Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore บทที่ 3 วิทยาการวิจัยพุทธจิตวิทยา พล.อ.ต.รศ.ดร.นภัทร์ แก้วนาค

บทที่ 3 วิทยาการวิจัยพุทธจิตวิทยา พล.อ.ต.รศ.ดร.นภัทร์ แก้วนาค

Published by Kanokrat Sudlapa, 2021-09-14 11:39:32

Description: 3 บทที่ 3 วิทยาการวิจัยพุทธจิตวิทยา พล.อ.ต.รศ.ดร.นภัทร์ แก้วนาค

Search

Read the Text Version

5. ใชเ้ วลาประมาณ 2 - 3 ช่ัวโมง 6. สถานที่ควรมคี วามเหมาะสมกบั เร่อื งทีว่ ิจัย 7. ควรตระหนกั ในการบนั ทึกภาพและเสยี งท่ี เหมาะสม 8. ไมม่ ีการลงมติโดยการโวต

การเตรยี มขอ้ มลู สู่การวิเคราะหเ์ น้อื หา ➢ เชน่ เดียวกับผลการสมั ภาษณ์ ➢ ถอดความผลการสนทนากลมุ่ แตล่ ะ ประเดนหลักการสนทนา ➢ สรปุ ความ/เรยี บเรียงใจความสาคญั แต่ ละหวั ขอ้ ➢ ทาขอ้ มลู เข้าสู่กระบวนการวเิ คราะห์ เนื้อหา (Content Analysis Technic)

นอ.ดร.นภัทร์ แกว้ นาค นกั วจิ ยั แห่งชาติ ณ สภาวิจยั แห่งชาติ

1.1 ศกึ ษาแนวคิด รปู แบบการจัดองคก์ รทางการ ศึกษาตามศาสตรส์ มัยใหม่ 1.2 ศึกษาแนวคดิ รปู แบบการจดั องคก์ รทางการ ศกึ ษาในพระพุท ศาสนา 1.3 นาเสนอรูปแบบการจดั องค์กรทางการศึกษาใน พระพทุ ศาสนาท่สี มสมยั

2.1 รปู แบบการจดั องค์กรทางการศึกษา 1.1 ในพระพุท ศาสนา 1.2 ในศาสตรก์ ารจดั การสมัยใหม่ 2.2 วิเคราะหส์ าระสาคญั ทีเ่ ป็น (2.1) แนวคิดการจัดการและโครงสร้างองคก์ ร (2.2) หลกั พทุ รรมและทฤษฎีองคก์ ร (2.3) สภาพปัญหา/ผลกระทบ (2.4) ผลลพั ์และคณุ ภาพการจัดการ

รปู แบบการจัดองคก์ ร ทางการศึกษา ในพระพทุ ศาสนา ตามศาสตรก์ ารจัด สมยั พุท กาล องค์กรสมยั ใหม่ แนวคิดการจดั องค์กร โครงสร้างการจัดองคก์ ร หลักพทุ รรมการจัดการ ทฤษฎอี งคก์ ร สภาพปัญหาและผลกระทบ ผลลัพ แ์ ละคณุ ภาพการจดั การ รูปแบบการจดั การองคก์ รทางการศกึ ษา ในพระพทุ ศาสนาในสมัยปจั จบุ ัน

1. รปู แบบ หมายถึง...................................... 2. การจดั องคก์ ร หมายถงึ ............................ 3. โครงสร้าง หมายถงึ ................................. 4. ทฤษฎีองค์กร หมายถงึ ........................... 5. ผลลัพ ์การจัดองค์กร หมายถึง..............

1. ขั้นวเิ คราะหส์ าระสาคัญจาก 1.1 จากชือ่ เร่ืองการวิจยั .................................... 1.2 ประเดนสาคัญจากวตั ถปุ ระสงค์การวิจยั ..... 1.3 ขอบเขตเชิงเนอ้ื หา...................................... 1.4 กรอบแนวคิดการวจิ ัย................................. 1.5 นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะ/เชิงปฏิบัตกิ าร................

2. ได้ Scope คาตอบท่ตี อ้ งการ “ตอ้ งไดค้ าตอบว่า” 2.1 รูปแบบการจดั การองคก์ รทางการศึกษาใน พระพุท ศาสนา สมัยพุท กาลเป็นอยา่ งไร (1) แนวคดิ (2) โครงสร้างองคก์ ร (3) หลกั พทุ รรม (4) สภาพปญั หาและผลกระทบ (5) ผลลัพ ์และคณุ ภาพการจัดการ

2.2 รปู แบบการจดั การองคก์ รทางการศึกษา ตาม ศาสตร์สมัยใหม่ เปน็ อย่างไร (1) แนวคิด (2) โครงสรา้ งองคก์ ร (3) หลกั การ/ทฤษฎอี งคก์ ร (4) สภาพปญั หาและผลกระทบ (5) ผลลพั ์และคุณภาพการจดั การ

2.3 รูปแบบการจดั การองคก์ รทางการศึกษาใน พระพุท ศาสนาท่ีเหมาะสม/ท่สี มสมยั ควรเป็น อยา่ งไร (1) แนวคดิ (2) โครงสร้างองค์กร (3) หลักการ/ทฤษฎอี งค์กร (4) สภาพปญั หาและผลกระทบ (5) ผลลพั แ์ ละคณุ ภาพการจดั การ

3. รา่ งข้อความและ form แบบสมั ภาษณ์/F/G 4. นาไปให้ Advisors ดู Face Validity 5. ปรบั ปรุงแลว้ นาไปหาคา่ IOC จาก ผชช. ≥ 5 ท่าน

จดั ทา (ร่าง) แบบสมั ภาษณ์ / F/G ลาดับ ประเดนหลัก ข้อความ 1. การจดั องค์กรทางการศกึ ษาใน 1.1 แนวคดิ การจดั องคก์ รทางการ พระพุท ศาสนาสมัยพทุ กาล ศกึ ษา เปน็ อยา่ งไร 1.2 การจดั โครงสร้างองค์กร 1.3 หลักพุท รรมการจัดองค์กร ทางการศกึ ษา 1.4 สภาพปญั หาและผลกระทบที่ เกดิ ขนึ้ 1.5 ผลลัพ แ์ ละคณุ ภาพการจดั การ

ลาดบั ประเดนหลกั ข้อความ 2. การจัดการองค์กรทางการศกึ ษาตาม 2.1 แนวคดิ การจดั องคก์ รทางการ ศาสตรส์ มัยใหม่ เป็นอยา่ งไร ศึกษา 2.2 การจัดโครงสร้างองคก์ ร 2.3 หลักการและทฤษฎอี งค์กร 2.4 สภาพปญั หาและผลกระทบที่ เกิดขึ้น 2.5 ผลลพั แ์ ละคณุ ภาพการจดั การ

ลาดบั ประเดนหลกั ข้อความ 3. การจดั องค์กรทางการศึกษาใน 3.1 แนวคดิ การจดั องค์กรทางการ พระพทุ ศาสนาในสมยั ปัจจบุ นั ศึกษา “ควรเป็นอยา่ งไร” 3.2 การจัดโครงสรา้ งองคก์ ร 3.3 หลกั การและทฤษฎอี งคก์ ร 3.4 สภาพปัญหาและผลกระทบที่ เกดิ ขึน้ 3.5 ผลลพั ์และคณุ ภาพการจัดการ

ลาดบั ประเดนหลัก ขอ้ ความ 4. ขอ้ คิดเหนและข้อเสนอแนะอ่ืนๆ 4.1 แนวคดิ การจัดองค์กรทางการ เพอ่ื การจัดองค์กรทางการศึกษาใน ศกึ ษา พระพุท ศาสนา “ทเี่ หมาะสม” ใน ปจั จบุ ันและอนาคต 4.2 การจัดโครงสร้างองคก์ ร 4.3 หลกั การและทฤษฎอี งคก์ ร 4.4 สภาพปัญหาและผลกระทบท่ี เกิดขึน้ 4.5 ผลลัพ ์และคณุ ภาพการจัดการ

คณุ ลักษณะสงั คมและการจดั คุณลักษณะสังคมและการจัด องค์กรทางการศกึ ษา องค์กรทางการศึกษา สมยั พทุ กาล สมยั ปัจจุบัน - แนวคดิ การจัดองคก์ ร - โครงสร้างองคก์ ร - หลกั รรม/หลักการจัดองคก์ ร - คณุ ลักษณะและผลลัพ ์การจัด องคก์ ร คุณภาพและประสทิ ภิ าพการ จัดการในพระพุท ศาสนาปัจจบุ ัน และอนาคต

1. สร้างความสนใจ 10 % 2. สร้างความเขา้ ใจ 20 % 3. สรา้ งแรงจงู ใจ 30 % 4. สรา้ งความมั่นใจ 20 % 5. สรา้ งความภมู ใิ จ 20 % 100 % SUM

1. ซ่อื สตั ย์มีคุณ รรมทางวชิ าการ 2. คานงึ ถึงพนั กรณีกบั หนว่ ยงานที่วจิ ยั 3. มีความรู้ในสาขาวจิ ยั (เนอ้ื หา/วิ วี ิทยา) 4. รบั ผดิ ชอบส่ิงที่วจิ ัย 5. เคารพศักดศ์ิ รีและสทิ มิ นุษยชน 6. ปราศจากอคติกับงานวิจยั /ผ้วู จิ ยั 7. นางานวิจยั ไปใช้ประโยชนท์ ่ดี ี 8. พึงเคารพความคดิ เหนทางวชิ าการของผู้อ่นื 9. รบั ผดิ ชอบสังคม (ในบทบาทนกั วิจยั )

การวจิ ัยอนาคต Future Research นอ.ดร.นภัทร์ แก้วนาค นักวจิ ัยแห่งชาติ ณ สภาวจิ ยั แห่งชาติ (ต้งั แต่ พ.ศ. 2538)

การวจิ ัยอนาคต : Future Research 1. อนาคตวทิ ยา กบั การวิจยั อนาคต 2. เทคนิคการวิจัย Delphi 3. เทคนิคการวิจัย EFR 4. เทคนิคการวจิ ัย EDFR 5. ตวั อย่างการวจิ ัยเชิงอนาคต

เอตทคั คะ : ครูบาอาจารย์: FR 1. Dr. Nicholas & Olaf (1960) Delphi Technic 2. Pro.Dr.Robert B Taxtor 3. ดร.จุมพล พูลภัทรชีวนิ (2522) 4. Macmillan (1971) (17.Expert)

ทาไม ต้อง วจิ ัยอนาคต ? เพื่อรู้ภาพอนาคต เพื่อวางแผน เพื่อสร้างภาพ และพฒั นา อนาคต อนาคต

นักอนาคต...วทิ ยา... Change มีวสิ ัยทัศน์ มีจินตนาการ before Chance Must นักวางแผน ระยะยาว เชื่อมนั่ กบั มีความเป็ น กระบวนการ วทิ ยาศาสตร์ จดั การ

เทคนิควทิ ยาการศึกษา อนาคต... Time Series อนุกรมเวลา EDFR Trending study Delphi + EFR Ex.. การศึกษาแนวโน้ม Environment Possibility study scanning การศึกษาความเป็ นไปได้ วเิ คราะห์ปัจจยั แวดล้อม Scenario Technic สร้างฉากสถานการณ์

นักคดิ เชิงอนาคต... Critical T Forecasting T. 8 มติ ิ Analytical T. Strategic T. Creative T. Imagination T.

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) 1. ความหมาย “เป็ นการคาดการณ์ พยากรณ์ วเิ คราะห์ และสังเคราะห์ อนาคต ภาพ ทส่ี นใจ โดย รวบรวบ ความรู้ประการณ์ และ ความเห็น ของผู้เช่ียวชาญ ไม่น้อยกว่า 3 รอบ”

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 2. คุณลกั ษณะ Delphi Technic 2.1 หัวข้อวจิ ยั เหมาะสมกบั Future Research 2.2 สะท้อนภาพอนาคต โดยผู้เช่ียวชาญจริง 2.3 สังเคราะห์ภาพอนาคตผ่าน กระบวนการ ฉันทามติ (Consensus)

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 3. คุณค่าของ Delphi Technic ใช้ผลการวจิ ยั สร้าง ภาพอนาคต ไปวางแผน ผ่านผู้รู้ ผู้เช่ียวชาญมอี สิ ระ การพยากรณ์ นาผลการวจิ ัยสู่ มคี วามเป็ น นโยบาย กระบวนการเชิง วทิ ยาศาสตร์

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 4. กระบวนการวจิ ยั Delphi Technic กาหนดประเดน็ ระบุและ ปัญหาเชิงอนาคต เตรียมการ สังเคราะห์อนาคต ผู้เช่ียวชาญ และรายงานผล รวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถาม 3-4 รอบ ปลายเปิ ด

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 5. ใช้สถติ ิ อะไรในการวเิ คราะห์ 5.1 มธั ยฐาน / MD ≥ 3.5 5.2 ค่า Interquartile Rang (IR) ≤ 1.5 5.3 X / SD.

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 6. ทาไมต้อง ใช้ผู้เช่ียวชาญ 17 คนขนึ้ ไป จานวน ผู้เช่ียวชาญ ช่วงการกระจาย ค่าทยี่ อมรับ 1-5 คน 1.20-0.70 0.50 9-13 คน 0.58-0.54 0.04 17-25 คน 0.50-0.48 0.02 21-25 คน 0.48-0.46 0.02 25-28 0.46-0.44 0.02 Maemillan,1971

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 7. บทสรุปเชิงกระบวนการ Delphi Step 1 • กำหนดประเดน็ ปัญหำเชิงอนำคต Step 2 • กำหนดผเู้ ชี่ยวชำญเป็นกลั ยำณมิตร Step 3 • สร้ำงใชแ้ บบสอบถำมปลำยเปิ ด Step 4 • รวบรวมขอ้ มูล3-4 รอบ Step 5 • วเิ ครำะห์คำ่ สถิติ และสงั เครำะห์สถำนกำรอนำคต

1. Delphi Technic (Nicholas + Olaf ,1960) (ต่อ) 8. KSF : Delphi Technic 1 • ประเดน็ ปัญหำกำรวจิ ยั คม/ชดั /ลึก 2 • ผเู้ ชี่ยวชำญมีควำมเป็นกลั ยำณมิตร 3 • สร้ำง/ใช้ เครื่องมือท่ีดี 4 • วิเครำะห์และสงั เครำะห์ขอ้ มูล QN/QL 5 • เขียนฉำกภำพอนำคตชดั เจน

2. การวจิ ยั EFR : Ethnographic Future (Pro.Dr.Robert Taxtor ,1974) 1. ความหมาย “จากการวจิ ยั เชิงชาตพิ นั ธ์ วรรณนา การวจิ ยั เพื่ออภปิ รายความ เชื่อมโยงของความเป็ นมาในอดตี ความเป็ นอยู่ในปัจจุบนั และ ความสัมพนั ธ์สู่อนาคตของความเป็ นชาตพิ นั ธ์ุของมนุษยวทิ ยา”

2. การวจิ ยั EFR : Ethnographic Future Research(ต่อ) (Pro.Dr.Robert Taxtor ,1974) 2. กระบวนการ • กำหนดประเดน็ ปัญหำกำรวจิ ยั เชิงอนำคต 3 มิติ Step 1 • กำหนดผเู้ ช่ียวชำญ เพ่ือกำรสมั ภำษณไ์ ม่นอ้ ยกวำ่ 17 คน Step 2 • ดำเนินกำรสมั ภำษณผ์ เู้ ช่ียวชำญใน 3 มติ ิ (ภำพนึก) Step 3

2. การวจิ ยั EFR : Ethnographic Research (ต่อ) (Pro.Dr.Robert Taxtor ,1974) 2. กระบวนการ ภาพแรก • Optimistic Realistic scenario (QR) • ภำพบอกท่ีมีโอกำสเกิดข้ึนสูงสุด ภาพสอง • Pessimistic Realistic scenario 3 มติ ิ (PR) • ภำพตรงขำ้ มท่ีมีโอกำสเกิดข้ึนสูงสุด ภาพสาม • Most Realistic scenario (MP) • ภำพท่ีน่ำจะเกิดข้ึนจริง

2. การวจิ ยั EFR : Ethnographic Future Research (ต่อ) (Pro.Dr.Robert Taxtor ,1974) 2. กระบวนการ • ผวู้ จิ ยั วเิ ครำะห์แลว้ สงั เครำะห์ผลกำรสมั ภำษณ์ นำเสนอผเู้ ช่ียวชำญแต่ละท่ำน Step 4 ตรวจสอบ • ผวู้ จิ ยั สรุป/ทวนสอบแลว้ ใหผ้ เู้ ชี่ยวชำญ ยนื ยนั เชิง Consensus Step 5 • ผวู้ จิ ยั เขียนภำพฉำกอนำคตที่ได้ Step 6

2. การวจิ ยั EFR : Ethnographic Future Research(ต่อ) (Pro.Dr.Robert Taxtor ,1974) 3. สรุป : EFR 1. • ใชแ้ บบสมั ภำษณ์ เป็นเคร่ืองมือรอบแรก 2. • สัมภำษณ์ ผเู้ ช่ียวชำญใน 3 มิติ (Well/Worst /Possible case) 3. • สังเครำะห์ ขอ้ มูลและใหผ้ เู้ ชี่ยวชำญยนื ยนั 4. • เขียนจำกภำพอนำคตโดยผวู้ จิ ยั

3. การวจิ ยั EDFR : Ethnographic Delphi Future Research (ดร.จุมพล ,2552) 1. ความหมาย เป็ นรูปแบบการวจิ ัยอนาคตทเี่ กดิ จากการ ประสานวธิ ีของ EFR + Delphi จนเป็ นวธิ ี วทิ ยาการวจิ ัยใหม่ ทส่ี มบูรณ์แบบมากขึน้

3. การวจิ ัย EDFR : Ethnographic Delphi Future Research (ดร.จุมพล ,2552) 2. กระบวนการวจิ ยั : EDFR 1. กาหนดปัญหาการ วจิ ยั เชิงอนาคต เขยี นฉากภาพ สัมภาษณ์ 5. อนาคต พร้อมแนว 2. ผู้เชี่ยวชาญ 3 ภาพ การนาไปใช้ (EFR) 4. วเิ คราะห์ข้อมูล สร้างแบบสอบถาม R1/R2/R3 3. จากบทสรุปจาก ผู้เชี่ยวชาญ Delphi

3. การวจิ ยั EDFR : Ethnographic Delphi Future Research (ดร.จุมพล ,2552) 3. คุณลกั ษณะ ปัญหาการวจิ ยั อนาคต : EDFR 1. • เพือ่ กำรวิเครำะห์ภำพอนำคต(ท่ีควรเป็น) 2. • เพื่อกำรสร้ำงภำพอนำคต(ที่เป็นไปได)้ 3. • เพือ่ กำรพยำกรณ์ อนำคต (ท่ีเนน้ กำรวเิ ครำะห์) 4. • เพ่อื กำรคำดกำรณ์อนำคต(อยำ่ งเป็นระบบ) 5. • เพอื่ ศึกษำทิศทำง/แนวโนม้ อนำคต 6. • ศึกษำควำมเป็นไปไดแ้ ห่งอนำคต

3. การวจิ ัย EDFR : Ethnographic Delphi Future Research (ดร.จุมพล ,2552) 4. คุณลกั ษณะ สาคญั ของความเป็ นผู้เชี่ยวชาญ 1. • ตอ้ งมีคุณวฒุ ิระดบั ควำมชำนำญในเร่ืองน้นั ๆ 2. • มีคุณสมบตั ิเป็น Key Information 3. • ไม่ใช่เป็นกลุ่มประชำกร/กลุ่มตวั อยำ่ ง 4. • มีวฒุ ิภำวะทำงวชิ ำกำร 5. • มีศีลธรรมทำงวชิ ำกำร /คุณธรรม

4. ความเช่ือของนักอนาคตวทิ ยา อนาคตมองเห็นได้ การคาดการณ์ เช่ือว่า อนาคตสัมพนั ธ์ อนาคต ไม่ใช้ทา กบั อดตี -ปัจจุบัน แบบหมอดู วธิ ีวทิ ยาทด่ี จี ะได้ ภาพอนาคต ภาพอนาคตดี สัมพนั ธ์กบั ข้อมูล ทสี่ ังเกตได้

5. คุณภาพงานวจิ ยั อนาคต : ดูจาก... 1. • Reality Confrontation 2. • Reality Conglomerate 3. • Reality Reliability 4. • เคร่ืองมือ/ผเู้ ช่ียวชำญ/กำรวเิ ครำะห์ กำรสงั เครำะห์ขอ้ มูลที่เชื่อถือได้

6. ข้อสังเกต : การวจิ ัย 3 แบบ : 3FR Technic ประเดน็ การ รูปแบบการวจิ ยั FR วเิ คราะห์ Delphi EFR EDFR ปัญหาการวิจยั Same Same Same ผู้เช่ียวชาญ Same Same Same การเขียนภาพ Same Same Same อนาคต

6. ข้อสังเกต : การวจิ ยั 3 แบบ : 3FR Technic (ต่อ) ประเดน็ การวเิ คราะห์ Delphi รูปแบบการวจิ ัย FR EDFR EFR การรวบรวมข้อมูล R1 คาถามปลายเปิ ด การรวบรวมข้อมูล R2 การสัมภาษณ์ การสัมภาษณ์ การรวบรวมข้อมูล R3 ใช้แบบสอบถาม (3 ภาพ) (3 ภาพ) Rating Scale การวเิ คราะห์ การสังเคราะห์ข้อมูลแล้ว ให้ผู้เช่ียวชาญ Consensus สร้างแบบสอบถาม ยืนยนั ข้อมูลจากค่า (Delphi) ผู้เชี่ยวชาญทดสอบ IR/Md และยืนยนั ผลการสรุป ให้ผู้เช่ียวชาญยืนยนั ข้อมูล จากค่า IR และ Md

7. ตัวอย่าง : งานวจิ ยั อนาคต 1. เรื่อง : อนาคตภาพการจดั การศึกษาข้นั พืน้ ฐานเพ่ือส่ิงแวดล้อมท่ียง่ั ยืน ( อุดมสิทธ์ิ จิตรวจิ ำรณ์ ,2545) 1.1 วตั ถุประสงค์ 1. เพือ่ ทำนำยแนวโนม้ กำรจดั กำรศึกษำ....... 2. เพ่ือวเิ ครำะห์ผลกระทบจำกกำรจดั กำรศึกษำกบั ส่ิงแวดลอ้ ม... 3. เพ่ือเขียนภำพอนำคต (Scenario writing) กำรจดั กำรศึกษำ... 1.2 วิธีกำรวจิ ยั 1. ใชเ้ ทคนิค EDFR 2. กำหนดผเู้ ช่ียวชำญ 19 2.1 ผบู้ ริหำรกำรศึกษำ 2.2 นกั วชิ ำกำรศึกษำ 2.3 ผเู้ ช่ียวชำญดำ้ นสิ่งแวดลอ้ ม

7. ตวั อย่าง : งานวจิ ัยอนาคต(ต่อ) 1. เรื่อง : อนาคตภาพการจดั การศึกษาข้ันพืน้ ฐานเพื่อส่ิงแวดล้อมทย่ี งั่ ยืน ( อุดมสิทธ์ิ จิตรวจิ ำรณ์ ,2545) 1.3 ผลกำรวิจยั (3 ภำพ) 1. อนำคตภำพ (A) 1.1 กำรมีส่วนร่วมดำ้ นกำรศึกษำ 1.2 กำรมีส่วนร่วมดำ้ นส่ิงแวดลอ้ ม 2. อนำคตภำพ (B) 2.1 กำรเรียนรู้ดำ้ นสิ่งแวดลอ้ ม 2.2 กำรบูรณำกำรวถิ ีชีวิต 3. อนำคต (C) 3.1 กำรจดั กำรหลกั สูตรเชิงบูรณำกำร

7. ตวั อย่าง : งานวจิ ยั อนาคต(ต่อ) 2. เร่ือง : อนาคตภาพการเป็ นมหาวทิ ยาลยั วจิ ยั ของ มหาวทิ ยาลยั ขอนแก่น ( ถนอม ประเจริญสุข,2549) 2.1 วตั ถุประสงค์ 1. ศึกษำภำพจำกอนำคตที่เป็นไปได้ 2. กำหนดนโยบำยกำรจดั กำรควำมเป็นมหำวทิ ยำลยั วิจยั 2.2 วิธีกำรวิจยั 1. กำหนดผเู้ ช่ียวชำญ 1.1 ผบู้ ริหำรระดบั สูงของมหำวทิ ยำลยั 1.2 ผบู้ ริหำรหน่วยงำนวจิ ยั 2. กำหนดตวั บ่งช้ีควำมเป็นมหำวทิ ยำลยั วจิ ยั 3. ใชเ้ ทคนิคกำรวจิ ยั EDFR 4. สถิติวิเครำะห์ MD 3.5 , IQ 1.5