กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explain Expand Evaluate Engage Explore เปาหมายการเรยี นรู 1. สามารถเขยี นรายงานเชงิ วิชาการเรื่องทส่ี นใจ ตอนท่ี ๑๒ โดยมีองคป ระกอบ หลกั การเขียน และการ อางอิงท่ีถกู ตอ ง ครบถวน 2. เขียนบันทกึ ความรทู ไี่ ดจากการอา น การฟง และการดู โดยบนั ทึกสาระสาํ คัญครบถวน พรอมระบุแหลง ท่ีมาไดถูกตอ ง 3. มมี ารยาทในการเขยี น สมรรถนะของผเู รียน 1. มวี นิ ัย 2. ใฝเรยี นรู 3. มุงมนั่ ในการทาํ งาน คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค òหน่วยกำรเรยี นรทู้ ่ี การเขียนเปนทักษะทาง 1. ความสามารถในการสือ่ สาร ภาษาที่มนุษยใชเพื่อสื่อสารขอมูล 2. ความสามารถในการคิด ความรู อารมณค วามรูสึก จนิ ตนาการจาก 3. ความสามารถในการแกไขปญ หา ผเู ขยี นไปยงั ผอู า นดว ยจดุ ประสงคท แี่ ตกตา งกนั 4. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี เชน เผยแพรความรู สรางความเขาใจท่ีถูกตอง โนมนาวใจใหเช่ือถือ คลอยตาม สิ่งสําคัญท่ีสุดคือ กระตนุ ความสนใจ Engage เนอ้ื หาสาระทนี่ าํ มาถา ยทอดตอ งมคี วามถกู ตอ งแมน ยาํ นาเชอ่ื ถอื รวมถงึ ใชรปู แบบและถอยคําเหมาะสมถูกตอ ง ตามหลักไวยากรณ ครูนําเขาสูหนวยการเรียนรู โดยใชภ าพประกอบ การเขยี นเพอ่ื สอ่ื สาร หนาหนวยกระตุนความสนใจ และเปนประเด็น ของคําถาม ตวั ช้ีวดั สำระกำรเรยี นรู้แกนกลำง • ภาพประกอบหนาหนว ยทน่ี ักเรยี นเหน็ • เขยี นสอื่ สารในรปู แบบต่างๆ ไดต้ รงตาม • การเขยี นสอ่ื สารในรูปแบบต่างๆ มีความเกยี่ วของกบั การเขียนเพอ่ื สอ่ื สาร วัตถุประสงค์ (ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑) • การเขียนรายงานเชงิ วิชาการ อยางไร • การเขยี นอ้างองิ ขอ้ มลู สารสนเทศ (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถแสดงความคดิ เหน็ • เขียนรายงานการศกึ ษาคน้ คว้าเร่ืองท่สี นใจ • การเขียนบันทึกความรู้จากแหล่งเรยี นรทู้ ห่ี ลากหลาย ไดอ ยา งอิสระ เชน คอมพวิ เตอรเปน อุปกรณ ตามหลกั การเขยี นเชิงวชิ าการและใช้ข้อมูล • มารยาทในการเขียน อเิ ล็กทรอนกิ สท ่ชี วยใหก ารเรยี บเรยี งเน้อื หา สารสนเทศอา้ งอิงอย่างถูกต้อง (ท ๒.๑ ม.๔-๖/๖) สาระของรายงาน มคี วามเปน ระบบ ระเบยี บ) • บันทกึ การศึกษาคน้ คว้าเพือ่ น�าไปพฒั นาตนเอง อยา่ งสม่�าเสมอ (ท ๒.๑ ม.๔-๖/๗) 5•8 มีมารยาทในการเขยี น (ท ๒.๑ ม.๔-๖/๘) เกรด็ แนะครู การเรยี นการสอนในหนว ยการเรียนรู การเขยี นเพื่อสอ่ื สาร เปาหมายสําคญั คอื นักเรียนมีความรู ความเขาใจเก่ียวกับกระบวนการเรยี บเรียงรายงานเชงิ วิชาการ เพื่อใหเกดิ องคความรรู วบยอด นาํ ไปสูก ารเรยี บเรียงรายงานเชิงวชิ าการโดยมี องคป ระกอบท่ีครบถวน ถูกตอ ง ไดดว ยตนเอง การจะบรรลุเปาหมายดงั กลา ว ครูควรออกแบบการเรียนการสอนดวยวธิ ีการ แบงกลมุ คน ควา แตละกลุมคน ควาประเด็นหลกั ซึ่งเปนประเดน็ เดยี วกัน โดยศึกษา ในเชงิ ลกึ และรอบดา น เพอื่ นาํ ขอ มลู มาอธบิ ายความรใู นชน้ั เรยี น โดยใชก ารซกั ถาม โตแ ยง สนับสนุน หรือเสนอประเด็นใหมของนกั เรียน คัดกรองใหไดอ งคความรูท่ี ถูกตองครอบคลมุ ภายใตก ารสังเกตการณ การเปดประเด็น และการตัง้ คําถาม ของครู จากน้นั จึงมอบหมายภาระช้ินงานใหนักเรยี นปฏบิ ัติเปนรายบคุ คล การเรียนการสอนในลกั ษณะนจี้ ะชวยฝกทกั ษะการทาํ งานอยางเปน ระบบใหแ ก นักเรียน นาํ ไปปรบั ใชใ นชีวิตประจาํ วนั ไดอยางเหมาะสม 58 คูมอื ครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Evaluate Engage Expand Engage กระตนุ ความสนใจ ๑. กกาารรเขเียขนียรานยงรานาเชยิงงวิชาากนาร1เ ชเปงิ ็นวงาชิ นาเขกียนาทรี่มีจุดมุ่งหมายเพ่ือรายงานผลการศึกษา เมื่อครเู รมิ่ ตน การเรยี นการสอนดว ยวธิ กี าร ตงั้ คาํ ถาม จากนนั้ ครคู วรใหค าํ นิยามของคําวา “การเขยี นเชงิ วชิ าการ” แกน กั เรยี น โดยยกตวั อยา ง คน้ ควา้ ในเรอื่ งใดเรอ่ื งหนง่ึ โดยเฉพาะอยา่ งละเอยี ดและเรยี บเรยี งอยา่ งมรี ะเบยี บแบบแผน การเขยี น ประกอบใหเห็นชัดเจน แลว ต้งั คําถามวา รายงานเชิงวิชาการควรมีส่วนประกอบของรายงานครบถ้วนและมีข้ันตอนในการเขียนตามล�าดับ เพ่อื ใหไ้ ดร้ ายงานทีถ่ ูกตอ้ งและชัดเจน • จากคาํ นิยามทนี่ ักเรียนไดฟ ง ส่งิ ใดมคี วาม สําคัญทสี่ ดุ สาํ หรับการเขยี นเชิงวิชาการ ๑.๑ สว่ นประกอบของรายงานเชงิ วชิ าการ (แนวตอบ ส่ิงทม่ี ีความสาํ คัญทส่ี ุดของการ เขียนเชิงวชิ าการ คอื ความถกู ตองของ รายงานเชิงวิชาการประกอบด้วยส่วนสา� คัญ ๓ สว่ น ดังน้ี ขอ มูลที่นําเสนอ หรือใชในการอางอิง ๑) สว่ นหนา้ หมายถงึ สว่ นทอ่ี ยตู่ น้ เลม่ ของรายงาน กอ่ นถงึ เนอื้ เรอื่ ง มสี ว่ นประกอบ ดงั น้ี ขอมูลทน่ี ํามาใชใ นการเขียนเชงิ วชิ าการ ๑.๑) ปกนอก ควรมีรายละเอียดตา่ งๆ ได้แก ่ ช่อื เรื่องของรายงาน ชอื่ ผู้เขยี นรายงาน จะตอ งเปน ขอ เทจ็ จรงิ หรอื ความรทู ไ่ี ดร บั การ ชอ่ื อาจารย์ผู้สอน ช่ือวชิ า ช่อื สถาบัน ภาคการศึกษา และปกี ารศึกษา พิสูจนว าถูกตอ งแลว เปนจรงิ ตามหลกั วิชา ๑.๒) ใบรองปก เป็นกระดาษเปลา่ ๑ แผ่น ท่คี ั่นอยู่ระหวา่ งปกนอกและปกใน นอกจากขอมูลท่ีถูกตองแลว รูปแบบ ๑.๓) ปคำ�กนในำ�2 เมปขีน็ ้อกคาวรบามอเกหใหมผ้ืออู้นา่ปนกไนดอท้ กรทาบุกวปา่ ร ะผกรู้ าารยงานมจี ดุ ประสงคอ์ ยา่ งไร เหตใุ ดจงึ องคประกอบ หลักการเขียน และการอา งองิ ๑.๔) กน็ บั เปน สงิ่ สาํ คญั สาํ หรบั การเขยี นเชงิ วชิ าการ) เลอื กคน้ ควา้ หวั ขอ้ น ี้ ซง่ึ การศกึ ษาคน้ ควา้ ไดร้ บั ความร ู้ ไดร้ บั ความอนเุ คราะหจ์ ากใคร และตอ้ งการ ขอบคณุ ใครบ้าง • การนําเสนอขอมูลที่ผดิ พลาดในการเขียน ๑.๕) สำรบัญ เปน็ การจดั ล�าดับเน้ือหาว่านา� เสนอไวใ้ นหน้าใด โดยการนบั หนา้ จะเร่ิม เชิงวิชาการสงผลอยางไร ตง้ั แตบ่ ทแรก หรอื ความนา� เปน็ หนา้ ๑ แตส่ ว่ นมากจะเวน้ ไม่ใสเ่ ลขหนา้ ไว ้ เปน็ ทที่ ราบกนั วา่ หนา้ แรก (แนวตอบ การนาํ เสนอขอมลู ที่ผิดพลาด บทแรกคอื หน้า ๑ คลาดเคลอ่ื นในการเขยี นเชงิ วชิ าการ ๒) ส่วนเน้อื หา หมายถงึ ส่วนท่อี ยตู่ ่อจากส่วนหนา้ เปน็ ส่วนที่ส�าคญั ทีส่ ดุ ของรายงาน3 สง ผลเสยี ตอ การตอ ยอดองคค วามรู กลา วคอื เพราะจะครอบคลมุ เนอื้ หาท้ังหมดของรายงาน ประกอบดว้ ยสว่ นตา่ งๆ ดงั นี้ หากมีผูนาํ ขอ มลู ไปใช หรอื นําไปอา งอิงตอ ๒.๑) บทนำ� คือ ส่วนที่เขยี นอธบิ ายเน้อื หาอยา่ งกวา้ งๆ เพ่ือเป็นการนา� ผอู้ า่ นเขา้ สู่ อาจกอ ใหเ กิดความเขาใจทีไ่ มถูกตอง และ เนอ้ื เร่อื งหรอื เนื้อหาของรายงานท�าให้ผ้อู ่านเขา้ ใจในเบื้องตน้ หากมกี ารนาํ ไปเผยแพรในวงกวา งอาจกอ ให ๒.๒) เนอ้ื เรอ่ื ง คอื สว่ นทเ่ี สนอเรอ่ื งราวสาระทง้ั หมดของรายงานตามลา� ดบั ของหวั ขอ้ เกดิ ความเสยี หายตอ วงวชิ าการนนั้ ๆ ได) ที่ระบุไว้ในหน้าสารบัญ การเสนอเนื้อเรื่องอาจแบ่งออกเป็นบทหรือตอนต่างๆ เพื่อช่วยให้ผู้อ่าน เหน็ ประเดน็ สา� คญั ของเนอื้ ความตามลา� ดบั และตอ่ เนอื่ งกนั สว่ นการทจี่ ะแบง่ ออกเปน็ บทหรอื ตอน • การเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการใหป ระโยชนใ ดตอ ขนึ้ อยกู่ บั ลกั ษณะความสน้ั ยาวของเนอื้ เรอื่ ง ถา้ เปน็ รายงานขนาดสนั้ ไมจ่ า� เปน็ ตอ้ งแบง่ เปน็ บทหรอื นกั เรยี นมากกวา คะแนนซง่ึ จะไดร ับจากครู ตอนก็ได ้ แต่ควรแบ่งตามหัวข้อสา� คญั ๆ ของเนอ้ื เร่อื งใหเ้ หมาะสม หากเป็นรายงานขนาดยาวควร (แนวตอบ การเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ แบ่งเปน็ บทหรือตอน เพือ่ ใหเ้ นอื้ เรื่องมีความชดั เจน ทาํ ใหเ รยี นรกู ระบวนการทาํ งานอยา งเปน ระบบ การวางแผน การคนควาขอมูลอยางมี 59 วจิ ารณญาณ การทาํ งาน และการยอมรับฟง ความคดิ เหน็ ของผูอ ่นื มีความรอบรู รจู กั คิด พจิ ารณาตัดสินปญ หาตางๆ ไดถูกตอ ง และ มเี หตผุ ล) ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นกั เรยี นควรรู ขอใดใหค วามหมายของรายงานเชิงวิชาการไดถ ูกตอ งมากท่สี ุด 1 การเขียนรายงานเชิงวิชาการ ผูเขียนจะตองใหความสําคัญกับขอมูลท่ีนํามา 1. การเสนอความรพู รอ มกับความบนั เทงิ เผยแพร จะตอ งเปน ขอ มลู ทถี่ กู ตอ ง ผา นการศกึ ษาตามหลกั สาขาวชิ า และไดร บั การ 2. การเสนอความรู และขอ คดิ เห็นของตนเอง ยอมรบั ในวงวชิ าการ เพราะการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการมคี วามสาํ คญั ในแงข องการ 3. งานเขยี นท่ีเกิดจากการนาํ ขอ มูลหลากหลายประเภทมาเรยี บเรียง ปลูกฝง ความรใู หแกท รัพยากรบคุ คลของประเทศ 4. งานเขียนที่มจี ุดมงุ หมายเพ่ือรายงานผลการศกึ ษาในหวั ขอ ใด 2 คาํ นํา การเขยี นคํานําในรายงานเชิงวิชาการ ควรเขยี นเม่อื รายงานเกือบเสรจ็ สมบูรณ เพราะจะมีขอมลู ในการเขยี นมากกวา ท้ังน้คี าํ นําไมควรมีความยาวเกนิ หวั ขอ หน่ึง 2 หนา กระดาษ วเิ คราะหค ําตอบ รายงานเชิงวิชาการ คือ งานเขียนทม่ี ีจดุ มงุ หมาย 3 เปนสวนท่ีสาํ คัญที่สดุ ของรายงาน (สว นเน้ือหา) ซ่ึงจะอยูตอ จากสวนหนา เพอื่ รายงานผลการศกึ ษาคน ควา ในหวั ขอ ใดหวั ขอ หนงึ่ โดยมหี ลกั วชิ า เปนสวนทส่ี าํ คัญทสี่ ดุ เพราะครอบคลมุ เน้ือหาท้ังหมดของรายงานตามโครงเรอ่ื งท่ี รองรบั เขยี นเรยี บเรยี งอยางมีระบบแบบแผน เปน สาํ นวนภาษา กําหนดไว อาจจดั ทําเปนบท แตถ า มีเนอ้ื หาไมมาก อาจเพียงแบง ตามหัวขอ สําคญั ในเน้อื เร่อื ง ของตนเอง มีสว นประกอบตางๆ ของรายงานครบถว น ดังนั้น จงึ ตอบขอ 4. คูมือครู 59
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explain Expand Evaluate Explore สาํ รวจคน หา Explore แบงนักเรียนออกเปนกลุมๆ โดยแตล ะกลุม นอกจากน ้ี ในเนอื้ เรอื่ งยงั มสี ว่ นประกอบท่ีทา� ใหเ้ น้ือหาของรายงานนา่ เช่อื ถอื มากข้ึน มสี มาชิกในจาํ นวนเทา ๆ กนั จากน้ันใหจ ดั โตะ เรยี น ไดแ้ ก ่ อัญประภาษและเชงิ อรรถ เปน วงกลม และนง่ั หนั หนา เขา หากนั ครแู จกรายงาน เชิงวชิ าการ กลุมละ 2-3 เลม (คัดเลอื กรูปเลม (๑) อัญพจน์หรืออัญประภาษ คือ การยกค�าพูดหรือการคัดลอกข้อความจาก ท่ีสวยงาม มอี งคป ระกอบหรือสว นประกอบ เอกสารหรอื คา� พดู ของผอู้ นื่ มาอา้ งองิ โดยไมม่ กี ารเปลยี่ นแปลงขอ้ ความ ใชเ้ ครอ่ื งหมายอญั ประกาศคู่ ของรายงานชดั เจน ระบบการอางองิ ถกู ตอ ง) (“ ”) กา� กับไว ้ แลว้ บอกทีม่ า ปีท่ีพิมพ์ และเลขหนา้ หนังสอื นน้ั ไว้ในวงเล็บ ดงั ตัวอย่าง ใหน ักเรียนสังเกต พิจารณา รวมกนั ต้งั ขอคาํ ถาม บันทึกลงสมดุ ประจํากลุม ซึ่งขอคําถามเหลา นี้ “ในบรรดา ภาษาต่างประเทศที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกับเรา เห็นจะไม่มีภาษาใดเกิน จะนําไปสูก ารสบื คน เพื่อสรางองคความรเู กยี่ วกับ ภาษาบาลี-สันสกฤต ทง้ั น้เี พราะเรายืมคา� ภาษาทั้งสองมาใช้มากมาย ไมแ่ ตค่ า� ที่ใชใ้ นทางศาสนา กระบวนการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ ครคู วรให ฝา่ ยหนิ ยานทีน่ ับถอื อยู่ แมใ้ นภาษาท่ใี ช้พูดกันทุกวัน ก็มีค�าภาษาท้งั สองนมี้ าใช้อยู่ไม่นอ้ ย” เวลานกั เรยี นสาํ หรบั การปฏบิ ตั ขิ นั้ ตอนน้ี กลมุ ละ 20 นาที จากนั้นสอบถามแตละกลมุ เก่ียวกบั (บรรจบ พนั ธเุ มธา ๒๕๒๓: ๑) ขอคําถาม ขอ สงสัยท่ีบนั ทึกได เพอ่ื ตรวจสอบวา ขอสงสัยครอบคลมุ กระบวนการเขียนรายงาน อ้างองิ หรอื อธบิ ายค(๒า�1 )ข เ้อชคิงวอารมร ถห ครอืือเ รข่ืออ้ งครวาาวมทสอี่ ่วยนู่ในหหนนง่ึ ใ้านเดเนยี ื้อวเกรนัือ่ งโ ดบยอเกขทยี ม่ีนาแขยอกงจขาอ้กคสว่วานมเนท้อืีย่ เกรมอื่ าง เชิงวชิ าการหรือไม หากพบวา ยังไมครอบคลุม ด้วตยกัวอารยขา่ ีดง เส้นเชคงิ่ันอจรารกถขออ้าบงอซิง2า้ ยมาขวาประมาณครึง่ หนา้ กระดาษ ควรสรุปประเดน็ ดังตอไปนี้ “โคลงนิราศสุพรรณ นอกจากจะเป็นเรื่องน�าเที่ยวท่ีดีเลิศ น�าผู้อ่านท่องเที่ยวล่องเรือ • รายงานเชงิ วิชาการมคี วามสําคัญอยางไร ตามนายพดั นายตาบ และคนอน่ื ไปตามคลองมหานาค เมอ่ื ผา่ นวดั สระเกศ ทา� ใหเ้ ราทราบวา่ เคยมี หรอื ทําไมตองเขียนรายงานเชิงวิชาการ โรคระบาดเกดิ และมคี นเอาศพไปทง้ิ ไวท้ ว่ี ดั สระเกศ ซงึ่ ตง้ั อยทู่ ต่ี า� บลนางเลงิ้ ซง่ึ มแี รง้ มากนิ ศพมาก (นางเล้ิงมาจากอแี รง้ แลว้ กลายเปน็ อเี ลิง้ ในทีส่ ดุ )”๑ • รายงานเชิงวิชาการเลมหนึ่งๆ ควรมี สว นประกอบหรอื องคป ระกอบใดบาง ______________________________ จงึ จะถูกตองตามหลกั วชิ า ๑ ภญิ โญ ศรีจ�าลอง. ๒๕๔๙. ท่องโลกกวี เทิดอกั ษรสนุ ทรภ.ู่ (กรงุ เทพมหานคร: บา้ นภญิ โญ), หนา้ ๖๔. • การเขียนรายงานเชงิ วชิ าการครัง้ หนึง่ ๆ มขี ัน้ ตอนการปฏบิ ตั อิ ยางไร ตัวอยา่ ง เชิงอรรถเสริมความ3 • ขอ มลู ประเภทใดบา ง ทสี่ ามารถนาํ มาใช “คดิ วา่ ผกู้ า� หนดชอื่ ศกั ราชจะคา� นงึ ถงึ เวลาการเกดิ ของศกั ราชทงั้ สองนเี้ ปน็ หลกั โดยทเ่ี อาวา่ อา งองิ หรอื ประกอบการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ มหาศักราชเป็นศักราชซ่ึงเกดิ ก่อน สว่ นจลุ ศกั ราชเป็นศักราชท่เี กดิ ภายหลงั ”๑ และมีวธิ กี ารคน ควา แยกแยะ สังเคราะห และบันทึกอยางไร ______________________________ • ควรใชส าํ นวน ภาษาอยา งไร จงึ จะเหมาะสม ๑ ตามเกณฑ์ถือมหาศักราชเกิดภายหลังพุทธศักราช ๖๒๑ ปี หรือ ๖๒๒ ปี ส่วนจุลศักราชเกิดหลัง สาํ หรับการเขยี นรายงานเชิงวชิ าการ พุทธศักราช ๑๑๘๑ หรือ ๑๑๘๒ หรอื หลังมหาศกั ราช ๕๖๐ ปี เม่ือพบวา ขอ สงสยั ของนกั เรียนอยใู นขอบขาย 60 ครคู วรมอบหมายใหส บื คนความรูรวมกัน เพอ่ื นํา ขอมลู ทีเ่ ปน ประโยชนมาอธบิ าย อภปิ ราย ซกั ถาม โตต อบกันภายในช้ันเรยี น นักเรียนควรรู ขอสอบ O-NET ขอ สอบป’52 ออกเกย่ี วกบั การใชภ าษาในการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ 1 อธิบายคาํ คอื การเขียนไขความ ขยายความ หรอื เขยี นชี้แจง ซงึ่ เปนการเขียน รายงานเชิงวิชาการสว นใดใชภาษาไมเหมาะสม ที่มุงใหผูอานเขาใจเรื่องราวใดเรื่องราวหน่ึงอยางถูกตองชัดเจน โดยมุงที่จะบอกวา 1) พรกิ เปน สมนุ ไพรทคี่ นไทยทกุ คนรจู กั ด/ี 2) นกั วจิ ยั พบวา พรกิ มี ส่ิงนั้นๆ มีลักษณะ มีสภาพหรือขอเท็จจริงเปนอยางไร ซ่ึงผูเขียนใหรายละเอียด สารแคปไซซนิ สงู สารน้มี ีฤทธใ์ิ นการลดความเจ็บปวด/3) และชวย เหตผุ ลที่ชัดเจน นา เชือ่ ถือ ระบบการยอ ยและการไหลเวียนของโลหิต ปอ งกันโรคหวั ใจ 2 เชิงอรรถอางอิง คือ เชิงอรรถทใ่ี ชบ อกแหลงทม่ี าของขอความทนี่ าํ มาเปน โรคมะเร็ง/4)ตอนหลงั นกั วจิ ัยก็พบอีกวา สารตวั นม้ี ีผลในเรื่อง หลักฐานประกอบการเขยี นรายงาน เพอื่ แสดงวาสง่ิ ที่นาํ มาอา งอิงในรายงานนัน้ การเผาผลาญไขมัน ทาํ ใหช วยลดน้ําหนกั ตัวไดด ี ไมไดกลา วขน้ึ อยางเลือ่ นลอย 1. สวนท่ี 1 2. สวนที่ 2 3 เชงิ อรรถเสรมิ ความ หรอื เชงิ อรรถอธิบาย เปนเชิงอรรถซึง่ ใชอ ธิบายความ 3. สว นท่ี 3 4. สว นที่ 4 ทผ่ี เู ขยี นรายงานคดิ วา เปน ประโยชนต อ ผอู าน โดยอาจเปนคํานยิ าม ความหมาย วเิ คราะหค ําตอบ การใชภาษาในรายงานเชิงวิชาการควรอยู ของคาํ ศัพทท่ีผูทาํ รายงานตอ งการใหผูอ านทราบเพ่ิมเตมิ ในระดับท่ีเปน ทางการ ไมควรใชคําท่ีจะลดความนา เช่ือถือของ รายงาน จากตวั เลอื กทก่ี าํ หนด สว นที่ 4 ปรากฏคาํ ทไ่ี มเ หมาะสม คอื คําวา “ตอนหลงั ” ดงั นน้ั จึงตอบขอ 4. 60 คูม ือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ตัวอย่าง เชงิ อรรถโยง1 นักเรยี นน่งั ประจาํ กลุมในลักษณะวงกลม จากน้นั ครูชวนสนทนาเกีย่ วกบั สวนประกอบของ ...ผู้ประกอบการด้านอุตสาหกรรมจ�าเป็นต้องปฏิบัติตามข้อก�าหนดของกระทรวง รายงานเชงิ วชิ าการ โดยใหน กั เรยี นประมวลความรู อุตสาหกรรม๑ ความเขาใจเดิมเพ่ือรวมสนทนากับครู จากนั้น ขออาสาสมคั รกลมุ นกั เรยี น จาํ นวน 1 กลมุ ออกมา ______________________________ อธบิ ายความรูเกย่ี วกบั สว นประกอบของรายงาน เชิงวชิ าการท่ีไดจ ากการสืบคนรวมกบั เพ่อื น ๑ดูรายละเอยี ดในภาคผนวก ข โดยกลมุ อาสาสมัครตอ งมั่นใจวา ขอ มลู ท่กี ลุม จะนาํ เสนอมีความถูกตอ ง และครบถว น หากเพอ่ื น ๒.๓) บทสรุป คือ ส่วนท่ีเขียนย้�ำหรือน�ำเสนอประเด็นส�ำคัญของเน้ือหำ อำจมีกำร กลมุ ใดกลมุ หนง่ึ สามารถโตแ ยง ในขอ มลู ทไี่ มถ กู ตอ ง อภปิ รำยและให้ข้อเสนอแนะในกำรศึกษำคน้ ควำ้ เรอ่ื งน้นั ต่อไปด้วย ได คะแนนการอธบิ ายความรูจะเปน ของกลุม ๓) สว่ นท้าย หมำยถงึ สว่ นท่อี ยตู่ อนทำ้ ยเลม่ ของรำยงำน ประกอบด้วย บรรณำนกุ รม ซงึ่ ทําหนาทีไ่ ดสมบรู ณ ภำคผนวก อ๓ภ.ธิ๑ำ)น ศบพัรรทณ์ แานละุกดรัชม2น หี มำยถึง รำยชอื่ หนังสอื เอกสำร หรือแหลง่ อ้ำงอิงข้อมูลอื่นๆ เชน่ อนิ เทอรเ์ นต็ กำรสมั ภำษณ ์ เปน็ ตน้ ทผี่ เู้ ขยี นใชศ้ กึ ษำคน้ ควำ้ เพอื่ เปน็ ขอ้ มลู ในกำรทำ� รำยงำน (แนวตอบ รายงานเชิงวิชาการมีสว นประกอบ กำรเขยี นบรรณำนกุ รมจำกแหล่งอ้ำงองิ ตำ่ งๆ มดี ังน้ี หรือองคประกอบ สว นใหญๆ 3 สว น ไดแ ก สวนหนา สวนเน้ือหา และสวนทา ย หรือสว น (๑) หนงั สอื เล่ม ให้ระบ ุ ดงั นี้ อา งองิ โดยทสี่ วนใหญๆ ขา งตน จะมสี วนประกอบ ยอ ยๆ ดังน้ี สว นหนา คือ สวนท่อี ยตู นเลม ของ ช่ือผู้แต่ง. ปีที่พิมพ์. ช่ือหนังสือ. ครั้งท่ีพิมพ์. เมืองที่พิมพ์: ชื่อส�านักพิมพ์หรือโรงพิมพ์. รายงาน กอนทจ่ี ะเขาสูเน้อื เรื่อง ประกอบดว ย ดงั ตวั อยา่ ง ปกนอก ใบรองปก ปกใน คาํ นาํ สารบญั สว นเนือ้ หา คือ สวนที่อยถู ัดจากสวนหนา นําเสนอ มงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว, พระบาทสมเด็จพระ. ๒๕๔๘. บทละครค�ากลอนเรื่อง พระร่วง. สาระสาํ คญั ของรายงาน ประกอบดว ย บทนาํ เนอื้ หา พมิ พ์ครัง้ ท่ ี ๑๔. กรงุ เทพมหานคร: อกั ษรเจรญิ ทัศน.์ และสรปุ ซึ่งสว นเน้ือหาเปน สวนสาํ คัญทีส่ ุดของ รายงาน เพราะเปน สวนทเี่ สนอผลการศึกษาของ มนตรี ตราโมท. ๒๕๓๒. ลิลติ อหิ ร่านราชธรรม. กรงุ เทพมหานคร: บรรณกจิ . หัวขอท่เี ลือกจากความสนใจ หรอื สวนทีค่ รเู ปน ผกู าํ หนดใหท าํ สวนทา ย หรอื สวนอา งอิงเปน (๒) นติ ยสารหรอื วารสาร ให้ระบุ ดงั นี้ สว นแสดงหลักฐานหรือแหลงทม่ี าของขอ มลู ทใ่ี ช ประกอบการศึกษาคนควาและการเขียนรายงาน ชอ่ื ผแู้ ตง่ . ป,ี วัน เดอื น. ช่อื เรื่อง. ชอ่ื วารสาร. ปที ่ี (ฉบบั ที)่ , เลขหนา้ . ดงั ตวั อยา่ ง เปน สวนทมี่ ีความสําคัญ เพราะทาํ ใหร ายงาน ศันสนยี ์ วีระศิลป์ชัย. ๒๕๕๒, มถิ ุนายน. ความขัดขอ้ งพระทัยในรัชกาลที ่ ๕. ศิลปวัฒนธรรม. มคี วามนาเช่ือถอื และเปน การแสดงมารยาท ทางวิชาการของผูเ ขยี น) ๓๐(๘), ๔๔-๔๕. เม่อื กลมุ อาสาสมัครอธิบายความรแู ลวเสรจ็ (๓) หนงั สือพมิ พ์ ให้ระบุ ดังนี้ ครเู ปด โอกาสใหนกั เรียนกลุม อน่ื ๆ ซกั ถาม โตแยง และเสนอขอมูลท่ถี ูกตองเพิม่ เติม ช่ือผแู้ ต่ง. ปี, วนั เดือน. ชอื่ เรื่อง. ชื่อหนงั สอื พมิ พ์, เลขหน้า. ดังตัวอยา่ ง เพ็ญพิชญา เตยี ว. ๒๕๕๒, ๒๒ กุมภาพันธ.์ วิจัย...คณุ สมบตั ขิ องไพลเพ่ือสุขภาพในชอ่ งปาก. ไทยรัฐ, ๗. 61 ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT นกั เรยี นควรรู ขอใดใหคํานิยามคําวา “บรรณานุกรม” ไดถกู ตอ ง 1 เชงิ อรรถโยง หมายถงึ เชงิ อรรถทแ่ี จง ใหผ ูอานรายงานดูขอความทีเ่ กยี่ วของ 1. การอา งอิงขอ ความที่ยกมาจากหนังสือ หรือตําราตางๆ ทห่ี นาอนื่ ในรายงานเลมน้นั ๆ เพราะเนือ้ หาอาจจะสมั พันธหรือเกย่ี วเนอ่ื งกนั ชวย 2. การอธิบายคาํ ศพั ทซ ง่ึ ไมไดใชในชีวิตประจําวัน แตใชในรายงาน ใหเ ขาใจเน้อื หาในตอนนน้ั ไดดียงิ่ ขึน้ เพม่ิ ความสะดวกในการเรยี บเรียงของผูเขียน 3. สวนที่แสดงหลักฐานหรือแหลงท่มี าของขอ มูลที่ใชป ระกอบ และการอา นคนควา ของผูอาน 2 บรรณานุกรม เปนสวนอา งองิ ท่ปี รากฏในสวนทายของรูปเลมรายงาน การทํารายงาน การนาํ รายชื่อของแหลงขอ มลู อา งอิงในเนื้อหาทง้ั หมดทใ่ี ชประกอบการคนควา 4. เอกสารเสริมเพื่อใหรายงานมีความสมบรู ณย ง่ิ ข้ึน และผอู า น และเขียนรายงานมารวบรวมไวท ายเลม จัดเรียงตามลาํ ดบั ตวั อักษรชือ่ ผูแตง เชน ถาผแู ตง เปนคนไทยใหเ รียงช่ือตามลาํ ดบั พยัญชนะ ก-ฮ ถาเปน ชาวตา งประเทศ ไดร บั ประโยชน เรียงลําดับ A-Z ตัวอักษรตวั แรกของนามสกุล วเิ คราะหค าํ ตอบ บรรณานกุ รม หรอื สว นอา งองิ ซง่ึ ปรากฏในสว นทา ย ของรายงานเชิงวิชาการ โดยจะนาํ รายชอ่ื แหลงขอมลู ที่ใชป ระกอบ การคน ควา และเรยี บเรยี งรายงานมารวมกนั ไว โดยจัดเรยี งลาํ ดับ ตามตัวอักษรของชอ่ื ผูแตง ดังนัน้ จงึ ตอบขอ 3. คมู ือครู 61
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู การเรยี นการสอนในหวั ขอ การเขยี นสว นประกอบ (๔) กรณที ่ีไม่ปรากฏชื่อผูแ้ ต่ง ใหร้ ะบ ุ ดงั น้ี สวนหนา ของรายงานเชิงวชิ าการ กอนที่จะขออาสา สมัครกลุมนกั เรยี นออกมาอธิบายความรู ครคู วรใช ช่ือเร่ือง. ป,ี วนั เดอื น. ชื่อหนังสือพมิ พ์, เลขหนา้ . ดังตัวอยา่ ง ตวั อยา งรปู เลม รายงานทีแ่ จกใหน ักเรียนในตนคาบ เปนสื่อประกอบการเรยี นการสอนใหเ กดิ ประโยชน นา�้ มันจากขยะ. ๒๕๕๒, ๑๒ มกราคม. ขา่ ว1สด, ๕. สงู สดุ โดยใหน กั เรียนแตละกลมุ สํารวจวาขอมูลที่ (๕) การอา้ งองิ จากเวบ็ ไซต์ ใหร้ ะบ ุ ดงั น้ี จะตอ งระบุบนปกหนา ของรายงานมอี ะไรบาง โดยบันทกึ สิ่งท่สี าํ รวจไดลงสมุด เพ่ือใหม ีขอ มูล ชอ่ื ผ้แู ต่ง. ปที ลี่ งขอ้ มูล. ชอ่ื เรอ่ื ง. [ออนไลน์]. เขา้ ถึงได้จาก: แหล่งสารสนเทศ. (วนั ที่ค้นขอ้ มูล เพยี งพอสําหรบั การโตแยง หรือกลา วเสริมในกรณี : วนั เดือน ป)ี . ดังตวั อย่าง ที่กลมุ อาสาสมัครอาจกลาวไมครบถวน และยังเปน การรว มกนั เตมิ เตม็ องคค วามรใู หส มบรู ณ ครขู ออาสา Dr. Ou. 1998. โรคเอดส ์ (AIDS). [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ได้จาก: http://www.thaiclinic.com/ สมคั รนกั เรียน จาํ นวน 1 กลุม ออกมาอธบิ ายความรู hiv.html. (วันทค่ี น้ ข้อมูล: ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑). เกีย่ วกบั วธิ ีการเขียนสว นประกอบสวนหนาของ รายงานเชิงวชิ าการ โดยใชกตกิ าเชน เดยี วกับ การตา่ งประเทศ, กระทรวง. ๒๕๕๗. ๖๐ ป ี ปฏญิ ญาสากลวา่ ดว้ ยสทิ ธมิ นษุ ยชน. [ออนไลน]์ . การอธิบายความรู ในหนา 59 เข้าถึงได้จาก: http://www.mfa.go.th/humanrights/. (วันท่ีค้นข้อมูล: ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๕๗). (แนวตอบ สว นประกอบสวนหนา ของรายงาน เชิงวิชาการ ประกอบดว ย ปกนอก ใบรองปก ปกใน สรรพากร, กรม. ๒๕๕๒. ความรเู้ รอื่ งภาษ.ี [ออนไลน]์ . เขา้ ถงึ ไดจ้ าก: http://www.rd.go.th/ คาํ นาํ และสารบญั ซ่ึงสว นประกอบทจ่ี ะตอ งมกี าร publish/๒๘๖.๐.html. (วนั ท่คี น้ ข้อมูล: ๒ มิถนุ ายน ๒๕๕๘). ระบุรายละเอียด ไดแ ก ปกนอก ขอ ความท่ีปรากฏ บนปก คอื ชอ่ื ของรายงาน ชือ่ ผทู ํา หรอื คณะผูทํา (๖) การอ้างองิ จาก CD ใหร้ ะบ ุ ดังนี้ รายงาน เรยี งลําดบั ตามตวั อักษร หรือหมายเลข ประจาํ ตัว ชอ่ื รายวชิ า ภาคการศึกษา และสถาบนั ชือ่ ผู้จัดทา� . ป,ี วนั เดอื น. ชอ่ื เรอื่ ง. [ซีด-ี รอม]. รายละเอยี ดของการพมิ พ ์ (ถา้ มี). เขา้ ถึงไดจ้ าก: การศึกษา ปกใน ระบขุ อความเชนเดยี วกับปกนอก แหล่งสารสนเทศ. ดังตวั อย่าง คํานาํ ผเู ขยี นรายงานจะกลาวถึงวตั ถปุ ระสงค และ ขอบเขตของรายงาน ซ่ึงจะทําใหผ อู า น อานรายงาน ไทยประกนั ชร่วีวติม.เ ฉ๒ล๕ิม๔พ๙ร,ะ ธเกันียวราตคิมเน. ื่อตงาใมนรวอโรยกพา่อสอทย่ีพู่อรยะ่าบงพาทอสเพมียเดง็จ. พ[ซรีดะี-เรจอ้ามอ]ย. ู่หจดััว*ทท�ารขงคน้ึ รเพอ่อืง ไดเ ขา ใจยงิ่ ขึน้ นอกจากนยี้ งั อาจกลา วถึงปญหา สิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในพุทธศักราช ๒๕๔๙. เข้าถึงได้จาก: สายงานสื่อสาร อปุ สรรคตางๆ ในการทาํ รายงาน หรือเขียนขอบคณุ องคก์ ร บริษทั ไทยประกนั ชีวิต จา� กดั . ผูใหความสะดวกในการทาํ รายงานดว ยกไ็ ด สารบัญ เปนการเรียงลาํ ดบั หวั ขอ รายงานจากหวั หลกั หวั ขอ การเขยี นบรรณานกุ รมหรอื รายการอา้ งองิ ตอ้ งจดั เรยี งลา� ดบั รายการบรรณานกุ รมหรอื รอง ไปจนถงึ หัวขอ ยอ ยไวท างซายมือ และเขียนเลข รายการอา้ งอิงให้เรยี บรอ้ ยกอ่ นพมิ พ์ หลกั การเรียงลา� ดับรายการบรรณานกุ รมหรอื รายการอา้ งองิ หนา ของแตล ะหัวขอ ไวทางดา นขวามือ ซึ่งสารบัญ มีดังน้ี เปน สว นประกอบท่เี ขยี นหลังจากท่ีเขยี นเน้ือเร่อื ง ๑. แยกรายการบรรณานกุ รมหรอื รายการอา้ งองิ เปน็ ๒ ภาค คอื ภาษาไทยและภาษา และบรรณานกุ รมเสรจ็ แลว เพ่ือจะไดทราบวา แตละ ตา่ งประเทศ โดยจัดเรยี งภาษาไทยขน้ึ กอ่ น หวั ขอ เริ่มจากหนาใด) ผ๒ู้แ.ต ่งเรคยีนงไรทายยใกหา้เรรบียรงรชณ่ือา นชกุ ื่อรมสกหุลรอื รตาายมกลา�ารดอับา้ งออักงิ ษตรา มกลา-� ฮด2 บั ตอากั มษแรขบอบงพชจอื่ นผาแู้ นตุกง่ ร สมา� ฉหบรับบั ภาษาไทย ราชบณั ฑติ ยสถาน * “พระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั ” ในท่ีนห้ี มายถงึ พระบาทสมเด็จพระปรมนิ ทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช 62 นักเรยี นควรรู ขอ สอบ O-NET ขอ สอบป ’52 ออกเกี่ยวกับการเขียนอา งอิงแบบบรรณานกุ รม 1 การอา งองิ จากเว็บไซต การเขียนรายงานเชิงวชิ าการเม่อื ตองใชขอ มลู จาก รศ.ดร.สุนนั ท อญั ชลีนกุ ูล. 2548. ระบบคําในภาษาไทย. พมิ พ เว็บไซตป ระกอบการศกึ ษาคน ควา เรยี บเรียง จะตองคํานงึ ถงึ ความนา เชอ่ื ถือ ครง้ั ท่ี 2. กรงุ เทพฯ : โครงการเผยแพรผลงานวชิ าการ เปนสําคัญ เพราะสง ผลตอรายงานทเ่ี รียบเรียง คณะอักษรศาสตร จฬุ าลงกรณมหาวทิ ยาลยั 2 ตามลาํ ดบั อักษร ก-ฮ ในการจดั เรยี งบรรณานกุ รม ใหเ รียงตามลาํ ดับอกั ษร ขอใดไมจาํ เปน ตอ งใสไวในการเขยี นบรรณานกุ รมขางตน ตามแบบพจนานกุ รมฉบับราชบัณฑิตยสถาน โดยไมต อ งใสเ ลขลาํ ดับรายการ ให 1. คํานาํ หนาชือ่ ผแู ตง เรยี งลําดบั บรรณานกุ รมภาษาไทยไวกอน แลว ตอดว ยบรรณานกุ รมภาษาองั กฤษ 2. ครง้ั ท่ีพมิ พ ตามลาํ ดบั อกั ษร A-Z อกั ษรตวั แรกของนามสกลุ บรรณานกุ รมมปี ระโยชนม ากตอ ผอู า น 3. ปท พี่ มิ พ ในการคน ควาเพมิ่ เตมิ จากรายชื่อเอกสารท่ีรวมอยูใ นบรรณานกุ รม ดงั นั้น การ 4. หนว ยงานทพ่ี ิมพเ ผยแพร จัดเรียงบรรณานุกรมตามพจนานุกรม นอกจากจะเปนระบบยงั ชวยใหส ะดวกใน วเิ คราะหค าํ ตอบ รายงานเชิงวชิ าการท่ีมคี วามนาเช่อื ถือ การนําชอื่ ผูเ ขยี นไปคนควาเพม่ิ เตมิ อกี ดวย ควรมีการอางองิ แหลง ขอ มูลรปู แบบตางๆ การเขยี นอา งองิ แบบ บรรณานกุ รม ขอ มลู เกย่ี วกบั หนงั สอื ซงึ่ ไมม คี วามจาํ เปน ตอ งระบุ คอื คาํ นาํ หนาชอื่ ผูแ ตง ดงั น้ันจงึ ตอบขอ 1. 62 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู 1. กอนจะขออาสาสมัครกลมุ ตอ ไป ครเู ปดโอกาส ใหกลมุ อื่นๆ ซักถาม โตแยง สนบั สนนุ หรือ ตวั อยา่ ง การเขียนบรรณานกุ รม เสนอขอมลู รวมกนั สรปุ ความรู ความเขา ใจ ภาษาไทย เก่ียวกบั องคป ระกอบสว นตา งๆ ของรายงาน เชิงวิชาการ และวิธกี ารเขียนองคป ระกอบ กองเทพ เคลือบพณชิ กุล. ๒๕๔๒. การใชภ้ าษาไทย. กรงุ เทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติง้ เฮ้าส.์ สวนหนา ลงสมดุ ประจาํ กลุม เกษียร เตชะพรี ะ. ๒๕๕๑, ๒๕ เมษายน. ทุนนิยมโลกาภวิ ตั น:์ แรงงานและธรรมชาติ. มตชิ น, ๖. 2. ครูขออาสาสมัครนักเรยี น จํานวน 1 กลมุ น.ม.ส. (นามแฝง). ๒๕๕๒. จดหมายจางวางหรา�่ (ฉบบั สมบูรณ)์ . กรงุ เทพมหานคร: บรรณกจิ . ออกมาอธบิ ายความรูเ ก่ยี วกับการเขียน ปิ่น มาลากุล, ม.ล.. ๒๕๒๕. หัวใจสที อง. กรงุ เทพมหานคร: บรรณกิจ. สว นเนอื้ หาของรายงานเชงิ วชิ าการทไ่ี ดจ ากการ เปลอื้ ง ณ นคร. ๒๕๔๔. ประวตั วิ รรณคดไี ทย. พมิ พค์ รงั้ ท่ี ๑๒. กรงุ เทพมหานคร: ไทยวฒั นาพานชิ . สบื คนรวมกบั เพอื่ น __________.๒๕๕๐. สุนทรภู่ครูกวี: แกะรอยชีวประวัติ และผลงานของมหากวีสุนทรภู่. (แนวตอบ สวนเนอ้ื หาของรายงานเชิงวชิ าการ มีสว นประกอบยอ ย คอื บทนํา เนือ้ เรอ่ื ง และ พมิ พค์ ร้ังท่ี ๓. กรงุ เทพมหานคร: ขา้ วฟา่ ง. บทสรปุ โดยบทนํา ผเู ขยี นจะตอ งช้ีแจงเหตุผล วชิ าการ, กรม. (ม.ป.ป.). สอนใหส้ นุกเป็นสขุ กับการเรยี น. กรงุ เทพมหานคร: ครุ ุสภา. วัตถปุ ระสงคของการทํารายงานในหวั ขอ น้ันๆ ภัยธรรมชาติ. (ม.ป.ป.). [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก: http://www.cmmet.tmd.go.th/met/ ขอบเขตการศึกษา วธิ ีการคนควา รวมถงึ อธิบายเนอ้ื หาของรายงานโดยสังเขปเพือ่ ให natural_danger.php. (วันท่ีคน้ ขอ้ มลู : ๒๕ เมษายน ๒๕๕๑). ผอู านทาํ ความเขา ใจเบื้องตน นาํ เขาสเู นือ้ หา Dr. Ou. (1998). โรคเอดส์ (AIDS). [ออนไลน]์ . เข้าถงึ ได้จาก: http://www.thaiclinic.com/hiv. ของรายงาน สวนเน้ือเรอ่ื ง เปน สว นทีน่ ําเสนอ ผลการศึกษา คน ควา วิเคราะห วจิ ารณ ตาม html. (วันทค่ี น้ ขอ้ มูล: ๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑). วัตถุประสงค ขอบเขตของรายงาน ดาํ เนิน ภาษาองั กฤษ Aitchison, J. et al. 1997. Section E : Specificity and Compound Terms. In Thesaurus Construction and Use: A Practical Manual, 35-46. 3rd ed. London: Aslib. Australian Copyright Council. 2007. An Introduction to Copyright in Australia. [online]. Available: http://www.copyright.org.au/pdf/acc/infosheets_pdf/G010. pdf.(Access date: May 2, 2008). ตามโครงเรือ่ งทว่ี างไว หากเปนรายงานทม่ี ี Heyzer, N. 2008, 28 April. The Need to Rethink Energy Security. Bangkok Post, 11. ขนาดยาว ควรแบงเน้อื หาออกเปน บทๆ แตล ะ Knowledge Management. [n.d.]. [online]. Available: http//bprc.warwick.ac.uk/Kmweb. บทแบงเปน หัวขอ ใหญ หัวขอรอง หวั ขอยอ ย html. (Access date: July 3, 2002). แตถาเปนรายงานขนาดสั้น ไมจ าํ เปน ตอ ง ๓.๒) ภาคผนวก1 เป็นส่วนที่มีเพ่ิมเติมเพ่ือเสริมให้รายงานสมบูรณ์ย่ิงขึ้น แต่ไม่ใช่ แบง เปนบทๆ แตควรแบงแยกประเดน็ ใหผอู า น เน้ือหาโดยตรง อยู่ถัดจากบรรณานุกรม ลาํ ดบั ความเขา ใจเนอ้ื หาไดชัดเจน สว นบทสรุป ๓.๓) อภธิ านศัพท ์ (ถ้าม)ี คอื บัญชีค�าศพั ท์เฉพาะที่ไม่คอ่ ยแพรห่ ลายและนา� มาใชใ้ น ผูเขียนรายงานจะตอ งเขยี นยา้ํ หรอื เสนอ รายงาน ใหจ้ ัดเรยี งค�าศ2พั ท์เหลา่ น้ตี ามล�าดับอกั ษรพร้อมคา� อธิบายความหมาย ประเด็นสาํ คญั ของเนอื้ หาตามท่ีไดน ําเสนอไป ๓.๔) ดัชนี (ถ้ามี) คือ สารบัญสืบค้นเร่ืองอย่างละเอียดในรายงาน ให้เรียงค�าหรือ นอกจากน้ีควรเขียนขอเสนอแนะ หรือแนวทาง หวั ขอ้ เรอ่ื งตามล�าดบั อกั ษรแลว้ บอกเลขหน้าที่จะค้นไว้ สําหรับการศึกษาคน ควา หรือนําหวั ขอรายงาน น้ไี ปตอยอดเพม่ิ เติม) 3. ครูเปด โอกาสใหน กั เรยี นกลมุ อนื่ ทีไ่ มไดอ อกมา 63 นําเสนอ ซักถาม โตแ ยง สนับสนุน หรือเสนอ ประเดน็ ใหม จากนน้ั สรปุ ความความรทู ถี่ กู ตอ ง ลงสมดุ ประจาํ กลุม กจิ กรรมสรา งเสรมิ นกั เรียนควรรู นักเรียนเขียนสรปุ ความรู ความเขา ใจเก่ียวกบั กระบวนการ 1 ภาคผนวก คอื สว นประกอบนอกเหนอื จากเนอ้ื หาท่ีเพ่ิมเขา มาในตอนทา ย เรยี บเรยี งรายงานเชงิ วิชาการ โดยสรปุ เปน ขน้ั ตอนใหเ ขาใจได ของรายงาน เพราะไมใชเน้ือหาที่แทจ รงิ หรอื ไมไ ดเปนสวนหน่ึงของเนื้อเรอ่ื ง ชัดเจนในรปู แบบผังความคิด นาํ สงครเู ปนรายบุคคล แตเ หน็ วามีประโยชนเพอื่ เพม่ิ ความสมบรู ณข องเนอ้ื เรือ่ งหรอื ชว ยใหผอู า นมีความรู ความเขา ใจเร่อื งราวไดดีข้ึน ภาคผนวกอยูตอ จากบรรณานกุ รม อาจมีมากกวา กจิ กรรมทาทาย 1 ภาคผนวกกไ็ ด แตท ง้ั นรี้ ายงานการคน ควา ไมจาํ เปนตอ งมีภาคผนวกเสมอไป ข้นึ อยูก ับความจาํ เปน และความเหมาะสมของแตละเร่ือง นกั เรยี นศึกษาเพมิ่ เติม และทบทวนความรเู กี่ยวกบั วิธกี าร 2 ดัชนี หรือดรรชนี ในรายงานเชิงวชิ าการ เปนเครอ่ื งมอื ชว ยใหคน เรื่อง จํากดั ขอบเขตของการทาํ รายงานเชงิ วชิ าการ จากน้นั ใหแ สดง ไดอ ยา งสะดวกรวดเร็ว ซ่งึ มกั อยทู ายเลมโดยเรยี งขอ ความหรือคําตามลําดับอักษร ตัวอยา งการจาํ กัดขอบเขตของรายงาน โดยใชวิธีการตา งๆ ตามบัญชคี ํา หรอื หัวเรอ่ื งยอย โดยคําหรือหัวเรือ่ งยอยน้ันๆ อาจปรากฏอยูไ ด จาํ นวนไมน อ ยกวา 5 ชือ่ นําสง ครเู ปน รายบคุ คล มากกวา 1 หนา ดชั นจี ะชว ยใหคนหารายละเอียดไดร วดเรว็ คมู อื ครู 63
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู กอนขออาสาสมคั รกลมุ ตอ ไป ครสู นทนากับ ๑.๒ ขัน้ ตอนการเขยี นรายงานเชงิ วิชาการ นักเรียนเกี่ยวกับลักษณะของเชงิ อรรถ ช้แี นะวา เชงิ อรรถ คอื ขอ ความทใ่ี ชบ อกแหลง ทมี่ าของขอ ความ รายงานเชงิ วชิ าการเปน็ การเสนอผลท่ีไดจ้ ากการศกึ ษาคน้ ควา้ อยา่ งละเอยี ดและมรี ะเบยี บ ท่คี ดั ลอกจากเอกสาร คาํ พดู ของผอู ่นื โดยไมไ ด แบบแผน การเขียนรายงานเชงิ วิชาการตอ้ งมีขน้ั ตอนเพื่อให้ได้รายงานทีถ่ กู ตอ้ งและชัดเจน เปลย่ี นแปลงเนื้อหา เปนขอความสําคัญทผี่ ทู ํา ข้ันตอนการเขียนรายงานเชงิ วชิ าการมลี า� ดับ ดังน้ี รายงานนํามากลา วอา ง หรือสนบั สนนุ ความคดิ ๑) เลอื กเรอื่ งและตง้ั ชอื่ เรอื่ ง เรอ่ื งทผ่ี เู้ ขยี นเลอื กมาศกึ ษาคน้ ควา้ อาจนา� มาจากคา� แนะนา� ของตนใหมคี วามนา เชื่อถอื ยิง่ ข้ึน โดยขอ ความจะ ของครผู ้สู อน อาจมาจากความสนใจของผเู้ ขยี น เร่อื งท่ีเลอื กมาศกึ ษาควรเปน็ เรอ่ื งทเ่ี สรมิ ความร ู้ ปรากฏอยูใ นเคร่อื งหมายอัญประกาศ หรอื อาจเปน ในการเร๒ียน) วกชิ �าาหใดนวดิชจาหุดนมงึุ่่ง หสมา� หายรับแกลาะรขตองั้ บชเื่อขเรต่ือขงอคงวเรรตื่อั้งง1ใ หกต้ ารรงเกขบัียเนนร้ือาเยรงื่อางนมเาชกิงทวส่ีิชดุ าการจะต้องม ี ขอ ความทใี่ ชอ ธิบาย ขยายความ ใหร ายละเอยี ด จดุ มงุ่ หมายเฉพาะวา่ ผเู้ ขยี นจะเสนอเรอื่ งราวเกยี่ วกบั อะไร เพอ่ื อะไร ขอบเขตเพยี งใด ควรกา� หนด เกยี่ วกบั คาํ หรอื ขอ ความทป่ี รากฏในรายงาน จากนน้ั ขอบเขตของเรอื่ งทจี่ ะศกึ ษาใหเ้ หมาะสมกบั เวลาทม่ี ีในการทา� รายงานและความสามารถของผเู้ ขยี น ขออาสาสมคั รนักเรียน จํานวน 1 กลมุ ออกมา ๓) วางโครงเร่ือง โครงเร่ือง คือ กรอบที่ผู้เขียนจะใช้เป็นแนวทางในการเขียนรายงาน อธบิ ายความรูเก่ียวกับวธิ กี ารเขียนเชงิ อรรถ การเขยี นโครงเรอ่ื งจงึ เปน็ การก�าหนดรายการหรอื ล�าดบั เนอื้ หาของรายงานวา่ ประกอบดว้ ยหวั ขอ้ ใด โครงเรอื่ งประกอบดว้ ยบทนา� หรอื ความนา� และหวั ขอ้ ตา่ งๆ ซงึ่ มหี วั ขอ้ ใหญแ่ ละหวั ขอ้ ยอ่ ยเรยี งตาม (แนวตอบ วธิ กี ารเขียนเชงิ อรรถท่ถี ูกตอ ง มีดังนี้ ล�าดับ การใหช้ ่ือหัวข้อไมค่ วรยาวเกนิ ไป ควรต้งั ใหก้ ะทดั รัด ใจความครอบคลมุ เนอื้ หาในตอนนน้ั ๆ • ตําแหนง ของเชงิ อรรถจะอยูทา ยหนา กระดาษ ไม่ควรแบ่งเนื้อเรื่องออกเป็นหัวข้อย่อยมากเกินไป และที่ส�าคัญแต่ละหัวข้อในโครงเร่ืองจะต้องมี ความสัมพนั ธ์ตอ่ เน่อื งกนั โดยลา� ดับ ข้ันตอนการวางโครงเรือ่ งอาจทา� ได้ ดังน้ี แตล ะหนา โดยขดี เสน ใตค น่ั ระหวางขอ เขียน ๓.๑) ร่ำงโครงเรือ่ ง คอื การเขียนโครงเรื่องคร่าวๆ ว่าขอบขา่ ยของเร่อื งทจี่ ะรายงาน บรรทดั สดุ ทายกบั เชงิ อรรถ หรอื อาจจะรวม ควรกล่าวถึงประเด็นใดบา้ ง อาจใช้กลวธิ ถี ามเอง ตอบเอง หากคา� ถามนน้ั ตอบเองไมไ่ ด้ตอ้ งศึกษา เชิงอรรถทัง้ หมดเขยี นไวทายบทนน้ั ๆ ก็ได คน้ คว้าจากเอกสาร จากการสมั ภาษณ์ผรู้ ู้ หรือคน้ ควา้ ทางอนิ เทอร์เน็ต • การกาํ กับลาํ ดบั ของเชงิ อรรถ นิยมใชต ัวเลข ๓.๒) กำ� หนดโครงเรอ่ื ง คอื การกา� หนดวา่ ขนั้ ตอนการดา� เนนิ เรอ่ื งจะเขยี นบทนา� เรอ่ื ง กาํ กบั เชิงอรรถแรกของรายงานขึ้นตนดว ย อย่างไร เนอ้ื หาให้ความรูต้ รงประเด็นที่ตอ้ งการหรอื ไม ่ จะลา� ดับเร่อื งก่อนหลงั อยา่ งไร และจะสรุป หมายเลข 1 ไลเรยี ง 2 3 4 ... จนจบรายงาน เ รอื่ งอย่า๔งไ) รคน้ ควา้ และรวบรวมข้อมลู2 มีดังนี้ หรอื ขนึ้ ดว ยหมายเลข 1 ทุกครัง้ ท่ขี น้ึ บทใหม ๔.๑) ประเภทของข้อมลู ข้อมูลท่ีใช้ในการทา� รายงานแบง่ ออกเปน็ ๒ ประเภท คือ ก็ได การเขยี นตวั เลขของเชิงอรรถใหเ ขยี น (๑) ขอ้ มลู จากเอกสารหรอื หลกั ฐาน คอื ขอ้ มลู ทบ่ี นั ทกึ เปน็ ลายลกั ษณอ์ กั ษร เชน่ เหนือตวั อักษรตัวแรกของขอความในเชิงอรรถ หนังสือ บทความ จดหมายเหต ุ วิทยานพิ นธ์ รายงาน หนงั สืออ้างองิ วารสาร จุลสาร นติ ยสาร • เมือ่ เรมิ่ ตน เขยี นเชิงอรรถใหยอ หนา ใหตรงกับ จารึก เป็นต้น ยอหนา ของเน้ือหารายงาน หากขอ ความของ (๒) ขอ้ มูลภาคสนาม คือ ข้อมลู ที่ผูเ้ ขยี นรายงานไดร้ วบรวมขน้ึ จากการส�ารวจ เชิงอรรถยาวเกิน 1 บรรทดั เมือ่ ขนึ้ บรรทดั การสังเกต การสมั ภาษณ์ การใช้แบบสอบถาม หรือการทดลอง ตอ ไปใหเขยี นขอความเย้อื งมาทางดานหนา ของบรรทัดแรก ใหตรงกับระดบั เนอ้ื หาของ 64 รายงาน • การเขียนเชิงอรรถเพ่ือบอกแหลงท่มี าของ ขอความที่ยกมาตอ งใหร ายละเอียดเกีย่ วกบั ชื่อผูแตง ปท ่ีพมิ พ ชื่อหนงั สือ จงั หวัดทีพ่ มิ พ โรงพมิ พห รอื สาํ นกั พมิ พ และหนา ทคี่ ดั ลอกมา) นกั เรียนควรรู ขอสอบ O-NET ขอ สอบป ’52 ออกเกย่ี วกบั ภาษาท่เี หมาะสําหรับการเขยี นรายงาน 1 ขอบเขตของเร่ือง เมือ่ เรมิ่ ตนทํารายงานเชงิ วชิ าการดว ยการลงมตเิ ลือก เชิงวชิ าการ หวั ขอทจ่ี ะศึกษาแลว ผูจัดทําควรกาํ หนดวัตถปุ ระสงคแ ละขอบเขตการศึกษาเพ่ือ ขอใดใชภ าษาเหมาะสมกับการเขียนรายงาน ใหเ หมาะสมกับระยะเวลาในการปฏบิ ตั ิงาน บคุ ลากร และงบประมาณดําเนินการ 1. แผน ดนิ ไหวทม่ี ณฑลเสฉวน เปน เรอื่ งธรรมดาๆ ของธรรมชาติ การจํากัดขอบเขตของหวั ขอ รายงานกระทาํ ไดหลายวธิ ี ดังน้ี ทไี่ มม ใี ครคาดถงึ 2. ผลพวงท่ีเราขุดเอาทรัพยากรธรรมชาติใตด ินขึ้นมาใช ทาํ ให • การจาํ กดั โดยใชระยะเวลา โดยเลือกศกึ ษาเฉพาะชวงเวลาใดเวลาหน่งึ เปลือกโลกใตดนิ มชี อ งวา งขึ้นมากมาย • การจาํ กัดโดยสถานที่ โดยเลอื กศกึ ษาเฉพาะสถานท่ใี ดสถานทห่ี นึ่ง 3. แผนดินไหวทีเ่ กิดขึน้ จากนาํ้ มอื คนมี 3 อยา ง คอื การทดลอง • การจาํ กดั โดยบคุ คล โดยเลอื กศกึ ษาเฉพาะทเ่ี กยี่ วขอ งกบั กลมุ บคุ คล ระเบดิ ปรมาณูใตดนิ การกักเก็บนํา้ ในเข่ือน และการระเบดิ เหมืองแร กลมุ ใดกลมุ หน่ึง 4. ในอนาคตแผนดินไหวจะเกิดมากขนึ้ และรนุ แรงมากข้ึน • การจํากดั โดยประเดน็ หรอื หวั ขอ ยอ ย โดยเลือกศึกษาในประเด็นยอ ยลงมา เพราะแผนดินไหวแตล ะครั้งมีผลกระทบตอเปลอื กโลก วเิ คราะหค ําตอบ ภาษาทีเ่ หมาะสมสําหรบั การเขียนรายงาน หรอื การศึกษาในเชิงลึก เชงิ วชิ าการ ตอ งเปน ภาษาในระดบั ทีเ่ ปนทางการ สือ่ ความชัดเจน 2 ขอมูล ซง่ึ ควรใชว ิธีการอา งอิงแบบเชิงอรรถประเภทระบุแหลงท่มี า เชน ดังนัน้ จึงตอบขอ 4. ขอมลู ทีเ่ ปน ตัวเลข ขอ เขียนเชงิ ใหขอคิด ผลการวิจัย ตาราง เปนตน 64 คูมือครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู เมอ่ื ผเู้ ขยี นไดส้ า� รวจขอ้ มลู ทจี่ ะศกึ ษาแลว้ จงึ ทา� การเกบ็ รวบรวมและจดั ระเบยี บ ครใู หน กั เรยี นกลมุ อน่ื ๆ ซกั ถาม โตแ ยง สนบั สนนุ หรือแยกข้อมูลออกเป็นกลุ่มต่างๆ เพ่ือสะดวกในการวิเคราะห์ วิธีจัดระเบียบข้อมูลท่ีนิยมคือ หรอื เสนอประเดน็ ซึ่งกลมุ อาสาสมัครอาจนําเสนอ การท�าบัตรบันทึกข้อมูล ซึ่งมักมีรายละเอียดเก่ียวกับหัวข้อเร่ืองท่ีบันทึก แหล่งท่ีมาของข้อมูล ไมค รบถวน สนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกบั การเขียน แหล่งศกึ ษาคน้ ควา้ และการสรุปใจความสา� คญั ของเร่อื ง ท้ังนคี้ วรบันทึกขอ้ มลู เพยี ง ๑ หวั ขอ้ ตอ่ สวนอา งองิ ในรายงานเชงิ วิชาการ ซึง่ สามารถทําได บตั รบันทกึ ขอ้ มลู ๑ แผน่ 2 วธิ ี คอื การอางองิ แบบแทรกในเนื้อหา และ ๔.๒) กำรบนั ทกึ ขอ้ มลู เปน็ การจดบนั ทกึ ความรจู้ ากแหลง่ ตา่ งๆ เพอื่ นา� ขอ้ มลู ทบ่ี นั ทกึ แบบบรรณานุกรม จากน้ันขออาสาสมัครนักเรียน มาเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ จํานวน 1 กลุม ออกมาอธบิ ายความรูเกี่ยวกบั วธิ ี (๑) ช่องทางในการรับรู้ข้อมูล การศึกษาหาความรู้เรื่องใดๆ น้ัน มีช่องทาง การเขยี นบรรณานกุ รมท่ไี ดจ ากการสบื คนรว มกับ ในการรบั รูข้ อ้ มลู ไดห้ ลายวธิ ี ดังนี้ เพื่อน ๑. บนั ทกึ จากการอ่านต�าราวิชาการ การอา่ นนิตยสาร บนั เทิงคด ี สารคดี เมอื่ พบความรทู้ ตี่ อ้ งการ มสี ารทน่ี า่ สนใจ หรอื วาทะ คา� คมทปี่ ระทบั ใจ ควรจดบนั ทกึ ไวเ้ พอ่ื ประกอบ (แนวตอบ การเขยี นบรรณานกุ รมจะระบุ และอ้างองิ ในการเขยี นของตนตอ่ ไป รายละเอียดเชน เดียวกับเชิงอรรถ โดยมคี วาม ๒. บนั ทกึ จากการฟงั เช่น ฟังข่าวทางวทิ ย ุ โทรทศั น ์ ฟงั การบรรยาย ฟงั แตกตางกนั บางเล็กนอย โดยจะเขียนรวมไว การสมั ภาษณ ์ การประชุมสัมมนา การสนทนาอย่างเปน็ กนั เองหรอื เป็นทางการ เป็นตน้ ทา ยเลมของรายงาน โดยมีวธิ กี ารเขยี น ดงั นี้ ๓. บนั ทกึ จากการสงั เกต เชน่ การสงั เกตเหตกุ ารณท์ วั่ ไป การศกึ ษาดงู าน การทัศนศึกษา ซงึ่ ระหวา่ งท่รี ับสารผ้รู ับสารจะต้องคิดตามและจดบันทกึ ข้อมูลทีเ่ ป็นประโยชน์ • ถาเอกสารท่ใี ชอ างอิงมีทงั้ ทเ่ี ปน ภาษาไทย ข อ้ มูลได ้เรียก ว่า กา รจดกบาันรรทับกึ สยา่อร จหารกือกบาารงฟทังเี รยีผกู้รับว่าส ากราครวจรดใชชว้วเิธลีกข1ารจดบันทึกจะช่วยให้รวบรวม ภาษาตางประเทศ ใหเ รียงรายชอื่ เอกสารท่ี (๒) วธิ ีจดบันทกึ ความรู้ ในการจดบนั ทกึ ความรมู้ แี นวทาง ดงั นี้ เปน ภาษาไทยจนครบกอ น แลว จงึ ตอ ทา ยดว ย ๑. ตอ้ งบอกหวั ขอ้ เรอ่ื ง เอกสารภาษาตา งประเทศ โดยจะแยกตาม แหล่งทมี่ า วัน เดือน ป ี ทบ่ี นั ทกึ ประเภทของสารสนเทศหรอื ไมก็ได ๒. บันทึกข้อมูลตามท่ี เป็นจริง หากผู้บันทึกมีความคิดเสริมขณะน้ัน • การเรยี งลาํ ดบั ชอื่ ผูแ ตง หากเปนภาษาไทย ก็อาจบันทึกได ้ แต่บันทึกไวต้ อนทา้ ยของขอ้ มลู ใหเ รียงตาม ก-ฮ ตามแบบพจนานุกรม แต ทเี่ ป็นจริง ถา เปนภาษาตา งประเทศใหเ รียงตามอกั ษร ๓. ตอ้ งบนั ทกึ อยา่ งเปน็ ตวั แรกของนามสกลุ A-Z ระเบยี บ ใชร้ ะบบเดยี วกนั อาจเกบ็ ขอ้ มลู ในสมดุ หรอื เกบ็ ใสก่ ระดาษทมี่ ขี นาดเดยี วกนั และเจาะรูไว้ • การเขยี นหรือพมิ พบ รรณานกุ รม ใหชดิ ขอบ เพ่ือแยกเก็บตามประเภท สะดวกต่อการอ่าน กระดาษดานซาย หากขอ ความยาวเกนิ ทบทวนในภายหลัง ▼ การจดบันทึกจากการฟังผู้จดควรมีสมาธิจดจ่อกับเร่ืองที่ฟัง กวา 1 บรรทัด เม่อื ข้นึ บรรทดั ใหมใ หย อหนา และจดเฉพาะสาระสาำ คญั เขาไป 8 ตวั อกั ษร 65 • ในกรณที หี่ นังสอื ผแู ตง คนเดยี วกันหลายเลม ไมตองพิมพชอ่ื ผูแตง ซํา้ ใหข ดี เสนใตย าว 8 ตัวอักษร แลว ตามดว ยเครอื่ งหมายมหัพภาค ซึ่งรายละเอยี ดทีจ่ ะตองระบใุ นบรรณานกุ รม ไดแ ก ชอ่ื ผแู ตง ปท ่ีพิมพ ชือ่ หนังสอื ครัง้ ท่ีพิมพ จังหวดั ท่พี ิมพ และโรงพมิ พหรือ สาํ นักพิมพ) ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT เกร็ดแนะครู ขอ ใดกลาวถกู ตอ งเก่ยี วกับการเขยี นอา งอิงแบบเชิงอรรถ เมอ่ื การเรยี นการสอนดาํ เนนิ มาถงึ การอธบิ ายความรเู กย่ี วกบั การเขยี นสว นอา งองิ 1. การเขียนเชงิ อรรถควรเขยี นใหจบภายใน 1 บรรทัด หรือบรรณานุกรม ครคู วรใชรูปเลม รายงานทีแ่ จกใหนักเรียนในตน คาบเปนส่อื 2. การเรียงลาํ ดบั หมายเลขเชิงอรรถตองเรียงลําดบั ตัง้ แตห มายเลข 1 การเรยี นการสอนใหเ กดิ ประโยชน โดยใหน กั เรยี นสงั เกตวา ขอ มลู ใดบา งทจ่ี ะตอ งระบุ ในการเขียนบรรณานุกรม บันทึกขอ มลู ทส่ี งั เกตไดล งสมุด นอกจากนยี้ ังควรช้ีแนะ ไปจนจบเลม แกน กั เรยี นเกย่ี วกบั การเขยี นบรรณานกุ รมใหถ กู ตอ งในบรบิ ททแ่ี ตกตา งกนั กลา วคอื 3. การเขยี นอา งอิงแบบเชิงอรรถจะนาํ ไปรวบรวมไวใ นสวนทา ยของ นอกจากความแตกตา งของแหลง ขอมลู แลว ขอ มูลเก่ยี วกับผูแตง ผูพ ิมพ วาระการจัดพมิ พยงั มสี วนเก่ียวของดว ย เปนตนวา ผูแตงคนเดียว ผูแตง 2-3 คน บรรณานุกรม ไมป รากฏนามผูแตง หนงั สอื ทีม่ ีผจู ดั พมิ พ ผูแตงใชนามแฝง ผูแ ตงเปน สถาบัน 4. รายละเอยี ดทร่ี ะบุ ไดแ ก ชอื่ ผแู ตง ชอื่ หนงั สอื จงั หวดั สถานทพี่ มิ พ นักเรยี นควรรู ปท ีพ่ มิ พ และหนา ท่คี ดั ลอกขอความมา วเิ คราะหค าํ ตอบ เชิงอรรถเปนขอความซึง่ บอกแหลง ท่ีมาของ 1 การจดชวเลข ภาษาเขยี นประเภทหนงึ่ ทสี่ ามารถใชแ ทนภาษาไทย ภาษาองั กฤษได ขอ ความที่นํามาอางประกอบในรายงาน แทรกไวส วนเนอ้ื หา อยใู ต มีลกั ษณะเปน สัญลักษณ ใชเขยี นตามเสยี ง ตองมีการฝก ฝนจึงจะสามารถใชเปน ขอ ความบรรทดั สดุ ทายของหนา น้ันๆ หากมคี วามยาวเกนิ กวา 1 เครือ่ งมอื ในการจดบันทกึ ได บรรทดั ใหขนึ้ บรรทดั ใหมโดยเยือ้ งมาดา นหนาของบรรทดั แรก การ คมู อื ครู 65 ลาํ ดบั หมายเลขในเชงิ อรรถ ทําได 2 วิธี คอื เรมิ่ ตน ทีห่ มายเลข 1 แลว นับตอไปเรือ่ ยๆ หรอื เม่ือขึ้นตนบทใหมจะลาํ ดับโดยนับ 1 ใหม ก็ได ดงั นั้นจงึ ตอบขอ 4.
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู ครเู ปด โอกาสใหก ลมุ อนื่ ซกั ถาม โตแ ยง สนบั สนนุ การบันทึกข้อความมวี ิธีจดบนั ทกึ ไดห้ ลายแบบ เช่น หรือเสนอประเด็นท่ีกลมุ อาสาสมคั รอาจนาํ เสนอ ๑. จบั ใจความสา� คญั จากการอา่ นและจดบนั ทกึ ตามความเขา้ ใจของผบู้ นั ทกึ ไมครบถวน แตล ะกลมุ สรุปขอมลู ความรูทีถ่ กู ตอง ให้สาระตรงกับขอ้ ความเดมิ ลงสมุดประจาํ กลุม จากนน้ั นกั เรยี นยืนในลกั ษณะ ๒. จับเฉพาะค�าส�าคัญบางค�าจากต้นฉบับ แล้วประสมกับถ้อยค�าของ วงกลมเพ่ือรวมกันอธบิ ายความรูแ บบโตต อบรอบวง ผู้บนั ทึก ผา นขอ คาํ ถาม หรอื อาจใหน งั่ ประจาํ กลมุ เชน เดมิ ๓. จดขอ้ ความตอนทป่ี ระทบั ใจจากการอา่ น การฟังขอ้ ความที่เปน็ ความรู้ นกั เรยี นกลมุ ใดยกมอื ขนึ้ ตอบไดถ กู ตอ ง โดยกลมุ อนื่ เพ่อื อ้างองิ ใหต้ รงกบั ต้นฉบบั เดมิ ทกุ ประการ โดยใส่เคร่อื งหมายอัญประกาศกา� กบั ไว้ ไมสามารถโตแยง ไดจ ะไดรบั คะแนน หากกลมุ ที่ ๔. จดบันทกึ โดยการประสมประสานกบั วิธดี ังกลา่ ว และแสดงความคิดเหน็ โตแยง สามารถโตแยง โดยใหขอ มลู ทีถ่ กู ตองกวา โดยตั้งข้อสังเกต ความคิดเสริมเพ่ิมเติม โดยแยกข้อให้เห็นเด่นชัดว่าส่วนใดที่เป็นข้อความของ จะไดรับคะแนนจากการตอบคําถามเปนคะแนน ผูบ้ ันทกึ สะสมของกลุม (๓) รปู แบบการบนั ทึกข้อมูล ผู้บันทกึ ควรตัดกระดาษใหม้ ีขนาดเทา่ กันหรอื ทา� แบบฟอร์มและรปู แบบการบนั ทึก ดงั ตวั อยา่ ง • การทาํ รายงานเชิงวชิ าการ สามารถใช การจดบนั ทกึ สาระสา� คัญมปี ระโยชน์หลายประการ เชน่ ชว่ ยใหผ้ ูอ้ ่าน ผูฟ้ ังมี สารสนเทศประเภทใดไดบ างเพือ่ ประกอบ จิตใจจดจอ่ อยกู่ ับเรอื่ งท่ีอ่านหรือฟงั ท�าให้ไดท้ บทวนความรู้ในโอกาสต่อๆ ไป นา� ความรูน้ ัน้ ไปใช้ การศกึ ษาคนควา ประโยชน์ในชวี ิตประจ�าวัน เปน็ ตน้ (แนวตอบ หนังสอื วารสาร หนังสอื พมิ พ วิทยานพิ นธ โสตทัศนวัสดุ บทสัมภาษณ ซึ่ง ตวั อยา่ ง การศกึ ษาคนควาหวั ขอหนึง่ ๆ เพ่อื นําเสนอ บตั รบนั ทกึ ขอ้ มูลจากการอา่ น ผลการศึกษาเปน รายงาน ผเู ขียนควรเลอื กใช สารสนเทศอยา งหลากหลาย เพ่อื ใหไดขอมูล ประเภทของวัฒนธรรม หวั เร่ือง ครบถวน รอบดา น นอกจากนค้ี วรประเมิน แหลง่ ขอ้ มลู ความนา เชื่อถอื วา มมี ากนอยเพยี งใด) ดนยั ไชยโยธา. ประวตั ศิ าสตรแ์ ละวฒั นธรรมไทย. กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร,์ ๒๕๕๐, หน้า ๘๘. • ความหลากหลายของสารสนเทศสงผลตอ การเขยี นบรรณานุกรมอยา งไร วฒั นธรรมแบง่ ออกเป็น ๒ ประเภทใหญ่ๆ ไดด้ ังตอ่ ไปนี้ (แนวตอบ สง ผลตอรายละเอยี ดที่จะตองระบุ ๑. วัฒนธรรมทางวัตถุหรือวัฒนธรรมท่ีเป็นรูปธรรม ได้แก ่ กลา วคือ สารสนเทศประเภทหนังสอื จะมี สงิ่ กอ่ สรา้ ง สง่ิ ประดษิ ฐ์ และเทคโนโลยที ม่ี นษุ ยป์ ระดษิ ฐ์ เชน่ โตะ๊ อาคาร ถว้ ย รายละเอียดทต่ี อ งระบแุ ตกตางไปจาก ชาม รถ เครอ่ื งจกั รกล เครอ่ื งดนตรี ภาพวาด รปู ป้ัน เป็นตน้ สารสนเทศทเี่ ปน โสตทศั นวสั ดุ หรอื บทสมั ภาษณ ๒. วัฒนธรรมทางจิตใจ หรือวัฒนธรรมที่เป็นนามธรรม เช่น เนอ้ื เร่ือง นอกจากนี้ หนงั สอื เลม หนง่ึ ๆ ซง่ึ มผี เู ขยี น 1 คน แบบอย่างของการปฏิบัติท้ังแนวทางแห่งความคิด ความเช่ือ อุดมการณ์ แหล่งคน้ คว้า 2 คน 3 คน หรือเปน หมคู ณะ ตางกม็ ี คา่ นยิ ม ศีลธรรม ธรรมเนียมประเพณี ปรชั ญา กฎหมาย พิธกี าร เป็นต้น รายละเอยี ดการเขยี นท่ีแตกตา งกัน ดงั นนั้ หอสมดุ กลาง มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ผูเขียนรายงานจงึ ตองศึกษาใหเ ขา ใจอยาง ถอ งแท จากตาํ ราสอนการเขียน รวมถงึ 66 ศกึ ษาจากการใชจรงิ จากตวั อยา งรายงาน เชิงวชิ าการ หรอื วทิ ยานิพนธในหอ งสมดุ ) เกรด็ แนะครู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT ขอใดกลาวถูกตองเกย่ี วกบั การเขยี นอา งองิ ในรปู แบบบรรณานุกรม ครคู วรใหข อ มลู แกน กั เรยี นเกย่ี วกบั แหลง ขอ มลู ในปจ จบุ นั ซงึ่ เปน แหลง คน ควา หลกั 1. ผเู ขียนจะแยกประเภทของแหลง ขอมูลในบรรณานุกรมหรอื ไม ไดแก หอ งสมดุ และอนิ เทอรเนต็ ซงึ่ ทรัพยากรสารสนเทศท่มี ใี หคนควาแบง ออกเปน ก็ได 3 ประเภท ดงั น้ี 2. การเรยี งลาํ ดบั ชอื่ ผแู ตง ใหเ รมิ่ จากผแู ตง ทเ่ี ปน ชาวตา งประเทศกอ น 3. สาระสาํ คญั ทตี่ อ งระบใุ นบรรณานกุ รม ไดแ ก ชอ่ื ผแู ตง และปท พี่ มิ พ กลมุ ท่ี 1 วสั ดตุ พี มิ พ ไดแ ก หนงั สอื ทวั่ ไป หนงั สอื อา งองิ นติ ยสาร วารสาร เปน ตน 4. หากรายการบรรณานุกรมยาวเกิน 1 บรรทดั ใหขนึ้ บรรทัดใหม กลมุ ท่ี 2 วสั ดุไมตพี มิ พ ไดแ ก สไลด แผนโปรง ใส เทปบันทึกภาพ เปนตน โดยไมต องยอหนา กลมุ ที่ 3 สอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส ไดแ ก ซดี รี อม และฐานขอมูลออนไลน มมุ IT วิเคราะหค าํ ตอบ บรรณานุกรม หรอื สว นอางอิงจะถกู บรรจุใน สวนทายของรายงาน โดยเรยี งลําดับจากชือ่ ผูแตง ท่ีเปนคนไทย เวบ็ ไซตที่ใหบรกิ ารโปรแกรมสําหรับการคนหาในเรื่องตา งๆ ซ่งึ กาํ ลังไดร บั กอ น หากรายการใดมคี วามยาวเกนิ 1 บรรทัด ใหขน้ึ บรรทัดใหม ความนิยมในปจ จบุ ัน ไดแ ก www.google.co.th www.yahoo.com แลว ยอหนาเขาไป 8 ตวั อกั ษร สาระสําคัญทจ่ี ะตอ งระบุ ไดแ ก ชอื่ หนังสือ ช่ือผแู ตง ปท่พี ิมพ คร้งั ที่พมิ พ จังหวดั และสถานทีพ่ ิมพ ดงั น้นั จงึ ตอบขอ 3. 66 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ตวั อย่าง บัตรบันทกึ ขอ้ มลู จากการฟงั หัวเร่ือง 1. กอนการเรยี นการสอนในประเด็นขั้นตอน แหล่งขอ้ มูล การทาํ รายงานเชงิ วชิ าการ ครคู วรสรุปความรู ประชากรในภูมภิ าคเอเชียตะวนั ออก ความเขา ใจเกี่ยวกบั องคประกอบและวธิ ีการ สมั ฤทธ ์ิ ลอื ชัย. เอเชยี ตะวนั ออกยคุ ใหม:่ จีน ญีป่ นุ่ เกาหลี ไต้หวนั . [การ เนอ้ื เรอ่ื ง เขยี นองคประกอบแตละสวนของรายงาน เชงิ วิชาการใหนกั เรียนเขาใจถกู ตอง ตรงกัน เสวนาเปดิ ตัวหนังสือ The Rise of China and East Asia ณ ห้อง จากนั้นสรปุ ครา วๆ เกยี่ วกบั ขั้นตอนการ ประชุม สยามสมาคม กรุงเทพฯ]. ๒๘ กนั ยายน ๒๕๕๐. ทํารายงานเชงิ วชิ าการ เพือ่ เปดประเด็นให ปจั จุบันภูมภิ าคเอเชียตะวันออกมีประชากร ๑ ใน ๔ ของประชากร นกั เรยี นแตล ะกลุมออกมาอธิบายความรู โลก คอื ประมาณ ๑,๕๐๐ ลา้ นคน เปน็ ดนิ แดนทมี่ ปี ระชากร ๑ ตารางกโิ ลเมตร ซงึ่ ขนั้ ตอนการทาํ รายงาน เรม่ิ จากการเลอื กเรอ่ื ง หนาแน่นท่สี ดุ ในโลก คือ ประมาณ ๒๕๐ คน ต่อ ๑ ตารางกโิ ลเมตร หรอื กําหนดหัวขอ เร่อื ง วัตถุประสงคของ รายงาน สํารวจแหลง ขอมลู เบอ้ื งตน การเขียน ตวั อยา่ ง บัตรบันทกึ ข้อมลู จากการสงั เกต โครงเร่ือง การรวบรวม บันทึก จดั หมวดหมู ขอมูล การเขียนเรยี บเรยี งเน้ือหาของรายงาน ภาพจิตรกรรมเรือ่ งรามเกียรต์ิท่ีวดั พระแก้ว หวั เรือ่ ง การเขียนสวนอางอิง (บรรณานุกรม) การเขียน การทัศนศึกษาเกาะรัตนโกสินทร.์ ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๕๑. แหล่งข้อมลู สวนประกอบสว นหนา เชน ปก คํานํา สารบัญ ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามมีภาพฝาผนังเร่ืองรามเกียรต์ิ และการรวมรูปเลม กับสว นประกอบอืน่ ๆ ทผี่ นงั ดา้ นในของพระระเบยี งโถงทล่ี อ้ มรอบวดั ๑๗๘ หอ้ ง โดยเรมิ่ ตน้ หอ้ งแรก เน้ือเร่ือง ท่ปี ระตูทศิ เหนือตรงกันข้ามกับพระวหิ ารยอด ดา� เนนิ เรื่องเวยี นซ้ายไปจนจบ 2. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น จาํ นวน 1 กลมุ ออกมา ทุกห้องมีค�าบรรยายด้านล่าง นอกจากนี้ยังมีภาพประวัติพระนารายณ์ก่อน อธิบายความรเู กี่ยวกับวิธกี ารเลือกเร่ืองเพ่ือ อวตารและตวั ละครเอกในเรื่องรามเกยี รต์อิ ีก ๘๐ ภาพ นํามาใชเ ปน หัวขอ รายงานเชิงวชิ าการ (แนวตอบ การเลือกเรอ่ื ง หรอื หัวขอ เพ่ือนาํ มา ๕) เรียบเรียงข้อมูลเพื่อเสนอเป็นรายงาน เน้ือหาของรายงานได้จากการค้นคว้า ทํารายงานเชงิ วิชาการ ประเดน็ แรก คอื รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการอ่าน การฟัง การสังเกต ท่ีผู้เขียนได้บันทึกไว้ ตอ งเปนเรอ่ื งทนี่ า สนใจ ยังไมมีใครคน ควาไว และน�าบันทึกนั้นมาเรียบเรียงตามล�าดับที่ได้ก�าหนดไว้ในโครงเร่ือง การเขียนรายงานที่ดีจึงไม่ใช่ มากนัก หรอื เปนเรอ่ื งทผ่ี ูทาํ รายงานมคี วาม การคัดลอกข้อความจากแหล่งอ่ืนแล้วน�ามาตัดต่อจนจบ แต่ผู้เขียนรายงานควรเรียบเรียงเนื้อหา สนใจ หรือมีความถนัด ไมเกินความรู ความ เข้าดว้ ยกันจากความรู้ความเขา้ ใจโดยใชส้ �านวนภาษาของตนเอง สามารถ นอกจากนี้ควรคาํ นงึ ถงึ แหลง ขอ มูล การเรียบเรยี งขอ้ มูลเพือ่ เขียนรายงานมแี นวทาง ดงั น้ี ในการสํารวจคนควา มขี อบเขตเหมาะสมกบั ๑. เรยี บเรยี งขอ้ มลู ทม่ี ีใหส้ มั พนั ธส์ อดคลอ้ งกนั โดยลา� ดบั ไมค่ วรเรยี บเรยี งในลกั ษณะ ระยะเวลา จาํ นวนบุคลากรในกรณที ท่ี าํ เปน การน�าข้อมูลตา่ งๆ มาปะตดิ ปะตอ่ กัน กลมุ และงบประมาณ) ๒. ใช้ภาษาระดับทางการทก่ี ระชบั ชดั เจน สภุ าพ สอื่ ความตรงไปตรงมา 3. ครเู ปด โอกาสใหนักเรยี นกลุมอ่ืนๆ ไดซ ักถาม 67 โตแยง สนับสนนุ หรือนําเสนอประเด็นที่กลุม อาสาอาจกลา วไมครบถว น บันทกึ ความรู ทีถ่ ูกตองลงสมดุ ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT เกร็ดแนะครู พฤติกรรมของบุคคลใดสามารถอนมุ านไดวาเน้อื หาของ การเรียนการสอนในหวั ขอ ขนั้ ตอนการทํารายงานเชงิ วิชาการ เปน หัวขอ รายงานจะมีประสทิ ธภิ าพ ทมี่ คี วามสําคัญมาก เพราะเปา ประสงคข องหนว ยการเรียนรนู ี้ คือ นกั เรียนมี ความรู ความเขาใจเกี่ยวกับขน้ั ตอนการทาํ รายงานเชิงวชิ าการ จนสามารถนํา 1. วลั ภาเลอื กศึกษาหวั ขอทม่ี แี หลง ขอ มลู นอ ย องคความรเู หลา น้ไี ปขยายผล ผลติ งานเขียนเชงิ วิชาการไดด วยตนเอง ซึ่งในระดับ 2. วลั ลเี ลอื กศกึ ษาหวั ขอ ทนี่ า สนใจ และประเมนิ วา เปน ประโยชน ชั้นนี้ คือ การเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ 3. วัชรีเลือกศึกษาหวั ขอท่ีไมถ นดั เพอื่ ทาทายความสามารถ 4. วลั ลภเลือกศึกษาหัวขอทเ่ี คยมผี ศู กึ ษาไวแ ลวอยา งละเอยี ด การอธบิ ายความรูข องนกั เรียนจึงควรอยภู ายใตก ารสงั เกตการณข องครู อกี ทง้ั ครยู งั ควรทาํ หนา ทชี่ แ้ี นะเพมิ่ เตมิ ในทกุ ขน้ั ตอนของการทาํ รายงาน โดยเรมิ่ ตนทก่ี าร เพ่ือความสะดวก เลือกหัวขอ รายงาน ครคู วรกลาวเสริมใหเ ห็นวา การเลอื กหัวขอ เรือ่ งเพอื่ นาํ มาศึกษา วเิ คราะหค าํ ตอบ การเลอื กหวั ขอ เร่อื งเพอ่ื นํามาศกึ ษาคนควา และรายงานผลการศึกษาเปน รูปเลม มีความสาํ คัญตอ ความสาํ เรจ็ ของรายงาน ตามหลกั วชิ า แลวนําเสนอผลการศกึ ษาเปน รูปเลมรายงาน โดยหวั ขอ ของรายงานอาจเปน หวั ขอท่มี ีผูกําหนดใหท ํา หรอื เลอื กเองจากความ ส่ิงสาํ คญั ประการแรกทีต่ อ งใหค วามสําคัญ ไตรต รอง คือ การ สนใจกไ็ ด ซง่ึ ควรพิจารณาใหร อบดา น เลอื กหวั ขอ เรอ่ื ง ซงึ่ สามารถประเมินความสําเร็จเบอ้ื งตนของ รายงานได การเลอื กหวั ขอ เร่อื งทด่ี ี ควรเลอื กหัวขอ เรือ่ งทีม่ คี วาม คมู ือครู 67 นา สนใจ และเปน ประโยชนตอผอู า น ดงั นน้ั จึงตอบขอ 2.
กระตุน ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู ครูสมุ เรยี กชอ่ื นักเรยี น เพ่ืออธบิ ายความรู ๓. เสนอข้อมูลตรงประเด็น มหี ลักฐาน และเหตผุ ลประกอบอย่างเพยี งพอนา่ เชอ่ื ถือ ความเขาใจเกย่ี วกบั ข้นั ตอนการทํารายงาน ๔. ใชศ้ พั ทท์ างวชิ าการและศพั ทบ์ ญั ญตั ิใหถ้ ูกต้อง เชิงวิชาการ โดยใชค วามรู ความเขาใจท่ไี ดรับ ๕. ระมัดระวังเรือ่ งการเว้นวรรคตอน ตวั สะกด การันต ์ ใหถ้ กู ต้องตามหลักภาษาไทย จากการสืบคนรวมกบั เพื่อน เปน ขอมูลเบ้ืองตน สาํ หรบั ตอบคําถาม ๑.๓ มารยาทการเขียนรายงานเชงิ วชิ าการ • เมื่อเลอื กหัวขอเร่ืองทม่ี ีความนาสนใจไดแ ลว มารยาทการเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ มดี งั น้ี ข้ันตอนตอ ไปของการทํารายงานเชงิ วชิ าการ ๑. การเขียนเชิงวิชาการ เป็นการเขียนเพื่อน�าเสนอความรู้แก่ผู้อ่าน ความรู้น้ันอาจ คือขัน้ ตอนใด และสงผลอยา งไร มาจากประสบการณ์ของตนเอง หรือจากการศึกษาค้นคว้าเอกสาร การสัมภาษณ์ การฟังและ (แนวตอบ ขัน้ ตอนตอ ไป คือ การกําหนด ดูส่ือต่างๆ ผู้เขียนจึงควรบอกแหล่งที่มาของข้อมูลให้ครบถ้วน หากอ้างอิงข้อความหรือค�าพูด วัตถุประสงคข องรายงาน ซง่ึ การกําหนด ของผู้อื่น ต้องเขียนเชงิ อรรถบรรทดั สุดท้ายของหน้าที่มขี ้อความน้ันปรากฏหรือเขียนอา้ งอิงแบบ วตั ถปุ ระสงค จะทําใหผ ูจดั ทําหรอื คณะ บรรณานุกรม ผจู ดั ทํารายงาน มเี ปาหมายในการศึกษา ๒. ผู้เขยี นต้องไม่ลอกเลียนแบบหรอื คดั ลอกเร่ืองของผอู้ ื่นมาเปน็ ผลงานของตนเอง คนควา หาขอมลู ไดค รอบคลุม ตรงประเดน็ ๓. หากจา� เปน็ ตอ้ งอา้ งองิ หรอื คดั ลอกมาเพอื่ เปน็ ตวั อยา่ ง ควรใชข้ อ้ มลู ปฐมภมู ิ คอื อา้ งองิ ทําใหร ายงานเลม หน่ึงๆ เกิดประโยชน จากตน้ ฉบบั จริง ไม่ควรอ้างต่อจากที่ผอู้ นื่ อา้ งไว้แล้ว ในวงวิชาการ) ๔. การคัดลอกข้อความจากหนังสืออ่ืนมาเป็นตัวอย่างเพ่ือการศึกษา ส่วนใหญ่เจ้าของ เรื่องจะยินดีอนุญาตให้น�าไปใช้ได้เพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา หากขออนุญาตเป็น • การกาํ หนดวัตถปุ ระสงคข องการทาํ รายงาน ลายลักษณ์อักษรได้ก็จะเป็นการให้เกียรติแก่เจ้าของผลงาน โดยต้องบอกแหล่งท่ีมาของข้อมูล เชงิ วิชาการมีวธิ กี ารอยา งไร ให้ชดั เจน หากคดั ลอกหรอื อัดสา� เนาเพือ่ การค้า เปน็ การปลอมแปลงเอกสาร ถือเปน็ การละเมิด (แนวตอบ ผูทาํ รายงานตองตง้ั คาํ ถามกบั ตนเอง ลิขสิทธ์ิ อาจถูกฟอ้ งรอ้ งได้ วา จะศกึ ษาเรอ่ื งหรอื หัวขอ ทเ่ี ลือกในดา นใด ดว ยวธิ ีการใด เพอ่ื อะไร และหลงั จากทาํ ๒. ตัวอยา่ งการเขยี นรายงานเชิงวชิ าการ รายงานแลวเสรจ็ ผูจดั ทาํ จะไดรับความรใู ด จากรายงานทตี่ นเองจัดทํา) การเขียนรายงานเชิงวิชาการเพื่อน�าเสนอผลงานท่ีผู้เรียนศึกษาค้นคว้ามาโดยตลอด จนเสร็จสมบรู ณ์ สามารถลา� ดับวธิ ีการเขียนได ้ ดงั นี้ • การตง้ั คาํ ถามตา งๆ กบั ตนเองของผทู าํ รายงาน ๑) เลอื กเรื่องและต้งั ชื่อเรอ่ื ง สามารถทา� ได้ ดังน้ี เปน ตน วา ศกึ ษาดา นใด ดว ยวธิ กี ารใด อยา งไร ในปจั จบุ ัน1 เร๑่ือ. งทเล่เี หอื น็กวจา่าเกปเน็รอ่ืปงญั ทห่สี านแใลจ ะผเรูเ้ อ่ืขงียทนหี่ สานขใอ้จจมะูลชไว่ดยง้ แา่ ยก ้ไขห รเือชเน่รอ่ื เงรทือ่ ีเ่งหขมยาะะมสูลมฝกอบั ยเ หเปตน็กุ าตรน้ ณ์ สง ผลตอ เน้ือหาสาระของรายงานหรือไม ๒. ภาษาในการตั้งชอื่ เร่อื ง ควรก�าหนดเปน็ ค�าหรอื กลมุ่ ค�าใหส้ อดคลอ้ ง ครอบคลมุ อยา งไร กบั เนื้อเร่อื งและใช้ภาษาทางการ เชน่ ตง้ั ชื่อเรือ่ งว่า ขยะมลู ฝอย เป็นต้น (แนวตอบ การต้งั คาํ ถามขางตน จะนําไปสูการ ๒) กา� หนดจดุ มงุ่ หมายและขอบเขตของเร่ือง สามารถทา� ได ้ ดงั นี้ กาํ หนดขอบเขต เนือ้ หาสาระของรายงานให ๑. ต้ังสมมติฐาน เช่น ปญั หาขยะมลู ฝอยสามารถลดลงได้ ถ้าทกุ คนมวี นิ ัย ชว่ ยกัน แคบเขา ตรงประเด็น ไมเ ยิ่นเยอ) ปอ้ งกนั และแกป้ ัญหา เปน็ ตน้ • นอกจากจะทาํ ใหเ นอื้ หาของรายงานไมเ ยน่ิ เยอ 68 การกาํ หนดขอบเขตของรายงานยังชวย ในเร่ืองใดอีกบา ง (แนวตอบ ประหยดั เวลา งบประมาณ ในการ จัดทาํ ) นักเรยี นควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT ขอ ใดไมจาํ เปน ตองระบุในการเขียนบรรณานกุ รมทัง้ 2 รายการ 1 เรอ่ื งทเ่ี หมาะสมกบั เหตุการณใ นปจจบุ ัน หากผูเรยี บเรยี งเลอื กหวั ขอ เรอื่ งทีม่ ี รศ.ดร.ปฐมพงษ ตระกลู ย่งั ยนื . (2539) รปู แบบการนบั ถือศาสนา ความเหมาะสม อยูในกระแส คนในสงั คมกําลังใหค วามสนใจ จะทาํ ใหผอู านสนใจ ในประเทศไทย. พิมพค รั้งที่ 3. จาํ นวน 2500 เลม. ติดตามมากกวา การเลอื กเร่อื งท่เี คยมผี ูศ ึกษา ไดข อสรุป หรือพนสมัยไปแลว กรงุ เทพมหานคร : สาํ นกั พิมพอ กั ษรเจริญทศั น. 1. คาํ นําหนา ชื่อผูแตง ครงั้ ท่ีพมิ พ มุม IT 2. คํานาํ หนา ชื่อผูแตง ปทีพ่ ิมพ 3. คํานาํ หนาชอื่ ผูแตง จาํ นวนเลม นกั เรยี นสามารถเขาไปศกึ ษาเก่ยี วกับเรื่องการเวนวรรคตอน และการเขยี น 4. คร้งั ทพี่ มิ พ จาํ นวนเลม สะกดคาํ ใหถูกตองไดจากเวบ็ ไซตข องราชบณั ฑิตยสถาน www.royin.go.th วเิ คราะหคาํ ตอบ การเขยี นบรรณานุกรมมจี ุดมงุ หมายเพื่อ แสดงหลักฐานวา ผูเ รียบเรยี งไดใ ชขอ มลู ใดบางประกอบการ ศกึ ษาคน ควา โดยระบขุ อ มลู ทจ่ี ําเปน เพอื่ ใหผอู ื่นไปสบื คน ตอได ขอ มลู ทไ่ี มม คี วามจาํ เปน ตอ การเขยี นบรรณานกุ รม คอื คาํ นาํ หนา ชื่อผแู ตง และจาํ นวนเลม ทพ่ี มิ พ ดังนั้นจงึ ตอบขอ 3. 68 คูมือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ๒. กา� หนดหวั ขอ้ เรอื่ งวา่ จะศกึ ษาเกย่ี วกบั เรอื่ งขยะมลู ฝอยในประเดน็ ใด เชน่ ความหมาย นกั เรียนแตล ะกลมุ ศกึ ษาการวางโครงเรอื่ ง และความส�าคัญของขยะมูลฝอย ประเภทของขยะมูลฝอย แหล่งก�าเนิดขยะมูลฝอย ผลกระทบ รายงานเชงิ วชิ าการ จากนั้นครสู มุ เรยี กช่อื นักเรียน ของขยะมลู ฝอยตอ่ สภาพแวดลอ้ ม กรรมวธิ กี า� จดั ขยะมลู ฝอย การแปรสภาพ การใชป้ ระโยชนจ์ าก เพ่อื อธิบายความรูเ กยี่ วกับการวางโครงเรื่องเพอ่ื ทาํ ขยะมลู ฝ อย ๓แ.ล ะอกอากรแปบ้อบงกกันารแศกึก้ไษขปาคัญ้นหคาวข้า1ย ะผมู้เลูขฝียอนยต ้อเปงอน็ อตก้นแบบหรือวางแผนก่อนว่า การศึกษา รายงานเชิงวิชาการผา นขอคําถามของครู เรอื่ งขยะมูลฝอยในแตล่ ะหัวขอ้ มีขอบเขตเพยี งใด และใช้เวลาในการศึกษาเทา่ ใด ๓) •ค น้ คคน้ วคา้ วแา้ ลจาะกรเวอบกรสวาร2ม หขนอ้ งัมสูลอื แตหา� รลา่งตศา่ ึกงๆษ าทขเี่ กอ้ ยี่มวูลกเบักเยี่ รวอื่ กงขับยขะยมะลูมฝูลอฝยอ เยช น่ เช ส่นา รานกุ รมไทย • จากการศึกษาการวางโครงเร่ือง นกั เรยี น สรปุ ความสาํ คญั ของโครงเรือ่ งท่มี ตี อ การ ส�าหรบั เยาวชน ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดลอ้ ม การอนรุ กั ษ์สง่ิ แวดลอ้ ม ทํารายงานเชงิ วิชาการไดว า อยา งไร • สบื ค้นจากอินเทอร์เน็ต เว็บไซตต์ า่ งๆ ท่ีเกย่ี วกบั เรอ่ื งขยะมลู ฝอย (แนวตอบ โครงเรอื่ ง คอื กรอบที่ผทู าํ หรือ • สมั ภาษณ์ สอบถามผรู้ ู้ เช่น คร ู ผเู้ ช่ียวชาญ หน่วยงานทท่ี �าหน้าท่ีเก่ียวขอ้ ง คณะผจู ัดทํารายงานรว มกนั กําหนดขน้ึ • ศกึ ษาจากประสบการณ์โดยตรง เชน่ ศกึ ษาเกย่ี วกบั ขยะมลู ฝอยในชมุ ชน ขยะมลู ฝอย เพอื่ กาํ หนดสว นตา งๆ ของเน้ือหารายงาน จากการไปทศั นศึกษา เปน็ ตน้ หลงั จากทเี่ ลอื กเรอ่ื ง และกาํ หนดวตั ถปุ ระสงค ๔) วางโครงเรือ่ ง สามารถทา� ได ้ ดงั น้ี ของรายงานไดแลว ) ๑. รวบรวมความคิด ความรู้ และประสบการณ์เป็นข้อมูลในการเขียน โดยการท�า ผังความคดิ • การวางโครงเรอื่ งทีด่ ีควรมคี วามสอดคลอ ง ๒. เลอื กสาระส�าคัญท่ีเกย่ี วขอ้ งกับเรอื่ งทเ่ี ขยี น กับสวนใดของรายงาน ๓. จัดล�าดับความคิด โดยเรียงล�าดับความส�าคัญของเรื่องจากมากไปหาน้อย การ (แนวตอบ การวางโครงเรอ่ื งทีด่ ีควรเขยี น ลา� ดบั เหตผุ ล ลา� ดบั เหตกุ ารณ ์ หรอื สถานท ่ี ซ่ึงการล�าดับความคิดที่ดีจะท�าให้เนื้อหาของรายงาน ใหม ีความสอดคลอ งกบั วตั ถุประสงค และ มคี วามสอดคล้องกัน ขอบเขตของรายงานที่กาํ หนดไว) ๕) เรยี บเรยี งเพอ่ื นา� เสนอเปน็ รายงาน • โครงเรื่องมีความสาํ คัญอยา งไรตอ เนื้อหา เมื่อเขียนตามรูปแบบและล�าดับความคิดได้ ของรายงาน เรียบรอ้ ยแลว้ จงึ นา� มาอา่ นทบทวนเร่ืองท่เี ขยี น (แนวตอบ โครงเรื่องจะทําใหผเู ขียนรายงาน เพอ่ื ปรบั ปรงุ เพมิ่ เตมิ และแกไ้ ขสา� นวนภาษา โดย ทราบวาจะตองเขียนเนอ้ื หาแตล ะสวน น�าไปให้ผู้อ่ืนอ่านเพื่อแสดงความคิดเห็น ติชม ในอตั ราสว นสนั้ ยาวเทา ใด มองเหน็ ภาพรวม หรือน�าเสนอแนวทางปรับปรุงงานเขียนอีกครั้ง ของเนือ้ หา ลาํ ดบั ความครบถว น) หลงั จากปรับปรงุ งานเขียนเรยี บร้อยแล้ว จึงน�า มาอา่ นทบทวนตรวจทานคา� ผดิ แกไ้ ขขอ้ ผดิ พลาด ▼ การรวบรวมข้อมูลเปนขั้นตอนสำาคัญของการเขียนรายงาน การเว้นวรรคตอน น�าไปจัดพิมพ์เพ่ือน�าเสนอ เชิงวิชาการ ผจู้ ดั ทาำ ตอ้ งใชว้ จิ ารณญาณในการสบื คน้ ขอ้ มลู เปน็ รายงานฉบบั สมบรู ณ์ 69 ขอสอบ O-NET นักเรยี นควรรู ขอสอบป ’51 ออกเกย่ี วกบั การใชภ าษาในรายงานทางวิชาการ 1 ออกแบบการศกึ ษาคน ควา หากไดร บั มอบหมายใหเ รยี บเรยี งรายงานเชงิ วชิ าการ ขอ ใดใชภ าษาไมเ หมาะสม สาํ หรบั การเขยี นรายงานทางวชิ าการ เปนกลุม การออกแบบการศึกษาคนควาใหม ีความเหมาะสมกับวัตถุประสงค รวมถงึ 1. การจดั การเรยี นการสอนตองมุงพฒั นาคนทง้ั ดา นรางกาย ขอบเขตการศึกษา ระยะเวลา บุคลากร และงบประมาณ จึงไมใชหนาท่ีของคนใด จติ ใจ และสติปญ ญา คนหนง่ึ ในการตดั สนิ ใจ แตจะตองเกดิ ขึ้น และไดรับการยอมรบั เปน มตขิ องกลมุ 2. การจดั การเรียนรูต อ งมุงปลูกฝงใหผ ูเรยี นรวู ธิ ีแสวงหา 2 คน ควา จากเอกสาร ขอมลู ที่ไดจากเอกสาร แบง เปน 2 ประเภท ไดแ ก หนงั สอื ความรดู ว ยตนเอง อา งองิ และหนงั สอื ทวั่ ไป โดยหนงั สอื ทวั่ ไปเปน หนงั สอื หรอื ตาํ ราตา งๆ เนื้อหาไมไ ด 3. การจดั การเรียนรคู นสอนตอ งทําสารพัดอยางใหเ ขากับ เรียงตามลาํ ดบั การคนควาเอกสารประเภทน้ี ควรคนควาจากบตั รผูแตง ในกรณที ่ี คนเรียนแตละคน ทราบชอ่ื ผแู ตง แตไมทราบช่อื เรอื่ ง คน จากบตั รชอ่ื เรอ่ื ง ในกรณีทที่ ราบเฉพาะชอ่ื ของ 4. การเรยี นการสอนทเี่ นนผเู รยี นเปนสาํ คญั หมายถึง การให หนงั สือ หรือคน จากบัตรเร่อื ง ในกรณที ี่ไมท ราบชอื่ ผูแตง และชอื่ หนงั สอื แตทราบ ผูเรยี นมบี ทบาทรวมในการเรียนการสอน เนอ้ื หาของเรอื่ งอยางครา วๆ ปจจบุ ันการคนหนังสือดวยบัตรรายการ หอ งสมุดบางที่ วิเคราะหค าํ ตอบ จากตวั เลอื กทกี่ ําหนดใหขอ 1., 2. และ 4. ยกเลกิ แลว แตไดนําขอ มูลบนบตั รรายการเกบ็ เปน ฐานขอ มลู ออนไลน แลว ใหผ สู บื คน ทาํ การสบื คน ในลกั ษณะเดยี วกบั บตั รรายการ ใชถอ ยคํา ภาษาเพื่อการเรยี บเรียงรายงานเชงิ วชิ าการไดเ หมาะสม เพราะใชถ อ ยคําทีอ่ ยใู นระดบั กง่ึ ทางการ และทางการ สวนขอ 3. ปรากฏคําวา “สารพดั อยาง” ดังน้ันจงึ ตอบขอ 3. คูมือครู 69
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. นกั เรยี นรว มกนั สรปุ ความรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั ตัวอยา่ ง การรวบรวมความคดิ เกี่ยวกบั หัวข้อ “ขยะมลู ฝอย” โดยใช้ผงั ความคดิ การวางโครงเรอ่ื งเพอื่ ทาํ รายงานเชงิ วชิ าการ รวมกันอีกคร้ัง แลว บันทึกลงสมดุ ประจาํ กลมุ น�ามาแใชป้ใรหเปม็น่ พลังงา าะ านอุตสาหกรรบม้านเรือน น�าไปถมดิน โรงพยาบาล 2. ครูเปด ประเดน็ การสนทนาเพอื่ นําเขาสู การเผา โรงง ขยะอันตขรยาะยท่ัวไป การอธบิ ายความรใู นประเดน็ ตอ ไปคอื การสาํ รวจ ลายการใช้ประโยชน์แหลง่ กา� เนิดขขยยะะยร่อีไซยสเคิล รวบรวมและบันทึกขอมูล ดวยวิธีการตั้งคําถาม การฝัง เผยแพร่ความรู้ แลวใหย กมอื ตอบ กลมุ ใดท่มี สี มาชิกยกมอื การเทกลางแจ้ง อแ่ายนลกคดู่มปือกราะรเภใชท้ และตอบไดถ กู ตองจะไดคะแนนสําหรับการ กการารหใมชกัเ้ ทคขโนอโงลเเศยหีษลฝอือนุ่าใหลชะา้ อรอง การ อธิบายความรู • เม่อื วางโครงเรอ่ื งสาํ หรบั การเขยี นรายงาน น เชงิ วชิ าการเรอ่ื งหนง่ึ ๆ แลว เสรจ็ ขน้ั ตอนตอ ไป การกา� จดั ขยะมลู ฝอย ประเภท คอื การสาํ รวจแหลง ขอ มลู โดยมวี ธิ กี ารสาํ รวจ อยางไร ลักษณะเฉพ ปอ้ งกนั แก้ไข (แนวตอบ ผูจัดทําตอ งสํารวจวา รายงานของ ตนเองตอ งใชขอ มลู จากแหลง ขอมูลใด โดยมี 1 ความรเู บ้อื งตนเก่ยี วกบั แหลง ขอ มูล กลาวคอื ตวั อยา่ ง การวางเค้าโครงเรือ่ ง แหลง ขอ มลู มีอยู 2 แหลง ไดแ ก จากเอกสาร และจากการสาํ รวจ หรือท่ีเรียกวา ขอมลู ภาค เรื่อง ขยะมลู ฝอย สนาม โดยผูจัดทําตองสาํ รวจจากโครงเรอ่ื งท่ี ๑. ความหมายและความสา� คัญของขยะมลู ฝอย วางไว) ๒. ประเภทของขยะมลู ฝอย • ขอมลู จากเอกสารมีลกั ษณะเฉพาะ และ ๒.๑ จา� แนกตามลกั ษณะส่วนประกอบ ขอ ควรคํานงึ ในการใชอยา งไร ๒.๒ จ�าแนกตามลักษณะการเผาไหม้ (แนวตอบ ขอ มูลจากเอกสาร คอื ขอมลู ท่มี ี ๓. แหลง่ กา� เนดิ ขยะมูลฝอย ผศู ึกษาไวแลว ซงึ่ มคี วามเกี่ยวขอ งกบั หวั ขอ ๔. ผลกระทบของขยะมูลฝอยตอ่ สภาพแวดลอ้ ม ที่เลอื กศึกษา โดยมขี อ ควรคํานึงวาผูจัดทาํ ๕. กรรมวิธีก�าจัดขยะมูลฝอย จะตอ งพจิ ารณาวาผูรวบรวมเปนใคร มี ๕.๑ การเทกองกลางแจ้ง จุดมุงหมายอยา งไร มคี วามชํานาญหรอื มี ๕.๒ การเผา องคความรูทน่ี าเชือ่ ถือ ไดรับการยอมรบั ๕.๓ การฝงั ดนิ ในวงวิชาการหรอื ไม จากนัน้ จงึ ตดั สนิ ใจวา จะ ๕.๔ การหมกั นาํ ไปใชอ า งองิ มากนอ ยเพยี งใด หากมเี อกสาร ๖. การแปรสภาพและการใชป้ ระโยชน์จากขยะมลู ฝอย หลายฉบบั โดยมผี ูแตง หลายทาน ผจู ัดทําอาจ ๖.๑ การแปรสภาพขยะมลู ฝอยเปน็ พลังงาน ศกึ ษาเพิม่ เตมิ เพ่ือใหชว ยตดั สินใจในการใช ๖.๒ การคัดแยกวสั ดเุ พ่ือนา� กลบั มาใชใ้ หม่ ขอมลู ไดสะดวกข้ึน) ๖.๓ การน�าขยะมูลฝอยไปถมดิน ๗. การปอ้ งกนั แก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย 70 นักเรียนควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT รายงานเรอ่ื ง “ลําตัด ลมหายใจสุดทา ยของเพลงพน้ื บาน” 1 เคาโครงเรื่อง ของรายงานเชงิ วชิ าการ จะประกอบดว ยสว นหลัก คือ บทนํา ควรเรียงลาํ ดบั โครงเร่ืองตามขอ ใด หวั ขอใหญ หวั ขอรอง หัวขอ ยอย และบทสรปุ โดยใชร ะบบตัวเลขเพอื่ แสดงความ 1. ความเปน มาและลักษณะทั่วไปของลําตดั สัมพันธข องแตล ะหัวขอ 2. แนวทางการอนรุ ักษเพลงลําตดั 3. สาเหตกุ ารผนั เปลยี่ นของวฒั นธรรมเพลงพน้ื บา น 4. บทบาทของเพลงลําตัดตอ สังคมไทย 1. 3 - 4 - 1 - 2 2. 4 - 3 - 2 - 1 3. 1 - 4 - 3 - 2 4. 3 - 1 - 2 - 4 วเิ คราะหค าํ ตอบ การเรยี งลําดบั โครงเรอื่ งเพ่ือทาํ รายงานเร่ือง “ลาํ ตัด ลมหายใจสดุ ทา ยของเพลงพนื้ บา น” ตามขอ 3. เปนการ เรียงลาํ ดับท่ีเหมาะสมกวา ขอ อนื่ ๆ เพราะทําใหเ กดิ สัมพนั ธภาพ ของเนือ้ หาสาระ ดังนนั้ จึงตอบขอ 3. 70 คูมือครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ครใู ชก ารตั้งคาํ ถามเพอื่ ใหนกั เรียนรวมกนั อธิบายความรูเกยี่ วกบั การสํารวจ รวบรวม และ รายงาน (ปกหนา้ ) บนั ทึกขอ มูลเพ่ือนํามาเรียบเรียงรายงาน เร่ือง ขยะมูลฝอย เชิงวชิ าการ • ขอมลู ภาคสนามมีลกั ษณะเฉพาะ และ ขอควรคํานึงในการใชอ ยา งไร (แนวตอบ ขอ มูลภาคสนามเปนขอมลู ซง่ึ ผจู ัดทาํ หรือคณะผูจ ดั ทาํ ตอ งรวบรวมขึน้ เอง โดยอาจไดม าจากการสํารวจ สังเกตการณ และการสัมภาษณ โดยมีขอควรคํานึง โดย ในการใชว า ตองการขอมูลภาคสนาม นางสาวกนั ยา เขย้ี วงา จากแหลง ขอ มลู ใด หากแหลง ขอมูลนัน้ มีผใู หข อมลู ในจาํ นวนไมมากกส็ ามารถ สาํ รวจไดท ้ังหมด แตถาผใู หขอ มูลมีจํานวน มากกอ็ าจใชว ิธีการเลือกตัวอยางโดยเลือก กลุมตวั อยางทีม่ ีความสอดคลอ งกบั หัวขอ เรื่อง วัตถปุ ระสงค และขอบเขตของรายงาน จากนัน้ จึงตัดสินใจวาจะใชว ธิ กี ารใดในการ เสนอ ไดมาซง่ึ ขอมลู เชน อาจใชวิธีการสัมภาษณ อาจารย์ระววี รรณ อินทรประพันธ์ การทดลอง การสังเกตการณ หรือใหท าํ แบบสอบถาม เปน ตน ) • การคน ควาขอมลู เพอ่ื นํามาประกอบ การเรียบเรยี งรายงานเชงิ วชิ าการส่งิ ทค่ี วร คํานงึ ถงึ มากทส่ี ดุ คือสงิ่ ใด (แนวตอบ การคนควา ขอ มลู เพ่อื นํามา ประกอบการเรียบเรยี งเนอ้ื หาสาระของ รายงานเชงิ วชิ าการ ไมวาจะเปนขอมูลจาก รายงานนีเ้ ป็นส่วนหนงึ่ ของการศึกษาวิชา ท ๐๔๑ การเขียน ๑ เอกสาร ขอ มลู ภาคสนาม ผูจ ัดทําจะตอง ภาคเรยี นท ี่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๐ คํานงึ ถงึ ความนาเชือ่ ถือของขอมลู โดย พจิ ารณาจากผเู ขียนหรอื ผเู รียบเรยี งวา มี โรงเรียนเมอื งเชลียง อา� เภอเชลียง จงั หวดั สุโขทัย ความรู ความสามารถในศาสตรน ั้นมากนอ ย เพยี งใด การอา งองิ ขอ เทจ็ จรงิ ขอ คดิ เหน็ 71 นอกจากนค้ี วรนาํ ไปเปรยี บเทยี บกบั เอกสาร อนื่ ๆ ทม่ี เี นอื้ หาคลา ยคลงึ กัน) ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEดิT เกร็ดแนะครู บุคคลใดเริม่ ขัน้ ตอนการเรยี บเรียงรายงานเชิงวิชาการไดเ หมาะสม ครูอาจมอบหมายชิ้นงานยอ ยใหน ักเรยี น อา นเน้ือหาสาระของรายงาน ทีส่ ุด เชงิ วิชาการเรื่อง “ขยะมูลฝอย” ทน่ี ํามาแสดงเปนตัวอยา ง แลวใหอ นมุ านวา ขอมูล ท่ีใชป ระกอบการศกึ ษาคน ควา ในหวั เรือ่ งดงั กลา ว ไดม าจากขอ มูลประเภทใด ทาํ ไม 1. ดวงพรสํารวจแหลงขอมลู ทีจ่ ะใชสําหรบั การสืบคน จงึ เปนเชน นน้ั นาํ ขอมลู มาแลกเปล่ียนเรียนรรู วมกนั ภายในชน้ั เรียน นอกจากนีค้ รู 2. อดศิ กั ดอิ์ อกแบบวธิ กี ารคน ควา รวบรวม และจดั หมวดหมขู อ มลู ควรใหน กั เรยี นรว มกนั สงั เกตเพม่ิ เตมิ เกย่ี วกบั การเขยี นสว นคาํ นาํ ทอี่ าจมกี ารกลา วถงึ 3. จนิ ตนาวางโครงเรอ่ื งดว ยการลาํ ดบั ความคดิ จากคลงั ขอ มลู สว นตน ปญหาหรืออปุ สรรคขณะทํารายงาน โดยใหน ักเรยี นรวมกนั ตอบคาํ ถามวา “การ 4. อมรคิดไตรตรองเพอื่ เลอื กหวั ขอเร่อื งที่มีความนาสนใจ และ เขยี นแสดงปญหาหรอื อปุ สรรคท่เี กิดขึน้ ขณะทํารายงาน ผจู ัดทาํ มีเปา ประสงค อยา งไร” รว มกนั อภปิ ราย ซกั ถาม แลกเปลย่ี นความรู ความเขา ใจรว มกนั ภายในชนั้ เรยี น เปนประโยชน แลว บนั ทกึ ลงสมดุ วิเคราะหค ําตอบ ไมวา จะผลิตงานเขียนในรูปแบบใดก็ตาม เร่มิ ตน ดว ยขนั้ ตอนการวางแผน ขนั้ ตอนการคน ควา บนั ทกึ จดั หมวดหมู วิเคราะหขอมูล การเรยี บเรยี ง และตรวจสอบ จากตวั เลือกทกี่ ําหนด การเลอื กหวั ขอ เร่ืองนบั เปนขัน้ ตอนแรกเรม่ิ ของการทํารายงาน เปนชว งทอ่ี ยูในขั้นตอนการวางแผน ดังน้นั จงึ ตอบขอ 4. คูมือครู 71
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู ครตู ั้งคาํ ถามกบั นักเรยี นเพ่อื นาํ สกู ารอธบิ าย ค�าน�า ความรูในประเดน็ ตอ ไป ปญั หาขยะมลู ฝอยเปน็ ปญั หาทมี่ คี วามสา� คญั อยา่ งยง่ิ ในปจั จบุ นั เพราะทา� ใหเ้ กดิ ปญั หา • เมอื่ ทราบแหลง ทม่ี าของขอ มูลแลว โดย สิ่งแวดล้อมต่างๆ ตามมา หากทุกคนมีความรู้ความเข้าใจเร่ืองขยะมูลฝอย ก็จะสามารถป้องกัน สว นใหญน กั เรยี นมวี ธิ กี ารบนั ทกึ ขอ มลู อยา งไร และแกไ้ ขปัญหาขยะมูลฝอยใหล้ ดลงได้ (แนวตอบ เมื่อผจู ัดทาํ ทราบแลววารายงานของ ตนเองตองใชแ หลงขอมูลจากแหลง ใด จงึ เร่มิ ผู้เขียนตระหนักในผลกระทบของขยะมูลฝอยต่อสภาพแวดล้อม จึงได้รวบรวมข้อมูล ทาํ การรวบรวมและบันทกึ หากใชขอมลู จาก เกี่ยวกับเรื่องขยะมูลฝอย น�าเสนอรายงาน เพื่อให้ผู้อ่านได้รู้จักประเภทของขยะมูลฝอย แหล่ง เอกสาร ผูจดั ทํารายงานตองอานเนือ้ หาสาระ กา� เนดิ ขยะมลู ฝอย ผลกระทบของขยะมูลฝอยต่อสภาพแวดล้อม กรรมวิธกี �าจดั ขยะมลู ฝอย การ อยางมีสมาธิ เพอ่ื ใหสามารถเก็บสาระสาํ คญั แปรสภาพ การใช้ประโยชน์จากขยะมูลฝอย และการป้องกันแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ทั้งน้ีเพ่ือ ไดครบถวน โดยใชวธิ กี ารจดบันทึกขอมลู ลง ใหผ้ ู้อ่านสามารถน�าความรไู้ ปใช้ประโยชน์ไดบ้ ้างตามสมควร บนกระดาษบนั ทกึ ซง่ึ อาจจะเปนบัตรแข็งท่ี ผูบ ันทกึ จดั ทําข้นึ เอง โดยมขี นาดตง้ั แต 3 คณู ขอขอบพระคุณอาจารย์ระวีวรรณ อินทรประพันธ์ ท่ีกรุณาให้ค�าแนะน�าในการจัดท�า 5 น้วิ , 4 คณู 6 นว้ิ หรือ 5 คูณ 7 นิว้ ) รายงานจนสา� เรจ็ ลลุ ่วงดว้ ยดี • นกั เรยี นคดิ วาการบันทึกขอ มลู มีทงั้ ส้ิน นางสาวกนั ยา เขย้ี วงา กป่ี ระเภท และมีลกั ษณะอยางไร ๑ ธันวาคม ๒๕๕๐ (แนวตอบ การบันทึกขอ มูลไมว าจะเปนขอมูล ทไ่ี ดจ ากการอาน หรือการฟง มี 2 ลกั ษณะ 72 กลา วคือ การบันทึกขอ มูลเพอ่ื เก็บสาระสาํ คญั ทไี่ ดจากการรบั สารไว โดยยงั ไมม จี ดุ มุงหมาย เพอ่ื นาํ ไปใชประโยชน ดังน้ัน จะตองระบุ รายละเอียดเก่ียวกบั เอกสารทอ่ี าน หรอื เร่อื งท่ี ฟง ใหช ดั เจน เพอ่ื กลบั ไปคน ควา ไดใ นภายหลงั ขอ มูลท่ีตองระบุ ไดแก หัวเรอ่ื ง ชื่อผแู ตง ชอื่ เอกสาร จงั หวดั ทพี่ มิ พ สถานทพี่ มิ พ ป พ.ศ. ทพ่ี มิ พ เลขหนาของขอ ความที่บนั ทกึ และ สถานทคี่ น ควา เมอื่ บนั ทกึ แลว จดั เกบ็ โดยเรยี ง ลาํ ดบั ตามตวั อกั ษรของหวั เรอื่ ง สว นการบนั ทกึ ขอ มลู อีกลกั ษณะหน่งึ คอื การบนั ทึกขอมลู เพื่อใชทํารายงานตามโครงเรอื่ งทวี่ างไว บัตรบนั ทกึ จะถกู นําไปรวบรวมไวเ ปนกลมุ ตาม โครงเรื่อง โดยใชต วั เลขแทนจํานวนเลมท่อี า น คน่ั ดว ยหมายเลขหนา ทอ่ี านขอ ความนั้นๆ) เกรด็ แนะครู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT การยกหรอื อา งอิงขอความของผูหน่งึ ผใู ดมาประกอบ ครคู วรใหความรเู พ่ิมเตมิ แกนักเรียนเก่ยี วกับการบันทึกขอมูลลงบนบัตรบันทกึ การเรยี บเรยี งรายงานไมควร ใชว ธิ กี ารในขอใด ซง่ึ มคี วามจาํ เปน ตอ การเรยี บเรยี งเนอ้ื หารายงานเชงิ วชิ าการ นอกจากนหี้ ากนกั เรยี น 1. เปนขอ ความท่ีมีความนาเชอ่ื ถอื มโี อกาสไดร ับสารผา นทกั ษะตา งๆ เปนตน วา การอา น การฟง และการดู แลวไม 2. เปน ขอ ความทเ่ี ปน ประโยชนต อ ผอู า น ละเลยที่จะจดบนั ทึกไว ขอมูลเหลาน้ีจะเปนประโยชน สามารถนาํ มาใชเ พ่ือพฒั นา 3. เปน ขอความทม่ี ีความเกย่ี วของกับเน้ือหาของรายงาน ทําให ตนเองในดา นตางๆ ได อยา งนอ ยการเริม่ ตนบันทกึ ก็นบั ไดวา เริ่มพัฒนาตนเอง เกดิ ความนาเชื่อถือ ในดา นการเสริมสรางความรู 4. เปน ขอความทไี่ มม คี วามเกย่ี วขอ งกบั เนื้อหาของรายงาน แต ผจู ดั ทํารสู กึ เลื่อมใส เมอ่ื เรม่ิ ตนบนั ทกึ ผคู นควาอาจจะยอมาเฉพาะสาระสําคญั ของสง่ิ ทไ่ี ดอาน หรือ วิเคราะหคําตอบ ผเู รยี บเรยี งควรคาํ นงึ ถงึ ความเหมาะสม โดยควร อาจคดั ลอกขอความนน้ั ๆ มา โดยไมม กี ารเปลี่ยนแปลงเน้อื ความใดๆ ซง่ึ จะตอง เลอื กขอ ความทมี่ คี วามเกยี่ วขอ ง เปน ประโยชน เพม่ิ ความนา เชอื่ ถอื แสดงเครอ่ื งหมายบง ชใี้ หต นเองทราบเพอ่ื กนั ลมื โดยนยิ มใชเ ครอื่ งหมาย “ ” แตห าก ใหแ กร ายงาน หรอื แมจ ะเปน ขอ ความทน่ี า เชอื่ ถอื หรอื เปน ประโยชน เปนขอความทสี่ รุปยอ มาดวยสํานวนภาษาและความเขาใจของตนเองไมต อ งระบุ แตถ า ไมมีความเกยี่ วของกบั รายงานก็ไมค วรนาํ มาใช ดังน้นั เคร่ืองหมายใดๆ โดยทว่ั ไปบตั รบนั ทกึ ขอ มูลจะบันทกึ เพยี งดานเดียว หากเขยี น จงึ ตอบขอ 4. ไมพ อใหต อแผน ใหม แลว ลาํ ดับหมายเลขไวบ นหวั กระดาษ 72 คูม ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ครยู งั คงใชก ารตงั้ คาํ ถามเพอ่ื ใหน กั เรยี นรว มกนั อธิบายความรูเก่ยี วกบั ขั้นตอนการทํารายงาน สารบญั เชงิ วชิ าการ ในสว นของการสาํ รวจ รวบรวม บนั ทกึ เร่ือง จดั กลมุ และวิเคราะหขอมูล หน้า • การบนั ทึกขอมูลทีม่ ีลกั ษณะเปน ขอ คดิ เห็น มีวิธกี ารบันทึกอยา งไร บทน�า ๑ (แนวตอบ การบนั ทึกขอ มลู ท่ีมีลักษณะเปน ๑ ขอคิดเห็น ยงั ไมมขี อ เทจ็ จริงเชิงวชิ าการ ความหมายและความส�าคัญของขยะมูลฝอย ๒ หรอื ผลพสิ ูจนร องรบั แตผ ูทาํ รายงานเห็นวา ประเภทของขยะมลู ฝอย เปน ประโยชนต อการเรียบเรียงเนื้อหาสาระ แหล่งก�าเนิดขยะมูลฝอย ๓ ผูทาํ รายงานอาจบันทกึ ขอมูลดังกลาวลงใน ผลกระทบของขยะมูลฝอยต่อสภาพแวดลอ้ ม ๔ บัตรบันทึก แลว วงเล็บไวว า “ความคิดเห็น” กรรมวิธีก�าจดั ขยะมูลฝอย ๖ โดยระบใุ หชัดเจน) การแปรสภาพและการใช้ประโยชนจ์ ากขยะมูลฝอย ๗ • เมือ่ จัดกลมุ บัตรบันทึกขอมูลตามโครงเรอื่ ง การป้องกันแกไ้ ขปญั หาขยะมลู ฝอย ๘ ทว่ี างไว ขัน้ ตอนตอ ไปของการทํารายงาน บทสรปุ ๙ คอื ข้ันตอนใด (แนวตอบ เม่ือบันทึก และจัดกลมุ ขอ มูลตาม บรรณานุกรม ๑๐ โครงเรื่องทวี่ างไวแ ลว ตอจากนั้นจึงเปน การ วิเคราะหข อ มลู ผจู ดั ทําควรทําความเขา ใจ ขอ มลู พิจารณาลักษณะรว มของขอ มลู ใน แตล ะหวั ขอของโครงเรอ่ื ง ตีความเพ่อื คน หา ความหมาย แตถ า เปน ขอ มลู ทเ่ี ปน ขอ คดิ เหน็ จะตองพจิ ารณาดว ยเหตผุ ลวาตนเอง เหน็ ดวยหรือไมอ ยา งไร ซ่ึงการตคี วามและ การพิจารณาขอ มลู ตามหลักวชิ าการทีเ่ ปน จริง ดวยเหตผุ ล จะนําไปสขู อสรุป หรือ คาํ ตอบของประเด็นปญหาที่กาํ หนดไว เม่อื มคี วามรู ความเขาใจในขอมูลท้งั หมดเปน อยา งดแี ลว จึงเรยี บเรียงเนื้อหาของรายงาน จากความเขา ใจและใชส าํ นวนภาษาของตนเอง) • การบันทกึ ขอมลู ลงบนบัตรบนั ทึกตอ งมี ทักษะความรูดานใดเปน สําคญั 73 (แนวตอบ ผูบ ันทึกขอมลู จะตอ งมีทักษะ การอา นเพ่ือจับใจความสาํ คัญ และทกั ษะ การยอ ความ) ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT เกรด็ แนะครู ขอใดเรยี งลําดับสว นประกอบสว นทายของรายงานเชิงวชิ าการ ครใู หนักเรยี นพิจารณารปู เลมรายงานทใี่ ชเปนส่ือประกอบการเรยี นการสอน ไดถ ูกตอ ง โดยชีน้ าํ ประเด็นเกีย่ วกบั เคร่อื งหมายที่จะพบไดใ นเน้ือหาสาระของรายงาน โดย เรยี กเครอื่ งหมายนี้ “ ” วาอญั ประกาศ และเรียกขอ ความท่ีอยูในเครือ่ งหมาย 1. อภิธานศพั ท ดัชนีคนเรอื่ ง ภาคผนวก บรรณานกุ รม วา อญั พจนห รืออัญประภาษ ซ่ึงเปน ขอ ความท่ีคัดลอกมาจากเอกสารหรอื คาํ พูดของ 2. บรรณานุกรม ภาคผนวก ดชั นีคนเรอ่ื ง อภธิ านศัพท ผอู น่ื โดยไมเปลยี่ นแปลง ขอ ความทมี่ กั นํามาเปน อัญประภาษ ไดแก ขอความท่ีเปน 3. บรรณานุกรม ภาคผนวก อภิธานศัพท ดัชนีคนเรือ่ ง ขอ เท็จจรงิ หรอื เขยี นไวอ ยางชัดเจน สละสลวย กะทัดรัด ซึง่ ผูทํารายงานเห็นวา เปน 4. ภาคผนวก บรรณานกุ รม อภิธานศัพท ดชั นีคนเรือ่ ง วิเคราะหคําตอบ รายงานเชิงวชิ าการเลมหน่งึ ๆ มสี ว นประกอบ ขอความท่ีดี จงึ นาํ มาอางประกอบเพ่อื ทาํ ใหเน้ือหาสาระของรายงานนาเชือ่ ถือ ซึง่ สําคัญ 3 สว นใหญๆ ไดแก สวนประกอบตอนหนา สวนประกอบ การคัดลอกน้นั ตองใหเ หมือนตนฉบบั ทกุ ตัว ไมสามารถดัดแปลงแกไ ข หรือยนยอ ได ทเ่ี ปนเน้อื หาสาระ และสวนประกอบตอนทาย โดยทส่ี วนประกอบ หากขอความนั้นมีความยาวมาก ใหใชเ ครื่องหมาย... เพอื่ ละขอ ความทีไ่ มไ ดน ํามา ตอนทายจะเปนสว นของการอา งอิง การใหข อ มลู เสริมท่เี ปน ระบุไว ประโยชนแกผอู า น ทาํ ใหเ ขาใจเนื้อหาสาระของรายงานไดง ายข้นึ ดังน้ันจงึ ตอบขอ 2. คมู อื ครู 73
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. ครขู ออาสาสมคั รนักเรยี น จํานวน 1 กลุม บทน�า ออกมาอธบิ ายความรูเกีย่ วกับแนวทาง ขยะมลู ฝอย เปน็ ปญั หาสง่ิ แวดลอ้ มทส่ี า� คญั ของชมุ ชน และมสี ว่ นสมั พนั ธก์ บั ความหนาแนน่ การเรยี บเรยี งเนอื้ หาของรายงานเชงิ วิชาการ ของชมุ ชนน้ัน เมอื งทม่ี ปี ระชากร การอตุ สาหกรรม และกจิ กรรมเพมิ่ มากขน้ึ เท่าใด เศษของเหลือ โดยกลมุ อาสาจะตอ งแนใ จในความถกู ตอ ง จากกิจกรรมต่างๆ และการบริโภคของมนุษย์จะมีปริมาณมากข้ึน ดังท่ีพบเห็นตามชุมชนต่างๆ ครบถวนของขอมูลทจ่ี ะนําเสนอ ในขณะน้ ี เชน่ กองขยะทอ่ี ่อนนชุ กองขยะท่เี ขตหนองแขม กองขยะทีช่ ุมชนรม่ เกลา้ คลองเตย (แนวตอบ การเรยี บเรียงเนือ้ หาสาระของรายงาน เป็นต้น เมื่อขยะมูลฝอยมีปรมิ าณมากจนเกนิ กา� ลงั ความสามารถของเทศบาลหรอื ทอ้ งถิ่นจะเกบ็ ควรเรยี บเรียงเปน ลําดบั ตามโครงเร่ืองท่ีวางไว และทา� ลายได ้ กจ็ ะเหลอื ขยะมลู ฝอยทเ่ี กบ็ ทา� ลายไมห่ มด ทา� ใหเ้ กดิ ปญั หาสงิ่ แวดลอ้ มตามมา ทา� ให้ โดยบทนําผูเรยี บเรียงจะตอ งช้แี จงเหตผุ ล เกดิ ความสกปรกและความไมเ่ ปน็ ระเบยี บเรยี บรอ้ ยของบา้ นเรือน วัตถุประสงค ขอบเขตของเรอื่ ง และวธิ กี าร ศกึ ษาคนควา ในสว นเน้ือหา หากมเี ปน จํานวน ความหมายและความส�าคัญของขยะมลู ฝอย มากควรแบงเปน บทๆ โดยเรยี บเรยี งขน้ึ จาก ขยะมลู ฝอย (Solid Wastes) หมายถึง บรรดาสิง่ ตา่ งๆ ที่คนไม่ต้องการและทง้ิ ไป รวมถึง ความรู ความเขาใจ ความคิดเหน็ นาํ เสนอ เศษอาหาร เศษผา้ มลู สตั ว ์ ซากสตั ว์ เถา้ ถา่ น ฝุ่นละออง เศษของเหลอื ท้ิงจากกระบวนการผลติ ตามลําดบั ข้นั ตอน ดว ยสํานวนภาษาท่เี ปน ของ และการใช้สอยของมนุษย์ จากบ้านเรอื น ทีพ่ กั อาศัย อาคาร ถนน ตลาดสด โรงงานอุตสาหกรรม ตนเอง หากเนอ้ื หาตอนใดเปนการอางองิ ชุมชนตา่ งๆ ทอ่ี ยู่กนั อย่างแออัด เชน่ ชุมชนร่มเกลา้ เป็นต้น๑ ยกขอ ความ คาํ พดู ของผอู นื่ มาโดยไมเ ปลยี่ นแปลง ขยะมูลฝอยมีลักษณะแตกต่างกันออกไปตามแหล่งท่ีก่อให้เกิดขยะนั้นๆ เช่น ขยะจาก ควรอางองิ ในรูปแบบของเชงิ อรรถใหถกู ตอง) บ้านเรือนที่พักอาศัย จะเป็นเศษอาหารที่เหลือจากการหุงต้ม เศษผ้าและเศษของที่ไม่ใช้แล้ว ตา่ งๆ เป็นตน้ ขยะจากตลาดมักจะเปน็ พวกเศษอาหารสด ผกั ผลไม ้ ส่วนขยะมลู ฝอยจากโรงงาน 2. ครเู ปด โอกาสใหน กั เรียนกลมุ อ่นื ๆ ทีไ่ มไ ด อุตสาหกรรมขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรมนั้นๆ บางชนิดอาจมีสารเคมีบางชนิดปะปนอย ู่ นําเสนอ ซกั ถาม โตแ ยง สนบั สนนุ หรอื เสนอ เช่น ของที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมเคมี เป็นต้น ส่วนขยะท่ีถูกทิ้งไว้ตามถนน ตรอก ซอย ประเดน็ ทกี่ ลมุ อาสาอาจกลา วไมค รบถว น แตล ะ แม่น�า้ ล�าคลอง และตามสถานที่สาธารณะตา่ งๆ เช่น ใบไม้ เศษกระดาษ ถุงพลาสติก ดนิ หิน กลมุ บนั ทกึ ความรู ความเขา ใจลงสมดุ ประจาํ กลมุ กรวด ทราย เปน็ ตน้ กเ็ ป็นภาระมากแก่ผเู้ ก็บกวาดเพราะกระจัดกระจายกนั อย่เู ปน็ บริเวณกว้าง จากนัน้ ครตู ้งั คาํ ถาม โดยใหน ักเรียนแสดง ท�าให้เก็บทา� ลายได้ยากและไมท่ ่ัวถงึ เจตจํานงในการตอบ สมาชกิ ของกลุมใดตอบได ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาที่มีความส�าคัญอย่างย่ิงในปัจจุบัน โดยเฉพาะในชุมชนที่มี ถูกตอ ง กลุม น้นั จะไดรับคะแนน ประชากรอยกู่ นั หนาแนน่ และมรี ะดบั การพฒั นาอตุ สาหกรรมของประเทศสงู หากเมอื งมปี ระชากร • การเขียนเรียบเรียงรายงานที่ดีควรมีลักษณะ และการอุตสาหกรรมมาก แต่ประชากรไม่มีระเบียบกันเป็นส่วนใหญ่ ขยะมูลฝอยจะมีปริมาณ อยา งไร มากเกนิ กา� ลงั ความสามารถของผรู้ บั ผดิ ชอบในทอ้ งถน่ิ ทจี่ ะเกบ็ และทา� ลายใหห้ มด กจ็ ะเหลอื ขยะ (แนวตอบ การเขยี นเรยี บเรยี งรายงานทด่ี ี ผเู ขยี น มูลฝอยหมักหมมกนั อยู่ ซง่ึ จะท�าใหเ้ กดิ ปญั หาส่งิ แวดลอ้ มต่างๆ ตามกนั มา ควรใชถอยคาํ สาํ นวนโวหารในระดับทางการ ก่งึ ทางการ ตรงไปตรงมา อานเขา ใจงา ย ใช ________________________________________________ คาํ ถูกตอ งตามชนดิ และหนาท่ี ใชคําศัพท ทางวิชาการไดถ กู ตอ ง เหมาะสม รปู ประโยค ๑ ดา� รงศกั ด ์ิ ชยั สนทิ . ๒๕๕๐. ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม. (กรงุ เทพมหานคร: ภญิ โญการพมิ พ)์ , กระชบั ถกู ตอ งตามหลกั ไวยากรณ ตรวจสอบ หน้า ๘๓. ความถกู ตอ งของการเขยี นสะกด การนั ต นอกจากน้ียงั ตอ งแสดงความรู ความคิดเห็น 74 อยา งมเี หตผุ ล เพอื่ มงุ ใหผ อู า นไดร บั ประโยชน) เกร็ดแนะครู ขอสอบ O-NET ขอสอบป ’53 ออกเกี่ยวกบั ความเหมาะสมของภาษาในรายงาน ครคู วรช้แี นะเพม่ิ เติมใหแ กนกั เรียนเก่ียวกับการเรยี บเรียงเนอ้ื หาสาระของ ทางวชิ าการ รายงานเชงิ วชิ าการ โดยผูเรียบเรยี งจะตอ งเรยี บเรยี งเน้อื หาจากความรู ความเขา ใจ รายงานทางวชิ าการสว นใดใชภาษาไมเ หมาะสม ของตนเองทเี่ กิดขนึ้ จากการคน ควา บนั ทกึ จดั หมวดหมู และวิเคราะหข อ มูล 1) นักวทิ ยาศาสตรพ บวา เด็กทารกตองการโปรตีนจากนมใน ไมใ ชก ารไปสบื คน ขอ มลู จากหนงั สอื หรอื ตาํ ราวชิ าการจาํ นวนหลายๆ เลม แลวนาํ ปริมาณมากเพอ่ื ชว ยการเจรญิ เตบิ โตของเซลลส มอง/2) แตน กั ขอมูลยอ หนา นนั้ มาปะตดิ กับยอหนานี้ จนกระทั่งจบเรื่องของรายงาน เพราะเปน วทิ ยาศาสตรย งั พบอกี วา สมองของมนษุ ยห ยุดการแบง เซลลแลว วธิ ีการทีไ่ มถ ูกตอ งของการเรยี บเรยี งรายงานเชิงวชิ าการ การเรียบเรียงเนอ้ื หาสาระ ตง้ั แตใ นวยั เดก็ /3) ดงั นนั้ ในวยั ผใู หญแ ละวยั สงู อายจุ งึ ไมค วรกนิ ผเู รยี บเรยี งจะเขยี นหรอื พมิ พก ไ็ ด ในปจ จบุ นั ดว ยความเจรญิ กา วหนา ทางเทคโนโลยี โปรตนี อยา งลน เหลอื /4) เพราะจะกอ ผลรา ยตอ สขุ ภาพมากกวา ผลดี จึงใชว ิธกี ารพมิ พ เพราะเปนระบบ ระเบยี บ เรียบรอ ย สะอาด หรือขณะทําการ 1. สวนที่ 1 2. สวนท่ี 2 เรยี บเรยี ง หากพบขอ ผิดพลาดกส็ ามารถแกไ ขไดโ ดยไมท ง้ิ รอ งรอยสกปรกไว 3. สว นที่ 3 4. สว นที่ 4 วเิ คราะหค าํ ตอบ รายงานเชงิ วชิ าการทดี่ คี วรใชภ าษาทเี่ หมาะสม ในระดบั ทเี่ ปน ทางการ เพราะมสี วนตอ ความนาเชื่อถอื ของเน้อื หา สาระรายงาน ดงั นั้นจงึ ตอบขอ 3. 74 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ประเภทของขยะมลู ฝอย ๒ ครูนําเขา สูการอธิบายความรูในประเดน็ การเขยี นสวนอางองิ ในรายงานเชงิ วชิ าการ โดยใช สารานกุ รมไทยสา� หรบั เยาวชนฯ๒ ไดแ้ ยกประเภทของขยะมลู ฝอยตามลกั ษณะสว่ นประกอบ คาํ ถามนาํ และขออาสาสมคั รนกั เรยี น จาํ นวน 1 กลมุ ของขยะมลู ฝอยเป็น ๑๐ ประเภท ดังน้ี ออกมาอธิบายความรู ๑. ผักผลไม้และเศษอาหาร ได้แก่ เศษผัก เศษผลไม้ เศษอาหารที่เหลือจากการปรุง อาหารและเหลอื จากการบริโภค เชน่ ขา้ วสกุ เปลอื กผลไม้ เน้ือสตั ว์ (แนวตอบ หลงั จากทีผ่ ูเขียนเรียบเรียงเนือ้ หา ๒. กระดาษ ได้แก่ วสั ดหุ รือผลิตภณั ฑ์ท่ีทา� จากเยือ่ กระดาษ เช่น กระดาษหนงั สือพิมพ์ ของรายงานแลว เสรจ็ ขน้ั ตอนตอ มา คอื การอา งองิ ใบปลวิ ถงุ กระดาษ กล่องกระดาษ ซง่ึ การอางอิงในสวนทา ยนเี้ รียกวา “บรรณานุกรม” ๓. พลาสตกิ ไดแ้ ก ่ วสั ดหุ รอื ผลติ ภณั ฑท์ ท่ี า� จากพลาสตกิ เชน่ ถงุ พลาสตกิ ภาชนะพลาสตกิ โดยแหลงขอมลู ทุกประเภท เปน ตนวา หนงั สือ ของเลน่ เด็ก ผลิตภณั ฑ์ไฟเบอร์กลาสส์ โสตทัศนวสั ดุ การสัมภาษณ ทผี่ ูเขยี นรายงาน ๔. ผา้ ได้แก่ สิง่ ทอต่างๆ ท่ที า� มาจากเสน้ ใยธรรมชาตแิ ละใยสังเคราะห์ เช่น ฝา้ ย ลินิน ใชป ระกอบการศึกษาคน ควา จะถกู นาํ มาเรียง ขนสัตว์ ผ้าไนลอน ได้แก่ เศษผา้ ผ้าเชด็ มือ ถงุ เทา้ ผา้ ขี้ร้วิ ลาํ ดบั ตามอกั ษรตัวแรกของช่ือผูแ ตง หากเปน ๕. แก้ว ได้แก่ วัสดุหรือผลิตภัณฑ์ท่ีท�าจากแก้ว เช่น เศษกระจก ขวด หลอดไฟ เอกสารภาษาตา งประเทศจะเรยี งลาํ ดบั A-Z เครอื่ งแก้ว ตามอักษรตวั แรกของนามสกลุ โดยจะแยกประเภท ๖. ไม ้ ไดแ้ ก ่ วสั ดหุ รอื ผลติ ภณั ฑท์ ที่ า� มาจากไม ้ ไมไ้ ผ ่ ฟาง หญา้ เศษไม ้ เชน่ กลอ่ งไม ้ เกา้ อี้ หรือไมก ็ได นอกจากนี้ยงั มกี ารอางอิงทปี่ รากฏใน โตะ๊ เฟอร์นิเจอร์ เครอ่ื งเรือน สว นเนอ้ื หาของรายงาน หรอื เชงิ อรรถ เพราะบางครง้ั ๗. โลหะ ไดแ้ ก่ วสั ดหุ รอื ผลิตภณั ฑ์ต่างๆ ที่ทา� จากโลหะ เชน่ กระป๋อง ตะป ู ลวด ภาชนะ ในเน้ือหาผูเ ขียนอาจมกี ารยกขอ ความของผอู ืน่ ท่ที า� จากโลหะต่างๆ มาใชป ระกอบการเรียบเรยี ง จึงตอ งใชเชงิ อรรถ ๘. หิน กระเบือ้ ง กระดกู และเปลอื กหอย ไดแ้ ก ่ เศษหิน เปลือกหอย เศษกระดกู สัตว์ ประเภทบอกแหลง ท่มี าเพ่อื บอกแหลง ทมี่ าของ เช่น ก้างปลา เครือ่ งป้นั ดินเผา เปลอื กหอย กงุ้ ปู เคร่อื งเคลอื บ ขอความท่ียกมากลา วอา ง นอกจากน้ียังอาจใช ๙. ยางและหนัง ไดแ้ ก ่ วัสดุและผลิตภัณฑ์ท่ีท�าจากยางและหนงั เช่น รองเทา้ กระเป๋า เชิงอรรถเสริมความเพ่อื ความสมบูรณข องเนือ้ หา ลูกบอล ซง่ึ การเขยี นเชงิ อรรถตองเขยี นในขณะทีเ่ รยี บเรยี ง ๑๐. วสั ดุอ่ืนๆ ได้แก่ วัสดุท่ีไม่สามารถจดั เขา้ กลมุ่ ต่างๆ ข้างต้น เนื้อหาสาระ โดยเขยี นอยูใตเน้ือหาในหนานนั้ ๆ และมีหมายเลขลําดบั กํากบั เม่อื เขยี นอา งองิ นอกจากน ้ี เราอาจแบง่ ประเภทของขยะมูลฝอยท้ัง ๑๐ ประเภท ออกเป็น ๒ กล่มุ ใหญ ่ เสร็จแลว จงึ เขียนปกหนา ปกใน คาํ นํา สารบัญ คอื ซ่ึงสารบัญจะชว ยทําใหผูอานรายงาน คนหา ๑. ขยะมูลฝอยที่เผาไหม้ได้ ได้แก่ กระดาษ ผ้าหรือสิ่งทอ ผักผลไม้และเศษอาหาร เน้อื เรื่องไดสะดวก เพราะมองเห็นวา เรอ่ื งใด พลาสตกิ หญา้ และไม้ อยูหนาใด โดยการนบั หนา จะเร่ิมตั้งแตห นา แรก ๒. ขยะมูลฝอยท่ีเผาไหม้ไม่ได้ ได้แก่ เหล็กหรือโลหะอื่นๆ แก้ว กระเบ้ือง เปลือกหอย ของบทนําเปนหนา 1 แตโ ดยทัว่ ไปจะไมระบุ หมายเลข จากน้ันจงึ นับตอ เปน 2 3 เรอื่ ยไปจน ________________________________________________ กระทงั่ หนา บรรณานุกรม โดยผูเ ขยี นอาจจะระบุ เฉพาะชื่อบท และบอกหมายเลขหนา หรอื อาจจะ ๒ โครงการสารานกุ รมไทยสา� หรบั เยาวชน โดยพระราชประสงคใ์ นพระบาทสมเดจ็ พระเจา้ อยหู่ วั *. ๒๕๓๘. ระบุชอ่ื บท ช่อื หัวขอ ใหญ หัวขอ รอง หวั ขอยอ ยโดย สารานุกรมไทยสา� หรับเยาวชนฯ เลม่ ๑๕. (กรงุ เทพมหานคร: ด่านสทุ ธาการพิมพ์), หน้า ๑๙๘. ละเอยี ด พรอมหมายเลขหนา กย็ อมได จากนนั้ จงึ ประกอบสวนตา งๆ ของรายงานเปน รูปเลม ) * “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั ” ในท่นี ี้หมายถงึ พระบาทสมเดจ็ พระปรมนิ ทรมหาภมู ิพลอดลุ ยเดช 75 กจิ กรรมสรา งเสรมิ เกร็ดแนะครู นักเรียนศกึ ษาขอ มูลเกยี่ วกับการอา งอิงแบบแทรกปน การสรางความรู ความเขาใจทถี่ ูกตองเกี่ยวกบั การเขียนอา งองิ ในรายงาน ในเนอ้ื หา “ระบบหมายเลข” สรุปความรู ความเขา ใจลงในใบงาน เชิงวิชาการนบั เปน สง่ิ สําคญั ท่ีครูควรสรางใหแ กนกั เรียน เพ่ือใหน ําไปปรบั ใชก บั การ พรอมกนั น้ีใหค ดั ลอกรูปแบบการอา งอิงในระบบดงั กลาว จํานวน ศึกษาในอนาคต โดยใหค วามรูเ พม่ิ เติมเกีย่ วกบั การเขยี นอา งอิง ซงึ่ มี 2 ประเภท ไมนอยกวา 10 รายการ สง ครู ไดแ ก การอา งองิ แบบแทรกในเน้อื หา และการอา งองิ แบบบรรณานกุ รม กิจกรรมทาทาย การอา งอิงแบบแทรกในเนอ้ื หา นอกจากจะใชว ิธกี ารทเี่ รยี กวาเชงิ อรรถแลว ยังมกี ารอางอิงในรปู แบบอนื่ ๆ ไดแก การอา งอิงระบบนามป และระบบหมายเลข นักเรยี นศึกษาขอ มลู เก่ยี วกบั การอา งองิ แบบแทรกปน ซ่งึ การอางอิงในระบบนามป จะระบเุ พยี งชือ่ ผแู ตง ปท่พี ิมพ และเลขหนาเอกสารท่ี ในเนื้อหา “ระบบนามป” สรปุ ความรู ความเขา ใจลงในใบงาน อางอิงไวท ายขอความท่ียกมาประกอบการเรยี บเรียงรายงาน โดยมีรปู แบบการเขียน พรอ มกนั นใ้ี หค ดั ลอกรปู แบบการอา งองิ ในระบบดงั กลา ว จาํ นวน ทแ่ี ตกตา งกนั ตามลกั ษณะของเอกสารทใ่ี ช สว นการอา งองิ ในระบบหมายเลข จะระบุ ไมน อยกวา 15 รายการ สงครู เฉพาะหมายเลขของหนังสอื ตามลาํ ดบั รายการในบรรณานกุ รมทา ยเลมและหนาของ ขอ ความในหนังสือทยี่ กมาอางองิ คูม อื ครู 75
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู ครใู ชก ารตั้งคาํ ถามเพือ่ ใหนกั เรียนรว มกนั อธบิ าย แหลง่ ก�าเนิดขยะมูลฝอย ๓ ความรเู กยี่ วกบั มารยาทการเขยี นเชงิ วชิ าการ ขยะมลู ฝอยมีแหลง่ กา� เนดิ ต่างๆ กัน ซ่งึ จะมผี ลตอ่ ชนิดและส่วนประกอบของขยะมูลฝอย • นอกจากความถกู ตอ งของขอ มลู และสว น ดงั ได้สรปุ รวมไวใ้ นตาราง ประกอบตางๆ ของรายงาน ยงั มสี ิ่งใดอกี หรอื ไม ท่ีผูทํารายงานตอ งใหค วามสําคญั ชนิดของขยะมลู ฝอย สว่ นประกอบ แหลง่ ก�าเนิด (แนวตอบ สง่ิ ทต่ี อ งใหค วามสาํ คญั เทยี บเทา กับ ความถกู ตอ งของเนือ้ หา และสวนประกอบ ขยะเปียก ขยะที่เกิดจากการเตรียมการประกอบหรือ อาคารบา้ นเรอื น ภตั ตาคาร รา้ นคา้ คอื มารยาทในการเขยี นเชิงวิชาการ) บรกิ ารอาหาร ขยะจากตลาด ขยะจากการ สถานทีท่ �างาน ตลาดสด ผลิตอาหาร • มารยาทในการเขยี นงานเชงิ วชิ าการสง ผลตอ กระบวนการเรียบเรยี งรายงานเชงิ วิชาการ ขยะแหง้ ที่ตดิ ไฟได้ พวกที่เผาไหม้ได้ เช่น กระดาษ หีบหรือ อาคารบา้ นเรอื น ภตั ตาคาร รา้ นคา้ อยางไร กล่อง เศษไม้ กิง่ ไม ้ ใบไม้ หญา้ เครอ่ื งเรือน สถานท่ที �างาน ตลาดสด (แนวตอบ มารยาทในการเขียนเชงิ วิชาการ เครือ่ งใช้ จะทําใหผเู ขียนรายงานทราบวา สิ่งใดควร หรือไมค วรปฏิบัติ เปนตน วา ผูเขียนรายงาน ขยะแห้งที่ไมต่ ิดไฟ พวกทเี่ ผาไหมไ้ มไ่ ด ้ เชน่ เหลก็ และโลหะอน่ื ๆ อาคารบา้ นเรอื น ภตั ตาคาร รา้ นคา้ ไมค วรทาํ รายงานแบบ คน แลว ควา นาํ มาแปะ กระปอ๋ ง เครอื่ งเรอื น เครอื่ งใชท้ ที่ า� จากโลหะ สถานท่ีท�างาน ตลาดสด เปนรายงานของตน เพราะเปน วิธีการทาํ แก้ว เครือ่ งปน้ั ดนิ เผา รายงานทไ่ี มถกู ตอง เม่อื มกี ารยกตวั อยา ง ขอ ความของบุคคลใดลงในเนอื้ หาของรายงาน ขีเ้ ถา้ สิ่งท่เี หลอื จากการเผาไหม้ อาคารบา้ นเรอื น ภตั ตาคาร ตองอา งองิ ในรปู แบบเชิงอรรถ การคน ควา สถานทท่ี �างาน ตลาดสด ขอ มูลประกอบการทํารายงาน ไมวา จากแหลง การเรียนรูใดกต็ าม ผเู ขียนจะตอ งนําไปอางองิ ขยะทเี่ ก็บกวาดจากถนน ดนิ เศษหิน ผง ฝ่นุ ใบไม้ ถนน ข้างถนน บริเวณท่ีดินรกร้าง ไวทา ยเลม ในรูปแบบบรรณานุกรม การเลือก ว่างเปลา่ ปกรายงานควรเลือกสีสุภาพ พมิ พหรือเขียน ใหเรียบรอ ย เปนระบบ ระเบียบ) ซากสัตว์ สุนขั แมว ถนน ข้างถนน บริเวณท่ีดินรกร้าง ว่างเปลา่ • นกั เรยี นมวี ธิ ีการแสดงมารยาทในการ นําขอมลู มาใชประกอบการเรยี บเรียงเนือ้ หา เศษชนิ้ สว่ นของ ซากรถยนต/์ ยานพาหนะอืน่ ๆ อู่ซ่อมรถยนต ์ สถานท่รี าชการ ของรายงานอยา งไร ยานพาหนะ (แนวตอบ การนาํ ขอมลู มาประกอบการ เรยี บเรียงเน้ือหาของรายงานควรตรวจสอบ เศษสิง่ ก่อสร้าง ไม้ อฐิ หนิ เศษคอนกรีต บริเวณทมี่ ีการกอ่ สร้าง ความถูกตอง โดยการเปรยี บเทียบขอ มูลชนดิ เดยี วกนั จากแหลง ขอมลู ตา งประเภทกัน ขยะจากกิจการ มลี กั ษณะเฉพาะอตุ สาหกรรมแตล่ ะประเภท โรงงานอตุ สาหกรรม โรงไฟฟ้า ใหไ ดข อมูลที่มีความถกู ตอ ง เปน จริง เพ่ือให อุตสาหกรรม ผูอานไดรับประโยชนส งู สดุ ) ขยะพเิ ศษ ขยะท่ีเป็นสารพิษ ขยะติดเชื้อ วัตถุระเบิด ท่ีพักอาศัย โรงพยาบาล สถาบัน วตั ถแุ ผร่ งั สี ตา่ งๆ ขยะจากการเกษตร มลู สตั ว ์ เศษหญ้า เศษฟาง เรือกสวน ไร่นา ฟารม์ เลยี้ งไก่ ขยะจากการบา� บดั นา้� เสยี พวกของแขง็ ทตี่ ิดตะแกรง โรงงานบา� บดั นา�้ เสีย โรงกรองน้า� ตะกอนจากกระบวนการ โรงกรองนา้� 76 เกร็ดแนะครู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT รายงานทางวชิ าการสว นใดใชภาษาไมเ หมาะสม ครคู วรอธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน กั เรยี นเขา ใจวา การเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ นอกจาก 1) การพักอาศยั อยูกับคนในหมูบา นทําใหไ ดเรียนรวู ถิ ชี วี ติ ความเปน จะตอ งมีความรู ความเขา ใจเกยี่ วกบั องคป ระกอบ หลกั การเขยี น ข้นั ตอนการเขียน อยขู องคนพวกน้นั /2) นักวจิ ยั พบวา ตอ งปฏิบัติตนใหเหมาะสมเพ่อื รายงานเชิงวชิ าการ วธิ กี ารอา งองิ การใชถอยคํา สาํ นวนภาษาในการเขียนรายงาน สรางความสนิทสนมคุนเคย/3) ปฏิบตั ติ ามกฎระเบยี บของหมบู า น เชงิ วิชาการแลว ผูเขยี นจะตองมีมารยาทในการเขยี น เชน เคารพสิทธขิ องเจา ของพนื้ ที่/4) ไมป ฏิบตั ิสงิ่ ทขี่ ดั แยง กับขอ ปฏบิ ตั ิ ของชมุ ชนและไมลบหลคู วามเช่ือของคนในทอ งถิน่ • ไมล อกเลยี นแบบหรอื คดั ลอกผลงานของผูอ น่ื มาเปนผลงานของตนเอง 1. สว นท่ี 1 2. สว นที่ 2 3. สวนท่ี 3 4. สวนท่ี 4 • หากจําเปน ตองคัดลอกผลงานของผูอื่นมาใชใ นการเขียน จะตอ งเขียนอา งอิง วเิ คราะหคาํ ตอบ รายงานเชิงวชิ าการตอ งใชภ าษาระดับทางการ กระชบั ชดั เจนและสภุ าพ สอ่ื ความเขา ใจไดง า ย คาํ วา คนพวกน้ัน ทกุ ครงั้ ไมเหมาะสมทจี่ ะนาํ มาเขยี นรายงานเชิงวชิ าการ ดงั น้นั จึงตอบ • หากสามารถตดิ ตอ เจา ของผลงานทจ่ี ะใชอ า งองิ ในการเขยี นได ควรขออนญุ าต ขอ 1. เปน ลายลักษณอ ักษร 76 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Explain Expand Evaluate Explain อธบิ ายความรู นกั เรียนรว มกนั สรุปความรูที่ถูกตอ งเกีย่ วกับ กระบวนการทาํ รายงานเชงิ วชิ าการ ภายใตการ ๙ สังเกตการณข องครู หากพบวานักเรียนยงั มีความรู ไมเ พียงพอควรใหค ําช้ีแนะเพม่ิ เติม บทสรปุ ขยะมูลฝอยเป็นบรรดาสิ่งต่างๆ ท่ีคนไม่ต้องการใช้ประโยชน์และทิ้งไปโดยรวมท้ังขยะที่ ย่อยสลายไดต้ ามธรรมชาตแิ ละขยะทไี่ มส่ ามารถยอ่ ยสลายได้ การดา� รงชวี ติ ประจ�าวันของมนุษย์ ขยายความเขา ใจ Expand มีของที่เหลือใช้จากการใช้ประโยชน์และกลายเป็นขยะจ�านวนมากท่ีต้องใช้เวลา งบประมาณ นกั เรียนคัดเลอื กหวั เรอ่ื งที่นา สนใจ และคิดวา และบคุ ลากรในการจดั เกบ็ ปญั หาขยะลน้ ชมุ ชน ลน้ เมอื ง จงึ เปน็ สง่ิ ทเี่ กดิ ขน้ึ และสง่ ผลกระทบตอ่ จะเปน ประโยชนตอผูอ าน นาํ มาศึกษาคน ควา ตาม ประชากรของประเทศ หลกั วิชา แลว เรียบเรยี งเปนรูปเลม รายงาน มเี วลา สําหรับการคน ควาเรยี บเรียงเปนเวลา 1 สัปดาห การแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยจึงไม่ควรเป็นภาระหน้าท่ีของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่ง โดยมเี ง่ือนไขทจี่ ะตอ งปฏบิ ัติ ดงั น้ี ในภาคครัวเรือนควรมีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาดังกล่าวด้วยการศึกษาหาความรู้ เก่ียวกับวิธีคัดแยก ก�าจัด ใช้ประโยชน์จากขยะ ปฏิบัติอย่างสม่�าเสมอ รวมถึงเผยแพร่ความรู้ • เสนอหัวขอ วัตถปุ ระสงค ขอบเขตการ ความเข้าใจไปสู่ผู้อ่ืนก็จะช่วยท�าให้ชุมชนน่าอยู่ สามารถบริหารจัดการ ใช้ประโยชน์จากขยะได้ ศกึ ษาแหลง ขอมลู เบอื้ งตน และโครงเรอื่ ง อยา่ งถูกต้องเหมาะสม ตอครู กอนลงมือ เปน เวลา 3 วนั เพื่อตรวจ (ทม่ี ำ: ตดั ทอนมาจากรายงานเรอ่ื ง ขยะมลู ฝอยของนางสาวกนั ยา เขย้ี วงา) แกไข เม่ือไดร ับการอนุมัตแิ ลว จึงลงมือ ปฏบิ ตั ิ • สวนประกอบตา งๆ ครบถวน และถกู ตอ ง • แสดงขั้นตอนการสํารวจ รวบรวม บนั ทกึ บรรณานกุ รม ๑๐ ขอ มลู ผา นบตั รบนั ทกึ ขอ มลู ไมน อ ยกวา 30 ใบ โดยใชรูปแบบทถ่ี กู ตอ ง แสดงใหเ หน็ วา ได การปกครอง, กรม. ๒๕๓๗. การจดั การมูลฝอย. กรุงเทพมหานคร: แก่นจนั ทร์. สบื คน ขอ มลู จากแหลง ขอ มลู ตา งๆ ใชท กั ษะ โครงการสารานุกรมไทยส�าหรับเยาวชน โดยพระราชประสงค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว*. การรับสารหลากหลาย ไดแก การอา น ๒๕๓๘. สารานกุ รมไทยสา� หรบั เยาวชนฯ เลม่ ๑๕. กรุงเทพมหานคร: ด่านสทุ ธาการ การฟง และการสงั เกต พมิ พ์. • ในเน้อื หาของรายงานตอ งแสดงการอา งอิง ดา� รงศกั ดิ ์ ชยั สนทิ . ๒๕๕๐. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอ้ ม. กรงุ เทพมหานคร: ภญิ โญ ในรูปแบบเชงิ อรรถ ทง้ั เชิงอรรถบอกแหลง ที่มา เชงิ อรรถโยง และเชงิ อรรถเสรมิ ความ การพิมพ.์ โดยใชร ูปแบบท่ถี กู ตอง รวมกันจาํ นวน ไมน อ ยกวา 15 ตําแหนง ส่งเสรมิ คณุ ภาพส่งิ แวดลอ้ ม, กรม. ๒๕๕๐. การอนุรกั ษ์ส่ิงแวดลอ้ ม. กรงุ เทพมหานคร: • การอางอิงแหลง ขอมลู แบบบรรณานุกรม โรงพิมพด์ อกเบยี้ . ตองปรากฏแหลง ขอมูลหลากหลายประเภท สมิทธ ์ สระอุบล. ๒๕๓๒. มนษุ ยก์ ับสิ่งแวดล้อม. กรงุ เทพมหานคร: โอเดยี นสโตร.์ * “พระบาทสมเด็จพระเจา้ อยู่หัว” ในทนี่ ี้หมายถงึ พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดุลยเดช 77 โดยใชร ูปแบบทถ่ี กู ตอง รวมกนั จํานวน ไมนอ ยกวา 35 รายการ • จาํ นวนเนอื้ หาของรายงานตอ งไมนอยกวา 40 หนา ไมนบั รวมสวนประกอบอนื่ ๆ ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT เกรด็ แนะครู บุคคลใดปฏบิ ตั ิตนไดเหมาะสมเมอื่ สรางสรรคง านเขยี นเชงิ วิชาการ เมื่อการเรียนการสอนดาํ เนินมาถงึ การอธิบายความรเู กี่ยวกบั มารยาทในการ 1. สมภพยกคาํ พูดของนกั วชิ าการมากลา วอา งโดยไมระบแุ หลงที่มา เขียนงานเชิงวิชาการ ครูควรใหค วามสําคญั กบั การปลกู ฝงมารยาทใหแกนกั เรียน 2. เมือ่ เกิดขอ ผดิ พลาดในเน้ือหาของรายงานสมทรงกลา วโทษขอมลู เพื่อนาํ ไปปรับใชใ นชวี ิตประจาํ วัน โดยใหน กั เรียนรวมแบงปน พ้นื ฐานความรเู ดมิ 3. สมถวิลเรยี บเรยี งเน้อื หาของรายงานจากการวเิ คราะห ตีความ ของตนเองแกเ พอ่ื นรวมช้ันเรยี น ตั้งคําถามเพอ่ื ใหน กั เรียนอธบิ ายความรเู ก่ียวกับ มารยาทในการเขยี นรายงานเชิงวิชาการท่คี วรปฏิบัติ บนั ทกึ ความรทู ีถ่ กู ตองลงสมุด ขอ มูลทคี่ น ควา 4. สมชายคน ควาขอมูลวิชาการจาํ นวนมากเพอ่ื นํามาตดั ตอเปน เนื้อหาของรายงาน วิเคราะหคําตอบ การเขยี นงานเชงิ วชิ าการ เมอื่ มกี ารกลา วอาง ขอ ความทเี่ ปน ความคดิ คาํ พดู ของผอู น่ื ควรระบแุ หลง ทมี่ าใหช ดั เจน มีความรับผดิ ชอบตอขอ มูล หากผดิ พลาดยอมหมายความวา ผคู น ควาบกพรองในขั้นตอนการสํารวจรวบรวม ตรวจสอบขอมูล และไมค วรนาํ ขอมูลจากตาํ ราวชิ าการแตล ะเลม มาปะตอกนั เปน รายงานเชิงวชิ าการของตนเอง ดังนัน้ จงึ ตอบขอ 3. คูมือครู 77
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Expand Evaluate Engage Explore Explain สาํ รวจคน หา Explore นกั เรียนแบง กลมุ กลมุ ละเทาๆ กนั แลว ศกึ ษา ๓. การเขียนประกาศ ความรเู กย่ี วกับการเขยี นประกาศตามประเด็นท่ี กําหนด ดงั นี้ ประกาศ คอื ขอ้ ความทผี่ สู้ ง่ สารเขยี นขนึ้ เพอ่ื เผยแพรข่ อ้ มลู ใหบ้ คุ คลทเี่ กยี่ วขอ้ งทราบและ ปฏบิ ตั ไิ ดถ้ กู ตอ้ ง สอดคลอ้ งกบั จดุ มงุ่ หมายของผปู้ ระกาศซง่ึ อาจเปน็ เอกชน กลมุ่ บคุ คล บรษิ ทั หรอื • ประเภทของประกาศ หน่วยงานราชการ • ข้นั ตอนการเขียนประกาศ ๓.๑ ประเภทของประกาศ อธบิ ายความรู Explain อาจแบง่ ประเภทของประกาศได้ ดังนี้ ครูใหนกั เรียนดปู ระกาศประเภทตา งๆ ดงั น้ี ๑) แบ่งตามวัตถุประสงค์ของการเขียน หรือจุดมุ่งหมายของผู้เขียน สามารถแบ่งได้ • ประกาศเพอ่ื ประชาสัมพนั ธ เชน ประกาศ ดงั น้ี ๑.๑) ประกำศเพอื่ ประชำสมั พนั ธ ์ เปน็ ประกาศทผ่ี สู้ ง่ สารมวี ตั ถปุ ระสงคเ์ พอ่ื ประชาสมั พนั ธ ์ การจัดกิจกรรมวนั เดก็ เปน็ การบอกกล่าวใหผ้ ้อู า่ นประกาศไดท้ ราบว่าใคร ทา� อะไร ท่ีไหน อยา่ งไร เช่น ประกาศพบ1ของ • ประกาศเพ่อื การโฆษณา เชน ประกาศ ๑.๒) ประกำศเพ่ือกำรโฆษณำ เป็นประกาศท่ีผู้ส่งสารมีวัตถุประสงค์โน้มน้าวใจของ ผู้อ่านประกาศ เรียกร้องใหเ้ กดิ ความรูส้ กึ สนใจ หรือเกดิ ความตอ้ งการในสิ่งนนั้ ๆ เช่น ประกาศขาย ขายบาน บ้านจัดสรร ๑.๓) ประกำศเพื่อกำรรณรงค์ เป็นประกาศที่ผู้ส่งสารมีวัตถุประสงค์เพื่อการรณรงค2์ • ประกาศเพื่อการรณรงค เชน ประกาศให ใหเ้ ห็นคลอ้ ยตาม เชอ่ื ถือ และปฏิบตั ิตาม เชน่ ประกาศประหยดั พลงั งานของหน่วยงาน ประหยดั นํา้ ประหยัดไฟ ๒) แบง่ ตามรปู แบบการเขียน สามารถแบง่ ได ้ ดงั นี้ แลว ขออาสาสมัครนกั เรียนบอกประเภท และ ๒.๑) ประกำศท่ัวไป เป็นประกาศท่ีเขียนโดยไม่มีแบบฟอร์ม หรือรูปแบบการเขียน ลกั ษณะของประกาศแตล ะชนดิ โดยเพ่อื นคนอ่นื ทเ่ี ครง่ ครัด เขียนข้ึนเพอื่ แจ้งขา่ วสารใหผ้ ูอ้ น่ื ทราบ เชน่ ประกาศของหาย ประกาศรับสมคั รงาน ชว ยกนั ตรวจสอบความถูกตอง และอธบิ ายเพ่มิ เตมิ ในสวนที่บกพรอง ประกาศขายสนิ ค้า ตวั อยา่ ง ป ระกาศของหาย กระเป๋าสตางค์ย่ีห้อบาลานซ์ หนังสีฟ้า ได้วางลืมไว้บริเวณโรงอาหาร วันท่ี ๕ มกราคม ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๒.๐๐ น. (ตอนคาบพักของนกั เรยี นช้ัน ม.๕) ใครพบโปรดน�ามาคืนหอ้ ง ประชาสัมพันธ์ด้วย จกั ขอบพระคุณอยา่ งย่ิง ณัฐฐา บริบรู ณ ์ ม.๕/๒ (ผปู้ ระกาศ) จากตวั อยา่ งแสดงใหเ้ หน็ วา่ การเขยี นประกาศของหาย ผปู้ ระกาศจะตอ้ งใชถ้ อ้ ยคา� เพอ่ื อธบิ ายลักษณะของสิ่งท่ีหายโดยละเอียด สถานที่ วัน เวลาที่ของน้ันหาย สถานท่ี หรือบุคคลท ่ี ผพู้ บสามารถนา� ของกลบั มาคนื ได ้ นอกจากนจ้ี ะตอ้ งแสดงความขอบคณุ ลว่ งหนา้ เพราะเปน็ มารยาท ท่สี า� คัญ 78 นกั เรยี นควรรู ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT “วนั อาทิตยที่ 20 มนี าคม 2559 รวมสนกุ สดุ มันกับคอนเสิรต 1 โนมนา วใจ การเขยี นโนม นาวใจผอู านสามารถทําไดหลายวธิ ี เชน ศลิ ปนช่ือดงั ณ ลานเอนกประสงคข องหมูบ า น งานน้ีมอี าหารไว • แสดงเหตุผลทีห่ นกั แนน และนาเช่อื ถือ บริการฟรตี ลอดท้ังงาน แลว พบกนั เวลา 20.00 น.” ประกาศขางตน • เปรยี บเทียบขอ ดี ขอ เสียอยา งชัดเจน เปนประกาศประเภทใด • แสดงหลักฐานหรอื ขอมูลอา งอิงประกอบ 1. ประกาศทว่ั ไป • เสนอสง่ิ ของ สินคา หรือสิ่งตางๆ ทเ่ี ปน ท่ตี องการของผูอา น 2. ประกาศเพอื่ การรณรงค 3. ประกาศเพอ่ื การโฆษณา 2 การรณรงค การเขียนรณรงคเร่ืองใดเรื่องหนึ่ง ผูเขียนจะตองเขียนใหผูอานมี 4. ประกาศเพือ่ ประชาสัมพันธ ความคิดเห็นคลอยตาม และพรอมที่จะลงมือปฏิบัติตามที่ผูเขียนไดต้ังเปาหมายไว วเิ คราะหคําตอบ ขอความขางตน เปน การเขียนแจงกิจกรรมที่ โดยพฤติกรรมหรือการปฏิบัติกิจกรรมอยางใดอยางหน่ึงน้ันจะตองเกิดข้ึนอยาง จะจดั ข้ึน โดยบอกรายละเอยี ดของวัน เวลา และสถานที่ เพือ่ ให ตอเนอ่ื งตามระยะเวลาที่กําหนดหรอื ตลอดไป ผูอ านรบั ทราบและเกิดความสนใจเขา รว มกจิ กรรมดงั กลา ว ดงั นั้นจงึ ตอบขอ 4. 78 คมู อื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ตวั อยา่ ง ประกาศรบั สมคั รงาน ครอู ธบิ ายใหน กั เรยี นเขา ใจวา ประกาศสามารถ องค์การขนสง่ มวลชนกรงุ เทพ แบง เปน ประเภทตา งๆ ไดห ลายลกั ษณะ เชน แบง ตามวตั ถปุ ระสงคข องการเขยี น แบง ตามรปู แบบ (เปิดรบั สมคั รพนักงานประจ�ารถจา� นวนมาก) การเขยี น จากนนั้ ใหน กั เรยี นไปหาประกาศทแี่ บง ๑. พนกั งานขบั รถ ตามรปู แบบการเขยี นมากลมุ ละ 1 ประกาศ แลว • เ ปน็ ชายหรอื หญงิ อายุไม่ต่�ากวา่ ๒๕ ปีบริบูรณ์และไม่เกิน ๔๕ ปีบรบิ ูรณ ์ ใหน กั เรยี นอธบิ ายลกั ษณะและรายละเอยี ดของ ประกาศทก่ี ลมุ ตนเองหามา และสง ตวั แทนกลมุ นบั ถึงวนั ทป่ี ิดรบั สมคั ร นาํ เสนอหนา ชน้ั เรยี น • มีใบอนญุ าตขบั รถประเภทท่ ี ๒ หรือประเภทที่ ๓ • ส�าเรจ็ การศึกษาตามเกณฑ์การศึกษาภาคบงั คับ (ป.๖) หรอื เทียบเท่าข้ึนไป ๒. พนกั งานเกบ็ คา่ โดยสาร • เป็นชายหรือหญิงอายุไมต่ า่� กวา่ ๑๘ ปีบริบรู ณ์และไม่เกนิ ๔๕ ปีบริบรู ณ์ นบั ถงึ วันทป่ี ดิ รบั สมคั ร • มีใบอนุญาตเปน็ ผเู้ ก็บคา่ โดยสาร ซงึ่ ออกโดยกรมการขนสง่ ทางบก • ส า� เรจ็ การศกึ ษาต้ังแต่ระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น (ม.๓) หรอื เทียบเทา่ ขน้ึ ไป ๓. สิทธิประโยชนท์ ่จี ะได้รับ • ต�าแหนง่ พนกั งานขับรถ เงินเดอื นข้ันตา�่ ๑๐,๑๕๐ บาท • ต �าแหนง่ พนกั งานเก็บคา่ โดยสาร เงนิ เดอื นข้นั ต�่า ๙,๐๔๐ บาท สอบถามและสมคั รดว้ ยตนเองตง้ั แตบ่ ดั นเี้ ปน็ ตน้ ไป ในวนั เวลาราชการ ไดท้ ่ี เขตการเดินรถท ่ี ๑ โทร. ๐ ๒๕๕๑ ๐๔๙๒ เขตการเดินรถท่ ี ๖ โทร. ๐ ๒๔๑๓ ๐๖๕๕, เขตการเดนิ รถท ่ี ๒ โทร. ๐ ๒๙๑๙ ๘๖๓๘ ๐ ๓๔๓๘ ๘๙๙๙ เขตการเดนิ รถที่ ๓ โทร. ๐ ๒๓๑๖ ๑๖๘๕ เขตการเดินรถท ี่ ๗ โทร. ๐ ๒๕๙๔ ๓๓๐๖ เขตการเดนิ รถท ่ี ๔ โทร. ๐ ๒๒๔๙ ๔๒๖๒ เขตการเดนิ รถที่ ๘ โทร. ๐ ๒๙๑๙ ๘๙๔๘ เขตการเดนิ รถท ่ี ๕ โทร. ๐ ๒๘๙๖ ๒๖๗๒ หรือที่ส�านักงานใหญ ่ ขสมก. โทร. ๐ ๒๒๔๖ ๐๓๓๙ ตอ่ ๑๒๒๐-๒๑ ทมี่ า: หนงั สอื พมิ พ์มตชิ น ฉบับวนั ท่ ี ๖ มกราคม ๒๕๕๙ จากประกาศรับสมัครงานข้างต้นแสดงให้เห็นว่าผู้เขียนประกาศจะต้องใช้ถ้อยค�าเพื่อ ระบุต�าแหนง่ งานท่ปี ระสงคจ์ ะให้ผ้สู มัครท�า คณุ สมบตั ทิ ตี่ อ้ งการ เช่น เพศ อายุ คุณสมบัติทาง การศกึ ษา สิทธิประโยชนท์ ี่ผ้สู มัครจะได้รบั สถานที่ตดิ ตอ่ ๒.๒) ประกาศตามแบบราชการ เปน็ ขอ้ ความตา่ งๆ ทห่ี นว่ ยงานราชการเปน็ ผปู้ ระกาศ ชีแ้ จงใหผ้ เู้ กีย่ วข้องทราบ หรือปฏิบตั ิใหถ้ ูกตอ้ งสอดคลอ้ งในทิศทางเดียวกัน นอกจากนีย้ ังรวมถงึ ประกาศของหนว่ ยงานเอกชนท่ีใชร้ ปู แบบประกาศเชน่ เดยี วกบั หนว่ ยงานราชการ ซง่ึ สว่ นประกอบ ของประกาศของหนว่ ยงานราชการ มดี ังนี้ ๑. ประกาศ...............................ให้ลงช่อื หน่วยงานซงึ่ เป็นเจ้าของเรอื่ ง 79 ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT เกรด็ แนะครู ขอ มูลใดไมจ ําเปน ในประกาศรบั สมคั รงาน ครใู หน กั เรียนดูประกาศรบั สมัครงานของบรษิ ทั หรอื หางรา นตา งๆ จากน้นั ให 1. คา ตอบแทน นกั เรยี นชว ยกนั พิจารณาขอมูลท่จี ําเปนตอ งมใี นประกาศรบั สมคั รงาน โดยพิจารณา 2. วฒุ กิ ารศกึ ษา จากขอมลู สวนใหญท ีบ่ รษิ ัทหรือหางรานระบุเอาไวใ นประกาศรบั สมคั รงาน แลว ให 3. ฐานะทางครอบครวั นกั เรียนชว ยกันแสดงความคิดเหน็ วา ขอ มลู ดงั กลาวมีความสําคัญตอการประกาศ 4. ตาํ แหนง งานทตี่ อ งการ รบั สมัครงานอยา งไร และหากไมมขี อ มูลดงั กลาวแลว จะสง ผลเสียตอประกาศ วเิ คราะหค ําตอบ ผูประกาศรบั สมคั รงานจาํ เปนตองระบุขอมลู รับสมคั รงานอยางไร ท่ีจําเปน ในการประกาศรบั สมคั รงาน เชน คาตอบแทนที่จะไดรับ วฒุ ิการศกึ ษา ตาํ แหนง งานที่ตอ งการ อายุ สถานภาพ สถานที่ หรอื เบอรโทรศัพทท ่ีสามารถตดิ ตอได โดยฐานะทางครอบครัวเปนสิง่ ที่ ไมจ าํ เปน ในการประกาศรับสมคั รงาน ดงั นั้นจงึ ตอบขอ 3. คูมอื ครู 79
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู ตัวแทนนกั เรียนแตล ะกลุม จบั สลากเลอื กประเด็น ๒. เร่ือง……………………………………………………..ใหลงชือ่ เรือ่ งท่ีประกาศ ทต่ี องรวมกันวิเคราะห เพื่ออธบิ ายความรเู กีย่ วกบั ๓. (ขอความทปี่ ระกาศ)……………………….ใหล งรายละเอยี ดของเรือ่ งท่ีประกาศ ประกาศ ดงั นี้ ๔. วนั ที่……….เดอื น……………..พ.ศ.…………..ใหล งวันที่ เดือน ปที่ประกาศ ๕. (ลงชือ่ )…………………………………………………ใหลงลายมือชอ่ื ผูใหอ อกประกาศ • ความเหมอื นของประกาศท่วั ไปกับประกาศ ๖. ( )………………………………………………………….. ใหลงชอ่ื เตม็ ของผใู หอ อกประกาศ ตามแบบราชการ ๗. (ตําแหนง) ใหล งตาํ แหนงของผใู หออกประกาศ ตวั อยา ง ประกาศของหนว ยงานราชการ • ความแตกตา งของประกาศทัว่ ไปกับประกาศ ตามแบบราชการ จากนัน้ ใหนกั เรยี นรวมกันวิเคราะหค วามรู ตามประเดน็ ทีก่ ลมุ ของตนเองไดร บั มอบหมาย เสรจ็ แลวสง ตัวแทนกลมุ นําเสนอผลการวเิ คราะห หนาช้นั เรยี น เพอ่ื นกลมุ อน่ื ชว ยกนั ตรวจสอบความ ถกู ตอ ง และแสดงความคิดเห็นเพิม่ เตมิ หากเห็นวา ผลการวเิ คราะหท ่ีเพอ่ื นนําเสนอยังไมส มบูรณห รือ ผิดพลาด จากประกาศขา งต1น แสดงใหเ หน็ วา ประกาศของหนว ยงานราชการจะมรี ปู แบบทชี่ ดั เจน มกี ารใชภาษาในระดับทางการเพื่อสือ่ สารกบั ผูอา น ใจความสําคญั ครบถว น ไมต องตีความ ๘๐ นกั เรยี นควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEดิT ขอใดกลา วถงึ ประกาศของหนวยงานราชการไดถ กู ตอ ง 1 ภาษาในระดบั ทางการ หรือเรยี กอกี อยางวา ภาษาแบบแผน เปน ภาษาทใี่ ช 1. ใชภาษาระดับทางการ สื่อสารกบั สาธารณชนทั่วไป มลี กั ษณะ ดังนี้ 2. ใชภ าษาแบบเปนกันเอง 3. ไมมีแบบฟอรมทีแ่ นน อน • มคี วามถูกตองตามหลกั ไวยากรณ 4. ใชรูปแบบการเขยี นไดหลากหลาย • ใชค ําศพั ทบ ัญญัติท่ถี ูกตอ ง วิเคราะหคาํ ตอบ ประกาศของหนวยงานราชการจะมรี ูปแบบ • ใชค าํ ศัพทท างวชิ าการท่ถี ูกตอ ง เฉพาะท่ีชัดเจน แนนอน ใชภ าษาระดับทางการในการเขียนส่อื สาร • ไมใชค ําศัพทแสลงหรอื ภาษาเฉพาะกลุม ใหผอู า นเขา ใจสาระสาํ คัญของประกาศ ดังน้ันจึงตอบขอ 1. • มคี วามกระชับ ชดั เจน และสุภาพ 80 คมู ือครู
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ๓.๒ ขั้นตอนการเขยี นประกาศ นักเรยี นแตล ะกลมุ ชว ยกนั อธิบายความรู เกยี่ วกับข้ันตอนการเขียนประกาศ โดยใหน ักเรียน การเขยี นประกาศทมี่ ปี ระสทิ ธภิ าพผปู้ ระกาศตอ้ งมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจเกย่ี วกบั รปู แบบของ แตล ะคนผลดั กนั อธิบายความรใู หเ พื่อนในกลุมฟง ประกาศ ส�านวนภาษา ขัน้ ตอนการเขียน และฝกึ ฝนอย่างสม�่าเสมอ ดังนี้ แบบเลา เร่อื งรอบวง แลว สรปุ เปนองคความรู ๑) การเลอื กใชร้ ปู แบบและสา� นวนภาษา หากเปน็ ประกาศซงึ่ ไมใ่ ชข่ องหนว่ ยงานราชการ ประจํากลมุ อาจไมต่ อ้ งเครง่ ครดั เรอื่ งรปู แบบมากนกั แตต่ อ้ งมคี วามเรยี บรอ้ ยเหมาะสม อา่ นงา่ ย สว่ นประกาศ ของทางราชการจะต้องมอี งคป์ ระกอบครบถว้ นสมบูรณด์ ังที่ได้น�าเสนอไว้ ครสู ุมนักเรยี น 2-3 กลมุ นาํ เสนอความรู การใช้ส�านวนภาษาในประกาศ หากเป็นประกาศทั่วไปอาจใช้ภาษาระดับแบบแผน เกีย่ วกับข้นั ตอนการเขียนประกาศ แลวใหเพ่ือน ก่ึงแบบแผน หรอื ใช้ภาษาทช่ี ่วยดงึ ดูดความสนใจของผอู้ า่ นโดยขน้ึ อยูก่ ับวตั ถปุ ระสงคข์ องผ้เู ขียน กลุมอน่ื ชวยกันตรวจสอบความถกู ตอง สว่ นประกาศของหน่วยงานราชการตอ้ งใชภ้ าษาระดบั ทางการทถ่ี ูกต้องตามไวยากรณ์ ๒) การสร้างใจความส�าคัญ จุดมุ่งหมายสา� คัญของการเขียนประกาศ คือ ช้แี จง อธบิ าย ขยายความเขา ใจ Expand บอกเล่ารายละเอียดเพ่ือให้ผู้เก่ียวข้องทราบว่าเกิดเหตุการณ์ใดขึ้น ใครท�าอะไร กับใคร ที่ไหน อยา่ งไร เมอื่ ไร ตอ้ งการใหผ้ อู้ า่ นปฏบิ ตั ติ นอยา่ งไร การสรา้ งใจความสา� คญั ในประกาศมแี นวปฏบิ ตั ิ นกั เรียนแตล ะกลมุ รวมกนั กาํ หนดประเดน็ ท่ี ดงั น้ี ตอ งการเขยี นประกาศรณรงค กลุมละ 1 ประเด็น ๑. สรา้ งขอ้ ความแต่ละยอ่ หนา้ ในประกาศให้มีใจความส�าคญั ครบถว้ น โดยไมใ หซ าํ้ กนั ในแตล ะกลุม จากนนั้ ลงมือเขยี น ๒. เริ่มเขียนจากใจความที่เป็นเหตุก่อน เช่น “พบปากกาลูกลื่น ๑ ด้าม” จากนั้น ประกาศตามขั้นตอนการเขยี น และตกแตง ให จึงเขียนขยายความว่าพบท่ีไหน เวลาใด และตอ้ งตดิ ต่อขอรบั คืนท่ีใด กับใคร เวลาใด หากเปน็ สวยงาม เสร็จแลว นําประกาศไปตดิ ตามสถานท่ี ประกาศของทางราชการ ใจความทสี่ า� คญั ท่ีสุดคือ ชอ่ื ของประกาศ เชน่ “เรือ่ ง การเรมิ่ ตน้ ฤดฝู น ตา งๆ ในโรงเรยี น เพอื่ รณรงคต ามจดุ หมายที่ ของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘” จากนน้ั จึงเขียนขยายความชี้แจงรายละเอยี ดในประเดน็ เชน่ ชว่ ง กาํ หนด เวลาท่ีเกิด ผล การปฏิบัติตนของประชาชน หากต้องมีการอ้างถึงกฎหมาย ข้อบังคับ ระเบียบ ค�าสั่ง ใหเ้ รยี บเรียงไวเ้ ปน็ ย่อหนา้ แรกของประกาศ แล้วยอ่ หนา้ ท่สี องจงึ ระบผุ ลท่เี กดิ ข้นึ ๓) ทบทวนและแกไ้ ข เมอื่ ลงมอื เขยี นเรยี บเรยี งประกาศแลว้ ผปู้ ระกาศจะตอ้ งอา่ นทบทวน โดยสิง่ ทตี่ อ้ งพิจารณา มดี งั นี้ ๑. รปู แบบ ต้องมีความถกู ต้องเหมาะสม เรียบร้อยสะอาดตา ๒. ขอ้ ความในประกาศตอ้ งแสดงวตั ถปุ ระสงคข์ องผปู้ ระกาศครบถว้ น มีใจความสา� คญั ทีต่ อ้ งการให้ผ้อู ่านทราบ การล�าดับความต่อเนื่องไมว่ กวน ไม่ต้องตีความดว้ ยตนเอง ๓. สา� นวนภาษามคี วามถูกต้องเหมาะสมกับวตั ถปุ ระสงค์และรปู แบบของประกาศ การเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการเปน็ การเขยี นทจี่ ะตอ้ งมอี งคป์ ระกอบครบถว้ น เนอ้ื หาสาระ เป็นการประมวลจากความรู้ความเข้าใจ มกี ารอ้างอิงแหล่งขอ้ มูลถกู ตอ้ ง สว่ นการเขยี นประกาศ เนอ้ื หาสาระแสดงใหเ้ หน็ วตั ถปุ ระสงคข์ องผู้ส่งสาร สง่ ผลใหผ้ รู้ ับสารเกดิ ความรคู้ วามเข้าใจและ ปฏบิ ตั ิตนไดถ้ ูกต้อง 81 ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT เกรด็ แนะครู พจิ ารณาวา ประกาศตอไปนี้มขี อบกพรองอยางไร หลงั จากท่ีนกั เรยี นแตล ะกลุม รว มกนั เขยี นประกาศเพอ่ื รณรงคตามจุดมุงหมาย “พบโทรศพั ทส มารต โฟนสขี าวท่หี อ งอาหารของโรงเรยี น เม่ือ ที่แตละกลุมกําหนดขึ้นมาและนาํ ไปตดิ ตามสถานทีต่ า งๆ แลว ครูใหน กั เรียนแตล ะ วันจนั ทรท่ี 4 เมษายน 2559 สามารถตดิ ตอ รับคืนได” กลุมตดิ ตามผลการรณรงคว า นักเรียนและบคุ ลากรในโรงเรยี นไดมกี ารปฏิบตั หิ รือ 1. ไมไ ดบ อกมลู คา รณรงคต ามจดุ มุง หมายทก่ี าํ หนดหรือไม ถา ไมปฏิบัติตามใหคิดหาวธิ ีแกไข หรือ 2. ไมไ ดบ อกเวลาทพ่ี บ วิธีการรณรงคอนื่ ๆ 3. ไมไ ดบ อกลกั ษณะเฉพาะ 4. ไมไ ดบ อกบคุ คลทส่ี ามารถตดิ ตอ รบั ของคนื วเิ คราะหคาํ ตอบ ประกาศของหายควรระบรุ ายละเอยี ดของส่ิงของ อยางละเอยี ด วัน เวลา สถานทท่ี ี่พบส่งิ ของนั้น และทีส่ ําคญั จะตอ ง ระบุบุคคล สถานท่ี เบอรโทรศพั ทติดตอ ท่สี ามารถรบั ส่งิ ของนัน้ คนื ได ดังน้นั จงึ ตอบขอ 4. คมู อื ครู 81
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Evaluate Engage Expand ขยายความเขา ใจ นกั เรียนรวมกันกาํ หนดเกณฑเพอ่ื ใชประเมิน คาำ ถามประจำาหน่วยการเรียนรู้ การเขียนเพ่อื สอ่ื สาร เพอ่ื ใชเปนแนวทางสําหรับ การเขยี นรายงานเชิงวชิ าการและการเขยี นประกาศ ๑. การมีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกบั การเขียนผังความคิดมีประโยชนอ์ ยา่ งไรตอ่ การเขยี นรายงานเชงิ วชิ าการ (แนวตอบ เกณฑควรครอบคลมุ ดังตอ ไปนี้ • ความสมบูรณ และถกู ตองของสว นประกอบ ๒. รายงานเชงิ วชิ าการท่ีดคี วรมลี ักษณะอย่างไร อธบิ ายให้ชัดเจน ๓. เม่ือได้รับมอบหมายใหศ้ ึกษาค้นควา้ เรื่องใดเรอ่ื งหนึ่ง โดยทา� งานเป็นกล่มุ ตา งๆ นักเรยี นจะมขี ้นั ตอนการทา� งานอยา่ งไร อธิบายใหช้ ดั เจน • หัวขอเรื่องท่เี ลอื กมคี วามนาสนใจ และเปน ๔. การวางโครงเรอ่ื งทด่ี ีส่งผลต่อรายงานเชิงวชิ าการท่ีจะเรยี บเรียงอย่างไร ๕. ประกาศทีม่ ีประสิทธผิ ลควรมีลกั ษณะอยา่ งไร ประโยชนตอผรู ับสารอยา งแทจรงิ • เนอื้ หาตองเกดิ ขน้ึ จากความเขาใจของ กจิ กรรมสรา้ งสรรคพ์ ัฒนาการเรยี นรู้ ผเู รียบเรยี ง โดยแสดงใหเห็นทง้ั ความรู ความ ๑. ให้นักเรียนจดั ทา� บตั รบนั ทกึ ความรูจ้ ากการอ่าน เปน็ เวลา ๑ สปั ดาห์ จากนนั้ ให้ คดิ เห็น หรือขอเสนอแนะท่เี ปน ประโยชน รวบรวมและจา� แนกเป็นหมวดหมู่ความร้ ู จัดท�ารูปเล่มส่งครู • ใชถ อ ยคาํ สาํ นวนโวหารถกู ตอ งตามระดบั ภาษา ส่อื ความใหเขา ใจไดงายดวยรูปประโยคท่ี ๒. ใหน้ กั เรียนเขยี นรายงานการศกึ ษาคน้ ควา้ ตามหวั ขอ้ ท่ีครูกา� หนด โดยใช้รปู แบบที่ ถกู ตอ งตามหลกั ไวยากรณ ใชค ําศพั ททาง ได้ศึกษา ส่งครู วชิ าการไดเหมาะสม สง่ิ สาํ คญั คือ ตอ งเปน สํานวนภาษาของตนเอง ๓. ให้นกั เรียนเขยี นประกาศเพ่อื ประชาสัมพันธก์ ารจดั งานนทิ รรศการของโรงเรียน • การอา งองิ มรี ปู แบบท่ีถกู ตอง โดยสมมตชิ ่อื นทิ รรศการ วนั เวลา สถานทด่ี ้วยตนเอง แลว้ น�ามาอ่านออกเสียงให้ • แสดงใหเห็นมารยาทในการเขยี น เปน ตน วา เพ่ือนฟงั หนา้ ชนั้ เรียน การเลอื กใชสีปก ความเปน ระบบ ระเบยี บใน การเขียนหรอื พมิ พ รวมถงึ การอางองิ ขอมูล) ตรวจสอบผล Evaluate 1. ครตู รวจสอบรปู เลม เนอื้ หารายงานและการเขยี น ประกาศของนกั เรยี น โดยใชเกณฑท ่ีนักเรยี น รวมกันกาํ หนดข้นึ ภายใตคาํ แนะนาํ ของครู 2. นกั เรียนตอบคําถามประจาํ หนวยการเรยี นรู หลักฐานแสดงผลการเรียนรู 82 1. รปู เลมรายงานในหัวขอท่เี ลือก 2. บัตรบนั ทกึ ขอ มูลขณะทาํ รายงาน 3. ประกาศ แนวตอบ คาํ ถามประจําหนว ยการเรียนรู 1. การมคี วามรู ความเขาใจเกย่ี วกับแผนผงั ความคดิ จะชว ยใหเห็นขอ มลู องคความรูตางๆ ทีเ่ กี่ยวของกับหวั ขอของรายงานเชิงวชิ าการ ทาํ ใหผ ูเขียนสามารถเขียนประเดน็ ตางๆ ไดครอบคลุม ครบถว นทุกประเด็น และรวู าประเดน็ ใดเปน ประเดน็ หลักและประเด็นใดเปนประเด็นรอง จงึ ทําใหรายงานเชิงวชิ าการมคี วามครบถวน สมบูรณ 2. รายงานเชงิ วชิ าการที่ดีจะตอ งมสี ว นประกอบครบถว น ทง้ั สวนหนา สว นเน้ือหา และสวนสรุป ขอมลู ทีป่ รากฏในรายงานจะตองมีความถูกตอง สมบูรณ นา เชอ่ื ถือ และ ท่สี าํ คัญ คือ จะตอ งมปี ระโยชนตอผอู าน 3. เมอื่ ไดร บั มอบหมายใหศ กึ ษาคน ควา เชงิ วชิ าการเรอ่ื งใดเรอ่ื งหนง่ึ กลมุ ผจู ดั ทาํ ควรเรม่ิ จากขนั้ ตอนการวางแผน ดว ยการเลอื กหวั ขอ เรอื่ งทมี่ คี วามนา สนใจ กาํ หนดวตั ถปุ ระสงค ขอบเขตการศกึ ษาคน ควา เพอื่ วางโครงเรอื่ ง โดยเรยี งลาํ ดบั ตามความสาํ คญั ของเนอ้ื หา จากนน้ั จงึ เรมิ่ ในสว นของขนั้ ตอนการปฏบิ ตั ิ ทาํ การสาํ รวจ รวบรวม บนั ทกึ จดั หมวดหมขู อมูลตามโครงเร่ือง เพ่อื นาํ มาวิเคราะห ตีความใหไดขอสรปุ ท่ตี รงกบั วตั ถุประสงคท่ีวางไว จากนน้ั จงึ เขียนเรียบเรียงเน้ือหาสาระจากความเขา ใจโดยใช สาํ นวนภาษาทเ่ี หมาะสมกบั งานเขยี นเชงิ วชิ าการ และเปน ลกั ษณะของตนเอง เขยี นสว นอา งองิ รวมถงึ สว นประกอบสว นหนา รวบรวมสว นประกอบตา งๆ เปน รูปเลม รายงาน ทส่ี มบรู ณ 4. การวางโครงเรื่องท่ีดีจะชวยใหเหน็ ภาพรวมของรายงานเชิงวชิ าการทัง้ หมด ทาํ ใหส ามารถเรียบเรยี งเนือ้ หาของรายงานไดครบถว นทุกประเดน็ และแตล ะประเดน็ มีความสอดคลองกนั และเปน ไปตามลาํ ดบั ขัน้ ตอน 5. การรวู า ประกาศใดมีประสิทธภิ าพหรอื ไมน ้นั สามารถดูไดจ ากผลท่ีตามมาหลงั จากทป่ี ระกาศนัน้ ประกาศออกไปแลว หากประกาศท่ีประกาศออกไปสงผลตอ ผอู านไปใน ทางท่ีดีข้นึ หรอื เปน ไปตามเจตนารมณของการประกาศน้นั น่ันแสดงใหเห็นวา ประกาศมีประสทิ ธิภาพ 82 คมู อื ครู
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Engage Expand Evaluate เปา หมายการเรยี นรู ตอนท่ี ๑๒ 1. สามารถอธิบายความรูเบือ้ งตนเก่ยี วกบั สารคดี เปนตนวา ความหมาย องคป ระกอบ ประเภท 2. สามารถระบุขั้นตอนการผลติ งานสารคดี ไดถกู ตอง ครบถวน 3. สามารถผลิตงานเขียนสารคดีทอ งเท่ียว หรอื สารคดเี กยี่ วกับสัตวไ ดด วยตนเอง โดยปฏบิ ัติ ตามข้นั ตอนที่ถกู ตอง คาํ นงึ ถงึ การนาํ เสนอ เนือ้ หา ความเหมาะสม และความสละสลวย ของสํานวนภาษา สมรรถนะของผเู รียน 1. ใฝเรยี นรู 2. มงุ มัน่ ในการทํางาน óหนว ยการเรียนรทู ่ี สารคดี คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค การเขยี นสารคดี เปนงานเขยี นทีใ่ หทั้งความรู ความคดิ 1. ความสามารถในการสอ่ื สาร ความบนั เทงิ ชว ยเปด โลกทศั นข องผอู า นให 2. ความสามารถในการแกไ ขปญหา ตัวชว้ี ัด กวา งไกล การฝกเขียนสารคดเี ปนการฝก ทักษะ 3. ความสามารถในการใชเ ทคโนโลยี กระบวนการคดิ ใหเ ปน ระบบ ฝก การคน ควา สบื คน • ผลติ งานเขียนของตนเองในรปู แบบต่างๆ ขอมูลในการเขียนและการใชภาษาถายทอดความคิด กระตนุ ความสนใจ Engage (ท ๒.๑ ม.๔-๖/๔) ไปสูผูอาน เปนประโยชนทั้งตอการศึกษาเลาเรียนและ การใชภาษาเพอ่ื ประกอบอาชีพ ครูเปด คลปิ รายการสารคดใี หนกั เรยี นชม โดยอาจเปน สารคดที มี่ เี นอ้ื หาเกย่ี วกบั การทอ งเทย่ี ว สาระการเรียนรูแกนกลาง การอนุรกั ษ หรอื ชวี ิตสตั ว ประมาณ 20 นาที จากนน้ั ต้ังคําถามวา • การเขียนในรปู แบบต่างๆ เชน่ สารคดี • นกั เรียนคิดวา สารคดีท่ไี ดรบั ชมนั้น มีเสนห อยางไร (แนวตอบ นกั เรยี นสามารถตอบไดอยาง หลากหลายขนึ้ อยกู บั คลิปของสารคดี ทค่ี รนู าํ มา) เกรด็ แนะครู การเรียนการสอนในหนว ยการเรียนรู การเขยี นสารคดี เปา หมายสําคัญ คอื นกั เรียนมีความรู ความเขา ใจท่ีถูกตอ งเกีย่ วกบั ลักษณะเฉพาะของงานเขยี นสอื่ สาร ประเภทสารคดี รวมถงึ กลวธิ กี ารผลติ หรอื สรา งสรรค ซง่ึ จะนาํ ไปสกู ารผลติ งานเขยี น สารคดไี ดดวยตนเอง การจะบรรลเุ ปาหมายดังกลา ว ครคู วรออกแบบการเรียนการสอน โดยให นกั เรยี นรวมกนั สรางองคความรูดวยตนเอง มีโอกาสอธบิ าย อภปิ ราย โตแยง สนบั สนนุ ในประเด็นตางๆ รวมถึงการอธิบายความรผู านขอ คําถามของครู เม่อื มีองคค วามรทู เี่ พียงพอจงึ มอบหมายภาระชิ้นงานใหปฏบิ ัติเปน รายบคุ คล รวมกัน กาํ หนดเกณฑการประเมนิ ผลงานเพือ่ ใชเปน แนวทางการเขยี นและปรบั ปรงุ แกไข การเรียนการสอนในลักษณะนีจ้ ะชว ยฝก ใหนักเรียนจัดการองคความรไู ดอ ยาง เปน ระบบ จากทฤษฎพี ฒั นาไปสกู ารสรา งชน้ิ งาน กอ ใหเ กดิ ความภาคภมู ใิ จในตนเอง คมู ือครู 83
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคนหา อธิบายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Explain Expand Evaluate Engage Engage กระตนุ ความสนใจ ครนู าํ เขา สกู ารเรยี นการสอน โดยขออาสาสมคั ร ๑. ความหมายและประเภทของสารคดี นักเรียน จาํ นวน 1 คน ออกมาอา นออกเสียง ขอความตอไปนี้ใหเพ่อื นๆ ฟง การเขียนมีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบมีลีลาในการเขียนแตกต่างกันออกไป สารคดี เป็นการเขียนรูปแบบหนึ่งที่เรียบเรียงข้ึนจากความจริงไม่ใช่จินตนาการ การเขียนสารคดีให้มี สารคดี หมายถงึ งานเขยี นหรือวรรณกรรม คุณภาพ ผู้เขียนควรค�านึงถึงประเภท องค์ประกอบ และหลักการเขียนจึงจะท�าให้ได้สารคดีที่ ทีผ่ แู ตง มเี จตนาใหความรูเปนเบื้องตน ความ นา่ สนใจและนา่ ติดตามอ่านเรื่องราวโดยตลอด เพลดิ เพลนิ เปน เบอื้ งหลงั ... (บญุ เหลอื เทพยสวุ รรณ) ๑.๑ ความหมายของสารคดี สารคดี พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ ให้ความหมายไว้ว่า เรื่องที่ สารคดี ไดแก หนงั สือทใี่ หเ นื้อหาสาระและ เรียบเรียงข้นึ จากความจรงิ ไม่ใช่จากจินตนาการ เชน่ สารคดที ่องเท่ยี ว สารคดชี ีวประวัติ ดงั น้ัน ความรูแกผอู า นเปน สาํ คัญ แตบ างทีก็ใหค วาม สารคดีจึงเปน็ งานเขียนที่เรียบเรียงข้ึนโดยมีจุดมุ่งหมายเพ่อื ให้ความรู้ บอกเลา่ ขอ้ เทจ็ จริงบางส่งิ เพลิดเพลนิ ดว ย ทง้ั ยงั แบงออกเปน ประเภทยอยๆ บางอยา่ งหรอื อาจจะบอกหลายอยา่ งพรอ้ มกนั ก็ได้ เนอื้ หาสาระของสารคดอี าจเกยี่ วขอ้ งกบั ความรู้ อีกหลายประเภท เชน บทความ เรื่องเลาสว นบุคคล เชน่ ศาสนา ประวตั ิศาสตร์ สงั คมศึกษา วิทยาศาสตร์ เป็นต้น ความรเู้ กี่ยวกบั บุคคล สถานที่ ชวี ประวตั ิ อัตชวี ประวัติ และความเรียง (ทวศี ักด์ิ หรอื เหตกุ ารณ์ อาจแทรกเสริมความคดิ เห็นของผูเ้ ขียน หรือวพิ ากษ์วิจารณ์แทรกลงไปในเนื้อหา ญาณประทปี ) สาระก็ได้ เนอื้ หาความร้ใู นสารคดจี ะต้องมคี วามถูกต้อง มีความตรงไปตรงมา กะทดั รัด เพอื่ ให้ ผอู้ ่านเข้าใจไดง้ า่ ย รบั รเู้ รื่องราวตามความเปน็ จริง สารคดี หมายถงึ งานเขยี นท่ยี ึดเรื่องราว ๑.๒ ประเภทของสารคดี จากความจรงิ นาํ มาเขยี นเพอ่ื มงุ แสดงความรู ความจรงิ ทรรศนะ ความคดิ เหน็ เปน หลกั ดว ยการ การจัดประเภทของสารคดีขึ้นอยู่กับแนวคิดของนักวิชาการแต่ละคน ส�าหรับในระดับ จัดระเบียบในการนาํ เสนอ ผสมผสานในการ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที่ ๕ ขอน�าสารคดีมาใหศ้ ึกษาเพยี ง ๒ ประเภท เพื่อใหน้ กั เรยี นสามารถน�าไป ถา ยทอดตอ การสนใจใฝรขู องผอู า นเพอื่ ใหเกดิ ฝกเขียนสารคดีตอ่ ไป ได้แก่ คณุ คาทางปญ ญา (ถวลั ย มาศจรัส) ๑) สำรคดีท่องเท่ียว เป็นข้อเขียน ที่บันทึกเรื่องราวประสบการณ์การเดินทาง สารคดี หมายถึง เร่อื งท่เี ขยี นขึน้ จากความจริง ท่องเท่ียวของผู้เขียน ในความหมายกว้างๆ ไมใ ชจ ากจินตนาการ (ราชบณั ฑติ ยสถาน) ยังครอบคลุมถึงประสบการณ์ชีวิตในตา่ งแดน ถงึ แมจ้ ะไมใ่ ชก่ ารเดนิ ทางไปทอ่ งเทยี่ วโดยตรง จากนน้ั ตง้ั คาํ ถามกบั นกั เรยี นวา กต็ าม • จากคาํ นยิ ามสารคดีของนักวิชาการเกยี่ วกบั ๒) สำรคดีเก่ียวกับสัตว์ เป็นการ เล่าสภาพธรรมชาติ ลักษณะ กิจกรรมหรือ ศาสตรแ หง การเขยี น สามารถสรปุ ความหมาย เหตุการณท์ ่ีสัตวเ์ ข้าไปเก่ยี วขอ้ ง หรอื ประวตั ิ ของสารคดไี ดห รือไม และอยางไร ความเป็นมาของสตั วก์ ็ได้ ▼ ตัวอยางหนงั สือประเภทสารคดี (แนวตอบ สามารถสรุปคาํ นยิ ามของสารคดไี ด ซึ่งสารคดี หมายถึง งานประพันธป ระเภท รอยแกว มีลักษณะและองคประกอบเฉพาะ โดยมีจดุ มงุ หมายในการเขยี นเพ่ือถา ยทอด ความรเู ปน หลัก แตใ นขณะเดยี วกนั ผอู านก็ จะไดร ับความเพลดิ เพลนิ เปน การรับความรู โดยทไี่ มรูส กึ วาถกู บงั คบั ใหต อ งรู) 84 เกร็ดแนะครู กจิ กรรมสรา งเสรมิ การเรมิ่ ตน กระบวนการเรยี นการสอนเรือ่ ง การเขียนสารคดี ดว ยวธิ กี ารเปด นักเรียนคน ควาขอมลู เกยี่ วกับประวัตศิ าสตร และวิวฒั นาการ คลิปสารคดที างโทรทศั นใหน ักเรียนชมนน้ั เปน วิธกี ารเรม่ิ ตนทส่ี ามารถดึงดูด ของสารคดีไทย บันทกึ ขอ มูลทีเ่ ปน ประโยชนน าํ มาอธบิ าย ความสนใจของนกั เรยี นใหม คี วามใครร ใู นเรอื่ งทจ่ี ะเรยี น คลา ยกบั การสรา งความรสู กึ อภปิ รายรว มกันภายในช้ันเรียน ดตี อกนั ในครัง้ แรกท่ีพบ จากนัน้ จึงเปน หนาท่ขี องครูท่ีจะทําใหนักเรียนเกิดความรู ความเขา ใจท่ถี กู ตอ งเก่ียวกบั ลกั ษณะเฉพาะของงานเขยี นส่อื สารประเภทสารคดที ี่ กิจกรรมทาทาย มคี วามคลา ยคลงึ กบั บทความ นักเรียนคนควาขอ มูลเก่ียวกับลักษณะเฉพาะของงานเขยี น ในขณะทคี่ รมู อบหมายภาระงานใหน กั เรยี นสบื คนความรูไ มวาจะในประเดน็ ประเภทสารคดี และบทความ เพอ่ื วเิ คราะหข อ แตกตา งที่เห็นได ประวัติความเปน มาของงานเขียนประเภทสารคดี หรือความแตกตา งระหวางสารคดี ชดั เจน นาํ ขอมลู มาอภปิ รายรว มกนั ภายในช้นั เรียน สรุปความรู และบทความ ควรทจ่ี ะใหค าํ อธบิ ายไปเบอ้ื งตน เพอ่ื ใหม องเหน็ แนวทางสาํ หรบั การสบื คน รวบยอดลงสมุดสง ครู สําคญั ที่สุดการเรยี นการสอนครัง้ นี้ ตองทาํ ใหน ักเรียนรสู กึ วา การเขยี นสารคดีเปน เรือ่ งท่ที กุ คนสามารถทาํ ได ถาเขาใจและเปด ใจท่ีจะเรียนรู ฝก ฝน ปฏิบัตอิ ยาง สม่าํ เสมอ 84 คมู ือครู
กระตุนความสนใจ สาํ รวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Expand Evaluate Explore Explain Explore สาํ รวจคน หา ๒. องคป์ ระกอบของสารคดี ครูพานกั เรยี นเขา หองสมุด โดยหาชว งเวลาท่ี ไมมีนกั เรียนในระดับชน้ั อน่ื ๆ เขาใชบ รกิ าร ๑) บทน�ำ เป็นการเริ่มต้นเรื่อง ความยาวประมาณหนึ่งย่อหน้า การเขียนบทน�า จากนน้ั แบง นกั เรยี นออกเปน กลมุ ๆ โดยใหม สี มาชกิ มีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างความสนใจแก่ผู้อ่าน โดยเกร่ินน�าให้ผู้อ่านทราบว่า เรื่องน้ันมีเนื้อหา ในจํานวนเทาๆ กนั นงั่ โตะเปนกลมุ รว มกนั เกี่ยวกับอะไร มีสาระส�าคัญอย่างไร มีประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างไร เป็นการกล่าวในภาพรวมและ สบื คน ขอ มลู เพอ่ื สรา งองคค วามรเู กย่ี วกบั สารคดี แสดงทรรศนะของผเู้ ขียนอย่างกวา้ งๆ และกลวธิ กี ารสรางสรรคงาน โดยใหเวลาสาํ หรบั ๒) เน้ือเรื่อง เป็นการด�าเนินเรื่องโดยการขยายรายละเอียดเน้ือความที่น�าเสนอในบทน�า ปฏบิ ตั กิ จิ กรรมขนั้ ตอนนเ้ี ปน เวลา 20 นาที ซง่ึ การ เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจ ได้ทราบข้อมูลรายละเอียดตามจุดมุ่งหมายที่ก�าหนดไว้ โดยอาจแทรกสถิติ สืบคน ขอ มลู ตอ งครอบคลมุ รอบดาน เพอ่ื ใหมี รปู ภาพ ตัวอยา่ งประกอบ เพอื่ ความน่าเช่อื ถอื เนอื้ เร่อื งจะสัน้ หรือยาวข้นึ อยู่กบั จุดม่งุ หมายของ ขอมลู เพยี งพอสําหรบั การอธบิ ายความรู ผูเ้ ขยี น เม่ืออ่านจบแล้วผอู้ ่านควรได้รับประโยชนค์ รบถว้ นตามจดุ ม่งุ หมายท่ผี เู้ ขยี นกา� หนดไว้ ๓) บทสรปุ เปน็ การเขยี นขอ้ ความในยอ่ หนา้ สดุ ทา้ ยของเรอ่ื งเพอื่ ปดิ ทา้ ยเรอ่ื ง เมอ่ื ผเู้ ขยี น อธบิ ายความรู Explain เห็นว่าไดก้ ลา่ วเนือ้ หาสาระครบถว้ นแล้ว ผู้เขยี นต้องใชศ้ ลิ ปะในการเขียนเพือ่ สร้างความประทับใจ แก่ผู้อ่าน เช่น สรปุ ท้ิงทา้ ยดว้ ยคา� ถามท่ีน่าสนใจ สรปุ โดยใช้ส�านวน คา� พงั เพย สภุ าษิต ค�าคม ครูเปดประเดน็ สนทนาส้นั ๆ เกยี่ วกบั บทร้อยกรอง ประสบการณของนักเรยี นในการอา น หรือการ รบั ชม รับฟงรายการสารคดี ชีแ้ จงใหเขา ใจวา ๓. ขั้นตอนการเขียนสารคดี สารคดกี เ็ หมอื นกบั งานเขยี นประเภทอน่ื ๆ ทเ่ี รมิ่ จาก ความมุง หมาย หรือกลา วใหเ ขาใจงายๆ คือ การเขียนสารคดีใหไ้ ด้ผลดี ผูเ้ ขียนจะตอ้ งแบ่งขนั้ ตอนในการเขยี น ดังน้ี ความตองการท่จี ะถายทอดเร่ืองราวไปสูผูร ับสาร ๑) ต้ังจุดมุ่งหมำยในกำรเขียน เป็นส่ิงส�าคัญเบ้ืองต้นของการเขียนสารคดี ทั้งนี้เพราะ เพ่อื ใหไดร ับประโยชนห ลังจากอานจบ จากนั้น การเขียนสารคดแี ต่ละเร่อื ง ผู้เขียนย่อมมจี ดุ มงุ่ หมายในการเขียนแตกต่างกนั ควรตง้ั จดุ มงุ่ หมาย ขออาสาสมคั ร จาํ นวน 1 กลมุ ออกมาอธบิ ายความรู ใหช้ ดั เจนวา่ ผูร้ ับสารคือใคร เพอื่ ใหก้ ล่ันกรองเน้ือหา ภาษา ประเดน็ ในการน�าเสนอ และรปู แบบ เก่ียวกับจุดมุงหมายและประเภทของสารคดี ทเ่ี หมาะสมกบั วยั ของผูอ้ ่าน ทไ่ี ดจ ากการสบื คน รว มกบั เพอ่ื น ๒) เลือกเร่ืองและก�ำหนดขอบข่ำยของเรื่อง ผู้เขียนควรเลือกเรื่องท่ีตนมีความถนัด มีความสนใจเป็นพิเศษ มีประสบการณ์ หรอื เลือกเร่ืองท่ีคนส่วนใหญ่สนใจ ทันสมยั มปี ระโยชน์ (แนวตอบ จดุ มงุ หมายสาํ คัญของการเขียน ต่อสังคม และต้องก�าหนดขอบข่ายของเนื้อหาด้วยว่าจะให้หัวข้อเร่ืองครอบคลุมประเด็นใดบ้าง สารคดี ไดแ ก 1. ใหความรู ขอเทจ็ จรงิ 2. ใหคํา รวมถึงกา� หนดความยาวของเน้ือหาไวด้ ว้ ย แนะนําท่ผี ูอานสามารถนําไปใชไ ดจริง 3. ใหความ ๓) ศึกษำและรวบรวมข้อมูลหลักฐำน เม่ือเลือกเร่ืองที่จะเขียนได้แล้ว ผู้เขียนต้อง เพลดิ เพลิน 4. ชว ยจรรโลงจติ ใจใหพ นจากปญหา รวบรวมข้อมูลส�าหรับการเขียนจากแหล่งความรู้ท่ีหลากหลายด้วยวิธีการต่างๆ แหล่งความรู้ท่ีใช้ ความทกุ ข ความเศราหมองท้งั ปวง ซึ่งจาก ประกอบการเขียนสารคดี เชน่ หนงั สือ สารานุกรม นติ ยสาร วารสาร วทิ ยุ โทรทศั น์ อินเทอร์เนต็ จดุ มุงหมายสําคญั ทาํ ใหสารคดมี หี ลายประเภท การสมั ภาษณ์ การสนทนา การเกบ็ ขอ้ มลู ภาคสนาม เพอื่ ใหไ้ ดข้ อ้ มลู ทลี่ ะเอยี ดแจม่ แจง้ และชดั เจน ตามทน่ี กั วชิ าการแตละทา นไดแ บง ไว เชน สารคดี ชีวประวตั ิ อตั ชวี ประวตั ิ สารคดีประเภทบทความ 85 สารคดปี ระเภทความเรียง สารคดที องเทย่ี ว สารคดี เกี่ยวกบั สัตว สารคดเี กย่ี วกับเด็ก สารคดเี กย่ี วกับ เดก็ และสตรี สารคดบี ุคคล) ขอ สอบ O-NET เกรด็ แนะครู ขอ สอบป’53 ออกเกยี่ วกบั โวหารทใ่ี ชป ระกอบการเขยี นเพอื่ การสอื่ สาร ครูควรชี้แจงกับนักเรียนวา สารคดเี หมือนกับงานเขียนรอ ยแกวประเภทอ่ืนๆ ขอใดใชพรรณนาโวหาร ผูเขยี นตองตั้งจุดมุง หมายใหช ดั เจน โดยพจิ ารณาวาจะใหผูอ านไดรบั ส่ิงใดหลังจาก 1. คนหาปลาออกจากกระทอมแตเ ชาตรู คลอ งแหไวก ับ การอา นสารคดเี รอ่ื งนน้ั โดยหลกั ๆ มี 4 ประการ ซงึ่ มขี อ ควรคาํ นงึ ทแี่ ตกตา งกนั ทอนแขน สะพายขอ งตรงไปยงั ชายนา้ํ 2. คนหาปลาเดนิ เทา เปลา ไปพรอมแหในมือ ตาจอ งตรงไปยัง 1. ใหค วามรแู ละขอ เทจ็ จรงิ ผูเขยี นจะตอ งมีความรู ความเขาใจในสง่ิ ท่ีจะเขยี น ผวิ นํา้ เบือ้ งหนาอยา งสงบ อยางลกึ ซงึ้ รอบดา น และแมนยาํ 3. ในมานแสงสุดทายของดวงตะวัน คนทอดแหยืนเปนเงาดํา ทะมึนอยรู มิ ชายน้าํ 2. ใหค าํ แนะนํา ใหผอู า นนําไปใชป ฏบิ ตั ิ ผูเ ขยี นควรมีความรูในเรอื่ งท่ีจะแนะนาํ 4. นกั ทอ งเทยี่ วเฝา สังเกตการทอดแหอยางตั้งใจ กอนจะเขา ไป เปน อยา งดี เพราะหากใหคําแนะนําทผี่ ดิ พลาด ผอู านนําไปใชอาจกอให ขอดวู า ปลาในแหมีกต่ี ัว เกดิ ความเสยี หายได วเิ คราะหค าํ ตอบ พรรณนาโวหาร คอื โวหารทส่ี รา งภาพแจม ชดั 3. ใหค วามเพลดิ เพลิน วิธที จี่ ะใหค วามเพลดิ เพลนิ แกผูอา นนน้ั เปนส่ิงสาํ คญั ใหแ กผ อู า น สรา งอารมณ ความรสู กึ ทลี่ กึ ซง้ึ ดงั นนั้ จงึ ตอบขอ 3. ถือเปน ความสามารถเฉพาะตวั ของผูเขยี นแตล ะคน เชน การใชสาํ นวนภาษา ท่สี นกุ สนาน 4. ใหความจรรโลงใจแกผูอา น เมือ่ ผเู ขยี นไดแ สดงทรรศนะทเ่ี ปน ประโยชน เพอื่ ใหผ ูอ า นนําไปคดิ พิจารณาดว ยตนเองจนเกดิ ความตระหนัก ก็เทา กบั เปน หนทางจรรโลงใจประการหนงึ่ คูม อื ครู 85
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. ครสู นทนาสน้ั ๆ กบั นกั เรยี นเกย่ี วกบั สว นประกอบ ๔) วเิ ครำะหข์ อ้ มลู และวำงโครงเรอ่ื ง เมอื่ ผเู้ ขยี นรวบรวมขอ้ มลู ไดค้ รบถว้ นตามทต่ี อ้ งการ ของงานเขยี นประเภทอน่ื ๆ เชน เรียงความ แลว้ ตอ้ งนา� ขอ้ มลู มาวเิ คราะห์ แยกแยะศกึ ษาหาขอ้ เทจ็ จรงิ ความถกู ตอ้ ง ความนา่ เชอื่ ถอื จากนน้ั รายงานเชิงวชิ าการ สรุปใหเ ห็นวางานเขียน จึงจัดหมวดหมู่ วางโครงเร่ืองเพ่ือล�าดับการน�าเสนอเน้ือหาเช่นเดียวกับการเขียนเรียงความ แตละรปู แบบมีสวนประกอบทตี่ า งกนั จากนนั้ โดยอาจลา� ดบั เนอื้ หาจากประเดน็ ทมี่ คี วามสา� คญั มากไปหาประเดน็ ทมี่ คี วามสา� คญั นอ้ ย หรอื ลา� ดบั ตั้งคําถามเพ่อื นาํ เขา สกู ารอธิบายความรู ตามเหตุการณ์ทีเ่ กิดขึน้ ก่อน - หลงั ในประเด็นตอไป • นกั เรยี นคิดวา ความรู ความเขา ใจทีแ่ มน ยํา ๔. กลวธิ กี ารเขียนสารคดี ลกึ ซึ้งในเรอ่ื งองคประกอบมคี วามสาํ คญั ตอ ขั้นตอนการผลิตงานเขยี นอยา งไร การเขียนสารคดีให้น่าสนใจผู้อ่านติดตามอย่างต่อเน่ืองต้ังแต่ต้นจนจบ ผู้เขียนต้องค�านึง (แนวตอบ ความรู ความเขา ใจเกย่ี วกบั อยู่เสมอว่าจะใช้ภาษาเพ่ือถ่ายทอดข้อมูลอย่างไรไม่ให้น่าเบ่ือ อีกทั้งมีความไพเราะสละสลวย องคประกอบของงานเขียน จะทําใหผ ูเขยี น ครบถ้วนในทุกองค์ประกอบของสารคดีซึง่ มกี ลวิธีการเขียน ดงั น้ี สามารถสรา งสรรคงานเขียนประเภทน้ันๆ ไดถกู ตอง หรอื อาจกลาววามีคุณสมบตั ิ ๑) กำรเขียนบทน�ำ มแี นวทางการเขยี น ดังน้ี ครบถวนของการเปน งานเขยี น) ๑. นา� เรอ่ื งดว้ ยการบอกตรงๆ วา่ ใจความสา� คญั หรอื แนวคดิ สา� คญั ของเรอ่ื งจะกลา่ วถงึ 2. ขออาสาสมัคร จาํ นวน 1 กลุม ซึ่งไมควรซา้ํ เรอ่ื งอะไร ออกมาอธบิ ายความรูเ กี่ยวกบั องคป ระกอบหรือ ๒. นา� เรอื่ งดว้ ยการนา� เสนอปญั หาใหค้ ดิ เพอ่ื นา� ไปสกู่ ารอภปิ รายหรอื แกป้ ญั หาซงึ่ เปน็ สวนประกอบของงานเขยี นประเภทสารคดี ทไ่ี ดจ ากการสบื คนรว มกับเพื่อน เนอ้ื หาโดยละเอียด (แนวตอบ โดยหลกั แลวสารคดีมอี งคประกอบ ๓. นา� เรอ่ื งดว้ ยขา่ วสารทส่ี อดคลอ้ งกบั ประเดน็ ทจ่ี ะเขยี น ซงึ่ ผเู้ ขยี นตดิ ตามสถานการณ์ 3 สว น ไดแ ก บทนํา เนือ้ เรื่อง และบทสรุป หากนบั แบบองคร วมสารคดีจะมอี งคป ระกอบ มีขอ้ มูล ข้อเทจ็ จรงิ ในการเขยี น เพ่มิ เขา มา คอื ช่ือเรอื่ ง สวนเช่อื มระหวาง ๔. น�าเรื่องดว้ ยเหตกุ ารณ์ในอดีต บทนาํ กบั เนอื้ เรอ่ื ง และแกนเรอื่ ง) ๕. น�าเร่ืองด้วยขอ้ ความทีเ่ ร้าใหผ้ ู้อ่านคิดหาค�าตอบ ๖. นา� เรอ่ื งดว้ ยการตั้งขอ้ สังเกตหรือการเสนอสภาพการณ์อย่างใดอย่างหน่งึ 3. นกั เรยี นรว มกันอภปิ รายเพอื่ สรุปลกั ษณะของ งานเขียนประเภทสารคดีท่ีดี วรรณกรรม1 ๗. น�าเรื่องด้วยสุภาษิต ส�านวนโวหาร ค�าพังเพย ค�าประพันธ์ หรือข้อความจาก (แนวตอบ งานเขียนสารคดที ่ดี เี ร่ืองหน่ึงๆ ควร บทน�าเร่ืองเป็นการน�าให้ผู้อ่านคาดคะเนต่อได้ว่าผู้เขียนจะเขียนเน้ือหาต่อไปอย่างไร มีเนอ้ื หาทีช่ ดั เจน แจม แจง ไมส ับสน วกวน มี เสนห ช วนตดิ ตาม ทาํ ใหผ อู า นมองเห็นภาพที่ และเปน็ ส่วนทเ่ี ร้าความสนใจให้ผู้อ่านติดตามอ่านเน้อื หาของเรื่องตอ่ ไป ซอ นอยภู ายใตถอยคํา มเี อกภาพ เมอื่ เขียนถงึ ๒) กำรเขียนเนื้อเร่ือง ผู้เขียนต้องจัดระบบความคิดที่น�าเสนอตามล�าดับ โดยการวาง เรือ่ งใด กค็ วรกลา วถงึ เร่ืองนั้นๆ เพยี งเร่ืองเดยี ว โครงเร่ืองคร่าวๆ และเขียนตามโครงร่างน้ันเพื่อไม่ให้ความคิดออกนอกกรอบ สับสน วกวน มสี มั พนั ธภาพ ใชถอ ยคาํ ท่ีสละสลวยรอ ยเรยี ง ตรงตามจดุ ประสงคท์ กี่ �าหนดไว้ คอื มุ่งใหค้ วามรู้ อาจแทรกความเพลดิ เพลินบ้าง แตก่ ารเขียน เน้อื หาเขา ไวด ว ยกัน และมสี ารตั ถภาพ ไดให สารคดีถ้าแทรกความบันเทิงมากไป จะท�าให้คุณค่าของสารคดีน้อยลง ส่วนการน�าเสนอความรู้ สิ่งทเี่ ปนประโยชนหรอื สงผลดตี อ ผอู า น) ต้องมีข้อมูลหรือหลักฐานประกอบ โดยมีแหล่งข้อมูลที่เช่ือถือได้และสอดคล้องกับเน้ือหา แสดง 86 นกั เรียนควรรู ขอ สแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT นักเรยี นพิจารณาขอความทกี่ าํ หนดให นักกีฬากับน้ําผึง้ ถา 1 นาํ เรอื่ งดว ยสุภาษติ สาํ นวนโวหาร คําพังเพย คาํ ประพนั ธ หรือขอ ความจาก ดื่มน้ําผ้งึ เปน ประจาํ สกั 2-3 ชอน ผสมนํา้ อุน ภายหลังรับประทาน วรรณกรรม เม่ือเขยี นสารคดีประเภทใดกต็ าม หากผูเ ขียนสามารถเลอื กใชสุภาษติ อาหาร หรอื หลงั จากทีไ่ ดทํางานเหน็ดเหน่ือย ออ นเพลยี ละเหี่ยใจ สํานวนโวหาร คําพังเพย คําประพันธ ขอความจากวรรณกรรม หรือบทกวีท่ีมี ก็จะรูสึกแจมใสเกดิ พลงั ขนึ้ ไดอยา งรวดเรว็ เพราะน้ําผึ้งเปนนํ้าตาล ความสอดคลองกบั เรื่องทีจ่ ะเขียน นาํ มาใชเ ปนสว นนําของสารคดกี ็จะชว ยเรียกรอ ง สําเรจ็ รปู พอดมื่ เขาไปสามารถนาํ ไปใชไดท นั ทเี พราะชว ยสรา ง ความสนใจจากผูอานไดม าก กระตนุ ใหผอู า นเกดิ ความสนใจที่จะตดิ ตามอาน เม็ดโลหติ แดงโดยตรง ไมต อ งยอ ยในกระเพาะอาหารอีก... (สันทัด เนอื้ ความตอไป ดงั เชน ขอ ความนี้ กรณีย, 2516 : 93) ขอ ใดคอื ลกั ษณะเดนของขอความขางตน หาดบางแสนแสนโสภา งามเอยงามตานาชม ภาพทิวทศั นย ืนรน่ื รมย 1. ความเปนเอกภาพ 2. สัมพนั ธภาพระหวางประโยค สมสะคราญ...นี้เปนเน้อื เพลง “บางแสนโสภา” ตอนหน่ึง ซึ่งมคี วามไพเราะ และ 3. สารตั ถภาพของขอ ความ 4. ใจความสาํ คญั ครบถวน ความไพเราะนช้ี กั นาํ ใหผมไปเที่ยวบางแสน และก็ทีบ่ างแสนนีเ่ ชน กนั ที่ชกั นําใหผ ม รจู กั สถานทนี่ า เทยี่ วและสาํ คญั อกี แหง หนง่ึ นนั่ กค็ อื พพิ ธิ ภณั ฑส ตั วท ะเล และสถานท่ี วิเคราะหค ําตอบ ประโยคแตละประโยคในขอ ความ มีความ เล้ียงสตั วน ํา้ เค็ม (ประสาท ยอดมณี, 2524 : 25) เกี่ยวโยง รอยเรยี งเขา ดว ยกนั อยา งสละสลวย เรยี กลกั ษณะ 86 คูม ือครู เชน นี้วาสัมพนั ธภาพระหวา งประโยค ดงั น้ันจงึ ตอบขอ 2.
กระตนุ ความสนใจ สาํ รวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ความคิดสรา้ งสรรค์ เป็นประโยชนต์ ่อสงั คม มคี วามเปน็ กลาง ไม่ลา� เอียงเข้าข้างฝา่ ยใดฝ่ายหน่ึง 1. ครสู นทนาสนั้ ๆ โดยช้ีใหเ ห็นวา ความรู ไม่ยั่วยุให้ผู้อ่านเกิดความเคียดแค้นชิงชัง แตกความสามัคคี ไม่ท�าให้ผู้อ่านเข้าใจผิดจนเกิด ที่แมน ยาํ เกย่ี วกบั องคป ระกอบของสารคดี การกระท�าท่ีไม่เหมาะสม ไม่สรรเสริญเยินยอบุคคลใดบุคคลหน่ึงมากจนเกินไป หรือเหยียบย�่า อยา งเดยี วไมพ อสาํ หรบั การผลติ ผลงาน ถอ ยคาํ ผู้อ่ืนด้วยภาษาท่ีไม่เหมาะสม การใช้ภาษาต้องสุภาพ มีมารยาทในการเขียน มีคุณธรรม และ ภาษา สํานวนโวหารสาํ คัญอยางมากตอการ รบั ผดิ ชอบในงานเขยี นของตนเอง การสรา้ งประโยคตอ้ งกระชบั เขา้ ใจงา่ ย ไม่ใชศ้ พั ทย์ ากจนเกนิ ไป ถา ยทอดเนอื้ หา แมว าเร่ืองทเี่ ขียนจะนาสนใจ ถ้าจ�าเป็นตอ้ งใช้ควรวงเลบ็ ความหมายไว้ดว้ ย เพยี งใด แตถาผเู ขียนขาดความรู หรอื ความ ๓) กำรเขียนบทสรุป เป็นการเขียนเพื่อขมวดปมของเรื่องให้จบตรงตามเป้าหมาย สามารถในการใชถอ ยคาํ ก็อาจทําใหส่งิ ที่ ทตี่ อ้ งการและตามจดุ มงุ่ หมายทก่ี า� หนดไว้ เชน่ ผูอา นควรจะไดรับ เชน อรรถรสในการอาน ลดลง ทําใหเ ร่อื งขาดเสนห ไมช วนตดิ ตาม ๑. สรปุ ให้เห็นความสา� คัญของเนอ้ื เร่อื งท่ีน�าเสนอ ๒. สรุปความคิดเหน็ ทเ่ี ปน็ ประโยชน์ตอ่ ชีวิตและสังคม 2. ครขู ออาสาสมัคร จํานวน 1 กลมุ ออกมา ๓. สรปุ เพือ่ โนม้ น้าวใหเ้ กิดความรว่ มมอื ในดา้ นต่างๆ อธิบายความรเู กีย่ วกบั การใชภาษาเพ่ือการ ๔. สรุปเพ่อื ให้เกิดความตระหนัก เขียนสารคดี เมื่อเขียนเสร็จแล้วผู้เขียนต้องอ่านทบทวนการใช้ภาษา ภาษาที่ใช้ในการเขียนสารคดี (แนวตอบ หากมองในมมุ กอนการเขียน ผูเขยี น ตอ้ งใชภ้ าษาแบบแผนซ่ึงสามารถตรวจสอบไดจ้ ากหลักเกณฑ์ ดงั น้ี ควรมคี วามรเู ก่ยี วกบั ระดบั ภาษา ซึง่ แบง ๑. ใชค้ �าสภุ าพเหมาะสมกบั เนอื้ เรื่อง ออกเปน 3 ระดับ ไดแก ระดบั ทางการ ๒. ใช้ภาษาทีม่ ศี กั ดิ์ของคา� ในระดับเดียวกัน ไมน่ �าภาษาสแลงมาใชใ้ นงานเขยี น กง่ึ ทางการ และไมเ ปน ทางการ รวมไปถึง ๓. ไมม่ ีการตัดหรือลดทอนรูปประโยค โวหารท่ีใชประกอบการเขียน ไดแก บรรยาย ๔. ภาษาต้องไมแ่ สดงออกถึงความรนุ แรง พรรณนา เทศนา สาธก อปุ มา เมือ่ มีความรู ๕. หลกี เล่ียงการใชภ้ าษาฟุ่มเฟือย อยา งลกึ ซงึ้ จึงนําไปใชถา ยทอดเนื้อหา โดยมี เมอ่ื ทบทวนเรอ่ื งการใชภ้ าษาแลว้ จงึ ทบทวนสาระสา� คญั ของเนอ้ื หาวา่ ตรงกบั ชอ่ื เรอ่ื ง หลกั วา ตอ งทาํ ใหผ ูอ า นสนใจ กระทบใจ และ หรือไม่ ครอบคลุมทุกประเด็นแล้วหรือยัง ถ้าไม่ครบต้องปรับปรุงอีกคร้ัง อาจให้เพ่ือนหรือคน ประทับใจ ถูกตองตามไวยากรณ ระดับภาษา ในครอบครัวช่วยอ่านวิพากษ์วิจารณ์แล้วปรับปรุงแก้ไขหรือให้เวลาผ่านไปสักระยะก่อน จึงอ่าน สละสลวย แตชัดเจน ส่ือความตรงจดุ ประสงค ดอู กี ครง้ั หนง่ึ กอ็ าจพบขอ้ บกพรอ่ งอกี ดงั นนั้ งานเขยี นครง้ั แรกเรยี กวา่ ฉบบั รา่ ง จงึ อาจไมส่ มบรู ณ์ เขาใจงา ย ไมใชถ อยคาํ ที่จะทาํ ใหเกิดการ เท่าทีค่ วร เมื่อปรบั ปรงุ แก้ไขคร้ังท่ี ๒ แล้วจะทา� ให้งานนน้ั สมบูรณย์ ่ิงขึ้น ตคี วามไดห ลากหลาย กะทัดรัด ไดใ จความ ไมใ ชคําฟมุ เฟอย คาํ นงึ ถึงความสภุ าพ ๕. การเขียนส1 ารคดที ่องเท่ยี ว 2 ใชถ อยคาํ ในระดับเดียวกันทัง้ เรอ่ื ง นา้ํ เสียง สารคดีท่องเท่ียวมีลักษณะเป็นข้อเขียนบันทึกเร่ืองราวและประสบการณ์จากการเดินทาง ของคําควรมีลักษณะเปนกลาง ไมต ลกขบขนั ทอ่ งเทยี่ วของผเู้ ขยี นและในความหมายกวา้ งๆ ยงั ครอบคลมุ ถงึ เรอื่ งเลา่ ประสบการณ์ในการใชช้ วี ติ จนเกนิ พอดี หรอื ส่อื ถงึ ความรุนแรง สารคดี ต่างแดน แม้จะไม่ใช่เปน็ การเดินทางไปท่องเที่ยวโดยตรงก็ตาม เปนงานเขียนสอ่ื สารท่ีตองการใหค วามรู แกผอู านเปน สําคญั จงึ ตอ งใชวิธกี ารอยา ง หลากหลายในการใหข อ มูล เปน ตนวา กระบวนการบรรยาย การใหค ําจาํ กัดความ 87 การยกตวั อยา ง การอา งอิงแหลงขอมูล โดยคาํ นงึ ถงึ ความเหมาะสมกบั เนอื้ หา จดุ มงุ หมาย) ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEิดT นักเรยี นควรรู นกั เรยี นอา นขอ ความท่ีกําหนดให บคุ คลจาํ พวกที่คดิ เห็นวา 1 สารคดที อ งเท่ยี ว เปน สารคดีทีผ่ อู านนยิ มมากประเภทหน่งึ เพราะสอดคลอง วชิ าเปนแกวสารพัดนึกเชนนี้ เมอ่ื เขา ทําการแลว ถา แมน ไมไ ดร ับ กบั ลักษณะนสิ ัย ความอยากรู อยากเห็นของมนษุ ยท ีต่ อ งการจะรูในเรอ่ื งราว หรอื ตําแหนง อนั สงู เพียงพอแกทตี่ นตรี าคาของตนไวแ ละลาภยศทรัพย สิง่ ทตี่ นเองไมเคยสมั ผสั รวมถงึ ความสนุกสนานเพลดิ เพลนิ ความต่นื เตน ความรู หลั่งไหลมาไมท ันใจ ก็บงั เกดิ ความหลากใจ แลว บงั เกดิ ความไม กเ็ ปน หนงึ่ ในปจ จยั ทที่ าํ ใหสารคดที อ งเทีย่ วเปน งานเขยี นท่ไี ดร ับความสนใจจาก พอใจ เมอ่ื ไมพ อใจแลว กบ็ ังเกดิ ความรษิ ยา เมอ่ื เกิดความริษยา บคุ คลทว่ั ไป โดยเฉพาะผทู ไ่ี มมโี อกาสไปเทย่ี วยังสถานท่ีท่ตี นเองตอ งการไป ขนึ้ แลวกห็ มดความสุข (พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลาเจา อยูห วั , การไดร บั รผู า นการถา ยทอดดว ยสายตา และมมุ มองของผเู ขยี นจงึ กอ ใหเ กดิ ความพงึ ใจ 2457 : 12) ความสขุ ใจ คลา ยกบั ความตอ งการนน้ั ไดร บั การตอบสนอง ขอความทย่ี กมานี้ มคี วามโดดเดนดวยภาพพจนแ บบใด 2 ประสบการณจากการเดินทาง เปนลักษณะเฉพาะของสารคดีทองเทีย่ ว 1. พรรณนา 2. บคุ คลวตั เพราะผูเขียนจะตองเดนิ ทางไปยงั สถานท่ีน้นั ๆ ดว ยตนเอง เพือ่ เกบ็ ขอมูลนํามา 3. อปุ ลักษณ 4. สทั พจน ถายทอด มีวรรณคดีในสมัยอดตี จํานวนไมนอ ย ท่มี เี น้ือหาถา ยทอดประสบการณ การเดินทางของผเู ขียน จึงมลี ักษณะเปน สารคดที องเทยี่ วดว ย เชน พระราชนพิ นธ วเิ คราะหค ําตอบ ขอ ความขา งตนมคี วามโดดเดน ดว ยภาพพจน เรื่อง ไกลบา น จดหมายเหตุเร่อื งราชทูตไทยไปอังกฤษในรัชกาลท่ี 4 แบบอปุ ลกั ษณ หรอื การเปรยี บเทยี บใหส งิ่ หนงึ่ เปน อกี สง่ิ หนง่ึ ในทนี่ ี้ เปรยี บให “วชิ าเปน แกว สารพดั นกึ ” ดงั นน้ั จงึ ตอบขอ 3. คูม ือครู 87
กระตุนความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขา ใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. นกั เรียนแตละกลมุ รวมกันอานสารคดีเร่ือง ๕.๑ หลักในการเขียนสารคดที ่องเท่ียว “ในอาวลึก มีความลับ โอ! ขุมทรพั ยใ ตพภิ พ” เพ่ือวเิ คราะหเ ก่ียวกับเสนห ของงานเขียน หลักในการเขียนสารคดีท่องเทีย่ ว ผเู้ ขียนควรปฏิบัต ิ ดงั นี้ ประเภทสารคดี ๑. เขียนดว้ ยขอ้ มูลทถ่ี กู ต้อง เป็นจริง น่าสนใจ ผเู้ ขยี นสารคดีท่องเที่ยวจึงต้องเดนิ ทาง ท่องเที่ยวไปยังสถานที่น้ันด้วยตนเอง ไม่ใช่จินตนาการเองหรือถ่ายทอดจากค�าบอกเล่าของผู้อื่น 2. ครูตงั้ ประเด็นคาํ ถามเพ่อื ใหนักเรยี นรวมกัน ควรเขยี นใหผ้ ู้อ่านได้รบั ความรูม้ ากท่สี ดุ ในเวลาน้อยทีส่ ุด อธิบายความรเู ก่ยี วกับเสนหของสารคดี โดย ๒. ให้ความรู้เกี่ยวกับสถานที่นั้นอย่างสมบูรณ์เท่าที่จะท�าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ วิเคราะหผา นตวั อยางสารคดี ผลงานของ สภาพภมู ปิ ระเทศ ความเปน็ อยขู่ องผคู้ น ขนบธรรมเนยี มประเพณ ี คา่ นยิ มและวฒั นธรรม รวมทง้ั ธีรภาพ โลหิตกลุ รายละเอยี ดปลกี ยอ่ ยทจ่ี ะเปน็ คมู่ อื สา� หรบั นกั เดนิ ทาง เชน่ คา่ ใชจ้ า่ ยในการเดนิ ทาง สถานทส่ี า� คญั • จากการอา นวิเคราะหส ารคดเี รื่อง “ในอา วลึก คา่ ทพ่ี กั คา่ อาหาร เป็นต้น มีความลบั โอ! ขุมทรัพยใตพ ภิ พ” นักเรยี น ๓. ใชศ้ ลิ ปะในการเลา่ เรอื่ งใหผ้ อู้ า่ นเพลดิ เพลนิ ควรมภี าพประกอบ ซง่ึ เปน็ สว่ นสา� คญั ของ คดิ วา เปน งานเขยี นที่มเี สนห อยา งไร สารคดที อ่ งเทยี่ ว หากมภี าพมากและมีสีสวยงามจะเป็นการจูงใจผ้อู ่าน ช่วยทา� ใหเ้ กดิ ความเขา้ ใจ (แนวตอบ นักเรยี นสามารถตอบไดอยา ง และท�าใหส้ ารคดีมคี ณุ ค1่ามากขึ้น หลากหลาย เปน ตน วา สารคดเี ปน เสมอื นงาน ๔. แทรกเกร็ด ต�านาน นิทาน เรอ่ื งขา� ขนั เกยี่ วกบั สถานท่นี น้ั เพื่อดึงดดู ความสนใจของ ศลิ ปะชน้ิ หนง่ึ ทสี่ ว นประกอบยอ ยๆ มารวมกนั ผอู้ า่ น รวมทง้ั ใหค้ วามร ู้ ความบนั เทงิ ไปพรอ้ มกนั เกรด็ ตา่ งๆ ถอื เปน็ เสนห่ อ์ ยา่ งหนงึ่ ของการเขยี น เชน จุด เสน สี แสงเงา อาจเหมือนอาคาร สารคดีท่องเทีย่ ว ท�าใหผ้ อู้ ่านไดร้ ับอรรถรสในการอา่ นมากข้ึน หลงั หนงึ่ ทภ่ี ายนอกงดงาม มนั่ คง แขง็ แรง เปรียบเท๕ยี .บ กคับวรสใ่งิ หท้ข่ีพ้อบสเหังเ็นกใตนแบลา้ นะแเกสิดดเงมทือรงรนศอนนะหสร่วือนสตถนานตท่ออี่ส่ืนิ่งทๆ่ีพ ดบ้วเยห ็นท ้งั ตนลท้ี อัศดนจคนตทิขัศอนงผคู้เตขิเียชนิง2 ซึง่ ความงามน้นั เกดิ ขน้ึ จากสวนประกอบเล็กๆ เป็นสิ่งท่ีผู้อ่านต้องไตร่ตรอง ไม่ด่วนสรุปง่ายๆ ข้อมูลควรได้มาจากการประจักษ์ด้วยตนเอง มากมายมาประกอบกนั สารคดีเปนงานเขยี น ไมค่ วรเก็บมาจากค�าบอกเล่าของนักทอ่ งเท่ยี วคนอื่นแลว้ นา� มาขยายความ ท่ีมมี ติ ิ กวา ง ยาว ลกึ ดานกวาง คอื สารคดี นําเสนอเรื่องราวอยางรอบดา น ครอบคลมุ ๕.๒ ตวั อยา่ งสารคดีทอ่ งเที่ยว ทุกประเด็นทม่ี ีความเกีย่ วของกับเร่ืองทเี่ ลือก ดานยาว สารคดจี ะฉายภาพของสิง่ ทจ่ี ะ ในอา่ วลกึ มคี วามลับ โอ!้ ขุมทรพั ย์ใต้พภิ พ นาํ เสนอในลักษณะ Time line หรือเรยี กวา พฒั นาการของสงิ่ นนั้ ๆ ใหผอู านเขาใจ และ ใสเป็นก“รอะ่าจวกล ึกไ”ม ่มเปีท็นะเอล�าแเภหอวรก3ิมแฝปั่งลทกะตเลานก่ารอะบัศี่จทร่ีไมรย่ม์ ีชอา่ายวหลาึกดเขกา็บวตรัวาวเงเียกบล็ดอนยู�้า่ในตซาลอ กไลมับ่มหีนล�้าืบทเะรเ้นล ดานลึก สารคดจี ะนาํ เสนอเรอ่ื งราวท่ลี กึ ลงไป ในจิตวิญญาณ หรอื ความผกู พนั ระหวา งคนกบั ของอันดามัน เน่ินนานจนแทบจะถูกลืม จนวันหน่ึงมีเจ้าชายใจอารีมาชุบชีวิตให้ฟื้นตื่นขึ้นมา สถานที่ หรอื สง่ิ นนั้ ๆ ท้งั สามมิตจิ ะมสี ัดสวน อีกครง้ั ตนื่ มาพบความจรงิ วา่ ในความขาดทนุ เพราะไมม่ ีชายหาดกลับมีกา� ไรในรปู เพงิ ผาหินปูน ที่เหมาะสม ถา ยทอดแกน เรอ่ื ง หรอื แกนของ รูปลักษณ์พิสดารเกินบรรยาย อุปมาด่ังเธอนอนหลับอยู่บนกองสมบัติพระศุลี ซ่ึงเจ้าชายแสนดี เรอื่ งทผ่ี เู ขยี นกาํ หนดไว ถอื กนั วา แกน เรอ่ื งเปน องค์นั้นก็ไม่ใช่ใครอ่ืน หากคือชาวอ่าวลึกเองที่ลุกขึ้นมารวมตัวกันปกปักรักษาขุมทรัพย์ล้�าค่า หัวใจสําคญั ของงานเขยี นทกุ ๆ รปู แบบ เพราะ แกน เรอ่ื งจะเปนเสมอื นเขม็ ทิศนําทาง หรือ 88 เปน หางเสอื ท่ีบงั คับทศิ ทางของเรือ) นกั เรียนควรรู ขอ สแอนบวเนนOก-าNรคEดิT ขอใดกลา วถกู ตองเกย่ี วกับงานเขียนส่ือสารประเภทสารคดี 1 เกรด็ หมายถงึ สว นยอยหรอื สว นเบ็ดเตล็ด ซึ่งเปน เร่ืองท่สี นุก หรือนาสนใจ 1. แกน เรือ่ งเปนเสมือนเข็มทิศทช่ี วยกาํ หนดทศิ ทางเนอื้ หา ทีผ่ ูเขยี นนํามาใชป ระกอบการเขียนสารคดี เพอ่ื เพ่ิมมิติใหแกง านเขียนของตนเอง 2. การเลอื กเรื่องควรเลอื กจากความสนใจใครร ูของผูเขยี น 2 ทัศนคติของผเู ขยี น การแสดงทัศนคติของผูเขียนสารคดี ตองใชความ 3. สิ่งท่ีสําคัญท่ีสุดสําหรับกระบวนการเขยี นสารคดี คือ ภาษา ระมดั ระวัง เพราะจะกระทบตอ ความรู ความคิดของผอู านไดงาย และอาจกอ 4. งานเขียนประเภทรอยแกวท่มี งุ ใหค วามเพลดิ เพลินใจเปน สําคัญ ใหเกดิ การพูดตอ กนั ไปอยา งแพรห ลาย ดงั น้ัน ผูเขยี นทดี่ จี งึ ควรแสดงทศั นคติ วเิ คราะหค าํ ตอบ สง่ิ สาํ คญั ทสี่ ดุ ในการเขยี นสารคดี คอื แกน เรอื่ ง ในเชงิ บวก แตไ มค วรชน้ี าํ มากจนเกนิ ไป ควรเปนทัศนคติทีท่ าํ ใหผ อู านสามารถ ซ่งึ จะชว ยกําหนดทศิ ทางของเนื้อหาสารคดเี รือ่ งหนง่ึ ๆ การเขียน นาํ ไปคดิ พิจารณาตอไดดว ยตนเอง เพอ่ื ฝกการใชวจิ ารณญาณในการรับสาร สารคดเี ปนงานเขียนประเภทรอยแกว ที่มุงใหค วามรู ขอ มลู ทีเ่ ปน 3 ทะเลแหวก ปรากฏการณท่รี ะดับนาํ้ ทะเลลดระดบั ลง จนมองเห็นสันทราย ขอเท็จจรงิ ผเู ขยี นควรเลือกเร่ืองท่ีกําลังเปนที่สนใจของบุคคล ทเ่ี ชื่อมตอ กันเปนทางยาว แบงทะเลออกเปนสองฝง ในสงั คม ดงั น้นั จงึ ตอบขอ 1. 88 คูมอื ครู
กระตุนความสนใจ สํารวจคนหา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู ดวยการบริหารจัดการทองเที่ยวในแบบของ ครูยังคงใชประเด็นคําถามเพอื่ ใหน ักเรียน พวกเขาเอง ในนาม “เครือขายทอ งเท่ียวชุมชน รว มกนั อธิบายความรเู กี่ยวกับเสนห ของงานเขยี น อาวลึก” ไมนั่งนอนรอขยะท่ีนักทองเที่ยวผาน ประเภทสารคดี มาแลวทิง้ ไว โดยพวกเขาไมไดอะไรอีกตอไป • นกั เรยี นคดิ วานอกจากมิตทิ างดานกวาง “อา วลกึ ” อยใู นแนวพาดผา นของ “รอย ยาว ลกึ สารคดยี ังมีมิตดิ า นใดอีกบาง เล่ือนคลองมะรุย” ความยาว ๑๕๐ กิโลเมตร (แนวตอบ คําวามติ ิในทีน่ ้ี หมายถึง รูปแบบ จากเกาะภูเก็ตพาดยาวไปถึงอาวบานดอน การนาํ เสนอไมแ บนราบ นา สนใจ ผอู า น สุราษฎรธานี เปนรอยเล่ือนของเปลือกโลกท่ี ไดร ับอรรถรส ความบนั เทิง เพลดิ เพลนิ ใจ นานๆ คร้ังจะเคลื่อนตัวเพราะไดรับความรอน ผลงานชนิ้ เอกอขุ องศลิ ปน ธรรมชาตทิ จ่ี ดุ ชมววิ หนา ตา งมนษุ ยถ าํ้ ซง่ึ เกิดจากการวางโครงเร่ืองทด่ี ี เนื้อหา จากแกนโลก ทาํ ใหเ กดิ แผน ดนิ ไหว ลา สดุ เกดิ ทน่ี อกฝง ภเู กต็ เมอื่ ๒๙ สงิ หาคม ๒๕๔๒ แตไ มร นุ แรง ที่นาํ เสนอไมร าบเรียบ เม่ืออา นแลว ผูอ า น ทวา ในยามปกติ ความรอ นจากแกนโลกรงั สรรคพ ลงั งานใตพ ภิ พอนั ลาํ้ คา โดยทวั่ ไปมกั ปรากฏเปน ไมค วรเกดิ ความรสู ึกเบอื่ หนา ย หรือขาด “นา้ํ พรุ อ น” ซงึ่ มหี ลายแหง ในเมอื งไทย แตท อี่ า วลกึ ไมเ หมอื นใคร เพราะเปน “หาดทรายรอ น” ชวน ความกระตอื รือรน ทีจ่ ะตดิ ตามไปจนจบ พศิ วง ณ บรเิ วณรมิ คลองชายปา โกงกาง รอยตอ ตาํ บลอา วลกึ เหนอื จงั หวดั กระบี่ กับตําบลมะรุย ผูอานตองไดร บั สาระ ความรูใ หมท ี่ถูกตอง อําเภอทับปุด จังหวัดพังงา พลังความรอนจากแกนโลกเล็ดลอดผานรอยเลื่อนข้ึนมา ทําให ครบรอบดาน รวมถึงสง่ิ ท่ผี ูอ า นจะไดรับหลงั หาดทรายชายคลองบรเิ วณนนั้ มไี อรอ นเปน มา นควนั ลอยกรนุ ขน้ึ เปน บรเิ วณกวา ง โดยแตล ะเดอื น อา นจบกไ็ มควรเปนขอ มูลความรู แตเ พยี ง จะสัมผสั ไดชดั เจนดี ๖ - ๘ วัน ในชว งวนั ขึน้ ๓ - ๕ คาํ่ และวันแรม ๓ - ๕ คํ่า ตงั้ แตร าวตีหาคร่ึง อยา งเดยี ว ผอู า นควรไดรับอะไรมากกวา ถึงแปดโมงเชา ซ่ึงหาดทรายจะโผลขึ้นมาเพราะเปนชวงนํ้าลง เปนที่มาของ “สปาธรรมชาติ” ความรู ซึง่ สิง่ นัน้ คอื แงคิดมุมมองท่ีดี เกิด หนึ่งเดยี วในโลก สาํ นกึ ในทางสรา งสรรค โดยผเู ขยี นไมควร กลา วสรุปโดยตรง หรอื ชนี้ ํา แตควรใหผอู าน จากภูมิปญญาชาญฉลาดของชาวบานใน “เครือขายทองเท่ียวชุมชนอาวลึก” นําความรู ไดสังเคราะหด ว ยตนเอง) ดา นการแพทยแ ผนไทย มาผสมผสานกบั การนอนอบไอนา้ํ บนแครไ มไ ผ ปพู น้ื ดว ยใบตองสด ทาํ ให รางกายไดรับประโยชนมากมายจากการใชธรรมชาติบําบัด เชน ใชโคลนรอนพอกเพื่อขจัดหนัง • หากกลา วเฉพาะประเดน็ ของขอ มลู สารคดี กําพราและเศษอุดตนั บนผวิ หนัง รวมถงึ การทาํ “สปาเทา” ดว ยการนง่ั แชน ้ํารอน หรือเอาเทาฝง ทดี่ คี วรมมี ติ อิ ยา งไร ลงไปในโคลนรอ น โดยมชี าวบานทผ่ี า นการฝก ฝนมาอยา งดีคอยใหบริการและขอมลู พรอมสรรพ (แนวตอบ มิตขิ องขอมลู ในงานสารคดี ไดแก ขอ มูลเชงิ กายภาพ เชน ภูมศิ าสตร มนตเสนหแหลมไฟไหมเ มือ่ ใกลพ ลบค่ํา การนวดตัว การทําสปาเทา ประวตั ศิ าสตร ซ่ึงเปนขอ มลู ทส่ี ามารถสบื คน ไดจ ากเอกสาร ตาํ ราวิชาการ สว นขอ มลู เชิงจินตภาพเปน ขอ มลู ทอี่ ยใู นรปู ของ ทรรศนะ หรอื ความคดิ เหน็ ความรสู กึ นกึ คดิ ของผูเขยี น หรือผูท่เี กย่ี วของกับเรอื่ งนน้ั ๆ ทเี่ ลือกนาํ เสนอ เปน แงค ดิ ใหผูอ านนาํ ไป พิจารณาเพื่อใหเกิดความตระหนกั รู) ๘๙ ขอสแอนบวเนนOก-าNรคEิดT เกร็ดแนะครู ขอ มูลใดทีจ่ ัดเปนมติ ิดา นกวางของสารคดีเรอื่ ง “เจาพระยา : ครูควรสรา งความรู ความเขา ใจทถี่ ูกตอ งเก่ียวกบั มิตใิ นงานสารคดีใหน ักเรียน สายนํ้าแหง ชวี ิต” เขา ใจตรงกนั วา มติ ใิ นงานสารคดไี มใ ชส งิ่ บงั คบั ทจี่ ะตอ งมเี หมอื นกบั องคป ระกอบอน่ื ๆ เปน ตน วา สว นนาํ สว นเนอื้ เรอ่ื ง หรอื สว นสรปุ แตถ อื กนั วา หากผเู ขยี นสามารถสรา งมติ ิ 1. สภาพปจจุบนั ของแมนํ้าเจา พระยา ใหเ กิดขึน้ กับสารคดีที่เขียนได จะเปน เสนหท ่ชี วยตรงึ ความสนใจ สรางความพอใจ 2. แมนา้ํ เจาพระยาจากอดตี สปู จจบุ ัน และความประทบั ใจใหแกผ อู านได 3. ความผูกพันระหวา งผคู นกบั แมน ้ําเจา พระยา 4. ตํานาน วรรณกรรมมขุ ปาฐะเกี่ยวกับแมน า้ํ เจาพระยา สารคดจี งึ ควรมีมติ ิทงั้ ดานกวาง ยาว ลกึ บรรจุขอมูลเชิงกายภาพ และขอ มูล วิเคราะหคาํ ตอบ สารคดีที่ดคี วรมีมิติ หมายถึง ไมแ บนราบ เชงิ จนิ ตภาพเพอื่ ใหผ รู บั สารไดค รบทง้ั สาระ ความรู แงค ดิ อนั เปน ทศั นคตเิ ชงิ สรา งสรรค ไมน ําเสนอขอมูลแตเพยี งดานเดียว ควรแสดงเร่ืองราวใหปรากฏ โดยมวี ธิ กี ารนาํ เสนอทเี่ หมาะสม หลากหลาย เปน ตน วา มตี วั ละครหกั มมุ จบ ทง้ิ ปรศิ นา อยา งรอบดา น ทง้ั ดานกวา ง ดา นลึก และดา นยาว จากตัวเลือก ใหขบคิด จบแบบขําขัน หรอื จบแบบใชรูปธรรมอธบิ ายสง่ิ ท่ีเปนนามธรรม สภาพปจจุบนั ของแมน ํ้าเจาพระยาเปน มติ ิดานกวาง สว นขอ อืน่ เปนมติ ิดา นยาว และลกึ ตามลําดับ ดังนัน้ จึงตอบขอ 1. คูมอื ครู 89
กระตนุ ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Explore Expand Evaluate Engage Explain Explain อธบิ ายความรู 1. ครูต้งั คําถามกับนกั เรยี นเพอ่ื นาํ เขาสูการอธบิ าย ไม่ผิดนักท่ีจะกล่าวว่านี่คือสปาธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก เพราะบริการด้วยผลิตภัณฑ์ ความรใู นประเด็นตอ ไป ธรรมชาติลว้ นไร้สารเคมี และแวดลอ้ มดว้ ยธรรมชาตพิ ิสุทธ ์ิ ๑๐๐% ไร้สิ่งแปลกปลอมใดๆ ไมว่ ่า • ขอมูลที่นกั เรียนไดทราบเกีย่ วกับงานเขยี น จะเป็นปา้ ยโฆษณาสนิ คา้ โฆษณาคอนเสริ ต์ ลกู ท่งุ ในงานปดิ ทองฝงั ลูกนิมิต ฯลฯ แถมหลงั จากรับ ประเภทสารคดี ผา นการคน ควา รว มกบั เพอ่ื น บรกิ ารสปาแลว้ ยงั มอี าหารเชา้ ตา� รบั พน้ื บา้ นอา่ วลกึ บรกิ ารถงึ บนหาดทรายรอ้ น กระทง่ั สายๆ เมอื่ และการฟง บรรยาย เพียงพอแลวหรือไม หาดทรายหายไปเพราะน�้าขนึ้ จงึ ลงเรอื กลับ นับเปน็ สปาธรรมชาตติ วั จรงิ เสยี งจริง ทเ่ี ยา้ ยวนและ ตอการผลิตงานเขยี นสารคดีดวยตนเอง และ ท้าทายสาวๆ ผู้รักสวยรักงามท่ีเคยไปท�าสปามาแล้วท่ัวโลก ควรมาสัมผัสที่นี่สักครั้งหน่ึงในชีวิต สิ่งใดทีจ่ ะตอ งศึกษาเพ่มิ เติม แต่ต้องไม่ลืมว่าสปาธรรมชาติอ่าวลึกเปิดบริการเพียงเดือนละ ๖ - ๘ วัน ช่วงวันข้ึนและวันแรม (แนวตอบ ความรทู ี่ไดร ับจากการสืบคน และ ๓ - ๕ ค�า่ ซ่ึงในแต่ละเดอื นไมต่ รงกนั เชน่ เดอื นกรกฎาคม ๒๕๕๓ ยงั มวี นั ท่ีไปใชบ้ รกิ ารได ้ คอื การฟง ยงั ไมเ พยี งพอสาํ หรบั การผลติ งานสารคดี ระหวา่ ง ๑๖ - ๑๙ กรกฎาคม และ ๒๙ กรกฎาคม - ๑ สิงหาคม โดยต้องน่ังเรือไปหาดทรายร้อน ซงึ่ ความรูท่ีจะตอ งศึกษาเพ่ิมเตมิ คือ กลวธิ ี แตเ่ ชา้ ตร ู่ จงึ ควรไปลว่ งหน้าก่อน ๑ วนั แลว้ พักที่รสี อร์ตก่งึ โฮมสเตย์ในเครอื ข่ายทอ่ งเท่ยี วชมุ ชน การเขยี น) อ่าวลึก ซ่ึงสามารถติดต่อไปล่วงหน้าได้ที่เว็บไซต์ของเครือข่าย คือ www.aoluktoday.com • จากพืน้ ฐานความรเู ดิมของนกั เรียนเก่ียวกบั <http://www.aoluktoday.com> กลวธิ กี ารเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบตา งๆ สามารถ นอกจากความมหัศจรรย์ของสปาธรรมชาติ ณ หาดทรายร้อนแล้ว พลังงานใต้พิภพยัง อนมุ านเกยี่ วกบั ขั้นตอนหลกั ๆ ของการเขียน สรา้ งปรากฏการณแ์ ปลกๆ ใหเ้ ราสมั ผสั ไดท้ บ่ี า้ นอา่ วลกึ ใต้ ในทา่ มกลางสวนยางเขยี วขจี มแี อง่ น้�า สารคดีไดอยางไร ขนาดเล็กกลางปา่ พรทุ ่ีดูไมน่ ่าสนใจ แต่สังเกตดีๆ จะพบว่านา�้ ในแอ่งมแี รงดันผดุ ข้ึนมาจากใตผ้ ืน (แนวตอบ สามารถอนมุ านไดว าขั้นตอนหลักๆ โลกตลอดเวลา จนผนื ทรายใต้แอ่งน้า� เป็นรอยบุ๋มขยับไปมาได ้ ที่สา� คัญคือแรงดันนา้� ผดุ จะยิ่งเกดิ ของการเขยี นสารคดมี ี 3 ขน้ั ตอน ไดแก ทวคี ณู เมอ่ื มเี สยี งปรบมอื ถๆ่ี ดงั ๆ จนถกู เรยี กขานวา่ “นา�้ ผดุ ปรบมอื ” หรอื “นา้� ผดุ เรงิ รา่ ” ทห่ี าชม ขน้ั วางแผน หรอื เตรยี มการ ข้นั ลงมือเขียน ได้ไม่ง่ายนัก เช่นเดียวกับเพิงผาในภูเขาหินปูนกลางทะเลอ่าวลึก ที่มีความงามดั่งประติมากรรม และขั้นตรวจทาน แกไ ข) จากมือของศิลปินธรรมชาติผู้ย่ิงใหญ่ในเขตแหลมสักและกาโรส ไม่ว่าจะเป็นหน้าต่างมนุษย์ถ�้า ที่หุบผาปีศาจสองอารมณ์แห่งกาโรส เพิงถ้�ายามอัสดงที่แหลมไฟไหม้ ช่องหน้าต่างและลากูน 2. ครขู ออาสาสมัครนักเรยี น จาํ นวน 1 กลุม เรน้ ลบั กลางทะเลทเ่ี ขาผาคอ้ ม แหลง่ อารยธรรม ๓,๐๐๐ ป ี - ภาพเขยี นสที ถี่ า�้ ผหี วั โตและมหศั จรรย์ ออกมาอธบิ ายความรูเ ก่ียวกบั การเขียนสารคดี ถ้�าคลัง - ราชาแห่งถา�้ ทีย่ งั มลี มหายใจ ฯลฯ ขั้นเตรยี มการ เหลา่ นเี้ ปน็ เพียงส่วนหนง่ึ ของสมบัตพิ ระศุลที ่ีอา่ วลกึ ซึง่ หลบั ใหลดง่ั เจา้ หญิงนทิ รามานาน (แนวตอบ การเขยี นสารคดีเร่ืองหน่งึ ๆ เริม่ ตน ท่ี กวา่ จะพานพบเจา้ ชายใจอารมี าชบุ ชวี ติ เหนอื สง่ิ อนื่ ใด ขมุ ทรพั ยข์ มุ นไ้ี ดร้ บั การดแู ลเอาใจใสอ่ ยา่ งดี การเลือกเรือ่ ง โดยผา นการวิเคราะห ประเมนิ ในฐานะท่ีเป็นต้นทุนทางธรรมชาติและวัฒนธรรมล�้าเลอค่าของชุมชน โดยชุมชนและเพ่ือชุมชน ความนาสนใจทางดา นเน้ือหา และความ ในนาม “เครอื ขา่ ยทอ่ งเทยี่ วชมุ ชนอา่ วลกึ ” ชมุ ชนตน้ แบบดา้ นบรหิ ารจดั การทอ่ งเทยี่ วและปกปกั บนั เทงิ แลว จากนน้ั ผเู ขยี นจะตองทาํ การศกึ ษา รกั ษาสงิ่ แวดลอ้ มแบบไมต่ ามใจนกั ทอ่ งเทย่ี ว และมชี มุ ชนเปน็ ศนู ยก์ ลาง เพราะหมดยคุ ชาวบา้ นนง่ั รวบรวมขอ มลู จากแหลง ขอมูลตา งๆ เพอ่ื นํามา ท�าตาปริบๆ คอยเกบ็ กวาดขยะทนี่ กั ทอ่ งเทีย่ วทิง้ ไว ้ โดยชุมชนไมไ่ ด้อะไร...แล้วน่ะส!ิ ประมวลสรปุ เปนแกนเรื่อง วางโครงเรอ่ื ง หรือ จัดลําดับการนําเสนอเน้ือหาใหเ กดิ มติ ิทัง้ ดา น (ในอา่ วลกึ มีความลับ โอ้! ขุมทรัพย์ใต้พภิ พ: ธรี ภาพ โลหติ กลุ ) กวาง ยาว และลึก รวมถึงมติ ทิ างดานขอ มลู ซ่ึงการวางโครงเรอื่ งจะทําใหผูเขียนมองเหน็ 90 ภาพรวมของเนื้อหา นาํ ไปสูการตัดสินใจเลือก กลวธิ ีการนาํ เสนอ การใชถอยคาํ สาํ นวนโวหาร กจิ กรรมสรา งเสรมิ ทเ่ี หมาะสมถายทอดเนือ้ หา) เกรด็ แนะครู ครคู วรชแี้ จงวา ถงึ อยา งไรกต็ ามหากนกั เรยี นจะผลติ งานสารคดกี ไ็ มค วรละเลย นักเรียนศกึ ษาเกย่ี วกบั ขั้นตอนการสบื คนขอมูลเพื่อนาํ มาใช การสรางมิตใิ นเน้ือหา เพราะเสนหเ หลาน้จี ะถูกนาํ มาใชป ระเมินคณุ คา ของงาน ประกอบการเขียนสารคดี โดยวเิ คราะหว ามคี วามสาํ คัญอยา งไร การใหน ักเรยี นปฏิบตั กิ ิจกรรมดา นขวามอื ครคู วรใหค าํ อธิบายเบือ้ งตนเพ่อื เปน ตอ กระบวนการผลิตงานสารคดี และไดม าจากแหลง ใดบาง แนวทางใหน กั เรียนไปสบื คน ขอ มูล เชน ขอมลู ท่ีนํามาใชป ระกอบการเขยี นสารคดี นําเสนอผลการวิเคราะหใ นรปู แบบใบงานเฉพาะบคุ คลสงครู ไดม าจาก 3 แหลง ใหญ ไดแ ก เอกสาร นกั วชิ าการหรอื ผเู ชยี่ วชาญ และการเดนิ ทาง ไปสาํ รวจพนื้ ที่ สว นแนวทางการเลอื กเรอื่ งนน้ั ควรเลอื กเรอื่ งทส่ี ามารถจาํ กดั ขอบขา ย กจิ กรรมทา ทาย ของเนอ้ื หาได ไมก วา งไป เปน เรอ่ื งทผี่ อู า นสนใจ ผเู ขยี นมคี วามชาํ นาญ สง่ิ สาํ คญั คอื เม่อื ใหนกั เรียนไปสบื คนแลว ควรสรา งสถานการณ บรรยากาศการเรยี นการสอน นักเรยี นศกึ ษาเพมิ่ เตมิ เกีย่ วกับแนวทางการเลอื กหวั ขอ เร่อื ง หรือชว งเวลาแหงการแลกเปลยี่ นความรูซ่งึ กนั และกนั เพอ่ื ใหนกั เรยี นไดเ ห็นคณุ คา จดบันทกึ ขอ มลู ความรูท ่ีเปนประโยชนน าํ มาอภิปรายรว มกนั ของขอมลู เกดิ ความภูมิใจตอ การสรา งองคความรู ภายในชนั้ เรยี น สรปุ ความเขา ใจรวบยอดลงสมดุ 90 คมู ือครู
กระตุน ความสนใจ สํารวจคน หา อธบิ ายความรู ขยายความเขาใจ ตรวจสอบผล Engage Explore Evaluate Explain Expand Explain อธบิ ายความรู จากสารคดขี า้ งตน้ แสดงใหเ้ หน็ วา่ ผเู้ ขยี นใชก้ ลวธิ อี ธบิ ายเชงิ เปรยี บเทยี บในการเขยี นบทนา� 1. ครยู งั คงใชว ิธกี ารขออาสาสมัครออกมาอธบิ าย เพอ่ื ใหผ้ อู้ า่ นไดเ้ รม่ิ ตน้ รจู้ กั กบั สถานทท่ี ผี่ เู้ ขยี นกา� ลงั จะกลา่ วถงึ คอื “อา่ วลกึ ” โดยเปรยี บเทยี บประวตั ิ ความรใู นประเดน็ ทคี่ รตู งั้ ขน้ึ อยา งเปน ลาํ ดบั ขนั้ ความเปน็ มาของสถานทกี่ ับเทพนิยายทีม่ เี จ้าหญิงและเจ้าชาย ซึง่ กลวธิ ดี ังกลา่ วชว่ ยเรา้ ความรสู้ กึ เมื่อจบประเดน็ หน่ึงๆ ครูอาจตรวจสอบทกั ษะ สนใจที่จะติดตามเน้ือหา การฟง ของนักเรยี น โดยใหโ ตแ ยง สนบั สนนุ หรอื เสนอประเดน็ ที่กลุม อาสาอาจกลาวไมครบ เมอื่ เขา้ สเู่ นอ้ื เรอ่ื งผเู้ ขยี นจดั ลา� ดบั ประเดน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ เกย่ี วกบั อา่ วลกึ โดยเรยี งจากลกั ษณะ หากโตแ ยง สนบั สนนุ หรอื กลา วเสรมิ ไดถ กู ตอ ง ที่ต้ังทางภูมิศาสตร์ การเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติที่ท�าให้เกิดสถานท่ีต่างๆ อันเป็นเอกลักษณ์ นับวามคี วามสนใจ ตงั้ ใจฟง จากนนั้ ขออาสา ครอบคลมุ ความชอบสว่ นตวั ของนกั ทอ่ งเทย่ี วแตล่ ะคน รวมถงึ กจิ กรรมสปาธรรมชาติ ขอ้ มลู ทท่ี า� ให้ สมคั รนักเรยี นจํานวน 1 กลุม ออกมาอธิบาย นักท่องเทยี่ วเดนิ ทางไปสัมผัสไดไ้ ม่คลาดเคลอื่ นท้งั เวลา สถานทีพ่ ัก ซึ่งเป็นจดุ มงุ่ หมายหลกั ของ ความรเู กี่ยวกับการเขยี นสารคดีขัน้ ลงมือเขยี น การเขียนสารคดีท่องเท่ยี ว (แนวตอบ เม่อื ผเู ขยี นสามารถเลือกเรือ่ ง กาํ หนด แกน เรอ่ื ง และวางโครงเรอื่ งส่ิงทจ่ี ะนําเสนอได บทสรุปของสารคดีน้ีท�าให้ตระหนักว่าส่ิงแวดล้อมเป็นเสมือนขุมทรัพย์ท่ีคนในชุมชน แลว ในขนั้ ตอนนผี้ ูเขยี นจะเร่มิ ลงมือเขียนตาม ตอ้ งชว่ ยกนั ดแู ลรกั ษา บรหิ ารจดั การเพอ่ื ใชป้ ระโยชน์โดยไม่ใหน้ กั ทอ่ งเทย่ี วมาทา� ลายความงดงาม โครงเร่ืองทีว่ างไว โดยมีหลักการวา จะตองมี บทสรปุ นจ้ี งึ ให้ข้อคิดแกผ่ อู้ ่านท้งั ในบทบาทคนในชมุ ชนของตนเองและนกั ท่องเที่ยว องคประกอบของสารคดคี รบถว น คอื สว นนํา เน้ือเร่อื ง และสวนสรปุ ซงึ่ การเขยี นสวนตางๆ เน้ือหาทั้งหมดทีป่ รากฏในสารคดีเปน็ ข้อเทจ็ จรงิ ของสถานทท่ี ีผ่ ู้เขียนใช้ถ้อยค�าเรยี บเรยี ง ของสารคดีควรเขียนใหมีความเปนเอกภาพ อยา่ งมีศลิ ปะ ใชก้ ารเปรยี บเทยี บเพอื่ ให้เห็นภาพชดั เจน เน้อื หาสว่ นใดทเ่ี ปน็ ขอ้ คดิ เห็นผู้เขยี นจะ สัมพนั ธภาพ และสารตั ถภาพ โดยใชถ อยคํา ใชภ้ าษาอย่างมนี �้าหนกั น่าเช่อื ถือ ขนาดความยาวของแต่ละองคป์ ระกอบมีความเหมาะสมท่ผี อู้ า่ น ภาษา สาํ นวนโวหารท่ีเคยเรยี นรูเปน เครอ่ื งมอื จะติดตามไดอ้ ยา่ งต่อเน่อื ง ในการถา ยทอด ในข้ันตอนน้ผี เู ขยี นควรให ความสนใจกับการตงั้ ชอ่ื เรือ่ ง ซึง่ ถือเปนจดุ แรก ๖. การเขยี นสารคดีเก่ียวกับสตั ว์ ที่ทําใหผอู านเกิดความสนใจในงานเขยี น) การเขียนสารคดีเก่ียวกับสัตว์เป็นการบรรยายสภาพธรรมชาติ ลักษณะ กิจกรรมหรือ 2. ครูตง้ั คาํ ถามเพอ่ื ใหน กั เรียนรวมกนั อธบิ าย เหตกุ ารณท์ ส่ี ตั วเ์ ขา้ ไปเกยี่ ว1ขอ้ ง ประวตั คิ วามเปน็ มาของสตั วก์ ็ได้ การบรรยายจะมคี วามยาวหรอื สน้ั ความรู โดยสมาชิกของกลุมใดยกมอื แลวตอบ ขึ้นอยู่กับโอกาสและเน้ือหา ข้อส�าคัญคือต้องท�าให้ผู้อ่านติดตามเร่ืองราวโดยไม่สับสน สามารถ ไดถ ูกตอง กลมุ น้ันจะไดร บั คะแนนสะสม มองเห็นภาพ มองเหน็ ความเคลื่อนไหวในเรื่องท่เี ขียนได้ชดั เจน • การเขยี นสว นนาํ ในสารคดมี แี นวทางอยา งไร (แนวตอบ ผูเ ขียนจะตองใหความสาํ คัญกับ ๖.๑ หลกั ในการเขียนสารคดีเกยี่ วกบั สตั ว ์ การสรรคาํ มาใช โดยถอยคํา ประโยคทกุ ประโยคทน่ี าํ มาใชต องมพี ลัง กระทบอารมณ การเขียนสารคดีเกี่ยวกับสัตว์เป็นการเขียนบรรยายให้เห็นภาพท่ีเคล่ือนไหวหรือกิริยา สวนของความกระหายใครร ู และมีเสนห อาการทีต่ ่อเน่ืองกนั ไป โดยผ้อู า่ นสามารถเหน็ ภาพเหล่านนั้ ไมข่ าดตอน เป็นการเขยี นเพอ่ื ม่งุ ให้ ซ่งึ กลวธิ กี ารเขยี นสว นนาํ ในสารคดี ทําได ผู้อา่ นเหน็ ภาพเป็นส�าคญั ผู้เขียนควรปฏิบัติ ดงั น้ี หลายวธิ ี เปนตน วา นําดว ยขา ว เหตุการณ นาํ ดว ยการพรรณนา นาํ ดว ยคําถาม นาํ ดว ย ๑. เขียนใหเ้ ห็นภาพหรือลลี าเคลอ่ื นไหวของกิริยาอาการของส่งิ ท่จี ะบรรยาย คาํ จาํ กดั ความ นําดว ยเรอ่ื งเลา ) ๒. เขยี นตามภาพท่จี นิ ตนาการโดยคร่าวๆ ก่อน ๓. ปรับปรงุ แก้ไขข้อความที่เขียนไวค้ รา่ วๆ น้นั ให้ได้ความสมบูรณ์ตามตอ้ งการ 91 ขอสแอนบวเนน Oก-าNรคEิดT นกั เรยี นควรรู “เปน สว นประกอบทส่ี าํ คญั ทจี่ ะนาํ ผอู า นเขา สเู นอื้ เรอื่ งของสารคดี ผูเขียนจะตองพิจารณาเลอื กกลมุ คํา ประโยคท่ีเหมาะสมเพอ่ื ดงึ ดดู 1 เน้ือหา สารคดเี ร่อื งหนง่ึ ๆ ธงหรือเปาหมาย คอื การเสนอความรู ขอเทจ็ จรงิ ความสนใจของผูอานใหต ิดตามอา นเน้ือเร่ือง เปนเสมือนข้ันบนั ได หรอื เร่อื งจริง ซ่งึ ตามปกตแิ ลวเร่ืองจรงิ มีมากกวาเรอื่ งแตง ผเู ขียนจึงสามารถเลอื ก สาํ คญั ที่จะนําผูอา นข้นึ สูข้ันตอๆ ไป” เน้ือหาไดอยางหลากหลาย ซงึ่ มผี เู สนอเน้ือหาทีจ่ ะนํามาเขียนสารคดีไว ดงั น้ี ลกั ษณะเฉพาะขององคประกอบสารคดที ี่กําหนดให ตรงกับตวั เลอื กในขอ ใด 1. เร่ืองท่ัวไป เชน การทองเท่ยี ว กฬี า 1. สว นนํา 2. สว นเน้ือเรื่อง 2. เรอื่ งปรัชญา มมุ มองความคิดใหมๆ 3. สวนเชอื่ มตอระหวางคาํ นํากับเนอื้ เรอ่ื ง 4. สวนสรปุ 3. ศาสนา เชน ศีล สมาธิ ปญ ญา 4. สงั คมศาสตร ประวัติศาสตร วเิ คราะหคําตอบ องคป ระกอบหลักของงานสารคดี ไดแ ก 5. ภาษาศาสตร วรรณคดี สว นนาํ สว นเนือ้ เร่อื ง และสวนสรปุ โดยอาจมีองคประกอบอ่นื อกี 6. วิทยาศาสตร เทคโนโลยี เชน ชือ่ เรือ่ ง สว นเชอ่ื มตอ ระหวา งคํานาํ กับเนอ้ื เร่อื ง แตข อ ความ 7. เกษตรศาสตร ประมง ปาไม เล้ยี งสัตว ดงั กลา วเปนลกั ษณะเฉพาะของสว นนํา โดยสังเกตจาก “นําผูอาน 8. อาชญาวิทยา การสืบสวน สอบสวน 9. ศลิ ปะ เชน ประตมิ ากรรม สถาปตยกรรม นาฏกรรม ดนตรี นาฏศลิ ป เขาสเู นอ้ื เรื่องของสารคด”ี ดงั นัน้ จงึ ตอบขอ 1. ทศั นศลิ ป คมู ือครู 91
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198