145 ดวยความฮึกเหิม เม่ือไดรับคําชม คนตัดฟนจึงตั้งใจท่ีจะทํางาน หนักขึน้ ในวนั ตอมา เขาตัดตนไมไดแ ค 15 ตน ในวันที่สาม เขาเพียรพยายามมากขึ้น แตทวา กลับตัดตนไมไดแค 9 ตน เทา นน้ั และในแตล ะวันท่ีผา นไป ตน ไมท ่เี ขาตดั ไดก ลับลดจํานวนลงไปทกุ ที วนั สุดทายเขาตองใชเวลาตลอดทั้งบาย เพอ่ื ตัดตนไมตนทีส่ อง ดวยความ กังวลใจ เขาจึงรีบไปพบหัวหนา แลวเลา เรื่องราวใหฟง หัวหนาเอยถามเขาวา “ลับคมขวานคร้ังสุดทายเม่ือไหร?” “ลบั คมขวานหรอื ครบั ? โอย...ผมไมมเี วลาหรอก มัวแตตัดตนไม อย”ู นิทานเร่ืองนี้สอนใหรูวา บางคร้ังในการทํางาน เราก็ไมตางจาก ชายตัดฟนคนนี้ ท่ีเอาแตตัดตนไมอยางเดียวไมยอมหยุด ขวานหมดคม แลวก็ยังไมรู ตัดอยางเดียวตะพึด แทนท่ีจะยอมเสียเวลาสักนิด เพื่อลับ คมขวาน กลับไปทํางานก็จะไดผลงานดีขึ้น เร็วขึ้น และเหน่ือยนอยลง แตเขาไมย อมหยุดเพราะลกึ ๆ แลว เชอื่ วา ทาํ อะไรมาก แลวมนั จะดี ซ่ึงท่ี จริงน้ันการทํานอยลง อาจใหผลดีกวาก็ได แตกลับไปคิดวามันเปนการ เสียเวลา ความจริงแลว ไอท ่มี ันชา นะ เปนเพราะตวั เองหมกมุนกบั งานมาก เกิน ย่ิงวุนก็ย่ิงเครียด ผลงานท่ีออกมาจากความเครียด งานประเภทนี้ ภาษาศิลปน เขาเรยี กวา “งานขยะ” งานแบบน้ีเอาไปเสนอที่ไหน มันก็ไม เขา ตากรรมการ หลงั พิงตนโพธิ์
146 ปส สทั ธิ มารดาแหง ปญญา ดังน้ันการหยุดพัก ผอนคลาย ปลอยวาง หนาท่ีการงานเสียบาง จึงเปนทางออกท่ีดี เพราะเปนการใหรางวัลตอบแทนตัวเองท่ดี ีตอสุขภาพ เหมือนที่หลวงพอชา สุภัทโท สอนไว “หยุดวุนมันจึงวาง” เปนการเวน วางจากอัตตาตวั ตนและหนา ท่ีการงาน สวนคาํ วา “ลับคม” ในท่นี ี้หมายถึง ลับคมความคิด คมสติปญญา ท้ังในระดับจิตสํานึกและจิตใตสํานึก ให กลับมาวองไวปราดเปรียว เหมือนคมมีดหรอื คมขวาน ฟนแทงทะลทุ ะลวง เกราะปราการแหงอวิชชา(ความไมร)ู เพราะอะไร ? เพราะวาในชวงที่พักสงบผอนคลายนี่แหละ เปน ไคลแมกซทําใหเกิดปญญา ภาษาฝรั่งเรียกวา “ยูเรกา” คือ ภาวะป งแวบ! ท่ีจู ๆ ก็รูข้ึนมา อยาลืมวาความสงบผอนคลาย เปนองคธรรม สาํ คัญหนึ่งในโพชฌงค ๗ ที่เรียกวา “ปสสัทธิ” ซ่ึงชวยใหพระพุทธเจา ตรสั รู ทา นอธิบายวา “กายปสสัทธิก็มี จิตปสสัทธิก็มี เหลาน้ีเรียกวา ปส สทั ธิสมั โพชฌงค ยอมเปนไปเพื่อความรยู ิ่ง เพอ่ื ตรสั รู เพอ่ื นพิ พาน” สอดคลองกับท่ี ดร.เดวิด ร็อก CEO ของบริษัทรีเซาตโคชชิ่ง ซิส เต็มส ซึ่งเปนบริษัทที่ปรึกษาระดับโลก แนะนาํ วา “เราควรปลอยใหจ ิตใต สํานึกแกปญหาท่ีซับซอน เพราะมันจะแกปญหาไดดีกวาการมัวแตน่ังกัด แทะปญ หานน้ั ในขณะท่ีความคดิ อยูในระดับจิตสาํ นกึ ” ดร.ร็อก ไดท าํ การ วิจัยจากคนหลายพันคน พบวา ทางออกของวิธีแกปญหาอันซับซอนของ พวกเขาก็คือ “จู ๆ มันก็เกิดรูขึ้นมาเอง บางคนคิดออกขณะนอนหลับ หรือตอนครึ่งหลับคร่ึงต่ืน ตอนออกกําลังกาย ตอนอาบนํ้า หรือขณะท่ี ทาสโพธิญาณ
147 กําลังทํางานอดิเรกอยูเพลิน ๆ เชน ขณะถักนิตต้ิง ทําสวนปลูกตนไม กําลงั ทําอาหาร หรือกาํ ลงั ปด กวาดเชด็ ถู” ตรงกับคําสอนทางพทุ ธศาสนา ในมงคลสูตร พระพุทธเจาตรัสวา “อนวัชชานิ กัมมานิ เอตัมมัง คลมุตตะมัง แปลวา การกระทําที่ ปราศจากโทษ จัดเปนมงคลอันสงู สุด” งานอดิเรกทท่ี ําเลน ฯ ทาํ ไปแบบ เพลิน ๆ โดยไมค าดหวงั วาจะเอาอะไร งานแบบน้แี หละ คือการกระทาํ ที่ ปราศจากโทษ งานทีป่ ราศจากโทษ ทําแลว ชว ยฟอกจิตใจของผกู ระทําให สะอาดบริสุทธิ์ งานท่ีสะอาดบริสุทธ์ิก็คือ งานท่ีทําโดยปราศจากกิเลส ตัณหา ถือเอาประโยชนเก้ือกูลและฉันทะเปนหลักใจ งานแบบน้ียิง่ ทําย่ิง พาใหจ ติ ใจสงบสขุ ชมุ เย็น เปน บญุ เปนกุศล รูหรือไมวา วอรเ รน บัฟเฟตต เจา พอ แหงวงการหุน มหาเศรษฐผี ู มั่งค่ังรวยติดอันดับ 1 ในหาของโลกทุกป เขาใชเวลา 12 ชั่วโมงตอ สัปดาหเพ่ือเลน เกมบรดิ จ โดยมกั จะเลนกับบลิ เกตส และพอล อัลเลน น่ีคืองานอดิเรกท่มี หาเศรษฐเี ขาเลน กัน ที่สาํ คัญก็คือมันตรงกับผลการวจิ ัย ท่ี ดร. รอ็ กคน พบดังน้ี “ดูเหมือนปญญาจะเก่ียวของกับความเช่ือมโยงระหวางเซลล ประสาทจํานวนหนงึ่ ซึ่งพวกมนั ตองการจติ ใจทเ่ี งยี บสงบ” หลังพิงตน โพธ์ิ
148 อยาใสค วามพยายามมากเกนิ ยํ้าอีกคร้ังวา ไอเดียดี ๆ หรือการคิดแบบปงแวบ! ไมตองอาศัย ความเพียรพยายามอะไร เพราะหากเราใสค วามพยายามเขาไปมาก มันก็ มีแนวโนมวา เรากําลงั หมกมุนอยูกับงานน้ันมากเกิน จึงอาจไมทันสังเกต วิธีแกไขปญหาท่ีซอนอยูในงาน กุญแจก็คือ ตองปลอยปญหาออกไป เพอ่ื ใหท างแกเขามาหาเราเอง นกั แสดงตลกชอ่ื ดัง จอหน คลีส เปดเผยวา “หากผมเขียนสครปิ ต การแสดงไมได ตอนกลางคืนผมจะเขานอนกอ น และพอตอนเชา การเขียน สคริปตก ็จะล่ืนไหลทันที มีไอเดยี ดี ๆ พรงั่ พรูออกมามากมาย” เขาเลาถึงตอนที่ทําสครปิ ตหาย แลว เขียนข้ึนใหมจากความทรงจํา ก็พบวา บทที่เขียนขึ้นใหมนี้ ดีกวาอันแรกท่ีทาํ หายไปดวยซ้ํา เขาอธิบาย วา “หลังจากท่ีผมเขียนบทอันแรกเสร็จ จิตใตสํานึกของผมยังคิดถึงมัน ตอเน่ือง ดังน้ัน ผมจึงเร่มิ เขาใจวา ยังมีจติ ใจอีกสวนหนึ่งกําลังชวยใหผ ม เกิดความคิดสรางสรรคม ากยงิ่ ขึน้ ” การหยุดพัก หรือหันไปทํางานอดิเรกอยางอ่ืน กลาวอีกนัยหนึ่งก็ คือ “การปลอยวาง” น่ันเอง มันคงตลกสิ้นดี หากเราปลูกเมล็ดพันธุที่มี ดอกสวยงาม ลงในกระถางที่เต็มไปดวยวชั พืช ฉะน้ัน เราจะตองถอนราก วชั พชื ออกใหหมด กอ นที่พวกมนั จะมาทํารา ยไมดอกของเราใหอ ับเฉา ทาสโพธิญาณ
149 เชนเดียวกับเมล็ดพันธุแหงความสําเร็จ ในผลงานอันสรางสรรค ซ่ึงจะเกบ็ เกย่ี วผลลัพธไ ด กจ็ ําเปนท่ีเราจะตองโละทง้ิ ระบบแย ๆ ไฟลข ยะ ตา ง ๆ ท่ตี กคางมาจากผลงานในอดตี หากเปนทางโลก การนําไปท้ิงอาจเปนการไปเทย่ี วพกั ผอ นหยอนใจ หรือหางานอดิเรกทํา แตในทางธรรม การทิ้งไฟลขยะออกไปจากจิตใจน้ี พระพุทธองคทรงแนะนําใหเขาวัดถือศีล เจริญสติ วิปสสนากรรมฐาน เพราะศีล สมาธิ และปญญา เปนเครื่องฟอกจิตใจใหขาวสะอาดดังเดิม จิตใจท่ีขาวสะอาดบริสุทธิ์ผองใส ตื่นรูเบิกบานนี่แหละ คือคมปญญาอัน ประเสริฐสุด จําไววา .... “ความสุขสงบผอนคลายทาํ ใหเกิดสมาธิ ผลผลิตของสมาธทิ ําใหเกิดสุขสงบสนั ตแิ ละปญ ญา” ทีน้ีเห็นแลวใชไหมวา หินลบั คมปญญาท่ีดีที่สุดของเราก็คือ ความสุขสงบ ผอ นคลาย งานอดิเรก และสมาธิ วิปสสนากรรมฐาน เลอื กเอาก็แลว กัน วาทานชอบแบบไหน สดุ ทายนขี้ อยา้ํ อีกครง้ั วา “มีดหมดคมหรือขวานทื่อฟน ไมเขา ตองอาศยั หนิ ลับมีด ฉนั ใด ปญหาทแ่ี กไ มต กคิดไมออก กต็ อ งอาศยั การหยุดพกั เลน สนุกผอนคลาย หรอื หันมาทําสิ่งอ่ืนทต่ี า งออกไป อยา งการปฏิบัติวปิ ส สนากรรมฐาน ฉนั น้นั ” หลังพงิ ตน โพธิ์
150 ๒๒ รแู ลววาง ไดอ ยางนาํ้ “นิว้ ทีช่ ไ้ี ปยงั ดวงจันทร ไมใ ชด วงจนั ทร มันเปน เพยี งดัชนชี ้บี อกทางเทา นัน้ คําสอนหรอื กฎแหง ความสาํ เร็จ ก็ไมใชค วามสําเร็จ มนั เปนเพียงวธิ ีการบอกทางไปสคู วามสําเรจ็ เทานน้ั ” ที่จวั่ หวั แบบน้ี ไมใชชนี้ ําใหตอตานทฤษฎีวิชาการ แตเพ่ือตองการชใ้ี หเห็น วา เรียนแลว รูแลวอยายึดติดอยูกับองคความรูนั้น กระทั่งละเลยการ ปฏิบัติ ดวยการปรับใชใหเขากับไลฟสไตลของตน เพื่อพิสูจนใหรูผลผาน ประสบการณต รงดว ยตัวเอง ในยามใชชีวติ ทา นคงไมคิดจะเอาฟนปลอมคนอื่นมาใส เพ่ือเคี้ยว อาหารใชไหม หรือคงไมมีใครอยากใสแวนสายตาคนอ่ืน เพ่ือมองโลกไป ตลอดชีวติ แน ๆ เชนเดียวกันทฤษฎีวิชาการ หรือสูตรแหงความสาํ เรจ็ ใด ๆ ก็แลวแต มันเปนเพียงประสบการณค นอื่นทผี่ านชวี ิตมากอ น แลวเอามา ทาสโพธญิ าณ
151 เขยี นบันทึกเปน ตาํ รา แตตํารายังไมใชค วามสาํ เรจ็ ยังไมใชค ําตอบสุดทา ย มันเปน แคแ ผนท่ีบอกทางไปสคู วามสาํ เรจ็ เทาน้ัน ในฐานะชาวพุทธเรานาจะรูดีวา พุทธศาสนามีเปาหมายทาง การศึกษาท่ีพระพุทธองคไดวางระบบ ในการเขาถึงไวอยางเปนระเบียบ ชัดเจนวา “รทู ฤษฎี, ลงมอื ปฏบิ ัติ, ผลทไ่ี ดรบั ” ภาษาพระเรยี กวา “ปรยิ ัติ, ปฏิบัติ, ปฏิเวธ” น่ันหมายความวา เราตองไมปฏิเสธท่ีจะเรียนรูทฤษฎี แตเรียนแลว รแู ลว ตอ งลงมอื ปฏิบัติดวย ย่งิ โดยเฉพาะธรรมะ อยา เรยี น เพียงเพ่ือเอาความรูจากหลักธรรมมาโตแยงหักลา งกัน เหมือนท่ีหลายคน กาํ ลังทาํ อยู แตใ หเรยี นเพ่ือเอาธรรมะมาปรับใช เพือ่ ประโยชนกับชวี ติ ของ ตน ปรบั ตวั ไดกร็ อด ปจ จุบนั น้ีโลกเปล่ยี นผานแบบกาวกระโดด ผูคนตองทํางานแขงขัน กันดวยความเร็ว คนท่ีนอนกอดอยูกับทฤษฎีอยางไมรูจักปลอยวางความ ยึดติด ไมพรอมท่ีจะปรับตัวปรับองคความรูท่ีมีใหเขากับสถานการณ ปจจุบัน ก็ไมตางจากคนเขลาที่หลงเขาใจวา นิ้วท่ีชบี้ อกดวงจันทรน้ัน คือ ดวงจนั ทรจ ริง ๆ บคุ คลหรอื องคก รใดเขา ขา ยลักษณะนี้ ก็เตรียมสญู พันธุได เลย เชนท่ีชารล ดารว ิน เจาของทฤษฎีวิวัฒนาการกลาวไว “เผาพันธุทีอ่ ยู รอด มิใชเผาพนั ธทุ ่ีแขง็ แกรง หรือฉลาดสุด แตเปนเผาพันธทุ ี่ปรับตัวเกง ที่สดุ ตางหาก” หลังพิงตนโพธิ์
152 ดังน้ันตองรูจักปรับตัว ปลอยวางความคิดที่ยึดติดอยูกับวิธีเกา ๆ สูตรสําเร็จเดิม ๆ ท่ีเคยทําได ในขณะที่สถานการณตาง ๆ เปล่ียนไปมี งานวิจัยระบุวา พาหะถายเรณูที่สําคัญท่ีสุดของโลกคือ ผึ้ง น่ีคือขอดีของ มัน แตทวา “ขอดี” บางทีก็กลายเปนขอเสียไดเหมือนกัน หากไมรูจัก ปรับตัว ยังมัวยึดติดอยูกับสูตรสําเร็จเดิม ๆ ที่เคยทําได ในขณะที่ สถานการณเปล่ียนไป จากจุดเดนจงึ กลายเปนจุดดอ ยไปโดยปริยาย ในการทดลองท่ีสุดฮอื ฮาตอ การคนพบระบุผลการวิจยั วา ถาทา นจบั ผ้ึง 6 ตัวใสในขวด และจับแมลงวัน 6 ตัวเชนกัน ใสไวในขวดอีกใบ จากน้ันคอย ๆ วางขวดใหนอนลง โดยหันกนขวดไปทางหนาตางที่มีแสง สวา ง ทา นจะพบวา ผ้ึงพยายามท่ีจะบนิ ออกทางกนขวด มนั บนิ วนเวียนอยู ท่ีตรงน้ัน แมจะออกไมไดก็ตาม แตมันไมยอมเปล่ียนวิธกี าร จวบกระท่ัง ตัวมันตายเพราะขาดอากาศหรือขาดอาหาร ในขณะท่ีแมลงวันนั้น จะ สามารถบินออกมาทางฝง คอขวด ท่อี ยดู า นตรงขา มกบั กนขวดซึง่ หันไปทาง หนาตา ง เหตุใดจึงเปนเชนนี้ นักวิทยาศาสตรเชื่อวาผึ้งเปนสัตวที่ฉลาด มี องคความรู พวกมันรูวาการบินไปในทิศทางที่มีแสงสวาง จะเปนทางออก จากรัง โพรงไม ในซอกหลืบที่มืดมิดเสมอ แตเม่ือตองมาอยูในขวด ซ่ึง เปนสถานการณท่ีผึ้งไมเคยเผชิญมากอน ทวามันยังคงยึดติดอยูกับความ เช่อื แบบเดมิ ทม่ี ีมาตลอด คือ ตองบินออกทางแสงสวา งเทานั้น ทาสโพธญิ าณ
153 แตสําหรับแมลงวัน มันเปนสัตวที่ไมมีระเบียบแบบแผน มันทํา อะไรไรรูปแบบ ดังน้ันเมอื่ ถกู จับไวในขวด มันจงึ บนิ ชนผนังขวดจากทห่ี นึ่ง ไปทหี่ น่ึง ลองผิดลองถกู เปะปะไปเร่ือย กระทง่ั มาพบทางออกไดใ นทีส่ ุด การทดลองน้ีสะทอนใหเห็นวา บางทีคนฉลาดรูมาก ก็สามารถท่ี จะลมเหลวไดเพราะความรูมาก หากขืนยังหลงยึดติดถือมั่นอยูในความรู เกา หรือสูตรสําเร็จเดิม ๆ อยางไมรูจักปลอยวาง แลวเริ่มตนใหมในสิ่งท่ี ตางออกไป ในขณะที่ผูไมรูก็อาจจะประสบความสําเร็จจากการลองทําใน ส่ิงท่ีแตกตา งไปเรื่อย ๆ ไดเ ชน กัน ไรร ูปแบบเหมอื นนํา้ และนี่คอื เหตผุ ลวา ทําไมอาจารยท ี่สอนบรหิ ารธรุ กจิ หลายทา น จงึ ลมเหลวในการประกอบธุรกิจ ท้ังที่มีความรูมีทฤษฎีแนน มาก ในขณะท่ีผู ประสบความสําเร็จทางธุรกิจหลายคน ไมไดรูทฤษฎีอะไรมากมาย บาง ทา นจบแค ม.3 ดวยซํ้า แตเพราะการลงมือทําแบบลองผิดลองถกู ในท่ีสุด ก็คลําถกู เปาแหง ความสําเรจ็ นนั่ เพราะทา นเหลานน้ั ไรร ูปแบบ ไมมที ฤษฎี ใหคิดใหยึดติดมากมายอะไรเหมือนนักวิชาการ จึงลองผิดลองถูกคลําเปา ไปเร่อื ย ดังปรัชญาของ บรูซ ลี ดารากงั ฟชู ือ่ สะทานฮอลลีวดู กลาวไว “จงทําจติ ใหโ ลง วาง ทําตนใหไ รแ บบแผน ไรรปู ราง เหมอื นนํ้า หลงั พิงตน โพธ์ิ
154 นํ้าเมอ่ื นํามาใสแกว มนั จะกลายเปน แกว เอามาใสข วด มันกจ็ ะกลายเปนขวด ใสลงไปในกา(นา้ํ ) มนั ก็จะกลายเปน กา บางครั้งกไ็ หลเออ่ื ยเฉอ่ื ยชา แตบางครัง้ กซ็ ัดพงุ กระหนา่ํ เขา มาอยางรุนแรง ฉะน้ัน จงเปนน้ําเถิดสหายขา” ทวาการที่เราจะทําตนทําจิตใหโลงวางไรรูปแบบเหมือนนํ้าได อันดับแรก เราตองพรอมที่จะปรับตัวในทุกสถานการณ น่ันหมายถึง เราตองยอม ปลอยวางความยึดตดิ ในสงิ่ เดิม ๆ ออกไป คือตองโละของเกาท้งิ ลืมทฤษฎี เดมิ ๆ ไปกอน ลองนกึ ภาพในหอ งเรยี น หากบนกระดานไวทบอรดเต็มไป ดว ยรอยปากกาเคมที ่ีเขยี นทฤษฎตี าง ๆ มากมายเต็มไปหมด การท่อี าจารย จะเขียนทฤษฎีใหมใสเขาไปอกี ยอ มทาํ ไมไ ด ฉะนนั้ อาจารยกจ็ าํ เปนตองลบ ขอมูลเกา ออกไปกอน เพอื่ ใหบนกระดานไวทบ อรดมพี ้ืนทว่ี า งพอทจ่ี ะเขียน ทฤษฎใี หมใสเ ขาไป สอดคลองกับที่กฤษณมูรติแนะนํา “การลบทิ้ง นํามาซ่ึง สิ่งที่นิ่ง และเงยี บสงบ ความสงบเงยี บ คือสิง่ ทพ่ี ระพทุ ธเจา เรยี กวา ‘สุญญตา’ เปน ความวางเปลา มันหมายถึงความไมมีอะไร และดวยความไมมีอะไรนี้ เทาน้ัน ท่ีจะทําใหทุกอยางลื่นไหล ไปไดในโลกของความจริงท่ีเหนือ สมมุติ” ทาสโพธิญาณ
155 เพราะฉะน้ันจงปลอยวาง อยา ไดย ึดติดอยูก ับทฤษฎี เพราะความรู ตาง ๆ ที่ใชไดผลในสถานการณหนึ่ง แตเม่ือตองเผชิญกับสถานการณที่ เปล่ียนไป บางทีความรูน้ันก็อาจใชไมไดผล ในกรณีน้ีเราก็ตองปรับตัว เรียนรูกนั ใหมอ กี ครัง้ ดังใน อลคัททูปมสตู ร พระไตรปฎ กเลม ๑๒ ที่พระ พุทธองคตรสั วา “ทานผูทั้งหลาย! เราจักแสดงธรรม มีอุปมาเหมือนเรือหรือแพ ขามฟากแกพวกเธอ เพื่อตอ งการใหส ลดั ออก ไมใ ชต อ งการใหยึดติดถือม่ัน เปรียบเหมือนบุคคลผูเดินทางไกล พบแมนํ้าขวางหนา ฝงขางนี้มีภัย อันตราย สวนฝงขางโนนเปนท่สี บายปลอดภัย เรือหรือสะพานจะขา มฝงก็ ไมมี บุคคลผูน้ันคิดวาจะชาไมไดอันตราย เขาจึงรวบรวมกิ่งไมและใบไม เอามาผูกเปนแพใหลอยน้ําแลวใชมือและเทาพุยน้ําดวยความพยายาม กระท่ังขามแมนํ้าน้ันไดโดยปลอดภัย เขาจึงคิดวา แพน้ีมีคุณแกเรามาก เราอาศัยแพน้ีมาจึงขามพน อันตรายได อยากระน้ันเลย เราควรยกเอาแพ นีข้ ้นึ ทนู หัวไปดวยดีกวา แลวเขากเ็ อาแพนน้ั ขน้ึ ทูนหัวเดินไป เห็นไดชัดวา การกระทําของบุคคลผูนี้ ทําไมถูก ปฏิบัติไมถูกตอ หนาที่ ทางท่ีถูกนั้นเมื่อเขาอาศัยแพขามฝงไดแลว ก็ไมจําเปนตองยกแพ ข้นึ บก ควรปลอยใหล อยเอาไวใ นน้าํ นนั่ แหละ แลวเขาก็เดนิ ไปแตต ัว อยา ง นจ้ี งึ ชอ่ื วา ทาํ ไดถ ูกตองตอแพนน้ั ฉนั ใดกฉ็ ันนั้น การทเ่ี ราแสดงธรรมมีอุปมา เหมอื นแพ เพือ่ ตองการใหพวกเธอสละออก ไมใชเพอ่ื ใหยดึ ติดถือม่นั อยูใน ธรรม” หลังพงิ ตนโพธ์ิ
156 อน่ึง น้ิวท่ีชี้ไปยังดวงจันทร ไมใชดวงจันทร เผาพันธุที่อยูรอด ก็ ไมใชเผาพันธทุ ่ีแข็งแกรงหรือฉลาดสดุ แตเปนเผาพันธทุ ป่ี รับตัวไดเกงที่สุด ทวาการปรบั ตวั ไดด ี เราจําเปนตอ งรูจกั ปลอยวาง ไมยึดติดอยูก บั ส่งิ เดมิ ๆ ฉะนนั้ จงเปน Water เถดิ กลั ยาณมิตรเอย ทาสโพธิญาณ
157 ๒๓ พลังแหงจนิ ตนาการ โลกนี้คงไมม ีมนษุ ยค นใด ไมชอบความสําเร็จ ปฏเิ สธความมั่งค่ัง ไมว าจะ เปนนักธุรกิจ นักวิทยาศาสตร นักการเมือง รวมไปถึงศิลปน นักดนตรี กวี นักกีฬา ทุกคนตองการประสบความสําเร็จรํ่ารวยเปนเศรษฐีดวยกัน ทงั้ น้ัน แตอ ะไรละทส่ี รางความย่ิงใหญใ หพวกเขาไดดงั ใจปรารถนา คาํ ตอบอาจมหี ลากหลาย ไมวาจะถามนกั ปราชญ ถามกูรูผรู ูในแต ละสาย หรือแมแตพระพุทธเจา แตหน่ึงในคําตอบเหลานั้นที่ตรงกันก็คือ “ปญญา” หรือทน่ี ิยมเรยี กวา “จนิ ตนาการ” ใชครับ! เพราะจินตนาการ เปนแหลงสรา งแผนการทุกอยางทีเ่ ราสรางสรรคขนึ้ ดวยการสนบั สนุนจาก ความคิด แลวแปรเปลี่ยนใหเกิดผลในทางปฏิบัติ ซึ่งในท่ีสุดก็กลายเปน พลังบันดาลและดึงดูดความสําเร็จ ความมั่งคั่ง ช่ือเสียงทรัพยสินตามมา ตวั อยางเชน หลังพงิ ตนโพธ์ิ
158 ปงแวบ! ไอเดยี สรางสรรค ซลิ เวสเตอร สตอลโลน (Sylvester Stallone) พระเอกหนังดังเรื่อง ร็อกกี้ กอนท่ีจะโดงดังเปนพลุแตก ตอนน้ันเขาน่ังทองกิ่วอยูในหองเชา แคบ ๆ ดูการถายทอดชกมวยของมูฮัมหมดั อาลี นักชกผวิ สีผูยิ่งใหญกับคู ชกทางทีวี ขณะที่สตอลโลนกําลังดูเพลิน ๆ อยูนั้น ก็เกิด ปงแวบ! บท ภาพยนตรเรอ่ื งร็อกก้ี เขาจงึ ลุกขน้ึ มาเขียนบทหนงั เมื่อบริษัทสตูดโิ อสรา ง หนังไดอา นบทก็ชอบใจ ตกลงซ้ือบทหนงั เปนเงินกวาหลายลา นบาท แถม ใหเขาไดเลนเปนพระเอกในเร่ืองอีกดวย และน่ันแหละคือจุดแจงเกิดของ พระเอกหนงั ดงั เรื่องรอ็ กก้ี ทีป่ ระสบความสาํ เร็จมงั่ คง่ั ไปแลว จากความคิด ปงแวบ! ทีจ่ ู ๆ ก็รูขน้ึ มา ไทเกอร วูดส นกั กอลฟ มือวางอนั ดับหนึ่งของโลก ผูเล่ืองช่ือในการ ทําโฮล อิน วัน (Hole in one) ลีลาการตีเชนนี้ ทําใหคนท้ังโลกตางทึ่งกับ ความสามารถขน้ั เทพของเขา คร้ังหนง่ึ เคยมีนักขา วเขาไปสมั ภาษณวา คุณ ทําสิ่งที่นาอัศจรรยแบบน้ันไดอยางไร ? ไทเกอรตอบวา “กอนที่ผมจะตี ผมเห็นลูกกอลฟมนั ลงหลมุ ไปแลว ” นค่ี อื ภาวะ ปง แวบ! ทจ่ี ู ๆ ก็รขู น้ึ มา หรือบิดาแหงวิทยาศาสตรสมัยใหม อัลเบิรต ไอนสไตน วันหนึ่ง ขณะท่ีเขากําลังสีไวโอลินอยูดี ๆ ก็เกิด ปงแวบ! เร่ืองแสงเดินทางไปตาม ความโคงของอากาศ กอ นเขียนสูตรคณิตศาสตรอ อกมาพิสูจนเปนทฤษฎีท่ี เห็นในหัวของเขา ทาํ ใหโลกมีเทคโนโลยีกาวไกลพัฒนามาไดตอเน่ืองอยาง ทาสโพธิญาณ
159 ทุกวันนี้ ยังมีตัวอยางการเกิดข้ึนของจินตนาการอีกมากมาย จากผูท่ี ประสบความสาํ เรจ็ ม่ังค่ังยง่ิ ใหญในแตล ะสาย ซงึ่ คงไมต อ งสาธยายอะไรกัน มาก ห นั ง สื อ Think & Grow Rich ผู เ ขี ย น แ จ ง คุ ณ ลั ก ษ ณ ะ ข อ ง จินตนาการไววา มีอยู ๒ ลักษณะคือ จินตนาการสังเคราะห กับ จนิ ตนาการสรางสรรค จินตนาการสังเคราะห เปนการรวบรวมเอาแนวคิดและไอเดียเกา ๆ มาปดฝุนแลวผสมผสานกับแผนการ จินตนาการสังเคราะหไมได สรางสรรคอะไรใหม มันจะทํางานกับประสบการณ การศึกษา และการ สงั เกตเทา นนั้ อยา งไรก็ดีนักประดิษฐสว นใหญมักจะใชจนิ ตนาการแบบนี้ จินตนาการสรางสรรค ชวยขยับขยายใหจิตใจอันคับแคบของ มนุษยสามารถสอื่ สารกับอัจฉริยภาพแหงจักรวาลได ผา นรูปแบบของความ สังหรณใจและแรงบันดาลใจ ทําใหเรามีไอเดียพ้ืนฐานหรือไอเดียใหม เกิดขึ้น นอกจากน้ียังชวยใหเราสามารถรับคลื่นความคิดจากผูอ่ืน หรือ ส่ือสารกับจิตใตสํานึกของผูอ่ืนได จินตนาการสรางสรรคมันทํางานแบบ อัตโนมัติ เพียงแตเราตองเติมพลังสรางแรงจูงใจใหกับจิตสํานึก เพ่ือ กระตุนใหม นั ทํางาน กุญแจก็คือการสรา งความมั่งคั่งหรือความสําเร็จอันย่งิ ใหญ ไมอาจ เกิดขึ้นไดหากปราศจากจินตนาการ ทั้งหมดน้ีขึ้นอยูกับความสามารถใน หลังพิงตนโพธ์ิ
160 การปลอยใหจินตนาการทํางาน และยิ่งเราใชมันมากข้ึนเทาใด ทั้งการ สังเคราะหและสรางสรรคก็จะยิ่งทํางานใหเ ราไดด ียิ่งขึน้ เทา น้นั หมอตมนํา้ อัดลมมหศั จรรย นานมาแลว มีชายชราผูหนึ่งข่ีมาเขาไปในเมือง เพื่อมุงหนาไปที่ รานขายยาแหงหนึ่ง เขามาพรอมกับหมอโบราณใบใหญ มีไมพาย แถม ดวยแผนกระดาษเล็ก ๆ ท่ีเขียนสูตรลับเอาไว ซ่ึงชายชรานํามันมาขาย ใหกับหมอขายยาหนุมในรานแหงน้ี และใครจะรูวานั่นคือจุดเริ่มตนของ หมอใบหน่ึง ซึ่งตอมามันไดบันดาลทรัพยสินเปนทองคําราวกับตะเกยี งของ อาละดนิ ไมเชือ่ ก็ตองเชอื่ วา แคห มอ เกา ๆ กับไมพาย และขอความสูตรลับ ที่เขียนอยูในกระดาษ มันจะทําใหเกิดส่ิงมหัศจรรยระดับโลกข้ึนได เมื่อ นํามาบวกกับ “ไอเดีย” และน่ีคือขอแตกตางระหวางชายชราผูขายหมอ กับชายหนุมหมอขายยา ไอเดียไดสรางความม่ังค่ังรํ่ารวยขึ้น และมันได แจกจา ยไปยงั ผคู นทั่วโลกนับลาน ๆ คนทเ่ี ก่ยี วของกบั หมอใบนนั้ ปจจุบันหมอเกา ๆ ใบน้ันเปนผูบริโภคนํ้าตาลรายใหญท่ีสุดในโลก และใชท้ังขวดแกว ขวดพลาสติก และกระปองนับลาน ๆ ใบตอป หมอ เกา ๆ ใบนั้นยังสรางงานใหกับพนักงาน นักโฆษณาประชาสัมพันธ มัน ทาสโพธิญาณ
161 สรางชื่อเสียงและโชคลาภใหกับศิลปนที่สรางสรรคภาพโฆษณาผลิตภัณฑ มันไดเ ปลี่ยนเมอื งเล็ก ๆ อยางแอตแลนตาใหกลายเปนเมืองธุรกจิ ชัน้ นาํ อิทธิพลจากไอเดียน้ีไดสรางผลกําไรใหแกประเทศตาง ๆ ทั่วโลก ทาํ ใหกระแสเงินทองหลั่งไหลออกมาอยา งตอ เน่ือง ทองคําจากหมอใบนี้ยงั ไดสนับสนุนมหาวิทยาลัยท่ีมีชื่อเสียง ชวยฝกอบรมและสรางความสําเร็จ ใหก บั หนุมสาวนบั พันคน จาํ ไดไ หมวาเรื่องนม้ี ันเริม่ เกดิ ขึ้น หลังจากทชี่ าย หนุมหมอยาไดซ้ือหมอเกา ๆ ใบน้ันมาจากชายชรา อะไรคือตวั แปรสาํ คัญ ทําใหคนทั้งสองจึงประสบความสําเร็จในชีวิตไดตางกัน ท้ังท่ีคนท้ังคูก็มี หมอเกา ๆ มีไมพาย และมีสูตรลับในกระดาษเหมือนกัน คําตอบก็คือ “จนิ ตนาการ” โปรดจําไววา ไมวาทานจะเปนใคร ไมวาทานจะอยูที่ไหน หรือ ทํางานอะไร ทุกครั้งท่ีทานเห็นคําวา “โคคา โคลา” น่ันเปนความมั่งค่ัง ราํ่ รวยทง่ี อกงามมาจากไอเดียหน่ึง ซึ่งเปนสวนผสมสําคัญที่ชายหนุมหมอ ยานามวา เอชา แคนดเลอร ไดผ สมลงไปในสูตรลบั กับหมอใบน้นั และมัน ก็คอื “จนิ ตนาการ”นั่นเอง ปญ หาคือมารดาแหงจินตนาการ หากทานเปนคนหน่ึงที่เชื่อวา ความสําเร็จมั่งค่ังตองมาจากการ ทํางานหนักเพียงอยางเดียว ขอใหลืมไปไดเลยเพราะมันไมเปนความจริง หลังพิงตนโพธ์ิ
162 ความสําเร็จมั่งคั่งไมไดมาจากการทํางานหนักเพียงอยางเดียว เพราะมัน ตองประกอบไปดวยสวนผสมสาํ คัญท่ีขาดไมไดเลยคือ “ไอเดีย” มันเปน ความคิดชนิดหน่ึงที่พรอมจะใหเรานําไปปฏิบัติ เพราะมันไดดึงดูด จินตนาการของเราเขามา นักขายชั้นยอดจะรูวาไอเดียของเขาขายได แต พอ คาท่ัวไป ๆ ไมรู นั่นคือเหตุผลวาทําไมเขายังคงเปนพอคาธรรมดาท่ัวไป อยู ดังนน้ั คําถามสําคญั กค็ อื ทาํ อยา งไรใหเกิดจินตนาการ ? วินัย ฉัยรักษพงศ (ฉ่ิง) นักออกแบบสหสาขาผูไดรับการยอมรับทั้ง ในประเทศและตา งประเทศ เขาเปดเผยเคล็ดลับนวี้ า “มาจากพลงั ความคดิ แบบไรสาระ ที่จริงนั้นความคิดไรสาระเปนช่ือเลนของจินตนาการ อันดับ แรกคณุ ตองรวู า สมองไมสามารถสงั่ ใหเกิดความคิดสรา งสรรคไ ด เราทาํ ได เพียงรวบรวมขอมูลความนาจะเปนใหมากท่ีสุดเทานั้น แตถึงกระน้ัน ความคิดสรางสรรคก็ยังไมอาจเกิดขึ้น เพราะความคิดสรางสรรคตองการ ‘แม’ ใชครับ! แมของความคิดสรางสรรคคือปญหา เมื่อใดก็ตามที่มา เจอปญหา มันจะกลายเปนโอกาสใหกําเนิดความคิดสรางสรรค แรง บันดาลใจ ไปถึงนวัตกรรมทจ่ี ะเปลย่ี นโลกไดอ ยา งสิ้นเชิง” สง่ิ ทตี่ อ งระวงั กค็ ือ ความเครียด จะเปนตวั สกัดกระบวนการดังกลาว ฉะนั้นหามเครียดโดยเด็ดขาด เพราะความเครียดจะมาปดก้ันจินตนาการ ความคิดไรสาระแบบเด็ก ชวยลดภาวะความตึงเครียดได ประเด็นสําคัญ คือ ปญหาคือมารดาของจินตนาการ ท่ีถูกระดมความเปนไปไดมากมาย จากความรจู ํา ทาสโพธิญาณ
163 ในทางพระพุทธศาสนาเห็นวา “ความคิดเกิดจากความจํา หรือ สังขารซ่ึงมีอาหารเปนสัญญา” ฉะนั้นหากอยากไดความคิด หรือสังขาร ใหม ๆ ก็เพิ่มความจําหรือสัญญาใหม ๆ เขาไป เมื่อเหตุเปลี่ยน ผลยอม เปลี่ยน เพราะเม่ือสิ่งน้ีมี ส่ิงน้ันจึงมี เพราะมีความรูเปนฐาน มี ประสบการณเปนพ้ืน จงึ สามารถวเิ คราะห ตอยอด สรา งสรรคไอเดยี ใหม ที่แตกตางใหเกิดขึ้นได และน่ีก็เปนปญญาในอีกระดับท่ีทานเรียก “จิน ตามยปญ ญา” นอกจากนยี้ ังมีปญญาอีกระดับที่เหนือกวา ซึ่งไดม าจากการหยุดคิด หยุดใชสมองชั่วคราว ดวยการเจริญสติทําสมาธิ เพ่ือเปดชองวา งใหจิตใต สาํ นึกสงมอบความรแู ท ท่ีเก็บบนั ทกึ ไวออกมาโดยตรง เปน การลัดข้ันตอน การใชความคิดที่เกดิ จากความจําในสมอง ดวยวิธนี ีจ้ ะทาํ ใหเกิดองคความรู ชุดใหม ซ่ึงตามปกติจะไมเกิดพร่ําเพรื่อนัก ทานเรียกวา “ภาวนามย ปญ ญา” ตราบเทาท่ีโลกยังไมหยุดพัฒนา เศรษฐีหนาใหมหรือบุคคลผู ยิง่ ใหญระดับตํานานก็ยงั ไมห ยุดแจงเกิด ตํานานเรื่องราวความม่ังคงั่ ร่ํารวย ช่ือเสียงและความสําเร็จยังคงดําเนินตอไปไมรูส้ิน หากในทุกโมงยามยังมี นกั คิดผผู ลิตไอเดยี สรา งสรรคออกมาไดอยางตอเน่ือง แมไอเดยี จะเปน พลัง ท่ีจับตองไมได แตมันทรงพลังกวาสมองซ่ึงเปนตนกําเนิดของมัน จนิ ตนาการจะยังคงอยเู ปนอมตะตราบนริ ันดร แมวาสมองซง่ึ สรา งสรรคมัน ขึน้ มาจะสูญสลายไปแลว กต็ าม หลงั พงิ ตน โพธิ์
164 ๒๔ พลงั จิตใตสาํ นกึ กับคาํ สอนเปลยี่ นโลก “นกชนดิ เดียวกัน จะอยูใ นฝูงเดียวกัน คนทีเ่ สมอกัน จะถูกดึงดดู เขามาอยูใกลก นั ” เราอยูในโลกของพลังงาน ทุกสิ่งทุกอยาง(แมแตวัตถุท่ีเปนของแข็ง) ดู เหมือนสงบนง่ิ แตแทจ ริงแลวมนั กําลงั สน่ั สะเทอื นอยูต ลอดเวลา หากสอ ง เขาไปดูในระดับอะตอม นักวิทยาศาสตรไดพบความจริงขอนี้ แลว ประกาศออกมาเปนทฤษฎีควอนตัมฟสิกส ซ่ึงความจริงนัน้ พระพุทธเจา ทรงคนพบเรื่องน้ีมาเกือบสองพันหกรอยปแลว และตรัสไวผานทาง หลักธรรมคําสอน ดวยพุทธพจนที่วา ทุกสรรพส่ิงไมเท่ียง(อนิจจัง) ตอง เปลี่ยนแปลง(ทุกขัง) และไมมีตัวตน(อนัตตา) สามสภาวะนี้เรียกรวมกัน วา “กฎไตรลักษณ” ทาสโพธญิ าณ
165 โลกแหงพลังงาน กฎขอนี้ในบางสวน นักจิตวิทยาก็คนพบ เขาจึงกลาววา “จิต” เปนพลงั งานชนดิ หนึง่ พลังงานจะอยูในรปู ของคลื่นความถท่ี ีส่ ่ันสะเทือน อยูตลอด ซึ่งมองไมเห็นดวยตาเปลา แตรบั รแู ละใชประโยชนจากมันได เชน คลนื่ โทรศัพท คลื่นวิทยุ คลนื่ แมเหลก็ ไฟฟา เปนตน ชีวิตในชาตภิ พ ของมนษุ ยประกอบดวยสว นตาง ๆ อยู ๒ สว นคอื ๑. สวนที่เปนกายภาพ สามารถสัมผัสจับตองได มองเห็นได เรียกวา “กายเนอ้ื ” ภาษาธรรมะเรียกวา “รปู ” ๒. สวนทเี่ ปน พลงั งาน สมั ผัสถกู ตอ งไมได เรียกวา “กายใน” เปน พลังงานเรืองแสง มองดว ยตาเปลาไมเห็น กายในดงั กลา วนี้จะแทรกอยใู น กายเนื้อ คนโบราณเรียกวา “กายทิพย” ทางพระเรียกวา “นาม” ซ่ึง พระพุทธเจาทรงอธิบายละเอียดลึกซึ้งลงไปอีกวา นามนั้น ประกอบดวย ความรูสึก(เวทนา), ความจํา(สัญญา), ความคิด(สังขาร), การรับรู (วญิ ญาณ) ขอดีของสัจธรรมก็คือ เปนกฎของธรรมชาติที่ใหผลเปนจริง อยู เหนือกาลเวลา และนํามาปรับใชไดกับทุกยุคทุกสมัย เคยสงสัยไหมวา ทําไมในชีวิตประวัน เราตองมาพบมาทํางานรวมกับคนคนนี้ ซ่ึงอาจเปน เจา นาย ลกู นอง แฟน คแู คน เพ่อื นรว มงาน หรือใครก็ตาม ท้งั ๆ ทเี่ ราก็ หลงั พงิ ตน โพธิ์
166 ไมไ ดช อบหนาเขาสกั เทาไหร นน่ั ก็เพราะเรายังมี “กายใน” ทีเ่ ปนพลังงาน ส่นั สะเทือนอยใู นระดบั เดยี วกับเขา “คนท่มี ีระดับพลงั งานเดยี วกัน จะถูกดงึ ดดู เขามาหากัน” เหมือนนกที่มีสายพนั ธเุ ดียวกัน ก็จะอยูในฝูงเดียวกัน บินไปไหนพวกมันก็ ไปดวยกัน บินกันไปเปน ฝงู เราจะไมเคยเห็นอกี าบินรวมไปกับหงส หรือ อีแรงบนิ ไปกบั นกอินทรี นั่นเพราะนกชนดิ เดียวกัน มนั จะอยูในฝูงเดียวกัน เทาน้นั ยกระดบั พลังงาน ฉะน้ันตราบใดที่พลังงานในตัวเรายังไมเปลี่ยนระดับความถี่การ ส่นั สะเทือน เราก็จะตองพบเจอบุคคลเหลานอ้ี ยรู ํ่าไป และวิธีการสลดั ตน ใหหลุดพน จากคนทเี่ ราไมช อบน้ัน ไมใชการนนิ ทา และก็ไมใชการพยายาม เปล่ียนคนอ่ืน แตเราจะตอ งเปล่ยี นตัวเองจากภายในคือ “ระดับพลังงาน” ตอ งยกมันใหอ ยูในระดับท่ีสูงขึ้นไป เหนอื กวา พลังงานของคนท่เี ราไมชอบ โดยเริม่ ตนจาก “ความอยาก” เปน ความอยากท่ีจะเปลีย่ นแปลงตนเองไป ในทางท่ีดีท่ีพัฒนาขึ้น ลองมาดูความอยากของ “ทางมาลาย” ในนิทาน เรอ่ื งน้ี ทาสโพธิญาณ
167 กาลคร้ังน้ัน บนถนนอันพลุกพลานไปดวยผูคน วันหน่ึงมี สะพานลอยมาสรางครอมทางมาลายไว เปนเหตุใหไ มม ีใครเดนิ ขามทางมา ลายอีกตอ ไป นานวนั เขา ทางมา ลายทนเหงาไมไหว ถงึ กับรอ งไหเสยี ใจ รอ นไปถึงนางฟาบนสวรรค ตองลงมาชวยแกปญหาให นางฟาเอย กับทางมา ลายวา “เอาละ... เจาหยดุ รองไหไดแลว เราจะใหเจาขอพร ๓ ประการ เพื่อเปน การตอบแทนคุณประโยชนทเ่ี จา ทํามา” “จรงิ หรอื ” ทางมา ลายถามเสยี งตน่ื เตน พรอมเอย วา “ง้นั ขอใหข า หลุดพน จากคําสาป ท่ีถกู ตรงึ อยบู นถนนเสนน”้ี นางฟาจึงใชไมกายสิทธิ์โบกไปในอากาศ ทันใดน้ัน ทางมาลายก็ กลายเปนมาลายท่ีมีชีวิตจริง ๆ มันรีบกลาวขอบคุณนางฟา แลวว่ิงไปบน ถนนอยางเบิกบาน เสยี งนางฟากลา วตามหลงั มาวา “เจา ยังเหลือพรอยูอกี ๒ ขอ” พักเดียว เจามาลายก็เรียกนางฟาเสียงหลง เพราะเสียงแตร รถยนตรท่ีบีบดังสน่ันใสมัน ขณะกําลังวิ่งสะเปะสะปะอยูบนถนน ไวเทา ความคิดนางฟาก็ปรากฏกายข้ึน พรอมเอยวา “นึกแลว เร่ืองมันตองลง เอยแบบน้ี เอา..วา มา” “ชวยพาขา ไปอยใู นทีท่ เ่ี หมาะกบั ขา ท”ี มาลายวงิ วอน หลงั พงิ ตน โพธิ์
168 นางฟาก็ใชไ มกายสิทธิ์โบกเบา ๆ อีกคร้งั ทันใดนัน้ เมืองทงั้ เมืองก็ กลายเปนปาผืนใหญ มีทุงหญาและฝูงสัตวนานาชนิด กอนท่ีนางฟาจะ หายไป เสียงนางฟา เอยเตือน “เจาเหลือพรขอสุดทายแลว นะ” ผานไปนานวัน เจามาลายก็เหน็ วา สตั วปา พวกนี้วัน ๆ เอาแตกิน นอน ถาย และก็สืบพันธุ ชีวิตไมเห็นมคี ุณคาอะไร สูตอนเปนทางมาลายก็ ไมได คิดแลวมันจงึ เรียกหานางฟาอีกคร้ัง นางฟาจึงปรากฏกายข้ึน แลว เตอื นวา “นเี่ ปน พรขอ สดุ ทายแลว นะ” “ขอใหขาไดทําประโยชนใหมนุษยเหมือนเดิม โดยท่ีขาไดเรียนรู เร่ืองราวของพวกเขาไปดวย แตพวกเขาจะมาเหยียบย่ําขาไมได ทีส่ ําคัญ ขา ไมตอ งการกินอาหาร” นางฟาใชไมกายสิทธ์ิโบกเบาๆ พลัน! ผืนปาก็กลายเปนหว งอวกาศ พรอมกบั เจา มา ลายกลายรางเปน “ดาวเทยี ม” ลอยโคจรเควง ควางอยูนอก โลก ในหวงจกั รวาลอันเว้ิงวางน้ันไปอีกยาวนาน... กระทง่ั ในท่ีสดุ เมื่อโลกถึงคราวแตกดับ ดาวเทียมผูโ ดดเด่ยี วจึงเอย กบั ตัวเองเศรา ๆ “โธไ มน า เลย! ... รูงี้ ขออยาใหตองเหงาแถมมาดว ยก็ด”ี นิทานเรื่องนี้สอนใหรูวา แค “ความอยาก” เปลี่ยนแปลงตัวเอง เทานั้นยังไมพอ เพราะมันตองมีองคประกอบอื่น ๆ มาเสริมในการ ยกระดับพฒั นาตัวเองตอไปอีกดว ย ทาสโพธิญาณ
169 “ความรู” ถาเราหมั่นพัฒนาตัวเอง ศึกษาหาความรูเพ่ิมเติม ไม ปลอยเวลาไปเปลาประโยชน คบหาผูคนใหม ๆ ที่ใฝดีกับชีวิต แคนี้เราก็ จะเร่ิมหางจากคนกลุมเดิมออกมาบางแลว “ความรูสึก” ถาเราหม่ันตรวจสอบความรูสึก รูจักฝกควบคุม อารมณของตัวเอง ใหเปนคนท่ีรูสึกดีไดมากท่ีสุด ย้ิมแยมแจมใส จิตใจ เมตตา ไมจับกลมุ นินทา เลิกเสพขาวราย มคี วามสํานึกรูคุณตอทุกสรรพ ส่ิง ไปวดั นั่งสมาธิ รกั ษาศีล ออกกําลังกายอยูเสมอ วายนํ้า ดูปะการัง อะไรก็วาไป ในที่สุด เมื่อระดับพลังงานสูงพอ เราก็จะไมมีทางพบเจอคน เหลานั้นอีกเลย แตจะเปล่ียนไปเจอคนที่มีระดับพลังงานเดียวกันกับเรา ปรากฏการณท ีเ่ กิดขนึ้ น้ี นกั จิตวทิ ยาสมยั ใหมบอกวา เกดิ ขึน้ เพราะ “พลัง จิตใตสํานึก” ปลดปลอยพลังงานสั่นสะเทือนออกไปโดยอัตโนมัติอยู ตลอดเวลา แบบท่ีเราเองก็ไมรูตัว พวกเขาเรียกมันวา “กฎแหงแรง ดึงดูด” คาํ สอนเปลยี่ นโลก ดังนั้นหากอยากเปล่ียนโลก ตองเร่ิมตนเปลี่ยนแปลงตัวเองกอน โดยเร่ิมตนจาก ความอยาก, ความรู, และความรูสึก แลวโลกรอบขาง เรากจ็ ะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง สมดงั คําสอนเปล่ยี นโลกทีพ่ ระพทุ ธเจาตรสั วา หลังพิงตนโพธิ์
170 “การไมท าํ บาปท้งั ปวง การทาํ กศุ ลใหถ งึ พรอ ม การทาํ จิตของตนใหผ องแผว นี้คือคําสอนของพระพทุ ธเจา ทัง้ หลาย” ทาน บอกระดับความมีใจโอบออมอารี ศีล บอกพฤติกรรม กิริยา ทา ทางท่ีแสดงออก สมาธิ บอกระดบั ความสขุ สงบเยน็ ปญญา บอกระดับ ความรู ความเขาใจตอ โลก และสรรพส่ิง ย้ําอีกครง้ั วา “คนที่เสมอกนั จะถกู ดึงดดู เขา มาอยใู กลก ัน ตามระดับคุณธรรมท่เี ปนพลังงานส่ันสะเทือนอยตู ลอดเวลา” ทาสโพธญิ าณ
171 ๒๕ หยดุ คดิ เนรมติ ชวี ติ ได ความคดิ มแี รงดึงดูด ส่ิงตาง ๆ ทั้งหลายท้ังมวล ท่ีเกิดข้ึนกับชีวิตมนุษย แลวนําปญหา หรือความทุกขมาให ตนเหตุน้ันมันมาจากความคิด แตส่ิงท่ีนาสนใจก็คือ มนั ไมใชวามนุษยไมรูจักคิด หรือวาสิ้นคิด แตอยูท่ีมนุษยส วนใหญไมรูจัก หยุดคิด ใชครบั ! คือสวนใหญแลวเราทุกคนคิดได คิดเปน คิดเกง แต คดิ แบบประเภทฟงุ ซานไปเรอ่ื ย พอถึงเวลาท่จี ะตองรวมพลงั ความคิดต้งั จิต ใหเปนสมาธิ เพื่อใหตัวเองจดจอโฟกัสอยูกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งตรงหนา ปรากฏวาทําไมได เพราะไมเคยฝก ไมมีทักษะที่จะทําใหตัวเองหยุดคิด จอดความคดิ ใหอยสู งบนิง่ แบบนีท้ าํ ไมไ ด อยาลมื วา เราอยูในยุคที่โลกคนพบแลววา “ความคดิ มีแรงดงึ ดูด” นักจิตวิทยาสมยั ใหมพากนั เรียกวา “กฎแหงแรงดงึ ดดู ” พวกเขาอธิบายวา หลงั พงิ ตนโพธ์ิ
172 กฎแหงแรงดึงดูดนั้น มันทํางานเหมือนแมเหล็กที่มีแรงดึงดูด ไมวาเหล็ก อนั น้ันจะข้ึนสนมิ หรือไมกต็ าม ถา เจอกบั แมเ หลก็ มนั กจ็ ะตองถกู ดดู ใหเขา มาติดกันทันที กฎแหงแรงดึงดูดก็ทํางานดวยลักษณะแบบเดียวกันน้ี คือ ไมวาเราจะคิดบวกหรือคิดลบ สิ่งที่คิดก็จะถูกดึงดูดเขามาสูชีวิตของเรา เชนกนั สอดคลอ งกบั ที่พระพทุ ธเจา ตรสั ไว... “โลกถูกจิตนําไป ถกู จติ ผลกั ไสไป จติ เปน ธรรมอนั ยิง่ ที่โลกและหมูส ตั วท ั้งหมดตกอยใู นอํานาจ” ในมุมมองแบบคนหลังพิงตนโพธ์ิเราถือวา กระแสความคิดเปนอาการทจ่ี ิต แสดงออกมาอยา งหน่ึงเทาน้ัน ทานใชคําวา “สังขาร” ความคิดปรุงแตง หรือความคิดสรางสรรค ซึ่งเปนทัศนคติที่ตรงกับนักจิตวิทยาบางกลุม ที่ เช่ือวาจิตเปนพลังงานอยางหนึ่ง แตก็ยังขัดแยงกับนักจิตวิทยาอีกกลุมท่ี เช่อื วาความคิดไมไดเกิดจากจิต ทวาเกิดจากสมอง แตเรื่องน้ีทานสบายใจ ได เพราะคําตอบมีอยูแลวในสวนทายสุด ประเด็นสาํ คัญกค็ ือ “ความคิด มแี รงดึงดดู ” วาว!... น่ีมนั เวทมนตรชดั ๆ แตเด๋ียวกอน อยาเพ่งิ ดีใจไป เพราะ นั่นหมายถึง เราจาํ เปน ตอ งจะตองรับผิดชอบชีวิตตวั เองเต็มรอยเปอรเ ซ็นต เพราะถาความคิดมแี รงดึงดูด หากคิดดีเราก็จะไดคนดขี องดี แตถาคิดลบ เราก็จะไดคนไมดีของไมดี หมายความวาส่ิงตาง ๆ ที่เกิดข้ึนกับชีวิต ท้ังหมดน้ีมันคือสิ่งที่เราคิดอยูในหัว ไมวาจะเปนฐานะ ผูคน หรือวัตถุ ทาสโพธญิ าณ
173 สิ่งของ ส่ิงเหลานี้เราคือผูดึงดูดหรือเนรมิตมันข้ึนมาเอง คําถามคือแลว ทําไมไมเ ห็นมันจะดงึ ดดู อะไรไดเ ลย ในยุคทโ่ี ลกเต็มไปดว ยขอมูลขาวสาร มีขอมูลมากมายทะลักเขามา ในความคิด พ้ืนที่นี้เปนสวนหนึ่งของชีวิตเราก็จริง แตบางทีก็ควบคุมได บางทีก็ควบคมุ ไมได เพราะความคิดมันจะคอยปรงุ แตงอยตู ลอดเวลา ตาม สิ่งท่ีเขามากระทบกับทวารตาง ๆ ไมวา จะเปนทางตา ทางหู หรือทางใด ๆ ก็ตาม ถาสิ่งเขามากระทบเปนเรอ่ื งดี เราก็คิดดี แตถาสิ่งเขามากระทบ เปนเร่ืองลบ เราก็คิดลบ อันน้ีแหละที่นาเปนหวง เพราะสวนใหญพวก ส่อื มวลชนจะนาํ เสนอแตข าวรายหรือขาวลบ เหตุนี้เองนักจิตวิทยาจึงแนะนําวา ใหผคู นพากันคดิ บวก คิดแตส่ิง ดี ๆ เขาไว เพ่ือใหช ีวิตดึงดูดเขามาแตเร่ืองดี ๆ ทวาในความเปนจรงิ ก็คือ ผูคนสวนใหญไมมีความสามารถในการควบคุมคอนโทลความคิดตัวเอง ความคิดมันจงึ แสสา ยเปะปะ บางทีก็คิดบวก บางทีก็คิดลบ ซ่ึงโดยปกติ สวนใหญก็จะคิดลบมากกวาคิดบวก ความคิดมันจึงปะปนกัน หาก ความคิดมีแรงดึงดูด ถาเชนน้ันมันจะเกิดอะไรข้ึนกับชีวิต คําตอบก็คือ เดี๋ยวก็เจอเรื่องดี เดี๋ยวก็เจอเรื่องราย แลวทานจะพึงใจกับชีวิตที่ คุม ดีคมุ รายแบบนี้หรือ? หลงั พิงตน โพธ์ิ
174 ‘สต’ิ คอนโทลความคิด โชคดีที่ทางพระพุทธศาสนา ยังมีคําตอบท่ีลงลึกไปไกลกวา นักจติ วิทยา เพราะวายงั มีกฎท่เี หนือกวา กฎแหง แรงดึงดดู นนั่ ก็คือ “กฎ แหงกรรม” ชาวพุทธเชื่อวา ทุกส่ิงทุกอยางท่ีเกิดข้ึนกับชีวิต เราเปน ผูกระทํามันขึ้นมา ไมวาจะเปนความคิด คําพูด หรือการกระทํา เรียก ดวยภาษาบาน ๆ ก็คือ กาย วาจา ใจ ภาษาพระเรียกวา กายกรรม วจีกรรม มโนกรรม กรรมทั้งสามอยางนี้ เราสามารถฝกควบคุมคอนโทล มันได โดยผา นระดับจิตสํานึกแลวนําไปสูร ะดับจิตใตสํานึกไดดวย “สติ” หรอื การเจริญภาวนา ทาํ สมาธิ ดังท่ีโอโชกลาวไว “ปญหาของคนในยุคขอมูลขาวสารก็คือ ‘เราใช หวั คิดกันมากเกินไป แตกลับไมเอาใจใสหัวใจกันเลย’ การภาวนาน้ัน มี จุดมุงหมายทเี่ หมอื นกันคือ เพื่อดึงตัวตนภายในออกจากหัวคิด ไปสูหัวใจ ไมวาจะมาในรูปแบบใดก็ตาม ก็จะนําเราออกจากปลักโคลนของหัวคิด ไปสูอ ิสรภาพของหวั ใจ การอาศัยอยูกับจิตที่ชอบคิดถือวาอยูในระดับมนุษย แตถาอยูต่ํา กวาจิตที่คิดได ถือเปนการมีชีวิตอยูในระดับสัตว การมีชีวิตอยูเหนือ ความคิด คืออยูในระดับหัวใจ ถือเปนระดับ จิตแหง พทุ ธะ” คือจิตของผรู ู ผตู ่ืน ผเู บิกบาน หรือที่นักจิตวิทยาใชค ําวา “จิตเหนอื สํานกึ ” ทาสโพธิญาณ
175 และจิตแหงพุทธะหรือจิตเหนือสํานึกที่ปรากฏขึ้นในระดับหัวใจน้ี เอง ชวยใหเราคิดดี พูดดี ทําดี ต่ืนรู เบิกบานไดโดยอัตโนมัติ แถมชวย ใหเราเชื่อมตอโยงติดเขากับทุกสรรพสิ่ง ผูที่เขาถึงจิตในระดับน้ีจะมี ความรสู ึกเปนสขุ กับตัวเองมาก ความรูสกึ เปน สุขบวกกับความคิดระดับน้ี แหละคือ ขุมพลังอํานาจในการดึงดูดสิ่งดี ๆ เขามาสูตัวเราราวกับ เนรมติ ไดอยางแทจริง นี่คือส่ิงท่ีทางพุทธศาสนาเนนย้ําใหพุทธศาสนิกชนไดบําเพ็ญตน ฝกฝนเขาใหถึงจิตในระดับน้ี เพราะจิตแหงพุทธะที่ต่ืนรู เบิกบานนี้ สามารถเปล่ียนจากความคิดอันต้ืนเขิน มาเปนปญญาอันเฉียบแหลม เหมือนแสงไฟท่ีสองสวาง ปรากฏขึ้นเพื่อขับไลความมืดบอดทางความคิด ใหอันตรธานไป แลวเนรมติ วิธีการหรือคําตอบที่เราปรารถนาใหปรากฏขึ้น อยางงายดาย เหมอื นทีป่ ราชญชาวตะวันตกกลาวไว “มนุษยคิดอยา งไร ใจของเขาก็กลายเปนแบบนั้น ความคิดมุงไปทางไหน กายก็เปน ไปตามนนั้ ถา ภาพในใจคุณเห็นอยางไร ในมอื คณุ ก็จะถืออยางน้ัน” สมาธกิ อ เกดิ ญาณปญ ญา ฉะนั้นกุญแจก็คือ เราแคเรียนรูถึงวิธีหยุดความคิด จากบุคคล ตน แบบระดับโลก ทป่ี ระสบความสําเรจ็ ทางดา นความคิด เพราะทา นหยดุ หลงั พงิ ตนโพธ์ิ
176 ใชหัวคิด แลวหันมาใชหัวใจ ดวยการทําสมาธิ ทานเปนคนไทยคนแรก และเปนคนเดียวทีช่ วยนาซา คิดคนระบบการรอนลงจอดของยานอวกาศ ไวก้ิงไดสําเร็จ สรางปรากฏการณท่ีทําใหมนุษยสามารถเดินทางไปดาว องั คารไดอยางปลอดภัย ดวยภาวะปงแวบ! ที่เกิดจากการทําสมาธิ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ไดเปดเผยเคล็ดลับวิธีการหยุดคิดของทาน ผานนิทานชวนอา นเรือ่ งตอไปน.้ี .. (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมไดในยูทบู พมิ พค ํา วา การทําสมาธิ ดร.อาจอง) นานมาแลว มีชายคนหน่ึงช่ืออาละดิน ขณะที่อาละดินกําลังทํา สวนพรวนดินอยู จูๆ เขาก็ไปเจออะไรแข็ง ๆ ใตดินเขา ก็นึกวา กอนหินจึง จะขุดเอาไปท้ิง แตท่ีไหนไดมันกลับเปนตะเกียงโบราณ อาละดินนะดีใจ ใหญ เขาเอามาเช็ดถูใหสะอาด ถูไปถูมาควันก็ออกจากตะเกียง แลว กลายเปน ยกั ษตัวเบอ เร่ิมเทิ่ม เจา ยักษออกมาบอกกับอาละดินวา “วนั นี้เจา นายทาํ ใหข า เปน อสิ ระ ขาขอขอบคุณมาก เจานายอยาก ไดอะไรบอกมาไดเลย ขาใหไดทกุ อยาง แตมีขอแมอยูวา ถาเจานายไมใช ขา ขา จะกนิ เจานาย” อาละดินคิดวา ถาไดยักษตนนี้มาเปนคนรบั ใช เขาจะร่ํารวย คิดวา แคใชมันตลอดเวลาไมนาจะมีปญหา แลวเขาก็เร่ิมส่ังการอา-ละดินบอก อยากไดบานหลังใหญ ๆ เจายักษก็ดีดน้ิวบอก “ขาจะทําตามท่ีทาน ปรารถนา” แปบเดียวบานหลังใหญก็มาวางตรงหนาอาละดิน เขาตกใจ ใหญ เพราะคิดวา นา จะใชเวลาสองถึงสามเดือนในการสรางบาน ก็เลยตอง ทาสโพธญิ าณ
177 สัง่ ใหม หยดุ ไมได สั่งใหทําสะพานขาม เจายักษก็ดีดน้วิ เสร็จทันที ให ทําสวนกด็ ีดน้ิวเสรจ็ ทนั ที ไมว าอาละดนิ จะส่ังอะไร เจา ยกั ษก็ดีดนิ้วเนรมิต ออกมาทันที อาละดินนั่งขอไปเรอื่ ยเปอย เพราะหยดุ ไมได ผา นไปถึงดึก อาละ ดินชักเพลีย แตก็กลัววาเจายักษจะมาจับกินเขา จึงหาอุบายใหเจายักษ ทาํ งานตลอดเวลา แลวเขาก็นึกข้ึนได เขาสง่ั ใหมันสรางเสาสูง ๆ ตนใหญ ยกั ษก็ดีดนิ้วสรางให แลวสง่ั ใหเ จายกั ษปนข้ึนไปขางบน แลว ก็ปนกลับลง มาขางลาง สงั่ ใหปน ขึ้นปนลงไปเรื่อย ๆ หา มหยดุ เจายักษก็เลยปนขึ้นไป ถงึ ปลายเสาแลวก็ปนลงมา อาละดินหวั เราะรวนเลยเชียว “ฮะ ฮา ๆ เดี๋ยว ขาไปกอนนะเจายักษ เชาขนึ้ มาขาจะส่งั เจาทําอาหารใหก ิน” จากนั้นพอไมมีอะไรใหทํา เขาก็ส่ังยักษใหปนขึ้นปนลงอยูบนเสา ดวยวิธีการอยางนี้อาละดินจึงมีชีวิตอยูมาอยางมีความสุข สมบูรณพรอม พร่ัง ม่งั ค่งั ตลอดไป!!! ถอดรหสั อัจฉริยะจากนิทานเรอ่ื งน้ี เจายักษ คือความคิด สวนลม หายใจคือ เสา ปนขึ้นลงก็คือ หายใจเขา หายใจออก เราใหความคิด เกาะติดอยูกับลมหายใจ น่ีคือวิธีควบคุมเจายักษคือความคิด ใหความคิด เกาะติดอยูกบั ลมหายใจ หรือเราจะทองพุทโธกํากับไปดว ยก็ได หายใจเขา “พทุ ” หายใจออก “โธ” ถือเปนวิธีควบคุมเจายักษคอื ความคดิ ใหมัน หลงั พิงตน โพธ์ิ
178 ดึงดูดหรือเนรมิตแตสิ่งดี ๆ ท่ีเปนมงคลมาให ภายใตบัญชาการของเรา ดว ยการตามรลู มหายใจ หรอื ทภี่ าษาพระเรยี กวา “อานาปานสต”ิ ถงึ ตรงน้ีทานคงจะเหน็ แลว วา สิ่งที่เหนือกวากฎแหงแรงดึงดูด มัน คือ The magic ในการหยุดความคิด เพ่ือเปดโอกาสใหปญ ญาญาณออกมา เนรมิตสงิ่ ตา ง ๆ ท่ีเราปรารถนา ไมว าจะเปนความปรารถนาในทางโลกหรือ ทางธรรมก็ตาม ขอเพียงแคหยุดคิด ดวยวิธีฝกสติ เจริญฌาน ทําสมาธิ แลวเจายักษจินนี่หรือจินตนาการ ก็จักออกมาจากตะเกียงคือจิตใตสํานึก แลว กบ็ อกวา “ขา จกั ทําตามทที่ านปรารถนา” ดังท่ีพระพุทธองคตรัสแนะนําไววา “เม่ือจิตเปนสมาธิ บริสุทธิ์ ปราศจากกิเลสเครื่องเศราหมอง ออนควรแกการงาน ตั้งมั่นไมหวั่นไหว แลว เธอยอมนอมจิตไปเพ่ือแสดงฤทธิ์คือญาณทั้ง ๘ ประการได อาทิ เชน วิปสสนาญาณ, มโนมยทิ ธิญาณ, อิทธิวิธญาณ, ทิพพโสตธาตุญาณ, เจโตปริยญาณ เปน ตน สดุ ทายนี้ ไมวา ทานจะเปน ใครก็ตาม หากเพ่งิ เร่ิมตน ทําสมาธิ ควร รูไวเลยวา การบมเพาะทักษะใหม ๆ ลวนตองอาศัยเวลาอยางนอย 8 สัปดาห เมื่อไมนานมานี้ ท่ีโรงพยาบาลแมสซาชูเซตส เจเนอรัล ได ทําการศึกษาวิจัยและพบวา การน่ังสมาธิวันละ 27 นาทีจะสงผลใหเกิด การเปลย่ี นแปลงข้นึ กบั สมองเมือ่ ปฏบิ ัตไิ ดค รบ 8 สัปดาห ทาสโพธิญาณ
179 และนแี่ หละคือคําตอบท่กี ลาวไวในตอนตน เรื่องนี้ขีดเสนใตไวเลย วา ตอ งใจเย็น ๆ เพราะการสรา งและขดั เกลาวงจรประสาทตอ งอาศยั เวลา ดังนั้นท้ังความยืดหยุนและความอดทนจึงเปนส่ิงที่ขาดไมไดเลย เอาละ... ขอใหส นกุ กับการถตู ะเกียง จําไวว า “จิตใจทสี่ ุขสงบต้ังม่ัน กอ เกดิ ปญญาญาณ เขาไปกาํ หนดปรบั ธาตุมวลสาร ใหเปน ไปตามใจเธอปรารถนา สิง่ ใดกต็ ามที่ใจคดิ เช่อื อยางแรงกลา พลังจิตจกั เนรมิตมันขึน้ มา ใหปรากฏเปนความจริง” หลังพิงตน โพธ์ิ
Search
Read the Text Version
- 1
- 2
- 3
- 4
- 5
- 6
- 7
- 8
- 9
- 10
- 11
- 12
- 13
- 14
- 15
- 16
- 17
- 18
- 19
- 20
- 21
- 22
- 23
- 24
- 25
- 26
- 27
- 28
- 29
- 30
- 31
- 32
- 33
- 34
- 35
- 36
- 37
- 38
- 39
- 40
- 41
- 42
- 43
- 44
- 45
- 46
- 47
- 48
- 49
- 50
- 51
- 52
- 53
- 54
- 55
- 56
- 57
- 58
- 59
- 60
- 61
- 62
- 63
- 64
- 65
- 66
- 67
- 68
- 69
- 70
- 71
- 72
- 73
- 74
- 75
- 76
- 77
- 78
- 79
- 80
- 81
- 82
- 83
- 84
- 85
- 86
- 87
- 88
- 89
- 90
- 91
- 92
- 93
- 94
- 95
- 96
- 97
- 98
- 99
- 100
- 101
- 102
- 103
- 104
- 105
- 106
- 107
- 108
- 109
- 110
- 111
- 112
- 113
- 114
- 115
- 116
- 117
- 118
- 119
- 120
- 121
- 122
- 123
- 124
- 125
- 126
- 127
- 128
- 129
- 130
- 131
- 132
- 133
- 134
- 135
- 136
- 137
- 138
- 139
- 140
- 141
- 142
- 143
- 144
- 145
- 146
- 147
- 148
- 149
- 150
- 151
- 152
- 153
- 154
- 155
- 156
- 157
- 158
- 159
- 160
- 161
- 162
- 163
- 164
- 165
- 166
- 167
- 168
- 169
- 170
- 171
- 172
- 173
- 174
- 175
- 176
- 177
- 178
- 179
- 180
- 181
- 182
- 183
- 184
- 185