93 - แผนท่ีอากาศ เป็นแผนที่ แสดงสภาพลมฟ้าอากาศ ในชว่ งเวลาหน่ึง ข้อมลู ใน แผนท่ีอากาศจะนาไปใชใ้ น การพยากรณ์อากาศ การเปลยี่ นแปลง ภูมอิ ากาศโลกสง่ ผลกระทบต่อส่ิงมชี วี ิต และส่ิงแวดล้อม ซึ่ง ปัจจุบนั ภมู ิอากาศโลกเกิด การเปล่ยี นแปลงอย่าง รวดเร็ว เชน่ การ หลอมเหลวของน้าแขง็ ขวั้
94 โครงสร้างรายวิชาวิทยาการคานวณ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ท่ี ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั การเรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตัวชี้วดั (ช่ัวโมง) คะแนน - แนวคดิ เชิงนามธรรม เปน็ การ 1 แนวคิดเชงิ ว 4.2 ม.1/1 ประเมนิ ความสาคัญของรายละเอียด 8 ของปญั หา แยกแยะสว่ นท่ีเป็น คานวณ ออกแบบอัลกอรทิ ึมที่ สาระสาคญั ออกจากส่วนที่ไมใ่ ช่ ใช้แนวคิดเชงิ สาระสาคัญ นามธรรมเพื่อ - แนวทางการฝกึ คิดเชงิ นามธรรม แก้ปัญหาหรืออธบิ าย เชน่ การทางานทีพ่ บใน 1) การวเิ คราะหแ์ ละเทียบเคียงกับ ชวี ิตจริง ปัญหาท่คี ลา้ ยคลึงกัน เพ่ือนามาสู่ ความหมายเชงิ นามธรรม 2) วธิ ีการดงึ ความคิดเชงิ นามธรรม เชน่ การคดิ ออกเสยี ง (think aloud) เป็นการฝกึ เรียบเรียงแนวคดิ เป็น คาพดู เพ่ือตรวจสอบความคดิ ของ ตัวเอง - ตวั อยา่ งปัญหา เช่น ต้องการปู หญา้ ในสนามตามพ้นื ที่ที่กาหนด โดย หญ้าหนึง่ ผนื ขนาดความกวา้ ง 50 ซ.
95 ท่ี ช่ือหน่วย มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนกั การเรยี นรู้ เรยี นร้/ู ตวั ชี้วดั (ชว่ั โมง) คะแนน ม. ยาว 50 ซ.ม จะใช้หญ้าทัง้ หมดก่ี 16 ผืน 8 2 การพัฒนา ว 4.2 ม.1/2 - การแกป้ ญั หาอย่างเป็นข้นั ตอนจะ โปรแกรม ออกแบบและเขียน ช่วยให้แก้ปัญหาได้อย่างมี โปรแกรมอย่างง่าย ประสิทธิภาพ เพื่อแก้ปญั หาทาง - รหัสลาลองและผังงาน คณติ ศาสตรห์ รือ - การออกแบบและเขยี นโปรแกรมท่ี วิทยาศาสตร์ มีการใช้ตัวแปร เงอื่ นไข วนซ้า - การออกแบบอลั กอรทิ ึม เพ่ือ แกป้ ญั หาทางคณติ ศาสตร์ วิทยา ศาตร์อยา่ งง่าย อาจใชแ้ นวคดิ เชงิ นามธรรมในการออกแบบเพื่อใหก้ าร แกป้ ัญหามปี ระสทิ ธภิ าพ - ซอฟต์แวร์ท่ีใช้ในการเขยี น โปรแกรม เช่น Scratch, python, java, c - ตัวอย่างโปรแกรม เช่น โปรแกรม สมการการเคลอื่ นท่ี, โปรแกรม คานวณหาพน้ื ท่ี, โปรแกรมคานวณ ดัชนีมวลกาย 3 การรวบรวม ว 4.2 ม.1/3 - การรวบรวมขอ้ มูลจากแหล่งข้อมูล ข้อมลู ประมวลผล รวบรวมขอ้ มูลปฐม ปฐมภมู ิ ประมวลผล สร้างทางเลือก ภมู ิ ประมวลผล ประเมินผล จะทาใหไ้ ดส้ ารสนเทศ ประเมินผล เพอื่ ใชใ้ นการแก้ปญั หาหรือการ นาเสนอข้อมูลและ ตัดสินใจได้อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ สารสนเทศ ตาม - การประมวลผลเปน็ การกระทากับ วตั ถปุ ระสงคโ์ ดยใช้ ข้อมูลเพ่อื ใหไ้ ด้ผลลัพธ์ที่มี ซอฟต์แวรห์ รือ ความหมายและมีประโยชนต์ อ่ การ บริการบน นาไปใชง้ าน สามารถทาไดห้ ลายวิธี อนิ เทอรเ์ น็ตที่ เชน่ คานวณอตั ราส่วน คานวณ หลากหลาย คา่ เฉล่ีย
96 ที่ ชือ่ หน่วย มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก การเรียนรู้ เรียนร้/ู ตัวชว้ี ดั (ชวั่ โมง) คะแนน - การใช้ซอฟต์แวรห์ รือบริการบน อนิ เทอร์เนต็ ที่หลากหลายในการ รวบรวม ประมวลผล สร้างทางเลือก ประเมนิ ผล นาเสนอ จะชว่ ยให้ แกป้ ัญหาไดอ้ ย่างรวดเรว็ ถกู ตอ้ ง และแม่นยา - ตวั อย่างปญั หา เนน้ การบรู ณาการ กบั วชิ าอ่นื เช่น ต้มไข่ให้ตรงกับ พฤติกรรมการบรโิ ภค , คา่ ดชั นมี วล กายของคนในท้องถนิ่ , การสร้าง กราฟผลการทดลองและวเิ คราะห์ แนวโนม้ 4 ใชเ้ ทคโนโลยี ว 4.2 ม.1/4 ใช้ - ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่าง 4 อย่างมีความ รบั ผิดชอบ เทคโนโลยี ปลอดภยั เช่น การปกปอ้ งความเปน็ 5 สารสนเทศอย่าง สว่ นตวั และอตั ลักษณ์ 6 ปลอดภยั ใช้ส่อื - การจดั การอัตลักษณ์ เชน่ การต้งั และแหลง่ ข้อมูล รหสั ผ่าน การปกป้องข้อมูลสว่ นตัว ตามข้อกาหนดและ - การพจิ ารณาความเหมาะสมของ ขอ้ ตกลง เน้ือหา เชน่ ละเมิดความเป็นส่วนตวั ผอู้ นื่ อนาจาร วจิ ารณผ์ ู้อน่ื อย่าง หยาบคาย - ข้อตกลง ข้อกาหนดในการใช้สื่อ หรือแหลง่ ข้อมลู ต่างๆ เช่น Creative commons สอบกลางภาค 2 20 สอบปลายภาค 2 30 รวม 40 100
97 โครงสร้างรายวชิ าเกง่ โปรแกรมสานักงาน ภาคเรยี นท่ี 1 ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ลาดบั ชอ่ื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ การเรียนร้/ู (ช่วั โมง) คะแนน - แนะนาและวธิ กี ารเขา้ ใชโ้ ปรแกรม 1 ความรู้เกย่ี วกบั ตัวชี้วดั ไมโครซอฟต์เวิร์ด 2 โปรแกรม ง 3.1 ม.1/1 2
98 ไมโครซอฟต์ ง 3.1 ม.1/1 - เครอื่ งมือ หนา้ ทแ่ี ละแถบเมนตู ่าง ๆ 2 เวิร์ด ในไมโครซอฟต์เวิร์ด 2 2 การจดั แต่ง - การพมิ พเ์ อกสาร Microsoft Word เอกสาร 2010 เบอ้ื งตน้ - การจัดรูปแบบเอกสาร 3 การแทรกตาราง ง 3.1 ม.1/1 - การพมิ พ์ตาราง 2 ลาดบั ชื่อหน่วย มาตรฐาน สาระสาคัญ เวลา น้าหนัก ที่ การเรยี นรู้ การเรยี นร/ู้ (ชัว่ โมง) คะแนน ตวั ชีว้ ัด
99 4 การใชง้ าน ง 3.1 ม.1/1 - ความรูเ้ บ้อื งตน้ เกยี่ วกับโปรแกรม 2 โปรแกรม Microsoft Excel ไมโครซอฟต์ เอ็กเซลเบ้ืองตน้ ง 3.1 ม.1/1 - ประเภทของข้อมูลใน Microsoft 2 Excel 5 การตกแต่งแผน่ ง 3.1 ม.1/1 - การตกแต่ง Worksheet 2 2 งานใหส้ วยงาม - การจดั การรูปแบบขอ้ มูล 6 การคานวณโดย ง 3.1 ม.1/1 - การใชส้ ูตรคานวณ 2 ใชส้ ูตร 2 การสรา้ งแผนภมู ิ ง 3.1 ม.1/1 การสรา้ งแผนภูมิ 2 สอบกลางภาค 2 7 การใช้งาน ง 3.1 ม.1/1 - รจู กั กบั Microsoft Microsoft PowerPoint PowerPoint
100 ลาดับ ช่อื หน่วย มาตรฐาน สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั ท่ี การเรียนรู้ การเรียนร้/ู (ชั่วโมง) คะแนน การสร้างงาน ตัวชี้วัด - การใชแ้ ถบเมนูและแถบ 2 นาเสนอ ง 3.1 ม.1/1 เครื่องมอื 2 - การสรางงานพรีเซนตเตชั่นแบบ 2 ง 3.1 ม.1/1 งาย ๆ - การแทรกรูป การจัดการวัตถุ ตาง ๆ ในแผนสไลด์ 8 งานพื้นฐานใน ง 3.1 ม.1/1 - รูจ้ กั กบั Publisher 2 2 Publisher - การสรา้ งแผ่นพับ 2 - การสร้างปฏทิ นิ 2 40 สอบปลายภาคเรยี น รวม
101 โครงสรา้ งรายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ (ว 22101) เวลาเรยี นรวม 60 ช่วั โมง/ภาคเรียน ลาดับที่ ชื่อหน่วย มาตรฐานการ สาระการเรยี นรู้ เวลา นา้ หนัก 1 (ชว่ั โมง) คะแนน 2. การเรียนรู้ เรียนรู้/ตัวช้ีวัด 20 30 3 ระบบตา่ งๆของมนุษย์ ว. 1.2 ม.2/1, 2, 3, - ระบบหายใจ 25 40 4, 5, 6, 7, 8, 9, - ระบบกาจัดของเสีย 15 30 10, 11, 12, 13, - ระบบไหลเวยี นเลือด 14, 15, 16, 17 - ระบบประสาท - ระบบสบื พันธุ์ การแยกสาร ว. 2.1 ม.2/1, 2, 3 - การกรอง - การตกผลึก - การกลน่ั แบบธรรมดา - การกลั่นแยกลาดับส่วน - การสกดั โดยการกลนั่ ด้วยไอนา้ - การสกดั ดว้ ยตวั ทาละลาย - การแยกสารโดยวิธโี ครมาโทกราฟี - การแยกสารโดยวิธกี ารอยา่ งงา่ ย สารในชวี ติ ประจาวนั ว. 2.1 ม.2/4, 5, 6 - ความหมายและองค์ประกอบของ สารละลาย - ความเขม้ ข้นของสารละลาย - ความปลอดภนั ในการใช้สารใน ชีวิตประจาวนั
102 โครงสร้างรายวชิ า วทิ ยาศาสตร์ (ว 22102) เวลาเรยี นรวม 60 ช่วั โมง/ภาคเรยี น ลาดบั ที่ ชอ่ื หน่วย มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา นา้ หนัก 1 (ชั่วโมง) คะแนน การเรยี นรู้ เรียนรู้/ตวั ช้ีวัด 2 25 35 3 แรงกับการเคลอื่ นท่ขี อง ว 2.2 ม. 2/1, 2, 3, - แรงชนิดต่างๆท่คี วรรูจ้ ัก 20 35 วตั ถุ 4, 5, 6, 7, 8, 9, - แรงเสียดทาน 15 30 10, 11, 12, 13, - โมเมนต์ 14, 15 - แรงพยุง - อัตราเร็ว ความเรว็ และความเรง่ - ผลของแรงลพั ธ์ - ผลของแรงทีท่ าให้วตั ถุเคลน่ิ ท่ใี น แบบต่างๆ งานและพลงั งาน ว. 2.3 ม.2/1, 2, 3, - ความหมายของงาน 4, 5, 6 - การคานวณเก่ยี วกับงาน - ความหมายของพลงั งาน - รูปแบบของพลังงาน - กฎการอนุรกั ษพ์ ลงั งาน โลกของเรา ว. 3.2 ม.2/1, 2, 3, - สว่ นประกอบของโลก 4, 5, 6, 7, 8, 9, - ทรัพยากรหนิ 10 - ทรพั ยากรแร่ - ทรัพยากรดิน - ทรัพยากรนา้
103 โครงสร้างรายวิชารายวิชา วทิ ยาการคานวณ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ลาดับ ช่ือหน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อัตราสว่ น ท่ี เรยี นร/ู้ ชว่ั โมง คะแนน ระหว่างเรยี น ตัวชีว้ ดั กบั สอบ 1 แนวคดิ เชิงคานวณ ว 4.2 ม.2/1 - แนวคิดเชิงคานวณ 8 20 70:30 ออกแบบ - การแกป้ ญั หาโดยใช้ อลั กอริทึมที่ใช้ แนวคดิ เชงิ คานวณ แนวคิดเชงิ - ตวั อยา่ งปัญหา เช่น คานวณในการ การวาดรปู เชงิ แกป้ ัญหา เรขาคณติ การสอ่ื สาร หรือการ ทา่ เตน้ การสื่อสารเน้ือ ทางานที่พบใน เพลง การเข้าแถว ชวี ิตจริง ตามลาดบั ความสูงให้ เร็วท่สี ดุ , จดั เรียงเสอ้ื ให้ หาได้ง่ายท่ีสุด
104 2 การโปรแกรม ว 4.2 ม.2/2 - ตัวดาเนนิ การบลู นี 16 40 15 คอมพวิ เตอร์ ออกแบบและ - ฟังก์ชัน เขียน - การออกแบบและ โปรแกรมท่ีใช้ เขยี นโปรแกรมท่ีมีการ ตรรกะและ ใชต้ รรกะ และฟังกช์ ัน ฟังก์ชันในการ - การออกแบบ แก้ปัญหา อัลกอริทมึ เพ่ือ แกป้ ญั หาอาจใชแ้ นวคดิ เชิงคานวณในการ ออกแบบเพอ่ื ให้การ แก้ปญั หามี ประสิทธิภาพ - การแกป้ ัญหาอยา่ ง เปน็ ข้ันตอนจะช่วยให้ แกป้ ญั หาได้อย่างมี ประสิทธิภาพ - ซอฟตแ์ วรท์ ี่ใชใ้ นการ เขียนโปรแกรม เช่น Scratch, python, java, c - ตวั อย่างโปรแกรม เชน่ โปรแกรมตดั เกรด, หาคาตอบ ท้ังหมดของอสมการ หลายตวั แปร 3 หลกั การทางานของ ว 4.2 ม.2/3 - องค์ประกอบและ 4 ระบบคอมพวิ เตอร์ อภปิ ราย หลกั การทางานของ องค์ประกอบ ระบบคอมพวิ เตอร์ และหลักการ - การประยุกต์ใช้งาน ทางานของ และการแกป้ ัญหา ระบบ เบ้อื งตน้ คอมพวิ เตอร์ และ
เทคโนโลยกี าร 4 105 ส่ือสาร เพื่อ 4 ประยกุ ต์ใช้ 15 งานหรือ แก้ปัญหา 10 เบ้ืองตน้ 4 เทคโนโลยกี ารสื่อสาร ว 4.2 ม.2/3 - องคป์ ระกอบและ อภิปราย หลักการทางานของ องคป์ ระกอบ เทคโนโลยีการสอื่ สาร และหลักการ - อนิ เทอรเ์ นต็ , เลขทอ่ี ยู่ ทางานของ ไอพี, โดเมน, การใช้ ระบบ อีเมล, virtual คอมพิวเตอร์ networks , Cloud และ - การประยกุ ต์ใช้งาน เทคโนโลยกี าร และการแก้ปัญหา ส่ือสาร เพอื่ เบ้ืองตน้ ประยกุ ตใ์ ช้ งานหรือ แกป้ ัญหา เบอ้ื งตน้ 5 ใชง้ านไอทีอย่างมี ว 4.2 ม.2/4 ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ความรับผดิ ชอบ ใชเ้ ทคโนโลยี อย่างปลอดภัย โดย สารสนเทศ เลอื กแนวทางปฏบิ ตั ิ อยา่ ง เม่อื พบเนอ้ื หาทไ่ี ม่ ปลอดภัย มี เหมาะสม เชน่ แจง้ ความ รายงานผู้เกี่ยวขอ้ ง รับผิดชอบ ป้องกนั การเข้ามาของ สรา้ งและ ขอ้ มลู ท่ีไมเ่ หมาะสม ไม่ แสดงสทิ ธใิ์ น ตอบโต้ ไม่เผยแพร่ การเผยแพร่ - การใช้เทคโนโลยี ผลงาน สารสนเทศอยา่ งมีความ รับผิดชอบ เชน่ ตระหนักถึงผลกระทบ
106 ในการเผยแพรข่ ้อมูล - การสร้างและแสดง สิทธคิ วามเปน็ เจ้าของ ผลงาน - การกาหนดสิทธ์กิ าร ใชข้ ้อมูล โครงสร้างรายวิชา คอมพิวเตอรก์ ราฟกิ เบือ้ งต้น ภาคเรียนที่ 1 ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 2
107 ลาดับ ช่ือหน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อัตราส่วน ท่ี เรียนรู้/ ชั่วโมง คะแนน ระหวา่ งเรยี น ตัวช้วี ัด กับสอบ 1 อุปกรณ์แสดงผล 1. อธบิ าย หลกั การทางานของ 2 5 70:30 กราฟิก หลักการ อปุ กรณ์แสดงผลกราฟกิ ทางานของ อปุ กรณ์ แสดงผล กราฟิกได้ 2 ภาพกราฟกิ 2. รู้หลักการ หลักการเกี่ยวกับ 4 5 เกีย่ วกับ ภาพกราฟิก ภาพกราฟกิ ได้ 3 สรา้ งภาพกราฟิก 3. สรา้ ง ฝึกปฏบิ ัตสิ รา้ ง 6 10 ภาพกราฟิกได้ ภาพกราฟกิ 4 การนาเสนอผลงาน 4. สามารถ รปู แบบการนาเสนอ 10 15 นาเสนอ ผลงานกราฟิก ผลงานกราฟิก ได้ 5 การประยุกตใ์ ชง้ าน 5. สามารถ การประยุกตใ์ ช้ 14 15 ประยกุ ตใ์ ช้ คอมพวิ เตอรส์ ร้าง คอมพิวเตอร์ ผลงาน สรา้ งผลงาน ตา่ งๆ ได้ สอบกลางภาค 2 20 สอบปลายภาค 2 30
108 โครงสร้างรายวชิ าคอมพิวเตอร์เอนเิ มชัน ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 2 เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น ลาดับ ชื่อหน่วยการเรยี น ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั ช่ัวโมง คะแนน ระหวา่ ง ที่ เรยี นกับ สอบ 1 ความรูพ้ ื้นฐาน 1. บอก ความรพู้ ื้นฐานเก่ียวกบั 2 5 70:30 เกี่ยวกบั Flash หลกั การสรา้ ง Flash งาน เอนิเม ชัน และ หลักการ ทางาน ของ งานเอนิเมชนั ด้วยโปรแกรม Flash ได้ 2. บอก ส่วนประกอบ ต่างๆ ของ โปรแกรม Flash ได้ 3. ปฏิบตั ิการ เข้าโปรแกรม ใช้เครือ่ งมือ และออกจาก โปรแกรม Flash ได้ 2 การสรา้ งองคป์ ระกอบ 1. บอก การสร้างองคป์ ระกอบ 9 10 ภาพและการจัดการ หลักการการ ภาพ และการจัดการกบั กับออบเจค๊ สรา้ ง ออบเจ๊ค องคป์ ระกอบ ภาพและการ
ลาดับ ช่ือหน่วยการเรียน ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ 109 ที่ เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น 3 ชนิดของ จัดการกบั ชนิดของซิมโบล และ ช่วั โมง คะแนน ระหวา่ ง ซมิ โบล และการ ออบเจ๊คด้วย การเคล่อื นไหว เคล่ือนไหว โปรแกรม เรยี นกับ Flash ได้ สอบ 2. ปฏิบตั กิ าร เลือก การ 15 20 เปล่ยี นแปลง การซอ่ น การ เคลื่อนยา้ ย การพลกิ การ หมุน การลบ การวาง ตาแหน่ง ของ ออบเจ๊ค และ รปู ภาพ ด้วย โปรแกรม Flash ได้ 3. ปฏิบตั กิ าร นาเขา้ ไฟล์ รปู ภาพ และ ใส่ข้อความลง ในสเตจใน โปรแกรม Flash ได้ 1. บอกชนิด ของซิมโบลใน โปรแกรม Flash ได้ 2. ปฏบิ ตั กิ าร เปล่ียนชนดิ ของซิมโบล และการสรา้ ง
110 เวลา/ น้าหนกั อตั ราสว่ น ลาดับ ช่ือหน่วยการเรยี น ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั ช่ัวโมง คะแนน ระหวา่ ง ท่ี เรยี นกับ สอบ การเคลื่อนไหว ในโปรแกรม Flash ได้ 4 การประยุกต์การใช้ 1. สร้างงาน การประยุกต์ออกแบบงาน 8 10 งาน เก่ียวกบั การ เอนิเมชัน และสร้าง ประยุกต์ การ ชิ้นงานด้านต่างๆ ออกแบบงาน เอนเิ มชัน และ สร้างชนิ้ งาน ดา้ นตา่ งๆ ดว้ ยโปรแกรม Flash ได้ 5 การนาไฟล์ชนิ้ งานของ 1. ปฏิบตั ิการ การนาไฟล์ชน้ิ งานของ 2 5 Flash ไปใช้งาน นาไฟลช์ ้ินงาน Flash ไปใช้งาน ของ Flash ไป ใช้งาน โปรแกรมอ่ืนๆ ได้ 6 สอบกลางภาค 2 20 7 สอบปลายภาค 2 30 รวม 40 100
111 โครงสร้างรายวชิ า วิทยาศาสตร์ (ว 23101) เวลาเรียนรวม 60 ชว่ั โมง/ภาคเรยี น ลาดับท่ี ช่อื หน่วย มาตรฐานการ สาระการเรียนรู้ เวลา น้าหนกั 1 การเรียนรู้ พอลิเมอร์ เรียนร้/ู ตัวชี้วดั (ช่วั โมง) คะแนน ว 2.1 ม.3/1 ม.3/2 พอลเิ มอร์ เซรามิกส์ และวสั ดุผสม 30 70:30 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 เป็นวัสดุที่ใช้มากในชวี ิตประจาวัน ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 • พอลเิ มอร์เปน็ สารประกอบโมเลกุล ใหญ่ ท่ีเกิดจากโมเลกลุ จานวนมากรวมตวั กนั ทางเคมี เช่น พลาสตกิ ยาง เสน้ ใย ซง่ึ เปน็ พอลเิ มอร์ท่ีมีสมบัตแิ ตกตา่ งกัน โดยพลาสติกเปน็ พอลเิ มอรท์ ่ีขน้ึ รูป เปน็ รูปทรงตา่ ง ๆ ได้ ยางยืดหยุ่นได้ สว่ นเส้นใยเป็นพอลเิ มอรท์ ีส่ ามารถดึง
112 เป็นเสน้ ยาวได้ พอลเิ มอรจ์ ึงใช้ ประโยชนไ์ ด้แตกตา่ งกนั • เซรามิกสเ์ ปน็ วัสดุทผี่ ลิตจาก ดิน หนิ ทราย และแร่ธาตตุ า่ ง ๆ จาก ธรรมชาติ และส่วนมากจะผ่านการ เผาทีอ่ ุณหภมู ิสงู เพอ่ื ใหไ้ ด้เนื้อสารที่ แขง็ แรงเซรามิกส์สามารถทาเปน็ รปู ทรงต่าง ๆ ได้ สมบัตทิ ่วั ไปของ เซรามิกส์จะแขง็ ทนตอ่ การสึกกรอ่ น และเปราะ สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ ได้ เช่น ภาชนะท่ีเป็นเครื่องปั้นดนิ เผา ช้นิ ส่วนอิเล็กทรอนกิ ส์ • วสั ดผุ สมเป็นวัสดุที่เกดิ จากวสั ดุ ตง้ั แต่ ๒ ประเภท ทมี่ ีสมบัติแตกต่าง กนั มารวมตวั กัน เพือ่ นาไปใช้ ประโยชนไ์ ดม้ ากข้ึน เช่น เสอ้ื กันฝน บางชนดิ เปน็ วสั ดผุ สมระหวา่ งผ้ากบั ยาง คอนกรีตเสริมเหลก็ เปน็ วัสดุผสม ระหวา่ งคอนกรตี กับเหลก็ • วสั ดบุ างชนิดสลายตวั ยาก เชน่ พลาสติก การใช้วสั ดุอย่างฟุ่มเฟอื ย และไมร่ ะมัดระวังอาจก่อปญั หาตอ่ สงิ่ แวดล้อม • ปฏิกิรยิ าเคมที ่ีพบในชวี ติ ประจาวันมี หลายชนิด เช่น ปฏกิ ริ ิยาการเผาไหม้ การเกิดสนิมของเหลก็ ปฏกิ ริ ิยาของ กรดกับโลหะ ปฏกิ ริ ยิ าของกรดกับ เบส ปฏกิ ิรยิ าของเบสกบั โลหะ การ เกิดฝนกรด การสงั เคราะหด์ ้วยแสง ปฏกิ ริ ิยาเคมีสามารถเขียนแทนไดด้ ว้ ย สมการข้อความ ซ่ึงแสดงชือ่ ของสาร ตั้งต้นและผลิตภณั ฑ์ เช่น
113 เชอ้ื เพลิง + ออกซเิ จน → คารบ์ อนไดออกไซด์ + นา้ ปฏกิ ริ ยิ า การเผาไหม้เป็นปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งสาร กบั ออกซเิ จน สารท่ีเกดิ ปฏกิ ริ ิยาการ เผาไหม้ ส่วนใหญเ่ ปน็ สารประกอบที่มี คารบ์ อนและไฮโดรเจนเปน็ องคป์ ระกอบ ซ่งึ ถ้าเกดิ การเผาไหม้ อย่างสมบรู ณ์ จะไดผ้ ลติ ภณั ฑ์เปน็ คารบ์ อนไดออกไซด์และน้า • การเกิดสนมิ ของเหล็ก เกิดจาก ปฏิกริ ิยาเคมรี ะหวา่ งเหล็ก น้า และ ออกซเิ จน ได้ผลิตภัณฑ์ เป็นสนิมของ เหล็ก • ปฏกิ ริ ยิ าการเผาไหม้และการเกดิ สนมิ ของเหล็ก เป็นปฏิกิรยิ าระหวา่ ง สารตา่ ง ๆ กับออกซิเจน • ปฏกิ ริ ิยาของกรดกับโลหะ กรดทา ปฏกิ ริ ิยากับ โลหะไดห้ ลายชนิด ได้ผลติ ภัณฑเ์ ปน็ เกลอื ของโลหะและแกส๊ ไฮโดรเจน • ปฏิกิริยาของกรดกับสารประกอบ คาร์บอเนต ได้ผลิตภณั ฑ์เปน็ แก๊ส คารบ์ อนไดออกไซด์ เกลอื ของโลหะ และน้า • ปฏกิ ริ ิยาของกรดกบั เบส ได้ ผลติ ภัณฑเ์ ป็นเกลือของโลหะและน้า หรอื อาจไดเ้ พียงเกลือของโลหะ • ปฏกิ ิรยิ าของเบสกบั โลหะบางชนิด ได้ผลิตภณั ฑเ์ ปน็ เกลือของเบสและ แกส๊ ไฮโดรเจน • การเกดิ ฝนกรด เปน็ ผลจากปฏกิ ริ ิยา
114 ระหว่าง น้าฝนกับออกไซดข์ องไนโตรเจน หรือ ออกไซด์ของซัลเฟอร์ ทาใหน้ ้าฝนมี สมบตั ิเปน็ กรด • การสงั เคราะห์ด้วยแสงของพชื เป็น ปฏิกิริยาระหว่างแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์กับนา้ โดยมี แสงชว่ ยในการเกิดปฏกิ ิริยา ได้ ผลติ ภณั ฑเ์ ป็นนา้ ตาลกลโู คสและ ออกซเิ จน • ปฏกิ ริ ิยาเคมีที่พบในชีวิตประจาวันมี ท้งั ประโยชนแ์ ละโทษต่อส่ิงมีชวี ิตและ สง่ิ แวดลอ้ ม จงึ ต้องระมดั ระวงั ผลจาก ปฏิกริ ิยาเคมี ตลอดจนรจู้ กั วิธีปอ้ งกนั และแกป้ ัญหาที่เกิดจากปฏิกริ ิยาเคมที ่ี พบ ในชวี ิตประจาวัน • ความรูเ้ ก่ยี วกบั ปฏิกริ ิยาเคมี สามารถนาไปใชป้ ระโยชน์ใน ชวี ิตประจาวนั และสามารถบูรณาการ กบั คณิตศาสตร์ เทคโนโลยี และ วศิ วกรรมศาสตร์ เพ่ือใชป้ รับปรุง ผลติ ภณั ฑ์ใหม้ ีคุณภาพ ตามต้องการหรืออาจสรา้ งนวัตกรรม เพือ่ ป้องกนั และแก้ปญั หาทีเ่ กิดข้ึน จากปฏิกริ ยิ าเคมี โดยใชค้ วามรู้ เกีย่ วกบั ปฏกิ ิรยิ าเคมี เช่น การ เปล่ยี นแปลง พลังงานความร้อนอนั เนอื่ งมาจาก ปฏิกริ ิยาเคมี การเพิม่ ปรมิ าณผลผลิต 2. พลังงาน ว 2.3 ม.3/1 ม.3/2 • เม่อื ต่อวงจรไฟฟ้าครบวงจรจะมี 30 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 กระแสไฟฟา้ ออกจากขั้วบวกผ่าน ม.3/6 ม.3/7 ม.3/8 วงจรไฟฟ้าไปยงั ขัว้ ลบของ ม.3/9 ม.3/10 แหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ ซง่ึ วดั ค่าได้จาก
115 ม.3/11 ม.3/12 ม. แอมมเิ ตอร์ 3/13 ม.3/14 ม. • ค่าทบ่ี อกความแตกต่างของพลงั งาน 3/15 ม.3/16 ม. ไฟฟา้ ต่อหนว่ ยประจุระหวา่ งจดุ ๒ จุด 3/17 ม.3/18 เรียกวา่ ความต่างศกั ย์ ซึ่งวดั ค่าได้ ม.3/19 ม.3/20 ม. จากโวลต์มิเตอร์ 3/21 • ขนาดของกระแสไฟฟา้ มคี ่าแปรผนั ตรงกบั ความตา่ งศักย์ระหว่างปลายท้ังสอง ของตวั นา โดยอตั ราส่วนระหว่าง ความต่างศักยแ์ ละกระแสไฟฟ้า มี คา่ คงที่ เรยี กค่าคงที่นีว้ า่ ความ ตา้ นทาน • ในวงจรไฟฟา้ ประกอบด้วย แหล่งกาเนดิ ไฟฟ้า สายไฟฟ้า และ อุปกรณ์ไฟฟ้า โดยอุปกรณ์ไฟฟ้า แตล่ ะช้ินมคี วามต้านทาน ในการ ตอ่ ตัวตา้ นทาน หลายตัว มีทงั้ ต่อ แบบอนุกรมและแบบขนาน • การต่อตวั ตา้ นทานหลายตัวแบบ อนุกรมในวงจรไฟฟ้า ความต่าง ศักยท์ ่ีคร่อมตวั ต้านทานแต่ละตัวมี คา่ เท่ากับผลรวมของความตา่ งศักย์ ท่คี ร่อมตัวต้านทานแต่ละตัว โดย กระแสไฟฟา้ ที่ผ่านตวั ตา้ นทานแต่ ละตัวมีคา่ เท่ากนั • การต่อตัวต้านทานหลายตวั แบบ ขนานในวงจรไฟฟา้ กระแสไฟฟา้ ทผี่ า่ นวงจรมีค่า เทา่ กับผลรวมของกระแสไฟฟ้าที่ ผา่ นตวั ตา้ นทานแตล่ ะตวั โดย ความตา่ งศักยท์ ่ีครอ่ มตวั ตา้ นทานแตล่ ะตัวมคี า่ เท่ากัน
116 • ชิ้นสว่ นอเิ ลก็ ทรอนิกส์มหี ลาย ชนดิ เชน่ ตวั ตา้ นทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตวั เกบ็ ประจุ โดย ชิ้นสว่ นแตล่ ะชนดิ ทาหน้าท่ี แตกต่างกันเพ่ือให้วงจรทางานได้ ตามต้องการ • ตัวต้านทานทาหน้าทีค่ วบคุม ปรมิ าณกระแสไฟฟ้าใน วงจรไฟฟ้า ไดโอดทาหน้าท่ีให้ กระแสไฟฟ้าผา่ นทางเดียว ทรานซสิ เตอรท์ าหนา้ ทีเ่ ปน็ สวิตชป์ ดิ หรอื เปิดวงจรไฟฟา้ และ ควบคมุ ปรมิ าณกระแสไฟฟา้ ตวั เก็บประจุทาหนา้ ที่เกบ็ และคาย ประจุไฟฟ้า • เคร่อื งใช้ไฟฟ้าอย่างง่าย ประกอบด้วยชิ้นส่วน อเิ ลก็ ทรอนิกส์หลายชนิดที่ ทางานรว่ มกัน การต่อวงจร อเิ ล็กทรอนกิ สโ์ ดยเลือกใช้ ชิ้นส่วนอเิ ลก็ ทรอนิกส์ท่ี เหมาะสมตามหนา้ ท่ีของ ชิน้ ส่วนนั้น ๆ จะสามารถทา ใหว้ งจรไฟฟ้าทางานได้ตาม ตอ้ งการ • เครือ่ งใช้ไฟฟ้าจะมคี ่า กาลังไฟฟ้าและความต่าง ศักยก์ ากบั ไว้ กาลังไฟฟ้ามี หนว่ ยเปน็ วัตต์ ความต่าง ศักย์ มหี นว่ ยเป็นโวลต์ ค่า ไฟฟา้ สว่ นใหญค่ ดิ จาก พลงั งานไฟฟา้ ท่ีใช้ทั้งหมด
117 ซง่ึ หาไดจ้ ากผลคูณของ กาลงั ไฟฟา้ ในหน่วย กโิ ลวัตต์ กบั เวลาในหน่วย ช่วั โมง พลงั งานไฟฟา้ มี หนว่ ยเปน็ กิโลวัตต์ ชัว่ โมง หรือหนว่ ย • วงจรไฟฟา้ ในบา้ นมีการตอ่ เครือ่ งใช้ไฟฟา้ แบบขนาน เพื่อใหค้ วามต่างศักย์เทา่ กนั การใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าใน ชีวติ ประจาวนั ตอ้ งเลือกใช้ เครือ่ งใช้ไฟฟา้ ที่มคี วามต่าง ศักยแ์ ละกาลงั ไฟฟา้ ให้ เหมาะกบั การใช้งาน และ การใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้าและ อุปกรณ์ไฟฟา้ ต้องใช้อย่าง ถกู ต้อง ปลอดภยั และ ประหยดั • คลื่นเกิดจากการสง่ ผา่ น พลงั งานโดยอาศยั ตวั กลางและไม่อาศยั ตวั กลาง ในคล่นื กล พลังงานจะถกู ถา่ ยโอน ผา่ นตวั กลางโดยอนภุ าค ของตัวกลางไม่เคลื่อนที่ ไปกับคลื่น คล่นื ทแี่ ผ่ ออกมาจากแหลง่ กาเนดิ คลื่นอยา่ งต่อเน่ืองและมี รูปแบบท่ซี ้ากนั บรรยาย ไดด้ ้วยความยาวคลน่ื ความถี่ แอมพลจิ ดู
118 • เลเซอร์เป็นคลน่ื แมเ่ หลก็ ไฟฟ้าทม่ี ี ความยาวคลืน่ เดียว เป็นลาแสงขนานและ มคี วามเข้มสูง นาไปใชป้ ระโยชน์ใน ดา้ นตา่ ง ๆ เชน่ ดา้ น การสอ่ื สารมีการใช้ เลเซอร์สาหรับส่ง สารสนเทศผ่าน เส้นใยนาแสง โดย อาศยั หลักการการ สะทอ้ นกลบั หมดของ แสง ด้านการแพทยใ์ ช้ ในการผ่าตดั • คลืน่ แม่เหล็กไฟฟ้า นอกจากจะสามารถ นาไปใชป้ ระโยชน์แลว้ ยงั มโี ทษต่อมนษุ ย์ด้วย เชน่ ถ้ามนษุ ย์ได้รับ รงั สอี ัลตราไวโอเลต มากเกนิ ไป อาจจะทา ให้เกิดมะเรง็ ผิวหนงั หรอื ถา้ ได้รงั สีแกมมา ซงึ่ เป็นคลนื่ แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ทมี่ ี พลังงานสงู และ สามารถทะลผุ ่าน เซลล์และอวยั วะได้ อาจทาลายเน้ือเย่ือ หรอื อาจทาใหเ้ สยี ชีวิต ได้เมื่อได้รบั รงั สี
119 • เมือ่ แสงตก กระทบวตั ถุจะเกดิ การสะท้อนซง่ึ เปน็ ไปตามกฎการ สะท้อนของแสง โดยรงั สตี กกระทบ เส้นแนวฉาก รังสี สะท้อนอยู่ใน ระนาบเดียวกัน และมมุ ตกกระทบ เทา่ กับมุมสะท้อน ภาพจากกระจกเงา เกิดจากรงั สสี ะท้อน ตัดกันหรอื ต่อแนว รังสสี ะทอ้ นใหต้ ัด กัน โดยถ้ารังสี สะท้อนตัดกนั จริง จะเกดิ ภาพจริง แต่ ถ้าตอ่ แนวรงั สี สะท้อนใหไ้ ปตดั กนั จะเกดิ ภาพเสมอื น แกมมาในปริมาณสูง • เมอื่ แสงเดิน ทางผ่านตวั กลาง โปรง่ ใสทแ่ี ตกตา่ ง กัน เช่น อากาศ และนา้ อากาศและ แกว้ จะเกดิ การหัก เห หรืออาจเกิด การสะท้อนกลับ หมดในตวั กลางท่ี แสงตกกระทบ การ หักเหของแสงผา่ น
120 เลนส์ทาใหเ้ กิดภาพ ทม่ี ีชนดิ และขนาด ตา่ ง ๆ • แสงขาว ประกอบด้วยแสงสี ตา่ ง ๆ เมื่อแสงขาว ผ่านปริซึมจะเกดิ การกระจายแสง เปน็ แสงสีต่าง ๆ เรียกวา่ สเปกตรมั ของแสงขาว เมอ่ื เคลือ่ นที่ในตวั กลาง ใด ๆ ทีไ่ ม่ใช่อากาศ จะมอี ัตราเร็ว ต่างกนั จงึ มีการหกั เหตา่ งกัน การสะท้อนและการ หักเหของแสง นาไปใช้อธิบาย ปรากฏการณ์ท่ี เก่ียวกบั แสง เช่น รุ้ง มิราจ และ อธบิ ายการทางาน ของทัศนอปุ กรณ์ เช่น แว่นขยาย กระจกโค้งจราจร กล้องโทรทรรศน์ กลอ้ งจลุ ทรรศน์ และแวน่ สายตา • ในการมองวัตถุ เลนส์ตาจะถกู ปรบั โฟกัส เพื่อให้เกดิ
121 ภาพชดั ทจ่ี อตา ความบกพรอ่ งทาง สายตา เชน่ สายตา สั้น และสายตายาว เป็นเพราะตาแหน่ง ทเ่ี กดิ ภาพไม่ได้อยู่ ท่จี อตาพอดี จงึ ต้องใชเ้ ลนส์ในการ แก้ไขเพื่อช่วยให้ มองเหน็ เหมือนคน สายตาปกติ โดยคน สายตาสน้ั ใช้เลนส์ เว้า สว่ นคนสายตา ยาวใช้เลนส์นนู ความสวา่ งของ แสงมีผลตอ่ ดวงตา มนุษย์ การใช้ สายตาใน สภาพแวดล้อมท่ีมี ความสวา่ งไม่ เหมาะสมจะเปน็ อนั ตรายต่อดวงตา เชน่ การดูวตั ถุในที่ มี ความสว่างมาก หรือนอ้ ยเกนิ ไป การจอ้ งดู หน้าจอภาพเป็น เวลานาน ความ สว่างบนพื้นทีร่ ับ แสงมหี น่วยเป็น ลักซ์ ความรู้ เกย่ี วกับความสว่าง
122 สามารถนามาใชจ้ ดั ความสวา่ งให้ เหมาะสมกบั การ ทากิจกรรมต่าง ๆ เชน่ การจดั ความ สว่างท่ีเหมาะสม สาหรบั การอา่ น โครงสร้างรายวชิ า วิทยาการคานวณ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ 3
123 ลาดบั ช่อื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ น้าหนกั อัตราส่วน ท่ี เรยี นร/ู้ ตัวช้วี ดั ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง เรียนกับ 1 การพัฒนาแอพพลเิ ค ว 4.2 ม.3/1 - แอพพลิเคชัน คอื 20 สอบ 70:30 ชัน พฒั นาแอพ โปรแกรมประยุกต์ ที่ พลเิ คชันท่ีมี ใชง้ านเฉพาะ การบูรณาการ พฒั นาขนึ้ สาหรับผู้ใช้ กบั วชิ าอื่นอย่าง ท่ัวไป สร้างสรรค์ - ขั้นตอนการพฒั นา แอพพลเิ คชนั - IoT - ซอฟตแ์ วร์ที่ใช้ในการ พัฒนาแอพพลิเคชัน เชน่ Scratch, python, java, c - ตัวอย่างปญั หา ตัวอยา่ งงาน เชน่ โปรแกรมแปลงสกุล เงิน โปรแกรมแปลง หนว่ ยวดั โปรแกรม แนะนาการเดินทาง เกม โปรแกรมผนั เสียง วรรณยุกต์ โปรแกรม จาลองการแบ่งเซล โปรแกรมวิเคราะห์ ความสมั พนั ธ์การยอ่ ขา กับความสูงของการ กระโดด ระบบรดน้า อตั โนมตั ิ 2 การรวบรวมและ ว 4.2 ม.3/2 - รวบรวมและ 8 วเิ คราะห์ข้อมลู รวบรวมขอ้ มูล จัดเตรียมข้อมูล ให้ ปฐม พร้อมกบั การ
124 ลาดบั ชอื่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น ท่ี เรยี นร้/ู ตัวชีว้ ัด ชวั่ โมง คะแนน ระหว่าง เรียนกบั สอบ 3 รเู้ ทา่ ทันสื่อ ภูมิ วิเคราะห์ ประมวลผล (ทาใหอ้ ยู่ 4 ประมวลผล ในรปู แบบเดียวกนั , ประเมนิ ตรวจสอบความถูกต้อง ตดั สินใจ , กาจดั ข้อมลู ทซ่ี ้าซ้อน) นาเสนอข้อมลู วิเคราะห์และกาหนด และสารสนเทศ รายละเอียดของปัญหา ตาม พิจารณาขอ้ มูลและ วตั ถปุ ระสงค์ เงื่อนไข โดยใช้ - ประมวลผล เช่น จดั ซอฟตแ์ วรห์ รือ กล่มุ จัดเรยี ง บรกิ ารบน เปรียบเทยี บ อนิ เทอรเ์ นต็ ท่ี - ประเมนิ หลากหลาย - ตัดสินใจ - นาเสนอข้อมูล ว 4.2 ม.3/3 - การใชซ้ อฟต์แวร์หรอื บริการบนอนิ เทอร์เน็ต - ตัวอย่างปัญหา แบบ 2 มิติ เชน่ การเกบ็ ข้อมูลการใชง้ านสมุด การยืมคนื หนงั สือ การ สารวจผลไมท้ น่ี ิยมใน ชมุ ชน การเลือกโปรโม ชนั โทรศัพท์ใหเ้ หมาะ กบั พฤตกิ รรมการใช้ งาน สินคา้ เกษตรที่ ตอ้ งการและสามารถ ปลกู ไดใ้ นสภาพดินของ ท้องถนิ่ - การประเมนิ ความ
125 ลาดับ ช่ือหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ น้าหนัก อัตราสว่ น ที่ เรยี นรู้/ตัวชีว้ ัด ช่ัวโมง คะแนน ระหว่าง เรียนกับ สอบ ประเมนิ ความ น่าเช่ือถือของข้อมลู น่าเช่ือถอื ของ เชน่ ตรวจสอบและ ข้อมูล แยกแยะ ยนื ยันข้อมลู โดย ขอ้ มลู ท่ีเป็น เทียบเคยี งจากข้อมลู ข้อเทจ็ จรงิ และ หลายแหล่ง ขอ้ คิดเห็น เข้าใ (corroboration) จผลกระทบจาก - การสบื ค้น หาแหล่ง การให้ขา่ วสารที่ ต้นตอของข้อมูล ผิด รเู้ ทา่ ทนั สื่อ - เหตุผลวิบัติ (logical fallacy) - ผลกระทบจาก ข่าวสารที่ผิดพลาด - การรเู้ ทา่ ทนั สื่อ เชน่ การวิเคราะห์ถึง จุดประสงค์ของข้อมลู และผูใ้ หข้ ้อมูล ตีความ แยกแยะเนอื้ หาสาระ ของส่ือ การแยกแยะ ข้อเท็จจรงิ และ ขอ้ คิดเหน็ เลือกแนว ปฏิบตั ิได้อย่าง เหมาะสมเม่ือพบข้อมลู ต่างๆ - ตัวอย่างปญั หา เชน่ การจัดวางฟเี จอรท์ ี่เป็น ประโยชน์ตอ่ ผคู้ ้า การ โฆษณาเกนิ จริง วัตถุประสงค์แอบแฝง ศึกษากรณีตวั อยา่ งที่
126 ลาดบั ชื่อหน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น ที่ เรียนร/ู้ ตัวชวี้ ดั ชั่วโมง คะแนน ระหว่าง เรียนกบั สอบ เกดิ จากการให้ขา่ วสาร ท่ผี ิด และอภิปราย ผลกระทบ วิเคราะห์ ความนา่ เชอ่ื ถือของ ขอ้ มลู 4 ใช้เทคโนโลยี ว 4.2 ม.3/4 - กฎหมายเกี่ยวกบั 4 สารสนเทศอย่างมี ความรับผดิ ชอบ ใช้เทคโนโลยี คอมพิวเตอร์ สารสนเทศ - การใช้ลิขสทิ ธ์ิของ อยา่ งปลอดภยั ผู้อ่นื โดยชอบธรรม ( และมีความ fairuse ) รบั ผิดชอบต่อ - การใช้เทคโนโลยี สังคม ปฏบิ ัติ สารสนเทศอย่าง ตามกฎหมาย ปลอดภัย เชน่ การทา เกยี่ วกับ ธุรกรรมออนไลนใ์ น คอมพวิ เตอร์ ใช้ การสมคั ร ซ้ือสนิ คา้ ลิขสิทธขิ์ องผู้อืน่ ซอ้ื ซอฟต์แวร์ โดยชอบธรรม ค่าบริการสมาชกิ ซ้ือไอ เท็ม - ตวั อยา่ งปัญหา เชน่ อภิปรายมมุ มองใน ฐานะท่เี ปน็ ผ้รู บั ผดิ ชอบต่อสังคม การกระทาผิด พ.ร.บ. คอมพวิ เตอร์; การ คานึงถงึ ผลทีจ่ ะเกิดข้นึ ในปจั จบุ นั และอนาคต ในกรณีที่โพสต์ภาพ/ ข้อความไม่เหมาะสม; การคดั ลอกผลงาน;
127 อัตราสว่ น ลาดับ ชอื่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนัก ระหวา่ ง ท่ี เรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ดั ช่ัวโมง คะแนน เรียนกับ สอบ การประจานผู้อนื่ ; การ กลั่นแกลง้ ผู้อน่ื ; การ ยืนยันตวั ตนสอง ขั้นตอน การจัดการอัต ลักษณ์ เช่น การตั้ง รหัสผ่าน การปกปอ้ ง ขอ้ มลู สว่ นตัว การ เลือกวธิ ีการชาระเงนิ ที่ ปลอดภัยในการทา ธุรกรรมออนไลน์ รู้เท่าทันในการเรยี ก เกบ็ เงินคา่ บริการ แบบ รายสมาชกิ แบบคร้งั เดยี ว 5 สอบกลางภาค 2 20 6 สอบปลายภาค 2 30 รวม 40 100 โครงสรา้ งรายวชิ าการสรา้ งเว็บไซตเ์ บ้ืองตน้ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ท่ี ชือ่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั การเรียนรู้ (ช่วั โมง) คะแนน 1. เขียนโครงสร้างและคาสงั่ โครงสรา้ งและคาสง่ั 1 การจัดการ เบ้ืองตน้ ของภาษา html เบือ้ งตน้ ของภาษา 3 10 2. กาหนด Background และ html ขอ้ ความและ การแทรกรปู ภาพใหเ้ ว็บเพจ 3. เขยี นคาส่ังสรา้ งตาราง กาหนด Background รูปภาพดว้ ย กาหนดขอบใหต้ าราง และ และการแทรก เปลี่ยนสขี อบตาราง รูปภาพให้เวบ็ เพจ ภาษา HTML
128 ท่ี ช่ือหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคัญ เวลา นา้ หนัก การเรยี นรู้ (ชัว่ โมง) คะแนน การสรา้ งตาราง 2 การออกแบบ 4. เขียนเค้าโครงของโครงงาน กาหนดขอบให้ 3 5 เว็บเพจ คอมพิวเตอร์ ตาราง และเปล่ียนสี 5. ออกแบบเวบ็ เพจ ขอบตาราง เขียนเคา้ โครงของ โครงงานคอมพวิ เตอร์ ออกแบบเวบ็ เพจ 3 รูจ้ กั โปรแกรม 6. บอกส่วนประกอบของหนา้ จอ บอกสว่ นประกอบของ 2 10 Macromedia โปรแกรม หน้าจอโปรแกรม 10 Dreamweaver 7. สรา้ งชนิ้ งานใหม่จากโปรแกรม สร้างชนิ้ งานใหมจ่ าก 10 Macromedia Dreamweaver โปรแกรม 20 Macromedia 30 100 Dreamweaver 4 การสร้างเว็บ 8. เพ่มิ ข้อความ เพมิ่ ข้อความ 6 เพ่ิมรูปภาพ เพจด้วย 9. เพม่ิ รูปภาพ ใส่สีพ้นื หลงั สร้างตารางและลิงค์ โปรแกรม 10. ใสส่ ีพ้ืนหลงั จัดทาเว็บเพจและ Macromedia 11. สร้างตารางและลิงค์ ตกแตง่ เพมิ่ ลกู เล่นให้ Dreamweaver 12. จดั ทาเว็บเพจและตกแตง่ เพ่ิมลูกเล่นให้สวยงาม สวยงาม 5 นาเสนอผลงาน 13. ส่งรายงานฉบบั สมบรู ณแ์ ละ ( Application 4 นาเสนอผลงานเวบ็ เพจที่ Software )ตา่ งๆการ ออกแบบ ตรวจสอบอุปกรณ์ ฮารด์ ดสิ กท์ ต่ี ดิ ต้ังบน เครือข่าย 6 สอบกลางภาค 1 7 สอบปลายภาค 1 รวม 20 โครงสรา้ งรายวชิ าการสรา้ งเวบ็ ไซตเ์ บื้องตน้ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3
129 ท่ี ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก การเรียนรู้ 1. เขยี นโครงสร้างและคาสัง่ (ชั่วโมง) คะแนน เบอ้ื งตน้ ของภาษา html โครงสรา้ งและคาสงั่ 1 การจัดการ 2. กาหนด Background และ เบ้ืองต้นของภาษา 3 10 การแทรกรปู ภาพใหเ้ วบ็ เพจ html ข้อความและ 3. เขียนคาส่งั สร้างตาราง 3 5 กาหนดขอบใหต้ าราง และ กาหนด Background รูปภาพด้วย เปล่ยี นสีขอบตาราง และการแทรก รูปภาพให้เวบ็ เพจ ภาษา HTML 4. เขียนเค้าโครงของโครงงาน คอมพวิ เตอร์ การสร้างตาราง 2 การออกแบบ 5. ออกแบบเว็บเพจ กาหนดขอบให้ เว็บเพจ ตาราง และเปลี่ยนสี ขอบตาราง เขยี นเค้าโครงของ โครงงานคอมพวิ เตอร์ ออกแบบเว็บเพจ 3 รู้จกั โปรแกรม 6. บอกสว่ นประกอบของหน้าจอ บอกสว่ นประกอบของ 2 10 6 10 Macromedia โปรแกรม หนา้ จอโปรแกรม 4 10 Dreamweaver 7. สร้างชิ้นงานใหม่จากโปรแกรม สรา้ งชน้ิ งานใหมจ่ าก 1 20 Macromedia Dreamweaver โปรแกรม Macromedia Dreamweaver 4 การสร้างเวบ็ 8. เพิ่มข้อความ เพม่ิ ขอ้ ความ เพ่มิ รูปภาพ เพจด้วย 9. เพิ่มรปู ภาพ ใส่สีพ้ืนหลงั สร้างตารางและลงิ ค์ โปรแกรม 10. ใส่สีพ้ืนหลงั จัดทาเว็บเพจและ Macromedia 11. สรา้ งตารางและลิงค์ ตกแต่งเพิ่มลูกเลน่ ให้ Dreamweaver 12. จดั ทาเวบ็ เพจและตกแต่ง เพมิ่ ลูกเล่นให้สวยงาม สวยงาม 5 นาเสนอผลงาน 13. สง่ รายงานฉบับสมบรู ณ์และ ( Application นาเสนอผลงานเว็บเพจท่ี Software )ต่างๆการ ออกแบบ ตรวจสอบอปุ กรณ์ ฮารด์ ดิสก์ทต่ี ดิ ตงั้ บน เครอื ข่าย 6 สอบกลางภาค
130 ท่ี ชื่อหนว่ ย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั การเรยี นรู้ (ช่วั โมง) คะแนน สอบปลายภาค 7 รวม 1 30 20 100 โครงสร้างรายวชิ า คณิตศาสตร์
131 โครงสรา้ งรายวิชา โครงสร้างรายวิชาพน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 รหสั วชิ า ค21101 รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง อตั ราสว่ นคะแนนระหวา่ งภาคเรียน : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.5 หน่วยกติ ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั เรียนรู้ เรยี นรู/้ ตัวชวี้ ดั (ชวั่ โมง) คะแนน ระบบจานวน ค 1.1 ม.1/1 จานวนเต็ม การเปรียบเทียบจานวนเต็ม 16 ตรรกยะ การบวก ลบ คูณ และหารจานวนเต็ม สมบัติการบวกและการคูณของจานวนเต็ม เศษส่วนและ และการนาความรู้เก่ียวกับจานวนเต็มไปใช้ ทศนยิ ม ในชีวิตจริง ค 1.1 ม.1/1 การเขียนเศษส่วนด้วยทศนิยมและเขียน 30 ทศนิยมซ้าเป็นเศษส่วน การเปรียบเทียบ เศษส่วนและทศนิยม การบวก ลบ คูณ หาร เศษส่วนและทศนิยม โจทย์ปัญหา ห รื อ ส ถ า น ก า ร ณ์ เก่ี ย ว กั บ เศ ษ ส่ ว น แ ล ะ ทศนิยม การนาความรู้เกี่ยวกับเศษส่วน
และทศนิยมไปใช้ในการแก้ปัญหา 132 เลขยกกาลัง ค 1.1 ม.1/2 ความหมายของเลขยกกาลัง เลขยกกาลังที่ 14 50 มีเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็มบวก การคูณ 20 และการหารเลขยกกาลังที่มีฐานเดียวกัน 60 30 และเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็มบวกและการ - 100 เขี ย น แ ส ด ง จ า น ว น ใน รู ป สั ญ ก ร ณ์ - วิทยาศาสตร์ 60 รวม ทดสอบกลางภาค ทดสอบปลายภาค รวมตลอดภาคเรยี นที่ 1 โครงสร้างรายวิชาพนื้ ฐาน กล่มุ สาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ 1 รหสั วชิ า ค21102 รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง อตั ราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี น : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.5 หน่วยกติ ช่ือหน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก เรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชว้ี ดั (ชว่ั โมง) คะแนน อั ต ราส่ ว น แ ล ะ ค 1.1 ม.1/3 อตั ราส่วนของจานวนหลาย ๆ จานวน สัดส่วน 35 รอ้ ยละ ร้อยละ และการนาความรู้เก่ียวกับ อัตราส่วน สัดสว่ นและรอ้ ยละไปใช้ในการแกป้ ัญหา สถติ ิ ค 3.1 ม.1/1 คาถามทางสถิติ การเก็บรวบรวมข้อมลู 25 การนาเสนอข้อมูล การแปลความหมายข้อมูล และการนาสถิตไิ ปใชใ้ นชวี ติ จริง รวม 60 50
133 ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนกั เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตัวช้ีวัด (ช่ัวโมง) คะแนน ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนท่ี 2 60 100 โครงสรา้ งรายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ 2 รหัสวิชา ค22101 รายวชิ า คณิตศาสตรพ์ ้ืนฐาน 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 60 ช่ัวโมง อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.5 หน่วยกิต ช่อื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั เรยี นรู้ เรียนรู้/ตวั ชวี้ ัด (ชว่ั โมง) คะแนน
134 จานวนจรงิ ค 1.1 ม.2/5 จานวนอตรรกยะ จานวนจริง รากที่สอง 18 และรากท่ีสามของจานวนตรรกยะ การนา ความรเู้ ก่ียวกับจานวนจรงิ ไปใช้ ทฤษฎีบทพที า ค 2.2 ม.2/6 ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ การนา 12 โกรัส ความรู้เก่ียวกับทฤษฏีบทพีทาโกรัสและบท กลบั ไปใชใ้ นชวี ิตจรงิ จานวนตรรกยะ ค 1.1 ม.2/4 เลขยกกาลังท่ีมีเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็ม 18 การนาความรู้เก่ียวกับเลขยกกาลังไปใช้ใน การแกป้ ญั หา เส้นขนาน ค 2.2 ม.2/3 สมบัตเิ กี่ยวกับเสน้ ขนานและรูปสามเหลีย่ ม 12 รวม 60 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนที่ 1 60 100 โครงสร้างรายวชิ าพน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ คณติ ศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 รหสั ค22102 รายวิชา คณิตศาสตรพ์ นื้ ฐาน 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 60 ช่ัวโมง สัดส่วนคะแนนระหว่างภาค : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.5 หน่วยกิต
135 ชอ่ื หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก เรยี นรู้ เรียนรู/้ ตัวช้วี ัด (ช่วั โมง) คะแนน พ้ืนทผี่ วิ ค 2.1 ม.2/1 การหาพื้นท่ีผิวของปริซึมและทรงกระบอก 15 การนาความรู้เกี่ยวกับพ้ืนท่ีผิวของปริซึม และทรงกระบอกไปใช้ในการแก้ปัญหา ปริมาตร ค 2.1 ม.2/2 การหาปริมาตรของปริซมึ และทรงกระบอก 15 การนาความรูเ้ กยี่ วกับปรมิ าตรของปริซึม และทรงกระบอกไปใช้ในการแก้ปญั หา สถติ ิ ค 3.1 ม.2/2 การนาเสนอและวเิ คราะห์ข้อมูล แผนภาพ 30 จุด แผนภาพตน้ -ใบ ฮสิ โทแกรม คา่ กลาง ของขอ้ มูล การแปลความหมายของผลลพั ธ์ การนาสถิติไปใช้ในชีวิตจรงิ รวม 60 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนท่ี 2 60 100 โครงสรา้ งรายวชิ าพ้ืนฐาน
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ 136 รหสั วิชา ค23101 รายวชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 5 อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรยี น = 70 : 30 ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกิต ชือ่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก เรียนรู้ เรยี นร/ู้ ตวั ชว้ี ัด (ช่วั โมง) คะแนน พ้นื ทผ่ี วิ ค 2.1 ม.3/3 การหาพื้นท่ีผิวของพีระมิด กรวย และทรง 15 กลม การนาความรู้เกี่ยวกับพ้ืนที่ผิวของ พีระมิด กรวย และทรงกลม ไปใช้ในการ แก้ปญั หา ปรมิ าตร ค 2.1 ม.3/4 การหาปรมิ าตรของพีระมดิ กรวย และทรง 15 กลม การนาความรู้เก่ียวกับปริมาตรของ พีระมิด กรวย และทรงกลม ไปใช้ในการ แก้ปญั หา ระบบสมการ ค 1.3 ม.3/6 ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การแก้ 15 ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การนา ความรู้เก่ียวกับการแก้ระบบสมการเชิงเส้น สองตวั แปรไปใช้ในการแกป้ ัญหา ความคลา้ ย ค 2.2 ม.3/7 รูปสามเหลี่ยมท่ีคล้ายกัน การนาความรู้ 15 เก่ียวกับความคลา้ ยไปใช้ในการแก้ปญั หา รวม 60 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรยี นท่ี 1 60 100
137 โครงสร้างรายวชิ าพ้นื ฐาน กลมุ่ สาระการเรียนรู้ คณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 3 รหสั วชิ า ค23102 รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 6 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง ชอื่ หน่วยการ มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา นา้ หนกั เรียนรู้ เรยี นรู้/ตัวชี้วัด (ชั่วโมง) คะแนน อสมการเชิงเส้น ค 1.3 ม.3/4 อสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว 15 ตวั แปรเดียว การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การนา ความรู้เก่ียวกับการแก้อสมการเชิงเส้นตัว แปรเดยี วไปใชใ้ นการแก้ปญั หา ความน่าจะเปน็ ค 3.2 ม.3/1 เหตุการณ์จากการทดลองสุม่ 15 ความน่าจะเป็น การนาความรู้เกี่ยวกับ ความน่าจะเปน็ ไปใช้ในชวี ติ จริง สถติ ิ ค 3.1 ม.3/3 ขอ้ มลู และการวิเคราะหข์ อ้ มลู 10 แผนภาพกล่อง การแปลความหมายผลลพั ธ์ การนาสถติ ไิ ปใชใ้ นชวี ติ จริง อัตราส่วน ค 2.2 ม.3/8 อัตราส่วนตรีโกณมิติ การนาค่าอัตราส่วน 20 ตรโี กณมติ ิ ตรีโกณมิติของมุม 30 องศา45 องศา และ 60 องศา ไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
138 รวม 60 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรยี นที่ 2 60 100 อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น = 70 : 30 จานวน 1.5 หนว่ ยกติ โครงสร้างรายวิชาเพม่ิ เติม กลมุ่ สาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 รหัสวิชา ค21201 รายวิชาคณิตศาสตร์เพ่มิ เติม 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง อัตราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรียน : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หน่วยกิต ชอ่ื หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก การเรยี นรู้ (ชั่วโมง) คะแนน การสรา้ งทาง เรขาคณติ ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและ การสร้างพื้นฐาน ทาง 28 เคร่ืองมือเช่นวงเวียนและสัน เรขาคณิต การสร้างรูป ต รงรว ม ท้ั งโป รแ ก รม The เรขาคณิตสองมิติโดยใช้ Geometer’ s Sketchpad การสร้างพ้ืนฐานทาง หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัต เรขาคณิต การนาความรู้ อื่น ๆ เพ่ือสร้างรูปเรขาคณิต เกี่ยวกับการสร้างพ้ืนฐาน ตลอดจนนาความรู้เก่ียวกับการ ทางเรขาคณิตไปใช้ใน สร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการ ชีวิตจรงิ แกป้ ัญหาในชีวติ จริง
139 มติ ิสมั พันธ์ของรปู เข้ า ใจ แ ล ะ ใช้ ค ว า ม รู้ ท า ง หน้าตัดของรูปเรขาคณิต 12 เรขาคณติ เรขาคณิตในการวิเตราะห์หา สามมิติ ภาพท่ีได้จาก ค ว า ม สั ม พั น ธ์ ร ะ ห ว่ า งรู ป การมองทางด้านหน้า เร ข า ค ณิ ต ส อ งมิ ติ แ ล ะ รู ป (front view) ด้านข้าง เรขาคณิตสามมติ ิ (side view) ห รื อ ด้ า น บ น (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ที่ ป ร ะ ก อ บ ข้ึ น จ า ก ลกู บาศก์ รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนที่ 1 40 100 โครงสร้างรายวิชาเพม่ิ เตมิ กล่มุ สาระการเรยี นรคู้ ณติ ศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 รหัสวชิ า ค21202 รายวิชาคณติ ศาสตร์เพม่ิ เตมิ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชัว่ โมง อัตราสว่ นคะแนนระหว่างภาคเรยี น : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หน่วยกติ ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก การเรียนรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน สมการเชิงเส้น เขา้ ใจและใช้สมบัติ แบบรูปและความสัมพันธ์ คาตอบของ 14 ตวั แปรเดียว ของการเท่ากนั และ สมการสมการเชงิ เสน้ ตัวแปรเดียว สมบตั ิของจานวน การแก้สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวโดย เพอื่ วเิ คราะหแ์ ละ ใช้สมบัติของการเท่ากัน โจทย์สมการ
140 แกป้ ัญหาโดยใช้ เก่ยี วกับสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว 14 สมการเชงิ เส้นตวั แปรเดยี ว ความหมายของคู่อนั ดบั กราฟของ สมการเชงิ เสน้ เขา้ ใจและใช้ คู่อันดับบนระบบพิกัดฉาก การอ่าน สองตัวแปร ความรเู้ กยี่ วกบั และการแปลความหมายของกราฟบน กราฟในการ ระบบพิกัดฉาก การเขียนกราฟแสดง แกป้ ญั หา ค ว า ม เก่ี ย ว ข้ อ ง ข อ ง ป ริ ม า ณ ส อ ง ชุ ด คณติ ศาสตร์และ สมการเชิงเส้นสองตัวแปร ปัญหาในชวี ิตจริง กราฟของ เขา้ ใจและใช้ กราฟของความสัมพันธ์เชิงเส้นของ 12 ความสัมพนั ธ์ ความร้เู กย่ี วกับ สมการเชิงเส้นสองตัวแปรและการนา เชิงเส้น ความสัมพนั ธเ์ ชงิ ความรู้เกี่ยวสมการเชิงเส้นสองตัวแปร เส้นในการ และกราฟของความสัมพันธ์เชิงเส้นไป แกป้ ัญหา ไปใช้ในชวี ิตจรงิ คณติ ศาสตร์และ ปญั หาในชวี ิตจริง รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนที่ 2 40 100 โครงสร้างรายวิชาเพมิ่ เตมิ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ คณิตศาสตร์ ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 2 รหัสวิชา ค22201 รายวชิ า คณิตศาสตร์เพิม่ เตมิ 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง สัดส่วนคะแนนระหวา่ งภาค : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ช่ือหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระการเรยี นรู้ เวลา นา้ หนกั การเรยี นรู้ (ชวั่ โมง) คะแนน
141 การสรา้ งทาง 1. ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเคร่ืองมือ การนาความรู้เก่ียกับการ 20 เรขาคณิต เชน่ วงเวยี นและสนั ตรง รวมทงั้ โปรแกรม สร้างทางเรขาคณิตไปใช้ The Geometer’s Sketchpad ห รื อ ในชวี ิตจริง โปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอ่ืนๆ เพ่ือสร้าง รูปเรขาคณิตตลอดจนนาความรู้เก่ียวกับ การสร้างนี้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหา ในชวี ิตจริง การแปลงทาง 2. เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับการแปลง การเลอ่ื นขนาน 20 เรขาคณติ ท า ง เร ข า ค ณิ ต ใ น ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า การสะท้อน การหมุน คณติ ศาสตร์และปญั หาในชวี ิตจริง การนาความรู้เก่ียวกับ การแปลงทางเรขาคณิต ไปใชใ้ นการแก้ปัญหา รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรียนท่ี 1 40 100
142 โครงสร้างรายวิชาเพม่ิ เตมิ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 รหัสวชิ า ค22202 รายวิชา คณติ ศาสตร์เพิม่ เตมิ 4 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง อตั ราส่วนคะแนนระหวา่ งภาคเรยี น : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หน่วยกิต ชอื่ หน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก การเรยี นรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน ความเทา่ กนั ทุก 1. เข้าใจและใช้สมบัติของรูป ความเท่ากันทุกประการของ 10 ประการ ส า ม เห ลี่ ย ม ท่ี เท่ า กั น ทุ ก รูปสามเหลี่ยม การนาความรู้ ป ระการใน การแก้ปั ญ ห า เกีย่ วกับความเทา่ กัน คณิตศาสตร์ และปัญหาใน ทุ ก ป ร ะ ก า ร ไป ใช้ ใน ก า ร ชีวติ จริง แก้ปญั หา พหนุ าม 2. เข้าใจหลักการการ พหุนาม การบวก การลบ 10 ดาเนินการของพหนุ าม และ และการคณู ของพหนุ าม การใชพ้ หนุ ามในการ การหารพหุนามด้วยเอกนาม แก้ปญั หาคณติ ศาสตร์ และพหนุ าม การแยก 3. เข้าใจและใช้การแยกตัว การแยกตัวประกอบของพหุ 20 ตัวประกอบของ ประกอบของพหนุ ามดีกรสี อง นามดีกรีสอง โดยใช้สมบัติ พหนุ าม ในการแกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์ ก า ร แ จ ก แ จ ง ก า ลั งส อ ง สมบรู ณ์ ผลต่างกาลังสอง รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรยี นที่ 2 40 100
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172