Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

Published by KroorachaneChanel, 2023-06-19 04:23:02

Description: หลักสูตรการศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พ.ศ.2566

Search

Read the Text Version

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ ❖ การศึกษาปฐมวัย

หลักสตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ หลักสตู รสถานศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช 2566 ตามหลกั สูตรการจดั การศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 กล่มุ บรหิ ารงานวิชาการ โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ สำนกั งานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาประถมศกึ ษาสุรินทร์ เขต ๓ สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน กระทรวงศึกษาธกิ าร เอกสารวชิ าการลำดับที่ ๐08/๒๕๖๖ ❖ การศึกษาปฐมวัย

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ประกาศโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) เรื่อง ให้ใช้หลกั สูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศักราช 2566 ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช 2560 .................................... กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่ง ที่ สพฐ. 1223 /2560 เรื่อง ให้ใช หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 เพื่อให้การจัดการศึกษาปฐมวัยที่ต้องพัฒนาเด็กต้ังแต่แรกเกิด – 6 ป ให้มีพัฒนาการด้าน รา่ งกาย อารมณ จติ ใจ สงั คม และสติปัญญาท่ีเหมาะสมกับวยั ความสามารถ และความแตกตา่ งระหว่างบุคคล เป็นการเตรียมความพรอมที่จะเรียนรูและสร้างรากฐานชีวิต ให้พัฒนาเด็กปฐมวัยไปสู่ความเป็นมนุษย์ที่สม บรู ณ เปน็ คนดี มีวินยั ภมู ใิ จในชาติ และมคี วามรับผดิ ชอบตอ่ ตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตาม เจตนารมณของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 54 และโดยอาศัยอำนาจความ ในมาตรา 5 แห่งพระราชบญั ญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และทแี่ กไขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 2) พ.ศ.2545 กระทรวงศกึ ษาธกิ ารจงึ ให้ใชหลักสตู ร พทุ ธศกั ราช 2560 แทนหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช 2546 เพื่อให้สถานศึกษาหรือสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดนำหลักสูตรไปใช้ โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็ก และสภาพทอ้ งถ่นิ โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จึงดำเนินการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้าน พลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช 2560 โดยพัฒนา ปรับปรุงหลักสูตรให้มีความเหมาะสมกับเด็ก สภาพท้องถิ่น ความต้องการของชุมชน และสอดคลองกับสภาพ แนวโน้มการเปล่ยี นแปลงในอนาคตเพ่ือนำไปใช้จัดการศึกษาระดับปฐมวัย ใหเ้ ด็กไดร้ บั การพัฒนาให้บรรลุวิสัย ทศั น เป้าหมายและมาตรฐาน คุณลกั ษณะทีพ่ งึ ประสงค์ตามที่หลกั สูตรกำหนด ท้ังน้ี หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศกั ราช 2566 ได้รับ ความเหน็ ชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขน้ั พื้นฐาน โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) เมอื่ วันท่ี 17 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2566 จึงประกาศให้ใช้หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุง ราษฎร์) พุทธศักราช 2566 ตั้งแตป่ การศกึ ษา 2566 เปน็ ตน้ ไป ประกาศ ณ วันที่ 17 เดอื นมถิ นุ ายน พ.ศ. 2566 ลงชอ่ื ลงช่อื (นายมิตร พงาตุนดั ) (นายศักด์ิชัย เลิศอรณุ รตั น์) ประธานคณะกรรมการสถานศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน ผ้อู ำนวยการโรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ❖ การศกึ ษาปฐมวัย

หลกั สตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบริหารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ คำนำ กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่ง ที่ สพฐ. 1223/2560 เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 แทนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2546 เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2560 เพื่อให้สถานศึกษาหรือสถาบันพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดนําหลักสูตรไปใช โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็ก และสภาพทองถ่นิ ตง้ั แตป่ ีการศกึ ษา 2566 เปน็ ต้นไป โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จัดการศึกษาปฐมวัย โดยยึดนโยบายการพัฒนาการศึกษา ปฐมวัย และหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกรอบและทิศทางในการพัฒนาการจัด การศึกษามาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดังนั้นจากคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ ที่ สพฐ.1223/2560 โรงเรียน จึงแต่งตั้งคณะกรรมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาระดับปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ขึ้น เพื่อดำเนินการจัดทำหลักสูตร สถานศกึ ษาปฐมวยั ให้มีคุณภาพและมาตรฐานตามจดุ หมายหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พ.ศ. 2560 ทกี่ ำหนด เป้าหมายในการพฒั นาเด็กปฐมวยั ให้มีพฒั นาการด้านร่างกาย อารมณ จิตใจ สงั คม เป็นคนดี มวี ินัย มีสํานึก ความเปน็ ไทย มคี วามรบั ผิดชอบตอตนเอง ครอบครัว ชมุ ชน สังคม และประเทศชาติในอนาคต โดยพิจารณา ถึงความสอดคลองกับสภาพการเปลี่ยนแปลงด้านเศรษฐกิจ สังคม และความเจริญการหน าทางเทคโนโลยี รวมถึงสภาพและความตองการของทอ้ งถิน่ เพื่อให้เป็นหลักสูตรท่ีมีความเหมาะสมกับเปา้ หมายในการพัฒนา เด็กปฐมวยั สอดคลองและทันต่อสภาพการเปลยี่ นแปลงได้อยา่ งแท้จริง โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ขอขอบคุณผู้ที่มีสวนเกี่ยวของทุกท่านทั้งผู้ทรงคุณวุฒิด้าน การศึกษาปฐมวัย ศึกษานิเทศก คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้บริหารโรงเรียน ครูปฐมวัย ตัวแทนผู้ปกครอง ตัวแทนชุมชน ตลอดจนบุคลกรทุกคนที่มีสวนร่วมการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัยโรงเรียนบ้านพลวง (พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช 2566 ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช 2560 ให้มีความ เหมาะสมตอการนาํ ไปใชจดั การศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ ❖ การศึกษาปฐมวัย

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สารบัญ คำนำ หน้า ประกาศโรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) เรอ่ื ง ใหใ้ ช้หลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี น ก บา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์)พุทธศักราช 2566 ข ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช 2560 1 ความนำ 2 แนวคดิ การจัดการศึกษาปฐมวัย 7 ปรชั ญาการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั 8 วสิ ัยทศั น์ ภารกจิ เปา้ หมาย 11 จดุ หมาย 11 การพฒั นาเด็กปฐมยวยั 13 คา่ นยิ มหลักคนไทย 12 ประการ 15 มาตรฐานคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์ 15 ตัวบง่ ช้ี 16 สถานทีพ่ ึงประสงค์ 23 การจดั เวลาเรยี น 24 โครงสรา้ งหลกั สูตร 25 ตารางกิจกรรม 26 รปู แบบกจิ กรรมประจำวัน 27 สาระการเรียนร้รู ายปี 109 การจดั ประสบการณ์ 130 หลกั สูตรตา้ นทจุ ริต 133 กิจกรรมบา้ นวิทยาศาสตร์น้อย 135 การสร้างบรรยากาศ 141 และแหล่งเรียนรู้ 144 การประเมินพฒั นาการ 147 การบริหารจดั การหลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย 151 การสรา้ งรอยเชื่อมต่อระหวา่ งการศกึ ษาระดบั ปฐมวยั กับระดบั ชนั้ ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑ 156 กำกบั ตดิ ตาม รายงานผล 157 บรรณานกุ รม 158 ภาคผนวก ❖ การศึกษาปฐมวัย

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ ความนำ กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เพื่อให้ สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดนําหลักสูตรฉบับนี้ไปใช้โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับเด็ก และ สภาพท้องถิ่น ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๐ เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน สํานักงานคณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงได้ติดตามและประเมินผลการใช้หลักสูตรเป็นระยะอย่าง ตอ่ เน่อื ง พบว่า หลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ มีจุดดีหลายประการ เช่น เป็นหลักสูตรท่ีมี ความ เป็นเอกภาพ ยืดหยุ่น มีความเป็นสากลบนพื้นฐานความเป็นไทย สถานศึกษามีส่วนร่วมและมี บทบาทสําคัญ ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับบริบทความต้องการของตนเอง และ หลกั สูตรใช้ได้กบั ทกุ กล่มุ เปา้ หมาย อยา่ งไรกต็ าม ผลการศึกษาดังกล่าวไดส้ ะท้อนใหเ้ ห็นถึงประเด็นท่ีเป็น ปัญหาที่มีอยู่รอบด้าน และความไม่ชัดเจนของการนําหลักสูตรสู่การปฏิบัติ ได้แก่ ปัญหาความไม่ชัดเจน ของการพัฒนาหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย สถานศึกษาส่วนใหญ่ขาดการวิเคราะห์ความเช่ือมโยงระหวา่ ง พัฒนาการเด็กปฐมวัยมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ ปัญหาการประเมิน พัฒนาการในสภาพจริง ปัญหา ความเชื่อมโยงกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ รวมถึงปัญหาคุณภาพเด็กที่จบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ที่ผลการประเมินพัฒนาการในภาพรวม ไม่เป็นไปตามสภาพการเปลี่ยนแปลง ในปัจจุบันสํานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ ดําเนินการทบทวนหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ให้มีความสอดคล้องและทันต่อการ เปลี่ยนแปลงทุกด้าน เพื่อพัฒนาไปสู่หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยนําข้อมูลที่ได้จา การศึกษาวิจัยและแผนแม่บทกฎหมายต่างๆ มาใช้ในการพัฒนาหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยให้ เหมาะสม ชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพเด็กและกระบวนการนําหลักสูตรไปสู่การปฎิบัติในระดับ เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษา อย่างไรก็ตาม การจัดหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ จะประสบความสําเร็จตามเป้าหมายที่คาดหวังได้ หากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับชาติ ชุมชน และ ครอบครัว เห็นค่าของการศึกษาปฐมวัยมีความกระตือรือร้นที่ จะเข้ามามีส่วนรว่ มรบั และสนับสนุนการจัด ศึกษา โดยร่วมกันทํางานอย่างต่อเนื่องเป็นระบบ ในการวางแผน ส่งเสริมสนับสนุน ตรวจสอบ ตรอดจน ปรับปรุงแก้ไข เพื่อสิทธิที่เด็กทุกคนจะต้องได้รับจากการ อบรมเลี้ยงดูและการศึกษาที่มีคุณภาพ ซ่ึง การศึกษาที่มีคุณภาพและมาตรฐานนั้นจําเป็นจะต้องมีการนําหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ลงสกู่ ารปฏิบัติเพอื่ สร้างรากฐานคุณภาพชีวติ ให้เด็กปฐมวัย พัฒนาไปสคู่ วามเปน็ มนุษยท์ เี่ กิดคุณค่า ตอ่ ตนเอง ครอบครวั ชมุ ชน สงั คม และประเทศชาตติ ่อไป ระดับปฐมวยั หน้า ๑

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ขอขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน รวมทั้ง หน่วยงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมสึกษาสุรินทร์ เขต 3 ศึกษานิเทศก์ คณะกรรมการ สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้บริหาร คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา นักเรียนตลอดจนผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) ที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช 2566 ให้มีความเหมาะสม สอดคล้อง ตามนโยบาย บริบทและจุดเน้นของโรงเรียนและสภาพท้องถิ่น เพื่อนำไปใช้ในจัดการศึกษาระดับปฐมวัยของประเทศ ตอ่ ไป แนวคดิ การจัดการศึกษาปฐมวัย หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ พัฒนาขึ้นบนแนวคิดหลักสำคัญเกี่ยวกับ พัฒนาการเด็กปฐมวัย โดยถือว่าการเล่นของเด็กเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ภายใต้การจัดสภาพแวดลอ้ มที่เอื้อต่อการทำงานของสมอง ผ่านสื่อที่ต้องเอ้ือให้เด็กไดเ้ รยี นรู้ผา่ นการเล่น ประสาทสัมผัสทั้งห้า โดยครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ กมี อิทธิพลต่อการเรียนรู้และการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ทั้งนี้ หลักสูตรฉบับนี้มี แนวคดิ ในการจัดการศึกษาปฐมวยั ดังน้ี ๑. แนวคิดเกี่ยวกับพัฒนาการเด็ก พัฒนาการของมนุษย์เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่ เกิดขึ้นต่อเนื่องในตัวมนุษย์เริ่มตั้งแต่ปฏิสนธิไปจนตลอดชีวิต พัฒนาการของเด็กแต่ละคนจะมีลำดับ ขั้นตอนลักษณะเดียวกัน แต่อัตราและระยะเวลาในการผ่านขั้นตอนต่างๆอาจแตกตา่ งกันได้ขัน้ ตอนแรกๆ จะเป็นพื้นฐานสำหรับพัฒนาการขัน้ ต่อไป พัฒนาการด้านรา่ งกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา แต่ ละส่วนส่งผลกระทบซ่งึ กนั และกัน เมื่อด้านหนง่ึ ก้าวหน้าอีกด้านหน่ึงจะกา้ วหนา้ ตามด้วยในทำนองเดียวกัน ถ้าดา้ นหนึ่งดา้ นใดผิดปกตจิ ะทำให้ดา้ นอื่นๆผิดปกติตามด้วย แนวคิดเกีย่ วกบั ทฤษฎพี ัฒนาการดา้ นร่างกาย อธิบายว่าการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กมีลักษณะต่อเนื่องเป็นลำดับชั้น เด็กจะพัฒนาถึงขั้นใด จะต้องเกิดวุฒิภาวะของความสามารถด้านนั้นก่อน สำหรับทฤษฎีด้านอารมณ์ จิตใจ และสังคมอธิบายว่า การอบรมเลี้ยงดูในวัยเด็กส่งผลต่อบุคลิกภาพของเด็ก เมื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ความรักและความอบอุ่นเปน็ พื้นฐานของความเชื่อมั่นในตนเอง เด็กที่ได้รับความรักและความอบอุ่นจะมีความไว้วางใจในผู้อื่น เห็น คุณค่าของตนเอง จะมีความเชื่อมั่นในความสามารถของตน ทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ของความเป็นประชาธิปไตยและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์และทฤษฎีพัฒนาการด้านสติปัญญาอธิบายว่า เด็กเกิดมาพร้อมวุฒภิ าวะ ซง่ึ จะพฒั นาขึ้นตามอายุ ประสบการณ์ รวมทงั้ คา่ นยิ มทางสงั คมและส่ิงแวดล้อม ท่ีเด็กไดร้ บั ๒. แนวคิดเกี่ยวกับการเล่นของเด็ก การเล่นเป็นหัวใจสำคัญของการจัดประสบการณ์การ เรียนรู้ การเล่นอย่างมีจุดมุ่งหมายเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ขั้นพื้นฐานที่ถือเป็นองค์ประกอบสำคัญใน ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ กระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ขณะทเ่ี ด็กเล่นจะเกิดการเรียนรู้ไปพร้อมๆกันด้วย จากการเล่นเด็กจะมีโอกาส เคลื่อนไหวส่วนต่างๆของร่างกาย ได้ใช้ประสาทสัมผัสและการรับรู้ผ่อนคลายอารมณ์ และแสดงออกของ ตนเอง เรียนรู้ความรู้สึกของผู้อื่น เด็กจะรู้สึกสนุกสนาน เพลิดเพลิน ได้สังเกต มีโอกาสทำการทดลอง คิด สร้างสรรค์ คิดแก้ปัญหาและค้นพบด้วยตนเอง การเล่นช่วยให้เด็กเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และช่วยให้เด็กมี พัฒนาการทางด้านร่างกาย อารมณ์ จติ ใจ สงั คมและสตปิ ญั ญา ดังนนั้ เดก็ ควรมโี อกาสเล่น ปฏิสัมพันธ์กับ บคุ คล ส่งิ แวดล้อมรอบตวั และเลือกกจิ กรรมการเล่นด้วยตนเอง ๓. แนวคิดเกี่ยวกับการทำงานของสมอง สมองเป็นอวัยวะที่มีความสำคญั ที่สุดในร่างกาย ของคนเรา เพราะการที่มนษุ ยส์ ามารถเรยี นรู้สิ่งตา่ งๆได้นัน้ ต้องอาศัยสมองและระบบประสาทเป็นพ้นื ฐาน การรับรู้ รับความรู้สึกจากประสาทสัมผัสทั้งห้า การเชื่อมโยงต่อกันของเซลล์สมองส่วนมากเกิดขึ้นก่อน อายุ ๕ ปี และปฏิสัมพันธ์แรกเริ่มระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่ มีผลโดยตรงต่อการสร้างเซลล์สมองและจุดเชื่อม ต่อ โดยในชว่ ง ๓ ปแี รกของชีวิต สมองเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วมาก มีการสรา้ งเซลลส์ มองและจุดเช่ือมต่อ ขึ้นมามากมาย มีการสร้างไขมันหรือมันสมองหุ้มล้อมรอบเส้นใยสมองด้วย พอเด็กอายุ ๓ ปี สมองจะมี ขนาดประมาณ ๘๐ % ของสมองผู้ใหญ่ มีเซลล์สมองนับหมื่นล้านเซลล์ เซลล์สมองและจุดเชือ่ มต่อเหลา่ น้ี ยิง่ ไดร้ ับการกระต้นุ มากเทา่ ใด การเช่ือมตอ่ กนั ระหว่างเซลลส์ มองยิง่ มมี ากขน้ึ และความสามารถทางการคิด ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ถ้าหากเด็กขาดการกระตุ้นหรือส่งเสริมจากสิ่งแวดล้อมที่เหมาะสม เซลล์สมองและ จุดเชื่อมต่อที่สร้างขึน้ มาก็จะหายไป เด็กที่ได้รับความเครียดอยู่ตลอดเวลาจะทำให้ขาดความสามารถที่จะ เรียนรู้ อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างๆของสมองเจริญเติบโตและเริ่มมีความสามารถในการทำหน้าที่ในช่วงเวลา ต่างกัน จึงอธิบายได้ว่าการเรียนรู้ทักษะบางอย่างจะเกิดขึ้นได้ดีที่สุดเฉพาะในช่วงเวลาหนึ่งที่เรียกว่า ” หนา้ ตา่ งของโอกาสการเรยี นรู้” ซึ่งเปน็ ช่วงที่พอ่ แม่ ผเู้ ล้ียงดูและครูสามารถช่วยให้เด็กเรียนรู้และพัฒนาสิ่ง นั้นๆได้ดีที่สุด เมื่อพ้นช่วงนี้ไปแล้วโอกาสนั้นจะฝึกยากหรือเด็กอาจทำไม่ได้เลย เช่น การเชื่อมโยงวงจร ประสาทของการมองเห็นและรับรู้ภาพจะต้องได้รับการกระตุ้นทำงานตั้งแต่ ๓ หรือ ๔ เดือนแรกของชีวิต จึงจะมีพัฒนาการตามปกติ ช่วงเวลาของการเรียนภาษาคือ อายุ ๓ – ๕ ปีแรกของชีวิต เด็กจะพูดได้ชัด คลอ่ งและถกู ต้อง โดยการพฒั นาจากการพูดเปน็ คำๆมาเปน็ ประโยคและเลา่ เร่ืองได้ เปน็ ตน้ ๔. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อการเรียนรู้ สื่อการเรียนรูท้ ำให้เด็กเกิดการเรยี นรู้ตามจุดประสงค์ท่ี วางไว้ ทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรมที่เด็กเข้าใจและเรียนรู้ได้ง่าย รวดเร็ว เพลิดเพลนิ เกิดการเรยี นรแู้ ละคน้ พบดว้ ยตนเอง การใช้ส่อื การเรียนรู้ตอ้ งปลอดภยั ต่อตัวเด็กและเหมาะสม กับวัย วุฒิภาวะ ความแตกต่างระหว่างบุคคล ความสนใจ และความต้องการของเด็กที่หลากหลาย ส่ือ ประกอบการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาเด็กปฐมวยั ควรมสี ื่อท้ังที่เปน็ ประเภท ๒ มิติและ/หรือ ๓ มิติ ที่เป็นส่ือ ของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อที่อยูใ่ กลต้ ัวเด็ก สื่อสะท้องวัฒนธรรม สื่อภูมิปัญญาท้องถ่ิน สื่อเพื่อพัฒนาเดก็ ใน ด้านต่างๆให้ครบทุกด้าน ทั้งนี้ สื่อต้องเอื้อให้เด็กเรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้าโดยการจัดการใช้สื่อ สำหรับเดก็ ปฐมวยั ตอ้ งเริม่ ต้นจากส่ือของจริง ของจำลอง ภาพถ่าย ภาพโครงรา่ งและสัญลกั ษณต์ ามลำดับ ๕. แนวคิดเกี่ยวกับสังคมและวัฒนธรรม เด็กเมื่อเกิดมาจะเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและ วัฒนธรรม ซึ่งไม่เพียงแต่จะได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั้งเดิมตามประเพณี มรดก และความรู้ของ บรรพบุรุษ แต่ยังได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยมและความเชื่อของบุคคลในครอบครัว และชุมชน ระดับปฐมวัย หนา้ ๓

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ของแต่ละที่ด้วย บริบทของสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมตัวเด็กทำให้เด็กแต่ละคน แตกต่างกันไป ครูจำเป็นต้องเข้าใจและยอมรับว่าสังคมและวัฒนธรรมที่แวดล้อมตัวเด็ก มีอิทธิพลต่อการ เรียนรู้ การพัฒนาศักยภาพและพัฒนาการของเด็กแต่ละคน ครูควรต้องเรียนรู้บริบททางสังคมและ วัฒนธรรมของเด็กที่ตนรับผิดชอบ เพื่อช่วยให้เด็กได้รับการพัฒนา เกิดการเรียนรู้และอยู่ในกลุ่มคนที่มา จากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรานมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู้สังคมในอนาคตกับ การอยู่ร่วมกบั ผู้อื่น การทำงานรว่ มกับผู้อื่นท่ีมีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อและวัฒนธรรมเช่น ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเรื่องศาสนา ประเทศ พม่า ลาว กัมพูชาก็จะคล้ายคลึงกับคนไทยในการทำบุญตักบาตร การสวดมนต์ไหว้พระ การให้ความเคารพ พระสงฆ์ การทำบุญเลี้ยงพระ การเวียนเทียนเนื่องในวันสำคัญทางศาสนา ประเพณีเข้าพรรษา สำหรับ ประเทศมาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามจึงมีวัฒนธรรมแบบอิสลาม ประเทศฟิลิปปินส์ไดร้ ับอทิ ธิพลจากคริสต์ศาสนา ประเทศสิงคโปรแ์ ละเวียดนามนบั ถือหลายศาสนา โดย นับถอื ลทั ธธิ รรมเนยี มแบบจีนเป็นหลกั เปน็ ตน้ ๖. แนวคิดเกี่ยวกับการอบรมเล้ียงดูควบคู่การให้การศึกษา การจัดการศึกษาปฐมวัยมุ่ง พัฒนาเด็กบนพื้นฐานของการอบรมเล้ียงดูเดก็ ปฐมวัยหมายรวมถึงการดูแลเอาใจใส่เดก็ ด้วยความรกั ความ อบอุ่น ความเอื้ออาทร การดูแลสุขภาพ โภชนาการและความปลอดภัย และการอบรมกล่อมเกลาให้เดก็ มี จิตใจดี มีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น มีการดำเนินชีวิตที่เหมาะสมและมีทักษะชีวิต การปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเด็ก การเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่เด็ก และการปฏิบัติตนของผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็ก ที่มุ่งตอบสนองความต้องการทั้ง ด้านรา่ งกายและจิตใจของเด็ก โดยมงุ่ ให้เด็กมีรา่ งกายแข็งแรง มสี ขุ ภาพดี อารมณแ์ จ่มใส มีความประพฤติ ดี มีวินัย รู้จักควบคุมตนเอง มีความสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น การอบรมเลี้ยงดูที่มีผลดีพัฒนาของเด็ก คือการที่ ผู้ใหญ่ที่แวดล้อมเด็กให้ความรัก ความอบอุ่น การยอมรับความคิดเห็นของเด็ก การใช้เหตุผลในการอบรม สั่งสอน ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กจะต้องเป็นที่มีความมั่นคงทางอารมณ์และปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่เด็ก ใช้ การสร้างวนิ ยั เชิงบวกในการอบรมบ่มนิสัย ซึ่งจะช่วยให้เด็กเติบโตขึ้นเป็นผูท้ ีม่ ีความภาคภูมใิ จในตนเอง มี เป้าหมายชีวิต มีวินัยในตนเอง มีสัมพันธภาพที่ดีต่อผู้อื่น สามารถจัดการกับความเครียดและปัญหาต่างๆ ได้ การอบรมเลี้ยงดูจึงเป็นแนวคิดสำคัญที่ครอบครัว และสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยต้อง ปฏิบตั อิ ย่างสอดคล้องตอ่ เน่อื งกัน สำหรบั การให้การศึกษาเด็กในช่วงปฐมวัยนั้น เปน็ การส่งเสรมิ กระบวนการเรียนรู้โดยการจัด ประสบการณ์ที่หลากหลายผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย ให้เด็กเรียนรู้ด้วยวิธีการต่างๆ จากการลงมือ ปฏิบัติและการได้รับประสบการณ์ตรง มีการกำหนดจุดมุ่งหมายและการวางแผนในการจัดประสบการณ์ และกิจกรรมทั้งรายบุคคล กลุ่มย่อย และกลุ่มใหญ่ เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาอย่างเป็นองค์รวม ท้ัง ร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม สติปัญญา โดยคำนึงถึงเด็กเป็นสำคัญและพัฒนาเด็กแต่ละคนอย่างเต็ม ศักยภาพ ๗. แนวคิดเกี่ยวกับการบูรณาการ เด็กปฐมวัยเป็นช่วงวัยที่เรียนรู้ผ่านการเล่นการกระทำ กิจกรรมที่เหมาะสมตามวัย การจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้แก่เด็กในวัยนี้ เป็นการวางแผนโดยบูรณา การทั้งวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ศิลปะ ภาษา ดนตรี และการเคลื่อนไหว คุณธรรมจริยธรรม สุขภาพ อนามัย และศาสตรอ์ ่นื ๆ โดยไม่แบง่ เป็นรายวิชาแตจ่ ะมีการผสมผสานความรู้ ทักษะกระบวนการ และเจต ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๔

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ คติของแต่ละศาสตร์ในการจัดประสบการณ์ ซึ่งแตกต่างจากการเรียนรู้ในระดับชั้นอื่นๆ เป็นการจัด ประสบการณ์การเรียนรู้อย่างเป็นธรรมชาติเหมาะสมตามวัยของเด็ก เพื่อพัฒนาเด็กทั้งร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยการจัดประสบการณ์การเรียนรู้บูรณาการผ่านสาระการเรียนรู้ท่ี ประกอบดว้ ย สาระทคี่ วรเรียนรู้ได้แก่ ตวั เด็ก บคุ คลและสถานท่ีแวดล้อมรอบตวั ธรรมชาตริ อบตัว และสิ่ง ต่างๆ รอบตัวเด็ก และประสบการณ์สำคัญด้านร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา โดยออกแบบ การจัดประสบการณ์ และกิจกรรมที่ทำให้เกิดความหลากหลาย ภายใต้สาระการเรียนรู้ทั้งสาระที่ควร เรียนรู้และประสบการณ์สำคัญที่มีการเชื่อมโยงกับการพัฒนามาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของเด็ก และความสอดคล้องกับปรัชญาของหลักสตู ร โดยมีรปู แบบการจดั ประสบการณต์ ามความเหมาะสมของแต่ ละสถานศึกษา ทั้งนี้ ประสบการณ์การเรียนรู้ของเด็กจะจัดขึ้นโดยคำนึงถึงธรรมชาติของเด็กที่เรียนรู้ผา่ น การเล่น การลงมือปฏบิ ัติ การสำรวจ การทดลอง การสร้างชิ้นงานท่ีสร้างสรรค์ และการเห็นแบบอย่างท่ดี ี การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้อย่างหลากหลายจะช่วยตอบสนองต่อความแตกต่างระหวา่ งบุคคลส่งเสริม ความชอบ ความสนใจ และความถนัดซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กได้พัฒนาอย่างรอบด้าน พัฒนาทักษะ ชีวิต และทักษะการเรยี นรู้ที่สอดคล้องกับธรรมชาติ และพัฒนาการตามวัยของเด็กท่ีมีความแตกต่างกันไป ในแต่ละบุคคล การจัดประสบการณ์การเรียนการสอนในระดับปฐมวัยยึดหลักการบูรณาการที่ว่า หน่ึง แนวคิดเดก็ สามารถเรียนรู้ไดห้ ลากหลายกจิ กรรม หลากหลายทกั ษะ หลากหลายประสบการณส์ ำคัญอย่าง เหมาะสมกับวัยและพัฒนาการ เพื่อให้บรรลุจุดหมายของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัยที่กำหนดไว้ในการจดั ประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตาม หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง เปน็ คนดี มีวินยั และมีความสขุ ๘. แนวคิดเกี่ยวกับสื่อ เทคโนโลยี และสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การสร้าง ประสบการณ์การพัฒนาความเข้าใจในแนวคิด และความรู้เกีย่ วกับส่ิงตา่ งๆ นั้น สามารถนำสื่อ เทคโนโลยี และการจดั สภาพแวดล้อมที่เอ้ือต่อการเรยี นรู้มาสนบั สนนุ และเสริมสร้างการเรียนรู้ ของเด็กปฐมวัยได้โดย เป็นตัวกลางและเครื่องมือเพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ตามจุกประสงค์สื่อสำหรับเด็กปฐมวัยนั้นสามารถเป็น บุคคล วัสดุ อุปกรณ์ ของเล่น ตลอดจนเทคนิควิธีการ ที่กำหนดไว้อย่างง่ายและรวดเร็ว ทำให้สิ่งที่เป็น นามธรรมเข้าใจยากกลายเป็นรูปธรรม เกิดการเรียนรู้และค้นพบด้วยตนเอง การใช้สื่อการเรียนรู้ต้อง ปลอดภยั ตอ่ ตวั เด็กและเหมาะสมกบั วัย วฒุ ภิ าวะ ความแตกตา่ งระหว่างบุคล ความสนใจ ความชอบความ ต้องการของเด็กที่หลากหลาย ควรมีสื่อที่เป็นสื่อของจริง สื่อธรรมชาติ สื่อที่อยู่ใกล้ตัวเด็ก สื่อสะท้อน วฒั นธรรมสือ่ ภูมิปัญญาท้องถนิ่ และส่อื เพื่อพฒั นาเด็กในดา้ นต่างๆ ใหค้ รบทกุ ด้าน ทั้งนี้ ส่ือต้องเอ้ือให้เด็ก เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า และส่งเสริมการปฏิบัติจริงของเด็ก โดยการจัดสื่อสำหรับเด็กปฐมวัยต้อง เริ่มต้นจากส่ือของจริง ของจำลอง(๓ มิติ) ภาพถ่าย ภาพโครงร่าง (๒ มิติ) และสัญลักษณ์จากรปู ธรรมไปสู่ นามธรรมตามลำดับ ส่วนการจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เป็นการจัดเตรียมสภาพแวดล้อมทั้งทาง กายภาพ และทั้งจิตภาพ โดยเป็นการจัดสื่อที่หลากหลายเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์และสนับสนุนการ เรียนรู้ของเด็กพร้อมด้วยการจัดตารางเวลาที่เหมาะสมในแต่ละวัน รวมทั้งการส่งเสริมบรรยากาศที่ดี สำหรับการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นให้ผู้ใหญ่และเด็กมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน มีการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมเด็กท้ัง กลมุ่ ใหญ่ กลุ่มยอ่ ย และตอบสนองความตอ้ งการรายบุคคล ระดับปฐมวัย หนา้ ๕

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ๙. แนวคดิ เก่ยี วกับการประเมนิ ตามสภาพจริง การประเมนิ พฒั นาการของเด็กปฐมวัยเป็น กระบวนการที่ต่อเนื่องและสอดคล้องสัมพนั ธ์กบั การจัดประสบการณ์การเรยี นรู้ รวมทงั้ กิจกรรมประจำวัน โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กสำหรับการส่งเสริม ความก้าวหน้าและช่วยเหลือสนับสนุนเมื่อพบเด็กล่าช้าหรือมีปัญหาที่เกิดจากพัฒนาการและการเรียนรู้ ไม่ใช่การตัดสินผลการศึกษาและไม่ใช้แบบทดสอบในการประเมิน เป็นการประเมินตามสภาพจริงที่มีการ วางแผนอย่างเป็นระบบใช้วิธีการและเครื่องมือประเมินที่หลากหลายอย่างมีจุดมุ่งหมาย เหมาะสมกับ ศักยภาพในการเรยี นรู้และพัฒนาการตามวัยของเด็ก ตลอดจนรูปแบบการเรียนรู้ประสบการณ์ท่ีเด็กได้รบั และแหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับตัวเด็กที่มีการเก็บข้อมูลอย่างรอบด้าน โดยใช้เรื่องราวเหตุการณ์ กิจกรรม ตามสภาพจริงหรือคล้ายจริงในชีวิตประจำวัน เพื่อให้เด็กมีโอกาสแสดงออกถึงความรู้ ความสามารถ และ ทักษะต่างๆ จากการปฏบิ ัติกิจกรรมหรือการสร้างงานท่ีเปน็ ผลผลิตเพ่ือเป็นการสะทอ้ นภาพท่ีแท้จริงมีการ นำเสนอหลักฐานในการประเมินทีน่ ่าเชื่อถือในรูปแบบที่เหมาะสม และสื่อสารผลประเมินให้แก่ครอบครวั รวมทั้ง ผู้เกี่ยวข้องที่มีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กโดยสามารถบอกได้ว่าเ ด็กเกิดการเรียนรู้ และมี ความก้าวหน้าเพยี งใดข้อมลู จากการประเมินพฒั นาการจะช่วยผูส้ อนในการวางแผนการจัดกิจกรรมให้เห็น ความต้องการพิเศษของเด็กแตล่ ะคนให้เป็นข้อมูลในการสื่อสารกับพ่อแม่ ผปู้ กครองเด็ก และขณะเดียวกัน ยังใชใ้ นการประเมนิ คุณภาพและประสิทธภิ าพการจัดการศึกษาให้กับเดก็ ในวยั นไ้ี ด้อกี ด้วย ๑๐. แนวคิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมของครอบครัว สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยและชุมชน การพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพต้องอาศัยความรวมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับเด็ก การมีส่วนร่วมของครอบครัว สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และชุมชนเพื่อพัฒนาเด็กร่วมกัน โดยการดแู ลพัฒนาและการจัดการศึกษาใหแ้ กเ่ ด็กปฐมวัยนนั้ ต้องอาศยั ความรู้ความเข้าใจและการส่งเสริม สนบั สนนุ ซ่งึ กนั และกนั ของทุกฝ่าย ซึ่งพ่อแม่ผู้ปกครองรวมทัง้ บุคคลในครอบครวั เปน็ ผู้ทอ่ี ยู่ใกล้ชิดเด็กมาก ที่สุด และครอบครัวเป็นจุดเริ่มต้นในการเรียนรู้ของเด็ก พ่อแม่เป็นครูคนแรกและเป็นครูที่อยู่กับเด็ก ตลอดไป โดยสถานศกึ ษาหรือสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยจะเป็นสว่ นสำคัญท่ีดแู ลและพฒั นาเด็ก ซึง่ ไมเ่ พียงแต่ ทำงานกับเด็กเท่านั้นแต่ยังต้องมีการทำงานกับครอบครัวและชุมชนที่มีรูปแบบต่างๆ เพื่อการพัฒนาเด็ก ร่วมกัน ท้ังในการจัดโปรแกรมการให้การศึกษาผู้ปกครอง และการจัดอบรมผู้ปกครองในการดูแลและ พัฒนาเด็ก การมีโปรแกรมในการช่วยเหลือครอบครัวและเด็กในด้านสุขภาพอนามัย โภชนาการ และการ ส่งเสริมพัฒนาการ รวมทั้งด้านอื่นๆการเยี่ยมบ้านเด็กโดยเฉพาะช่วงรอยที่เชื่อมต่อทางการศึกษาของเด็ก ในการเปลี่ยนระดับชั้นหรือเข้าสูส่ ถานศึกษาการสือ่ สารกับผู้ปกครองในชอ่ งทางตา่ งๆ ที่เหมาะสม การขอ อาสาสมัครจากผู้ปกครองที่มีความสามารถหลากลาย มีเวลา หรือต้องการช่วยเหลือสนับสนุนในการทำ กิจกรรมต่างๆ เพื่อการดูแลและพัฒนาเด็กของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย การสนับสนุนการ เรียนรู้ของเด็กที่บ้านที่เชื่อมต่อกับการพัฒนาเด็กปฐมวัย การเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในการ ตดั สนิ ใจในการดำเนินงานของสถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั ในการดแู ลและพฒั นาเด็ก การสรา้ ง ความร่วมมือกับชมชนโดยประสานให้ชุมชนมีส่วนรว่ มในการจัดกิจกรรม การให้บริการและการสนับสนุน การดูแลพัฒนาตลอดจนเป็นแหล่งความรู้ของเด็กโดยการมีส่วนร่วมที่มีประสิทธิภาพจะต้องอาศัยความ ไวว้ างใจ ความเคารพซ่งึ กันและกนั รวมท้งั การรับผิดชอบสำหรับการจัดสถานศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัยอย่าง มีคณุ ภาพ ระดบั ปฐมวัย หน้า ๖

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ๑๑. แนวคิดเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ความเป็นไทย และความ หลากหลาย การเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี ส่งผลต่อวิถีชีวติ และการจัดการศึกษา เพือ่ เรียมเด็กสู่อนาคต อย่างไรกต็ าม เดก็ เมอ่ื เกิดมาจะเปน็ สว่ นหน่ึงของสังคมและวัฒนธรรม ซึง่ ไม่เพียงแต่ ได้รับอิทธิพลจากการปฏิบัติแบบดั่งเดิมตามประเพณี มรดก และการถ่ายทอดความรู้ภมู ิปัญญาของบรรพ บุรุษแล้ว ยังได้รับอิทธิพลจากประสบการณ์ ค่านิยม และความเชื่อของบุคคลในครอบครัวและชุมชนของ แต่ละที่ด้วย โดยบททางสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่หรือแวดล้อมรอบตัวเด็กมีอิทธิพลต่อการ พฒั นาการและการเรียนรตู้ ลอดจนการพฒั นาศักยภาพของแต่ละคน ผสู้ อนควรต้องเรียนรบู้ ริบททางสังคม และวัฒนธรรมของเดก็ ท่ีตนรับผดิ ชอบเพ่ือช่วยให้เด็กได้รับการพฒั นาและเกิดการเรียนรู้และดำเนนิ ชีวิตอยู่ ในกลุ่มที่มาจากพื้นฐานเหมือนหรือต่างจากตนได้อย่างราบรื่นมีความสุข เป็นการเตรียมเด็กไปสู่สังคมใน อนาคตกับการอยู่ร่วมกับผู้อื่น การทำงานร่วมกับผู้อื่นที่มีความหลากหลายทางความคิด ความเชื่อ และ วัฒนธรรมโดยคำนึงถึงความเป็นไทยที่มีมรดกทางวัฒนธรรมทั้งในด้านภาษา มารยาท คุณธรรมจริยธรรม ศิลปวัฒนธรรม ประเพณีที่งดงาม และที่สำคัญคือปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ที่เป็นหลักคิ ดในการ ดำเนินชีวิตที่เน้นความพอประมาณ มีเหตุผล มีภูมิคุ้มกัน การใช้ความรู้ควบคู่คุณธรรม โดยในการจัด การศึกษาต้องมีการคำนึงถงึ ทั้งดา้ นเชอื้ ชาติ ศาสนา เศรษฐสถานะ เพศ วยั ความต้องการพิเศษท่เี ป็นความ แตกต่างระหว่างบคุ คลโดยสามารถพัฒนาให้เด็กมีความเข้าในในตนเอง เช้าใจผู้อืน่ และอยู่ร่วมกับผ้อู ื่นได้ ในแนวคิดและความหลากหลายเท่าทันการเปลยี่ นแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรอบด้าน โดยผู้สอนและ สถานศึกษาหรือสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยสามารถจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่มีอัตลักษณ์ การวางแผนการ จัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกี่ยวข้อง และการจัดกิจกรรมและโครงการที่สร้างความเชื่อมโยงกับสังคม วัฒนธรรม ความเป็นไทยและความหลากหลาย จากแนวคิดข้างต้น การพัฒนาหลักสูตรต้องพิจารณาจากวัย และประสบการณ์ของเด็ก ตลอดจนบริบททางสังคมและวัฒนธรรม เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาเด็กทุกด้านทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปญั ญา บนพ้นื ฐานของประสบการณเ์ ดิมทเ่ี ด็กมีอยู่ และสร้างประสบการณ์ใหม่ทีเ่ ด็กจะได้รับ โดยต้องมีความหมายกับตัวเด็ก เป็นหลักสูตรที่ให้โอกาสทั้งเด็กปกติ เด็กด้อยโอกาส และเด็กพิเศษได้ พัฒนา รวมทั้งยอมรับในวัฒนธรรมและภาษที่แตกต่างของเด็ก พัฒนาเด็กให้รู้สึกเป็นสุขในปัจจุบัน มิใช่ เพียงเพอื่ เตรียมเด็กสำหรับอนาคตข้างหน้าเทา่ นน้ั การสร้างและพฒั นาหลกั สูตรควรเกดิ จากการมีส่วนร่วม ของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกบั เด็ก มีองค์ประกอบและรายละเอียดของหลกั สูตรที่มีความสอดคลอ้ งกับปรัชญา การศึกษาปฐมวัย โดยมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และการสร้างอัตลักษณ์ของแต่ละหลักสูตรที่เหมาะสมกับบริบท ของสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย และจุดมุ่งหมายในการพัฒนาเด็กร่วมกัน โดยผู้สอนระดับปฐมวัยเป็นผู้ที่มี ความสำคัญและเกี่ยวข้องกับการดูแลเด็กมากที่สุดในการการอบรมเลี้ยงดูและจัดการศึกษาให้เด็กนั้น ผสู้ อนตอ้ งเป็นผู้ท่มี ีความรู้ ความสามารถ และมคี วามเข้าใจในตวั เด็กและการศึกษาปฐมวยั ซง่ึ การดูแลและ พัฒนาเด็กทั้งเตรียมเด็กเพื่ออนาคต จำเป็นต้องคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทั้งด้านสังคมและ การศึกษา ผู้สอนจึงต้องมีความใฝ่รู้ ผู้สอนจึงต้องมีความใฝ่รู้ ติดตามความก้าวหน้าทางวิชาการ พัฒน า ตนเองอยู่เสมอทางด้านวิชาการและวิชาชีพ โดยการสรา้ งเครือข่ายความร่วมมือ และชุมชนวิชาชีพปฐมวัย จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพที่ผลต่อกาจัดการศึกษาปฐมวัยและหลักสูตร สถานศึกษาปฐมวัยท่ีมีคุณภาพ ในสว่ นของสถานศึกษานัน้ มหี ลากหลายรูปแบบทั้งสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย โรงเรียนอนุบาล ศูนย์พัฒนาเด็ก สถานเลี้ยงดูเด็ก ซึ่งแต่ละแห่งจะมีลักษณะจุดมุ่งหมาย และรูปแบบ ระดับปฐมวยั หน้า ๗

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ แตกต่างกันไปตามลักษณะของกลุ่มเด็กแต่ละวัย อย่างไรก็อย่างตาม สถานศึกษาหรือสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยจะต้องมีการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลและพัฒนาเด็กให้บรรลุ ตามจุดมุ่งหมาย การจัดหลักสูตรและประสบการณ์การเรียนรู้ที่มีคุณภาพ การจัดสิ่งแวดล้อมและ บรรยากาศทเี่ อ้ือต่อการเรียนรู้ การสร้างความสมั พันธ์กับครอบครวั และชุมชนเพ่ือพัฒนาเด็กรว่ มกันรวมท้ัง มีการสร้างรอยเชื่อมต่อจากครอบครัวสู้สถานศกึ ษา และรอยเชื่อมต่อสู้การศึกษาขั้นพืน้ ฐานหรือระดับชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ ปรชั ญาการศกึ ษา โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) จัดการศึกษาปฐมวัยเป็นการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตั้งแต่ 4 ปี ถึง ๖ ปี บนพื้นฐานการอบรมเลี้ยงดูและการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ที่สนองต่อธรรมชาติ และพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนเต็มตามศักยภาพภายใต้บริบทสังคมและวัฒนธรรมที่เด็กอาศัยอยู่ ด้วยความรักความเอื้ออาทร และความเข้าใจของทุกคน เพื่อสร้างรากฐานคุณภาพชีวิตให้เด็กพัฒนาไปสู่ ความเป็นมนุษย์ทีส่ มบรู ณ์ เกดิ คุณคา่ ต่อตนเอง ครอบครวั ชุมชน สังคมและประเทศชาติ วิสยั ทัศน์โรงเรียน โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) นำองคก์ รสู่มาตรฐานสากล เปีย่ มความรู้ คคู่ ุณธรรม ดำรง ความเป็นไทย ใส่ใจหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เคียงคู่เทคโนโลยี มีทักษะที่จำเป็นในศตวรรษท่ี 21 (vision) Banpluang(Prombamrungrat) School aims to reach international standard, to develop students with knowledge and morality, to preserve Thai cultures and to consider the sufficiency economy philosophy together with the use of technology and to have 21st century skills. วิสัยทศั น์ปฐมวยั ภายในปี 2566 โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ จดั การศึกษาปฐมวยั มงุ่ พัฒนาเด็ก ทุกคนให้ได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคมและสติปัญญา อย่างมีคุณภาพและต่อเนื่อง ได้รับการจัดประสบการณ์การเรียนรู้อยา่ งมคี วามสุขเหมาะสมตามวัย มีทักษะชีวติ และปฏิบัตติ นตามหลัก ระดับปฐมวยั หนา้ ๘

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เป็นคนดี มีวินัย และสำนึกความเป็นไทย ปลูกฝังให้เด็กมีค่านิยมพื้นฐาน ๑๒ ประการ และเตรียมความพรอ้ มเพ่ือเชือ่ มต่อไปยงั การเรียนในช้นั ประถมศึกษาปีที่ ๑ ภารกจิ ปฐมวัย 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาที่มุ่งเน้นพัฒนาการเด็กปฐมวัยทั้ง 4 ด้าน อย่างสมดุล และเต็ม ศักยภาพ 2. ส่งเสริมการจัดกิจกรรมให้เด็กเรียนรู้อย่างมีความสุขที่มีจุดหมายผ่านการเล่นที่มีจุดหมาย อยา่ งต่อเนอ่ื ง 3. ส่งเสรมิ การจัดกิจกรรมเรยี นรทู้ ่ีเนน้ เด็กเป็นสำคัญ ส่กู ระบวนการคิด เกดิ ความคิดสร้างสรรค์ และวินัยในตนเอง 4. สนบั สนนุ ให้บคุ ลากรได้พัฒนาวิชาชพี อย่างเต็มตามศักยภาพ 5. สง่ เสรมิ และสนับสนุนการจดั สภาพแวดลอ้ ม สอ่ื เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรใู้ นการพฒั นาเด็ก ปฐมวยั 6. จัดประสบการณ์การเรยี นร้ทู ี่หลากหลายซง่ึ สอดคลอ้ งกบั พัฒนาการทางสมองของเด็ก โดยนำ แหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาท้องถิ่น มาใช้เสริมสร้างพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย บนพ้ืน ฐานเศรษฐกิจพอเพยี ง 7. ส่งเสริมการมีสว่ นร่วมของผปู้ กครองและชุมชนในการพฒั นาเด็กปฐมวยั เป้าหมายปฐมวัย 1. เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาด้านร่างกาย อารมณ์-จิตใจ สังคม และสติปัญญาเต็ม ศักยภาพเหมาะสมกับวยั 2. ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดประสบการณ์ที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านการเล่นโดยใช้ กระบวนการวางแผน การปฏิบตั ิ และการทบทวน 3. มีสภาพแวดล้อม สื่อ เทคโนโลยี และแหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการส่งเสริมพัฒนาการเด็กปฐมวัย อย่างพอเพียง 4. มีแผนการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ที่หลากหลายซึ่งสอดคล้องกับพัฒนาการทางสมองของ เด็ก โดยนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง การใช้การบูรณการภาษาสื่อสาร สื่อ เทคโนโลยี แหล่ง เรยี นรู้ ภมู ิปญั ญาท้องถนิ่ ค่านยิ มพ้ืนฐาน ๑๒ ประการ และนวัตกรรมต่างๆ มาใชเ้ สรมิ สร้างพฒั นาการและ การเรยี นรู้ของเดก็ ผ้ปู กครอง ชุมชน และหนว่ ยงานทเี่ กย่ี วข้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ระดบั ปฐมวยั หน้า ๙

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ อตั ลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา “ยม้ิ งา่ ย ไหว้สวย” เอกลกั ษณ์ของสถานศกึ ษา “สะอาด บรรยากาศร่มรนื่ ” คำขวญั ของสถานศึกษา “เรียนดี มีวนิ ัย พลานามัยสมบูรณ”์ หลกั การ เด็กทกุ คนมีสิทธทิ ่ีจะไดร้ บั การอบรมเล้ยี งดแู ละได้รบั การส่งเสริมพฒั นาการ ตามอนุสัญญาว่า ด้วยสทิ ธเิ ดก็ ตลอดจนการเรียนรู้อยา่ งเหมาะสม ดว้ ยปฏิสมั พันธ์ท่ีดีระหวา่ งเด็ก กบั พ่อแม่ เด็กกับครู เด็ก กับผเู้ ลี้ยงดูหรอื บุคลากรท่ีมีความรูค้ วามสามารถในการอบรมเลี้ยงดูและให้การศึกษาแกเ่ ด็กทุกคน เพ่ือให้ เด็กมีโอกาสพัฒนาตนเองตามลำดับขั้นของพัฒนาการทุกด้านอย่างเป็นองค์รวมมีคุณภาพ และเต็มตาม ศักยภาพ โดยมหี ลักการดังนี้ 1. สง่ เสริมกระบวนการเรยี นร้แู ละพฒั นาการที่ครอบคลมุ เด็กทุกคน 2. ยึดหลักยึดหลักการอบรมเล้ียงดูและใหก้ ารศึกษาทีเ่ น้นเดก็ เป็นสำคัญ โดยคำนึงถึงความ แตกตา่ งระหวา่ งบคุ คล และวถิ ีชวี ติ ของเดก็ ตามบริบทของชุมชนสงั คม และวฒั นธรรมไทย 3. ยึดพัฒนาการและการพัฒนาเด็กโดยองค์รวม ผ่านการเล่นอย่างมีความหมายและมี กิจกรรมที่หลากหลาย ได้ลงมือกระทำในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ เหมาะสมกับวัยและมีการ พกั ผ่อนเพียงพอ ๔. จัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้เด็กมีทักษะชีวิต และสามารถปฏิบัติตนตามหลักปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียง เปน็ คนดี มีวนิ ยั และมีความสขุ 5. สร้างความรู้ ความเข้าใจ และประสานความร่วมมือในการพัฒนาเด็ก ระหว่าง สถานศกึ ษากับพอ่ แม่ ครอบครวั ชุมชนและทกุ ฝา่ ยทีเ่ กยี่ วข้องกบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวัย ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๑๐

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ จดุ มุ่งหมาย หลักสูตรสถานศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช 2566 มุ่งให้ เด็กมีพัฒนาการ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์และจิตใจ ด้านสังคม ด้านสติปัญญา ที่เหมาะสมกับวัย ความสามารถและความแตกต่างระหว่างบุคคล จึงกําหนดจุดหมายซึ่งถือเป็นมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ ดงั นี้ ๑. รา่ งกายเจริญเติบโตตามวัยและมีสุขนิสยั ท่ีดี ๒. กลา้ มเน้อื ใหญ่และกลา้ มเนื้อเลก็ แขง็ แรง ใช้ได้อย่างคล่องแคลว่ และประสานสัมพนั ธ์กนั ๓. มีสขุ ภาพจิตดีและมีความสุข ๔. ช่ืนชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคลอื่ นไหว ๕. มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมจี ติ ใจที่ดีงาม ๖. มที กั ษะในการดําเนนิ ชีวิต ๗. รกั ธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ ม วฒั นธรรม และความเปน็ ไทย ๘. อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอ ประชาธิปไตย อนั มีพระมหากษตั ริยท์ รงเป็นประมขุ ๙. ใช้ภาษาสือ่ สารไดเ้ หมาะสมกบั วัย ๑๐. มคี วามสามารถในการคิดทเ่ี ป็นพื้นฐานในการเรยี นรู้ ๑๑. มีจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ๑๒. มเี จตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ไดเ้ หมาะสมกบั วัย พัฒนาการเดก็ ปฐมวัย พัฒนาการของเด็กปฐมวัยด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และสติปัญญาแสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามวุฒิภาวะและสภาพแวดล้อมที่เด็กได้รับ พัฒนาการเด็กในแต่ละช่วงวัยอาจเร็ว หรือชา้ แตกต่างกนั ไปในเด็กแตล่ ะคน มีรายละเอียด ดงั น้ี ๑. พัฒนาการด้านร่างกาย เป็นพัฒนาการที่เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของ ร่างกายในด้านโครงสร้างของรา่ งกาย ดา้ นความสามารถในการเคลื่อนไหว และด้านการมีสุขภาพอนามัยที่ ดี รวมถึงการใช้สัมผัสรับรู้ การใช้ตาและมือประสานกันในการทํากิจกรรมต่างๆ เด็กอายุ ๓ - ๕ ปีมีการ เจริญเติบโตรวดเร็วโดยเฉพาะในเรื่องน้ําหนักและส่วนสูง กล้ามเนื้อใหญ่จะมีความก้าวหน้ามากกว่า ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๑๑

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ กล้ามเนื้อเล็ก สามารถบังคับการเคลื่อนไหวของร่างกายได้ดีมีความคล่องแคล่ววอ่ งไวในการเดิน สามารถ วิ่ง กระโดด ควบคุมและบังคับการทรงตัวได้ดีจึงชอบเคลื่อนไหว ไม่หยุดนิ่ง พร้อมที่จะออกกําลั งและ เคล่อื นไหวในลักษณะตา่ งๆส่วนกล้ามเน้ือเล็กและความสัมพนั ธร์ ะหว่างตาและมือยังไมส่ มบูรณ์ การสัมผัส หรอื การใช้มือมคี วามละเอียดขึ้น ใช้มือหยบิ จบั ส่ิงของตา่ งๆได้มากขน้ึ ถา้ เดก็ ไมเ่ ครยี ดหรือกังวลจะสามารถ ทาํ กจิ กรรมทพ่ี ฒั นากลา้ มเนอ้ื เลก็ ไดด้ แี ละนานขึ้น ๒. พัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นความสามารถในการรู้สกึ และแสดงความรู้สกึ ของเด็ก เช่น พอใจไม่พอใจ รัก ชอบ สนใจ เกียด โดยที่เด็กรู้จักควบคุมการแสดงออกอย่างเหมาะสมกับวัยและ สถานการณ์ เผชิญกับเหตุการณ์ต่างๆ ตลอดจนการสร้างความรู้สึกที่ดีและการนับถือตนเอง เด็กอายุ ๓ - ๕ ปจี ะแสดงความรู้สึกอย่างเต็มท่ีไม่ปดิ บัง ช่อนเรน้ เช่น ดีใจ เสยี ใจ โกรธแตจ่ ะเกิดเพยี งชั่วครู่แล้วหายไป การที่เด็กเปลี่ยนแปลงอารมณ์ง่ายเพราะมีช่วงความสนใจระยะสั้น เมื่อมีสิ่งใดน่าสนใจก็จะเปลี่ยนความ สนใจไปตามส่ิงนั้น เด็กวันนม้ี กั หวาดกลัวสิ่งต่างๆ เชน่ ความมืด หรือสัตวต์ ่างๆ ความกลัวของเด็กเกิดจาก จินตนาการ ซึ่งเด็กว่าเป็นเรื่องจริงสําหรับตน เพราะยังสับสนระหว่างเรื่องปรุงแต่งและเรื่องจริง ความสามารถแสดงอารมณ์ได้สอดคล้องกับสถานการณ์อย่างเหมาะสมกับวัย รวมถึงชื่นชมความสามารถ และผลงานของตนเองและผู้อน่ื เพราะยดึ ตัวเองเป็นศนู ย์กลางน้อยลงและต้องการความสนใจจากผู้อื่นมาก ขนึ้ ๓. พัฒนาการด้านสังคม เป็นความสามารถในการสร้างความสัมพันธ์ทางสังคมครั้งแรกใน ครอบครัวโดยมีปฏิสมั พันธ์กับพ่อแม่และพี่น้อง เมื่อโตขึ้นต้องไปสถานศึกษา เด็กเริ่มเรียนรู้การติดต่อและ การมีสมั พนั ธก์ บั บุคคลนอกครอบครัว โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงเด็กในวัยเดียวกัน เด็กไดเ้ รยี นรกู้ ารปรับตัวให้เข้า สงั คมกับเด็กอ่ืนพร้อมๆกบั รู้จักรว่ มมือในการเล่นกับกลุ่มเพ่ือน เจตคตแิ ละพฤติกรรมทางสังคมของเด็กจะ ก่อขึ้นในวัยนี้และจะแฝงแน่นยากที่จะเปลี่ยนแปลงในวัยต่อมา ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าพฤติกรรม ทาง สังคมของเด็กวัยนี้ มี ๒ลักษณะ คือลักษณะแรกนั้น เป็นความสัมพันธ์กับผู้ใหญ่และลักษณะที่สองเป็น ความสัมพนั ธก์ ับเด็กในวยั ใกล้เคยี งกัน ๔. ด้านสติปัญญา ความคิดของเด็กวัยนี้มีลักษณะยึดตนเองเป็นศูนย์กลาง ยังไม่สามารถเข้าใจ ความรู้สึกของคนอื่น เด็กมีความคิดเพียงแต่ว่าทุกคนมองสิ่งต่างๆรอบตัว และรู้สึกต่อสิ่งต่างๆ เหมือน ตนเองความคิดของตนเองเป็นใหญ่ที่สุด เมื่ออายุ ๔ - ๕ ปี เด็กสามารถโต้ตอบหรือมีปฏิสัมพันธ์กับวัตถุ สงิ่ ของทอี่ ยรู่ อบตวั ได้ สามารถจําสง่ิ ต่างๆ ที่ไดก้ ระทาํ ซา้ํ กันบ่อยๆ ไดด้ ี เรียนรู้สง่ิ ตา่ ง ๆ ไดด้ ขี น้ึ แต่ยังอาศัย การรับรู้เป็นส่วนใหญ่ แก้ปัญหาการลองผิดลองถูกจากการรับรู้มากกว่าการใช้เหตุผลความคิดรวบยอด เก่ียวกับสงิ่ ตา่ งๆ ทอี่ ยูร่ อบตัวพัฒนาอย่างรวดเร็วตามอายุที่เพ่ิมขึ้น ในสว่ นของพฒั นาการทางภาษา เดก็ วัย นี้เป็นระยะเวลาของการพัฒนาภาษาอย่างรวดเร็ว โดยมีการฝึกฝนการใช้ภาษาจากการทํากิจกรรมต่าง ๆ ในรูปของการพดู คยุ การตอบคาํ ถาม การเล่าเรอ่ื ง การเลา่ นทิ านและการทํากจิ กรรมต่าง ๆ ท เกี่ยวขอ้ งกับ การใช้ภาษาในสถานศึกษาเด็กปฐมวัยสามารถ ใช้ภาษาแทนความคิดของตนและใช้ภาษาในการติดต่อ ระดบั ปฐมวัย หน้า ๑๒

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ สัมพันธ์กับคนอื่นได้คําพูดของเดก็ วัยน้ี อาจจะทําให้ผู้ใหญ่บางคนเข้าใจว่าเด็กรู้มากแล้วแต่ท่ีจริงเด็กยังไม่ เข้าใจความหมายของคําและเรื่องราวลึกซง้ึ นัก คา่ นิยมหลกั ๑๒ ประการ 1. ความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เราเกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยที่อุดมสมบรู ณแ์ ละมัง่ คง่ั มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขที่อุทิศให้แก่ประชาชนอันเป็นที่รัก มีศาสนาพุทธซึ่งเปน็ ท่ีพึ่งทางใจ และมีธง ชาตทิ ปี่ า่ วประกาศถึงสัญชาตขิ องเรา 2. ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม การที่เราเปลี่ยนแปลง อุปนสิ ัยของเราให้เขา้ กับคนอื่นหรือทศั นคติไปในทางที่ดีนั้นจะทำใหเ้ ราได้เรียนร้สู ่ิงใหม่ๆ เข้าใจสิ่งต่างๆใน แตล่ ะมุมมอง ซ่งึ จะทำให้ขอ้ ขดั แย้งและปัญหายตุ ลิ ง 3. กตญั ญูตอ่ พ่อแม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์ บุญคุณของพ่อแมน่ นั้ ใหญห่ ลวงมาก ท่านทง้ั สอง ให้กำเนดิ เรามาในโลกอันกวา่ งใหญ่ เลีย้ งดเู ราอย่างดีด้วยความรักและหว่ งใย รวมท้ังผู้ปกครอง และคุณครู บาอาจารย์ที่ใหก้ ารศึกษาตั้งแตเ่ ลก็ จนโต ซง่ึ จะทำใหเ้ ราเตบิ ใหญเ่ ป็นคนที่ดีในสงั คม ดังน้ัน เราควรตอบ แทนบญุ คุณของทุกท่านโดยประพฤตติ วั ให้ดี เข่น การเคารพหรือปฏบิ ตั ติ ามกฎระเบยี บที่มอี ยู่ มีความ รับผดิ ชอบในหน้าทตี่ า่ งๆ และไม่ละเมิดสิทธิสว่ นบคุ คล 4. ใฝห่ าความรู้ หมนั่ ศกึ ษาเล่าเรียนทั้งทางตรง และทางอ้อม การทีเ่ ราดำรงชวี ิตประจำวันนน้ั แนน่ อนว่าเราต้องใชค้ วามรู้อยู่ตลอดเวลา ณ ตอนน้ีโลกเปล่ียนไปอย่างมาก เพราะฉะน้ันเราความใฝ่หา ความร้เู พ่ือให้ทนั กลบั โลกภายนอกทหี่ มนุ อย่ตู ลอดเวลา เราควรมคี วามเพยี รพยายาม มงุ่ มน่ั ในการศึกษา ทั้งในและนอกโรงเรยี น เช่น การใชต้ ำราเรยี น อินเตอรเ์ นต็ หรอื สือ่ อน่ื ๆท่ีสามารถค้นคว้าขอ้ มลู ได้ 5. รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ประชาชนชาวไทยควรที่จะภาคภูมิใจกับประเพณี ศิลปะอันงดงาม และวัฒนธรรมอนั ดงั่ เดิม เช่น วันปีใหม่ของประเทศไทย สงกรานต์ ในขณะน้ีค่านิยมของ ตะวันตกนั้นเข้ามาและมีบทบาทมากกับการพูดจา กิริยาและการแต่งกาย ซึ่งทำให้ประเพณีอันงดงามน้ัน ถดถอ่ ยลง ด้วยเหตุนเ้ี ราควรท่ีจะเปน็ ตน้ แบบในการอนรุ ักษแ์ ละสืบทอดใหถ้ ึงรุน่ ตอ่ ไปเรยี นรู้ 6. มีศีลธรรม รักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน การที่เราให้โดยไม่หวัง ผลตอบแทนนั้นเป็นสิ่งที่ประเสริฐ การทำสิ่งต่างๆด้วยความหวังดี ถึงแม้ว่าผลลัพธ์ที่เราจะได้คือความสุข เลก็ ๆน้อยๆ แตเ่ ราก็จะไดม้ ติ รสมั พันธท์ ี่ดี ศีลธรรมกเ็ ปน็ ข้อทเี่ ราควรถอื ไว้ในใจ เชน่ ศลี ๕ และการท่ีเราส่ือ สัตยต์ ลอดไม่ว่าจะทำอะไร จะทำให้เราเนน้ คนดีในสังคม 7. เข้าใจเรียนรู้การเปน็ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขท่ีถูกต้อง การเปน็ ประชาธิปไตยนั้นเป็นระบบการบริหารอำนาจรัฐมาจากเสียงข้างมากของพลเมือง โดยที่เรามี พระมหากษตั รยิ เ์ ป็นประมุก ซงึ่ เราควรเคารพพอ่ หลวงเราดว้ ยใจรกั ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๑๓

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ 8. มรี ะเบยี บวินยั เคารพกฎหมาย ผนู้ อ้ ยรูจ้ กั การเคารพผูใ้ หญ่ ทุกวนั น้ีเรามักจะเห็นผูค้ น แตกแยก หรือไม่ใหค้ วามเคารพกัน ซึง่ แสดงให้เห็นถึงการท่ีไม่มีระเบียบในสังคม อย่างแรกตอ้ งเร่ิมที่ตัวเรา เอง เราควรทจี่ ะมีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย และเคารพผู้หลกั ผใู้ หญ่ และสง่ิ เหล่าน้ีจะเป็นต้นแบบใหอ้ ีก หลายๆคนเพ่ือทจี่ ะทำให้สังคมคนไทยน้นั เจริญ 9. มีสติรูต้ ัว รคู้ ิด ร้ทู ำ รู้ปฏิบตั ิตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว สติเป็นส่ิง ที่เราควรตระหนักอยู่ตลอดเวลาเพื่อที่จะได้ทำสิ่งหนึ่งให้ดีที่สุด รวมถึงการคิดทบทวนให้รอบคอบ และมี ความมุง้ มน่ั ตงั้ ใจในการทำงาน ผลลพั ธท์ ีร่ าจะได้ถ้าเราทำอะไรโดยมีสติคือความสำเร็จ 10.รู้จักดำรงตนอยู่ โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่าย จำหน่าย และพร้อมที่จะขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม เมื่อมีภูมิคุ้มกันที่ดี การดำรงชีพนั้นอาจจะเป็น ปัจจัยหนึ่งที่เราควรตระหนักอยู่ตลอดเวลา ดั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวให้คำสอนไว้เกี่ยวกับ เศรษฐกิจพอเพียง รวมทั้งการที่เราต้องปรับเปลี่ยนตนให้เข้ากับคนอื่น และถ้าเราทำตามคำสอนของพ่อ หลวง ชวี ิตเราจะมีความสุขอย่กู บั ส่ิงที่เรามี 11 มีความเข้มแข็งทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำ หรือกิเลส มีความ ละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา การที่มีจิตใจอันแน่วแน่ จะไม่สั่นคลอนใดๆทั้งสิ้นถ้ามี อุปสรรคหรือกเิ ลสผา่ นเข้ามา ถ้าเราได้ผ่านสง่ิ เหล่านม้ี าบ่อยครง้ั มันจะทำให้เราเขม้ แขง็ เช่น เราไม่ควรดื่ม สรุ าหรอื สูบบุหรีถ่ ้ามีคนชักชวน 12. คำนึงถึงผลประโยชนข์ องส่วนรวม และของชาติมากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง ในการ ดำเนนิ การสิง่ ใดสิง่ หน่งึ นัน้ เราควรคำนงึ ถึงขอ้ ดีและขอ้ เสยี แตไ่ ม่ใช้แค่คำนึงสำหรบั ตนเองแตค่ วรคำนงึ ถึง ผอู้ ืน่ ดว้ ย อกี ทั้ง เราควรชว่ ยเหลือเพื่อนมนุษย์ เชน่ ไปสอนหนงั สือท่ีบา้ นเด็กกำพรา้ หรือไปให้ความบนั เทงิ ทีบ่ ้านคนชรา เปน็ ตน้ ระดับปฐมวยั หนา้ ๑๔

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ หลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั สำหรบั เดก็ อายุ ๔ – ๖ ปี หลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) สำหรับเด็กอายุ ๔ – ๖ ปี หลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) สำหรบั เด็กอายุ ๔ – ๖ ปี กําหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์จํานวน ๑๒ ข้อ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการกําหนด โดย ครอบคลุมพัฒนาการดา้ นร่างกาย อารมณ์จิตใจ สังคม และสติปัญญา มาตรฐานคุณลกั ษณะที่พึงประสงค์ เป็นคุณภาพคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่ต้องการให้เกิดขึ้นในตัวเด็กเมื่อจบหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มาตรฐานคุณลกั ษณะทพ่ี ึงประสงคใ์ นแตล่ ะพฒั นาการประกอบดว้ ย มาตรฐานคุณลักษณะที่พึงประสงค์ หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ ๔-๖ ปี กำหนดมาตรฐานคุณลักษณะที่พึง ประสงคจ์ ำนวน ๑๒ มาตรฐาน 29 ตวั บง่ ชี้ ประกอบดว้ ย ๑. พฒั นาการดา้ นร่างกาย ประกอบดว้ ย ๒ มาตรฐานคือ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจรญิ เตบิ โตตามวัยและมสี ุขนิสยั ท่ดี ี มาตรฐานที่ ๒ กล้ามเนื้อใหญ่และกล้ามเนื้อเล็กแข็งแรงใช้ได้อย่างคล่องแคล่วและ ประสานสมั พันธก์ ัน ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๑๕

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ๒. พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จิตใจ ประกอบด้วย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานท่ี ๓ มีสุขภาพจติ ดีและมคี วามสุข มาตรฐานท่ี ๔ ชน่ื ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคลื่อนไหว มาตรฐานท่ี ๕ มีคุณธรรม จริยธรรม และมจี ิตใจท่ดี งี าม ๓. พฒั นาการด้านสงั คม ประกอบดว้ ย ๓ มาตรฐานคอื มาตรฐานที่ ๖ มที ักษะชวี ติ และปฏิบัตติ นตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง มาตรฐานท่ี ๗ รกั ธรรมชาติ ส่ิงแวดลอ้ ม วัฒนธรรม และความเป็นไทย มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ยา่ งมคี วามสุขและปฏบิ ัตติ นเปน็ สมาชิกที่ดีของสังคมใน ระบอบประชาธปิ ไตย อนั มพี ระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ๔. พฒั นาการดา้ นสติปัญญา ประกอบด้วย ๔ มาตรฐานคือ มาตรฐานท่ี ๙ ใช้ภาษาสอ่ื สารไดเ้ หมาะสมกบั วัย มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคิดทีเ่ ป็นพืน้ ฐานการเรียนรู้ มาตรฐานท่ี ๑๑ มีจนิ ตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ มาตรฐานที่ ๑๒ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้และมีความสามารถในการแสวงหาความรู้ได้ เหมาะสมกบั วยั ตัวบง่ ช้ี ตัวบ่งช้ี เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเด็กที่มีความสัมพันธ์สอดคล้องกับมาตรฐาน คณุ ลกั ษณะที่พงึ ประสงค์ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สภาพที่พึงประสงค์ เป็นพฤติกรรมหรือความสามารถตามวัยที่คาดหวังให้เด็กเกิด บน พื้นฐานพัฒนาการตามวัยหรือความสามารถตามธรรมชาติในแต่ละระดับอายุ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนด สาระเรียนรู้ใน การจัดประสบการณ์ กิจกรรมและประเมนิ พัฒนาการเดก็ โดยมีรายละเอียดของมาตรฐาน มาตรฐานคณุ ลักษณะทพ่ี ึงประสงค์ ตวั บ่งชี้ และสภาพทพี่ งึ ประสงค์ ดังน้ี ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๑๖

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ มาตรฐานที่ ๑ ร่างกายเจรญิ เติบโตตามวยั เด็กมสี ุขนิสัยท่ีดี ตวั บ่งช้ี สภาพที่พึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑.๑ มนี ้ำหนกั และส่วนสูงตาม ๑.๑.๑ นำ้ หนักและสว่ นสูงตาม ๑.๑.๑ น้ำหนกั และสว่ นสูง เกณฑ์ เกณฑ์ของกรมอนามัย ตามเกณฑ์ของกรมอนามยั ๑.๒ มสี ขุ ภาพอนามยั สขุ นิสัยที่ ๑.๒.๑ รบั ประทานอาหารที่มี ๑.๒.๑ รบั ประทานอาหารทีม่ ี ดี ประโยชน์และดื่มน้ำสะอาดด้วย ประโยชนไ์ ด้หลายชนดิ และ ตนเอง ด่มื นำ้ สะอาดไดด้ ว้ ยตนเอง ๑.๓ รกั ษาความปลอดภยั ของ ๑.๒.๒ ลา้ งมอื ก่อนรับประทาน ๑.๒.๒ ล้างมอื ก่อน ตนเองและผอู้ ื่น อาหารและหลงั จากใช้หอ้ งนำ้ รบั ประทานอาหารและ หอ้ งส้วมด้วยตนเอง หลังจากใช้หอ้ งนำ้ ห้องสว้ ม ด้วยตนเอง ๑.๒.๓ นอนพกั ผ่อนเปน็ เวลา ๑.๒.๓ นอนพักผ่อนเปน็ เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลงั กายเปน็ เวลา ๑.๒.๔ ออกกำลงั กายเป็น เวลา ๑.๓.๑ เลน่ และทำกจิ กรรมอยา่ ง ๑.๓.๑ เล่นและทำกจิ กรรม ปลอดภยั ดว้ ยตนเอง และปฏิบัติต่อผู้อน่ื อย่าง ปลอดภยั มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเนื้อใหญ่และกล้ามเนอ้ื เลก็ แข็งแรงใชไ้ ด้อย่างคล่องแคลว่ และประสานสมั พันธก์ นั ตัวบง่ ชี้ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๒.๑ เคลื่อนไหวร่างกายอย่าง ๒.๑.๑ เดนิ ตอ่ เทา้ ไปขา้ งหน้า ๒.๑.๑ เดินต่อเทา้ ถอยหลงั เป็น คลอ่ งแคลว่ ประสานสัมพนั ธแ์ ละ เป็นเสน้ ตรงได้โดยไม่ตอ้ งกาง เส้นตรงได้โดยไม่ต้องกางเกง ทรงตัวได้ แขน ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียวอยกู่ บั ท่ี ๒.๑.๒ กระโดดขาเดียว ไป ไดโ้ ดยไมเ่ สยี การทรงตวั ข้างหน้าได้อยา่ งตอ่ เนื่องโดยไม่ เสยี การทรงตัว ๒.๑.๓ วง่ิ หลบหลีกส่ิงกีดขวาง ๒.๑.๓ วิง่ หลบหลีกส่งิ กีดขวาง ได้ ไดอ้ ย่างคล่องแคลว่ ระดับปฐมวัย หนา้ ๑๗

หลักสตู รสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ตวั บ่งชี้ สภาพท่พี ึงประสงค์ ๒.๒ ใชม้ ือ-ตาประสานสมั พนั ธ์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี กัน ๒.๑.๔ รับลกู บอลได้ดว้ ยมือท้ัง ๒.๑.๔ รบั ลกู บอลทก่ี ระดอน ๒ ข้าง ขน้ึ จากพ้นื ได้ ๒.๒.๑ ใช้กรรไกรตดั กระดาษ ๒.๒.๑ ใชก้ รรไกรตัดกระดาษ ตามแนวเสน้ ตรงได้ ตามแนวเสน้ โค้งได้ ๒.๒.๒ เขียนรปู สเ่ี หลย่ี มตาม ๒.๒.๒ เขยี นรปู สามเหล่ยี มตาม แบบได้อย่างมีมุมชดั เจน แบบได้อย่างมีมมุ ชัดเจน ๒.๒.๓ รอ้ ยวสั ดทุ ีม่ รี ขู นาดเสน้ ๒.๒.๓ ร้อยวสั ดทุ ม่ี ีรขู นาดเสน้ ผ่านศนู ย์ ๐.๕ เซนติเมตรได้ ผา่ นศนู ย์กลาง๐.๒๕ เซนตเิ มตรได้ มาตรฐานที่ ๓ มีสขุ ภาพจติ ดีและมคี วามสุข ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพึงประสงค์ ๓.๑ แสดงออกทางอารมณ์อย่าง อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี เหมาะสม ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ความร้สู ึก ๓.๑.๑ แสดงอารมณ์ ๓.๒ มคี วามรสู้ ึกท่ีดตี อ่ ตนเองและ ผอู้ ่ืน ได้ตามสถานการณ์ ความรสู้ กึ ไดส้ อดคล้องกับ สถานการณ์อยา่ งเหมาะสม ๓.๒.๑ กล้าพดู กลา้ แสดงออก ๓.๒.๑ กลา้ พูดกล้าแสดงออก อยา่ งเหมาะสมบางสถานการณ์ อยา่ งเหมาะสมตาม สถานการณ์ ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ๓.๒.๒ แสดงความพอใจใน ผลงานและความสามารถของ ผลงานและความสามารถของ ตนเอง ตนเองและผู้อื่น มาตรฐานท่ี ๔ ช่ืนชมและแสดงออกทางศิลปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ ๔.๑ สนใจและมคี วามสุขและ แสดงออกผ่านงานศลิ ปะ ดนตรี อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี และการเคล่อื นไหว ๔.๑.๑ สนใจและมีความสขุ และ ๔.๑.๑ สนใจและมคี วามสุข ระดับปฐมวัย แสดงออกผา่ นงานศลิ ปะ และแสดงออกผ่านงานศิลปะ ๔.๑.๒ สนใจ มีความสุขและ ๔.๑.๒ สนใจ มคี วามสขุ และ แสดงออกผา่ นเสียงเพลง ดนตรี แสดงออกผ่านเสยี งเพลง ดนตรี หนา้ ๑๘

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบริหารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๔.๑.๓ สนใจ มีความสขุ และ ๔.๑.๓ สนใจ มคี วามสุขและ แสดงท่าทาง/เคลอ่ื นไหว แสดงทา่ ทาง/เคล่อื นไหว ประกอบเพลง จงั หวะและ ประกอบเพลง จงั หวะและ ดนตรี ดนตรี มาตรฐานท่ี ๕ มีคณุ ธรรม จรยิ ธรรม และมีจิตใจทดี่ ีงาม ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ๕.๑ ซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๕.๒ มีความเมตตา กรณุ า มนี ้ำใจ และชว่ ยเหลือแบ่งปัน ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอคอย ๕.๑.๑ ขออนุญาตหรือรอ ๕.๓ มคี วามเห็นอกเห็นใจผู้อ่ืน เมอ่ื ต้องการสิ่งของของผ้อู ่ืนเม่ือ คอยเม่ือต้องการส่ิงของของ ๕.๔ มีความรับผิดชอบ มีผู้ชีแ้ นะ ผ้อู ื่นด้วยตนเอง ๕.๒.๑ แสดงความรกั เพอื่ นและ ๕.๒.๑ แสดงความรักเพ่อื น มีเมตตาสตั ว์เลย้ี ง และมีเมตตาสัตว์เล้ยี ง ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลอื และแบง่ ปัน ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลอื และแบง่ ปนั ผู้อืน่ ได้เม่ือมผี ชู้ แ้ี นะ ผ้อู ่นื ไดด้ ว้ ยตนเอง ๕.๓.๑ แสดงสหี นา้ หรอื ท่าทาง ๕.๓.๑ แสดงสีหน้าหรือ รบั รคู้ วามรู้สกึ ผู้อน่ื ทา่ ทางรับรูค้ วามรสู้ ึกผอู้ ื่น อย่างสอดคลอ้ งกบั สถานการณ์ ๕.๔.๑ ทำงานท่ีไดร้ ับ ๕.๔.๑ ทำงานที่ไดร้ ับ มอบหมายจนสำเรจ็ เม่อื มผี ู้ มอบหมายจนสำเรจ็ ดว้ ย ช้แี นะ ตนเอง ระดบั ปฐมวัย หน้า ๑๙

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ มาตรฐานท่ี ๖ มที ักษะชีวติ และปฏบิ ัตติ นตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ตัวบ่งช้ี สภาพทีพ่ ึงประสงค์ ๖.๑ ชว่ ยเหลือตนเองในการ ปฏบิ ัติกจิ วตั รประจำวนั อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๖.๒ มวี นิ ัยในตนอง ๖.๑.๑ แต่งตัวด้วยตนเอง ๖.๑.๑ แตง่ ตัวด้วยตนเองได้ ๖.๓ ประหยัดและพอเพียง อย่างคล่องแคล่ว ๖.๑.๒ รับประทานอาหารดว้ ย ๖.๑.๒ รบั ประทานอาหาร ตนเอง ด้วยตนเองอย่างถูกวธิ ี ๖.๑.๓ ใชห้ ้องน้ำห้องสว้ มดว้ ย ๖.๑.๓ ใชแ้ ละทำความ ตนเอง สะอาดหลงั ใชห้ ้องนำ้ ห้อง สว้ มดว้ ยตนเอง ๖.๒.๑ เกบ็ ของเลน่ ของใช้เขา้ ที่ ๖.๒.๑ เกบ็ ของเล่นของใชเ้ ขา้ ด้วยตนเอง ทอ่ี ยา่ งเรยี บร้อยด้วยตนเอง ๖.๒.๒ เข้าแถวตามลำดับ ๖.๒.๒ เขา้ แถวตามลำดบั ก่อนหลังได้ดว้ ยตนเอง ก่อนหลังได้ดว้ ยตนเอง ๖.๓.๑ ใชส้ ่งิ ของเคร่ืองใช้อยา่ ง ๖.๓.๑ ใชส้ ง่ิ ของเคร่ืองใช้ ประหยัดและพอเพยี งเมือ่ มีผู้ อยา่ งประหยัดและพอเพยี ง ชีแ้ นะ ดว้ ยตนเอง มาตรฐานท่ี ๗ รักธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และความเป็นไทย ตัวบง่ ช้ี สภาพที่พงึ ประสงค์ ๗.๑ ดูแลรักษาธรรมชาตแิ ละ ส่ิงแวดลอ้ ม อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๗.๒ มีมารยาทตามวฒั นธรรม ๗.๑.๑ มสี ว่ นร่วมดูแลรักษา ๗.๑.๑ ดแู ลรักษาธรรมชาติและ ไทยและรักความเป็นไทย ธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดล้อมเม่ือมี ส่งิ แวดล้อมดว้ ยตนเอง ผ้ชู แี้ นะ ๗.๑.๒ ท้งิ ขยะไดถ้ ูกที่ ๗.๑.๒ ท้ิงขยะไดถ้ ูกท่ี ๗.๒.๑ ปฏิบัตติ นตามมารยาท ๗.๒.๑ ปฏิบตั ติ นตามมารยาท ไทยไดด้ ้วยตนเอง ไทยได้ ตามกาลเทศะ ๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคุณและขอ ๗.๒.๒ กลา่ วคำขอบคณุ และขอ โทษดว้ ยตนเอง โทษด้วยตนเอง ๗.๒.๓ ยนื ตรงเมอ่ื ไดย้ ินเพลง ๗.๒.๓ ยนื ตรงและรว่ มรอ้ งเพลง ชาติไทยและเพลงสรรเสรญิ พระ ชาติไทยและเพลงสรรเสรญิ พระ บารมี บารมี ระดบั ปฐมวัย หน้า ๒๐

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ มาตรฐานที่ ๘ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุขและปฏิบัติตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมในระบอบ ประชาธิปไตย อนั มพี ระมหากษัตริยท์ รงเปน็ ประมขุ ตัวบง่ ช้ี สภาพท่ีพงึ ประสงค์ ๘.๑ ยอมรบั ความเหมือนและ ความแตกตา่ งระหว่างบุคคล อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๘.๒ มปี ฏสิ มั พันธ์ท่ีดีกบั ผอู้ ื่น ๘.๑.๑ เลน่ และทำกิจกรรม ๘.๑.๑ เลน่ และทำกจิ กรรม ๘.๓ ปฏิบตั ิตนเบื้องต้นในการ เปน็ สมาชกิ ทีด่ ขี องสังคม ร่วมกับเดก็ ที่แตกตา่ งไปจากตน ร่วมกับเดก็ ที่แตกตา่ งไปจาก ตน ๘.๒.๑ เลน่ หรือทำงานรว่ มกับ ๘.๒.๑ เล่นหรือทำงานรว่ มมือ เพอื่ นเป็นกลมุ่ กบั เพื่อนอย่างมเี ป้าหมาย ๘.๒.๒ ยมิ้ ทักทาย หรอื พูดคุย ๘.๒.๒ ย้ิม ทกั ทายและพดู คุย กับผู้ใหญแ่ ละบุคคลที่ค้นุ เคยได้ กับผใู้ หญ่และบุคคลท่ีคุ้นเคย ด้วยตนเอง ได้เหมาะสมกับสถานการณ์ ๘.๓.๑ มสี ว่ นรว่ มสร้างขอ้ ตกลง ๘.๓.๑มสี ่วนรว่ มสรา้ งขอ้ ตกลง และปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลงเมื่อมีผู้ และปฏิบตั ิตามขอ้ ตกลงด้วย ช้ีแนะ ตนเอง ๘.๓.๒ ปฏิบัติตนเป็นผูน้ ำและผู้ ๘.๓.๒ ปฏิบัตติ นเป็นผนู้ ำและ ตามที่ดีได้ดว้ ยตนเอง ผตู้ ามไดเ้ หมาะสมกับ สถานการณ์ ๘.๓.๓ ประนปี ระนอมแก้ไข ๘.๓.๓ ประนปี ระนอมแกไ้ ข ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ปัญหาโดยปราศจากการใช้ ความรนุ แรงเม่ือมีผ้ชู ้ีแนะ ความรุนแรงด้วยตนเอง มาตรฐานที่ ๙ ใช้ภาษาสื่อสารได้เหมาะสมกับวยั ตัวบ่งชี้ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ ๙.๑ สนทนาโตต้ อบและเล่า เร่อื งให้ผูอ้ นื่ เข้าใจ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๙.๒ อ่าน เขียนภาพ และ ๙.๑.๑ ฟงั ผูอ้ ืน่ พดู จนจบและ ๙.๑.๑ ฟังผอู้ นื่ พูดจนจบและ สัญลกั ษณ์ได้ สนทนาโตต้ อบสอดคล้องกับ สนทนาโตต้ อบอย่างต่อเน่ือง ระดับปฐมวยั เรอื่ งที่ฟัง เชอ่ื มโยงกับเร่ืองท่ีฟงั ๙.๑.๒ เล่าเร่ืองเป็นประโยค ๙.๑.๒ เลา่ เปน็ เรอ่ื งราว อย่างต่อเนอื่ ง ตอ่ เน่อื งได้ ๙.๒.๑ อา่ นภาพ สัญลักษณ์ ๙.๒.๑ อ่านภาพ สัญลกั ษณ์ คำ พร้อมท้งั ช้ี หรอื กวาดตามอง คำ ด้วยการชี้ หรือกวาดตา ขอ้ ความตาม หน้า ๒๑

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ตัวบง่ ชี้ สภาพทพี่ ึงประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี มองจดุ เร่ิมต้นและจดุ จบของ ขอ้ ความ ๙.๒.๒ เขียนคลา้ ยตัวอักษร ๙.๒.๒ เขยี นช่ือของตนเอง ตามแบบเขียนข้อความดว้ ยวิธี ที่คดิ ขน้ึ เอง มาตรฐานท่ี ๑๐ มีความสามารถในการคิดทเ่ี ปน็ พน้ื ฐานในการเรียนรู้ ตวั บง่ ชี้ สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๑ มีความสามารถใน การคิดรวบยอด อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๐.๒ มคี วามสามารถใน ๑๐.๑.๑ บอกลกั ษณะและ ๑๐.๑.๑ บอกลกั ษณะ การคิดเชงิ เหตผุ ล ส่วนประกอบของสงิ่ ของต่างๆ จาก สว่ นประกอบ การเปลย่ี นแปลง การสังเกตโดยใชป้ ระสาทสมั ผสั หรือความสมั พันธข์ องสงิ่ ของ ต่างๆ จากการสังเกตโดยใช้ ประสาทสัมผสั ๑๐.๑.๒ จบั คู่และเปรียบเทียบความ ๑๐.๑.๒ จับคแู่ ละเปรียบเทียบ แตกต่างหรือความเหมอื นของสิง่ ความแตกต่างหรือความเหมือน ต่างๆโดยใชล้ กั ษณะที่สงั เกตพบเพยี ง ของสงิ่ ตา่ งๆโดยใช้ลกั ษณะท่ี ลักษณะเดียว สังเกตพบสองลักษณะขน้ึ ไป ๑๐.๑.๓ จำแนกและจดั กลมุ่ ส่งิ ต่างๆ ๑๐.๑.๓ จำแนกและจัดกลุ่มสง่ิ โดยใช้อยา่ งนอ้ ยหนง่ึ ลักษณะเป็น ตา่ งๆโดยใช้ตง้ั แต่สองลักษณะขนึ้ เกณฑ์ ไปเป็นเกณฑ์ ๑๐.๑.๔ เรยี งลำดับส่งิ ของหรือ ๑๐.๑.๔ เรียงลำดับสิ่งของหรือ เหตุการณ์อยา่ งน้อย ๔ ลำดบั เหตุการณ์อย่างน้อย ๕ ลำดบั ๑๐.๒.๑ ระบุสาเหตหุ รอื ผลท่ีเกดิ ขึ้น ๑๐.๒.๑ อธิบายเชอ่ื มโยงสาเหตุ ในเหตกุ ารณห์ รือ การกระทำเมอื่ มีผู้ และผลทเ่ี กดิ ขนึ้ ในเหตุการณ์หรือ ช้ีแนะ การกระทำดว้ ยตนเอง ๑๐.๒.๒ คาดเดา หรอื คาดคะเนสง่ิ ท่ี ๑๐.๒.๒ คาดคะเนสง่ิ ท่อี าจจะ อาจจะเกิดข้นึ หรือมสี ่วนร่วมในการ เกดิ ขึ้น และมีส่วนรว่ มในการลง ลงความเหน็ จากขอ้ มูล ความเห็นจากข้อมลู อยา่ งมเี หตุผล ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๒๒

หลกั สตู รสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ ตวั บง่ ช้ี สภาพที่พึงประสงค์ ๑๐.๓ มีความสามารถใน อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี การคดิ แก้ปญั หาและ ตดั สนิ ใจ ๑๐.๓.๑ ตัดสนิ ใจในเรือ่ งง่ายๆและ ๑๐.๓.๑ ตัดสนิ ใจในเรอ่ื งง่ายๆ เรม่ิ เรียนรู้ผลท่เี กดิ ขึ้น และยอมรบั ผลทเ่ี กดิ ข้ึน ๑๐.๓.๒ ระบปุ ญั หา และแกป้ ัญหา ๑๐.๓.๒ ระบปุ ญั หาสร้าง โดยลองผดิ ลองถูก ทางเลือกและเลือกวิธีแก้ปัญหา มาตรฐานที่ ๑๑ มีจินตนาการและความคิดสรา้ งสรรค์ ตัวบง่ ช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ ๑๑.๑ ทำงานศิลปะตาม จนิ ตนาการและความคิด อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี สร้างสรรค์ ๑๑.๑.๑ สร้างผลงานศลิ ปะเพ่ือ ๑๑.๑.๑ สร้างผลงานศลิ ปะ ๑๑.๒ แสดงทา่ ทาง/เคล่ือนไหว ตามจนิ ตนาการอย่างสร้างสรรค์ ส่ือสารความคิด ความรูส้ กึ ของ เพอื่ สื่อสารความคดิ ความรูส้ ึก ตนเองโดยมีการดดั แปลงและ ของตนเองโดยมีการดัดแปลง แปลกใหม่จากเดิมหรือมี และแปลกใหมจ่ ากเดมิ และมี รายละเอียดเพิ่มข้นึ รายละเอยี ดเพม่ิ ขึ้น ๑๑.๒.๑ เคลอ่ื นไหวท่าทางเพื่อ ๑๑.๒.๑ เคล่ือนไหวท่าทางเพื่อ ส่อื สารความคดิ ความรสู้ กึ ของ สื่อสารความคดิ ความรสู้ ึกของ ตนเอง อย่างหลากหลายหรอื ตนเอง อย่างหลากหลายและ แปลกใหม่ แปลกใหม่ มาตรฐานที่ ๑๒ มเี จตคติท่ีดีตอ่ การเรียนรู้ และมีความสามารถในการแสวงหาความรูไ้ ดเ้ หมาะสมกับวัย ตัวบ่งชี้ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ ๑๒.๑ มีเจตคตทิ ่ีดีต่อการ เรยี นรู้ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๒.๒ มคี วามสามารถใน ๑๒.๑.๑ สนใจซกั ถามเก่ยี วกับ ๑๒.๑.๑ สนใจหยบิ หนงั สือมาอา่ น การแสวงหาความรู้ สญั ลักษณห์ รือตวั หนังสือที่พบเห็น และเขียนส่ือความคดิ ดว้ ยตนเอง เป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ๑๒.๑.๒ กระตอื รือรน้ ในการเขา้ ๑๒.๑.๒ กระตอื รือร้นในการรว่ ม ร่วมกจิ กรรม กิจกรรมต้งั แต่ต้นจนจบ ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของข้อสงสยั ๑๒.๒.๑ ค้นหาคำตอบของข้อ ตา่ งๆ ตามวิธีการของตนเอง สงสัยต่างๆ โดยใชว้ ิธีการท่ี หลากหลายด้วยตนเอง ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๒๓

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ตัวบ่งช้ี สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ อายุ ๔ - ๕ ปี อายุ ๕ – ๖ ปี ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยคคำถามว่า “ท่ี ๑๒.๒.๒ ใช้ประโยคคำถามว่า ไหน” “ทำไม” ในการค้นหาคำตอบ “เมือ่ ไร” อย่างไร” ในการค้นหา คำตอบ การจดั เวลาเรียน หลักสูตรการศึกษาปฐมวัย สำหรับเด็กอายุ ๔-6 ปี กำหนดกรอบโครงสร้างเวลาในการจัด ประสบการณ์ให้กับเด็ก 1-2 ปีการศึกษาโดยประมาณ ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอายุของเด็กที่เริ่มเข้าสถานศึกษา หรือสถาบันพฒั นาเดก็ ปฐมวัย เวลาเรียนสำหรบั เด็กจะขึ้นอยูก่ ับสถานศึกษาแต่ละแห่ง โดยมีเวลาเรยี นไม่ น้อยกว่า 180 วันต่อ 1 ปีการศึกษา ในแต่ละวันจะใช้เวลาไม่นอ้ ยกวา่ 5 ชั่วโมง โดยสามารถปรับเปล่ียน ใหเ้ หมาะสมตามบริบทของสถานศึกษาและสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั โครงสรา้ งของหลกั สูตรการศึกษาปฐมวัย เพื่อให้การจัดการศึกษาเป็นไปตามหลักการ จุดหมายหรือมาตรฐานที่พึงประสงค์ของ หลักสูตรปฐมวัย (หลักสูตรแกนกลาง) เป็นหลักในการกำหนดสาระการเรียนรู้ สถานศึกษาจึงกำหนด โครงสร้างของหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั ดงั นี้ โครงสรา้ งของหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย ช่วงอายุ อายุ ๔-5 ปี สาระการเรยี นรู้ อายุ 5-6 ปี ระยะเวลาเรียน ประสบการณส์ ำคญั สาระทีค่ วรเรียนรู้ - ดา้ นรา่ งกาย - เรอื่ งราวเกยี่ วกับตัวเด็ก - ดา้ นอารมณ์ จติ ใจ - เรอื่ งราวเกี่ยวกบั บุคคล - ด้านสังคม - ดา้ นสตปิ ญั ญา และสถานที่แวดล้อมเด็ก - ธรรมชาตริ อบตัว - ส่ิงต่างๆ รอบตัวเด็ก ข้นึ อย่กู ับอายเุ ด็กทเ่ี ริ่มการอบรมเลีย้ งดกู บั การศึกษา ระดับปฐมวัย หนา้ ๒๔

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ตารางกจิ กรรมประจำวัน ลำดบั เวลา จำนวน รายการกจิ กรรม ที่ / นาที (30 นาท)ี รับเด็ก 1 07.30 – 08.00 น. (30 นาท)ี เคารพธงชาติ สวดมนต์และกิจกรรมหน้าเสาธง (15 นาท)ี ตรวจสุขภาพ ,ไปห้องนำ้ สนทนา ขา่ วและเหตุการณ์ 2 08.00 - 08.30 น. (15 นาท)ี กิจกรรมเคล่อื นไหวและจงั หวะ (20 นาท)ี กจิ กรรมเสรมิ ประสบการณ์ 3 08.30 - 08.๔5 น. (60 นาท)ี กจิ กรรมศิลปะสร้างสรรคแ์ ละกจิ กรรมเลน่ ตามมมุ (10 นาท)ี พัก (รับประทานอาหารวา่ งตอนเชา้ ) ๔ 08.๔5 - 09.00 น. (30 นาท)ี กจิ กรรมกลางแจ้ง (60 นาท)ี รับประทานอาหารกลางวันไปห้องน้ำ,แปรงฟนั 5 09.00 - 09.20 น. (120 นาท)ี นอนพักผอ่ น (กราบพระ สวดมนต์ น่ังสมาธิ แผ่เมตตา เล่านิทาน) 6 09.20 - 10.20 น. (20 นาท)ี เก็บท่นี อน, ล้างหนา้ ,ทาแปง้ (10 นาท)ี พัก(รบั ประทานอาหารวา่ งตอนบ่าย) 7 10.20 - 10.30 น. (15 นาท)ี กิจกรรมเกมการศึกษา (15 นาท)ี สรุป 8 10.30 – 11.00 น. เตรยี มตัวกลับบ้าน 9 11.00 – 12.00 น. 10 12.00 - 1๔.00 น. 11 1๔.00 - 1๔.20 น. 12 1๔.20 - 1๔.30 น. 13 1๔.30 - 1๔.๔5 น. 1๔ 1๔.๔5 - 15.00 น. 15 15.00 น.เป็นต้นไป หมายเหตุ ตารางกิจกรรมประจำวันนสี้ ามารถยดื หยนุ่ ได้ตามความเหมาะสมของโรงเรียน เวลาในการทำ กิจกรรมบางกิจกรรมจะปรับให้น้อยกว่า เช่น กิจกรรมเสริมประสบการณ์ แต่บางกิจกรรมจะใช้เวลา มากกวา่ เชน่ กิจกรรมกลางแจง้ กิจกรรมเลน่ ตามมมุ เป็นต้น ท้งั นขี้ น้ึ อยูก่ บั ดลุ พินจิ ของครผู สู้ อนและช่วง ความสนใจตามพัฒนาการของเดก็ แนวทางการจัดกิจกรรมต่างๆ ผู้สอนสามารถนำไปปรับใช้หรือนำนวัตกรรมต่างๆ มาปรับใช้ใน การจัดกจิ กรรมประจำตวั ตามความเหมาะสมของสภาพแวดลอ้ มของห้องเรยี นและสถานศกึ ษา ระดับปฐมวยั หน้า ๒๕

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ รูปแบบการจัดกิจกรรมประจำวัน การจัดตารางกิจกรรมประจำวนั สามารถจัดได้หลายรปู แบบ ทงั้ นี้ ข้ึนอยกู่ ับความเหมาะสมในการ นำไปใช้ของแตล่ ะหนว่ ยงาน ท่สี ำคญั ผสู้ อนตอ้ งคำนึงถึงการจัดกิจกรรมให้ครอบคลมุ พฒั นาการทุกด้าน จึง ขอเสนอแนะสดั สว่ นเวลาในการพฒั นาเดก็ แต่ละวัน ดังนี้ การพัฒนา อายุ ๔ - 5 ปี อายุ 5 - 6 ปี ช่วั โมง : วัน ชวั่ โมง : วัน 1. การพฒั นาทักษะพ้ืนฐานในชวี ติ ประจำวัน (ประมาณ) (ประมาณ) (รวมทงั้ การชว่ ยตนเองในการแต่งกาย การรบั ประทาน อาหาร สุขอนามัยและการนอนพกั ผอ่ น) 2 1/2 2 1/๔ 2. การเล่นตามมมุ ประสบการณ์/มุมเลน่ 3. การคิดและความคิดรเิ รม่ิ สรา้ งสรรค์ 11 ๔. กิจกรรมด้านสงั คม (การทำงานรว่ มกบั ผอู้ ่ืน) 11 5. กิจกรรมพัฒนากล้ามเน้ือใหญ่ 3/๔ 3/๔ 6. กิจกรรมทม่ี กี ารวางแผนโดยผสู้ อน 11 11 เวลาโดยประมาณ 77 กิจกรรมการจัดประสบการณ์ เพ่อื ใหค้ รอบคลมุ กจิ กรรมหลัก 6 กจิ กรรม ได้แก่ 1. กิจกรรมเคล่อื นไหวและจังหวะ 2. กจิ กรรมเสริมประสบการณ์ 3. กิจกรรมศลิ ปะสรา้ งสรรค์ ๔. กจิ กรรมเลน่ ตามมุม 5. กจิ กรรมกลางแจ้ง 6. กิจกรรมเกมการศึกษา ระดับปฐมวัย หนา้ ๒๖

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สาระการเรยี นรู้ สาระการเรียนรู้ เป็นสื่อกลางในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้กับเด็ก เพื่อส่งเสริม พัฒนาการเด็กทุกด้าน ให้เป็นไปตามจุดหมายของหลักสูตรที่กำหนด ประกอบด้วย ประสบการณ์สำคัญ และสาระทค่ี วรเรยี นรู้ ดงั น้ี ๑. ประสบการณ์สำคัญ ประสบการณ์สำคัญเป็นแนวทางสำหรับผู้สอนนำไปใช้ในการ ออกแบบการจัดประสบการณ์ให้เด็กปฐมวัยเรียนรู้ ลงมือปฏิบัติ และได้รับการส่งเสริมพัฒนาการ ครอบคลมุ ทกุ ด้าน ดงั น้ี ๑.๑ประสบการณ์สำคัญท่ีส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มี โอกาสพัฒนาการใช้กล้ามเนื้อใหญ่ กล้ามเนื้อเล็ก และการประสานสัมพันธ์ระหว่างกล้ามเนื้อและระบบ ประสาท ในการทำกิจวัตรประจำวันหรือทำกิจกรรมต่างๆ และสนับสนุนให้เด็กมีโอกาสดูแลสุขภาพและ สุขอนามยั สุขนสิ ัย และการรกั ษาความปลอดภัย ดงั น้ี ด้านรา่ งกาย ประสบการณส์ ำคัญ ๑.๑.๑ การใช้กล้ามเนือ้ ใหญ่ (๑) การเคลอื่ นไหวอยูก่ บั ที่ (๒) การเคล่ือนไหวเคล่ือนที่ ๑.๑.๒ การใชก้ ลา้ มเนื้อเลก็ (๓) การเคล่ือนไหวพร้อมวสั ดุอุปกรณ์ (๔) การเคลอ่ื นไหวทใ่ี ช้การประสานสมั พันธข์ องการใช้ ๑.๑.๓ การรักษาสุขภาพ อนามยั ส่วนตน กลา้ มเน้อื ใหญ่ในการขว้าง การจับ การโยน การเตะ (๕) การเล่นเครือ่ งเลน่ สนามอยา่ งอสิ ระ ๑.๑.๔ การรกั ษาความ (๑) การเล่นเครื่องเล่นสมั ผสั และการสร้างจากแทง่ ไม้ บลอ็ ก ปลอดภยั (๒) การเขียนภาพและการเล่นกับสี (๓) การปน้ั ๑.๑.๕ การตระหนกั รูเ้ กีย่ วกบั (๔) การประดษิ ฐส์ ิ่งต่างๆ ดว้ ย เศษวสั ดุ รา่ งกายตนเอง (๕) การหยิบจบั การใช้กรรไกร การฉีก การตัด การปะ และ การรอ้ ยวัสดุ (๑) การปฏิบตั ิตนตามสขุ อนามยั สขุ นสิ ยั ที่ดีในกิจวตั รประจำวัน (๑) การปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภยั ในกิจวัตรประจำวนั (๒) การฟังนิทาน เรอ่ื งราว เหตุการณ์ เกีย่ วกบั การปอ้ งกนั และรกั ษาความปลอดภัย (๓) การเลน่ เคร่ืองเลน่ อยา่ งปลอดภัย (๔) การเลน่ บทบาทสมมตเิ หตุการณ์ต่างๆ (๑) การเคลือ่ นไหวโดยควบคมุ ตนเองไปในทศิ ทาง ระดับ และพ้ืนท่ี (๒) การเคลื่อนไหวขา้ มส่ิงกดี ขวาง ระดับปฐมวัย หนา้ ๒๗

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุม่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ๑.๒ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านอารมณ์ จิตใจ เป็นการสนับสนุนให้ เด็กได้แสดงออกทางอารมณ์และความร้สู กึ ของตนเองทีเ่ หมาะสมกบั วัย ตระหนกั ถงึ ลกั ษณะพเิ ศษเฉพาะ ท่ี เป็นอัตลักษณ์ ความเป็นตัวของตัวเอง มีความสุข ร่าเริงแจ่มใส การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น ได้พัฒนาคุณธรรม จรยิ ธรรม สุนทรียภาพ ความรสู้ กึ ที่ดีต่อตนเอง และความเชอื่ มนั่ ในตนเองขณะปฏิบตั กิ จิ กรรมต่างๆ ดังน้ี ดา้ นอารมณ์ ประสบการณ์สำคัญ ๑.๒.๑ สนุ ทรยี ภาพ ดนตรี (๑) การฟังเพลง การร้องเพลง และการแสดงปฏกิ ริ ิยาโต้ตอบ ๑.๒.๒ การเล่น เสียงดนตรี (๒) การเล่นเคร่ืองดนตรปี ระกอบจังหวะ ๑.๒.๓ คุณธรรม จริยธรรม (๓) การเคลื่อนไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๔) การเล่นบทบาทสมมติ ๑.๒.๔ การแสดงออกทาง (๕) การทำกิจกรรมศิลปะต่างๆ อารมณ์ (๖) การสร้างสรรคส์ ิง่ สวยงาม (๑) การเล่นอสิ ระ ๑.๒.๕ การมีอตั ลักษณเ์ ฉพาะ (๒) การเล่นรายบุคคล กลุ่มย่อย กลมุ่ ใหญ่ ตนและเชือ่ วา่ ตนเองมี (๓) การเลน่ ตามมมุ ประสบการณ์ ความสามารถ (๔) การเล่นนอกหอ้ งเรยี น (๑) การปฏบิ ัตติ นตามหลักศาสนาที่นับถอื ๑.๒.๖ การเห็นอกเหน็ ใจผอู้ ่ืน (๒) การฟังนทิ านเกยี่ วกบั คณุ ธรรม จริยธรรม (๓) การร่วมสนทนาและแลกเปล่ียนความคดิ เห็นเชิงจรยิ ธรรม (๑) การพูดสะทอ้ นความรสู้ ึกของตนเองและผอู้ ืน่ (๒) การเลน่ บทบาทสมมติ (๓) การเคล่อื นไหวตามเสียงเพลง/ดนตรี (๔) การร้องเพลง (๕) การทำงานศลิ ปะ (๑) การปฏบิ ัตกิ ิจกรรมต่างๆ ตามความสามารถของตนเอง (๑) การแสดงความยินดีเมอ่ื ผู้อ่นื มคี วามสขุ เหน็ ใจเมอื่ ผูอ้ น่ื เศร้า หรือเสยี ใจและการชว่ ยเหลือปลอบโยนเมอื่ ผู้อ่นื ได้รับบาดเจ็บ ระดบั ปฐมวัย หน้า ๒๘

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๑.๓ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสังคม เป็นการสนับสนุนให้เด็กได้มี โอกาสปฏิสมั พันธ์กับบคุ คลและส่ิงแวดล้อมต่างๆ รอบตวั จากการปฏบิ ัติกจิ กรรมต่างๆ ผ่านการเรียนรู้ทาง สังคม เชน่ การเลน่ การทำงานกับผอู้ นื่ การปฏบิ ัตกิ จิ วัตรประจำวัน การแกป้ ัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ดงั น้ี ดา้ นสงั คม ประสบการณ์สำคญั ๑.๓.๑ การปฏบิ ตั กิ จิ วตั ร (๑) การชว่ ยเหลือตนเองในกิจวัตรประจำวนั ประจำวัน (๒) การปฏบิ ัตติ นตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ๑.๓.๒ การดูแลรักษา (๑) การมสี ว่ นรว่ มรบั ผิดชอบดูแลรักษาสงิ่ แวดล้อมทัง้ ภายในและ ธรรมชาตแิ ละ ภายนอกห้องเรยี น สิ่งแวดลอ้ ม (๒) การใชว้ สั ดุและสง่ิ ของเคร่ืองใชอ้ ย่างคุ้มค่า (๓) การทำงานศิลปะทนี่ ำวสั ดหุ รอื ส่งิ ของเครือ่ งใชท้ ่ใี ชแ้ ล้ว มาใชซ้ ้ำ หรอื แปรรปู แลว้ นำกลบั มาใช้ใหม่ (๔) การเพาะปลูกและดูแลตน้ ไม้ (๕) การเล้ียงสตั ว์ (๖) การสนทนาข่าวและเหตกุ ารณท์ ีเ่ กีย่ วกับธรรมชาติและ ส่งิ แวดลอ้ มในชวี ิตประจำวัน ๑.๓.๓ การปฏิบตั ติ าม (๑) การเลน่ บทบาทสมมตกิ ารปฏบิ ตั ติ นในความเป็นคนไทย วฒั นธรรมท้องถ่ินและ (๒) การปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมท้องถนิ่ ท่อี าศยั และประเพณีไทย ความเปน็ ไทย (๓) การประกอบอาหารไทย (๔) การศกึ ษานอกสถานที่ (๕) การละเล่นพื้นบ้านของไทย ๑.๓.๔ การมีปฏสิ มั พันธ์ (๑) การรว่ มกำหนดขอ้ ตกลงของห้องเรยี น มีวนิ ยั มสี ว่ นรว่ ม (๒) การปฏบิ ตั ิตนเปน็ สมาชิกท่ีดีของห้องเรยี น และบทบาทสมาชิก (๓) การใหค้ วามรว่ มมือในการปฏิบัตกิ ิจกรรมตา่ งๆ ของสังคม (๔) การดแู ลหอ้ งเรียนรว่ มกัน (๕) การร่วมกิจกรรมวันสำคญั ๑.๓.๕ การเลน่ และทำงาน (๑) การรว่ มสนทนาและแลกเปลยี่ นความคดิ เห็น แบบรว่ มมอื ร่วมใจ (๒) การเลน่ และทำงานรว่ มกับผอู้ นื่ (๓) การทำศลิ ปะแบบรว่ มมอื ๑.๓.๖ การแกป้ ัญหา (๑) การมีสว่ นร่วมในการเลอื กวธิ กี ารแก้ปญั หา ความขดั แย้ง (๒) การมสี ว่ นรว่ มในการแก้ปญั หาความขัดแย้ง ๑.๓.๗ การยอมรบั ในความ (๑) การเล่นหรอื ทำกิจกรรมร่วมกับกล่มุ เพื่อน เหมือนและความ แตกตา่ งระหวา่ งบุคคล ระดบั ปฐมวยั หน้า ๒๙

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ ๑.๔ ประสบการณ์สำคัญที่ส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา เป็นการสนับสนุนให้เด็ก ได้รับรู้และเรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัวผ่านการมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม บุคคลและสื่อต่างๆ ด้วย กระบวนการเรียนรทู้ ี่หลากหลาย เพ่ือเปิดโอกาสให้เด็กพฒั นาการใช้ภาษา จินตนาการความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา การคิดเชิงเหตุผล และการคิดรวบยอดเกีย่ วกับสิ่งตา่ งๆ รอบตัวและมีความคิดรวบยอดทาง คณติ ศาสตรท์ เ่ี ป็นพ้นื ฐานของการเรียนรู้ต่อไป ดงั นี้ ดา้ นสตปิ ัญญา ประสบการณ์สำคญั 1.๔.1 การใช้ภาษา (๑) การฟังเสียงตา่ งๆ ในสงิ่ แวดล้อม (๒) การฟงั และปฏิบตั ติ ามคำแนะนำ (๓) การฟงั เพลง นิทาน คำคลอ้ งจอง บทรอ้ ยกรองหรือเรอื่ งราว ต่างๆ (๔) การพดู แสดงความคิด ความรสู้ ึก และความต้องการ (๕) การพูดกบั ผอู้ ืน่ เกี่ยวกบั ประสบการณข์ องตนเอง หรอื พูดเลา่ เรอื่ งราวเกยี่ วกบั ตนเอง (๖) การพดู อธบิ ายเกยี่ วกับสิง่ ของ เหตุการณ์ และความสมั พันธ์ ของสิง่ ต่างๆ (๗) การพูดอย่างสร้างสรรค์ในการเลน่ และการกระทำตา่ งๆ (๘) การรอจงั หวะทเี่ หมาะสมในการพดู (๙) การพูดเรียงลำดบั คำเพ่ือใชใ้ นการสอื่ สาร (๑๐) การอา่ นหนังสอื ภาพ นทิ าน หลากหลายประเภท/รูปแบบ (๑๑) การอ่านอย่างอสิ ระตามลำพงั การอา่ นร่วมกัน การอา่ นโดย มผี ชู้ ้ีแนะ (๑๒) การเหน็ แบบอย่างของการอ่านทถี่ ูกต้อง (๑๓) การสังเกตทิศทางการอา่ นตวั อกั ษร คำ และขอ้ ความ (๑๔) การอ่านและชี้ขอ้ ความ โดยกวาดสายตาตามบรรทัดจากซา้ ย ไปขวา และจากบนลงลา่ ง (๑๕) การสังเกตตวั อักษรในชื่อของตน หรือคำคุ้นเคย (๑๖) การสงั เกตตัวอกั ษรทป่ี ระกอบเปน็ คำผ่านการอา่ นหรือเขยี น ของผู้ใหญ่ (๑๗) การคาดเดาคำ วลี หรือประโยค ที่มโี ครงสรา้ งซ้ำๆ กัน จาก นิทาน เพลง คำคล้องจอง (๑๘) การเล่นเกมภาษา (๑๙) การเหน็ แบบอย่างของการเขียนทถี่ กู ตอ้ ง (๒๐) การเขียนร่วมกนั ตามโอกาส และการเขียนอิสระ (๒๑) การเขยี นคำท่ีมคี วามหมายกบั ตัวเดก็ /คำคนุ้ เคย (๒๒) การคดิ สะกดคำและเขียนเพือ่ ส่ือความหมายดว้ ยตนเองอย่าง อสิ ระฃ ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๓๐

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ ด้านสติปัญญา ประสบการณส์ ำคญั ๑.๔.๒ การคิดรวบยอด (๑) การสังเกตลกั ษณะ ส่วนประกอบ การเปลีย่ นแปลง และ การคดิ เชิงเหตุผล ความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ โดยใช้ประสาทสัมผัสอย่าง การตดั สนิ ใจและ แก้ปญั หา เหมาะสม (๒) การสงั เกตสิ่งต่างๆ และสถานที่จากมมุ มองท่ีตา่ งกนั ๑.๔.๓ จนิ ตนาการและ (๓) การบอกและแสดงตำแหน่ง ทิศทาง และระยะทางของส่ิงต่างๆ ความคดิ สร้างสรรค์ ดว้ ยการกระทำ ภาพวาด ภาพถา่ ย และรูปภาพ (๔) การเลน่ กับสอ่ื ตา่ งๆ ทเี่ ป็นทรงกลม ทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก ทรงกระบอก ทรงกรวย (๕) การคดั แยก การจดั กลมุ่ และการจำแนกสิ่งต่างๆ ตามลกั ษณะ และรปู รา่ ง รูปทรง (๖) การต่อของชิ้นเลก็ เตมิ ในช้นิ ใหญใ่ หส้ มบรู ณ์ และการแยก ชิน้ ส่วน (๗) การทำซำ้ การต่อเตมิ และการสรา้ งแบบรูป (๘) การนับและแสดงจำนวนของสง่ิ ตา่ งๆ ในชวี ิตประจำวัน (๙) การเปรยี บเทียบและเรียงลำดบั จำนวนของส่ิงต่างๆ (๑๐) การรวมและการแยกส่ิงต่างๆ (๑๑) การบอกและแสดงอันดับท่ขี องส่ิงต่างๆ (๑๒) การชัง่ ตวง วดั ส่งิ ตา่ งๆ โดยใช้เครอ่ื งมอื และหนว่ ยที่ไม่ใช่ หนว่ ยมาตรฐาน (๑๓) การจบั คู่ การเปรยี บเทยี บ และการเรยี งลำดับ สงิ่ ตา่ งๆ ตาม ลกั ษณะความยาว/ความสูง น้ำหนัก ปริมาตร (๑๔) การบอกและเรยี งลำดบั กิจกรรมหรอื เหตกุ ารณ์ตามชว่ งเวลา (๑๕) การใช้ภาษาทางคณิตศาสตร์กบั เหตกุ ารณ์ในชวี ติ ประจำวัน (๑๖) การอธิบายเช่ือมโยงสาเหตแุ ละผลทเี่ กิดขน้ึ ในเหตุการณ์หรือ การกระทำ (๑๗) การคาดเดาหรอื การคาดคะเนส่งิ ทอ่ี าจจะเกิดข้นึ อยา่ งมี เหตุผล (๑๘) การมสี ว่ นร่วมในการลงความเห็นจากขอ้ มลู อย่างมีเหตุผล (๑๙) การตัดสนิ ใจและมีสว่ นร่วมในกระบวนการแก้ปัญหา (๑) การรับรู้ และแสดงความคิดความรสู้ กึ ผ่านส่อื วัสดุ ของเล่น และชิน้ งาน (๒) การแสดงความคดิ สรา้ งสรรคผ์ ่านภาษา ทา่ ทาง การเคลือ่ นไหว และศลิ ปะ (๓) การสร้างสรรค์ชิ้นงานโดยใชร้ ูปร่างรปู ทรงจากวัสดทุ ี่ หลากหลาย ระดับปฐมวัย หนา้ ๓๑

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ ดา้ นสติปัญญา ประสบการณ์สำคญั ๑.๔.๔ เจตคตทิ ีด่ ตี อ่ การ (๑) การสำรวจส่งิ ตา่ งๆ และแหลง่ เรียนรรู้ อบตวั เรียนรแู้ ละการ (๒) การตง้ั คำถามในเรือ่ งที่สนใจ แสวงหาความรู้ (๓) การสบื เสาะหาความรูเ้ พ่อื คน้ หาคำตอบของข้อสงสัยตา่ งๆ (๔) การมีส่วนร่วมในการรวบรวมข้อมูลและนำเสนอขอ้ มูลจากการ สบื เสาะหาความรู้ในรปู แบบตา่ งๆ และแผนภูมอิ ย่างง่าย ๒. สาระท่คี วรเรยี นรู้ สาระที่ควรเรียนรู้ เป็นเรื่องราวรอบตัวเด็กที่นำมาเป็นสื่อกลางในการจัดกิจกรรมให้เด็กเกดิ แนวคดิ หลังจากนำสาระท่ีควรรู้นน้ั ๆ มาจัดประสบการณ์ให้เด็ก เพือ่ ใหบ้ รรลุจุดหมายที่กำหนดไว้ ทั้งน้ี ไม่ เน้นการท่องจำเนื้อหา ผู้สอนสามารถกำหนดรายละเอียดขึ้นเองให้สอดคล้องกับวัย ความต้องการ และ ความสนใจของเด็ก โดยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านประสบการณ์สำคัญ ทั้งนี้ อาจยืดหยุ่นเนื้อหาได้ โดยคำนึงถึง ประสบการณ์และสิ่งแวดล้อมในชีวติ จริงของเดก็ ดงั นี้ ๒.๑ เรอ่ื งราวทเ่ี ก่ียวกบั ตัวเด็ก เดก็ ควรเรยี นรู้ชอื่ นามสกลุ รูปรา่ งหนา้ ตา อวัยวะต่างๆ วิธีระวังรักษาร่างกายให้สะอาดและมีสุขภาพอนามัยที่ดี การรับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ การ ระมดั ระวงั ความปลอดภยั ของตนเองจากผู้อ่ืนและภยั ใกล้ตวั รวมทงั้ การปฏิบัติต่อผู้อ่ืนอย่างปลอดภัย การ รจู้ กั ประวตั ิความเป็นมาของตนเองและครอบครวั การปฏิบัติตนเป็นสมาชิกทดี่ ีของครอบครัวและโรงเรียน การเคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น การรู้จักแสดงความคดิ เห็นของตนเองและรบั ฟังความคิดเห็นของผูอ้ น่ื การกำกับตนเอง การเล่นและทำสิ่งต่างๆ ด้วยตนเองตามลำพังหรือกบั ผู้อื่น การตระหนักรู้เกี่ยวกบั ตนเอง ความภาคภูมิใจในตนเอง การสะท้อนการรับรู้อารมณ์และความรู้สึกของตนเองและผู้อื่น การแสดงออก ทางอารมณ์และความร้สู ึกอยา่ งเหมาะสม การแสดงมารยาทท่ีดี การมคี ุณธรรมจรยิ ธรรม ๒.๒ เรือ่ งราวเก่ียวกับบคุ คลและสถานทแี่ วดล้อมเด็ก เดก็ ควรเรียนรเู้ ก่ียวกับครอบครัว สถานศึกษา ชุมชน และบุคคลต่างๆ ที่เด็กต้องเกี่ยวข้องหรือใกล้ชิดและมีปฏิสัมพันธ์ในชีวิตประจำวัน สถานที่สำคัญ วนั สำคัญ อาชีพของคนในชมุ ชน ศาสนา แหลง่ วัฒนธรรมในชมุ ชน สญั ลกั ษณ์สำคัญของชาติ ไทยและการปฏบิ ตั ติ ามวัฒนธรรมทอ้ งถิน่ และความเปน็ ไทย หรือแหลง่ เรยี นรู้จากภมู ิปญั ญาท้องถ่ินอื่นๆ ๒.๓ ธรรมชาติรอบตัว เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับชื่อ ลักษณะ ส่วนประกอบ การ เปลย่ี นแปลงและความสมั พันธ์ของมนุษย์ สัตว์ พชื ตลอดจนการรจู้ ักเกี่ยวกับดิน น้ำ ทอ้ งฟา้ สภาพอากาศ ภัยธรรมชาติ แรงและพลังงานในชีวิตประจำวันที่แวดล้อมเด็ก รวมทั้งการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและการ รักษาสาธารณสมบัติ ๒.๔ สิ่งต่างๆ รอบตัวเด็ก เด็กควรเรียนรู้เกี่ยวกับการใช้ภาษาเพื่อสื่อความหมายใน ชีวิตประจำวัน ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการใช้หนังสือและตัวหนังสือ รู้จักชื่อ ลักษณะ สี ผิวสัมผัส ขนาด รูปร่าง รูปทรง ปริมาตร น้ำหนัก จำนวน ส่วนประกอบ การเปลี่ยนแปลงและความสัมพันธ์ของสิ่งต่างๆ รอบตัว เวลา เงิน ประโยชน์ การใช้งาน และการเลือกใช้สิ่งของเครื่องใช้ ยานพาหนะ การคมนาคม เทคโนโลยีและการสื่อสารตา่ งๆ ทใี่ ช้อยใู่ นชีวติ ประจำวนั อยา่ งประหยดั ปลอดภัยและรกั ษาสิง่ แวดลอ้ ม ระดบั ปฐมวยั หน้า ๓๒

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ การวเิ คราะห์สาระการเรียนรรู้ ายปี ตามหลักสูตรสถานศกึ ษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชน้ั / หน่วยการจัดประสบการณ์ อนุบาลปีท่ี 2 อนบุ าลปีท่ี 3 ตัวบง่ ช้ี สาระที่ควรเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี พฒั นาการดา้ นร่างกาย มาตรฐานท่ี ๑ ร่างกายเจรญิ เติบโตตามวัยเด็กมีสุขนสิ ัยท่ีดี ๑.๑ มีน้ำหนัก ๑.๑.๑ น้ำหนัก ๑.๑.๑ น้ำหนัก -การเจริญเตบิ โต -การเจริญเตบิ โต - การปฏิบัติตนตาม -ตัวเรา -ตวั เรา -อาหารดมี ี -อาหารดมี ี และส่วนสูงตาม และส่วนสูงตาม และส่วนสูงตาม ของรา่ งกาย ของร่างกาย สุขอนามยั สุขนสิ ยั ที่ดี ประโยชน์ ประโยชน์ เกณฑ์ เกณฑ์ของกรม เกณฑ์ของกรม -น้ำหนกั สว่ นสูง -น้ำหนกั สว่ นสงู ในกจิ วตั รประจำวนั -อาหารหลัก 5 -การรับประทาน - การปฏิบัติตนให้ อนามยั อนามยั หมู่ อาหาร ปลอดภยั ในกิจวตั ร -ความสำคญั ของ -อาหารหลกั 5 ประจำวัน อาหารหลกั 5 หมู่ หมู่ -ความสำคัญของ -อาหารท่ีช่วยให้ อาหารหลกั 5 รา่ งกาย หมู่ เจริญเติบโต -สขุ นสิ ยั ทดี่ ีใน -สขุ นิสยั ท่ดี ใี น การรับประทาน การรบั ประทาน อาหาร อาหาร ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๔

หลักสตู รสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพทีพ่ งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ ชน้ั / หน่วยการจัดประสบการณ์ อนุบาลปที ่ี 2 อนบุ าลปีที่ 3 ตวั บง่ ชี้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี -ประโยชน์ของ -ประโยชน์ของ อาหารท่ีมีต่อ อาหารทีม่ ีตอ่ ร่างกาย ร่างกาย ๑.๒ มีสุขภาพ ๑.๒.๑ ๑.๒.๑ -การเจริญเตบิ โต -การเจรญิ เตบิ โต -การปฏบิ ัติตนตาม -ตัวเรา -ตวั เรา อนามัย สขุ นสิ ยั -อาหารดมี ี -อาหารดีมี ที่ดี รับประทาน รบั ประทาน ของร่างกาย ของรา่ งกาย สุขอนามยั สุขนสิ ัยที่ดี ประโยชน์ ประโยชน์ -น้ำหนัก ส่วนสงู -นำ้ หนกั สว่ นสูง ในกจิ วัตรประจำวนั -โควดิ 2019 -โควิด2019 อาหารที่มี อาหารทมี่ ี -การรับประทาน -การรบั ประทาน -การปฏบิ ตั ติ นให้ ประโยชนแ์ ละดม่ื ประโยชนไ์ ด้ น้ำสะอาดดว้ ย หลายชนดิ และ อาหาร อาหาร ปลอดภยั ในกจิ วัตร -อาหารหลัก 5 -อาหารหลกั 5 ประจำวนั ตนเอง ด่มื นำ้ สะอาดได้ หมู่ หมู่ -การประกอบอาหาร ด้วยตนเอง -ความสำคัญของ -ความสำคัญของ ไทย อาหารหลกั 5 อาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ -สขุ นสิ ยั ท่ีดใี น -สุขนิสยั ที่ดใี น การรบั ประทาน การรบั ประทาน อาหาร อาหาร -ประโยชน์ของ -ประโยชนข์ อง อาหารทีม่ ีตอ่ อาหารที่มีต่อ รา่ งกาย ร่างกาย ระดับปฐมวยั หนา้ ๗๕

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สภาพทพี่ งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หนว่ ยการจัดประสบการณ์ อนบุ าลปที ่ี 2 อนบุ าลปีที่ 3 ตวั บง่ ช้ี สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี ๑.๒ มสี ุขภาพ ๑.๒.๒ ล้างมอื ๑.๒.๒ ล้างมือ -การปฏิบัติตนใน -การปฏิบตั ติ นใน -การปฏิบัตติ นตาม -หนทู ำได้ -หนทู ำได้ อนามัย สขุ นสิ ยั กอ่ นรบั ประทาน ก่อนรบั ประทาน กจิ วตั ร กจิ วตั ร สุขอนามยั สุขนิสัยที่ดี -ตวั เรา -ตัวเรา ที่ดี อาหารและ อาหารและ ประจำวัน ประจำวัน ในกิจวัตรประจำวัน -รกั ความเป็นไทย - -รักความเปน็ ไทย หลังจากใช้ หลงั จากใช้ -การลา้ งมืออยา่ ง -การล้างมืออย่าง - การปฏบิ ัติตนให้ รักเมอื งไทย -รักเมืองไทย หอ้ งน้ำห้องสว้ ม หอ้ งนำ้ หอ้ งส้วม ถูกวธิ ี ถูกวิธี ปลอดภัยในกิจวัตร -โควิด2019 -โควดิ 2019 ด้วยตนเอง ดว้ ยตนเอง -การปฏิบตั ิตนใน -การปฏิบัติตนใน ประจำวัน การใชห้ อ้ งนำ้ การใชห้ อ้ งน้ำ อย่างถูกวิธี อย่างถูกวธิ ี -การดูแลรักษา -การดูแลรกั ษา ร่างกายให้ รา่ งกายให้ สะอาด สะอาด -มารยาทในการ -มารยาทในการ รบั ประทาน รบั ประทาน อาหาร อาหาร ๑.๒ มสี ุขภาพ ๑.๒.๓ นอน ๑.๒.๓ นอน -การปฏบิ ตั ิตนใน -การปฏบิ ตั ิตนใน -การปฏบิ ตั ติ นตาม -อาหารดมี ี -อาหารดีมี อนามัย สุขนิสัย พกั ผอ่ นเป็นเวลา พักผ่อนเป็นเวลา กิจวัตร กิจวัตร สขุ อนามยั สุขนิสัยท่ีดี ประโยชน์ ประโยชน์ ทีด่ ี ประจำวนั ประจำวัน ในกจิ วัตรประจำวัน -โควิด2019 โควดิ 2019 -การพกั ผ่อน -การพกั ผ่อน ระดบั ปฐมวยั หน้า ๗๖

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวชิ าการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ช้นั / หน่วยการจดั ประสบการณ์ ตวั บง่ ชี้ สาระท่คี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปีที่ 2 อนุบาลปที ่ี 3 - การปฏบิ ตั ิตนให้ ปลอดภยั ในกิจวตั ร ประจำวัน ๑.๒ มีสขุ ภาพ ๑.๒.๔ ออกกำลงั ๑.๒.๔ ออกกำลงั -การปฏิบตั ติ นใน -การออกกำลงั -การปฏบิ ตั ิตนตาม -อาหารดีมี -อาหารดีมี อนามัย สขุ นิสยั กายเปน็ เวลา กายเป็นเวลา กจิ วตั ร กาย สุขอนามยั สุขนิสัยท่ีดี ประโยชน์ ประโยชน์ ท่ีดี -การออกกำลัง ในกจิ วัตรประจำวนั กาย - การปฏบิ ัติตนให้ ปลอดภยั ในกิจวตั ร ประจำวัน ๑.๓ รกั ษาความ ๑.๓.๑ เล่นและ ๑.๓.๑ เล่นและ -ของเลน่ หลาย -ของเล่นหลาย -การเล่นเคร่อื งเล่น -หนูทำได้ -หนทู ำได้ ปลอดภยั ของ ทำกิจกรรมอยา่ ง ทำกจิ กรรมและ วัสดุ วสั ดุ สนามอยา่ งอสิ ระ -ของเล่นของใช้ -ของเลน่ ของใช้ ตนเองและผ้อู นื่ ปลอดภัยด้วย ปฏบิ ตั ิตอ่ ผอู้ น่ื -ของใช้ -ของใช้ -การปฏิบตั ติ นให้ -ปลอดภยั ไวก้ อ่ น -ปลอดภยั ไว้ก่อน ตนเอง อยา่ งปลอดภัย หลากหลายชนิด หลากหลายชนดิ ปลอดภัยในกิจวัตร -รู้รอบปลอดภยั –รู้รอบปลอดภยั -ของเลน่ ของใช้ -ของเลน่ ของใช้ ประจำวนั -โรงเรียนของเรา -โรงเรียนของเรา ใชง้ านตา่ งกนั ใช้งานตา่ งกัน -การเล่นเครอื่ งเลน่ -โควดิ 2019 -โควิด2019 -ประโยชนจ์ าก -ประโยชน์จาก อยา่ งปลอดภัย ของเล่น ของใช้ ของเล่น ของใช้ -การเล่นบทบาท สมมตเิ หตกุ ารณต์ า่ งๆ -การเลน่ อสิ ระ ระดับปฐมวัย หน้า ๗๗

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรียนรู้ ชัน้ / หนว่ ยการจัดประสบการณ์ อนุบาลปที ่ี 2 อนุบาลปที ี่ 3 ตวั บง่ ชี้ สาระที่ควรเรียนรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี -การเล่นของเลน่ -การเลน่ ของเล่น -การเลน่ รายบุคคล และใช้ของใชใ้ ห้ และใช้ของใชใ้ ห้ กลุม่ ย่อย และกลุม่ ปลอดภัย ปลอดภัย ใหญ่ -ความปลอดภัย -ความปลอดภยั -การเลน่ ตามมุม ในการเลน่ ในการเล่น ประสบการณ/์ มุมเล่น ต่างๆ -การเลน่ นอก หอ้ งเรียน มาตรฐานท่ี ๒ กลา้ มเนื้อใหญ่และกล้ามเนอ้ื เล็กแข็งแรงใช้ได้อยา่ งคล่องแคล่วและประสานสัมพันธ์กัน ๒.๑ เคลอ่ื นไหว ๒.๑.๑ เดนิ ต่อ ๒.๑.๑ เดนิ ตอ่ -การเดินตอ่ เท้า -การเดนิ ต่อเทา้ -การเคล่อื นไหว -อาหารดมี ี -อาหารดมี ี ประโยชน์ ประโยชน์ รา่ งกายอย่าง เทา้ ไปข้างหนา้ เทา้ ถอยหลงั เป็น ถอยหลงั เปน็ ถอยหลังเปน็ เคลอ่ื นท่ี -ของเล่นของใช้ -ของเลน่ ของใช้ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏิบตั ิ คลอ่ งแคลว่ เปน็ เส้นตรงได้ เส้นตรงไดโ้ ดยไม่ เสน้ ตรง เส้นตรง -การเคลอ่ื นไหวโดย กิจกรรมกลางแจง้ กจิ กรรมกลางแจ้ง -โรงเรียนของเรา -โรงเรยี นของเรา ประสานสัมพนั ธ์ โดยไม่ตอ้ งกาง ตอ้ งกางเกง ควบคุมตนเองไปใน -อาหารดีมี -อาหารดีมี ประโยชน์ และทรงตัวได้ แขน ทิศทาง ระดับ และ ประโยชน์ -ของเลน่ ของใช้ -ของเลน่ ของใช้ พนื้ ท่ี หนา้ ๗๘ ๒.๑.๒ กระโดด ๒.๑.๒ กระโดด -การกระโดดขา -การกระโดดขา -การเคลอื่ นไหว ขาเดยี วอยกู่ ับท่ี ขาเดียว ไป เดยี ว เดยี ว เคล่ือนท่ี ขา้ งหน้าได้อย่าง ระดับปฐมวัย

หลักสูตรสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศึกษาปฐมวัย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพท่ีพงึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ช้ัน/ หน่วยการจัดประสบการณ์ ตวั บง่ ช้ี สาระท่คี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคญั อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปที ี่ 2 อนบุ าลปที ่ี 3 ไดโ้ ดยไม่เสียการ ตอ่ เนือ่ งโดยไม่ -การว่งิ กระต่าย -การเลน่ เกม -การเคลือ่ นไหวโดย -การปฏิบัติ -การปฏบิ ตั ิ ทรงตัว เสยี การทรงตัว ขาเดียว กระตา่ ยขาเดียว ควบคุมตนเองไปใน กจิ กรรมกลางแจ้ง กิจกรรมกลางแจง้ ทศิ ทาง ระดบั และ พน้ื ท่ี ๒.๑.๓ ว่ิงหลบ ๒.๑.๓ ว่งิ หลบ -การว่ิงหลบหลีก -การวิ่งหลบหลีก -การเคล่ือนไหวขา้ ม -อาหารดมี ี -อาหารดีมี หลีกสิง่ กีดขวาง หลกี สิ่งกีดขวาง ประโยชน์ ประโยชน์ ได้ ไดอ้ ย่าง ส่ิงกดี ขวาง สง่ิ กีดขวาง สง่ิ กดี ขวาง -ของเลน่ ของใช้ -ของเล่นของใช้ คลอ่ งแคล่ว -การปฏิบตั ิ -การปฏบิ ตั ิ -การวง่ิ เปร้ยี ว -การวง่ิ เปรีย้ ว กิจกรรมกลางแจ้ง กจิ กรรมกลางแจ้ง -การปฏิบัติ -การปฏบิ ัติ กจิ กรรม กจิ กรรม กลางแจง้ กลางแจ้ง ๒.๑ เคลอื่ นไหว ๒.๑.๔ รับลูก ๒.๑.๔ รับลกู -การรบั -ส่งลูก -การรับลูกบอลท่ี -การเคลอ่ื นไหวที่ใช้ -อาหารดมี ี -อาหารดมี ี ประโยชน์ ประโยชน์ รา่ งกายอย่าง บอลได้ดว้ ยมือท้งั บอลทก่ี ระดอน บอล กระดอนจากพื้น -การประสานสมั พันธ์ -ของเลน่ ของใช้ -ของเล่นของใช้ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏบิ ตั ิ คล่องแคล่ว ๒ ข้าง ขน้ึ จากพ้นื ได้ -การเลน่ อุปกรณ์ -การเลน่ อปุ กรณ์ ของการใช้กลา้ มเนอื้ กจิ กรรมกลางแจ้ง กิจกรรมกลางแจง้ ประสานสมั พนั ธ์ กฬี า กฬี า ใหญใ่ นการจับ การ และทรงตวั ได้ โยน (ต่อ) ๒.๒ ใช้มือ-ตา ๒.๒.๑ ใช้ ๒.๒.๑ ใช้ -การทำงาน -การทำงาน -การใช้กรรไกร การ -ของเล่นของใช้ -ของเล่นของใช้ ศิลปะ ศิลปะ ตดั -อาหารดมี ี -อาหารดีมี ประสานสมั พันธ์ กรรไกรตัด กรรไกรตัด ประโยชน์ ประโยชน์ กนั หนา้ ๗๙ ระดับปฐมวยั

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลักสตู รการศึกษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบรหิ ารวิชาการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพท่พี งึ ประสงค์ สาระการเรียนรู้ ชัน้ / หนว่ ยการจัดประสบการณ์ ตัวบง่ ชี้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปที ่ี 2 อนุบาลปีที่ 3 กระดาษตามแนว กระดาษตามแนว -วันแม่ -วันเดก็ วนั -วนั แม่ -วันเด็ก เส้นตรงได้ เสน้ โค้งได้ ครู -วนั ขนึ้ ปใี หม่ - วันครู -วันขึ้นปี วันชาติ -วนั เฉลมิ ใหม่ -วันชาติ -วัน พระชนม์ฯ เฉลิมพระชนม์ฯ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏบิ ัติ กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมศลิ ปะ สรา้ งสรรค์ สรา้ งสรรค์ ๒.๒.๒ เขยี นรูป ๒.๒.๒ เขยี นรปู -การทำงาน -การทำงาน -การเขียนภาพ -รักการอ่าน -รกั การอ่าน ศลิ ปะ -การรอ้ ยวัสดุ สเี่ หล่ยี มตาม สามเหลย่ี มตาม ศิลปะ -คมนาคม -คมนาคม -การทำงาน แบบได้อยา่ งมีมุม แบบได้อยา่ งมีมมุ ศิลปะ -เทคโนโลยแี ละการ -การสอื่ สารไร้ ชัดเจน ชดั เจน สอ่ื สาร พรมแดน ๒.๒ ใช้มอื -ตา -การปฏบิ ัติ -การปฏิบตั ิ ประสานสัมพนั ธ์ กิจกรรมศิลปะ กิจกรรมศิลปะ กัน(ต่อ) สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค์ ๒.๒ ใช้มือ-ตา ๒.๒.๓ รอ้ ยวัสดุ ๒.๒.๓ รอ้ ยวัสดุ -การทำงาน -ของเล่นของใช้ -ของเล่นของใช้ ประสานสมั พันธ์ ทม่ี ีรขู นาดเสน้ ทม่ี รี ูขนาดเสน้ ศิลปะ -วันแม่ -วนั เด็ก วนั -วันแม่ -วันเดก็ กัน(ต่อ) ผา่ นศนู ย์ ๐.๕ ผา่ นศูนย์กลาง ครู -วนั ข้ึนปใี หม่ - วนั ครู -วนั ขึ้นปี เซนติเมตรได้ ๐.๒๕ เซนตเิ มตร วันชาติ -วันเฉลมิ ใหม่ -วนั ชาติ -วัน ได้ พระชนม์ฯ เฉลิมพระชนม์ฯ ระดับปฐมวยั หน้า ๘๐

หลักสตู รสถานการศกึ ษาปฐมวยั โรงเรยี นบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พุทธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สูตรการศกึ ษาปฐมวัย พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หนว่ ยการจดั ประสบการณ์ ตวั บง่ ชี้ สาระทค่ี วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปที ี่ 2 อนุบาลปที ี่ 3 -ขนาด รูปร่าง -ขนาด รูปร่าง รปู ทรง -ปริมาตร รปู ทรง -ปรมิ าตร นำ้ หนัก -สนุกกบั นำ้ หนกั -สนุกกับ ตัวเลข ตวั เลข -ฤดฝู น -ฤดฝู น -ฤดรู อ้ น -ฤดูรอ้ น -ฤดูหนาว -ฤดหู นาว -การปฏบิ ตั ิ -การปฏิบัติ กิจกรรมศลิ ปะ กิจกรรมศิลปะ สรา้ งสรรค์ สร้างสรรค พฒั นาการด้านอารมณ์ จติ ใจ มาตรฐานท่ี ๓ มีสขุ ภาพจติ ดีและมคี วามสขุ ๓.๑ แสดงออก ๓.๑.๑ แสดง ๓.๑.๑ แสดง -การแสดง -การแสดง -การเลน่ บทบาท -ของเล่นของใช้ -ของเล่นของใช้ -เทคโนโลยีและการ -เทคโนโลยแี ละ ทางอารมณ์อยา่ ง อารมณ์ อารมณ์ อารมณ์ อารมณ์ สมมติ ส่ือสาร การสอ่ื สาร เหมาะสม ความรสู้ ึกได้ตาม ความรู้สกึ ได้ ความรสู้ กึ ความ ความร้สู ึก ความ -การเล่นอสิ ระ สถานการณ์ สอดคลอ้ งกบั ตอ้ งการของ ตอ้ งการของ -การเล่นรายบุคคล สถานการณ์อย่าง ตนเอง ตนเอง กล่มุ ยอ่ ย และกลุ่ม เหมาะสม สถานการณ์ต่างๆ สถานการณต์ ่างๆ ใหญ่ ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๑

หลกั สตู รสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบา้ นพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กล่มุ งานบรหิ ารวิชาการ ปีการศึกษา ๒๕๖๖ สภาพท่พี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ช้ัน/ หนว่ ยการจัดประสบการณ์ อนุบาลปีท่ี 2 อนุบาลปที ่ี 3 ตวั บ่งช้ี สาระท่ีควรเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี ดีใจ เสียใจ โกรธ ดีใจ เสยี ใจ โกรธ -การเลน่ ตามมมุ กลัว กลวั ประสบการณ/์ มุมเลน่ -มารยาทในการ -มารยาทในการ ตา่ งๆ อยู่รว่ มกบั ผูอ้ ่นื อยรู่ ว่ มกับผ้อู ่ืน -การเลน่ นอก -การควบคุม -การควบคุม ห้องเรยี น อารมณ์ของ อารมณ์ของ -การปฏิบตั ิตนตาม ตนเอง ตนเอง หลกั ศาสนาท่นี บั ถือ -การฟังนทิ านเกยี่ วกับ คณุ ธรรม จรยิ ธรรม -การแสดงความยินดี เมือ่ ผู้อื่นมีความสุข เหน็ ใจเมือ่ ผู้อืน่ เศร้า ๓.๒ มีความรูส้ กึ ๓.๒.๑ กลา้ พูด ๓.๒.๑ กล้าพดู -การแนะนำ -การแนะนำ -การรว่ มสนทนา และ -ปฐมนิเทศ -ปฐมนิเทศ ท่ีดีตอ่ ตนเองและ กล้าแสดงออก กลา้ แสดงออก ผู้อืน่ อย่างเหมาะสม อยา่ งเหมาะสม ตนเอง ชอื่ - ตนเอง ชือ่ - แลกเปลย่ี นความ -ตวั เรา -ตวั เรา ตามสถานการณ์ สกุล ความหมาย สกุล ความหมาย คดิ เห็นเชิงจรยิ ธรรม บางสถานการณ์ ทีม่ าของช่อื คำ ทม่ี าของช่อื คำ -การพูดสะท้อน -โรงเรยี นของเรา -โรงเรยี นของเรา -เทคโนโลยีและการ -เทคโนโลยแี ละ นำหน้าชอื่ อายุ นำหนา้ ช่ือ อายุ ความรู้สกึ ของตนเอง ส่อื สาร การส่ือสาร -การบอกช่ือ -การบอกชื่อ และผ้อู ืน่ นามสกลุ นามสกลุ ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๘๒

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวัย พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพทพ่ี งึ ประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชัน้ / หน่วยการจดั ประสบการณ์ ตัวบง่ ชี้ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณส์ ำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปีท่ี 2 อนบุ าลปที ี่ 3 -การบอกรปู ร่าง -การบอกรปู ร่าง -การแสดงออกใน -การแสดงออกใน ลกั ษณะ เพศชาย ลักษณะ เพศชาย กจิ กรรมการเรยี นรู้ กิจกรรมการ เพศหญงิ เพศหญงิ ตา่ งๆ เรียนรู้ต่างๆ -การแสดงออก -การแสดงออก -การปฏบิ ตั ิ -การปฏิบตั ิ ในกิจกรรมการ ในกจิ กรรมการ กจิ กรรมเสรมิ กจิ กรรมเสริม เรียนรู้ตา่ งๆ เรียนรตู้ า่ งๆ ประสบการณ์ ประสบการณ์ ๓.๒.๒ แสดง ๓.๒.๒ แสดง -การทำงาน -การทำงาน -การปฏิบัตกิ จิ กรรม -เทคโนโลยีและการ -เทคโนโลยแี ละ ความพอใจใน ความพอใจใน ศลิ ปะ ศลิ ปะ ต่างๆ ตาม ส่ือสาร การสือ่ สาร ผลงานและ ผลงานและ ความสามารถของ -การปฏิบตั ิ -การปฏิบตั ิ ความสามารถ ความสามารถ ตนเอง กจิ กรรมศิลปะ กจิ กรรมศิลปะ ของตนเอง ของตนเองและ สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ ผูอ้ นื่ มาตรฐานท่ี ๔ ชนื่ ชมและแสดงออกทางศลิ ปะ ดนตรี และการเคล่ือนไหว ๔.๑ สนใจและมี ๔.๑.๑ สนใจและ ๔.๑.๑ สนใจและ -การทำงาน -การทำงาน -การทำกจิ กรรมศลิ ปะ -โลกสวยด้วยสสี ัน -โลกสวยดว้ ยสีสัน ความสขุ และ มคี วามสุขและ มคี วามสุขและ ศิลปะ ศลิ ปะ ต่างๆ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏิบัติ แสดงออกผ่าน แสดงออกผ่าน แสดงออกผา่ น -การสร้างสรรคส์ ิ่ง กจิ กรรมศิลปะ กจิ กรรมศิลปะ งานศิลปะ ดนตรี งานศิลปะ งานศลิ ปะ สวยงาม สร้างสรรค์ สร้างสรรค์ และการ -การทำงานศิลปะ เคลอ่ื นไหว ระดับปฐมวยั หน้า ๘๓

หลกั สูตรสถานการศกึ ษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร)์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๖ ตามหลักสูตรการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศกั ราช ๒๕๖๐ กลุ่มงานบริหารวชิ าการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สภาพที่พึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หน่วยการจัดประสบการณ์ ตัวบง่ ชี้ สาระทีค่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปีท่ี 2 อนุบาลปที ี่ 3 ๔.๑.๒ สนใจ มี ๔.๑.๒ สนใจ มี -การแสดง -การแสดง -การฟงั เพลง การร้อง -เทคโนโลยีและการ -เทคโนโลยแี ละ ความสขุ และ ความสขุ และ ทา่ ทาง การ ทา่ ทาง การ เพลง และการแสดง สื่อสาร การสอื่ สาร แสดงออกผา่ น แสดงออกผา่ น เคลอื่ นไหว เคลื่อนไหว ปฏกิ ิริยาโต้ตอบ -การปฏบิ ตั ิ -การปฏบิ ตั ิ เสยี งเพลง ดนตรี เสียงเพลง ดนตรี ประกอบเพลง ประกอบเพลง เสียงดนตรี กิจกรรมเคล่อื นไหว กิจกรรม จงั หวะและ จังหวะและ -การเลน่ เครือ่ งดนตรี และจงั หวะ เคลอื่ นไหวและ ดนตรี ดนตรี ประกอบจังหวะ จังหวะ ๔.๑.๓ สนใจ มี ๔.๑.๓ สนใจ มี -การแสดง -การแสดง -การเล่นเครอื่ งดนตรี -เทคโนโลยแี ละการ -เทคโนโลยแี ละ ความสขุ และ ความสุขและ ท่าทาง การ ทา่ ทาง การ ประกอบจงั หวะ ส่ือสาร การสื่อสาร แสดงทา่ ทาง/ แสดงท่าทาง/ เคลื่อนไหว เคล่ือนไหว -การเคล่ือนไหวตาม -การปฏบิ ตั ิ -การปฏบิ ัติ เคลอ่ื นไหว เคล่ือนไหว ประกอบเพลง ประกอบเพลง เสยี งเพลง/ดนตรี กจิ กรรมเคล่ือนไหว กิจกรรม ประกอบเพลง ประกอบเพลง จงั หวะและ จงั หวะและ และจังหวะ เคลื่อนไหวและ จังหวะและ จังหวะและ ดนตรี ดนตรี จังหวะ ดนตรี ดนตรี พัฒนาการด้านสงั คม มาตรฐานท่ี ๕ มคี ุณธรรม จริยธรรม และมจี ิตใจทดี่ ีงาม ๕.๑ ซ่อื สตั ย์ ๕.๑.๑ ขอ ๕.๑.๑ ขอ -การปฏบิ ัตติ น -การปฏบิ ัตติ น -การเลน่ บทบาท -หนทู ำได้ -หนทู ำได้ สุจรติ อนุญาตหรือรอ อนญุ าตหรือรอ ตามข้อตกลงของ ตามข้อตกลงของ สมมตกิ ารปฏิบัตติ นใน คอยเมื่อต้องการ คอยเมื่อต้องการ หอ้ งเรยี น หอ้ งเรียน ความเปน็ คนไทย -เทคโนโลยีและการ -เทคโนโลยแี ละ โรงเรยี น โรงเรียน ส่ือสาร การสอ่ื สาร ระดับปฐมวัย หนา้ ๘๔

หลักสูตรสถานการศึกษาปฐมวยั โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรุงราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบริหารวิชาการ ปกี ารศึกษา ๒๕๖๖ สภาพทพ่ี ึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชัน้ / หน่วยการจดั ประสบการณ์ ตัวบง่ ชี้ สาระทคี่ วรเรยี นรู้ ประสบการณ์สำคัญ อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนบุ าลปีท่ี 2 อนุบาลปีที่ 3 สงิ่ ของของผู้อื่น สง่ิ ของของผู้อ่นื -มารยาทในการ -มารยาทในการ -การปฏิบัติตนตาม -วันลอยกระทง -วนั ลอยกระทง เม่อื มผี ชู้ ้ีแนะ ดว้ ยตนเอง รับของ ส่งของ รบั ของ สง่ ของ หลักศาสนาที่นบั ถอื -เรารกั ประเทศไทย -เรารกั ประเทศ - การขออนุญาต - การขออนุญาต -การฟังนิทานเกี่ยวกับ ไทย หรือรอคอยเม่ือ หรือรอคอยเมื่อ คุณธรรม จริยธรรม ตอ้ งการสง่ิ ของ ต้องการสง่ิ ของ -การรว่ มสนทนา และ ของผู้อน่ื ของผู้อน่ื แลกเปลีย่ นความ คดิ เห็นเชงิ จรยิ ธรรม -การปฏิบตั ติ นเปน็ สมาชิทดี่ ขี อง ห้องเรียน ๕.๒ มคี วาม ๕.๒.๑ แสดง ๕.๒.๑ แสดง -การรักเพ่ือน -การรกั เพื่อน -การเลน่ บทบาท -ปฐมนเิ ทศ -ปฐมนเิ ทศ เมตตา กรณุ า มี ความรักเพอ่ื น ความรักเพื่อน ของเรา ของเรา สมมตกิ ารปฏบิ ัตติ นใน -โรงเรยี นของเรา -โรงเรียนของเรา นำ้ ใจและ และมีเมตตาสัตว์ และมีเมตตาสัตว์ -ช่อื เลน่ ชื่อจริง -ช่ือเลน่ ช่ือจริง ความเปน็ คนไทย -หนูทำได้ -หนทู ำได้ ชว่ ยเหลอื แบ่งปัน เลย้ี ง เล้ยี ง นามสกลุ ของ นามสกลุ ของ -การปฏิบตั ิตนตาม เพ่อื น เพอ่ื น หลักศาสนาที่นบั ถือ -เศรษฐกิจพอเพียง -เศรษฐกิจ -การดแู ลสตั วแ์ ต่ -การดูแลสัตวแ์ ต่ -การฟงั นทิ านเกย่ี วกบั -สัตว์นา่ รกั พอเพยี ง ละประเภท ละประเภท คณุ ธรรม จรยิ ธรรม -สตั วน์ ่ารัก -สตั วน์ ่ารัก -สัตว์น่ารัก ระดบั ปฐมวยั หนา้ ๘๕

หลกั สูตรสถานการศึกษาปฐมวัย โรงเรียนบ้านพลวง(พรหมบำรงุ ราษฎร์) พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๖ ตามหลกั สตู รการศกึ ษาปฐมวยั พุทธศักราช ๒๕๖๐ กลมุ่ งานบรหิ ารวิชาการ ปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๖ สภาพท่ีพึงประสงค์ สาระการเรยี นรู้ ชั้น/ หน่วยการจดั ประสบการณ์ ตัวบ่งช้ี สาระทค่ี วรเรียนรู้ ประสบการณ์สำคญั อายุ ๔-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-5 ปี อายุ 5-6 ปี อายุ 4-6 ปี อนุบาลปที ี่ 2 อนบุ าลปีที่ 3 -การใหอ้ าหาร -การใหอ้ าหาร -การร่วมสนทนา และ ของสัตว์แต่ละ ของสัตวแ์ ต่ละ แลกเปลีย่ นความ ประเภท ประเภท คดิ เห็นเชงิ จริยธรรม -คุณธรรมความดี -คณุ ธรรมความดี -การปฏบิ ัติตนเป็น สมาชทิ ด่ี ีของ หอ้ งเรยี น ๕.๒.๒ ชว่ ยเหลอื ๕.๒.๒ ช่วยเหลือ -การแบง่ ปัน -การแบ่งปัน -การปฏิบตั ิตนเป็น -ของเล่นของใช้ -ของเลน่ ของใช้ และแบง่ ปนั ผู้อน่ื และแบง่ ปนั ผู้อนื่ -การชว่ ยเหลือ -การช่วยเหลือ สมาชทิ ดี่ ขี อง ไดเ้ ม่ือมีผ้ชู ีแ้ นะ ไดด้ ้วยตนเอง ตนเองและผอู้ ่นื ตนเองและผอู้ ื่น ห้องเรียน -เศรษฐกจิ พอเพียง -เศรษฐกิจ -การ -การ -การพูดสะท้อน พอเพยี ง เออ้ื เฟ้ือเผอ่ื แผ่ เอ้ือเฟ้ือเผื่อแผ่ ความรู้สึกของตนเอง -คุณธรรมความดี และผ้อู ื่น ๕.๓ มคี วามเห็น ๕.๓.๑ แสดงสี ๕.๓.๑ แสดงสี -การแสดง -การแสดง -การฟงั นทิ านเกี่ยวกบั -ของเล่นของใช้ -ของเลน่ ของใช้ อกเหน็ ใจผู้อ่ืน หน้าหรอื ทา่ ทาง หน้าหรอื ทา่ ทาง อารมณ์ อารมณ์ คณุ ธรรม จริยธรรม รับร้คู วามรู้สึก รับร้คู วามรสู้ กึ ความรู้สกึ ของ ความรู้สึก ของ -การปฏบิ ัติตนเปน็ -เศรษฐกจิ พอเพยี ง ผูอ้ น่ื ผอู้ น่ื อยา่ ง ตนเอง ตนเอง สมาชิท่ีดีของ สอดคล้องกบั สถานการณต์ ่างๆ สถานการณต์ ่างๆ หอ้ งเรียน สถานการณ์ ดีใจ เสียใจ โกรธ ดใี จ เสียใจ โกรธ กลัว กลัว ระดบั ปฐมวัย หนา้ ๘๖