Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 8

ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 8

Published by RMUTL Knowledge Book Store, 2022-06-27 01:36:31

Description: ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นที่ 8

Search

Read the Text Version

51 การสรา้ งความเป็นปกึ แผ่นของชาติ ด้วยครูภมู ิปัญญาไทย รนุ่ ที่ ๘ เมื่อวัยเด็กน่ังดูคุณตา คือ พ่อครูเมืองดี เทพประสิทธ์ิ เนอ่ื งจากครศู นั สนยี ์ เปน็ (บุคคลดีเด่นทางศิลปวัฒนธรรม สาขาศิลปะพ้ืนบ้านล้านนา) ผู้ท่ีมีใจรักการเล่นดนตรีพ้ืน ซึง่ เป็นครูภมู ปิ ัญญาทีร่ ูจ้ กั กนั ดใี นเขต จ.น่าน และ จ.แพร่ สอน เมืองต้ังแต่วัยเยาว์ ไม่เพียง ขบั ซอทำ� นองลอ่ งนา่ นและบรรเลงซงึ สะลอ้ แกบ่ รรดาศษิ ยด์ ว้ ย โดยเฉพาะการบรรเลงเพลง ความสนใจ ท�ำให้เกิดการรกั ใฝใ่ จท่จี ะเรยี นรตู้ ลอดมา ท�ำนองซอล่องน่าน ที่ได้รับ เร่มิ เรียนดนตรพี ้นื บา้ นกอ่ นจะฝกึ เล่นสะลอ้ ฝกึ การขบั ซอ ความนยิ มตอ่ เนอ่ื งมายาวนาน กบั คณุ ตา ตามดว้ ยเรยี นรเู้ พมิ่ เตมิ ดว้ ยการเรยี นเปา่ ขลยุ่ จนเกดิ ถึงปจั จุบัน เทา่ น้ัน ยงั มีความ ความชำ� นาญโดยแท้ กระทงั่ ไดม้ โี อกาสเลน่ ดนตรพี น้ื บา้ นลา้ นนา ช�ำนาญ และความสามารถ ไดร้ บั การคดั เลอื กใหท้ ำ� หนา้ ทเี่ ปน็ หวั หนา้ วงดนตรพี น้ื เมอื ง โดย พเิ ศษดา้ นการบรรเลงเพลงซงึ ครูประสงค์ รสจรรยา เป็นผู้สอนซอด้วง ซออู้ ระนาดเอก สะลอ้ ซอดว้ ง ซออู้ ระนาดเอก ครศู นั สนยี ์ เคยเดนิ ทางตดิ ตามครปู ระสงค์ ไปสอนหนังสือที่ ตลอดการเล่นเคร่ืองดนตรี จ.เชยี งใหม่ และในชว่ งปดิ ภาคเรยี นไดห้ างานทำ� เปน็ การหาเงนิ พื้นบ้านล้านนา พร้อมอุทิศ แบ่งเบาภาระทางบ้าน เน่ืองจากพ่อป่วยจึงได้หยุดเรียน ๑ ปี เวลาในการเผยแพร่ โดยมเี ป้า เพราะทางบา้ นยากจน ต้องพ่ึงตนเอง คือ เรียนไป ท�ำงานไป หมาย คือ อยรู่ อด อย่ไู ด้ อยดู่ ี ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นครู ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียน เพ่ือมนุษย์สืบต่อไป จากรุ่นสู่ รับสอนนักเรียน ป.๑ ถึง ป.๖ เล่นสะล้อ ซอ ซึง การขับซอ รนุ่ จนกระท่งั เกดิ อกี ด้วย ท�ำนองล่องน่าน ซ่ึงได้รับการความนิยมโดยไม่คิดค่าตอบแทน และทุกวันจันทร์ พุธ ศุกร์ ช่วงปิดภาคเรียนได้เดินทางไปสอน ดนตรีพื้นเมือง เป็นกิจวัตรประจ�ำ และยังเดินทางไปร่วมงาน แสดงที่ จ.เชยี งราย และกรงุ เทพมหานคร ตามงานตา่ งๆ และที่ ดใี จมากทสี่ ดุ คอื ไดร้ างวลั ชนะเลศิ ท่ี ๑ จากวดั ศรโี คมคำ� จงั หวดั พะเยา

การสรา้ งความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ 52 ดว้ ยครูภมู ิปัญญาไทย ร่นุ ที่ ๘ “...ด้วยจิตวิญญาณของความ เมื่อย้ายมาท�ำงานท่ีโรงเรียนสืบศิลป์แผ่นดินล้านนา มหา เป็นครู ได้ใช้เวลาหลังเลิกเรียน วิชชาลัยพุทธเศรษฐศาสตร์ (ศูนย์วิปัสสนาสากลไร่เชิญตะวัน) รับสอนนักเรียน ป.๑ ถึง ป. จ.เชยี งราย ยังคงเรียนรู้แลกเปลี่ยนงานเผยแพร่ศลิ ปวัฒนธรรม ๖ เล่นสะล้อ ซอ ซึง การขับซอ ล้านนาไทย จากชุมชนสู่ประชาคมโลกตลอดมา ซึ่งเท่ากับ ท�ำนองล่องน่าน ท่ีได้รับการ ความนิยมโดยไมค่ ดิ คา่ ตอบแทน เป็นการรักษาวัฒนธรรม ที่จะน�ำไปสู่ความเข้มแข็งของสังคม และทกุ วนั จนั ทร์ พธุ ศกุ ร์ ชว่ ง สง่ ผลต่อการสรา้ งความเป็นปกึ แผน่ ของชาติอยา่ งแท้จรงิ ปดิ ภาคเรยี นไดเ้ดนิ ทางไปสอนดนตรี การถา่ ยทอดความรขู้ องครใู หก้ บั ผเู้ รยี นทกุ ชนั้ ไมว่ ่าจะเปน็ พน้ื เมอื ง เปน็ กจิ วตั รประจำ� และ ท่ีโรงเรียนสืบศิลป์แผ่นดินล้านนา หรือออกไปเป็นวิทยากรใน เดนิ ทางไปจงั หวดั พะเยา จงั หวดั มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งราย นกั เรยี นระดบั มธั ยม ระดบั ประถม เชียงราย กรุงเทพมหานคร จะมฝี ึกปฏิบัติเพ่อื ให้สัมผัสของจรงิ ร่วมบรรเลงเพลงตามงานต่างๆ การท่ี นางสาวศันสนีย์ อินสาร เป็นบุคคลผู้ทรงภูมิปัญญา ....” ด้านศิลปกรรม เป็นผ้สู รา้ งสรรค์ และสบื สานภมู ิปญั ญาดงั กล่าว มาย่างต่อเนื่องจนเป็นท่ียอมรับของสังคมและชุมชน จึงได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติจาก ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ เพ่ือท�ำ หน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาท้ังการศึกษาใน ระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศัย สืบไป ที่อยูป่ จั จบุ นั : เลขท่ี ๒๙ หมทู่ ี่ ๕ หมู่หนองยาว ต.ท่าสาย อ.เมอื ง จ.เชียงราย ๕๗๐๐๐ โทร. ๐๘๙-๔๒๙-๕๖๗๙ โทรสาร ๗๕๓-๖๗๘-๕๓๐ เกียรติคุณที่ได้รับ : รางวัลดนตรีเชียงราย สาขาภูมิปัญญาด้านการใช้ดนตรีพ้ืนเมืองสร้างความสัมพันธ์ให้แก่เยาวชนระดับ จังหวัด / อาสาสมัครดีเด่นจังหวัดเชียงราย / รางวัลสตรีตัวอย่าง สาขาส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมของล้านนา / รางวลั วฒั นคณุ าธร (ผทู้ ำ� คณุ ประโยชนต์ อ่ กระทรวงวฒั นธรรม ประเภทบคุ คล) / ครภู มู ปิ ญั ญาไทย ดา้ นศลิ ปกรรม สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภา การศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร พ.ศ. ๒๕๖๐ การศกึ ษา : ระดบั ประถมศกึ ษา ร.ร.ศรเี วยี งสาวทิ ยา จ.นา่ น ระดบั มธั ยมตน้ ร.ร.สาวทิ ยาคม จ.นา่ น ระดบั ปวช. ร.ร.พณชิ ยการ เชยี งใหม่ จ.เชยี งใหม่ ระดบั ปรญิ ญาตรี เอกดนตรศี กึ ษา สภาบนั ราชภฏั เชยี งใหม่ ปรญิ ญาโท สาขาบรหิ ารการศกึ ษา มหาวทิ ยาลยั กรุงเทพธนบุรี

53 การสรา้ งความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ ดว้ ยครภู มู ิปญั ญาไทย รุน่ ที่ ๘ เชจยี ังงหวใหัดม่ นายอนุ่ เรอื น หงษ์ทอง ครภู ูมปิ ัญญาไทย ด้านศลิ ปกรรม นายอนุ่ เรอื น หงษท์ อง เกดิ เมอื่ วนั ท่ี ๑ มกราคม ๒๔๙๕ ทบ่ี า้ นเมอื งคอง ต.เชยี งดาว จังหวดั เชียงใหม่ เปน็ บุตรคนท่ี ๓ ของนายปัน และ นางผนั หงษท์ อง มีพน่ี อ้ ง ๔ คน เปน็ ชาย ๒ คน หญงิ ๒ คน สมรสกับ นางบุญมี หงษท์ อง มบี ตุ รดว้ ยกัน ๒ คน ครอู นุ่ เรอื น หงษท์ อง จบประถมศึกษาช้นั ปที ี่ ๔ โรงเรยี นวังมะรวิ จ.เชยี งใหม่ เร่ิม ซมึ ซบั เรยี นรปู้ ซ่ี อมาตง้ั แตเ่ ยาวว์ ยั กบั บดิ า เรยี นรกู้ ารเปา่ ปจ่ี มุ่ ขบั ซอ และดดี ซงึ ทงั้ ผลติ เครอ่ื งดนตรแี ละเล่นดนตรีได้ และใฝ่รใู้ ฝ่เรียนไปเรียนวชิ าการเป่าป่ีกลาง ปกี่ ้อย ปีเ่ ลา เกา้ หรอื ป่แี ม่ อีกด้วย ครูอุ่นเรือน เป็นผู้ริเร่ิมน�ำซึงหลวงลูกส่ีมาใช้แทนปี่แม่ในวงปี่จุ่ม ที่ได้ประดิษฐ์ เครื่องดนตรขี นึ้ เองและไดไ้ ปเผยแพรว่ ฒั นธรรมในตา่ งประเทศ เชน่ ฝรง่ั เศส เยอรมนี สวติ เซอรแ์ ลนด์ เบลเยยี ม ซง่ึ ปจ่ี มุ่ ใชว้ สั ดพุ นื้ บา้ น คอื ทำ� มาจากไมไ้ ผแ่ ดงทม่ี ตี ามไรน่ ามาใช้

การสร้างความเป็นปกึ แผ่นของชาติ 54 ดว้ ยครภู ูมปิ ญั ญาไทย รุ่นที่ ๘ “...การศึกษาเพยี งชนั้ ป.๔ เริ่มตน้ เรียนรปู้ ซ่ี อมาต้ังแต่เดก็ ๆ เนื่องจากบดิ าและพช่ี ายเป็นทงั้ ชา่ งป่ี ทง้ั ผลติ และสามารถเลน่ ได้ พออายไุ ด้ ๑๒ ปี ไดเ้ รม่ิ เรยี นซอ กบั พอ่ ครแู กว้ ดำ� นลิ อายไุ ด้ ๑๔ – ๑๕ ปี ก็ฝกึ เปา่ ป่กี บั บิดา เมื่อถึงอายุ ๒๑ ปี ไดฝ้ ึกขับซออย่างเปน็ ทางการกับแม่ครคู ำ� ปนั เงาใส ทบ่ี ้านท่งุ หลวง ต�ำบลทุง่ หลวง อ�ำเภอพร้าว เป็นเวลา ๖ เดือน จนออกแสดงหาเลี้ยงชีพได.้ ..” แม้จะจบการศึกษาเพียงชั้น ป.๔ แต่ได้เริ่มต้นเรียนรู้ปี่ซอมาตั้งแต่เด็ก เน่ืองจากบิดาและ พช่ี ายเปน็ ช่างป่ี จงึ สามารถผลติ และเล่นได้ดี พออายุได้ ๑๒ ปี ครูอุน่ เรอื นไดเ้ ริ่มเรียนซอเบอื้ ง ตน้ กบั พ่อครแู ก้ว ดำ� นิล อายุได้ ๑๔ - ๑๕ ปี ก็ฝึกเป่าปกี่ ับบิดา เม่ือถงึ อายุ ๒๑ ปี ได้ฝึกขับซอ อย่างเป็นทางการกับแม่ครูคำ� ปนั เงาใส ทบี่ ้านทุ่งหลวง ตำ� บลทงุ่ หลวง อ�ำเภอพรา้ ว เปน็ เวลา ๖ เดือน จนออกแสดงหาเลยี้ งชพี ได้ เมอื่ เปน็ ชา่ งซอจนชำ� นาญแลว้ ไดไ้ ปรำ่� เรยี นวชิ าเปา่ ปก่ี ลางกบั ครกู อ้ น โปทา เรยี นปเ่ี ลก็ กบั พอ่ ครตู บ๊ิ ชา่ งหลอ่ เรยี นปก่ี อ้ ยกบั พอ่ อนิ สม เมธงั และ ฝกึ ปเ่ี ลาเกา้ หรอื ปแ่ี มก่ บั พอ่ ปนั หงษท์ อง ผเู้ ปน็ บิดา จนส�ำเร็จวิชาป่ี สามารถเป่าป่ที ุกชนิดทีใ่ ช้บรรเลงในการขบั ซอได้ ตอ่ มามีโอกาสร้จู กั กับพ่อ ครซู อทม่ี ชี อื่ เสยี ง คอื พอ่ ครอู นิ ถา ชยั วฒุ ิ แหง่ บา้ นหนอ่ งปา่ ครง้ั อ.เมอื ง จ.เชยี งใหม่ ซง่ึ เปน็ ผรู้ เิ รม่ิ นำ� ซงึ หลวงลกู สมี่ าใชแ้ ทนปแ่ี มใ่ นวงปจ่ี มุ จงึ ไดฝ้ ากตวั เปน็ ศษิ ยเ์ รยี นอกี วชิ าหนงึ่ นบั วา่ ครอู นุ่ เรอื น หงษ์ทอง เป็นผ้ไู ฝ่รโู้ ดยแท้ ไดร้ ว่ มงานครง้ั แรกกบั คณะซอชอ่ื ก.ดาราศลิ ป์ ทมี่ พี อ่ ครกู อ้ น บณุ ทา เปน็ หวั หนา้ คณะ ฝกึ ฝน อยนู่ านกอ่ นตงั้ คณะของตวั เองซอื่ หงษท์ องประคองศลิ ป์ สมาชกิ ประกอบดว้ ยบตุ รหญงิ บตุ รชาย และลกู ศิษยล์ กู หาเรียนปีซ่ อ

55 การสรา้ งความเป็นปกึ แผน่ ของชาติ ดว้ ยครภู มู ิปัญญาไทย ร่นุ ที่ ๘ ครูอุ่นเรือน นอกจากจะเปิดศูนย์การ พ่อครูเคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า “พ่อมีเท่าไร เรียนรู้ที่บ้านแล้ว ยังเป็นวิทยากรให้ความรู้ จะเอาให้เด็กๆเหล่านี้หมด” เฝ้าสอนศิษย์ตัว ตามสถานศึกษาหลายแห่งตลอดจนสถาบัน น้อย ด้วยความรักเมตตา อดทนอย่างมีความ อุดมศึกษา สถานศึกษาในและนอกระบบ การ สขุ เมอ่ื ไดเ้ หน็ ศษิ ยก์ า้ วหนา้ ขบั ซอฉะฉาน และ สอนมีท้งั สอนตรงตัวตอ่ ตัว จดั นทิ รรศการและ ไม่เคยคิดจะวางมือเร่ืองซอเลย ด้วยความหวัง เผยแพรเ่ อกสาร ไม่อยากให้ศิลปะการซอลบเลือนไปจากแผ่น นอกจากเป็นเป็นเลิศทางปี่แล้ว ยังเป็น ดินลา้ นนา เลิศทางแต่งฉันทลักษณ์ล้านนาโบราณ ขับซอ การที่ นายอุ่นเรือน หงษ์ทอง เป็นบุคคล เป่าปี่ ปี่จุ่ม ให้ประจักษ์ถึงการสืบสานศิลป ผทู้ รงภมู ปิ ญั ญาดา้ นศลิ ปกรรม เปน็ ผสู้ รา้ งสรรค์ วัฒนธรรมด้านวรรณกรรมและศิลปะ ใน และสืบสานภูมิปัญญาดังกล่าวมาอย่างต่อเน่ือง การแสดงงานประเพณีต่างๆ เช่น ประเพณี จนเป็นท่ียอมรับของสังคมและชุมชน จึงได้รับ ธรรมหลวงหรอื เทศนม์ หาชาติ พระเจา้ สบิ ชาติ การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตจิ ากสำ� นกั งานเลขาธกิ าร (ทศชาติ) วันสงกรานต์ปอยหลวงหรือ สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการให้เป็นครู สลากภตั ร มีท้ังซอธรรม ซอเล่านทิ าน ซอเล่า ภูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ เพื่อท�ำหน้าที่ถ่ายทอด เรือ่ งชวี ิต ภมู ปิ ญั ญาในการจดั การศกึ ษาในระบบการศกึ ษา มีผลงานผ่านลูกศิษย์ ต้ังแต่รุ่นแรกๆ ท่ี นอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศยั สบื ไป ประกอบอาชีพช่างซอ เช่น ช่างซอทิพวรรณ จันทร์สวย และลูกสาว ลูกชาย ซ่ึงส�ำเร็จจาก ทีอ่ ยูป่ จั จุบัน : เลขที่ ๗๐ หมทู่ ี่ ๘ ต.เมอื งงาย อ.เชยี งดาว การศึกษาด้านดนตรี รวมท้ังกลุ่มช่างซอละ ๕๐๑๗๐ โทร. ๐๘๑ - ๓๖๖ - ๙๘๒๓ อ่อน ซ่ึงเป็นสีสันและก�ำลังส�ำคัญท่ีออกแสดง ขบั ขานซอทงั้ งานราษฎร์ งานหลวงสรา้ งชอ่ื แก ่ ครอู นุ่ เรอื น หงษท์ อง ถงึ ทกุ วันน้ี เกียรติคุณท่ีได้รับ : รางวัลเพชรราชภัฏ เพชรล้านนา สาขาปี่จุม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ / รางวัลอนุรักษ์การละเล่น พนื้ เมอื ง ซอ ปจ่ี มุ ซงึ / กรณศี กึ ษาสำ� หรบั งานวทิ ยานพิ นธ์ เรอื่ ง “ขนบการบรรเลงวงปจ่ี มุ ในซอตง้ั เชยี งใหม”่ / ครภู มู ปิ ญั ญา ไทยรนุ่ ท่ี ๘ ด้านศิลปกรรม สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐

การสรา้ งความเป็นปกึ แผน่ ของชาติ 56 ดว้ ยครภู มู ิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ เพชจงัรหบวรูัดณ์ นายประเสรฐิ ขวัญเผือก ครภู ูมิปญั ญาไทย ดา้ นภาษาและวรรณกรรม นายประเสรฐิ ขวญั เผอื ก เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๒ พฤษภาคม ๒๔๘๘ บา้ นเกดิ ต.หาดอาษา อ.สรรพยา จ.ชยั นาท ทอี่ ยู่ ต.โคกสะอาด อ.ศรเี ทพ จ.เพชรบูรณ์ เปน็ บตุ รคนที่ ๒ ของนายชำ� และ นางบวั มอี าชพี ทำ� นา ครปู ระเสริฐ มี บุตรชาย ๑ คน หญิง ๑ คน

57 การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ ด้วยครูภูมิปัญญาไทย รนุ่ ที่ ๘ ครปู ระเสรฐิ ขวญั เผอื ก เปน็ บคุ คลทม่ี คี วามเพยี รพยายาม อดทนตอ่ สชู้ วี ติ โดย ลำ� พงั ดำ� เนนิ ชวี ติ ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง มชี วี ติ ทเ่ี รยี บง่าย ฟนั ฝา่ อุปสรรคที่เกดิ ขนึ้ มคี วามสามารถพิเศษ เปน็ คนชอบฟังเพลง ชอบร้อง ชอบแต่ง เพลง แตง่ กลอน ชีวิตในวัยเด็กเกิดมาในครอบครัวชนบท ห่างไกลความเจริญ บิดามารดามี อาชพี รบั จา้ ง และทำ� การเกษตรกรรม บดิ ามารดาไดแ้ ยกทางกนั ไมไ่ ดเ้ รยี นหนงั สอื ลุงจึงฝากไว้กับท่านเจ้าอาวาสวัดหลวงลุงกอง สอนหนังสือจนอ่านออกเขียนได ้ จนจบช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๔ โรงเรยี นวัดยางศรเี จริญ แมจ้ ะเปน็ คนชอบฟงั เพลง ชอบรอ้ ง ชอบแตง่ เพลง แตง่ กลอน เชยี่ วชาญเฉพาะ เรอ่ื งภาษาและวรรณกรรม แตม่ คี วามชำ� นาญในเรอ่ื งของการเปน็ วทิ ยากร ใหค้ วาม รู้เรื่องการท�ำป๋ยุ หมกั ปุ๋ยอินทรยี ์ และรณรงค์ให้ทุกบา้ นปลกู พชื สมุนไพร มีแปลง สาธติ จนไดร้ บั รางวลั ตา่ งๆ มากมาย และยงั ไดเ้ ปน็ ทศ่ี กึ ษาดงู านของชมุ ชนในตำ� บล อ�ำเภอ และจังหวัด เสมอ “...วยั เดก็ กถ็ ูกพอ่ เลี้ยงทำ� ทารณุ จนลุงต้องมารับไปเลีย้ ง พอโตขึ้นฝากไว้กบั ทา่ น เจา้ อาวาสวดั วยั เดก็ ไมไ่ ดเ้ รยี นหนงั สอื แตเ่ ปน็ คนชอบฟงั เพลง ชอบรอ้ ง ชอบแตเ่ พลง แตง่ กลอน เป็นลูกศษิ ยว์ ดั หลวงลุงกองเป็นผพู้ ร�ำ่ สอนหนงั สอื จนอ่านออกเขียนได้ ก็เข้ามา อยู่โรงเรียนวัดยางศรเี จริญ จนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๔ ท�ำงานจนเชี่ยวชาญเร่อื งภาษา และวรรณกรรม ได้คดิ วาดภาพ และแตง่ กลอนบรรยายเนือ้ เรื่องตามภาพ...”

การสรา้ งความเป็นปึกแผน่ ของชาติ 58 ดว้ ยครภู มู ิปญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๘ มีผลงานจากวาดภาพ และแต่งกลอนบรรยายเนื้อเร่ืองตามภาพ จ�ำนวน ๕ เรือ่ ง ท่ไี ด้รับการยอมรบั อยา่ งกว้างขวางจาก เรอื่ งสวนปู่ สวนตา สวนยา่ สวนยาย เร่ืองชาวนาไทยในอดีต เลม่ ๑ และเลม่ ๒ เรื่องสุข ทุกข์ วนั แหง่ ความรัก เรอ่ื งวิถี ชีวิตกระต่ายในภาวะโลกร้อน และเรอื่ งนิราศโฮจิมินห์ นบั เปน็ ระยะเวลากวา่ ๑๐ ปี ทห่ี นงั สอื ดงั กลา่ ว แจกจา่ ยใหก้ บั โรงเรยี น ชมุ ชน และทุกสถานทท่ี ี่ไปบรรยายไดอ้ ่าน และศกึ ษาเน้อื หา และทุกครง้ั ท่ไี ดร้ บั เชญิ เปน็ วิทยากรบรรยายในโรงเรียน นอกโรงเรยี น และศนู ยป์ ราชญ์ ฯ จะให้ความรเู้ ก่ียว กับเศรษฐกิจพอเพียงทุกครั้ง พร้อมแต่งกลอนให้กับกลุ่ม หรือไม่ก็แต่งเพลงตาม เนอ้ื หาที่ไดบ้ รรยาย พรอ้ มรอ้ งเพลงให้กบั ผูเ้ ขา้ รับการอบรมได้รับฟงั เสมอ ผลงานอ่ืนๆ ท่ีปรากฏ ได้แก่ ด้านส่ิงเสพติด เศรษฐกิจพอเพียง การมีเพศ สัมพันธก์ ่อนวัยเรียน แตง่ เป็นเพลงฉ่อย เพลงแหล่ทั่วไป พร้อมออกแบบภาพ เผย แพรใ่ นสถานศกึ ษา สถานีต�ำรวจ และสถานประกอบการตา่ งๆ นบั เปน็ ผ้มู ีความรู้ ความเช่ียวชาญภมู ปิ ัญญาด้านภาษาและวรรณกรรม การที่ นายประเสริฐ ขวัญเผือก เป็นบุคคลผู้ทรงภูมิปัญญา ด้านภาษาและ วรรณกรรม เปน็ ผสู้ รา้ งสรรคแ์ ละสบื สานภมู ปิ ญั ญาดงั กลา่ วมาอยา่ งตอ่ เนอื่ งจนเปน็ ที่ ยอมรบั ของสงั คมและชมุ ชน จงึ ไดร้ บั การยกยอ่ งเชดิ ชเู กยี รตจิ ากสำ� นกั งานเลขาธกิ าร สภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ ารให้เป็นครูภมู ปิ ญั ญาไทย เพือ่ ท�ำหน้าท่ถี า่ ยทอด ภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อธั ยาศยั สบื ไป ทอ่ี ยปู่ จั จบุ นั : เลขที่ ๒๖ หมทู่ ี่ ๗ ต.โคกสะอาด อ.ศรเี ทพ จ.เพชรบรู ณ์ ๖๗๑๗๐ โทร. ๐๘๖-๒๐๗-๔๗๑๕ เกยี รตคิ ณุ ทไ่ี ดร้ บั : ผมู้ คี ุณูปการตอ่ การใช้ภาษาไทย จ.เพชรบูรณ์ / กวีรว่ มสมัยดเี ดน่ ด้านสนับสนุนกิจกรรมสมาคมกวีรว่ ม สมัย / คณะกรรมการตัดสินการประชันกลอนสดนักเรียนระดับมัธยมศึกษา ภาคกลาง / คณะกรรมการ การประกวดร้อง เพลงกล่อมเด็ก / กรรมการด�ำเนินงานมหกรรมวันภาษาไทย จ.เพชรบูรณ์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว / คณะกรรมการตดั สินการประกวดบทกวี ระดับภาค/ระดับประเทศ สมาคมนักกลอนแหง่ ประเทศไทย และ รองประธานสมาคมนัก กลอนแหง่ ประเทศไทยระดบั ภาคเหนอื / ครูภมู ปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ ด้านภาษาและวรรณกรรม ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ๒๕๖๐

59 การสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติ ดว้ ยครูภูมปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ เชจยี ังงหวใหัดม่ นายอินตา เลาคำ� ครภู มู ิปัญญาไทย ด้านภาษาและวรรณกรรม นายอินตา เลาคำ� เกิดเมอ่ื วันที่ ๑ ธนั วาคม ๒๔๙๖ ท่อี ำ� เภอพรา้ ว จงั หวดั เชยี งใหม่ เปน็ บตุ รคนที่ ๓ ในจ�ำนวนพน่ี อ้ ง ๘ คน ในครอบครวั ทม่ี ี บดิ าชอ่ื นายสขุ และมารดาชอื่ นางแสง เลาคำ� อาชพี ทำ� นาทำ� สวน ฐานะ ยากจน มโี อกาสไดเ้ รยี นหนงั สอื จบระดบั ประถมศกึ ษา ปที ่ี ๔ เทา่ นน้ั ทงั้ ๆ ท่ีเปน็ เด็กเรยี นเก่ง ชอบเข้ารว่ มกิจกรรมต่างๆ ของโรงเรยี นมิไดข้ าด ในวัยเด็ก ครูอินตา เลาค�ำ กิจกรรมที่ชอบได้แก่การร้องร�ำท�ำ เพลงและการแสดงละคร ซ่ึงได้รับบทเป็นเจ้าเงาะบ้าง ลิงบ้าง เป็นที่ สนุกสนาน หลังเลิกเรียนแล้วกลับบ้าน ได้ช่วยบิดามารดาท�ำการงาน ต่างๆ เท่าที่เด็กในวัยนั้นจะท�ำได้ ไม่ว่าจะเป็นงานปักเบ็ดหาปลา ถาง หญ้าในนาในสวน และรับจ้างเลย้ี งควายทว่ั ไป

การสร้างความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ 60 ด้วยครูภูมปิ ัญญาไทย ร่นุ ที่ ๘ “...ครูอินตาในวัยเยาว์ เป็นผู้ท่ีมีความมุ่งม่ัน ใฝ่เรียนรู้ รักการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ท่านมี ความอตุ สาหะ อดทน ไม่ยอ่ ท้อแกค่ วามยากล�ำบาก และมีความคิดสรา้ งสรรคใ์ นงาน อีกท้ังรกั ความ ยตุ ิธรรม ท่านมีผลงานการแต่งบทขบั ซอไว้จ�ำนวนมาก สำ� หรบั ใชใ้ นการแสดง การขบั ซอ และสบื สาน ถ่ายทอดให้แก่ผู้สนใจ ท่านจึงมีความส�ำเร็จในเส้นทางใฝ่ฝัน มีผลงานด้านการแต่งบทซอจ�ำนวนมาก และเปน็ ชา่ งซอท่ีมชี ือ่ เสียง....” เมื่ออายุได้ ๑๕ ปี มีโอกาสไปชมการแสดงซอพื้นเมืองใน จนถึง พ.ศ.๒๕๕๐ ครู งานฉลองการบรรพชาทว่ี ดั แห่งหนึ่ง ในเรอ่ื งมชี ่างซอวัยเด็กคน อนิ ตากเ็ ลกิ รบั งานดนตรเี หลอื หนึ่งร่วมแสดงกับพ่อครูแม่ครู เกิดความประทับใจคิดอยากจะ เพียงการแสดงซอคู่และละคร เรียนเป็นนักขับซอพ้ืนเมือง แต่เนื่องจากในวัยเวลานั้นมีเสียง ซอ และรับเป็นวิทยากรสอน แตกไมเ่ หมาะแกก่ ารขบั ซอ จงึ เปลย่ี นมาเปน็ เลน่ มขุ ตลกในการ การแสดงละครซอทั้งที่บ้าน แสดง ในโรงเรียนและสถาบันการ ยา่ งเขา้ อายไุ ด้ ๒๕ ปี แตง่ งานแลว้ ยา้ ยบา้ นไปอยทู่ หี่ มบู่ า้ น ศึกษาหลายแห่งในจังหวัด หนองบัว อ�ำเภอไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ แต่ยังคงมุ่งม่ัน ภาคเหนือ รวมทั้งสอนการ ใฝ่เรียนรู้ คิดสร้างสรรค์ ไม่หยุดคิดพัฒนาตนเองอย่างต่อเน่ือง ซอในสถานพินิจ อ.แม่ริม ทำ� ใหม้ ผี ลงานการแตง่ บทขบั ซอไวจ้ ำ� นวนมาก สำ� หรบั ใชใ้ นการ จ.เชยี งใหม่ จนถึงปัจจุบนั แสดง กลายเปน็ ชา่ งซอทม่ี ชี อื่ เสยี งและผลงานดา้ นการแตง่ บท ครูอินตามีผลงานที่เป็น ซอจ�ำนวนมาก บทซอใช้ขับร้องในการแสดง ทบี่ า้ นหนองบวั ครไู ดเ้ รมิ่ ตน้ สอนวชิ าใหก้ บั ผเู้ ขา้ มาขอเปน็ ซอ ทั้งท่ีแต่งสดๆ ในขณะ ศษิ ยห์ ลายคนและเปน็ การสอนซอใหโ้ ดยไมค่ ดิ คา่ ใชจ้ า่ ย โดยเปดิ แสดง หรือแต่งบทเตรียมไว้ ศนู ยก์ ารเรยี นรทู้ บี่ า้ น จดั การเรยี นการสอนในโรงเรยี นแบบการ ส�ำหรับขับร้องในการแสดง ศึกษาขัน้ พื้นฐานและกศน. ละครซอ บทซอท่ีท่านแต่งไว้ เมอื่ พ.ศ. ๒๕๑๙ ไดต้ ง้ั วงละครซอเนน้ การแสดงตลก และ มีจ�ำนวนมากมายและหลาก รับงานได้เพียง ๓ ปี และไปร่วมงานจัดตั้งวงดนตรีและการ หลายเรอ่ื งราวซึ่งบางบทก็ได้มี แสดงซอกับอีกหลายคณะเป็นเวลาหลายปี จึงหันมารวบรวม การจัดพิมพ์ไว้ส�ำหรับให้ศิษย์ ลูกศิษย์ชายหญิงท่ีฝึกสอนไว้ จัดตั้งวงดนตรีและละครซอแบบ น�ำไปทอ่ งจำ� ฝกึ ฝนต่อไป หรอื ประยุกต์ขึ้นใหม่ และต้ังชื่อคณะว่า “ดาวล้านนา” มีคุณแม ่ ใช้เป็นเอกสารประกอบการ บัวซอน ถนอมบญุ ร่วมงาน ช่ือเสยี งโด่งดงั ขึ้นมาอกี คร้ังหนึ่ง บรรยายใหค้ วามรู้แก่ผ้สู นใจ

61 การสร้างความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ ด้วยครูภูมิปญั ญาไทย รุ่นท่ี ๘ นอกจากนยี้ งั มี เทปบนั ทกึ การแสดงละครซอ บทเพลงและ บทซอพนื้ เมอื งเรอ่ื งตา่ งๆ ทใี่ ชใ้ นการแสดงจำ� นวนมาก ทง้ั ขอ้ คดิ คำ� สอน หลกั ธรรม ขอ้ ควรรู้ นทิ านชาดก ขอ้ ควรคดิ เกยี่ วกบั ชวี ติ สขุ ภาพ เศรษฐกจิ พอเพยี ง และบทซอทแี่ ตง่ ตามคำ� ขอ ในโอกาส และ เทศกาลหรอื พธิ กี รรมตา่ ง ๆ ใชก้ ารสอนใหน้ ำ� ไปทอ่ งจำ� และ ฝกึ ขบั รอ้ ง ปัจจุบันมีศิษย์ที่มีความช�ำนาญสามารถออกแสดงซอ ได้ราว ๕๐ คน และอกี จ�ำนวนมากมีความรคู้ วามเข้าใจ และมี ตัวอย่างผลงานแบ่งเป็น ทักษะในการซอ หลายระดบั ตามความสามารถ กลุ่มๆ เช่น บทซอเรื่องราว การที่ นายอินตา เลาค�ำ เป็นบุคคลผู้ทรงภูมิปัญญาด้าน ต่างๆ ส�ำหรับใช้ขับร้อง ใน ภาษาและวรรณกรรม เปน็ ผู้สรา้ งสรรค์และสบื สานภมู ิปญั ญาดัง งาน เทศกาล และพิธีกรรม กล่าวมาอย่างต่อเน่ืองจนเป็นที่ยอมรับของสังคมและชุมชน จึง ตา่ งๆ บทเพลงลูกทงุ่ ภาษาคำ� ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจากส�ำนักงานเลขาธิการสภาการ เมอื ง เอกสารทใ่ี หค้ วามรเู้ กย่ี ว ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ ารใหเ้ ปน็ ครภู มู ปิ ญั ญาไทย เพอื่ ทำ� หนา้ ท่ี กับการขบั ซอ เช่น ชอ่ื เอกสาร ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาในระบบ การศึกษานอก ศลิ ปะการขบั ขานลา้ นนา (ซอ) ระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศยั สบื ไป และหลักสตู รการซอเก็บนก ที่อยู่ปัจจุบัน : บ้านเลขท่ี ๘๑/๑ หมู่ ๑๐ ต.ดอนแก้ว อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ๕๐๑๘๐ โทร. ๐๕๓-๑๒๒-๑๘๗, ๐๘๙-๕๕๖-๖๙๖๗ เกยี รตคิ ุณทไ่ี ด้รับ : ประธานชมรม นายกสมาคมหลายสมัย / โลห่ เ์ ชดิ ชูเกยี รติศลิ ปินดีเด่นแหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดงดนตรี และขับซอพืน้ บ้านล้านนา จ.เชยี งใหม่ สภาวัฒนธรรมแห่งชาติ / เข็มเชดิ ชเู กียรตผิ ใู้ ชภ้ าษาไทยถนิ่ ดเี ด่น กรมส่งเสรมิ วัฒนธรรม กระทรวงวฒั นธรรม / โลห่ ์เชิดชูเกียรติ Acknowledgement of Spiritual Leadership and the Honoris Causa Religious Degree Doctor of Religious Arts in Aesthetics and Gospel Music for University จาก Ministry of the King’s College of America / ครูภมู ิปญั ญาไทย ดา้ นภาษาและวรรณกรรม ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธกิ าร ๒๕๖๐

การสร้างความเป็นปกึ แผน่ ของชาติ 62 ดว้ ยครูภูมิปญั ญาไทย รุ่นที่ ๘ เชจยี ังงหวรัดาย นางสงั เวียน ปรารมภ์ ครูภมู ิปัญญาไทย ด้านปรชั ญา ศาสนา และประเพณี นางสงั เวยี น ปรารมภ์ เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๓๐ พฤศจกิ ายน ๒๕๐๒ ต.จนั จวา้ ใต้ อ.แมจ่ นั จ.เชยี งราย บดิ าชอื่ นายอา้ ย ใจลงั กา มารดาชอ่ื นางลา ใจลงั กา มพี น่ี อ้ งรวมกนั ทงั้ หมด ๗ คน เป็นชาย ๓ หญงิ ๔ คน พ่อแม่มอี าชพี ทำ� นา และแมท่ ำ� อาชีพเสรมิ คือการท�ำ ขนมขายในหมู่บ้าน ครอบครัวมีฐานะยากจน จึงเรียนจบแค่ระดับประถมศึกษาชั้น ปีที่ ๗ ที่ จ.เชียงราย ครูสงั เวียน ปรารมภ์ ชีวติ ในวยั เด็กลำ� บากมาก พอ่ แม่ไมม่ พี ื้นที่ทำ� กินเป็นของ ตนเอง อยหู่ มบู่ า้ นเลก็ ๆ หา่ งไกลความเจรญิ จะชว่ ยพอ่ แมท่ ำ� เสน้ กว๋ ยเตย๋ี วขาย กลบั จากโรงเรียนจะมาโม่ข้าวแป้งเพื่อท�ำเส้น ช่วยแม่หาใบตองห่อขนมเตรียมไปขายท่ี ตลาด และเลีย้ งนอ้ งอกี สามคน

63 การสร้างความเป็นปกึ แผน่ ของชาติ ดว้ ยครภู มู ิปัญญาไทย รุ่นที่ ๘ “...ครสู ังเวยี น ปรารมภ์ มีผลงานโดดเดน่ ในการฟื้นฟูวฒั นธรรมประเพณีของชาตพิ นั ธข์ุ องไทย อง เชน่ อาหาร การแตง่ กาย ภาษาพดู และยงั สง่ เสริมวฒั นธรรมประเพณี วิถชี ีวติ ความเปน็ อยขู่ อง ชาตพิ นั ธไ์ุ ทยองจนไปสหู่ มบู่ า้ นทอ่ งเทย่ี วชมุ ชน การจดั ทำ� เครอื่ งสกั การะ เชน่ ตงุ ลา้ นนา โคมลา้ นนา การ ตัดลายลา้ นนาเคร่อื งสูง(เคร่ืองสงู หมายถึงเครื่องสักการะของคนลา้ นนาจะใช้ในพธิ ตี ่างๆ ...” วันหยุดไม่ได้ไปโรงเรียนก็จะห่อขนมบ่าแตง (แตงไทย) ใส่ ตะกร้าเดินขายแลได้พบผู้เฒ่าผู้แก่ท่ีอยู่ท�ำเคร่ืองสักการะเอาไว้ใช้ ในงานบุญ งานวัด เช่น ท�ำตุงต่างๆไว้ใช้ประดับประดา ก็จะแวะ เวียนขอเรียนรู้ด้วยความสนใจ จนกระทั่งจบ ป.๔ ครง้ั แรกพอ่ แม่ ไม่ยอมให้เรียนต่อเนื่องจากทางบ้านยากจน พูดให้พ่อใจอ่อนจน สามารถได้เรยี นต่อ ป.๕ - ป.๗ ดว้ ยบุคลกิ ชอบอาสา อายยุ สี่ บิ สอง ชาวบา้ นในชมุ ชนเลอื กใหเ้ ปน็ ประธานกลมุ่ หนมุ่ สาวฝา่ ยหญิง ต่อมาได้เช่าบ้านที่ตลาดในอ�ำเภอแม่จันเปิดร้านขายเส้ือผ้า เล็กๆ และเย็บผ้าด้วยโดยขายเสื้อผ้าและท�ำขนมขาย ชีวิตความ เป็นอยู่ดีขึ้น ได้ส่งน้องๆ เรียนหนังสือ หลังแต่งงานกับสามีและมี ลกู ด้วยกนั สองคน ชาย ๑ คน หญงิ ๑ คน ไดก้ ลบั มาอย่ทู ่ีหมบู่ า้ น ดแู ลพอ่ และแมแ่ ละคอยชว่ ยเหลอื เปน็ ทปี่ รกึ ษาของชาวบา้ นในยาม มีปัญหาในทุกโอกาส จนได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานหมู่บ้าน และ ประธานแม่บา้ นต�ำบล ประธานกลมุ่ อาชีพอ�ำเภอแม่จัน และ ลงสมคั รได้รับเลือกตั้งเปน็ ผใู้ หญบ่ ้าน ตามล�ำดบั เรื่องแรกที่ได้เริ่ม คือ การพัฒนาหมู่บ้านให้มีความสะอาด ร่มรืน่ น่าอยู่ นา่ มอง ด้วย โครงการปลูกผักหนา้ บา้ นทุกครัวเรอื น ไดร้ บั ความรว่ มมอื เปน็ อย่างดี และไดเ้ ขา้ รว่ มโครงการพระราชดำ� ริ ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เม่ือต้นปี พ.ศ.๒๕๕๗ ตามค�ำเชิญชวนของ เจ้าหน้าท่ีของศูนย์พัฒนาพันธุ์ พืชจกั รพนั ธ์เพญ็ ศิริ อำ� เภอแมส่ าย จังหวดั เชยี งราย

การสร้างความเป็นปึกแผน่ ของชาติ 64 ดว้ ยครูภูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ จากนั้นได้มีบทบาทส�ำคัญในการบริหารและจัดการการ ก า ร ท่ี น า ง สั ง เ วี ย น ท่องเท่ียวโดยชมุ ชน เกิดความเช่ยี วชาญภมู ิปญั ญาด้านปรชั ญา ปรารมภ์ เป็นบุคคลผู้ทรง ศาสนา และประเพณีการจัดท�ำเคร่ืองสักการะ การจัดงาน ภมู ปิ ญั ญาดา้ นปรชั ญา ศาสนา ต้อนรับอาหารแบบขันโตกอาหารชาติพันธุ์ไทยอง โดยเฉพาะ และประเพณี (การจดั เครอื่ งสกั การฟืน้ ฟวู ัฒนธรรมประเพณขี องชาตพิ นั ธข์ุ องไทยอง เชน่ อาหาร การะ การจดั งานตอ้ นรบั อาหาร การแตง่ กาย ภาษาพดู แบบขันโตกอาหารชาติพันธ์ุ นอกจากนยี้ งั สง่ เสรมิ วฒั นธรรมประเพณี วถิ ชี วี ติ ความเปน็ ไทยอง) เป็นผู้สร้างสรรค์และ อยู่ของชาติพันธุ์ไทยองจนไปสู่หมู่บ้านท่องเที่ยวชุมชน การจัด สืบสานภูมิปัญญาดังกล่าวมา ทำ� เครอื่ งสกั การะ เชน่ ตงุ ลา้ นนา โคมลา้ นนา การตดั ลายลา้ นนา อย่างต่อเนื่องจนเป็นที่ยอมรับ เครอื่ งสงู (เครอื่ งสงู หมายถงึ เครอ่ื งสกั การะของคนลา้ นนาจะใช้ ของสังคมและชุมชน จึงได้รับ ในพธิ ีตา่ งๆ เช่นงานบญุ งานศพ ประกอบดว้ ย ส่มุ หมาก สมุ่ พล ู การยกย่องเชิดชูเกียรติจาก สุม่ ชอ่ เปน็ ตน้ ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการ เมอ่ื วนั ท่ี ๓ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๕๕๘ สมเดจ็ พระเทพรตั นราชสดุ าฯ ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธิการให้ สยามบรมราชกมุ ารี มพี ระกรณุ าธคิ ณุ เสดจ็ พระราชดำ� เนนิ บา้ น เป็นครูภูมิปัญญาไทย เพื่อท�ำ สันทางหลวง มีการพัฒนาหมู่บ้านให้เป็นหมู่บ้านเศรษฐกิจพอ หน้าท่ีถ่ายทอดภูมิปัญญาใน เพียงต้นแบบ เร่ืองการปลูกผักปลอดสารพิษ ท�ำปุ๋ยหมัก ปุ๋ย การจัดการศึกษาในระบบการ อินทรีย์ และเป็นหมู่บ้านท่องเท่ียวเชิงวัฒนธรรม ดูวิถีชีวิตคน ศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษา ยอง วถิ ีไทย วีถียอง เชียงราย ตามอัธยาศยั สบื ไป หลังจากน้ันเป็นต้นมา หมู่บ้านแห่งน้ีได้เป็นหมู่บ้าน เศรษฐกจิ พอเพยี งตน้ แบบ และหมบู่ า้ นทอ่ งเทย่ี วเชงิ วฒั นธรรม ท่ีอยู่ปัจจุบัน : ๕๓ หมู่ ๑๒ ต.จันจ การใช้ชวี ิตอย่างมีความสุข พอใจในส่งิ ทม่ี ี มีความเออ้ื เฟ้อื เผือ่ ว้าใต้ อ.แม่จัน จ.เชียงราย ๕๗๒๗๐ แผแ่ บ่งปันกนั ท�ำใหอ้ ยู่อย่างพอเพยี งได้ โทร. ๐๘๖-๙๒๒-๕๖๗๙ เกียรติคุณท่ีได้รับ : จัดสร้างองค์พระธาตุมณีศรีไตรยองท่ีวัดในชุมชน / จัดตั้งกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ในระดับท้องถ่ิน / เปน็ ผ้ใู หญ่บา้ นหญงิ คนแรกของเทศบาลตำ� บลจันจวา้ อ�ำเภอแม่จัน จงั หวัดเชยี งราย / พัฒนาหมูย่ า้ นให้เป็นหมบู่ ้านเศรษฐกจิ พอ เพียงต้นแบบของ อำ� เภอแมจ่ นั จังหวดั เชยี งราย เกียรตคิ ณุ ที่ได้รบั : รางวัลคนดีศรแี มจ่ นั / รางวลั ชนะเลศิ การประกวดขันโตก โครงการท่องเที่ยวเชื่อมโยงไทย – ลาว สู่ อาเซียน / รางวลั ดีเดน่ การจัดการท่องเทยี่ วโดยชมุ ชนจงั หวดั เชยี งราย ด้านการบรหิ ารจัดการอย่างยัง่ ยนื / รางวลั เหมราช บคุ คลตน้ แบบแหง่ ปี มลู นธิ ดิ นิ ดำ� นำ�้ ใส / รางวลั หมบู่ า้ นวฒั นธรรมสรา้ งสรรค์ / ครภู มู ปิ ญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๘ ดา้ นปรชั ญา ศาสนา และประเพณี สำ� นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ๒๕๖๐

65 การสรา้ งความเป็นปึกแผน่ ของชาติ ด้วยครูภูมิปัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ ครูภูมิปญั ญาไทย ภาคตะวันออก เฉียงเหนอื

การสร้างความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ 66 ดว้ ยครภู ูมปิ ญั ญาไทย รุน่ ที่ ๘ พระครเู กษมธรรมานุวตั ร พระอธกิ ารสมบรู ณ์ วสิ ทุ ฺโธ (นมิ ติ ร) นายถาวร สรรสมบัติ นายบุญมี สรุ ะโคตร นางรวงทอง สุภิษะ นางสุภาณี ภูแลน่ กี่ นางหนจู นี ศรนี มั มัง นางสาวประกายศรี รุง่ เรอื งอรโิ ย นายสีหา มงคลแก้ว นางจินตนา เยน็ สวัสด์ิ นายฉลาด ส่งเสรมิ นายบญุ เลิศ ภูวิเลิศ นายดวง วงั สาลนุ นายทองไกร ปัญจะแกว้ นายสมชาย ฐานเจริญ

67 การสร้างความเป็นปกึ แผ่นของชาติ ด้วยครูภมู ปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ พระครูเกษมธรรมานวุ ตั ร อบุ ลจังรหาวชดั ธานี ครภู ูมิปญั ญาไทย ดา้ นศลิ ปกรรม พระครูเกษมธรรมานุวัตร เดิมชื่อ นายบุญชู สายเล็น เกิดเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๔๘๙ ณ บา้ นเลขท่ี ๔๓ หมทู่ ี่ ๑ ต.เกษม อ.ตระการพชื ผล จ.อุบลราชธานี บดิ าชือ่ นายออน มารดาช่อื นางพร สายเลน็ มีพี่น้อง ๔ คน เป็นชาย ๑ คน หญงิ ๓ คน ปัจจุบัน เป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา จ�ำพรรษา ณ วัดเกษมส�ำราญ ต.เกษม อ.ตระการพชื ผล จ.อุบลราชธานี เขา้ สรู่ ่มกาสาวพสั ตร์วนั ที่ ๕ เดอื นกุมภาพันธ์ ๒๕๐๙ สอบได้ นกั ธรรมช้นั เอก พรอ้ มเรียนสายสามญั ในการศกึ ษานอกโรงเรยี น ควบคูก่ นั ไป ไมเ่ พยี งเปน็ พระนกั ปฏบิ ตั เิ ครง่ ครดั ในพระธรรมวนิ ยั ทใี่ ฝเ่ รยี นใฝศ่ กึ ษาทงั้ สายพระธรรมวนิ ยั สายสามัญ เท่านั้น ยงั ลงมอื ปฏบิ ัติดา้ นปรัชญาธรรมศลิ ป วฒั นธรรม ประเพณีอันดีงามของท้อง ถิ่น ด้วยหวังรักษาสืบสานไว้ให้เป็นมรดกของชุมชนและชาติบ้านเมืองสืบไป ศึกษาเรียนรู้จาก ต�ำราจากผู้รู้แล้วลงมือปฏิบัติ จนมีความเชี่ยวชาญการสืบสานพิธีฌาปนกิจศพแบบเมรุนกหัสดี ลงิ ค์ อย่างยากท่ีจะหาผู้ใดเท่า

การสร้างความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ 68 ดว้ ยครูภมู ิปญั ญาไทย รุ่นที่ ๘ นับเป็นภูมิปัญญา ที่ปรากฎในพิธีงานฌาปนกิจ ท่ีจะใช้ เฉพาะพธิ ศี พพระเถระชนั้ ผใู้ หญอ่ ย่างตอ่ เนอื่ ง ดว้ ยเวลายาวนาน นบั ๓๕ ปี นกหัสดีลิงค์ท่ีว่านี้ เป็นผลงานศิลปกรรมที่รวมเอาศิลปะ การแสดง สถาปัตยกรรม จิตรกรรม ประติมากรรมหลายแขนง แม้แต่การแต่งกายผู้ มารวมกนั ทที่ า่ นพระครเู กษมธรรมานวุ ตั ร ไดร้ งั สรรคพ์ ฒั นามา แสดงในขบวนแห่นางสีดา อยา่ งตอ่ เนอื่ ง จากนกทเี่ ปน็ หนุ่ นง่ิ ๆ มาเปน็ นกหสั ดลี งิ คท์ ขี่ ยบั ตวั ดนตรีที่ใช้ในขบวนแห่ก็ต้อง ได้ ท้ังหัว หู ตา และ งวง เป็นเคร่ืองดนตรีแบบดั้งเดิม ที่น่าสนใจ คือ ลวดลายตัวนกและแบบพิมพ์ที่ติดโลงศพ ตามแบบแผนประเพณโี บราณ ในตัวนกหัสดีลิงค์ จะประดิษฐ์ลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ที่ท่าน ทุกประการ ได้ศึกษาเรียนรู้จากครูศิลปะหลายท่านน�ำมาเป็นองค์ประกอบ อย่างกลมกลืนสวยงาม ซึ่งศิลปะดังกล่าวบางคร้ังเป็นงานที่ ไปพบเห็นว่าสวยงาม ก็จะถ่ายรูปเอาไว้แล้วน�ำมาเพ่ิมเติมราย ละเอียด ลวดลายในตัวนก จึงมีความวิจิตรพิสดารเพ่ิมข้ึนทุก ครั้ง มีผู้เปรียบท่านพระครูเสมือนแก้วว่างเปล่า ที่พร้อมจะรับ เอาสิ่งดไี วเ้ สมอ อีกประการหนง่ึ พิธีศพแบบนกหัสดลี งิ คข์ องพระครูเกษม ธรรมานวุ ตั ร ยงั สามารถชว่ ยแกป้ ญั หาความขดั แยง้ ตา่ งๆ ในกลมุ่ ญาตผิ ตู้ าย ทำ� ใหช้ มุ ชนหนั มาสามคั คกี นั ชว่ ยเหลอื เกอ้ื กลู กนั คอื ชว่ ยกนั จดั ประดบั ตกแตง่ สถานทแ่ี ละรว่ มพธิ ศี พอยา่ งสมเกยี รติ ผหู้ ลกั ผใู้ หญใ่ นชุมชนน้ันๆ ต้องเข้ารว่ มกิจกรรมทกุ ข้ันตอนแตง่ กายถกู ระเบยี บแบบแผน การศกึ ษา : ประถมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรยี นบ้านเกษม ต.เกษม อ.ตระการพืชผล จ.อุบลราชธานี / นักธรรมชน้ั ตรี โท เอก / มัธยมศึกษาตอนต้นจากการศึกษานอกโรงเรียน / พุทธศาสตร์บัณฑิตกิตติมศักด์ิ สาขาวิชาพุทธจิตวิทยา มหาวิทยาลัย มหาจฬุ าลงกรณ์ราชวทิ ยาลยั เกียรตคิ ณุ ท่ีไดร้ บั : โลเ่ ชดิ ชูเกียรติศิลปินดเี ด่น จงั หวดั อบุ ลราชธานี สาขาสถาปัตยกรรม ส�ำนกั งานคณะกรรมการวัฒนธรรม แหง่ ชาติ / รางวลั “เพชรแผน่ ดนิ ” สาขาผนู้ ำ� ศาสนา อนรุ กั ษศ์ ลิ ปวฒั นธรรมทอ้ งถนิ่ หนงั สอื พมิ พแ์ ผน่ ดนิ ธรรมรว่ มกบั นติ ยสาร

69 การสร้างความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ ดว้ ยครภู ูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ “......อาจกล่าวได้ว่า เป็น การท�ำพิธีศพแบบนกหัสดีลิงค์ เป็นการถ่ายทอดความ กุศโลบายส�ำคัญต่อการพัฒนา เชื่อเร่ืองจิตวิญญาณที่ว่า ตายแล้วไปไหน ซึ่งท่านพระครูฯ จะ จติ ใจของคนในชมุ ชน ทำ� ใหค้ นใน อธบิ ายในขณะประกอบพิธี ทำ� ใหเ้ ข้าใจในเรือ่ งจิตวญิ ญาณได้ดี ชมุ ชน ทง้ั หมบู่ า้ นใกลเ้ คยี ง ตำ� บล ขน้ึ และ หลงั การเสรจ็ พธิ จี ะมกี ารแจกจา่ ยผลไมท้ พิ ย์ รบั ไปแลว้ ใกล้เคียง อ�ำเภอและจังหวัด ได้แสดงออกถึง ความรัก จะอยเู่ ยน็ เปน็ สขุ ปราศจากภยั อนั ตรายทง้ั ปวง นบั เปน็ กศุ โลบาย ความสามัคคี ความเสียสละ อยา่ งหนึง่ ท่ีทำ� ใหก้ ่อเกดิ ความศรทั ธา ความสามคั คีในชมุ ชน ในการเตรียมงานของการ ทงั้ น้ี พระครเู กษมฯ พยายามทกุ ทางทจี่ ะสบื สานภมู ปิ ญั ญา ท� ำ พิ ธี ศ พ แ บ บ น ก หั ส ดี ลิ ง ค ์ พิธศี พนกหัสดีลงิ ค์ ถา่ ยทอดด้วยวิธีการสาธิต พร้อมอธบิ ายขน้ั ก็ว่าได้....” ตอนการท�ำงานเป็นข้ันๆ ด้วยตนเอง และยกนิทานประกอบ พร้อมทั้งเช่ือมโยงหลักธรรมค�ำสอนของพระพุทธศาสนา เน้น การช่วยเหลือชมุ ชนให้หลดุ พน้ จากการตกเป็นทาสคนอื่น การที่ พระครูเกษมธรรมานุวัตร ได้น�ำความรู้ ความ สามารถ ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ที่ตนเองได้รับการ ถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็น ประโยชน์โดยรวมแก่สังคม จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติจาก สำ� นกั งานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เปน็ ครภู มู ปิ ญั ญาไทย ดา้ นศลิ ปกรรม ประจำ� ปี ๒๕๖๐ เพอื่ ทำ� หน้าท่ี ถา่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาในการจดั การศกึ ษาทงั้ การศกึ ษาในระบบ การ ศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอัธยาศยั สบื ไป ทอ่ี ยปู่ จั จบุ นั : วดั เกษมสำ� ราญ ๘๐ หมู่ ๙ บา้ นเกษม ต.เกษม อ.ตระการพชื ผล จ.อุบลราชธานี ๓๔๑๓๐ โทร. ๐๘๗-๒๕๕-๖๐๘๘ ศูนย์ข่าววิทยุและโทร.ทัศน์ / เสาเสมาธรรมจักรในงานสัปดาห์ส่งเสริมพระพุทธศาสนา / เกียรติบัตรโครงการคนดีศรีตระการ สำ� หรับพระสงฆ์ / โล่รางวัลวัฒนคุณาธร วดั เกษมส�ำราญ ผทู้ ำ� คณุ ประโยชนด์ า้ นสง่ เสรมิ งานศาสนา ศิลปะและวฒั นธรรม / เกยี รตบิ ตั รผลงานดเี ดน่ สาขาศิลปกรรม ตามโครงการมลู มังเมอื งอุบล / ครภู ูมิปญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๘ ด้านศลิ ปกรรม สำ� นกั งาน เลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ๒๕๖๐

การสรา้ งความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ 70 ดว้ ยครภู มู ิปญั ญาไทย รุ่นที่ ๘ บจุรังรีหวัมัดย์ พระอธิการสมบูรณ์ วิสุทโฺ ธ (นิมิตร) ครูภมู ปิ ัญญาไทย ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย พระอธกิ ารสมบูรณ์ ฉายา วสิ ุทฺโธ นามสกุล นิมติ ร อายุ ๔๐ ปี เจา้ อาวาสวดั ปา่ สขุ สมบูรณ์บ้านเกดิ จ.บรุ รี มั ย์ เป็นบตุ รคนที่ ๒ ในจ�ำนวนพ่นี ้อง ๔ คน เกิดในครอบครวั เกษตรกร บิดาชอื่ นายสมบัติ และ มารดาชื่อ นางดวน นมิ ติ ปัจจุบันเปน็ เจา้ อาวาส วัด ป่าสุขสมบรู ณ์ ต.สองชน้ั อ.กระสงั จ.บุรรี มั ย์ พระอธกิ ารสมบรู ณ์ วสิ ุทโฺ ธ มคี ณุ ตาเปน็ หมอพ้นื บ้าน ยังไม่ได้บวชเรียน ไดเ้ หน็ คุณตาใชท้ ง้ั คาถาเปา่ การจดั กระดูก การใช้ยา การจบั เส้น ฐานะทเี่ ปน็ หลานในบ้าน ไดม้ สี ว่ นเปน็ ลกู มอื ใหค้ ณุ ตาตงั้ แตป่ ี พ.ศ.๒๕๓๐ ดว้ ยสงั เกตผมู้ ารบั การรกั ษามอี าการ ของโรคหลากหลาย จึงอยากเป็นหมอทีเ่ กง่ สามารถรกั ษาผู้ปว่ ยใหห้ ายจากโรคภยั ให้ เขาพ้นจากความทุกขท์ รมานได้ ตง้ั แตเ่ ดก็ คณุ ตาคณุ ยายจะพาไปวดั และพาสวดมนตท์ บี่ า้ น ไดพ้ บกบั หมอพน้ื บา้ น อน่ื ๆ ทีเ่ ป็นเพื่อนฝูงของตา กอ็ าศยั ครูพักลักจ�ำเร่ือยมา เพราะเป็นคนชา่ งสังเกตและ ชอบแสวงหาความรเู้ พมิ่ เตมิ ตลอดเวลา และนำ� มาทดลองมที ง้ั สำ� เรจ็ และลม้ เหลว นบั เป็นประสบการณท์ ี่ดี

71 การสรา้ งความเป็นปกึ แผน่ ของชาติ ด้วยครูภูมิปัญญาไทย ร่นุ ท่ี ๘ “...การจัดการสุขภาพในด้านโครงสร้างของร่างกาย คือ ระบบกระดกู ระบบประสาท ระบบหลอดเลือด พงั ผดื ไขมนั และลม่ิ เลอื ดทอี่ ดุ ตนั ในทอ่ เลอื ด โดยใชอ้ งคค์ วามรใู้ นเชงิ วทิ ยาศาสตร์ แตใ่ ชว้ ธิ กี ารจดั การ ดว้ ยภูมปิ ญั ญาแบบพ้ืนบา้ น ซง่ึ จ�ำแนกวิธีการใช้ ไม่ต้องกนิ ยา ไม่ต้องผ่าตัด...” เร่ิมศึกษาศาสตร์ทางกายวิภาค ศึกษาระบบหลอดเลือด มีระบบรักษาฟรีไม่มีค่า ในร่างกาย ระบบกระดกู และระบบประสาทต่างๆ ในรา่ งกาย ใช้จ่ายส�ำหรับผู้ยากไร้ และ มนษุ ย์ สบื คน้ ขอ้ มลู หนงั สอื กายวภิ าคศาสตรท์ สี่ ถาบนั อดุ มศกึ ษา พระภิกษุสามเณร แม่ชี จัด ใช้สอน ทางอินเตอร์เน็ตจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ ศึกษา ให้รักษาฟรีในวันเกิดหลวง ดูงานที่พิพิธภัณฑ์ร่างกายมนุษย์ ที่คณะทันตแพทยศาสตร์ พอ่ วันพอ่ วันแม่แห่งชาติ ใน จฬุ าลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นตน้ โอกาสต่างๆ รวมถึงเปิดรับผู้ คร้ังเม่ือได้อุปสมบท ได้ศึกษาพระธรรมวินัย เร่ืองจิต ป่วยหนักท่ีจ�ำเป็นต้องรักษา เจตสิก รูป นิพพาน บัญญัติ ซ่ึงได้สอนเร่ืองกายเรื่องจิตอย่าง ต่อเนื่องให้พักรักษา เพื่อช่วย ละเอียด จึงทำ� ใหเ้ ขา้ ใจระบบตา่ งๆ เพม่ิ ข้ึนไปอีก เหลือผู้ป่วยให้มีโอกาสในการ จากนั้น พระอธิการสมบูรณ์ฯ ไดผ้ สมผสานความร้ดู ้งั เดิม รกั ษาอย่างต่อเนอ่ื ง กับความรู้สมัยใหม่ได้อย่างลงตัว เกิดเป็นทฤษฎีใหม่ในการ นอกจากนี้ พระอธิการ จัดการสุขภาพด้านโครงสร้างของร่างกาย คือ ระบบกระดูก สมบูรณฯ์ ยงั ไดพ้ ัฒนาปลกู ฝัง ระบบประสาท ระบบหลอดเลือด พังผืด ไขมันและลิ่มเลือดที่ แพทยภ์ มู ปิ ญั ญา ใหม้ ใี จเมตตา อุดตันในท่อเลือด ท่ีใช้องค์ความรู้ในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ใช้วิธี ตอ่ ผปู้ ว่ ย สวดมนตอ์ ธษิ ฐานจติ การจัดการด้วยภูมิปัญญาแบบพ้ืนบ้าน ที่ไม่ต้องกินยา ไม่ต้อง แผบ่ ญุ ก่อนรกั ษา สร้างคณุ ค่า ผ่าตัด ให้กับชีวิตและงาน สอนถึง อาทิ การจดั เรียงกระดูกเคลือ่ น กระดกู ทบั เส้น การเคาะ การพัฒนาระดับจิตใจผู้ป่วย สลายไขมนั / ลมิ่ เลือดที่อดุ ตนั ในท่อเลือด การรกั ษามดลกู โดย มีความสงบเย็นขึ้น ใกล้ชิด การใชม้ อื โกยขยบั มดลกู ตำ�่ มดลกู ตะแคง การเคาะกระตนุ้ ฟน้ื ฟู พระพทุ ธศาสนา เกดิ ศลี สมาธิ ระบบประสาทสว่ นกลาง ประสาทรอบนอก เป็นต้น ปัญญา มีพรหมวิหารธรรม เป็นที่พึ่งพาใจของผู้ป่วย จาก ท่ีเคยหดหู่ ท้อแท้ หมดหวัง หมดกำ� ลังใจ สงบเยน็ ขึ้นด้วย

การสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติ 72 ด้วยครูภูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ จากวันทเ่ี ร่มิ เรียนรู้ ต้ังแตป่ ี ๒๕๓๐ ที่พระอธกิ ารสมบูรณ์ วิสุทโฺ ธ ได้พัฒนาตอ่ ยอดมา จนถงึ ปจั จบุ นั รวมเวลา ๓๐ ปี ที่น�ำวชิ าแพทยภ์ มู ปิ ญั ญา มารกั ษาสขุ ภาพใหก้ บั บุคคลใน สงั คม เพอ่ื สบื ทอดพระราชปณธิ านการรกั ษาสขุ ภาพใหป้ ระชาชน ตามรอยพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยูห่ ัว รชั กาลท่ี ๙ ดงั พระราชด�ำรัส ท่ีวา่ “…ถ้าคนเรามีสุขภาพเสื่อมโทร.ม ก็จะไม่สามารถพัฒนาชาติได้ เพราะทรัพยากรที่ สำ� คญั ของประเทศชาติ กค็ อื พลเมอื งนัน่ เอง…” นอกจากน้ี พระอธิการสมบูรณ์ วิสุทฺโธ ได้ถ่ายทอดองค์ความรู้เพ่ือสร้างคนให้เป็น แพทย์ภูมิปัญญามากมาย ซึ่งเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ พัฒนาชีวิตด้วยการเป็นหมอ ประจ�ำครอบครัว ประจ�ำชุมชน ลดผู้ป่วยจากโรงพยาบาล ประหยัดงบประมาณประเทศ ไดม้ ากมาย พระอธิการสมบูรณ์ วิสุทโฺ ธ มีศาลาอบรมคุณธรรม ให้ความร้อู นรุ ักษป์ ่าชมุ ชนใหเ้ ปน็ แหลง่ ทรัพยากรที่ใช้ประโยชนร์ ่วมกัน นำ� ความรทู้ างวิทยาศาสตร์ดา้ นกายวิภาคศาสตร์มา ใชไ้ ดจ้ รงิ ดว้ ยภาษาทเ่ี ขา้ ใจงา่ ย ปฏบิ ตั ไิ ดจ้ รงิ ผลงานการวจิ ยั ไดถ้ กู ใชป้ ระโยชนเ์ พอ่ื การเรยี น การสอน เป็นการประยุกตใ์ ช้ความรู้ กอ่ ใหเ้ กดิ รายได้แก่ผูศ้ กึ ษาท่ีมีความเชย่ี วชาญ และมี กองทนุ ผ้รู ักษาอุโบสถศีล ๕๘๓,๐๐๐ บาท เพอ่ื ดูแลยามเจบ็ ป่วยและเสยี ชวี ิต อกี ด้วย การท่ี พระอธิการสมบูรณ์ วิสุทฺโธ ได้น�ำความรู้ ความสามารถ ด้านปรัชญา ศาสนา และประเพณี ที่ตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็น ประโยชน์โดยรวมแกส่ ังคม จึงไดร้ บั การยกยอ่ งเชิดชเู กยี รตจิ ากส�ำนักงานเลขาธกิ ารสภาการ ศึกษา กระทรวงศึกษาธกิ าร ใหเ้ ป็นครภู ูมปิ ญั ญาไทย ดา้ นการแพทยแ์ ผนไทย เพอ่ื ท�ำหนา้ ที่ ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาท้ังการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการ ศึกษาตามอธั ยาศยั สบื ไป ทอ่ี ยปู่ จั จบุ นั : วดั ปา่ สขุ สมบรู ณ์ เลขท่ี ๒๕๒ ม. ๒ ต.สองชน้ั อ.กระสงั จ.บรุ รี มั ย์ ๓๑๑๖๐ โทร. ๐๘๓-๓๘๗-๒๑๑๗ การศกึ ษา : ศิลปศาสตรบณั ฑติ สาขาวิชาสหวิทยาการเพอื่ การพัฒนาทอ้ งถน่ิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั สรุ ินทร์ / นักธรรมชัน้ เอก ประกาศนียบัตรหลกั สตู รบรหิ ารกิจการคณะสงฆ์ มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณ์ราชวทิ ยาลยั วิทยาเขตสรุ นิ ทร์ เกยี รตคิ ุณท่ไี ดร้ บั : ประธานศนู ย์พฒั นาคณุ ธรรม และ อาจารยใ์ หญศ่ ูนย์แพทยภ์ มู ิปญั ญาวัดปา่ สุขสมบูรณ์ /ครภู ูมิปัญญาไทย รนุ่ ที่ ๘ ด้านการแพทย์แผนไทย ส�ำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐

73 การสรา้ งความเป็นปกึ แผ่นของชาติ ด้วยครูภูมปิ ัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ ขอจงั นหแวกัดน่ นายถาวร สรรสมบัติ ครูภมู ปิ ัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม นายถาวร สรรสมบตั ิ เปน็ บุตรของนายจันดี สรรสมบตั ิ และ นางพร สรรสมบัติ เกิดเม่ือวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๔๙๑ ที่จังหวัด ขอนแกน่ สมรสกบั นางพนั ตรี สรรสมบัติ ครถู าวร สรรสมบตั ิ เป็นผู้ใหญบ่ ้าน บา้ นคำ� ปลาหลาย เป็น หมู่บ้านที่ยากจนท่ีสุดใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น ชาวบ้านปลูก พืชเศรษฐกิจส่งโรงงาน ไม่มีการผลิตอาหารไว้อุปโภคบริโภค เม่ือผลผลิตทางการเกษตรมีราคาตกต่�ำ ชาวบ้านจึงอยู่ในฐานะ ทพ่ี ึง่ พาตนเองไมไ่ ด้ ประมาณปี ๒๕๓๒ – ๒๕๓๗

การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ 74 ด้วยครภู ูมปิ ญั ญาไทย ร่นุ ท่ี ๘ ในช่วงเวลาน้ัน ครูถาวร สรรสมบัติ เป็นที่ยอมรับของ ชุมชน รวมถึงคนในพื้นท่ีจังหวัดขอนแก่นว่า เป็นปราชญ์ชาว บ้าน ผู้นำ� ท้องถิน่ ทป่ี ระยุกต์ “เกษตรทฤษฎีใหม”่ และปรชั ญา เศรษฐกจิ พอเพยี ง ตามแนวพระราชดำ� รฯิ ไดม้ าประกอบอาชพี เกษตรกรรมในพ้ืนที่ท�ำกินของตนเอง และได้พยายามชักชวน ชาวบ้านในชุมชนรวมพลังในรูปของกลุ่มการท�ำเกษตรแบบ เกษตรอนิ ทรยี ์ เพอื่ ใหพ้ ง่ึ พาตนเองไดแ้ ละชมุ ชนจะกา้ วไปสกู่ าร พัฒนาอยา่ งย่ังยืน วธิ กี ารถา่ ยทอดความรปู้ ระสบการณส์ เู่ พอ่ื นบา้ นนนั้ คอื ยดึ แนวทางทเี่ รยี กวา่ “เกษตรทฤษฎใี หม”่ อนั เปน็ เกษตรตามแนว พระราชดำ� ริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยหู่ วั รัชกาลท่ี ๙ นั่นคือ ทดลองปฏิบัติจริงในพ้ืนที่ของตนเองก่อน เม่ือได้ ผลดีแลว้ จึงเริม่ ขัน้ ที่สอง น่นั คอื ชกั ชวนให้สมาชิกในชมุ ชนรวม พลังในรูปของกลุ่มเกษตรกร เมื่อกลุ่มมีการพัฒนาก้าวหน้าไป ในระดับหนง่ึ แล้ว จะเข้าสู่ข้ันท่ีสาม คอื การเผยแพร่ความร้ใู ห้ กบั ประชาชนทง้ั ในพ้นื ท่ีและนอกพน้ื ที่ได้มาศกึ ษาหาความรู้ ทุกขั้นตอนดังกล่าวข้างต้น ครูท�ำให้เห็นเป็นรูปธรรมบน พ้ืนที่ตัวเอง นับเป็นตัวอย่างที่สัมผัสได้ ชาวบ้านได้เข้ามารวม กลุ่มมาท�ำเกษตรอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยคอกและน้�ำหมักชีวภาพ เพ่ือ ลดรายจ่าย จัดท�ำบัญชีครัวเรือน ปลูกผักและผลไม้ไว้ทานเอง ท่ีเหลือแบ่งปันและน�ำไปจำ� หน่าย อย่างท่คี รูแนะนำ� และในทส่ี ดุ การรวมกลมุ่ ไดเ้ กดิ ขนึ้ อยา่ งคกึ คกั จรงิ จงั ภาย ใต้การน�ำของ ครูถาวร ผู้อทุ ศิ ตนเปน็ วทิ ยากร เผยแพรค่ วามรู้ ทม่ี าจากประสบการณก์ วา่ ๓๐ ปี ทำ� ใหเ้ พอื่ นบา้ นในชมุ ชนสว่ น ใหญม่ กี ารพฒั นา สง่ ผลตอ่ คณุ ภาพชวี ติ ดขี น้ึ กวา่ แตก่ อ่ น และได้ รับการยอมรับและขยายออกไปในวงกว้างอยา่ งต่อเนอ่ื ง

75 การสรา้ งความเป็นปกึ แผ่นของชาติ ดว้ ยครูภมู ปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ “...ผลทช่ี าวบ้านไดเ้ ขา้ มารวมกลุ่มมาท�ำเกษตรอนิ ทรยี ์ ใช้ปยุ๋ คอกและน�ำ้ หมกั ชวี ภาพ เพอื่ ลดรายจ่าย จัดทำ� บัญชีครวั เรือน ปลกู ผกั และผลไม้ไว้ทานเอง ทเ่ี หลือแบง่ ปนั และนำ� ไปจำ� หนา่ ย อย่างทค่ี รูแนะนำ� ...” ต่อมา ครถู าวร ไดจ้ ดั ต้งั ศนู ย์เรยี นรบู้ ้านค�ำปลาหลาย เพื่อ เปน็ แหลง่ เรยี นรดู้ า้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง และเกษตรผสมผสาน มี อาคารสถานทเ่ี ปน็ สดั สว่ นเพอ่ื รองรบั การมาเยยี่ มชมและศกึ ษา ดงู านของบุคคลท่ัวไป นอกจากน้ี ยังถ่ายทอดความรดู้ ้านเศรษฐกจิ พอเพียง และ เกษตรผสมผสาน ลงไปยัง นกั เรยี น นักศึกษา ทง้ั ในระบบและ นอกระบบ ตลอดผสู้ นใจท่วั ไปในทุกรปู แบบอกี ดว้ ย การท่ี นายถาวร สรรสมบตั ิ ไดน้ ำ� ความรู้ ความสามารถ ดา้ น เกษตรกรรม ท่ีตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดยรวมแก่สังคม จึงได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติจากส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ให้เปน็ ครภู ูมิปัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม เพอื่ ทำ� หนา้ ทถ่ี า่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาในการจดั การศกึ ษาทงั้ การศกึ ษา ในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สบื ไป อยทู่ ปี่ จั จบุ นั : บา้ นเลขที่ ๒๒ หมู่ ๙ ต.บา้ นดง อ.อบุ ลรตั น์ จ.ขอนแกน่ ๔๐๒๕๐ โทร. ๐๘๘-๐๐๖-๔๔๙๐ การศกึ ษา : มธั ยมศกึ ษาตอนตน้ (กศน.) เกยี รติคุณทีไ่ ดร้ ับ : ประกาศเกยี ติคุณรางวัลชนะเลิศผู้น�ำอาชีพก้าวหน้า ระดับอ�ำเภอ กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย / ไดร้ ับการยกย่องเชิดชเู กยี รติ “ผู้ทำ� คุณประโยนเ์ พื่อชมุ ชน / ครูภมู ปิ ญั ญาไทย รุ่นที่ ๘ ด้านเกษตรกรรม สำ� นกั งานเลขาธกิ าร สภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐

การสรา้ งความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ 76 ดว้ ยครภู มู ปิ ัญญาไทย รุน่ ท่ี ๘ ศรจงัีสหะวเกดั ษ นายบุญมี สุระโคตร ครูภมู ิปัญญาไทย ดา้ นเกษตรกรรม ครบู ญุ มี สรุ ะโคตร อายุ ๕๕ ปี บา้ นอมุ่ แสง เลขท่ี ๑๕๕ หมทู่ ่ี ๗ ต.ดู่ อ.ราษไี ศล จ.ศรสี ะเกษ เกดิ มาในครอบครัวชาวนา อาภัพ พอ่ เสยี ชวี ติ ตง้ั แตอ่ ยใู่ นครรภแ์ มไ่ ด้ ๔ เดอื น เปน็ บตุ รคนท่ี ๒ ของ ครอบครัว สถานภาพ สมรสแลว้ เรม่ิ ทำ� นาตงั้ แต่อายุ ๘ ปี เนื่องจากครอบครวั ยากจน แตม่ ี โอกาสเรยี นจนจบประถมศกึ ษาปที ่ี ๗ ออกมาชว่ ยแมแ่ ละคณุ ตา ทำ� นา จนมโี อกาสเรยี นตอ่ อกี ครงั้ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาตอนปลายจาก ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกโรงเรยี น (กศน.) จนจบ ขณะทย่ี งั มอี าชพี ทำ� นามาโดยตลอด ความคิดริเร่ิมและไม่เคยย่อท้อต่อปัญหาอุปสรรค์ท�ำให ้ ครูบุญมี สุระโคตร เปลี่ยนแปรไปทางอนื่ ม่งุ มนั่ ตงั้ ใจอยา่ งเด็ด เด่ียวท่ีจะท�ำนาแบบอินทรีย์ เริ่มจากลดการใช้ปุ๋ยเคมีและสาร เคมีมาต้ังแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔ และน้อมน�ำเอาปรัชญาเศรษฐกิจ พอเพียงตามแนวพระราชด�ำริ ของ พระบาทสมเด็จพระปร มินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปรับใช้ด้วยการลดรายจ่าย ลดต้นทุนการท�ำนาควบคู่กับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่เผา ตอซงั และไถกลบตอซงั หวา่ นพชื ปยุ๋ สดพวกปอเทอื งและถว่ั พรา้ จนเหน็ ผลงอกงาม

77 การสร้างความเป็นปึกแผน่ ของชาติ ดว้ ยครูภูมปิ ญั ญาไทย ร่นุ ที่ ๘ จนปี พ.ศ. ๒๕๔๗ ครูได้ศึกษาเรียนรู้การท�ำปุ๋ยหมัก การท�ำนาของครู มีพ้ืนท่ี อินทรีย์ชีวภาพใช้ในนาเพื่อเพ่ิมอินทรียวัตถุในดิน และได้สร้าง ๒๒ ไร ่ ในฤดูแลง้ สามารถท�ำ เครือข่ายการรวมกลุ่มสมาชิกในหมู่บ้านและบ้านใกล้เคียง นาได้อีกคร้ัง ในพื้นที่ ๕ ไร่ จ�ำนวน ๔๗ ราย สามารถผลิตปยุ๋ อินทรียช์ วี ภาพ คิดคน้ วิธีการ ท�ำนา ๓ ประเภท คือ นาด�ำ ท�ำอาหารเสริมพืชชนิดน้�ำขึ้นมาใช้เองรวมถึงสกัดสารไล่แมลง ได้ผลผลิต ๕๒๐ กก./ไร่, นา ดว้ ยพชื สมนุ ไพรหลายชนดิ ซง่ึ สามารถปอ้ งกนั แมลงศตั รพู ชื โดย หวา่ นไดผ้ ลผลติ ๕๐๐ กก./ไร่ เฉพาะเพลี้ยตา่ งๆ และเช้ือราในนาขา้ วเปน็ อยา่ งดี และนาโยน ได้ผลผลิต ๕๔๐ ทงั้ นี้ ลว้ นไดน้ ำ� เอาภมู ปิ ญั ญาชาวบา้ นและหลกั วชิ าการจาก กก./ไร่ ใช้ข้าวพันธุ์ขาวดอก นักวชิ าการมาปรับใชเ้ ปน็ องค์ความรูใ้ นการทำ� นา โดยการปรับ มะลิ ๑๐๕ แปรรูปผลผลิต ท่ีนาให้สม�่ำเสมอเพ่ือให้สามารถควบคุมปริมาณน้�ำได้อย่างมี เป็นข้าวกล้อง ข้าวขาว และ ประสทิ ธภิ าพ พรอ้ มปลกู ไมย้ นื ตน้ รอบแปลงนา เพอ่ื ใหเ้ ปน็ ปอด ข้าวกล้องงอก จ�ำหน่ายให้ หายใจและอนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม ซึ่งในการใช้ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ไดน้ �ำเอา แก่สมาชิกเกษตรกร จนเป็น แร่ธาตุที่ขาดมาเป็นส่วนผสมด้วย เพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ ที่ยอมรับและติดตลาดทั้งใน ของดิน ทำ� ใหไ้ ด้ผลผลิตเพ่ิมข้ึนจนประสบความส�ำเรจ็ และนอกประเทศ ในนามกลมุ่ แนวคิดในการท�ำนาดังกล่าว เป็นผลดีต่อสุขภาพของ เกษตรกรเกษตรทิพย์ และ เกษตรกรและส่ิงแวดล้อม เป็นแบบอย่างแก่ชุมชน และความ ข้าวตราลุงบญุ มี สุระโคตร เป็นอยขู่ องเกษตรกรที่ดขี นึ้ ในปัจจบุ นั และอนาคต นอกจากน้ี ยังได้รับเชิญ นายบุญมี สุระโคตร เข้าใจและมองถึงปัญหาการท�ำนา เป็นวิทยากรบรรยายการ อย่างเป็นระบบ และน้อมน�ำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มา ผลิตข้าวอินทรีย์ การผลิต ดำ� เนนิ ชวี ติ อาชพี ทำ� นา คอื การใหค้ วามสำ� คญั ของนำ้� ขดุ แหลง่ ข้าวคุณภาพการแปรรูปข้าว น�้ำส�ำรองในนาข้ึนเพื่อเพ่ิมศักยภาพในการผลิตจากท่ีท�ำนาได้ เพ่ือการค้า ตามโรงเรียนและ เพยี ง ๑ คร้ังตอ่ ปี สามารถท�ำนาไดถ้ งึ สองคร้งั ต่อปี ทำ� ให้มีราย ส่วนราชการต่างๆ จนเป็นที่ ได้เพิ่มขนึ้ ไร้ภาระหน้ีสินใดๆ และ ไม่ทำ� ลายสิ่งแวดลอ้ ม ยอมรับมากมาย

การสร้างความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ 78 ดว้ ยครูภมู ิปญั ญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ “....ไดน้ อ้ มนำ� เอาปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงตามแนวพระราชด�ำริ ของพระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหา ภมู พิ ลอดลุ ยเดช มาปรบั ใชด้ ว้ ยการลดรายจา่ ย ลดตน้ ทนุ การทำ� นาควบคกู่ บั การอนรุ กั ษส์ ง่ิ แวดลอ้ ม ไม่ เผาตอซงั และไถกลบตอซงั หว่านพชื ปุย๋ สดพวกปอเทอื งและถ่วั พร้า จนเห็นผลงอกงาม...” ครบู ุญมี ยดึ มั่นดำ� เนนิ ชวี ติ ดว้ ยหลกั คุณธรรม ๙ ประการ ขยัน ประหยดั ซื่อสตั ย์ มวี ินยั สภุ าพ สะอาด สามัคคี มนี ำ�้ ใจ และความกตัญญู เป็นแบบอย่างที่ดีของชุมชน มีความเมตตา เอื้อเฟ้อื ไม่เห็นแกป่ ระโยชนส์ ่วนตน น่าเคารพยกยอ่ งและเป็น ท่ียอมรับในความรู้ความสามารถด้านอาชีพเกษตรกรรม ท่ี สามารถนำ� พาครอบครวั พ่งึ ตนเองไดอ้ ยา่ งยั่งยืน การที่ นายบญุ มี สรุ ะโคตร ไดน้ �ำความรู้ ความสามารถ ดา้ น เกษตรกรรม ที่ตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดยรวมแก่สังคม จึงได้รับ การยกย่องเชิดชูเกียรติ จากส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ใหเ้ ป็นครูภูมปิ ัญญาไทย ด้านเกษตรกรรม เพอื่ ทำ� หนา้ ทถี่ า่ ยทอดภมู ปิ ญั ญาในการจดั การศกึ ษาทง้ั การศกึ ษา ในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และการศกึ ษาตามอธั ยาศยั สบื ไป ทอ่ี ยปู่ จั จบุ นั : ๑๕๕ บา้ นอมุ่ แสง หมทู่ ่ี ๗ ต.ดู่ อ.ราศไี ศล จ.ศรสี ะเกษ ๓๓๑๖๐ โทร. ๐๘๒-๓๖๘-๕๑๕๒ การศึกษา : จบประถมศกึ ษาปที ่ี ๗ เกียรติคุณที่ได้รับ : ปราชญ์ชาวบ้านเร่ืองเกษตรอินทรีย์ / ประธานศูนย์ข้าวชุมชน ต�ำบลดู่ / กรรมการกองทุนหมู่บ้านอุ่ม แสง / ประธานกลมุ่ ออมทรพั ยเ์ พอ่ื การผลติ / ประธาน OTOP ระดับอำ� เภอราษไี ศล / รองประธาน OTOP เครอื ข่ายจังหวดั ศรีสะเกษ / ทีป่ รึกษาผวู้ ่าราชการจังหวดั ศรีสะเกษ ดา้ นวสิ าหกจิ ชมุ ชน / วิทยากรประจำ� กลุ่มเกษตรทพิ ย์ ด้านเกษตรอินทรียใ์ ห้ นักเรียน นักศึกษา และประชาชน / ครูภูมปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ ด้านเกษตรกรรม ส�ำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวง ศกึ ษาธกิ าร ๒๕๖๐

79 การสร้างความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ ด้วยครภู มู ิปญั ญาไทย ร่นุ ท่ี ๘ สจรุ งั นิหวทดั ร์ นางรวงทอง สภุ ิษะ ครูภมู ิปัญญาไทย ดา้ นศิลปกรรม นางรวงทอง สุภิษะ อายุ ๔๒ ปี เป็นคนบ้านประดู่ทอง เลขท่ี ๗๗ หมู่ที่ ๕ ต.ล�ำดวน อ.ล�ำดวน จ.สุรินทร์ จบปริญญาตรี สาขาวิชารัฐประศาสนศาตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ ปี ๒๕๕๕ ณ วนั น้ี ๒๕๖๐ เปน็ กำ� นนั ตำ� บลล�ำดวน ครรู วงทอง สภุ ษิ ะ เกดิ ในครอบครวั ทอผา้ ไหมตงั้ แตค่ ณุ ยายมาถงึ คณุ แม่ เรยี นรวู้ ธิ กี ารทอผา้ ไหมจากคณุ ยายตง้ั แตย่ งั เลก็ คลกุ คลคี ุน้ เคยถงึ การปลกู หม่อนเลย้ี งไหม สาวไหม ต้ังแตเ่ รียนชน้ั ป.๒ และมกั แอบทอผา้ เวลาทค่ี ณุ ยายลกุ จากการทอผา้ จนกระทงั่ เรยี นจบชนั้ ป.๖ ไมไ่ ดเ้ รยี นตอ่ จงึ เรม่ิ กระบวนการเรยี นรมู้ ดั ลายดว้ ยตนเองจนรถู้ งึ ขนั้ ตอนการทอผา้ ไหม ตง้ั แตก่ ารมดั ลาย แกะ ลาย และการทอผ้า จ�ำไดว้ า่ เรมิ่ ทอผ้าไหมผนื แรก คือ ผ้าพันคอ เม่ือมีโครงการขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นสนับสนุนและพาไปศึกษาดูงาน เรื่องการ ทอผา้ ไหมดว้ ยกี่กระตกุ กลบั มาแลว้ รู้สกึ ตื่นเตน้ จนนอนไม่หลับ เนอ่ื งจากอยากปรับปรุงการทอ ผา้ เปล่ยี นทอจากแบบธรรมดาเปน็ การทอแบบกี่กระตกุ จงึ เขียนโครงการเสนอ อบต. และ ศนู ย์ การศกึ ษานอกระบบฯ อำ� เภอล�ำดวน สนบั สนนุ เส้นไหมในการฝกึ อบรมไดส้ ำ� เรจ็

การสรา้ งความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ 80 ด้วยครภู ูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ ขณะเดียวกัน ก็ได้ฝึกฝนหาความรู้เพ่ิมเติมในเร่ืองการมัด ให้เป็นวิทยากรสอนการ ลาย คดั ลายพนื้ ตา่ งๆ เชน่ ลายราชวตั ร ลายลกู แกว้ ลายกน้ หอย ทอผ้าไหมทั้งในสถานศึกษา ลายดอกพิกุล ลายพริกไทย และได้พัฒนาลายทอผ้าไหมลาย ต่างๆ หน่วยงานภาครัฐและ ใหม่ เปน็ ของตนเอง ชอ่ื ลายรวงทอง โดยการนำ� เอาลายราชวตั ร เอกชน รวมถึงศูนย์การศึกษา มามดั หมท่ี ำ� ใหเ้ กดิ ลายใหมข่ น้ึ เปน็ ทชี่ น่ื ชอบของสงั คม จำ� หนา่ ย นอกระบบและการศึกษา ผา้ ไหมไดเ้ พิ่มมากข้ึน ตามอัธยาศัย อ�ำเภอล�ำดวน สืบสานอาชีพทอผ้ามานานกว่า ๓๐ ปี ด้วยมีความสนใจ โครงการเสน้ สายลายไหม และ และซึมซับมาจากบรรพชน จึงรวมกลุ่มทอผ้าไหม มีการส่ง ให้ความรู้แก่ผู้ที่เข้ามาศึกษาดู เสริมและถ่ายทอดกระบวนการทอผ้าไหมและองค์ความรู้ให้ งานในพ้ืนท่ี แก่สมาชิก จนท�ำให้บ้านประดู่ทองกลายเป็นหมู่บ้านทอผ้า นอกจากความมุ่งม่ัน ไหม ที่มีชื่อเสียงในอ�ำเภอล�ำดวน และเป็นแหล่งเรียนรู้เรื่อง ทุ่มเทในการประพฤติปฏิบัติ กระบวนการทอผ้าไหมไว้ส�ำหรับผู้ท่ีสนใจได้เข้ามาศึกษาและ ตนตามหลักการทรงงานของ เรียนรู้ในสถานที่จริง ท�ำให้สมาชิกในกลุ่มมีรายได้เพ่ิมจากการ พระบาทสมเด็จพระปรมินท ทอผา้ ไหมดว้ ย รมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช นอ้ มนำ� จากนั้น ครูรวงทอง สุภิษะ ได้จัดตั้งศูนย์ทอผ้าไหมขึ้น ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง บริเวณ ศาลาประชาคม ม.๕ บ้านประดู่ทอง ได้พัฒนาการ มาใช้ในการด�ำรงชีวิตประจ�ำ ผลิตให้มีความหลากหลายย่ิงขึ้น ผลิตภัณฑ์เด่น ได้แก่ ผ้าไหม วันแล้ว ยังปฏิบัติตนเป็น ลายราชวัตร ผ้าไหมลายลูกแก้ว ผ้ามัดหม่ีพุ่ง ผ้าไหมลายพริก ตวั อยา่ งใหเ้ หน็ เปน็ ทปี่ ระจกั ษ์ ไทย เปน็ ตวั อย่างทดี่ ีในเรื่องการแต่งกายด้วยผา้ ไหมท้องถ่ิน ส่ง ในการดำ� รงชวี ติ อยา่ งพอเพยี ง เสรมิ คนในชมุ ชนใสช่ ดุ ผา้ ไหมไทยในชวี ติ ประจำ� วนั และเทศกาล ตลอดมาเชน่ กนั ส�ำคญั จากการทไ่ี ดป้ รบั ปรงุ และพฒั นาเรอื่ ยมา สามารถจำ� หนว่ ย สนิ คา้ ผา่ นทาง Social ทาง facebook และ line จำ� หน่ายยัง ประเทศฝรงั่ เศส สหรฐั อเมรกิ า ประเทศออสเตเรยี และประเทศ ฟินแลนด์ นำ� รายไดเ้ ขา้ ชมุ ชนมใิ ช่นอ้ ยในแตล่ ะปี

81 การสร้างความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ ดว้ ยครภู มู ิปัญญาไทย รุ่นที่ ๘ “...ถือเป็นแบบอย่างแห่งความขยันหม่ันเพียร มีระเบียบวินัยและมีความรับผิดชอบ เป็นผู้สนใจ ใฝ่รู้ เรื่องที่สร้างสรรค์ และเสียสละในการถ่ายทอดความรู้ โดยไม่หวังส่ิงตอบแทนเป็นผู้มีความสามารถใน การใช้ภูมิปัญญาด้านการทอผ้าไหมอย่างชัดเจน...” ถือเปน็ แบบอย่างแหง่ ความขยนั หมนั่ เพยี ร มีระเบียบวนิ ัย มีความรับผิดชอบ เป็นผู้สนใจใฝ่รู้เร่ืองท่ีสร้างสรรค์ เสียสละ ในการถ่ายทอดความรู้โดยไม่หวังส่ิงตอบแทน เป็นผู้มีความ สามารถในการใช้ภูมิปัญญาด้านการทอผ้าไหมอย่างชัดเจน มี ทกั ษะในการใชภ้ มู ปิ ญั ญาทอผา้ ไหม จงึ มผี ลงานทเ่ี กดิ จากความ คิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และพัฒนางานอย่างตอ่ เนอื่ ง นอกจากน้ี ยงั ไดถ้ า่ ยทอดองคค์ วามร ู้ ใหแ้ กส่ มาชกิ ในกลมุ่ เครือข่ายระดับต�ำบล และผู้ท่ีสนใจ เป็นวิทยากรให้กับหน่วย งานต่างๆ ทั้งในศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อธั ยาศยั องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ� บล กลมุ่ สตรโี รงเรยี นตา่ งๆ และ กลมุ่ ทอผา้ ไหม อ.เขวาสนิ รนิ ท์ ซงึ่ ไดม้ าศกึ ษาเรยี นรกู้ ระบวนการ ทอผ้าไหมในหมู่บ้าน เปน็ ต้น การท่ี นางรวงทอง สุภษิ ะ ไดน้ �ำความรู้ ความสามารถ ดา้ น ทอี่ ยปู่ ัจจุบนั : ๗๗ หมู่ที่ ๕ ต.ลำ� ดวน อ.ล�ำดวน จ.สุรินทร์ ๓๒๒๒๐ โทร. อุตสาหกรรมและหัตกรรม ท่ีตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ๐๘๗-๗๗๖-๑๔๒๙ ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดยรวมแก่ สังคม จึงไดร้ ับการยกย่องเชิดชเู กียรติ จาก สำ� นักงานเลขาธิการ สภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ใหเ้ ปน็ ครภู มู ปิ ญั ญาไทย ดา้ น ศลิ ปกรรม ประจ�ำปี ๒๕๖๐ เพื่อทำ� หน้าท่ีถา่ ยทอดภูมิปัญญาใน การจดั การศกึ ษาทงั้ การศกึ ษาในระบบ การศกึ ษานอกระบบ และ การศึกษาตามอธั ยาศยั สบื ไป การศกึ ษา : หลกั สตู รมธั ยมศกึ ษาตอนตน้ -ตอนปลาย ศนู ยก์ ารศกึ ษานอกระบบและการศกึ ษาตามอธั ยาศยั อำ� เภอลำ� ดวน จงั หวดั สรุ นิ ทร์ / ปรญิ ญาตรี สาขาวชิ ารฐั ประศาสนศาตร์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏสรุ นิ ทร์ ปี ๒๕๕๕ เกียรติคุณที่ได้รบั : รว่ มสนบั สนุนเดินแบบผ้าไหมการกศุ ลในงานช้างและงานกาชาดจังหวัดสรุ นิ ทร์ / คณะกรรมการพัฒนาสตรี อ�ำเภอดีเด่น เนอ่ื งในงานสตรีสากล / ครภู มู ิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม สำ� นกั งานเลขาธิการสภาการ ศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๒๕๖๐

การสร้างความเป็นปึกแผน่ ของชาติ 82 ด้วยครูภมู ปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ ขอจังนหแวกัด่น นางสภุ าณี ภูแลน่ กี่ ครูภมู ิปญั ญาไทย ด้านอุตสาหกรรมและหัตถกรรม นางสุภาณี ภูแล่นก่ี เกิดเม่ือวันท่ี ๔ ตุลาคม ๒๔๙๕ บ้าน หัวฝาย เลขท่ี ๔๖ หมู่ ๒ ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น จบ มัธยมศึกษาตอนปลาย โรงเรยี นบ้านไผ่ ข.ก.๕ กลุ่มทอผ้าไหมมัดหมี่ บ้านหัวฝาย ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่น�ำภูมิปัญญาท้องถ่ินในการ ทอผ้าไหมมัดหม่ีมาบูรณาการ ต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ท่ีมีความ โดดเด่นและมีมูลค่าทางการตลาดสูง และเป็นการผสมผสาน ลงตัวระหว่างภูมิปัญญาด้ังเดิมกับสมัยนิยม ภายใต้การน�ำของ ครสู ภุ าณี ภแู ลน่ ก่ี ประธานกลมุ่ ฯ ทม่ี คี วามรู้ ประสบการณ์ และ ใช้เวลาในการพัฒนาเร่อื งผ้าทอมัดหม่ี มายาวนาน

83 การสรา้ งความเป็นปึกแผน่ ของชาติ ด้วยครูภูมิปญั ญาไทย ร่นุ ที่ ๘ แม้ว่าผ้าไหมมัดหม่ีของ ครูสุภาณี จะเป็นภูมิปัญญา ท้องถิ่นท่ีสั่งสมกันมาหลาย รอ้ ยปี สบื ทอดลวดลายจนเปน็ เอกลักษณ์เฉพาะตัวแบบ ดง้ั เดมิ แตก่ ม็ กี ารเปดิ รบั ความ รู้ใหม่ๆ เพ่ือพัฒนาผลิตภัณฑ์ ให้กับหลายหน่วยงาน จึงมี บา้ นหวั ฝาย บา้ นเกดิ ของครเู ปน็ จดุ ศนู ยร์ วมกลมุ่ ทอผา้ ไหม การต่อยอดผลผลิตสู่ตลาด มัดหมี่เลื่องชื่อด้วยเอกลักษณ์การถักทออันละเอียด ประณีต สากล มีการบริหารจัดการ สวยงามท้ังสีสัน ลวดลายสวยงาม ท่ีสืบทอดกันมาแต่คร้ัง ภายในกลุ่ม มีการตลาดและ บรรพบุรุษเป็นเวลาหลายร้อยปี ท่ีประกอบอาชีพท�ำนา ปลูก ระบบการจดั จำ� หนา่ ยทช่ี ดั เจน หมอ่ น เล้ียงไหม และทอผ้าไหม เพ่ือผลิตภัณฑ์มีมูลค่าเพ่ิม ความโดดเดน่ อนั เปน็ เอกลกั ษณน์ ี้ แนน่ อนวา่ มี นางสภุ าณี สงู ขน้ึ ภูแล่นก่ี เป็นผู้น�ำ ท่ีมีการบริหารจัดการกองทุนท่ีเกิดจากการ ที่บ้านหัวฝาย ต.ปอ ออมและการจัดจ�ำหน่ายเพื่อให้ผลประโยชน์ตกอยู่กับคนใน แดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ชุมชน เนน้ ดา้ นคณุ ธรรม ความสามคั คีเปน็ น้�ำหนงึ่ ใจเดยี วกนั เป็นหมู่บ้านหัตถกรรมทอผ้า แม้จะดูเป็นว่า “ทอผ้าไหมมัดหม่ีแบบด้ังเดิม” แต่ก็เปิดรับ ไหมแบบครบวงจร นักเรียน เทคโนโลยีใหม่ๆ และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดเวลาจน นักศึกษา ตลอดผู้สนใจและ สามารถยกระดบั ขน้ึ เปน็ สนิ คา้ OTOP ทม่ี กี ารจดั จำ� หนา่ ยอยา่ ง เด็กเยาวชน จะมาเรียนรู้เร่ือง กว้างขวาง ท�ำให้เปน็ ท่รี ้จู ักหรอื มชี ื่อเสียงในระดับหนงึ่ การทอผ้าไหม การสาวไหม ครูสุภาณี พัฒนาแนวคิดในการบูรณาการภูมิปัญญาผ้า การมัดหม่ี ขึ้นลวดลายผ้า ไหมมดั หมอ่ี ยตู่ ลอด จนนำ� ไปสตู่ อ่ ยอดจากผลติ ภณั ฑด์ ง้ั เดมิ ไปสู่ การแต้มหม่ี ได้ตลอดเวลา การสรา้ งสรรค์ผลติ ภัณฑ์อยา่ งวจิ ติ รด้วยการใชเ้ ทคนคิ การแต้ม และ วตั ถดุ บิ ทใ่ี ชใ้ นการผลติ ผา้ สลี งบนเสน้ ไหม กลายเป็น “ผา้ ไหมแตม้ หม”่ี ผลติ ภณั ฑ์ใหมท่ ี่ ไหมของกลุ่มแห่งน้ี ก็มาจาก เปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม ตอบสนองความตอ้ งการของตลาดและ ภายในชมุ ชนนนั่ เอง สามารถแข่งขันไดใ้ นตลาดตา่ งประเทศได้เป็นอย่างดี

การสร้างความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ 84 ดว้ ยครูภมู ปิ ัญญาไทย ร่นุ ที่ ๘ กลุ่มเด็กๆ ท่ีมาเรียนรู้ “...บ้านเกิดของครู จึงเป็นจุดศูนย์รวมกลุ่มทอผ้าไหมมัดหม่ีเลื่อง ชื่อ อันมีเอกลักษณ์การถักทออันละเอียด ประณีต สวยงามทั้ง งานผ้าไหม การทอผ้าไหม สีสัน ลวดลายสวยงาม เป็นจุดเด่นของท้องถิ่นแห่งน้ี ที่สืบทอด การแต้มลายไหมมัดหม่ี ส่วน กันมาแต่คร้งั บรรพบรุ ษุ เปน็ เวลาหลายรอ้ ยปี ทปี่ ระกอบอาชพี ท�ำนา ใหญ่เป็นลูกหลานสมาชิกใน ปลกู หมอ่ น เล้ียงไหม และทอผ้าไหม...” กลุ่ม ที่พร้อมถ่ายทอดองค์ ครูสุภาณี ผู้ไม่หยุดพัฒนาได้พบถึงความแตกต่างของเส้น ความรู้แก่เด็กรุ่นใหม่ ได้มี ไหมแต้มหมี่กับเส้นไหมมัดหมี่ อยู่ท่ีข้ันตอนการผลิต ท้ังนี้ ผ้า โอกาสเรียนรู้งานในแต่ละข้ัน ไหมทน่ี ำ� มาแตม้ ลายเรยี กวา่ ไหมแตม้ หม่ี (แตม้ ลาย) ชว่ ยในการ ตอน เด็กคนใดสามารถจะ ประหยดั เวลา ประหยดั ขน้ั ตอนการทำ� งานใหเ้ รว็ ขนึ้ สามารถลง พัฒนาลวดลายของเขาได้เอง สี ลงลาย ในชิ้นงานเดียวกันได้เลย ช่วยประหยัดเวลาและขั้น และรับงานไปท�ำที่บ้าน เป็น ตอนการผลิต รายได้เสริมระหว่างปิดเทอม สว่ นไหมมดั ยอ้ ม ตอ้ งนำ� มายอ้ มกอ่ นทจ่ี ะทำ� ลวดลายใหมๆ่ ตัวเลขรายได้จะมากหรือน้อย ทำ� วนั ละสี ถ้าใช้ ๑๐ ลาย กต็ อ้ งใชร้ ะยะเวลา ๑๐ วัน ท�ำใหเ้ สีย ก็ข้ึนกับความขยันเป็นหลัก เวลามาก การที่ นางสุภาณี ภูแล่นก่ี ได้นำ� ความรู้ ความสามารถ ดา้ น อุตสาหกรรมและหัตถกรรม ท่ีตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดยรวมแก่ สังคม จงึ ได้รบั การยกยอ่ งเชิดชเู กียรติ จาก ส�ำนักงานเลขาธิการ สภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ใหเ้ ปน็ ครภู มู ปิ ญั ญาไทย เพอื่ ท�ำหน้าที่ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาท้ังการศึกษาใน ระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอธั ยาศยั สืบไป ทอี่ ยู่ปัจจุบนั : บา้ นเลขท่ี ๔๖ หมู่ ๒ ต.ปอแดง อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ๔๐๑๓๐ โทร. ๐๔๓-๔๕๕-๗๕๕ เกยี รตคิ ุณท่ีไดร้ บั : หมบู่ า้ นหตั ถกรรมดีเด่น จากมูลนิธิงานจติ ต์ิ บุรฉตั ร / แหล่งเรียนรู้วฒั นธรรมดเี ดน่ ระดับจังหวัด กรม ส่งเสรมิ วฒั นธรรม กระทรวงวฒั นธรรม / ผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดบั ๕ ดาว (ประเภทผ้าและเครือ่ งแต่งกาย) ภาคตะวนั ออกเฉียง เหนือ / ผู้มีผลงานสรา้ งสรรค์ทางวฒั นธรรม สาขาวสิ าหกิจและธรุ กจิ ชุมชน มหาวิทยาลัยขอนแกน่ / ครูภมู ปิ ญั ญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ ดา้ นอตุ สาหกรรมและหัตถกรรม ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๒๕๖๐

85 การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ ดว้ ยครูภูมปิ ัญญาไทย รุน่ ที่ ๘ นครจงัรหาวชัดสมี า นางหนจู นี ศรีนมั มัง ครูภูมปิ ญั ญาไทย ดา้ นอุตสาหกรรมและหตั ถกรรม นางหนจู นี ศรนี มั มงั เกดิ ๑๑ กมุ ภาพนั ธ์ ๒๔๙๐ อายุ ๗๐ ปี ภูมิล�ำเนาบ้านเกิด อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา ผู้คลุกคลีซึมซับ อยู่กับหัตถกรรมการประดิษฐ์ดอกไม้มาตั้งแต่เด็กตราบปัจจุบัน ทำ� การประดษิ ฐ์ดอกไมแ้ ละทเ่ี ก่ียวข้องมาทุกรปู แบบ จดุ เรมิ่ ตน้ ของดอกไมร้ งั ไหม นนั้ มาจาก ครหู นจู นี ศรนี มั มงั สงั เกตเหน็ วา่ รงั ไหมในทอ้ งถน่ิ จะถกู ทงิ้ เปลา่ ประโยชน์ เนอื่ งจาก เปน็ รงั ไหมท่ีตัดเอาดักแด้ออกไปขยายพันธุ์ กับรงั ไหมที่น�ำไปตี ราคาถูกตัดเอาดกั แด้ออก ทำ� ให้เสน้ ใยขาด สาวเปน็ เส้นไหมไม่ ได้ มีชาวบ้านอาชีพทำ� นานำ� รังไหมเหลือทง้ิ เหล่านน้ั มาแปรรูป เปน็ ดอกไม้ประดษิ ฐ์ น่าจะพัฒนาได้ไกลกวา่ ทท่ี �ำอยู่

การสรา้ งความเปน็ ปกึ แผน่ ของชาติ 86 ดว้ ยครภู มู ิปัญญาไทย รุน่ ที่ ๘ “...รงั ไหมทนี่ ำ� ไปตรี าคาถกู ตดั เอาดกั แดอ้ อก ทำ� ใหเ้ สน้ ใยขาด สาวเปน็ เสน้ ไหมไมไ่ ด้ ชาวบา้ นทมี่ อี าชพี ทำ� นามกั ใช้เวลาว่างน�ำรังไหมเหลือท้ิงเหลา่ นน้ั มาแปรรปู เป็นดอกไม้ประดษิ ฐ์ แตค่ รมู องวา่ น่าจะพฒั นาได้ ไกลกว่าที่ทำ� อยู่...” ไดม้ โี อกาสไปเขา้ อบรมการปลกู หมอ่ นเลยี้ งไหมท่ี ศนู ยว์ จิ ยั หมอ่ นไหมนครราชสมี า มคี วามคดิ มน่ั ใจวา่ ตอ้ งทำ� ดอกไมจ้ ากรงั ไหมเปน็ อาชพี เสรมิ สรา้ งรายไดอ้ ยา่ งแนน่ อน หลงั อบรมแลว้ ได้ มาทดลองทำ� เปน็ เขม็ กลดั ตดิ เสอ้ื แขกผใู้ หญข่ องอำ� เภอ นายไสว พราหมณี ผวู้ า่ ราชการจงั หวดั ในเวลานนั้ เหน็ ผลงาน จงึ แนะนำ� ใหร้ วมกลมุ่ แมบ่ า้ น ให้งบประมาณ ๓๗,๐๐๐ บาท เพอื่ เปน็ คา่ วสั ดุในการอบรมกลมุ่ แมบ่ า้ น จงึ กลบั มาเรียนรู้ด้วยตนเองจนเกดิ ทกั ษะหลากหลายชนิด โดยน�ำเอาความรู้มาจัดต้ังกลุ่มคนในชุมชนหมู่บ้านของตนเอง ใชช้ อื่ กลมุ่ วา่ “ กลมุ่ ศลิ ปะประดษิ ฐด์ อกไมจ้ ากรังไหม” เร่ิมแรก มีสมาชิก แค่ ๕ - ๖ คน ชว่ ยกันคิดช่วยกันทำ� เอง ภายในกล่มุ โดยจะใชว้ ธิ ีน�ำดอกไมธ้ รรมชาติจริงๆ มาคล่ีดู แลว้ คอ่ ยๆ หดั ทำ� ตามใหเ้ หมอื นจรงิ ทสี่ ดุ เปน็ การเรยี นจากธรรมชาติ ใชแ้ คม่ อื กบั กรรไกรประดษิ ฐ์ ไมม่ เี ครอื่ งจกั รเข้ามาชว่ ยเลย ชว่ ง แรกกท็ ำ� ได้ ๒-๓ แบบ กล็ องไปขายทง่ี านวดั ปรากฎวา่ ไดร้ บั การ ตอบรับป็นอย่างดี ท�ำใหม้ กี ำ� ลงั ใจมากขึน้ ออกตระเวนจ�ำหน่ายตามงานต่างๆ ดอกไม้รังไหมได้รับ ความสนใจเพ่ิมข้ึน หน่วยงานภาครัฐในจังหวัดมองเห็นความ สามารถของกลุ่มชาวบ้าน จึงเข้ามาสนับสนุนด้านการบริหาร จัดการ การบญั ชี และเงินทนุ จนกอ่ ต้งั เปน็ กล่มุ อาชีพ และได้ พัฒนากลุ่มมาจนถึงปัจจบุ ัน การศกึ ษา : วิทยาศาสตรมหาบัณฑติ กิตตมิ ศกั ดิ์ สาขาคหกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏนครราชสีมา เกยี รตคิ ณุ ทไ่ี ดร้ บั : รางวลั พระราชทานชนะเลศิ อนั ดบั ท่ี ๑ สง่ิ ประดษิ ฐจ์ ากรงั ไหม ประเภทแจกนั (กระเชา้ ดอกไม)้ ระดบั เกษตรกร ในงานตรานกยงู พระราชทาน สืบสานตำ� นานไหมไทย / โลเ่ กยี รตยิ ศพระราชทาน รางวลั ชนะเลิศ ประเภทสง่ิ ประดิษฐข์ องใช้ภายใน บา้ นจากรังไหม / โลเ่ กยี รติยศพระราชทาน รางวลั ชนะเลิศอนั ดบั ๒ การประกวดส่ิงประดิษฐ์จากรังไหม ประเภทกระเช้าดอกไม้

87 การสร้างความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ ดว้ ยครูภูมปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ แต่ครูหนูจีน มิได้หยุดเพียงแค่นั้น ยังคิดพัฒนาน�ำเศษ การที่ นางหนูจีน ศรี รังไหมไปตม้ แล้วมารดี เปน็ แผน่ เหมือนการท�ำกระดาษสา เพ่อื นัมมัง ได้น�ำความรู้ ความ ใชท้ ำ� เปน็ ใบไม้ แทนใบไมย้ างทใี่ ชอ้ ยู่ ใหเ้ ปน็ ดอกไมร้ งั ไหมจรงิ ๆ สามารถ ด้านดอกไม้ประดิษฐ์ ทง้ั ใบทงั้ ดอก อกี ทง้ั จะใสก่ ลนิ่ ดอกไมใ้ หเ้ หมอื นของจรงิ ดว้ ย โดย จากรังไหม ท่ีตนเองได้รับการ การให้คนในชุมชนร่วมกันคิด ร่วมกันท�ำอย่างแท้จริง เพ่ือให้ ถ่ายทอด ศึกษา ค้นควา้ ฝกึ ฝน ชมุ ชนมีความภาคภูมิใจและหวงแหนภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ จนประสบความส�ำเร็จเป็น ต่อมาได้จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนเม่ือ วันที่ ๖ ประโยชน์โดยรวมแก่สังคม จงึ มิถุนายน ๒๕๔๙ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ ครูได้สั่งสมประสบการณ์สร้างผลงานวิชาการ “ดอกไม้ จาก ส�ำนักงานเลขาธิการสภา ประดิษฐ์จากรังไหม” เร่ิมจากการประดิษฐ์ดอกกุหลาบและ การศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ดอกบวั สายในรปู แบบของเขม็ กลดั ตดิ เสอ้ื พฒั นามาเปน็ ดอกไม้ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้าน ชนิดต่างๆ มีดอกไม้ตามธรรมชาติมาเป็นแบบในลักษณะเป็น อุตสาหกรรมและหัตถกรรม ดอกหรือช่อเด่ียวๆ เพื่อให้น�ำไปจัดตกแต่งได้เองและส่งไป เ พ่ื อ ท� ำ ห น ้ า ที่ ถ ่ า ย ท อ ด จำ� หนา่ ยตา่ งประเทศไดเ้ พ่ิมขึน้ ภูมิปัญญาในการจัดการศึกษา ครูหนูจนี ได้น�ำแนวทางของศาสตรพ์ ระราชา โดยเฉพาะ ท้ังการศึกษาในระบบ การ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงฯ มาปรับใช้อย่างเหมาะสม ศึกษานอกระบบ และการ โดยยดึ ๓ หว่ ง ๒ เงอื่ นไข ๔ มติ ิ พรอ้ มรบั การเปลยี่ นแปลง และ ศึกษาตามอัธยาศยั สืบไป พฒั นาอยา่ งสมดลุ เพอื่ ความมงั่ ค่ัง มนั่ คงและย่งั ยนื ได้มีการถ่ายทอดความรู้ในโรงเรียน/นอกโรงเรียน/ตาม ทอี่ ยปู่ จั จบุ นั : บา้ นเลขท่ี ๒๑ หมทู่ ี่ ๑๑ อัธยาศยั จ�ำนวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน โดยจัดท�ำเปน็ หนงั สอื ต.บัวลาย อ.บัวลาย จ.นครราชสีมา เล่มเล็ก เพื่อใช้ในการเรียนการสอน พร้อมตอกย้�ำคุณธรรม ๓๐๑๒๐ โทร. ๐๔๔-๔๙๕-๑๐๙ ประจ�ำใจ โดยยึดหลักปฏิบัติ ๓ ประการ คือ ๑) ต้องซ่ือสัตย์ สุจริตต่อลูกค้า ๒) ตรงต่อเวลา และ ๓) ต้องรักษาคุณภาพ มาตรฐานใหค้ งอยู่ตลอดไป รังไหม / รางวัลผลิตภัณฑ์ดอกไมจ้ ากรงั ไหม OTOP ระดบั ๕ ดาว ๒ ปี (OTOP Product Champion) / โล่ประกาศ เกยี รติคณุ สตรผี ปู้ ระกอบอาชพี อสิ ระดีเดน่ กระทรวงแรงงานในวนั สตรสี ากล / ครภู ูมิปญั ญาไทย รนุ่ ที่ ๘ ดา้ นอตุ สาหกรรม และหัดถกรรม สำ� นกั งานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐

การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ 88 ดว้ ยครูภมู ิปัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ มหาจสงั หาวรัดคาม นางสาวประกายศรี รุง่ เรืองอริโย ครูภมู ิปญั ญาไทย ด้านการแพทยแ์ ผนไทย นางประกายศรี รุ่งเรืองอริโย เกิดเมื่อวันท่ี ๒๗ มิถุนายน ๒๕๑๒ ณ บา้ นเลขท่ี ๑๐๘ หมู่ที่ ๒ ต.ดงลาน อ.เมอื ง จ.รอ้ ยเอด็ เปน็ บตุ รคนท่ี ๕ ในจำ� นวนพน่ี อ้ ง ๖ คน ของนายสดุ ใจ นลิ าทวงศ์ และ นางทองหับ นิลาทวงศ์ ครปู ระกายศรี ร่งุ เรอื งอรโิ ย เปน็ ผทู้ ักษะฝมี ือการนวดดว้ ย ตนเอง อันเกดิ มาจากแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ทีเ่ คยนวดใหบ้ ิดา แลว้ เหน็ ว่าสามารถคลายความเหน็ดเหน่อื ยจากการท�ำงานได้ หากไดฝ้ กึ ฝนการนวดอยา่ งจรงิ จงั นา่ จะยดึ เปน็ อาชพี เลย้ี งตวั เอง และครอบครวั ซง่ึ จะเป็นประโยชนแ์ ก่คนสว่ นใหญ่ได้

89 การสร้างความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ ดว้ ยครูภมู ิปญั ญาไทย ร่นุ ที่ ๘ “...เป็นผู้ทักษะฝีมือการนวดด้วยตนเอง อันเกิดมาจากแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ที่เคยนวดให้บิดา แล้ว เห็นว่าสามารถคลายความเหน็ดเหน่ือยจากการท�ำงานได้ หากได้ฝึกฝนอย่างจริงจัง น่าจะยึดเป็น อาชพี เลี้ยงตัวเองและครอบครัว ซงึ่ จะเปน็ ประโยชนแ์ กค่ นส่วนใหญไ่ ด.้ ..” จึงตัดสินใจเรียนรู้การ แต่ถึงกระนั้น ยังคิดเสมอว่า ความรู้แค่นั้นไม่น่าพอ ควร นวดแผนไทย จากศูนย์ ศึกษาใฝ่เรียนรู้เพ่ิมเติมอยู่เสมอมิให้ขาด จึงไปอบรมการนวด พัฒนาฝีมือแรงงานและ แผนไทยจากโรงพยาบาลและโรงเรียนนวดแผนไทยในจังหวัด โรงพยาบาล สฝู้ กึ ฝนตนเองจน ร้อยเอ็ด และ สมาคมแพทย์แผนไทยแห่งประเทศไทย อีก ได้ มีทักษะความรู้ด้านการนวด องค์ความรู้ตามหลักวิชาแพทย์แผนไทย อันเป็นที่ยอมรับของ เพ่ือสุขภาพ นวดฝ่าเท้า การ ทางวิชาการ โดยแก้ปัญหาโรคภัยไข้เจ็บอย่างท่ีเคยท�ำให้บิดา ท�ำลูกประคบด้วยสมุนไพร หายจากการเมอื่ ยปวดได้จรงิ การทำ� ยาหมอ่ ง จนทำ� ไดอ้ ยา่ ง จงึ ไดร้ ว่ มทนุ รวมกลมุ่ กบั เพอ่ื นทำ� กจิ การรบั นวดแผนไทยที่ เชย่ี วชาญ จังหวดั ร้อยเอ็ด ชว่ งปี พ.ศ. ๒๕๕๔ – ๒๕๕๖ ไม่เพียงเท่านั้น ยังถ่ายทอดความรู้การนวดแผนไทย การ นวดฝ่าเท้า การท�ำลูกประคบและยาหม่องจากสมุนไพร โดย เป็นวิทยากรบรรยาย สาธิต ให้แก่นักเรียนของศูนย์ กศน. ใน จงั หวดั ร้อยเอ็ดหลายแหง่ นอกจากน้ี ยังเป็นวิทยากรบรรยายให้แก่องค์กรปกครอง ทอ้ งถน่ิ และหนว่ ยงานตา่ งๆ เปน็ ระยะเวลากวา่ ๑๐ ปี มผี ไู้ ดร้ บั ประโยชนม์ ากมายจากความรทู้ ค่ี รใู ห้ ในการนวดเทา้ เพอ่ื สขุ ภาพ อุปกรณ์และวิธีใช้ รวมไปถึงประโยชน์และข้อควรระวังในการ นวดและกดจดุ

การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ 90 ดว้ ยครภู ูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ โดยเฉพาะอย่างยง่ิ กจิ กรรมการฝกึ อบรมสง่ เสรมิ กจิ กรรม กลุ่มสตรี พัฒนาอาชีพนวดแผนไทย เป็นการเพ่ิมศักยภาพ ของกลุ่มสตรีผู้มีรายได้น้อย ได้ท�ำอย่างสร้างสรรค์ ก่อให้เกิด ประโยชน์ต่อการส่งเสริมอาชีพที่สามารถต่อยอดเป็นอาชีพ เสริมรายไดห้ ลัก เกิดการเปล่ยี นแปลงทง้ั ด้านคณุ ภาพชวี ติ และ สง่ เสรมิ การสร้างรายไดใ้ ห้ครอบครวั และชมุ ชน ตลอดเวลาท่ีผ่านมา ครูประกายศรี รุ่งเรืองอริโย ยึด อาชีพด้วยความสจุ รติ ใหค้ วามเมตตา พึ่งพาตนเองแบบพออย ู่ พอกนิ มเิ พยี งจะมงุ่ แสวงหาประโยชนส์ รา้ งความรำ�่ รวย และไม่ เกบ็ ง�ำความรูค้ วามสามารถไว้เพ่ือสนองประโยชน์ตวั เอง เปน็ ท่ี ประจกั ษ์แก่คนทว่ั ไป การท่ี นางสาวประกายศรี รงุ่ เรอื งอริโย ได้น�ำความรู้ ความ สามารถ ด้านการแพทย์แผนไทย ที่ตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดย รวมแก่สังคม จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ จาก ส�ำนักงาน เลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นครู ภูมิปัญญาไทย ด้านการแพทย์แผนไทย เพื่อท�ำหน้าท่ีถ่ายทอด ภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาท้ังการศึกษาในระบบ การศึกษา นอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย สืบไป ท่อี ยปู่ ัจจุบัน : เลขท่ี ๒๖๕ หมทู่ ี่ ๑๑ ต.เขวา อ.เมือง จ.มหาสารคาม ๔๔๐๐๐ โทร. ๐๔๓-๕๒๗-๕๘๐ โทรสาร ๐๔๓-๕๒๗-๕๘๐ การศกึ ษา : มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓ โรงเรียนสตรีศกึ ษา/มธั ยมศกึ ษาปลาย กศน. รอ้ ยเอด็ เกียรตคิ ุณทไ่ี ด้รบั : ปราชญ์ชาวบา้ น มหาวิทยาลยั ราชภฎั มหาสารคาม / ครภู มู ปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ ด้านการแพทยแ์ ผนไทย สำ� นักงานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา กระทรวงศกึ ษาธิการ ๒๕๖๐

91 การสรา้ งความเป็นปกึ แผ่นของชาติ ดว้ ยครูภมู ปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ อุบลจังรหาวชัดธานี นายสีหา มงคลแก้ว ครภู มู ปิ ญั ญาไทย ดา้ นการจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม นายสีหา มงคลแก้ว เกิดเม่ือวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๐๖ ต.หวั ดอน อ.เขอื่ งใน จ.อบุ ลราชธานี เปน็ บตุ รคนท่ี ๔ ในจำ� นวน พนี่ ้อง ๗ คน ของนายสี พวงจนั ทร์ และนางค�ำมะลนุ บญุ สมยา สมรสกบั นางนวลจันทร์ มงคลแกว้ มบี ุตร ๑ คน ครูสีหา มงคลแก้ว เป็นผู้น�ำชุมชนแบบจิตอาสา ไม่มี ตำ� แหนง่ ใดๆ ในชมุ ชน แม้จะมผี ้เู สนอมอบให้ แต่ท�ำดว้ ยใจรกั ในงานสาธารณะ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตร พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช จากแนวคดิ การปลูกปา่ ในใจคน

การสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติ 92 ด้วยครูภมู ปิ ญั ญาไทย รุ่นท่ี ๘ “...”ขา้ พเจา้ จะรกั ษาปา่ จนชวี ติ จะหาไม”่ โดยการนำ� หลกั ความพอเพยี ง เดนิ ตามรอยพอ่ หลวง มาใช้ ชวี ติ ประจำ� วนั ในเรอื่ งของความพอเพยี ง การเสยี สละเพอื่ สว่ นรวม และการอนรุ กั ษป์ า่ และสงิ่ แวดลอ้ ม...” จงึ ตง้ั ปณธิ านทจี่ ะรกั ษาปา่ ชมุ ชนไวไ้ ดส้ บื ทอดชว่ั ลกู หลานและ ไดช้ กั จงู สมาชกิ ของชมุ ชนรว่ มกนั สรา้ งเครอื ขา่ ย ๒๕๔๕ เครอื ขา่ ย ปา่ ชมุ ชนดงใหญ่ มอี าณาเขต ๑,๘๑๐ ไร่ ทขี่ นึ้ ทะเบยี นปา่ ชมุ ชนกบั กรมปา่ ไม้ ยงั มคี วามอดุ มสมบรู ณอ์ ยจู่ ำ� นวน ๑,๒๙๕ ไร่ พนื้ ปา่ เปน็ ป่าดิบ ทสี่ ำ� คญั ผนื ปา่ แหง่ นบ้ี างสว่ นเปน็ ปา่ เบญจพรรณ ไมท้ พี่ บ ไม้ บก ไมแ้ ดง ไมย้ างนา ไมบ้ าก ลำ� ดวน พชื สมนุ ไพร หลากหลายชนดิ จำ� นวนมาก จำ� เปน็ ตอ้ งดแู ลรกั ษาปา่ ทำ� ใหป้ า่ ฟน้ื ฟกู ลบั สสู่ ภาพเดมิ และระวัง ป้องกัน การบุกรกุ ตดั ไมท้ ำ� ลายปา่ ให้มากทสี่ ดุ กิจกรรมที่เกิดจากความคิดของครูสีหา โดยกลุ่มสมาชิกเห็น พอ้ ง คอื อบรมเยาวชนมคั คเุ ทศกน์ อ้ ย ใหค้ วามรเู้ ทย่ี วปา่ ชมุ ชน แก่ นกั ท่องเท่ียวเพ่ือให้ร้คู ุณค่าของปา่ ตามดว้ ย กิจกรรมการป้องกนั ไฟปา่ อยา่ งมสี ่วนร่วม โดยกำ� จัดเชือ้ เพลิงท่ีทำ� ให้เกิดไฟปา่ ออกไป จากนัน้ เพม่ิ ความเข้มขน้ ดว้ ยการลาดตระเวนพนื้ ท่ีรอบๆ ปา่ ชมุ ชนดงใหญ่ เพอ่ื เฝา้ ระวงั ปอ้ งกนั การบกุ รกุ และ สรา้ งแนวความ คิดป่าและชุมชนอยู่ร่วมกันได้ โดยไม่เอารัดเอาเปรียบกันและกัน ทำ� ใหป้ า่ เปน็ ซปุ เปอรม์ ารเ์ กต็ ปา่ ดงใหญ่ ทงั้ เหด็ สมนุ ไพร และของ ป่าอ่นื ๆ งานใหญ่ที่ดังไปท้ังประเทศ คือ มหกรรมบวชป่าสืบชะตา ปา่ ดงใหญ่ โดยการนำ� หลักความพอเพยี ง เดนิ ตามรอยพ่อหลวง ในการ เสียสละเพื่อส่วนรวม และ การอนุรักษ์ป่าและส่ิงแวดล้อม มาใช้ ปฏบิ ัติจริงท้ังตนเองและชุมชนที่วา่ “ข้าพเจ้าจะรกั ษาปา่ จนชีวติ จะหาไม”่ ภายใต้หลักคดิ “การ พิทกั ษป์ า่ เพ่อื รักษาชีวติ ”

93 การสรา้ งความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ ด้วยครภู มู ิปัญญาไทย รุน่ ที่ ๘ โดยแบ่งป่าออกเป็น ๒ แปลง เพื่อใช้ประโยชน์ต่างกัน การที่ นายสหี า มงคลแกว้ แปลงท่ี ๑ เป็นแปลงพื้นท่ีใช้สอยและเล้ียงสัตว์ เพื่อชุมชนใช้ ได้น�ำความรู้ ความสามารถ ประโยชน์ แปลงที่ ๒ เป็นพืน้ ท่อี นุรักษ์แบบย่ังยืน ด้านการปลูกปา่ อนรุ กั ษป์ ่า ท่ี จนในปี ๒๕๓๘ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ตนเองไดร้ บั การถา่ ยทอด ศกึ ษา ทรงพระราชทานธง “พทิ กั ษป์ า่ รกั ษาชวี ติ ” ใหช้ มุ ชนวงั ออ้ ทด่ี แู ล คน้ ควา้ ฝกึ ฝน จนประสบความ ปา่ ไดย้ อดเยยี่ ม จนเป็นที่ยอมรบั ของชมุ ชนอ่ืนและปฏิญาณตน ส�ำเร็จเป็นประโยชน์โดยรวม ต่อหน้าพระพักตร์ว่า จะไม่ท�ำลายทรัพยากรธรรมชาติและจะ แก่สังคม จึงได้รับการยกย่อง อนรุ กั ษ์ทรัพยากรธรรมชาตไิ ว้ใหอ้ นุชนรุน่ หลงั ต่อไป เชิดชูเกียรติ จาก ส�ำนักงาน นับจากน้ัน ครูสีหาและเครือข่ายได้ร่วมกันรณรงค์การ เลขาธิการสภาการศึกษา อนุรักษ์และการบริหารจัดการป่าชุมชนบ้านวังอ้อ จัดท�ำกฎ กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็น ระเบียบป่าชุมชน หากใครฝ่าฝืนก็จะมีการปรับ จัดให้มีคณะ ครูภูมิปัญญาไทย ด้านการ กรรมการและอนุกรรมการ มีอ�ำนาจในการจับกุมผู้กระท�ำผิด บริหารทรัพยากรธรรมชาติ ทุกกรณี รวมถึงปลูกป่าทดแทนป่าท่ีถูกท�ำลายและในพ้ืนท่ี และสิ่งแวดล้อม เพื่อท�ำหน้าท่ี เสื่อมโทร.ม อกี ดว้ ย ถ่ายทอดภูมิปัญญาในการ นอกจากน้ี ยังได้น้อมน�ำศาสตร์พระราชาของรัชกาลท่ี ๙ จัดการศึกษาทั้งการศึกษาใน จัดต้ังหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง พัฒนารั้วพูดได้ ท�ำโครงการ ระบบ การศึกษานอกระบบ ชุมชนพอเพียง และเป็นแกนน�ำท�ำถนนสายวัฒนธรรม สร้าง และการศึกษาตามอัธยาศัย คณุ ธรรมประจำ� หมบู่ า้ น จนไดร้ บั ยกยอ่ งใหเ้ ปน็ ปราชญช์ าวบา้ น สบื ไป ดา้ นเศรษฐกจิ พอเพยี ง สง่ ผลใหช้ มุ ชนเขม้ แขง็ ทำ� ใหไ้ ดร้ บั รางวลั เศรษฐกิจพอเพียงระดับยอดเยย่ี ม ๒๕๕๗ ทีอ่ ยปู่ ัจจบุ นั : อยู่บ้านเลขท่ี ๔๖ หมู่ ๙ บ้านวังอ้อ ต.หัวดอน อ.เข่ืองใน จ.อบุ ลราชธานี ๓๔๑๕๐ โทร. ๐๘๓- ๓๖๖-๕๑๒๕ การศึกษา : มธั ยมปลาย ศนู ย์การศึกษานอกระบบฯ อ.เข่ืองใน จ.อบุ ลราชธานี เกียรติคุณที่ได้รับ : เข็มพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โครงการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมดีเด่น / ธง พระราชทานพทิ ักษร์ ักษาปา่ เพ่ือรักษาชีวิต สมเดจ็ พระนางเจ้าฯ พระบรมราชนิ นี าถ โครงการอนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ มดเี ดน่ / รางวัล ลูกโลกสีเขียว / รางวัลบุคคลดีเด่นระดับชาติ ด้านการอนุรักษ์ส่ิงแวดล้อม / รางวัลเศรษฐกิจพอเพียงระดับยอดเยี่ยม / ครูภูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ ด้านการบริหารทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม ส�ำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวง ศึกษาธิการ ๒๕๖๐

การสร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ 94 ด้วยครภู ูมิปัญญาไทย รุ่นที่ ๘ ขอจงั นหแวกัด่น นางจนิ ตนา เยน็ สวสั ดิ์ ครูภูมิปญั ญาไทย ด้านศิลปกรรม นางจนิ ตนา เยน็ สวสั ด์ิ เกดิ เมอ่ื วนั ท่ี ๗ มถิ นุ ายน ๒๔๘๙ อายุ ๗๑ ปี เกิด บา้ นโคกน้อย ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เรียนจบ ประถมปที ่ี ๔ จากโรงเรียนบ้านโคกนอ้ ย ต.พระลบั เมือ่ ปี ๒๔๙๖ “หมอล�ำกลอนสองฝงั่ โขง” คอื ฉายาทบ่ี รรดาแฟนทง้ั สอง ฝากฝง่ั แผน่ ดนิ ทม่ี ลี ำ� โขงเปน็ เขตแดน ตง้ั ให้ ครจู นิ ตนา เยน็ สวสั ด ์ิ ทไี่ ดร้ ับงานการแสดงเฉล่ยี ท้ังปี ไม่ต่�ำกว่า ๕๐ – ๘๐ งาน รวม เวลา ๕๐ ปี มีมากมายนบั ไมถ่ ว้ น

95 การสรา้ งความเปน็ ปกึ แผ่นของชาติ ด้วยครูภูมปิ ัญญาไทย รุ่นที่ ๘ เกิดในครอบครัวชาวนา ท่ี จบประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ จงึ ไดม้ เี วลาศกึ ษาบทกลอน เปน็ บ้านของ ครจู ินตนา เย็นสวัสด์ิ มี ร้อยๆบทกลอน ที่ปราชญ์อีสานเป็นคนประพันธ์ และท่อง หมอล�ำค�ำภา ธวัชโชติ (หมอล�ำ บทกลอน ทุกกลอนท่ีพี่มีอยู่ พ่ีก็เป็นครูท่ีให้ความรักความ กลอนช่ือดังได้รับโล่เกียรติยศ เออ้ื อาทรตอ่ นอ้ งคอยแนะนำ� อยา่ งใกลช้ ดิ ใหก้ ำ� ลงั ใจ ในทสี่ ดุ จากการแข่งขันหมอล�ำกลอน สามารถออกล�ำได้เพียงอายุ ๑๕ ปี และ ถือว่าเป็นหมอล�ำ ระดับประเทศ ) พ่ีสาวเป็นคน ความรทู้ มี่ อี ายนุ อ้ ยทสี่ ดุ คนหนงึ่ ในวงการหมอลำ� กลอน ของ สอน และ ไดต้ ดิ ตามพไี่ ปแสดงใน ภาคอสี าน งานบุญประเพณีต่างๆ แทบทุก ครูจินตนา เร่ิมแสดงหมอล�ำกลอนอีสานจริงจัง เร่ิม เวที จนเกิดความรักท่ีจะมีอาชีพ ต้ังแต่ปี ๒๕๐๕ แสดงตามงานวัด และงานบุญประเพณี หมอลำ� กลอน ของหมู่บ้านต่างๆ บางหมู่บ้านได้ไปแสดงหมอล�ำบ้านเดียว ศกึ ษา ฝกึ ฝน ทอ่ งบทกลอน ถงึ ๗ - ๘ คร้งั กม็ ี ไปแสดงทกุ ภาคในประเทศ ที่มีคนอีสาน ตา่ งๆ ของพ่ีสาวด้วยความม่งุ ม่ัน อยู่ สดุ แท้แต่เจ้าภาพจะว่าจา้ ง ตลอดทัง้ ประเทศเพ่ือนบ้าน เรอ่ื ยมา ตงั้ แตอ่ า่ นหนงั สอื ไดต้ อน สาธารณรฐั ประชาชนลาว กไ็ ดไ้ ปทำ� การแสดง หลายสบิ ครงั้ ประถมปีที่ ๓ พยายามสังเกต เป็นทชี่ ่ืนชอบ จนไดร้ บั ขนานนามขา้ งตน้ การล�ำ บทบาทลีลา ท่าทาง ในเวลาท่ีไม่ได้ถูกว่าจ้างไปท�ำการแสดง หมอล�ำส่วน ท่วงท�ำนอง จังหวะการล�ำของ ใหญ่จะเข้าวัดปฏิบัติธรรม เสาะแสวงหาพระคุณเจ้าท่ีมี พ่ีสาว ในการแสดงทุกคร้ังและ ความสามารถประพันธ์ บทกลอนล�ำทีม่ เี นื้อหาสาระสอนใจ จ�ำมาฝึกหัดด้วยตนเอง เท่ากับ ให้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ตามหลักธรรมทางศาสนา แล้วน�ำ เป็นการเรยี นรู้ท่ีสมบรู ณ์ใกล้ชิด ออกแสดงในงานต่างๆ จงึ เปน็ เอกลกั ษณ์ของตนเองในเร่อื ง บทกลอนทเ่ี กี่ยวกับทางพทุ ธศาสนา การศกึ ษา : ประถมศกึ ษาปีที่ ๔ โรงเรยี นบา้ นโคกน้อย ต.พระลบั อ.เมือง จ.ขอนแก่น เกยี รตคิ ุณที่ไดร้ บั : ถ้วยชนะเลศิ การประกวดแขง่ ขันหมอล�ำ ภาคอสี าน / ชนะเลิศการแขง่ ขนั หมอลำ� กลอนรนุ่ ใหญ่ ภาคอสี าน งานประจ�ำปีทุ่งศรีเมือง จ.อุดรธานี / บุคคลท่ีมีผลงานดีเด่นทางวัฒนธรรมพ้ืนบ้านอีสาน สาขาดนตรี และการแสดงหมอล�ำ กลอน สถาบนั วจิ ยั ศลิ ปะ และวฒั นธรรมอสี าน มหาวทิ ยาลยั มหาสารคาม / โลเ่ ชดิ ชเู กยี รต ิ ดเี ดน่ ผทู้ ำ� คณุ ประโยชน์ ตอ่ พระพทุ ธ

การสรา้ งความเปน็ ปึกแผน่ ของชาติ 96 ด้วยครูภูมิปัญญาไทย รุ่นท่ี ๘ “...“หมอล�ำกลอนสองฝ่งั โขง” คอื การที่ นางจินตนา เย็น ฉายาท่ีบรรดาแฟนทงั้ สองฝากฝง่ั แผ่นดินทม่ี ลี �ำโขงเป็นเขตแดน สวัสดิ์ ครูภูมิปัญญาไทย ด้าน ตง้ั ให้ ครูจนิ ตนา เย็นสวสั ด์ิ ท่ไี ดร้ ับงานการแสดงเฉล่ียทั้งปี หมอล�ำกลอนอีสาน ได้น�ำ ความรู้ ความสามารถ ด้าน ไมต่ �ำ่ กวา่ ๕๐ – ๘๐ งาน รวมเวลา ๕๐ ปี ศิลปกรรม ท่ีตนเองได้รับการ มีมากมายนับไม่ถว้ น...” หมอล�ำกลอนของครู คือ การพยายามรักษาความเป็น ถา่ ยทอด ศกึ ษา คน้ ควา้ ฝึกฝน ปราชญ์แห่งอีสานไว้ และพยายามหาทางเผยแพร่ บทกลอน จนประสบความส�ำเร็จเป็น อนั ทรงคา่ ใหแ้ พรก่ ระจายไปสคู่ นทกุ ภาคสว่ น เพอ่ื ใหเ้ หน็ คณุ ค่า ประโยชนโ์ ดยรวมแกส่ งั คม จงึ มรดกแหง่ ภมู ปิ ญั ญา และไดร้ วบรวมบทกลอนอนั ทรงคา่ จดั เกบ็ ได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติ เปน็ เอกสารแยกหมวดหมู่ เพอื่ สะดวกแกก่ ารคน้ หา ถา่ ยทอดแก่ จาก ส�ำนักงานเลขาธิการสภา คิษยแ์ ละผสู้ นใจท่เี ข้ามาหามากมาย การศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร มีท้ังหมวด ศาสนา วัฒนธรรมประเพณี ประวัติศาสตร์ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย รุ่น ภูมิศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ หลักธรรมค�ำสั่งสอนทางพุทธ ที่ ๘ ด้านศิลปกรรม เพ่ือท�ำ ศาสนา คติธรรมเตือนใจ ในบททำ� นอง ท้งั ลำ� ยาว ลำ� หลอ่ ง ลำ� หน้าท่ีถ่ายทอดภูมิปัญญาใน เตย้ พรอ้ มกบั อัดเทป ซีดี รกั ษาไวร้ อการสืบสาน มศี ษิ ย์ทไี่ ด้รบั การจัดการศึกษาทั้งการศึกษา การถ่ายทอด ท่ีได้รับผลส�ำเร็จและได้ประกอบอาชีพหมอล�ำ ในระบบ การศึกษานอกระบบ กลอนถึงปัจจบุ ันมากมาย และการศึกษาตามอัธยาศัย ชวี ติ ในปจั จบุ นั ของครู ยงั คงเปน็ หมอลำ� กลอนทพ่ี ฒั นาใหม้ ี สบื ไป ประสทิ ธภิ าพในการเผยแพรค่ ำ� สงั่ สอนทางพทุ ธศาสนา ความรกั สามคั คี รักและหวงแหนสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตรยิ ์ ท่ีอยู่ปัจจุบัน : บ้านเลขที่ ๑๙๓/๑๓ ให้ความอุปถัมภ์พุทธศาสนา ให้กองทุนแก่เด็กยากจนและ หมู่ท่ี ๔ ต.ในเมือง จ.ขอนแก่น เรยี นดี ใชเ้ งนิ ของตนเองอดั เปน็ ซดี ี แจกฟรี ใหเ้ สยี งตามสายของ ๔๐๐๐๐ โทร. ๐๘๑-๙๗๔-๒๔๘๑, หมู่บา้ น วดั โรงเรยี น สถานวี ทิ ยุชมุ ชนตา่ งๆ ๐๔๓-๓๔๐-๙๕๙ ศาสนา มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณร์ าชวิทยาลัย วทิ ยาลัยเขตขอนแกน่ และรับพระราชทานเข็มตราสัญลักษณ์ สธ. จากสมเดจ็ พระเทพรัตนราชสดุ าฯ สยามบรมราชกุมารี / “นาคราชทองคำ� ” ศลิ ปนิ พนื้ บา้ นอีสาน สาขาหมอล�ำกลอน สถาบนั วจิ ยั ศิลปะ และ วฒั นธรรมอสี าน มหาวทิ ยาลัยมหาสารคาม / รางวัลเกยี รตคิ ณุ คนดีของสังคม สาขาผทู้ �ำคุณประโยชนต์ ่อสงั คมดเี ด่น / ครู ภูมปิ ัญญาไทย ร่นุ ท่ี ๘ ดา้ นศลิ ปกรรม ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ ๒๕๖๐

97 การสร้างความเปน็ ปึกแผ่นของชาติ ดว้ ยครูภมู ปิ ัญญาไทย ร่นุ ที่ ๘ อบุ ลจังรหาวชัดธานี นายฉลาด สง่ เสรมิ (ป.ฉลาดน้อย) ครูภมู ิปัญญาไทย ดา้ นศิลปกรรม นายฉลาด ส่งเสริม หรือ ป.ฉลาดน้อย หมอล�ำเร่ืองที่มีช่ือ เสียงโด่งดัง เป็นท่ีรู้จักนักนิยมหมอล�ำไปทุกภูมิภาค เกิดเมื่อวัน ที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๔๙๐ ที่บ้านหนองบ่อ ต.หนองบ่อ อ.เมือง อุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี จบการศึกษา ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒ โรงเรียนสมเด็จ วดั สุปัฏนารามวรวหิ าร เปน็ หมอล�ำเร่อื งตอ่ กลอนทม่ี คี วามโดด เด่นเป็นที่รู้จักในด้านน�้ำเสียงที่ก้องกังวานแจ่มใส ค�ำร้องมีการ ใชค้ �ำเลียนเสียงธรรมชาติ เปน็ แบบฉบบั เฉพาะตวั ยากที่คนอืน่ จะลอกเลียนแบบได้ และสามารถร้องได้ทั้งล�ำยาว ล�ำเพลิน ลำ� เรื่อง ล�ำต่อกลอน ได้ทกุ เร่อื งทีแ่ สดง

การสรา้ งความเป็นปกึ แผ่นของชาติ 98 ด้วยครภู มู ปิ ัญญาไทย รนุ่ ท่ี ๘ มี ผ ล ง า น ก า ร ส่ั ง ส ม ตามด้วยการร้องขยายเนื้อร้องก็ขึ้นด้วยค�ำว่า “แล้วบัดน้ี ประสบการณ์ทางด้านหมอล�ำ บาดวา่ ฟา้ รอ้ งสง่ เสยี งดงึ พนุ้ ดงึ พี้ พห่ี มอลำ� ฉลาดนำ�้ ตายอ้ ยแมน่ มากว่า ๕๐ ปี มีองค์ความรู้ ใสห่ มอนขาวพอนๆ เอย๋ ” และ ลกู สรอ้ ย “แม่ผมเอยนแี้ ล้ว (ออ และความเช่ียวชาญในการ เฮาะฮอย) ซง่ึ นกั แสดงทง้ั หลายโดยเฉพาะนกั แสดงตลก ชอบนำ� แสดงหมอล�ำท้ังทางด้านการ คำ� รอ้ งและท�ำนองล�ำเมอื งอุบลไปล้อเลียนเป็นแบบตลก ล�ำ (ขบั ร้อง) การรำ� (ประดษิ ฐ์ แสดงให้เห็นว่า เป็นอีสานร้อยเปอร์เซ็นต์และจากท�ำนอง คิดค้นท่าร�ำ) การประพันธ์ กลอนล�ำท่ี ป.ฉลาดนอ้ ย คิดค้นน้ี ประชาชนชน่ื ชอบ จึงพากนั กลอนล�ำ การแสดงด้านหน้า เรียกวา่ “ทำ� นอง ป.ฉลาดนอ้ ย” เวที การบริหารจัดการวง ผลงานเด่น ไดแ้ ก่ นางนกกระยางขาว ทา้ วก่ำ� กาดำ� พระ หมอลำ� การสอนถา่ ยทอดองค์ เวสสนั ดรชาดก องคลุ มี ารสำ� นกึ บาป พทุ ธประวตั ติ อนสทิ ธตั ถะ ความร้ใู นบทบาททางวชิ าการ กุมารออกบวช นางนกกระจอกนอ้ ย ผาแดงนางไอ่ ลกู เขยไทย และการเผยแพรผ่ ลงาน สะใภล้ าว เพลงรักบุญบง้ั ไฟ เปน็ ต้น โดดเด่นย่ิงขึ้นในฐานะ โดยเฉพาะทา่ รำ� นางนกกระยางขาวยงั คงใชเ้ ปน็ ทา่ แมแ่ บบ ผู้คิดค้นท�ำนองล�ำ “ท�ำนอง ในการแสดง ซงึ่ มลี กั ษณะเฉพาะคอื “กางแขนเหมอื นนกถลาบนิ เมืองอุบลราชธานี” ท่ีมี ซอยเทา้ ถี่รุกเร้า สนกุ สนาน เอกลักษณ์เฉพาะของจังหวัด ครูป.ฉลาดน้อย นอกจากจะมีพลังเสียงท่ีดึงดูดผู้ฟัง ทั้ง อุบลราชธานี โดยเฉพาะ ค�ำร้อง การเอื้อน จังหวะ การหายใจ อารมณ์ บุคลิกภาพสง่า ส�ำนวนการร้องท่ีน�ำเอา งาม เชาวป์ ญั ญาในขณะแสดงแลว้ ยงั เปน็ ผทู้ ม่ี คี วามขยนั อดทน ธรรมชาตสิ ง่ิ แวดลอ้ ม บรรยาย ยดึ มนั่ ในความกตญั ญกู ตเวทตี อ่ บคุ คลอนื่ และสง่ิ อน่ื โดยเฉพาะ ถึงลักษณะภูมิอากาศ ฟ้า ลม อย่างยิ่งผู้มีพระคุณ บิดา มารดา คุณครูบาอาจารย์ และคุณ ฝน น้ำ� คือ “โอฟ้ า้ เอย้ ฟ้าฮ้อ แผน่ ดนิ ตามอุดมการณ์ของพระโพธสิ ตั ว์ ทีว่ ่า “เสยี สละทรพั ย์ งข่อม...อย่าลืมความพี่ลาดสั่ง เพ่ือรักษาอวัยวะ เสียสละอวัยวะเพ่ือรักษาชีวิต ยอมเสียสละ เด้อละนาง...” มาเป็นเนื้อหา ชีวติ เพ่ือรกั ษาธรรม (ความถูกตอ้ งของสงั คมไว้) ” ประกอบ

99 การสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติ ดว้ ยครูภูมปิ ญั ญาไทย รุน่ ท่ี ๘ “...โดยเฉพาะท่าร�ำนางนกกระยางขาวยังคงใช้เป็นท่าแม่แบบในการแสดง ซ่ึงมีลักษณะเฉพาะ คือ“ กางแขนเหมอื นนกถลาบิน ซอยเทา้ ถ่ีรุกเรา้ สนุกสนาน ...” เปน็ ครสู อนและถา่ ยทอดความรใู้ หก้ บั นกั เรยี น นกั ศกึ ษา ประชาชน ทงั้ การศกึ ษาในระบบ นอกระบบ ตามอธั ยาศยั และการศึกษาตลอดชวี ิต วิทยากรและอาจารย์พิเศษ มหาวิทยาลัย จากปี พ.ศ. ๒๕๓๐ - ปจั จบุ ัน มศี ษิ ย์มากมาย การท่ี นายฉลาด สง่ เสรมิ ครูภมู ปิ ญั ญาไทย ดา้ นศลิ ปกรรม ได้นำ� ความรู้ ความสามารถ ด้านศิลปกรรม ที่ตนเองได้รับการถ่ายทอด ศึกษา ค้นคว้า ฝึกฝน จนประสบความส�ำเร็จเป็น ประโยชน์โดยรวมแกส่ ังคม จงึ ได้รับการยกย่องเชดิ ชูเกยี รติ จาก สำ� นักงานเลขาธิการสภาการ ศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้เป็นครูภูมิปัญญาไทย ด้านศิลปกรรม เพ่ือท�ำหน้าท่ีถ่ายทอด ภูมิปัญญาในการจัดการศึกษาทั้งการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตาม อัธยาศยั สบื ไป ที่อย่ปู ัจจุบัน : ๕๕๔ ต.ในเมอื ง อ.เมอื ง จ.อบุ ลราชธานี ๓๔๐๐๐ โทร. ๐๔๕-๓๑๑-๕๘๐ เกียรติคุณที่ได้รบั : รางวลั ทองคำ� ฝงั เพชร การประกวดหมอลำ� เรอ่ื งต่อกลอน เรือ่ ง “นางนกกระยางขาว” กรมประชาสมั พนั ธ์ / ได้รับยกย่องเชดิ ชเู กียรตเิ ปน็ สุดยอดศิลปนิ อีสานในวาระ ๔๐ ปี มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น / ศิลปินแหง่ ชาติ สาขาศลิ ปะการแสดง (หมอล�ำ) ๒๕๔๘ / ครภู ูมิปัญญาไทย รุน่ ท่ี ๘ ด้านศลิ ปกรรม ส�ำนกั งานเลขาธิการสภาการศกึ ษา กระทรวงศกึ ษาธกิ าร ๒๕๖๐

การสร้างความเป็นปึกแผ่นของชาติ 100 ดว้ ยครูภูมิปญั ญาไทย รุน่ ท่ี ๘ ขอจงั นหแวกัด่น นายบุญเลศิ ภูวิเลิศ ครูภูมปิ ญั ญาไทย ด้านศิลปกรรม นายบุญเลิศ ภูวิเลิศ เกิดเมื่อวันท่ี ๑๕ กันยายน ๒๔๙๓ ท่ีจ.กาฬสินธุ์ เป็นบุตรคนที่ ๔ ในจ�ำนวนพี่น้อง ๗ คน ของ นายบญุ มา ภวู เิ ลศิ และ นางอว้ น ภวู เิ ลศิ สมรสกบั นางสาวบปุ ผา อะโนศรี มบี ุตรหญิง ๒ คน ชีวติ วัยเดก็ นายบญุ เลศิ ภวู ิเลศิ เหมือนกับเด็กชนบททัว่ ๆ ไป ทอี่ ยู่กบั ทุ่งนา ป่าเขา เลย้ี งวัว เลี้ยงควาย แตด่ ว้ ยความขยัน หมน่ั เพยี รทำ� ใหเ้ รยี นจบ ป.๔ และ ได้มโี อกาสบวชเรียนเมื่อเขา้ สูว่ ัยรุ่น ไดศ้ กึ ษาเล่าเรยี นจนจบ ป.๗ สามารถสอบเทียบเท่านัก ธรรมชน้ั เอกได้ และจบ มศ. ๓ จึงลาสิกขา


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook