Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตร-ม.ต้น

หลักสูตร-ม.ต้น

Published by apple.workjaaa, 2019-11-11 21:18:21

Description: หลักสูตร-ม.ต้น

Keywords: curriculum,หลักสูตรสถานศึกษา,พระบางวิทยา

Search

Read the Text Version

43 คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ้นื ฐาน 2 กลมุ่ สาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 รหสั วิชา ค 21102 เวลา 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณติ ศาสตรก์ บั ศาสตรอ์ ื่นๆ และมีความคดิ ริเรม่ิ สร้างสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี อัตราส่วนและร้อยละ อัตราส่วนของจานวนหลาย ๆ จานวน สัดส่วน ร้อยละ และการนา ความรูเ้ กีย่ วกบั อตั ราสว่ น สัดสว่ นและร้อยละไปใช้ในการแก้ปัญหา สถิติ คาถามทางสถิติ การเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล การนาเสนอข้อมูล การแปลความหมายข้อมลู และ การนาสถิตไิ ปใช้ในชีวติ จริง โดยจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชีวิตประจาวันที่ใกล้ตัว ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ทไี่ ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณคา่ และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอ่ื มนั่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ ทกั ษะที่ต้องการวัด รหัสตวั ชี้วดั ค 1.1 ม.1/3 ค 3.1 ม.1/1 รวมทั้งหมด 2 ตัวชวี้ ดั

44 คาอธิบายรายวชิ า รายวิชา คณติ ศาสตรพ์ ื้นฐาน 3 กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 รหัสวิชา ค 22101 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตรก์ ับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมคี วามคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี จานวนจริง จานวนอตรรกยะ จานวนจริง รากที่สองและรากท่ีสามของจานวนตรรกยะ การนา ความรู้เกี่ยวกบั จานวนจริงไปใช้ ทฤษฎีบทพีทาโกรัส ทฤษฎีบทพีทาโกรัสและบทกลับ การนาความรู้เก่ียวกับทฤษฏีบทพีทาโกรัส และบทกลบั ไปใชใ้ นชวี ติ จริง จานวนตรรกยะ เลขยกกาลังที่มีเลขช้ีกาลังเป็นจานวนเต็ม การนาความรู้เก่ียวกับเลขยกกาลังไปใช้ ในการแก้ปัญหา เส้นขนาน สมบตั ิเกย่ี วกบั เส้นขนานและรูปสามเหลี่ยม โดยจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ในชวี ิตประจาวันที่ใกล้ตวั ให้ผู้เรียนไดศ้ ึกษาคน้ คว้าโดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ทไ่ี ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณคา่ และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชื่อมนั่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ ทักษะท่ีต้องการวดั รหัสตวั ช้ีวดั ค 1.1 ม.2/4, ม.2/5 ค 2.2 ม.2/3, ม.2/6 รวมทั้งหมด 4 ตัวช้วี ัด

45 คาอธิบายรายวชิ า รายวชิ า คณิตศาสตร์พนื้ ฐาน 4 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 รหัสวิชา ค 22102 เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณติ ศาสตรก์ ับศาสตรอ์ ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ รม่ิ สร้างสรรค์ ในสาระต่อไปนี้ พนื้ ท่ีผิว การหาพื้นท่ีผิวของปรซิ มึ และทรงกระบอก การนาความรู้เก่ียวกบั พน้ื ที่ผิวของปริซึม และ ทรงกระบอกไปใชใ้ นการแก้ปญั หา ปริมาตร การหาปริมาตรของปริซึม และทรงกระบอก การนาความรู้เก่ียวกับปริมาตรของปริซึม และทรงกระบอกไปใช้ในการแกป้ ัญหา สถิติ การนาเสนอและวิเคราะห์ข้อมูล แผนภาพจุด แผนภาพต้น-ใบ ฮิสโทแกรม ค่ากลางของ ข้อมูล การแปลความหมายของผลลัพธ์ การนาสถติ ไิ ปใชใ้ นชวี ิตจริง โดยจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณใ์ นชวี ิตประจาวนั ที่ใกลต้ ัว ใหผ้ ู้เรยี นได้ศึกษาคน้ ควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ที่ไดไ้ ปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชือ่ มัน่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ ทักษะทีต่ อ้ งการวัด รหสั ตัวชี้วดั ค 2.1 ม.2/1, ม.2/2 ค 3.1 ม.2/2

46 รวมทั้งหมด 3 ตวั ชวี้ ัด คาอธบิ ายรายวิชา รายวิชา คณติ ศาสตร์พื้นฐาน 5 กลมุ่ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 รหสั วิชา ค 23101 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณิตศาสตร์กับศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดริเรมิ่ สรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปนี้ พ้ืนที่ผิว การหาพื้นที่ผิวของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนาความรู้เกี่ยวกับพื้นที่ผิวของ พรี ะมิด กรวย และทรงกลม ไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา ปริมาตร การหาปริมาตรของพีระมิด กรวย และทรงกลม การนาความรู้เก่ียวกับปริมาตรของ พรี ะมดิ กรวย และทรงกลม ไปใชใ้ นการแก้ปญั หา ระบบสมการ ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การแก้ระบบสมการเชิงเส้นสองตัวแปร การนา ความร้เู กย่ี วกบั การแก้ระบบสมการเชิงเสน้ สองตัวแปรไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา ความคลา้ ย รปู สามเหล่ยี มทคี่ ล้ายกัน การนาความรู้เกี่ยวกับความคลา้ ยไปใช้ในการแก้ปญั หา โดยจดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ในชวี ิตประจาวันทใี่ กล้ตัว ใหผ้ ู้เรยี นไดศ้ ึกษาค้นควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณคา่ และมีเจตคติท่ีดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชือ่ มน่ั ในตนเอง

47 การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ ทักษะที่ตอ้ งการวดั รหัสตัวชี้วดั ค 1.3 ม.3/6 ค 2.1 ม.3/3, ม.3/4 ค 2.2 ม.3/7 รวมทั้งหมด 4 ตวั ชีว้ ดั คาอธิบายรายวชิ า รายวชิ า คณติ ศาสตร์พน้ื ฐาน 3 กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 รหัสวิชา ค 23102 เวลา 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณติ ศาสตร์กับศาสตรอ์ นื่ ๆ และมีความคดิ ริเริม่ สรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปนี้ อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแก้อสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การนาความรู้เกีย่ วกับการแกอ้ สมการเชิงเส้นตัวแปรเดียวไปใชใ้ นการแก้ปัญหา ความน่าจะเป็น เหตกุ ารณ์จากการทดลองส่มุ ความน่าจะเป็น การนาความรู้เก่ียวกับความนา่ จะ เปน็ ไปใชใ้ นชีวิตจริง สถิติ ขอ้ มูลและการวเิ คราะห์ขอ้ มูล แผนภาพกล่อง การแปลความหมายผลลัพธ์ การนาสถติ ิไปใช้ ในชวี ิตจริง อัตราส่วนตรีโกณมิติ อัตราส่วนตรีโกณมิติ การนาค่าอัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30 องศา45 องศา และ 60 องศา ไปใชใ้ นการแกป้ ัญหา

48 โดยจดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณใ์ นชวี ติ ประจาวันทใ่ี กล้ตัว ใหผ้ ู้เรยี นได้ศึกษาคน้ ควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ทไี่ ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชอื่ มัน่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ ทักษะทตี่ ้องการวัด รหัสตัวช้ีวัด ค 1.3 ม.3/1 ค 2.2 ม.3/2 ค 3.1 ม.3/1 ค 3.2 ม.3/1 รวมทั้งหมด 4 ตัวช้วี ัด

49 คาอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า คณิตศาสตร์เพมิ่ เติม 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 รหสั วชิ า ค 21201 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และ เช่ือมโยงคณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี การสร้างทางเรขาคณิต การสร้างพ้ืนฐานทางเรขาคณิต การสร้างรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้การ สร้างพื้นฐานทางเรขาคณติ การนาความรู้เก่ียวกบั การสรา้ งพน้ื ฐานทางเรขาคณติ ไปใชใ้ นชีวติ จริง มิติสัมพันธ์ของรูปเรขาคณิต หน้าตัดของรูปเรขาคณิตสามมิติ ภาพที่ได้จากการมองทางด้านหน้า (front view) ด้านข้าง (side view) หรือด้านบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ ที่ประกอบขึ้น จากลูกบาศก์ โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณใ์ นชวี ิตประจาวนั ทีใ่ กลต้ ัว ใหผ้ ู้เรียนได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ทไี่ ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณคา่ และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเช่อื ม่นั ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ ทักษะท่ีตอ้ งการวัด ผลการเรยี นรู้ 1. ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเคร่ืองมือเช่นวงเวียนและสันตรงรวมท้ังโปรแกรม The Geometer’ s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอื่น ๆ เพื่อสรา้ งรูปเรขาคณิต ตลอดจนนาความรู้เก่ียวกับ การสรา้ งน้ีไปประยุกตใ์ ชใ้ นการแก้ปัญหาในชวี ติ จริง 2. เขา้ ใจและใช้ความรู้ทางเรขาคณิตในการวิเตราะห์หาความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งรปู เรขาคณิตสองมิตแิ ละรูป เรขาคณติ สามมติ ิ รวมท้ังหมด 2 ผลการเรยี นรู้

50

51 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พม่ิ เติม 2 กล่มุ สาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 รหสั วชิ า ค 21202 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และ เช่อื มโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อน่ื ๆ และมีความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ ในสาระตอ่ ไปน้ี สมการเชิงเส้นตวั แปรเดียว แบบรูปและความสัมพันธ์ คาตอบของสมการสมการเชงิ เสน้ ตวั แปรเดียว การแก้สมการเชิงเสน้ ตวั แปรเดยี วโดยใชส้ มบัตขิ องการเทา่ กัน โจทยส์ มการเกี่ยวกับสมการเชงิ เส้นตวั แปรเดียว สมการเชิงเส้นสองตัวแปร ความหมายของคู่อันดับ กราฟของคู่อันดับบนระบบพิกัดฉาก การอ่าน และการแปลความหมายของกราฟบนระบบพิกัดฉาก การเขียนกราฟแสดงความเก่ียวข้องของปริมาณสองชุด สมการเชงิ เส้นสองตัวแปร กราฟและความสัมพันธ์เชิงเส้น กราฟของความสัมพันธ์เชิงเส้นของสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและ การนาความรเู้ กย่ี วสมการเชิงเส้นสองตัวแปรและกราฟของความสัมพันธ์เชงิ เส้นไปไปใช้ในชีวติ จริง ค้นคว้าโดยการปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็น คุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความ รบั ผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ และมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ ทักษะท่ีตอ้ งการวัด ผลการเรียนรู้ 1. เขา้ ใจและใช้สมบัตขิ องการเท่ากันและสมบัติของจานวน เพื่อวเิ คราะห์และแกป้ ัญหาโดยใชส้ มการ เชงิ เส้นตัวแปรเดียว 2. เข้าใจและใชค้ วามร้เู กย่ี วกบั กราฟในการแก้ปัญหาคณิตศาสตรแ์ ละปญั หาในชวี ิตจริง 3. เข้าใจและใชค้ วามร้เู ก่ียวกับความสัมพันธเ์ ชงิ เส้นในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์และปัญหาในชีวติ จริง รวมท้ังหมด 3 ผลการเรียนรู้

52

53 คาอธิบายรายวชิ า รายวิชา คณติ ศาสตรเ์ พม่ิ เติม 3 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 รหสั วชิ า ค 22201 เวลา 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเช่ือมโยง คณิตศาสตรก์ บั ศาสตร์อนื่ ๆ และมคี วามคิดรเิ ริ่มสรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปน้ี การสรา้ งทางเรขาคณิต การนาความรเู้ ก่ยี วกบั การสรา้ งทางเรขาคณิตไปใช้ในชวี ิตจรงิ การแปลงทางเรขาคณิต การเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน การนาความรู้เก่ียวกบั การแปลง ทางเรขาคณติ ไปใช้ในการแกป้ ัญหา โดยจัดประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ในชวี ิตประจาวันทใ่ี กลต้ วั ใหผ้ ู้เรยี นไดศ้ กึ ษาค้นควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ท่ไี ด้ไปใช้ในการเรียนรู้ส่ิงต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์ รวมท้ังเห็นคุณค่า และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเช่อื มน่ั ในตนเอง การวัดและประเมนิ ผล ใชว้ ธิ ีการทห่ี ลากหลายตามสภาพความเป็นจริงใหส้ อดคลอ้ งกบั เน้อื หาและ ทักษะทตี่ ้องการวัด ผลการเรยี นรู้ 1. ใช้ความรู้ทางเรขาคณิตและเคร่ืองมือ เช่น วงเวียนและสันตรง รวมท้ังโปรแกรม The Geometer’s Sketchpad หรือโปรแกรมเรขาคณิตพลวัตอ่ืนๆ เพ่ือสร้างรูปเรขาคณิตตลอดจน นาความรูเ้ ก่ยี วกบั การสร้างน้ไี ปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการแก้ปญั หาในชวี ิตจรงิ 2. เข้าใจและใช้ความรู้เกี่ยวกับการแปลงทางเรขาคณิตในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์และปัญหา ใน ชวี ิตจริง รวมทั้งหมด 2 ผลการเรยี นรู้

54 คาอธบิ ายรายวชิ า รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พิ่มเติม 4 กล่มุ สาระการเรียนร้คู ณติ ศาสตร์ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 2 รหัสวชิ า ค 22202 เวลา 40 ช่วั โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตรอ์ ัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ ส่ือสาร การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และการเชื่อมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และเชื่อมโยง คณติ ศาสตร์กบั ศาสตรอ์ ่ืนๆ และมีความคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปนี้ ความเท่ากันทุกประการ ความเท่ากันทุกประการของรูปสามเหลี่ยม การนาความรู้เกี่ยวกับความ เทา่ กันทุกประการไปใช้ในการแกป้ ัญหา พหุนาม พหุนาม การบวก การลบ และการคูณของพหุนาม การหารพหุนามด้วยเอกนามและ พหนุ าม แยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรีสอง โดยใช้สมบัติการ แจก แจง กาลงั สองสมบรู ณ์ ผลตา่ งกาลงั สอง โดยจดั ประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณใ์ นชีวติ ประจาวนั ท่ใี กล้ตัว ใหผ้ ู้เรียนไดศ้ ึกษาคน้ คว้าโดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ที่ได้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณคา่ และมีเจตคติที่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมคี วามเชือ่ มัน่ ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการท่ีหลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเนื้อหาและ ทักษะท่ีต้องการวัด ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจและใช้สมบัติของรูปสามเหลี่ยมท่ีเท่ากันทุกประการในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ และ ปัญหาในชวี ติ จรงิ 2. เขา้ ใจหลกั การการดาเนินการของพหนุ าม และการใช้พหุนามในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 3. เข้าใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามดีกรสี องในการแกป้ ญั หาคณติ ศาสตร์ รวมท้ังหมด 3 ผลการเรยี นรู้

55 คาอธบิ ายรายวิชา รายวชิ า คณิตศาสตร์เพ่ิมเติม 5 กลุ่มสาระการเรยี นรคู้ ณิตศาสตร์ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 รหสั วิชา ค 23201 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และ เช่ือมโยงคณิตศาสตร์กบั ศาสตร์อ่นื ๆ และมคี วามคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรค์ ในสาระต่อไปนี้ สมการกาลงั สองตัวแปรเดยี ว สมการกาลงั สองตวั แปรเดียว การแก้สมการกาลังสองตวั แปร เดียว การนาความรู้เกีย่ วกบั การแกส้ มการกาลังสองตัวแปรเดยี วไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา ฟังกช์ นั กาลังสอง กราฟของฟังกช์ นั กาลงั สอง การนาความรเู้ ก่ยี วกับฟังกช์ ันกาลงั สองไปใช้ในการ แก้ปัญหา โดยจดั ประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ในชีวติ ประจาวันทใี่ กลต้ ัว ใหผ้ เู้ รียนได้ศกึ ษาค้นควา้ โดยการ ปฏบิ ัติจรงิ ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่ือพฒั นาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปญั หา การให้ เหตผุ ล การสอ่ื ความหมายทางคณติ ศาสตร์ และนาประสบการณด์ ้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ท่ีได้ไปใช้ในการเรยี นรู้สิง่ ต่างๆ และใชใ้ นชวี ติ ประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทงั้ เหน็ คุณคา่ และมเี จตคติที่ดีต่อ คณติ ศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบยี บ มีความรอบคอบ มีความรบั ผดิ ชอบ มวี จิ ารณญาณ และมคี วามเชอื่ มั่นในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ ทักษะที่ต้องการวัด ผลการเรยี นรู้ 1. ประยกุ ต์ใชส้ มการกาลงั สองตัวแปรเดยี วในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 2. เข้าใจและใชค้ วามรเู้ กี่ยวกับฟงั กช์ นั กาลงั สองในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์

56 รวมท้ังหมด 2 ผลการเรยี นรู้

57 คาอธิบายรายวิชา รายวชิ า คณิตศาสตร์เพ่มิ เติม 6 กลุ่มสาระการเรียนรคู้ ณติ ศาสตร์ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 รหสั วชิ า ค 23202 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หน่วยกติ ศึกษา และฝึกทักษะและกระบวนการทางคณิตศาสตร์อัน ได้แก่ การแก้ปัญหา การให้เหตุผล การ สื่อสาร การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และการนาเสนอ การเช่ือมโยงความรู้ต่างๆทางคณิตศาสตร์ และ เชอ่ื มโยงคณติ ศาสตร์กบั ศาสตร์อ่ืนๆ และมีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ในสาระตอ่ ไปนี้ วงกลม วงกลม คอรด์ และเส้นสัมผัส ทฤษฎีบทเกีย่ วกับวงกลม การแยกตัวประกอบของพหนุ าม การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รสี ูงกว่าสอง โดยจัดประสบการณห์ รือสรา้ งสถานการณ์ในชวี ติ ประจาวันที่ใกล้ตวั ให้ผู้เรียนได้ศกึ ษาค้นควา้ โดยการ ปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะและกระบวนการในการคิดคานวณ การแก้ปัญหา การให้ เหตุผล การส่ือความหมายทางคณิตศาสตร์ และนาประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิด ทักษะและกระบวนการ ทไ่ี ด้ไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และใช้ในชีวิตประจาวันอย่างสร้างสรรค์ รวมทั้งเห็นคุณค่า และมีเจตคตทิ ี่ดีต่อ คณิตศาสตร์ สามารถทางานอย่างเป็นระบบระเบียบ มีความรอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวิจารณญาณ และมีความเช่อื มน่ั ในตนเอง การวัดและประเมินผล ใช้วิธีการที่หลากหลายตามสภาพความเป็นจริงให้สอดคล้องกับเน้ือหาและ ทกั ษะทต่ี อ้ งการวัด ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจและใชท้ ฤษฎีบทเกีย่ วกบั วงกลมในการแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ 2. เขา้ ใจและใช้การแยกตัวประกอบของพหุนามท่ีมีดกี รีสูงกวา่ สองในการแก้ปัญหาคณติ ศาสตร์ รวมทั้งหมด 2 ผลการเรียนรู้

58 คาอธิบายรายวชิ า สาระการเรียนรภู้ มู ศิ าสตร์

59 คาอธบิ ายรายวชิ า(พ้นื ฐาน) รายวชิ า สังคมศึกษาฯ 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้ สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 รหัสวิชา ส21102 เวลา 3 ช่วั โมง/ภาคเรียน จานวน 1.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษา วิเคราะห์ ความหมายและความสาคัญของเศรษฐศาสตร์ คา่ นยิ มและพฤติกรรมการบรโิ ภคของ คนใน สังคม ซึ่งส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมา หลักการและความสาคัญของปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหน้าท่ีและความแตกต่างของสถาบันการเงินแต่ละประเภทและ ธนาคารกลาง การพึ่งพาอาศัยกัน และการแขง่ ขนั กันทางเศรษฐกจิ ในประเทศ ปัจจยั ที่มีอิทธพิ ลต่อการกาหนด อุปสงค์และอปุ ทาน และกฎหมายเกย่ี วกบั ทรัพยส์ ินทางปัญญา โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการกล่มุ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ และความจาเป็นของการร่วมมือทางเศรษฐกิจในสังคมโลก สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและ การบริโภค การใชท้ รพั ยากรที่มีอยู่จากดั ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมท้ังเข้าใจหลักการของเศรษฐกิจ พอเพียง เพือ่ การดารงชวี ติ อย่างมดี ุลยภาพ ศึกษา วเิ คราะห์ ลกั ษณะทางกายภาพของทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลียและโอเชียเนยี โดยใชเ้ ครื่องมือ ทางภูมิศาสตร์ พิกดั ภูมิศาสตร์ วัน เวลาของโลก สาเหตุการเกิดภัยพิบัติของทวีปเอเชยี ออสเตรเลียและโอเชีย เนีย ทาเลที่ตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคมในทวีปเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ปัจจัยทาง กายภาพ ปัจจยั ทางสงั คมท่ีสง่ ผลต่อกิจกรรมทางเศรษฐกจิ และสงั คมของทวปี เอเชยี ออสเตรเลียและโอเชียเนีย ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับส่ิงแวดล้อมในทวีปเอชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย แนวทางการจัดการภัยพิบัติ และทรัพยากรสงิ่ แวดล้อมในทวีปเอเชยี ออสเตรเลียและโอเชียเนีย

60 โดยใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการเผชิญสถานการณ์และ แก้ปัญหา กระบวนการกลุ่ม เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ลักษณะกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซึ่งมีผลต่อกัน และกัน ใช้แผนที่และเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการค้นหา และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทางภูมิศาสตร์ ตลอดจนภูมิสารสนเทศอย่างมีประสิทธิภาพ รวมท้ังเข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทาง กายภาพที่ก่อให้เกิดการสร้างสรรค์วิถีการดาเนินชีวิต มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรและ ส่ิงแวดลอ้ มเพอ่ื พฒั นาอยา่ งย่ังยืน ตัวชี้วดั ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ตัวช้ีวัด ส 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 รวม 14 ตวั ชี้วดั

61

62 รายวิชา สังคมศกึ ษา คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 กลุม่ สาระการเรียนรูส้ งั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม เวลา 60 ช่ัวโมง รหสั วชิ า ส22102 จานวน 1.5 หน่วยกิต ศึกษาหลักการทางเศรษฐศาสตร์อย่างเหมาะสมกับชีวิตประจาวัน ฝึกอธิบาย วิเคราะห์ ยกตัวอย่าง ระบุปัจจัย และอธิบายกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยสาระการเรียนรู้ หลักการเศรษฐศาสตร์ ความหมาย ความสาคัญ หลักการบริโภค เศรษฐกิจพอเพียง สถาบันการเงิน อุปสงค์ อุปทาน และกฎหมายทรัพย์สินทาง ปัญญา เพ่ือ ให้เข้าใจการจัดการทรัพยากร หลักการเศรษฐกิจพอเพียง สถานบันทางเศรษฐกิจต่างๆ ในการ ผลิตและการบริโภค การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจากัด ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าต่อการดารงชีวิต อยา่ งมีดลุ ยภาพ ความสมั พันธท์ างเศรษฐกจิ และความจาเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก ศึกษาสภาพทั่วไปทวีปเอเชีย ออสเตรเลีย และโอเชียเนีย ฝึกเลือกใช้ อธิบาย วิเคราะห์ สารวจและ เลือกใช้เครื่องมือ โดยสาระการเรียนรู้ เครื่องมือทางภูมิศาสตร์ เส้นแบ่งเวลา ลักษณะทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ และการป้องกันภัยธรรมชาติของเอเชีย ออสเตรเลียและโอเชียเนีย เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจใน ลักษณะทางกายภาพ และความสัมพันธ์ของสรรพส่ิงซ่ึงมีผลต่อกันในระบบของธรรมชาติ ใช้แผนท่ีและ เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ ในการค้นหา วิเคราะห์ สรุป การสร้างสรรค์วัฒนธรรม มีจิตสานึก และมีส่วนร่วมใน การอนรุ กั ษ์ทรัพยากรและสิง่ แวดล้อม เพื่อการพัฒนาทีย่ ัง่ ยืน เพอ่ื อธบิ าย วิเคราะห์เน้ือหาต่างๆ สามารถปฏบิ ัตติ นตามได้อย่างถกู ต้องเหมาะสม เหน็ คุณค่าของการ นาความรไู้ ปพฒั นาตนเองในชวี ติ ประจาวัน รหัสตวั ชวี้ ัด ส 3.1 ม.1/1-3 ส 3.2 ม.1/1-4 ส 5.1 ม.1/1-3 ส 5.2 ม.1/1-4 รวม 14 ตัวชว้ี ัด

63 คาอธิบายรายวชิ า(พ้ืนฐาน) รายวิชา สังคมศึกษาฯ 6 กลุม่ สาระการเรียนรู้ สังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 2 รหัสวชิ า ส23102 เวลา 3 ช่วั โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หนว่ ยกติ ศึกษา วเิ คราะหก์ ลไกราคาในระบบเศรษฐกิจ บทบาทหน้าที่ของรฐั บาลในระบบเศรษฐกจิ นโยบายและกจิ กรรมทางเศรษฐกิจของรัฐท่ีมตี ่อบุคคล กลุ่มคนและประเทศชาติ ความสาคัญของการรวมกลุ่ม ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ ผลกระทบที่เกิดจากภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด ผลเสียจากการว่างงานและแนว ทางการแก้ปัญหา สาเหตุและวิธีการกีดกันทางการค้าในการค้าระหว่างประเทศ การมีส่วนร่วมในการแก้ไข ปญั หาและพฒั นาท้องถน่ิ ตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ความสัมพนั ธ์ระหว่างแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงกับ ระบบสหกรณ์ โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ สถานการณแ์ ละแก้ปัญหา กระบวนการปฏบิ ัติ กระบวนการกลุ่ม เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเข้าใจ เหน็ ความสาคญั และสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนินชีวิต มสี ว่ นร่วมในการแก้ไขปัญหาและพฒั นาทอ้ งถิน่ ตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง มคี ุณธรรม จรยิ ธรรมและ มีคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ในดา้ นมวี ินยั ใฝเ่ รยี นรู้ ซ่อื สัตยส์ ุจรติ มงุ่ ม่ันในการทางาน มีจติ สาธารณะ อย่อู ยา่ งพอเพยี ง ศึกษา วิเคราะห์ลักษณะทางกายภาพของทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้ สาเหตุการเกิดภันพิบัติ ของทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมรกิ าใต้ ทาเลท่ตี ั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสงั คมในทวีปอเมริกาเหนือและ อเมริกาใต้ ปัจจัยทางกายภาพและสังคมต่อทาเลท่ีตั้งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและสังคม ปฏิสัมพันธ์ระหว่าง สิ่งแวดล้อมและมนุษย์ การจัดการภัยพิบัติทางธรรมชาติและการจัดการทรัพยากรธรรมชาติของทวีปอเมริกา เหนือและอเมริกาใต้ โดยใช้กระบวนการทางภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ การสรุปข้อมูล กระบวนการ ปฏบิ ัติ กระบวนการเผชิญสถานการณแ์ ละแก้ปัญหา เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่ง การ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม มีจิตสานึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรเพื่อให้เกิด ประสิทธภิ าพและการพัฒนาทีย่ ่งั ยืน ตวั ชีว้ ัด ส 3.1 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ส 3.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 ม.3/6

64 ตวั ชี้วัด ส 5.1 ม.3/1 ม.3/2 ส 5.2 ม.3/1 ม.3/2 ม.3/3 ม.3/4 ม.3/5 รวม 16 ตวั ชวี้ ดั โครงสร้างรายวชิ า วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

65 โครงสรา้ งรายวิชาวิทยาศาสตร์ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนกั อตั ราส่วน ที่ เรียนรู้/ ช่ัวโมง คะแนน ระหว่าง ตัวช้วี ัด เรียนกับ สอบ 1 สารรอบตัว ว 2.1 - สารรอบตวั ประกอบไป 26 40 70 : 30 เข้าใจสมบัติ ด้วยธาตแุ ละ ของสสาร -สารประกอบ สารแตล่ ะ องคป์ ระกอบ ชนิดมสี มบตั ิทางกายภาพ ของสสาร และสมบตั ทิ างเคมีท่ี ความสมั พันธ์ เหมอื นและแตกตา่ งกัน ระหว่างสมบตั ิ - ความร้อนเปน็ ปัจจยั ของสสารกบั หนึง่ ที่ทาให้สถานะของ โครงสร้างและ สาร ซึง่ เปน็ สมบัติทาง แรงยึดเหน่ยี ว กายภาพเปลย่ี นแปลงไป ระหว่าง - สารบรสิ ุทธ์ิ คือ สารทม่ี ี อนุภาค หลกั องค์ประกอบเพียงชนิด และธรรมชาติ เดียว ประกอบไปด้วย

66 ธาตแุ ละสารประกอบ โดยธาตุแบง่ ออกเปน็ ธาตุ โลหะ ธาตุก่งึ โลหะ และ ธาตุอโลหะ ซ่งึ ธาตบุ าง ชนดิ สามารถแผ่รงั สีได้ เรียกวา่ ธาตุกัมมันตรังสี เมอื่ ธาตุมากกว่าหน่ึงชนดิ มารวมกันทางเคมี กลายเป็นสารประกอบท่ี มีสมบตั แิ ตกต่างไปจาก ธาตุเดมิ ลาดับ ชอ่ื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนกั อตั ราสว่ น ท่ี เรยี นร/ู้ ช่ัวโมง คะแนน ระหว่าง ตวั ช้ีวดั เรยี นกับ สอบ ม.1/1 - สารมากกว่าหน่งึ ชนดิ มา อธบิ ายสมบัติ ผสมกันเรียกว่า สารผสม ทางกายภาพ บางชนดิ ผสมเป็นเนื้อ บางประการ เดยี วกนั เรียกว่า ของ สารละลาย บางชนิดผสมไม่ ธาตุโลหะ เปน็ เน้อื เดยี วกนั เชน่ สาร อโลหะ และ แขวนลอย คอลลอยด์ เป็น ก่งึ โลหะ โดย ตน้ ใชห้ ลกั ฐาน เชงิ ประจกั ษ์ที่ ได้จากการ

67 สังเกตและ การทดสอบ และใช้ สารสนเทศที่ ไดจ้ าก แหลง่ ข้อมูล ตา่ ง ๆ รวมทงั้ จดั กลมุ่ ธาตุเปน็ โลหะ อโลหะ และ กึ่งโลหะ ม.1/2 วิเคราะห์ผล จากการใชธ้ าตุ โลหะ อโลหะ กึง่ โลหะ ลาดับ ช่อื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนัก อัตราสว่ น ที่ เรียนร/ู้ ชั่วโมง คะแนน ระหว่าง ตัวชว้ี ดั เรยี นกับ และธาตุ สอบ กัมมันตรงั สี ท่ี มีต่อสิ่งมชี วี ิต สิ่งแวดลอ้ ม เศรษฐกจิ และ สงั คม จาก

68 ขอ้ มูลท่ี รวบรวมได้ ม.1/3 ตระหนกั ถึง คณุ ค่าของการ ใช้ธาตโุ ลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ ธาตุ กัมมนั ตรงั สี โดยเสนอ แนวทาง การใชธ้ าตุ อย่าง ปลอดภยั คมุ้ ค่า ม.1/4 เปรยี บเทยี บ จดุ เดือด จดุ หลอมเหลว ของสาร บริสทุ ธ์ิ และสารผสม ลาดบั ชือ่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ น้าหนกั อัตราสว่ น ท่ี เรียนรู้/ ช่วั โมง คะแนน ระหว่าง ตวั ชว้ี ดั เรียนกบั โดยการวัด สอบ

69 อณุ หภูมิ เขียน กราฟ แปล ความหมาย ขอ้ มลู จาก กราฟ หรอื สารสนเทศ ม.1/5 อธิบายและ เปรียบเทยี บ ความ หนาแนน่ ของ สารบรสิ ุทธิ์ และสารผสม ม.1/6 ใชเ้ คร่อื งมือ เพื่อวดั มวล และปรมิ าตร ของ สารบริสุทธิ์ และสารผสม ม.1/7 อธิบาย เกี่ยวกับ ความสมั พนั ธ์ ระหว่าง

ลาดับ ชอ่ื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคญั 70 ที่ เรยี นรู้/ ตัวชว้ี ดั เวลา/ นา้ หนัก อตั ราส่วน ชวั่ โมง คะแนน ระหว่าง อะตอม ธาตุ และ เรียนกบั สารประกอบ สอบ โดยใช้ แบบจาลอง และ สารสนเทศ ม.1/8 อธบิ าย โครงสรา้ ง อะตอมท่ี ประกอบดว้ ย โปรตอน นิวตรอน และ อเิ ล็กตรอน โดยใช้ แบบจาลอง ม.1/9 อธบิ ายและ เปรยี บเทยี บ การจัดเรียง อนุภาค แรงยึดเหนีย่ ว ระหว่าง อนภุ าค และ การเคล่อื นที่ ของอนุภาค ของสสารชนดิ เดยี วกันใน

71 ลาดับ ชื่อหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนกั อตั ราสว่ น ที่ เรียนร/ู้ ชวั่ โมง คะแนน ระหวา่ ง ตัวช้ีวัด เรยี นกบั สอบ สถานะ จากเซลล์ ของแขง็ ของเหลว และ แก๊สโดยใช้ แบบจาลอง ม.1/10 อธิบาย ความสมั พันธ์ ระหว่าง พลงั งานความ ร้อนกับการ เปล่ยี นสถานะ ของสสาร โดย ใช้หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์และ แบบจาลอง 2 หน่วยของสงิ่ มชี วี ิต ว 1.2 - สงิ่ มชี ีวติ ทกุ ชนิดมีเซลล์ 12 30 เข้าใจสมบัติ เป็นหน่วยทเ่ี ลก็ ทส่ี ุดเปน็ ของส่ิงมีชีวติ องคป์ ระกอบ ซ่ึงส่ิงมีชีวิต หนว่ ยพื้นฐาน บางชนดิ สามารถ ของสิ่งมีชวี ิต ดารงชวี ิตอยไู่ ด้เพยี งเซลล์ การลาเลยี ง เดยี ว สารเข้า บางชนดิ จาเป็นตอ้ ง และออกจาก มหี ลายเซลลม์ ารวมกัน

72 เซลล์ เป็นเนื้อเยื่อ ซ่ึงมีรูปร่าง ความสัมพันธ์ และหน้าทแ่ี ตกตา่ งกนั ซง่ึ ของโครงสร้าง องค์ประกอบพ้นื ฐานของ และหนา้ ทขี่ อง เซลล์ ได้แก่ นิวเคลียส ไซ ระบบ โตพลาซมึ และเย่ือหมุ้ ต่าง ๆ เซลล์ ของสัตว์และ - กระบวนการแพร่และ มนษุ ย์ท่ี ออสโมซิสเปน็ ทางานสัมพันธ์ กระบวนการทส่ี งิ่ มชี วี ติ ใช้ กั ลาเลยี งสารเข้าและออก ลาดบั ชอื่ หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนกั อัตราสว่ น ท่ี เรยี นรู้/ ชวั่ โมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ชี้วดั เรียนกับ สอบ ความสมั พนั ธ์ ของโครงสร้าง และหน้าที่ ม.1/1 เปรยี บเทียบ รูปร่าง ลักษณะ และ โครงสรา้ ง ของเซลล์พชื และเซลล์สัต 2 หนว่ ยของสง่ิ มีชีวิต ว 1.2 - ส่ิงมชี ีวติ ทุกชนิดมี 12 30 2 เขา้ ใจสมบัติ เซลล์เป็นหน่วยทีเ่ ล็ก ของส่ิงมชี ีวิต ทีส่ ุดเปน็ องคป์ ระกอบ หน่วยพื้นฐาน ซงึ่ สง่ิ มชี ีวิตบางชนิด ของส่งิ มีชวี ติ สามารถดารงชีวิตอยู่ได้ การลาเลียง เพียงเซลล์เดียว สารเขา้ บางชนิดจาเปน็ ต้อง และออกจาก มีหลายเซลล์มารวมกนั

73 เซลล์ เปน็ เน้อื เยือ่ ซึ่งมีรปู รา่ ง ความสัมพนั ธ์ และหน้าทแี่ ตกต่างกัน ของโครงสรา้ ง ซึง่ องค์ประกอบพืน้ ฐาน และหน้าท่ขี อง ของเซลล์ ได้แก่ ระบบ นวิ เคลียส ไซโตพลาซึม ต่าง ๆ และเย่ือหุ้มเซลล์ ของสตั ว์และ - กระบวนการแพร่และ มนุษย์ที่ ออสโมซสิ เปน็ ทางานสมั พนั ธ์ กระบวนการทสี่ ิง่ มีชวี ิต กนั ใช้ลาเลยี งสารเขา้ และ ความสมั พนั ธ์ ออกจากเซลล์ ของโครงสรา้ ง และหน้าท่ี ม.1/1 เปรยี บเทียบ ลาดับ ชอ่ื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อตั ราส่วน ที่ เรยี นร/ู้ ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง ตวั ชวี้ ดั เรยี นกบั สอบ รปู รา่ ง ลกั ษณะ และ โครงสรา้ ง ของเซลล์พืช และเซลล์สตั ว์ รวมทัง้ บรรยายหนา้ ท่ี ของผนงั เซลล์ เย่ือหมุ้ เซลล์ ไซโทพลาซึม นิวเคลยี ส แวควิ โอล ไมโทคอน เดรียและ

74 คลอโรพลาสต์ ม.1/2 ใช้กล้อง จลุ ทรรศนใ์ ช้ แสงศึกษา เซลล์ และโครงสร้าง ตา่ ง ๆ ภายใน เซลล์ ม.1/3 อธิบาย ความสมั พนั ธ์ ระหว่างรูปร่าง กับการทา หน้าทข่ี อง เซลล์ ลาดับ ชือ่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนัก อตั ราสว่ น ที่ เรยี นร/ู้ ช่วั โมง คะแนน ระหว่าง ตวั ชีว้ ัด เรียนกับ ม.1/4 สอบ อธบิ ายการ จัดระบบของ สิ่งมชี ีวิต โดย เรม่ิ จาก เซลล์ เนื้อเยอ่ื อวยั วะ ระบบ อวัยวะ จนเป็น

ส่งิ มีชีวิต 75 ม.1/5 30 3 อธบิ าย กระบวนการ แพรแ่ ละ ออสโมซิสจาก หลกั ฐานเชงิ ประจักษ์ และ ยกตวั อยา่ ง การแพร่และ ออสโมซสิ ใน ชวี ติ ประจาวัน 3 การดารงชวี ติ ของพืช ว 1.2 - พชื ดารงชวี ติ อยู่ได้ดว้ ย 22 เข้าใจสมบัติ ส่วนประกอบ ของส่ิงมชี วี ิต ต่าง ๆ ดังน้ี หน่วยพืน้ ฐาน ใบไม้ มีคลอโรพลาสต์ท่ี ของสงิ่ มชี ีวติ มีสารคลอโรฟลิ ล์ซึง่ การลาเลียง เกีย่ วขอ้ งกับ สารเขา้ กระบวนการสงั เคราะห์ และออกจาก ด้วยแสงโดยมีแก๊ส เซลล์ คารบ์ อนไดออกไซด์ ความสมั พนั ธ์ และน้าเปน็ สารตง้ั ตน้ ของโครงสรา้ ง และไดน้ ้าตาลกลูโคส และหนา้ ท่ี และแก๊สออกซิเจนเป็น ของระบบ ผลิตภัณฑ์ ซ่งึ จาเปน็ ต ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนัก อตั ราส่วน ที่ เรียนร/ู้ ชัว่ โมง คะแนน ระหว่าง ตัวช้วี ัด เรยี นกบั สอบ ตา่ ง ๆ การดารงชวี ติ ของ ของสตั วแ์ ละ สิ่งมีชวี ิต รากและลาต้น มนุษย์ที่ ประกอบไปดว้ ยเน้ือเย่ือ

76 ทางานสัมพันธ์ ลาเลยี งไซเลม็ กนั ทาหนา้ ทดี่ ูดนา้ และแร่ ความสมั พันธ์ ธาตุ โดยอาศัย ของโครงสร้าง กระบวนการแพร่และ และหน้าที่ ออสโมซิส เนื้อเย่อื ม.1/6 ลาเลียงโฟลเอ็ม ระบปุ จั จัยที่ ทาหน้าทีล่ าเลยี งอาหาร จาเป็นในการ โดยอาศยั กระบวนการ สงั เคราะหด์ ้วย ทรานสโลเคช่ัน แสง - ดอกไม้ เป็นอวยั วะ และผลผลิตท่ี สบื พันธ์ุของพืช เมอ่ื ถูก เกดิ ข้ึนจาก ลาดับ ช่ือหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนัก อัตราสว่ น ท่ี เรยี นรู้/ ชั่วโมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ชีว้ ัด เรยี นกบั สอบ การสังเคราะห์ ผสมเกสร ดอกจะเจริญ ด้วยแสง กลายเปน็ ผลซึ่งภายในมี โดยใช้ เมลด็ ทาหน้าท่ีกระจาย หลักฐานเชิง พนั ธุพ์ ชื โดยพชื ต้นใหม่ ประจักษ์ จะมลี ักษณะท่ีแตกต่าง ม.1/7 ไปจากตน้ พ่อแม่ อธิบาย - พชื สามารถขยายพนั ธุ์ ความสาคัญ โดยใช้ส่วนโครงสร้าง ของการ พิเศษต่าง ๆ ของพืช สังเคราะห์ เชน่ ราก ลาตน้ ใบ และ ดว้ ยแสง มนษุ ย์สามารถนาส่วน ของพืชต่อ ต่าง ๆ ของพชื มา สิง่ มชี วี ติ และ ขยายพนั ธุไ์ ด้ เชน่ การ สิ่งแวดล้อม ปักชา การติดตา การ ม.1/8 ตอนกิ่ง เป็นต้น ซึ่งพืช ตระหนกั ใน ต้นใหม่จะมลี กั ษณะไม่

77 คณุ คา่ ของพืช แตกต่างไปจากต้นพ่อ ท่มี ตี อ่ ส่ิงมีชีวิต แม่ และ - มนุษยน์ าความรู้ทาง สิ่งแวดลอ้ ม วทิ ยาศาสตรม์ า โดยการ ประยกุ ต์ใชก้ บั พชื เชน่ ร่วมกันปลกู การเพาะเลี้ยงเนือ้ เยื่อพืช และดูแลรกั ษา การดดั แปรพันธุกรรมพืช ตน้ ไมใ้ น เป็นต้น เพ่อื ให้เพียงพอ โรงเรียนและ ตอ่ ความต้องการของ ชุมชน มนษุ ย์ ลาดบั ชื่อหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนัก อัตราสว่ น ที่ เรยี นร้/ู ชัว่ โมง คะแนน ระหวา่ ง ตัวช้วี ัด เรียนกับ ม.1/9 สอบ บรรยาย ลกั ษณะและ หน้าที่ของไซ เล็มและ โฟลเอม็ ม.1/10 เขยี นแผนภาพ ท่บี รรยาย ทศิ ทาง การลาเลยี ง สารในไซเลม็ และโฟลเอ็ม ของพชื ม.1/11 อธบิ ายการ สืบพันธ์แุ บบ อาศยั เพศ

และ สาระสาคญั 78 ไมอ่ าศยั เพศ ของพชื ดอก เวลา/ นา้ หนัก อัตราส่วน ม.1/12 ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง อธบิ าย ลักษณะ เรียนกับ โครงสร้างของ สอบ ดอกที่มสี ่วน ทาให้เกดิ การ ลาดับ ช่อื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ ที่ เรียนรู้/ ตวั ชวี้ ัด ถา่ ยเรณู รวมท้ัง บรรยาย การปฏสิ นธิ ของพชื ดอก การเกิดผล และเมลด็ การกระจาย เมลด็ และการ งอกของเมล็ด ม.1/13 ตระหนักถึง ความสาคัญ ของสตั ว์ทีช่ ว่ ย ในการ ถ่ายเรณูของ พืชดอก โดย การไม่ทาลาย ชวี ติ

ของสตั ว์ทีช่ ่วย สาระสาคัญ 79 ในการถา่ ย เรณู เวลา/ น้าหนกั อตั ราส่วน ม.1/14 ช่วั โมง คะแนน ระหวา่ ง อธบิ าย ความสาคัญ เรียนกับ ของธาตุ สอบ ลาดบั ชือ่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ ที่ เรยี นรู/้ ตัวชว้ี ัด อาหารบาง ชนดิ ทมี่ ผี ลต่อ การ เจริญเตบิ โต และการ ดารงชวี ติ ของ พืช ม.1/15 เลือกใช้ปยุ๋ ที่มี ธาตอุ าหาร เหมาะสมกับ พชื ใน สถานการณ์ ทกี่ าหนด ม.1/16 เลือกวิธกี าร ขยายพนั ธุพ์ ชื ให้เหมาะสม กบั ความ ตอ้ งการของ มนุษย์ โดยใช้

ความรู้ สาระสาคญั 80 เก่ยี วกับการ สบื พันธุข์ อง เวลา/ นา้ หนัก อตั ราส่วน พืช ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง ม.1/17 อธิบาย เรยี นกบั ความสาคญั สอบ ของเทคโนโลยี การเพาะเลีย้ ง เนื้อเยือ่ พชื ใน การใช้ ประโยชน์ ลาดบั ช่อื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ ที่ เรียนร้/ู ตวั ช้วี ดั ด้านตา่ ง ๆ ม.1/18 ตระหนกั ถึง ประโยชนข์ อง การขยายพันธุ์ พชื โดยการนา ความรไู้ ปใช้ใน ชีวิตประจาวนั

81 โครงสร้างรายวิชาวิทยาศาสตร์ 2 ภาคเรียนที่ 2 ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1 ลาดับ ช่อื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนัก อตั ราสว่ น ที่ เรียนรู้/ ชวั่ โมง คะแนน ระหวา่ ง ตัวชีว้ ดั เรียนกับ สอบ 4 พลังงานความร้อน ว 2.3 อุณหภูมิ คือ ระดบั ความ 21 40 70:30 เข้าใจ ร้อนของสาร สามารถวดั ความหมาย ได้โดยใชอ้ ุปกรณท์ ี่ ของพลังงาน เรียกวา่ เทอรม์ อมิเตอร์ การ - เทอร์มอมิเตอร์มีอยู่ เปล่ยี นแปลง หลายแบบ เชน่ เทอรม์ อ และการถา่ ย มิเตอร์แบบกระเปาะ

82 โอนพลงั งาน เทอรม์ อมิเตอรแ์ บบ ปฏสิ ัมพนั ธ์ ดิจทิ ลั เป็นต้น ขัน้ ตอน ระหว่างสสาร การใชเ้ ทอร์มอมิเตอร์ และพลงั งาน แบบกระเปาะ คือ จุม่ พลังงานใน เทอรม์ อมเิ ตอร์ดา้ น ชวี ติ ประจา กระเปาะลงในสารที่ วัน ธรรมชาติ ตอ้ งการวัด โดยใหเ้ ทอร์ ของคล่นื มอมิเตอร์อยู่ในแนวดิ่ง ปรากฏการณ์ แลว้ อา่ นคา่ อณุ หภูมิโดย ท่เี ก่ียวข้องกับ ใหส้ ายตาอยรู่ ะดับ เสยี ง แสง เดยี วกบั ระดับของเหลว และคลื่น ในเทอร์มอมิเตอร์ แมเ่ หล็ก - หน่วยวดั อณุ หภูมิมอี ยู่ ไฟฟา้ หลายหน่วย ซึ่งแต่ละ ม.1/1 หนว่ ยจะมีจดุ เยือกแข็ง วิเคราะห์ และจดุ เดือดแตกต่างกนั แปล หากตอ้ งการเปรยี บเทียบ ความหมาย คา่ อุณหภมู ิระหว่าง ขอ้ มูล และ ลาดบั ชื่อหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนัก อตั ราส่วน ท่ี เรียนร/ู้ ช่ัวโมง คะแนน ระหว่าง ตัวชว้ี ัด เรยี นกบั สอบ คานวณ หน่วยวดั อุณหภมู ิจะได้ ปรมิ าณความ สมการ ดงั น้ี ร้อนทีท่ าให้ C/5 = (K-273)/5 = สสารเปล่ียน (F-32)/9 = R/4 อุณหภูมิ - สารเมอื่ ได้รบั ความร้อน

83 และเปลีย่ น อาจมกี ารเปล่ยี นแปลง สถานะโดย อุณหภูมิ สถานะ หรอื ใช้สมการ รูปรา่ งของสาร Q=mc t - ความรอ้ นท่ีมผี ลต่อการ และ Q-=mL เปลี่ยนแปลงอณุ หภูมิของ ม.1/2 สารขึ้นอย่กู บั มวล ความ ใชเ้ ทอรม์ อ ร้อนจาเพาะ และ มิเตอรใ์ นการ อุณหภูมทิ เี่ ปล่ียนแปลงไป วัดอุณหภูมิ โดยสถานะของสารไม่ ของสสาร เปล่ียนแปลง ม.1/3 - ความร้อนทม่ี ผี ลต่อการ สร้าง เปล่ยี นแปลงสถานะของสาร แบบจาลอง ขน้ึ อยกู่ บั มวล และความ ทอี่ ธบิ ายการ รอ้ นแฝงจาเพาะ โดยท่ี ขยายตวั หรือ อณุ หภูมขิ องสารไม่ หดตัวของ เปล่ยี นแปลง สสาร - ความรอ้ นทม่ี ผี ลต่อการ เนอื่ งจาก เปลี่ยนแปลงรปู ร่างของ ไดร้ ับหรอื สาร เมอื่ สารไดร้ ับความ สูญเสยี ร้อนจะทาให้อนภุ าค ความรอ้ น เคลอื่ นทเี่ ร็วข้นึ ทาใหเ้ กิด การขยายตัว ส่งผลให้ ม.1/4 ขนาดและรปู ร่าง ตระหนกั ถึง เปลีย่ นแปลงไป ประโยชน์ของ - สารที่มีอุณหภมู แิ ตกตา่ ง ความร้ขู อง กนั จะมีการถ่ายโอน การหด ความร้อน และขยายตวั ระหว่างกัน การถา่ ยโอน ของสสาร ความร้อนมี 3 แบบ คือ ลาดบั ชอื่ หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนกั อัตราสว่ น ที่ เรยี นร้/ู ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง ตัวชว้ี ดั เรยี นกบั สอบ

84 เนือ่ งจาก การนา ความรอ้ น ความรอ้ น การพาความรอ้ น และ โดยวิเคราะห์ การแผร่ งั สคี วามร้อน สถานการณ์ - การนาความรอ้ นเปน็ ปัญหา และ การถา่ ยโอนความร้อนท่ี เสนอแนะ อาศยั ตวั กลาง โดย วิธีการนา ตวั กลางไม่เคล่อื นที่ ความรู้มา การพาความร้อนเป็นการ แกป้ ัญหาใน ถ่ายโอนความร้อนที่อาศยั ชวี ติ ประจา ตัวกลาง โดยตัวกลางมี วัน การเคล่อื นที่ ส่วนการแผ่ ม.1/5 รังสคี วามร้อนเปน็ การ วิเคราะห์ ถา่ ยโอนความร้อนท่ีไม่ สถานการณ์ อาศัยตวั กลาง การถา่ ยโอน - วัตถุเมอ่ื ไดร้ บั ความร้อน ความร้อน จะดดู กลนื พลงั งานความ และคานวณ รอ้ นและแผร่ ังสีความรอ้ น ปริมาณความ ออกมา วัตถชุ นิดต่าง ๆ รอ้ นที่ถา่ ยโอน จะมีการ ระหว่างสสาร ดดู กลนื และคายความ จนเกิดสมดุล ร้อนไดแ้ ตกต่างกันซง่ึ ความรอ้ น ปัจจัยท่ีมีผลต่อการ โดยใช้ ดูดกลนื และคายรังสคี วาม สมการ ร้อน มีดังนี้ Qสูญเสีย = Q 1. สี วตั ถุทีม่ สี ีเขม้ ได้รบั จะดูดกลนื และคายความ ม.1/6 รอ้ นได้ดีกวา่ วัตถทุ ่ีมสี อี อ่ น สร้าง 2. อุณหภูมิ วัตถุ

85 ลาดับ ชอ่ื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนัก อตั ราสว่ น ที่ เรียนร/ู้ ช่วั โมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ชวี้ ดั เรยี นกบั สอบ แบบจาลอง อุณหภูมิแตกต่างกับ ที่อธิบาย สิ่งแวดลอ้ มมากจะดดู กลนื การถ่ายโอน และคายความรอ้ นไดเ้ ร็ว ความรอ้ น กวา่ วตั ถทุ ่ีมีอณุ หภูมิ โดยการนา แตกตา่ งกบั ส่งิ แวดล้อม ความร้อน นอ้ ย การพาความ 3. ผิวของวตั ถุ วัตถทุ ่มี ีผิว รอ้ นการแผ่ หยาบและด้าน จะ รังสีความรอ้ น ดดู กลืนและคายความ ม.1/7 รอ้ นไดด้ ีกวา่ วัตถุที่มผี ิว ออกแบบ เรยี บและมนั เลือกใช้ และ 4. พื้นทผ่ี ิว วัตถุท่ีมพี น้ื ท่ี สร้างอุปกรณ์ ผิวมาก จะดูดกลืนและ เพ่ือแก้ คายความร้อนไดด้ ีกวา่ ปัญหาในชวี ิต วตั ถทุ ี่มพี ืน้ ทีผ่ ิวน้อย สาร ประจา ที่มอี ุณหภูมิแตกตา่ งกัน วนั โดยใช้ เกิดการถ่าย ความรู้ เกีย่ วกบั การถา่ ยโอน โอนความรอ้ นระหว่างกัน ความร้อน จนกระทง่ั อุณหภูมิของ สารเทา่ กัน เรียกสภาพน้ี ว่า สมดุลความรอ้ น โดยความรอ้ นทเ่ี พม่ิ ขน้ึ ของสารหน่ึงจะเท่ากบั ความร้อนทีล่ ดลงของอีก สารหนง่ึ ซึง่ เป็นไปตามกฎ การอนุรักษ์พลังงาน การ

86 ถ่ายโอนความร้อนจนเกดิ สมดลุ ความร้อนเปน็ ไป ตามสมการ Qสูญเสีย = Q ได้รบั ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนัก อตั ราสว่ น ที่ เรยี นรู้/ ชว่ั โมง คะแนน ระหวา่ ง ตัวช้วี ัด เรียนกบั 5. บรรยากาศ 1 30 สอบ ว. 2.2 - บรรยากาศ คอื ชัน้ แกส๊ 23 เขา้ ใจ ชนดิ ตา่ ง ๆ หรอื อากาศที่ ธรรมชาตขิ อง ห่อหุ้มดาวเคราะห์ท้ังหมด แรงใน ซง่ึ ประกอบไปด้วยอากาศ ชีวติ ประจาวนั แหง้ ทีไ่ ม่มีน้าเปน็ ผลของแรงที่ องค์ประกอบ ไอน้า และ กระทาต่อวตั ถุ อนุภาคฝุ่นต่าง ๆ ลักษณะการ - บรรยากาศแบง่ ออกเปน็ 5 เคลอ่ื นที่แบบ ชั้น ตามสภาวะของ ต่าง ๆ ของ อณุ หภมู ิ ดังนี้ วตั ถุ รวมทง้ั 1. ชั้นโทรโพสเฟยี ร์ นาความรไู้ ป (troposphere) มี ใชป้ ระโยชน์ ปรากฏการณท์ างลมฟา้ อากาศ อณุ หภมู ิลดลงตาม ระดบั ความสูง ม.1/1 2. สตราโทสเฟยี ร์ สร้าง (stratosphere) มชี นั้ โอโซน แบบจาลอง ช่วยดดู กลืนรงั สี ท่ีอธิบาย อลั ตราไวโอเลตจากดวง ความสัมพันธ์ อาทิตย์ อุณหภมู ิเพ่ิมขนึ้ ระหว่าง ตามระดบั ความสูง ความดนั 3. มโี ซสเฟียร์ อากาศกับ (mesosphere) ชว่ ยให้เกดิ

87 ความสงู จาก การเผาไหม้ ของวตั ถนุ อก พื้นโลก โลก อณุ หภมู ิลดลงตาม ว. 3.2 ระดับความสงู เขา้ ใจ 4. เทอรโ์ มสเฟียร์ องคป์ ระกอบ (thermosphere) มีโมเลกลุ และ ทแ่ี ตกตัวเป็นไอออนช่วย ความสัมพันธ์ สะท้อนคลน่ื วิทยุ อณุ หภมู ิ ของระบบโลก เพมิ่ ขึ้นตามระดับความสูง กระบวนการ 5. เอกโซสเฟยี ร์ เปลี่ยนแปลง (exosphere) เหมาะ ภายในโลก สาหรับการโคจรของ ลาดบั ชื่อหน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคญั เวลา/ นา้ หนกั อัตราสว่ น ที่ เรียนร้/ู ชั่วโมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ช้ีวดั เรยี นกบั สอบ และบนผิวโลก ดาวเทียมรอบโลกในระดบั ธรณพี บิ ัติ ต่า อณุ หภมู เิ พ่ิมขึ้นตาม ภัย ระดบั ความสงู กระบวนก - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะ าร ของอากาศ ณ พืน้ ที่หนงึ่ ใน เปล่ียนแป เวลาหน่งึ ซ่งึ ลมฟา้ อากาศมี ลง การเปลี่ยนแปลงอยู่ ตลอดเวลา ขึ้นอยกู่ บั องค์ประกอบของลมฟา้ อากาศ ได้แก่ อุณหภมู ิ ม.1/1 อากาศ ความดนั อากาศ สร้าง ความช้นื อากาศ ลม เมฆ แบบจาลอง และฝน ทอ่ี ธบิ ายการ - อุณหภูมิอากาศ หมายถึง แบ่งช้ัน ระดบั ความรอ้ น-เยน็ ของ บรรยากาศ อากาศ ปัจจยั ทีส่ ่งผลตอ่ และ อณุ หภมู อิ ากาศ คอื แสง

88 เปรียบเทียบ จากดวงอาทิตย์ ปริมาณ ประโยชน์ของ เมฆ ลกั ษณะพ้นื ท่ี และ บรรยากาศ ความสงู จากระดบั นา้ ทะเล แตล่ ะช้ัน - ความช้นื อากาศ คือ ม.1/2 ปริมาณไอน้าที่มีอยูใ่ น อธิบายปัจจยั อากาศ ปัจจยั ท่สี ่งผลตอ่ ทม่ี ีผลต่อการ ความชืน้ อากาศ คอื ไอนา้ เปล่ียนแปลง ในอากาศและอณุ หภมู ิ องค์ประกอบ อากาศ ของลมฟา้ - ความดันอากาศ คือ แรงที่ อากาศ อากาศกระทาต่อหน่ึงหนว่ ย จากข้อมูล พืน้ ที่ ปจั จยั ทีส่ ่งผลตอ่ ท่ีรวบรวมได้ ความดันอากาศ คอื จานวน โมเลกุลของอากาศ อุณหภมู อิ ากาศ และความ สูงจากระดบั น้าทะเล ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนกั อัตราสว่ น ท่ี เรยี นร/ู้ ช่ัวโมง คะแนน ระหวา่ ง ตวั ชี้วัด เรียนกบั สอบ - ลม คอื การเคลอื่ นท่ขี อง อากาศ ปัจจัยทสี่ ง่ ผลตอ่ การเกดิ ลม คอื ความดัน อากาศหรืออณุ หภมู อิ ากาศ - เมฆ คือ ละอองนา้ หรือ น้าแข็งในอากาศที่รวมกัน เป็นกล่มุ ก้อน ปจั จยั ที่ ส่งผล คอื ความดันอากาศ และความช้ืนอากาศ ฝน คอื ละอองน้าขนาด ใหญท่ ีต่ กลงสพู่ ื้นดิน ปจั จยั ท่ีสง่ ผล คอื ความดนั

6. บรรยากาศ 2 อากาศและความช้นื อากาศ 16 89 ว. 3.2 - องคป์ ระกอบของลมฟ้า เข้าใจ อากาศทีเ่ ปล่ยี นแปลง ทา 30 6. องค์ประกอบ ให้เกดิ ปรากฏการณ์ และ ตา่ ง ๆ ได้แก่ มรสมุ พายุ ความสมั พันธ์ ฟ้าคะนอง พายุหมุน ของระบบโลก เขตร้อน เป็นต้น กระบวนการ - มรสุม เป็นการหมนุ เวียน เปลย่ี นแปลง ของลมตามฤดูกาล แบ่ง ภายในโลก ออกเปน็ มรสุมฤดรู ้อนและ และบนผิวโลก มรสุมฤดูหนาว มรสุมฤดู ธรณีพบิ ัตภิ ยั รอ้ นเกดิ จากพ้ืนทวปี ร้อน กระบวนการ กวา่ พน้ื มหาสมทุ ร มรสุม เปลย่ี นแปลง ฤดู หนาวเกิดจากพื้นทวีปเย็น กวา่ พืน้ มหาสมุทร ลมจงึ ลาดับ ชอื่ หน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนกั อตั ราส่วน ท่ี เรยี นรู/้ ชวั่ โมง คะแนน ระหว่าง ตวั ช้วี ัด เรยี นกบั สอบ ม.1/3 พดั จากพ้นื ทวปี ไปยังพื้น เปรยี บเทียบ มหาสมุทร กระบวนการ - พายุฟ้าคะนอง เกิดขึ้นใน เกิดพายุ ฝน วนั ที่อากาศร้อนจัด ฟ้าคะนอง ทาใหเ้ กิดการระเหยของน้า และพายหุ มุน ปริมาณมาก เกดิ เปน็ เมฆ เขตร้อน และ คิวมูโลนิมบัส แล้วเกดิ การ

90 ผลทีม่ ีต่อ กล่นั ตัวเป็นฝน เกิดลม สิ่งมีชวี ิต กรรโชก ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง และ และฟา้ ผ่า สง่ิ แวดล้อม - พายุหมุนเขตร้อน เกิดข้นึ รวมทั้ง เหนือมหาสมุทร โดย นาเสนอแนว อากาศบรเิ วณที่เกิดพายุจะ ทางการ มีความดันอากาศต่า ปฏิบตั ิตนให้ อากาศลอยตวั สูงข้ึน เหมาะสมและ อากาศบริเวณรอบข้างเข้า ปลอดภัย มาแทนท่ี ประกอบกับการ ม.1/4 หมนุ รอบตวั เองของโลก อธบิ ายการ ทาให้เกดิ เปน็ พายหุ มนุ พยากรณ์ การพยากรณ์อากาศ เป็น อากาศ และ การคาดหมายสภาวะของ พยากรณ์ ลมฟา้ อากาศ และ อากาศอย่าง ปรากฏการณ์ที่จะเกิดขึ้น งา่ ยจากข้อมลู ในช่วงเวลาข้างหน้า โดย ท่รี วบรวมได้ ตรวจวัดองค์ประกอบของ ลมฟ้าอากาศ การส่ือสาร แลกเปล่ยี นข้อมูลลมฟ้า ลาดับ ช่ือหน่วยการเรยี น มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ นา้ หนัก อตั ราส่วน ที่ เรยี นรู้/ ชว่ั โมง คะแนน ระหว่าง ตัวชวี้ ัด เรียนกบั สอบ ม.1/5 อากาศระหว่างพื้นท่ี การ ตระหนักถึง วเิ คราะห์ข้อมูล และสร้าง คุณค่าของการ คาพยากรณ์อากาศ ซ่ึง

91 พยากรณ์ เกณฑ์ในการพยากรณ์ อากาศ อากาศของกรม โดยนาเสนอ อตุ ุนิยมวิทยา ได้แก่ แนวทางการ เกณฑ์อากาศร้อน เกณฑ์ ปฏบิ ตั ติ นและ อากาศเย็น เกณฑก์ าร การใช้ กระจายของฝน เกณฑ์ ประโยชนจ์ าก ปรมิ าณฝน เกณฑ์ปริมาณ คาพยากรณ์ เมฆ ในท้องฟ้า เกณฑ์ อากาศ สถานะของทะเล ร่อง ม.1/6 มรสุม ลมพัดรอบบริเวณ อธิบาย ความกดอากาศสูง บริเวณ สถานการณ์ ความกดอากาศต่า เป็นตน้ และ - แผนที่อากาศ เปน็ แผนที่ ผลกระทบการ แสดงสภาพลมฟ้าอากาศ เปลี่ยนแปลง ในชว่ งเวลาหนึ่ง ข้อมูลใน ภูมิอากาศโลก แผนท่ีอากาศจะนาไปใช้ใน จากข้อมูลที่ การพยากรณ์อากาศ รวบรวมได้ การเปลย่ี นแปลง ม.1/7 ภูมิอากาศโลกสง่ ตระหนักถึง ผลกระทบต่อส่ิงมชี ีวติ ผลกระทบของ และส่ิงแวดล้อม ซึ่ง การ ปจั จุบันภูมิอากาศโลกเกิด เปล่ียนแปลง การเปลย่ี นแปลงอย่าง ภูมอิ ากาศ รวดเรว็ เช่น การ หลอมเหลวของนา้ แข็งข้ัว ลาดบั ชอ่ื หน่วยการเรียน มาตรฐานการ สาระสาคัญ เวลา/ น้าหนกั อตั ราส่วน ที่ เรียนรู้/ ชั่วโมง คะแนน ระหว่าง

ตัวช้ีวดั 92 โลก โดย โลกการเพิม่ ขึน้ ของ เรียนกับ นาเสนอแนว ระดบั น้าทะเล การ สอบ ทางการปฏบิ ตั ิ เปลย่ี นแปลงวัฏจักรน้า ตน การเกิดโรคอุบตั ิใหม่และ ภายใต้การ อุบัติซ้า และการเกิดภยั เปล่ียนแปลง พบิ ัติทางธรรมชาติท่ี ภูมิอากาศโลก รุนแรงข้นึ เป็นผลมาจาก การกระทาของมนุษยท์ ่ีทา ใหเ้ กิดภาวะโลกร้อน ซ่ึงมีสาเหตุมาจากภาวะ เรือนกระจกและรโู หว่ โอโซน มนุษยจ์ ึงควรเรียนรู้ แนวทางปฏิบัติตนภายใน สถานการณด์ ังกล่าว ทงั้ แนวทางปฏิบตั ิตนให้ เหมาะสม และแนวทางลด กจิ กรรมทส่ี ่งผลต่อการ เปลยี่ นแปลงภมู ิอากาศโลก คาพยากรณ์อากาศ ซ่ึง เกณฑ์ในการพยากรณ์ อากาศของกรม อุตุนิยมวิทยา ได้แก่ เกณฑ์อากาศร้อน เกณฑ์ อากาศเยน็ เกณฑก์ าร กระจายของฝน เกณฑ์ ปรมิ าณฝน เกณฑ์ปริมาณ เมฆ ในท้องฟ้า เกณฑ์ สถานะของทะเล ร่อง มรสุม ลมพัดรอบบริเวณ ความกดอากาศสูง บริเวณ ความกดอากาศต่า เป็นต้น


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook