• ทกุ คนมคี วามรสู้ กึ ทไ่ี มช่ อบอวยั วะสว่ นใดสว่ นหนงึ่ ในรา่ งกายของตวั เอง คดิ วา่ เปน็ เพราะเหตใุ ด • จะทำอยา่ งไรกับอวัยวะสว่ นที่ตนเองรู้สกึ ไม่ชอบ ๙. ผดู้ ำเนินกิจกรรมชใ้ี ห้เห็นวา่ “ความงาม” เปน็ เรือ่ งรสนยิ มส่วนตัว ต่างคน ตา่ งมุมมอง และนำ เสนอภาพที่เตรียมไว้ให้ทุกคนดู โดยช้ีให้เห็นประเด็นความงาม และความนิยมที่มีต่อหญิงชาย ในแต่ละยุคสมัย แต่ละชนชาติที่มีความเป็นอยู่หรือวัฒนธรรมแตกต่างกัน และชวนผู้เรียน แลกเปล่ยี น โดยใชค้ ำถามดังนี้ (๑๕ นาที) คำถามชวนคดิ • สังเกตเห็นความแตกต่างและความเหมือนของรูปชาย หญิง ในยุคต่างๆ ท่นี ำมาใหด้ อู ยา่ งไรบา้ ง • ส่ิงท่ีทำให้นิยามของความหล่อ ความสวยในแต่ละยุคสมัย หรือแต่ละ ชนชาตติ ่างกันน้ัน คืออะไร • สิ่งท่ีถูกกำหนดว่าเป็นความงาม หรือความนิยมในแต่ละยุคสมัย ส่งผล อย่างไรกบั คนในสังคมนนั้ ๆ บา้ ง • คดิ ว่า มคี นทส่ี ามารถเป็นเหมือนภาพลกั ษณ์ “ความสวย” “ความหล่อ” ท่ี สงั คมกำหนด มากน้อยอย่างไร • การพยายามปรับเปลี่ยนตัวเองให้เป็นไปตามภาพลักษณ์ท่ีสมัยนิยม (หรือ สงั คม) กำหนด อาจส่งผลกบั เราอยา่ งไรบา้ ง ๑๐. ผู้ดำเนนิ กิจกรรมสรปุ โดยถามผ้เู รียนว่า ได้เรยี นร้อู ะไรจากกิจกรรมวนั นี้บ้าง และสรุปประเด็น สำคัญ ดงั นี้ (๕ นาที) • วยั รนุ่ เปน็ ชว่ งวยั ทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลงในรา่ งกายอยา่ งมากและรวดเรว็ และสนใจกบั ความสวย 144 ความงาม และตอ้ งการเป็นทีย่ อมรับของผู้อนื่ สง่ ผลใหว้ ัยรุ่นหลายคนกังวลใจ หรือสงสยั กับ คู่มอื การจัด กระบวนการเรยี นรู้ รูปร่างลักษณะของตนเอง อาจรู้สึกไม่พอใจกับภาพลักษณ์ของตนเอง โดยเปรียบเทียบกับ เพศศกึ ษา สำหรบั นกั เรียนช้ัน ผ้อู ่ืน มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
• วัยรุ่นควรตระหนักว่า ความพึงพอใจหรือไม่พอใจรูปลักษณ์ของตัวเอง มีอิทธิพลจาก 145 ค่านิยมของสังคมว่ายุคนี้กำลังนิยามความสวยว่าเป็นอย่างไร ทำให้หลายคนที่มีรูปร่างไม่ แผนการเรียนร้ทู ่ี ๙ ฉนั เป็นฉนั เอง นปแ ข ก • ค ตน้ักอ้าำ่ผตรถเ•เดู้หิ สหว าำร็นมนดัเอื นลอขสพกสกดใสแอทแยอัมอางินนอา้มวังทร่งลาดา้แพรกใสเยจ้กทกงจเุนยคิจนัังนะหปะมินตุกทปคเกลธบมลรสั่นะยคกี่ไมร้อก์รสือเีี่ยียทดาคานรสง/ับไะนคำมร้ปชงตีย เมนมอหวแเ่คมามุงราพ่้ำก่าดสีปใหับมวชรนิหัรรบชว่อรลวัภนสาูปับน้นชจปาผเงมานะรรกั่หใี้ารรผรพอาัยนั้่าหลว่ยแูปะาะงนลงม้ผู้ดลรมโล คหักิยเยใูเ้ะาัหกพำป์รนนมษคหคกยีษรเือ่ร้ากกณวรทนือนะใณติจัืงอาี่เหวทก์ตเินวหามกก์หภ่าอผ้้ังาลทรน็สากน็ายบมู้เใรี่สรงูรเย“วังจิจสมปสผขียอเนา่สำกมพน็่าอกนดอ่งคแตลัยงเภื่อตครผกรลัญแมุ่ัดนานรล่อืลซะรตพะิยข้งอเ่ึงกหแ่ลปมหดตมอทงเรลาะป็นนงกัดลี่เ ะทะครก็นัักบกแกททากานาปถสครั้งดงาบร เะึงท่ิงล่แารูตมมตคทจนกองี่ใลสีื่อ่อวนอ่ีกตภิ้ยไกมัไาสขวคเิมดปิดนพมงุัยขโวขตด้รดี้าแนัวภาาอัถภูวทยตะธมยางเือาใี่บสกภร แพเสชพเปาาะตาปลังไ้วงม็นทพา่กคด็นิธส“าง้จอทเ้มีคผค่วปทแรนีด่แจิดววนตลาิงาีอลคาะๆง่ีย่กมม ยทะวเฯขนำชงูท่งไาำลเนเ า้อืามชมใ่จีนฯมามชห่ไ่นิตเิดดาด”ป้เใเทรเตพ้เจ็นปกาขปำแิ ื่อ ตน็เาอไ็น ลปสใรัดขวงะหผีห็นลคเว้ยรริว้ตดลทญันาูปานักน่ีรกใใไรวักเนร้ำจด่า่าอับหยค แงเ้องปชปุคนมนลรยื่น็นู้สตรีักคะใ่านะเชึกตดา่วงรกงอยพาด้ว้ออ่ื ๆันมุคบยีึงงง” เพราะอะไร
ตวั แทนความงามแต่ละยุคสมัย แต่ละชนชาติ สาวยคุ กรกี สาวยุควิกตอเรียน พระเอกยอดนิยมในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ นกั รอ้ งยอดนิยมในปัจจบุ นั 146 คู่มอื การจดั กระบวนการเรียนร ู้ เพศศกึ ษา สำหรบั นักเรยี นชั้น มธั ยมศึกษาปีที่ ๑
ตวั แทนความงามแตล่ ะยุคสมยั แตล่ ะชนชาต ิ 147 แผนการเรียนร้ทู ่ี ๙ ฉนั เป็นฉนั เอง สาวชาวแอฟริกา สาวชาวกะเหรย่ี ง สาวตัวแทนตะวันตก
ตวั อย่างวัยรนุ่ หญิงในปัจจบุ นั วัยรุน่ ไทย 148 วัยรุน่ ญ่ีปนุ่ วัยร่นุ ฝร่งั คมู่ อื การจัด กระบวนการเรยี นรู้ เพศศกึ ษา สำหรบั นกั เรียนช้ัน มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑
ตัวอย่างวยั รุ่นชายในปัจจบุ ัน 149 วัยรนุ่ ไทย แผนการเรียนร้ทู ่ี ๙ ฉนั เป็นฉนั เอง วยั ร่นุ ญ่ีปุ่น วัยรนุ่ ฝร่งั
วิชาเพศศกึ ษา เปน็ ทักษะชวี ิตของผู้เรยี น ไม่ควรทำในสถานศกึ ษาอย่างเดยี ว จดุ เริม่ ตน้ จึงน่าจะอยทู่ ่ีผปู้ กครอง ไม่ ใช่ครูคนเดียวท่ีทำให้เกดิ การเรยี นรู้ ทกุ หนว่ ยงานต้อ งทำงานร่วมกัน อ.กอ่ ศักดิ์ ศรีนอ้ ย ผูอ้ ำนวยการโรงเรยี นสงขลาวิทยาคม จ.สงขลา (จากงานประชมุ วิชาการเพศศกึ ษาคร้งั ท่ี ๑ เดอื นตลุ าคม ๒๕๔๗)
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๐ ทำ ตามสง่ั
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๐ ทำตามสั่ง สาระสำคญั ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลควรอยู่บนพื้นฐานของการเคารพ ให้เกียรติซึ่งกันและ กัน รวมทั้งคำนึงถึงความรู้สึกของแต่ละฝ่าย โดยไม่ใช้อำนาจบีบบังคับ และเอา เปรียบกันละกัน จุดประสงค์ ๑. ระบลุ กั ษณะของรปู แบบความสัมพนั ธท์ ่ีไมเ่ ท่าเทยี มกัน ๒. บอกวิธกี ารปฏบิ ตั ติ ่อผู้อ่นื ทแ่ี สดงถงึ การเคารพซง่ึ กนั และกัน อปุ กรณ์ และสือ่ ไมม่ ี 152 คมู่ ือการจดั กระบวนการเรยี นรู ้ เพศศึกษา สำหรบั นกั เรียนชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
ข้นั ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม 153 ๑. ผู้ดำเนนิ กจิ กรรมถามความเหน็ จากผูเ้ รยี นถงึ ความแตกตา่ งระหว่าง “คน” กับ “(สง่ิ )ของ” วา่ มี แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๐ ทำตามส่งั อะไรบ้าง ระดมคำตอบขึ้นบนกระดาน และจากน้ันสรุปให้ผู้เรียนเห็นถงึ ความแตกตา่ งทช่ี ัดเจน คือเรื่องของอารมณ์ ความร้สู กึ ความนกึ คิด (๒ นาที) ๒. จากนน้ั ใหผ้ ูเ้ รียนจับคกู่ นั และตกลงกันในคู่ว่าใครจะเป็นหมายเลข ๑ ใครจะเปน็ หมายเลข ๒ โดยหมายเลข ๑ จะเปน็ “คน” ส่วนหมายเลข ๒ เป็น “ของ” ๓. อธิบายกติกาว่า ให้ “คน” ออกคำสั่งบอกให้ “ของ” ทำท่าทางหรือทำกิจกรรมอะไรก็ได้ที่อยู่ ภายในห้อง โดย “ของ” ไม่มสี ทิ ธปิ ฏิเสธ (๕ นาท)ี ๔. เม่อื หมดเวลา ผดู้ ำเนินกิจกรรมถามผ้เู รียน ดังน้ ี • รูส้ กึ อยา่ งไรกบั กจิ กรรมน ้ี • ถามฝา่ ยทเ่ี ปน็ “ของ” วา่ ไดร้ บั การปฏบิ ตั จิ าก “คน” อยา่ งไรบา้ ง และ “ของ” รสู้ กึ อยา่ งไร เพราะอะไร • ถามฝา่ ยทเี่ ปน็ “คน” วา่ ตอนทอ่ี อกคำสง่ั ให้ “ของ” ทำตาม “คน” รสู้ กึ อยา่ งไร เพราะอะไร • หากมโี อกาสสลบั บทบาท ฝา่ ยทเ่ี คยเปน็ “ของ” จะสงั่ ใหฝ้ า่ ยทเี่ คยเปน็ “คน” ทำอะไรบา้ ง เพราะอะไร ๕. ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนวิเคราะห์เปรียบเทียบกิจกรรม “ทำตามส่ัง” กับการปฏิบัติต่อบุคคลที่เรา มคี วามสัมพันธ์ด้วย โดยใช้แนวคำถามดังนี้ คำถามชวนคิด • ในชีวิตประจำวัน เราเห็นการปฏิบัติที่คล้ายกับคำส่ังท่ี “คน” ให้ “ของ” ทำตาม ในรูปแบบใดบ้างหรือไม่ อย่างไร (ให้ยกตวั อยา่ งรูปธรรมทช่ี ดั เจน วา่ เหน็ “ใคร” ทำอะไรกับใคร) • ตัวเราเองเคย “สั่ง” หรือเคย “ถูกสั่ง” ให้ทำอะไรคล้ายกับที่เล่นใน กิจกรรมน้บี า้ งหรือไม่ อยา่ งไร • เมอ่ื เรา “ถูกส่งั ” รู้สึกอย่างไร เพราะอะไร • ในความสัมพนั ธท์ ่ีมีตอ่ กนั คนเราควรปฏิบตั ิต่อกนั และส่ือสารกนั อยา่ งไร
๖. ผู้ดำเนินกิจกรรมสรปุ ประเด็นสำคัญ ดงั นี้ • การเรียนรู้เร่ือง “การเอาใจเขามาใส่ใจเรา” จะช่วยในการสร้างสัมพันธภาพที่พึงปรารถนา สำหรับทกุ ฝ่าย • สัมพันธภาพท่ีมีฝ่ายหน่ึงเอาเปรียบ ใชอ้ ำนาจหรอื ไม่สนใจความรสู้ กึ ของอีกฝา่ ย ย่อมทำให ้ เกิดความไม่พึงพอใจ เพราะเกิดจากความจำยอมของฝ่ายหน่ึง หากความไม่พึงพอใจถูก ส่งั สมมากขน้ึ ก็อาจกลายเปน็ ความรนุ แรงได้ • วัฒนธรรมบางอย่างมีอิทธิพลต่อรูปแบบความสัมพันธ์ และอาจทำให้เข้าใจว่าการส่ือสาร ทางเดยี วนนั้ เปน็ เรอ่ื งชอบธรรม เปน็ อปุ สรรคตอ่ การสอื่ สารโดยเฉพาะการรบั ฟงั ความคดิ เหน็ หรือความร้สู ึกของอีกฝ่าย เช่น เด็กต้องเชอ่ื ฟังผูใ้ หญ่ ผนู้ ้อยต้องเคารพผ้อู าวุโส ผู้ชายเป็น ฝ่ายนำและผ้หู ญงิ ต้องเป็นฝ่ายตาม เปน็ ต้น ข้อเสนอแนะสำหรบั ผูด้ ำเนนิ กิจกรรม ระหวา่ งทผ่ี ้เู รยี นทำกจิ กรรม ผ้ดู ำเนินกิจกรรมควรสงั เกตวา่ หากมกี ารออกคำส่งั ใหท้ ำในสิ่ง ทไ่ี มส่ ุภาพหรืออาจเป็นอนั ตราย กค็ วรตกั เตอื น และนำมาชวนคุยในการสรปุ ประเดน็ ดว้ ย การวัดและประเมนิ ผล สังเกตการมีสว่ นร่วมในกิจกรรมกลมุ่ และการอภิปรายแลกเปลีย่ น คำถามทา้ ยบท • ถ้านักเรียนไม่เห็นด้วยกับการกระทำหรือความเห็นของกลุ่มหรือผู้นำกลุ่ม นักเรียนจะทำ อยา่ งไร 154 คมู่ ือการจดั กระบวนการเรียนรู้ เพศศกึ ษา สำหรับนักเรยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
แผนการเรียนรทู้ ี่ ๑๑ 155 เบื่อ แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๐ ทำตามส่งั คนแซว
แผนการเรยี นรูท้ ี่ ๑๑ เบ่ือคนแซว สาระสำคญั การส่ือสารช่วยให้เกิดการเรียนรู้ ความคิด ความรู้สึก ท่ีมีต่อกันในการพัฒนา สมั พนั ธภาพ ในขณะเดยี วกนั บางคร้งั การสอื่ สารอาจนำไปสกู่ ารเขา้ ใจผิด หรือ ทำร้ายความรู้สึกของอีกฝ่ายได้ แม้จะไม่ต้ังใจ แต่การแสดงความรับผิดชอบเมื่อ พบว่าสิ่งที่ตนพูดหรือทำ เป็นการทำร้ายอีกฝ่ายหน่ึง จะช่วยให้ความสัมพันธ์ ดำเนินต่อไปได ้ จุดประสงค ์ ๑. ยกตัวอย่างคำพูด กริ ยิ า หรอื พฤติกรรมที่แสดงวา่ เป็นการทำร้ายความรูส้ กึ ผอู้ ื่น ๒. ระบุวธิ ีแสดงความรับผดิ ชอบ เมอื่ ทำรา้ ยความร้สู ึกผูอ้ ืน่ ด้วยคำพดู อุปกรณ์ และสอ่ื ๑. กระดาษเอสี่ จำนวนเท่าผู้เรียน 156 ๒. เตรียมคิดช่ือสัตว์ประหลาดสำหรับกิจกรรมวาดภาพไว้ ๒ - ๓ ช่ือ เช่น หนูหนา้ ย่น มดเอก๊ ซ์ ภูตทราย เป็นต้น คมู่ ือการจัด กระบวนการเรยี นรู้ เพศศกึ ษา สำหรบั นกั เรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑
๓. กระดาษฟลิปชาร์ท 157 ๔. กระดาษกาว ปากกาเคมี แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๑ เบื่อคนแซว ขนั้ ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมแจกกระดาษเอส่ีให้ทุกคน และให้เลือกวาดภาพ “สัตว์ประหลาด” จากช่ือที่ ได้เตรียมไว้ (เช่น หนูหน้าย่น มดเอ๊กซ์ ภูตทราย) คนละ ๑ ภาพ โดยไม่ต้องบอกว่าตนเอง เลอื กวาดภาพอะไร ๒. ให้เวลาวาด ๒ นาที หลงั จากหมดเวลา ใหผ้ ู้ดำเนนิ กจิ กรรมส่มุ เลอื กภาพจากผู้เรยี นบางคนมา แสดงตวั อย่าง และถามวา่ • คดิ วา่ ภาพทน่ี ำมาแสดงนี้ คอื สัตวป์ ระหลาดอะไร • ภาพทแี่ สดงน้ี เหมอื นหรอื ตา่ งจากภาพสตั วป์ ระหลาดประเภทเดยี วกนั ของคนอน่ื ๆ อยา่ งไร บา้ ง • เพราะเหตุใด ผู้ท่ีวาดภาพจากชอ่ื เดยี วกันจึงวาดออกมาแตกต่างกัน ๓. ผู้ดำเนินกิจกรรมชี้ให้เห็นว่า สิ่งท่ีควรคำนึงถึงในการส่ือสารคือ แต่ละคนอาจตีความสิ่งที่ส่ือไป ได้แตกต่างกัน ตามประสบการณ์เดิมที่มี หรือตามความคิดของตัวเอง ดังน้ัน คำพูดบางคำท่ี ไม่มีความหมายในแงล่ บตอ่ ผ้พู ูด แต่อาจสรา้ งความรู้สึกทางลบตอ่ ผฟู้ ังกเ็ ปน็ ได ้ ๔. แบ่งผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละไม่เกิน ๗ คน ให้ช่วยกันระดมว่า ท่ีผ่านมาแต่ละคนเคยถูก ลอ้ เลยี นเรื่องอะไรบ้างที่เราไม่ชอบ และเหตผุ ลทไี่ ม่ชอบคอื อะไร (๑๐ นาท)ี ๕. เมอื่ หมดเวลา ใหแ้ ต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนำเสนอกลมุ่ ละไมเ่ กนิ ๒ นาท ี ๖. ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนคุยจากเน้ือหาท่ีแต่ละกลุ่มนำเสนอว่ามีเรื่องอะไรบ้างท่ีไม่ชอบ และตั้ง คำถามชวนคิดเพ่ือเปดิ ประเดน็ ในการคยุ กลุ่มใหญ ่
คำถามชวนคดิ • คิดว่าผู้ทลี่ อ้ เลยี นคนอนื่ ตอ้ งการอะไร และได้อะไรบ้างจากการล้อเลยี น • เราจะรู้ได้อย่างไรว่าคำพูด หรือการกระทำของเราท่ีล้อเลียนคนอื่น ส่งผล กระทบต่อความรู้สึกของผูท้ ีถ่ ูกลอ้ • หากเราพบวา่ การลอ้ เลยี นของเรา ทำใหเ้ พอ่ื นรสู้ กึ เสยี ใจ เราจะทำอยา่ งไร • หากเราพบเพื่อนของเราลอ้ เลียนคนอน่ื เราจะทำอยา่ งไร • ในการใช้ชีวิตประจำวัน พวกเรามีข้อเสนอต่อวิธีปฏิบัติตัวต่อคนรอบข้าง อย่างไรบ้างเพอื่ ใหเ้ กดิ ความสัมพนั ธ์และความเข้าใจท่ีดตี ่อกัน ๗. ผูด้ ำเนนิ กจิ กรรมสรปุ ประเด็นสำคัญดังนี้ • การพูดคุยสนทนา เป็นกิจกรรมหนึ่งของการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่นและการสร้างสัมพันธภาพ ดงั นน้ั คำพดู จงึ มสี ว่ นสำคญั อยา่ งมากทจ่ี ะสรา้ งความพงึ พอใจและความเขา้ ใจใหเ้ กดิ ขน้ึ ตอ่ กนั • การสนทนาเป็นการแลกเปลี่ยนในเรื่องเน้ือหาและความรู้สึกระหว่างบุคคล การสนทนาท่ีดี หมายถึงผู้ฟังสามารถตีความคำพูดได้ตรงตามวัตถุประสงค์ท่ีผู้พูดต้องการส่ือ แต่หากผู้ฟัง แปลความหมายจากคำพูด และกิริยาท่าทางท่ีเห็น ไปในทางตรงข้ามกับที่ผู้พูดต้องการส่ือ ก็จะก่อให้เกิดความเข้าใจผิดได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพูดที่ผู้พูดมีเจตนา “ล้อเล่น” แต ่ ผู้ฟังอาจตีความว่าเป็นการจงใจล้อเลียนหรือเพื่อทำให้อายต่อหน้าผู้อื่น ผู้พูดจึงจำเป็นต้อง รู้จักสังเกตสีหน้า อากัปกิริยาของผู้ฟังว่าเป็นเช่นไร พร้อมท้ังระมัดระวังคำพูดที่ก่อให้เกิด ความเขา้ ใจผิด 158 • เม่ือคำพูดและการกระทำของเราส่งผลต่อผู้อื่นในทางลบ เช่น การนินทา ล้อเลียน คมู่ อื การจัด กล่าวโทษ ฯลฯ ไมว่ า่ จะโดยตงั้ ใจหรอื ไม่ กค็ วรกลา่ วคำขอโทษเพอ่ื เปน็ การแสดงความ กระบวนการเรียนรู ้ เพศศกึ ษา รบั ผดิ ชอบ ในสง่ิ ทต่ี นเองกระทำ และชว่ ยใหส้ ามารถดำเนนิ ความสมั พนั ธต์ อ่ ไปไดด้ ว้ ยด ี สำหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
ข้อเสนอแนะสำหรบั ผู้ดำเนินกิจกรรม 159 หากมีกรณคี วามขัดแยง้ เกิดข้นึ จริงในห้อง ผดู้ ำเนนิ กจิ กรรมควรสรา้ งความเขา้ ใจให้เกิดกับ แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๑ เบื่อคนแซว ผู้เรียนว่าเร่ืองท่ีผ่านไปแล้ว จะไม่เกิดขึ้นอีกหากทุกคนได้เรียนรู้ว่าควรจะทำอย่างไรบ้างจาก กจิ กรรมน ี้ ก่อนจบคาบเรียน ผู้ดำเนินกิจกรรม อาจกระตุ้นให้ผู้เรียนลองพิจารณาถึงกรณีท่ีแต่ละคน อาจเคยทำให้เพอื่ นหรือคนท่รี จู้ ักเสียใจ แลว้ ให้ลองพจิ ารณาวา่ ต้องการทำอย่างไรต่อไปหรือไม ่ การวดั และประเมินผล สงั เกตการมสี ว่ นร่วมในกจิ กรรมกลุ่ม และการอภปิ รายแลกเปลีย่ น คำถามท้ายบท • ถ้านักเรียนรู้ว่าส่ิงท่ีตนเองไปล้อเลียนเพ่ือน ทำให้เพ่ือนเสียใจ นักเรียนจะทำอย่างไร เพราะ อะไร ก. ขอโทษทันที เพราะ............... ข. ฝากเพือ่ นไปขอโทษ เพราะ ....................... ค. ทำเฉยๆ เพราะ.................................
ถา้ ครอบครวั และสถานศกึ ษากระมดิ กระเมี้ยน ปดิ บังซอ่ นเรน้ เรือ่ งเพศแกเ่ ด็ก กลบั ย่ิงเป็นตวั กระต้นุ ผลกั ดัน ใหเ้ ดก็ ไปหาประสบการณ์ตรง โดยขาดความรูค้ วามเข้าใจทีถ่ ูกต้อง มยิ ิ่งกลายเป็นปญั หาแ ละภาระแกส่ งั คมหรือ ชลธ ี กลุ ประดษิ ฐ ์ ศึกษานเิ ทศก์ สำนักงานเขตพ้ืนท่ีการศกึ ษา กรุงเทพมหานคร เขต ๑ (จากงานประชุมวิชาการเพศศึกษาคร้งั ที่ ๑ เดือนตลุ าคม ๒๕๔๗)
แผนการเรียนร้ทู ่ี ๑๒ สัมผสั ด ี สัมผสั ไมด่ ี
แผนการเรียนร้ทู ี่ ๑๒ สมั ผัสดี สมั ผัสไมด่ ี สาระสำคญั การสัมผัสร่างกายอาจเกิดขึ้นจากเจตนาหลายแบบ วัยรุ่นจึงควรเรียนรู้ว่าการ สมั ผัสแบบใดเป็นสิ่งท่ีกระทำได้ และแบบใดทค่ี วรหลกี เลย่ี งและปอ้ งกนั จุดประสงค ์ ๑. แยกแยะได้ว่าสัมผัสแบบใดเป็นการจงใจล่วงละเมิดทางเพศ และแบบใดคือ สัมผัสธรรมดาทไี่ มม่ เี จตนาแอบแฝง ๒. บอกวธิ ีจดั การหากเจอการกระทำทีส่ อ่ เจตนาล่วงละเมดิ ทางเพศ ๓. บอกวธิ ีป้องกันสถานการณท์ อ่ี าจนำไปสกู่ ารล่วงละเมดิ ทางเพศ อุปกรณ์ และสอ่ื ๑. บตั รคำ ๒๗ ใบ ๒. กระดาษฟลิปชารท์ ๓. ปากกาเคม ี 162 ๔. กระดาษกาว กระคบมู่วนอื กกาารรเจ รดั ยี นรู้ เพศศึกษา สำหรับนกั เรียนช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
ขั้นตอนการดำเนินกจิ กรรม 163 ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมช้ีแจงวัตถุประสงค์กิจกรรมวันน้ี ว่าเป็นการเรียนรู้เพ่ือแยกแยะสัมผัสที่แสดง แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๒ สมั ผัสดี สัมผสั ไมด่ ี ถงึ ความหว่ งใย และสัมผสั ท่มี เี จตนาลว่ งเกินทางเพศ ๒. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็นกลุ่มย่อย กลุ่มละไม่เกิน ๗ คน แจกกระดาษฟลิปชาร์ทและปากกา เคมี กลุม่ ละ ๑ ชดุ ๓. ให้แต่ละกลุ่มช่วยกันอ่านบัตรคำที่ติดบนกระดาน และลงความเห็นในกลุ่มว่าบัตรใดควรอยู่ใน หมวดใดระหว่าง ท่ัวไป ผิดปกติ ไม่แน่ใจ แล้วเขียนคำน้ัน ใส่กระดาษฟลิปชาร์ท ให้เวลา ๑๐ นาท ี ๔. เมื่อหมดเวลา ผู้ดำเนินกิจกรรมอ่านบัตรคำทีละใบ และขอความเห็นของแต่ละกลุ่มว่าวางไว ้ ในหมวดใดบ้าง หากคำตอบจากแต่ละกลุ่มต่างกัน ให้ยกตัวอย่างหรือให้เหตุผลว่าเหตุใดจึง วางบตั รน้นั ไวใ้ นหมวดน้ันๆ ทวั่ ไป ผดิ ปกต ิ ไม่แนใ่ จ ๕. เมื่อครบทุกบัตรแล้ว ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนดูบัตรคำที่จัดหมวดหมู่บนกระดาน และชวนคุยโดย เนน้ บตั รคำท่แี ตล่ ะกลมุ่ จดั ไวใ้ นหมวดทีแ่ ตกต่างกนั โดยใชแ้ นวคำถามดังน้ี
คำถามชวนคิด • เราใชอ้ ะไรเป็นตัวตดั สินว่าสมั ผสั แบบใดธรรมดา และแบบใดผดิ ปกต ิ • บริเวณใดของร่างกายบ้างที่เราคิดว่า คนอ่ืนไม่ควรสัมผัส โดยท่ีเราไม่ได ้ ยนิ ยอมพร้อมใจ เพราะอะไร • บางสมั ผสั ทเี่ ราไมแ่ นใ่ จนน้ั คดิ วา่ เปน็ เพราะอะไร หากจะจดั ใหอ้ ยใู่ นหมวด ท่ัวไป หรือผดิ ปกติ จะตอ้ งดอู งคป์ ระกอบอะไรเพ่ิมเติมอกี บา้ ง • หากเกิดเหตุการณ์ที่เป็นสัมผัสแบบผิดปกติกับเรา เราจะรู้สึกอย่างไร และ จะจัดการอยา่ งไร คดิ วา่ จะบอกใหใ้ ครรหู้ รอื ไม่ เพราะอะไร • หากมีเพื่อนมาปรึกษาว่าพบเจอเหตุการณ์ท่ีเป็นสัมผัสแบบผิดปกติ เราจะ ให้คำแนะนำและช่วยเหลือเพ่ือนได้อยา่ งไรบา้ ง • ถ้าไม่ต้องการให้เกิดเหตุการณ์สัมผัสแบบผิดปกติกับตัวเราและเพื่อนๆ มี วธิ ีการปอ้ งกันอย่างไรบ้าง ๖. ผ้ดู ำเนินกจิ กรรมสรุปประเด็นสำคัญ ดงั น้ ี • การตัดสินว่าสัมผัสใดส่อเจตนาอย่างไร เป็นการล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่ ข้ึนอยู่กับหลาย ปัจจัยท้ังสถานะของผู้กระทำว่ามีความสัมพันธ์กับเราแบบใด เวลา สถานท่ี และสภาพ แวดลอ้ มที่กระทำ รวมท้ังการสมั ผสั นน้ั เปน็ การยินยอมพร้อมใจของท้งั สองฝา่ ยจรงิ หรอื ไม ่ • ทุกคนต่างมีสิทธิในเน้ือตัวร่างกายของตนที่จะเลือกได้ว่าต้องการให้ตนได้รับการปฏิบัติใน รูปแบบไหน หากเราอึดอัด ลำบากใจ ไม่ชอบการปฏิบัติของผู้อื่นที่กระทำกับร่างกายของ เรา หรือแม้เพียงแค่สับสน ไม่แน่ใจกับการกระทำที่เกิดข้ึน เราก็ควรบอกปฏิเสธ หรือ แสดงออกใหช้ ัดเจนวา่ เราไม่ชอบ และไม่ตอ้ งการให้เกดิ ข้นึ • เม่ือเกิดความรู้สึกไม่สบายใจกับการถูกสัมผัส ควรปรึกษาผู้ใหญ่ท่ีไว้ใจได้ และคิดหาทาง ปอ้ งกันล่วงหน้า เพือ่ หลีกเลย่ี งสถานการณ์ท่จี ะทำใหเ้ กดิ เหตกุ ารณซ์ ำ้ เดิมอกี 164 • ในทางกลับกัน เมอื่ เรารวู้ า่ การปฏิบตั แิ บบใดทีเ่ ราไมช่ อบ เราก็ไมค่ วรปฏิบัตแิ บบน้นั กับคนอ่ืน หากมีเพ่ือนบอกเราว่าไม่ชอบ เราก็ควรรับฟังและเคารพส่ิงท่ีเพื่อนบอก คมู่ อื การจัด และไมถ่ ือวิสาสะในการสัมผัสหรอื แสดงออกเพียงเพราะสนทิ กนั กระบวนการเรยี นรู้ เพศศกึ ษา สำหรับนกั เรียนช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
๗. ผู้ดำเนินกิจกรรมเพ่ิมเติมข้อมูลในเร่ืองแหล่งบริการช่วยเหลือที่อยู่ในชุมชน หรือสายด่วน 165 สำหรบั ผทู้ ่ตี อ้ งการคำปรึกษา แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๒ สมั ผัสดี สัมผสั ไมด่ ี ข้อเสนอแนะสำหรับผดู้ ำเนนิ กิจกรรม บางคร้ัง การสัมผัสระหว่างผู้ใหญ่กับเด็ก ก็เป็นเร่ืองยากที่จะชี้ชัดว่าสัมผัสใดส่อเจตนาผิด ปกติ เพราะขนึ้ กบั มมุ มองและการตีความของผู้กระทำ และผ้ถู ูกกระทำดว้ ย ทำให้เด็กๆ มกั ไมก่ ล้า ข อคำปรกึ ษา เพราะกลัวจะถกู หาว่าเข้าใจผดิ ไปเอง และจะรสู้ ึกผดิ สบั สนย่งิ ขนึ้ ในการให้คำแนะนำ ผู้ให้คำปรึกษาควรยึดถือความรู้สึกของผู้ถูกกระทำเป็นหลัก พยายาม ให้ผู้ถูกกระทำทบทวนว่ารู้สึกอย่างไรกับการถูกสัมผัส และแนะนำให้หลีกเลี่ยงสถานการณ์ท่ีจะ ทำให้ตกอยู่ในเหตุการณ์เช่นน้ันอีก หรือต้องช่วยประเมินศักยภาพและความม่ันใจของผู้ถูกกระทำ วา่ สามารถหลกี เล่ยี งสถานการณ์ดังกล่าวไดด้ ว้ ยตัวเองหรือไม่ หรือต้องการความชว่ ยเหลือจากผใู้ ห้ ค ำปรกึ ษาและหน่วยงานทใี่ หบ้ รกิ ารเฉพาะ ผู้ดำเนินกิจกรรมควรหาข้อมูลหน่วยงานและแหล่งบริการให้ความช่วยเหลือท่ีมีอยู่ในพ้ืนท่ี เพอื่ เปน็ ขอ้ มลู สำหรบั แนะนำผู้เรยี น และสามารถใช้เป็นแหล่งเรียนร้ใู หก้ บั ผู้เรียน เพือ่ ศกึ ษาปญั หาที่ หน่วยงานเหล่านน้ั พบ และลกั ษณะบรกิ ารความช่วยเหลอื ทมี่ ี การวัดและประเมินผล สงั เกตการมีสว่ นรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม และการอภปิ รายแลกเปลี่ยน คำถามทา้ ยบท • การล่วงละเมดิ ทางเพศหมายถึงอะไร • ถ้านักเรียนถูกญาติผู้ใหญ่หรือคนรู้จักสัมผัสร่างกายจนรู้สึกอึดอัด ไม่แน่ใจเจตนาของผู้สัมผัส นักเรียนจะทำอยา่ งไร
บตั รคำ จับมอื ไปลบู คลำ ตบไหลเ่ บาๆ จับหนา้ อก ซบไหล ่ ดึงตัวให้น่งั ลงบนตัก กระซบิ ข้างหู ลบู ไล้หัวเข่า ลบู หลัง ลบู ไหล ่ เดนิ เบยี ดเสยี ดสสี ะโพก ใช้อวัยวะเพศถูไถ หอมแก้ม จุ๊บทีห่ น้าผาก ลูบคลำอวัยวะเพศ ใชม้ อื แตะหลงั ระหวา่ งเดนิ คกู่ นั นง่ั เบยี ด โอบไหล ่ เลน่ ผม ลูบผม ดึงตวั เราเข้าไปกอด ดงึ มอื ไปวางบนตัก เดนิ คล้องแขนคลอเคลีย จูบปาก จบั มอื ไปแตะริมฝปี าก เอามอื พาดหลงั ระหวา่ งนงั่ คกู่ นั ลบู ไลแ้ กม้ ดงึ มอื ไปวางบรเิ วณอวยั วะเพศ ยืนเบียดดา้ นหลงั จนชิดตวั จับมือ 166 คมู่ ือการจดั กระบวนการเรยี นรู้ เพศศึกษา สำหรบั นักเรยี นช้ัน มัธยมศึกษาปที ี่ ๑
แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๒ สมั ผัสดสี ัมผสั ไมด่ ีแผนการเรียน ้รู ีท่ ๑๓ 167 ้ขางหลัง ภาพ
แผนการเรียนรทู้ ่ี ๑๓ ข้างหลังภาพ สาระสำคัญ บุคคลแต่ละคนมีความคิด พฤติกรรม ค่านิยมท่ีอาจจะเหมือนหรือต่างกับคนอื่น ซ่ึงเกิดจากกระบวนการหล่อหลอมและประสบการณ์ท่ีแตกต่างกัน ดังนั้น เราจึง ควรเรียนรู้ที่จะเปิดใจรับฟัง เคารพความแตกต่าง และไม่ควรด่วนตัดสินคนท่ีคิด ต่างจากเรา รวมท้ังเรียนรู้ท่ีจะกล้าเป็นตัวของตัวเองในการเสนอความคิดของ ตัวเองแมว้ า่ จะเปน็ ความคิดเหน็ ท่แี ตกต่างไปจากกลมุ่ จดุ ประสงค ์ ๑. แสดงความม่ันใจในการส่ือสารเพื่อบอกความคิดเห็นของตนเอง และเปิดใจ รบั ฟังความคิดเหน็ ของผอู้ นื่ ๒. ระบคุ ่านิยมเร่ืองเพศ ๒ เร่ืองท่ีสง่ ผลต่อพฤตกิ รรมทางเพศของคนในสงั คม อุปกรณ์ และสอื่ ๑. ภาพ ๖ ภาพ ได้แก่ (เตรียมภาพเหลา่ นีไ้ วล้ ว่ งหน้า) 168 • ภาพหญงิ ชายวัยรนุ่ เดนิ จบั มือกัน กระคบู่มวนอื กกาารรเจ รดั ยี นร้ ู • ภาพผชู้ ายผู้หญงิ อยู่ดว้ ยกนั สองตอ่ สอง เพศศกึ ษา สำหรับนกั เรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
• ภาพผชู้ ายรอ้ งไห ้ 169 • ภาพเดก็ ผูห้ ญงิ วัยรนุ่ ต้งั ครรภ ์ • ภาพคนรกั เพศเดยี วกัน แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ • ภาพข่าวผ้หู ญงิ ทำแทง้ ๒. กระดาษฟลิปชารท์ กระดาษกาว ปากกาเคมี ขนั้ ตอนการดำเนนิ กิจกรรม ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมช้ีแจงวัตถุประสงค์ของกิจกรรมนี้ว่าเพื่อฝึกการแลกเปล่ียนความคิดเห็นโดยยึด หลักการพูดคุยด้วยการเคารพความเห็นผู้อื่น รวมทั้งให้ผู้เรียนมีโอกาสสำรวจค่านิยมความเชื่อ ของตนวา่ มที ่มี าท่ีไปอย่างไร ๒. นำภาพที่เตรียมไว้แสดงให้ผู้เรียนดูทีละภาพ และถามความเห็นส้ันๆ โดยให้ทุกคนยกมือว่า รับได้ หรือรับไมไ่ ด้ และนับคะแนน ๓. แบง่ กลมุ่ ผเู้ รยี นเปน็ กลมุ่ ยอ่ ย ๖ กลมุ่ แจกภาพให้ ๑ ภาพตอ่ ๑ กลมุ่ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ แลกเปลยี่ น ความเหน็ ท่ีมีตอ่ พฤตกิ รรมในภาพท่ไี ดร้ ับ โดยมกี ติกาดังน ้ี • ใหท้ กุ คนในกลุ่มแสดงความเห็นของตนเองทมี่ ีต่อพฤตกิ รรมในภาพ และอธบิ ายว่าตนเองใช้ อะไรเป็นเกณฑใ์ นการตัดสนิ ว่า รบั ได้ หรอื รบั ไม่ได ้ • ขณะทค่ี นหนึง่ พูด ทกุ คนในกลุ่มต้องฟังจนจบกอ่ นจึงคอ่ ยพูด • หาอาสาสมัครในกลุ่มจดบันทึกความคิดเหน็ ลงในกระดาษฟลิปชารท์ • ให้เวลาแสดงความเหน็ ในกลุ่ม ๑๐ นาที ๔. ระหว่างท่ีแต่ละกลุ่มระดมความเห็น ให้ผู้ดำเนินกิจกรรมสังเกตปฏิกิริยาของแต่ละกลุ่ม จด บนั ทึกเมือ่ สังเกตเห็นผู้ท่ีคิดตา่ งจากผอู้ ื่นในกลมุ่ วา่ ใช้หลกั คิดอยา่ งไร ๕. เมือ่ หมดเวลาระดม ให้แต่ละกล่มุ ออกมานำเสนอความเหน็ ของกลุม่ (กลมุ่ ละ ๒ นาที) ๖. ผู้ดำเนินกิจกรรมสรุปประเด็นจากความเห็นของแต่ละกลุ่มว่ามีความคิดเห็นแตกต่างกันอย่างไร ในแต่ละภาพ และมหี ลกั คดิ อย่างไรบ้างในการพิจารณาว่ารับได้ หรือรบั ไม่ได้
๗. ผู้ดำเนินกิจกรรมเลือกภาพท่ีเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจนในเร่ืองจำนวนผู้รับได้ รับไม่ได้ จากการสำรวจความเห็นเมื่อตอนเริ่มกิจกรรมมาชวนคุยในกลุ่มใหญ่ โดยใช้คำถามกระตุ้นให้มี การแสดงความเห็นอย่างทั่วถึงดังน ้ี คำถามชวนคดิ • คิดวา่ ผู้ท่อี ยใู่ นภาพรู้สึกอย่างไร และกำลงั เผชิญสถานการณอ์ ะไรบา้ ง • การใช้ความเช่ือหรือทัศนะในเรื่องเพศของตัวเราไปตัดสินผู้อ่ืน อาจส่งผล ต่อผนู้ ้นั อย่างไรบา้ ง • ระหว่างการแสดงความเห็นต่อภาพในกลุ่ม เม่ือมีคนที่แสดงความเห็น แตกตา่ งจากเราหรอื จากคนส่วนใหญ่ เรารสู้ กึ อย่างไร • คนท่ีมีความเห็นต่างจากเพื่อนๆ ในกลุ่ม รู้สึกอย่างไรเมื่อแสดงความเห็น ของตนออกไป • การที่คนเรามีความคิดเหน็ ต่างกัน มขี ้อดหี รือข้อเสีย อย่างไร • หากเรามีความคิดแตกต่างจากคนส่วนใหญ่ในกลุ่ม เราอยากให้เพ่ือน ปฏิบัตกิ ับเราอย่างไร ๘. ผ้ดู ำเนนิ กิจกรรมสรปุ ประเดน็ การเรยี นร้รู ่วมกับผู้เรยี น และอาจเพม่ิ เติมประเด็น ดงั น ้ี • เป็นเร่ืองปกติที่คนส่วนใหญ่มักสะดวกใจจะสื่อสารกับคนท่ีมีความคิดเห็น พฤติกรรมไปใน ทางเดียวกับตน และไมค่ อ่ ยอยากฟงั คนท่คี ดิ เหน็ หรอื ปฏบิ ัตติ ่างจากตนเอง แตใ่ นความเปน็ จริง ความคิดเห็นและพฤติกรรมของคนเราล้วนเป็นผลจากการอบรมสั่งสอนและ 170 สิ่งแวดลอ้ มท่ีเติบโตมาซง่ึ แตกต่างกนั ไปในแต่ละบุคคล จงึ เป็นเรือ่ งธรรมดาอกี เช่นกนั ท่ี เราจะมีความคิดเห็น และพฤติกรรมท่ีแตกต่างจากคนอื่นแม้จะอยู่ในวัยเดียวกัน คู่มอื การจัด เพศเดยี วกัน กระทง่ั อยใู่ นครอบครัวเดียวกนั กต็ าม กระบวนการเรียนร ู้ เพศศกึ ษา สำหรบั นกั เรยี นชั้น มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑
• ความเช่ือ ค่านิยมในเร่ืองเพศของแต่ละคนอาจแตกต่างกัน ทั้งยังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ 171 ตามวัยและสภาพแวดล้อม การทำความเข้าใจถึงท่ีมาท่ีไปของพฤติกรรม หรือทัศนะความ เช่ือของคนอ่ืนๆ จะทำใหอ้ ยู่ร่วมกับผู้ท่คี ิดต่างจากเราไดอ้ ยา่ งมีความสขุ และไม่ควรตัดสิน แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ ผ้อู นื่ ดว้ ยการใช้ความเชอ่ื คา่ นยิ มของตน • การเรียนรู้ท่ีจะแสดงความเห็นของตนเอง และรู้จักรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ยังช่วย สามารถเปิดโลกทรรศนก์ ารรับรู้ ต่อยอดความคดิ และฝึกการเปิดใจยอมรับ ท่สี ำคญั การ เคารพความเห็นซ่ึงกันและกัน จะช่วยให้การอยู่ร่วมกันในกลุ่มเป็นไปอย่างราบรื่น และ สรา้ งสรรค์ ข้อเสนอแนะสำหรบั ผดู้ ำเนนิ กิจกรรม • การจัดกลุ่มย่อย ควรมีสมาชิกกลุ่มที่มีความคิดเห็นท่ีแตกต่างกันอยู่ด้วย การสำรวจความเห็น ในตอนเร่มิ กจิ กรรม ชว่ ยให้เห็นว่ามีใครคดิ เหน็ อย่างไร เพื่อชว่ ยการจดั กลมุ่ ได้ • ผู้ดำเนินกิจกรรมควรเป็นต้นแบบของ “การไม่ตัดสิน” (non-judgmental) และการเปิดกว้าง ในการรับฟังความคิดเห็นท่ีแตกต่าง โดยใช้ท่าทีแบบไม่ช้ีว่าความคิดใดถูกหรือผิด รวมทั้ง คำพูด สหี นา้ ท่าทาง ทจ่ี ะชว่ ยใหผ้ ูเ้ รียนรู้สึกปลอดภยั และกล้าแสดงความคดิ เหน็ อย่างเตม็ ท่ ี การวดั และประเมนิ ผล สังเกตการมสี ว่ นร่วมในกิจกรรมกลุ่ม และการอภปิ รายแลกเปล่ยี น คำถามทา้ ยบท • เห็นด้วยหรือไม่ กับข้อความ “การมีความคิดเห็นแตกต่างกัน ไม่ใช่ส่ิงสำคัญ ความสำคัญอย ู่ ท่ีการเคารพความคิดเห็นของผอู้ ่ืน” เพราะอะไร
รบั ได ้ รับไมไ่ ด ้ 172 คมู่ อื การจัด กระบวนการเรยี นร ู้ เพศศึกษา สำหรับนกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
173 แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ ภาพประกอบ : เกม love check รบั ไมไ่ ด้ รบั ได ้
ภาพประกอบ : ภาพยนตรเ์ กาหลเี รื่อง sad movie รับได ้ รบั ไม่ได้ 174 คมู่ ือการจดั กระบวนการเรียนรู้ เพศศึกษา สำหรบั นกั เรยี นชั้น มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
175 แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ ภาพประกอบ : เกม love check รับไมไ่ ด้ รบั ได ้
ภาพประกอบ : เกม love check รับไม่ได ้ รับได้ 176 คู่มอื การจดั กระบวนการเรยี นรู ้ เพศศึกษา สำหรบั นกั เรยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
177 แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ รับไม่ได้ รับได้
สังคมเปลย่ี นเรว็ แต่เรายังตว้ มเตี้ยม รสู้ กึ ว่าตัวเองกำลงั ไล่ตามค่านยิ ม และสงั คมของนกั เรยี น คงไมม่ ีวันชนะ ถา้ เราไม่เปล่ียนยุทธวธิ ี ตอ้ งพดู ตรงๆ เปดิ ใจกบั นักเรยี น พูดในส่งิ ทีอ่ ยู่ ในค วามสนใจของเด็ก อ.พัธนา เพ็ญภาคกลุ โรงเรียนสีกัน (วฒั นานันท์อุปถมั ภ์) กรงุ เทพฯ (จากงานประชมุ วิชาการเพศศกึ ษาคร้ังท่ี ๑ เดือนตลุ าคม ๒๕๔๗) 178 คู่มือการจัด กระบวนการเรยี นร้ ู เพศศึกษา สำหรับนักเรียนชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๑
แผนการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓ ขา้ งหลงั ภาพ 179 แผนการเรียน ้รูที่ ๑๔ แฟน ัฉน
แผนการเรียนร้ทู ี่ ๑๔ แฟนฉัน สาระสำคญั ปัจจัยที่ทำให้คนสองคนสามารถสานสัมพันธ์และมีสัมพันธภาพที่ดี ขึ้นอยู่กับ อุปนิสัย คุณสมบัติภายใน และการเรียนรู้ระหว่างกันและกันของทั้งสองฝ่ายมาก กวา่ รปู ลกั ษณภ์ ายนอก จดุ ประสงค ์ ๑. ระบุคณุ สมบัติและอปุ นิสัยที่ทำให้สมั พันธภาพยง่ั ยนื และราบรื่น ๒. บอกวิธีการเรียนรลู้ ักษณะนิสัยของคนที่เราคบดว้ ย อุปกรณ์ และสอื่ ๑. บตั รคำแสดงบุคลกิ ๔ ชุดๆ ละ ๑๐ ใบ และบัตรเปล่าสำรอง ๔ ใบตอ่ ชุด กล้าบอกว่าขอโทษ มนี ำ้ ใจ ชอบชว่ ยเหลอื 180 ไม่พูดแต่เร่ืองตัวเอง ไมโ่ กหก คมู่ ือการจัด กระบวนการเรยี นร ู้ เพศศึกษา สำหรบั นกั เรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๑
ม่ันใจในตวั เอง สภุ าพ ไม่เอาเปรยี บคนอน่ื อารมณ์ด ี ๒. กระดาษฟลิปชารท์ ๔ แผน่ โดยเขียนหวั ขอ้ ไว้ ดงั น ้ี 181 สองแผ่นเขยี นหวั เรอ่ื งวา่ “แฟนฉันไมห่ ลอ่ ล่ำ แต.่ ....” สองแผน่ เขยี นหัวเรอื่ งว่า “แฟนฉันไมข่ าว เซก็ ซี่ แต.่ ..” แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๔ แฟนฉนั ๓. ปากกาเคมี กระดาษกาว ขนั้ ตอนการดำเนนิ กจิ กรรม ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนผู้เรียนคุยเพื่อนำเข้าสู่บทเรียนว่า ถ้าจะมีแฟน อยากได้แฟนแบบไหน เขียนคำตอบขนึ้ บนกระดาน โดยแยกความเห็นของกลุ่มชายไว้ด้านหนง่ึ กลุ่มหญิงไวด้ า้ นหน่ึง ๒. แบ่งกลุ่มผู้เรียนออกเป็น ๔ กลุ่มย่อย ชายล้วน ๒ กลุ่ม หญิงล้วน ๒ กลุ่ม แจกกระดาษ ฟลิปชาร์ท • “แฟนฉันไมข่ าว เซก็ ซี่ แต่....” ให้กลุ่มชายลว้ น • “แฟนฉนั ไมห่ ลอ่ ล่ำ แต่.....” ให้กลมุ่ หญงิ ล้วน พร้อมทั้งชดุ บัตรคำแสดงบคุ ลกิ ให้กลุ่มละชดุ และบตั รเปล่าให้กลุ่มละ ๔ ใบ ๓. ให้แต่ละกลุ่มออกแบบ “แฟนฉัน” โดยตกลงกันในกลุ่มว่าจะเลือกบัตรคำใดบ้าง ให้ใช้บัตรคำ ได้ไม่เกิน ๕ ใบ (๓ นาที) หากคดิ วา่ บตั รคำทีใ่ ห้ไม่เหมาะ กส็ ามารถเขียนเพม่ิ ลงในบตั รเปลา่ ได ้ ๔. เม่อื หมดเวลา ใหแ้ ต่ละกลมุ่ ออกมานำเสนอ “แฟนฉนั ” ตอ่ กลุ่มใหญ่ กลุม่ ละ ๒ นาท ี ๕. ผ้ดู ำเนินกจิ กรรมนำกระดาษทแ่ี ต่ละกลุ่มนำเสนอติดหน้าหอ้ ง พรอ้ มชวนเปรยี บเทยี บและตง้ั ข้อ สงั เกต
คำถามชวนคดิ • ความเหมอื นและความตา่ งของคณุ สมบตั ิทท่ี ัง้ ๔ กลมุ่ เลือก • เปรียบเทียบกับคุณสมบัติท่ีทุกคนช่วยกันระดมตอนเข้าสู่บทเรียนว่า เหมือนหรอื ต่างจากคณุ สมบตั ิที่เลือกในกล่มุ ยอ่ ยหรอื ไม่ อย่างไร • หากกลุ่มชายท้ังสองกลุ่มเลือกคุณสมบัติต่างกัน เพราะอะไรที่กลุ่มชาย ล้วนทั้งสองกลุ่มเลือกคุณสมบัติของคนท่ีเป็น “แฟนฉัน” ต่างกันทั้งท่ีเป็น ผ้ชู ายเหมอื นกัน • หากกลุ่มหญิงท้ังสองกลุ่มเลือกคุณสมบัติต่างกัน เพราะอะไรท่ีกลุ่มหญิง ล้วนท้ังสองกลุ่มเลือกคุณสมบัติของคนท่ีเป็น “แฟนฉัน” ต่างกันท้ังท่ีเป็น ผหู้ ญิงเหมือนกัน • ระหวา่ งคุณสมบัติทเ่ี ป็นรูปลกั ษณภ์ ายนอก เช่น หล่อ ล่ำ สวย เซก็ ซี่ ฯลฯ กบั คุณสมบตั ิภายใน เชน่ มีนำ้ ใจ ขยัน สุภาพ ไมโ่ กหก ฯลฯ นกั เรียนคดิ ว่าคุณสมบัติแบบใดที่จะส่งผลต่อความสัมพันธ์ที่ดี และเป็นคนที่อยู่ด้วย แล้วมคี วามสขุ • เราจะเรียนรูค้ ุณสมบตั ิภายในของคนทเ่ี ราสนใจไดอ้ ยา่ งไร ๖. ผดู้ ำเนนิ กิจกรรมชวนสรุปประเดน็ สำคัญท่ผี ูเ้ รียนได้เรียนรู้ และเพ่ิมเติมประเด็น ดงั น ี้ • รูปร่างหน้าตา เป็นส่ิงท่ีติดตัวทุกคนมาแต่กำเนิด และเป็นเพียงด่านแรกท่ีสร้างความ ประทับใจให้เกิดขึ้นแก่ผู้พบเห็น แต่อาจไม่ใช่ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้สัมพันธภาพระหว่างคน สองคนยัง่ ยนื และราบรืน่ • ทกุ คนสามารถพฒั นาบคุ ลิกภาพและการปฏิบตั ิตวั ให้เปน็ ที่รกั และพอใจแกค่ นอืน่ ได้ โดยไม่ 182 จำเปน็ ต้องเปลี่ยนแปลงรปู รา่ งหน้าตา และไม่ตอ้ งเสยี ค่าใช้จ่ายใดๆ คมู่ อื การจดั กระบวนการเรยี นรู้ เพศศึกษา สำหรับนักเรยี นชนั้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑
การวดั และประเมนิ ผล 183 สงั เกตการมีสว่ นรว่ มในกิจกรรมกลุม่ และการอภปิ รายแลกเปลี่ยน แผนการเรยี นรู้ท่ี ๑๔ แฟนฉนั คำถามทา้ ยบท • หากพบว่าผู้ทเ่ี รากำลงั คบหา หรือเปน็ แฟนกัน ไม่มีคุณสมบัตทิ ่ีคาดหวัง นักเรียนจะทำอยา่ งไร
ผมจำไดว้ า่ มีเด็กผ้หู ญิงคนหน่ึง ซ่ึงตอนน้ลี าออกจากโรงเรียนไปแล้ว เนื่องจากต้งั ทอ้ ง เด็กคนน้ันพดู กับผมวา่ หนคู งไมท่ ้อง ถ้าก่อนหนา้ นี ้ หนไู ดเ้ รยี นวิช าเพศศึกษา อ.กษิตินาถ อุ่นทานนท์ วทิ ยาลัยสารพัดชา่ งอุดรธานี (จากงานประชมุ วชิ าการเพศศกึ ษาครงั้ ที่ ๑ เดอื นตุลาคม ๒๕๔๗)
แผนการเรยี นรทู้ ่ี ๑๕ ร้ทู ัน ปอ้ งกันได ้
แผนการเรยี นรู้ที่ ๑๕ รทู้ ันป้องกนั ได ้ สาระสำคญั การลว่ งละเมดิ ทางเพศในปจั จบุ นั มหี ลายรปู แบบ วยั รนุ่ ควรเรยี นรถู้ งึ สทิ ธใิ นเนอ้ื ตวั ร่างกายที่ผู้อ่ืนจะละเมิดมิได้ และรู้ว่าการกระทำแบบใดท่ีเข้าข่ายการล่วงละเมิด ทางเพศ เพื่อหาทางป้องกัน รวมท้ังมีข้อมูลหน่วยงานและแหล่งบริการให้ความ ช่วยเหลือหากพบปญั หา จดุ ประสงค ์ ๑. บอกไดว้ า่ การกระทำแบบใดถอื เปน็ การลว่ งละเมิดทางเพศ ๒. ระบุโอกาสทนี่ ำไปสูก่ ารล่วงละเมิดทางเพศสำหรับวยั ร่นุ ๓. บอกแนวทางในการหาความชว่ ยเหลอื เม่อื ถูกล่วงละเมิดทางเพศ อปุ กรณ์ และสื่อ ๑. แผน่ กรณีศกึ ษา ๒ กรณี (ถ่ายเอกสารกรณีศึกษาละ ๓ ชดุ ) ๒. กระดาษฟลิปชารท์ ปากกาเคมี กระดาษกาว 186 คู่มอื การจัด กระบวนการเรียนรู้ เพศศกึ ษา สำหรับนกั เรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
ขั้นตอนการดำเนนิ กจิ กรรม 187 ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนคุยเพ่ือนำเข้าสู่บทเรียนถึงการกระทำที่เป็นการล่วงละเมิดทางเพศ โดย แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๕ ร้ทู นั ป้องกนั ได ้ ถามว่า ผู้เรียนคิดอย่างไรกับการใช้มือถือแอบถ่ายภาพผู้หญิงตามห้องน้ำในห้าง การนำภาพ สว่ นตัวไปเผยแพรต่ ามอินเทอรเ์ นต็ การสง่ ต่อภาพท่ีไดร้ ับทางมอื ถือหรืออีเมล ์ ๒. ผู้ดำเนินกิจกรรมอธิบายว่า การล่วงละเมิดทางเพศ คือการละเมิดสิทธิเน้ือตัวร่างกาย เพราะ เป็นการกระทำที่ไม่ได้รับการยินยอม ไม่ว่าผู้กระทำจะมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ถูกกระทำ อยา่ งไรก็ตาม ๓. แบง่ ผเู้ รยี นออกเป็นกลมุ่ ย่อย ๖ กลมุ่ โดยแบ่งเปน็ กลมุ่ หญงิ ลว้ น ๒ กลุม่ ชายล้วน ๒ กล่มุ และกลุ่มคละชายหญงิ รวมกนั ๒ กลมุ่ และแจกกรณศี กึ ษาให้แต่ละกลมุ่ ดงั น ้ี • กรณศี ึกษาท่ี ๑ ใหก้ ลุ่มหญงิ ล้วน ๑ กลมุ่ ชายล้วน ๑ และกล่มุ ชาย/หญิง ๑ • กรณีศึกษาที่ ๒ ให้กลุ่มหญงิ ลว้ น ๒ กลุ่มชายล้วน ๒ และกลมุ่ ชาย/หญิง ๒ ๔. ให้เวลากลุ่มย่อย ๑๐ นาที โดยให้สมาชิกกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์กรณีศึกษาที่ได้รับ และเขียน คำตอบลงบนกระดาษฟลปิ ชาร์ท จากคำถามตอ่ ไปนี้ • ใครเป็นผูเ้ สียหายในเรอ่ื งน้ ี • ใครบ้างทมี่ ีส่วนในการกระทำเร่อื งเสยี หายนี้ ดว้ ยการกระทำแบบใด • คิดว่าผู้เสียหายในเรอ่ื งนจ้ี ะรสู้ ึกอย่างไร • หากเราเปน็ เพ่อื น พี่ หรอื น้อง ของผเู้ สียหาย เราจะทำอยา่ งไร ๕. ขออาสาสมคั รจากกลุ่มกรณีศกึ ษา ๑ นำเสนอ และใหอ้ ีก ๒ กลมุ่ เพม่ิ เติมในประเดน็ ทไ่ี มซ่ ้ำกัน จากน้นั ใหก้ ลมุ่ ทีร่ บั ผดิ ชอบกรณีศึกษา ๒ นำเสนอ กลุ่มละไมเ่ กิน ๒ นาที ๖. เม่ือนำเสนอครบทุกกลุ่ม ผู้ดำเนินกิจกรรมชวนคุยในกลุ่มใหญ่เช่ือมโยงประเด็นต่างๆ ที่กลุ่ม ยอ่ ยนำเสนอโดยใชค้ ำถามชวนคิด ดังน ้ี
คำถามชวนคิด • คดิ วา่ อะไรคอื สาเหตสุ ำคญั ทท่ี ำใหเ้ กดิ การล่วงละเมิดทางเพศ • คิดวา่ คนที่ทำรู้หรอื ไมว่ า่ สิง่ ทีต่ นเองทำเปน็ การลว่ งละเมิดทางเพศ เพราะ เหตุใด • เราจะมีวธิ ีปอ้ งกนั ไมใ่ ห้เกิดเรื่องทำนองน้ีกับเราได้อย่างไรบ้าง • หากเราหรือเพ่อื นเราถูกล่วงละเมิดทางเพศ เราจะทำอย่างไรได้บา้ ง ๗. ผู้ดำเนินกิจกรรมสรุปการเรียนรู้เรื่องการถูกล่วงละเมิดทางเพศร่วมกับผู้เรียน และอาจเพิ่มเติม ประเดน็ เหลา่ น้ี • การลว่ งละเมดิ ทางเพศ ถือเป็นการละเมดิ สทิ ธิเนื้อตวั ร่างกาย เพราะเป็นการกระทำท่ไี มไ่ ด้ รบั การยนิ ยอม ไม่ว่าผู้กระทำจะมีความสมั พันธ์กับผถู้ ูกกระทำอยา่ งไรก็ตาม • การล่วงละเมิดทางเพศทำได้หลายรูปแบบ หลายวิธี หลายระดับ ตั้งแต่การใช้วาจา แทะโลม การสัมผสั เน้อื ตัวรา่ งกายโดยเจตนา จนถึงการบังคับขืนใจ • ส่ิงที่เป็นตัวกำหนดว่าเรากำลังถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือไม่คือ เป็นการกระทำท่ีเราไม่ ยินยอมพร้อมใจ การทำให้เรารู้สกึ ฝนื ใจ ลำบากใจที่ตอ้ งทำเชน่ นั้น • ปัจจุบัน มีการกระทำที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาเกี่ยวข้องมากข้ึน แม้จะไม่ได้แตะเน้ือ ต้องตัว แต่ก็ถือเป็นการล่วงละเมิดทางเพศ เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผู้ถูกกระทำไม่ได้ยิน ยอม หรือแมเ้ ปน็ การกระทำทีท่ ัง้ สองฝา่ ยยนิ ยอม แตจ่ งใจสร้างความเสียหายให้เกดิ ข้นึ ดว้ ย การนำไปเผยแพร่ต่อ • ค่านิยมส่วนหน่ึงของสังคมมีส่วนทำให้การล่วงละเมิดทางเพศกลายเป็นความชอบธรรม และยังซ้ำเติมผู้เสียหาย เช่น ความเช่ือว่าผู้หญิงที่แต่งกายไม่มิดชิดน้ันจงใจยั่วยวน จึง 188 สมควรแล้วที่ถูกทำร้าย เป็นต้น การแต่งกายน้ันถือเป็นสิทธิส่วนบุคคล แต่การที่คนๆ หน่ึงไม่สามารถข่มกลั้นอารมณ์ความต้องการทางเพศของตนและกล่าวโทษว่า เป็น คมู่ ือการจัด เพราะเสื้อผ้าของอีกฝ่ายยั่วยุให้เกิดอารมณ์ถือเป็นการล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล กระบวนการเรยี นรู ้ เพราะเป็นการทำตามใจตนเองโดยส่งผลกระทบต่อผอู้ นื่ เพศศกึ ษา สำหรับนกั เรยี นชั้น มัธยมศึกษาปีที่ ๑
• เราควรหาความช่วยเหลือเม่ือถูกล่วงละเมิดทางเพศจากผู้ที่ไว้วางใจได้ รวมท้ังมีหน่วยงาน 189 ตา่ งๆ ท่ีใหบ้ ริการปรึกษาทางโทรศัพท์ เพื่อช่วยให้เราหาทางออกไดว้ า่ ควรจะทำอยา่ งไร แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๕ ร้ทู นั ป้องกนั ได ้ ข้อเสนอแนะสำหรบั ผดู้ ำเนินกจิ กรรม • หากมีนักเรียนที่เคยถูกล่วงละเมิดทางเพศหรือกำลังเผชิญสถานการณ์อยู่แต่ไม่กล้าบอกใคร อาจทำให้รู้สึกสะเทือนใจ ผู้ดำเนินกิจกรรมจึงควรสังเกตอารมณ์ความรู้สึกของนักเรียนและ ระวังเรือ่ งการล้อเลียนกัน • ผู้ดำเนินกิจกรรมควรหาข้อมูลแหล่งบริการสุขภาพและหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องกับวัยรุ่นเม่ือเผชิญ ปัญหาการถูกล่วงละเมิดทางเพศในพ้ืนท่ี หมายเลขโทรศัพท์ รายละเอียดที่จำเป็น เช่น ช่วง เวลาการให้บริการและคำแนะนำในการเตรียมตวั ก่อนรับบรกิ าร เป็นตน้ การวดั และประเมนิ ผล สงั เกตการมีส่วนรว่ มในกจิ กรรมกลุ่ม และการอภิปรายแลกเปลีย่ น คำถามทา้ ยบท • หากถกู ลว่ งละเมดิ ทางเพศ นกั เรียนจะปฏบิ ัติอยา่ งไร
กรณีศึกษา ๑ ด.ญ.เอ ช้ัน ม.๒ โรงเรียนแห่งหน่ึง กับ ด.ช.ดำ อายุ ๑๔ ปี นักเรียนชั้น ม.๓ โรงเรยี นเดียวกัน คบหาเปน็ แฟนกนั มาราว ๒ เดอื น วันหนึง่ ด.ช.ดำ นัด ด.ญ.เอ ใหอ้ อก มาพบเพ่ือข่ีรถจักรยานยนต์เท่ียว ด.ญ.เอ จึงชักชวน ด.ญ.บี เพื่อนนักเรียนห้องเดียวกัน ออกมาดว้ ยและนดั พบกันที่หน้าห้างสรรพสินคา้ แห่งหนงึ่ เม่ือถงึ เวลา ด.ช.ดำ พร้อมเพอื่ น รวม ๖ คนขร่ี ถจกั รยานยนต์ ๓ คันมาพบ และพากันข่รี ถเท่ียวทว่ั เมือง ระหวา่ งทาง ด.ช.ดำ ลงไปซอ้ื น้ำอดั ลมให้ ๒ สาวดืม่ สกั พักมีอาการมนึ งง คาด ว่าถูกใส่ยานอนหลับ และถูกพาไปข่มขืนจนสลบ ก่อนท่ี ด.ช.ดำ กับพวกจะพา ด.ญ.เอ และ ด.ญ.บี มาปล่อยทิ้งไว้ จนกระทัง่ มีคนมาพบ กรณศี กึ ษา ๒ กลุ่มนักเรียนชายโรงเรียนแห่งหนึ่งกำลังจับกลุ่มดูภาพวิดีโอคลิป จากโทรศัพท ์ มือถือเคร่ืองหน่ึงพร้อมท้ังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างสนุกปาก หนึ่งในนักเรียนกลุ่มน้ันเล่าว่า ภาพในโทรศัพท์เป็นวิดีโอคลิปที่เพ่ือนอีกคนส่งมาให้ดูผ่านทางโทรศัพท์มือถือ ซึ่งกำลังเป็น ที่นิยมในหมู่วัยรุ่นชายที่ลงทุนซ้ือโทรศัพท์มือถือรุ่นท่ีสามารถถ่ายวิดีโอพร้อมเสียงเพ่ือ บันทึกภาพเหตุการณ์ขณะร่วมหลับนอนกับแฟนสาวหรือคู่ขา หรือแอบถ่ายภาพสาวที่นุ่ง กระโปรงส้ัน ใสเ่ สือ้ สายเดีย่ วเอาไว้ กอ่ นจะส่งตอ่ ไปให้เพ่ือนๆ ในกลุ่มด ู 190 คมู่ อื การจัด กระบวนการเรยี นร้ ู เพศศึกษา สำหรบั นักเรยี นช้ัน มัธยมศกึ ษาปีที่ ๑
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๕ ร้ทู นั ป้องกนั ได ้ แผนการเรียนรู้ที่ ๑๖ 191 นับจาก วนั น.ี้ ..
แผนการเรียนรู้ท่ี ๑๖ นบั จากวันน.ี้ .. สาระสำคญั การมีเป้าหมายในชีวิต จะช่วยให้วัยรุ่นดำเนินชีวิตด้วยแรงจูงใจท่ีจะไปส่ ู เป้าหมาย การคาดการณ์ถึงอุปสรรคท่ีอาจทำให้ไปไม่ถึงเป้าหมาย จะช่วยให้เกิด การเตรียมพร้อมและใช้ชีวิตอย่างรอบคอบมากขึ้น และสามารถรับมือ รวมท้ัง วางแผนในการเผชญิ ปัญหาได ้ จุดประสงค ์ ๑. บอกเปา้ หมายในชวี ิต อยา่ งน้อย ๑ เรื่อง พร้อมวิธกี ารท่ีจะไปถงึ เป้าหมาย ๒. วิเคราะหป์ จั จยั ท่ีอาจเป็นอุปสรรคในการทำตามเป้าหมาย อุปกรณ์ และสื่อ ๑. แผนการเรยี นเพศศกึ ษาระดับ ม.๑ ทั้ง ๑๖ แผน ๒. กระดาษเอสี่ตดั ครึ่ง เท่าจำนวนผู้เรยี น ๓. แผ่นกิจกรรม “นบั จากวันน้.ี .......” 192 ๔. กระดาษฟลิปชารท์ ปากกาเคมี กระดาษกาว กระคบู่มวนอื กกาารรเจ รัดีย นร้ ู เพศศกึ ษา สำหรับนกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑
ขน้ั ตอนการดำเนนิ กิจกรรม 193 ๑. ผู้ดำเนินกิจกรรมเกริ่นนำโดยถามผู้เรียนในกลุ่มใหญ่ว่า หากได้ยินคำว่า “เป้าหมายชีวิต” เรา แผนการเรียนร้ทู ่ี ๑๖ นับจากวันน้.ี .. นึกถึงอะไร โดยสุ่มเลือกอาสาสมัคร ๒ - ๓ คน (คละชายหญิง) แสดงความเห็น และลองสุ่ม ถามต่อว่า เปา้ หมายชวี ิตของผู้เรยี นเป็นอย่างไร ๒. จากน้นั ผู้ดำเนินกิจกรรมอธิบายว่า ในคร้ังนี้ เราจะคุยกันเรื่องเป้าหมายชวี ิต ซงึ่ หมายถงึ ความ ต้งั ใจของแตล่ ะคน ในการเลือกดำเนินชีวิตตามที่ตวั เองตอ้ งการ หรือตามที่หวงั ไวใ้ นระยะเวลา หนึง่ ๆ และแตกต่างกันในแต่ละคน ๓. แจกแผน่ กจิ กรรม “นบั จากวันน.้ี ..” ใหผ้ ้เู รยี นทกุ คน และอธบิ ายว่าให้แตล่ ะคนคดิ ถงึ เปา้ หมาย ที่ตัวเองมีในแต่ละเร่ือง ในระยะ ๒ ปี ๕ ปี และ ๑๐ ปี ว่ามีเป้าหมายอย่างไร หากใครมี เป้าหมายที่มากกวา่ ท่รี ะบไุ ว้ ให้เขียนเพิม่ ในช่องสุดท้าย ๔. ให้เวลาแต่ละคนน่งั เงยี บๆ และเขยี นเปา้ หมายในชวี ติ ๑๐ นาที ๕. ให้ผู้เรียนจับกลุ่ม ๓ - ๔ คนต่อกลุ่ม และให้เล่าให้กันฟังถึงเป้าหมายชีวิต และให้กลุ่มช่วยกัน ตอบคำถาม ดงั นี ้ • ใหร้ ะบุ ๔ เรอื่ งสำคญั ที่จะทำใหเ้ ราไปถึงเปา้ หมายท่ีเราวางไว ้ • ใหร้ ะบุ ๔ เร่อื งทีอ่ าจเปน็ อุปสรรค ทำให้เราไปไมถ่ ึงเป้าหมาย ๖. ใหเ้ วลากลมุ่ ยอ่ ย ๑๕ นาที จากนนั้ ขออาสาสมคั รกลุ่มแรกนำเสนอ และขอใหก้ ล่มุ อ่นื ๆ เพ่ิม เติมในประเด็นทีไ่ ม่ซำ้ กนั ผูด้ ำเนนิ กิจกรรมจดคำตอบข้นึ กระดาน ๗. เม่ือครบทุกกลุ่มแล้ว ผู้ดำเนินกิจกรรมสรุปเร่ืองสำคัญท่ีจะทำให้เราไปถึงเป้าหมาย และสิ่งที่ อาจเป็นอปุ สรรค จากนนั้ ชวนผู้เรียนแลกเปล่ียน ตามประเดน็ ดังน ้ี
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185
- 186
- 187
- 188
- 189
- 190
- 191
- 192
- 193
- 194
- 195
- 196
- 197
- 198
- 199
- 200
- 201
- 202
- 203
- 204
- 205
- 206
- 207
- 208
- 209
- 210
- 211
- 212
- 213
- 214
- 215
- 216
- 217
- 218
- 219
- 220
- 221
- 222
- 223
- 224
- 225
- 226
- 227
- 228
- 229
- 230
- 231
- 232
- 233
- 234
- 235
- 236
- 237
- 238
- 239
- 240
- 241
- 242
- 243
- 244
- 245
- 246
- 247
- 248
- 249
- 250
- 251
- 252
- 253
- 254
- 255
- 256
- 257
- 258
- 259
- 260
- 261
- 262
- 263
- 264
- 265
- 266
- 267
- 268
- 269
- 270
- 271
- 272
- 273
- 274
- 275
- 276
- 277
- 278
- 279
- 280
- 281
- 282
- 283
- 284
- 285
- 286
- 287
- 288
- 289
- 290
- 291
- 292
- 293
- 294
- 295
- 296
- 297
- 298
- 299
- 300
- 301
- 302