Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

Published by KroorachaneChanel, 2023-06-19 04:23:02

Description: หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

Search

Read the Text Version

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ กิจกรรมประจำวัน เพื่อให้โอกาสเด็กได้เล่นอย่างเสรีประมาณวันละ 60 นาที การจัดมุมเล่นต่าง ๆ ผสู้ อนควรคำนงึ ถงึ สิ่งตอ่ ไปน้ี 1) ในห้องเรียนควรมีมมุ เล่นอย่างน้อย 3 –5 มมุ ทั้งนขี้ ึน้ อยูก่ บั พืน้ ทีข่ องหอ้ ง 2) ควรมกี ารผลดั เปลย่ี นส่อื ของเลน่ ตามมุมบา้ ง ตามความสนใจของเด็ก 3) ควรจัดให้มีประสบการณ์ที่เด็กได้เรียนรู้ไปแล้วปรากฏอยู่ในมุมเล่น เช่น เด็กเรียนรู้ เรื่องผีเสื้อ ผู้สอนอาจจัดให้มีการเลี้ยงหนอน หรือมีผีเสื้อสต๊าฟใส่กล่องไว้ให้เด็กดูในมุมธรรมชาติศึกษา หรอื มุมวทิ ยาศาสตร์ ฯลฯ 4) ควรเปดิ โอกาสให้เด็กมีส่วนร่วมในการจดั มุมเล่น ทงั้ นเ้ี พื่อจูงใจใหเ้ ด็กรู้สึกเป็นเจ้าของ อยากเรียนรู้ อยากเขา้ เล่น 5) ควรเสริมสรา้ งวินยั ใหก้ บั เด็ก โดยมีขอ้ ตกลงร่วมกันวา่ เมื่อเล่นเสรจ็ แลว้ จะต้องจัดเก็บ อุปกรณ์ทกุ อย่างเขา้ ทใ่ี ห้เรียบร้อย มมุ เลน่ หรือมุมประสบการณ์ที่ควรจัด มีดังน้ี มมุ บล็อก เป็นมมุ ทจี่ ดั เก็บบลอ็ กไม้ตันทมี่ ีขนาดและรูปทรงต่าง ๆ กันเดก็ สามารถนำมาเล่นต่อประกอบ กัน เป็นสิ่งตา่ ง ๆ ตามจินตนาการ ความคิดสรา้ งสรรค์ ของตนเอง การจัดมุมบล็อกเป็นมุมที่ควรจัดให้อยู่ห่างจากมุมที่ต้องการความสงบ เช่น มุมหนังสือทั้งนี้ เพราะเสียงจากการเล่นก่อไม้บล็อก อาจทำลายสมาธิเด็กที่อยู่ในมุมหนังสือได้ นอกจากนี้ยังควรอยู่ห่าง จากทางเดินผ่านหรือทางเข้าออกของห้องเพื่อไม่ใช้กีดขวางทางเดินหรือเกิดอันตร ายจากการเดินสะดุดไม้ บล็อก การจัดเก็บไม้บล็อกเหล่านี้ ควรจัดวางไว้ในระดับที่เด็กสามารถหยิบมาเล่นหรือนำมาเก็บ ดว้ ยตนเอง ไดอ้ ย่างสะดวก ปลอดภัย และควรใหฝ้ ึกให้เดก็ หัดจัดเกบ็ เป็นหมวดหมเู่ พ่ือความเป็นระเบียบ สวยงาม มุมหนงั สือ ในห้องเรียนควรมีที่เงียบสงบ สำหรับให้เด็กได้ดูรูปภาพ อ่านหนังสือนิทาน ฟังนิทาน ผู้สอนควรได้จัดมุมหนังสือให้เด็กได้คนุ้ เคยกบั ตัวหนงั สือ และไดท้ ำกจิ กรรมสงบตามลำพังหรือเป็นกลุ่มเล็ก ๆ การจัดมุมหนังสือ เป็นมุมที่ต้องการความสงบ ควรจัดหา่ งจากมมุ ที่มีเสียง เช่น มุมบล็อก มุมบทบาทสมมติ ฯลฯ และควรจัดบรรยากาศจูงใจให้เด็กได้เข้าไปใช้เพื่อเด็กจะได้คุ้นเคยกับตัวหนังสือ และปลกู ฝังนิสยั รกั การอา่ นให้กับเดก็ มุมบทบาทสมมติ มุมบทบาทสมมติ เป็นมุมที่จัดข้ึนเพื่อให้เด็กมีโอกาสได้นำเอาประสบการณ์ท่ีได้รับจากบ้าน หรือชุมชนมาเล่นแสดงบทบาทสมมติ เลียนแบบบุคคลต่าง ๆ ตามจินตนาการของตนเอง เช่น เป็นพ่อ แม่ในมุมบ้าน เป็นหมอในมุมหมอ เป็นพ่อค้าแม่ค้าในมุมร้านค้า ฯลฯ การเล่นดังกล่าวเป็นการปลูกฝัง ความสำนกึ ถงึ บทบาททางสังคมทีเ่ ด็กได้พบเหน็ ในชวี ติ จรงิ ระดับปฐมวัย หนา้ ๑๓๗

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ การจัดมุมบทบาทสมมตินี้ ควรอยู่ใกล้มุมบล็อกและอาจจัดให้เป็นสถานที่ต่าง ๆ นอกเหนือจากการจัดเป็นบ้าน โดยสังเกตการเล่นและความสนใจของเด็กว่ามีการเปลี่ยนแปลงบทบาท การเล่นจากบทบาทเดิมไปสู่รูปแบบการเล่นอื่นหรือไม่ อุปกรณ์ที่นำมาจัดก็ควรเปลี่ยนไปตามความสนใจ ของเด็กเช่นกัน ดังนั้น มุมบทบาทสมมติจึงอาจจัดเป็นบ้าน ร้านอาหาร ร้านขายของ ร้านเสริมสวย โรงพยาบาล เป็นต้น ในขณะเดียวกันอุปกรณ์ที่นำมาจัดให้เด็กต้องไม่เป็นอันตรายและมีความเหมาะสม กบั สภาพทอ้ งถิ่น มุมวทิ ยาศาสตร์ มมุ วทิ ยาศาสตรห์ รอื มุมธรรมชาติศึกษา มุมวิทยาศาสตร์หรือมุมธรรมชาติศกึ ษา เป็นมุมเล่นที่ผู้สอนจัดรวบรวมสิ่งของต่างๆ หรือสง่ิ ที่มีในธรรมชาติมาให้เด็กได้สำรวจ สังเกต ทดลอง ค้นพบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการช่วยพัฒนาทักษะ กระบวนการทางวิทยาศาสตรใ์ หก้ บั เด็ก การจดั มุมวทิ ยาศาสตร์ หรือมุมธรรมชาติศึกษา เป็นมุมทต่ี อ้ งการความสงบคล้ายมุมหนังสือ จึงอาจจัดไว้ใกลก้ ันได้ และเพื่อเร้าให้เด็กสนใจในสิ่งทีน่ ำมาแสดง ของที่จัดวางไว้จึงควรอยูใ่ นระดับที่เด็ก หยิบ จับ ดูวัสดุอุปกรณ์เหล่านั้นได้โดยสะดวก และสิ่งที่นำมาตั้งแสดงนั้นไม่ควรจะตั้งแสดงของส่ิง เดยี วกันตลอดปี แต่ควรปรบั เปลี่ยนให้น่าสนใจ 2. สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน คือ การจัดสภาพแวดล้อมภายในอาณาบริเวณรอบ ๆ สถานศึกษา รวมทั้งจัดสนามเด็กเล่น พร้อมเครื่องเล่นสนาม จัดระวังรักษาความปลอดภัยภายในบริเวณ สถานศึกษาและบริเวณรอบนอกสถานศึกษา ดูแลรักษาความสะอาด ปลูกต้นไม้ให้ความร่มรื่นรอบๆ บริเวณสถานศกึ ษา สงิ่ ต่างๆเหลา่ นเ้ี ปน็ สว่ นหนึ่งที่ส่งผลตอ่ การเรียนรูแ้ ละพัฒนาการของเดก็ สภาพแวดล้อมนอกห้องเรียน ประกอบดว้ ย 2.1 สนามเดก็ เล่น มพี นื้ ผวิ หลายประเภท เช่น ดิน ทราย หญ้า พนื้ ที่สำหรบั เล่นของเล่นที่มี ลอ้ รวมทั้งทร่ี ่ม ทโี่ ล่งแจง้ พนื้ ดนิ สำหรับขุด ท่ีเล่นน้ำ บ่อทราย พร้อมอุปกรณ์ประกอบการเล่น เครื่องเล่น สนามสำหรับปีนป่าย ทรงตัว ฯลฯ ทั้งนี้ต้องไม่ติดกับบริเวณที่มีอันตราย ต้องหมั่นตรวจตราเครื่องเล่นให้ อย่ใู นสภาพแขง็ แรง ปลอดภยั อยู่เสมอ และหมนั่ ดแู ลเร่ืองความสะอาด 2.2 ที่นั่งเล่นพักผ่อน จัดที่นั่งไว้ใต้ต้นไม้มีร่มเงา อาจใช้กิจกรรมกลุ่มย่อยๆ หรือกิจกรรมที่ ต้องการความสงบ หรืออาจจัดเปน็ ลานนิทรรศการให้ความรู้แกเ่ ด็กและผู้ปกครอง 2.3 บริเวณธรรมชาติ ปลูกไมด้ อก ไมป้ ระดบั พืชผักสวนครัว หากบรเิ วณสถานศึกษา มีไม่ มากนกั อาจปลูกพชื ในกระบะหรอื กระถาง 2.4 ห้องปฏิบัติการและอาคารประกอบต่างๆ เช่น โรงอาหาร เรือนเพาะชำ ห้องสมุด หอ้ งปฏบิ ัตกิ ารต่างๆ ควรจัดให้มีพ้ืนทสี่ ำหรับเป็นท่ีให้เด็กทำกิจกรรมการเรยี นรู้ ทสี่ ะอาดและปลอดภัยสำหรับ เดก็ 3. การจดั สภาพแวดล้อมด้านจิตภาพ เปน็ การจัดการห้องเรียนตามแนวคิด เร่อื งการเรียนการรู้อย่างมี ความสุข ตามกฎ ระเบียบ กติกา ข้อตกลงที่ทุกคนสามารถปฏิบัติร่วมกันได้และเกิดความสุขในการอยู่ร่วมกัน การจัดสภาพแวดล้อมทางจิตภาพ มีรายละเอยี ดดังนี้ ระดบั ปฐมวัย หน้า ๑๓๘

หลักสตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ 3.1 บคุ ลิกภาพผู้สอน บคุ ลกิ ภาพผู้สอนช่วยสอนบรรยากาศในการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นในห้องเรียน ให้เป็นอยา่ งดี ยิม้ แย้มแจ่มใส มีกิรยิ ามารยาทแบบไทย แตง่ กายเหมาะสมกับวัฒนธรรมท้องถนิ่ ใช้ภาษาถูกต้อง ชัดเจน เต็มใจตอบคำถามของเด็ก พูดกับเด็กด้วยเสียงนุ่มนวลเป็นมติ รและพูดชีแ้ จงเหตุผลแก่เด็กด้วยนำ้ เสียง ปกติ 3.2 การจัดการชั้นเรียนของผู้สอน ผู้สอนควรใส่ใจดูแลเด็กอยู่ร่วมกันในห้องเรียนอย่างมี ความสุข พร้อมทั้งเรียนรู้สิทธิและหน้าที่ของตน มีการสร้างข้อตกลงในการปฏิบัติตนร่วมกันระหว่างครูกับเด็ก และเด็กกับเด็ก การแบ่งหน้าที่การรับผิดชอบ แนวทางปฏิบัติเมื่อเด็กไม่ทำตามข้อตกลงและแก้ไขปัญหาเมื่อมี ข้อขัดแยง้ เกิดขึ้น 3.3 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับเด็ก ความสัมพันธ์อันดรี ะหว่างผู้สอนกับเด็กช่วย เสริมสรา้ งให้เด็กรู้สึกอบอุ่น ปลอดภัย สร้างความมั่นใจแก่ตนเอง และเกิดความรู้สึกท่ีดตี ่อตนเอง ให้โอกาสเด็ก ท่ตี อ้ งการพูดคุยกับผู้สอน ตอบเมอื่ เด็กถามและยอมรับการช่วยเหลือของเด็ก 3.4 การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเด็กกับเด็ก ความสัมพันธ์อันดีระหว่างเด็กกับเด็กใน สถานศึกษาจะทำให้เด็กอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างเด็กกับเด็ก โดยการจัด กจิ กรรมท่สี ่งเสริมการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สรา้ งความรบั ผดิ ชอบในการทำงาน ใหเ้ ด็กได้ร่วมคิด รว่ มทำ และ รว่ มแกป้ ญั หา 3.5 การสรา้ งความสัมพนั ธร์ ะหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผสู้ อนมบี ทบาทสำคัญยิ่งในการ สนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปกครองกับสถานศึกษา ผู้สอนจึงควรสร้างความสัมพันธ์ ผูป้ กครอง กระตนุ้ ให้ผู้ปกครองแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับทางโรงเรียน สนบั สนุนให้ผู้ปกครองเยี่ยมช้ันเรียนของเด็ก จัดประชุมพบปะระหวา่ งผูป้ กครอง รวมท้งั เปิดโอกาสใหผ้ ู้ปกครองได้ทำงานอาสาสมัครร่วมกบั ทางโรงเรียน 4. การจัดสภาพแวดล้อมทางสังคม เป็นการจัดสภาพแวดล้อมที่เกิดจากแนวคิดเรื่องการเรียนรู้ทาง สังคมของเด็กปฐมวัยที่เรียนรู้ทางสังคมจากการเล่น การทำกิจกรรมและการทำงานร่วมกับผู้อื่นทั้งเด็กและ ผู้ใหญ่ การจัดสภาพแวดล้อมทางสังคมจึงเป็นการจัดการที่ให้เด็กอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข สนับสนุน ให้ปฏิบัติตนในลักษณะที่สังคมยอมรับและเกิดทักษะทางสังคม มีสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น สนับสนุนให้เกิดการ แบ่งปันกันทั้งในด้านความคิด ความรู้สึก พื้นที่และอุปกรณ์ต่างๆ จัดให้มีบรรยากาศแบบประชาธิปไตย เด็กได้ แสดงความเห็นและมีสว่ นร่วมในการตดั สินใจต่างๆ เช่น การกำหนดข้อตกลง กติกา กฎ ระเบยี บต่างๆ การแบ่ง หน้าที่ การฝึกวนิ ัยในตนเอง สื่อเพื่อส่งเสริมพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็ก เป็นตัวกลางกระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ตาม จุดมุ่งหมายท่ีกำหนด การเรยี นรขู้ องเด็กอายุ 3-6 ปี จำเป็นต้องผ่านการลงมือปฏิบัตจิ ริงหรือเกิดจากการค้นพบ ด้วยตนเองเป็นประสบการณ์ตรง ซึ่งเด็กจะเรียนรู้จากสิ่งที่เป็นรูปธรรมหรือมองเห็น จับต้องได้ ไปสู่สิ่งที่เป็น นามธรรมเม่ือเข้าสู่อายุทสี่ ูงข้ึน การเรียนรู้ของเด็กวัยน้จี ึงข้ึนอยู่กับของจริงท่ีพบเหน็ ของเลน่ ทีเ่ ลียนแบบของจริง นทิ านและเพลง ดงั นี้ 1. ของเล่น เป็นสิ่งที่ประกอบการเล่นของเด็ก ของเล่นช่วยกระตุ้นให้เด็กเกิดการเรียนรู้และเกิด ความมั่นใจในการเล่น ของเล่นอาจจัดทำขึ้นเองจากวัสดุ สิ่งของ เศษวัสดุเหลือใช้ทีม่ ีอยู่รอบตัวในชีวิตประจำวัน ระดับปฐมวัย หนา้ ๑๓๙

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ หรือเป็นการเลือกซื้อของเล่นที่มีขายในท้องตลาด ซึ่งการจัดหาของเล่นให้เด็กต้องคำนึงถึงความปลอดภัยและ เหมาะสมกับวยั เด็ก 1.1 ลักษณะของเล่นเด็ก แบ่งเป็น - ของจริง - ของเล่นเลียนแบบของจริง (ต๊กุ ตาคน รถเด็กเล่น ฯลฯ) - ของเลน่ สร้างสรรค์ (ตัวตอ่ พลาสติก บล็อกพลาสติก ฯลฯ) - ของเล่นเพ่ือการศึกษา (ไม้บล็อก เกมภาพตดั ต่อ โดมโิ น ฯลฯ) - ของเลน่ พื้นบ้าน (ตะกรอ้ ใบลาน กะลารองเท้า ปใ่ี บมะพรา้ ว ฯลฯ 1.2 ประเภทของเลน่ เด็ก ของเลน่ เดก็ มีหลากหลายรูปแบบ แบ่งเปน็ - ของเล่นฝึกประสาทสัมผสั (ของเล่นมีผวิ สัมผัสเรียบ ขรุขระ ของเล่นหยิบจับไว้ในมือได้ ฯลฯ) - ของเลน่ ฝกึ การเคล่ือนไหว (ลูกบอล ของเล่นลากจูงได้ ของเล่นไขลาน ฯลฯ) - ของเล่นฝึกความสัมพันธม์ ือ ตา (กระดานค้อนตอก กล่องหยอดรูปทรง ฯลฯ) - ของเลน่ ฝึกภาษา (หนงั สอื ภาพ นิทาน เทป เพลงเดก็ เคร่ืองดนตรี หุ่นมือ ฯลฯ) - ของเล่นฝกึ การสังเกต (ของเลน่ รปู ทรงเรขาคณิต แผน่ ภาพจับคู่ ฯลฯ) - ของเล่นฝึกการคิด (ภาพตัดต่อ ตัวตอ่ ภาพปรศิ นา ฯลฯ) - ของเล่นฝึกความคิดสร้างสรรค์ (บล็อกไม้ ตัวต่อ ของเล่นเครื่องครัว ของเล่นร้านค้า ฯลฯ) 1.3 การเลอื กของเลน่ เด็ก หลกั เกณฑ์ที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้ - ความปลอดภัยในการเล่น ของเล่นสำหรับเด็กอาจทำด้วยไม้ ผ้า พลาสติก หรือโลหะท่ี ไม่มีอันตรายเกี่ยวกับผิวสัมผัสที่แหลมคมหรือมีชิ้นส่วนที่หลุดหรือแตกหักง่าย รวมทั้งมีน้ำหนักพอเหมาะที่เด็ก สามารถหยิบเล่นเองได้ - ประโยชน์ในการเล่น ของเล่นที่ดีควรช่วยเร้าความสนใจของเด็กให้อยากรู้อยากเห็น มี สีสันสวยงามสะดุดตาเด็ก มีการออกแบบที่ส่งเสริมให้เด็กใช้ความคิดและจินตนาการที่จะเล่นอย่างริเร่ิม สร้างสรรค์หรือแก้ปัญหาช่วยในการพัฒนากล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหวและการใช้มือได้อย่างคล่องแคล่วทั้งยัง เสริมสรา้ งการพัฒนาประสาทมือและตาให้สมั พันธก์ นั - ประสิทธิภาพในการใช้เล่น ของเล่นที่เหมาะสมควรมีความยากง่ายที่เหมาะสมกับระดับ อายุและความสามารถตามพัฒนาการของเด็ก ของเล่นควรทำให้เด็กได้ใช้ประสบการณ์ตรงและเกิดการเรียนรู้ ด้วยตนเอง มีความแข็งแรงทนทาน และปรับเปลี่ยนดัดแปลงใช้ประโยชน์ได้หลายโอกาส หลายรูปแบบหรือเล่น ไดห้ ลายคน - ความประหยัดทรัพยากร ของเลน่ ท่ีดีไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงหรือผลติ ดว้ ยเทคโนโลยีท่ี ทันสมยั หากแตเ่ ป็นวสั ดุของหรือของเลน่ ท่ีสามารถจัดหาได้ง่าย 2. นทิ าน เป็นส่ือ เคร่อื งมอื และวธิ ีการทีส่ ำคัญในการพัฒนาเด็ก การอา่ นหนงั สือให้เด็กฟังจะช่วย สร้างความคุ้นเคยระหวา่ งเด็กกับหนังสือ ถือเปน็ การบม่ เพาะนิสัยรักการอ่านหนังสือในเด็กได้อย่างแยบยล 2.1 ประโยชน์ของนิทาน นิทานมีบทบาทสำคัญต่อการเสริมสร้างพัฒนาการเด็กในทุกด้าน ดังน้ี - ด้านร่างกาย การอ่านหนังสือให้เด็กฟัง เด็กจะได้บริหารร่างกายตามเรื่องราวของนิทาน ทำใหอ้ วยั วะส่วนต่างๆ ของร่างกายแข็งแรง ระดบั ปฐมวยั หน้า ๑๔๐

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ - ด้านอารมณ์ จิตใจ การอ่านหนังสือให้เด็กฟังเด็กจะรู้สึกสนุกสนานมีความสุขที่ได้ฟัง เรื่องราวหรือท่องบทกลอนและแสดงท่าทางอย่างอิสระตามความต้องการ เดก็ จะมอี ารมณด์ ี ยิ้มแย้มแจม่ ใส - ด้านสงั คม สรา้ งความสมั พันธ์ในครอบครัวและสงั คมรอบด้าน - ด้านสติปัญญา การอ่านหนังสือจะช่วยให้เด็กสามารถจดจำถ้อยคำ จำประโยคและ เรื่องราวในหนังสือได้ รูจ้ ักเลยี นแบบคำพูด เข้าใจความหมายของเรื่องท่ีจะอา่ น รู้จักคิดและรจู้ ักจินตนาการ 2.2 วิธีการเล่านิทานและเรือ่ งราวสำหรับเด็ก เมื่อเลือกนิทานเรื่องราวที่เหมาะสมกับวัยของ เด็กได้แล้ว วิธีการเล่านิทานหรือเรื่องราวเพื่อให้เด็กเกิดความสนใจติดตามฟังเนื้อเรื่องจนจบ จำเป็นต้องทำให้ เหมาะกบั เรื่องที่จะเล่าด้วย ในการเลา่ เรื่องนิทานท่นี ิยมใชม้ ี 2 วิธี ดังน้ี 2.2.1 การเล่าเรื่องโดยไม่มีอุปกรณ์ เป็นการเล่านิทานด้วยการบอกเล่าด้วยน้ำเสียงและ ลลี าของผ้เู ลา่ 2.2.2 การเล่าเรื่องโดยมีอุปกรณ์ช่วย อุปกรณ์ที่ใช้ช่วยในการเล่าเรื่องมีหลายประเภท ได้แก่  อุปกรณ์ที่เป็นสิ่งแวดล้อม ได้แก่ สัตว์ พืช บุคคลสำคัญ สถานที่สำคัญ ขา่ ว และเหตุการณ์ ตลอดจนส่งิ ที่มีอยตู่ ามธรรมชาติ  วัสดุเหลือใช้ สิ่งของที่ไม่เป็นที่ต้องการแต่ยังมีประโยชน์ เช่น ภาพจาก หนงั สือ นติ ยสาร ก่งิ ไม้ ส่งิ เหล่าน้ีอาจนำมาใช้ประการเลา่ เร่ืองได้  ภาพ ใช้รูปภาพที่มีเรื่องราวเล่าได้ เช่น ภาพที่มีเรื่องราวรวมอยู่ในแผ่น เดียวหรือทำเป็นแผ่นภาพ พลิกหลายๆ แผ่น ขนาดใหญพ่ อควรและมีเน้ือเร่ืองเขียนไวด้ ้านหลัง  หุ่นจำลอง ใชห้ นุ่ ทีท่ ำดว้ ยผ้าหรอื กระดาษ  สไลด์ประกอบการเล่าเร่ือง  หน้ากากทำเป็นรูปตัวละคร  เทปนทิ านหรอื เรื่องราว  นว้ิ มอื ประกอบการเล่าเรื่อง 2.2.3 การอ่านนิทาน การสร้างนิสัยรักการอ่านให้เด็กเป็นหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของ ผู้สอน เพราะ หนังสือคืออาหารสมองและอาหารใจ หนังสือคือ ความสุข หนังสือคือเพื่อน หนังสือคือแหล่ง เรยี นรู้ ของเดก็ ไปตลอดชวี ติ การสร้างนสิ ยั รักการอ่านให้เด็ก จงึ เปน็ การสรา้ งพ้ืนฐานสำคัญของชีวิตใหเ้ ด็ก เด็ก จะรักหนังสือได้จากการที่ผู้สอนอ่านหนังสือที่เด็กชอบให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่าเท่าที่เด็กเรียกร้อง ต้องการ เด็กจะ รู้สึกพอใจและมีความสุขมากในขณะท่ผี ู้ใหญ่อ่านหนังสือให้ฟัง และจะเติบโตขึ้นมาเป็นคนรักหนังสือ และรักการ อา่ น ระดบั ปฐมวัย หน้า ๑๔๑

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ แหล่งเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้ เพ่อื สง่ เสรมิ พัฒนาการและการเรียนรู้ของเดก็ สถานศึกษามีแหล่งเรียนรู้ภายในได้แก่ คอมพิวเตอร์จำนวน 40 เครื่อง ใช้เพื่อกาเรียนการสอน 20 เครอ่ื ง ใช้เพอ่ื สืบคน้ ข้อมูลทางอินเตอรเ์ น็ต 10 เครอื่ ง ใช้เพอื่ การบรหิ ารจัดการ 10 เครื่องห้องท่ีจัด ไว้ปฏิบัติกิจกรรมเฉพาะมีทั้งหมด 9 ห้อง ได้แก่ ห้องคอมพิวเตอร์ ห้องภาษาอังกฤษ ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องสมุด ห้องสหกรณ์ ห้องพักครู ห้องปฏิบัติการดนตรี ห้องครัว ห้องพัสดุ หอประชุม พื้นที่ปฏิบัติ กิจกรรม/นันทนาการ ได้แก่ สนามฟุตบอล สนามวอลเล่ย์บอล สนามตะกร้อ สนามเด็กเล่น สนาม บาสเกตบอล หอประชุม ฯลฯ แหล่งเรียนรภู้ ายในโรงเรียน แหล่งเรยี นรูภ้ ายนอกโรงเรียน ข้อมูล/เรือ่ งศกึ ษาค้นควา้ ช่อื แหล่งเรียนรู้ ชอื่ แหล่งเรียนรู้ 1. ปราสาทบ้านพลวง ต.บ้าน - ตำนาน/ประวตั คิ วาม 1. หอ้ งปฏิบตั ิการ คอมพวิ เตอร์ พลวง อ.ปราสาท จ.สุรินทร์ เป็นมาของปราสาทบา้ น 2. ศนู ย์เกษตรอินทรีย์ 2. ห้องสมุดประชาชนอำเภอ พลวง 3. ห้องปฏิบัตกิ ารทาง ปราสาท จ.สุรนิ ทร์ -รปู แบบงานศลิ ปะ ภาษาอังกฤษ 4. หอ้ งดนตรี 3. วัดปราสาทวารีศรีกุญชร บ้าน -อารยธรรม 5. ศนู ยก์ ฬี าและ พลวง หมู่ 2 ต.บา้ นพลวง -รายงานทางวชิ าการ นันทนาการ 6. สวนปา่ ฯลฯ อ.ปราสาท จ.สรุ นิ ทร์ - บรกิ ารสบื ค้นทาง 7. สนามเดก็ เล่น 4. แหล่งเรียนรู้ทางการเกษตร อนิ เทอรเ์ น็ต บา้ นพลวง ต.บา้ นพลวง - การฝึกอาชพี ฯลฯ อ. ปราสาท จ.สุรินทร์ - กจิ กรรมวนั สำคัญทางพุทธ 5. องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลบ้าน ศาสนา พลวง ฯลฯ -วฒั นธรรมประเพณที อ้ งถิน่ -ปฏบิ ตั ธิ รรม ฯลฯ -การปลูกพืชหมุนเวียนตาม ฤดูกาลและพืชปลอดสารพิษ -การทำปุย๋ ชีวภาพ -การพัฒนาชุมชนสู่ชุมชน เข้มแขง็ -การสง่ เสริมอาชีพ -การกีฬาตา้ นยาเสพติด ระดับปฐมวัย หนา้ ๑๔๒

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ชุมชน ภมู ิปัญญาทอ้ งถิน่ และแหลง่ เรียนรู้ในชมุ ชน บริเวณที่ตั้งโรงเรียน เป็นท่รี าบทำนาปี นอกเขตชลประทาน มปี ่าเปน็ หย่อมๆเปน็ ทำเลเล้ียงสัตว์ สภาพของหม่บู ้านกระจายอยู่เป็นกลุ่ม ตง้ั ชอื่ ตามลกั ษณะภูมปิ ระเทศ สว่ นใหญ่มแี หลง่ นำ้ ตามธรรมชาติท่ี ได้รับการพัฒนาเป็นอ่างเก็บน้ำ หนองน้ำขนาดใหญ่ ที่ให้ความสะดวกต่ออุปโภค บริโภค การใช้น้ำใน ชีวิตประจำวัน และน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งหมู่บ้านในเขตบรกิ ารของโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ ประกอบด้วย บ้านพลวง หมู่ 1 บ้านพลวงใต้ บ้านตาจ๊วด หมู่ 2 บ้านกังจาน บ้านโคกตะแบง หมู่ 3 บ้านโคกตะเคียน บ้านนิคมซอย 2 หมู่ 6 บ้านโคกเพชร หมู่ 11 บ้านกุมพะเนียง หมู่ 12 และบ้าน หนองพลวง หมู่ 14 ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก ได้แก่ การทำนา เลี้ยงสัตว์ อาชีพเสริมรองลงมาคือ การค้าขายและรับจ้าง หัตถกรรมในครัวเรือน ราษฎรในตำบลมีการรวมกลุ่มกันทอผ้าต่างๆ เช่น ผ้า ไหมมดั หม่โี ฮล ผา้ ไหมสำเรจ็ รูป ผ้าไหมมดั หมี่ เป็นตน้ ในด้านภาษา ประชาชนส่วนใหญ่เป็นคนพื้นที่ ภาษาถิ่นที่ใช้คือ ภาษาเขมร มีบ้างเล็กน้อยที่ใช้ ภาษา ลาวหรือส่วย มีการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณีต่างๆ เช่น การทำบุญ ข้าวเปลือก ประเพณีโฎนตา การเล่นลิเก กันตรึม เรือมอันเร เรือมตร๊ด เป็นต้น สถานที่ท่องเที่ยวใน ชุมชน คือ ประสาทหินบ้านพลวง เปน็ สถานทที่ อ่ งเทยี่ วและแหลง่ เรียนรูช้ มุ ชนทสี่ ามารถรับผู้คนได้ตลอด ทั้งปี ปราชญ์ชาวบ้านท่เี ป็นภูมิปญั ญาท้องถน่ิ หมทู่ ่ี ชอื่ -สกุล ภูมปิ ญั ญา 1 บ้านพลวง นายใน ลดั ดาไสว ดนตรีไทย เครอื่ งสายไทย ดนตรีไทย เคร่อื งสายไทย หลวงพ่อเปรอื่ ง สงวนดี เคร่อื งสายไทย (ซอ) นายหนุม่ ลดั ดาไสว จกั สาน นายดี ประไว ชา่ งไม้ ช่างปนู นายอาจ ลัดดาไสว ชา่ งไม้ ชา่ งปนู นายเฮียง ประไว การประกอบอาหาร นางดรณุ ี เฉลียวไว การจักสานไมไ้ ผ่ นายแจ้ง เกดิ สบาย พธิ ีกรรม 2 บา้ นพลวง นายเอื้อน ครบสว่ น จักสาน ใต้ นายเชน พันธ์เสน จักสาน นายหอม กายดี ทำบายศรีสู่ขวัญ นางพัด หมั่นเท่ยี ง ทอผา้ ไหม มดั หม่ี นางกาน ครบส่วน นวดแผนโบราณ นางเอื้อย เสาใย การปลกู พืชไร่ มะละกอ นายโฉลม สุขสบาย มัดหมผ่ี า้ ไทย นางป่วน สขุ สบาย ช่างไม้ 6บา้ นตะเคยี น นายเป็น ครบสว่ น หน้า ๑๔๓ ระดับปฐมวยั

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ หมู่ท่ี ช่อื -สกุล ภมู ิปญั ญา นางนกนอ้ ย อิดประโคน เข้าทรง นายเดอื น ประไวย์ เพาะพนั ธ์ปุ ลา 11 บ้านโคก นายเหือย ห้าวหาญ ศาสตรโ์ บราณ(ดูฤกษ์ยาม) เพชร นายทองมา ชยั ขนั ธ์ จักสานไมไ้ ผ่ 1 2 บ ้ า น กุ ม นายธง ไดไ้ ซร้ บายศรี พะเนยี ง นางเพียร ทองทา ทำเสือ่ สานแห ลอบ ดกั ปลา นายดัด สาขาจันทร์ ชา่ ง นายชอ๊ ค หอมเนียม ช่างกอ่ สร้าง 14 บ้านหนอง นายยนต์ ศรแี ย้ม ตีกลอง พลวง นายปฐวี เรอื งสขุ สุด ชา่ งกอ่ สร้าง ช่างกอ่ สร้าง นายสเุ มธ สำราญสุข นายคอย สำราญสุข การประเมนิ พฒั นาการ การประเมินพัฒนาการเด็กอายุ ๓-๖ ปี เป็นการประเมินพัฒนาการด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสติปญั ญาของเด็ก โดยถือเป็นกระบวนการต่อเน่ือง และเป็นสว่ นหนึ่งของกิจกรรมปกติท่ี จัดให้เด็กในแต่ละวัน ผลที่ได้จากการสังเกตพัฒนาการเด็กต้องนำมาจัดทำสารนิทัศน์หรือจัดทำข้อ มูล หลักฐานหรือเอกสารอย่างเป็นระบบ ด้วยการรวบรวมผลงานสำหรับเด็กเป็นรายบุคคลที่สามารถบอก เรื่องราวหรือประสบการณ์ที่เด็กได้รับว่าเด็กเกิดการเรียนรู้และมีความก้าวหน้าเพียงใด ทั้งนี้ ให้นำข้อมูล ผลการประเมินพัฒนาการเด็กมาพิจารณา ปรับปรุงวางแผนการจัดกิจกรรม และส่งเสริมให้เด็กแต่ละคน ไดร้ บั การพัฒนาตามจดุ หมายของหลักสตู รอย่างต่อเนอ่ื ง การประเมนิ พัฒนาการควรยึดหลัก ดังน้ี ๑. วางแผนการประเมนิ พฒั นาการอยา่ งเป็นระบบ ๒. ประเมินพัฒนาการเดก็ ครบทุกดา้ น ๓. ประเมินพัฒนาการเด็กเป็นรายบคุ คลอย่างสมำ่ เสมอต่อเนื่องตลอดปี ๔. ประเมนิ พฒั นาการตามสภาพจรงิ จากกจิ กรรมประจำวันดว้ ยเคร่ืองมือและวธิ กี ารที่ หลากหลาย ไมค่ วรใช้แบบทดสอบ ๕. สรุปผลการประเมิน จดั ทำขอ้ มลู และนำผลการประเมนิ ไปใช้พฒั นาเด็ก สำหรบั วิธีการประเมินท่เี หมาะสมและควรใชก้ ับเด็กอายุ ๔-๖ ปี ได้แก่ การสังเกต การบันทึก พฤติกรรมการสนทนากับเด็ก การสัมภาษณ์ การวิเคราะหข์ ้อมูลจากผลงานเด็กที่เกบ็ อยา่ งมรี ะบบ ระดบั ปฐมวยั หน้า ๑๔๔

หลกั สตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ขั้นตอนการประเมินพฒั นาการ การประเมนิ พัฒนาการเด็กปฐมวยั มขี ้นั ตอนตา่ งๆ ดงั ตอ่ ไปนี้ ๑. ศึกษาและทําความเข้าใจพัฒนาการของเด็กในแต่ละช่วงอายุทุกด้าน ได้แก่ ด้าน รา่ งกาย อารมณจ์ ติ ใจ สังคม และ สติปัญญา ๒. วางแผนเลือกใช้วิธีการและเครื่องมือที่เหมาะสมสําหรับใช้บันทึกและประเมิน พัฒนาการ ๓. ดาํ เนนิ การประเมนิ และบันทึกพัฒนาการ ๔. ประเมนิ และสรปุ ๕. รายงานผล ๖. ใหผ้ ปู้ กครองมีส่วนรว่ มในการประเมิน วิธกี ารประเมนิ จัดใหม้ ีการประเมินพฒั นาการเด็กทกุ ดา้ นโดยใช้ ๑. การสังเกตและบันทึกพฤตกิ รรมของเด็ก ๒. การสมั ภาษณ์ สนทนา ชกั ถามเดก็ ๓. การสมั ภาษณ์ สนทนา ชกั ถามผปู้ กครอง ๔. การตรวจผลงาน ประเมนิ ช้ินงานอยา่ งต่อเนื่อง 5. การรวบรวมผลงานที่แสดงความกา้ วหนา้ ของเดก็ รายบุคคล (portfolio) ๖. การประเมินการเจริญเตบิ โต เครอ่ื งมือทใี่ ช้ในการประเมนิ ๑. แบบสาํ รวจรายการพฤติกรรมของเดก็ 2. แบบบันทึกการเลอื กเลน่ ตามมุม 3. การบนั ทกึ สขุ ภาพ 4. แบบสัมภาษณ์ ๕. แบบสังเกตพฤติกรรม ๖. แบบบันทกึ คําพดู ระดับปฐมวัย หน้า ๑๔๕

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ เกณฑก์ ารประเมนิ ระดับคุณภาพ ระบบท่ใี ช้คําสาํ คัญ ๑ หรอื ควรส่งเสรมิ เด็กมคี วามลังเล ไมแ่ นใ่ จ ไม่ยอมปฏบิ ตั กิ ิจกรรม ท้ังนี้ เนอ่ื งจากเด็ก ๒ หรอื พอใช้ ยังไม่พร้อมยังม่ันใจ และกลัวไม่ปลอดภัย ผู้สอนต้องยั่วยุหรือแสดง ๓ หรอื ดี ให้เห็นเป็นตัวอย่างหรือต้องคอยอยู่ใกล้ๆ ค่อยๆให้เด็กทําทีละ ขนั้ ตอน พร้อมตอ้ งให้กาํ ลังใจ เด็กแสดงได้เอง แต่ยังไม่คล่อง เด็กกล้าทํามากขึ้นผู้สอนกระตุ้น น้อยลง ผู้สอนต้องคอยแก้ไขในบางครั้ง หรือคอยให้กําลังใจให้เด็ก ฝกึ ปฏิบตั มิ ากขึน้ เดก็ แสดงไดอ้ ยา่ งชาํ นาญ คล่องแคล่ว และภูมใิ จ เด็กจะแสดงได้เอง โดยไมต่ อ้ งกระตุน้ มีความสมั พนั ธท์ ่ดี ี ระยะเวลาประเมิน โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) กําหนดการประเมินพฒั นาการเด็กปฐมวยั ไวด้ ังน้ี ๑.การประเมินระหว่างการเรยี นรู้ ให้ครผู สู้ อนประเมนิ พัฒนาการตามจดุ ประสงค์การเรียนรู้ ของแตล่ ะหนว่ ยการเรยี นรู้ 2. การประเมนิ รายภาคเรียน ให้ครผู สู้ อนประเมินพัฒนาการตามมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึง ประสงค์ของหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย ปีการศึกษาละ ๒ ครั้ง และสรปุ ผล ๓. การประเมนิ เมอ่ื จบหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย เอกสาร/หลกั ฐาน เอกสาร/หลักฐานแสดงผลการประเมินพฒั นาการ ๑. สมดุ บันทกึ พัฒนาการ (อบ.๑) ๒. สมุดบันทกึ พัฒนาการ (อบ.๒) 3. สมดุ ประจาํ ตวั นักเรียน (อบ.3) ระดบั ปฐมวยั หน้า ๑๔๖

หลกั สตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ การจัดทำหลักสตู รสถานศกึ ษา โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) มภี ารกิจหลักในการจัดการศึกษาใหเ้ ด็กปฐมวัยได้รับ การพฒั นาอย่างเต็มศักยภาพ ผู้บรหิ ารสถานศึกษา ผู้สอน และผู้เกี่ยวข้องทุกฝา่ ยจงึ มีบทบาทสําคัญในการ บรหิ ารจัดการหลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวยั ให้มปี ระสทิ ธิภาพ ดังนี้ ๑. การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษา การเตรียมความพร้อมของสถานศึกษาในการ บริหารจดั การหลกั สตู รสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ๑.๑ สร้างความตระหนักให้แก่บุคคล ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการสถานศึกษาผู้บริหาร ครูผู้สอน ผู้ปกครอง ชุมชน นักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้เห็นความสําคัญ ความจําเป็นที่ต้องร่วมมือกันบริหาร จัดการหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยของสถานศึกษา โดยมีข้อมูลที่แสดงความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการ จัดทําหลักสตู รสถานศึกษาปฐมวัยของบุคลากรที่เกีย่ วช้อง มีเอกสารและหลักฐานเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกบั หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และบุคลากรที่เกี่ยวข้องมีความสนใจ และกระตือรือร้นที่จะหาความรู้เกี่ยวกบั หลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๕๖ ๑.๒ พัฒนาบุคลากรของสถานศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร สถานศึกษา โดยมีคณะทํางานที่รับผิดชอบเอกสารหลักสูตร มีข้อมูลเกี่ยวกับความต้องการพัฒนาความรู้ เกย่ี วกับการศึกษาปฐมวยั ของบคุ ลากรในสถานศึกษา และมีบญั ชีรายช่อื สถานศกึ ษาและแหล่งเรียนรู้ ๑.๓ ดําเนนิ การแต่งตัง้ คณะกรรมการของสถานศึกษา ซง่ึ ประกอบดว้ ยคณะกรรมการบริหาร หลักสูตรและงานวิชาการการศึกษาปฐมวัย และคณะกรรมการอ่ืน ๆ ตามความจําเป็นและชี้แจงให้ คณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเข้าใจบทบาทหน้าท่ีของตนเองสอดคลอ้ งกับนโยบายของสถานศึกษา ๑.๔ จัดทําระบบสารสนเทศของสถานศึกษา มีการจัดทําข้อมูลพื้นฐานของโรงเรียนชุมชน และข้อมูลการดําเนินงานอย่างเป็นระบบ และมีข้อมูลเกี่ยวกับการจัดทําหลักสูตรทั้งในอดีตปัจจุบัน และ อนาคต และจะต้องเป็นข้อมูลสารสนเทศที่มีคุณภาพทั้งในด้านความถูกตอ้ ง เชื่อถือได้มีความเป็นปัจจุบนั สามารถตอบสนองผู้ใชไ้ ด้ทนั เหตกุ ารณ์ ๑.๕ จัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาปฐมวัย โดยนําข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา ชุมชน มาใช้ในการจัดทําแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาที่มีความสอดคล้องกับสภาพของสถานศึกษาเป็น กระบวนการพัฒนาปรับปรุงการจัดการศึกษาของสถานศึกษาทั้งระบบทั่วทั้งองค์กร กําหนดเป็น แผนพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยทุกกิจกรรมที่เป็นองค์ประกอบหลักของระบบการจัดการศึกษา ได้แก่ หลักสูตร การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ การประเมินพัฒนาการ การบริหารจัดการ การปกครอง การ พฒั นาวิชาชพี บุคลากรการบริหารงบประมาณ และการมสี ่วนรว่ มของผู้ปกครอง ชมุ ชน จดั ทาํ เป็นเอกสาร ให้ทกุ คนรับทราบและดําเนนิ การตามแผนพัฒนาที่กําหนดข้ึน ๑.๖ เผยแพร่ประชาสัมพนั ธ์หลักสูตรให้กบั ผู้ปกครองนักเรยี น หน่วยงาน องค์กรในชุมชนทุก ฝ่ายได้รับทราบด้วยวิธีการที่หลากหลาย และขอความร่วมมือ โดยมีการประชาสัมพันธ์หลักสูตรความ เคลื่อนไหวของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยให้กับบุคลากรในสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชนทราบ และ บุคลากรทกุ ฝ่ายอาสาท่ีจะชว่ ยเผยแพร่ประชาสมั พนั ธ์ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๔๗

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ๒. การวางแผนดําเนินการใชห้ ลกั สตู ร ๒.๑ สร้างบรรยากาศการเรียนรู้ บรรยากาศและสิ่งแวดล้อมที่ดีในโรงเรียน เช่นสะอาด ปลอดภัย สะดวกสบาย และส่งเสริมการใฝ่รู้ สนองความสนใจที่จะเรียนรู้ ค้นคว้า ทดลอง และสัมผัสของ เด็กจัดเตรียมสิ่งแวดล้อมอย่างเหมาะสมกับความต้องการของเด็ก รวมถึงสอดคล้องกับสภาพและความ ตอ้ งการของหลักสูตร เพื่อสง่ ผลใหบ้ รรลุจดุ หมายในการพัฒนาเด็ก ๒.๒ จัดหา เลือกใช้ ทําและพัฒนาสื่อ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช ๒5๖0 และหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนรู้ด้วยตนเอง พัฒนาเด็กปฐมวัยทั้งด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา ใช้สื่ออย่างเหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจและความตอ้ งการของเด็กท่หี ลากหลาย โดยมแี นวทางดงั น้ี ๒.๓ จดั ทําและจดั หาส่อื ที่มีอย่ใู นท้องถิน่ มาประยกุ ต์ใชเ้ ป็นส่ือการเรยี นรู้ ๒.๔ ศึกษา ค้นคว้า วิจัยเพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับกระบวนการเรียนรู้ของ ผเู้ รียน ๒.๕ จัดทําและจดั หาสอ่ื สาํ หรบั การศกึ ษาคน้ ควา้ ของผเู้ รียน และสาํ หรับเสริมความรขู้ อง ๒.๖ ศึกษาวิธีการเลือกและการใช้สื่อการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพเหมาะสมหลากหลาย และสอดคลอ้ งกบั วิธีการเรยี นรู้ ความแตกต่างระหว่างบคุ คล ๒.๗ ศึกษาวิเคราะห์และประเมินคุณภาพมาตรฐานสื่อการเรียนรู้ที่จัดทําขึ้นเองและที่เลือก นาํ มาใชป้ ระกอบการเรียนรู้ ๒.๘ จัดหาและจัดให้มแี หล่งการเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้ทีป่ ระสิทธิภาพในสถานศกึ ษาและใน ชมุ ชน เพือ่ ศกึ ษาค้นควา้ แลกเปลย่ี นประสบการณก์ ารเรียนรู้ ๒.๙ จดั ใหม้ เี ครอื ข่ายการเรยี นรู้ เพื่อเช่อื มโยงและแลกเปลย่ี นการเรยี นรู้ระหว่างสถานศึกษา ทอ้ งถ่ิน ชมุ ชนและสงั คมอ่ืน ๒.๑๐ จัดให้มีการกับ ติดตาม และประเมินผลการดําเนินงานเกี่ยวกับสื่อ และการใช้สื่อการ เรยี นร้เู ปน็ ระยะ ๆ ๓. การดําเนนิ การบริหารหลักสตู ร (การใช้หลกั สูตร) การดําเนินการบริหารหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย คือการใช้หลักสูตรตามทิศทางที่ สถานศึกษากําหนดให้บรรลุผลสําเร็จ จัดการเรียนการสอนและดําเนินกิจกรรมต่างๆตามแผนปฏิบัติการ ของสถานศึกษา การดําเนินการประกันคุณภาพภายในสถานศึกษาเปน็ วิธกี ารที่ดีสามารถใช้บรหิ ารจัดการ หลักสตู รได้ประสบผลสําเร็จ ๔. การกํากบั ติดตาม ประเมนิ ผลและรายงาน การนิเทศ กํากับ ติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการหลักสูตรและงานวิชาการภายใน สถานศึกษา โดยจัดระบบการกํากับ ติดตาม ประเมินผลและรายงานคุณภาพการจัดการศึกษาที่มี ประสิทธิภาพ ให้ทกุ ฝ่ายที่มสี ่วนรว่ มรับผิดชอบมองเห็นภาพความสําเรจ็ ปญั หา อุปสรรค ตลอดจนการให้ ความร่วมมือ ช่วยเหลือ ส่งเสริมสนับสนุนการวางแผนการดําเนินงานจัดการศึกษาปฐมวัยให้มีคุณภาพ อย่างแทจ้ ริงดี ระดับปฐมวยั หน้า ๑๔๘

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ๕. บทบาทผู้เกยี่ วขอ้ งกับการบรหิ ารจดั การหลกั สูตร โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) มีเป้าหมายจัดการศึกษาแก่เดก็ ปฐมวัยในสถานศึกษา ใหเ้ กดิ ประสทิ ธิผลสูงสดุ จงึ กาํ หนดบทบาทของผู้บริหารสถานศกึ ษา ดังนี้ ๕.๑ บทบาทผูบ้ รหิ ารสถานศึกษา ๑) ศึกษา ทําความเข้าใจหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย และมีวิสัยทัศน์ด้านการจัด การศกึ ษาปฐมวยั ๒) คัดเลอื กบุคลากรท่ีทํางานกับเตก็ เช่น ผู้สอน พีเ่ ลย้ี ง อยา่ งเหมาะสม ๓) ส่งเสริมการจัดบริการทางการศึกษาให้เด็กได้เข้าเรียนอย่างทั่วถึงและเสมอภาค และปฏิบัติการรับเด็กตามเกณฑ์ทกี่ ําหนด ๔) ส่งเสริมให้ครูผู้สอนและผู้ปฏิบัติงานกับเด็กพัฒนาตนเองมีความรู้ก้าวหน้าอยู่ เสมอ ๕) เป็นผู้นําในการจัดทําหลักสูตรสถานศึกษาโดยร่วมให้ความเห็นชอบกําหนด วิสัยทัศน์และคณุ ลกั ษณะทพี่ ึงประสงค์ขอเด็กทุกชว่ งอายุ ๖) สร้างความร่วมมือและประสานกับบุคลากรทุกฝ่ายในการจัดทําหลักสูตร สถานศกึ ษา ๗) จัดใหม้ ีขอ้ มูลสารสนเทศเก่ียวกับตัวเด็ก งานวิชาการหลกั สูตรอย่างเปน็ ระบบและ มีการประชาสัมพันธห์ ลักสตู รสถานศึกษา ๘) สนับสนุนการจัดสภาพแวดล้อมตลอดจนส่ือ วัสดุ อุปกรณ์ที่เอื้ออํานวยต่อการ เรียนรู้ ๙) นเิ ทศ กํากับ ติดตามการใช้หลักสตู ร โดยจัดให้มกี ารนเิ ทศภายในอยา่ งมีระบบ ๑๐) กํากับ ติดตามให้มีการประเมินคุณภาพภายในสถานศึกษาและนําผลจากการ ประเมนิ ไปใชใ้ นการพฒั นาคุณภาพเด็ก ๑๑) กํากับ ติดตาม ให้มกี ารประเมนิ การนําหลกั สูตรไปใช้ เพ่ือนําผลจากการ ประเมินมาปรบั ปรุงและพฒั นาสาระของหลกั สูตรสถานศึกษาให้สอดคลอ้ งกบั ความต้องการของเต็ก บรบิ ท สงั คมและมีความทันสมยั 5.๒ บทบาทในฐานะผดู้ ูแลเด็ก ๑) สงั เกตและสง่ เสริมพฒั นาการเตก็ ทกุ ด้านทงั้ ทางดา้ นร่างกาย อารมณ์ จิตใจ ๒) ฝกึ ให้เด็กช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจาํ วนั 3) ฝึกให้เด็กมีความเชื่อมั่น มีความภูมิใจในตนเองและกล้าแสดงออกฝึกการเรียนรู้ หนา้ ที่ ความมวี ินยั และการมีนสิ ัยท่ดี ี ๕) จําแนกพฤตกิ รรมเดก็ และสรา้ งเสรมิ ลกั ษณะนิสยั และแก้ปญั หาเฉพาะบุคคล ๖) ประสานความรว่ มมือระหวา่ งสถานศึกษา บ้าน และชุมชน เพื่อเด็กได้พัฒนาเต็ม ศักยภาพและมีมาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ ระดับปฐมวัย หน้า ๑๔๙

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ 5.๓ บทบาทในฐานะนกั พัฒนาเทคโนโลยกี ารสอน ๑) นํานวัตกรรม เทคโนโลยีทางการสอนมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับสภาพบริบท สงั คม ชมุ ชน และท้องถิน่ ๒) ใชท้ คโนโลยีและแหลง่ เรยี นรู้ในชมุ ชนในการเสรมิ สรา้ งการเรียนรู้ใหแ้ ก่เดก็ ๓) จดั ทาํ วจิ ยั ในชนั้ เรียน เพอ่ื นาํ ไปปรบั ปรุง พฒั นาหลกั สูตร กระบวนการเรยี นรู้และ พัฒนาส่ือการเรียนรู้ 4) พฒั นาตนเองให้เปน็ บคุ คลแห่งการเรียนรู้ มคี ณุ ลกั ษณะของผู้ใฝ่รู้ มีวิสัยทัศน์และ ทนั สมัยทนั เหตกุ ารณ์ในยุคของข้อมูลข่าวสาร 5.๔ บทบาทในฐานะผ้บู รหิ ารหลกั สตู ร ๑) ทําหน้าที่วางแผนกําหนดหลักสูตร หน่วยการเรียนรู้ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ การประเมนิ ผลการเรียนรู้ ๒) จัดทําแผนการจัดประสบการณ์ที่เน้นเด็กเป็นสําคัญ ให้เด็กมีอิสระในการเรียนรู้ ทง้ั กายและใจ เปิดโอกาสให้เตก็ เลน่ /ทาํ งานและเรียนร้ทู ้ังรายบคุ คลและเปน็ กลมุ่ ๓) ประเมนิ ผลการใชห้ ลักสูตร เพือ่ นาํ ผลการประเมินมาปรับปรุง พฒั นาหลักสูตรให้ ทันสมยั สอดคลอ้ งกับความตอ้ งการของผู้เรียน ชมุ ชน และทอ้ งถิน่ ๕.5 บทบาทของพ่อแม่ หรือผู้ปกครองเด็กปฐมวัย การศึกษาระดับปฐมวัยเป็นการศึกษาที่ จัดให้แก่เด็กที่ผู้สอนและพ่อแมห่ รือผู้ปกครองต้องส่ือสารกันตลอดเวลา เพื่อความเข้าใจตรงกันและพร้อม รว่ มมอื กนั ในการจัดการศึกษาให้กับเด็ก ดงั นน้ั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จึงกําหนดบทบาท หนา้ ทขี่ องพอ่ แม่หรือผูป้ กครอง ดงั น้ี 1) มีส่วนร่วมในการกําหนดแผนพัฒนาสถานศึกษาและให้ความเห็นชอบ กําหนด แผนการเรยี นรูข้ องเด็กร่วมกับผู้สอน 2) ส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมของสถานศึกษา และกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา เดก็ ตามศกั ยภาพ 3) เป็นเครอื ขา่ ยการเรยี นรู้ จดั บรรยากาศภายในบ้านใหเ้ อ้ือตอ่ การเรียนรู้ 4) สนับสนนุ ทรัพยากรเพอ่ื การศกึ ษาตามความเหมาะสมและจาํ เปน็ ๕) อบรมเลี้ยงดู เอาใจใส่ให้ความรัก ความอบอุ่น ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาการ ดา้ นต่างๆของเด็ก ๖) ป้องกนั และแก้ไขปัญหาพฤติกรรมท่ีไม่พึงประสงค์ตลอดจนสง่ เสริมคุณลักษณะท่ี พึงประสงค์ โดยประสานความรว่ มมอื กับผสู้ อนและผู้เก่ียวข้อง ๗) เป็นแบบอย่างที่ดีทั้งในด้านการปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมี คณุ ธรรมนําไปสกู่ ารพฒั นาใหเ้ ป็นสถานบนั แห่งการเรยี นรู้ ๘) มีส่วนร่วมในการประเมินผลการเรียนรู้ของเด็กและในการประเมินการจัด การศึกษาของสถานศกึ ษา 9) ประสานงานกับองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อให้สถานศึกษาเป็นแหล่ง วิทยาการของชุมชน และมสี ว่ นในการพัฒนาชุมชนและท้องถ่ิน ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๕๐

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ 10) มสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบ และประเมินผลการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษาทํา หนา้ ท่ีเสนอแนะในการพฒั นาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษา การจัดการศึกษาระดบั ปฐมวัย การจัดการศึกษาระดับปฐมวัย (เด็กอายุ ๓-๖ ปี) สำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ การจัดการศึกษาระดับปฐมวัยสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะสามารถนำหลักสูตรการศึกษา ปฐมวัยไปปรับใช้ได้ ทั้งในส่วนของโครงสร้างหลักสูตร สาระการเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ และการ ประเมินพัฒนาการให้เหมาะสมกับสภาพ บริบท ความต้องการ และศักยภาพของเด็กแต่ละประเภท เพ่ือ พัฒนาให้เด็กมีคุณภาพตามมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกำหนด โดย ดำเนินการ ดังน้ี ๑. การกำหนดเป้าหมายคุณภาพเด็ก ซึ่งหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยได้กำหนดมาตรฐาน คณุ ลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรยี นรู้ เป็นเปา้ หมายและกรอบทศิ ทางเพื่อให้ทกุ ฝ่ายที่เก่ียวข้องใช้ ในการพฒั นาเด็ก สถานศึกษาหรือผูจ้ ัดการศกึ ษาสำหรบั กล่มุ เป้าหมายเฉพาะ สามารถเลอื กหรือปรับใช้ ตัว บ่งชี้ และสภาพที่พึงประสงค์ในการพัฒนาเด็ก เพื่อนำไปจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลให้ ครอบคลมุ พฒั นาการของเด็กทง้ั ดา้ นรา่ งกาย อารมณ์ จติ ใจ สังคม และสตปิ ญั ญา ๒. การประเมินพัฒนาการเด็กจะต้องคำนึงถึงปัจจัยความแตกต่างของเด็ก อาทิ เด็กที่มี ความพิการแต่ละด้าน อาจต้องมีการปรับการประเมินพัฒนาการที่เอื้อต่อสภาพความพิการของเด็ก ท้ัง วิธกี ารและเครือ่ งมือทใ่ี ชค้ วรใหส้ อดคลอ้ งกบั เด็กกลมุ่ เปา้ หมายเฉพาะดา้ นดังกลา่ ว ๓. สถานศึกษาที่มีเด็กกล่มุ เป้าหมายเฉพาะด้านควรได้รับการสนับสนุนครูพีเ่ ล้ียงให้การดูแล ช่วยเหลือและส่งเสริมพัฒนาการ กรณีที่มีเด็กกลุ่มเป้าหมายเฉพาะด้านมีผลพัฒนาการไม่เป็นไปตาม เปา้ หมาย ควรมีการสง่ ต่อไปยังสถานพฒั นาเดก็ ทม่ี ีความตอ้ งการพิเศษเพื่อให้ได้รบั การพัฒนาต่อไป การสร้างรอยเช่ือมต่อ การสรา้ งรอยเชอื่ มต่อระหวา่ งการศกึ ษาระดับปฐมวยั กับระดับประถมศึกษาปีท่ี ๑ โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ส่งเสริมพัฒนาเด็กปฐมวัย โดยสร้างรอยเชื่อมต่อ การศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยกําหนดบทบาทของบุคลากร ที่เกี่ยวและการ สร้างความตระหนักให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้เห็นความสําคัญ และให้การช่วยเหลือ สนับสนุนเพื่อให้เด็กปฐมวัย ปรับตัวพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง เช่น ครูระดับปฐมวัยมีการเตรียมความพร้อมในการจัดกิจกรรมนําไปสู่ การจัดการเรียนรู้ในระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ อย่างไร และผู้สอนระดับ ประถศึกษาปีที่ ๑ ได้วางแผน เตรียมความพร้อมสาํ หรับเด็กที่ขึ้นมาจากระดบั ปฐมวยั อย่างไร ทั้งนี้ผ้บู ริหารโรงเรียนจะมบี ทบาทในการให้ การสนับสนุนช่วยเหลือ ผู้ปกครองส่งเสริมช่วยเหลือบุตรหลานร่วมด้วย เพราะ การสร้างรอยเชื่อมต่อ ระหว่างการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ มีความสำคัญอย่างยิ่ง ส่งผลดีต่อการเรียนรู้ ระดบั ปฐมวยั หน้า ๑๕๑

หลกั สตู รสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ ของเด็กปฐมวัยในการปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงได้เป็นอย่างดี สามารถพัฒนาการเรียนรู้ได้อย่างราบรื่น การเชื่อมต่อของการศึกษาระดับปฐมวัยกับระดับประถมศึกษาปีที่ ๑ จะประสบผลสำเร็จได้ บุคลากรทุก ฝ่ายที่เกยี่ วขอ้ งต้องดำเนนิ การดังต่อไปนี้ ๑. ผบู้ ริหารสถานศกึ ษา ผู้บริหารสถานศึกษาเป็นบุคคลสำคัญที่มีบทบาทเป็นผู้นำในการสร้างรอยเชื่อมต่อระหว่าง หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยต้อง ศึกษาหลักสูตรทั้งสองระดับ เพื่อทำความเข้าใจและจัดระบบการบริหารงานด้านวิชาการที่จะเอื้อต่อการ เช่ือมต่อการศึกษา โดยดำเนนิ การดงั นี้ ๑.๑ จัดประชุมผู้สอนระดับปฐมวัยและผู้สอนระดับประถมศึกษา ร่วมกันสร้างความ เข้าใจรอยเชื่อมต่อของหลักสตู รทั้งสองระดับให้เป็นแนวปฏิบัติของสถานศึกษา เพื่อผู้สอนทั้งสองระดับจะ ไดเ้ ตรยี มการสอนได้สอดคลอ้ งกับเด็กวัยน้ี ๑.๒ จัดหาเอกสารหลักสูตรและเอกสารทางวิชาการของทั้งสองระดับมาไว้ให้ผู้สอนและ บุคลากรอน่ื ๆ ไดศ้ ึกษาทำความเข้าใจ อย่างสะดวกและเพยี งพอ ๑.๓ จัดกิจกรรมให้ผู้สอนทั้งสองระดับมีโอกาสแลกเปลี่ยนและเผยแพร่ความรู้ใหม่ๆ ร่วมกัน ๑.๔ จดั หาสื่อ วสั ดอุ ุปกรณ์ และจดั สภาพแวดล้อมท่สี ง่ เสริมการสรา้ งรอยเช่อื มต่อ ๑.๕ จัดกิจกรรมให้ความรู้ กิจกรรมสัมพันธ์ในรูปแบบต่างๆ และจัดทำเอกสารเผยแพร่ ให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้พ่อแม่ ผู้ปกครองเข้าใจการศึกษาทั้งสองระดับและให้ความ ร่วมมอื ในการชว่ ยเหลอื เด็กใหส้ ามารถปรบั ตวั เข้ากับสภาพแวดลอ้ มใหม่ได้ดี ในกรณีที่โรงเรียนไม่มีชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ในสถานศึกษาของตนเอง ผู้บริหาร สถานศึกษาควรประสานกับสถานศึกษาที่คาดว่าเด็กจะไปเข้าเรียน เพื่อสร้างความเข้าใจให้พ่อแม่ ผูป้ กครอง ในการช่วยเหลอื เด็กสามารถปรบั ตวั เข้ากบั สถานศึกษาใหม่ได้ ๒. ผสู้ อนระดับปฐมวัย ผู้สอนระดับปฐมวัยต้องศึกษาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดการเรียนการ สอนในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และสร้างความเข้าใจให้กับพ่อแม่ ผู้ปกครองและบุคลากรอื่นๆ รวมท้ัง ชว่ ยเหลือเดก็ ในการปรบั ตวั ก่อนเล่อื นขึน้ ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ โดยผ้สู อนควรดำเนินการ ดังนี้ ๒.๑ เก็บรวบรวมข้อมลู เกี่ยวกับตัวเด็กเปน็ รายบุคคลเพ่ือสง่ ต่อผู้สอนช้ันประถมศึกษาปีท่ี ๑ ซึ่งจะทำให้ผู้สอนระดับประถมศึกษาสามารถใช้ข้อมูลนั้นช่วยเหลือเด็กในการปรับตัวเข้ากับการเรียนรู้ ใหมต่ อ่ ไป ๒.๒ พูดคุยกับเด็กถึงประสบการณ์ที่ดีๆ เกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้ในระดับช้ัน ประถมศึกษาปที ี่ ๓ เพื่อใหเ้ ด็กเกิดเจตคติทด่ี ตี ่อการเรยี นรู้ ๒.๓ จัดให้เด็กได้มีโอกาสทำความรู้จักกับผู้สอน ตลอดจนการสำรวจสภาพแวดล้อมและ บรรยากาศของหอ้ งเรยี นชัน้ ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ๒.๔ จัดสื่อ วัสดุอุปกรณ์ หนังสือที่เหมาะสมกับวัยเด็กที่ส่งเสริมให้เด็กได้เรียนรู้และมี ประสบการณ์พื้นฐานทสี่ อดคล้องกับรอยเชือ่ มต่อในการเรยี นระดบั ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๑๕๒

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ๓. ผสู้ อนระดับประถมศกึ ษา ผสู้ อนระดับประถมศึกษาต้องมีความรู้ ความเข้าใจในพัฒนาการเด็กปฐมวัย และมีเจตคติที่ ดีต่อการจัดประสบการณต์ ามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อนำมาเป็นข้อมูลการพัฒนาการจัดการเรยี นรู้ ระดบั ช้ันประถมศึกษาปที ี่ ๑ ใหต้ ่อเน่ืองกบั การพฒั นาเดก็ ในระดับปฐมวยั โดยควรดำเนนิ การ ดงั นี้ ๓.๑ จัดกิจกรรมให้เด็ก พ่อแม่ และผู้ปกครอง มีโอกาสได้ทำความรู้จักคุ้นเคยกับผู้สอน และห้องเรยี นชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ กอ่ นเปดิ ภาคเรยี น ๓.๒ จัดสภาพห้องเรียนให้ใกล้เคียงกับห้องเรียนระดับปฐมวัย โดยจัดให้มีมุม ประสบการณ์ภายในห้อง เพื่อให้เด็กได้มีโอกาสทำกิจกรรมได้อย่างอิสระ เช่น มุมหนังสือ มุมของเล่น มุม เกมการศึกษา เพือ่ ช่วยใหเ้ ดก็ ช้ันประถมศกึ ษาปที ่ี ๑ ได้ปรบั ตวั และเรยี นร้จู ากการปฏิบัติจริง ๓.๓ จดั กจิ กรรมร่วมกันกบั เด็กในการสรา้ งข้อตกลงเกยี่ วกบั การปฏบิ ัตติ น ๓.๔ จัดกิจกรรมช่วยเหลือ สง่ เสริมการเรียนร้ใู หก้ บั เด็กตามความแตกต่างระหวา่ งบุคคล ๓.๕ เผยแพร่ข่าวสารด้านการเรียนรู้และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกบั เดก็ พ่อแม่ ผู้ปกครอง และชุมชน ๔. พ่อแม่ ผ้ปู กครอง พ่อแม่ ผู้ปกครองเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการอบรมเลี้ยงดูและส่งเสริมการศึกษาของบุตร หลาน และเพอ่ื ช่วยบุตรหลานของตนเองในการศกึ ษาต่อช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ควรดำเนนิ การดงั นี้ ๔.๑ ศึกษาและทำความเขา้ ใจหลักสตู รของการศึกษาท้ังสองระดบั ๔.๒ จดั หาหนังสอื อุปกรณท์ ีเ่ หมาะสมกบั วัยเด็ก ๔.๓ มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับบุตรหลาน ให้ความรัก ความเอาใจใส่ ดูแลบุตรหลานอย่าง ใกลช้ ิด ๔.๔ จดั เวลาในการทำกิจกรรมร่วมกบั บตุ รหลาน เช่น เลา่ นิทาน อา่ นหนงั สือรว่ มกนั สนทนาพดู คุย ซักถามปญั หาในการเรยี น ใหก้ ารเสริมแรงและใหก้ ำลังใจ ๔.๕ ร่วมมือกับผู้สอนและสถานศึกษาในการช่วยเตรียมตัวบุตรหลาน เพื่อช่วยให้บุตร หลานปรบั ตวั ไดด้ ขี ึน้ สาระการเรยี นรูร้ ะดบั ปฐมวัย สาระการเรียนรู้รายปี (ท่สี ัมพนั ธก์ นั ทสี่ ุด) (ประสบการณส์ ำคญั ) ชนั้ ประถมศกึ ษาปีที่ 1 ด้านร่างกาย 1. การบริโภคอาหาร เครื่องดื่มและมารยาทในการ 1. การปฏิบตั ติ นตามสขุ อนามัย รับประทานอาหาร 2. การรกั ษาความปลอดภยั ของตนเองและผูอ้ ื่นใน 2. ความปลอดภยั ในการทำงาน 3. ใช้ เก็บเครอ่ื งมอื เครื่องใช้ตามคำแนะนำ กิจวัตรประจำวนั 4. สามารถเคล่ือนไหวรา่ งกายอยา่ งอิสระ และเคลอ่ื น 3. การเล่นในห้องเรยี น และนอกหอ้ งเรยี น 4. การเคลอ่ื นไหวอยู่กบั ทแ่ี ละการเคลื่อนไหว ไหวตามจังหวะต่าง ๆ 5. รู้ เข้าใจ และแสดงท่าทางประกอบจังหวะไดอ้ ยา่ ง เคลอ่ื นท่ี 5. การเคล่ือนไหวพร้อมอปุ กรณ์ อสิ ระ 6. ตระหนักถงึ การรกั ษาความปลอดภยั ในการเลน่ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๕๓

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ สาระการเรยี นรรู้ ะดบั ปฐมวัย สาระการเรียนรู้รายปี (ท่ีสัมพันธก์ ันทส่ี ดุ ) (ประสบการณส์ ำคัญ) ช้ันประถมศึกษาปที ่ี 1 6. การเลน่ เครอ่ื งเล่นสมั ผัส 7. รู้รปู ลกั ษณะ รปู รา่ ง รปู ทรง เส้น สขี องสิง่ ต่าง ๆ ที่ 7. การเขยี นภาพและเล่นกับสี อยรู่ อบตัว 8. การปน้ั และประดษิ ฐ์ส่ิงต่าง ๆ 8. การเลือกใช้ เกบ็ รักษาเครื่องมอื เครือ่ งใช้ วสั ดุ ด้านอารมณ์ จติ ใจ อปุ กรณ์ 1. การแสดงปฏิกิริยาโตต้ อบเสียงดนตรี 2. การแสดงออกอยา่ งสนกุ สนานกบั เรอ่ื งราวตลก 9. สามารถใช้รา่ งกาย เสียง และภาษาในการแสดง บทบาทสมมุตติ ามจินตนาการ ขำขนั และเหตกุ ารณท์ ่สี นกุ สนาน 3. การเล่นรายบคุ คล การเล่นเปน็ กลุม่ 10. ขอ้ ตกลง กตกิ า ระเบียบ ของการเลน่ รว่ มกนั 4. การเล่นอิสระ 11.. การเคลื่อนไหวอยา่ งอิสระ 5. การปฏบิ ตั ติ นตามวัฒนธรรมทอ้ งถิ่นทอ่ี ยู่อาศัยและ 12. การมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมศิลปวัฒนธรรมของ ความเป็นไทย ท้องถ่ินที่เหมาะสมกบั วัย 6. การช่นื ชมและสรา้ งสรรค์สิง่ สวยงาม 15. หนา้ ทีแ่ ละการดูแลรกั ษาอวัยวะตา่ ง ๆ ของ 7. การร้องเพลง รา่ งกาย ด้านสังคม 16. หลักธรรมเบ้ืองต้นของการอยู่ร่วมกนั อย่างมี 1. การปฏบิ ตั กิ ิจวัตรประจำวันของตนเอง 2. การมีโอกาสได้รบั รคู้ วามร้สู กึ ความสนใจและ ความสุข 17. การมสี ่วนรว่ มในกิจกรรมศลิ ปวัฒนธรรมของ ความต้องการของตนเองและผู้อื่น 3. การแลกเปลย่ี นความคิดเห็นและเคารพ ท้องถน่ิ ทเ่ี หมาะสมกับวัย 18. สามารถทำงานตามบทบาทหน้าทที่ ไ่ี ดร้ ับมอบ ความคดิ เห็นของผ้อู ่ืน หมายจากกลมุ่ 4. การปฏิบัตติ ามวฒั นธรรมท้องถ่ินทีอ่ าศยั อยูแ่ ละ 19. การพดู ทกั ทาย ขอบคุณ ขอโทษ การยอมรบั การ ความเปน็ ไทย ปฏเิ สธโดยใชภ้ าษาท่สี ภุ าพ 5. การเลน่ และการทำงานร่วมกับผู้อื่น 20. สามารถใช้รา่ งกาย เสยี ง และภาษาในการแสดง ดา้ นสติปัญญา บทบาทสมมุตติ ามจินตนาการ 1. การแสดงความรสู้ ึกดว้ ยคำพดู 21. การเลอื กใชค้ ำเขยี นเป็นประโยคตรงตามความ 2. การเลยี นแบบการกระทำและเสียงตา่ ง ๆ 3. การพดู กับผอู้ ื่นเก่ยี วกบั ประสบการณข์ องตนเอง หมาย และเรยี บเรยี งเป็นเรือ่ งสัน้ ๆ ท่แี สดง ความรู้ ความคิด ความรสู้ กึ ความตอ้ งการ และ หรอื เลา่ เรอื่ งราวเก่ยี วกบั ตนเอง ประสบการณ์ 4. การเขียนในหลายรูปแบบผา่ นประสบการณท์ ่ีสือ่ 22. รู้รปู ลกั ษณะ รปู ร่าง รูปทรง เส้น สีของส่ิงตา่ ง ๆ ที่อย่รู อบตัว ความหมายต่อเดก็ เขยี นภาพ เขยี นคล้ายตวั อกั ษร 23. การเปรยี บเทียบจำนวน เขยี นเหมอื นสญั ลักษณ์ เขยี นชอื่ ตนเอง 24. การเรียงลำดบั จำนวนไม่เกิน 100 5. การรจู้ กั สิ่งของตา่ ง ๆ ดว้ ยการมอง ฟัง สมั ผัส 25. การวดั ความยาวและระยะทาง 26. จำนวนนบั 1 - 100 และ ศูนย์ ระดับปฐมวัย 27. มีความสามารถในการสงั เกตสิ่งรอบตวั หน้า ๑๕๔

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สาระการเรียนรู้ระดับปฐมวัย สาระการเรยี นรรู้ ายปี (ที่สัมพนั ธก์ นั ทีส่ ุด) (ประสบการณส์ ำคญั ) ช้นั ประถมศึกษาปีที่ 1 ชมิ รส และดมกลิน่ 28. บอกความรู้ ในการรับรู้ความงามของสิง่ ต่าง ๆ ที่ 6. การสำรวจและการอธิบายความเหมือนความ อย่รู อบตวั แตกต่างของส่งิ ตา่ ง ๆ 29. บอกแหลง่ ขอ้ มลู ที่อยูภ่ ายในโรงเรยี นได้ 7. การเปรยี บเทยี บ 30. ถา่ ยทอดการรับรู้ลักษณะของสง่ิ ท่อี ยรู่ อบ ๆ ตัว 8. การเรยี งลำดบั สิง่ ตา่ ง ๆ 9. การคาดคะเนสิง่ ต่าง เปน็ ผลงานทางทัศนศิลป์ได้โดยอสิ ระ 10. การนับส่ิงต่าง ๆ 31. การเลือกอ่านหนงั สือทม่ี ีประโยชน์ ทง้ั ประเภท 11. การสงั เกตสิ่งต่าง ๆ และสถานทจ่ี ากมุมมองที่ ความรแู้ ละความบันเทงิ ต่าง ๆ กัน 32. การเลา่ ถ่ายทอดความรู้ ความคดิ และความรสู้ กึ 12. การอธิบายในเรื่องตำแหน่งของสิ่งตา่ ง ๆ ทส่ี มั พันธก์ นั 33. สามารถแกป้ ญั หาง่าย ๆ ได้ 13. การสบื ค้นข้อมูล 34. สามารถตงั้ คำถามจากการสำรวจ 14. การรบั รแู้ ละแสดงความรู้สกึ ผา่ นสื่อ วัสดุ ของเลน่ ผลงาน 15. การแสดงความคดิ สร้างสรรค์ ผา่ นสื่อ วสั ดุตา่ ง ๆ 16. การอา่ นในหลายรปู แบบ ผ่านประสบการณ์ทส่ี ่ือ ความหมายตอ่ เด็ก อ่านภาพหรอื สญั ลกั ษณจ์ าก หนังสือนิทาน / เรอ่ื งราวทส่ี นใจ 17. การใช้และอธบิ ายสง่ิ ต่าง ๆ ด้วยวิธีการท่ี หลากหลาย 18. การทดลองส่ิงต่าง ๆ 19. การตั้งสมมตุ ฐิ าน ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๕๕

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ การกำกบั ตดิ ตาม ประเมินและรายงาน การจัดการศึกษาปฐมวัยมีหลักการสำคัญในการให้สังคม ชุมชน มีส่วนร่วมในการจัด การศึกษาและกระจายอำนาจการศึกษาลงไปยังท้องถิ่นโดยตรง โดยเฉพาะสถานศึกษาหรือสถานพัฒนา เด็กปฐมวัย ซึ่งเป็นผู้จัดการศึกษาในระดับนี้ ดังนั้น เพื่อให้ผลผลิตทางการศึกษาปฐมวัยมีคุณภาพตาม มาตรฐาน คุณลักษณะที่พึงประสงค์และสอดคล้องกับความต้องการของชุมชนและสังคม จำเป็นต้องมี ระบบการกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้ทุกกลุ่มทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วม รบั ผดิ ชอบในการจดั การศึกษา เหน็ ความก้าวหนา้ ปัญหา อุปสรรค ตลอดจนการให้ความร่วมมอื ชว่ ยเหลอื สง่ เสริม สนบั สนุน วางแผน และดำเนินงานการจดั การศกึ ษาปฐมวัยใหม้ ีคุณภาพอย่างแท้จริง การกำกับ ติดตาม ประเมินและรายงานผลการจัดการศึกษาปฐมวัยเป็นส่วนหนึ่งของ กระบวนการบริหารการศึกษา กระบวนการนิเทศ และระบบการประกันคุณภาพการศึกษา ที่ต้อง ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาปฐมวัย สร้างความมั่นใจ ให้ผู้เกี่ยวข้อง โดยต้องมีการดำเนินการที่เป็นระบบเครือข่ายครอบคลุมทั้งหน่วยงานภายในและภายนอก ในรูปแบบของคณะกรรมการ ที่มาจากบุคคลทุกระดับและทุกอาชีพ การกำกับ ติดตาม และประเมินผล ตอ้ งมีการรายงานผลจากทุกระดับให้ทุกฝ่าย รวมทงั้ ประชาชนทัว่ ไปทราบ เพือ่ นำข้อมูลจากรายงานผลมา จัดทำแผนพัฒนาคณุ ภาพการศกึ ษาของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั ต่อไป ระดับปฐมวัย หนา้ ๑๕๖

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ บรรณานกุ รม สำนกั วิชาการและมาตรฐานการศกึ ษา, กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2560). หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช 2560. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพช์ มุ นมุ สหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. . กระทรวงศึกษาธกิ าร. (2561). คมู่ ือหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560 (สำหรบั เด็กอายุ 3 - 6 ปี) (พมิ พค์ รงั้ ที่ 1). กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ครุ สุ ภาลาดพรา้ ว. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการ การศึกษาขั้นพื้นฐาน. ๒๕๖๑.ชุดหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา. [ระบบออนไลน์]. แหล่งที่มา https://www.nacc.go.th/ewt_news.php?nid=๑๘๓๘๔ (๘ พฤษภาคม ๒๕๖๑) ระดับปฐมวยั หน้า ๑๕๗

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ภาคผนวค ทีป่ รกึ ษา ๑. นางสมพร พรหนองแสน ศึกษานเิ ทศกส์ ำนักงานเขตพืน้ ทกี่ ารศกึ ษาประถมศกึ ษาสรุ ินทรเ์ ขต ๓ คณะกรรมการสถานศึกษา ๑. นายมิตร พะงาตนุ ดั ประธานกรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน ๒. นางสมบัติ กิมเลง กรรมการผแู้ ทนผู้ปกครอง ๓. นางสาวกิตติยา กิมาวหา กรรมการผ้แู ทนครู ๔. นายสวุ รรณ ไกยฝา้ ย กรรมการผแู้ ทนองคก์ รชมุ ชน ๕. นายเกยี ว พนั ธ์เสน กรรมการผู้แทนองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ๖. พระวิสทุ ธ์ วสิ ทุ โธ กรรมการผ้แู ทนพระภิกษสุ งฆ์ ๗. นายทวี ปิยไพร กรรมการผู้แทนองคก์ รศาสนา ๘. นายคอย สำราญสุข กรรมการผู้แทนศษิ ยเ์ กา่ ๙. นายธนพล คณู สวา่ ง กรรมการผูท้ รงคุณวุฒิ ๑๐. นายถาวร ผกู ดวง กรรมการผ้ทู รงคณุ วุฒิ ๑๑. นายแถม อดิ ประโคน กรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิ ๑๒. นายหอม กายดี กรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ิ ๑๓. นางสภุ าพ หมัน่ เท่ยี ง กรรมการผูท้ รงคณุ วุฒิ ๑๔. นายบัญญัติ โสพนิ กรรมการผูท้ รงคณุ วฒุ ิ ๑๕. นายศักดิ์ชัย เลิศอรณุ รัตน์ กรรมการและเลขานกุ าร คณะทำงาน ผู้อำนวยการโรงเรียน ประธานกรรมการ รองผู้อำนวยการโรงเรยี น รองประธานกรรมการ ๑. นายศักดชิ ัย เลศิ อรณุ รตั น์ ครชู ำนาญการ กรรมการ ๒. นางสาวสรุ ัตยา ลีละพฒั น์ ครผู ้ชู ว่ ย กรรมการ 3. นายชนายุทธ ตรงตามคำ ครูชำนาญการ กรรมการและเลขานกุ าร 4. นางสาวชฎาพร แหวนแกว้ ครูผู้ชว่ ย กรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ ๕. นางสาวศรุดา ประไวย์ ๖. นางสาวจฬุ าลักษณ์ จรจัญ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๕๘

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ หัวหนา้ ปฐมวัย ……………………………………………... (นางสาวศรุดา ประไวย์) ครู/หวั หนา้ ปฐมวยั ผู้เสนอโครงการ ……………………………………………... (นายชนายุทธ ตรงตามคำ) ครู/หัวหนา้ กลมุ่ บริหารงานวชิ าการ ผเู้ หน็ ชอบโครงการ ……………………………………………. (นายศกั ด์ชิ ยั เลศิ อรณุ รตั น์) ผ้อู ำนวยการโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) ผ้อู นุมัติโครงการ ……………………………………………. (นายมติ ร พงาตุนดั ) ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ ระดับปฐมวยั หน้า ๑๕๙

หลักสตู รสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ระดบั ปฐมวัย หน้า ๑๖๐