Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น 2564

หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น 2564

Published by apanchanok2507, 2022-01-10 12:35:01

Description: หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้น 2564

Search

Read the Text Version

141 คำอธบิ ายรายวิชาเพ่มิ เติม ง.............. การผลติ ปุ๋ยหมักชีวภาพ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาตอนตน้ เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ....................................................................................... ............................................................................ ศึกษา ความหมาย ความสำคัญ และประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพ ประเภทของปุ๋ย อนิ ทรีย์ การไดม้ าซึง่ ปยุ๋ อนิ ทรยี ์ การหมกั ปยุ๋ ชีวภาพ วสั ดุอปุ กรณ์ ภาชนะบรรจุ การดูแลรักษา ปฏิบัติการหมักปุ๋ยชีวภาพโดยใช้วัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนภาชนะท่ีใช้ในการหมักปุ๋ยชีวภาพ การ ดูแลรักษา คำนวณค่าใช้จ่าย กำหนดราคาขาย จัดจำหน่าย จดบันทึกการปฏิบัติงาน ทำบัญชีรายรับ - รายจ่ายและประเมินผล เพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจ และมีทักษะในการผลิตปุ๋ยหมักชีวภาพและจำหน่ายได้ มีคณุ ธรรม และลักษณะนิสัยที่ดีในการทำงาน ใช้พลังงาน ทรัพยากร ในการทำงานอย่างคุ้มค่าและยั่งยืนเพ่ือการ อนรุ กั ษ์สงิ่ แวดลอ้ ม ผลการเรยี นรู้ 1. อธิบายความหมาย ความสำคัญและประโยชน์ของปยุ๋ อินทรีย์และปุ๋ยชีวภาพได้ 2. บอกประเภทของปุย๋ อินทรยี ์ การได้มาซ่งึ ปยุ๋ อินทรีย์ และการหมกั ปยุ๋ ชีวภาพได้ 3. บอกวสั ดุอปุ กรณ์ ภาชนะ และการดแู ลรักษาปยุ๋ หมักได้ 4. ปฏบิ ัติการผลติ ปุ๋ยหมักชีวภาพได้ 5. คำนวณคา่ ใชจ้ ่าย และกำหนดราคาขายได้ 6. จดบนั ทึกการปฏิบตั งิ าน และทำบญั ชีรายรับรายจา่ ยได้ 7. บรรจุหบี หอ่ และจดั จำหนา่ ยผลผลิตได้ 8. ประเมนิ ผลผลตลอดจนปรับปรงุ พฒั นางานท่ปี ฏิบตั ไิ ด้ 9. มีคณุ ธรรมและลักษณะนิสยั ในการทำงาน ใชพ้ ลังงาน ทรพั ยากร ในการทำงานอยา่ งคมุ้ ค่า และย่ังยนื เพอื่ การอนุรักษ์สง่ิ แวดลอ้ ม รวม 9 ผลการเรียนรู้

142 รายวชิ าพ้ืนฐานและรายวิชาเพ่ิมเติม กลุม่ สาระการเรยี นร้ภู าษาองั กฤษ ระดับมธั ยมศึกษาตอนตน้ ............................................................................ รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน 60 ช่ัวโมง 1.5 หน่วยกติ อ21101 ภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ชั่วโมง 1.5 หนว่ ยกติ อ21102 ภาษาองั กฤษ จำนวน 60 ช่วั โมง 1.5 หน่วยกติ อ22101 ภาษาองั กฤษ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หน่วยกติ อ22102 ภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ชว่ั โมง 1.5 หนว่ ยกิต อ23101 ภาษาอังกฤษ จำนวน 60 ชัว่ โมง 1.5 หน่วยกติ อ23102 ภาษาอังกฤษ รายวชิ าเพิม่ เติม อ21201 ภาษาองั กฤษน่ารู้ จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หน่วยกิต 40 ชัว่ โมง 1.0 หนว่ ยกติ อ21202 ภาษาอังกฤษเพ่อื การขอและใหข้ อ้ มลู จำนวน 40 ชั่วโมง 1.0 หนว่ ยกิต 40 ช่ัวโมง 1.0 หนว่ ยกิต อ22201 ภาษาองั กฤษในชีวิตประจำวัน จำนวน 40 ชว่ั โมง 1.0 หน่วยกติ 40 ชัว่ โมง 1.0 หน่วยกติ อ22202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ จำนวน อ23201 ภาษาอังกฤษเพอื่ ท้องถิ่น จำนวน อ23202 ภาษาองั กฤษเพ่อื การท่องเท่ียว จำนวน

143 คำอธบิ ายรายวชิ าพืน้ ฐาน อ21101 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชั่วโมง จำนวน 1.5 หนว่ ยกิต ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่าน และเขียนประโยคและข้อความ บทสนทนา นิทาน และเร่ืองส้ัน แสดง ความรู้สึก ขอและให้ข้อมูล ความคิดเห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว กิจกรรมต่างๆ พร้อมทั้ง ให้เหตุผลประกอบ ตอบคำถาม ระบุ หัวข้อเร่ือง ใจความสำคัญ ให้สัมพันธ์กับส่ือที่ไม่ใช่ความเรียง เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความ เป็นอยู่ของเจ้าของภาษากับของไทย และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์ จริง/สถานการณ์จำลองท่เี กิดข้ึนในหอ้ งเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบคน้ /ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรู้ต่างๆ เพ่ือให้เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับ วัฒนธรรมของเจ้าของภาษา มีทักษะการสื่อสาร แลกเปล่ียนข้อมูลข่าวสาร เชื่อมโยงความรู้กับกลุ่ม สาระการเรียนรู้อน่ื และเปน็ พืน้ ฐานในการพัฒนา ในการศึกษาต่อ การประกอบอาชพี โดยใช้กระบวนการทางภาษา ฟัง พูด อ่าน และเขียน กระบวนการเรียนแบบค้นพบความรู้ ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง นำเสนอรายงานในช้ันเรียน ใช้คำถาม แสดงบทบาท สมมติ ใช้เกมจำลองสถานการณ์ ระดมความคิด แก้ปัญหา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและ วฒั นธรรมตามความสนใจ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ รหสั ตวั ชว้ี ัด ต 1.1 ม.1/3, ม.1/4 ต 1.2 ม.1/4 , ม.1/5 ต 1.3 ม.1/3 ต 2.1 ม.1/3 ต 2.2 ม.1/2 ต 3.1 ม.1/1 ต 4.1 ม.1/1 ต 4.2 ม.1/1 รวมท้ังหมด 10 ตัวชี้วัด

144 คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน อ21102 ภาษาองั กฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่ัวโมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่านและเขียนข้อความ นิทาน บทร้อยกรองสั้นๆ ถูกต้องตามหลักการ ปฏิบัติตาม คำส่ัง คำขอร้อง คำแนะนำ คำชี้แจงง่ายๆ แลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว สถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่ีเกิดขึ้นในห้องเรียนและ สถานศึกษา แสดงความต้องการ ขอความช่วยเหลือ ตอบรับและปฏิเสธ ให้ความช่วยเหลืออย่าง เหมาะสม สรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระที่ได้จากการวิเคราะห์เร่ือง/เหตุการณ์ท่ีอยู่ในความสนใจของ สงั คม ใช้ภาษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทางสุภาพเหมาะสม ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของ ภาษา บรรยายเกี่ยวกับเทศกาลวันสำคัญ ชีวิตความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา บอกความ เหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ การใช้เคร่ืองหมายวรรคตอน และ การลำดับคำตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ท่ีเกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการ เรียนรู้อ่ืนจากแหล่งเรียนรู้ และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ความรู้/ข้อมูลต่างๆ จากสื่อและแหล่ง การเรียนรู้ต่างๆ ในการศึกษาต่อและประกอบอาชีพ โดยใช้กระบวนการทางภาษา ฟัง พูด อ่าน และ เขียน กระบวนการเรียนแบบค้นพบความรู้ ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง นำเสนอ รายงานในชั้นเรียน ใช้คำถาม แสดงบทบาทสมมติ ใชเ้ กมจำลองสถานการณ์ ระดมความคิด แก้ปญั หา เพือ่ ใหเ้ กดิ ความรู้และความเข้าใจ สามารถส่ือสารได้ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ รหสั ตัวชวี้ ดั ต 1.1 ม.1/1, ม.1/2 ต 1.2 ม.1/1, ม.1/2, ม.1/3 ต 1.3 ม.1/1, ม.1/2 ต 2.1 ม.1/1, ม.1/2 ต 2.2 ม.1/1 ต 3.1 ม.1/1 ต 4.1 ม.1/1 ต 4.2 ม.1/1 รวมทัง้ หมด 13 ตวั ช้ีวดั

145 คำอธิบายรายวิชาพนื้ ฐาน อ22101 ภาษาองั กฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อา่ น และเขียนประโยคและข้อความ บทสนทนา นิทาน และเรื่องส้ัน แสดงความรู้สึก และความคดิ เห็นของตนเองเก่ียวกับเร่ืองตา่ งๆ ใกลต้ วั กิจกรรมตา่ งๆ พร้อมท้ังใหเ้ หตผุ ล ประกอบ ระบุ ส่ือท่ีไม่ใช่ความเรียง หัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ และตอบคำถาม ขอและให้ข้อมูล เปรียบเทียบความ เหมือนและความแตกต่างระหว่างเทศกาล งานฉลอง วันสำคัญ และชีวิตความเป็นอยู่ของเจ้าของ ภาษากับของไทย และนำเสนอด้วยการพูด/การเขียน ใช้ภาษาสื่อสารในสถานการณ์จริง/สถานการณ์ จำลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า ความรู้/ข้อมูล ตา่ งๆ จากส่ือและแหล่งการเรียนรตู้ ่างๆ ในการศกึ ษาตอ่ และประกอบอาชพี โดยใช้กระบวนการทาง ภาษา ฟัง พูด อ่าน และเขียน กระบวนการเรียนแบบค้นพบความรู้ ค้นคว้า รวบรวม และสรุป ข้อมูล/ ข้อเท็จจริง นำเสนอรายงานในชั้นเรียน ใช้คำถาม แสดงบทบาทสมมติ ใช้เกมจ ำลอง สถานการณ์ ระดมความคิด แก้ปัญหา เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและวัฒนธรรมตามความสนใจ เพื่อให้เกดิ ความรแู้ ละความเขา้ ใจ สามารถสอื่ สารได้ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ รหสั ตวั ชี้วัด ต 1.1 ม.2/3 , ม.2/4 ต 1.2 ม.2/4, ม 2/5 ต 1.3 ม.2/3 ต 2.1 ม.2/3 ต 2.2 ม.2/2 ต 3.1 ม.2/1 ต 4.1 ม.2/1 ต 4.2 ม.2/1 รวมทั้งหมด 10 ตัวชีว้ ดั

146 คำอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐาน อ22102 ภาษาอังกฤษ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาตา่ งประเทศ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ปฏิบัติตาม คำขอร้อง คำแนะนำคำชี้แจง และคำอธิบายง่ายๆ ที่ฟังและอ่าน อ่านออกเสียง ข้อความ ข่าว ประกาศ และบทรอ้ ยกรองส้ันๆ ถกู ต้องตามหลกั การอ่าน สนทนา แลกเปลี่ยน ข้อมูล เก่ียวกับตนเอง เร่ืองต่างๆ ใกล้ตัว และสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม ใช้คำขอร้อง ให้คำแนะนำ คำช้ีแจงและ คำอธิบายตามสถานการณ์พูดและเขียนแสดงความต้องการ เสนอและให้ ความ ช่วยเหลือ ตอบรับ และปฏิเสธการให้ ความช่วยเหลือในสถานการณ์ต่างๆ อย่างเหมาะสม พูดและ เขียนบรรยายเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวนั ประสบการณ์ และข่าว/เหตุการณ์ ที่อยู่ในความสนใจ ของสังคม พูดและเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระ หัวข้อเรื่องท่ีได้จากการวิเคราะห์เร่ือง/ข่าว/ เหตุการณ์ ท่อี ยู่ในความสนใจของสังคม ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิริยาท่าทาง เหมาะกับบคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคมและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบาย เก่ียวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิต ความเป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่าง ระหว่างการออกเสียงประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำ ตามโครงสร้างประโยคของภาษาต่างประเทศ และภาษาไทย เผยแพร/่ ประชาสัมพันธ์ขอ้ มูล ขา่ วสารของโรงเรียนเป็นภาษาตา่ งประเทศ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ รหสั ตัวช้ีวดั ต 1.1 ม.2/1, ม.2/2 ต 1.2 ม.2/1, ม2/2 , ม2/3 ต 1.3 ม.2/1, ม2/2 ต 2.1 ม.2/1, ม2/2 ต 2.2 ม.2/1 ต 4.2 ม.2/2 รวมท้ังหมด 11 ตวั ช้ีวดั

147 คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน อ23101 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชวั่ โมง จำนวน 1.5 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่าน เขียนและปฏิบัติตามคำขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจง และคำอธิบายง่ายๆ ถูกต้องตามหลกั การ แลกเปลยี่ นขอ้ มูลเก่ียวกบั ตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สง่ิ แวดล้อมใกล้ ตัว สถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองที่เกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา ใช้คำขอร้อง ให้ คำแนะนำ คำชี้แจง และคำอธิบายตามสถานการณ์ สรปุ ใจความสำคัญ/แกน่ สาระ หัวข้อเรื่อง (topic) ทไ่ี ด้จากการวิเคราะห์เรื่อง/ข่าว/เหตุการณ์ ใชภ้ าษา น้ำเสียง และกิรยิ าท่าทางเหมาะกบั บคุ คลและโอกาส ตามมารยาทสังคม และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา อธิบายเก่ียวกับเทศกาล วันสำคัญ ชีวิตความ เป็นอยู่ และประเพณีของเจ้าของภาษา เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างระหว่างการออกเสียง ประโยคชนิดต่างๆ และการลำดับคำตามโครงสร้างประโยค ของภาษาต่างประเทศและภาษาไทย ใช้ ภาษาต่างประเทศในการสืบค้น/ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อเท็จจริงข้อมูลจากสื่อและแหล่งการเรียนรู้ ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น โดยใช้กระบวนการทางภาษา ฟัง พูด อ่าน และเขียน กระบวนการเรยี นแบบคน้ พบความรู้ ค้นควา้ รวบรวม และสรปุ ข้อมูล/ ข้อเท็จจริง นำเสนอรายงานใน ช้ันเรียน ใช้คำถาม แสดงบทบาทสมมติ ใช้เกมจำลองสถานการณ์ ระดมความคิด แกป้ ัญหา เขา้ รว่ ม/ จัดกิจกรรมทางภาษาและวฒั นธรรมตามความสนใจ เพ่ือให้เกิดความรูแ้ ละความเข้าใจ สามารถนำไปใช้ ในการศกึ ษาต่อและประกอบอาชีพได้ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิต สาธารณะ รหสั ตัวชี้วัด ต 1.1 ม.3/1, ม.3/2 ต 1.2 ม.3/1, ม.3/2, ม.3/3 ต 1.3 ม.3/1, ม.3/2 ต 2.1 ม.3/1, ม.3/2 ต 2.2 ม.3/1 ต 3.1 ม.3/1 ต 4.1 ม.3/1 ต 4.2 ม.3/1 รวมทัง้ หมด 13 ตวั ชว้ี ดั

148 คำอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน อ23102 ภาษาอังกฤษ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง จำนวน 1.5 หน่วยกิต ............................................................................................................................................................................................................. ระบุและเขียนสื่อท่ีไมใ่ ช่ความเรียง รูปแบบต่างๆ ให้สมั พันธ์กับประโยค และข้อความที่ฟังหรืออ่าน เลือก/ระบุหัวข้อเรื่อง ใจความสำคัญ รายละเอียดสนับสนุน และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่ฟัง และอ่านจากส่ือประเภทต่างๆ พร้อมท้ังให้เหตุผลและยกตัวอย่าง ประกอบ พูดและเขียนเพ่ือขอและ ให้ข้อมูล อธิบาย เปรียบเทียบ และแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับเร่ืองที่ฟังหรืออ่าน อย่างเหมาะสม พูด และเขียนบรรยายความรู้สึก และความคิดเห็นของตนเองเกี่ยวกับเร่ืองต่างๆ กิจกรรมประสบการณ์ และ ข่าว/เหตุการณ์พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบอย่างเหมาะสม พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ กิจกรรมประสบการณ์ และเหตุการณ์พร้อมทั้งให้เหตุผลประกอบ เข้าร่วม/จัดกิจกรรมทางภาษาและ วัฒนธรรมตามความสนใจ เปรียบเทียบและอธิบายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความ เป็นอยู่และวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา กับของไทย และ นำไปใช้อย่างเหมาะสม เผยแพร่/ ประชาสัมพันธข์ อ้ มูล ขา่ วสารของโรงเรียนชุมชน และท้องถิ่น เป็นภาษาต่างประเทศ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งมั่นในการทำงาน รักความเป็นไทย และมีจิ ต สาธารณะ รหัสตวั ช้ีวัด ต 1.1 ม.3/3, ม.3/4 ต 1.2 ม.3/4, ม.3/5 ต 1.3 ม.3/3 ต 2.1 ม.3/3 ต 4.2 ม.3/2 รวมท้ังหมด 7 ตวั ชว้ี ัด

149 คำอธิบายรายวชิ าเพม่ิ เติม อ21201 ภาษาอังกฤษน่ารู้ กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาต่างประเทศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่านและเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ รู้และเข้าใจลักษณะและหน้าที่ของคำ เปรยี บเทียบการอ่านออกเสยี งและสามารถอ่านออกเสียงระหว่างภาษาไทยกับภาษาองั กฤษไดถ้ ูกต้อง โดยใช้กระบวนการทางภาษา ฟงั พูด อ่าน และเขียน เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ความเขา้ ใจ และเกิด ทกั ษะการเรียนรู้ภาษาเบือ้ งตน้ ได้ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มี ความซ่ือสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย และอยู่ อย่างพอเพียง

150 คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม อ21202 ภาษาองั กฤษเพื่อการขอและใหข้ ้อมูล กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาต่างประเทศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 เวลา 40 ช่ัวโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่านและเขียนข้อความ ส้ันๆ ได้ถูกต้องตามหลักการออกเสียง ปฏิบัติตามคำส่ัง คำ ขอร้อง คำแนะนำ คำช้ีแจงง่ายๆ แลกเปล่ียนข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง กิจวัตรประจำวัน ประสบการณ์ สิ่งแวดล้อมใกล้ตัว สถานการณ์จริง/สถานการณ์จำลองท่ีเกิดข้ึนในห้องเรียนและสถานศึกษา แสดง ความตอ้ งการ โดยใช้กระบวนการทางภาษา ฟัง พูด อ่าน และเขียน กระบวนการเรียนแบบค้นพบความรู้ ค้นคว้า รวบรวม และสรุปข้อมูล/ ข้อเท็จจริง แสดงบทบาทสมมติ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ และ สามารถสือ่ สารได้ เห็นคุณค่าของการนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มี ความซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทำงาน มีจิตสาธารณะ รักความเป็นไทย และอยู่ อย่างพอเพียง

151 คำอธิบายรายวิชาเพม่ิ เติม อ22201 ภาษาอังกฤษในชวี ิตประจำวัน กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาต่างประเทศ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชว่ั โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. พดู ทักทาย ขอโทษ ขอบคุณ ออกเสียงได้ถกู ต้อง ขอหรือให้ความชว่ ยเหลือ ถามหรอื ตอบ แนะนำแสดงความคิดเห็นในการเล่าเรื่องหรอื เหตุการณ์ในชีวิตประจำวันหรือประสบการณข์ องตน ใช้ ภาษาเพ่ือส่อื สารในการทำงาน สมคั รงานและประกอบอาชพี แสดงความคดิ เห็น เจรจาโน้มนา้ วอย่างมี เหตผุ ล เผยแพรข่ ้อมลู ในท้องถน่ิ ฟงั ข่าวสารหรือโฆษณาจากสอื่ ประเภทตา่ ง ๆ ตคี วาม สรุปใจความ ข้อมลู ต่าง ๆ บอก อธบิ ายความหมายของปา้ ย สญั ลกั ษณ์ประกาศ รวมทั้งเขยี นคำขวัญ คำอวยพร จดหมายสมคั รงาน จดหมายธุรกจิ กรอกข้อมูลส่วนตวั เข้าใจประเพณี วัฒนธรรม ความเช่อื ของเจ้าของ ภาษา และเปรยี บเทยี บกับของไทย ผลการเรียนรู้ 1. เข้าใจภาษาท่าทาง นำ้ เสยี ง ความรู้สึกของผูพ้ ูด รวมท้งั เขา้ ใจ คำสงั่ คำขอร้อง คำแนะนำ 2. อา่ นออกเสียงบทอา่ นได้ถกู ต้องตามหลักการอา่ นออกเสียง 3. ใชภ้ าษาตามมารยาททางสงั คม เพ่อื สรา้ งความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งบุคคล 4. ใชภ้ าษาเพื่อแสดงความคิดเห็น แสดงความต้องการของตนเอง เสนอความชว่ ยเหลอื และ บริการแกผ่ ู้อ่นื 5. ใช้ภาษาเพ่ือขอ และให้ขอ้ มูล เรือ่ งราวในชีวิตประจำวนั และสิง่ ทต่ี นสนใจจากสื่อการเรียนรู้ ทางภาษาและผลจากการฝึก 6. ใช้ภาษาเพือ่ แสดงความรสู้ ึกของตนเกย่ี วกบั เรื่องราวต่าง ๆ ในชีวิตประจำวนั และโครงการใน อนาคต พรอ้ มทัง้ ให้เหตผุ ล 7. นำเสนอขอ้ มูลจากสื่อประเภทตา่ งๆ ตามความสนใจด้วยความสนุกสนาน 8. ใชภ้ าษาและท่าทางในการสื่อสารไดเ้ หมาะสมกบั ระดับบคุ คลและวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษา 9. เหน็ ประโยชนข์ องการรู้ภาษาองั กฤษ ในการแสวงหาความรู้ 10. เขา้ ใจและถ่ายทอดเนื้อหาสาระภาษาองั กฤษทเี่ กยี่ วข้องกบั กลมุ่ สาระการเรยี นรูอ้ ่นื ๆ 11. ใช้ภาษาอังกฤษตามสถานการณ์ต่างๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 12. ใช้ภาษาองั กฤษส่ือสารในรูปแบบต่างๆ ไดต้ ามสมควร 13. ใช้ภาษาอังกฤษเพ่ือส่อื สารในการสมัครงาน ในสถานการณ์จำลองได้ 14. ใช้ภาษาอังกฤษเพือ่ เผยแพร่ ประชาสัมพนั ธข์ ้อมลู ขา่ วสารของชมุ ชนท้องถน่ิ ได้อยา่ ง เหมาะสม รวมทั้งหมด 14 ผลการเรียนรู้

152 คำอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม อ22202 ภาษาอังกฤษรอบรู้ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาต่างประเทศ ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกิต ............................................................................................................................................................................................................. ฟัง พูด อ่าน และเขียนวลี ข้อความ บทความส้ัน ๆ ปฏิบัติตามคำส่ัง คำขอร้อง ใช้ภาษาและ ท่าทางเพื่อสื่อความหมาย ถ่ายโอนข้อมูลที่ฟัง พูด อ่าน และเขียน ทั้งที่เป็นความเรียงและไม่ใช่ความ เรียง เป็นถ้อยคำของตนเองหรือในรูปแบบอ่ืน ๆ แสดงความคิดเห็นเก่ียวกับประสบการณ์ของตนเอง ข่าวและเหตุการณ์สำคัญต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับวันสำคัญประเพณีและ วัฒนธรรมเห็นคุณค่าของภาษาอังกฤษและสามารถนำไปใช้เป็นเคร่ืองมือแสวงหาความรู้เพิ่มเติมและ เชือ่ มโยงกบั กลุ่มสาระอนื่ ๆ ผลการเรยี นรู้ 1. ฟัง พดู อา่ น และเขียนสรุปใจความสำคัญ/แก่นสาระ หวั ข้อเร่ือง (Topic) ที่ได้จากการ วิเคราะหเ์ รอ่ื ง/ขา่ ว/เหตุการณท์ ีอ่ ยู่ในความสนใจของสงั คม 2. ใชภ้ าษาตามมารยาททางสงั คม เพ่ือสรา้ งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล 3. ใช้ภาษาเพ่อื แสดงความคดิ เห็น แสดงความต้องการของตนเอง เสนอความชว่ ยเหลือและ บริการแกผ่ ู้อน่ื 4. ใชภ้ าษาเพอื่ ขอ และให้ข้อมูล เรอื่ งราวในชีวติ ประจำวนั และสงิ่ ทตี่ นสนใจจากสื่อการเรียนรู้ ทางภาษาและผลจากการฝึก 5. ใชภ้ าษาเพ่อื แสดงความรสู้ ึกของตนเก่ียวกบั เร่ืองราวตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวัน และโครงการใน อนาคต พรอ้ มทง้ั ใหเ้ หตผุ ล 6. นำเสนอขอ้ มูลจากสื่อประเภทตา่ งๆ ตามความสนใจดว้ ยความสนุกสนาน 7. ใช้ภาษาและท่าทางในการส่ือสารไดเ้ หมาะสมกับระดบั บุคคลและวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา 8. เข้าใจความแตกต่าง ระหวา่ งภาษาอังกฤษและภาษาไทยในเร่ืองคำ วลี และประโยค สามารถนำไปใชไ้ ด้อยา่ งถูกต้องและเหมาะสม 9. เขา้ ใจความเหมือนและความแตกตา่ งระหวา่ งวัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากบั ของไทยที่มี อิทธิพลต่อการใช้ภาษา 10. เห็นประโยชน์ของการรภู้ าษาองั กฤษ ในการแสวงหาความรู้ 11. เข้าใจและถ่ายทอดเน้ือหาสาระภาษาอังกฤษทเ่ี กี่ยวข้องกบั กล่มุ สาระการเรียนรูอ้ ื่นๆ 12. ใชภ้ าษาอังกฤษตามสถานการณ์ตา่ งๆ ได้อยา่ งเหมาะสม 13. ใชภ้ าษาอังกฤษสื่อสารในรปู แบบต่างๆ ได้ตามสมควร

153 14. เปรียบเทียบและอธบิ ายความเหมือนและความแตกต่างระหว่างชีวิตความเปน็ อย่แู ละ วัฒนธรรมของเจา้ ของภาษากับของไทย 15. ค้นคว้ารวบรวม และสรุปข้อมูล/ข้อเทจ็ จรงิ ที่เก่ียวข้องกับกล่มุ สาระการเรียนรู้อื่นจากแหลง่ การ เรียนรู้และนำเสนอดว้ ยการพูด/เขยี น 16. เห็นประโยชนข์ องการรภู้ าษาองั กฤษ ในการแสวงหาความรู้ 17. เขา้ ใจและถา่ ยทอดเน้ือหาสาระภาษาอังกฤษทเ่ี ก่ยี วข้องกับกลุ่มสาระการเรียนรู้อ่นื ๆ รวมทง้ั หมด 17 ผลการเรยี นรู้

154 คำอธิบายรายวชิ าเพ่มิ เติม อ23201 ภาษาองั กฤษเพือ่ ท้องถ่ิน กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ 3 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชัว่ โมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ศึกษาหลักการอ่าน วิธีการอ่านแบบต่างๆ มีทักษะในการอ่านออกเสียง เน้นหนัก เบา เข้าใจ วัตถุประสงค์ในการอ่านเพื่อจับใจความสำคัญของเร่ืองท่ีอ่าน อธิบาย วิเคราะห์เน้ือเรื่อง แสดงความ คิดเห็น ถ่ายทอดความรู้ด้วยการบรรยาย อธบิ าย จากการอ่านงานเขียนประเภทต่างๆ ใช้ภาษาอังกฤษ ทักษะการอ่านในการสืบค้น แสวงหาความรู้เพ่ิมเติม เรียนรู้เพิ่มเติม เปิดโลกทัศน์ และนำความรู้ที่ได้รับ เปน็ ขอ้ มลู ในการศึกษาต่อหรือประกอบอาชีพ พฒั นาตนเองและทอ้ งถิ่น เป็นผู้ใฝเ่ รียนรู้อยา่ งสม่ำเสมอ ผลการเรยี นรู้ 1. อ่านเน้ือหาในเอกสารประกอบการเรียนเน้ือหาท้องถิ่นไดต้ ามหลกั การอ่าน 2. อา่ นเอกสารประกอบการเรียนเน้ือหาท้องถ่ิน สรปุ ใจความสำคญั ด้วยการพดู หรือเขียนบรรยาย อธบิ าย และแสดงความคดิ เห็น 3. เลอื กอา่ นส่ือตามความสนใจและตีความเรื่องท่ีอ่าน 4. ใชภ้ าษาอังกฤษในการเลอื กอ่าน สบื คน้ สื่อต่างๆ เพ่ือแสวงความรู้และเรยี นรู้ในระดับท่ีสูงขน้ึ 5. ตีความดว้ ยการอ่านจากสื่อท่ีเปน็ ความเรยี ง และไม่ใช่ความเรียง 6. ใช้การอา่ นเป็นเคร่ืองมอื ในการใฝเ่ รียนรู้ รวมท้ังหมด 6 ผลการเรียนรู้

155 คำอธบิ ายรายวชิ าเพมิ่ เติม อ23202 ภาษาองั กฤษเพื่อการท่องเที่ยว กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาตา่ งประเทศ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 40 ชั่วโมง จำนวน 1.0 หน่วยกติ ............................................................................................................................................................................................................. ศึกษาแหล่งท่องเท่ียว ข้อมูลท่ีจะให้นักท่องเที่ยวด้านต่างๆ ด้วยกระบวนการสืบค้น สร้างองค์ ความรู้ และกระบวนการทักษะปฏิบัติ เพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษ ทั้ง 4 ทักษะ ทักษะการฟัง ทักษะการ อ่าน ทักษะการพูด และทักษะการเขียน การให้ข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว พูดสนทนาส่ือสารโต้ตอบ แนะนำ หรือให้ข้อมูลเกี่ยวกับสถานท่ีท่องเที่ยว พาหนะเดินทาง แนะนำการจองที่พัก อธิบาย และให้ คำแนะนำ เสนอให้ความช่วยเหลือ ให้กับนักท่องเท่ียว ค้นคว้าจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ เพื่อสื่อสาร เผยแพรข่ ้อมูล มีการเพิ่มทักษะการเรียนรู้ มีความสามัคคีในการทำงานร่วมกัน และมีจิตที่เป็นสาธารณะ ในการช่วยเหลือผู้อ่ืนหรือนักท่องเท่ียวที่มาเยือน เป็นพ้ืนฐานความรู้ในการสื่อสารและนำไปใช้ใน ชีวติ ประจำวนั หรอื ศกึ ษาตอ่ ให้สูงขึน้ ผลการเรียนรู้ 1. พดู ให้ขอ้ มูล แนะนำ แหล่งทอ่ งเที่ยวต่างๆ ผลติ ภัณฑพ์ ้นื บา้ น ในทอ้ งถนิ่ ของตนเอง 2. อธบิ ายประวตั ิแหลง่ ทอ่ งเทย่ี วตา่ งๆในท้องถิน่ 3. วิเคราะห์ความแตกต่างของสถานท่ที ่องเทีย่ วในแต่ละภาค 4. พดู ใหค้ วามช่วยเหลือ แนะนำ ให้ข้อมลู กับนักท่องเที่ยวชาวตา่ งประเทศ 5. มสี ว่ นรว่ มในการทำกจิ กรรมสืบค้น แนะนำแหล่งท่องเทยี่ ว ใหข้ อ้ มูลเกย่ี วกบั ประเพณี วฒั นธรรมของไทย 6. เผยแพรข่ ้อมลู ทพ่ี ัก การคมนาคม ดว้ ยการนำสือ่ เทคโนโลยมี าใช้ 7. มจี ิตสาธารณะในการช่วยเหลือนักท่องเท่ยี ว และอนุรักษ์วัฒนธรรม แหล่งท่องเทยี่ วในท้องถน่ิ ของตนเอง รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู้

155 กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ความเป็นมนุษย์ท่ีสมบูรณ์ ท้ังร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ และสังคม เสริมสร้างให้เป็น ผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตสำนึกของการทำประโยชน์เพ่ือสังคม สามารถจัดการตนเองได้ และอยู่ร่วมกับผูอ้ ืน่ อยา่ งมคี วามสขุ โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน ได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยแบ่งออกเป็น 4 ลักษณะ ดังน้ี 1. กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมท่ีส่งเสริมและพัฒ นานักเรียนให้ให้รู้จักตนเอง รู้รักษ์ สิ่งแวดล้อม สามารถคิดตัดสินใจ คิดแก้ปัญหา กำหนดเป้าหมาย วางแผนชีวิตท้ังด้านการเรียน และ อาชีพ สามารถปรับตนได้อย่างเหมาะสม นอกจากนี้ยังช่วยให้ครูรู้จักและเข้าใจผู้เรียน ทั้งยังเป็น กจิ กรรมท่ชี ่วยเหลอื และให้คำปรกึ ษาแก่ผ้ปู กครองในการมสี ว่ นร่วมพัฒนาผเู้ รียน นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา แนวการจดั กิจกรรมแนะแนว มลี ำดับขน้ั ตอน ดังน้ี 1. สำรวจสภาพปัญหาและความต้องการ ความสนใจและธรรมชาตขิ องผ้เู รียน 2. ศึกษาวิสยั ทัศน์ของโรงเรยี นและวเิ คราะห์ข้อมลู ของผู้เรยี นท่ีไดจ้ ากการสำรวจ 3. กำหนดสดั ส่วนสาระของกิจกรรมในแต่ละดา้ น 4. กำหนดแผนการปฏิบตั ิกิจกรรมแนะแนว 5. การจัดทำรายละเอยี ดของแตล่ ะกจิ กรรม 6. ปฏิบตั ิตามแผน วัดและประเมนิ ผล และสรปุ รายงาน 2. กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพัฒนาความมีระเบียบวินัย ความเป็นผู้นำ ผู้ตามท่ีดี ความรับผิดชอบการทำงานร่วมกัน การรู้จกั แก้ปัญหา การตัดสินใจท่ีเหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกัน เอ้ืออาทร และสมานฉันท์ โดยจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความถนัด และความสนใจของผู้เรียน ให้ได้ปฏิบัติด้วยตนเองในทุกขั้นตอน ได้แก่ การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบตั ิตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทำงาน เน้นการทำงานรว่ มกันเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสม และสอดคล้องกับวุฒิภาวะของผู้เรียน บริบทของสถานศึกษาและท้องถิ่น กิจกรรมนักเรียน ประกอบด้วย 2.1 กิจกรรมลูกเสือ/เนตรนารี นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ลกู เสอื /ยุวกาชาด 40 ช่ัวโมงต่อปีการศกึ ษา แนวการจัดกิจกรรมลูกเสือ /เนตรนารี เป็นกิจกรรมที่มุ่งปลูกฝังระเบียบ วินัย กฎเกณฑ์เพ่ือการอยู่ร่วมกันในสภาพชีวิตต่าง ๆ นำไปสู่พื้นฐานการทำประโยชน์ ให้แก่สังคม และวิถีชีวิตในระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการจัดกิจกรรมลูกเสือ เป็นไปตามข้อบังคับของสำนักงานลูกเสือ แหง่ ชาติ รวมทัง้ ให้สอดคลอ้ งกับหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551

156 โรงเรียนได้จัดกิจกรรมลูกเสือ ตามวิธีการลูกเสือ (Scout Method) โดยแบ่ง ออกเปน็ องคป์ ระกอบ 7 ประการ คอื 1. คำปฏิภาณและกฎของลูกเสอื ถือเป็นหลักเกณฑ์ท่ีลูกเสือทุกคนใหคำมั่นสัญญา ว่าจะปฏิบัติตามกฎของลูกเสือ กฎของลูกเสือมีไว้ให้ลูกเสือเป็นหลักในการปฏิบัติ ไม่ได้ “ห้าม” ทำ หรือ “บังคับให้” ทำ แต่ถ้า “ทำ” ก็จำทำให้เกิดผลดีต่อตัวเอง เป็นคนดี ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้มี เกียรตแิ ละเชอื่ ถอื ได้ 2. การเรยี นรู้ดว้ ยการกระทำ เป็นการพัฒนาส่วนบุคคล ความสำเร็จหรือไมส่ ำเร็จ ของผลงานอยู่ที่การกระทำของตนเอง ทำให้มีความรู้ที่ชัดเจน และสามารถแก้ปัญหาต่างๆ ด้วย ตนเองได้ และทา้ ทายความสามารถของตนเอง 3. ระบบหมู่หรือกลุ่มย่อย โดยมีผู้ใหญ่เป็นผู้แนะนำ ส่ังสอน ฝึกอบรมให้มีความ รับผิดชอบทีละน้อย แล้วเพิ่มความรับผิดชอบให้มากข้ึนตามลำดับอายุ ฝึกให้รู้จักปกครองตนเองจน เปน็ ลักษณะนสิ ัยประจำตวั เพอ่ื ให้มีความสามารถพ่งึ ตนเองได้ เปน็ ผ้นู ำ และเป็นผูใ้ ห้ความร่วมมอื ทดี่ ี 4. การใช้สัญลกั ษณ์ร่วมกนั ฝึกใหเ้ ปน็ หน่ึงเดยี วในการเป็นสมาชิกลูกเสือ ดว้ ยการ ใช้สญั ลักษณ์ร่วมกนั เชน่ เครื่องแบบ เครื่องหมาย การทำความเคารพ รหัสคำปฏญิ าณ กฎ คติพจน์ คำขวัญ ธง เป็นต้น วิธีการนี้จะช่วยให้ผู้เรียนตระหนักและภาคภูมิใจในการเป็นสมาชิกขององค์กร ลกู เสอื แห่งโลก ซึง่ มสี มาชกิ อย่ทู ่วั โลกและเป็นองคก์ รทมี่ ีสมาชกิ มากที่สดุ ในโลก 5. การศึกษาธรรมชาติ คือส่ิงสำคัญอันดับหน่ึงในกิจกรรมลูกเสือ ธรรมชาติอัน โปร่งใสตามชนบท เป็นที่ปรารถนาอยา่ งยิ่งในการทำกจิ กรรมกับธรรมชาติ การปีนเขา ตง้ั ค่ายพกั แรม 6. ความก้าวหน้าในการเข้าร่วมกิจกรรม กิจกรรมต่างๆ มีความก้าวหน้าและ ดงึ ดูดใจ เพือ่ ให้เกดิ ความกระตอื รือร้น 7. การสนับสนุนโดยผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่เป็นผู้ช้ีแนะแนวทางที่ถูกต้องให้แกเ่ ด็ก เพ่ือให้ เขาเกิดความมั่นใจในการตัดสินใจกระทำส่ิงใดลงไป 2.2 กิจกรรมชุมนุม เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นตามความสามารถ ความถนัด ความสนใจ เพ่อื ใหผ้ ู้เรยี นเตมิ เต็มความรู้ ความชำนาญ ประสบการณ์ เพ่อื พฒั นาตนเองตามศกั ยภาพ นกั เรยี นประถมศึกษาทกุ คน เขา้ รว่ มกจิ กรรมชุมนุม 40 ชัว่ โมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา แนวการจัดกิจกรรมชมุ นมุ 1. โรงเรียนบริหารจัดการให้ผู้เรียนดำเนินกิจกรรมได้หลากหลาย ท้ังรูปแบบภายใน และภายนอกห้องเรยี น 2. โรงเรียนมีการจัดต้งั ชมุ นมุ สำรวจความสนใจของผู้เรียนในการเลือกเข้าชุมนุม 3. การกิจกรรมที่เกิดจากความสมัครใจของผู้เรียน โดยมีครูเป็นผู้ดูแล แนะนำ ให้ คำปรกึ ษา

157 4. การส่งเสริมอบรมให้ความรู้ การแลกเปลี่ยนประสบการณ์และการเผยแพร่ กจิ กรรม 5. ครทู ี่ปรกึ ษากิจกรรมประเมนิ ตามเกณฑท์ ่ี โรงเรียนกำหนด 3. กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ ดำเนินการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถ่ินตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพื่อแสดงถึงความรับผิดชอบ ความดีงาม ความ เสียสละตอ่ สงั คม มจี ติ สาธารณะ เชน่ กจิ กรรมอาสาพฒั นาต่าง ๆ กิจกรรมสร้างสรรคส์ ังคม นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ จำนวน 10 ชั่วโมงตอ่ ปกี ารศึกษา โรงเรียนดำเนินการจดั กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ดงั น้ี 1. จัดกิจกรรมในลักษณะบูรณาการใน 8 กลุ่มสาระการเรียนรู้ โดยผู้เรียนสามารถ จัดกิจกรรมตามองค์ความรู้ท่ีได้จากการเรียนรู้ของแต่กลุ่มสาระการเรียนรู้ตามความเหมาะสม ซึง่ สามารถจัดกจิ กรรมได้ดงั น้ี 1.1 จดั กิจกรรมภายในโรงเรยี น 1.2 จดั กจิ กรรมภายนอกโรงเรยี น 2. จัดกิจกรรมลักษณะโครงการ / โครงงาน/กิจกรรม หมายถึงกิจกรรมที่ผู้เรียน นำเสนอการจัดกิจกรรมต่อโรงเรียนเพ่ือขอความเห็นชอบในการจัดทำโครงการหรือโครงงานหรือ กจิ กรรม ซงึ่ มรี ะยะเวลาเริม่ ต้นและสิน้ สุดทีช่ ดั เจน โดยสามารถจดั กิจกรรมได้ดงั นี้ 2.1 จดั กิจกรรมในโรงเรียน 2.2 จัดกิจกรรมนอกโรงเรียน 3. จดั กิจกรรมรว่ มกับองค์กรอื่น หมายถึงกิจกรรมที่ผู้เรยี นอาสาสมัครเข้าร่วมกิจกรรม กับหน่วยงานหรือองค์กรอ่ืนๆ ที่จัดกิจกรรมในลักษณะเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชน์ โดยผู้เรียน สามารถเลอื กเข้าร่วมกจิ กรรมไดด้ ังน้ี 3.1 รว่ มกบั หน่วยงานอ่ืนทีเ่ ข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรยี น 3.2 รว่ มกบั หน่วยงานอน่ื ทจ่ี ดั กจิ กรรมนอกโรงเรยี น 4. กิจกรรมทกั ษะการดำรงชีวิต โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอนเป็นโรงเรียนที่มีวัตถุประสงค์พิเศษ มีลักษณะเป็น โรงเรียนประจำ จัดการศึกษาสำหรับกลุ่มเป้าหมายเฉพาะโดยจัดการศึกษาสำหรบั ผู้ด้อยโอกาส จงึ ได้ ปรับโครงสร้างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐานให้เหมาะสมกับสภาพและบริบทของ โรงเรียน โดยต้องจัดครรู บั ผิดชอบกิจกรรมเป็นทีป่ รกึ ษานกั เรยี นในทกุ ๆ กจิ กรรม

158 นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมทักษะการดำรงชีวิต จำนวน 2,620 ช่ัวโมงต่อปกี ารศึกษา โรงเรียนไดด้ ำเนินการจดั กจิ กรรม โดยแบง่ เป็น 8 กจิ กรรม ดังนี้ 4.1 กิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย เป็นกิจกรรมที่มุ่งให้นักเรียนเกิดความรู้ความเข้าใจ และสามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันด้านการดูแลตนเองท่ีถูกสุขลักษณะ รู้จักการดูแลความสะอาด รา่ งกาย เสื้อผ้า เครื่องนอน และอุปกรณ์เครื่องใช้ส่วนตัวอย่างถูกวิธี ตลอดจนการเก็บรกั ษะซ่อมแซม อุปกรณ์ เส้ือผ้า เครื่องแต่งกาย เครื่องใช้ส่วนตัวอย่างเป็นระเบียบ แต่งกายสะอาดเรียบร้อยถูกต้อง ตามระเบียบของโรงเรยี น เพือ่ ใหเ้ กดิ สุขนสิ ยั ทดี่ แี ละมที กั ษะพ้ืนฐานที่จำเปน็ ตอ่ การดำรงชวี ติ นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย จำนวน 560 ช่ัวโมงต่อ ปีการศกึ ษา 4.2 กจิ กรรมสง่ เ สริมสมรรถภาพทางกาย เปน็ กิจกรรมทม่ี งุ่ ให้นักเรยี นเกิดความรู้ ความเข้าใจ และสามารถออกกำลังกายอย่างถูกวิธี เพ่ือเสรมิ สร้างร่างกายให้แขง็ แรง สดช่ืน แจ่มใส มี พัฒนาการทางร่างกายเหมาะสมตามวัย รักการออกกำลังกาย และเป็นการเตรียมความพร้อมในการ ดำเนนิ กิจกรรมของแต่ละวนั อยา่ งมีประสิทธิภาพ นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย จำนวน 140 ช่ัวโมงต่อ ปีการศกึ ษา 4.3 กจิ กรรมหลกั โภชนาการ เปน็ กจิ กรรมทมี่ ุ่งใหน้ ักเรียนเกิดความรคู้ วามเขา้ ใจ และสามารถรับประทานอาหารอยา่ งถูกหลักโภชนาการ มีมารยาทในการรับประทานอาหาร ตลอดจน การจดั เกบ็ ภาชนะ และการรกั ษาความสะอาดบริเวณที่รับประทานอาหารอย่างถูกสุขลักษณะ เพ่ือให้ เกิดสขุ นิสัยทดี่ ีในการรับประทานอาหาร และมีทักษะพ้ืนฐานในการอยรู่ ่วมกันในสงั คม นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมสุขนิสัย จำนวน 740 ชั่วโมงต่อ ปีการศึกษา 4.4 กิจกรรมหลักไตรรงค์ เป็นกิจกรรมสร้างจิตสำนึกรักสถาบัน ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซ่ึงเป็นสถาบันหลักของชาติ ผ่านกิจกรรมการฝึกความเป็นระเบียบวินัยในการเข้า แถวเคารพธงชาติ การรอ้ งเพลงชาติ ปฏบิ ตั ศิ าสนกจิ และรอ้ งเพลงสรรเสริญพระบารมี นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมหลักไตรรงค์ จำนวน 300 ชั่วโมงต่อ ปี การศึกษา 4.5 กิจกรรมสร้างเสริมภาวะผู้นำ เป็นกิจกรรมฝึกการเป็นผู้นำและผู้ตามที่ดี เคารพสิทธิของตนเองและผู้อื่น กล้าแสดงความคิดเห็น แสดงออกในส่ิงท่ีถูกต้อง แสดงถึงความ รับผิดชอบในบทบาทหน้าท่ี ความมีระเบียบวินัย การตรงต่อเวลา มีความสามัคคี สามารถทำงานกับ ผู้อ่ืน รับผิดชอบต่อสังคม มีจิตสาธารณะ และตระหนักถึงความสำคัญของการปกครองตามระบอบ ประชาธปิ ไตยอนั มีพระมหากษตั ริย์ทรงเปน็ ประมุข

159 นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมเสริมสร้างภาวะผู้นำ จำนวน 280 ชั่วโมงต่อปีการศึกษา 4.6 กิจกรรมอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นกิจกรรมปลูกจิตสำนึกให้ นักเรียนมีความตระหนักในการใช้พลังงานอย่างประหยัด อนุรักษ์ส่ิงแวดล้อมให้น่าอยู่และเหมาะสม กับการเป็นแหล่งเรียนรู้ มีจิตสำนึกในการรักษาสาธารณสมบัติ ตลอดจนสภาพแวดล้อมภายใน โรงเรียน มีความรบั ผดิ ชอบ ขยัน อดทนและทำงานรว่ มกับผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมคี วามสุข นกั เรยี นมัธยมศึกษาทกุ คน เขา้ รว่ มกิจกรรมอนรุ ักษพ์ ลังงานและสง่ิ แวดลอ้ ม จำนวน 440 ชั่วโมงตอ่ ปกี ารศกึ ษา 4.7 กิจกรรมส่งเสริมอาชีพท้องถิ่น เป็นกิจกรรมส่งเสริมการประกอบอาชีพใน ท้องถิ่นท่ีตรงกับความถนัดและความสนใจของผู้เรียน โดยการวางแผนการประกอบอาชีพอย่างเป็น ระบบ รู้จักเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีเหมาะสมกับงานอย่างคุ้มค่า เพื่อการมีรายได้ระหว่างเรียน และเป็น แนวทางในการประกอบอาชพี สุจริตในอนาคต มีเจตคติท่ีดีต่องานอาชีพสุจริตในท้องถ่ิน ขยัน ซ่ือสัตย์ อดทน ม่งุ ม่ันในการทำงาน และอยอู่ ย่างพอเพียง นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมส่งเสริมอาชีพ จำนวน - ช่ัวโมงต่อ ปีการศกึ ษา 4.8 กิจกรรมพัฒนาสุนทรียภาพ เป็นกิจกรรมส่งเสริมการพัฒนาด้านศิลปะ ดนตรี กีฬา นันทนาการ หรือกิจกรรมอื่นตามความถนัดและสนใจ สร้างผลงานตนเองรวมทั้งมีความชื่นชม และเห็นคณุ ค่าในผลงานผู้อื่น ซี่งส่งผลตอ่ การพัฒนาด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และสงั คม สง่ เสรมิ ใหผ้ ู้เรียนรูจ้ ักและเขา้ ใจตนเอง กลา้ แสดงออก มีความเช่ือมั่นในตนเอง และดำรงชีวิตได้อย่างมี ความสขุ นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน เข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาสุนทรียภาพ จำนวน 80 ช่ัวโมง ต่อปีการศึกษา แนวทางการประเมินกจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น โรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แมฮ่ ่องสอน กำหนดเกณฑ์การประเมินกิจกรรมพัฒนาผ้รู ียน และมีผลการประเมนิ ผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามทโ่ี รงเรียนกำหนด ในระดับประถมศกึ ษา ดังน้ี กิจกรรมแนะแนว นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคน ต้องเข้าร่วมกิจกรรมแนะแนว จำนวน 40 ชั่วโมงต่อปกี ารศึกษา

160 กิจกรรมนกั เรยี น  กิจกรรมลกู เสือ/ยุวกาชาด นักเรยี นระดับมัธยมศกึ ษาทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรม ลูกเสือ/ยุวกาชาด ตามโครงสร้างเวลาเรียน มัธยมศึกษาจำนวน 40 ชั่วโมงต่อปีการศึกษาและมีผล การประเมนิ ในระดบั ผ่านเกณฑ์การประเมินระดบั “ผ่าน” ขึ้นไปหรือตามที่โรงเรยี นกำหนด  กิจกรรมชุมนุม นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคนต้องเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม ตามโครงสร้างเวลาเรียน มัธยมศึกษาจำนวน 40 ช่ัวโมงและมีผลการประเมินต่อปีการศึกษา ใน ระดับผ่านเกณฑ์การประเมนิ ระดบั “ผ่าน” ขน้ึ ไปหรอื ตามที่โรงเรยี นกำหนด กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ นักเรียนระดับมัธยมศึกษาทุกคนต้อง เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ตามโครงสร้างเวลาเรียน มัธยมศึกษา จำนวน 10 ชว่ั โมงตอ่ ปีการศึกษา และมผี ลการประเมนิ ระดบั “ผ่าน” ขึ้นไปหรอื ตามท่โี รงเรียนกำหนด กิจกรรมทักษะการดำรงชีวิต นักเรียนมัธยมศึกษาทุกคน ต้องเข้าร่วมกิจกรรม ทักษะการดำรงชีวิต จำนวน 8 กิจกรรม ตามโครงสร้างเวลาเรียน ประถมศึกษา จำนวน 2,620 ชว่ั โมงต่อปีการศึกษา และมผี ลการประเมินระดบั “ผ่าน” ข้นึ ไปหรือตามทีโ่ รงเรียนกำหนด การจดั การศึกษาระดับมัธยมศกึ ษา หลักสูตรโรงเรียนศึกษาสงเคราะห์แม่ฮ่องสอน การจัดการศึกษาระดับมัธยมศึกษาใน ชว่ งแรกของการศกึ ษาภาคบงั คับ มุ่งเน้นทักษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร กระบวนการเรียนรู้ทางสังคมและพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ สังคมและ วัฒนธรรม โดยเนน้ จดั การเรียนรู้แบบบูรณาการ เกณฑก์ ารจบการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษา โรงเรยี นศึกษาสงเคราะหแ์ ม่ฮ่องสอน กำหนดเกณฑก์ ารจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษา ดงั น้ี 1. ผู้เรียนต้องเรียนรายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน 5,040 ชั่วโมง และรายวิชาเพ่ิมเติม จำนวน 240 ช่ัวโมง ตามโครงสร้างเวลาเรียนมัธยมศึกษาและมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน และรายวชิ าเพิ่มเติม ผา่ นเกณฑท์ กุ รายวิชาหรือตามที่โรงเรียนกำหนด 2. ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมินระดบั “ผา่ น” ขึ้นไป หรือตามทีโ่ รงเรียนกำหนด 3. ผเู้ รียนมผี ลการประเมินคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผ่านเกณฑ์ การประเมนิ หรอื ตามท่ีโรงเรยี นกำหนด

161 4. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและได้รับการตัดสินผลการเรียน “ผ่าน” ทุกกจิ กรรม หรอื ตามทโ่ี รงเรียนกำหนด 6. ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมเพ่ิมเติม (กิจกรรมทักษะการดำรงชีวิต) และมีผลการ ประเมินผา่ นเกณฑก์ ารประเมินตามท่โี รงเรียนกำหนด

162 ภาคผนวก

คณะผจู้ ัดทำหลักสูตรโรงเรยี นศกึ ษาสงเคราะหแ์ ม่ฮอ่ งสอน ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช 2551 (ฉบับปรับปรงุ พุทธศกั ราช 2564) ท่ปี รกึ ษา ทบั น้อย ผูอ้ ำนวยการ ทวานุรักษ์ รองผู้อำนวยการ 1. นางศรัญญา แสงโรจน์ รองผู้อำนวยการ 2. นายสวสั ด์ิ กณั ทวีชยั รองผ้อู ำนวยการ 3. นายเอกชยั เรอื นคำ รองผ้อู ำนวยการ 4. นายณเรศ 5. นางอารรี ักษ์ คณะกรรมการดำเนนิ งาน 1. นางจรี วรรณ ทวานรุ ักษ์ ประธานกรรมการ กรรมการ 2. นางสายใจ ตา่ ดู กรรมการ กรรมการ 3. นายฆอ้ งชัย กนั ยวมิ ล กรรมการ กรรมการ 4. นางปารชิ าติ มงั กรณ์ กรรมการ กรรมการ 5. นายสุรพล แก้วอรา่ มยิ่ง กรรมการ กรรมการ 6. นางสาวรัตณี คำสังวาลย์ กรรมการ กรรมการ 7. นางพิชญส์ ติ า ภทั รเสถียรกติ ต์ กรรมการ กรรมการ 8. นางสาวปราหนนั บวั วัฒนา กรรมการ กรรมการ 9. นายสมนกึ แสนปวน กรรมการ กรรมการ 10. นายสงวนศักดิ์ ศรวี ิชัย กรรมการ กรรมการ 11. นายศุภษร วงษร์ ุณ 12. นางสาวอนญั ญา รนกรวรญั ชติ 13. นายปารวลักษณส์ วสั ตียา หอมสมบัติ 14. นางจิราภรณ์ แสนปวน 15. นายณรงค์ชัย โชคอรณุ 16. นายเสกสรร ใจประเสริฐ 17. นางสาวอาพนั ธช์ นก ศริ งิ าม 18. นายปรยี ะพงษ์ นาวนั 19. นางสาวกชพร คิดดี 20. นางวณัฐ หอมนาน

21. นายภกั ดภ์ิ ณ ชัยบรุ ณ์ กรรมการ 22. นางสาวอรณชั ชา สมบตั ิ กรรมการ 23. นางสาวจิราภรณ์ บญุ เรือนยา กรรมการ 24. นางสาวพมิ พ์อารยา ดวงจันทร์ กรรมการ 25. นายจำลอง เสารีย์ กรรมการ 26. นางสาวสรอ้ ยทพิ ย์ ทพิ วรรณ์ กรรมการ 27. นางสาวณัฐลภสั คำปิดทอง กรรมการ 28. นางสาวศภุ ารตั น์ ไชยคำรอ้ ง กรรมการ 29. นางสาวอัมรตั น์ ภญิ ญาพันธ์ กรรมการ 30. นางสาวนนั ทิชา วงศน์ อ้ ย กรรมการ 31. นางสาวพรทิพย์ นชุ จิโน กรรมการ 32. นางศศุ ิรา จนี าคำ กรรมการ 33. นายกัมพล พิชติ วงค์ กรรมการ 34. นายอธิคม สธุ รรม กรรมการ 35. นางสาวนิษฐา จฑุ าศลิ ป์ กรรมการ 36. นางกชพร มนต์บุบผา กรรมการ 37. นายสหรฐั สมุ าลี กรรมการ 38. นายรชั พงษ์ อัมพรคีรีมาศ กรรมการ 39. นายณชั พสิ ิษฐ์ ไชยเสน กรรมการ 40. นายอภวิ ิชญ์ แก้วอรา่ มยง่ิ กรรมการ 41. นางสาวภาวรยี ์ อนโุ ลม กรรมการ 42. นางสาวจฑุ ารัตน์ ปฐมสกลุ ไพร กรรมการ 43. นางสาวอารยา สขุ าวรรณ กรรมการ 44. นายปรวติ แดงสุภา กรรมการ 45. นางสาวดาวเรอื ง คีรสี ภุ าสิน กรรมการและเลขานุการ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook