Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตร ม.ต้น

หลักสูตร ม.ต้น

Published by Thirasak Kanjanarak, 2021-01-18 18:32:14

Description: หลักสูตร ม.ต้น

Search

Read the Text Version

๙๑ ๑. ปฏบิ ัติตนเป็นพลเมืองดตี ามวถิ ีประชาธิปไตย ๒. มีส่วนร่วมและรับผดิ ชอบในการตดั สินใจ ตรวจสอบขอ้ มูล ตรวจสอบการทา หนา้ ทีข่ องบคุ คล เพอื่ ใช้ประกอบการตดั สนิ ใจ ๓. เหน็ คณุ ค่าของการอยรู่ ว่ มกันในภูมภิ าคตา่ ง ๆ ของโลก อย่างสนั ตแิ ละพึ่งพาซ่ึงกนั และกนั ๔. มีสว่ นร่วมและเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาความขดั แยง้ ๕. ปฏบิ ัตติ นเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้ โครงสรา้ งกลุ่มสาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ระดบั มัธยมศึกษาตอนตน้

๙๒ รายวชิ าพ้ืนฐาน พ๒๑๑๐๑ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต พ๒๑๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๒ จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ พ๒๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๓ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ พ๒๒๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา ๔ จานวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ พ๒๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศกึ ษา ๕ จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ พ๒๓๑๐๒ สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ๖ จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ รายวิชาเพ่มิ เตมิ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ พ๒๑๒๐๑ ยืดหย่นุ จานวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต พ๒๑๒๐๒ เทเบิลเทนนิส จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ พ๒๒๒๐๑ กระบ่ีกระบอง จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกิต พ๒๒๒๐๒ กรีฑา จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต พ๒๓๒๐๑ วอลเลยบ์ อล จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต พ๒๓๒๐๒ บาสเกตบอล คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน พ 21101 สขุ ศึกษาและพลศึกษา 1 กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

๙๓ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกติ ศกึ ษา วิเคราะห์ และอธิบายเกีย่ วกับความสาคัญของระบบประสาทและระบบ ต่อมไร้ท่อท่ีมีผลต่อสุขภาพ การเจริญเติบโต และพัฒนาการของวัยรุ่น วิธีการดูแลรักษา ระบบประสาทและต่อมไร้ท่อให้ทางานตามปกติ ภาวะการเจริญเติบโตทางร่างกายของ ตนเองกับเกณฑ์มาตรฐาน วิธีปรับตวั ต่อการเปล่ียนแปลงทางรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ และ พฒั นาการทางเพศอย่างเหมาะสม แสดงทกั ษะการปฏิเสธเพอ่ื ปอ้ งกันตนเองจากการถกู ลว่ ง ละเมิดทางเพศ ความสามารถของตนเองตามหลักการเคล่ือนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและ ทักษะพ้ืนฐานท่ีนาไปสู่การพัฒนาทักษะการเล่นกีฬาไทยและกีฬาสากล ประเภทบุคคลและ ทีม โดยใช้ทักษะพ้ืนฐานตามชนิดกีฬา ร่วมกิจกรรมนันทนาการและนาหลักความรู้ที่ได้ไป เชื่อมโยงสัมพันธ์กับวิชาอ่ืน ความสาคัญของการออกกาลังกาย และการเล่นกีฬา จนเป็นวิถี ชีวิตที่มีสุขภาพดี ออกกาลังกายและเลือกเข้าร่วมเล่นกีฬาตามความถนัด ความสนใจอย่าง เต็มความสามารถพร้อมท้ังมีการประเมินการล่นของตนเองและผู้อ่ืน ปฏิบัติตามกฎ กติกา และขอ้ ตกลงตามชนิดกีฬาทเี่ ลือกเล่น โดยใช้กระบวนการการเรียนรู้แบบร่วมมือ สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และ อภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สานึกในคุณค่าและศักยภาพของตนเอง เพ่ือให้ สามารถส่อื สารสิ่งทีเ่ รยี นรูแ้ ละนาประสบการณ์ไปปรับใชใ้ หเ้ กิดประโยชน์สูงสุดในการดาเนิน ชวี ิต รหสั ตวั ชีว้ ดั พ 1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 พ 2.1 ม.1/1, ม.1/2 พ 3.1 ม.1/1 , ม.1/2, ม.1/3 พ 3.2 ม. 1/1, ม.1/2, ม.1/3 รวมทั้งหมด12 ตัวช้วี ดั คาอธิบายรายวิชาพื้นฐาน พ 21102 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 2 กลุ่มสาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา

๙๔ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกติ ศึกษา วิเคราะห์ เก่ียวกับ ปัญหาท่ีเกิดจากภาวะโภชนาการท่ีมีผลกระทบต่อ สุขภาพ การเลอื กกินอาหารที่เหมาะสมกับวยั ควบคุมน้าหนกั ของตนเองให้อยู่ในเกณฑ์ มาตรฐาน สร้างเสริมและปรับปรุงสมรรถภาพทางกาย สามารถดุแลตนเองเม่ือยาม เจ็บป่วย มีกระบวนการสร้างเสริมความปลอดภัยให้ตนเองและครอบครัวสถานการณ์ที่อาจ เปน็ อนั ตรายต่อชีวิตและความปลอดภัยการตัดสินใจและปฏบิ ัติตนในการแกป้ ัญหาเม่ือเผชิญ กับภัยอันตราย สามารถแสดงวิธีปฐมพยาบาลและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยอย่างปลอดภัย อ ธิ บ า ย ลั ก ษ ณ ะ อ า ก า ร ข อ ง ผู้ ติ ด ส า ร เ ส พ ติ ด แ ล ะ ก า ร ป้ อ ง กั น ก า ร ติ ด ส า ร เ ส พ ติ ด ความสัมพันธ์ของการใช้สารเสพติดกับการเกิดโรคและอุบัติเหตุ แสดงวีการชักชวนให้ผู้อื่น เลิกสารเสพติดโดยใช้ทกั ษะต่างๆ รวมถึงการวางแผนการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬา ทเี่ ลือกและนาไปใช้ในการเล่นอย่างเป็นระบบ ร่วมมือในการเล่นกีฬาและการทางานเป็นทีม อย่างสนุกสนาน วิเคราะห์ เปรียบเทียบ ยอมรับความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่นกีฬาของ ตนเองและผอู้ น่ื โดยใช้กระบวนการการเรียนรู้แบบร่วมมือ สบื คน้ ข้อมลู วิเคราะห์ และอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สานึกในคุณค่าและศักยภาพของตนเอง เพ่ือให้สามารถ สอื่ สารสงิ่ ท่ีเรียนร้แู ละนาประสบการณ์ไปปรับใชใ้ ห้เกดิ ประโยชนส์ ูงสุดในการดาเนินชีวติ รหสั ตวั ชว้ี ดั พ 3.2 ม.1/4, ม.1/5 , ม.1/6 พ 4.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 , ม.1/4 พ. 5.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 รวมท้ังหมด 11 ตัวชว้ี ัด คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน พ 22101 สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา 3 กลุ่มสาระการเรียนรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

๙๕ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 40 ชั่วโมง/ภาค จานวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ เก่ียวกับ การเปลี่ยนแปลงทางด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญา ปัจจยั ที่มีผลกระทบตอ่ การเจริญเติมโต และพัฒนาการด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปญั ญา ในวัยรนุ่ วิเคราะหป์ ัจจัยท่ีมีอิทธิพลตอ่ เจตคติในเร่ืองเพศ ปัญหาที่ มีผลกระทบที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ปัญหาการต้ังครรภ์ท่ีไม่พึงประสงค์ รู้จัก โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และหลีกเลี่ยงป้องกันจากโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น โรค เอดส์ และการต้ังครรภ์โดยไม่พ่ึงประสงค์ ความเสมอภาคทางเพศ และการวางตัวกับเพศตรง ขา้ มที่เหมาะสม นาผลการปฏบิ ัติตนเก่ียวกับทกั ษะกลไกและทักษะการเคล่อื นไหวใน การเล่น กีฬาจากแหล่งข้อมูลที่ หลากหลายมาสรุปเป็นวิธีที เหมาะสมในบริบทของตนเอง เล่นกีฬา ไทยและกีฬาสากล ท้ังประเภทบุคคลและทีมได้อย่างละ ๑ ชนิด เปรียบเทียบประสิทธิภาพ ของรูปแบบการเคล่ือนไหวท่ีส่งผลต่อ การเล่นกีฬาและกิจกรรมในชีวิตประจาวันร่วมกิจกรรม นันทนาการอย่างน้อย กิจกรรม และนาความรู้และ หลักการที่ได้ไปปรับใช้ใน ชีวิตประจาวัน อย่างเป็นระบบอธิบายสาเหตุการเปล่ียนแปลงทาง กาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญาที่ เกิดจากการออกกาลังกาย และเล่นกีฬาเป็นประจาจนเป็นวิถีชีวิต เลือกเข้าร่วมกิจกรรม การ ออกกาลังกาย เล่นกีฬาตาม ความถนัดและความสนใจพร้อมทั้งวิเคราะห์ความแตกต่าง ระหว่างบุคคล เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาตนเองมีวินัย ปฏิบัติตามกฎ กติกา และ ขอ้ ตกลงในการเล่นกีฬาทเ่ี ลือก โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การสรุปองค์ ความรู้ กระบวนการกลุ่ม ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะปฏิเสธ ทักษะการต่อรอง และ ทักษะปฏิบตั ิเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ วางแผนการรกุ และการป้องกันใน การเล่นกีฬาท่ี เลือกและนาไปใช้ใน การเล่นอย่างเป็นระบบร่วมมือในการเล่นกีฬา และการทางานเป็นทีม อยา่ งสนกุ สนานวิเคราะห์เปรยี บเทยี บและยอมรับ ความแตกต่างระหว่างวิธีการเลน่ กีฬาของ ตนเองกบั ผอู้ น่ื รหสั ตัวชว้ี ดั พ 1.1 ม.2/1, ม.2/2 พ 2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 พ 3.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 พ 3.2 ม.2/1, ม.2/2 ,ม.2/3 รวมท้งั หมด 13 ตัวชวี้ ัด คาอธิบายรายวชิ าพ้ืนฐาน พ 22102 สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา 4 กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา

๙๖ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง/ภาค จานวน 0.5 หน่วยกติ ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับการเลือกใช้บริการทางสุขภาพ ผลกระทบของ เทคโนโลยีท่ีมีต่อสุขภาพ ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ท่ีมีผลต่อสุขภาพ ความสมดุล ระหว่างสุขภาพกายและสุขภาพจิต ลักษณะอาการเบื้องต้นของผู้มีปัญหาสุขภาพจิต การ จัดการกับอารมณ์และความเครียด เกณฑ์และการพัฒนาสมรรถภาพทางกาย วิธีการ ปัจจัยและแหล่งช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ติดสารเสพติด การหลีกเล่ียงพฤติกรรมเสี่ยงและ สถานการณ์เส่ียง ทักษะชีวิตในการป้องกันตนเอง และหลีกเล่ียงสถานการณ์คับขัน ที่อาจ นาไปสู่อันตราย การนาประสบการณ์จากการร่วมกิจกรรมนันทนาการไปใช้ใน ชีวิตประจาวัน การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปัญญาท่ีเกิดจาก การออกกาลังกายและเล่นกีฬา วิเคราะห์ความแตกต่างระหว่างบุคคลเพ่ือเป็นแนวทางใน การพัฒนาตนเอง วินัยในการฝึก ปฏิบัติตามกฎ กติกา ข้อตกลง กลวิธีการรุก และการ ป้องกันในการเล่นกีฬาเป็นทีม การพัฒนาวิธีการเล่นกีฬาท่ีเหมาะสมกับตนเอง การสร้าง แรงจูงใจและความมงุ่ ม่ันในการเลน่ และแขง่ ขนั กีฬา โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การสรุปองค์ ความรู้ กระบวนการกลุ่ม ทักษะการแก้ปัญหา ทักษะปฏิเสธ ทักษะการต่อรอง และ ทักษะปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ วางแผนการรุกและการป้องกันใน การเล่นกีฬาที่ เลือกและนาไปใช้ใน การเล่นอย่างเป็นระบบร่วมมือในการเล่นกีฬา และการทางานเป็นทีม อย่างสนุกสนานวิเคราะห์เปรียบเทียบและยอมรับ ความแตกต่างระหว่างวิธีการเล่น กีฬา ของตนเองกับผู้อ่ืน รหัสตวั ชี้วัด พ 3.2 ม.2/4, ม.2/5 พ 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม. 2/3, ม.2/4,ม.2/5,ม.2/6, ม.2/7 พ 5.1 ม.2/1, ม.2/2,ม.2/3 รวมทัง้ หมด 12 ตวั ชว้ี ัด คาอธิบายรายวิชาพ้นื ฐาน พ 23101 สุขศึกษาและพลศกึ ษา 5 กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ุขศึกษาและพลศึกษา

๙๗ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชวั่ โมง/ภาค จานวน 0.5 หน่วย กิต ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับการเปลี่ยนแปลงด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ในแต่ละวัย อิทธิพลและความคาดหวังของสังคม ที่มีต่อการเปลี่ยนแปลง ของวัยรุ่น ส่ือโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการเจริญเติบโตและพัฒนาการของวัยรุ่น อนามัยแม่ และเด็ก การวางแผนครอบครัว ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการตั้งครรภ์ สาเหตุและแนว ทางการป้องกันแก้ไขความขัดแย้งในครอบครัว ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับเทคนิคและวิธีการ เล่นกีฬาไทย และกฬี าสากลทเ่ี หมาะสมกบั ตนเองและทีม การนาหลกั การความรู้ของทักษะ การเคล่ือนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาไปใช้ในการเสริมสร้าง สุขภาพ การจัดกิจกรรมนันทนาการแก่ผู้อื่น มารยาทในการเล่นและดูกีฬา การออกกาลัง กายและการเล่นกีฬาประเภทบุคคลและประเภททีมการนากฎ กติกา ข้อตกลงและ ประสบการณ์จากการออกกาลังกายและการเล่นกีฬามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุ ณภาพ ชีวิตของตนเอง การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุกและการป้องกันในการเล่นกีฬาได้ตาม สถานการณ์ของการเล่น ผลการพัฒนาสุขภาพของตนเองที่เกิดจากการออกกาลังกายและ เล่นกีฬาเปน็ ประจา โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การเปรียบเทียบ การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การสรุปองค์ความรู้ กระบวนการกลมุ่ และทกั ษะปฏิบตั ิเพ่ือให้มคี วามรู้ ความเข้าใจ เห็น คุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพพลานามัย ทักษะในการดาเนินชีวิต รักการ ออกกาลังกาย ช่ืนชมและมีสุนทรียภาพทางกีฬามีคุณธรรม จริยธรรม ยึดมั่นในค่านิยมที่ดี งาม มีความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีน้าใจนักกีฬา นาไปใช้ปฏิบัติในการดาเนินชีวิต และเป็นแนวทางการมคี ณุ ภาพชีวติ ทีด่ ี รหสั ตวั ชี้วดั พ 1.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3 พ 2.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 พ 3.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3 พ3.2 ม.3/1,ม.3/2,ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5 รวมทั้งหมด 14 ตวั ชวี้ ดั คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน พ 23102 สุขศึกษาและพลศึกษา 6 กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา

๙๘ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 40 ชว่ั โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกติ ศึกษาวิเคราะห์เก่ียวกับอาหารท่ีเหมาะสมกับวัยต่างๆ โรคที่เป็นสาเหตุสาคัญ ของการเจ็บป่วย และการตายของคนไทย ปัญหาสุขภาพในชุมชนและแนวทางการแก้ไข ปัญหา การวางแผนและจัดเวลาในการออกกาลังกาย การพักผ่อนและการสร้างเสริม สมรรถภาพทางกาย การทดสอบสมรรถภาพทางกายแบบต่างๆ และการพัฒนาสมรรถภาพ ตามความแตกต่างระหว่างบุคคล ปัจจัยและพฤติกรรมเสี่ยงที่มีผลต่อสุขภาพและแนว ทางการป้องกันปัญหาและผลกระทบจากการใช้ความรุนแรงวิธีหลีกเลี่ยงความรุนแรง อิทธิพลของสื่อต่อพฤติกรรมสุขภาพและความรุนแรง ความสัมพันธ์ของการดื่มเคร่ืองด่ืมที่มี แอลกอฮอล์ต่อสุขภาพและการเกิดอุบัติเหตุ วิธีการช่วยฟื้นคืนชีพ ศึกษาและปฏิบัติ เกี่ยวกับเทคนิคและวิธีการเล่นกีฬาไทย และกีฬาสากลที่เหมาะสมกับตนเองและทีม การนาหลักการความรู้ของทักษะการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเล่นเกม และ การเล่นกีฬาไปใช้ในการเสริมสร้างสุขภาพ การจัดกิจกรรมนันทนาการแก่ผู้อ่ืน มารยาท ในการเล่นและดูกีฬา การออกกาลังกายและการเล่นกีฬาประเภทบุคคลและประเภททีม การนากฎ กติกา ข้อตกลงและประสบการณ์จากการออกกาลังกายและการเล่นกีฬามา ประยุกต์ใช้ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเอง การประยุกต์ใช้กลวิธีการรุกและการ ป้องกันในการเล่นกีฬาได้ตามสถานการณ์ของการเล่นผลการพัฒนาสุข ภาพของตนเองที่ เกิดจากการออกกาลังกายและเล่นกีฬาเป็นประจา โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การสืบค้นข้อมูล การอภิปราย การสรุปองค์ความรู้ กระบวนการกลุ่ม และทักษะปฏิบัติเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ เห็น คุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพพลานามัย ทักษะในการดาเนินชีวิต รักการออก กาลงั กาย ช่ืนชมและมสี ุนทรยี ภาพทางกีฬา มคี ุณธรรม จรยิ ธรรม ยึดมัน่ ในคา่ นยิ มทด่ี ีงาม มีความรับผิดชอบ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มีน้าใจนักกีฬา นาไปใช้ปฏิบัติในการดาเนินชีวิตและ เป็นแนวทางการมีคุณภาพชีวิตท่ีดี รหัสตัวช้ีวดั พ 4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3,ม.3/4,ม.2/5 พ 5.1 ม.3/1, ม.3/2 , ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5 รวมทงั้ หมด 10 ตวั ชว้ี ดั คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

๙๙ พ 21102 พลศึกษา (เทเบลิ เทนนสิ ) กลมุ่ สาระการเรยี นร้สู ุขศึกษาและพล ศกึ ษา ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ย กิต ศกึ ษาประวัติ ความเปน็ มาและววิ ัฒนาการของการเล่นกฬี าเทเบลิ เทนนิส ประโยชน์ของการเลน่ กีฬาเทเบลิ เทนนิส อปุ กรณ์ สนาม สถานทีใ่ ช้ในการแข่งขันและการดแู ล รกั ษาอุปกรณ์ วธิ ีการเสริมสรา้ งสมรรถภาพเพื่อสขุ ภาพและสมรรถภาพทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั การเลน่ กีฬา เทเบิลเทนนสิ มารยาท กฎ กตกิ า และมที กั ษะพ้ืนฐานในการเล่น เช่น การจับไม้ การตีลูกหนา้ มอื หลังมอื การเสิรฟ์ การตบ การตีลกู ตดั การตีลูกหมนุ ลกู หยอด รูปแบบการเคล่ือนไหวในกีฬา และ มคี วามสามารถในการเคลื่อนไหว ทกั ษะกลไกในการออกกาลงั กายโดย การรว่ มเลน่ กีฬา รู้คุณค่า ของการออกกาลังกาย กลยุทธ์ในการเล่นกฬี าสากล ความมนี ้าใจ และประโยชน์ของการทางาน เป็นทมี การแข่งขัน ความสาคญั ของการมสี ขุ ภาพดี หลักและวธิ กี ารเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพทางกาย การทดสอบ อธบิ ายหลักการเคลื่อนไหวทใ่ี ช้ทักษะกลไกและทักษะพน้ื ฐานท่นี าไปสู่การพัฒนา ทักษะการเล่นกีฬา กีฬาไทยและกีฬาสากลประเภทบุคคลและทีมโดยใช้ทักษะพนื้ ฐานตามชนิด กีฬาอยา่ งละ 1 ชนดิ กิจกรรมนันทนาการอย่างนอ้ ย 1 กจิ กรรม ความสาคญั ของการออกกาลังกาย และการเล่นกีฬาท่ีเลือกและการเลน่ กฬี าและการทางานเปน็ ทีมอย่างสนกุ สนาน ความแตกตา่ ง ระหวา่ งวิธกี ารเลน่ กฬี าของตนเองกับผู้อนื่ โดยนาเทคนิคการสอนกฬี าเทเบลิ เทนนสิ สมัยใหม่มาสอนและใช้ในการฝึกปฏบิ ัติ มุ่งเนน้ ใหผ้ ู้เรยี นใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้ การฝึกทกั ษะโดยใช้กิจกรรมการเคล่ือนไหว การ ออกกาลงั กาย การเลน่ เกมและกฬี าเทเบลิ เทนนสิ เปน็ เครอื่ งมอื และแนวทางในการฝกึ ทกั ษะ พืน้ ฐานในการเล่นกฬี าเทเบลิ เทนนสิ รวมท้ังการเสริมสร้างสมรรถภาพเพอ่ื สุขภาพและสมรรถภาพ ที่เกี่ยวขอ้ งกับการเล่นกฬี าเทเบลิ เทนนสิ ท้งั ทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และ สตปิ ญั ญา การสรา้ งเจตคติท่ีดี และสามารถนาไปปฏบิ ตั อิ ยูเ่ ปน็ ประจาอย่างสม่าเสมอ เพอ่ื ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีทักษะพ้ืนฐานในการเล่นกฬี าเทเบลิ เทนนิส มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม ค่านยิ ม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ไดแ้ ก่ รักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษตั รยิ ์ ซือ่ สัตย์ สุจริต มวี นิ ยั ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง มงุ่ ม่ันในการทางาน รักษาความเปน็ ไทย มีความ รบั ผดิ ชอบ มจี ติ สาธารณะ มคี วามรบั ผิดชอบ มีความเชื่อม่นั ในตนเอง พร้อมทั้งตระหนกั และ เห็นคณุ คา่ และเจตคตทิ ี่ดีในการออกกาลังกาย ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพ ติด สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ให้เกิดประโยชน์แก่ตนเอง ชมุ ชน และสังคมสว่ นรวมอยา่ งเป็นสขุ ตวั ชวี้ ัด พ.3.1 ม.1/1 , พ.3.1 ม.1/2 , พ.3.1 ม.1/3

๑๐๐ พ.3.2 ม.1/1 , พ.3.2 ม.1/2 , พ.3.2 ม.1/3 , พ.3.2 ม.1/4 , พ.3.2 ม.1/5 , พ.3.2 ม.1/6 รวมท้ังหมด 16 ตวั ชว้ี ัด คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน พ 21104 พลศึกษา (ยืดหยุ่น) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาค จานวน 0.5 หน่วย กติ ศึกษา วเิ คราะห์ ความสาคัญของการออกกาลังกาย เกย่ี วกับการเลน่ กฬี าไทยและ กฬี าสากล ท้ังประเภทบุคคลและทีม มีการประเมิน การเล่นกีฬาของตนเองและผู้อื่น ศึกษา วิเคราะห์ กฎ กติกา การเล่นเกม การเล่นกีฬาเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการรุกและป้องกัน การ แข่งขันกีฬาและการทางานเป็นทีม การยอมรับความสามารถและความแตกต่างระหว่าง บุคคล เพ่ือออกกาลังกาย เล่นกีฬาตามความถนัดความสนใจอย่างเต็มความสามารถ สามารถปฎิบตั ิตามกฎ กตกิ า และขอ้ ตกลงตามชนิดกีฬาทีเ่ ลือกเล่น สามารถวางแผนการรุก และรับในกีฬาท่ีเลือกเล่น นาไปใช้อย่างเป็นระบบ ร่วมมือในการเล่นกีฬา และทางานเป็น ทมี อยา่ งสนุกสนาน ยอมรบั ความแตกตา่ งระหวา่ งวิธกี ารเลน่ กีฬา ของตนเองกบั ผูอ้ ่ืน ตวั ช้วี ดั พ3.1 ม.1/1, ม.1/2 , ม.1/3 พ3.2 ม.1/1, ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5,ม.1/6 รวมทงั้ หมด 9 ตวั ชี้วัด คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน พ 22102 พลศึกษา (กระบกี่ ระบอง) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา

๑๐๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี เวลา 20 ชั่วโมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกติ ศึกษา วิเคราะห์ นาผลการปฏิบัติทักษะการเล่นกีฬา มาศึกษาเปรียบเทียบและ สามารถเลอื กเล่นกฬี ากระบี่ตามความเหมาะสม ในรูปแบบการเคล่ือนไหว โดยใช้ทักษะการ ราไม้ราที่ 1 – 12 พรหมน่งั พรหมยืน การเดินแปลง การกลบั หัวสนามไม้รา ตลอดจนทักษะ การต่อสู้ในท่าพลิกแพลง การดูแลรักษาสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง พร้อมท้ังอธิบายสาเหตุ การเปล่ียนแปลงทางกาย จิตใจ อารมณ์ สังคมและสติปญั ญาที่เป็นผลจาก การเล่นกีฬา เข้า ร่วมกิจกรรมนันทนาการ วางแผนการเล่นกระบี่และการฝึกสมรรถภาพอย่างมีกฎ กติกา มารยาท และมคี วามเหมาะสมกับตนเอง โดยใช้กระบวนการ ทกั ษะวิธกี ารทางพลศึกษา การแสวงหาความรู้ การสบื คน้ การใช้ ภูมิปัญญาท้องถ่ิน ทักษะการอบอุ่นร่างกาย การสาธิต การอธิบาย การฝึกปฏิบัติเป็นกลุ่ม เป็นรายบคุ คลการสรุปให้เกิดความเข้าใจ นามาแกไ้ ขปรับปรงุ เพ่อื ให้เกิดความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ รักความเป็นไทย มีวินัยใฝ่เรียนรู้อยู่อย่างพอเพียง มีความมุ่งมั่นในการ ทางานรวมทั้งมีจิตอันเป็นสาธารณะ อันจะนามาสู่ค่านิยมท่ีดีงาม มีคุณธรรมจริยธรรมท่ี เหมาะสม ตัวชว้ี ดั พ3.1 ม.2/1, ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4 พ3.2 ม.2/1 ,ม.2/2 , ม.2/3, ม.2/4 พ4.1 ม.2/7 รวมทัง้ หมด 9 ตัวชวี้ ัด คาอธิบายรายวชิ าพนื้ ฐาน พ 22104 พลศึกษา (กรฑี า) กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา

๑๐๒ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนท่ี เวลา 20 ชว่ั โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษาประวตั ิ ความเปน็ มาและความรทู้ ัว่ ไปเกย่ี วกับกรีฑา ประโยชนข์ องการเล่นกรฑี า มารยาทใน การเปน็ ผู้เลน่ และผู้ชมกรีฑาท่ดี ี การดแู ลรักษาอุปกรณ์กรฑี า ปฏบิ ัตทิ ักษะกรีฑาประเภทลู่ ทักษะ การตัง้ ต้นออกว่งิ ทักษะทา่ ทางการตัง้ ตน้ ออกวิง่ หลกั วิธกี ารตง้ั ตน้ ออกวงิ่ ทักษะการว่งิ ระยะส้ัน ทักษะการวิ่งระยะกลาง ทักษะการวง่ิ ระยะไกล การวงิ่ ผลัด การเขา้ สู่เสน้ ชัย ทกั ษะกรีฑาประเภท ลาน กฎ กตกิ าการแข่งขันกรีฑา และความปลอดภัยในการเล่นกรฑี า นาผลการปฏบิ ตั ติ นเก่ียวกับ ทกั ษะกลไกและทกั ษะการเคลอื่ นไหวและนาข้อมูลมาสรปุ เป็นวธิ ีทีเ่ หมาะสมกบั ตนเอง สามารถ เปรยี บเทียบประสิทธภิ าพและรูปแบบการเคลื่อนไหวทส่ี ง่ ผลตอ่ การเล่นและกจิ กรรมใน ชวี ติ ประจาวนั อธบิ ายหลักการเคลอ่ื นไหวท่ใี ช้ทักษะกลไกและทกั ษะพืน้ ฐานทีน่ าไปสูก่ ารพฒั นา ทักษะการเลน่ กีฬา กีฬาไทยและกฬี าสากลประเภทบุคคลและทมี โดยใช้ทักษะพืน้ ฐานตามชนิด กฬี าอย่างละ 1 ชนดิ กิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กจิ กรรม ความสาคัญของการออกกาลังกาย และการเลน่ กฬี าท่ีเลอื กและการเล่นกฬี าและการทางานเป็นทีมอยา่ งสนกุ สนาน ความแตกต่าง ระหว่างวธิ กี ารเลน่ กฬี าของตนเองกบั ผู้อื่น โดยนาเทคนคิ การเรยี นการสอนกรีฑามาสอนและใชใ้ นการฝกึ ปฏบิ ตั ิ มุง่ เน้นให้ ผู้เรยี นใชก้ ระบวนการแสวงหาความรู้ การฝึกทกั ษะโดยใชก้ ิจกรรมการเคลอ่ื นไหว การออกกาลัง กาย การเล่นเกมและการเล่นกรฑี า เปน็ เครอื่ งมอื และแนวทางในการฝึกทักษะพ้นื ฐานในการเลน่ กรีฑา รวมท้งั การเสรมิ สร้างสมรรถภาพเพอ่ื สขุ ภาพและสมรรถภาพทเ่ี กี่ยวขอ้ งกับการเลน่ กรีฑา ทั้งทางด้านร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา การสร้างเจตคติท่ีดี และสามารถนาไป ปฏิบตั อิ ยเู่ ปน็ ประจาอย่างสมา่ เสมอ เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ มที ักษะพื้นฐานในการเล่นกรีฑา มีคณุ ธรรม จริยธรรม ค่านิยม คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ไดแ้ ก่ รกั ษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ซ่อื สัตย์สจุ รติ มี วนิ ยั ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มุง่ ม่นั ในการทางาน รักษาความเป็นไทย มีความรบั ผดิ ชอบ มี จติ สาธารณะ มีความรับผดิ ชอบ มีความเชื่อมนั่ ในตนเอง พร้อมทัง้ ตระหนกั และเห็นคุณคา่ และ เจตคติทดี่ ีในการออกกาลังกาย ใชเ้ วลาว่างให้เกดิ ประโยชนแ์ ละห่างไกลจากยาเสพตดิ สามารถ นาไปประยกุ ต์ใชใ้ หเ้ กิดประโยชนแ์ กต่ นเอง ชมุ ชน และสงั คมสว่ นรวมอยา่ งเป็นสุข ตัวชวี้ ดั พ.3.1 ม.2/1 , พ.3.1 ม.2/2 , พ.3.1 ม.2/3 , พ.3.1 ม.2/4 พ.3.2 ม.2/1 , พ.3.2 ม.2/2 , พ.3.2 ม.2/3 , พ.3.2 ม.2/4 , พ.3.2 ม.2/5 รวมทง้ั หมด 16 ตัวชวี้ ัด คาอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน พ 23102 พลศึกษา (วอลเลย่ ์บอล) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศึกษาและพลศกึ ษา

๑๐๓ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 20 ช่ัวโมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศกึ ษาประวตั ิ ความเป็นมาและความรู้ท่วั ไปเกีย่ วกบั กีฬาวอลเล่ยบ์ อล ประวตั กิ ฬี า วอลเล่ยบ์ อลในทวีปเอเซยี ประวตั กิ ฬี าวอลเล่ย์บอลในประเทศไทย วอลเลย่ ์บอลกับการแข่งขนั ระดบั นานาชาติ ประโยชน์ของการเล่นกฬี าวอลเล่ย์บอล มารยาทในการเป็นผู้เลน่ และผู้ชมทีด่ ี การดแู ล รกั ษาอุปกรณ์กีฬาวอลเลย่ ์บอล ปฏบิ ัตทิ กั ษะเบ้ืองตน้ ของการเล่นกีฬาวอลเล่ยบ์ อล ทักษะการ เคลื่อนไหวและการแตะชลู ูกด้วยมอื ลา่ งสองมอื และมือบนสองมือ ทักษะการเสริ ์ฟลกู วอลเล่ยบ์ อล ดว้ ยมือล่างและมอื บน ทักษะการเสิร์ฟลูกวอลเลย่ ์บอลด้วยการกระโดดเสิร์ฟ ทักษะการกระโดดตบ ลกู วอลเลย่ ์บอล ทักษะการสกัดกัน้ ทักษะพนื้ ฐานการเลน่ เปน็ ทีม การวางตาแหน่งของผู้เล่น กติกา การแขง่ ขนั วอลเล่ย์บอล วธิ ีการเลน่ เป็นทมี เทคนคิ ในการเล่นเป็นฝ่ายโจมตหี รือฝ่ายรุก เทคนคิ ในการ เล่นเป็นฝ่ายป้องกนั หรอื ฝ่ายรับ กตกิ าการแข่งขนั การเลน่ ขนาดและอุปกรณ์การเลน่ เจ้าหน้าทแ่ี ละ หนา้ ท่ี ผู้เล่น ผู้เลน่ สารองและผฝู้ ึกสอน ข้อกาหนดการแขง่ ขัน การผิดระเบียบ นาผลการปฏิบตั ิตน เกย่ี วกับทักษะกลไกและทักษะการเคลื่อนไหวและนาขอ้ มูลมาสรุปเปน็ วธิ ีท่ีเหมาะสมกบั ตนเอง สามารถเปรยี บเทียบประสิทธภิ าพและรปู แบบการเคลื่อนไหวทีส่ ่งผลตอ่ การเล่นและกจิ กรรมใน ชีวิตประจาวัน อธิบายหลกั การเคล่ือนไหวท่ีใชท้ ักษะกลไกและทกั ษะพน้ื ฐานทน่ี าไปสู่การพฒั นา ทักษะการเล่นกฬี า กีฬาไทยและกฬี าสากลประเภทบุคคลและทมี โดยใช้ทักษะพื้นฐานตามชนดิ กฬี า อยา่ งละ 1 ชนิด กิจกรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กิจกรรม ความสาคัญของการออกกาลังกายและ การเล่นกีฬาท่ีเลือกและการเล่นกฬี าและการทางานเป็นทมี อย่างสนกุ สนาน ความแตกตา่ งระหว่าง วธิ ีการเล่นกีฬาของตนเองกับผอู้ ่ืน โดยนาเทคนิคการเรียนการสอนกฬี าวอลเลย่ ์บอลมาสอนและใชใ้ นการฝกึ ปฏบิ ัติ มุ่งเน้นให้ผู้เรียนใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ การฝกึ ทกั ษะโดยใชก้ ิจกรรมการเคล่อื นไหว การ ออกกาลงั กาย การเลน่ เกมและการเลน่ กฬี าวอลเล่ย์บอล เป็นเครือ่ งมอื และแนวทางในการฝกึ ทกั ษะพนื้ ฐานในการเลน่ กีฬาวอลเลย่ ์บอล รวมท้งั การเสริมสรา้ งสมรรถภาพเพือ่ สขุ ภาพและ สมรรถภาพที่เกย่ี วขอ้ งกับการเลน่ กฬี าวอลเล่ยบ์ อล ทงั้ ทางดา้ นร่างกาย จติ ใจ อารมณ์ สงั คม และสติปญั ญา การสร้างเจตคติทีด่ ี และสามารถนาไปปฏบิ ตั อิ ยู่เป็นประจาอย่างสมา่ เสมอ เพ่ือให้ผู้เรยี นเกิดการเรียนรู้ มีทกั ษะพื้นฐานในการเล่นกีฬาวอลเลย่ บ์ อล มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ได้แก่ รักษช์ าติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซือ่ สัตย์ สุจรติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อย่างพอเพยี ง มงุ่ ม่ันในการทางาน รกั ษาความเปน็ ไทย มคี วาม รับผิดชอบ มีจิตสาธารณะ มคี วามรบั ผิดชอบ มีความเชื่อม่ันในตนเอง พรอ้ มทั้งตระหนกั และ เห็นคุณค่าและเจตคตทิ ี่ดีในการออกกาลงั กาย ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กิดประโยชน์และห่างไกลจากยาเสพ ตดิ สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ ห้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ชมุ ชน และสงั คมส่วนรวมอยา่ งเปน็ สุข ตวั ชวี้ ดั

๑๐๔ พ.3.1 ม.3/1 , พ.3.1 ม.3/2 , พ.3.1 ม.3/3 พ.3.2 ม.3/1 , พ.3.2 ม.3/2 , พ.3.2 ม.3/3 , พ.3.2 ม.3/4 , พ.3.2 ม.3/5 รวมทงั้ หมด 14 ตวั ชีว้ ัด คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน พ 23104 พลศึกษา (บาสเกตบอล) กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศึกษาและพลศึกษา ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 20 ชวั่ โมง/ภาค จานวน 0.5 หนว่ ย กติ ศกึ ษาประวัติ ความเปน็ มาและความร้ทู ัว่ ไปเกี่ยวกบั กีฬาบาสเกตบอล ประวัติกฬี า ในสหรฐั อเมรกิ า ในประเทศไทย บาสเกตบอลกับการแข่งขันระดับนานาชาติ ประโยชนข์ องการ เลน่ กีฬาบาสเกตบอล มารยาทในการเป็นผเู้ ลน่ และผูช้ มท่ดี ี การดูแลรกั ษาอปุ กรณก์ ีฬา บาสเกตบอล ปฏบิ ัติทักษะเบ้อื งตน้ ของการเลน่ กีฬาบาสเกตบอล การทรงตัว การหยดุ การ ครอบครองลูกและการหมุนตัน การส่งลูกบาสเกตบอล การรบั ลูกบาสเกตบอล การเล้ยี งลกู บาสเกตบอล ทกั ษะขั้นสงู ของการเล่นกฬี าบาสเกตบอล การยงิ ประตบู าสเกตบอล การหลอกลอ่ ทักษะการเลน่ เปน็ ทมี กฬี าบาสเกตบอล ตาแหนง่ และการวางตัวผู้เล่น วธิ กี ารเลน่ เปน็ ทมี เทคนิค ในการเลน่ เปน็ ฝ่ายโจมตีหรือฝ่ายรกุ เทคนิคในการเล่นเปน็ ฝ่ายป้องกันหรอื ฝ่ายรบั กติกาการ แข่งขัน การเล่น ขนาดและอปุ กรณ์การเลน่ เจ้าหน้าที่และหนา้ ท่ี ผู้เลน่ ผู้เล่นสารองและผูฝ้ กึ สอน กฎข้อบงั คับเกยี่ วกับเวลา ขอ้ กาหนดการแขง่ ขัน การผิดระเบียบ การฟาล์วบคุ คล การฟาล์วเทคนิค นาผลการปฏบิ ตั ติ นเก่ยี วกับทักษะกลไกและทกั ษะการเคล่อื นไหวและนาขอ้ มูลมาสรปุ เปน็ วิธีท่ี เหมาะสมกับตนเอง สามารถเปรียบเทียบประสทิ ธภิ าพและรปู แบบการเคลื่อนไหวท่สี ง่ ผลตอ่ การ เลน่ และกจิ กรรมในชวี ติ ประจาวัน อธบิ ายหลกั การเคล่ือนไหวที่ใช้ทักษะกลไกและทกั ษะพน้ื ฐานที่ นาไปสู่การพัฒนาทกั ษะการเลน่ กฬี า กีฬาไทยและกฬี าสากลประเภทบุคคลและทมี โดยใชท้ ักษะ พ้ืนฐานตามชนดิ กฬี าอย่างละ 1 ชนิด กจิ กรรมนันทนาการอย่างน้อย 1 กจิ กรรม ความสาคญั ของ การออกกาลังกายและการเลน่ กีฬาท่ีเลือกและการเล่นกีฬาและการทางานเป็นทีมอยา่ งสนุกสนาน ความแตกต่างระหว่างวธิ ีการเลน่ กฬี าของตนเองกบั ผู้อนื่ โดยนาเทคนิคการเรียนการสอนแบดมนิ ตนั มาสอนและใชใ้ นการฝึกปฏบิ ัติ มงุ่ เนน้ ให้ ผเู้ รยี นใช้กระบวนการแสวงหาความรู้ การฝึกทักษะโดยใช้กจิ กรรมการเคลือ่ นไหว การออกกาลัง กาย การเลน่ เกมและการเลน่ กีฬาบาสเกตบอล เปน็ เครอื่ งมือและแนวทางในการฝกึ ทกั ษะพน้ื ฐาน ในการเล่นกีฬาบาสเกตบอล รวมท้งั การเสรมิ สรา้ งสมรรถภาพเพือ่ สุขภาพและสมรรถภาพที่ เก่ียวข้องกับการเล่นบาสเกตบอล ท้ังทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญา การ สร้างเจตคตทิ ่ดี ี และสามารถนาไปปฏิบัตอิ ยเู่ ปน็ ประจาอย่างสม่าเสมอ

๑๐๕ เพ่ือใหผ้ ู้เรียนเกิดการเรียนรู้ มีทกั ษะพน้ื ฐานในการเล่นกฬี าบาสเกตบอล มีคุณธรรม จรยิ ธรรม คา่ นิยม คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ไดแ้ ก่ รักษ์ชาติ ศาสนา พระมหากษตั ริย์ ซือ่ สัตย์ สจุ รติ มวี ินยั ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง ม่งุ ม่ันในการทางาน รักษาความเป็นไทย มคี วาม รบั ผดิ ชอบ มีจติ สาธารณะ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีความเชือ่ มนั่ ในตนเอง พร้อมทั้งตระหนักและ เหน็ คุณค่าและเจตคตทิ ี่ดีในการออกกาลงั กาย ใช้เวลาว่างใหเ้ กดิ ประโยชนแ์ ละหา่ งไกลจากยาเสพ ตดิ สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ให้เกดิ ประโยชน์แก่ตนเอง ชมุ ชน และสังคมสว่ นรวมอยา่ งเปน็ สุข ตัวชี้วดั พ.3.1 ม.2/1 , พ.3.1 ม.2/2 , พ.3.1 ม.2/3 , พ.3.1 ม.2/4 พ.3.2 ม.2/1 , พ.3.2 ม.2/2 , พ.3.2 ม.2/3 , พ.3.2 ม.2/4 , พ.3.2 ม.2/5 รวมทงั้ หมด 16 ตวั ชีว้ ัด โครงสร้างกลุม่ สาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ระดับมัธยมศกึ ษาตอนตน้ รายวิชาพืน้ ฐาน ศ ๒๑๑๐๑ ศิลปะพน้ื ฐาน(ทัศนศิลป์) จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ ศ ๒๑๑๐๒ ศลิ ปะพน้ื ฐาน(ดนตรี-นาฏศลิ ป์) จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต ศ ๒๒๑๐๑ ศลิ ปะพืน้ ฐาน(ทศั นศลิ ป)์ จานวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ศ ๒๒๑๐๒ ศิลปะพน้ื ฐาน(ดนตรี-นาฏศิลป)์ จานวน ๔๐ ชัว่ โมง ๑.๐ หน่วยกติ ศ ๒๓๑๐๑ ศลิ ปะพ้ืนฐาน(ทศั นศลิ ป)์ จานวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หน่วยกิต ศ ๒๓๑๐๒ ศลิ ปะพน้ื ฐาน(ดนตรี-นาฏศลิ ป)์ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ รายวชิ าเพิ่มเตมิ จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต ศ ๒๑๒๐๑ ศิลปะสร้างสรรค์ 1 จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต จานวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ ศ ๒๑๒๐๒ ศลิ ปะสร้างสรรค์ ๒ จานวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ ศ ๒๒๒๐๑ ศลิ ปะสร้างสรรค์ ๓ ศ ๒๒๒๐๒ ศลิ ปะสร้างสรรค์ 5 ศ ๒๓๒๐๑ ศลิ ปะสร้างสรรค์ ๕

ศ ๒๓๒๐๒ ศลิ ปะสร้างสรรค์ ๖ ๑๐๖ จานวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต คาอธิบายรายวชิ าศลิ ปะพนื้ ฐาน รหสั วชิ า ศ21101 รายวชิ า ทัศนศิลป์ กล่มุ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ระดบั ชัน้ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 เวลา 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (1.0 หน่วยกิต) ภาคเรียนท่ี 1

๑๐๗ มีความรู้ความเข้าใจในองค์ประกอบศิลป์ ทัศนธาตุ สร้างและนาเสนอผลงานทาง ทัศนศิลป์จากจินตนาการ โดยสามารถใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสม รวมทั้งสามารถใช้เทคนิค วธิ ีการของศิลปินในการสร้างงานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธภิ าพ วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทศั นศิลป์ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็นคุณค่าของงานศิลปะที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิ ปัญญาท้องถ่ิน ภูมิปัญญาไทยและสากล ช่ืนชม ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวัน โดยใช้ กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นหาข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการพิจารณา คุณค่า เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถนาไปปฏิบัติและประยุกต์ใช้ในชวี ิตประจาวัน ไดอ้ ย่างเหมาะสม ศิลปะสร้างสรรค์ (เพิม่ เติม) 1. กระปกุ ออมสนิ 2. หนา้ กากเปเปอร์มาเช่ 3. หล่อปนู พลาสเตอร์ 4. เพ้นท์ปนู พลาสเตอร์ 5. เพน้ ทผ์ ้าบนวัสดุ 6. ภาพพมิ พ์ Wood cut (ขาวดา-ส)ี รหสั ตวั ช้ีวัด ศ 1.1 ม.1/1-6 ศ 1.2 ม.1/1-3 รวมทั้งหมด ๙ ตวั ช้ีวดั คาอธบิ ายรายวชิ าศลิ ปะพนื้ ฐาน รหัสวชิ า ศ2110๒ รายวิชา ดนตร-ี นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ระดับช้ันชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 เวลา 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (1.0 หนว่ ยกติ ) ภาคเรยี นท่ี 1

๑๐๘ ศึกษาและฝึกปฏิบัติงานศิลปะด้านขับร้อง ดนตรีใน เครื่องหมายและสัญลักษณ์ทาง ดนตรี การขับร้องและการบรรเลงเครื่องดนตรปี ระกอบการขับรอ้ ง บทบาทและอิทธพิ ลของ ดนตรี องค์ประกอบของดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม ประเภทของวงดนตรีไทย และวงดนตรี ท่มี าจากวัฒนธรรมต่างๆ ศึกษาวิเคราะห์ และฝกึ ปฏิบัตเิ พอ่ื ให้มีความรู้ และความสามารถเก่ียวกับนาฏยศัพท์ หรือศัพท์ทางการละครในการแสดง รูปแบบการแสดงนาฏศิลป์พ้ืนบ้าน นาฏศิลป์นานาชาติ โดยใช้ทักษะในการทางานเป็นกลุ่มในกระบวนการผลิต การแสดง การแสดงความคิดเห็น ความรู้สึกในการชมการแสดงโดยใช้เกณฑ์ง่ายๆ ท่ีกาหนดให้ในการพิจารณาคุณภาพการ แสดงทชี่ ม โดยเน้นเรือ่ งการใช้เสยี ง การแสดงทา่ และการเคลือ่ นไหว มีความรู้ความเข้าใจ ทักษะพ้ืนฐานทางนาฏศิลป์ ได้แก่ นาฏยศัพท์ ละคร ระบา เบ็ดเตล็ด ราวงมาตรฐาน การถ่ายทอดความรู้ทางด้านการแสดงในรูปแบบต่างๆ จัด กิจกรรมทางนาฏศิลป์และตระหนักในคุณค่าของประเพณีและวัฒนธรรมไทย โดยใช้ กระบวนการการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสร้างเสริม คุณลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ การเรียนรู้เทคนิค วิธีการทางาน ตลอดจนเปิดโอกาส ให้แสดงออกอย่างอิสระ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์ งานนาฏศลิ ป์ดว้ ยความชืน่ ชมและเห็นคณุ ค่าของนาฏศิลปไ์ ทย นาฏศิลป์นานาชาติ รหัสตัวชี้วัด ศ 2.1 ม.1/1, 3-4 ศ 2.2 ม.1/1-2 ศ 3.1 ม.1/2-5 ศ 3.2 ม.1/2 คาอธบิ ายรายวชิ าศิลปะพ้ืนฐาน รหัสวชิ า ศ2๒101 รายวิชา ทัศนศิลป์ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ระดบั ชน้ั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๒ เวลา 1 ชว่ั โมง/สปั ดาห์ (1.0 หน่วยกิต) ภาคเรียนที่ 1

๑๐๙ ศึกษาและฝึกปฏิบัติเพือ่ ให้มีความรู้ ความสามารถเก่ียวกับรูปแบบของทัศนธาตุและ แนวคิดในงานทัศนศิลป์ ความเหมือนและความแตกต่างของรูปแบบการใช้วัสดุ อุปกรณ์ ใน งานทัศนศิลป์ของศิลปิน เทคนิคในการวาดภาพส่ือความหมาย การประเมินและการวจิ ารณ์ นาผลงานการประเมินไปพัฒนางานทัศนศิลป์ สร้างงานทัศนศิลป์ในการโฆษณาและนา ความรู้ไปใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน บรรยาย เก่ียวกับวัฒนธรรมท่ีสะท้อนในงานทัศนศิลป์ในแต่ละยุคสมัย เปรียบเทียบแนวคิดในการ ออกแบบงานทัศนศลิ ป์ทมี่ าจากวฒั นธรรมไทยและสากล โดยใช้กระบวนการสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการคิด การวิจารณ์ อภิปราย กระบวนการสืบค้นข้อมูล และนาเสนอผลงาน กระบวนการเรียนรู้ แบบบูรณาการ และกระบวนการสร้างเสริมคุณลักษณะท่พี ึงประสงค์ เพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ การเรียนรู้เทคนิควิธีการทางาน การเปิดโอกาสให้ แสดงออกอย่างอิสระ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานทศั นศิลป์ ดว้ ยความชน่ื ชมและเห็นคุณคา่ งานศิลปะท่ีมบี ริบทมาจากศลิ ปวฒั นธรรมไทยและสากล ศลิ ปะสร้างสรรค์ (เพ่ิมเติม) 1. กระปกุ ออมสิน 2. หนา้ กากเปเปอรม์ าเช่ 3. หลอ่ ปนู พลาสเตอร์ 4. เพ้นทป์ ูนพลาสเตอร์ 5. เพน้ ท์ผ้าบนวัสดุ 6. ภาพพิมพ์ Wood cut (ขาวดา-สี) รหัสตวั ช้วี ดั ศ 1.1 ม.2/1-6 ศ 1.2 ม.2/1 รหัสวิชา ศ2๒10๒ คาอธิบายรายวิชาศิลปะพืน้ ฐาน ศิลปะ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้

๑๑๐ ระดับชน้ั ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (1.0 หน่วยกติ ) ภาคเรียนท่ี ๒ ศึกษาประวัติและความเป็นมาของดนตรีไทย ลักษณะของวงดนตรีไทย การปฏิบัติ เครื่องดนตรีไทย การขับร้องเพลงไทย หลักการฟังและวิเคราะห์เพลงไทย อาชีพท่ีเก่ียวกับ ความบันเทิง ทฤษฎีดนตรีสากล การผสมวงดนตรีสากล ฝึกปฏิบัตเิ ครื่องดนตรี ขับร้องเพลง สากล หลักการฟังและวิเคราะห์ อ่าน เขียน ร้องโน้ตไทย โน้ตสากลที่มีเคร่ืองหมายแปลง เสียง บรรยายอิทธิพลของวัฒนธรรมและเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ท่ีมีต่อดนตรีในประเทศ ไทย มีความรู้ ความเข้าใจเรื่องทักษะพ้ืนฐานด้านนาฏศิลป์ ได้แก่ ละครเวที ละคร สร้างสรรค์ นาฏศิลป์มาตรฐาน นาฏศิลป์พื้นเมือง วิธรการแสดงโขน การด้นสดภายใต้ สถานการณ์ท่ีกาหนด การแสดงเป็นตวั ละคร การใช้ร่างกาย และภาษาในการสอื่ ความหมาย การทาความเข้าใจเกี่ยวกับการสร้างนาฏกรรม เสียง (Drama) ฝึกทักษะนาฏศิลป์ไทย นาฏศิลป์พ้ืนเมือง ใช้สุนทรียะทางนาฏศิลป์วิเคราะห์ และการประดิษฐ์ท่ารา รวมท้ังการ บริหารจัดการแสดงนาฏศิลป์ไทย และตระหนักในคุณค่าของการจัดกิจกรรมนาฏศิลป์ เพ่ือ บ่งบอกถงึ คา่ นิยมประเพณีและวัฒนธรรม รหัสตวั ชี้วดั ศ 2.1 ม.2/1-7 ศ 2.2 ม.2/1-2 ศ 3.1 ม.2/1-3 ศ 3.2 ม.2/1-2 คาอธิบายรายวชิ าศิลปะพืน้ ฐาน รหัสวิชา ศ2๓10๑ รายวิชา ทัศนศิลป์ กล่มุ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ ระดบั ชั้นชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา 1 ช่ัวโมง/สปั ดาห์ (1.0 หน่วยกิต) ภาคเรียนท่ี ๑

๑๑๑ ศึกษาเก่ียวกับทัศนธาตุ หลักการออกแบบ และวิธีการนามาใช้สร้างงานทัศนศิลป์ รวมท้ังศึกษาผลงาน เทคนิค วิธีการของศิลปินไทยในการสร้างงานทัศนศิลป์ การสร้างงาน ทัศนศิลป์ท้ังไทยและสากล การใช้หลักการออกแบบในการสร้างงานสื่อผสม การสร้างงาน ทศั นศิลป์แบบ ๒ มิติ และ ๓ มิติ เพื่อถ่ายทอดประสบการณ์และจนิ ตนาการ อย่างสร้างสรรค์ การวิเคราะห์วิจารณ์งานทัศนศิลป์ของตนเองและผู้อื่นตามกระบวนการวิจารณ์งานทัศนศิลป์ ศึกษารูปแบบวัฒนธรรมในการสร้างบ้านเรือนไทย ประเพณีไทย และอาชีพท่ีเก่ียวข้องกับงาน ทัศนศิลป์ ศึกษารูปแบบ ข้ันตอน และหลักในการจัดนิทรรศการ และเกณฑ์ท่ีใช้ในการ ประเมินผลงานทัศนศิลป์ รวมทง้ั ศึกษารูปแบบศิลปะไทยในสมัยรัตนโกสินทร์ และรูปแบบของ ศิลปะสากล ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ประมวลความรู้ออกมาอย่างเป็นระบบ และใช้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ การใช้จินตนาการ ทักษะการลงมือปฏิบัติโดยผ่านกระบวนการคิด อย่าง มที ักษะและกระบวนการคิดทส่ี รา้ งสรรค์ ตลอดจนสามารถนาความรู้ไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม รู้จกั นาสง่ิ ท่ีได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าและสร้างสรรค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงามสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดการพัฒนาทางด้านทักษะ กระบวนการคดิ การลงมอื ปฏิบัติ การแสดงออก และการวเิ คราะห์เรอื่ งราวอย่างเป็นระบบ ศลิ ปะสรา้ งสรรค์ (เพ่ิมเตมิ ) 1. กระปกุ ออมสนิ 2. หน้ากากเปเปอร์มาเช่ 3. หล่อปูนพลาสเตอร์ 4. เพ้นท์ปูนพลาสเตอร์ 5. เพน้ ทผ์ ้าบนวัสดุ 6. ภาพพิมพ์ Wood cut (ขาวดา-สี) รหัสตวั ชว้ี ัด ศ 1.1 ม.3/1-6 ,11 ศ 1.2 ม.3/1-2 รหัสวิชา ศ2๓10๒ คาอธิบายรายวชิ าศิลปะพ้ืนฐาน ศิลปะ รายวิชา ดนตรี-นาฏศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้

๑๑๒ ระดบั ช้ันช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ เวลา 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (1.0 หน่วยกิต) ภาคเรยี นท่ี ๒ ร้องเพลง เล่นดนตรีเดี่ยวและรวมวง โดยเน้นเทคนิคการร้อง การเล่น การแสดงออก และคุณภาพเสียง อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องค์ประกอบดนตรีในการสร้างสรรค์งาน ดนตรีของตนเอง เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างงานดนตรีของตนเองและผู้อ่ืน อธิบาย เก่ียวกับอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสังคม นาเสนอหรือจัดการแสดงดนตรีท่ีเหมาะสม โดยการบูรณาการกับสาระการเรียนรู้อื่นในกลุ่มศิลปะบรรยายวิวัฒนาการของดนตรีแต่ละยุค สมยั มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับองค์ประกอบของบทละคร ได้แก่ โครงเรื่อง ตัวละคร ความคิดหรือแก่นของเรื่อง บทสนทนา ใช้นาฏยศัพท์ได้อย่างเหมาะสม เปรยี บเทียบการแสดง อากัปกิริยาของผู้คนในชีวิตประจาวันกับการแสดง สร้างสรรค์ภาษาท่าที่มาจากธรรมชาติและ จากการประดิษฐ์ จัดการแสดงเป็นหมู่ เดี่ยว การแสดงละครเป็นชุดเป็นตอน ประดิษฐ์ท่ารา และท่าทางประกอบการแสดง วิจารณ์นาฏศิลปต์ ามหลักองคป์ ระกอบและสนุ ทรยี ภาพ จัดการ แสดงละครกับชีวิต จัดทาอุปกรณ์และเครื่องแต่งกาย ตระหนักและเห็นคุณค่าบ่งบอก ความสาคญั ของนาฏศลิ ป์ การละครในชวี ติ ประจาวัน โดยใช้กระบวนการ การสร้างความรู้ความเข้าใจ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ กระบวนการฝึกปฏิบัติ กระบวนการประยุกต์และนาไปใช้ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสืบคน้ และกระบวนการสร้างเสรมิ คุณลักษณะที่พงึ ประสงค์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ ทักษะ การแสดงออกอย่างอิสระ มีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ จินตนาการ มีสุนทรียภาพ สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ที่มีบริบทมาจาก ศลิ ปวัฒนธรรมไทย รว่ มอนรุ ักษ์ชน่ื ชมและเห็นคุณค่าของนาฏศลิ ปแ์ ละละครในชวี ติ ประจาวัน รหสั ตวั ช้ีวัด ศ 2.1 ม.3/2, 4-7 ศ 2.2 ม.3/1 ศ 3/1 ม.3/1 ,3 ,5 รหัสวิชา ศ2๑๒๐๑ คาอธบิ ายรายวชิ าศลิ ปะ(เพ่มิ เตมิ ) ศลิ ปะ รายวิชา องค์ประกอบศิลป์ กลุ่มสาระการเรียนรู้

๑๑๓ ระดับชน้ั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ เวลา 1 ชว่ั โมง/สัปดาห์ (๐.๕ หน่วยกติ ) ภาคเรยี นที่ ๑ ศึกษาหลักการจัดภาพ การสรางเอกภาพโดยการนาสวนประกอบท่ีสาคญั ของศิลปะ เชน จดุ เสน สี รปู ทรง ลกั ษณะพ้นื ผิว และพ้ืนที่วาง ปฏิบัติการสรางงาน องคประกอบศิลป ดวยรูปทรงพ้ืนฐาน เชน รูปทรงเรขาคณิต รูปทรงอิสระ และรูปทรงธรรมชาติ โดยกาหนดเรื่องราวตามความเหมาะสมนามาจัดภาพ โดยใชหลักการทางองคประกอบศิลป์ ผลการเรียนรู้ ๑. มคี วามรคู วามเขาใจในหลกั และทฤษฎอี งคประกอบศิลปขัน้ พ้นื ฐาน ๒. มีความเขาใจ วิธีการสรางงานองคประกอบศิลป การจัดวางรูปราง รูปทรงให สมั พันธกับเนื้อท่ีวาง โดยคานึงถึงหลักในการจัดภาพ ความสัมพันธระหวางเนื้อหา รูปแบบ เทคนคิ วิธกี ารใชวสั ดุ โดยการสรางสรรคงานดวยการทานา้ หนัก ขาว–ดา ๓. มีทักษะการทางานองคประกอบศิลปดวยการทาน้าหนัก ขาว– ดา ที่สอดคลอง กับหลกั การและความคดิ สรางสรรค 4. มีทักษะการใชวัสดุในการสรางสรรคงานองคประกอบไดเหมาะสมกับกลวิธีและทอง ถนิ่ 5. มีทักษะในการเลือกใชเทคโนโลยีชวยในการปฏบิ ัติงานไดอยา่ งสอดคลองกบั ภูมิ ปัญญาไทย 6. มีทักษะในการประเมินคุณคาผลงานของตนเอง และเพ่อื นรวมช้นั คาอธิบายรายวิชาศลิ ปะ(เพมิ่ เติม ) รหสั วชิ า ศ2๑๒๐๒ รายวชิ า จติ รกรรม กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ

๑๑๔ ระดับชน้ั ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ เวลา 1 ช่วั โมง/สัปดาห์ (๐.๕ หน่วยกติ ) ภาคเรยี นท่ี ๒ ศึกษาความหมายของการเขียนภาพระบายสี วัสดุอุปกรณ์ท่ีใช้ในการเขียนภาพ ฝึก ปฏิบัติงานเขียนภาพท่ีแสดงรูปแบบและไม่แสดงรูปแบบ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ เก่ยี วกับองค์ประกอบการเขียนภาพ และสามารถเขียนภาพต่างๆได้อยา่ งเพลิดเพลนิ ใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติออกแบบอยา่ งสร้างสรรค์ รู้จักประยุกต์ ใช้กระบวนการคิด วิเคราะหอ์ ย่างสร้างสรรค์ สรา้ งผลงานอย่างมคี ณุ ภาพ เพื่อให้เกดิ ความคิด ความเขา้ ใจ และเจตคตทิ ี่ดี สามารถนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน ผลการเรยี นรู้ 1. มีความรพู้ ืน้ ฐานเกยี่ วกับองค์ประกอบศลิ ป์หรอื ทัศนธาตุ 2. นาความรเู้ รอ่ื งทัศนธาตุมาประกอบในการเขยี นภาพทแ่ี สดงมิตไิ ด้ 3. เขยี นภาพตา่ งๆทม่ี รี ูปแบบและไมม่ ีรูปแบบโดยการา่ งภาพง่ายๆ 4. ปฏบิ ัตงิ านเขยี นภาพระบายสีในรปู แบบทก่ี าหนดใหแ้ ละคดิ เอง 5. นาเสนอและอธบิ ายรูปแบบของงานท่ีสร้างสรรค์ขน้ึ คาอธบิ ายรายวชิ าศิลปะ(เพมิ่ เติม ) รหสั วิชา ศ2๒๒๐๑ รายวิชา ทฤษฎีสี 1 กลมุ่ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ

๑๑๕ ระดับชัน้ ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒ เวลา 1 ชัว่ โมง/สปั ดาห์ (๐.๕ หนว่ ยกิต) ภาคเรยี นท่ี ๑ ศึกษาความเป็นมาของสี ประเภทของสีความหมายของสี การเกดิ สี แม่สีวตั ถุธาตุ แม่ สีแสง จิตวิทยาของสี หลักการผสมสี วงล้อสี แผนภูมิการแบ่งสี คุณลักษณะของสี สี ธรรมชาติและสีสังเคราะห์การนาหลักการใช้สไี ปใชใ้ นงานตกแตง่ โดยท่วั ไปได้อยา่ งลงตัว ผลการเรยี นรู้ 1. เพอ่ื ใหเ้ ข้าใจถึงความเปน็ มาของสแี ละประเภทของสี 2. รแู้ ละทราบเข้าใจถงึ แม่สวี ัตถุธาตุ และแมส่ ีแสง 3. ความหมายของสแี ละการเกดิ สี สีธรรมชาติและสสี ังเคราะห์ 4. เข้าใจเกี่ยวกับหลกั การผสมสี วงล้อสี แผนภูมกิ ารแบ่งสี 5. รูแ้ ละเขา้ ใจเก่ยี วกบั จิตวทิ ยาของสี คุณลักษณะของสี และประโยชน์ของการใช้สีใน การเขยี นภาพ และงานตกแต่งโดยท่ัวไป 6. มีความรคู้ วามชานาญในการเขียนภาพระบายสี ซ่งึ จะเปน็ พื้นฐานนาไปสกู่ าร ปฏบิ ัติจริงในระดบั ทีส่ ูงข้นึ คาอธิบายรายวิชาศลิ ปะ(เพิม่ เตมิ ) รหัสวชิ า ศ2๒๒๐๒ รายวิชา ทฤษฎสี ี ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ

๑๑๖ ระดับชน้ั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ เวลา 1 ชวั่ โมง/สปั ดาห์ (๐.๕ หน่วยกิต) ภาคเรยี นท่ี ๒ ศึกษาทัศนธาตุต่างๆ เช่น จุด เส้น รูปร่าง รูปทรง สี พื้นผิว ศึกษาหลักการ ออกแบบ หลักการจัดองค์ประกอบศิลป์ และนาหลักการออกแบบ การจัดองค์ประกอบ และทัศนธาตุมาใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ เพ่ือถ่ายทอดประสบการณ์และจินตนาการ อย่างสร้างสรรค์ เรียนรู้คุณสมบัติของสีประเภทต่างๆพร้อมท้ังลงมือปฏิบัติเพ่ือฝึกทักษะ การลงสี รวมทั้งศกึ ษารปู แบบศิลปะไทยในสมัยรตั นโกสินทร์ และรปู แบบของศลิ ปะสากล ใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ประมวลความรู้ออกมาอย่างเป็นระบบ และใช้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ การใช้จินตนาการ ทักษะการลงมือปฏิบัติโดยผ่านกระบวนการ คดิ อย่างสร้างสรรค์ เพ่ือให้เกิดการพัฒนาทางด้านทักษะกระบวนการคิด การลงมือปฏิบัติ และการแสดงออก มที ักษะและกระบวนการคิดท่ีสร้างสรรค์ ตลอดจนสามารถนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์ ในชีวิตประจาวันได้อย่างเหมาะสม รู้จักนาส่ิงที่ได้เรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ให้เกิดคุณค่าและ สร้างสรรค์ มีคณุ ธรรม จริยธรรมและค่านิยมท่ดี งี าม ผลการเรียนรู้ ๑. นกั เรยี นสามารถสร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์โดยใช้ทัศธาตตุ ่างๆไดอ้ ย่างเหมาะสม ๒.นกั เรียนสามารถออกแบบงานทัศนศลิ ป์โดยใชห้ ลกั การออกแบบและหลกั การ จดั องคป์ ระกอบศิลป์ได้อย่างสร้างสรรค์ ๓.นกั เรียนสามารถสรา้ งสรรค์งานทัศนศลิ ปป์ ระเภทต่างๆ ไดอ้ ย่างสร้างสรรค์ ๔.นักเรียนร้จู ักและสามารถอธิบายเกย่ี วกับประวัติศาสตร์ศิลปะตะวนั ตกและ ตะวนั ออกได้ ๕.นกั เรียนสามารถนาความรูท้ ีไ่ ด้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวันได้ ๖.นกั เรียนไดฝ้ ึกทักษะ และพัฒนากระบวนการและเทคนิคในการสรา้ งสรรค์งาน ศิลปะ คาอธบิ ายรายวิชาศลิ ปะ(เพมิ่ เตมิ ) รหสั วิชา ศ2๓๒๐๑ รายวิชา ความรทู้ ั่วไปเก่ียวกบั ศิลปะ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ศิลปะ

๑๑๗ ระดบั ช้ันชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ เวลา 1 ชัว่ โมง/สัปดาห์ (๐.๕ หน่วยกิต) ภาคเรยี นที่ ๑ ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับประวัติ ความหมาย การจาแนกประเภทศิลปะ ความรู เก่ยี วกับหลกั และกฎเกณฑของลทั ธิ ศลิ ปะที่สมั พนั ธกับทฤษฎีสรางสรรคแบบเหมอื นจริง ตัด ทอนบางสวนและตัดทอนทั้งหมด กระบวนการเทคนิควิธีการและขั้นตอนสาคัญในการ ทางานจิตรกรรม ประติมากรรมภาพพิมพสื่อผสมและศิลปะจัดวาง ลักษณะรูปแบบ คุณค าศิลปะไทย ศิลปะสมัยใหมและศิลปะรวมสมัยเทคโนโลยีกับการพัฒนารูปแบบศิลปะ รวมทง้ั ศึกษาวธิ กี ารอนรุ กั ษ สืบสาน พัฒนา รูปแบบศิลปะ ใหสอดคลองกับการจดั การเชิง ธรุ กจิ และมีคณุ คาส่งเสริมจิตสานกึ คณุ ธรรม จรยิ ธรรมและคานยิ มท่ีดี ผลการการเรียนรู้ 1. เขาใจความหมาย ประวตั กิ ารจาแนกประเภทงานศิลปะ 2. เขาใจหลกั ทฤษฏีการสรางสรรคศลิ ปะ ลทั ธิศิลปะ และรปู แบบของการสรางสรรค ศิลปะ 3. จาแนกกระบวนการวิธีการและขั้นตอนทางาน จติ รกรรม ประติมากรรม ภาพ พมิ พ์ สอื่ ผสมและศลิ ปจัดวาง 4. เขาใจรูปแบบ คุณคา และกระบวนการสรางสรรค ศลิ ปะไทย ศิลปะสมยั ใหม และศิลปะรวมสมยั 5. เขาใจและสามารถอนุรักษสบื สาน พัฒนาศิลปะใหสอดคลองกับการจัดการเชิงธุรกจิ 6. สามารถปฏบิ ัติงานศลิ ปกรรมเบอ้ื งตน รหสั วชิ า ศ2๓๒๐๒ คาอธบิ ายรายวชิ าศิลปะ(เพม่ิ เตมิ ) รายวิชา วิจติ รศิลป์ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ

๑๑๘ ระดับชัน้ ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ เวลา 1 ช่วั โมง/สปั ดาห์ (๐.๕ หน่วยกิต) ภาคเรียนท่ี ๒ ศึกษางานด้านวิจิตรศิลป์ พัฒนาทักษะและความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ สามารถ สร้างสรรค์ศิลปะอย่างมีอิสระ มีการบูรณาการ ผลงานสร้างสรรค์ท่ีสะท้อนความรู้เท่าทันต่อ กระแสโลกในยุคปัจจุบัน โดยมีบริบทของวัฒนธรรมเป็นกรอบ มีทักษะและความรู้ ความสามารถในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะมีความรู้ทางศิลปะที่ได้มาตรฐานสากล มี ความสามารถนาความรู้ทางศิลปะมาใช้ประโยชน์ทางศิลปวัฒนธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีคณุ ธรรม จริยธรรมและมีความรบั ผิดชอบต่อสงั คม ผลการเรียนรู้ 1. เพื่อใหม้ คี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับคณุ สมบตั ิ วธิ ีการเก็บรกั ษาเคร่ืองมือวัวดุ อปุ กรณว์ าดเขียน 2. เพ่อื ใหเ้ ขา้ ใจข้ันตอนกระบวนการวาดเขียน 3. เพอ่ื ใหม้ ีความรู้ในการคิดเปน็ ทาเป็น และแก้ปญั หาตรวจสอบปรบั ปรุงขน้ั ตอน การทางานดว้ ยตนเอง 4. เพ่อื ใหม้ ที ักษะในการวาดเขียนและประเมินคุณค่าผลงาน

๑๑๙ โครงสรา้ งกลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ระดบั มธั ยมศกึ ษาตอนต้น รายวชิ าพ้ืนฐาน จานวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ จานวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชพี ๓ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกติ ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชพี ๔ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จานวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หน่วยกิต ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชพี ๖ รายวชิ าเพมิ่ เติม ง 2020๑ การออกแบบกราฟฟกิ 1 จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ ง 2020๒ การออกแบบกราฟฟกิ ๒ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกติ ง 20203 ช่างซ่อมจกั รยานยนต์ 1 จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ ง 2020๔ ช่างซ่อมจักรยานยนต์ ๒ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ง 20205 เบเกอรี่ ๑ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต ง2020๖ เบเกอร่ี ๒ จานวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต ง 20207 ชา่ งไฟฟา้ เบื้องต้น 1 จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต ง 2020๘ ช่างไฟฟา้ เบือ้ งตน้ ๒ จานวน ๖๐ ช่วั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต คาอธิบายรายวชิ า การงานพื้นฐานอาชพี

๑๒๐ รหสั วชิ า ง21101 : การงานพ้ืนฐานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ ชัน้ ชั้นมัฑยมศึกษาปีที่ 1 จานวน40 ชว่ั โมง/ภาคเรียนที่ 1 จานวน1 หนว่ ยกติ ศึกษาความหมายความสาคัญเก่ียวกับบทบาทหน้าที่ของสมาชิกในครอบครัว อธิบายวิธีการ ขั้นตอนกระบวนการทางาน การจดั การงานบ้าน งานเกษตร งานช่าง งาน ประดิษฐ์ และแนวทางการเลือกอาชพี ในอนาคต วิเคราะห์ ขั้นตอน กระบวนการทางานเลือกใช้ เคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณ์ อย่าง สร้างสรรค์ และเหมาะสมกับงานโดยคานึงถึง ความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ อนุรักษ์ ส่ิงแวดล้อม และสังคม ลงมือผลิตช้ินงานตามขั้นตอน กระบวนการทางานโดยใช้ กระบวนการกลมุ่ นาเสนอผลงาน และแนวทางการประกอบอาชพี ไดอ้ ย่างสร้างสรรค์ เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติ ที่ดีต่อการประกอบอาชีพ เห็น ความสาคัญของการสร้างอาชีพ ทางานด้วยความเสยี สละ และการแก้ปญั หา อย่างมีเหตผุ ล มาตรฐาน/ตัวชว้ี ัด ง1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ง 4.1 ม.1/1, ม1/2, ม.1/3 คาอธบิ ายรายวิชา การงานพนื้ ฐานอาชพี

๑๒๑ รหสั วชิ า ง21102 : การงานพน้ื ฐานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชนั้ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ 1 จานวน 40 ช่ัวโมง/ภาคเรยี นที่ 2 จานวน1 หนว่ ยกติ ศึกษาความหมายความสาคัญเก่ียวกับบทบาทหน้าท่ีของสมาชิกในครอบครัว อธิบายวิธีการ ขั้นตอนกระบวนการทางาน การจดั การงานบา้ น งานเกษตร งานช่าง งาน ประดิษฐ์ และแนวทางการเลือกอาชพี ในอนาคต วิเคราะห์ ข้ันตอน กระบวนการทางานเลือกใช้ เคร่ืองมือ วัสดุ อุปกรณ์ อย่าง สร้างสรรค์ และเหมาะสมกับงานโดยคานึงถึง ความคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ อนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม และสังคม ลงมือผลิตชิ้นงานตามขั้นตอน กระบวนการทางานโดยใช้ กระบวนการกลมุ่ นาเสนอผลงาน และแนวทางการประกอบอาชีพไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์ เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ เจตคติ ที่ดีต่อการประกอบอาชีพ เห็น ความสาคญั ของการสรา้ งอาชพี ทางานด้วยความเสียสละ และการแกป้ ญั หา อยา่ งมีเหตผุ ล มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด ง 1.1 ม.1/1, ม1/2, ม1/3 ง 4.1 ม.1/1, ม1/2, ม1/3 คาอธบิ ายรายวชิ า การงานพน้ื ฐานอาชพี

๑๒๒ รหัสวิชา ง 22101: การงานพนื้ ฐานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชพี ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 2 จานวน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรียนที่ 1 จานวน 1 หน่วยกิต ศึกษา วิเคราะห์ สารวจ และแสวงหาความรู้ เพ่ือพัฒนาการทางาน โดยใช้ กระบวนการแก้ปัญหา มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทางาน ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทกั ษะการทางานร่วมกนั ทักษะการแสวงหาความรู้ ศกึ ษา สารวจ วิเคราะห์ การจัดประสบการณ์อาชีพ การเตรียมตัวเข้าสู่อาชีพ และมี ทกั ษะทีจ่ าเป็นต่องานอาชพี ฝึกปฏิบัติทักษะท่ีจาเป็นต่อการประกอบอาชีพ ด้วยทักษะกระบวนการทางาน การ แกป้ ญั หา การทางานร่วมกนั ตลอดจนการแสวงหาความรูจ้ ากแหล่งเรยี นรู้ต่างๆ มีคุณธรรม มีเจตคติท่ีดีต่ออาชีพ มีจิตสานึกในการใช้พลังงานทัพยากร และ สิ่งแวดล้อมอย่างประหยัดและคุ่มค่า เพ่ือการดารงชีวิต และครอบครัว ในการประกอบ อาชีพ เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการดารงชีวิต ครอบครัว และการทางาน สามารถอยู่ร่วมกนั ในสงั คมอยา่ งมีความสุข มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั ง 1.1 ม.2/1, ม.2/2, ม 2/3 ง 4.1 ม.2/1, ม.2/2, ม. 2/3 คาอธิบายรายวชิ า การงานพ้นื ฐานอาชีพ

๑๒๓ รหัสวิชา ง 22102: การงานพน้ื ฐานอาชีพ กลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 2 จานวน 40 ชว่ั โมง/ภาคเรยี นที่ 2 จานวน 1 หนว่ ยกิต ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และอธิบายกระบวนการเทคโนโลยีและการสร้างสิงของ เครื่องใช้ตาม กระบวนการเทคโนโลยี อย่างปลอดภัย ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็น ภาพรา่ ง 3 มิติ หรือภาพฉาย เพื่อนาไปสูก่ ารสรา้ งต้นแบบของส่ิงของเครือ่ งใช้ หรือถ่ายทอด ความคิดของวิธีการเป็นแบบจาลองความคิดและการรายงานผล เพ่ือนาเสนอวิธีการ มี ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในงานท่ีผลิตเอง เลือกใช้ เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ต่อชีวิต สังคม ส่ิงแวดล้อม และมีการจัดการเทคโนโลยีด้วยการ ลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากร หรือเลือกใช้ เทคโนโลยีที่ไม่มีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการ ทางานเปน็ กลุ่ม และกระบวนการแกป้ ัญหา ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ สังเคราะห์ เข้าใจทักษะที่จาเป็นมีประสบการณ์ เห็น แนวทางในงานอาชีพ ใชเ้ ทคโนโลยีเพอื่ พฒั นาอาชพี และมเี จตคตทิ ี่ดตี ่องานอาชีพ มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั ง2.1 ม.2/1, ม.2/2, ม.2/3, ม.2/4 ง4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3 คาอธบิ ายรายวชิ า การงานพ้ืนฐานอาชพี

๑๒๔ รหัสวิชา ง23101 : การงานพ้ืนฐานอาชีพ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชพี ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 3 จานวน 40 ชว่ั โมง / ภาคเรยี นท่ี 1 จานวน 1 หน่วยกติ ศกึ ษา วิเคราะห์ อภปิ ราย และสรุปขั้นตอนการทางาน การซัก ตาก พับ เก็บ เสอื้ ผ้า ท่ีต้องการ การดูแลอย่างประณีต การสร้างชิ้นงานหรือผลงาน การทางานร่วมกันในการ เตรียม ประกอบ อาหารประเภทสารับ การประดิษฐ์บรรจุภัณฑ์จากวัสดุธรรมชาติ การ จัดการในด้านธุรกิจประเภทต่างๆ การขยายพันธ์ุพืช การติดต้ัง/ประกอบผลิตภัณฑ์ท่ีใช้ใน บา้ น โดยใช้วธิ กี ารทางงานเยบ็ ปัก ถัก จกั สาน และงานปลูกพชื ในท้องถิ่น ศึกษา วิเคราะห์ และอธิบายระดับของเทคโนโลยี แบ่งตามระดับความรู้ท่ีใช้เป็น 3 ระดับ คือ ระดบั พน้ื บ้านหรอื พน้ื ฐานระดับกลาง และระดบั สงู การสร้างสิ่งของเครอื่ งใชห้ รือ วธิ ีการตามกระบวนการเทคโนโลยี จะทาให้ผูเ้ รียนทางานอย่างเป็นระบบ สามารถย้อนกลับ มาแก้ไขไดง้ ่าย ภาพฉาย เป็นภาพแสดงรายละเอยี ดของชิ้นงาน ประกอบด้วยภาพด้านหน้า ดา้ นข้าง ด้านบน แลดงขนาดและหนว่ ยวัด เพ่ือนาไปสร้างชิน้ งาน ใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาค่านิยม กระบวนการทางานเกลุ่ม และกระบวนการแก้ปัญหา เพ่ือให้เกิด ความรู้ ความเข้าใจ ความคิด การใช้ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมอย่างประหยัด ใช้ทักษะในการทางานร่วมกันอย่างมี คุณธรรม และทางานอย่างมีประสิทธิภาพ ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง นาภูมิปัญญา ทอ้ งถนิ่ เข้ามาประยกุ ตใ์ ช้ในการดารงชวี ิตอยู่ในสังคมร่วมกนั อย่างมีความสุข มาตรฐาน/ตัวชีว้ ัด ง1.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ง 2.1 ม 3/1, ม 3/2 คาอธิบายรายวิชา การงานพ้นื ฐานอาชีพ

๑๒๕ รหัสวชิ า ง23102 : การงานพ้นื ฐานอาชพี กลมุ่ สาระการเรียนรู้ การงานอาชพี ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 3 จานวน 40 ชั่วโมง / ภาคเรียนท่ี 2 จานวน 1 หนว่ ยกติ ศึกษา วิเคราะห์ อภิปราย ทักษะที่จาเป็น การหาประสบการณ์ เห็นแนวทางในงาน อาชพี และใช้เทคโนโลยีในการพฒั นาอาชพี มีคุณธรรม และมีเจตคตทิ ่ีดตี ่ออาชพี ศึกษา วิเคราะห์ อภปิ ราย สรุป การหางานหรอื ตาแหน่งที่ว่างจากสื่อส่ิงพิมพ์และส่ือ อิเล็กทรอนิกส์ แนวทางเข้าสู่อาชีพตามคุณสมบัติท่ีจาเป็น ความมั่นคง และการประเมิน ทางเลือก การประเมินทางเลือกอาชีพตามหลักแนวทางการประเมิน รูปแบบการประเมิน และเกณฑก์ ารประเมิน ใช้กระบวนการสืบค้น กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการพัฒนาค่านิยม กระบวนการทางานเกลมุ่ และกระบวนการแก้ปัญหา เพือ่ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจ ความคิด จนสามารถสร้างช้ินงานจากจินตนาการ หรืองานที่ทาในชีวิตประจาวัน ตามหลักการทา โครงงานท่ีหลากหลายจนสามารถ วิเคราะห์ ประเมิน ทางเลือกในการประกอบอาชีพของ ตนเอง โดยนาภูมิปัญญาท้องถิ่นมาประยุกต์ใช้ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในการ ดารงชีวติ มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั ง4.1 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 คาอธิบายรายวชิ า (เพ่ิมเติม)

๑๒๖ ง๒๐๒๐๑-๒ รายวชิ า โปรแกรมกราฟกิ เบอื้ งต้น 1-๒ กลมุ่ สาระการเรียนรูก้ ารงานอาชพี ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑-๓ เวลา ๖0 ชว่ั โมง จานวน 1.๕ หน่วยกติ ศึกษาและปฏิบัติเก่ียวกับความรู้พ้ืนฐานเก่ียวกับภาพกราฟิก หลักการของ ภาพกราฟิก แบบ Vector และ Bitmap ประเภทและคุณลักษณะของแฟ้มภาพกราฟิก กา รสร้าและตกแต่งภาพกราฟิก การจัดการแฟ้มภาพกราฟิก ความแตกต่างของภาพกราฟิก แบบ 2 มิติ การใชโ้ ปรแกรมสรา้ งภาพแบบ Vector และ Bitmap ผลการเรียนรู้ 1. แสดงความรเู้ กยี่ วกบั หลักการพนื้ ฐานคอมพวิ เตอรก์ ราฟกิ 2. ออกแบบภาพกราฟกิ ตามหลกั องค์ประกอบศลิ ป์ 3. สรา้ งภาพกราฟิกและจดั การแฟม้ ภาพดว้ ยโปรแกรมกราฟิก รวมท้งั หมด ๓ ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า (เพิม่ เติม)

ง๒๐๒๐๓ รายวชิ า บริการช่อมรถจกั รยานยนต์ ๑๒๗ อาชีพ กลุม่ สาระการเรียนรู้การงาน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ เวลา ๖0 ชวั่ โมง จานวน 1.๕ หน่วยกิต ศกึ ษาและปฏบิ ัตเิ ก่ียวกับการเลือกเตรียมใชแ้ ละบารงุ รักษาเครื่องมือเครอ่ื งจักรและ วสั ดุอปุ กรณใ์ นการบริการเครื่องยนต์รถจักรยานยนต์ ระบบจุดระเบิด ระบบนา้ มนั เชือ้ เพลิง ระบบหล่อล่ืน ระบบระบายความร้อน ระบบห้ามล้อ ระบบรองรับน้าหนัก ระบบส่งกาลัง ระบบไฟฟ้าการบารงุ รักษา และตรวจสอบ การบรกิ ารตามระยะเวลาท่กี าหนด การประมาณ ราคาค่าบริการรถจักรยานยนตเ์ ชงิ ธุรกิจ ผลการเรียรู้ 1. แสดงความร้เู กยี่ วกบั การบรกิ ารรถจักรยานยนตต์ ามคู่มือกาหนด 2. เลอื ก เตรียม ใช้และบารุงรกั ษาเครอ่ื งมอื เคร่ืองจกั รและวัสดุอปุ กรณก์ ารบรกิ าร รถจกั รยานยนต์ 3. ถอด ประกอบและบารุงรักษารถจักรยานยนต์ตามคู่มือกาหนด รวมทัง้ หมด ๓ ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวิชา (เพมิ่ เตมิ )

๑๒๘ ง๒๐๒๐๗ รายวชิ า ไฟฟ้าเบือ้ งต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงาน อาชพี จานวน 1.๕ หนว่ ยกติ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-๓ เวลา ๖0 ชั่วโมง ศึกษาความรูพ้ น้ื ฐานทางไฟฟ้า วงจรไฟฟา้ ระบบไฟฟา้ หลวดไฟฟ้า สายไฟฟ้า เครื่องวดั ไฟฟ้า อุปกรณต์ ดิ ตัง้ และอปุ กรณ์ป้องกนั ไฟฟ้า กฎการไฟฟา้ การเขียนแบบไฟฟา้ และการประมาณ การปฏิบัติ การต่างสายไฟฟ้า การต่อวงจรไฟฟ้า และเครือ่ งมอื รดั ไฟฟ้า ชนดิ ตา่ ง ๆ ติดตงั้ อปุ กรณ์ ไฟฟ้า อปุ กรณ์ป้องกนั วงจรไฟฟ้า และเดินสายไฟฟา้ ดว้ ยเข็มขดั รัดสาย ดว้ ยท่องชนิดต่าง ๆ อ่านแบบและประมาณราคาจากแบบไฟฟา้ ผลการเรียนรู้ 1. เดินสายไฟฟา้ และติดตงั้ อปุ กรณไ์ ฟฟา้ ในอาคารได้ 2. ต่อวงจรไฟฟ้าควบคุมแสงสวา่ งและไฟฟา้ กาลงั ได้ 3. ใช้เครือ่ งมือตรวจซ่อมแก้ไขวงจรไฟฟ้าได้ 4. ประมาณราคาค่าตดิ ตงั้ ไฟฟา้ ได้ 5. มีกจิ นิสยั ในการทางานด้วยความละเอยี ดรอบคอบ และปลอดภยั ในการตดิ ตั้ง ไฟฟา้ ในอาคาร 6. มจี รรยาบรรณในการประกอบอาชีพท่ดี ใี นการติดตั้งไฟฟา้ ในอาคาร รวมทัง้ หมด ๖ ผลการเรยี นรู้ คาอธิบายรายวิชา (เพม่ิ เตมิ )

๑๒๙ ง๒๐๒๐๘ วชิ า งานเขยี นแบบเบือ้ งต้น กลมุ่ สาระการเรียนรู้การงาน อาชพี จานวน 1.๕ หน่วยกติ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๑-๓ เวลา ๖0 ชว่ั โมง ศึกษาความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์ หลักการ วิธีการ ขั้นตอนกระบวนการ ทางาน การจัดการ ในวิชางานเขียนแบบ หลักการใช้เส้น การจัดหน้ากระดาษ การเขียน ตัวอกั ษร การใชม้ าตราส่วนในงานเขียนแบบประเภทตา่ ง ๆ สัญลักษณใ์ นงานเขยี นแบบ การ เขียนภาพฉาย ภาพตัด ภาพออบลิกภาพไอโซเมตริก การวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูล เก่ียวกับการทางานจากแหล่งความรู้ต่าง ๆ แล้วนาความรู้นั้นไปวิเคราะห์งาน วางแผนการ ดาเนนิ งาน วิเคราะห์ปัญหา ใชเ้ ทคโนโลยใี นการเขียนแบบ ประเมนิ ปรับปรงุ การทางาน และ ผลผลิตให้ดอี ยู่เสมอ ด้วยวิธีการใหม่ ๆ เลอื กใช้ เก็บ บารงุ รักษาเครื่องมือในงานเขียนแบบ ปฏิบัติการจัดหน้ากระดาษและกรอบบอกช่ือ เขียนตัวอักษรสัญลักษณ์ เขียน รูปฉาย รูปตัด รูปออบลิก รูปไอโซเมตริกและรูปทรงเรขาคณิตและการใช้ทรัพยากรอย่าง ประหยดั คมุ้ คา่ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการส่ือสาร กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการทางสังคม กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการ นาเสนอข้อมูล กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเผชิญสถานการณ์และการแก้ปัญหา และ กระบวนการใช้เทคโนโลยี เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าเพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจและมีทักษะในการใช้และ การบารุงรักษาเคร่ืองมือ สามารถเขียนแบบและอ่านแบบรูปทรงเรขาคณิตลักษณะต่าง ๆ และ นาไปประยกุ ตใ์ ช้ในงานชา่ ง และให้นักเรยี นมีระเบยี บวินัย ความรับผิดชอบ ความซ่ือสัตย์ ความ ขยันหม่ันเพียร ประหยัด สะอาด ประณีต รอบคอบ มุ่งม่ันทางานจนสาเร็จ เห็นคุณค่าของการ ทางาน ทางานอย่างมีความสุข มีคา่ นยิ มท่ีดีในการทางาน ใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและถูกวิธี ผลการเรยี นรู้ 1. ศึกษาความหมาย ความสาคญั วิวฒั นาการ จาแนกลกั ษณะและประโยชนข์ อง อปุ กรณ์ ในงานเขยี นแบบชนดิ ต่าง ๆ ได้ 2. สามารถใช้หลกั การจดั หนา้ กระดาษในการเขียนแบบได้ 3. สามารถใช้มาตราสว่ น เขยี นตวั เลข เขยี นตัวอักษรทง้ั ภาษาไทยและภาษาต่างประเทศ ได้ 4. สามารถใช้เส้นและเขียนรูปทรงเรขาคณิตในงานเขียนแบบประเภทต่าง ๆ ได้ 5.สามารถกาหนดขนาดมิติในงานเขยี นแบบได้ 6.สามารถเขยี นภาพฉาย ภาพตดั และภาพออบบคิ และภาพไอโซเมตริกได้

๑๓๐ 7.สามารถเลือกใช้ เกบ็ บารุงรกั ษาเครือ่ งมือในงานเขียนแบบได้ 8.ปฏบิ ัตกิ ารเขียนแบบอย่างง่ายได้ 9.ใชว้ ัสดุอยา่ งคมุ้ คา่ ตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 10.นาความรู้ทีไ่ ดร้ บั ไปใช้เป็นแนวทางในการศกึ ษาต่อได้ รวม 10 ผลการเรยี นรู้

๑๓๑

๑๓๒ โครงสรา้ งกลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ระดับมธั ยมศกึ ษาตอนต้น รายวิชาพืน้ ฐาน อ ๒๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษพ้ืนฐาน ๑ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษพืน้ ฐาน ๒ จานวน ๖๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หน่วยกติ อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน ๓ จานวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษพน้ื ฐาน ๔ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษพ้นื ฐาน ๕ จานวน ๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกิต อ ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษพน้ื ฐาน ๖ จานวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต รายวิชาเพิ่มเติม อ21201 ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอื่ สาร1 จานวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต อ21202 ภาษาอังกฤษเพื่อการส่อื สาร2 จานวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ อ22201 ภาษาองั กฤษในชีวิตประจาวนั จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ อ22202 ภาษาองั กฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ จานวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ อ23201 ท่องไปในโลกกว้าง 1 จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ อ23202 ท่องไปในโลกกว้าง 2 จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ จ21201 ภาษาจีนพื้นฐาน 1 จานวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ จ21202 ภาษาจีนพน้ื ฐาน 2 จานวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนว่ ยกติ จ22201 ภาษาจนี พ้ืนฐาน 3 จานวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต จ22202 ภาษาจีนพนื้ ฐาน 4 จานวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต จ23201 ภาษาจนี พนื้ ฐาน 5 จานวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต จ23202 ภาษาจนี พ้นื ฐาน 6 จานวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต

๑๓๓ คาอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน รหสั วิชา อ๑๑๐๑ รายวิชาภาษาอังกฤษ ๑กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ศึกษาและฝึกทักษะเก่ียวกับการปฏิบัติตามคาส่ัง คาขอร้อง คาแนะนา คาชแ้ี จง อา่ น ออกเสียงข้อความ ประโยค นิทาน บทร้อยกรองสั้น ๆ ถูกต้องตามหลักการอ่าน เลือกหรือ ระบุสือ่ ท่ีไม่ใช่ความเรียง สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเกยี่ วกับตนเอง กิจกรรมและสถานการณ์ ตา่ ง ๆ ในชวี ิตประจาวัน พดู และเขยี นแสดงความตอ้ งการขอความช่วยเหลือและตอบรับการ ปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่าง ๆ พูดและเขียนบรรยายเก่ียวกับตนเอง กิจวัตร ประจาวัน ประสบการณ์ สิ่งแวดล้อม ใช้ภาษา น้าเสียง ท่าทางตามมารยาทสังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา บอกความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่าง ๆ การใช้เครื่องหมายวรรคตอน การลาดับโครงสร้างประโยคของ ภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริงหรือจาลองที่เกิดข้ึนใน ห้องเรียนและสถานศึกษา โดยใชก้ ระบวนการ ปฏิบตั ิ ฟงั พูด อ่าน เขยี น ใชภ้ าษา บรรยายแลกเปล่ียนความรู้ เพ่ือให้เกิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งมั่นใน การทางาน มีจิตสาธารณะ ใฝ่เรยี นรู้ รหัสตวั ชวี้ ดั ต.1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ต.1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4, ม.1/5 ต.1.3 ม.1/1, ม.1/3 ต.2.1 ม.1/2, ม.1/2 ต.2.2 ม.1/1, ม.1/2 ต.4.1 ม.1/1 รวมทัง้ หมด 16 ตวั ช้วี ัด

๑๓๔ คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รหัสวิชา อ๒๑๑๐2 รายวิชาภาษาอังกฤษ 2กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาวิเคราะห์ บทสนทนานิทาน เรอ่ื งส้ัน ข้อมูล แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองที่ฟัง หรืออ่าน แสดงความรู้สึก แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเร่ืองต่าง ๆ หรือกจิ กรรมต่าง ๆ ท่ีอยู่ใกล้ ตัว วิเคราะห์เรื่องหรือเหตุการณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม เทศกาลวันสาคัญ ประเพณีของ เจ้าของภาษา วัฒนธรรม ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสาคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย รวบรวม สรุปข้อมูลหรือข้อเท็จจริงที่ เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระอ่ืนจากแหล่งเรียนรู้ สืบค้นข้อมูลต่าง ๆในการศึกษาต่อและประกอบ อาชีพ โดยใช้กระบวนการ ฟัง พูด อ่าน เขียน ใช้ภาษา ค้นคว้า บรรยาย เปรียบเทียบ วิเคราะห์เข้าร่วมกจิ กรรม เพ่อื ใหเ้ กิด ความสามารถในการสอื่ สาร ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ มงุ่ มั่นใน การทางาน มีจติ สาธารณะ ใฝเ่ รยี นรู้ รหสั ตัวช้วี ดั ต.1.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3, ม.1/4 ต.1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/4, ม.1/5 ต.1.3 ม.1/2, ม.1/3 ต.2.1 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ต.2.2 ม.1/2 ต.3.1 ม.1/1 ต.4.1 ม.1/1 ต.4.2 ม.1/1 รวมทง้ั หมด 17 ตัวช้วี ัด

๑๓๕ คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน รหัสวิชา อ๒2๑๐1 รายวชิ าภาษาอังกฤษ 3 กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาตา่ งประเทศ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา ๖๐ ช่วั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาและปฏิบัติตามคาขอร้อง คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบายง่ายๆ ตาม สถานการณ์ต่าง ๆ สรุปใจความสาคัญ และรายละเอียดสนับสนุน พร้อมท้ังแสดงความ คิดเห็น ให้เหตุผล และยกตัวอย่างประกอบจากการอ่านเร่ือง ข่าว เหตุการณ์ ประกาศ กิจกรรม บทร้อยกรองสั้นๆ เร่ืองใกล้ตัว ข้อมูลเกี่ยวกับกิจวัตรประจาวันของตนเอง เหตุการณ์ที่อยู่ในความสนใจของสังคม สภาพอากาศ การเฉลิมฉลอง เทศกาล อาหารงาน เทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ วัฒนธรรม ประเพณีของเจ้าของภาษา ข้อมูล/ ข้อเท็จจริงที่เก่ียวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ตานานเร่ืองเล่า ภาพยนตร์ ระบุ เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่าง ๆ และ การลาดับคาตามโครงสรา้ งประโยคของภาษาอังกฤษและภาษาไทย พร้อมทง้ั ประชาสมั พนั ธ์ ขอ้ มูล ข่าวสารของโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษ ขอและให้ข้อมลู ใช้ทักษะในการส่ือสารเพ่ือ แสดงความต้องการ ความรู้สึก ความคิดเห็น ความช่วยเหลือเกี่ยวกับตัวเอง กิจวัตรประจา วัน ประสบการณ์ สถานการณ์ตา่ ง ๆ ในชีวติ ประจาวนั เช่น ในห้องเรยี น สถานศึกษา ชมุ ชน โดยการอ่านออกเสียง เขียน อธิบาย สืบค้น รวบรวม และสรุปข้อมูล หรือ ข้อเท็จจริง สรุปใจความสาคัญ และนาเสนอ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ใช้ทักษะในการสื่อสาร ภาษา น้าเสียงกิริยาท่าทางอย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกาลเทศะ เข้าร่วมหรือจัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจให้เหมาะสมกับบุคคล โอกาส และมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถนาเสนอ ส่ือสาร มคี วามสามารถ ในการตดั สนิ ใจ นาความรู้ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั มเี จตคติทด่ี ตี ่อวิชาภาษาอังกฤษ รักความ เป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ รหัสตวั ชี้วัด ต ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ต ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ต ๑.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ต ๒.๑ ม.๒/๒ ต ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ต ๓.๑ ม.๒/๑ ต ๔.๑ ม.๒/๑

๑๓๖ ต ๔.๒ ม.๒/๑ รวมทัง้ หมด ๑8 ตวั ช้ีวดั คาอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน รหสั วิชา อ๒2๑๐2 รายวชิ าภาษาอังกฤษ 4กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ ศึกษา ใจความสาคัญ บอกรายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ เรื่องที่ฟังและอ่านพร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอย่างง่าย ๆ ประกอบ พูดและเขียนเพ่ือขอ และให้ข้อมูล บรรยาย และแสดงความคดิ เห็นเก่ียวกับเรอื่ งท่ีฟังหรืออ่านอย่างเหมาะสม พูด และเขียนแสดงความคิดเหน็ เกย่ี วกับกิจกรรม เรื่องตา่ ง ๆ ใกล้ตวั และประสบการณ์ พร้อม ทั้งให้เหตุผลสั้น ๆ ประกอบ อธิบาย เกี่ยวกับเทศกาล วันสาคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และ ประเพณีของเจ้าของภาษา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษา และวัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความ เป็นอยู่และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษากบั ของไทย โดย ค้นคว้า รวบรวม และสรุปขอ้ มูล/ขอ้ เท็จจริงท่ี เก่ยี วข้อง กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้ และนาเสนอด้วยการพูด/การเขียน ใช้ ภาษาอังกฤษ ในการสบื ค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปความร/ู้ ข้อมลู ต่างๆ จากสื่อและแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆในการศึกษา ต่อและประกอบอาชีพ เผยแพร่ /ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน เป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เกิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต มงุ่ มั่นในการทางาน มีจิตสาธารณะ ใฝเ่ รยี นรู้ รหสั ตัวชว้ี ดั ต ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ต ๑.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ต ๑.๓ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ต ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ต ๒.๒ ม.๒/๑, ม.๒/๒ ต ๓.๑ ม.๒/๑ ต 4.1 ม.2/1 ต ๔.๒ ม.๒/๑

๑๓๗ รวมทงั้ หมด 20 ตัวชว้ี ัด คาอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน รหัสวิชา อ๒3๑๐1 รายวิชาภาษาอังกฤษ 5 กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาภาษาเพ่ือการสื่อสาร ภาษาและวัฒนธรรม ภาษากับความสัมพันธ์กับกลุ่มสาระ การเรียนรู้อื่น ภาษากับความสัมพันธ์กับชุมชนและโลก เกี่ยวกับคาขอร้อง คาแนะนา คาช้ีแจง และคาอธิบายที่ฟังและอ่าน ต่างๆ เลือก/ระบุหัวข้อเร่ือง ใจความสาคัญ รายละเอียด สนับสนุน และแสดงความคิดเหน็ เกี่ยวกับเรื่องท่ีฟังและอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมทั้งให้ เหตุผล สนทนาและเขียนโต้ตอบข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เรื่องต่างๆใกล้ตัว สถานการณ์ ข่าว เร่ืองที่อยู่ในความสนใจของสังคม และส่ือสารอย่างต่อเนื่อง เหมาะสม พูดและเขียนแสดงความ ต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธการให้ความช่วยเหลือในสถานการณ์ ต่างๆอย่างเหมาะสม พูดและเขียนเพ่ือขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบและแสดงความ คิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังหรืออา่ น เขียนบรรยายความรู้สึกและความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับ เรื่องต่างๆ ประสบการณ์ พูดและเขียนบรรยายเกย่ี วกับตนเอง ประสบการณ์ /ข่าว/เหตกุ ารณ์/ เรื่อง/ประเด็นต่างๆท่ีอยู่ในความสนใจของสังคม เลือกใช้ภาษา น้าเสียง และกิริยาท่าทาง เหมาะกับบุคคลและโอกาส มารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าระหว่างการออกเสียงประโยค ชนิดต่างๆ และการลาดบั คาตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย คน้ คว้า รวบรวมและสรุปข้อมูล ข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งเรียนรู้และ นาเสนอด้วยการพูดและการเขียน ใช้ภาษาส่ือสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์จาลองท่ี เกดิ ขึน้ ในหอ้ งเรยี น สถานศกึ ษา ชมุ ชน และสังคม โดยเลือกใช้ทักษะกระบวนการฟัง พูด อ่าน เขียน ทักษะการจา คิด วิเคราะห์และ เขยี น ส่ือความกระบวนการทางานกลมุ่ /คู่ และสมรรถนะ 5 สมรรถนะ คอื ความสามารถ ในการสื่อสาร ความสามารถในการคิด ความสามารถในการแก้ปัญหา ความสามารถในการ ใช้ทักษะชีวติ ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เพื่อให้นักเรียน เป็นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ อนุรักษ์พลังงานและสง่ิ แวดล้อม สบื สานศลิ ปวัฒนธรรมท้องถิ่น ชุมชนรว่ มพัฒนา ยดึ ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง รหัสตัวชวี้ ัด ต ๑.๑ ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4 ต ๑.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5

๑๓๘ ต ๑.3 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ต ๒.๑ ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ต ๒.๒ ม.3/1, ม.3/2 ต ๓.๑ ม.3/๑ ต ๔.1 ม.3/๑ ต 4.๒ ม.3/1, ม.3/2 รวมทั้งหมด 21 ตวั ช้วี ัด คาอธบิ ายรายวชิ าพน้ื ฐาน รหัสวชิ า อ๒3๑๐2 รายวชิ าภาษาอังกฤษ 6 กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา ๖๐ ชัว่ โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ ศึกษาและเลือกใช้ภาษา น้าเสียง กิริยาท่าทางเหมาะสมตามมารยาทสังคม เพื่อ ส่ือสารในสถานการณ์จาลองสถานการณ์จริง ทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา ตลอดจน ใช้ภาษาในการค้นคว้า รวบรวมท้ังหมด เผยแพร่ข้อมูล ความรู้ต่างๆ เพื่อการศึกษาต่อและ ประกอบอาชพี โดยปฏบิ ัตติ ามคาสง่ั คาขอรอ้ ง คาแนะนา คาชี้แจงในการประดษิ ฐ์ การบอก ทิศทาง ป้ายประกาศต่างๆ การใชอ้ ุปกรณ์ เลอื ก/ระบหุ วั ข้อเร่อื ง ใจความสาคัญ รายละเอยี ด สนับสนุนและแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเรื่องท่ีฟังและอ่านจากสื่อประเภทต่างๆ พร้อมทั้ง ใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอยา่ งประกอบและเขยี นสิง่ ทไ่ี มใ่ ช่ความเรยี งรปู แบบตา่ งๆ อ่านออกเสียงข้อความ ข่าว โฆษณา และบทร้อยกรองสั้นๆ ตามหลักการอ่าน สนทนาและเขียนแลกเปลี่ยนข้อมูล ใช้คาขอร้อง ให้คาแนะนา คาชี้แจง คาอธิบาย แสดง ความต้องการ เสนอและให้ความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ การให้ความช่วยเหลือ ด้วย การใช้คาศัพท์ สานวนภาษาท่ีใช้ในการส่ือสารระหว่างบุคคล พูด เขียนเพื่อขอและให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ บรรยายความรู้สึกให้เหตุผล ยกตัวอย่างประกอบแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและอ่าน พูด เขียน บรรยาย สรุปใจความสาคัญเกี่ยวกับตนเอง ประสบการณ์ ข่าว เหตุการณ์ เรื่องประเด็นต่างๆ ท่ีอยู่ในความสนใจของสังคมแสดงความ คิดเห็นพร้อมให้เหตุผลประกอบเข้าใจมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบายความเป็นมาของวันสาคัญ เทศกาล วัฒนธรรม ประเพณีของเจ้าของภาษา เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือน ความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิด ต่างๆ การลาดับคาตามโครงสร้างประโยค ความเหมือน ความแตกต่างระหว่างชีวิตความ เป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทยเข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม

๑๓๙ ตามความสนใจ เพ่ือให้เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ มีทักษะในการสื่อสาร ใฝ่รู้ ใฝ่เรียน มี วินยั ในตนเอง และมีจิตสาธารณะ รหสั ตัวชี้วดั ต ๑.๑ ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4 ต ๑.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3, ม.3/4, ม.3/5 ต ๑.3 ม.3/1, ม.3/3 ต ๒.๑ ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ต ๒.๒ ม.3/1, ม.3/2 ต ๓.๑ ม.3/๑ ต ๔.1 ม.3/๑ ต 4.๒ ม.3/1, ม.3/2 รวมทัง้ หมด 21 ตัวชว้ี ดั คาอธบิ ายรายวิชา(เพม่ิ เติม) รหัสวิชา อ๒๑2๐1 รายวชิ าภาษาอังกฤษเพ่ือการสอ่ื สาร 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรียนที่ ๑ เวลา 2๐ ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศึกษาการอ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ เข้าใจและใช้ประโยคคาสั่งท่ีใช้ใน ห้องเรียน การอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ประโยค ข้อความบทอ่าน บทสนทนา การพูดให้ ข้อมูลเก่ียวกับตนเอง และเรื่องใกล้ตัว การขอบคุณ ขอโทษ และการใชภ้ าษาท่าทาง การใช้ ภาษาในการฟัง พูด ในสถานการณท์ ่ีเกดิ ขึ้นในหอ้ งเรยี น โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพ่ือการสื่อสาร ฝึกการใช้ภาษา เพ่ือให้มีความรู้ เข้าใจ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะทางภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ และนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้อย่างเหมาะสม เพ่ือให้เกิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งม่ันใน การทางาน มจี ิตสาธารณะ ใฝเ่ รียนรู้ ผลการเรียนรู้

๑๔๐ ๑. อา่ นและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษออกเสยี งคาศพั ท์ได้ถูกตอ้ ง ๒. ใช้ภาษาอังกฤษในการแนะนาตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ ขอและให้ข้อมูลเกยี่ วกบั ตนเอง และเรอื่ งใกลต้ วั ได้ อยา่ งเหมาะสม ๓. ใชภ้ าษาองั กฤษส่ือสารและให้ขอ้ มูลเก่ยี วกับเร่อื งใกล้ตวั ได้อย่างเหมาะสม ๔. ใชภ้ าษาส่อื สารได้ตามวัยอย่างมน่ั ใจ และกลา้ แสดงออก ๕. ใช้ภาษาไดต้ ามมารยาททางสังคมและวฒั นธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา(เพม่ิ เติม)


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook