143 โครงสรา้ งรายวิชาเพิม่ เตมิ กลุม่ สาระการเรียนรคู้ ณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 รหัสวชิ า ค23201 รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พ่ิมเตมิ 5 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ช่ัวโมง อัตราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรียน : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ชื่อหน่วย ผลการเรยี นรู้ สาระสาคญั เวลา น้าหนัก การเรยี นรู้ (ช่ัวโมง) คะแนน สมการกาลังสองตัว ประยุกต์ใช้สมการ สมการกาลังสองตัวแปรเดียว 20 แปรเดยี ว กาลังสองตัวแปรเดยี ว การแก้สมการกาลังสองตัวแปร ใน ก า ร แ ก้ ปั ญ ห า เดียว การนาความรู้เก่ียวกับ คณิตศาสตร์ การแก้สมการกาลังสองตัวแปร เดยี วไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา ฟงั กช์ ันกาลังสอง เขา้ ใจและใชค้ วามรู้ ฟังก์ชันกาลังสอง กราฟของ 20 เก่ียวกบั ฟังกช์ ันกาลัง ฟั งก์ชันกาลังสอง การน า สองในการแกป้ ัญหา ความรู้เก่ียวกับฟังก์ชันกาลัง คณิตศาสตร์ สองไปใชใ้ นการแก้ปัญหา รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรยี นที่ 1 40 100
144 โครงสรา้ งรายวชิ าเพ่ิมเตมิ กลุ่มสาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 3 รหัสวชิ า ค23202 รายวิชาคณติ ศาสตรเ์ พิ่มเติม 6 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง อตั ราส่วนคะแนนระหว่างภาคเรียน : ปลายภาค = 70 : 30 จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ชื่อหน่วย ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั เวลา นา้ หนัก การเรียนรู้ (ชว่ั โมง) คะแนน วงกลม เข้าใจและใช้ทฤษฎีบท วงกลม คอรด์ และ 20 เก่ียวกับวงกลมในการ เส้นสัมผัส ทฤษฎีบท แกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์ เกยี่ วกบั วงกลม การแยกตัว เข้าใจและใช้การแยกตัว การแยกตัวประกอบของ 20 ประกอบของ ประกอบของพหุนามท่ีมี พหุนามดีกรีสูงกวา่ สอง พหุนาม ดีกรีสูงกว่าสองในการ แกป้ ญั หาคณิตศาสตร์ รวม 40 50 ทดสอบกลางภาค - 20 ทดสอบปลายภาค - 30 รวมตลอดภาคเรยี นท่ี 2 40 100
145 โครงสรา้ งรายวชิ า สาระการเรยี นร้ภู มู ศิ าสตร์
146 โครงสร้างรายวิชา สังคมศกึ ษาฯ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ลาดับ ชื่อหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ น้าหนัก อตั ราสว่ น ที่ เรยี นรู้/ ชว่ั โมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ช้ีวัด เรียนกับ 5 สอบ 1 เครอ่ื งมือทาง ส 5.1 การค้นหา วิเคราะห์ 6 70:30 และหาข้อสรุปจาก ภมู ิศาสตร์ และการ ม.1/1 ลกั ษณะทางกายภาพ ของโลกรวมท้ังสรรพส่ิง แบ่งเขตเวลาของโลก ม.1/2 ตา่ งๆจาเปน็ ต้องใชแ้ ผน ทแ่ี ละเครื่องมือทาง ภมู ิศาสตรเ์ ขา้ มา เกย่ี วข้องเพื่อใหไ้ ด้
2 ภมู ิศาสตรป์ ระเทศ ส 5.2 ขอ้ มลู สารสนเทศตาม 6 147 ไทย ม.1/1 หลักกระบวนการทาง ม.1/2 ภูมิศาสตรอ์ ยา่ งมี 10 ม.1/3 ประสิทธิภาพ การสบื คน้ ข้อมูล ลักษณะทางกายภาพ และสงั คมของประเทศ ไทย โดยใชเ้ ครอ่ื งมือ ทางภูมศิ าสตรย์ ่อม ได้รับความรู้พื้นฐาน เก่ยี วกบั ทาเลท่ีตง้ั กจิ กรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คม ปัจจยั ทาง กายภาพและสังคมทม่ี ี ผลต่อการเลือ่ นไหล ของความคดิ เทคโนโลยี สินค้า และประชากร ผลกระทบจากการ เปล่ียนแปลงทาง ธรรมชาติ ซึ่งประเทศ ตา่ งๆ ต้องรว่ มมือกัน 3 ภมู ิศาสตร์ทวีปเอเชีย ส 5.2 การสบื คน้ ข้อมูล 7 15 ม.1/1 ลักษณะทางกายภาพ ม.1/2 และสังคมของทวีป ม.1/3 เอเชยี โดยใชเ้ คร่อื งมือ ทางภมู ิศาสตร์ย่อม ไดร้ ับความรู้พนื้ ฐาน เก่ยี วกบั ทาเลท่ีตั้ง กิจกรรมทางเศรษฐกิจ และสังคม ปจั จยั ทาง กายภาพและสังคมทมี่ ี
4 ภมู ิศาสตรท์ วปี ส 5.1 ผลตอ่ การเลือ่ นไหล 6 148 ของความคิด เทคโนโลยี สนิ ค้า และประชากร 15 ผลกระทบจากการ ออสเตรเลียและโอเชีย ม.1/1 เปลย่ี นแปลงทาง ธรรมชาติ ซ่ึงประเทศ เนยี ม.1/2 ตา่ งๆ ต้องร่วมมอื กัน การสบื คน้ ข้อมูล ส 5.2 ลกั ษณะทางกายภาพ และสังคมของทวปี ม.1/1 ออสเตรเลยี และโอเชีย เนยี โดยใช้เคร่อื งมือ ม.1/2 ทางภูมิศาสตร์ย่อมได้ ความรพู้ ืน้ ฐานเก่ียวกบั ม.1/3 ทาเลท่ตี ้ังกจิ กรรมทาง เศรษฐกจิ และสังคม ปัจจัยทางกายภาพและ สังคมทีม่ ผี ลต่อ การเล่ือนไหลของ ความคิด เทคโนโลยี สินค้า และประชากร ผลกระทบจากการ เปลีย่ นแปลงทาง ธรรมชาติ ซึง่ ประเทศ ตา่ งๆ ต้องรว่ มมอื กัน 5 ภัยธรรมชาติและการ ส 5.1 ภัยธรรมชาตใิ นประเทศ 5 10 ไทย ทวปี เอเชยี ระวังภยั ม.1/3 ออสเตรเลีย และโอ เชียเนยี ต่างกม็ สี าเหตุ ส 5.2 ของการเกิดภัยดังกล่าว ม.1/4
149 ส่งผลกระทบต่อการ ดาเนินชวี ิตของมนุษย์ จึงควรรว่ มมือกนั ปอ้ งกนั และระวังภยั ธรรมชาติ
150 โครงสร้างรายวชิ า สงั คมศกึ ษาฯ 3 ภาคเรยี นที่ 2 ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่2 ลาดบั ชือ่ หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนกั อัตราส่วน คะแนน ระหวา่ ง ท่ี เรียนร/ู้ ชั่วโมง เรยี นกับ 10 สอบ ตัวชว้ี ดั 70:30 1 การออมและการ ส 3.1 ม.2 วเิ คราะหป์ ัจจยั ทีม่ ผี ล 8 ลงทนุ /1 ตอ่ การลงทุนและการ ออม 2 การผลติ และการ ส 3.1ม.2 /2 .อธิบายปจั จัยการผลิต 8 10 บริการ สินคา้ และบรกิ าร และ 9 5 ปจั จัยทม่ี ี อิทธิพลต่อ การผลติ สนิ คา้ และ บรกิ าร 3 ปรัชญาของเศรษฐกิจ ส 3.1 ม.2 เสนอแนวทางการ พอเพียง /3 พัฒนาการผลติ ใน ท้องถิน่ ตามปรัชญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง 4 การคุ้มครองสิทธิ ของ ส 3.2 ม.2 อภปิ รายแนวทางการ 9 15 9 10 ตนเองในฐานะ /1 คมุ้ ครองสิทธิ ของ ผ้บู ริโภค ตนเองในฐานะผ้บู ริโภค 5 การพง่ึ พาอาศยั กนั ส 3.2 ม.2 ยกตัวอยา่ งท่สี ะท้อน /2 ให้เห็นการพึ่งพาอาศัย กนั
151 โครงสร้างรายวชิ า สังคมศกึ ษาฯ 6 ภาคเรียนท่ี 2 ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ลาดบั ช่อื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น ท่ี เรยี นรู้/ ชัว่ โมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ชีว้ ดั เรยี นกับ 10 สอบ 1 กลไกราคาในระบบ ส 3.1 ม.3/1 กลไกราคาเป็นเคร่ืองมอื 6 70:30 6 เศรษฐกจิ ในระบบเศรษฐกจิ แบบ 7 เสรีนยิ ม ซึ่งการ เปลยี่ นแปลงในระดบั ราคาสนิ คา้ เกิดจาก แรงผลกั ดนั ของอุปสงค์ และอุปทาน 2 เศรษฐกจิ พอเพียงกับ ส 3.1 ม.3/2 ปัจจบุ ันมีปญั หาท้องถ่นิ 10 การพฒั นาประเทศ ม.3/3 ทั้งทางดา้ นสงั คม เศรษฐกจิ และ สง่ิ แวดลอ้ ม ซ่ึงทุกคน ควรมีส่วนร่วมในการ แก้ไขปัญหาและพัฒนา ท้องถ่ินตามปรชั ญาของ เศรษฐกิจพอเพยี ง ซึ่ง ระบบสหกรณ์มแี นวคดิ ทส่ี มั พนั ธ์กับปรชั ญา ของเศรษฐกิจพอเพียง 3 บทบาทของรฐั บาล ส 3.2 ม.3/1 รัฐบาลมีบทบาทหน้าที่ 10 ในการพฒั นาประเทศ ม.3/2 สาคัญในการกาหนด ม.3/4 นโยบายและกิจกรรม ม.3/5 ทางเศรษฐกิจท่มี ตี ่อ บุคคล กลุ่มคน และ
ประเทศชาติ ปจั จบุ ันมี 152 ปญั หาสาคัญท่ีส่งผลทา ใหเ้ กิดภาวะเงนิ เฟ้อ เงิน 5 ฝืด และวา่ งงาน สง่ ผล 10 กระทบต่อระบบ 10 เศรษฐกิจและการ พฒั นาประเทศ 4 การคา้ และการลงทนุ ส 3.2 ม.3/6 การกีดกันทางการคา้ ใน 5 4 ระหว่างประเทศ การค้าระหวา่ งประเทศ 4 มสี าเหตุและมาตรการ หลายด้านซ่ึงสง่ ผลตอ่ ผ้บู รโิ ภค ผูผ้ ลติ ใน ประเทศและรัฐบาล 5 การรวมกลุ่มทาง ส 3.2 ม.3/3 กลุ่มเศรษฐกจิ ระหวา่ ง เศรษฐกิจระหวา่ ง ประเทศมวี ัตถุประสงค์ ประเทศ และนโยบายสาคญั แตกตา่ งกันออกไป ซึง่ มี ความสาคญั ต่อการค้า โลก 6 เครือ่ งมือทาง ส 5.1 ม.3/1 การใชเ้ ครอ่ื งมือทาง ภูมิศาสตร์ ภูมศิ าสตรใ์ นการ รวบรวม วิเคราะห์ และ นาเสนอข้อมลู เก่ียวกับ ลกั ษณะทางกายภาพ และสงั คมของทวีป อเมรกิ าเหนือและ อเมรกิ าใตน้ น้ั จะต้อง รจู้ ักเลือกใช้ให้ เหมาะสมกับลักษณะ ขอ้ มูล และสามารถใช้ เครอื่ งมอื ทางภมู ิศาสตร์ หลากหลายผสมกัน
7 ลกั ษณะทางกายภาพ ส 5.1 ม.3/1 ทาเลท่ีตั้ง ลักษณะภมู ิ 7 153 10 และเศรษฐกจิ ของ ม.3/2 ประเทศของทวีป ทวปี อเมริกาเหนือ ส 5.2 ม.3/1 อเมรกิ าเหนือมี ม.3/2 ความสมั พันธก์ ับ ภูมิอากาศ พืชพรรณ ธรรมชาติ และมผี ลตอ่ เศรษฐกิจของทวปี อเมริกาเหนือ 8 มนษุ ยก์ บั สงิ่ แวดลอ้ ม ส 5.1 ม.3/1 การเปลี่ยนแปลงของ 7 10 7 10 ในทวีปอเมริกาเหนือ ส 5.2 ม.3/1 ประชากร ม.3/3 สภาพแวดล้อม สังคม ม.3/4 และวัฒนธรรม มผี ลต่อ ปญั หาสงิ่ แวดล้อมของ ทวปี อเมริกาเหนือ และ ส่งผลกระทบต่อมนุษย์ ทัว่ โลก ดังนัน้ จงึ ต้อง ร่วมมอื กนั อนุรกั ษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและ สง่ิ แวดล้อมท้ังใน ระดบั ประเทศและใน ภาคเอกชน 9 สภาพแวดล้อมทาง ส 5.1 ม.3/1 ทาเลทต่ี งั้ ลักษณะทาง กายภาพ ประชากร ม.3/2 กายภาพ ส่งผลตอ่ เศรษฐกิจ สงั คม และ ส 5.2 ม.3/1 ลกั ษณะทางสังคม และ วฒั นธรรมของทวปี การเปลีย่ นแปลงของ อเมริกาใต้ ประชากร วัฒนธรรม และเศรษฐกจิ ของทวปี อเมรกิ าใต้
10 มนษุ ยก์ ับสิ่งแวดล้อม ส 5.2 ม.3/1 การเปลย่ี นแปลงทาง 7 154 15 ในทวปี อเมริกาใต้ ม.3/2 ธรรมชาตแิ ละทางสงั คม ม.3/3 กอ่ ใหเ้ กดิ สิ่งแวดลอ้ ม ม.3/4 ใหมข่ ้นึ ในทวีปอเมริกา ใต้ สง่ ผลกระทบต่อ ส่งิ แวดล้อมและ ทรัพยากร ธรรมชาติ การดาเนนิ ชีวิตของ ประชากรในทวปี รวมถึง ประเทศไทย จงึ ต้อง รว่ มมอื เพ่อื หาแนวทาง ปอ้ งกันแก้ไขและ อนุรักษ์ทรพั ยากร ธรรมชาติและ ส่ิงแวดล้อม
155 กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
156 กิจกรรมพฒั นาผ้เู รียน โรงเรียนพระบางวิทยา ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนโดยมุ่งให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง ไดฝ้ ึกปฏบิ ัติจริงและคน้ พบความถนัดของตนเอง สามารถคน้ คว้าหาความรเู้ พ่มิ เติมตามความสนใจจากแหล่งเรียนรู้ ที่หลากหลาย บาเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม มีทักษะในการดาเนินงาน ส่งเสริมให้มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ สังคม ศลี ธรรม จริยธรรม ให้ผเู้ รียนรู้จกั และเขา้ ใจตนเอง สามารถวางแผนชีวิตและอาชพี ได้อยา่ งเหมาะสม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมท่ีมุ่งให้ผู้เรียนพัฒนาตนเองตามศักยภาพ พัฒนาการเรียนรู้อย่างรอบ ด้านเพ่ือความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังให้สร้างจิตสานึกของการทาประโยชน์เพ่ือสังคม สามรถจักการตนเองได้และอยู่ รว่ มกบั ผู้อนื่ อย่างมคี วามสุข โรงเรยี นพระบางวิทยา ได้จัดกจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น โดยแบ่งออกเป็น ๓ ลักษณะ ดงั นี้ ๑. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์สิ่งแวดลอ้ ม สามารถ ตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กาหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนได้อย่าง เหมาะสม นอกจากน้ียังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ท้ังยังเป็นกิจกรรมท่ีช่วยเหลือและให้คาปรึกษาแก่ ผู้ปกครองในการมีส่วนร่วมพัฒนาผู้เรียน โดยนักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว ๔๐ ชั่วโมงต่อปี การศกึ ษา ๒. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมท่ีมุ่งพัฒนาระเบียบวินัย ความเป็นผู้นา ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบ การทางานร่วมกัน รู้จักแก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันเอ้ืออาทรและ สมานฉนั ท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัตดิ ้วยตนเอง ในทุกข้นั ตอน ได้แก่ การศึกษาวเิ คราะห์ วางแผน ปฏิบัติตามแผนประเมินและปรับปรุงการทางานเน้นการทางาน รวมกันเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมและสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียนและบริบทของสถานศึกษาและท้องถ่ิน กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วม กิจกรรมลูกเสือ เนตร นารี ๔๐ ชั่งโมงต่อปีการศึกษา กิจกรรมชุมนุม นักเรียนทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ชุมนุม ๓๐ ชั่งโมงต่อปี การศกึ ษา ๓. กิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผเู้ รียนบาเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ ตอ่ สังคม ชมุ ชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมคั ร เพือ่ แสดงถึงความรับผดิ ชอบ ความดงี าม ความ เสียสละการมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สังคม นักเรียนทุกคนต้องเข้า ร่วมกจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยจัดการบรู ณาการเขา้ กบั กจิ กรรมต่างๆภายในโรงเรยี น
157 โครงสร้างและอัตราเวลาการจดั กจิ กรรม กจิ กรรมพฒั นาผ้เู รยี น ระดับมัธยมศึกษา ม.๑ ม.๒ ม.๓ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒. กจิ กรรมนักเรียน ๒.๑ ลกู เสอื -เนตรนารี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๒.๒ กิจกรรมชุมนมุ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๓. กจิ กรรมเพือ่ สังคม ๑๕ ๑๕ ๑๕ และสาธารณประโยชน์ เวลาเรียนรวม ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว วตั ถุประสงค์ ๑. เพอ่ื ผู้เรียนคน้ พบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รกั ละเหน็ คุณค่าในตนเองและผอู้ ่นื ๒. เพ่ือให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้านการศึกษา อาชีพส่วนตัว สังคม เพ่อื นาไปใชใ้ นการวางแผน เลือกแนวทางการศึกษาอาชพี ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคลอ้ งกับศักยภาพของ ตนเอง ๓. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนไดพ้ ัฒนาบุคลกิ ภาพ และรบั ตวั อยใู่ นสงั คมไดอ้ ย่างมีความสุข ๔. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นมคี วามรู้ มีทักษะ มีความคดิ สร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมเี จตคติท่ดี ตี ่ออาชีพสุจริต ๕. เพือ่ ใหผ้ ู้เรียนมีค่านยิ มทด่ี ีงามในการดาเนินชีวิต สรา้ งเสรมิ วนิ ยั คณุ ธรรมและจรยิ ธรรมแกน่ ักเรยี น ๖. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นมจี ิตสานึกในการรบั ผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สงั คม และประเทศชาติ แนวการจัดกิจกรรม โรงเรียนพระบางวิทยา ได้จัดกิจกรรมแนะแนวเพ่ือช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียน ดงั นี้ ๑. จัดกิจกรรมเพ่ือให้ครูได้รู้จักและช่วยเหลือผู้เรียนมากข้ึน โดยใช้กระบวนการทางจิตวิทยา การ จัดบริการสนเทศ โดยให้มีเอกสารเพ่ือใช้ในการสารวจข้อมูลเก่ียวกับตัวผู้เรียน ด้วยการสังเกต สัมภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม การเขียนประวัติ การพบผู้ปกครองก่อนและระหว่างเรียน การ เยยี่ มบา้ นนักเรียน การให้ความช่วยเหลอื ผู้เรียนเร่ืองสุขภาพจิต เศรษฐกจิ การจัดทาระเบียนสะสม สมดุ รายงานประจาตัวนักเรยี น และบตั รสุขภาพ
158 ๒. การจัดกิจกรรมพฒั นาวุฒิภาวะทางอารมณ์ โดยทาแบบทดสอบเพ่อื รู้จกั และเข้าใจตนเอง มีทักษะใน การตัดสินใจ การปรบั ตวั การวางแผนเพ่ือเลอื กศึกษาต่อ เลือกอาชพี ๓. การจัดบริการให้คาปรึกษาแก่ผู้เรียนรายบุคคล และรายกลุ่ม ในด้านการศกึ ษา อาชีพ และส่วนตัว โดยมีผู้ให้คาปรึกษาที่มีคุณวุฒิ และมีความเชี่ยวชาญในเร่ืองการให้คาปรึกษา ตลอดจนมีห้องให้ คาปรกึ ษาทเี่ หมาะสม ๓.๑ ช่วยเหลือผู้เรียนทป่ี ระสบปัญหาดา้ นการเงนิ โดยการใหท้ นุ การศึกษาแกผ่ ูเ้ รยี น ๓.๒ ตดิ ตามเก็บข้อมูลของนักเรียนท่สี าเร็จการศกึ ษา ๒. กิจกรรมนักเรยี น ๑. กิจกรรมลกู เสอื กจิ กรรมลกู เสือ - เนตรนารี ผู้เรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๑-๓ ทุกคน ได้ฝึกอบรมวิชาลูกเสือ - เนตรนารี เพ่ือส่งเสริม หลักการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ส่งเสริมความสามัคคี มีวินัย และ บาเพญ็ ประโยชนต์ ่อสังคม โดยดาเนนิ การจดั กิจกรรมตามขอ้ กาหนดของคณะกรรมการลกู เสือแห่งชาติ วัตถปุ ระสงค์ พระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.๒๕๕๑ มาตรา ๘ ได้กาหนดวัตถุประสงค์ของการฝึกอบรม เพื่อพัฒนา ลูกเสือทั้งทางกาย สติปญั ญา จิตใจ และศลี ธรรมให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ และชว่ ยสร้างสรรค์สงั คม เพื่อให้เกิดความสามัคคี และความเจริญก้าวหน้า ทั้งน้ีเพ่ือความสงบสุข และความม่ังคงของประเทศชาติตาม แนวทางดงั ตอ่ ไปน้ี ๑. ใหม้ ีนสิ ยั ในการสังเกต จดจา เชือ่ ฟัง และพ่งึ ตนเอง ๒. ให้มคี วามซือ่ สัตยส์ ุจรติ มีระเบยี บวินัย และเห็นอกเหน็ ใจผูอ้ ื่น ๓. ให้รู้จกั บาเพ็ญตนเพื่อสาธารณประโยชน์ ๔. ให้รจู้ ักทาการฝมี อื และฝึกฝนการทากจิ กรรมต่างๆตามความเหมาะสม ๕. ให้รู้จกั รกั ษาและส่งเสรมิ จารีตประเพณี วัฒนธรรม และความม่ังคงชองชาติ แนวการจัดกิจกรรม กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑-๓ กจิ กรรมลกู เสือ เนตรนารี แนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี การจัดกิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี มีแนวทางการจัดกิจกรรมตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) ซึ่งมอี งคป์ ระกอบ ๗ ประการ คือ
159 ๑.คาปฏิญาณและกฎ ถือเป็นหลักเกณฑ์ที่ลูกเสือทุกคนให้คามั่นสัญญาท่ีจะปฏิบัติตามกฎของ ลกู เสือ กฎของลูกเสือมไี ว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติ ไมไ่ ด้ “ห้าม”ทาหรือ “บงั คับให้” ทา แต่ถา้ “ทา”ก็จะให้ เกดิ ผลดแี ก่ตัวเอง เปน็ คนดี ได้รบั การยกยอ่ งวา่ เป็นผูม้ เี กยี รตเิ ชอ่ื ถือได้ ฯลฯ ๒.เรียนรู้จากการกระทาเป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสาเร็จหรือไม่สาเร็จของผลงานที่อยู่การ กระทาของตนเอง ทาให้มีความร้ทู ี่ชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่างๆด้วยตนเองได้ และท้าทายความสามารถของ ตนเอง ๓.ระบบหมู่ เปน็ รากฐานอันแท้จรงิ ของการลูกเสือ เป็นพ้ืนฐานในการอยู่ร่วมกันการยอมรบั ซ่งึ กัน และกัน และการแบ่งหน้าท่ีความรับผิดชอบ การช่วยเหลือซ่ึงกันและกันซึ่งเป็นการเรียนรู้ การใช้ประชาธิปไตย เบอื้ งตน้ ๔.การใชส้ ญั ลักษณ์ร่วมกนั ฝึกให้มคี วามเปน็ หนง่ึ เดียวในการเปน็ สมาชิกลูกเสือเนตรนารี ด้วยการ ใช้สัญลักษณ์ร่วมกัน ได้แก่ เคร่ืองแบบ เครื่องหมาย การทาความเคารพ รหัสคาปฏิญาณ กฎ คาขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการน้ีจะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์การลูกเสือแห่งโลก ซ่ึงมีสมาชิกอยู่ทั่ว โลกและเป็นองค์กรทม่ี จี านวนสมาชกิ มากที่สุดในโลก ๕.การศึกษาธรรมชาติคือ ส่ิงสาคัญอันดับหน่ึงในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอันโปร่งใสตามชนบท ป่าเขา ปา่ ละเมาะ และพุ่มไม้ เปน็ ท่ีปรารถนาอย่างย่ิงในการไปทากจิ กรรมกับธรรมชาติ การปนี เขา ต้ังค่ายพักแรม ในสุดสัปดาห์ หรือตามวาระของการอยู่คา่ ยพักแรมตามกฎระเบียบ เป็นท่เี สนห่ าแกเ่ ดก็ ทุกคน ถา้ ขาดส่ิงน้ีแล้วก็ไม่ เรยี กวา่ ใชช้ ีวติ แบบลูกเสอื ๖.ความก้าวหนา้ ในการเข้าร่วมกิจกรรม กจิ กรรมต่างๆ ที่จัดใหเ้ ด็กทา ตอ้ งให้มีความก้าวหน้าและ ดึงดูดใจ สร้างให้เกิดความกระตือรือร้น อยากที่จะทาและวัตถุประสงค์ในการจัดแต่ละอย่างให้สัมพันธ์กับความ หลากหลายในการพฒั นาตนเอง เกทการเลน่ ทส่ี นุกสนาน การแข่งขนั กนั กเ็ ปน็ สงิ่ ทีด่ ึงดดู ใจและเปน็ การจูงใจทีด่ ี ๗.การสนบั สนุนโดยผู้ใหญ่ ผใู้ หญ่เป็นผู้ทชี่ ีแ้ นะหนทางท่ีถูกตอ้ งให้แก่เด็กเพอื่ ให้เขาเกิดความม่ันใจ ในการท่ีจะตัดสินใจกระทาสิ่งใดลงไปทั้งคู่มีความต้องการซ่ึงกันและกันเด็กก็ต้องการให้ผู้ ใหญ่ช่วยช้ีนาผู้ใหญ่เองก็ ตอ้ งการนาพาให้ไปสหู่ นทางทีด่ ี ใหไ้ ด้รับการพฒั นาอย่างถกู ตอ้ งและดีท่ีสดุ จงึ เปน็ การรว่ มกันทง้ั สองฝา่ ย นักเรียนชายเรียนกิจกรรมลูกเสือ ๒๐ ชั่วโมงต่อภาคเรียน นักเรียนหญิงเลือกกิจกรรมเนตรนารี ๒๐ ช่วั โมง ต่อภาคเรียน ๒. กจิ กรรมชมุ นมุ วตั ถุประสงค์ ๑. เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นไดป้ ฏิบตั กิ ิจกรรมตามความสนใจ ความถนดั และความต้องการของตน ๒. เพ่ือให้ผู้เรยี นได้พัฒนาความรู้ ความสามารถด้านการคิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ ให้เกิดประสบกา รณทัง้ ทางวิชาการและวิชาชีพตามศกั ยภาพ ๓. เพอื่ ส่งเสริมใหผ้ ้เู รยี นใชเ้ วลาใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและส่วนรวม ๔. เพอ่ื ให้ผู้เรียนทางานร่วมกับผอู้ ื่น ไดต้ ามวถิ ปี ระชาธปิ ไตย แนวการจัดกจิ กรรม
160 การจัดกิจกรรมตามความสนใจ (ชมรม) ผู้เรียนสามารถเลือกเข้าเป็นสมาชิกชมรม วางแผนการดาเนิน กิจกรรมร่วมกัน โดยมีชมรมที่หลากหลาย เหมาะสมกับเพศ วัย และความสนใจของผู้เรียน ประกอบด้วยกิจกรรม ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม วัฒนธรรม อนุรักษส์ ่ิงแวดล้อม ส่งเสริมประชาธปิ ไตย ส่งเสริมการเรยี นรู้ และค่ายวชิ าการ การศึกษาดูงาน การฝึกปฏบิ ัติ การบรรยายพเิ ศษดังตวั อยา่ งพอสงั เขปตอ่ ไปนี้ ๑. กิจกรรมพัฒนาวุฒิภาวะทางอารมณ์ ศีลธรรมและจรยิ ธรรม จัดสอนจรยิ ธรรมในห้องเรียน จัดให้มี การปฏิบัติกจิ กรรมเน่ืองในวันสาคัญทั้งทางชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ โดยผู้เรียนมีส่วนร่วมใน การจัดกจิ กรรมทั้งในด้านวัฒนธรรม ประเพณี กฬี า และศลี ปะ ๒. กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาสีทุกช่วงชั้น โดยผู้เรียนได้ฝึกทักษะการทางาน และการแก้ปญั หาทุกข้ันตอน ๓. กิจกรรมส่งเสริมนิสัยรักการทางาน จัดกิจกรรมวันวิชาการโดยผู้เรียนมีโอกาสปฏิบัติจริง และฝึก ทักษะการจดั การ ๔. กิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและวัฒนธรรม โดยจัดกิจกรรมสืบสานวัฒนธรรมไทย เช่น ประเพณีไหว้ครู ประเพณีลอยกระทง ๕. กจิ กรรมส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย จัดให้มีการเลือกคณะกรรมการนักเรียน โดย ให้นากระบวนการประชาธิปไตยไปใช้ในการร่วมวางแผนดาเนินงานพฒั นาโรงเรียน ๖. กิจกรรมคนดีของสังคม จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้ เพ่ือป้องกันปัญหาโรคติดต่อร้ายแรง ปญั หายาเสพติด ปัญหาวยั ร่นุ ให้ความรเู้ พอ่ื ปลูกฝังให้เป็นสุภาพบุรุษ สุภาพสตรี ๗. กิจกรรมส่งเสริมการเรียนรู้ โดยจัดแหล่งเรียนรู้ ได้แก่ ห้องสมุด ห้องปฏิบัติการทางภาษา หอ้ งปฏบิ ตั กิ ารทางวทิ ยาศาสตร์ ห้องเทคโนโลยสี ารสนเทศ ๘. กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพและอนามัย ให้บริการห้องพยาบาล มีบริการให้ความรู้แก่ผู้เรียน เพื่อ ปอ้ งกันโรคระบาดอย่างทันเหตกุ ารณ์ ๓. กจิ กรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่อื ให้ผู้เรียนบาเพญ็ ตนใหเ้ ปน็ ประโยชน์ตอ่ ครอบครัว โรงเรยี น ชุมชน และประเทศชาติ ๒. เพ่ือให้ผู้เรียนออกแบบกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารประโยชน์อย่างสร้างสรรค์ตามความถนัดและ ความสนใจในลกั ษณะอาสาสมัคร ๓. เพ่ือให้ผู้เรียนพัฒนาศักยภาพในการจัดกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณ ประโยชน์ได้อย่างมี ประสทิ ธิภาพ ๔. เพื่อให้ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์จนเกิดคุณธรรม จริยธรรมตาม คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ๕. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รยี นมจี ติ สาธารณะและใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ แนวการจดั กจิ กรรม
161 เป็นกิจกรรมทีส่งเสริมให้ผู้เรียนบาเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจใน ลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความเสียสละ ต่อสังคม และมีจิตสาธารณะ เช่น กิจกรรมอาสาพัฒนาต่างๆ กิจกรรมสร้างสรรค์สงั คม(กระทรวงศกึ ษาธิการ , ๒๕๕๑) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ท้ัง ๓ ลกั ษณะมคี วามสัมพันธเ์ ชอ่ื มโยงกัน การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เน้นให้ผู้เรียนร่วมกันสารวจและวิเคราะห์สภาพ ปัญหา ร่วมกันออกแบบการจัดกิจกรรม การวางแผนการจัดกิจกรรม ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนร่วมสรุปและ ประเมนิ ผลการจัดกิจกรรม ร่วมรายงานผล พร้อมท้งั ประชาสมั พันธแ์ ละเผยแพร่ผลการจัดกจิ กรรม การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์สามารถเลือกจัดกิจกรรมหรือเข้าร่วมกิจกรรมได้ท้ัง ภายในและภายนอกโรงเรียน ดังน้ี ๑. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ และประสบการณ์ของผู้เรียน ของ โดยผู้เรียนสามารถจัดกิจกรรมตามองค์ความร้ทู ี่ได้จากการเรียนรู้และประสบการณ์ซ่ึงสามารถจัดกิจกรรมได้ ดงั น้ี ๑.๑ จัดกิจกรรมภายในโรงเรยี น ๑.๒ จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรียน ๒. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม หมายถึง กิจกรรมผู้เรยี นนาเสนอการ จดั กิจกรรมต่อโรงเรยี นเพื่อขอความเห็นชอบในการจัดทาโครงการ โครงงาน หรือกิจกรรม ซึ่งมีระยะเวลาเริ่มต้น และส้ินสดุ ชัดเจน โดยสามารถจัดกจิ กรรมไดด้ ังนี้ ๒.๑ จัดกจิ กรรมภายในโรงเรียน ๒.๒ จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรียน ๓. จัดกิจกรรมร่วมกับองค์กรอ่ืน หมายถึง กิจกรรมที่ผู้เรียนอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรมกับ หน่วยงานหรือองค์กรอื่นๆ ท่ีจัดกิจกรรมในลักษณะเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์โดยผู้เรียนสามารถเลือกเข้า ร่วมกิจกรรมไดด้ ังน้ี ๓.๑ ร่วมกับหนว่ ยงานอ่ืนที่เข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรยี น ๓.๒ รว่ มกบั หน่วยงานอืน่ ท่ีจัดกิจกรรมนอกโรงเรียน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ต้องเข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารประโยชน์ ไม่น้อย กวา่ ๔๕ ชว่ั โมงตลอด ๓ ปี (ม.๑-ม.๓) แนวทางการประเมนิ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น โรงเรยี นพระบางวทิ ยา กาหนดแนวทางในการประเมินกิจกรรมพฒั นาผู้เรยี นดังน้ี ๑. การประเมินกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียนรายกิจกรรม มแี นวทางปฏิบตั ดิ ังน้ี ๑.๑ การตรวจสอบเวลาเข้ารว่ มกจิ กรรมของผเู้ รียน ไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นตลอดปี การศกึ ษา
162 ๑.๒ ประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนจากการปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียน ผู้เรียน ตอ้ งได้รับการประเมินทุกผลการเรยี นรู้ และผ่านทุกผลการเรียนรู้ โดยแต่ละผลการเรียนรู้ผ่านไม่น้อยกล่าร้อยละ ๕๐ หรอื มีคณุ ภาพในระดับ ๑ ขน้ึ ไป ๑.๓ ผู้เรียนมีเวลาเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงาน/ช้ินงานของผู้เรียนตามเกณฑ์ ข้อ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถือว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “ผ” ผ่านการประเมินกิจกรรมและนาผลการประเมินไป บนั ทึกในระเบียนแสดงผลการเรยี น ๑.๔ ผู้เรียนมเี วลาเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การปฏิบตั ิกิจกรรมและผลงานไม่เป็นไปตามเกณฑ์ ขอ้ ๑.๑ และข้อ ๑.๒ ถอื ว่าผู้เรียนมีผลการเรียน “มผ” โรงเรียนต้องจัดซอ่ มเสริมให้ผู้เรียนทากิจกรรมในส่วน ท่ีผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทาจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” และนาผลการ ประเมนิ ไปบันทึกในระเบียนแสดงผลการเรียน ๒. การประเมินกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี นเพ่ือการตดั สิน มีแนวปฏบิ ัติดังนี้ ๒.๑ กาหนดให้ผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเก่ียวกับการร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียน ทกุ คนตลอดระดับการศกึ ษา ๒.๒ ผรู้ ับผิดชอบสรุปและตัดสินการรว่ มกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของผู้เรียนเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ท่ี โรงเรียนกาหนด ผู้เรียนจะตอ้ งผ่านกิจกรรม ๓ กจิ กรรมสาคญั ดังนี้ ๒.๒.๑ กิจกรรมแนะแนว ๒.๒.๒ กจิ กรรมนกั เรยี น ได้แก่ ๑. กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี ๒. กิจกรรมชมรม ๒.๒.๓ กจิ กรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ ๒.๓ การนาเสนอผลการประเมนิ ตอ่ คณะกรรมการกลมุ่ สาระการเรียนรแู้ ละกจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๒.๔ เสนอผู้บริหารโรงเรียนพิจารณาอนุมัติผลการประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนผ่านเกณฑ์การจบ แตล่ ะระดับการศึกษา
163 เกณฑก์ ารจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้ (๑) ผู้เรยี นเรยี นรายวชิ าพน้ื ฐานและเพิ่มเติมไมเ่ กิน ๘๑ หน่วยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพ้ืนฐาน ๖๓ หนว่ ยกิต และรายวิชาเพิม่ เติมตามทสี่ ถานศึกษากาหนด (๒) ผูเ้ รยี นตอ้ งได้หน่วยกิตตลอดหลักสูตรไมน่ ้อยกว่า ๗๗ หน่วยกติ โดยเป็นรายวชิ าพื้นฐาน ๖๓ หนว่ ยกิต และรายวิชาเพมิ่ เติมไมน่ ้อยกว่า ๑๔ หนว่ ยกิต (๓) ผู้เรยี นมผี ลการประเมิน การอา่ น คดิ วเิ คราะห์และเขยี น ในระดับผา่ น เกณฑ์ การประเมินตามทีส่ ถานศึกษากาหนด (๔) ผูเ้ รยี นมีผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑก์ ารประเมนิ ตามที่ สถานศกึ ษากาหนด (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี นและมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศึกษากาหนด ๒.๓ เกณฑ์การจบระดับมธั ยมศกึ ษาตอนปลาย (๑) ผเู้ รยี นเรยี นรายวชิ าพ้ืนฐานและเพ่ิมเติม ไมน่ ้อยกว่า ๘๑ หน่วยกิต โดยเปน็ รายวิชาพนื้ ฐาน ๓๙ หนว่ ยกิต และรายวชิ าเพิ่มเติมตามท่สี ถานศึกษากาหนด (๒) ผ้เู รยี นตอ้ งไดห้ น่วยกิตตลอดหลกั สูตรไม่น้อยกว่า ๗๗ หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพื้นฐาน ๓๙ หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ ไมน่ ้อยว่า ๓๘ หน่วยกติ (๓) ผูเ้ รียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดบั ผ่านเกณฑ์ การประเมินตามท่สี ถานศึกษากาหนด (๔) ผู้เรียนมผี ลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่ สถานศกึ ษากาหนด (๕) ผู้เรยี นเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี นและมผี ลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามท่ี สถานศึกษากาหนด สาหรับการจบการศึกษาสาหรับกลมุ่ เป้าหมายเฉพาะ เชน่ การศึกษาเฉพาะทาง การศึกษาสาหรบั ผมู้ ี ความสามารถพิเศษ การศึกษาทางเลอื ก การศึกษาสาหรบั ผดู้ อ้ ยโอกาส การศึกษาตามอัธยาศยั ให้คณะกรรมการ ของสถานศึกษา เขตพน้ื ที่การศึกษา และผูท้ ่ีเกี่ยวข้อง ดาเนินการวดั และประเมนิ ผลการเรียนรตู้ ามหลกั เกณฑใ์ น แนวปฏบิ ตั กิ ารวดั และประเมินผลการเรียนรูข้ องหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐานสาหรับกลุ่มเป้าหมาย เฉพาะ เอกสารหลักฐานการศึกษา เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสาคัญทีบ่ ันทึกผลการเรียน ข้อมลู และสารสนเทศท่ีเก่ียวข้องกบั พัฒนาการของผู้เรียนในดา้ นต่าง ๆ แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั น้ี
164 ๑. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่ีกระทรวงศึกษาธิการกาหนด ๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เปน็ เอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของผู้เรียนตาม รายวชิ า ผลการประเมนิ การอ่าน คดิ วเิ คราะห์และเขยี น ผลการประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของสถานศึกษา และผลการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศกึ ษาจะต้องบนั ทึกข้อมูลและออกเอกสารนใ้ี หผ้ เู้ รยี นเป็น รายบุคคล เมื่อผเู้ รยี นจบการศกึ ษาระดับประถมศึกษา (ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ ๖) จบการศึกษาภาคบังคบั (ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓) จบการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน(ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖) หรอื เม่ือลาออกจากสถานศกึ ษาในทุกกรณี ๑.๒ ประกาศนียบตั ร เป็นเอกสารแสดงวุฒกิ ารศึกษาเพือ่ รับรองศกั ดแ์ิ ละสทิ ธิ์ของผจู้ บการศึกษา ท่ี สถานศึกษาใหไ้ ว้แก่ผู้จบการศึกษาภาคบงั คบั และผู้จบการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐานตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน ๑.๓ แบบรายงานผ้สู าเรจ็ การศกึ ษา เปน็ เอกสารอนุมัติการจบหลักสตู รโดยบันทึกรายชือ่ และข้อมลู ของผู้จบการศกึ ษาระดับประถมศึกษา (ช้นั ประถมศกึ ษาปีที่ ๖) ผู้จบการศกึ ษาภาคบงั คับ (ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓) และผู้จบการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน (ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖) ๒. เอกสารหลักฐานการศึกษาท่สี ถานศึกษากาหนด เปน็ เอกสารท่ีสถานศึกษาจัดทาขึ้นเพอ่ื บันทึกพฒั นาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมลู สาคัญ เก่ียวกับผ้เู รียน เชน่ แบบรายงานประจาตวั นกั เรยี น แบบบันทึกผลการเรยี นประจารายวิชา ระเบยี นสะสม ใบรับรองผลการเรยี น และ เอกสารอนื่ ๆ ตามวตั ถุประสงค์ของการนาเอกสารไปใช้
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172