๑๔๑ รหสั วิชา อ๒๑2๐๒ รายวิชาภาษาอังกฤษเพอื่ การสือ่ สาร ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 1 ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา 2๐ ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต ศึกษาการใช้ประโยคคาสั่งง่ายๆในห้องเรียน คาขอร้องอ่านและเขียนตัวอักษร ภาษาอังกฤษ คาศัพท์ส้ันๆง่ายๆ เข้าใจความหมายคา กลุ่มคา และประโยคส้ันๆที่มี ความหมายสัมพันธ์กับส่ิงต่างๆ ใกล้ตัว เข้าใจบทอ่าน บทสนทนาง่ายๆ และนิทานที่มี ภาพประกอบ ให้ข้อมูลและความต้องการเกี่ยวกับตนเองส้ันๆ เซ่น การพูดแนะนาตนเอง ขอบคุณ ขอโทษ เรียนรู้คาศัพท์เก่ียวกับเทศกาล ขนบธรรมเนียม ประเพณี เทศกาล งาน ฉลอง โดยใช้กระบวนการเรียนรู้เพ่ือการส่ือสาร ฝึกการใช้ภาษาเพื่อให้มีความร้คู วามเขา้ ใจ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เห็นประโยชน์ในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษและนาไปใช้ใน ชีวติ ประจาวันได้อยา่ งเหมาะสม เพ่ือให้เกิด ความสามารถในการสื่อสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งม่ันใน การทางาน มจี ติ สาธารณะ ใฝ่เรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ ๑. อา่ นและเขียนประโยคภาษาองั กฤษ และคาศพั ท์ยากๆได้ถกู ตอ้ ง ๒. ใช้คาทักทาย ขอบคุณ ขอโทษ รวมถงึ คาส่งั เป็นภาษาองั กฤษได้ถกู ต้อง ๓. บอกความหมายของคา กลุ่มคา และประโยคส้นั ๆได้ถูกต้อง ๔. ตอบคาถามจากการฟังหรอื อา่ นเรื่องง่ายๆหรือนทิ านที่มีภาพประกอบไดถ้ กู ต้อง ๕. ใชภ้ าษาอังกฤษได้ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา(เพ่มิ เติม)
๑๔๒ รหัสวิชา อ๒๒2๐๑ รายวชิ าภาษาอังกฤษในชีวติ ประจาวัน กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา 2๐ ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศึกษาทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน โดยเน้นให้ผู้เรียนมีพ้ืนฐานในการใช้ภาษาเพื่อการ สื่อสารในสถานการณ์ต่างๆ เก่ียวกับชีวิตประจาวันและส่ิงแวดล้อมที่อยู่ใกล้ตนเองท้ังใน สถานการณ์จริงและสถานการณ์จาลอง โดยการใช้ภาษา น้าเสียง และกริยาท่าทางเหมาะสม ตามมารยาททางสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าร่วมกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรม เห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษ และนาภาษาไปใช้ได้อย่างเหมาะสม เป็นผู้รู้ใฝ่เรียน มวี ินัยในตนเอง มุ่งมั่นในการทางานและมจี ิตสาธารณะ มีความรักและภาคภูมิใจในท้องถ่ินของ ตน โดยใชก้ ระบวนการ ปฏิบตั ิ ฟัง พูด อา่ น เขยี น ใชภ้ าษา ในการสือ่ สาร เพ่ือให้เกิด ความสามารถในการส่ือสาร ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต มุ่งมั่นใน การทางาน ใฝ่เรยี นรู้ ผลการเรยี นรู้ 1. สนทนา แลกเปลย่ี นข้อมลู เกย่ี วกับตนเอง กจิ กรรมและสถานการณต์ ่าง ๆใน ชวี ิตประจาวัน 2. ใชภ้ าษาสอื่ สารในสถานการณ์จรงิ /สถานการณ์จาลองท่ีเกิดขึน้ ในห้องเรียนและ สถานศึกษา 3. พดู และเขยี นเพ่ือขอและใหข้ อ้ มลู และแสดงความคดิ เหน็ เกยี่ วกับเรอื่ งทฟี่ ังหรอื อา่ น อยา่ งเหมาะสม 4. ใชภ้ าษาตา่ งประเทศในการสืบค้น/คน้ ควา้ ความร/ู้ ขอ้ มูลต่าง ๆ จากส่อื และแหลง่ การ เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ใน การศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชีพ 4. ใช้ภาษา นา้ เสียง และกริ ิยาท่าทางสุภาพ เหมาะสมตาม มารยาท สังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมทง้ั หมด 5 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา(เพมิ่ เติม)
๑๔๓ รหัสวชิ า อ๒๒2๐๒ รายวชิ าภาษาองั กฤษเชงิ สรา้ งสรรค์ กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา 2๐ ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา ค้นคว้าวิเคราะห์การใช้ภาษาเพื่อใช้ในการส่ือสารระหว่างบุคคล สถานการณ ข่าวสารเหตุการณที่อยู่ในความสนใจในชีวิตประจาวัน คาแนะนา คาชี้แจง และคาอธิบาย จากท่ีฟังและอ่าน สนทนาและเขียนโตตอบข้อมูลเก่ียวกับตนเอง เร่ืองต่างๆใกล้ตัวและ ส่ือสารอย่างต่อเน่ืองเหมาะสม สรุปใจความสาคัญจากเรื่องท่ีอ่าน อธิบายขนบธรรมเนียม ประเพณีของเจาของภาษาจากส่ือและแหล่งการเรียนรู้อื่นๆ ได หลากหลายเพื่อใช้ใน การศึกษาตอ่ และประกอบอาชพี โดยใช้กระบวนการฝึกทักษะทางภาษา การพูด ฟง อ่านและเขียน เพื่อแลกเปลี่ยน ความรูความคิดกับเจาของภาษาในสถานการณจริงทักษะ/กระบวนการทางานกลุม การคิด วเิ คราะห์ การคดิ สร้างสรรค์ เพ่ือใหเ้ กดิ ความสามารถตามทกั ษะทางภาษา เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดทักษะทางภาษา เห็นคุณค่าและประโยชนของการเรียนภาษาเพ่ือ การศึกษาและนาไปประยุกต์ใช้ไดจริงในชีวิตประจาวัน การศึกษาค้นคว้าข้อมูล หรือเพ่ือ ประกอบอาชีพ มีความใฝ่รูใฝ่เรียนมุ่งม่ันในการศึกษาต่อเพื่อใช้ภาษาในระดับสูง มีความ เข้าใจในการใช้ภาษาและนาไปใช้สอ่ื สารไดอยา่ งมีประสิทธภิ าพ ผลการเรยี นรู้ 1. ปฏิบตั ติ นตามคาชแ้ี จง คาขอรอ้ ง คาแนะนาจากเร่ืองท่ีฟงั และอา่ นได 2. สนทนาแลกเปล่ียนข้อมูลเก่ียวกบั ตนเองและเร่ืองใกล้ตวั ได 3. อ่าน และเขียนสรุปใจความสาคญั จากเหตุการณ หรือเรือ่ งทตี่ นสนใจได 4. พดู ส่อื สารแลกเปล่ียนความรู และแสดงความคิดเห็นเกีย่ วกับวัฒนธรรมของเจาของ ภาษา 5. นาเสนอผลงานในรปู แบบการจัดนทิ รรศการได 6. ใช้ภาษา น้าเสียง และกิรยิ าท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตาม มารยาท สงั คม และ วฒั นธรรมของเจ้าของภาษา รวมทั้งหมด 6 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา(เพ่ิมเติม)
๑๔๔ รหสั วชิ า อ๒๓2๐๑ รายวชิ าท่องไปในโลกกว้าง ๑ กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา 2๐ ชั่วโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศึกษาวิถีชีวิต ความคิด ความเชื่อ และท่ีมาของขนบธรรมเนียมและประเพณีของ เจ้าของภาษา เข้าร่วม แนะนา และจัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมอย่างเหมาะสม อธิบาย เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างโครงสร้างประโยค ข้อความ สานวน คา พังเพย สุภาษิต และบทกลอนของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย วิเคราะห์/อภิปราย ความเหมือนและความแตกต่างระหว่างวิถีชวี ิต ความเชื่อ และวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา กบั ของไทยและนาไปใช้อย่างมีเหตผุ ล โดยการค้นคว้า สืบค้น สรุปและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ กลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ และนาเสนอด้วยการพูดและการเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง สถานการณ์จาลองที่เกิดขึ้นในห้องเรียน สถานศึกษา ชุมชนและสังคม ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น ค้นคว้า รวบรวม วิเคราะห์ และ สรุปความรู้ ข้อมูลต่าง ๆ จากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ ในการศึกษาต่อและประกอบ อาชีพ เผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ข้อมูล ข่าวสารของโรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่น ประเทศชาติเป็นภาษาต่างประเทศ มีความซื่อสัตย์สุจริต มีจิตสาธารณะ มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทางาน ผลการเรียนรู้ 1. ปฏิบัติตามคาแนะนาในค่มู อื การใช้งานตา่ ง ๆ คาช้ีแจง คาอธบิ าย และคาบรรยาย ทฟ่ี งั และ อ่าน 2. อา่ นออกเสียงขอ้ ความ ข่าว ประกาศ โฆษณา บทร้อยกรอง และบทละครส้นั (Skit) ถกู ต้องตามหลักการอ่าน 3. จับใจความสาคญั วิเคราะห์ความ สรุปความ ตคี วาม และแสดงความคิดเห็นจาก การอา่ นเร่ืองที่เปน็ สารคดีและบนั เทิงคดี พร้อมทัง้ ใหเ้ หตผุ ลและยกตัวอย่างประกอบ 4. สนทนาและเขยี นโต้ตอบขอ้ มลู เก่ยี วกบั ตนเอง เรือ่ งต่าง ๆ ใกลต้ ัว ประสบการณ์ สถานการณข์ า่ ว เหตุการณ์ ประเดน็ ท่ีอย่ใู นความสนใจของสังคม และสอ่ื สารอย่างต่อเนอ่ื ง และเหมาะสม 5. พดู และเขยี นบรรยายความร้สู ึกและแสดงความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองตา่ ง ๆ กจิ กรรรมประสบการณแ์ ละขา่ ว เหตกุ ารณอ์ ย่างมเี หตผุ ล
๑๔๕ 6. พดู และเขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับกิจกรรม ประสบการณ์และเหตุการณ์ท้งั ใน ทอ้ งถิน่ สังคมและโลก พร้อมท้งั ในเหตผุ ลและยกตวั อย่างประกอบ รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวิชา(เพิ่มเติม) รหัสวิชา อ๒๓2๐๒ รายวิชาทอ่ งไปในโลกกว้าง 2 กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาต่างประเทศ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา 2๐ ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ คาศัพท์ หลักไวยากรณข้ันพ้ืนฐาน และการเขียนประโยค เรยี บเรียงข้อความข้อมลู เกีย่ วกบั บทสนทนา เรียนรู้คาศัพท์ ความหมาย ประวตั คิ วามเป็นมา และความสาคัญของสถานท่ีศึกษาภาษาท่ีใช้สื่อสารเพ่ือการทองเท่ียวตามสถานที่สาคัญใน โลกไดอย่างลึกซ้ึง พูดส่ือสารสนทนาเก่ียวกับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ความคิด ความเช่ือ แลกเปลยี่ นความคิดเห็นกับเจาของภาษาเก่ียวกับขนบธรรมเนียมและประเพณคี วามเหมือน และความแตกตา่ งระหว่างวถิ ีชีวิตความเช่ือตามบรบิ ทของโลก โดยใช้กระบวนการฝึกปฏิบัติทักษะการใช้ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร เสริมสร้าง ทักษะการพูด ฟงจากเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง ฝึกปฏิบัติทักษะการเขียนเพ่ือการสื่อสาร เร่ืองราวและการเรียนรูคาศัพท์ที่จาเป็นเก่ียวข้องกับสถานที่ท่องเที่ยวของโลก ฝึกพูด นาเสนอเร่ืองราวเกี่ยวกบั สถานทีท่ ่องเท่ยี วและวฒั นธรรมของโลก ฝึกเขียนประโยค รวบรวม ประโยคเพอื่ การสอ่ื สารภาษาอังกฤษเกยี่ วขอ้ งกบั สถานที่ท่องเท่ยี วและวฒั นธรรมโลก ฝกึ พูด เลา่ เรือ่ งและโตตอบกบั เจาของภาษาเพื่อใหผ้ ู้เรยี นเกิดทักษะการทางานร่วมกนั เพ่ือให้ผู้เรียนเกิดความรูความเข้าใจ และเห็นคุณค่าของการเรียนภาษาต่างประเทศ ประยุกต์ใช้ภาษาอังกฤษท่องโลกกว้างตามสถานท่ีท่องเท่ียวต่างๆ มีมารยาททางสังคม อนรุ กั ษ์สถานที่และวฒั นธรรมใหค้ งอย่สู บื ไป ผลการเรยี นรู้ 1. ศึกษา วเิ คราะหค์ าศัพท์เกีย่ วกับสถานที่ทอ่ งเที่ยวในโลกได 2. พดู ส่อื สาร สนทนาเก่ียวกบั ประวัตขิ องสถานที่สาคัญตา่ งๆในโลกได 3. สนใจในวัฒนธรรม ความคิด ความเชื่อ และวถิ ีชวี ิตของผูค้ นในโลก
๑๔๖ 4. นาเสนอผลงานในรปู แบบการจัดนิทรรศการได 5. ใช้ภาษา น้าเสียง และกริ ยิ าท่าทางสภุ าพ เหมาะสมตาม มารยาท สังคม และ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า(เพม่ิ เติม) รหัสวชิ า จ๒๑2๐๑ รายวชิ าภาษาจีนพ้ืนฐาน ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา 2๐ ชว่ั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต เข้าใจคาสั่ง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคที่ใช้ในชีวิตประจาวัน และ หลักการใช้ สัทอักษรได้ถูกต้อง สามารถการอ่านออกเสียง สัทอักษร กลุ่มคาและ ประโยคสั้น ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการออกเสียง เพ่ือสร้างความสัมพันธ์ระหว่าง บุคคลโดยใช้สื่อนวัตกรรม ในการส่ือสารเพื่อแสดงความต้องการของตนและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว ใช้ถ้อยคาง่าย ๆ ในการปฏิสัมพันธ์ การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเสียงสระ พยัญชนะ คา วลี ประโยคและข้อความ ระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมไทย เห็น ประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และนาเร่ืองการออมนาไปใช้ใน ชวี ติ ประจาวัน ผลการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นสามารถอา่ น เขียนและออกเสยี งสัทอักษรได้ 2. ใช้คาศัพทภ์ าษาจีนเบ้ืองต้นในการฟัง พดู อ่านเขียนได้ 3. รู้และเข้าใจความแตกต่างและเหมือนวัฒนธรรมไทย จีน รวมทั้งหมด 3 ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า(เพิ่มเติม)
๑๔๗ รหัสวชิ า จ๒๑2๐๒ รายวชิ าภาษาจนี พนื้ ฐาน ๒ กล่มุ สาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลา 2๐ ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ เข้าใจคาสั่ง คาขอร้อง ภาษาท่าทาง และประโยคที่ใช้ในชีวิตประจาวัน และ หลักการใช้ สัทอักษรได้ถูกต้อง สามารถการอ่านออกเสียง สัทอักษร กลุ่มคาและ ประโยคส้ัน ๆ ได้ถูกต้องชัดเจน ตามหลักการออกเสียง โดยส่ือสารภาพและอธิบายได้จาก บทสนทนาสั้นๆ ท่ีมีภาพประกอบนิทานและบทสนทนาส้ัน ๆ ใช้ภาษาง่าย ๆ เพ่ือสร้าง ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลโดยใช้สื่อนวัตกรรม ในการส่ือสารเพ่ือแสดงความต้องการของ ตนและส่ิงต่าง ๆ รอบตัว ใช้ถ้อยคาง่าย ๆ ในการปฏิสมั พันธ์ รจู้ ักขนบธรรมเนียมประเพณี และเทศกาลงานฉลองของจีน การเข้าใจความแตกต่างระหว่างเสียงสระ พยัญชนะ คา วลี ประโยคและข้อความ ระหว่างวัฒนธรรมจีนและวัฒนธรรมไทย เห็นประโยชน์ของการรู้ ภาษาจนี เข้าใจเรอื่ งเศรษฐกจิ พอเพยี ง และนาเร่อื งการออมนาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ผลการเรยี นรู้ 1. นกั เรียนสามารถอา่ น เขยี นและออกเสียงสัทอกั ษรได้ 2. ใช้ประโยคภาษาจีนเบ้ืองต้นในการฟงั พูด อ่านเขยี นได้ 3. รู้และเขา้ ใจความแตกต่างและเหมือนวัฒนธรรมไทย จีน 4. เขยี นอกั ษรจนี ตามลาดบั ได้อย่างถกู ตอ้ ง รวมทง้ั หมด 4 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า(เพ่ิมเติม)
๑๔๘ รหสั วชิ า จ๒๒2๐๑ รายวิชาภาษาจนี พืน้ ฐาน ๓ กล่มุ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา 2๐ ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศึกษาคาสัง่ คาขอรอ้ ง ภาษาท่าทาง และประโยคที่ใชใ้ นสถานการณ์ใกล้ตัว การอา่ น ออกเสียงสัทอักษร คา กลุ่มคา ประโยคได้ถูกต้องคล่องแคล้วชัดเจน และเข้าใจ หลักการใช้สัทอักษรได้ถูกต้อง หลักการอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ให้ข้อมูลเก่ียวกับ บุคคลและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว วิธีการเรียนภาษาจีน ข้อมูลกิจวัตรประจาวัน กิจกรรมทาง ภาษา ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน กับภาษาไทยในเร่ือง เสียง สระ พยัญชนะ คา วลี ประโยค และข้อความ ประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ถ่ายทอด ความหมายของคา และกลุ่มคาที่เก่ียวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น ใช้ ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง และนาเรื่องการใช้ เวลาว่างให้เปน็ ประโยชนน์ าไปใช้ในชวี ิตประจาวัน ผลการเรยี นรู้ 1. นกั เรยี นสามารถอ่าน เขยี นและออกเสยี งสทั อักษรได้ 2. เขยี นภาษาจนี ได้ถูกตอ้ งตามหลกั การเขียน 3. ใช้ประโยคภาษาจีนเบ้ืองต้นในการฟัง พดู อา่ นเขียนได้ 4. เรียนรู้และเขา้ ใจความแตกตา่ งและเหมอื นวฒั นธรรมไทย จนี 5. สามารถถ่ายทอดกจิ กรรมทางภาษา เปน็ ภาษาพูดและเขยี นได้ รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้ คาอธบิ ายรายวชิ า(เพ่ิมเติม)
๑๔๙ รหัสวิชา จ๒๒2๐๒ รายวชิ าภาษาจนี พ้นื ฐาน ๔ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาต่างประเทศ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา 2๐ ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ ศกึ ษาคาสั่ง คาขอร้อง ภาษาทา่ ทาง และประโยคท่ีใช้ในสถานการณใ์ กลต้ ัว การอา่ น ออกเสียงสัทอักษร คา กลุ่มคา ประโยคได้ถูกต้องคล่องแคล่วชัดเจน และเข้าใจ หลักการใช้สัทอักษรได้ถูกต้อง หลักการอ่านออกเสียงคา กลุ่มคา ให้ข้อมูลเก่ียวกับ บุคคลและสิ่งต่าง ๆ รอบตัว วิธีการเรียนภาษาจีน ข้อมูลกิจวัตรประจาวัน กิจกรรมทาง ภาษา ความแตกต่างระหว่างภาษาจีน กับภาษาไทยในเรื่อง เสียง สระ พยัญชนะ คา วลี ประโยค และข้อความ ประโยชน์ของการรู้ภาษาจีน กิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรม ถ่ายทอด ความหมายของคา และกลุ่มคาที่เก่ียวกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่ืน ใช้ ภาษาต่างประเทศตามสถานการณ์ต่าง ๆ เข้าใจเร่ืองเศรษฐกิจพอเพียง และนาเรื่องการใช้ เวลาวา่ งใหเ้ ปน็ ประโยชนน์ าไปใช้ในชีวิตประจาวนั ผลการเรียนรู้ 1. นกั เรียนสามารถอ่าน เขยี นและออกเสียงสัทอักษรได้ 2. เขยี นภาษาจีนไดถ้ ูกต้องตามหลกั การเขียน 3. ใช้ประโยคภาษาจนี เบื้องตน้ ในการฟัง พูดอ่านเขยี นได้ 4. เรียนรู้และเข้าใจความแตกต่างและเหมือนวฒั นธรรมไทย จนี 5. สามารถถา่ ยทอดกิจกรรมทางภาษา เป็นภาษาพูดและเขยี นได้ 6. ใช้ประโยคสนทนาไดอ้ ย่างถกู ต้องไวยากรณแ์ ละเหมาะสมตามสถานการณไ์ ด้ รวมทง้ั หมด 6 ผลการเรียนรู้ คาอธิบายรายวชิ า(เพิ่มเติม)
๑๕๐ รหัสวิชา จ๒๓2๐๑ รายวชิ าภาษาจนี พื้นฐาน ๕ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา 2๐ ชั่วโมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต อ่าน เขียน สัทอักษรโดยออกเสียงสระ กลมุ่ คา และประโยคงา่ ย ๆ ได้ถูกต้อง เขียนอกั ษรจนี ถูกต้องตามหลกั การเขียน ใชท้ กั ษะภาษาจนี ในการฟงั พดู อา่ น คาอธบิ าย บทสนทนา ข้อความท่ีเปน็ ความเรียงและไม่เป็นความเรียง ตลอดจนเข้าใจภาษาท่าทาง ในการส่ือสารตามสถานการณ์ต่าง ๆแลกเปลี่ยนนาเสนอข้อมูลข่าวสาร ใช้ประโยคตาม โครงสร้างไวยากรณ์ท่ีใช้สื่อความหมายตามบริบทต่าง ๆ ในการสนทนา ท้ังที่เป็นทางการ และไม่เป็นทางการ และใช้ประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้อง รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา เข้าใจ ตีความ ต่อข้อความ ข้อมูล เก่ียวกับเรื่องที่อยู่ในความสนใจเรียนรู้ เศรษฐกิจพอเพียงในชีวิตประจาวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสมกับบุคคลและ กาลเทศะและวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ผลการเรยี นรู้ 1. นักเรยี นสามารถอา่ น เขียนและออกเสยี งสัทอกั ษรได้ 2. เขียนอักษรจนี ไดถ้ กู ตอ้ งตามหลักการเขียน 3. ใชภ้ าษาจีนเบอ้ื งต้นในการฟัง พดู อ่าน เขยี น ได้ถูกตอ้ งตามหลัก 4. เรียกชือ่ ขดี พื้นฐานในอักษรจีนได้ถกู ตอ้ ง รวมทัง้ หมด 4 ผลการเรียนรู้ คาอธบิ ายรายวิชา(เพ่มิ เติม)
๑๕๑ รหัสวิชา จ๒๓2๐๒ รายวชิ าภาษาจีนพน้ื ฐาน ๖ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา 2๐ ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต อ่าน เขียน สัทอักษรโดยออกเสียงสระ กลุ่มคา และประโยคง่าย ๆ ได้ถูกต้อง ใช้ทักษะภาษาจีนในการฟัง พูด อ่าน เขียน คาอธิบาย บทสนทนา ข้อความที่ เป็นความเรียงและไม่เป็น ความเรียง ตลอดจนเข้าใจภาษาท่าทางในการสื่อสารตาม สถานการณ์ตา่ ง ๆ โตต้ อบใช้ประโยคตามโครงสรา้ งไวยากรณ์ท่ีใชส้ ื่อความหมายตามบริบท ต่าง ๆ ในการสนทนา ท้ังท่ีเป็นทางการและไม่เป็นทางการ และใช้ประโยคง่าย ๆ ได้ ถูกต้อง รู้และเข้าใจวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา เข้าใจ ตีความ และแสดงความ คิดเห็นต่อข้อความ ข้อมูล เก่ียวกับเร่ืองท่ีอยู่ในความสนใจในชีวิตประจาวันได้อย่างมี ประสิทธภิ าพ เหมาะสมกับบคุ คลและกาลเทศะ และวฒั นธรรมของเจา้ ของภาษา ผลการเรียนรู้ 1. นักเรยี นสามารถอ่าน เขียนและออกเสียงสทั อักษรได้ 2. เขียนอักษรจีนไดถ้ กู ตอ้ งตามตามหลกั การเขียน 3. ใช้ประโยคสนทนาไดอ้ ยา่ งถกู ต้องไวยากรณ์และเหมาะสมตามสถานการณ์ได้ 4. รู้และเข้าใจวัฒนธรรมไทย - จนี 5. เรียกช่ือขดี พนื้ ฐานในอกั ษรจนี ได้ถกู ต้อง รวมทั้งหมด 5 ผลการเรยี นรู้ กิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี น
๑๕๒ กจิ กรรมแนะแนว ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง กจิ กรรมแนะแนว ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง กิจกรรมแนะแนว ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง กจิ กรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาคเรียนที่ ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ช่วั โมง กิจกรรมลูกเสือ-เนตรนารี ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชั่วโมง คาอธบิ ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กจิ กรรมแนะแนว ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนท่ี ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชว่ั โมง
๑๕๓ กิจกรรมแนะแนวช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ มีเนอ้ื หาวชิ าใหน้ ักเรยี นได้เรียนรู้เกีย่ วกับ สาเหตขุ องปญั หา การตัดสนิ ใจ และแก้ปญั หาของตนเอง การสารวจจดุ เดน่ และความ สามารถพิเศษของตนเอง การสารวจความถนัด ความสามารถ ความสนใจ บุคลกิ ภาพ การใช้ห้องสมดุ การจาแนกขอ้ มูลข่าวสาร การรูจ้ ักตนเองและผอู้ ่นื การใช้ภาษาไทยอย่าง ถกู ต้องชัดเจน การจาแนกอารมณ์ การแสดงพฤตกิ รรมทเี่ หมาะสม การใช้สาธารณสมบตั ิ การอยู่รว่ มกันและทางานเป็นกลุ่ม โดยมวี ัตถุประสงคใ์ หน้ กั เรยี นเกิดความรกั และเห็น คณุ คา่ ของตนเองและผู้อน่ื การสารวจตนเองในดา้ นต่างๆ สามารถตัดสนิ ใจและแกไ้ ข ปญั หาของตนเองได้ รจู้ ักวธิ กี ารแสวงหาและนาเสนอข้อมลู สารสนเทศและสามารถ ดารงชีวิตอยูใ่ นสังคมได้อย่างมคี วามสขุ วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือให้ผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและ เหน็ คณุ ค่า ในตนเองและผอู้ ่นื ๒. เพ่ือให้ผเู้ รยี นรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมูล ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ท้ังด้าน การศึกษา อาชีพ ส่วนตัว สังคม เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศกึ ษาอาชีพ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคล้องกบั ศกั ยภาพของตนเอง ๓. เพื่อให้ผ้เู รียนไดพ้ ฒั นาบุคลกิ ภาพและปรบั ปรงุ ตัวอยู่ในสงั คมได้อย่างมคี วามสขุ ๔. เพ่อื ให้ผเู้ รียน มคี วามรู้ มีทักษะ มคี วามคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจต คติท่ีดตี อ่ อาชีพสุจรติ ๕. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนมคี ่านยิ มท่ดี ีงามในการดาเนินชวี ิต เสรมิ สร้างวินัย คณุ ธรรมและ จรยิ ธรรมแก่ผู้เรียน ๖. เพื่อให้ผูเ้ รียนมจี ิตสานึกในการรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครวั สงั คมและ ประเทศชาติ รวมทง้ั หมด ๖ วัตถุประสงค์ คาอธิบายกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รียน กจิ กรรมแนะแนว ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ชวั่ โมง
๑๕๔ กิจกรรมแนะแนวช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๒ มีเนือ้ หาวิชาใหน้ ักเรียนไดเ้ รียนรู้และศึกษา เก่ยี วกับทักษะการตัดสินใจและการแก้ไขปญั หา การพัฒนาจดุ เดน่ และความสามารถพเิ ศษ การปรับปรุงพฒั นาทางด้านการเรียนและบุคลกิ ภาพ การพัฒนาส่วนดแี ละแกไ้ ข ข้อบกพรอ่ งของตนเองและช่ืนชมในความดงี ามของผู้อ่นื การแสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ ต่างๆ การเลือกสรรข้อมูลข่าวสารทเี่ ปน็ ประโยชน์ต่อตนเอง การรว่ มตัดสินใจและแกไ้ ขปัญหาของ ครอบครวั ความแตกแยกระหวา่ งบุคคล การใช้ภาษาไทยอยา่ งถกู ตอ้ งชัดเจน การใช้ ปญั ญาแก้ไขปัญหาใหต้ นเอง การสร้างสมั พันธภาพ หนา้ ทีส่ าคัญ และการทางานเปน็ ทมี โดยมีวัตถปุ ระสงค์ให้นักเรียนเกดิ ความรักเห็นคณุ ค่าของตนเองและผู้อืน่ สามารถคดิ หา แนวทางในการพัฒนาตนเองในดา้ นต่างๆ สามารถร่วมตดั สนิ ใจและแกไ้ ขปัญหาครอบครวั ร้จู กั วิธกี ารแสวงหาขอ้ มลู และเลอื กสรรข้อมลู ที่เป็นประโยชน์ มีความเสยี สละเพอ่ื ส่วนรวม และมคี วามสามารถในการทางานเปน็ ทีม วัตถปุ ระสงค์ ๑. เพ่ือให้ผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและ เห็นคุณคา่ ในตนเองและผู้อื่น ๒. เพื่อให้ผเู้ รียนรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมูล ขา่ วสาร แหล่งเรียนรู้ ท้ังด้าน การศึกษา อาชีพ สว่ นตัว สังคม เพื่อนาไปใชใ้ นการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสมสอดคล้องกบั ศักยภาพของตนเอง ๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนได้พฒั นาบคุ ลิกภาพและปรบั ปรงุ ตัวอยู่ในสังคมได้อย่างมคี วามสขุ ๔. เพื่อให้ผู้เรียน มคี วามรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชพี และมีเจต คตทิ ีด่ ีตอ่ อาชีพสจุ ริต ๕. เพอื่ ให้ผเู้ รียนมีคา่ นยิ มที่ดีงามในการดาเนินชวี ติ เสรมิ สร้างวินัย คณุ ธรรมและ จริยธรรมแก่ผู้เรยี น ๖. เพอ่ื ให้ผู้เรียนมีจติ สานึกในการรบั ผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว สังคมและ ประเทศชาติ รวมทั้งหมด ๖ วตั ถปุ ระสงค์ คาอธบิ ายกิจกรรมพัฒนาผู้เรยี น กิจกรรมแนะแนว ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ – ๒ จานวน ๒๐ ช่ัวโมง
๑๕๕ กิจกรรมแนะแนวชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ มีเน้ือหาวิชาให้นักเรียนได้เรียนรู้และศึกษา เก่ียวกับการคิดเป็น ทาเป็น แก้ปัญหาเป็น ความพึงพอใจในเอกลักษณ์ของตนเอง การ วางแผนเลือกทางศึกษาต่อ การรักนบั ถือตนเองและผู้อื่น การวิเคราะห์ข้อมูลและนาเสนอ ข้อมูล การเลือกข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม การร่วมตัดสินใจและ แก้ไขปัญหาของโรงเรียนและชุมชน ความแตกต่างระหว่างบุคคล การใช้ภาษาไทยได้อย่าง ถูกต้องชัดเจน การใช้ปัญญาควบคุมอารมณ์ การจัดการกับความขัดแย้งของตนเองและ ผูอ้ นื่ การทาประโยชน์เพ่อื สว่ นรวม การทางานร่วมกันและการเปน็ ผ้นู า โดยมวี ตั ถุประสงค์ ให้นักเรียนรักนับถือตนเองและผู้อื่น มีความสามารถในการคิด ทา และแก้ไขปัญหาด้วย ตนเอง รู้จักวิเคราะห์และเลือกสรรข่าวสารท่ีเป็นประโยชน์ต่อตนเองและสังคม สามารถ ตัดสินใจและเลือกแนวทางศึกษาต่อได้ ยอมเสียสละเพื่อส่วนรวมและมีความพึงพอใจใน ชีวิต วัตถุประสงค์ ๑. เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบความถนัด ความสามารถ ความสนใจของตนเอง รักและ เห็นคณุ ค่า ในตนเองและผูอ้ ื่น ๒. เพ่ือให้ผู้เรยี นรู้จักการแสวงหาความรู้จากข้อมลู ข่าวสาร แหล่งเรียนรู้ ทั้งด้าน การศึกษา อาชีพ ส่วนตวั สังคม เพ่ือนาไปใช้ในการวางแผนเลือกแนวทางการศึกษาอาชีพ ได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับศกั ยภาพของตนเอง ๓. เพอ่ื ให้ผู้เรียนได้พัฒนาบุคลิกภาพและปรบั ปรุงตัวอยใู่ นสังคมไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข ๔. เพื่อให้ผู้เรียน มีความรู้ มีทักษะ มีความคิดสร้างสรรค์ ในงานอาชีพและมีเจต คติทดี่ ตี ่ออาชพี สจุ รติ ๕. เพื่อให้ผเู้ รียนมีค่านยิ มท่ดี ีงามในการดาเนนิ ชวี ติ เสริมสร้างวินัย คณุ ธรรมและ จรยิ ธรรมแก่ผู้เรยี น ๖. เพ่อื ให้ผู้เรียนมีจิตสานึกในการรับผิดชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว สงั คมและ ประเทศชาติ รวมทัง้ หมด ๖ วัตถุประสงค์ คาอธบิ ายกจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น กิจกรรมลูกเสอื สามัญร่นุ ใหญ่ เนตรนารีสามญั ร่นุ ใหญ่ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
๑๕๖ ภาคเรยี นที่ ๑ – ๒ จานวน ๔๐ ช่วั โมง ศึกษา วเิ คราะห์ ฝกึ ปฏิบตั ิ ตระหนกั ถึงความสาคัญของ กิจการลูกเสอื ระเบียบแถว การสวนสนามกฎและคาปฏญิ าณ การบรรจุเคร่อื งหลัง การกางเต็นท์ การก่อไฟ และการ ประกบอาหาร เง่ือนและการผูกแน่น อนั ประกอบไปด้วย เง่ือนพิรอด เง่ือนขัดสมาธิ เง่อื น ผกู กระหวดั ไม้ เงอ่ื นบ่วงสายธนู เง่ือนตะกรดุ เบด็ เง่ือนประมงเงอ่ื นผกู ซุง เง่ือนผกู ร้งั เง่ือน ปมตาไก่ และการผกู แน่นอนั ประกอบดว้ ย ผกู ทแยง ผกู กากบาท ผูกประกบ หลกั ความ ปลอดภัยทั่วไปรวมถงึ วิชาพิเศษอันประกอบด้วย การหามิตร นกั สะสม นักสะกดรอย นัก ว่ายนา้ และผพู้ ทิ กั ษ์ป่า วัตถุประสงค์ ๑. มคี วามรู้ความเข้าใจ และสามารถปฏบิ ัติตามคาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนข์ อง ลกู เสอื สามัญ รุ่นใหญ่ ๒. มีทักษะการสงั เกต จดจา การใช้มือ เคร่ืองมือ การแกป้ ัญหา และทกั ษะในการ ทางานร่วมกบั ผู้อนื่ ๓. มคี วามซอ่ื สตั ยส์ ุจรติ มีความกลา้ หาญ อดทน เชื่อม่ันในตนเอง มรี ะเบียบวินยั มี ความสามคั คี เหน็ อกเห็นใจผ้อู ่ืน มีความเสยี สละ บาเพ็ญประโยชนเ์ พอ่ื สาธารณประโยชน์ ๔. มกี ารพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สร้างสรรค์งานฝมี ือ สนใจและพัฒนาเร่อื งของ ธรรมชาติ รวมท้งั หมด ๔ วตั ถปุ ระสงค์ คาอธบิ ายกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน
๑๕๗ กจิ กรรมลูกเสือสามัญรุน่ ใหญ่ เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๒ ภาค เรยี นท่ี ๑ – ๒ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง ศกึ ษา วเิ คราะห์ ฝกึ ปฏิบตั ิ ตระหนกั ถึงความสาคญั ของ อดุ มคติ การสวนสนาม สง่ิ แวดลอ้ ม การบริการ หน้าท่ีพลเมอื ง การเดินทางสารวจและการบุกเบิก การเดนิ ทางไกล การใช้แผนท่ี-เขม็ ทศิ การปฐมพยาบาล อันประกอบดว้ ย บาดแผลธรรมดา ถูกไฟ ไหม้ น้าร้อนลวก เป็นลม งูกดั แมงมุมกัดแมลงกดั ต่อย ผิวหนังถลอก และเท้าแพลง และ วิชาพเิ ศษอนั ประกอบดว้ ย การจดั การค่าย ช่วยผปู้ ระสบภัย นักผจญภยั สายยงยศ วัตถปุ ระสงค์ ๑. มคี วามรู้ความเข้าใจ และสามารถปฏิบตั ิตามคาปฏิญาณ กฎ และคติพจนข์ อง ลกู เสือสามัญ รุน่ ใหญ่ ๒. มีทกั ษะการสังเกต จดจา การใช้มอื เครือ่ งมือ การแก้ปญั หา และทักษะในการ ทางานร่วมกับผู้อ่นื ๓. มีความซือ่ สตั ยส์ ุจริต มคี วามกล้าหาญ อดทน เช่อื มั่นในตนเอง มรี ะเบียบวินัย มี ความสามคั คี เห็นอกเหน็ ใจผู้อืน่ มคี วามเสยี สละ บาเพญ็ ประโยชน์เพอื่ สาธารณประโยชน์ ๔. มีการพฒั นาตนเองอยู่เสมอ สร้างสรรค์งานฝมี อื สนใจและพัฒนาเรือ่ งของ ธรรมชาติ รวมทัง้ หมด ๔ วตั ถุประสงค์ คาอธิบายกจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
๑๕๘ กจิ กรรมลกู เสอื สามัญรนุ่ ใหญ่ เนตรนารีสามัญรุ่นใหญ่ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑ – ๒ จานวน ๔๐ ชวั่ โมง ศึกษา วิเคราะห์ ฝึกปฏิบัติ ตระหนกั ถึงความสาคัญของ การฝกึ เป็นผ้นู า การสวน สนาม การแสดงออกทางศิลปะกิจกรรมทส่ี นใจ สมรรถภาพ การบรกิ าร และสงิ่ แวดลอ้ ม อุดมคติ หนา้ ทพี่ ลเมือง และวชิ าพเิ ศษ อันประกอบด้วย นกั กีฬา การอนุรกั ษธ์ รรมชาติ การ พยาบาล การพูดในท่ีสาธารณะ และการพฒั นาชุมชน วตั ถุประสงค์ ๑. มคี วามรูค้ วามเขา้ ใจ และสามารถปฏบิ ตั ติ ามคาปฏิญาณ กฎ และคตพิ จนข์ อง ลูกเสอื สามัญ รุ่นใหญ่ ๒. มที ักษะการสังเกต จดจา การใชม้ อื เคร่ืองมอื การแกป้ ญั หา และทักษะในการ ทางานรว่ มกับผ้อู น่ื ๓. มีความซือ่ สัตยส์ ุจรติ มคี วามกล้าหาญ อดทน เชอ่ื ม่ันในตนเอง มรี ะเบียบวินัย มี ความสามคั คี เห็นอกเห็นใจผู้อนื่ มีความเสียสละ บาเพญ็ ประโยชนเ์ พอ่ื สาธารณประโยชน์ ๔. มีการพัฒนาตนเองอยู่เสมอ สรา้ งสรรคง์ านฝีมือ สนใจและพัฒนาเรื่องของ ธรรมชาติ รวมท้ังหมด ๔ วตั ถุประสงค์ การจัดการเรียนรู้
๑๕๙ หลักสูตรสถานศึกษา(ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๒ พัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ัน พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ให้ความสาคญั กบั การจัดการเรียนรู้ซ่ึงเป็นกระบวนการสาคัญ ในการนาหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นหลักสูตรท่ีมี มาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เป็น เป้าหมายสาหรับพัฒนาเดก็ และเยาวชน ในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณสมบัติตามเป้าหมายหลักสูตร ผู้สอนพยายามคัดสรร กระบวนการเรียนรู้ จัดการเรียนรู้โดยช่วยให้ผู้เรียนเรียนรู้ผ่านสาระที่กาหนดไว้ในหลักสูตร 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝังเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ พัฒนาทักษะ ตา่ งๆ อันเป็นสมรรถนะสาคญั ใหผ้ ู้เรยี นบรรลตุ ามเปา้ หมาย 1. หลักการจัดการเรียนรู้ การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผ้เู รียนมี ความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสาคัญและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ตามที่กาหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน โดยยึดหลกั ว่า ผู้เรียนมคี วามสาคัญที่สดุ เชื่อวา่ ทุกคนมีความสามารถ เรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยึดประโยชน์ท่ีเกิดกับผู้เรียน กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้อง สง่ เสรมิ ใหผ้ เู้ รียน สามารถพฒั นาตามธรรมชาติและเต็มตามศกั ยภาพ คานึงถึงความแตกต่าง ระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เน้นให้ความสาคญั ท้งั ความรู้ และคณุ ธรรม 2. กระบวนการเรยี นรู้ การจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการ เรียนรู้ท่ีหลากหลาย เป็นเครื่องมือที่จะนาพาตนเองไปสู่เป้าหมายของห ลักสูตร กระบวนการเรียนรู้ที่จาเป็นสาหรับผู้เรียน อาทิ กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม กระบวนการเผชิญ สถานการณ์และแก้ปญั หา กระบวนการเรียนร้จู ากประสบการณ์จริง กระบวนการปฏบิ ัติ ลง มือทาจริง กระบวนการจัดการ กระบวนการวิจัย กระบวนการเรียนรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพฒั นาลกั ษณะนสิ ยั กระบวนการเหล่าน้ีเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ท่ีผู้เรียนควรได้รับการ ฝึกฝน พัฒนา เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของ หลักสูตร ดังน้ัน ผู้สอน จึงจาเป็นต้องศึกษาทาความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพ่ือใหส้ ามารถเลอื กใชใ้ นการจัดกระบวนการเรียนร้ไู ด้อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ 3. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้ ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะสาคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมกับ ผู้เรียน แล้วจึงพิจารณาออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน
๑๖๐ ส่ือ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพและบรรลุ ตามเป้าหมายทกี่ าหนด 4. บทบาทของผสู้ อนและผเู้ รียน การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ท้ังผู้สอน และผ้เู รียนควรมบี ทบาท ดงั น้ี 4.1 บทบาทของผ้สู อน 1) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนาข้อมูลมาใช้ในการวาง แผนการจดั การเรียนรู้ ที่ท้าทายความสามารถของผเู้ รียน 2) กาหนดเป้าหมายท่ีต้องการให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ด้านความรู้และ ทักษะกระบวนการท่ีเป็นความคิดรวบยอด หลักการ และความสัมพันธ์ รวมท้ังคุณลักษณะ อนั พึงประสงค์ 3) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ท่ีตอบสนองความแตกต่าง ระหวา่ งบุคคลและพฒั นาการทางสมอง เพ่ือนาผู้เรียนไปสู่เปา้ หมาย 4) จัดบรรยากาศท่ีเอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิด การเรียนรู้ 5) จัดเตรียมและเลือกใช้ส่ือให้เหมาะสมกับกิจกรรม นาภูมิปัญญา ทอ้ งถ่นิ เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใชใ้ นการจัดการเรียนการสอน 6) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของวชิ าและระดับพัฒนาการของผู้เรียน 7) วิเคราะห์ผลการประเมินมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทงั้ ปรับปรงุ การจดั การเรยี นการสอนของตนเอง 4.2 บทบาทของผูเ้ รียน 1) กาหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผดิ ชอบการเรยี นรู้ของตนเอง 2) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ต้งั คาถาม คดิ หาคาตอบหรอื หาแนวทางแกป้ ัญหาด้วยวิธีการต่าง ๆ 3) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งท่ีได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนาความรู้ไป ประยุกตใ์ ช้ในสถานการณต์ ่าง ๆ 4) มปี ฏิสัมพันธ์ ทางาน ทากจิ กรรมร่วมกับกลุ่มและครู 5) ประเมินและพฒั นากระบวนการเรยี นรู้ของตนเองอย่างต่อเน่อื ง ส่ือการเรยี นรู้
๑๖๑ หลักสูตรสถานศึกษา(ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๒ พัฒนาแนวทางการใช้ส่ือการเรียนรู้ ตามแนวทางของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ที่ให้ความสาคัญกับสื่อการเรียนรู้ที่เป็น เครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้ ทักษะ กระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการ เรียนรู้มีหลากหลายประเภท ทัง้ สอื่ ธรรมชาติ สื่อสิ่งพิมพ์ สอื่ เทคโนโลยี และเครือข่ายการ เรียนรู้ต่างๆ ท่ีมีในท้องถ่ิน การเลือกใช้ส่ือควรเลือกให้มีความเหมาะสมกับระดับพัฒนาการ และลลี าการเรียนรทู้ ห่ี ลากหลายของผู้เรยี น การจัดหาส่ือการเรียนรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทาและพัฒนาข้ึนเอง หรือ ปรับปรุงเลือกใช้อย่างมีคุณภาพจากส่ือต่าง ๆ ที่มีอยู่รอบตัวเพื่อนามาใช้ประกอบในการ จัดการเรียนรู้ท่ีสามารถส่งเสริมและส่ือสารให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัด ให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่างแท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นท่ี การศึกษา หนว่ ยงานท่เี กย่ี วขอ้ งและผ้มู หี นา้ ทจ่ี ดั การศึกษาขัน้ พื้นฐาน ควรดาเนนิ การดงั น้ี 1. จัดให้มีแหล่งการเรียนรู้ ศูนย์ส่ือการเรียนรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และ เครือข่ายการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพท้ังในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้า และการแลกเปลีย่ นประสบการณก์ ารเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษา ท้องถน่ิ ชุมชน สงั คมโลก 2. จัดทาและจัดหาส่ือการเรียนรู้สาหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ ใหผ้ สู้ อน รวมทง้ั จดั หาสง่ิ ทีม่ อี ย่ใู นทอ้ งถ่นิ มาประยกุ ต์ใช้เป็นส่ือการเรียนรู้ 3. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคลอ้ ง กบั วิธกี ารเรียนรู้ ธรรมชาติของสาระการเรยี นรู้ และความแตกต่างระหว่างบุคคล ของผู้เรยี น 4. ประเมนิ คณุ ภาพของสื่อการเรยี นรทู้ เ่ี ลอื กใชอ้ ย่างเป็นระบบ 5. ศึกษาค้นคว้า วิจัย เพ่ือพัฒนาส่ือการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ ของผู้เรยี น 6. จดั ให้มีการกากบั ติดตาม ประเมนิ คุณภาพและประสิทธิภาพเกยี่ วกับส่ือและการ ใช้สอ่ื การเรียนรเู้ ปน็ ระยะๆ และสม่าเสมอ ในการจัดทา การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพส่ือการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคานึงถึงหลักการสาคัญของสื่อการเรียนรู้ เช่น ความสอดคล้องกับหลักสูตร วัตถุประสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียน เนื้อหามคี วามถูกต้องและทันสมยั ไม่กระทบความมนั่ คงของชาติ ไม่ขดั ต่อศลี ธรรม มกี ารใช้ ภาษาทถี่ กู ตอ้ ง รูปแบบการนาเสนอท่ีเขา้ ใจงา่ ย และนา่ สนใจ โดยใช้วิธีการหลากหลายแก้ปัญหา ใช้ความรู้ ทักษะและกระบวนการทาง คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี ในการแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม ให้
๑๖๒ เหตุผลประกอบการตัดสินใจและสรุปผลได้อย่างเหมาะสม ใช้ภาษาและสัญลักษณ์ทาง คณิตศาสตร์ในการสื่อสาร การส่ือความหมาย และการนาเสนอได้อย่างถูกต้องและชัดเจน เช่ือมโยงความรู้ต่างๆ ในคณิตศาสตร์และนาความรู้ หลักการกระบวนการทางคณิตศาสตร์ ไปเชือ่ มโยงกับศาสตรอ์ นื่ ๆ มีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ สามารถนาใช้ในการดาเนินชีวิตอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม บนพ้ืนฐานของความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ึงสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่ อยา่ งพอเพยี ง มงุ่ ม่นั ในการทางาน รกั ความเป็นไทยและมจี ติ สาธารณะ การวดั และประเมินผลการเรียนรู้ หลักสูตรสถานศึกษา(ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๒ กาหนดการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามแนวทางของหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ โดยการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ของผู้เรียนต้องอยู่บนหลักการพ้นื ฐานสองประการคือการประเมนิ เพื่อพฒั นาผูเ้ รียนและเพ่ือ ตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรียนรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสาเร็จนั้น ผู้เรียนจะต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวช้ีวดั เพื่อให้บรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะสาคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนซ่ึงเป็นเป้าหมายหลักใน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดับไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็น กระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนโดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและสารสนเทศท่ีแสดง พัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสาเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลท่ีเป็น ประโยชน์ตอ่ การสง่ เสรมิ ใหผ้ ้เู รียนเกิดการพฒั นาและเรียนรอู้ ยา่ งเต็มตามศักยภาพ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้ แบ่งออกเป็น 4 ระดบั ได้แก่ ระดับชน้ั เรียน ระดับ สถานศกึ ษา ระดบั เขตพน้ื ทก่ี ารศกึ ษา และระดับชาติ มีรายละเอยี ด ดังนี้ 1. การประเมินระดับช้ันเรียน เป็นการวัดและประเมินผลท่ีอยู่ในกระบวนการจัดการ เรียนรู้ ผู้สอนดาเนินการเป็นปกติและสม่าเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการ ประเมินอย่างหลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมินโครงงาน การประเมินชนิ้ งาน/ภาระงาน แฟม้ สะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผสู้ อนเป็นผู้ประเมิน เองหรอื เปิดโอกาสใหผ้ ู้เรยี นประเมินตนเอง เพอื่ นประเมนิ เพอื่ น ผ้ปู กครองร่วมประเมนิ ในกรณที ่ี ไม่ผ่านตวั ชว้ี ดั ให้มกี ารสอนซอ่ มเสรมิ การประเมินระดับช้ันเรียนเป็นการตรวจสอบว่า ผู้เรียนมีพัฒนาการ ความก้าวหน้าในการเรียนรู้ อันเป็นผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และ มากน้อยเพียงใด มีส่ิงที่จะต้องได้รับการพัฒนาปรับปรุงและสง่ เสริมในด้านใด นอกจากนี้ยัง
๑๖๓ เปน็ ขอ้ มูลใหผ้ ู้สอนใช้ปรับปรุงการเรยี นการสอนของตนด้วย ทั้งนี้โดยสอดคล้องกับมาตรฐาน การเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั 2. การประเมินระดับสถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดาเนินการเพื่อ ตัดสนิ ผล การเรียนของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์และ เขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพ่ือให้ได้ข้อมูล เกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมาย หรอื ไม่ ผู้เรียนมีจดุ พฒั นาในด้านใด รวมทั้งสามารถนาผลการเรียนของผู้เรียนในสถานศึกษา เปรียบเทียบกับเกณฑ์ระดับชาติ ผลการประเมินระดับสถานศึกษาจะเป็นข้อมูลและ สารสนเทศเพ่ือการปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวิธีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพื่อการจัดทาแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการ ประกันคณุ ภาพการศกึ ษาและการรายงานผลการจัดการศกึ ษาต่อคณะกรรมการสถานศกึ ษา สานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษา สานักงานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน ผู้ปกครองและ ชมุ ชน 3. การประเมินระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับ เขตพ้ืนที่การศึกษาตามมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เพ่ือใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของเขตพ้ืนท่ีการศึกษา ตามภาระ ความรับผิดชอบ สามารถดาเนินการโดยประเมินคุณภาพผลสัมฤทธ์ิของผู้เรียนด้วยข้อสอบ มาตรฐานที่จดั ทาและดาเนินการโดยเขตพื้นทกี่ ารศึกษา หรือด้วยความร่วมมือกับหน่วยงาน ตน้ สงั กัด ในการดาเนินการจดั สอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนขอ้ มลู จากการ ประเมินระดบั สถานศึกษาในเขตพนื้ ท่ีการศึกษา 4. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตาม มาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน สถานศึกษาต้องจัดให้ ผเู้ รียนทุกคนที่เรียน ในช้ันประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีท่ี 6 ช้ันมัธยมศึกษาปี ที่ 3 และชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นขอ้ มูลในการ เทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนาไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพ การจดั การศึกษาตลอดจนเป็นขอ้ มูลสนบั สนุนการตดั สินใจในระดับนโยบายของประเทศ ขอ้ มลู การประเมินในระดบั ตา่ ง ๆ ข้างต้น เปน็ ประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวนพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบ ดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุงแก้ไข ส่งเสริมสนับสนุนเพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบน พื้นฐาน ความแตกต่างระหว่างบุคคลที่จาแนกตามสภาพปัญหาและความต้องการ ได้แก่ กลุ่ม ผ้เู รียนทัว่ ไป กลุ่มผู้เรียนท่มี ีความสามารถพิเศษ กลุ่มผ้เู รียนทม่ี ีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่า กลุ่ม ผู้เรียนที่มีปัญหาด้านวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผู้เรียนที่ปฏิเสธโรงเรียน กลุ่มผู้เรียนท่ีมีปัญหา ทางเศรษฐกิจและสังคม กลมุ่ พกิ ารทางร่างกายและสติปญั ญา เปน็ ต้น ข้อมลู จากการประเมินจึง
๑๖๔ เป็นหัวใจของสถานศึกษาในการดาเนินการช่วยเหลือผู้เรียนได้ทันท่วงที ปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้รบั การพัฒนาและประสบความสาเรจ็ ในการเรียน เกณฑก์ ารวัดและประเมินผลการเรียน หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๒ กาหนดเกณฑ์การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ ตามแนวทางของ หลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ดังนี้ การตดั สิน การใหร้ ะดบั และการรายงานผลการเรยี น 1. การตัดสินผลการเรียน ในการตัดสินผลการเรยี นของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนต้องคานึงถึงการพัฒนา ผเู้ รียนแต่ละคนเป็นหลัก และตอ้ งเก็บข้อมูลของผู้เรียนทกุ ด้านอย่างสม่าเสมอและต่อเน่ืองใน แต่ละภาคเรียน รวมทัง้ สอนซ่อมเสริมผู้เรียนให้พฒั นาจนเต็มตามศักยภาพ 1) ผู้เรยี นต้องมเี วลาเรยี นไม่น้อยกวา่ ร้อยละ 80 ของเวลาเรียนทงั้ หมด 2) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศกึ ษากาหนด 3) ผูเ้ รียนตอ้ งไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรียนทุกรายวิชา 4) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมินผ่านตามเกณฑ์ที่ สถานศึกษากาหนด ในการอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน การพิจารณาเลื่อนช้ันระดับมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียง เลก็ นอ้ ย และสถานศกึ ษาพิจารณาเห็นว่าสามารถพฒั นาและสอนซ่อมเสรมิ ได้ ให้อยูใ่ นดุลพนิ ิจ ของสถานศึกษาท่ีจะผ่อนผันให้เลื่อนช้ันได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจานวนมาก และมี แนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงข้ึน สถานศึกษาอาจต้ังคณะกรรมการ พิจารณาให้เรียนซ้าชั้นได้ ทั้งน้ีให้คานึงถึงวุฒิภาวะและความรู้ความสามารถของผู้เรียนเป็น สาคัญ 2. การใหร้ ะดับผลการเรยี น ในการตัดสินเพ่ือให้ระดับผลการเรยี นรายวิชา สถานศึกษาให้ระดับผลการเรียน หรอื ระดบั คณุ ภาพการปฏิบัติของผเู้ รยี น เปน็ ระบบตัวเลข เป็น ๘ ระดบั ดังนี้ คะแนนรอ้ ยละ ระดับผลการเรยี น ความหมายของการ ๘๐–๑๐๐ ๔ ประเมิน ดีเยี่ยม
๑๖๕ ๗๕–๗๙ ๓.๕ ดมี าก ๗๐–๗๔ ๓ ดี ๖๕–๖๙ ๒.๕ ค่อนข้างดี ๖๐–๖๔ ๒ ปานกลาง ๕๕–๕๙ ๑.๕ พอใช้ ๕๐–๕๔ ๑ ผ่านเกณฑข์ ้ันตา่ ๐–๔๙ ๐ ตา่ กว่าเกณฑ์ การประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขยี น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์นั้น ให้ระดบั ผลการประเมนิ เป็น ดเี ย่ยี ม ดี และผ่าน การประเมินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน จะต้องพิจารณาท้ังเวลาการเข้าร่วมกิจกรรม การปฏิบัติกิจกรรมและผลงานของผู้เรียน ตามเกณฑ์ท่ีสถานศึกษากาหนด และให้ผลการ เข้ารว่ มกจิ กรรมเปน็ ผา่ น และไมผ่ ่าน 3. การรายงานผลการเรยี น การรายงานผลการเรียนเป็นการสื่อสารให้ผู้ปกครองและผู้เรียนทราบความก้าวหน้า ในการเรียนรู้ของผู้เรียน ซ่ึงสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ หรืออย่างน้อยภาคเรียนละ 1 คร้ัง การรายงานผลการเรียน สามารถรายงานเป็นระดบั คุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนท่ีสะท้อนมาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ การเรียนรู้ เกณฑ์การจบการศกึ ษา หลักสูตรสถานศึกษา (ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น) โรงเรียนเทศบาล ๒ บ้านกะทู้ พุทธศักราช ๒๕๖๒ กาหนดเกณฑ์กลางสาหรับการจบการศึกษาระดับประถมศึกษา ตาม แนวทางของหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา ขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ ดังน้ี (๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐานและเพิ่มเติมไม่เกิน ๘๑ หน่วยกิต โดยเป็น รายวชิ าพื้นฐาน ๖๖ หนว่ ยกติ และรายวิชาเพม่ิ เติม ๑๕ หน่วยกิต (๒) ผู้เรยี นต้องได้หน่วยกิตตลอดหลักสตู รไม่นอ้ ยกว่า ๗๗ หนว่ ยกิต โดยเป็น รายวิชาพืน้ ฐาน ๖๖ หนว่ ยกิต และรายวิชาเพม่ิ เติมไม่น้อยกวา่ ๑๔ หนว่ ยกติ (๓) ผู้เรียนมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะหแ์ ละเขียน จะต้องได้รับ ผลการประเมินเป็น “ดีเย่ียม” “ดี” และ “ผ่าน” ถ้านักเรียนได้รับผลการประเมินเป็น “ไม่ ผ่าน” ในการประเมนิ ระดบั ชั้นใด ถอื วา่ ไม่จบหลกั สูตร
๑๖๖ (๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษา จะต้องได้รับผลการประเมินเป็น “ดีเยี่ยม” “ดี” และ “ผ่าน” ถ้านักเรียนได้รับผลการ ประเมนิ เปน็ “ไม่ผา่ น” ในการประเมนิ ระดบั ชั้นใด ถอื ว่าไม่จบหลักสตู ร (๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การ ประเมินเป็น “ผ” ซ่ึงถือว่าผ่านการตัดสินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน แต่ถ้าได้รับผลการเรียน เปน็ “มผ” แม้กจิ กรรมใดกจิ กรรมหนึง่ ถอื วา่ ไมจ่ บหลกั สูตร
๑๖๗ คณะผู้จัดทาหลกั สตู ร คณะทป่ี รึกษา ผอู้ านวยการสถานศึกษา ๑. นายสงั วรณ์ ภรงิ คาร รก.รองผอู้ านวยการและ ๒. นางสาวอาภาพันธ์ แสงดารา หวั หนา้ ฝ่ายบรหิ ารทั่วไป หัวหน้าฝ่ายบริหารบุคลากร ๓. นางนริ มล ตนั ตนิ ติ ธิ รรม หวั หน้าฝ่ายแผนและงบประมาณ หวั หนา้ ฝ่ายบริหารวชิ าการมธั ยม ๔. นางศริ ิรตั น์ ชรู าช หัวหนา้ ฝา่ ยบริหารวชิ าการประถม/ วดั ผลประถม ๕. นางเบญจวรรณ ดาบทอง งานทะเบยี นและวัดผลมธั ยม ๖. นางฉวี บรรดาศกั ด์ิ ๗. ว่าที่ร.ต.สวุ ิทย์ สหะกิจ คณะผู้จดั ทาหลักสตู ร ผู้อานวยการสถานศึกษา รก.รองผอู้ านวยการสถานหวั หน้า ๑. นายสงั วรณ์ ภริงคาร ๒. นางสาวอาภาพันธ์ แสงดารา หัวหนา้ ฝ่ายบรหิ ารวิชาการมธั ยม ฝ่ายบรหิ ารทั่วไป งานทะเบียนและวัดผลมัธยม ๓. นางเบญจวรรณ ดาบทอง ครูกลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ๔. วา่ ท่ีร.ต.สวุ ิทย์ สหะกจิ ครกู ล่มุ สาระการเรียนรูค้ ณิตศาสตร์ ๕. นางสาวจนิ ทนา พาเจรญิ ครูกลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์ ๖. นางสาวกานตพ์ ิชชา กันภยั ชร ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศกึ ษา ๗. นายต่อพงศ์ ชยั ทอง ศาสนาและวัฒนธรรม ๘. นางสาวหนง่ึ ฤทยั แกว้ กนั เนตร ครูกลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ขุ ศึกษาและ พลศึกษา ๙. นายนรารักษ์ สมาแอ ครกู ลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ครกู ลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี ๑๐. นางสาวอาภาพนั ธ์แสงดารา กลุ่มสาระการเรียนรู้ ๑๑. นางสาวจินทนา พาเจริญ ภาษาตา่ งประเทศ ๑๒. นางสาวกญั ญาภัส ทองหนูนุย้ คณะผู้รวบรวม เรยี บเรยี ง จัดทารูปเลม่ ๑. นางเบญจวรรณ ดาบทอง หวั หน้าฝา่ ยบริหารวิชาการงานและหลักสูตร
3. นางสาวกานต์พชิ ชา ภยั กนั ชร ๑๖๘ ๓. นางสาวกญั ญาภสั ทองหนนู ยุ้ ๔. ว่าท่ีร.ต.สุวทิ ย์ สหะกิจ งานหลกั สตู รและนเิ ทศการสอน งานหลกั สูตรและประเมินหลักสตู ร งานทะเบยี นและวดั ผลมัธยม
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178