Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore AWT_SWOT

AWT_SWOT

Published by Guset User, 2022-07-31 07:55:25

Description: AWT_SWOT

Search

Read the Text Version

ชุมชนเขา้ ใจต่อนโยบายของโรงเรยี นและรับฟงั การช้แี จง ทำความเขา้ ใจกบั โรงเร ระยะทง้ั ในภาพรวมของโรงเรียนของสายช้ันและของห้องเรียนหรือแม้แต่ส่วนตวั การพัฒนาผู้เรียนและยกผลสัมฤทธิท์ างการเรียนอยา่ งชดั เจน นำมาปฏิบตั ิ ได้จร การจัดกิจกรรมการศึกษาของโรงเรียน โดยมีค่าเท่ากับ 4.00 ประกอบกับ พร อีกทั้ง หน่วยงานต้นสังกัดมีนโยบายในการจัดการศึกษาที่ชัดเจนในการพัฒนาค และรัฐบาลองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครองเข้าใจนโยบายการจัดการศ กระทบต่อการดำเนนิ งานของโรงเรยี นและการพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดยมีคา่ ขอ้ จำกดั (อุปสรรค) โรงเรียนบาลวาปีปทุมมีข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคจากสภาพแวด พัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลื่อนคุณภาพขอ ตามลำดับดังนี้ คือ 1) นโยบายของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงบ่อย ทำให้การดำเนินง แตกต่างในด้านมุมมอง แนวคิด ทัศนคติ ความแตกต่างทางการเมืองของคนใ ดำเนินงาน 4) มผี ูป้ กครองบางคนมีความเห็นตา่ งในบางนโยบายและบางเร่ือง เช กับผ้ปู กครองบางกลมุ่ ที่เหน็ ดว้ ยกับโรงเรียนและบางกลมุ่ ที่ไม่เห็นดว้ ย

39 รียนอยู่เป็นประจำ และมีการตดิ ตอ่ สือ่ สารกนั ระหว่างโรงเรยี นกับผปู้ กครองเป็น วอยเู่ ป็นประจำ โดยมคี ่าเทา่ กับ 4.09 รองลงมาคือ มีนโยบายและมีโครงการใน ริง ส่งผลต่อคุณภาพผเู้ รยี นอย่างเป็นรปู ธรรม ผู้นำท้องถ่ิน นกั การเมอื ง ส่งเสริม ระราชบัญญัติการศึกษาให้ทุกคนมีโอกาสศึกษาตามศักยภาพของแต่ละบุคคล คุณภาพผู้เรียน ให้การสนับสนุนในด้านต่าง ๆ ด้วยดี โดยมีค่าเฉล่ียเท่ากับ 4.00 ศึกษา ให้การสนับสนุนด้านงบประมาณในการจัดการศึกษา เป็นปัจจัยที่ส่งผล าเฉลีย่ เทา่ กบั 3.94 ตามลำดับ ดล้อมภายนอกด้านเศรษฐกิจ ที่เป็นข้อมูลที่ต้องคำนึงถึงเพื่อใช้ในการวางแผน องสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล และมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้ น งานต้องปรับเปลี่ยนตามรัฐบาลจึงขาดความต่อเ นื่องในการพัฒนา 2) มีความ ในชุมชน 3) นโยบายเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาทำให้ขาดความต่อเนื่องในการ ชน่ ทรงผมนกั เรยี น การนำโทรศพั ท์มาโรงเรียน และ 5) มีความคิดทแี่ ตกต่างกัน 39

1.3.2 การใหค้ ะแนนประเดน็ สำคญั ทเี่ ป็นปัจจยั ท่สี ่งผลต่อการดำ หาคา่ เฉลี่ยรายด้าน ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมลู ได้ดังน้ี 1) การให้คะแนนประเดน็ สำคัญทีเ่ ป็นปจั จยั ท่สี ่งผลตอ่ การดำ นโยบายของสถานศกึ ษา (Structure : S1) ตารางท่ี 5 การให้คะแนนประเดน็ สำคญั จากสภาพแวดล้อมภายในด้านโครงสร้า จดุ แข็ง (Strengths) ประเด็นสำคญั เฉล 1. โรงเรียนมีการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ที่ชัดเจน เอื้ออำนวยต่อการ 4.40 พัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับบริบทและ ความต้องการของชุมชน มีโครงสรา้ งการจัดการศึกษาที่ชดั เจนเป็นเอกภาพ และกำหนดบทบาทหน้าที่การบริหารงานของแตล่ ะกลุม่ งานทช่ี ัดเจน มีการ บรหิ ารงานทเ่ี ป็นระบบ 2.มีการประชุม บริหารที่ชัดเจน โปร่งใส มีคำสั่งมอบหมายงานบุคลากรที่ 4.31 ชัดเจน และมอบหมายงานตามความถนัดและความเหมาะสม บริหารงาน แบบมีส่วนร่วม และมีผลงานผลงานเชิงประจักษ์โดดเด่น เป็นรูปธรรม จน สามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานอื่นๆได้ บุคลากรมีความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์หลากหลายในการจัดการศึกษาที่มี ประสทิ ธิภาพ 3. นักเรยี นได้รับการปลกู ฝงั ในเรอ่ื งของความรับผิดชอบตอ่ หน้าที่ ทัง้ ในด้าน 4.34 การเรียนการสอนและงานทไี่ ด้รับมอบหมาย สง่ ผลให้คณุ ภาพผูเ้ รยี น เนน้ ไป ในทางทยี่ งั่ ยืน ผลสมั ฤทธิส์ งู ข้นึ เดก็ มีระเบียบวินัย

40 ำเนนิ การของโรงเรยี นจากบริบทสภาพแวดล้อมภายใน ในแตล่ ะด้านและนำมา ำเนนิ การของโรงเรยี นจากบริบทสภาพแวดล้อมภายใน ดา้ นโครงสร้างและ างและนโยบายของสถานศึกษา (Structure : S1) จากผู้มีสว่ นเก่ียวข้อง จดุ ออ่ น (Weaknesses) ล่ีย ประเด็นสำคญั เฉลี่ย 0 1. ผู้ปฏิบัติงานมีความซ้ำซ้อนในสายงานต่าง ๆ บุคลากรบางส่วน 3.29 อาจมีความเขา้ ใจคลาดเคลอ่ื นทำให้เข้าไม่ถึงโครงสร้างการบริหาร ที่ชัดเจน อีกทั้งบางคนมีภาระงานพิเศษมาก ส่งผลให้การ เตรยี มการสอนไม่เตม็ ประสิทธิภาพ 1 2. มีบคุ ลากรส่วนน้อยขาดความรว่ มมือในการปฏิบัติตามนโยบาย 3.29 และขาดความทมุ่ เท เสยี สละเพ่อื ส่วนรวม 4 3.นักเรียนและผู้ปกครองบางกลุ่มยังไม่เข้าใจนโยบายของทาง 3.06 โรงเรยี น เชน่ ไมม่ าปฐมนเิ ทศทำให้ไม่เขา้ ใจนโยบายของโรงเรยี น 40

4. การประสานงานต่างๆกับภาคีเครือข่ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มี 4.34 ทีมงานที่เข็มแข็งทำให้การบริหารจัดการสถานศึกษามีประสิทธิภาพ เกิด 4.37 ประสิทธผิ ลสูงสุด มีความชัดเจนในโครงสร้างและนโยบายของสถานศึกษา ที่ชัดเจน มีการรับรองเอกสารหลักฐานจากผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภาคี 4 ฝ่าย กรรมการสถานศึกษา และผ่านการรับรองจาก ผปู้ กครองนกั เรยี นจากการปฐมนิเทศ 5. ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทส่งเสรมิ และบริหารการจัดการศึกษา อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธิผล คา่ เฉลย่ี 4.35 จากตารางที่ 5 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในด้านโครงสร โดยมีคา่ เฉลี่ยเท่ากบั 4.35 ซ่ึงมากกวา่ จุดอ่อนทมี่ ีค่าเฉลี่ยเท่ากบั 3.22 น้นั เพราะ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทเ่ี นน้ ผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคลอ้ งกบั บริบทและคว กำหนดบทบาทหน้าทก่ี ารบรหิ ารงานของแต่ละกล่มุ งานทชี่ ัดเจน มกี ารบรหิ ารงา คือ ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทส่งเสริม และบริหารการจัดการศึกษาอย่า นกั เรียนได้รบั การปลูกฝังในเรื่องของความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ทง้ั ในดา้ นการเร ยง่ั ยนื ผลสัมฤทธ์ิสงู ขึ้น เด็กมีระเบียบวินัย โดยมคี ่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.34 ประกอบก ที่เข็มแข็งทำให้การบริหารจัดการสถานศึกษามีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลส รบั รองเอกสารหลักฐานจากผู้มีสว่ นร่วมในการจัดการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภาคี 4 ปฐมนิเทศโดยมีคา่ เฉลย่ี เท่ากับ 4.34 และมีการประชมุ บรหิ ารทีช่ ดั เจน โปรง่ ใส

41 4 4.นโยบายการจดั สรรงบประมาณของภาครัฐยังไม่เพียงพอในการ 3.26 บรหิ ารจัดการด้านการศกึ ษา 7 5.เนือ่ งจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรสั 3.20 โคโรนา 2019 ทำให้บุคลากรในหน่วยงานทำงานได้ไม่เต็มท่ี บาง กิจกรรม/โครงการไม่ได้ดำเนินการ บคุ ลากรในสถานศึกษาทำงาน ไม่เต็มทีเ่ ทา่ ทีค่ วร 5 ค่าเฉล่ีย 3.22 ร้างและนโยบายของสถานศึกษา เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา ะวา่ เกดิ จากโรงเรียนมีการบริหารจัดการในด้านต่าง ๆ ท่ีชัดเจน เอ้ืออำนวยต่อ วามต้องการของชุมชน มโี ครงสร้างการจัดการศึกษาท่ีชดั เจนเป็นเอกภาพ และ านท่เี ปน็ ระบบ โดยมคี ่าเฉลีย่ เท่ากับ 4.40 ซ่งึ เปน็ เฉลี่ยสูงสดุ ในด้านน้ี รองลงมา างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 รองลงมาคือ รียนการสอนและงานท่ีได้รับมอบหมาย ส่งผลใหค้ ุณภาพผู้เรียน เน้นไปในทางท่ี กบั การประสานงานต่างๆกับภาคเี ครือขา่ ยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีทีมงาน สูงสุด มีความชัดเจนในโครงสร้างและนโยบายของสถานศึกษาที่ชั ดเจน มีการ ฝ่าย กรรมการสถานศึกษา และผ่านการรบั รองจากผูป้ กครองนักเรียนจากการ ส มีคำส่งั มอบหมายงานบคุ ลากรท่ีชดั เจน และมอบหมายงานตามความถนดั และ 41

ความเหมาะสม บริหารงานแบบมีส่วนร่วม และมีผลงานเชิงประจักษโ์ ดดเด่น เป มีความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์หลากหลายในการจัดการศึกษาที่มี การพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาโดยมีค่าเฉล่ียเท่ากบั 4.31 ตามลำดับ ขอ้ จำกัด (อปุ สรรค) โรงเรียนบาลวาปีปทุมมีข้อจำกัดที่เป็นจุดอ่อนจากสภาพแวด คำนงึ ถึงเพื่อใชใ้ นการวางแผน พฒั นาและปรบั ปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษ ทั้งบริบทภายในโรงเรียนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องกำหนดกลยุทธ์ พัน เหล่านี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในแนวทางที่ดีขึ้นในอนาคตต่อไป ซึ่งจุดอ่อนท โรงเรียนจากการศึกษามีหัวข้อตามลำดบั ดงั นี้ คือ 1) ผู้ปฏิบัติงานมีความซ้ำซ้อน ถึงโครงสรา้ งการบริหารทีช่ ัดเจน อีกทัง้ บางคนมีภาระงานพเิ ศษมาก สง่ ผลใหก้ า ในการปฏิบัติตามนโยบายและขาดความทุ่มเท เสียสละเพื่อส่วนรวม 3) นโยบ การศกึ ษา 4) เน่ืองจากสถานการณก์ ารแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัสโคโรนา 2 ดำเนินการ บุคลากรในสถานศึกษาทำงานไมเ่ ตม็ ทเี่ ท่าที่ควร และ 5) นกั เรยี นแล ทำให้ไม่เข้าใจนโยบายของโรงเรยี น

42 ป็นรูปธรรม จนสามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กบั หน่วยงานอื่นๆได้ บุคลากร ประสิทธิภาพ เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและ ดล้อมภายในด้านโครงสร้างและนโยบายของสถานศึกษา ที่เป็นข้อมูลที่ต้อง ษาและขบั เคล่อื นคุณภาพของสถานศกึ ษาใหม้ ปี ระสิทธภิ าพ เกดิ ประสิทธผิ ล อีก นธกิจ เป้าประสงค์ และโครงการ กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถขจัดจุดอ่อนต่าง ๆ ที่โรงเรียนที่ต้องได้รับการปรับเปลี่ยนและต้องคำนึ งถึงในการดำเนินงานของ นในสายงานต่าง ๆ บุคลากรบางส่วนอาจมีความเข้าใจคลาดเคล่ือนทำให้เขา้ ไม่ ารเตรียมการสอนไม่เต็มประสิทธิภาพ 2) มีบุคลากรสว่ นน้อยขาดความร่วมมือ บายการจัดสรรงบประมาณของภาครัฐยังไม่เพียงพอในการบริหารจัดการด้าน 2019 ทำใหบ้ ุคลากรในหนว่ ยงานทำงานไดไ้ ม่เต็มท่ี บางกิจกรรม/โครงการไม่ได้ ละผู้ปกครองบางกลุม่ ยังไมเ่ ข้าใจนโยบายของทางโรงเรยี น เช่น ไม่มาปฐมนิเทศ 42

2) การให้คะแนนประเด็นสำคัญทเ่ี ปน็ ปจั จยั ท่ีส่งผลตอ่ การดำ บริการ (Product and Service : S2) ตารางท่ี 6 การให้คะแนนประเดน็ สำคัญจากสภาพแวดล้อมภายในด้านผลผลิตแ จดุ แขง็ (Strengths) เฉล ประเดน็ สำคญั 4.51 4.51 1. โรงเรยี นมีกระบวนการบรหิ ารจัดการสถานศกึ ษาที่เปน็ เลศิ สง่ ผลให้ ไดร้ บั รางวลั สถานศกึ ษาพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษา ประจำปี 4.49 การศึกษา 2562 4.49 2.นกั เรียนมีผลสมั ฤทธ์ิทางการเรยี นรู้สูงขนึ้ ทุกปี นักเรียนมีคุณธรรม จรยิ ธรรม มสี นุ ทรียภาพและคา่ นิยมทด่ี ีงาม นกั เรียนมีความรู้ ทกั ษะพนื้ ฐาน 4.49 ตามหลกั สตู รทคี่ รอบคลมุ ผลสัมฤทธิต์ ามสาระการเรยี นรขู้ องแต่ละระดบั ช้นั นักเรียนท่จี บจากโรงเรยี นสามารถไปศึกษาตอ่ และไดร้ ับคำชมเชยจาก สถาบนั ที่ไปศกึ ษาตอ่ ตา่ ง ๆ เหลา่ น้นั 3.โรงเรยี นมีการประชาสมั พันธข์ อ้ มูลขา่ วสารตา่ งๆ อีกทงั้ มีช่องทางสำหรับ ติดต่อสอ่ื สารสรา้ งความเข้าใจกับผ้ปู กครองหลายชอ่ งทาง เพอื่ ร่วมกนั ขับเคลอ่ื นการดำเนนิ งาน 4.โรงเรยี นใหบ้ รกิ ารแก่นักเรยี น ผู้ปกครอง ชมุ ชน หรอื หนว่ ยงานอ่นื ท่ีเขา้ มาตดิ ต่อราชการไดอ้ ยา่ งรวดเรว็ และทัว่ ถึง มีการบริการชุมชน ผูป้ กครอง และนักเรียนดว้ ยความเป็นมติ ร และทัดเทียมกันเปน็ แหล่งเรียนรูส้ ำหรบั การศกึ ษาดงู านของภาคส่วนตา่ งๆท้ังในระดบั เขตและระดบั จงั หวดั 5.คร/ู บคุ ลากรมกี ารให้บรกิ ารผูเ้ รียนและผปู้ กครองอย่างเตม็ ใจไม่เลอื ก ปฏบิ ตั ิ คา่ เฉล่ยี 4.50

43 ำเนินการของโรงเรยี นจากบริบทสภาพแวดลอ้ มภายใน ดา้ นผลผลติ และการ และการบรกิ าร (Product and Service : S2) จากผ้มู ีส่วนเกยี่ วข้อง เฉลีย่ จุดออ่ น (Weaknesses) 2.91 ล่ีย ประเดน็ สำคญั 3.29 1 1.บุคลากรบางส่วนยังขาดความเขา้ ใจ และยงั ไมไ่ ดร้ ับการสง่ เสริมใน การจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning อย่างเปน็ รปู ธรรมและ ต่อเนอ่ื งและการจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู้ ่เี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สำคญั 1 2.การให้บรกิ ารแหลง่ การเรียนรู้อย่างหลากหลายภายในโรงเรียนไม่ เพยี งพอกบั จำนวนนกั เรยี น เชน่ หอ้ งสมุดโรงเรียน ซึง่ เปน็ แหล่ง สบื คน้ ข้อมลู ควรจดั ให้มขี นาดใหญ่ และมคี วามพรอ้ มสำหรบั ใชง้ าน 9 3.เด็กนกั เรียนมคี วามแตกต่างการชอบทไ่ี ม่เหมือนกนั เช่น บางคน 3.60 ชอบดนตรี บางคนชอบกฬี า บางคนชอบเรียน 9 4.ความแตกต่างของศกั ยภาพในการเรียนรขู้ องผู้เรยี น และมนี กั เรยี น 3.31 บางสว่ นยงั ไม่ตระหนกั และไมเ่ หน็ ความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนและผลการทดสอบระดบั ชาติ 9 5.การจัดการเรียนการสอนขาดการส่งเสริมกจิ กรรมการเรียนรู้แบบ 3.31 43 Active Leaning ทเ่ี ป็นรปู ธรรม ควรจัดให้มกี ารอบรม เพื่อพัฒนา บุคลากรอย่เู สมอ และควรมีการพฒั นาบุคลากรในด้านอ่นื ๆ โดยจดั ให้ มีการอบรมพัฒนาบคุ ลากรอยู่เสมอ 0 คา่ เฉล่ยี 3.28

จากตารางที่ 6 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในด้านผลผล เทา่ กับ 4.50 ซ่งึ มากกว่าจุดอ่อนท่มี ีคา่ เฉล่ียเท่ากบั 3.28 น้นั เพราะว่า เกดิ จากโ สถานศึกษาพระราชทานระดับก่อนประถมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 ป จริยธรรม มีสุนทรียภาพและค่านิยมที่ดีงาม นักเรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐาน นักเรียนที่จบจากโรงเรียนสามารถไปศึกษาต่อและได้รับคำชมเชยจากสถาบันท ด้านน้ี รองลงมาคือ โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ อีกทั้งมีช ร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 ประกอบกับ โรงเ ราชการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง มีการบริการชุมชน ผู้ปกครอง และนักเรียน 4.49 ประกอบกบั คร/ู บคุ ลากรมีการให้บรกิ ารผูเ้ รียนและผู้ปกครองอย่างเต็มใจไ พัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษา โดยมีคา่ เฉลีย่ เท่ากบั 4.49 ตามลำดับ ข้อจำกดั (อปุ สรรค) โรงเรียนบาลวาปีปทุมมีข้อจำกัดที่เป็นจุดอ่อนจากสภาพแวดล้อ วางแผน พัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลื่อนคุณ โรงเรียนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องกำหนดกลยุทธ์ พันธกิจ เป้าประสง เปลย่ี นแปลงไปในแนวทางท่ีดขี ้ึนในอนาคตตอ่ ไป ซง่ึ จดุ ออ่ นทีโ่ รงเรยี นทต่ี อ้ งไดร้ มีหัวขอ้ ตามลำดับดงั นี้ คอื 1) เดก็ นักเรียนมคี วามแตกตา่ งการชอบทีไ่ ม่เหมอื นกนั ของศักยภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียน และมีนักเรียนบางส่วนยังไม่ตระหนักแล 3) การจัดการเรียนการสอนขาดการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Le ควรมีการพัฒนาบุคลากรในด้านอื่นๆ โดยจัดให้มีการอบรมพัฒนาบุคลากรอย เพียงพอกับจำนวนนกั เรียน เช่น ห้องสมุดโรงเรียน ซึ่งเป็นแหล่งสบื ค้นข้อมูลคว ยังขาดความเข้าใจ และยังไม่ได้รับการส่งเสริมในการจัดการเรียนรู้แบบ Active ผูเ้ รียนเปน็ สำคญั

44 ลิตและการบริการ เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยมีค่าเฉล่ีย โรงเรียนมีกระบวนการบริหารจดั การสถานศึกษาทเ่ี ป็นเลิศ สง่ ผลให้ได้รับรางวัล ประกอบกับนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้นทุกปี นักเรียนมีคุณธรรม ตามหลักสูตรที่ครอบคลุมผลสัมฤทธิ์ตามสาระการเรียนรู้ของแต่ ละระดับช้ัน ที่ไปศึกษาต่อต่าง ๆ เหล่านั้น โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 ซึ่งเป็นเฉลี่ยสูงสุดใน ช่องทางสำหรับติดต่อสื่อสารสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองหลายช่องทาง เพ่ือ เรียนให้บริการแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชน หรือหน่วยงานอื่นที่เข้ามาติดต่อ นด้วยความเป็นมิตร และทัดเทียมกันเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับ โดยมีค่าเท่ากับ ไม่เลอื กปฏบิ ตั ิ เป็นปจั จัยทีส่ ่งผลกระทบตอ่ การดำเนินงานของโรงเรยี นและการ อมภายในด้านผลผลิตและการบริการ ที่เป็นข้อมูลที่ต้องคำนึงถึงเพื่อใช้ในการ ณภาพของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล อีกทั้งบริบทภาย ใน งค์ และโครงการ กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถขจัดจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีการ รับการปรับเปลีย่ นและต้องคำนึงถงึ ในการดำเนินงานของโรงเรียนจากการศึกษา น เช่น บางคนชอบดนตรี บางคนชอบกฬี า บางคนชอบเรยี น 2) ความแตกต่าง ละไม่เห็นความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ eaning ที่เป็นรูปธรรม ควรจัดให้มกี ารอบรม เพื่อพัฒนาบุคลากรอยู่เสมอ และ ยู่เสมอ 4) การให้บริการแหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลายภายในโรงเรียนไม่ วรจัดให้มีขนาดใหญ่ และมีความพร้อมสำหรับใชง้ าน และ 5) บุคลากรบางส่วน e Leaning อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่องและการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้น 44

3) การใหค้ ะแนนประเดน็ สำคญั ทีเ่ ป็นปจั จัยทสี่ ่งผลต่อการดำเน ตารางท่ี 7 การให้คะแนนประเดน็ สำคญั จากสภาพแวดล้อมภายในด้านบุคลากร จุดแขง็ (Strengths) เฉล ประเด็นสำคัญ 4.37 1.ครูและบุคลากรมีความเสยี สละ ทุม่ เท และพร้อมจะขบั เคลอื่ นนโยบาย ของโรงเรียนสูก่ ารปฏบิ ตั ิ มคี วามพรอ้ มในการจัดกจิ กรรมและการเรียนการ 4.46 สอนและภาระงานทไี่ ดร้ ับมอบหมาย ความพรอ้ มในการดำเนนิ งาน และ พัฒนาเดก็ สามารถจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนได้เต็มความสามารถ เตม็ 4.46 เวลา 4.46 2.โรงเรยี นมวี ัฒนธรรมองคก์ รท่ดี ี ในการปฏบิ ตั งิ านการเรยี นรงู้ านของครผู ู้มี อาวโุ สมากตอ่ ครผู ู้มีอาวโุ สนอ้ ย บคุ ลากรมีปฏสิ ัมพันธท์ ด่ี ีตอ่ กันแบบ ครอบครัวมคี วามสามคั คกี นั ในหม่คู ณะ ช่วยเหลือเกื้อกลู กัน มขี วญั กำลงั ใจทดี่ ีตอ่ การปฏบิ ตั งิ าน 3.ผู้บริหารสถานศกึ ษามีภาวะผนู้ ำ และความสามารถในการบริหารจัดการ สถานศึกษา มคี วามชดั เจนและคำนงึ ถึงผลท่ีเกดิ กับผเู้ รียนเป็นสำคญั 4.บคุ ลากรมคี วามรกั ความศรทั ธา ในวชิ าชพี ใฝห่ าความรู้ และพฒั นา ตนเองอยู่เสมอ 5.ครมู กี ารจัดทำสอ่ื ทหี่ ลากหลายให้เป็นไปตามความต้องการของนกั เรยี น ที่ 4.34 ส่งผลต่อการเรยี นรู้ การสรา้ งเสรมิ ประสบการณ์ และการพัฒนาคณุ ภาพ 4.42 ผ้เู รยี น คา่ เฉลี่ย จากตารางที่ 7 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในด้านบุคลา ซึ่งมากกว่าจุดอ่อนที่มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 2.95 นั้นเพราะว่า เกิดจากโรงเรียนมีวัฒ

45 นินการของโรงเรียนจากบรบิ ทสภาพแวดล้อมภายใน ด้านบคุ ลากร (Man : M1) ร (Man : M1) จากผูม้ ีสว่ นเกย่ี วข้อง จุดอ่อน (Weaknesses) เฉล่ีย ลี่ย ประเด็นสำคัญ 3.29 7 1.ครบู างคนสอนไม่ตรงวชิ าเอก ขาดแคลนบางวชิ า 6 2.บุคลากรสว่ นนอ้ ยขาดความรคู้ วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี ควร 3.06 มีการสง่ เสรมิ และจัดอบรมเพื่อพฒั นาในสถานศกึ ษา และบุคลากร บางส่วนยงั ใชเ้ ทคโนโลยีในการปฏบิ ตั ิงานในหนา้ ทที่ ้ังด้านการจดั การ เรียนการสอนและงานพเิ ศษไมค่ ่อยคลอ่ งเทา่ ท่ีควร 6 3.ขาดการนิเทศติดตาม 2.51 6 4.ครแู ละบุคลากรในโรงเรยี นขาดการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ การ 2.83 สง่ เสรมิ กิจกรรมท่เี นน้ นักเรียนเป็นสำคัญ ยงั คงเนน้ ครูให้ครูเป็นผู้ให้ 3.06 ความรู้ 4 5.บคุ ลากรมีการงานมาก การกระจายงานไม่เทา่ กนั ภาระงานอนื่ เยอะ มากเกินไปทำให้เสียเวลาในการจดั การเรียนรใู้ นห้อง 2 คา่ เฉลย่ี 2.95 ากร เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.42 45 ฒนธรรมองค์กรที่ดี ในการปฏิบัติงานการเรียนรู้งานของครูผู้มีอาวุโสมากต่อครู

ผู้มีอาวุโสน้อย บุคลากรมีปฏิสัมพันธ์ท่ีดีต่อกันแบบครอบครัวมีความสามัคคีก ค่าเฉลย่ี เท่ากับ 4.46 ประกอบกับ ผบู้ ริหารสถานศกึ ษามีภาวะผู้นำ และความสา ผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46 ประกอบกับบุคลากรมีความรักค เท่ากับ 4.46 ซ่งึ เปน็ เฉล่ยี สูงสุดในดา้ นนี้ รองลงมาคอื ครแู ละบคุ ลากรมีความเส พร้อมในการจดั กิจกรรมและการเรยี นการสอนและภาระงานท่ีไดร้ บั มอบหมาย ค สอนได้เต็มความสามารถ เต็มเวลา โดยมีค่าเท่ากับ 4.37 และครูมีการจัดทำส การสร้างเสริมประสบการณ์ และการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน เป็นปัจจัยที่ส่งผลก คา่ เฉล่ยี เทา่ กบั 4.34 ตามลำดับ ขอ้ จำกัด (อปุ สรรค) โรงเรียนบาลวาปีปทุมมขี ้อจำกดั ท่ีเป็นจุดอ่อนจากสภาพแวดลอ้ และปรับปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลื่อนคุณภาพของสถานศ สมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องกำหนดกลยุทธ์ พันธกิจ เป้าประสงค์ และโครงการ ก แนวทางทดี่ ีข้นึ ในอนาคตต่อไป ซงึ่ จดุ ออ่ นที่โรงเรยี นทต่ี ้องได้รบั การปรับเปลี่ยนแ ดังน้ี คอื 1) ครูบางคนสอนไม่ตรงวิชาเอก ขาดแคลนบางวชิ า 2) บคุ ลากรสว่ นนอ้ เพอ่ื พฒั นาในสถานศึกษา และบคุ ลากรบางสว่ นยงั ใช้เทคโนโลยใี นการปฏบิ ัติงาน 3) บคุ ลากรมีการงานมาก การกระจายงานไม่เท่ากันภาระงานอื่นเยอะมากเกินไ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การส่งเสริมกจิ กรรมท่เี นน้ นักเรียนเป็นสำคัญ ยังคงเน

46 กันในหมู่คณะ ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีขวัญกำลังใจที่ดีต่อการปฏิบัติงาน โดยมี ามารถในการบริหารจัดการสถานศกึ ษา มีความชดั เจนและคำนงึ ถึงผลท่ีเกิดกับ ความศรัทธา ในวิชาชีพ ใฝ่หาความรู้ และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ โดยมีค่าเฉล่ีย สียสละ ทมุ่ เท และพรอ้ มจะขบั เคลื่อนนโยบายของโรงเรยี นส่กู ารปฏิบัติ มีความ ความพร้อมในการดำเนินงาน และพฒั นาเด็ก สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการ สื่อที่หลากหลายให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียน ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ กระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยมี อมภายในด้านบุคลากร ที่เป็นข้อมูลท่ีต้องคำนึงถึงเพือ่ ใช้ในการวางแผน พัฒนา ศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล อีกทั้งบริบทภายในโรงเรียนให้ มีความ กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถขจัดจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีการเปลี่ยนแปลงไปใน และต้องคำนึงถงึ ในการดำเนนิ งานของโรงเรียนจากการศึกษามีหัวข้อตามลำดับ อยขาดความรูค้ วามสามารถในการใช้เทคโนโลยี ควรมีการสง่ เสรมิ และจัดอบรม นในหน้าท่ีท้งั ด้านการจัดการเรียนการสอนและงานพิเศษไม่ค่อยคล่องเท่าที่ควร ไปทำให้เสียเวลาในการจดั การเรยี นรูใ้ นห้อง 4) ครแู ละบุคลากรในโรงเรียนขาด น้นครใู ห้ครเู ป็นผ้ใู ห้ความรู้ และ 5) ขาดการนิเทศติดตาม 46

4) การให้คะแนนประเด็นสำคัญท่ีเปน็ ปัจจัยท่ีสง่ ผลต่อการดำ การเงิน (Money : M2) ตารางที่ 8 การให้คะแนนประเดน็ สำคัญจากสภาพแวดล้อมภายในดา้ นประสทิ ธ จุดแข็ง (Strengths) ประเดน็ สำคัญ เฉล 1.การใช้จา่ ยเงินงบประมาณเปน็ ไปตามแผนงาน/โครงการและเป็นระบบ 4.26 การดำเนนิ งานด้านงบประมาณมปี ระสิทธภิ าพเพียงพอต่อการจดั การ การ เบิกจา่ ยงบประมาณ เป็นไปตามระเบียบราชการ และมปี ระสทิ ธิภาพคุ้มค่า 2.การบริหารมคี วามน่าเชอ่ื ถอื โปรง่ ใส คุม้ คา่ ตรวจสอบได้ มปี ระสิทธิภาพ 4.37 สูง และโรงเรยี นมแี ผนการใช้จ่ายงบประมาณและใชจ้ า่ ยตามแผนงาน/ โครงการ/กจิ กรรมที่กำหนดอยา่ งเปน็ ระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ 3.ด้านงบประมาณแมจ้ ะไดง้ บไม่เต็มท่ี แต่การบริหารจดั การทดี่ ีของผบู้ ริหาร 4.37 ก็สามารถจดั สรรงบประมาณให้เกดิ การพัฒนาได้อย่างนา่ ภาคภูมใิ จ และ เหน็ ประสทิ ธิภาพของการทำงานไดเ้ ปน็ อย่างดี 4.มีการจัดสรรงบประมาณท่เี พยี งพอตอ่ ความต้องการให้บคุ ลากรทางการ 4.34 ศกึ ษาไดจ้ ัดกิจกรรม การเรียนรูก้ ารสอนเป็นอยา่ งดี 5.โรงเรยี นได้รบั งบประมาณสนบั สนนุ จากภาครฐั หนว่ ยงานอื่น และชมุ ชน 4.23 ในการพฒั นาการศึกษาอยา่ งต่อเน่อื ง คา่ เฉลยี่ 4.31 จากตารางที่ 8 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในด้านประสิท เทา่ กับ 4.31 ซึ่งมากกวา่ จุดออ่ นที่มคี า่ เฉลีย่ เท่ากับ 3.08 นัน้ เพราะวา่ เกิดจากก โรงเรียนมีแผนการใช้จ่ายงบประมาณและใช้จ่ายตามแผนงาน/โครงการ/กิจกร ประกอบกับงบประมาณแมจ้ ะได้งบไมเ่ ตม็ ท่ี แต่การบรหิ ารจัดการท่ีดขี องผู้บรหิ า

47 ำเนินการของโรงเรียนจากบริบทสภาพแวดลอ้ มภายใน ดา้ นประสิทธภิ าพทาง ธิภาพทางการเงิน (Money : M2) จากผู้มสี ว่ นเกย่ี วข้อง เฉล่ยี จุดอ่อน (Weaknesses) 2.43 ล่ยี ประเดน็ สำคญั 6 1. การจดั สรรงบประมาณมีความลา่ ช้า 7 2. การจัดทำเอกสารต่าง ๆ มีจำนวนมาก อาจเกิดความซ้ำซ้อน และ 2.86 ลา่ ช้า 7 3. อยากใหม้ ีเเผนงานโครงการไดล้ งมอื ปฏิบัติ 3.49 4 4. การปฏิบัติหน้าที่การเงิน พัสดุบางครั้งก็ต้องรีบเร่งให้ทันต่อการ 3.37 47 ทำงาน ข้นั ตอน เบิกจ่ายงบประมาณ 3 5. งบประมาณบางอยา่ งจะนอ้ ยและไมส่ นองตอ่ ความขาดเเคลนของ 3.26 นักเรียน 1 คา่ เฉลีย่ 3.08 ทธิภาพทางการเงิน เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยมีค่าเฉลี่ย การบรหิ ารมีความนา่ เชือ่ ถอื โปร่งใส คมุ้ คา่ ตรวจสอบได้ มีประสทิ ธภิ าพสงู และ รรมที่กำหนดอย่างเป็นระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 ารกส็ ามารถจัดสรรงบประมาณให้เกิดการพฒั นาได้อยา่ งนา่ ภาคภูมใิ จ และเห็น

ประสทิ ธภิ าพของการทำงานไดเ้ ป็นอยา่ งดี โดยมคี า่ เฉลย่ี เท่ากบั 4.37 ซึ่งเปน็ เฉ บริหารการจัดการศึกษาอย่างมีประสทิ ธภิ าพและเกิดประสิทธิผล โดยมคี ่าเฉล่ีย ใหบ้ คุ ลากรทางการศกึ ษาได้จัดกิจกรรม การเรียนรกู้ ารสอนเปน็ อยา่ งดี โดยมคี ่า โครงการและเป็นระบบ การดำเนินงานด้านงบประมาณมีประสิทธิภาพเพียงพ ประสิทธิภาพคุ้มค่า โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.26 และโรงเรียนได้รับงบประมาณ ตอ่ เนื่อง เปน็ ปจั จยั ท่สี ง่ ผลกระทบตอ่ การดำเนนิ งานของโรงเรยี นและการพฒั นา ขอ้ จำกัด (อปุ สรรค) โรงเรยี นบาลวาปปี ทุมมขี ้อจำกัดทเี่ ปน็ จุดอ่อนจากสภาพแวดล้อ วางแผน พัฒนาและปรับปรุงการดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลื่อนคุณ โรงเรียนให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อีกทั้งต้องกำหนดกลยุทธ์ พันธกิจ เป้าประสง เปลี่ยนแปลงไปในแนวทางทด่ี ีข้ึนในอนาคตต่อไป ซงึ่ จุดออ่ นท่ีโรงเรยี นที่ตอ้ งไดร้ มหี ัวขอ้ ตามลำดับดังน้ี คือ 1) ผู้มีส่วนเกีย่ วข้องอยากให้มีเเผนงานโครงการไดล้ ง ทำงาน ขั้นตอน เบิกจ่ายงบประมาณ 3) งบประมาณบางอยา่ งจะน้อยและไม่ส อาจเกดิ ความซ้ำซอ้ น และล่าช้า และ 5) การจดั สรรงบประมาณมีความล่าช้า

48 ฉลีย่ สงู สดุ ในดา้ นนี้ รองลงมาคอื ผบู้ รหิ ารปฏบิ ตั หิ นา้ ทีต่ ามบทบาทส่งเสรมิ และ เทา่ กับ 4.37 รองลงมาคอื มกี ารจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอต่อความต้องการ าเฉลยี่ เท่ากบั 4.34 รองลงมาคอื การใช้จ่ายเงินงบประมาณเป็นไปตามแผนงาน/ พอต่อการจัดการ การเบิกจ่ายงบประมาณ เป็นไปตามระเบียบราชการ และมี ณสนับสนุนจากภาครัฐ หน่วยงานอื่น และชุมชนในการพัฒนาการศึกษาอย่าง าคุณภาพการศึกษาโดยมีคา่ เฉลยี่ เท่ากบั 4.23 ตามลำดบั อมภายในด้านประสิทธิภาพทางการเงิน ทเ่ี ป็นขอ้ มูลท่ีต้องคำนึงถึงเพื่อใช้ในการ ณภาพของสถานศึกษาให้มีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผล อีกทั้งบริบทภาย ใน งค์ และโครงการ กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถขจัดจุดอ่อนต่าง ๆ เหล่านี้ให้มีการ รบั การปรับเปลย่ี นและต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานของโรงเรยี นจากการศึกษา งมือปฏบิ ัติ 2) การปฏิบัตหิ น้าท่ีการเงิน พสั ดุบางคร้ังก็ต้องรีบเร่งให้ทันต่อการ สนองตอ่ ความขาดเเคลนของนักเรียน 4) การจัดทำเอกสารต่าง ๆ มีจำนวนมาก 48

5) การให้คะแนนประเดน็ สำคัญทเ่ี ปน็ ปจั จัยทีส่ ง่ ผลตอ่ การดำเนินกา (Material : M3) ตารางท่ี 9 การให้คะแนนประเด็นสำคัญจากสภาพแวดล้อมภายในด้านวัสดุ อปุ จุดแข็ง (Strengths) ประเดน็ สำคญั เฉล 1. มีสื่อ นวัตกรรมทางการเรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น DLTV สมาร์ททีวี สื่อ 4.49 การเรียนร้แู ละอปุ กรณ์ในการทำสอื่ การสอนที่เพียงพอ มีสือ่ วสั ดอุ ุปกรณ์ ท่ี 4.43 ทนั สมัยครบถว้ น ส่งผลดีต่อการจดั การเรยี นการสอน 2. มีวัสดุอุปกรณ์เพียงพอต่อการดำเนินงาน และการจัดการเรียนการสอน และในด้านวัสดุปกรณ์ในการจัดทำสื่อการเรียนรู้ฝ่ายพัสดุก็ได้จัดสรรและ สรรหาวัสดุปกรณ์ที่คุณครูมีความประสงค์จะใช้ทำสื่อได้เพียงพอกับความ ต้องการ นอกจากนี้สื่อนวัตกรรมทางIT, Smart TV และระบบดิจิตอล Internet กช็ ่วยเสริมทักษะได้ดีอีกดา้ นหน่งึ ในการจดั การเรยี นการสอน 3. โรงเรียนมีอาคาร สถานที่เพียงพอสำหรับผู้เรียน มีห้องเรียน ที่สะอาด 4.49 ปลอดภัย สภาพแวดลอ้ มร่มรน่ื เปน็ ระเบียบ 4. มีสื่อการเรียนรู้ และอุปกรณท์ ่ีพร้อมในการจดั ทำส่ือทีเ่ พียงพอ ทจ่ี ะให้ครู 4.46 ใช้ในการผลิตสื่อแก่นักเรียนการจัดการเรียนรู้ การจัดสรรงบสื่ออุปกรณ์ 4.51 วสั ดุ ไดต้ ามความประสงคข์ องครู 4.48 5. โรงเรียนนำสื่อ และเทคโนโลยี ที่ทันสมัยมาใช้ในการจัดการศึกษา มี ระบบอินเทอร์เนต็ ท่ใี ช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและให้บริการใน โรงเรียนอย่างทว่ั ถงึ คา่ เฉล่ีย จากตารางที่ 9 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดล้อมภายในด้านวัสดุ อุป ซึง่ มากกวา่ จุดอ่อนท่ีมีค่าเฉลยี่ เทา่ กบั 3.01 นั้นเพราะวา่ เกิดจากโรงเรียนนำส่ือ

49 ารของโรงเรียนจากบริบทสภาพแวดล้อมภายใน ด้านวสั ดุ อปุ กรณ์ ปกรณ์ (Material : M3) จากผูม้ ีสว่ นเกย่ี วขอ้ ง เฉลี่ย จดุ ออ่ น (Weaknesses) 3.14 ล่ีย ประเด็นสำคัญ 9 1. คอมพิวเตอร์ ไมเ่ พียงพอ ห้องเรยี นห้องพเิ ศษไม่เพียงพอตอ่ การใชง้ าน 3 2. ขาดการดูแลรักษา และการซ่อมบำรุงและนำไปใช้แล้วไม่เก็บวัสดุ 2.91 อปุ กรณใ์ ห้อยทู่ ีเ่ ดิม 9 3. การซอ่ มบำรุงยังมคี วามล่าชา้ 2.94 6 4. ขาดบุคลากรที่เข้าใจในระบบสื่อ และขาดบุคลากรที่มีความรู้ 2.91 ความสามารถเร่อื งการนำส่อื ไปใช้และการบำรุงรักษาสอ่ื วัสดอุ ุปกรณ์ 1 5. หอ้ งสมุดมหี นังสอื ส่ือเทคโนโลยีไมเ่ พยี งพอต่อการศึกษาและสบื ค้น 3.17 8 คา่ เฉลีย่ 3.01 49 ปกรณ์ เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.48 อ และเทคโนโลยี ทท่ี นั สมัยมาใชใ้ นการจัดการศึกษา มรี ะบบอินเทอร์เน็ตท่ีใช้ใน

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอนและให้บริการในโรงเรียนอย่างทั่วถึง โดยมีค ทางการเรยี นรูท้ ่หี ลากหลาย เชน่ DLTV สมารท์ ทีวี สอ่ื การเรียนร้แู ละอปุ กรณ์ใน การจัดการเรียนการสอน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.49 ประกอบกับโรงเรียน สภาพแวดล้อมรม่ รืน่ เป็นระเบียบ โดยมีค่าเฉลี่ยเทา่ กับ 4.49 รองลงมาคือ มีสื่อ ผลติ สอ่ื แกน่ กั เรียนการจัดการเรยี นรู้ การจัดสรรงบสือ่ อุปกรณ์ วัสดุ ได้ตามควา ดำเนินงาน และการจัดการเรียนการสอน และในด้านวัสดปุ กรณ์ในการจัดทำส่ื จะใชท้ ำส่อื ไดเ้ พียงพอกบั ความต้องการ นอกจากนสี้ ือ่ นวัตกรรมทางIT, Smart T เรียนการสอน เปน็ ปัจจัยท่ีสง่ ผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรยี นและการพ ข้อจำกดั (อุปสรรค) โรงเรียนบาลวาปีปทุมมีข้อจำกัดที่เป็นจุดอ่อนจากสภาพแวดล พัฒนาและปรับปรงุ การดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลื่อนคุณภาพของส ความสมบรู ณ์ยง่ิ ขึ้น อกี ทงั้ ตอ้ งกำหนดกลยุทธ์ พันธกจิ เป้าประสงค์ และโครงกา ในแนวทางที่ดีขึ้นในอนาคตต่อไป ซึ่งจุดอ่อนที่โรงเรียนที่ต้องได้รับการปรับเ ตามลำดบั ดงั นี้ คอื 1) หอ้ งสมดุ มีหนังสอื สอ่ื เทคโนโลยไี มเ่ พียงพอต่อการศึกษาแ การใช้งาน 3) ขาดการดูแลรกั ษา และการซ่อมบำรุงและนำไปใช้แล้วไมเ่ ก็บวสั ด ความรคู้ วามสามารถเร่ืองการนำสื่อไปใช้และการบำรุงรกั ษาส่อื วสั ดุอปุ กรณ์ และ

50 ค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.51 ซึ่งเป็นเฉลี่ยสูงสุดในด้านนี้ รองลงมาคือ มีสื่อ นวัตกรรม นการทำสื่อการสอนทเ่ี พยี งพอ มสี อ่ื วัสดุอปุ กรณ์ ทที่ ันสมยั ครบถว้ น ส่งผลดีต่อ นมีอาคาร สถานที่เพียงพอสำหรับผู้เรียน มีห้องเรียน ที่สะอาด ปลอดภัย อการเรียนรู้ และอุปกรณ์ที่พร้อมในการจดั ทำสื่อที่เพียงพอ ที่จะให้ครูใช้ในการ ามประสงคข์ องครู โดยมีคา่ เฉลย่ี เท่ากับ 4.46 และมวี ัสดุอปุ กรณเ์ พียงพอต่อการ อการเรียนรู้ฝ่ายพัสดุก็ไดจ้ ัดสรรและสรรหาวสั ดุปกรณท์ ี่คุณครูมีความประสงค์ TV และระบบดจิ ิตอล Internet ก็ช่วยเสรมิ ทกั ษะได้ดีอกี ด้านหนงึ่ ในการจัดการ พัฒนาคุณภาพการศกึ ษาโดยมคี ่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.43 ตามลำดบั ล้อมภายในด้านวัสดุ อุปกรณ์ ที่เป็นข้อมูลที่ต้องคำนึงถึงเพื่อใช้ในการวางแผน สถานศึกษาให้มปี ระสิทธภิ าพ เกิดประสิทธิผล อีกทั้งบริบทภายในโรงเรี ยนให้มี าร กิจกรรมต่างๆ ให้สามารถขจัดจุดอ่อนตา่ ง ๆ เหลา่ นใ้ี หม้ ีการเปลี่ยนแปลงไป ปลี่ยนและต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานของโรงเรียนจากการ ศึกษามีหัวข้อ และสบื คน้ 2) มคี อมพิวเตอร์ ไม่เพียงพอ ห้องเรียนหอ้ งพิเศษไมเ่ พียงพอตอ่ ดุอุปกรณ์ให้อยู่ที่เดิม 4) ขาดบุคลากรที่เขา้ ใจในระบบสื่อ และขาดบุคลากรท่มี ี ะ 5) การซอ่ มบำรงุ ยังมคี วามลา่ ช้า 50

5) การให้คะแนนประเดน็ สำคัญทเ่ี ปน็ ปจั จยั ทส่ี ง่ ผลต่อการดำ (Management : M4) ตารางท่ี 10 การให้คะแนนประเด็นสำคญั จากสภาพแวดล้อมภายในด้านการบร จุดแข็ง (Strengths) ประเด็นสำคญั เฉล 1.โรงเรียนมีผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ ทำให้การบริหารจัดการด้าน 4.40 ต่างๆมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมีภาวะความเป็นผู้นำมีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมให้บุคลากรเลือกปฏิบัติงานตามความถนัด และความสนใจ มีบุคลากรเพียงพอ มีนวัตกรรมทางการบริการจดั การที่โดดเด่น ส่งเสริมให้ บคุ ลากรทกุ คนทุกภาคส่วนร่วมในการบรหิ ารจัดการ 2. มีระบบบริหารจดั การอย่างมีคุณภาพและเปน็ ระบบ มีความเป็นระเบียบ 4.40 การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีคุณภาพส่งผลให้เกิดประโยชน์กับนักเรียน อย่างแท้จริง และมีการบริหารจัดการ มีโครงสร้างที่ชัดเจน เช่น ผู้บริหาร, หวั หนา้ งาน, หวั หน้าสายชนั้ 3. โรงเรียนมีการจัดสรรงบประมาณในการไปบริหารงานทั้ง 4 ฝ่ายได้อยา่ ง 4.46 มีประสทิ ธิภาพและก่อประโยชน์ในการเรียนการสอน มีแผนปฏบิ ัติการและ ตัวชวี้ ดั ความสำเร็จและมีการปฏิบตั ติ ามแผนมีการกำกบั ติดตาม นเิ ทศและ รายงานผลอย่างต่อเนอ่ื ง 4. มีกระบวนการ PLC และการ AAR สะทอ้ นผลหลงั ทำกิจกรรมเพอื่ พฒั นา 4.37 5. ผ้บู ริหารสง่ เสริม สนบั สนุนบคุ ลากรในการพัฒนาตนเองและการจัดทำ 4.46 แผนพัฒนาตนเอง 4.42 คา่ เฉลีย่

51 ำเนนิ การของโรงเรียนจากบริบทสภาพแวดลอ้ มภายใน ด้านการบริหารจดั การ รหิ ารจัดการ (Management : M4) จากผ้มู สี ่วนเกยี่ วข้อง จุดออ่ น (Weaknesses) เฉลีย่ ลี่ย ประเดน็ สำคัญ 2.77 0 1. การกำกบั นเิ ทศ ติดตามและประเมนิ ผลทางการศึกษายงั ไมท่ ั่วถึง และตอ่ เนอื่ งเท่าทค่ี วร 0 2. การทำฐานข้อมูลสารสนเทศมาใช้รว่ มกนั น้อย 2.83 6 3. การประสานงานในบางครงั้ อาจเกดิ ความเขา้ ใจคลาดเคลื่อน 2.94 7 4. การปรับเปลย่ี นบางอยา่ งทอ่ี าจไมไ่ ดอ้ ยใู่ นแผนอาจทำใหเ้ กิดความ 2.94 เข้าใจคลาดเคลอ่ื นและลา่ ช้า 2.69 6 5. ตดิ ตามประเมินผลขาดความต่อเนือ่ ง 2 คา่ เฉล่ีย 2.83 51

จากตารางที่ 10 พบว่า โรงเรียนมีสภาพแวดลอ้ มภายในด้านการบ 4.42 ซึง่ มากกว่าจุดอ่อนท่ีมีคา่ เฉล่ยี เท่ากับ 2.83 นัน้ เพราะวา่ เกดิ จากโรงเรยี น และก่อประโยชน์ในการเรียนการสอน มีแผนปฏิบัติการและตัวชี้วัดความสำเ ต่อเนื่อง โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.46 ประกอบกับผู้บริหารส่งเสริม สนับสนุน เท่ากับ 4.46 ซึ่งเป็นเฉลี่ยสูงสุดในด้านนี้ รองลงมาคือ ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ต ประสิทธิผล โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 4.37 รองลงมาคือ โรงเรียนมีผู้บริหารสถาน มีภาวะความเป็นผู้นำมีคณุ ธรรม จริยธรรม ส่งเสริมใหบ้ ุคลากรเลือกปฏบิ ัติงานต จัดการทโ่ี ดดเด่น สง่ เสรมิ ใหบ้ คุ ลากรทกุ คน ทุกภาคสว่ นรว่ มในการบริหารจัดกา และเป็นระบบ มีความเป็นระเบียบ การบริหารจัดการเป็นไปอย่างมีคุณภาพ โครงสร้างที่ชดั เจน เช่น ผู้บริหาร, หัวหน้างาน, หัวหน้าสายชั้น โดยมีค่าเฉล่ียเท เพ่อื พฒั นา เป็นปัจจัยทส่ี ง่ ผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรยี นและการพฒั น ขอ้ จำกดั (อุปสรรค) โรงเรียนบาลวาปปี ทมุ มขี ้อจำกัดท่เี ปน็ จุดอ่อนจากสภาพแวดล้อม พัฒนาและปรับปรงุ การดำเนินงานของสถานศึกษาและขับเคลือ่ นคุณภาพของส ความสมบูรณ์ย่ิงขึน้ อีกทัง้ ต้องกำหนดกลยทุ ธ์ พันธกจิ เป้าประสงค์ และโครงกา ในแนวทางที่ดีขึ้นในอนาคตต่อไป ซึ่งจุดอ่อนที่โรงเรียนที่ต้องได้รับการปรับเ ตามลำดบั ดงั นี้ คือ 1) การประสานงานในบางคร้งั อาจเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อ คลาดเคลื่อนและล่าช้า 3) การทำฐานข้อมูลสารสนเทศมาใช้ร่วมกันน้อย 4) ก เท่าท่ีควร และ 5) การตดิ ตามประเมินผลขาดความตอ่ เนอ่ื ง

52 บริหารจัดการ เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาโดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากบั นมีการจัดสรรงบประมาณในการไปบรหิ ารงานทั้ง 4 ฝ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เร็จและมีการปฏิบัติตามแผนมีการกำกับ ติดตาม นิเทศและรายงานผลอย่ าง นบุคลากรในการพัฒนาตนเองและการจัดทำแผนพัฒนาตนเอง โดยมีค่าเฉล่ีย ตามบทบาทส่งเสริม และบริหารการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิด นศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ ทำให้การบริหารจัดการด้างต่างๆมีประสิทธิภาพ ผู้บริหาร ตามความถนัด และความสนใจ มีบุคลากรเพียงพอ มีนวัตกรรมทาง การบริการ าร โดยมคี ่าเฉล่ียเทา่ กับ 4.40 ประกอบกับ มรี ะบบบริหารจัดการอย่างมคี ุณภาพ พส่งผลให้เกิดประโยชน์กับนักเรียนอย่างแท้จริง และมีการบริหารจั ดการ มี ท่ากับ 4.40 และมีกระบวนการ PLC และการ AAR สะท้อนผลหลังทำกิจกรรม นาคุณภาพการศึกษาโดยมีค่าเฉล่ยี เทา่ กบั 4.31 ตามลำดบั มภายในด้านการบรหิ ารจัดการ ทเี่ ปน็ ขอ้ มูลท่ีตอ้ งคำนงึ ถงึ เพื่อใช้ในการวางแผน สถานศึกษาให้มปี ระสิทธภิ าพ เกิดประสิทธิผล อีกทั้งบริบทภายในโรงเรี ยนให้มี าร กจิ กรรมตา่ งๆ ใหส้ ามารถขจดั จดุ อ่อนต่าง ๆ เหลา่ นใ้ี ห้มีการเปล่ียนแปลงไป ปลี่ยนและต้องคำนึงถึงในการดำเนินงานของโรงเรียนจากการ ศึกษามีหัวข้อ อน 2) การปรับเปล่ียนบางอย่างทอ่ี าจไม่ได้อยูใ่ นแผนอาจทำใหเ้ กิดความเข้าใจ การกำกับ นิเทศ ติดตามและประเมินผลทางการศึกษายังไม่ทั่วถึงและต่อเนื่อง 52

53 1.4 เม่ือไดข้ ้อมลู และการสะท้อนผลในแตล่ ะด้านแล้วจากน้ันนำค่าเฉล่ยี รวมของแต่ละดา้ นไปใชใ้ นการ วเิ คราะห์สถานการณส์ ภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดลอ้ มภายในต่อไป 2. ผลการวเิ คราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายนอก จากข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับ สภาพแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 4 ประเด็น ของคณะครูและ บุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมแลว้ นน้ั เพื่อใหไ้ ดผ้ ลการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดลอ้ มภายนอกจงึ ดำเนนิ การตามลำดับข้นั ตอนดังต่อไปนี้ 2.1. ขั้นที่ 1 กำหนดน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก โดยกลุ่มงานบริหารงาน วิชาการของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมได้รวมกันกำหนดน้ำหนักของสภาพแวดล้อมภายนอก โดยให้คะแนนเต็ม เท่ากับ 1 คะแนน และได้กำหนดใหน้ ้ำหนกั ในแต่ละด้านเพ่อื นำมาใชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มลู ในแตล่ ะดา้ นดังนี้ ปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก ผลการพจิ ารณานำ้ หนกั 1. ด้านสงั คมและวฒั นธรรม 0.25 2. ดา้ นเทคโนโลยี 0.25 3. ดา้ นเศรษฐกิจ 0.25 4. ด้านการเมืองและกฎหมาย 0.25 นำ้ หนกั คะแนนรวม 1.00 2.2 ขั้นที่ 2 ดำเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยการนำค่าเฉลี่ยของโอกาสและอุปสรรค ในแต่ละด้านมาคำนวนกับค่าน้ำหนักที่กำหนดเพื่อให้ได้ข้อมูลสรุปผลปัจจัยภายนอก และเมื่อได้คะแนนสรุปผล จากปัจจัยภายนอกแล้วจึงนำมาหาค่าเฉลี่ยปัจจยั ภายนอกต่อไป ซึ่งจากการดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 นั้นสามารถ สรุปผลคะแนนไดด้ ังนี้ ปัจจัยภายนอก น้ำหนกั คะแนน คา่ คะแนน คะแนนจริง สรุปผล (เต็ม 1 คะแนน) โอกาส อปุ สรรค โอกาส อุปสรรค (35 คน) (35 คน) 1. ด้านสงั คมและวัฒนธรรม 0.25 4.31 3.26 1.08 0.82 +0.26 2. ด้านเทคโนโลยี 0.25 4.19 3.38 1.05 0.85 +0.20 3. ดา้ นเศรษฐกจิ 0.25 4.12 3.45 1.03 0.86 +0.17 4. ดา้ นการเมอื งและกฎหมาย 0.25 4.03 3.21 1.01 0.20 +0.21 สรุปปจั จยั ภายนอก 4.16 3.33 เฉล่ียปจั จัยภายนอก +0.42

54 2.3 ขั้นที่ 3 สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก พบว่า จากข้อมูลการวิเคราะห์ สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดลอ้ มภายนอกจากข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายนอกที่ส่งผลต่อการ ดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 4 ประเด็น ของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาล วาปีปทุมแลว้ นั้น สภาพแวดล้อมภายนอกเป็นโอกาสต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทาง การศกึ ษา โดยมีค่าเฉลย่ี ปัจจัยภายนอกอยู่ท่ี +0.42 โดยเฉพาะในด้านดา้ นสังคมและวัฒนธรรม (+0.26) รองลงมา คือด้านด้านการเมืองและกฎหมาย (+0.21) รองลงมาคือด้านเทคโนโลยี (+0.20) และด้านเศรษฐกิจ (+0.17) ตามลำดบั ในส่วนของปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดอุปสรรคและผลกระทบต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมในอนาคตได้ จึงจำเป็นจะต้อง คำนึงถงึ เปน็ อย่างย่ิงคือด้านเศรษฐกจิ รองลงมาคอื ด้านเทคโนโลยี รองลงมาคือด้านสังคมและวฒั นธรรม และด้าน การเมืองและกฎหมาย ตามลำดบั โดยรวมแล้วโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมมีสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นโอกาสมากกว่าอุปสรรค ซ่งึ เอ้อื ตอ่ การบรหิ ารจัดการสถานศึกษา การดำเนินงานและการพฒั นาคณุ ภาพผูเ้ รยี น 3. ผลการวเิ คราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดลอ้ มภายใน จากข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายในจากข้อมูลเกี่ยวกับ สภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 6 ประเด็น ของคณะครูและ บคุ ลากรทางการศกึ ษาโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมแล้วนั้น เพ่อื ให้ได้ผลการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดลอ้ มภายในจึงดำเนนิ การตามลำดบั ขัน้ ตอนดงั ตอ่ ไปน้ี 3.1. ขั้นที่ 1 กำหนดน้ำหนักความสำคัญของปัจจัยสภาพแวดล้อมภายนอก โดยกลุ่มงานบริหารงาน วิชาการของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมได้รวมกันกำหนดน้ำหนักของสภาพแวดล้อมภายนอก โดยให้คะแนนเต็ม เทา่ กบั 1 คะแนน และไดก้ ำหนดให้น้ำหนักในแต่ละด้านเพอื่ นำมาใช้ในการวิเคราะห์ขอ้ มูลในแต่ละดา้ นดังน้ี ปจั จยั สภาพแวดล้อมภายนอก ผลการพิจารณานำ้ หนกั 1. ดา้ นโครงสรา้ งและนโยบาย 0.16 2. ด้านผลผลติ และการบรกิ าร 0.17 3. ดา้ นบคุ ลากร 0.17 4. ด้านประสิทธภิ าพการเงิน 0.17 5. ด้านวสั ดอุ ปุ กรณ์ 0.16 6. ด้านบริหารจดั การ 0.17 1.00 นำ้ หนักคะแนนรวม

55 2.2 ขั้นที่ 2 ดำเนินการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก โดยการนำค่าเฉลี่ยของโอกาสและ อุปสรรคในแต่ละด้านมาคำนวนกับค่าน้ำหนักที่กำหนดเพื่อให้ได้ข้อมูลสรุปผลปัจจัยภายนอก และเมื่อได้คะแนน สรุปผลจากปัจจัยภายนอกแล้วจึงนำมาหาค่าเฉลี่ยปัจจัยภายนอกต่อไป ซึ่งจากการดำเนินการในขั้นตอนที่ 2 น้ัน สามารถสรุปผลคะแนนได้ดังน้ี ปจั จัยภายนอก นำ้ หนกั คะแนน ค่าคะแนน คะแนนจริง สรุปผล (เต็ม 1 คะแนน) โอกาส อุปสรรค โอกาส อุปสรรค (35 คน) (35 คน) 1. ดา้ นโครงสรา้ งและนโยบาย 0.16 4.35 3.22 0.70 0.52 +0.18 2. ด้านผลผลติ และการบริการ 0.17 3. ด้านบคุ ลากร 0.17 4.50 3.28 0.77 0.56 +0.21 4.42 2.95 0.75 0.50 +0.25 4. ดา้ นประสทิ ธิภาพการเงนิ 0.17 4.31 3.08 0.73 0.52 +0.21 4.48 5. ดา้ นวสั ดุอปุ กรณ์ 0.16 4.42 3.01 0.72 0.48 +0.24 6. ด้านบริหารจัดการ 0.17 2.83 0.75 0.48 +0.27 4.41 3.06 สรุปปัจจัยภายนอก เฉล่ียปจั จัยภายนอก +0.68 2.3 ขั้นที่ 3 สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก พบว่า จากข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายในจากข้อมูลเกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 6 ประเด็น ของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม แล้วนั้น สภาพแวดล้อมภายในเป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา โดยมีค่าเฉลี่ยปัจจัยภายในอยู่ที่ +0.68 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านบริหารจัดการเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการ ดำเนินงานของโรงเรยี นและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษามากที่สดุ (+0.27) รองลงมาคือด้านบคุ ลากร (+0.25) รองลงมาคือด้านวัสดุอุปกรณ์ (+0.24) รองลงมาคือดา้ นด้านผลผลิตและการบริการ (0.21) และดา้ นประสิทธิภาพ การเงิน (+0.21) และด้านโครงสรา้ งและนโยบาย (+0.18) ในส่วนของปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดจุดอ่อนและผลกระทบต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมในอนาคตได้ จึงจำเป็นจะต้อง คำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือ ด้านผลผลิตและการบริการ รองลงมาคือด้านโครงสร้างและนโยบาย และด้าน ประสิทธิภาพการเงิน รองลงมาคือด้านบคุ ลากร รองลงมาคือดา้ นวสั ดอุ ุปกรณ์ และดา้ นบริหารจดั การ ตามลำดบั โดยรวมแล้วโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมมีสภาพแวดล้อมภายในที่เป็นจดุ แข็งมากกวา่ จุดอ่อน ซึ่งเป็น จุดแขง็ ต่อการบริหารจดั การสถานศึกษา การดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น

56 4. ผลการวเิ คราะห์บริบทของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม จากผลการวเิ คราะหส์ ถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดลอ้ มภายนอกและการวเิ คราะห์ สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายใน สามารถนำมาสรุปผลการวิเคราะห์บรบิ ทของโรงเรยี น อนุบาลวาปปี ทมุ ได้ดังนี้ ตารางที่ 15 สรุปผลการวเิ คราะห์บรบิ ทของโรงเรยี นอนุบาลวาปปี ทุม ปัจจยั คา่ คะแนน คะแนนจรงิ สรปุ ปัจจัย ค่าคะแนน คะแนนจริง สรปุ ภายนอก ภายใน น้ำหนัก โอกาส ุอปสรรค โอกาส ุอปสรรค น้ำหนัก ุจดแ ็ขง ุจด ่ออน ุจดแ ็ขง ุจด ่ออน 1.ด้าน S 0.25 4.31 3.26 1.08 0.82 +0.26 1.ดา้ น S1 0.16 4.35 3.22 0.70 0.52 +0.18 0.85 (สงั คมและ (โครงสรา้ งและ วฒั นธรรม) นโยบาย) 2.ด้าน T 0.25 4.19 3.38 1.05 +0.20 2.ด้าน S2 0.17 4.50 3.28 0.77 0.56 +0.21 (เทคโนโลยี) (ผลผลิตและการ บริการ) 3.ดา้ น E 0.25 4.12 3.45 1.03 0.86 +0.17 3.ดา้ น M1 0.17 4.42 2.95 0.75 0.50 +0.25 (เศรษฐกิจ) (บคุ ลากร) 4.ด้าน P 0.25 4.03 3.21 1.01 0.20 +0.21 4.ดา้ น M2 0.17 4.31 3.08 0.73 0.52 +0.21 0.16 4.48 3.01 0.72 0.48 +0.24 (การเมอื ง (ประสทิ ธภิ าพ และ การเงิน) กฎหมาย) สรุปปัจจยั ภายนอก 4.16 3.33 5.ด้าน M3 (วสั ดุอปุ กรณ์) เฉลย่ี ปัจจัยภายนอก +0.42 6.ดา้ น M4 0.17 4.42 2.83 0.75 0.48 +0.27 (บริหารจดั การ) สรปุ ปัจจัยภายใน 4.41 3.06 เฉลีย่ ปัจจยั ภายใน +0.68 จากตารางท่ี 15 สามารถสรุปผลการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมภายในที่ ส่งผลต่อการดำเนนิ การ การพฒั นาคณุ ภาพการศกึ ษาของโรงเรียนอนุบาลวาปปี ทุมไดด้ ังน้ี

57 สภาพแวดล้อมภายนอก เป็นโอกาสต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทาง การศึกษา โดยมีค่าเฉลี่ยปัจจัยภายนอกอยู่ที่ +0.42 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสังคมและวัฒนธรรมเป็นปัจจัยท่ี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษามากที่สุด (+0.26) นั้นเพราะว่า เกิดจากปัจจัยในเรื่องสภาพแวดล้อมที่ตั้งของโรงเรียนอยู่ในแหล่งชุมชนที่มีบรรยากาศดี เอื้ออำนวยต่อการ คมนาคมทำให้ผู้ปกครองสามารถรับส่งบุตรหลานได้สะดวกการติดต่อสื่อสารกับผู้ปกครองทำได้อย่ างรวดเร็ว ผู้ปกครองให้ความไว้วางใจและมีความเชื่อมั่นในต่อการจัดการศึกษาของสถานศึกษา เกิดความศรัทธาจากชุมชน และสังคม อกี ทั้งชุมชนและสงั คมมีทัศนคติทีด่ ีต่อโรงเรยี น ภาคเี ครอื ข่ายทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ให้ความช่วยเหลือ ให้บริการ พร้อมทั้งสนับสนุนการดำเนินงานต่างๆของสถานศึกษาด้วยดี มีแหล่งเรียนรู้นอก ห้องเรียนที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เช่น ศูนย์การศึกษานอกระบบ (กศน.) วัด สถานีตำรวจ ที่ว่าการ อำเภอ สำนกั งานสาธารณสุข และแหลง่ เรยี นรตู้ ่างๆในชุมชนเป็น อกี ทงั้ มแี หล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ประเพณี ภูมิ ปัญญาท้องถิ่นที่ส่งผลให้ผู้เรียนมีแหล่งเรียนรู้ที่ดี รองลงมาคือด้านการเมืองและกฎหมาย (+0.21) ที่เป็นปัจจัย ที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรยี นและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาอีกหนึง่ ปัจจัยนั้นเพราะว่าเกิด จากผู้บริหารมีการนำนโยบายด้านการศึกษาที่สอดคล้องกั บการเปลี่ยนแปลงการเมืองและปฏ ิบัติต า มข้ อ กฎระเบียบ และกฎหมายอย่างเคร่งครัด ผู้ปกครองและชุมชนเข้าใจต่อนโยบายของโรงเรียนและรับฟังการชี้แจง ทำความเข้าใจกับโรงเรียนอยูเ่ ป็นประจำ และมีการติดต่อสื่อสารกันระหว่างโรงเรียนกับผู้ปกครองเปน็ ระยะทั้งใน ภาพรวมของโรงเรียนของสายชั้นและของห้องเรียนหรือแม้แต่ส่วนตัวอยู่เป็นประจำ โรงเรียนมีนโยบายและ มีโครงการในการพัฒนาผู้เรียนและยกผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนอย่างชัดเจน นำมาปฏิบัติ ได้จริง ส่งผลต่อคุณภาพ ผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม ผู้นำท้องถิ่น นักการเมือง ส่งเสริมการจัดกิจกรรมการศึกษาขอ งโรงเรียนประกอบกับ พระราชบัญญัติการศึกษาให้ทุกคนมีโอกาสศึกษาตามศักยภาพของแต่ละบุคคล อีกทั้ง หน่วยงานต้นสังกัดมี นโยบายในการจดั การศกึ ษาทชี่ ดั เจนในการพัฒนาคณุ ภาพผู้เรยี น ใหก้ ารสนบั สนุนในดา้ นตา่ ง ๆ ด้วยดี และรฐั บาล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้ปกครองเข้าใจนโยบายการจัดการศึกษา ให้การสนับสนนุ ด้านงบประมาณในการจัด การศึกษา รองลงมาคือด้านเทคโนโลยี (+0.20) ซึ่งเปน็ อกี ปัจจัยทส่ี ่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและ การพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา นั้นเพราะว่า ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีส่งผลให้ผู้เรียนมีทักษะในการใช้ เทคโนโลยีใหม่ ๆ ความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี (คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต) ส่งผลทำให้นักเรียนเกิดความ รอบรู้และสามารถแสวงหาความรู้ได้ดว้ ยตนเอง ประกอบกับเทคโนโลยีช่วยใหเ้ ด็กเรียนรู้โลกกว้างขึ้นรู้เท่าทันข่าว เหตุการณ์ต่างๆอย่างรวดเร็ว อีกทั้งนักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้จากอินเทอร์เน็ตได้ ส่งผลให้มีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนสูงขึ้น มีระบบเครือข่ายที่สนับสนุนการจัดการเรียนอย่างทั่วถึงประกอบกับภายนอกโรงเรียนมีการ ให้บริการสื่อเทคโนโลยีเพื่อการสืบค้นข้อมูล และใช้ในการจัดการเรียนการสอนอย่างสะดวกรวดเร็ว ส่งผลให้การ จัดการเรียนรู้มีรูปแบบที่หลายหลายและทันสมัย และมีแหล่งการเรียนรู้ที่ให้นักเรียนสามารถสืบค้นข้อมูลความรู้ จากเทคโนโลยมี าใช้ในการเรียนได้ และเทคโนโลยี มบี ทบาทในชวี ติ ประจำวันมากขนึ้ ทำใหต้ อ้ งมีการจัดการเรียนรู้

58 อย่างเหมาะสม และอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพทาง การศึกษาคือ ด้านเศรษฐกจิ (+0.17) นนั้ เพราะว่าเกิดจากปจั จัยในเรื่องนักเรียนรจู้ ักการออม เพือ่ นำเงินออมมาใช้ จ่ายด้านการศึกษาในอนาคต เช่น เด็กนักเรียนรู้จักฝากเงินกับธนาคารโรงเรียน ชุมชนมีทัศนคติที่ดีในการยอมรับ และศรทั ธาตอ่ โรงเรียนให้ความร่วมมือและสนบั สนุนการจัดการศกึ ษาของโรงเรยี น โรงเรียนตั้งอยูใ่ นย่านเศรษฐกิจ หรือแหล่งชุมชน ภาวะเศรษฐกิจในชุมชนดีเอื้อประโยชน์ในการพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน ผู้ปกครองและ หน่วยงานใกล้เคียงให้การสนับสนุนด้านงบประมาณและทรัพยากรทางการศึกษา ได้รับการสนับสนุนและความ ร่วมมือจากหน่วยงานในท้องถิ่น ผู้ปกครอง คณะกรรมการสถานศึกษาในการบริจาคทุนทรัพย์ วัสดุ อุปกรณ์เพ่ือ สนบั สนนุ การศกึ ษา สง่ ผลใหก้ ารจัดการศกึ ษาของโรงเรยี นพัฒนา มีประสิทธิภาพมากขึ้น และ ผปู้ กครองที่มีฐานะ ทางเศรษฐกิจดีจะส่งเสริมให้นักเรียนเรียนเพิ่มเติมจากสถาบันต่าง ๆ ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน สงู ขึ้น อีกทั้งมีความพรอ้ มในการสนับสนนุ การขับเคล่ือนสถานศึกษา สำหรับการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษานั้น ถึงแม้โรงเรียนจะ มี สภาพแวดลอ้ มภายนอกทเ่ี ปน็ โอกาสต่อการบริหารจัดการสถานศกึ ษาและการพัฒนาคณุ ภาพทางการศึกษาในทุกๆ ด้านแต่จากการศึกษาข้อมูล โรงเรียนจำเป็นจะต้องสังเกตและคำนึงถึงอุปสรรคในด้านต่าง ๆ เอาไว้อีกด้วย เพื่อ นำมาใช้ในการวิเคราะห์และประมวลผลในการการหนดทิศทางการขับเคลื่อนการดำเนินงานของโรงเรียน การ วางแผนในการพัฒนาด้านต่าง ๆ ให้มีคุณภาพและเกิดประสิทธิผลต่อโรงเรียน นักเรียน คณะครูและชุมชนอย่าง สูงสุด บรรลุวัตถุประสงค์และมาตรฐานของการจัดการศึกษา ตอบสนองต่อนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขน้ั พืน้ ฐานต่อไป ซ่ึงจากการศึกษาข้อมลู นน้ั ทำใหท้ ราบถึงอปุ สรรคตา่ ง ๆ ทอ่ี าจสง่ ผลกระทบต่อโรงเรียน ได้ในอนาคตคือ ด้านเศรษฐกิจ อาจเป็นเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนา คุณภาพทางการศึกษามากที่สุด (0.86) นั้นเพราะว่า นักเรียนบางส่วนไม่ได้อยู่กับผู้ปกครอง ผู้ปกครองทำงาน ตา่ งจังหวดั ต้องทำใหน้ ักเรียนอาศยั กับตายายหรือญาติ ๆ จงึ อาจตดิ ขัดในเรอื่ งค่าใชจ้ า่ ยในครัวเรอื น หรือ ค่าใชจ้ ่าย ในการสนับสนุนด้านการศึกษา รายได้ของผู้ปกครองบางคนไม่แน่นอน เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่งผล กระทบต่อการสนับสนุนการจัดการศึกษา ค่าครองชีพในปัจจุบันค่อนข้างสูง ทำให้มีรายจ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การ สนับสนุนการศึกษามีน้อยลง สถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ผู้ปกครองมีรายได้ไม่เพียงพอต่อ คา่ ใช้จ่ายในครวั เรือน ค่าครองชพี เพ่ิมสงู ข้ึน แต่รายไดเ้ ทา่ เดมิ มีความเหลือ่ มลำ้ ทางดา้ นฐานะครอบครวั และความ เป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ของนักเรียน และ ผู้ปกครองมีงบประมาณน้อยมีค่าใช้จ่ายสูง ในบางกรณีไม่มีงบในการใช้จ่ายให้กับนักเรียนอย่างเพียงพอ นอกจากนั้นแล้วในด้านเทคโนโลยี (0.85) นั้นก็เป็น ด้านที่รองลงมาทีอ่ าจจะสง่ ผลกระทบต่อโรงเรียนได้เช่นกนั นั้นเพราะว่า ค่านิยมที่เปลี่ยนไปทำใหเ้ ด็กจะตดิ อย่กู ับ การใช้โทรศัพท์ไม่สนใจคนอื่นหรือสิ่งอื่น การเข้าถึงคอมพิวเตอรเ์ มือ่ อยู่นอกโรงเรียนไม่เพียงพอ บ้านนักเรียนบาง คนไม่มีระบบอินเทอร์เน็ตให้เข้าถึงการเรียนรู้ หรือ ความไม่เพียงพอต่อการใช้งาน เช่น บางครอบครัวมีโทรศัพท์ หน่ึงเครอื่ ง แต่มีบุตรหลานหลายคนทำให้ไม่พอใช้งาน นกั เรยี นมีสมาธใิ นการเรยี นรู้ส้ัน เนื่องจากการใช้เทคโนโลยี

59 ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นเกมส์ในโทรศัพท์ที่บ้านและยังส่งผลต่อการแสดงที่โรงเรียนต่อเพื่อนด้านพฤติกรรมท่ี ก้าวร้าว และเมื่อนักเรียนกลับถึงบ้านตนเอง นักเรียนอาจใช้เทคโนโลยีมากเกินความจำเป็น อาจมีผลต่อสุขภาพ และสายตา แหล่งเรียนรู้และสืบค้นภายนอกโรงเรียนบางที่อาจใหบ้ ริการนกั เรียนในการใช้เทคโนโลยีไม่เหมาะสม ไม่ตรงจุดประสงค์ และไม่รู้จักแบ่งช่วงเวลาในการใช้งาน ส่งผลกระทบต่อสุขภาพและการเรียน ใช้เทคโนโลยี ในทางท่ผี ดิ เช่น เลน่ เกม เลน่ ต๊กิ ต๊อก แชทออนไลน์ ขาดความสนใจในการเรียน และ ขาดศนู ยก์ ารเรยี นรู้ออนไลน์ ที่ให้บริการด้านเทคโนโลยีไปในทางที่สร้างสรรค์ บางครั้งนักเรียนอาจจะต้องเข้าไปใช้งานในแหล่งให้บริการด้าน เทคโนโลยีสารสนเทศที่ไม่เหมาะสม ขาดการดูแลและการให้คำแนะนำที่ดี รองลงมาในด้านด้านสังคมและ วัฒนธรรม (0.82) โรงเรียนก็จำเป็นจะต้องให้ความสำคัญอีกด้านหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรียนได้ เช่นกัน ซึ่งมีปัจจัยหลาย ๆ ประการ ที่โรงเรียนต้องคำนึงถึงและให้ความสำคัญ อาทิเช่น โรงเรียนมีถนนเส้นหลัก ตัดผ่าน ทำให้การสัญจรไปมาหน้าบริเวรโรงเรียนมีรถมากซึ่งอาจส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุต่อนักเรียนได้ และ จำเป็นต้องอาศัยเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้กับนักเรียนทุกวัน จำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น บางครั้งอาจ ส่งผลต่อการดูแล หรือให้การศึกษาแก่บุตรหลานของตนเองได้ไม่เหมาะสม เกิดปัญหาทางสังคม เกิดปัญหา ครอบครัวในเรื่องการสนับสนุนด้านการศึกษา เป็นต้น และระดับการศึกษาของผู้ปกครอง ที่มีความแตกต่างกัน จึงอาจทำให้การสื่อสารสร้างความรู้ความเข้าใจในการขับเคลื่อนการดำเนินการของโรงเรียน หรือการดำเนิน นโยบายของโรงเรียนมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปได้ สภาพของปัญหาครอบครัวที่มีความหลากหลายและ แตกต่างกันด้านเศรษฐกิจ องค์ความรู้ของผู้ปกครอง ปัญหาการแยกทางของพ่อแม่ ฐานะทางครอบครัว จึงส่งผล ต่อนักเรียนในการพัฒนาด้านต่างๆ ฐานะทางครอบครัวและสถานะทางการเงินของนักเรียนที่แตกต่างกัน และ บริเวณใกล้เคียงโรงเรียนมีแหล่งบริการด้านเทคโนโลยีที่ชักจูงใจให้นักเรียนไปใช้บริการที่อาจไม่เหมาะสมได้ อีกหนึ่งด้านที่เป็นด้านสุดท้ายที่โรงเรียนจะต้องคำนึงถึงคือด้านการเมืองและกฎหมาย (0.20) ที่อาจส่งผลกระทบ ต่อโรงเรียนได้ นนั้ เพราะว่า นโยบายของรัฐบาลเปล่ยี นแปลงบ่อย ทำให้การดำเนินงานต้องปรับเปลี่ยนตามรัฐบาล จงึ ขาดความต่อเนื่องในการพฒั นา เชน่ นน้ั แลว้ โรงเรยี นจึงจำเปน็ ต้องปรับเปล่ียนกระบวนการดำเนินงานให้มีความ สอดคล้องกับนโยบายที่เปลี่ยนแปลงไป อีกทั้งต้องเตรียมตัวให้พร้อมในทุกๆ สถานการณ์ นอกจากนั้นแล้วยังมี ความแตกต่างในด้านมุมมอง แนวคิด ทัศนคติ ความแตกต่างทางการเมืองของคนในชุมชน นโยบายเปลี่ยนแปลง ตลอดเวลาทำให้ขาดความต่อเนื่องในการดำเนินงาน มีผู้ปกครองบางคนมีความเห็นต่างในบางนโยบายและบาง เรื่อง เชน่ ทรงผมนกั เรียน การนำโทรศพั ท์มาโรงเรียน และ มคี วามคดิ ท่แี ตกต่างกันกบั ผปู้ กครองบางกล่มุ ท่ีเห็นด้วย กับโรงเรียนและบางกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย ซึ่งโรงเรียนที่ถือได้ว่าเปน็ สถานที่ในการสร้างรากฐานแห่งการเรียนรู้จึงเป็น ต้องให้ความรู้ การส่งเสริมและการบริการชุมชนไปในทางที่ถูกต้อง เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้เกิดความปกติสุข ลด ความแตกแยกในสังคม อีกทั้งต้องทำความเข้าใจในเรื่องนโยบายของสถานศึกษา นโยบายทางด้านการศึกษาให้ ผู้ปกครองได้รับทราบในทุก ๆ โอกาส เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เกิดเป็นองค์กรที่มี คุณภาพ มคี วามเปน็ เลศิ ในด้านการศกึ ษาในอนาคตต่อไป

60 สภาพแวดล้อมภายใน เป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทาง การศึกษา โดยมีค่าเฉลี่ยปัจจัยภายในอยู่ที่ +0.68 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านบริหารจัดการเป็นปัจจัยที่ส่งผล กระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษามากที่สุด (+0.27) นั้นเพราะว่า เกดิ จากโรงเรยี นมกี ารจัดสรรงบประมาณในการไปบรหิ ารงานทงั้ 4 ฝา่ ยไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพและก่อประโยชน์ใน การเรียนการสอน มีแผนปฏิบัติการและตัวชี้วัดความสำเร็จและมีการปฏิบัติตามแผนมีการกำกับ ติดตาม นิเทศ และรายงานผลอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับผู้บริหารส่งเสริม สนับสนุนบุคลากรในการพัฒนาตนเองและการจัดทำ แผนพฒั นาตนเอง ผบู้ ริหารปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีตามบทบาทสง่ เสริม และบรหิ ารการจดั การศกึ ษาอย่างมีประสิทธภิ าพและ เกิดประสิทธิผล โรงเรียนมีผู้บริหารสถานศึกษาที่มีวิสัยทัศน์ ทำให้การบริหารจัดการด้างต่างๆมีประสิทธิภาพ ผู้บริหารมีภาวะความเป็นผู้นำมีคุณธรรม จริยธรรม ส่งเสริมให้บุคลากรเลือกปฏิบัติงานตามความถนัด และความ สนใจ มีบุคลากรเพยี งพอ มนี วัตกรรมทางการบริการจัดการที่โดดเด่น สง่ เสรมิ ใหบ้ ุคลากรทกุ คนทุกภาคส่วนร่วมใน การบริหารจัดการ มีระบบบริหารจัดการอย่างมีคุณภาพและเป็นระบบ มีความเป็นระเบียบ การบริหารจั ดการ เปน็ ไปอย่างมคี ณุ ภาพสง่ ผลใหเ้ กดิ ประโยชนก์ บั นักเรียนอย่างแทจ้ ริง มกี ารบรหิ ารจดั การ มโี ครงสร้างทช่ี ดั เจน เช่น ผู้บริหาร,หัวหน้างาน, หัวหน้าสายชั้น มีกระบวนการ PLC และการ AAR สะท้อนผลหลังทำกิจกรรมเพื่อพัฒนา เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษา รองลงมาคือด้าน บุคลากร (+0.25) ที่ส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสถานศึกษาอย่างเตม็ ประสิทธิภาพ นอกจากนั้นแล้ว ยังเกิดจากโรงเรียนมวี ฒั นธรรมองค์กรท่ีดีในการปฏบิ ัติงานการเรยี นรงู้ านของครผู ู้มีอาวโุ สมากต่อครูผู้มีอาวุโสน้อย บคุ ลากรมีปฏิสัมพนั ธ์ที่ดีต่อกนั แบบครอบครวั มีความสามัคคกี นั ในหมู่คณะ ชว่ ยเหลือเกื้อกูลกนั มีขวัญกำลังใจท่ีดี ต่อการปฏิบัติงาน ผู้บริหารสถานศึกษามีภาวะผู้นำ และความสามารถในการบริหารจัดการสถานศึกษา มีความ ชัดเจนและคำนึงถึงผลที่เกิดกับผู้เรียนเป็นสำคัญ บุคลากรมีความรักความศรัทธา ในวิชาชีพ ใฝ่หาความรู้ และ พัฒนาตนเองอยู่เสมอ ครูและบุคลากรมีความเสียสละ ทุ่มเท และพร้อมจะขับเคลื่อนนโยบายของโรงเรียนสู่การ ปฏิบัติ มีความพร้อมในการจัดกิจกรรมและการเรียนการสอนและภาระงานที่ได้รับมอบหมาย ความพร้อมในการ ดำเนนิ งาน และพฒั นาเด็ก สามารถจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนไดเ้ ตม็ ความสามารถ เตม็ เวลา และครูมีการจัดทำ สื่อที่หลากหลายให้เป็นไปตามความต้องการของนักเรียน ที่ส่งผลต่อการเรียนรู้ การสร้างเสริมประสบการณ์ และ การพฒั นาคุณภาพผู้เรียน รองลงมาคือดา้ นวัสดุอปุ กรณ์ (+0.24) เป็นอีกหน่ึงด้านท่กี ่อใหเ้ กดิ จุดแขง็ ต่อการบริหาร จัดการสถานศึกษา นนั้ เพราะว่า เกิดจากโรงเรียนนำสือ่ และเทคโนโลยี ที่ทันสมยั มาใช้ในการจัดการศึกษา มรี ะบบ อินเทอร์เน็ตทีใ่ ช้ในการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนและให้บรกิ ารในโรงเรียนอย่างทัว่ ถึง มีสื่อ นวัตกรรมทางการ เรียนรู้ที่หลากหลาย เช่น DLTV สมาร์ททีวี สื่อการเรียนรู้และอุปกรณ์ในการทำสื่อการสอนที่เพียงพอ มีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ ที่ทันสมัยครบถ้วน ส่งผลดีต่อการจัดการเรียนการสอน ประกอบกับโรงเรียนมีอาคาร สถานที่เพียงพอ สำหรับผู้เรียน มีห้องเรียน ที่สะอาด ปลอดภัย สภาพแวดล้อมร่มรื่นเป็นระเบียบ มีสื่อการเรียนรู้ และอุปกรณ์ท่ี พรอ้ มในการจัดทำสอ่ื ท่เี พยี งพอ ท่ีจะให้ครูใชใ้ นการผลติ สอื่ แก่นกั เรยี นการจดั การเรียนรู้ การจัดสรรงบส่ืออปุ กรณ์

61 วัสดุ ไดต้ ามความประสงค์ของครู และมวี ัสดุอุปกรณเ์ พียงพอต่อการดำเนินงาน และการจัดการเรียนการสอน และ ในด้านวัสดุปกรณ์ในการจัดทำสื่อการเรียนรู้ฝ่ายพัสดุก็ได้จดั สรรและสรรหาวัสดปุ กรณ์ที่คุณครูมีความประสงค์จะ ใช้ทำสื่อได้เพียงพอกบั ความต้องการ นอกจากนี้สื่อนวตั กรรมทางIT, Smart TV และระบบดิจิตอล Internet ก็ชว่ ย เสริมทักษะได้ดีอีกด้านหนึ่งในการจัดการเรียนการสอน รองลงมาคือด้านผลผลิตและการบริการ (+0.21) ที่เกิด จากเกิดโรงเรียนมีกระบวนการบริหารจัดการสถานศึกษาที่เป็นเลิศ ส่งผลให้ได้รับรางวัลสถานศึกษาพระราชทาน ระดับก่อนประถมศึกษา ประจำปีการศึกษา 2562 ประกอบกับนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนรู้สูงขึ้นทุกปี นักเรียนมีคุณธรรม จริยธรรม มีสุนทรียภาพและค่านิยมที่ดีงาม นักเรียนมีความรู้ ทักษะพื้นฐานตามหลักสูตรที่ ครอบคลมุ ผลสมั ฤทธ์ิตามสาระการเรียนรู้ของแต่ละระดับช้ัน นกั เรยี นทจ่ี บจากโรงเรยี นสามารถไปศึกษาต่อและได้ รับคำชมเชยจากสถาบันที่ไปศึกษาต่อต่าง ๆ เหล่านั้น โรงเรียนมีการประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสารต่างๆ อีกทั้ง มีช่องทางสำหรับติดต่อสื่อสารสร้างความเข้าใจกับผู้ปกครองหลายช่องทาง เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการดำเนินงาน โรงเรียนให้บรกิ ารแกน่ ักเรียน ผู้ปกครอง ชมุ ชน หรือหนว่ ยงานอืน่ ที่เข้ามาติดตอ่ ราชการได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง มีการบริการชุมชน ผู้ปกครอง และนักเรียนด้วยความเป็นมิตร และทัดเทียมกันเป็นแหล่งเรียนรู้สำหรับ ครูและบุคลากรมีการให้บริการผู้เรียนและผู้ปกครองอย่างเต็มใจไม่เลือกปฏิบัติ ประกอบกับด้านประสิทธิภาพ การเงิน (+0.21) ที่ส่งเสริมให้เกิดเป็นจุดแข็งในการบริหารจัดนั้นเกิดจากการบริหารมีความน่าเชื่อถือ โปร่งใส คุ้มคา่ ตรวจสอบได้ มีประสิทธภิ าพสูง และโรงเรยี นมแี ผนการใช้จ่ายงบประมาณและใชจ้ า่ ยตามแผนงาน โครงการ กจิ กรรมทก่ี ำหนดอย่างเปน็ ระบบ โปร่งใส ตรวจสอบได้ ประกอบกบั งบประมาณแม้จะไดง้ บไม่เต็มท่ี แต่การบริหาร จัดการที่ดีของผู้บริหารก็สามารถจัดสรรงบประมาณให้เกิดการพัฒนาได้อย่างน่าภาคภูมิใจ และเห็นประสิทธิภาพ ของการทำงานได้เป็นอย่างดี ผู้บริหารปฏิบัติหน้าที่ตามบทบาทส่งเสริม และบริหารการจัดการศึกษาอย่างมี ประสทิ ธิภาพและเกิดประสทิ ธิผล มกี ารจัดสรรงบประมาณทเ่ี พยี งพอต่อความต้องการให้บคุ ลากรทางการศึกษาได้ จดั กจิ กรรม การเรียนรูก้ ารสอนเป็นอย่างดี การใชจ้ า่ ยเงินงบประมาณเป็นไปตามแผนงาน โครงการและเป็นระบบ การดำเนินงานด้านงบประมาณมีประสทิ ธภิ าพเพียงพอตอ่ การจัดการ การเบิกจา่ ยงบประมาณ เปน็ ไปตามระเบียบ ราชการ และมีประสทิ ธิภาพคมุ้ คา่ และโรงเรยี นได้รบั งบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐ หน่วยงานอน่ื และชุมชนใน การพัฒนาการศึกษาอย่างต่อเนื่อง และในด้านโครงสร้างและนโยบาย (+0.18) ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิด จุดแข็งในการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งเกิดจากโรงเรียนมีการบริหาร จัดการในด้านต่าง ๆ ที่ชัดเจน เอื้ออำนวยต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ สอดคล้องกับ บริบทและความต้องการของชุมชน มีโครงสร้างการจัดการศึกษาที่ชัดเจนเป็นเอกภาพ และกำหนดบทบาทหน้าท่ี การบรหิ ารงานของแต่ละกลมุ่ งานทช่ี ัดเจน มีการบรหิ ารงานท่เี ป็นระบบ ผบู้ ริหารปฏิบัติหนา้ ทีต่ ามบทบาทส่งเสริม และบริหารการจัดการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผล นักเรียนได้รับการปลูกฝังในเรื่องของความ รับผิดชอบตอ่ หน้าที่ ทั้งในด้านการเรียนการสอนและงานท่ีได้รับมอบหมาย ส่งผลให้คุณภาพผู้เรียน เน้นไปในทาง ที่ยั่งยืน ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น เด็กมีระเบียบวินัย ประกอบกับการประสานงานต่างๆกับภ าคีเครือข่ายเป็นไปอย่างมี

62 ประสทิ ธภิ าพ มที มี งานท่เี ขม็ แข็งทำใหก้ ารบริหารจดั การสถานศึกษามปี ระสิทธภิ าพ เกิดประสทิ ธผิ ลสงู สดุ มคี วาม ชัดเจนในโครงสร้างและนโยบายของสถานศึกษาที่ชัดเจน มีการรับรองเอกสารหลักฐานจากผู้มีส่วนร่วมในการจดั การศึกษา ไม่ว่าจะเป็นภาคี 4 ฝ่าย กรรมการสถานศึกษา และผ่านการรับรองจากผู้ปกครองนักเรียนจากการ ปฐมนิเทศ มีการประชมุ บริหารที่ชดั เจน โปร่งใส มีคำสั่งมอบหมายงานบคุ ลากรที่ชัดเจน และมอบหมายงานตาม ความถนัดและความเหมาะสม บริหารงานแบบมีส่วนร่วม และมีผลงานผลงานเชิงประจักษ์โดดเด่น เป็นรูปธรรม จนสามารถเป็นแหล่งศึกษาดูงานให้กับหน่วยงานอื่นๆได้ บุคลากรมีความรู้ ความชำนาญและประสบการณ์ หลากหลายในการจดั การศึกษาท่ีมีประสิทธิภาพ ซงึ่ ท่ีได้กล่าวมาทั้งหมดน้ลี ้วนแล้วแต่เปน็ ปัจจัยท่ีส่งผลกระทบต่อ การดำเนนิ งานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพการศึกษากอ่ ให้เกดิ เปน็ จุดแข็งของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทมุ สำหรับการดำเนินงานของโรงเรียนและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษานั้น ถึงแม้โรงเรียนจะมี สภาพแวดลอ้ มภายในท่ีเป็นจดุ แขง็ ต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาในทุก ๆ ด้านนั้น แต่จากการศึกษาข้อมูล โรงเรียนจำเป็นจะต้องสังเกตและคำนึงถึงจุดอ่อน ซึ่งเกิดขึ้นภายในโรงเรียนที่ สามารถปรับปรุง เปลี่ยนแปลงและพัฒนาให้เป็นไปในทางที่ดีขึ้นได้ในด้านต่าง ๆ โดยด้านที่ควรคำนึงถึงในลำดับ แรกคือด้านผลผลิตและการบริการ (0.56) นั้นเพราะว่า เด็กนักเรียนมีความแตกต่างการชอบที่ไม่เหมือนกัน เช่น บางคนชอบดนตรี บางคนชอบกีฬา บางคนชอบเรียน ความแตกต่างของศักยภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียน และมี นักเรียนบางส่วนยังไม่ตระหนักและไม่เห็นความสำคัญของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการทดสอบระดับชาติ การจัดการเรียนการสอนขาดการส่งเสริมกิจกรรมการเรียนรู้แบบ Active Leaning ทเ่ี ป็นรูปธรรม ควรจัดให้มีการ อบรม เพือ่ พัฒนาบคุ ลากรอยูเ่ สมอ และควรมกี ารพัฒนาบคุ ลากรในด้านอ่นื ๆ โดยจดั ใหม้ ีการอบรมพัฒนาบุคลากร อยู่เสมอ การให้บริการแหล่งการเรียนรู้อย่างหลากหลายภายในโรงเรียนไม่เพียงพอกับจำนวนนักเรียน เช่น ห้องสมุดโรงเรียน ซึ่งเป็นแหล่งสืบค้นข้อมูลควรจัดให้มีขนาดใหญ่ และมีความพร้อมสำหรับใช้งาน และบุคลากร บางส่วนยังขาดความเข้าใจ และยังไม่ได้รับการส่งเสริมในการจัดการเรียนรู้แบบ Active Leaning อย่างเป็น รูปธรรมและตอ่ เน่อื งและการจดั กิจกรรมการเรียนรู้ท่เี น้นผเู้ รียนเป็นสำคญั รองลงมาคือด้านโครงสรา้ งและนโยบาย (0.52) ที่อาจส่งผลให้เกิดจุดอ่อนต่อการบริหารจัดการและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา ซึ่งอาจเกิดจาก ผู้ปฏิบัติงานมีความซ้ำซ้อนในสายงานต่าง ๆ บุคลากรบางส่วนอาจมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนทำให้เข้าไม่ถึง โครงสรา้ งการบรหิ ารที่ชัดเจน อีกท้ังบางคนมีภาระงานพิเศษมาก สง่ ผลให้การเตรียมการสอนไม่เต็มประสิทธิภาพ มีบุคลากรส่วนน้อยขาดความรว่ มมือในการปฏิบตั ิตามนโยบายและขาดความทุ่มเท เสยี สละเพ่ือส่วนรวม นโยบาย การจดั สรรงบประมาณของภาครัฐยงั ไมเ่ พียงพอในการบริหารจดั การด้านการศึกษา เน่อื งจากสถานการณ์การแพร่ ระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019 ทำใหบ้ ุคลากรในหนว่ ยงานทำงานได้ไม่เตม็ ที่ บางกจิ กรรม โครงการไม่ได้ ดำเนินการ บุคลากรในสถานศึกษาทำงานไม่เต็มที่เท่าที่ควร และนักเรียนและผู้ปกครองบางกลุ่มยังไม่เข้าใจ นโยบายของทางโรงเรียน เช่น ไม่มาปฐมนิเทศทำให้ไม่เข้าใจนโยบายของโรงเรียน และในด้านประสิทธิภาพ การเงิน (0.52) กอ็ าจสง่ ผลให้เกดิ จุดออ่ นได้ นั้นเพราะ ผู้มีส่วนเกี่ยวขอ้ งอยากให้มีเเผนงานโครงการไดล้ งมือปฏิบัติ

63 การปฏบิ ตั ิหน้าที่การเงนิ พัสดุบางครัง้ ก็ต้องรีบเร่งใหท้ ันต่อการทำงาน ข้ันตอน เบิกจา่ ยงบประมาณ งบประมาณ บางอย่างจะน้อยและไม่สนองต่อความขาดเเคลนของนักเรียน การจัดทำเอกสารต่าง ๆ มีจำนวนมาก อาจเกิด ความซ้ำซ้อน และล่าช้า และการจัดสรรงบประมาณมีความล่าช้า รองลงมาคือด้านด้านบุคลากร (0.50) ที่อาจ ก่อให้เกิดเป็นจุดอ่อนต่อการบริหารจัดการโรงเรียนในอนาคตได้ ซึ่งอาจเกิดจาก ครูบางคนสอนไม่ตรงวิชาเอก ขาดแคลนบางวชิ า บคุ ลากรส่วนนอ้ ยขาดความรู้ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ควรมกี ารส่งเสริมและจัดอบรม เพื่อพัฒนาในสถานศึกษา และบุคลากรบางส่วนยังใช้เทคโนโลยีในการปฏิบัติงานในหน้าที่ทั้งด้านการจัดการเรยี น การสอนและงานพิเศษไมค่ ่อยคลอ่ งเท่าทีค่ วร บุคลากรมีการงานมาก การกระจายงานไม่เท่ากันภาระงานอื่นเยอะ มากเกินไปทำให้เสียเวลาในการจัดการเรียนรู้ในห้อง ครูและบุคลากรในโรงเรียนขาดการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การส่งเสริมกิจกรรมที่เน้นนักเรียนเป็นสำคัญ ยังคงเน้นครูให้ครูเป็นผู้ให้ความรู้ และขาดการนิเทศติดตาม รองลงมาคือด้านวัสดุอุปกรณ์ (0.48) ที่อาจส่งผลการะทบก่อให้เกิดเป็นจุดอ่อนของโรงเรียนได้นั้นเพราะว่า ห้องสมุดมีหนังสือ สื่อเทคโนโลยีไม่เพียงพอต่อการศึกษาและสืบค้น มีคอมพิวเตอร์ ไม่เพียงพอ ห้องเรียนห้อง พิเศษไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ขาดการดูแลรักษา และการซ่อมบำรุงและนำไปใช้แล้วไม่เก็บวัสดุอุปกรณ์ให้อยู่ ที่เดิม ขาดบุคลากรที่เข้าใจในระบบสื่อ และขาดบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเรื่องการนำสื่อไปใช้และ การบำรุงรกั ษาสื่อวัสดุอุปกรณ์ และการซอ่ มบำรงุ ยังมีความล่าช้า และอีกหนึง่ ด้านคือด้านบริหารจัดการ (0.48) ที่ อาจก่อให้เกิดจุดอ่อนในการบริหารจดั การสถานศึกษาได้ ซึ่งอาจเกิดจากการประสานงานในบางครัง้ อาจเกิดความ เขา้ ใจคลาดเคล่ือน การปรับเปล่ียนบางอย่างท่ีอาจไม่ได้อยู่ในแผนอาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคล่ือนและล่าช้า การทำฐานข้อมูลสารสนเทศมาใช้ร่วมกันน้อย การกำกับ นิเทศ ติดตามและประเมินผลทางการศึกษายังไม่ทั่วถึง และตอ่ เน่ืองเทา่ ทคี่ วร และการติดตามประเมินผลขาดความต่อเนือ่ ง จากการศึกษาข้อมูลการวิเคราะห์สถานการณ์ (SWOT Analysis) สภาพแวดล้อมภายในจากข้อมูล เกี่ยวกับสภาพแวดล้อมภายในที่ส่งผลตอ่ การดำเนินงาน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาทั้ง 6 ประเด็น ของคณะครู และบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนอนุบาลวาปปี ทุม ทำให้ทราบถงึ จุดแข็งท่ีโรงเรียนต้องตอ่ ยอด พัฒนาคุณภาพ ให้เกิดประสิทธิภาพในอนาคตต่อไป รักษาสิ่งที่ดีงามและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับโรงเรียน แล้วยังทำให้ สังเกตได้ถึงปัจจัยต่าง ๆ ที่อาจก่อให้เกิดจุดอ่อนที่ต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข การระดมความคิด ความรู้ ความสามารถ การร่วมมือจากภาคีเครือข่ายต่างๆ การประสานงาน และการปรับเปลี่ยนวิธีการ เพื่อเป็นการ ปอ้ งกันและหลกี เลีย่ งไม่ให้เกิดผลกระทบต่อโรงเรยี นในอนาคตได้ นอกจากนั้นแลว้ ยงั สามารถนำไปใช้เป็นข้อมูลใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษา การวางแผนการดำเนินโครงการ กิจกรรม รวมถึงการขับเคลื่อนคุณภาพทางการ ศึกษา การกำหนดกลยุทธ์ ในการพัฒนาสถานศึกษาเพื่อให้เกิดความเป็นเลิศในทุก ๆ ด้าน ก่อให้เกิดความเจริญ งอกงามทางด้านการศกึ ษา สามารถสรา้ งสรรค์ชมุ ชนและสงั คมให้มีความวฒั นาสบื ไป

64 สรุปผลการวิเคราะห์สภาพแลดล้อมของสถานศึกษา เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว พบว่า โรงเรียนมี สภาพแวดล้อมภายนอกทเ่ี ปน็ โอกาสต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและการพฒั นาคุณภาพทางการศกึ ษา โดยมี คา่ เฉลย่ี ปจั จัยภายนอกอย่ทู ี่ +0.42 และมีสภาพแวดล้อมภายในทเ่ี ป็นจุดแข็งต่อการบริหารจัดการสถานศึกษาและ การพฒั นาคณุ ภาพทางการศกึ ษา โดยมคี า่ เฉลี่ยปัจจยั ภายในอยูท่ ี่ +0.68 5. การแสดงสถานภาพของโรงเรียนอนบุ าลวาปีปทุม การแสดงสถานภาพของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมนั้นเป็นการแสดงออกมาจากการศึกษา สภาพแวดล้อมภายนอกและสภาพแวดล้อมใน ที่ส่งผลต่อการดำเนินการ และการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา ของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมนั้นให้อยู่ในรูปแบบของกราฟ เพื่อให้เห็นว่าหลังจากการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม ภายนอกและภายใน ด้วยเทคนิค SWOT Analysis แล้ว จะสามารถประเมินสถานภาพของโรงเรียนว่าเป็นใน ลักษณะใด ซึ่งการแสดงสถานภาพของโรงเรียนจะบ่งบอกถึงแนวโน้มในการขับเคลื่อนการดำเนินงานและการ พัฒนาคุณภาพทางการศึกษา อีกทั้งเป็นการให้ข้อมูลในการวางแผนพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา แผนกลยุทธ์ และแผนปฏบิ ัติการประจำปกี ารศึกษาในอนาคตต่อไป โดยโรงเรยี นอนุบาลวาปปี ทุมได้ศึกษาสถานภาพเพื่อใช้เป็น ขอ้ มลู อ้างองิ ดังน้ี 1. Stars (เอื้อและแข็ง) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวม ส่วนใหญ่มีปัจจัยภายนอกที่ เป็นโอกาส และมีปัจจยั ภายในทีแ่ ข็ง เป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมสูง เช่น เป็นโรงเรียนที่ดีมีคณุ ภาพได้มาตรฐาน หน่วยงานเมื่อมีสถานภาพเป็น Stars ให้กำหนดกลยุทธ์เชิงรุก (Aggressive) ต้องรักษาความเป็น Stars ให้ยืนยง ต่อไปและพฒั นางานตอ่ ยอด 2. Question Marks (เอื้อแต่อ่อน) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวมส่วนใหญ่มีปัจจัย ภายนอกเอื้อ มคี วามพรอ้ มสูงใหก้ ารสนบั สนุน แตป่ ัจจัยภายในหนว่ ยงานออ่ น หากแกป้ ญั หาจุดอ่อนของหน่วยงาน ได้ จะนำไปสู่สภาพท่เี ออื้ และแข็ง Stars ได้ ให้กำหนดกลยุทธ์พัฒนาองคก์ ร(Turnaround) 3. Cash Cows (ไม่เอื้อแต่แข็ง) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวมส่วนใหญ่ภายนอก หน่วยงานมอี ุปสรรค มีปัญหา แต่ภายในหน่วยงานแขง็ มีความพรอ้ ม มคี วามเข้มแขง็ หากรอให้ปัจจยั ภายนอกเป็น โอกาสเอื้อต่อการพัฒนาหน่วยงาน หรือพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสก็จะสามารถพัฒนาหน่วยงานนำไปสู่สภาพที่เอื้อ และ แขง็ Stars ได้ ให้กำหนดกลยุทธ์ป้องกัน/แตกตวั (Defend/Diversify) 4. Dogs (ไม่เอื้อและอ่อน) เป็นตำแหน่งที่บ่งบอกว่าหน่วยงานโดยภาพรวม ส่วนใหญ่อยู่ใน สภาพแวดล้อมที่ทั้งภายนอกไม่เอื้อ ภายในอ่อน มีปัญหา ล่อแหลมต่อการประสบความล้มเหลวค่อนข้างสูง จึงเป็นไปได้ว่าต้องปรับปรุงอย่างเร่งด่วน เพราะหากดำเนินการต่อไปปัญหาจะสะสมขึ้นเรื่อย ๆ อาจถึงขั้นแก้ไข ไมไ่ ดต้ อ้ งยุบหน่วยงาน ให้กำหนดกลยทุ ธ์ประคองตวั /ถอย (Retrenchment)

65 5.1 กราฟแสดงสถานภาพของโรงเรยี นอนุบาลวาปปี ทมุ กล่าวโดยสรุปได้ว่า เมื่อพิจารณาจากผลการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม สามารถ แสดงสถานภาพของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมได้คือ โรงเรียอนุบาลวาปีปทุมนั้นมีสถานภาพอยู่ในสถานภาพ Stars (เอื้อและแข็ง) คือ โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมมีสภาพแวดล้อมภายนอกที่เป็นโอกาสและเอื้อต่อการ ดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพของโรงเรียนโดยมีค่าเฉลี่ยปัจจัยภายนอกอยู่ที่ +0.42 และมีสภาพแวดล้อม ภายในท่ีเป็นจุดแข็งโดยมีค่าเฉลี่ยปัจจยั ภายในอยทู่ ี่ +0.68 เช่นน้ันแลว้ โรงเรียนจึงควรมีการดำเนินการและพัฒนา คุณภาพทางการศึกษาให้ตอบสนองต่อสถานภาพของตนเองที่ ได้จากการศึกษาสภาพแวดล้อมภายนอกแล ะ สภาพแวดล้อมภายใน นอกจากนั้นแล้วจำเป็นต้องกำหนดกลยุทธ์ วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ ให้ชัดเจน รวมถึงวางแผนในการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาและจัดทำแผนงานโครงการ ในแผนปฏิบัติการประจำปีเพ่ือ ขับเคลื่อนการดำเนินงานและพัฒนาคุณภาพของสถานศึกษา อีกทั้งส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มคี วามสมบูรณ์ มีความเป็นเลศิ ในทกุ ๆ ดา้ นยิ่ง ๆ ขึ้นไป

66 ทว่า โรงเรียอนุบาลวาปีปทุมนั้นยังจำเป็นจะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายนอกบางปัจจัยท่ีอาจ ก่อให้เกิดอุปสรรคและผลกระทบต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพทาง การศึกษาของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมในอนาคตได้ จึงจำเป็นจะต้องคำนึงถึงเป็นอย่างยิ่งคือด้านเศรษฐกิจ รองลงมาคือด้านเทคโนโลยี รองลงมาคือด้านสังคมและวัฒนธรรม และด้านการเมืองและกฎหมาย และยังมี สภาพแวดล้อมภายในบางปัจจัยที่อาจก่อให้เกิดเป็นจุดอ่อนและผลกระทบต่อการบริหารจัดการสถานศึกษา การดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมในอนาคตได้ซึ่งอยู่ในหลาย ๆ ด้าน โดยเรียงลำดับได้ดังนี้คือ ด้านผลผลิตและการบริการ รองลงมาคือด้านโครงสร้างและนโยบาย และด้าน ประสิทธิภาพการเงิน รองลงมาคือด้านบุคลากร รองลงมาคือด้านวัสดุอุปกรณ์ และด้านบริหารจัดการ ตามลำดบั เช่นนั้นแล้วเมื่อรับทราบปญั หาดงั กล่าวแล้วต้องปรบั เปล่ียนและพัฒนาในจุดน้ีให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งต้องให้ความสำคัญ ต่อปจั จัยท่เี ปน็ ปัญหาดังกล่าว เพอ่ื ไมก่ ่อให้เกิดปัญหาต่อการบริหารจัดการ การดำเนนิ งานและการพัฒนาคุณภาพ ทางการศกึ ษา และเป็นการปอ้ งกัน หลกี เล่ียงส่งิ ท่ีอาจจะก่อใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ โรงเรยี นในอนาคตต่อไป

ส่วนท่ี 4 ทิศทางการดำเนนิ งานและการพฒั นาคุณภาพทางการศึกษา ของโรงเรียนอนุบาลวาปปี ทุม จากผลการวิเคราะห์บริบทของโรงเรียนอนุบาลวาปีปทุมทำให้ทราบถึงสภาพแวดล้อมภายนอกและ สภาพแวดลอ้ มภายในที่ส่งผลต่อการดำเนนิ การและการพฒั นาคุณภาพทางการศึกษา ซง่ึ สามารถนำมากำหนดเป็น ทิศทางในการดำเนินงานและการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษา อีกทั้งช่วยให้การดำเนินงานมีความชัดเจนมากข้นึ และจากการดำเนินการดังกลา่ วน้ันสามารถกำหนดทศิ ทางของโรงเรยี นอนุบาลวาปีปทุมไดด้ งั น้ี 1. วสิ ัยทศั น์ (Vision) โรงเรียนอนุบาลวาปีปทุม เป็นสถานศึกษาที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนสู่ความเป็นเลิศ มีคุณธรรมนำความรู้ ตามหลกั ของปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียงและมีคุณภาพมาตรฐาน 2. พันธกจิ (Mission) 2.1 จัดการศึกษาระดับปฐมวัยใหไ้ ด้รับการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและ สติปญั ญา 2.2 จัดการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐานให้ผ้เู รียนได้รับการพัฒนาเตม็ ตามศักยภาพ 2.3 พัฒนาผเู้ รยี นใหม้ คี ุณภาพตามมาตรฐานทุกระดบั และมีความเป็นไทย ใฝเ่ รยี นรู้ ส่สู ากล เน้นการ ปฏิรูประบบการเรยี นรู้ทเี่ นน้ ผูเ้ รียนเป็นสำคัญ 2.4 พัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม นำความรู้ในการดำรงชีวิตตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง วิถชี ีวิตแบบไทยในสงั คมโลกได้อยา่ งมีความสุข 2.5 พฒั นาระบบการบริหารจัดการใหเ้ ข้มแขง็ ทนั สมยั เนน้ การมสี ่วนรว่ มและการสรา้ งเครือข่าย 3. เป้าประสงค์ (Goals) 3.1 เด็กปฐมวยั ทกุ คนไดร้ ับการเตรียมความพร้อมด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและสติปญั ญา 3.2 ผ้เู รยี นทุกคนได้รบั การพฒั นาอยา่ งเต็มตามศักยภาพ 3.3 ผูเ้ รียนทุกคนได้รบั การศึกษาทีม่ ีคุณภาพตามมาตรฐานทกุ ระดับ 3.4 ผู้เรียนทุกคนมีคุณธรรมและคุณลักษณะที่พึงประสงค์ สามารถดำรงชีวิตตามหลักของปรัชญา ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง วถิ ชี วี ติ แบบไทยในสงั คมโลกไดเ้ ป็นสขุ 3.5 โรงเรียนมีความเข้มแข็งในการบริหารจัดการสู่ความเป็นเลิศ เป็นตัวอย่างและให้บริการ ทางวชิ าการแก่สังคม

68 4. กลยทุ ธ์ของโรงเรยี นอนบุ าลวาปปี ทุม กลยทุ ธ์ท่ี 1 จัดการศกึ ษาเพ่อื ความม่ันคง กลยทุ ธ์ท่ี 2 พัฒนาคุณภาพผ้เู รียน และส่งเสรมิ การจัดการศกึ ษาเพ่ือสรา้ งขดี ความสามารถ ในการแข่งขัน กลยุทธ์ที่ 3 ดา้ นการส่งเสรมิ พฒั นาครูและบุคลากรทางการศกึ ษา กลยทุ ธ์ท่ี 4 ดา้ นโอกาส ความเสมอภาค และความเทา่ เทียม การเขา้ ถงึ บริการทางการศึกษา กลยทุ ธ์ท่ี 5 ด้านการจดั การศกึ ษาเพือ่ สรา้ งเสริมคุณภาพชวี ิตทเ่ี ปน็ มติ รกบั สงิ่ แวดลอ้ ม กลยุทธ์ที่ 6 สง่ เสรมิ การมสี ่วนรว่ มของผปู้ กครอง ชุมชน เอกชนและท้องถน่ิ ในการจดั การศึกษา 5. แผนงานโครงการของโรงเรียนอนุบาลวาปปี ทุมทีส่ อดคลอ้ งกบั กลยุทธ์ แผนงาน/โครงการ กลยทุ ธข์ อง ผู้รับผิดชอบ โรงเรยี นอนบุ าลวาปีปทมุ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ นางจุฬาพันธ์ นัยวฒั น์ และคณะ 1.การส่งเสรมิ คุณธรรมและจริยธรรมเด็ก กลยุทธท์ ่ี 1 นางจุฬาพันธ์ นยั วัฒน์ และคณะ ปฐมวัย กลยุทธ์ท่ี 5 นางสมใจ ปรปิ ณุ ณะ และคณะ 2.ค่าย kid scout โรงเรียนอนบุ าลวาปปี ทุม กลยทุ ธท์ ี่ 1 กลยทุ ธ์ท่ี 5 นางสมใจ ปริปณุ ณะและคณะ 3.พฒั นาปรับปรงุ หลกั สูตรครอบคลุม กลยุทธ์ท่ี 2 นางเบญจมาศ ทบซนิ และคณะ พฒั นาการท้งั 4 ดา้ น สอดคล้องกบั บรบิ ท กลยทุ ธท์ ่ี 6 นางเบญจมาศ ทบซิน และคณะ ของท้องถน่ิ 4.ส่งเสริมการผลติ สือ่ และนวัตกรรมทาง กลยทุ ธ์ที่ 2 นางสาวจารุวรรณ พอคำ้ และคณะ การศกึ ษาระดบั ปฐมวัย 5.การจดั สภาพแวดล้อมและจัดบรรยากาศ กลยุทธท์ ี่ 5 ในหอ้ งเรียน ระดบั ปฐมวยั 6.การส่งเสรมิ พฒั นาการดา้ นร่างกาย กลยุทธท์ ่ี 4 อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ัญญาเด็ก กลยทุ ธท์ ่ี 5 ปฐมวัย 7.ส่งเสริมความเป็นเลศิ ทางด้านวชิ าการ กลยทุ ธท์ ่ี 2

69 8.ส่งเสริมพฒั นาการอ่านและการเขยี น กลยุทธ์ที่ 2 นางสาววิมลรัตน์ นวนเทา่ และ ภาษาไทย คณะ กลยุทธ์ของ แผนงาน/โครงการ โรงเรียนอนบุ าลวาปีปทมุ ผรู้ ับผดิ ชอบ กลยทุ ธ์ท่ี 2 9.ยกระดับผลสมั ฤทธทิ์ างการเรยี นและ นางเนตรดาว อนุ่ พิกุล และคณะ พฒั นาสือ่ นวัตกรรม กลยทุ ธ์ท่ี 6 10.พฒั นาระบบประกันคณุ ภาพการศกึ ษา กลยทุ ธ์ท่ี 2 นางเนตรดาว อนุ่ พิกุล และคณะ 11.พฒั นาปรับปรุงหลักสูตร การวัดผล นางเยาวลักษณ์ ประพาศพงษ์ ประเมนิ ผลหลกั สูตรการศกึ ษา และงานวจิ ยั กลยุทธท์ ี่ 1 และคณะ ทางการศึกษา กลยุทธ์ที่ 2 12.เปิดบ้านวิชาการ (Open House) กลยุทธ์ที่ 1 นางสาวอรทัย เรืองบุญ และคณะ 13.โรงเรยี นธนาคาร กลยทุ ธ์ท่ี 2 นางนยั นา เอกศิริ และคณะ 14.พัฒนาแหล่งเรียนร้ภู ายในสถานศึกษา นางรศั มี อัคราช และคณะ 15.การพัฒนาผ้เู รยี นให้มีสุขภาวะทาง กลยุทธ์ท่ี 2 นางสาววิลัยภรณ์ ประวนั เนย์ ร่างกายจิตสงั คม และแนะแนวการศึกษา กลยุทธท์ ี่ 5 และคณะ 16.ปฐมนเิ ทศและปัจฉิมนิเทศ นางจุฬาพันธ์ นัยวัฒน์ และคณะ กลยทุ ธท์ ่ี 2 กลมุ่ งานบรหิ ารทว่ั ไป กลยุทธท์ ่ี 3 นางสุวฒั นา นามวเิ ศษ และคณะ 1.กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน กลยทุ ธ์ท่ี 6 นายณัฏฐกิตติ์ จนั ปสั สา และคณะ 2.พัฒนาระบบสารสนเทศและงานธุรการ นางสวุ ฒั นา นามวเิ ศษ และคณะ 3.ส่งเสรมิ ความสมั พันธร์ ะหว่างหนว่ ยงาน กลยุทธ์ท่ี 1 และชมุ ชน นางสุวฒั นา นามวิเศษ และคณะ 4.สง่ เสริมกิจกรรมประชาธปิ ไตย และวนิ ยั กลยทุ ธท์ ี่ 5 นักเรยี น นางอัจฉรา โกษาทอง และคณะ 5.ส่งเสรมิ การเรยี นรตู้ ามหลักปรัชญาของ กลยุทธ์ที่ 2 เศรษฐกิจพอเพยี ง ปลกู ฝังระเบียบวนิ ัย กลยุทธ์ที่ 5 นายณฏั ฐกติ ติ์ จนั ปสั สา และคณะ พอเพียง จิตอาสา นายชศู ักด์ิ ปัดทุม และคณะ 6.สง่ เสริมความเปน็ เลศิ ทางกีฬา 7.โรงเรยี นสีขาว

70 8.ปรับปรงุ สภาพแวดลอ้ มและแหลง่ การ กลยทุ ธ์ที่ 6 นายชศู กั ด์ิ ปัดทุม และคณะ เรียนรใู้ นหอ้ งเรียนและในสถานศกึ ษา 9.สถานศึกษาปลอดภยั กลยุทธ์ที่ 1 นางสวุ ัฒนา นามวเิ ศษ และคณะ กลยุทธข์ อง ผู้รับผดิ ชอบ แผนงาน/โครงการ โรงเรยี นอนบุ าลวาปปี ทมุ นางธัญภร วัฒนบตุ ร และคณะ โรงเรียนปลอดขยะ (Zero Waste School) กลยทุ ธ์ที่ 2 นายชศู กั ดิ์ ปดั ทมุ และคณะ ซ่อมบำรุงวสั ดคุ รุภัณฑ์ กลยุทธ์ที่ 5 กลมุ่ บริหารงบประมาณ นางสาวอบุ ล ปะโมโท และคณะ พฒั นางานการเงินและพัสดุ กลยุทธ์ท่ี 6 นายสำรวล ชาวบ้านใน และคณะ อาหารกลางวันและอาหารเสริม(นม) กลยุทธ์ท่ี 4 นางสาวอุบล ปะโมโท และคณะ ขยายโอกาสการเขา้ ถงึ บรกิ ารทางการศกึ ษา กลยุทธท์ ี่ 6 และการเรยี นรู้ตลอดชวี ิตอย่างท่วั ถงึ และมี นางสาวอบุ ล ปะโมโท และคณะ คุณภาพ กลยุทธ์ท่ี 6 ควบคุมดแู ลการใชจ้ ่ายคา่ สาธารณปู โภคใน นายสำรวล ชาวบา้ นใน และคณะ โรงเรยี น กลยทุ ธ์ท่ี 6 ระดมทนุ และทรัพยากรเพ่ือใชใ้ นการบริหาร นายสมัย มณที ัพ และคณะ จัดการการศกึ ษา กลยทุ ธ์ที่ 2 นายสมัย มณที ัพ และคณะ กลมุ่ บริหารงานบุคคล กลยุทธ์ท่ี 3 1.จัดจา้ งครูในสาขาท่ีขาดแคลน 2.พัฒนาบคุ ลากร

ภาคผนวก

71 ภาคผนวก ก ตัวอย่างแบบวเิ คราะหส์ ภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายในสถานศกึ ษา และแบบประเมินสภาพสถานศกึ ษา

72 ตวั อยา่ งแบบวเิ คราะห์ สังเคราะห์ จุดแขง็ จดุ ออ่ น โอกาสและอปุ สรรค (SWOT Analysis) ของสถานศึกษาเพือ่ ประเมนิ สภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายในสถานศกึ ษาและนำไปใชใ้ นการ วางแผนพฒั นาคณุ ภาพทางการศกึ ษาของโรงเรยี นอนบุ าลวาปปี ทุม

73


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook