Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore วิจัยกลยุทธ์ฯ 62

วิจัยกลยุทธ์ฯ 62

Published by Takkey Chaiyasing, 2020-10-13 22:49:31

Description: วิจัยกลยุทธ์ฯ 62

Search

Read the Text Version

79 ว่าค่าเฉลี่ยน้ีแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติหรือไม่ พบว่า ค่า t= 7.75 ซ่ึงค่าสถิตินี้แสดงถึงความแตกต่างอย่างมี นัยสาคญั ที่รอ้ ยละ 1 ข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เหน็ วา่ ผูใ้ หญ่มีความต้องการในการทางานมากกว่าผ้สู ูงอายุ ร้อยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามช่วงอายุ 80 62.78 60 49.79 40 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 20 0 55 – 59 ปี 60 – 65 ปี แผนภาพท่ี 4.25 รอ้ ยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามชว่ งอายุ 3) ความแตกต่างระหวา่ งความพิการกับความต้องการในการทางาน การเปรียบเทียบความแตกต่างของความต้องการในการทางานระหว่างคนที่ไม่พิการกับคนท่ี พิการ พบว่า คนทไ่ี ม่พิการจานวน 3,388 คน มคี วามตอ้ งการในการทางานร้อยละ 55.40 หรือเทา่ กับ 1,877 คน และคนพกิ ารจานวน 212 คน มคี วามต้องการในการทางานร้อยละ 49.06 หรือเทา่ กับ 104 คน ซ่ึงความแตกตา่ ง ระหว่างทั้งสองกลุ่มมีค่าเท่ากับร้อยละ 6.35 (มีค่าความผิดพลาดมาตรฐานเท่ากับ 0.0352127) ท้ังน้ีเม่ือนามา 100 คานวณค่าสถิติ t เพ่ือแสดงทดสอบว่าค่าเฉลี่ยน้ีแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติหรือไม่ พบว่า ค่า t= 1.8019 ซงึ่ คา่ สถติ นิ ้ีแสดงถงึ ความแตกต่างอย่างมนี ัยสาคัญทร่ี ้อยละ 5 และข้อมูลดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าคนท่ีไม่พิการมี ความต้องการในการทางานมากกว่าคนพิการ รอ้ ยละของความตอ้ งการในการทางานจาแนกตามความพิการ 60 55.4 49.06 55 พกิ าร 50 45 ไม่พกิ าร แผนภาพท่ี 4.26 รอ้ ยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามความพิการ

80 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 4) ความแตกต่างระหวา่ งประสบการณ์ในการทางานกบั ความต้องการในการทางาน 101 การเปรียบเทียบความแตกต่างของความต้องการในการทางานระหว่างคนที่ไม่มีประสบการณ์ ในการทางานเมื่อ 5 ปีท่ีแล้วกับคนท่ีมีประสบการณ์ พบว่า คนที่ไม่มีประสบการณ์จานวน 640 คน มีความ ต้องการในการทางานร้อยละ 41.72 หรือเท่ากับ 267 คน ส่วนคนท่ีมีประสบการณ์จานวน 2,960 คน มีความ ต้องการในการทางาน ร้อยละ 57.91 หรือเท่ากับ 1,714 คน ซ่ึงความแตกต่างระหว่างท้ังสองกลุ่มมีค่าเท่ากับ ร้อยละ 0.16 (มีค่าความผิดพลาดมาตรฐานเท่ากับ 0.0215235) ทั้งน้ีเม่ือนามาคานวณค่าสถิติ t เพื่อแสดง ทดสอบว่าค่าเฉล่ียน้ีแตกต่างอย่างมีนัยสาคัญทางสถิติหรือไม่ พบว่า ค่า t= -7.52 ซ่ึงค่าสถิติน้ีแสดงถึงความ แตกตา่ งอย่างมนี ัยสาคญั ท่ีร้อยละ 1 จากข้อมูลดังกลา่ วแสดงวา่ คนที่มปี ระสบการณ์ในการทางานมีความต้องการ ทางานมากกวา่ คนที่ไมม่ ปี ระสบการณ์ รอ้ ยละของความต้องการในการทางานจาแนกตาม ประสบการณ์การทางาน 80 60 57.91 41.72 40 20 0 ไม่มปี ระสบการณ์ มปี ระสบการณ์ แผนภาพท่ี 4.27 รอ้ ยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามประสบการณ์ 5) ความแตกต่างระหว่างแหลง่ รายไดห้ ลกั ต่อความต้องการในการทางาน การเปรียบเทียบความแตกต่างของความต้องการในการทางานท่ีสัมพันธ์กับแหล่งรายได้หลัก พบว่า ผู้ท่ีมีรายได้หลักจากการทางานมีความต้องการในการทางานมากท่ีสุด โดยจานวน 1,208 คน หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 60.98 รองลงมาคือผูท้ ี่ไดร้ ับรายไดจ้ ากบุตรมจี านวน 320 คน คดิ เป็นร้อยละ 16.15 และอันดบั สามคือผู้ ที่มีรายได้หลักจากเบ้ียยังชีพผู้สูงอายุมีจานวน 195 คน คิดเป็นร้อยละ 9.84 และจากการทดสอบโดยใช้ Pearson chi2 พบว่ามีคา่ เท่ากับ 58.8002 ซึง่ คา่ สถิตนิ แ้ี สดงถงึ ความแตกตา่ งอยา่ งมนี ัยสาคญั ท่ีร้อยละ 1

81 ร้อยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามแหลง่ รายได้หลัก โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 70 การทางาน บุตร เบีย้ ยงั ชพี ผสู้ งู อายุ ค่สู มรส 60 50.77 50 60.98 23.84 12.29 8.83 40 30 16.15 9.84 9.44 20 10 0 ไม่ตอ้ งการ ต้องการ แผนภาพท่ี 4.28 รอ้ ยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามแหล่งรายไดห้ ลัก 6) เหตผุ ลสาคัญของความต้องการในการทางาน เม่ือวิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างเหตุผลสาคัญของการทางานในแต่ละข้อ พบว่า เหตุผล สาคัญที่สุดท่ีส่งผลต่อความต้องการทางานของผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ คือ การมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายใน ครอบครัว มีจานวนเท่ากับ 608 คน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.00 รองลงมาคือ มีภาระที่ต้องดูแลบุคคลในครอบครัว มี จานวน 354 คน ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.04 ลาดับสามคือ ความต้องการใช้เงินในการเลี้ยงดตู นเอง มีจานวน 345 คน ค่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.02 102 ระดบั คะแนนเฉลี่ยของเหตุผลความต้องการในการทางาน 4.04 มีรายได้ไม่ มีภาระทีต่ ้องดูแล ตอ้ งการใชเ้ งนิ มีภาระหน้ีสิน 4.02 เพยี งพอตอ่ บคุ คลใน เล้ยี งดตู นเอง 3.97 4.00 ค่าใชจ้ า่ ย ครอบครวั 3.98 4.02 3.96 4.00 4.04 3.94 3.92 คะแนนเฉล่ยี แผนภาพที่ 4.29 ร้อยละของความต้องการในการทางานจาแนกตามเหตุผลสาคัญ

82 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 7) รปู แบบของการทางานท่ีผ้ใู หญ่และผสู้ ูงอายุตอ้ งการ ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุที่มีความต้องการในการทางานมีจานวนเท่ากับ 1,981 คน รูปแบบของ การทางานที่ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุต้องการส่วนใหญ่เป็นลักษณะของงานท่ีมีรายได้ โดยมีจานวนเท่ากับ 1,819 คน หรือเท่ากับร้อยละ 92.01 ขณะที่ผู้ที่ต้องการทางานแบบไม่มีรายได้มีจานวนเท่ากับ 137 คน หรือเท่ากับร้อยละ 6.93 และมีอกี สว่ นหนึ่งทมี่ ีความต้องการทางาน แตไ่ มไ่ ดร้ ะบวุ า่ เป็นงานในรูปแบบใด มจี านวน 25 คน หรือคิดเป็น รอ้ ยละ 1.06 ส่วนรูปแบบการทางานท่ีต้องการมากทส่ี ุดคือ งานในภาคเกษตรกรรม โดยมีจานวน 972 คน คิดเป็น ร้อยละ 50.08 รองลงมาคือภาคบริการ มีจานวน 371 คน คิดเป็นร้อยละ 19.11 และอันดับสามคืองานฝีมือ มีจานวน 277 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 14.27 รอ้ ยละประเภทของงานตามความตอ้ งการของกล่มุ ตวั อยา่ ง 60 50.08 40 19.11 14.27 8.5 2.32 20 บรกิ าร งานฝีมือ ผลิต/แปรรูป อื่นๆ 0 เกษตรกรรม แผนภาพท่ี 4.30 รอ้ ยละประเภทของงานตามความต้องการของกลุ่มตวั อย่าง 103 4.2.6 ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติม เป็นข้อเสนอแนะจากกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆ เพ่ือส่งเสริม คณุ ภาพชวี ติ ให้ดขี นึ้ โดยความตอ้ งการดงั กล่าวประกอบไปด้วย 1) ความต้องการดา้ นรายได้ - การเพ่มิ เบยี้ ยังชีพผู้สูงอายุ และเบ้ียคนพิการ (อัตรา 1,000 บาทต่อเดอื น) 2) ความต้องการด้านการทางาน - การสร้างสภาพแวดลอ้ มท่เี หมาะสมกับการทางาน - การเพิ่มสง่ิ อานวยความสะดวกในการทางาน - การสนับสนุนเงนิ ทนุ อปุ กรณ์ เพอื่ การประกอบอาชพี - การจดั ให้มเี งนิ ทนุ เพ่อื การรวมกลุ่มอาชีพ - การจดั หาตลาดรองรบั สินคา้ จากกลมุ่ อาชพี ผ้สู งู อายุ - การขยายอายกุ ารเกษียณ และการสรา้ งความม่ันคงในการทางาน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 83 - การสารวจความต้องการเพ่ือสง่ เสริมอาชพี และการทางานของผ้สู งู อายุ - การส่งเสริมอาชีพท่ีเหมาะสมกับศักยภาพ/ลักษณะส่วนบุคคลของผู้สูงอายุ เช่น อาชีพ สาหรับคนพกิ าร - การจัดหนว่ ยงานเพื่อฝกึ อาชพี ผู้สูงอายุ - การจัดตงั้ กลมุ่ ประสานงานแต่ละหม่บู า้ นเพอ่ื ให้คาแนะนา/จดั หางานให้กับผู้สูงอายุ - การจัดหางานที่สามารถทาที่บ้านได้ 3) ความต้องการด้านการเงิน สินเชื่อ - การเพิ่มสิทธกิ ารเช่าซ้อื รวมถึงบริการสินเชอ่ื แก่ผู้สูงอายุ - การเข้าถึงแหลง่ เงนิ กู้ 4) ความต้องการของผู้สูงอายดุ ้านการดแู ลสขุ ภาพ การรักษาพยาบาล - การเพมิ่ สทิ ธิและการส่งเสริมการเข้าถึงสิทธิในการรกั ษาพยาบาล - ควรมีหมอประจาชมุ ชน - การใหบ้ ริการของภาครฐั อยา่ งเทา่ เทียมกันสาหรบั ผสู้ ูงอายุ 5) ความต้องการในดา้ นการให้บริการภาครัฐอนื่ ๆ - การเพิม่ พ้นื ที่เพื่อการกฬี า - การให้บรกิ ารดา้ นการขนสง่ - การตั้งชมรมตา่ งๆในการทากิจกรรมของผ้สู ูงอายุ - การเพิม่ สทิ ธแิ ละสวัสดกิ ารต่างๆเพ่อื ผู้สูงอายุ 104 - กระทรวง พม. ควรมีการจดั ทา one stop service 6) ความต้องการอน่ื ๆ - การแสดงความสามารถและความคดิ เห็นของผสู้ งู อายุ - การเรียนรู้เพื่อให้ทันต่อสถานการณ์การเปลย่ี นแปลงของโลก - การดแู ลสภาพแวดลอ้ มใหม้ ีความนา่ อยู่ ปราศจากขยะมลพิษ 4.3 ผลการวจิ ยั เชิงคณุ ภาพ โครงการกลยุทธ์ส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุไทย ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพควบคู่ไปกับการวิจัย เชิงปริมาณ เพ่อื ใหไ้ ดข้ ้อมูลท่ีมีความครบถ้วนทัง้ ในสว่ นของปจั จยั ทเี่ ก่ียวข้องกับความต้องการในการทางาน และ ความต้องการได้รับการสนับสนุนเพื่อให้มีโอกาสและความพร้อมในการทางานมากขึ้น ส่วนข้อมูลจากการวิจัย เชิงคุณภาพทั้งการสนทนากลมุ่ (Focus Group Discussion) และการสมั ภาษณ์เชิงลกึ (Indept Interview) เปน็ การรวบรวมข้อมูลเกยี่ วกับการดาเนินงานด้านการส่งเสริมการทางานของผสู้ ูงอายุของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง และ ข้อเสนอแนะแนวทางในภาพรวม/ระดับนโยบายเพ่ือนาไปสู่การกาหนดกลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานของ ผู้สงู อายตุ ่อไป

84 4.3.1 การสนทนากลมุ่ (Focus Group Discussion) กลุ่มเป้าหมายในการวิจัย ประกอบด้วย ตัวแทนจากกลุ่มอาชีพ ชมรม สมาคมต่างๆ จากพ้ืนที่ และตัวแทนเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องกับการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุในพ้ืนที่ เช่น ตัวแทน สานักงานจัดหางานจังหวัด/แรงงานจังหวัด สานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.), องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.), โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตาบล (รพสต.) และ หน่วยงานด้าน การศกึ ษาตามอธั ยาศยั (กศน.) เปน็ ต้น ขอ้ มลู สาคญั เกย่ี วกับการดาเนินงานด้านผู้สูงอายใุ นพ้ืนที่ และข้อเสนอแนะ แนวทางตา่ งๆ มรี ายละเอียด ดงั นี้ 1) สถานการณ์การทางานของแรงงานนอกระบบทีเ่ ปน็ ผ้ใู หญ่ และผสู้ ูงอายุ โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย แรงงานนอกระบบท่ีมอี ายรุ ะหวา่ ง 55 – 65 ปี จาแนกไดเ้ ปน็ สองกลมุ่ คือ - กลุม่ ที่อย่ใู นเมอื ง จะคอ่ นข้างมคี วามเครยี ด เนอ่ื งจากอยใู่ นพืน้ ทีจ่ ากดั หรืออาจเปน็ ชมุ ชน 105 แออัด ลักษณะการทางานส่วนใหญ่เป็นอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย รับจ้างท่ัวไป และมีบางส่วนที่ยังไม่เกษียณอายุ ทางานราชการ สาหรับพ้ืนที่บางจังหวัด มีสถานประกอบการบางแห่งที่เปิดรับผู้สูงอายุให้เข้าสู่การทางานใน ระบบ โดยกาหนดคุณสมบัติว่าต้องเป็นผู้ท่ีมีสุขภาพแข็งแรง และมีความชานาญ/ทักษะ/ประสบการณ์เกี่ยวกับ งานน้ันๆ ซ่งึ สว่ นใหญ่จะเป็นพนักงานเดมิ ของสถานประกอบการ เช่น ในพนื้ ท่จี งั หวัดขอนแกน่ - กลุ่มที่อยู่ในชนบท จะค่อนข้างใช้ชีวิตอย่างมีความสุข เน่ืองจากอยู่ในพ้ืนท่ีที่มีความเป็น ธรรมชาติ มโี อกาสทางานท่ไี ด้บริหารรา่ งกาย เชน่ เกษตรกรรม ประเภทปลูกผกั เล้ียงสตั ว์ ทาสวนยางพารา และ ทาประมง มีรายไดแ้ บบพอเพียงจากงานที่ทา หรืออาจมีอาชีพเสริม เชน่ งานรับมาทาท่ีบ้าน รวมท้งั งานประเภท ท่ใี ชท้ ักษะ/ประสบการณ์ โดยไมจ่ าเป็นตอ้ งจบการศึกษาระดับสูง แรงงานนอกระบบในช่วงวัย 55 – 65 ปี ส่วนใหญย่ งั คงทางาน โดยกลุ่มท่ีอยู่ในช่วง 55 – 59 ปี ยังไม่เข้าสู่วัยสูงอายุยังคงมีกาลงั และความรู้ความสามารถในการทางานเพื่อให้มีรายได้และมีเงินออมสาหรับเป็น คา่ ใชจ้ ่ายเม่อื เขา้ สู่วยั สูงอายุ สว่ นคนอายุ 60 ปีขึ้นไป จาแนกได้เปน็ 3 กลุ่ม คือ - กลุ่มที่ยังช่วยเหลอื ตนเองได้ และสามารถช่วยเหลือสงั คมได้ กลุ่มน้ีจะยังมีความสามารถ ในการทางานได้ - กลุ่มที่ช่วยเหลือตนเองได้ แต่ไม่สามารถช่วยเหลือสังคมได้ กลุ่มนี้มีความเป็นไปได้ท่ียัง ทางานต่อเนอ่ื ง/หยดุ ทางาน - กลมุ่ ท่ีไม่สามารถช่วยเหลอื ตนเองได้จะไมส่ ามารถทางานได้อยา่ งตอ่ เน่ือง ค่าใชจ้ ่าย 2) เหตุผลสาคัญในการทางานสาหรบั ผูท้ ี่ยังคงทางานในปจั จบุ ัน 2.1) การมีภาระในครอบครัว ทาให้ต้องมีการทางานอย่างต่อเน่ืองเพื่อให้เพียงพอต่อ 2.2) ความตอ้ งการในการหารายไดเ้ พือ่ พึ่งพาตนเอง

85 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 2.3) ความตอ้ งการมเี งินออม/เงินสะสม 2.4) การมีภาระหนี้สนิ ที่ต้องรับผดิ ชอบ 2.5) การมีสุขภาพท่ีแข็งแรง สามารถที่จะทางานได้อย่างต่อเน่ือง และคิดว่าการทางาน คือการออกกาลังกาย 2.6) การมีความรคู้ วามสามารถและประสบการณใ์ นการทางาน 2.7) การใชเ้ วลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์เพอื่ สร้างคุณคา่ ให้กบั ตนเอง 2.8) ความตอ้ งการเขา้ สงั คม และการไดร้ บั การยอมรับจากผ้อู น่ื 2.9) การมีสถานที่ทางานอยู่ใกล้บ้าน หรือมีงานที่สามารถรับมาทาที่บ้านได้ โดยไม่มี ปัญหาด้านการเดินทาง 3) ความแตกต่างของเหตุผลในการทางานระหว่างกลุ่มก่อนเข้าส่วู ัยสูงอายุ กับผสู้ ูงอายุวยั ต้น 3.1) กลุ่มก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ เหตุผลหลักในการทางานจะเป็นในเร่ืองของเศรษฐกิจท่ีต้องมี การสร้างความมั่นคงให้กับครอบครัวเพื่อให้มีรายได้เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายรวมทั้งมีเงินออมสาหรับอนาคต และ การมีภาระหน้ีสินที่ต้องรับผิดชอบ นอกจากนี้คนในกลุ่มช่วงวัย 55 – 59 ปี ยังอยู่ในวัยทางาน ส่วนใหญ่จึงมี สุขภาพค่อนข้างแข็งแรง มีความรู้ความสามารถ ต้องการใช้ศักยภาพให้เป็นประโยชน์ มีการเรียนรู้และ ประยุกตใ์ ช้เทคโนโลยใี นการทางานได้ และมงี านรองรบั มากกว่าผ้สู ูงอายุ 3.2) ผู้สูงอายุวัยต้น มีเหตุผลหลักในการทางานที่แตกต่าง โดยส่วนใหญ่เป็นการทางานท่ี ขน้ึ อยูก่ ับความพร้อมและความพึงพอใจ เชน่ มีความพร้อมในด้านของสุขภาพร่างกายและจติ ใจ ความตอ้ งการใน 106 การถ่ายทอดองค์ความรู้/ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น ความต้องการใช้ศักยภาพในการพึ่งพาตนเองเพ่ือไม่ให้ เป็นภาระต่อบุตรหลาน การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ และมีโอกาสในการเข้าสังคม ส่วนความต้องการรายได้ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายลดน้อยลง โดยต้องการเพียงค่าใช้จ่ายท่ีจาเป็นในชีวิตประจาวันเท่าน้ัน นอกจากผู้สูงอายุบาง กลุ่มที่ต้องการสร้างหลักประกันและความม่ันคงให้กับครอบครัว หรือผู้สูงอายุบางส่วนท่ีต้องการทางานเพื่อหา รายไดจ้ นุ เจอื ครอบครวั จากการท่มี ีรายได้ไมเ่ พียงพอ 4 การจาแนกกลมุ่ เปา้ หมายตามเหตุผล/ข้อจากดั ในการทางาน 4.1) กลุ่มที่ปัจจุบันยังคงทางาน และต้องการที่จะทางานต่อไป มีเหตุผลสาคัญคือ มีภาระ ค่าใช้จ่ายในครอบครัวและต้องการมีรายได้อย่างต่อเนื่อง หรือต้องการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว มี หน้ีสินท่ีต้องรับผิดชอบ มีความพร้อมในด้านสุขภาพท่ียังคงแข็งแรง สามารถท่ีจะทางานได้ และมีความต้องการ ทางานเพ่ือให้มีสุขภาพกายใจท่ีดีขึ้น มีองค์ความรู้/ประสบการณ์ และต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพท่ีตนเองมี เช่น การถ่ายทอดองค์ความรู้/ภูมิปัญญา/ปราชญ์ชาวบา้ น มีความคุ้นเคยกับการใช้ชีวิตในการทางาน มีความสุข กับการทางาน และต้องการใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อสร้างคุณค่าให้กับตนเอง รวมทั้งต้องการมีส่วนร่วม/ ไดร้ ับการยอมรับจากสงั คม

86 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 4.2) กลุ่มที่ปัจจุบันยังคงทางาน แต่ไม่ต้องการท่ีจะทางานต่อไป เนื่องจากมีปัญหาด้านสุขภาพ 107 ท่ีไม่แข็งแรง/มีโรคประจาตัว จึงต้องการที่จะพักผ่อน หรือมีภาระในการเล้ียงดูหลาน/คนที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ในครอบครัว บางส่วนมีข้อจากัดด้านการทางาน ได้แก่ ขาดแคลนเงินทุนสาหรับการประกอบอาชีพ ไม่สามารถ ปรับตัวให้เข้ากับการทางานที่มีการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ได้ อาชีพท่ีทาอยู่ไม่ทันสมัยและบุตรหลานไม่สานต่อ/ พัฒนากิจการ ทาให้ไม่สามารถท่ีจะทางานต่อไปได้ ขณะที่อีกส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่เตรียมความพร้อมโดยมีการ วางแผนทางการเงินก่อนเข้าสู่วัยสูงอายุ ทาให้มีเงินออม จึงไม่มีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่ายในการเล้ียงดูตนเอง นอกจากนี้บางครอบครวั มบี ุตรหลานใหก้ ารดแู ล และต้องการให้ผู้สูงอายุพกั ผอ่ นโดยไมต่ ้องทางาน 4.3) กล่มุ ที่ปจั จุบนั ไมไ่ ด้ทางาน แตม่ ีความตอ้ งการที่จะทางาน กลุม่ น้ที ่ีไมไ่ ด้ทางานเนอ่ื งจาก มีปัญหา/ข้อจากัดในด้านต่างๆ เช่น สุขภาพไม่ดี/มีโรคประจาตัว หรือมีภาระต้องดูแลบุคคลในครอบครัวท่ี ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ความไม่สะดวกด้านการเดินทางไปทางาน การขาดทักษะ/ความเชี่ยวชาญ/ประสบการณ์ใน การทางาน การขาดแคลนทุนสาหรับประกอบอาชีพ การเขา้ ไม่ถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการทางานและการจ้างงาน รวมท้ังข้อจากัดด้านลักษณะงานที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ แต่อย่างไรก็ตามกลุ่มน้ียังมีความต้องการท่ีจะทางาน เน่ืองจากมีภาระที่ต้องดูแลบุคคลในครอบครัว/มีหนี้สินที่ต้องรับผิดชอบ หรือในกรณีของครอบครัวข้ามรุ่นที่มี ผู้สูงอายุอยู่กับหลานก็เช่นเดียวกันที่ต้องทางานเพ่ือให้มีรายได้เพ่ิมให้กับครอบครัวซ่ึงมีรายได้ไม่เพียงพอต่อ ค่าใช้จ่าย ผู้สูงอายุบางส่วนถูกทอดทิ้งทาให้ต้องมีการทางานเพื่อหารายได้เล้ียงดูตนเอง นอกจากน้ียังมีปัจจัย เก่ียวกับสถานภาพสมรสเข้ามาเกี่ยวข้อง โดยผู้ที่เป็นสตรีหม้าย/แม่เล้ียงเด่ียว ต้องมีการปรับตัวและเข้าสู่ระบบ การทางานเพ่ือหารายไดเ้ ปน็ ค่าใช้จ่ายสาหรบั ตนเองและครอบครัว 5) การจดั การรายได้ ค่าใช้จ่าย หนสี้ นิ และการออม 5.1) การจัดการรายได้จากการประกอบอาชีพสาหรับเป็นค่าใช้จ่ายในครัวเรือน มีการ วางแผนและจัดทาในรูปแบบของบัญชีครัวเรือนโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงท่ีเน้นในเรื่องของการประหยัด ลด ความฟุม่ เฟือย และมีการใช้จ่ายเทา่ ที่จาเปน็ 5.2) ผูส้ งู อายุบางส่วนมีรายได้จากดอกเบยี้ เงินฝาก และอสงั หาริมทรัพย์ประเภททีด่ ินทาไร่ ทานา 5.3) หลายครอบครัวยังมีหน้ีสินจากรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายตามค่าครองชีพที่สูงข้ึน ในปัจจุบัน แหล่งของการกู้ยืมเงินมีทั้งในระบบ เช่น ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ (ธกส.) และเงิ นกู้ยืม นอกระบบ หน้ีสินจากการลงทุนประกอบอาชีพ นอกจากนี้ยังมีเงินกู้จากกองทุนหมู่บ้าน และการชาระหน้ีสินของ สมาชกิ ในครอบครวั 5.4) การออม มีทัง้ การออมผ่านระบบธนาคาร การออมภายในชุมชน และการออมในรูปแบบ อ่ืนๆ ได้แก่ การซ้ือสลากธนาคาร การเข้าร่วมกองทุนสวัสดิการชุมชน/กลุ่มสัจจะออมทรัพย์/กองทุนหมู่บ้าน การ ซ้ือกองทุน การเล่นแชร์ การจดั สรรรายได้สว่ นหนง่ึ ไวเ้ ป็นเงินออม เป็นต้น 5.5) ในอีกกลุ่มหน่ึงพบว่าไม่มีการจัดการรายได้ทาให้มีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย มี หนส้ี นิ และไม่มเี งนิ สาหรับการเกบ็ ออม

87 6) ประเภทของงานที่เหมาะสมกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ 6.1) งานท่ีใช้ทักษะในระดับที่กลุ่มเป้าหมายสามารถท่ีจะทาได้ และเป็นงานที่ไม่ต้องใช้ สมรรถนะ/กาลังแรงงานมาก 6.2) งานท่ีมีความเหมาะสมกับสุขภาพและความต้องการของกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งได้แก่ งานที่ เก่ยี วข้องกบั การถ่ายทอดองค์ความรู้และภมู ปิ ัญญา เชน่ งานวิทยากร งานปราชญช์ าวบ้าน งานประเภทที่สอดคล้อง ตามบรบิ ทของท้องถ่ิน เช่น ศิลปหัตถกรรม งานจักสาน งานทอผ้าไหม สิ่งประดิษฐต์ า่ งๆ เช่น การทาดอกไม้จันทน์ ดอกไม้ประดับหัวขันหมาก งานแปรรูปอาหาร/การทาขนมพื้นบ้าน งานแปรรูปผลิตภัณฑ์ เช่น การทาสบู่ แชมพู โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย สระผม จากวสั ดุในท้องถิ่น งานผลิตส่ิงของเครื่องใช้ ชา่ งฝีมือ ช่างซอ่ มสิ่งของเคร่ืองใชต้ า่ งๆ 6.3) งานตามพื้นฐานของประสบการณ์เดิม ไดแ้ ก่ งานดา้ นเกษตรกรรม เชน่ ทาสวน ทาประมง งานรับจ้างทั่วไป งานฝีมือ งานดา้ นการคา้ ขาย เปน็ ต้น 6.4) งานลักษณะท่ีมีความยืดหยุ่นท้ังในเรื่องของเวลา และสถานที่ในการทางาน เช่น งาน แม่บ้าน งานร้านอาหาร งานรักษาความปลอดภัย งานรับมาทาที่บ้าน งาน Part Time 6.5) งานทไ่ี มก่ อ่ ใหเ้ กิดรายได้ เช่น งานจิตอาสา งานบาเพญ็ ประโยชน์ 7) ความต้องการในการสนบั สนนุ การทางาน ความต้องการในการทางานของผู้สูงอายุขึ้นอยู่กับความพร้อมและความจาเป็น ซ่ึงการ สนับสนุนจากภาครัฐที่สอดคล้องกับความต้องการของผสู้ ูงอายุจะสามารถช่วยเติมเต็มและส่งเสริมใหก้ ารทางาน ของผสู้ งู อายุเป็นไปอยา่ งตอ่ เนอื่ ง โดยสง่ิ ท่ผี ้สู งู อายุตอ้ งการการสนบั สนนุ ไดแ้ ก่ 108 ทางาน 7.1) การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงเพื่อสร้างความพร้อมสาหรับการ 7.2) การฝึกอบรมอาชีพเพ่ือเพิ่มทักษะความรู้ใหม่ๆ ทั้งในด้านของการทางาน และการ บรหิ ารจัดการทางดา้ นการเงิน 7.3) การสนบั สนุนเงนิ ทนุ และวัสดอุ ุปกรณ์สาหรบั การประกอบอาชพี 7.4) การสร้างอาชพี เสริมทสี่ ามารถทาได้ในครอบครวั เพ่ือเป็นการเพิ่มรายได้ 7.5) การส่งเสรมิ การรวมกล่มุ อาชพี เพือ่ ผลิตสนิ คา้ ท่ีเป็นเอกลักษณ์ของท้องถ่นิ เช่น การทาผ้า มัดย้อม การทากระเป๋า/ตะกร้าจากวัสดุเหลือใช้ เป็นต้น 7.6) การประกันราคาผลผลิต 7.7) การเพิ่มชอ่ งทางการตลาดในการจาหน่ายสินค้า/ผลิตภัณฑ์ 7.8) การส่งเสริมการจ้างงาน และค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับวัย สุขภาพ และทักษะของ ผูส้ ูงอายุ 7.9) การจัดหาสถานทีแ่ ละปรับสภาพแวดล้อมให้เหมาะสมกบั การทางานของผ้สู ูงอายุ 7.10) มกี ารประชาสัมพนั ธ์และสง่ เสริมให้มกี ารใชผ้ ลติ ภณั ฑ์จากการทางานของผสู้ ูงอายุ

88 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 7.11) การสนบั สนนุ การจัดตง้ั กองทนุ และกลมุ่ สวสั ดิการตา่ งๆ 109 ความต้องการในระดับของนโยบาย ได้แก่ 7.12) การกาหนดนโยบายการสง่ เสริมการทางานของผสู้ ูงอายุ 7.13) นโยบายในการส่งเสริมสวสั ดกิ ารของแรงงานสงู อายใุ หเ้ ทา่ เทียมกับแรงงานทัว่ ไป 7.14) มกี ฎหมายท่ีเออื้ ต่อการทางานของผ้สู งู อายุ 7.15) การขยายชว่ งอายุในการทางาน 7.16) หน่วยงานภาครัฐควรมีฐานข้อมูลผู้สูงอายุในแต่ละพื้นท่ีเพ่ือใช้ในการวางแผนและ วเิ คราะหแ์ นวทางในการส่งเสริมการทางานใหเ้ ปน็ ไปอย่างเหมาะสม 7.17) การบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้องเพ่ือขับเคล่ือนให้เกิดผลในทาง ปฏบิ ตั ิ เชน่ การเสริมสร้างแรงบนั ดาลใจ/แรงจูงใจในการทางานให้กับผู้สูงอายุ 7.18) การเตรียมความพร้อมในการทางานสาหรับแรงงานทกี่ าลงั จะเขา้ ส่วู ยั สูงอายุ 7.19) การสร้างทางเลือกในการประกอบอาชีพที่เหมาะสมกับสุขภาพและความสามารถของ ผู้สูงอายุ 7.20) การจัดทาโครงการ (Project) เพอื่ สง่ เสรมิ การทางานของผสู้ งู อายุโดยเฉพาะ 7.21) โรงเรียนผู้สูงอายุในพื้นท่ีสามารถพัฒนาให้เปน็ แหลง่ ฝึกอาชีพและส่งเสริมให้ผ้สู ูงอายุ ทมี่ ภี าวะพฤฒพลังเข้าสูก่ ระบวนการทางาน 7.22) การพฒั นาทกั ษะในการทางานโดยศนู ย์พฒั นาฝีมือแรงงานในพน้ื ท่ี 7.23) การจัดตง้ั ศูนย์การจัดหางานในพ้ืนท่ีให้กับกลุ่มเป้าหมายผสู้ ูงอายโุ ดยมีแกนนาในพื้นที่ เป็นกลไกในการประสานงานกับศูนย์ฯใหญ่ 7.24) การส่งเสริมอาชพี อสิ ระตามบริบทของทอ้ งถิ่น 7.25) การส่งเสริมการต่อยอดด้านองค์ความรู้/ภูมิปัญญา พัฒนาไปสู่การเพิ่มมูลค่า ผลติ ภัณฑ์ 7.26) การผลติ สินค้าใหม้ ีความหลากหลายและทนั สมัย 7.27) การสร้างตลาดแรงงงานสูงอายทุ ีม่ ศี ักยภาพ 7.28) การขยายช่องทางในการจาหน่ายสินค้า/ผลิตภัณฑ์โดยมีการประชาสัมพันธ์อย่าง ท่วั ถงึ และส่งเสริมการจาหนา่ ยในรปู แบบ Online เพ่อื ใหเ้ ขา้ กบั ยุค Thailand 4.0 7.29) การส่งเสริมให้สถานประกอบการมีการจ้างงานผสู้ งู อายุ 7.30) การจัดทา CSR กับภาคเอกชนเพอื่ สนับสนุนการทางานของผูส้ งู อายุ 8) การดาเนนิ งานของหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ ง 8.1) คณะอนุกรรมการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบ เป็นคณะทางานท่ีมาจากความ ร่วมมือระหว่าง หน่วยงาน 9 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 89 กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงสาธารณสุข เป็นต้น การดาเนนิ งานประกอบดว้ ยการ ประชุมและจัดทาแผนปฏิบัติการส่งเสริมคุ้มครองแรงงานนอกระบบ จากน้ันจึงมีการรวบรวมแผนงานต่างๆ ให้ อยูภ่ ายใตแ้ ผนงานใหญ่ คณะอนุกรรมการฯ มีการจัดประชุมเพื่อขับเคล่ือนแรงงานภาคประชาชน และภาค ประชาชนได้มีการนาเสนอในสิ่งที่ต้องการได้รับการสนับสนุน เช่น การสนับสนุนการทางานของแรงงานภาค เกษตรกรรม การปรับปรงุ สภาพแวดลอ้ มในการทางาน ความคุ้มครอง ความม่ันคงและย่งั ยืน นอกจากนม้ี ีการจัด ฝึกอบรมอาชีพสานกระจูดเพ่ือให้แรงงานสูงอายุมีทักษะเพิ่มเติมจากทักษะเดิมที่มีอยู่ ในระยะเวลา 5 วัน โดยวัน สดุ ทา้ ย มีการสอนด้านการขาย หากแรงงานท่ีเข้าอบรมสามารถผลิตสนิ คา้ ท่ีมีคุณภาพได้มาตรฐาน ทางวิทยากร จะมกี ารรบั สินค้าไปวางจาหน่าย 8.2) จังหวัดมีการให้ความสาคัญเกี่ยวกับสถานการณ์ของผู้สูงอายุ เช่น จังหวัดสงขลา ที่มี การจัดทาแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัด โดยกาหนดมาตรการต่างๆ ในการดูแลผู้สูงอายุ และมี หนว่ ยงานรับผิดชอบในด้านต่างๆ เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลากาลงั ดาเนินการรวบรวมข้อมลู ผู้สูงอายุ สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) มีการจัดเก็บข้อมูลผู้สูงอายุที่ ประสบปัญหา 8.3) สานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ (พมจ.) ในแต่ละพื้นท่ีมีการ ดาเนินการส่งเสริมอาชีพและการรวมกลุ่มของผู้สูงอายุ เช่น สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) ที่มีการริเร่ิมกลุ่ม Start Up โดยส่งเสริมให้กลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุมีการผลิตสินค้า ประเภทอาหารว่างและเครื่องดื่มเพ่ือส่งขายตามช่องทางการตลาดต่างๆ ภายใต้ช่ือ “สงขลา แม่ครัวช่อลาดวน” 110 โดยการดาเนินงานของกลุ่มมีสาขาสมาคมผู้สูงอายุเป็นศูนย์กลางในการประสานความต้องการของลูกค้าและส่ง ต่อมายังกลุ่ม มีการสร้าง facebook ที่นาเสนอสินค้าภายใต้ช่ือ “คาเฟ่ช่อลาดวน” และขณะน้ีกาลังติดต่อ ประสานงานกับภาคเอกชนเพ่ือนาสนิ ค้าไปจาหน่าย การพัฒนา “ไกด์ช่อลาดวน” เพื่อให้ผู้สูงอายุมีโอกาสในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์และ สามารถถ่ายทอดให้นักท่องเท่ียวฟังได้ มีการอบรมการเล่นเคร่ืองดนตรีไทยจนปัจจุบันสามารถรับงานได้ รวมทั้ง การส่งเสริมให้กล่มุ ขันหมากทม่ี ีภมู ปิ ัญญาได้รับการพัฒนาทักษะเพ่ิมเติม จึงสามารถรบั จดั ขนั หมากได้ 9) ปจั จัยที่หนนุ เสริมการทางานของแรงงานนอกระบบ 9.1) ทักษะ/ความเชย่ี วชาญ/ประสบการณ์ กอ่ นเข้าสวู่ ยั สงู อายุ เช่น ทกั ษะดา้ นการเกษตร 9.2) ผู้สูงอายุสามารถทางานได้หลากหลาย และมีความพร้อมในการพัฒนา/เรียนรู้ เพ่ิมเติม เช่น การเปน็ ครภู มู ิปัญญา งานบรกิ าร ศิลปะ ดนตรี การทอ่ งเทยี่ ว และการทาอาหาร 9.3) ในอนาคตเมื่อสัดส่วนของผู้สูงอายุเพ่ิมข้ึน ขณะที่วัยแรงงานลดน้อยลง ทาให้เกิดปัญหา การขาดแคลนแรงงาน ซ่งึ ภาครัฐจะมีการสนบั สนุนใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีส่วนร่วมในการทางานมากขนึ้

90 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 9.4) การบูรณาการการทางานของหน่วยงานในพื้นท่ี เช่น จังหวัดสงขลาที่มีการขับเคลื่อน 111 งานด้านผู้สูงอายุ โดยสานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) รับผิดชอบ เร่ืองผู้สูงอายุโดยตรงตามแผนพัฒนาทรพั ยากรมนุษย์ของจังหวดั มีการดาเนินการโดยการเก็บรวบรวมข้อมูล เพื่อจัดทาฐานข้อมูลความจาเป็นของผู้สูงอายุในพ้ืนที่ซ่ึงมีประมาณ 200,000 คน ท้ังในด้านของสุขภาพ รายได้ และสภาพปญั หา 9.3) นโยบายของภาครัฐในการสนับสนุนการทางานของผู้สูงอายุ โดยการลดหย่อนภาษี ให้กับหน่วยงานทีม่ ีการจ้างงานผสู้ งู อายุ 9.4) มีการแต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยในการประสาน และมีอีก 9 กระทรวงร่วมเป็นคณะทางานในการขับเคล่ือนการ ทางานเรือ่ งแรงงานนอกระบบ 9.5) การสนับสนุนการทางานโดยภาคธุรกิจท่ีมีที่ตั้งใกล้เคียงกับพื้นที่ชุมชน เช่น โรงงาน ของบรษิ ัท CP ที่มกี ารจ้างงานแบบท่ีผู้สงู อายสุ ามารถรบั งานมาทาทบ่ี ้านได้ 10) ปัญหาอุปสรรค/ข้อจากัดในการทางาน 10.1) คนที่ไม่ได้ทางานจะไม่มีทักษะและประสบการณ์ ขาดคนที่จะแนะนา/ให้ความรู้ ทา ใหไ้ ม่มคี วามม่ันใจในการทางาน 10.2) ผู้ท่ีมีปัญหาดา้ นสขุ ภาพจะมคี วามพรอ้ มและความต้องการในการทางานลดน้อยลง 10.3) ผลผลิตจากการทางานของผู้สูงอายุบางประเภทไม่สอดคล้องกับความต้องการของ ลกู คา้ และตลาด อาจเนื่องมาจากผลผลติ ยังไมไ่ ดม้ าตรฐาน หรอื บรรจุภัณฑไ์ มน่ ่าสนใจ 10.4) การกาหนดหลักสูตรในการฝึกอบรมอาชีพยังขาดการวิเคราะห์ถึงศักยภาพและ ความต้องการของตลาด ทาใหไ้ ม่สามารถทจี่ ะผลติ สนิ คา้ เพ่ือสร้างรายได้ให้เป็นไปอย่างต่อเน่ือง 10.5) การบริหารจัดการด้านการออมของประชาชนรวมถึงผู้สูงอายุในพ้ืนที่ เช่น การลด รายจ่ายวนั ละบาทของครูชบ กลมุ่ ออมทรพั ย์ กลมุ่ สหกรณ์ ยงั ไม่เกดิ ผลในทางปฏบิ ตั ิเท่าท่คี วร 10.6) สานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.)มีการจัดทา แผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แต่ไม่สามารถท่ีจะเชิญใหผ้ สู้ งู อายุทุกคนเข้าร่วมได้ เน่ืองจากในการจัดประชมุ แต่ละ ครั้งมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้สูงอายุที่เข้าร่วม ทาให้การสานต่อการดาเนินงานไม่ได้เป็นไปอย่างต่อเนื่องเท่าที่ควร นอกจากนี้ การดาเนินการยังไม่สามารถทาได้อย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ โดยจากัดอยู่เฉพาะบางกลุ่ม เน่ืองจาก งบประมาณไมเ่ พียงพอและต้องการให้เกดิ ผลงานเพื่อให้เปน็ ตน้ แบบก่อนจะขยายผลไปยังพน้ื ที่อน่ื ๆ 10.7) การขาดฐานข้อมูลของผู้สูงอายุในด้านต่างๆ เช่น ความสนใจ ความต้องการในการ ทางาน ความสามารถ/ทักษะพิเศษ ภมู ปิ ัญญา และความสามารถในการเป็นวิทยากร เป็นต้น 10.8) การบูรณาการการทางานของหน่วยงานที่เก่ียวข้องยังขาดความเป็นอันหนึ่งอัน เดยี วกนั /ไมเ่ ป็นรปู ธรรม เนือ่ งจากแต่ละหนว่ ยงานมรี ะเบียบ/ตวั ช้วี ดั กากับการทางาน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 91 10.9) การขาดการเชื่อมโยงข้อมูลและการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับความรู้และทุนที่แต่ละ หน่วยงานสามารถสนบั สนนุ การทางานของแรงงานสูงอายุได้ รวมทัง้ ระเบยี บและกติกายังไม่เอ้ือต่อการใช้บริการ ของแรงงานสูงอายุ 10.10) กฎหมายไม่ได้กาหนดช่องทางให้แรงงานนอกระบบสามารถเข้ามาทางานเป็น แรงงานในระบบได้ 10.11) ระบบการทางานของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ท่ีใช้การออมของชุมชนเป็น ฐานเพ่ือเช่ือมโยงสู่การออมระดับชาติ ยังไมไ่ ด้มกี ารดาเนินการอย่างจรงิ จัง 11) แนวทางการสง่ เสริมการทางานของแรงงานนอกระบบในวยั ผู้ใหญแ่ ละผู้สงู อายุ 11.1) การปรับทัศนคติของผู้สูงอายุให้มองเห็นคุณค่าของตนเอง โดยผู้สูงอายุที่ยังมีความ พร้อมด้านสุขภาพ มีทักษะ/ประสบการณ์ ควรมีส่วนร่วมในการทางานเพื่อการพ่ึงพาตนเอง และไม่เป็นภาระต่อ บุตรหลานรวมถงึ ภาครัฐ 11.2) การสง่ เสริมให้ผู้สูงอายมุ คี วามตอ้ งการทางานด้วยตนเองโดยผ่านกระบวนการเรียนรู้ เพื่อกอ่ ใหเ้ กิดองค์ความรู้ และทาให้เกิดความสนใจที่จะนาองค์ความรู้ไปใช้ในการทางาน ซึ่งอาจจะเป็นประเภท ท่ีมีรายได้/ไม่มรี ายได้ แต่สามารถสรา้ งประโยชน์ใหแ้ ก่ผูอ้ ่ืนและชุมชน 11.3) การส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุโดยสร้างความตระหนักถึงประโยชน์ที่ผู้สูงอายุ จะได้รับ เช่น ในด้านสุขภาพท่ีได้มีการใช้กาลังกาย และกาลังความคิด เพื่อเป็นการพัฒนาตนเอง การมีรายได้ เสริมเพื่อใหส้ ามารถพงึ่ พาตนเองได้ และการได้อย่รู ว่ มกับผอู้ น่ื ในสงั คม 11.4) การส่งเสริมลักษณะการทางานในด้านศิลปะ ภูมิปัญญา ทักษะ ฝีมือ และ 112 ประสบการณ์ ทเี่ ทคโนโลยีไมส่ ามารถทดแทนได้ และมกี ารสบื สานตอ่ ยอดส่รู ุน่ ลกู รุน่ หลาน 11.5) การกาหนดรูปแบบในการทางานให้มีความยืดหยุ่นเพ่ือให้สอดคล้องกับวิถีชีวิตของ ของแรงงานนอกระบบทเ่ี ป็นผู้ใหญแ่ ละผสู้ ูงอายุ รวมทงั้ เปน็ งานทเี่ หมาะสมกับสขุ ภาพ ความตอ้ งการของผู้สงู อายุ และทักษะความรู้ความเชี่ยวชาญของผใู้ หญ่และผสู้ ูงอายุ เช่น งานที่สามารถรับมาทาที่บ้าน หรือสถานท่ีใกลบ้ า้ น โดยไม่ต้องเดนิ ทางไปในทท่ี างาน การประกอบอาชพี อิสระตามทักษะและประสบการณ์ที่มี เป็นตน้ 11.6) การปรับสภาพแวดล้อมในการทางานให้เหมาะสม ถูกหลักอนามัย และมีความ ปลอดภยั 11.7) การส่งเสริมสวัสดิการและความม่ันคงด้านรายได้และการประกอบอาชีพ รวมท้ังมี การจัดทาฐานขอ้ มูลสวัสดิการภาคประชาชน 11.8) การสร้างหลักประกันทางเศรษฐกิจโดยการส่งเสริมการออมซึ่งสามารถเชอื่ มโยงเขา้ สรู่ ะบบประกันสังคม และกองทุนการออมแหง่ ชาติ

92 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 11.9) การพัฒนาศักยภาพเพื่อเพ่ิมทักษะและเตรียมความพร้อมสาหรับงานที่เหมาะสม 113 เช่น การอบรมพัฒนาทักษะในการทางานที่สอดคล้องกับความต้องการแรงงานของสถานประกอบการ ซึ่งเป็น การสร้างโอกาสในการทางาน การเพม่ิ ทกั ษะด้านเทคโนโลยเี พอ่ื ให้เกดิ การเรยี นรแู้ ละกา้ วทันสถานการณ์ เปน็ ตน้ 11.10) หน่วยงานหลักในการบูรณาการควรเป็นระดับจังหวัด เช่น องค์การบริหารส่วน จังหวัด เนื่องจากสามารถประสานงานกับองค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) ซึ่งเป็นหน่วยงานในระดับท้องถ่ิน ท่ีมีความใกล้ชิดกบั ประชาชน รวมทง้ั เขา้ ใจในบริบทของชุมชนและคนในพ้ืนท่ี ดังน้ัน องค์การบริหารส่วนตาบล (อบต.) จึงสามารถสอดแทรกเร่ืองการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุในแผนยุทธศาสตร์/แผนการดาเนินงาน ของท้องถิ่น และใช้กลไกของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ (ศพอส.) เป็นศูนย์กลางในการ ประสานงาน มีการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้ใหญ่และผู้สูงอายุซึง่ มีความต้องการในการทางาน ทักษะและความ เชีย่ วชาญของแตล่ ะบุคคล เพ่ือเป็นฐานข้อมูลสาหรับการดาเนนิ การร่วมกนั ของหนว่ ยงานทีเ่ ก่ียวข้อง รวมถงึ เป็น ข้อมูลสาหรับบริษัท ธุรกิจ หรือสถานประกอบการในการเลือกสรรบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับการทางาน และอาจมกี ารจดั ทาเป็นพื้นที่ต้นแบบเพ่ือขยายผลการพฒั นาไปยังพนื้ ทอี่ นื่ ๆ 11.11) หน่วยงานภาครัฐต้องกาหนดแนวทางการสนับสนุนการทางานของผู้สูงอายุอย่างเป็น กระบวนการเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ ตั้งแต่ในส่วนของการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะทั้งในลักษณะของ รายบุคคลหรือกลุ่มอาชีพ โดยเป็นอาชีพท่ีใช้แหล่งวัตถุดิบในชุมชน การออกแบบบรรจุภัณฑ์ (Package) ให้มี ความนา่ สนใจ การพัฒนาผลิตภัณฑ์เพ่ือเพิ่มมูลค่าของสินค้า และการหาตลาดท่ีเป็นแหล่งรองรับผลผลิต ทั้งนี้ เน้นการใช้ทุนทางสงั คมท่มี อี ยใู่ นพื้นที่ และแนวทางการบริหารจัดการตั้งแต่ต้นน้า กลางนา้ และปลายนา้ 11.12) การบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นรูปธรรมและก่อให้เกิด ผลประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเทา่ เทียมและทว่ั ถงึ โดยเฉพาะแรงงานพกิ ารและแรงงานสูงอายุ 11.13) การขยายความรว่ มมือกบั ภาคธุรกิจโดยอาจทาเป็นรปู แบบของ CSR เพ่ือสนบั สนุน การทางานของแรงงานสูงอายุ และมีการกาหนดแผนงาน กรอบแนวทางในการดาเนินงานให้ชัดเจน รวมทั้ง ส่งเสริมให้เกิดผลในทางปฏบิ ัติ 4.3.2 การสมั ภาษณ์เชงิ ลึก (Indept Interview) การสัมภาษณ์เชิงลึกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดาเนินงานวิจัย โดยกลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญ และนักวชิ าการ ทม่ี อี งค์ความรู้เก่ียวกบั แรงงานนอกระบบ และการทางานของผสู้ ูงอายุ เพื่อให้ได้มุมมอง ความรู้ ความคิดเห็น ตลอดจนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการกาหนดกลยุทธ์ในการ ส่งเสรมิ การทางานของผูส้ ูงอายุได้อย่างมปี ระสิทธิภาพ 1) ดร.สราวธุ ไพฑูรย์พงษ์ ที่ปรึกษา TDRI 1.1) ความจาเป็นในการทางานของแรงงานสูงอายุ แรงงำนนอกระบบสำมำรถกำหนดอำยุกำรทำงำนของตนเองได้ จึงอำจไม่ใช่เรื่อง จำเป็นที่จะต้องส่งเสริมให้แรงงำนสูงอำยุนอกระบบมีจำนวนเพิ่มมำกข้ึน เน่ืองจำกแรงงำนสูงอำยุนอกระบบของ

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 93 ประเทศไทยมจี ำนวนคอ่ นขำ้ งสงู เม่ือเทยี บกับประเทศเพ่ือนบำ้ นในเอเชีย เช่น ประเทศญีป่ ่นุ ฮอ่ งกง และสิงคโปร์ นอกจากน้ีกำรทำงำนของแรงงำนสูงอำยุนอกระบบของประเทศไทยมีแนวโน้มที่เพิ่มสูงขึ้นเนื่องจำกมีรำยได้ลด น้อยลง จากเดิมที่มแี หล่งรายไดจ้ ากบตุ ร เม่อื มเี บ้ียยงั ชีพผสู้ งู อายุเปน็ แหล่งรายไดอ้ กี ทาง ทาให้รายได้จากบตุ รลด น้อยลง ผ้สู ูงอายจุ ึงตอ้ งมีการทางานเพ่ือให้มรี ายไดเ้ พิ่มขึ้น โดยอาจเป็นในลกั ษณะของการทางานให้มากข้ึน หรอื มกี ารทางานเทา่ เดมิ แต่มีรายไดเ้ พ่มิ มากข้ึน กำรทำงำนไมใ่ ช่เรื่องที่สำมำรถบังคบั ไดเ้ พรำะขึ้นอยกู่ ับควำมต้องกำร ของผ้สู งู อำยุ โดยเฉพาะในกล่มุ ของข้าราชการบานาญที่ได้รบั สวสั ดิการจากเงนิ บานาญเป็นรายเดือน เหตุผลในการทางานของผู้สูงอายุ นอกจากความจาเป็นในการหารายได้เพื่อเลี้ยงชีพ แล้ว ผู้สูงอายุยังต้องการทางานเนื่องจากความรักในงานและมีความสุขในการทางาน การมีความพร้อมด้าน สุขภาพและการทางานเพื่อให้มีสุขภาพแข็งแรง ความตอ้ งการมีบทบาทและการได้รับการยอมรบั จากสงั คม 1.2) ลักษณะของงานท่ีเหมาะสม (1) ควรเปน็ กำรทำงำนในเชิงสัญลักษณ์ คอื เป็นรูปแบบกำรทำงำนเฉพำะสำหรับผู้สูงอำยุ ในกลุ่มของผู้สูงอำยุท่ียังสำมำรถทำงำนได้ เช่น กำรเฝ้ำร้ำน กำรดูแลลูกค้ำ care giver งำนบริกำร งำนผู้ช่วย กุ๊ก เป็นต้น (2) งำนท่ใี ชค้ วำมสำมำรถเฉพำะด้ำน เช่น วทิ ยำกร มคั คุเทศก์ เปน็ ตน้ (3) กำรทำงำนในลักษณะที่ไม่ต้องใช้ทักษะควำมรู้ท่ีมำกจนเกินไปและผู้สูงอำยุสำมำรถ ทีจ่ ะฝึกฝนได้ (4) งานทม่ี คี วามยืดหยนุ่ ทั้งในเร่อื งของเวลา และสถานทใี่ นการทางาน (5) งานในรปู แบบท่มี ีรายได้ และไม่มรี ายได้ ประเภทงานเพ่ือสังคม 114 1.3) ปญั หาอุปสรรค/ขอ้ จากัดเกย่ี วกบั การสง่ เสริมการทางานของผสู้ ูงอายุ (1) นโยบายด้านการสง่ เสริมการทางานที่กาหนดขึ้นไม่ได้นาไปสู่การปฏิบัติอยา่ งจริงจัง และเกิดประสทิ ธผิ ลในพื้นที่ 1.4) แนวทางการส่งเสรมิ การทางาน (1) กำรพฒั นำศกั ยภำพตำมพน้ื ฐำนทกั ษะควำมรู้และประสบกำรณ์ท่ีมอี ยูเ่ ดมิ เพ่อื เสรมิ คณุ ภำพในกำรทำงำน ทดแทนสมรรถนะทล่ี ดน้อยลง เช่น งำนวทิ ยำกร จิตอำสำ (2) การเพิ่มทักษะด้านเทคโนโลยีท่ีจาเป็นต่อการทางาน เพอื่ ให้ผสู้ ูงอายุมโี อกาสในการ พฒั นาสมอง ระบบความคิด ความจา ซ่งึ เปน็ การเสรมิ สขุ ภาพ และความสามารถในการพึง่ พาตนเอง (3) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินซ่ึงมีควำมใกล้ชิดกับชุมชนและประชำชนควรมีบทบำท หลักในกำรสนับสนุนกำรทำงำนของผู้สูงอำยุ ตัวอย่ำงกำรทำงำนของผู้สูงอำยุ ได้แก่ กำรต้ังสภำลำดวนในพื้นท่ี ชุมชน โดยมีวงเดอื นลำดวนซ่ึงเปน็ กลุ่มทีจ่ ัดต้งั ขึ้นเพื่อเปน็ สะพำนเช่ือมควำมสัมพันธร์ ะหวำ่ งผ้สู ูงอำยุ วัยแรงงำน และเด็ก กิจกรรมประกอบด้วย การถ่ายทอดภูมิปัญญา การแลกเปล่ียนเรียนรู้ในเวที และการอภิปราย เป็นต้น ขณะน้ีการดาเนินงานของกลุ่มยังอยู่ในข้ันตอนการทดลอง ผลที่คาดหวังนอกจากจะเป็นการเช่ือมความสัมพันธ์

94 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย ระหว่างคนต่างวัยแล้ว กิจกรรมที่ทาร่วมกันอาจส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ไม่ดีของเด็กและ 115 เยาวชนในปจั จุบัน 1.5) กลยุทธใ์ นการสง่ เสริมการทางาน (1) จัดทำฐำนข้อมูลของแรงงำนนอกระบบและประเมินสถำนกำรณ์กำรทำงำนใน ปัจจุบัน โดยในส่วนของฐานข้อมูลต้องมีการจัดการอย่างเป็นระบบ มีการจาแนก เพศ อายุ สุขภาพ การทางาน ในปัจจบุ ัน/ความตอ้ งการในการทางาน และทักษะ/ความชานาญเฉพาะดา้ น (2) เสริมทักษะควำมรู้และกระตุ้นให้มีกำรแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซ่ึงกันและกัน ส่งเสริมให้ ผ้สู งู อายุใช้ศกั ยภาพของตนเองในการทางาน หรือมีบทบาทในสงั คม ซง่ึ เปน็ การพฒั นาสุขภาพของผู้สูงอายุพร้อม กันไปในขณะเดยี วกัน (3) เสริมสิทธิประโยชน์/สิ่งจูงใจในการทางาน เช่น เพิ่มรายได้ ค่าเสียเวลา ค่าเสีย โอกาส ซึ่งเป็นการส่งเสรมิ การทางานในเชงิ รกุ (Proactive) มากกวา่ เพียงแค่การทางานในเชงิ รบั (Passive) (4) กระตุ้นหน่วยงานภาครัฐให้มีการทางานอย่างจริงจังมากข้ึน โดยมีการระดมสมอง การจัดทาประชาพิจารณ์เพ่ือเป็นข้อมูลสะท้อนกลับให้ประชาชนได้รับ รู้เกี่ยวกับสถานการณ์การทางาน ของ ผูส้ งู อายใุ นปจั จบุ ัน (5) สร้ำงกำรมีสว่ นรว่ มจำกหลำยภำคส่วนเพ่ือสง่ เสริมกำรทำงำนของผสู้ งู อำยุ เชน่ กำร สำรวจคนท่ีมีทักษะ/ประสบกำรณ์และมีกำรจ้ำงงำน หรือมีกำรกำหนดโครงกำร (Project) เพ่ือสร้ำงงำนให้ ผสู้ งู อำยุ 1.6 ข้อเสนอแนะเพ่ิมเติมเกย่ี วกบั การทาวิจยั /การจดั ทาฐานข้อมลู (1) สิ่งจาเป็นท่ีต้องดาเนินการในการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุคือ กำรให้ ควำมสำคัญในกำรขับเคล่ือนนโยบำยของผู้บริหำร และกำรปฏิบัติงำนอย่ำงเข้มแข็งของบุคลำกร รวมทั้งกำร ปรับปรุงกฎระเบียบในกำรควบคุม/ลงโทษ และกำรสร้ำงแรงจูงใจในกำรทำงำน เช่น การให้รางวัลตอบแทนการ ทางานทีเ่ กดิ ประสทิ ธผิ ล (2) กำรทบทวนถึงสิ่งที่มีควำมพร้อม และส่ิงที่ยังไม่พร้อมสำหรับกำรดำเนินงำนด้ำน กำรส่งเสรมิ กำรมีงำนทำของผูส้ งู อำยุในปจั จบุ นั เชน่ ส่ิงทภี่ าครฐั ดาเนนิ การ บทบาทของหนว่ ยงานทีเ่ ก่ยี วข้อง ท้ัง ในส่วนของกระทรวงแรงงาน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ควรมีการประสานความ ร่วมมือกัน รวมถึงสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานอื่นๆ ที่มีการดาเนินงานด้านผู้สูงอายุ เช่น มูลนิธิสถาบันวิจัย และพฒั นาผู้สูงอายุ (มส.ผส.) ทมี่ กี าลังในการทางานอย่างเข้มแข็ง และสานักงานกองทุนสนับสนนุ การสร้างเสริม สุขภาพ (สสส.) ทม่ี งี บประมาณในการสนบั สนุน กำรดำเนินงำนในเชงิ บูรณำกำรระหวำ่ งหน่วยงำนจะสรำ้ งพลังใน กำรขบั เคลอื่ นงำนให้เปน็ ไปอยำ่ งตอ่ เนือ่ ง จำกกำรมีทุนและกำลงั สนบั สนนุ (3) การมีส่วนร่วมจากภาคเอกชนยังเป็นไปอย่างไม่จริงจังเท่าที่ควร มีเพียงบาง หน่วยงานที่ให้การสนับสนุน เช่น โรงแรมเซ็นทารา ที่มีการจ้างงานผู้สูงอายุ ซึ่งแนวทางการดาเนินงานของ

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 95 หน่วยงานดังกล่าวควรใช้เป็นต้นแบบสาหรับหน่วยงานอ่ืนๆ โดยในส่วนของภาครัฐควรมีการสร้างแรงจูงใจเพ่ือ ขยายความรว่ มมอื /การมสี ่วนรว่ มใหม้ ากขึ้น 2) ศาสตราจารย์ ดร.ศศิพฒั น์ ยอดเพชร ผเู้ ช่ยี วชาญ/นกั วิชาการอิสระดา้ นผูส้ งู อายุ 2.1 เหตุผลในการทางานของผสู้ งู อายุ (1) ความไม่พร้อมด้านฐานะทางเศรษฐกิจ ทาใหม้ รี ายไดไ้ ม่เพยี งพอ และมคี วามจาเป็น ท่ีต้องทางานเพ่อื ให้มรี ายไดเ้ พิ่มขนึ้ (2) ความพร้อมด้านสุขภาพร่างกายที่มีความสมบูรณ์แข็งแรง และมีสภาพจิตใจท่ี เขม้ แขง็ (3) กำรมีควำมรู้ควำมเชี่ยวชำญ ประสบกำรณ์ และทักษะพิเศษเฉพำะตัวของบุคคล เชน่ ช่ำงแทงหยวกท่ีใช้ในพระรำชพิธีของพระมหำกษัตริย์ ช่ำงทำเพชร เป็นตน้ (4) การมีประสบการณ์ท่ีดีในการทางาน ทาให้มีความสุขและต้องการที่จะทางานอย่าง ตอ่ เนื่อง 2.2) ปญั หาอปุ สรรคในการทางานของผ้สู ูงอายุ (1) แรงงำนนอกระบบไม่ต้องกำรเปลี่ยนแปลงลักษณะกำรทำงำนในรูปแบบใหม่ๆ ที่ ตนเองไม่มีทักษะและประสบกำรณ์ (2) ผู้สูงอายุที่ทางานนอกระบบมาอย่างต่อเน่ืองอาจจะมีความเบ่ือหน่าย ไม่ต้องการ ทางานต่อ ทาให้การทางานเปน็ ไปอย่างไม่ยั่งยืน (3) ผู้สูงอายุที่อยู่ในระบบจะมีทักษะการทางานเฉพาะด้าน การทางานนอกระบบซึ่ง 116 เป็นการใช้ทกั ษะอีกรปู แบบหนง่ึ ทีผ่ สู้ ูงอายุในระบบไมม่ ีประสบการณใ์ นดา้ นดังกล่าว ทาให้กำรส่งเสริมแรงงำนใน ระบบสู่กำรทำงำนนอกระบบเป็นไปได้ค่อนข้ำงยำก ผู้ท่ีทางานได้คือผู้ท่ีอยู่ในระบบและมีการทางานนอกระบบ ควบคกู่ นั ไปกอ่ นเกษียณอายุ (4) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ ที่มีควำมใกล้ชดิ กับชุมชน ขำดแคลนบุคลำกรที่มีทักษะ ควำมรเู้ ก่ียวกบั กำรส่งเสรมิ กำรประกอบอำชีพ กำรดำเนินงำนด้ำนน้ีจึงไมเ่ ดน่ ชัดเท่ำทค่ี วร (5) ภาครัฐยังไม่สามารถเข้าถึงชุมชนไดอ้ ย่างท่ัวถึง และการส่งเสริมการประกอบอาชพี ยงั เปน็ ไปอยา่ งไมต่ ่อเนือ่ ง กล่มุ อาชพี OTOP ทจ่ี ัดต้ังข้นึ ไมส่ ามารถดาเนนิ การได้อย่างต่อเนื่อง/ยงั่ ยืน 2.3) แนวทางในการส่งเสรมิ การทางานของผ้สู งู อายุ (1) ปรบั ทัศนคติของครอบครัวให้เข้ำใจว่ำกำรทำงำนไม่ไดเ้ ปน็ กำรใช้แรงงำนผสู้ ูงอำยุ แต่เป็นกำรส่งเสริมให้ผู้สูงอำยุใช้ประสบกำรณ์ท่ีมีให้เกิดประโยชน์ เช่น กำรรับเลี้ยงเด็ก ซ่ึงในประเทศญ่ีปุ่นนยิ ม ใหผ้ ู้ใหญ่และผสู้ งู อำยุทำหนำ้ ทีใ่ นกำรเลีย้ งเด็ก (2) สร้างการยอมรับของสังคมว่า ผู้สูงอายุยังสามารถท่ีจะทางานได้ ขณะนี้บาง หนว่ ยงานมีการรับแรงงานสงู อายเุ ขา้ เป็นพนกั งาน เช่น หา้ งสรรพสินค้า Central และ Big C เปน็ ต้น

96 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย (3) ผู้สูงอายุส่วนใหญ่มีความสามารถด้านพืชสมุนไพร และการทาอาหาร ควรมีการ 117 อบรมให้ความรู้ในการส่งเสริมการผลติ เพื่อจาหน่าย และช่องทางในการจาหนา่ ยสนิ ค้า/ผลติ ภัณฑ์ โดยภาครัฐให้ การสนับสนนุ (4) อบรมให้ความรู้เก่ียวกับอาชีพที่มีความหลากหลายเพ่ือสร้างโอกาสและทางเลือก ในการประกอบอาชพี ใหก้ บั ผสู้ งู อายุ (5) ส่งเสริมการวางแผนชีวิตและบริหารจัดการทางด้านการเงินตั้งแต่ก่อนเข้าวัย สูงอายุ เช่น การเลือกท่ีจะทางานต่อในท่ีทางานเดิม หรือการเปล่ียนงานเพ่ือทดลองทางานในลักษณะท่ีแตกตา่ ง จากเดิม และการส่งเสริมการออม เป็นต้น หำกมีกำรวำงแผนที่ดีและมีควำมพร้อมจะทำให้ผู้สูงอำยุสำมำรถ ทำงำนได้อยำ่ งตอ่ เน่ืองโดยไมใ่ ชเ้ กณฑ์ของอำยใุ นกำรยุตกิ ำรทำงำน ตอ้ งมีกำรปรบั ทัศนคตใิ หมว่ ำ่ “อำยเุ ปน็ เพียง ตวั เลข” (6) ส่งเสริมทักษะโดยผู้ท่ีมีความรู้และสามารถให้คาแนะนาเพ่ือยกระดับ/ปรับวิธีใน การประกอบอาชีพใหก้ ับผูส้ ูงอายุ (7) การส่งตัวแทนจากชุมชนเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่สามารถนามาต่อ ยอดอาชีพในชุมชน มีการถ่ายทอดความรู้จากตัวแทนที่เข้ารับการอบรมให้กับกลุ่มอาชีพเพื่อปรับปรุงผลิตภัณฑ์ ผลิตสินค้าที่มีความหลากหลายและสอดคล้องกับความต้องการของตลาด หากผลิตภัณฑ์มีความน่าสนใจ เช่น มี การประยุกต์ใช้วัตถุดิบหลายประเภท มีบรรจุภัณฑ์ท่ีสวยงานและทันสมัย อาจจะสามารถทาบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับประเทศญปี่ ุน่ ทมี่ ีการเปดิ ตลาดรองรบั สินคา้ (8) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้าใจเก่ียวกับการทางานของแรงงานนอก ระบบตามบรบิ ทของพ้ืนท่ี ซงึ่ สว่ นใหญเ่ ปน็ เกษตรกรทกี่ ารทางานขน้ึ อยู่กบั ฤดกู าล องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นจึง ควรส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบที่หลากหลาย เพ่ือทาให้สามารถยืดอายุการเก็บรักษาผลผลิต และมีงานทาอยา่ งต่อเนื่อง (9) ภาครัฐต้องมีการสารวจว่าผู้สูงอายุทางานประเภทใด อยู่ที่ไหน และมีการพัฒนา ศกั ยภาพในการผลติ สินค้าทมี่ ีคณุ ภาพ ทันสมยั สอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของตลาด สง่ เสรมิ การรวมกลมุ่ เพ่ือให้ มีอานาจในการต่อรองราคา และมีการหาชอ่ งทาง/ตลาดในการจาหนา่ ยผลผลิต (10) ภาครัฐควรมีการส่งเสริมการรวมกลุ่มประกอบอาชีพที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดย มกี ารปรบั ปรงุ รปู แบบใหม้ คี วามทันสมัยตามกระแสความต้องการของตลาด (11) ส่งเสริมให้นายจ้างให้ความสาคัญและเปิดโอกาสในการทางานให้กับผูส้ ูงอายุ โดย ไมค่ ิดว่าเป็นภาระ (12) องค์กรท่ีมีกระบวนการทางานท่ีดีและมีประสิทธิภาพควรมีการถ่ายทอดองค์ ความรูส้ ูพ่ นกั งานรุน่ ใหมเ่ พ่ือสืบทอดทักษะและกระบวนการทางาน ในครอบครวั ทมี่ ภี มู ิปญั ญำก็เช่นเดยี วกนั ควร มกี ำรถ่ำยทอดสู่รนุ่ ลูกร่นุ หลำน เพื่อสบื สำนภมู ิปัญญำทเี่ ป็นเอกลักษณ์และสำมำรถพฒั นำต่อยอดได้

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 97 2.4) ตัวอยา่ งการส่งเสริมคณุ ภาพชีวิตของผูส้ งู อายุในประเทศไทย (1) เทศบาลเมืองบึงยีโ่ ถมีการจัดตัง้ Day Care Center ทเ่ี ปน็ ศนู ย์การดูแลอย่างครบ วงจร โดยมีท้ังศูนย์ส่งเสริมกายภาพบาบัด ศูนย์บาบัดโรคสมองเส่ือม ฯลฯ ปัจจัยความสาเร็จในการขับเคล่ือน ศนู ย์ฯ คอื การมผี ู้นาทม่ี วี ิสัยทัศนแ์ ละใหค้ วามสาคัญกบั การสง่ เสริมคุณภาพชวี ติ ผูส้ งู อายุ (2) องค์การบริหารส่วนตาบลหนองลาน มีการจัดต้ังโรงเรียนผู้สูงอายุและส่งเสริมให้ ผสู้ ูงอายทุ าผลติ ภัณฑ์มะมว่ งหาวมะนาวโห่ มกี ารจดั ทารปู แบบของบรรจภุ ัณฑ์ (Packaging) ที่นา่ สนใจ และสรา้ ง จุดขายใหก้ ับผลิตภณั ฑ์ โดยการดาเนินการนเ้ี ป็นไปตามวิสยั ทศั นข์ องผูน้ าชุมชนท้องถน่ิ 2.5) ตวั อยา่ งการสง่ เสริมการทางานของผูส้ งู อายใุ นต่างประเทศ ประเทศญ่ีปุ่นมีการสารวจความต้องการในการทางานของแรงงานในระบบต้ังแต่อายุ 50 ปี เพื่อส่งเสริมการทางานหลังจากเกษียณอายุ และสามารถบริหารจัดการนโยบายในเชิงบูรณาการได้ เนื่องจากทุกกระทรวงอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ทาให้เกิดการทางานอย่างเป็นเอกภาพ และมีการขับเคลือ่ นให้เกิดผลในทางปฏบิ ตั ิโดยการอบรมใหค้ วามร้ทู เ่ี หมาะสมตามความตอ้ งการ 2.6) กลยทุ ธ์ในการส่งเสริมการทางานของผ้สู ูงอายุ (1) สร้ำงฐำนข้อมูลแรงงำนสูงอำยุ เกี่ยวกับทักษะ/ควำมเชี่ยวชำญในแต่ละด้ำนของ แตล่ ะบุคคล เพื่อส่งเสริมกำรทำงำนทีเ่ หมำะสม (2) กระจำยงำนสู่บ้ำนและชุมชน โดยกำหนดให้มีศูนย์ในกำรกระจำยสินค้ำเพื่อให้มี อำนำจในตอ่ รองและกำหนดรำคำสนิ ค้ำ (3) ส่งเสริมให้แรงงานนอกระบบที่เป็นผู้สูงอายุรับงานจากโรงงาน/สถาน 118 ประกอบการมาทาทบ่ี า้ น โดยโรงงาน/สถานประกอบได้รับประโยชน์จากการลดหยอ่ นภาษี (4) สร้ำงคนที่จะไปเรียนรู้กำรทำงำนและมำถ่ำยทอดสู่ผู้สูงอำยุ (Trainner) เพ่ือ พฒั นำกำรผลิตสนิ คำ้ ให้มคี วำมทันสมยั และสอดคล้องกับควำมต้องกำรของตลำด (5) อบรมให้ความรู้และฝึกทักษะให้กับแรงงานในระบบท่ีต้องการทางานนอกระบบ หลงั การเกษยี ณอายุ (แต่ไมแ่ นะนา เน่ืองจากผู้ท่ีอยู่ในระบบจะไม่คุ้นเคยกบั การทางานที่เป็นนายจ้างตวั เอง และ การมีรายได้ทไี่ ม่แนน่ อน) (6) พัฒนาทักษะความรอู้ ยา่ งเปน็ กระบวนการ เริ่มตงั้ แต่การผลติ ช่องทางการตลาดท่ี รวมถึงการขายผา่ นช่องทาง Online (7) กาหนดแนวทางการควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าจากแรงงานนอกระบบ โดย หน่วยงานภาครัฐ (8) กาหนดคา่ ตอบแทนทีเ่ ปน็ ธรรมให้แก่แรงงาน และใหค้ วามคมุ้ ครองตามมาตรา 40

98 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย (9) ส่งเสริมการทางานในระบบอย่างต่อเนื่อง เช่น ขยายการจ้างงานผู้สูงอายุ เพิ่ม 119 มาตรการยกเว้นภาษีสาหรับหน่วยงานที่มีการจ้างงานผู้สูงอายุ กาหนดบทลงโทษสาหรับหน่วยงาน/สถาน ประกอบการท่ีทาให้ผสู้ ูงอายุเสียสิทธใิ นการทางาน (10) บูรณำกำรกำรทำงำนระหว่ำงหน่วยงำนท่ีเกี่ยวข้องในกำรส่งเสริมกำรทำงำนของ ผู้สูงอำยุอย่ำงเป็นกระบวนกำร ท้ังในด้ำนกำรฝึกทักษะอำชีพท่ีมีควำมสอดคลอ้ งกับควำมต้องกำรของตลำด โดย กระทรวงแรงงำนและกระทรวงพำณิชย์ กำรปรับปรุงรูปแบบของบรรจุภัณฑ์ (Packaging) โดยกระทรวง อุตสำหกรรม เป็นต้น 3) ศาสตราจารย์ ดร.เอื้อมพร พิชัยสนิธ (ตสาริกา) อาจารย์ประจาคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์ 3.1 ความจาเป็นในการทางาน ผู้สูงอายุท่ีมีอายุ 60 ปีตามเกณฑ์ปัจจุบัน เป็นผู้ที่ยังมีศักยภาพมากกว่าผู้สูงอายุในอดีต ด้วยเทคโนโลยีและวิวัฒนาการต่างๆ ในเชิงเศรษฐศาสตร์นับว่าผู้สูงอำยุเป็นทรัพยำกรท่ีมีประโยชน์ ควรที่จะ ส่งเสรมิ /ขับเคลอ่ื นให้เกิดมูลค่ำทำงกำรผลิต โดยส่งเสริมในดำ้ นของสขุ ภำพเพ่ือใหเ้ ป็นส่วนหน่ึงของกาลังแรงงาน และเป็นการประหยดั งบประมาณในสว่ นของคา่ ใชจ้ า่ ยในการรกั ษาพยาบาลผู้สงู อายุ 3.2 อปุ สรรค/ข้อจากดั ของแรงงานสงู อายนุ อกระบบ (1) ปญั หาเรอื่ งสขุ ภาพทีท่ าให้ผูส้ งู อายไุ ม่มคี วามพรอ้ มตอ่ การทางาน (2) ค่านิยมของสังคมที่ไม่นิยมให้ผู้สูงอายุทางาน เน่ืองจากเป็นวัยท่ีสมควรพักผ่อน และไมต่ ้องการใช้แรงงานผู้สูงอายุ บตุ รหลานในครอบครวั ควรเปน็ ผูด้ ูแลและทางานเพ่อื หารายได้ (3) ผู้สูงอำยุที่เคยทำงำนในระบบทั้งในส่วนของภาครัฐและภาคเอกชนส่วนใหญ่จะมี การทางานในรูปแบบเดิมๆ หรอื ในหน่วยงานเดิมๆ ทาให้มีทกั ษะควำมรู้เฉพำะด้ำน และกำรเรียนรู้งำนไม่มีควำม หลำกหลำย (4) แรงงานสูงอายุนอกระบบมีข้อจากัดด้านการเข้าถึงองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสาร ตา่ งๆ ทจี่ ะสง่ เสรมิ การเรยี นรู้และนาไปสูก่ ารทางานได้จริง 3.3 แนวทางในการส่งเสริมการทางานของผ้สู ูงอายุ (1) การสร้างงานทางเลือกท่ีมีเง่ือนไข/สภาวะการทางานท่ีเหมาะสม โดยคานึงถึง สขุ ภาพของผสู้ ูงอายเุ ป็นสาคัญ มีการออกแบบการทางานสาหรบั ผ้สู ูงอายุทย่ี ังมีความพร้อมด้านสุขภาพ และงาน ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุที่สุขภาพไม่ดีเท่าท่ีควร แต่ยังมีความต้องการและสามารถท่ีจะทางานได้ รวมทั้งมีการ สร้างสภาวะแวดลอ้ มที่เออ้ื ตอ่ การทางานของผ้สู ูงอายุ (2) มกี ำรสรำ้ งควำมรว่ มมือระหวำ่ งทีมนักวิจัยกับชุมชน โดยกระบวนกำรระดมสมอง (Brainstorm) เพ่อื ร่วมกนั ค้นหำประเภทของงำนทีเ่ หมำะสมกบั แรงงำนนอกระบบที่เปน็ วัยแรงงำน และประเภท

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 99 ของงำนที่เหมำะสมสำหรับแรงงำนนอกระบบที่เป็นผู้สูงอำยุ รวมทั้งมีกำรนำองค์ควำมรู้ที่มีอยู่เดิมมำประยุกต์ใช้ ให้เกิดประโยชนแ์ ละทำงำนในรูปแบบทีท่ ำไดโ้ ดยไม่เกินกำลงั ควำมสำมำรถ (3) ในกำรกำหนดนโยบำยและถำ่ ยทอดสกู่ ำรปฏบิ ัติควรคำนึงถงึ บรบิ ทและวัฒนธรรม ของทอ้ งถ่ินทเี่ ปน็ เอกลกั ษณ์และอำจสรำ้ งจดุ เด่นให้กบั พน้ื ที่ (4) การสร้างแรงจูงใจในการจ้างงานผู้สูงอายุในส่วนของสถานประกอบการโดยการ ลดหย่อนภาษี ทาให้สถานประกอบการบางแห่งตอบรับนโยบายดงั กลา่ ว เช่น ห้างสรรพสนิ ค้า Big C ที่มกี ารจ้าง งานผู้สูงอายุ ส่วนการสร้างแรงจูงใจในการทางานให้กับผู้สูงอายุท่ีเป็นแรงงานนอกระบบ ยังไม่มีรูปแบบที่เป็น ทางการ (5) ภำครัฐควรมีบทบำทในกำรส่งเสริมกำรทำงำนของแรงงำนสูงอำยุนอกระบบ โดย กำรเสริมทักษะ สร้ำงงำน สร้ำงอำชีพ ทเ่ี หมำะสมกับควำมตอ้ งกำรและไม่เกินควำมสำมำรถของผู้สูงอำยุ รวมท้งั สอดคล้องกับควำมต้องกำรของตลำดและตอบสนองต่อระบบเศรษฐกิจ (เช่น การนวดแผนไทย การปน้ั หมอ้ งาน ศิลปะ เป็นต้น) ให้ความสาคัญกับ Demand และ Supply เป็นหลัก และอาจมีการสืบค้นเพิ่มเติมเพ่ือหา Demand (งานที่เหมาะสมกบั ความต้องการ) ท่ีอาจยังไม่มกี ารถ่ายทอด (6) การประสานงานกับหน่วยงานภายนอก ซ่ึงมีองค์กรระหว่างประเทศท่ีดาเนินการ ขับเคล่ือนสวัสดภิ าพของผูส้ งู อายุ 3.4 กลยุทธใ์ นการสง่ เสริมการทางาน กลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุจาแนกได้เป็น 3 ระดับคือ ระดับท้องถิ่น และ ระดับประเทศ 120 ระดบั ทอ้ งถน่ิ (1) ออกแบบอาชพี ทเ่ี หมาะสมตามความตอ้ งการของผูส้ งู อายแุ ละบริบทของพ้นื ที่ ระดบั ประเทศ โดยบทบาทของกระทรวงตา่ งๆ ที่เกยี่ วข้อง (1) กระทรวงแรงงาน - สง่ เสรมิ ความรู้ สร้างงาน สร้างอาชีพ (2) กรมสง่ เสรมิ การสง่ ออก - ส่งเสรมิ ความรู้ให้กับชุมชนเกย่ี วกับการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่ีสอดคล้องกับความ ตอ้ งการและตลาดต่างประเทศ เพื่อเพิ่มช่องทางในการจาหน่ายสนิ คา้ /ผลติ ภณั ฑ์ (3) กระทรวงการพัฒนาสงั คมและความม่นั คงของมนุษย์ - สร้างความตระหนักถงึ ประโยชน์ท่ีผสู้ งู อายจุ ะไดร้ ับจากการทางาน - พัฒนาคุณภาพชีวิต โดยส่งเสริมสวัสดิการพื้นฐานให้เพียงพอ รวมท้ังส่งเสริมองค์ ความรู้ และการเรยี นรดู้ า้ นเทคโนโลยตี า่ งๆ ทจ่ี าเป็นสาหรับการดารงชวี ิตและการทางาน

100 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย - จัด Road Show เพ่ือนาเสนอผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคมาก 121 ข้นึ โดยกระทรวง พม.มสี ว่ นรว่ มในการขบั เคลอ่ื นและมบี ทบาทหน้าทีช่ ัดเจน - นำจุดเด่นของพ้ืนท่ีมำออกแบบสร้ำงเป็น Story (กระบวนกำรผลิตสินค้ำใน รปู แบบ Presentation) เพื่อสรำ้ งควำมนำ่ สนใจ เพิม่ มลู ค่ำ และเชือ่ มโยงส่ชู ่องทำงกำรจำหนำ่ ย - สร้างความต่อเนื่องและพัฒนาการผลิตสินค้าให้ทันสมัย เนื่องจากสินค้าบาง ประเภทเป็นท่ีต้องการของตลาดต่างประเทศ แต่ไม่มีการสร้างสัมพันธ์ต่อเน่ือง ส่งผลต่อการผลิตและการส่งออก ตา่ งประเทศ - เป็นกลไกหลักในกำรประสำนงำน เชื่อมโยงกำรทำงำนและสร้ำงควำมร่วมมือกับ กระทรวงต่ำงๆ ในลักษณะของ Co – Pathner เช่น ประสานงานกับกระทรวงพาณิชย์ และกรมส่งเสริมการ ส่งออก เพ่ือศึกษาความต้องการสินค้าของต่างประเทศ ประสานกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงต่างประเทศ เพอื่ ยกระดับการพฒั นาอาชีพใหท้ ันสมยั และกา้ วสูร่ ะดับโลก เชน่ อาชพี แพทย์แผนไทย ที่สามารถส่งเสรมิ ให้เป็น ระบบ Health Service 4) ศาสตราจารย์ ดร.วรเวศม์ สุวรรณระดา คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 4.1 ความจาเปน็ ในการสง่ เสรมิ การทางานของแรงงานนอกระบบทีเ่ ปน็ ผ้สู งู อายุ โดยพ้ืนฐำนควำมเป็นจริง กำรส่งเสริมกำรทำงำนของแรงงำนนอกระบบท่ีเป็นผ้สู ูงอำยุ ไม่ใช่เรอื่ งท่ีจำเป็น เพรำะแรงงำนนอกระบบสำมำรถกำหนดอำยุกำรทำงำนของตนเองได้ ส่วนผสู้ งู อายุท่ีเคยเป็น แรงงานในระบบสามารถตดั สินใจได้วา่ จะยุติการทางาน หรือทางานต่อเป็นลูกจ้างในระบบ หรือเป็นแรงงานนอก ระบบ หำกจะพิจำรณำถึงควำมจำเป็น ปัจจัยสำคัญที่เก่ียวข้องคือด้ำนเศรษฐกิจ ควำมไม่ ม่ันคงด้ำนรำยได้ เช่น ผู้สูงอายุที่ได้รับเพียงเบ้ียยังชีพซ่ึงไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย และไม่มีรายได้จากแหล่งอ่ืนๆ การส่งเสริมการทางานเป็นการสร้างโอกาสให้กับผู้สูงอายุท่ีอาจมีอายุที่ยืนยาว แต่ไม่มีความม่ันคงในด้านรายได้ และคุณภาพชีวิต กำรส่งเสรมิ กำรทำงำนในเชิงคุณภำพมคี วำมจำเปน็ มำกกว่ำกำรส่งเสรมิ ในเขิงปริมำณ ในส่วนของกำรขำดแคลนแรงงำนไม่ได้เป็นประเด็นปัญหำสำคัญ เนื่องจำกสำมำรถใช้ แรงงำนตำ่ งดำ้ วทดแทนได้ และงำนบำงประเภทสำมำรถนำเทคโนโลยีมำประยุกตใ์ ชท้ ดแทนแรงงำนได้ สิ่งที่ถูกระบุว่ำเป็นข้อจำกัดในกำรทำงำนของแรงงำนสูงอำยุ หำกพิจำรณำให้ชัดเจน บำงประเด็นไมไ่ ด้เป็นข้อจำกัด แต่เปน็ เรือ่ งของค่ำนิยม และทัศนคตขิ องครอบครวั ชมุ ชน และสงั คม ทไ่ี มส่ ่งเสริม กำรทำงำนของผู้สูงอำยุเนื่องจำกมีควำมเห็นว่ำเป็นวัยท่ีสมควรพักผ่อน และไม่ต้องกำรให้มีกำรใช้แรงงำน ผสู้ ูงอำยุ 4.2 ปญั หาและอุปสรรคในการส่งเสรมิ การทางานของผสู้ ูงอายุ (1) ความไม่ม่ันคงด้านรายได้และอาชีพของแรงงานนอกระบบ ไม่ว่าจะเป็นวัย แรงงาน หรือผสู้ ูงอายุ

101 (2) ผู้สูงอำยุท่ีเคยทำงำนในระบบหำกเปล่ียนลักษณะงำนมำเป็นงำนนอกระบบอำจ ประสบปญั หำในกำรปรบั ตวั เรอ่ื งกำรบรหิ ำรจัดกำรดำ้ นรำยไดท้ ีไ่ มแ่ นน่ อน และกำรเปน็ นำยจ้ำงตวั เอง (3) กำรทำธรุ กจิ ในปจั จุบันยังเนน้ กำรจ้ำงพนกั งำนทีเ่ ปน็ วัยรนุ่ หรอื วัยแรงงำน โอกำส ในกำรจ้ำงแรงงำนทีเ่ ป็นผ้สู ูงอำยจุ ึงเปน็ ไปไดค้ ่อนขำ้ งยำก 4.3 แนวทางในการส่งเสริมการทางาน (1) ภำครัฐควรมีกำรสร้ำงภูมิคุ้มกันให้กับผู้สูงอำยุโดยเฉพำะผู้สูงอำยุที่เคยอยู่ใน ระบบและเปลี่ยนมำเป็นแรงงำนนอกระบบ ด้วยกำรเสริมประสทิ ธภิ ำพให้กับผสู้ ูงอำยุ ท้ังในดำ้ นขององคค์ วำมรู้ท่ี โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย เหมำะสมกับกำรทำงำน กำรบริหำรจัดกำรด้ำนรำยได้ ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของเงินออม/เงินชดเชย/สวัสดิการ เพ่ือลดความเส่ียงจากการทางานในช่วงบั้นปลายชีวิต และเสริมทักษะในเชิงธุรกิจ เช่น วิธีการจาหน่ายสิ นค้า ช่องทางการจาหนา่ ยสนิ ค้า รวมทงั้ ความรู้เกีย่ วกับเทคโนโลยที ี่สามารถนามาประยุกต์ใชใ้ นการทางานได้ (2) กำรส่งเสริมกำรทำงำนควรเร่ิมต้ังแต่ผู้ท่ีอยู่ในวัยแรงงำน โดยให้ควำมสำคัญใน เร่ืองสุขภำพ เพอื่ ใหม้ คี วำมพรอ้ มสำหรับกำรทำงำนอยำ่ งต่อเน่ือง (3) การส่งเสริมการทางานท่ีเหมาะสมกับพ้ืนฐานทักษะความรู้ เพ่ือให้การทางาน เป็นไปอย่างต่อเนื่องและมีความมั่นคงด้านรายได้ เช่น การทางานในเชิงธรุ กิจที่เหมาะสมกับผู้สงู อายุในเขตเมือง และการรบั งานมาทาทบ่ี ้านสาหรบั ผู้สงู อายใุ นเขตชนบท (4) การส่งเสริมการทางานท่ีไม่เน้นทักษะและมีลักษณะยืดหยุ่น เช่น การทางานบาง ช่วงเวลาในบางตาแหน่ง ได้แก่ พนักงานแนะนาสินค้าประเภทเฟอร์นิเจอร์ เครื่องแต่งบ้าน ในห้างสรรพสินค้า เปน็ ตน้ (5) กำรส่งเสริมให้ผู้สูงอำยุที่มีทักษะควำมเช่ียวชำญมีส่วนร่วมในกำรทำงำนท่ีไม่เน้น 122 รำยได้ เช่น จิตอำสำ หรืองำนท่ีมีค่ำตอบแทนแต่อำจจะน้อยกว่ำแรงงำนข้ันต่ำ โดยวัตถุประสงค์สำคัญคือกำร มงุ่ เนน้ ใหผ้ สู้ งู อำยุมคี วำมสุข และมสี ขุ ภำพกำยใจทแ่ี ขง็ แรง 4.4 กลยุทธ์ในการสง่ เสริมการทางานของผ้สู ูงอายุ (1) ส่งเสริมนโยบายการสร้างงานให้กับผู้สูงอายุอย่างต่อเนื่องท้ังในภาครัฐและ ภาคเอกชน โดยการขยายอายุการเกษยี ณ (2) ส่งเสริมให้ผู้ที่อยู่ในวัยเกษียณทางานอย่างต่อเนื่องในระบบ เน่ืองจากมีทักษะ ประสบการณ์ และความเชีย่ วชาญ นอกจากน้ียงั เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพกายใจ และการมที ศั นคติที่ดี (3) ส่งเสริมให้มีการจ้างแรงงานสูงอายุในภาคเอกชน โดยจะได้รับสิทธิในการลดหย่อน ภาษี แต่ทง้ั นีภ้ าคเอกชนควรมีการปรบั สภาพแวดล้อมในการทางานใหเ้ หมาะสม เพื่อสุขภาพและความปลอดภัยของ ผู้สูงอายุ (4) ส่งเสริมสุขภำพให้กับพนักงำน โดยเป็นสวัสดิกำรด้ำนสุขภำพท่ีจะส่งเสริม ประสิทธิภำพในกำรทำงำน

102 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย (5) ส่งเสริมให้ผู้สูงอำยุท่ีเป็นแรงงำนนอกระบบเข้ำมำสู่กำรทำงำนในระบบ โดยปรับ 123 รปู แบบกำรทำงำนใหม้ คี วำมยืดหยนุ่ และเหมำะสมกับผูส้ งู อำยุ (6) ส่งเสริมใหผ้ ู้สงู อำยุที่เกษียณจำกงำนในระบบเข้ำมำสูก่ ำรทำงำนนอกระบบ โดยมี กำรเสริมทกั ษะและองค์ควำมรู้ท่จี ำเปน็ สำหรบั กำรทำงำนตำมลกั ษณะทผี่ ู้สูงอำยุต้องกำร (7) ปรับรูปแบบการบริหารจัดการเชิงบูรณาการโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาค สว่ น ท้งั ภาครัฐ และภาคเอกชน 4.5 ข้อเสนอในการปรบั เปลย่ี นแนวทางการดาเนินงานด้านผสู้ ูงอายุ กำรปรับเปลี่ยนนิยำมของผู้สูงอำยุจำกกำรใช้เกณฑ์ 60 ปี ขยำยเป็น 65 ปี เพ่ือขยำย อำยุกำรทำงำนและลดงบประมำณในกำรจ่ำยเบี้ยยังชีพผู้สูงอำยุ โดยกำรปรับเปลี่ยนรูปแบบ/ให้ผลตอบแ ทนที่ สงู ขึ้น แต่ประเดน็ ดงั กลำ่ วคำดว่ำนำ่ จะไม่เป็นท่ยี อมรบั สำหรับผู้สูงอำยทุ อี่ ำยุยังไมถ่ งึ 65 ปี 4.6 ตวั อยา่ งการทางานของผู้สงู อายใุ นต่างประเทศ (1) ประเทศญี่ปุ่นมีการจ้างแรงงานเพ่ือทางานกับบริษัททัวร์ โดยไม่เน้นในเร่ืองของ จานวนพนักงาน แต่เนน้ เรอื่ งคุณภาพการทางานทต่ี ้องมีความเข้าใจและสามารถให้คาแนะนาได้ (2) ต่างประเทศมนี โยบายท่ีบังคบั ใช้อย่างชัดเจนในการกาหนดให้หน่วยงานมีการจ้าง งานผ้สู ูงอายุ และมกี ฎเกณฑ์ท่ชี ดั เจนในเรอ่ื งระบบบานาญ 5) นางศริ ลิ ักษณ์ มีมาก ผเู้ ชี่ยวชาญด้านผู้สงู อายุ กรมกิจการผ้สู งู อายุ 5.1 ความจาเป็นในการส่งเสริมการทางานของผสู้ ูงอายุ กำรส่งเสริมให้ผู้สูงอำยุมีงำนทำเป็นเรื่องท่ีจำเป็นอย่ำงยิ่ง เนื่องจำกด้วยโครงกำรของ ประชำกรมีสัดส่วนของผู้สูงอำยุเพิ่มสูงข้ึน และเมื่อรวมสัดส่วนของผู้สูงอายุและเด็กมีสัดส่วนอยู่ที่ร้อยละ 40 ในขณะท่ีวัยแรงงานมีสัดส่วนร้อยละ 60 ซึ่งแรงงานที่เป็นกลุ่มท่ีสร้างรายได้หลักในเชิงมหภาค สัดส่วนของ แรงงำนทีล่ ดลงจึงสง่ ผลตอ่ ภำวะเศรษฐกิจโดยรวม แรงงานนอกระบบท่ีเป็นผู้สูงอายุรวมทั้งประเทศมีจานวนค่อนข้างสูง โดยมีจานวน 3.59 ลา้ นคนโดยประมาณ อาชพี สว่ นใหญ่เป็นเกษตรกร ซง่ึ มีรายได้ไมแ่ น่นอนและสง่ ผลต่อค่าใช้จา่ ยของประเทศ นอกจากมิติด้านเศรษฐกิจแล้ว กำรทำงำนของผู้สงู อำยุยงั สง่ ผลตอ่ มิติด้ำนสุขภำพ โดย เป็นกำรส่งเสริมให้ผู้สูงอำยุพัฒนำระบบกำรทำงำนของร่ำงกำย ควำมคิด ควำมจำ ทำให้มีคุณภำพชีวิตท่ีดีข้ึน ชะลอ ความเสื่อมตามวัย สร้างความรู้สึกมีคุณค่าและศักดิ์ศรี อีกทั้งยังช่วยลดปัญหาการเกิดโรคซึมเศร้าจากความรู้สึก เหงา โดดเด่ยี ว ในส่วนของสานักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีการกาหนดแนวทางในการ ดาเนินงานเพ่ือยกระดบั การมรี ายได้ โดยส่งเสริมให้ผสู้ งู อายุมงี านทาเพือ่ เป็นสว่ นหนง่ึ ในกาลังแรงงาน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 103 5.2 นโยบายและยุทธศาสตร์ท่ีเกยี่ วข้อง (1) แผนผสู้ งู อายแุ หง่ ชาติ ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ.2545 – 2564) ยทุ ธศาสตรส์ ง่ เสริมผู้สูงอายุ ในสว่ นของมาตรการส่งเสริมดา้ นการทางานและการหารายได้ของผู้สงู อายุ (2) พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2553) มาตราที่ 11 ผู้สูงอายุ มีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนในด้านต่างๆ ข้อท่ี 3 การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพท่ี เหมาะสม (3) กองทุนผู้สูงอายุที่จัดตั้งข้ึนตามมาตรา 13 แห่งพระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เพ่อื เป็นทนุ ใชจ้ า่ ยเกี่ยวกับการค้มุ ครอง การส่งเสรมิ การสนบั สนนุ ผ้สู ูงอายุ (4) ระเบียบวาระแห่งชาติเร่ืองสังคมสูงอายุ มาตรการหลักที่ 1 ในส่วนของ 6 Sustainable คือมาตรการสง่ เสรมิ การมงี านทาและมรี ายไดข้ องผูส้ งู อายุ 5.3 การดาเนินงานของหนว่ ยงานท่ีเก่ียวข้อง (1) กระทรวงแรงงานมีการผลักดันพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ฉบับท่ี 6 (พ.ศ. 2560) ในการส่งเสริมให้สถานประกอบการท่ียังไม่มีการกาหนดอายุเกษียณราชการของพนักงานให้กาหนดอายุ การเกษยี ณที่ 60 ปี และสง่ เสรมิ ในดา้ นของการจา้ งงานแบบต่อเนื่อง (2) นอกจากน้ีกระทรวงแรงงานได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ให้ดำเนินกำรจัดทำกลยุทธ์ในกำรส่งเสริมกำรจ้ำงงำนผู้สูงอำยุ โดยมีกรมกิจการผู้สูงอายุทาหน้าท่ีเป็นเลขาของ คณะทางาน รวมทั้งส่งเสริมกำรทำงำนร่วมกันระหว่ำงภำครัฐ ภำคเอกชน และภำคประชำสังคมตำมนโยบำย ประชำรฐั เพอื่ สงั คม (E6) 124 5.4 แนวทางการสง่ เสริมการทางาน (1) ในกรณขี องผู้สงู อำยุไมต่ ้องกำรที่จะทำงำนให้เคำรพในสิทธิและควำมต้องกำรของ ผู้สูงอำยุ แต่อำจจะมีกำรส่งเสริมกำรมีส่วนร่วมในกลุ่ม/ชมรม/เครือข่ำย ที่มีกิจกรรมและกำรให้ควำมรู้เกี่ยวกับ สุขภำพ (ในกรณีที่ผู้สูงอายุมีปัญหาเร่ืองสุขภาพ) เมื่อผู้สูงอายุมีสุขภาพท่ีสมบูรณ์แข็งแรงมากข้ึน ควรมีการสรำ้ ง แรงจูงใจ/ควำมมั่นใจในศักยภำพของตนเอง โดยอาจส่งเสริมจากกิจกรรมเล็กๆ ที่ประสบความสาเร็จได้ไม่ยาก และค่อยๆ ปรับขยำยส่กู ำรสรำ้ งงำน สรำ้ งอำชพี (2) ในกรณีที่ครอบครัวไม่ต้องกำรให้ผู้สูงอำยุทำงำน ควรมีกำรปรับทัศนคติของ ครอบครัว และชุมชน ให้เข้ำใจถึงกำรทำงำนว่ำไม่ได้เป็นกำรใช้แรงงำนผู้สูงอำยุ แต่เป็นกำรส่งเสริมทั้งสุขภำพ ร่ำงกำยและจิตใจ นอกเหนือจากรายได้ท่ีผู้สูงอายุจะได้รับ การทางานยังเป็นโอกาสท่ีได้ออกกาลังเคลื่อนไหว ร่างกาย พัฒนาระบบความคดิ ความจา ฝึกสมาธิ และส่งเสริมการใช้เวลาว่างใหเ้ ปน็ ประโยขน์ (3) ชุม ช น ท้อ ง ถิ่นค ว รมีก ำ รจัดทำ ฐ ำนข้อ มูลเกี่ยว กับค ว ำม เชี่ยว ช ำญ/ ประสบกำรณ์/ภูมิปัญญำ/คลังปัญญำของผู้สูงอำยุ และควำมต้องกำรในกำรทำงำน โดยมีการจัดการข้อมูลอย่าง เปน็ ระบบ จาแนกตามประเภท/หมวดหมอู่ ยา่ งชดั เจน

104 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย (4) มีกำรนำเสนอข้อมูลที่มีกำรจัดทำเพื่อเป็นทำงเลือกในกำรสนับสนุนกำรทำงำนใน 125 พ้ืนท่ี และกำหนดพื้นที่ในกำรถ่ำยทอดควำมรู้/ภูมิปัญญำ/ประสบกำรณ์ท่ีเหมำะสม และสร้างการเรียนรู้ร่วมกัน เพ่ือต่อยอดส่กู ารพัฒนาด้านอาชีพ (5) การส่งเสริมการประกอบอาชีพในลักษณะของการรวมกลุ่ม เพื่อให้ผู้สูงอายุมี สังคมและมคี วามต้องการในการทากจิ กรรมรว่ มกับผู้อน่ื (6) ชุมชนท้องถิ่น หลายพื้นท่ีมีการผลิตสนิ ค้า แต่ยังไม่มีมาตรฐานและศักยภาพเพียง พอทจ่ี ะยกระดับเป็นวสิ าหกิจชมุ ชน ดังนน้ั จึงควรสรา้ งการรวมกลมุ่ และสง่ เสริมการแลกเปล่ยี นเรียนรู้ระหวา่ งกลุ่ม (7) การออกแบบส่งเสริมการทางานที่เหมาะสมกับความรู้ ทักษะ และความต้องการ ของผู้สูงอายุ โดยเป็นลกั ษณะของงานท่ีมีความยดื หยนุ่ ทงั้ ในเร่อื งของเวลา และสถานที่ เช่น ในกรณขี องผูส้ ูงอายุ ท่ีช่ืนชอบการทอ่ งเท่ียว อาจส่งเสรมิ ใหเ้ ป็นไกดแ์ นะนาสถานที่ทอ่ งเทีย่ วในชุมชน (8) กาหนดค่าตอบแทนและระยะเวลาในการทางานให้มีความเหมาะสมตามลักษณะ งานท่ีผู้สูงอายุสามารถทาได้ เช่น การทางานไม่เกิน 7 ชั่วโมง/วัน หรือทางานไม่เกิน 6 ช่ัวโมง/วัน ได้รับ คา่ ตอบแทน 45 บาท/ชั่วโมง (9) ภำครัฐควรมีส่วนร่วมในกำรให้ข้อมูลกับชุมชนเกี่ยวกับทุนทำงสังคมที่ชุมชนมี กำรพัฒนำต่อยอดเก่ียวกับกำรผลิต กำรสร้ำงบรรจภุ ัณฑ์ (Packaging) ให้มีรูปแบบท่ีน่ำสนใจ ได้มำตรฐำน และ สำมำรถท่ีจะส่งออกได้ ตลอดจนหาช่องทางการตลาดในการจาหน่ายผลิตภัณฑ์ และเสริมองค์ความรู้เพ่ือการ พัฒนาอยา่ งต่อเนอ่ื ง (10) การทางานเชิงบรู ณาการระหว่างภาครัฐ เชน่ กระทรวงแรงงาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคเอกชน และสถาน ประกอบการ ซึ่งในปัจจุบันมีสถานประกอบการหลายแห่งท่ีให้ความร่วมมือ เช่น Big C, Lotus ที่มีการจ้างงาน ผู้สงู อายุ ปัม๊ น้ามันบางจากเปดิ พื้นท่ีในการจาหนา่ ยผลิตภัณฑ์จากกลุ่มผู้สูงอายุ ซ่งึ การส่งเสริมดังกลา่ วเป็นสิ่งสาคัญ ที่ทาให้ผู้สูงอายุได้ใช้ทักษะความรู้ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ นอกจากน้ีในส่วนของท้องถ่ิน/ชุมชนสามารถทาหน้าท่ี เปน็ กลไกในการประสานงานไดเ้ ปน็ อยา่ งดี เน่ืองจากมีความใกล้ชิดกับชุมชนและรูจ้ กั ผู้สงู อายใุ นพน้ื ท่ี 5.5 กลยทุ ธใ์ นการสง่ เสริมการทางาน (1) กระจายงานสู่บา้ น และชมุ ชน (2) ขยายอายุการเกษียณในระบบราชการ (3) สง่ เสรมิ การขยายอายกุ ารทางานให้เปน็ ไปอย่างต่อเน่ืองในภาคเอกชน (4) จดั ทาฐานข้อมูลตลาดแรงงาน (5) สร้ำงกลไกในกำรประสำนงำนระหว่ำงภำครัฐ ภำคเอกชน และภำคประชำสังคม โดยอำศัยข้อมูลจำกฐำนข้อมูลผู้สูงอำยุที่มีความต้องการทางาน ท้ังในส่วนของจานวน ทักษะความรู้/

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 105 ประสบการณ์ ความต้องการในการทางาน และทุนทางสังคมที่มีอยู่ในชุมชน เพื่อออกแบบกระบวนการท่ี เหมาะสมและสอดคลอ้ งกบั ความตอ้ งการของผู้สูงอายุ (6) สร้างความร่วมมือในรูปของเครือขา่ ยและภาคีหนนุ เสรมิ การทางาน 6) สรปุ ความคดิ เห็นของผ้เู ช่ียวชาญ และนักวิชาการในภาพรวม จากการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญและนักวิชาการจานวน 5 ท่าน แต่ละท่านได้สะท้อน มมุ มองความคิดเห็นที่มีทั้งความเหมือนและความแตกตา่ ง ซึ่งล้วนแลว้ แต่เป็นมุมมองที่ทาให้เข้าใจสถานการณ์การ ทางานของผู้สูงอายุมากข้ึน รวมทั้งใหข้ ้อเสนอแนะแนวทางและกลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานสาหรับผสู้ ูงอายุท่ี เปน็ ประโยชนต์ ่อการขบั เคล่อื นงานในพื้นท่ี ขอ้ สรปุ ความคดิ เหน็ ของผเู้ ชย่ี วชาญ และนกั วิชาการมรี ายละเอยี ดดังนี้ 6.1 ความจาเปน็ ในการสง่ เสรมิ การทางานของผู้สูงอายุ ผู้เช่ียวชาญและนักวิชาการบางท่านมีความคิดเห็นว่าการส่งเสริมการทางานของ ผู้สูงอายุเป็นส่ิงที่จาเป็น เนื่องจากผู้สูงอำยุในปัจจุบันมีศักยภำพมำกกว่ำผู้สูงอำยุในอดีตและเป็นกำลังแรงงำน เสรมิ ให้กับวัยแรงงำนที่มีสัดส่วนลดลง โดยเฉพาะแรงงานนอกระบบทสี่ ามารถกาหนดอายุการทางานของตนเอง ได้ และในมิติเชิงเศรษฐกิจประชากรสูงอายุคือทรัพยากรท่ีมีคุณค่า สามารถสร้างประโยชน์ได้ นอกจากนี้การ ทางานยังเป็นการส่งเสริมสุขภาพของผู้สูงอายุ โดยเป็นการพัฒนาระบบความคิด ความจา และการออกกาลัง เคลือ่ นไหวร่างกาย ส่วนมุมมองในอีกด้านหนึ่ง ผู้เช่ียวชาญ/นักวิชาการมีความคิดเห็นว่า กำรส่งเสริมให้ ผู้สูงอำยุทำงำนมำกขึ้นไม่ใช่สิ่งท่ีจำเป็น เนื่องจำกผู้สูงอำยุท่ีเป็นแรงงำนนอกระบบของประเทศไทยมีจำนวน ค่อนขำ้ งสูงเมือ่ เทียบกับประเทศเพือ่ นบ้านในเอเชยี และมแี นวโน้มทเ่ี พมิ่ สงู ข้ึน นอกจากนี้การทางานของแรงงาน 126 นอกระบบไม่มีเกณฑ์ของอายุเป็นตวั กาหนด แรงงานสูงอายสุ ามารถตัดสนิ ใจได้เองวา่ จะทางานต่อไปหรือไม่ โดย ปัจจัยสาคัญที่เก่ียวข้องได้แก่ ความไม่ม่ันคงทางเศรษฐกิจท่ีทาให้ผู้สูงอายุมีการทางานอย่างต่อเนื่องเพ่ือให้มี รายได้เพิ่มมากข้ึน ในขณะที่ผู้สูงอายุบางคนยังคงทางานต่อไปเน่ืองจากมีความพร้อมด้านสุขภาพ และมีทักษะ/ ความเช่ียวชาญท่เี ป็นประโยชน์ตอ่ การทางาน 6.2 ปญั หาอปุ สรรค/ขอ้ จากดั ในการทางานของแรงงานสูงอายุนอกระบบ (1) ปัญหาด้านสุขภาพ/โรคประจาตวั ท่ีทาให้ผู้สงู อายไุ ม่มคี วามพร้อมต่อการทางาน (2) ค่านิยมของสังคมท่ีไม่นิยมให้ผู้สูงอายุทางาน เนื่องจากเป็นวัยทสี่ มควรพักผ่อนและ ไม่ตอ้ งการใชแ้ รงงานผู้สูงอายุ บุตรหลานในครอบครัวควรเปน็ ผู้ดูแลและทางานเพื่อหารายได้ (3) ข้อจากัดด้านการเข้าถึงองค์ความรู้และข้อมูลข่าวสารต่างๆ ท่ีจะส่งเสริมการเรียนรู้ และนาไปสู่การทางานได้จรงิ (4) แรงงานนอกระบบไม่ต้องการเปล่ียนแปลงลักษณะการทางานในรูปแบบใหม่ๆ ท่ี ตนเองไม่มที ักษะและประสบการณ์

106 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย (5) ผู้สูงอายุที่เคยทางานในระบบหากเปลี่ยนลักษณะงานมาเป็นงานนอกระบบอาจ 127 ประสบปัญหาในการปรบั ตวั เร่ืองการบริหารจัดการด้านรายได้ท่ไี มแ่ น่นอน และการเป็นนายจ้างตัวเอง (6) นโยบายด้านการส่งเสรมิ การทางานทก่ี าหนดข้ึนไม่ได้นาไปสู่การปฏิบตั ิอย่างจรงิ จงั และเกิดประสทิ ธิผลในพน้ื ที่ 6.3 นโยบายและยุทธศาสตรท์ ี่เกยี่ วข้องกบั การส่งเสริมการทางานของผูส้ ูงอายุ (1) พระราชบัญญัติผู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับที่ 2 พ.ศ.2553) มาตราที่ 11 ผู้สูงอายุมี สิทธิได้รับการคุ้มครอง การส่งเสริมและการสนับสนุนในด้านต่างๆ ข้อที่ 3 การประกอบอาชีพหรือฝึกอาชีพท่ี เหมาะสม กองทุนผ้สู ูงอายุทจี่ ดั ตั้งขึ้นตามมาตรา 13 แหง่ พระราชบัญญัตผิ ู้สูงอายุ พ.ศ. 2546 เพอ่ื เป็นทุนใช้จ่าย เกย่ี วกบั การคมุ้ ครอง การส่งเสรมิ การสนบั สนนุ ผูส้ งู อายุ (2) แผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ฉบับท่ี 2 (พ.ศ.2545 – 2564) ยุทธศาสตร์ส่งเสริมผู้สูงอายุ ในส่วนของมาตรการสง่ เสริมด้านการทางานและการหารายได้ของผ้สู ูงอายุ (3) ระเบียบวาระแห่งชาติเร่ืองสังคมสูงอายุ มาตรการหลักที่ 1 ในส่วนของ 6 Sustainable คือมาตรการส่งเสริมการมีงานทาและมรี ายไดข้ องผสู้ งู อายุ (4) นโยบายในเชิงปฏบิ ัติ - การขับเคลื่อนกลยทุ ธ์ในการจ้างงานผ้สู ูงอายุให้เกดิ ประสิทธผิ ลในระดับพนื้ ที่ - การขยายอายุการเกษียณทั้งในภาครฐั และภาคเอกชน - การสร้างแรงจูงใจให้ภาคเอกชนมีการจ้างงานผู้สูงอายุ โดยได้รับสิทธิในการ ลดหย่อนภาษี การสง่ เสรมิ สวสั ดกิ ารดา้ นสขุ ภาพใหก้ ับพนักงานเพ่อื ส่งเสริมประสิทธภิ าพในการทางาน - การบริหารจัดการเชิงบูรณาการโดยเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ท้ัง ภาครัฐ และภาคเอกชน 6.4 แนวทางในการสง่ เสริมการทางานของผู้สูงอายุ (1) การส่งเสรมิ ด้านรปู แบบการทางาน - การส่งเสริมการทางานควรเร่ิมต้ังแต่ผู้ที่อยู่ในวัยแรงงาน โดยให้ความสาคัญใน เรอ่ื งสุขภาพ เพือ่ ใหม้ คี วามพร้อมสาหรบั การทางานอย่างต่อเนอ่ื ง - การทางานของผู้สูงอายุที่มีความสามารถเฉพาะด้าน เช่น วิทยากร มัคคุเทศก์ เป็นตน้ - การออกแบบส่งเสริมการทางานท่เี หมาะสมกับความรู้ ทักษะ และความตอ้ งการ ของผสู้ งู อายุ โดยเป็นลักษณะของงานทมี่ ีความยดื หยุน่ ทง้ั ในเรอ่ื งของสขุ ภาพ เวลา และสถานที่ - การทางานในลักษณะท่ีไม่ต้องใช้ทักษะความรู้ที่มากจนเกินไปและผู้สูงอายุ สามารถทีจ่ ะฝกึ ฝนได้

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 107 - การส่งเสริมการประกอบอาชีพในลักษณะของการรวมกลุ่ม เพื่อให้ผู้สูงอายุมี สงั คมและมีความต้องการในการทากจิ กรรมร่วมกบั ผู้อนื่ รวมทัง้ สง่ เสรมิ การแลกเปลีย่ นเรยี นรู้ระหว่างกลมุ่ - การส่งเสริมให้ผู้สูงอายุท่ีมีทักษะความเชี่ยวชาญมีส่วนร่วมในการทางานที่ไม่เน้น รายได้ แตเ่ น้นในเรื่องของสุขภาพและการมสี ังคม (2) การสง่ เสรมิ การทางานในเชิงคณุ ภาพ - ส่งเสริมการวางแผนชีวิตและบริหารจัดการทางด้านการเงินตั้งแต่ก่อนเข้าวัย สูงอายุ ซึ่งเป็นการสร้างความพร้อมใหผ้ ู้สงู อายุสามารถทางานไดอ้ ย่างต่อเนอ่ื งโดยปรับทัศนคติใหม่ว่า “อายุเป็น เพียงตัวเลข” - การจัดทาฐานข้อมูลของชุมชนท้องถ่ินเก่ียวกับความเช่ียวชาญ/ประสบการณ์/ ภูมิปัญญา/คลังปัญญาของผู้สูงอายุ และความต้องการในการทางาน รวมท้ังนาเสนอข้อมูลท่ีมีการจัดทาเพื่อเปน็ ทางเลือกในการสนับสนนุ การทางานในพืน้ ท่ี - การมีส่วนร่วมของทีมนักวิจัยในการระดมสมองร่วมกับชุมชน เพื่อค้นหา ประเภทของงานท่เี หมาะสมกบั แรงงานนอกระบบทเ่ี ปน็ ผู้สงู อายุ - การพัฒนาศักยภาพตามพื้นฐานทักษะความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่เดิม เพื่อ เสริมคุณภาพในการทางาน ทดแทนสมรรถนะทล่ี ดนอ้ ยลง เช่น งานวิทยากร จิตอาสา - การส่งเสริมทักษะโดยผู้ที่มีความรู้และสามารถให้คาแนะนาเพื่อยกระดับ/ปรับ วิธใี นการประกอบอาชพี ใหก้ ับผสู้ งู อายุ - การเพ่มิ ทักษะด้านเทคโนโลยีท่จี าเป็นตอ่ การทางานให้กบั ผูส้ งู อายุ 128 - การส่งตัวแทนจากชุมชนเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรต่างๆ ที่สามารถนามาต่อ ยอดอาชพี ในชมุ ชน และมกี ารถา่ ยทอดความรูใ้ ห้กบั กลุ่มอาชีพเพื่อปรับปรุงผลติ ภัณฑ์ (3) แนวทางการส่งเสริมการทางานทส่ี ัมพนั ธ์กบั ครอบครัว ชุมชน และภาครฐั - การปรับทัศนคติของครอบครัวให้เข้าใจว่าการทางานไม่ได้เป็นการใช้แรงงาน ผ้สู งู อายุ แตเ่ ป็นการสง่ เสรมิ ให้ผู้สูงอายใุ ชป้ ระสบการณท์ ่มี ใี หเ้ กิดประโยชน์ - ครอบครัวท่ีมีภูมิปัญญาควรมีการถ่ายทอดสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน เพ่ือสืบสานภูมิ ปัญญาทเี่ ปน็ เอกลักษณ์และสามารถพฒั นาต่อยอดได้ - องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินควรส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีรูปแบบท่ี หลากหลาย เพื่อเพ่ิมมูลค่าและส่งเสริมการมีงานทาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเป็นกลไกในการประสานงานกับ หน่วยงานภายนอกเพ่อื สง่ เสริมการทางานของผู้สูงอายุ - ภาครัฐควรมีส่วนร่วมในการให้ข้อมูลกับชุมชนเกี่ยวกับทุนทางสังคมที่ชุมชนมี การพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อสร้างผลิตภัณฑ์ที่มีมาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาดและ ตอบสนองตอ่ ระบบเศรษฐกิจ รวมทัง้ ส่งเสริมการรวมกล่มุ ประกอบอาชีพทม่ี คี วามเปน็ เอกลักษณ์และทันสมัย

108 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย - ภาครฐั ควรมกี ารเสรมิ ทักษะความรู้ ทง้ั ในด้านขององค์ความรู้ทเี่ หมาะสมกับการ 129 ทางาน และการบริหารจัดการด้านรายได้สาหรับแรงงานที่เคยทางานในระบบและมีความต้องการท่ีจะทางาน นอกระบบ - การทางานเชิงบูรณาการระหว่างภาครัฐ องค์กรปกครองส่ วนท้องถ่ิน ภาคเอกชน สถานประกอบการ เพอื่ ส่งเสริมการทางานของผูส้ งู อายุอยา่ งเป็นระบบ มีความต่อเนื่องและยั่งยนื 6.5 กลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานของแรงงานนอกระบบท่ีเป็นผู้สูงอายุจากการ ประมวลความคดิ เห็นของผเู้ ชีย่ วชาญ/นักวิชาการ 1) กระจายงานสู่บ้าน และชุมชน รวมท้ังมีศูนย์ในการกระจายสินค้าเพ่ือให้มีอานาจ ในการต่อรองและกาหนดราคาสนิ ค้า 2) จัดทาฐานข้อมูลของแรงงานนอกระบบและประเมินสถานการณ์การทางานใน ปัจจบุ ัน 3) ออกแบบอาชีพทีเ่ หมาะสมตามความตอ้ งการของผสู้ งู อายุและบริบทของพนื้ ที่ 4) เสริมทักษะความรูแ้ ละกระตุน้ ใหม้ กี ารแลกเปล่ยี นเรยี นรู้ซึ่งกันและกัน เช่น ทักษะ การผลิตสนิ ค้าใหม้ ีรปู แบบทนั สมยั และทักษะด้านเทคโนโลยีท่จี าเปน็ 5) สร้างคนท่ีจะไปเรยี นรกู้ ารทางานและมาถา่ ยทอดสู่ผู้สงู อายุ (Trainner) 6) นาจุดเด่นของพ้ืนท่ีมาออกแบบสร้างเป็น Story เพื่อสร้างความน่าสนใจ เพิ่ม มูลค่า และเชือ่ มโยงสชู่ อ่ งทางการจาหน่าย 7) จัดทา Road Show เพื่อนาเสนอผลิตภัณฑ์ของผู้สูงอายุให้เข้าถึงกลุ่มผู้บริโภค มากข้นึ 8) จัดทาประชาพิจารณ์เพื่อเป็นข้อมูลสะท้อนกลับให้ประชาชนได้รับรู้เกี่ยวกับ สถานการณก์ ารทางานของผ้สู งู อายใุ นปัจจุบนั โดยหนว่ ยงานภาครฐั 9) กาหนดแนวทางการควบคุมมาตรฐานการผลิตสินค้าจากแรงงานนอกระบบ โดย หนว่ ยงานภาครฐั 10) บูรณาการความร่วมมือระหว่างทุกภาคส่วนเพ่ือส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุ เชน่ โดยใช้ฐานข้อมลู ของแรงงานนอกระบบในการกาหนดลักษณะงานที่เหมาะสม หรอื การกาหนดเป็น Project 11) ยกระดับการพฒั นาอาชีพใหท้ นั สมยั และกา้ วส่รู ะดบั โลก

130 โครงการวจิ ยั กลยทุ ธ์สง่ เสริมการท�ำ งานของผ้สู งู อายไุ ทย

บทท่ี 5 สรุป อภิปรายผลและขอ้ เสนอแนะ 131 โครงการวจิ ยั กลยทุ ธ์สง่ เสริมการท�ำ งานของผ้สู งู อายไุ ทย

บทที่ 5 สรปุ อภปิ รายผลและขอ้ เสนอแนะโครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย > สรปุ ผลการศึกษาวจิ ยั > อภปิ รายผลการวิจัย > สรุปความเชอื่ มโยงของปจั จยั ต่างๆ ทส่ี ่งผลต่อความตอ้ งการในการท�ำ งาน และ น�ำ ไปส่กู ารก�ำ หนดกลยุทธเ์ พอ่ื สง่ เสริมการท�ำ งานของผใู้ หญ่และผ้สู ูงอายุ > ขอ้ จำ�กดั ของการศกึ ษา > ข้อเสนอแนะเพือ่ พัฒนาการทำ�งาน 132

110 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย บทที่ 5 133 สรุป อภปิ รายผล และขอ้ เสนอแนะ การเปล่ยี นแปลงโครงสร้างของประชากรเปน็ ไปตามยุคสมัย ความคิด ความเช่ือ ค่านิยม และพฤติกรรม ของคนในขณะนั้นๆ ความก้าวหน้าและวิทยาการทางการแพทย์ส่งผลให้ประชากรมีอายุที่ยืนยาวข้ึน ขณะเดียวกันความเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกิจสง่ ผลต่อการมีอาชีพท่ีหลากหลาย และความต้องการรายได้ในการ ดารงชีวิตมากขึ้นตามค่าครองชีพที่เปล่ียนแปลงไปตามภาวะเศรษฐกิจ ประชาชนมีการกระจุกตัวอยู่ในแหล่งที่มี อาชีพหลากหลายรองรับทาให้แยกตัวจากครอบครัว ในปัจจุบันครอบครัวจึงมีขนาดเล็กลงกลายเป็นครอบครัว เดยี่ วมากขนึ้ และผลจากการทางานทาใหค้ วามต้องการในการมบี ุตรลดน้อยลง คนทมี่ สี ถานะโสดเพิ่มจานวนมาก ขึ้น อัตราของประชากรวัยเด็กจึงลดน้อยลง ขณะท่ีวัยแรงงานมีอัตราท่ีลดน้อยลงเช่นกัน ตรงกันข้ามกับวัย ผู้สูงอายุท่ีมีอัตราเพ่ิมมากข้ึน โครงสร้างของประชากรสูงอายุที่เพิ่มขี้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับวัยแรงงานท่ีมี แนวโน้มลดลงแม้ไม่มากนัก และประชากรวัยเด็กมีอัตราลดลงน้ัน ทาให้ฐานโครงสร้างประชากรเปลย่ี นแปลงไป สดั สว่ นของผสู้ งู อายุท่เี พิม่ มากขึน้ ทาให้ประเทศไทยจัดอยู่ในสังคมสูงอายุ หากพิจารณาในมิติเชิงเศรษฐกิจ การลดลงของวัยแรงงานแสดงถึงกาลังการผลิตที่ลดลง และเกิด ภาวะการพึ่งพิงมากข้ึน ส่วนในมิติเชิงสังคม ผู้สูงอายุที่มีสมรรถนะทางร่างกายลดน้อยลงคล้ายจะถูกลดทอน คณุ ค่าและศกั ดศ์ิ รี ความสาคัญและบทบาททเ่ี คยมลี ดน้อยลง ดงั นั้น การสง่ เสริมการทางานของผู้สูงอายนุ อกจาก จะเป็นส่วนสาคัญในการเพิ่มกาลังการผลิตแล้ว ยังเป็นการสร้างคุณค่า การมีบทบาท และการยอมรับจากสังคม พร้อมกนั ไปในขณะเดียวกนั การศึกษาวิจัยเรื่อง “กลยุทธ์การส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุไทย” เป็นการกาหนดแนวทางในการ ส่งเสริมให้ผู้ท่ีกาลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ และผู้สูงอายุในวัยต้นมีบทบาท/มีส่วนร่วมในการทางานมากข้ึน ท้ังเพ่ือ เสรมิ กาลังแรงงานในภาคเศรษฐกจิ และสร้างคณุ ค่าพร้อมคุณภาพชวี ติ ที่ดีให้กับผ้สู ูงอายุ วัตถปุ ระสงคส์ าคัญของ การศึกษาวิจัยคือ เพ่ือศึกษาทัศนคติและความต้องการการสนับสนุนการทางานท่ีส่งผลต่อความต้องการในการ ทางานของผู้สูงอายุ ซึ่งจะนาไปสู่การกาหนดกลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานท่ีเหมาะสม วิธีการวิจัยใช้แบบ ผสานวิธีโดยประกอบด้วย การวิจัยเชิงเอกสาร การวิจัยเชิงปริมาณ และการวิจัยเชิงคุณภาพที่ใช้ท้ังวิธีการ สนทนากลมุ่ และการสัมภาษณเ์ ชงิ ลกึ กลมุ่ ตวั อยา่ งสาหรบั การวิจยั เชิงปริมาณคอื แรงงานนอกระบบ/ผูว้ ่างงานท่ี มีอายุระหว่าง 55 – 65 ปี ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบของสานักงานส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 1 – 12 (สสว.1-12) จานวน 24 จังหวัด รวมกลุ่มตัวอย่างจานวน 3,600 คน ส่วนการสนทนากลุ่มประกอบด้วย ตัวแทนจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องในพ้ืนท่ี และชมรม/สมาคมผู้สูงอายุจากท้ัง 12 เขต จานวน กลุ่มละ 15 – 20 คน/1 เขตพื้นที่ สสว. การสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มเป้าหมายคือ ผู้เชี่ยวชาญ/นักวิชาการที่ เก่ียวขอ้ งกบั งานดา้ นแรงงานและผ้สู ูงอายุ จานวน 5 คน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 111 5.1 สรปุ ผลการศึกษาวิจัย 5.1.1 ขอ้ มลู ทว่ั ไป 1) ลักษณะของกลุ่มตัวอยา่ ง ข้อมลู จากการศึกษาวจิ ัยในพื้นท่ที ่ีมีการเก็บรวบรวมจากกลุ่มตวั อย่าง ที่เปน็ แรงงานนอกระบบ/ผู้ว่างงานท่ีมีอายรุ ะหวา่ ง 55 – 65 ปี เกณฑ์ของอายจุ าแนกเปน็ 2 ช่วงคอื กลุ่มวัยผู้ใหญ่ อายุระหว่าง 55 – 59 ปี และกลุ่มผู้สูงอายุท่ีมีอายุระหว่าง 60 – 65 ปี จานวน 3,600 คน เกณฑ์ในการคัดเลือก กลุ่มตัวอย่างตามช่วงอายุดังกล่าวคือ กลุ่มแรกเป็นกลุ่มที่ควรต้องมีการเตรียมความพร้อมเพ่ือส่งเสริมการทางาน ให้เป็นไปอย่างต่อเน่ือง ส่วนกลุ่มท่ีสองเป็นผู้สูงอายุวัยต้นซ่ึงพบว่ามีผู้ท่ียังทางานอยู่จานวนค่ อนข้างมากและ จานวนผู้ทางานลดลงอยา่ งชัดเจนหลงั จากอายุ 65 ปี เปน็ ตน้ ไป 2) ข้อมูลพื้นฐานในเชิงเปรียบเทียบ ผลจากการศึกษาทาให้ทราบถึงข้อมูลพ้ืนฐานในเชิง เปรียบเทียบ จากกลุ่มตัวอย่างจานวน 3,600 คน เป็นเพศชาย 1,294 คน และเพศหญิง 2,306 คน ซึ่งคิดเป็น ร้อยละ 35.94 และร้อยละ 64.06 ตามลาดับ การท่ีกลุ่มตัวอย่างจากการวิจัยส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงเน่ืองจากใน พ้ืนท่ีที่มีการเก็บรวบรวมข้อมูล ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุท่ีมีโอกาสได้พบและพร้อมให้ข้อมูลเป็นเพศหญิงมากกว่าเพศ ชาย การประมวลผลข้อมูลในเชิงเปรียบเทียบทาให้ทราบถึงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลพ้ืนฐานต่างๆ ของกลุ่ม ตัวอย่าง เช่น เมื่อเทียบโดยใช้เกณฑ์ของเพศและอายุ พบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่เป็นเพศหญิงวัยสูงอายุ จานวน 1,358 คน คิดเป็นอัตรารอ้ ยละ 37.72 เมอื่ เทียบโดยใช้เกณฑ์ของเพศและการศึกษา พบว่า กลมุ่ ตวั อย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศหญงิ ที่ได้รับการศึกษาในระดับประถมศึกษาจานวน 1.603 คน คิดเป็นร้อยละ 69.51 เมือ่ เทียบ โดยใช้เกณฑ์ของอายแุ ละการศึกษา พบว่า สว่ นใหญ่เปน็ ผู้สูงอายุที่เรียนจบชนั้ ประถมศึกษาจานวน 1,583 คน มี อัตราร้อยละ 73.66 เม่ือเทียบสถานภาพสมรสตามช่วงอายุพบว่า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีสถานภาพสมรสและ 134 อย่ใู นวัยสงู อายุ โดยมีจานวน 1,337 คน คดิ เปน็ อัตราร้อยละ 62.22 เมือ่ เทยี บความพิการกบั ช่วงอายุพบวา่ กลุ่ม ตัวอยา่ งเป็นผูพ้ กิ ารคอ่ นข้างน้อยโดยมีจานวนเท่ากบั 212 คน หรอื เท่ากบั ร้อยละ 5.89 และเป็นผูส้ งู อายุมากกว่า วยั ผูใ้ หญ่ ลกั ษณะความพิการส่วนใหญพ่ ิการทางการเคลือ่ นไหวหรือรา่ งกาย 3) สมาชิกในครอบครัว การทางานของสมาชิกในครอบครัวพบว่าแต่ละครอบครัวมีสมาชิกโดย เฉลี่ยเท่ากับ 3.84 ในขณะที่มีจานวนสมาชิกท่ีทางานเฉลี่ยเท่ากับ 2.13 สัดส่วนของสมาชิกที่ทางานต่อสมาชิก ทงั้ หมดในครอบครัวเทา่ กับ 0.55 4) การประกอบอาชีพ เมื่อเทียบกลุ่มตัวอย่างตามช่วงอายุและการประกอบอาชีพ พบว่า กลุ่ม ตวั อยา่ งส่วนใหญ่ยงั คงประกอบอาชีพโดยมจี านวนเทา่ กบั 2,542 คน หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 70.61 และสว่ นใหญอ่ ยู่ ในวัยผใู้ หญโ่ ดยมีจานวน 1,181 คน หรือมคี า่ เทา่ กับร้อยละ 81.39 เทียบกบั ผูท้ ี่ยังคงประกอบอาชีพทงั้ หมด เมื่อ เปรียบเทียบประเภทของอาชีพกับช่วงอายุพบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพด้านเกษตร และประมง จานวน 951 คน คดิ เป็นร้อยละ 37.41 และเม่ือจาแนกตามชว่ งอายุ พบวา่ วยั ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่มอี าชีพรบั จ้างท่ัวไปจานวน 448 คน หรือคิดเปน็ รอ้ ยละ 37.93 ส่วนผสู้ ูงอายสุ ว่ นใหญ่ประกอบอาชพี ด้านเกษตร และประมง จานวน 545 คน คิด เป็นร้อยละ 40.04 เม่ือเทียบช่วงอายุกับประสบการณ์ทางานเมื่อ 5 ปีท่ีแล้วพบว่า กลุ่มตัวอย่างทั้งสองช่วงอายุ

112 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย ส่วนใหญม่ ปี ระสบการณ์ในการทางาน โดยมจี านวน 2,960 คน หรอื คดิ เป็นร้อยละ 82.22 และเม่อื เทยี บช่วงอายุ 135 กับความชานาญ/ทักษะพิเศษ พบว่า กลุ่มตัวอย่างท้ังสองช่วงอายสุ ่วนใหญ่ไม่มีความชานาญ/ทักษะพิเศษ โดยมี จานวนเท่ากับ 2,366 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 65.72 ส่วนที่มีความชานาญ/ทักษะพิเศษจะเป็นประเภทงานฝีมอื และงานชา่ งเป็นสว่ นใหญ่ ขอ้ มูลดังกล่าวมคี วามสอดคล้องกับข้อมูลจากสานักงานสถิติแหง่ ชาติในส่วนของปจั จัยทเี่ กี่ยวข้อง กบั การทางานของแรงงานสูงอายุนอกระบบ ท่ีพบวา่ แรงงานสูงอายุส่วนใหญ่ไมม่ ีการศึกษา/เรยี นจบตา่ กว่าระดับ ประถมศึกษา ผู้ท่ีมีสถานภาพสมรสจะยังคงทางานอย่างต่อเน่ืองมากกว่าผู้ท่ีมีสถานภาพอ่ืน กิจกรรมทาง เศรษฐกิจส่วนใหญ่เปน็ ภาคเกษตรกรรรม ซึ่งเปน็ งานที่ใชป้ ระสบการณ์มากกวา่ ทกั ษะความรแู้ ละความเช่ยี วชาญ 5) แหลง่ รายได้ ขอ้ มลู จากการศกึ ษา พบว่า กลมุ่ ตวั อย่างท้ังสองช่วงอายมุ ีรายไดห้ ลักจากการทางาน โดยมีจานวนเท่ากับ 2,030 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 56.39 เป็นกลุ่มวัยผู้ใหญ่จานวน 1,031 คน หรือคิดเป็นร้อย ละ 71.05 ส่วนผู้สูงอายุมีจานวน 999 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 46.49 เทียบจากจานวนผู้ที่มีรายได้หลักจากการ ทางานท้ังหมด นอกจากนกี้ ลุ่มตัวอย่างยังมีรายได้จากแหลง่ อ่ืนๆ ได้แก่ เบ้ียยังชีพผสู้ ูงอายุ บุตร และค่สู มรส 6) รายได/้ ค่าใชจ้ า่ ย/หน้ีสนิ กลุม่ ตวั อยา่ งส่วนใหญ่มีรายไดเ้ ฉลี่ยท้ังในสว่ นบุคคลและส่วนครัวเรือน น้อยกว่าค่าใช้จ่ายเฉลี่ยส่วนบุคคลและส่วนครัวเรือน รวมกับค่าใช้จ่ายเพ่ือชาระหนี้สินเฉล่ียส่วนบุคคลและส่วน ครัวเรือน และหน้ีสินรวมส่วนบุคคลและส่วนครัวเรือน ซึ่งแสดงถึงรายได้ท่ีไม่สมดลุ กับค่าใช้จ่ายทีต่ ้องชาระ และ เมื่อเทียบระหว่างกลุ่มอายุ พบว่า วัยผู้ใหญ่มีรายได้เฉลี่ยต่อบุคคล รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อ บุคคล ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อครัวเรอื น ค่าใช้จ่ายเพื่อชาระหน้ีสินเฉลย่ี ต่อบุคคล หน้ีสินรวมต่อบุคคล และหน้ีสินรวม ต่อครัวเรือน มากกว่าผู้สูงอายุ มีเพียงแค่ค่าใช้จ่ายเพื่อชาระหน้ีสินต่อครัวเรือนเท่าน้ันท่ีวัยผู้ใหญ่มีค่าเฉลี่ย มากกว่าผู้สูงอายุ จากข้อมูลด้านรายได้/ค่าใช้จ่าย/หนี้สิน แสดงว่า วัยผู้ใหญ่มีภาระรับผิดชอบทางเศรษฐกิจใน เรื่องของค่าใช้จ่ายและหน้ีสินมากกว่าผู้สูงอายุ รวมทั้งเป็นเหตุผลสาคัญที่ทาให้สัดส่วนผู้ท่ีทางานของวัยผู้ใหญ่ มากกวา่ ผู้สูงอายุ 7) เงินออม/เงินสะสม/ทรัพย์สิน กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีเงินออม/เงินสะสม/ทรัพย์สิน โดยมี จานวน 2,038 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 56.75 ประเภทของการออมเงินเป็นการออมในลักษณะของเงินฝาก/สลาก ออมทรัพย์มากที่สุด รองลงมาคือประกันชวี ิต และสงั หาริมทรัพย์/อสังหาริมทรัพย์ จากสดั สว่ นของกลุ่มตัวอย่างที่มี การออมเงินพบว่าเกินกว่าครึ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อย อัตราการออมเงินที่ไม่สูงมากประกอบกับการมีค่าใช้จ่ายและ หนส้ี นิ อกี ท้ังรายไดส้ ่วนใหญโ่ ดยเฉพาะของวยั ผู้ใหญ่มาจากการทางาน นัน่ แสดงให้เหน็ ว่าปจั จัยดา้ นเศรษฐกิจมีส่วน สาคญั ที่ทาให้กลมุ่ ตัวอย่างยังคงมีการทางานอย่างต่อเน่ือง 5.1.2 สถานะการทางานในปจั จุบัน 1) สถานะการทางาน กลุ่มตัวอยา่ งส่วนใหญ่ยังคงมสี ถานะการทางานในปจั จบุ ัน จากกลุ่มตวั อย่าง ทง้ั หมด 3,600 คน มีผทู้ ีย่ ังคงทางานเท่ากับ 2,542 คน หรือคิดเป็นอัตราร้อยละ 70.61 เมือ่ เปรยี บเทยี บระหว่าง ช่วงอายกุ ับสถานะการทางานในปัจจุบนั พบว่า กลุม่ วยั ผู้ใหญ่ท่ยี ังคงทางานอยู่เทยี บกับกลุ่มตวั อย่างท่ีเปน็ วัยผู้ใหญ่

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 113 ท้ังหมดมีจานวนเท่ากับ 1,181 : 1,451 หรือคิดเป็นร้อยละ 81.39 ส่วนผู้สูงอายุที่ยังคงทางานอยู่เทียบกับกลุ่ม ตวั อยา่ งทีเ่ ป็นผู้สูงอายทุ ้ังหมดมีจานวนเท่ากับ 1,361 : 2,149 หรอื คดิ เป็นรอ้ ยละ 63.33 ซึ่งแสดงใหเ้ หน็ ว่า กลุ่ม ตัวอย่างวัยผู้ใหญ่ท่ียังคงทางานในปัจจุบันมีอัตราของการทางานมากกว่าผู้สูงอายุ เมื่อเปรียบเทียบระหว่างเพศ กับการทางานในปัจจุบัน พบว่าจานวนเพศชายท่ียังคงทางานต่อเพศชายท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด มีจานวน เท่ากับ 1,001 : 1,294 หรือคิดเป็นร้อยละ 77.36 ส่วนเพศหญิงท่ียังคงทางานต่อเพศหญิงท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่าง ทงั้ หมด มจี านวนเทา่ กับ 1,541 : 2,306 หรอื คิดเปน็ ร้อยละ 66.83 ข้อมลู ดงั กล่าวแสดงใหเ้ หน็ วา่ เพศชายทยี่ ังคง ทางานอยใู่ นปัจจบุ ันมีมากกวา่ เพศหญงิ 2) เหตุผลหลักในการทางาน เป็นเหตุผลด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก จากกลุ่มตัวอย่างทั้งหมด 3,600 คน มีผ้ทู ีย่ งั คงทางาน 2,542 คน เหตุผลสาคัญในการทางานลาดับแรกคือ การมภี าระต้องดูแลบุคคลในครอบครัว กลุ่มตัวอย่างที่มีเหตุผลหลักดังกล่าวมีจานวน 763 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 30.02 รองลงมาคือเหตุผลด้านการมี รายไดไ้ มเ่ พียงพอตอ่ คา่ ใช้จา่ ยในครอบครัว ซง่ึ เป็นเหตผุ ลของกลมุ่ ตวั อยา่ งจานวน 638 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 25.10 และความต้องการในการใช้เงินเลี้ยงดูตนเอง เป็นเหตุผลของกลุ่มตัวอย่างจานวน 447 คน มีค่าเท่ากับร้อยละ 17.58 นอกจากนี้ยังเกี่ยวข้องกับภาระหน้ีสิน ส่วนเหตุผลที่ไม่เกี่ยวข้องกับด้านเศรษฐกิจแต่เป็นความพร้อมและ ความพึงพอใจในการทางาน ได้แก่ ความต้องการใช้เวลาว่างใหเ้ ป็นประโยชน์ ต้องการใช้ความรคู้ วามสามารถใน การทางาน และมีความพร้อมดา้ นสขุ ภาพ เปน็ ตน้ 5.1.3 ทศั นคตใิ นการทางาน 1) ทัศนคติเกี่ยวกับการทางานในภาพรวม กลุ่มตัวอย่างวัยผู้ใหญ่จานวน 1,451 คน มีระดับ คะแนนของทัศนคติเกี่ยวกับการทางานของผู้สูงอายุในภาพรวมน้อยกว่าผู้สูงอายุท่ีมีจานวน 2,149 คน โดยมีค่า 136 เท่ากบั 3.96 และ 3.99 ตามลาดับ และเมื่อเปรียบเทยี บทัศนคตเิ ป็นรายข้อเฉพาะทัศนคตทิ ี่มคี วามแตกตา่ งอย่าง มีนัยสาคัญระหว่างท้ังสองกลุ่มพบว่า ผู้สูงอายุมีคะแนนทัศนคติรายข้อมากกว่าวัยผู้ใหญ่ โดยระดับคะแนนที่สูง กว่ามีท้ังประเด็นด้านเศรษฐกิจและการทางาน ด้านครอบครัว และด้านสุขภาพ ยกเว้นทัศนคติด้านการทา งาน เกี่ยวกับการถ่ายทอดทักษะความเชี่ยวชาญและการปรับตัวให้เข้ากับเทคโนโลยี ที่วัยผู้ใหญ่มีคะแนนทัศนคติ มากกว่าผสู้ ูงอายุ 2) ปจั จยั ท่มี ผี ลตอ่ ทศั นคตใิ นการทางาน ไดแ้ ก่ สถานะการทางานในปจั จบุ ัน โดยผู้ท่ียงั คงทางาน จานวน 2,542 คน มีระดับคะแนนของทัศนคติท้ังประเด็นด้านเศรษฐกิจและการทางาน ด้านครอบครัว และด้าน สุขภาพสูงกว่าผู้ท่ีว่างงานจานวน 1,058 คน ซ่ึงแน่นอนว่าผู้ท่ียังคงทางานในปัจจุบันมีมุมมองในเชิงบวกต่อการ ทางานมากกว่าผู้ทไ่ี มไ่ ดท้ างาน ทงั้ ประเด็นด้านเศรษฐกิจและการทางาน ด้านครอบครวั และดา้ นสุขภาพ เน่ืองจาก ยังมีความจาเป็นและความต้องการในการทางาน ส่วนประสบการณ์ในการทางาน มีผลตอ่ ทัศนคติเช่นกัน โดยกลุ่ม ตัวอย่างทั้งสองกลุ่มส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในการทางานเม่ือ 5 ปีท่ีแล้ว จานวน 2,960 คน มีระดับ คะแนนทัศนคติสูงกว่าผู้ท่ีไม่มีประสบการณ์ในการทางานจานวน 640 คน ซึ่งหากมีการส่งเสริมการทางานเพื่อ

114 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย สร้างประสบการณ์ให้กับผู้ที่ไม่ได้ทางาน อาจจะทาให้มีทัศนคติต่อการทางานดีข้ึนและมีความต้องการทางานมาก 137 ข้นึ รวมท้งั เป็นการสง่ เสริมการทางานใหเ้ ปน็ ไปได้อยา่ งต่อเนื่อง 5.1.4 ความต้องการการสนับสนนุ ในการทางาน 1) ความต้องการการสนับสนุนด้านการทางาน กลุ่มตัวอย่างจานวน 2,992 คน มีความต้องการ การสนับสนุนในเร่ืองสวัสดิการด้านการรักษาพยาบาลเพ่ือการมีสุขภาพที่แขง็ แรงและมีความพร้อมในการทางาน โดยมีระดับคะแนนเฉล่ียสูงที่สุดเท่ากับ คือ 4.38 รองลงมาคือ สวัสดิการและความม่ันคงด้านรายได้และการ ประกอบอาชีพ กลุ่มตัวอย่างที่ต้องการการสนับสนุนในด้านน้ีมีจานวน 2,969 คน มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 4.31 และความต้องการด้านการปรบั ปรุงสภาพแวดล้อมในการทางานให้เหมาะสมกับผู้สูงอายุ กลุ่มตัวอย่างท่ีต้องการ มีจานวน 2,917 คน โดยมีคะแนนเฉล่ียเท่ากับ 4.20 แสดงว่าในภาพรวมกลุ่มตัวอย่างต้องการการสนับสนุนใน เร่ืองสุขภาพเป็นหลักเพ่ือเตรียมความพร้อมต่อการทางาน และต้องการหลักประกันด้านรายได้ รวมท้ัง สภาพแวดล้อมท่ีเออ้ื ต่อการทางานในลาดับถัดมา 2) ความต้องการการสนับสนุนการทางานในเชิงเปรียบเทียบ เมื่อเปรียบเทียบความต้องการ การสนับสนุนด้านการทางานระหว่างผู้ใหญ่กับผู้สูงอายุ พบว่าวัยผู้ใหญ่มีค่าเฉล่ียความต้องการการสนับสนุน มากกว่าผู้สูงอายุ โดยเฉพาะในเรื่องของทุนสาหรับประกอบอาชีพ การปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้มีความ เหมาะสม และการจดั หาตลาดรองรับผลผลติ ความต้องการการสนบั สนุนท่ีมากกว่าแสดงถึงความต้องการในการ ทางานทีม่ ากกวา่ ของกลุ่มตัวอย่างวยั ผ้ใู หญ่ 5.1.5 ความตอ้ งการในการทางาน 1) ปจั จัยที่เก่ียวข้องและส่งผลต่อความต้องการในการทางาน ประกอบดว้ ย 1.1) เพศ โดยเพศชายมีความต้องการในการทางานมากกว่าเพศหญงิ 1.2) ชว่ งอายุ วยั ผใู้ หญม่ ีความตอ้ งการในการทางานมากกว่าผสู้ ูงอายุ 1.3) การศึกษาที่เช่ือมโยงถึงทักษะและความรู้พ้ืนฐานส่งผลต่อความต้องการในการทางานท่ี มากกว่าของคนที่มกี ารศกึ ษา 1.4) ความพิการ คนทไ่ี มม่ ีปัญหาด้านความพิการมีความต้องการในการทางานมากกว่าคนพิการ เน่อื งจากสภาพรา่ งกายทีม่ ีความพรอ้ มมากกว่า 1.5) อาชีพ คนทีป่ ระกอบอาชีพอยใู่ นปัจจบุ ันมคี วามต้องการในการทางานท่ีมากกวา่ 1.6) ความชานาญ/ทกั ษะพิเศษ ผทู้ ีม่ ีความชานาญจะมีพื้นฐานสาหรับการทางาน 1.7) ประสบการณ์ทางานเมอื่ 5 ปีทแ่ี ล้ว เป็นพื้นฐานสาหรับการตอ่ ยอดการทางานได้ 1.8) รายได้เฉลย่ี ความแตกตา่ งของรายได้เฉลีย่ ส่งผลต่อความต้องการในการทางานเพื่อสร้าง รายได้ 1.9) การมหี นส้ี ิน สง่ ผลต่อความจาเป็นและความต้องการในการทางานเพ่ือชาระหนี้สิน

115 1.10) เงินออม/เงินสะสม คนที่มีเงินออม/เงินสะสมมีความต้องการในการทางานท่ีมากกว่า อาจเนื่องดว้ ยเป็นการออมเพือ่ สรา้ งรากฐาน ความมัน่ คงดา้ นรายไดใ้ หก้ บั ครอบครวั 1.11) แหล่งรายได้หลัก ผู้ที่มีรายได้หลักจากการทางานจะมีความต้องการในการทางาน มากกวา่ ผู้ท่ีมีรายไดห้ ลักจากแหล่งอ่ืน เช่น บตุ ร คูส่ มรส เบยี้ ยังชีพผู้สงู อายุ เปน็ ตน้ 2) เหตุผลสาคัญของความต้องการในการทางาน เหตุผลของความต้องการในการทางานเป็นเหตุผลในลักษณะเดียวกันกับเหตุผลของการทางานใน ปัจจุบันโดยเก่ียวพันกับปัจจัยด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ได้แก่ การมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในครอบครัว การมี โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย ภาระที่ต้องดูแลบุคคลในครอบครัว และต้องการใช้เงินเลี้ยงดูตนเอง นอกจากน้ีเป็นเร่ืองของความพร้อมและความ พงึ พอใจ เชน่ สขุ ภาพแข็งแรง ตอ้ งการใชค้ วามรคู้ วามสามารถในการทางาน การใชเ้ วลาว่างให้เปน็ ประโยชน์ เป็นต้น จากเหตุผลของความต้องการในการทางาน สามารถจาแนกตามปัจจัยท่ีเกี่ยวข้อง ซ่ึงส่งผลต่อ ความต้องการในการทางาน ดังนี้ ตารางท่ี 5.1 แสดงถึงเหตุผลเก่ียวกับความพร้อม/ไม่พร้อมในด้านต่างๆ ท่ีส่งผลต่อความ ตอ้ งการในการทางานของกล่มุ ตัวอย่างวัยผใู้ หญแ่ ละผู้สูงอายุ ความพรอ้ ม ด้านเศรษฐกจิ ดา้ นสขุ ภาพ ด้านครอบครวั ดา้ นทักษะความรู้ ความต้องการ รายได้/หนส้ี นิ / แขง็ แรง/มโี รค จานวนสมาชิกท่ีทางาน การ มีความรู้ความเช่ยี วชาญ/ ทางาน เงินออม ประจาตวั /พกิ าร สนบั สนนุ การทางานของผู้สูงอายุ ประสบการณ์    ทางาน X   ทางาน 138  X   ไมท่ างาน  X  ไมท่ างาน   X ทางาน XX   ทางาน X X  ไม่ทางาน  X X ไมท่ างาน ทม่ี า : สรุปโดยคณะผวู้ ิจยั อย่างไรก็ตาม นอกจากความพร้อมในด้านต่างๆ ดังท่ีกล่าวข้างต้น สิ่งท่ีสาคัญและมีผลต่อการ ตัดสินใจทางานของกลุ่มตัวอย่างคือความต้องการ/ความพึงพอใจ เช่น ความต้องการสร้างคุณค่า การพึ่งพา ตนเอง มคี วามรูค้ วามสามารถท่ีพร้อมสาหรับการทางาน ความตอ้ งการการยอมรับจากสังคม เปน็ ตน้

116 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 3) รปู แบบของการทางานที่ผู้ใหญแ่ ละผู้สูงอายตุ ้องการ 139 รูปแบบการทางานท่ีต้องการ ส่วนใหญ่มีความต้องการทางานเพ่ือให้มีรายได้ โดยมีจานวน เท่ากับ 1,819 คน หรืออัตราเท่ากับร้อยละ 92.01 และประเภทของงานท่ีต้องการทาส่วนใหญ่เป็นงานตาม พืน้ ฐานเดมิ ตามทมี่ ปี ระสบการณ์คือ งานประเภทเกษตรกรรม รองลงมาคือ งานบรกิ าร และงานฝีมอื ตามลาดบั 4) ข้อเสนอแนะเพม่ิ เตมิ จากกลุ่มตวั อย่างเกี่ยวกับความต้องการการสนับสนุนในด้านต่างๆ 1.1) ความต้องการด้านรายได้ จากการเพม่ิ เบย้ี ยังชพี ผูส้ งู อายุ และเบ้ยี คนพิการ 1.2) ความต้องการด้านการทางาน เก่ียวกับสภาพแวดล้อมและสิ่งอานวยความสะดวกท่ี เหมาะสม การสนับสนุนงบประมาณในการประกอบอาชีพ/การรวมกลุ่มประกอบอาชีพ การจัดหาตลาดรองรับ สินค้า การขยายอายุการเกษียณ การส่งเสริมอาชีพที่เหมาะสมตามความต้องการ/ศักยภาพ/ลักษณะส่วนบุคคล และบริบทของพื้นที่ การจัดต้ังกลุ่มประสานงานในหมู่บ้านเพื่อให้คาแนะนา/ส่งเสริมการทางาน การฝึกอาชีพ และส่งเสริมการทางานทสี่ ามารถทาที่บ้านได้ 1.3) ความตอ้ งการดา้ นสินเชือ่ และการเงนิ โดยการเข้าถงึ แหล่งเงนิ กู้ และบรกิ ารสนิ เชอ่ื 1.4) ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพ และการรักษาพยาบาล โดยการเพิ่มสิทธิและส่งเสริม โอกาสการเขา้ ถึงสิทธใิ นการรักษาพยาบาล การให้บรกิ ารของภาครัฐอยา่ งเทา่ เทียม และมีแพทยป์ ระจาชมุ ชน 1.5) ความต้องการบริการอื่นๆ จากภาครัฐ ได้แก่ การจัดต้ังชมรมเพ่ือการทากิจกรรมของ ผสู้ ูงอายุ การเพมิ่ สิทธิและสวสั ดกิ าร การจัดทา One Stop Service โดยกระทรวง พม. 1.6) ความต้องการอื่นๆ ได้แก่ การเปิดโอกาสในการแสดงความสามารถและความคิดเห็นของ ผสู้ ูงอายุ การเรยี นรแู้ ละปรบั ตวั ให้เทา่ ทนั กบั สถานการณ์ รวมทั้งมีสภาพแวดลอ้ มทีเ่ หมาะสม 5.1.6 ขอ้ มลู จากเวทีการสนทนากลุ่ม 1) ความแตกต่างของเหตุผลในการทางานระหว่างวยั ผู้ใหญก่ ับผสู้ งู อายุ 1.1) วัยผู้ใหญ่ ท่ีมีอายุระหว่าง 55 – 59 ปี ยังอยู่ในกลุ่มวัยแรงงาน ซึ่งมีสมรรถนะและความ พร้อมทางด้านสุขภาพมากกว่าผู้สูงอายุ และนับเป็นวัยท่ียังต้องรับผิดชอบภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวโดยการ ดูแลสมาชิกทีอ่ ยใู่ นช่วงวยั อ่นื รวมทงั้ ยงั มโี อกาสในการเรยี นรพู้ ัฒนา และมีทางเลอื กในการประกอบอาชีพ 1.2) ผู้สูงอายุ ที่มีอายุระหว่าง 60 – 65 ปี จะมีสมรรถนะทางด้านร่างกายท่ีเส่ือมถอยลง มีโรค ประจาตัวที่อาจทาให้ไม่สามารถทางานท่ีใช้สมรรถนะสูงได้ มีความต้องการรายได้ลดน้อยลงเพียงเพื่อเป็น ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจาวันเท่าน้ัน และเงินออมมีผลต่อการทางานของผู้สูงอายุกลุ่มนี้ อย่างไรก็ตามผู้สูงอายุ นับเป็นผู้มีทักษะ/ภูมิปัญญา/ประสบการณ์ท่ีสามารถถ่ายทอดสู่คนรุ่นหลังได้ เหตุผลในการทางานของผู้สูงอายุ กลุ่มน้ีนอกจากจะเป็นการพ่ึงพาตนเอง และหารายได้เสริมให้กับครอบครัวแล้ว ยังเป็นการทางานด้วยความสุข ความรสู้ กึ มคี ุณค่า และเปน็ การใชเ้ วลาว่างในทางท่ีเกดิ ประโยชน์ สรุปได้ว่า การทางานของวัยผู้ใหญ่ข้ึนอยู่กับความพร้อมและความจาเป็น คือ ความพร้อมด้าน สุขภาพ และความจาเป็นด้านเศรษฐกิจ ส่วนผู้สูงอายุมีการทางานบนพื้นฐานด้านสุขภาพที่ด้อยกว่า แต่มีความ

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 117 พร้อมด้านทักษะความรู้/ประสบการณ์ที่สามารถถ่ายทอดได้ และเป็นการทางานเพื่อสร้างคุณค่ามากกว่าสร้าง รายได้ ยกเว้นสาหรับบางครอบครัวที่รายได้ไม่เพียงพอ หรือครอบครัวข้ามรุ่นท่ีมีผู้สูงอายุอาศัยอยู่กับหลาน ทา ใหเ้ กิดภาวะจาเป็นในการทางาน 2) การจาแนกกลุม่ ตวั อยา่ งตามเหตุผล/ความตอ้ งการในการทางาน 1.1) กลุ่มที่ยังคงทางาน และต้องการทางานอย่างต่อเน่ือง เป็นความต้องการในเร่ืองของ เศรษฐกิจคือ รายได้/ค่าใช้จ่าย/หนี้สิน เป็นหลัก ขณะเดียวกันยังมีความพร้อมด้านสุขภาพ พร้อมสาหรับการ ทางานและสร้างคณุ ค่าให้กับตนเอง คุ้นเคยกับการทางานและต้องการใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ 1.2) กลุ่มที่ยังคงทางาน แต่ต่อไปไม่ต้องการทางาน มีสาเหตุมาจากสุขภาพท่ีเส่ือมถอยลง มี ภาระต้องเล้ียงหลาน/ดูแลบุคคลในครอบครัว มีปัญหาด้านการปรับตัวในการทางาน เช่น การใช้เทคโนโลยี สมัยใหม่ การขาดแคลนเงินทุน/อุปกรณ์ในการประกอบอาชพี หรือบางกรณีเปน็ ผู้ท่ีมีความพร้อมด้านเงินออม มี บุตรหลานดูแล และไม่ตอ้ งการให้ทางาน 1.3) กลุ่มท่ีไม่ได้ทางาน แต่มีความต้องการที่จะทางาน สาเหตุที่ไม่ได้ทางานเนื่องมาจากปัญหา สุขภาพ/การมีโรคประจาตัว มีภาระในการดูแลบุคคลในครอบครัว ขาดทักษะความรู้และทุนในการประกอบ อาชีพ แต่มีความจาเป็นท่ีจะต้องทางานเพื่อหารายได้เพิ่มให้กับครอบครัว/มีภาระหน้ีสิน ถูกทอดทิ้งให้อยู่ตาม ลาพัง หรือมีหลานอยู่ในครอบครัวข้ามรุ่น ทาให้มีความต้องการที่จะทางานเพื่อหารายได้เป็นค่าใช้จ่ายใน ครอบครัว 3) การจดั การรายได้ ค่าใชจ้ ่าย หน้สี ิน และการออม มีการจัดการรายได้โดยทาบัญชีครัวเรือนและใช้จ่ายอย่างประหยัด ทาให้มีรายได้เพียงพอต่อ 140 ค่าใช้จ่าย และบางส่วนมีการออม ทั้งการออมทรัพย์ผ่านระบบธนาคาร การออมภายในชุมชน เข่น กองทุน สวัสดิการชมุ ชน/กลุ่มสัจจะออมทรัพย์/กองทุนหมู่บา้ น แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม บางครอบครวั นอกจากไม่มีเงินออมแล้ว ยังมีภาระหนี้สินท้ังหนี้ในระบบและนอกระบบ ทาให้รายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย และไม่มีเงินสารองสาหรับ การเก็บออม 4) ประเภทของงานท่เี หมาะสมกบั กลมุ่ ตัวอยา่ ง 1.1) งานท่ีไม่เน้นการใช้สมรรถนะหรอื กาลังแรงงาน แต่ใช้ทักษะหรือประสบการณ์จากงานเดิม ท่เี คยทาหรอื งานประเภทอนื่ ทีไ่ มเ่ กนิ ความสามารถทีก่ ล่มุ ตวั อยา่ งจะทาได้ เชน่ งานเกษตรกรรม รบั จา้ ง ค้าขาย 1.2) งานประเภทการถ่ายทอดความร/ู้ ภมู ปิ ัญญา เชน่ งานปราชญช์ าวบา้ น การเปน็ วทิ ยากร 1.3) งานที่มีความสอดคล้องกับบริบทของท้องถิ่น สามารถประยุกต์ใช้ทุนทางสังคมที่มีได้ เช่น งานศิลปหตั ถกรรม งานจักสาน การแปรรูปผลิตภัณฑจ์ ากผลผลิตในท้องถิ่น เปน็ ต้น 1.4) งานที่มีความยืดหยุ่นทั้งในเรื่องของเวลา และสถานท่ีในการทางาน เพื่อให้เอ้ือต่อสุขภาพ และความสขุ ในการทางาน

118 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 5) ความต้องการในการสนับสนุนการทางาน 141 1.1) การสนับสนนุ ทส่ี อดคล้องกับความต้องการของผ้ใู หญ่และผูส้ ูงอายุ - การสง่ เสรมิ ใหม้ ีสขุ ภาพดเี พื่อสรา้ งความพรอ้ มสาหรับการทางาน - การส่งเสริมทักษะความรู้ท้ังในเร่ืองของการฝึกอาชีพเพ่ือเสริมทักษะและมีการพัฒนาให้ ทันสมยั - การเสรมิ ทกั ษะดา้ นการบริหารจดั การดา้ นการเงนิ - การสนบั สนนุ เงินทุนและอปุ กรณส์ าหรับการประกอบอาชีพ - การส่งเสริมการรวมกลุ่มอาชีพเพื่อสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท่ีเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ ทอ้ งถ่ิน - การจดั หาชอ่ งทางการตลาดและมกี ารประชาสมั พันธ์สง่ เสรมิ การใชส้ ินค้า/ผลติ ภณั ฑ์ - การส่งเสริมการทางานทเ่ี หมาะสมทัง้ ในดา้ นของสุขภาพ ทักษะ - การจัดสภาพแวดล้อมให้มคี วามเหมาะสมสาหรับการทางานของผสู้ งู อายุ - การจดั ตัง้ กองทนุ และกลุ่มสวสั ดกิ ารตา่ งๆ 1.2) การสนับสนนุ ในระดับนโยบาย - การสง่ เสรมิ การทางานโดยมีรายได้และสวสั ดกิ ารท่ีเหมาะสม - การสง่ เสรมิ การตอ่ ยอดด้านองคค์ วามร/ู้ ภูมิปญั ญา - การส่งเสรมิ อาชพี อสิ ระตามบรบิ ทของทอ้ งถ่นิ - การจัดตั้งศูนย์การจดั หางานในพืน้ ท่โี ดยมกี ลไกทาหนา้ ทีใ่ นการประสานงานกบั ศนู ย์ใหญ่ - หน่วยงานภาครัฐควรมีฐานข้อมูลเก่ียวกับผู้สูงอายุเพ่ือใช้ในการกาหนดแผนงานและ สง่ เสรมิ การทางานได้อย่างเหมาะสม - การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเพ่ือความ เป็นเอกภาพในการทางาน เช่น การเตรียมความพร้อมด้านการทางานสาหรับผู้ท่ีกาลังจะเข้าสู่วัยสูงอายุ การ สรา้ งทางเลือกในการประกอบอาชีพทเ่ี หมาะสมกับวยั และสุขภาพ การจัดทาโครงการ (Project) เพ่ือส่งเสรมิ การ ทางานของผู้สูงอายุ - การขยายช่องทางการตลาดในการจาหน่ายสินคา้ และผลิตภณั ฑ์ 6) การดาเนนิ งานของหน่วยงานทเี่ กีย่ วข้อง 1.1) คณะอนกุ รรมการบรหิ ารจัดการแรงงานนอกระบบ เกดิ จากความร่วมมือระหวา่ ง 9 กระทรวง - การจัดทาแผนงานเพ่อื ส่งเสริมคมุ้ ครองแรงงานนอกระบบ - การขับเคลอ่ื นงานตามความต้องการของแรงงานภาคประชาชน - การสนับสนุนการทางานของแรงงานภาคเกษตรกรรม - การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทางาน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 119 - การฝึกอาชพี - การใหค้ วามรู้ดา้ นการตลาด 1.2) การขับเคลือ่ นงานด้านผสู้ ูงอายโุ ดยหน่วยงานระดับจังหวดั ในลกั ษณะของการบรู ณาการ - การจัดทาแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของจังหวัด และมีหน่วยงานรับผิดชอบในด้าน ต่างๆ เช่น ในพื้นท่ีจังหวัดสงขลา สานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา (พมจ.สงขลา) มสี ว่ นรว่ มรับผิดชอบในการจัดเกบ็ ขอ้ มูลผู้สงู อายทุ ป่ี ระสบปัญหา - การดาเนินงานของสานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ใน การส่งเสริมการรวมกล่มุ อาชพี ของผู้สูงอายุ เช่น สานักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนษุ ย์จงั หวดั สงขลา (พมจ.สงขลา) ท่ีริเริ่มโครงการ Start Up โดยส่งเสริมกลุ่มอาชีพของผู้สูงอายุท่ีมีชื่อว่า “สงขลา แม่ครัวช่อ ลาดวน” กลุ่มดังกล่าวนี้มีการจัดทาอาหารว่างและเครื่องดื่มเพื่อจาหน่ายตามช่องทางต่างๆ รวมทั้งมีการสร้าง facebook ท่ีนาเสนอสินค้าภายใต้ชื่อ “คาเฟ่ช่อลาดวน” เพื่อประชาสัมพันธ์และเพิ่มช่องทางในการจาหน่าย นอกจากน้ียังมีการพัฒนา “ไกด์ช่อลาดวน” เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุทาหน้าที่แนะนาสถานที่ท่องเท่ียวให้แก่ นกั ทอ่ งเทยี่ วที่มาเยย่ี มชมในพน้ื ท่ี ซึง่ เปน็ การสร้างรายไดแ้ ละสง่ เสรมิ การเขา้ สังคมใหก้ ับผู้สูงอายุ 7) ปัจจัยที่หนุนเสริมการทางานของแรงงานนอกระบบทเี่ ป็นผใู้ หญ่และผ้สู ูงอายุ 1.1) ทักษะ/ความเช่ียวชาญ/ประสบการณต์ ามพ้ืนฐานเดมิ 1.2) ผู้สูงอายุทางานได้หลากหลาย และมีความพร้อมในการเรียนรเู้ พอื่ ให้มีทักษะเพ่ิมเตมิ 1.3) สดั สว่ นของวัยแรงงานท่ลี ดลง ทาใหภ้ าครัฐต้องกาหนดนโยบายในการส่งเสริมการทางาน ทีเ่ ออื้ ต่อสังคมสงู อายุ 142 1.4) การส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุโดยการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องในพืน้ ที่ 1.5) มีคณะกรรมการระดับชาติโดยความร่วมมือของ 9 กระทรวง ทาหน้าท่ีส่งเสริมการ ขับเคลอ่ื นงานของแรงงานนอกระบบ 1.6) การสนับสนุนการทางานของผู้สงู อายุโดยภาคธุรกจิ 8) ปัญหาอุปสรรค/ขอ้ จากัดในการทางาน 1.1) คนท่ไี ม่เคยทางานจะไมม่ ีทักษะความรู้ และขาดความมัน่ ใจในการทางาน 1.2) ผ้สู ูงอายสุ ุขภาพไมด่ ี/มีโรคประจาตัว สง่ ผลให้ไม่มคี วามพรอ้ มในการทางาน 1.3) การขาดฐานขอ้ มลู ของผู้สูงอายเุ ก่ียวกับทักษะความรู้ และความต้องการทางาน 1.4) สินค้าทผ่ี ลติ ยงั ไม่ได้มาตรฐาน/ไมท่ ันสมัย และไมส่ อดคล้องกับความต้องการของตลาด 1.5) การบรหิ ารจัดการดา้ นการออมในพ้ืนทยี่ งั ไมเ่ กิดผลในทางปฏิบตั เิ ท่าทีค่ วร 1.6) การประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับทุนและการสนับสนุนการทางานของแรงงานสูงอายุเป็นไป อย่างไมท่ ั่วถงึ และมรี ะเบยี บทีไ่ มเ่ อือ้ ตอ่ การทางานของผู้สูงอายุ

120 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 1.7) การดาเนินงานตามแผนพัฒนาทรัพยากรมนุษย์โดยสานักงานพัฒนาสังคมและความ 143 มั่นคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) มีปัญหาด้านงบประมาณท่ีไม่เพียงพอและมีการเปลี่ยนตัวผู้สูงอายุที่เข้าร่วม การ ดาเนนิ งานจงึ เปน็ ไปอยา่ งไม่ตอ่ เนื่องและไม่ทวั่ ถงึ ทุกพ้ืนที่ 1.8) การบูรณาการของหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องขาดความเป็นเอกภาพ เนื่องจากข้อจากัดด้าน ระเบียบ/ตัวชี้วัดของแต่ละหน่วยงาน และการกาหนดหลักสูตรการฝึกอาชีพขาดการวิเคราะห์ถึงศักยภาพและ ความต้องการของตลาด 1.9) กฎหมายไม่ได้กาหนดมาตรการท่เี อื้อให้แรงงานนอกระบบเขา้ มาสู่การทางานในระบบ 1.10) ระบบการทางานของกองทุนการออมแหง่ ชาติ (กอช.) ทเ่ี นน้ การออมโดยชุมชนเป็นฐาน ยงั ไม่มกี ารดาเนนิ งานอย่างจรงิ จงั 9) แนวทางการสง่ เสริมการทางานของแรงงานนอกระบบท่ีเป็นผ้ใู หญ่และผู้สงู อายุ 1.1) การปรับทัศนคติของผู้สูงอายุให้ตระหนักถึงคุณค่าของตนเอง และมีส่วนร่วมในการ ทางานหากมีความพรอ้ มด้านสขุ ภาพ และทกั ษะ/ความสามารถ 1.2) การส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้เพื่อให้ผู้สูงอายุเกิดองค์ความรู้และมีความสนใจที่จะนาองค์ ความรู้ไปใชใ้ นการทางาน 1.3) การสร้างความตระหนักถึงประโยชน์ท่ีผู้สูงอายุจะได้รับจากการทางาน เช่น การบริหาร รา่ งกาย พัฒนาระบบความคดิ สร้างรายได้เสริม และมีส่วนร่วมในสังคม 1.4) การส่งเสริมการทางานในด้านของทักษะ/ภูมิปัญญาท่ีมีการสืบสานรุ่นต่อรุ่น โดยเป็นการ ทางานในรูปแบบที่เทคโนโลยีไม่สามารถทดแทนได้ 1.5) การกาหนดรูปแบบในการทางานให้มีความยืดหยุ่น สอดคล้องกับสุขภาพ ทกั ษะ และความ ต้องการของผู้สูงอายุ 5.1.7 ข้อมูลจากการสัมภาษณเ์ ชิงลึกผเู้ ชี่ยวชาญ การดาเนินงานวิจัยมีการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับสถานการณ์การทางานของผู้สูงอายุ รวมท้ัง แนวทางและกลยุทธ์ในการส่งเสริมใหผ้ สู้ ูงอายุมีส่วนร่วมในการทางานมากขึ้นเพื่อรองรับสังคมสูงอายุในปัจจบุ ัน โดย มรี ายละเอียดดังนี้ 1) ความจาเป็นในการสง่ เสริมการทางานของผูใ้ หญแ่ ละผู้สงู อายุ 1.1) มุมมองควำมคิดเหน็ ทีส่ อดคล้องกัน ในการสง่ เสริมการทางานของผสู้ ูงอายุในเชิงคุณภาพ - การพัฒนาทกั ษะความรู้ให้กบั ผู้ใหญ่และผู้สงู อายุท่ยี งั คงทางานและต้องการทางาน - การพฒั นารูปแบบการทางานและสร้างสภาพแวดล้อมในการทางานท่ีเหมาะสม - การสง่ เสรมิ การทางานโดยการมีสว่ นรว่ มจากทุกภาคส่วน

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 121 1.2) มมุ มองควำมคิดเห็นท่ีแตกต่ำงกัน ในการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุในเชิงปริมาณ - ความจาเป็นในการส่งเสริมให้เพ่ิมจานวนของวัยแรงงานที่เป็นผู้สูงอายุ เพ่ือทดแทนสัดส่วน ของวัยแรงงานท่ีลดลง รวมท้ังเป็นการสร้างคุณค่า ลดภาวะการเกิดโรคภัย และเสริมรายได้ทางเศรษฐกิจในระดับ จุลภาค ตลอดไปจนถึงระดับมหภาค - การส่งเสรมิ ใหเ้ พ่ิมจานวนแรงงานสูงอายุไม่ใชส่ ิ่งทจ่ี าเป็น เน่อื งจากแรงงานนอกระบบท่ีเป็น ผู้สงู อายขุ องไทยมจี านวนที่มากเพียงพอ และการทางานนอกระบบเป็นรูปแบบของการทางานท่ีสามารถกาหนดอายุ การเกษียณได้ด้วยตนเอง ขึ้นอยู่กับความพร้อมทางด้านสุขภาพ ทักษะความรู้ ความสามารถในการปรับตัว และ ความตอ้ งการในการทางานเป็นหลกั 2) นโยบายและยุทธศาสตรท์ เ่ี ก่ียวข้องกบั การส่งเสริมการทางานของผ้สู ูงอายุ 1.1) นโยบำยและยุทธศำสตร์ระดับชำติ - พระราชบญั ญัตผิ ู้สงู อายุ พ.ศ. 2546 (ฉบับท่ี 2 พ.ศ.2553) - แผนผสู้ งู อายุแห่งชาติ ฉบบั ที่ 2 (พ.ศ.2545 – 2564) - ระเบยี บวาระแหง่ ชาติเรื่องสังคมสูงอายุ 1.2) นโยบำยเชิงปฏิบัติ - การสง่ เสริมสวสั ดิการด้านสุขภาพเพ่ือใหผ้ สู้ ูงอายมุ ีความพร้อมต่อการทางาน - การส่งเสริมการจา้ งงานในภาคเอกชน - การส่งเสริมความร่วมมือในการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้อง ท้ังภาครัฐ เอกชน และประชาสังคม 144 3) แนวทางการส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุ 1.1) กำรเตรียมควำมพร้อมก่อนเขำ้ สู่วยั สูงอำยุ - การส่งเสรมิ ด้านสุขภาพเพื่อให้สามารถทางานได้อย่างต่อเนื่องถึงวัยสูงอายุ - การส่งเสริมการวางแผนชวี ิตและการบริหารจดั การทางด้านการเงนิ 1.2) กำรจดั กำรด้ำนข้อมลู เกย่ี วกบั ผู้สงู อำยุ - การจดั ทาฐานข้อมูลทักษะ/คลังปญั ญา/ภูมิปัญญาของผู้สูงอายุ - การจัดทาฐานข้อมูลประสบการณ์และความต้องการในการทางานของผูส้ ูงอายุ 1.3) กำรสร้ำงทศั นคติท่ดี ตี ่อกำรทำงำนของผสู้ งู อำยุ - การสร้างความตระหนักถึงคุณค่าในการทางานของผู้สูงอายุที่ก่อให้เกิดประโยชน์มากกว่า เปน็ การใชแ้ รงงาน - การส่งเสริมการถ่ายทอดภูมิปัญญาเพื่อเป็นการสืบสานและพัฒนาต่อยอดโดยคงไว้ซึ่งภูมิ ปญั ญาท่ีเปน็ เอกลักษณ์

122 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 1.4) กำรพฒั นำทกั ษะควำมรู้เพื่อเพิ่มศักยภำพในกำรทำงำน 145 - การพัฒนาศกั ยภาพโดยเสริมทักษะตามพ้ืนฐานและประสบการณ์ทางานเดิม - การส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุท่ีมีทักษะเฉพาะด้าน หรือพัฒนาทักษะที่ไม่ซับซ้อน เกินไปให้ผูส้ งู อายุสามารถเรียนรู้และนาไปใช้ในการประกอบอาชีพได้ - การกาหนดประเภท/รูปแบบการทางานท่ีมีความยืดหยุ่น เหมาะสมกับสุขภาพและเอื้อ ประโยชน์ตอ่ การทางานของผสู้ งู อายุทีม่ ีสมรรถนะไมเ่ ท่าเทียมกับวยั แรงงาน - การส่งตัวแทนจากชุมชนเข้าร่วมในการอบรมพัฒนาทักษะต่างๆ ที่เหมาะสมกับการทางาน ตามบริบทของชุมชน และนามาถ่ายทอดเพอื่ พฒั นาคุณภาพของการทางานใหด้ ียิ่งข้นึ - การส่งเสรมิ การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยที ่ีจาเป็นเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณป์ ัจจุบัน 1.5) กำรสง่ เสริมกำรทำงำนของผู้สูงอำยุโดยหนว่ ยงำนท่เี กยี่ วข้อง - องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรทาหน้าท่ีเป็นกลไกในการประสานงานกับหน่วยงาน ภายนอกเพ่ือสง่ เสริมการทางานของผู้สงู อายุในเชิงของการพฒั นาและสร้างความต่อเนื่อง - ภาครัฐควรเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วนเพ่ือส่งเสริมการ ทางานของผูส้ งู อายุใหเ้ ป็นไปอย่างตอ่ เนื่องและยั่งยืน 4) กลยทุ ธ์ในการส่งเสริมการทางานของแรงงานนอกระบบท่เี ปน็ ผใู้ หญ่และผสู้ งู อายุ 1.1) จดั ทาฐานขอ้ มูลของแรงงานนอกระบบเพ่ือเป็นพ้ืนฐานในการจัดหางานที่เหมาะสม 1.2) ออกแบบอาชีพทเ่ี หมาะสมและเสริมทักษะความรู้ทจ่ี าเปน็ ต่อการทางาน 1.3) กระจายงานสูบ่ า้ นและชมุ ชน และมแี หลง่ ศนู ยก์ ลางการกระจายสนิ ค้าในชุมชน 1.4) สร้าง Story เกี่ยวกับกระบวนการทางานในพื้นท่ีเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์และเพิ่มมูลค่า ใหก้ ับผลติ ภณั ฑ์ 1.5) จัดทา Road Show เพ่อื นาเสนอผลติ ภัณฑ์ของผสู้ ูงอายใุ หเ้ ข้าถงึ กลุ่มผบู้ รโิ ภคมากข้นึ 1.6) บรู ณาการความรว่ มมอื ระหว่างทกุ ภาคส่วนเพื่อสง่ เสริมการทางานของผสู้ งู อายุ 5.2 อภิปรายผลการวจิ ัย 5.2.1 ความสาคัญของการศึกษาวิจยั 1) การศึกษาวิจัยเร่ือง “กลยุทธ์ส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุไทย” มีวัตถุประสงค์หลักคือ เพื่อ กาหนดกลยุทธ์ในการส่งเสริมการทางานของกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นวัยผู้ใหญ่ (55 – 59 ปี) และ ผู้สูงอายุ (60 – 65 ปี) ทเ่ี ปน็ แรงงานนอกระบบ ซึง่ เปน็ การกาหนดแนวทางการทางานทเ่ี หมาะสมกบั ช่วงวยั สุขภาพ สอดคลอ้ งกับความ ตอ้ งการของกลุม่ ตัวอย่างและบรบิ ทของพน้ื ท่ี 2) ส่ิงที่ต้องศึกษาคือ ปัจจัยที่สัมพันธ์กับทัศนคติและความต้องการการสนับสนุนในเร่ืองการทางาน ของกลุ่มตัวอย่างที่จะส่งผลต่อความต้องการในการทางานอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนเสริมหรือปัญหาอุปสรรคใน การทางาน และแนวทางในการดาเนินงานเพ่ือสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมกับการทางานของผู้สูงอายุ โดย

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 123 ปัจจัยท่ีสัมพันธ์กับการทางานของกลุ่มตัวอย่างนอกเหนือจาก เพศ อายุ การศึกษา และอาชีพแล้ว ยังมีปัจจัย อ่ืนๆ ท่ีเก่ียวข้อง ได้แก่ สถานภาพสมรส สุขภาพ เช่น การมีโรคประจาตัว หรือความพิการ รายได้/ค่าใช้จ่าย/ หน้สี ิน การมเี งนิ ออม ประสบการณ์ในการทางานเมือ่ 5 ปที แี่ ล้ว และทกั ษะ/ความชานาญ จานวนสมาชกิ ทัง้ หมด ในครอบครัวและจานวนสมาชกิ ที่ทางาน รวมทัง้ การสนบั สนนุ ของครอบครัวในการทางานของผู้ใหญ่และผสู้ งู อายุ 3) ปจั จยั ต่างๆ ท่เี กยี่ วขอ้ งจะสง่ ผลต่อทัศนคติและความต้องการการสนบั สนุนการทางาน รวมท้ังสง่ ผล ต่อเน่ืองถึงความต้องการในการทางาน ซ่ึงจะทาให้สามารถกาหนดกลยุทธ์ที่เอ้ือต่อการทางานตามความต้องการ และลดปัญหาอุปสรรคในการทางานให้เบาบางลง เพื่อให้แรงงานนอกระบบที่เป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุสามารถ ทางานได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพมากขึ้น 5.2.2 ลักษณะการทางานของแรงงานนอกระบบ 1) แรงงานนอกระบบ ไม่มีเกณฑ์ของอายุเป็นตัวกาหนด สามารถยุติการทางานได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันพบว่ามีแรงงานนอกระบบท่ีเป็นผู้สูงอายุเพิ่มสูงข้ึนจากโครงสร้างของประชากรท่ีเปลยี่ นแปลงไป ทาให้ผู้ เข้าสู่วยั สงู อายุตามเกณฑ์ 60 ปี ยังคงสามารถทางานได้อยา่ งตอ่ เนอื่ ง 2) เหตุผลในการทางานมีหลายประการ เช่น ความพร้อมในด้านของสุขภาพ ความต้องการใช้เวลา ว่างให้เปน็ ประโยชน์ การมสี ว่ นรว่ มและไดร้ บั การยอมรับทางสงั คม รวมถึงความจาเปน็ ในเชิงเศรษฐกจิ 5.2.3 ลักษณะของกลุ่มตัวอย่างในการศึกษาวิจัยท่เี ป็นแรงงานนอกระบบอายรุ ะหวา่ ง 55 – 65 ปี 1) ลักษณะส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จบการศึกษาในระดบั ประถมศึกษา หรือต่ากว่า ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาคือค้าขาย บริการหรืองานรับจ้างทั่วไป ซ่ึงข้อมูล ดังกล่าวนี้เป็นผลจากการศึกษาวิจัยท่ีสอดคล้องกับข้อมูลจากสานักงานสถิติแห่งชาติที่มีการสารวจการทางาน 146 ของแรงงานสูงอายุ 2) จากพน้ื ฐานด้านการศกึ ษาและอาชีพแสดงใหเ้ หน็ วา่ ผู้สูงอายุทางานโดยใช้ประสบการณ์มากกว่า ทักษะความรู้ ลักษณะการทางานยังต้องพึ่งพาธรรมชาติที่มีความไม่แน่นอนและใช้กาลังแรงงานพอสมควร ผสู้ งู อายจุ ึงอาจทาได้ไมเ่ ต็มทีแ่ ละมีความเปน็ ไปไดว้ ่าแรงงานสูงอายุนอกระบบจะมีรายได้ไมเ่ พียงพอต่อค่าใช้จ่าย ไม่ไดร้ ับความคุม้ ครองหรอื หลักประกันทางรายได้ท่ีมนั่ คง 3) ภาครัฐรวมถึงหน่วยงานที่เก่ียวข้องควรส่งเสริมการทางานของแรงงานสูงอายุเพ่ือให้มีความม่ันคง ด้านรายได้และมีความสามารถในการพงึ่ พาตนเอง 5.2.4 เหตุผลสาคัญในการทางานของกล่มุ ตวั อย่าง เหตุผลสาคัญเป็นประเด็นด้านเศรษฐกิจมากที่สดุ ไม่ว่าจะเป็นการมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย มี ภาระต้องดูแลบุคคลในครอบครัว หรือต้องการรายได้เพ่ือเลี้ยงดูตนเอง อาจเนื่องด้วยผลพวงทางเศรษฐกิจท่ีทา ให้ค่าครองชีพสูงขึ้น หลายครอบครัวจึงมีรายได้ไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นแรงผลักดันในการทางานของ ผู้สูงอายุเพ่ือสร้างรายได้เพิ่มให้กับครอบครัว ตามแนวคิดเกี่ยวกับลักษณะของแรงจูงใจในด้านปัจจัยพื้นฐานใน

124 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย การดารงชีวิตเพ่ือการอยู่รอด ขณะท่ีผู้สูงอายุบางส่วนท่ีมีความพร้อมจะมีแรงจูงใจในการทางานตามปัจจัยด้าน 147 สังคมท่ตี อ้ งการเป็นท่ยี อมรับ สามารถดารงชีวิตอยูไ่ ด้อย่างมีศกั ดิ์ศรี 5.2.5 ความแตกตา่ งของเหตผุ ลในการทางานระหวา่ งผู้ใหญ่และผสู้ งู อายุ เหตผุ ลของการทางานเป็นอีกปัจจัยหนึ่งท่ีทาให้ทราบถึงความต้องการ/ความจาเปน็ ในการทางานของ กลุ่มเป้าหมาย โดยในการวิจัยครั้งนี้มีการศึกษาในเชิงเปรียบเทียบระหว่างวัยผู้ใหญ่ (55 – 59 ปี) และ ผู้สูงอายุ (60 – 65 ปี) ซ่ึงเป็นช่วงอายุท่ีมีการเช่ือมต่อกัน แต่ใช้เกณฑ์อายุ 60 ปีในการจาแนกกลุ่มวัยผู้ใหญ่ที่ยังนับได้ว่า จัดอยใู่ นวัยแรงงาน และวัยสูงอายุ สองกลุ่มดังกล่าวนีม้ ีเหตุผลสาคัญในการทางานที่แตกต่างกนั ดังนี้ 1) วยั ผู้ใหญ่มกี ารทางานด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจเป็นหลัก ในฐานะวยั แรงงานท่ีต้องรับผดิ ชอบภาระ ค่าใช้จ่าย และหน้ีสินต่างๆ ในครอบครัว กลุ่มนี้ยังคงมีการทางานเพ่ือหารายได้และเก็บออมเงินเพ่ือสร้างความ มั่นคงให้กับครอบครัว ส่วนใหญ่ยังมีสมรรถนะและความพร้อมทางด้านสุขภาพ สามารถทางานที่ใช้ทักษะและ แรงงานได้ 2) ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ไม่ได้เป็นกาลังหลักในการสร้างรายได้ให้กับครอบครัว เหตุผลในการทางานจึง ข้ึนอยู่กับความต้องการและความพึงพอใจ เช่น ความต้องการใช้ทักษะความรู้ให้เป็นประโยชน์ การใช้เวลาว่าง ในทางสร้างสรรค์ และความต้องการพึ่งพาตนเอง เป็นต้น ลักษณะการทางานของกลุ่มน้ีจึงเป็นงานที่ไม่เน้นการ ใช้สมรรถนะหรือกาลังแรงงาน แต่เน้นการใช้ทักษะความรู้/ภูมิปัญญา/ประสบการณ์ตามพ้ืนฐานท่ีมี และงาน ประเภทที่สอดคล้องตามบริบทของชุมชนท้องถิ่น เช่น การเป็นปราชญ์ชาวบ้าน วิทยากร งานด้านเกษตรกรรม งานศิลปหัตถกรรม งานจักสาน การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผลผลิตในท้องถ่ิน เป็นต้น งานประเภทท่ีมีความ ยืดหยุ่นด้านเวลา และสถานที่ เช่น งานทที่ าบางช่วงเวลา (Part-time) หรอื งานท่ีรบั มาทาทบี่ า้ น แตบ่ างคนยังคง ทางานเพ่อื หารายไดเ้ สรมิ ใหก้ ับครอบครัวทีม่ ีรายได้ไมเ่ พยี งพอต่อค่าใช้จ่าย หรอื ตอ้ งหารายไดเ้ พอื่ พึง่ พาตนเอง 5.2.6 การจาแนกกลุ่มตัวอย่างตามสถานะการทางานในปัจจุบัน และความต้องการทางานในอนาคต 1) กลุ่มท่ีทางานอยู่ในปัจจุบัน และมีความต้องการทางานต่อไป กลุ่มน้ีเป็นกลุ่มที่ยังคงทางานเพ่ือ สร้างรายได้ให้กับครอบครัว และส่วนใหญ่มีความพร้อมด้านสุขภาพ หรือเป็นการทางานเพื่อสร้างคุณค่าให้กับ ตนเอง 2) กลุม่ ทท่ี างานอยู่ในปัจจุบัน แต่ต่อไปไมต่ ้องการทางาน กลมุ่ น้เี ป็นกลุ่มทีม่ ีปัญหาดา้ นสุขภาพ ทาให้ ไม่มีความพร้อมต่อการทางานท่ีต่อเนื่อง และมีบุตรหลานทาหน้าที่ในการทางานเพื่อหารายได้ จึงต้องการให้ ผู้สงู อายพุ ักผ่อนมากกว่าทางาน 3) กลุ่มที่ไมไ่ ดท้ างาน แตม่ ีความตอ้ งการทจี่ ะทางาน กลุม่ นี้เป็นกลุม่ ทไ่ี มม่ ีประสบการณ์/ทักษะความรู้ หรือไม่มีความพร้อมด้านสุขภาพเท่าทีค่ วร แต่มีความจาเป็นในการทางานเพ่ือหารายได้เลี้ยงดูตนเองในกรณีที่ไม่มี ผดู้ ูแล หรอื เป็นครอบครัวขา้ มรุ่นทผ่ี สู้ งู อายตุ ้องเลีย้ งดูหลานจึงจาเป็นต้องทางานเพ่ือให้มรี ายได้

โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย 125 5.2.7 ปจั จัยทีเ่ กีย่ วข้องกบั ทศั นคติต่อการทางานของกลุ่มตัวอยา่ ง 1) ช่วงอายุ กลุ่มวัยผู้ใหญ่มีระดับคะแนนของทัศนคติต่อการทางานน้อยกว่าผู้สูงอายุ อาจเนื่องมาจาก ว่าวัยผู้ใหญ่มีการทางานด้วยเหตุผลทางด้านเศรษฐกิจเป็นหลัก ส่วนผู้สูงอายุทางานบนพ้ืนฐานความพร้อมและ ความตอ้ งการในการทางาน จึงมที ศั นคติต่อการทางานในเชงิ บวกมากกวา่ 2) สถานะการทางานในปัจจุบัน ผทู้ ยี่ ังคงทางานอยู่ในปจั จุบันด้วยความพร้อมย่อมมีระดับคะแนนของ ทัศนคติ หรอื ทศั นคตใิ นเชงิ บวกต่อการทางานมากกว่าผู้ท่ีไม่ได้ทางาน 3) ประสบการณ์ในการทางาน ผู้ที่มีประสบการณ์ในการทางานเมื่อ 5 ปีที่แล้ว จะมีระดับคะแนนของ ทศั นคติสูงกว่าผู้ทีไ่ ม่มปี ระสบการณ์ เนือ่ งจากประสบการณท์ ี่มสี ามารถใชเ้ ปน็ พ้ืนฐานในการต่อยอดการทางานได้ 5.2.8 ความต้องการการสนับสนนุ การทางาน 1) การส่งเสรมิ สุขภาพเพ่อื สรา้ งความพร้อมในการทางาน 2) การสร้างหลักประกันและความมั่นคงด้านรายได้เพ่ือให้เกิดแรงจูงใจในการทางานและมีรายได้ท่ี ต่อเนื่อง 3) การปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการทางานท่ีเหมาะสมเพ่ือเอื้อต่อสุขภาพและการทางานของ กลุม่ เป้าหมาย 4) ทนุ สาหรบั การประกอบอาชีพ/การรวมกลุ่มประกอบอาชีพ 5) การจดั หาตลาดรองรับผลผลติ 5.2.9 การดาเนนิ งานของหนว่ ยงานที่เกี่ยวขอ้ ง 1) การจัดต้ังคณะอนุกรรมการบริหารจัดการแรงงานนอกระบบจากตัวแทนหน่วยงาน 9 กระทรวง 148 เพอื่ ดาเนนิ การสง่ เสรมิ คมุ้ ครองแรงงานนอกระบบ 2) การขบั เคลื่อนงานดา้ นผูส้ งู อายุโดยหน่วยงานระดับจังหวดั ในลักษณะของการบูรณาการ 3) การดาเนินงานของสานักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์จังหวัด (พมจ.) ในการ ส่งเสริมการรวมกลุม่ อาชีพของผสู้ ูงอายใุ นพ้ืนทีบ่ างจังหวดั การกาหนดแนวทางการดาเนินงานแสดงให้เห็นถึงการส่งเสริมการทางานของแรงงานนอกระบบท่ี รวมถึงผู้ใหญ่และผู้สูงอายุต้ังแต่ระดับประเทศ ลงมาถึงระดับจังหวัด จนกระทั่งถึงระดับพื้นท่ี ซ่ึงเป็นการ ขบั เคลื่อนงานอย่างต่อเน่ืองและเปน็ ระบบ เออ้ื ตอ่ การทางานของแรงงานนอกระบบทีเ่ ปน็ ผูใ้ หญแ่ ละผูส้ ูงอายุ 5.2.10 ปัจจัยทเี่ กย่ี วข้องกับการสง่ เสริมการทางาน 1) ปัจจัยหนุนเสรมิ 1.1) คุณสมบัติและความพร้อมของผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ทั้งในเร่ืองของทักษะ/ความเช่ียวชาญ/ ประสบการณ์ รวมทง้ั ความพร้อมในการเรียนรูแ้ ละสามารถทางานได้หลากหลาย 1.2) การสนับสนุนโดยภาครัฐ ที่มีนโยบายส่งเสริมการทางานของผู้สูงอายุ การจัดต้ัง คณะอนกุ รรมการฯ เพอ่ื สง่ เสรมิ การทางานของแรงงานสูงอายุ และการลดหย่อนภาษีให้กบั หนว่ ยงานท่มี ีการจ้าง

126 โครงการ ิว ัจยกล ุยท ์ธส่งเส ิรมการ ำท�งานของผู้ ูสงอายุไทย งานผู้สูงอายุ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เก่ียวข้องเพ่ือขับเคลื่อนงานในพื้นที่ และการ 149 สนับสนุนโดยภาคธรุ กิจ 2) ปัจจยั ทเ่ี ปน็ ปญั หาอุปสรรค 1.1) ลักษณะส่วนบุคคลของกลมุ่ ตัวอยา่ ง ท่มี ีปญั หาด้านสุขภาพ บางสว่ นไม่มีทกั ษะความรู้และ ประสบการณใ์ นการทางาน มีปญั หาด้านการออม 1.2) ลักษณะของสนิ ค้าทผี่ ลิตไม่ตรงกบั ความตอ้ งการของตลาด 1.3) การขาดฐานขอ้ มลู ด้านการทางานของผ้สู งู อายุ 1.4) ผสู้ ูงอายเุ ข้าไมถ่ งึ ขอ้ มูลด้านทนุ ทส่ี นับสนุนการทางาน 1.5) การดาเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ท่ัวถึงและครอบคลุมทุกพื้นที่ การบูรณาการ ของหน่วยงานที่เก่ียวข้องขาดความเป็นเอกภาพ และระบบการออมของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ที่ เช่อื มโยงกับชุมชนยงั ไม่มีการดาเนินงานอย่างจริงจงั จากปัจจัยตา่ งๆ ทเี่ ก่ยี วข้อง ทงั้ ปจั จัยหนุนเสริม และปัญหาอุปสรรคตา่ งๆ มคี วามเกี่ยวข้องทั้ง กับกลุ่มตัวอย่างท่ีเป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ ชุมชนท้องถิ่น ภาครัฐและภาคเอกชน ดังน้ันการดาเนินงานจึงต้องมี การสอดประสานและเชื่อมโยงกนั อยา่ งเปน็ ระบบ เพื่อใหก้ ารสนับสนุนการทางานเกิดผลในทางปฏิบัติ 5.2.11 ความคดิ เห็นของผู้เช่ยี วชาญ/นักวชิ าการเก่ียวกบั การส่งเสรมิ การทางานของผใู้ หญแ่ ละผู้สูงอายุ 1) มมุ มองความคิดเหน็ ทีส่ อดคลอ้ งกันในเร่ืองของการส่งเสริมการทางานในเชงิ คุณภาพ 1.1) พัฒนาทกั ษะ องค์ความรู้ ใหม้ คี วามทันสมยั ก้าวทันสถานการณ์ 1.2) การรักษาเอกลักษณ์/ภูมิปัญญาท้องถิ่นเพ่ือดารงความเป็นตัวตนของชุมชนท้องถิ่น แต่ อาจจะมกี ารประยกุ ต์หรอื พัฒนาใหม้ ีความร่วมสมยั มากขึ้น 1.3) ใช้หลักอุปสงค์ อุปทานในการกาหนดกลยุทธ์ส่งเสริมการทางานท่ีเหมาะสมกับความ ต้องการของผใู้ หญ่และผ้สู ูงอายุ ในขณะเดยี วกันผลผลิตจากการทางานต้องสอดคล้องกับความต้องการของตลาด เพอื่ ให้การทางานเปน็ ไปอยา่ งต่อเน่ือง 2) มุมมองความคิดเหน็ ท่ีแตกตา่ งกนั ในเรอื่ งของการส่งเสรมิ การทางานในเชงิ ปริมาณ 1.1) การส่งเสริมให้ผู้ใหญ่และผู้สูงอายุเข้ามามีส่วนร่วมในการทางานมากข้ึน เพ่ือให้สอดคล้อง กบั สงั คมสูงอายุในปัจจุบนั และเปน็ กาลงั แรงงานเสริมทีม่ ีศักยภาพเพยี งพอ สามารถพัฒนาได้ 1.2) การส่งเสริมการทางานในเชิงปริมาณไม่ใช่สิ่งท่ีจาเป็น เน่ืองจากแรงงานนอกระบบที่เป็น ผใู้ หญ่และผูส้ งู อายุมีจานวนมากเพียงพอ จึงควรใหค้ วามสาคญั กับการพฒั นาทักษะ องค์ความรู้ และเทคโนโลยีท่ี ทนั สมยั ท่ีสามารถนามาประยกุ ต์ใชใ้ นการทางานได้ การส่งเสริมการทางานของแรงงานนอกระบบที่เป็นผู้ใหญ่และผู้สูงอายุมีความจาเป็นโดยเฉพาะ ในเร่ืองของการพัฒนาทักษะความรู้ การใช้ทุนทางสังคม/ภูมิปัญญาท้องถ่ินผสานกับเทคโนโลยีท่ีทันสมัยในการ สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ส่วนการส่งเสริมให้วัยสูงอายุมีส่วนร่วมในกาลัง


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook