Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรพลศึกษา

หลักสูตรพลศึกษา

Published by Thirasak Kanjanarak, 2021-01-19 06:22:47

Description: หลักสูตรพลศึกษา

Search

Read the Text Version

ตารางวิเคราะห์แผนการจัดการเรยี นรรู้ ายช่วั โมง รายวิชาพ้นื ฐาน พลศกึ ษา กลุ่มสาระการเรียนร มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระท่ี 1 สาระท่ี 2 สาระที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ และตวั ช้วี ดั พ 1.1 พ 2.1 พ 3.1 1 2 1 2 3 412 3 4 5 1 หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 3 การเข้ารว่ ม สาระท่ี 1 สาระที่ 2 อยใู่ น กิจกรรมนันทนาการนอกโรงเรียน อยู่ใน แผนการจัดการ • แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 4 แผนการ เรียนรู้สขุ ศกึ ษา ม.6 เรอื่ ง การละเล่นพ้นื เมือง 2 จัดการ และระดับชั้น  เรียนรู้ มัธยมศึกษาปีที่ 4-5  • แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 5 สุขศึกษา เรอ่ื ง คณุ คา่ ของกจิ กรรม ม.6 และ นนั ทนาการ ระดับชนั้ มัธยม หน่วยการเรียนรู้ที่ 4 สมรรถภาพ ศกึ ษาปีท่ี ทางกายและสมรรถภาพทางกลไก 4-5 • แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 1 เรือ่ ง ความหมายและประเภท ของสมรรถภาพทางกาย • แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2 เรือ่ ง การทดสอบสมรรถภาพ ทางกาย : แรงบีบมือ ลกุ นัง่ 30 วินาที งอตัวขา้ งหน้า • ๒บา้ นกะทู้

๗๒ งที่สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วัด สาระท่ี 5 รูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 6 พ 5.1 สาระท่ี 4 1234567 สาระที่ 5 อยู่ในแผนการจดั การเรยี นรู้ พ 3.2 พ 4.1 สุขศึกษา ม.6 และระดบั ชน้ั มัธยมศึกษา 12341234567 ปที ี่ 4-5 สาระท่ี 4 อยู่ในแผนการจดั การ เรยี นรู้สขุ ศึกษา ม.6 และ ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4-5  

ตารางวเิ คราะหแ์ ผนการจัดการเรยี นรู้รายชว่ั โมง รายวิชาพื้นฐาน พลศกึ ษา กลมุ่ สาระการเรียนร มาตรฐานการเรยี นรู้ สาระที่ 1 สาระที่ 2 สาระที่ 3 แผนการจัดการเรียนรู้ และตวั ช้ีวดั พ 1.1 พ 2.1 พ 3.1 1 2 1 2 3 412 3 4 5 1 หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 4 สมรรถภาพ สาระท่ี 1 สาระที่ 2 อย่ใู น ทางกายและสมรรถภาพทางกลไก อยใู่ น แผนการจัดการ • แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 3 แผนการ เรียนรู้สุขศกึ ษา ม.6 เรอ่ื ง การทดสอบสมรรถภาพ จดั การ และระดับชนั้ ทางกาย : ยนื กระโดดไกล เรียนรู้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4-5 วิง่ เก็บของ ว่งิ ระยะ 50 เมตร สขุ ศึกษา • แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 4 ม.6 และ เร่อื ง การทดสอบสมรรถภาพ ระดับช้นั ทางกาย : ดึงข้อสาหรบั ชาย มธั ยม ศึกษาปีท่ี งอแขนหอ้ ยตวั สาหรับหญงิ 4-5 ว่งิ ทางไกล • แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 5 เรือ่ ง การวางแผนพฒั นา สมรรถภาพทางกาย รวม       • ๒บา้ นกะทู้

๗๓ งท่ีสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวช้ีวัด สาระท่ี 5 รู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 พ 5.1 สาระที่ 4 1234567 สาระท่ี 5 อยู่ในแผนการจัดการเรยี นรู้ พ 3.2 พ 4.1 สขุ ศึกษา ม.6 และระดับช้ันมัธยมศึกษา 12341234567 ปที ี่ 4-5 สาระท่ี 4 อยู่ในแผนการจัดการ เรียนรู้สขุ ศึกษา ม.6 และ ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4-5     

๗๔ รายวชิ าสุขศึกษาและพลศึกษา๖ โครงสร้างรายวชิ า ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นท๒ี่ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ รหัสวชิ า (พ๓๒๑๐๒) จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ลาดบั ชื่อหนว่ ย มาตรฐาน สาระสาคญั ชิ้นงาน/ เวลา คะแนน ท่ี การเรยี นรู้ ภาระงาน ชัว่ โมง K P A การเรียนรู้/ ตวั ช้วี ดั ๓ ๕๓๒ ๑ การ พ 3.1 ม.4-6/1 1. ความคิดรวบยอด รายงาน ๗ ๑๕ ๓ ๒ เกย่ี วกบั ๑ชิ้น เคลื่อนไหว การเคลอ่ื นไหวรูปแบบต่าง ๆ - เพื่อเลน่ กีฬา ในการเลน่ กีฬา 2. การวิเคราะหค์ วามคิด ๒ กฬี าไทยและ พ 3.1 ม.4- รวบยอดเกยี่ วกับการ กีฬาสากล 6/2 เคลอ่ื นไหวรปู แบบตา่ ง ๆ ใน พ 3.1 ม.4- การเล่นกีฬา 6/3 พ 3.2 ม.4- 1. การใชค้ วามสามารถของ 6/1 ตน พ 3.2 ม.4- ในการเลน่ กีฬา เพ่ือเพ่ิม 6/2 ศักยภาพของทีม โดย พ 3.2 ม.4- คานงึ ถงึ ผลท่เี กดิ ต่อผู้อ่ืน 6/3 และสังคม พ 3.2 ม.4- 2. กฬี าประเภทบุคคล/คู่ ประเภททมี เชน่ ฟุตซอล 6/4 รกั บี้ ฟตุ บอล ยมิ นาสตกิ ลลี าศ ซอฟต์บอล เทนนสิ เซปักตะกร้อ มวยไทย กระบี่กระบอง พลอง ง้าว 3. การออกกาลังกายดว้ ยวธิ ี ท่ชี อบ เชน่ ฝกึ กายบริหาร แบบต่าง ๆ ข่ีจกั รยาน การออกกาลัง กาย จากการทางานใน • ๒บา้ นกะทู้

๗๕ ชีวติ ประจาวัน การรา กระบอง รามวยจีน 4. การเล่นกฬี าประเภท บุคคล และประเภททีม 5. การใช้ความสามารถของ ตน ในการเพิ่มศักยภาพของทมี ในการเล่นกีฬาและการเล่น โดยคานงึ ถึงประโยชนต์ อ่ สังคม 6. การวางแผนกาหนด กจิ กรรมการออกกาลังกาย และการเลน่ กฬี า 7. สิทธิ กฎ กติกาการเลน่ กฬี า 8. กลวธิ ี หลักการรุก การ ปูองกันอย่างสร้างสรรค์ใน การเลน่ และแข่งขันกีฬา 9. การนาประสบการณ์จาก การเลน่ กีฬาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวัน 10. การปฏิบตั ิตนในเรื่อง มารยาทในการดู การเลน่ การแข่งขัน ความมีน้าใจนกั กีฬา 11. บุคลิกภาพท่ีดี 12. ความสุขท่ีได้จากการ เขา้ ร่วมกิจกรรมทางกายและ เลน่ กีฬา 13. คุณคา่ และความงาม ของ การกีฬา • ๒บา้ นกะทู้

๓ การเขา้ รว่ ม พ 3.1 ม.4- • การนาหลกั การและ - ๗๖ กจิ กรรม 6/5 แนวคิดของ - กิจกรรมนันทนาการไป ๕ ๕๓๒ นันทนาการ ปรบั ปรงุ นอกโรงเรียน และพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของ ๕ ๕๓๒ ตน ๒๐ ๓๐ ๑๒ ๘ และสงั คม ๔ สมรรถภาพ พ 3.1 ม.4-6/7 • การวางแผนพฒั นา ทางกายและ สมรรถภาพ สมรรถภาพ ทางกลไก ทางกายและสมรรถภาพทาง กลไก รวม อัตราสว่ นคะแนน คะแนนเกบ็ ระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ K : P : A = ๓๐ : ๑๒ : ๘ รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเกบ็ ก่อนสอบกลางภาค = ๒๐ คะแนน สอบกลางภาค = ๒๐ คะแนน คะแนนเก็บหลงั สอบกลางภาค = ๓๐ คะแนน สอบปลายภาค = ๒๐ คะแนน ชนิ้ งาน / ภาระงาน = ๑๐ คะแนน รวม 100 คะแนน • ๒บา้ นกะทู้

๗๗ คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเติม รหสั วิชา พ31101 วิชา ความรู้เบือ้ งตน้ เกย่ี วกับกีฬา กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต ศึกษาประวัติความเป็นมา ความหมาย ปรัชญา และกฎ กติกาของกีฬา โดยมุ่งเน้นไปท่ีชนิดกีฬา แต่ละประเภท ขอบข่ายของวิทยาศาสตร์การกีฬา ความรู้เบื้องต้นและประโยชน์ของวิทยาศาสตร์การกีฬาแต่ ละสาขา การนาพื้นฐานวิทยาศาสตร์การกีฬาไปใช้ในการกีฬาและการออกกาลังกาย ความสัมพันธ์ระหว่าง สาขาตา่ งๆ ของวิทยาศาสตรก์ ารกีฬา แนวโน้มการพฒั นาวิทยาศาสตรก์ ารกฬี าทัง้ ในและตา่ งประเทศ ผลการเรยี นรู้ 1. มีความรคู้ วามเข้าใจกบั ประวัตกิ ีฬาเปตอง 2. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับการสร้างสมรรถภาพทางกาย 3. มคี วามรู้ความเข้าใจเกยี่ วกับอุปกรณข์ องผู้เล่นกฬี าเปตอง 4. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจเก่ยี วกับทักษะพนื้ ฐานกฬี าเปตอง 5. มีความรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกับกติกาการเล่นกฬี าเปตอง รวมท้งั หมด ๕ ผลการเรียนรู้ • ๒บา้ นกะทู้

๗๘ ตารางวิเคราะห์แผนการจัดการเรียนร้รู ายช่วั โมงที่สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตัวช้ีวัด รหัสวิชา พ31101 วชิ า ความรูเ้ บื้องต้นเก่ียวกบั กฬี า กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4( เพิ่มเตมิ ) ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง จานวน 1 หน่วยกติ ตวั ช้ีวัด/ผลการ สาระสาคัญ ภาระงาน/ สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะ คณุ ลักษณะอนั เรยี นรู้ ชน้ิ งาน ของรายวชิ า พึงประสงค์ ๑ . มี ค ว า ม รู้ กีฬาเปตองเป็น รายงานประวตั ิ ๑.ความสามารถ ค ว า ม 1.มีวินยั ความเข้าใจกับ กีฬาพื้นฐานท่ี ของ ในการคิด รบั ผิดชอบ 2.มีความ ประวัติกีฬาเป เ ล่ น ง่ า ย กีฬาเปตอง -ทั ก ษ ะ ก า ร น า รับผิดชอบ ตอง สามารถเล่นได้ ความรู้ไปใช้ 3.ใฝุเรยี นรู้ ทุกวัยอุปกรณ์ และสนาม จั ด ห า ไ ด้ ง่ า ย ร ว ม ถึ ง ไ ด้ รั บ ความนยิ มทั้งใน ยุโ ร ป เ อ เ ชี ย ประเทศในแถบ เ อ เ ชี ย ท่ี นิ ย ม เล่นเปตองและ มีผู้เล่นท่ีมีฝีมือ ไ ด้ แ ก่ ไ ท ย มาเลเซีย ลาว พมา่ เปน็ ตน้ ๒ . มี ค ว า ม รู้ บ อ ก วิ ธี ก า ร ท ด ส อ บ 1.ความสามาถ ความขยัน 1.มีวนิ ัย ค ว า ม เ ข้ า ใ จ บริหารร่างกาย สมรรถภาพทาง ในการใช้ทักษะ ความตั้งใจ 2.มคี วาม เ กี่ ย ว กั บ ก า ร แ ล ะ ก า ร กาย ชีวิต รับผิดชอบ ส ร้ า ง เคลื่อนไหว สมรรถภาพทาง ปฏิบัติกิจกรรม กาย ก า ร ท ด ส อ บ สมรรถภาพทาง กาย ๓ . มี ค ว า ม รู้ อธิบายขนาด -บอกอุปกรณ์ 1.ความสามารถ ความขยนั 1.มวี นิ ยั ค ว า ม เ ข้ า ใ จ สนามแข่งขัน , ของกฬี าเปตอง ในการใช้ทักษะ ความตั้งใจ 2.มีความ เ กี่ ย ว กั บ อุ ป ก ร ณ์ ที่ ชีวติ รับผิดชอบ อุปกรณ์ของผู้ จาเป็นในการ 3.ใฝุเรียนรู้ เลน่ กฬี าเปตอง เล่น,ลูกเปูา,ไม้ • ๒บา้ นกะทู้

๗๙ วัดหรอื สายวัด ๔ . มี ค ว า ม รู้ ปฏิบตั ทิ ักษะ -ปฏิบัติทักษะ ๑.ความสามารถ ค ว า ม 1.มีวินยั 2.มคี วาม ค ว า ม เ ข้ า ใ จ พน้ื ฐานการเล่น ฝึ ก ทั ก ษ ะ ในการคดิ รับผดิ ชอบ รบั ผิดชอบ เกี่ยวกับทักษะ กฬี าเปตอง,วิธี กี ฬ า เ ป ต อ ง -ทั ก ษ ะ ก า ร น า ความขยัน ม 1.มวี ินัย 2.มีความ พ้ืนฐานกีฬาเป เลน่ ,การนบั พ้นื ฐาน ความรไู้ ปใช้ รบั ผดิ ชอบ 3.ใฝเุ รยี นรู้ ตอง คะแนน 2.ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต ๕ . มี ค ว า ม รู้ ศกึ ษากติกา -ฝึกการเป็นผู้ ๑.ความสามารถ ค ว า ค ว า ม เ ข้ า ใ จ กีฬาเปตอง ตัดสินกีฬาเป ในการคดิ รับผิดชอบ เก่ียวกับกติกา ทง้ั ๔๑ ขอ้ ตอง -ทักษะการสร้าง ความขยัน การเล่นกีฬาเป อธิบายกติกา ความรู้ ตอง กีฬาเปตอง ทั้ง ทั ก ษ ะ ก า ร ๔๑ ขอ้ นาไปใช้ 2.ความสามารถ ในการใช้ทักษะ ชีวิต • ๒บา้ นกะทู้

โครงสร้างรายวิชา(เพ่ิมเติม) ๘๐ รายวิชาความรเู้ บอ้ื งต้นเก่ียวกับ (เปตอง) รหัสวชิ า (พ๓๐๒๐๑) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 4๐ ช่วั โมง ภาคเรยี นท๑่ี จานวน 1 หนว่ ยกติ เวลาเรียน ๑ ชวั่ โมง/สปั ดาห์ ลาดั ชอ่ื หนว่ ย มาตรฐาน สาระสาคัญ ช้นิ งาน/ เวลา คะแนน บ การเรียนรู้ ภาระงาน ชว่ั โมง K P A การเรยี นรู้/ ท่ี ตวั ชว้ี ดั ๑ ประวัตแิ ละ ๑.มีความรู้ความ กีฬาเปตองเปน็ กีฬา รายงาน 4 ๑5 2 ๓ วิวัฒนาการ เข้าใจกับประวตั ิ พื้นฐานที่เล่นงา่ ย สามารถ ประวตั ิของ กีฬาเปตอง กฬี าเปตอง เลน่ ได้ทุกวยั อปุ กรณ์และ กฬี าเปตอง สนามจดั หาไดง้ ่ายรวมถงึ ไดร้ ับความนิยมทั้งในยโุ รป เอเชยี ประเทศในแถบ เอเชียท่นี ยิ มเล่นเปตอง และมผี ู้เลน่ ทม่ี ีฝีมอื ได้แก่ ไทย มาเลเซยี ลาว พม่า เป็นตน้ ๒ การสรา้ ง ๒.มีความรู้ความ บอกวธิ กี ารบริหารร่างกาย 10 - - 20 สมรรถภาพ เข้าใจเก่ยี วกับ และการเคล่อื นไหว ทางกาย การสรา้ ง ปฏิบตั กิ จิ กรรมการทดสอบ สมรรถภาพทาง สมรรถภาพทางกาย กาย ๓ อปุ กรณ์ของ ๓.มคี วามรู้ความ อธบิ ายขนาดสนามแข่งขัน - 6 532 ผู้เลน่ กีฬา เขา้ ใจเกย่ี วกับ ,อุปกรณท์ ี่จาเป็นในการ เปตอง อุปกรณ์ของผู้เลน่ เลน่ ,ลกู เปาู ,ไม้วัดหรอื สาย กฬี าเปตอง วดั ๔ ทักษะ ๔.มคี วามรู้ความ ปฏิบัติทักษะพื้นฐานการ - 10 3 15 2 พ้ืนฐาน เข้าใจเก่ียวกับ เลน่ กีฬาเปตอง,วิธีเลน่ ,การ กฬี าเปตอง ทักษะพ้นื ฐาน นับคะแนน กฬี าเปตอง ๕ กติกาการ ๕.มคี วามรคู้ วาม ศกึ ษากติกากีฬาเปตอง 10 5 3 2 เลน่ กีฬา เขา้ ใจเกี่ยวกับ กติกาการเล่น • ๒บา้ นกะทู้

เปตอง กีฬาเปตอง ทั้ง ๔๑ ขอ้ ๘๑ อธบิ ายกติกากีฬาเปตอง 40 28 23 29 ทง้ั ๔๑ ขอ้ อัตราสว่ นคะแนน คะแนนเก็บระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ ๒8 : 23 : ๒9 K: P : A = : รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเก็บก่อนสอบกลางภาค = ๔๐ คะแนน สอบกลางภาค = - คะแนน คะแนนเก็บหลังสอบกลางภาค = ๔๐ คะแนน สอบปลายภาค = - คะแนน ชิ้นงาน / ภาระงาน = ๒๐ คะแนน รวม 100 คะแนน • ๒บา้ นกะทู้

๘๒ คาอธบิ ายรายวิชาเพ่ิมเตมิ รหสั วชิ า พ31102 วชิ า กฬี าเพื่อสขุ ภาพและสมรรถภาพทางกาย กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 ภาคเรียนท่ี 2 เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หน่วยกิต ศึกษาหลักการเกี่ยวกับการสรางสมรรถภาพทางกาย เพื่ออกกาลังกายฝึกทักษะกีฬา โดยสามารถใช้ เปน็ สือ่ ในการออกกาลงั กายเลนกฬี าในชีวิตประจาวันได้ วิเคราะหและเสนอแนะการสรางสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพและสรางสมรรถภาพทางกาย ดานทักษะกีฬาพื้นฐานแต่ละชนิดเพื่อสร้างเสริมสุขภาพ ออกกาลัง กาย นนั ทนาการ เลนกฬี าแตล่ ะชนิด และการเคล่ือนไหวเพื่อกระตุ้นร่างกายให้พัฒนาระบบต่างๆให้เกิดความ สมดุลและทางานเป็นปกติ ฝกปฏิบัติโดยการรวมกิจกรรมการสรางเสริมสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ เพ่ือ ทักษะพื้นฐานกีฬาทกชนิด เขาร่วมทดสอบสมรรถภาพทางกาย สามารถสรางโปรแกรมการออกกาลังกายที่ เหมาะสมกับความสามารถของตนเองได เพือ่ นาความรู้ ความเขา้ ใจ ในการสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย การ สรางเสรมิ สมรรถภาพ พื้นฐานดานทักษะกีฬาแตละชนิด เพ่ือออกกาลังกายและการเล่นกีฬาในชีวิตประจาวัน และเห็นความสาคัญในการดูแลรักษาสุขภาพท้ังทางร่างกาย จิตใจ อารมณ์และสังคม รวมทั้งนโยบายของรัฐ เพ่ือปฏิบัติตนให้เกดิ ผลดที ัง้ ต่อตนเองครอบครวั และสงั คม ประเทศชาติต่อไป ผลการเรยี นรู้ 1. แสดงความร้เู กย่ี วกับหลกั การและรูปแบบของการออกกาลังกาย 2. ปฏิบัตกิ ารและทดสอบสมรรถภาพทางกายผา่ ยเกณฑ์มาตรฐาน รวมทงั้ หมด 2 ผลการเรียนรู้ • ๒บา้ นกะทู้

ตารางวเิ คราะห์แผนการจดั การเรียนรรู้ ายชวั่ โมง รหัสวิชา พ3110๒ วชิ ากฬี าเพอื่ สขุ ภาพและสมรรถภา ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4( เพิ่มเตมิ ) ภาคเรียนท่ี 1 เว ตวั ชีว้ ดั /ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั ภาระงาน/ชน้ิ งาน 1.มีความรู้ความเข้าใจ บอกประวัติความเป็นมา รายงาน1ช้นิ เ ก่ี ย ว กั บ ป ร ะ วั ติ แ ล ะ และวิวัฒนาการฟุตซอล ววิ ฒั นาการฟุตซอล ป ร ะ วั ติ กี ฬ า ซ อ ล ใ น ป ร ะ เ ท ศ ไ ท ย ,ฟุ ต ซ อ ล อ า ชี พ ,แ ล ะ ก า ร แ ข่ ง ขั น กีฬาฟตุ ซอล 2.มีความรู้ความเข้าใจ บอกวธิ กี ารบรหิ าร ทดสอบสมรรถภาพทาง ค ว า ม ห ม า ย ข อ ง ร่างกายการเคลื่อนไหว กาย สมรรถภาพทางกาย และ ป ฏิ บั ติ กิ จ ก ร ร ม ก า ร ปฏิบัติกิจกรรมทดสอบ ทดสอบสมรรถภาพทาง ส ม ร ร ถ ภ า พ ท า ง ก า ย กาย เพ่ือให้เห็นคุณค่าของการ ออกกาลังกายและการ กีฬา 3.มีความรู้ความเข้าใจที่ อธบิ ายลักษณะของลูกฟตุ บอกอุปกรณ์ของผู้เล่น เกี่ยวกับอุปกรณ์ของผู้เล่น ซอล,เส้อื ผ้า,และรองเทา้ กีฬาฟุตซอล กฬี าฟตุ ซอล ของนักกีฬาฟุตซอล อธิบายขนาดสนามและ • ๒บา้ นกะทู้

๘๓ งที่สอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วัด าพทางกาย กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา วลาเรียน 4๐ ชั่วโมง จานวน 1 หน่วยกิต สมรรถนะสาคัญ คณุ ลักษณะของรายวชิ า คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ ๑.ความสามารถในการคดิ ความรับผดิ ชอบ 1.มวี ินัย -ทกั ษะการนาความร้ไู ปใช้ 2.มีความรบั ผดิ ชอบ 3.ใฝเุ รยี นรู้ 1.ความสามาถในการใช้ ความขยนั 1.มวี ินยั 2.มคี วามรบั ผดิ ชอบ ทักษะชวี ติ ความตง้ั ใจ 1.ความสามารถในการใช้ ความขยนั 1.มวี ินยั 2.มคี วามรับผิดชอบ ทักษะชีวิต ความตัง้ ใจ 3.ใฝเุ รยี นรู้

วสั ดุอปุ กรณใ์ นสนาม 4.ฝึกทักษะกีฬาฟุตซอ ปฏิบัตทิ ักษะเตะลูกฟุต ปฏิบัติทักษะฝึกทักษะ ลเบือ้ งต้น ซอล กฬี าฟตุ ซอลเบ้อื งตน้ ปฏิบัติทักษะการบังคับลูก ฟตุ ซอล 5.มีความรู้ความเข้าใจ ศึกษากติกาฟุตซอล ฝึกการเป็นผู้ตัดสินกีฬา เกี่ยวกบั กฬี าฟุตซอล ท้งั 18ข้อ ฟุตซอล อธิบายกติกากีฬาฟุตซอล ทงั้ 18 ข้อ 6.มีความรู้ความเข้าใจ ศึกษาคาศัพท์ที่เกีย่ วกับ คาศพั ทก์ ีฬาฟุตซอล เก่ียวกับคาศัพท์กีฬาฟุต กฬี าฟตุ ซอล ซอล • ๒บา้ นกะทู้

๑.ความสามารถในการคดิ ความรบั ผิดชอบ ๘๔ -ทักษะการนาความรู้ไปใช้ ความขยนั 2.ความสามารถในการใช้ 1.มีวนิ ยั ทกั ษะชีวิต 2.มคี วามรับผิดชอบ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผดิ ชอบ 1.มวี นิ ัย -ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ความขยัน 2.มีความรับผดิ ชอบ ทักษะการนาไปใช้ 3.ใฝเุ รียนรู้ 2.ความสามารถในการใช้ ทกั ษะชีวิต 1.มีวินัย 2.มคี วามรับผดิ ชอบ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผิดชอบ 3.ใฝุเรยี นรู้ -ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั ทักษะการนาไปใช้ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชวี ติ

๘๕ โครงสรา้ งรายวชิ า(เพ่ิมเตมิ ) รายวิชากีฬาเพื่อสุขภาพและสมรรถภาพทางกาย(ฟุตซอล) รหสั วชิ า (พ๓๑๑๐๒) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา 4๐ ชว่ั โมง ภาคเรียนท๒่ี จานวน 1 หนว่ ยกติ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ เวลา คะแนน ชั่วโมง K P A ลาดับ ชื่อหนว่ ย มาตรฐาน สาระสาคัญ ช้ินงาน/ ที่ การเรยี นรู้ การเรียนรู้/ ภาระงาน ตวั ช้ีวัด ๑ ประวัติและ 1.มคี วามรูค้ วาม บอกประวัติความเป็นมา รายงาน 4 15 3 2 ววิ ฒั นาการ เข้าใจเกย่ี วกับ และววิ ัฒนาการฟตุ ซอล 1ชน้ิ กีฬาฟุตซอล ประวตั ิและ ประวัตกิ ฬี าซอลใน ววิ ัฒนาการฟุต ประเทศไทย,ฟตุ ซอล ซอล อาชพี ,และการแข่งขันกีฬา ฟุตซอล ๒ การทดสอบ 2.มีความรู้ความ บอกวธิ ีการบริหารร่างกาย - 10 - 10 - สมรรถภาพ เข้าใจความหมาย การเคลอ่ื นไหว ทางกาย ของสมรรถภาพ ปฏบิ ัติกจิ กรรมการ ทางกาย และ ทดสอบสมรรถภาพทาง ปฏบิ ตั ิกจิ กรรม กาย ทดสอบ สมรรถภาพทาง กายเพ่ือใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของการ ออกกาลงั กาย และการกีฬา ๓ อุปกรณ์ของ 3.มคี วามร้คู วาม อธบิ ายลักษณะของลูกฟตุ - 6 221 ผู้เลน่ กฬี า เขา้ ใจทเี่ กีย่ วกบั ซอล,เส้อื ผา้ ,และรองเท้า ฟุตซอล อุปกรณ์ของผู้เล่น ของนักกีฬาฟุตซอล กฬี าฟตุ ซอล อธิบายขนาดสนามและ วัสดอุ ปุ กรณใ์ นสนาม ๔ ทักษะกีฬา 4.ฝึกทกั ษะกีฬา ปฏิบตั ิทักษะเตะลูกฟุต - 10 5 40 5 ฟุตซอลเบื้อง ฟตุ ซอลเบ้ืองต้น ซอลปฏบิ ัตทิ กั ษะการ ตน้ บงั คบั ลูกฟตุ ซอล • ๒บา้ นกะทู้

๕ กตกิ ากฬี า 5.มีความรู้ความ ศกึ ษากตกิ าฟุตซอล - ๘๖ - ฟตุ ซอล เข้าใจ เกย่ี วกับ ท้งั 18ข้ออธบิ ายกติกา 6 514 กฬี าฟุตซอล กีฬาฟตุ ซอล ท้ัง 18 ขอ้ 4 113 ๖ คาศัพทก์ ีฬา 6.มคี วามรคู้ วาม ศึกษาคาศัพท์ทีเ่ กี่ยวกบั ฟุตซอล เข้าใจเก่ียวกับ กีฬาฟุตซอล คาศัพท์กีฬาฟตุ ซอล 4 28 57 15 อตั ราส่วนคะแนน คะแนนเก็บระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ : 57 : 15 K : P : A = 28 รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเก็บก่อนสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบกลางภาค = - คะแนน คะแนนเก็บหลังสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบปลายภาค = - คะแนน ชิ้นงาน / ภาระงาน = 2๐ คะแนน รวม 100 คะแนน • ๒บา้ นกะทู้

๘๗ คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม รหัสวชิ า พ30101 วชิ า เพศวถิ ีศึกษา กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น 40 ช่ัวโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ ปฏิบัติเก่ียวกับ พัฒนาการทางเพศเม่ือเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยรุ่น การดูแลสุขภาพทางเพศสัมพันธภาพ กับความคาดหวังต่อบทบาทและความรับผิดชอบ การแสดงออกทางเพศ ทักษะการตัดสินใจการต่อรองและ การส่ือสารความต้องการตามความคิดและความรู้สึก การตระหนักในคุณค่าของตนเองบนพื้นฐานของการ เคารพในสิทธิของผู้อ่ืน สิทธิในการแสดงออกตามวิถีชีวิตทางเพศภายใต้กรอบของกฎหมายว่าด้วยเพศ สังคม และวัฒนธรรม ตลอดจนภาพลักษณ์ท่ีส่งผลต่อความรู้สึกและพฤติกรรม การเลือกใช้แหล่งบริการช่วยเหลือท่ี เปน็ มติ รในพ้ืนที่ ผลการเรยี นรู้ 1. แสดงความรู้เกีย่ วกับสุขอนามัยของระบบสืบพนั ธุ์ พัฒนาการทางเพศในวัยรุ่น 2. ทักษะด้านการจัดการเรือ่ งสมั พนั ธภาพระหวา่ งบุคคล ทักษะการตดั สินใจ 3. วเิ คราะห์อิทธิพลทางสังคมทมี่ ผี ลตอ่ พฤติกรรมทางเพศ 4. แสดงความรกู้ ารปอู งกันการรบั เชอ้ื เอชไอวี 5. ปฏบิ ัตโิ ครงงานเกี่ยวกับเปาู หมายและแนวปฏบิ ัตใิ นการดาเนนิ ชวี ิตทม่ี สี ุขภาวะ รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรียนรู้ • ๒บา้ นกะทู้

ตารางวิเคราะหแ์ ผนการจดั การเรียนร้รู ายชัว่ โมง รหัสวชิ า พ3110๒ วชิ ากีฬาเพือ่ สุขภาพและสมรรถภา ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4( เพ่ิมเติม) ภาคเรยี นท่ี 1 เว ตัวชว้ี ัด/ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั ภาระงาน/ชน้ิ งาน 1.วิเคราะห์อิทธิพล ของ อิทธิพลของครอบครัว รายงาน1ชน้ิ ครอบครัว เพื่อน สังคม เ พ่ื อ น สั ง ค ม แ ล ะ และ วัฒนธรรมที่มีผลต่อ วั ฒ น ธ ร ร ม ที่ มี ต่ อ พฤติกรรม ทางเพศและ พฤติกรรมทางเพศและ การดาเนนิ ชวี ติ การดาเนินชวี ติ 2.วิเคราะห์อิทธิพล ของ อิทธิพลของครอบครัว ครอบครัว เพื่อน สังคม เ พ่ื อ น สั ง ค ม แ ล ะ และ วัฒนธรรมท่ีมีผลต่อ วั ฒ น ธ ร ร ม ท่ี มี ต่ อ พฤติกรรม ทางเพศและ พฤติกรรมทางเพศและ การดาเนนิ ชีวิต การดาเนินชวี ติ 3.วิเคราะห์ค่านิยม ใน ค่ า นิ ย ม ใ น เ รื่ อ ง เ พ ศ เร่ืองเพศ ตามวัฒนธรรม ตามวัฒ นธรรมไทยและ ไทย และวัฒนธรรมอน่ื ๆ วัฒนธรรมอนื่ ๆ 4.วิเคราะห์ค่านิยม ใน ค่ า นิ ย ม ใ น เ รื่ อ ง เ พ ศ เรื่องเพศตามวัฒนธรรม ตามวัฒ นธรรมไทยและ ไทย และวฒั นธรรมอืน่ ๆ วัฒนธรรมอนื่ ๆ • ๒บา้ นกะทู้

๘๘ งท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้ีวดั าพทางกาย กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา วลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต สมรรถนะสาคัญ คุณลกั ษณะของรายวชิ า คุณลักษณะอนั พึง ประสงค์ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผดิ ชอบ 1.มวี ินยั -ทักษะการนาความรไู้ ปใช้ 2.มคี วามรับผดิ ชอบ 3.ใฝเุ รียนรู้ 1.ความสามาถในการใช้ ความขยัน 1.มวี นิ ยั 2.มีความรบั ผิดชอบ ทกั ษะชีวติ ความต้งั ใจ 1.ความสามารถในการใช้ ความขยัน 1.มวี ินยั 2.มีความรบั ผิดชอบ ทักษะชีวิต ความตัง้ ใจ 3.ใฝเุ รยี นรู้ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผิดชอบ 1.มวี นิ ัย -ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ ความขยนั 2.มคี วามรับผดิ ชอบ 2.ความสามารถในการใช้ ทกั ษะชวี ติ

5 -6 . เ ลื อ ก ใ ช้ ทั ก ษ ะ ท่ี แนวทางในการเลือกใช้ เหมาะสมในการปูองกัน ทกั ษะต่าง ๆ ในการ ล ด ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง แ ล ะ ปูองกนั ลดความขดั แย้ง แก้ปูญหา เร่ืองเพศและ และ แก้ปญู หาเร่อื งเพศ ครอบครวั และครอบครัว – ทกั ษะ การส่ือสารและสร้าง สัมพันธภาพ - ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏิเสธ - ทักษะ การคิดวิเคราะห์ - ทักษะ การตัดสินใจและแกไข้ ปญั หา ฯลฯ 7 . เ ลื อ ก ใ ช้ ทั ก ษ ะ ที่ แนวทางในการเลือกใช้ เหมาะสมในการปูองกัน ทักษะตา่ ง ๆ ล ด ค ว า ม ขั ด แ ย้ ง แ ล ะ ในการปอู งกัน ลดความ แก้ปูญหา เรื่องเพศแล ขัดแยง้ และ ครอบครวั แก้ปญั หาเร่ืองเพศและ ครอบครัว - ทักษะการสือ่ สารและ สร้างสมั พันธภาพ - ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏเิ สธ - ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ • ๒บา้ นกะทู้

๑.ความสามารถในการคิด ความรับผดิ ชอบ ๘๙ -ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั ทกั ษะการนาไปใช้ 1.มวี ินัย 2.ความสามารถในการใช้ 2.มีความรับผดิ ชอบ ทักษะชวี ติ 3.ใฝุเรยี นรู้ ๑.ความสามารถในการคิด ความรบั ผิดชอบ 1.มีวินัย -ทักษะการสร้างความรู้ ความขยนั 2.มคี วามรับผิดชอบ ทกั ษะการนาไปใช้ 3.ใฝเุ รยี นรู้ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชวี ิต

8.เลอื กใชท้ กั ษะที่ - ทักษะการตัดสินใจและ เหมาะสมในการปูองกัน แก้ไขปญั หาฯลฯ ลดความขดั แยง้ และ แก้ปญั หา แนวทางในการเลือกใช้ เรอื่ งเพศและครอบครวั ทักษะต่าง ๆ ในการปูองกัน ลดความ 9.เลอื กใช้ทกั ษะ ที่ ขดั แยง้ และ เหมาะสมในการปูองกนั แก้ปญั หาเรื่องเพศและ ลดความขัดแยง้ และ ครอบครวั แก้ปญั หา เรื่องเพศ - ทักษะการสือ่ สารและ สร้างสมั พันธภาพ • ๒บา้ นกะทู้ - ทักษะการต่อรอง - ทกั ษะการปฏิเสธ - ทักษะการคดิ วเิ คราะห์ - ทกั ษะการตัดสนิ ใจและ แกไ้ ขปัญหา ฯลฯ แนวทางในการเลือกใช้ ทักษะต่าง ๆ ในการปูองกัน ลดความ ขดั แย้งและ แก้ปญั หาเร่ืองเพศและ ครอบครวั - ทักษะการสื่อสารและ สรา้ งสัมพันธภาพ

๙๐ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผดิ ชอบ 1.มวี ินัย -ทักษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั 2.มีความรับผดิ ชอบ ทกั ษะการนาไปใช้ 3.ใฝุเรยี นรู้ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวติ ๑.ความสามารถในการคิด ความรบั ผิดชอบ 1.มีวินัย -ทักษะการสร้างความรู้ ความขยนั 2.มคี วามรับผดิ ชอบ ทกั ษะการนาไปใช้ 3.ใฝเุ รยี นรู้ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชวี ติ

- ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏิเสธ - ทกั ษะการคิดวเิ คราะห์ - ทักษะการตดั สินใจและ แก้ไขปัญหา ฯลฯ • ๒บา้ นกะทู้

๙๑

๙๒ โครงสรา้ งรายวิชา รายวชิ าเพศวถิ ศี ึกษา รหัสวชิ า (พ๓๑๑๐๑) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ ภาคเรียนท๑่ี สาระสาคญั เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ เวลา 40 ชวั่ โมง ลาดบั ชื่อหน่วย มาตรฐาน จานวน 1 หน่วยกิต ที่ การเรยี นรู้ การเรียนรู้/ ตวั ช้วี ัด ช้นิ งาน/ เวลา คะแนน ภาระงาน ช่วั โมง K P A ๑ ทาไมต้อง 1.วิเคราะห์ อิทธพิ ลของครอบครวั รายงาน 1 6 15 2 3 เรยี นรูเ้ ร่อื ง อิทธิพล ของ เพ่ือน สงั คมและ ช้นิ เพศ ครอบครวั วฒั นธรรมทีม่ ีต่อ เพือ่ น สังคม พฤติกรรมทางเพศและ และ วฒั นธรรม การดาเนนิ ชีวิต ที่มีผลต่อ พฤติกรรม ทาง เพศและการ ดาเนนิ ชีวิต ๒ ปัญหาเรื่อง 2.วิเคราะห์ อิทธิพลของครอบครวั - 6 523 เพศ อทิ ธพิ ล ของ เพื่อน สังคมและ - 4 221 ครอบครัว วัฒนธรรมที่มีต่อ เพือ่ น สงั คม พฤติกรรมทางเพศและ และ วฒั นธรรม การดาเนนิ ชีวิต ท่ีมีผลตอ่ พฤติกรรม ทาง เพศและการ ดาเนนิ ชวี ิต ๓ ค่านยิ มเรอื่ ง 3.วิเคราะห์ ค่านยิ มในเร่ืองเพศตามวฒั เพศ ค่านยิ ม ในเรอื่ ง นธรรมไทยและวัฒนธรรม เพศ ตาม อนื่ ๆ วัฒนธรรมไทย และวฒั นธรรม อ่นื ๆ • ๒บา้ นกะทู้

๔ ค่านยิ มเร่ือง 4.วิเคราะห์ คา่ นิยมในเร่ืองเพศตาม - ๙๓ - เพศท่ี คา่ นิยม ในเรื่อง วฒั นธรรมไทยและ 4 221 - 8 523 ตอ้ งการ เพศตาม วฒั นธรรมอ่นื ๆ 4 5 23 วัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรม อืน่ ๆ ๕-๖ สุขภาพทาง 5-6เลือกใช้ แนวทางในการเลือกใช้ เพศและ ทกั ษะ ที่ ทกั ษะตา่ ง ๆ ในการ ทกั ษะ เหมาะสมในการ ปอู งกนั ลดความขดั แย้ง สขุ ภาพ ปอู งกันลดความ และ แก้ปญู หาเรือ่ งเพศ ขดั แยง้ และ และครอบครวั – ทักษะ แก้ปูญหา เรือ่ ง การส่อื สารและสร้าง เพศและ สัมพนั ธภาพ ครอบครวั - ทกั ษะการต่อรอง - ทักษะการปฏเิ สธ - ทักษะ การคดิ วเิ คราะห์ - ทักษะ การตดั สนิ ใจและแกไข้ ปัญหา ฯลฯ ๗ สัมพันธ์ภาพ 7.เลือกใช้ แนวทางในการเลือกใช้ ทกั ษะ ที่ ทักษะตา่ ง ๆ เหมาะสมในการ ในการปอู งกัน ลดความ ปอู งกัน ลด ขัดแยง้ และ ความขัดแย้ง และแกป้ ูญหา แก้ปัญหาเรื่องเพศและ เร่อื งเพศแล ครอบครวั ครอบครวั - ทกั ษะการสอ่ื สารและ สร้างสัมพนั ธภาพ - ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏิเสธ - ทกั ษะการคดิ วเิ คราะห์ - ทกั ษะการตัดสินใจและ แก้ไขปญั หาฯลฯ • ๒บา้ นกะทู้

8 ชวี ิต 8.เลอื กใช้ แนวทางในการเลือกใช้ ๙๔ ครอบครวั ทกั ษะท่ี ทักษะตา่ ง ๆ 4 5 23 เหมาะสมในการ ในการปูองกัน ลดความ 4 5 23 ปอู งกนั ขัดแย้งและ 40 44 16 20 ลดความขัดแย้ง แกป้ ัญหาเร่ืองเพศและ และแกป้ ัญหา ครอบครวั เรอ่ื งเพศและ - ทกั ษะการสือ่ สารและ ครอบครวั สร้างสมั พนั ธภาพ - ทักษะการต่อรอง - ทักษะการปฏเิ สธ - ทักษะการคิดวิเคราะห์ - ทักษะการตดั สนิ ใจและ แก้ไขปญั หา ฯลฯ 9 สทิ ธใิ นเน้ือ 9.เลอื กใช้ แนวทางในการเลือกใช้ ตัวร่างกาย ทักษะ ที่ ทักษะต่าง ๆ เหมาะสมในการ ในการปอู งกนั ลดความ ปอู งกัน ลด ขัดแยง้ และ ความขดั แย้ง และแก้ปัญหา แกป้ ญั หาเร่ืองเพศและ เรื่องเพศ ครอบครัว - ทักษะการสือ่ สารและ สร้างสัมพนั ธภาพ - ทกั ษะการต่อรอง - ทักษะการปฏิเสธ - ทักษะการคิดวเิ คราะห์ - ทกั ษะการตัดสินใจและ แก้ไขปญั หาฯลฯ • ๒บา้ นกะทู้

๙๕ อตั ราส่วนคะแนน คะแนนเก็บระหวา่ งภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ : K: P : A = : รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเก็บก่อนสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบกลางภาค = - คะแนน คะแนนเกบ็ หลังสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบปลายภาค = - คะแนน ช้นิ งาน / ภาระงาน = 20 คะแนน รวม 100 คะแนน • ๒บา้ นกะทู้

๙๖ คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม รหสั วิชา พ32101 วิชา กีฬาประเภทบุคคล-ทีม กลุม่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลาเรียน 40 ชัว่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต มีทักษะในการเล่นกีฬาประเภทบุคคล ประเภททีม เล่นกีฬาบาสเกตบอลและนันทนาการ วางแผนออกกาลังกาย กลวิธีการเล่นกีฬา ปฏิบัติตามกฎกติกาในการเล่น และเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย มีความ รับผิดชอบตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน มีระเบียบวินัย มีน้าใจนักกีฬา คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนเห็นคุณค่าของการ ออกกาลงั กาย มีความรูส้ ึกที่ดีต่อการกีฬา ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเพศชาย เพศหญิง มีโภชนาการท่ี ดี มีความปลอดภัยในชีวิต ในการใช้เครื่องมือผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ตลอดจนมีทักษะในปัญหา ส่ิงแวดลอ้ มทส่ี ่งผลต่อสุขภาพ มสี ว่ นร่วมในการดาเนินงาน ประชาสังคมเพ่ือสรา้ งชุมชนให้เขม้ แขง็ ผลการเรียนรู้ 1. สามารถเล่นกีฬาเป็นทีม บุคคล การเคลื่อนไหวท่ีสร้างสรรค์การร่วมมือในการเรียน และการ ทางานต่าง ๆ ได้ 2. สามารถวิเคราะหค์ วามคิดรวบยอดเก่ยี วกับการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ และการนาไปใช้ในการ เลน่ กฬี าได้ 3. สามารถเคลื่อนไหวรา่ งกายในการเลน่ กฬี าไดอ้ ย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู้ • ๒บา้ นกะทู้

ตารางวเิ คราะห์แผนการจดั การเรยี นรู้รายช่วั โมง รหัสวชิ า พ3110๒ วิชากีฬาประเภทบุคคล-ท ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5( เพิ่มเติม) ภาคเรยี นที่ 1 เว ตวั ชว้ี ดั /ผลการเรียนรู้ สาระสาคญั ภาระงาน/ช้ินงาน 1.มีความรู้ความเข้าใจ ความรทู้ ่วั ไปเกย่ี วกบั ประวัติ รายงาน ๑ ช้ิน เกี่ยว กับประวัติคว าม กรีฑา เ ป็ น ม า ก ฎ ก ติ ก า -ประวตั ิกรีฑาสากลของโลก มารยาทของกฬี ากรีฑา -ประวตั ขิ องประเทศไทย 2.มีความรู้และปฏิบัติการ การยดื เหยียดกลา้ มเนือ้ ทาได้ อ บ อุ่ น ร่ า ง ก า ย แ ล ะ ยื ด 2 วิธี เ ห ยี ย ด ก ล้ า ม เ น้ื อ อ ย่ า ง -การยืดเหยยี ดกลา้ มเน้ือแบบ ถกู ตอ้ ง อยู่กับที่ (Static stretching) -การยืดเหยียดกล้ามเน้ือแบบ เคลือ่ นไหว(Dynamic stretching) ขนั้ ตอนการยืดเหยยี ด กลา้ มเน้อื -อบอนุ่ ร่างกาย(Warm up) -การยดื เหยยี ดกล้ามเนื้อแบบ อยูก่ ับท่ี(Static stretching) “ยืดเหยียดกลา้ มเน้ือควรทา ช้าๆ จนถึงจุดทีต่ งึ หรือเรม่ิ มี อาการปวดเลก็ น้อย ค้างไว้ • ๒บา้ นกะทู้

๙๗ งท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชี้วัด คณุ ลกั ษณะอันพึง ทีม กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา ประสงค์ วลาเรยี น 4๐ ช่ัวโมง จานวน 1 หนว่ ยกิต 1.มวี นิ ัย สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะของรายวชิ า 2.มคี วามรบั ผิดชอบ 3.ใฝเุ รียนรู้ ๑.ความสามารถในการคิด ความรับผิดชอบ -ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ 1.ความสามาถในการใช้ ความขยนั 1.มวี นิ ัย 2.มคี วามรบั ผดิ ชอบ ทักษะชวี ิต ความตั้งใจ

20วนิ าที ทาซา้ 3-5คร้ังอย่าง น้อยวันละ2รอบ - อบอนุ่ รา่ งกายเจาะจงเฉพาะ กีฬา(warm up Specific) -การยืดเหยียดกลา้ มเน้ือแบบ เคล่ือนไหว(Dynamic stretching) 3.มีความรู้และปฏิบัติการ -ประเภทว่ิง 100ม.200ม. เรียนกรีฑาประเภทลู่ได้ 400ม.ข้ามร้ัว100ม.ขา้ มรวั้ อย่างถกู ต้อง 110ม. -ประเภทวงิ่ 400ม.800ม. 800ม.วิ่งผลดั 4x400ม. -ประเภท1,500ม. -ประเภท3,000ม.วงิ่ วบิ าก 3,000ม. -ประเภท5,000ม. -ประเภท๑๐,๐๐๐ม. 4.มีความรู้และปฏิบัติการ -ประเภทลาน เรียนกรีฑาประเภทลาน แบง่ ออกเป็น 2 ประเภทดังนี้ ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง -การแขง่ ขันประเภทกระโดด- กระโดดสูง,เขยง่ กา้ วกระโดด, กระโดดสูง,กระโดดคา้ ถ่อ -การแข่งขนั ประเภทท่มุ พุ่ง ขว้าง-ทุ่มนา้ หนกั ,-ขว้างจัก • ๒บา้ นกะทู้

๙๘ 1.ความสามารถในการใช้ ความขยนั 1.มวี นิ ยั 2.มีความรับผิดชอบ ทกั ษะชีวติ ความตั้งใจ 3.ใฝุเรยี นรู้ ๑.ความสามารถในการคดิ ความรบั ผดิ ชอบ 1.มวี นิ ยั -ทกั ษะการนาความรู้ไปใช้ ความขยัน 2.มีความรับผิดชอบ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชวี ติ

,ขว้างฆ้อน,พงุ่ แหลน 5.มีความรู้และปูองกัน การบาดเจบ็ จากการเล่นกรีฑา การบาดเจ็บจากการเล่น อาจแบง่ ออกได้เป็น 2 กรีฑา ประเภทได้แก่ -อาการบาดเจบ็ เฉยี บพลัน คือ การบาดเจ็บเกิดข้นึ ทันทีเช่น เส้นเอน็ ฉีกขาด กระดกู หัก -อาการบาดเจ็บเรื้อรัง คือ อาการบาดเจ็บท่ีเกิดซ้าๆท่ี เดิมและสะสมมานาน เช่น การว่ิง ทาให้หัวเข่าต้องรับ น้าหนักและแรงกระแทกจะ ทาให้เกิดการสึกกร่อนจนเกิด อาการข้อเขา่ เส่ือมข้นึ ได้ • ๒บา้ นกะทู้

๙๙ ๑.ความสามารถในการคดิ ความรับผดิ ชอบ 1.มีวนิ ัย -ทกั ษะการสร้างความรู้ ความขยัน 2.มคี วามรบั ผดิ ชอบ ทกั ษะการนาไปใช้ 3.ใฝุเรียนรู้ 2.ความสามารถในการใช้ ทักษะชีวิต

๑๐๐ โครงสร้างรายวิชา รายวิชากีฬาประเภทบุคคล-ทมี (กรีฑา๑) รหัสวิชา (พ๓๒๑๐๑) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕ เวลา 4๐ ชวั่ โมง ภาคเรียนท๑ี่ จานวน 1 หน่วยกติ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ชน้ิ งาน/ เวลา ภาระงาน ชั่วโมง ลาดับ ช่อื หนว่ ย มาตรฐาน สาระสาคัญ คะแนน KPA ที่ การเรยี นรู้ การเรียนรู้/ 15 2 3 ตัวชว้ี ัด 532 ๑ ประวตั ิ 1.มีความรู้ความ ความรทู้ วั่ ไปเกีย่ วกบั รายงาน1ชิน้ 4 กรีฑา เข้าใจเกยี่ วกับ ประวัตกิ รฑี า ประวัติความ -ประวัติกรฑี าสากลของ เปน็ มา กฎ กติกา โลก มารยาทของกีฬา กรฑี า -ประวัติของประเทศไทย ๒ การอบอุน่ 2.มคี วามรู้และ การยดื เหยียดกล้ามเนือ้ - 4 รา่ งกายและ ปฏบิ ตั กิ ารอบอนุ่ ทาได้ 2 วธิ ี ยดื เหยียด ร่างกายและยดื -การยดื เหยียดกลา้ มเน้ือ กล้ามเนอื้ เหยยี ดกลา้ มเน้ือ แบบอยู่กับท่ี (Static อยา่ งถูกต้อง stretching) -การยืดเหยียดกลา้ มเนื้อ แบบเคล่อื นไหว(Dynamic stretching) ขัน้ ตอนการยืดเหยียด กลา้ มเนือ้ -อบอนุ่ ร่างกาย(Warm up) -การยดื เหยยี ดกลา้ มเนื้อ แบบอยู่กับท(ี่ Static stretching) “ยืดเหยยี ด กลา้ มเนอ้ื ควรทาชา้ ๆ จนถึงจุดทตี่ ึงหรือเรม่ิ มี อาการปวดเล็กน้อย คา้ งไว้ 20วนิ าที ทาซ้า3-5คร้งั • ๒บา้ นกะทู้

๑๐๑ อย่างน้อยวนั ละ2รอบ - อบอุน่ ร่างกายเจาะจง เฉพาะกีฬา(warm up Specific) -การยืดเหยยี ดกลา้ มเนื้อ แบบเคลือ่ นไหว(Dynamic stretching) ๓ กรฑี า 3.มีความรแู้ ละ -ประเภทวงิ่ 100ม.200 - 10 5 20 5 - 6 221 ประเภทลู่ ปฏิบัติการเรียน ม.400ม.ข้ามรั้ว100ม. กรีฑาประเภทลู่ ข้ามรว้ั 110ม. ได้อย่างถกู ตอ้ ง -ประเภทวงิ่ 400ม.800 ม.800ม.วิ่งผลัด4x400 ม. -ประเภท1,500ม. -ประเภท3,000ม. ว่ิงวิบาก3,000ม. -ประเภท5,000ม. -ประเภท๑๐,๐๐๐ม. ๔ กรีฑา 4.มคี วามรู้และ -ประเภทลาน ประเภทลาน ปฏิบัตกิ ารเรียน แบ่งออกเปน็ 2 ประเภท กรฑี าประเภท ดังนี้ ลานไดอ้ ย่าง ถกู ต้อง -การแขง่ ขันประเภท กระโดด-กระโดดสูง,เขยง่ ก้าวกระโดด,กระโดดสงู , กระโดดค้าถ่อ -การแขง่ ขนั ประเภททมุ่ พุ่งขว้าง-ทุ่มน้าหนัก,-ขวา้ ง • ๒บา้ นกะทู้

จกั ,ขว้างฆ้อน,พุ่งแหลน ๑๐๒ ๕ การปูองกนั 5.มีความรู้และ การบาดเจ็บจากการเลน่ - 4 221 - การบาดเจ็บ ปอู งกันการ กรฑี าอาจแบ่งออกไดเ้ ปน็ 12 5 3 2 จากการเล่น บาดเจ็บจากการ 2 ประเภทไดแ้ ก่ กรฑี า เลน่ กรีฑา -อาการบาดเจ็บเฉียบพลัน คอื การบาดเจ็บเกดิ ขน้ึ ทันทเี ช่นเส้นเอ็นฉีกขาด กระดูกหกั -อาการบาดเจบ็ เรอื้ รงั คือ อาการบาดเจบ็ ที่เกิดซ้าๆท่ี เดิมและสะสมมานาน เชน่ การวง่ิ ทาใหห้ วั เขา่ ต้องรบั นา้ หนักและแรงกระแทก จะทาให้เกดิ การสึกกร่อน จนเกดิ อาการข้อเข่าเส่ือม ข้ึนได้ ๖ การทดสอบ 6.มคี วามร้แู ละ การทดสอบสมรรถภาพ สมรรถภาพ ปฏบิ ตั ิการ ทางกาย 6 สถานี ทางกาย ทดสอบ 1.การวัดไขมนั ใต้แขนและ สมรรถภาพทาง นอ่ ง กายอย่างถูกต้อง 2.การดันพ้ืน 3.การลกุ -นัง่ 4.การวัดความอ่อนตวั 5.การวิ่งซกิ แซก 6.การวงิ่ ระยะไกล - 40 34 32 14 • ๒บา้ นกะทู้

๑๐๓ อัตราส่วนคะแนน คะแนนเกบ็ ระหว่างภาค : คะแนนปลายภาค = ๘๐ : ๒๐ : 32 : 14 K : P : A = 34 รวม ๑๐๐ คะแนน คะแนนเก็บก่อนสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบกลางภาค = - คะแนน คะแนนเก็บหลังสอบกลางภาค = 40 คะแนน สอบปลายภาค = - คะแนน ชนิ้ งาน / ภาระงาน = ๑๐ คะแนน รวม 100 คะแนน • ๒บา้ นกะทู้

๑๐๔ คาอธิบายรายวชิ าเพ่ิมเติม รหสั วิชา พ32101 วิชา กฬี าประเภทบุคคล-ทีม กล่มุ สาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๖ ภาคเรยี นท่ี 1 เวลาเรียน 40 ชั่วโมง จานวน 1.0 หนว่ ยกติ มีทักษะในการเล่นกีฬาประเภทบุคคล ประเภททีม เล่นกีฬาบาสเกตบอลและนันทนาการ วางแผนออกกาลังกาย กลวิธีการเล่นกีฬา ปฏิบัติตามกฎกติกาในการเล่น และเล่นกีฬาอย่างปลอดภัย มีความ รับผดิ ชอบตอ่ ตนเองและผู้อ่ืน มีระเบียบวินัย มีน้าใจนักกีฬา คุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนเห็นคุณค่าของการ ออกกาลังกาย มีความรูส้ ึกที่ดีต่อการกีฬา ตระหนักถึงความแตกต่างระหว่างเพศชาย เพศหญิง มีโภชนาการท่ี ดี มีความปลอดภัยในชีวิต ในการใช้เคร่ืองมือผลิตภัณฑ์และบริการสุขภาพ ตลอดจนมีทักษะในปัญหา สิง่ แวดลอ้ มทีส่ ง่ ผลตอ่ สขุ ภาพ มีสว่ นรว่ มในการดาเนินงาน ประชาสังคมเพอื่ สรา้ งชมุ ชนให้เขม้ แข็ง ผลการเรียนรู้ 1. สามารถเล่นกีฬาเป็นทีม บุคคล การเคลื่อนไหวท่ีสร้างสรรค์การร่วมมือในการเรียน และการ ทางานต่าง ๆ ได้ 2. สามารถวิเคราะหค์ วามคดิ รวบยอดเกี่ยวกับการเคล่ือนไหวแบบต่าง ๆ และการนาไปใช้ในการ เล่นกีฬาได้ 3. สามารถเคลอื่ นไหวรา่ งกายในการเล่นกฬี าได้อย่างมีประสทิ ธิภาพ รวมทั้งหมด 3 ผลการเรียนรู้ • ๒บา้ นกะทู้

ตัวช้ีวัด/ผล ตารางวิเคราะห์แผนการจัดการเรยี นร้รู ายชว่ั โมง การเรียนรู้ รหสั วิชา พ3110๒ วชิ ากฬี าประเภทบุคคล-ทีม(เซปัก ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6( เพ่ิมเติม) ภาคเรยี นท่ี 1 เว สาระสาคญั 1. มีความรู้ -การปฐมนิเทศ ความเขา้ ใจ -การบรหิ ารร่างกายนนั้ จะทาก่อนเล่นกีฬา หรือเพื่อการออกกาลังเปน็ ก ประวัติ ให้กบั รา่ งกาย ความ -หลักการเพิ่มพูนความสามารถในการเคลื่อนไหวท่ีใช้ทักษะกลไกและ เป็นมาของ การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬา กีฬาตะกร้อ 2. บอก ตะกร้อ เป็นการละเล่นของไทยมาแต่โบราณ แต่ไม่มีหลักฐานแน่นอนว ประโ ยช น์ คาดว่าราว ๆ ต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ประเทศอ่ืนที่ใกล้เคียงก็มีการเล่นต ก า ร เ ล่ น จานวน เพื่อให้ผู้เล่นได้ออกกาลังกายทุกสัดส่วน ความสังเกต มีไหวพร กีฬาตะกร้อ มีความสงา่ งาม และการเลน่ ตะกรอ้ นับไดว้ ่าเปน็ เอกลกั ษณข์ องไทยอย่า ได้ 3.มีความรู้ ปฏิบัตเิ ล่นตะกรอ้ ดว้ ยข้างเทา้ ด้านในผเู้ ล่นเตรยี มรับลูกที่ลอยมา โดยยื ความเข้าใจ เท้าด้านในขนานกบั พนื้ แล้วเตะลกู เปน็ แนวตรงและเอนตวั ไปดา้ นหลงั และปฏิบัติ เล่นตะกร้อ ด้วยข้างเท้า ดา้ นในได้ • ๒บา้ นกะทู้

๑๐๕ งที่สอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรู้และตวั ช้ีวัด กตะกรอ้ ) กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา วลาเรยี น 4๐ ช่วั โมง จานวน 1 หน่วยกติ ภาระ สมรรถนะสาคัญ คณุ ลกั ษณะ คุณลักษณะอนั งาน/ ของรายวชิ า พงึ ประสงค์ ชน้ิ งาน ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม 1.มีวนิ ยั การเตรยี มความพร้อม คดิ รับผดิ ชอบ 2.มีความ -ทักษะการนาความรู้ไป รับผิดชอบ ะทักษะพ้ืนฐานที่นาไปสู่ ใช้ 3.ใฝุเรียนรู้ ว่ามีมาตั้งแต่สมัยใด แต่ 1.ความสามาถในการใช้ ความขยัน 1.มีวินัย ตะกร้อ คนเล่นไม่จากัด ริบ ทาให้มีบุคลิกภาพดี ทกั ษะชีวติ ความตงั้ ใจ 2.มคี วาม างหนง่ึ รับผดิ ชอบ นยกเท้าที่จะเตะให้ข้าง 1.ความสามารถในการ ความขยนั 1.มีวินัย 2.มีความ ใช้ทักษะชีวติ ความตัง้ ใจ รบั ผิดชอบ 3.ใฝุเรียนรู้

4.มีความรู้ การเลน่ ตะกร้อด้วยหลงั เทา้ หมายถงึ การเตตะกรอ้ ด้วยหลังเท้า เบาๆซ้า ความเข้าใจ เตะเพื่อบังคับลูกให้อยู่ใกล้ตัวในระดับสูงเกินสะเอว หลักการฝึกเช่นเ แ ล ะ ด้วยหลังเท้าแต่มีข้อแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยซ่ึงมีหลักการเตะตะกร้อด ปฏิบัติการ เดาะลูกด้วยหลังเท้า ปลายเท้าท่ีเดาะลูกจะกระดกขึ้น และลูกตะกร เล่นตะกร้อ ทางปลายเท้าบรเิ วณโคนนว้ิ เท้าท้งั หา้ ใชป้ ลายเทา้ ตวัดลูกตะกร้อให้ลอ ด้ ว ย ห ลั ง เดาะลูกใหต้ า่ ทีส่ ุดเทา่ ที่จะทาได้ ขณะที่เดาะลูกควรก้มตัวไปข้างหน้าเ เท้า ลกู ตะกรอ้ ดว้ ยหลงั เทา้ ใหไ้ ดท้ ้ังสอง 5 . การเล่นตะกร้อด้วยศีรษะ เป็นทักษะพื้นฐานที่มีความสาคัญสาหรับกา ปฏิบัติการ เป็นอยา่ งมาก นยิ มใช้ในการเปิดลกู เสิร์ฟ การรุกด้วยศีรษะ ( การเขก ) เล่นลูกด้วย ลูก หรือการตงั้ ลูกตะกร้อ และการสกัดกัน้ หรอื การบลอ็ กลูกจากการรุก ศรี ษะ จะต้องฝกึ หัดการเล่นตะกร้อด้วยศีรษะได้หลาย ๆ ลักษณะ โดยเฉพาะ และหน้าขวา จะตอ้ งเลน่ ตะกรอ้ ดว้ ยศีรษะไดเ้ ป็นอย่างดี 6 . การตั้งลูก ผเู้ ล่นเตรียมรบั ลกู ทีล่ อยมาโดยยนื ทรงตัวแยกขาท้ังสองข้างย ปฏิบัติการ ตรงไปยงั ลูกตะกร้อ ยกเทา้ ทีจ่ ะเตะให้ขา้ งเทา้ ดา้ นในขนานกับพ้ืนแล้วเ ตั้ ง ลู ก เอนตวั ไปดา้ นหลงั ตะกรอ้ ได้ 7 . ฝาุ ยท่เี สริ ฟ์ จะต้องเร่มิ เสิรฟ์ ในเซท็ แรก ฝุายทช่ี นะในเซท็ แรกจะเปน็ ผ้เู ร ปฏิบัติการ ส่ ง ลู ก ตะกร้อได้ • ๒บา้ นกะทู้

๑๐๖ ากันหลายๆครั้งเป็นการ ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม 1.มีวนิ ัย เดียวกับการเตะตะกร้อ คดิ รบั ผดิ ชอบ 2.มคี วาม ด้วยหลังเท้า ดังน้ี การ -ทักษะการนาความรู้ไป ความขยนั รับผิดชอบ ร้อจะถูกหลังเท้าค่อนไป ใช้ อยขึ้นมาตรง ๆ ยกเท้าที่ 2.ความสามารถในการ เล็กน้อย ควรฝึกเดาะ ใช้ทกั ษะชีวิต ารเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม 1.มีวินยั ) การรับ การส่ง การชง กของฝุายตรงข้าม ผู้เล่น คดิ รับผิดชอบ 2.มีความ ะผู้เล่นตาแหน่งหน้าซ้าย -ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ความขยัน รับผดิ ชอบ ย่อตัวลงเล็กน้อยตามอง เตะลูกเป็นแนวตรงและ ทักษะการนาไปใช้ 3.ใฝเุ รยี นรู้ รม่ิ เสิรฟ์ ในเซท็ ทสี่ อง 2.ความสามารถในการ ใชท้ ักษะชีวติ ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม 1.มีวินยั คดิ รบั ผิดชอบ 2.มีความ -ทกั ษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั รบั ผดิ ชอบ ทักษะการนาไปใช้ 3.ใฝุเรยี นรู้ 2.ความสามารถในการ ใชท้ ักษะชีวิต ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม ๑.ความสามารถ คิด รับผดิ ชอบ ในการคดิ -ทักษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั ทกั ษะการนาไปใช้ 2.ความสามารถในการ

8.การเล่น ฝาุ ยท่เี สริ ์ฟ จะต้องเริม่ เสริ ฟ์ ในเซ็ทแรก ฝุายทช่ี นะในเซท็ แรกจะเป็นผเู้ ร ที ม แ ล ะ กติ กา กา ร แข่งขนั 7 . ฝุายทเ่ี สริ ฟ์ จะตอ้ งเริ่มเสิรฟ์ ในเซท็ แรก ฝาุ ยที่ชนะในเซท็ แรกจะเปน็ ผู้เร ปฏิบัติการ ส่ ง ลู ก ตะกรอ้ ได้ 8.การเล่น การเล่นเป็นทีม ผู้เล่นจะล้อมเป็นวง ผู้เริ่มต้นจะใช้เท้าเตะลูกตะกร้อไ ที ม แ ล ะ จะต้องมคี วามวอ่ งไวในการใช้เทา้ รบั และเตะส่งไปยังอกี ผหู้ น่งึ จงึ เรียกว กติ กา กา ร ความสนุกอยู่ท่ีการหลอกล่อท่ีจะเตะไปยังผู้ใด ถ้าผู้เตะทั้งวงมีความสา แข่งขัน และรับไม่ให้ตะกร้อถึงพื้นได้เป็นเวลานานมาก กล่าวกันว่าท้ังวันหรือท ไม่ชานาญก็โยนรบั ไดไ้ มก่ ค่ี ร้งั ลกู ตะกร้อกต็ กถงึ พ้ืน • ๒บา้ นกะทู้

ริ่มเสิร์ฟในเซ็ททส่ี อง ๑๐๗ ร่มิ เสริ ฟ์ ในเซท็ ทส่ี อง ใช้ทกั ษะชวี ิต ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม -ทกั ษะการสร้าง ไปให้อีกผู้หนึ่งรับ ผู้รับ คดิ รับผิดชอบ ความรู้ วิธีเล่นน้ีว่า \"เตะตะกร้อ\" -ทกั ษะการสร้างความรู้ ความขยนั ามารถเสมอกัน จะโยน ทักษะการนาไปใช้ ทั้งคืนก็ยังมี แต่ผู้เล่นยัง 2.ความสามารถในการ ใชท้ กั ษะชวี ติ ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม ทักษะการ คดิ รับผิดชอบ นาไปใช้ -ทักษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั ทักษะการนาไปใช้ 2.ความสามารถในการ ใช้ทกั ษะชีวิต ๑.ความสามารถในการ ค ว า ม 2.ความสามารถ คิด รบั ผดิ ชอบ ในการใชท้ ักษะ -ทักษะการสรา้ งความรู้ ความขยนั ชีวิต ทักษะการนาไปใช้ 2.ความสามารถในการ ใชท้ ักษะชีวิต


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook