Important Announcement
PubHTML5 Scheduled Server Maintenance on (GMT) Sunday, June 26th, 2:00 am - 8:00 am.
PubHTML5 site will be inoperative during the times indicated!

Home Explore E01_หลังพิงต้นโพธิ์_PDF_(อัพเดท14

E01_หลังพิงต้นโพธิ์_PDF_(อัพเดท14

Description: E01_หลังพิงต้นโพธิ์_PDF_(อัพเดท14

Search

Read the Text Version

45 “ควรเปน เพื่อน เม่อื พบคนท่เี สมอกนั กับเรา ควรเปนครู เม่ือเจอคนที่ตํา่ กวา เรา ควรเปน ศิษย เมื่อพบคนทีส่ งู กวาเรา” หากยงั ไมรวู า ตัวเองควรเปน ดวงประทปี หรือควรเปน ผูท ไ่ี ดประโยชนจ าก แสงสวาง นั่นก็หมายความวา ทานยังไมชัดเจนกับนิยามของคําวา ชีวิต คืออะไร? ชีวิตคืออะไร ไมอาจตอบครอบคลุมกินความหมายไดทั้งหมด เพราะตอบไดห ลายทัศนะ เชน ชีวติ คือ การเรยี นรู ชีวติ คือ การตอ สู ชีวิต คอื การทดลอง ชวี ิต คือ การแสวงหา สรปุ กค็ ือ ไมวาจะนยิ ามใหชีวิตตองสู เรียนรู ทดลอง หรอื แสวงหา อันดับ แรกสดุ ก็ตอ งอาศยั “ครู” หรอื “โคช” อยูดี ทนั ทที เ่ี จาชายสิทธัตถะตรสั รธู รรม สาํ เรจ็ เปนพระพทุ ธเจา แลวทรงออกประกาศสจั ธรรม นับจากนัน้ ชื่อเสยี งของพระองคกไ็ ดรบั การกลาวขานเล่อื งลอื มากวา 2,600 ปแลว วา ดวงประทปี แหงจักรวาล “พระองคนั้นเปน พระผูมีพระภาคเจา เปน พระอรหันต ตรัสรูชอบ ไดโดยพระองคเอง เพียบพรอมดวยวชิ ชาและจรณะ เสด็จไปดวยดี รูแจง โลก เปนสารถฝี กผทู ่คี วรฝก ไดอยางยอดเย่ียม เปนศาสดาของเทวดา และ หลังพิงตนโพธิ์

46 มนษุ ยท งั้ หลาย เปนพระพทุ ธเจาพระองคทรงรูแ จงโลกนี้ พรอมทง้ั เทวโลก มารโลก พรหมโลก และหมสู ัตว พรอ มทงั้ สมณะ พราหมณ เทวดา และ มนุษย ดว ยพระองคเ อง แลวทรงประกาศใหผอู ืน่ รตู าม ทรงแสดงธรรมงามในเบื้องตน งามในทามกลาง และงามในที่สุด ทรงประกาศพรหมจรรย พรอมทั้งอรรถ พรอมท้ังพยัญชนะ บริสุทธิ์ บริบรู ณส น้ิ เชงิ การไดพ บพระอรหันตเ ชนน้ี จัดเปน ความดีอยางที่สดุ ” นค่ี อื การจดุ ดวงประทีปที่สองสวางสุดในระดับจกั รวาล โดยองค สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจา เพ่ือใหมนุษยทุกรูปทุกนามไดเรียนรู ฝกฝน พฒั นาตนไปสูการดับทุกขไดดวยตัวเองอยางถาวร แลวขามฝง ไปสูชีวิตอันเปนอมตะ ที่ไมตองเวียนวนอยูในวงจรการเกิด แก เจ็บ ตายอีกตอ ไปตราบนริ ันดร เรือ่ งนเี้ ปน ความลับสุดยอด ถาไมมีใครบอกใครสอน เราก็ไมรูห รอ กวา อะไรดี อะไรชั่ว อะไรบุญ อะไรบาป ลองนึกภาพการเดินทางไปในที่ มืดตอนกลางคืน โดยที่ไมมีแสงไฟสองทาง หรือลองขับรถตอนกลางคืน แลว ปดไฟหนาดูวา มันจะอนั ตรายขนาดไหน เพราะเราจะมืดมองไมเห็น ทาง ดังตัวอยางจากนิทานชวนอานเรอ่ื งตอ ไปน้ี โคมไฟของคนตาบอด ในตรอกแหงหนึ่งที่ทั้งมืดและแคบ แถมยังไมมีดวงไฟสองทางให ความสวางแมแ ตนอย ดังนั้นเม่ือถึงยามค่ําคืน การเดินทางในตรอกแหง นี้ ทาสโพธญิ าณ

47 จึงเต็มไปดวยความยากลําบาก มีพระรปู หน่งึ เดินผา นเขายังตรอกดังกลาว เพ่ือมุงหนาไปยังอาราม แตดวยความท่ีตรอกน้ีมืดมิด เม่ือเดินไปเร่ือย พระรูปน้ีจึงท้ังเดินไปชนผูอ่ืน และถูกผูอื่นเดินมาชนไมหยุดหยอน สราง ความลําบากยิ่งนัก ในตอนน้ันเอง มีคนหน่ึงถือโคมไฟเดินสวนเขามายัง ตรอกดังกลาว พลันทาํ ใหในตรอกเกิดแสงสวางขึ้นพอสมควร พระรปู น้ัน ไดย ินคนเดนิ ผา นทางกลา ววา “คนตาบอดผูน ้ัน ชา งแปลกนกั ตนเองมอง ไมเหน็ แท ๆ ไยตองถือโคมไฟใหวนุ วาย” พระภิกษเุ มื่อไดย ินก็รูสกึ แปลกใจ จึงหยดุ รอกระทั่งคนตาบอดผนู น้ั เดนิ ผา นมา จงึ เอย ถามวา “ขออภัยเถิด โยมตาบอดจริง ๆ หรอื ?” คนผูนั้นตอบ “ถูกแลว ขาเกิดมาพิการ ตาทั้งสองขางมองไมเห็น สําหรับขาน้ันไมวา จะเชา สาย บาย เยน็ ลว นไมตางกัน ทงั้ ยังไมทราบ วา แสงสวา งเปนเชน ไร” “ถาเชนนน้ั โยมจะถอื โคมไฟไปเพ่อื อะไรละ” “เน่ืองจากขาเคยไดยินคนพูดกันวา ในยามกลางคืนไรแสงสวาง คนตาดีทงั้ หลายก็เปน เชนเดียวกับขา คือมองไมเห็นส่ิงใด ดังนั้นขาจึงถือ โคมไฟไปไหนมาไหนเสมอ” พระหนุมฟงแลวก็เกิดความซาบซ้ึงใจ จึงเอย วา “สาธุ โยมชางมี เมตตาธรรม หวงใยเพอื่ นมนษุ ยยิง่ นกั ” “ผดิ แลวทา น ขา ทาํ ไปเพอื่ ตัวเอง” “ฮอื ...! แลวทําเพื่อตัวเองอยางไรละ โยม” หลงั พงิ ตน โพธิ์

48 “เม่ือครูทานเดินมาอยา งมืดมนในตรอก แลวโดนคนเดินสวนไปมา ชนเอาหรือไม ทานดูขาซิ แมเปน คนตาบอด แตข าไมโดนผอู ่ืนเดินชนเลย แมแ ตครั้งเดียว ทัง้ ๆ ทีเ่ มื่อกอนขาก็เปนเชน เดียวกับทาน คือโดนคนเดิน ชนเอาบอยครั้ง แตเมื่อขาถือโคมไฟทุกอยางก็เปลี่ยนไป ท่ีขาจุดโคมไป ไหนมาไหนดวยน้ัน ขาจุดเพ่ือใหแสงสวางกับผูอ่ืน และเพ่ือใหผูอ่ืน มองเหน็ ตวั ขา ต้งั แตน ัน้ มา ขาก็ไมโดนผอู ืน่ เดินชนอกี เลย” นิทานเร่ืองน้ีสะทอนใหเห็นวา แสงไฟนั้นอํานวยความสวางเสมอ แมแตคนตาบอดกย็ ังไดประโยชนในยามเผชิญกบั ความมืดมิดบนหนทางฉัน ใด เสนทางชีวิตอันมืดมนก็ฉันน้ัน เราทุกคนตางรูดีวา ในยามวิกฤติเกิด ปญหาชีวิตมืดแปดดาน ทางชีวติ มนั ทัง้ นากลวั และเต็มไปดวยอันตราย ยิง่ ไปกวานั้นถาเราตองเวียนวายตายเกิดอยูในสงั สารวัฏโดยทไ่ี มมีความรเู รือ่ ง บาป บุญ คุณโทษ ทาน ศีล ภาวนา ไมรูเรื่องนรก สวรรค ไมรูเรื่อง นิพพานเลย จิตวิญญาณของเราจะมืดบอดและอันตรายขนาดไหน บางที หลงไปทําอนันตรยิ กรรมเขา กย็ งั ไมร ูเลยวา นัน่ คือกรรมหนัก หา มสวรรค หา มนิพพาน สงผลใหต องไปเกดิ อยูในนรกสถานเดียว เพราะความมดื บอด ทางจิตวญิ ญาณท่ถี ูกอวชิ ชาครอบงํา แตทวาธรรมะของพระพุทธเจาสองแสงดุจดวงประทีป สวาง กระจางในสังสารจักร ตลอดการเดินทางอันยาวไกลของมวลมนุษยชาติ ประมวลคําสอนของพระพุทธองคท้ัง 84,000 พระธรรมขันธน้ัน ยอลง มาแลวเหลืออยูเพียง สามคําส้ัน ๆ เทาน้ันคือ สติ ปญญาญาณ และ การปลอ ยวางจากทกุ สรรพสิง่ ในโลก เพราะทุกสรรพส่ิงมีการเกิดแลวก็ ดับไปในท่สี ุด ดังนั้นไมวา จะเปน ไต เปนไฟฉาย เปนเทียน เปนตะเกียง ทาสโพธญิ าณ

49 หรือเปนดวงไฟประเภทไหนก็ตาม ทันทีท่ีถูกจุดใหแสงสวาง นั่นก็ หมายความวา เวลาท่ีจะตองดับอยางถาวร ไดเริ่มตนนับถอยหลังแลว พรอ มกับประโยชนในการใหแ สงสวาง ชีวิตก็เชนเดียวกัน ไมวาเราจะเลือกเปนใคร ทันทีท่ีเริ่มสูดลม หายใจครง้ั แรกเม่อื มาสโู ลกใบน้ี นนั่ กห็ มายความวา อายุขัยของเราเริ่มตน นบั ถอยหลงั แลว พรอ ม ๆ กบั ผลแหงการกระทาํ ซ่งึ มนั จะเอ้ือประโยชนใ ห แสงสวางแกตนเอง และผูอ ่ืนไดบางหรือไม นน่ั ก็ขึ้นอยูกับเราแลววา จะ เลอื กนยิ ามชวี ิตตวั เองเปนแบบไหน หลงั พงิ ตน โพธิ์

50 ๘ กอนเมฆในจอกชา “โลกไมใ ชล กู เตา จงึ ไมจ ําเปน ตองทอดหรอื เขยา เพ่ือแทงเส่ียงทายโดยการคาดเดา แลวหวงั วา มันจะถูกตรงเผงดวยความบังเอิญ แตโ ลกมกี ฎอยูในตัวเอง ซงึ่ เปนเหตปุ จ จยั โยงใยชักนาํ ใหปรากฏการณตา ง ๆ เกดิ ข้ึน” คนท่ีอยากประสบความสําเร็จ แตไมยอมศึกษา ไมลงมือทํา ไมยอมสราง เหตปุ จ จยั หรือคนที่อยากมง่ั คงั่ ร่าํ รวยเปนเศรษฐี แตไ มยอมลงทุนทําธุรกิจ ไมลงมือทําอะไรสักอยาง เอาแตคิดหวังสรางภาพ วาความสําเร็จจะว่งิ เขา หา เพราะเชอ่ื วา เดี๋ยวความคดิ นจ้ี ะดึงดดู ความสาํ เร็จเขา มาให ทาสโพธญิ าณ

51 เหตแุ หง การปรากฏ เชนนี้มันจะตางอะไรกับคนท่ีอยากถูกหวย แตไมยอมลงทุนซื้อหวย อยาไปหวังเลยวา บังเอิญหวยรางวลั ที่หน่ึง หรือความสาํ เร็จนัน้ มันจะถูก สายลมพัดปลิวมาให พุทธศาสนาสอนใหเช่ือเรื่องเหตุและผล ใหเช่ือมั่น และศรัทธาในการกระทําของตัวเอง เพราะทุกอยางลวนมีเง่ือนไข มีเหตุ ปจ จยั ในการเกิดขึ้น ถาเง่ือนไขตรง สงิ่ นั้นยอมเกิดขึ้น ดังที่พระพุทธองค ตรัสวา “เพราะสงิ่ นมี้ ี... สงิ่ น้นั จงึ มี” อยากม่ังคั่ง ตองรูจักเสียสละ แบงปนออกไปเปน “ทาน” เพื่อสรางเหตุ ปจ จยั ของความมั่งคง่ั อยากมีรูปรางหนาตาสวยงาม สมสวนชวนมอง ตองรูจัก รักษา “ศีล” มีเจตนาเปนกุศล ปกธงไวท่ีการกระทํา แสดงออกมาแต พฤติกรรมท่ดี ี คือ ไมเบียดเบยี นตนเองและผูอน่ื เพอ่ื สรางเหตุปจจัยในการ มรี ปู รางหนา ตาสมสว น สวยงาม อยากมีความสุขสงบเย็น เปนผูรู ทรงภูมิปญญา เปนอัจฉริยะ เปนพระอริยะ ตอง “ภาวนา” ทําสมาธิ เจริญสติ ใหตอ เน่อื ง ดวยความรกั ดว ยความสขุ จากการปฏบิ ตั ิ และหมนั่ ศกึ ษาหาความรูอยางสมํา่ เสมอ เพื่อ สรา งเหตุปจจยั แหงความสขุ สงบสนั ติ ทรงภูมปิ ญญา หลังพงิ ตน โพธิ์

52 ทั้ง หม ด นี้ ล วน เกิ ด ข้ึ น ม า ต าม เห ตุ ปจ จัย ที่ เร าส ร าง มั น เปน กฎ เปน กุญแจ หรือเปน เงอ่ื นไข ของการเกิดข้ึนสําหรบั ทุกสรรพสิ่ง ไมวาจะเปนเร่ืองความสําเร็จ เรื่องความมั่งคั่ง หรือเรื่องอะไรก็ตาม นักปราชญจ งึ กลา ววา “โลกน้ไี มม ีส่งิ บงั เอญิ ” การท่ีคนสองคนไดมาพบกัน ไดใชชีวิตอยูรวมกัน นั่นเพราะทั้งคู เคยสรางเหตุปจจัยในการไดมาพบกัน จึงทําใหไดมาอยูรวมกัน ดังที่คน โบราณกลาวไว “ทําบุญรวมชาติ ตกั บาตรรวมขัน” อะไรทํานองน้ี ในทางกลับกัน ถามิไดเคยสรา งเหตุปจจัย อนั เปนเงือ่ นไขในการได อยูรวมกันมากอน ตอใหพลกิ แผนดินตามหา หรือพยายามแคไหน ที่จะ คนหาใครบางคน ใหม าใชชีวติ รว มกัน ก็เหมือนกับฝนกลางวนั ทไ่ี ดแตฝน แตไมอาจเปน จริงขึ้นมา เพราะไมมเี หตุปจจัยหรอื เงื่อนไขของการไดมาอยู รว มกนั เปน คบู ญุ ดงั ที่พระพุทธองคตรสั ไว “เพราะส่ิงนด้ี บั ... สิ่งนน้ั จงึ ดับ” ดับ ก็คือ สูญ หรือไมมี ไมเกิดข้ึนเพราะเหตุปจจัยไมมี สิ่งตาง ๆ จึงไม อาจเกิดข้ึน น่ีคือกฎแหงการอิงอาศัยกันเกิดขึ้น ภาษาธรรมะ เรียกวา “ปฏิจจสมุปบาท” ซ่ึงสามารถจาํ ลองโครงสรางของหลักธรรมขอ นีไ้ ดดว ยนทิ านชวนอา น เรือ่ งตอ ไปนี้ ทาสโพธญิ าณ

53 กอ นเมฆในจอกชาลน ครงั้ หนง่ึ หลวงปตู ิช นัท ฮนั ห แหงหมูบา นพลัม ถามลูกศิษยขณะท่ี กําลงั ยกแกวชาขึน้ ดม่ื วา “เวลาดมื่ ชา... เห็นกอนเมฆไหม?” ที่จริงน้นั หาก ลองจินตนาการตามคาํ ของหลวงปไู ปเรอื่ ย ๆ แลวจะรูวา มันยังมอี ะไรอื่น ที่ ลึกซึง้ กวา แคกอนเมฆในแกว ชาเปนไหน ๆ เรอ่ื งราวเร่ิมข้ึนทภ่ี ูเขาลกู หนึง่ ในภาคเหนอื ฝนตกกระหนํ่าลงบนไร ชาที่ยอดเขา ทําใหตนชาชุมฉ่ําเพราะไดน้ําฝนในตอนกลางคืน ซ่ึงเปน ระบบนิเวศท่ีเก้ือหนุนกันเองโดยธรรมชาติ ฝนตก ดินดํา นํ้าชุม ตนไม เตบิ โต ผลิตออกซิเจน ผูคนก็ไดสูดอากาศบริสุทธิ์ พอรุงเชา ฝนหยุดตก คนงานในไรชาก็แบกตะกราใสหลังออกมา เก็บยอดชาออ น ๆ แตเชาตรู เพ่ือนําไปบมในโรงงาน เก็บชาเสร็จ พอคา คนกลางก็มารับใบชาสดไปเขาโรงงานบม เมื่อบมเสร็จ คนงานอีกชุดก็ บรรจุใสกลอง แลวคนขับรถก็นํากลองชาไปสงที่รานคาในเมือง ตามหาง หรอื ในตลาด จากนน้ั พระเซนรูปหนึง่ กไ็ ปซือ้ มา เพ่ือนาํ กลบั มาไวเ ล้ยี งตอ นรับแขก ท่มี าเยอื น เมื่อกลับถงึ วดั ทา นก็จดั แจงตม นาํ้ เพื่อชงชา แลวกน็ ึกถึงวา ... “นํ้านี้เดินทางมาจากแมนํ้า กอนจะมาใหเ ราด่ืม และกอนทจี่ ะอยู ในแมน้ํา ก็ตองเปนนํ้าฝน กอนเปนนํ้าฝนก็คือกอนเมฆ แตกอนเมฆก็มี หลังพงิ ตนโพธ์ิ

54 การเดินทาง กอนท่ีจะกลายเปนน้ําเขามาอยูในจอกชาของเรา ดังนั้นทุก ครั้งท่ีด่ืมชา หากพิจารณาอยางลึกซึ้ง เราก็จะเห็นกอนเมฆในนั้นทุกครั้ง ออ!!...เขา ใจแลว กฎแหง การอิงอาศัยกนั เกดิ ขึ้นของปฏิจจสมุปบาท ท่ีพระ พุทธองคตรัสไวกม็ ีลกั ษณะเปน เหตุเปนปจ จัยแกกันและกนั แบบนี้เอง” ทันใดนั้น...ความลึกซ้ึงดื่มด่ําในการเห็นกอนเมฆในจอกชา ท่ี เช่ือมโยงเหตุปจจัยตาง ๆ เขาดวยกันของทานก็ตองยุติลง เม่ือ ศาสตราจารยชาวตะวันตกทานหนึ่ง เขามาขอพบ เขาสนใจใครรูใน หลักธรรมเกี่ยวกับเรื่องปฏิจจสมุปบาทพอดี แตทวาในหัวของเขาอัดแนน ไปดวยทฤษฎีแบบตะวันตก ทําใหก ารสนทนาธรรม กลายเปนสงครามแหง การโตแยง ศาสตราจารยอา งเหตุผลท่ีตนรไู ปตา ง ๆ นานาสารพัด ในทส่ี ุดพระเซนก็คดิ ได จงึ ควากาน้ําชามารินใสจอก ทานรินชาไป เรื่อย ๆ แมวาจะเต็มจนลนออกมานอกจอกแลว ก็ยังไมหยุด ศาสตราจารยเหน็ แลวทนไมไ หว จงึ ทักข้นึ วา “เดีย๋ ว ๆ พระคณุ เจา หยดุ ริน ไดแลว ไมเหน็ หรือไง ชามันลน ถวยแลว” พระเซนเงยหนาขึ้นสบตา พรอมเอยดวยรอยย้ิม “ทานเองก็ เชนกัน ในหวั ของทานเปย มลนไปดวยทฤษฎีวชิ าการ แบบนี้อาตมาคงริน ชา คือ หลกั ธรรมคําสอนของพระพุทธองค ใหท านไมไดแ น” “. . . . . . . .” ทาสโพธิญาณ

55 โลกนีไ้ มม ีสง่ิ บังเอิญ พระพุทธเจามิไดมุงเนนท่ีการศึกษาหลกั ธรรมเพียงอยางเดียว โดย ปราศจากการปฏิบตั ติ ามดว ยความเพยี ร เพราะทัง้ สองอยางนต้ี องอิงอาศัย ซ่งึ กันและกัน จึงจะบันดาลใหผ ลสัมฤทธเิ์ กดิ ขน้ึ โดยที่ความเพียรหรือวิรยิ ะ จกั เปนตวั แปรสําคญั ในการขับเคลื่อน ทอี่ เมรกิ ามงี านวจิ ัยทาํ การทดลอง โดยการตัง้ โจทยค ําถามท่ีแสนทา ทายวา “ใครจะประสบความสําเร็จและทําไม ?” คณะทมี วิจัยไปทวี่ ทิ ยาลยั ทหารเวสทพอยท พยายามท่ีจะพยากรณ วานายรอยคนใดจะยังอยูฝกตอ และใครจะลาออก นอกจากนี้ยังไปเยือน เวทีการแขงขนั สะกดคําแหงชาติ อกี ทั้งยงั ทาํ การศึกษาคณุ ครมู อื ใหม และ ไดรวมมอื กับบริษัทเอกชน ดวยคําถามในทํานองเดียวกันนี้ “เซลสคนไหน จะยงั คงรกั ษางานไวไ ด และใครจะเปนผูท่ีทาํ รายไดสูงสุด” จากบริบทที่แตกตางกันทั้งหมดน้ี พบวามีคุณสมบัติหนึง่ ที่โดดเดน ข้ึนมา ซึ่งจะชวยพยากรณความสําเร็จไดชัดเจนมาก ซึ่งมันไมใชความ ฉลาดในการเขาสังคม ไมใ ชรปู ลกั ษณท ดี่ ูดี ไมใชความแข็งแรงของสุขภาพ และกไ็ มใ ชไ อควิ แตมันคอื “ความเพยี ร” โลกน้ีไมมีสิ่งบังเอิญ ดังนั้นถาอยากถูกหวย อันดับแรกสุด ก็ตอง ลงทุนซื้อหวย เพื่อสรางเหตุปจจัยใหตรงกอน เชนเดียวกับคนที่อยาก หลังพงิ ตนโพธิ์

56 ประสบความสําเร็จ อยากม่ังคั่ง ตองไมใชเอาแตนัง่ งอมืองอเทา แลว คิด สรางภาพ มโนวา ตนใชก ฎแหงแรงดงึ ดดู เพียงอยางเดยี วแลวมันจะสําเร็จ ทางที่ถูกหันมาใชกฎท่พี ระพทุ ธเจาคนพบดีกวา นน่ั คือกฎแหงการ อิงอาศยั กนั เกิดข้นึ ดวยการสรา งเหตปุ จจัย และเหตปุ จจยั แหง ความสาํ เรจ็ ก็คือ ศึกษาและลงมือทํา ภาษาพระเรียกวา “ปญญา” และ “ความ เพียร” ทาสโพธญิ าณ

57 ๙ กฎแหงการใชชีวิต ใหสุขสงบสําเรจ็ สูตรสําเร็จในการใชชีวิต ที่พระพุทธเจาทรงแนะนําไว สรุปออกมาเปน หลักปฏบิ ัติงาย ๆ คือ ใหคิดดี พูดดี ทําดี คบคนดี และไปสูสถานที่ดี นั่นหมายความวา อยา ไปบน เพอ ตดั พอ นินทาวา ราย ติเตียนใคร อะไร ท่ีเราไมชอบ ไมตองการ ก็อยาคิดถึง พูดถึง หรือเขาไปคบหาสุงสิง เหมือนที่โคชทางดานจิตวทิ ยาพฒั นาชวี ติ ทานหน่ึงกลาวไว “แทนที่เราจะไปบนวาสิ่งนั้นไมถูกใจเรา ส่ิงนี้ไมถูกใจเรา ลอง เปลี่ยนมาพูดใหชดั เลยวา อะไรที่เรารูสกึ ถูกใจ และอะไรท่ีเราตองการให มันเกดิ ขึ้น และเอาพลงั ใจของเราจดจอ เขาไปทสี่ ิ่งนนั้ ตน ไมต นไหนทเ่ี รารด นํ้า ตนไมตนนั้นจะเติบโต เราทุมเทพลังใจของเราไปโฟกัสอยูกับสิ่งใด ส่ิงนนั้ ก็จะไดพ ลงั งานจากเราเพมิ่ มากขึ้น” หลังพงิ ตนโพธิ์

58 ฉะน้ันใหคิดเปนสูตรสําเร็จงาย ๆ คือ อะไรที่มันไมดี จัดเปน “อบายมุข” ก็อยาเขาใกล อยาไปทุมเทใหความสนใจ “อบาย” แปลวา ความเสื่อม ความพินาศ “มุ ข” คือ ปากทาง หรือชองทาง ฉะนั้น “อบายมุข” จึงแปลรวมกันวา “ทางที่นําไปสูความเส่ือม ความ พินาศ” ปากทางนั้นเปดรอเราอยูตลอดเวลา มันอยูท่ีวาเราจะเขาไป หรอื ไม สกดั เอาสว นที่ไมใ ชทงิ้ ไป!! ขออยาไปยุงกับเรื่องราวท่ีไมดีเหลาน้ี ชีวิตก็จะดีและเปนคนที่มี อนาคต ประสบความสาํ เรจ็ ยิ่งใหญ พูดงาย ๆ วา ตัดสวนเกินท่ีไมดีทง้ิ ไป เหมือนที่เคยมีคนถาม “ไมเคิล แองเจโล” ศิลปนนักแกะสลักหนิ ออนชาว อิตาลี ช่อื กอ งโลกวา “ทาํ ไมแกะสลักรูปเดวดิ ไดสวยงามสมจริงปานน้นั ?” เขาตอบวา “ขณะที่หินกอนใหญถูกสงมาถึง ผมมองเห็นรูปของ เดวดิ อยูในหินกอนน้ันแลว สง่ิ ที่ผมตองทําตอไปจากน้ันก็คือ สกัดเอาสวน ทีไ่ มใ ชเดวิดท้งิ ไป!” เราทุกคนลวนกําลังมุงมั่นแกะสลักรูปชีวิตตัวเอง ฉะน้ันตองทํา เหมอื นแองเจโลแกะสลักรูปเดวดิ คือสกดั เอาสวนที่เปนลบออกไปจากชีวิต โดยเอย คําวา “ไม” คําวา “ไม” ในท่ีนี้หากพดู ถึงคนพาลก็คือไมคบ หรือ หากเปน สถานทไี่ มดี เปนท่ีอโคจรกค็ ือไมไ ป เปนตน ในทางกลบั กัน อะไร ท่ีชอบ ปรารถนา และเห็นวาดีเหมาะควรกับเรา ก็จงยกยอง ช่ืนชม สรรเสริญ พดู ถงึ สง่ิ น้นั คดิ ถงึ สิง่ นน้ั ทําอยูกบั สิง่ น้นั หรือคบหาสมาคมอยู ทาสโพธิญาณ

59 กับบุคคลน้ัน เหมือนการเลือกคัดผลไมท ่ีกองคละรวมกันในเขง เราคัดเอา แตลูกดีไว สวนลูกเนาเสีย กินไมได ไมเอา ตองคัดทิ้ง เพื่อใหชีวิตเรา ดําเนินอยบู นสูตรสาํ เร็จ ทพ่ี ระพุทธเจาทรงแนะนําไวใ นจักกสูตร วา “ทรพั ยสินสมบัติ ยศ ชอื่ เสยี ง และความสุข ยอ มหล่งั ไหลมาสนู รชน ผอู ยใู นถ่ินทดี่ ี ผกู ไมตรกี ับอรยิ ชน สมบรูณด ว ยการตงั้ ตนไวชอบ ไดท ําความดไี วแ ลวในกาลกอน” นอกจากน้ีในมงคล 38 ประการ การไมคบคนพาล คบแตบณั ฑติ จัดเปน มงคลในขอแรก ๆ สวนการอยูอาศยั ในสถานท่ีดี หรอื ไปสูสภาพแวดลอม ที่ดี ก็จัดเปนมงคลอกี ขอ หน่ึงเชนกนั และเพื่อความกระจา งในเรอื่ งสถานท่ี คาํ อธิบายมไี วแ ลว ในนิทานเร่อื งตอ ไปนี้ คณุ คาเปล่ยี นตามความสาํ คัญ วันหนึ่งเณรนอยมาหาพระอาจารย แลวถามวา “พระอาจารย คุณคาในตัวของผมคืออะไร?” พระอาจารยบอก “เจาจงไปที่สวนหลังวัด เก็บหนิ กอนใหญม า 1 กอน เอาไปวางขายทีต่ ลาด ถามีคนถามราคา หาม ตอบ แคชู 2 นิ้ว ถาเขาตอรองก็อยาขาย เอากลับมา แลวอาจารยจะ บอกวา คณุ คา ในตัวของเจาคืออะไร” หลงั พงิ ตน โพธิ์

60 วันรุง ข้ึน เณรนอยอุมหนิ ไปวางขายที่ตลาด คนจายตลาดเดินผาน ไปมา ตา งแปลกใจ แตแลวกม็ แี มบ านเดนิ เขามาถาม “กอ นหนิ ขายเทาไหร” เณรนอยชู 2 นว้ิ “2 เหรยี ญ” แมบ านเอย ถาม แตเณรนอยสัน่ หวั “งนั้ 20 กไ็ ด จะเอาไปทับผกั กาดดอง” เณรนอยคิดในใจ “โอโฮ หนิ ไรคาน้ีขายไดตั้ง 20 เหรียญ บนเขาวัด ขามีต้ังเยอะแยะ” เณรนอยไมขายตามท่ีพระอาจารยบอก แลวอุมหิน กลบั ไปหาพระอาจารยท ่ีวดั “อาจารย ๆ วันน้ีมีแมบานมาใหราคา 20 เหรียญจะซ้ือหินของขา แลว อาจารยบอกไดห รอื ยงั วา คุณคา ในตวั ของขาคอื อะไร?” อาจารยบอก “ไมตองรีบ พรุงนี้เอาไปวางไวในพิพิธภัณฑ ถามีคน ถามราคา ไมตองตอบ แคชู 2 น้ิว ถาเขาตอรอง อยาขาย เอากลับมา แลวมาคุยกันใหม” วันตอมาในพิพิธภัณฑ ก็มีคนมุงลอมดูแลวคุยกันเองวา “หิน ธรรมดากอ นหนึง่ มีคาอะไรมาอยูในพิพิธภัณฑ” อกี คนบอก “มาวางไวใน พิพิธภัณฑไ ด อ๊ัวะวามันก็ตองมีคุณคานั่นแหละ แตตอนน้ีเราอาจจะยังไม ร”ู แลวก็มีคนเอยถามวา “เณรนอ ย หินกอนนข้ี ายเทา ไหร? ” เณรนอยชู 2 น้วิ “200 เหรียญ” เณรนอยส่นั หัว ทาสโพธญิ าณ

61 “ง้ันก็ 2,000 แลวกันขาดตัว อ๊ัวะกําลังหาหินไปแกะสลัก พระพทุ ธรูป” เณรนอยตกใจแตก็ไมขายตามท่ีอาจารยบอก อุมหินว่ิงแจนไปหา พระอาจารยด วยความดีใจ “อาจารย ๆ โห...! วนั น้ีมคี นใหร าคา 2,000 เหรยี ญ จะซ้ือหนิ ของ ขา วันนอี้ าจารยต องบอกขาแลวละ วาคณุ คา ในตัวของขา คืออะไร?” พระอาจารยหัวเราะชอบใจแลวบอก “พรุงนี้เอาไปที่รานขายวัตถุ โบราณ ทําเหมือนเดิม แลวเอากลับมา ครั้งนี้อาจารยจะเฉลยคําตอบ แนนอน” วันตอมา เณรนอยเอาหินไปต้ังที่รา นขายวัตถุโบราณ สกั พักก็มีคน มามุงดู เสียงชายคนหน่ึงพูดวา “นี่มันหินอะไรวะ มาจากถิ่นไหน ของ ราชวงศใด ใชทาํ อะไรเน่ยี ะ…?” สดุ ทายกม็ ีคนมาถามราคา “เณรนอย หินกอนนี้ขายเทา ไหร? ” เณรนอยชู 2 นิ้ว “20,000 เหรียญ” เณรนอ ยตกใจอา ปากคาง อุทานเสียงหลง “หา!” อีตาคนน้ันนึกวาตัวเองใหราคาต่ําไป ทําใหเณรอารมณเสีย จึงรีบ แกไ ขทนั ทวี า “ไม ๆ ขาพดู ผดิ ขาจะใหเ จา 200,000” เณรนอยไดยินดังนั้น จึงอุมหินวิ่งกลับไปหาพระอาจารย ทนั ที “อาจารย ๆ วนั น้ีเรารวยแลว มโี ยมจะใหราคาตงั้ สองแสน เพ่อื ซอื้ หิน หลงั พิงตน โพธ์ิ

62 กอนน้ี แลวตอนเน้ียะ อาจารยจ ะบอกไดหรือยังวาคุณคาในตัวของขาคือ อะไร?” อาจารยลูบหัวเณรนอย พูดดวยน้ําเสียงเอ็นดูวา “เจาหนูนอย คุณคาในตัวเจาก็เหมือนหินกอนน้ี ถาวางตัวเองอยใู นตลาดสด เจาก็มีคา 20 เหรียญ ถาเอาไปวางในพิพิธภัณฑ เจาก็มีคา 2,000 ถาไปอยูในราน ขายวัตถุโบราณ เจาก็มคี า 2 แสน จําไวนะเจา หนูนอ ย คนเราเมือ่ เวทชี วี ิต ตางกนั ตาํ แหนง การวางตวั ตา งกัน คณุ คาของคนก็เปลี่ยนไป” กฎแหง การใชชีวติ เหตุน้ีเองพระพุทธองคจึงแนะนําใหเรานําพาตนเองไปสูสถานที่ดี ที่เหมาะควรกับศักยภาพของเรา น่ีเปน “กฎ” หรือสัจธรรมที่ใชไดผล กบั ทกุ ชวี ิต หนงั สืออมตะขายดีระดับเบสเซลเลอร “10 คัมภีรนกั ขายผูยิ่งใหญ ทส่ี ุดในโลก” โดย ออกแมน ดโิ น ถอดความภาษาไทยโดย บณั ฑิต อึ้งรังษี และทีมงานระบุวา “ทฤษฎี หรือประสบการณ ก็ไมตางจากแฟชั่น คือ หลักการทใี่ ชไ ดผลในวนั นี้ อาจใชไมไ ดผล และไมเขาทาในวันพรุงน้ี มีเพียง สจั ธรรม(ความจริง) หรือกฎแหงความสําเร็จเทานนั้ ทเี่ ปนอมตะ ปรับใชได กับทุกยุคทุกสมัย โดยที่กฎสวนใหญไมไดเนนไปที่ความสําเร็จ แตสอน เนนมาท่ีการหลีกเลี่ยงความลมเหลว มากกวาการตักตวงความสําเร็จ เพราะความสําเร็จก็เปนเพียงสภาพจิตอยางหนึ่งเทาน้ัน แมในหมู ทาสโพธญิ าณ

63 นักปราชญนับพันคน ยังไมมีสองคนไหนที่ใหนิยามความสําเร็จเหมือนกัน แตความลมเหลวมีความหมายแคอยางเดียว คือการไมสามารถบรรลุ เปาหมายตา ง ๆ ในชีวิต ไมวา เปา หมายนนั้ จะเปนอะไร” สูตรสาํ เร็จแหงการใชชีวิตนกี้ ็เชนเดียวกัน ขอยาํ้ อีกครั้งวา “อะไรที่ ไมดี ก็อยาไปคิด อยา พูด อยาทํา อยา ไปคบหาสุงสงิ จงคดิ พดู ทํา แตส ิ่งที่ดี ทเ่ี ราตองการ ซงึ่ เปน ประโยชนต อ ตนเองและผอู ่ืน” นี่แหละคือกฎแหงการใชชีวิตใหสขุ สงบสําเร็จ ตามแบบฉบบั หลังพิง ตน โพธ์ิ ที่พระพทุ ธเจา ไดทรงแนะนาํ ไว หลงั พงิ ตนโพธิ์

64 ทาสโพธญิ าณ

65 ๑๐ ไขรหสั ลับสูความสําเรจ็ เราอยูในยุคมั่งค่ังขอมูลขาวสาร ซ่ึงมีมากมายหลากหลายรูปแบบ ท้ัง ประเภทท่ีบอกประวัติบุคคล และแบบท่บี อกเคล็ดวิชาสรางตนใหประสบ ความสําเรจ็ และแนวอ่นื ๆ อีกสารพดั เชอื่ วา หลายคนคงทงั้ คนทั้งอา นกัน มาเปนรอยเปนพันครั้ง แตถามวาอานแลว รูแลว รวยไหม ประสบ ความสําเร็จไหม ท้ัง ๆ ท่ีก็รูแลววาจะตองมีเปาหมาย จะตองคิดใหญ รู แลววาจะตองทําอยางนั้น ทําอยางนี้ บางครั้งรูหมดแลวทุกอยางเกี่ยวกับ เร่ืองความสําเร็จ เร่ืองความม่ังคั่ง แตก็ยังไมรวย ยังไมสําเร็จ เพราะ อะไร? เกมส สุวิจักขณ ศรีอาริย จากอดีตลูกคนงานกอสรางสูนักธุรกิจ อสังหาริมทรัพยรอยลาน ใหสัมภาษณผานส่ือไวนาสนใจวา “เราตอง กลับมาดูที่กระบวนการและผลลัพธ ตัวอยางเชน ขนมเคก ลึกไปกวาท่ี เรามองเห็นคือ ขนมเคกมันเกิดขึ้นมาไดอยางไร? กระบวนการตาง ๆ หลังพงิ ตนโพธ์ิ

66 นั่นเอง ท่ีทําใหเกิดเปนขนมเคกขึ้นมา เปรียบเทียบความสําเร็จ ความ รํา่ รวยคือขนมเคก ดังน้ันคนเราจะตองหาทฤษฎีหาความรูกอน เพ่ือทจ่ี ะ นาํ ขอ มูลความรนู ั้น มาแปลงรูปวัตถุดบิ ใหเ ปนขนมเคก กระบวนการนําไปสผู ลลัพธ แตมนั มีสิง่ สําคัญทเ่ี รามองไมเห็น นน่ั กค็ ือเร่ืองของพลังงาน อยาง ขนมเคกน้ัน ถาเกิดไมมีพลังงานความรอน ไมมีพลังงานกระแสไฟฟามา เปลีย่ นรปู มนั วตั ถดุ บิ มนั ก็ไมส ามารถรวมตัวกนั กลายเปน ขนมเคก ได จติ ก็ เหมอื นกับกระแสไฟฟา ท่ีแปลงเปนพลังงานความรอนใหก บั วัตถดุ ิบ ใหก บั เคร่ืองมอื ที่สรางเปนความสําเร็จข้นึ มา นั่นคอื ผลลัพธ ดงั นั้นตองมาดวู า ผลลัพธเกิดจากอะไร? ไมวา จะเปนความรํา่ รวย ธรุ กิจ หรอื แมแ ตธ รรมะ แนนอนวา ผลลัพธม ันเกิดจากการกระทาํ การลง มือปฏิบัติ เพราะฉะนั้นมนุษยตองเกิดการกระทํา เกิดกรรมกอน เรา กระทําแลวจึงจะไดผลลัพธ ฉะนั้นอะไรท่ีมันเปนตัวกําหนดการกระทํา คําตอบก็คือ ตัวเรา ดังนั้นแลวมีอะไรท่ีมาเปนแรงจูงใจ มาเปน แรงผลกั ดนั ใหเ ราลกุ ข้นึ มาทําสง่ิ น้นั ” ซกิ มนั ด ฟรอยด บดิ าแหง จิตวเิ คราะหผ ูมีชือ่ เสียงอธิบาย “จติ ระดับ ใตสํานกึ นม้ี กี ลไกทางจติ หลายประเภทดวยกนั เชน แรงจูงใจ อารมณท ถ่ี ูก เก็บกด ความรูสึกนึกคิด ความฝน ความทรงจาํ ฯลฯ พลังจิตใตสํานึกมี ทาสโพธิญาณ

67 อิทธิพลเหนือจิตสํานึก มันกระตุนใหคนปฏิบตั ิพฤติกรรมประจาํ วันทั่วไป, เปนแรงจูงใจใหเ กิดพฤตกิ รรมในลกั ษณะตา ง ๆ” พจนานกุ รมฉบบั ราชบัณฑิตยสถาน ใหน ยิ ามคาํ วา พลงั จิต หมายถึง ความเขมแข็งของจิตใจ, อํานาจจิตอันทําใหทรงพลัง สวนคําวา จิตใต สาํ นึก (subconscious) หมายถึงภาวะของจติ ท่ไี มอ าจรูส ึกได เพราะอยใู น สวนลึกของจิตใจ ดังนั้นเม่ือนําสองคําน้ีมารวมกันคือ พลังจิต + จิตใต สํานึก = “อํานาจจติ อนั ทรงพลังทม่ี าจากสวนลึกของจติ ใจ” เกมส เศรษฐหี นุมรอยลา นกลา วตอไปอยางนาสนใจ “ทําไมเราลุก ขึ้นมาเปด รานขายขนมเคก ทาํ ไมเราถึงลุกข้ึนไปวัด ทําไมเราถึงลุกข้ึนมา เขียนหนังสือ ดังนั้นคุณตองมาปรับที่เหตุ เพื่อใหผลมันเปนอยางที่คุณ ตองการ ผลลัพธมันเกิดจากการกระทํา มีอยูสองอยางเทานั้นที่ควบคุม การกระทาํ ของมนษุ ย นนั่ คือสมอง กบั จิต” (ดูเพ่มิ เตมิ ในยทู ูป พมิ พคาํ วา ไขรหสั ลบั จติ หยั่งรู) จิตเปน นาย...กายเปนบาว นักประสาทวิทยาฝงตะวันตกระบวุ า “สมอง” จะเปนท่ีเก็บความรู ตรรกะเหตุผล ในขณะท่ีทางพุทธศาสนาเช่ือวา “จิต” เปนตัวควบคุม พฤติกรรม การกระทําท้งั หมดของมนษุ ย และสมองก็เปนลูกนองของจติ อีก ที ดังพทุ ธพจนท่ีวา “จติ เปนนาย กายเปน บา ว” สมองเปน เร่ืองของกายคือ หลังพิงตนโพธ์ิ

68 รปู แตจติ เปน เรอ่ื งของนามท่อี ยูภายใน และคอยบงั คับควบคุมสมองอีกที ตัวอยางเชน คนสูบบุหร่ี ติดบุหรี่มานานเลิกไมไดเสียที ทั้ง ๆ ที่คนติด บุหรี่สวนใหญก็รูวา บุหร่ีมันไมดี มันใหโทษ มันเปนอันตรายตอสุขภาพ แคไ หน เขารู แตท าํ ไมยงั สบู อยู เพราะอะไร? เพราะวาจิตมันกําหนด ขณะทหี่ ัวสมองรูทกุ อยาง วามันไมดี สูบ แลวเปนมะเร็ง แตจิตมันยังอยากอยู เพราะพลังงานจากจติ มันจะควบคุม ใหก ารกระทําเปน ไปตามน้นั ดังนน้ั ถาจิตมนั เปนพลังงานชนดิ ไหน มันกจ็ ะ ไปบงการใหห ัวสมองกระทาํ ไปตามนน้ั เชนเดียวกับเรื่องท่ีหลายคนบอกทํายังไงถึงจะรวย รแู ลว วาจะตอง คิดใหญ รูแลววาจะตองทําอยางน้ันทําอยางน้ี รูแลวรวยไหม ก็ไมรวย... ใช! เพราะกระบวนการมันยังไมสมบูรณ การกระทาํ มนั ยังไมเ กิด เพราะ จิตมันเปนตัวกําหนดการกระทํา ทําใหคนกลาท่ีจะลุกหรือเปลา บางคน จากพนักงานประจาํ จะกาวขึ้นมาสผู ูประกอบการ จากจดุ เดิมจะกาวไปอีก ขน้ั หนงึ่ น้นั ปรากฏวากา วไมไ ด กาวไมไดเพราะพลังไมเ พยี งพอ สรปุ วา ความสําเร็จ ความมัง่ คัง่ หรือผลลพั ธน ัน้ ตองประกอบดว ย ความรคู ูกับการกระทํา การทาํ ขนมเคก หากมีแตความรู แตไมมีพลังงาน คือการกระทํา วัตถุดิบก็ไมสามารถแปลงรูปมาเปนขนมเคกได ในทาง กลับกันหากมีแตพลังงานคือการกระทํา แตขาดความรู เราก็ไมสามารถ แปลงรูปวัตถุดิบใหกลายมาเปนขนมเคกไดเชนกัน ดังนั้นความสําเร็จก็ดี ทาสโพธิญาณ

69 ความมั่งคั่งก็ดี ผลลัพธก็ดี หรือแมแตการบรรลุธรรมก็ดี จําเปนตองมีท้ัง องคความรูและการกระทํา ควบคูกันไปอยางที่ไมอาจขาดส่ิงใดส่ิงหนึ่งได ดังที่พระพุทธเจาตรัสรบั รองวาทะของสนังกุมารพรหม ซึ่งเขามาประกาศ ภาษิตในสาํ นกั ของพระพุทธองคว า “ในหมชู นทถ่ี อื ตระกลู เปนใหญ กษัตรยิ จ ดั วาประเสรฐิ สุด แตทานผูเพยี บพรอ มดวยวชิ ชาและจรณะ จัดวาประเสริฐท่สี ดุ ในหมมู นุษยแ ละเทวดา” วิชชา แปลวา ความรู สวน จรณะ คือ ความประพฤติ หรือการกระทํา ขณะท่ีพุทธฝายเถรวาทนยิ มเรยี นรูไปตามลาํ ดับข้ันตอน คือ ปริยัติ ปฏบิ ตั ิ ปฏเิ วธ แตพุทธฝายมหายานดเู หมือนจะชนื่ ชอบและถนดั แบบเรียนลัด ตัด ขั้นตอนไปเลย ดวยการนําเอาสองอยางมาผสมผสานกัน คือท้ังความรู และการลงมอื ปฏิบัติ ทําไปเลยพรอ มกัน มีนิทานเซนจากทา นโกโซ โฮเย็น ปรมาจารยเ ซน เลาไวอยา งชวนอา นวา นานมาแลว มีพอลูกคูหน่ึงยึดอาชีพเปนนักยองเบา ฝายลูกเม่ือ เห็นวาพอเริ่มแกลงแลว จึงเอยปากขอใหพอสอนสุดยอดเทคนิคการยอง เบา เพอื่ วาตอนพอเกษียณไปเขาจะไดรับชว งตอ จากพอไดเ ลย พอของเขา เหน็ ดว ย หลงั พิงตนโพธ์ิ

70 และในคนื น้ันเอง สองพอ ลูกกไ็ ดล อบเขาไปในบานหลังหนึง่ ดว ยกัน เม่ือเปดฝากลอ งเก็บสัมภาระใบใหญได ผูเปน พอก็บอกใหลูกชายกระโดด ลงไปหยบิ เสอ้ื ผา ในนน้ั พอลกู ชายลงไปในกลองปบ พอก็ปด ฝากลองใบน้นั พรอ มกบั สงเสยี งดัง เพอ่ื ปลุกใหค นในบา นตื่น แลวพอของเขาก็หนอี อกจาก บานหลงั นน้ั ไปอยางเงียบเชยี บ ฝายเจาลูกชาย เมื่อรูวาตัวเองถูกขังอยูในกลองก็เลยโกรธจัด ท้ัง เสียใจและสงสัยวา ตัวเองจะออกจากกลองใบน้ีอยางไร ทันใดน้ันเขาก็ เกิดปง ข้ึนมาในหวั ก็เลยทําเสียงคลายแมวรองอยูในกลองเสื้อผา เจา ของ บานส่งั ใหคนใชจ ดุ เทยี นแลว ไปตรวจดทู ก่ี ลอ งใบน้ัน ปรากฏวา เม่ือฝากลองเปดออก ลกู ชายนกั ยองเบากก็ ระโดดออกมา พรอมกับเปาเทียนใหดับ แลววิ่งผานคนใชซ่ึงยังตกตะลงึ อยู หนีออกจาก บานไป โดยท่ีมีคนในบานว่ิงไลตามมาติด ๆ พอมาถึงบอนํ้าขางถนน ลูก ชายนกั ยอ งเบาไดโยนหินกอนโต ลงไปในบอ แลวก็ไปหลบอยูในมุมมืด พวกคนในบานท่ีไลตามมา เขาใจวา เขาตกลงไปในบอนา้ํ จงึ ไดแตม ึงดอู ยูรอบ ๆ บอ กอ นท่ีจะแยกยา ย กนั ไป... เมื่อลูกชายกลับมาถึงบาน เขาโกรธพอมาก และพยายามเลาเรื่อง ที่เกิดขึ้นใหพอฟง แตพอกลับตอบหนาตาเฉยวา “อยามาเสียเวลาเลา รายละเอียดอยูเลย บัดนี้เจาไดบรรลุผลสําเร็จในการเรียนรูเคล็ดวิชาสุด ยอดของการเปน นักยอ งเบาแลว” ทาสโพธิญาณ

71 นทิ านเร่ืองน้ีไมไดช ี้นาํ ใหท านไปเปนนักยองเบา แตตอ งการสะทอ น ใหเ หน็ วิธีการเรียนลดั แบบเซน ทน่ี ําทงั้ ความรูแ ละการกระทาํ มาใชควบคู กันเลยในประสบการณจ รงิ ถอื เปนทางลดั อนึง่ ความสําเร็จ หรอื ผลลัพธนัน้ อาจมวี ิธีการบรรลเุ ขาถึงไดห ลาย รูปแบบ ขึ้นอยูกับความถนัดของแตละคน บางคนอาจชอบทางลัด ในขณะท่อี ีกคนกลบั ชอบทางตรง ซ่ึงทําไปตามลําดับข้ันตอน ไมถือวา วิธี ไหนผดิ หรือถูก หรอื วิธีไหนดีกวา กัน แมวากระบวนการอาจแตกตาง แต หลกั ใหญใ นการเขาถงึ นั้นเหมือนกันคือ ตอ งมีทัง้ ความร.ู .. คกู บั การกระทํา สอดคลอ งกับที่ บรูช ลี ดารากังฟชู ่อื กอ งโลกกลาวไว “แคร ูเทา น้ันมนั ยังไมพอ คุณตองลงมอื ทําดว ย” หลังพงิ ตน โพธ์ิ

72 ๑๑ ในวงลอมกลั ยาณมติ ร “วาสนา นัน้ เปน ไปตามอธั ยาศยั คนท่มี วี าสนาในทางทีด่ มี าแลว แตคบคนพาล วาสนาก็อาจเปน คนพาลได บางคนวาสนายงั ออ น เมื่อคบบัณฑติ วาสนากเ็ ลอ่ื นขึ้นเปนบณั ฑติ ฉะนนั้ บุคคลควรพยายามคบแตบัณฑิต เพือ่ เลอื่ นภมู ิวาสนาของตนใหส งู ขึน้ ” (หลวงปมู นั่ ภูรทิ ตั โต) อันดับแรกมาปรับความเห็นใหตรงกันกอน เราตางมีชีวิตอยูในโลกของ พลังงาน และจิตหรือกระแสความคิดของเราก็เปนพลังงานชนิดหน่ึง แมแตวัตถุของแข็งที่มองเหน็ ดวยตา เม่ือนักฟสิกสสอ งเขาไปสาํ รวจภายใน โลกจ๋ิวคือในอะตอมของมัน ก็พบวาแทจริงแลวมันเปนเพียงเสนสายของ คลน่ื พลังงานทส่ี ั่นสะเทือนอยูต ลอดเวลา ยง่ิ ไปกวานน้ั ทุกวนั น้นี กั จติ วิทยา คน พบวา ความคิด ความเชื่อ และความรูสึกของเรามแี รงดงึ ดูด และมนั ทาสโพธิญาณ

73 จะดึงดูดทุกสิ่งทุกอยางเขามาสูชีวิต อยางไมมีเงื่อนไข ไมวาเราจะคิดดี คิดรา ย รูสึกบวก หรือรูสึกลบ สง่ิ ตาง ๆ ทเ่ี ราคิด เช่ือ และรสู ึก มันจะ ถูกดึงดูดเขามาสชู วี ิต ความคิดมแี รงดึงดูด ดังนั้นสิ่งใดที่สงผลมีอิทธิพลตอระบบความคิดของเรา ตองระวัง ไมวาจะเปนสภาพแวดลอม คูครอง หรือการคบมิตร เรื่องน้ีขีดเสนใตไว เลย เราตอ งใชศิลปะในการพิจารณาวา จะคบ หรอื ไมค บ เพราะคนทเี่ รา เลือกคบหาสมาคมดวย ตางมีผลตอระดับพลังงานความคิด ความเช่ือ และความรูสึกของเราโดยตรงอยางใกลชดิ และน่ีแหละคอื ประเดน็ สําคัญ หากวนั น้ีชวี ิตของเรายังเต็มไปดวยเร่ืองแย ๆ คนหวย ๆ เหตุการณ ราย ๆ น่ันก็ไมตองสงสัยเลยวา วาสนาของเรามันยังสั่นสะเทือนอยูใน ระดับเดียวกับส่ิงเหลานี้ พูดอีกอยางก็คือ เราเปนผูดึงดูดภาวะตาง ๆ เหลานี้เขามาสูตัวเอง เพราะเรามีนิสัยอยูในระดับพลังงานเดียวกับคน แบบน้ี เหตุการณเชนนี้ สภาพแวดลอมแบบน้ี พลังงานมันก็เลยเกิด การแลกเปล่ยี น ชนกันไปมา ทง้ั เราดงึ ดูดมัน และมันดึงดูดเรา ไมวาจะ เปนคําพดู ความคดิ ทศั นคติ และความเชื่อ ระหวา งของเขากับของเรา ตามกฎแหงแรงดึงดูดท่ีรอนดา เบิรน อธิบายไวในหนังสือเดอะซีเคร็ต “ความคิดมีแรงดึงดูด” แตทวามันก็ยากสําหรับคนสวนใหญท่ียังคิดลบ และไมรูวิธีบรหิ ารจดั การกับความคดิ ตวั เอง หลังพงิ ตนโพธ์ิ

74 นับเปนความโชคดีของชาวพุทธ เพราะเรามีพระพุทธเจาผทู รงรูย่ิง เหนือใครในจักรวาล พระองคตรัสบอก How to เรื่องน้ีไวแลว ท้ังหลัก ใหญ ๆ ที่เรียกวา “โอวาทปาฏิโมกข” คือหัวใจสําคัญท่ีเปนบอเกิดแหง แรงดึงดูดสิง่ ดี ๆ อันเปนมงคลเขามาสชู ีวิต ดวยหลกั ปฏิบัติ 3 ของาย ๆ กลาวคือ การไมทําบาปทั้งปวง การทาํ กุศลใหถึงพรอ ม และการทําจติ ของตนใหผอ งใส พดู แบบภาษาบา น ๆ ก็คอื ใหค ิดดี พดู ดี ทําดี นั่นเอง นอกจากน้ี พระองคยงั ทรงอธบิ ายลงลกึ ในรายละเอยี ดไวใ นคําสอน ท่ีเรียกวา มงคลสูตร ๓๘ ประการ หรือที่นักปราชญยุคใหมเรียกวา “สูตรสําเร็จสูความเจรญิ รุง เรืองของชีวิต” ซ่งึ ในท่นี ี้จะไมเยอะ เพราะจะ สรุปเปนประเด็นแค 3 หัวขอเทานั้นคือ ๑) ไมคบคนพาล ๒)คบแต บัณฑิต ๓)การเลือกอยูในสภาพแวดลอมท่เี หมาะสม มาเริ่มกันท่ีขอ สาม เหตุใดสภาพแวดลอ มจงึ มอี ิทธิพลตอชีวิตของเรา ดวยนิทานชวนอานเรื่อง ตอไปน้ี อินทรีแกใ นเลาไก มีชายคนหนึ่ง เขากําลังเดินอยูริมถนน ทันใดน้ันเขาก็เจอกับไข ฟองหนึ่ง มันเปนไขของนกอินทรี เขาไดนําไขฟองน้ัน กลับบา นไป และ นาํ ไปวางไวในรังไขไ กห ลังบาน รวมกับไขไ กฟองอื่น ๆ ตอมาไมนาน ลูกนกอินทรีก็ฟกออกมาจากไข พรอมกับลูกไกตัว อ่ืน ๆ ในรัง ท้งั ชีวิตของนกอินทรตี ัวนั้น มนั ไดใชชีวติ เยี่ยงไกตัวหน่ึง มัน คุยเข่ียดินหาหนอนหาแมลงกินแบบไกมาตลอด มันบินไดไมสูง และรอง กกุ ๆ เหมอื นไก ทาสโพธิญาณ

75 เมือ่ เวลาผา นไป อนิ ทรีตัวน้ันเรม่ิ แกลง อยมู าวนั หนึ่ง มนั เห็นอะไร บางอยา งบนิ อยเู หนอื ทอ งฟา และบินเขา ไปในกลบี เมฆอยางสงางาม “เจา นนั่ คืออะไร...?” นกอนิ ทรแี กอ ทุ านถาม “ออ ...! มันคอื นกอนิ ทรีไง” ไกตัวหน่ึงตอบ “เขาคือราชาแหง นก ทัง้ ปวง เจาแหง ทองฟา แตพ วกเราอยไู ดแคบ นพื้นดิน เพราะพวกเราเปน ไก... อยาไปสนใจเขาเลย นายไมมีทางเปนไดแบบเขาแน” และสุดทาย นกอินทรแี กต ัวน้นั ก็ตายลงเยีย่ งไกต ัวหนึง่ ! นิทานเรื่องนี้สอนใหรูวา แมจะเกิดเปนอินทรี แตถาอยูใน สภาพแวดลอมแบบไก โดนไกกรอกหใู หเชอ่ื อยูทุกวันวา จงคุยเขี่ยดินกิน แบบไก ราชานกอยา งอินทรหี ากไมยอมบนิ กต็ องวนเวียนหากินแบบไกไป ตลอดชีวิต นี่คืออิทธิพลของสิ่งแวดลอม สมดังที่พระพุทธองคตรัสไวใน ‘จกั กสตู ร’ วา “บุคคลพงึ อยใู นสภาพแวดลอ มที่เหมาะสม ควรคบหาสมาคมอรยิ ชนไวเ ปนมติ ร ถงึ พรอมดวยความตง้ั ตนไวชอบ มีบุญไดกระทาํ ไวแ ลว ในปางกอน ลาภยศ ทรพั ยส มบตั ิ ช่ือเสยี ง และความสขุ ยอ มหลง่ั ไหลมาสูบุคคลนน้ั ” หากเปรยี บระดับพลงั งานชีวิตเปนเสมือนการพายเรอื ในระดับพลังงานตํ่า ก็เหมือนกับเรากําลังพายเรืออยูในคลองน้ําเนา แนนอนวา พวกเศษสวะ และขยะตาง ๆ มันก็ตองลอยเขามาติดเรือเราอยางหลีกเลี่ยงไมไดเปน หลงั พงิ ตน โพธิ์

76 ธรรมดา ในขณะท่ีหากเปนระดับพลังงานที่เหนือกวา ภาพท่ีออกมาก็คือ เรากําลังพายเรืออยูในคลองน้าํ ดี สีฟาคราม ใสสะอาด ปราศจากเศษสวะ เห็นแลวช่ืนตาเบิกบานใจ สองฟากฝงเต็มไปดวยทัศนียภาพที่นาหลงใหล น่ีแหละคือประเด็น ตองยกระดับพลังงานของเราใหมาอยูจุดน้ี จุดที่นา ร่ืนรมยยินดี เพราะตรงนเี้ ปนจดุ ท่พี ลงั งานของเราจะลอยอยูเหนือพวกเศษ สวะและขยะตาง ๆ ท่นี า สะอิดสะเอียน พลังงานดี ๆ ในระดับนี้ หาไดจาก “กลั ยาณมติ ร” ยํ้าอีกคร้ังวา ตองเปนกัลยาณมิตรเทาน้ัน เพราะเรามีชีวิตอยูใน โลกของพลงั งาน และจิตของเราก็เปน พลังงานชนดิ หน่ึง ซึง่ การคบมิตรน้ัน จะสงผลตอระดบั พลังงานชีวติ ของเรา เร่อื งท่นี า แปลกแตจริงกค็ อื ... อิทธิพลแหง การคบมิตร มนุษยเราเนี๊ยะ เมื่อไหรที่เราพบเจอใครก็แลวแต เราตางฝาก พลังงานเอาไวในกันและกันเสมอ เคยสังเกตไหมคนบางคนนะ พอเคาไป แลว แตเราก็ยังน่ังอมย้ิมอยู ตรงกันขามกับใครบางคน เขาจากไปแลว ทวา ความหดหทู ี่เกดิ ขึน้ เราก็ยงั สลดั ไมหลุด เรายังซึมอยตู ออีกตง้ั หลายวัน นค่ี อื ผลของระดบั พลังงาน ซงึ่ สง ผลมาจากการเลอื กคบคน เหตนุ ี้เองพระพทุ ธองคจงึ ตรัส ใหระวงั เรอ่ื งการคบมิตรไวเปนมงคล ชีวติ ในขอที่ ๑ คือ ไมค บคนพาล คบแตบณั ฑติ คอื คบคนท่ีเปน กลั ยาณมติ ร เพราะพลังงานดี ๆ จากกัลยาณมิตรจะไหลถา ยเทฝากเปน ทาสโพธญิ าณ

77 พลงั งานใหกบั ชีวิตของเรา เกิดการเปล่ียนแปลงไปในทางที่ดีมีมงคล และ สรางสรรค เฉกเชน เรอื่ งเลาสุดคลาสสกิ ในยุคตน พุทธกาล เมื่อชายหนุมผูหนึ่งนามวา อหิงสกะ ไปเรียนวิชากับอาจารยท่ี สํานักอันเลอ่ื งช่ือในสมัยน้ัน จะดวยอะไรก็แลวแต ศิษยรว มสาํ นักเดียวกัน เกดิ หม่ันไสนึกรษิ ยาขึ้นในใจ จึงยุยงอาจารยวาอหิงสกะ คิดจะทาํ รา ย พอ โดนกระทงุ บอ ย ๆ เขา ปรากฏวา อาจารยเชือ่ จึงคดิ ออกอุบายกาํ จดั อหิงส กะเสีย โดยบอกวา ถาจะสาํ เร็จสุดยอดวิชาแหง มนตน ้ี ตอ งฆาคนใหไดหน่งึ พนั คน อหิงสกะเชื่ออาจารยจึงออกเดินทางฆาคน และเพ่ือกันลืมจํานวน ศพที่ฆาแลว จึงใชวิธีตัดน้ิวหัวแมมือมารอยเปนพวงมาลัยคลองคอ น่ีเอง คือท่ีมาของนาม “องคลุ ีมาล” ช่ือเสียงในความเหย้ี มโหด ดังกระห่มึ ไปทั่ว เมือง ผูคนตางหวาดกลัวในความดุรายของฆาตกรตอเนื่องฆาตัดน้ิวผูคน วากันวาเหลืออยเู พยี งศพเดียวก็จะครบหนง่ึ พันนวิ้ แตทวาวันน้ัน องคุลีมาล ไดพบกัลยาณมิตรคนสําคัญอยาง พระพุทธเจา ขณะทพ่ี ระองคก็เดินธรรมดา ๆ แตองคุลมิ าลถึงกับว่ิง เหง่ือ แตกพลักก็ยังตามไมทัน ในทสี่ ุดหมดปญ ญา ไมรูทําไง ก็เลยรอ งเรยี กเสีย หลง บอก “สมณะ... หยุดกอน ๆ” พระพุทธองคตรัสตอบอยางเมตตาวา “เราหยุดแลว ทานสยิ ังไมหยุด” “หยุดอะไร ทําไมยังเดนิ อยู” องคุลมี าลแยง หลงั พงิ ตนโพธ์ิ

78 “เราหยุดฆา หยุดเบยี ดเบียนชวี ิตผูอนื่ แลว แตทานตางหากที่ยงั ไม หยุด” พระพทุ ธองคสะกิดดวยธรรมะแคน่ีแหละ องคุลีมาลไดสติ ทิง้ ดาบ น่งั กมกราบสํานกึ ผิด เกดิ ความเลื่อมใสในพระพทุ ธเจา จึงขอบวชเปน พุทธ สาวก ตอมาทานก็สําเร็จเปนพระอรหันตที่สําคัญองคหนึ่งใน พระพทุ ธศาสนา จับคติเอาประโยชนจากสตอร่ีขององคุลีมาล ในคน ๆ เดียวกันน่ีเอง หากคบคนพาล(อาจารย) เปนมิตร ชีวติ พลกิ ผันกลายเปนมหาโจร ในทาง กลับกันหากคบกัลยาณมิตร(พระพุทธเจา) ชีวิตเปล่ียนยกระดับกลายเปน พระอรหันต เห็นหรือยังวา การเลือกคบมิตรสงผลโดยตรงตอระบบ ความคดิ ของเรา เหนือกวาความคิด ก็คือความรูสึกนั่นเอง ท่ีควบคุมใหกฎแหงแรง ดงึ ดูดทํางานอยางแมน ยาํ ดเู หมือนริชารด เกยี ร ดาราฮอลลีวูดผูไดสมญา นามวา “อเมรกิ นั โพธิสตั ว” จะเขา ใจกระบวนการทาํ งานของกฎขอ น้ี จาก คนที่ความสขุ หายไปจากชีวติ เมอ่ื ไดพบกัลยาณมิตรอยางองคดาไลลามะท่ี ๑๔ เขากลาว “มันเหมือนรกั แรกพบ ผมรูสึกไดถึงความเชื่อม่ันและความสงบทันที มันยากมากที่คุณจะพบคนท่ีมีความตองการเพียงส่ิงเดียว คือ ใหคุณมี ความสุข และทานรูหนทางนําไปสูสุข เม่ือคุณปฏิบัติตามดวยความกลา หาญเด็ดเดย่ี ว คุณจะพบความสขุ ในที่สุด” นคี่ ืออทิ ธิพลของกัลยาณมิตร ท่ีสง ผลตอระบบความเชอ่ื ความรสู กึ ของเรา ทาสโพธญิ าณ

79 ดอกทานตะวนั เปนดอกไมมหศั จรรย มันรูจักเชิญแสงตะวันเขามา สตู ัวเอง ตลอดวันไมวา พระอาทิตยจ ะโคจรไปทิศทางใด มันก็จะบายหนา หันดอกตัวเองตามไปในทศิ ทางนั้น มันเปนดอกไมอัจฉรยิ ะในการเลือกเสพ เลือกคบ ทุกวันน้ีโลกขับเคลื่อนไปดวยกระแสโซเชียลเน็ตเวิรค เรา สามารถเลือกคบเลือกเสพกลั ยาณมิตรไดเ พียงปลายนวิ้ คลกิ ไมวา จะเปน เฟ ซบุก อินสตาแกรม ยูทูป หรือสื่อมัลติมิเดียชนิดใดก็ตาม เราเลือกเสพ เลือกคบกับกัลยาณมิตรเหลานี้ไดงาย ๆ แคกดซับสไคร กดถูกใจ หรือกด ติดตาม เหน็ ม๊ัยวา ยุคนี้มนั งา ยมากที่จะนําตน นําชองหรือแชนแนลของ เราเขา ไปอยูใ นวงลอ มของกัลยาณมติ ร ย้ําอีกครัง้ วา “ถาวันน้ีเรายงั ลอยเรอื อยใู นคลองน้าํ เนา กอ็ ยาหวงั วา จะเจอเร่อื งดี ลอยข้นึ มาเปน เรอื เหาะ เกาะไวแตคนดีท่เี ปน กลั ยาณมิตร ยกระดับพลงั งานตัวเองขึน้ มาใหสูงอยูเ หนอื พวกคนพาล แลว เราจะไมมวี นั พบเศษสวะอีกตอไป” หลังพิงตน โพธ์ิ

80 ๑๒ ตน ไมประธานาธิบดี ในสวนพทุ ธธรรม “บมเพาะเมลด็ พนั ธุเชน ใด ยอมไดรับผลเชนนนั้ ... จิตใจเปรียบเหมือนเนอื้ นาดนิ เจตนาเสมอื นเมล็ดพันธุพืช” ในจิตใจเราดุจเนื้อนาดินอันอุดมสมบูรณ เปนแหลงบมเพาะภายใน สามารถบมเพาะเมล็ดพันธุแหงบุญ หรือเมล็ดพันธุแหงบาปท่ีใหผลเปน ทกุ ข หรือเปนสุขลงไปได เหมอื นท่ีนกั ปราชญกลาวไว “บุคคลหวานพืช เชนใด ยอ มไดรบั ผลเชนน้ัน” ความจริงก็คือ คนเรามี 24 ช่ัวโมงเทากัน น่ันก็ข้ึนอยูกับการ บริหารตัวเองของแตละคนวา จะแบง เวลามารดน้าํ พรวนดินใสปุยใหตนไม ชนิดใด ภายในจิตใจไดเจริญเติบโต ตามกฎของธรรมชาติตนไมทุกตน ลวนมีอิสระในการพัฒนาศักยภาพของมันใหเจริญงอกงามไดอยางเต็มที่ก็ จริง แตกระนั้นก็ยงั มีขอจาํ กดั และขึ้นอยูกับเหตุปจ จยั อื่น ๆ อกี ดว ย เชน ถามันเปน ตนขนนุ ก็คงจะออกลูกเปนเงาะ หรือมะละกอไมไ ดแน ทาสโพธญิ าณ

81 มนุษยเราเองก็เชนกัน ขณะท่ีกําลังมุงมั่นพัฒนาตนเองเพ่ือความ เจริญเติบโต ก็อาจมีเงื่อนไขทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ หรือแมกระทั่ง เงื่อนไขภายในตัวเองซ่ึงเปนเหตุปจ จัยแงล บตาง ๆ ที่ฝงรากลึกอยใู นจิตใจ คอยถวงความเจริญทําใหไ มสามารถพัฒนาหรอื เตบิ โตไดเทา ท่คี วร เราเองก็ ถกู จํากัดดวยขอแมต าง ๆ ทีเ่ ปน ปจจยั ภายนอก และปจจัยภายในดงั กลา ว เหลาน้ี ไมตางจากตนไม เฉกเชน ประวัติการปลูกตนไมของอดีต ประธานาธบิ ดผี นู ี้ เบอ้ื งหลงั การเตบิ โตของตนไม นานมาแลว มีเด็กชายคนหนึ่งรูสึกวา ตนเองเปนเด็กเก็บกด ไม ชอบเขาสังคมกับเพ่ือนรวมชั้นเรียน อีกทั้งยังคิดนอยใจวา ‘พอแมไมรัก เพราะเขาเปนเด็กพิการขาแปมาแตกําเนดิ ’ ดวยเหตุนี้ทศั นคติของเขา จึง ตดิ ลบกับตนเองตลอดมา อยูมาวันหน่ึง พอของเขาไดขอกลาไมมาจากเพื่อนบาน แลวเรียก ลูก ๆ มาชวยกันปลูก โดยพอตั้งกติกาวา “ตนไมของใครเติบโตไดดีที่สุด พอจะมรี างวัลให” แลวทุกอยางก็เปนไปดังท่ีพอตั้งใจ เมื่อลูกทุกคนขะมักเขมนปลูก ตนไมกันใหญ ขณะท่ีเด็กชายขาแปกําลังรดนํา้ ดูแลตน ไมของตนอยู เขาก็ สังเกตเห็นพ่ี ๆ ตางก็ต้ังใจดูแลรดนํ้าตนไมของพวกเขาอยูเชนกัน เด็กชาย เกิดความคิดขึ้นมา ‘ยงั ไงซะ ...ตนไมของฉัน ก็คงจะเติบโตไดไมดีเทาของพี่ หลงั พิงตน โพธิ์

82 ๆ แหง ๆ’ คิดไดอยางนี้แลวก็เหลือบมองตนไมท่ีตนปลูกไว จากนัน้ ก็ไมได สนใจไยดกี ลบั มาเหลยี วแลตนไมของตนอกี เลย ผานไปนานวัน เด็กชายเกิดอยากรูวาตนไมนั้นตายไปแลวหรือยัง เขาจงึ หวนกลบั มาดูมันใหมอีกคร้งั ปรากฏวา ภาพท่ีเห็นมันทําใหเขาแปลก ใจมาก เพราะตนไมไมต าย แถมกลบั เจริญงอกงามเตบิ โตมากกวา ของพวก พี่ ๆ อีก เดก็ นอยผูเก็บกดไดแตเ ก็บงําเรื่องน้เี อาไวในใจเรือ่ ยมา และแลวพอก็ซ้ือของขวัญใหตามสัญญา พอพูดกับเขาวา “ดูจาก ตนไมท่ีลูกปลูกแลว โตข้ึนลูกคงไดเปนนักพฤกษศาสตรผูมีช่ือเสียงระดับ โลกแน ๆ” ราตรีหน่ึงซึ่งเปนคืนเดือนหงาย เด็กชายตัวนอยนอนไมหลับ กระสับกระสาย ขณะทล่ี ืมตามองดูพระจนั ทรทางหนาตาง ทาํ ใหคิดถึงคํา สอนของครู ‘ตนไมจะเจริญเติบโตไดด ีในตอนกลางคืน’ จึงคิดอยากออกไป ดูการเติบโตของตนไม เขาแอบยอ งออกจากหองนอน เพื่อไปดูตนไมท่ีตน ปลกู ไว วามนั เจรญิ งอกงามอยางไร เม่อื มาถึงในสวน ทนั ใดน้ันสายตาของเขาก็ไดพบกบั เงาของชายคน หนึ่งซง่ึ ก็คอื พอนั่นเอง พอกําลังตกั อะไรบางอยางลงไปในกระถางตนไมข อง เขา ภาพท่ปี รากฏทาํ ใหเ ด็กนอยเขาใจทันที รูสกึ ปล้มื ใจ นาทีนัน้ เขารูเลย วาพอรักตนเองมากเพียงใด และพอนี่เองท่ีอยูเบ้ืองหลังปริศนาความ เจรญิ เติบโตของตน ไม แถมพอยังใหของขวัญเราอีกดว ย ‘พอรกั เรา.!’ ทาสโพธญิ าณ

83 คิดไดอยางนี้ เด็กนอยจึงว่ิงกลับเขาไปยังหองนอน พรอมดวย น้ําตาพรั่งพรูอาบแกม และความรูสึกดีใจพรอมกับความสงสัยที่อันตรธาน หาย แลวก็ผลอ็ ยหลับไปอยางมคี วามสุข นับจากคืนนั้นเปนตนมา เด็กชายขาแปท่คี ิดนอยใจในปมดอยของ ตนเอง ก็เปล่ียนความคิดใหม ปรับทศั นคติมาในทางบวก ทําใหเกดิ ความ เชอ่ื ม่นั มีความหวงั และมีกําลงั ใจ สามารถตอสูกับปญ หาอุปสรรคทางดาน รางกายทีพ่ ิการของเขา กระทงั่ สามารถยืนหยัดเตบิ โตอยใู นทามกลางสังคม เมืองอนั ศวิ ไิ ลซไ ดอ ยางสงา งาม หลายสิบปผ านไป ถึงแมเด็กชายคนนน้ั จะไมไดประสบความสําเร็จ เปนนักพฤกษศาสตรผ ูมีช่ือเสียงระดับโลกเหมอื นท่ีพอเคยพูดไวก็ตาม แต ในท่ีสุดเขาก็ประสบความสําเร็จอยางยิ่งใหญ ไดรับเลือกตั้งใหเปน ประธานาธบิ ดขี องสหรัฐอเมริกา นามวา “แฟลงคลิน ดี รสู เวลต” แมตนไมทกุ ตน มสี ทิ ธิ์ทีจ่ ะเติบโตเปนเหมือนตนไมของประธานาธบิ ดี สหรัฐอเมริกาไดก็ตาม แตเราก็ตองไมลืมวา หากไมมีปจจัยภายนอกคือ พอมาคอยผลักดันสงเสริมใหปจจัยภายในคือ ทัศนคติท่ีเปล่ียนไป บางที อเมริกาอาจไมม ตี นไมข องประธานาธบิ ดี “รูสเวลต” เติบโตขึน้ มากไ็ ด อยใู นสภาพแวดลอมทเี่ หมาะสม ลองนึกภาพสวนขนาดใหญแหงหน่ึง ปลูกตนไมท่ีมีอายุมากพอ ๆ กันสองตน ตนหน่ึงโตข้ึนในจุดที่แสงแดดสองถึง ท้ังดินและน้ําก็อุดม หลังพิงตนโพธิ์

84 สมบูรณ สวนอีกตนข้ึนในจุดที่ดินไมดี และไมมีแสงแดด คําตอบมันก็ ชัดเจนอยูแลว ตนไหนมันจะเติบโตไดดีกวา กัน สภาพแวดลอมแมจะเปน ปจจัยภายนอก แตก็มีสวนผลักดันใหชีวิตคนเราเติบโตไดอยางสมบูรณ สอดคลอ งกับหลักมงคลชีวิตในขอที่ ๔ หน่ึงในมงคลสามสบิ แปดประการ ทพ่ี ระพุทธองคตรัสไว “การอยใู นสภาพแวดลอมท่เี หมาะสม” สภาพแวดลอมท่ีเหมาะสมคือ สภาพแวดลอมที่เปนผลดีตอความ เจริญกาวหนา เราปรารถนาความเจริญกาวหนาในทางใด หากไดอยูใน สภาพแวดลอมที่เกื้อกลู ตอความเจริญกาวหนาในทางน้ัน ก็ยอมจะมีความ เจริญกาวหนาอยางรวดเร็ว น่ีคืออิทธิพลของสภาพแวดลอมซ่ึงเปนปจจัย ภายนอก สวนปจจัยภายใน ในฐานะมนุษยคนหนึ่ง เรามีสิทธ์ิที่จะเลือก เลือกเสพ เลือกบรโิ ภค เลอื กยา ยตัวเองไปอยูในสภาพแวดลอ มท่เี หมาะสม ได ขึ้นอยูกบั วา ตอ งการใหเมลด็ พันธุชนดิ ใด กลายเปนตนไมท่เี จริญเติบโต อยใู นจิตใจของเรา เหมือนทที่ า น ว.วชิรเมธี กลาวเปรียบเทียบไว “บุญใหผลเปนสุข บาปใหผลเปนทุกข เม่ือเราหวานเมล็ดพันธุ เหลานี้ลงไป มันก็จะจมลงไปภายในจิตใจของเรา ท่ีภาษาพระเรียกวา อนุสัย คือกิเลสท่ีนอนเนื่องอยูในสันดาน รอเวลาที่จะผลิบานออกมา ขึ้นอยูกับเราวาไปรดน้ําใหกับมันหรือเปลา เมล็ดพันธุดี เมล็ดพันธุช่ัว เมล็ดพันธุบุญ เมล็ดพันธุบาป ถูกถมจมดินจมทรายอยูในเนื้อนาดินแหง จิตใจเรา ซาตาน ยักษ มาร ก็อยูในใจนี้ เทวดา พระ นกั บญุ ก็อยูใน ใจน้ี จะมีสักก่ีคนที่ตระหนักรู... เรารดนํ้าใหเมล็ดพันธุชนิดไหนบอย ๆ ทาสโพธญิ าณ

85 เมล็ดพนั ธชุ นดิ น้ันกจ็ ะบานสะพรง่ั ข้ึนมา ถาเรายังไมรตู วั มนั กจ็ ะกลายเปน บคุ ลกิ ภาพสวนหนงึ่ ของเรา” จําไววา “หวานพืชเชนใด ยอมไดรับผลเชน นั้น” เมล็ดพนั ธุบาป ใหผ ลเปนความหวาดหวัน่ เสียวสยอง ปนทุกข ตรงกันขามเมลด็ พนั ธุบ ุญ กใ็ หผ ลเปนความกลาหาญ สขุ สงบเยน็ เบกิ บาน ตื่นรู เลอื กเอาก็แลวกัน วา อยากใหเ มลด็ พนั ธุชนดิ ใดมันออกดอกเบง บานสงผลตอชวี ติ ของเรา หลังพิงตนโพธ์ิ

86 ๑๓ ศิลปะแหง การปฏิเสธ เราทกุ คนลวนมีเวลาจํากัด โลกน้ีไมม ีใครเกิดมาแลวไมต าย ฉะนั้นมอี ะไรที่ เปนภาระหนาท่ี เราตองรีบทาํ รีบเคลยี ร รีบสะสาง และแนนอนวาตอง ไมใชการออกปากรับคํา ทําไปเสียทุกเรื่อง แตเปนการปฏิเสธบางเร่ืองท่ี ไมใชออกไปวา “ไมท าํ ” แลวเลอื ก “ทํา” เฉพาะสิ่งท่สี ําคญั กบั ชีวติ เทาน้นั อยา ลมื วาเราอยูในยุคท่วี ุนวายทําหลายส่ิงหลายอยา ง มีเร่อื งที่ตอง รับผิดชอบแนน เอ้ียดเต็มตารางงานไปหมด มนั ก็เลยเกิดความสับสน เกิด วาวุนใจ เพราะเราดันไปพยายามจะทําใหทุกคนพึงพอใจใหได มันก็เลย กลายเปนสง่ิ ท่ที าํ ใหบางคน “ตอบรบั ” ไปกบั ทุกเรอื่ ง แตในความเปน จรงิ ก็คือ เราไมสามารถทาํ ใหคนท้ังโลกพงึ พอใจกับ สิ่งท่ีเรากระทําไดหรอก เพราะฉะน้ันเราจึงควรเลือกทําเพียงสิ่งที่สําคัญ กําจัดสงิ่ อื่นท้ิง และรูจักท่ีจะตอบวา “ไมทํา” (ตองปฏิเสธอยางนุมนวลมี ศิลปะ) แทนที่จะพยายามทําทุกอยางใหมันสําเร็จ ก็จงเลือกทําเพียงสิ่ง ทาสโพธญิ าณ

87 เดียวท่ีมีความหมาย แลวมงุ ม่ันโฟกสั ไปที่จดุ เดยี ว ท่ีสาํ คญั คือเรื่องน้ันตอง เปน เรือ่ งทีม่ ีความหมายกบั เราจรงิ ๆ กาํ จัดสว นเกนิ ทิ้งไป ดังนั้นหลายคนที่มีงานเยอะ มีงานใหทํามากมายอยูตลอดเวลา กระทั่งเลือกตอบสนองไมถูกวา ตนเองจะทําส่ิงใด หรือปฏิเสธงานไหน แนวคิดเร่ืองน้ีจะชวยทานได ลองมาฟง ทศั นะของ สตีฟ จอ บส อดีตซีอีโอ แหงแอปเปล ผูรังสรรคน วตั กรรมพลกิ โลก จอ บสก ลาวไวอยา งนา สนใจวา “การตดั สินใจวา ไมท ํา คอื การเลอื กวา ‘เราจะทํา’ นนั่ หมายถงึ ตอ งปฏิเสธส่งิ ทไี่ มใชเปา หมายแทจริงออกไป เพ่อื ทมุ เทแรงกายแรงใจและพลังความคิดทั้งหมด โฟกัสมาทีส่ ิ่งเดียวคอื เรอ่ื งที่เราตองการทาํ ” แปลความอีกทีก็คือ จอบสตองการบอกวา “ใหตัดสวนเกินท่ีไมใชทิ้งไป เพ่ือคงไวแตสง่ิ ที่ใชเ ทา น้ัน” ลองนึกถึงแสงแดดท่สี าดลงมาตามปกตทิ ุกวนั แมจะสองลงมาบนแผนกระดาษ แตก็หาไดมีปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นกับ แผนกระดาษทว่ี างอยูไม แตหากนาํ “แวนขยาย” มาทําหนาท่ีรวมแสงเขา มาเปนจุดเดียว(จุดโฟกัส) แสงแดดก็จะมีความเขมขนมากพอท่ีจะเผา กระดาษใหลุกไหมไ ด หรือเปรียบไดกับการยิงธนู ถามัวแตมองไปยังท่ีอ่ืนซ่ึงไมใชเปา ก็ ไมมที างทจ่ี ะยิงถูกเปาไดเลย แนนอนวา แรกสุดเราตองเรียนรูวิธียงิ ธนูกอน หลังพิงตนโพธ์ิ

88 จากนั้นเม่ือถึงขั้นตอนปฏิบัติ เราก็ตองรวบรวมสมาธิ แลวเล็งมาที่เปา เพียงอยางเดยี วเทานน้ั เชนเดียวกับการนําพาตนเองเขาสูเปาหมาย เราก็ตองกําจัด สวนเกินท่ีไมใชเปาหมายทิ้งไป แลวรวบรวมสมาธิ มีจิตจดจออยูกับ เปา หมายที่ตองการ... ชา งแกะสลกั ชางไม กาลคร้ังนั้นนานมาแลว เกิดเร่ืองรา่ํ ลือกันวา มีลุงชางแกะสลักไม คนหน่ึง แกะสลักชางไดสุดยอด เรียกวายอดเยี่ยมถึงขนาดใครก็ตาม ท่ี เห็นงานแกะสลักชางของแกแลว ตางตองท่ึง สงสัยวา “น่ีมันชางจริง ๆ หรือเปลา ?” เพราะวามันดูเหมือนชางจริง ๆ มาก แตพอเขา มาดูใกล ๆ ได สัมผัสดถู งึ รูว า “อาว...! ทีแ่ ทมันคือชางแกะสลกั ไมนน่ี า” เร่ืองนี้เปนที่โจษขานกันมาก ก็เลยมีชายหนุมคนหนึ่งดั้นดนไปหา ชางแกะสลักผูน้ี เพราะอยากรูกลเม็ดเคล็ดลับ และใหแกชวยสอน วา แกะสลกั ไมอยา งไร จงึ ทําใหเ หมอื นชา งไดข นาดนัน้ ชายหนุมเดินทางไปกระท่งั พบกระทอมเล็ก ๆ ในปา เม่ือเดินเขาไป ก็เจอลุงชางแกะสลักผนู ี้พอดี ชายหนุมกวาดตามองดูภายในกระทอม ก็ไม เห็นอะไรเปนพิเศษ มีเพียงเครื่องไมเครื่องมือของชางที่ทํางานแกะสลัก ทว่ั ไปแคนน้ั ชายชราชางแกะสลักกําลงั กมหนากม ตาทํางานอยู โดยไมไ ดไมสนใจ ผทู ่เี ดนิ เขา มา ชายหนุมจึงเอย ถามวา ทาสโพธิญาณ

89 “ลุงครับ...ผมอยากรูจริง ๆ วา ลุงมีเคล็ดลับอะไรในการแกะสลัก ชา ง ทท่ี าํ ใหม นั ดเู หมือนชางไดขนาดน้นั ชวยบอกผมหนอยเถอะครับ” เสียงขอรองของชายหนุม ทําใหชายชราวางเครื่องมือลง เงยหนา ข้นึ สบตา แลวเอย ดว ยนํา้ เสียงหนกั แนนวา “มันก็ไมมีอะไรยากหรอกพอหนมุ กอนอ่ืนตองไปหาไมท่ีดี และเมื่อ ไดไมท่ดี มี าแลว ก็เพียงแกะสิง่ ที่ไมใชช า งออกไป กเ็ ทา นน้ั เอง” นิทานเร่ืองนี้สอนใหรูวา เมื่อแกะสิ่งท่ีไมใชชางออกไป ส่ิงที่ เหลืออยกู ็คือชางจริง ๆ ลองโยงนิทานเรื่องน้ีเขากับตัวเองดูวา ชางของเรา คืออะไร ส่ิงท่เี ราตองการทาํ จรงิ ๆ ในชีวติ น้ีมันคืออะไร เมอ่ื รูถงึ เปา หมายท่ี แทจ รงิ แลว ที่เหลือก็เพียงแกะสง่ิ ที่ไมใ ชเ ปาหมายทิ้งไป เหมือนทีเ่ คยมีคน ถาม ไมเคิล แองเจโล ศิลปนชาวอิตาลี นักแกะสลักหินออนช่ือกองโลก วา “ทําไมแกะสลกั รปู เดวิดไดส วยงามสมจริงสุดยอดปานนัน้ ?” เขาตอบวา “ขณะท่ีหินกอนใหญถูกสงมาถึง ผมมองเห็นรูปของ เดวิดอยใู นหินกอนนัน้ แลว สง่ิ ท่ีผมตองทําตอไปจากนัน้ ก็คอื สกัดเอาสวนที่ ไมใชเ ดวดิ ออกไป!” สําหรับสตีฟ จอบส ชางของเขาคือ การสรางนวัตกรรมพลิกโลก อยางไอโฟน ไอพอด ไอแพด หรือคืนชพี บริษทั พิกซารผ ลิตหนังการตูนแอ นเิ มชนั่ ดังอยาง ทอย สตอรี่ มาเขยาบัลลังกวงการฮอลลวี ูด ดังนนั้ งานอื่น ๆ ที่ไมใชชาง จอบสจึงไมลังเลท่ีจะแกะสวนเกินเหลาน้ันท้ิงไป ดวยการ ปฏิเสธวาไมทาํ หลังพงิ ตน โพธิ์

90 อยา งไรก็ดี บางคร้ังกต็ อ งยอมรับวา ในชวี ิตนก้ี ารแกะสิง่ ที่ไมใชชา ง ทิง้ ไป มันยังงายกวาการแกะถอยคําของคนผูซ่ึงหวังดีตอชีวิตของเราท้ิงไป เพราะส่ิงท่เี ปนอนั ตรายตอการบรรลุเขาถึงตัวตนภายในของเราก็คือ คนท่ี ไมเ ขา ใจในธรรมชาตขิ องเรา แลวมาตดั สินชแี้ นะแนวทาง “อยากลวั ทีจ่ ะเปน ตัวของตวั เอง อยา ลังเลท่ีจะเลอื กทาํ ในสง่ิ ท่ีเราถนัด เพยี งเพราะคาํ คนบางคนทไี่ มร จู รงิ มาตดั สิน” กเ็ หมือนนิทานเรือ่ งกระตายกับเตา ความจรงิ ก็คือเตามันไมไ ดชาตว มเต้ียม กวากระตาย แตเพราะคนที่ไมเขาใจธรรมชาติของเตาไปตัดสิน แลว เลือก สนามแขงทีเ่ ตาไมถ นดั ถาลองจับเตากบั กระตายมาวายนํา้ แขงกัน คราวนี้ ดสู วิ า ใครจะไปไดไวกวากนั กุญแจก็คอื “จงเลอื กสนามแขงทีต่ ัวเองถนัด” เปนสิ่งที่ตัวเองรูดีวา เราเกิดมาเพือ่ ทาํ สิ่งนนั้ อยาปลอยใหหัวใจของเราเตนไปอยางไรจุดหมาย กระท่ังมันหยุด เตนลงไปในท่ีสุด โดยท่ีเรายังไมไดทําในสิ่งท่ีหัวใจดวงน้ีเตนอยูเพ่ือมัน อะไรบางอยา งทีท่ ําแลวมคี วามสุข ไมหิว ไมคิด ลืมโลก ลมื อัตตาตัวตน ไปชว่ั ขณะ เพราะฉะน้ัน แทนท่ีเราจะขยายตัวไปเองหนึ่งลานทิศทาง แตวา ขยับไปไดแคหน่ึงมิลเมตรเทาน้ัน เราควรเลือกไปทางเดียว มุงทางเดียว ทาสโพธิญาณ

91 แลวใสพลังของเราไปใหส ุดท่ีจุดเดียวเลย เพราะเรารูดีแลว วา เร่ืองน้ันมัน มคี วามหมายกบั ชวี ติ ของเราอยางแทจรงิ เรามีเวลาจาํ กัด อยาลืมวาชีวติ คนเราไมไ ดมีเวลายืนยาวมากมาย หากคนพบตัวเอง แลววา ชาติน้ีเราเกิดมาเพอ่ื สิง่ ใด กค็ วรเลอื กทําสิ่งน้ันใหดีที่สดุ ดังในอรก สตู รทพี่ ระพุทธองคตรัสวา “หยาดนํา้ คางบนยอดหญา เมือ่ พระอาทติ ยขึน้ มา ยอ มเหือดแหง หายไปไดร วดเร็ว ฉนั ใด ชีวติ ของมนุษยท ้งั หลายก็ฉันนัน้ เปรยี บเสมือนหยาดนาํ้ คา ง เปนของเล็กนอ ย รวดเรว็ มีทุกขม าก มีความคบั แคนมาก จะพงึ ทาํ ใหถูกตอ งไดดว ยปญญา ควรทาํ กุศล ควรประพฤตพิ รหมจรรย เพราะสัตวที่เกดิ มาแลวไมตาย ไมม”ี สอดคลองกับที่ทาน ว.วชิรเมธี พระหนุมนักปราชญผูแกะสลักชางดวย ตัวอักษรแสดงทศั นะไว หลังพงิ ตนโพธิ์

92 “เมือ่ รชู ัดแลว วา เราเกดิ มาเพ่ือทําอะไร ควรฝง ตัวกบั เร่อื งนน้ั เร่ืองเดียว เพราะเรามเี วลาจํากัด ดว ยคําปฏเิ สธอยา งมีศลิ ปะงาย ๆ สน้ั ๆ วา ไมทํา เพือ่ กําจดั สิ่งท่ีไมใ ชเ ปา หมายแทจ รงิ ของชีวิตออกไป” ทาสโพธญิ าณ

93 ๑๔ ปก ธงประกาศศักยภาพ ‘บนเวทีโลก’ “เรือทฝ่ี า คลื่นอยูกลางมหาสมทุ ร จะแลนถึงฝง ได. .. กัปตนั จะตอ งตงั้ เปา หมายไวถกู ตอง รจู กั ควบคุมหางเสือใหเรือแลน ไปไมผดิ ทศิ ทาง คนเราจะประสบความสําเรจ็ ในชีวติ ได ก็ตองตั้งเปาหมายในชวี ิตใหตรง ฉันใดก็ฉนั นัน้ ” คนที่จะประสบความสําเร็จในชีวิต อันดับแรกสุดตองมีเปาหมายในชีวิต ถาทานไมมเี ปาหมายในชวี ิต ชาตนิ ี้ไมม ีวนั ทจ่ี ะประสบความสําเร็จอยา งแน ลองนึกถึงเรือลําหนึ่งท่ีไมมีหางเสือหรือเข็มทิศ เวลาออกเดินทางไปใน มหาสมุทร ก็แลน ไปอยางไรจุดหมาย ไปอยางสะเปะสะปะ แลนไปแลน มา บางทีก็เวยี นกลับมายงั จดุ เดมิ นั่นเพราะกปั ตนั ไมม ีจุดหมายท่จี ะไป ไม รวู าฝงอยูต รงไหน หลังพิงตน โพธิ์

94 ชีวติ เรากเ็ ชน เดยี วกัน เพยี งเปล่ียนจาก “ฝง” มาเปน “เปาหมาย” เปาหมายเปนเคร่ืองช้ีวัดขนาดความสําเร็จของมนุษยแตละคน และ เปาหมายเปนจุดรวมพลังของเราทั้งหมดไวท่ีมัน เพราะในโลกนี้มีอะไร มากมาย ซ่ึงถาเราใชพลังไปกับเร่ืองไรสาระสะเปะสะปะ ก็จะเสียพลังไป แตถารูจักโฟกัส เล็งมาท่ีเปาหมายเพียงอยางเดียว เราก็สามารถไปถึง เปาหมายไดเ รว็ กวา คนอนื่ และทําใหท กุ วนั “ดมู คี า นา สนกุ ทาทาย” หากตอนนี้ทานรูสึกไมพอใจกับชีวิตตัวเอง รูสึกวาชีวิตวนเวียนอยู กับที่ ไมกาวหนาไปไหน และก็บนกับตัวเอง เฮย! ฉันไมไดอยากมีชีวิต อยางนี้ ฉันไมอยากเปนแบบนี้ แตมันเกิดอะไรขึ้นกับชีวติ ฉันละ? เนื้อหา ตอไปนี้จะชว ยตอบโจทยท า นได พลงั อํานาจท่รี อการกดปุม หนังสือถอดรหัสอัจฉรยิ ะ โดย ไมเคิล พาวเวลล กลาววา “สมอง เปนเคร่อื งซูเปอรคอมพิวเตอรท่ีหนัก 3 ปอนด ทีม่ ีเซลลประสาทกวา 100 พนั ลา นเซลล และมีระบบเช่ือมตอ กันมากกวาดวงดาวในจักรวาล ถาการ เชือ่ มตอ ของระบบประสาททัง้ หมดในเซลลสมอง ถูกทาํ ใหแผข ยายออกตอ ๆ กันไป ก็อาจจะมีความยาวเทากับระยะทางไปกลับระหวางโลกกับดวง จันทรเลยทีเดยี ว” ดร. วิศิษฐ ศรีพิบูลย เขียนไวในหนังสือ NLP ภาษาสมอง มหัศจรรยวา “คนสว นใหญถูกจองจาํ โดยสมองของตนเอง หลายคนติดอยู ทาสโพธิญาณ


Like this book? You can publish your book online for free in a few minutes!
Create your own flipbook