Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาสาสตร์พ

แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาสาสตร์พ

Published by กานดา วุฒิเศลา, 2021-07-11 15:08:14

Description: แผนการจัดการเรียนรู้รายวิชาวิทยาสาสตร์พ

Search

Read the Text Version

แผนการจัดการเรียนรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพน้ื ฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 151 แผนการจัดการเรยี นรู หนว ยการเรียนรทู ่ี 6 เรื่อง บรรยากาศ 2 แผนการจัดการเรียนรูท ่ี 2 เรอ่ื ง พายหมุนเขตรอ น รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ นื้ ฐาน รหัสวชิ า ว21102 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศึกษา 2562 น้ําหนกั เวลาเรียน 1.5 หนว ยกิจ เวลาเรยี น 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห เวลาทใ่ี ชใ นการจัดกิจกรรมการเรียนรู 3 ชวั่ โมง 1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ช้ีวัด ว 6.2 ม.1/3 เปรยี บเทียบกระบวนการเกดิ พายุฝนฟาคะนองและพายุหมนุ เขตรอ น และผลทม่ี ีตอ ส่งิ มชี ีวิตและสง่ิ แวดลอม รวมท้ังนําเสนอแนวทางการปฏบิ ัติตนใหเ หมาะสมและ ปลอดภัย 2. จุดประสงคก ารเรยี นรู 1. อธบิ ายการเกิดพายหุ มุนหมุนเขตรอนและบริเวณทเ่ี กิดได (K) 2. เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟา คะนองและพายุหมนุ เขตรอนได (K) 3. บอกผลของพายุหมนุ เขตรอ นท่ีมีตอ สง่ิ มชี ีวติ และสงิ่ แวดลอมได (K) 4. นําเสนอแนวทางการปฏิบัติตนใหเหมาะสมและปลอดภยั จากพายหุ มุนเขตรอนได (P) 5. รับผิดชอบตอ หนาทีท่ ่ไี ดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู สาระการเรยี นรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูท อ งถิน่ พายุหมุนเขตรอนเกิดเหนือมหาสมุทร หรือทะเล ที่นํ้า พิจารณาตามหลักสตู รของสถานศึกษา มีอุณหภูมิสูงตั้งแต 26-27 องศาเซลเซียสขึ้นไป ทําให อากาศท่ีมีอุณหภูมิและความช้ืนสูงบริเวณน้ันเคล่ือนที่ สูงข้นึ อยางรวดเร็วเปนบรเิ วณกวาง 4. สาระสําคญั /ความคดิ รวบยอด พายหุ มุนเขตรอน เกิดขึน้ บรเิ วณมหาสมทุ รและทะเลในเขตรอนเทา นั้น ทาํ ใหเกิดคลืน่ ขนาดใหญใน ทะเล มผี ลตอการเดนิ เรือ โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครูผชู วย กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรรู ายวิชาวิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน ชัน้ มัธยมศึกษาปที่ 1 152 5. สมรรถนะสาํ คญั ของผูเรยี นและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค 1. ความสามารถในการสอื่ สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคดิ 2. ใฝเ รียนรู 3. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน 1) ทกั ษะการวเิ คราะห 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ 3. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ 6. กิจกรรมการเรยี นรู  วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ชั่วโมงที่ 1 ขน้ั นาํ กระตุนความสนใจ (Engage) 1. ครูนําภาพ คลิปวีดิทศั น หรอื ขาวเก่ียวกบั การเกิดพายุมาสนทนากับนักเรยี น แลว ต้ังประเดน็ คาํ ถาม เพื่อกระตนุ ความสนใจของนกั เรียน เชน ในทอ งถ่นิ ของนักเรียนเคยเกดิ พายหุ รือไม ในลกั ษณะใด พายุท่ีเคยสรา งความเสยี หายใหกบั ประเทศไทยอยางมาก คือพายชุ นิดใดบา ง เมอื่ เกิดพายนุ ักเรยี น จะปฏบิ ัติตัวอยางไรเพอื่ ใหเกดิ ความปลอดภยั 2. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภปิ รายเกย่ี วกบั การเกดิ พายุ เพอื่ เช่อื มโยงไปสูการเรียนรูเ รอ่ื งพายหุ มนุ เขต รอ น ข้ันสอน สาํ รวจคนหา (Explore) 1. ครูใหนักเรียนแบงกลุม ออกเปนกลุมละเทา ๆ กัน จากนั้นใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมารับใบงาน เรื่อง พายุหมุนเขตรอน แลววางแผนและแบงหนาที่คนควาความรู เรื่อง พายุหมุนเขตรอน จาก หนังสือเรียนวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 58-59 และแหลงการเรียนรูทางอินเทอรเน็ต หรือ เอกสารตา ง ๆ ทเ่ี กีย่ วของ 2. นักเรยี นแตละกลุมระดมความคดิ แลวสรุปขอมลู เปน ความรูของกลุม โดยบันทกึ ผลลงในใบงานท่ี 6.1 เร่อื ง พายุหมนุ เขตรอ น ขอ ท่ี 1. ช่ัวโมงที่ 2 ขนั้ สอน อธบิ ายความรู (Explain) 1. นกั เรียนแตละกลมุ สงตวั แทนออกมานําเสนอผลการสืบคน ขอ มลู หนา ชั้นเรยี น 2. ครูและนกั เรียนรว มกันอภปิ รายผลจากการปฏิบัตกิ ิจกรรม โดยใชแนวคาํ ถาม ดงั นี้ ­ พายุหมุนเขตรอ นคืออะไร (แนวตอบ พายทุ เ่ี กิดข้นึ เหนือบรเิ วณพน้ื มหาสมทุ ร) โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครูผูชวย กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรียนรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ น้ื ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 153 ­ พายหุ มนุ เขตรอนเกดิ ขึน้ อยางไร (แนวตอบ นํา้ มหาสมุทรมีอณุ หภูมิสูงขึ้นแลว ระเหยกลายเปน ไอนํ้าปริมาณมาก ทาํ ใหอากาศ บริเวณนัน้ รอนช้ืนและลอยตัวสูงขนึ้ อากาศบรเิ วณรอบขา งจึงเคลือ่ นมาแทนทีป่ ระกอบกับ การหมนุ ตัวเองของรอบโลก ทําใหอากาศพดั เวยี นเขาหาจุดศนู ยก ลางเปน พายทุ ี่มคี วาม รุนแรง) ­ การเรียกช่อื พายหุ มนุ เขตรอ น โดยใชเกณฑแ หลงกาํ เนิด แบง ไดเปนกป่ี ระเภท อะไรบา ง (แนวตอบ 5 ประเภท ไดแ ก ไซโคลน เกิดในมหาสมุทรอินเดยี เฮอรร ิเคน เกิดในมหาสมทุ ร แอตแลนตกิ เหนือ ทะเลแครบิ เบยี น และอา วเมก็ ซโิ ก ไตฝ ุน เกดิ ในมหาสมทุ รแปซิฟก และ ทะเลจนี ใต วลิ ล-ี วลิ ลี เกดิ ขึน้ ในแถบทวีปออสเตรเลยี บาเกียว เกิดในประเทศฟลิปปนส) ­ การเรียกชอ่ื พายุหมุนเขตรอน โดยใชเกณฑค วามเรว็ ของลม แบง ไดเ ปน กีป่ ระเภท อะไรบา ง (แนวตอบ 3 ประเภท พายไุ ตฝุน มคี วามเรว็ ลม 64 นอต ขน้ึ ไป พายุโซนรอ น มีความเร็ว 34- 63 นอต พายุดีเปรสชันมีความเร็วไมเ กนิ 33 นอต) 3. ครแู ละนักเรียนรวมกันสรุปผลจากการปฏบิ ัตกิ จิ กรรม ขั้นสรปุ ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. นักเรียนสืบคนขอ มูลเกี่ยวกบั การเกิดพายหุ มนุ เขตรอ นท่รี นุ แรงทําใหผคู นเสยี ชีวิตเปนจาํ นวนมากท้ัง ในประเทศไทยและตางประเทศ นําภาพหรือขอ มลู ทีไ่ ดม าจดั เปน ปา ยนิเทศ เร่ือง ความรนุ แรงของ พายุหมนุ เขตรอน 2. ครูถามนักเรียนวา พายฝุ นฟา คะนองกับพายหุ มุนเขตรอ นแตกตางกันอยางไร (แนวตอบ ข้ึนอยกู บั ดุลยพนิ จิ ของผูสอน เชน พายุฝนฟา คะนองเกิดจากการระเหยของนา้ํ ปริมาณ มาก ทําเกิดเมฆขนาดใหญ สว นพายหุ มนุ เขตรอ นเกิดจากการระเหยของนํ้าปริมาณมาก และเกิด จากการหมุนตวั ของโลก เปน ตน) 3. ครใู หน ักเรยี นแตล ะกลุมเขยี นคําตอบลงขอท่ี 2 ในใบงานท่ี 6.1 ชั่วโมงท่ี 3 ข้ันสอน สํารวจคน หา (Explore) 1. ครถู ามนกั เรยี นวา นกั เรียนจะมีวิธกี ารปฏบิ ัติตนอยางไรเมื่อเกดิ พายฝุ นฟาคะนองและพายหุ มุน เขตรอน (แนวตอบ ขน้ึ อยูก ับดุลยพินิจของผสู อน เชน ติดตามขาวพยากรณอากาศ เตรยี มเครอื่ งอปุ โภค บริโภคยามฉกุ เฉิน เปนตน ) 2. ครูใหน กั เรยี นศกึ ษาในหนังสอื เรยี น เร่อื ง แนวทางการปฏิบตั ติ นเพอ่ื ใหป ลอดภัยจากความแปรปรวน ทางลมฟา อากาศ ในหนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 60 หรอื จากแหลง สืบคน อื่น ๆ แลว ตอบคําถามขอท่ี 3 ในใบงานที่ 6.1 โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรรู ายวิชาวทิ ยาศาสตรพ้ืนฐาน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 154 อธบิ ายความรู (Explain) 1. ครใู หนักเรยี นแตละกลมุ ออกมานําเสนอสถานการณส มมติแนวทางการปฏบิ ัติตนเม่อื เกดิ ความ แปรปรวนทางลมฟา อากาศ 2. ครเู พ่ิมเติมความรใู หก บั นักเรยี น และแกไ ขขอ มูลการนาํ เสนอของตัวแทนแตละกลมุ ใหถ ูกตอ ง ขั้นสรุป ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. ครูใหน ักเรียนทาํ แบบฝกหัดในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจแบบฝกหัดในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 2. ครตู รวจใบงานท่ี 6.1 เร่ือง พายหุ มนุ เขตรอน 3. ครูประเมนิ การนําเสนอใบงานที่ 6.1 เร่อื ง พายหุ มุนเขตรอ น โดยใชแบบประเมินการนําเสนอผลงาน 4. ครูประเมนิ นักเรียนจากการทําใบงาน โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายกลุม 5. ครูประเมินนักเรียนจากการสืบคนขอมูลและการตอบคําถามในช้ันเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรม การทํางานรายบคุ คล 6. ครูประเมินปายนิเทศ เรื่อง ความรุนแรงพายุหมุนเขตรอน โดยใชแบบประเมินชิ้นงาน/ภาระงาน รวบยอด โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผชู วย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรยี นรรู ายวิชาวิทยาศาสตรพ้นื ฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 155 7.การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธวี ัด เครือ่ งมอื เกณฑก ารประเมิน 7.1 การประเมนิ ระหวา ง การจัดกจิ กรรม 1) พายหุ มนุ เขตรอ น - ตรวจใบงานท่ี 6.1 เร่ือง - เฉลยใบงานท่ี 6.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ พายหุ มุนเขตรอน เร่ืองพายุหมุนเขตรอ น ระดบั คณุ ภาพ 2 - ปายนเิ ทศ เรือ่ ง ความ - แบบประเมินช้ินงาน/ ผา นเกณฑ รนุ แรงของพายุหมุนเขต ภาระงานรวบยอด รอ น - ตรวจแบบฝก หดั - แบบฝก หดั วิทยาศาสตร รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ วิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 ม.1 เลม 2 5) การนําเสนอผลงาน - ประเมนิ การนําเสนอ - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2 ผลงาน นาํ เสนอผลงาน ผานเกณฑ 6) พฤติกรรมการ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคณุ ภาพ 2 ทาํ งานรายบุคคล การทาํ งานรายบุคคล การทํางานรายบุคคล ผานเกณฑ 7) พฤตกิ รรมการ - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤตกิ รรม ระดับคุณภาพ 2 ทาํ งานรายกลมุ การทาํ งานรายกลมุ การทาํ งานรายกลุม ผานเกณฑ 8) คณุ ลกั ษณะ - สังเกตความมีวินัย - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 อันพงึ ประสงค ใฝเรียนรู และมุงมนั่ คณุ ลักษณะอนั ผานเกณฑ ในการทาํ งาน พึงประสงค 8. สื่อ/แหลง การเรยี นรู 8.1 สอ่ื การเรยี นรู 1. หนังสอื เรยี นวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 2. แบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 1) ภาพคลิปวีดิทัศน ขา ว PowerPoint เรื่อง พายุหมุนเขตรอ น 2) ภาพเกี่ยวกับการเกดิ พายุหมนุ เขตรอน ทรี่ นุ แรงทําใหผ คู นเสียชวี ติ เปน จํานวนมากทั้งในประเทศ ไทยและตางประเทศ 8.2 แหลงการเรียนรู 1) หองสมุด 2) แหลงขอ มลู สารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/Sci/B2/M1/09 โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ นื้ ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปท่ี 1 156 ใบงานท่ี 6.1 เรื่อง พายหุ มุนเขตรอ น ข้นั ตอนการทาํ กิจกรรม 1. ใหน กั เรยี นวาดรปู อธบิ ายการเกิดพายหุ มนุ เขตรอนและบริเวณที่เกดิ ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… 2. ใหนักเรยี นเขยี นแผนภาพความแตกตา งระหวางการเกิดพายฝุ นฟา คะนองและพายุหมนุ เขตรอ น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตาํ แหนง ครูผูชว ย กลมุ สาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ ้นื ฐาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 157 3. ใหนกั เรียนเขยี นแนวทางในการปฏิบัตติ นเมอ่ื เกิดพายุฝนฟาคะนองและพายหุ มุนเขตรอ น ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..……………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………..……………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………..……………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………..……………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………..……………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………..……………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………..……………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………..……………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………..……………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………..……………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………..……………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………..……………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………..…………… ……………………………………………………………………………………………………………………………………………………..…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตําแหนง ครผู ชู วย กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรรู ายวชิ าวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 158 ใบงานที่ 6.1 เฉลย เร่อื ง พายหุ มุนเขตรอน ข้ันตอนการทํากิจกรรม 1. ใหน กั เรยี นวาดรปู อธบิ ายการเกดิ พายุหมนุ เขตรอนและบรเิ วณที่เกดิ ขน้ึ อยกู่ บั คาํ ตอบของนกั เรยี น 2. ใหน ักเรยี นเขยี นแผนภาพความแตกตา งระหวา งการเกิดพายฝุ นฟา คะนองและพายุหมุนเขตรอน ขน้ึ อยกู่ บั คาํ ตอบของนกั เรยี น โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครผู ชู ว ย กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน ชั้นมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 159 3. ใหนักเรยี นเขียนแนวทางในการปฏิบัติตนเม่ือเกิดพายุฝนฟาคะนองและพายหุ มุนเขตรอ น …………….…………1แ.….น…………ส…ว…………ิ่งท….………ท.า……่คี………งใ……ว--………นร……ตเ….…กตป.ดิ………าร……ฏตรีย………บิ……าปม………มตั……ฏเกิขค………ิบ……าอร………ัต……ว่ือนติ………สง……เนกอา……………รเิดปุ ………มส……พโอ่ื………ภภ……าเาค………ยก……พบุิด……………อรพ……………าโิ าภก……………ยคา………ุฝ……ศใน………หอ……ฟพ………ย……าูเร………ส……คอ ………มะ……มอน………ย……อา……………มง………แ……ฉ………ลกุ……ะ………เ……ฉพ………นิ……า………ย……ุห……………ม……………นุ ……………เ………ข……ต……………ร………อ……………น…………………ได……………แ……………ก…………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..……………………… ………………………………--……เเ……ตรยีร……นยี ……มร.…ูเเ.กบ……ย่ีอ……วร…ก.โ.ทบั……รแ……ศผ……พัน……ทฉ……ฉุกกุเ……ฉเ……ฉินนิ……ปร……ะ……จ……ําส……ถ……าน……ท……ี่ ……ก……าร……ใช……เ ……คร……อ่ื ……งม……อื……ไ……ฟ……ฟ……า ……………………………………………………………………………………………… …………………………2.……………ส……………ิ่ง……………ท่ีค……………ว----……………รหหปอ……………ปยาาด ……………ฏกกาอิบต……………กอปุ กัตําย……………กลใขิูใ ร……………จนังณณข……………บปะับทา……………กเนรใี่กป……………ชถหิดอแ……………ยพรงกน.…………ือาต.ส…ตอย…………นแา…ุ เค…………ลคอ…วะ….……าง.รเ……รแ………คจล……รคอ………ะอ่ื……วด.……ผ.งรร………ใูอ……อถช………นื่ย……ไโ………หูฟด.….า…………ฟย…งจา…………จ…ทอา………….ดกุก.……………หชห……………นานง……………ิดาตต……………น า ……………ไงมห…………… รส……………ือะ……………วพตั……………าถ……………นอุ ล……………ื่นอ……………ยๆ……………เ……………ทสอ่ี……………าไา……………ฟจ……………ฟตก……………าล……………แงล……………มะ……………าค……………ว……………รจ……………อ……………ด……………ใน……………อ……………าค……………า……………ร …………3.……ส……ิง่ ……ทคี่……ว-……รห……ปล……ฏีกิบ……เลัต……ี่ยหิ ……งลก……ังาพ……ราอ……ยย……ุสูบ……งรบ……เิ ว……ณ……ก……ลา……ง……แ……จง ……ค……ว……ร……เข……าไ……ป……อ.…ย.…ูใ…น……บ….า.……น……หร……ือ……อ……าค……า……ร……ไม……ค……ว……ร……หล……บ……ใ……ตต……น……ไ……มใ……ห……ญ…… ……………… ………………………………--……อต……พร……วยจ……พส……จอา……บก……ออา……ากค……าา……รรบท……าเ่ี……ดส……เยี จห……็บา……ขยอ……แง……ตล……นะ……ไเอม……งเ ขแ……าล……ไะป……บใ……นุคค……อลา……คร……อาร……บดข……ังา……กงล……า….ว.……………..……………………………………………………………………………………………… ………………………………………………-บ-………รให………หเิ าว………คกณว………ไดาน………มก้ัน………ชลโดวิน่………ยยแ………เเกหร………ส็วล………ือห………เรพ………อื ื่อ………ไนด………บย ………ินาน………เส………พยี ………งยวา………สั ย………ดาุเ………มสต………ียิดด………ตส………อกี ………ขันอ………คใ………หว………ปาม………ด ชถ………วัง………แย………กเหส………ลแ………อื ลโ………ะดเ………ยป………ใด ช…….หโ.…ทน………รา……ศต…….พัา.……ง…ท………แท……ลา..งว………ไอ………กอล………ก………หแลา………งะ……จต……าดิ ก……ตา……ม ………………ข…า…วส…า…ร…………………………………………………………………………………………………………………………..…… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …..……………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………..……………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………..……………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………..……………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………..…………… โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ ืน้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 160 9. ความเหน็ ของผบู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู ี่ไดรบั มอบหมาย ................................. ................................ ) ขอเสนอแนะ ลงชือ่ ....... ( ตําแหนง 10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน  ดา นความรู  ดานสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น  ดา นคุณลักษณะอนั พึงประสงค  ดานความสามารถทางวิทยาศาสตร  ดานอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปญ หาของนกั เรียนเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อุปสรรค  แนวทางการแกไข ลงชื่อ..................................................ผูสอน (นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา) ตําแหนง ครูผชู วย โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรรู ายวิชาวิทยาศาสตรพน้ื ฐาน ช้นั มธั ยมศึกษาปท ี่ 1 161 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรยี นรทู ี่ 6 เรอ่ื ง บรรยากาศ 2 แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3 เร่อื ง เกณฑการรายงานพยากรณอากาศ รายวิชา วิทยาศาสตรพ ื้นฐาน รหสั วชิ า ว21102 ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2562 นาํ้ หนกั เวลาเรียน 1.5 หนวยกจิ เวลาเรยี น 3 ชั่วโมง/สปั ดาห เวลาทีใ่ ชใ นการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู 3 ช่ัวโมง 1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั 1.1 ตวั ชีว้ ัด ว 3.2 ม.1/4 อธบิ ายการพยากรณอ ากาศ และพยากรณอ ากาศอยางงา ยจากขอ มูลทรี่ วบรวมได 2. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู 1. อธิบายการพยากรณอากาศได (K) 2. อธบิ ายเกณฑการรายงานพยากรณอากาศได (K) 3. พยากรณอ ากาศอยา งงายได (P) 4. รบั ผดิ ชอบตอหนา ที่ทีไ่ ดร บั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรยี นรู สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรียนรูท อ งถิน่ การพยากรณอากาศเปน การคาดการณล มฟา อากาศท่ี พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศกึ ษา จะเกิดขน้ึ ในอนาคตโดยมีการตรวจวัดองคประกอบลม ฟา อากาศ การสื่อสารแลกเปลยี่ นขอ มลู องคป ระกอบ ลมฟาอากาศระหวา งพ้นื ที่ การวเิ คราะหข อมูลและ สรางคําพยากรณอ ากาศ 4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด เกณฑในการพยากรณอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ไดแก เกณฑอากาศรอน เกณฑอากาศเย็น เกณฑการกระจายของฝน เกณฑปริมาณฝน เกณฑปริมาณเมฆในทองฟา เกณฑสถานะของทะเล รองมรสุม ลมพดั สอบ บริเวณความกดอากาศสูง บรเิ วณความกดอากาศต่าํ เปน ตน โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครูผูช ว ย กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพนื้ ฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 1 162 5. สมรรถนะสาํ คัญของผเู รียนและคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1. ความสามารถในการส่อื สาร 1. มวี ินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ รยี นรู 3. มงุ มั่นในการทาํ งาน 1) ทักษะการวิเคราะห 2) ทักษะการสรุปลงความเหน็ 3. ความสามารถในการใชท ักษะชวี ิต 6. กจิ กรรมการเรยี นรู  วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ชว่ั โมงท่ี 1 ขน้ั นาํ กระตนุ ความสนใจ (Engage) 1. นักเรียนดูภาพ การรายงานสภาพอากาศ แลวใหนักเรียนแสดงความคิดเห็นวา ทําไมตองมีการ รายงานสภาพอากาศในแตละวัน จากน้ันสนทนาวาการรายงานสภาพอากาศน้ันมีประโยชนตอการ ดํารงชีวิตอยางไร เชน การเลือกชวงเวลาในการตากเมล็ดพืช การทํากิจกรรมกลางแจง การ คมนาคมทางบก หรือทางเรือ เปน ตน 2. ครูถามคําถาม prior knowledge วา เราสามารถตรวจสอบองคประกอบของลมฟาอากาศเพื่อชวย ในการพยากรณอากาศไดอยางไร (แนวตอบ สามารถตรวจสอบโดยใชเคร่ืองมือวัดองคประกอบตาง ๆ ของลมฟาอากาศ และใชเกณฑ ในการประเมินสภาพของลมฟาอากาศ รวมไปถึงการใชแ ผนท่ีอากาศ) 3. ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับความหมายของการพยากรณอากาศ แลวใหนักเรียนศึกษาหาความรูเรื่อง เกณฑก ารรายงานพยากรณอากาศ ขน้ั สอน สาํ รวจคน หา (Explore) 1. แบง นกั เรียนเปนกลมุ ออกเปนกลมุ ละเทา ๆ กนั ใหแตละกลมุ วางแผนและแบง หนาที่คนควาความรู เร่ือง เกณฑการรายงานพยากรณอากาศ หนังสือเรียนวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 61 2. นักเรยี นแตละกลมุ ระดมความคิด แลวสรุปขอมลู เปนความรูของกลมุ อธิบายความรู (Explain) 1. นักเรยี นแตละกลมุ ผลัดกันเลา ขอ มูลทตี่ นไดศึกษามาใหส มาชกิ ในกลมุ ฟง 2. นักเรียนแตละกลุมวิเคราะหวา วิธีการพยากรณอากาศน้ันมีเกณฑในการพยากรณอากาศดวยวิธี ใดบาง โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตาํ แหนง ครูผูช วย กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูรายวิชาวิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปท ่ี 1 163 ช่วั โมงที่ 2 ขัน้ สรุป ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. นกั เรยี นแตล ะกลมุ ยกตัวอยางสถานการณท เี่ กีย่ วกับลม ฟา อากาศ และบอกวธิ กี ารพยากรณ โดย ดําเนินการ ดังนี้ 1) วางแผนประชมุ ในการสบื คนขอมลู ในการพยากรณอ ากาศ มเี กณฑส าํ คญั ใดทเ่ี กี่ยวขอ งบา ง เพอ่ื นาํ มาสรา งสถานการณท่เี กย่ี วกบั ลม ฟา อากาศ จากนน้ั ใหนักเรยี นชว ยกนั สบื คน ขอ มลู 2) การเตรียมวสั ดุ - เตรยี มกระดาษปรูฟ ปากกาเมจิก เทปใส - หาภาพทม่ี ีความสัมพนั ธก บั พ้ืนท่ที ีน่ ักเรียนจะนาํ เสนอ - เตรยี มวสั ดุที่จะใชติดบตั รภาพ เพื่อนาํ บัตรภาพไปติดลงบนกระดาษปรฟู - ใหน กั เรยี นตรวจสอบความสมบรู ณข องสถานการณ และปรบั ปรงุ แกไ ขสวนที่บกพรอ ง 2. ใหนักเรียนแตล ะกลมุ นาํ เสนอผลงาน ดว ยการสง ตวั แทนกลมุ ละ 2-3 คน นําเสนอผลการวิเคราะห เกณฑท ่ีใชในการรายงานพยากรณอากาศ และคาํ ศพั ททางอุตุนยิ มวิทยาหนาชนั้ เรยี น ชวั่ โมงที่ 3 ข้ันสรุป ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. ครูใหนกั เรยี นทําใบงานที่ 6.2 เรื่อง การพยากรณอากาศ 2. ครใู หน ักเรียนทาํ แบบฝก หัดในแบบฝก หัดวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 ตรวจสอบผล (Evaluate) 8. ครูตรวจแบบฝก หัดในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 9. ครูตรวจใบงานท่ี 6.2 เรอื่ ง การพยากรณอ ากาศ 10.ครูประเมินการนําเสนอผลการวิเคราะหเกณฑท่ีใชในการรายงานพยากรณอากาศ และคําศัพททาง อตุ ุนยิ มวิทยาหนา ชนั้ เรยี น โดยใชแ บบประเมนิ การนําเสนอผลงาน 11.ครูประเมินนกั เรยี นจากการทาํ งานกลมุ โดยใชแบบสังเกตพฤตกิ รรมการทํางานรายกลุม 12.ครูประเมนิ นกั เรียนจากการสืบคนขอมูลและตอบคาํ ถามในชัน้ เรียน โดยใชแ บบสังเกตพฤติกรรมการ ทํางานรายบคุ คล โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตําแหนง ครผู ชู ว ย กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวิทยาศาสตรพ้ืนฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 164 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธวี ัด เครอ่ื งมอื เกณฑก ารประเมิน 7.1 การประเมนิ ระหวา ง - เฉลยใบงานท่ี 6.2 เรือ่ ง รอ ยละ 60 การจดั กิจกรรม การพยากรณอากาศ ผานเกณฑ 1) เกณฑก ารพยากรณ - ตรวจใบงานที่ 6.2 - แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร รอ ยละ 60 อากาศ เรื่อง การพยากรณ ม.1 เลม 2 ผานเกณฑ อากาศ - แบบประเมินการ ระดับคณุ ภาพ 2 - ตรวจแบบฝก หัด นําเสนอผลงาน ผา นเกณฑ 2) การนําเสนอผลงาน - ประเมินการนําเสนอ - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 ผลงาน การทํางานรายบุคคล ผา นเกณฑ 3) พฤติกรรมการทาํ งาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คณุ ภาพ 2 รายบุคคล การทํางานรายบคุ คล การทํางานรายกลุม ผานเกณฑ 4) พฤติกรรมการทาํ งาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบประเมนิ ระดบั คุณภาพ 2 รายกลมุ การทํางานรายกลมุ คณุ ลักษณะอนั พงึ ผานเกณฑ 5) คณุ ลกั ษณะอันพงึ - สังเกตความมวี นิ ยั ใฝ ประสงค ประสงค เรียนรู และมุงมนั่ ใน การทาํ งาน 8. สื่อ/แหลง การเรยี นรู 8.1 สอ่ื การเรียนรู 1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 2) แบบฝก หดั วทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 3) ใบงานที่ 6.2 เรอื่ ง การพยากรณอากาศ 4) PowerPoint เรอ่ื ง การพยากรณอ ากาศ 5) บัตรภาพ เรือ่ ง การรายงานสภาพอากาศ 6) เอกสารประกอบการสอน เรอื่ ง การพยากรณอ ากาศ 8.2 แหลงการเรียนรู 1) หอ งสมดุ 2) แหลง ขอ มูลสารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/Sci/B2/M1/09 โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตําแหนง ครูผูชวย กลุม สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ้ืนฐาน ช้นั มัธยมศึกษาปที่ 1 165 บัตรภาพ เรือ่ ง เกณฑก ารรายงานการพยากรณอ ากาศ บัตรภาพ โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตําแหนง ครูผูชวย กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรยี นรรู ายวชิ าวิทยาศาสตรพ ้ืนฐาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปท ี่ 1 166 เอกสารประกอบการสอน เร่อื ง การพยากรณอากาศ ตัวอยางการรายงานพยากรณอากาศ การพยากรณอ ากาศตง้ั แตวันที่ 21-27 มกราคม พ.ศ. 2561 สภาพอากาศท่วั ไป มี ล ม ฝ า ย ต ะ วั น ต ก จ า ก ป ร ะ เ ท ศ เ มี ย น ม า เ ค ล่ื อ น เ ข า ป ก ค ลุ ม ภ า ค เ ห นื อ แ ล ะ ภ า ค ตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สําหรับบริเวณความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและ ทะเลจีนใตมีกําลังออนลง ทําใหบริเวณดังกลาวมีหมอกในตอนเชาและมีหมอกหนาบางพื้นท่ี แต ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มีลม ตะวันออกพัดนําความชื้นจากทะเลจีนใตเขามาปกคลุมประเทศไทยและภาคใต ลักษณะเชนนี้ทํา ใหบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนลาง ภาคกลางตอนลาง ภาคตะวันออก รวมทั้ง กรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟาคะนอง บางแหง สวนภาคใตจะมีฝนตกเพ่ิมมากขึ้นกับ มฝี นตกหนกั บางแหง ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค : อากาศเย็นถึงหนาวตลอดชวง มีหมอกในตอนเชา และมีหมอกหนาบางพื้นที่อุณหภูมิต่ําสุด 14-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศา เซลเซียส สว นทางตอนลา งของภาค : อากาศเย็นตลอดชว ง กับมหี มอกในตอนเชาและมีหมอกหนา บางพ้ืนท่ี อุณหภูมิต่ําสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอด ดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิตํ่าสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเรว็ 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเชาและมีหมอกหนาบางพื้นท่ี โดยมีฝนเล็กนอยบางแหงสวนมากทางตอนลางของภาคอุณหภูมิต่ําสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิตํ่าสุด 7-14 องศา เซลเซียส สวนในชวงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเชา โดยมีฝนฟาคะนองรอย ละ 10-20 ของพื้นที่ สวนมากทางตอนลางของภาคอุณหภูมิตํ่าสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิต่ําสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลม ตะวันออก ความเรว็ 10-30 กม. /ชม. ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเชาและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กนอย บางแหงสวนมากทางตอนลางของภาคอุณหภูมิต่ําสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครผู ชู ว ย กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรียนรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ น้ื ฐาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 167 องศาเซลเซียส สวนในชวงวันท่ี 23-27 ม.ค. 61 มีเมฆเปนสวนมาก กับมีฝนฟาคะนองรอยละ 10-20 ของพ้ืนที่ สวนมากทางตอนลางของภาคอุณหภูมิตํ่าสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉยี งใต ความเรว็ 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเชา โดยมีฝนเล็กนอยบางแหงอุณหภูมิต่ําสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส สวนในชวงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 มีเมฆเปน สวนมาก กับมีฝนฟาคะนองรอยละ 10-20 ของพื้นที่ อุณหภูมิตํ่าสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคล่ืนสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต มีฝนฟาคะนองรอยละ 40-60 ของพ้ืนที่ โดยในชวงวันที่ 21-23 ม.ค. 61 จะมีฝนตก หนักบางแหงลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณท่ีมีฝนฟา คะนองมีคล่ืนสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิตํ่าสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศา เซลเซียส โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครูผูชว ย กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ้นื ฐาน ช้ันมัธยมศึกษาปท ่ี 1 168 ใบงานที่ 6.2 เฉลย เร่ือง การพยากรณอากาศ คาํ ชีแ้ จง : ใหนกั เรียนตอบคาํ ถามตอ ไปนี้ 1. การพยากรณอากาศคืออะไร .............................................................................................................................................................................. ขอ 2.–5. ใหนกั เรยี นพิจารณาภาพ แลว เขียนรายงานลักษณะของอากาศ 2. ลักษณะของ อากาศ ....................................................................... 3. ลกั ษณะของ อากาศ ....................................................................... 4. ลกั ษณะของ อากาศ ....................................................................... 5. ลักษณะของ อากาศ ....................................................................... 6. เกณฑการรายงานพยากรณอากาศ ไดแ กอ ะไรบา ง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครผู ูชว ย กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ ื้นฐาน ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปท ี่ 1 169 ใบงานท่ี 6.2 เร่อื ง การพยากรณอากาศ คาํ ชี้แจง : ใหนกั เรียนตอบคาํ ถามตอ ไปนี้ 1. การพยากรณอ ากาศคอื อะไร การพยากรณอากาศ คือ การคาดการณสภาพอากาศลวงหนา โดยมีการตรวจวัดองคประกอบลมฟา อากาศ การสื่อสารแลกเปล่ียนขอมูลองคประกอบลมฟาอากาศ การวิเคราะหขอมูล และสรางคําพยากรณ อากาศ ขอ 2.–5. ใหนกั เรยี นพจิ ารณาภาพ แลวเขียนรายงานลกั ษณะของอากาศ 2. ลกั ษณะของอากาศ ฟา หลวั ทาํ ใหว ิสัยทัศนใ นการมองเหน็ ไมด ี 3. ลกั ษณะของอากาศ ทอ งฟามีเมฆมาก 4. ลกั ษณะของอากาศ มีเมฆเตม็ ทอ งฟา การกระจายของฝนมอี ยูท ัว่ ไป 5. ลกั ษณะของอากาศ ทองฟา แจมใส ทะเลสงบ 6. เกณฑก ารรายงานพยากรณอากาศ ไดแ กอะไรบาง เกณฑอุณหภูมิอากาศ เกณฑการกระจายของฝน เกณฑปริมาณฝน เกณฑสถานะของทะเล เกณฑปริมาณเมฆในทองฟา รองมรสุม ลมพัดสอบ บริเวณความกดอากาศสูง บริเวณความกดอากาศต่ํา เปน ตน โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครผู ชู ว ย กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ ืน้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 170 9. ความเหน็ ของผบู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู ี่ไดรบั มอบหมาย ................................. ................................ ) ขอเสนอแนะ ลงชือ่ ....... ( ตําแหนง 10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน  ดา นความรู  ดานสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น  ดา นคุณลักษณะอนั พึงประสงค  ดานความสามารถทางวิทยาศาสตร  ดานอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปญ หาของนกั เรียนเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อุปสรรค  แนวทางการแกไข ลงชื่อ..................................................ผูสอน (นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา) ตําแหนง ครูผชู วย โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูร ายวิชาวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 171 แผนการจัดการเรียนรู หนวยการเรียนรูท่ี 6 เรือ่ ง บรรยากาศ 2 แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 4 เรอื่ ง แผนที่อากาศ รายวิชา วทิ ยาศาสตรพ ืน้ ฐาน รหสั วชิ า ว21102 ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปที่ 1 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2562 นา้ํ หนกั เวลาเรียน 1.5 หนวยกิจ เวลาเรียน 3 ชว่ั โมง/สปั ดาห เวลาทีใ่ ชใ นการจัดกจิ กรรมการเรียนรู 3 ชัว่ โมง 1. มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั 1.1 ตวั ชวี้ ัด ว 3.2 ม.1/4 อธบิ ายการพยากรณอ ากาศ และพยากรณอากาศอยางงา ยจากขอมลู ทรี่ วบรวมได 2. จดุ ประสงคการเรยี นรู 1. วเิ คราะหแ ละแปลความหมายสภาพอากาศในแผนท่ีอากาศได (K) 2. พยากรณอากาศอยางงายจากขอมูลท่ีรวบรวมได (P) 3. รบั ผิดชอบตอหนา ทีท่ ไี่ ดรบั มอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูทองถน่ิ การพยากรณอากาศสามารถนํามาใชประโยชน พจิ ารณาตามหลกั สูตรของสถานศึกษา ดานตาง ๆ เชน การใชชีวิตประจําวัน การคมนาคม การเกษตร การปองกันและเฝาระวังภัยพิบัติทาง ธรรมชาติ 4. สาระสําคญั /ความคิดรวบยอด แผนทีอ่ ากาศ เปน แผนทแ่ี สดงสภาพลมฟา อากาศในชว งเวลาหนึง่ ขอมลู ในแผนทอ่ี ากาศจะนําไปใช ในการพยากรณอ ากาศ 5. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียนและคณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รียน คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1. ความสามารถในการส่ือสาร 1. มีวินัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเรยี นรู 3. มุง มัน่ ในการทาํ งาน 1) ทักษะการวเิ คราะห 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ 3. ความสามารถในการใชท ักษะชีวติ โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตําแหนง ครผู ชู ว ย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพนื้ ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1 172 6. กจิ กรรมการเรียนรู  วธิ สี อนแบบสบื เสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ชว่ั โมงท่ี 1 ข้นั นาํ กระตนุ ความสนใจ (Engage) 1. ครูนําบัตรภาพเก่ียวกับสัญลักษณทางอากาศ และความหมายของสัญลักษณทางอากาศติดบน กระดาน แลวสุม นักเรียน 5–6 คน แปลความหมายของสญั ลกั ษณทางอากาศในแตละภาพ 2. ครูเฉลยคาํ ตอบและอธบิ ายเพิ่มเตมิ ใหน ักเรียนเหน็ ความสําคัญของสญั ลกั ษณท างอากาศ 3. ครูแสดงภาพแผนทีอ่ ากาศและใชค าํ ถามกระตุนความคดิ ถามนกั เรยี นวา แผนทีอ่ ากาศมีประโยชน อยางไร ข้ันสอน สาํ รวจคนหา (Explore) 1. ครใู หน กั เรียนแบง กลุม ออกเปนกลมุ ละ 3 คน ใหแ ตละกลมุ วางแผนและแบงหนา ทีค่ น ควาความรู เร่ือง แผนท่อี ากาศ จากหนังสอื เรียนวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 65-66 2. นกั เรียนแตละกลุมระดมความคดิ แลวสรุปขอ มูลเปนความรูของกลุมวา การอา นสญั ลกั ษณต าง ๆ บนแผนทอี่ ากาศ มคี วามสาํ คัญอยา งไรตอ การพยากรณอากาศ 3. ครูใหน กั เรยี นทาํ ใบงานท่ี 6.3 เรื่อง แผนทีอ่ ากาศ อธบิ ายความรู (Explain) 1. นักเรยี นแตล ะกลมุ ผลดั กันเลา ขอมลู ท่ีตนไดศึกษามาใหส มาชิกในกลุม ฟง ในประเด็นเกีย่ วกบั ความหมายสญั ลักษณตา ง ๆ บนแผนท่อี ากาศ 2. นกั เรยี นแตละกลมุ วเิ คราะหและแปลความหมายสภาพอากาศในแผนทอ่ี ากาศท่ีเตรียมไว ช่วั โมงท่ี 2 ขั้นสอน สํารวจคนหา (Explore) 1. ครใู หน ักเรียนแบง กลุม ออกเปน กลมุ ละ 3 คน ใหแ ตละกลมุ วางแผนและแบงหนาที่ ทาํ กจิ กรรม เรื่อง การพยากรณอ ากาศอยา งงายจากขอ มูลทีร่ วบรวมได จากหนงั สือเรียนวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 67 2. ครใู หนกั เรยี นตอบคําถามทา ยกจิ กรรม แลว บนั ทกึ คาํ ตอบลงในแบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 อธบิ ายความรู (Explain) 1. ครูใหแตละกลุมสงตัวแทนออกมาเขียนคําพยากรณอากาศ และนําเสนอการพยากรณอากาศ ลว งหนา 1 วนั 2. ครูใหแตล ะกลมุ เสนอคาํ ตอบทา ยกจิ กรรม จากนน้ั ครเู ฉลยคาํ ตอบ ดังน้ี ­ การพยากรณอากาศ คอื อะไร และเกณฑการรายงานพยากรณอากาศไดแ กอะไรบาง (แนวตอบ การพยากรณอากาศ คือ การคาดหมายสภาวะของลมฟาอากาศ และปรากฏการณ ทางลมฟา อากาศทจี่ ะเกิดข้นึ ) โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตาํ แหนง ครผู ูช ว ย กลุมสาระการเรียนรูว ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพืน้ ฐาน ชั้นมธั ยมศึกษาปที่ 1 173 ­ นกั เรียนคิดวา สภาวะของลมฟาอากาศ 1 วันขา งหนา นา จะมลี กั ษณะเปน อยา งไร (แนวตอบ ข้ึนอยกู บั ผลการสืบคนและวิเคราะหผลของนกั เรยี น) ­ นกั เรยี นจะมวี ิธกี ารปฏิบตั ติ นอยางไรเพ่ือใหเหมาะสมกับสภาวะของลมฟาอากาศ 1 วนั ขา งหนา (แนวตอบ ข้ึนอยกู บั ผลการสบื คน และวเิ คราะหผลของนักเรียน) 3. ครูและนกั เรียนรว มกันอภิปรายผลกิจกรรม ชว่ั โมงที่ 3 ข้นั สรุป ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. นกั เรยี นแตล ะกลุมประชุมวางแผนรูปแบบของการนาํ เสนอ ในหวั ขอ “การรายงานขาวพยากรณ อากาศ” หนา ชั้นเรยี น 2. ใหนกั เรยี นแตล ะกลุมนําเสนอผลงาน ดว ยการสง ตวั แทนกลมุ ละ 2-3 คน โดยนาํ เสนอประเด็นการ วเิ คราะห และแปลความหมายสภาพอากาศในแผนทอ่ี ากาศ 3. ครูใหน กั เรียนทําแบบฝกหัดในแบบฝกหัดวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจแบบฝก หัดในแบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 2. ครตู รวจใบงานที่ 6.3 เรือ่ ง แผนทีอ่ ากาศ 3. ครปู ระเมินการนําเสนอในหวั ขอ “การรายงานขาวพยากรณอากาศ” โดยใชแ บบประเมนิ การ นาํ เสนอผลงาน 4. ครปู ระเมนิ นักเรยี นจากการทาํ งานกลมุ โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายกลุม 5. ครปู ระเมินนกั เรยี นจากการสบื คน ขอ มูล และการตอบคําถามในชนั้ เรียน โดยใชแบบสงั เกต พฤตกิ รรมการทํางานรายบคุ คล โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูร ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพนื้ ฐาน ช้นั มัธยมศกึ ษาปที่ 1 174 7. การวัดและประเมินผล รายการวัด วธิ ีวัด เครื่องมอื เกณฑการประเมิน 7.1 การประเมินระหวา ง - ตรวจใบงานท่ี 6.3 - เฉลยใบงานที่ 6.3 เรอื่ ง รอยละ 60 ผานเกณฑ การจดั กจิ กรรม เรือ่ ง แผนทอี่ ากาศ แผนทอ่ี ากาศ 1) แผนทอี่ ากาศ - ตรวจแบบฝก หดั - แบบฝก หัดวทิ ยาศาสตร รอยละ 60 ผานเกณฑ ม.1 เลม 2 2) การนําเสนอผลงาน - ประเมินการนาํ เสนอ - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2 3) พฤติกรรมการทาํ งาน ผลงาน นาํ เสนอผลงาน ผา นเกณฑ - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 รายบุคคล การทาํ งานรายบุคคล การทาํ งานรายบคุ คล ผา นเกณฑ 4) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สงั เกตพฤติกรรม - แบบสังเกตพฤติกรรม ระดับคณุ ภาพ 2 การทาํ งานรายกลมุ การทํางานรายกลุม ผา นเกณฑ รายกลุม - สงั เกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ ระดับคุณภาพ 2 5) คณุ ลกั ษณะ ใฝเ รียนรู และมุงมน่ั คณุ ลักษณะอนั พงึ ผา นเกณฑ ในการทาํ งาน ประสงค อันพึงประสงค 8. ส่อื /แหลง การเรยี นรู 8.1 ส่อื การเรยี นรู 1) หนงั สอื เรยี นวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 2) แบบฝกหดั วทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 3) ใบงานท่ี 6.3 เรือ่ ง แผนที่อากาศ 4) PowerPoint เร่อื ง บรรยากาศ 5) บตั รภาพ เร่ือง การวิเคราะหส ภาพอากาศในแผนทอี่ ากาศ 8.2 แหลงการเรียนรู 1) หองสมดุ 2) แหลง ขอ มลู สารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/Sci/B2/M1/09 โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครผู ูชว ย กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรยี นรรู ายวิชาวิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน ช้ันมธั ยมศึกษาปท่ี 1 175 บัตรภาพ เรื่อง การวเิ คราะหส ภาพอากาศในแผนท่อี ากาศ บัตรภาพ  ภาพที่ 1 ภาพท่ี 2 ภาพที่ 3 ภาพที่ 4 ภาพท่ี 5 ภาพที่ 6 ภาพที่ 7 ภาพที่ 8 ภาพที่ 9 โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตาํ แหนง ครูผูชวย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวชิ าวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน ชั้นมัธยมศึกษาปท ี่ 1 176 ภาพแผนที่อากาศ โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครผู ูช ว ย กลมุ สาระการเรยี นรูวิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรยี นรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ้นื ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 177 ใบงานท่ี 6.3 เร่อื ง แผนท่ีอากาศ ตอนที่ 1 วเิ คราะหแ ละแปลความหมายสภาพอากาศในแผนท่อี ากาศ คาํ ช้ีแจง ใหน กั เรียนสบื คน ขอ มูลเกยี่ วกับสญั ลักษณต า ง ๆ ในแผนทอ่ี ากาศ แลว เขยี นอธิบายความหมายของ แตล ะสญั ลกั ษณล งบนแผนทอ่ี ากาศดานลางน้ี พรอมกบั อธิบายสภาพอากาศในแผนทอี่ ากาศดา นลา ง แผนที่ อากาศผิว พน้ื วนั ท่ี 15 กมุ ภาพนั ธ 2561 เวลา 01.00 น. ทีม่ า : https://www.tmd.go.th/programs//uploads/maps/2018-02-15_TopChart_01.jpg สภาพอากาศบริเวณประเทศไทยจากแผนทอ่ี ากาศ ................................................................................................................................................................... .................................................................................................................................................................. . ................................................................................................................................................................. .. ................................................................................................................................................................ โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตาํ แหนง ครูผชู วย กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพื้นฐาน ช้ันมธั ยมศกึ ษาปท่ี 1 178 ใบงานที่ 6.3 เฉลย เรอื่ ง แผนทอี่ ากาศ ตอนที่ 1 วิเคราะหแ ละแปลความหมายสภาพอากาศในแผนทอ่ี ากาศ คําชี้แจง ใหนกั เรยี นสบื คน ขอ มูลเกี่ยวกบั สญั ลกั ษณต าง ๆ ในแผนทอ่ี ากาศ แลว เขยี นอธบิ ายความหมายของ แตล ะสัญลักษณลงบนแผนทอ่ี ากาศดา นลา งน้ี พรอ มกบั อธิบายสภาพอากาศในแผนที่อากาศดานลาง หยอ มความกดอากาศ อุณหภมู ิอากาศ ปริมาณเมฆ แผนท่ี อากาศผวิ พื้นวนั ที่ 15 กมุ ภาพันธ 2561 เวลา 01.00 น. ทม่ี า : https://www.tmd.go.th/programs//uploads/maps/2018-02-15_TopChart_01.jpg สภาพอากาศบริเวณประเทศไทยจากแผนทอ่ี ากาศ สภาพอากาศบรเิ วณประเทศไทย มีหยอมความกดอากาศตา่ํ ปกคลมุ มคี วามเรว็ ลมตอกวา 1 กิโลเมตร ตอชั่วโมง ตอนบนของประเทศทองฟาแจมใส สวนตอนกลางและตอนลางของประเทศทองฟาคอนขางโปรง อุณหภมู อิ ากาศอยทู ี่ประมาณ 18–26 องศาเซลเซยี ส โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครผู ูชวย กลุม สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ ืน้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 179 9. ความเหน็ ของผบู ริหารสถานศกึ ษาหรือผทู ี่ไดรบั มอบหมาย ................................. ................................ ) ขอเสนอแนะ ลงชือ่ ....... ( ตําแหนง 10. บนั ทกึ ผลหลังการสอน  ดา นความรู  ดานสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น  ดา นคุณลักษณะอนั พึงประสงค  ดานความสามารถทางวิทยาศาสตร  ดานอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปญ หาของนกั เรียนเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อุปสรรค  แนวทางการแกไข ลงชื่อ..................................................ผูสอน (นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา) ตําแหนง ครูผชู วย โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรรู ายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ น้ื ฐาน ช้นั มธั ยมศึกษาปท่ี 1 180 แผนการจดั การเรยี นรู หนว ยการเรยี นรูท ี่ 6 เรื่อง บรรยากาศ 2 แผนการจัดการเรยี นรทู ี่ 5 เรอ่ื ง การเปล่ยี นแปลงอณุ หภมู ิโลก รายวชิ า วทิ ยาศาสตรพ ้นื ฐาน รหัสวชิ า ว21102 ระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศกึ ษา 2562 นา้ํ หนกั เวลาเรียน 1.5 หนวยกจิ เวลาเรียน 3 ชวั่ โมง/สัปดาห เวลาทใี่ ชใ นการจดั กิจกรรมการเรยี นรู 3 ชวั่ โมง 1. มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั 1.1 ตัวชี้วดั ว 3.2 ม.1/6 อธบิ ายสถานการณแ ละผลกระทบ การเปลี่ยนแปลงภมู อิ ากาศโลกจากขอ มูล ทีร่ วบรวมได ม.1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลกโดยนําเสนอแนวทางการ ปฏิบตั ติ นภายใตก ารเปลย่ี นแปลงภมู ิอากาศโลก 2. จดุ ประสงคการเรียนรู 1. อธบิ ายสถานการณแ ละผลกระทบการเปลย่ี นแปลงภูมอิ ากาศโลกจากขอ มูลท่รี วบรวมได (K) 2. นาํ เสนอแนวทางการปฏิบัติตนภายใตการเปล่ยี นแปลงภมู อิ ากาศโลกได (P) 3. รบั ผดิ ชอบตอหนาทที่ ่ีไดรับมอบหมาย (A) 3. สาระการเรียนรู สาระการเรียนรแู กนกลาง สาระการเรยี นรูท องถ่นิ ภูมิอากาศโลกเกิดการเปล่ียนแปลงอยางตอเนื่องโดย พจิ ารณาตามหลกั สตู รของสถานศึกษา ปจจัยทางธรรมชาติ แตปจจุบันการเปล่ียนแปลง ภูมิอากาศเกิดข้ึนอยางรวดเร็วเน่ืองจากกิจกรรมของ มนุษยในการปลดปลอยแกสเรือนกระจกสูบรรยากาศ แกส เรอื นกระจกท่ีถูกปลดปลอยมากท่สี ดุ การเปลีย่ นแปลงภูมิอากาศโลกกอใหเกิดผลกระทบตอ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดลอม มนุษยจึงควรเรียนรูแนวทาง การปฏิบัติตนภายใตสถานการณดังกลาว ท้ังแนวทาง การปฏิบัตติ นใหเหมาะสมและแนวทางการลดกจิ กรรม ทส่ี งผลตอการเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศโลก โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครูผชู วย กลุม สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ ้ืนฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1 181 4. สาระสาํ คญั /ความคดิ รวบยอด การเปลยี่ นแปลงอณุ หภูมขิ องโลก สว นหน่งึ มาจากผลการทาํ กิจกรรมของมนุษย ทําใหเ กิดฝนุ ละออง และมแี กสเรีอนกระจกในบรรยากาศ เพม่ิ มากข้ึนอยา งรวดเร็ว สงผลทาํ ใหอ ณุ หภูมิอากาศของโลกสงู ขึ้น และมแี นวโนมสงู ขน้ึ เร่อื ย ๆ 5. สมรรถนะสําคญั ของผูเรียนและคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค สมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค 1. ความสามารถในการสื่อสาร 1. มวี นิ ัย 2. ความสามารถในการคิด 2. ใฝเ รยี นรู 3. มุงมั่นในการทาํ งาน 1) ทกั ษะการวเิ คราะห 2) ทกั ษะการสรปุ ลงความเหน็ 3. ความสามารถในการใชท กั ษะชวี ิต 6. กิจกรรมการเรยี นรู  วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู 5Es (5Es Instructional Model) ชว่ั โมงที่ 1 ข้นั นํา กระตุนความสนใจ (Engage) 1. ครูนําภาพการกระทําตาง ๆ ของมนุษยมาใหนักเรียนดู แลวใหนักเรียนชวยกันวิเคราะหวา การ กระทาํ ในภาพสง ผลกระทบตอโลกอยางไร 2. ครูถามคาํ ถาม prior knowledge กระตุนความคิดของนักเรยี นวา ปจ จยั ท่ีมผี ลตอ ุณหภมู อิ ากาศ ไดแ กอ ะไรบา ง (แนวตอบ ปจจยั ท่มี ีผลตออณุ หภูมิอากาศ ไดแ ก รงั สจี ากดวงอาทติ ย ความสูงของพ้ืนทจ่ี าก ระดบั นํ้าทะเล ปรมิ าณเมฆทปี่ กคลมุ ทอ งฟา และลักษณะของพ้ืนที่) ขนั้ สอน สาํ รวจคน หา (Explore) 1. ครใู หนกั เรียนคน ควา ความรูเก่ียวกับปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก จากหนังสือ เรียนวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนาท่ี 68-71 จากน้ันครูแจกใบงานท่ี 6.4 เร่ือง ปจจัยท่ีมีผลตอ การเปลย่ี นแปลงอุณหภมู ขิ องโลก 2. ครูใหน กั เรียนจบั คู แลวใหนักเรียนแบงหนา ที่กันภายในคูของตน ดงั นี้ - คูท ี่ 1 ศกึ ษาความรเู ร่อื ง ปจ จยั ทางธรรมชาติ - คทู ่ี 2 ศกึ ษาความรูเร่ือง การกระทําของมนษุ ย 3. แลวบันทึกความรทู ไ่ี ดจ ากการศึกษาลงในใบงานท่ี 6.4 โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครผู ชู ว ย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูรายวชิ าวิทยาศาสตรพ ื้นฐาน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 182 ชว่ั โมงท่ี 2 อธิบายความรู (Explain) 1. สมาชิกแตละคูออกมานําเสนอใบงานที่ 6.4 เรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก 2. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ ผลจากการปฏิบตั กิ ิจกรรม ชว่ั โมงที่ 3 ขน้ั สอน สาํ รวจคนหา (Explore) 1. นกั เรยี นแตล ะกลุม ศึกษาแนวทางในการลดการปลอ ยแกส เรอื นกระจก ในหนังสือเรียนวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 72 แลว ชว ยกนั แสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับแนวทางลดการปลอ ยแกส เรือนกระจก ดังกลาว 2. ครใู หนกั เรียนแบงกลมุ กลุมละ 4 คน สบื คน เกย่ี วกับขาวผลกระทบทเ่ี กดิ จากภาวะโลกรอ นใน ประเทศไทย อธิบายความรู (Explain) 1. ครใู หน กั เรียนแตล ะกลุม ออกมานาํ เสนอผลจากการสบื คน พรอ มทง้ั อภปิ รายสาเหตแุ ละแนว ทางแกไ ข 2. ครูถามคาํ ถามทา ทายความคดิ ขัน้ สูงวา ปกรณป น จกั รยานไปใหอาหารโคในฟารมขนาดใหญท่เี ขา เปนเจา ของ การกระทาํ ของปกรณชว ยลดปญหาความแปรปรวนของลมฟา อากาศหรือไม (แนวตอบ การเดนิ ทางโดยการปน จกั รยานของนายปกรณมสี วนชว ยในการลดการปลอ ยแกส เรือนกระจก ซงึ่ จะชว ยลดปญหาความแปรปรวนของลมฟา อากาศ แตก ารใหอาหารเลี้ยงโค โค จะปลอยแกส มีเทนออกมา ซ่งึ เปน แกส เรือนกระจกที่อาจทําใหอณุ หภมู อิ ากาศโลกสูงขนึ้ จงึ อาจ เกิดความแปรปรวนของลมฟาอากาศได) 3. ครใู หนกั เรียนศึกษาเนื้อหาสรปุ หนวยท่ี 6 บรรยากาศ 2 ในหนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 หนา 73–74 ลงในสมุดบนั ทกึ ชั่วโมงท่ี 4 ขั้นสอน ขยายความเขา ใจ (Expand) 1. ครูใหนกั เรยี นทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น 2. ครูใหน กั เรียนทําแบบฝกหดั ในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 3. ครใู หน ักเรียนทาํ แบบทดสอบทายเลม 4. ครแู ละนกั เรยี นรว มกันทาํ ขอ สอบแนว O-net โดยครถู ามคําถามแลว ใหน ักเรยี นรว มกันระดมความคิด ในการตอบคาํ ถามในแบบฝกหดั วิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 โดย นางสาวกานดา วุฒิเศลา ตาํ แหนง ครูผูชว ย กลุมสาระการเรยี นรูว ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูร ายวชิ าวิทยาศาสตรพ ืน้ ฐาน ชนั้ มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 183 ตรวจสอบผล (Evaluate) 1. ครูตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น 2. ครตู รวจแบบฝก หดั ในแบบฝกหัดวิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 3. ครตู รวจใบงานที่ 6.4 เรอ่ื ง ปจจัยทมี่ ผี ลตอการเปล่ียนแปลงอณุ หภมู ขิ องโลก 4. ครูประเมินการนําเสนอใบงานที่ 6.4 เรื่อง ปจจัยที่มีผลตอการเปล่ียนแปลงอุณหภูมิของโลก โดยใช แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน 5. ครูประเมินนักเรยี นจากการทาํ งานกลมุ โดยใชแบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานรายกลมุ 6. ครูประเมินนักเรียนจากการสืบคนขอมูลและตอบคําถามในชั้นเรียน โดยใชแบบสังเกตพฤติกรรม การทาํ งานรายบคุ คล 7. การวัดและประเมนิ ผล รายการวดั วิธวี ัด เครอื่ งมือ เกณฑการประเมนิ 7.1 การประเมินระหวา ง รอยละ 60 การจัดกิจกรรม ผานเกณฑ 1) การเปลยี่ นแปลง - ตรวจใบงานที่ 6.4 - เฉลยใบงานท่ี 6.4 เรอื่ ง รอ ยละ 60 ภมู อิ ากาศโลก เรื่อง ปจ จยั ทม่ี ผี ลตอ ปจจัยท่ีมีผลตอการ ผา นเกณฑ การเปลย่ี นแปลง เปล่ยี นแปลงอุณหภมู ิ ระดับคุณภาพ 2 อุณหภมู ิของโลก ของโลก ผา นเกณฑ - ตรวจแบบฝก หัด - แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ระดบั คุณภาพ 2 ม.1 เลม 2 ผานเกณฑ 2) การนําเสนอผลงาน - ประเมนิ การนําเสนอ - แบบประเมินการ ระดบั คุณภาพ 2 ผลงาน นาํ เสนอผลงาน ผานเกณฑ 3) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สังเกตพฤตกิ รรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2 รายบคุ คล การทํางานรายบคุ คล การทาํ งานรายบุคคล ผา นเกณฑ 4) พฤตกิ รรมการทาํ งาน - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤตกิ รรม รายกลมุ การทาํ งานรายกลมุ การทํางานรายกลมุ รอ ยละ 60 5) คณุ ลักษณะ - สังเกตความมวี ินยั - แบบประเมนิ ผานเกณฑ อันพงึ ประสงค ใฝเรยี นรู และมุงมั่น คณุ ลักษณะอนั ในการทาํ งาน พึงประสงค 7.2 ประเมินหลงั เรยี น 1) ทดสอบหลงั เรียน - แบบทดสอบหลงั เรียน - ตรวจแบบทดสอบ - แบบทดสอบหลังเรียน หนวยการเรยี นรูท่ี 3 หลังเรียน เร่ือง บรรยากาศ 2 โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตําแหนง ครผู ชู ว ย กลมุ สาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจัดการเรียนรรู ายวชิ าวิทยาศาสตรพ้นื ฐาน ชนั้ มัธยมศกึ ษาปท่ี 1 184 8. ส่ือ/แหลงการเรียนรู 8.1 ส่อื การเรียนรู 1) หนงั สอื เรียนวทิ ยาศาสตร ม.1 เลม 2 2) แบบฝก หดั วิทยาศาสตร ม.1 เลม 2 3) ใบงานที่ 6.4 เรอ่ื ง ปจจยั ที่มผี ลตอการเปลย่ี นแปลงอณุ หภมู ิของโลก 4) บตั รภาพ การกระทาํ กจิ กรรมตา ง ๆ ของมนุษย เชน ภาพควันจากโรงงานอุตสาหกรรม 5) บทเรยี นคอมพิวเตอร จาก YouTube 8.2 แหลงการเรียนรู 1) หองสมุด 2) แหลงขอมลู สารสนเทศ - http://www.aksorn.com/LC/Sci/B2/M1/09 โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตําแหนง ครผู ูชวย กลุมสาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรยี นรูรายวิชาวิทยาศาสตรพ น้ื ฐาน ชั้นมัธยมศกึ ษาปท่ี 1 185 ใบงานท่ี 6.4 เรอ่ื ง ปจ จยั ที่มีผลตอการเปลีย่ นแปลงอุณหภูมขิ องโลก คําช้ีแจง : ใหนักเรยี นอธบิ ายปจ จัยทางธรรมชาตแิ ละการกระทาํ ของมนษุ ยท ี่มผี ลตอ การเปล่ยี นแปลง อุณหภมู ขิ องโลก ปจจัยทางธรรมชาติ ปรากฏการณ รูโหวโอโซน เรือนกระจก โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุมสาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรียนรรู ายวิชาวทิ ยาศาสตรพื้นฐาน ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที่ 1 186 ปจจัยจากการกระทาํ ของมนษุ ย การใชเ ชือ้ เพลงิ ตางๆ การทําการเกษตร การใชว สั ดุท่มี สี ารประกอบ คลอโรฟลูออโรคารบ อน เชน เชน เชน ผลกระทบ ผลกระทบ ผลกระทบ วธิ ีแกไ ข วธิ ีแกไข วิธีแกไข โดย นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา ตาํ แหนง ครผู ชู ว ย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจดั การเรียนรรู ายวชิ าวิทยาศาสตรพ ้นื ฐาน ช้นั มธั ยมศึกษาปท ่ี 1 187 ใบงานท่ี 6.4 เฉลย เร่ือง ปจ จยั ที่มผี ลตอ การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก คาํ ช้แี จง : ใหนักเรียนอธบิ ายปจจยั ทางธรรมชาตแิ ละการกระทําของมนุษยท ม่ี ผี ลตอ การเปล่ียนแปลง อุณหภูมขิ องโลก ปจ จยั ทางธรรมชาติ ปรากฏการณ รโู หวโอโซน เรอื นกระจก โอโซน เปนแกสท่ีอยูในชั้นสตราโทส แกสบางชนิดในบรรยากาศสงผล เฟยร จะชวยเปนเกราะกําบังรังสีจากดวง ใหโลกไดรับพลังงานความรอนจากดวง อาทิตยที่ และกักเก็บความรอ นบางสว นเอาไว อาทิตยเพ่ิมมากข้ึน ทําใหอุณหภูมิของโลก สงผลใหโลกมีอุณหภูมิไมสูงจนเกินไป แตใน สูงข้ึน เชน แกสคารบอนไดออกไซด มีเทน ปจจุบันกิจกรรมของมนุษยทําใหเกิดการ ไนตรัสออกไซด สารกลุมคลอโรฟลูออโร ปลอยสารเคมีบางชนิดลอยข้ึนสูบรรยากาศ คารบอน (CFCs) แกสไนตรัสออกไซด มี แลวทําลายชั้นโอโซน ตัวอยางสารเคมีที่ คุณสมบัติในการดูดกลืนรังสีความรอน ซึ่ง สําคัญ ไดแก แกสคลอโรฟลูออโรคารบอน เปนรังสีคล่ืนยาวท่ีโลก เมฆและแกสใน (CFCs) เปนแกสท่ีมีความคงตัวสูงและ บรรยากาศปลอยออกมาทําใหบรรยากาศที่ สลายตัวชาเม่ือแกสไดรับรังสีอัลตราไวโอเลต ผิวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น แกสที่มีคุณสมบัติ จะแตกตัวแลวปลอยอะตอมของคลอรีน เหลานจี้ ะเรยี กวา แกสเรือนกระจก ออกมา อะตอมของคลอรีนจะทําลายช้ันของ การกระทําของมนุษยสงผลใหมี โอโซน ทําใหเกิดรูโหวขึ้น ซึ่งเรียกวา รูโหว การปลอยแกสเรือนกระจกเพ่ิมข้ึนเร่ือย ๆ โอโซน การเกิดปรากฏการณน้ีทําใหรังสีจาก จนรบกวนสมดลุ ของอากาศ ทําใหเกิดภาวะ ดวงอาทิตยท่ีเปนอันตรายตอสิ่งมีชีวิต เชน เรือนกระจก ทําใหอุณหภูมิเฉล่ียของโลก รังสีอัลตราไวโอเลต สองลงมาบนผิวโลกมาก สงู ขน้ึ เรียกวา ภาวะโลกรอ น ขน้ึ โดย นางสาวกานดา วุฒเิ ศลา ตําแหนง ครูผชู วย กลมุ สาระการเรียนรวู ิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานุเคราะห 31

แผนการจัดการเรียนรูรายวชิ าวทิ ยาศาสตรพ น้ื ฐาน ช้ันมัธยมศกึ ษาปที่ 1 188 ปจจยั จากการกระทําของมนษุ ย การใชเ ช้อื เพลงิ ตางๆ การทาํ การเกษตร การใชว สั ดุท่มี สี ารประกอบ คลอโรฟลูออโรคารบ อน เชน การใชน ้ํามนั ถา นหิน เชน การตัดไมทําลายปา เชน เครอื่ งปรับอากาศ แกสธรรมชาติ การเล้ียงสตั ว ตเู ย็น การใชป ยุ ทางการเกษตร สเปรย นา้ํ ยาดับเพลงิ ผลกระทบ ทาํ ใหเพ่มิ ผลกระทบ การทาํ ลายปา ผลกระทบ สาร CFCs จะ ปรมิ าณแกส ไม ไป คารบอนไดออกไซดใน จะทาํ ใหปรมิ าณแกส ทําลายชัน้ ไอโซน ทําให บรรยากาศมากขน้ึ คารบ อนไดออกไซดใน เกิดรูโหว วธิ ีแกไ ข ลดการใชน ํา้ มัน บรรยากาศเพิ่มมากขน้ึ กวางขน้ึ สง ผลทาํ ใหร ังสี เชื้อเพลงิ โดยการเดิน ปน การเล้ียงสัตว จะทําใหเ กดิ จาก จกั รยาน หรอื ใชรถขนสง แกส มีเทน ซ่ึงเปนแกสเรอื น ดวงอาทิตยส ง มายัง กระจกเพิ่มมากขน้ึ พน้ื ผวิ โลก วิธแี กไข ปลกู ตน ไมและลด ไดมากขึน้ ํ ป ไ  ี ไ ใ  โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผูชว ย กลมุ สาระการเรียนรูวิทยาศาสตร โรงเรียนราชประชานเุ คราะห 31

แผนการจดั การเรียนรูรายวิชาวทิ ยาศาสตรพ ืน้ ฐาน ชน้ั มัธยมศกึ ษาปท ่ี 1 189 9. ความเห็นของผูบริหารสถานศกึ ษาหรือผทู ี่ไดรบั มอบหมาย ................................. ................................ ) ขอ เสนอแนะ ลงชือ่ ....... ( ตําแหนง 10. บนั ทึกผลหลังการสอน  ดานความรู  ดา นสมรรถนะสาํ คญั ของผเู รยี น  ดา นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค  ดานความสามารถทางวทิ ยาศาสตร  ดา นอน่ื ๆ (พฤตกิ รรมเดน หรอื พฤตกิ รรมทม่ี ีปญ หาของนกั เรียนเปนรายบุคคล (ถา ม)ี )  ปญหา/อปุ สรรค  แนวทางการแกไข ลงชื่อ..................................................ผูสอน (นางสาวกานดา วฒุ เิ ศลา) ตําแหนง ครูผชู วย โดย นางสาวกานดา วฒุ ิเศลา ตําแหนง ครูผชู ว ย กลุมสาระการเรยี นรวู ิทยาศาสตร โรงเรยี นราชประชานุเคราะห 31


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook