชอ่ื กจิ กรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรียนรู อาชพี ไหนใชเ รา และตรงกับความสนใจและ เตรยี มความพรอ มสูง านอาชพี ความถนดั เพราะถาบุคคล ตดั สนิ ใจหรือวางแผนแนวทาง อาชพี ในดวงใจ ในการศกึ ษาตอและประกอบ อาชีพไดอ ยา งถกู ตอ ง เหมาะสมกบั อัตภาพของ ตนเอง ยอมนำไปสปู ระสบ ความสำเร็จในชวี ิตการศึกษา ตอและการประกอบอาชีพ การเลือกอาชพี มคี วามสำคญั 1. บอกแนวทางการเรยี นอนั ตอ ชีวิต เพราะถา นักเรียนไมรู นำไปสกู ารประกอบอาชีพได ความถนดั ของตนเองก็อาจจะ 2. นักเรยี นสามารถบอก นำไปสูความผดิ พลาดตอ อาชีพทตี่ นเองสนใจได ตัดสินใจเลือกเรียนตามความ 3. นกั เรยี นสามารถเลอื ก ถนัดของนกั เรยี นและการ อาชีพทีส่ นใจไดเหมาะสม ประกอบอาชีพในอนาคต กบั บุคลกิ ภาพของตนเอง เม่ือโตขน้ึ การประกอบอาชีพ 1.นกั เรียนสามารถบอก ที่ตนเองถนัดและสอดคลอง ความหมายและความสำคญั กบั สภาพปจจบุ นั ทำใหมี ของอาชพี ได โอกาสประสบความสำเร็จใน 2.นักเรยี นอธบิ ายถงึ อาชพี ท่ี ชวี ิตสูง ตนเองสนใจได 3.นักเรยี นสามารถแสดง บทบาทสมมุติของอาชพี ตา ง ๆ ได การมเี ปา หมายในอาชพี ที่ 1. ระบอุ าชีพท่ีเหมาะสมกบั ชัดเจนจะเปน แรงจงู ใจให ตนเองได นักเรียนแสวงหาแนวทางใน 2. บออาชีพท่ีเหมาะสมกับ การพัฒนาตนเองอยาง ตนเองไดอยา งเหมาะสม ตอ เนื่องเพือ่ ไปสเู ปา หมายทาง 3. บอกวธิ กี ารพฒั นาตนเอง อาชพี ทต่ี นเองไดกำหนดไว ไดอ ยางสอดคลองกบั เปาหมายในอาชพี ท่ี เหมาะสมกบั ตนเอง แผนผงั ความสำเร็จในอาชพี แผนผังอาชพี เปนการเตรียม 1. นักเรียนสามารถบอก ความพรอมในการประกอบ อาชพี ท่ีตนเองสนใจได (K) อาชีพเปน ส่งิ ที่ตองคดิ 8

ช่อื หนวยการ ชอ่ื กิจกรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรียนรู อาชพี ทฉี่ ันสนใจ ไตรตรองไว และวางแผนชีวติ 2. นกั เรียนสามารถวางแผน การวางแผน เปา หมายสูอนาคต วาเม่อื เรียนจบระดับมัธยม วธิ กี ารการดำเนินชวี ติ เพื่อ อนาคต ระวงั พลาดหากเลอื กผิด แลว ตอ งศึกษาตอในระดบั ไปสูอาชพี เปา หมายได (P) มหาวิทยาลยั จะไดเลอื กเรยี น 3. นักเรยี นสามารถอธบิ าย ในสายอาชีพที่สนใจ เพอ่ื กา ว เหตผุ ลในการตดั สินใจเลอื ก ตอไปตามขัน้ ตอนไดใน อาชีพของตนเอง (A) อนาคต การท่ีบคุ คลจะประสบ 1.นักเรียนสามารถบอก ความสำเรจ็ ในอาชพี ใดตอง คุณสมบัติของผูป ระกอบ ขน้ึ อยูกบั วาอาชีพนัน้ อาชีพท่ตี นสนใจได (K) เหมาะสมกบั ตนเองหรอื ไม 2.นกั เรยี นสามารถบอก และตนเองตองมคี วามสนใจ อาชพี ท่ีตนเองสนใจได (A) อาชีพนน้ั ดวย จึงจำเปน อยาง 3.นักเรยี นสามารถเลือก ยง่ิ ทตี่ องรวู าตนเองมีความ อาชพี ทสี่ นใจไดเหมาะสม สนใจในดานใด เพื่อท่ีจะฝก กบั บคุ ลกิ ภาพของตนเอง ทำในสง่ิ ทตี่ นชอบ หาความรู (P) และขอ มูล รวมถึงตอ งมคี วาม พยายามทำในสิ่งท่ีตนเองชอบ ใหดที ี่สุด จงึ จะทำใหชวี ิต ประสบความสำเร็จไดในแบบ ทต่ี นเองตองการตอ บุคคลได การศึกษาขอมลู การศึกษาตอ 1. รูปแบบการรบั สมัคร ที่ถูกตอ ง เปนจริงและ บคุ คลเขา ศึกษาตอใน หลากหลาย เปน ระดบั อุดมศึกษา องคประกอบสำคัญทช่ี ว ย 2. เสน ทางการศกึ ษาตอ และ นักเรยี นในการเตรียมความ สาขาท่ีเปด สอนใน พรอมในทุกดานเพื่อการ ระดับอดุ มศกึ ษา ตดั สินใจและวางแผนไปสู เปา หมายทางการเรยี น ในอนาคต การเลือกอาชพี มคี วามสำคัญ 1. บอกแนวทางการเรยี นอนั ตอ ชวี ติ ดงั นนั้ การรูจกั นำไปสูการประกอบอาชพี ได แนวทางทเ่ี หมาะสมจะทำให 2. บอกผลกระบทจากการ นกั เรยี นเกดิ ความตระหนกั ถงึ เลอื กอาชีพที่ผดิ พลาดได ความสำคญั ตอการเลือก 9

ชื่อหนว ยการ ชือ่ กิจกรรม สาระสำคญั จุดประสงคเชิงพฤติกรรม เรียนรู การเตรียมความพรอมเพอื่ การ อาชพี ซ่ึงสง ผลตอการเรยี น 3. ประเมินตนเองในการ การปรบั ตัว สมคั รคัดเลอื กเขาศกึ ษาตอ และการประกอบอาชพี ใน เลือกอาชีพได อนาคต 1. จัดทำแฟมสะสมงานได ตัวฉนั เอง การสมคั รคัดเลือกเขาศึกษา 2. จัดทำเอกสารประวัตยิ อ สรา งสุข ตอ เปนอกี ทางเลือกหนง่ึ ของ ได รูจัดการความเครียด ผเู รียนทมี่ คี วามสนใจจะเขา ศึกษาตอ ในระดบั อุดมศึกษา 1.นกั เรยี นสามารถบอก การศึกษาขอ มลู คณุ สมบตั ิ วธิ ีการปรับตัวตอ และเกณฑการรบั สมคั รจงึ มี สถานการณตางๆได ความจำเปนตอ การเตรียม 2.นกั เรียนสามารถอธบิ าย ความพรอมของตนเอง สงิ่ ความสำคญั ของการปรับตวั สำคญั ทน่ี ักเรียนควรเตรยี ม ได เพอื่ ใชใ นการสมัครและเขา รบั 3.นกั เรียนสามารถแสดงการ การสัมภาษณคอื เอกสารแฟม ปรบั ตวั ตอสถานการณตา งๆ สะสมงานและเอกสารประวัติ ได ยอ 1. เพอื่ ใหน ักเรียนสามารถ เมอ่ื บุคคลรูจักการปรับตวั ได สรา งสขุ ใหกับตัวเองได ตามสถานการณต า งๆไดดนี นั้ 2. นกั เรยี นสามารถบอก จะชว ยใหบคุ คลมีความเขาใจ วิธกี ารและอธบิ ายการสราง ตนเองและผูอ่ืน และสามารถ สขุ ใหแ กตนเองได ปรบั ตวั ไดอ ยางเหมาะสม 1. เพ่ือใหนักเรียนสามารถ ความสุขสรา งข้นึ ไดไมอ ยาก จดั การกบั ความเครียดไดถกู ขน้ึ ช่อื วา ความสุขใครๆก็ วธิ ี อยากจะมี ความสุขสรา งได เชน ถาเกิดความเครียดเราก็ สามารถหาวิธกี ารสรางสุขได คือ การดหู นงั ฟงเพลง เปน ตน วิธีการเหลา น้ีสามารถ สรางสขุ ใหบคุ คลได ความเครียดเปน ภาวะจิตใจ และรา งกายท่ีเปลี่ยนแปลงไป เปน ผลจากการที่บุคคลตอ ง 10

ชื่อหนวยการ ช่อื กิจกรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรียนรู การยอมรบั และการปรบั ตวั ปรบั ตวั ตอ ส่งิ กระตุนตา งๆ ใน 2. นักเรยี นสามารถบอก การปรับตัว กบั เพ่อื น สง่ิ แวดลอ มท่ีกดดนั ทำใหเกดิ สาเหตุของการเกดิ ภาวะ ความไมสบายใจ การจัดการ เครียดได วัยวาวุน วัยรุนอยางฉัน กับความเครียดจึงมี 3. นกั เรยี นสามารถอธบิ าย หลากหลายวิธี เชน การ วิธีการคลายเครยี ดได ทำงานอดิเรก เลนกีฬา ถกู ตอ งและเหมาะสม พักผอ นใหเ พียงพอ หลากหลายวิธเี หลาน้ีสามารถ นำไปเปนแนวทางในการลด อาการเครยี ดที่เกิดขนึ้ ได การยอมรบั และการปรับตวั 1. นกั เรยี นสามารถอธิบาย กบั กลุม เพอ่ื น เปนสงิ่ สำคัญ การยอมรบั และการปรบั ตัว มากในการพฒั นาทางจิตใจ กบั เพอื่ นได2. นักเรยี น วัยรุนจะเลือกคบเพ่อื น ที่มี สามารถแยกลักษณะของ ลักษณะคลายตนฉะน้นั เพ่ือนได พ้ืนฐานเบือ้ งตนจึงสำคญั มาก 3. นกั เรยี นสามารถ ทีจ่ ะนำเดก็ ไปสทู ิศทางใด ยกตัวอยา งวิธปี ฏิบตั ติ นกบั ทศิ ทางหน่งึ ทำใหไ ดเ รยี นรู เพอ่ื นได บทบาทการปฏบิ ัติตนให เหมาะสมกบั เพศของตน เรียนรูบ ทบาทในสังคมทัง้ การ เปนผูนำและผตู าม มคี วาม มั่นคง ภาคภูมใิ จและนบั ถือ ตนเองได ในทางตรงขา ม ถา วยั รนุ บางคนที่แยกตวั ปรบั ตวั กับเพ่ือนไมได จะกลายเปน คนมปี ญ หา ขาดทักษะดาน มนุษยสมั พนั ธ มองตนเอง ในทางลบ อาจมอี ารมณเ ศรา เปนปมดอ ย ทำใหม โี อกาส เปนโรคจติ โรคประสาทหรือ ตดิ ยาเสพตดิ การมีความรู ความเขาใจ การ 1.เพ่ือใหนกั เรียนมคี วามรู เปลยี่ นแปลงตามธรรมชาติ ความเขา ใจการเปลย่ี นแปลง ของวัยรนุ จะชวยทำใหร ูจกั ของวยั รนุ ตนเอง สามารถยอมรบั 11

ชอื่ หนว ยการ ช่ือกจิ กรรม สาระสำคญั จุดประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรียนรู ตนเอง เตรียมความพรอ มท่ี 2.เพอ่ื ใหน ักเรยี นเขา จะผานพนระยะวยั รุนไปได ใจความตองการ ยอมรับ อยา งเหมาะสม ปญหา มแี นวหางในการ ปอ งกันปญหาได รูจดุ เดน จงึ เห็นเอกลักษณ วัยรนุ เปนวยั ทต่ี อ งการ 1.เพอ่ื ใหนักเรียนบอกความ แสวงหาเอกลกั ษณแ หงตน ตอ งการของตนได วิธกี ารของฉัน แตละคนมีลักษณะเฉพาะของ 2.เพ่อื ใหน กั เรยี นบอก สรา งงานกับเพื่อน ตนเอง โดยเฉพาะการรูจุดเดน เอกลกั ษณของตนเองได ของตน ถา รแู ละเขา ใจตนเอง 3.เพือ่ ใหน ักเรยี นบอก มากเทา ใดก็จะชวยทำให จุดเดน ของตนเองได สามารถพฒั นาตนเองไดตรง เปา หมายและความตอ งการ ของตนเอง โดยเฉพาะถารวู า ตนเองมลี กั ษณะทด่ี จี ะชว ยให เลอื กสิง่ ทีเ่ หมาะสมกบั ตน นำไปสูการใชเ วลาในชวงวัยให มีคุณคา สามารถดำรงชวิ ิตอยู ในสังคมไดอ ยา งมคี วามสุข การที่บคุ คลมีความเขา ใจและ 1.นักเรียนสามารถอธบิ าย รูจักปรบั ตัวตอ สถานการณที่ วิธกี ารปรบั ตนเองท่ใี ชใน พบเจอในชีวติ ประจำวันจะ ชวี ิตประจำวันได ชว ยใหก ารดำเนนิ ชวี ติ เปน ไป 2.นกั เรียนสามารถบอก อยา งเรยี บงา ย และเกดิ ปญหา ประโยชนของการปรบั ตวั ตอ ตา งๆนอ ยลง สถานการณตางๆได 3.นกั เรยี นสามารถแสดงการ ปรับตัวไดอยางเหมาะสมกบั สถานการณนน้ั ๆ การทร่ี ูจกั ปรับตวั ใหเ หมาะสม 1.นกั เรียนสามารถบอกการ กบั สภาพแวดลอมรอบตัว ปรับตวั ทเี่ หมาะสมได ยอ มชวยใหก ารดำเนนิ ชวี ิต 2.นกั เรียนอธิบายการ เปน ไปอยา งมคี วามสุข โดยมี ปรับตวั ท่สี อดคลอ งกบั ความเขาใจตนเอง และผอู ื่น สถานการณตาง ๆ ได เปนอยางดี 3.นักเรยี นสามารถแสดง วิธกี ารปรับตวั ตอ สถานการณตาง ๆ ได 12

ช่ือหนว ยการ ช่ือกจิ กรรม สาระสำคญั จุดประสงคเชิงพฤติกรรม เรียนรู เรง พัฒนาสูเ ปาหมาย การมเี ปา หมายในอาชีพที่ 1. ระบเุ ปา หมายและ การพัฒนา การวางแผนและพัฒนาสู ชัดเจนจะเปนแรงจูงใจให ปรับปรุงตนเองดานการ ตนเองสู เปาหมาย นักเรียนแสวงหาแนวทางใน เรียนเพื่อนำไปสูเ ปา หมายที่ เปาหมาย การพฒั นาตนเองทางการ ตองการ การเลือกใช ทำลายกำแพง จำกดั อปุ สรรค เรียนอยา งตอเนื่องเพื่อไปสู 2. บอกความสามารถ ขอมูลอยา ง แหงตน เปา หมายการเรียนของตนเอง ทางการเรยี นของตนเองได สรา งสรรค สารสนเทศ 3. บอกเปาหมายการศึกษา ตอ ของตนเองได 4. บอก วธิ กี ารพฒั นาตนเองดา นการ เรยี นไดอยา งสอดคลอ งกบั เปาหมายการศกึ ษา หากบคุ คลตอ งการทำความ 1. บอกความปรารถนาหรือ ปรารถนาของตนใหส ำเร็จได สงิ่ ท่ตี อ งการได จำเปนท่จี ะตองมกี ารวางแผน 2. บอกความจำเปน แลวนำไปปฏบิ ัติจรงิ ดังนั้น ความสำคัญของความ การรูจกั ความปรารถนาของ ปรารถนาหรือส่งิ ทีต่ องการ ตน การไปสเู ปาหมาย ความ ได ตอ งการประสบความสำเร็จได 3. บอกวิธีการทีท่ ำใหค วาม ปรารถนาประสบ ความสำเรจ็ อุปสรรคของแตละบุคคลอนั 1. บอกขอเสยี หรือจุดดอย เปน เสมือนกำแพงขวางกั้นให ของตนได เกิดความยากลำบากซงึ่ สง ผล 2. บอกสาเหตขุ องขอ เสีย ตอชวี ติ ท้งั ในแงข องการ หรือจดุ ดอยของตนได ทำงาน การเรียนและความสุข 3. บอกวิธีการแกไ ขของ การรจู ักการจดั การกับ ขอเสียหรือจดุ ดอยของตนได อปุ สรรคของตนจะทำใหเกิด ประโยชนตอบคุ คลได การเรยี นรูเกดิ ขึน้ ได 1.นกั เรียนสามารถบอก ตลอดเวลา และสามารถ แหลง เรยี นรทู นี่ กั เรยี นรูจัก เรียนรไู ดจ ากแหลง เรยี นรทู ุก ได (K) ประเภททอี่ ยรู อบตวั เรา ไมว า 2.นักเรยี นสามารถทำงาน จะเปน หนังสือ วทิ ยุ โทรทศั น รวมกบั ผอู น่ื ได (P) ธรรมชาติ สถานท่ตี า งๆ 3.นกั เรยี นสามารถอธิบาย รอบตวั เราและบุคคลรอบขาง วิธกี ารแสวงหาความรูจ าก ทุกสงิ่ เหลาน้ีลวนมปี ระโยชน แหลงเรยี นรใู นชมุ ชนได (A) 13

ช่ือหนว ยการ ชอ่ื กิจกรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม เรียนรู เรียนรสู ารสนเทศกันเถอะ ทำใหเ ราไดขอ มูลตางๆ ท่ี อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร ตอ งการ และสนใจ สง ผลให Good Idea เกดิ การเรยี นรไู ดมากข้ึน ในศตวรรษท่ี 21 ถอื วา เปน ยคุ 1. นักเรยี นสามารถทำใบ สารสนเทศ (Information ประเมนิ สารสนเทศได age) เพราะสารสนเทศมีมาก มหาศาล หลากหลายรปู แบบ 2. นกั เรยี นสามารถอธิบาย บุคคลตองเผชญิ กบั หอ งสมดุ กับการรูสารสนเทศ สารสนเทศ ซึ่งสามารถพบได ทกุ ที่ ดวยวิธกี าร ทีแ่ ตกตา ง 3.นักเรียนสามารถไป กนั การรูสารสนเทศเปนเรื่อง ประยกุ ตใชได ทเี่ กยี่ วขอ งกบั ความรู สารสนเทศ โดยเปน กระบวนการ ทางปญญา เพ่ือ สรางความเขาใจ ในความ ตอ งการสารสนเทศ การคนหา การประเมิน การใช สารสนเทศ และการส่อื สาร ที่ มีประสทิ ธิภาพ และการรู สารสนเทศจำเปนตอ งอาศัย ทักษะตา ง ๆ ปจจบุ นั ผลลบของการใช 1. นักเรียนสามารตอบ เทคโนโลยีคอมพวิ เตอร คือ คำถามอาชญากรรม การกอ ใหเกดิ ปญหาการ คอมพิวเตอรไ ด ขยายตัวของอาชญากรรมขา ม 2. นกั เรียนแสดงความ ชาตแิ ละกอ ใหเกดิ รปู แบบ คดิ เหน็ เก่ียวกบั แนวทางการ อาชญากรรมใหมๆ ที่มคี วาม แกไขปญหาอาชญากรรม ยุง ยากซบั ซอนมากข้ึน เชน คอมพิวเตอรไ ด อาชญากรรมทางเศรษฐกจิ โดยเฉพาะอยา งยิง่ อาชญากรรมคอมพวิ เตอร Good Idea เปนความคิดที่ 1. นกั เรียนสามารถบอก เกิดจากการทบี่ ุคคลได Idea ของตนเองในการสรา ง แสวงหาทางเลอื กใชข อมูล ผลติ ภัณฑที่สรางสรรคได (K) ขา วสารจากแหลง ตา งๆ 2.นกั เรียนสามารถออกแบบ ตามทตี่ นเองสนใจหรือ ผลติ ภัณฑทสี่ รางสรรคไ ด (P) 14

ชื่อหนว ยการ ชอื่ กจิ กรรม สาระสำคญั จดุ ประสงคเชิงพฤตกิ รรม เรียนรู ความเปนไทย ตอ งการ เพื่อนำขอมลู ที่ไดม า 3.นกั เรยี นสามารถอธบิ าย จริยธรรมนำ บันทกึ ความดี เปนองคป ระกอบใหตนเอง ประโยชนของผลติ ภณั ฑท่ี ชีวิต ธรรมนำทาง เกดิ ความคิดใหมๆ ทด่ี ี หรอื ตนเองคดิ ข้ึนมาได (A) เปน ความคิดทส่ี รา งสรรคข้นึ และใชค วามคดิ นน้ั ใหเปน ประโยชนแ กตนเองได การมีสวนรวมแนะนำผอู ื่นให 1.นกั เรียนสามารถสวน อนรุ ักษและยกยอ งผูมี แนะนำผูอนื่ ใหอนรุ กั ษ และ มารยาทไทยในเรื่องการแสดง ยกยอ งผมู ีมารยาทไทยได ความเคารพ การสนทนา 2.สามารถแสดงออกแนะนำ การแตงกาย การมสี ัมมา ผอู นื่ และมสี วนรว มใน คารวะ แสดงออก แนะนำ กจิ กรรมเกี่ยวกับความ ผอู ่ืนและมสี ว นรวมใน เออ้ื เฟอ เผือ่ แผ และความ กจิ กรรมเก่ยี วกับความ เสียสละ เอื้อเฟอ เผือ่ แผและการ เสียสละตอ สังคม เหน็ คณุ คา อนุรักษ สบื สาน และ ประยุกตขนบธรรมเนียม ประเพณี ศลิ ปวฒั นธรรม และภมู ิปญ ญาไทย ปฏิบตั ิตน เปน ผูมีวินยั ในตนเองเปนเรื่อง ทีค่ วรศึกษาและปฏบิ ัตใิ ช บุคคลยอมมีความสามารถ 1. ยกตัวอยา งความสามารถ แตกตางกนั แตกส็ ามารถทำ และความดขี องตนเองและ ความดที เ่ี ปนประโยชนตอ ผูอน่ื ได สังคม สง ผลใหผปู ฏบิ ัติตามมี 2. บอกผลจาก ความภาคภูมิใจและมคี วามสุข ความสามารถและความดี ของตนเองและผูอืน่ ได วยั รุน ในปจ จบุ นั ตอ งพบกับสงิ่ 1.นกั เรยี นสามารถนยิ ามคำ ตา งๆมากมายในสังคมมที ัง้ สุข วา ความสุข และความทกุ ข และทุกขและความทุกขอาจ ได ทำใหเ กิดปญ หาในชีวิตไดก าร 2.นักเรียนสามารถบอกวิธี เรียนเร่ืองธรรมนำทางก็จะทำ แกปญหาหากเจอความทกุ ข ใหผูเรยี นมีหลักยดึ ปฏบิ ตั ิเพือ่ ได เปนแนวทางในการดำเนนิ 15

ชื่อหนว ยการ ชื่อกิจกรรม สาระสำคญั จุดประสงคเชิงพฤติกรรม เรียนรู สมาธสิ รางชวี ติ อาเซยี น ชีวิตใหอยูในสังคมไดอ ยา งเปน 3.นกั เรยี นสามารถบอกขอ ดี การศึกษาอาเซยี น สขุ ของการใชธรรมะในการ To gether ดำรงชีวติ ได การใชชีวติ สมาธิและสติเปน 1.นักเรียนสามารถบอก สิ่งสำคญั ที่จะทำใหเ ราดำเนนิ วิธีการสรางสมาธิ ชวี ิตไดอ ยา งเหมาะสมและ ประยกุ ตใชในชีวติ ประจำวนั เปน แนวทางไปสคู วามสำเร็จ ได การเรยี นเรอ่ื ง สมาธสิ รา งชวี ิต 2.นกั เรียนสามารถบอกขอ ดี จะชวยใหผ เู รยี นสามารถ ของการมีสมาธไิ ด ประยุกตใ ชสมาธใิ น ชวี ิตประจำวนั ไดเพ่อื พฒั นา ตนเองไปสคู วามสำเร็จ สงั คมและวัฒนธรรมของ 1.อธบิ ายสงั คมและ ประเทศสมาชกิ อาเซยี น ซง่ึ วฒั นธรรมของประเทศ ไดแก ประชากร ภาษา สมาชกิ อาเซียนได ศาสนา การแตง กายอาหาร 2. สืบคน นำเสนอ และ และวัฒนธรรมอื่น ๆ ของแต เผยแพรข อมลู เก่ยี วกบั สงั คม ละประเทศมีความแตกตา งกัน และวัฒนธรรมของประเทศ แตก ็แสดงถงึ เอกลักษณของ สมาชกิ อาเซียนได ประเทศน้นั ๆ ซงึ่ เปนสง่ิ ท่ตี อง เรียนรูใ หเขา ใจเพื่อนำไปใช ปฏบิ ตั ิตนได 16

แผนการจัดกจิ กรรมแนะแนวที่ 1 ชอ่ื หนวยการเรียนรู การศึกษาสูอนาคต ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ชอื่ เรื่อง เทคนคิ การจำ จำนวนเวลาเรยี น 1 คาบ ช่ือผูสอน นางสาวรัตตกิ าล ยศสขุ วนั ทสี่ อน มาตรฐานท่ี 2 ผูเรียนสามารถวางแผนชวี ติ ดานการศึกษา ดานอาชีพ และดานสวนตวั และสงั คม ตัวบง ช้ที ่ี 1.2 ผูเรยี นรูสามารถคดิ วิเคราะห ตัดสินใจ แกปญ หา และวางแผนดา นอาชีพ สาระสำคัญ ในยุคสมัยนี้เรอื่ งของการทเ่ี ปน คนเรียนเกงมีผลเปน อยางมาก เพราะจะมแี ตค นยกยอ งคนเกง และใน เร่อื งของความจำนัน้ กเ็ ปน เหตุตนๆที่จะทำใหบคุ คลเรยี นเกง เราจงึ ตองมีเทคนคิ ในการจำในแบบของตนเอง จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม 1. นักเรยี นสามารถบอกถงึ เทคนคิ การจำของตัวเองได 2. นักเรียนสามารถอฺธบิ ายถงึ เทคนคิ หรอื วิธีการจำของตนเองได สาระการเรียนรู 1. เทคนคิ การจำของตัวเอง 2. อฺธบิ ายถงึ เทคนิคหรือวธิ กี ารจำของตนเอง วิธสี อน / เทคนคิ การสอน 1. บรรยาย 2. การใชค ำถาม ข้ันตอนการจัดกิจกรรม ขน้ั นำ 1. ครูสนทนากับนกั เรียนถงึ เทคนคิ วิธกี ารจำในเร่ืองของการเรียนไดอยา งครา วๆ เชน การ ทบทวนบทเรียน การจดประเด็นที่สำคัญหลังจากเรยี นเสร็จทันที เปนตน ขน้ั กิจกรรม 2. ครอู ธิบายถงึ เทคนิควิธกี ารจำในเรื่องของการเรียน 3. ครูแจกใบความรเู รื่อง 8 เทคนคิ เพอ่ื ชวยจำ พรอมทง้ั อธบิ ายใหนกั เรยี นฟง 4. ครใู หนักเรียนครูใหนักเรียนแบง กลมุ 4 – 5 คน ชว ยกันคดิ หาเทคนิคการจำ โดยบนั ทกึ ลง ในใบงาน เรอื่ ง ทำอยางไรใหจ ำ โดยใหเ วลา 10 นาที 5. ครจู ะใหน กั เรียนในแตล ะกลมุ สง ตัวแทนกลมุ ออกมานำเสนอเทคนคิ การจำหนาช้นั เรียน โดยใหเ วลากลุมละ 5 นาที 17

ข้ันสรปุ 6. ครูและนักเรียนรวมกันอภิปรายถงึ เทคนคิ วิธกี ารจำในเรอ่ื งของการเรียนได สอ่ื / แหลง การเรียนรู 1. ใบความรูเรอ่ื ง 8 เทคนิคเพอ่ื ชว ยจำ 2. ใบงานเรอ่ื ง ทำอยางไรใหจ ำ การวัดผลประเมินผล 1. วธิ วี ัด 1.1 การตรวจใบงานเร่อื ง ทำอยา งไรใหจำ 1.2 การสังเกตพฤตกิ รรมการมสี วนรว มในกระบวนทำงานกลมุ 2. เคร่ืองมอื 2.1 แบบประเมินการทำใบงานเร่อื ง ทำอยางไรใหจำ 2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมีสว นรวมในกระบวนการทำงานกลุม 3. เกณฑการวัดและประเมนิ 3.1 การประเมนิ ใบงาน เกณฑผ านรอ ยละ 80 3.2 การสงั เกตพฤตกิ รรมมีสวนรว มในกระบวนการทำงานกลุม เกณฑผ านรอ ยละ 80 18

แบบประเมินการทำใบงาน เรอื่ ง ทำอยา งไรใหจำ ช่ือกิจกรรม ทำอยา งไรใหจำ การบอกสาเหตุของปญ หา การอธิบายแนวทางในการ ท่ี ช่อื กลมุ เกยี่ วกบั การเรยี น (K) แกไขปญหาเก่ยี วกับ รวม การเรยี น (A) 321321 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เกณฑก ารใหค ะแนน 3 คะแนน สามารถบอกสาเหตขุ องปญ หา และอธบิ ายแนวทางในการแกไขปญหาเก่ียวกับ การเรียนไดดี 2 คะแนน สามารถบอกสาเหตขุ องปญหา และอธบิ ายแนวทางในการแกไ ขปญ หาเกย่ี วกบั การเรียนไดบา ง 1 คะแนน สามารถบอกสาเหตขุ องปญหา และอธบิ ายแนวทางในการแกไขปญ หาเกีย่ วกบั การเรียนไมค อ ยได เกณฑก ารตัดสินคุณภาพ 5 – 6 คะแนน ระดับคุณภาพ ดี 4 – 3 คะแนน ระดับคุณภาพ พอใช 1 – 2 คะแนน ระดับคณุ ภาพ ปรบั ปรุง 19

แบบสังเกตพฤติกรรมการมีสว นรว มในกระบวนการทำงานกลมุ ชอ่ื กจิ กรรม ทำอยางไรใหจำ ชือ่ กลุม ……………………………………………..................................... ช่ือสมาชกิ กลมุ 1. ……………………………………………………………. 2. ……………………………………………………………. 3. ……………………………………………………………. 4. ……………………………………………………………. 5. ……………………………………………………………. พฤติกรรมการทำงานรวมกับผูอน่ื (P) ระดับคณุ ภาพ หมายเหตุ 1. ความรว มมือภายในกลุม 123 2. การยอมรบั ฟง ความคดิ เห็นผอู ืน่ 3. การปฏบิ ัติหนา ที่ท่ีไดร บั มอบหมาย 4. การออกมาอธบิ ายถึงเทคนคิ การจำหนา ชน้ั เรยี น 5. การประเมนิ ความคดิ เหน็ และสรุปประเด็นตรงตามหัวขอ อยางชดั เจน รวม เกณฑก ารใหคะแนน ดี 3 คะแนน = ปานกลาง 2 คะแนน = นอย 1 คะแนน = ระดับคณุ ภาพ การทำงานกลมุ ดี ระดบั คณุ ภาพ การทำงานกลมุ พอใช เกณฑการประเมนิ ระดับคุณภาพ ควรปรับปรงุ การทำงานกลมุ 12 – 15คะแนน 8 – 11 คะแนน 5 – 7 คะแนน 20

บนั ทกึ ผลหลังการจัดการเรียนรู ผลการจัดการเรยี นรูตามจุดประสงคการเรยี นรูการเรยี นรู นกั เรียนทง้ั หมด............คน – ผานเกณฑ การประเมนิ ....................คน คิดเปนรอยละ................. – ไมผ า นเกณฑ การประเมิน....................คน คิดเปนรอ ยละ................. ผลการประเมินพฤติกรรมระหวางเรยี น .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรคระหวางการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. การปรบั ปรงุ แกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพ่ิมเติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ............................................ผูสอน ( นางสาวรัตตกิ าล ยศสุข ) ……../…………./………… 21

ความเหน็ ของผูบริหารโรงเรยี น ........................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................. ( นายวิเศษ ฟองตา ) รองผูอำนวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ ................/................/............... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................. ( นายอดิศร แดงเรอื น ) ผอู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31 ................/................/.............. 22

ใบความรู เรอ่ื ง 8 เทคนคิ เพอื่ ชวยจำ 1. ครนุ คิดถึงสิ่งน้นั ๆ อยา งนอ ย 8 วนิ าที ในทุกวันนี้เรามักจะคิดถึงส่ิงตางในสมองอยางรวดเร็ว ดังนั้นการที่เราจดจอ ครุนคิดถึงสิ่ง ๆ หนึ่งท่ี ตอ งการจดจำเปนเวลาอยางนอ ย 8 วินาที จะทำใหส มาธขิ องเราวนเวียนอยูกบั สง่ิ นั้น ๆ ซึ่งจากการศกึ ษาแสดง ใหเ ห็นวา ชวงเวลา 8 วินาทีนนั้ กค็ อื เวลาขน้ั ตำ่ สุดท่ีสมองของเราจะยา ยขอมูลหนึง่ ๆ จากสวนความจำระยะ ส้นั ไปเกบ็ ไวยังสวนความจำระยะยาว 2. ออกกำลังกาย นักวิทยาศาสตรมองวาการออกกำลังกายเปนหนทางออกสำหรับทุกปญหา ซึ่งรวมถึงปญหาในดาน ความจำ เพราะการลงมือกระทำทางกายภาพจะเพิม่ ความตน่ื ตวั และเพม่ิ ออกซเิ จนท่ีไปเลี้ยงสมอง ซง่ึ อาจชว ย เพ่มิ การเจรญิ เติบโตของเซลลในสมองสวนทีต่ อบสนองตอ ความทรงจำ โดยจากการศึกษาพบวา หลังจากการ ออกกำลังกายเบา ๆ จะทำใหผูหญิงสามารถจำจดสิ่งตาง ๆ ไดดีขึ้นกวาชวงกอนออกกำลังกาย นอกจากนีย้ งั พบวา ผูหญิงที่ออกกำลังกายมาตลอดชวง 6 เดือนนั้น จะมีการพัฒนาความจำในสวนของภาษาและ สภาพแวดลอมอยา งมนี ัยสำคัญอีกดว ย 3. การนอนหลับ นักเรียนที่อยูในชวงมัธยมปลายและมหาวิทยาลัยสวนมาก มักจะใชเวลาทั้งคืนกอนสอบใหญไปกับ การเครงเครียดอานหนังสือจนถึงวินาทีสุดทาย โดยที่พวกเขาอาจจะไมทราบวาแทจริงแลว การนอนใหพอ ตลอดทงั้ คนื น้ันยอมใหผ ลทดี่ ีกวา การอานหนงั สือจนถึงเชา เพราะจากการศกึ ษาพบวา ในขณะท่เี ราหลบั สมอง ของเราจะมีกระบวนการประมวลผลความคิดตาง ๆ ที่ระดมเขามา เพื่อละทิ้งขอมูลที่ไมสำคัญ และชวยเพื่อ การจดจำขอมลู ทส่ี ำคญั ขึ้นเปน 2 เทา เชน เนือ้ หาในการสอบวนั รงุ ขน้ึ ของเรา และรวบรวมขอ มูลเหลานั้นลงไป ในสว นความจำระยะยาว ซ่งึ เปน สิง่ ท่สี มองไมสามารถทำไดห ากเราฝน ตนื่ อา นหนงั สือจนถงึ เชา 4. เขยี นสิง่ ท่ีตอ งทำดว ยมอื ขณะที่ทกุ วันน้ีคนมักจะนยิ มการบนั ทกึ ขอมูลทุกอยางไวในโทรศพั ท หรือในคอมพิวเตอร ต้ังแตเบอร โทรศัพท นัดหมายสำคัญ หรือแมแตสิ่งที่ตองทำ เราจึงไมรูตัวเลยวาเราแทบจะจดจำขอมูลเหลานั้นไมไ ดส กั อยางเดียว ดังนั้นหากเราตองการจดจำขอมูลใด ๆ นั้น ขอแนะนำใหเขียนสิ่งเหลานัน้ ใสกระดาษดวยลายมือ ของเราเอง ซ่ึงแมว า เราจะไมเคยกลับมาอานสิ่งที่เขียนไวเ ลย แตจากการศกึ ษากไ็ ดช้ใี หเ หน็ แลว วา การที่เราลง มอื เขยี นขอมูลบางอยา งนนั้ จะชวยใหเราจดจำขอ มลู เหลานน้ั ไดด ขี น้ึ อยา งแทจ รงิ 5. เล่ยี งการเปดเพลงขณะเรยี นหรอื ทำงาน คงมหี ลายคนที่ชอบการเปดเพลงฟงขณะที่กำลงั อา นหนงั สือเรยี น หรือในขณะท่ีกำลงั ทำงาน เพราะ คิดวาจะชวยทำใหจำเนื้อหาที่อยูตรงหนาไดดีขึ้น แตจริง ๆ แลว นักวิจัยพบวาการรับฟงเสียงรบกวนใด ๆ รวมทั้งการฟงเพลงนั้น จะทำใหเราไขวเขวจากสิ่งที่อยูตรงหนา และจะทำใหหวนนึกถึงสิ่งที่เราอานไปได นอยลงในเวลาตอ มา เพราะเสยี งเหลา นนั้ ทำใหเราเสียสมาธิไดไ มตางจากการที่มคี นมาตะโกนขา งหูตลอดเวลา สำหรับคนที่เคยชินกับการฟงเพลงขณะอานหนังสือ เราอาจจะรูสึกแปลก ๆ บางหากตองนั่งอานหนังสือ ทามกลางความเงยี บสงบ แตนกั วิทยาศาสตรไดย ืนยันแลว วา ในจะใหผ ลทด่ี ีในระยะยาวอยา งแนนอน 23

6. จนิ ตนาการ การใชจินตนาการมาชวยสรางความจดจำนั้น เปน 1 ในวิธีที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการจำบางสิ่ง บางอยาง เพราะเปนการที่เรานำขอมูลตาง ๆ มาเชื่อมโยงกับภาพที่เรามองเห็น ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการ เรียกขอมูลขนาดใหญซ งึ่ ถกู เรานำมาเช่ือมโยงเปนภาพท่มี องเหน็ รายละเอยี ดไดชดั เจนในสมองของเรา 7. ใชไฮไลตเขา ชวย ถา หากวา อานหนังสือไปเรอ่ื ยๆ จำไดบาง หลดุ ประเดน็ บาง สดุ ทายอานจบอาจจะพบวา จำอะไรไมได เลย วิธกี ารแกคืออา นแลวไฮไลตไ ปดวย เพราะการไฮไลตนน้ั เปน การยำ้ กับสมองของเราเองวา ประเด็นนี้สำคัญ ประเดน็ นตี้ องรู ทำใหสมองไดค ดิ ในประเด็นทีไ่ ฮไลต กอ นท่จี ะนำไปเกบ็ ไวในสวนความจำของสมองตอไป การ ไฮไลตนั้นนอกจากจะทำใหเราจำเนื้อหาไดดีขึ้นแลวนั้นยังทำใหเมื่อเราตองกลับมาอานทบทวนเนื้อหา นั้น สามารถทำไดง า ยขนึ้ อีกดวย เพราะถา เวลานอ ย ก็อา นเฉพาะประเด็นหลกั ๆทเี่ คยไฮไลตไวแ ลว ไดไ ง 8. ทำสรปุ สัน้ ๆ เมอ่ื อานเนือ้ หาบทใดบทหนึ่งจบแลว ลองทำสรปุ เน้ือหาสน้ั ๆของบทนน้ั ๆดู จะชวยใหจำเน้ือหาไดมาก เลยละ เพราะคนที่จะสามารถสรปุ เนอื้ หาไดนอกจากจะตองจำไดแลว ยังตอ งเขาใจ และจบั ประเด็นที่สำคัญได ออกดว ย ดงั นั้นถา หากไดลองสรุปเนื้อหาก็เปรยี บเสมือนการไดทบทวนเนื้อหาอีกครั้ง เช็คความเขาใจ และฝก จบั ประเด็น ทำขนาดน้แี ลว จะจำไมไดไดย งั ไง 24

ใบงานเรือ่ ง ทำอยา งไรใหจ ำ ช่อื กลุม…………………………………………………………………… ชั้น……………….… รายชอ่ื สมาชกิ ในกลมุ 1. ช่ือ…………………………………………………… เลขท่ี ……………… 2. ชอื่ …………………………………………………… เลขที่ ……………… 3. ชื่อ…………………………………………………… เลขท่ี ……………… 4. ชอ่ื …………………………………………………… เลขท่ี ……………… 5. ชอ่ื …………………………………………………… เลขที่ ……………… คำชแี้ จง ใหน กั เรียนชว ยกนั คดิ หาเทคนคิ การจำมาอยางนอ ยกลุมละ 5 เทคนคิ พรอมท้งั อธิบายมาพอสังเขป 1. เทคนิคที่ 1 ……………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. เทคนิคท่ี 2 ……………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. เทคนิคที่ 3 ……………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………… 4. เทคนิคท่ี 4 ……………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 5. เทคนคิ ที่ 5 ……………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 25

แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวท่ี 2 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 6 ชอื่ หนว ยการเรยี นรู การศึกษาสอู นาคต จำนวนเวลาเรียน 1 คาบ ช่ือเร่อื ง ทำอยางไรใหเ รียนดี วันท่สี อน ชือ่ ผูสอน นางสาวรัตติกาล ยศสุข มาตรฐานการแนะแนว(ดา นผเู รียน) มาตรฐานท่ี 2 ผูเรียนสามารถวางแผนชวี ติ ดานการศึกษา ดานอาชีพ และดา นสวนตัวและสังคม ตัวบง ช้ที ่ี 2.1 ผูเรยี นรสู ามารถคดิ วเิ คราะห ตดั สินใจ แกปญ หา และวางแผนดานการศึกษา สาระสำคญั การเรียนไมด ตี อ งมสี าเหตุ เราตองหาจุดออนของตนเองใหพ บวา เรามปี ญ หาตรงไหน แลว คอยๆ แกปญ หานัน้ พยายามคน หาสาเหตุวาเกดิ จากอะไร จะหาวิธแี กไขอยา งไรเพอ่ื จะไดนำความรมู าประยุกตใ ชใ ห เกดิ ประโยชนกับตนเอง หรือสามารถใหการชวยเหลือเพอื่ นใหเ รียนไดด ีข้ึนในวันขางหนากไ็ ด จุดประสงคเชิงพฤติกรรม 1. นกั เรียนสามารถบอกสาเหตขุ องปญ หาเกย่ี วกบั การเรียนได (K) 2. นักเรียนสามารถทำงานรวมกบั ผอู ื่นได (P) 3. นักเรยี นสามารถอธบิ ายแนวทางในการแกไขปญหาเกย่ี วกบั การเรยี นได (A) สาระการเรยี นรู 1. สาเหตุของปญ หาทางการเรียน 2. แนวทางการแกไขปญหาทางการเรยี น วิธสี อน / เทคนคิ การสอน 1. บรรยาย 2. การใชค ำถาม 3. การทำงานกลมุ ขน้ั ตอนการจดั กิจกรรม ขน้ั นำ 1. ครสู นทนากับนกั เรยี นถงึ พฤติกรรมที่มผี ลทางลบตอ การเรยี น เชน การพูดคุยใน หองเรยี น การนง่ั หลับในหองเรียน การไมมีสมาธเิ วลาเรยี น เปน ตน และใหนักเรยี นสำรวจวามี พฤตกิ รรมเหลานั้นหรือไม ขน้ั กจิ กรรม 2. ครูอธบิ ายถงึ ผลกระทบท่ีเกดิ จากการมเี รยี นตกตำ่ รวมท้ังใหนักเรยี นยกตัวอยาง แนวทางการแกไข 26

3. ครแู จกใบความรเู รือ่ ง ทำอยา งไรใหเ รียนดี พรอ มท้ังอธิบายใหน กั เรยี นฟง 4. ครูใหนักเรยี นแบง กลุม 4 – 5 คน ชว ยกนั คิดวิธกี ารชว ยเหลอื เพอ่ื นทมี่ ีปญหาตา งๆ วาเกิด จากสาเหตุอะไร และมแี นวทางชว ยเหลอื เพอ่ื นใหกลบั มาเรยี นดีไดอ ยาไร โดยบันทึกลงในใบงานเรอ่ื ง ทำอยางไรใหเ รยี นดี ใหเวลากลุมละ 10 นาที 5. ครใู นแตละกลมุ สงตัวแทนกลุมออกมาอธบิ ายแนวทางในการแกไขปญหาเกีย่ วกบั การเรยี น หนาชนั้ โดยใหเ วลากลุมละ 3 นาที ขัน้ สรุป 6. ครูและนกั เรียนรว มกนั อภปิ รายถงึ แนวทางในการแกไขปญหาเก่ยี วกบั การเรียน รวมท้ัง สรปุ ถงึ สาเหตุ และการแกไ ขปญ หาเกีย่ วกบั การเรียน สอื่ / แหลง การเรียนรู 1. ใบความรูเ ร่อื ง ทำอยา งไรใหเ รียนดี 2. ใบงานเรื่อง ทำอยางไรใหเรียนดี การวดั ผลประเมนิ ผล 1. วธิ วี ัด 1.1 การตรวจใบงานเร่อื ง ทำอยางไรใหเ รียนดี 1.2 การสังเกตพฤติกรรมการมีสว นรว มในกระบวนการทำงานกลุม 2. เครอ่ื งมอื 2.1 แบบประเมินการทำใบงานเรอ่ื ง ทำอยางไรใหเรยี นดี 2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการมสี ว นรวมในกระบวนการทำงานกลุม 3. เกณฑก ารวัดและประเมิน 3.1 การประเมนิ ใบงาน เกณฑผานรอยละ 80 3.2 การสังเกตพฤตกิ รรมมสี ว นรว มในกระบวนการทำงานกลมุ เกณฑผานรอ ยละ 80 27

แบบประเมินการทำใบงาน เร่ือง ทำอยา งไรใหเ รยี นดี ชอื่ กจิ กรรม ทำอยางไรใหเ รียนดี การบอกสาเหตุของปญหา การอธบิ ายแนวทางในการ ที่ ช่อื กลมุ เกย่ี วกับการเรียน (K) แกไ ขปญ หาเกีย่ วกับ รวม การเรยี น (A) 321321 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 เกณฑการใหค ะแนน 3 คะแนน สามารถบอกสาเหตขุ องปญหา และอธบิ ายแนวทางในการแกไขปญหาเก่ียวกับ การเรยี นไดดี 2 คะแนน สามารถบอกสาเหตุของปญ หา และอธิบายแนวทางในการแกไขปญ หาเก่ยี วกบั การเรียนไดบ าง 1 คะแนน สามารถบอกสาเหตขุ องปญหา และอธิบายแนวทางในการแกไขปญ หาเกีย่ วกบั การเรียนไมค อ ยได เกณฑการตัดสินคณุ ภาพ 5 – 6 คะแนน ระดบั คุณภาพ ดี 4 – 3 คะแนน ระดับคณุ ภาพ พอใช 1 – 2 คะแนน ระดับคุณภาพ ปรบั ปรุง 28

แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการมสี ว นรวมในกระบวนการทำงานกลมุ ชื่อกจิ กรรม ทำอยางไรใหเรยี นดี ชือ่ กลมุ ……………………………………………..................................... ช่ือสมาชกิ กลุม 1. ……………………………………………………………. 2. ……………………………………………………………. 3. ……………………………………………………………. 4. ……………………………………………………………. 5. ……………………………………………………………. พฤตกิ รรมการทำงานรวมกับผูอ่ืน (P) ระดบั คุณภาพ หมายเหตุ 1. ความรวมมอื ภายในกลุม 123 2. การยอมรับฟง ความคิดเหน็ ผอู ื่น 3. การปฏิบตั หิ นาท่ีทไ่ี ดร บั มอบหมาย 4. การออกมาอธิบายแนวทางในการแกไขปญหาเก่ยี วกบั การเรียนหนา ชน้ั เรยี น 5. การประเมินความคิดเหน็ และสรปุ ประเด็นตรงตามหวั ขอ อยา งชดั เจน รวม เกณฑก ารใหคะแนน ดี 3 คะแนน = ปานกลาง 2 คะแนน = นอ ย 1 คะแนน = ระดับคณุ ภาพ การทำงานกลมุ ดี ระดับคณุ ภาพ การทำงานกลมุ พอใช เกณฑการประเมิน ระดับคุณภาพ ควรปรับปรุงการทำงานกลุม 12 – 15คะแนน 8 – 11 คะแนน 5 – 7 คะแนน 29

บันทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู คดิ เปน รอยละ................. ผลการจัดการเรียนรตู ามจุดประสงคการเรียนรูก ารเรียนรู คิดเปนรอยละ................. นกั เรยี นท้ังหมด............คน – ผานเกณฑ การประเมิน....................คน – ไมผา นเกณฑ การประเมนิ ....................คน ผลการประเมนิ พฤตกิ รรมระหวางเรยี น .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหาและอปุ สรรคระหวางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. การปรับปรุงแกไ ข .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ขอคิดเห็นและขอเสนอแนะเพ่มิ เติม .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ............................................ผูส อน ( นางสาวรัตตกิ าล ยศสขุ ) ……../…………./………… 30

ความเหน็ ของผูบ ริหารโรงเรยี น ........................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงช่ือ................................................. ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผูอำนวยการกลุมบริหารงานวชิ าการ ................/................/............... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชอื่ ................................................. ( นายอดศิ ร แดงเรือน ) ผูอ ำนวยการโรงเรียนราชประชานุเคราะห 31 ................/................/.............. 31

ใบความรู เรื่อง ทำอยา งไรใหเ รยี นดี การเรียนดีเปนสิ่งหนึ่งทีผ่ ูเรยี นทุกคน หรือสวนใหญใฝฝนตองการจะเรียนใหด ีที่สุด ผูเรียนบางคน อาจจะเปนคนเรียนดมี ากอน แตตอ มาผลการเรยี นตกต่ำลง บกพรองในการเรียนรบู างวชิ า ลองสำรวจตวั เอง ดูซิวา คุณมีพฤติกรรมเหลา นห้ี รอื ไม เชน พดู คยุ กอกวน เบอ่ื หนาย นง่ั หลบั เหมอลอย ไมมสี มาธิ ทำงาน ชา ความสนใจสั้น ชอบลอกการบา น ขาดเรียนบอ ย เปนตน ถา คุณมีพฤตกิ รรมเหลา น้ี ซง่ึ ลวนแลวแตมผี ล ทางลบตอการเรียนท้งั สน้ิ ลองคนหาสาเหตดุ สู ิวา มีสาเหตมุ าจากส่ิงเหลาน้หี รือไม 1. ระดบั เชาวป ญ ญาต่ำกวา ปกติ มคี วามบกพรองทางการเรียนรู 2. บคุ ลิกภาพ อุปนิสยั เฉ่ือยชา สมาธิสั้น ไมก ระตอื รอื รน ขาดความเชือ่ ม่ัน 3. ปญหาการเจ็บปวย มีความบกพรองทางรางกาย พัฒนาการทางรา งกายชา ขาดอาหาร สายตา สั้น ปวดศรี ษะ 4. ปญ หาทางอารมณแ ละจติ ใจ มีความเครียด ทอแท เนือ่ งมาจากปญหาครอบครวั 5. ปญหาทางสังคมและสิ่งแวดลอม เชน แผนการเรียนไมตรงกับความสนใจของนักเรียน กฎระเบยี บเขมงวดเกนิ ไป มีปญหากบั ครผู สู อน ทะเลาะกับเพอ่ื น ตอ งชว ยงานครอบครวั เปนตน ปญหาทางการเรียนหากไมไดร บั การแกไขจะสงผลใหเกดิ ปญหาอืน่ ๆ ตามมามากมาย ดังนั้นถาคุณมีปญหา ทางการเรยี น ควรคนหาสาเหตแุ ละรบี แกไขโดยเร็ว เพ่อื กลับมามีความสุขกับการเรียนดังเดมิ 32

ใบงานเรื่อง ทำอยา งไรใหเรยี นดี ช่ือกลมุ …………………………………………………………………… ช้นั ……………….… รายช่ือสมาชิกในกลุม 1. ชอ่ื …………………………………………………… เลขที่ ……………… 2. ชอ่ื …………………………………………………… เลขที่ ……………… 3. ชอ่ื …………………………………………………… เลขที่ ……………… 4. ชอ่ื …………………………………………………… เลขท่ี ……………… 5. ชอ่ื …………………………………………………… เลขที่ ……………… คำชี้แจง ใหน กั เรียนศกึ ษากรณตี วั อยา ง แลว บอกสาเหตขุ องปญหา และอธิบายแนวทางแกไขทจ่ี ะ ชว ยเพ่อื น ใหก ลับมาเรยี นดี ลงในชองวางทก่ี ำหนดให 1. สมชายชอบดูการถายทอดการแขง ขันฟุตบอลตอนกลางคนื ตอเนื่องถงึ ตีหนง่ึ ตสี อง สมชายจึงมาโรงเรยี น สายบอ ยๆ สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 2. จันทรสุดามีรนุ พี่ ม.6 มาชอบ ทำใหสนใจการเรียนนอยลง เพราะหันมาเอาใจใสในดานความสวยงาม พอตก เย็นจะตองคอยรุน พเี่ พื่อกลับบานพรอมกันเสมอ สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไ ข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 3. วิทยามสี ขุ ภาพไมค อ ยแข็งแรง เขาตองหยดุ เรียนบอยๆ ทำใหเรยี นตามเพ่ือนไมทนั สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไ ข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 33

4. เดอื นเพญ็ ตองชวยแมทำงานตงั้ แตห ลังเลกิ เรียนจนถึง 4 ทุม และตองตน่ื ตี 5 ทำใหเธอตองอดหลบั อดนอน ทำการบา นและงานทคี่ รูสง่ั บางครั้งกส็ งงานชาและงานท่สี ง กไ็ มเรียบรอย สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไ ข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 5. ในคาบเรียน อนริ ธุ ชอบคุยกับเพือ่ นเปนประจำ ไมสนใจฟง เวลาอาจารยส อน ทำใหไ มเขาใจบทเรยี น และ งานทสี่ ง กไ็ มเ รยี บรอ ย สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 6. โกวิทนงั่ หลังสดุ ของหองเรียน เนือ่ งจากเขาสูงถงึ 180 เซนตเิ มตร ตอ มาเขาเร่ิมรูตวั วาสายตาสนั้ มอง กระดานไมชัด จะไปตัดแวน ก็ไมม เี งนิ เรอ่ื งจากผูปกครองตกงาน สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 7. ลลิตาเปนนักเรียนท่เี รียนชา และเรียนตามเพ่ือนไมทนั ลลติ าไกลา ถามครู และมกั จะขอลอกการบานเพอื่ นที่ เรยี นเกงอยเู สมอ เวลาสอบจงึ ไดศูนยคะแนนเปน ประจำ สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 8. กำพลชอบเลนเกมคอมพวิ เตอรม าก นอกจากเลน ที่บานจนดึกดน่ื แลว บางวันกำพลยงั โดดเรียนไปเลน เกม ทร่ี านในตลาดอกี ดวย สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 34

9. ฤดวี รรณชอบแตงตวั ผดิ ระเบียบ เธอมักจะคอยหลบอาจารยฝ ายปกครอง ทกุ ครัง้ อาจารยจ ะเตือนเธอเรอื่ ง การแตง กาย เธอจงึ เขา หองเรยี นชา หรือไมค อยเขาเรยี นอยบู อ ยคร้งั สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 10. แสงศักด์มิ รี ูปรา งอวนใหญ วชิ ายดื หยนุ เปน วิชาทแ่ี สงศักดิ์เปนกังวลมาก เนื่องจากไมส ามารถทำกจิ กรรมท่ี อาจารยสอนได วนั ไหนท่ีมวี ิชานี้แสงศักดจ์ิ งึ มกั หยุดเรยี นอยูเสมอ สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 11. รจนาเปนนักเรียนท่ีเรยี นดี แตป ลายปนี้ผลการเรียนของเธอตกต่ำลง เธอมกั จะเครยี ด ปวดศีรษะ บางครัง้ ก็เหมอ ลอย รจนาเลา ใหเพื่อนสนทิ ฟง วาพอ กบั แมทะเลาะกัน เรอ่ื งทพี่ อไปมีภรรยานอ ย และพอ ก็ไมไ ดก ลับ บา นมาหลายวันแลว ทำใหแมต องนอนรอ งไหทกุ คนื สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 12. วรพลไมชอบอยนู ง่ิ กบั ที่ เวลาเรยี นถาไมค ุยกับเพือ่ นก็จะลกุ ขนึ้ เดนิ แกลง เพ่อื น มีคนบอกวาวรพลเปน เด็ก สมาธิสัน้ เขามักจะทำงานไมทัน และทำการบานไมเ สรจ็ อยเู สมอ สาเหตุ ……………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแกไข ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………..………………………………………… 35

แผนการจัดกิจกรรมแนะแนวท่ี 3 ช้ัน มัธยมศึกษาปท ี่ 6 ชื่อหนวยการเรียนรู การศึกษาสูอ นาคต จำนวนเวลาเรยี น 1 คาบ ชือ่ เรื่อง การศึกษา ชื่อผูสอน นางสาวรัตติกาล ยศสุข วนั ทส่ี อน มาตรฐานการแนะแนว(ดานผูเรยี น) มาตรฐานที่ 2 ผเู รยี นสามารถวางแผนชีวติ ดานการศกึ ษา ดา นอาชีพ และดานสวนตัวและสงั คม ตัวบงชี้ท่ี 2.1 ผูเ รยี นรูส ามารถคดิ วิเคราะห ตัดสินใจ แกป ญ หา และวางแผนดานการศกึ ษา สาระสำคญั การศึกษาเปนเรอื่ งท่มี ีความสำคัญเปนอยางมาก การศกึ ษาในยุคสมยั น้จี ึงมหี ลากหลาย แตกตา งกนั ไปตามความถนัดของแตละบุคคล จงึ เกิดคำวา โลกกวา งทางการศกึ ษา จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม 1. สามารถบอกถึงการศึกษาตอตามความถนดั และความสนใจของตนเองได 2. สามารถบอกถงึ อาชพี ตา งๆ ตามท่ตี ลาดตอ งการและมงี านรองรับได สาระการเรยี นรู 1. การศึกษาตอตามความถนัดและความสนใจของตนเอง 2. อาชีพตางๆ ตามท่ีตลาดตองการและมงี านรองรับ วิธสี อน / เทคนิคการสอน 1. บรรยาย 2. การใชค ำถาม 3. การทำงานเดยี่ ว ข้นั ตอนการจดั กจิ กรรม ขน้ั นำ 1. ครูสนทนากับนักเรยี นถงึ เรือ่ งโลกกวางทางการศึกษา วา มีการศกึ ษาทีเ่ กิดข้ึนใหมๆ วา มี อะไรบาง ขัน้ กจิ กรรม 2. ครูอธิบายถงึ เรอื่ งโลกกวางทางการศกึ ษา พรอ มใหนกั เรียนชวยกันยกตวั อยา ง 3. ครแู จกใบความรเู ร่ือง แผนภมู ิโลกกวา งทางการ ศกึ ษาตอ พรอมทั้งอธบิ ายใหนกั เรยี นฟง 4. ครูแจกใบงาน เรื่อง เลือกเรยี นตามความถนดั ของตนเอง 5. ครแู ละนกั เรยี นรวมกนั อภปิ รายถงึ เร่อื ง เลอื กเรยี นตามความถนดั ของตนเอง 36

สื่อ / แหลง การเรียนรู 1. ใบความรูเรอ่ื ง แผนภูมิโลกกวา งทางการ ศกึ ษาตอ 2. ใบงานเรอ่ื ง เลือกเรียนตามความถนดั ของตนเอง การประเมนิ ผล ขอ ความบง ชค้ี ุณภาพ 1. การประเมนิ ทำใบงานและงานสบื คน สง ใหค วามรว มมือในการ 1. การตรวจใบงาน ตอบคำถาม ใหค วามรวมมือการทำกิจกรรม 2. การตรวจผลงานสบื คน ไมทำสง่ิ ใดสิ่งหน่งึ ใน 4 ขอ 3. สงั เกตพฤติกรรมการเรียนรู 2. เครือ่ งมอื 1. ใบงาน 2. แบบสงั เกตพฤติกรรม 3. เกณฑก ารประเมิน ระดับคณุ ภาพ ผาน ไมผ า น 37

ใบความรเู รอ่ื ง แผนภมู โิ ลกกวางทางการศกึ ษา เมื่อจบ ม.6 1. ศึกษาตอ มหาวิทยาลัยปด 2. ศึกษาตอมหาวิทยาลยั เปด 3. ศึกษาตอมหาวิทยาลยั เอกชน 4. ศกึ ษาตอ ดานพยาบาล – สาธารณสขุ 5. ศึกษาตอ ดานทหาร – ตำรวจ 6. ศกึ ษาตอ สถาบนั อดุ มศึกษาของรฐั อน่ื ๆ 7. สถานศกึ ษาดานวชิ าชีพอืน่ ๆ แนะแนวเม่ือจบ ม.6 นกั เรยี นจะตัดสนิ ใจวา ควรเลือกเรียนตอท่ีใด สายไหนจึงจะเหมาะสมนั้นไมใชเร่ืองท่ีจะตัดสินใจกันได งา ย ๆ เพราะมอี งคป ระกอบหลายอยา งท่ีนักเรยี นควรนำมาพิจารณากนั อยางรอบครอบกอนการตดั สินใจโดยมี ขอ คิดในการเลือกทางการศึกษาดังนี้ 1 . การสำรวจตนเอง เพื่อทำความรูจักและเขาใจเกี่ยวกับตนเอง ในชั้นนี้นักเรียนจะตองรูจักวิเคราะหและ สำรวจตนเอง และพิจารณาลักษณะรวมๆ ของตนเองทุกแงทุกมุม จนเกิดความเขาใจและรูในขอดีหรือขอ บกพรอ งอยา งแทจริงเกย่ี วกับส่งิ ตาง ๆ ดงั น้ี 1.1 อุปนสิ ยั และบคุ ลกิ ภาพ คือ ลักษณะและคุณสมบัติทัง้ ทางรา งกายและจิตใจ ไดแ ก รปู รา ง หนาตา กิริยาทาทาง การแสดงออก อารมณ น้ำเสียง การพูดจา ไหวพริบ ความเชื่อมั่น รวมทั้งตองรูจักทักษะ ความสามารถความถนัด ความถนัดที่แทจริง ทัศนคติความสนใจและคานิยมของตนเองดว ยการคน พบตัวเองใน ดานนี้มีวธิ ีการมากมาย วิธีที่งายและไมเ สียเวลา ไดแกการทำแบบทดสอบตา งๆซึ่งจะมที ั้งแบบทดสอบความ สนใจ ความถนัดคานยิ ม บุคลิกภาพ 1.2 สติปญญา หมายถึงความสามารถในการคิดคน หาเหตุผล วิเคราะห สังเคราะห สื่อความหมาย หรอื แสดงออกใหผูอน่ื เขาใจไดอ ยางทะลุปรโุ ปรง ซ่งึ อาจจะดไู ดจ ากผลการเรียนท่ีผานมาโดยไมเขาขางตนเอง จนเกินไป 1.3 สขุ ภาพอนามยั และลกั ษณะทางรางกายไดแ กความแขง็ แรงออนแอโรคประจำตวั ความสงู นำ้ หนัก ความผดิ ปกติของสายตา หรือความพิการในอวยั วะบางสวนของรา งกาย ฯลฯ จะเห็นไดว าในบางสาขาวิชาไดมี การกำหนดเกี่ยวกบั คุณสมบัติเฉพาะของผูทีจะเขาศึกษาไว เพื่อปองกันมิใหเกิดปญหาอปุ สรรคในการศึกษา และในการประกอบอาชีพตอไปในอนาคต ซงึ่ แมวาจะมีความพรอ มในดานอ่นื ๆ แตถา ขาดคณุ สมบัติเฉพาะใน ดานนสี้ ถาบันอดุ มศึกษากไ็ มอ าจจะรบั เขา ไปศกึ ษาตอได 1.4 เปาหมายในชีวติ คือ โดยทว่ั ไปนกั เรียนมกั จะไมใ ครใสใจทีจ่ ะวางเปาหมายใหกบั ชีวิตของตนเอง ไมว า จะเปนการเลอื กสาขาวิชาเรยี นการเลือกอาชีพจะไมม ีการวางแผนสวนใหญจ ะเรียนตามทโี่ รงเรียนกำหนด เรยี นตามเพอ่ื นตามความนิยมของสงั คมฯลฯซึง่ เม่อื ไมมีเปา หมายในชวี ติ ก็ไมรวู าจะทำอยางไรกบั อนาคตของ ตนเอง การวางแผนชีวิตเพอ่ื ไปสูเปาหมายทีไ่ ดว างไวจ งึ เปน ส่ิงสำคญั บคุ คลควรจะรูวาเขาตองการทำอะไรกับ 38

ชีวิตของเขาเขาจะไปไหนจะไปไดอ ยางไร ทง้ั นี้การวางแผนชวี ิตจะตอ งอยูบนรากฐานของความจริงของแตละ บุคคลดวย 1.5 สภาพเศรษฐกจิ ของตนเองและครอบครวั การศึกษาในระดบั อดุ มศึกษาเปนการศึกษาทีม่ งุ เนน ทางดา นวชิ าชีพชน้ั สูงเฉพาะดาน เพือ่ ตอบสนองการพัฒนาประเทศ ดังนั้นการศึกษาในระดบั นีจ้ ึงมคี วาม จำเปน ท่ีจะตอ งใชคา ใชจ ายในการศึกษาเปนจำนวนมาก มากกวาการศกึ ษาในระดบั อ่ืนๆ โดยเฉพาะบางสาขา ผทู ่ีจะเขาศึกษาจะตองเสียคาใชจายในการฝกปฏิบตั ิคาเคร่ืองมือและอปุ กรณตา งๆ ปละเปนจำนวนมาก แตใ น ปจจุบนั รฐั บาลและสถาบันอดุ มศึกษาทกุ แหงไดพ ยายามจัดสรร และจดั หาทุนการศึกษาเพอื่ สงเคราะหผทู ี่ ประสบปญหาดา นทนุ ทรพั ยในการศกึ ษาไวใ หนกั เรียนไดข อทนุ หรอื กยู มื เงินเพ่ือนการศึกษาแลว 2. สำรวจโลกของอาชพี ตามทฤษฎขี องการพฒั นาอาชีพนนั้ อาจกลาวไดวาการตัดสนิ ใจวาจะเลอื กอาชีพอะไร ดีน้นั เริม่ กอ ตวั มาจากประสบการณใ นวัยเดก็ และคอยๆ พัฒนาขน้ึ มาเร่ือย ๆ ไมใชการแนะแนวอาชีพเม่อื จะ สำเรจ็ การศึกษาระดบั ใดระดับหนง่ึ เทานน้ั และกอนที่บุคคลจะตัดสนิ ใจเลอื กศึกษาตอในสาขาวชิ าใดเขาจะตอง ตดั สินใจแลว วา จะเลอื กประกอบอาชีพใดและกอนท่จี ะตดั สนิ ใจเลือกอาชีพนน้ั กจ็ ะตองสำรวจศกึ ษาขอมูล เกี่ยวกับลักษณะการทำงานความกาวหนาแนวโนมตลาดแรงงานความตองการกำลังคนทัง้ ในปจจุบันและ อนาคตรวมทั้งสำรวจวา อาชีพน้นั ตรงกบั ความตอ งการและบุคลกิ ภาพของตนมากท่ีสุดกอ น 3. พิจารณาโลกของการศกึ ษา คือ การรูจักและแสวงหาขอมูลตาง ๆ เกย่ี วกับการศึกษาโดยเฉพาะ ระดับอุดมศึกษาท้ังในดา นระบบการศกึ ษา หลักสูตร สาขาวชิ า การจัดการศึกษาระยะเวลาในการศึกษาสถาน ทตี่ งั้ วธิ ีการเขา รบั การศึกษา คณุ สมบัติเฉพาะของแตละสาขาวชิ า คาใชจายในการศกึ ษาบรกิ ารและสวัสดิการ รวมท้งั วฒุ ิทไ่ี ดร ับเมอ่ื สำเรจ็ การศกึ ษา ท้งั น้ีไมควนยึดมนั่ กบั สถาบนั ใดสถาบนั หนงึ่ จนเกินไปควรดูทส่ี าขาวชิ าที่ ตองการจะศกึ ษาเปนหลัก 4. ตดั สนิ ใจเลอื กทางศกึ ษาตอ ในข้นั นเี้ ปนการผนกึ ความคิดและประสานสัมพันธระหวางตนเองขอ มลู ทาง การศกึ ษาและขอ มลู ทางอาชีพ โดยพจิ ารณาจาก ขอ ๑ -๓ มาประกอบการตัดสนิ ใจใหเ หมาะสมกับตนเองและ มีความเปน ไปไดมากทสี่ ดุ และถา ตองการเพิม่ ความมัน่ ใจในการตดั สินใจใหมากขนึ้ ในขนั้ น้นี กั เรยี นควรขอรับ คำปรึกษา คำแนะนำจากอาจารยแนะแนวอยากบอกวา เวลาท่ีสำคัญสำหรบั ชวี ิตเราอีกครง้ั หนึ่งไดเดินทาง มาถึงแลวจงใชเ วลาทุกวนิ าทีใหมีคุณคา อยา ใหเวลาผานไปโดยไมเ หลียวแล เพราะหากเวลาผานไปแลวคงไมมี ใครสามารถยอนเวลาใหก ลบั มาใหมไ ด หยุดคดิ สกั นดิ เสียเวลาสักหนอ ย อยา งนองกเ็ พ่อื ตัวเราเอง อยา ลืม!วา ถนนท่ีจะใหนกั เรียนเลอื กเดินในชีวิต ไมไ ดม เี พยี งเสนทางเดยี วมเี ปน รอยเปนพันเสนทาง แตใ ครละจะเปนผทู ี่ ตัดสินใจเลอื กเดนิ เสนทางไหน ถาไมใช.......ตัวของเราเอง 39

ใบงานเรอ่ื ง เลอื กเรียนตามความถนัดของตนเอง ชือ่ ...........................................นามสุกล...................................................ชน้ั ......................เลขที่.................... 1 . วเิ คราะหตนเองตามใบความรเู รือ่ ง แผนภูมโิ ลกกวา งทางการศึกษา สอดคลอ งกับแผนการเรยี นอยา งไรบา ง ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 2. นกั เรยี นมีความคาดหวงั วา จะศึกษาตอในคณะอะไร สาขาใด ใหเหตุผล ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3. ขอ คดิ หรอื ประสบการณท ี่ไดรบั จากกิจกรรมนี้ ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… 40

บนั ทกึ ผลหลงั การจัดการเรียนรู คิดเปน รอ ยละ................. ผลการจดั การเรยี นรตู ามจุดประสงคการเรียนรกู ารเรียนรู คิดเปน รอ ยละ................. นักเรยี นทัง้ หมด............คน – ผานเกณฑ การประเมิน....................คน – ไมผ า นเกณฑ การประเมนิ ....................คน ผลการประเมนิ พฤติกรรมระหวา งเรียน .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. ปญหาและอุปสรรคระหวา งการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน .............................................................................................................................................................................. .................................................................................................................................................... ................................................................................................................................................................. การปรบั ปรงุ แกไ ข ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ขอ คดิ เหน็ และขอ เสนอแนะเพิม่ เตมิ ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ................................................................................................................................................................. ลงชือ่ ............................................ผูสอน ( นางสาวรัตตกิ าล ยศสุข ) ……../…………./………… 41

ความเหน็ ของผบู ริหารโรงเรยี น ........................................................................................................................................................ .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ............................................................................................................. ลงชอ่ื ................................................. ( นายวเิ ศษ ฟองตา ) รองผูอ ำนวยการกลุมบริหารงานวิชาการ ................/................/............... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .......................................................................................................................... ลงชือ่ ................................................. ( นายอดิศร แดงเรอื น ) ผอู ำนวยการโรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31 ................/................/.............. 42

แผนการจดั กิจกรรมแนะแนวที่ 4 ชอื่ หนวยการเรียนรู การศึกษาสอู นาคต ชั้น มัธยมศกึ ษาปท ี่ 6 ช่ือเรื่อง โลกกวา งทางการศกึ ษา จำนวนเวลาเรยี น 1 คาบ ชื่อผูสอน นางสาวรัตติกาล ยศสุข วันทส่ี อน มาตรฐานการแนะแนว(ดา นผเู รียน) มาตรฐานท่ี2 ผูเรยี นสามารถวางแผนชวี ิตดานการศึกษา ดานอาชพี และ ดานสวนตัวและสังคม ตัวบงช้ที ่ี2.1 ผูเรียนสามารถศกึ ษา วิเคราะห ตดั สินใจแกปญหา และวางแผนดานการศกึ ษา สาระสำคัญ การศึกษาเปนสิ่งสำคัญในชวี ติ เปนแนวทางไปสูค วามสำเรจ็ ในชีวิต การเรียนเรอื่ งโลกกวา งทาง การศึกษาจะทำใหไดร แู หลง การศึกษาตอท่ีเปดกวาง เพื่อเปนแนวทางเลือกการเลือกศึกษาในระดับตอไปท่ี ตนเองสนใจ จุดประสงคเชิงพฤตกิ รรม 1.นักเรยี นบอกสถาบนั ที่ตนเองตอ งการศกึ ษาตอในอนาคตได 2. นกั เรยี นสามารถอธบิ ายข้ันตอนการเขาศึกษาในมหาลยั หรือแหลง การศึกษาทต่ี นสนใจได สาระการเรยี นรู การศึกษาตอ แหลง สถานทศ่ี ึกษา วิธีสอน / เทคนิคการสอน บรรยาย ใชคำถาม ขัน้ ตอนการจัดกจิ กรรม ขนั้ นำ 1.ครกู ลา วทักทายนกั เรียน และถามวาจะจบมธั ยมศกึ ษาปที่ 6 ไปศกึ ษาตอท่ีไหนอยางไร มใี ครคิดไว หรือฝน ไวบา งหรือไม สุมถาม 2-3 คน 2.ครูเปด คลปิ สถาบนั การศกึ ษาตางๆ แตล ะประเภทใหนกั เรยี นดู ขนั้ กิจกรรม 43

1.อธบิ าย Powerpoint เร่อื ง โลกกวา งทางการศกึ ษา 2.ระหวา งอธิบายถามนักเรยี นวา ใครตองการทจ่ี ะศกึ ษาแนวทางนี้บาง เชน มีใครสนใจทจ่ี ะศกึ ษาตอ มหาวิทยาลยั เปด บาง ใครสนใจ(ช่อื สถานศกึ ษา) โดยใหนักเรียนยกมอื 4.ครูแจกใบงานโลกกวางทางการศึกษาพรอมช้ีแจงการทำใบงานใหนักเรยี นเขาใจ ขนั้ สรุป ครูสุม ตวั แทนออกมานำเสนอผลงาน และครกู ็สรปุ เพมิ่ เติม โดยที่วาทางเลอื กการศกึ ษาตอนนั้ มี มากมาย ใหไดเ ลอื กศึกษา ไมควรเลือกศึกษาโดยยึดติดสถาบันท่มี ีชือ่ เสยี งแตต วั เรานน้ั ไมช อบในสิง่ ท่ีเรยี นเชน สอบไดในคณะ สาขาทต่ี นไมช อบ หรือไมถ นัด เพราะอาจทำใหเราไมม คี วามสขุ ทางการเรียนเลยก็ไดค รูกข็ อ ฝากไวเพียงเทา นี้ สอ่ื / แหลง การเรียนรู Powerpoint เรอ่ื ง โลกกวางทางการศึกษา คลปิ สถาบันการศกึ ษาตา งๆ ใบงานโลกกวางทางการศกึ ษา การวัดผลประเมินผล สงิ่ ท่ตี องการวดั วิธีวัด เครอื่ งมอื วัด เกณฑก ารประเมนิ ผล 1.นักเรยี นสามารถบอก ตรวจใบงานโลกกวาง ใบงานโลกกวา งทาง 1. ระดับคณุ ภาพ ผาน วางแผนการศกึ ษาตอใน ทางการศกึ ษา การศกึ ษา อนาคตได แบบตรวจผลงาน ตอบคำถามไดถ กู ตอง 2.สามารถอธบิ ายขนั้ ตอน แบบประเมินคณุ ภาพ และเหมาะสมตาม การเขาศึกษาในมหาลยั งานเปนรายบุคคล จุดประสงคการ หรือแหลงการศกึ ษาทตี่ น เรียนรู สนใจได ท้งั 2ขอ 2. ระดับคณุ ภาพ ไมผาน ไมสามารถตอบ คำถามไดถูกตอง และเหมาะสมตาม จุดประสงคการ เรียนรูท้งั 2ขอ 44

แนวการตอบใบงาน ความรสู ูอาชพี จดุ ประสงคเชิงพฤติกรรม ขอคำถาม แนวคำตอบ 1.นกั เรียนบอกสถาบันท่ีตนเอง 1.ฉันอยากศกึ ษาตอทีน่ ี่….เพราะ บอกสถาบันท่ีตนสนใจพรอมเหตุ ตองการศกึ ษาตอในอนาคตได (บอกมา 3 ลำดบั ) ผลไดอ ยา งชดั เจน เชน ศกึ ษาตอ มหาวทิ ยาลัยรามคำแหง เพราะ 2. นักเรียนสามารถอธิบาย 2. วิธเี ขา ศึกษาตอ ของฉัน มี สามารถทำงานไปดว ยเรยี นไป ขน้ั ตอนการเขา ศึกษาในมหาลัย ข้นั ตอนดงั นี้ ดว ย หรือแหลงการศึกษาทีต่ นสนใจได บอกวิธีข้ันตอนไดอ ยา งละเอียด เขาใจ เชน 1รับฟง ขา วสารการเปดรบั สมัคร 2เตรียมขอ มลู หลักฐานตา งๆที่ จำเปน 3ไปสมัครดว ยตนเองที่ มหาวิทยาลัย 45

ใบงานเรือ่ ง “โลกกวา งทางการศึกษา” 1.ฉนั อยากศกึ ษาตอ ทน่ี ่ี 1………………………………………... เพราะ………………………………………………………………………………………... 2……………………………………….. เพราะ………………………………………………………………………………………... 3……………………………………….. เพราะ………………………………………………………………………………………... 2.วธิ เี ขา ศกึ ษาตอ ของฉนั มขี น้ั ตอนดงั นี้ …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… …………………………………………………………………… …………Tr…an…s…cr…ip…t …โล…ก…กว…าง…ท…าง…ก…าร…ศึ…กษ…า……………… 46

1. โลกกวา งทางการศึกษา 2. จบ ม.6 มีทางเลือกใน การศึกษาตอดังน้ี 1. มหาวทิ ยาลยั ปด 2. มหาวทิ ยาลัยเปด 3. มหาวทิ ยาลัยเอกชน 4. ศึกษาตอ ดานพยาบาลและ สาธารณสุข 5. ศกึ ษาตอดานทหาร – ตำรวจ 6.สถาบนั อุดมศึกษาของรฐั อ่ืน 7.ศกึ ษาตอ หลักสูตรวชิ าชพี 3. เปดสถาบันอุดมศกึ ษา ของรัฐสงั กัดสำนกั งานคณะกรรมการ ไดแ ก • จฬุ าลงกรณม หาวิทยาลัย • มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร • มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร • มหาวิทยาลยั ศิลปากรณ • มหาวทิ ยาลยั มหิดล • มหาวิทยาลยั ศรนี ครินทรวิโรฒ • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยพี ระจอมเกลา ธนบุรี • สถาบันเทคโนโลยีเจาคุณทหาร ลาดกระบัง • มหาวิทยาลัยสถาบันราชภฎั • มหาวทิ ยาลัยทกั ษิณ • มหาวิทยาลยั นเรศวร • มหาวทิ ยาลัยบรู พา • มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม • มหาวิทยาลัยแมฟา หลวง • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยรี าชมงคล • มหาวทิ ยาลยั ขอนแกน • มหาวทิ ยาลยั เชยี งใหม • มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร • มหาวทิ ยาลัยวลัยลกั ษณ • มหาวิทยาลยั แมฟา หลวง • มหาวิทยาลยั เทคโนโลยรี าชมงคล 4. วธิ ีการสมคั รเขาศกึ ษา มี 3 วธิ ี 1. ระบบ Admission กลาง 2. ระบบ Admission ตรง 3. ระบบรบั ตรง หรอื ระบบโควตา โครงการพเิ ศษ 47

5. สถาบันการศกึ ษาของรัฐ • มหาวทิ ยาลัยเปด • มหาวิทยาลยั รามคำาแหง • มหาวทิ ยาลัยสโุ ขทยั ธรรมาธิราช 6. มหาวิทยาลยั เอกชน • ม.กรงุ เทพ ม.หอการคา ไทย • ม.ธุรกิจบณั ฑิตย ม.อัสสมั ชัญ • ม.รังสติ ม.ศรปี ทุม • ม.สยาม ม.เอเชยี อาคเนย • ม.หวั เฉียวเฉลิมพระเกียรติ ม.เกษม บณั ฑิตย • ม.เทคโนโลยีมหานคร ม.เกริก• ฯลฯ 7. ดา นพยาบาล – สาธารณสุข • วพ.สภาพกาชาดไทย วพ.กองทัพบก • วพ.กองทพั เรือ วพ.เซนตหลยุ ส • วพ.ตรวจ วพ. เกื้อการุณย• ฯลฯ 8.ศกึ ษาตอ ดานทหาร – ตำารวจ • รร.จา อากาศ • รร.นายสิบทหารบก • รร.พลตำารวจ • รร.จา ทหารเรอื • รร.แผนท่ี กรมแผนท่ีทหาร 9.ศกึ ษาตอสถาบันอดุ มศกึ ษาของ รัฐอืน ๆ • ส. พลศกึ ษา • ว. การชลประทาน • ว. ชางศิลปะ 10. สถานศึกษาดา นวิชาอื่น ๆ• สถาบันการบิน• ศูนยฝก พาณชิ ยนาวี • รร.นาวกิ วาณิชย• รร. การโรงแรมโอ เรียนเต็ล รร. สถานฝกอบรมทางวชิ าการนำา เขาและสง ออก 48

แบบตรวจผลงาน เรือ่ ง “โลกกวางทางการศึกษา” คำชี้แจง ครตู รวจใบงาน “สมาธิสรา งชวี ติ ” แลวพจิ ารณาใหคะแนนตามเกณฑทกี่ ำหนดเกณฑก าร ใหค ะแนน 1 = นอย, 2 = ปานกลาง,3 = ดีมาก ประเด็นการประเมิน ระดบั คณุ ภาพ 3 21 นักเรยี นทำงานไดด ีและตรง นักเรยี นทำงานไดด ีแตตอบ นกั เรียนทำงานไมคอยดี ความถกู ตอ ง ตามประเด็นทถ่ี ามอยาง ไดไ มต รงตามประเดน็ ท่ีถาม และยังตอบคำถามไมต รง ถูกตอ ง ตามประเดน็ ท่ถี าม ความชดั เจน นกั เรียนเขียนไดชดั เจน นกั เรียนลายมอื คอนขางอาน นักเรียนลายมืออา นยากใน ของการเขยี น ลายมอื อานไดง าย ไดงา ย หลายจุด ความสะอาดและ นักเรยี นทำงานสะอาดเปน นกั เรียนทำงานสะอาด นกั เรยี นทำงานไมสะอาด ความสวยงาม ระเบยี บเรียบรอ ย เปนระเบยี บเรยี บรอย ไมเ ปนระเบยี บมีรอยขูดขีด ตกแตง ผลงานไดส วยงาม ตกแตงผลงานไดพอใช มากเกินไปผลงานคอ นขา ง ไมมีรอยขูดขีด แตม ีรอยขูดขดี นดิ หนอย เลอะ การสง งานไดท นั ตาม นักเรียนทำงานไดรวดเร็วและ นกั เรยี นทำงานลา ชาแตสง นักเรยี นสง งานไมทนั ใน เวลาท่ีกำหนด สงงานตรงเวลา งานทนั เวลา เวลาท่ีกำหนด เกณฑการประเมนิ (คะแนนเตม็ ท้ังหมด 12คะแนน) ระดับดีมาก เมือ่ นกั เรียนไดร ะดบั คณุ ภาพ 9 - 12 คะแนน ระดับพอใช เมื่อนักเรยี นไดร ะดับคุณภาพ 5 – 8 คะแนน ระดบั ปรบั ปรงุ เม่ือนักเรยี นไดระดบั คุณภาพ 0 – 4 คะแนน หมายเหตุ : เกณฑก ารประเมิน 60% (คะแนนเตม็ ทั้งหมด 12 คะแนน ถานักเรยี นทำได 7 คะแนนขนึ้ ไปแสดงวา “ผา น”) 49


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook